The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักการตำรวจสายตรวจ ความสำคัญของตำรวจสายตรวจ วัตถุประสงค์ของตำรวจสายตรวจ หลักการตรวจท้องที่ นิด ประเภท และรูปแบบสายตรวจ อำนาจหน้าที่ของสายตรวจ หลักและขั้นตอนการบริหารงานสายตรวจ นาฬิกาอาชญากรรม การวางแผนการตรวจ การตั้งจุดตรวจค้น จุดตรวจตู้แดง ขั้นตอนการเผชิญเหตุ การถวายความปลอดภัย หลักการสื่อสารทั่วไป ความหมายของการสื่อสาร ประมวลลับ(รหัส ว.) การบำรุงรักษาเครื่อมื่อ ระเบียบในการพูดติดต่อสื่อสารทางวิทยุของ ตร.ทฤษฎีว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

Book22 การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม

หลักการตำรวจสายตรวจ ความสำคัญของตำรวจสายตรวจ วัตถุประสงค์ของตำรวจสายตรวจ หลักการตรวจท้องที่ นิด ประเภท และรูปแบบสายตรวจ อำนาจหน้าที่ของสายตรวจ หลักและขั้นตอนการบริหารงานสายตรวจ นาฬิกาอาชญากรรม การวางแผนการตรวจ การตั้งจุดตรวจค้น จุดตรวจตู้แดง ขั้นตอนการเผชิญเหตุ การถวายความปลอดภัย หลักการสื่อสารทั่วไป ความหมายของการสื่อสาร ประมวลลับ(รหัส ว.) การบำรุงรักษาเครื่อมื่อ ระเบียบในการพูดติดต่อสื่อสารทางวิทยุของ ตร.ทฤษฎีว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรม

๔๒ μÒÃÒ§·èÕ ñ
¡Òè´Ñ ਌Ò˹ŒÒ·ÊÕè ÒÂμÃǨẺ ó ªØ´»¯ºÔ Ñμ¡Ô ÒÃ
Ç¹Ñ ·èÕ
»¯ÔºÑμÔ ¼Å´Ñ ´Ö¡ ¼Å´Ñ àªÒŒ ¼ÅÑ´àÂ¹ç ¾Ñ¡
๑, ๕ ðð.ðñ-ðø.ðð ðø.ðð-ñö.ðð ñö.ðð-òô.ðð พักชดุ ละ ๑๖ ชม.
๒, ๖
๓, ๗ ชดุ ที่ ๑ ชดุ ที่ ๒ ชุดที่ ๓
๔, ๘
ชุดที่ ๑ ชดุ ที่ ๒ ชุดท่ี ๓

ชดุ ที่ ๑ ชดุ ท่ี ๒ ชุดที่ ๓

ชุดที่ ๑ ชดุ ที่ ๒ ชุดท่ี ๓

μÒÃÒ§·Õè ò
¡Òè´Ñ à¨ÒŒ ˹Ҍ ·èÕÊÒÂμÃǨẺ ô ª´Ø »¯ÔºμÑ Ô¡ÒÃ

Ç¹Ñ ·Õè ¼ÅÑ´´Ö¡ ¼ÅÑ´àªŒÒ ¼Å´Ñ àÂ¹ç ¾Ñ¡
»¯ÔºÑμÔ ðð.ðñ-ðø.ðð ðø.ðð-ñö.ðð ñö.ðð-òô.ðð
ชุดท่ี ๔
๑, ๕ ชุดท่ี ๑ ชดุ ท่ี ๒ ชุดที่ ๓ ชุดท่ี ๓
ชุดท่ี ๒
๒, ๖ ชุดท่ี ๔ ชุดที่ ๑ ชดุ ท่ี ๒ ชุดท่ี ๑

๓, ๗ ชดุ ที่ ๓ ชดุ ที่ ๔ ชุดที่ ๑

๔, ๘ ชุดที่ ๒ ชดุ ที่ ๓ ชดุ ที่ ๔

¡Òû¯ºÔ μÑ ¡Ô ‹Í¹ÍÍ¡μÃǨ
กอ นทีน่ ําไปสูข้นั ตอนในการปฏบิ ตั ิ ผบู ริหารงานสายตรวจท้งั ระดับ สวป. และรอง สวป.
ท่ีทําหนาที่หัวหนาสายตรวจ จะตองดําเนินกรรมวิธีเตรียมการใหแกเจาหนาที่ตํารวจกอนออกปฏิบัติ
หนาที่ใหเรียบรอย ทั้งน้ีเพ่ือเปนการสรางความพรอม ความกระตือรือรนในการปฏิบัติงานและสราง
ความสัมพันธอันดีระหวางผูบังคับบัญชากับผูใตบังคับบัญชา สําหรับการเตรียมการจะแบงออกเปน
๒ ลักษณะ คอื
ñ. ¡ÒÃμÃǨ¤ÇÒÁ¾ÃÍŒ Á¹Í¡ËÍŒ §»¯ºÔ μÑ ¡Ô ÒÃÊÒÂμÃǨ ตาํ รวจสายตรวจจะตอ งมาพรอ มกนั
ทีส่ ถานี กอนเวลาปฏิบตั ิอยา งนอ ย ๑๕ นาที เพือ่

๑.๑ ตรวจสอบจํานวนเจาหนาที่ตํารวจผูปฏิบัติ เพื่อใหทราบวามาปฏิบัติหนาท่ี
ครบหรือไม ถาไมครบหัวหนาสายตรวจหรือ สวป. จะไดพิจารณาจัดกําลังใหเหมาะสมแกการออก
ปฏิบัติและจะไดพ จิ ารณาขอบกพรอ งผทู ไ่ี มม าปฏิบตั ิหนา ท่ี

๑.๒ ตรวจสอบและเตรียมอปุ กรณตาง ๆ ทั้งของสว นตวั และสว นรวม เชน อาวุธ
วิทยุส่ือสาร ยานพาหนะ ไฟฉาย กุญแจมือ ฯลฯ ตลอดจนความเรียบรอยของเครื่องแตงกายและ
ความเรียบรอ ยของรา งกายดว ย เชน ผม หนวด เครา เปนตน

๔๓

ò. ¡ÒúÃÃÂÒÂÊÃ»Ø ã¹ËÍŒ §»¯ºÔ Ñμ¡Ô ÒÃÊÒÂμÃǨ
๒.๑ ตรวจรบั เอกสารทกุ ประเภททจ่ี ะตอ งนาํ ตดิ ตวั ขณะออกตรวจ เชน แบบฟอรม

การเยย่ี มเยยี นประชาชน แผนการตรวจ แผนการปฏิบัตพิ เิ ศษ สมดุ พกประจําตัว เปนตน
๒.๒ หวั หนา สายตรวจประชุมชแ้ี จงในส่ิงดังตอ ไปน้ี
ก. สถานภาพอาชญากรรมในรอบ ๒๔ ชม. ท่ีเกิดขึ้นภายในเขตทองที่

รวมทงั้ ทอ งทอี่ นื่ ๆ ทตี่ ดิ ตอ หรอื ใกลช ดิ เพอ่ื สายตรวจจะไดร บั ทราบความเปน ไปเกยี่ วกบั อาชญากรรม
รอบๆ ตัวกอ นออกปฏบิ ตั หิ นา ท่ี

ข. เนนย้ําการปฏิบัติตามแผนการตรวจ เพ่ือใหสายตรวจปฏิบัติตามแผน
ใหถูกตอง ซ่ึงในการเนนยํ้านี้ หากมีภารกิจพิเศษที่ตองใหสายตรวจปฏิบัติจะไดส่ังการใหสายตรวจ
เขียนหมายเหตุไวในแผนการตรวจจบั และนอกจากนย้ี ังสามารถเนนยา้ํ ส่งิ ทนี่ าสนใจเปน พิเศษ เพอื่ ให
สายตรวจสนใจขณะออกตรวจไปในเขตรับผิดชอบ เชน ใหสายตรวจหารถแท็กซ่ีหมายเลขทะเบียน
๖ ท.-๒๒๖๗ ซ่ึงถูกคนรายชิงไปเม่ือคืนท่ีแลว และคาดวาคนรายคงนํามาจอดทิ้งไวท่ีใดท่ีหน่ึง
เพอ่ื สายตรวจรับทราบที่จะออกตรวจสังเกตขณะปฏบิ ัติหนา ที่ เปนตน

ค. ตรวจสอบขาวตางๆ จากสมุดรับคํารองเรียน เพื่อดูวามีขาวใดนาสนใจ
และเปนการเรงดวนทีจ่ ะตองใหสายตรวจไปตรวจสอบหรือไปดําเนินการ กส็ ง่ั การไป

ง. ใหค วามรเู กยี่ วกบั ยทุ ธวธิ ตี าํ รวจใหมท นี่ า รู รวมทงั้ ความรรู อบตวั ทจ่ี าํ เปน
แกสายตรวจ

จ. สอบถามปญ หาขอ ขดั ขอ งในการปฏิบตั หิ นา ทีต่ า ง ๆ
สง่ิ จําเปน ที่ใชเปนขอ มลู ในการอบรมชี้แจงสายตรวจดังกลาวขา งตน ไดแก

ก. รายงานเหตุการณประจําวัน
ข. สมุดรับคํารองเรยี น
ค. คาํ ส่งั ขา วสารท่สี ายตรวจควรทราบ
นอกจากการอบรมชแ้ี จงแลว หวั หนา สายตรวจยงั ตอ งตรวจสอบสมดุ พกประจาํ ตวั สายตรวจ
ซงึ่ มคี วามจาํ เปน ตอ งมตี ดิ ตวั ตลอดเวลาเพอื่ ใหจ ดบนั ทกึ เหตกุ ารณแ ละคาํ สง่ั ตา ง ๆ ของผบู งั คบั บญั ชา
และควรตรวจสอบความพรอมของอาวุธท่ีจะใชในการปฏิบัติวาพรอมหรือไม เมื่อทุกอยางเรียบรอย
ก็ปลอยใหส ายตรวจออกปฏบิ ตั หิ นาทไ่ี ด
˹Ҍ ·Õè¢Í§ตาํ ÃǨÊÒÂμÃǨ¡‹Í¹ÍÍ¡μÃǨÁմѧμÍ‹ 仹Õé
- ใหมาพรอมที่สถานีหรือหองปฏิบัติการสายตรวจกอนเวลาท่ีจะตองปฏิบัติงาน
อยา งนอ ย ๑๕ นาที เพือ่ รบั ฟง การชี้แจงรายละเอียด ขอมลู ตาง ๆ จากหวั หนาสายตรวจ
- ตรวจสอบแผนการตรวจและภารกจิ ตา ง ๆ ที่ สวป. ไดกาํ หนดไว
- ตรวจสอบและเตรยี มอปุ กรณก ารใชต า ง ๆ ทง้ั ของสว นตวั และสว นรวม เชน วทิ ยสุ อ่ื สาร
ไฟฉาย เชอื ก กญุ แจมือ ยานพาหนะ ฯลฯ ตลอดจนการเตรียมเครื่องแบบใหเรยี บรอยตามระเบียบ
- ตรวจรับเอกสารทุกประเภทท่ีจะตองนําติดตัวขณะออกตรวจ เชน แบบฟอรม
การเยย่ี มเยยี นประชาชน แผนการตรวจ สมดุ พกประจาํ ตวั สายตรวจ สาํ หรบั บนั ทกึ จดุ กา วสกดั จบั ฉบั พลนั

๔๔

˹ŒÒ·Õè¢Í§ËÑÇ˹Ҍ ÊÒÂμÃǨ¡Í‹ ¹ÍÍ¡μÃǨ¤ÇÃÁ´Õ ѧμ‹Í仹Õé
- ใหม าพรอ มทส่ี ถานี หรอื หองปฏบิ ตั ิการสายตรวจกอนเวลาทจ่ี ะตองปฏบิ ัติอยางนอย
๑๕ นาที เพื่อเตรียมขอมูลรายละเอียดตา ง ๆ ทีจ่ ะตองชแี้ จงตอ สายตรวจ
- ตรวจสอบขอมูลปญหา ดา นอาชญากรรมตาง ๆ ในเขตพนื้ ทร่ี ับผดิ ชอบ ใชดลุ ยพินจิ
พจิ ารณาปรบั แผนการตรวจ ใหส อดคลอ งกบั สถานภาพอาชญากรรมในขณะนน้ั โดยรว มปรกึ ษากบั สวป.
หากไมสามารถประสานกับ สวป. ไดก็ใหมีเอกภาพปรับแผนไดเอง แตตองรายงานใหผูบังคับบัญชา
ทราบตามลาํ ดบั ชัน้ เมื่อปฏิบัติเสร็จสน้ิ แลว
- ตรวจสอบความพรอมของสายตรวจ การแตงกาย อุปกรณเคร่ืองใชตาง ๆ ใหมี
ประสทิ ธภิ าพอยา งเต็มท่ี
- อบรมและแจง แผนการตรวจตา ง ๆ เพอ่ื ซกั ซอ มความเขา ใจแกส ายตรวจกอ นออกปฏบิ ตั ิ
หนาทที่ กุ คร้งั
¡ÒèѴÃٻẺ¡ÒÃÍÍ¡μÃǨ
ในการกําหนดแผนใหสายตรวจออกตรวจตราปองกันเหตุน้ัน อาจกําหนดรูปแบบในการ
ออกตรวจไดห ลายแบบ ทง้ั นข้ี น้ึ อยกู บั สภาพแวดลอ ม กาํ ลงั พล เครอื่ งอปุ กรณ ยานพาหนะและสถานภาพ
อาชญากรรมรปู แบบดังกลา ว ไดแ ก
ñ. ¡ÒÃμÃǨ»ÃÐจําà¢μ คือ การจัดสายตรวจ ตรวจตรารับผิดชอบประจําในเขต
ตรวจใดเขตตรวจหนงึ่ ตลอดเวลาการปฏบิ ตั หิ นา ที่ การตรวจแบบน้ี สายตรวจสามารถตรวจตราไดอ ยา ง
ท่วั ถงึ เพราะประจําอยใู นเขตตรวจเปนเวลานาน และสามารถสรางความคนุ เคยกบั ประชาชนในพนื้ ท่ี
ไดเ ปน อยา งดี แตอ ยา งไรกต็ ามการตรวจประจาํ เขตอาจจะมขี อ เสยี กลา วคอื ทาํ ใหส ายตรวจเกดิ ความ
เบ่ือหนาย เพราะตองตรวจตราในเขตแคบ ๆ อยางจํากัดตลอดเวลา นอกจากน้ีหากมีเหตุรายเกิด
ในเขตตรวจอน่ื ซ่ึงสายตรวจตองไปรวมกําลงั ชว ยเหลอื ขาดความรคู วามชํานาญพื้นทใี่ นเขตตรวจนัน้
ซ่ึงไมเคยตรวจตรา ยอมทําใหการเดินทางไปยังท่ีเกิดเหตุลาชา และขีดความสามารถการปฏิบัติการ
ในบรเิ วณที่เกดิ เหตุไมเ พยี งพอ และประการสดุ ทา ยไดแก การที่สายตรวจประจําเขตมีความคุนเคยกบั
ประชาชนอยางแนนแฟน อาจทําใหการออกตรวจลาดตระเวนมีนอยเนื่องจากอาจใชเวลาสวนใหญ
พดู คยุ สงั สรรคก บั ประชาชนและการปราบปราม อาจไดผ ลนอ ยอนั เนอื่ งมาจากความเกรงใจกนั และกนั กไ็ ด

แตอยางไรก็ตามการตรวจประจําเขตจะทําใหงานตํารวจชุมชนสัมพันธไดผลดี
ขอ ขัดของตาง ๆ เปน สิง่ ทตี่ อ งใชมาตรการอน่ื ในการควบคมุ เขามาแกไ ข

ò. ¡ÒÃμÃǨËÁ¹Ø à¢μ คอื การตรวจทต่ี รงกนั ขา มกบั การตรวจประจาํ เขต กลา วคอื เปน การ
จัดสายตรวจใหตรวจตรารับผิดชอบอยูในเขตตรวจใดเขตตรวจหน่ึงในชวงเวลาจํากัด เชน ๑ ชั่วโมง
๒ ชวั่ โมง เปน ตน แลว ใหห มนุ เวยี นไปตรวจเขตใกลเ คยี ง โดยมสี ายตรวจอนื่ เขา ไปตรวจแทนทหี่ มนุ เวยี น
กันไปจนเสรจ็ สน้ิ การปฏิบตั หิ นาที่ ยกตวั อยางเชน สถานีมสี ายตรวจ ๔ คัน มีเขตตรวจ ๔ เขต ในชวง
๒ ช่ัวโมงแรก สายตรวจคันที่ ๑ ตรวจประจาํ เขตตรวจที่ ๑ สายตรวจคันท่ี ๒ ประจาํ เขตตรวจที่ ๒,
สายตรวจคนั ท่ี ๓ ประจาํ เขตตรวจท่ี ๓, สายตรวจคันที่ ๑, สายตรวจคันที่ ๒ ประจาํ เขตตรวจที่ ๒,

๔๕

สายตรวจคนั ที่ ๓ ประจาํ เขตตรวจท่ี ๓, สายตรวจคนั ที่ ๔ ประจาํ เขตตรวจที่ ๔, ๒ ชวั่ โมงตอ มา สายตรวจ
คนั ที่ ๑ จะหมนุ ไปตรวจเขตตรวจท่ี ๔, สายตรวจคนั ที่ ๒ จะหมนุ ไปตรวจเขตตรวจที่ ๑, สายตรวจคนั ที่ ๓
จะหมนุ ไปตรวจเขตท่ี ๒, และสายตรวจคันที่ ๔ จะหมนุ ไปตรวจเขตตรวจท่ี ๓ หมนุ เวยี นกนั ไปเชนน้ี

ผลดีของการใชรูปแบบนี้ ทําใหสายตรวจทุกคันมีความรูความชํานาญในพื้นที่ท่ัวถึง
และครอบคลุม มีขีดความสามารถในการปฏิบัติงานไดในทุกเขตตรวจ ไมเกิดความจําเจเบื่อหนาย
เน่ืองจากไดม ีการเปล่ียนหมนุ เวยี นไปในพ้ืนท่ตี าง ๆ ตลอดเวลา ประการสําคัญคือ สามารถควบคมุ
ตรวจสอบไดงายกวาแบบที่ ๑ โดยเฉพาะการตรวจสอบการลงเวลาบันทึกลงในจุดตรวจ เพราะวา
สายตรวจจําเปนตองตรวจลงชือ่ เวลาตามจุดตรวจไดใ นเวลาจาํ กดั เม่อื หมุนไปอยเู ขตอ่นื กไ็ มม ีเวลา
กลับมาลงเวลาสายตรวจ (ในกรณีที่ไมไดตรวจตามแผน) ขอจํากัดไดแก การท่ีตองตรวจตรา
ไปทกุ เขตอาจทาํ ใหค วามชาํ นาญการคนุ เคยกบั พนื้ ทห่ี รอื ประชาชนมนี อ ยกวา แบบท่ี ๑ แตถ า ระยะเวลา
ปฏบิ ัตินาน ๆ สายตรวจกย็ อมพฒั นาความรคู วามชํานาญในเร่อื งนี้ไดเชนกัน

ó. ¡ÒÃμÃǨ¢ÒŒ ÁÊ¶Ò¹Õ เปน ทที่ ราบกนั โดยทว่ั ไปวา ในรอยตะเขบ็ หรอื เขตตดิ ตอ ระหวา ง
สถานีตํารวจ มักจะเปนจุดท่ีคนรายกระทําผิดหรือซอนตัวอยู เนื่องจากในบริเวณดังกลาวสายตรวจ
มกั ไปตรวจไมถ งึ เพราะเปน พน้ื ทท่ี อี่ ยหู า งไกล ประชาชนมกั ไมไ ดค วามอบอนุ ดว ย ดงั นนั้ เพอื่ แกป ญ หา
ดังกลาวประกอบกับยุทธวิธีการทํากําลังนอยใหเปนกําลังมาก อาจจัดรูปแบบการตรวจขามเขตสถานี
ตํารวจตรงบริเวณรอยตอตะเข็บของสถานีใกลเคียง โดยการกําหนดจุดตรวจของสถานีหนึ่งใหลวงล้ํา
ไปในเขตของอีกสถานีหนึ่งที่มีเขตติดตอกัน และกําหนดใหสายตรวจท่ีรับผิดชอบเขตตรวจติดตอ
ตรวจขา มเขตเขา ไปตรวจในเขตตรวจของอกี สถานหี นง่ึ ดว ย การกระทาํ เชน นเ้ี ทา กบั เปน การอดุ ชอ งโหว
และทําใหตามรอยตอ ของแตล ะสถานีตาํ รวจเขาไปตรวจตราอยูเ สมอ

ô. ¡ÒÃμÃǨ¡ÃШÒÂกาํ Å§Ñ ไดแ ก การตรวจแบบนาํ กาํ ลงั ตาํ รวจไปปลอ ยลงตามจดุ ตา ง ๆ
แลว ใหก าํ ลงั ออกตรวจตราในรศั มใี กลเ คยี ง และเมอ่ื ตรวจไดร ะยะหนง่ึ กร็ บั กาํ ลงั ไปปลอ ยตรวจในจดุ อน่ื
ตอ ไป การตรวจแบบนม้ี กั จะใชก บั การตรวจยา นชมุ ชนหรอื หมบู า นทแ่ี ตล ะจดุ อยหู า งไกลกนั และจาํ เปน
ตองเตรยี มรถยนตบ รรทุกกําลังไปปลอยตามจดุ

รูปแบบการตรวจที่กลาวมาท้ัง ๔ แบบน้ี ในการปฏิบัติของสถานีอาจเลือกรูปแบบใด
รูปแบบหนึ่งหรืออาจใชหลายรูปแบบผสมผสานกันไป เพ่ือใหเกิดความเหมาะสมและประสิทธิภาพ
สงู สุดสาํ หรบั การปอ งกนั ปราบปรามอาชญากรรมตอ ไป

ÊèÔ§·èตÕ ําÃǨ¤ÇÃ椄 à¡μ¢³ÐÍÍ¡μÃǨ¾¹é× ·Õè
๑. ภายในรถท่ีมคี นนงั่ ขับรถ แตดานเบาะหลังมหี ัวคนผลุบ ๆ โผล ๆ
๒. การมว่ั สมุ ของกลมุ วัยรุนตรงมมุ ถนนหรือบรเิ วณเฉพาะ
๓. คนทเ่ี คลอ่ื นตวั ออกจากประตรู ถคนั หนงึ่ ไปยงั ประตรู ถอกี คนั หนงึ่ อาจจะกาํ ลงั หาทาง
งัดรถ
๔. เมื่อตาํ รวจสายตรวจเขา ไปในรานคา เสมยี นท่ีขายของมอี าการตกใจ
๕. คนมที า ทางเปนพริ ธุ เมือ่ พบตํารวจ

๔๖

๖. รถยนตห รือรถจกั รยานยนต ปดไฟวิ่งในเวลากลางคืน
๗. รถอยใู นสภาพเฉย่ี วชนเสยี หายว่งิ อยูในถนน
๘. คนกําลังวิง่ ในเวลากลางคืน อาจเปนคนรายหรือกาํ ลังหนีคนราย
๙. สนุ ัขเหา ตํารวจสายตรวจตอ งสังเกตวา สุนัขเหาอะไร
๑๐. การขับรถฝาฝน กฎจราจรอยา งชดั แจง คนวิง่ ตัดหนารถอยางรบี รอน
๑๑. คนขับรถใกล ๆ รถตาํ รวจไมยอมแซง แลวขับเลีย่ งออกนอกเสน ทางเมื่อถึงแยกแรก
๑๒. คนขบั รถลักษณะไมเ หมาะสมกบั รถ เชน คนเน้ือตวั มอมแมมขบั รถราคาแพง
๑๓. คนสวมเสอ้ื ผา หรอื พกสงิ่ ของสอ ไปในทางเปน ขโมย เชน แตง ชดุ ดาํ สวมรองเทา เทนนสิ
ยนื ขางร้ัวบานประชาชนในเวลากลางคนื ชวงดกึ ๆ หรือคนพกอปุ กรณสาํ หรบั เขีย่ กุญแจ
๑๔. คนหวิ้ ของทเี่ ปน ทรพั ยส นิ มคี า ในเวลากลางคนื เทคนคิ นอ้ี ยทู ก่ี ารซกั ถามวา เอาสงิ่ ของ
มาจากไหน จะไปไหน
๑๕. คนที่เดินผา นมา ซอนอะไรตงุ ๆ ไวในเส้ือ
๑๖. รถยนตต ิดเครอ่ื ง แลว จอดอยกู ับทน่ี าน ๆ
๑๗. คนสวมแวนตาดาํ ในเวลากลางคนื ยกเวน คนตาบอด
บางครั้งการสงสัยของเจาหนาท่ีตํารวจสายตรวจที่เกิดจากอารมณสวนตัวของตํารวจเอง
เกิดจากสถานการณรอบตัวซ่ึงเปนการยากที่จะตัดสินวาส่ิงใดควรสังเกต สิ่งใดไมควร แตตํารวจ
สายตรวจคงตอ งยดึ หลกั อยา ตดั สนิ ใจเชอ่ื เมอ่ื เหน็ และไดย นิ ตอ งดสู ถานการณแ วดลอ มประกอบกบั ใช
วิธีปอนคําถามขอบกพรองของตํารวจสายตรวจสวนใหญคือ ความเกียจคราน โดยมักจะหาเหตุผล
เขา ขา งตนเอง เพอื่ จะไมต อ งสงั เกตหรอื ตรวจสอบ ฉะนนั้ เมอื่ ตาํ รวจสายตรวจสองคนปฏบิ ตั งิ านรว มกนั
จงึ ตองเขาใจซ่งึ กนั และกนั จะไดไมตอ งโตเ ถียงขดั แยง เพราะบางครงั้ ตํารวจคนหนึง่ กม็ เี หตผุ ล โดยที่
ตํารวจอกี คนหนึง่ ยังไมทนั สังเกตหรอื เขา ใจ การสังเกตบางครงั้ ตอ งใชอ ปุ กรณชวย การท่จี ะใชอปุ กรณ
ทกุ ชนดิ ตอ งมที กั ษะ อยา งนอ ยกต็ อ งรหู ลกั การใชอ ปุ กรณแ ตล ะชนดิ เชน การใชส ปอตไลทม วี ตั ถปุ ระสงค
ตองการหาส่ิงท่ีตองการในความมืด อาจจะเปนคนซอนตัวหรือหลบหนี ตรวจสอบการทําลายส่ิงที่
คมุ ครองทรพั ยส นิ เชน ประตู หนา ตา ง บา นถกู งดั เพอื่ จะไดร สู ภาพเจา หนา ทตี่ าํ รวจสายตรวจจะตอ งหดั
ฉายสปอตไลทเขาตาคนขับรถท่ีแลนสวนทางมา บางครั้งก็เอาสปอตไลทติดไวท่ีหลังคารถสายตรวจ
เพ่ือสองดานขางรถท้ังสองขาง การใชกระจกสองหลังชนิดยาวดานหนารถเพื่อจะสามารถมองภาพ
หลังรถไดมุมกวางข้ึนกวากระจกสองหลังโดยท่ัว ๆ ไป จากใชกลองสองทางไกลแบบธรรมดาจนถึง
การใชก ลองแสงอนิ ฟาเรดดวย ตอ งรูและฝกฝนวิธีการใชเ พอื่ ใหไดประโยชนส งู สดุ
วธิ กี ารทดี่ ที ส่ี ดุ ในการรวบรวมขอ มลู สงั เกตการณข องตาํ รวจสายตรวจ คอื วธิ กี ารจดบนั ทกึ
เพอื่ จะเปนประโยชนอ ยา งย่ิงในภายหลัง
การสังเกตการณของสายตรวจเมื่อเกิดเหตุแลว ในบางครั้งตํารวจสายตรวจก็ตองเขาไป
ชวยเหลือตํารวจฝายอ่ืน ๆ ทํางาน เชน ขณะเกิดเหตุฆาตกรรม เมื่อสายตรวจอยูบริเวณที่เกิดเหตุ
วิธกี ารปฏิบัตทิ ่ดี ีทีส่ ดุ และเปน ประโยชน เชน

๔๗

- ควรจะจดทะเบยี นรถทข่ี บั จากทเี่ กดิ เหตเุ มอื่ ตาํ รวจสายตรวจไปถงึ เพราะตาํ รวจสายตรวจ
มักจะเปนเจาหนาที่คนแรกท่ีไปถึงที่เกิดเหตุ รถคันดังกลาวอาจจะเปนรถคนรายหรือรถของพยาน
ทส่ี ําคัญในทางคดี

- ตํารวจสายตรวจควรยืนหลังฝูงชนท่ีมุงดูบริเวณใกลท่ีเกิดเหตุ เพ่ือดูปฏิกิริยาของคน
บางคนอาจกําลังเลาเรื่องท่ีเห็นเหตุการณใหคนอ่ืนฟง ตํารวจสายตรวจควรชวยนําตัวไปใหพนักงาน
สอบสวนเปน พยาน

- ในกรณที มี่ ฝี งู ชนในทเ่ี กดิ เหตมุ าก ไมค วรไปเครง ครดั ในการซกั ถามพยานคนใดคนหนง่ึ
เปนพิเศษ อาจทําใหเสียเวลาเปลา ใหใชวิธีจดชื่อ ท่ีอยู หมายเลขโทรศัพทของพยาน เพื่อสามารถ
ไปตามมาซกั ถามในภายหลงั ได

- ในการถามพยาน ตํารวจสายตรวจจะตองคํานึงวาในบางคร้ังพยานเปนผูไมมีความ
ชํานาญ ยอมตื่นเตนในเหตุการณไมรูวาจะพูดอยางไร ฉะน้ันการตะคอกบีบค้ันพยานจะทําใหไมได
ขอมลู ทดี่ ี

- ขอมลู ครา ว ๆ ในทางคดี มกั จะเปน คาํ ตอบของคําถามทว่ี า ใคร ทาํ อะไร ทไ่ี หน เมอ่ื ไร
อยา งไร และเพราะอะไร

- ไกลเ กลย่ี ระงบั ขอ พพิ าทเลก็ ๆ นอ ย ๆ เมอ่ื สายตรวจประสบเหตปุ ระชาชนเกดิ ทะเลาะ
ววิ าทหรอื ทํารายรา งกายกนั สายตรวจมีอาํ นาจหนา ทท่ี จ่ี ะเขา ไประงบั เหตุ ซกั ถามถงึ สาเหตุ ไกลเกลยี่
ใหค ูกรณตี กลงกันดวยดี ถา สายตรวจไมเ อาใจใสเ ขาระงบั เหตุ อาจจะทาํ ใหเหตุการณร ายแรงเปนการ
ประทษุ รา ยตอชวี ติ ได

- สายตรวจจะจับกุมผูใด ไมมีหมายจับได ยกเวนในกรณีความผิดซึ่งหนาหรือเหตุอื่น
ในประมวลวธิ ีพจิ ารณาความอาญาวาดวยเร่อื งการจับกุม

- ถาพบหรือทราบตัวผูกระทําผิด ก็จับกุมไดทันทีเพราะหากวาผูกระทําความผิด
หลบหนีไป ก็อาจทาํ ใหลา ชาในการทีจ่ ะนําตัวผูก ระทาํ ผิดมาสง พนกั งานสอบสวนและดําเนนิ คดีได

¡ÒÃà¢ÂÕ ¹á¼¹·Õèà¡´Ô àËμØ¢Í§ตาํ ÃǨÊÒÂμÃǨ
ตํารวจสายตรวจบางครั้งก็ตองเขียนแผนที่สถานที่เกิดเหตุ เชน กรณีการจัดการจราจร
ฉุกเฉินมีอุบัติเหตุแลวรถติดมาก ๆ หรือท่ีเกิดเหตุคดีอาญาบางประเภทในบางสถานการณ ตํารวจ
สายตรวจ ควรรหู ลกั การเขียนแผนที่ทเ่ี กิดเหตุโดยสงั เขป ไดแก
- ทศิ ทางในแผนทเ่ี กดิ เหตทุ สี่ าํ คญั ไดแ ก ทศิ เหนอื ถา เกรงวา จะเกดิ ความสบั สนใหผ เู ขยี น
หันหนาไปทางทิศเหนอื
- ใหย ดึ หลกั การจดั จากสงิ่ ทไี่ มเ คลอ่ื นที่ เชน กาํ แพงหรอื ขอบฟตุ ปาธ วดั วา หา งจากกาํ แพง
หรอื ขอบฟุตปาธเทาไร
- การวัดจุดที่คนเจ็บนอนอยู ใหวัดจากศีรษะไปหาส่ิงท่ีไมเคล่ือนที่หน่ึงจุด และวัดจาก
เทาของคนเจบ็ ไปหาส่งิ ทไ่ี มเคลือ่ นท่อี กี หน่ึงจุด

๔๘

การถา ยภาพจะมีประโยชนมากทสี่ ุด เพราะภาพจะปรากฏออกมาแนนอน และประหยดั
เวลา ในบางจดุ ตอ งมกี ารถา ยโดยวธิ ดี งึ ภาพเขา มาใกล และจะตอ งถา ยภาพใหเ หน็ ทเี่ กดิ เหตโุ ดยทว่ั ๆ ไป
ถา เปน ไปไดเ จา หนา ทตี่ าํ รวจสายตรวจควรจะมกี ลอ งเลก็ ๆ ตดิ ไวด ว ย นอกจากจะใชถ า ยภาพทเ่ี กดิ เหตแุ ลว
บางครัง้ คนทจ่ี ะเขา มากอปญ หาใหเจา หนา ที่ตํารวจสายตรวจก็อาจกลัวกลองถายรูปดวย

¡ÒÃμÑ駨شμÃǨ¤Œ¹

การเกดิ อาชญากรรมในปจ จบุ นั ไดท วคี วามรนุ แรงมากขน้ึ มกี ารทาํ รา ยและฆา เจา พนกั งาน
ตาํ รวจทเ่ี ขา กระทาํ การจบั กมุ อยบู อ ยครง้ั โดยไมม กี ารเกรงกลวั ดงั เชน เหตกุ ารณท เี่ กดิ ขนึ้ ที่ สน.บคุ คโล
เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๓๘ คนรายไดเขาทํารายเจาพนักงานตํารวจ และฆาท้ังที่เปนเพียงแค
คดธี รรมดา (สูดดมสารระเหย) การจบั กุมไมส ามารถจับกุมตัวคนรา ยไดขณะเกิดเหตุ

เมื่อมีคดีอาชญากรรมเกิดข้ึนและไมสามารถจับกุมคนรายไดในที่เกิดเหตุ ข้ันตอนในการ
ปฏบิ ตั หิ นา ทข่ี องเจา พนกั งานตาํ รวจคอื การตดิ ตามจบั กมุ ตวั คนรา ยใหไ ดโ ดยเรว็ ทส่ี ดุ ดงั นนั้ ดา นจงึ เปน
สงิ่ สําคญั ในการปฏิบัตหิ นา ท่ขี องเจาพนกั งานตํารวจสว นหน่งึ ทจ่ี ะสกดั จบั คนรา ยใหไดโดยฉับพลนั

แตปจจุบัน ดานท่ีตั้งข้ึนของเจาพนักงานตํารวจถูกปลอยปละละเลยมาโดยตลอด ทําให
ประชาชนไดรับความเดือดรอนและถูกรองเรียนบอยคร้ังจากประชาชนโดยทั่วไป เนื่องจากเปนการ
ตั้งดานเพ่ือแสวงหาผลประโยชนโดยมิชอบ กรมตํารวจจึงไดมีบันทึกส่ัง ท่ี ๐๖๒๕.๒๓/๓๗๗๙
ลงวันท่ี ๑๓ มนี าคม ๒๕๔๐ เรอื่ ง มาตรการการปฏิบตั เิ กี่ยวกบั การตง้ั ดานตรวจ จดุ ตรวจ และจดุ สกัด
ใหเปน แนวทางเพอ่ื ยดึ ถือเปน หลักไว ดงั ตอ ไปนี้

ñ. ¤ÇÒÁËÁÒ¢ͧคําÇÒ‹ ¨´Ø μÃǨ áÅШ´Ø ʡѴ
๑.๑ จุดตรวจ หมายถึง สถานท่ีที่เจาพนักงานตํารวจออกปฏิบัติหนาท่ีตรวจคน

เพ่ือจับกุมผูกระทําผิดในเขตทางเดินรถหรือทางหลวงในกรณีปกติเปนการช่ัวคราว โดยมีกําหนด
ระยะเวลาเทา ทมี่ คี วามจาํ เปน อยา งยง่ิ ในการปฏบิ ตั หิ นา ทดี่ งั กลา ว แตต อ งไมเ กนิ ๒๔ ชว่ั โมง และเมอื่ เสรจ็ สน้ิ
ภารกิจแลว จะตอ งยบุ เลกิ จดุ ตรวจดังกลาวทันที

๑.๒ จุดสกัด หมายถึง สถานที่ที่เจาพนักงานตํารวจออกปฏิบัติหนาท่ีตรวจคน
เพื่อจับกุมผูกระทําความผดิ ในเขตทางเดินรถหรอื ทางหลวง ในกรณที มี่ ีเหตกุ ารณฉ ุกเฉนิ หรอื จําเปน
เรง ดวนเกิดขึ้น เปน การช่ัวคราว และจะตอ งยุบเลิกเมือ่ เสร็จสนิ้ ภารกจิ ดังกลาว

ò. ¨´Ø μÃǨ áÅШ´Ø Ê¡´Ñ
ตามปกติหา มมิใหตง้ั จดุ ตรวจ หรอื จุดสกดั ในเขตทางเดนิ รถหรอื ทางหลวง เวน
๒.๑ จดุ ตรวจ การตง้ั จดุ ตรวจจะตอ งไดร บั อนมุ ตั จิ ากผบู งั คบั บญั ชา ตงั้ แตช นั้ ผบก.

ข้ึนไป โดยพิจารณาวาเปนกรณีที่มีเหตุผลความจําเปนอยางยิ่ง และตองมีกําหนดระยะเวลาไมเกิน
๒๔ ชวั่ โมง

๒.๒ การตงั้ จดุ สกดั จะตง้ั ไวเ ฉพาะกรณที เ่ี หตกุ ารณฉ กุ เฉนิ หรอื จาํ เปน เรง ดว นเกดิ ขนึ้
และจะตองไดร บั อนุมตั จิ ากผบู ังคบั บญั ชาตง้ั แตร ะดบั ผกก., สวญ., สว. ซง่ึ เปนหวั หนาสถานตี ํารวจ
(สน. หรอื สภ.) โดยมกี ําหนดระยะเวลาเทา ทมี่ เี หตุการณฉ ุกเฉนิ หรอื จาํ เปน เรง ดวนดังกลา วยังคงมอี ยู
เทานัน้

๔๙

ó. ¡Òû¯ÔºÑμÔ
๓.๑ การปฏิบัติหนาท่ี ณ ดานตรวจ จุดตรวจ หรือจุดสกัด จะตองมีนายตํารวจ

ช้นั สญั ญาบตั รเปน หวั หนา และจะตองแตง เครื่องแบบในการปฏิบัตหิ นา ท่ีดังกลา ว
๓.๒ การปฏบิ ตั ใิ นการตรวจคน จบั กมุ ตอ งปฏบิ ตั ติ ามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณา

ความอาญาและประมวลระเบียบการตาํ รวจเก่ยี วกับคดวี าดวยการนัน้ โดยเครง ครดั
๓.๓ ท่ดี านตรวจ และจดุ ตรวจ ตอ งมีแผงก้ันที่มเี ครื่องหมายการจราจรวา “หยดุ ”

โดยใหเปนไปตามมาตรฐานท่ีดานตรวจหรือจุดตรวจจะตองมีในการติดต้ังปายและเคร่ืองหมาย
การจราจร และในเวลากลางคนื จะตอ งใหม แี สงไฟสอ งสวา งมองเหน็ ไดอ ยา งชดั เจน ในระยะไมน อ ยกวา
๑๕๐ เมตร กอนถึงจุดตรวจ และใหมีแผนปายแสดงยศ นาม นามสกุล และตําแหนงของหัวหนา
เจาหนาท่ีตํารวจที่ประจําดานตรวจและจุดตรวจดังกลาว นอกจากน้ันใหมีแผนปายแสดงขอความวา
“หากพบเจาหนาท่ีทุจริตหรือประพฤติมิชอบใหแจงผูบังคับการโทร...” (ใหใสหมายเลขโทรศัพทของ
ผบก. ไว) ขอ ความดังกลา วขา งตนใหม องเหน็ ไดชดั เจนในระยะไมน อยกวา ๑๕ เมตร

Â·Ø ¸Ç¸Ô ãÕ ¹¡ÒÃμé§Ñ ¨´Ø μÃǨ¤Œ¹áÅШشʡ´Ñ
การปฏิบัติเก่ียวกับจุดตรวจคนจะคํานึงถึงเรื่องความปลอดภัยในชีวิตของเจาพนักงาน
ตาํ รวจ ตลอดจนการไดเ ปรยี บในเชงิ ปฏิบตั ิ เมอ่ื เผชญิ เหตุ
ดา นทีใ่ ชใ นปจ จุบนั น้ี แยกออกเปน ๓ ลักษณะ คือ
ñ. ¡ÒÃμ§éÑ ¨´Ø μÃǨ¤¹Œ ´Ò‹ ¹ãËÞ‹ จะเนน แสดงกาํ ลงั ของเจา พนกั งานตาํ รวจใหป ระชาชน
พบเห็น เกิดความอบอนุ ใจ และเปนทเี่ กรงกลัวของเหลามิจฉาชพี แบงออกเปน ๒ รปู แบบ คอื

ñ.ñ ÃٻẺ·Õè ñ เปนลักษณะของการตั้งจุดตรวจคนบนพ้ืนท่ีถนนที่มีรถว่ิงไป
ในทิศทางเดียวกัน

๕๐

- การประกอบกําลังใหเปนไปตามบันทึกสั่งของ ตร. ขอ ๓.๑ สวนกําลัง
ชัน้ ประทวนดานใหญ ควรมีอยา งนอ ย ๑๒ คน

- อุปกรณ ใหเ ปน ไปตามบนั ทึกส่งั การ ตร. ขอ ๓.๓ สว นรถยนตท่ใี ชใ นการ
ตัง้ ดา นใหญค วรมีอยางนอย ๒ คนั จยย. ๒ – ๓ คัน

- วธิ กี าร กรณที างแยกกอ นถงึ ดา นควรวางกาํ ลงั ไวส ว นหนงึ่ เพอ่ื กนั ผหู ลบหนี
กอ นถงึ ดาน การจอดรถยนตสายตรวจจอดทํามมุ ประมาณ ๔๕ องศา ดา นซายของถนน และตอ งปด
สญั ญาณวาบวับไวตลอดเวลา ทา ยจุดตรวจตอ งมีรถยนตสายตรวจ ๑ คัน จยย. ๑ คนั พรอ มพลขบั
และคูตรวจเพ่ือเตรียมพรอมกรณีตองไลติดตามรถท่ีหลบหนีดาน นายตํารวจควรยืนอยูขางรถยนต
สายตรวจดา นในซง่ึ เปน พน้ื ทปี่ ลอดภยั เพอื่ เรยี กรถตอ งสงสยั เขา ไปตรวจคน รถทถ่ี กู เรยี กเขา ไปตรวจคน
ในพ้ืนที่ปลอดภัยน้ัน เจาหนาที่ตํารวจตองแจงใหคนที่อยูในรถลงไปในทิศทางเดียวกันทางดานซาย
เพื่องายตอการตรวจคนและควบคุม เจาพนักงานตํารวจที่อยูท่ีดานตองมีการแบงหนาที่กันใหชัดเจน
วา ใครจะเปน ผูทาํ การตรวจคน ใครจะเปนผคู มุ กนั ขณะตรวจคน การตรวจคน ของเจา พนักงานตํารวจ
นายตํารวจท่ีทําหนาที่เปนหัวหนาดานตองเนนยํ้ากับผูใตบังคับบัญชาทุกนายใหสํานึกอยูเสมอวา
“การปฏิบัติหนาท่ีของเจาพนักงานตํารวจน้ัน ตองใชความสุภาพ ความอดทน รักษากิริยาวาจาและ
ควรใชค ําพดู ๓ คํา ขณะปฏิบตั ิหนา ที่ สวสั ดีครบั ขอโทษครับ ขอบคุณครับ”

ñ.ò ÃٻẺ·Õè ò เปนลักษณะการต้ังจุดตรวจคนตามทางแยกท่ีมีปอมบังคับ
สัญญาณไฟการจราจรได

๕๑

- การประกอบกาํ ลงั อปุ กรณ และวธิ กี ารปฏบิ ตั เิ ชน เดยี วกบั ขอ ๑.๑ จะตา งกนั
เฉพาะรูปแบบของการต้ังดาน สภาพพ้ืนที่ และการตรวจคนของเจาพนักงานตํารวจดังภาพ
จะมเี จา พนกั งานตาํ รวจคอยควบคมุ สญั ญาณไฟทป่ี อ มสญั ญาณไฟจราจร ๑ นาย และการตรวจคน ของ
เจาพนักงานตํารวจจะเดินเขาไปทําการตรวจคนเมื่อรถติดสัญญาณไฟแดง โดยเดินเขาไปเปนคู ๆ
เพ่อื ตรวจคน รถตองสงสยั การปฏิบตั ขิ องเจาพนกั งานตาํ รวจท่ีเดินเขา ไปเปนคจู ะแยกกนั อยูคนละขาง
ของรถ เจา พนกั งานตาํ รวจทอ่ี ยดู า นซา ยของรถจะเปน ผคู มุ กนั ใหก บั เจา พนกั งานตาํ รวจทอี่ ยดู า นขวาของรถ
ทําการตรวจคนทางดานขวาของรถ เม่ือคนทางขวาเสร็จเจาพนักงานตํารวจท่ีอยูดานขวาของรถจะ
สบั เปลย่ี นเปน ผคู มุ กนั ใหก บั เจา พนกั งานตาํ รวจทอ่ี ยทู างดา นซา ยของรถ ทาํ การตรวจคน ดา นซา ยของรถ
การปฏิบัติจะเปนเชนน้ีทุกคูที่เขาไปตรวจคนรถตองสงสัย เม่ือหัวหนาดานการตรวจคนเสร็จสิ้นแลว
และเจาพนักงานตํารวจทุกคนข้ึนอยูทางเรียบรอย จะแจงใหพนักงานตํารวจที่ควบคุมสัญญาณไฟ
เปดไฟเขยี วใหรถผา นไปได

หมายเหตุ ระยะเวลาการต้ังจุดตรวจคนดานใหญท่ีเหมาะสมอยางนอย
ควรใชเ วลา ๑ ชวั่ โมง อยา งมากไมค วรเกนิ ๒ ชวั่ โมง เพอื่ มใิ หเ จา พนกั งานตาํ รวจเหนด็ เหนอ่ื ยจนเกนิ ไป

ò. ¡ÒÃμÑ§é ¨Ø´μÃǨ¤Œ¹´Ò‹ ¹Â‹ÍÂ

¡ÒÃμÑ§é ¨Ø´μÃǨ¤Œ¹´‹Ò¹Â‹Í¨ФÅÒŒ Â¤Å§Ö ¡Ñº¡ÒÃμ§Ñé ¨´Ø μÃǨ¤Œ¹´‹Ò¹ãËÞ‹ รูปแบบท่ี ๑ คงตางกันเพียง
สภาพพนื้ ทจี่ ะเปน ถนนสายเลก็ หรอื ตรอกซอกซอยทเ่ี ปน กง่ึ ถนนสายหลกั และกาํ ลงั เจา พนกั งานตาํ รวจ
ที่ลดลงเหลอื เพียงครง่ึ เดยี ว

๕๒

¡ÒÃμéѧ¨Ø´Ê¡Ñ´
การต้งั จุดสกัด คือ การตรวจคน ตามทางแยกทีม่ ีสัญญาณไฟจราจร เหมาะกบั เจาหนาที่
สายตรวจรถจักรยานยนตไปหยุดสังเกตการณเพ่ือปฏิบัติตามแผนกาวสกัดจับ เพื่อหยุดรถตองสงสัย
อันเปนสวนหน่ึงของวิธีการปองกันอาชญากรรมในที่สาธารณะ รถที่ควรสนใจตรวจคนไดแก ผูขับขี่
รถจักรยานยนตที่มีลักษณะทาทางหรือกิริยาพิรุธ รถที่ไมติดแผนปายทะเบียน รถดัดแปลงสภาพ
และรถทอ่ี ําพรางแผน ปายทะเบยี น เปนตน
¡ÒäǺ¤ØÁáÅÐμÃǨÊͺ¡Òû¯ºÔ ÑμÔ¡ÒÃμ§Ñé ¨´Ø μÃǨ ¨´Ø Ê¡´Ñ
๑. เมื่อเจาหนาท่ีตํารวจเร่ิมตน หรือเลิกปฏิบัติหนาที่ประจําจุดตรวจ หรือจุดสกัดให
รายงานทาง ว. ใหผูบงั คับบัญชาผสู ง่ั อนุมัติใหตง้ั จดุ ตรวจ หรือจดุ สกดั ดงั กลา วทราบ และเม่ือเสรจ็ สน้ิ
การปฏิบัติแลวใหหัวหนาเจาหนาท่ีตํารวจประจําจุดตรวจ หรือจุดสกัดดังกลาวรายงานผลการปฏิบัติ
เปนลายลกั ษณอักษรเสนอผบู ังคบั บัญชาตามลําดับชน้ั จนถงึ ผสู ง่ั อนมุ ตั ิภายในวันถดั ไปเปนอยา งชา
๒. ใหผูบังคับบัญชาต้ังแตระดับ สว. ขึ้นไป ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันออกตรวจ
การปฏบิ ตั หิ นา ทขี่ องเจา หนา ทตี่ าํ รวจประจาํ ดา นตรวจ จดุ ตรวจ และจดุ สกดั ทม่ี อี ยใู นเขตพน้ื ทร่ี บั ผดิ ชอบ
๓. ใหถือวาเปนหนาที่ของผูบังคับบัญชาตาม ๔.๒ ท่ีจะตองเอาใจใสกวดขันดูแล
การปฏบิ ตั ขิ องเจา หนา ทต่ี าํ รวจผใู ตบ งั คบั บญั ชาของตน มใิ หฉ วยโอกาสขณะปฏบิ ตั หิ นา ทปี่ ระจาํ ดา นตรวจ
จุดตรวจ หรือจุดสกัด เรียกหรือรับผลประโยชนจากผูใชรถที่กระทําผิดกฎหมาย หรือไปดําเนินการ
จดั ตง้ั จดุ ตรวจ หรอื จดุ สกดั ในเขตทางเดนิ รถหรอื ทางหลวง โดยมไิ ดร บั คาํ สงั่ จากผมู อี าํ นาจเพอ่ื แสวงหา
ผลประโยชนโดยมิชอบ และหากตรวจพบวา มเี จา หนา ทีต่ าํ รวจผใู ดประพฤติมชิ อบในลกั ษณะดงั กลา ว
ก็ใหรีบพิจารณาดําเนินการรับเจาหนาที่ผูนั้นไปตามอํานาจหนาที่ ท้ังทางคดีอาญาและคดีวินัยแลว
รายงานใหผูบังคับบัญชาตามลําดับช้ันจนถึง ตร. ทราบโดยมิชักชา การรายงานดังกลาวใหระบุยศ
นาม ตาํ แหนง ของขา ราชการตาํ รวจผกู ระทาํ ผดิ พรอ มกบั รายละเอยี ดเกย่ี วกบั ลกั ษณะและพฤตกิ ารณ
แหงการกระทาํ ผดิ ใหล ะเอยี ดชัดเจน
๔. หากปรากฏวาผูบังคับบัญชาในระดับตั้งแตกองกํากับการหรือเทียบเทาข้ึนไป
หรอื ตาํ รวจหนว ยอนื่ สบื สวนขอ เทจ็ จรงิ จนปรากฏชดั เจน หรอื ตรวจตราพบวา มเี จา หนา ทตี่ าํ รวจ ณ ดา นตรวจ
จุดตรวจหรือจุดสกัดท่ีใดมีพฤติการณมิชอบดังกลาว ตาม ๔.๓ หรือจับกุมตัวไดโดยลักษณะของ
พฤตกิ ารณเ ปน การกระทาํ รว มกนั หลายคน และ/หรอื เปน ระยะเวลาตอ เนอื่ งกนั หลายวนั ใหผ บู งั คบั บญั ชา
พิจารณาทัณฑทางวินัย ผกก. และ/หรือสารวัตรซึ่งเปนผูบังคับบัญชาของเจาหนาท่ีตํารวจ
ดังกลาวฐานบกพรอง ละเลย ไมเอาใจใสดูแลผูใตบังคับบัญชาของตนอีกสวนหน่ึงและหากกรณี
ดังกลาวปรากฏหลักฐานวา ผกก. และ/หรือสารวัตรมีสวนพัวพันกับการประพฤติมิชอบของ
ผูใตบังคับบัญชาดวย ใหรีบรายงานเสนอไปยัง ตร. เพื่อจะไดสั่งใหสํารองราชการกอนโดยเร็ว
แลวจงึ พจิ ารณาดาํ เนินคดอี าญาหรอื ทางวนิ ยั ตอ ไปภายหลัง

๕๓

๕. ให ผบช. และ จตร. จดั นายตาํ รวจระดบั รอง ผกก. ขนึ้ ไป ไปตรวจการปฏบิ ตั หิ นา ทขี่ อง
เจาหนาท่ีตํารวจประจําดานตรวจ จุดตรวจ และจดุ สกัด ในเขตพน้ื ท่ีรับผดิ ชอบเปนประจําอีกสวนหนงึ่
แลวรายงานผลการปฏิบัติให ตร. ทราบภายในวันที่ ๗ ของแตละเดือน โดยในรายงานใหปรากฏ
ดวยวาไดมอบหมายใหผูใดไปปฏิบัติและมีผลการปฏิบัติเปนอยางไร ท้ังน้ีใหปฏิบัติอยางจริงจัง
และตอเนอื่ ง

¡Òëѡ¶ÒÁ¢Í§ตําÃǨÊÒÂμÃǨ
กอนท่ีจะมีการซักถาม เร่ิมแรกตํารวจก็จําเปนตองรบกวนสิทธิของบุคคลในการส่ัง
ใหเขาหยุด ซ่ึงยอมกอใหเกิดความไมพอใจอยางแนนอนตํารวจจึงตองต้ังสติควบคุมตัวเอง
อยูตลอดเวลาและเขาใจความรูสึกของผูท่ีถูกเรียกดวย ตํารวจสายตรวจจะตองคํานึงถึงสถานที่
ความไดเ ปรียบเสียเปรยี บ โดยเฉพาะอยางยิง่ ในคดใี หญ ๆ เมื่อผูตอ งสงสัยเกดิ เปนผูตองหาสําคัญจะ
สามารถวิง่ ไปไดท างใด การเรียกผูตอ งสงสัยใหหยุดน้ันไมใ ชใชก ารตะโกนแตไกล จะทาํ ใหผตู องสงสัย
ซ่ึงเปนคนรายวิ่งหนีไปไดเสียกอน นอกจากนั้นแลวตํารวจจะตองคํานึงถึงความปลอดภัยของตัวเอง
เวลาเดยี วกนั ดว ย
¡ÒÃàÅ×Í¡ºØ¤¤Åà»Ò‡ ËÁÒÂà¾×Íè ¨ÐÊͺÀÒÂã¹¢³ÐμÃǨ
ดวยเหตุที่วาในพื้นท่ีการตรวจสอบของตํารวจน้ันมีรถและประชาชนพลุกพลาน
ตาํ รวจสายตรวจ จึงตอ งเลอื กปฏบิ ตั เิ ฉพาะท่ตี องสงสยั จริง ๆ เชน
- คนท่ีอยูในท่ีไมเหมาะสม บางคนมีลักษณะการแตงกายดี แตมายืนอยูในที่เปลี่ยว
หรือคนแตงกายสกปรกมอมแมมมายืนหลบมุมอยูในยานธุรกิจ บุคคลทั้งสองกรณีน้ีจะเปนคนราย
หรือคนดีก็ได เจาหนาที่สายตรวจอาจใชคําพูดวา “สวัสดีครับ กําลังรอใครอยู” หรือ “มีอะไร
ใหผ มรับใชบ า งไหมครับ”
- คนเดินห้ิวของหรือซุกซอนบางส่ิงบางอยางไวในเส้ือผาเปนท่ีนาสงสัย เชน พวกท่ีมี
ลักษณะติดยาเสพติดหิ้วของราคาแพง ๆ หรือรถเกงสวนบุคคลบรรทุกส่ิงของหนักที่กระโปรงทายรถ
บางครงั้ ตาํ รวจสายตรวจอาจใชค าํ พดู หลงั จากการตรวจคน แลว เชน อาจจะพดู วา “ขออภยั ดว ยนะครบั
ความจรงิ ไมอ ยากรบกวนคุณ แตมีโทรศัพทแ จงวา มคี นรา ยเขาบาน ทําใหต องมาตรวจดู”
- คนยืนอยูสถานท่ีเดียวนาน ๆ ตํารวจสายตรวจขับรถผานไปเห็นยืนน่ิงอยูเม่ือขับรถ
วกกลับมา ก็ยังเห็นยืนอยูน่ิงท่ีเดิมหรือจอดรถติดเครื่องอยูนาน ตํารวจสายตรวจจะตองสังเกต
อยูหาง ๆ สกั ระยะหน่งึ เพ่อื ดพู ฤตกิ รรม กริ ยิ าทา ทาง เชน ถา ยกนาฬกาขอ มือขนึ้ ดอู ยบู อย ๆ กอ็ าจ
รอใครอยเู ปน การแยกแยะไดช ้นั หน่งึ
- คนมีกิริยาแปลก ๆ สวมเส้ือผามีรอยตอสูหรือคราบเลือด ควรมีการสอบถาม
เพื่อใหท ราบถงึ เหตทุ ่ีเกิดขึน้
- คนที่หยุด คนท่ีเดินผานไปมา อาจจะเปนเพราะสาเหตุตาง ๆ เชน พวกเมาสุรา
ยาเสพตดิ ขอสตางคป ระชาชนเชิงบังคบั พวกโสเภณี หรอื กะเทยกําลงั หาคนู อน

๕๔

¨Ø´»ÃÐʧ¤ã¹¡Òëѡ¶ÒÁ
๑. พฒั นาขา วสารและขอ มลู การซกั ถามของตาํ รวจสายตรวจ มไิ ดใ ชเ ปน เพยี งเพอื่ พดู คยุ
สรางความสัมพันธเทาน้ัน ยังเปนการพัฒนาขาวสารซ่ึงอาจจะมีประโยชนอยางมากในช้ันสืบสวน
ทักษะในการซักถามน้ี จะชว ยไมใหความสมั พันธก ับประชาชนเสยี ไป
๒. เพ่ือแสดงตัวช้ีเฉพาะหาตําหนิรูปพรรณ ท่ีอยู โดยอาจจะคุยหรือซักถามโดยตรง
หรือถามคนท่ีอยูหางออกไป เชน ถามวา “คนท่ียืนอยูตรงนั้นชื่ออะไรครับ ดูเหมือนกับคนท่ีผมเคย
รูจักคนที่ใหข อ มูลอาจจะบอกขอ มูลไดดีกวา ทคี่ าดคดิ นอกจากชือ่ แลวประวตั ิสวนตัวเลก็ ๆ นอ ย ๆ
อาจจะรูเพ่มิ เติมอีก และหากเปนไปไดควรจะรูกลมุ ของผตู อ งสงสัยหรือคนสนทิ อกี ดวย
๓. เปน การขยายผล ตาํ รวจสายตรวจตอ งพยายามตรวจสอบจากบญั ชหี รอื แฟม ประวตั ิ
อาชญากรรมเทา ทม่ี อี ยู ซง่ึ ในอนาคตขา งหนา ขอ มลู ลกั ษณะนจี้ ะถกู เกบ็ ไวใ นคอมพวิ เตอรแ ละสามารถ
ตรวจสอบไดตลอดเวลา
๔. เปนการปองกันอาชญากรรมและคุมครองคนสุจริต มิใหเปนเหยื่อของอาชญากร
สําหรบั คนที่มพี ฤติกรรมแปลก ๆ ถึงแมว ามใิ ชผ ูตองสงสยั ก็ตองตรวจสอบหรือซักถามดวย
โดยสรปุ คาํ ถามทตี่ าํ รวจสายตรวจใชต อ งเปน คาํ ถามทอี่ ยา เปน คาํ ถามสนั นษิ ฐานวา ทาํ ผดิ
หรือไมไดท ําผิด ใหใชค ําถามทีว่ าทาํ เพราะอะไรหรอื เอาเงนิ ไปทาํ อะไร (เงนิ ท่ีไดจ ากการกระทาํ ผดิ )
¢ŒÍ椄 à¡μ¢Í§¤¹·กÕè าํ Åѧ¤´Ô â¡Ë¡ตําÃǨÊÒÂμÃǨ
ในการซักถามผูตองสงสัยน้ัน ในลักษณะงานของตํารวจสายตรวจมักจะเปนการพูดคุย
เมอื่ อยใู กล ๆ ความผดิ ปกตบิ รเิ วณทสี่ ามารถเหน็ ไดช ดั กค็ อื ใบหนา ซง่ึ พอจะใหข อ สงั เกตเปน แนวดงั นี้
- หนาซีดหรือหนาแดง ขึ้นอยูกับเสนเลือดใตผิวหนังขยายหรือหดตัวเปนไปได
ทัง้ สองอยาง
- กะพริบตาถ่ี ๆ (คนทว่ั ไปกะพรบิ ตา ๑๒ ครั้งตอ นาทีโดยประมาณ) นอกจากประสาท
เกรง็ ทําใหม า นตาเปดกวา งแลว เปลอื กตายังเปน อวยั วะทอ่ี อ นไหวควบคมุ ไดย าก
- เหลือบตาไปมา ใหสงั เกตดูลกู ตาดําเปนหลัก
- ขากรรไกรขยับจากขางหนงึ่ ไปอีกขา งหน่งึ ลกั ษณะเรว็ ๆ บอย ๆ
- ย้ิมและทันทีทันใดใบหนาจะเครงขรึมและทันใดน้ันกลับมาย้ิมอีก ที่นิยมเรียกกันวา
ตีหนาไมส นทิ หรอื ตีหนาเจ่ือน ๆ
- ไมส บตาหรือหลบตาเมอ่ื ถูกซักถาม
- ทํากริ ิยาโกรธขนึ้ คลา ยวา ถูกพดู จาดถู ูก

๕๕

ÊÒÂμÃǨ件֧·àèÕ ¡Ô´àËμØàÃçÇ䴌͋ҧäÃ
อัตราความเร็วในการเดินทางไปยังท่ีเกิดเหตุกับโอกาสในการจับกุมผูกระทําผิด ยอมมี
ความสัมพันธกัน กลาวคือ หากตํารวจสายตรวจใชเวลาในการไปท่ีเกิดเหตุนอยเทาใด โอกาสในการ
จับกุมผูกระทําความผิดในบริเวณท่ีเกิดเหตุยอมมีมากข้ึนเทาน้ัน แตถาสายตรวจไปถึงที่เกิดเหตุลาชา
เกนิ ไปบางคดโี อกาสในการจบั กมุ ผกู ระทาํ ผดิ เกอื บไมม หี รอื ไมม อี ยเู ลย นอกจากนนั้ การไปยงั ทเ่ี กดิ เหตุ
รวดเร็วยังกอ ใหเกดิ ความเช่อื ม่ันศรทั ธาในการปฏิบัติงานของสายตรวจ เนือ่ งจากผูเสียหาย ผูแจงเหตุ
ประชาชนที่ประสบเหตุ มักเฝารอพบกับสายตรวจ หลังจากท่ีเขาเหลานั้นไดแจงเหตุไปแลวหรือได
มาประสบเหตุ เมื่อตํารวจสายตรวจไปถึงบุคคลเหลานั้นจะเกิดความอบอุนใจ เพราะมีความเช่ือวา
เมอ่ื ตาํ รวจมาถงึ ทกุ อยา งจะไดร ับการแกไ ขใหดขี น้ึ ณ จดุ เกดิ เหตนุ ้ัน
นอกจากนนั้ การไปถงึ ทเี่ กดิ เหตรุ วดเรว็ กย็ อ มมผี ลตอ การสบื สวนสอบสวนไดอ กี ดว ย กลา วคอื
เม่ือสายตรวจไปถึงที่เกิดเหตุเร็วเทาใดโอกาสในการรักษาสถานท่ีเกิดเหตุ รักษาพยานหลักฐาน
หาขอมูลขาวสารเบื้องตนก็ทําไดอยางรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เจาหนาที่สืบสวนสอบสวนยอมได
รบั ประโยชนจากการทํางานของสายตรวจดังกลาว
¡ÒäǺ¤ÁØ ¡ÒÃÃÇ‹ ÁªÁØ ¹ÁØ ¢Í§»ÃЪҪ¹
ในทชี่ มุ ชนตา ง ๆ เชน การแขง ขนั กฬี า ซงึ่ มปี ระชาชนมารว มชมุ นมุ กนั มาก ๆ มกั จะเปน ตน เหตุ
ของเหตุรายตาง ๆ เปนหนาท่ีของตํารวจทองท่ีท่ีจะตองสงสายตรวจไปยังสถานที่เกิดเหตุเหลาน้ี
เพ่ือชวยใหฝูงชนเคล่ือนที่ไปมาสะดวกและจัดการใหเรื่องราวตาง ๆ ที่อาจเลวรายสงบลงไดโดยเร็ว
บางครง้ั การรว มชมุ นมุ ของประชาชนอาจจะเกดิ ขนึ้ ในทนั ทที นั ใดโดยไมม กี ารนดั หมายลว งหนา ตาํ รวจ
สายตรวจจะตอ งรบี ไปยงั ทปี่ ระชาชนชมุ นมุ กนั อยโู ดยเรว็ และจะตอ งพยายามหาสาเหตขุ องการชมุ นมุ
แลว จัดการเทา ทีจ่ ําเปนแกเ หตุ เพ่ือใหการชมุ นมุ น้นั สลายไปดวยความเรียบรอย แตถาเกดิ เหตรุ า ยขน้ึ
จะตองพรอมที่จะปฏิบัติการดวยตนเองหรือวิทยุรายงานเหตุการณใหผูบังคับบัญชาทราบ พรอมทั้ง
ขอกาํ ลงั สนบั สนนุ มาชว ยควบคมุ ฝงู ชนนนั้ กอ นทเ่ี หตรุ า ยจะลกุ ลามใหญโ ตเกนิ กวา ทจ่ี ะสามารถควบคมุ
สถานการณไ วไ ด
¡ÒÃ໹š ¾ÂÒ¹ÈÒÅ
ตํารวจสายตรวจอาจจะตองไปเปนพยานศาล ในกรณีสายตรวจจับกุมผูกระทําใด และ
พนักงานสอบสวนสงฟองศาล คําใหการของตํารวจสายตรวจจึงมีความสําคัญมากในการที่จะนําตัว
ผูกระทําความผิดสงฟองศาล เพื่อใหศาลลงโทษตามกฎหมายนั้น คําใหการของตํารวจสายตรวจ
จะตองตรงกับความจริงที่สุดโดยปราศจากอคติใดๆ และจะตองสอดคลองกับสํานวนการสอบสวน
ของพนักงานสอบสวน ถาคําใหการของตํารวจสายตรวจขัดกับสํานวนการสอบสวนจะทําใหศาลยก
ประโยชนใ หจาํ เลย คือ ยกฟอ งได

๕๖

๕๗

º··Õè ô

ÁÒμáÒÃàª§Ô Ã¡Ø ã¹¡Òû͇ §¡Ñ¹»ÃÒº»ÃÒÁÍÒªÞÒ¡ÃÃÁ

ÇμÑ ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ»ÃÐจาํ º·

๑. เพ่ือใหนักเรียนนายสิบตํารวจมีความรูเกี่ยวกับมาตรการเชิงรุกในการปองกัน
ปราบปรามอาชญากรรม

๒. เพ่ือใหนักเรียนนายสิบตํารวจมีความเขาใจเกี่ยวกับมาตรการเชิงรุกในการปองกัน
ปราบปรามอาชญากรรม

๓. เพอื่ ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจนาํ ความรเู กยี่ วกบั มาตรการเชงิ รกุ ในการปอ งกนั ปราบปราม
อาชญากรรมไปปฏบิ ตั ใิ ชไ ดถกู ตอ ง และบรรลุวัตถปุ ระสงคข องทางราชการ

ʋǹนํา

การปฏิบัตงิ านของเจา หนา ทต่ี ํารวจจะบรรลไุ ดผ ลดีน้นั ตอ งปฏิบัตหิ นา ท่ีในเชงิ รกุ เพ่ือให
ทันตอสถานการณและเปนการสรางความอบอุนใหกับประชาชนในการปฏิบัติหนาท่ีเชิงรุกจะไดผลดี
มหี ลายวธิ กี าร เชน การตวี งสรุ า การปด ลอ มตรวจคน การยดึ รถยนตท ตี่ อ งสงสยั การสาํ รวจจดุ ลอ แหลม
การซักซอมแผนเผชิญเหตุ การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เปนตน ในการปฏิบัติงานก็สามารถประยุกต
หรือบรู ณาการใหเ หมาะสมกบั การปฏิบตั ิแตล ะสภาพพนื้ ท่ี เพ่ือใหทนั ตอ เหตกุ ารณ

๕๘

ในงานปอ งกนั อาชญากรรม การดาํ เนนิ การตามมาตรการเชงิ รกุ ถอื ไดว า เปน กระบวนการหนงึ่
ที่สามารถยับยั้งอาชญากรรมท่ีจะเกิดขึ้นได ดังน้ันในการกําหนดมาตรการเชิงรุกจึงมีความสําคัญ
เปนอยางย่ิงตอการปองกันอาชญากรรม ซ่ึงท่ีผานมาไดมีการกําหนดมาตรการเชิงรุกที่เห็นวาปฏิบัติ
ไดจรงิ และประสบผลสําเร็จเปนอยางดี ดังน้ี

ñ. ¡ÒÃμÕÇ§ÊØÃÒ
๑.๑ วตั ถปุ ระสงค เพอื่ ปอ งกนั การมวั่ สมุ ดม่ื สรุ าจนมนึ เมาแลว กอ เหตทุ ะเลาะววิ าท

หรือกอ อาชญากรรมในรปู แบบตา งๆ
๑.๒ ชวงเวลาหลัง ๒๔.๐๐ น. หรอื ตามสภาพของกลุมผูดืม่ สุรา เชน มจี ํานวนมาก

เคยสงเสียงดงั รบกวนผอู ่นื มีปากเสียง หรอื กอ เหตทุ ะเลาะวิวาท เปนตน
๑.๓ สถานท่ีต้งั วงดม่ื เปนประจาํ เคยเกิดเหตุจนมปี ระชาชนรองเรียน
๑.๔ การประกอบกําลังอาจใชสายตรวจ ๑ สาย หรือมากกวาหรือทั้งผลัด

ตามความเหมาะสมโดยตอ งคาํ นึงถงึ ความปลอดภัยของเจา หนา ที่
๑.๕ วธิ ีปฏิบตั ิ
๑.๕.๑ ประชาสมั พันธช ีแ้ จงใหผ ูดื่มสุราทราบวาเปน ความผดิ ตามกฎหมาย
๑.๕.๒ แนะนําใหเ ลิกดื่ม ไมใหสงเสียงดัง
๑.๕.๓ ตรวจคนอาวุธ ยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมายอยางอ่ืนท่ีตัวผูดื่ม

และโดยรอบบรเิ วณพื้นท่ีการด่มื สรุ า
๑.๕.๔ นําตัวไปสถานีตํารวจเพื่อถายรูปทําประวัติเก็บไว ตรวจปสสาวะ

หรือสงพนักงานสอบสวนดําเนินคดีตามความเหมาะสม
ò. ¡Òû´ ÅŒÍÁμÃǨ¤Œ¹
๒.๑ วัตถุประสงค เพื่อพบบุคคลตามหมายจับ บุคคลตางดาวหลบหนีเขาเมือง

บคุ คลท่ีมัว่ สุมเสพยาเสพตดิ วางแผนกอ อาชญากรรม หรอื พกพาอาวธุ ยานพาหนะ หรอื สิ่งของที่มี
ไวเ ปนความผิดหรอื ไดมาโดยผิดกฎหมายหรอื นา สงสัยวา ไดใ ชห รอื ตั้งใจจะใชในการกระทําความผิด

๒.๒ ชวงเวลาเชา มดื (ตั้งแต ๐๖.๐๐ น.) หรือกอ น ๑๘.๐๐ น. ตามความเหมาะสม
๒.๓ สถานท่ีแหลงมั่วสุม เพราะเพิ่มอาชญากรรม ยาเสพติด จุดลอแหลม
ท่ีสุมเส่ียง หรือเคยเกิดอาชญากรรม เชน เพิงพัก ตึกราง บานราง สถานีขนสง คิวรถจักรยานยนต
ควิ รถตู แหลง รานคาของเกา ตลาดโตร ุง เปน ตน
๒.๔ การประกอบกําลังใชสายตรวจในผลัด หรือควรจะมีฝายสืบสวนที่เขาเวร
รวมปฏิบัติดวย ทั้งนี้ หากมีสถานที่เปาหมายจํานวนมาก ควรมีการสืบสวนหาขาวเบ้ืองตน และ
จดั ลําดับความสาํ คัญ โดยคํานงึ ถงึ ผลทไี่ ดรบั ผคู วบคมุ ตอ งช้แี จงมอบภารกจิ กําหนดแผน และวธิ กี าร
ปฏบิ ตั กิ อนทุกคร้ัง

๕๙

ó. ÁÒμáÒÃÂִöμŒÍ§Ê§ÊÂÑ
ดาํ เนนิ มาตรการในการตรวจยดึ และตรวจสอบรถซง่ึ มลี กั ษณะตอ งสงสยั วา อาจจะได

มาจากการกระทําผิดหรือนํามาใชใ นการกระทําความผิด
๓.๑ รถตองสงสัย

ลกั ษณะตองสงสยั รถยนต รถจกั รยานยนต

ปา ยทะเบียน ไมใชของทางราชการ เลอะเลือน ไมใชของทางราชการ เลอะเลือน
ไมต ิด ปดบงั ทาสีทับตวั เลขตัวอกั ษร ไมต ิด ปด บงั ทาสที ับตัวเลขตวั อักษร

รอ งรอย เฉ่ียวชน มตี ัวแมลง ดนิ ลูกรัง โคลนติด ไมมีกระจกมองหลัง - ขาง สีถลอก
ทกี่ ระจงั หนารถ ลอ รถ มากกวา ปกติ ขดู ขีด (ลมไถลไปกบั พ้ืนถนน)

การจอด จอดท้ิงไวหลายวัน ในที่มืด เปลี่ยว จอดทิ้งไวหลายวัน ในที่มืด เปลี่ยว
ทจ่ี อดรถ ติดเคร่ืองจอดเปน เวลานาน ทจ่ี อดรถ

การขับขี่ ความเรว็ สงู นา หวาดเสียว ในเสน ทาง ความเร็วสูง นาหวาดเสียว วนเวียน
เปลีย่ ว จดุ ลอ แหลม ไปมาในทางเปลีย่ ว จุดลอแหลม

การดดั แปลง โหลดตาํ่ เปลยี่ นทอ ไอเสยี ตดิ สปอยเลอร ทอไอเสียเสียงดัง เบาะน่ังบาง
ไมมีบงั โคลน (แตง ซิ่ง)

อ่นื ๆ เหมือนรถบรรทุกหนัก หนาลอย พยายามหลบหนีการตรวจคน ทาทาง
ทา ยหนกั นง่ั หลายคน แสดงอาการพริ ธุ พิรุธ รูกุญแจมรี อ งรอยความเสียหาย
พยายามหลกี เล่ียงการตรวจสอบ

ปายแสดงการเสียภาษี ไมมี - ขาดตอ อายุ ไมมี - ขาดตออายุ

สําเนาทะเบียนรถ ไมม ี - หมายเลขเคร่อื ง รถ ไมม ี - หมายเลขเครอื่ ง รถ ตรงกนั หรอื ไม
ตรงกันหรอื ไม

ผูขบั ขี่ การแตง กาย มรี อ งรอยการตอ สู มคี ราบ มีรองรอยการตอสู มีคราบโลหิต
โลหิต บาดแผล แตงกายสกปรก บาดแผล คลา ยคนตดิ ยาเสพตดิ เมาสรุ า
แตขบั รถราคาแพง เมาสรุ า

๖๐

๓.๒ วิธีการตรวจสอบรถและบุคคลในเบอื้ งตน
เมอื่ เจา หนา ทต่ี าํ รวจพบรถหรอื ผขู บั ขห่ี รอื ผคู รอบครองหรอื บคุ คลทอ่ี ยใู กลร ถ

มลี ักษณะหรอื พฤตกิ รรมนาสงสยั ใหเ ขาทําการตรวจสอบในทนั ที มวี ธิ กี ารปฏิบตั ิ ดังนี้
๓.๒.๑ การตรวจสอบรถ ใหสอบถามรายละเอียดและตรวจสอบสําเนา

เอกสารหรือหลักฐานเก่ียวกับตัวรถ ไดแก แผนปายทะเบียน ปายแสดงการเสียภาษี วาเปนของ
ทางราชการออกใหหรอื ไม และตรวจสอบสําเนาหนังสือคูมือการจดทะเบยี นรถ วา มหี มายเลขเคร่ือง
หมายเลขตวั รถตรงกบั รถหรือไม ตรวจกญุ แจรถวา เปนของรถคันท่ตี รวจสอบหรือไม เปนตน

๓.๒.๒ ตรวจสอบทะเบยี นรถ หมายเลขเครอื่ ง หมายเลขตวั รถ ไปยงั ศนู ยว ทิ ยุ
ผานฟา (โทรศพั ทห มายเลข ๑๙๑) และ ศปร.น. หรือจากฐานขอมลู โครงการ POLIS เพ่ือตรวจสอบ
วาไดมีการแจงเหตุการณกระทําผิดเก่ียวกับรถดังกลาว หรือมีการแจงวาเปนรถถูกโจรกรรม
หรอื เปนรถทีแ่ จงใหช วยติดตามหรอื ไม

๓.๒.๓ การตรวจสอบบุคคล ใหถ ามชอ่ื ทีอ่ ยู อาชีพ พรอมทง้ั ขอตรวจสอบ
เอกสารประจําตัว ไดแ ก บตั รประจําตัวประชาชน เปนตน หากพบวา ไมส ามารถนําเอกสารประจาํ ตัว
มาแสดงไดใ หด าํ เนนิ คดตี ามกฎหมาย และในกรณมี เี หตอุ นั ควรสงสยั เกยี่ วกบั ตวั บคุ คลดงั กลา ว ใหต รวจสอบ
รายละเอยี ดเกีย่ วกับตัวบคุ คลจากระบบฐานขอ มูลตามโครงการ POLIS และ C3I

๓.๒.๔ กรณีตรวจสอบพบวาเปนรถท่ีไดมาจากการกระทําความผิด ใหนํา
ตัวผขู บั ข่ีหรอื ผคู รอบครองสงฝา ยสืบสวนพรอมกับรถ เพื่อดําเนินการสืบสวนขยายผลในทันที

๓.๒.๕ กรณตี รวจสอบไมปรากฏวา รถเกี่ยวขอ งกบั คดี แตมเี หตพุ ิรธุ อันควร
สงสยั อยา งยง่ิ วา รถคนั ดงั กลา ว ผขู บั ขหี่ รอื ผคู รอบครองนา จะมไี ว ไดม า หรอื ไดใ ชใ นการกระทาํ ความผดิ
ใหตรวจสอบวามีการกระทําผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ พ.ร.บ.การขนสงทางบก
พ.ศ.๒๕๒๒ หรอื พ.ร.บ.รถยนต พ.ศ.๒๕๒๒ หรอื ไม และพจิ ารณาทาํ บนั ทกึ การตรวจยดึ รถดงั กลา วไว
เพ่ือตรวจสอบโดยใหบันทึกขอมูลเก่ียวกับรถ และผูขับขี่หรือผูครอบครองไวโดยละเอียด เพ่ือให
สามารถนําขอมูลดังกลาวมาเปนประโยชนในการสืบสวนจับกุมผูกระทําความผิดไดในภายหลัง
ตามนับบันทึกการตรวจยึดรถแลวนําตัวบุคคลพรอมรถดังกลาว สงใหพนักงานสอบสวนดําเนินการ
ตอ ไป ทงั้ นใี้ หพ จิ ารณาถงึ เรอื่ งพยานหลกั ฐานทจี่ ะใชย นื ยนั อาํ นาจการตรวจยดึ รถดงั กลา ว เพอ่ื ปอ งกนั
กรณโี ตแยง จากผูข ับขห่ี รือผูครอบครองรถ

¡ÒÃμÃǨÊͺöáÅкؤ¤ÅμŒÍ§Ê§ÊÂÑ

¡ÒÃμÃǨÊͺöμÍŒ §Ê§ÊÑ ¡ÒÃμÃǨÊͺº¤Ø ¤ÅμŒÍ§Ê§ÊÑÂ

¡ÒÃàÅÍ× ¡Ã¶à»‡ÒËÁÒ ʶҹ·Õè㹡ÒÃËÂØ´Ã¶ ¡Òû¯ÔºÑμÔàÁÍè× Ë嫯 ̦ ¡ÒÃŧ¨Ò¡Ã¶¢Í§μÒí ÃǨ ¡ÒÃàÅ×Í¡ºØ¤¤Å໇ÒËÁÒ ¢ÍŒ 椄 à¡μ
¤¹·¡Õè Òí Åѧâ¡Ë¡
๑. เบาะหลงั รถ มหี วั คนผลบุ ๆ โผลๆ ๑. ตองทําทันทอี ยาใหหลบหนีได ๑. เวลากลางคนื ควรฉายสปอตไลท ๑. เปดวิทยุใหดังพอประมาณให ๑. คนอยใู นท่ีไมเ หมาะสม
๒. รถท่ปี ด ไฟวิ่งในเวลากลางคืน ๒. การจราจรไมห นาแนน ถนนกวา ง ใหแนใ จกอนจงึ เขา ไป ผตู องสงสัยสับสน - แตงกายดี ยนื ทีเ่ ปลย่ี ว ๑. หนาซดี หรอื หนาแดง
๓. รถอยใู นสภาพเฉยี่ วชนเสียหาย ๒. จอ งมองกริ ยิ าคนขบั ตลอดเวลา ๒. ตอ งแจง ศนู ยค วบคมุ วา จอดทไ่ี หน - แตง กายสกปรก ยนื ยา นธรุ กจิ ๒. กะพรบิ ตาถๆี่
๔. ขบั รถฝา ฝน กฎหมายจราจรอยา ง ไมก ีดขวาง ๓. เม่ือเดินเขาไปควรแจงเหตุผล ๓. อยา ยนื ลา้ํ เสาประตกู ลางรถเพราะ ๓. เหลือบตาไปมา
๓. บริเวณคนไมพลุกพลา น ในการหยุดรถ แลว ขอดูใบขับข่ี จะเสียเปรยี บ ๒. คนเดินห้ิวของหรือซุกซอน ๔. ขากรรไกรขยบั จากขา งหนงึ่
ชัดแจง ๔. ถือสปอตไลทมอื ไมถ นดั บางส่ิงไวในเส้ือผา
๕. คนขบั รถใกลๆ รถตาํ รวจไมย อม ¡ÒÃʹ·¹Ò¡ºÑ ¤¹¢ºÑ ö ๕. หันตัวดานที่พกปนออกจาก ไปอกี ขา งหนงึ่ เรว็ และบอ ย
๑. แจง ผตู อ งสงสยั ดบั เครอ่ื งรถกอ น คนรา ยหรือผูต อ งสงสยั ๓. คนยืนสถานท่ีเดยี วนานๆ ๕. ย้ิมและทันทีใบหนาก็จะ
แซง ขับเล้ียวออกนอกเสนทาง ๒. อยาเออื้ มมือไปดบั เคร่อื งเอง ๔. คนมีกิริยาแปลกๆ สวมเสื้อผา
เมื่อถึงแยก ๓. ควรสง่ั ใหผ ตู อ งสงสัยลงจากรถ ¡Ò乌 ö เครงขรึมและกลับยิ้มอีก
๖. คนขบั รถลกั ษณะไมเ หมาะสมกบั รถ ๔. ถามีหลายคน ตํารวจคนเดียว ๑. ตรวจกระโปรงทา ยรถ มรี อ งรอยตอ สู/คราบเลือด (ตหี นา เจอ่ื นๆ)
๗. รถยนตติดเคร่ืองจอดอยูกับท่ี ๒. ตรวจดูทน่ี ั่งดานหลัง ๕. คนที่หยดุ มองคนทีเ่ ดนิ ผา นไปมา ๖. ไมสบตาหรือหลบตา
นานๆ ไมค วรเรียกใหล งพรอมกัน ๓. ตรวจดูท่ีนั่งคนขับ/คนโดยสาร ๖. คนที่เคลื่อนตัวจากประตูรถ เม่ือถูกซกั ถาม
๕. ไมใ หผ ตู อ งสงสยั ยนื ดา นเดยี วกบั ๗. ทํากิริยาโกรธคลายถูก
จากหลังคาดานในมายังลิ้นชัก คนั หนงึ่ ไปยังอีกคนั หน่งึ พูดจาดถู กู
อาวุธปนทตี่ ํารวจพกอยู เก็บของ ๗. คนกําลงั วง่ิ เวลากลางคืน
๔. ตรวจชอ งประตดู า นขา ง ชอ งเกบ็ ของ ๘. คนวง่ิ ตัดหนารถอยางรีบรอน
๙. คนหวิ้ ของมีคา ในเวลากลางคนื
๑๐.คนสวมแวนดาํ ในเวลากลางคืน

ระหวางที่นั่งคนขับและผูโดยสาร
ชองเก็บของใตเบาะที่นั่งคนขับ
ใตแผน วางเทากันเปอ น

๖๑

๖๒

ô. ¡ÒÃสาํ ÃǨ¨´Ø ÅÍ‹ áËÅÁ
๔.๑ ดําเนินการสํารวจจุดลอแหลม อันเกิดจากสภาพแวดลอมที่เอื้ออํานวย

ตอ การเกิดอาชญากรรม ดังนี้
๔.๑.๑ สะพานลอยคนขาม
๔.๑.๒ ปา ยรถโดยสารประจําทาง
๔.๑.๓ สวนหยอ ม สวนสาธารณะ
๔.๑.๔ บา นราง ตกึ รา ง ตึกแถวรา ง เพงิ พักรา ง บานพักคนงานราง บริเวณ

ใตสะพานขา มแยก ขามคลอง ใตท างดวน ซึง่ มคี นเรร อ นหรือคนเก็บของเกาพกั อาศัย
๔.๑.๕ ถนน ตรอก ซอย
๔.๑.๖ คอนโดมเิ นยี ม อพารท เมนท เกสตเฮา ส หอพัก บานเชา
๔.๑.๗ หมบู า น
๔.๑.๘ ริมคลอง
๔.๑.๙ ริมทางรถไฟ
๔.๑.๑๐ ใตสะพาน คอสะพาน เชงิ สะพานทกุ ประเภท
๔.๑.๑๑ ทสี่ าธารณะและที่วา งเปลา ซึ่งเจาของไมไดทําประโยชน

๔.๒ ดาํ เนนิ การสาํ รวจสถานท่ี ตามขอ ๔.๑.๑, ๔.๑.๒, ๔.๑.๓, ๔.๑.๖ และ ๔.๑.๗
มีท้ังหมดจํานวนก่ีแหง แยกเปนบริเวณที่ไมเปนจุดลอแหลมกี่แหงและท่ีเปนจุดลอแหลมกี่แหง
อยทู ใี่ ดบา ง แตล ะแหง ไดด าํ เนนิ การแกไ ขวางแผนปอ งกนั อาชญากรรมอยา งไร เชน สะพานลอยคนขา ม
ทเี่ ปลย่ี วมดื มแี สงสวา งนอ ยเพราะตน ไมบ งั แสงไฟฟา หรอื ไมม แี สงไฟฟา ปา ยรถโดยสารประจาํ ทางทม่ี ดื
มตี น ไม ตน หญา พมุ ไม ปกคลมุ หนาทบึ สวนหยอ ม สวนสาธารณะ ทไ่ี ฟฟา มดื เปลยี่ ว เกดิ เหตบุ อ ยครง้ั
ถนน ตรอก ซอย ท่ีมืด เปล่ียว และเคยเกิดเหตบุ อ ยคร้ัง เปนตน

ดาํ เนนิ การสาํ รวจสถานที่ ตามขอ ๔.๑.๔, ๔.๑.๕, ๔.๑.๘, ๔.๑.๙, ๔.๑.๑๐ และ
๔.๑.๑๑ เฉพาะจดุ ทม่ี อี าชญากรรมเกดิ ขนึ้ บอ ยครงั้ เปน จดุ ลอ แหลมมจี าํ นวนกแ่ี หง อยทู ใี่ ดบา ง แตล ะแหง
ไดดาํ เนนิ การแกไ ขวางแผนปอ งกนั อาชญากรรมอยา งไร

๔.๓ จดุ ลอ แหลมประเภทหมูบ าน พจิ ารณาดงั น้ี
๔.๓.๑ มีรั้วหรอื กาํ แพงทมี่ น่ั คงแขง็ แรงลอ มรอบหรือไม
๔.๓.๒ มเี จา หนา ที่รักษาความปลอดภัยประจาํ หมบู านหรือไม
๔.๓.๓ มี CCTV หรอื ไม
๔.๓.๔ มีคณะกรรมการหมบู านหรอื ไม
๔.๓.๕ มีอาชญากรรมเกดิ ข้นึ ในรอบปท่ีผา นมาไมนอยกวา ๓ ราย

๔.๔ ดาํ เนินการประสานแจงสาํ นกั งานเขต เทศบาล อบต. อบจ. เพื่อดําเนนิ การ
แกไขปรับปรุงสภาพแวดลอมใหอยูในสภาพที่ปลอดภัย ไมลอแหลมตอการเกิดอาชญากรรม เพื่อให
ดําเนนิ การดงั น้ี

๖๓

๔.๔.๑ ปรบั ภูมิทัศน โดยตัดตน ไม ถางหญา ตดิ หลอดไฟฟา เปลี่ยนหลอด
ไฟฟา

๔.๔.๒ เสริมมาตรการปองกัน ติดต้ังตูแดง(จุดตรวจ) เพ่ือใหเทศกิจ
อาสาสมคั ร มลู นิธชิ วยตรวจเสริม

๔.๔.๓ ตดิ ตง้ั CCTV
๔.๕ ใหจัดทํารายละเอียดจุดลอแหลมตามขอ ๔.๒ และการแกไขปรับปรุง
ตามขอ ๔.๓ ไวใ นหองปฏบิ ตั ิการ
๔.๖ ใหม กี ารปด ลอ มตรวจคน จดุ ลอ แหลมทงั้ ชว งคาํ่ และชว งเชา ตามความเหมาะสม
เปน ประจาํ ทกุ วัน
๔.๗ สรางมวลชนกับหนวยงานใกลเคียง เชน สวนราชการ บริษัท หาง รานคา
รัฐวิสาหกิจ สถานประกอบการ คิวรถตู รถจักรยานยนต มูลนิธิ อาสาสมัครตางๆ กต.ตร.
เพอ่ื ประชาสมั พนั ธม าตรการปอ งกนั อาชญากรรม เชน จา งพนกั งานรกั ษาความปลอดภยั วธิ กี ารแจง เหตุ
หรอื การสงั เกตจดจาํ ตาํ หนิรูปพรรณคนราย ยานพาหนะ หรืออาวุธ การติดตั้งกลองโทรทศั นวงจรปด
เปน ตน เพอื่ ปองกันเหตแุ ละแกไ ขปญ หาจดุ ลอ แหลม
๔.๘ สําหรับจุดลอแหลมประเภทสถานที่ท่ัวไป ใหเพ่ิมมาตรการในการปองกัน
อาชญากรรมดงั น้ี

๔.๘.๑ ตดิ ต้งั ตแู ดงตามความเหมาะสม
๔.๘.๒ เพ่ิมความถี่ในการตรวจตรา สายตรวจทุกประเภท จราจร ธุรการ
อาสาสมัคร ตํารวจบาน มูลนธิ ติ างๆ
๔.๘.๓ ติดปายประชาสัมพันธ เตือนประชาชน ใหเพิ่มความระมัดระวัง
ไมแตง กายลอแหลม โชวทรัพยสิน ไมเดนิ ทางเพยี งลําพัง
๔.๘.๔ จัดฝายสบื สวน ซมุ โปง
๔.๘.๕ แสวงหาแนวรวม สวนราชการ ผูประกอบการ รานคา ประชาชน
คิวจักรยานยนต รถตู บริเวณใกลเคียงชวยเปนหูเปนตา แจงเหตุเมื่อพบบุคคล ยานพาหนะ
ท่ีมพี ฤติการณตองสงสัย (โดยการอบรมใหค วามรู กําหนดเปาหมาย ตามความเหมาะสม)
๔.๙ สําหรับจุดลอแหลมประเภทคอนโดมิเนียม อพารทเมนท เกสตเฮาส
คอรท หอพัก บานเชา และประเภทหมูบา น ใหด ําเนนิ การดังน้ี
๔.๙.๑ ประชาสมั พนั ธข อความรว มมอื เจา ของ ผปู ระกอบการ ใหด าํ เนนิ การ
ดงั น้ี

ก. เพ่ิมแสงสวางบริเวณทางเดนิ ทางเขา-ออก
ข. จัดทีจ่ อดรถใหเพียงพอ มีคนเฝา มแี สงสวา งเพียงพอ
ค. มเี จา หนาท่รี กั ษาความปลอดภัยตลอด ๒๔ ชั่วโมง

๖๔

ง. ตดิ ตงั้ CCTV
จ. จัดทําบัญชผี ูเชา ผูพักอาศยั อยางเปนระบบ
ฉ. สังเกตพฤติกรรมของผูพักอาศัย หากพบส่ิงผิดปกติใหรีบแจง
เจา หนา ที่ตํารวจทาํ การตรวจสอบ
๔.๙.๒ จัดโครงการอบรมใหความรูเจาหนาท่ีรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับ
การปอ งกัน การสังเกตจดจํา การระงับเหตุ และการแจงเหตุดวนเหตรุ า ย
๔.๙.๓ จดั ทาํ โครงการฝากบา นกบั เพอื่ นบา น เพอ่ื ใหเ พอ่ื นบา น เพอ่ื นขา งหอ ง
รจู กั ชว ยกันดูแล ระวังปอ งกนั และแจง เหตุ
๔.๙.๔ ตดิ หมายเลขโทรศพั ทส ถานตี าํ รวจ/ศนู ยว ทิ ยุ ไวบ รเิ วณทมี่ องเหน็ ไดง า ย
เพ่ือความรวดเร็วในการแจง เหตุ
๔.๙.๕ ตรวจเยี่ยมชุมชน เพ่ือรวบรวมขอมูลปญหา-ความตองการ
แลว ดาํ เนนิ การแกไข รวมทั้งการใหค าํ แนะนาํ ในการปองกนั อาชญากรรมเบ้อื งตน
๔.๑๐ ในพ้ืนท่ีที่เห็นวาเปนจุดลอแหลมและสุมเสี่ยงตอการเกิดอาชญากรรม
ใหด ําเนินการดังนี้
๔.๑๐.๑ ประสานแจงขอมูลจดุ ลอแหลมกับหนวยงานทีเ่ ก่ยี วของ
๔.๑๐.๒ กาํ หนดในวาระการประชมุ กต.ตร. สถานตี าํ รวจทกุ เดอื น เพอ่ื เรง รดั
ตดิ ตามและขอความรว มมอื จาก กต.ตร. สถานีตาํ รวจในการปองกนั เหตุ
๔.๑๐.๓ มาตรการปองกนั เหตุ
ก. การตดิ ตั้ง เปลย่ี นหลอดไฟฟา เพ่อื เพ่มิ แสงสวาง
ข. การตัดตนไม ตดั ถางหญา เพอื่ ปรับภมู ทิ ัศน
ค. การตดิ ตั้งตูเขยี ว เทศกจิ อาสาสมัครพิทกั ษเ มอื ง อปพร.
ง. การติดตั้งปายประชาสัมพันธ เตือนประชาชนใหเพ่ิมความ
ระมัดระวงั
จ. การตดิ ต้ัง CCTV (จัดลาํ ดับความสําคญั )
õ. ¡Òëѡ«ÍŒ ÁἹ༪ÔÞàËμØμÒ‹ §æ áÅСÒÃʡѴ¨Ñº
การซักซอมแผนเผชิญเหตุตางๆ เชน เพลิงไหม เหตุวิ่งราวทรัพย ชิงทรัพย
ปลนทรัพย ธนาคาร รานทอง สถานีบริการน้ํามัน และการสกัดจับ กรณีคนรายใชยานพาหนะ
รถยนตหรือรถจักรยานยนตในการกระทําผิดแลวหลบหนี รถชนแลวหนี หรือรถหลบหนีการตรวจคน
หากทําการซกั ซอ มอยา งสม่าํ เสมอโดยใชค นรา ยสมมติและมีการประชาสัมพันธ นอกจากจะทําใหการ
ปฏบิ ตั หิ นา ทเี่ ปน ไปอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพแลว ยงั เปน การปอ งปรามคนรา ยไดอ กี ทางหนง่ึ ดว ย ในการจดั
ทาํ แผนเผชิญเหตนุ ั้น จะตอง

๖๕

๕.๑ ตอ งจัดทําใหค รอบคลุมทุกเหตทุ ี่อาจเกิดข้นึ ได ในเขตพืน้ ที่รบั ผิดชอบ
๕.๒ กาํ หนดแผนการควบคมุ สง่ั การของผบู งั คบั บญั ชา ระดบั สถานตี าํ รวจ ใหช ดั เจน
และหากผบู ังคบั บัญชาทก่ี ําหนดไวไ ม ว.๑๐ จะมอบหมายใหผใู ดดาํ เนินการแทนโดยอัตโนมัติ
๕.๓ ตองประชุมชี้แจงใหเจาหนาท่ีตํารวจทุกฝาย ทุกระดับ เขาใจการปฏิบัติ
ในทกุ ขัน้ ตอนอยางแทจรงิ
๕.๔ ตองคํานึงถึงความปลอดภัยของผูรวมปฏิบัติและประชาชนบริเวณใกลเคียง
โดยตองทาํ การประชาสัมพันธใ หทราบลวงหนา และกาํ ชบั หามใชอาวธุ ทกุ ชนิดโดยเดด็ ขาด
๕.๕ ตอ งกําหนดจดุ ว.๑๐ ไวใ นแตล ะเขตตรวจ
ö. ¡ÒÃμÃǨàÂèÕÂÁªØÁª¹
วัตถุประสงคของการตรวจเยี่ยมก็คือรับทราบขอมูลขาวสารปญหาความเดือดรอน
และความตองการของประชาชน มขี น้ั ตอนการปฏบิ ัติดงั น้ี
๖.๑ กาํ หนดพน้ื ทกี่ ารตรวจเย่ยี ม
๖.๒ จัดทําแบบฟอรมการตรวจเยี่ยม เพ่ือรวบรวมขอมูลขาวสารปญหาความ
เดอื ดรอนและความตองการของประชาชน
๖.๓ ประชาสมั พนั ธใ หป ระชาชนในพ้ืนท่ีเปา หมายทราบ
๖.๔ ประชมุ ชแ้ี จงวตั ถปุ ระสงคแ ละซกั ซอ มแนวทางการปฏบิ ตั ใิ หข า ราชการตาํ รวจ
ทกุ ฝาย ทุกระดับ และทุกนายทราบ
๖.๕ กําหนดตัวขาราชการตํารวจผูรับผิดชอบใหเหมาะสมกับพื้นท่ีในการออก
ตรวจเยย่ี มแตล ะครงั้
๖.๖ จัดทําเอกสาร คมู ือ คาํ แนะนาํ ประชาชน เกีย่ วกับ

๖.๖.๑ แนวทางการปอ งกันอาชญากรรมเบ้ืองตน
๖.๖.๒ ประชาสัมพันธ แนวทางการติดตอส่ือสาร แจงขอมูลขาวสาร
แจง เหตุดว นเหตรุ าย ยาเสพติด และอื่นๆ
๖.๖.๓ ความรเู กย่ี วกบั พษิ ภยั ของยาเสพตดิ ใหโ ทษและแนวทางการปอ งกนั
๖.๖.๔ ประชาสัมพันธผลการปฏิบัติงานของสถานีตํารวจทุกดาน
ในแตละเดอื น
๖.๗ ขอความรวมมือหนวยงานราชการ องคกรเอกชน เพ่ือรวมออกตรวจเย่ียม
และ/หรือใหบริการประชาชน ในการออกตรวจเย่ียมลกั ษณะเปนกลุม เพอ่ื รว มกจิ กรรมการใหบรกิ าร
แกชมุ ชน เชน บริการตดั ผม ตรวจโรค ฝก อาชพี เสริม เปน ตน
๖.๘ ออกตรวจเยี่ยม ตามวนั เวลา และสถานท่ที ่กี ําหนด
๖.๙ เก็บรวบรวมขอ มลู ปญหาความเดอื ดรอน และความตอ งการของประชาชน
๖.๑๐ ดาํ เนนิ การปรบั แผนและแนวทางปฏบิ ตั ิ เพอื่ แกไ ขปญ หาบรรเทาความเดอื ดรอ น
และตอบสนองตอ ความตอ งการของประชาชน

๖๖

÷. ¡ÒÃμé§Ñ ´‹Ò¹μÃǨ ¨Ø´μÃǨ ËÃ×ͨشʡ´Ñ (Ç.ôó)
๗.๑ ความหมาย
๗.๑.๑ ดานตรวจ หมายถึง สถานที่ทําการเจาพนักงานตํารวจออกปฏิบัติ

หนา ทใี่ นการตรวจคน เพอ่ื จบั กมุ ผกู ระทาํ ความผดิ ในเขตทางเดนิ รถ (ความหมายตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก
พ.ศ.๒๕๓๕) โดยระบสุ ถานทไี่ ดร บั อนมุ ตั จิ าก ครม.
หรือผูมีอํานาจตามกฎหมายวาดวยทางหลวง
หรือ กอ.รมน. แลว แตก รณี ซ่งึ ในเขตรับผิดชอบ
บช.น. ไมม กี ารจดั ต้งั เปนดา นตรวจ

๗.๑.๒ จุ ด ต ร ว จ
หมายถงึ สถานทเี่ จา พนกั งานตาํ รวจออกปฏบิ ตั ิ
หนา ทตี่ รวจคน เพอ่ื จบั กมุ ผกู ระทาํ ความผดิ ในเขต
ทางเดินรถหรือทางหลวง ในกรณีปกติเปนการ
ชั่วคราว โดยมีกําหนดระยะเวลาเทาท่ีมี
ความจาํ เปนอยา งยง่ิ ในการปฏบิ ตั ิหนา ท่ดี งั กลาว แตตองไมเกนิ ๒๔ ชั่วโมง และเมื่อเสร็จสน้ิ ภารกจิ
แลวจะตอ งยุบเลิกจดุ ตรวจดงั กลา วทันที

๗.๑.๓ จดุ สกดั หมายถงึ สถานทที่ เี่ จา พนกั งานตาํ รวจออกปฏบิ ตั หิ นา ทตี่ รวจคน
เพ่ือจับกุมผูกระทําความผิดในเขตทางเดินรถหรือทางหลวง ในกรณีที่มีเหตุการณฉุกเฉินหรือจําเปน
เรง ดว นเกิดขึ้นเปนการชัว่ คราวและจะตอ งยบุ เลกิ เมือ่ เสร็จสิน้ ภารกจิ ดังกลา ว

๗.๒ ความสําคญั ของการต้งั จดุ ตรวจและจุดสกดั
๗.๒.๑ เพอ่ื ควบคุมพ้ืนทที่ ล่ี อ แหลมตอการเกิดอาชญากรรม
๗.๒.๒ เพอ่ื เปนการปอ งปรามการกระทําผิดกฎหมาย
๗.๒.๓ เพือ่ เปนการปดเสน ทางและตดั ชอ งโอกาสคนรายหลบหนี
๗.๒.๔ เพ่อื ตรวจคน บุคคลหรือยานพาหนะทีผ่ านเขา ออกพนื้ ท่ี
๗.๒.๕ เพอื่ คน หาสงิ่ ผดิ กฎหมาย อาวธุ เครอื่ งมอื เครอ่ื งใชใ นการกระทาํ ผดิ

๖๗

๗.๓ ระบบการต้ังจุดตรวจ
๗.๓.๑ ตง้ั ตามแผนทก่ี ําหนด
๗.๓.๒ ตัง้ ตามยุทธวิธี ปลอดภยั มปี ระสิทธภิ าพ
๗.๓.๓ มีนายตํารวจควบคมุ
๗.๓.๔ ว.๔๓ ปกติ รอง สวป., สวป. ควบคมุ
๗.๓.๕ ว.๔๓ พเิ ศษ สว.ขึน้ ไป ควบคมุ
๗.๓.๖ ว.๔๓ เคลอื่ นที่
๗.๓.๗ สมุดประจาํ จุด ว.๔๓ (ตงั้ แต ผกก. ขึ้นไป)
๗.๓.๘ รายงานผลการตง้ั จดุ ว.๔๓ ทกุ ๗ วัน (จันทร-อาทิตย) ในวนั จนั ทร

๗.๔ หลกั พืน้ ฐานของการตั้งจุดตรวจและจดุ สกดั
๗.๔.๑ หามมิใหตั้งดานตรวจ จุดตรวจ หรือจุดสกัด ในเขตทางเดินรถ

หรอื ทางหลวงเวน แตม นี ายตาํ รวจชน้ั สญั ญาบตั รเปน หวั หนา ควบคมุ และไดร บั อนมุ ตั จิ ากผบู งั คบั บญั ชา
โดยจะตองแตงเครื่องแบบในการปฏิบัติหนาที่ และการต้ังจุดตรวจหรือจุดสกัดใหทุกหนวยประสาน
การปฏิบตั ิระหวา งหนวยใกลเ คยี งใหชัดเจนเพือ่ ไมใหเกิดการซํา้ ซอนกัน

๗.๔.๒ การปฏบิ ตั ใิ นการตรวจคน จบั กมุ ตอ งปฏิบตั ิตามประมวลกฎหมาย
วิธีพจิ ารณาความอาญาและประมวลระเบียบการตาํ รวจเก่ียวกับคดีวาดวยการนนั้ โดยเครงครดั

๗.๔.๓ ทจ่ี ดุ ตรวจ ตอ งมแี ผงกัน้ แสดงเคร่ืองหมายคําวา “หยดุ ตรวจ” และ
ควรจดั ใหม สี ิง่ กีดขวางหรือสญั ญาณอนื่ ใดใหเ ปนท่ีสังเกตไดงา ยในระยะไกล เชน กรวยยางคาดแถบสี
สะทอนแสง เพ่ือชวยปองกันอุบัติเหตุท่ีอาจเกิดข้ึนและใหมีแผนปายแสดง ยศ ช่ือ นามสกุล
และตําแหนงของหัวหนา ชดุ ทีป่ ระจาํ จดุ ตรวจดังกลา ว

๗.๔.๔ ในเวลากลางคืนตองใหมีแสงสองสวางใหมองเห็นไดอยางชัดเจน
ในระยะไมน อ ยกวา ๑๕๐ เมตร กอนถงึ จดุ ตรวจ

๗.๔.๕ การตง้ั จดุ ตรวจ ใหท กุ หนว ยประสานการปฏบิ ตั ริ ะหวา งหนว ยใกลเ คยี ง
ใหชดั เจน โดยมใิ หเ กดิ การตงั้ จุดตรวจซ้าํ ซอ น อันเปน เหตใุ หเ กิดความเดือดรอนแกประชาชน

๗.๔.๖ กาํ หนดเขตพนื้ ทป่ี ลอดภยั ไวส าํ หรบั เปน บรเิ วณตรวจคน เพอื่ ใหเ กดิ
ความปลอดภยั ทงั้ แกผูต องสงสัยทถ่ี ูกตรวจคน และเจาหนาที่ตํารวจระหวา งทําการตรวจคน

๗.๔.๗ การจดั กาํ ลงั พลเขา ปฏบิ ตั หิ นา ท่ี ควรคดั เลอื กกาํ ลงั ทมี่ รี ปู รา งสงู ใหญ
ลักษณะทาทางดีและองอาจผ่ึงผาย เพ่ือเปนการปองปรามการกระทําผิดและสรางภาพลักษณที่มี
ใหแ กประชาชนทพ่ี บเหน็

๗.๔.๘ ควรวางกําลังสวนหน่ึงไวบริเวณทางแยกหรือจุดยอนกลับกอนถึง
จดุ ตรวจหรอื จดุ สกดั เพอ่ื ไวท าํ หนา ทส่ี กดั กน้ั หรอื ไลต ดิ ตามผทู เ่ี ลย้ี วหรอื กลบั รถยอ นหลบหนกี ารตรวจคน

๖๘

๗.๔.๙ พึงใชความระมัดระวังและต้ังอยูในความไมประมาททุกขณะทําการ
ตรวจคน

๗.๔.๑๐ พงึ เปน ผทู ม่ี มี ารยาททด่ี งี ามและรกั ษากริ ยิ าวาจาระหวา งการตรวจคน
เชน ไมสองไฟฉายไปท่ีบริเวณใบหนาประชาชนผูถูกตรวจคนโดยตรง และรูจักใชคําพูดที่สุภาพ เชน
สวัสดีครบั ขอโทษครับ และขอบคุณครบั

๗.๔.๑๑ ใชความสังเกตใหความสนใจเปนพิเศษแกพาหนะท่ีมีลักษณะพิรุธ
เชน รถจกั รยานยนตท ไี่ มต ดิ แผน ปา ยทะเบยี น หรอื พบั งอแผน ปา ยทะเบยี นเพอ่ื ปด บงั อาํ พรางหมายเลข
หรอื พาหนะทมี่ ีการดดั แปลงสภาพ

๗.๔.๑๒ ในปฏบิ ตั กิ ารตงั้ จดุ ตรวจหรอื จดุ สกดั ใหค าํ นงึ ถงึ ความปลอดภยั ของ
เจา หนา ทต่ี าํ รวจผปู ฏบิ ตั งิ านและประชาชนและไมก อ ใหเ กดิ ปญ หาความเดอื ดรอ นแกป ระชาชนผใู ชท าง
โดยไมจําเปน

ø. ËÅÑ¡¡ÒþԨÒóҾ¹é× ·Õãè ¹¡ÒÃμéѧ¨Ø´μÃǨáÅШ´Ø Ê¡´Ñ
๘.๑ สภาพภูมิประเทศใหความปลอดภัยเจา หนา ที่ตาํ รวจ
๘.๒ สภาพภมู ิอากาศ ฝนไมต ก/แดดไมรอนจัด
๘.๓ สภาพการจราจรไมห นาแนนไมตดิ ขดั
๘.๔ เปนพ้นื ท่ีทีเ่ กีย่ วกับความมน่ั คง
๘.๕ เปนพื้นที่ที่มีการเกิดอาชญากรรมสงู
๘.๖ เปน เสน ทางทีค่ นรา ยมกั ใชในการหลบหนี

๖๙

ù. ¢ŒÍÁÅÙ ·¨Õè Ð㪌㹡ÒÃμÑ§é ¨´Ø μÃǨáÅШشʡѴ

ñð. Í»Ø ¡Ã³áÅÐà¤Ã×èͧÁ×Íμ‹Ò§æ 㹡ÒÃμÑ駨شμÃǨ ¨´Ø ʡѴ
๑๐.๑ รถยนตสายตรวจ, รถจกั รยานยนต ทม่ี ไี ฟสองสัญญาณ
๑๐.๒ แผงกั้นจุดตรวจ โดยมีแสงไฟสองสวางใหมองเห็นไดอยางชัดเจนในระยะ

ไมน อ ยกวา ๑๕๐ เมตร ในเวลากลางคืนกอ นถึงจุดตรวจ
๑๐.๓ แผงประชาสมั พนั ธ กอนถงึ จดุ ตรวจคน “ขออภัยในความไมส ะดวก” หรือ

แผงเตอื น “จุดตรวจขางหนา โปรดลดความเร็ว”
๑๐.๔ กรวยยางจราจรสีสม วางกอนถึงจุดตรวจคนและตามแนวชองทางเดินรถ

รกั ษาพ้ืนที่ปลอดภัย
๑๐.๕ กระบองไฟสญั ญาณบอกตาํ แหนง ของจราจร
๑๐.๖ ไฟฉาย/สปอตไลท ประจาํ รถยนตส ายตรวจ
๑๐.๗ เครือ่ งขยายเสยี งแบบมอื ถือ
๑๐.๘ เครอ่ื งตรวจโลหะแบบมอื ถือ
๑๐.๙ อปุ กรณต รวจใตท องรถ
๑๐.๑๐ กลองถา ยภาพ/กลองบนั ทึกวดี ีโอ
๑๐.๑๑ ตวั สกดั (ขวาก)

๗๐

ññ. ¢Ñé¹μ͹¡Òû¯ÔºÑμÔ ¡ÒäǺ¤ØÁ ¡ÒÃμÃǨÊͺ¡Òû¯ÔºμÑ Ô
๑๑.๑ เรยี กแถวตรวจยอดกาํ ลงั พล ตรวจความพรอ มของเจา หนา ทต่ี าํ รวจผปู ฏบิ ตั ิ

รวมทง้ั อุปกรณ เครือ่ งมอื เคร่ืองใชก ารต้งั จดุ ตรวจ
๑๑.๒ อบรมชแ้ี จงสถานภาพอาชญากรรม แนวนโยบาย และคาํ สง่ั ของผบู งั คบั บญั ชา
๑๑.๓ กําหนดตัวเจาหนาท่ีตํารวจผูปฏิบัติในแตละสวนของพ้ืนที่จุดตรวจ และ

ทําความเขาใจกบั บทบาทหนาท่ขี องแตล ะคนใหชัดเจน
๑๑.๔ การตง้ั จดุ ตรวจหรอื จดุ สกดั ใหร ายงานทางศนู ยว ทิ ยุ ใหผ บู งั คบั บญั ชาทราบ

เม่ือเร่ิมตน และเลกิ ปฏิบัติ
๑๑.๕ เม่ือเสร็จสิ้นการปฏิบัติ ใหรายงานผลการปฏิบัติเปนลายลักษณอักษร

เสนอผบู งั คบั บญั ชาตามลําดบั ชน้ั จนถึงผสู งั่ อนุมัติภายในวนั ถดั ไปเปนอยางชา
๑๑.๖ ใหผ บู งั คบั บญั ชาตงั้ แตร ะดบั สารวตั รขนึ้ ไป ผลดั เปลย่ี นหมนุ เวยี นกนั ควบคมุ

การปฏิบัติ
๑๑.๗ หากตรวจพบวามีเจาหนาท่ี ณ ดานตรวจ จุดตรวจ หรือจุดสกัดไดปฏิบัติ

โดยมไิ ดร บั คาํ สงั่ จากผมู อี าํ นาจเพอื่ แสวงหาผลประโยชนโ ดยมชิ อบ หรอื หากตรวจพบเจา หนา ทต่ี าํ รวจ
ผูใดประพฤติมิชอบในลักษณะดังกลาว ใหพิจารณาดําเนินการกับเจาหนาที่ผูนั้นไปตามอํานาจหนาที่
ท้ังคดีอาญาและคดีวินัย แลวรายงานใหผูบังคับบัญชาตามลําดับชั้นจนถึง ตร. ทราบโดยไมชักชา
การรายงานใหร ะบุ ยศ ชอื่ นามสกลุ ตาํ แหนง ของเจา หนา ทตี่ าํ รวจผกู ระทาํ ผดิ พรอ มกบั รายละเอยี ดเกยี่ วกบั
ลักษณะและพฤตกิ ารณแหงการกระทาํ ผดิ ใหล ะเอียดชดั เจน

ñò. ¡ÒÃμÃǨ¤Œ¹Ã¶à¾×èÍäÁ‹ãËŒà¡Ô´¢ŒÍ¼Ô´¾ÅÒ´áÅСÒ䌹ซํ้า ÊÌҧ¤ÇÒÁà´×ʹÌ͹
¤ÇÒÁรํา¤ÒÞãËŒ¡ºÑ »ÃЪҪ¹â´Â·èÑÇä» à¹è×ͧ¨Ò¡ãªŒàÇÅÒ¹Ò¹ ควรดาํ เนนิ การดงั น้ี

๑๒.๑ ใหแบง พ้นื ท่ีรถที่ตอ งการตรวจคน ออกเปน ๕ สว น คือ
สวนที่หน่ึง พื้นท่ีภายในรถดานหนาบริเวณผูขับขี่และผูโดยสารดานหลัง
ผขู ับขี่
สวนที่สอง พื้นที่ภายในรถดานหนาขางซายผูขับขี่และท่ีโดยสารดานหลัง
ซายผูข ับข่ี
สว นทสี่ าม กระโปรงทา ยรถ
สวนทส่ี ี่ กระโปรงหนา รถ
สว นทหี่ า ใตท องรถ

๗๑

๑๒.๒ กรณรี ถของบคุ คลโดยทว่ั ไปทเ่ี ขา มาในพน้ื ทกี่ ารตง้ั จดุ ตรวจ จะทาํ การตรวจคน
เฉพาะสวนท่ี ๑ และสวนท่ี ๒ เทานนั้ คอื

๑๒.๒.๑ เจาหนาที่ตํารวจท่ีอยูดานผูขับข่ีจะตรวจคนรถในสวนท่ี ๑ คือ
ดา นคนขบั

๑๒.๒.๒ เจาหนาที่ตํารวจที่อยูดานซายของผูขับข่ี จะทําการตรวจคนรถ
ในสว นท่ี ๒ คือ ล้นิ ชกั และคอนโซล

ñó. ¡ÒÃầ‹ ¾×é¹·ÕèºÃàÔ Ç³¨Ø´μÃǨ
สามารถแบงเปน ๕ สว น

๑๓.๑ พื้นท่ีสวนแรก เปนพื้นที่เฝาสังเกตรถและบุคคลตองสงสัยที่อยูภายในรถ
ทจ่ี ะวงิ่ ผา นเขามาในบริเวณพ้ืนทต่ี ้ังจดุ ตรวจ เพอ่ื แจงขอ มลู ไปยงั ผูควบคุมจุดตรวจ รวมทั้งเปนจุดสกดั
รถตองสงสัยที่มีเจตนาจะหลบหนีไมยินยอมเขามาบริเวณพื้นท่ีที่ตั้งจุดตรวจคน หรือไลติดตามรถ
ท่ีวกกลับไปยงั ทิศทางทเ่ี ขามาโดยมเี จาหนาทีต่ าํ รวจชุดนอกเครื่องแบบ (ชดุ จโู จม) อยูปฏิบตั ิ ๒ นาย
โดยอยูกอ นถึงพ้ืนทต่ี ั้งจดุ ตรวจประมาณ ๒๐ เมตร

๑๓.๒ พื้นที่สวนที่สอง เปนพ้ืนที่ที่พิจารณาคัดเลือกรถตองสงสัยเพื่อโบกรถ
เขา มาสพู น้ื ทต่ี รวจคน ซงึ่ จะมเี จา หนา ทต่ี าํ รวจ ๑ นาย เปน ผคู ดั เลอื กและสงั เกตพฤตกิ รรมของรถทจ่ี ะเขา
จุดตรวจคนโดยมีเจาหนาที่ตํารวจฝายปองกัน ๑ นาย ฝายจราจร ๑ นาย และเจาหนาที่ตํารวจ
ที่ทําหนาที่เปนหัวหนาสายตรวจ (นายตํารวจระดับสัญญาบัตรข้ึนไป) ๑ นาย รวมเจาหนาท่ีจํานวน
๓ นาย

๗๒

๑๓.๓ พน้ื ทสี่ ว นทสี่ าม เปน พน้ื ทต่ี รวจคน มเี จา หนา ทต่ี าํ รวจฝา ยปอ งกนั ทาํ หนา ท่ี
ตรวจคน รถและบคุ คลตอ งสงสยั ทน่ี ง่ั มา ๓ ชดุ ปฏบิ ตั ิ (๑ ชดุ ปฏบิ ตั มิ เี จา หนา ทตี่ าํ รวจ ๓-๔ นาย รถทเี่ ขา
ทาํ การตรวจคน ควรมไี มเ กนิ ๓ คนั ในแตล ะชว งทที่ าํ การตรวจคน และการตรวจคน ใหใ ชเ จา หนา ทตี่ าํ รวจ
๓-๔ นาย ตอรถทาํ การตรวจคน ๑ คัน โดยตรวจคน ๒ นาย คุมกัน ๑-๒ นาย) โดยมเี จา หนา ทตี่ ํารวจ
ฝายปองกันอีก ๑ นาย ทําหนาท่ีบันทึกภาพ ขณะตรวจคนไวเปนหลักฐานและมีเจาหนาท่ีตํารวจ
ฝา ยจราจรอกี ๑ นาย ทาํ หนา ทดี่ าํ เนนิ การในสว นความผดิ ตาม พ.ร.บ.จราจรฯ และอาํ นวยความสะดวก
ดานการจราจร และใหมีนายตํารวจระดับสารวัตร ซ่ึงเปนผูควบคุมการปฏิบัติคอยดูแลอยูในพื้นที่
สว นที่สามเปนหลัก

๑๓.๔ พื้นที่สวนที่สี่ เปนพ้ืนท่ีคอยสกัดรถ หากรถตองสงสัยท่ีเขามาในพ้ืนท่ี
ตงั้ จดุ ตรวจไมย อมหยดุ รถใหท าํ การตรวจคน เจา หนา ทตี่ าํ รวจฝา ยปอ งกนั ทอ่ี ยปู ฏบิ ตั หิ นา ทที่ จี่ ดุ ตรวจนี้
จะทําหนาที่นํารถตํารวจท่ีจอดอยูทายจุดตรวจเขาสกัด เพื่อปองกันไมใหหลบหนีหรือหากหลบหนี
ก็สามารถไลติดตามไดทันทวงที โดยใหมีเจาหนาท่ีตํารวจทําหนาที่ประจํารถยนตสายตรวจ ๑ นาย
และเจาหนาท่ีตาํ รวจประจาํ รถสายตรวจจกั รยานยนต ๒ นาย รวมเจา หนา ท่ีจํานวน ๓ นาย

๑๓.๕ พ้ืนท่ีสวนท่ีหา เปนพ้ืนท่ีควบคุมผูกระทําความผิด มีเจาหนาที่ตํารวจ
ฝา ยปอ งกนั อยปู ฏบิ ตั อิ ยา งนอ ย ๒-๓ นาย และมรี ถยนตส าํ หรบั ควบคมุ ผตู อ งหาจอดอยบู รเิ วณพน้ื ทนี่ ี้
ระยะระหวา งสว นที่ ๑ ถึงสวนที่ ๕ ควรจัดใหมรี ะยะตามความเหมาะสมทผี่ คู วบคุมการปฏบิ ัตสิ ามารถ
จะดูแลจดุ ตรวจ จุดสกดั ไดทั่วถงึ

ñô. Â·Ø ¸ÇÔ¸ตÕ ําÃǨ㹡ÒÃμÑ§é ¨Ø´μÃǨáÅШشʡ´Ñ
๑๔.๑ การต้ังจุดตรวจบนทางทม่ี กี ารจราจรไปในทศิ ทางเดียวกนั

๗๓

๑๔.๑.๑ กาํ หนดเลอื กบรเิ วณ
พนื้ ทจี่ ะทาํ การตรวจ โดยคาํ นงึ ความปลอดภยั ผปู ฏบิ ตั งิ าน
และประชาชนผถู กู ตรวจคน เปน สาํ คญั เชน ไมต งั้ จดุ ตรวจ
หรอื จดุ สกดั บรเิ วณทางโคง เชงิ สะพานทลี่ าดชนั หรอื บรเิ วณ
ท่เี ปนจดุ อับสายตา เปน ตน

๑๔.๑.๒ ตดิ ตงั้ แผงสญั ญาณ
ที่มีเครื่องหมายแสดงคําวา “หยุดตรวจ” ไวบนผิวการ
จราจร ในชองทางดานซายใหผูขับข่ีสามารถมองเห็น
ไดในระยะไกลโดยสะดวก และควรมีกรวยยางคาดแถบ
สีสะทอนแสง วางเปนแนวเฉียงออกไปทางดานหนา
แผงสญั ญาณเปน ระยะพอสมควร และวางกรวยยางใหเ ปน
ชอ งทางตามแนวขนานกนั เพอื่ เตอื นและบงั คบั รถทแี่ ลน
เขา มาใหเบ่ยี งออกไปไมพงุ ตรงเขาชนแผงปา ยสญั ญาณ

๑๔.๑.๓ ห ลั ง แ ผ ง ป  า ย
สัญญาณเคร่ืองหมาย “หยุดตรวจ” หางออกไปเล็ก
นอยใหนํารถยนตสายตรวจจอดทํามุม ๔๕ องศากับ
แนวขอบถนน หันหนาไปทางทิศทางกระแสจราจร
เพ่ือใชเปนกําลังสําหรับบริเวณ “เขตพ้ืนที่ปลอดภัย”
และเปดสัญญาณไฟวับวาบไวเพ่ือเพิ่มจุดสังเกต
ตรงสวนบรเิ วณ “เขตพ้ืนทปี่ ลอดภยั ” ดานนอก และควร
วางกรวยยางเปนแนว เพือ่ กาํ หนดบรเิ วณพ้นื ที่ตรวจคน
ไวเปนการปองกันอุบัติเหตุจากรถท่ีอาจหักเลี้ยวเขามา
ในบริเวณ “เขตพ้ืนท่ปี ลอดภยั ” อยางกะทนั หัน

๑๔.๑.๔ ทายจุดตรวจให
จดั รถยนตสายตรวจ ๑ คนั และรถจักรยานยนต ๑ คนั
จอดอยูในลักษณะเตรียมพรอมกรณีตองไลติดตามรถท่ี
หลบหนี

๑๔.๑.๕ สาํ หรบั รถจกั รยานยนต
ของเจา หนา ทต่ี าํ รวจทร่ี ว มตรวจคน อาจใหจ อดชดิ ขอบทาง
ดานซายเพ่ือปองกัน “เขตพ้ืนที่ปลอดภัย” โดยหันหนา
ไปตามทิศทางการจราจรและพรอมจะใหการสนับสนุน
การไลต ดิ ตามรถทห่ี ลบหนี

๗๔

๑๔.๑.๖ การวางกาํ ลังเจา หนาทีต่ ํารวจ
- ชนั้ ประทวน ใชเ ปน กาํ ลงั เรยี กรถและทาํ หนา ทต่ี รวจคน บรเิ วณ

“เขตพน้ื ทป่ี ลอดภยั ” การตรวจคน ควรทาํ เปน คู เขา คน ทลี ะดา นของพาหนะ โดยแบง หนา ทกี่ นั ใหช ดั เจน
วาใครเปน ผตู รวจคน และใครเปน ผคู ุม กัน

- นายตํารวจช้ันสัญญาบัตร ทําหนาที่เปนหัวหนาจุดตรวจ
ควบคมุ ดแู ลและรับผดิ ชอบการตรวจคนของผูใตบ งั คับบัญชาอยใู นบรเิ วณ “เขตทีป่ ลอดภัย”

หากมกี าํ ลงั นอ ย กใ็ หล ดกาํ ลงั ผปู ฏบิ ตั ลิ งได แตย งั คงใหถ อื ปฏบิ ตั ติ ามยทุ ธวธิ ดี งั กลา ว
ขา งตน

๑๔.๒ การตัง้ จุดตรวจบนทางทีม่ ีการจราจรไปในทศิ ทางสวนกัน (Two way)

๑๔.๒.๑ การวางกําลังและมาตรการรักษาความปลอดภัยใหใชทํานอง
เดียวกันกบั การตงั้ จดุ ตรวจบนทางทม่ี ีการจราจรไปในทศิ ทางเดียวกัน (One Way)

๑๔.๒.๒ การเรยี กตรวจคน ยานพาหนะ ควรเลอื กตรวจคน ยานพาหนะทมี่ าจาก
ทิศทางใดทิศทางหนึ่งเพียงดานเดียว ไมควรเรียกตรวจคนยานพาหนะพรอมกันท้ัง ๒ ทิศทาง
เพราะจะทําใหเกิดจุดออนในการระวังรักษาความปลอดภัยแกผูตองสงสัยท่ีถูกตรวจ และเจาหนาที่
ตาํ รวจทเ่ี ขา มาทาํ การตรวจคน รวมท้ังกอใหเ กดิ ปญหาดานการจราจรอีกดวย

การต้งั จุดตรวจ Two Way การต้งั จุดตรวจ Two Way

๗๕

๑๔.๓ การตง้ั จุดตรวจบนทางเดนิ รถทบ่ี ริเวณส่ีแยก (Intersection)

๑๔.๓.๑ ในการกาํ หนดพนื้ ทที่ จี่ ะเลอื กทาํ การตง้ั จดุ ตรวจ นอกจากตอ งคาํ นงึ
ในเรื่องความปลอดภัยของผูปฏิบัติงานแลว ยังตองคํานึงถึงสภาพการจราจรโดยรอบบริเวณท่ีมีการ
ต้ังจุดตรวจดวยวาจะเกิดผลกระทบดานการจราจรในทิศทางท่ีอยูรอบๆ บริเวณท่ีกําหนดใหมีการตั้ง
จุดตรวจหรือไม ดังนั้นการควบคุมสัญญาณไฟจราจรจะตองมีความสัมพันธกับการปฏิบัติงานและ
ผลกระทบกบั ผสู ญั จรไปมาในทศิ ทางอนื่ รวมทง้ั ตอ งมกี ารหมนุ เวยี นกระแสการจราจรกบั พนื้ ทข่ี า งเคยี งดว ย

๑๔.๓.๒ ในการปฏิบัติหนาท่ีจะตองมีเจาหนาที่ตํารวจจราจรมาควบคุม
สัญญาณไฟจราจรในทิศทางตรงขามกับพ้ืนท่ีที่จะกําหนดใหเปนจุดตรวจเพื่อใหมีสวนในการปฏิบัติ
รวมทั้งสังเกตการณในพ้ืนท่ีสวนท่ีหา ซึ่งเปนการปฏิบัติของเจาหนาที่ทําการตรวจคนบุคคลและ
ยานพาหนะท่ีอยูในชองทางเดินรถท่ีจะมีการตรวจและมีการควบคุมสภาพการจราจรโดยรอบบริเวณ
สี่แยกดานอ่ืนโดยกําหนดใหเปนการควบคุมระบบสัญญาณไฟจราจรดวยบุคคล (manual control)
เพื่อใหมีการสัมพันธกับการปฏิบัติของเจาหนาท่ีท่ีมีการตั้งจุดตรวจและสัมพันธกับพ้ืนท่ีตอเน่ือง
ขา งเคยี งดว ย

๑๔.๓.๓ มีการใชแผงสัญญาณที่มีเคร่ืองหมายแสดงคําวา “หยุดตรวจ”
ไวบนผิวการจราจร ในชองทางเดินรถดานซายกอนถึงบริเวณท่ีเปนส่ีแยก ซ่ึงเปนพ้ืนท่ีสวนท่ีสอง
เพอื่ ใหผ ขู บั ขยี่ านพาหนะไดท ราบวา มกี ารตงั้ จดุ ตรวจขน้ึ บรเิ วณทเี่ ปน สแี่ ยก โดยมกี ารวางกรวยยางคาดแถบ
สีสะทอนแสงเปนแนวยาวเรียงไปตามชองทางเดินรถจากบริเวณที่กําหนดใหเปนพื้นท่ีเร่ิมทําการ
ตรวจจนไปส้ินสุดท่ีส่ีแยกซ่ึงมีสัญญาณไฟจราจร กอนจะขามบริเวณส่ีแยก (ไมนอยกวา ๓๐ เมตร)
โดยวางกรวยยางเรยี งเปน แถวยาวตามแนวชอ งทางเดนิ รถ ทงั้ นใี้ หค าํ นงึ ถงึ ความปลอดภยั ของเจา หนา ท่ี
ตํารวจที่ทําการตรวจเปนสาํ คัญ

๗๖

๑๔.๓.๔ ดา นพนื้ ทสี่ ว นทห่ี า ซงึ่ อยทู า ยมรี ถยนตส าํ หรบั การควบคมุ ผกู ระทาํ ผดิ
จอดเฉียงทํามุม ๔๕ องศา ท่ีบริเวณชองทางเดินรถดานเล้ียวซายผานตลอดไวเพ่ือกําหนดใหมีพ้ืนท่ี
ท่ีจะควบคุมผูกระทําผิดและสําหรับจอดยานพาหนะท่ีจะตองทําการตรวจคนอยางละเอียดไวบริเวณ
ดงั กลา ว โดยมรี ถยนตส าํ หรบั ควบคมุ ฯ ซงึ่ เปน รถยนตข นาดใหญก าํ บงั และใหค วามปลอดภยั กบั ผปู ฏบิ ตั ิ
และบริเวณดังกลาวจะไมมียานพาหนะที่ไมเกี่ยวของ นอกจากที่ตองทําการตรวจคนอยางละเอียด
หรือท่ีตองการจะตรวจยึดไวผานเขา มา
๑๔.๓.๕ ใหนํารถยนตสายตรวจซ่ึงเปดสัญญาณไฟ
การต้ังจดุ ตรวจทางรวมทางแยก (ดา นหนา ) วบั วาบไปจอดไวบ รเิ วณปอ มสญั ญาณไฟจราจรทม่ี เี จา หนา ท่ี

จราจรควบคุมสัญญาณการจราจรเพ่ือใหเปนจุดสังเกตและ
อยใู นทศิ ทางทม่ี องเหน็ การปฏบิ ตั ใิ นพนื้ ทส่ี ว นทห่ี า ซง่ึ มกี าร
ควบคมุ ผกู ระทาํ ความผดิ และมกี ารตรวจคน ยานพาหนะเพมิ่ เตมิ
อยางละเอียด ในสวนที่อยูทางตรงขามกับท่ีจอดรถยนตไว
เพอื่ ใหส ามารถแจง สกดั จบั หรอื ตดิ ตามจบั กมุ ผทู ห่ี ลบหนจี าก
การตรวจในพ้ืนท่สี ว นทห่ี าไดในหลายทิศทางดวย
๑๔.๓.๖ การปฏบิ ตั ขิ องเจา หนา ทใ่ี หก าํ หนดทศิ ทางการตรวจโดยเดนิ ตรวจ
จากดานทายของสวนการตรวจ ซึ่งอยูบริเวณส่ีแยกไปจนสุดท่ีบริเวณสวนหนาท่ีเปนสวนเริ่มซึ่งมีปาย
สญั ญาณเตือนวา เปนจดุ ตรวจต้งั ไว หรือใหเดินตรวจจากกรวยยางสสี ะทอ นแสงท่วี างอยจู ากจุดแรก
ไปจนถึงกรวยยางสุดทายท่ีวางไว (ไมนอยกวา ๓๐ เมตร) เม่ือส้ินสุดใหฝงที่ตรวจดานขวาเดินขึ้นไป
ฝง เกาะกลางถนนดา นขวา สว นฝง ดา นซา ยใหเ ดนิ ขนึ้ ฟตุ บาททางเดนิ ดา นซา ยแลว ยอ นกลบั ไปเรม่ิ ตรวจ
ท่ีบริเวณสแ่ี ยกอีกรอบเม่ือไดร บั สัญญาณไฟจราจรจากเจาหนาที่ท่ีควบคมุ สญั ญาณไฟจราจร
๑๔.๓.๗ การปฏิบัติของเจาหนาท่ีตองใชความรวดเร็วในการสังเกต
และการปฏิบัติโดยกําหนดใหสลับหนาท่ีกันในการตรวจคน
ยานพาหนะคนั ถดั ไปใหผ ทู าํ หนา ทตี่ รวจคน สลบั เปน ผคู มุ กนั การตงั้ จุดตรวจทางรวมทางแยก (ดานขา ง)

ในคันท่ีจอดอยูตอไป เพ่ือไมใหเกิดปญหาในการตรวจและ
มียานพาหนะตกคางอยูในบริเวณพ้ืนท่ีสวนท่ีสามซ่ึงเปน
พนื้ ทต่ี รวจคน เมอื่ ไดร บั สญั ญาณไฟใหผ า นแยกไปไดท งั้ หมด
จึงตองใหสลับหนาท่ีในการปฏิบัติ และหากพบบุคคลหรือ
ยานพาหนะตองสงสัยใหนําไปไวบริเวณดานซายของพื้นท่ี
สวนท่ีหา เพ่ือไมใหเกิดปญหากระทบกับการจราจรบริเวณ
ท่ีมีการตงั้ จุดตรวจคน
๑๔.๓.๘ การวางกําลงั เจาหนาที่ตาํ รวจ จะตองใชเ จา หนา ท่ีตาํ รวจจาํ นวน
มากกวาการต้ังจุดตรวจแบบอ่ืน เนื่องจากเปนบริเวณท่ีเปนส่ีแยกท่ีมีการควบคุมสัญญาณไฟจราจร

๗๗

ดวยบุคคล จงึ ตอ งมเี จา หนาท่ตี าํ รวจในการปฏบิ ตั มิ าก รวมทงั้ ผูควบคุมจะตอ งใหค วามสาํ คญั กับพนื้ ท่ี
ในสวนท่ีหามากกวาสวนที่หน่ึง ซ่ึงโอกาสของผูที่เจตนาจะหลบหนีโดยยานพาหนะกลับจะนอยกวา
การหลบหนีจากพ้ืนที่สวนท่ีหา ดังนั้นการควบคุมสั่งการจึงควรกําหนดใหผูควบคุมจุดตรวจดังกลาวน้ี
อยใู นบรเิ วณสว นท่มี กี ารจอดรถยนตส ายตรวจไวเ พ่ือใหส ัง่ การมากข้นึ รวมทง้ั ในการกําหนดสัญญาณ
ไฟจราจรหากพจิ ารณาไดว า จะมีผลกระทบกบั การจราจรดา นอ่นื ๆ ทีจ่ ะตอ งมกี ารสัมพนั ธกันกับพน้ื ที่
ขางเคียง

ËÁÒÂàËμØ ในสวนการตั้งจุดตรวจบนทางเดินรถที่มีการจราจรบริเวณส่ีแยก ควรให
ความสาํ คัญกบั พืน้ ท่ใี นสวนที่หามากกวา สว นทห่ี นง่ึ หากมกี ําลงั เจาหนา ที่ตาํ รวจไมเ พียงพอ

๑๔.๔ การต้งั จุดตรวจยอ ย หรือจุดสกัด

๑๔.๔.๑ การตั้งจุดตรวจยอย หรือจุดสกัด เปนปฏิบัติการในสภาพถนน
สายเล็กที่มีการจราจรไมหนาแนน คับค่ัง หรือตรอกซอย และในเหตุการณฉุกเฉินหรือกรณีเรงดวน
ซงึ่ อาจไมม เี จา หนา ทต่ี าํ รวจและอปุ กรณเ พยี งพอทจี่ ะวางกาํ ลงั ตามยทุ ธวธิ ขี า งตน ได จงึ จาํ เปน ตอ งใชก าํ ลงั
เจา หนา ทตี่ าํ รวจและยานพาหนะเทา ทมี่ อี ยอู ยา งจาํ กดั ในขณะนน้ั ดาํ เนนิ การสกดั จบั และปฏบิ ตั กิ ารตรวจคน

๑๔.๔.๒ การวางกําลังและมาตรการรักษาความปลอดภัยใหใชยุทธวิธี
เดียวกันกับการต้ังจุดตรวจโดยอนุโลม และควรตองมีรถยนตเตรียมพรอมไวกอนถึงจุดสกัดเพื่อไวทํา
หนาที่สกัดกั้นหรือขวางถนนหรือไลติดตามรถคนรายในกรณีที่คนราย หรือผูตองสงสัยกลับรถยอน
หลบหนกี ารตรวจคน

๑๔.๔.๓ ในการตั้งจุดสกัดจะตองแบงหนาท่ีกันใหชัดเจนตามสถานการณ
ดังน้ี

มกี าํ ลงั ๒ นาย ใหแบงหนาที่ดงั น้ี
ตาํ รวจคนท่ี ๑ ทําหนาที่ ตรวจคน

๗๘

ตํารวจคนที่ ๒ ทําหนาท่ี คุมกนั
มกี าํ ลัง ๓ นาย ใหแบงหนา ที่ดังนี้ ตรวจคน
ชวยเหลือ
ตํารวจคนท่ี ๑ ทําหนาท่ี คมุ กนั
ตํารวจคนที่ ๒ ทาํ หนาท่ี ตรวจคน
ตาํ รวจคนท่ี ๓ ทาํ หนา ที่ คมุ กนั
มกี ําลงั ๔ นาย ใหแบงหนาทดี่ ังนี้
สว นที่ ๑ ๒ นาย ทําหนาท่ี
สวนท่ี ๒ ๒ นาย ทาํ หนาที่

มีกําลงั ๔ นายข้นึ ไป และมีภารกจิ ตอ เน่อื ง
เปนเวลานานใหแบงกําลังออกเปน ๓ สว น ดงั นี้
สว นที่ ๑ ๒ นาย ทําหนา ท่ี ตรวจคน
สว นท่ี ๒ ๒ นาย ทําหนาท่ี คุม กัน
สวนที่ ๓ ทําหนาท่ี สนบั สนนุ หรอื เปน กาํ ลงั
สาํ รองพกั รอผลดั เปลย่ี น
สว นที่ ๑ และสว นท่ี ๒

๗๙

๑๔.๔.๔ เมื่อมีรถยนตสายตรวจหรือรถยนตบรรทุกอยางนอย ๒ คัน
อาจใชรถยนตเปนท่ีกําบัง เพ่ือทําใหเกิดเขตพ้ืนที่ปลอดภัยแลวใหเปนจุดหยุดรถเพื่อทําการตรวจคน
บนถนนหรือตรอกซอย ซง่ึ โดยปกตจิ ะไมมกี ารจราจรคบั คงั่ หรอื รถวงิ่ อยางรวดเร็ว

๑๔.๔.๕ ในบริเวณถนนในถิ่นทุรกันดารหรือตรอกซอยที่มีการขุดถนน
เพื่อซอมแซมตา งๆ อาจใชห ลุมบนถนนเปน เครื่องกดี ขวางชวยในการต้ังจุดสกัด

๑๔.๔.๖ ในเขตพ้ืนท่ีอันตรายท่ีอาจมีการกอสรางหรือการใชความรุนแรง
ในการตอสูกับเจาหนาที่ตํารวจอาจดัดแปลงสิ่งอุปกรณในพ้ืนที่ใหเปนเครื่องกีดขวางในการต้ัง
จุดสกดั ได เชน ใชทอ ซเี มนต ใชงาแซง หรอื วัตถุอยา งอ่ืนไปวางตัง้ บนเสน ทางทีม่ ีการจราจรไมค ับคัง่

๑๕. การควบคุมและตรวจสอบการปฏบิ ัติ
๑๕.๑ เม่ือเริ่มตนหรือเลิกปฏิบัติหนาท่ีประจําจุดตรวจ ใหรายงานผูบังคับบัญชา

ผูส่ังอนุมัติใหต้ังจุดตรวจทราบ และเม่ือเสร็จส้ินการปฏิบัติแลวใหหัวหนาเจาหนาท่ีประจําจุดตรวจ
รายงานผลการปฏิบัติเปนลายลักษณอักษรเสนอผูบังคับบัญชาตามลําดับช้ันจนถึงผูสั่งอนุมัติภายใน
วนั ถัดไป

๑๕.๒ ใหผูบังคับบัญชาผลัดเปล่ียนหมุนเวียนกันออกตรวจการปฏิบัติหนาที่ของ
เจาหนาที่ประจาํ จุดตรวจ ท่ีมีอยูในเขตพน้ื ทร่ี ับผดิ ชอบ

๑๕.๓ ใหถือวาเปนหนาที่ของผูบังคับบัญชาที่จะตองเอาใจใสกวดขัน ดูแล
การปฏิบัติของผูใตบังคับบัญชา มิใหฉวยโอกาสขณะปฏิบัติหนาท่ีประจําจุดตรวจ เรียกหรือรับ
ผลประโยชนจากผูใชรถท่ีกระทําผิดกฎหมาย หรือไปดําเนินการจัดต้ังจุดตรวจโดยมิไดรับคําสั่งจาก
ผูมีอํานาจ และหากตรวจพบการประพฤติมิชอบในลักษณะดังกลาว ก็ใหรับพิจารณาดําเนินการกับ
เจาหนาท่ีผูนั้นไปตามอํานาจหนาท่ี ทั้งทางคดีอาญาและคดีวินัย แลวรายงานใหผูบังคับบัญชา
ตามลาํ ดบั ช้ันทราบ โดยมิชกั ชา โดยรายงานดงั กลาวใหระบุ ยศ นาม ตําแหนง ของกาํ ลังผกู ระทําผิด
พรอมกับรายละเอียดเก่ยี วกับลักษณะและพฤติการณแหง การกระทําความผดิ ใหละเอยี ดชัดเจน

๑๖. ขอควรระวัง
๑๖.๑ ไมค วรตง้ั จดุ ตรวจ ในบรเิ วณทางโคง เชงิ สะพาน ทล่ี าดชนั และบรเิ วณทเี่ ปน

มมุ อับสายตา เพอ่ื ปองกนั อบุ ัตเิ หตทุ ีอ่ าจเกิดขน้ึ จากการมองไมเหน็ ของผขู ับข่ี หรือการหยุดรถไมทัน
ในระยะกระชน้ั ชิด

๑๖.๒ กรณีที่จัดต้ังจุดตรวจเขมแข็ง ซ่ึงตองมีการเพ่ิมความเขมงวดเปนพิเศษ
ควรพจิ ารณาขอรบั การสนบั สนนุ ชดุ สนุ ขั ตาํ รวจ และชดุ เกบ็ กวู ตั ถรุ ะเบดิ (EOD) เพอ่ื เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพ
ในการปฏิบัติใหม ากยงิ่ ขึ้น

๑๖.๓ ในเวลากลางคนื ตอ งมีแสงสวางอยา งพอเพยี ง ใหผ ขู บั ขเี่ ห็นไดใ นระยะไกล
อปุ กรณใ นการใหแ สงสวางตองหม่นั ตรวจสอบและปรบั ปรงุ ใหท ํางานไดอ ยางมีประสทิ ธิภาพอยเู สมอ

๘๐

๑๖.๔ ในการเรียกรถใหหยุด ไมวากรณีใดๆ อยาเอาตัวหรือสวนของรางกาย
เชน แขน ขา เขาไปขวางหรือสกดั ก้นั ใหร ถหยดุ เพราะอาจถกู ชนจากรถที่หยดุ ไมท ัน และในระหวา ง
การตรวจคนใน “เขตพ้ืนที่ปลอดภัย” อยายืนขวางหนารถท่ีกําลังตรวจคน เพราะอาจจะถูกรถชนได
กรณีผตู องสงสยั พยายามขบั รถหลบหนีการตรวจคน

๑๖.๕ ในกรณีท่ีผูขับขี่พยายามขับรถฝาจุดตรวจเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจคน
เจา หนา ทป่ี ระจาํ จดุ ตรวจไมค วรสรา งสง่ิ กดี ขวางขน้ึ อยา งกะทนั หนั เชน ขบั รถเขา ขวาง หรอื เขน็ แผงปา ย
สัญญาณขวางทางเพื่อพยายามหยุดรถเพราะอาจทําใหผูขับข่ีหยุดรถไมทันแลวหักหลบส่ิงกีดขวาง
จนเกิดอุบตั เิ หตุเฉย่ี วชนประชาชนหรอื เจาหนาทท่ี ปี่ ฏบิ ัติหนา ทบี่ รเิ วณจดุ ตรวจได

๑๖.๖ ในกรณีทส่ี งสยั วา คนรา ยอาจมอี าวธุ อยูในรถ เจาหนา ทีท่ ง้ั ชดุ ตรวจคน และ
ชดุ คมุ กนั ควรหาทกี่ าํ บงั ในขณะทรี่ ถเขา มาในบรเิ วณจดุ สกดั และอาจสง่ั ผา นเครอ่ื งขยายเสยี งใหร ถหยดุ
เพ่ือตรวจคน

๑๖.๗ ควรตรวจคนรถที่เขาพ้ืนท่ีการต้ังจุดตรวจ ใหทําการตรวจคนบุคคลกอน
แลวจงึ ทําการตรวจคนรถ

๘๑

º··Õè õ

ÃдѺ¡ÒÃãªกŒ ําÅѧ¢Í§à¨ŒÒ˹ŒÒ·Õèตาํ ÃǨà¾×Íè ᡌä¢Ê¶Ò¹¡Òó
(Use of Force)

ÇμÑ ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ÒÃàÃչ̻٠ÃÐจําº·

๑. เพอ่ื ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจมคี วามรเู กย่ี วกบั ระดบั การใชก าํ ลงั ของเจา หนา ทต่ี าํ รวจ
เพอ่ื แกไขสถานการณ (Use of Force)

๒. เพ่ือใหนักเรียนนายสิบตํารวจมีความเขาใจเกี่ยวกับระดับการใชกําลังของ
เจาหนา ท่ตี าํ รวจเพือ่ แกไ ขสถานการณ (Use of Force)

๓. เพอ่ื ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจนาํ ความรเู กยี่ วกบั ระดบั การใชก าํ ลงั ของเจา หนา ทต่ี าํ รวจ
เพอ่ื แกไขสถานการณ (Use of Force) ไปปฏบิ ัตใิ ชไ ดถ ูกตอ ง และบรรลุวตั ถุประสงคของทางราชการ

ÊÇ‹ ¹นาํ

การปฏิบัติงานของเจาหนาท่ีตํารวจมีความสําคัญและจําเปนตองใชกําลังและอาวุธปน
ในการปฏิบัติหนาท่ี เพื่อเปนการปองกันสิทธิของตนเองและสิทธิของผูอ่ืนในอันตรายที่ใกลจะถึง
ซง่ึ เกดิ จากการละเมดิ ตอ กฎหมายอนั ตนเองมไิ ดก อ ขนึ้ จงึ มคี วามจาํ เปน อยา งยง่ิ จะตอ งศกึ ษาใหเ ขา ใจ
และปฏิบัติใหเกิดทักษะจากระดับเบาไปหาหนักตามลําดับ เพื่อใหเกิดประโยชนในการปฏิบัติหนาท่ี
ราชการและไมล ะเมดิ สิทธมิ นษุ ยชน

๘๒

ในสวนตอไปนี้จะกลาวถึงตัวแบบระดับการใชกําลังของเจาหนาท่ีตํารวจในการตอบโต
สถานการณ ขอใหเ จา หนา ทต่ี าํ รวจทกุ นายทบทวนหลกั ปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั ปฏญิ ญาสากลวา ดว ยสทิ ธมิ นษุ ยชน
รฐั ธรรมนญู ขอ กฎหมาย และหลกั ยทุ ธวธิ ตี าํ รวจทเ่ี กย่ี วขอ งกบั ความปลอดภยั ของเครอื่ งมอื ทใ่ี ชใ นการ
ตอบโต กอ นการเริ่มศึกษาในสว นน้ี

ñ. ·èÕÁÒáÅФÇÒÁสํา¤ÑޢͧÃдºÑ ¡ÒÃãªกŒ ําÅ§Ñ ¢Í§à¨ÒŒ ˹Ҍ ·Õตè ําÃǨ

ตัวแบบน้ีพัฒนาขึ้นจากการศึกษาทางวิชาการรวมกันของหลายภาคสวน เพ่ือใหมี
ประสทิ ธภิ าพสงู สดุ ในการรกั ษาไวซ งึ่ ความปลอดภยั ในชวี ติ ทรพั ยส นิ ของประชาชน และเจา หนา ทต่ี าํ รวจ
ท่ีปฏิบตั งิ านซงึ่ ในประเทศทีเ่ จริญแลว ระดับการใชกาํ ลังของเจาหนา ทต่ี ํารวจถอื เปนสวนสาํ คญั ในการ
แสดงออกถึงการเคารพศักดิ์ศรีความเปนมนุษย โดยเปนภาระหนาท่ีหลักของรัฐท่ีจะตองจัดใหมีขึ้น
เพอื่ รองรบั การอนวุ ตั รปฏญิ ญาทรี่ ฐั ไดล งนามใหส ตั ยาบนั ในการจะนาํ ไปปฏบิ ตั ใิ หเ กดิ ผลในทางกฎหมาย

ท้ังน้ี Code of Conduct for Law Enforcement Officials ของสหประชาชาติ
ไดรับการรับรองโดยมติท่ีประชุมใหญสหประชาชาติที่ ๓๔/๑๖๙ เมื่อวันท่ี ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๒
มาตรา ๓๕ กาํ หนดกรอบการใชก าํ ลงั (Use of Force) ของเจา หนา ทข่ี องรฐั วา ใหก ระทาํ ไดเ พยี งเฉพาะ
กรณีที่จําเปนอยางยิ่งและเพ่ือประโยชนในการปฏิบัติหนาที่เทานั้น การใชกําลังของเจาหนาท่ีรัฐ
จงึ ตองมดี ลุ พนิ ิจในการนําไปใชท ่ีไมเกินกวาเหตหุ รอื ไดสัดสวนกับพฤตกิ ารณ

ซ่ึงตอมา UN Congress ในการประชุมเร่ือง Prevention of Crime and the
Treatment of Offenders ครงั้ ที่ ๘ ทีก่ รงุ ฮาวานา ประเทศคิวบา ระหวางวนั ที่ ๒๗ สิงหาคม ถึง
วนั ท่ี ๗ กนั ยายน ๒๕๓๓ ไดม ีการรับรอง Basic Principles of the Use of Force and Firearms
by Law Enforcement Officials ท่มี ีรายละเอียดมากข้ึน

ตวั แบบนจ้ี งึ ใชฐ านคตใิ นการสรา งแบบตอ ยอดองคค วามรเู พอ่ื อธบิ ายถงึ กระบวนการตดั สนิ ใจ
ท่ีเหมาะสมแบบฉับพลันทันทีของเหตุการณที่เกิดขึ้นกับเจาหนาที่ตํารวจ โดยยึดหลักสากลที่ไดรับ
การยอมรบั จาก UN

ดงั นน้ั เจา หนา ทต่ี าํ รวจทกุ นายจงึ ตอ งมกี ารฝก ปฏบิ ตั จิ นเกดิ ทกั ษะอตั โนมตั แิ บบกลา มเนอ้ื
จดจําอยางเขมขน การฝกทักษะการตัดสินใจในภาวะวิกฤติในสถานการณจําลองเสมือนจริง
ซ่ึงจะตองพิจารณาการใชเครื่องมือทางยุทธวิธีท่ีถูกตอง เหมาะสม ไดสัดสวนกับพฤติการณของ
ผูตองสงสัย/กระทําความผิด และในการออกปฏิบัติหนาท่ีทุกคร้ังตองมีการทบทวนการปฏิบัติตาม
ตวั แบบนี้เสมอ

๘๓

ò. ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒẺÃдѺ¡ÒÃ㪌กาํ Åѧ¢Í§à¨ÒŒ ˹ŒÒ·Õèตาํ ÃǨ

วธิ ใี นการศกึ ษาตวั แบบขอใหจ ดจาํ ภาพรวมของทง้ั ตวั แบบใหไ ดก อ น จากนนั้ จงึ เรม่ิ ศกึ ษา
แบบแยกสวน ซึ่งจะมีคําอธิบายโดยละเอียดเพื่อเสริมความเขาใจ ตัวแบบที่ปรากฏดานลางน้ี จึงขอ
ใหเร่ิมตนศึกษาแนวทางการปฏิบัติโดยดูจากลักษณะการกระทําของผูตองสงสัย/ผูกระทําความผิด
(Action) กอน ซ่ึงในสวนนี้จะอธิบายถึงการแสดงออกถึงพฤติการณของผูตองสงสัยหรือผูกระทํา
ความผดิ แลว จงึ มาศึกษาเรอื่ งของการตอบโตสถานการณของเจาหนาท่ตี าํ รวจ (Reaction) โดยภาพ
ท่ีปรากฏดานลางนี้เปนภาพรวมทั้งหมดของตัวแบบ ขอใหทุกทานสังเกตจดจําหมายเลขท่ีปรากฏ
บนพ้ืนที่สวนตางๆ ของตัวแบบ ซ่ึงเปนสวนสําคัญท่ีจะทําใหการอธิบายในสวนตอๆ ไปไดงายข้ึน
ในกรณที ก่ี ารศกึ ษาในสว นตอ ไปเกดิ ความไมแ นใ จ ขอใหท า นกลบั มาทบทวนหมายเลขทป่ี รากฏในภาพ
ดานลางอีกครั้งหนง่ึ

๘๔

๘๕

ò.ñ คาํ ͸ԺÒ¾¹×é ·èÊÕ ‹Ç¹μ‹Ò§æ ¢Í§μÑÇẺàÃÂÕ §μÒÁลํา´ºÑ ËÁÒÂàÅ¢
ลกั ษณะของวธิ กี ารใชง านตวั แบบใหเ รม่ิ ตน ศกึ ษาตามพนื้ ทสี่ ว นตา ง ๆ ทม่ี หี มายเลข

กาํ หนดในภาพ ดังน้ี
¾é×¹·èÊÕ ‹Ç¹·èÕ ñ แถบสีเขียว เหลือง แดง ในฝงที่เขียนวาผูตองสงสัย/ผูกระทํา

ความผิด จะมีแถบสีท่ีลากมาจนสุดฝงของการปฏิบัติของเจาหนาท่ีตํารวจ สังเกตจากลูกศรแนวนอน
ในตัวแบบ จะแสดงถงึ ระดบั ขัน้ สูงสดุ ของการใชเคร่ืองมือทางยุทธวธิ ีทเ่ี จา หนา ที่ตํารวจจะใชตอบโตได
โดยลูกศรแนวต้ังจะลากข้ึนไปหาเคร่ืองมือทางยุทธวิธีที่เหมาะสมดานบน ซ่ึงในบางชวงสีอาจมี
เคร่ืองมือทางยุทธวิธีมากกวา ๑ อยาง โดยปจจัยที่เขามาเกี่ยวของจะข้ึนกับพฤติการณแวดลอมของ
เหตุการณนน้ั ๆ ซง่ึ จะอธิบายในชวงทาย

¾×¹é ·èÊÕ ‹Ç¹·Õè ò แถบสีเทาไลสีจากออนไปหาเขมท่ีเขียนขอความอาจจะเกิน
ความจําเปน เขียนไวเพ่ือเตือนวาหากเจาหนาที่ตํารวจปฏิบัติงานแลว การกระทําของผูตองหาหรือ
ผูกระทําความผิด มีการใชเครื่องมือทางยุทธวิธีดานบนมาอยูในพ้ืนท่ีสีเทา แสดงวาเจาหนาท่ีตํารวจ
กาํ ลังปฏบิ ัตหิ นา ท่ีโดยใชเครื่องมือทางยุทธวิธเี กนิ ความจาํ เปนแกเหตุ

¾¹×é ·Õèʋǹ·èÕ ó แถบสเี ขยี ว เหลอื ง แดง ทไี่ ลส จี ากออ นไปหาเขม ทเ่ี ขยี นขอ ความ
อาจจะไมป ลอดภัย เขียนไวเพอ่ื เตือนวาหากเจา หนาทีต่ าํ รวจปฏบิ ัตงิ านแลว การกระทาํ ของผตู องหา
หรอื ผกู ระทาํ ความผดิ มกี ารใชเ ครอ่ื งมอื ทางยทุ ธวธิ ดี า นบนมาอยใู นพนื้ ทส่ี อี อ น แสดงวา เจา หนา ทต่ี าํ รวจ
กาํ ลงั ปฏบิ ตั หิ นา ทโี่ ดยใชเ ครอื่ งมอื ทางยทุ ธวธิ ไี มเ หมาะสมกบั พฤตกิ ารณข องผตู อ งหาหรอื ผกู ระทาํ ความผดิ
ซงึ่ อาจสง ผลใหเจาหนาท่ีตาํ รวจไมป ลอดภัย

¾é¹× ·ÕÊè Ç‹ ¹·èÕ ô แถบสเี ขยี ว เหลอื ง และแดง ทอ่ี ยดู า นบน เปน อปุ กรณท างยทุ ธวธิ ี
ทเี่ หมาะสมทเ่ี จา หนา ทต่ี าํ รวจจะใชต อบโตไ ด โดยมสี ดั สว นการกระทาํ พอสมควรแกเ หตุ ทง้ั นี้ หากสงั เกต
ลูกศรแนวตัง้ ในบางการกระทาํ ของผูตอ งหาท่ีลากข้ึนมาจากลกู ศรแนวนอน จะมลี ูกศรแนวตงั้ ผานข้ึน
ไปไดหลายจุด แสดงวาเจาหนาที่ตํารวจสามารถใชเครื่องมือทางยุทธวิธีในการตอบโตสถานการณได
หลายประเภท โดยข้ึนอยูกบั ปจ จัยทเี่ ขา มาเกยี่ วขอ งกับพฤตกิ ารณแ วดลอ มของเหตกุ ารณน ้นั ๆ ซึ่งจะ
อธบิ ายในชว งทา ย

สําหรับปกกาที่เขียนอยูดานนอกครอบคลุมพื้นที่สีเขียวออนและเขียวเขม ซึ่งมี
ขอความวาใชเ บ้อื งตน ในทุกสถานการณ หมายถงึ การกระทําการใดๆ ก็แลวแตในตวั แบบนี้ ใหเ ร่ิมตน
จากการแสดงตวั ของเจา หนา ท่ี และการส่ังการดวยวาจาหรอื ทา ทางกอนเสมอ ซง่ึ เปนหลกั นิยมสากล
ทท่ี ว่ั โลกใชป ฏบิ ตั ิ อนั มที ม่ี าจากการใหค วามสาํ คญั ในสทิ ธแิ ละเสรภี าพของประชาชนตามปฏญิ ญาสากล
วาดวยหลกั สทิ ธิมนุษยชน

๘๖

ÃдѺ¡ÒÃãªกŒ ําÅ§Ñ ¢Í§à¨ÒŒ ˹ŒÒ·èÕตาํ ÃǨà¾èÍ× á¡äŒ ¢Ê¶Ò¹¡Òó
(USE OF FORCE)

๘๗

ò.ò ËÅÑ¡¹ÂÔ Á㹡ÒÃÊÌҧμÇÑ áººÃдѺ¡ÒÃ㪌¡íÒÅѧ
ในประเทศทมี่ กี ารบงั คบั ใชก ฎการใชก าํ ลงั สาํ หรบั เจา หนา ทต่ี าํ รวจ นยิ มนาํ สญั ลกั ษณ

ของแถบสมี าเปน เครอ่ื งมอื ในการอธบิ ายเพอ่ื แบง ระดบั ของการกระทาํ ของผตู อ งสงสยั /ผกู ระทาํ ความผดิ
โดยส่ือถึงความหนักเบาของพฤติการณ ทุกประเทศจะใหความสําคัญกับการกระทําของผูตองสงสัย/
ผูกระทําความผิด (Action) อันมีเหตุอันควรสงสัยวาจะเปนความผิดตามกฎหมายเปนตัวเริ่มในการ
อธบิ ายตวั แบบ โดยสเี ขยี วจะแสดงถงึ ระดบั ขนั้ การใชท เ่ี บาทส่ี ดุ สสี ม เปน ระดบั ขน้ั การใชก าํ ลงั ทม่ี คี วาม
แรงมากข้นึ และสแี ดงเปนระดบั ขั้นการใชกาํ ลงั ท่ตี อ งมีการตระหนักสงู สุด

เพื่อใหงายตอการทําความเขาใจ จึงตัดสวนตางๆ ของตัวแบบมาเพ่ือใชในการ
อธบิ ายเปน ๓ สวนสําคญั คอื

๑. การกระทําความผดิ ของผูตองสงสัย/กระทาํ ความผดิ
๒. การตอบโตข องเจา หนา ที่ (ตามความหนกั เบาของการกระทาํ ของผตู อ งสงสยั /
กระทําความผดิ )
๓. เคร่ืองมือทางยุทธวิธีในการตอบโตผูตองสงสัย/กระทําความผิดท่ีเหมาะสม
ท้ังน้ีหลักในการปฏิบัติทางทฤษฎีนั้นจะเปนสวนสําคัญในการพัฒนาการฝกภาคปฏิบัติที่ตองมีการฝก
ทกั ษะทางยทุ ธวิธตี ามทไี่ ดม ีการออกแบบไวโดยเฉพาะ

ó. คาํ ͸ԺÒ·ÇèÑ ä»à¡èÂÕ Ç¡Ñº¡ÒáÃÐทํา¢Í§¼ÙμŒ ÍŒ §Ê§ÊÂÑ /¡ÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´

การกระทําของผูต องสงสยั /กระทาํ ความผิด

บุคคลที่ การกระทําโดยเชือ่ วา จะเกิดการบาดเจ็บสาหสั
ตอบโต หรอื เสียชีวติ

บุคคลท่ี การกระทาํ โดยเชื่อวาจะเกดิ อนั ตรายตอ กายจนไดร บั บาดเจ็บ
ขัดขืน การกระทําโดยปราศจากอาวธุ

บคุ คลทีใ่ ห (แสดงกริ ิยา/ทา ทางวา จะทํารา ยเจาหนาทหี่ รอื ผูอ นื่ )
ความรว มมือ เคลอ่ื นไหว

เพื่อหลกี เลี่ยงการใชกําลงั ควบคมุ
(ระวงั พฤติการณทีอ่ าจเปล่ยี นแปลงได)

น่งิ เฉย
ไมปฏิบัติตามคาํ ส่งั
(ระวังพฤติการณท่อี าจเปลย่ี นแปลงได)
ใหค วามรวมมอื
เฉพาะที่เปนการตอบสนองตอ คาํ สัง่ เทานั้น
(ระวังความเสี่ยงทอี่ าจเกดิ ขนึ้ ได)
ใหความรวมมือโดยไมต องมคี ําสัง่
(รกั ษาระยะหา งท่ีเหมาะสม)

๘๘

จากภาพ จะพบวาแถบสีเขียวดานลางจะเปนลักษณะของการกระทําที่ผูตองสงสัย/
กระทําความผิดปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายและเชื่อฟงเจาหนาที่ตํารวจ ไลรายละเอียดข้ึนไปเปน
แถบสเี หลอื งทเ่ี รมิ่ ไมป ฏบิ ตั ติ ามหรอื มที า ทขี ดั ขนื ไปจนถงึ แถบสแี ดงทเ่ี รมิ่ มแี นวโนม ทก่ี ารกระทาํ รนุ แรง
ในการตอบโตเจาหนาท่ีตํารวจซ่ึงในแตละแถบสีจะมีการกระทําท่ีมีระดับความเขมขนแตกตางกัน
ออกไปอกี ดงั นนั้ จงึ ควรจดจาํ แถบสใี หไ ดก อ นจะศกึ ษาในหวั ขอ ถดั ไป ซงึ่ จะกาํ หนดแยกยอ ยลงไปอกี วา
มีพฤตกิ ารณต อบสนองตอเจา หนาที่ตํารวจอยา งไร

คาํ ͸ԺÒÂÍÂÒ‹ §ÅÐàÍÕ´¢Í§¡ÒáÃÐทาํ ¢Í§¼ŒμÙ ŒÍ§Ê§ÊÑÂËÃ×ͼ¡ŒÙ ÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´
ó.ñ ¡ÒÃầ‹ ÃдºÑ Í‹ҧÅÐàÍÂÕ ´¢Í§º¤Ø ¤Å·èãÕ Ë¤Œ ÇÒÁÃÇ‹ ÁÁÍ× (ᶺÊÕà¢ÕÂÇ) แบง ออก
เปน ๒ ประเภท ไดแ ก

บคุ คลที่ให ใหค วามรว มมอื
ความรว มมอื เฉพาะทีเ่ ปน การตอบสนองตอคําสง่ั เทาน้ัน

(ระวังความเสี่ยงท่อี าจเกิดข้ึนได)

ใหค วามรว มมือโดยไมต อ งมคี าํ ส่งั
(รักษาระยะหางท่เี หมาะสม)

ÃдºÑ ·Õè ñ ãËŒ¤ÇÒÁÃÇ‹ ÁÁÍ× â´ÂäÁ‹μŒÍ§ÍÍ¡คาํ Êèѧ (ᶺÊÕà¢ÂÕ Ç͋͹) : ผูตองสงสยั /
กระทาํ ความผดิ ทใ่ี หค วามรว มมอื โดยไมต อ งออกคาํ สง่ั ใหเ จา หนา ทต่ี าํ รวจรกั ษาระยะหา งทเ่ี หมาะสม
ทั้งนี้ ตองไมลดระดับการระมัดระวังตัวลง จนกวาจะมีการควบคุมตัวอยางถูกตองทางยุทธวิธี
และมีการตรวจคนอยางละเอยี ดจนแนใ จวามคี วามปลอดภยั

ÃдºÑ ·Õè ò ãËŒ¤ÇÒÁËÇÁÁ×ÍμÒÁ¡ÒÃÍÍ¡คําÊèѧ (ᶺÊÕà¢ÕÂÇࢌÁ) : ผูตองสงสัย/
กระทําความผิด ใหความรวมมือเฉพาะท่ีเปนการตอบสนองตอคําสั่งเทาน้ัน ใหเจาหนาท่ีเรียงลําดับ
ในการสง่ั การใหถ กู ตอ งตามหลกั ทางยทุ ธวธิ ี การสงั่ การดว ยวาจา การแสดงออกดว ยทา ทางตอ งมคี วาม
เหมาะสม พอสมควรแกเ หตุ ไดส ดั สว นกับการกระทาํ ท้ังน้ี ตอ งไมลดระดบั การระมัดระวงั ตัวลง และ
ประเมินความเสี่ยงในสถานการณใหสูงอยูเสมอ จนกวาจะมีการควบคุมตัวอยางถูกตองทางยุทธวิธี
และมกี ารตรวจคน อยางละเอยี ดจนแนใจวามีความปลอดภยั

๘๙

ó.ò ¡ÒÃẋ§ÃдѺÍ‹ҧÅÐàÍÕ´¢Í§ºØ¤¤Å·èբѴ¢×¹ (ᶺÊÕàËÅ×ͧ) แบงออกเปน
๒ ระดับ

บคุ คลที่ เคลือ่ นไหว
ขดั ขนื เพ่อื หลกี เลีย่ งการใชก ําลงั ควบคมุ
(ระวังพฤตกิ ารณท่อี าจเปลย่ี นแปลงได)

นิ่งเฉย
ไมป ฏบิ ตั ิตามคาํ สงั่
(ระวังพฤตกิ ารณท่ีอาจเปลย่ี นแปลงได)

ÃдºÑ ·èÕ ñ ¢Ñ´¢×¹´ŒÇ¡ÒùÔè§à©ÂäÁ‹»¯ÔºÑμÔμÒÁคําÊÑè§ (ᶺÊÕàËÅ×ͧ͋͹) :
ผตู อ งสงสยั /กระทาํ ความผดิ ทม่ี ที า ทขี ดั ขนื ดว ยการนงิ่ เฉยไมป ฏบิ ตั ติ ามคาํ สงั่ ทางวาจาหรอื ทา ทางของ
เจาหนาท่ีตํารวจ แมวาการน่ิงเฉยน้ันจะเปนการนิ่งเฉยดวยสันติ ไมมีทาทางจะตอบโตกับเจาหนาท่ี
ตํารวจ แตการน่ิงเฉยไมปฏิบัติตามเปนอุปสรรคในการเขาไปเผชิญเหตุ หรือทําใหเจาหนาท่ีตํารวจ
ตอ งเขา ใกลเ กนิ กวา ระยะปลอดภยั ทงั้ นเี้ จา หนา ทต่ี าํ รวจทต่ี อ งดาํ เนนิ การกบั บคุ คลดงั กลา ว ตอ งระมดั ระวงั
พฤติการณหรือทาทีที่อาจเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว โดยตองไมลดระดับการระมัดระวังตัวลง
การส่ังการดวยวาจา การแสดงออกดวยทาทางตองมีความเหมาะสม พอสมควรแกเหตุ ไดสัดสวน
กับการกระทําจนกวาจะมีการควบคุมตัวอยางถูกตองทางยุทธวิธี และมีการตรวจคนอยางละเอียด
จนแนใ จวามคี วามปลอดภยั

ÃдѺ·èÕ ò ¢´Ñ ¢¹× ´ÇŒ ¡ÒÃà¤ÅÍ×è ¹äËÇà¾Íè× ËÅ¡Õ àÅÂÕè §¡Òû¯ºÔ μÑ μÔ ÒÁ (ᶺÊàÕ ËÅÍ× §à¢ÁŒ )
: ผูตองสงสัย/กระทําความผิดที่มีทาทีขัดขืนดวยการเคล่ือนไหว ไมปฏิบัติตามคําส่ังทางวาจา
หรือทาทางของเจาหนาทตี่ าํ รวจ โดยมีวัตถปุ ระสงคเพ่ือหลีกเลี่ยงการปฏบิ ัติ แมวาการเคลอื่ นไหวนน้ั
จะเปน ไปดว ยสนั ติ หรอื พยายามจะหลบหนี ซงึ่ เปน อปุ สรรคในการเขา ไปเผชญิ เหตุ หรอื ทาํ ใหเ จา หนา ท่ี
ตํารวจตองเขาใกลเกินกวาระยะปลอดภัย ทั้งน้ีเจาหนาที่ตํารวจท่ีตองดําเนินการกับบุคคลดังกลาว
ตอ งระมดั ระวงั พฤตกิ ารณห รอื ทา ทที อี่ าจพลกิ ผนั อยา งรวดเรว็ โดยตอ งไมล ดระดบั การระมดั ระวงั ตวั ลง
การสั่งการดวยวาจา การแสดงออกดวยทาทางตองมีความเหมาะสมพอสมควรแกเหตุ ไดสัดสวน
กับการกระทํา จนกวาจะมีการควบคุมตัวอยางถูกตองทางยุทธวิธี และมีการตรวจคนอยางละเอียด
จนแนใ จวา มคี วามปลอดภัย

กรณีมีทาทีหลบหนีใหพึงระมัดระวังอยางยิ่งในการใชเคร่ืองมือทางยุทธวิธีเพื่อตอบโต
หรอื ยบั ยง้ั พฤตกิ ารณ และถอื เปน เรอ่ื งละเอยี ดออ นในการตดั สนิ ใจในการใชก าํ ลงั ตอ งพงึ สงั เกตถงึ แนวโนม
หรอื โอกาสในการใชอ าวธุ เพมิ่ เตมิ ประกอบดว ย ซงึ่ ในสว นนจ้ี ะอยใู นการฝก ทกั ษะเพอื่ พฒั นาการตดั สนิ ใจ
ทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพจากการจาํ ลองสถานการณเ สมือนจริง

๙๐

ó.ó ¡ÒÃẋ§ÃдѺÍ‹ҧÅÐàÍÕ´¢Í§ºØ¤¤Å·èÕทําÃŒÒÂ(ᶺÊÕá´§) แบงการกระทํา
ออกเปน ๓ ระดับความรนุ แรง

บคุ คลที่ การกระทาํ โดยเช่อื วา จะเกดิ การบาดเจบ็ สาหัส
ตอบโต หรือเสยี ชีวิต

การกระทําโดยเชือ่ วา จะเกิดอนั ตรายตอกายจนไดร ับบาดเจบ็
การกระทาํ โดยปราศจากอาวุธ

(แสดงกิรยิ า/ทา ทางวา จะทาํ รายเจา หนาทห่ี รือผูอน่ื )

ÃдѺ·Õè ñ ¡ÒáÃÐทําâ´Â»ÃÒȨҡÍÒÇØ¸ (áÊ´§¡ÔÃÔÂÒ/·‹Ò·Ò§Ç‹Ò¨ÐทําÃŒÒÂ
਌Ò˹ŒÒ·èÕËÃ×ͼٌÍ×è¹) : ผูตองสงสัย/กระทําความผิดไมใหความรวมมือหรือปฏิบัติตามคําส่ัง
เมอื่ เจา หนา ทเ่ี ขา ใกลเ กนิ กวา ระยะปลอดภยั ทงั้ ยงั แสดงกริ ยิ าหรอื ทา ทางวา จะทาํ รา ยเจา หนา ทตี่ าํ รวจ
หรือผูอื่น ซ่ึงการกระทํานั้นอาจสงผลตอความปลอดภัยของการปฏิบัติงานของเจาหนาที่ตํารวจ
ทเ่ี ขา เผชญิ เหตุ ทงั้ นี้ เจา หนา ทต่ี าํ รวจทตี่ อ งดาํ เนนิ การกบั บคุ คลดงั กลา วตอ งพงึ ระมดั ระวงั การซกุ ซอ น
อาวธุ หรอื สง่ิ ทอ่ี าจใชแ ทนอาวธุ ได ขณะเขา ทาํ การตอบโตก บั สถานการณต อ งพงึ ระลกึ เสมอถงึ กฎของ
ความปลอดภยั และตองมคี วามเหมาะสม พอสมควรแกเ หตุ ไดส ดั สว นกับการกระทํา จนกวาทาํ การ
ควบคมุ ตวั อยา งถูกตอ งทางยทุ ธวธิ ี และมีการตรวจคน อยา งละเอียดจนแนใจวา มีความปลอดภยั

ÃдѺ·èÕ ò ¡ÒáÃÐทําâ´Âàª×èÍNjҨÐà¡Ô´ÍѹμÃÒÂμ‹Í¡Ò¨¹ä´ŒÃѺºÒ´à¨çº (ᶺ
ÊÕᴧ͋͹) : ผูตองสงสัย/กระทําความผิด ไมใหความรวมมือหรือปฏิบัติตามคําสั่ง เม่ือเจาหนาที่
เขา ใกลเ กนิ กวา ระยะปลอดภยั มพี ฤตกิ ารณต อบโตโ ดยมลี กั ษณะการกระทาํ ทเี่ ชอื่ วา จะมกี ารทาํ อนั ตราย
ตอกายจนไดรับบาดเจ็บโดยอาจใชอาวุธ หรือใชวัสดุที่ไมไดเปนอาวุธโดยสภาพ ประกอบการกระทํา
ทั้งน้ี พึงระมัดระวังและสังเกตวัตถุท่ีผูตองสงสัยหรือผูกระทําความผิดใชในการตอบโตเจาหนาท่ี
ขณะเขาทําการตอบโตกับสถานการณตองพึงระลึกเสมอถึงกฎของความปลอดภัย และตองมี
ความเหมาะสมพอสมควรแกเหตุ ไดสัดสวนกับการกระทํา จนกวาทําการควบคุมตัวอยางถูกตอง
ทางยุทธวิธี และมีการตรวจคน อยางละเอียดจนแนใ จวามคี วามปลอดภยั

ÃдºÑ ·èÕ ó ¡ÒáÃÐทํา·Õèàªè×ÍNjҨС‹ÍãËŒà¡Ô´¡ÒúҴà¨çºÊÒËÑÊËÃ×ÍàÊÕªÕÇÔμ (ᶺ
ÊÕᴧࢌÁ) : ผูตองสงสัย/กระทําความผิด ไมใหความรวมมือหรือปฏิบัติตามคําสั่ง มีพฤติการณ
ตอบโตโดยมีลักษณะการกระทําที่เช่ือวาจะกอใหเกิดการบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตโดยอาจใชอาวุธ
หรอื ใชว สั ดุทไี่ มไดเ ปนอาวุธโดยสภาพ ประกอบการกระทํา ท้ังนพ้ี ึงระมัดระวงั และสงั เกตวัตถุที่ผูตอง
สงสัยหรือผูกระทําความผิดใชในการตอบโตเจาหนาที่ขณะเขาทําการตอบโตกับสถานการณตองพึง
ระลึกเสมอถึงกฎของความปลอดภัย และตองมีความเหมาะสมพอสมควรแกเหตุ ไดสัดสวนกับการ
กระทําจนกวาทําการควบคุมตัวอยางถูกตองทางยุทธวิธี และมีการตรวจคนอยางละเอียดจนแนใจวา
มคี วามปลอดภัย

๙๑

ô. คาํ ͸ԺÒ·èÇÑ ä»à¡èÂÕ Ç¡ºÑ ¡Òû¯ºÔ ÑμԢͧ਌Ò˹ŒÒ·ÕèตําÃǨ

คําอธิบายในสวนน้ีจะเปนเร่ืองของเคร่ืองมือทางยุทธวิธีที่ใชในการตอบโตที่เหมาะสม
โดยตองทําความเขาใจวาการกระทําของผูตองสงสัย/กระทําความผิด จําแนกอยูในสีใด และมีระดับ
ความรุนแรงเพียงใดเพ่ือจะไดเลือกใชเคร่ืองมือทางยุทธวิธีสําหรับการตอบโตไดอยางเหมาะสม และ
จากภาพดา นลางจะพบวาในบางกลุมสมี กี ารใชเครื่องมือทางยุทธวธิ ีในการตอบโตไดห ลายอยา ง ทง้ั น้ี
หลกั ในการพจิ ารณาทลี่ ะเอยี ดรอบคอบเกดิ จากการฝก ทกั ษะในการตอบโต โดยตอ งคาํ นงึ ถงึ หลกั สดั สว น
พอสมควรแกเ หตุ และเปนการปองกนั โดยชอบดว ยกฎหมาย

¡Òû°Á¾ÂÒºÒÅ/ᨧŒ ÞÒμÔ¼ÙŒºÒ´à¨çº อา ุวธปนห ืรอกําลังที่ ํทาใ หบาดเ ็จบสา ัหสห ืรอถึงแกความตาย
ปนไฟฟา *
กระสุนยาง

สเปรย สเปรย
พริกไทย* พริกไทย*

อาวุธ
ทไี่ มถ ึงตาย / ดิ้ว / กระบอง

การปฏบิ ตั ิโดยใชอ าวธุ

¡ÒèѺ/ ¡ÒèѺ/¡Òà ¡ÒÃ㪡Œ Òí ŧÑ
¡Òᴨش »¯ºÔ ÑμÔ μÍ‹ Ëҧ¡ÒÂ
ãËàŒ ¨ºç à¾èÁÔ ¤Çº¤ÁØ
â´Â㪌Á×Íà»ÅÒ‹

¡Òû¯ºÔ μÑ âÔ ´Â»ÃÒȨҡÍÒǸØ

¡ÒÃÊ×Íè ÊÒôŒÇÂÇÒ¨ÒËÃ×Í·‹Ò·Ò§
¡ÒÃâ¹ÁŒ ¹ŒÒÇ / ¡ÒÃá¹Ð¹Òí / ¡ÒÃμÑ¡àμÍ× ¹ / ÍÍ¡¤Òí Êѧè
¡ÒÃáÊ´§μÑǢͧà¨ÒŒ ˹ŒÒ·ÕèμÒí ÃǨã¹à¤ÃÍè× §áºº /

¹Í¡à¤ÃèÍ× §áººáÊ´§ºÑμûÃШÒí μÇÑ
(·Ñ¡·Ò / á¹Ð¹Òí μÑÇ / ᨌ§ÇÑμ¶Ø»ÃÐʧ¤)


Click to View FlipBook Version