41
บทที่ 3
วิธดี ำเนนิ การวจิ ัย
การวิจยั เร่ืองการพฒั นาวธิ ีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์โดย
อา้ งองิ วิธกี ารและปรัชญาวทิ ยาศาสตร์สมยั ใหม่ของนักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด
(กวีธรรมสาร) ผวู้ จิ ัยดำเนนิ การวจิ ยั ตามกรอบของหัวขอ้ ต่าง ๆ ดงั น้ี
ระเบยี บวธิ วี จิ ัย
ดำเนินการวิจัยโดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi Experiment Research) ร่วมกับ
วจิ ยั เชิงปฏบิ ัตกิ าร (Action Research) วเิ คราะห์ข้อมูลจากข้อมูลเชิงปริมาณ (Qualitative Data) ร่วมกับ
ข้อมูลเชงิ คุณภาพ (Quantitative Data)
แหลง่ ขอ้ มูลการวจิ ัย
1. ประชากร
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร)
อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอตุ รดติ ถ์ เทยี บเคยี งประชากรท่มี จี ำนวนไม่จำกดั (Infinite Population)
2. กลุม่ ตวั อย่าง
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร)
อำเภอเมืองอตุ รดิตถ์ จังหวัดอตุ รดติ ถ์ ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564 จำนวน 20 คน วิธกี ารคัดเลือก
เทียบเคียงกับใช้วิธีการสุ่มแบบอาศัยความน่าจะเป็นอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เพราะ
ถือว่านกั เรยี นแต่ละคนของระดับชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 ของแตล่ ะปีการศึกษาเม่ือวิเคราะห์โดยภาพรวม
แล้วพบว่า มาจากบริบทของชุมชนเดียวกันจึงสร้างข้อสรุปว่าไม่มีความแตกต่างกัน ประชากรของ
นักเรียนดังกล่าวจึงเป็นเอกพันธ์ (Homogeneous Population) สามารถคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยใช้
วธิ ีการสุ่มแบบอาศยั ความน่าจะเปน็ อยา่ งง่าย
กลุ่มเป้าหมาย
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร)
อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 20 คน ซึ่งเป็นจำนวน
นกั เรียนทงั้ ชั้นเรยี น
42
เครอื่ งมือการวิจยั
1. นวตั กรรม
1.1 เครื่องมือที่เป็นนวัตกรรม นวัตกรรมที่สร้างหรือพัฒนาต่อยอดจากนวัตกรรมเดิมเพื่อ
ทดลองใชจ้ ัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับการพฒั นาผลสัมฤทธ์ิการเรียนรู้เรื่องเสียงและการได้ยิน สำหรับ
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 คือการพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนเทศบาลวดั ทา้ ยตลาด (กวธี รรมสาร)
1.2 วิธีการสร้างและหาประสิทธิภาพ ดำเนินการสร้างและหาประสิทธิภาพทั้งเชิงเหตุผล
(Rational Approach) และเชิงประจักษ์ (Empirical Approach) ตามแนวคิดของ เผชิญ กิจระการ
(2544) ดังน้ี
การสร้างและหาประสิทธภิ าพเชิงเหตุผล ให้ดำเนนิ การตามลำดับข้นั
1. ทำการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาแนวคิด ทฤษฎี หลักการ
วิธีการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างการพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) ซึ่งการวิจัยนี้จะสร้างหรือพัฒนาโดยอ้างอิงตามแนวคิด
ทฤษฎี หลักการ วิธีการของ สุเมธ เนาว์รุ่งโรจน์ (2560) ทำการวิจัยเรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียน เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ที่จัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) และความ
พึงพอใจในการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนห้วยยอด จังหวัดตรัง
อับดุลเลาะ อูมาร์ (2560) ทำการวิจัยเรื่อง ผลของการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5 Es)
เรื่องสมดุลเคมี ที่มีต่อแบบจำลองทางความคิด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความพึงพอใจของ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล จังหวัดปัตตานี วันเพ็ญ ทรงพระ
(2564) ทำการวิจัยเรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิทยาศาสตร์โดยการจัดการเรียนรู้ด้วย
กระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบ 5E กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสาธิต
มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ชยานันต์ จันดี (2557) ทำการวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลการเรียนรู้ของ
นกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 1 โรงเรยี นวดั หนองแขม (สหราษฎร์บรู ณะ) ท่ีจัดการเรยี นการสอนแบบวัฎ
จักรการเรียนรู้ 5E กับนักเรียนระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 โรงเรยี นวดั หนองแขม (สหราษฎรบ์ ูรณะ)
2. สร้างฉบับร่างการพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) โดยอ้างอิงจากผลการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ดังกล่าวข้อ 1 กอ่ นหนา้
43
3. สร้างแบบประเมินความเหมาะสมของการพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการ
จัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) เพื่อให้ผู้เชียวชาญประเมิน
ประสทิ ธิภาพเชงิ เหตุผล แบบประเมนิ ความเหมาะสมทสี่ ร้างแสดงแล้วในภาคผนวก ข
4. สร้างแบบประเมินค่าดรรชนีความสอดคล้อง (Index of Item –Objective
Congruence: IOC) ของแบบประเมนิ ความเหมาะสมเพื่อให้ผู้เชยี วชาญทำการประเมนิ คา่ ความเทยี่ งตรง
เชิงเนื้อหา (Content Validity) ของแต่ละข้อคำถาม (Item) ของแตล่ ะประเด็น แบบประเมนิ คา่ IOC
กล่าวแล้วในภาคผนวก ข
5. นำแบบประเมินค่า IOC ของแบบประเมินความเหมาะสมของ การพัฒนาวิธีการ
สอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์
สมัยใหม่ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) ให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน
ภาษา ด้านเทคโนโลยีการศึกษา และด้านการวิจัยหรือการวัดประเมินผลด้านละ 1 คน ทำการประเมิน
ความเทย่ี งตรงเชงิ เน้ือหาของแตล่ ะข้อคำถามของแตล่ ะประเดน็ แต่ละข้อคำถามท่ปี ระเมนิ ต้องมีคา่ เฉล่ีย
อย่างน้อย 0.5 หรือ ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 2 ใน 3 คน เห็นว่ามีความตรง จึงจะตัดสินว่า ข้อคำถามนั้นมี
ความเที่ยงตรง ผลการประเมินพบว่า แต่ละข้อคำถามของแบบประเมินความเหมาะสมของนวัตกรรมมีค่า
IOC ระหว่าง<0.5ถึง≥0.5 หรือผู้เชี่ยวชาญจำนวน 2 ใน 3 คนเห็นว่ามีความตรง จึงลงข้อสรุปว่า
แบบสอบถามเพื่อวัดความเหมาะสมของนวัตกรรมมีความเท่ียงตรง ผลการประเมินความเท่ียงตรงของแต่
ละขอ้ คำถามของแบบสอบถามวดั ความเหมาะสมของนวัตกรรมแสดงแล้วดงั ภาคผนวก ข
6. นำการพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดย
อ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาล
วดั ท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) ทีส่ ร้างฉบบั ร่างแล้วไปให้ผ้เู ช่ียวชาญดา้ นเทคโนโลยกี ารศึกษา ดา้ นภาษา และ
ดา้ นการวจิ ยั หรอื การวัดประเมินผลด้านละ 1 คน รวมท้ังส้นิ จำนวน 3 คน ทำการประเมินความเหมาะสม
ด้วยแบบประเมิน แต่ละข้อคำถามของแต่ละประเด็นที่ประเมินต้องมีค่าเฉลีย่ อย่างน้อย 3.50 จึงจะตัดสิน
ว่า ข้อคำถามท่ีประเมิน มีความเหมาะสม
7. นำการพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดย
อา้ งองิ วิธกี ารและปรชั ญาวิทยาศาสตรส์ มยั ใหม่ของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรยี นเทศบาลวัดท้ายตลาด
(กวีธรรมสาร) ท่ผี า่ นการประเมินดงั กล่าวข้อ 6 มาแก้ไขปรับปรงุ ตามคำแนะนำของผู้เชยี่ วชาญ
8. จัดทำรูปเล่มการพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรยี นเทศบาลวดั ทา้ ยตลาด (กวธี รรมสาร) ที่ผ่านการสรา้ งและหาคุณภาพเชิงเหตผุ ลแล้ว
44
การสร้างและหาประสิทธิภาพเชิงประจักษ์ ดำเนินการต่อจากผลการหาประสิทธิภาพ
เชงิ เหตผุ ล
1. นำการพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดย
อา้ งองิ วิธกี ารและปรชั ญาวิทยาศาสตรส์ มัยใหม่ของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด
(กวีธรรมสาร) ที่จัดทำเป็นรูปเล่มแล้วมาทดลองใช้เพื่อหาประสิทธิภาพเชิงประจักษ์กับนักเรียนระดับ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) อำเภอเมืองอุตรดิตถ์
จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับกลุ่มเป้าหมายการวิจัยการหาประสิทธิภาพจะใช้วิธีการเทียบกับ
เกณฑป์ ระสิทธภิ าพ E /E = 70/70 เมือ่
12
E หมายถึง ร้อยละของคะแนนรวมท้งั หมดจากการทำกจิ กรรม และการทดสอบย่อย
1
ระหว่างการทดลองใช้การพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างองิ
วิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด
(กวีธรรมสาร) ซ่ึงเกณฑป์ ระเมนิ ผา่ นคอื รอ้ ยละ 70
E หมายถึง ร้อยละของคะแนนรวมทั้งหมดจากการทำแบบทดสอบภายหลังสิน้ สุด
2
การทดลองใช้การพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการ
และปรชั ญาวิทยาศาสตรส์ มยั ใหม่ของนักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรยี นเทศบาลวดั ทา้ ยตลาด (กวีธรรมสาร)
ซึ่งเกณฑ์ประเมินผา่ นคอื ร้อยละ 70
การตัดสินประสิทธิภาพจากการทดลองใช้การพฒั นาวธิ ีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรยี นเทศบาลวดั ท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) เม่ือเทยี บกบั เกณฑป์ ระสิทธิภาพท่ีกำหนด
ขึ้นว่า ถ้าค่าร้อยละของคะแนนที่คำนวณของ E = 70±2.55 แสดงว่า ประสิทธิภาพของ E เป็นไปตาม
11
เกณฑร์ อ้ ยละ 70 แต่ถ้ามากกว่า หรือนอ้ ยกวา่ 70±2.5 แสดงวา่ ประสิทธิภาพของ E สงู กวา่ หรอื น้อย
1
กว่าเกณฑ์ที่ตั้ง ต้องปรับนวัตกรรมให้เท่ากับเกณฑ์ที่ตั้งคือ 70 ส่วนการตัดสินประสิทธิภาพของ E ทำ
2
เช่นเดียวกับ E และถ้าร้อยละของคะแนนระหว่าง E และ E ต่างกันมากกว่าร้อยละ 5 แสดงว่า
1 12
ประสิทธิภาพของการพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดย
อ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวดั
ทา้ ยตลาด (กวีธรรมสาร) มปี ระสิทธิภาพไม่เปน็ ไปตามเกณฑ์ ต้องทำการปรับปรุงใหม่
2. จัดทำรูปเล่มการพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5
โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) พร้อมสำหรับการนำไปทดลองใช้กับนักเรียนระดับ
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5 ซงึ่ เป็นกล่มุ ทเี่ ป้าหมายการวิจยั
45
ข้อตกลง เนื่องด้วยปัจจัยจำกัดบางประการคือ 1) โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด
(กวีธรรมสาร) เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก/ขนาดกลางซึ่งสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แล้ว
เปิดการเรียนการสอนเพียงชั้นเรียนเดียวและมีนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 20 คน หรือ 2) ขาดโรงเรียนที่มี
บรบิ ทใกล้เคียงกัน หรือ 3) ขาดความยินยอมของโรงเรียนท่ีมีบริบทใกล้เคียงกันที่จะให้ผู้วิจัยนำ
การพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการ
และปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด
(กวีธรรมสาร) มาทดลองใช้กับนักเรียนระดับชั้นเดียวกันเพื่อหาประสิทธิภาพเชิงประจักษ์ ดังนั้น ด้วย
ปัจจัยจำกัดดังกล่าว จึงสร้างข้อตกลงว่า การทำวิจัยครั้งนี้จะขอละเว้นการหาประสิทธิภาพเชิงประจกั ษ์
ของการพฒั นาวธิ ีการสอนแบบ 5Es สำหรบั การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างองิ วธิ กี ารและ
ปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด
(กวีธรรมสาร)
2. เคร่อื งมือรวบรวมขอ้ มูล
2.1 ชนิดของเครื่องมือ เครื่องมือที่ใช้รวบรวมข้อมูลประกอบด้วยแบบสอบถามวัดระดับ
ความพึงพอใจ แบบสอบถามวดั ความเหมาะสมของนวัตกรรม แบบทดสอบ
2.2 วิธีการสร้างและหาประสิทธิภาพ ดำเนินการสร้างและหาประสิทธิภาพทั้งเชิงเหตุผล
และเชงิ ประจักษ์ดงั นี้
การสรา้ งและหาประสิทธภิ าพเชิงเหตผุ ล ดำเนินการตามลำดับข้ัน
1. ทำการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาแนวคิด ทฤษฎี หลักการ
วิธีการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างแบบทดสอบ และแบบฝึกหัด เครื่องมือรวบรวมข้อมูลแต่ละชนิดจะสร้าง
ตามแนวคดิ ทฤษฎี หลักการ วิธกี ารต่าง ๆ ดังน้ี
1.1 แบบทดสอบ สร้างตามแนวคิด ทฤษฎีของ หลักการ วิธีการทางการของ
บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์ (2526 : 122) ซึ่งเป็นที่มาของแนวคิด ทฤษฎี หลักการ วิธีการที่จะนำมาใช้
สำหรบั สรา้ งเคร่ืองมอื รวบรวมขอ้ มูลตามท่ีกลา่ วถงึ
1.2 แบบวัดความพึงพอใจ สร้างตามแนวคิด ทฤษฎีของ หลักการ วิธีการทางการของ
กรองจิตร์ คงจัง (2558) ซึ่งเป็นที่มาของแนวคิด ทฤษฎี หลักการ วิธีการที่จะนำมาใช้สำหรับสร้าง
เครื่องมือรวบรวมข้อมูลตามที่กล่าวถงึ
2. สร้างฉบับร่างแบบทดสอบ และแบบวัดความพึงพอใจ โดยอ้างอิงผลการศึกษา
เอกสารและงานวิจยั ที่เกีย่ วข้องดังกลา่ วขอ้ ย่อยขอ้ 1 กอ่ นหน้า
3. สร้างแบบประเมินค่า IOC เพื่อให้ผู้เชียวชาญทำการประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา แต่
ละข้อคำถามของแต่ละประเด็นของเครื่องมือรวบรวมข้อมูลแต่ละชนิด แบบประเมินค่า IOC ของ
เครือ่ งมอื รวบรวมขอ้ มลู แตล่ ะชนิดกลา่ วแลว้ ในภาคผนวก ข
46
4. นำแบบประเมินค่า IOC ของเครื่องมือรวบรวมข้อมูลแต่ละชนิดที่สร้างฉบับร่างไปให้
ผูเ้ ช่ียวชาญดา้ นภาษา ด้านเทคโนโลยีการศกึ ษา และด้านการวิจัยหรือการวัดประเมินผลด้านละ 1 คน ทำ
การประเมินความเท่ียงตรงเชงิ เน้ือหาของแต่ละข้อคำถามของแต่ละประเด็นดว้ ยแบบประเมิน IOC แตล่ ะข้อ
คำถามของแต่ละประเด็นที่ประเมินต้องมีค่าเฉลี่ยอย่างน้อย 0.5 หรือ ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 2 ใน 3 คน
เห็นวา่ มคี วามตรง จงึ จะตัดสินว่า ข้อคำถามนั้นมคี วามเท่ียงตรง ผลการประเมนิ พบว่า
4.1 แต่ละข้อคำถามของแบบทดสอบมีค่าดรรชนีความสอดคล้องระหว่าง
<0.5ถึง≥0.5หรือผู้เชี่ยวชาญจำนวน 2 ใน 3 คนเห็นว่ามีความตรง จึงลงข้อสรุปว่า แต่ละข้อของ
แบบทดสอบสอบมคี วามเที่ยงตรง ผลการประเมนิ ความเท่ียงตรงของแต่ละข้อคำถามของแบบทดสอบแสดง
แล้วดังภาคผนวกท่ี ข
4.2 แต่ละข้อคำถามของแบบสอบถามวัดระดับความพึงพอใจมีค่าดรรชนีความ
สอดคล้องระหว่าง 1.00 ถึง 5.00 หรือผู้เชี่ยวชาญจำนวน 2 ใน 3 คนจึงลงข้อสรุปว่า แบบสอบถามวัด
ระดับความพึงพอใจมีความเที่ยงตรง ผลการประเมินความเที่ยงตรงของแต่ละข้อคำถามของแบบถามวัด
ระดบั ความพึงพอใจแสดงแล้วดงั ภาคผนวก ข
5. นำเครื่องมือรวบรวมข้อมูลแต่ละชนิดที่ผ่านการประเมินดังกล่าวข้อ 4 มาแก้ไข
ปรับปรุงตามคำแนะนำของผเู้ ชีย่ วชาญ
6. จัดทำรูปเล่มเครื่องมือรวบรวมข้อมูลแต่ละชนิดที่ทำการแก้ไขแล้วตามคำแนะนำของ
ผเู้ ช่ียวชาญ
การหาประสิทธิภาพเชิงประจักษ์ ดำเนินการต่อจากผลการหาประสิทธิภาพเชิงเหตผุ ล
1. นำเครื่องมือรวบรวมข้อมูลแต่ละชนิดที่จัดทำเป็นรูปเล่มแล้วมาหาค่าความเชื่อม่ัน
(Reliability) โดยทดลองใช้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด
(กวีธรรมสาร) อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับกลุ่มที่เป็นเป้าหมายการวิจัย
การหาค่าความเชื่อมั่นใช้วิธีการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s Alpha
Coefficient) โดยมีเกณฑป์ ระเมนิ ผ่านทง้ั ฉบับที่ 0.7 ถ้านอ้ ยกวา่ ตอ้ งทำการปรบั ปรุงเครอ่ื งมือใหม่
2. ปรบั ปรุงเครื่องมอื รวบรวมขอ้ มลู แตล่ ะชนดิ หากพบว่า คา่ สัมประสทิ ธิแ์ อลฟาต่ำกว่า
0.7
3. ยกเว้นแบบทดสอบ จัดทำรูปเล่มเครื่องมือรวบรวมข้อมูลแต่ละชนิด พร้อมสำหรับ
การนำไปทดลองใช้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด
(กวีธรรมสาร) อำเภอเมืองอตุ รดติ ถ์ จังหวัดอตุ รดติ ถ์ ซงึ่ เปน็ กลุ่มเป้าหมายการวจิ ัย
สำหรับแบบทดสอบนั้น เมื่อทำการประเมินความเที่ยงตรงและความเชื่อมั่นแล้ว ก่อน
นำไปทดลองใช้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งเป็นกลุ่มที่เป้าหมายการวิจัย ต้องดำเนินการ
ต่อจากขอ้ 3 เพ่ือหาคา่ ความยากง่าย และค่าอำนาจ การจำแนกตอ่ ดังนี้
47
4. นำแบทดสอบแต่ละข้อมาวิเคราะห์ความยากง่ายด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป
ข้อคำถามที่ดีของแบบทดสอบประเภท 4 ตัวเลือกจะมีค่าความยากง่ายระหว่าง 0.20 – 0.80
(สุมาลี จันทร์ชะลอ. 2542)
5. นำแบบทดสอบแตล่ ะขอ้ มาวเิ คราะหค์ า่ อำนาจการจำแนกโดยใช้โปรแกรมสำเรจ็ รูป SPSS
6. จัดทำรปู เล่มของแบบทดสอบ พร้อมสำหรบั การนำไปทดลองใช้กับนกั เรียนระดบั
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็น
กลุม่ เป้าหมายการวจิ ยั
ขอ้ ตกลง เนอื่ งดว้ ยปจั จัยจำกัดบางประการเช่นเดยี วกับดังกลา่ วแล้วในหัวข้อ “วิธีการ
สร้างและหาคุณภาพของนวัตกรรม” จึงสร้างข้อตกลงว่า การวิจัยครั้งนี้จะละเว้นการหาประสิทธิภาพ
เชิงประจักษ์ซึ่งประกอบดว้ ย การหาค่าความเชื่อมัน่ ของเครื่องมือรวบรวมข้อมูลทุกชนิด การหาค่าความ
ยากง่าย และคา่ อำนาจการจำแนกซงึ่ เฉพาะสำหรับแบบทดสอบ
การดำเนนิ การรวบรวมข้อมลู
1. ทำหนังสือถึงคณบดีคณะบดีคณะครุศาสตร์เพื่อร้องขอให้ออกหนังสือราชการถึงผู้อำนวยการ
โรงเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อขอ
อนุญาตที่จะทดลองใช้การพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน
เทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) จัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้เรือ่ งเสียง
และการได้ยนิ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ของนักเรียนระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5
2. ประชุม ชี้แจง และสร้างข้อตกลงกับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เกี่ยวการทดลอง
ใช้การพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและ
ปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด
(กวีธรรมสาร) จัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธ์ิการเรียนรู้เรื่องเสียงและการได้ยิน สาระการ
เรียนร้วู ิทยาศาสตร์ กบั นักเรียนระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 5
3. จัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้เรื่องสียงและการได้ยิน สาระการ
เรียนรู้วิทยาศาสตร์ กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยทดลองใช้การพัฒนาวิธีการสอนแบบ
5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่
นกั เรยี นระดับชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรียนเทศบาลวดั ทา้ ยตลาด (กวีธรรมสาร)
4. ทำการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภายหลังการ
จัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้เรื่องเสียงและการได้ยิน สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
โดยทดลองใช้การพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์โดยอ้างองิ
48
วิธกี ารและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ นักเรยี นระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด
(กวธี รรมสาร)
5. ให้นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตอบแบบสอบถามวัดระดับความพึงพอใจจากการ
จัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้เรือ่ งเสียงและการได้ยิน สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
โดยทดลองใช้การพฒั นาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจดั กิจกรรมการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรโ์ ดยอ้างองิ
วิธกี ารและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ นกั เรียนระดับช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรยี นเทศบาลวัดท้ายตลาด
(กวธี รรมสาร)
การวเิ คราะห์ข้อมูล
1. การวิเคราะหข์ อ้ มูลเพอื่ หาคณุ ภาพและประสิทธภิ าพของเครือ่ งมอื การวิจัย
1.1 ความเหมาะสมของนวัตกรรมที่สร้างหรือพัฒนาต่อยอด วิเคราะห์ด้วยค่าเฉลี่ย และ
ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน วธิ ีการวิเคราะหใ์ ช้โปรแกรมคอมพวิ เตอรส์ ำเรจ็ รปู
1.2 ประสิทธภิ าพเชงิ ประจักษข์ องนวัตกรรมที่สรา้ งหรอื พฒั นาต่อยอด วิเคราะหด์ ้วยเกณฑ์
ประสทิ ธิภาพ E /E วธิ ีการวิเคราะหใ์ ชโ้ ปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรปู
12
1.3 ความเทย่ี งตรงเชงิ เน้อื หาของเครื่องมือรวบรวมข้อมลู แต่ละชนิด วิเคราะหด์ ้วยค่าดรรชนี
ความสอดคล้องหรอื IOC วิธีการวเิ คราะหใ์ ชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอรส์ ำเรจ็ รูป
1.4 ความเชื่อมั่นของเครื่องมือรวบรวมข้อมูลแต่ละชนิด วิเคราะห์ด้วยค่าสัมประสิทธ์ิแอลฟา
ของครอนบาค วิธีการวิเคราะหใ์ ชโ้ ปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป
1.5 ความยากง่ายของแบบทดสอบแต่ละข้อ วิธกี ารวเิ คราะห์ใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอร์สำเร็จรปู
1.6 คา่ อำนาจการจำแนกของแบบทดสอบแต่ละข้อ วธิ ีการวเิ คราะห์ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์
สำเรจ็ รูป
2. การวิเคราะห์ขอ้ มลู การวิจัย
2.1 ผลการเรียนรูข้ องนักเรยี น วิเคราะหด์ ้วยค่าคะแนนเฉลีย่ และส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน
2.2 ระดับผลการเรียนรู้ของนักเรียน วิเคราะห์โดยการเปรียบเทียบร้อยละของค่าคะแนน
เฉลี่ยกับระดับผลการเรยี นรตู้ ามเกณฑ์ของ สพฐ.
2.3 ผลการทดลองใช้การพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ โดยทดลองใช้กับนักเรียนระดับช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) วิเคราะห์ด้วยวิธีการทางสถิติ
49
One -Sample t -Test ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ α 0.05 หรือที่ระดับความเชื่อมั่น 95% วิธีการ
วเิ คราะหใ์ ช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเรจ็ รูป
2.4 ระดับความพึงพอใจ วิเคราะห์ด้วยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิธีการวิเคราะห์
ใชโ้ ปรแกรมคอมพิวเตอรส์ ำเร็จรูป
2.5 เกณฑ์ประเมินระดับความพึงพอใจของนักเรียน วิเคราะห์ด้วยช่วงระดับค่าเฉลี่ยตาม
เกณฑ์ของบญุ ชม ศรีสะอาด. (2545 : 193)
การนำเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล
นำเสนอผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู ด้วยตาราง พร้อมท้งั บรรยายเป็นความเรยี งประกอบ
50
บทที่ 4
ผลการวิเคราะหข์ ้อมลู
การวิจัยเรื่อง การพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) ผู้วิจัยเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามประเด็นของ
วัตถปุ ระสงค์การวิจัย ดังนี้
1. เพื่อพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิง
วธิ ีการและปรชั ญาวิทยาศาสตร์สมยั ใหม่ สำหรับการพัฒนาการจัดการเรียนรู้เร่ืองเสียงกับการได้ยิน ของ
นักเรยี นระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5
2. เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้วิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ สำหรับการพัฒนาการจัดการเรียนรู้
เรอ่ื งเสยี งกบั การได้ยนิ นกั เรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5
3. เพ่อื ศกึ ษาระดับความพึงพอใจของนักเรยี นระดับชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 ทีม่ ตี ่อการทดลองใช้
วิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญา
วทิ ยาศาสตร์สมัยใหม่ สำหรบั การพฒั นาการจดั การเรยี นรูเ้ ร่ืองเสียงกับการได้ยิน
ผลการพัฒนาวธิ ีการสอนแบบ 5Es สำหรบั การจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตรโ์ ดยอา้ งอิงวิธีการและ
ปรชั ญาวทิ ยาศาสตร์สมัยใหม่
1.นวตั กรรมทีส่ รา้ ง
1.1 แผนการจัดการเรียนร้ทู ั้งสน้ิ 3 แผน
1) แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 ใช้จัดกจิ กรรมการเรยี นรูเ้ ร่อื ง เสียงกับการได้ยนิ (1)
และใช้เวลา 2 คาบ
2) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 ใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง เสียงกับการได้ยิน (2)
และใช้เวลา 2 คาบ
3) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 ใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง เสียงกับการได้ยิน (3)
และใช้เวลา 2 คาบ
1.2 ใบกิจกรรมท้ังสน้ิ 3 ใบกิจกรรม
1) ใบกจิ กรรมท่ี 1 เร่ือง เสียงกบั การได้ยนิ
2) ใบกิจกรรมท่ี 2 เรื่อง เสียงสงู เสียงตำ่
51
3) ใบกจิ กรรมท่ี 3 เรื่อง การเกิดสียงดังเสยี งคอ่ ย
1.3 แบบทดสอบทัง้ ส้ิน 1 ชดุ เรื่อง เสยี งกับการได้ยนิ
1.4 แบบวัดระดับความพึงพอใจ 1 ชุด เรื่อง แบบวัดระดับความพึงพอใจของนักเรียนระดับ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด(กวีธรรมสาร) ที่มีต่อการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนา
วิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญา
วทิ ยาศาสตร์สมยั ใหม่
รายละเอียดของการพัฒนาวธิ กี ารสอนแบบ 5Es สำหรับการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
โดยอ้างอิงวิธกี ารและปรชั ญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ แสดงแล้วดังภาคผนวก จ
2. การหาประสทิ ธิภาพของนวัตกรรม
2.1 การหาประสิทธิภาพเชิงเหตุผล (Rational Approach) เมื่อประเมินความเหมาะสม
ของการพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการ
และปรัชญาวทิ ยาศาสตรส์ มัยใหม่ ดว้ ยแบบประเมินความเหมาะสมจากผ้เู ชีย่ วชาญจำนวน 3 คน ผลการ
ประเมนิ แสดงดงั ตารางท่ี 1
ตารางท่ี 1.1: แสดงผลการประเมินความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาวธิ กี ารสอนแบบ
5Es สำหรบั การจดั กิจกรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวธิ กี ารและปรัชญวทิ ยาศาสตร์
สมยั ใหม่ จากผูเ้ ชี่ยวชาญจำนวน 3 คน
ประเด็นที่ประเมนิ รายการประเมิน ̅ .
มาตรฐานและการ 1. มีการวเิ คราะห์ตวั ช้ีวัดชัน้ ป/ี ชว่ งชนั้ /ผลการเรียนรู้ 4.33 0.58
จัดการเรียนรู้ ครอบคลุมสาระการเรียนร้ทู ้ัง 3 ดา้ น (K P A) 4.33 0.58
รวม
1. เน้ือหา/สาระการเรียนรมู้ คี วามสอดคล้องกนั 4.67 0.58
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ระบุพฤติกรรมชดั เจน 4.33 0.58
สามารถวัดได้ 4.67 0.58
3. สาระการเรียนรคู้ รบถว้ นสัมพนั ธ์กับจุดประสงค์
การเรยี นรู้
รวม 4.56 0.58
52
ตารางที่ 1.1: (ต่อ) แสดงผลการประเมินความเหมาะสมของแผนการจดั การเรียนรู้ เพ่อื พัฒนาวธิ ีการสอน
แบบ 5Es สำหรับการจดั กจิ กรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรโ์ ดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญา
วทิ ยาศาสตร์สมยั ใหม่ จากผู้เชยี่ วชาญจำนวน 3 คน
ประเดน็ ทป่ี ระเมิน รายการประเมิน ̅ .
1. เนื้อหาแบบฝึกทักษะการสอนแบบ 5Es เป็นไป 4.67 0.58
ตามลำดบั ข้นั ตอนการเรียนรู้จากง่ายไปหายาก
2. แบบฝึกทักษะการสอนแบบ 5Es มกี ารฝึก 4.33 0.58
กระบวนการคิดและการแกป้ ัญหาทางวทิ ยาศาสตร์
แบบฝกึ ทักษะ 3. เนอ้ื หาในแบบฝึกทกั ษะการสอนแบบ 5Es มีความ 4.67 0.58
เหมาะสมและสอดคล้องกบั จุดประสงค์การเรยี นรู้
4. ภาษาทใี่ ช้ในการทำแบบฝึกทักษะการสอนแบบ
5Es มกี ารใชส้ ำนวนภาษาได้ถูกต้อง ชดั เจน และ 4.67 0.58
เข้าใจงา่ ย
รวม 4.59 0.58
1. ผูเ้ รยี นมบี ทบาทส่วนรว่ มในการปฏิบัตกิ จิ กรรมการ 4.67 0.58
สอนแบบ 5Es
2. ผ้เู รียนได้เรยี นรู้กระบวนการสอนแบบ 5Es และ 4.67 0.58
เกิดผลงาน / ชิน้ งาน
3. การสอนแบบ 5Es ทำใหผ้ ูเ้ รยี นมกี ารส่ือสารและ 4.33 0.58
นำเสนอผลงานอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
กจิ กรรม 4. การสอนแบบ 5Es ทำให้ผ้เู รยี นมีการศึกษาคน้ ควา้ 4.33 0.58
การเรียนรู้ สืบค้นข้อมลู จากแหลง่ ขอ้ มลู ตา่ งๆ 4.67 0.58
5. การสอนแบบ 5Es เปิดโอกาสให้ผูเ้ รยี นไดร้ ่วมมือ
กันสร้างองค์ความร้ดู ้วยตนเอง
6. การสอนแบบ 5Es ใช้เทคนิค / กระบวนการเรยี นรูท้ ่ี 4.67 0.58
เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญท่ีมคี วามนา่ สนใจ เหมาะสม
7. การสอนแบบ 5Es มีปฏสิ มั พนั ธร์ ะหว่างผสู้ อนกับ
ผู้เรียน และผูเ้ รยี นกบั ผูเ้ รยี น เชน่ มีการต้งั คำถาม / 4.67 0.58
ขอ้ สงสยั ในสง่ิ ท่ีต้องการเรียนรอู้ ย่างมีเหตุผลและ
สร้างสรรค์
รวม 4.57 0.58
53
ตารางที่ 1.1: (ต่อ) แสดงผลการประเมินความเหมาะสมของแผนการจดั การเรยี นรู้ เพื่อพัฒนาวธิ ีการสอน
แบบ 5Es สำหรบั การจัดกจิ กรรมการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวธิ ีการและปรชั ญา
วิทยาศาสตรส์ มัยใหม่ จากผู้เชย่ี วชาญจำนวน 3 คน
ประเด็นทีป่ ระเมิน รายการประเมิน ̅ .
1. รปู แบบการสอนและกิจกรรมท่หี ลากหลายในเชงิ 4.67 0.58
บูรณาการ
2. กิจกรรมการเรยี นการสอนแบบ 5Es เนน้ นักเรียน 4.67 0.58
การจดั การเรยี นรูแ้ บบ เป็นสำคัญ
สบื เสาะหาความรู้ 3. พัฒนานักเรยี นใหเ้ กิดการคิดเชิงวิเคราะห์ 4.67 0.58
(5E) สงั เคราะห์ และสร้างสรรค์
4. กิจกรรมการเรยี นการสอนแบบ 5Es มีการ 4.67 0.58
เชื่อมโยงความรเู้ ดิมเข้ากับความรใู้ หม่
รวม 4.67 0.58
1. สือ่ สง่ เสรมิ ใหเ้ กิดกระบวนการและการแสวงหา 4.33 0.58
ความรู้
2. การใชส้ ื่อ/แหลง่ เรยี นรูส้ มั พนั ธส์ อดคล้องกบั 4.33 0.58
กิจกรรมการเรยี นรู้
สื่อการเรยี นรู้ 3. วัสดอุ ปุ กรณ์ สอ่ื และแหลง่ เรียนรมู้ ีความ 4.33 0.58
หลากหลายเหมาะสม
4. ส่ือการเรียนรชู้ ่วยกระตนุ้ และสง่ เสริมใหผ้ ้เู รียน
สามารถฝกึ ปฏบิ ัติไดด้ ว้ ยตนเองหรือฝึกปฏบิ ัตเิ ปน็ 4.67 0.58
กลุ่ม
รวม 4.41 0.58
54
ตารางที่ 1.1: (ต่อ) แสดงผลการประเมินความเหมาะสมของแผนการจดั การเรียนรู้ เพื่อพฒั นาวิธกี ารสอน
แบบ 5Es สำหรับการจัดกจิ กรรมการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธกี ารและปรัชญา
วิทยาศาสตรส์ มยั ใหม่ จากผู้เชย่ี วชาญจำนวน 3 คน
ประเดน็ ที่ประเมนิ รายการประเมิน ̅ .
1. การวัดและประเมนิ ผลเน้นการประเมินตามสภาพจริง 4.67 0.58
2. มผี ลงาน / ชิ้นงาน / ภาระงาน ซ่ึงเป็นหลักฐาน 4.67 0.58
การเรยี นรู้
3. การวดั และประเมนิ ผลสนองต่อการส่งเสรมิ 5.00 0.00
4.67 0.58
การวัดและประเมินผล ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน
4. วัดและประเมนิ ผลสอดคล้องกับมาตรฐานการ
เรยี นร/ู้ ตัวชีว้ ดั / จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
5. การวัดและประเมนิ ผลมีเครื่องมือและเกณฑ์ที่ใช้วดั 4.67 0.58
ได้ตรงตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ชวี้ ัดและจุดประสงค์
รวม 4.74 0.58
จากตารางที่ 1.1 พบว่า แต่ละรายการที่ประเมินของแต่ละประเด็นมีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 4.00 ซึ่งผ่าน
เกณฑ์ประเมินขั้นต่ำคือ 3.50 ดังนั้น จึงสรุปว่าแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es
สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มีความ
เหมาะสม
2.2 การหาประสิทธิภาพเชิงประจักษ์ (Empirical Approach) วิธีการหาประสิทธิภาพเชิง
ประจักษ์ของการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่จะใช้วิธีการเทียบตามเกณฑ์ สพฐ
ระดบั ดี (คะแนนร้อยละ 70 – 74) โดยนำการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es
สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ที่หา
ประสิทธิภาพเชิงเหตุผลแล้วไปทดลองกับกลุ่มนักเรียนที่เป็นคนละกลุ่มกับเป้าหมายการวิจัย แต่ตาม
ข้อตกลงดังระบุในบทที่ 3 ว่าเนื่องด้วยปัจจัยจำกัดบางประการคือ โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด
(กวีธรรมสาร) เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ ซึ่งสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เปิดการเรียนการ
สอนเพียงชั้นเรียนเดียวและมีนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 1,742 คน การทำวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยขอละเว้นการหา
ประสิทธิภาพเชิงประจกั ษ์ของการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ดังข้อตกลง
แลว้ ในบทที่ 3
55
การพฒั นาผลสัมฤทธกิ์ ารเรียนรู้
1. คะแนนผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้
จากการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้เร่ือง เสียงกับการไดย้ ิน โดยทดลองใช้การออกแบบกจิ กรรมการ
เรยี นรู้เพื่อพัฒนาวธิ กี ารสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรโ์ ดยอา้ งองิ วธิ ีการและ
ปรชั ญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่กับนักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปที ่ี 5 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 20 คน
คะแนนผลสัมฤทธ์กิ ารเรยี นรู้ของนักเรียนจากการจัดกิจกรรมการเรยี นร้ดู ังกล่าวแสดงดังตารางท่ี 2
ตารางท่ี 2: แสดงคะแนนผลสัมฤทธ์กิ ารเรียนร้เู ร่อื ง เสียงกบั การได้ยนิ จากการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
โดยทดลองใช้การออกแบบกิจกรรมการเรยี นรู้เพื่อพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัด
กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตรโ์ ดยอา้ งอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่กับกลุ่ม
ตัวอยา่ ง เมอ่ื คะแนนเตม็ เทา่ กับ 30 คะแนน
ที่ คะแนนหลงั เรยี น
1 18
2 20
3 24
4 25
5 27
6 23
7 26
8 26
9 25
10 24
11 25
12 20
13 22
14 24
15 25
16 27
17 23
18 25
19 22
20 24
รวม 20 คน รวมคะแนน 475, ̅ = 23.75, . = 2.381 หรอื คา่ คะแนนเฉลีย่ ร้อยละ 79.17
56
จากตารางที่ 2 พบว่า คะแนนหลังเรียนเรื่อง เสียงกับการได้ยินกับนักเรียนระดับช้ัน
ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ซึง่ เปน็ กลมุ่ ตัวอย่าง คา่ คะแนนเฉลยี่ ของผลสัมฤทธิ์การเรียนรูเ้ ท่ากับ 23.75 คะแนน
คิดเป็นร้อยละ 79.17 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.381 โดยทดลองใช้การออกแบบกิจกรรม
การเรียนรู้เพื่อพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิง
วธิ ีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่กับนักเรยี นระดับช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 5
2. การเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธกิ์ ารเรียนรู้
เมื่อใช้วิธีการทางสถิติ One Sample t-Test วิเคราะห์เปรียบเทียบระดับผลสัมฤทธิ์
การเรียนรู้เรื่อง เสียงกับการได้ยิน ของกลุ่มตัวอย่างที่เกิดจากการทดลองใช้การออกแบบกิจกรรมการ
เรียนรู้ เพื่อพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรบั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการ
และปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ กับผลการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับ ดี ตามเกณฑ์ สพฐ. (คะแนนร้อยละ
70 – 74) ผลการเปรียบเทียบแสดงดงั ตารางที่ 3
ตารางที่ 3: แสดงผลการเปรียบเทียบระดับผลสัมฤทธกิ์ ารเรยี นรูเ้ รื่อง เสยี งกับการไดย้ นิ ของกลุ่มตวั อย่าง
ซง่ึ ถูกจดั กิจกรรมการเรยี นรูเ้ รื่องโดยทดลองใช้การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เพ่ือพัฒนา
วิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกจิ กรรมการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรโ์ ดยอ้างอิงวธิ ีการและ
ปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่กับผลการเรยี นรู้ตงั้ แต่ระดับ ดี ตามเกณฑ์ของ สพฐ.
(ค่าคะแนนร้อยละ 70 – 74) เมื่อ α = 0.05 หรอื ท่ีระดับความเชอื่ ม่ัน 95%
One –Sample Statistics
การทดสอบ จำนวน คะแนน ค่าคะแนน สว่ นเบย่ี งเบน เกณฑ์ระดับผลการเรียนรู้ของ สพฐ.
(คน) เต็ม เฉล่ีย (̅ ) มาตรฐาน ทกี่ ำหนด และระดับผลการเรียนร้ทู ่ีเทยี บ
( )
หลังเรยี น 20 30 23.75 2.381 เกณฑ์ สพฐ. ตัง้ แตร่ ะดบั ดี (70-74%)
ผลการเรียนรูท้ ีเ่ ทียบ ดีมาก (79.17 %)
One –Sample Statistics Sig. (2-tailed) Confidence Level (%)
t df .000 95
44.601 19
2. เมื่อเปรียบเทียบระดับผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้กับผลการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับ ดี ตามเกณฑ์ของ
สพฐ.พบว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง เสียงกับการได้ยิน โดยทดลองใช้การออกแบบกิจกรรมการ
57
เรียนรู้ เพื่อพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและ
ปรัชญาวิทยาศาสตรส์ มยั ใหม่ซ่ึงมีค่าคะแนนเฉลย่ี คดิ เปน็ ร้อยละ 79.17 ซึง่ สงู กวา่ เกณฑ์ร้อยละ 70 ดังน้ัน
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง เสียงกับการได้ยิน โดยทดลองใช้การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ เพ่ือ
พัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญา
วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ทำให้ระดับผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของกลุ่มตัวอย่างสูงกว่า ผลการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับ ดี
ตามเกณฑ์ ของ สพฐ. อยา่ งมนี ยั สำคัญทางสถิติท่ี α = 0.05 หรอื ท่รี ะดบั ความเชื่อม่ัน 95% จากตาราง
ท่ี 3 เม่ือทำการวเิ คราะห์เปรยี บเทยี บระดับผลสมั ฤทธ์ิการเรยี นรู้เรื่อง เสยี งกับการได้ยนิ กบั การจัดกจิ กรรม
โดยทดลองใช้การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่กับผลการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับ ดี ตาม
เกณฑ์ ของ สพฐ. (ร้อยละค่าคะแนนเฉลี่ย 70 - 74) ด้วยวิธีการทางสถิติ One-Sample t-Test แบบ 2
ทาง พบว่า t มีค่าเท่ากับ 44.601 df มีค่าเท่ากับ 19 ค่า p-value เท่ากับ .000 ซึ่งน้อยกว่าค่า α ท่ี
0.05 ดงั นนั้ จึงสรปุ ว่า
1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง เสียงกับการได้ยิน โดยทดลองใช้การออกแบบกิจกรรมการ
เรยี นรู้ เพอ่ื พัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและ
ปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มีผลต่อระดับผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของกลุ่มตัวอย่างแตกต่างกันอย่างมี
นยั สำคัญทางสถติ ิท่ี α =0.05 หรอื ท่ีระดบั ความเช่อื ม่นั 95%
จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังตารางที่ 3 จึงสรุปว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง เสียงกับการ
ได้ยิน โดยทดลองใช้การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มีผลต่อการพัฒนา
ผลสมั ฤทธิ์การเรียนรู้ของนักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด(กวีธรรมสาร)
อำเภอเมอื ง จังหวดั อุตรดติ ถ์ ซ่งึ สอดคลอ้ งกับสมมติฐานการวจิ ัยทก่ี ำหนดว่า นกั เรยี นทไ่ี ด้รับการกิจกรรม
การเรียนรู้เพื่อพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิง
วิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มีวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตร์โดยอ้างอิงวธิ ีการและปรชั ญาวิทยาศาสตรส์ มัยใหม่ระดบั ดขี ึน้ ไป
58
ระดับความพงึ พอใจ
จากการจดั กิจกรรมการเรียนร้เู รื่อง เสยี งกบั การไดย้ ิน โดยทดลองการออกแบบกจิ กรรมการเรียนรู้
เพอ่ื พฒั นาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนร้วู ิทยาศาสตรโ์ ดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญา
วิทยาศาสตร์สมัยใหม่กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2564 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน
20 คน เมอ่ื วเิ คราะห์ระดับความพงึ พอใจ ผลการวเิ คราะหแ์ สดงดงั ตารางท่ี 4
ตารางที่ 4: แสดงระดบั ความพงึ พอใจของนักเรียนระดบั ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 5 ปีการศกึ ษา 2564
จำนวน 20 คนทม่ี ีตอ่ การทดลองใช้การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาวิธกี ารสอน
แบบ 5Es สำหรบั การจดั กิจกรรมการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรโ์ ดยอา้ งอิงวธิ ีการและปรัชญา
วิทยาศาสตรส์ มัยใหม่จดั กจิ กรรมการเรียนรู้เรื่อง เสียงกบั การไดย้ ิน
ประเด็นและรายการท่ปี ระเมิน ̅ . ระดับความพึงพอใจ
ดา้ นบทบาทครู
1. ครมู กี ารเตรียมการสอนล่วงหนา้ 3.66 1.53 มาก
2. ครูให้โอกาสนกั เรียนซกั ถามปัญหา 4.67 0.58 มากที่สดุ
3. ครูแจ้งจดุ ประสงค์การเรียนร้ชู ดั เจน 4.33 1.15 มาก
4. เนือ้ หาท่สี อนทันสมัยนำไปใชไ้ ดจ้ ริง 4.00 1.00 มาก
5. ครใู ช้วิธีการสอนและใช้สือ่ อย่างหลากหลาย 3.66 1.53 มาก
6. ครสู ่งเสรมิ ใหน้ กั เรยี นทำงานรว่ มกนั เป็นกล่มุ 4.73 0.45 มากท่สี ุด
7. ครูใหค้ วามสนใจแกน่ กั เรยี นอย่างท่ัวถึงขณะสอน 4.47 0.61 มาก
8. ครสู ่งเสริมให้นกั เรยี นมีความคดิ รเิ รมิ่ สร้างสรรค์และ 4.21 0.54 มาก
ร่วมกนั อภปิ ราย
รวม 4.21 0.92 มาก
ประเดน็ และรายการทปี่ ระเมิน ̅ . ระดับความพึงพอใจ
ดา้ นบทบาทนักเรียน
1. นกั เรยี นมีส่วนรว่ มในการทำกจิ กรรม 4.67 0.58 มากที่สุด
2. นักเรยี นได้แสดงความคิดเห็นและรว่ มกันอภปิ รายกับผู้อ่ืน 4.33 1.15 มาก
3. นกั เรียนสามารถนำความร้ทู ี่ได้ไปประยุกต์ใช้ใน 4.20 0.95 มาก
ชวี ิตประจำวัน
รวม 4.40 0.89 มาก
59
ตารางที่ 4: (ตอ่ ) แสดงระดับความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปกี ารศกึ ษา 2564
จำนวน 20 คนทม่ี ีตอ่ การทดลองใช้การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อพฒั นาวิธกี ารสอน
แบบ 5Es สำหรับการจดั กิจกรรมการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์โดยอ้างองิ วิธีการและปรัชญา
วทิ ยาศาสตรส์ มัยใหมจ่ ัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง เสียงกับการได้ยิน
ประเด็นและรายการทปี่ ระเมิน ̅ . ระดบั ความพึงพอใจ
ดา้ นการจัดการเรยี นการสอน
1. วธิ ีการนำเขา้ สูบ่ ทเรยี นนา่ สนใจ 4.47 0.70 มาก
2. สอ่ื ความหมายได้ชัดเจนให้ผ้เู รียนเข้าใจ บรรลวุ ัตถุประสงค์ 4.31 0.75 มาก
3. จัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนอยา่ งหลากหลายมีความ 4.10 0.74 มาก
เหมาะสม
4. วธิ ีสอน/กจิ กรรม สอดคล้องกบั เนื้อหา จดุ ประสงค์และ 4.36 0.60 มาก
ความสนใจของผู้เรยี น
รวม 4.31 0.70 มาก
ประเดน็ และรายการทป่ี ระเมิน ̅ . ระดบั ความพึงพอใจ
ดา้ นการวัดและประเมนิ ผล
1. ครมู ีการวดั ผลและประเมนิ ผลที่ยุตธิ รรม 4.31 0.75 มาก
2. ครมู กี ารวัดผลประเมนิ ผลหลากหลายวิธี 4.10 0.74 มาก
3. ครมู กี ารวัดผลและประเมนิ ผลอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ 4.47 0.61 มาก
4. ครูมีการวัดผลและประเมนิ ผลทเี่ หมาะสมกับเนอ้ื หาวิชา 4.21 0.54 มาก
รวม 4.27 0.66 มาก
รวมท้ังหมด 4.29 0.80 มาก
จากตารางที่ 4 พบว่า เมือ่ วิเคราะห์โดยภาพรวม นักเรยี นระดับชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5 โรงเรียน
เทศบาลวัดทา้ ยตลาด (กวีธรรมสาร) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 20 คน มีความพึงพอใจ
ต่อการทดลองใช้การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ จัดกิจกรรมการ
เรียนรู้เรื่อง เสียงกับการได้ยินระดับมาก ( ̅ = 4.29, . = 0.80) แต่เมื่อวิเคราะห์เป็นรายด้านโดย
เรียงลำดับระดับค่าเฉลีย่ จากระดบั มากสดุ ไปหาน้อยสุด 4 ลำดบั พบวา่ นกั เรียนมีความพงึ พอใจต่อด้าน
บทบาทนักเรียน ( ̅ = 4.40, . = 0.89) มีความพึงพอใจระดับมาก รองลงมาคือ ด้านการจัดการ
เรียนการสอน ( ̅ = 4.31, . = 0.70) มีความพึงพอใจระดับมาก รองลงมาคือ ด้านการวัดและ
60
ประเมนิ ผล ( ̅ = 4.27, . = 0.66) มคี วามพึงพอใจระดับมาก และลำดับสดุ ทา้ ยคือ ดา้ นบทบาทครู
( ̅ = 4.21 , . = 0.92) มีความพึงพอใจระดับมาก
61
บทท่ี 5
สรุป อภิปราย และข้อเสนอแนะผลการวจิ ยั
สรุปผลการวจิ ัย
เป้าหมายของการวิจัยเพื่อต้องการพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ โดยอาศัยแนวคิด ทฤษฎี
หลักการ วิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและ
ปรัชญาวทิ ยาศาสตรส์ มัยใหม่ ทงั้ น้เี พราะจากผลการทบทวนเอกสารและงานวจิ ัยทเี่ กี่ยวข้องพโดยอ้างอิง
วิธีการบว่า งานวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลการเรียนรู้ของนักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดหนอง
แขม (สหราษฎร์บูรณะ) ที่จัดการเรียนการสอนแบบวัฎจักรการเรียนรู้ 5E ชยานันต์ จันดี (2557) ที่ใช้
จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตพืช มีบางประเด็นที่ต้องปรับปรุง เช่น ควรทำการศึกษาเปรียบเทียบ
ระหว่างวิธีการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายวธิ แี ละสนองตอ่ ความสนใจของผูเ้ รียน เพื่อนำมาเปรยี บเทียบ
ว่าแต่ละวิธีการสอนมีข้อแตกต่างกันอย่างไร และจะนำไปพัฒนาต่อไปอย่างไร ควรนำวิธีการจัดการ
เรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5E ไปใช้กับเนื้อหาอื่นในวิชาวิทยาศาสตร์ระดับชั้นต่างๆ เพื่อศึกษาว่า
วิธีการสอนนี้เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมกับเนื้อหาใด ระดับชั้นใด ด้วยสาเหตุดังกล่าวผู้วิจัยจึงมีความ
สนใจว่า การพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิง
วิธกี ารและปรชั ญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ทพ่ี ฒั นาวิธกี ารสอนแบบ 5Es เมื่อนำมาทดลองจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้เรื่อง เสียงกับการได้ยิน นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด(กวี
ธรรมสาร) อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของนักเรียนระดับชั้นดังกล่าวจะอยู่ท่ี
ระดับใดเมื่อเทียบกับเกณฑ์ของ สพฐ. และความพึงใจของนักเรียนต่อการทดลองใช้นวัตกรรมดังกล่าว
อยู่ทรี่ ะดับใด
เม่ือจดั กจิ กรรมการเรียนร้เู รื่อง เสียงกับการได้ยนิ กับนักเรยี นประถมศกึ ษาปที ี่ 5 ปีการศกึ ษา
2564 จำนวน 20 คน ซง่ึ เป็นกลมุ่ ตัวอย่างโดยทดลองใช้โดยทดลองใช้การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
เพอ่ื พัฒนาวธิ ีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกจิ กรรมการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์โดยอ้างองิ วิธกี ารและ
ปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่
ผลการวจิ ัยพบวา่
1. กลุ่มตวั อย่างมผี ลสมั ฤทธ์ิการเรยี นรทู้ ่รี ะดบั ดี เมื่อเทียบกับเกณฑ์ของ สพฐ.
2. เมือ่ เปรียบระดบั ผลสัมฤทธ์ิการเรียนรขู้ องกลุ่มตัวอยา่ งกับเกณฑ์ต้ังแตร่ ะดบั ดี ของ สพฐ.
ด้วย One – Sample t Test พบวา่ ระดับผลสมั ฤทธิก์ ารเรยี นรู้ของกลมุ่ ตวั อย่างสูงกว่าเกณฑด์ ังกล่าว
อยา่ งมนี ัยสำคัญทางสถิตทิ ี่ 0.05 หรือที่ระดับความเช่ือมน่ั 95%
62
3. เมื่อทำการประเมินระดับความพึงพอใจซึ่งกำหนดเป็น 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านบทบาทครู
ด้านบทบาทนักเรียน ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านการวัดและประเมินผล พบว่า เมื่อวิเคราะห์โดย
ภาพรวมทุกด้าน กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ระดับมาก และมีความพึง
พอใจเฉพาะต่อการใช้วิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิง
วิธกี ารและปรชั ญาวทิ ยาศาสตรส์ มยั ใหม่ ที่ระดับมาก
จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวข้อ 1 -3 สรุปว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยทดลองใช้
วิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญา
วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ มีผลทำให้ระดับผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้เรื่อง เสียงกับการได้ยิน นักเรียนระดับชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด(กวีธรรมสาร) อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์
สูงกว่าเกณฑ์ตั้งแต่ระดับดี ของ สพฐ. อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 หรือที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
มีความพึงพอใจโดยภาพรวมทุกด้านที่ระดับมาก และมีความพึงพอใจเฉพาะต่อการใช้วิธีการสอนแบบ
5Es สำหรับการจดั กิจกรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์โดยอา้ งอิงวธิ ีการและปรชั ญาวทิ ยาศาสตรส์ มยั ใหม่ ที่
ระดับมาก
อภิปรายผลการวจิ ัย
จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวในบทที่ 4 ประเด็นที่จะหยิบยกขึ้นมาสู่การอภิปราย
ผลการวิจัยประกอบด้วย ผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของนักเรียน และระดับความพึงพอใจของ
นกั เรียน แต่ละประเดน็ ดังกล่าว นำมาอภิปราย ดังน้ี
1. ผลการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิการเรียนรู้ของนักเรียน
จากผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู ในบทที่ 4 พบวา่ ผลการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ของนกั เรียน
นักเรียนมผี ลการเรียนรูร้ ะดับดี ต่อการทดลองใช้วิธีการสอนแบบ 5Es สำหรบั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
วิทยาศาสตรโ์ ดยอ้างองิ วิธีการและปรัชญาวทิ ยาศาสตรส์ มัยใหม่ จดั กจิ กรรมการเรยี นรเู้ รอ่ื ง เสียงกับการ
ได้ยนิ ท่รี ะดับมาก ทงั้ นีเ้ ป็นเพราะว่า
1. นกั เรียนมีบทบาทส่วนรว่ มในการปฏิบัติกจิ กรรมการสอนแบบ 5Es
2. นักเรยี นได้เรยี นร้กู ระบวนการสอนแบบ 5Es และเกิดผลงาน / ชิ้นงาน
3. การสอนแบบ 5Es ทำให้นักเรียนมีการสื่อสารและนำเสนอผลงานอย่างมีประสิทธภิ าพ
4. การสอนแบบ 5Es ทำให้นักเรยี นมกี ารศกึ ษาคน้ คว้าสบื คน้ ขอ้ มูลจากแหล่งขอ้ มลู ต่างๆ
5. การสอนแบบ 5Es เปดิ โอกาสให้นกั เรยี นไดร้ ่วมมือกนั สร้างองค์ความรู้ดว้ ยตนเอง
6. การสอนแบบ 5Es ใชเ้ ทคนคิ / กระบวนการเรียนร้ทู ่ีเนน้ นักเรยี นเป็นสำคัญที่มีความน่าสนใจ
เหมาะสม
7. การสอนแบบ 5Es มปี ฏิสัมพนั ธร์ ะหวา่ งครผู สู้ อนกบั นักเรยี น และนกั เรียนกับนกั เรยี น เช่น มี
การตง้ั คำถาม / ขอ้ สงสยั ในส่ิงที่ตอ้ งการเรียนรูอ้ ยา่ งมีเหตผุ ลและสร้างสรรค์
63
จากการอภิปรายผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวข้างต้น จึงลงข้อสรุปว่า การจัดกิจกรรมการ
เรยี นรเู้ รอื่ ง เสียงกับการไดย้ นิ โดยการทดลองใช้วธิ ีการสอนแบบ 5Es สำหรบั การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานการวิจัยท่ี
กำหนดขึน้ คือ นักเรียนทไ่ี ด้รบั การจดั กิจกรรมการเรียนร้เู พ่ือพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัด
กจิ กรรมการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรโ์ ดยอา้ งองิ วิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตรส์ มยั ใหม่ ระดบั ดีขนึ้ ไป
2. ระดบั ความพึงพอใจของนกั เรยี น
จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลในบทที่ 4 พบว่าระดับความพึงพอใจของนักเรียน นักเรียนมี
ความพงึ พอใจ ตอ่ การทดลองใช้วิธกี ารสอนแบบ 5Es สำหรับการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์โดย
อ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง เสียงกับการได้ยิน ที่ระดับ
มาก
จากการอภปิ รายผลการวิเคราะห์ข้อมลู ดังกล่าวขา้ งตน้ จงึ ลงข้อสรปุ ว่า การจดั กิจกรรมการ
เรียนรเู้ รอ่ื ง เสยี งกับการได้ยนิ โดยการทดลองใช้วธิ ีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์โดยอ้างอิงวิธีการและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานการวิจัยที่
กำหนดข้นึ คือ นกั เรยี นท่ไี ด้รับการจดั กิจกรรมการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาวิธีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจัด
กิจกรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์โดยอา้ งอิงวิธกี ารและปรัชญาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ระดบั ดีข้ึนไป
ขอ้ เสนอแนะ
1. ข้อเสนอแนะการใช้ประโยชนผ์ ลการวิจยั
1.1 การออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรูเ้ พอื่ วธิ ีการสอนแบบ 5Es สำหรับการจดั กิจกรรมการ
เรียนรู้วทิ ยาศาสตรโ์ ดยอา้ งองิ วธิ ีการและปรัชญาวทิ ยาศาสตรส์ มยั ใหม่ สำหรับนักเรียนระดบั ชนั้
ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรียนเทศบาลวดั ทา้ ยตลาด(กวธี รรมสาร) อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ สามารถ
นำแผนการจดั การเรียนรู้น้ีไปเป็นแนวทางในการพฒั นาศกั ยภาพผเู้ รียนตามประสบการณ์พน้ื ฐาน
1.2. สามารถนำมาพัฒนาการเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้อยู่ใน
ระดบั ท่สี ูงข้นึ เพือ่ พฒั นาทักษะการคดิ วิเคราะห์ให้อยู่ในระดับที่สงู ขึ้น
2. ขอ้ เสนอแนะการศกึ ษาเพิ่มเตมิ หรือทำวจิ ัยต่อยอด
2.1 ควรศึกษางานวิจัยเกี่ยวกับรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในลักษณะต่าง ๆ
เพอื่ ให้ผูเ้ รียนมผี ลการเรียนรทู้ สี่ ูงขึ้น
2.2 ควรมีการมีการทบทวนเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในเรื่องเสียงกับการได้ยิน เพื่อให้มี
การพฒั นาต่อเนือ่ งมากยง่ิ ข้นึ
64
บรรณานุกรม
กรองจติ ร์ คงจงั . (2559). รายงานผลการพฒั นาชดุ กจิ กรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ เรื่อง แรงการ
เคลอ่ื นที่และพลังงาน รหสั วิชา ว23101 รายวชิ าวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
วทิ ยาศาสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรยี นบ้านเตง (เรอื นจุลประชาสรรค์). (ออนไลน์) จาก
http://1.179.230.18/index.php?name=research&file=readresearch&id=19&page=7
สืบคน้ วันที่29 มีนาคม 2565
กลั ยา วานิชบญั ชา. (2548). สถิตสิ ำหรบั งานวิจยั . กรุงเทพฯ : ภาควิชาสถติ ิ คณะพานิชยศาสตรแ์ ละ
การบญั ชี จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .
กามนิต บุตรดา. (2561). การจัดกิจกรรมตามนโยบาย "ลดเวลาเรียน เพิม่ เวลารู"้ ที่สง่ ผลต่อพฒั นาการ
การเรียนรู้ของผูเ้ รยี นในโรงเรียนขนาดเล็ก. (ออนไลน์) จาก
http://www.etheses.rbru.ac.th/pdf-uploads/allfile-285-file01-2020-01-31-14-39-06.pdf
สบื คน้ วนั ท่ี29 มีนาคม 2565
กิง่ พร ทองใบ. (2546). "ตัวแปรและการวัด". เอกสารการสอนชดุ วิชาขอบข่ายและวิธวี ิจยั ทางรัฐ
ประศาสนศาสตรห์ น่วย 1-8. มหาวทิ ยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธริ าช. พิมพค์ รั้งท่ี 17. กรุงเทพฯ :
อรณุ การพิมพ.์
กดิ านันท์ มลิทอง (2548). เทคโนโลยีการศึกษาและนวตั กรรม. กรุงเทพฯ : ชวนพิมพ์
กติ ตพิ งษ์ พิพิธกุล. (2559). ระเบียบวธิ กี ารวิจยั ทางรฐั ประคาสนศาสตร์. เอกสารประกอบการเรยี นการ
สอน โรเนยี วเยบ็ เล่ม.
คุรุรักษ์ ภิรมยร์ ักษ.์ (2544). เรียนรแู้ ละฝกึ ปฏิบัตกิ ารวิจยั ในช้นั เรยี น. ชลบรุ ี : โรงพิมพง์ ามชา่ ง.
จติ ตริ ัตน์ แสงเลศิ อุทัย. (2558). เครอื่ งมือที่ใช้ในการวิจัย. (ออนไลน)์ สืบค้นจาก
file:///C:/Users/Asus/Downloads/jgrad_snru,+Journal+manager,+04-02+13-24.pdf
สบื คน้ วันที่ 29 มีนาคม 2565
ฉตั รศริ ิ ปยะพิมลสิทธ์ิ และ อทุ ัยวรรณ สายพฒั นะ. (2553). ความเทีย่ งตรงและความเชื่อมน่ั (Validity and
Reliability). (ออนไลน)์ จาก http://www.watpon.in.th/Elearning/validity.pdf
สบื ค้นวันที่29 มนี าคม 2565
ชยานันต์ จันดี. (2557). การพัฒนาผลการเรียนรู้ของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนวดั หนองแขม
(สหราษฎร์บรู ณะ) ทจี่ ัดการเรยี นการสอนแบบวัฎจักรการเรียนรู้ 5E. (ออนไลน์) จาก
http://www.sure.su.ac.th/xmlui/bitstream/id/de4abc46-afe4-415d-aedd-
6750e3124b59/fulltext.pdf?attempt=2 สืบค้นวนั ที่ 5 มีนาคม 2565
ชาตรี เกดิ ธรรม. (2545). เทคนิคการสอนที่เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ. พิมพ์ครั้งที่1. กรุงเทพฯ : บรษิ ัทโรงพิมพ์
ไทยวัฒนาพานิช.
65
ทศิ นา แขมมณ.ี (2545). ศาสตร์การสอน องคค์ วามรู้เพ่ือการจดั กระบวนการเรียนรทู้ ม่ี ีประสทิ ธภิ าพ.
กรงุ เทพฯ: จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั .
ทศิ นา แขมมณี. (2546). การจดั การเรียนการสอนแบบผู้เรียนเปน็ ศูนยก์ ลาง : โมเดล CIPPA เอกสาร
ประกอบการนำเสนอนวัตกรรมการเรียนการสอนเพอื่ พฒั นาท่ียั่งยืน. กรุงเทพฯ: คณะครุศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทิศนา แขมมณ.ี (2551). ศาสตรก์ ารสอน. พมิ พ์คร้ังที่ 7. กรุงเทพมหานคร : ส านกั พมิ พ์จฬุ าลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
ธนโชค จันทรส์ ูง. (2555). การหาประสทิ ธภิ าพของบทเรยี นคอมพิวเตอรช์ ่วยสอน. (ออนไลน)์ จาก
https://www.gotoknow.org/posts/46459 สบื ค้นวนั ท่ี 30 มนี าคม 2565
บุญชม ศรีสะอาด. (2546). การวิจัยสำหรบั ครู. กรงุ เทพฯ: สุวีริยาสาสน์ จดั พิมพ.์
บญุ เชิด ภิญโญอนนั ตพงย.์ 2526. "การทคสอบแบบอิงเกณท:์ แนวคดิ และวิธีการ." กรุงเทพฯ : คณะ
ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรต ประสานมติ ร. เอกสารอัดสำเนา.
บญุ ธรรม กจิ ปรดี าบริสุทธิ์. (2535). การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นการสอน.
กรุงเทพฯ : สามเจริญพานิช.
พวงรตั น์ ทวีรตั น์. (2543). วธิ กี ารวิจยั ทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. พมิ พ์ครัง้
ที่ 8. กรงุ เทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
พนั ธ์ ทองชุมนุม. (2547). การสอนวิทยาศาสตรร์ ะดับประถมศึกษา. กรงุ เทพฯ: โอเดียนสโตร.์
พจิ ติ รา ธงพานิช. (2564). ทฤษฎกี ารเรยี นรูใ้ นโรงเรยี นของบลมู BLOOM. (ออนไลน์) จาก
http://lifestyemyself.blogspot.com/p/bloom.html
สืบคน้ วันท่ี29 มนี าคม 2565
พมิ พนั ธ์ เดชะคุปต.์ (2544). การเรยี นการสอนทเ่ี น้นผู้เรยี นเป็นสำคัญแนวคิดวิธแี ละเทคนิคการสอน
1. กรงุ เทพฯ: เดอะมาสเตอร์กรุ๊ป แมเนจเมน้ ท.์
พิมพันธ์ เดชะคุปต์. (2544). วิจัยในช้นั เรียน : ทักษะวชิ าครูยุคปฏริ ูปการศึกษา (ตอนท่ี 1). (ออนไลน์) จาก
http://xn--82ce8bba4cdh4a5hd4av6mqb1g.blogspot.com/2012/05/blog-
post_23.html?m=1 สบื ค้นวันที่ 28 มีนาคม 2565
มหาวทิ ยาลยั รังสิต. (2549). นวตั กรรมการเรียนการสอน. วารสารสนบั สนนุ และพัฒนา
การเรียนการสอน, 1(3), 1-3.
มาเรียม นลิ พันธ.์ุ (2553). วธิ วี ิจยั ทางการศึกษา มหาวทิ ยาลัยศิลปากร. (หน้า 157)
รตั นะ บวั สนธ์. (2540). การประเมนิ โครงการ การวิจัยเชงิ ประเมิน. กรงเทพฯ : คอมแพคท์พรน้ิ จำกดั
รตั นา ศรเี หรัญ. (2554). การวิจัยในช้นั เรียน. (ออนไลน์) จาก
http://vww.moe.go.th/webtcs/Table4/ratana/ratana02/ratana02.htm
สืบคน้ วันที่ 28 มนี าคม 2565
66
วงรัตน์ ทรรี ตั น.์ (2540). วธิ วี ิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสงั คมศาสตร.์ มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ.
(หน้า 109-111)
วรวทิ ย์ นเิ ทศศลิ ป.์ (2551). ส่อื และนวตั กรรมแห่งการเรียนร้.ู ปทุมธานี : สกายบุค๊ .
วัชระ สังโขบล และสุดารตั น์ ศรมี า. (2555). รายงานการวจิ ัย เร่ือง การพัฒนากระบวนการจัดการนวัตกรรม
ในช้ันเรยี น ในสถานศกึ ษาข้ันพ้นื ฐานด้วยการจดั การคณุ ภาพ. (ออนไลน)์ จาก
http://www.ssruir.ssru.ac.th/bitstream/ssruir/849/1/rdi_149_2555.pdf
สืบค้นวันท่ี 29 มนี าคม 2565
วันเพญ็ ทรงพระ. (2564). รายงานวจิ ยั ในชัน้ เรียน เรอื่ ง การพฒั นาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์
โดยการจัดการเรยี นรู้ ด้วยกระบวนการสบื เสาะหาความรูแ้ บบ 5E ของนกั เรยี นระดบั ชน้ั
ประถมศึกษาปีที่ 6. (ออนไลน์) จาก https://shorturl.asia/fZCBk สบื ค้นวันท่ี 5 มีนาคม
2565
วุทธิศกั ด์ิ โภชนุกูล. (2550). กระบวนการทางนวตั กรรม. (ออนไลน)์ จาก
http://www.pochanukul.com/wp-tent/uploads/2007/12/innovation_process.pdf.
สืบค้นวนั ที่ 29 มนี าคม 2565
สมชาย รัตนทองคํา. (2554). การวดั และประเมนิ ผลทางการศึกษา. (ออนไลน)์ จาก
https://ams.kku.ac.th/aalearn/resource/edoc/tech/54/13eva.pdf
สบื คน้ วนั ท่ี29 มนี าคม 2565
สุมาลี จนั ทร์ซลอ. (2542). การวดั และประเมินผล. กรุงเทพฯ: เพลท หจก.สเุ มตรฟลิ ์ม.
สุเมธ เนาว์รงุ่ โรจน์. (2561). การศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรือ่ ง การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรม
ที่จัดการเรยี นรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ (5E) และความพึงพอใจในการจัดการเรยี นรู้ของนักเรยี น
ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนห้วยยอด จังหวดั ตรัง. (ออนไลน)์ จาก
https://www.tci-thaijo.org/index.php/jliwu/article/download/131612/98780/
สบื ค้นวันท่ี 5 มีนาคม 2565
สวุ ัฒนา สุวรรณเขตนคิ ม. (2554). แนวคดิ และรูปแบบเก่ยี วกบั การวิจัยในช้นั เรียน. (ออนไลน)์ จาก
http://www.moobankru.com/article_18_09 _2002.html สบื ค้นวนั ท่ี 28 มีนาคม 2565
อดลุ ยเ์ ดช ไศลบาท. (ม.ป.ป.). เคร่ืองมือวิจัย. (ออนไลน์) จาก
http://icoh.anamai.moph.go.th/thai/fles/KM/2554/05/ppt/08.pof
สืบค้นวันท่ี 30 มนี าคม 2565
อัญชลี โพธ์ทิ อง และอัปษรศรี ปลอดเปลีย่ ว. (2542). นวตั กรรมทางการศึกษาเพือ่ พฒั นาชวี ิต
และสงั คม EDUCATIONAL INNOVATION FOR LIFE AND SOCIAL
DEVELOPMENT. กรงุ เทพฯ : สำนกั พมิ พ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
67
อับดุลเลาะ อมู าร์. (2561). ผลของการจดั การเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) เรื่องสมดุลเคมี ทีม่ ีต่อ
แบบจำลองทางความคิด ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น และความพงึ พอใจของนักเรยี นช้นั
มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรียนเดชะปตั ตนยานกุ ูล จงั หวัดปัตตานี. (ออนไลน)์ จาก
https://kb.psu.ac.th/psukb/bitstream/2016/11790/1/TC1458.pdf
สบื ค้นวนั ที่ 5 มนี าคม 2565
อิสระ ทบั สีสด. (2565). ข้ันตอนการสอนแบบ 5 Es. จาก ขั้นตอนการสอนแบบ 5.docx
สืบคน้ วนั ท่ี 23 มีนาคม 2565
68
ภาคผนวก
69
ภาคผนวก ก
เครื่องมอื ทใี่ ช้ในการวิจยั
70
แผนการจดั การเรียนรู้
รหัส-ชอ่ื รายวชิ า วิทยาศาสตร์ช้นั ป.5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 แรงและพลังงาน ระดับชัน้ ป. 5 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 2 คาบ/สปั ดาห์
แผนการเรยี นรทู้ ่ี 1 สาระการเรียนรูเ้ รอื่ ง เสยี งกบั การได้ยิน (1) เวลา 2 คาบ
ชื่อผู้สอน นางสาวเกวลนิ แป้นสวน, นางสาวธญั วรัตน์ เจรญิ กาศ, นางสาวแกว้ ฟา้ ทองลบั แลง,
นางสาวสุดารตั น์ บญุ รกั ษา, นางสาวภทั ทิยา ศรบี ตุ ตา
โรงเรยี นเทศบาลวดั ทา้ ยตลาด(กวีธรรมสาร) วันท.่ี .........เดอื น................... พ.ศ. ........... คะแนนเกบ็ .........คะแนน
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถา่ ยโอนพลังงาน
ปฏสิ มั พันธร์ ะหว่างสสารและพลงั งาน พลงั งานในชวี ติ ประจำวนั ธรรมชาติของคล่ืน ปรากฏการณท์ ่ี
เกย่ี วข้องกับเสยี ง แสง และคลืน่ แม่เหล็กไฟฟ้า รวมทัง้ นำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
ตัวชีว้ ัด
ว 2.3 ป. 5/1 อธิบายการได้ยินเสียงผ่านตวั กลางจากหลักฐาน เชิงประจักษ์
สาระสำคญั
1. ดา้ นเนือ้ หา: การไดย้ ินเสยี งตอ้ งอาศัยตวั กลางโดยเป็นของแข็ง ของเหลว และอากาศ เสยี ง
จะสง่ ผ่านตัวกลางมายังหู
2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ: ของแข็ง ของเหลว และอากาศ เป็นตัวกลางทท่ี ำใหเ้ กิดการไดย้ นิ
แตกต่างกัน
3. ดา้ นลกั ษณะอันพึงประสงค:์ ความเปน็ ผอู้ ยากรู้อยากเห็น และมีนสิ ยั ใฝ่เรียนรทู้ ำให้ค้นพบ
ความรู้ใหม่ท่ีแตกต่างจากเดิม
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. ด้านความรู้ (Knowledge) เพ่ือใหน้ ักเรียนสามารถ:
1.1 สามารถออกแบบวธิ ีการสังเกตการไดย้ นิ เสียงเม่ือนำไปทดสอบกับตัวกลางโดยเป็น
ของแข็ง ของเหลว และอากาศ
1.2 สามารถออกแบบวธิ ีการจัดกระทำและส่ือความข้อมูลการสงั เกตการได้ยนิ เสยี ง
เม่อื นำไปทดสอบกบั ตวั กลางโดยเปน็ ของแขง็ ของเหลว และอากาศ ตามลำดบั ขัน้ วิธกี ารทม่ี ี
71
1.3 วิเคราะห์ อภิปราย และลงขอ้ สรปุ ข้อมูลการสงั เกตการได้ยินเสียงเม่ือนำไป
ทดสอบกับตวั กลางโดยเป็นของแข็ง ของเหลว และอากาศ ตามลำดับขั้นวธิ กี ารท่ีมี
2. ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process/Products) เพื่อให้นักเรียนสามารถ:
2.1 สามารถสงั เกตการได้ยนิ เสียงเม่อื นำไปทดสอบกบั ตัวกลางโดยเปน็ ของแขง็
ของเหลว และอากาศ ตามลำดับขนั้ วิธกี ารท่ีมี
2.2 สามารถใช้วสั ดุอุปกรณก์ ารสงั เกตตามวธิ กี ารท่มี ี
2.3 สามารถบนั ทึกข้อมูลการสงั เกตตามวิธีการทมี่ ี
2.4 สามารถจดั กระทำและสอ่ื ความข้อมูลการสังเกตการณ์ไดย้ นิ เสียงเมือ่ นำไปทดสอน
กบั ตัวกลางโดยเป็นของแข็ง ของเหลว และอากาศ ตามลำดับขน้ั วธิ ีการท่มี ี ตามวธิ กี ารจัดและ
รปู แบบการสอ่ื ความหมายทอ่ี อกแบบ
2.5 สามารถนำเสนอขอ้ คน้ พบ เรอ่ื ง การไดย้ ินเสียงเม่ือนำไปทดสอบกับตวั กลางโดย
เปน็ ของแขง็ ของเหลว และอากาศ
3. ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (Attitude) เพื่อใหน้ ักเรยี นเปน็ :
3.1 ผู้ท่มี ีความเป็นผู้อยากรู้อยากเห็น
3.2 ผู้ท่ีมนี สิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้
สมรรถนะนักเรียน
ผลการจัดการเรียนรูต้ ามแผนท่อี อกแบบนักเรยี นเกิดสมรรถนะทางดา้ น:
1. การส่อื สาร
2. การคดิ
3. การแก้ปัญหา
4. การใช้ทักษะชีวติ (เด็กจะไดต้ อนทำงานร่วมกัน)
5. การใช้เทคโนโลยี
สาระการเรยี นรู(้ เนื้อหา)
การได้ยนิ เสียงเมือ่ นำไปทดสอบกับตวั กลางโดยเป็นของแข็ง ของเหลว และอากาศ
วิธกี ารจัดประสบการเรียนร(ู้ วธิ ีการสอน)
ใชก้ ารจดั การเรยี นรแู้ บบ 5 E
72
ลำดับขนั้ การจัดประสบการณ์เรียนรู้
1. ขน้ั สรา้ งความสนใจ จัดกจิ กรรมการเรยี นรูจ้ ำแนกเป็น 3 ขัน้ ยอ่ ยตามลำดับคือ
ขน้ั สังเกต
1.1 ใช้คำถามเพื่อทบทวนความรู้เดิม/ประสบการณ์เดิมคุณสมบัติของการเกิดเสียง
และ
ความหมายของการเกิดเสียงโดยการเกิดเสียงจากคลิปวิดีโอ (เปิดเสียงจากคลิปวิดีโอพร้อมตั้งคำถาม
เสียงที่ได้ยินคือเสียงอะไร) ผลการทบทวนต้องอธิบายคุณสมบัติพร้อมทั้งความหมายของการเกิดเสียง
ผลการลงข้อสรุปข้อ คำถามควรสรุปว่า 2 ประเด็น ประเด็นแรก คุณสมบัติของการเกิดเสียง พบว่า
เสียงที่ได้ยินมีระดับดังเบาของเสียงแตกต่างกันขึ้นกับความถี่ของการสั่นของแหล่งกำเนิดเสียง โดยเม่ือ
แหล่งกำเนิดเสียงสั่นด้วยความถี่ต่ำจะเกิดเสียงต่ำ แต่ถ้าสั่นด้วยความถี่สูงจะเกิดเสียงสูง ส่วนเสียงดัง
ค่อยที่ได้ยินขึน้ กับพลังงานการสั่นของแหลง่ กำเนิดเสียง โดยเมื่อแหล่งกำเนิดเสยี งสั่นด้วย พลังงานมาก
จะเกดิ เสยี งดงั แต่ถ้าแหล่งกำเนดิ เสียง สั่นดว้ ยพลงั งานน้อยจะเกดิ เสียงค่อย และประเด็นทีส่ อง การเกิด
เสียง หมายถึง พลังงานรูปแบบหนึ่งที่สามารถรับรู้ได้โดยต้องอาศัยตัวกลาง โดยเป็นของแข็ง ของเหลว
หรืออากาศ เสยี งจะส่งผา่ นตัวกลางมายังหู
1.2 ครูนำเสนอเหตุการณใ์ หม่/ประสบการณ์ใหม่โดยให้นักเรยี นสังเกตสอ้ มเสียง ผล
สังเกตตอ้ งตอบวา่ ส้อมเสยี งทำให้เกดิ เสียงได้อย่างไร
1.3 อภปิ รายคำถามร่วมกบั นักเรียนเพื่อวเิ คราะห์ อภิปราย และลงข้อสรุปข้อมลู การ
สงั เกต จาก 1.2 เพ่ือสร้างประเด็นใหม่ท่แี ตกตา่ งจากความรเู้ ดมิ /ประสบการณ์เดิม ผลการอภปิ ราย ต้อง
ลงข้อสรุปวา่ การเกิดเสียงเกิดจากการสัน่ สะเทอื นของวัตถุผ่านตวั กลาง
ขน้ั กำหนดปญั หา
1.4 ครนู ำผลการวิเคราะห์ อภปิ ราย และลงข้อสรปุ ขอ้ มูลการสังเกตดังกล่าวข้อ 1.3
มากำหนดเป็นประเด็นของปัญหาที่ตอ้ งคดิ ค้นหาคำตอบ ข้อความของคำถามที่สร้างคอื การไดย้ นิ เสียง
ผ่านตัวกลางทแี่ ตกตา่ งกนั จะส่งผลต่อการไดย้ ินเสียงอย่างไร
1.5 ใชค้ ำถามดงั กล่าวขอ้ 1.4 กบั นักเรยี นเพื่อนำมาสู่กระบวนการคิดค้นหาคำตอบ
2. ข้นั สำรวจและคน้ หา-อธิบายและลงข้อสรุป
ขัน้ กำหนดสมมตฐิ าน
–
ขน้ั รวบรวมข้อมูล
2.1 แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ ละ 4 คน โดยจำแนกเป็น เก่ง: ปานกลาง: อ่อน= 1:2:1
2.2 แจกวสั ดุอปุ กรณก์ ารสังเกตดังรายในใบกิจกรรมท่ี 1 ใหก้ บั นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่
2.3 ใชค้ ำถามเพ่ือวัดความรู้ความเข้าใจวธิ ีการใช้อปุ กรณ์
73
2.4 แจกใบกจิ กรรมที่ 1 เร่ือง เสยี งกับการได้ยิน
2.5 ให้นักเรยี นออกแบบวิธกี ารสงั เกตการณไ์ ด้ยนิ เสยี งเม่อื นำไปทดสอบกบั ตัวกลาง
โดยเป็นของแขง็ ของเหลว และอากาศ ในใบกจิ กรรมตอนท่ี 1 เรื่อง ออกแบบวิธีการสงั เกตการไดย้ นิ
เสยี งเมื่อนำไปทดสอบกบั ตัวกลางโดยเป็นของแขง็ ของเหลว และอากาศ
2.6 อภปิ รายคำถามในใบกจิ กรรมตอนท่ี 1
2.7 ใหน้ ักเรียนแต่ละกล่มุ ทำการทดสอบสงั เกตการได้ยนิ เสียงเม่ือนำไปทดสอบกับ
ตัวกลางโดยเป็นของแขง็ ของเหลว และอากาศ ตามวธิ กี ารและวัสดุอปุ กรณ์ทีม่ ี
2.8 นกั เรียนบนั ทึกขอ้ มูลการสังเกตลงในใบกิจกรรมตอนที่ 1
จัดกระทำและส่ือความหมายขอ้ มูล
2.9 ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามในใบกิจกรรมตอนที่ 2 เร่ือง การจัดกระทำและส่ือ
ความหมายข้อมลู ผลทดสอบการได้ยินเสียงเมื่อนำไปทดสอบกับตวั กลางโดยเปน็ ของแขง็ ของเหลว และ
อากาศ
2.10 อภิปรายคำถามในใบกจิ กรรมตอนท่ี 2
2.11 ให้นักเรยี นแต่ละคนู่ ำข้อมูลการสังเกตการได้ยินเสียงเม่ือนำไปทดสอบกับ
ตัวกลางโดยเป็นของแขง็ ของเหลว และอากาศมาจดั กระทำและส่ือความหมายข้อมูลตามวิธกี ารและ
รปู แบบทอี่ อกแบบ
2.12 โดยการสมุ่ ให้นักเรียนนำเสนอผลการจัดกระทำและสอ่ื ความหมายข้อมูลหน้า
ชั้นเรียน จำนวน 3 กลุม่
ขัน้ วิเคราะห์ อภปิ ราย และลงข้อสรุปข้อมลู
2.13 ให้นักเรียนตอบคำถามในใบกิจกรรมตอนที่ 3 เร่ืองการวเิ คราะห์ อภิปราย และ
ลงขอ้ สรุปข้อมลู ผลการทดสอบ การได้ยนิ เสียงเมื่อนำไปทดสอบกบั ตวั กลางโดยเป็นของแข็ง ของเหลว
และอากาศ
2.14 อภปิ รายคำถามในใบกจิ กรรมตอนท่ี 3 ลงข้อสรุปเป็นสารสนเทศและขอ้ เทจ็ จรงิ
ทางวิทยาศาสตร์
3. ขั้นขยายความรู้
-
4. ข้นั ประเมนิ ตนเอง
ใหน้ ักเรยี นประเมินผลการเรยี นรู้ของตนเองโดยการตอบคำถามของครู
5. ข้ันนำเสนอข้อคน้ พบ
มอบหมายงานใหน้ ักเรียนจดั ทำผงั ความคิดนอกเวลาเรียน เกย่ี วกับข้อค้นพบผลการทดสอบ
การได้ยินเสียงเมื่อนำไปทดสอบกบั ตัวกลางโดยเปน็ ของแข็ง ของเหลว และอากาศ
74
ส่ือ/แหลง่ เรยี นรู:้
1. ใบกิจกรรมที่ 1
2. อปุ กรณก์ ารสังเกต:
2.1 แก้วพลาสตกิ
2.2 เส้นเอ็นยาวประมาณ 4 เมตร
2.3 ลวดเสียบกระดาษ
2.4 สายวัด
2.5 กรรไกร
2.6 เขม็ หมดุ
2.7 ภาชนะใสน่ ้ำสี
2.8 ส้อมเสยี งพร้อมไมเ้ คาะ
2.9 ที่ปดิ หู (ear plug)
75
การวัดและประเมินผล
1. กรอบการวัดและประเมินผล กำหนดกรอบการวดั และประเมนิ ผลดงั ตาราง
ตาราง: แสดงกรอบการวัดและประเมินผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ (ข้อ ประเดน็ ที่วดั และ วธิ ีการวัดผล เครือ่ งมอื วัดผล
ที่) ประเมินผล
สามารถออกแบบวธิ ีการ
สังเกตการได้ยนิ เสียงเม่ือ
1.1 (K) นำไปทดสอบกบั ตัวกลาง การตอบคำถาม ใบกิจกรรมที่ 1
โดยเปน็ ของแข็ง ของเหลว
และอากาศ
สามารถออกแบบวิธกี ารจดั
กระทำและส่ือความข้อมลู
การสังเกตการได้ยนิ เสียง
1.2 (K) เม่อื นำไป การตอบคำถาม ใบกจิ กรรมท่ี 1
ทดสอบกับตวั กลางโดยเป็น
ของแข็ง ของเหลว และ
อากาศ ตามลำดับข้นั วิธกี าร
ทม่ี ี
วิเคราะห์ อภิปราย และลง
ข้อสรุปข้อมลู การสังเกต
การไดย้ นิ เสยี งเมื่อนำไป
1.3 (K) ทดสอบกับ การตอบคำถาม ใบกิจกรรมท่ี 1
ตัวกลางโดยเปน็ ของแข็ง
ของเหลวและอากาศ
ตามลำดบั ข้นั วิธกี ารท่ีมี
สามารถสงั เกตการไดย้ ิน
เสียงเมือ่ นำไปทดสอบกบั
2.1 (P) ตัวกลางโดยเป็นของแขง็ การสงั เกต แบบสงั เกต
ของเหลวและอากาศ
ตามลำดบั ข้นั วธิ ีการท่ีมี
76
2.2 (P) สามารถใชว้ ัสดอุ ุปกรณก์ าร การสงั เกต แบบสังเกต
สงั เกตตามวิธีการทม่ี ี
2.3 (P) สามารถบันทึกข้อมูลการ ตรวจผลงาน ใบกจิ กรรมท่ี 1
สังเกตตามวิธีการทม่ี ี
สามารถจดั กระทำและส่ือ
ความข้อมูลการ
สงั เกตการณไ์ ดย้ นิ เสียงเมอ่ื
นำไปทดสอบกับ
2.4 (P) ตัวกลางโดยเปน็ ของแข็ง ตรวจผลงาน ใบกิจกรรมท่ี 1
ของเหลวและอากาศ
ตามลำดบั ข้นั วธิ กี ารท่ีมี
ตามวิธีการจัดและรูปแบบ
การส่ือความหมายท่ี
ออกแบบ
สามารถนำเสนอขอ้ ค้นพบ
เรือ่ ง การไดย้ ินเสยี งเม่ือ
2.5 (P) นำไปทดสอบกบั ตัวกลาง ตรวจผลงาน ชนิ้ งาน
โดยเป็น
ของแขง็ ของเหลว และ
อากาศ
3.1 (A) ความอยากรอู้ ยากเห็น การสังเกต แบบสงั เกต
3.2 (A) มีนสิ ัยใฝ่เรยี นรู้ การสงั เกต แบบสังเกต
77
2. เกณฑ์การประเมิน
2.1 เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนนรบู รคิ (Rubric Score) ใช้เกณฑป์ ระเมนิ โดยเขียนตวั
รูบรคิ
แบบแยกให้คะแนนเปน็ รายข้อ (Analytical Rubric Score หรอื Formative Rubric Score) ดังตาราง
ตาราง: แสดงเกณฑ์การประเมินคะแนนรูบริคเขยี นโดยเขียนตวั รูบรคิ แบบแยกให้คะแนนเปน็ รายข้อ
จุดประสงค์ที่ 1.1 จำนวนคะแนนแต่ละเกณฑ์ของรูบรคิ (ดา้ น)
ประเดน็ ท่ที ำการ เกณฑ์รูบริคของแตล่ ะประเด็น K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเมนิ
สามารถออกแบบ สามารถออกแบบวิธีการสงั เกต
วธิ ีการสงั เกตการได้ การไดย้ นิ เสยี งได้ถูกต้องชดั เจน
ยนิ เสียงเมอ่ื นำไป และครบถว้ น
ทดสอบกับตัวกลาง /
โดยเปน็ ของแขง็
ของเหลว และ
อากาศ
จดุ ประสงค์ท่ี 1.2 จำนวนคะแนนแต่ละเกณฑข์ องรบู รคิ (ด้าน)
ประเด็นทท่ี ำการ เกณฑ์รูบริคของแต่ละประเด็น K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเมนิ
สามารถออกแบบ สามารถออกแบบวิธกี ารจดั
วธิ กี ารจัดกระทำและ กระทำและสื่อความขอ้ มลู การ
สือ่ ความข้อมลู การ สังเกตการได้ยนิ เสียงไดถ้ ูกต้อง
สังเกตการได้ยนิ เสยี ง ชัดเจน และครบถ้วน
เมื่อนำไป
ทดสอบกบั ตัวกลาง
โดยเปน็ ของแขง็ /
ของเหลว และ
อากาศ ตามลำดบั ขัน้
วธิ กี ารทมี่ ี
78
จุดประสงคท์ ี่ 1.3 จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑ์ของรบู ริค (ดา้ น)
ประเด็นทีท่ ำการ เกณฑร์ บู ริคของแตล่ ะประเด็น K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเมนิ
วเิ คราะห์ อภิปราย วเิ คราะห์ อภปิ ราย และลง
และลงข้อสรุปข้อมลู ขอ้ สรปุ ข้อมลู การสงั เกตการได้
การสังเกตการได้ยิน ยินเสยี งได้ถูกต้องชัดเจน และ
เสยี งเมือ่ นำไป ครบถ้วน
ทดสอบกบั /
ตัวกลางโดยเป็น
ของแขง็ ของเหลว
และอากาศ
ตามลำดบั ข้ันวิธกี าร
ท่มี ี
รวมคะแนนผลการเรยี นรู้ดา้ น (K) 15
จุดประสงค์ท่ี 2.1 จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑข์ องรูบริค (ด้าน)
ประเด็นท่ีทำการ เกณฑร์ บู ริคของแต่ละประเด็น K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเมิน
สามารถสงั เกตการได้ ทำการสงั เกตถูกต้องตามลำดับ
ยนิ เสียงเม่ือนำไป ขัน้ วิธีการ
ทดสอบกบั ตวั กลาง
โดยเปน็ ของแข็ง /
ของเหลวและอากาศ
ตามลำดบั ขั้นวธิ ีการท่ี
มี
จุดประสงคท์ ่ี 2.2 จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑข์ องรูบรคิ (ด้าน)
ประเด็นทท่ี ำการ เกณฑร์ ูบรคิ ของแตล่ ะประเด็น K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเมนิ
สามารถใช้วสั ดุ ใช้วัสดุอุปกรณก์ ารสังเกต
อปุ กรณ์การสังเกต ถกู ต้องตามวธิ กี าร /
ตามวธิ ีการทีม่ ี
79
จดุ ประสงคท์ ่ี 2.3 จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑ์ของรูบริค (ด้าน)
ประเด็นทท่ี ำการ เกณฑ์รบู ริคของแต่ละประเด็น K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเมนิ
วางแผนการออกแบบจำลอง /
สามารถบันทึก การเลอื กใชว้ ัสดุในการสร้าง /
ข้อมูลการสังเกต แบบจำลอง /
ตามวิธีการที่มี ลกั ษณะของแบบจำลองสัมพันธ์
กับข้อมลู
การสือ่ ความหมายของแบบจำลอง /
จุดประสงค์ท่ี 2.4 เกณฑ์รูบรคิ ของแต่ละประเด็น จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑข์ องรูบริค (ดา้ น)
ประเดน็ ท่ีทำการ K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเมนิ
สามารถจดั กระทำ จดั กระทำข้อมูลถูกตอ้ งตามวิธีการ
และสื่อความข้อมูล ท่กี ำหนด /
การสังเกตการณ์ได้
ยินเสยี งเมือ่ นำไป
ทดสอบกบั /
ตวั กลางโดยเปน็ จัดกระทำข้อมลู ตรงตามวธิ กี ารท่ี
ของแขง็ ของเหลว กำหนดครบทุกตัว
และอากาศ
ตามลำดับข้นั
วธิ ีการที่มี ตาม สอ่ื ความหมายข้อมลู ที่จัดกระทำ /
วิธีการจัดและ แล้วถกู ตอ้ งตามรปู แบบที่
รูปแบบการส่อื ออกแบบ
ความหมายท่ี
ออกแบบ
80
จุดประสงคท์ ี่ 2.5 จำนวนคะแนนแต่ละเกณฑ์ของรูบรคิ (ด้าน)
K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเดน็ ท่ที ำการ เกณฑร์ ูบริคของแตล่ ะประเด็น
/
ประเมนิ
/
สามารถนำเสนอ นำ้ เสียงคล่องแคลว่ ออกเสียง
/
ข้อคน้ พบ เรอ่ื ง ชัดเจนถูกต้อง /
/
การได้ยนิ เสยี งเมื่อ การพดู มีการเว้นจงั หวะ และ จำนวนคะแนนแต่ละเกณฑ์ของรูบริค (ด้าน)
k คะแนน P คะแนน A คะแนน
นำไปทดสอบกบั การเนน้ คำ หรือเนน้ สาระสำคัญ
/
ตวั กลางโดยเป็น อย่างเหมาะสมเพอ่ื ทำให้ผู้ฟัง /
/
ของแข็ง ของเหลว ตดิ ตามการนำเสนอ /
และอากาศ สบสายตากับผฟู้ งั อยู่ตลอดเพ่ือ
ดึงดดู ให้ผฟู้ ังสนใจในเนอ้ื หาที่
ถ่ายทอด
นำเสนอข้อมลู ได้ครบถ้วน
รวมคะแนนผลการเรียนรู้ดา้ น (P)
จดุ ประสงคท์ ่ี 3.1
ประเดน็ ท่ีทำการ เกณฑร์ ูบริคของแตล่ ะประเด็น
ประเมิน
ตอบสนองต่อเหตุการณ์ใหม/่
ประสบการณ์ใหม่ในเชิงบวก
ความเป็นผู้อยากรู้ มีความเพยี รท่จี ะสำรวจสิ่งรอบตวั
อยากเหน็ มคี วามอดทนทจี่ ะเรยี นร้ตู ่อ
เหตุการณ์ใหม/่ ประสบการณ์ใหม่
มมี ุมมองที่หลากหลายต่อแต่ละ
เหตุการณใ์ หม่/ประสบการณใ์ หม่
81
จดุ ประสงค์ท่ี จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑ์ของรบู ริค (ด้าน)
3.2 เกณฑ์รูบริคของแตล่ ะ k คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเด็นทที่ ำการ ประเด็น
ประเมนิ
มีความเพียรพยายามใน /
การแสวงหาความรู้
อยากรู้อยากเหน็ สนใจเขา้
รว่ มกจิ กรรมสง่ เสริมการ /
เรียนรู้
ค้นควา้ หาความรูด้ ว้ ย /
ใฝ่เรียนรู้ ตนเอง
แลกเปลีย่ นถา่ ยทอด
เผยแพรค่ วามรนู้ ำความรู้ /
ไปประยุกต์
ใช้ในชวี ิตประจำวนั
บันทกึ วเิ คราะห์ ตรวจสอบ
สง่ิ ท่เี รยี นรสู้ รปุ เปน็ องค์ /
ความรู้
รวมคะแนนผลการเรียนรดู้ า้ น (A)
รวมคะแนนผลการเรยี นรูท้ ง้ั 3 ด้าน …. + …. + …. = …. คะแนน
2.2 เกณฑ์กำหนดระดับมาตรฐานผลการเรียนรู้ กำหนดเกณฑ์แบบแยกเป็นรายด้านคือ
ด้านความรู้ ด้านทักษะกระบวนการ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แต่ละด้านกำหนดระดับ
มาตรฐานผลการเรยี นรู้เป็น 4 ระดบั คอื ระดบั ดีมาก ระดับดี ระดับพอใช้ และระดับตอ้ งปรับปรุง แต่ละ
ระดบั มาตรฐานกำหนดเกณฑ์การประเมินจากคะแนนรบู ริคเต็ม ดงั นี้
มีคะแนนรูบริคอย่างน้อยร้อยละ........ของคะแนนเต็ม มีมาตรฐานผลการเรียนรู้ท่ี
ระดบั ดีมาก
มคี ะแนนรูบรคิ รอ้ ยละ ......... ของคะแนนเต็ม มีมาตรฐานผลการเรียนรทู้ ่รี ะดับ ดี
มีคะแนนรูบริคร้อยละ .......... ของคะแนนเต็ม มีมาตรฐานผลการเรียนรู้ที่ระดับ
พอใช้
82
มีคะแนนรบู รคิ น้อยกว่าร้อยละ .......... ของคะแนนเต็ม มีมาตรฐานผลการเรียนรู้ท่ีระดับ
ตอ้ งปรบั ปรุง
2.3 เกณฑ์ประเมินผลผ่านการเรียนรู้ ใช้เกณฑ์ประเมินแบบแยกเป็นรายด้านคือด้าน
ความรู้ ด้านทักษะกระบวนการ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แต่ละด้านกำหนดเกณฑ์ประเมิน
ผ่านผลการเรียนรู้โดยองิ ระดับมาตรฐานผลการเรียนรู้ ดงั น้ี
ระดบั บคุ คล นกั เรียนตอ้ งมีผลการเรยี นรูอ้ ย่างน้อยต้ังแต่ระดับมาตรฐาน......ถอื วา่ ผ่าน
การประเมิน (ประกันผลการเรียนรูข้ องนกั เรยี น)
ระดับชั้นเรียน มีจำนวนนักเรียนอย่างน้อยร้อยละ........ของจำนวนทั้งหมดมีผลการ
เรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน ดี ถือว่าการจัดประสบการณ์เรียนรู้บรรลุตามจุดประสงค์การ
เรียนรทู้ ก่ี ำหนดในแผนการจดั การเรยี นรู้ (ประกันการจัดกิจกรรมการเรยี นรูข้ องคร)ู
2.4 เกณฑ์การตัดสินคะแนนเก็บ จำนวนคะแนนที่เก็บ........คะแนน จากคะแนนรวม
ทง้ั หมด
........คะแนน เกณฑก์ ารคิดคะแนนเกบ็ คำนวณดังน้ี
จำนวนคะแนนเก็บของนักเรียน = จำนวนคะแนนจากการวัดและประเมนิ ผล x จำนวนคะแนนเก็บของแผน
จำนวนคะแนนเตม็ จากทุกกจิ กรรมรวมกนั
3. ผลการประเมิน จำแนกผลการประเมินผลการเรียนรู้เป็นรายด้านคือ ด้านความรู้ ด้าน
ทกั ษะกระบวนการ และด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ดงั นี้
3.1 ดา้ นความรู้
ระดับบุคคล จำนวนนักเรียนทั้งหมด........คน มีผลการเรียนรู้อยู่ที่ระดับมาตรฐาน ดี
มาก จำนวน….......คน คิดเป็นร้อยละ.....ที่ระดับมาตรฐาน ดี จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ... ที่ระดับ
มาตรฐานพอใช้ จำนวน.........คน คิดเป็นร้อยละ.....และที่ระดับมาตรฐานต้องปรบั ปรุง จำนวน......คน คิด
เปน็ ร้อยละ......
ระดับชั้นเรียน นักเรียนที่มีผลการเรียนรู้อยา่ งน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน.........จำนวน
.......คน ถือว่าผา่ นเกณฑ์การประเมินผลการเรยี นรู้คิดเปน็ ร้อยละ........และมีนักเรียนที่มีผลการเรียนรู้ต่ำ
กว่าระดับมาตรฐาน.......จำนวน......คนถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.......
ดงั นน้ั ถอื วา่ การจัดประสบการเรียนร้ดู ้านความรู้ ของแผนการจดั การเรียนรู้
ประสบความสำเร็จ ไม่ประสบความสำเรจ็ ตามจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
83
3.2 ด้านทกั ษะกระบวนการ
ระดับบุคคล จำนวนนักเรียนทั้งหมด........คน มีผลการเรียนรู้อยู่ที่ระดับมาตรฐาน ดี
มาก จำนวน….......คน คิดเป็นร้อยละ.....ระดับมาตรฐาน ดี จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ... ที่ระดับ
มาตรฐานพอใช้ จำนวน........คน คิดเป็นร้อยละ.....และที่ระดับมาตรฐานต้องปรับปรุง จำนวน......คน คิด
เป็นร้อยละ........
ระดับชั้นเรียน นักเรียนที่มีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน......จำนวน
.......คน ถือว่าผา่ นเกณฑ์การประเมินผลการเรยี นรู้คิดเปน็ ร้อยละ........และมีนักเรียนที่มีผลการเรียนรู้ต่ำ
กว่าระดับมาตรฐาน.......จำนวน.........คนถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.......
ดงั น้นั ถอื ว่า การจดั ประสบการเรยี นรู้ด้านทักษะกระบวนการของแผนการจัดการเรียนรู้
ประสบความสำเร็จ ไม่ประสบความสำเร็จตามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
ระดับบุคคล จำนวนนักเรียนทั้งหมด........คน มีผลการเรียนรู้อยู่ที่ระดับมาตรฐาน ดี
มาก จำนวน….......คน คิดเป็นร้อยละ.....ระดับมาตรฐาน ดี จำนวน........คน คิดเป็นร้อยละ... ที่ระดับ
มาตรฐานพอใช้ จำนวน.........คน คดิ เป็นร้อยละ.........และทร่ี ะดับมาตรฐานต้องปรบั ปรุง จำนวน.........คน
คดิ เป็นรอ้ ยละ.........
ระดับชั้นเรียน นักเรียนที่มีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน......จำนวน
.......คน ถือว่าผา่ นเกณฑ์การประเมินผลการเรยี นรู้คิดเป็นร้อยละ........และมีนักเรยี นท่ีมีผลการเรียนรู้ต่ำ
กวา่ ระดับมาตรฐาน.......จำนวน.........คนถือว่าไม่ผา่ นเกณฑ์การประเมินผลการเรยี นรูค้ ิดเป็นร้อยละ.......
ดงั นนั้ ถอื ว่า การจดั ประสบการเรียนรดู้ ้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของแผนการจัดการเรยี นรู้
ประสบความสำเรจ็ ไมป่ ระสบความสำเร็จตามจุดประสงค์การเรียนรู้
84
บันทกึ หลงั การสอน
ผลการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ปัญหา/อุปสรรค
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ลงชือ่ ..........................................ครูผูส้ อน
(.................................................)
........../..................../.............
บนั ทึกความคดิ เหน็ ของครูพ่ีเล้ยี ง
ใชส้ อนได้
ควรปรับปรงุ
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................................................. .......................................
ลงช่ือ .......................................... ครพู เ่ี ลย้ี ง
(........................................)
........../............./...........
85
บันทึกความคดิ เห็นของผูต้ รวจสอบแผนการจดั การเรียนรู้
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................ ........................................................................
............................................................................................................................. .......................................
ลงช่อื ............................................ (ผูต้ รวจ)
(...................................................)
หัวหน้ากลุ่มวชิ าการ
.........../............../...........
บันทึกความคดิ เห็นของผูบ้ รหิ าร
............................................................................................................................. .......................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
ลงช่ือ ............................................ (ผู้ตรวจ)
(...........................................)
ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
.........../............/............
86
กจิ กรรมที่ 1
เรื่อง เสียงกบั การได้ยิน
สมาชกิ
1. ชอื่ -สกุล................................................................................................ชน้ั ..............เลขท่ี................
2. ช่ือ-สกุล................................................................................................ชั้น..............เลขที.่ ...............
3. ชือ่ -สกุล................................................................................................ชัน้ ..............เลขที่................
4. ช่อื -สกุล................................................................................................ช้นั ..............เลขที.่ ...............
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. สามารถออกแบบวิธกี ารสังเกตการไดย้ นิ เสียงเมื่อนำไปทดสอบกบั ตัวกลาง โดยเปน็ ของแข็ง
ของเหลว และอากาศ
2. สามารถออกแบบวิธีการจัดกระทำและส่ือความข้อมลู การสงั เกตการไดย้ ินเสยี งเม่ือนำไป
ทดสอบกับตัวกลาง โดยเปน็ ของแข็ง ของเหลว และอากาศ ตามลำดับขั้นวิธีการท่ีมี
3. วเิ คราะห์ อภปิ ราย และลงขอ้ สรุปข้อมูลการสังเกตการไดย้ ินเสยี งเม่อื นำไปทดสอบกบั
ตวั กลาง โดยเป็นของแขง็ ของเหลว และอากาศ ตามลำดบั ข้ันวธิ ีการท่มี ี
วสั ดุ-อุปกรณ์
1. แกว้ พลาสติก
2. เส้นเอน็ ยาวประมาณ 4 เมตร
3. ลวดเสยี บกระดาษ
4. สายวดั
5. กรรไกร
6. เข็มหมดุ
7. ภาชนะใสน่ ้ำสี
8. ส้อมเสยี งพร้อมไมเ้ คาะ
9. ที่ปิดหู (ear plug)
87
กิจกรรมตอนที่ 1 เรื่อง ออกแบบวธิ กี ารสังเกตการไดย้ ินเสียง
เมือ่ นำไปทดสอบกบั ตัวกลาง โดยเป็นของแข็ง ของเหลว และอากาศ
คำชีแ้ จง : 1. ใหน้ กั เรยี นออกแบบวธิ ีการสังเกตการได้ยินเสียง เมือ่ นำไปทดสอบกับตัวกลาง โดยเป็น
ของแข็ง ของเหลว และอากาศ จากอุปกรณ์ที่มีอยู่
2. ให้นักเรียนทำการทดลองตามวธิ ีทีอ่ อกแบบวธิ กี ารสงั เกตการได้ยนิ เสยี ง เมื่อนำไป
ทดสอบกบั ตัวกลาง โดยเปน็ ของแข็ง ของเหลว และอากาศ จากอุปกรณ์ท่ีมีอยู่
3. ใหน้ กั เรยี นบันทึกกจิ กรรม ตามผลการสังเกต จากการทำกิจกรรม
ขัน้ ตอนวธิ ีการทดลอง
1. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
5. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
6. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
7. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จากการทำกิจกรรมการทดลองสามารถสรปุ ได้วา่ อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..........
88
กจิ กรรมตอนที่ 2 เร่ือง การจัดกระทำและสอื่ ความหมายข้อมูล ผลทดสอบการไดย้ ินเสยี ง
เม่อื นำไปทดสอบกับตัวกลาง โดยเปน็ ของแข็ง ของเหลว และอากาศ
คำชี้แจง : 1. ให้นกั เรยี นตอบคำถามต่อไปนี้
1. จากการทดลองกิจกรรมตอนท่ี 1 เรื่อง ออกแบบวธิ กี ารสังเกตการได้ยินเสยี ง เมื่อนำไป
ทดสอบกบั ตัวกลาง โดยเปน็ ของแข็ง ของเหลว และอากาศ นักเรียนมวี ธิ ที ีส่ ามารถออกแบบ จดั กระทำ
และสื่อความหมาย ผลของการทดลองไดอ้ ยา่ งไร
89
กจิ กรรมตอนท่ี 3 เรือ่ งการวิเคราะห์ อภปิ ราย และลงข้อสรุปขอ้ มลู ผลการทดสอบ
การได้ยินเสียงเม่ือนำไปทดสอบกับตัวกลาง โดยเปน็ ของแขง็ ของเหลว และอากาศ
คำชี้แจง : 1. ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปน้ี
1. จากการทำกจิ กรรม นักเรียนคดิ ว่าตวั กลางของเสยี ง มีผลต่อการไดย้ ินหรอื ไม่ อย่างไร
90
แผนการจัดการเรยี นรู้
รหสั -ชือ่ รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ช้ัน ป.5 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 แรงและพลงั งาน ระดับชน้ั ป. 5 ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 2 คาบ/สัปดาห์
แผนการเรยี นรู้ท่ี 2 สาระการเรยี นรู้เรื่อง เสียงกบั การได้ยินเสยี ง (2) เวลา 2 คาบ
ช่ือผสู้ อน นางสาวเกวลิน แป้นสวน, นางสาวธัญวรัตน์ เจรญิ กาศ, นางสาวแกว้ ฟา้ ทองลับแลง,
นางสาวสุดารตั น์ บญุ รกั ษา, นางสาวภทั ทิยา ศรีบตุ ตา
โรงเรียนเทศบาลวัดทา้ ยตลาด(กวีธรรมสาร) วนั ท.่ี .........เดอื น................... พ.ศ. ........... คะแนนเกบ็ .........คะแนน
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การเปลยี่ นแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน
ปฏิสัมพันธร์ ะหวา่ งสสารและพลงั งาน พลงั งานในชวี ิตประจำวนั ธรรมชาตขิ องคล่ืน ปรากฏการณ์ท่ี
เก่ียวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทัง้ นำความร้ไู ปใช้ประโยชน์
ตัวชวี้ ัด
ว 2.3 ป. 5/2 ระบุตัวแปร ทดลอง และอธบิ ายลกั ษณะและ การเกิดเสยี งสงู เสยี งตำ่
สาระสำคัญ
1. ดา้ นเนือ้ หา: เสยี งสงู เสยี งต่ำเกดิ จากความถ่ีในการสนั่ ของแหลง่ กำเนดิ เสยี ง
2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ: การเกดิ เสียงสงู เสียงตำ่ ทีท่ ำให้เกดิ การได้ยินมีความแตกต่างกัน
3. ดา้ นลกั ษณะอนั พึงประสงค:์ ความเปน็ ผอู้ ยากรู้อยากเห็น และมีนสิ ยั ใฝ่เรยี นร้ทู ำให้ค้นพบ
ความรู้ใหมท่ ่ีแตกต่างจากเดิม
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. ด้านความรู้ (Knowledge) เพื่อให้นักเรียนสามารถ:
1.1 สามารถออกแบบวธิ ีการสังเกตการการได้ยนิ เสยี งสูง เสียงต่ำ เม่อื นำไปทดสอบกับ
แหล่งกำเนิดเสยี ง
1.2 สามารถออกแบบวธิ ีการจัดกระทำและส่ือความข้อมลู การสังเกตการได้ยนิ เสียงสูง
เสียงต่ำ เมือ่ นำไปทดสอบกับแหล่งกำเนิดเสยี ง ตามลำดับข้ันวธิ ีการทีม่ ี
1.3 วเิ คราะห์ อภิปราย และลงขอ้ สรุปข้อมลู การสังเกตการการได้ยนิ เสยี งสงู เสียงต่ำ
เมอ่ื นำไปทดสอบกับแหลง่ กำเนดิ เสยี ง ตามลำดบั ข้นั วิธกี ารท่มี ี