hàn y ǔ hǎoxué
ภาษาจีนไม่ยาก 汉语好学 พนื้ ฐาน 2
ตามกรอบมาตรฐานการเรียนรู้
และสาระการเรียนรู้หมวดวชิ าภาษาต่างประเทศ (ภาษาจีน)
ตามหลกั เกณฑ์และวิธีการจดั การศกึ ษานอกโรงเรียน หลกั สตู รการศกึ ษา
ขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2544
และ
หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช
2551
สถาบนั พฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั ภาคเหนือ
สานกั งานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั
สานกั งานปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ กระทรวงศกึ ษาธิการ
คานา
สบื เน่อื งจากสานกั งานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั ตระหนกั และเห็นความสาคญั ของการ
สง่ เสริมการเรียนการสอนภาษาจีน สาหรับประชาชนท่ีอยนู่ อกระบบโรงเรียนเพ่ือเพิ่มขีดความสามารถในการแขง่ ขนั ของ
ประเทศ เน่ืองจากประเทศจีนมอี ตั ราการเจริญเตบิ โต ทางเศรษฐกิจสงู ทส่ี ดุ ตดิ ตอ่ กนั และในอนาคตภาษาจีนก็ย่ิงมี
ความสาคญั ขนึ ้ เรื่อยๆ ผ้ทู ่มี ีความสามารถด้านภาษาจีนยอ่ มได้เปรียบในตลาดการแขง่ ขนั ด้านธุรกิจการสมคั รงานหรือ
การทางานในอนาคต ปีงบประมาณ 2552 ได้มอบหมายให้สถาบนั กศน.ภาคเหนือ พฒั นาเอกสารแผนการสอน
ภาษาจีนงา่ ยนดิ เดียว โดยเน้นการเรียนแบบปฏิบตั ิจริงเน้นการพดู ฟังมากกวา่ การอา่ นและเขียน ซง่ึ เป็นการเรียนรู้จากสง่ิ
ท่ีใกล้ตวั หรือสง่ิ ทีเ่ ก่ียวกบั ชีวิตประจาวนั ซง่ึ เป็นการเรียนแบบธรรมชาติ เอกสารการสอนภาษาจีนง่ายนิดเดียว จานวน
15 บท ออกแบบจดั ทาแผนการสอนรวมทงั้ สนิ ้ 48 ชวั่ โมง
สถาบนั กศน.ภาคเหนือ ขอขอบคณุ สานกั งานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั
ขอขอบคณุ ท่ีปรึกษา คณะผ้เู ขียน และคณะผ้รู ับผดิ ชอบทกุ ทา่ น ทใี่ ห้ความร่วมมอื และชว่ ยเหลอื ในการจดั ทาเอกสาร
เลม่ นี ้ ไว้ ณ โอกาสนีด้ ้วย และหวงั วา่ เอกสารเลม่ นี ้ จะเป็นประโยชน์ตอ่ ผ้เู รียน และตอ่ การจดั การเรียนการสอน
ภาษาจีนของสถานศกึ ษา และหากผ้อู า่ นทา่ นใดมีข้อเสนอแนะ โปรดแจ้งให้ทราบด้วย จะขอขอบพระคณุ ยิง่
( นายประเสริฐ หอมด)ี
ผ้อู านวยการสถาบนั กศน.ภาคเหนอื
กนั ยายน 2552
สารบัญ
คานา หน้า
สารบญั
บทนา ก
1
第一课 : 网上聊天 5
บทท่ี 1 แชทบนเวป 16
第二 课 : 时间 24
บทท่ี 2 เวลา 32
第三课 : 我们的国家 39
41
บทท่ี 3 ประเทศของเรา
55
第四课 : 买东西
บทท่ี 4 ซือ้ ของ
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
พนิ อิน
รายช่ือผ้ ูร่ วมพัฒนาส่ือ
****************************
บทนา
ความสาคัญของภาษาจนี
ปัจจบุ นั ประเทศไทยไมส่ ามารถหลีกเลี่ยงกระแสการเปล่ียนแปลงของโลกที่มีการเชื่อมโยงกนั
ทกุ ด้านโดยเฉพาะเศรษฐกิจและสงั คม ขณะนีส้ าธารณรัฐประชาชนจีนถือเป็นประเทศหนง่ึ ท่ีขยายตวั ทาง
เศรษฐกิจอยา่ งมนั่ คง และมีอิทธิพลตอ่ เศรษฐกิจของโลกในทกุ ภมู ภิ าค สาธารณรัฐประชาชนจีน มี
มลู คา่ การค้าการลงทนุ กบั ไทยเกือบ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มจะสงู ขนึ ้ อยา่ งตอ่ เนื่อง
และรวดเร็วในอนาคตอนั ใกล้ จงึ จาเป็นอยา่ งย่งิ ท่ีจะต้องเสริมสร้างความเข้มแขง็ ในการใช้ภาษาจีนให้แก่
คนไทยเพ่ือให้มีขีดความสามารถในการแขง่ ขนั ในเวทีโลก
หากมองถงึ ความสาคญั ของภาษาจีนแล้วนนั้ ภาษาจีนเป็นภาษาท่ีสาคญั ของทวีปเอเชียมา
ช้านาน เนื่องจากประเทศจีนเป็นแหลง่ อารยธรรม ท่ียิ่งใหญ่หนง่ึ ในสองของทวีป ดงั นนั้ การบนั ทกึ
ความรู้และวิทยาการตา่ งๆ จงึ เป็นภาษาจีน ไม่วา่ จะเป็นความรู้ด้านปรัชญา ประวตั ิศาสตร์
วทิ ยาศาสตร์ เป็นต้น ด้วยสภาพภมู ศิ าสตร์ตา่ งๆ ทงั้ ขนาดของประเทศ จานวนประชากร การเมือง การ
ปกครอง และเศรษฐกิจที่มีการเจริญเติบโตอยา่ งตอ่ เนื่องทาให้ภาษาจีนกลางเป็นภาษาหนง่ึ ของเอเชียท่ี
ใช้ในองค์การสหประชาชาติ ย่งิ เพม่ิ ความสาคญั ให้กบั ภาษาจีนเป็นอยา่ งมาก การที่คนตา่ งประเทศ
อยา่ ง เชน่ คนไทยมีโอกาสที่จะศกึ ษาภาษาจีนกลางแล้วนนั้ ยอ่ มถือวา่ มีประโยชน์อยา่ งย่ิง ไมเ่ พียงแต่
สามารถใช้ภาษาเพ่ือการส่ือสารทวั่ ไปแล้ว เราสามารถใช้ภาษาเพ่ือสร้างความเจริญก้าวหน้าในด้าน
ตา่ งๆ ทงั้ ในระดบั บคุ คลและระดบั ประเทศ เชน่ การศกึ ษาความรู้วิทยาการการประกอบธุรกิจการ
ลงทนุ และการสร้างความสมั พนั ธ์อนั ดรี ะหวา่ งประเทศ
ลักษณะของภาษาจีน
ลกั ษณะของภาษาจีนในประเทศไทย จะมีความหลากหลายของสาเนียงซง่ึ แปรเปลี่ยนไปตาม
ภมู ภิ าคแตภ่ าษาจีนก็มีความเป็นเอกภาพอยใู่ นตวั นนั่ คือตวั อกั ษรจีน เป็นตวั อกั ษรที่มีววิ ฒั นาการมา
จากภาพ หรือถ้ามองอย่างนกั ศลิ ปะแล้วก็คือ หนง่ึ ตวั อกั ษร ก็คือหนง่ึ ภาพนน่ั เอง เพ่ือความเป็น
เอกภาพของประเทศจีนทางรัฐบาลจีนจงึ กาหนดให้“ภาษาจีนกลาง”หรือท่ีชาวตา่ งชาตเิ รียกวา่ ”
แมนดาริน”เป็นภาษากลางท่ีใช้ในการตดิ ตอ่ ส่ือสาร ถงึ แม้วา่ ในประเทศไทยจะมีชาวจีนอาศยั อยเู่ ป็น
จานวนมากก็ตามและมีการใช้ภาษาจีนที่หลากหลาย ได้แก่ ภาษาจีนแต้จ๋วิ ภาษาจีนกวางตุ้ง
ภาษาจีนไหหลา ภาษาจีนฮกเกีย้ น ภาษาจีนแคะ ซง่ึ ล้วนเป็นภาษาท้องถ่ินของชาวจีนในปัจจบุ นั ที่อยู่
ในประเทศไทย
ภาษาจีนกลางแนวใหม่ เรียนกันอย่างไร
มีคนจานวนมากกล่าววา่ การเรียนภาษาจีนนนั้ ยากกวา่ การเรียนภาษาองั กฤษ ซง่ึ ในทาง
กลบั กนั ก็มีคนเป็นจานวนมากที่สามารถเรียนภาษาจีนได้ดี พร้อมทงั้ นาภาษาจีนมาใช้ใน
ชีวติ ประจาวนั และศกึ ษาตอ่ ในระดบั ที่สงู ตลอดจนการทางาน ฉะนนั้ การท่ีแตล่ ะคนสามารถเรียน
ภาษาจีนได้หรือไมไ่ ด้นนั้ นา่ จะมาจากหลายๆ ปัจจยั แตม่ ีปัจจยั สาคญั และที่สามารถพฒั นาและ
ปรับปรุงได้ คือ การเริ่มเรียนที่มาจากมาตรฐานการอ่านออกเสียงภาษาจีนในรูปแบบใหม่ (พินอนิ ) ซงึ่
นาเอาตวั อกั ษรโรมนั (ภาษาองั กฤษ) มาใช้เป็นตวั บอกลกั ษณะการออกเสียง
ภาษาจีนกลางมาตรฐานใช้การออกเสียงแบบสาเนียงเหนือโดยเฉพาะปักกิ่งเป็นหลกั การทบั เสียง
ภาษาจีน มาตรฐานนีม้ ีทาไว้เป็นตวั อกั ษรละตนิ (เชน่ ตวั อกั ษรที่ใช้ในภาษาองั กฤษ) มีช่ือเรียกวา่ ฮน่ั อว่ี พินอิน
hàn y ǔ pīnyīn hàn y ǔ pīnyīn
( 汉语拼音) และใช้กนั ทว่ั ไปในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ( 汉语拼音) หรือ พินอิน
hàn y ǔ pīnyīn
คือ อะไร พินอิน หรือ ( 汉语拼音) ความหมาย ตามตวั อกั ษร คือ การถอดเสียงภาษาจีน) หรือที่
เรามกั จะเรียกยอ่ ๆ วา่ “พนิ อิน” พินอนิ คือ ระบบในการถ่ายถอดเสียง ภาษาจีน มาตรฐาน ด้วย
ตวั อกั ษรโรมนั ความหมายของ พินอนิ คอื "การรวมเสียงเข้าด้วยกนั " (โดยนยั ก็คอื การเขียนแบบ
สทั ศาสตร์ การสะกด การถา่ ยถอดเสียง หรือการทบั ศพั ท์) พินอนิ เร่ิมต้นในปี พ.ศ. 2501 และเริ่มใช้
กนั ในปี พ.ศ. 2522 โดย รัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยใช้แทนที่ระบบการถ่ายถอดเสียง
แบบเก่า เชน่ ระบบเวดและไจลส์ และระบบ เปอ เพอ เมอ เฟอ (จ้อู ิน ฝเู ฮา่ ) นอกจากนี ้ ยงั มีการ
ออกแบบระบบอื่น ๆ สาหรับนาไปใช้กบั ภาษาพดู ของจีนในถิ่นตา่ ง ๆ และภาษาของชนกลมุ่ น้อยท่ีไม่
ใช้ภาษาฮนั่ ในสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย
นบั แตน่ นั้ มาพนิ อิน ก็เป็นที่ยอมรับจากสถาบนั นานาชาตหิ ลายแหง่ รวมทงั้ รัฐบาลสิงคโปร์
หอสมดุ รัฐสภาอเมริกนั และสมาคมหอสมดุ อเมริกนั โดยถือวา่ เป็นระบบการถ่ายถอดเสียงที่เหมาะสม
สาหรับภาษาจีนกลาง ครัน้ ปี พ.ศ. 2522 องค์การมาตรฐานนานาชาติ (ISO) ก็ได้รับเอา พินอนิ เป็น
ระบบมาตรฐาน (ISO 7098) ในการถา่ ยทอดเสียงภาษาจีนปัจจบุ นั ด้วยอกั ษรโรมนั (The standard
romanization for modern chinese) ส่งิ สาคญั ที่ต้องระลกึ ไว้ก็คือ “พินอิน” นนั้ เป็นการทบั ศพั ท์ด้วยอกั ษร
โรมนั (Romanization) มิใชก่ ารถ่ายถอดเสียงแบบภาษาองั กฤษ (Anglicization) นนั่ คอื การกาหนดให้ใช้
ตวั อกั ษรตวั หนงึ่ สาหรับแทนเสียงหนง่ึ ๆ ในภาษาจีนไว้อยา่ งตายตวั เชน่ b และ d ในระบบพนิ อิน
เป็นเสียง "ป" และ "ต" ตามลาดบั ซงึ่ แตกตา่ งจากระบบการออกเสียงสว่ นใหญ่ ไมว่ า่ องั กฤษ ฝรั่งเศส
หรือภาษาอ่ืนในยโุ รป ขณะท่ีอกั ษร j หรือ q นนั้ มีเสียงไมต่ รงกบั ในภาษาองั กฤษเลย กลา่ วสนั้ ๆ ก็
คือ “พนิ อิน” มงุ่ ท่ีจะใช้อกั ษรโรมนั เพ่ือแทนเสียงใดเสียงหนง่ึ โดยเฉพาะ เพื่อความสะดวกในการเขียน
มิได้ยืมเสียงจากระบบของอกั ษรโรมนั มาใช้การใช้ระบบนีน้ อกจากทาให้ชาวตา่ งชาติเขียนอา่ น
ภาษาจีนได้สะดวกแล้ว ยงั สามารถใช้กบั คอมพิวเตอร์ได้สะดวกอยา่ งยงิ่ ด้วย
การถ่ายถอดเสียงภาษาจีน (ท่ีเขียนด้วยอกั ษรโรมนั ในระบบพนิ อิน) ด้วยอกั ษรไทย โปรด
สงั เกตวา่ บางหนว่ ยเสียงในภาษาจีนไมม่ ีหนว่ ยเสียงท่ีตรงกนั ในภาษาไทยจงึ ต้องอนโุ ลมใช้อกั ษรที่ใกล้เคียง
ในท่ีนีจ้ งึ มีอกั ษรไทยบางตวั ที่ต้องใช้แทนหนว่ ยเสียงในภาษาจีนมากกวา่ หนง่ึ หนว่ ยเสียง ทงั้ นีเ้พื่อเป็น
"เกณฑ์อยา่ งคร่าว ๆ" สาหรับการเขียนคาทบั ศพั ท์ภาษาจีน (รายละเอียดแนบไว้ในภาคผนวก)
dìyīkè : wǎngshàngliáotiān
网 上 聊天
第一课
บทท่ี 1 : แชทบนเวป
y ī shēng c í คาศัพท์
一、 生 词
ท่ี ตวั อักษร พนิ อิน คาแปล
xǐhuān ชอบ
1. 喜欢 qǐnɡ ขอถามหนอ่ ย
wèn
请问
2.
3. 真高兴 zhēn ɡāo xìnɡ ดีใจจริง
4. 认识 rèn shi รู้จกั
5. 互相 hù xiānɡ ซ่ึงกนั และกนั
6. 介绍 jiè shào แนะนาตวั
7. 贵姓 ɡuì xìnɡ นามสกลุ อะไร
8. 语伴 yǔ bàn เพื่อนเรียนภาษา
9. 上网 shànɡ wǎnɡ เลน่ อนิ เตอร์เน็ต
10. 聊天 liáotiān แชท พดู คยุ บนเนต็
11. 正在 zhènɡ zài เพง่ิ จะ
12. 有趣 yǒu qù มีรสชาติ
13. 跟 ɡēn กบั
14. 身体 shēn tǐ ร่างกาย สขุ ภาพ
15. 欢迎 huān yínɡ ยนิ ดี
16. 什么 shén me อะไร
17. 意思 yìsi ความหมาย
18. 了解 liáojiě เข้าใจ
19. 88 bābā ลาก่อน
20. 再见 zàijiàn พบกนั ใหม่
è r k è wénhuìhuà
二、1课文会话 บทเรียนสนทนา
xiǎolóng h é xiǎohóng t ā m e n x ǐ huanshàngwǎngliáotiān y ǒ u y ī tiānxiǎohóngxiǎngg ē nzhōngg u ó r é nliáo
小龙 和小红他们喜欢 上 网聊天。 有一天小红 想 跟 中 国人聊
tiān j i ù j ì n q ù y í g è b ǐ jiàoy ǒ umíng d e wǎngzhàn
天,就进去一个比较有名的网站。เสี่ยวหลงและเสี่ยวหง พวกเขาชอบแชทบน
เวปไซด์ วนั หนง่ึ เสี่ยวหงอยากแชทกบั คนจีนและฝึกภาษาจีน จงึ เข้าไปในเวปไซดห์ นงึ่ ซง่ึ คอ่ นข้างมี
ชื่อเสียง
xiǎo hóng n ǐ h ǎ o y ǒ u r é n g ē n w ǒ shuōh u à m a
小 红: 你好!有人跟我说话吗?
เส่ียวหง สวสั ดี ! มีคนจะพดู กบั ฉนั ไหม
xiǎolóng n ǐ hǎo d u ì b u q ǐ n ǐ shuō b a n ǐ cóng n ǎ e r d ǎ d í
小龙: 你好! 对不起,你说吧!你从哪儿打的?
เสี่ยวหลง สวสั ดี ขอโทษ คณุ พดู ซิ คณุ เข้าเนต็ ที่ไหนกนั รึ
xiǎo hóng tàiguó n ǐ n e
小 红: 泰国,你呢?
เสี่ยวหง ประเทศไทย
xiǎolóng w ǒ y ě zàitàiguó
小龙: 我也在泰国。
เส่ียวหลง ฉนั ก็อยทู่ ี่ประเทศไทยเหมือนกนั
xiǎo hóng w ǒ s h ì t à i g u ó x u éshēng w ǒ zhèngz à i x u é h à n y ǔ xiǎngg ē nzhōngg u ó r é n liáo
小 红: 我是泰国学 生 ,我 正 在学汉语, 想 跟 中 国人 聊
เส่ียวหง tiān n ǐ n e
天,你呢?
ฉนั เป็นนกั ศกึ ษาชาวไทย เพิ่งเรียนภาษาจีน อยากจะแชทกบั คนจีน คณุ ละ่
xiǎolóng huānyíng n ǐ w ǒ s h ìzhōngg u ó r é n y ě s h ì x u éshēng y ě xiǎngg ē n t à i g u ó r é n
小龙: 欢迎你。我是 中 国人也是学 生 ,也 想 跟泰国人
เส่ียวหลง liáotiān z u ò t à i y ǔ b à n
聊天。做泰语伴 。
ยนิ ดีครับ ผมก็เป็นนกั ศกึ ษาเหมือนกนั อยากแชทกบั คนไทยชว่ ยเหลือการเรียน
ภาษาไทย
xiǎo hóng qǐngw è n n ǐ g u ìxìng w ǒ k ě y ǐ jiào n ǐ shén m e míng z ì
小 红: 请问 你贵姓? 我可以 叫你什么名字?
เส่ียวหง ขอถามหนอ่ ย คณุ นามสกลุ อะไร ฉนั จะเรียกช่ือคณุ วา่ อะไร
xiǎolóng w ǒ xìng l ǐ jiàolónglóng n ǐ n e
小龙: 我姓李,叫龙龙,你呢?
เส่ียวหลง
ผมแซห่ ลี่ ช่ือหลงหลง เธอล่ะ
xiǎo hóng
w ǒ xìng y è jiào hónghóng
小 红:
เสี่ยวหง 我姓叶叫 红红。
xiǎolóng ฉนั แซเ่ ย่ีย ช่ือหงหง
小龙: w ǒ zhēng ā oxìngr è n s h i n ǐ
เส่ียวหลง
我真高兴认识你。
xiǎo hóng
รู้จกั เธอฉนั ดีใจมาก
小 红:
เสี่ยวหง w ǒ y ě h ě n g ā oxìngr è n s h i n ǐ n ǐ shēn t ǐ h ǎ o m a
xiǎolóng 我也很高兴认识你。你身体好吗?
小龙: ฉนั ก็ดีใจที่ได้รู้จกั เธอ สขุ ภาพของเธอเป็นอยา่ งไรบ้าง
เสี่ยวหง
hěnhǎo n ǐ n e
xiǎo hóng
很好,你呢?
小 红:
เส่ียวหง สบายดี เธอละ่
xiǎolóng w ǒ y ě hěnhǎo xièxiè
小龙: 我也很好,谢谢。
เสี่ยวหง
ฉนั ก็สบายดี ขอบคณุ
xiǎo hóng
w ǒ j u é d e j ī ntiānzhēny ǒ u q ù x i à c ì z à iliáo b a
小 红:
เสี่ยวหง 我觉得今天真有趣,下次再聊吧!88。
xiǎolóng วนั นีผ้ มรู้สกึ สนกุ มาก โอกาสหน้าแชทกนั ใหมน่ ะครับ 88
小龙: shén m e y ì s i
เสี่ยวหง
88 什么意思?
xiǎo hóng
88 คืออะไรกนั
小 红:
เสี่ยวหง jiùshì z à ijiàn
88就是 Bye bye 再见!
88 คือ ลาก่อน พบกนั ใหม่
ò w ǒ liǎoj i ě l e z à ijiàn
哦!88 Bye bye 我了解了,再见,88。
อ้อ 88 คือลากอ่ น ฉนั เข้าใจแล้ว พบกนั ใหม่ 88
sān j ī běn j ù shì
三、基本句式 โครงสร้างประโยคพืน้ ฐาน
1. ประโยคพืน้ ฐานภาษาจีนจะประกอบด้วยโครงสร้างประโยค “ประธาน + กริยา +
zhǔ y ǔ b ù fen wèi y ǔ b ù fen
กรรม”มีสองสว่ น คือ สว่ นภาคประธาน主语部分และสว่ นภาคแสดง谓语部分สว่ นภาค
ประธาน คือ สว่ นที่ผ้พู ดู กลา่ วถงึ เพ่ือบอกให้รู้วา่ หมายถึงใคร สว่ นภาคแสดงหมายถึงข้อความตามหลงั
เพื่อบอกกริยาอาการ หรือสภาพการณ์ของภาคประธาน ซงึ่ สว่ นภาคประธานและสว่ นภาคแสดงตา่ งมี
zhǔ y ǔ b ù fen zhǔ y ǔ
2. คาหลกั หนง่ึ คา คาหลกั ในส่วนภาคประธาน主语部分เรียกวา่ 主语 (บท
wèi y ǔ b ù fen wèi y ǔ xiǎolóng h é
ประธาน) สว่ นคาหลกั ในส่วนภาคแสดง 谓语部分เรียกว่า 谓语 (บทกิริยา) เชน่ 小龙 和
xiǎohóng t ā m e n x ǐ huanshàngwǎngliáotiān
小红他们 喜欢 上 网聊天 。เส่ียวหลงและเสี่ยวหง พวกเขาชอบแชทบนเวปไซด์
yě
2. “也”เป็นคากริยาวิเศษณ์ ท่ีใช้ขยายคากริยา คาคณุ ศพั ท์ หรือ คาประเภทอ่ืนที่ทาหน้าที่เป็น
บทกริยาเพ่ือบอกขอบเขต ระดบั ความถี่ ลกั ษณะของกริยาอาการ แสดงความหมายวา่ “เป็น” ของ
w ǒ y ě hěngāo
ประเภทเดยี วกนั มีกริยาอาการหลายกริยาอาการ หรือมีลกั ษณะสภาพหลายสภาพ เชน่ 我也很高
xìngr è n s h i n ǐ hěn
兴认识你。รู้จกั คณุ ฉันก็ดใี จมาก很เป็นคาวิเศษณ์บอกระดบั มีความหมายวา่ “มาก”ซงึ่ มกั จะ
w ǒ hěnhǎo w ǒ h ě n g ā oxìng
ใช้ขยายหน้า คาคณุ ศพั ท์ เชน่ 我很好 。 ฉนั สบายดี 我很高兴。ฉนั ดใี จมาก
ne
3. “呢”ใช้ตอ่ ท้ายวลี หรือประโยคที่กล่าวถึงมากอ่ นเพื่อเป็นการย้อนถาม เชน่
w ǒ hěnhǎo n ǐ n e
我很好,你呢?ฉนั สบายดี คณุ ละ่ (เป็นอยา่ งไร)
s ì h à n z ì b ǐ shùn
四、汉字笔顺ลาดบั เขียนตวั อกั ษรจีน
qǐng
(1) 请
wèn
(2)问
nín
(3)您
guì
(4)贵
xìng
(5) 性
zhēn
(6) 真
gāo
(7)高
xìng
(8) 兴
rèn
(9)认
shí
(10) 识
liàn x í
五、练习 แบบฝึกหดั
y ī h à n z ì liàn x í
(一)汉字练习。ฝึกเขียนลาดบั การเขียนอกั ษรจีน
qǐng
请
wèn
问
zào j ù
คาส่ัง วธิ ีการสร้างประโยค 造句 ให้เขียนประโยคเหลา่ นี ้ประโยคละ 10 ครัง้ และให้อ่านออกเสียง
ดงั ๆอยา่ งตงั้ ใจ ประโยคละ 10 ครัง้
qǐngw è n n ǐ g u ìxìng
1. 请问你贵姓? ขอถามหน่อยคณุ นามสกลุ (แซ)่ อะไร
qǐngw è n n ǐ d e b à b a z à i j i ā m a
2. 请问你的爸爸在家吗?ขอถามหนอ่ ยคณุ พ่อคณุ อยบู่ ้านไหม
qǐngw è n y í nhángz ě n m e z ǒ u
3. 请问银行怎么走?ขอถามหนอ่ ยไปธนาคารไปทางไหน
qǐngw è n z h è f ù j ì n y ǒ u y ī yuàn m a
4. 请问这附近有医院吗?ขอถามหนอ่ ย ละแวกนีม้ ีโรงพยาบาลไหม
nín
您
nínhǎo
5. 您好?สวสั ดีคะ่ ทา่ น
guì
贵
xìng
姓
n í n g u ìxìng
6. 您贵姓?ทา่ นนามสกลุ อะไร
w ǒ xìng l ǐ
7. 我姓李。ฉนั นามสกลุ (แซ)่ หลี่
w ǒ xìng y è
8. 我姓叶 。ฉนั นามสกลุ (แซ)่ เย่ีย
zhēn
真
gāo
高
xìng
兴
rèn
认
shí
识
r è n s h i n ǐ w ǒ h ě n g ā oxìng
9. 认识你我很高兴。รู้จกั เธอฉนั ดีใจมาก
w ǒ h ě n g ā oxìngjiànd à o n ǐ
10.我很高兴见到你。ฉนั ดใี จมากที่พบกบั คณุ
è r d ú x i àmian d e p ī n y ī nbìngf ā n y ì c h é t à i y ǔ
(二) 读下面的拼音并翻译成泰语。ให้อา่ นพนิ อินข้างลา่ งนี ้และแปลเป็นไทยให้
ถกู ต้อง
1) xǐhuān
อา่ นว่า ___________
แปลวา่ ___________
2) zàijiàn
อา่ นว่า ___________
แปลวา่ ___________
3) jiè shào
อา่ นวา่ ___________
แปลวา่ ___________
4) huān yínɡ
อา่ นว่า ___________
แปลวา่ ___________
5) zhènɡ zài
อา่ นว่า ___________
แปลวา่ ___________
6) shànɡ wǎnɡ
อา่ นวา่ ___________
แปลวา่ ___________
7) liáotiān
อา่ นว่า ___________
แปลวา่ ___________
8) ɡuì xìnɡ
อา่ นว่า ___________
แปลวา่ ___________
9) zàijiàn
อา่ นว่า ___________
แปลวา่ ___________
10) qǐnɡ wèn
อา่ นวา่ ___________
แปลวา่ ___________
s ā n t ì huàn
(三)替换 ใช้แทนประโยคขีดเส้นใต้ในตาราง
w ǒ j u é d e j ī ntiānzhēny ǒ u q ù x i à c ì z à iliáo h ǎ o w á n míngtiān
xiǎolóng 我觉得今天真有趣,下次再聊 好玩、明天
小龙 : b a
吧!88。 hěnkāixīn y ǐ hòu
很开心、以后
เกร็ดน่ารู้
n ǐ hǎo
การทกั ทายในภาษาจีนนนั้ จะใช้คาวา่ 你好! ซง่ึ เป็นคาทกั ทายกนั ในวาระตา่ งๆและก็ใช้กนั
n ǐ menhǎo
โดยทว่ั ไปถ้าหากวา่ จะทกั ทายในกลมุ่ ทีเ่ ราพดู คยุ ด้วยตงั้ แต่ 2 คนขนึ ้ ไปเราก็จะใช้คาวา่ 你们好! ถ้าเป็นผู้
nínhǎo
อาวโุ สกวา่ เราจะใช้คาวา่ 您好!เพ่ือเป็นการให้เกียรตผิ ้ทู ี่เราทกั ทาย แตถ่ ้าหากวา่ เราอยากจะทกั ทายผ้อู น่ื โดยท่ี
n ǐ hǎo
ไมอ่ ยากทจ่ี ะใช้คาวา่ 你好! เราสามารถ นาช่ือ หรือวา่ ตาแหนง่ ของบคุ คลมาใสไ่ ว้ด้านหน้าก็ได้
qǐngwèn
请 问 แปลวา่ ขอถาม นี่เป็นคาถามอยา่ งสภุ าพ และให้เกียรตกิ บั ผ้ทู ี่ผ้ถู กู ถามอยา่ งมากเมอื่ มคี าวา่ สวสั ดี แล้วก็
zàijiàn n ǐ shēn t ǐ hǎo m a n ǐzěn
ต้องมคี าวา่ ลากอ่ นฉะนนั้ คาวา่ ลาก่อน เราจะใช้คาวา่ 再 见 !คาวา่ 你 身 体好吗?หรือ 你怎
m eyàng
么 样 ?คณุ เป็นอยา่ งไรบ้าง สขุ ภาพคณุ เป็นอยา่ งไรบ้าง หรือ คณุ เป็นอยา่ งไรบ้าง ซง่ึ ความหมายโดยรวมแล้ว
hěnhǎo b ú tài
นนั้ แปลวา่ คณุ เป็นอยา่ งไรบ้างนนั้ เราสามารถใช้แทนกนั ได้ ได้สว่ นคาตอบนนั้ 很好 หรือ 不太
hǎo
好 ตามลกั ษณะอาการ ของเราเอง ในชว่ งเวลานนั้ เมอ่ื เขามีนา้ ใจไตถ่ ามทกุ ข์สขุ เราก็ควรกลา่ วคาขอบคณุ
xièxiè
谢谢。
d ì è r k è shíjiān
第二课:时 间
บทท่ี 2 : เวลา
y ī shēng c í
一 、 生 词 คาศพั ท์
ท่ี ตวั อักษรจีน พนิ อิน คาแปล
เวลา
1. 时间 shíjiān ตอนนี ้ ปัจจบุ นั
ก่ีโมง นาฬิกา
2. 现在 xiànzài วนิ าที
สบิ ห้านาที
3. 几点 jǐdiǎn เหลืออีก ขาดอีก
คร่ึง
4. 分 fēn วนิ าที
ทกุ วนั
5. 刻 kè ฝึกช่ีกง
นานเทา่ ไร
6. 差 chà ประมาณ
จาเป็น
7. 半 bàn ตอ่ เนื่องติดตอ่
ทกุ วนั
8. 秒 miǎo ตอนเช้า
ตอนบา่ ย
9. 每天 meǐtiān กลางคนื
ดมี าก
10. 练气功 liàn qì ɡōnɡ แตว่ า่
11. 多长 duō chánɡ
12. 差不多 chà bù duō
13. 必须 bì xū
14. 坚持 jiān chí
15. 天天 tiān tiān
16. 上午 shànɡ wǔ
17. 下午 xià wǔ
18. 晚上 wǎn shànɡ
19. 挺好 tǐnɡ hǎo
20. 但是 dàn shì
è r k è wénhuìhuà
二、课文会话บทเรียนสนทนา
z à i f à ndiàn l ǐ xiǎo lóng jiàn d à o d à míng t ā m e n liǎng g è r é n w è n s h íjiān
在饭店 里小 龙 见 到大明 他们 两 个人问时间。
ในร้านอาหาร เส่ียวหลงพบเสี่ยวหมิง เขาสองคนถามเวลา
xiǎolóng : xiànz à i j ǐ diǎn l e
现在几点了 ?
小龙 ตอนนีก้ ่ีโมงแล้ว
เส่ียวหลง
: b ā diǎns h í f ē n xiǎolóng n ǐ g à nshén m e
xiǎoh ǎ i
八点十分。小龙,你干什么?
小海
เสี่ยวหา่ ย แปดโมงสบิ นาที เธอจะทาอะไรหรือ
xiǎolóng : j ī ntiānshàng w ǔ j i ǔdiǎn w ǒ y à o q ù liàn q ì gōng
今天 上 午九点我要去练气功。
小龙 วนั นีเ้ก้าโมงเช้าฉนั จะไปฝึกชี่กง
เส่ียวหลง
: n ǐ liàn l e d u ōchángs h íjiān l e
xiǎoh ǎ i 你练了多 长 时间了?
เธอฝึกมานานเทา่ ไรแล้ว
小海
เสี่ยวหา่ ย : y ǐ jīngliàn l e h ǎ o j ǐ nián l e
已经练了好几年了。
xiǎolóng ฝึกมาตงั้ หลายปีแล้วละ
小龙 : 每天你练多 长 时间?m ě itiān n ǐ liànd u ōchángs h íjiān
เส่ียวหลง ทกุ วนั เธอฝึกใช้เวลานานเทา่ ไร
xiǎoh ǎ i : 差不多练一个 钟 头。c h à b u d u ōliàn y í g è zhōngt ó u
อยา่ งน้อยๆฝึกหนงึ่ ชว่ั โมง
小海
เสี่ยวหา่ ย : 效果怎么样?xiàog u ǒ z ě n m e yàng
ผลเป็นอย่างไร
xiǎolóng
liàn q ì gōng d u ì w ǒ shēn t ǐ h ě n y ǒ u h ǎ o c h u
小龙 : 挺 好 的 。 练 气 功 对 我 身 体 很 有 好 处 。tǐng h ǎo d e
เส่ียวหลง
n ǐ y ě l á iliànliàn b a
xiǎoh ǎ i
你也来练练吧。
小海 ดีมากเลย ฝึกช่ีกงเกิดประโยชน์กบั สขุ ภาพของฉนั เธอไปฝึกกบั
เส่ียวหา่ ย
ฉนั เถอะ
xiǎolóng
: liàn q ì gōng b ì x ū jiān c h í tiāntiānliàn w ǒ y ě h ě n xiǎngliàn
小龙
练气功必须坚持天天练,我也很 想 练,
เสี่ยวหลง
xiǎoh ǎ i
小海
d à n s h ìgōngz u ò t à imáng m é i y ǒ u s h íjiān
但是工作太忙,没有时间。
เส่ียวหา่ ย การฝึกชี่กงจาเป็นต้องฝึกตอ่ เนื่องทกุ วนั ตวั ของฉนั เองก็อยากฝึก
เหมือนกนั แตง่ านยงุ่ มาก ไมม่ ีเวลา
y ī j ī běn j ù shì
一、基本句式โครงสร้างประโยคพืน้ ฐาน
xiànz à i j ǐ diǎn
1.การบอกเวลา 现在几点 ?ตอนนีก้ ี่โมง การถามเวลาในภาษาจีนกลางประโยค
xiànz à i j ǐ diǎn
คาถามที่ใช้ถามเวลาในภาษาจีนพดู วา่ “现在几点?” ซงึ่ แปลวา่ ตอนนีก้ ี่โมง เวลาตอบให้ตอบ
xiànz à i diǎn diǎn
วา่ 现在.......点。ซง่ึ แปลวา่ ตอนนี.้......โมง (นาฬกิ า) โดยต้องมีคาวา่ 点 ท่ีแปลว่า โมงหรือ
นาฬกิ า ตามหลงั ตวั เลขที่บอกเวลาทกุ ครัง้ การบอกเวลาในภาษาจีน มีหลกั การพดู สรุปได้ดงั นี ้
s ā ndiǎ n สามโมงหรือนาฬิกา
3 :00 三点
q ī diǎnlíngj i ǔ f ē n เจด็ โมงหรือนาฬิกากบั อีกเก้านาที
7 :09七点零九分
b ā diǎn è r s h í w ǔ f ē n แปดโมงหรือนาฬิกา 25 นาที
8 :25八点二十五分
j i ǔdiǎn y í k è เก้าโมงหรือนาฬิกากบั อีกสบิ ห้านาที
9 :15 九点一刻
j i ǔdiǎns ā n s h í f ē n เก้าโมงหรือนาฬิกา 30 นาที
9 :30九点三十分
s h í y ī diǎnb à n สิบเอ็ดโมงคร่ึง
11 :30 十一点半
s h í è r diǎn s ì s h í w ǔ f ē n
12 :45十二点四十五分 สบิ สองโมงสี่สบิ ห้านาที
s h ídiǎns ā n k è สบิ โมงกบั อีกส่ีสิบห้านาที (หรือ)
10 :45十点三刻
c h à y í k è s h í y ī diǎn อีกสบิ ห้านาทีสิบเอ็ดโมง
10 :45差一刻十一点
liǎngdiǎn w ǔ s h í f ē n บา่ ยสองโมงห้าสบิ นาที
2 :50 两 点五十分
c h à s h í f ē n s ā ndiǎn อีกสิบนาที บา่ ยสามโมง
2 :50差十分三点
s h íjiān c í
2. 时间词คาบอกเวลา
shàng w ǔ xià w ǔ
คาบอกเวลา เชน่ 上 午 ซงึ่ แปลวา่ ชว่ งเช้า ตอนเช้า下午ซง่ึ แปลวา่ ชว่ งบา่ ย ตอนบา่ ย
w ǎ nshang
晚 上 ซงึ่ แปลวา่ ชว่ งเย็น ตอนเย็น ในการใช้ให้วางไว้หน้าภาคแสดง อาจจะวางไว้หน้าหรือหลงั
shàng w ǔ x i à w ǔ w ǎ nshang
ประธานก็ได้ และหากมีคาบอกเวลาวา่ ก่ีโมง คาวา่ 上 午、下午、晚 上 ให้วางไว้ด้านหน้า
j ī ntiānshàng w ǔ j i ǔdiǎn w ǒ y à o q ù liàn q ì gōng
ของคาวา่ บอกเวลาวา่ กี่โมง เชน่ 今天 上 午九点我要去练气功。วนั นีเ้ก้าโมงเช้าฉนั
จะไปฝึกช่ีกง
ba
3. การใช้ประโยค吧 หากวางตอ่ ท้ายในประโยคบอกเลา่ จะหมายถึง เถอะ ใช้เพ่ือเป็นการ
n ǐ y ě l á iliànliàn b a
ชกั ชวนหรือทาให้ประโยคนนั้ ๆ ดนู มุ่ นวลขนึ ้ เชน่ 你也来练练吧。 แตห่ ากใช้ในประโยค
t ā k ě néng b ú z h ī d à o
คาถามแล้ว 吧 จะหมายถึง กระมงั หรือ มง๊ั ซงึ่ จะแสดงถงึ การคาดเดา เชน่ 她可能不知道
ba
吧?เขา(ผ้หู ญิง)อาจจะไมร่ ู้มงั๊
hǎo hǎojiǔ
4. การใช้คาวา่ 好 วางหน้าคาศพั ท์บอกจานวนท่ีชดั เจน เชน่ 好久 หมายถึงตงั้ นานใน
y ǐ jīngliàn l e h ǎ o j ǐ nián l e
บทสนทนานีต้ วั อยา่ งประโยคเชน่ 已经练了好几年了。ฝึกมาตงั้ หลายปีแล้วละ
è r h à n z ì b ǐ shùn
二、汉字笔顺 ลาดบั เขียนตวั อกั ษรจีน
shí
(1) 时
jiān
(2)间
xiàn
(2) 现
zài
(3) 在
diǎn
(3)点
fēn
(4)分
kè
(5)刻
chà
(6)差
bàn
(7)半
miǎo
(8)秒
liàn x í
五、练习 แบบฝึ กหดั
h à n z ì liàn x í
(一) 汉字 练 习 ฝึ กเขียนลาดบั การเขียนอักษรจีน
xiàn
现
zài
在
zào j ù
คาสงั่ วิธีการสร้างประโยค 造句 ให้เขียนประโยคเหลา่ นี ้ประโยคละ 10 ครัง้ และให้อา่ นออกเสียง
ดงั ๆอยา่ งตงั้ ใจ ประโยคละ 10 ครัง้
xiànz à i h ě n d u ō r é n x ǐ huānw á ndiànn ǎ o
1. 现在很多人喜欢玩电脑。สมยั นีค้ นสว่ นใหญ่ชอบเลน่ คอมพิวเตอร์
xiànz à i s h ìshén m e s h í h ò u
2. 现在是什么时候?ตอนนีเ้ป็นเวลาไหนแล้ว(เช้า สาย บา่ ย ค่า)
z ǎ oshang shàng w ǔ x i à w ǔ w ǎ nshang
(早 上 、 上 午、下午、晚 上 )
xiànz à i s h ìshén m e s h íjiān zhōng w ǔ s h í è r diǎnb à n l e
3. A:现在是什么时间?B: 中 午十二点半了。ตอนนีเ้ป็นเวลาก่ีโมงแล้ว
เวลาเที่ยงคร่ึง
n ǐ z ě n m e xiànz à i c á i l á i
4. A:你怎么现在才来?ทาไมเธอป่านนีเ้พิง่ มา
d u ì b u q ǐ w ǒ c h ēhuài l e
B: 对不起,我车坏了。ขอโทษครับ รถผมเสีย
shí
时
jiān
间
s h íjiānj i ù s h ìshēngmìng
5. 时间就是 生 命。เวลาคอื ชีวิต
t ā s u ī r á n x u é h à n y ǔ d e s h íjiān b ù c h d à n s h ìshuō d e h ě n h ǎ o
6. 她虽然学汉语的时间不长,但是说得很好。แม้วา่ เธอเรียน
ภาษาจีนไมน่ านนกั แตเ่ ธอก็พดู ภาษาจีนได้ดมี าก
w ǒ m e n d ǎ wǎngq i ú d ǎ l e d u ōchángs h íjiān l e
7. A: 我们打网球打了多 长 时间了?พวกเราใช้เวลาตีเทนนสิ นานเทา่ ไรแล้ว
d ǎ l e c h à b u d u ō y í g è xiǎos h í l e
B: 打了差不多一个小时了。ตีมาประมาณหนึง่ ชวั่ โมงแล้ว
n ǐ y ó u l e d u ōchángs h íjiān l e
8. A: 你 游 了多 长 时间了?เธอวา่ ยนา้ นานเทา่ ไรแล้ว
w ǒ y ó u l e y í g è xiǎos h í l e
B: 我游了一个小时了。ฉนั วา่ ยมาหนง่ึ ชว่ั โมงแล้ว
háiyóu m a
A: 还游吗?จะวา่ ยอีกไหม
b ù xiǎngy ó u l e
B: 不 想 游了。ไมอ่ ยากวา่ ยแล้ว
diǎn
点
fēn
分
xiànz à i l i ùdiǎn b ā f ē n
9. 现在六点八分。ตอนนีห้ กโมงแปดนาที
kè
刻
s h í y ī diǎns ā n k è
10. 11.45 十一点三刻。สบิ เอด็ โมงสี่สบิ ห้านาที
chà
差
c h à w ǔ f ē n s h í è r diǎn
11. 11.55 差五分十二点。ขาดอีกห้านาทีเวลาเที่ยง
bàn
半
j i ǔdiǎnb à n
12. 9.30 九点半。เก้าโมงคร่ึง
miǎo
秒
y ī f ē nzhōngy ǒ u l i ù s h ímiǎo
13. 一分 钟 有六十秒 หนงึ่ นาทีมีหกสบิ วนิ าที
è r t ì huàn c í y ǔ
(二) 替换词语。นาคาศพั ท์ที่ให้มาแทนท่ีคาศพั ท์ที่ขีดเส้นใต้
xiànz à i j ǐ diǎn 11:35 12:10
3:45 8:15
1) A : 现在几点? 2:30 5:20
2:55 4:25
xiànz à i
B : 现在 7:25 。
n ǐ z u ò l e d u ōchángs h íjiān d e h u ǒ c h ē
A : 你 坐了多 长 时间(的)火车?
z u ò l e b ā g è d u ōxiǎos h í
B : 坐了八个多小时。
xué hàn y ǔ y ī niánd u ō
学 汉语 一年多
t ī z ú qiú y í g è xià w ǔ
踢 足球 一个下午
tīng yīnyuè b à n g è xiǎos h í
听 音乐 半个小时
เกร็ดน่ารู้
xīng q ī
สาหรับเร่ืองของ วนั ในภาษาจีน ก็ให้ใสต่ วั เลขลงไปหลงั คาวา่ 星期ซง่ึ หมายถงึ สปั ดาห์
tiān
ไลต่ งั้ แต1่ -6 คือตงั้ แตว่ นั จนั ทร์ถงึ วนั เสาร์ แตพ่ อเป็นวนั อาทติ ย์ก็ให้ใสค่ าวา่ 天 ท่ี แปลวา่ วนั
xīng q ī tiān l ǐ b à itiān
ลงไปแทนคือ星期天หรือใช้คาวา่ 礼拜天
d ì sān k è : w ǒ men d e guójiā
我们的国家
第三课 ประเทศของเรา
บทท่ี 3
y ī shēng c í คาศพั ท์
一( ) 生 词 พนิ อนิ คาแปล
ท่ี ตวั อกั ษรจีน fàn diàn lǐ ในร้ านอาหาร
ɡuó jiā ประเทศ
1. 饭 店里 Shíchā เวลาที่ตา่ งกนั
2. 国家 jìjié ฤดกู าล
3. 时差 chūnjì ฤดใู บไม้ผลิ
4. 季节 xiàjì ฤดรู ้อน
5. 春季 qiūjì ฤดใู บไม้ร่วง
6. 夏季 dōnɡjì ฤดหู นาว
7. 秋季 hánjì ฤดหู นาว
8. 冬季 rèjì ฤดรู ้อน
9. 寒季 yǔjì ฤดฝู น
10. 热季 bàifǎnɡ เย่ียมเยียน
11. 雨季 Tài ɡuó ประเทศไทย
12.. 拜访 Zhōnɡ ɡuó ประเทศจีน
13. 泰国 bàbà พอ่
14. 中国 māmā แม่
15. 爸爸 zhōu mò วนั หยดุ
16.. 妈妈 dānɡ rán แนน่ อน
17. 周末 bù yí yànɡ ไมเ่ หมือนกนั
18. 当然 zhù อาศยั
19. 不一样
20. 住
è r k è wénhuìhuà
(二)课文会话 บทเรียนสนทนา
z à i f à n diàn l ǐ xiǎolóng h é d à míng t ā m e nliǎng g è r é njiǎng g u ó j i ā
在饭 店里小龙和大明他们 两 个人 讲 国家
ในร้านอาหาร เสี่ยวหลงกบั ต้าหมิง เขาสองคนสนทนากนั เก่ียวกบั ประเทศของตนเอง
d à míng xiǎolóng n ǐ m e n g u ó j i ā s h íjiāng ē n t à i g u ó b ù y í yàng b a
大明 : 小龙,你们国家时间跟泰国不一样吧?
ต้าหมิง เสี่ยวหลงประเทศของเธอกบั ประเทศไทยแตกตา่ งกนั ไหม
xiǎo lóng dāngr á n b ù y ī yàng y ǒ u y í g è xiǎos h í d e s h í c h ā n e
小 龙 : 当然不一样,有一个小时的时差呢。
เสี่ยวหลง แนน่ อนแตกตา่ งกนั มีอยอู่ ย่างหนงึ่ คอื เวลาท่ีแตกตา่ งกนั
d à míng n ǐ men n à e r zǎoháishìtàiguózǎo
大 明 : 你们那儿早还是泰国早?
ต้าหมงิ เวลาประเทศไหนเร็วกวา่ หรือประเทศไทยเร็วกวา่
zhōngg u ó b ǐ z h è e r z ǎ o y í g è xiǎos h í xiànz à izhōngg u ó s h í è r diǎn
xiǎo lóng : 中 国比这儿早一个小时。现在 中 国十二点
小龙 d u ō w ǒ m e n c á i s h í y ī diǎn
เส่ียวหลง 多,我们才十一点。
ประเทศจีนเร็วกว่าประเทศไทย1ชว่ั โมง ตอนนีท้ ี่ประเทศจีนเวลาสบิ สองโมง
พวกเราเพ่งิ สิบเอ็ดโมง
d à míng j ì j i é g ē n t à i g u ó y í yàng m a
大 明 : 季节跟泰国一样吗?
ต้าหมงิ ฤดกู าลกบั ประเทศไทยเหมือนประเทศไทยไหม
xiǎo lóng y ě b ù y ī yàng zhōngg u ó y ǒ uchūn x i à q i ū dōng s ì g è j ì j i é
小龙 : 也不一样, 中 国有春、夏、秋、冬四个季节。
ก็ไมเ่ หมือนอีก ประเทศจีนมีฤดใู บไม้ผลิ ฤดรู ้อน ฤดใู บไม้ร่วงและ ฤดหู นาว
เสี่ยวหลง
ส่ีฤดู
:d à míng tàiguóyǒuhán r è y ǔ sān g è j ì jié
大 明 泰国有寒、热、雨三个季节。
ต้าหมงิ ประเทศไทยมีสามฤดู ฤดหู นาว ฤดรู ้อนและฤดฝู น สามฤดู
:xiǎo lóng d à míng n ǐ jiā l ǐ yǒu j ǐ kǒurén
小 龙 大明,你家里有几口人?
เสี่ยวหลง ต้าหมิงบ้านเธอมีคนก่ีคน
d à míng : yǒusānkǒurén n ǐ n e
大明 有三口人,你呢?
ต้าหมิง
มีสามคน เธอละ่
xiǎo lóng : 我家也有三口人。w ǒ j i ā y ě y ǒ u s ā n k ǒ u r é n
ฉนั ก็มีสามคน
小龙
เสี่ยวหลง
d à míng : 你来泰国住多 长 时间了?n ǐ l á i t à i g u ó z h ù d u ōchángs h íjiān l e
เธอมาอยปู่ ระเทศไทยนานเท่าไรแล้ว
大明
ต้าหมิง : 我已经住这里 两 年了。我爸爸妈妈也来泰国w ǒ y ǐ jīngz h ù z h è l ǐ liǎngnián l e w ǒ b à b a m ā m ā y ě l á i t à i g u ó
xiǎo lóng gōngz u ò
小龙 工作。
ก็ประมาณเกือบสองปีแล้วนะ พอ่ แมข่ องฉนั ก็มาทางานที่ประเทศไทย
เส่ียวหลง
: 周末我 想 去你家拜访你的爸爸妈妈,可以吗?zhōu m ò w ǒ xiǎng q ù n ǐ j i ā b à ifǎng n ǐ d e b à b a m ā m ā k ě y ǐ m a
d à míng ฉนั จะไปบ้านเธอเย่ียมเยียนพอ่ แมเ่ ธอได้ไหม
大明 : k ě y ǐ zhōu m ò jiàn
ต้าหมิง
可以,周末见。
xiǎo lóng
ได้ วนั หยดุ พบกนั
小龙
เส่ียวหลง : zhōu m ò jiàn
周末见。
d à míng วนั หยดุ พบกนั
大明
ต้าหมงิ
sān j ī běn j ù shì
(三)、基本句式 โครงสร้างประโยคพืน้ ฐาน
1. ประโยคพืน้ ฐานภาษาจีนจะประกอบด้วยโครงสร้างประโยค “ประธาน + กริยา + กรรม” เชน่
t ā m e nliǎng g è r é njiǎngg u ó j i ā
他们 两 个人 讲 国家。 เขาทงั้ สองคนพดู คยุ กนั เรื่องของประเทศของตนเอง
kǒu
2. “口” โดยปกตจิ ะแปลวา่ ปาก แตใ่ นที่นีเ้ป็นลกั ษณะนามเฉพาะของสมาชกิ ในครอบครัวมีก่ี
n ǐ jiā l ǐ yǒu j ǐ kǒurén yǒusānkǒurén
คน你家里有几口人?ครอบครัวของคณุ มีกี่คน? 有三口人。คาตอบมี 3 คน
n e yǒ usā nkǒ u r é n
3. “呢”ใช้ตอ่ ท้ายวลี หรือประโยคท่ีกลา่ วถึงมาก่อนเพื่อเป็นการย้อนถาม เชน่ 有三口人,
nǐ n e
你呢? มีสามคนแล้วคณุ ละ่
s ì h à n z ì b ǐ shùn
(四)、汉字笔顺ลาดบั เขียนตวั อกั ษรจีน
jiā
(1)家
tíng
(2)庭
bài
(3)拜
fǎng ฝึกเขียนลาดบั การเขียนอกั ษรจีน
(4)访
w ǔ h à n z ì liàn x í
(五) 汉字练习
jiā
家
tíng
庭
zào j ù
คาส่ัง วิธีการสร้างประโยค 造句 ให้เขียนประโยคเหลา่ นี ้ประโยคละ 10 ครัง้ และให้อา่ นออกเสียง
ดงั ๆอยา่ งตงั้ ใจ ประโยคละ 10 ครัง้
xiànz à i n ǐ d e j i ā z à i n ǎ e r
5. A: 现在你的家在哪儿?ปัจจบุ นั บ้านของเธออยทู่ ่ีไหน
zàitàiguó
B: 在泰国。อยปู่ ระเทศไทย
w ǒ j i ātíngy ǒ u s ì k ǒ u r é n b à b a m ā m ā g ē g ē h é w ǒ
6. 我家庭有四口人,爸爸、妈妈、哥哥和我。ครอบครัวของฉนั มี ส่ี
คน มีพอ่ แม่ พ่ีชายและฉนั
z h è s h ì w ǒ d e j i ā l ó ushàngy ǒ u s ā njiān w ò s h ì y ǒ u y í g è d à k è tīng y í g è h ě n
7. 这是我的家。楼 上 有三间卧室,有一个大客厅,一个很
d à d e c h úfáng w ǒ j i ā r á n b ú t à i d à d à n s h ì h ě n s h ū s h ì
大的厨房。我家虽然不太大,但是很舒适。
น่ีคือบ้านของฉนั มี 3 ห้องนอน มีห้องรับแขก 1 ห้อง มีห้องครัวขนาดใหญ่ 1 ห้อง แม้วา่
บ้านของฉนั จะไมใ่ หญ่โตมาก แตก่ ็สขุ สบายและชื่นม่ืน
bài
拜
fǎng
访
shàng g è xīng q ī w ǒ m e n y ì q ǐ q ù b à ifǎng l e y ī w è i l ǎ o s h ī
4. 上 个星期,我们一起去拜访了一位老师。เมื่ออาทิตย์ก่อนพวกเรา
ไปคารวะ เยี่ยมเยียนอาจารย์ทา่ นหนงึ่
x i à g è xīng q ī w ǒ m e n y ì q ǐ d ǎ suan q ù b à ifǎngd u ō y ī w è i l ǎ o s h ī
5.. 下个星期,我们一起打算去拜访多 一位老师。อาทติ ย์หน้า
พวกเราวางแผนไปคารวะเย่ียมเยียนอาจารย์อีกทา่ นหนงึ่
ใช้คาในสี่เหลี่ยมข้างลา่ งนีแ้ ทนคาท่ีขีดเส้นใต้ใน ใช้คาในส่ีเหล่ียมข้างลา่ งนีแ้ ทนคาที่
ข้อ A ขีดเส้นใต้ในข้อ B
tā tā sān
他他 三
tā tā sì
她她 四
t ā men t ā men
他们 他们
n ǐ men w ǒ men
你们 我们
l i ù liàn x í t ì huànliàn x í
(六)练习 แบบฝึ กหดั 替换练习 จงฝึกใช้คาแทน
n ǐ guójiāyǒu j ǐ g è j ì jié w ǒ guójiāyǒusān j ì jié
(1) A : 你国家有几个季节? B : 我国家有三季节。
n ǐ z u ì x ǐ huanshén m e j ì j i é
(2) A : 你最喜欢什么季节?
w ǒ z u ì x ǐ huan y ǔ j ì
B :我最喜欢雨季。
ใช้คาในส่ีเหล่ียมข้างลา่ งนีแ้ ทนคาท่ีขีดเส้นใต้ใน ใช้คาในสี่เหล่ียมข้างลา่ งนีแ้ ทนคาที่ขีด
ข้อ 2 A เส้นใต้ในข้อ B
mā ma tā yé yé tā chūn j ì rèjì
妈妈 她 爷爷 他 春季 热季
jiě jie t ā nǎi nǎi tā xià j ì yǔjì
姐姐 她 奶奶 她 夏季 雨季
gē ge tā dì dì tā qiū j ì
哥哥 他 弟弟 他 秋季
mèi mei tā gū gū tā dōng j ì
妹妹 她 姑姑 她 冬季
hán j ì
寒季
เกร็ดน่ารู้ bàba
คาใช้เรียกบคุ คลตา่ ง ๆในครอบครัวใช้ได้ทงั้ ทว่ั ไปเชน่ 爸爸พอ่ ทางการ
f ù qī n m ā m a m ǔ qī n
เรียกวา่ 父亲 妈妈แมห่ รือ 母亲
:d ì s ì k è mǎidōng x ī
第四课 买东 西
บทท่ี 4 : ซือ้ ของ
y ī shēng c í
一、 生 词 คาศัพท์
ท่ี ตัวอักษร พนิ อนิ คาแปล
ยนิ ดี
1. 欢迎 huān yínɡ คากลา่ วต้อนรับเมื่อแขกมา
เยือน
2. 光临 ɡuānɡ lín ตลาดผลไม้
แอปเปิล
3. 水果市场 shuǐ ɡuǒ shì chǎnɡ มะมว่ ง
ลาใย
4. 苹果 pínɡ ɡuǒ เงาะ
แตงโม
5. 芒果 mánɡ ɡuǒ พทุ รา
มะนาว
6. 龙眼 lónɡ yǎn เชอร์รี
หนงึ่ กิโลกรัม
7. 红毛丹 hónɡ máo dān รวมทงั้ หมด
ต้องการ
8. 西瓜 xī ɡuā
ราคาเท่าไร
9. 枣子 zǎo zi
บาท (เงินบาทไทย)
10. 柠檬 nínɡ ménɡ ได้
ถกู , ราคาถกู
11. 樱桃 yīnɡ táo นิดหนอ่ ย
ให้
12. 一公斤 yī ɡōnɡ jīn เงิน
ซาลาเปา
13. 一共 yí ɡònɡ นามบตั ร
ดนิ สอ
14. 需要 xū yào
15. 多少钱 duō shǎo qián
16. [泰]铢 [tài]zhū
17. 可以 kě yǐ
18. 便宜 pián yi
19. 一点儿 yì diǎnr
20. 给 ɡěi
21. 钱 qián
22. 包子 bāo zi
23. 名片 mínɡ piàn
24. 铅笔 qiān bǐ
25. 烧麦 shāo mài ขนมจีบ
26. 颜色笔 yán sè bǐ ดนิ สอสี
27. 信 xìn จดหมาย
28. 还 hái ยงั
29. 下次 xià cì โอกาสหน้า
30. 再来 zài lái มาอีกครัง้
è r k è wénhuìhuà
二、课文会话 บทเรียนสนทนา
z à ishuǐg u ǒ s h ìchǎng l ǐ d à míngy à o m ǎ i y ì x i ēshuǐg u ǒ
在水果市 场 里大明要买一些水果。ท่ีตลาดผลไม้ ต้าหมิง ไปซือ้ ผลไม้
m à ishuǐg u ǒ d e :
n í n h ǎ o n í n m ǎ ishén m e
卖水果的 您好,您买什么?
rén สวสั ดีคะ่ ทา่ นจะซือ้ อะไรคะ
人
แมค่ ้าผลไม้
d à míng w ǒ m ǎ ipíngg u ǒ d u ōshǎoqián y ī gōngj ī n
大明 我买苹果 ,多少钱一公斤?
ต้าหมิง ฉนั ต้องการซือ้ แอปเปิล ราคากิโลกรัมละเทา่ ไร
m à ishuǐg u ǒ d e :
tài zhū
卖水果的 50 [泰] 铢。
rén ห้าสบิ บาท
人
แมค่ ้าผลไม้
d à míng mángg u ǒ n e
大明 芒果呢?
ต้าหมงิ มะมว่ งละ่ ( ราคากิโลกรัมละเทา่ ไร)
m à ishuǐg u ǒ d e :
tài zhū
卖水果的 20 [泰] 铢。
rén ยี่สิบบาท
人
แมค่ ้าผลไม้
d à míng : t à i g u ì l e pián y i y ī diǎn é r xíng m a
太贵了,便宜一点儿。行吗 ?
大明 ราคาถกู ลงอีกหนอ่ ยได้ไหมครับ
ต้าหมิง
m à ishuǐg u ǒ d e : píngg u ǒsuàn mángg u ǒ z h ū y à o d u ōshǎo
苹果算45芒果15铢!要多少?
卖水果的
rén แอปเปิลคดิ สี่สิบห้าบาท มะมว่ งสิบห้าบาท จะซือ้ เทา่ ไรคะ
: píngg u ǒ y à o s ā ngōngj ī n mángg u ǒ y à o y ī gōngj ī n y í gòngd u ō
人
แมค่ ้าผลไม้ 苹果要三公斤,芒果要一公斤。一共多
d à míng shǎoqián
大明 少钱?
แอปเปิลซือ้ สามกิโลกรัม มะมว่ งซือ้ หนง่ึ กิโลกรัม รวมทงั้ หมดเทา่ ไร
m à ishuǐg u ǒ d e ครับ
: t à i z h ū qǐngw è n n í n h á i x ū y à odiǎn é r shén m e
卖水果的 150 [泰] 铢。请问您还需要点儿什么 ?
rén : หนงึ่ ร้อยห้าสบิ บาท ขอถามหนอ่ ยคะ่ คณุ ต้องการอะไรอีกไหมคะ
: b ú y à o l e g ě i n ǐ qián
人
แมค่ ้าผลไม้ 不要了,给你钱。
: ไมต่ ้องการแล้ว , ให้เงินครับ
d à míng : x i è x i è huānyíngn í n x i à c ì z à i l á i
大明 谢 谢 !欢迎您下次再来!
ต้าหมิง
: ขอบคณุ คะ่ โอกาสหน้าเชิญใหมน่ ะคะ
m à ishuǐg u ǒ d e
卖水果的
rén
人
แมค่ ้าผลไม้
sān j ī běn j ù shì
三、基本句式 โครงสร้างประโยคพืน้ ฐาน
gěi
1. ประโยค “给” + ประธาน + คานาม เป็นโครงสร้างประโยคท่ีใช้พดู ในขณะท่ีผ้พู ดู สง่
g ě i n ǐ qián
สิ่งของให้กบั คสู่ นทนา ดงั ตวั อยา่ งประโยค给你钱。
zài zài
2、ประโยค “再+ กริยา”“再” เป็นคากริยาวิเศษณ์ หมายถงึ “อีกครัง้ ” ในการใช้จะวางไว้
huānyíngn í n x i à c ì
หน้าคากริยา ซง่ึ แสดงถึงวา่ จะกระทากริยานนั้ ๆ อีกครัง้ หนงึ่ ดงั ตวั อยา่ งประโยค欢迎您下次
zàilái
再来。
s ì h à n z ì b ǐ shùn
四、汉字笔顺 ลาดับเขียนตัวอักษรจีน
huān
(1) 欢
yíng
(2) 迎
guāng
(5) 光
lín
(5)临
qǐng
(3) 请
w ǔ h à n z ì liàn x í
五 汉字练习 ฝึกเขียนลาดบั การเขียนอกั ษรจีน
huān
欢
yíng
迎
guāng
光
lín
临
zào j ù
คาสง่ั วิธีการสร้างประโยค 造句 ให้เขียนประโยคเหลา่ นี ้ประโยคละ 10 ครัง้ และให้อา่ นออกเสียง
ดงั ๆอยา่ งตงั้ ใจ ประโยคละ 10 ครัง้
huānyíngguānglín
1. 欢迎光临。ยินดีต้อนรับแขกผ้มู ีเกียรติ
rèlièhuānyíng
2. 热烈欢迎。ยินดีต้อนรับ
qǐng
请
qǐngw è n ขอถามหนอ่ ย
เชญิ นงั่
3. 请问 เชิญเข้ามา
qǐngz u ò
4. 请坐
qǐngj ì n
5. 请进
l i ù liàn x í
六、练习แบบฝึ กหัด
y ī t ì huàn y ǔ k u òzhǎn
(一)替换与扩展。ให้นาคาศพั ท์ท่ีกาหนดให้มาแทนคาท่ีขีดเส้นใต้ในประโยคให้สมบรู ณ์
n í n m ǎ ishén m e
1、您买什么?
w ǒ m ǎ i píngg u ǒ
我买 苹果。
lóngy ǎ n zǎo z i
龙眼 枣子
hóngm á o d ā n níngméng
红毛丹 柠檬
x ī guā yīngt á o
西瓜 樱桃
g ě i n ǐ qián
2、给你钱。
bāo z i shāom a i
包子 烧麦
míngpiàn yán s è b ǐ
名片 颜色笔
qiān b ǐ xìn
铅笔 信
เกลด็ น่ารู้
ในการซือ้ ของเราจะบรู ณาการความรู้ภาษาจีนหลาย ๆอย่างเชน่ เรื่องของการทอนเงิน
shén m e y á n s è d e yǒu
ตวั เลข สีสนั ประเภท เชน่ 什么颜色的" สีอะไร หรือความต้องการเชน่ ประโยคคาถาม 有
meiyǒu
没有…?หมายถงึ มีหรือไมม่ ี
บรรณานุกรม
บริหารงานการศกึ ษานอกโรงเรียน,สานกั . หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขัน้
พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : กลมุ่ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน 2551.
. กรอบมาตรฐานการเรียนรู้ และสาระการเรียนรู้ หมวดวิชา
ภาษาต่างประเทศ (ภาษาจีน) ตามหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการศึกษานอกโรงเรียน
หลักสูตรการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ : กลมุ่ พฒั นาการศกึ ษานอก
โรงเรียน 2549.
พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน,กลมุ่ . 中文好容易 ภาษาจีนง่ายนิดเดยี ว.
กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ดอกเบีย้ , 2552.
หวางกวนหวินและเฉินเหว่ยกวง.初学中文 ภาษาจีนสาหรับผู้เร่ิมต้นใน 3 ก้าว. กรุงเทพฯ :
โรงพมิ พ์ดอกหญ้า, 2549.
国家汉语国际推广领导小组办公室。 国际汉语教学通用课程
大纲。北京:2008。
郭正艳。小学生组词造句词 。吉林:2006。
龙国涛。学前儿童应知应会书。吉林:2005。
杨寄洲。汉语教程第二册(上)北京:2002。
เวปไซด์
http://www.jiewfudao.com อพั เดท 21 สงิ หาคม 2552
http://www.china2learn.com อพั เดท 15 กรกฎาคม 2549
http://www.lovechineseclub.com อพั เดท 10 สิงหาคม 2552
http://www.ticthai.com อพั เดท 15 สงิ หาคม 2552
ภาคผนวก
พินอิน
hàny ǔpīnyīn
พนิ อิน หรือ ฮน่ั อว่ีพนิ อิน (汉语拼 音) คือ ระบบในการถ่ายถอดเสียงภาษาจีน
มาตรฐาน ด้วยตวั อกั ษรโรมนั ความหมาย ของ พนิ อิน คอื "การรวมเสียงเข้าด้วยกนั "
( การเขียนแบบสทั ศาสตร์ การสะกด การถ่ายถอดเสียง หรือการทบั ศพั ท์) มีสว่ นประกอบทงั้ หมด 5 สว่ น
คือ ตวั อกั ษรโรมนั สทั อกั ษรแทนเสียงพยญั ชนะ สทั อกั ษรแทนเสียงสระ เคร่ืองหมายวรรณยกุ ต์และ
หลกั การเขียนตวั สะกด ดงั นี ้
z ì m ǔbiǎo
1.字母 表 :ตวั อกั ษรโรมนั ในการถอดเสียงตวั อกั ษรจีน
Aa Bb Cc Dd Ee Ff Gɡ Hh
Ii Jj Kk Ll Mm Nn Oo Pp
Qq Rr Ss Tt Uu Ww Xx Yy Zz
shēng m ǔ biǎo
2. 声 母 表 :สทั อกั ษรแทนเสียงพยญั ชนะ 21 รูป 23 เสียง
b p m f d t n l g k h j q x zh ch sh r z c s y1 w1
1 เสยี งพยญั ชนะ y และ w เป็นเสียงพยญั ชนะกึ่งสระ ใช้เขียนแทนเสียงสระ i และ u ตามลาดบั เมอ่ื เป็นเสยี งสระผสมซง่ึ อยใู่ น
ตาแหนง่ ต้นพยางค์ และใช้เขียนไว้หน้าสระเดย่ี ว i และ u ตามลาดบั เมอ่ื ไมไ่ ด้ปรากฏร่วมกบั เสยี งพยญั ชนะอนื่ นอกจากนีย้ งั เขียน y
ไว้หน้าเสียงสระ ü ทงั้ ทเ่ี ป็นสระเด่ียวและสระผสม เมอื่ ไมไ่ ด้ปรากฏร่วมกบั เสียงพยญั ชนะอ่นื
shēng m ǔ yùn m ǔ
“พนิ อิน” คล้ายกบั ระบบประสมเสียงในภาษาไทย มีทงั้ พยญั ชนะ 声 母 สระ 韵 母 และ
shēngdiào
วรรณยกุ ต์ 声 调
yùn m ǔ biǎo
3.韵母 表 :สทั อกั ษรแทนเสียงสระ 37 รูป 39 เสียง แบง่ เป็น
ชุดท่ี 1 ประกอบด้วย a(อา) o(โอ) e(เออ) ê (เอ) -i (อือ) -i (อรือ) er (เออร์ – ม้วนลนิ ้ )
ai(อาย) ei(เอย) ao(อาว) ou(โอว) an(อาน) en(เอิน) ang(อาง) eng(เองิ ) ong(โอง)
ชุดท่ี 2 ประกอบด้วย i(อี) ia(เอีย) iao(เอียว) ie(อีเย ) iou (อิว) ian(เอียน) in(
อิน) iang(เอียง) ing(องิ ) iong(อี+โอง)
ชุดท่ี 3 ประกอบด้วย u(อ)ู ua(วา) uo(อวั ) uai(อวย) uei(อยุ ) uan(วาน) uen(
อนุ ) uang(วาง) ueng(เวิง)
ชุดท่ี 4 ชดุ นีเ้วลาออกเสียงต้องทาปากกลม มี 4 ตวั ประกอบด้วย ü(อวี ) üe(เอวีย)
üan(เวียน) ün (วิน)
หมายเหตุ : เสียง อวี ในชดุ ท่ี4 นีเ้ขียนไว้เป็นเพียงแนวทางใกล้เคียงเทา่ นนั้ ความจริงตวั
อกั ษรไทยไมส่ ามารถสะกดเสียงชดุ ที่ 4 นีไ้ ด้ถกู ต้อง
shēngdiào f ú hào
4. 声 调 符号:เสียงวรรณยกุ ต์ในภาษาจีนกลางมี 4 เสียง เคร่ืองหมายที่ใช้แทนเสียง
วรรณยกุ ตใ์ นภาษาจีนกลาง มีดงั นี ้
— เสียงหนง่ึ (เสียง 1) / เสียงสอง (เสียง 2)
ˇ เสียงสาม (เสียง 3) \ เสียงส่ี (เสียง 4)
เครื่องหมายวรรณยกุ ต์ทงั้ ส่ีเสียงจะอยบู่ นเสียงสระหลกั
pī nxiě guī z é
5.拼写规则: หลกั การเขียนตวั สะกด → หลกั การสะกดรวมเสียงเข้าด้วยกนั ของระบบพิน
อนิ อวยั วะสว่ นตา่ ง ๆ ที่ใช้ในการออกเสียง
1. ริมฝีปากบน shàngchún
2. ริมฝีปากลา่ ง
3. ฟันบน 上唇
4. ฟันลา่ ง
5. ป่มุ เหงือก xiàchún
6. เพดานแข็ง
7. เพดานออ่ น 下唇
8. ลนิ ้ ไก่
9. ปลายลนิ ้ shàngchǐ
10. กลางลิน้
11. โคนลิน้ 上齿
12. โพรงจมกู
13. ชอ่ งปาก xiàchǐ
14. ลาคอ
15. กลอ่ งเสียง 下齿
16. หลอดอาหาร
17. หลอดลม y áchuáng
18. เส้นเสียง
牙床
yìng è
硬腭
ruǎn è
软腭
xiǎoshé
小舌
shéjiān
舌尖
shézhōng
舌中
shémiàn
舌面
b íqiāng
鼻腔
kǒuqiāng
口腔
hóulóng
喉咙
hóu
喉
xiāohuàdào
消 化道
q ìguǎn
气管
shēngdài
声带
เสียงเกิดจากลมที่ปอดเดนิ ทางผา่ นหลอดลมขนึ ้ มาไปยงั ชอ่ งปาก หรือโพรงจมกู จงึ กลาย
ออกมาเป็นเสียงท่ีเราได้ยนิ กนั แตใ่ นระหวา่ งที่เดนิ ทางผา่ นชอ่ งปาก จะผา่ นกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์
เสียกอ่ นจงึ จะกลายเป็นเสียงในภาษานนั้ ๆ ซงึ่ ระหวา่ งท่ีเสียงผา่ นชอ่ งปากนีใ้ ช้ 3 กระบวนทา่ คือ
ตาแหนง่ ของลนิ ้ ความสงู ต่าของลนิ ้ และริมฝีปาก เราต้องรู้วา่ เสียงนี ้เสียงนนั้ ในภาษาจีนใช้ตาแหนง่
ใดของลิน้ หรือริมฝีปากอย่ใู นลกั ษณะไหน เราถึงจะสามารถออกเสียงนนั้ ๆ ได้อยา่ งถกู ต้อง ชดั เจน
ลักษณะการออกเสียง
1. เสียงท่เี กดิ จากริมฝี ปาก b [ p]เสียงโฆษะ ไมพ่ น่ ลม กกั ลมไว้ท่ีริมฝีปาก ริมฝีปาก
ชดิ กนั แนน่ กกั ลมไว้ในชอ่ งปากและระเบดิ ลมออกมาอยา่ งรวดเร็ว รุนแรง โดยทวั่ ไปเรียกวา่ “ เสียงไม่
พน่ ลม” เทียบเสียงในภาษาไทย “ป” p [p‘]เสียงโฆษะ พน่ ลม กกั ลมไว้ที่ริมฝีปาก ตาแหนง่ การ
ออกเสียงเหมือน b ใช้แรงในการขบั ลมออกมา โดยทวั่ ไปเรียกวา่ “ เสียงพน่ ลม” เทียบเสียงใน
ภาษาไทย “พ(ผ)”m [m]เสียงนาสิก ไมพ่ น่ ลม กกั ลมไว้ท่ีริมฝีปาก ริมฝีปากชิดกนั แนน่ เพดาน
ออ่ นและลนิ ้ ต่าลง ลมออกจากชอ่ งจมกู เส้นเสียงสน่ั สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “ม” f [f]
เสียงสอดแทรก เกิดจากริมฝีปากและฟัน ฟันบนแตะริมฝีปากลา่ ง ลมสอดแทรกออกมาจากระหวา่ ง
กลาง เส้นเสียงไมส่ น่ั สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “ฟ(ฝ)”
2. เสียงท่เี กดิ จากปลายลิน้ d [t] เสียงโฆษะ ไมพ่ น่ ลม กกั ลมไว้ท่ีปลายลนิ ้ ปลาย
ลนิ ้ ดนั ไว้ที่เหงือก กกั ลมไว้ในชอ่ งปาก เลื่อนปลายลิน้ ลงอยา่ งรวดเร็วให้ลมระเบิดออกมาอยา่ งรุนแรง
เส้นเสียงไมส่ น่ั สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “ต” t [t‘]เสียงโฆษะ พน่ ลม กกั ลมไว้ที่ปลาย
ลิน้ ตาแหนง่ การออกเสียงเหมือนกบั d ต้องพน่ ลมขณะลมถกู ระเบดิ ออกมาจากในชอ่ งปาก เทียบ
เสียงในภาษาไทย “ท (ถ)” n [n]เสียงนาสกิ กกั ลมไว้ท่ีปลายลิน้ ปลายลนิ ้ ดนั เหงือกไว้ เพดาน
ออ่ นและลนิ ้ ตา่ ลง ชอ่ งจมกู เปิดออก เส้นเสียงสนั่ สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “น” l [l]เสียงท่ี
เปลง่ ออกโดยการใช้ปลายลิน้ แตะฟันบน เกิดจากการกกั ลมไว้ท่ีปลายลนิ ้ ปลายลนิ ้ ดนั เหงือกไว้ คอ่ น
ไปด้านหลงั มากกวา่ n เลก็ น้อย ลมออกทางด้านข้างทงั้ สองของลนิ ้ สว่ นหน้า เส้นเสียงสน่ั สะเทือน
เทียบเสียงในภาษาไทย “ล”
3. เสียงท่เี กดิ จากโคนลิน้ ɡ[k]เสียงโฆษะ ไมพ่ น่ ลม เสียงเกิดจากโคนลิน้ โคนลิน้ ดนั
เพดานออ่ นไว้ และให้โคนลิน้ หา่ งออกจากเพดานออ่ นอยา่ งรวดเร็ว เพ่ือให้ลมถกู ระเบดิ ออกมา เส้น
เสียงไมส่ น่ั สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “ก” k [k‘]เสียงโฆษะ พน่ ลม เสียงเกิดจากการกกั
ลมไว้ที่โคนลนิ ้ ตาแหนง่ การออกเสียงเหมือนกบั ɡ ต้องพน่ ลมขณะลมถกู ระเบดิ ออกมาจากในชอ่ ง
ปาก เส้นเสียงไมส่ น่ั สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “ ค ( ข )” h [x]เสียงเสียดแทรก เกิด
จากการกกั ลมไว้ท่ีโคนลนิ ้ โคนลนิ ้ วางอยใู่ กล้เพดานอ่อน ลมถกู สอดแทรกออกมาจากตรงกลาง เส้น
เสียงไมส่ นั่ สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “ ฮ ( ห )”
4. เสียงท่เี กิดจากด้านหน้าปลายลนิ้ z [ts]เสียงก่งึ โฆษะก่ึงสอดแทรก ไมพ่ น่ ลม
เกิดจากการกกั ลมไว้ที่ด้านหน้าปลายลนิ ้ ขณะออกเสียงปลายลนิ ้ วางราบเรียบ และดนั อยดู่ ้านหลงั ฟัน
เทียบเสียงในภาษาไทย “ จือ ” c [ts‘]เสียงกึง่ โฆษะก่ึงสอดแทรก พน่ ลม เกิดจากการกกั ลมไว้
ท่ีด้านหน้าปลายลนิ ้ ตาแหน่งการออกเสียงเหมือนกบั z และต้องพน่ ลมออกมาอยา่ งแรง เทียบเสียง
ในภาษาไทย “ ชือ ” s [s]เสียงโฆษะ กกั ลมไว้ที่ด้านหน้าปลายลนิ ้ ปลายลนิ ้ อยใู่ กล้
ด้านหลงั ฟันลา่ ง ลมจะถกู สอดแทรกออกมาจากตรงกลางระหวา่ งตรงกลางลิน้ ตอ่ ตรงกลางฟันด้านบน
เทียบเสียงในภาษาไทย “ซือ”
5. เสียงท่เี กดิ จากด้านหลังปลายลนิ้ zh [tş] เสียงกงึ่ โฆษะกึ่งสอดแทรก ไมพ่ น่ ลม
กกั ลมไว้ที่ด้านหลงั ลนิ ้ ปลายลนิ ้ ม้วนขนึ ้ มาแตะเพดานแข็ง ลมสอดแทรกและระเบดิ ออกมาจากตรง
กลางระหวา่ งปลายลนิ ้ และเพดานแข็ง เส้นเสียงไมส่ น่ั สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “จรือ” ch
[tş‘]เสียงกง่ึ โฆษะกง่ึ สอดแทรก พน่ ลม กกั ลมไว้ที่ด้านหลงั ลนิ ้ ตาแหนง่ การออกเสียงเหมือนกบั
zh เทียบเสียงในภาษาไทย “ ชรือ ”sh [ş]เสียงโฆษะ เกิดการกกั ลมไว้ที่ด้านหลงั ลนิ ้ ม้วน
ปลายลนิ ้ ขนึ ้ มาแตะเพดานแข็ง ลมสอดแทรกออกมาจากตรงกลางระหว่างปลายลิน้ และเพดานแขง็
เส้นเสียงไมส่ นั่ สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “ซรือ” r [z] เสียงสอดแทรกและสน่ั สะเทือน
เกิดจากการกกั ลมไว้ท่ีหลงั ปลายลนิ ้ ตาแหนง่ การออกเสียงเหมือนกบั sh แตเ่ ป็นเสียงสน่ั สะเทือน
เทียบเสียงในภาษาไทย “ยรือ”
6. เสียงท่เี กดิ จากลิน้ ส่วนหน้า j [tç]เสียงกง่ึ โฆษะก่ึงสอดแทรก ไมพ่ น่ ลม เกิดจาก
การกกั ลมไว้ท่ีปลายลิน้ ลิน้ สว่ นหน้าแตะเพดานแข็ง ปลายลนิ ้ ดนั ด้านสว่ นหน้าและเพดานแขง็ เส้น
เสียงไมส่ น่ั สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “จี” q[tç‘]เสียงกงึ่ โฆษะกึ่งสอดแทรก พน่ ลม เกิด
จากการกกั ลมไว้ที่ลิน้ สว่ นหน้า ตาแหนง่ การออกเสียงเหมือนกบั j แตต่ ้องพน่ ลมแรงขนึ ้ เทียบเสียงใน
ภาษาไทย “ชี” x[ç] เสียงสอดแทรก เกิดจากการกกั ลมไว้ที่ลิน้ สว่ นหน้า ลิน้ สว่ นหน้าอยใู่ กล้
กบั เพดานแขง็ ลมสอดแทรกออกมาจากตรงกลางระหว่างลนิ ้ สว่ นหน้ากบั เพดานแขง็ เส้นเสียงไม่
สน่ั สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “ซี ” y[y]อฒั สระ เสียงเกิดที่หน้าลนิ ้ (ป่มุ เหงือก) เสียงก้อง
เทียบเสียงในภาษาไทย “อี ” w[w]อฒั สระ เสียงเกิดที่ริมฝีปาก เสียงก้อง เทียบเสียงใน
ภาษาไทย “อู ” เสียงพยญั ชนะต้นในภาษาจีนกลางทงั้ 21 รูป 23 เสียง ที่ได้กลา่ วมาแล้วนนั้
สามารถจดั ตามลกั ษณะของเสียงและตาแหนง่ ท่ีเกิดของเสียงเป็นตารางดงั นี ้
เสียงพยัญชนะต้นในภาษาจนี กลาง2
2 รศ.ประพณิ มโนมยั วิบูลย.์ ไวยากรณจ์ ีนกลาง. กรุงเทพฯ : โครงการตาราคณะอกั ษรศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั , 2541. หนา้ 5.
ลักษณะของเสียง กักและก่ึง กักและก่ึง นาสกิ ก้อง เสียดแทรก เสียด ข้ างลนิ ้
ตาแหน่งท่เี กดิ เสียดแทรก เสียดแทรก ไม่ก้อง แทรก และ
เสียง ก้อง อัฒสระ
ไม่ก้อง ไม่ก้อง m[m] f[f] ก้อง
ริมฝีปาก ไม่พ่นลม พ่นลม
w[w]
b[p] p[p‘]
ป่มุ เหงือก d[t] t[t‘] n[n] l[l]
ปลายลิน้ -ฟัน z[ts] c[ts‘] s[s]
ปลายลิน้ -เพดาน zh[tş] ch[tş‘] sh[ş] r[z]
แขง็
หน้าลนิ ้ (ป่ มุ เหงือก) j[tç] q[tç‘] x[ç] y[y]
เพดานอ่อน(โคน ɡ[k] k[k‘] h[x]
ลิน้ )
guój ìyīnbiāo
หมายเหตุ ตวั อกั ษรในวงเลบ็ ใหญ่[ ]คือ ตวั สทั อกั ษรสากล (国际音 标 :
International Phonetic Alphabets)
เสียงพยญั ชนะสะกด
เสียงพยญั ชนะสะกดในภาษาจีนกลางมี 2 เสียง3 สทั อกั ษรที่แทนเสียงพยญั ชนะสะกด มี
ดงั นี ้
สัทอักษร คาอธิบาย ตัวอย่าง
n เทียบได้กบั มาตรา กน (แมก่ น) 看 kàn ดู
ng เทียบได้กบั มาตรา กง (แมก่ ง) 忙 máng ย่งุ
yùn m ǔ
韵母 เสียงสระ
เสียงสระ คือ สว่ นหลงั พยางค์เสียง มีสระเดี่ยวและสระผสมและสระนาสิกรวม 37 รูป 39
เสียงแบง่ เป็น ดงั นี ้
3 รศ.ประพณิ มโนมยั วบิ ูลย.์ ไวยากรณจ์ ีนกลาง. กรุงเทพฯ : โครงการตาราคณะอกั ษรศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั , 2541. หนา้ 6.
1. เสียงสระเด่ียว เสียงสระเดี่ยวในภาษาจีนกลางมี 10 เสียง คือ
a(อา) e(เออ) ê(เอ) -i(อือ) -i(อรือ) o(โอ) u(อ)ู ü(อวี) er(เออร์-ม้วนลนิ ้ ) i(อี)
2. เสียงสระผสม เสียงสระผสมในภาษาจีนกลางมี 13 เสียง แบง่ เป็น
2.1 เสียงสระผสมสองเสียงมี 9 เสียง คือ
ai(อาย) ei(เอย) ao(อาว) ou(โอว)
ia(เอีย) ie(อีเย) ua(วา) uo(อวั ) üe(เอวีย)
2.2 เสียงสระผสมสามเสียงมี 4 เสียง คือ
iao(เอียว) iou(อวิ ) uai(อวย) uei (อยุ )
3. เสียงสระนาสิกมี 16 เสียง คือ
an(อาน) en(เอนิ ) ang (อาง) eng(เองิ ) ong(โอง)
iong(อี-โอง)
ian(เอียน) in(อนิ ) iang (เอียง) ing(อิง)
ü
uan(วาน) uen(อนุ ) uang (วาง) ueng(เวิง)
üan(เอยวีน) ün(วิน)
ตารางเสียงสระในภาษาจีนกลาง
iu
a ia ua
o uo
e ie üe
ê
-i
-i
er
ai uai
ei ui (uei)
ao iao
ou iu (iou)
an ian uan üan
en in (ien) uen (un) ün (ün)
ang iang uang
eng ing (ieng) ueng
ong iong
ลักษณะการออกเสียง
dā nyùnmǔ
1. เสียงสระเด่ียว (单韵母)มีทงั้ หมด 10 หนว่ ยเสียง ได้แก่
a [A] e [ɤ] ê [e] i [i] o [o] u [u] ü [y] -i [ɿ] -i [ʅ] er [er]
ɑจาก http://www.human.nu.ac.th/206111/web-add/3-1.htm
a[A]ปากอ้ากว้างสดุ ระดบั ของลนิ ้ อย่ตู ่าสดุ ริมฝีปากไมเ่ ป็นวงกลม เทียบเสียงใน
ภาษาไทย “อา”
e [r]ปากอ้ากว้างพอประมาณ ระดบั ของลนิ ้ อยรู่ ะดบั สงู กลาง คอ่ นไปทางด้านหลงั ริม
ฝีปากไมก่ ลม เทียบเสียงในภาษาไทย “เออ”
ê [ε]เวลาออกเสียงปากอ้ากว้างคร่ึงหนง่ึ ระดบั ของลนิ ้ คอ่ นข้างต่า เอาลิน้ สว่ นหน้าไป
ดนั หลงั ฟันลา่ งๆไว้ ริมฝีปากไมก่ ลม เทียบเสียงในภาษาไทยคล้ายกบั เสียงในภาษาไทย “เอ” แตเ่ สียง
จะสนั้ กวา่
i [i]ปากอ้ากว้างน้อยท่ีสดุ ริมฝีปากฉีกออก ระดบั ลิน้ สงู คอ่ นไปทางด้านหน้า
เทียบเสียงในภาษาไทย “อี”
o [o]ปากอ้ากว้างพอประมาณ ระดบั ของลนิ ้ อยรู่ ะดบั สงู กลาง คอ่ นไปทาง
ด้านหลงั ริมฝีปากกลม เทียบเสียงในภาษาไทย “โอ”
u [u]ปากอ้ากว้างน้อยท่ีสดุ ริมฝีปากกลมที่สดุ ระดบั ลนิ ้ สงู คอ่ นไปทางด้านหลงั
เทียบเสียงในภาษาไทย “อ”ู
ü [y]ระดบั ลนิ ้ เหมือนกบั การออกเสียง[i] แตร่ ิมฝีปากกลม รูปปากในการออก
เสียงใกล้เคยี งกบั [u]เทียบเสียงในภาษาไทย “ยวี”
-i [ɿ]เวลาออกเสียงลิน้ สว่ นหน้าย่ืนไปแตะหลงั ฟันบนพน่ ลมออกมาเลก็ น้อย ริม
ฝีปากไมก่ ลมเสียงนีจ้ ะปรากฏอยเู่ ฉพาะหลงั พยญั ชนะ z c s (zi ci si) เทียบเสียงในภาษาไทย “อือ”
-i [∫]เวลาออกเสียงปลายลนิ ้ กระดกขนึ ้ เกือบจะแตะเพดานแข็งสว่ นหน้าพน่ ลมออกมา
เล็กน้อย ริมฝีปากไมก่ ลม เสียงนีจ้ ะปรากฏอยเู่ ฉพาะหลงั พยญั ชนะ zh ch sh r (zhi chi shi ri)
เทียบเสียงในภาษาไทย “อรือ”
er[er]เวลาออกเสียงลิน้ สว่ นหน้ายื่นไปแตะหลงั ฟันบนพน่ ลมออกมาเล็กน้อย ริม
ฝีปากไมก่ ลมเสียงนีจ้ ะปรากฏอยเู่ ฉพาะหลงั พยญั ชนะ z c s (zi ci si) เทียบเสียงในภาษาไทย “เออร์”
f ùyùnm ǔ
2. เสียงสระผสม (复韵母) มีทงั้ หมด 8 หนว่ ยเสียงได้แก่
ai เสียงนีเ้กิดจากการสะกดหรือผสมกนั ระหวา่ ง เสียงสระ a + i เทียบเสียงภาษาไทย
คือ เสียง “อา + อี” = “ไอ”หรืออาย
ei เสียงนีเ้กิดจากการสะกดหรือผสมกนั ระหวา่ งเสียง สระ e + i เทียบเสียงภาษาไทย
คอื เสียง “เออ + อี” = “เอย”
ao เสียงนีเ้กิดจากการสะกดหรือผสมกนั ระหวา่ งเสียง สระ a + o เทียบเสียง
ภาษาไทย คือเสียง “อา +โอ ” = “เอา”หรืออาว
ou เสียงนีเ้กิดจากการสะกดหรือผสมกนั ระหวา่ งเสียง สระ o + u เทียบเสียง
ภาษาไทยคือเสียง “โอ +อู ” = “โอว”
ie เสียงนีเ้กิดจากการสะกดหรือผสมกนั ระหว่างเสียง สระ i + ê เทียบเสียงภาษาไทย
คอื เสียง “เยีย”
üe เวลาออกเสียงตวั นีใ้ ห้ยน่ ริมฝีปากเข้าหากนั พร้อมทงั้ เปลง่ เสียง “เยวีย” เพราะ
เสียงนีเ้กิดจากการสะกดหรือผสมกนั ระหวา่ งเสียงสระ ü + ê
ข้อสังเกต เสียงสระ ê มีเสียงเทียบเคยี งในภาษาไทยได้กบั เสียง“เอ ”แตไ่ มม่ ี
ปรากฏให้เหน็ ในกลมุ่ เสียงสระตวั เดียว เพราะมีเสียงลกั ษณะพิเศษ และแตกตา่ งออกไปจากเสียงสระ
ตวั อื่นๆ เวลาสะกดหรือผสมเข้ากนั กบั i หรือ ü จงึ มีรูปเป็น ie และ üe
iu เสียงนีเ้กิดจากการสะกดหรือผสมกนั ระหวา่ งเสียง สระ i + ou = iou แตเ่ ขียน
ยอ่ ลงเหลือเป็น iu เทียบเสียงเคยี งในภาษาไทยได้กบั เสียง “ยวิ ”
ui เสียงนีเ้กิดจากการสะกดหรือผสมกนั ระหวา่ งเสียง สระ u + ei = uei แตเ่ ขียน
ยอ่ ลงเหลือเป็น ui เทียบเสียงภาษาไทยคือเสียง “วยุ ”
b íyùnm ǔ
3. เสียงสระผสมนาสกิ (鼻韵母)มีทงั้ หมด 9 หนว่ ยเสียง ได้แก่
an เทียบเสียงภาษาไทยคือเสียง “ อาน ”
en เทียบเสียงภาษาไทยคือเสียง “ เอนิ ”
in เทียบเสียงภาษาไทยคือเสียง “ อิน ”