๔๐
(ข) เสื้อเช้ิตคอแบะสีกากแี กมเขียว
(ค) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียว หรือกางเกงขายาวกระเปายามสีกากี
แกมเขียว
(ง) เขม็ ขดั ดายถกั สีกากแี กมเขยี วหรอื สีดํา
(จ) รองเทาสูงครึ่งนองหนังสีดํา หรือรองเทาสูงคร่ึงนองผาใบสีกากี
แกมเขียว
ในโอกาสทตี่ อ งพรางตวั ใหเ ขา กบั ธรรมชาติ ใหใ ชส พี รางเปน สขี องเครอื่ งแบบ
แทนสกี ากแี กมเขียว
¢ÍŒ ó เครอ่ื งแบบตาํ รวจชน้ั ประทวนยศต้งั แตจา สิบตาํ รวจขึน้ ไป มี ๗ ชนดิ คอื
(๑) เคร่ืองแบบปกตขิ าว
(๒) เคร่ืองแบบปกตเิ ส้อื นอกคอแบะกากี
(๓) เครือ่ งแบบปกตเิ สอื้ เชต้ิ คอพบั กากี
(๔) เครอื่ งแบบฝก
(๕) เครอ่ื งแบบสนาม
(๖) เคร่ืองแบบคร่ึงยศ
(๗) เครอ่ื งแบบเตม็ ยศ
(ñ) à¤ÃèÍ× §áºº»¡μÔ¢ÒÇ ประกอบดวย
(ก) หมวกทรงหมอ ตาลสีขาว
(ข) เสอ้ื นอกคอปด สีขาว
(ค) กางเกงขายาวสขี าว
(ง) รองเทา หมุ ขอ หนังสดี ําชนดิ ยืดขาง
(จ) กระบี่ใชต ามโอกาสท่กี รมตาํ รวจกําหนด
(ò) à¤ÃÍè× §áºº»¡μàÔ ÊÍé× ¹Í¡¤ÍáºÐ¡Ò¡Õ ประกอบดว ย
(ก) หมวกทรงหมอตาลสกี ากี
(ข) เส้ือนอกคอแบะสกี ากี
(ค) กางเกงขายาวสกี ากหี รอื กางเกงแบบขี่มา สีกากี
(ง) รองเทาหุมสนหนังสีดําหรือรองเทาหุมขอหนังสีดํา หรือรองเทา
หมุ ขอหนงั สีดาํ ชนดิ ยืดขาง หรอื รองเทา สูงคร่งึ นองหนงั สดี าํ หรอื รองเทา สงู หนงั สดี าํ
(จ) สายกระบี่หรือเข็มขัดหนังสีดําชนิดมีสายโยงพรอมดวยซองกระบี่
และกระบ่ี
๔๑
สายกระบ่ีใชตามโอกาสท่ีกรมตํารวจกําหนด เข็มขัดหนังสีนํ้าตาล
ชนดิ มสี ายโยงพรอ มดว ยซองกระบี่ ใชใ นโอกาสทมี่ หี มายกาํ หนดการ ใหป ระดบั เครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณ
ตามโอกาสหรอื ทีก่ รมตํารวจกาํ หนด
(ó) à¤Ã×Íè §áºº»¡μÔàÊéÍ× àªéÔμ¤Í¾ºÑ ¡Ò¡Õ ประกอบดวย
(ก) หมวกทรงหมอตาลสีกากีหรือหมวกแกปทรงออนสีกากีหรือ
หมวกหนีบสกี ากี
(ข) เสื้อเชติ้ คอพับสีกากี
(ค) กางเกงขายาวสีกากหี รอื กางเกงแบบข่ีมาสีกากี
(ง) เขม็ ขัดเชนเดยี วกบั ขอ ๒ (๑) (ง) ในโอกาสลําลองจะใชเขม็ ขัดดายถัก
สีกากีกไ็ ด ในโอกาสทใ่ี ชก ระบใ่ี หใ ชเขม็ ขัดหนังสดี าํ ตามขอ ๑๑ (๒)* แตไ มต อ งใชส ายโยง
(จ) รองเทา เชน เดยี วกบั ขอ ๒ (๑) (จ)
(ฉ) กระบ่ี ใชตามโอกาสท่กี รมตาํ รวจกาํ หนด
(ô) à¤ÃÍè× §áºº½¡ƒ เชน เดยี วกบั เครอ่ื งแบบปกตเิ สอ้ื เชต้ิ คอพบั กากี เวน แตห มวก
ใหใชหมวกทรงหมอตาลสีกากี หรือหมวกแกปทรงออนสีกากีและใชรองเทาสูงคร่ึงนองหนังสีดํา
หรือรองเทาสงู หนังสดี ํา
ในโอกาสท่ตี องใชกระบี่ ใหใชเขม็ ขดั หนงั สีดาํ ตามขอ ๑๑ (๒)* แตไ มต องใช
สายโยง
(õ) à¤ÃÍè× §áººÊ¹ÒÁ เชน เดียวกับขอ ๒(๓)
(ö) à¤Ã×èͧẺ¤ÃÖ§è ÂÈ ประกอบดว ย
(ก) หมวกทรงหมอ ตาลสขี าว
(ข) เส้ือนอกคอปด สีขาว
(ค) กางเกงขายาวสขี าว
(ง) รองเทา หมุ ขอ หนงั สีดําชนดิ ยดื ขา ง
(จ) กระบี่
(ฉ) ถุงมือสีขาว
เครือ่ งแบบน้ใี หป ระดับเคร่ืองราชอสิ รยิ าภรณ
(÷) à¤Ãè×ͧẺàμçÁÂÈ เชน เดียวกับเคร่ืองแบบครึง่ ยศตาม (๖) และใหประดับ
เครอื่ งราชอสิ ริยาภรณ
ฯลฯ
หมายเหตุ *ขอ ๑๑(๒) เข็มขัดหนังสีดาํ ชนิดมีสายโยง กวาง ๔.๕ เซนตเิ มตร มีสายโยงผานไหลขวา
๑ เสน พรอมดว ยซองกระบ่ี หัวเขม็ ขดั ทาํ ดว ยโลหะสีเงนิ ลกั ษณะส่เี หลยี่ มผนื ผา ทางตง้ั
มีเข็มสาํ หรบั สอดรู ๒ เขม็
๔๒
ÊÇ‹ ¹·Õè ò à¤Ã×èͧẺตําÃǨËÞÔ§
¢ŒÍ òò เครอ่ื งแบบพลตํารวจหญงิ และสิบตํารวจหญงิ มี ๕ ชนดิ คือ
(๑) เครือ่ งแบบปกติเสือ้ นอกคอปกกากี
(๒) เครื่องแบบปกตเิ ส้ือเชิต้ คอพับกากี
(๓) เคร่ืองแบบฝก
(๔) เครือ่ งแบบสนาม
(๕) เครือ่ งแบบลําลอง
(ñ) à¤Ã×èͧẺ»¡μàÔ ÊÍé× ¹Í¡¤Í»¡¡Ò¡Õ ประกอบดวย
(ก) หมวกแกป ทรงออ นพับปกสกี ากี หรือหมวกหนบี สีกากี
(ข) เสื้อนอกคอปกสีกากี
(ค) กระโปรงหรอื กางเกงขายาวสีกากี
(ง) รองเทา หมุ สน หนังสีดํา
(ò) à¤Ã×èͧẺ»¡μÔàÊéÍ× àªμÔé ¤Í¾Ñº¡Ò¡Õ ประกอบดว ย
(ก) หมวกแกปทรงออ นพับปก สีกากี หรอื หมวกหนบี สกี ากี
(ข) เสือ้ เชิ้ตคอพบั สีกากี
(ค) กระโปรงหรอื กางเกงขายาวสกี ากี
(ง) เขม็ ขัดหนังสดี าํ
(จ) รองเทา หมุ สน หนังสดี ํา
(ฉ) ถงุ เทา ยาวสีน้ําตาลออ น ใชตามโอกาสทีก่ รมตํารวจกําหนด
(ó) à¤Ãè×ͧẺ½ƒ¡ เชนเดียวกับเครื่องแบบปกติเส้ือเช้ิตคอพับกากี เวนแต
ใหใ ชหมวกแกปทรงออนสีกากี กางเกงขายาวสกี ากีและรองเทา หมุ ขอ หนงั สดี ํา
(ô) à¤ÃÍè× §áººÊ¹ÒÁ ประกอบดวย
(ก) หมวกแกปทรงออนสีกากีแกมเขียว หมวกปกสีกากีแกมเขียวหรือ
หมวกทรงออ นสักหลาดสีดําหรอื สีเขียว
(ข) เสือ้ เชต้ิ คอแบะสกี ากีแกมเขยี ว
(ค) กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียว หรือกางเกงขายาวกระเปายามสีกากี
แกมเขียว
(ง) เขม็ ขัดดายถักสกี ากีแกมเขียวหรอื สดี ํา
(จ) รองเทา สงู ครงึ่ นอ งหนงั สดี าํ หรอื รองเทา สงู ครงึ่ นอ งผา ใบสกี ากแี กมเขยี ว
ในโอกาสที่ตองพรางตัวใหเขากับธรรมชาติ ใหใชสีพรางเปนสีของ
เครื่องแบบแทนสกี ากีแกมเขยี ว
๔๓
(õ) à¤Ã×èͧẺลําÅͧ เชน เดียวกับเครือ่ งแบบปกตเิ สื้อเชิต้ คอพับกากี เวนแต
ใหใชเสอื้ เชิ้ตคอพบั สขี าว และเข็มขดั ดายถักสกี ากี
¢ÍŒ òó เครือ่ งแบบตาํ รวจชัน้ ประทวนตัง้ แตจ าสิบตาํ รวจหญิงข้ึนไป มี ๗ ชนดิ คือ
(๑) เคร่อื งแบบปกตขิ าว
(๒) เครื่องแบบปกติเส้อื นอกคอแบะกากี
(๓) เคร่ืองแบบปกตเิ สอ้ื นอกคอปกกากี
(๔) เคร่ืองแบบปกตเิ ส้ือเชิต้ คอพบั กากี
(๕) เครือ่ งแบบฝก
(๖) เครอ่ื งแบบสนาม
(๗) เครอื่ งแบบลําลอง
(ñ) à¤ÃÍ×è §áºº»¡μ¢Ô ÒÇ ประกอบดว ย
(ก) หมวกแกปทรงออ นพบั ปกสีขาว
(ข) เสอ้ื นอกคอแบะสขี าว
(ค) กระโปรงสขี าว
(ง) รองเทาหุมสน หนังสีดํา
(จ) ถุงเทายาวสีนาํ้ ตาลออ น
(ò) à¤Ã×èͧẺ»¡μÔàÊ×é͹͡¤ÍáºÐ¡Ò¡Õ ประกอบดวย
(ก) หมวกแกปทรงออนพบั ปก สกี ากี
(ข) เส้ือนอกคอแบะสีกากี
(ค) กระโปรงสีกากี
(ง) รองเทาหุม สนหนงั สดี ํา
(จ) ถุงเทา ยาวสีนํา้ ตาลออ น
(ó) à¤ÃèÍ× §áºº»¡μàÔ Ê×Íé ¹Í¡¤Í»¡¡Ò¡Õ เชน เดียวกบั ขอ ๒๒ (๑)
(ô) à¤ÃÍ×è §áºº»¡μàÔ ÊéÍ× àªμÔé ¤Í¾ºÑ ¡Ò¡Õ เชน เดยี วกับขอ ๒๒ (๒)
(õ) à¤Ã×Íè §áºº½¡ƒ હ‹ à´ÕÂǡѺ¢ÍŒ ๒๒ (๓)
(ö) à¤Ãè×ͧẺʹÒÁ เชน เดียวกบั ขอ ๒๒ (๔)
(÷) à¤ÃÍ×è §áººลาํ Åͧ เชน เดียวกับขอ ๒๒ (๕)
ฯลฯ
๔๔
à¤ÃèÍ× §áºº¹¡Ñ àÃÂÕ ¹¾ÅตําÃǨ ¾Åตาํ ÃǨ ¹¡Ñ àÃÂÕ ¹¹ÒÂÊºÔ ตําÃǨ áÅйÒÂÊÔºตําÃǨ ÁÕ ó ª¹´Ô
(๑) เครือ่ งแบบปกตเิ ส้อื เชิ้ตคอพับกากี (๒) เครอ่ื งแบบฝก
(๓) เคร่อื งแบบสนาม
๔๕
à¤ÃèÍ× §áººตําÃǨª¹éÑ »ÃзǹÂÈμ§éÑ á싨‹ÒÊºÔ ตําÃǨ¢Ö¹é ä» ÁÕ ÷ ª¹Ô´ ¤Í×
(๑) เครือ่ งแบบปกติขาว (๒) เคร่ืองแบบปกติเส้ือนอกคอแบะกากี
(๓) เคร่อื งแบบปกติเสอ้ื เชิ้ตคอพับกากี (๔) เคร่อื งแบบฝก
๔๖
(๕) เครอ่ื งแบบสนาม
(๖) เครื่องแบบครงึ่ ยศ (๗) เครื่องแบบเตม็ ยศ
๔๗
¡ÒÃáμ‹§à¤ÃÍè× §áºº¢Í§ตาํ ÃǨ¹Í¡ÃÒª¡Òà (àÁ×èÍÍÍ¡¨Ò¡»ÃÐจาํ ¡ÒÃ)
ชน้ั ยศ รายละเอียด
ชั้นประทวน - ไมม สี ทิ ธิจะแตงเครอื่ งแบบ ไมวาดว ยประการใดๆ
สญั ญาบตั ร - กรณีเขาเฝาทูลละอองธุลีพระบาท หรือเขาหา ผูสําเร็จราชการ
แทนพระองค หรอื ตามกาํ หนดการของทางราชการ
- กรณีไปในงานราชพิธีหรือรัฐพิธีตามหมายกําหนดการของ
ทางราชการ
- ไปในงานพธิ ขี องกรมตํารวจ เชน งานวันตาํ รวจ
สญั ญาบัตรนอกประจําการทว่ั ไป - ติดเครอื่ งแบบ (กนก) สงั กดั ที่ คอเสือ้ ขา งซาย-ขางขวาติดอกั ษร “นก”
พ.ต.อ.พเิ ศษขน้ึ ไป - ติดเครื่องหมายรูปโลเขน ประดับดวยชอชัยพฤกษท่ีคอเส้ือ
ทัง้ สองขาง แทนเครอื่ งหมายจําพวกและสังกดั
สัญญาบัตรนอกประจําการ ผูไดรับพระบรม - มีสิทธิแตงเครื่องแบบตํารวจไดตามชั้นยศ ใหติดเครื่องหมายรูปตรา
ราชโองการ แตงต้ังใหเปนนายตํารวจ หนา หมวกแทนเคร่อื งหมายจําพวกและสังกัด
ราชสํานักพิเศษ - กรณีระดับนายพล ใหติดเคร่ืองหมายรูปโลเขน ประดับดวย
ชอ ชยั พฤกษท ค่ี อเสอื้ ท้งั สองขาง แทนเคร่ืองหมายจําพวกและสังกัด
๔๘
ʋǹ»ÃСͺ¢Í§à¤ÃèÍ× §áºº
¡ÒÃãªŒÍ¹Ô ·Ã¸¹Ù
¢ÍŒ ñ ผูที่มียศต้ังแตจาสิบตํารวจข้ึนไปและนักเรียนนายรอยตํารวจ ในโอกาสที่แตง
เครื่องแบบเส้ือนอกคอปดหรือเครื่องแบบสโมสร ใหใชอินทรธนูแข็งประกอบ ถาใชเครื่องแบบชนิดอ่ืน
ใหใ ชอ ินทรธนูออน
อนิ ทรธนูสาํ หรับช้ันประทวน อนิ ทรธนสู าํ หรบั ช้ันสัญญาบัตร
๔๙
¡ÒÃãªÃŒ ͧ෌ÒáÅÐʹºÑ ᢌ§
¢ŒÍ ñ รองเทาใหใชไ ดตามท่ีกาํ หนดไวใ นกฎกระทรวง
¢ŒÍ ò ในโอกาสที่สวมรองเทาตองสวมถุงเทาสีเดียวกับรองเทา หามใชถุงเทา
มลี วดลาย สนับแขงที่ทําดวยหนัง ใหใชหนังสีเดียวกับรองเทา สนับแขงที่ทําดวยผาใหใช
¢ÍŒ ó
ผาสเี ดยี วกับกางเกง
๕๐
¡ÒÃ㪻Œ Å͡ᢹ·¡Ø ¢
¢ÍŒ ñ การไวท ุกข ใหข าราชการตํารวจปฏิบตั ดิ งั นี้
๑. โอกาสไวทุกข ใหป ฏบิ ตั ติ ามประเพณีนยิ มหรือตามคําสง่ั ของทางราชการ
๒. เครื่องหมายไวทุกข ใหใชผาสักหลาดดําหรือผาโปรงดํา กวางระหวาง
๗ ถึง ๑๑ เซนติเมตร พนั รอบแขนเสื้อขา งซายตอนบน ระหวา งขอ ศอกกับไหล
๓. นักเรียนตํารวจที่ต่ํากวานักเรียนนายรอยตํารวจ และขาราชการตํารวจ
ทต่ี า่ํ กวาชั้นจาสิบตํารวจ เวลาแตง เคร่อื งแบบหา มไวท ุกขตามระเบยี บนี้
¢ÍŒ ò หา มใชเ ครื่องหมายไวท กุ ขในกรณีดังตอไปน้ี
๑. เม่อื สวมเคร่อื งแบบปกตเิ ส้ือเชิต้ คอพบั กากีและเคร่อื งแบบสโมสร
๒. เมื่ออยูในแถวหรือเปนผูคุมแถว เวนแตจะมีหมายกําหนดการ หรือคําสั่ง
ของทางราชการใหไวท ุกข
๓. เม่ือเขาไปในเขตพระราชฐานที่ประทับหรือแตงเคร่ืองแบบไปในงานราชพิธี
รฐั พธิ ี ซ่ึงมใิ ชง านทตี่ องไวทกุ ข
¢ŒÍ ó ตํารวจท่ีมีสิทธิไวทุกขตามระเบียบนี้ในขณะไปอยูตางประเทศ หากจําตอง
ไวท กุ ขก ใ็ หป ฏบิ ตั ติ ามความในระเบยี บน้ี เวน แตร ะเบยี บไวท กุ ขใ นตา งประเทศทไี่ ปอยแู ตกตา งจากทก่ี ลา ว
จงึ ใหปฏบิ ัติตามขนบธรรมเนยี มสาํ หรับประเทศนัน้ ๆ ได
¢ŒÍ ô เม่ือมีขาราชการตํารวจในกองบัญชาการ กองบังคับการ กองกํากับการ หรือ
หนวยงานท่ีเทียบเทาไดถึงแกกรรมในขณะปฏิบัติราชการตามหนาท่ี ใหตํารวจในสังกัดกองบัญชาการ
กองบงั คับการ กองกํากับการ หรือหนวยงานที่เทียบเทา แลว แตก รณีไวท ุกขมกี าํ หนดดงั น้ี
๑. ผถู งึ แกก รรมเปน พันตํารวจข้นึ ไป ๑๐ วัน
๒. ผถู งึ แกกรรมเปน รอ ยตํารวจ ๗ วัน
๓. ผูถึงแกก รรมเปน จาสบิ ตาํ รวจลงมา ๓ วนั
การส่งั ใหไวทุกขตามความในระเบยี บน้ี ใหเปน หนา ทขี่ องหวั หนาหนวยงาน
ในกองบัญชาการ กองบังคับการ กองกํากับการ หรือหนวยงานที่เทียบเทา ที่ผูถึงแกกรรมอยูในสังกัด
เปน ผูส่งั เปน การภายในแลว แตกรณี เวนแตกรมตํารวจจะส่งั การเปนอยา งอนื่
๕๑
âÍ¡ÒÊ·èÕ㪡Œ ÃкáèÕ Åж§Ø Á×Í
¢ŒÍ ñ ในโอกาสตอ ไปนี้ ใหน ายตาํ รวจชน้ั สญั ญาบตั ร นายดาบตาํ รวจ และจา สบิ ตาํ รวจ
ใชกระบ่แี ละถุงมอื คือ
๑. คุมหรือประจําแถวเปนตํารวจกองเกียรติยศหรือเวลาแหนําหรือตามเสด็จ
เวนแตในเวลาขบั รถจักรยานยนตน ํา แซง หรอื ตามเสด็จ ใหง ดใชก ระบแ่ี ละถงุ มอื
๒. ถวายความอารกั ขา คมุ หรอื ประจาํ แถวรบั การตรวจพลสวนสนามซงึ่ กระทาํ
เปนพิเศษ และมิไดตอเนื่องกับการฝกอยางอื่น (ใหคาดเข็มขัดหนังสีนํ้าตาลชนิดมีสายโยง ประกอบ
ซองกระบ่ี)
๓. ไปในงานพระราชพิธี หรือรัฐพิธีตามหมายกําหนดการ หรือเฝาทูลละออง
ธุลีพระบาทท่ีเปนทางราชการ เวนแตงานสโมสรสันนิบาตหรือมีหมายกําหนดการวาไมตองใชกระบ่ี
และถุงมอื
๔. ไปในงานพิธีสัตยป ฏญิ าณตนของตํารวจหรอื ทหาร (ใหใชสายกระบี)่
๕. ไปในงานฌาปนกิจศพตํารวจหรือทหาร หรืองานฝงศพตํารวจหรือทหาร
ตามประเพณี ลทั ธิ หรอื ศาสนาที่ไมเผาศพ
สาํ หรบั งานพระราชทานเพลงิ ศพซง่ึ ผตู ายมใิ ชต าํ รวจหรอื ทหาร แมพ ระบาทสมเดจ็
พระเจา อยหู วั หรอื สมเดจ็ พระนางเจา ฯ พระบรมราชนิ นี าถ จะเสดจ็ พระราชดาํ เนนิ ไปพระราชทานเพลงิ ศพ
นายตํารวจท่ีไดรับเชิญไปเฝาทูลละอองธุลีพระบาทในงานพระราชทานเพลิงศพ ดังกลาวไมตองใชกระบ่ี
และถุงมอื
๖. ถาเปนการภายใน ใหผูบังคับบัญชาตั้งแตชั้นผูกํากับการขึ้นไปพิจารณา
สัง่ ใหใ ชก ระบ่ีและถุงมอื เปนการเฉพาะคราวไดต ามควรแกก าลและสถานท่ี
¢ÍŒ ò ใหนักเรียนนายรอยตํารวจใชกระบี่สั้นประกอบเครื่องแบบได ในโอกาส
แตงเครอ่ื งแบบปกตขิ าว และเครอื่ งแบบปกติเสื้อนอกคอแบะกากี การใชถุงมือใหอ นุโลมตามขอ ๑
¢ŒÍ ó ใหต าํ รวจทที่ าํ หนา ทจ่ี ราจร สวมถงุ มอื สขี าวสาํ หรบั ใหอ าณตั สิ ญั ญาณการจราจร
¢ŒÍ ô การใชถงุ มือ ตามปกตใิ ชถงุ มอื สขี าว หรือสีนวล เวนแต
๑. ตาํ รวจหนว ยสนุ ขั ทตี่ า่ํ กวา ชน้ั สญั ญาบตั ร ใชถ งุ มอื ยาวหนงั สดี าํ ในเวลาสวนสนาม
๒. ตํารวจหนวยจักรยานยนตวิทยุ ใชถุงมือยาวหนังสีเดียวกับรองเทา
ในขณะปฏิบัตหิ นาท่รี าชการ
๕๒
๕๓
âÍ¡ÒÊãªËŒ ÁÇ¡μÒ‹ §æ áÅÐÊÒÂÃ´Ñ ¤Ò§
¢ŒÍ ñ หมวกของขาราชการตํารวจน้ัน หากมิไดกําหนดไวเปนอยางอื่น ตามปกติ
ใหใชหมวกทรงหมอ ตาลสีเดียวกบั เสื้อ
¢ÍŒ ò หมวกเหล็กและหมวกหนีบ ตามปกติใหใชเฉพาะในท่ีไปปฏิบัติหนาท่ีราชการ
สนามหรอื ออกตรวจตราปราบปรามโจรผูรายตามโอกาส เวน แต
๑. หมวกหนีบ ใหใชไดเม่ือแตงเคร่ืองแบบปกติเสื้อเช้ิตคอพับกากีแขนส้ัน
หรอื แขนยาว และในโอกาสทไี่ มไ ดม รี ะเบยี บขอ บงั คบั กาํ หนดไวเ ปน อยา งอน่ื เวน แตโ อกาสตอ ไปนไี้ มใ หใ ช
หมวกหนีบ คือ
(๑) คมุ หรอื ประจาํ แถวกองเกียรตยิ ศ
(๒) เวลาไปในงานพธิ ที างราชการและตามหมายกาํ หนดการ ไมใ หใ ชห มวกหนบี
(๓) ผบู งั คบั บญั ชาตง้ั แตช น้ั ผกู าํ กบั การหรอื เทยี บเทา ขน้ึ ไป สงั่ ไมใ หใ ชห มวกหนบี
๒. หมวกเหล็ก ตามปกติใหใ ชไดเ ฉพาะในกรณที ไี่ ปปฏบิ ตั ิหนาทร่ี าชการสนาม
หรือออกตรวจตราปราบปรามโจรผูรา ยตามโอกาส เวน แต
(๑) ตํารวจที่มีหนาที่เปนครูฝก ขณะที่อยูในคายฝกหรือระหวางทําการฝก
ในคายหรือในสนาม ใหใ ชห มวกเหล็กสกี ากมี ีสขี าวคาดกลางจากขอบหมวกดา นหลังจรดดานหนา
**(๒) ตํารวจที่มีหนาท่ีควบคุมการจราจร ขณะปฏิบัติหนาท่ีใหสัญญาณ
ตามแยกถนนหรือควบคมุ การจราจรในถนน ใหใ ชห มวกกันอนั ตรายสีขาวหรอื หมวกแกปทรงออ นสีกากี
หรือสีนํ้าเงินดํา สําหรับหมวกแกปใหมีเลขรหัสจราจรประจําตัวผูน้ันเปนตัวเลขอารบิคสีขาวสะทอนแสง
ขนาดสูง ๒.๕ เซนตเิ มตร กวาง ๑.๕ เซนตเิ มตร อยบู นผนื ผา ส่ีเหล่ียมสีแสด สีนาํ้ เงนิ สีแดง หรือสดี ํา
แลวแตกรณี ขนาดกวา ง ๔ เซนตเิ มตร ยาว ๗.๕ เซนตเิ มตร ดงั ภาพตัวอยางทา ยระเบยี บนี้
**(ÃÐàºÂÕ ºสาํ ¹¡Ñ §Ò¹ตาํ ÃǨá˧‹ ªÒμÔ ÇÒ‹ ´ÇŒ »ÃÐÁÇÅÃÐàºÂÕ º¡ÒÃตาํ ÃǨäÁà‹ ¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¤´Õ
Å¡Ñ É³Ð·Õè òò ¡ÒÃáμ§‹ à¤Ãè×ͧẺ (©ººÑ ·Õè ó) ¾.È. òõõñ Å§Ç¹Ñ ·èÕ òó ¡ØÁÀÒ¾¹Ñ ¸ òõõñ)
(๓) ตํารวจพลรม ขณะปฏบิ ตั ิการโดดรม ใหใ ชหมวกเหลก็ สเี ดยี วกับเสอ้ื
¢ŒÍ ó หมวกยอดสีกากี ใหใชเฉพาะนักเรียนนายรอยตํารวจและผูมียศต้ังแต
จา สบิ ตาํ รวจขน้ึ ไปทค่ี วบคมุ แถวนกั เรยี นนายรอ ยตาํ รวจ และใชใ นโอกาสแตง เครอ่ื งแบบเตม็ ยศเทา นนั้
¢ÍŒ ô การใชสายรัดคางเวลาสวมหมวกนั้น ถาเปนเวลาท่ีตํารวจอยูตามลําพัง
ใหพจิ ารณาใชไ ดใ นโอกาสอนั สมควร เชน เวลาขมี่ า โดยสารรถไฟ หรอื รถยนต เปน ตน เพือ่ ปองกนั
มิใหหมวกหลุดจากศีรษะ แตถาอยใู นความควบคุมแลวใหผ ูบ งั คบั บัญชาพจิ ารณาสั่งเมอ่ื เหน็ วาจาํ เปน
¢ÍŒ õ หมวกกนั อนั ตรายสาํ หรบั ผขู บั รถจกั รยานยนต ตามทก่ี าํ หนดไวใ นกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๒๕) ออกตามความในพระราชบญั ญตั ิเครื่องแบบตํารวจ พทุ ธศักราช ๒๔๗๗
(ฉบับท่ี ๒) ขอ ๖(๘) ใชไดสาํ หรบั ตํารวจทุกชั้น ดงั น้ี
๑. หมวกกันอันตรายสีขาว สําหรับตํารวจทางหลวง ตํารวจสันติบาล
ตํารวจจราจร ตาํ รวจนครบาล และตํารวจภธู ร
๕๔
๒. หมวกกันอันตรายสีกากีแกมสีทอง สําหรับตํารวจกองบังคับการสายตรวจ
และปฏบิ ตั กิ ารพเิ ศษ กองบัญชาการตํารวจนครบาล
*¢ŒÍ ö ใหขาราชการตํารวจทุกหนวย นอกจากตํารวจทางหลวง ตํารวจสันติบาล
ตํารวจจราจร ตํารวจนครบาล ตํารวจภูธร ตํารวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ และ
ตํารวจตระเวนชายแดน สําหรับผูขับข่ีหรือโดยสารรถจักรยานยนตขณะแตงเครื่องแบบปกติเสื้อเชิ้ต
คอพบั กากี และเคร่อื งแบบสนามเส้อื เชิ้ตคอแบะสกี ากแี กมเขียว สวมหมวกกนั อนั ตราย (หมวกนิรภัย)
มีลักษณะคลายหมวกเหล็กสีขาว กระบังหมวกสีดํา สายรัดคางและสายท่ีติดอยูเหนือกระบังหมวก
เปน สายหนงั สดี าํ ดุมโลหะเงินขนาดเลก็ ติดปลายสายรัดคางทตี่ ดิ อยเู หนอื กระบังหมวกขา งละ ๑ ดุม
ตราหนาหมวกขนาดใหญแ ละขอบหมวกดานลางเปนสีดํา
μÇÑ Í‹ҧËÁǡ᡻·Ã§Í‹Í¹ÊÕ¡Ò¡ËÕ ÃÍ× ÊนÕ า้ํ à§Ô¹ดํา Ṻ·ÒŒ ÂÃÐàºÕº
*ความในขอ ๖ เพิ่มโดยระเบียบกรมตํารวจวาดวย โอกาสใชหมวกตางๆ และสายรัดคาง (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๓๖ ลงวันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๖
๕๕
¡ÒöÍ× ËÁÇ¡
¢ÍŒ ñ ตามปกตินั้น ตํารวจเม่ือแตงเคร่ืองแบบตองสวมหมวกเสมอ เวนแตในกรณี
ทเ่ี ขาไปในพระทน่ี ั่ง โบสถ วหิ าร สถานทร่ี าชการ โรงเรยี น เคหสถาน เพอ่ื เปน การเคารพตอ สถานท่ี
นน้ั ๆ ใหถอดหมวก และรวมถงึ ในกรณีทีม่ ีความจาํ เปนไมอ าจสวมหมวกไดดว ย หมวกที่ถอดตามปกติ
ตอ งอยูใกลตวั เสมอเพ่อื ใชสวมไดท ันทีเมือ่ ตอ งการ
¢ŒÍ ò ในขณะท่ีมิไดสวมหมวกแตมีหมวกอยูกับตัวน้ัน หากเปนโอกาสท่ีตองการ
ความมีระเบยี บ ใหถือปฏบิ ัตใิ นการถือหมวกดงั ตอไปน้ี
๑. ã¹âÍ¡ÒÊ·ÕèÁÔä´Œ¤Ò´¡ÃкÕè ใหถือหมวกดวยมือซาย ตะแคงหมวกคว่ํา
แนบกับขาซาย นิ้วมือกุมขอบลางใหหมวกอยูระหวางแขนกับขา หนาหมวกหันออกขางหนา
ถา เปน หมวกหนบี หรอื หมวกแกป ทรงออ นใหถ อื ตามรปู ทส่ี วม แตพ บั ขอบหมวกดา นซา ยขวาเขา หากนั
แลวใชนวิ้ มือกุมขอบลา งทง้ั สองแนบกับขา
๒. ã¹âÍ¡ÒÊ·è¤Õ Ò´¡ÃкÕè
(๑) àÁ×èͤҴ¡ÃкèÕ´ŒÇ«ͧ¡ÃкÕè ใหถือหมวกดวยมือซายใหแขนซาย
ทอนลางงอไดฉากกับแขนทอนบน หมวกวางคว่ําลงบนมือซาย หันหนาหมวกไปทางขวาจับหมวก
ทขี่ อบหมวก น้วิ หัวแมมืออยขู า งใน นวิ้ นอกน้นั แตะขอบหมวกดานนอก
(๒) àÁè×ͤҴ¡ÃкèÕ´ŒÇÂÊÒ¡ÃкÕè ใหเล่ือนมือซายมาจับที่ดามกระบี่
หมวกที่ถอดแลววางใหชิดเกาะขอบกระบี่ดานบน หันหนาหมวกไปทางขวา ใหหมวกหอยอยูกับ
ดามกระบี่ น้วิ หัวแมมือกดขอบขา งบนคลมุ หมวกไว เวลาเคลื่อนทใ่ี หยกกระบ่สี ูงขนึ้ พอสมควร
(๓) àÁè×ͤҴ¡ÃкÊÕè ¹éÑ ใหอนโุ ลมถอื หมวกอยางเดยี วกบั มิไดค าดกระบ่ี
¡ÒÃ㪌à¢çÁ¢´Ñ
¢ÍŒ ñ เข็มขัดหนังสีดําชนิดที่ไมมีสายโยงนั้น ไมตองมีดุมโลหะสีเงินท่ีดานหลัง
การคาดเข็มขัดน้ันตองคาดใหสุภาพเรียบรอยพองาม ตองรอยเข็มขัดเขาหูกางเกง เพ่ือเข็มขัด
จะไดไมหลุดออกจากขอบกางเกงได ถาใชเข็มขัดหนัง ตองใหสะอาดเรียบรอยเปนเงางามอยูเสมอ
และกําหนดใหใชเขม็ ขดั หนงั เฉพาะในโอกาสดังตอไปนี้
๑. คมุ หรอื ประจําแถวเปนกองเกยี รตยิ ศ
๒. เวลาไปในงานพิธีทางราชการ ตามหมายกําหนดการที่กําหนดใหแตง
เครอ่ื งแบบปกตเิ ส้อื เชิต้ คอพบั กากี หรอื
๓. ในกรณีท่ีผูบังคับบัญชาต้ังแตชั้นผูบังคับการหรือเทียบเทาข้ึนไป สั่งใหใช
เข็มขดั หนัง
๕๖
นอกจากกรณีดังกลาวแลวใหใชเข็มขัดดายถักสีกากี หากแตงกายนอกเครื่องแบบ
จะนาํ เขม็ ขดั ดายถกั สกี ากีไปใชไมได
¢ŒÍ ò หามมิใหใชเข็มขัดที่ใชประกอบเคร่ืองแบบไปคาดในโอกาสที่แตงกาย
นอกเครื่องแบบ
¡ÒÃ㪌ÊÒ¹¡ËÇÕ´
¢ŒÍ ñ ผูมียศต้ังแตสิบตํารวจเอกลงไปขณะไปปฏิบัติหนาที่ เชน เปนเวรยาม
สายตรวจ หรอื กองรกั ษาการณห รอื ควบคมุ แถว ใหใ ชส ายนกหวดี ทาํ ดว ยไหมหรอื ดา ยสเี ลอื ดหมสู ลบั ดาํ
ถักเกลี้ยงเปนเสนเดียวกัน ๑ เสน ติดที่อินทรธนูดานไหลทางไหลซายคลองรอบแขนซายมีนกหวีด
ทาํ ดว ยโลหะสเี งนิ ตามแบบของกรมตาํ รวจผกู ตดิ ทป่ี ลายสายสอดเกบ็ ไวใ นกระเปา เสอ้ื ขา งซา ยระหวา ง
ดมุ กระเปา เสื้อขา งซายกบั ไหลซ าย
การติดสายนกหวีดน้ี ใหปมถักหอยอยูใตแขนเหนือขอศอกประมาณ ๑๐ ซม.
เมอ่ื สอดนกหวดี เกบ็ ไวใ นกระเปา เสอ้ื ดงั กลา วในวรรคกอ นแลว ตอ งใหส ายนกหวดี นนั้ หอ ยอยใู นระดบั
เดียวกบั ตะเข็บของกระเปา เสื้อขางซา ยนนั้
¢ÍŒ ò นักเรียนนายรอยตํารวจและผูท่ีมียศต้ังแตจาสิบตํารวจขึ้นไปในขณะไปปฏิบัติ
หนาท่ี เชน เปนเวรยามสายตรวจหรือกองรักษาการณหรือควบคุมแถว เม่ือแตงเครื่องแบบปกติ
เสอ้ื เชิต้ คอพบั กากใี หใชสายนกหวดี ทาํ ดวยไหมหรอื ดา ยสีเลอื ดหมูสลบั กนั ถักหน่งึ เสน เกลย้ี งหนง่ึ เสน
ติดทอี่ นิ ทรธนดู า นไหลทางไหลซ ายคลองรอบแขนซา ย ใหป ลายทั้ง ๒ ซอ นอยูใ นอนิ ทรธนู มีนกหวีด
สอดเกบ็ ไวใ นกระเปา เสอ้ื ขา งซา ยเชน เดยี วกบั ทก่ี ลา วในขอ กอ น การตดิ สายนกหวดี ตอ งใหส ายถกั หอ ย
อยูเหนือขอศอกประมาณ ๑๐ ซม.
การติดสายนกหวีดใหติดเฉพาะในขณะไปปฏิบัติหนาที่ดังกลาวมาแลวเทาน้ัน
เม่อื พน หนาท่มี ิใหใ ชสายนกหวีด
๕๗
¡ÒûÃдѺà¤Ãè×ͧËÁÒ«è§Ö ໹š ÊÇ‹ ¹»ÃСͺà¤Ã×èͧẺ
áÅÐÁÔãªÊ‹ ‹Ç¹»ÃСͺà¤ÃÍè× §áºº
à¤ÃÍ×è §ËÁÒÂจํา¾Ç¡áÅÐà¤ÃèÍ× §ËÁÒÂÊѧ¡´Ñ
เคร่ืองหมายจําพวกทําดว ยโลหะสเี งิน ตดิ ทีค่ อเส้ือตอนหนาขา งขวา
เคร่ืองหมายสังกดั ทาํ ดวยโลหะสเี งนิ ติดท่ีคอเสอ้ื ตอนหนาขา งซา ย
ฯลฯ
¢ŒÍ öð ขา ราชการประจาํ การทไ่ี ดร บั พระราชทานยศตาํ รวจ ใชเ ครอื่ งหมายตดิ ทคี่ อเสอื้
ตอนหนาทั้งสองขาง ดังนี้
(๑) นายพลตาํ รวจ เครอื่ งหมายรปู โลเ ขนประดบั ดว ยชอ ชยั พฤกษร อบนอกครงึ่ รอบ
ทําดวยโลหะสเี งิน
(๒) ผูมยี ศต่ํากวานายพลตํารวจ เครอ่ื งหมายรปู โลเขนกลางกนกสเี่ หลย่ี มรี
¢ÍŒ öñ การตดิ เครอ่ื งหมายตามสว นน้ี สาํ หรบั เสอ้ื นอกคอปด ตดิ ทคี่ อเสอ้ื เสอ้ื นอกคอแบะ
ติดที่แนวพับของเสื้อตอนบน เสื้อเช้ิตคอพับติดท่ีคอพับ เส้ือนอกแบบเปดอกปาดเอวที่แนวพับ
เหนอื เคร่ืองราชอิสรยิ าภรณ
¢ÍŒ öò เครอ่ื งหมายจาํ พวกของเครอ่ื งแบบสนาม ใหป ก ดว ยดา ยหรอื ไหมสขี าว หรอื สดี าํ
ท่ีปกคอเสื้อขางซาย มีลักษณะเชนเดียวกับเครื่องหมายโลหะขนาดพองาม สําหรับพลตํารวจ
ใหป ก เคร่อื งหมายจําพวกท่ปี กคอเสือ้ ขางซา ยและขวา
เคร่ืองหมายสังกัดของเครื่องแบบสนาม ใหปกดวยดายหรือไหมสีเหลืองบนแถบผาพ้ืน
สดี ําตดิ เหนือกระเปาเส้อื ดา นซาย
ฯลฯ
(กฎกระทรวงวาดว ยเครอื่ งแบบตํารวจ พ.ศ.๒๔๗๗)
ประมวลระเบียบการตาํ รวจไมเกยี่ วกับคดี ลกั ษณะท่ี ๒๒ การแตงเคร่ืองแบบบัญญัตไิ ว
ดังน้ี
เพื่อใหการประดับเครื่องหมายซ่ึงเปนสวนประกอบเครื่องแบบและมิใชสวนประกอบ
เครอ่ื งแบบของขา ราชการตาํ รวจอยใู นลกั ษณะทเ่ี หมาะสม สวยงาม และเปน มาตรฐานเดยี วกนั จงึ วาง
ระเบียบไวเปน ทางปฏบิ ัติดังตอไปนี้ คือ
¢ŒÍ ñ เคร่ืองหมายจําพวกใหติดที่คอเส้ือขางขวา เคร่ืองหมายสังกัดใหติดท่ีคอเส้ือ
ขา งซา ย ดังน้ี
๑.๑ เสื้อเช้ติ คอพบั สกี ากี ตดิ ทม่ี มุ ปกคอพับ
๑.๒ เส้อื เช้ิตคอพบั สขี าว ติดที่มุมปกคอพบั
๑.๓ เสอื้ นอกคอปดสกี ากี ติดทคี่ อตอนหนา
๑.๔ เสื้อนอกคอปด สีขาว ติดทค่ี อตอนหนา
๕๘
๑.๕ เส้ือนอกคอแบะสีกากี ติดทีม่ มุ คอแบะตอนบน
๑.๖ เสือ้ นอกคอแบะสีขาว ตดิ ที่มุมคอแบะตอนบน
๑.๗ เสื้อนอกคอแบะสีดาํ ติดที่มุมคอแบะตอนบน
๑.๘ เสื้อนอกคอปกสีกากี ตดิ ท่ีมมุ คอแบะตอนบน
๑.๙ เสือ้ เช้ติ คอแบะสีกากแี กมเขียว ติดทม่ี ุมคอเปดตอนบน
๑.๑๐ เส้อื เชติ้ คอแบะสีกากีแกมเขยี วปลอ ยเอว ตดิ ทม่ี ุมคอเปด ตอนบน
๑.๑๑ เส้ือนอกเปดอกปาดเอวสขี าว ตดิ ท่คี อแบะตอนบน
การตดิ เครอื่ งหมายจาํ พวกและสงั กัดใหเ ปนไปตามภาพทแี่ นบทา ยนี้
(ความในขอ ๑ เดิมถูกยกเลิกโดยระเบียบกรมตํารวจ วาดวยการประดับเครื่องหมาย
ซึ่งเปนสวนประกอบเคร่ืองแบบและมิใชสวนประกอบเครื่องแบบ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ.๒๕๓๓ ลงวันที่
๓๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๓๓ และใหใชค วามแทนตวั ที่พิมพไว
¢ŒÍ ò การประดบั เครอื่ งหมายแสดงคณุ วฒุ ิ วทิ ยฐานะหรอื ความสามารถของขา ราชการ
ตาํ รวจท่สี ําเรจ็ การศึกษาหรอื ฝก อบรมจากโรงเรียนหรอื สถาบันตา งๆ ทง้ั ภายในและภายนอกประเทศ
รวมทง้ั สถาบนั ของกรมตาํ รวจ จะประดบั ไดก ต็ อ เมอื่ กฎกระทรวง คาํ สง่ั ระเบยี บ หรอื ขอ บงั คบั ของทาง
ราชการกาํ หนดใหป ระดับได หรอื เมอ่ื ไดร บั อนมุ ตั ิจากอธิบดีกรมตํารวจ
¢ŒÍ ó การประดบั เคร่อื งหมายตามขอ ๒ ใหประดบั ไดต ามที่กําหนดไวดงั ตอไปน้ี
๑. เข็มหรือเคร่ืองหมายนั้น ถาเปนประเภทเดียวกันใหติดหรือประดับ
เพยี ง ๑ เข็ม หรอื ๑ เครือ่ งหมาย
๒. เขม็ หรอื เครอ่ื งหมายนน้ั ถา ตา งประเภทกนั ใหต ดิ หรอื ประดบั ไดต ามทเี่ หน็
สมควร โดยพิจารณาถึงความสงา งามเปนการสําคัญ
หามมิใหประดับเครื่องหมายใดๆ บนเคร่ืองแบบนอกจากท่ีกําหนดเปนอันขาด
สวนการจะเลือกประดับเครื่องหมายชนิดใดน้ัน ใหอยูในดุลยพินิจของผูประดับพิจารณาเอง ทั้งนี้
ไมรวมถึงการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณหรือเหรียญตรา และแพรแถบของเคร่ืองราชอิสริยาภรณ
หรือของเหรียญตรา
๑. เสื้อเชิ้ตคอพบั (ชน้ั พ.ต.อ. ลงมา) ๕๙
๒. เสื้อเช้ิตคอพบั (ชัน้ พ.ต.อ.(พเิ ศษ) ถงึ พล.ต.อ.)
แนวดิง่ ของเครือ่ งหมายจําพวกและสงั กัด แนวด่งิ ของหนาสงิ หขนานกับแนวคอปกเส้อื ดานหนา
ขนานกับแนวคอปกเสอื้ ดา นหนา
๓. เสือ้ เชต้ิ คอพบั (นายตํารวจราชสํานักประจาํ ) ๔. เสื้อเชิ้ตคอพับ (นายตาํ รวจราชสาํ นกั ประจาํ )
(ชนั้ พ.ต.อ. ลงมา) (ชน้ั พ.ต.อ.(พเิ ศษ) ถงึ พล.ต.อ.)
แนวดิ่งของหนา สงิ หและครฑุ แนวดิ่งของหนา สงิ หแ ละครฑุ
ขนานแนวคอปกเสื้อดานหนา ขนานแนวคอปกเสอื้ ดานหนา
๖๐ ๗. เสื้อนอกคอแบะ
๕. เสื้อเช้ิตคอพบั (โรงเรียนนายรอยตาํ รวจ)
แนวดิ่งของโลทัง้ สองขาง ๘. เสอื้ เชติ้ คอแบะ
ขนานกบั แนวคอปกเสื้อดา นหนา
๖. เสื้อนอกคอปด
๖๑
๙. เสอื้ นอกเปดอกปาดเอว
๖๒
ÂÈáÅÐà¤ÃèÍ× §ËÁÒÂÂȢͧตําÃǨ
ยศของตํารวจมี ๒ ระดับ ไดแ ก
๑. ช้ันสญั ญาบตั ร คอื ผูท ี่มียศตง้ั แตรอ ยตาํ รวจตรี ถึงพลตาํ รวจเอก
๒. ชน้ั ประทวน คอื ผูทีม่ ียศต้งั แตพ ลตาํ รวจถึงดาบตํารวจ
สําหรับผูที่มีเครื่องหมายยศติดเครื่องแบบน้ัน จะเปนตํารวจที่มียศต้ังแตสิบตํารวจตรี
ข้ึนไป สวนพลตํารวจไมมเี ครอ่ื งหมายยศตดิ คงมีแตเคร่ืองแบบพรอ มสว นประกอบอน่ื ๆ ทีเ่ กยี่ วขอ ง
เทานั้น
การตดิ เครอื่ งหมายยศนนั้ ผทู ม่ี ยี ศสบิ ตาํ รวจตร,ี สบิ ตาํ รวจโท และสบิ ตาํ รวจเอก จะตดิ ที่
แขนเสอ้ื ดา นซา ยเพยี งแหง เดยี วอยกู ง่ึ กลางระหวา งขอ ศอกและหวั ไหล สว นยศอน่ื ๆ จะตดิ เครอื่ งหมาย
ทบี่ า ทงั้ สองขา ง (ยกเวน ผทู ปี่ ฏบิ ตั หิ นา ทเี่ วรราชองครกั ษห รอื ไดร บั เครอื่ งหมาย “ภปร” จะตดิ เครอื่ งหมาย
ยศทบี่ า ซาย สวนบา ขวาจะติดเคร่ืองหมาย “ภปร”)
เครอื่ งหมายยศประดบั ทแี่ ขนเสอ้ื เหนอื ขอ ศอกขา งซา ย รปู บง้ั ทาํ ดว ยแถบสขี าวหรอื สเี งนิ
กวาง ๑ เซนติเมตร ขาบั้งยาว ๕ เซนติเมตร บรรจบกันในลักษณะมุมขอศอกตรึงบนพื้นสีเลือดหมู
สาบสีดํา เหนอื บั้งมรี ปู ตราโลเ ขนทาํ ดว ยโลหะสีเงนิ มจี ํานวนบัง้ ตามชั้นยศ ดังน้ี
สิบตาํ รวจตรี ๑ บง้ั
สบิ ตาํ รวจโท ๒ บั้ง
สิบตํารวจเอก ๓ บง้ั
ในกรณมี บี งั้ มากกวา ๑ บงั้ ใหต ดิ ซอ นกนั ไป เวน ระยะหา งบงั้ ๐.๔ เซนตเิ มตร เครอ่ื งหมาย
ยศ ประดบั อนิ ทรธนทู ้ัง ๒ ขาง มีดงั น้ี
(๑) จาสิบตํารวจ รูปบั้งทําดวยโลหะสีเงินรูปหางนกแซงแซว กวาง ๐.๓ เซนติเมตร
ปลายบั้งท้ัง ๒ ขาง หางกัน ๓ เซนติเมตร ติดเรียงกัน ๓ บ้ัง เวนระยะหวางบ้ัง ๐.๒ เซนติเมตร
ใหม มุ แหลมของบงั้ อยทู างดา นคอ และมขี ดี กวา ง ๐.๓ เซนตเิ มตร ยาว ๓ เซนตเิ มตร ๑ ขดี วางตามขวาง
ของอนิ ทรธนตู ดิ กับปลายบัง้ และหางจากรมิ อินทรธนทู างดา นไหล ๐.๕ เซนติเมตร
(๒) นายดาบตาํ รวจ รปู ดาบทาํ ดว ยโลหะสเี งนิ ๒ เลม ไขวต ดิ ทร่ี มิ อนิ ทรธนทู างดา นไหล
ใหปลายดาบอยทู างดา นคอ
(๓) นายรอยตํารวจ รูปดาว ๘ แฉก ทําดวยโลหะสีเงินติดที่ริมอินทรธนูทางดานไหล
ตรงก่ึงกลางดา นกวางของอินทรธนู มจี าํ นวนดาวตามชั้นยศ ดงั นี้
รอ ยตํารวจตรี ๑ ดาว
รอ ยตํารวจโท ๒ ดาว
รอ ยตํารวจเอก ๓ ดาว
๖๓
ในกรณีมีดาวมากกวา ๑ ดาว ใหติดเรียงกันตามสวนยาวของอินทรธนู เวนระยะ
ระหวา งดาวพองาม
(๔) นายพนั ตาํ รวจ รปู ดาวชนั้ ยศทาํ นองเดยี วกบั นายรอ ยตาํ รวจ แตม รี ปู พระมหามงกฎุ
มีรัศมีทําดวยโลหะสีเงินติดกับรูปดาวเพ่ิมขึ้น ยอดพระมหามงกุฎอยูทางดานคอ ถามีดาวหลายดาว
ใหต ดิ รูปพระมหามงกฎุ ท่ีดาวซึง่ อยดู านคอ
(๕) นายพลตํารวจ รูปพระมหามงกุฎมีรัศมีทํานองเดียวกันกับนายพันตํารวจ และมี
ชอ ชยั พฤกษทาํ ดว ยโลหะสเี งิน ใหปลายชอชัยพฤกษโคง เขา หาสว นลางของพระมหามงกุฎท้งั ๒ ขา ง
ประกอบดวยรูปดาว ๘ แฉก ทําดวยโลหะสีเงิน ติดก่ึงกลางระหวางพระมหามงกุฎและชอชัยพฤกษ
มจี าํ นวนดาวตามชั้นยศ ดงั นี้
พลตํารวจจัตวา ๑ ดาว
พลตาํ รวจตรี ๒ ดาว
พลตาํ รวจโท ๓ ดาว
พลตาํ รวจเอก ๔ ดาว
ในกรณีมีดาวมากกวา ๑ ดาว แตไมเกิน ๓ ดาว ใหติดเรียงกันตามสวนยาวของ
อินทรธนู เวนระยะระหวางดาวพองาม ถามี ๔ ดาว ใหติดเรียงเปนรูปสี่เหลี่ยมขนมเปยกปูน
ใหม มุ แหลมวางตามสวนยาวของอนิ ทรธนู
เครอื่ งหมายยศของเครอ่ื งแบบสนาม ปก ดว ยดา ยหรอื ไหมสขี าว หรอื สดี าํ ทป่ี กคอเสอ้ื
ขางขวา มีลักษณะเชนเดียวกับเคร่ืองหมายโลหะขนาดยอพองาม สําหรับเคร่ืองหมายยศของ
เครอื่ งแบบสนามของนายพลตาํ รวจ และพนั ตาํ รวจเอกทไ่ี ดร บั เงนิ เดอื นในอตั ราพนั ตาํ รวจเอก (พเิ ศษ)
ขนึ้ ไป ใหใ ชเครื่องหมายยศปกทีค่ อเสื้อทัง้ ๒ ขา ง แทนเครื่องหมายจาํ พวกและสังกัด
๖๔
à¤ÃÍè× §ËÁÒÂÂȢͧ¢ŒÒÃÒª¡ÒÃตําÃǨªÑé¹»Ãзǹ
ช่ือยศ คาํ ยอ เครื่องหมายยศ
ดาบตาํ รวจ ด.ต.
จา สิบตํารวจ จ.ส.ต.
สิบตํารวจเอก ส.ต.อ.
สบิ ตาํ รวจโท ส.ต.ท.
สบิ ตาํ รวจตรี ส.ต.ต.
พลตาํ รวจ พลฯ ไมประดบั เครอื่ งหมายยศใดๆ
๖๕
à¤ÃÍ×è §ËÁÒÂÂȢͧ¢ŒÒÃÒª¡ÒÃตาํ ÃǨª¹éÑ ÊÑÞÞÒºÑμÃ
ªèÍ× ÂÈ ¤Òí ÂÍ‹ à¤ÃèÍ× §ËÁÒÂÂÈ
พลตํารวจเอก พล.ต.อ.
พลตาํ รวจโท พล.ต.ท.
พลตาํ รวจตรี พล.ต.ต.
พันตํารวจเอก พ.ต.อ.
พนั ตาํ รวจโท พ.ต.ท.
พนั ตาํ รวจตรี พ.ต.ต.
รอยตํารวจเอก ร.ต.อ.
รอยตํารวจโท ร.ต.ท.
รอยตาํ รวจตรี ร.ต.ต.
๖๖
ÊÃØ»
ผูแตงเครื่องแบบมีหนาที่รักษากฎหมายและคอยพิทักษรับใชประชาชน การแตง
เคร่ืองแบบจึงเปนเคร่ืองเตือนสติแกขาราชการตํารวจที่จะรักษาวินัยตํารวจ การแตงเครื่องแบบตอง
เรียบรอยและถูกตองตามระเบียบ แสดงใหเห็นวาตํารวจในกรมกองนั้นมีระเบียบวินัยดี ตลอดจน
เปนท่ีนาเกรงขามแกหมูพาลชน ไมกลาที่จะกอเหตุรายขึ้น ถาบกพรองในการแตงเคร่ืองแบบ
ก็เปนเคร่อื งชี้ใหเหน็ วา ตํารวจหนว ยน้ันไมม สี มรรถภาพ ระเบียบวินยั ตลอดจนการปฏบิ ัตงิ านออ นแอ
ไมเ ปน ทเ่ี ลือ่ มใสของประชาชน
คําถามทา ยบท
๑. กรณีจาํ เปน หรอื เพือ่ ประโยชนแ กท างราชการ ใหผูบังคบั บญั ชาต้งั แตร ะดบั ใดข้ึนไป
ใชดุลพินจิ สงั่ ใหขา ราชการตํารวจแตงหรอื ไมแ ตง เคร่อื งแบบตํารวจก็ได
๒. สกี ากี แปลวาอะไร
๓. หา มใชเครื่องหมายไวทกุ ขในกรณีใดบา ง
๔. เครอ่ื งแบบนกั เรยี นพลตาํ รวจ พลตาํ รวจ นกั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจ และนายสบิ ตาํ รวจ
มกี ชี่ นดิ อะไรบาง
๕. ยศของตาํ รวจมีก่ีระดบั อะไรบา ง
ÍÒŒ §Í§Ô - พระราชบญั ญัติเคร่อื งแบบตํารวจ พทุ ธศักราช ๒๕๗๗ (ฉบับท่ี ๒)
- ประมวลระเบียบการตาํ รวจไมเกย่ี วกบั คดี ลักษณะท่ี ๒๒ การแตง เครอื่ งแบบ
๖๗
º··èÕ ô
¡ÒûÃдѺà¤ÃÍè× §ÃÒªÍÔÊÃÂÔ ÒÀó
ÇμÑ ¶Ø»ÃÐʧ¤¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ
๑. ผเู รยี นมคี วามรูและเขา ใจเก่ียวกับเคร่ืองราชอิสริยาภรณไ ดอ ยางถูกตอ ง
๒. ผูเรียนสามารถประดับเครอื่ งราชอิสรยิ าภรณประกอบเครื่องแบบไดอยางถูกตอ ง
เครอื่ งราชอิสริยาภรณ หรือคาํ สามัญ ทเ่ี รยี กวา ตรา หรอื เหรียญตรา เปน เคร่อื งหมาย
เชิดชูเกียรติและบําเหน็จความชอบแกผูที่ไดรับพระราชทานและวงศตระกูลของผูน้ันอยางยิ่ง
เครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณเ ปน ของพระมหากษตั รยิ ท รงสรา งขน้ึ สาํ หรบั พระราชทานเปน บาํ เหนจ็ ความชอบ
ในราชการ ที่ใชสาํ หรับพระราชทานแกผูกระทาํ ความดีความชอบอันเปนประโยชนแกประเทศ ศาสนา
ประชาชน หรือสวนพระองค และหมายรวมถึงเหรียญที่ระลึกท่ีทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหสราง
ในโอกาสสาํ คัญตางๆ ใหบคุ คลทั่วไปไดใชประดบั ไดตามทที่ างราชการกําหนด
๖๘
ÃÐàºÂÕ ºสํา¹Ñ¡§Ò¹ตาํ ÃǨáË‹§ªÒμÔ
NjҴŒÇ»ÃÐÁÇÅÃÐàºÕº¡ÒÃตาํ ÃǨäÁà‹ ¡ÕèÂǡѺ¤´Õ
ÅѡɳзèÕ ñð
à¤Ã×Íè §ÃÒªÍÊÔ ÃÂÔ ÒÀóá ÅÐàËÃÕÂÞμÃÒ
¾.È.òõõô
โดยท่ีเปนการสมควรปรับปรุงประมวลระเบียบการตํารวจไมเกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ ๑๐
เครื่องราชอิสริยาภรณและเหรียญตรา เพ่ือใหเหมาะสมและสอดคลองกับกฎหมาย ระเบียบ
การปรับปรุงโครงสรางสวนราชการ และการกระจายอาํ นาจของสํานักงานตาํ รวจแหง ชาติ
อาศัยอาํ นาจตามความในมาตรา ๑๑ แหงพระราชบัญญตั ิตาํ รวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗
ผบู ัญชาการตาํ รวจแหงชาติ จงึ วางระเบยี บไว ดังตอ ไปน้ี
ขอ ๑ ใหยกเลิกความในลักษณะท่ี ๑๐ เครื่องราชอิสริยาภรณและเหรียญตรา
แหง ประมวลระเบยี บการตาํ รวจไมเ กย่ี วกบั คดเี สยี ทงั้ หมด และใหใ ชข อ ความทแ่ี นบทา ยระเบยี บนแ้ี ทน
ขอ ๒ ใหใ ชระเบียบนี้ ตงั้ แตบ ดั น้เี ปนตน ไป
ประกาศ ณ วันท่ี ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔
พลตาํ รวจเอก
(วเิ ชียร พจนโ พธศิ์ ร)ี
ผบู ญั ชาการตํารวจแหงชาติ
๖๙
Å¡Ñ É³Ð·èÕ ñð
à¤ÃÍ×è §ÃÒªÍÊÔ ÃÂÔ ÒÀóá ÅÐàËÃÂÕ ÞμÃÒ
º··Õè ñ
¡ÒÃàʹ͢;ÃÐÃÒª·Ò¹à¤Ã×èͧÃÒªÍÊÔ ÃÂÔ ÒÀó
¢ŒÍ ñ การเสนอขอพระราชทานเครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณใ หเ ปน หนา ทข่ี องผบู งั คบั บญั ชา
ตน สงั กดั ทรี่ บั ผดิ ชอบ ควบคมุ สมดุ ประวตั หิ รอื แฟม กพ.๗ เปน ผเู สนอขอพระราชทานผา นผบู งั คบั บญั ชา
ตามลําดับชั้นจนถึงสํานกั งานตาํ รวจแหง ชาติ
¢ŒÍ ò ใหห นว ยงานทร่ี บั ผดิ ชอบ ควบคมุ สมดุ ประวตั หิ รอื แฟม กพ.๗ ขา ราชการตาํ รวจ
ท่ีสํารองหรือประจาํ สาํ นกั งานตํารวจแหง ชาติ ผูบ ังคบั การประจํา ผูบ ญั ชาการหรอื ตาํ แหนงเทียบเทา
ขน้ึ ไปในสาํ นกั งานผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาติ เปน ผเู สนอขอพระราชทานผา นผบู งั คบั บญั ชาตามลาํ ดบั ชน้ั
จนถงึ สาํ นกั งานตาํ รวจแหงชาติ
¢ŒÍ ó การเสนอขอพระราชทานเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณใ หถ อื ปฏบิ ตั ติ ามหลกั เกณฑข อง
ระเบยี บวา ดว ยการขอพระราชทานเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณ ตามชนั้ ตราทก่ี าํ หนดในบญั ชที า ยระเบยี บน้ี
๓.๑ ระดบั กองบญั ชาการ ใหต ง้ั คณะกรรมการพจิ ารณาเสนอขอพระราชทาน
เคร่ืองราชอิสรยิ าภรณ โดยมีผูบ ญั ชาการเปนประธาน
ระดบั กองบงั คบั การ ในสาํ นกั งานผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาติ ใหต งั้ คณะกรรมการ
พจิ ารณาเสนอขอพระราชทานเครอ่ื งราชอสิ ริยาภรณ โดยมีผบู งั คับการเปน ประธาน
๓.๒ ระดับสํานักงานตํารวจแหงชาติ ใหต้ังคณะกรรมการพิจารณาเสนอขอ
พระราชทานเครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณ โดยมผี บู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาตหิ รอื ผไู ดร บั มอบหมายเปน ประธาน
๓.๓ ใหคณะกรรมการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณ
ตาม ๓.๑ เสนอผลการพจิ ารณาถงึ คณะกรรมการพจิ ารณาเสนอขอพระราชทานเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณ
ตาม ๓.๒ ภายในเดอื นมนี าคม
¢ÍŒ ô การจดั ลาํ ดบั เกยี รตขิ องเครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณแ ละเหรยี ญราชอสิ รยิ าภรณไ ทย
ใหเ ปนไปตามที่สํานกั นายกรฐั มนตรีกําหนด
¢ÍŒ õ ในกรณีผูไดรับพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณไปแลว เมื่อถึงคราวตอง
สง คืนตามระเบียบท่เี คร่ืองราชอสิ ริยาภรณน ั้นกาํ หนดไว ถาไมสามารถนาํ เครือ่ งราชอิสริยาภรณน ้ันๆ
สง คนื ได จะตอ งชดใชร าคาตามชนดิ ของเครอ่ื งราชอสิ ริยาภรณ ท่ีสํานักนายกรัฐมนตรกี าํ หนด
¢ÍŒ ö การขอพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเคร่ืองราชอิสริยาภรณใหเปนไปตามท่ี
สํานกั นายกรัฐมนตรกี าํ หนด
๗๐
¢ŒÍ ÷ เครื่องราชอิสริยาภรณเปนเครื่องหมายเชิดชูเกียรติแกผูไดรับพระราชทาน
และวงศต ระกลู ของผนู น้ั อยา งยง่ิ สมควรจะไดท าํ พธิ มี อบเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณแ กผ ไู ดร บั พระราชทาน
อยางสมเกียรติ เพ่ือใหผูไดรับพระราชทานและบุคคลทั้งหลายไดสํานึกถึงเกียรติท่ีไดรับ จึงใหทําพิธี
มอบเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณแกขาราชการตํารวจตามทส่ี ํานกั งานตาํ รวจแหง ชาติกําหนด
¢ŒÍ ø การมอบเครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณแ กศ พขา ราชการตาํ รวจผเู สยี ชวี ติ ในการปฏบิ ตั ิ
หนา ที่ราชการใหป ฏิบัติตามที่สํานกั งานตํารวจแหง ชาตกิ ําหนด
º··èÕ ò
¡Òâ;ÃÐÃÒª·Ò¹àËÃÂÕ ÞÃÒªÍÔÊÃÂÔ ÒÀó
สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตไิ ดว างระเบยี บการเสนอขอพระราชทานเหรยี ญราชอสิ รยิ าภรณ
ไวดงั น้ี
¢ŒÍ ñ เหรยี ญจกั รมาลาหรือเหรยี ญจักรพรรดิมาลาพิจารณาตามหลักเกณฑ ดังน้ี
๑.๑ เหรียญจักรมาลา ขอพระราชทานใหแกขาราชการตํารวจที่รับราชการ
รวมเวลาไมน อ ยกวา ๑๕ ป
๑.๒ ขาราชการตํารวจที่รับราชการรวมเวลาไมนอยกวา ๒๕ ป หากไมเขา
หลกั เกณฑที่จะขอพระราชทานเหรยี ญจกั รมาลาได ก็ใหข อพระราชทานเหรยี ญจกั รพรรดมิ าลา
๑.๓ เหรยี ญจกั รมาลาหรอื เหรยี ญจกั รพรรดมิ าลาจะเสนอขอพระราชทานได
อยางใดอยางหนง่ึ เทาน้ัน
๑.๔ ใหขาราชการตํารวจท่ีจะเสนอขอพระราชทานเหรียญจักรมาลาหรือ
เหรยี ญจกั รพรรดมิ าลาแลว แตก รณี จดั ทาํ บญั ชรี ายการประวตั ขิ องตนเองตามแบบทส่ี าํ นกั นายกรฐั มนตรี
กําหนดแลว เสนอผบู งั คบั บญั ชาพิจารณากอ นสง เร่ืองไปยงั สํานักงานตาํ รวจแหง ชาติ
๑.๕ เหรยี ญจกั รมาลาหรอื เหรยี ญจกั รพรรดมิ าลาจะพระราชทานเปน กรรมสทิ ธ์ิ
และมีประกาศนยี บตั รเมอ่ื ผไู ดร บั พระราชทานวายชนม ใหทายาทโดยธรรมรักษาไวเ ปนทรี่ ะลึก
¢ÍŒ ò เหรยี ญราชการชายแดนพิจารณาตามหลกั เกณฑ ดงั นี้
๒.๑ เปน ขาราชการตํารวจทไ่ี ดป ฏิบัตริ าชการอยา งใดอยา งหนึ่ง ดงั ตอ ไปนี้
๒.๑.๑ ไดร บั คาํ สง่ั จากผบู งั คบั บญั ชา ใหป ฏบิ ตั ริ าชการชายแดนเกย่ี วกบั
การปองกันราชอาณาจักร ณ อาํ เภอชายแดน เปน เวลาตดิ ตอ กนั ไมน อ ยกวา ๖ เดือน และไดป ฏิบัติ
สมความมุงหมายของทางราชการ ท้ังไดประพฤตติ นอยูใ นระเบียบวนิ ยั อนั ดี
หากดาํ รงตาํ แหนง ในหนว ยงานทท่ี ต่ี ง้ั หนว ยมไิ ดต ง้ั อยู ณ อาํ เภอชายแดน
แตไดปฏิบัติงานในอากาศยาน ตองมีจํานวนเที่ยวบินเพื่อปฏิบัติภารกิจในพ้ืนท่ีอําเภอชายแดน
ไมต าํ่ กวา ๒๐ เทีย่ วบนิ
๗๑
๒.๑.๒ ไดร บั คาํ สง่ั จากทางราชการใหป ฏบิ ตั งิ านในหนา ทป่ี ระจาํ ในพน้ื ที่
ทีค่ ณะรฐั มนตรกี ําหนด
๒.๒ ใหหนวยงานตนสังกัดของขาราชการตํารวจ ที่เสนอขอพระราชทาน
เหรยี ญราชการชายแดนสง ผลการปฏบิ ตั ริ าชการชายแดน ตามแบบทกี่ าํ หนดไปยงั กระทรวงมหาดไทย
๒.๓ ใหผไู ดร บั พระราชทานเหรียญราชการชายแดน ไดร บั สทิ ธิ ดังตอ ไปน้ี
๒.๓.๑ ไดรับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐหรือองคการ
ของรฐั โดยไมเสยี คา ใชจ า ย
๒.๓.๒ ไดลดคาโดยสาร ยานพาหนะคือ รถไฟ รถยนตโดยสาร
ประจําทางท่เี ปน ของรัฐหรอื องคการของรัฐลงกึ่งหนง่ึ
๒.๔ เหรียญราชการชายแดนพระราชทานเปนกรรมสิทธ์ิแกผูรับ เมื่อผูไดรับ
พระราชทานวายชนมใ หท ายาทโดยธรรมรกั ษาไวเ ปน ท่ีระลึก
๒.๕ การขอมบี ตั รประจาํ ตวั ผไู ดร บั พระราชทานเหรยี ญราชการชายแดนใหถ อื
ปฏิบตั ิตามระเบยี บวา ดวยบตั รประจาํ ตัวผไู ดรับพระราชทานเหรยี ญราชการชายแดน
๒.๖ การขอมีบัตรประจําตัวผูไดรับพระราชทานเหรียญพิทักษเสรีชนใหถือ
ปฏิบัติตามระเบียบวาดวยการขอพระราชทาน การประดับและกรณีท่ีใหประดับเหรียญพิทักษเสรีชน
สิทธิบตั รประจาํ ตัว และการเรียกเหรียญกบั บตั รประจาํ ตวั ผูไดร บั พระราชทานเหรียญพิทักษเสรชี นคนื
(ÃÐàºÂÕ ºสาํ ¹¡Ñ §Ò¹ตําÃǨá˧‹ ªÒμÔ ÇÒ‹ ´ŒÇ »ÃÐÁÇÅÃÐàºÂÕ º¡ÒÃตําÃǨäÁ‹à¡ÕèÂÇ¡ºÑ ¤´Õ
ÅѡɳзèÕ ñð à¤ÃÍè× §ÃÒªÍÊÔ ÃÔÂÒÀóáÅÐàËÃÂÕ ÞμÃÒ ¾.È.òõõô »ÃСÒÈ ³ Çѹ·Õè ñ Ê§Ô ËÒ¤Á
¾.È.òõõô)
๗๒
¡ÒûÃдѺà¤Ãè×ͧÃÒªÍÔÊÃÔÂÒÀó (»ÃÐÁÇÅÃÐàºÕº¡ÒÃตําÃǨäÁ‹à¡ÕèÂǡѺ¤´Õ ÅѡɳзèÕ òò
¡ÒÃáμ‹§à¤Ã×èͧẺ º··èÕ ù)
¢ŒÍ ñ ตาํ รวจทไี่ ดร บั พระราชทานเครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณห รอื ไดร บั พระราชทานพระบรม
ราชานญุ าตใหป ระดบั เครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณต า งประเทศใหป ระดบั เครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณน น้ั ๆ ในเวลา
แตงเคร่ืองแบบเตม็ ยศ เคร่ืองแบบครง่ึ ยศ
¢ÍŒ ò การประดับเหรียญกลาหาญและเหรียญชัยสมรภูมินั้น ใหประดับกึ่งกลาง
หนา อกเสอ้ื เบ้ืองซายและเรยี งตามลําดับบําเหนจ็ ความชอบจากขวาไปซาย
กรณที ีจ่ ะประดับเหรยี ญกลาหาญและเหรยี ญชัยสมรภูมไิ ด คอื
๑. ในเวลาแตง เครอื่ งแบบ ใหป ระดบั เหรยี ญหรอื แถบของเหรยี ญนนั้ ได เวน แต
การแตง เครอ่ื งแบบเตม็ ยศ ครงึ่ ยศ หรอื ในโอกาสทม่ี กี าํ หนดนดั หมายใหประดับเหรียญ จึงใหประดบั
เหรยี ญนน้ั
๒. ในเวลาท่ีมิไดแตงเครื่องแบบ ตอ งแตง กายในทํานองท่สี ภุ าพตามประเพณี
นิยมและใหป ระดับเหรยี ญนน้ั ไดใ นงานราชพธิ ี รัฐพิธี ในงานพิธีหรืองานเกียรตยิ ศของหมูคณะ
¢ŒÍ ó ถาประดับแพรแถบของเคร่ืองราชอิสริยาภรณอยางอื่น ก็ใหประดับไดเฉพาะ
แพรแถบเทา นน้ั ถา ประดบั แถบเดยี วไมห มด ใหป ระดบั ซอ นกนั ๒ แถวหรอื ๓ แถว มรี ะยะหา งระหวา ง
แถบพอสมควร และใหแถวลา งตดิ ท่อี กเส้อื เบื้องซา ยเหนือกระเปา บนประมาณ ๒ ซ.ม.
อน่งึ การประดบั แพรแถบของเครอื่ งราชอิสรยิ าภรณด งั กลาวแลว แพรแถบตองมีขนาด
กวางเทากับแพรแถบของเคร่ืองราชอิสริยาภรณน้ันๆ จะใชขนาดใหญหรือเล็กไปกวาน้ีไมได เวนแต
ในโอกาสทป่ี ระดบั เครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณจ าํ ลอง จึงใหใชแ พรแถบขนาดเล็กใหเหมาะสมกบั เคร่ืองราช
อิสริยาภรณนนั้ ๆ ได
¢ŒÍ ô ในโอกาสทจ่ี ะตอ งประดบั เครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณอ ยา งอน่ื พรอ มทง้ั เหรยี ญกลา หาญ
และเหรียญชัยสมรภูมิแลว ใหประดับก่ึงกลางหนาอกเสื้อเบื้องซายและเรียงตามลําดับบําเหน็จ
ความชอบจากขวาไปซาย
¢ÍŒ õ ในโอกาสแตงเคร่ืองแบบซ่ึงอนุญาตใหประดับเครื่องราชอิสริยาภรณจําลอง
ไดน้ัน สําหรับเหรียญกลาหาญและเหรยี ญชยั สมรภมู ิหา มมิใหใชเ หรียญจําลอง
¢ŒÍ ö เวลาแตง เครอ่ื งแบบเตม็ ยศใหป ระดบั เครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณท ไี่ ดร บั พระราชทาน
ตามลาํ ดบั เกยี รตยิ ศของเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณน นั้ ๆ และตามกาํ หนดนดั หมายทางการ การประดบั นน้ั
ใหป ระดับตามพระราชบัญญัตแิ ละโดยนยั ดงั น้ี
๑. เคร่ืองราชอิสริยาภรณชนิดติดหนาอก ใหประดับไวเหนือกระเปาเส้ือ
เบ้ืองซาย ตํ่ากวาแนวรังดุมเม็ดที่ ๑ ลงมาพองาม การเรียงลําดับเครื่องราชอิสริยาภรณท่ีกําหนด
ใหป ระดบั ทอี่ กเสอ้ื เบอ้ื งซา ยใหเ รยี งจากดา นรงั ดมุ ไปปลายบา ซา ย สว นเครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณท กี่ าํ หนด
ใหป ระดบั ทอี่ กเสือ้ เบอ้ื งขวา ใหเรียงจากดา นดุมไปปลายบา ขวา
๗๓
๒. เคร่ืองราชอิสริยาภรณชนิดคลองคอ ใหคลองภายในคอเส้ือนอกโดยให
ดวงตราอยูขอบลา งของคอเสื้อ ถา มีเครอ่ื งราชอสิ ริยาภรณช นดิ คลองคอหลายดวง ใหล ดดวงตราที่มี
สว นสูงลําดบั รองลงมาประดบั ไวภ ายใตดวงทคี่ ลองคอ โดยใหแ พรแถบแลบออกมานอกเส้ือพองาม
๓. เครื่องราชอิสริยาภรณชนิดคลองคอมีดารา ดวงตราคลองคอใหปฏิบัติ
เชน เดยี วกบั วรรคกอ น ดาราใหป ระดบั ไวท อี่ กเสอ้ื เบอ้ื งซา ยพองาม สว นเครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณท กี่ าํ หนด
ใหป ระดบั ดาราไวที่อกเสอ้ื เบ้อื งขวาก็ใหป ระดบั อนุโลมตามท่กี ลาวไวใ นเบ้อื งซายนนั้
๔. ผูไดรับพระราชทานสายสะพาย ใหสวมสายสะพายตามที่บัญญัติไว
ในพระราชบัญญัติ แตถาไดรับพระราชทานสายสะพายมากกวา ๑ สายขึ้นไป ใหสวมสายสะพาย
เครื่องราชอิสริยาภรณท่ีออกช่ือในกําหนดนัดหมายทางการ ถาไมออกชื่อสายสะพายหรือไมไดรับ
พระราชทานสายสะพายเครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณท อี่ อกชอ่ื ในกาํ หนดนดั หมายทางการ ใหส วมสายสะพาย
สงู สดุ ทไ่ี ดร บั พระราชทานหรอื สายสะพายเครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณท เ่ี กยี่ วขอ งกบั งาน ผไู ดร บั พระราชทาน
เคร่ืองราชอิสริยาภรณมหาจักรีบรมวงศแมจะสวมสายสะพายเครื่องราชอิสริยาภรณชนิดใดก็ตาม
ตองสวมสายสรอยตรามหาจักรกี ับประดับจกั รีดาราดว ยทกุ คร้งั
๕. ผูไดรับพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณปฐมจุลจอมเกลาฯ หรือ
ปฐมจลุ จอมเกลาวเิ ศษ ใหส วมสายสรอยหรือสวมสายสะพายอยา งใดอยางหนง่ึ ตามกาํ หนดนดั หมาย
ทางการ และหอยตราปฐมจุลจอมเกลาฯ กับสิ่งท่ีสวมน้ัน แตจะสวมสายสรอยจุลจอมเกลาฯ
ท้ังสองอยางในขณะเดียวกันไมได เวลาสวมสายสรอยจุลจอมเกลาฯ ถาจะสวมสายสะพายดวย
ตองสวมสายสะพายเคร่ืองราชอสิ ริยาภรณอ ่ืน
๖. หามมิใหประดับเครื่องราชอิสริยาภรณนพรัตนราชวราภรณไปในงานท่ี
ไมน ิยมวา เปน มงคล เชน งานศพเปนตน
¢ÍŒ ÷ เวลาแตงเครื่องแบบครึ่งยศ ใหประดับเคร่ืองราชอิสริยาภรณเชนเดียวกับ
การแตงเคร่อื งแบบเต็มยศ แตไมส วมสายสะพายและไมสวมสายสรอ ย
¢ŒÍ ø เวลาแตง เครอ่ื งแบบปกตหิ รอื เครอ่ื งแบบฝก ไมต อ งประดบั เครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณ
เวน แตจ ะกาํ หนดไวใ นพระราชบญั ญตั หิ รอื มกี าํ หนดนดั หมายทางการไวโ ดยเฉพาะจงึ ใหป ฏบิ ตั ติ ามนน้ั
ถา มไิ ดม กี าํ หนดเปน พเิ ศษอยา งไรใหป ระดบั แพรแถบของเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณน น้ั ๆ ทาํ เปน แผน กวา ง
ไมเ กนิ ๑.๕ ซ.ม. ตดิ ที่อกเสอ้ื เบ้อื งซา ยเหนือกระเปา บน
¢ÍŒ ù เวลาแตง เครอ่ื งแบบสโมสร ใหป ระดบั เครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณจ าํ ลอง การจาํ ลอง
เครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณน ใ้ี หจ าํ ลองขนาด ๑ ใน ๓ ของของจรงิ เวน แตด วงตราชนดิ คลอ งคอจะจาํ ลองมา
ประดบั ไมไ ด หากจะประดับก็ใหป ระดบั ดวงจรงิ การประดบั เครือ่ งราชอิสริยาภรณจาํ ลองน้ใี หประดับ
อนโุ ลมตามทก่ี ลา วไวใ นเรอื่ งเวลาแตง เตม็ ยศ แตผ ไู ดร บั พระราชทานเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณช นดิ คลอ งคอ
หรือดาราหลายดวง ควรประดับแตดวงที่มีลําดับสูงดวงเดียว ดวงคลองคอใหแถบอยูใตผาผูกคอ
สวนเคร่ืองราชอิสริยาภรณชนิดติดหนาอกใหประดับที่คอพับของเส้ือไดเคร่ืองหมายสังกัดพองาม
๗๔
ในการแตงเครื่องแบบสโมสรนี้ ถามีกําหนดนัดหมายทางการใหประดับเคร่ืองราชอิสริยาภรณ
ตอ งประดบั เครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณจ รงิ ผใู ดรบั พระราชทานสายสะพายใหส วมสายสะพายทบั นอกเสอ้ื กก๊ั
จะสวมสายสะพายเครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณใ ดใหอ นโุ ลมตามทก่ี ลา วไวใ นเรอื่ งทก่ี ลา วแลว เวลาแตง เครอื่ งแบบ
เต็มยศแตไมสวมสายสรอย ถาในหมายหรือบัตรเชิญมิไดกําหนดใหประดับเคร่ืองราชอิสริยาภรณ
เวลาแตง เครอ่ื งแบบสโมสรเปด อก ใหป ระดบั เครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณจ าํ ลองทาํ นองเดยี วกบั ทก่ี ลา วแลว ขา งตน
ตราจําลองท่ีติดหนาอกใหติดบนสวนเสื้อที่แบะพับนั้นและติดเปนจํานวนพอดีแกความกวางของ
สว นทีพ่ บั ท้ังนใ้ี หต ิดแตข างซา ยเทา น้ันหามมใิ หต ดิ ขางขวาดวย
๗๕
ºÑÞªÕ ù
¡Òâ;ÃÐÃÒª·Ò¹à¤Ã×Íè §ÃÒªÍÔÊÃÔÂÒÀóãˌᡋ¢ŒÒÃÒª¡ÒÃตาํ ÃǨ
เครอื่ งราชอิสรยิ าภรณ เงอื่ นไขและระยะเวลา
ท่ีขอพระราชทาน การเล่อื นช้ันตรา
ลาํ ´ºÑ ยศ หมายเหตุ
เร่ิมตน ขอ เลอ่ื นไดถงึ
๑. สิบตาํ รวจตรี ร.ง.ม. - - ขอพระราชทานเฉพาะกรณพี เิ ศษ ๑. ตองมีระยะเวลารับ
๒. สบิ ตาํ รวจโท ร.ง.ช. - เทานนั้ ราชการตดิ ตอ กนั มาแลว
๓. สิบตํารวจเอก ร.ท.ม. ไมน อ ยกวา ๕ ปบ รบิ รู ณ
๔. จาสบิ ตาํ รวจ ร.ท.ช. - นับต้ังแตเขารับราชการ
จนถงึ วนั กอ นวนั พระราช
๕. - จาสบิ ตํารวจ ร.ท.ช. บ.ม. ๑. เรมิ่ ขอพระราชทาน ร.ท.ช. พธิ เี ฉลมิ พระชนมพรรษา
อตั ราเงนิ เดอื น จ.ม. ๒. ได ร.ท.ช. มาแลว ไมน อ ยกวา ๕ ป ของปท ขี่ อพระราชทาน
จาสิบตํารวจ ไมนอยกวา ๖๐ วัน
พิเศษ บรบิ รู ณ ขอ บ.ม. ๒. ผูสําเร็จการศึกษาจาก
๑. เร่มิ ขอพระราชทาน ร.ท.ช. โรงเรียนตํารวจใหนับ
- ดาบตํารวจ ๒. ได ร.ท.ช. มาแลว ไมน อ ยกวา ๕ ป เวลาราชการต้ังแต
วันเร่ิมเขารับราชการ
บรบิ รู ณ ขอ บ.ม. ตาํ รวจในระหวา งทกี่ าํ ลงั
๓. ได บ.ม. มาแลว ไมน อ ยกวา ๕ ป ศึกษาอยูในโรงเรียน
๓. เกณฑก ารขอพระราชทาน
บรบิ ูรณ ขอ บ.ช. ที่กําหนดไวตามช้ันยศ
๔. ได บ.ช. มาแลว ไมน อ ยกวา ๕ ป ใหรวมถึงวาที่ยศนั้นๆ
ดวย
บริบูรณ ขอ จ.ม. ๔. ลําดับ ๖ ซึ่งกําหนด
ระยะเวลาเล่ือนช้ันตรา
๖. รอ ยตํารวจตรี บ.ม. จ.ม. ๑. เริม่ ขอพระราชทาน บ.ม. ๕ ป หมายถงึ ตองดาํ รง
- ๒. ดาํ รงตาํ แหนง รอ ยตาํ รวจตรมี าแลว
ไมน อ ยกวา ๕ ปบ รบิ รู ณ ขอ บ.ช.
๓. ได บ.ช. มาแลว ไมน อ ยกวา ๕ ป
บริบูรณ ขอ จ.ม.
๗. รอ ยตาํ รวจดท จ.ม. ตําแหนงในระดับนั้นๆ
๘. รอ ยตํารวจเอก จ.ช. - รวมเปน เวลาไมน อ ยกวา
๙. พนั ตาํ รวจตรี ต.ม. - ๕ ปบริบูรณ กอนวัน
๑๐. พันตาํ รวจโท ต.ช. พ ร ะ ร า ช พิ ธี เ ฉ ลิ ม
๑๑. พนั ตาํ รวจเอก ท.ม. - พระชนมพรรษาของปท ่ี
- จะขอพระราชทาน
๑๒. พนั ตาํ รวจเอก ท.ช. ไมนอ ยกวา ๖๐ วัน
อตั ราเงินเดือน
พันตํารวจเอก -
พิเศษ
๗๖
เครอื่ งราชอสิ ริยาภรณ เงอื่ นไขและระยะเวลา
ท่ีขอพระราชทาน การเลือ่ นชัน้ ตรา
ลาํ ´ºÑ ยศ หมายเหตุ
เร่ิมตน ขอ เลอื่ นไดถึง
๑๓. พนั ตาํ รวจเอก - ป.ม. ๑. ดาํ รงตาํ แหนงบงั คับบัญชา - ลาํ ดบั ๑๖ - ๑๘ การขอ
อัตราเงินเดือน ๒. ได ท.ช. มาแลว ไมน อ ยกวา ๕ ป กรณปี ท เี่ กษยี ณอายรุ าชการ
พนั ตาํ รวจเอกพเิ ศษ บรบิ รู ณ ขอ ป.ม. ตามขอ ๔ ใหขอปติดกันได
๓. ใหขอไดในปกอนปเกษียณอายุ
ราชการหรือในปท่ีเกษียณอายุ
ราชการเทา นนั้
๑๔. พันตาํ รวจเอก ท.ช. ป.ม. ๑. เร่ิมขอพระราชทาน ท.ช.
อัตราเงินเดือน ท.ช. ๒. ได ท.ช. มาแลว ไมน อ ยกวา ๓ ป
พันตํารวจเอก - บริบูรณ ขอ ป.ม.
พิเศษ เงินเดือน ๓. ไดร บั เงนิ ดอื นขนั้ ตน ของพลตาํ รวจตรี
ขั้ น ต น ข อ ง มาแลวไมนอยกวา ๕ ป
พลตํารวจตรี
ป.ม. ๑. เร่มิ ขอพระราชทาน ท.ช.
๑๕. พันตาํ รวจเอก ๒. ได ท.ช. มาแลว ไมน อ ยกวา ๓ ป
- อตั ราเงนิ เดอื น บริบรู ณ ขอ ป.ม.
พนั ตาํ รวจเอก
พเิ ศษเงนิ เดอื น ม.ว.ม. ๑. ได ท.ช. มาแลว ไมน อ ยกวา ๓ ป
ขั้ น ต น ข อ ง บริบรู ณ ขอ ป.ม.
พลตาํ รวจตรี
- ดาํ รงตาํ แหนง ๒. ได ป.ม. มาแลว ไมน อ ยกวา ๓ ป
รองผบู งั คบั การ บรบิ ูรณ ขอ ป.ช.
๑๖. พลตํารวจตรี ๓. ได ป.ช. มาแลว ไมน อ ยกวา ๕ ป
บรบิ รู ณ ขอ ม.ว.ม.
๔. ในปท่ีเกษียณอายุราชการใหขอ
สูงข้ึนอีก ๑ ชั้นตรา แตไมเกิน
ป.ช. เวน กรณลี าออก
ลาํ ´ºÑ ยศ เครอื่ งราชอิสริยาภรณ เง่ือนไขและระยะเวลา ๗๗
๑๗. พลตาํ รวจโท ที่ขอพระราชทาน การเลอ่ื นชน้ั ตรา
เริ่มตนขอ เลอื่ นไดถึง หมายเหตุ
๑๘. พลตํารวจเอก
- ม.ป.ช. ๑. ได ป.ม. มาแลว ไมน อ ยกวา ๓ ป
บริบูรณ ขอ ป.ช.
๒. ได ป.ช. มาแลว ไมน อ ยกวา ๓ ป
บรบิ ูรณ ขอ ม.ว.ม.
๓. ได ม.ว.ม. มาแลว ไมน อ ยกวา ๕ ป
บริบูรณ ขอ ม.ป.ช.
๔. ในปท เี่ กษยี ณอายรุ าชการใหข อสงู ขนึ้
อกี ๑ ชนั้ ตรา แตไมเ กนิ ม.ว.ม.
เวนกรณลี าออก
- ม.ป.ช. ๑. ได ป.ม. มาแลว ไมน อ ยกวา ๓ ป
บริบรู ณ ขอ ป.ช.
๒. ได ป.ช. มาแลว ไมน อ ยกวา ๓ ป
บริบรู ณ ขอ ม.ว.ม.
๓. ได ม.ว.ม. มาแลว ไมน อ ยกวา ๓ ป
บริบูรณ ขอ ม.ป.ช.
๔. ในปท เี่ กษยี ณอายรุ าชการใหข อสงู ขน้ึ
อีก ๑ ช้นั ตรา
๗๘ เหรยี ญทองชางเผือก
เหรยี ญทองมงกุฎไทย
เหรยี ญเงนิ ชางเผือก
เหรยี ญเงนิ มงกฎุ ไทย
ช้นั ยศของขา ราชการตาํ รวจท่ีตองติดแพรแถบยอ
๑. หากยศ พ.ต.อ.(พเิ ศษ) ใหประดบั แพรแถบ ทวตี ิยาภรณช า งเผอื ก ¤‹Ù¡Ñº ทวีตยิ าภรณม งกฎุ ไทย
(ท.ช.) (ท.ม.)
๒. หากยศ พ.ต.อ. ใหป ระดับแพรแถบ ทวตี ยิ าภรณมงกฎุ ไทย (Á§¡Ø®·Í§) ¤‹¡Ù Ѻ ตรติ าภรณช า งเผอื ก (ªŒÒ§à§¹Ô )
(ท.ม.) (ต.ช.)
๓. หากยศ พ.ต.ท. ใหประดบั แพรแถบ ตริตาภรณช างเผือก (ªŒÒ§à§¹Ô ) ¤¡‹Ù Ѻ ตริตาภรณม งกุฎไทย (Á§¡®Ø à§Ô¹)
(ต.ช.) (ต.ม.)
๔. หากยศ พ.ต.ต. ใหประดับแพรแถบ ตริตาภรณมงกุฎไทย (Á§¡®Ø à§Ô¹) ¤Ù¡‹ Ѻ จตั รุ ถาภรณช างเผอื ก (ªÒŒ §·Í§)
(ต.ม.) (จ.ช.)
๕. หากยศ ร.ต.อ. ใหประดับแพรแถบ จตั ุรถาภรณชา งเผอื ก (ªÒŒ §·Í§) ¤¡Ù‹ ºÑ จตั รุ ถาภรณม งกุฎไทย (Á§¡Ø®·Í§) ๗๙
(จ.ช.) (จ.ม.)
๘๐
ÊÃØ»
เครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณไ ทยเปน ศลิ ปวตั ถุ เปน มรดกทางวฒั นธรรมแสดงความเปน เอกลกั ษณ
ของชาตไิ ทยมาแตโ บราณ พระมหากษตั รยิ ท รงสรา งขน้ึ พระราชทานใหป ระดบั เปน เกยี รตยิ ศแกผ มู คี วามชอบ
ในทางราชการและสวนพระองค เปนเครื่องหมายแสดงความชอบของผูประกอบคุณงามความดี
บุคคลมีสิทธิไดรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณเสมอกัน ถาไดประกอบคุณงามความดี
ทัดเทียมกัน ทั้งนี้ การแตงกายประดับเคร่ืองราชฯ นอกจากจะแตงไดอยางถูกตองและสวยงามแลว
จะตองใหเหมาะสมตามกาลดวย คือ ถูกกาลเทศะ โดยใหประดับตามลําดับในประกาศสํานัก
นายกรัฐมนตรี เร่ืองลําดับเกียรติเคร่ืองราชอิสริยาภรณ และตามกําหนดนัดหมายของทางราชการ
และหมายกาํ หนดการจากสาํ นักพระราชวงั
¤Òí ¶ÒÁ·ŒÒº·
๑. การประดบั เหรียญกลา หาญและเหรยี ญชัยสมรภมู ิใหประดบั อยา งไร
๒. เวลาแตงเครื่องแบบสโมสร ใหประดับเคร่ืองราชอิสริยาภรณจําลอง การจําลอง
เครื่องราชอิสริยาภรณนี้ใหจําลองขนาดเทาใด เวนแตดวงตราชนิดคลองคอจะจําลองมาประดับไมได
หากจะประดบั ก็ใหประดับดวงจริง
๓. ในโอกาสที่ตองประดับเครื่องราชอิสริยาภรณอยางอื่นพรอมทั้งเหรียญกลาหาญ
และเหรยี ญชยั สมรภูมิแลว ใหประดับอยา งไร
͌ҧͧÔ
- พระราชบัญญตั เิ ครอ่ื งแบบตาํ รวจ พุทธศกั ราช ๒๕๗๗ (ฉบบั ท่ี ๒)
- ประมวลระเบียบการตํารวจไมเกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ ๑๐ เครื่องราชอิสริยาภรณ
และเหรยี ญตรา พ.ศ.๒๕๕๔
๘๑
º··èÕ õ
¡Òþ¡¾ÒÍÒǸØ
ÇμÑ ¶Ø»ÃÐʧ¤¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ
๑. ผเู รียนมีความรแู ละเขาใจวธิ พี กหรือพาอาวธุ ปนไปในถนนหลวง ทางหลวงหรือในที่
สาธารณะ
๒. ผเู รยี นสามารถอธิบายการปฏบิ ตั ติ ัวของขาราชการตํารวจในกรณีพกพาอาวธุ ปน
กฎหมายหามมิใหบุคคลพกพาอาวุธปนติดตัวไปในเมือง หมูบานหรือทางสาธารณะ
โดยไมไ ดร บั อนญุ าตใหม อี าวธุ ปน ตดิ ตวั เวน แตเ ปน กรณมี ตี ดิ ตวั เมอื่ มเี หตจุ าํ เปน และเรง ดว นตามสมควร
แกพฤติการณ เชน ถือปนติดตามคนราย แตมีขอสังเกตวาไมวากรณีใดกฎหมายหามเด็ดขาดมิให
พกพาอาวธุ ปนไปโดยเปดเผย หรอื พาไปในชมุ ชนทไี่ ดจัดใหมีขึน้ เพือ่ นมัสการ การรน่ื เรงิ การมหรสพ
หรอื การอนื่ ใด หมายความวา ถงึ แมจ ะมใี บอนญุ าตใหม อี าวธุ ปน ตดิ ตวั กต็ าม กไ็ มส ามารถพกพาอาวธุ ปน
โดยเปด เผย หรอื พาไปในชมุ ชนที่จัดใหม ขี ึ้นเพื่อการดงั กลา ว แตก ฎหมายไมหา มสําหรับเจา พนกั งาน
ผูมีหนาท่ีรักษาความสงบเรียบรอยของประชาชน ทหารและตํารวจซ่ึงอยูในระหวางการปฏิบัติหนาที่
หรอื ประชาชนผไู ดร บั มอบหมายใหม หี รอื ใชอ าวธุ ปน ซงึ่ อยใู นระหวา งการชว ยเหลอื ราชการ และมเี หตุ
จาํ เปน ตองมแี ละใชอาวุธปนในการน้ัน
¢ŒÍ ñ หา มมิใหต ํารวจซึ่งแตงเครอื่ งแบบกด็ ี หรอื มิไดแ ตง เครื่องแบบกด็ ี หรอื ทีป่ ฏิบตั ิ
หนาที่ราชการตางๆ โดยทั่วไป พกหรอื พาอาวธุ ปน ไปในถนนหลวง ทางหลวง หรือในทส่ี าธารณสถาน
เวนแตใ นกรณีดังตอไปนี้
๑. หนวยตํารวจรักษาการณที่เตรียมตัวอยูกับท่ีเปนหมวดหมูเพ่ือปองกัน
และปราบปรามเหตกุ ารณโ จรผูร า ย
๒. ตาํ รวจสายตรวจ ตาํ รวจท่ปี ฏิบัตหิ นาท่คี วบคมุ การจราจร
๓. หนวยตาํ รวจซง่ึ ไดร ับคาํ สัง่ ใหไ ปตรวจ หรือรักษาเหตุการณแ รมคืน
๔. ตาํ รวจทป่ี ระจําตยู ามหรือดา นตรวจ
๕. ตาํ รวจทที่ าํ หนา ทอ่ี ารกั ขาบคุ คลหรอื เปน ยามสถานทส่ี าํ คญั ซง่ึ ทางราชการ
สัง่ ใหมีอาวุธปน ตดิ ตวั ได
๖. ตาํ รวจซึง่ ทาํ หนาทคี่ วบคมุ เงิน
๗. ตาํ รวจผคู วบคมุ ผตู อ งหา หรอื จาํ เลย หรอื ผตู อ งขงั เดนิ ทางไปสง ณ ทใี่ ดๆ
ซึ่งเปนทางไกลหรือทางเปลี่ยวอันจําเปนตองมีอาวุธควบคุมอยางแข็งแรง และหัวหนาหนวยงานท่ีจัด
ตํารวจควบคมุ ไปน้ันสั่งใหตาํ รวจผคู วบคมุ มีอาวุธปนไปในการนั้น
๘๒
๘. เม่ือมีกรณีฉุกเฉินหรือจําเปนตองปราบปรามเหตุการณดวยการใชอาวุธ
ใหตํารวจพกอาวุธปนเคล่ือนที่ไปเพื่อปฏิบัติหนาที่ได แตตองมีหัวหนาเปนนายตํารวจช้ันสัญญาบัตร
คุมไป ถาไมมีนายตํารวจชั้นสัญญาบัตรที่จะจัดใหควบคุมไปได จึงใหจัดนายตํารวจช้ันประทวน
ถัดๆ ลงมา ไปเปนผคู วบคุม
๙. ตาํ รวจทที่ าํ การฝกซ่ึงตองใชอ าวธุ ปนตามระเบียบท่ีวา ดว ยการฝก
๑๐.ตํารวจที่จัดเปนกอง หมวดหรือหมูเกียรติยศตามระเบียบที่วาดวย
การจดั แถวเกยี รติยศ
๑๑. ตํารวจซึ่งทําหนาท่ีนําอาวุธปนของหลวงหรือของกลางสงยังท่ีตางๆ
ในกรณนี ้ตี อ งบรรจอุ าวุธปน นน้ั ในหบี หรอื หออยา งเรียบรอย
๑๒.กรณพี เิ ศษอน่ื ๆ ทผ่ี บู งั คบั บญั ชาตาํ รวจตง้ั แตช น้ั ผกู าํ กบั การขน้ึ ไป สง่ั ใหพ ก
อาวธุ ปนไปได
ขอยกเวนเหลานี้ เม่ือเสร็จกิจท่ีจําตองพกหรือพาอาวุธปนไปในการนั้นแลว
ตํารวจที่มีอาวุธปนเหลานั้น ตองรีบกลับหนวยที่ตั้งโดยเร็ว หามพกหรือพาอาวุธปนแวะเวียน
ไปในท่อี ่ืนใดอีก
¢ÍŒ ò ในเขตพระราชฐาน เขตทหาร ในศาล หา มมใิ หพกอาวุธปนเขา ไป
¢ÍŒ ó ตํารวจท่รี ักษาการณโ ดยทว่ั ไป นอกจากกรณที ่ียกเวน ไวตอนตน นั้นใหใ ชอาวธุ
ดงั นี้
๑. ตํารวจนครบาล ใหใ ชต ะบองตามแบบของกรมตาํ รวจ
๒. ตาํ รวจภธู ร ใหใชดาบปลายปนของหลวง
¢ŒÍ ô ตํารวจท่ีเดินทางจากตางจังหวัดหรือตางทองท่ี โดยพกอาวุธปนสวนตัว
ไปดวย ใหรีบนําอาวุธปนและกระสุนท้ังของหลวงและของสวนตัวไปฝากไวที่สถานีตํารวจ
เจา ของทองที่นั้นๆ เวนแตก ารเดนิ ทางผา นโดยไมพกั คางคืน
การฝากอาวธุ ตามวรรคตนนน้ั ไมบงั คับแกตาํ รวจชั้นจา สบิ ตํารวจขน้ึ ไป
การฝากและรบั อาวธุ ปนคืน ใหปฏบิ ตั ิตามระเบยี บวา ดว ยการน้ัน
¢ÍŒ õ ตํารวจต้ังแตช้ันจาสิบตํารวจข้ึนไป ซ่ึงแตงเคร่ืองแบบและปฏิบัติราชการอื่น
นอกจากกรณีท่ียกเวนไวขางตน จะพกอาวุธปนติดตัวไปดวยก็ได แตตองพกพาไปโดยมิดชิดจนผูอ่ืน
ไมอาจรูไดงา ยวามอี าวธุ ปนติดตวั อยู เชน บรรจุไวในกระเปา เอกสาร เปน ตน
¢ŒÍ ö ขาราชการตํารวจที่มีความจําเปนตองพกอาวุธปนติดตัวไปเพ่ือปฏิบัติหนาท่ี
ราชการไมวาอาวุธปนน้ันจะเปนอาวุธปนสวนตัวหรือของทางราชการ จะตองไดรับอนุญาตจาก
ผูบังคับบัญชาช้ันสารวัตร สารวัตรใหญ หรือตําแหนงเทียบเทาขึ้นไปกอน การอนุญาตดังกลาว
ตองทําเปนหนังสือตามแบบทายระเบียบน้ี โดยมอบใหกับผูรับอนุญาตนําพกติดตัวไป การอนุญาต
ใหอยใู นดุลพนิ ิจของผูบ ังคบั บัญชาผูอนญุ าตวาควรจะใหพ กภายในกําหนดกี่วัน แตทั้งน้ี การอนุญาต
ครงั้ หนึ่งจะตองไมเ กิน ๖ เดอื น
๘๓
สําหรับตํารวจผูมีอํานาจอนุญาตดังกลาวมาแลว และตํารวจชั้นรอยตํารวจเอกขึ้นไป
ถาจะตองปฏิบัติราชการและมีความจําเปนตองพกพาอาวุธปนติดตัวไปดวย ถือวาอยูในภาวะรูการ
ควรมิควรเปนอยางดีแลว ไมตองขออนุญาตผูใด เวนแตใหนําบัตรประจําตัวติดตัวไปดวยเพื่อแสดง
เมอื่ จําเปน เทานั้น
¢ÍŒ ÷ ในกรณที พ่ี กอาวธุ ปน ไดต ามระเบยี บทกี่ ลา วแลว ใหข า ราชการตาํ รวจถอื ปฏบิ ตั ิ
ในการพกปน ดังตอ ไปน้ี
(๑) ในกรณแี ตงเคร่ืองแบบตาํ รวจ
ก. ขณะอยใู นแถว ควบคมุ แถว ไปราชการ ใหพ กโดยใชซ องปน หนงั สดี าํ รอ ยเขม็ ขดั
ไวท างขวา
ข. ในโอกาสลําลอง ใหพกพาไปในลักษณะซอนเรนอยางมิดชิดจนไมอาจสังเกต
เหน็ ไดง าย
ค. ในขณะที่ปฏิบัติหนาที่จราจร ตํารวจท่ีมียศต้ังแตสิบตํารวจเอกลงมา ใหพก
โดยใชซองปน หนงั สีขาวรอ ยเขม็ ขัดไวทางขวา ตามที่กองพลาธิการจัดหามาจา ยใหใ ชราชการ
(๒) ในกรณที ม่ี ไิ ดแ ตง เครอื่ งแบบ ใหพ กพาไปโดยมดิ ชดิ จนไมอ าจสงั เกตเหน็ ไดง า ย เชน
บรรจุไวใ นกระเปา เอกสาร เปนตน
ขอ ควรระวงั ในการพกพาอาวธุ ปน นนั้ มหี ลกั อยวู า ตอ งใหม ดิ ชดิ และเรยี บรอ ย ทงั้ ตอ งให
เปน การเหมาะสมกบั กาลเทศะดว ย อยา พกปน ในทาํ นองทที่ าํ ใหป ระชาชนไดร บั ความกระทบกระเทอื นใจ
เม่อื ไดพ บเห็น เชน ไมสวมเครอ่ื งแบบ แตเหน็บปนไวท ี่สะเอวบา ง ขา งหลงั บา งหรือใสก ระเปา กางเกง
ปลอยดา มปน โผลออกมาใหเห็นบา ง เปนตน
นอกจากทก่ี ลา วขางตน ขาราชการตํารวจที่พกพาอาวธุ ปน จะตอ งปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย
วา ดวยอาวธุ ปน* โดยเครง ครดั หากฝาฝน ยอ มเปนความผิดทางวินยั และอาจถกู ดําเนินคดีได
ฯลฯ
ËÁÒÂàËμØ *ตาม พ.ร.บ.อาวุธปน มาตรา ๗๒ ผูใดฝาฝนมาตรา ๘ ทวิ วรรคหนึ่ง ตอ งระวางโทษ
จาํ คกุ ไมเ กนิ หา ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ หนง่ึ หมนื่ บาท หรอื ทงั้ จาํ ทง้ั ปรบั ถา ผใู ดฝา ฝน มาตรา ๘ ทวิ วรรคสอง
ดวยตอ งระวางโทษจําคกุ ต้ังแตห กเดือนถงึ หาปและปรบั ตัง้ แตห นง่ึ พนั บาทถึงหนึง่ หมืน่ บาท
ผใู ดรบั ใบอนญุ าตใหม อี าวธุ ตดิ ตวั ได ฝา ฝน มาตรา ๗ ทวิ วรรคสอง ตอ งระวางโทษจาํ คกุ
ไมเ กินหน่งึ ป หรอื ปรบั ไมเกนิ สองพันบาท หรอื ท้ังจําท้งั ปรับ
คณะรัฐมนตรีมีมติเกี่ยวกับการพกพาอาวุธปนวา ขณะนี้มีเจาหนาท่ีทหารและตํารวจ
พกพาอาวุธปนนอกเวลาปฏิบัติหนาที่อันเปนการหวาดเสียวแกผูพบเห็นและเกิดอันตรายไดงาย
เพอื่ ปอ งกนั เหตรุ า ยอนั เกดิ จากการใชอ าวธุ ปน ของขา ราชการตาํ รวจไปในทางไมด งี าม จงึ ใหผ บู งั คบั บญั ชา
ทุกชั้นที่ใกลชิดใหกวดขันขาราชการท่ีมีอาวุธปนสวนตัวตองปฏิบัติตามกฎหมายวาดวยการพกพา
อาวุธปน ใหถกู ตอ งหรอื อาวธุ ปน พกราชการจายใหใชร าชการ ตองปฏบิ ตั ิเกี่ยวกับการพกพาอาวธุ ปน
๘๔
ใหเปนไป ตามระเบียบเกย่ี วกบั การพกพาอาวุธปน โดยเครงครดั หากปรากฏวา ยงั มีขา ราชการตํารวจ
ฝาฝนไมปฏิบัติตาม ใหพิจารณาทัณฑผูฝาฝนในสถานหนักทุกราย รวมทั้งผูบังคับบัญชาใกลชิด
ทป่ี ลอยปละละเลย ไมเ อาใจใสก วดขนั ในเรื่องนี้ดว ย
¡®á˧‹ ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÂÑ ã¹¡ÒÃãªÍŒ ÒÇØ¸»„¹
๑. ใหน ึกเสมอวา ปน ทีห่ ยบิ ข้นึ มามีกระสนุ อยูเสมอถึงแมว า จะมหี รือไมก ็ตาม
๒. อยา เลง็ หรอื ช้ีปน ไปยงั บคุ คลอนื่ เวน แตตอ งการจะยิงเทา น้นั
๓. เม่อื หยิบปน ขน้ึ มาทุกคร้งั ใหตรวจดวู ามีกระสนุ อยหู รือไม
๔. การสงปนหรือรบั ปน ควรเปด ลกู โมห รอื ลกู เลื่อนแลวเซฟไว
๕. การวางปน และการเกบ็ ปนควรเปด ลูกโมไวเพอ่ื จะไดท ราบวามกี ระสุนหรือไม
๖. เมื่ออยูในสนามยิงปนตองเช่ือฟงและปฏิบัติตามผูควบคุมการยิงและอยาหันปาก
กระบอกไปทางดา นขางหรือดานหลงั แนวยงิ โดยเดด็ ขาด
๘๕
˹ѧÊ×Í͹ØÞÒμ¾¡¾ÒÍÒÇ¸Ø »„¹μÒÁẺṺ·ŒÒÂÃÐàºÂÕ º
ãºÍ¹ÞØ Òμ¾¡ÍÒÇ¸Ø »¹„
ฉบบั ที.่ ..................... ทท่ี ําการ..............................................
วนั ท.่ี .............เดอื น............................พ.ศ. ..............
อาศยั อาํ นาจตามประมวลระเบยี บการตาํ รวจไมเ กย่ี วกบั คดี ลกั ษณะท่ี ๒๒ บทท่ี ๑๓ ขอ ๖
อนญุ าตให. .................................................................ตาํ แหนง ........................................................
พกพาอาวธุ ปน ................................................................เครอ่ื งหมายทะเบยี น................................
ไปเพอ่ื ปฏบิ ตั หิ นา ทร่ี าชการ................................................................................................................
มกี าํ หนด................วนั ................เดอื น ตงั้ แตว นั ท.่ี ...............เดอื น................................พ.ศ. ................
ถึงวนั ท.ี่ ...............เดือน...................................................พ.ศ. .....................
ลงช่ือ....................................................
ตําแหนง ................................................
ผูอ นุญาต
หมายเหตุ ใหสงใบอนญุ าตคนื เมอื่ ใบอนญุ าตหมดอายุหรือพนหนาที่
๘๖
ÊûØ
หา มมใิ หข า ราชการตาํ รวจซง่ึ แตง เครอ่ื งแบบกด็ ี หรอื มไิ ดแ ตง เครอื่ งแบบกด็ ี หรอื ทป่ี ฏบิ ตั ิ
หนาท่รี าชการตา งๆ โดยทั่วไป พกหรือพาอาวุธปนไปในถนนหลวง ทางหลวง หรอื ในท่สี าธารณสถาน
เวนแตกรณี หนวยตํารวจซึ่งไดรับคําสั่งใหไปตรวจ หรือรักษาเหตุการณแรมคืน หรือตํารวจท่ีประจํา
ตยู ามหรอื ดา นตรวจฯ แตข อ ควรระวงั ในการพกพาอาวธุ ปน นน้ั มหี ลกั อยวู า ตอ งใหม ดิ ชดิ และเรยี บรอ ย
ทั้งตองใหเปนการเหมาะสมกับกาลเทศะดวย อยาพกพาอาวุธปนในทํานองที่ทําใหประชาชนไดรับ
ความกระทบกระเทอื นใจเมอื่ ไดพ บเหน็ เชน ไมส วมเครอ่ื งแบบ แตเ หนบ็ ปน ไวท ส่ี ะเอวบา ง ขา งหลงั บา ง
หรอื ใสก ระเปา กางเกงปลอ ยดา มปน โผลอ อกมาใหเ หน็ บา ง เปน ตน นอกจากทก่ี ลา วขา งตน ขา ราชการ
ตาํ รวจทพี่ กพาอาวธุ ปน จะตอ งปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายวา ดว ยอาวธุ ปน โดยเครง ครดั หากฝา ฝน ยอ มเปน ความผดิ
ทางวินัย และอาจถูกดาํ เนินคดีได
คาํ ถามทา ยบท
๑. ขาราชการตํารวจจะพกหรือพาอาวุธปนไปในถนนหลวง ทางหลวง หรือในที่
สาธารณสถานมไิ ด เวนแตก รณใี ดบา ง
๒. ขา ราชการตาํ รวจทม่ี คี วามจาํ เปน ตอ งพกอาวธุ ปน ตดิ ตวั ไปเพอื่ ปฏบิ ตั หิ นา ทรี่ าชการ
ไมว า อาวธุ ปน นน้ั จะเปน อาวธุ ปน สว นตวั หรอื ของทางราชการ จะตอ งไดร บั อนญุ าตจากผบู งั คบั บญั ชา
ระดับใด
͌ҧͧÔ
ประมวลระเบียบการตํารวจไมเกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ ๒๒ บทที่ ๑๓ การพกอาวุธปน
ดาบปลายปน และตะบอง
๘๗
º··èÕ ö
ÊÇÊÑ ´Ô¡ÒÃáÅÐÊÔ·¸Ô»ÃÐ⪹
ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ÒÃàÃÕ¹ÌÙ
๑. ผูเรียนมคี วามรแู ละเขาใจเกี่ยวกับสวสั ดิการและสทิ ธปิ ระโยชน
๒. ผูเรยี นนําความรทู ่ีไดรบั ไปใชใ นการปฏบิ ัติหนาที่
สวสั ดกิ ารและสทิ ธปิ ระโยชน หมายถงึ คา ตอบแทนตา งๆ ทงั้ ทเ่ี ปน ตวั เงนิ และไมเ ปน ตวั เงนิ
นอกเหนือจากเงินเดือนหรือคาจางท่ีไดรับเปนการประจําเพ่ือชวยใหขาราชการและลูกจางของ
สวนราชการมีความมั่นคงในการดํารงชีวิต ตลอดจนชวยอํานวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน
มีความมั่นคงในการดํารงชีวิตและยังเปนการเสริมสรางขวัญและกําลังใจในการปฏิบัติหนาท่ีไดอยางมี
ประสิทธิภาพและบังเกิดประสิทธิผล ตลอดจนจูงใจใหผูท่ีมีความรู ความสามารถเขามารับราชการ
และรักษาบุคคลเหลา นัน้ ใหอ ยูในระบบราชการ
ÊÇÑÊ´¡Ô ÒÃáÅÐÊ·Ô ¸Ô»ÃÐ⪹
๑. เม่ือเรม่ิ รับราชการตาํ รวจ
๒. ระหวา งปฏบิ ัติหนา ทร่ี าชการตํารวจ
๓. เมื่อเกษียณอายรุ าชการ
๔. เมอ่ื เสยี ชีวติ
๕. สวสั ดิการภายในสว นราชการ
ñ. àÁ×Íè àÃèÁÔ ÃѺÃÒª¡ÒÃตําÃǨ
ขา ราชการตํารวจเมื่อเขา รบั ราชการจะไดร บั สวัสดิการและสทิ ธิประโยชน ดังน้ี
ñ.ñ à§Ô¹ÊÇÑÊ´Ô¡Òä‹ÒàªÒ‹ ºÒŒ ¹
¤ÇÒÁËÁÒ áÅÐËÅѡࡳ±¡ ÒÃàºÔ¡¨‹ÒÂ
คาเชาบานราชการ หมายถึง เงินคาตอบแทนอยางหน่ึงท่ีทางราชการไดใหแก
ขา ราชการนอกเหนอื จากเงนิ เดอื นและเงนิ ตอบแทนอนื่ ทไี่ ดร บั จากทางราชการ เพอื่ เปน การชว ยเหลอื
ขาราชการที่ไดรับคําสั่งใหเดินทางไปประจําสํานักงานแหงใหมในตางทองท่ีที่ขาราชการผูนั้นไดปฏิบัติ
ราชการอยู ซึ่งจะตองไปเชา บานเพอ่ื ใชเ ปน ทอ่ี ยอู าศัย โดยทที่ างราชการไมสามารถจัดหาทพ่ี กั อาศยั
ใหไดและไมมีเคหสถานเปนของตนเอง หรือของคูสมรสที่พักอาศัยรวมกันไดในทองท่ีท่ีไปประจํา
สาํ นกั งานแหง ใหม และมสี ทิ ธไิ ดร บั คา เชา บา นไดเ ทา ทจ่ี า ยจรงิ ตามทสี่ มควรแกส ภาพแหง บา น แตอ ยา งสงู
ไมเ กินจาํ นวนเงินทกี่ าํ หนดไวในอัตราคาเชา บานราชการ ยกเวน
๘๘
๑. ทางราชการไดจ ัดหาทีพ่ กั อาศัยใหอ ยูแลว
๒. มีเคหสถานเปนของตนเอง/ท่ีพักอาศัยเปนของตนเอง หรือของคูสมรส
ในทอ งทีท่ ่ไี ปประจําสาํ นกั งานใหม
๓. ไดร บั คาํ สงั่ ใหเ ดนิ ทางไปประจาํ สาํ นกั งานใหมใ นทอ งทที่ เ่ี รม่ิ รบั ราชการครง้ั แรก
หรือทอ งท่ีกลับเขารับราชการใหม
๔. ไดรับคําสั่งใหเดินทางไปประจําสํานักงานใหมในตางทองที่ตามคํารองขอ
ของตนเอง
๕. ขาราชการท่ีเชาซื้อบาน หรือผอนชําระเงินกูเพื่อชําระหนี้บานท่ีคางชําระอยู
ในทองทีท่ ่ไี ปประจําหนวยใหมเพือ่ ใชเปน ที่อยูอ าศยั
¼ÙŒÁÊÕ ·Ô ¸Ô㹡ÒÃàº¡Ô ¤‹ÒàªÒ‹ ºŒÒ¹
๑. เปน ผูไ ดร บั คาํ สง่ั ใหเดนิ ทางไปประจําสาํ นกั งานในตางทอ งท่ี
๒. เปนผูท่ีตองไปปฏิบัติราชการประจําสํานักงานใหมในตางทองที่ เน่ืองจาก
สํานักงานทป่ี ฏิบัตริ าชการอยเู ดิมไดยายสถานท่ีทําการไปต้งั ในทอ งทแ่ี หง ใหม
๓. กรณเี คหสถานถกู ทาํ ลาย/เสยี หาย เนอื่ งจากภยั พบิ ตั จิ นไมส ามารถพกั อาศยั ได
»ÃÐàÀ·¤‹ÒàªÒ‹ ºŒÒ¹ÃÒª¡Òà แบง เปน ๓ ประเภท ดังนี้
๑. คาเชา บา น
๒. คา เชา ซือ้ บาน
๓. การกูยืมเงินเพือ่ ชาํ ระราคาบาน (ซอ้ื บา น และจางปลูกสรางบาน)
ÍμÑ ÃÒ¡ÒÃàº¡Ô ¨Ò‹ ¤‹ÒઋҺŒÒ¹¢ŒÒÃÒª¡ÒÃ
ตามบญั ชอี ตั ราการเบิกจายคาเชา บา นราชการ หมายเลข ๔ และ ๕ ทายพระราช
กฤษฎีกาคาเชาบานขา ราชการ พ.ศ.๒๕๔๗
ËÁÒÂàËμØ
- พระราชกฤษฎกี าคา เชาบา นขาราชการ พ.ศ.๒๕๔๗
- ระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยหลักเกณฑและวิธีการเก่ียวกับการเบิกจาย
เงินคา เชา บา นขาราชการ พ.ศ.๒๕๔๙
ñ.ò à§¹Ô ÊÇÊÑ ´Ô¡ÒÃà¡ÕÂè Ç¡ºÑ ¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒºØμÃ
¼ÙŒÁÊÕ Ô·¸äÔ ´ÃŒ Ñºà§¹Ô ÊÇÑÊ´Ô¡ÒÃà¡ÂÕè ǡѺ¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒºμØ Ã
ขาราชการและลูกจางประจํา ซ่ึงไดรับเงินเดือน หรือคาจางประจําจากเงิน
งบประมาณรายจา ยหมวดเงนิ เดอื น และคา จา งประจาํ ของกระทรวง ทบวง กรม และขา ราชการบาํ นาญ
ตามกฎหมายวาดวยบาํ เหน็จบํานาญขา ราชการ
๘๙
หลกั เกณฑการเบิกจา ยเงินสวสั ดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร
๑. เปนบตุ รท่ชี อบดวยกฎหมาย คนที่ ๑ - ๓ อายุตงั้ แต ๓ ป ถึง ๒๕ ปบ ริบรู ณ
(ไมรวมบตุ รบญุ ธรรม และบตุ รท่บี ิดามารดาไดยกใหเปน บุตรบุญธรรมของผอู ื่น)
๒. เปนบุตรท่ีศึกษาในสถานศึกษาของทางราชการ ในหลักสูตรระดับไมสูงกวา
อนปุ รญิ ญา หรอื เทยี บเทา และหลกั สตู รนน้ั แยกตางหากจากหลกั สูตรปริญญาตรี
๓. เปน บตุ รทศี่ กึ ษาในสถานศกึ ษาของเอกชนประเภทสามญั ศกึ ษาทไ่ี มไ ดร บั การ
อุดหนุนและไดร บั การอดุ หนุนในหลกั สตู รระดบั ไมส งู กวามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเทา
๔. เปนบุตรที่ศึกษาในสถานศึกษาของเอกชนประเภทอาชีวศึกษาที่ไมไดรับ
การอุดหนุนและไดรับการอุดหนุนในหลักสูตรระดับสูงกวามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเทา
แตไมส งู กวา อนุปริญญาหรือเทียบเทาและหลักสตู รนั้นแยกตา งหากจากหลักสตู รปริญญาตรี
๕. เปนบุตรที่ศึกษาในสถานศึกษาของทางราชการ และสถานศึกษาของเอกชน
ในหลกั สตู รปรญิ ญาตรี
ËÁÒÂàËμØ
- ระเบยี บกระทรวงการคลงั วา ดว ยการเบกิ จา ยเงนิ สวสั ดกิ ารเกยี่ วกบั การศกึ ษา
ของบตุ ร พ.ศ.๒๕๕๑
- ระเบยี บกระทรวงการคลงั วา ดว ยการเบกิ จา ยเงนิ สวสั ดกิ ารเกยี่ วกบั การศกึ ษา
ของบุตร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๓
- หนงั สอื กรมบญั ชกี ลาง ดว นทส่ี ดุ ท่ี กค ๐๔๒๒.๓/ว ๓๙๐ ลงวนั ที่ ๓๐ ตลุ าคม
พ.ศ.๒๕๕๒ เรอื่ ง ประเภทและอัตราเงนิ บาํ รุงการศึกษาและเงนิ คา เลาเรยี น
- หนังสือกรมบัญชีกลาง ดวนท่ีสุด ท่ี กค ๐๔๐๙.๕/ว ๑๙๖ ลงวันท่ี ๑๗
พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๙ เรอื่ ง ประเภทและอตั ราเงินบํารุงการศกึ ษาและเงนิ คาเลา เรียน
ñ.ó à§Ô¹ÊÇÑÊ´¡Ô ÒÃà¡èÂÕ Ç¡ºÑ ¤‹ÒÃÑ¡ÉÒ¾ÂÒºÒÅ
เปน การใหบริการดา นการแพทยแ ละสาธารณสุขโดยตรงแกผูมีสิทธิ และบุคคลใน
ครอบครัวของผูมีสิทธิเพื่อการรักษาโรค การตรวจวินิจฉัย การฟนฟูสมรรถภาพท่ีจําเปนตอสุขภาพ
และการดาํ รงชวี ติ และใหห มายความรวมถงึ การตรวจสขุ ภาพ การเสรมิ สรา งสขุ ภาพและการปอ งกนั โรค
เพื่อประโยชนดานสาธารณสุข ทั้งนี้ ตามกระทรวงการคลังกําหนด แตไมรวมถึงการเสริมความงาม
ของสถานพยาบาลของทางราชการและสถานพยาบาลของเอกชน
¼ŒÁÙ ÊÕ ·Ô ¸Ôä´ÃŒ Ñºà§¹Ô ÊÇÊÑ ´Ô¡ÒÃà¡èÕÂǡѺ¤‹ÒÃÑ¡ÉÒ¾ÂÒºÒÅ
๑. ขาราชการ และลูกจางประจํา ซึ่งไดรับเงินเดือนหรือคาจางประจําจากเงิน
งบประมาณรายจา ยหมวดเงนิ เดอื น และคา จา งประจาํ ของกระทรวง ทบวง กรม และขา ราชการบาํ นาญ
ตามกฎหมายวา ดว ยบําเหนจ็ บาํ นาญขา ราชการ