91
2. ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process/Products) เพ่ือใหน้ กั เรียนสามารถ:
2.1 สามารถสงั เกตการการได้ยนิ เสยี งสูง เสียงต่ำ เมอ่ื นำไปทดสอบกบั แหล่งกำเนิด
เสียง ตามลำดับข้นั วธิ ีการที่มี
2.2 สามารถใช้วัสดอุ ปุ กรณก์ ารสงั เกตตามวธิ กี ารที่มี
2.3 สามารถบันทึกข้อมลู การสงั เกตตามวิธีการท่ีมี
2.4 สามารถจดั กระทำและส่ือความหมายข้อมูลการสงั เกตการณ์การได้ยนิ เสียงสงู
เสยี งต่ำ เม่ือนำไปทดสอบกับแหลง่ กำเนดิ เสยี ง ตามลำดบั ขั้นวิธกี ารที่มี ตามวธิ ีการจัดและ
รูปแบบการสื่อความหมายทอี่ อกแบบ
2.5 สามารถนำเสนอข้อค้นพบ เรื่อง การได้ยินเสยี งสูง เสียงต่ำ เม่อื นำไปทดสอบกับ
แหล่งกำเนดิ เสียง
3. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude) เพ่ือให้นักเรยี นเปน็ :
3.1 ผทู้ ม่ี ีความเปน็ ผู้อยากรู้อยากเห็น
3.2 ผู้ที่มีนิสัยใฝ่เรียนรู้
สมรรถนะนักเรยี น
ผลการจัดการเรียนรู้ตามแผนทีอ่ อกแบบนักเรยี นเกิดสมรรถนะทางดา้ น:
1. การสื่อสาร
2. การคิด
3. การแกป้ ัญหา
4. การใช้ทักษะชวี ิต (เด็กจะได้ตอนทำงานรว่ มกัน)
5. การใช้เทคโนโลยี
สาระการเรียนรู้(เน้ือหา)
การการไดย้ นิ เสยี งสงู เสยี งต่ำ เมอ่ื นำไปทดสอบกับแหลง่ กำเนดิ เสยี ง
วธิ ีการจัดประสบการเรียนรู้(วธิ กี ารสอน)
ใช้การจดั การเรียนรูแ้ บบ 5 E
ลำดับข้นั การจดั ประสบการณ์เรียนรู้
2. ขนั้ สรา้ งความสนใจ จัดกจิ กรรมการเรียนรูจ้ ำแนกเป็น 3 ขัน้ ยอ่ ยตามลำดับคือ
92
ข้ันสังเกต
1.2 ใช้คำถามเพื่อทบทวนความรู้เดิม/ประสบการณ์เดิม ประเภทการได้ยินเสียงผ่าน
ตวั กลางและ
ลักณะของเสียงโดยให้ศึกษาจากคลิปวีดีโอ (พร้อมตั้งคำถามเมื่อคลิปวีดีโอจบเสียงผ่านตัวกลางมี
อะไรบ้างและมีลักษณะของเสียงอย่างไร) ผลการทบทวนต้องอธิบายการประเภทการได้ยินเสียงผ่าน
ตัวกลางและลักษณะของเสียง ผลการลงข้อสรุปข้อ คำถามควรสรุปว่า 2 ประเด็น ประเด็นแรก
ประเภทการได้ยินเสียงผ่านตัวกลาง พบว่า ตัวกลางที่ยอมให้เสียงจากแหล่งกาเนิดเสียงเดินทางผ่านได้
มี 3 ประเภทได้แก่ 1. ของแข็ง 2. ของเหลว 3. แก๊ส และประเด็นที่สอง ลักษณะของสียงสูง เสียงต่ำ
เกิดจากความถี่ในการส่ันของแหลง่ กำเนดิ เสยี ง โดยแหล่งกำเนิดเสียงท่ีมีมวลมาก จะมีความถี่ในการสนั่
น้อย เสียงที่เกิดขึ้นจึงเป็นเสียงตำ่ และแหล่งกำเนิดเสียงที่มีมวลน้อย จะมีความถี่ในการสั่นมาก เสียงที่
เกิดข้นึ จงึ เป็นเสยี งสงู
1.3 ครนู ำเสนอเหตุการณ์ใหม่/ประสบการณ์ใหม่ โดยนักเรยี นสังเกตคลิปวดี ีโอการร้องเพลง
โอเปร่า
ผลการสังเกตต้องตอบว่ามีลักษณะเสยี งอยา่ งไร
1.3 อภปิ รายคำถามร่วมกบั นักเรียนเพื่อวเิ คราะห์ อภปิ ราย และลงขอ้ สรุปขอ้ มูลการสงั เกต
จาก 1.2 เพื่อสรา้ งประเด็นใหมท่ ่แี ตกต่างจากความรเู้ ดิม/ประสบการณ์เดิม ผลการอภปิ ราย ตอ้ งลง
ขอ้ สรปุ ว่า
การเกดิ เสยี งสูง เสยี งตำ่ ข้ึนอยู่กับความถี่ในการสนั่ ของแหลง่ กำเนดิ เสยี ง
ขน้ั กำหนดปญั หา
1.4 ครนู ำผลการวิเคราะห์ อภิปราย และลงข้อสรปุ ข้อมูลการสังเกตดงั กลา่ วข้อ 1.3 มา
กำหนด
เป็นประเดน็ ของปญั หาทตี่ ้องคดิ ค้นหาคำตอบ ขอ้ ความของคำถามที่สรา้ งคือ การเกดิ เสียงสูง เสียงตำ่
เกดิ ข้นึ ได้อย่างไร
1.5 ใช้คำถามดังกลา่ วข้อ 1.4 กบั นักเรยี นเพ่ือนำมาสู่กระบวนการคดิ ค้นหาคำตอบ
2. ขั้นสำรวจและคน้ หา-อธบิ ายและลงข้อสรปุ
ขน้ั กำหนดสมมติฐาน
–
ขั้นรวบรวมข้อมูล
2.1 แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ ละ 4 คน โดยจำแนกเป็น เก่ง: ปานกลาง: อ่อน= 1:2:1
2.2 แจกวสั ดุอปุ กรณก์ ารสงั เกตดงั รายในใบกิจกรรมที่ 2 ใหก้ บั นกั เรยี นแต่ละกลมุ่
2.3 ใชค้ ำถามเพื่อวดั ความรคู้ วามเข้าใจวธิ กี ารใช้อปุ กรณ์
93
2.4 แจกใบกจิ กรรมท่ี 2 เรื่อง เสยี งตำ่ เสยี งสูง
2.5 ให้นักเรยี นออกแบบวธิ กี ารสงั เกตการณไ์ ดย้ ินเสยี งสูง เสยี งต่ำ เมือ่ นำไปทดสอบ
กับแหล่งกำเนิดเสยี งในใบกิจกรรมตอนท่ี 1 เร่อื ง ออกแบบวิธกี ารสังเกตการได้ยนิ เสยี งสูง เสยี งตำ่ เม่ือ
นำไปทดสอบกบั แหลง่ กำเนดิ เสียง
2.6 อภปิ รายคำถามในใบกิจกรรมตอนท่ี 1
2.7 ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มทำการทดสอบสงั เกตการได้ยนิ เสียงสูง เสียงตำ่ เม่ือนำไป
ทดสอบกับแหลง่ กำเนิดเสยี ง ตามวธิ กี ารและวัสดุอุปกรณ์ท่ีมี
2.8 นักเรียนบนั ทึกข้อมูลการสงั เกตลงในใบกจิ กรรมตอนท่ี 1
จัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล
2.9 ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามในใบกิจกรรมตอนที่ 2 เรอื่ ง การจดั กระทำและสื่อ
ความหมายข้อมูลผลทดสอบการไดย้ ินเสียงสงู เสียงต่ำ เมื่อนำไปทดสอบกบั แหลง่ กำเนิดเสยี ง
2.10 อภิปรายคำถามในใบกิจกรรมตอนท่ี 2
2.11 ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนู่ ำข้อมูลการสังเกตการได้ยินเสียงสูง เสยี งต่ำ เม่อื นำไป
ทดสอบกับแหล่งกำเนิดเสยี งมาจัดกระทำและส่อื ความหมายข้อมลู ตามวิธีการและรปู แบบทอี่ อกแบบ
2.12 โดยการสุม่ ใหน้ ักเรยี นนำเสนอผลการจัดกระทำและสื่อความหมายขอ้ มูลหนา้
ช้นั เรียน จำนวน 3 กลุ่ม
ขนั้ วเิ คราะห์ อภิปราย และลงขอ้ สรุปข้อมูล
2.13 ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามในใบกจิ กรรมตอนท่ี 2 เรอ่ื งการวิเคราะห์ อภิปราย และ
ลงข้อสรปุ ข้อมูลผลการทดสอบ การไดย้ ินเสยี งสูง เสียงต่ำ เม่ือนำไปทดสอบกับแหล่งกำเนดิ เสยี ง
2.14 อภปิ รายคำถามในใบกจิ กรรมตอนท่ี 2 ลงข้อสรุปเปน็ สารสนเทศและข้อเท็จจรงิ
ทางวทิ ยาศาสตร์
3. ขั้นขยายความรู้
-
4. ข้ันประเมนิ ตนเอง
ใหน้ ักเรยี นประเมนิ ผลการเรยี นรู้ของตนเองโดยการตอบคำถามของครู
5. ขน้ั นำเสนอข้อคน้ พบ
มอบหมายงานใหน้ ักเรียนจดั ทำผงั ความคิดนอกเวลาเรียน เกยี่ วกับข้อคน้ พบผลการทดสอบ
การไดย้ ินเสียงสูง เสยี งตำ่ เม่ือนำไปทดสอบกับแหลง่ กำเนิดเสียง
94
ส่ือ/แหลง่ เรียนรู:้
1. ใบกจิ กรรมท่ี 2
2. อุปกรณ์การสังเกต:
2.1 ขวดแกว้ ขนาดเทา่ กัน
2.2 กรวยพลาสติก
2.3 ไมเ้ คาะ
2.4 ไม้บรรทัดพลาสติกแขง็
2.5 น้ำ
2.6 สีผสมอาหาร
95
การวดั และประเมนิ ผล
1. กรอบการวัดและประเมนิ ผล กำหนดกรอบการวัดและประเมนิ ผลดังตาราง
ตาราง: แสดงกรอบการวดั และประเมินผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ ประเดน็ ที่วัดและ วิธกี ารวดั ผล เคร่ืองมอื วดั ผล
(ข้อท่ี) ประเมินผล
สามารถออกแบบวิธีการ
1.1 (K) สงั เกตการการไดย้ ินเสยี งสงู การตอบคำถาม ใบกิจกรรมที่ 2
เสยี งต่ำ เม่ือนำไปทดสอบ
กับแหลง่ กำเนิดเสียง
สามารถออกแบบวิธีการจัด
กระทำและสื่อความขอ้ มูล
1.2 (K) การสงั เกตการได้ยนิ เสียงสูง การตอบคำถาม ใบกจิ กรรมที่ 2
เสียงต่ำ เมื่อนำไปทดสอบ
กบั แหล่งกำเนิดเสียง
ตามลำดับข้ันวิธกี ารที่มี
วิเคราะห์ อภิปราย และลง
ข้อสรปุ ข้อมลู การสังเกต
1.3 (K) การการได้ยินเสยี งสงู เสยี ง การตอบคำถาม ใบกิจกรรมท่ี 2
ต่ำ เมื่อนำไปทดสอบกับ
แหล่งกำเนดิ เสยี ง
ตามลำดบั ขน้ั วิธีการที่มี
สามารถสงั เกตการการได้
ยนิ เสยี งสงู เสียงตำ่ เมอ่ื
2.1 (P) นำไปทดสอบกับ การสังเกต แบบสงั เกต
แหล่งกำเนิดเสียง
ตามลำดับขัน้ วิธีการท่ีมี
2.2 (P) สามารถใชว้ ัสดุอุปกรณก์ าร การสังเกต แบบสังเกต
สังเกตตามวิธกี ารทม่ี ี
2.3 (P) สามารถบันทึกข้อมูลการ ตรวจผลงาน ใบกจิ กรรมที่ 2
สงั เกตตามวิธกี ารทมี่ ี
96
ตาราง: แสดงกรอบการวดั และประเมินผล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ประเด็นทวี่ ดั และ วิธีการวัดผล เคร่อื งมือวัดผล
(ข้อที่) ประเมินผล ตรวจผลงาน ใบกิจกรรมที่ 2
สามารถจดั กระทำและสือ่ ตรวจผลงาน ชิน้ งาน
การสงั เกต แบบสงั เกต
ความหมายข้อมูลการ การสงั เกต แบบสังเกต
สังเกตการณก์ ารได้ยนิ เสียง
สงู เสยี งตำ่ เมื่อนำไป
2.4 (P) ทดสอบกับแหล่งกำเนิด
เสียง ตามลำดบั ขั้นวิธีการท่ี
มี ตามวธิ ีการจัดและ
รูปแบบการสอ่ื ความหมาย
ทีอ่ อกแบบ
สามารถนำเสนอขอ้ คน้ พบ
2.5 (P) เร่ือง การไดย้ นิ เสยี งสูง
เสยี งต่ำ เมือ่ นำไปทดสอบ
กบั แหล่งกำเนิดเสยี ง
3.1 (A) ความอยากรู้อยากเห็น
3.2 (A) มีนิสยั ใฝเ่ รียนรู้
97
2. เกณฑ์การประเมนิ
2.1 เกณฑ์การประเมินคะแนนรบู ริค (Rubric Score) ใช้เกณฑ์ประเมินโดยเขียนตวั
รูบรคิ
แบบแยกให้คะแนนเป็นรายข้อ (Analytical Rubric Score หรือ Formative Rubric Score) ดงั ตาราง
ตาราง: แสดงเกณฑ์การประเมนิ คะแนนรูบริคเขยี นโดยเขียนตวั รบู รคิ แบบแยกให้คะแนนเป็นรายข้อ
จุดประสงค์ท่ี 1.1 จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑข์ องรูบรคิ (ดา้ น)
ประเดน็ ท่ที ำการ เกณฑ์รบู ริคของแต่ละประเด็น K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเมิน
สามารถออกแบบ สามารถออกแบบวิธกี ารสังเกต
วิธีการสังเกตการการ การได้ยนิ เสียงได้ถูกต้องชดั เจน
ได้ยินเสยี งสูง และครบถ้วน /
เสียงต่ำ เมื่อนำไป
ทดสอบกบั
แหล่งกำเนิดเสียง
จุดประสงค์ท่ี 1.2 จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑ์ของรบู รคิ (ด้าน)
ประเดน็ ทีท่ ำการ เกณฑร์ บู รคิ ของแตล่ ะประเด็น K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเมนิ
สามารถออกแบบ สามารถออกแบบวธิ ีการจดั
วิธีการจดั กระทำและ กระทำการสงั เกตการไดย้ นิ เสียง /
ส่ือความข้อมูลการ ได้ถูกตอ้ งชดั เจน และครบถ้วน
สงั เกตการไดย้ นิ สามารถสือ่ ความหมายขอ้ มลู /
เสยี งสงู เสียงต่ำ เมื่อ การสังเกตการไดย้ ินเสยี งได้
นำไปทดสอบกับ ถูกต้องชัดเจน และครบถว้ น
แหล่งกำเนิดเสียง
ตามลำดบั ข้นั วธิ ีการ
ที่มี
98
ตาราง: แสดงเกณฑ์การประเมินคะแนนรบู ริคเขยี นโดยเขียนตัวรูบรคิ แบบแยกให้คะแนนเปน็ รายขอ้
จุดประสงคท์ ่ี 1.3 จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑข์ องรบู ริค (ด้าน)
ประเดน็ ทท่ี ำการ เกณฑ์รบู ริคของแตล่ ะประเด็น K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเมนิ
วิเคราะห์ อภปิ ราย สามารถวิเคราะห์ อภปิ ราย
และลงข้อสรปุ ข้อมลู และลงข้อสรปุ ข้อมลู การสงั เกต
การสังเกตการการได้ การไดย้ นิ เสียงไดถ้ ูกต้องชัดเจน
ยนิ เสยี งสงู เสยี งตำ่ และครบถว้ น
เม่ือนำไปทดสอบกบั /
แหล่งกำเนิดเสยี ง
ตามลำดับขั้นวธิ ีการ
ท่ีมี
รวมคะแนนผลการเรยี นรู้ด้าน (K) จำนวนคะแนนแต่ละเกณฑ์ของรูบรคิ (ด้าน)
จุดประสงคท์ ่ี 2.1 K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเดน็ ท่ีทำการ เกณฑ์รบู รคิ ของแตล่ ะประเด็น
/
ประเมิน
สามารถสังเกตการ สามารถสังเกตการและทำ
การได้ยนิ เสียงสูง ตามลำดับข้นั วธิ ีการได้อยา่ ง
เสยี งต่ำ เม่อื นำไป ถูกต้องครบถ้วน
ทดสอบกบั
แหล่งกำเนดิ เสยี ง
ตามลำดบั ขั้นวิธกี ารที่
มี
99
ตาราง: แสดงเกณฑ์การประเมินคะแนนรูบริคเขยี นโดยเขยี นตวั รบู รคิ แบบแยกใหค้ ะแนนเป็นรายข้อ
จดุ ประสงคท์ ี่ 2.2 เกณฑ์รูบรคิ ของแตล่ ะประเด็น จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑ์ของรบู ริค (ดา้ น)
ประเด็นทที่ ำการ K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเมนิ
สามารถใชว้ ัสดุ สามารถใช้วัสดุอปุ กรณต์ าม
อุปกรณ์การสังเกต วธิ ีการท่ีกำหนดให้ไดอ้ ย่าง /
ตามวธิ กี ารทมี่ ี เหมาะสม
จดุ ประสงค์ที่ 2.3 เกณฑร์ บู ริคของแตล่ ะประเด็น จำนวนคะแนนแต่ละเกณฑข์ องรูบริค (ดา้ น)
ประเดน็ ทท่ี ำการ K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเมนิ
สามารถบันทึกข้อมลู วางแผนการออกแบบการสังเกต /
การสังเกตตามวธิ ีการ การเลือกใชว้ สั ดุในการสรา้ งแบบ /
ทีม่ ี การสงั เกต
ลกั ษณะของแบบการสงั เกต /
สัมพันธ์กบั ข้อมูล
สอื่ ความหมายของแบบการสงั เกต /
จุดประสงค์ที่ 2.4 เกณฑ์รบู รคิ ของแต่ละประเด็น จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑ์ของรบู ริค (ด้าน)
ประเดน็ ทท่ี ำการ K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเมนิ
สามารถจดั กระทำ สามารถจัดกระทำข้อมูล
และส่ือความข้อมูล ตามลำดับขั้นวธิ กี ารที่มี ตาม
การสังเกตการณ์การ วิธกี ารจัดและรปู แบบการสอ่ื
ได้ยินเสียงสงู เสยี งตำ่ ความหมายท่ีออกแบบ
เม่ือนำไปทดสอบกับ
แหล่งกำเนดิ เสยี งตาม /
ลำดบั ข้ันวธิ กี ารที่มี
ตามวธิ กี ารจัดและ
รปู แบบการสื่อ
ความหมายท่ี
ออกแบบ
100
ตาราง: แสดงเกณฑ์การประเมินคะแนนรบู รคิ เขยี นโดยเขียนตัวรูบริคแบบแยกใหค้ ะแนนเป็นรายข้อ
จุดประสงคท์ ี่ 2.5 จำนวนคะแนนแต่ละเกณฑ์ของรูบริค (ดา้ น)
ประเดน็ ทที่ ำการ
เกณฑ์รบู ริคของแตล่ ะประเด็น K คะแน P คะแน A คะแนน
ประเมิน น น
สามารถนำเสนอ นำ้ เสยี งมคี วามคล่องแคลว่ ออก /
ขอ้ คน้ พบ เร่อื ง เสียงไดอ้ ยา่ งถูกต้องและชัดเจน /
การไดย้ นิ เสียงสงู การพูดมีการเวน้ จงั หวะ และ
เสยี งต่ำ เมื่อนำไป การเนน้ คำ หรอื เนน้ สาระสำคัญ /
ทดสอบกับ อย่างเหมาะสมเพอ่ื ทำให้ผู้ฟัง /
แหลง่ กำเนดิ เสียง ตดิ ตามการนำเสนอ
กาศ สบสายตากบั ผ้ฟู งั อยตู่ ลอดเพื่อ
ดึงดดู ให้ผ้ฟู ังสนใจในเน้อื หาที่
ถา่ ยทอด
นำเสนอข้อมูลได้ครบถ้วน
รวมคะแนนผลการเรยี นรู้ด้าน (P)
จุดประสงคท์ ี่ 3.1 จำนวนคะแนนแต่ละเกณฑ์ของรบู ริค (ดา้ น)
ประเด็นทท่ี ำการ
เกณฑ์รบู ริคของแตล่ ะประเด็น K คะแน P คะแน A คะแนน
ประเมิน น น
ตอบสนองตอ่ เหตุการณ์ใหม่/ /
ประสบการณ์ใหมใ่ นเชิงบวก
ความเป็นผูอ้ ยากรู้ มคี วามเพียรที่จะสำรวจสิง่ รอบตวั /
อยากเหน็ มคี วามอดทนทจี่ ะเรยี นรตู้ ่อ /
เหตกุ ารณใ์ หม่/ประสบการณ์ใหม่
มมี ุมมองทห่ี ลากหลายตอ่ แต่ละ /
เหตกุ ารณ์ใหม/่ ประสบการณใ์ หม่
101
ตาราง: แสดงเกณฑ์การประเมินคะแนนรบู ริคเขยี นโดยเขียนตัวรบู รคิ แบบแยกใหค้ ะแนนเปน็ รายขอ้
จุดประสงคท์ ี่ 3.2 จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑ์ของรูบริค (ด้าน)
ประเด็นท่ที ำการ เกณฑ์รูบริคของแตล่ ะ
ประเมิน ประเด็น K คะแนน P คะแนน A คะแนน
มคี วามเพยี รพยายามในการ /
แสวงหาความรู้ /
อยากรู้อยากเหน็ สนใจเข้ารว่ ม /
กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ /
ใฝเ่ รยี นรู้ คน้ ควา้ หาความรดู้ ้วยตนเอง
/
แลกเปลยี่ นถ่ายทอดเผยแพร่
ความรนู้ ำความรู้ไปประยุกต์ …. + …. + …. = …. คะแนน
ใช้ในชีวิตประจำวนั
บนั ทึก วิเคราะห์ ตรวจสอบสิ่ง
ท่เี รียนรสู้ รปุ เปน็ องค์ความรู้
รวมคะแนนผลการเรยี นร้ดู า้ น (A)
รวมคะแนนผลการเรยี นรู้ท้ัง 3 ด้าน
2.2 เกณฑ์กำหนดระดับมาตรฐานผลการเรียนรู้ กำหนดเกณฑ์แบบแยกเป็นรายด้านคือ
ด้านความรู้ ด้านทักษะกระบวนการ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แต่ละด้านกำหนดระดับ
มาตรฐานผลการเรียนรู้เป็น 4 ระดับคือ ระดบั ดีมาก ระดับดี ระดับพอใช้ และระดับต้องปรบั ปรุง แต่ละ
ระดบั มาตรฐานกำหนดเกณฑ์การประเมินจากคะแนนรบู ริคเตม็ ดงั นี้
มีคะแนนรูบริคอย่างน้อยร้อยละ........ของคะแนนเต็ม มีมาตรฐานผลการเรียนรู้ท่ี
ระดับ ดีมาก
มคี ะแนนรบู ริครอ้ ยละ ......... ของคะแนนเต็ม มีมาตรฐานผลการเรียนรู้ท่ีระดบั ดี
มีคะแนนรูบริคร้อยละ .......... ของคะแนนเต็ม มีมาตรฐานผลการเรียนรู้ที่ระดับ
พอใช้
มคี ะแนนรูบริคนอ้ ยกว่าร้อยละ .......... ของคะแนนเต็ม มมี าตรฐานผลการเรียนรู้ท่ีระดับ
ต้องปรบั ปรงุ
102
2.3 เกณฑ์ประเมินผลผ่านการเรียนรู้ ใช้เกณฑ์ประเมินแบบแยกเป็นรายด้านคือด้าน
ความรู้ ด้านทักษะกระบวนการ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แต่ละด้านกำหนดเกณฑ์ประเมิน
ผ่านผลการเรยี นรโู้ ดยองิ ระดับมาตรฐานผลการเรยี นรู้ ดังน้ี
ระดบั บคุ คล นกั เรียนตอ้ งมีผลการเรยี นรูอ้ ย่างน้อยตงั้ แต่ระดบั มาตรฐาน......ถอื วา่ ผา่ น
การประเมนิ (ประกนั ผลการเรยี นร้ขู องนกั เรียน)
ระดับชั้นเรียน มีจำนวนนักเรียนอย่างน้อยร้อยละ........ของจำนวนทั้งหมดมีผลการ
เรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน ดี ถือว่าการจัดประสบการณ์เรียนรู้บรรลุตามจุดประสงค์การ
เรยี นรทู้ ่กี ำหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ (ประกันการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ของครู)
2.4 เกณฑ์การตัดสินคะแนนเก็บ จำนวนคะแนนที่เก็บ........คะแนน จากคะแนนรวม
ทง้ั หมด
........คะแนน เกณฑก์ ารคิดคะแนนเก็บคำนวณดังน้ี
จำนวนคะแนนเก็บของนกั เรียน = จำนวนคะแนนจากการวดั และประเมนิ ผล x จำนวนคะแนนเกบ็ ของแผน
จำนวนคะแนนเต็มจากทกุ กจิ กรรมรวมกัน
3. ผลการประเมิน จำแนกผลการประเมินผลการเรียนรู้เป็นรายด้านคือ ด้านความรู้ ด้าน
ทกั ษะกระบวนการ และดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ดังน้ี
3.1 ด้านความรู้
ระดับบุคคล จำนวนนักเรียนทั้งหมด........คน มีผลการเรียนรู้อยู่ท่ีระดับมาตรฐาน ดี
มาก จำนวน….......คน คิดเป็นร้อยละ.....ที่ระดับมาตรฐาน ดี จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ... ที่ระดับ
มาตรฐานพอใช้ จำนวน.........คน คิดเป็นร้อยละ.....และที่ระดับมาตรฐานต้องปรับปรงุ จำนวน......คน คดิ
เปน็ ร้อยละ......
ระดับชั้นเรียน นักเรียนที่มีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน.........จำนวน
.......คน ถือว่าผา่ นเกณฑ์การประเมินผลการเรยี นรู้คิดเปน็ ร้อยละ........และมีนักเรียนที่มีผลการเรียนรู้ต่ำ
กว่าระดับมาตรฐาน.......จำนวน......คนถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.......
ดงั นั้น ถือว่า การจัดประสบการเรยี นรู้ด้านความรู้ ของแผนการจัดการเรียนรู้
ประสบความสำเรจ็ ไมป่ ระสบความสำเรจ็ ตามจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.2 ดา้ นทักษะกระบวนการ
ระดับบุคคล จำนวนนักเรียนทั้งหมด........คน มีผลการเรียนรู้อยู่ที่ระดับมาตรฐาน ดี
มาก จำนวน….......คน คิดเป็นร้อยละ.....ระดับมาตรฐาน ดี จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ... ที่ระดับ
103
มาตรฐานพอใช้ จำนวน........คน คิดเป็นร้อยละ.....และที่ระดับมาตรฐานต้องปรับปรุง จำนวน......คน
คิดเปน็ รอ้ ยละ........
ระดับชั้นเรียน นักเรียนที่มีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน......จำนวน
.......คน ถือว่าผา่ นเกณฑ์การประเมินผลการเรยี นรู้คิดเปน็ ร้อยละ........และมีนักเรียนทม่ี ีผลการเรียนรู้ต่ำ
กว่าระดับมาตรฐาน.......จำนวน.........คนถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.......
ดงั นัน้ ถือว่า การจดั ประสบการเรยี นรูด้ า้ นทักษะกระบวนการของแผนการจัดการเรียนรู้
ประสบความสำเร็จ ไม่ประสบความสำเร็จตามจุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.3 ดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ระดับบุคคล จำนวนนักเรียนทั้งหมด........คน มีผลการเรียนรู้อยู่ที่ระดับมาตรฐาน ดี
มาก จำนวน….......คน คิดเป็นร้อยละ.....ระดับมาตรฐาน ดี จำนวน........คน คิดเป็นร้อยละ... ที่ระดับ
มาตรฐานพอใช้ จำนวน.........คน คิดเป็นร้อยละ.........และที่ระดับมาตรฐานต้องปรับปรุง จำนวน.........
คน คิดเป็นรอ้ ยละ.........
ระดับช้ันเรียน นักเรียนที่มีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน......จำนวน
.......คน ถือว่าผา่ นเกณฑ์การประเมินผลการเรยี นรู้คิดเปน็ ร้อยละ........และมีนักเรียนท่มี ีผลการเรียนรู้ต่ำ
กว่าระดบั มาตรฐาน.......จำนวน.........คนถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.......
ดังน้ัน ถอื วา่ การจดั ประสบการเรียนรู้ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของแผนการจัดการเรยี นรู้
ประสบความสำเรจ็ ไมป่ ระสบความสำเร็จตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
104
บันทึกหลังการสอน
ผลการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ปญั หา/อุปสรรค
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ลงชื่อ ..........................................ครูผู้สอน
(.................................................)
........../..................../.............
บันทกึ ความคดิ เหน็ ของครูพ่ีเล้ยี ง
ใชส้ อนได้
ควรปรับปรงุ
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................ ........................................................................
............................................................................................................................. .......................................
ลงช่ือ .......................................... ครพู ่ีเล้ียง
(........................................)
........../............./...........
105
บนั ทึกความคิดเห็นของผตู้ รวจสอบแผนการจดั การเรียนรู้
............................................................................................................................. .......................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
ลงชือ่ ............................................ (ผู้ตรวจ)
(...................................................)
หัวหน้ากล่มุ วชิ าการ
.........../............../...........
บันทึกความคดิ เห็นของผู้บริหาร
............................................................................................................................. .......................................
................................................................................................................................................. ...................
............................................................................................................... .....................................................
ลงช่ือ ............................................ (ผู้ตรวจ)
(...........................................)
ผอู้ ำนวยการสถานศึกษา
.........../............/............
106
กิจกรรมท่ี 2
เรือ่ ง เสียงสูง เสียงต่ำ
สมาชิก
1. ชอ่ื -สกลุ ..............................................................................................ชน้ั .............เลขท่ี............
2. ช่ือ-สกลุ ..............................................................................................ชน้ั .............เลขท.่ี ...........
3. ชื่อ-สกุล..............................................................................................ชั้น.............เลขท.่ี ...........
4. ชอ่ื -สกุล..............................................................................................ชั้น.............เลขท่ี............
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.1 สามารถออกแบบวธิ ีการสังเกตการการไดย้ นิ เสยี งสูง เสยี งตำ่ เมอื่ นำไปทดสอบกบั
แหลง่ กำเนิดเสยี ง
1.2 สามารถออกแบบวธิ ีการจัดกระทำและสื่อความขอ้ มูลการสังเกตการไดย้ นิ เสยี งสงู เสียงต่ำ เมือ่
นำไปทดสอบกบั แหล่งกำเนดิ เสียง ตามลำดับข้ันวิธีการท่ีมี
วสั ดอุ ุปกรณ์
1. ขวดแก้วขนาดเท่าจำนวน 3 ใบ
2. กรวยพลาสติก
3. ไมเ้ คาะ
4. น้ำ
5. สีผสมอาหาร
ตอนที่ 1
คำชี้แจง
1. รายการข้างล่างคือลำดบั ข้ันวธิ กี ารทดลองเสียงสูง เสยี งต่ำ ท่สี ลับลำดบั ขน้ั ตอนใหจ้ ัดลำดบั ข้ันตอน
ใหมใ่ หถ้ ูกต้อง
2. เมือ่ ทา่ นจัดลำดับแลว้ อภิปรายร่วมกันเพื่อสรุปผลการจัดลำดบั ชนั้ ใหม่
ลำดับข้นั วธิ กี ารทดลองเสียงสูง เสียงตำ่ ที่สลับลำดับขน้ั
* คนสผี สมอาหารใหเ้ ข้ากนั กับนำ้
* พยากรณ์วา่ ถา้ ใชไ้ ม้เคาะขวดในบริเวณที่มนี ำ้ ทลี ะใบดว้ ยแรงเท่าๆ กนั เสยี งท่ีได้ยนิ จะเปน็
อยา่ งไร
* ใส่น้ำในขวดแกว้ 3 ใบ โดยใบที่ 1 ใสน่ ้ำเต็มขวด ใบที่ 2 ใส่น้ำคร่ึงขวด ใบท่ี 3 ใส่น้ำ 1/4 ของขวด
* ทำกิจกรรมเพื่อตรวจสอบการพยากรณ์ สังเกตและบันทึกผล
* ใส่สผี สมอาหารลงในขวดแก้วทบ่ี รรจุนำ้ ต่างระดบั
ลำดับข้ันวธิ ีการลองเสียงสูง เสียงต่ำที่จัดลำดับข้นั ใหม่
107
1............................................................................................................................ .....................................
............................................................................................................................. .................( 2 คะแนน )
แกไ้ ข...........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
2............................................................................................................................ .....................................
............................................................................................................................................. ( 2 คะแนน )
แก้ไข........................................................................................................................ ...................................
................................................................................................................................................................ ....
3............................................................................................................................ .....................................
............................................................................................................................................... (2 คะแนน )
แกไ้ ข...........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
4............................................................................................................................ .....................................
............................................................................................................................................. ( 2 คะแนน )
แกไ้ ข........................................................................................................................ ...................................
........................................................................................................................................................... .........
5........................................................................................................................ .........................................
...............................................................................................................................................( 2 คะแนน )
แกไ้ ข...........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
108
ตอนที่ 2
คำชี้แจง
1. ใหน้ กั เรยี นออกแบบตารางบันทึกผลการทดลองตามความเขา้ ใจของนักเรยี น ( 5 คะแนน )
2. สรปุ ผลการทดลองและตอบคำถามกิจกรรมการทดลอง เสยี งสงู เสยี งต่ำ ให้ถูกต้อง ( 10 คะแนน )
( 5 คะแนน )
109
1. เรียงลำดับมวลของนำ้ ในขวดจากมากไปหาน้อยไดอ้ ย่างไร ( 2 คะแนน )
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. เรยี งลำดบั เสยี งทไ่ี ดย้ นิ จากเสียงตำ่ ไปเสยี งสูงได้อย่างไร ( 2 คะแนน )
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
3. มวลของน้ำในขวดและเสียงท่ไี ด้ยนิ มคี วามสมั พนั ธ์กนั อยา่ งไร ( 2 คะแนน )
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
4. จากกจิ กรรมน้ี สรปุ ไดว้ ่าอย่างไร ( 4 คะแนน )
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
110
แผนการจัดการเรียนรู้
รหสั -ชอ่ื รายวชิ า วิทยาศาสตรช์ ัน้ ป.5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 แรงและพลงั งาน ระดับชั้น ป. 5 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 2 คาบ/สปั ดาห์
แผนการเรยี นรู้ที่ 1 สาระการเรียนรู้เรื่อง เสยี งกับการได้ยิน (3) เวลา 2 คาบ
ช่อื ผสู้ อน นางสาวเกวลนิ แปน้ สวน, นางสาวธญั วรตั น์ เจริญกาศ, นางสาวแกว้ ฟ้า ทองลับแลง,
นางสาวสดุ ารัตน์ บญุ รักษา, นางสาวภทั ทยิ า ศรีบุตตา
โรงเรียนเทศบาลวดั ท้ายตลาด(กวธี รรมสาร) วนั ท.ี่ .........เดอื น................... พ.ศ. ........... คะแนนเกบ็ .........คะแนน
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การเปลีย่ นแปลงและการถา่ ยโอนพลงั งาน
ปฏสิ ัมพนั ธร์ ะหวา่ งสสารและพลังงาน พลังงานในชีวติ ประจำวนั ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณท์ ี่
เกย่ี วขอ้ งกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทง้ั นำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
ตัวชว้ี ดั
ว 2.3 ป.5/3 ออกแบบการทดลองและอธิบายลกั ษณะ และการเกดิ เสยี งดงั เสียงคอ่ ย
สาระสำคัญ
1. ด้านเนอื้ หา: เสียงดงั ค่อยท่ีได้ยินข้นึ กบั พลังงานการสนั่ ของแหล่งกำเนิดเสียง โดยเมื่อ
แหล่งกำเนดิ เสยี งส่ันด้วยพลงั งานมากจะเกิดเสยี งดงั แต่ถ้าแหล่งกำเนดิ เสียงสั่นดว้ ยพลงั งานนอ้ ยจะเกดิ
เสยี งค่อย
2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ: พลงั งานการส่นั ของแหล่งกำเนิดเสียง โดยเมอ่ื แหล่งกำเนดิ เสียงสน่ั
ดว้ ยพลังงานมากและส่ันด้วยพลังงานน้อย ทำใหเ้ กดิ การได้ยนิ แตกต่างกนั
3. ด้านลักษณะอนั พงึ ประสงค์: ความเปน็ ผู้อยากรู้อยากเห็น และมีนิสยั ใฝ่เรียนร้ทู ำให้ค้นพบ
ความรใู้ หมท่ ่ีแตกต่างจากเดิม
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. ด้านความรู้ (Knowledge) เพื่อให้นกั เรียนสามารถ:
1.1 สามารถออกแบบวิธกี ารสังเกตการไดย้ นิ เสียงเม่ือนำไปทดสอบกับแหลง่ กำเนิด
เสียงชนดิ
เดียวกันแตส่ นั่ ด้วยพลังงานน้อยและพลงั งานมาก
111
1.2 สามารถออกแบบวธิ ีการจัดกระทำและส่ือความขอ้ มลู การสังเกตการไดย้ ินเสยี ง
เมื่อนำไป
ทดสอบกับแหลง่ กำเนิดเสยี งชนดิ เดยี วกนั แต่สั่นด้วยพลังงานนอ้ ยและพลงั งานมาก ตามลำดับข้นั วิธีการ
ทม่ี ี
1.3 วเิ คราะห์ อภปิ ราย และลงข้อสรปุ ข้อมูลการสังเกตการได้ยินเสียงเมื่อนำไป
ทดสอบกบั
แหล่งกำเนิดเสยี งชนิดเดียวกันแต่สนั่ ดว้ ยพลงั งานน้อยและพลงั งานมาก ตามลำดับขัน้ วธิ ีการท่ีมี
2. ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process/Products) เพ่ือให้นักเรียนสามารถ:
2.1 สามารถสังเกตการไดย้ ินเสยี งเม่ือนำไปทดสอบกับแหล่งกำเนดิ เสียงชนดิ เดียวกนั
แตส่ นั่ ดว้ ย
พลังงานน้อยและพลงั งานมาก ตามลำดบั ขัน้ วธิ กี ารท่มี ี
2.2 สามารถใชว้ สั ดุอุปกรณ์การสังเกตตามวิธกี ารที่มี
2.3 สามารถบนั ทึกข้อมูลการสังเกตตามวิธีการทม่ี ี
2.4 สามารถจดั กระทำและสอ่ื ความข้อมูลการสังเกตการณ์ไดย้ ินเสียงเมื่อนำไปทดสอบ
กบั แหลง่ กำเนิดเสียงชนิดเดียวกันแต่สั่นดว้ ยพลงั งานน้อยและพลังงานมาก ตามลำดบั ข้นั วธิ กี ารทีม่ ี ตาม
วธิ ีการจดั และรปู แบบการส่อื ความหมายที่ออกแบบ
2.5 สามารถนำเสนอขอ้ ค้นพบ เรอื่ ง การไดย้ ินเสียงเม่ือนำไปทดสอบกบั แหลง่ กำเนิด
เสียงชนิดเดยี วกนั แตส่ นั่ ดว้ ยพลงั งานนอ้ ยและพลังงานมาก
3. ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude) เพ่ือใหน้ ักเรียนเป็น:
3.1 ผทู้ ม่ี คี วามเปน็ ผู้อยากรู้อยากเห็น
3.2 ผทู้ ี่มนี สิ ัยใฝเ่ รยี นรู้
สมรรถนะนักเรียน
ผลการจัดการเรียนร้ตู ามแผนท่ีออกแบบนักเรียนเกิดสมรรถนะทางด้าน:
1. การสอื่ สาร
2. การคิด
3. การแก้ปญั หา
4. การใช้ทกั ษะชวี ิต (เดก็ จะได้ตอนทำงานรว่ มกนั )
5. การใช้เทคโนโลยี
112
สาระการเรียนรู(้ เน้ือหา)
การไดย้ ินเสยี งเม่ือนำไปทดสอบกับแหล่งกำเนดิ เสยี งชนิดเดยี วกันแตส่ ่ันด้วยพลังงาน
น้อยและพลงั งานมาก
วธิ กี ารจดั ประสบการเรียนร้(ู วธิ ีการสอน)
ใช้การจดั การเรียนรแู้ บบ 5 E
ลำดบั ขัน้ การจัดประสบการณ์เรียนรู้
3. ขัน้ สรา้ งความสนใจ จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้จำแนกเปน็ 3 ข้นั ย่อยตามลำดับคือ
ขนั้ สังเกต
1.1 ใชค้ ำถามเพื่อทบทวนความรูเ้ ดมิ /ประสบการณ์เดิมเก่ยี วกับพลังงานท่ีใช้ในการ
เกิดเสยี งโดย
ครูหมุนจักจ่นั ชา้ เร็วแลว้ ใชค้ ำถามวา่ การเกิดเสียงท่ีไดย้ ินแตกต่างกนั หรือไม่ผลการลงข้อสรุปข้อ คำถาม
ควรสรุปวา่ 2 ประเด็น ประเด็นแรก พบวา่ การเกดิ เสยี งดงั เมื่อแหล่งกำเนิดเสยี งส่ันด้วยพลงั งานมากจะ
เกิดเสยี งดัง และประเด็นท่ีสอง การเกิดเสยี งค่อย หมายถึง ถ้าแหล่งกำเนิดเสียงส่ันดว้ ยพลังงานน้อยจะ
เกิดเสียงค่อย
1.2 ครูนำเสนอเหตุการณ์ใหม่/ประสบการณ์ใหมโ่ ดยให้นกั เรียนสังเกตการส่ันกระดอน
ของเมล็ดถ่ัว
และกระปอ๋ งท่ีใช้เขย่าทำใหเ้ กิดเสียงได้อย่างไร
1.3 อภิปรายคำถามรว่ มกบั นักเรียนเพ่ือวิเคราะห์ อภปิ ราย และลงขอ้ สรปุ ขอ้ มูลการ
สังเกต จาก 1.2 เพื่อสรา้ งประเดน็ ใหม่ทีแ่ ตกตา่ งจากความรูเ้ ดิม/ประสบการณ์เดมิ ผลการอภปิ ราย
ตอ้ งลงข้อสรุปวา่ การเกิดเสยี งที่เกิดจากแหล่งกำเนิดเสยี งชนิดเดยี วกันแตส่ ่ันดว้ ยพลงั งานน้อยและ
พลังงานมาก จะเกดิ เสยี งท่ีแตกต่างกนั
ข้ันกำหนดปัญหา
1.6 ครนู ำผลการวิเคราะห์ อภปิ ราย และลงข้อสรปุ ขอ้ มูลการสังเกตดังกลา่ วขอ้ 1.3
มากำหนด
เป็นประเด็นของปัญหาที่ต้องคิดคน้ หาคำตอบ ขอ้ ความของคำถามทสี่ รา้ งคือ การเกิดเสียงทเี่ กิดจาก
แหลง่ กำเนดิ เสียงชนดิ เดยี วกันแตส่ ่ันด้วยพลังงานน้อยและพลงั งานมาก จะเกิดเสียงที่แตกต่างกัน
อยา่ งไร
1.7 ใชค้ ำถามดังกล่าวข้อ 1.4 กับนกั เรยี นเพื่อนำมาสู่กระบวนการคิดค้นหาคำตอบ
113
2. ขนั้ สำรวจและคน้ หา-อธบิ ายและลงข้อสรปุ
ขน้ั กำหนดสมมติฐาน
–
ขนั้ รวบรวมข้อมูล
2.1 แบง่ นักเรยี นออกเป็นกลุ่มๆ ละ 4 คน โดยจำแนกเปน็ เก่ง: ปานกลาง: อ่อน= 1:2:1
2.2 แจกวัสดุอุปกรณ์การสงั เกตดงั รายในใบกจิ กรรมท่ี 3 ใหก้ บั นักเรียนแต่ละกลมุ่
2.3 ใชค้ ำถามเพ่ือวดั ความรูค้ วามเข้าใจวิธกี ารใชอ้ ปุ กรณ์
2.4 แจกใบกจิ กรรมที่ 3 เรื่อง การเกิดเสยี งดงั เสยี งค่อย
2.5 ใหน้ ักเรยี นออกแบบวิธกี ารสังเกตการณไ์ ดย้ ินเสยี งเม่อื นำไปทดสอบกับ
แหล่งกำเนิดเสยี งชนิดเดยี วกันแต่สั่นด้วยพลงั งานน้อยและพลงั งานมาก ในใบกิจกรรมตอนที่ 1 เร่อื ง
ออกแบบวิธีการสงั เกตการได้ยินเสียงเม่ือนำไปทดสอบกับแหล่งกำเนิดเสียงชนิดเดยี วกนั แต่ส่ันด้วย
พลังงานน้อยและพลงั งานมาก
2.6 อภิปรายคำถามในใบกจิ กรรมตอนท่ี 1
2.7 ใหน้ กั เรียนแต่ละกล่มุ ทำการทดสอบสงั เกตการไดย้ ินเสยี งเมอ่ื นำไปทดสอบกับ
แหล่งกำเนิดเสยี งชนดิ เดียวกันแตส่ น่ั ดว้ ยพลงั งานน้อยและพลังงานมาก ตามวิธกี ารและวสั ดอุ ุปกรณท์ ่ีมี
2.8 นกั เรยี นบนั ทกึ ขอ้ มูลการสังเกตลงในใบกจิ กรรมตอนท่ี 1
จดั กระทำและส่ือความหมายข้อมูล
2.9 ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามในใบกิจกรรมตอนที่ 2 เร่อื ง การจัดกระทำและสื่อ
ความหมายข้อมูลผลทดสอบการไดย้ นิ เสียงเม่ือนำไปทดสอบกับแหล่งกำเนดิ เสียงชนิดเดียวกนั แต่สัน่ ด้วย
พลงั งานน้อยและพลงั งานมาก
2.10 อภปิ รายคำถามในใบกิจกรรมตอนที่ 2
2.11 ให้นักเรยี นแตล่ ะคนู่ ำข้อมลู การสังเกตการไดย้ ินเสียงเมือ่ นำไปทดสอบกับ
แหลง่ กำเนิดเสียงชนดิ เดยี วกันแตส่ ่นั ดว้ ยพลังงานน้อยและพลงั งานมาก มาจัดกระทำและสื่อความหมาย
ขอ้ มูลตามวธิ กี ารและรปู แบบทีอ่ อกแบบ
2.12 โดยการสุม่ ใหน้ กั เรยี นนำเสนอผลการจดั กระทำและส่อื ความหมายข้อมลู หน้า
ชัน้ เรียนจำนวน 3 กลุม่
ขั้นวเิ คราะห์ อภิปราย และลงข้อสรุปข้อมูล
2.13 ใหน้ กั เรียนตอบคำถามในใบกิจกรรมตอนท่ี 3 เรือ่ งการวเิ คราะห์ อภปิ ราย และ
114
ลงขอ้ สรปุ ข้อมูลผลการทดสอบ การได้ยนิ เสียงเมอื่ นำไปทดสอบกับแหลง่ กำเนิดเสยี งชนดิ เดยี วกันแตส่ ัน่
ด้วยพลังงานนอ้ ยและพลังงานมาก
2.14 อภปิ รายคำถามในใบกจิ กรรมตอนที่ 3 ลงข้อสรปุ เปน็ สารสนเทศและขอ้ เทจ็ จรงิ
ทางวิทยาศาสตร์
3. ขัน้ ขยายความรู้
-
4. ขั้นประเมนิ ตนเอง
ใหน้ กั เรยี นประเมินผลการเรยี นรู้ของตนเองโดยการตอบคำถามของครู
5. ขน้ั นำเสนอข้อคน้ พบ
มอบหมายงานให้นกั เรียนจัดทำผงั ความคิดนอกเวลาเรียน เกีย่ วกับข้อคน้ พบผลการทดสอบ
การไดย้ ินเสยี งเมื่อนำไปทดสอบกับแหล่งกำเนดิ เสียงชนดิ เดียวกนั แต่ส่นั ดว้ ยพลงั งานน้อยและพลังงาน
มาก
ส่อื /แหลง่ เรียนร้:ู
1. ใบกจิ กรรมท่ี 3
2. อปุ กรณก์ ารสังเกต:
2.1 เมลด็ ถ่วั
2.2 กระป๋อง
115
การวัดและประเมินผล
1. กรอบการวดั และประเมินผล กำหนดกรอบการวดั และประเมินผลดังตาราง
ตาราง: แสดงกรอบการวดั และประเมินผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ (ข้อ ประเด็นทีว่ ดั และ วธิ ีการวดั ผล เคร่อื งมือวัดผล
ที่) ประเมินผล
สามารถออกแบบวธิ กี าร
สังเกตการได้ยินเสียงเมื่อ
1.1 (K) นำไปทดสอบกบั การตอบคำถาม ใบกิจกรรมท่ี 1
แหล่งกำเนิดเสียงชนดิ
เดยี วกันแต่สน่ั ด้วยพลังงาน
น้อยและพลังงานมาก
สามารถออกแบบวธิ ีการจดั
กระทำและสื่อความข้อมูล
การสงั เกตการไดย้ ินเสียง
1.2 (K) เมอ่ื นำไป การตอบคำถาม ใบกิจกรรมท่ี 1
ทดสอบกับแหลง่ กำเนิด
เสียงชนดิ เดยี วกันแต่สนั่
ด้วยพลงั งานนอ้ ยและ
พลังงานมาก ตามลำดบั ขนั้
วิธกี ารท่ีมี
วิเคราะห์ อภิปราย และลง
ขอ้ สรปุ ข้อมลู การสงั เกต
การไดย้ ินเสียงเม่ือนำไป
1.3 (K) ทดสอบกบั การตอบคำถาม ใบกจิ กรรมที่ 1
แหลง่ กำเนิดเสยี งชนดิ
เดยี วกนั แตส่ ่นั ด้วยพลงั งาน
นอ้ ยและพลังงานมาก
ตามลำดับข้นั วิธีการท่ีมี
สามารถสังเกตการไดย้ ิน
เสียงเม่ือนำไปทดสอบกับ การสังเกต แบบสังเกต
แหล่งกำเนดิ เสยี งชนดิ
116
เดียวกนั แต่สัน่ ดว้ ยพลงั งาน
น้อยและพลังงานมาก
ตามลำดับขัน้ วิธีการที่มี
2.1 (P)
2.2 (P) สามารถใชว้ ัสดุอุปกรณก์ าร การสงั เกต แบบสังเกต
สงั เกตตามวิธกี ารที่มี
2.3 (P) สามารถบันทึกข้อมูลการ ตรวจผลงาน ใบกจิ กรรมที่ 1
สงั เกตตามวธิ ีการทม่ี ี
สามารถจัดกระทำและส่ือ
ความข้อมูลการ
สงั เกตการณ์ไดย้ ินเสยี งเมอื่
นำไปทดสอบกับ
แหล่งกำเนิดเสยี งชนิด
2.4 (P) เดยี วกนั แต่สัน่ ดว้ ยพลังงาน ตรวจผลงาน ใบกจิ กรรมท่ี 1
น้อยและพลังงานมาก
ตามลำดับขนั้ วธิ ีการที่มี
ตามวธิ ีการจดั และรปู แบบ
การสื่อความหมายที่
ออกแบบ
สามารถนำเสนอข้อค้นพบ
เร่ือง การไดย้ ินเสยี งเม่ือ
2.5 (P) นำไปทดสอบกับ ตรวจผลงาน ชน้ิ งาน
แหล่งกำเนดิ เสียงชนิด
เดยี วกันแต่สน่ั ด้วยพลังงาน
น้อยและพลงั งานมาก
3.1 (A) ความอยากรู้อยากเหน็ การสงั เกต แบบสงั เกต
3.2 (A) มีนสิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ การสงั เกต แบบสังเกต
117
2. เกณฑก์ ารประเมิน
2.1 เกณฑก์ ารประเมินคะแนนรูบรคิ (Rubric Score) ใช้เกณฑป์ ระเมนิ โดยเขยี นตวั
รูบริค
แบบแยกให้คะแนนเปน็ รายข้อ (Analytical Rubric Score หรือ Formative Rubric Score) ดังตาราง
ตาราง: แสดงเกณฑ์การประเมินคะแนนรบู รคิ เขียนโดยเขยี นตวั รบู รคิ แบบแยกให้คะแนนเปน็ รายขอ้
จุดประสงคท์ ่ี 1.1 จำนวนคะแนนแต่ละเกณฑข์ องรูบริค (ดา้ น)
ประเด็นท่ที ำการ เกณฑ์รบู รคิ ของแต่ละประเด็น K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเมนิ
สามารถออกแบบ สามารถออกแบบวธิ ีการสังเกต
วธิ กี ารสงั เกตการได้ การไดย้ ินเสียงได้ถูกต้องชัดเจน
ยนิ เสียงเม่อื นำไป และครบถว้ น
ทดสอบกับ /
แหล่งกำเนดิ เสยี ง
ชนิดเดียวกันแต่สั่น
ด้วยพลงั งานนอ้ ย
และพลังงานมาก
จุดประสงค์ที่ 1.2 จำนวนคะแนนแต่ละเกณฑ์ของรบู ริค (ด้าน)
ประเดน็ ท่ีทำการ เกณฑ์รบู รคิ ของแตล่ ะประเด็น K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเมิน
สามารถออกแบบ สามารถออกแบบวิธีการจดั
วิธกี ารจดั กระทำ กระทำและส่ือความขอ้ มลู การ
และส่อื ความข้อมลู สงั เกตการไดย้ ินเสยี งได้ถูกต้อง
การสังเกตการไดย้ ิน ชัดเจน และครบถว้ น
เสยี งเม่ือนำไป
ทดสอบกับ /
แหล่งกำเนดิ เสียง
ชนดิ เดียวกนั แตส่ ่นั
ดว้ ยพลงั งานนอ้ ย
และพลังงานมาก
ตามลำดับขั้นวธิ กี าร
ที่มี
118
จุดประสงค์ที่ 1.3 จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑข์ องรบู รคิ (ดา้ น)
ประเด็นที่ทำการ เกณฑ์รูบริคของแต่ละประเด็น K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเมนิ /
วเิ คราะห์ อภปิ ราย วิเคราะห์ อภปิ ราย และลง
และลงข้อสรุป ข้อสรุปข้อมูลการสงั เกตการไดย้ ิน จำนวนคะแนนแต่ละเกณฑข์ องรูบริค (ดา้ น)
ข้อมลู การสงั เกต เสียงได้ถูกตอ้ งชัดเจน และ K คะแนน P คะแนน A คะแนน
การได้ยนิ เสยี งเมอ่ื ครบถ้วน
นำไปทดสอบกบั /
แหล่งกำเนดิ เสยี ง
ชนดิ เดียวกนั แตส่ ัน่
ด้วยพลังงานนอ้ ย
และพลงั งานมาก
ตามลำดับข้นั วิธกี าร
ที่มี
รวมคะแนนผลการเรยี นรดู้ ้าน (K)
จดุ ประสงคท์ ี่ 2.1
ประเดน็ ท่ที ำการ เกณฑ์รูบริคของแต่ละประเด็น
ประเมิน
สามารถสังเกตการ ทำการสงั เกตถูกต้องตามลำดับ
ได้ยนิ เสียงเม่ือนำไป ขัน้ วิธกี าร
ทดสอบกบั
แหลง่ กำเนดิ เสยี ง
ชนิดเดยี วกนั แต่สน่ั
ดว้ ยพลงั งานนอ้ ย
และพลังงานมาก
ตามลำดับข้นั วธิ กี าร
ทีม่ ี
จดุ ประสงคท์ ่ี 2.2 เกณฑ์รบู ริคของแต่ละประเด็น จำนวนคะแนนแต่ละเกณฑ์ของรบู ริค (ด้าน)
119
ประเด็นทที่ ำการ ใชว้ ัสดอุ ปุ กรณก์ ารสงั เกตถูกต้อง K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเมิน ตามวธิ ีการ
/
สามารถใชว้ ัสดุ เกณฑร์ ูบรคิ ของแตล่ ะประเด็น จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑ์ของรูบริค (ดา้ น)
อุปกรณ์การสงั เกต K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ตามวิธกี ารท่มี ี วางแผนการออกแบบจำลอง
จุดประสงค์ที่ 2.3 การเลือกใชว้ ัสดใุ นการสรา้ ง /
ประเดน็ ที่ทำการ แบบจำลอง /
ประเมนิ
สามารถบันทึก
ข้อมลู การสังเกต
ตามวิธกี ารทม่ี ี
ลกั ษณะของแบบจำลองสมั พันธ์ /
กับข้อมลู
จุดประสงค์ท่ี 2.4 การส่อื ความหมายของแบบจำลอง /
ประเดน็ ทที่ ำการ จำนวนคะแนนแต่ละเกณฑ์ของรบู ริค (ดา้ น)
เกณฑ์รบู ริคของแต่ละประเด็น K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเมิน การจดั กระทำข้อมลู ถกู ต้องตาม
วิธกี ารทกี่ ำหนด /
สามารถจัดกระทำ
และสอื่ ความข้อมูล จดั กระทำข้อมลู ตรงตามวิธีการที่ /
การสังเกตการณ์ได้ กำหนดครบทุกตวั
ยนิ เสยี งเมอ่ื นำไป
ทดสอบกบั
แหลง่ กำเนดิ เสียง
ชนดิ เดยี วกนั แต่สัน่
ดว้ ยพลงั งานนอ้ ย
120
และพลังงานมาก ส่ือความหมายขอ้ มูลทจ่ี ัดกระทำ
ตามลำดับขั้นวิธกี าร แลว้ ถูกตอ้ งตามรูปแบบที่
ทมี่ ี ตามวธิ ีการจดั ออกแบบ /
และรปู แบบการส่อื
ความหมายที่
ออกแบบ
จุดประสงคท์ ่ี 2.5 จำนวนคะแนนแต่ละเกณฑข์ องรูบริค (ดา้ น)
ประเดน็ ท่ีทำการ เกณฑร์ บู รคิ ของแตล่ ะประเด็น K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเมนิ
นำ้ เสียงคลอ่ งแคล่ว ออกเสียง /
สามารถนำเสนอขอ้ ชัดเจนถกู ต้อง /
คน้ พบ เร่อื ง การได้ การพดู มีการเวน้ จงั หวะ และ
ยินเสียงเมื่อนำไป การเน้นคำ หรอื เน้นสาระสำคัญ /
ทดสอบกบั อย่างเหมาะสมเพ่อื ทำใหผ้ ู้ฟงั
แหลง่ กำเนดิ เสียง ติดตามการนำเสนอ
ชนดิ เดยี วกันแตส่ น่ั สบสายตากบั ผู้ฟงั อยู่ตลอดเพื่อ /
ด้วยพลังงานนอ้ ย ดึงดูดใหผ้ ฟู้ ังสนใจในเนื้อหาท่ี
และพลงั งานมาก ถ่ายทอด
นำเสนอข้อมลู ได้ครบถว้ น /
รวมคะแนนผลการเรยี นรู้ดา้ น (P) /
จุดประสงคท์ ่ี 3.1 จำนวนคะแนนแต่ละเกณฑ์ของรบู ริค (ดา้ น)
ประเดน็ ที่ทำการ เกณฑ์รบู ริคของแตล่ ะประเด็น k คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเมนิ
ตอบสนองตอ่ เหตุการณ์ใหม/่ /
ประสบการณ์ใหมใ่ นเชงิ บวก
ความเป็นผ้อู ยากรู้ มคี วามเพยี รท่ีจะสำรวจส่ิงรอบตวั /
อยากเห็น มีความอดทนทจี่ ะเรียนรตู้ ่อ /
เหตุการณ์ใหม่/ประสบการณ์ใหม่
มมี มุ มองทห่ี ลากหลายตอ่ แต่ละ /
เหตกุ ารณใ์ หม/่ ประสบการณ์ใหม่
121
จุดประสงคท์ ี่ 3.2 เกณฑ์รูบริคของแตล่ ะ จำนวนคะแนนแต่ละเกณฑข์ องรูบรคิ (ดา้ น)
ประเดน็ ท่ที ำการ ประเด็น k คะแนน P คะแนน A คะแนน
ประเมนิ
มคี วามเพยี รพยายามในการ /
แสวงหาความรู้ /
อยากรู้อยากเห็น สนใจเขา้ ร่วม /
กิจกรรมสง่ เสรมิ การเรยี นรู้ /
ใฝเ่ รยี นรู้ ค้นควา้ หาความรูด้ ้วยตนเอง
แลกเปลย่ี นถ่ายทอดเผยแพร่ /
ความร้นู ำความรู้ไปประยุกต์
ใชใ้ นชีวิตประจำวัน …. + …. + …. = …. คะแนน
บันทกึ วเิ คราะห์ ตรวจสอบสิ่ง
ทเี่ รยี นรสู้ รุปเป็นองค์ความรู้
รวมคะแนนผลการเรยี นรู้ดา้ น (A)
รวมคะแนนผลการเรยี นร้ทู ้ัง 3 ดา้ น
2.2 เกณฑ์กำหนดระดับมาตรฐานผลการเรียนรู้ กำหนดเกณฑ์แบบแยกเป็นรายด้านคือ
ด้านความรู้ ด้านทักษะกระบวนการ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แต่ละด้านกำหนดระดับ
มาตรฐานผลการเรยี นรู้เปน็ 4 ระดับคอื ระดับดมี าก ระดับดี ระดับพอใช้ และระดับต้องปรบั ปรุง แต่ละ
ระดับมาตรฐานกำหนดเกณฑ์การประเมนิ จากคะแนนรูบริคเตม็ ดังนี้
มีคะแนนรูบริคอย่างน้อยร้อยละ........ของคะแนนเต็ม มีมาตรฐานผลการเรียนรู้ท่ี
ระดบั ดมี าก
มีคะแนนรบู รคิ ร้อยละ ......... ของคะแนนเตม็ มีมาตรฐานผลการเรียนรู้ทีร่ ะดับ ดี
มีคะแนนรูบริคร้อยละ .......... ของคะแนนเต็ม มีมาตรฐานผลการเรียนรู้ที่ระดับ
พอใช้
มคี ะแนนรบู ริคน้อยกว่าร้อยละ .......... ของคะแนนเต็ม มมี าตรฐานผลการเรียนรู้ท่ีระดับ
ต้องปรับปรุง
122
2.3 เกณฑ์ประเมินผลผ่านการเรียนรู้ ใช้เกณฑ์ประเมินแบบแยกเป็นรายด้านคือด้าน
ความรู้ ด้านทักษะกระบวนการ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แต่ละด้านกำหนดเกณฑ์ประเมิน
ผ่านผลการเรยี นรโู้ ดยอิงระดับมาตรฐานผลการเรยี นรู้ ดงั นี้
ระดับบคุ คล นักเรยี นตอ้ งมีผลการเรยี นรูอ้ ยา่ งนอ้ ยตัง้ แตร่ ะดบั มาตรฐาน......ถือว่า ผ่าน
การประเมนิ (ประกนั ผลการเรยี นร้ขู องนกั เรียน)
ระดับชั้นเรียน มีจำนวนนักเรียนอย่างน้อยร้อยละ........ของจำนวนทั้งหมดมีผลการ
เรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน ดี ถือว่าการจัดประสบการณ์เรียนรู้บรรลุตามจุดประสงค์การ
เรียนรู้ทีก่ ำหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ (ประกันการจดั กิจกรรมการเรียนรขู้ องคร)ู
2.4 เกณฑ์การตัดสินคะแนนเก็บ จำนวนคะแนนที่เก็บ........คะแนน จากคะแนนรวม
ท้งั หมด
........คะแนน เกณฑก์ ารคิดคะแนนเก็บคำนวณดังน้ี
จำนวนคะแนนเกบ็ ของนกั เรียน = จำนวนคะแนนจากการวัดและประเมินผล x จำนวนคะแนนเกบ็ ของแผน
จำนวนคะแนนเต็มจากทกุ กิจกรรมรวมกัน
3. ผลการประเมิน จำแนกผลการประเมินผลการเรียนรู้เป็นรายด้านคือ ด้านความรู้ ด้าน
ทักษะกระบวนการ และดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดงั น้ี
3.1 ด้านความรู้
ระดับบุคคล จำนวนนักเรียนทั้งหมด........คน มีผลการเรียนรู้อยู่ที่ระดับมาตรฐาน ดี
มาก จำนวน….......คน คิดเป็นร้อยละ.....ท่ีระดับมาตรฐาน ดี จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ... ท่ีระดับ
มาตรฐานพอใช้ จำนวน.........คน คิดเป็นรอ้ ยละ.....และท่ีระดับมาตรฐานต้องปรับปรุง จำนวน......คน คิด
เปน็ รอ้ ยละ......
ระดับชั้นเรียน นักเรียนที่มีผลการเรียนรูอ้ ย่างน้อยตั้งแตร่ ะดับมาตรฐาน.........จำนวน
.......คน ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้คดิ เปน็ ร้อยละ........และมีนักเรียนทมี่ ีผลการเรียนรู้ต่ำ
กว่าระดับมาตรฐาน.......จำนวน......คนถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.......
ดังน้นั ถอื ว่า การจดั ประสบการเรียนรู้ดา้ นความรู้ ของแผนการจัดการเรียนรู้
ประสบความสำเรจ็ ไมป่ ระสบความสำเรจ็ ตามจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.2 ดา้ นทกั ษะกระบวนการ
ระดับบุคคล จำนวนนักเรียนทั้งหมด........คน มีผลการเรียนรู้อยู่ที่ระดับมาตรฐาน ดี
มาก จำนวน….......คน คิดเป็นร้อยละ.....ระดับมาตรฐาน ดี จำนวน......คน คิดเป็นร้อยละ... ท่ีระดับ
มาตรฐานพอใช้ จำนวน........คน คิดเป็นร้อยละ.....และท่ีระดับมาตรฐานต้องปรับปรุง จำนวน......คน คิด
เปน็ ร้อยละ........
123
ระดับช้ันเรียน นักเรียนที่มีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน......จำนวน
.......คน ถือว่าผา่ นเกณฑ์การประเมินผลการเรยี นรู้คิดเปน็ ร้อยละ........และมีนักเรียนท่มี ีผลการเรียนรู้ต่ำ
กว่าระดับมาตรฐาน.......จำนวน.........คนถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ.......
ดังนนั้ ถอื ว่า การจัดประสบการเรยี นรดู้ ้านทักษะกระบวนการของแผนการจัดการเรยี นรู้
ประสบความสำเรจ็ ไม่ประสบความสำเรจ็ ตามจุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.3 ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ระดับบุคคล จำนวนนักเรียนทั้งหมด........คน มีผลการเรียนรู้อยู่ท่ีระดับมาตรฐาน ดี
มาก จำนวน….......คน คิดเป็นร้อยละ.....ระดับมาตรฐาน ดี จำนวน........คน คิดเป็นร้อยละ... ท่ีระดับ
มาตรฐานพอใช้ จำนวน.........คน คิดเป็นรอ้ ยละ.........และที่ระดับมาตรฐานต้องปรับปรุง จำนวน.........คน
คดิ เป็นร้อยละ.........
ระดับชั้นเรียน นักเรียนที่มีผลการเรียนรู้อย่างน้อยตั้งแต่ระดับมาตรฐาน......จำนวน
.......คน ถือว่าผา่ นเกณฑ์การประเมินผลการเรยี นรู้คิดเปน็ ร้อยละ........และมีนักเรียนทม่ี ีผลการเรียนรู้ต่ำ
กว่าระดับมาตรฐาน.......จำนวน.........คนถือว่าไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมินผลการเรียนรู้คดิ เปน็ ร้อยละ.......
ดังน้นั ถือว่า การจดั ประสบการเรียนรู้ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ของแผนการจัดการเรยี นรู้
ประสบความสำเร็จ ไม่ประสบความสำเร็จตามจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
124
บนั ทึกหลังการสอน
ผลการจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ปญั หา/อุปสรรค
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ลงช่ือ ..........................................ครูผูส้ อน
(.................................................)
........../..................../.............
บนั ทึกความคดิ เห็นของครูพี่เล้ียง
ใชส้ อนได้
ควรปรบั ปรงุ
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................ ........................................................................
............................................................................................................................. .......................................
ลงชอ่ื .......................................... ครพู เ่ี ลีย้ ง
(........................................)
........../............./...........
125
บันทกึ ความคดิ เหน็ ของผูต้ รวจสอบแผนการจดั การเรียนรู้
............................................................................................................................. .......................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
ลงชอ่ื ............................................ (ผู้ตรวจ)
(...................................................)
หวั หน้ากลมุ่ วิชาการ
.........../............../...........
บันทึกความคดิ เหน็ ของผบู้ รหิ าร
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................ ........................................................................
............................................................................................................................. .......................................
ลงชื่อ ............................................ (ผตู้ รวจ)
(...........................................)
ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
.........../............/............
126
กิจกรรมท่ี 3
เรอื่ ง การเกิดเสียงดังเสียงค่อย
สมาชกิ
1. ช่ือ-สกุล................................................................................................ชั้น..............เลขที.่ ...............
2. ชอ่ื -สกุล................................................................................................ช้ัน..............เลขที่................
3. ชื่อ-สกุล................................................................................................ชั้น..............เลขที่................
4. ช่ือ-สกลุ ................................................................................................ช้นั ..............เลขท.่ี ...............
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. สามารถออกแบบวิธีการสังเกตการไดย้ นิ เสยี งเมื่อนำไปทดสอบกับแหล่งกำเนิดเสยี งชนิด
เดยี วกนั แตส่ ่ัน
ด้วยพลงั งานนอ้ ยและพลังงานมาก
2. สามารถออกแบบวิธกี ารจดั กระทำและส่ือความขอ้ มลู การสงั เกตการได้ยนิ เสียงเม่ือนำไป
ทดสอบกับ
แหล่งกำเนิดเสยี งชนดิ เดียวกันแต่สัน่ ด้วยพลงั งานน้อยและพลงั งานมาก ตามลำดับขน้ั วธิ กี ารทม่ี ี
3. วิเคราะห์ อภปิ ราย และลงข้อสรปุ ข้อมูลการสงั เกตการได้ยินเสยี งเมอื่ นำไปทดสอบกับ
แหลง่ กำเนิด
เสียงชนิดเดียวกนั แต่ส่นั ดว้ ยพลังงานน้อยและพลงั งานมาก ตามลำดับขนั้ วธิ กี ารที่มี
วัสดุ-อุปกรณ์
1. เมลด็ ถวั่
2. กระป๋อง
127
กิจกรรมตอนที่ 1 เรอื่ ง ออกแบบวธิ ีการสังเกตการไดย้ นิ เสียง
เมื่อนำไปทดสอบกบั แหล่งกำเนดิ เสยี งชนดิ เดยี วกนั แต่ส่ันด้วยพลังงานนอ้ ยและพลงั งานมาก
คำชีแ้ จง : 1. ให้นักเรียนออกแบบวิธีการสงั เกตการไดย้ ินเสียง เมอื่ นำไปทดสอบกับแหลง่ กำเนดิ เสยี ง
ชนิดเดียวกนั แต่ส่ันดว้ ยพลังงานน้อยและพลังงานมาก จากอุปกรณ์ที่มีอยู่
2. ให้นักเรียนทำการทดลองตามวธิ ที ี่ออกแบบวิธกี ารสังเกตการได้ยนิ เสียง เมื่อนำไปทดสอบกบั
แหล่งกำเนดิ เสยี งชนิดเดียวกันแตส่ ัน่ ดว้ ยพลังงานน้อยและพลงั งานมาก จากอุปกรณ์ทมี่ ีอยู่
3. ให้นกั เรียนบนั ทกึ กิจกรรม ตามผลการสงั เกต จากการทำกิจกรรม
ข้นั ตอนวิธีการทดลอง
8. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
9. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
10. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
11. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
12. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
13. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
14. ……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จากการทำกจิ กรรมการทดลองสามารถสรปุ ได้ว่าอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..........
128
กจิ กรรมตอนที่ 2 เรอื่ ง การจดั กระทำและส่ือความหมายข้อมูล ผลทดสอบการได้ยินเสียง
เมื่อนำไปทดสอบกบั แหลง่ กำเนดิ เสยี งชนิดเดยี วกนั แตส่ ่ันด้วยพลังงานน้อยและพลังงานมาก
คำชีแ้ จง : 1. ใหน้ ักเรียนตอบคำถามตอ่ ไปนี้
1. จากการทดลองกิจกรรมตอนที่ 1 เรื่อง ออกแบบวธิ กี ารสงั เกตการไดย้ นิ เสียง เมื่อนำไปทดสอบกับ
แหลง่ กำเนดิ เสยี งชนิดเดียวกันแตส่ น่ั ด้วยพลงั งานน้อยและพลังงานมาก นักเรยี นมวี ิธีท่ีสามารถออกแบบ
จดั กระทำ และสื่อความหมาย ผลของการทดลองได้อยา่ งไร
129
กิจกรรมตอนท่ี 3 เรื่องการวเิ คราะห์ อภิปราย และลงข้อสรุปขอ้ มูลผลการทดสอบ
เมอื่ นำไปทดสอบกับแหล่งกำเนิดเสยี งชนิดเดียวกันแต่สั่นด้วยพลังงานน้อยและพลงั งานมาก
คำชีแ้ จง : 1. ให้นกั เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
2. จากการทำกจิ กรรม นักเรียนคดิ วา่ พลงั งานท่ีทำให้เกดิ การสั่นของเสียง มีผลต่อการได้ยนิ หรอื ไม่
อยา่ งไร
130
แบบทดสอบวดั ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
ความรู้ ความเข้าใจ และทกั ษะการใช้ทกั ษะกระบวนการ
วตั ถปุ ระสงค์
เพื่อวัดและประเมินความรู้ ความเขา้ ใจ และทักษะการใช้ทักษะกระบวนการ
1. แบบทดสอบใชส้ ำหรบั วัดและประเมนิ ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการใช้ทักษะกระบวนการ
ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 เรือ่ ง เสียงกบั การได้ยิน โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด(กวธี รรมสาร)
2. ข้อสอบเปน็ แบบเลือกตอบ ให้ทำทุกข้อ
3. ให้ทำเครอื่ งหมาย X ทับขอ้ ตวั เลือกในกระดาษคำตอบทเ่ี ห็นวา่ ถูกเพยี งข้อเดยี ว
4. ห้ามทำเคร่ืองหมายใดๆ ในแบบทดสอบ
………………………………………………….
1. เสียงสัญญาณรถพยาบาลมีลักษณะอยา่ งไร
ก. เสียงแหลม
ข. เสยี งท้มุ
ค. เสียงกอ้ ง
ง. เสียงตำ่
2. เม่อื ดดี กีตาร์ แล้วใช้มือจับสายกตี าร์ให้หยดุ ส่ัน จะเกิดผลอย่างไร
ก. ทำใหเ้ สียงต่ำ
ข. ทำให้เสยี งแหลม
ค. ทำให้เสียงสงู
ง. ไมม่ ีเสียง
3.หากไดย้ ินเสยี งดังกะทนั หัน ควรทำอย่างไร
ก. ยกมอื ป้องหู
ข. อยเู่ ฉยๆ
ค. ตะโกนแขง่ กับเสียงนั้น
ง. หาแหล่งกำเนิดเสยี ง
131
4. ถ้าเราใชไ้ ม้เคาะขวดแก้วเปล่า แล้วคอ่ ย ๆ เติมน้ำลงในขวด แลว้ เคาะไปเรื่อย ๆ เสยี งทีไ่ ด้ยนิ จะ
เปล่ียนแปลงไปอย่างไร
ก. เสียงจะค่อย ๆ ต่ำลง
ข. เสียงจะค่อย ๆ สูงขึ้น
ค. เสยี งจะค่อย ๆ ดงั ข้ึน
ง. เสยี งจะคอ่ ย ๆ เบาลง
5. การท่ีคนเราจะไดย้ นิ เสียงใดไดน้ ัน้ จะตอ้ งมีองคป์ ระกอบท่ีสำคัญอะไรบา้ ง
ก. ตน้ กำเนิดเสยี ง
ข. ตวั กลางส่งผ่านเสียง
ค. เคร่ืองรบั เสยี ง
ง. ถกู ทุกข้อ
6. เสยี งทเ่ี ราได้ยนิ ส่วนใหญ่จะผ่านตัวกลางในข้อใด
ก. อากาศ
ข. ไอนำ้
ค. แสงแดด
ง. ลม
7. หากฟังเสียงโดยผา่ นตัวกลาง 3 ชนิด คือ ถงุ พลาสตกิ บรรจุอากาศ ถงุ พลาสตกิ บรรจุทราย และ
ถุงพลาสตกิ บรรจนุ ้ำ เปรียบเทียบกัน ผลการได้ยนิ จะเปน็ อยา่ งไร
ก. ฟังเสยี งผา่ นถงุ พลาสติกบรรจอุ ากาศไดย้ นิ เสยี งดงั ที่สดุ
ข. ฟงั เสียงผ่านถงุ พลาสตกิ บรรจทุ รายได้ยนิ เสยี งดังทส่ี ดุ
ค. ฟงั เสยี งผ่านถุงพลาสติกบรรจุน้ำได้ยินเสยี งดงั ทสี่ ดุ
ง. ฟงั เสยี งผ่านตวั กลางทง้ั 3 ชนิดจะไดย้ ินเสยี งดังเทา่ ๆ กนั
8. ถ้าทดลองเคาะระฆังทรงเดียวกนั ที่มขี นาดใหญ่ กลาง เล็ก ผลที่ออกมาควรเปน็ อย่างไร
ก. ระฆังที่มขี นาคใหญ่เสยี งสูงที่สุด
ข. ระฆังท่ีมขี นาดเล็กเสียงสูงทสี่ ุด
ค. ระฆังที่มขี นาดกลางเสียงสูงกวา่ ระฆังขนาดเล็ก
ง. สรปุ ไมไ่ ด้
132
9. บุคคลใดมีโอกาสประสาทหเู ส่อื มมากท่ีสดุ
ก. แชมปช์ อบฟงั ซาวอะเบาว์และเปิดเสยี งดังๆเป็นประจำ
ข. แดงพดู คุยกับเพื่อนเสยี งดังจนถกู ครูดุ
ค. กล้วยทำความสะอาดบา้ นโดยใช้เคร่อื งดูดฝนุ่
ง. ส้มยืน่ รอรถโดยสารประจำทางบริเวณท่มี ีเสยี งจราจรดงั
10. ถ้าวตั ถตุ น้ กำเนดิ เสยี งสั่นสะเทอื นชา้ จะเกิดเสียงอยา่ งไร
ก. เสียงแหลม
ข. เสยี งสงู
ค. เสยี งตำ่
ง. เสียงดงั
133
ภาคผนวก ข
คา่ ดัชนคี วามสอดคลอ้ ง และ
คา่ อำนาจจำแนกของเครือ่ งมือ
134
แบบประเมนิ ความเทยี่ งตรงเชิงเนอ้ื หา
ของนวัตกรรม
135
136
137
138
139
140