๔๒ μÒÃÒ§·èÕ ñ
¡Òè´Ñ ਌Ò˹ŒÒ·ÊÕè ÒÂμÃǨẺ ó ªØ´»¯ºÔ Ñμ¡Ô ÒÃ
Ç¹Ñ ·èÕ
»¯ÔºÑμÔ ¼Å´Ñ ´Ö¡ ¼Å´Ñ àªÒŒ ¼ÅÑ´àÂ¹ç ¾Ñ¡
๑, ๕ ðð.ðñ-ðø.ðð ðø.ðð-ñö.ðð ñö.ðð-òô.ðð พักชดุ ละ ๑๖ ชม.
๒, ๖
๓, ๗ ชดุ ที่ ๑ ชดุ ที่ ๒ ชุดที่ ๓
๔, ๘
ชุดที่ ๑ ชดุ ที่ ๒ ชุดท่ี ๓
ชดุ ที่ ๑ ชดุ ท่ี ๒ ชุดที่ ๓
ชุดที่ ๑ ชดุ ที่ ๒ ชุดท่ี ๓
μÒÃÒ§·Õè ò
¡Òè´Ñ à¨ÒŒ ˹Ҍ ·èÕÊÒÂμÃǨẺ ô ª´Ø »¯ÔºμÑ Ô¡ÒÃ
Ç¹Ñ ·Õè ¼ÅÑ´´Ö¡ ¼ÅÑ´àªŒÒ ¼Å´Ñ àÂ¹ç ¾Ñ¡
»¯ÔºÑμÔ ðð.ðñ-ðø.ðð ðø.ðð-ñö.ðð ñö.ðð-òô.ðð
ชุดท่ี ๔
๑, ๕ ชุดท่ี ๑ ชดุ ท่ี ๒ ชุดที่ ๓ ชุดท่ี ๓
ชุดท่ี ๒
๒, ๖ ชุดท่ี ๔ ชุดที่ ๑ ชดุ ท่ี ๒ ชุดท่ี ๑
๓, ๗ ชดุ ที่ ๓ ชดุ ที่ ๔ ชุดที่ ๑
๔, ๘ ชุดที่ ๒ ชดุ ที่ ๓ ชดุ ที่ ๔
¡Òû¯ºÔ μÑ ¡Ô ‹Í¹ÍÍ¡μÃǨ
กอ นทีน่ ําไปสูข้นั ตอนในการปฏบิ ตั ิ ผบู ริหารงานสายตรวจท้งั ระดับ สวป. และรอง สวป.
ท่ีทําหนาที่หัวหนาสายตรวจ จะตองดําเนินกรรมวิธีเตรียมการใหแกเจาหนาที่ตํารวจกอนออกปฏิบัติ
หนาที่ใหเรียบรอย ทั้งน้ีเพ่ือเปนการสรางความพรอม ความกระตือรือรนในการปฏิบัติงานและสราง
ความสัมพันธอันดีระหวางผูบังคับบัญชากับผูใตบังคับบัญชา สําหรับการเตรียมการจะแบงออกเปน
๒ ลักษณะ คอื
ñ. ¡ÒÃμÃǨ¤ÇÒÁ¾ÃÍŒ Á¹Í¡ËÍŒ §»¯ºÔ μÑ ¡Ô ÒÃÊÒÂμÃǨ ตาํ รวจสายตรวจจะตอ งมาพรอ มกนั
ทีส่ ถานี กอนเวลาปฏิบตั ิอยา งนอ ย ๑๕ นาที เพือ่
๑.๑ ตรวจสอบจํานวนเจาหนาที่ตํารวจผูปฏิบัติ เพื่อใหทราบวามาปฏิบัติหนาท่ี
ครบหรือไม ถาไมครบหัวหนาสายตรวจหรือ สวป. จะไดพิจารณาจัดกําลังใหเหมาะสมแกการออก
ปฏิบัติและจะไดพ จิ ารณาขอบกพรอ งผทู ไ่ี มม าปฏิบตั ิหนา ท่ี
๑.๒ ตรวจสอบและเตรียมอปุ กรณตาง ๆ ทั้งของสว นตวั และสว นรวม เชน อาวุธ
วิทยุส่ือสาร ยานพาหนะ ไฟฉาย กุญแจมือ ฯลฯ ตลอดจนความเรียบรอยของเครื่องแตงกายและ
ความเรียบรอ ยของรา งกายดว ย เชน ผม หนวด เครา เปนตน
๔๓
ò. ¡ÒúÃÃÂÒÂÊÃ»Ø ã¹ËÍŒ §»¯ºÔ Ñμ¡Ô ÒÃÊÒÂμÃǨ
๒.๑ ตรวจรบั เอกสารทกุ ประเภททจ่ี ะตอ งนาํ ตดิ ตวั ขณะออกตรวจ เชน แบบฟอรม
การเยย่ี มเยยี นประชาชน แผนการตรวจ แผนการปฏิบัตพิ เิ ศษ สมดุ พกประจําตัว เปนตน
๒.๒ หวั หนา สายตรวจประชุมชแ้ี จงในส่ิงดังตอ ไปน้ี
ก. สถานภาพอาชญากรรมในรอบ ๒๔ ชม. ท่ีเกิดขึ้นภายในเขตทองที่
รวมทงั้ ทอ งทอี่ นื่ ๆ ทตี่ ดิ ตอ หรอื ใกลช ดิ เพอ่ื สายตรวจจะไดร บั ทราบความเปน ไปเกยี่ วกบั อาชญากรรม
รอบๆ ตัวกอ นออกปฏบิ ตั หิ นา ท่ี
ข. เนนย้ําการปฏิบัติตามแผนการตรวจ เพ่ือใหสายตรวจปฏิบัติตามแผน
ใหถูกตอง ซ่ึงในการเนนยํ้านี้ หากมีภารกิจพิเศษที่ตองใหสายตรวจปฏิบัติจะไดส่ังการใหสายตรวจ
เขียนหมายเหตุไวในแผนการตรวจจบั และนอกจากนย้ี ังสามารถเนนยา้ํ ส่งิ ทนี่ าสนใจเปน พิเศษ เพอื่ ให
สายตรวจสนใจขณะออกตรวจไปในเขตรับผิดชอบ เชน ใหสายตรวจหารถแท็กซ่ีหมายเลขทะเบียน
๖ ท.-๒๒๖๗ ซ่ึงถูกคนรายชิงไปเม่ือคืนท่ีแลว และคาดวาคนรายคงนํามาจอดทิ้งไวท่ีใดท่ีหน่ึง
เพอ่ื สายตรวจรับทราบที่จะออกตรวจสังเกตขณะปฏบิ ัติหนา ที่ เปนตน
ค. ตรวจสอบขาวตางๆ จากสมุดรับคํารองเรียน เพื่อดูวามีขาวใดนาสนใจ
และเปนการเรงดวนทีจ่ ะตองใหสายตรวจไปตรวจสอบหรือไปดําเนินการ กส็ ง่ั การไป
ง. ใหค วามรเู กยี่ วกบั ยทุ ธวธิ ตี าํ รวจใหมท นี่ า รู รวมทงั้ ความรรู อบตวั ทจ่ี าํ เปน
แกสายตรวจ
จ. สอบถามปญ หาขอ ขดั ขอ งในการปฏิบตั หิ นา ทีต่ า ง ๆ
สง่ิ จําเปน ที่ใชเปนขอ มลู ในการอบรมชี้แจงสายตรวจดังกลาวขา งตน ไดแก
ก. รายงานเหตุการณประจําวัน
ข. สมุดรับคํารองเรยี น
ค. คาํ ส่งั ขา วสารท่สี ายตรวจควรทราบ
นอกจากการอบรมชแ้ี จงแลว หวั หนา สายตรวจยงั ตอ งตรวจสอบสมดุ พกประจาํ ตวั สายตรวจ
ซงึ่ มคี วามจาํ เปน ตอ งมตี ดิ ตวั ตลอดเวลาเพอื่ ใหจ ดบนั ทกึ เหตกุ ารณแ ละคาํ สง่ั ตา ง ๆ ของผบู งั คบั บญั ชา
และควรตรวจสอบความพรอมของอาวุธท่ีจะใชในการปฏิบัติวาพรอมหรือไม เมื่อทุกอยางเรียบรอย
ก็ปลอยใหส ายตรวจออกปฏบิ ตั หิ นาทไ่ี ด
˹Ҍ ·Õè¢Í§ตาํ ÃǨÊÒÂμÃǨ¡‹Í¹ÍÍ¡μÃǨÁմѧμÍ‹ 仹Õé
- ใหมาพรอมที่สถานีหรือหองปฏิบัติการสายตรวจกอนเวลาท่ีจะตองปฏิบัติงาน
อยา งนอ ย ๑๕ นาที เพือ่ รบั ฟง การชี้แจงรายละเอียด ขอมลู ตาง ๆ จากหวั หนาสายตรวจ
- ตรวจสอบแผนการตรวจและภารกจิ ตา ง ๆ ที่ สวป. ไดกาํ หนดไว
- ตรวจสอบและเตรยี มอปุ กรณก ารใชต า ง ๆ ทง้ั ของสว นตวั และสว นรวม เชน วทิ ยสุ อ่ื สาร
ไฟฉาย เชอื ก กญุ แจมือ ยานพาหนะ ฯลฯ ตลอดจนการเตรียมเครื่องแบบใหเรยี บรอยตามระเบียบ
- ตรวจรับเอกสารทุกประเภทท่ีจะตองนําติดตัวขณะออกตรวจ เชน แบบฟอรม
การเยย่ี มเยยี นประชาชน แผนการตรวจ สมดุ พกประจาํ ตวั สายตรวจ สาํ หรบั บนั ทกึ จดุ กา วสกดั จบั ฉบั พลนั
๔๔
˹ŒÒ·Õè¢Í§ËÑÇ˹Ҍ ÊÒÂμÃǨ¡Í‹ ¹ÍÍ¡μÃǨ¤ÇÃÁ´Õ ѧμ‹Í仹Õé
- ใหม าพรอ มทส่ี ถานี หรอื หองปฏบิ ตั ิการสายตรวจกอนเวลาทจ่ี ะตองปฏบิ ัติอยางนอย
๑๕ นาที เพื่อเตรียมขอมูลรายละเอียดตา ง ๆ ทีจ่ ะตองชแี้ จงตอ สายตรวจ
- ตรวจสอบขอมูลปญหา ดา นอาชญากรรมตาง ๆ ในเขตพนื้ ทร่ี ับผดิ ชอบ ใชดลุ ยพินจิ
พจิ ารณาปรบั แผนการตรวจ ใหส อดคลอ งกบั สถานภาพอาชญากรรมในขณะนน้ั โดยรว มปรกึ ษากบั สวป.
หากไมสามารถประสานกับ สวป. ไดก็ใหมีเอกภาพปรับแผนไดเอง แตตองรายงานใหผูบังคับบัญชา
ทราบตามลาํ ดบั ชัน้ เมื่อปฏิบัติเสร็จสน้ิ แลว
- ตรวจสอบความพรอมของสายตรวจ การแตงกาย อุปกรณเคร่ืองใชตาง ๆ ใหมี
ประสทิ ธภิ าพอยา งเต็มท่ี
- อบรมและแจง แผนการตรวจตา ง ๆ เพอ่ื ซกั ซอ มความเขา ใจแกส ายตรวจกอ นออกปฏบิ ตั ิ
หนาทที่ กุ คร้งั
¡ÒèѴÃٻẺ¡ÒÃÍÍ¡μÃǨ
ในการกําหนดแผนใหสายตรวจออกตรวจตราปองกันเหตุน้ัน อาจกําหนดรูปแบบในการ
ออกตรวจไดห ลายแบบ ทง้ั นข้ี น้ึ อยกู บั สภาพแวดลอ ม กาํ ลงั พล เครอื่ งอปุ กรณ ยานพาหนะและสถานภาพ
อาชญากรรมรปู แบบดังกลา ว ไดแ ก
ñ. ¡ÒÃμÃǨ»ÃÐจําà¢μ คือ การจัดสายตรวจ ตรวจตรารับผิดชอบประจําในเขต
ตรวจใดเขตตรวจหนงึ่ ตลอดเวลาการปฏบิ ตั หิ นา ที่ การตรวจแบบน้ี สายตรวจสามารถตรวจตราไดอ ยา ง
ท่วั ถงึ เพราะประจําอยใู นเขตตรวจเปนเวลานาน และสามารถสรางความคนุ เคยกบั ประชาชนในพนื้ ท่ี
ไดเ ปน อยา งดี แตอ ยา งไรกต็ ามการตรวจประจาํ เขตอาจจะมขี อ เสยี กลา วคอื ทาํ ใหส ายตรวจเกดิ ความ
เบ่ือหนาย เพราะตองตรวจตราในเขตแคบ ๆ อยางจํากัดตลอดเวลา นอกจากน้ีหากมีเหตุรายเกิด
ในเขตตรวจอน่ื ซ่ึงสายตรวจตองไปรวมกําลงั ชว ยเหลอื ขาดความรคู วามชํานาญพื้นทใี่ นเขตตรวจนัน้
ซ่ึงไมเคยตรวจตรา ยอมทําใหการเดินทางไปยังท่ีเกิดเหตุลาชา และขีดความสามารถการปฏิบัติการ
ในบรเิ วณที่เกดิ เหตุไมเ พยี งพอ และประการสดุ ทา ยไดแก การที่สายตรวจประจําเขตมีความคุนเคยกบั
ประชาชนอยางแนนแฟน อาจทําใหการออกตรวจลาดตระเวนมีนอยเนื่องจากอาจใชเวลาสวนใหญ
พดู คยุ สงั สรรคก บั ประชาชนและการปราบปราม อาจไดผ ลนอ ยอนั เนอื่ งมาจากความเกรงใจกนั และกนั กไ็ ด
แตอยางไรก็ตามการตรวจประจําเขตจะทําใหงานตํารวจชุมชนสัมพันธไดผลดี
ขอ ขัดของตาง ๆ เปน สิง่ ทตี่ อ งใชมาตรการอน่ื ในการควบคมุ เขามาแกไ ข
ò. ¡ÒÃμÃǨËÁ¹Ø à¢μ คอื การตรวจทต่ี รงกนั ขา มกบั การตรวจประจาํ เขต กลา วคอื เปน การ
จัดสายตรวจใหตรวจตรารับผิดชอบอยูในเขตตรวจใดเขตตรวจหน่ึงในชวงเวลาจํากัด เชน ๑ ชั่วโมง
๒ ชวั่ โมง เปน ตน แลว ใหห มนุ เวยี นไปตรวจเขตใกลเ คยี ง โดยมสี ายตรวจอนื่ เขา ไปตรวจแทนทหี่ มนุ เวยี น
กันไปจนเสรจ็ สน้ิ การปฏิบตั หิ นาที่ ยกตวั อยางเชน สถานีมสี ายตรวจ ๔ คัน มีเขตตรวจ ๔ เขต ในชวง
๒ ช่ัวโมงแรก สายตรวจคันที่ ๑ ตรวจประจาํ เขตตรวจที่ ๑ สายตรวจคันท่ี ๒ ประจาํ เขตตรวจที่ ๒,
สายตรวจคนั ท่ี ๓ ประจาํ เขตตรวจท่ี ๓, สายตรวจคันที่ ๑, สายตรวจคันที่ ๒ ประจาํ เขตตรวจที่ ๒,
๔๕
สายตรวจคนั ที่ ๓ ประจาํ เขตตรวจท่ี ๓, สายตรวจคนั ที่ ๔ ประจาํ เขตตรวจที่ ๔, ๒ ชวั่ โมงตอ มา สายตรวจ
คนั ที่ ๑ จะหมนุ ไปตรวจเขตตรวจท่ี ๔, สายตรวจคนั ที่ ๒ จะหมนุ ไปตรวจเขตตรวจที่ ๑, สายตรวจคนั ที่ ๓
จะหมนุ ไปตรวจเขตท่ี ๒, และสายตรวจคันที่ ๔ จะหมนุ ไปตรวจเขตตรวจท่ี ๓ หมนุ เวยี นกนั ไปเชนน้ี
ผลดีของการใชรูปแบบนี้ ทําใหสายตรวจทุกคันมีความรูความชํานาญในพื้นที่ท่ัวถึง
และครอบคลุม มีขีดความสามารถในการปฏิบัติงานไดในทุกเขตตรวจ ไมเกิดความจําเจเบื่อหนาย
เน่ืองจากไดม ีการเปล่ียนหมนุ เวยี นไปในพ้ืนท่ตี าง ๆ ตลอดเวลา ประการสําคัญคือ สามารถควบคมุ
ตรวจสอบไดงายกวาแบบที่ ๑ โดยเฉพาะการตรวจสอบการลงเวลาบันทึกลงในจุดตรวจ เพราะวา
สายตรวจจําเปนตองตรวจลงชือ่ เวลาตามจุดตรวจไดใ นเวลาจาํ กดั เม่อื หมุนไปอยเู ขตอ่นื กไ็ มม ีเวลา
กลับมาลงเวลาสายตรวจ (ในกรณีที่ไมไดตรวจตามแผน) ขอจํากัดไดแก การท่ีตองตรวจตรา
ไปทกุ เขตอาจทาํ ใหค วามชาํ นาญการคนุ เคยกบั พนื้ ทห่ี รอื ประชาชนมนี อ ยกวา แบบท่ี ๑ แตถ า ระยะเวลา
ปฏบิ ัตินาน ๆ สายตรวจกย็ อมพฒั นาความรคู วามชํานาญในเร่อื งนี้ไดเชนกัน
ó. ¡ÒÃμÃǨ¢ÒŒ ÁÊ¶Ò¹Õ เปน ทที่ ราบกนั โดยทว่ั ไปวา ในรอยตะเขบ็ หรอื เขตตดิ ตอ ระหวา ง
สถานีตํารวจ มักจะเปนจุดท่ีคนรายกระทําผิดหรือซอนตัวอยู เนื่องจากในบริเวณดังกลาวสายตรวจ
มกั ไปตรวจไมถ งึ เพราะเปน พน้ื ทท่ี อี่ ยหู า งไกล ประชาชนมกั ไมไ ดค วามอบอนุ ดว ย ดงั นนั้ เพอื่ แกป ญ หา
ดังกลาวประกอบกับยุทธวิธีการทํากําลังนอยใหเปนกําลังมาก อาจจัดรูปแบบการตรวจขามเขตสถานี
ตํารวจตรงบริเวณรอยตอตะเข็บของสถานีใกลเคียง โดยการกําหนดจุดตรวจของสถานีหนึ่งใหลวงล้ํา
ไปในเขตของอีกสถานีหนึ่งที่มีเขตติดตอกัน และกําหนดใหสายตรวจท่ีรับผิดชอบเขตตรวจติดตอ
ตรวจขา มเขตเขา ไปตรวจในเขตตรวจของอกี สถานหี นง่ึ ดว ย การกระทาํ เชน นเ้ี ทา กบั เปน การอดุ ชอ งโหว
และทําใหตามรอยตอ ของแตล ะสถานีตาํ รวจเขาไปตรวจตราอยูเ สมอ
ô. ¡ÒÃμÃǨ¡ÃШÒÂกาํ Å§Ñ ไดแ ก การตรวจแบบนาํ กาํ ลงั ตาํ รวจไปปลอ ยลงตามจดุ ตา ง ๆ
แลว ใหก าํ ลงั ออกตรวจตราในรศั มใี กลเ คยี ง และเมอ่ื ตรวจไดร ะยะหนง่ึ กร็ บั กาํ ลงั ไปปลอ ยตรวจในจดุ อน่ื
ตอ ไป การตรวจแบบนม้ี กั จะใชก บั การตรวจยา นชมุ ชนหรอื หมบู า นทแ่ี ตล ะจดุ อยหู า งไกลกนั และจาํ เปน
ตองเตรยี มรถยนตบ รรทุกกําลังไปปลอยตามจดุ
รูปแบบการตรวจที่กลาวมาท้ัง ๔ แบบน้ี ในการปฏิบัติของสถานีอาจเลือกรูปแบบใด
รูปแบบหนึ่งหรืออาจใชหลายรูปแบบผสมผสานกันไป เพ่ือใหเกิดความเหมาะสมและประสิทธิภาพ
สงู สุดสาํ หรบั การปอ งกนั ปราบปรามอาชญากรรมตอ ไป
ÊèÔ§·èตÕ ําÃǨ¤ÇÃ椄 à¡μ¢³ÐÍÍ¡μÃǨ¾¹é× ·Õè
๑. ภายในรถท่ีมคี นนงั่ ขับรถ แตดานเบาะหลังมหี ัวคนผลุบ ๆ โผล ๆ
๒. การมว่ั สมุ ของกลมุ วัยรุนตรงมมุ ถนนหรือบรเิ วณเฉพาะ
๓. คนทเ่ี คลอ่ื นตวั ออกจากประตรู ถคนั หนงึ่ ไปยงั ประตรู ถอกี คนั หนงึ่ อาจจะกาํ ลงั หาทาง
งัดรถ
๔. เมื่อตาํ รวจสายตรวจเขา ไปในรานคา เสมยี นท่ีขายของมอี าการตกใจ
๕. คนมที า ทางเปนพริ ธุ เมือ่ พบตํารวจ
๔๖
๖. รถยนตห รือรถจกั รยานยนต ปดไฟวิ่งในเวลากลางคืน
๗. รถอยใู นสภาพเฉย่ี วชนเสยี หายว่งิ อยูในถนน
๘. คนกําลังวิง่ ในเวลากลางคืน อาจเปนคนรายหรือกาํ ลังหนีคนราย
๙. สนุ ัขเหา ตํารวจสายตรวจตอ งสังเกตวา สุนัขเหาอะไร
๑๐. การขับรถฝาฝน กฎจราจรอยา งชดั แจง คนวิง่ ตัดหนารถอยางรบี รอน
๑๑. คนขับรถใกล ๆ รถตาํ รวจไมยอมแซง แลวขับเลีย่ งออกนอกเสน ทางเมื่อถึงแยกแรก
๑๒. คนขบั รถลักษณะไมเ หมาะสมกบั รถ เชน คนเน้ือตวั มอมแมมขบั รถราคาแพง
๑๓. คนสวมเสอ้ื ผา หรอื พกสงิ่ ของสอ ไปในทางเปน ขโมย เชน แตง ชดุ ดาํ สวมรองเทา เทนนสิ
ยนื ขางร้ัวบานประชาชนในเวลากลางคนื ชวงดกึ ๆ หรือคนพกอปุ กรณสาํ หรบั เขีย่ กุญแจ
๑๔. คนหวิ้ ของทเี่ ปน ทรพั ยส นิ มคี า ในเวลากลางคนื เทคนคิ นอ้ี ยทู ก่ี ารซกั ถามวา เอาสงิ่ ของ
มาจากไหน จะไปไหน
๑๕. คนที่เดินผา นมา ซอนอะไรตงุ ๆ ไวในเส้ือ
๑๖. รถยนตต ิดเครอ่ื ง แลว จอดอยกู ับทน่ี าน ๆ
๑๗. คนสวมแวนตาดาํ ในเวลากลางคนื ยกเวน คนตาบอด
บางครั้งการสงสัยของเจาหนาท่ีตํารวจสายตรวจที่เกิดจากอารมณสวนตัวของตํารวจเอง
เกิดจากสถานการณรอบตัวซ่ึงเปนการยากที่จะตัดสินวาส่ิงใดควรสังเกต สิ่งใดไมควร แตตํารวจ
สายตรวจคงตอ งยดึ หลกั อยา ตดั สนิ ใจเชอ่ื เมอ่ื เหน็ และไดย นิ ตอ งดสู ถานการณแ วดลอ มประกอบกบั ใช
วิธีปอนคําถามขอบกพรองของตํารวจสายตรวจสวนใหญคือ ความเกียจคราน โดยมักจะหาเหตุผล
เขา ขา งตนเอง เพอื่ จะไมต อ งสงั เกตหรอื ตรวจสอบ ฉะนนั้ เมอื่ ตาํ รวจสายตรวจสองคนปฏบิ ตั งิ านรว มกนั
จงึ ตองเขาใจซ่งึ กนั และกนั จะไดไมตอ งโตเ ถียงขดั แยง เพราะบางครงั้ ตํารวจคนหนึง่ กม็ เี หตผุ ล โดยที่
ตํารวจอกี คนหนึง่ ยังไมทนั สังเกตหรอื เขา ใจ การสังเกตบางครงั้ ตอ งใชอ ปุ กรณชวย การท่จี ะใชอปุ กรณ
ทกุ ชนดิ ตอ งมที กั ษะ อยา งนอ ยกต็ อ งรหู ลกั การใชอ ปุ กรณแ ตล ะชนดิ เชน การใชส ปอตไลทม วี ตั ถปุ ระสงค
ตองการหาส่ิงท่ีตองการในความมืด อาจจะเปนคนซอนตัวหรือหลบหนี ตรวจสอบการทําลายส่ิงที่
คมุ ครองทรพั ยส นิ เชน ประตู หนา ตา ง บา นถกู งดั เพอื่ จะไดร สู ภาพเจา หนา ทตี่ าํ รวจสายตรวจจะตอ งหดั
ฉายสปอตไลทเขาตาคนขับรถท่ีแลนสวนทางมา บางครั้งก็เอาสปอตไลทติดไวท่ีหลังคารถสายตรวจ
เพ่ือสองดานขางรถท้ังสองขาง การใชกระจกสองหลังชนิดยาวดานหนารถเพื่อจะสามารถมองภาพ
หลังรถไดมุมกวางข้ึนกวากระจกสองหลังโดยท่ัว ๆ ไป จากใชกลองสองทางไกลแบบธรรมดาจนถึง
การใชก ลองแสงอนิ ฟาเรดดวย ตอ งรูและฝกฝนวิธีการใชเ พอื่ ใหไดประโยชนส งู สดุ
วธิ กี ารทดี่ ที ส่ี ดุ ในการรวบรวมขอ มลู สงั เกตการณข องตาํ รวจสายตรวจ คอื วธิ กี ารจดบนั ทกึ
เพอื่ จะเปนประโยชนอ ยา งย่ิงในภายหลัง
การสังเกตการณของสายตรวจเมื่อเกิดเหตุแลว ในบางครั้งตํารวจสายตรวจก็ตองเขาไป
ชวยเหลือตํารวจฝายอ่ืน ๆ ทํางาน เชน ขณะเกิดเหตุฆาตกรรม เมื่อสายตรวจอยูบริเวณที่เกิดเหตุ
วิธกี ารปฏิบัตทิ ่ดี ีทีส่ ดุ และเปน ประโยชน เชน
๔๗
- ควรจะจดทะเบยี นรถทข่ี บั จากทเี่ กดิ เหตเุ มอื่ ตาํ รวจสายตรวจไปถงึ เพราะตาํ รวจสายตรวจ
มักจะเปนเจาหนาที่คนแรกท่ีไปถึงที่เกิดเหตุ รถคันดังกลาวอาจจะเปนรถคนรายหรือรถของพยาน
ทส่ี ําคัญในทางคดี
- ตํารวจสายตรวจควรยืนหลังฝูงชนท่ีมุงดูบริเวณใกลท่ีเกิดเหตุ เพ่ือดูปฏิกิริยาของคน
บางคนอาจกําลังเลาเรื่องท่ีเห็นเหตุการณใหคนอ่ืนฟง ตํารวจสายตรวจควรชวยนําตัวไปใหพนักงาน
สอบสวนเปน พยาน
- ในกรณที มี่ ฝี งู ชนในทเ่ี กดิ เหตมุ าก ไมค วรไปเครง ครดั ในการซกั ถามพยานคนใดคนหนง่ึ
เปนพิเศษ อาจทําใหเสียเวลาเปลา ใหใชวิธีจดชื่อ ท่ีอยู หมายเลขโทรศัพทของพยาน เพื่อสามารถ
ไปตามมาซกั ถามในภายหลงั ได
- ในการถามพยาน ตํารวจสายตรวจจะตองคํานึงวาในบางคร้ังพยานเปนผูไมมีความ
ชํานาญ ยอมตื่นเตนในเหตุการณไมรูวาจะพูดอยางไร ฉะน้ันการตะคอกบีบค้ันพยานจะทําใหไมได
ขอมลู ทดี่ ี
- ขอมลู ครา ว ๆ ในทางคดี มกั จะเปน คาํ ตอบของคําถามทว่ี า ใคร ทาํ อะไร ทไ่ี หน เมอ่ื ไร
อยา งไร และเพราะอะไร
- ไกลเ กลย่ี ระงบั ขอ พพิ าทเลก็ ๆ นอ ย ๆ เมอ่ื สายตรวจประสบเหตปุ ระชาชนเกดิ ทะเลาะ
ววิ าทหรอื ทํารายรา งกายกนั สายตรวจมีอาํ นาจหนา ทท่ี จ่ี ะเขา ไประงบั เหตุ ซกั ถามถงึ สาเหตุ ไกลเกลยี่
ใหค ูกรณตี กลงกันดวยดี ถา สายตรวจไมเ อาใจใสเ ขาระงบั เหตุ อาจจะทาํ ใหเหตุการณร ายแรงเปนการ
ประทษุ รา ยตอชวี ติ ได
- สายตรวจจะจับกุมผูใด ไมมีหมายจับได ยกเวนในกรณีความผิดซึ่งหนาหรือเหตุอื่น
ในประมวลวธิ ีพจิ ารณาความอาญาวาดวยเร่อื งการจับกุม
- ถาพบหรือทราบตัวผูกระทําผิด ก็จับกุมไดทันทีเพราะหากวาผูกระทําความผิด
หลบหนีไป ก็อาจทาํ ใหลา ชาในการทีจ่ ะนําตัวผูก ระทาํ ผิดมาสง พนกั งานสอบสวนและดําเนนิ คดีได
¡ÒÃà¢ÂÕ ¹á¼¹·Õèà¡´Ô àËμØ¢Í§ตาํ ÃǨÊÒÂμÃǨ
ตํารวจสายตรวจบางครั้งก็ตองเขียนแผนที่สถานที่เกิดเหตุ เชน กรณีการจัดการจราจร
ฉุกเฉินมีอุบัติเหตุแลวรถติดมาก ๆ หรือท่ีเกิดเหตุคดีอาญาบางประเภทในบางสถานการณ ตํารวจ
สายตรวจ ควรรหู ลกั การเขียนแผนที่ทเ่ี กิดเหตุโดยสงั เขป ไดแก
- ทศิ ทางในแผนทเ่ี กดิ เหตทุ สี่ าํ คญั ไดแ ก ทศิ เหนอื ถา เกรงวา จะเกดิ ความสบั สนใหผ เู ขยี น
หันหนาไปทางทิศเหนอื
- ใหย ดึ หลกั การจดั จากสงิ่ ทไี่ มเ คลอ่ื นที่ เชน กาํ แพงหรอื ขอบฟตุ ปาธ วดั วา หา งจากกาํ แพง
หรอื ขอบฟุตปาธเทาไร
- การวัดจุดที่คนเจ็บนอนอยู ใหวัดจากศีรษะไปหาส่ิงท่ีไมเคล่ือนที่หน่ึงจุด และวัดจาก
เทาของคนเจบ็ ไปหาส่งิ ทไ่ี มเคลือ่ นท่อี กี หน่ึงจุด
๔๘
การถา ยภาพจะมีประโยชนมากทสี่ ุด เพราะภาพจะปรากฏออกมาแนนอน และประหยดั
เวลา ในบางจดุ ตอ งมกี ารถา ยโดยวธิ ดี งึ ภาพเขา มาใกล และจะตอ งถา ยภาพใหเ หน็ ทเี่ กดิ เหตโุ ดยทว่ั ๆ ไป
ถา เปน ไปไดเ จา หนา ทตี่ าํ รวจสายตรวจควรจะมกี ลอ งเลก็ ๆ ตดิ ไวด ว ย นอกจากจะใชถ า ยภาพทเ่ี กดิ เหตแุ ลว
บางครัง้ คนทจ่ี ะเขา มากอปญ หาใหเจา หนา ที่ตํารวจสายตรวจก็อาจกลัวกลองถายรูปดวย
¡ÒÃμÑ駨شμÃǨ¤Œ¹
การเกดิ อาชญากรรมในปจ จบุ นั ไดท วคี วามรนุ แรงมากขน้ึ มกี ารทาํ รา ยและฆา เจา พนกั งาน
ตาํ รวจทเ่ี ขา กระทาํ การจบั กมุ อยบู อ ยครง้ั โดยไมม กี ารเกรงกลวั ดงั เชน เหตกุ ารณท เี่ กดิ ขนึ้ ที่ สน.บคุ คโล
เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๓๘ คนรายไดเขาทํารายเจาพนักงานตํารวจ และฆาท้ังที่เปนเพียงแค
คดธี รรมดา (สูดดมสารระเหย) การจบั กุมไมส ามารถจับกุมตัวคนรา ยไดขณะเกิดเหตุ
เมื่อมีคดีอาชญากรรมเกิดข้ึนและไมสามารถจับกุมคนรายไดในที่เกิดเหตุ ข้ันตอนในการ
ปฏบิ ตั หิ นา ทข่ี องเจา พนกั งานตาํ รวจคอื การตดิ ตามจบั กมุ ตวั คนรา ยใหไ ดโ ดยเรว็ ทส่ี ดุ ดงั นนั้ ดา นจงึ เปน
สงิ่ สําคญั ในการปฏิบัตหิ นา ท่ขี องเจาพนกั งานตํารวจสว นหน่งึ ทจ่ี ะสกดั จบั คนรา ยใหไดโดยฉับพลนั
แตปจจุบัน ดานท่ีตั้งข้ึนของเจาพนักงานตํารวจถูกปลอยปละละเลยมาโดยตลอด ทําให
ประชาชนไดรับความเดือดรอนและถูกรองเรียนบอยคร้ังจากประชาชนโดยทั่วไป เนื่องจากเปนการ
ตั้งดานเพ่ือแสวงหาผลประโยชนโดยมิชอบ กรมตํารวจจึงไดมีบันทึกส่ัง ท่ี ๐๖๒๕.๒๓/๓๗๗๙
ลงวันท่ี ๑๓ มนี าคม ๒๕๔๐ เรอื่ ง มาตรการการปฏิบตั เิ กี่ยวกบั การตง้ั ดานตรวจ จดุ ตรวจ และจดุ สกัด
ใหเปน แนวทางเพอ่ื ยดึ ถือเปน หลักไว ดงั ตอ ไปนี้
ñ. ¤ÇÒÁËÁÒ¢ͧคําÇÒ‹ ¨´Ø μÃǨ áÅШ´Ø ʡѴ
๑.๑ จุดตรวจ หมายถึง สถานท่ีที่เจาพนักงานตํารวจออกปฏิบัติหนาท่ีตรวจคน
เพ่ือจับกุมผูกระทําผิดในเขตทางเดินรถหรือทางหลวงในกรณีปกติเปนการช่ัวคราว โดยมีกําหนด
ระยะเวลาเทา ทมี่ คี วามจาํ เปน อยา งยง่ิ ในการปฏบิ ตั หิ นา ทดี่ งั กลา ว แตต อ งไมเ กนิ ๒๔ ชว่ั โมง และเมอื่ เสรจ็ สน้ิ
ภารกิจแลว จะตอ งยบุ เลกิ จดุ ตรวจดังกลาวทันที
๑.๒ จุดสกัด หมายถึง สถานที่ที่เจาพนักงานตํารวจออกปฏิบัติหนาท่ีตรวจคน
เพื่อจับกุมผูกระทําความผดิ ในเขตทางเดินรถหรอื ทางหลวง ในกรณที มี่ ีเหตกุ ารณฉ ุกเฉนิ หรอื จําเปน
เรง ดวนเกิดขึ้น เปน การช่ัวคราว และจะตอ งยุบเลิกเมือ่ เสร็จสนิ้ ภารกจิ ดังกลาว
ò. ¨´Ø μÃǨ áÅШ´Ø Ê¡´Ñ
ตามปกติหา มมิใหตง้ั จดุ ตรวจ หรอื จุดสกดั ในเขตทางเดนิ รถหรอื ทางหลวง เวน
๒.๑ จดุ ตรวจ การตง้ั จดุ ตรวจจะตอ งไดร บั อนมุ ตั จิ ากผบู งั คบั บญั ชา ตงั้ แตช นั้ ผบก.
ข้ึนไป โดยพิจารณาวาเปนกรณีที่มีเหตุผลความจําเปนอยางยิ่ง และตองมีกําหนดระยะเวลาไมเกิน
๒๔ ชวั่ โมง
๒.๒ การตงั้ จดุ สกดั จะตง้ั ไวเ ฉพาะกรณที เ่ี หตกุ ารณฉ กุ เฉนิ หรอื จาํ เปน เรง ดว นเกดิ ขนึ้
และจะตองไดร บั อนุมตั จิ ากผบู ังคบั บญั ชาตง้ั แตร ะดบั ผกก., สวญ., สว. ซง่ึ เปนหวั หนาสถานตี ํารวจ
(สน. หรอื สภ.) โดยมกี ําหนดระยะเวลาเทา ทมี่ เี หตุการณฉ ุกเฉนิ หรอื จาํ เปน เรง ดวนดังกลา วยังคงมอี ยู
เทานัน้
๔๙
ó. ¡Òû¯ÔºÑμÔ
๓.๑ การปฏิบัติหนาท่ี ณ ดานตรวจ จุดตรวจ หรือจุดสกัด จะตองมีนายตํารวจ
ช้นั สญั ญาบตั รเปน หวั หนา และจะตองแตง เครื่องแบบในการปฏิบัตหิ นา ท่ีดังกลา ว
๓.๒ การปฏบิ ตั ใิ นการตรวจคน จบั กมุ ตอ งปฏบิ ตั ติ ามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณา
ความอาญาและประมวลระเบียบการตาํ รวจเก่ยี วกับคดวี าดวยการนัน้ โดยเครง ครดั
๓.๓ ท่ดี านตรวจ และจดุ ตรวจ ตอ งมีแผงก้ันที่มเี ครื่องหมายการจราจรวา “หยดุ ”
โดยใหเปนไปตามมาตรฐานท่ีดานตรวจหรือจุดตรวจจะตองมีในการติดต้ังปายและเคร่ืองหมาย
การจราจร และในเวลากลางคนื จะตอ งใหม แี สงไฟสอ งสวา งมองเหน็ ไดอ ยา งชดั เจน ในระยะไมน อ ยกวา
๑๕๐ เมตร กอนถึงจุดตรวจ และใหมีแผนปายแสดงยศ นาม นามสกุล และตําแหนงของหัวหนา
เจาหนาท่ีตํารวจที่ประจําดานตรวจและจุดตรวจดังกลาว นอกจากน้ันใหมีแผนปายแสดงขอความวา
“หากพบเจาหนาท่ีทุจริตหรือประพฤติมิชอบใหแจงผูบังคับการโทร...” (ใหใสหมายเลขโทรศัพทของ
ผบก. ไว) ขอ ความดังกลา วขา งตนใหม องเหน็ ไดชดั เจนในระยะไมน อยกวา ๑๕ เมตร
Â·Ø ¸Ç¸Ô ãÕ ¹¡ÒÃμé§Ñ ¨´Ø μÃǨ¤Œ¹áÅШشʡ´Ñ
การปฏิบัติเก่ียวกับจุดตรวจคนจะคํานึงถึงเรื่องความปลอดภัยในชีวิตของเจาพนักงาน
ตาํ รวจ ตลอดจนการไดเ ปรยี บในเชงิ ปฏิบตั ิ เมอ่ื เผชญิ เหตุ
ดา นทีใ่ ชใ นปจ จุบนั น้ี แยกออกเปน ๓ ลักษณะ คือ
ñ. ¡ÒÃμ§éÑ ¨´Ø μÃǨ¤¹Œ ´Ò‹ ¹ãËÞ‹ จะเนน แสดงกาํ ลงั ของเจา พนกั งานตาํ รวจใหป ระชาชน
พบเห็น เกิดความอบอนุ ใจ และเปนทเี่ กรงกลัวของเหลามิจฉาชพี แบงออกเปน ๒ รปู แบบ คอื
ñ.ñ ÃٻẺ·Õè ñ เปนลักษณะของการตั้งจุดตรวจคนบนพ้ืนท่ีถนนที่มีรถว่ิงไป
ในทิศทางเดียวกัน
๕๐
- การประกอบกําลังใหเปนไปตามบันทึกสั่งของ ตร. ขอ ๓.๑ สวนกําลัง
ชัน้ ประทวนดานใหญ ควรมีอยา งนอ ย ๑๒ คน
- อุปกรณ ใหเ ปน ไปตามบนั ทึกส่งั การ ตร. ขอ ๓.๓ สว นรถยนตท่ใี ชใ นการ
ตัง้ ดา นใหญค วรมีอยางนอย ๒ คนั จยย. ๒ – ๓ คัน
- วธิ กี าร กรณที างแยกกอ นถงึ ดา นควรวางกาํ ลงั ไวส ว นหนงึ่ เพอ่ื กนั ผหู ลบหนี
กอ นถงึ ดาน การจอดรถยนตสายตรวจจอดทํามมุ ประมาณ ๔๕ องศา ดา นซายของถนน และตอ งปด
สญั ญาณวาบวับไวตลอดเวลา ทา ยจุดตรวจตอ งมีรถยนตสายตรวจ ๑ คัน จยย. ๑ คนั พรอ มพลขบั
และคูตรวจเพ่ือเตรียมพรอมกรณีตองไลติดตามรถท่ีหลบหนีดาน นายตํารวจควรยืนอยูขางรถยนต
สายตรวจดา นในซง่ึ เปน พน้ื ทปี่ ลอดภยั เพอื่ เรยี กรถตอ งสงสยั เขา ไปตรวจคน รถทถ่ี กู เรยี กเขา ไปตรวจคน
ในพ้ืนที่ปลอดภัยน้ัน เจาหนาที่ตํารวจตองแจงใหคนที่อยูในรถลงไปในทิศทางเดียวกันทางดานซาย
เพื่องายตอการตรวจคนและควบคุม เจาพนักงานตํารวจที่อยูท่ีดานตองมีการแบงหนาที่กันใหชัดเจน
วา ใครจะเปน ผูทาํ การตรวจคน ใครจะเปนผคู มุ กนั ขณะตรวจคน การตรวจคน ของเจา พนักงานตํารวจ
นายตํารวจท่ีทําหนาที่เปนหัวหนาดานตองเนนยํ้ากับผูใตบังคับบัญชาทุกนายใหสํานึกอยูเสมอวา
“การปฏิบัติหนาท่ีของเจาพนักงานตํารวจน้ัน ตองใชความสุภาพ ความอดทน รักษากิริยาวาจาและ
ควรใชค ําพดู ๓ คํา ขณะปฏิบตั ิหนา ที่ สวสั ดีครบั ขอโทษครับ ขอบคุณครับ”
ñ.ò ÃٻẺ·Õè ò เปนลักษณะการต้ังจุดตรวจคนตามทางแยกท่ีมีปอมบังคับ
สัญญาณไฟการจราจรได
๕๑
- การประกอบกาํ ลงั อปุ กรณ และวธิ กี ารปฏบิ ตั เิ ชน เดยี วกบั ขอ ๑.๑ จะตา งกนั
เฉพาะรูปแบบของการต้ังดาน สภาพพ้ืนที่ และการตรวจคนของเจาพนักงานตํารวจดังภาพ
จะมเี จา พนกั งานตาํ รวจคอยควบคมุ สญั ญาณไฟทป่ี อ มสญั ญาณไฟจราจร ๑ นาย และการตรวจคน ของ
เจาพนักงานตํารวจจะเดินเขาไปทําการตรวจคนเมื่อรถติดสัญญาณไฟแดง โดยเดินเขาไปเปนคู ๆ
เพ่อื ตรวจคน รถตองสงสยั การปฏิบตั ขิ องเจาพนกั งานตาํ รวจท่ีเดินเขา ไปเปนคจู ะแยกกนั อยูคนละขาง
ของรถ เจา พนกั งานตาํ รวจทอ่ี ยดู า นซา ยของรถจะเปน ผคู มุ กนั ใหก บั เจา พนกั งานตาํ รวจทอี่ ยดู า นขวาของรถ
ทําการตรวจคนทางดานขวาของรถ เม่ือคนทางขวาเสร็จเจาพนักงานตํารวจท่ีอยูดานขวาของรถจะ
สบั เปลย่ี นเปน ผคู มุ กนั ใหก บั เจา พนกั งานตาํ รวจทอ่ี ยทู างดา นซา ยของรถ ทาํ การตรวจคน ดา นซา ยของรถ
การปฏิบัติจะเปนเชนน้ีทุกคูที่เขาไปตรวจคนรถตองสงสัย เม่ือหัวหนาดานการตรวจคนเสร็จสิ้นแลว
และเจาพนักงานตํารวจทุกคนข้ึนอยูทางเรียบรอย จะแจงใหพนักงานตํารวจที่ควบคุมสัญญาณไฟ
เปดไฟเขยี วใหรถผา นไปได
หมายเหตุ ระยะเวลาการต้ังจุดตรวจคนดานใหญท่ีเหมาะสมอยางนอย
ควรใชเ วลา ๑ ชวั่ โมง อยา งมากไมค วรเกนิ ๒ ชวั่ โมง เพอื่ มใิ หเ จา พนกั งานตาํ รวจเหนด็ เหนอ่ื ยจนเกนิ ไป
ò. ¡ÒÃμÑ§é ¨Ø´μÃǨ¤Œ¹´Ò‹ ¹Â‹ÍÂ
¡ÒÃμÑ§é ¨Ø´μÃǨ¤Œ¹´‹Ò¹Â‹Í¨ФÅÒŒ Â¤Å§Ö ¡Ñº¡ÒÃμ§Ñé ¨´Ø μÃǨ¤Œ¹´‹Ò¹ãËÞ‹ รูปแบบท่ี ๑ คงตางกันเพียง
สภาพพนื้ ทจี่ ะเปน ถนนสายเลก็ หรอื ตรอกซอกซอยทเ่ี ปน กง่ึ ถนนสายหลกั และกาํ ลงั เจา พนกั งานตาํ รวจ
ที่ลดลงเหลอื เพียงครง่ึ เดยี ว
๕๒
¡ÒÃμéѧ¨Ø´Ê¡Ñ´
การต้งั จุดสกัด คือ การตรวจคน ตามทางแยกทีม่ ีสัญญาณไฟจราจร เหมาะกบั เจาหนาที่
สายตรวจรถจักรยานยนตไปหยุดสังเกตการณเพ่ือปฏิบัติตามแผนกาวสกัดจับ เพื่อหยุดรถตองสงสัย
อันเปนสวนหน่ึงของวิธีการปองกันอาชญากรรมในที่สาธารณะ รถที่ควรสนใจตรวจคนไดแก ผูขับขี่
รถจักรยานยนตที่มีลักษณะทาทางหรือกิริยาพิรุธ รถที่ไมติดแผนปายทะเบียน รถดัดแปลงสภาพ
และรถทอ่ี ําพรางแผน ปายทะเบยี น เปนตน
¡ÒäǺ¤ØÁáÅÐμÃǨÊͺ¡Òû¯ºÔ ÑμÔ¡ÒÃμ§Ñé ¨´Ø μÃǨ ¨´Ø Ê¡´Ñ
๑. เมื่อเจาหนาท่ีตํารวจเร่ิมตน หรือเลิกปฏิบัติหนาที่ประจําจุดตรวจ หรือจุดสกัดให
รายงานทาง ว. ใหผูบงั คับบัญชาผสู ง่ั อนุมัติใหตง้ั จดุ ตรวจ หรือจดุ สกดั ดงั กลา วทราบ และเม่ือเสรจ็ สน้ิ
การปฏิบัติแลวใหหัวหนาเจาหนาท่ีตํารวจประจําจุดตรวจ หรือจุดสกัดดังกลาวรายงานผลการปฏิบัติ
เปนลายลกั ษณอักษรเสนอผบู ังคบั บัญชาตามลําดับชน้ั จนถงึ ผสู ง่ั อนมุ ตั ิภายในวันถดั ไปเปนอยา งชา
๒. ใหผูบังคับบัญชาต้ังแตระดับ สว. ขึ้นไป ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันออกตรวจ
การปฏบิ ตั หิ นา ทขี่ องเจา หนา ทตี่ าํ รวจประจาํ ดา นตรวจ จดุ ตรวจ และจดุ สกดั ทม่ี อี ยใู นเขตพน้ื ทร่ี บั ผดิ ชอบ
๓. ใหถือวาเปนหนาที่ของผูบังคับบัญชาตาม ๔.๒ ท่ีจะตองเอาใจใสกวดขันดูแล
การปฏบิ ตั ขิ องเจา หนา ทต่ี าํ รวจผใู ตบ งั คบั บญั ชาของตน มใิ หฉ วยโอกาสขณะปฏบิ ตั หิ นา ทปี่ ระจาํ ดา นตรวจ
จุดตรวจ หรือจุดสกัด เรียกหรือรับผลประโยชนจากผูใชรถที่กระทําผิดกฎหมาย หรือไปดําเนินการ
จดั ตง้ั จดุ ตรวจ หรอื จดุ สกดั ในเขตทางเดนิ รถหรอื ทางหลวง โดยมไิ ดร บั คาํ สงั่ จากผมู อี าํ นาจเพอ่ื แสวงหา
ผลประโยชนโดยมิชอบ และหากตรวจพบวา มเี จา หนา ทีต่ าํ รวจผใู ดประพฤติมชิ อบในลกั ษณะดงั กลา ว
ก็ใหรีบพิจารณาดําเนินการรับเจาหนาที่ผูนั้นไปตามอํานาจหนาที่ ท้ังทางคดีอาญาและคดีวินัยแลว
รายงานใหผูบังคับบัญชาตามลําดับช้ันจนถึง ตร. ทราบโดยมิชักชา การรายงานดังกลาวใหระบุยศ
นาม ตาํ แหนง ของขา ราชการตาํ รวจผกู ระทาํ ผดิ พรอ มกบั รายละเอยี ดเกย่ี วกบั ลกั ษณะและพฤตกิ ารณ
แหงการกระทาํ ผดิ ใหล ะเอยี ดชัดเจน
๔. หากปรากฏวาผูบังคับบัญชาในระดับตั้งแตกองกํากับการหรือเทียบเทาข้ึนไป
หรอื ตาํ รวจหนว ยอนื่ สบื สวนขอ เทจ็ จรงิ จนปรากฏชดั เจน หรอื ตรวจตราพบวา มเี จา หนา ทตี่ าํ รวจ ณ ดา นตรวจ
จุดตรวจหรือจุดสกัดท่ีใดมีพฤติการณมิชอบดังกลาว ตาม ๔.๓ หรือจับกุมตัวไดโดยลักษณะของ
พฤตกิ ารณเ ปน การกระทาํ รว มกนั หลายคน และ/หรอื เปน ระยะเวลาตอ เนอื่ งกนั หลายวนั ใหผ บู งั คบั บญั ชา
พิจารณาทัณฑทางวินัย ผกก. และ/หรือสารวัตรซึ่งเปนผูบังคับบัญชาของเจาหนาท่ีตํารวจ
ดังกลาวฐานบกพรอง ละเลย ไมเอาใจใสดูแลผูใตบังคับบัญชาของตนอีกสวนหน่ึงและหากกรณี
ดังกลาวปรากฏหลักฐานวา ผกก. และ/หรือสารวัตรมีสวนพัวพันกับการประพฤติมิชอบของ
ผูใตบังคับบัญชาดวย ใหรีบรายงานเสนอไปยัง ตร. เพื่อจะไดสั่งใหสํารองราชการกอนโดยเร็ว
แลวจงึ พจิ ารณาดาํ เนินคดอี าญาหรอื ทางวนิ ยั ตอ ไปภายหลัง
๕๓
๕. ให ผบช. และ จตร. จดั นายตาํ รวจระดบั รอง ผกก. ขนึ้ ไป ไปตรวจการปฏบิ ตั หิ นา ทขี่ อง
เจาหนาท่ีตํารวจประจําดานตรวจ จุดตรวจ และจดุ สกัด ในเขตพน้ื ท่ีรับผดิ ชอบเปนประจําอีกสวนหนงึ่
แลวรายงานผลการปฏิบัติให ตร. ทราบภายในวันที่ ๗ ของแตละเดือน โดยในรายงานใหปรากฏ
ดวยวาไดมอบหมายใหผูใดไปปฏิบัติและมีผลการปฏิบัติเปนอยางไร ท้ังน้ีใหปฏิบัติอยางจริงจัง
และตอเนอื่ ง
¡Òëѡ¶ÒÁ¢Í§ตําÃǨÊÒÂμÃǨ
กอนท่ีจะมีการซักถาม เร่ิมแรกตํารวจก็จําเปนตองรบกวนสิทธิของบุคคลในการส่ัง
ใหเขาหยุด ซ่ึงยอมกอใหเกิดความไมพอใจอยางแนนอนตํารวจจึงตองต้ังสติควบคุมตัวเอง
อยูตลอดเวลาและเขาใจความรูสึกของผูท่ีถูกเรียกดวย ตํารวจสายตรวจจะตองคํานึงถึงสถานที่
ความไดเ ปรียบเสียเปรยี บ โดยเฉพาะอยางยิง่ ในคดใี หญ ๆ เมื่อผูตอ งสงสัยเกดิ เปนผูตองหาสําคัญจะ
สามารถวิง่ ไปไดท างใด การเรียกผูตอ งสงสัยใหหยุดน้ันไมใ ชใชก ารตะโกนแตไกล จะทาํ ใหผตู องสงสัย
ซ่ึงเปนคนรายวิ่งหนีไปไดเสียกอน นอกจากนั้นแลวตํารวจจะตองคํานึงถึงความปลอดภัยของตัวเอง
เวลาเดยี วกนั ดว ย
¡ÒÃàÅ×Í¡ºØ¤¤Åà»Ò‡ ËÁÒÂà¾×Íè ¨ÐÊͺÀÒÂã¹¢³ÐμÃǨ
ดวยเหตุที่วาในพื้นท่ีการตรวจสอบของตํารวจน้ันมีรถและประชาชนพลุกพลาน
ตาํ รวจสายตรวจ จึงตอ งเลอื กปฏบิ ตั เิ ฉพาะท่ตี องสงสยั จริง ๆ เชน
- คนท่ีอยูในท่ีไมเหมาะสม บางคนมีลักษณะการแตงกายดี แตมายืนอยูในที่เปลี่ยว
หรือคนแตงกายสกปรกมอมแมมมายืนหลบมุมอยูในยานธุรกิจ บุคคลทั้งสองกรณีน้ีจะเปนคนราย
หรือคนดีก็ได เจาหนาที่สายตรวจอาจใชคําพูดวา “สวัสดีครับ กําลังรอใครอยู” หรือ “มีอะไร
ใหผ มรับใชบ า งไหมครับ”
- คนเดินห้ิวของหรือซุกซอนบางส่ิงบางอยางไวในเส้ือผาเปนท่ีนาสงสัย เชน พวกท่ีมี
ลักษณะติดยาเสพติดหิ้วของราคาแพง ๆ หรือรถเกงสวนบุคคลบรรทุกส่ิงของหนักที่กระโปรงทายรถ
บางครงั้ ตาํ รวจสายตรวจอาจใชค าํ พดู หลงั จากการตรวจคน แลว เชน อาจจะพดู วา “ขออภยั ดว ยนะครบั
ความจรงิ ไมอ ยากรบกวนคุณ แตมีโทรศัพทแ จงวา มคี นรา ยเขาบาน ทําใหต องมาตรวจดู”
- คนยืนอยูสถานท่ีเดียวนาน ๆ ตํารวจสายตรวจขับรถผานไปเห็นยืนน่ิงอยูเม่ือขับรถ
วกกลับมา ก็ยังเห็นยืนอยูน่ิงท่ีเดิมหรือจอดรถติดเครื่องอยูนาน ตํารวจสายตรวจจะตองสังเกต
อยูหาง ๆ สกั ระยะหน่งึ เพ่อื ดพู ฤตกิ รรม กริ ยิ าทา ทาง เชน ถา ยกนาฬกาขอ มือขนึ้ ดอู ยบู อย ๆ กอ็ าจ
รอใครอยเู ปน การแยกแยะไดช ้นั หน่งึ
- คนมีกิริยาแปลก ๆ สวมเส้ือผามีรอยตอสูหรือคราบเลือด ควรมีการสอบถาม
เพื่อใหท ราบถงึ เหตทุ ่ีเกิดขึน้
- คนที่หยุด คนท่ีเดินผานไปมา อาจจะเปนเพราะสาเหตุตาง ๆ เชน พวกเมาสุรา
ยาเสพตดิ ขอสตางคป ระชาชนเชิงบังคบั พวกโสเภณี หรอื กะเทยกําลงั หาคนู อน
๕๔
¨Ø´»ÃÐʧ¤ã¹¡Òëѡ¶ÒÁ
๑. พฒั นาขา วสารและขอ มลู การซกั ถามของตาํ รวจสายตรวจ มไิ ดใ ชเ ปน เพยี งเพอื่ พดู คยุ
สรางความสัมพันธเทาน้ัน ยังเปนการพัฒนาขาวสารซ่ึงอาจจะมีประโยชนอยางมากในช้ันสืบสวน
ทักษะในการซักถามน้ี จะชว ยไมใหความสมั พันธก ับประชาชนเสยี ไป
๒. เพ่ือแสดงตัวช้ีเฉพาะหาตําหนิรูปพรรณ ท่ีอยู โดยอาจจะคุยหรือซักถามโดยตรง
หรือถามคนท่ีอยูหางออกไป เชน ถามวา “คนท่ียืนอยูตรงนั้นชื่ออะไรครับ ดูเหมือนกับคนท่ีผมเคย
รูจักคนที่ใหข อ มูลอาจจะบอกขอ มูลไดดีกวา ทคี่ าดคดิ นอกจากชือ่ แลวประวตั ิสวนตัวเลก็ ๆ นอ ย ๆ
อาจจะรูเพ่มิ เติมอีก และหากเปนไปไดควรจะรูกลมุ ของผตู อ งสงสัยหรือคนสนทิ อกี ดวย
๓. เปน การขยายผล ตาํ รวจสายตรวจตอ งพยายามตรวจสอบจากบญั ชหี รอื แฟม ประวตั ิ
อาชญากรรมเทา ทม่ี อี ยู ซง่ึ ในอนาคตขา งหนา ขอ มลู ลกั ษณะนจี้ ะถกู เกบ็ ไวใ นคอมพวิ เตอรแ ละสามารถ
ตรวจสอบไดตลอดเวลา
๔. เปนการปองกันอาชญากรรมและคุมครองคนสุจริต มิใหเปนเหยื่อของอาชญากร
สําหรบั คนที่มพี ฤติกรรมแปลก ๆ ถึงแมว ามใิ ชผ ูตองสงสยั ก็ตองตรวจสอบหรือซักถามดวย
โดยสรปุ คาํ ถามทตี่ าํ รวจสายตรวจใชต อ งเปน คาํ ถามทอี่ ยา เปน คาํ ถามสนั นษิ ฐานวา ทาํ ผดิ
หรือไมไดท ําผิด ใหใชค ําถามทีว่ าทาํ เพราะอะไรหรอื เอาเงนิ ไปทาํ อะไร (เงนิ ท่ีไดจ ากการกระทาํ ผดิ )
¢ŒÍ椄 à¡μ¢Í§¤¹·กÕè าํ Åѧ¤´Ô â¡Ë¡ตําÃǨÊÒÂμÃǨ
ในการซักถามผูตองสงสัยน้ัน ในลักษณะงานของตํารวจสายตรวจมักจะเปนการพูดคุย
เมอื่ อยใู กล ๆ ความผดิ ปกตบิ รเิ วณทสี่ ามารถเหน็ ไดช ดั กค็ อื ใบหนา ซง่ึ พอจะใหข อ สงั เกตเปน แนวดงั นี้
- หนาซีดหรือหนาแดง ขึ้นอยูกับเสนเลือดใตผิวหนังขยายหรือหดตัวเปนไปได
ทัง้ สองอยาง
- กะพริบตาถ่ี ๆ (คนทว่ั ไปกะพรบิ ตา ๑๒ ครั้งตอ นาทีโดยประมาณ) นอกจากประสาท
เกรง็ ทําใหม า นตาเปดกวา งแลว เปลอื กตายังเปน อวยั วะทอ่ี อ นไหวควบคมุ ไดย าก
- เหลือบตาไปมา ใหสงั เกตดูลกู ตาดําเปนหลัก
- ขากรรไกรขยับจากขางหนงึ่ ไปอีกขา งหน่งึ ลกั ษณะเรว็ ๆ บอย ๆ
- ย้ิมและทันทีทันใดใบหนาจะเครงขรึมและทันใดน้ันกลับมาย้ิมอีก ที่นิยมเรียกกันวา
ตีหนาไมส นทิ หรอื ตีหนาเจ่ือน ๆ
- ไมส บตาหรือหลบตาเมอ่ื ถูกซักถาม
- ทํากริ ิยาโกรธขนึ้ คลา ยวา ถูกพดู จาดถู ูก
๕๕
ÊÒÂμÃǨ件֧·àèÕ ¡Ô´àËμØàÃçÇ䴌͋ҧäÃ
อัตราความเร็วในการเดินทางไปยังท่ีเกิดเหตุกับโอกาสในการจับกุมผูกระทําผิด ยอมมี
ความสัมพันธกัน กลาวคือ หากตํารวจสายตรวจใชเวลาในการไปท่ีเกิดเหตุนอยเทาใด โอกาสในการ
จับกุมผูกระทําความผิดในบริเวณท่ีเกิดเหตุยอมมีมากข้ึนเทาน้ัน แตถาสายตรวจไปถึงที่เกิดเหตุลาชา
เกนิ ไปบางคดโี อกาสในการจบั กมุ ผกู ระทาํ ผดิ เกอื บไมม หี รอื ไมม อี ยเู ลย นอกจากนนั้ การไปยงั ทเ่ี กดิ เหตุ
รวดเร็วยังกอ ใหเกดิ ความเช่อื ม่ันศรทั ธาในการปฏิบัติงานของสายตรวจ เนือ่ งจากผูเสียหาย ผูแจงเหตุ
ประชาชนที่ประสบเหตุ มักเฝารอพบกับสายตรวจ หลังจากท่ีเขาเหลานั้นไดแจงเหตุไปแลวหรือได
มาประสบเหตุ เมื่อตํารวจสายตรวจไปถึงบุคคลเหลานั้นจะเกิดความอบอุนใจ เพราะมีความเช่ือวา
เมอ่ื ตาํ รวจมาถงึ ทกุ อยา งจะไดร ับการแกไ ขใหดขี น้ึ ณ จดุ เกดิ เหตนุ ้ัน
นอกจากนนั้ การไปถงึ ทเี่ กดิ เหตรุ วดเรว็ กย็ อ มมผี ลตอ การสบื สวนสอบสวนไดอ กี ดว ย กลา วคอื
เม่ือสายตรวจไปถึงที่เกิดเหตุเร็วเทาใดโอกาสในการรักษาสถานท่ีเกิดเหตุ รักษาพยานหลักฐาน
หาขอมูลขาวสารเบื้องตนก็ทําไดอยางรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เจาหนาที่สืบสวนสอบสวนยอมได
รบั ประโยชนจากการทํางานของสายตรวจดังกลาว
¡ÒäǺ¤ÁØ ¡ÒÃÃÇ‹ ÁªÁØ ¹ÁØ ¢Í§»ÃЪҪ¹
ในทชี่ มุ ชนตา ง ๆ เชน การแขง ขนั กฬี า ซงึ่ มปี ระชาชนมารว มชมุ นมุ กนั มาก ๆ มกั จะเปน ตน เหตุ
ของเหตุรายตาง ๆ เปนหนาท่ีของตํารวจทองท่ีท่ีจะตองสงสายตรวจไปยังสถานที่เกิดเหตุเหลาน้ี
เพ่ือชวยใหฝูงชนเคล่ือนที่ไปมาสะดวกและจัดการใหเรื่องราวตาง ๆ ที่อาจเลวรายสงบลงไดโดยเร็ว
บางครง้ั การรว มชมุ นมุ ของประชาชนอาจจะเกดิ ขนึ้ ในทนั ทที นั ใดโดยไมม กี ารนดั หมายลว งหนา ตาํ รวจ
สายตรวจจะตอ งรบี ไปยงั ทปี่ ระชาชนชมุ นมุ กนั อยโู ดยเรว็ และจะตอ งพยายามหาสาเหตขุ องการชมุ นมุ
แลว จัดการเทา ทีจ่ ําเปนแกเ หตุ เพ่ือใหการชมุ นมุ น้นั สลายไปดวยความเรียบรอย แตถาเกดิ เหตรุ า ยขน้ึ
จะตองพรอมที่จะปฏิบัติการดวยตนเองหรือวิทยุรายงานเหตุการณใหผูบังคับบัญชาทราบ พรอมทั้ง
ขอกาํ ลงั สนบั สนนุ มาชว ยควบคมุ ฝงู ชนนนั้ กอ นทเ่ี หตรุ า ยจะลกุ ลามใหญโ ตเกนิ กวา ทจ่ี ะสามารถควบคมุ
สถานการณไ วไ ด
¡ÒÃ໹š ¾ÂÒ¹ÈÒÅ
ตํารวจสายตรวจอาจจะตองไปเปนพยานศาล ในกรณีสายตรวจจับกุมผูกระทําใด และ
พนักงานสอบสวนสงฟองศาล คําใหการของตํารวจสายตรวจจึงมีความสําคัญมากในการที่จะนําตัว
ผูกระทําความผิดสงฟองศาล เพื่อใหศาลลงโทษตามกฎหมายนั้น คําใหการของตํารวจสายตรวจ
จะตองตรงกับความจริงที่สุดโดยปราศจากอคติใดๆ และจะตองสอดคลองกับสํานวนการสอบสวน
ของพนักงานสอบสวน ถาคําใหการของตํารวจสายตรวจขัดกับสํานวนการสอบสวนจะทําใหศาลยก
ประโยชนใ หจาํ เลย คือ ยกฟอ งได
๕๖
๕๗
º··Õè ô
ÁÒμáÒÃàª§Ô Ã¡Ø ã¹¡Òû͇ §¡Ñ¹»ÃÒº»ÃÒÁÍÒªÞÒ¡ÃÃÁ
ÇμÑ ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ»ÃÐจาํ º·
๑. เพ่ือใหนักเรียนนายสิบตํารวจมีความรูเกี่ยวกับมาตรการเชิงรุกในการปองกัน
ปราบปรามอาชญากรรม
๒. เพ่ือใหนักเรียนนายสิบตํารวจมีความเขาใจเกี่ยวกับมาตรการเชิงรุกในการปองกัน
ปราบปรามอาชญากรรม
๓. เพอื่ ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจนาํ ความรเู กยี่ วกบั มาตรการเชงิ รกุ ในการปอ งกนั ปราบปราม
อาชญากรรมไปปฏบิ ตั ใิ ชไ ดถกู ตอ ง และบรรลุวัตถปุ ระสงคข องทางราชการ
ʋǹนํา
การปฏิบัตงิ านของเจา หนา ทต่ี ํารวจจะบรรลไุ ดผ ลดีน้นั ตอ งปฏิบัตหิ นา ท่ีในเชงิ รกุ เพ่ือให
ทันตอสถานการณและเปนการสรางความอบอุนใหกับประชาชนในการปฏิบัติหนาท่ีเชิงรุกจะไดผลดี
มหี ลายวธิ กี าร เชน การตวี งสรุ า การปด ลอ มตรวจคน การยดึ รถยนตท ตี่ อ งสงสยั การสาํ รวจจดุ ลอ แหลม
การซักซอมแผนเผชิญเหตุ การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เปนตน ในการปฏิบัติงานก็สามารถประยุกต
หรือบรู ณาการใหเ หมาะสมกบั การปฏิบตั ิแตล ะสภาพพนื้ ท่ี เพ่ือใหทนั ตอ เหตกุ ารณ
๕๘
ในงานปอ งกนั อาชญากรรม การดาํ เนนิ การตามมาตรการเชงิ รกุ ถอื ไดว า เปน กระบวนการหนงึ่
ที่สามารถยับยั้งอาชญากรรมท่ีจะเกิดขึ้นได ดังน้ันในการกําหนดมาตรการเชิงรุกจึงมีความสําคัญ
เปนอยางย่ิงตอการปองกันอาชญากรรม ซ่ึงท่ีผานมาไดมีการกําหนดมาตรการเชิงรุกที่เห็นวาปฏิบัติ
ไดจรงิ และประสบผลสําเร็จเปนอยางดี ดังน้ี
ñ. ¡ÒÃμÕÇ§ÊØÃÒ
๑.๑ วตั ถปุ ระสงค เพอื่ ปอ งกนั การมวั่ สมุ ดม่ื สรุ าจนมนึ เมาแลว กอ เหตทุ ะเลาะววิ าท
หรือกอ อาชญากรรมในรปู แบบตา งๆ
๑.๒ ชวงเวลาหลัง ๒๔.๐๐ น. หรอื ตามสภาพของกลุมผูดืม่ สุรา เชน มจี ํานวนมาก
เคยสงเสียงดงั รบกวนผอู ่นื มีปากเสียง หรอื กอ เหตทุ ะเลาะวิวาท เปนตน
๑.๓ สถานท่ีต้งั วงดม่ื เปนประจาํ เคยเกิดเหตุจนมปี ระชาชนรองเรียน
๑.๔ การประกอบกําลังอาจใชสายตรวจ ๑ สาย หรือมากกวาหรือทั้งผลัด
ตามความเหมาะสมโดยตอ งคาํ นึงถงึ ความปลอดภัยของเจา หนา ที่
๑.๕ วธิ ีปฏิบตั ิ
๑.๕.๑ ประชาสมั พันธช ีแ้ จงใหผ ูดื่มสุราทราบวาเปน ความผดิ ตามกฎหมาย
๑.๕.๒ แนะนําใหเ ลิกดื่ม ไมใหสงเสียงดัง
๑.๕.๓ ตรวจคนอาวุธ ยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมายอยางอ่ืนท่ีตัวผูดื่ม
และโดยรอบบรเิ วณพื้นท่ีการด่มื สรุ า
๑.๕.๔ นําตัวไปสถานีตํารวจเพื่อถายรูปทําประวัติเก็บไว ตรวจปสสาวะ
หรือสงพนักงานสอบสวนดําเนินคดีตามความเหมาะสม
ò. ¡Òû´ ÅŒÍÁμÃǨ¤Œ¹
๒.๑ วัตถุประสงค เพื่อพบบุคคลตามหมายจับ บุคคลตางดาวหลบหนีเขาเมือง
บคุ คลท่ีมัว่ สุมเสพยาเสพตดิ วางแผนกอ อาชญากรรม หรอื พกพาอาวธุ ยานพาหนะ หรอื สิ่งของที่มี
ไวเ ปนความผิดหรอื ไดมาโดยผิดกฎหมายหรอื นา สงสัยวา ไดใ ชห รอื ตั้งใจจะใชในการกระทําความผิด
๒.๒ ชวงเวลาเชา มดื (ตั้งแต ๐๖.๐๐ น.) หรือกอ น ๑๘.๐๐ น. ตามความเหมาะสม
๒.๓ สถานท่ีแหลงมั่วสุม เพราะเพิ่มอาชญากรรม ยาเสพติด จุดลอแหลม
ท่ีสุมเส่ียง หรือเคยเกิดอาชญากรรม เชน เพิงพัก ตึกราง บานราง สถานีขนสง คิวรถจักรยานยนต
ควิ รถตู แหลง รานคาของเกา ตลาดโตร ุง เปน ตน
๒.๔ การประกอบกําลังใชสายตรวจในผลัด หรือควรจะมีฝายสืบสวนที่เขาเวร
รวมปฏิบัติดวย ทั้งนี้ หากมีสถานที่เปาหมายจํานวนมาก ควรมีการสืบสวนหาขาวเบ้ืองตน และ
จดั ลําดับความสาํ คัญ โดยคํานงึ ถงึ ผลทไี่ ดรบั ผคู วบคมุ ตอ งช้แี จงมอบภารกจิ กําหนดแผน และวธิ กี าร
ปฏบิ ตั กิ อนทุกคร้ัง
๕๙
ó. ÁÒμáÒÃÂִöμŒÍ§Ê§ÊÂÑ
ดาํ เนนิ มาตรการในการตรวจยดึ และตรวจสอบรถซง่ึ มลี กั ษณะตอ งสงสยั วา อาจจะได
มาจากการกระทําผิดหรือนํามาใชใ นการกระทําความผิด
๓.๑ รถตองสงสัย
ลกั ษณะตองสงสยั รถยนต รถจกั รยานยนต
ปา ยทะเบียน ไมใชของทางราชการ เลอะเลือน ไมใชของทางราชการ เลอะเลือน
ไมต ิด ปดบงั ทาสีทับตวั เลขตัวอกั ษร ไมต ิด ปด บงั ทาสที ับตัวเลขตวั อักษร
รอ งรอย เฉ่ียวชน มตี ัวแมลง ดนิ ลูกรัง โคลนติด ไมมีกระจกมองหลัง - ขาง สีถลอก
ทกี่ ระจงั หนารถ ลอ รถ มากกวา ปกติ ขดู ขีด (ลมไถลไปกบั พ้ืนถนน)
การจอด จอดท้ิงไวหลายวัน ในที่มืด เปลี่ยว จอดทิ้งไวหลายวัน ในที่มืด เปลี่ยว
ทจ่ี อดรถ ติดเคร่ืองจอดเปน เวลานาน ทจ่ี อดรถ
การขับขี่ ความเรว็ สงู นา หวาดเสียว ในเสน ทาง ความเร็วสูง นาหวาดเสียว วนเวียน
เปลีย่ ว จดุ ลอ แหลม ไปมาในทางเปลีย่ ว จุดลอแหลม
การดดั แปลง โหลดตาํ่ เปลยี่ นทอ ไอเสยี ตดิ สปอยเลอร ทอไอเสียเสียงดัง เบาะน่ังบาง
ไมมีบงั โคลน (แตง ซิ่ง)
อ่นื ๆ เหมือนรถบรรทุกหนัก หนาลอย พยายามหลบหนีการตรวจคน ทาทาง
ทา ยหนกั นง่ั หลายคน แสดงอาการพริ ธุ พิรุธ รูกุญแจมรี อ งรอยความเสียหาย
พยายามหลกี เล่ียงการตรวจสอบ
ปายแสดงการเสียภาษี ไมมี - ขาดตอ อายุ ไมมี - ขาดตออายุ
สําเนาทะเบียนรถ ไมม ี - หมายเลขเคร่อื ง รถ ไมม ี - หมายเลขเครอื่ ง รถ ตรงกนั หรอื ไม
ตรงกันหรอื ไม
ผูขบั ขี่ การแตง กาย มรี อ งรอยการตอ สู มคี ราบ มีรองรอยการตอสู มีคราบโลหิต
โลหิต บาดแผล แตงกายสกปรก บาดแผล คลา ยคนตดิ ยาเสพตดิ เมาสรุ า
แตขบั รถราคาแพง เมาสรุ า
๖๐
๓.๒ วิธีการตรวจสอบรถและบุคคลในเบอื้ งตน
เมอื่ เจา หนา ทต่ี าํ รวจพบรถหรอื ผขู บั ขห่ี รอื ผคู รอบครองหรอื บคุ คลทอ่ี ยใู กลร ถ
มลี ักษณะหรอื พฤตกิ รรมนาสงสยั ใหเ ขาทําการตรวจสอบในทนั ที มวี ธิ กี ารปฏิบตั ิ ดังนี้
๓.๒.๑ การตรวจสอบรถ ใหสอบถามรายละเอียดและตรวจสอบสําเนา
เอกสารหรือหลักฐานเก่ียวกับตัวรถ ไดแก แผนปายทะเบียน ปายแสดงการเสียภาษี วาเปนของ
ทางราชการออกใหหรอื ไม และตรวจสอบสําเนาหนังสือคูมือการจดทะเบยี นรถ วา มหี มายเลขเคร่ือง
หมายเลขตวั รถตรงกบั รถหรือไม ตรวจกญุ แจรถวา เปนของรถคันท่ตี รวจสอบหรือไม เปนตน
๓.๒.๒ ตรวจสอบทะเบยี นรถ หมายเลขเครอื่ ง หมายเลขตวั รถ ไปยงั ศนู ยว ทิ ยุ
ผานฟา (โทรศพั ทห มายเลข ๑๙๑) และ ศปร.น. หรือจากฐานขอมลู โครงการ POLIS เพ่ือตรวจสอบ
วาไดมีการแจงเหตุการณกระทําผิดเก่ียวกับรถดังกลาว หรือมีการแจงวาเปนรถถูกโจรกรรม
หรอื เปนรถทีแ่ จงใหช วยติดตามหรอื ไม
๓.๒.๓ การตรวจสอบบุคคล ใหถ ามชอ่ื ทีอ่ ยู อาชีพ พรอมทง้ั ขอตรวจสอบ
เอกสารประจําตัว ไดแ ก บตั รประจําตัวประชาชน เปนตน หากพบวา ไมส ามารถนําเอกสารประจาํ ตัว
มาแสดงไดใ หด าํ เนนิ คดตี ามกฎหมาย และในกรณมี เี หตอุ นั ควรสงสยั เกยี่ วกบั ตวั บคุ คลดงั กลา ว ใหต รวจสอบ
รายละเอยี ดเกีย่ วกับตัวบคุ คลจากระบบฐานขอ มูลตามโครงการ POLIS และ C3I
๓.๒.๔ กรณีตรวจสอบพบวาเปนรถท่ีไดมาจากการกระทําความผิด ใหนํา
ตัวผขู บั ข่ีหรอื ผคู รอบครองสงฝา ยสืบสวนพรอมกับรถ เพื่อดําเนินการสืบสวนขยายผลในทันที
๓.๒.๕ กรณตี รวจสอบไมปรากฏวา รถเกี่ยวขอ งกบั คดี แตมเี หตพุ ิรธุ อันควร
สงสยั อยา งยง่ิ วา รถคนั ดงั กลา ว ผขู บั ขหี่ รอื ผคู รอบครองนา จะมไี ว ไดม า หรอื ไดใ ชใ นการกระทาํ ความผดิ
ใหตรวจสอบวามีการกระทําผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ พ.ร.บ.การขนสงทางบก
พ.ศ.๒๕๒๒ หรอื พ.ร.บ.รถยนต พ.ศ.๒๕๒๒ หรอื ไม และพจิ ารณาทาํ บนั ทกึ การตรวจยดึ รถดงั กลา วไว
เพ่ือตรวจสอบโดยใหบันทึกขอมูลเก่ียวกับรถ และผูขับขี่หรือผูครอบครองไวโดยละเอียด เพ่ือให
สามารถนําขอมูลดังกลาวมาเปนประโยชนในการสืบสวนจับกุมผูกระทําความผิดไดในภายหลัง
ตามนับบันทึกการตรวจยึดรถแลวนําตัวบุคคลพรอมรถดังกลาว สงใหพนักงานสอบสวนดําเนินการ
ตอ ไป ทงั้ นใี้ หพ จิ ารณาถงึ เรอื่ งพยานหลกั ฐานทจี่ ะใชย นื ยนั อาํ นาจการตรวจยดึ รถดงั กลา ว เพอ่ื ปอ งกนั
กรณโี ตแยง จากผูข ับขห่ี รือผูครอบครองรถ
¡ÒÃμÃǨÊͺöáÅкؤ¤ÅμŒÍ§Ê§ÊÂÑ
¡ÒÃμÃǨÊͺöμÍŒ §Ê§ÊÑ ¡ÒÃμÃǨÊͺº¤Ø ¤ÅμŒÍ§Ê§ÊÑÂ
¡ÒÃàÅÍ× ¡Ã¶à»‡ÒËÁÒ ʶҹ·Õè㹡ÒÃËÂØ´Ã¶ ¡Òû¯ÔºÑμÔàÁÍè× Ë嫯 ̦ ¡ÒÃŧ¨Ò¡Ã¶¢Í§μÒí ÃǨ ¡ÒÃàÅ×Í¡ºØ¤¤Å໇ÒËÁÒ ¢ÍŒ 椄 à¡μ
¤¹·¡Õè Òí Åѧâ¡Ë¡
๑. เบาะหลงั รถ มหี วั คนผลบุ ๆ โผลๆ ๑. ตองทําทันทอี ยาใหหลบหนีได ๑. เวลากลางคนื ควรฉายสปอตไลท ๑. เปดวิทยุใหดังพอประมาณให ๑. คนอยใู นท่ีไมเ หมาะสม
๒. รถท่ปี ด ไฟวิ่งในเวลากลางคืน ๒. การจราจรไมห นาแนน ถนนกวา ง ใหแนใ จกอนจงึ เขา ไป ผตู องสงสัยสับสน - แตงกายดี ยนื ทีเ่ ปลย่ี ว ๑. หนาซดี หรอื หนาแดง
๓. รถอยใู นสภาพเฉยี่ วชนเสียหาย ๒. จอ งมองกริ ยิ าคนขบั ตลอดเวลา ๒. ตอ งแจง ศนู ยค วบคมุ วา จอดทไ่ี หน - แตง กายสกปรก ยนื ยา นธรุ กจิ ๒. กะพรบิ ตาถๆี่
๔. ขบั รถฝา ฝน กฎหมายจราจรอยา ง ไมก ีดขวาง ๓. เม่ือเดินเขาไปควรแจงเหตุผล ๓. อยา ยนื ลา้ํ เสาประตกู ลางรถเพราะ ๓. เหลือบตาไปมา
๓. บริเวณคนไมพลุกพลา น ในการหยุดรถ แลว ขอดูใบขับข่ี จะเสียเปรยี บ ๒. คนเดินห้ิวของหรือซุกซอน ๔. ขากรรไกรขยบั จากขา งหนงึ่
ชัดแจง ๔. ถือสปอตไลทมอื ไมถ นดั บางส่ิงไวในเส้ือผา
๕. คนขบั รถใกลๆ รถตาํ รวจไมย อม ¡ÒÃʹ·¹Ò¡ºÑ ¤¹¢ºÑ ö ๕. หันตัวดานที่พกปนออกจาก ไปอกี ขา งหนงึ่ เรว็ และบอ ย
๑. แจง ผตู อ งสงสยั ดบั เครอ่ื งรถกอ น คนรา ยหรือผูต อ งสงสยั ๓. คนยืนสถานท่ีเดยี วนานๆ ๕. ย้ิมและทันทีใบหนาก็จะ
แซง ขับเล้ียวออกนอกเสนทาง ๒. อยาเออื้ มมือไปดบั เคร่อื งเอง ๔. คนมีกิริยาแปลกๆ สวมเสื้อผา
เมื่อถึงแยก ๓. ควรสง่ั ใหผ ตู อ งสงสัยลงจากรถ ¡Ò乌 ö เครงขรึมและกลับยิ้มอีก
๖. คนขบั รถลกั ษณะไมเ หมาะสมกบั รถ ๔. ถามีหลายคน ตํารวจคนเดียว ๑. ตรวจกระโปรงทา ยรถ มรี อ งรอยตอ สู/คราบเลือด (ตหี นา เจอ่ื นๆ)
๗. รถยนตติดเคร่ืองจอดอยูกับท่ี ๒. ตรวจดูทน่ี ั่งดานหลัง ๕. คนที่หยดุ มองคนทีเ่ ดนิ ผา นไปมา ๖. ไมสบตาหรือหลบตา
นานๆ ไมค วรเรียกใหล งพรอมกัน ๓. ตรวจดูท่ีนั่งคนขับ/คนโดยสาร ๖. คนที่เคลื่อนตัวจากประตูรถ เม่ือถูกซกั ถาม
๕. ไมใ หผ ตู อ งสงสยั ยนื ดา นเดยี วกบั ๗. ทํากิริยาโกรธคลายถูก
จากหลังคาดานในมายังลิ้นชัก คนั หนงึ่ ไปยังอีกคนั หน่งึ พูดจาดถู กู
อาวุธปนทตี่ ํารวจพกอยู เก็บของ ๗. คนกําลงั วง่ิ เวลากลางคืน
๔. ตรวจชอ งประตดู า นขา ง ชอ งเกบ็ ของ ๘. คนวง่ิ ตัดหนารถอยางรีบรอน
๙. คนหวิ้ ของมีคา ในเวลากลางคนื
๑๐.คนสวมแวนดาํ ในเวลากลางคืน
ระหวางที่นั่งคนขับและผูโดยสาร
ชองเก็บของใตเบาะที่นั่งคนขับ
ใตแผน วางเทากันเปอ น
๖๑
๖๒
ô. ¡ÒÃสาํ ÃǨ¨´Ø ÅÍ‹ áËÅÁ
๔.๑ ดําเนินการสํารวจจุดลอแหลม อันเกิดจากสภาพแวดลอมที่เอื้ออํานวย
ตอ การเกิดอาชญากรรม ดังนี้
๔.๑.๑ สะพานลอยคนขาม
๔.๑.๒ ปา ยรถโดยสารประจําทาง
๔.๑.๓ สวนหยอ ม สวนสาธารณะ
๔.๑.๔ บา นราง ตกึ รา ง ตึกแถวรา ง เพงิ พักรา ง บานพักคนงานราง บริเวณ
ใตสะพานขา มแยก ขามคลอง ใตท างดวน ซึง่ มคี นเรร อ นหรือคนเก็บของเกาพกั อาศัย
๔.๑.๕ ถนน ตรอก ซอย
๔.๑.๖ คอนโดมเิ นยี ม อพารท เมนท เกสตเฮา ส หอพัก บานเชา
๔.๑.๗ หมบู า น
๔.๑.๘ ริมคลอง
๔.๑.๙ ริมทางรถไฟ
๔.๑.๑๐ ใตสะพาน คอสะพาน เชงิ สะพานทกุ ประเภท
๔.๑.๑๑ ทสี่ าธารณะและที่วา งเปลา ซึ่งเจาของไมไดทําประโยชน
๔.๒ ดาํ เนนิ การสาํ รวจสถานท่ี ตามขอ ๔.๑.๑, ๔.๑.๒, ๔.๑.๓, ๔.๑.๖ และ ๔.๑.๗
มีท้ังหมดจํานวนก่ีแหง แยกเปนบริเวณที่ไมเปนจุดลอแหลมกี่แหงและท่ีเปนจุดลอแหลมกี่แหง
อยทู ใี่ ดบา ง แตล ะแหง ไดด าํ เนนิ การแกไ ขวางแผนปอ งกนั อาชญากรรมอยา งไร เชน สะพานลอยคนขา ม
ทเี่ ปลย่ี วมดื มแี สงสวา งนอ ยเพราะตน ไมบ งั แสงไฟฟา หรอื ไมม แี สงไฟฟา ปา ยรถโดยสารประจาํ ทางทม่ี ดื
มตี น ไม ตน หญา พมุ ไม ปกคลมุ หนาทบึ สวนหยอ ม สวนสาธารณะ ทไ่ี ฟฟา มดื เปลยี่ ว เกดิ เหตบุ อ ยครง้ั
ถนน ตรอก ซอย ท่ีมืด เปล่ียว และเคยเกิดเหตบุ อ ยคร้ัง เปนตน
ดาํ เนนิ การสาํ รวจสถานที่ ตามขอ ๔.๑.๔, ๔.๑.๕, ๔.๑.๘, ๔.๑.๙, ๔.๑.๑๐ และ
๔.๑.๑๑ เฉพาะจดุ ทม่ี อี าชญากรรมเกดิ ขนึ้ บอ ยครงั้ เปน จดุ ลอ แหลมมจี าํ นวนกแ่ี หง อยทู ใี่ ดบา ง แตล ะแหง
ไดดาํ เนนิ การแกไ ขวางแผนปอ งกนั อาชญากรรมอยา งไร
๔.๓ จดุ ลอ แหลมประเภทหมูบ าน พจิ ารณาดงั น้ี
๔.๓.๑ มีรั้วหรอื กาํ แพงทมี่ น่ั คงแขง็ แรงลอ มรอบหรือไม
๔.๓.๒ มเี จา หนา ที่รักษาความปลอดภัยประจาํ หมบู านหรือไม
๔.๓.๓ มี CCTV หรอื ไม
๔.๓.๔ มีคณะกรรมการหมบู านหรอื ไม
๔.๓.๕ มีอาชญากรรมเกดิ ข้นึ ในรอบปท่ีผา นมาไมนอยกวา ๓ ราย
๔.๔ ดาํ เนินการประสานแจงสาํ นกั งานเขต เทศบาล อบต. อบจ. เพื่อดําเนนิ การ
แกไขปรับปรุงสภาพแวดลอมใหอยูในสภาพที่ปลอดภัย ไมลอแหลมตอการเกิดอาชญากรรม เพื่อให
ดําเนนิ การดงั น้ี
๖๓
๔.๔.๑ ปรบั ภูมิทัศน โดยตัดตน ไม ถางหญา ตดิ หลอดไฟฟา เปลี่ยนหลอด
ไฟฟา
๔.๔.๒ เสริมมาตรการปองกัน ติดต้ังตูแดง(จุดตรวจ) เพ่ือใหเทศกิจ
อาสาสมคั ร มลู นิธชิ วยตรวจเสริม
๔.๔.๓ ตดิ ตง้ั CCTV
๔.๕ ใหจัดทํารายละเอียดจุดลอแหลมตามขอ ๔.๒ และการแกไขปรับปรุง
ตามขอ ๔.๓ ไวใ นหองปฏบิ ตั ิการ
๔.๖ ใหม กี ารปด ลอ มตรวจคน จดุ ลอ แหลมทงั้ ชว งคาํ่ และชว งเชา ตามความเหมาะสม
เปน ประจาํ ทกุ วัน
๔.๗ สรางมวลชนกับหนวยงานใกลเคียง เชน สวนราชการ บริษัท หาง รานคา
รัฐวิสาหกิจ สถานประกอบการ คิวรถตู รถจักรยานยนต มูลนิธิ อาสาสมัครตางๆ กต.ตร.
เพอ่ื ประชาสมั พนั ธม าตรการปอ งกนั อาชญากรรม เชน จา งพนกั งานรกั ษาความปลอดภยั วธิ กี ารแจง เหตุ
หรอื การสงั เกตจดจาํ ตาํ หนิรูปพรรณคนราย ยานพาหนะ หรืออาวุธ การติดตั้งกลองโทรทศั นวงจรปด
เปน ตน เพอื่ ปองกันเหตแุ ละแกไ ขปญ หาจดุ ลอ แหลม
๔.๘ สําหรับจุดลอแหลมประเภทสถานที่ท่ัวไป ใหเพ่ิมมาตรการในการปองกัน
อาชญากรรมดงั น้ี
๔.๘.๑ ตดิ ต้งั ตแู ดงตามความเหมาะสม
๔.๘.๒ เพ่ิมความถี่ในการตรวจตรา สายตรวจทุกประเภท จราจร ธุรการ
อาสาสมัคร ตํารวจบาน มูลนธิ ติ างๆ
๔.๘.๓ ติดปายประชาสัมพันธ เตือนประชาชน ใหเพิ่มความระมัดระวัง
ไมแตง กายลอแหลม โชวทรัพยสิน ไมเดนิ ทางเพยี งลําพัง
๔.๘.๔ จัดฝายสบื สวน ซมุ โปง
๔.๘.๕ แสวงหาแนวรวม สวนราชการ ผูประกอบการ รานคา ประชาชน
คิวจักรยานยนต รถตู บริเวณใกลเคียงชวยเปนหูเปนตา แจงเหตุเมื่อพบบุคคล ยานพาหนะ
ท่ีมพี ฤติการณตองสงสัย (โดยการอบรมใหค วามรู กําหนดเปาหมาย ตามความเหมาะสม)
๔.๙ สําหรับจุดลอแหลมประเภทคอนโดมิเนียม อพารทเมนท เกสตเฮาส
คอรท หอพัก บานเชา และประเภทหมูบา น ใหด ําเนนิ การดังน้ี
๔.๙.๑ ประชาสมั พนั ธข อความรว มมอื เจา ของ ผปู ระกอบการ ใหด าํ เนนิ การ
ดงั น้ี
ก. เพ่ิมแสงสวางบริเวณทางเดนิ ทางเขา-ออก
ข. จัดทีจ่ อดรถใหเพียงพอ มีคนเฝา มแี สงสวา งเพียงพอ
ค. มเี จา หนาท่รี กั ษาความปลอดภัยตลอด ๒๔ ชั่วโมง
๖๔
ง. ตดิ ตงั้ CCTV
จ. จัดทําบัญชผี ูเชา ผูพักอาศยั อยางเปนระบบ
ฉ. สังเกตพฤติกรรมของผูพักอาศัย หากพบส่ิงผิดปกติใหรีบแจง
เจา หนา ที่ตํารวจทาํ การตรวจสอบ
๔.๙.๒ จัดโครงการอบรมใหความรูเจาหนาท่ีรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับ
การปอ งกัน การสังเกตจดจํา การระงับเหตุ และการแจงเหตุดวนเหตรุ า ย
๔.๙.๓ จดั ทาํ โครงการฝากบา นกบั เพอื่ นบา น เพอ่ื ใหเ พอ่ื นบา น เพอ่ื นขา งหอ ง
รจู กั ชว ยกันดูแล ระวังปอ งกนั และแจง เหตุ
๔.๙.๔ ตดิ หมายเลขโทรศพั ทส ถานตี าํ รวจ/ศนู ยว ทิ ยุ ไวบ รเิ วณทมี่ องเหน็ ไดง า ย
เพ่ือความรวดเร็วในการแจง เหตุ
๔.๙.๕ ตรวจเยี่ยมชุมชน เพ่ือรวบรวมขอมูลปญหา-ความตองการ
แลว ดาํ เนนิ การแกไข รวมทั้งการใหค าํ แนะนาํ ในการปองกนั อาชญากรรมเบ้อื งตน
๔.๑๐ ในพ้ืนท่ีที่เห็นวาเปนจุดลอแหลมและสุมเสี่ยงตอการเกิดอาชญากรรม
ใหด ําเนินการดังนี้
๔.๑๐.๑ ประสานแจงขอมูลจดุ ลอแหลมกับหนวยงานทีเ่ ก่ยี วของ
๔.๑๐.๒ กาํ หนดในวาระการประชมุ กต.ตร. สถานตี าํ รวจทกุ เดอื น เพอ่ื เรง รดั
ตดิ ตามและขอความรว มมอื จาก กต.ตร. สถานีตาํ รวจในการปองกนั เหตุ
๔.๑๐.๓ มาตรการปองกนั เหตุ
ก. การตดิ ตั้ง เปลย่ี นหลอดไฟฟา เพ่อื เพ่มิ แสงสวาง
ข. การตัดตนไม ตดั ถางหญา เพอื่ ปรับภมู ทิ ัศน
ค. การตดิ ตั้งตูเขยี ว เทศกจิ อาสาสมัครพิทกั ษเ มอื ง อปพร.
ง. การติดตั้งปายประชาสัมพันธ เตือนประชาชนใหเพ่ิมความ
ระมัดระวงั
จ. การตดิ ต้ัง CCTV (จัดลาํ ดับความสําคญั )
õ. ¡Òëѡ«ÍŒ ÁἹ༪ÔÞàËμØμÒ‹ §æ áÅСÒÃʡѴ¨Ñº
การซักซอมแผนเผชิญเหตุตางๆ เชน เพลิงไหม เหตุวิ่งราวทรัพย ชิงทรัพย
ปลนทรัพย ธนาคาร รานทอง สถานีบริการน้ํามัน และการสกัดจับ กรณีคนรายใชยานพาหนะ
รถยนตหรือรถจักรยานยนตในการกระทําผิดแลวหลบหนี รถชนแลวหนี หรือรถหลบหนีการตรวจคน
หากทําการซกั ซอ มอยา งสม่าํ เสมอโดยใชค นรา ยสมมติและมีการประชาสัมพันธ นอกจากจะทําใหการ
ปฏบิ ตั หิ นา ทเี่ ปน ไปอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพแลว ยงั เปน การปอ งปรามคนรา ยไดอ กี ทางหนง่ึ ดว ย ในการจดั
ทาํ แผนเผชิญเหตนุ ั้น จะตอง
๖๕
๕.๑ ตอ งจัดทําใหค รอบคลุมทุกเหตทุ ี่อาจเกิดข้นึ ได ในเขตพืน้ ที่รบั ผิดชอบ
๕.๒ กาํ หนดแผนการควบคมุ สง่ั การของผบู งั คบั บญั ชา ระดบั สถานตี าํ รวจ ใหช ดั เจน
และหากผบู ังคบั บัญชาทก่ี ําหนดไวไ ม ว.๑๐ จะมอบหมายใหผใู ดดาํ เนินการแทนโดยอัตโนมัติ
๕.๓ ตองประชุมชี้แจงใหเจาหนาท่ีตํารวจทุกฝาย ทุกระดับ เขาใจการปฏิบัติ
ในทกุ ขัน้ ตอนอยางแทจรงิ
๕.๔ ตองคํานึงถึงความปลอดภัยของผูรวมปฏิบัติและประชาชนบริเวณใกลเคียง
โดยตองทาํ การประชาสัมพันธใ หทราบลวงหนา และกาํ ชบั หามใชอาวธุ ทกุ ชนิดโดยเดด็ ขาด
๕.๕ ตอ งกําหนดจดุ ว.๑๐ ไวใ นแตล ะเขตตรวจ
ö. ¡ÒÃμÃǨàÂèÕÂÁªØÁª¹
วัตถุประสงคของการตรวจเยี่ยมก็คือรับทราบขอมูลขาวสารปญหาความเดือดรอน
และความตองการของประชาชน มขี น้ั ตอนการปฏบิ ัติดงั น้ี
๖.๑ กาํ หนดพน้ื ทกี่ ารตรวจเย่ยี ม
๖.๒ จัดทําแบบฟอรมการตรวจเยี่ยม เพ่ือรวบรวมขอมูลขาวสารปญหาความ
เดอื ดรอนและความตองการของประชาชน
๖.๓ ประชาสมั พนั ธใ หป ระชาชนในพ้ืนท่ีเปา หมายทราบ
๖.๔ ประชมุ ชแ้ี จงวตั ถปุ ระสงคแ ละซกั ซอ มแนวทางการปฏบิ ตั ใิ หข า ราชการตาํ รวจ
ทกุ ฝาย ทุกระดับ และทุกนายทราบ
๖.๕ กําหนดตัวขาราชการตํารวจผูรับผิดชอบใหเหมาะสมกับพื้นท่ีในการออก
ตรวจเยย่ี มแตล ะครงั้
๖.๖ จัดทําเอกสาร คมู ือ คาํ แนะนาํ ประชาชน เกีย่ วกับ
๖.๖.๑ แนวทางการปอ งกันอาชญากรรมเบ้ืองตน
๖.๖.๒ ประชาสัมพันธ แนวทางการติดตอส่ือสาร แจงขอมูลขาวสาร
แจง เหตุดว นเหตรุ าย ยาเสพติด และอื่นๆ
๖.๖.๓ ความรเู กย่ี วกบั พษิ ภยั ของยาเสพตดิ ใหโ ทษและแนวทางการปอ งกนั
๖.๖.๔ ประชาสัมพันธผลการปฏิบัติงานของสถานีตํารวจทุกดาน
ในแตละเดอื น
๖.๗ ขอความรวมมือหนวยงานราชการ องคกรเอกชน เพ่ือรวมออกตรวจเย่ียม
และ/หรือใหบริการประชาชน ในการออกตรวจเย่ียมลกั ษณะเปนกลุม เพอ่ื รว มกจิ กรรมการใหบรกิ าร
แกชมุ ชน เชน บริการตดั ผม ตรวจโรค ฝก อาชพี เสริม เปน ตน
๖.๘ ออกตรวจเยี่ยม ตามวนั เวลา และสถานท่ที ่กี ําหนด
๖.๙ เก็บรวบรวมขอ มลู ปญหาความเดอื ดรอน และความตอ งการของประชาชน
๖.๑๐ ดาํ เนนิ การปรบั แผนและแนวทางปฏบิ ตั ิ เพอื่ แกไ ขปญ หาบรรเทาความเดอื ดรอ น
และตอบสนองตอ ความตอ งการของประชาชน
๖๖
÷. ¡ÒÃμé§Ñ ´‹Ò¹μÃǨ ¨Ø´μÃǨ ËÃ×ͨشʡ´Ñ (Ç.ôó)
๗.๑ ความหมาย
๗.๑.๑ ดานตรวจ หมายถึง สถานที่ทําการเจาพนักงานตํารวจออกปฏิบัติ
หนา ทใี่ นการตรวจคน เพอ่ื จบั กมุ ผกู ระทาํ ความผดิ ในเขตทางเดนิ รถ (ความหมายตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก
พ.ศ.๒๕๓๕) โดยระบสุ ถานทไี่ ดร บั อนมุ ตั จิ าก ครม.
หรือผูมีอํานาจตามกฎหมายวาดวยทางหลวง
หรือ กอ.รมน. แลว แตก รณี ซ่งึ ในเขตรับผิดชอบ
บช.น. ไมม กี ารจดั ต้งั เปนดา นตรวจ
๗.๑.๒ จุ ด ต ร ว จ
หมายถงึ สถานทเี่ จา พนกั งานตาํ รวจออกปฏบิ ตั ิ
หนา ทตี่ รวจคน เพอ่ื จบั กมุ ผกู ระทาํ ความผดิ ในเขต
ทางเดินรถหรือทางหลวง ในกรณีปกติเปนการ
ชั่วคราว โดยมีกําหนดระยะเวลาเทาท่ีมี
ความจาํ เปนอยา งยง่ิ ในการปฏบิ ตั ิหนา ท่ดี งั กลาว แตตองไมเกนิ ๒๔ ชั่วโมง และเมื่อเสร็จสน้ิ ภารกจิ
แลวจะตอ งยุบเลิกจดุ ตรวจดงั กลา วทันที
๗.๑.๓ จดุ สกดั หมายถงึ สถานทที่ เี่ จา พนกั งานตาํ รวจออกปฏบิ ตั หิ นา ทตี่ รวจคน
เพ่ือจับกุมผูกระทําความผิดในเขตทางเดินรถหรือทางหลวง ในกรณีที่มีเหตุการณฉุกเฉินหรือจําเปน
เรง ดว นเกิดขึ้นเปนการชัว่ คราวและจะตอ งยบุ เลกิ เมือ่ เสร็จสิน้ ภารกจิ ดังกลา ว
๗.๒ ความสําคญั ของการต้งั จดุ ตรวจและจุดสกดั
๗.๒.๑ เพอ่ื ควบคุมพ้ืนทที่ ล่ี อ แหลมตอการเกิดอาชญากรรม
๗.๒.๒ เพอ่ื เปนการปอ งปรามการกระทําผิดกฎหมาย
๗.๒.๓ เพือ่ เปนการปดเสน ทางและตดั ชอ งโอกาสคนรายหลบหนี
๗.๒.๔ เพ่อื ตรวจคน บุคคลหรือยานพาหนะทีผ่ านเขา ออกพนื้ ท่ี
๗.๒.๕ เพอื่ คน หาสงิ่ ผดิ กฎหมาย อาวธุ เครอื่ งมอื เครอ่ื งใชใ นการกระทาํ ผดิ
๖๗
๗.๓ ระบบการต้ังจุดตรวจ
๗.๓.๑ ตง้ั ตามแผนทก่ี ําหนด
๗.๓.๒ ตัง้ ตามยุทธวิธี ปลอดภยั มปี ระสิทธภิ าพ
๗.๓.๓ มีนายตํารวจควบคมุ
๗.๓.๔ ว.๔๓ ปกติ รอง สวป., สวป. ควบคมุ
๗.๓.๕ ว.๔๓ พเิ ศษ สว.ขึน้ ไป ควบคมุ
๗.๓.๖ ว.๔๓ เคลอื่ นที่
๗.๓.๗ สมุดประจาํ จุด ว.๔๓ (ตงั้ แต ผกก. ขึ้นไป)
๗.๓.๘ รายงานผลการตง้ั จดุ ว.๔๓ ทกุ ๗ วัน (จันทร-อาทิตย) ในวนั จนั ทร
๗.๔ หลกั พืน้ ฐานของการตั้งจุดตรวจและจดุ สกดั
๗.๔.๑ หามมิใหตั้งดานตรวจ จุดตรวจ หรือจุดสกัด ในเขตทางเดินรถ
หรอื ทางหลวงเวน แตม นี ายตาํ รวจชน้ั สญั ญาบตั รเปน หวั หนา ควบคมุ และไดร บั อนมุ ตั จิ ากผบู งั คบั บญั ชา
โดยจะตองแตงเครื่องแบบในการปฏิบัติหนาที่ และการต้ังจุดตรวจหรือจุดสกัดใหทุกหนวยประสาน
การปฏิบตั ิระหวา งหนวยใกลเ คยี งใหชัดเจนเพือ่ ไมใหเกิดการซํา้ ซอนกัน
๗.๔.๒ การปฏบิ ตั ใิ นการตรวจคน จบั กมุ ตอ งปฏิบตั ิตามประมวลกฎหมาย
วิธีพจิ ารณาความอาญาและประมวลระเบียบการตาํ รวจเก่ียวกับคดีวาดวยการนนั้ โดยเครงครดั
๗.๔.๓ ทจ่ี ดุ ตรวจ ตอ งมแี ผงกัน้ แสดงเคร่ืองหมายคําวา “หยดุ ตรวจ” และ
ควรจดั ใหม สี ิง่ กีดขวางหรือสญั ญาณอนื่ ใดใหเ ปนท่ีสังเกตไดงา ยในระยะไกล เชน กรวยยางคาดแถบสี
สะทอนแสง เพ่ือชวยปองกันอุบัติเหตุท่ีอาจเกิดข้ึนและใหมีแผนปายแสดง ยศ ช่ือ นามสกุล
และตําแหนงของหัวหนา ชดุ ทีป่ ระจาํ จดุ ตรวจดังกลา ว
๗.๔.๔ ในเวลากลางคืนตองใหมีแสงสองสวางใหมองเห็นไดอยางชัดเจน
ในระยะไมน อ ยกวา ๑๕๐ เมตร กอนถงึ จดุ ตรวจ
๗.๔.๕ การตง้ั จดุ ตรวจ ใหท กุ หนว ยประสานการปฏบิ ตั ริ ะหวา งหนว ยใกลเ คยี ง
ใหชดั เจน โดยมใิ หเ กดิ การตงั้ จุดตรวจซ้าํ ซอ น อันเปน เหตใุ หเ กิดความเดือดรอนแกประชาชน
๗.๔.๖ กาํ หนดเขตพนื้ ทป่ี ลอดภยั ไวส าํ หรบั เปน บรเิ วณตรวจคน เพอื่ ใหเ กดิ
ความปลอดภยั ทงั้ แกผูต องสงสัยทถ่ี ูกตรวจคน และเจาหนาที่ตํารวจระหวา งทําการตรวจคน
๗.๔.๗ การจดั กาํ ลงั พลเขา ปฏบิ ตั หิ นา ท่ี ควรคดั เลอื กกาํ ลงั ทมี่ รี ปู รา งสงู ใหญ
ลักษณะทาทางดีและองอาจผ่ึงผาย เพ่ือเปนการปองปรามการกระทําผิดและสรางภาพลักษณที่มี
ใหแ กประชาชนทพ่ี บเหน็
๗.๔.๘ ควรวางกําลังสวนหน่ึงไวบริเวณทางแยกหรือจุดยอนกลับกอนถึง
จดุ ตรวจหรอื จดุ สกดั เพอ่ื ไวท าํ หนา ทส่ี กดั กน้ั หรอื ไลต ดิ ตามผทู เ่ี ลย้ี วหรอื กลบั รถยอ นหลบหนกี ารตรวจคน
๖๘
๗.๔.๙ พึงใชความระมัดระวังและต้ังอยูในความไมประมาททุกขณะทําการ
ตรวจคน
๗.๔.๑๐ พงึ เปน ผทู ม่ี มี ารยาททด่ี งี ามและรกั ษากริ ยิ าวาจาระหวา งการตรวจคน
เชน ไมสองไฟฉายไปท่ีบริเวณใบหนาประชาชนผูถูกตรวจคนโดยตรง และรูจักใชคําพูดที่สุภาพ เชน
สวัสดีครบั ขอโทษครับ และขอบคุณครบั
๗.๔.๑๑ ใชความสังเกตใหความสนใจเปนพิเศษแกพาหนะท่ีมีลักษณะพิรุธ
เชน รถจกั รยานยนตท ไี่ มต ดิ แผน ปา ยทะเบยี น หรอื พบั งอแผน ปา ยทะเบยี นเพอ่ื ปด บงั อาํ พรางหมายเลข
หรอื พาหนะทมี่ ีการดดั แปลงสภาพ
๗.๔.๑๒ ในปฏบิ ตั กิ ารตงั้ จดุ ตรวจหรอื จดุ สกดั ใหค าํ นงึ ถงึ ความปลอดภยั ของ
เจา หนา ทต่ี าํ รวจผปู ฏบิ ตั งิ านและประชาชนและไมก อ ใหเ กดิ ปญ หาความเดอื ดรอ นแกป ระชาชนผใู ชท าง
โดยไมจําเปน
ø. ËÅÑ¡¡ÒþԨÒóҾ¹é× ·Õãè ¹¡ÒÃμéѧ¨Ø´μÃǨáÅШ´Ø Ê¡´Ñ
๘.๑ สภาพภูมิประเทศใหความปลอดภัยเจา หนา ที่ตาํ รวจ
๘.๒ สภาพภมู ิอากาศ ฝนไมต ก/แดดไมรอนจัด
๘.๓ สภาพการจราจรไมห นาแนนไมตดิ ขดั
๘.๔ เปนพ้นื ท่ีทีเ่ กีย่ วกับความมน่ั คง
๘.๕ เปนพื้นที่ที่มีการเกิดอาชญากรรมสงู
๘.๖ เปน เสน ทางทีค่ นรา ยมกั ใชในการหลบหนี
๖๙
ù. ¢ŒÍÁÅÙ ·¨Õè Ð㪌㹡ÒÃμÑ§é ¨´Ø μÃǨáÅШشʡѴ
ñð. Í»Ø ¡Ã³áÅÐà¤Ã×èͧÁ×Íμ‹Ò§æ 㹡ÒÃμÑ駨شμÃǨ ¨´Ø ʡѴ
๑๐.๑ รถยนตสายตรวจ, รถจกั รยานยนต ทม่ี ไี ฟสองสัญญาณ
๑๐.๒ แผงกั้นจุดตรวจ โดยมีแสงไฟสองสวางใหมองเห็นไดอยางชัดเจนในระยะ
ไมน อ ยกวา ๑๕๐ เมตร ในเวลากลางคืนกอ นถึงจุดตรวจ
๑๐.๓ แผงประชาสมั พนั ธ กอนถงึ จดุ ตรวจคน “ขออภัยในความไมส ะดวก” หรือ
แผงเตอื น “จุดตรวจขางหนา โปรดลดความเร็ว”
๑๐.๔ กรวยยางจราจรสีสม วางกอนถึงจุดตรวจคนและตามแนวชองทางเดินรถ
รกั ษาพ้ืนที่ปลอดภัย
๑๐.๕ กระบองไฟสญั ญาณบอกตาํ แหนง ของจราจร
๑๐.๖ ไฟฉาย/สปอตไลท ประจาํ รถยนตส ายตรวจ
๑๐.๗ เครือ่ งขยายเสยี งแบบมอื ถือ
๑๐.๘ เครอ่ื งตรวจโลหะแบบมอื ถือ
๑๐.๙ อปุ กรณต รวจใตท องรถ
๑๐.๑๐ กลองถา ยภาพ/กลองบนั ทึกวดี ีโอ
๑๐.๑๑ ตวั สกดั (ขวาก)
๗๐
ññ. ¢Ñé¹μ͹¡Òû¯ÔºÑμÔ ¡ÒäǺ¤ØÁ ¡ÒÃμÃǨÊͺ¡Òû¯ÔºμÑ Ô
๑๑.๑ เรยี กแถวตรวจยอดกาํ ลงั พล ตรวจความพรอ มของเจา หนา ทต่ี าํ รวจผปู ฏบิ ตั ิ
รวมทง้ั อุปกรณ เครือ่ งมอื เคร่ืองใชก ารต้งั จดุ ตรวจ
๑๑.๒ อบรมชแ้ี จงสถานภาพอาชญากรรม แนวนโยบาย และคาํ สง่ั ของผบู งั คบั บญั ชา
๑๑.๓ กําหนดตัวเจาหนาท่ีตํารวจผูปฏิบัติในแตละสวนของพ้ืนที่จุดตรวจ และ
ทําความเขาใจกบั บทบาทหนาท่ขี องแตล ะคนใหชัดเจน
๑๑.๔ การตง้ั จดุ ตรวจหรอื จดุ สกดั ใหร ายงานทางศนู ยว ทิ ยุ ใหผ บู งั คบั บญั ชาทราบ
เม่ือเร่ิมตน และเลกิ ปฏิบัติ
๑๑.๕ เม่ือเสร็จสิ้นการปฏิบัติ ใหรายงานผลการปฏิบัติเปนลายลักษณอักษร
เสนอผบู งั คบั บญั ชาตามลําดบั ชน้ั จนถึงผสู งั่ อนุมัติภายในวนั ถดั ไปเปนอยางชา
๑๑.๖ ใหผ บู งั คบั บญั ชาตงั้ แตร ะดบั สารวตั รขนึ้ ไป ผลดั เปลย่ี นหมนุ เวยี นกนั ควบคมุ
การปฏิบัติ
๑๑.๗ หากตรวจพบวามีเจาหนาท่ี ณ ดานตรวจ จุดตรวจ หรือจุดสกัดไดปฏิบัติ
โดยมไิ ดร บั คาํ สงั่ จากผมู อี าํ นาจเพอื่ แสวงหาผลประโยชนโ ดยมชิ อบ หรอื หากตรวจพบเจา หนา ทต่ี าํ รวจ
ผูใดประพฤติมิชอบในลักษณะดังกลาว ใหพิจารณาดําเนินการกับเจาหนาที่ผูนั้นไปตามอํานาจหนาที่
ท้ังคดีอาญาและคดีวินัย แลวรายงานใหผูบังคับบัญชาตามลําดับชั้นจนถึง ตร. ทราบโดยไมชักชา
การรายงานใหร ะบุ ยศ ชอื่ นามสกลุ ตาํ แหนง ของเจา หนา ทตี่ าํ รวจผกู ระทาํ ผดิ พรอ มกบั รายละเอยี ดเกยี่ วกบั
ลักษณะและพฤตกิ ารณแหงการกระทาํ ผดิ ใหล ะเอียดชดั เจน
ñò. ¡ÒÃμÃǨ¤Œ¹Ã¶à¾×èÍäÁ‹ãËŒà¡Ô´¢ŒÍ¼Ô´¾ÅÒ´áÅСÒ䌹ซํ้า ÊÌҧ¤ÇÒÁà´×ʹÌ͹
¤ÇÒÁรํา¤ÒÞãËŒ¡ºÑ »ÃЪҪ¹â´Â·èÑÇä» à¹è×ͧ¨Ò¡ãªŒàÇÅÒ¹Ò¹ ควรดาํ เนนิ การดงั น้ี
๑๒.๑ ใหแบง พ้นื ท่ีรถที่ตอ งการตรวจคน ออกเปน ๕ สว น คือ
สวนที่หน่ึง พื้นท่ีภายในรถดานหนาบริเวณผูขับขี่และผูโดยสารดานหลัง
ผขู ับขี่
สวนที่สอง พื้นที่ภายในรถดานหนาขางซายผูขับขี่และท่ีโดยสารดานหลัง
ซายผูข ับข่ี
สว นทสี่ าม กระโปรงทา ยรถ
สวนทส่ี ี่ กระโปรงหนา รถ
สว นทหี่ า ใตท องรถ
๗๑
๑๒.๒ กรณรี ถของบคุ คลโดยทว่ั ไปทเ่ี ขา มาในพน้ื ทกี่ ารตง้ั จดุ ตรวจ จะทาํ การตรวจคน
เฉพาะสวนท่ี ๑ และสวนท่ี ๒ เทานนั้ คอื
๑๒.๒.๑ เจาหนาที่ตํารวจท่ีอยูดานผูขับข่ีจะตรวจคนรถในสวนท่ี ๑ คือ
ดา นคนขบั
๑๒.๒.๒ เจาหนาที่ตํารวจที่อยูดานซายของผูขับข่ี จะทําการตรวจคนรถ
ในสว นท่ี ๒ คือ ล้นิ ชกั และคอนโซล
ñó. ¡ÒÃầ‹ ¾×é¹·ÕèºÃàÔ Ç³¨Ø´μÃǨ
สามารถแบงเปน ๕ สว น
๑๓.๑ พื้นท่ีสวนแรก เปนพื้นที่เฝาสังเกตรถและบุคคลตองสงสัยที่อยูภายในรถ
ทจ่ี ะวงิ่ ผา นเขามาในบริเวณพ้ืนทต่ี ้ังจดุ ตรวจ เพอ่ื แจงขอ มลู ไปยงั ผูควบคุมจุดตรวจ รวมทั้งเปนจุดสกดั
รถตองสงสัยที่มีเจตนาจะหลบหนีไมยินยอมเขามาบริเวณพื้นท่ีที่ตั้งจุดตรวจคน หรือไลติดตามรถ
ท่ีวกกลับไปยงั ทิศทางทเ่ี ขามาโดยมเี จาหนาทีต่ าํ รวจชุดนอกเครื่องแบบ (ชดุ จโู จม) อยูปฏิบตั ิ ๒ นาย
โดยอยูกอ นถึงพ้ืนทต่ี ั้งจดุ ตรวจประมาณ ๒๐ เมตร
๑๓.๒ พื้นที่สวนที่สอง เปนพ้ืนที่ที่พิจารณาคัดเลือกรถตองสงสัยเพื่อโบกรถ
เขา มาสพู น้ื ทต่ี รวจคน ซงึ่ จะมเี จา หนา ทต่ี าํ รวจ ๑ นาย เปน ผคู ดั เลอื กและสงั เกตพฤตกิ รรมของรถทจ่ี ะเขา
จุดตรวจคนโดยมีเจาหนาที่ตํารวจฝายปองกัน ๑ นาย ฝายจราจร ๑ นาย และเจาหนาที่ตํารวจ
ที่ทําหนาที่เปนหัวหนาสายตรวจ (นายตํารวจระดับสัญญาบัตรข้ึนไป) ๑ นาย รวมเจาหนาท่ีจํานวน
๓ นาย
๗๒
๑๓.๓ พน้ื ทสี่ ว นทสี่ าม เปน พน้ื ทต่ี รวจคน มเี จา หนา ทต่ี าํ รวจฝา ยปอ งกนั ทาํ หนา ท่ี
ตรวจคน รถและบคุ คลตอ งสงสยั ทน่ี ง่ั มา ๓ ชดุ ปฏบิ ตั ิ (๑ ชดุ ปฏบิ ตั มิ เี จา หนา ทตี่ าํ รวจ ๓-๔ นาย รถทเี่ ขา
ทาํ การตรวจคน ควรมไี มเ กนิ ๓ คนั ในแตล ะชว งทที่ าํ การตรวจคน และการตรวจคน ใหใ ชเ จา หนา ทตี่ าํ รวจ
๓-๔ นาย ตอรถทาํ การตรวจคน ๑ คัน โดยตรวจคน ๒ นาย คุมกัน ๑-๒ นาย) โดยมเี จา หนา ทตี่ ํารวจ
ฝายปองกันอีก ๑ นาย ทําหนาท่ีบันทึกภาพ ขณะตรวจคนไวเปนหลักฐานและมีเจาหนาท่ีตํารวจ
ฝา ยจราจรอกี ๑ นาย ทาํ หนา ทดี่ าํ เนนิ การในสว นความผดิ ตาม พ.ร.บ.จราจรฯ และอาํ นวยความสะดวก
ดานการจราจร และใหมีนายตํารวจระดับสารวัตร ซ่ึงเปนผูควบคุมการปฏิบัติคอยดูแลอยูในพื้นที่
สว นที่สามเปนหลัก
๑๓.๔ พื้นที่สวนที่สี่ เปนพ้ืนท่ีคอยสกัดรถ หากรถตองสงสัยท่ีเขามาในพ้ืนท่ี
ตงั้ จดุ ตรวจไมย อมหยดุ รถใหท าํ การตรวจคน เจา หนา ทตี่ าํ รวจฝา ยปอ งกนั ทอ่ี ยปู ฏบิ ตั หิ นา ทที่ จี่ ดุ ตรวจนี้
จะทําหนาที่นํารถตํารวจท่ีจอดอยูทายจุดตรวจเขาสกัด เพื่อปองกันไมใหหลบหนีหรือหากหลบหนี
ก็สามารถไลติดตามไดทันทวงที โดยใหมีเจาหนาท่ีตํารวจทําหนาที่ประจํารถยนตสายตรวจ ๑ นาย
และเจาหนาท่ีตาํ รวจประจาํ รถสายตรวจจกั รยานยนต ๒ นาย รวมเจา หนา ท่ีจํานวน ๓ นาย
๑๓.๕ พ้ืนท่ีสวนท่ีหา เปนพ้ืนท่ีควบคุมผูกระทําความผิด มีเจาหนาที่ตํารวจ
ฝา ยปอ งกนั อยปู ฏบิ ตั อิ ยา งนอ ย ๒-๓ นาย และมรี ถยนตส าํ หรบั ควบคมุ ผตู อ งหาจอดอยบู รเิ วณพน้ื ทนี่ ี้
ระยะระหวา งสว นที่ ๑ ถึงสวนที่ ๕ ควรจัดใหมรี ะยะตามความเหมาะสมทผี่ คู วบคุมการปฏบิ ัตสิ ามารถ
จะดูแลจดุ ตรวจ จุดสกดั ไดทั่วถงึ
ñô. Â·Ø ¸ÇÔ¸ตÕ ําÃǨ㹡ÒÃμÑ§é ¨Ø´μÃǨáÅШشʡ´Ñ
๑๔.๑ การต้ังจุดตรวจบนทางทม่ี กี ารจราจรไปในทศิ ทางเดียวกนั
๗๓
๑๔.๑.๑ กาํ หนดเลอื กบรเิ วณ
พนื้ ทจี่ ะทาํ การตรวจ โดยคาํ นงึ ความปลอดภยั ผปู ฏบิ ตั งิ าน
และประชาชนผถู กู ตรวจคน เปน สาํ คญั เชน ไมต งั้ จดุ ตรวจ
หรอื จดุ สกดั บรเิ วณทางโคง เชงิ สะพานทลี่ าดชนั หรอื บรเิ วณ
ท่เี ปนจดุ อับสายตา เปน ตน
๑๔.๑.๒ ตดิ ตงั้ แผงสญั ญาณ
ที่มีเครื่องหมายแสดงคําวา “หยุดตรวจ” ไวบนผิวการ
จราจร ในชองทางดานซายใหผูขับข่ีสามารถมองเห็น
ไดในระยะไกลโดยสะดวก และควรมีกรวยยางคาดแถบ
สีสะทอนแสง วางเปนแนวเฉียงออกไปทางดานหนา
แผงสญั ญาณเปน ระยะพอสมควร และวางกรวยยางใหเ ปน
ชอ งทางตามแนวขนานกนั เพอื่ เตอื นและบงั คบั รถทแี่ ลน
เขา มาใหเบ่ยี งออกไปไมพงุ ตรงเขาชนแผงปา ยสญั ญาณ
๑๔.๑.๓ ห ลั ง แ ผ ง ป า ย
สัญญาณเคร่ืองหมาย “หยุดตรวจ” หางออกไปเล็ก
นอยใหนํารถยนตสายตรวจจอดทํามุม ๔๕ องศากับ
แนวขอบถนน หันหนาไปทางทิศทางกระแสจราจร
เพ่ือใชเปนกําลังสําหรับบริเวณ “เขตพ้ืนที่ปลอดภัย”
และเปดสัญญาณไฟวับวาบไวเพ่ือเพิ่มจุดสังเกต
ตรงสวนบรเิ วณ “เขตพ้ืนทปี่ ลอดภยั ” ดานนอก และควร
วางกรวยยางเปนแนว เพือ่ กาํ หนดบรเิ วณพ้นื ที่ตรวจคน
ไวเปนการปองกันอุบัติเหตุจากรถท่ีอาจหักเลี้ยวเขามา
ในบริเวณ “เขตพ้ืนท่ปี ลอดภยั ” อยางกะทนั หัน
๑๔.๑.๔ ทายจุดตรวจให
จดั รถยนตสายตรวจ ๑ คนั และรถจักรยานยนต ๑ คนั
จอดอยูในลักษณะเตรียมพรอมกรณีตองไลติดตามรถท่ี
หลบหนี
๑๔.๑.๕ สาํ หรบั รถจกั รยานยนต
ของเจา หนา ทต่ี าํ รวจทร่ี ว มตรวจคน อาจใหจ อดชดิ ขอบทาง
ดานซายเพ่ือปองกัน “เขตพ้ืนที่ปลอดภัย” โดยหันหนา
ไปตามทิศทางการจราจรและพรอมจะใหการสนับสนุน
การไลต ดิ ตามรถทห่ี ลบหนี
๗๔
๑๔.๑.๖ การวางกาํ ลังเจา หนาทีต่ ํารวจ
- ชนั้ ประทวน ใชเ ปน กาํ ลงั เรยี กรถและทาํ หนา ทต่ี รวจคน บรเิ วณ
“เขตพน้ื ทป่ี ลอดภยั ” การตรวจคน ควรทาํ เปน คู เขา คน ทลี ะดา นของพาหนะ โดยแบง หนา ทกี่ นั ใหช ดั เจน
วาใครเปน ผตู รวจคน และใครเปน ผคู ุม กัน
- นายตํารวจช้ันสัญญาบัตร ทําหนาที่เปนหัวหนาจุดตรวจ
ควบคมุ ดแู ลและรับผดิ ชอบการตรวจคนของผูใตบ งั คับบัญชาอยใู นบรเิ วณ “เขตทีป่ ลอดภัย”
หากมกี าํ ลงั นอ ย กใ็ หล ดกาํ ลงั ผปู ฏบิ ตั ลิ งได แตย งั คงใหถ อื ปฏบิ ตั ติ ามยทุ ธวธิ ดี งั กลา ว
ขา งตน
๑๔.๒ การตัง้ จุดตรวจบนทางทีม่ ีการจราจรไปในทศิ ทางสวนกัน (Two way)
๑๔.๒.๑ การวางกําลังและมาตรการรักษาความปลอดภัยใหใชทํานอง
เดียวกันกบั การตงั้ จดุ ตรวจบนทางทม่ี ีการจราจรไปในทศิ ทางเดียวกัน (One Way)
๑๔.๒.๒ การเรยี กตรวจคน ยานพาหนะ ควรเลอื กตรวจคน ยานพาหนะทมี่ าจาก
ทิศทางใดทิศทางหนึ่งเพียงดานเดียว ไมควรเรียกตรวจคนยานพาหนะพรอมกันท้ัง ๒ ทิศทาง
เพราะจะทําใหเกิดจุดออนในการระวังรักษาความปลอดภัยแกผูตองสงสัยท่ีถูกตรวจ และเจาหนาที่
ตาํ รวจทเ่ี ขา มาทาํ การตรวจคน รวมท้ังกอใหเ กดิ ปญหาดานการจราจรอีกดวย
การต้งั จุดตรวจ Two Way การต้งั จุดตรวจ Two Way
๗๕
๑๔.๓ การตง้ั จุดตรวจบนทางเดนิ รถทบ่ี ริเวณส่ีแยก (Intersection)
๑๔.๓.๑ ในการกาํ หนดพนื้ ทที่ จี่ ะเลอื กทาํ การตง้ั จดุ ตรวจ นอกจากตอ งคาํ นงึ
ในเรื่องความปลอดภัยของผูปฏิบัติงานแลว ยังตองคํานึงถึงสภาพการจราจรโดยรอบบริเวณท่ีมีการ
ต้ังจุดตรวจดวยวาจะเกิดผลกระทบดานการจราจรในทิศทางท่ีอยูรอบๆ บริเวณท่ีกําหนดใหมีการตั้ง
จุดตรวจหรือไม ดังนั้นการควบคุมสัญญาณไฟจราจรจะตองมีความสัมพันธกับการปฏิบัติงานและ
ผลกระทบกบั ผสู ญั จรไปมาในทศิ ทางอนื่ รวมทง้ั ตอ งมกี ารหมนุ เวยี นกระแสการจราจรกบั พนื้ ทข่ี า งเคยี งดว ย
๑๔.๓.๒ ในการปฏิบัติหนาท่ีจะตองมีเจาหนาที่ตํารวจจราจรมาควบคุม
สัญญาณไฟจราจรในทิศทางตรงขามกับพ้ืนท่ีที่จะกําหนดใหเปนจุดตรวจเพื่อใหมีสวนในการปฏิบัติ
รวมทั้งสังเกตการณในพ้ืนท่ีสวนท่ีหา ซึ่งเปนการปฏิบัติของเจาหนาที่ทําการตรวจคนบุคคลและ
ยานพาหนะท่ีอยูในชองทางเดินรถท่ีจะมีการตรวจและมีการควบคุมสภาพการจราจรโดยรอบบริเวณ
สี่แยกดานอ่ืนโดยกําหนดใหเปนการควบคุมระบบสัญญาณไฟจราจรดวยบุคคล (manual control)
เพื่อใหมีการสัมพันธกับการปฏิบัติของเจาหนาท่ีท่ีมีการตั้งจุดตรวจและสัมพันธกับพ้ืนท่ีตอเน่ือง
ขา งเคยี งดว ย
๑๔.๓.๓ มีการใชแผงสัญญาณที่มีเคร่ืองหมายแสดงคําวา “หยุดตรวจ”
ไวบนผิวการจราจร ในชองทางเดินรถดานซายกอนถึงบริเวณท่ีเปนส่ีแยก ซ่ึงเปนพ้ืนท่ีสวนท่ีสอง
เพอื่ ใหผ ขู บั ขยี่ านพาหนะไดท ราบวา มกี ารตงั้ จดุ ตรวจขน้ึ บรเิ วณทเี่ ปน สแี่ ยก โดยมกี ารวางกรวยยางคาดแถบ
สีสะทอนแสงเปนแนวยาวเรียงไปตามชองทางเดินรถจากบริเวณที่กําหนดใหเปนพื้นท่ีเร่ิมทําการ
ตรวจจนไปส้ินสุดท่ีส่ีแยกซ่ึงมีสัญญาณไฟจราจร กอนจะขามบริเวณส่ีแยก (ไมนอยกวา ๓๐ เมตร)
โดยวางกรวยยางเรยี งเปน แถวยาวตามแนวชอ งทางเดนิ รถ ทงั้ นใี้ หค าํ นงึ ถงึ ความปลอดภยั ของเจา หนา ท่ี
ตํารวจที่ทําการตรวจเปนสาํ คัญ
๗๖
๑๔.๓.๔ ดา นพนื้ ทสี่ ว นทห่ี า ซงึ่ อยทู า ยมรี ถยนตส าํ หรบั การควบคมุ ผกู ระทาํ ผดิ
จอดเฉียงทํามุม ๔๕ องศา ท่ีบริเวณชองทางเดินรถดานเล้ียวซายผานตลอดไวเพ่ือกําหนดใหมีพ้ืนท่ี
ท่ีจะควบคุมผูกระทําผิดและสําหรับจอดยานพาหนะท่ีจะตองทําการตรวจคนอยางละเอียดไวบริเวณ
ดงั กลา ว โดยมรี ถยนตส าํ หรบั ควบคมุ ฯ ซงึ่ เปน รถยนตข นาดใหญก าํ บงั และใหค วามปลอดภยั กบั ผปู ฏบิ ตั ิ
และบริเวณดังกลาวจะไมมียานพาหนะที่ไมเกี่ยวของ นอกจากที่ตองทําการตรวจคนอยางละเอียด
หรือท่ีตองการจะตรวจยึดไวผานเขา มา
๑๔.๓.๕ ใหนํารถยนตสายตรวจซ่ึงเปดสัญญาณไฟ
การต้ังจดุ ตรวจทางรวมทางแยก (ดา นหนา ) วบั วาบไปจอดไวบ รเิ วณปอ มสญั ญาณไฟจราจรทม่ี เี จา หนา ท่ี
จราจรควบคุมสัญญาณการจราจรเพ่ือใหเปนจุดสังเกตและ
อยใู นทศิ ทางทม่ี องเหน็ การปฏบิ ตั ใิ นพนื้ ทส่ี ว นทห่ี า ซง่ึ มกี าร
ควบคมุ ผกู ระทาํ ความผดิ และมกี ารตรวจคน ยานพาหนะเพมิ่ เตมิ
อยางละเอียด ในสวนที่อยูทางตรงขามกับท่ีจอดรถยนตไว
เพอื่ ใหส ามารถแจง สกดั จบั หรอื ตดิ ตามจบั กมุ ผทู ห่ี ลบหนจี าก
การตรวจในพ้ืนท่สี ว นทห่ี าไดในหลายทิศทางดวย
๑๔.๓.๖ การปฏบิ ตั ขิ องเจา หนา ทใ่ี หก าํ หนดทศิ ทางการตรวจโดยเดนิ ตรวจ
จากดานทายของสวนการตรวจ ซึ่งอยูบริเวณส่ีแยกไปจนสุดท่ีบริเวณสวนหนาท่ีเปนสวนเริ่มซึ่งมีปาย
สญั ญาณเตือนวา เปนจดุ ตรวจต้งั ไว หรือใหเดินตรวจจากกรวยยางสสี ะทอ นแสงท่วี างอยจู ากจุดแรก
ไปจนถึงกรวยยางสุดทายท่ีวางไว (ไมนอยกวา ๓๐ เมตร) เม่ือส้ินสุดใหฝงที่ตรวจดานขวาเดินขึ้นไป
ฝง เกาะกลางถนนดา นขวา สว นฝง ดา นซา ยใหเ ดนิ ขนึ้ ฟตุ บาททางเดนิ ดา นซา ยแลว ยอ นกลบั ไปเรม่ิ ตรวจ
ท่ีบริเวณสแ่ี ยกอีกรอบเม่ือไดร บั สัญญาณไฟจราจรจากเจาหนาที่ท่ีควบคมุ สญั ญาณไฟจราจร
๑๔.๓.๗ การปฏิบัติของเจาหนาท่ีตองใชความรวดเร็วในการสังเกต
และการปฏิบัติโดยกําหนดใหสลับหนาท่ีกันในการตรวจคน
ยานพาหนะคนั ถดั ไปใหผ ทู าํ หนา ทตี่ รวจคน สลบั เปน ผคู มุ กนั การตงั้ จุดตรวจทางรวมทางแยก (ดานขา ง)
ในคันท่ีจอดอยูตอไป เพ่ือไมใหเกิดปญหาในการตรวจและ
มียานพาหนะตกคางอยูในบริเวณพ้ืนท่ีสวนท่ีสามซ่ึงเปน
พนื้ ทต่ี รวจคน เมอื่ ไดร บั สญั ญาณไฟใหผ า นแยกไปไดท งั้ หมด
จึงตองใหสลับหนาท่ีในการปฏิบัติ และหากพบบุคคลหรือ
ยานพาหนะตองสงสัยใหนําไปไวบริเวณดานซายของพื้นท่ี
สวนท่ีหา เพ่ือไมใหเกิดปญหากระทบกับการจราจรบริเวณ
ท่ีมีการตงั้ จุดตรวจคน
๑๔.๓.๘ การวางกําลงั เจาหนาที่ตาํ รวจ จะตองใชเ จา หนา ท่ีตาํ รวจจาํ นวน
มากกวาการต้ังจุดตรวจแบบอ่ืน เนื่องจากเปนบริเวณท่ีเปนส่ีแยกท่ีมีการควบคุมสัญญาณไฟจราจร
๗๗
ดวยบุคคล จงึ ตอ งมเี จา หนาท่ตี าํ รวจในการปฏบิ ตั มิ าก รวมทงั้ ผูควบคุมจะตอ งใหค วามสาํ คญั กับพนื้ ท่ี
ในสวนท่ีหามากกวาสวนที่หน่ึง ซ่ึงโอกาสของผูที่เจตนาจะหลบหนีโดยยานพาหนะกลับจะนอยกวา
การหลบหนีจากพ้ืนที่สวนท่ีหา ดังนั้นการควบคุมสั่งการจึงควรกําหนดใหผูควบคุมจุดตรวจดังกลาวน้ี
อยใู นบรเิ วณสว นท่มี กี ารจอดรถยนตส ายตรวจไวเ พ่ือใหส ัง่ การมากข้นึ รวมทง้ั ในการกําหนดสัญญาณ
ไฟจราจรหากพจิ ารณาไดว า จะมีผลกระทบกบั การจราจรดา นอ่นื ๆ ทีจ่ ะตอ งมกี ารสัมพนั ธกันกับพน้ื ที่
ขางเคียง
ËÁÒÂàËμØ ในสวนการตั้งจุดตรวจบนทางเดินรถที่มีการจราจรบริเวณส่ีแยก ควรให
ความสาํ คัญกบั พืน้ ท่ใี นสวนที่หามากกวา สว นทห่ี นง่ึ หากมกี ําลงั เจาหนา ที่ตาํ รวจไมเ พียงพอ
๑๔.๔ การต้งั จุดตรวจยอ ย หรือจุดสกัด
๑๔.๔.๑ การตั้งจุดตรวจยอย หรือจุดสกัด เปนปฏิบัติการในสภาพถนน
สายเล็กที่มีการจราจรไมหนาแนน คับค่ัง หรือตรอกซอย และในเหตุการณฉุกเฉินหรือกรณีเรงดวน
ซงึ่ อาจไมม เี จา หนา ทต่ี าํ รวจและอปุ กรณเ พยี งพอทจี่ ะวางกาํ ลงั ตามยทุ ธวธิ ขี า งตน ได จงึ จาํ เปน ตอ งใชก าํ ลงั
เจา หนา ทตี่ าํ รวจและยานพาหนะเทา ทมี่ อี ยอู ยา งจาํ กดั ในขณะนน้ั ดาํ เนนิ การสกดั จบั และปฏบิ ตั กิ ารตรวจคน
๑๔.๔.๒ การวางกําลังและมาตรการรักษาความปลอดภัยใหใชยุทธวิธี
เดียวกันกับการต้ังจุดตรวจโดยอนุโลม และควรตองมีรถยนตเตรียมพรอมไวกอนถึงจุดสกัดเพื่อไวทํา
หนาที่สกัดกั้นหรือขวางถนนหรือไลติดตามรถคนรายในกรณีที่คนราย หรือผูตองสงสัยกลับรถยอน
หลบหนกี ารตรวจคน
๑๔.๔.๓ ในการตั้งจุดสกัดจะตองแบงหนาท่ีกันใหชัดเจนตามสถานการณ
ดังน้ี
มกี าํ ลงั ๒ นาย ใหแบงหนาที่ดงั น้ี
ตาํ รวจคนท่ี ๑ ทําหนาที่ ตรวจคน
๗๘
ตํารวจคนที่ ๒ ทําหนาท่ี คุมกนั
มกี าํ ลัง ๓ นาย ใหแบงหนา ที่ดังนี้ ตรวจคน
ชวยเหลือ
ตํารวจคนท่ี ๑ ทําหนาท่ี คมุ กนั
ตํารวจคนที่ ๒ ทาํ หนาท่ี ตรวจคน
ตาํ รวจคนท่ี ๓ ทาํ หนา ที่ คมุ กนั
มกี ําลงั ๔ นาย ใหแบงหนาทดี่ ังนี้
สว นที่ ๑ ๒ นาย ทําหนาท่ี
สวนท่ี ๒ ๒ นาย ทาํ หนาที่
มีกําลงั ๔ นายข้นึ ไป และมีภารกจิ ตอ เน่อื ง
เปนเวลานานใหแบงกําลังออกเปน ๓ สว น ดงั นี้
สว นที่ ๑ ๒ นาย ทําหนา ท่ี ตรวจคน
สว นท่ี ๒ ๒ นาย ทําหนาท่ี คุม กัน
สวนที่ ๓ ทําหนาท่ี สนบั สนนุ หรอื เปน กาํ ลงั
สาํ รองพกั รอผลดั เปลย่ี น
สว นที่ ๑ และสว นท่ี ๒
๗๙
๑๔.๔.๔ เมื่อมีรถยนตสายตรวจหรือรถยนตบรรทุกอยางนอย ๒ คัน
อาจใชรถยนตเปนท่ีกําบัง เพ่ือทําใหเกิดเขตพ้ืนที่ปลอดภัยแลวใหเปนจุดหยุดรถเพื่อทําการตรวจคน
บนถนนหรือตรอกซอย ซง่ึ โดยปกตจิ ะไมมกี ารจราจรคบั คงั่ หรอื รถวงิ่ อยางรวดเร็ว
๑๔.๔.๕ ในบริเวณถนนในถิ่นทุรกันดารหรือตรอกซอยที่มีการขุดถนน
เพื่อซอมแซมตา งๆ อาจใชห ลุมบนถนนเปน เครื่องกดี ขวางชวยในการต้ังจุดสกัด
๑๔.๔.๖ ในเขตพ้ืนท่ีอันตรายท่ีอาจมีการกอสรางหรือการใชความรุนแรง
ในการตอสูกับเจาหนาที่ตํารวจอาจดัดแปลงสิ่งอุปกรณในพ้ืนที่ใหเปนเครื่องกีดขวางในการต้ัง
จุดสกดั ได เชน ใชทอ ซเี มนต ใชงาแซง หรอื วัตถุอยา งอ่ืนไปวางตัง้ บนเสน ทางทีม่ ีการจราจรไมค ับคัง่
๑๕. การควบคุมและตรวจสอบการปฏบิ ัติ
๑๕.๑ เม่ือเริ่มตนหรือเลิกปฏิบัติหนาท่ีประจําจุดตรวจ ใหรายงานผูบังคับบัญชา
ผูส่ังอนุมัติใหต้ังจุดตรวจทราบ และเม่ือเสร็จส้ินการปฏิบัติแลวใหหัวหนาเจาหนาท่ีประจําจุดตรวจ
รายงานผลการปฏิบัติเปนลายลักษณอักษรเสนอผูบังคับบัญชาตามลําดับช้ันจนถึงผูสั่งอนุมัติภายใน
วนั ถัดไป
๑๕.๒ ใหผูบังคับบัญชาผลัดเปล่ียนหมุนเวียนกันออกตรวจการปฏิบัติหนาที่ของ
เจาหนาที่ประจาํ จุดตรวจ ท่ีมีอยูในเขตพน้ื ทร่ี ับผดิ ชอบ
๑๕.๓ ใหถือวาเปนหนาที่ของผูบังคับบัญชาที่จะตองเอาใจใสกวดขัน ดูแล
การปฏิบัติของผูใตบังคับบัญชา มิใหฉวยโอกาสขณะปฏิบัติหนาท่ีประจําจุดตรวจ เรียกหรือรับ
ผลประโยชนจากผูใชรถท่ีกระทําผิดกฎหมาย หรือไปดําเนินการจัดต้ังจุดตรวจโดยมิไดรับคําสั่งจาก
ผูมีอํานาจ และหากตรวจพบการประพฤติมิชอบในลักษณะดังกลาว ก็ใหรับพิจารณาดําเนินการกับ
เจาหนาท่ีผูนั้นไปตามอํานาจหนาท่ี ทั้งทางคดีอาญาและคดีวินัย แลวรายงานใหผูบังคับบัญชา
ตามลาํ ดบั ช้ันทราบ โดยมิชกั ชา โดยรายงานดงั กลาวใหระบุ ยศ นาม ตําแหนง ของกาํ ลังผกู ระทําผิด
พรอมกับรายละเอียดเก่ยี วกับลักษณะและพฤติการณแหง การกระทําความผดิ ใหละเอยี ดชัดเจน
๑๖. ขอควรระวัง
๑๖.๑ ไมค วรตง้ั จดุ ตรวจ ในบรเิ วณทางโคง เชงิ สะพาน ทล่ี าดชนั และบรเิ วณทเี่ ปน
มมุ อับสายตา เพอ่ื ปองกนั อบุ ัตเิ หตทุ ีอ่ าจเกิดขน้ึ จากการมองไมเหน็ ของผขู ับข่ี หรือการหยุดรถไมทัน
ในระยะกระชน้ั ชิด
๑๖.๒ กรณีที่จัดต้ังจุดตรวจเขมแข็ง ซ่ึงตองมีการเพ่ิมความเขมงวดเปนพิเศษ
ควรพจิ ารณาขอรบั การสนบั สนนุ ชดุ สนุ ขั ตาํ รวจ และชดุ เกบ็ กวู ตั ถรุ ะเบดิ (EOD) เพอ่ื เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพ
ในการปฏิบัติใหม ากยงิ่ ขึ้น
๑๖.๓ ในเวลากลางคนื ตอ งมีแสงสวางอยา งพอเพยี ง ใหผ ขู บั ขเี่ ห็นไดใ นระยะไกล
อปุ กรณใ นการใหแ สงสวางตองหม่นั ตรวจสอบและปรบั ปรงุ ใหท ํางานไดอ ยางมีประสทิ ธิภาพอยเู สมอ
๘๐
๑๖.๔ ในการเรียกรถใหหยุด ไมวากรณีใดๆ อยาเอาตัวหรือสวนของรางกาย
เชน แขน ขา เขาไปขวางหรือสกดั ก้นั ใหร ถหยดุ เพราะอาจถกู ชนจากรถที่หยดุ ไมท ัน และในระหวา ง
การตรวจคนใน “เขตพ้ืนที่ปลอดภัย” อยายืนขวางหนารถท่ีกําลังตรวจคน เพราะอาจจะถูกรถชนได
กรณีผตู องสงสยั พยายามขบั รถหลบหนีการตรวจคน
๑๖.๕ ในกรณีท่ีผูขับขี่พยายามขับรถฝาจุดตรวจเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจคน
เจา หนา ทป่ี ระจาํ จดุ ตรวจไมค วรสรา งสง่ิ กดี ขวางขน้ึ อยา งกะทนั หนั เชน ขบั รถเขา ขวาง หรอื เขน็ แผงปา ย
สัญญาณขวางทางเพื่อพยายามหยุดรถเพราะอาจทําใหผูขับข่ีหยุดรถไมทันแลวหักหลบส่ิงกีดขวาง
จนเกิดอุบตั เิ หตุเฉย่ี วชนประชาชนหรอื เจาหนาทท่ี ปี่ ฏบิ ัติหนา ทบี่ รเิ วณจดุ ตรวจได
๑๖.๖ ในกรณีทส่ี งสยั วา คนรา ยอาจมอี าวธุ อยูในรถ เจาหนา ทีท่ ง้ั ชดุ ตรวจคน และ
ชดุ คมุ กนั ควรหาทกี่ าํ บงั ในขณะทรี่ ถเขา มาในบรเิ วณจดุ สกดั และอาจสง่ั ผา นเครอ่ื งขยายเสยี งใหร ถหยดุ
เพ่ือตรวจคน
๑๖.๗ ควรตรวจคนรถที่เขาพ้ืนท่ีการต้ังจุดตรวจ ใหทําการตรวจคนบุคคลกอน
แลวจงึ ทําการตรวจคนรถ
๘๑
º··Õè õ
ÃдѺ¡ÒÃãªกŒ ําÅѧ¢Í§à¨ŒÒ˹ŒÒ·Õèตาํ ÃǨà¾×Íè ᡌä¢Ê¶Ò¹¡Òó
(Use of Force)
ÇμÑ ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ÒÃàÃչ̻٠ÃÐจําº·
๑. เพอ่ื ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจมคี วามรเู กย่ี วกบั ระดบั การใชก าํ ลงั ของเจา หนา ทต่ี าํ รวจ
เพอ่ื แกไขสถานการณ (Use of Force)
๒. เพ่ือใหนักเรียนนายสิบตํารวจมีความเขาใจเกี่ยวกับระดับการใชกําลังของ
เจาหนา ท่ตี าํ รวจเพือ่ แกไ ขสถานการณ (Use of Force)
๓. เพอ่ื ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจนาํ ความรเู กยี่ วกบั ระดบั การใชก าํ ลงั ของเจา หนา ทต่ี าํ รวจ
เพอ่ื แกไขสถานการณ (Use of Force) ไปปฏบิ ัตใิ ชไ ดถ ูกตอ ง และบรรลุวตั ถุประสงคของทางราชการ
ÊÇ‹ ¹นาํ
การปฏิบัติงานของเจาหนาท่ีตํารวจมีความสําคัญและจําเปนตองใชกําลังและอาวุธปน
ในการปฏิบัติหนาท่ี เพื่อเปนการปองกันสิทธิของตนเองและสิทธิของผูอ่ืนในอันตรายที่ใกลจะถึง
ซง่ึ เกดิ จากการละเมดิ ตอ กฎหมายอนั ตนเองมไิ ดก อ ขนึ้ จงึ มคี วามจาํ เปน อยา งยง่ิ จะตอ งศกึ ษาใหเ ขา ใจ
และปฏิบัติใหเกิดทักษะจากระดับเบาไปหาหนักตามลําดับ เพื่อใหเกิดประโยชนในการปฏิบัติหนาท่ี
ราชการและไมล ะเมดิ สิทธมิ นษุ ยชน
๘๒
ในสวนตอไปนี้จะกลาวถึงตัวแบบระดับการใชกําลังของเจาหนาท่ีตํารวจในการตอบโต
สถานการณ ขอใหเ จา หนา ทต่ี าํ รวจทกุ นายทบทวนหลกั ปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั ปฏญิ ญาสากลวา ดว ยสทิ ธมิ นษุ ยชน
รฐั ธรรมนญู ขอ กฎหมาย และหลกั ยทุ ธวธิ ตี าํ รวจทเ่ี กย่ี วขอ งกบั ความปลอดภยั ของเครอื่ งมอื ทใ่ี ชใ นการ
ตอบโต กอ นการเริ่มศึกษาในสว นน้ี
ñ. ·èÕÁÒáÅФÇÒÁสํา¤ÑޢͧÃдºÑ ¡ÒÃãªกŒ ําÅ§Ñ ¢Í§à¨ÒŒ ˹Ҍ ·Õตè ําÃǨ
ตัวแบบน้ีพัฒนาขึ้นจากการศึกษาทางวิชาการรวมกันของหลายภาคสวน เพ่ือใหมี
ประสทิ ธภิ าพสงู สดุ ในการรกั ษาไวซ งึ่ ความปลอดภยั ในชวี ติ ทรพั ยส นิ ของประชาชน และเจา หนา ทต่ี าํ รวจ
ท่ีปฏิบตั งิ านซงึ่ ในประเทศทีเ่ จริญแลว ระดับการใชกาํ ลังของเจาหนา ทต่ี ํารวจถอื เปนสวนสาํ คญั ในการ
แสดงออกถึงการเคารพศักดิ์ศรีความเปนมนุษย โดยเปนภาระหนาท่ีหลักของรัฐท่ีจะตองจัดใหมีขึ้น
เพอื่ รองรบั การอนวุ ตั รปฏญิ ญาทรี่ ฐั ไดล งนามใหส ตั ยาบนั ในการจะนาํ ไปปฏบิ ตั ใิ หเ กดิ ผลในทางกฎหมาย
ท้ังน้ี Code of Conduct for Law Enforcement Officials ของสหประชาชาติ
ไดรับการรับรองโดยมติท่ีประชุมใหญสหประชาชาติที่ ๓๔/๑๖๙ เมื่อวันท่ี ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๒
มาตรา ๓๕ กาํ หนดกรอบการใชก าํ ลงั (Use of Force) ของเจา หนา ทข่ี องรฐั วา ใหก ระทาํ ไดเ พยี งเฉพาะ
กรณีที่จําเปนอยางยิ่งและเพ่ือประโยชนในการปฏิบัติหนาที่เทานั้น การใชกําลังของเจาหนาท่ีรัฐ
จงึ ตองมดี ลุ พนิ ิจในการนําไปใชท ่ีไมเกินกวาเหตหุ รอื ไดสัดสวนกับพฤตกิ ารณ
ซ่ึงตอมา UN Congress ในการประชุมเร่ือง Prevention of Crime and the
Treatment of Offenders ครงั้ ที่ ๘ ทีก่ รงุ ฮาวานา ประเทศคิวบา ระหวางวนั ที่ ๒๗ สิงหาคม ถึง
วนั ท่ี ๗ กนั ยายน ๒๕๓๓ ไดม ีการรับรอง Basic Principles of the Use of Force and Firearms
by Law Enforcement Officials ท่มี ีรายละเอียดมากข้ึน
ตวั แบบนจ้ี งึ ใชฐ านคตใิ นการสรา งแบบตอ ยอดองคค วามรเู พอ่ื อธบิ ายถงึ กระบวนการตดั สนิ ใจ
ท่ีเหมาะสมแบบฉับพลันทันทีของเหตุการณที่เกิดขึ้นกับเจาหนาที่ตํารวจ โดยยึดหลักสากลที่ไดรับ
การยอมรบั จาก UN
ดงั นน้ั เจา หนา ทต่ี าํ รวจทกุ นายจงึ ตอ งมกี ารฝก ปฏบิ ตั จิ นเกดิ ทกั ษะอตั โนมตั แิ บบกลา มเนอ้ื
จดจําอยางเขมขน การฝกทักษะการตัดสินใจในภาวะวิกฤติในสถานการณจําลองเสมือนจริง
ซ่ึงจะตองพิจารณาการใชเครื่องมือทางยุทธวิธีท่ีถูกตอง เหมาะสม ไดสัดสวนกับพฤติการณของ
ผูตองสงสัย/กระทําความผิด และในการออกปฏิบัติหนาท่ีทุกคร้ังตองมีการทบทวนการปฏิบัติตาม
ตวั แบบนี้เสมอ
๘๓
ò. ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒẺÃдѺ¡ÒÃ㪌กาํ Åѧ¢Í§à¨ÒŒ ˹ŒÒ·Õèตาํ ÃǨ
วธิ ใี นการศกึ ษาตวั แบบขอใหจ ดจาํ ภาพรวมของทง้ั ตวั แบบใหไ ดก อ น จากนนั้ จงึ เรม่ิ ศกึ ษา
แบบแยกสวน ซึ่งจะมีคําอธิบายโดยละเอียดเพื่อเสริมความเขาใจ ตัวแบบที่ปรากฏดานลางน้ี จึงขอ
ใหเร่ิมตนศึกษาแนวทางการปฏิบัติโดยดูจากลักษณะการกระทําของผูตองสงสัย/ผูกระทําความผิด
(Action) กอน ซ่ึงในสวนนี้จะอธิบายถึงการแสดงออกถึงพฤติการณของผูตองสงสัยหรือผูกระทํา
ความผดิ แลว จงึ มาศึกษาเรอื่ งของการตอบโตสถานการณของเจาหนาท่ตี าํ รวจ (Reaction) โดยภาพ
ท่ีปรากฏดานลางนี้เปนภาพรวมทั้งหมดของตัวแบบ ขอใหทุกทานสังเกตจดจําหมายเลขท่ีปรากฏ
บนพ้ืนที่สวนตางๆ ของตัวแบบ ซ่ึงเปนสวนสําคัญท่ีจะทําใหการอธิบายในสวนตอๆ ไปไดงายข้ึน
ในกรณที ก่ี ารศกึ ษาในสว นตอ ไปเกดิ ความไมแ นใ จ ขอใหท า นกลบั มาทบทวนหมายเลขทป่ี รากฏในภาพ
ดานลางอีกครั้งหนง่ึ
๘๔
๘๕
ò.ñ คาํ ͸ԺÒ¾¹×é ·èÊÕ ‹Ç¹μ‹Ò§æ ¢Í§μÑÇẺàÃÂÕ §μÒÁลํา´ºÑ ËÁÒÂàÅ¢
ลกั ษณะของวธิ กี ารใชง านตวั แบบใหเ รม่ิ ตน ศกึ ษาตามพนื้ ทสี่ ว นตา ง ๆ ทม่ี หี มายเลข
กาํ หนดในภาพ ดังน้ี
¾é×¹·èÊÕ ‹Ç¹·èÕ ñ แถบสีเขียว เหลือง แดง ในฝงที่เขียนวาผูตองสงสัย/ผูกระทํา
ความผิด จะมีแถบสีท่ีลากมาจนสุดฝงของการปฏิบัติของเจาหนาท่ีตํารวจ สังเกตจากลูกศรแนวนอน
ในตัวแบบ จะแสดงถงึ ระดบั ขัน้ สูงสดุ ของการใชเคร่ืองมือทางยุทธวธิ ีทเ่ี จา หนา ที่ตํารวจจะใชตอบโตได
โดยลูกศรแนวต้ังจะลากข้ึนไปหาเคร่ืองมือทางยุทธวิธีที่เหมาะสมดานบน ซ่ึงในบางชวงสีอาจมี
เคร่ืองมือทางยุทธวิธีมากกวา ๑ อยาง โดยปจจัยที่เขามาเกี่ยวของจะข้ึนกับพฤติการณแวดลอมของ
เหตุการณนน้ั ๆ ซง่ึ จะอธิบายในชวงทาย
¾×¹é ·èÊÕ ‹Ç¹·Õè ò แถบสีเทาไลสีจากออนไปหาเขมท่ีเขียนขอความอาจจะเกิน
ความจําเปน เขียนไวเพ่ือเตือนวาหากเจาหนาที่ตํารวจปฏิบัติงานแลว การกระทําของผูตองหาหรือ
ผูกระทําความผิด มีการใชเครื่องมือทางยุทธวิธีดานบนมาอยูในพ้ืนท่ีสีเทา แสดงวาเจาหนาท่ีตํารวจ
กาํ ลังปฏบิ ัตหิ นา ท่ีโดยใชเครื่องมือทางยุทธวิธเี กนิ ความจาํ เปนแกเหตุ
¾¹×é ·Õèʋǹ·èÕ ó แถบสเี ขยี ว เหลอื ง แดง ทไี่ ลส จี ากออ นไปหาเขม ทเ่ี ขยี นขอ ความ
อาจจะไมป ลอดภัย เขียนไวเพอ่ื เตือนวาหากเจา หนาทีต่ าํ รวจปฏบิ ัตงิ านแลว การกระทาํ ของผตู องหา
หรอื ผกู ระทาํ ความผดิ มกี ารใชเ ครอ่ื งมอื ทางยทุ ธวธิ ดี า นบนมาอยใู นพนื้ ทส่ี อี อ น แสดงวา เจา หนา ทต่ี าํ รวจ
กาํ ลงั ปฏบิ ตั หิ นา ทโี่ ดยใชเ ครอื่ งมอื ทางยทุ ธวธิ ไี มเ หมาะสมกบั พฤตกิ ารณข องผตู อ งหาหรอื ผกู ระทาํ ความผดิ
ซงึ่ อาจสง ผลใหเจาหนาท่ีตาํ รวจไมป ลอดภัย
¾é¹× ·ÕÊè Ç‹ ¹·èÕ ô แถบสเี ขยี ว เหลอื ง และแดง ทอ่ี ยดู า นบน เปน อปุ กรณท างยทุ ธวธิ ี
ทเี่ หมาะสมทเ่ี จา หนา ทต่ี าํ รวจจะใชต อบโตไ ด โดยมสี ดั สว นการกระทาํ พอสมควรแกเ หตุ ทง้ั นี้ หากสงั เกต
ลูกศรแนวตัง้ ในบางการกระทาํ ของผูตอ งหาท่ีลากข้ึนมาจากลกู ศรแนวนอน จะมลี ูกศรแนวตงั้ ผานข้ึน
ไปไดหลายจุด แสดงวาเจาหนาที่ตํารวจสามารถใชเครื่องมือทางยุทธวิธีในการตอบโตสถานการณได
หลายประเภท โดยข้ึนอยูกบั ปจ จัยทเี่ ขา มาเกยี่ วขอ งกับพฤตกิ ารณแ วดลอ มของเหตกุ ารณน ้นั ๆ ซึ่งจะ
อธบิ ายในชว งทา ย
สําหรับปกกาที่เขียนอยูดานนอกครอบคลุมพื้นที่สีเขียวออนและเขียวเขม ซึ่งมี
ขอความวาใชเ บ้อื งตน ในทุกสถานการณ หมายถงึ การกระทําการใดๆ ก็แลวแตในตวั แบบนี้ ใหเ ร่ิมตน
จากการแสดงตวั ของเจา หนา ท่ี และการส่ังการดวยวาจาหรอื ทา ทางกอนเสมอ ซง่ึ เปนหลกั นิยมสากล
ทท่ี ว่ั โลกใชป ฏบิ ตั ิ อนั มที ม่ี าจากการใหค วามสาํ คญั ในสทิ ธแิ ละเสรภี าพของประชาชนตามปฏญิ ญาสากล
วาดวยหลกั สทิ ธิมนุษยชน
๘๖
ÃдѺ¡ÒÃãªกŒ ําÅ§Ñ ¢Í§à¨ÒŒ ˹ŒÒ·èÕตาํ ÃǨà¾èÍ× á¡äŒ ¢Ê¶Ò¹¡Òó
(USE OF FORCE)
๘๗
ò.ò ËÅÑ¡¹ÂÔ Á㹡ÒÃÊÌҧμÇÑ áººÃдѺ¡ÒÃ㪌¡íÒÅѧ
ในประเทศทมี่ กี ารบงั คบั ใชก ฎการใชก าํ ลงั สาํ หรบั เจา หนา ทต่ี าํ รวจ นยิ มนาํ สญั ลกั ษณ
ของแถบสมี าเปน เครอ่ื งมอื ในการอธบิ ายเพอ่ื แบง ระดบั ของการกระทาํ ของผตู อ งสงสยั /ผกู ระทาํ ความผดิ
โดยส่ือถึงความหนักเบาของพฤติการณ ทุกประเทศจะใหความสําคัญกับการกระทําของผูตองสงสัย/
ผูกระทําความผิด (Action) อันมีเหตุอันควรสงสัยวาจะเปนความผิดตามกฎหมายเปนตัวเริ่มในการ
อธบิ ายตวั แบบ โดยสเี ขยี วจะแสดงถงึ ระดบั ขนั้ การใชท เ่ี บาทส่ี ดุ สสี ม เปน ระดบั ขน้ั การใชก าํ ลงั ทม่ี คี วาม
แรงมากข้นึ และสแี ดงเปนระดบั ขั้นการใชกาํ ลงั ท่ตี อ งมีการตระหนักสงู สุด
เพื่อใหงายตอการทําความเขาใจ จึงตัดสวนตางๆ ของตัวแบบมาเพ่ือใชในการ
อธบิ ายเปน ๓ สวนสําคญั คอื
๑. การกระทําความผดิ ของผูตองสงสัย/กระทาํ ความผดิ
๒. การตอบโตข องเจา หนา ที่ (ตามความหนกั เบาของการกระทาํ ของผตู อ งสงสยั /
กระทําความผดิ )
๓. เคร่ืองมือทางยุทธวิธีในการตอบโตผูตองสงสัย/กระทําความผิดท่ีเหมาะสม
ท้ังน้ีหลักในการปฏิบัติทางทฤษฎีนั้นจะเปนสวนสําคัญในการพัฒนาการฝกภาคปฏิบัติที่ตองมีการฝก
ทกั ษะทางยทุ ธวิธตี ามทไี่ ดม ีการออกแบบไวโดยเฉพาะ
ó. คาํ ͸ԺÒ·ÇèÑ ä»à¡èÂÕ Ç¡Ñº¡ÒáÃÐทํา¢Í§¼ÙμŒ ÍŒ §Ê§ÊÂÑ /¡ÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´
การกระทําของผูต องสงสยั /กระทาํ ความผิด
บุคคลที่ การกระทําโดยเชือ่ วา จะเกิดการบาดเจ็บสาหสั
ตอบโต หรอื เสียชีวติ
บุคคลท่ี การกระทาํ โดยเชื่อวาจะเกดิ อนั ตรายตอ กายจนไดร บั บาดเจ็บ
ขัดขืน การกระทําโดยปราศจากอาวธุ
บคุ คลทีใ่ ห (แสดงกริ ิยา/ทา ทางวา จะทํารา ยเจาหนาทหี่ รอื ผูอ นื่ )
ความรว มมือ เคลอ่ื นไหว
เพื่อหลกี เลี่ยงการใชกําลงั ควบคมุ
(ระวงั พฤติการณทีอ่ าจเปล่ยี นแปลงได)
น่งิ เฉย
ไมปฏิบัติตามคาํ ส่งั
(ระวังพฤติการณท่อี าจเปลย่ี นแปลงได)
ใหค วามรวมมอื
เฉพาะที่เปนการตอบสนองตอ คาํ สัง่ เทานั้น
(ระวังความเสี่ยงทอี่ าจเกดิ ขนึ้ ได)
ใหความรวมมือโดยไมต องมคี ําสัง่
(รกั ษาระยะหา งท่ีเหมาะสม)
๘๘
จากภาพ จะพบวาแถบสีเขียวดานลางจะเปนลักษณะของการกระทําที่ผูตองสงสัย/
กระทําความผิดปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายและเชื่อฟงเจาหนาที่ตํารวจ ไลรายละเอียดข้ึนไปเปน
แถบสเี หลอื งทเ่ี รมิ่ ไมป ฏบิ ตั ติ ามหรอื มที า ทขี ดั ขนื ไปจนถงึ แถบสแี ดงทเ่ี รมิ่ มแี นวโนม ทก่ี ารกระทาํ รนุ แรง
ในการตอบโตเจาหนาท่ีตํารวจซ่ึงในแตละแถบสีจะมีการกระทําท่ีมีระดับความเขมขนแตกตางกัน
ออกไปอกี ดงั นนั้ จงึ ควรจดจาํ แถบสใี หไ ดก อ นจะศกึ ษาในหวั ขอ ถดั ไป ซงึ่ จะกาํ หนดแยกยอ ยลงไปอกี วา
มีพฤตกิ ารณต อบสนองตอเจา หนาที่ตํารวจอยา งไร
คาํ ͸ԺÒÂÍÂÒ‹ §ÅÐàÍÕ´¢Í§¡ÒáÃÐทาํ ¢Í§¼ŒμÙ ŒÍ§Ê§ÊÑÂËÃ×ͼ¡ŒÙ ÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´
ó.ñ ¡ÒÃầ‹ ÃдºÑ Í‹ҧÅÐàÍÂÕ ´¢Í§º¤Ø ¤Å·èãÕ Ë¤Œ ÇÒÁÃÇ‹ ÁÁÍ× (ᶺÊÕà¢ÕÂÇ) แบง ออก
เปน ๒ ประเภท ไดแ ก
บคุ คลที่ให ใหค วามรว มมอื
ความรว มมอื เฉพาะทีเ่ ปน การตอบสนองตอคําสง่ั เทาน้ัน
(ระวังความเสี่ยงท่อี าจเกิดข้ึนได)
ใหค วามรว มมือโดยไมต อ งมคี าํ ส่งั
(รักษาระยะหางท่เี หมาะสม)
ÃдºÑ ·Õè ñ ãËŒ¤ÇÒÁÃÇ‹ ÁÁÍ× â´ÂäÁ‹μŒÍ§ÍÍ¡คาํ Êèѧ (ᶺÊÕà¢ÂÕ Ç͋͹) : ผูตองสงสยั /
กระทาํ ความผดิ ทใ่ี หค วามรว มมอื โดยไมต อ งออกคาํ สง่ั ใหเ จา หนา ทต่ี าํ รวจรกั ษาระยะหา งทเ่ี หมาะสม
ทั้งนี้ ตองไมลดระดับการระมัดระวังตัวลง จนกวาจะมีการควบคุมตัวอยางถูกตองทางยุทธวิธี
และมีการตรวจคนอยางละเอยี ดจนแนใ จวามคี วามปลอดภยั
ÃдºÑ ·Õè ò ãËŒ¤ÇÒÁËÇÁÁ×ÍμÒÁ¡ÒÃÍÍ¡คําÊèѧ (ᶺÊÕà¢ÕÂÇࢌÁ) : ผูตองสงสัย/
กระทําความผิด ใหความรวมมือเฉพาะท่ีเปนการตอบสนองตอคําสั่งเทาน้ัน ใหเจาหนาท่ีเรียงลําดับ
ในการสง่ั การใหถ กู ตอ งตามหลกั ทางยทุ ธวธิ ี การสงั่ การดว ยวาจา การแสดงออกดว ยทา ทางตอ งมคี วาม
เหมาะสม พอสมควรแกเ หตุ ไดส ดั สว นกับการกระทาํ ท้ังน้ี ตอ งไมลดระดบั การระมัดระวงั ตัวลง และ
ประเมินความเสี่ยงในสถานการณใหสูงอยูเสมอ จนกวาจะมีการควบคุมตัวอยางถูกตองทางยุทธวิธี
และมกี ารตรวจคน อยางละเอยี ดจนแนใจวามีความปลอดภยั
๘๙
ó.ò ¡ÒÃẋ§ÃдѺÍ‹ҧÅÐàÍÕ´¢Í§ºØ¤¤Å·èբѴ¢×¹ (ᶺÊÕàËÅ×ͧ) แบงออกเปน
๒ ระดับ
บคุ คลที่ เคลือ่ นไหว
ขดั ขนื เพ่อื หลกี เลีย่ งการใชก ําลงั ควบคมุ
(ระวังพฤตกิ ารณท่อี าจเปลย่ี นแปลงได)
นิ่งเฉย
ไมป ฏบิ ตั ิตามคาํ สงั่
(ระวังพฤตกิ ารณท่ีอาจเปลย่ี นแปลงได)
ÃдºÑ ·èÕ ñ ¢Ñ´¢×¹´ŒÇ¡ÒùÔè§à©ÂäÁ‹»¯ÔºÑμÔμÒÁคําÊÑè§ (ᶺÊÕàËÅ×ͧ͋͹) :
ผตู อ งสงสยั /กระทาํ ความผดิ ทม่ี ที า ทขี ดั ขนื ดว ยการนงิ่ เฉยไมป ฏบิ ตั ติ ามคาํ สงั่ ทางวาจาหรอื ทา ทางของ
เจาหนาท่ีตํารวจ แมวาการน่ิงเฉยน้ันจะเปนการนิ่งเฉยดวยสันติ ไมมีทาทางจะตอบโตกับเจาหนาท่ี
ตํารวจ แตการน่ิงเฉยไมปฏิบัติตามเปนอุปสรรคในการเขาไปเผชิญเหตุ หรือทําใหเจาหนาท่ีตํารวจ
ตอ งเขา ใกลเ กนิ กวา ระยะปลอดภยั ทงั้ นเี้ จา หนา ทต่ี าํ รวจทต่ี อ งดาํ เนนิ การกบั บคุ คลดงั กลา ว ตอ งระมดั ระวงั
พฤติการณหรือทาทีที่อาจเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว โดยตองไมลดระดับการระมัดระวังตัวลง
การส่ังการดวยวาจา การแสดงออกดวยทาทางตองมีความเหมาะสม พอสมควรแกเหตุ ไดสัดสวน
กับการกระทําจนกวาจะมีการควบคุมตัวอยางถูกตองทางยุทธวิธี และมีการตรวจคนอยางละเอียด
จนแนใ จวามคี วามปลอดภยั
ÃдѺ·èÕ ò ¢´Ñ ¢¹× ´ÇŒ ¡ÒÃà¤ÅÍ×è ¹äËÇà¾Íè× ËÅ¡Õ àÅÂÕè §¡Òû¯ºÔ μÑ μÔ ÒÁ (ᶺÊàÕ ËÅÍ× §à¢ÁŒ )
: ผูตองสงสัย/กระทําความผิดที่มีทาทีขัดขืนดวยการเคล่ือนไหว ไมปฏิบัติตามคําส่ังทางวาจา
หรือทาทางของเจาหนาทตี่ าํ รวจ โดยมีวัตถปุ ระสงคเพ่ือหลีกเลี่ยงการปฏบิ ัติ แมวาการเคลอื่ นไหวนน้ั
จะเปน ไปดว ยสนั ติ หรอื พยายามจะหลบหนี ซงึ่ เปน อปุ สรรคในการเขา ไปเผชญิ เหตุ หรอื ทาํ ใหเ จา หนา ท่ี
ตํารวจตองเขาใกลเกินกวาระยะปลอดภัย ทั้งน้ีเจาหนาที่ตํารวจท่ีตองดําเนินการกับบุคคลดังกลาว
ตอ งระมดั ระวงั พฤตกิ ารณห รอื ทา ทที อี่ าจพลกิ ผนั อยา งรวดเรว็ โดยตอ งไมล ดระดบั การระมดั ระวงั ตวั ลง
การสั่งการดวยวาจา การแสดงออกดวยทาทางตองมีความเหมาะสมพอสมควรแกเหตุ ไดสัดสวน
กับการกระทํา จนกวาจะมีการควบคุมตัวอยางถูกตองทางยุทธวิธี และมีการตรวจคนอยางละเอียด
จนแนใ จวา มคี วามปลอดภัย
กรณีมีทาทีหลบหนีใหพึงระมัดระวังอยางยิ่งในการใชเคร่ืองมือทางยุทธวิธีเพื่อตอบโต
หรอื ยบั ยง้ั พฤตกิ ารณ และถอื เปน เรอ่ื งละเอยี ดออ นในการตดั สนิ ใจในการใชก าํ ลงั ตอ งพงึ สงั เกตถงึ แนวโนม
หรอื โอกาสในการใชอ าวธุ เพมิ่ เตมิ ประกอบดว ย ซงึ่ ในสว นนจ้ี ะอยใู นการฝก ทกั ษะเพอื่ พฒั นาการตดั สนิ ใจ
ทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพจากการจาํ ลองสถานการณเ สมือนจริง
๙๐
ó.ó ¡ÒÃẋ§ÃдѺÍ‹ҧÅÐàÍÕ´¢Í§ºØ¤¤Å·èÕทําÃŒÒÂ(ᶺÊÕá´§) แบงการกระทํา
ออกเปน ๓ ระดับความรนุ แรง
บคุ คลที่ การกระทาํ โดยเช่อื วา จะเกดิ การบาดเจบ็ สาหัส
ตอบโต หรือเสยี ชีวิต
การกระทําโดยเชือ่ วา จะเกิดอนั ตรายตอกายจนไดร ับบาดเจบ็
การกระทาํ โดยปราศจากอาวุธ
(แสดงกิรยิ า/ทา ทางวา จะทาํ รายเจา หนาทห่ี รือผูอน่ื )
ÃдѺ·Õè ñ ¡ÒáÃÐทําâ´Â»ÃÒȨҡÍÒÇØ¸ (áÊ´§¡ÔÃÔÂÒ/·‹Ò·Ò§Ç‹Ò¨ÐทําÃŒÒÂ
਌Ò˹ŒÒ·èÕËÃ×ͼٌÍ×è¹) : ผูตองสงสัย/กระทําความผิดไมใหความรวมมือหรือปฏิบัติตามคําส่ัง
เมอื่ เจา หนา ทเ่ี ขา ใกลเ กนิ กวา ระยะปลอดภยั ทงั้ ยงั แสดงกริ ยิ าหรอื ทา ทางวา จะทาํ รา ยเจา หนา ทตี่ าํ รวจ
หรือผูอื่น ซ่ึงการกระทํานั้นอาจสงผลตอความปลอดภัยของการปฏิบัติงานของเจาหนาที่ตํารวจ
ทเ่ี ขา เผชญิ เหตุ ทงั้ นี้ เจา หนา ทต่ี าํ รวจทตี่ อ งดาํ เนนิ การกบั บคุ คลดงั กลา วตอ งพงึ ระมดั ระวงั การซกุ ซอ น
อาวธุ หรอื สง่ิ ทอ่ี าจใชแ ทนอาวธุ ได ขณะเขา ทาํ การตอบโตก บั สถานการณต อ งพงึ ระลกึ เสมอถงึ กฎของ
ความปลอดภยั และตองมคี วามเหมาะสม พอสมควรแกเ หตุ ไดส ดั สว นกับการกระทํา จนกวาทาํ การ
ควบคมุ ตวั อยา งถูกตอ งทางยทุ ธวธิ ี และมีการตรวจคน อยา งละเอียดจนแนใจวา มีความปลอดภยั
ÃдѺ·èÕ ò ¡ÒáÃÐทําâ´Âàª×èÍNjҨÐà¡Ô´ÍѹμÃÒÂμ‹Í¡Ò¨¹ä´ŒÃѺºÒ´à¨çº (ᶺ
ÊÕᴧ͋͹) : ผูตองสงสัย/กระทําความผิด ไมใหความรวมมือหรือปฏิบัติตามคําสั่ง เม่ือเจาหนาที่
เขา ใกลเ กนิ กวา ระยะปลอดภยั มพี ฤตกิ ารณต อบโตโ ดยมลี กั ษณะการกระทาํ ทเี่ ชอื่ วา จะมกี ารทาํ อนั ตราย
ตอกายจนไดรับบาดเจ็บโดยอาจใชอาวุธ หรือใชวัสดุที่ไมไดเปนอาวุธโดยสภาพ ประกอบการกระทํา
ทั้งน้ี พึงระมัดระวังและสังเกตวัตถุท่ีผูตองสงสัยหรือผูกระทําความผิดใชในการตอบโตเจาหนาท่ี
ขณะเขาทําการตอบโตกับสถานการณตองพึงระลึกเสมอถึงกฎของความปลอดภัย และตองมี
ความเหมาะสมพอสมควรแกเหตุ ไดสัดสวนกับการกระทํา จนกวาทําการควบคุมตัวอยางถูกตอง
ทางยุทธวิธี และมีการตรวจคน อยางละเอียดจนแนใ จวามคี วามปลอดภยั
ÃдºÑ ·èÕ ó ¡ÒáÃÐทํา·Õèàªè×ÍNjҨС‹ÍãËŒà¡Ô´¡ÒúҴà¨çºÊÒËÑÊËÃ×ÍàÊÕªÕÇÔμ (ᶺ
ÊÕᴧࢌÁ) : ผูตองสงสัย/กระทําความผิด ไมใหความรวมมือหรือปฏิบัติตามคําสั่ง มีพฤติการณ
ตอบโตโดยมีลักษณะการกระทําที่เช่ือวาจะกอใหเกิดการบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตโดยอาจใชอาวุธ
หรอื ใชว สั ดุทไี่ มไดเ ปนอาวุธโดยสภาพ ประกอบการกระทํา ท้ังนพ้ี ึงระมัดระวงั และสงั เกตวัตถุที่ผูตอง
สงสัยหรือผูกระทําความผิดใชในการตอบโตเจาหนาที่ขณะเขาทําการตอบโตกับสถานการณตองพึง
ระลึกเสมอถึงกฎของความปลอดภัย และตองมีความเหมาะสมพอสมควรแกเหตุ ไดสัดสวนกับการ
กระทําจนกวาทําการควบคุมตัวอยางถูกตองทางยุทธวิธี และมีการตรวจคนอยางละเอียดจนแนใจวา
มคี วามปลอดภัย
๙๑
ô. คาํ ͸ԺÒ·èÇÑ ä»à¡èÂÕ Ç¡ºÑ ¡Òû¯ºÔ ÑμԢͧ਌Ò˹ŒÒ·ÕèตําÃǨ
คําอธิบายในสวนน้ีจะเปนเร่ืองของเคร่ืองมือทางยุทธวิธีที่ใชในการตอบโตที่เหมาะสม
โดยตองทําความเขาใจวาการกระทําของผูตองสงสัย/กระทําความผิด จําแนกอยูในสีใด และมีระดับ
ความรุนแรงเพียงใดเพ่ือจะไดเลือกใชเคร่ืองมือทางยุทธวิธีสําหรับการตอบโตไดอยางเหมาะสม และ
จากภาพดา นลางจะพบวาในบางกลุมสมี กี ารใชเครื่องมือทางยุทธวธิ ีในการตอบโตไดห ลายอยา ง ทง้ั น้ี
หลกั ในการพจิ ารณาทลี่ ะเอยี ดรอบคอบเกดิ จากการฝก ทกั ษะในการตอบโต โดยตอ งคาํ นงึ ถงึ หลกั สดั สว น
พอสมควรแกเ หตุ และเปนการปองกนั โดยชอบดว ยกฎหมาย
¡Òû°Á¾ÂÒºÒÅ/ᨧŒ ÞÒμÔ¼ÙŒºÒ´à¨çº อา ุวธปนห ืรอกําลังที่ ํทาใ หบาดเ ็จบสา ัหสห ืรอถึงแกความตาย
ปนไฟฟา *
กระสุนยาง
สเปรย สเปรย
พริกไทย* พริกไทย*
อาวุธ
ทไี่ มถ ึงตาย / ดิ้ว / กระบอง
การปฏบิ ตั ิโดยใชอ าวธุ
¡ÒèѺ/ ¡ÒèѺ/¡Òà ¡ÒÃ㪡Œ Òí ŧÑ
¡Òᴨش »¯ºÔ ÑμÔ μÍ‹ Ëҧ¡ÒÂ
ãËàŒ ¨ºç à¾èÁÔ ¤Çº¤ÁØ
â´Â㪌Á×Íà»ÅÒ‹
¡Òû¯ºÔ μÑ âÔ ´Â»ÃÒȨҡÍÒǸØ
¡ÒÃÊ×Íè ÊÒôŒÇÂÇÒ¨ÒËÃ×Í·‹Ò·Ò§
¡ÒÃâ¹ÁŒ ¹ŒÒÇ / ¡ÒÃá¹Ð¹Òí / ¡ÒÃμÑ¡àμÍ× ¹ / ÍÍ¡¤Òí Êѧè
¡ÒÃáÊ´§μÑǢͧà¨ÒŒ ˹ŒÒ·ÕèμÒí ÃǨã¹à¤ÃÍè× §áºº /
¹Í¡à¤ÃèÍ× §áººáÊ´§ºÑμûÃШÒí μÇÑ
(·Ñ¡·Ò / á¹Ð¹Òí μÑÇ / ᨌ§ÇÑμ¶Ø»ÃÐʧ¤)