วิชาภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
ศิลาจารกึ พอ่ ขุนรามคาแหงมหาราช หรอื ศิลาจารกึ หลกั ท่ี 1 เป็น
ศิลาจารกึ ท่บี นั ทกึ ประวตั ศิ าสตรส์ มยั กรุงสโุ ขทยั จารกึ น้ี เจา้ ฟ้ ามงกฎุ ฯ
(ต่อมาคือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยูห่ วั ) ขณะผนวชอยู่เป็นผู้
ทรงคน้ พบ เม่อื พ.ศ. 2376 ณ เนินปราสาทเมอื งเกา่ สโุ ขทยั อาเภอเมอื ง
จงั หวดั สโุ ขทยั มลี กั ษณะเป็นหลกั สเ่ี หล่ยี มดา้ นเทา่ ทรงกระโจม สูง 111
ซม. หนา 35 ซม. เป็นหนิ ทรายแป้ งเน้ือละเอยี ด มีจารกึ ทง้ั สด่ี า้ น ปจั จุบนั
เกบ็ อยู่ท่พี พิ ธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาติ พระนคร กรงุ เทพมหานคร ฯ
เน้ือหาของจารกึ แบ่งไดเ้ ป็นสามตอน
❖ ตอนท่หี น่ึง บรรทดั ท่ี 1 ถงึ 18 เป็นการเลา่ พระราชประวตั พิ อ่ ขุน
รามคาแหงตง้ั แตป่ ระสูตจิ นเสวยราชย์ ใชค้ าว่า "กู" เป็นหลกั
❖ ตอนท่สี อง ไม่ใชค้ าว่า "กู" แต่ใชว้ ่า "พอ่ ขุนรามคาแหง" เลา่ ถงึ
เหตกุ ารณแ์ ละธรรมเนียมในกรุงสโุ ขทยั
เน้ือหาของจารกึ แบ่งไดเ้ ป็นสามตอน
❖ ตอนท่สี าม ตง้ั แต่ดา้ นท่ี 4 บรรทดั ท่ี 12 ถงึ บรรทดั สดุ ทา้ ย มี
ตวั หนงั สอื ต่างจากตอนท่ี 1 และ 2 จงึ น่าจะจารกึ ข้ึนภายหลงั เป็นการ
สรรเสรญิ และยอพระเกยี รตพิ อ่ ขุนรามคาแหง และกลา่ วถงึ อาณาเขต
ราชอาณาจกั รสโุ ขทยั
ผูแ้ ตง่ : พอ่ ขุนรามคาแหงมหาราช
ตวั อกั ษรท่ใี ชจ้ ารกึ : เป็นแบบท่พี อ่ ขุนรามคาแหงมหาราชทรง
ประดษิ ฐข์ ้ึนใชเ้ ม่ือ พ.ศ. ๑๘๒๖ ทง้ั น้ีเพ่อื ใหม้ คี วามแตกตา่ งจาก
ตวั อกั ษรขอมท่ใี ชใ้ นเมอื งสโุ ขทยั กอ่ นท่ไี ทยไดอ้ านาจปกครองตนเอง
พอ่ ขุนรามคาแหง ไดโ้ ปรดใหจ้ ารกึ ไวป้ ระมาณปี พ.ศ.1826 จน
ช่วงหลงั พ.ศ.1835 จงึ จารกึ ครบทง้ั 4ดา้ น
ลกั ษณะการเขียนตวั อกั ษรในศิลาจารกึ
ลกั ษณะตวั อกั ษร : การวางสระสมยั น้นั วางขา้ งหนา้ และขา้ ง
หลงั ตวั อกั ษรดดั แปลงมาจากอกั ษรมอญและขอมมวี รรณยกุ ตไ์ มเ้ อกกบั
ไมโ้ ท ไมโ้ ทจะเขียนเป็นรูปกากบาท
ตวั อกั ษรในศิลาจารกึ กบั ตวั อกั ษรปจั จบุ นั
ภาษาไทยกบั ครูพ่ตี ่ตี ี๋ – อาจารยพ์ รี ะเสก บรสิ ทุ ธ์บิ วั ทพิ ย์
ลกั ษณะคาประพนั ธ์
เป็นความเรยี งรอ้ ยแกว้ ใชภ้ าษาไทยแท้ แตม่ ีความงดงาม
ไพเราะ ใชป้ ระโยคสน้ั ไม่ สลบั ซบั ซอ้ นมกั สมั ผสั คลอ้ งจองบา้ ง มี
การซ้าคา ซอ้ นคาและซอ้ นความหมายในบา้ งช่วง เม่ือเวลาอา่ นทา
ใหไ้ ดค้ วามไพเราะ ไดค้ วามหมายดี
ลกั ษณะคาประพนั ธ์
ตวั อย่าง
เพอ่ื นจูงววั ไปคา้ ข่ีมา้ ไปขาย
ใครจกั ใครค่ า้ มา้ คา้ ใครจกั ใครคา้ เงนิ คา้ ทองคา้
ลายสอื ไทย ศิลาจารกึ หลกั ท่ี ๑ ดา้ นท่ี ๑
https://www.youtube.com/watch?v=sOaHZSHinbA
ดา้ นท่ี ๑ บรรทดั ท่ี ๑-๑๘ เฉพาะท่เี ลา่ ประวตั ขิ องพอ่ ขุนรามคาแหง
มหาราช โดยแบง่ วรรคตอนตามทรรศนะของนกั วชิ าการ
❖พอ่ กูช่ือศรอี นิ ทราทติ ย์ แม่กูช่ือนางเสอื ง พ่กี ูช่ือบานเมอื ง
❖ตูพ่นี อ้ งทอ้ งเดียวหา้ คน ผูช้ ายสาม ผูห้ ญงิ สอง พ่เี ผือผูอ้ า้ ยตายจาก
เผอื เตยี มแตย่ งั เลก็
❖เม่อื กูข้ึนใหญ่ไดส้ บิ เกา้ เขา้ ขุนสามชนเจา้ เมืองฉอดมาทม่ อื งตาก
ดา้ นท่ี ๑ บรรทดั ท่ี ๑-๑๘ เฉพาะท่เี ลา่ ประวตั ขิ องพอ่ ขุนรามคาแหง
มหาราช โดยแบ่งวรรคตอนตามทรรศนะของนกั วชิ าการ
❖พอ่ กไู ปรบขุนสามชนหวั ซา้ ยขุนสามชนขบั มา หวั ขวาขุนสามชนเกล่อื นเขา้
❖ไพรฟ่ ้ าหนา้ ใสพอ่ กูหนีญญา่ ยพายจแจน้ กูบ่หนี
❖กขู ่ีชา้ งเบกพล กูขบั เขา้ กอ่ นพอ่ กู กูตอ่ ชา้ งดว้ ยขุนสามชน
❖ตนกูพงุ่ ชา้ งขุนสามชนตวั ช่ือมาสเมอื งแพ้ ขุนสามชนพา่ ยหนี
ดา้ นท่ี ๑ บรรทดั ท่ี ๑-๑๘ เฉพาะท่เี ลา่ ประวตั ขิ องพอ่ ขุนรามคาแหง
มหาราช โดยแบง่ วรรคตอนตามทรรศนะของนกั วชิ าการ
❖พอ่ กูจงึ ข้ึนช่ือกู ช่ือพระรามคาแหง เพ่อื กูพงุ่ ชา้ งขุนสามชน
❖เม่ือชวั่ พอ่ กู กูบารอแกพ่ อ่ กู กูบาเรอแกแ่ ม่กู
❖กูไดต้ วั เน้ือตวั ปลา กูเอามาแกพ่ อ่ กู
❖กไู ดห้ มากสม้ หมากหวานอนั ใดกนิ อรอ่ ยกนิ ดี กูเอามาแก่พ่อกู
ดา้ นท่ี ๑ บรรทดั ท่ี ๑-๑๘ เฉพาะท่เี ลา่ ประวตั ิของพอ่ ขุนรามคาแหง
มหาราช โดยแบง่ วรรคตอนตามทรรศนะของนกั วชิ าการ
❖กไู ปหนีหนงั วงั ชา้ งได้ กเู อามาแก่พอ่ กู
❖กูไปท่บา้ นท่เมืองไดช้ า้ งไดง้ วง ไดป้ วั่ ไดน้ าง ไดเ้ งอื นไดท้ อง กูเอามา
เวนแกพ่ อกู
❖พอ่ กูตายยงั พก่ี ู กูพรา่ บาเรอแกพ่ ก่ี ูดงั่ บาเรอแกพ่ อ่ กู
❖พ่กี ูตายจงึ ไดเ้ มอื งแกก่ ทู ง้ั กลม
ศิลปะการใชภ้ าษาและวรรณศิลป์
ในศิลาจารกึ พอ่ ขุนรามคาแหงหลกั ท่ี 1
แมว้ า่ เร่อื งศิลาจารกึ พอ่ ขุนรามคาแหงจะเป็นวรรณคดเี ร่อื งแรกของ
ไทยท่บี นั ทึกดว้ ยลายสอื ไทยท่เี กา่ แกม่ ากกต็ าม แต่กม็ ศี ิลปะการประพนั ธท์ ่ี
ไพเราะ ภาษาท่ใี ชม้ ีความไพเราะสละสลวย มีลลี าทว่ งทานองท่นี ่าฟัง ใช้
ถอ้ ยคาท่เี รยี บงา่ ย คลอ้ งจองกนั มจี งั หวะและน้าหนกั ท่สี มดลุ กนั มาก มี
การเลน่ เสยี งพยญั ชนะ และใชภ้ าพพจนค์ าเปรยี บเทยี บ
ถอดความ ดา้ นท่ี ๑ บรรทดั ท่ี ๑-๑๘
❖พอ่ กูช่ือศรอี นิ ทราทติ ย์ แม่กูช่ือนางเสอื ง พ่กี ูช่ือบานเมือง
- พอ่ ของกูช่ือศรอี นิ ทราทติ ย์ แม่ของกูช่ือนางเสอื ง พ่ขี องกูช่ือบานเมือง
❖ตูพ่นี อ้ งทอ้ งเดียวหา้ คน ผูช้ ายสาม ผูห้ ญงิ สอง พเ่ี ผือผูอ้ า้ ยตายจาก
เผือเตยี มแต่ยงั เลก็
- กูมพี ่นี อ้ งทอ้ งเดยี วกนั จานวน 5 คน เป็นผูช้ าย 3 คน ผูห้ ญงิ 2 คน
พช่ี ายคนโตตายจากพวกเราไปตง้ั แตย่ งั เลก็
❖เม่ือกูข้ึนใหญ่ไดส้ บิ เกา้ เขา้ ขุนสามชนเจา้ เมืองฉอดมาท่เมืองตาก
- เม่อื กูเตบิ โตข้ึน อายไุ ด้ 19 ปี ขุนสามชนเจา้ เมืองฉอดกม็ าตเี มืองตาก
❖พอ่ กไู ปรบขุนสามชน หวั ซา้ ยขุนสามชนขบั มา หวั ขวาขุนสามชนเกล่อื นเขา้
- พอ่ (ศรอี นิ ทราทติ ย)์ ของกไู ปสูร้ บกบั ขุนสามชน ปี กซา้ ยปี กขวาของกองทพั
ขุนสามชนเคล่อื นพลเขา้ มา
❖ไพรฟ่ ้ าหนา้ ใสพอ่ กูหนีญญา่ ยพายจแจน้ กบู ห่ นี
- ไพรพ่ ลของพอ่ ขุนศรอี นิ ทราทิตยห์ นีกนั อยา่ งชลุ มนุ วนุ่ วาน แตก่ ูไม่หนี
❖กูข่ีชา้ งเบกพล กูขบั เขา้ กอ่ นพอ่ กู กูต่อชา้ งดว้ ยขุนสามชน
- กูข่ีชา้ งช่ือเบกพล กูขบั ชา้ งเขา้ ไปหาขา้ ศึกกอ่ นพอ่ กู กูต่อสูก้ บั ชา้ งของขุน
สามชน
❖ตนกูพงุ่ ชา้ งขุนสามชนตวั ช่ือมาสเมอื งแพ้ ขุนสามชนพา่ ยหนี
-ตวั กูรบกบั ชา้ งของขุนสามชนช่ือวา่ มาสเมอื งจนชนะ ขุนสามชนแพห้ นีไป
❖ พอ่ กูจงึ ข้ึนช่ือกู ช่ือพระรามคาแหง เพอ่ื กูพงุ่ ชา้ งขุนสามชน
- พอ่ ขุนศรอี นิ ทราทติ ยจ์ งึ ประทานนามใหแ้ กก่ ูวา่ พระรามคาแหง เพราะกูรบ
ชนะชา้ งของขุนสามชน
❖ เม่อื ชวั่ พอ่ กู กูบาเรอแกพ่ อ่ กู กูบาเรอแกแ่ ม่กู
- ในสมยั ของพอ่ ขุนศรอี นิ ทราทติ ย์ กูปรนนิบตั พิ อ่ ของกู ปรนนิบตั แิ ม่ของกู
เป็นอยา่ งดี
❖ กูไดต้ วั เน้ือตวั ปลา กูเอามาแกพ่ อ่ กู
- กูไดส้ ตั วบ์ กสตั วน์ ้ามา กเ็ อามาถวายแกพ่ อ่ ขุนศรอี นิ ทราทติ ย์
❖ กูไดห้ มากสม้ หมากหวานอนั ใดกนิ อรอ่ ยกนิ ดี กูเอามาแกพ่ อ่ กู
- กูไดผ้ ลไมร้ สเปร้ยี วรสหวานชนิดใดท่อี รอ่ ย กูกเ็ อามาถวายแกพ่ อ่ ขุนศรี
อนิ ทราทิตย์
❖ กูไปหนีหนงั วงั ชา้ งได้ กเู อามาแกพ่ อ่ กู
- กไู ปคลอ้ งชา้ งไดม้ า กกู เ็ อามาถวายแกพ่ อ่ ขุนศรอี นิ ทราทติ ย์
❖ กูไปทบ่ า้ นทเ่ มืองไดช้ า้ งไดง้ วง ไดป้ วั่ ไดน้ าง ไดเ้ งอื นไดท้ อง กูเอามา
เวนแกพ่ อ่ กู
- กูไปตบี า้ นเมอื งต่าง ๆ ไดช้ า้ ง ไดบ้ รวิ ารชาย ไดบ้ รวิ ารหญิง ไดเ้ งนิ ได้
ทอง กูกเ็ อามาถวายแกพ่ อ่ ขุนศรอี นิ ทราทิตย์
❖ พอ่ กตู ายยงั พก่ี ู กพู รา่ บาเรอแกพ่ ก่ี ูดงั่ บาเรอแกพ่ อ่ กู
- เม่ือพอ่ ขุนศรอี นิ ทราทติ ยต์ าย กูกย็ งั มพี ่ชี าย กูกป็ รนนิบตั ติ อ่ พก่ี ู เสมอื น
ปรนนิบตั ิต่อพอ่ กู
❖ พ่กี ูตายจงึ ไดเ้ มอื งแกก่ ูทง้ั กลม
- เม่อื พข่ี องกูตาย กูกไ็ ดด้ ูแลเมอื งทง้ั หมด
ศิลปะการใชภ้ าษาและวรรณศิลป์
ในศิลาจารกึ พอ่ ขุนรามคาแหงหลกั ท่ี 1
1. ใชภ้ าษาท่เี ขา้ ใจงา่ ย
ทง้ั น้ีเป็นเพราะผูส้ ง่ สารตอ้ งการจะสอ่ื สารไปยงั คนหมู่มากท่มี คี วามรู้
ตา่ งระดบั กนั คอื จากผูป้ กครองไปสูช่ นชน้ั ใตป้ กครอง จงึ พยายามหลกี เล่ยี ง
การใชค้ าราชาศพั ท์ คาภาษาเขมร คาภาษาบาลี สนั สกฤต ใชค้ าสามญั ท่มี ี
ลกั ษณะเป็นภาษาพดู แทน ดงั มีรายละเอยี ดดงั น้ี
1. ใชภ้ าษาท่เี ขา้ ใจงา่ ย
1.1 การใชค้ าพยางคเ์ ดยี วและเป็นคาไทยแท้
ภาษาท่ใี ชใ้ นศิลาจารกึ หลกั ท่ี ๑ มกั ใชค้ าพยางคเ์ ดยี วและเป็นคา
ไทยแท้ เช่น ชา้ ง ขอ ลูก เมยี เยยี ขา้ ว ไพร่ ฟ้ า ขา้ ไท ป่ า
หมาก พลู ฯลฯ มคี าคู่บา้ ง เช่น ป่าหมากป่าพลู มีถอ้ ยมคี วาม ไดเ้ งอื นได้
ทอง ฯลฯ ภาษาสว่ นใหญ่มลี กั ษณะเป็นภาษาพูดมากกวา่ ภาษาเขียน
1. ใชภ้ าษาท่เี ขา้ ใจงา่ ย
1.2 การใชป้ ระโยคความเดียว
ภาษาในวรรณคดีสโุ ขทยั ใชร้ ูปประโยคความเดยี วขนาดสน้ั หลาย
ประโยคตอ่ เน่ืองกนั โดยใชค้ าเช่ือมตา่ ง ๆ นอ้ ยกวา่ ภาษาสมยั ปจั จุบนั มาก
รูปประโยคเช่นน้ีทาใหต้ อ้ งใชข้ อ้ ความซ้ากนั ในกลมุ่ ประโยคท่ตี อ่ เน่ืองกนั
และเป็นการแจกแจงเรยี งลาดบั รายละเอยี ดของขอ้ มูลทีละสว่ น เช่น
“พอ่ กู ช่ือศรอี นิ ทราทติ ย์ แม่กูช่ือนางเสอื ง พ่กี ูช่ือบานเมอื ง”
1. ใชภ้ าษาท่เี ขา้ ใจงา่ ย
1.2 การใชป้ ระโยคความเดยี ว
“พอ่ กู ช่ือศรอี นิ ทราทติ ย์ แม่กูช่ือนางเสอื ง พ่กี ูช่ือบานเมือง”
การใชป้ ระโยคความเดียวดงั กลา่ วทาใหผ้ ูฟ้ งั เขา้ ใจงา่ ยเพราะจบั
ใจความและจดจาไดง้ า่ ยเหมาะจะใชส้ อ่ื สารไปยงั คนหมู่มากไดด้ ี
2. ใชภ้ าษาท่สี รา้ งจนิ ตภาพ
เป็นภาษาท่สี รา้ งจนิ ตภาพไดช้ ดั เจน ทาใหผ้ ูอ้ า่ นสามารถสรา้ งภาพ
ข้ึนในใจได้ มีผลใหผ้ ูอ้ า่ นเกดิ ความรูส้ กึ เหน็ ภาพและเช่ือถอื ตามขอ้ ความท่ี
เสนอมา วรรณคดเี ร่อื งน้ีมีการใชภ้ าษาท่สี รา้ ง
จนิ ตภาพ 3 ลกั ษณะ คอื การใชค้ าใหเ้ กดิ ภาพพจน์ การใชค้ วามเปรียบ
และการอธิบายนามธรรมเป็ นรูปธรรม
2. ใชภ้ าษาท่สี รา้ งจนิ ตภาพ
2.1 การใชค้ าใหเ้ กดิ ภาพพจน์
ภาษาท่ใี ชใ้ นหลกั ศิลาจารกึ หลกั ท่ี 1 งดงามทางดา้ นการใหภ้ าพพจน์
ท่สี ามารถสอ่ื ความไดอ้ ย่างลกึ ซ้ึง คมคาย ตรงไปตรงมา ซ่ึงพบการใช้
ภาพพจน์ประเภทอปุ มาเพยี ง ชนิดเดียว มคี าใชเ้ ปรยี บเทยี บเพยี งคาเดยี ว
คอื คาวา่ ดงั่ เช่น กูพรา่ บาเรอแกพ่ ก่ี ูดงั่ บาเรอแก่พอ่ กู
2. ใชภ้ าษาท่สี รา้ งจนิ ตภาพ
2.2 การใชค้ วามเปรยี บ
การใชค้ วามเปรยี บเป็นการโยงความรูข้ องผูอ้ า่ นเขา้ กบั ประสบการณ์
เดมิ ทาใหผ้ ูอ้ า่ นเกดิ ความเขา้ ใจ เกดิ จนิ ตนาการดีย่งิ ข้ึน การใชค้ วามเปรยี บ
ในวรรณคดสี มยั สโุ ขทยั เช่น “ตระพงั โพยสใี สกนิ ดดี งั กนิ น้าโขงเม่อื แลง้ ”
เปรยี บเทยี บวา่ น้าในสระตระพงั โพยสใี สเหมอื นน้าในแมน่ ้าโขงหนา้ แลง้
2. ใชภ้ าษาท่สี รา้ งจนิ ตภาพ
2.3 การอธบิ ายนามธรรมเป็นรูปธรรม
เม่ือตอ้ งการอธบิ ายหรอื ขยายความสง่ิ ท่เี ป็นนามธรรม ซ่ึงมกั ไม่มคี า
ไทยใชใ้ นสมยั น้นั ผูแ้ ตง่ กม็ วี ธิ กี ารในการอธบิ ายสง่ิ ท่เี ป็ นนามธรรมใหเ้ ป็น
รูปธรรมโดยบรรยายใหต้ อ่ เน่ืองกนั เป็นพวกหรอื กลมุ่ เช่น เป็นเหตกุ ารณ์
หรอื อาการท่แี สดงใหเ้ หน็ ไดช้ ดั เจนเพ่อื สอ่ื ความถงึ สง่ิ ท่เี ป็นนามธรรม เช่น
2.3 การอธิบายนามธรรมเป็นรูปธรรม
การเขา้ มาสวามภิ กั ด์ิ ใชค้ าวา่ “ข่ีชา้ งมาหา พาเมืองมาสู”่
การอนุเคราะห์ สถาปนารฐั ใชค้ าวา่ “ช่วยเหนือเฟ้ื อกู้ มนั บ่มีชา้ งบม่ มี า้ บม่ ี
ปวั่ บ่มีนาง บ่มีเงอื นบ่มีทอง ใหแ้ กม่ นั ช่วยมนั ตวงเป็น บา้ นเป็นเมอื ง”
(ศิลาจารกึ บรรทดั ท่ี 28 - 29 ดา้ นท่ี 1 )
ความยตุ ธิ รรม ใชค้ าวา่ “แลง่ ความแกข่ าดว้ ยซ่ือ บ่เขา้ ผูล้ กั มกั ผูซ้ ่อน เหน็
ขา้ วทา่ นบใ่ ครพ่ นี เหน็ สนิ ทา่ นบใ่ คร่เดอื ด”(ศิลาจารกึ บรรทดั ท่ี 26 ดา้ นท่ี 1)
3. การใชภ้ าษาท่มี คี วามคลอ้ งจอง
ภาษาในวรรณคดีเร่อื งน้ีท่โี ดดเด่นอกี ประการหน่ึงคอื มกี ารใชค้ าท่มี ี
ความคลอ้ งจองกนั เพ่อื การฟงั ฉะน้นั การใชค้ าคลอ้ งจองจะเป็นสง่ิ หน่ึงท่ที า
ใหจ้ าไดง้ า่ ยข้ึน อกี ประการหน่ึงการใชค้ าคลอ้ งจองกอ็ าจจะแสดงใหเ้ หน็
ธรรมชาตขิ องภาษาไทยท่ใี ชค้ าคลอ้ งจองในภาษาพดู อยูแ่ ลว้ ลกั ษณะภาษา
ท่มี คี าคลอ้ งจอง ไดแ้ ก่
3. การใชภ้ าษาท่มี ีความคลอ้ งจอง
3.1 การใชค้ าสมั ผสั เช่น
เพ่อื นจูงววั ไปคา้ ข่ีมา้ ไปขาย
คนใดข่ีชา้ งมาหา พาเมอื งมาสู่
(ศิลาจารกึ หลกั ท่ี ๑)
3. การใชภ้ าษาท่มี คี วามคลอ้ งจอง
3.2 การซ้าคา
การซ้าคาทาใหถ้ อ้ ยคาเกดิ จงั หวะและช่วยเนน้ ย้าขอ้ ความทาใหเ้ กดิ
จนิ ตนาการและความรูส้ กึ เช่น
“...มนั บม่ ีชา้ ง บม่ มี า้ บ่มปี วั่ บ่มีนาง บม่ ีเงอื น บ่มที อง
ใหแ้ กม่ นั ช่วยมนั ตวง เป็นบา้ นเป็นเมอื ง ไดข้ า้ เสอื ก ขา้ เสอื หวั พงุ่
หวั รบกด็ ี บฆ่ ่าบ่ตี...”
3. การใชภ้ าษาท่มี คี วามคลอ้ งจอง
3.3 การซ้าชดุ คา
การซ้าชดุ คา คอื การซ้ากลมุ่ คาเดยี วกนั ตง้ั แตส่ องพยางคข์ ้ึนไปมีผล
เช่นเดียวกนั กบั การซ้าคา เช่น “...กูไดต้ วั เน้ือตวั ปลา กูเอามาแกพ่ อ่ กู กูได้
หมากสม้ หมากหวาน อนั ใดกนิ อรอ่ ยกนิ ดี กเู อามาแกพ่ อ่ กู กไู ปท่ บา้ นทเ่ มอื ง
ไดช้ า้ งไดง้ วง ไดป้ วั่ ไดน้ าง ไดเ้ งอื นไดท้ อง กูเอามาเวนแกพ่ อ่ กู...”
“...ใครจกั ใคร่คา้ ชา้ งคา้ ใครจกั ใครค่ า้ มา้ คา้ ใครจกั ใครค่ า้ เงอื นคา้ ทองคา้ ...”
3. การใชภ้ าษาท่มี ีความคลอ้ งจอง
3.4 การใชค้ าซอ้ นท่คี ลอ้ งจองกนั เช่น
1. มสี มั ผสั คลอ้ งจองในคาซอ้ น เช่น เจบ็ ทอ้ งขอ้ งใจ ไพรฟ่ ้ า
หนา้ ใส ผิดแผกแสกกวา้ ง ลม้ ตายหายกวา่ ตหี นงั วงั ชา้ ง
2. มีการซ้าคาซ้าขอ้ ความในคาซอ้ น เช่น ขา้ เสอื กขา้ เสอื ลกู เจา้
ลูกขุน มีถอ้ ยมีความ หวั พงุ่ หวั รบ ป่าหมากป่าพลู กนิ อร่อยกนิ ดี
3. การใชภ้ าษาท่มี คี วามคลอ้ งจอง
3.4 การใชค้ าซอ้ นท่คี ลอ้ งจองกนั เช่น
2. มีการซ้าคาซ้าขอ้ ความในคาซอ้ น เช่น
ขา้ เสอื กขา้ เสอื ลกู เจา้ ลูกขุน มีถอ้ ยมีความ
หวั พงุ่ หวั รบ ป่าหมากป่าพลู กนิ อรอ่ ยกนิ ดี
4. การใชค้ าภาษาตา่ งประเทศ
ภาษาต่างประเทศท่ปี รากฏอยูใ่ นวรรณคดีสมยั สโุ ขทยั ไดแ้ ก่ ภาษา
บาลี สนั สกฤต เขมร
ตวั อยา่ ง คาภาษาเขมร เช่น คาแหง ทรง บาเรอ
ตวั อยา่ ง คาภาษาบาลี เช่น เจดี สลี
ตวั อยา่ ง คาภาษาสนั สกฤต เช่น สมทุ ร