un เทียบเสียงภาษาไทยคือเสียง “ วนุ ”
ün เทียบเสียงภาษาไทยคือเสียง “ อู ยิน ” เวลาออกเสียงให้หอ่ ริมฝีปากเข้าหา
กนั พร้อมทงั้ เปลง่ เสียง ยวิน เพราะเสียงนีม้ ีเสียง ü ซงึ่ ปกตเิ ราต้องห่อปาก
ang เทียบเสียงภาษาไทยคือเสียง “ องั ”
eng เทียบเสียงภาษาไทยคือเสียง “ เองิ ”
ing เทียบเสียงภาษาไทยคือเสียง “ องิ ”
ong เทียบเสียงภาษาไทยคือเสียง “ อง ”
é rhuàyīn
4. เสียงม้วนลิน้ (儿化 音)มี 1 หนว่ ยเสียง ได้แก่
เสียง erการออกเสียงเหมือน [e]ในขณะเดยี วกนั ปลายลิน้ ต้องม้วนงอไป
แตะเพดานแขง็
shēngdiào
声 调 เสียงวรรณยุกต์ เสียงวรรณยกุ ตใ์ นภาษาจีนกลางมี 4 เสียง มีเคร่ืองหมายที่ใช้แทน
เสียงวรรณยกุ ต์ในภาษาจีนกลางมีดงั นี ้
เคร่ืองหมาย ระดับเสียง ตวั อย่าง
ˉ เสียงหนงึ่ (เสียง 1) สงู ระดบั 55 八 ปา bā แปด
ˊ เสียงสอง (เสียง 2) สงู -ขนึ ้ 35 拔 ป๋ า bá ดงึ
ˇ เสียงสาม (เสียง 3) ตา่ -ตก-ขนึ ้ 214 靶 ป่า bǎ เปา้
ˋ เสียงส่ี (เสียง 4) สงู -ตก 51 爸 ปา้ bà พอ่
พยางค์เสียงวรรณยกุ ต์ท่ีแตกตา่ งกนั แสดงความหมายท่ีแตกตา่ งกนั ไปด้วย
แผนภาพเสียงวรรณยุกต์ในภาษาจีนกลาง
gāo สงู
↓5 高
bàngāo ครึ่งสงู
↓ 4 半高
zhōng กลาง
↓3 中
bànzhōng คร่ึงตา่
ตา่
↓2 半 中
dī
↓1 低
เสียงวรรณยกุ ต์ทงั้ 4 เสียงในภาษาจีนกลาง หากเทียบกบั เสียงวรรณยกุ ต์ในภาษาไทยแล้วจะเห็น
เป็นดงั นี ้
เสียงหนงึ่ ของภาษาจีนกลางใกล้เคยี งกบั เสียงสามญั ในภาษาไทย ตา่ งกนั ตรงที่
ระดบั เสียงหนง่ึ ในภาษาจีนคือ อยใู่ นระดบั สงู 55 สว่ นเสียงสามญั ของไทยคืออยใู่ นระดบั กลาง 33
เสียงสองและเสียงส่ี ในภาษาจีนกลางนนั้ ใกล้เคยี งกบั เสียงจตั วาและเสียงโทใน
ภาษาไทย ระดบั เสียงสองในภาษาจีนกลางเป็น 35 ขณะท่ีเสียงจตั วาในภาษาไทยเป็น 24 ระดบั
เสียงส่ีในภาษาจีนกลางเป็น 51 ขณะท่ีเสียงโทในภาษาไทยเป็น 41
เสียงวรรณยกุ ต์ในภาษาจีนกลางไมอ่ าจเทียบกบั เสียงวรรณยกุ ต์ทงั้ ห้าเสียงใน
ภาษาไทย คอื เสียงสาม ซ่ึงมีระดบั เสียงเป็น 214
ลักษณะการออกเสียง
1. เสียงวรรณยุกต์ท่ี 1 เรียกวา่ เสียงสงู ราบ ซงึ่ ใกล้เคียงกบั เสียงวรรณยกุ ต์
ภาษาไทยเสียงสามญั แตแ่ นวเสียงต้องอยใู่ นโทนเสียงสงู ราบ โดยมีเครื่องหมายหรือสัญลกั ษณ์แทน
เสียงเป็น “ ˉ ”
2. เสียงวรรณยกุ ต์ท่ี 2 เรียกวา่ เสียงขนึ ้ สงู ซง่ึ ใกล้เคยี งกบั เสียงวรรณยกุ ต์
ภาษาไทย เสียงจตั วา โดยมีเคร่ืองหมายหรือสญั ลกั ษณ์แทนเสียงเป็น “ ˊ ”
3. เสียงวรรณยกุ ต์ท่ี 3 เรียกวา่ เสียงลงต่าแล้วขนึ ้ ซึ่งใกล้เคียงกบั เสียง
วรรณยกุ ตภ์ าษาไทยเสียงไม้เอก โดยมีเคร่ืองหมายหรือสญั ลกั ษณ์แทนเสียงเป็น “ ˇ ”
4. เสียงวรรณยุกต์ท่ี 4 เรียกวา่ เสียงลงต่าตลอด ซง่ึ ใกล้เคยี งกบั เสียง
วรรณยกุ ต์ภาษาไทย เสียงไม้โท โดยมีเครื่องหมายหรือสญั ลกั ษณ์แทนเสียงเป็น “ ˋ ”
ตวั อย่าง เชน่
八 ( แปด ) 拔 ( ถอน ) 靶 ( เปา้ ) 爸 ( พอ่ )
ปา ป๋ า ป่า ปา้
bā bá bǎ bà
妈 ( แม่ ) 麻 ( ชา ) 马 ( ม้า ) 骂 ( ดา่ )
มา หมา หมา่ มา่
mā má mǎ mà
ตาแหน่งของเคร่ืองหมายเสียงวรรณยกุ ต์ในภาษาจีนกลาง
ตาแหน่งของ สระเด่ียวและสระนาสกิ สระผสมและสระนาสิก
เคร่ืองหมายวรรณยุกต์
อยบู่ น a ā ā āo -iā -iāo
ān -uā -uāi
āng -iān -uān -
üān
อยบู่ น o ō -iān -uāng
อยบู่ น e -ōng ōu -uō
ē -iōng
อยบู่ น i ēr ēi iē üē (ue)
อยบู่ น u ēn
อยบู่ น ü eng -uī
-ī
-īn -iū
-īng
-ū
-ūn
-ǖ (ū)
-ǖn (ūn)
การวางเคร่ืองหมายแทนเสียงวรรณยกุ ต์ในภาษาจีนกลาง ให้วางเครื่องหมายไว้
เหนือเสียงสระหลกั เชน่ mā má mǎ mà หากเป็นสระผสมก็ให้เขียนเครื่องหมายวรรณยกุ ต์ไว้
เหนือรูปสระท่ีเป็นสระหลกั เชน่ lāo móu qĭng pèi
เมื่อต้องวางเคร่ืองหมายวรรณยกุ ต์บนสระ i ต้องตดั จดุ บนตวั i ออกไปก่อน เชน่
jī lí bǐ nì สระ -ü -üe -üɑn - ün เมื่อตามหลงั พยญั ชนะ j
q x y ต้องตดั จดุ บน ü ออกไปก่อน เชน่ jǖ → jū qüé → qué
xüǎn → xuǎn yǜn → yùn จะคงไว้เม่ือตามหลงั n l เทา่ นนั้ เชน่ nǚ lǜ
lüè nüè
qīngshēng
เสียงเบา( 轻 声 )
ในภาษาจีนยงั มีพยางคเ์ สียงที่ไมม่ ีวรรณยกุ ต์ ไมว่ า่ ตวั อกั ษรจีนนนั้ เดมิ จะมีพยางค์
เสียงแทนเสียงใดอยกู่ ็ตาม เวลาออกเสียงจะเบาและสนั้ มาก พยางคเ์ สียงเหลา่ นี ้ เรียกวา่ เสียงเบา
ซงึ่ เสียงท่ีเปลง่ ออกมานนั้ จะรับอทิ ธิพลจากพยางคเ์ สียงตวั หน้า เวลาเขียนตวั สะกด เสียงเบานีจ้ ะไม่
มีเคร่ืองหมายวรรณยกุ ต์ เช่น
妈妈 我们 好的 爸爸
māma wǒmen hǎode bàba
ข้อสังเกต ในการเขียนพนิ อิน พยางคเ์ สียงเบาจะไมม่ ีเครื่องหมายวรรณยกุ ต์
pīnyīn
การสะกดหรือการผสมเสียงของภาษาจีนกลาง 拼 音
โดยปกตทิ วั่ ไปแล้ว พยางค์ในภาษาจีนสว่ นมากจะเกิดจากเสียงพยญั ชนะ เสียงสระ
และเสียงวรรณยกุ ต์ผสมกนั ตวั อยา่ งเชน่
m →ǎ → mǎ (马)
b →ǎ → bǎi (白)
j → iǔ → jiǔ (九)
sh → uǐ → shuǐ (水)
h → uā → huā (花)
x → i→ónɡ→ xióng
熊)
แตใ่ นภาษาจีน มีบางพยางค์ที่เกิดจากเสียงสระและเสียงวรรณยกุ ตเ์ ทา่ นนั้
โดยเฉพาะ พยางคท์ ่ีเกิดจาก เสียงสระ i กบั เสียงสระ u ตวั อยา่ งเชน่ คาวา่ “一” yī มาจากเสียง
สระตวั i และเสียงวรรณยกุ ตเ์ สียงที่หนง่ึ ดงั นนั้ เวลาสะกดพนิ อิน ต้องเตมิ ตวั y เข้าไปเขียนเป็น yī
wǔ
และคาวา่ “五” มาจากเสียงสระ u และเสียงวรรณยกุ ต์เสียงท่ีสามเวลาสะกดพินอินต้องเตมิ ตวั “w”
เข้าไปเขียนเป็น wǔ
biàndiào
变 调 การเปล่ียนเสียง
d ebiàndiào
1.“一”的 变 调 การเปล่ียนเสียงของคาวา่ “一”yī ที่แปลวา่ “หนง่ึ ”
เสียงเดมิ ของคาวา่ “一”ที่เป็น คาบง่ ตวั เลขคือ เสียงท่ีหนงึ่ เม่ืออา่ นโดดๆ หรือเป็นตวั เลขหรือ
จานวนนบั จะอา่ นเป็นเสียงเดมิ แตจ่ ะเปลี่ยนเสียงตามเสียงท่ีอยมู่ าตามหลงั คอื ถ้าพยางค์เสียงท่ีอยู่
ตามหลงั “一”เป็นเสียงท่ีหนง่ึ เสียงที่สองและเสียงที่สาม“一”จะอา่ นออกเสียงเป็นเสียงที่สี่ ถ้าพยางค์
เสียงที่อย่ตู ามหลงั “一”เป็นเสียงท่ีส่ีหรือเสียงเบา“一”จะอา่ นออกเสียงเป็นเสียงที่สอง
1)อา่ นจานวนตวั เลขทวั่ ไป
一、二、三…… yī、 èr 、sán…… หนง่ึ สองและ สาม
2)อา่ นออกเสียงตามพยางคท์ ี่ตามหลงั เชน่
一天 yìtiān หนงึ่ วนั “一” + เสียงท่ีหนงึ่
一年 yì nián หนง่ึ ปี “一” + เสียงที่สอง
一本 yìběn หนง่ึ เลม่ “一 ”+ เสียงท่ีสาม
一日 yí rì หนง่ึ วนั “一 ”+ เสียงท่ีส่ี
一个 yíge หนง่ึ อนั “一 ”+ เสียงเบา
2.“不”的变调 การเปลี่ยนเสียงของตวั “不”bù ปู้ ที่แปลวา่ “ไม”่
เสียงวรรณยกุ ตข์ องคาวา่ “不”คอื เสียงท่ีสี่ แตเ่ มื่ออยหู่ น้าพยางคท์ ่ีมีเสียงท่ีส่ี ให้
อา่ นออกเสียงเป็นเสียงที่สอง และเม่ืออยหู่ น้าพยางคเ์ สียงท่ีหนงึ่ เสียงท่ีสองและเสียงที่สาม
“不”จะอา่ นออกเสียงเป็นเสียงที่สี่ดงั เดมิ ตวั อยา่ งเชน่
(不吃) bù chī ไมก่ ิน “不” + เสียงที่หนงึ่
(不忙) bù máng ไมย่ งุ่ “不” + เสียงที่สอง
(不好) bù hǎo ไมด่ ี “不” + เสียงท่ีสาม
(不去) bú qù ไมไ่ ป “不” + เสียงที่สี่
d ìsānshēngliánd ú
3. 第三 声 连 读 หลกั การอา่ นออกเสียงของเสียงท่ีสามเมื่ออยซู่ ้อนกนั
1)很好 (hěn hǎo) เม่ือมีเสียงท่ีสามซ้อนกนั สองพยางค์ ให้ลดเสียงท่ีสามพยางค์
แรกเป็นเสียงที่สอง อา่ นเป็น “ hén hǎo” แตเ่ วลาเขียนตวั สะกดวรรณยกุ ต์ก็ยงั คงไว้ซงึ่
เคร่ืองหมายวรรณยกุ ตเ์ ดมิ
2)我很好 (Wǒ hěn hǎo) เมื่อมีเสียงที่สามซ้อนกนั อยสู่ ามพยางค์ เวลาอา่ น
ออกเสียง โดยทว่ั ไปแล้วก็จะลดเสียงสองพยางค์แรกเป็นเสียงที่สอง อา่ นวา่ “ Wó hén hǎo”
3)我也很好 (Wǒ yě hěn hǎo) เมื่อมีเสียงท่ีสามซ้อนกนั อยู่ ส่ีพยางค์
โดยทวั่ ไปสามารถอา่ นออกเสียงได้สองแบบ แบบท่ีหนงึ่ ให้ลดเสียงที่สามของ สามพยางคแ์ รกให้
เป็นเสียงท่ีสอง อา่ นเป็น “ Wó yé hén hǎo” แบบท่ีสอง อา่ นออกเสียงพยางคแ์ รกเป็นเสียงที่
สามคงเดมิ พยางค์ที่สองและพยางค์ท่ีสาม ให้ลดเสียง เป็นเสียงท่ีสอง อา่ นเป็น “ Wǒ yé hén
hǎo”
g éyīnf úhào
隔音符号 เคร่ืองหมายวรรคเสียง เมื่อพยางคเ์ สียงที่ขนึ ้ ต้นด้วย a、o、e ตามอยหู่ ลงั
พยางค์เสียงอ่ืน หากระยะแบง่ เขตของพยางค์เกิดความสบั สนจะใช้เคร่ืองหมาย ’ มาคนั่ กลาง เชน่
คาวา่ 西安 เมืองซีอาน เขียนเป็น Xī’āān และคาวา่ 天安门 เทียนอนั เหมิน
เขียนเป็น Tiān’ānmén เป็นต้น
รายช่ือผู้พฒั นาส่ือการสอนภาษาจีนไม่ยาก 中文好学
ตามกรอบมาตรฐานการเรียนรู้
และสาระการเรียนรู้หมวดวิชาภาษาต่างประเทศ (ภาษาจีน)
คณะท่ปี รึกษา
1. นายประเสริฐ หอมดี ผ้อู านวยการสถาบนั กศน. ภาคเหนือ
2. นางนาถยา ผิวมน่ั กิจ ผ้ชู ว่ ยผ้อู านวยการสถาบนั กศน. ภาคเหนือ
3. นายนิรันดร์ ยงไสว หวั หน้ากลมุ่ จดั การศกึ ษานอกโรงเรียน
4. นายสมชาย ฐิตริ ัตนอศั ว์ กลมุ่ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน
คณะผู้เช่ียวชาญโครงสร้างเนือ้ หา
5. นางสาวอรวรรณ พนาพนั ธ์ สถาบนั กศน.ภาคเหนือ
6. นางสาวพมิ พาพร อนิ ทจกั ร์ สถาบนั กศน.ภาคเหนือ
7. นางดวงทพิ ย์ แก้วประเสริฐ สถาบนั กศน.ภาคเหนือ
8. ดร.กิตตธิ น ยงประพฒั น์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่
9.นายวิราช ทลู แก้ว มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เชียงใหม่
10.นางสาวประนอม ลางาม มหาวิทยาลยั ราชภฏั เชียงใหม่
11.นางสาวกิตตยิ า ชวู ิทย์เจริญกิจ มหาวิทยาลยั ราชภฏั เชียงใหม่
คณะผู้เขียน
12. นางจารุณี แก้วประภา ศนู ย์ กศน. อาเภอเมือง จงั หวดั พะเยา
13. นายชาญณรงค์ ฤดใี จ ศนู ย์ กศน. อาเภอเมือง จงั หวดั พะเยา
14. นายปิยะ นพศริ ิวงศ์ ศนู ย์ กศน. อาเภอแมท่ า จงั หวดั ลาพนู
15. นายเจริญชยั มิตตอทุ ิศชยั กลุ ศนู ย์ กศน. อาเภอเมือง จงั หวดั แมฮ่ อ่ งสอน
16. นายววิ รรธน์ ธนนนทพิรักษ์ สมาคมกวางสีประเทศไทย กรุงเทพมหานคร
17. นางดาริณี นนั ทาวรนชุ ศบข.ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
18. นายกิตตฤิ กษ์ ชยั นนั ท์ ศนู ย์ กศน. อาเภอสงู เมน่ จงั หวดั แพร่
19. นางสาวคนธรส ชยั ศริ ิ สถาบนั กศน. ภาคเหนือ จงั หวดั ลาปาง
20. นางวิลาสินี ธนบญุ เรือง สานกั งาน กศน. จงั หวดั นา่ น
21. นายชาคริต ไชยวรรณ โรงเรียนแจ้หม่ วทิ ยา จงั หวดั ลาปาง
22. นายนิติวรรษ เชียงสง่ โรงเรียนวารีเชียงใหม่ จงั หวดั เชียงใหม่
คณะบรรณาธิการ มหาวิทยาลยั ราชมงคล วทิ ยาเขตล้านนา จงั หวดั ลาปาง
ภาษาจีน โรงเรียนประชาวิทย์ จงั หวดั ลาปาง
23. Mr.Yao ke jing โรงเรียนประชาวทิ ย์ จงั หวดั ลาปาง
24. Mr.Wang tu bao โรงเรียนประชาวิทย์ จงั หวดั ลาปาง
25. Ms.Liyini โรงเรียนเทศบาล 4 จงั หวดั ลาปาง
26. Mr.Lizhi
27. Ms.Luchaoxian สถาบนั กศน. ภาคเหนือ จงั หวดั ลาปาง
ภาษาไทย
28. นางสาวคนธรส ชยั ศริ ิ สถาบนั กศน. ภาคเหนือ จงั หวดั ลาปาง
ผู้พมิ พ์และออกแบบปก สถาบนั กศน. ภาคเหนือ จงั หวดั
นางสาวคนธรส ชยั ศริ ิ
เลขานุการโครงการ
นางสาวคนธรส ชยั ศริ ิ