The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักการตำรวจสายตรวจ ความสำคัญของตำรวจสายตรวจ วัตถุประสงค์ของตำรวจสายตรวจ หลักการตรวจท้องที่ นิด ประเภท และรูปแบบสายตรวจ อำนาจหน้าที่ของสายตรวจ หลักและขั้นตอนการบริหารงานสายตรวจ นาฬิกาอาชญากรรม การวางแผนการตรวจ การตั้งจุดตรวจค้น จุดตรวจตู้แดง ขั้นตอนการเผชิญเหตุ การถวายความปลอดภัย หลักการสื่อสารทั่วไป ความหมายของการสื่อสาร ประมวลลับ(รหัส ว.) การบำรุงรักษาเครื่อมื่อ ระเบียบในการพูดติดต่อสื่อสารทางวิทยุของ ตร.ทฤษฎีว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

Book22 การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม

หลักการตำรวจสายตรวจ ความสำคัญของตำรวจสายตรวจ วัตถุประสงค์ของตำรวจสายตรวจ หลักการตรวจท้องที่ นิด ประเภท และรูปแบบสายตรวจ อำนาจหน้าที่ของสายตรวจ หลักและขั้นตอนการบริหารงานสายตรวจ นาฬิกาอาชญากรรม การวางแผนการตรวจ การตั้งจุดตรวจค้น จุดตรวจตู้แดง ขั้นตอนการเผชิญเหตุ การถวายความปลอดภัย หลักการสื่อสารทั่วไป ความหมายของการสื่อสาร ประมวลลับ(รหัส ว.) การบำรุงรักษาเครื่อมื่อ ระเบียบในการพูดติดต่อสื่อสารทางวิทยุของ ตร.ทฤษฎีว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรม

๙๒

ô.ñ คาํ ͸ԺÒÂâ´ÂÅÐàÍÕ´·ÇèÑ ä»à¡ÕÂè ǡѺ¡Òû¯ºÔ Ñμ¢Ô ͧ਌Ò˹ŒÒ·èÕตาํ ÃǨ

¡ÒÃÊ×Íè ÊÒônj ÂÇÒ¨ÒËÃÍ× ·Ò‹ ·Ò§ :
¡ÒÃ⹌Á¹ÒŒ Ç / ¡ÒÃá¹Ð¹íÒ / ¡ÒÃμ¡Ñ àμ×͹ / ÍÍ¡¤íÒʧÑè
¡ÒÃáÊ´§μÑǢͧà¨ÒŒ ˹Ҍ ·Õμè Òí ÃǨã¹à¤Ãè×ͧẺ /

¹Í¡à¤Ãè×ͧẺáÊ´§ºμÑ Ã»ÃШíÒμÑÇ
(·¡Ñ ·Ò / á¹Ð¹íÒμÇÑ / ᨧŒ ÇμÑ ¶Ø»ÃÐʧ¤)

การแสดงตวั ของเจา หนา ทที่ เ่ี หมาะสมมผี ลตอ การตดั สนิ ใจในการตอบโตจ ากผตู อ งสงสยั /
กระทาํ ความผิด ดังนั้นการใหความสาํ คญั ในการแสดงตวั ดว ยเครื่องแบบ การแสดงบตั รประจําตัวของ
เจา หนา ท่ี และการออกคาํ สงั่ ควบคมุ ผา นทา ทาง วาจา เปน ทางเลอื กระดบั แรกทเี่ จา หนา ทต่ี าํ รวจทกุ นาย
ตองใชกอนที่จะมีการพัฒนาระดับการเลือกใชเคร่ืองมือตอบโตทางยุทธวิธีชนิดอ่ืนๆ เพราะในสวนนี้
จะชวยลดโอกาสและระดับความรุนแรงในการกระทําของผูตองสงสัย/กระทําความผิดไดในระดับหนึ่ง
วธิ ีการปฏิบัติในระดบั น้ีเหมาะสมทสี่ ดุ กับผูต องสงสยั /กระทําความผิดที่ใหค วามรวมมือ (สเี ขียว)

สเปรยพริกไทย*

¡ÒèºÑ / ¡ÒèºÑ /¡ÒÃ
¡Òᴨش ¤Çº¤ÁØ
ãËàŒ ¨çº
â´ÂãªÁŒ ×Íà»Å‹Ò

ในสว นนจี้ ะเรม่ิ อธบิ ายถงึ การตอบโตท างยทุ ธวธิ ที เ่ี หมาะสมของเจา หนา ทต่ี าํ รวจ ในระดบั
ของการกระทาํ ความผดิ ของผตู อ งสงสยั /กระทาํ ความผดิ สาํ หรับบคุ คลทขี่ ัดขืน (สีเหลือง)

¡. ¡ÒèºÑ ËÃ×Í¡Òá´ãˌ਺ç à¾èÍ× Â¹Ô ÂÍÁ ËÃÍ× ¡ÒäǺ¤ØÁ´ÇŒ ÂÁ×Íà»Å‹Ò
ในสวนนี้ตองมีการฝกทักษะเฉพาะในการกดจุดเพ่ือทําใหหยุดชะงักหรือการจับหัก

ตามขอ ตอตางๆ ของรางกาย เพอ่ื ทาํ ใหหมดแรงขดั ขนื และยนิ ยอมปฏิบตั ิตามท่เี จา หนา ท่ีดําเนนิ การ
¢. ¡ÒÃ㪌Êà»Ã¾ ÃÔ¡ä·Â
ในสว นนตี้ อ งมขี อ พจิ ารณาถงึ การฝก ทกั ษะของการวางตาํ แหนง ระยะปลอดภยั ระหวา ง

เจาหนาท่ีตํารวจกับทาทีในการตอบโต และโอกาสในการตัดสินใจเขาโจมตีของระหวางผูตองสงสัย/
กระทาํ ความผิด

๙๓

ปน ไฟฟา *
กระสุนยาง

สเปรยพรกิ ไทย

อาวุธ
ทไ่ี มถงึ ตาย / ดิว้

/ กระบอง
¡ÒÃ㪌¡íÒÅѧ
μ‹ÍÃÒ‹ §¡ÒÂ
à¾Íè× ¤Çº¤ÁØ

ในสว นนจ้ี ะเรมิ่ อธบิ ายถงึ การตอบโตท างยทุ ธวธิ ที เ่ี หมาะสมของเจา หนา ทตี่ าํ รวจ ในระดบั
ของการกระทาํ ความผิดของผูตอ งสงสัย/กระทําความผิด สาํ หรบั บคุ คลท่ขี ัดขืน (สีแดง)

¡. ¡ÒÃãªกŒ าํ Å§Ñ μÍ‹ ÃÒ‹ §¡ÒÂà¾Í×è ¤Çº¤ÁØ ถอื เปน แนวทางในการใชก าํ ลงั ตอ บคุ คลทข่ี ดั ขนื
ในระดับต่ําสุด ซึ่งตองมีการฝกทักษะเฉพาะทางเพื่อใหการใชกําลังนั้นเปนไป
ขอกําหนดตามกฎหมาย

¢. ÍÒÇØ¸äÁ‹¶§Ö μÒ ´ÇéÔ ¡Ãкͧ เปน ทางเลอื กในการใชเครอ่ื งมือทางยุทธวธิ ใี นการ
ตอบโตสําหรับบุคคลท่ีขัดขืน โดยไมทําใหบาดเจ็บสาหัสหรือถึงตาย ซ่ึงตองมี
การฝกทักษะเฉพาะทางในการเลือกจุดตกกระทบที่จะไมกอใหเกิดความเสียหาย
อยางถาวรตอรา งกายผูข ดั ขืน

¤. Êà»Ã¾ Ã¡Ô ä·Â เปนทางเลอื กในการใชเ คร่อื งมอื ทางยุทธวิธใี นการตอบโตส าํ หรบั
บคุ คลทข่ี ดั ขนื โดยกอ ใหเ กดิ อาการระคายเคอื งแสบรอ นทผี่ วิ หนงั ใบหนา หรอื ดวงตา
เพื่อลดโอกาสในการโจมตี บดบังทัศนวิสัยในการตอบโตกับเจาหนาที่ซึ่งตอง
มกี ารฝกทกั ษะเฉพาะในการปฐมพยาบาลหลงั การใชสเปรยพรกิ ไทย

§. ¡ÃÐÊ¹Ø ÂÒ§ เปน ทางเลอื กในการใชเ ครอ่ื งมอื ทางยทุ ธวธิ ใี นการตอบโตส าํ หรบั บคุ คล
ที่ขัดขนื โดยทําใหเ กิดการชะงกั หยดุ ยงั้ พฤตกิ ารณ ลาถอย ซึ่งตองมกี ารฝกทกั ษะ
เฉพาะในการเลอื กจดุ เลง็ ยิงเพอ่ื ไมใหเกิดการบาดเจบ็ สาหสั หรือถงึ ตาย

¨. »„¹ä¿¿‡Ò เปน ทางเลอื กในการใชเคร่อื งมือทางยทุ ธวิธใี นการตอบโตสาํ หรบั บคุ คล
ทขี่ ดั ขนื โดยทาํ ใหเ กดิ การชะงกั หมดแรงในการตอบโต ลม ลง และยนิ ยอมใหค วบคมุ ตวั

๙๔

โดยไมมีแรงในการตอสูขัดขืน ซ่ึงตองมีการฝกทักษะเฉพาะในการเลือกจุดเล็งยิง
ระยะเวลาในการชอ็ ต และการปฐมพยาบาลหลงั การใช ในกรณที อี่ าจเปน ผปู ว ยทใ่ี ส
เครอื่ งกระตนุ หัวใจไฟฟา
©. ÍÒÇØ¸»„¹ เปนทางเลือกในการใชเครื่องมือทางยุทธวิธีในการตอบโตสําหรับบุคคล
ที่ขัดขืน โดยทําใหเกิดอาการบาดเจ็บไดในหลายระดับ ตั้งแตบาดเจ็บไมถึงตาย
ในกรณีถูกอวัยวะไมสําคัญ ไปจนกระท่ังการบาดเจ็บที่อาจถึงตายหากไมไดรับ
การปฐมพยาบาลอยางทันทวงที และบาดเจ็บถึงตายในทันที เมื่อโดนอวัยวะ
ที่สําคัญ ซ่ึงตองมีการฝกทักษะเฉพาะ ความแมนยําในการเล็งการตัดสินใจยิง
ในภาวะวิกฤติและการฝกปฐมพยาบาลทางยุทธวิธีเพ่ือรักษาชีวิตของผูตองสงสัย/
กระทาํ ความผดิ
จากตวั แบบทงั้ หมดจะพบวา ระดบั การใชก าํ ลงั ของเจา หนา ทใี่ หค วามสาํ คญั กบั การรกั ษา
ชวี ติ ของผตู อ งสงสยั /กระทาํ ความผดิ โดยคาํ นงึ ถงึ ความปลอดภยั ในการปฏบิ ตั ทิ เี่ หมาะสมควบคไู ปกบั
การใหค วามเคารพในศักด์ิศรคี วามเปน มนษุ ยอยา งเทา เทยี มและเสมอภาค
การปรบั ระดบั การใชก าํ ลงั แบบกา วกระโดด อาจมกี ารปรบั ระดบั ความเขม ของการใชเ ครอ่ื งมอื
ตอบโตทางยุทธวิธีใหสูงข้ึนหรือลดลง ทั้งน้ี ตองไมหลุดจากกรอบพฤติการณของผูตองสงสัย/กระทํา
ความผดิ โดยตอ งพจิ ารณาถงึ เหตแุ ละผลอนั อาจเกดิ จากการใชเ ครอื่ งมอื ตอบโตท างยทุ ธวธิ ที มี่ สี ดั สว น
เหมาะสมกบั การกระทาํ ของผตู อ งสงสยั /กระทาํ ความผดิ มาประกอบดลุ พนิ จิ ในการใชเ ครอื่ งมอื ตอบโต
ทางยทุ ธวธิ ขี องเจา หนา ท่ตี าํ รวจดวย
ทั้งน้ีตองมีการฝกทักษะหลายอยางควบคูกันไป ต้ังแตการพัฒนาทักษะในการตัดสินใจ
การเลอื กใชเ ครอ่ื งมอื ตอบโตท างยทุ ธวธิ ที เี่ หมาะสม การปฐมพยาบาลหลงั การใชเ ครอื่ งมอื ทางยทุ ธวธิ ี
เหลา นน้ั กบั ผตู อ งสงสยั /กระทาํ ความผดิ และตอ งใหค วามสาํ คญั กบั เครอ่ื งมอื ตอบโตท างยทุ ธวธิ ตี าํ รวจ
ดว ยการฝกทักษะจากอปุ กรณม าตรฐานทไ่ี ดรับการจัดหาจากสาํ นักงานตํารวจแหงชาติ

๙๕

º··Õè ö

¡ÒÃ༪ÞÔ àËμØμÒ‹ §æ áÅÐÃдѺ¡ÒÃãªกŒ ําÅѧ¢Í§à¨ÒŒ ˹Ҍ ·ตÕè าํ ÃǨ

ÇÑμ¶Ø»ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃÂÕ ¹Ã»ÙŒ ÃÐจาํ º·

๑. เพอื่ ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจมคี วามรเู กย่ี วกบั การเผชญิ เหตตุ า งๆ และระดบั การใช
กาํ ลังของเจา หนา ทตี่ าํ รวจ

๒. เพื่อใหนักเรียนนายสิบตํารวจมีความเขาใจเกี่ยวกับการเผชิญเหตุตางๆ และระดับ
การใชกําลงั ของเจา หนาที่ตํารวจ

๓. เพื่อใหนักเรียนนายสิบตํารวจนําความรูเกี่ยวกับการเผชิญเหตุตางๆ และระดับ
การใชกําลงั ของเจาหนาท่ีตาํ รวจไปปฏิบัติใชไ ดถ กู ตอง และบรรลวุ ัตถุประสงคข องทางราชการ

ʋǹนํา

การปฏิบัติงานหนาท่ีตํารวจในการปองกันปราบปรามอาชญากรรมจะผลดีนั้น ตองมี
การฝก อบรมใหม ที ักษะในสถานการณตา งๆ และสอดคลอ งกบั ระดับการใชกําลังของเจาหนา ทีต่ าํ รวจ
เพ่ือไมใหละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือเปนการปองกันเกินกวาเหตุ จึงจําเปนตองมีการฝกอบรม
เพ่ือใหเกิดทักษะในการเผชิญเหตุ และเกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสินของตํารวจ
และประชาชนดว ย

๙๖

ñ. ¢¹éÑ μ͹¡Òû¯ÔºÑμÔÁÒμðҹสาํ ËÃºÑ à¨ŒÒ˹ŒÒ·ตÕè ําÃǨ¼ÙŒà¼ªÞÔ àËμØ¤¹áá

- ¨Ø´»ÃÐʧ¤
เพอ่ื นาํ ไปใชเ ปน มาตรฐานการปฏบิ ตั ขิ องเจา หนา ทต่ี าํ รวจในการปฏบิ ตั หิ นา ทเี่ มอื่ เผชญิ เหตุ

- ¹âºÒÂ
สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตมิ นี โยบายทจ่ี ะใหเ จา หนา ทต่ี าํ รวจผเู ผชญิ เหตสุ ามารถดาํ เนนิ การ

ดว ยความรวดเรว็ ปลอดภยั ตอ ชวี ติ และทรพั ยส นิ ของผเู กย่ี วขอ งในเหตกุ ารณ ภายใตก รอบของกฎหมาย
โดยคาํ นึงถึงหลกั สิทธิมนุษยชน

- ¢ŒÍÁÅÙ ¾¹é× °Ò¹
เมื่อไดร ับการมอบหมายงาน เจา หนา ทีต่ าํ รวจผเู ผชิญเหตจุ ะตองรีบไปยังสถานที่

ที่ไดร ับมอบหมายในทนั ที เวน แตว าผูบังคับบญั ชาจะสั่งการใหศนู ยวิทยมุ อบหมายภารกิจน้ันๆ ใหกบั
หนวยอ่ืนแทน (โดยเนนการปฏิบัติหนาท่ีตามลําดับความสําคัญ ไดแก (๑) การชวยเหลือผูบาดเจ็บ
(๒) การดแู ลทรพั ยส ินตา งๆ และ (๓) การบงั คบั ใชกฎหมาย)

- ¢é¹Ñ μ͹¡Òû¯ÔºμÑ ¢Ô ͧà¨ÒŒ ˹Ҍ ·èÕμíÒÃǨ¼ŒàÙ ¼ªÞÔ àËμ¤Ø ¹áá
๑.๑ ¡Í‹ ¹à¢ŒÒ༪ÔÞàËμØ

๑.๑.๑ การวิเคราะหข อ มลู ที่ไดรบั
การวเิ คราะหข อ มลู เบอ้ื งตน ตามหลกั ๕W๑H ไดแ ก ใคร (Who) ทาํ อะไร

(What) ท่ีไหน (Where) เมอื่ ไร (When) ทาํ ไม (Why) และอยา งไร (How)
๑.๑.๒ รายงานศูนยวทิ ยทุ ราบ
การยนื ยนั สถานการณท เ่ี กดิ ขนึ้ และรายงานถงึ สภาพแวดลอ มในทเี่ กดิ เหตุ

โดยทันที
๑.๑.๓ ขอกําลงั สนับสนนุ
การขอกาํ ลงั สนบั สนุนหรือขอความชวยเหลอื ในกรณจี ําเปน เชน คนราย

มจี ํานวนมากกวาเจาหนา ทตี่ าํ รวจ หรอื มีผไู ดร บั บาดเจ็บจาํ นวนมากอยูในบริเวณท่ีเกดิ เหตุ เปน ตน
๑.๒ ¢³ÐࢌÒ༪ÞÔ àËμØ
๑.๒.๑ ใหประเมนิ สถานการณและความเสยี่ ง
การประเมินจากบริเวณท่ีเกิดเหตุ ในมุมมองของสถานการณขณะนั้น

และเตรียมแผนสํารอง หากเหตุการณยกระดับความรุนแรง (อยารีบเรงเขาสถานที่เกิดเหตุ
หรือแสดงตัวทนั ที เมอ่ื ถงึ ที่เกิดเหตุ ซึ่งอาจกอใหเ กดิ ความเสยี หายได)

๑.๒.๒ ชวยเหลอื ผูทีไ่ ดร บั บาดเจบ็
การใหการชวยเหลือทางการแพทยแกผูท่ีไดรับบาดเจ็บทุกคนในบริเวณ

ท่ีเกดิ เหตุ

๙๗

๑.๒.๓ ปฏิบัติการตามยทุ ธวธิ ี
กรณีจําเปนเรงดวน ใหเขาระงับเหตุตามระดับการใชกําลัง

โดยพิจารณาตามสถานการณและพฤตกิ ารณข องคนรา ย และสภาพแวดลอ มจากเบาไปหนกั
๑.๒.๔ ปด กนั้ พ้ืนที่ และรักษาสถานทีเ่ กดิ เหตุ
การปด กนั้ พนื้ ทบี่ รเิ วณทเ่ี กดิ เหตุ ไมว า จะเปน การอพยพบคุ คลทไ่ี มเ กยี่ วขอ ง

ออกจากท่ีเกิดเหตุ การปองกันไมใหบุคคลเขาและออกจากพ้ืนที่น้ัน การปดก้ันพ้ืนท่ีไวไมใหบุคคล
หรือประชาชนเขามา ตลอดจนการรักษาสถานที่เกิดเหตุใหคงสภาพเดิมไวใหมากท่ีสุดเทาท่ีจะทําได
เพือ่ ปอ งกนั มใิ หเกดิ การสูญหายหรอื ถกู ทําลายของพยานหลักฐานตา งๆ ในทีเ่ กดิ เหตุ อาจดําเนนิ การ
โดยใชบุคคล เชือก แผงก้นั เครือ่ งหมายหรอื แผน ปา ยแสดงการหา มเขาบริเวณทเี่ กิดเหตุ

๑.๓ ËÅѧà¢ÒŒ ༪ÞÔ àËμØ
๑.๓.๑ สรปุ ขอมลู เบือ้ งตน
การรายงานสรปุ ขอ มลู เบอื้ งตน การจดั ทาํ รายงานหรอื เอกสารทเี่ กยี่ วขอ ง

เสนอผูบงั คับบัญชาหรือผเู กย่ี วของอยา งถกู ตอ ง ครบถวน
ตวั อยา งขอ มลู ทเ่ี จา หนา ทตี่ าํ รวจผเู ผชญิ เหตคุ นแรกตอ งสรปุ ขอ มลู เบอ้ื งตน

ไดแก
๑) ขอมูลเบื้องตน จากเหตกุ ารณทีเ่ กดิ ขึ้น (ใคร ทาํ อะไร ทีไ่ หน อยางไร

เมื่อไหร ทาํ ไม)
- ชอ่ื คนรา ย จาํ นวนคนรา ย พฤตกิ รรมของคนรา ย ตาํ หนริ ปู พรรณ

คนราย อาวธุ ของคนราย ขอ เรียกรอ งของคนราย สาเหตกุ ารกระทาํ ความผดิ
- เสนทางและยานพาหนะทค่ี นรา ยใชกระทําผิดหรอื หลบหนี
- ชอ่ื ผูเ สยี หาย ความเสียหายท่ีเกดิ ข้ึน ขอ มลู เบอื้ งตน หรือสาเหตุ

ทจ่ี ะฆา ตัวตาย
- ตัวประกันเปนใคร เกี่ยวของกับคนรายหรือไม จํานวนเทาใด

สภาพของตวั ประกนั เปน อยา งไร สภาพของสถานท่ี เสน ทางเขา ออกของอาคารทตี่ วั ประกนั ถกู ควบคมุ
- กลุมผูชุมนุมเปนกลุมใด จํานวนผูชุมนุม ขอเรียกรองและ

แกนนาํ กลุม
- สภาพของภัยพิบัติท่ีเกิดขึ้น ความเสียหายที่ประชาชนไดรับ

จํานวนผูบาดเจ็บ ผสู ูญหาย
๒) กจิ กรรมทไ่ี ดด าํ เนินการแลว เชน
- การปดกน้ั สถานท่ีเกดิ เหตุ การจดั ทําพน้ื ทว่ี งใน พืน้ ทวี่ งนอก
- การปด ก้ันการจราจร มใิ หม ีผสู ัญจรเขา-ออก บรเิ วณทเี่ กิดเหตุ

๙๘

- การประสานงานเบ้ืองตน กับหนว ยงานทีเ่ กยี่ วของ เชน ดับเพลงิ
สถานพยาบาล เปนตน

- การอพยพผูบาดเจ็บและประชาชนไปยังท่ีปลอดภัย (ท่ีใด และ
ใครเปน ผรู ับผิดชอบดําเนนิ การนาํ ไป)

๓) เสนอแนะสถานทท่ี เ่ี หน็ วา มคี วามเหมาะสมทจ่ี ะเปน พนื้ ทปี่ ฏบิ ตั กิ าร
หรือจุดรวมพล

๔) สงมอบรายงานสรุป พรอมรายช่ือของบุคคลท่ีไดเขาไปสอบถาม
รายละเอียดของเหตุการณ เพ่ือฝายสืบสวนหรือพนักงานสอบสวนจะไดนําไปดําเนินการตอ ในกรณี
ทม่ี วี ตั ถพุ ยาน หรอื ภาพถา ยเกยี่ วกบั เหตทุ เ่ี กดิ สภาพผบู าดเจบ็ หรอื ยานพาหนะ ภาพถา ยกลมุ ผชู มุ นมุ
ใหส ง มอบแกผูบ ญั ชาการเหตุการณโดยเร็ว

๑.๓.๒ เม่ือเสร็จสิ้นภารกิจ ตองกลับสูสถานะพรอมสําหรับการปฏิบัติหนาท่ี
และการใหความชว ยเหลือตอ ไปในทนั ที

เมื่อเสร็จสิ้นจากภารกิจแลว ควรมีความตื่นตัวและเตรียมความพรอม
สาํ หรบั การปฏิบตั หิ นาทแี่ ละการใหความชวยเหลือในกรณีตอ ไปโดยทนั ที
ËÁÒÂàËμØ :

การใหมผี ลบงั คับใชต ามขั้นตอนการปฏิบตั มิ าตรฐานน้ี อาจมีแนวทาง เชน
๑) ใหม กี ารทดสอบการปฏบิ ตั ติ ามขนั้ ตอนในสว นทเี่ กย่ี วขอ ง (Pre Test) กอ นประกาศใช
๒) เมื่อทุกหนวยเขาใจ สามารถปฏิบัติไดตามขั้นตอน และเกิดผลดีตอทางราชการ
ใหท ําเปนประกาศของสาํ นักงานตํารวจแหง ชาติ ใหใชข้ันตอนตามมาตรฐานน้ี
๓) ใหจเรตํารวจเปนมาตรฐานในการตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจาหนาที่ตํารวจ
ทีเ่ กี่ยวของ
๔) ในสวนของสํานักงานตํารวจแหงชาติใหนําขั้นตอนมาตรฐานนี้ เปนสวนทายของ
บทสรุปในการไดร บั เงินเพ่มิ ประจําตําแหนงที่มีเหตุพิเศษของสายงานน้ี

ò. μÇÑ ÍÂÒ‹ §ÍÒÇ¸Ø áÅÐÍØ»¡Ã³ส าํ ËÃºÑ à¨ŒÒ˹Ҍ ·ตÕè ําÃǨ¼ÙàŒ ¼ªÔÞàËμ¤Ø ¹áá

ตัวอยางอาวุธและอุปกรณสําหรับเจาหนาท่ีตํารวจผูเผชิญเหตุคนแรก อาจแบงได
๓ ประเภท ไดแก อาวธุ ประจําตวั อปุ กรณป ระจาํ ตวั และอปุ กรณป ระจํารถ มรี ายละเอียดดังนี้

ò.ñ ÍÒÇØ¸»ÃÐจาํ μÑÇ ä´Œá¡‹
๒.๑.๑ ปนพกพรอ มซองปน
๒.๑.๒ แม็กกาซีนพรอมซอง
๒.๑.๓ กระบอง/ดิว้ พรอ มซอง
๒.๑.๔ สเปรยพรกิ ไทยพรอมซอง

๙๙

ò.ò Í»Ø ¡Ã³» ÃÐจาํ μÑÇ ä´Œá¡‹
๒.๒.๑ เข็มขัด
๒.๒.๒ กญุ แจมอื พรอ มซอง
๒.๒.๓ ไฟฉายพรอ มซอง
๒.๒.๔ วิทยสุ ื่อสารพรอ มซอง
๒.๒.๕ เสอื้ เกราะกันกระสุน
๒.๒.๖ สมุดบันทึกประจาํ วัน
๒.๒.๗ นกหวีด
๒.๒.๘ กลองถายรูป
๒.๒.๙ ถงุ มอื ยาง

ò.ó Í»Ø ¡Ã³»ÃÐจาํ ÂÒ¹¾Ò˹Р䴌ᡋ
๒.๓.๑ วิทยสุ ่ือสาร
๒.๓.๒ คอมพิวเตอร (Note Book)
๒.๓.๓ เชอื ก
๒.๓.๔ เทปก้ันสถานท่ีเกิดเหตุ (Police line)
๒.๓.๕ ชุดปฐมพยาบาล
๒.๓.๖ กลอ งตดิ ตัวเจาหนาท่ี (Body Camera)
๒.๓.๗ กลอ งตดิ รถยนต (Dashboard Camera)
๒.๓.๘ เครอื่ งมอื ตรวจพิสูจนทางนิตวิ ิทยาศาสตรเ บอ้ื งตน

ËÁÒÂàËμØ : อาวุธ/อุปกรณทุกชนิดตองไดรับมาตรฐานสากล ทั้งนี้ควรจัดใหมีการพิจารณากําหนด
คณุ สมบตั หิ รือลกั ษณะท่เี หมาะสม (Specification) ของอาวธุ และอปุ กรณดงั กลาวตอ ไป

๑๐๐

-ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒÃÈ¡Ö ÉҡѺ਌Ò˹Ҍ ·μèÕ íÒÃǨ¨Ò¡ª¤Ô Òâ¡-
ÃдºÑ ¡ÒÃ㪌กาํ Åѧ¢Í§à¨ŒÒ˹ŒÒ·Õตè ําÃǨà¾×èÍá¡äŒ ¢Ê¶Ò¹¡Òó

(USE OF FORCE)

๑๐๑

คํา͸ԺÒÂμÑÇẺ
¡ÒÃจําṡ¾ÄμÔ¡Òó¢ ͧ¼¡ÙŒ ÃÐทํา¤ÇÒÁ¼´Ô /¼ŒμÙ ÍŒ §Ê§ÊÑÂ
ãˤŒ ÇÒÁËÇÁÁÍ× : (ÊÞÑ Å¡Ñ É³ÊàÕ ¢ÂÕ Ç) แบง ออกเปน ๒ ประเภท ไดแก

ใหค วามรวมมอื โดยไมตองออกคาํ สงั่
ใหความรวมมือตามการออกคําส่งั
¢´Ñ ¢×¹ : (ÊÞÑ Å¡Ñ É³Ê ÕàËÅ×ͧ) แบงออกเปน ๒ ประเภท ไดแก
- นิง่ เฉยไมป ฏบิ ัตติ ามคาํ ส่ัง
- เคล่อื นไหวเพื่อหลีกเล่ยี งการปฏบิ ตั ิตาม
ทําÌҠ: (ÊÞÑ Å¡Ñ É³Ê áÕ ´§) แบง ออกเปน ๓ ประเภท ไดแ ก
- เชอ่ื วาจะเปนอนั ตรายสาหสั หรอื เสียชวี ิต
- เชอื่ วาจะเกดิ อันตรายตอกายจนไดร ับบาดเจบ็
- เชื่อวาจะไดร ับบาดเจบ็ ตอกายโดยปราศจากอาวธุ
·Ò§àÅÍ× ¡·àèÕ ËÁÒÐÊÁ㹡ÒäǺ¤ÁØ ¼¡ÙŒ ÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô /¼ŒμÙ ŒÍ§Ê§ÊÑÂ
¡Ã³¼Õ ŒÙ¡ÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´/¼ÙŒμŒÍ§Ê§ÊÑÂãˤŒ ÇÒÁÃÇ‹ ÁÁ×Í : (ÊÞÑ Å¡Ñ É³ÊÕà¢ÕÂÇ)
การแสดงตวั ของเจา หนา ทต่ี าํ รวจในเคร่อื งแบบ / นอกเครื่องแบบแสดงบัตรประจําตวั
การออกคําส่งั ดว ยวาจาหรือทาทาง : การโนม นา ว / การแนะนํา / การตกั เตือน / ออก
คาํ สั่ง
¡Ã³¼Õ Ù¡Œ ÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô /¼μŒÙ ŒÍ§Ê§ÊÂÑ ¢Ñ´¢×¹ : (ÊÑÞÅ¡Ñ É³ÊÕàËÅ×ͧ)
ตองมีการออกคาํ สั่งดวยวาจาหรือทาทาง : การโนมนา ว / การแนะนาํ / การตักเตอื น /
ออกคําสั่ง กอนปฏิบัติการโดยวิธีการอ่ืนๆ เวนแตมีความรวดเร็วของสถานการณจนไมสามารถ
ตกั เตอื นได
¡Ã³¼Õ ŒÙ¡ÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´/¼ÙμŒ ÍŒ §Ê§Êѹè§Ô à©Â : (ÊÑÞÅѡɳʏ ÕàËÅ×ͧ)
ใชการจบั การกดจดุ /ปุมประสาทใหเจ็บ
¡Ã³Õ¼¡ÙŒ ÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼Ô´/¼ÙŒμÍŒ §Ê§ÊÑÂà¤ÅÍ×è ¹äËÇ : (ÊÞÑ Å¡Ñ É³ÊÕàËÅÍ× §)
การทาํ ใหห ยดุ ชะงกั โดยใชฝ า มอื (กระแทกในจดุ ทไ่ี มส าํ คญั ) หรอื การใชเ ครอ่ื งมอื อปุ กรณ
เชน กระบอง เพอ่ื ชวยในการควบคุม พาไป หรือยินยอม หรอื ขั้นสูงสดุ ท่สี ามารถปฏิบัตไิ ดค อื การใช
สเปรยพ ริกไทยเพ่ือระงบั ยบั ยัง้ พฤติการณ

๑๐๒

¡Ã³Õ¼¡ŒÙ ÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô /¼μÙŒ ÍŒ §Ê§ÊÂÑ μ‹ÍμÒŒ ¹ : (ÊÞÑ ÅѡɳÊáÕ ´§)
ตองมีการออกคาํ สั่งดวยวาจาหรือทาทาง : การโนม นา ว / การแนะนาํ / การตักเตอื น /

ออกคาํ สง่ั กอ นปฏบิ ตั กิ ารโดยวธิ อี น่ื ๆ เวน แตม คี วามรวดเรว็ ของสถานการณจ นไมส ามารถตกั เตอื นได
¡Ã³Õ¼ÙŒ¡ÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´/¼ÙŒμŒÍ§Ê§ÊÑÂμ‹ÍμŒÒ¹ Ëҡ໚¹¡ÒáÃÐทําâ´Â»ÃÒȨҡÍÒÇØ¸ (áÊ´§¡ÔÃÔÂÒ/
·‹Ò·Ò§Ç‹Ò¨Ðทาํ ÃÒŒ Âà¨ÒŒ ˹ŒÒ·èËÕ Ã×ͼٌÍ×è¹) : (ÊÞÑ Å¡Ñ É³ÊÕá´§)

เนนการใชกําลังตอรางกายเพ่ือควบคุม การใชเคร่ืองมือที่ไมถึงตาย เชน กระบอง
สเปรยพริกไทย กระสุนยาง หรือปนไฟฟา ทั้งน้ีตองพิจารณาถึงการปฏิบัติงานของเจาหนาที่ตํารวจ
ทพ่ี อสมควรแกเหตุในการยับยง้ั พฤตกิ ารณ
¡Ã³Õ¼ÙŒ¡ÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´/¼ÙŒμŒÍ§Ê§ÊÑÂμ‹ÍμŒÒ¹ Ëҡ໚¹¡ÒáÃÐทําâ´Âàª×èÍNjҨÐà¡Ô´ÍѹμÃÒÂμ‹Í¡ÒÂ
¨¹ä´ÃŒ ºÑ ºÒ´à¨ºç : (ÊÞÑ ÅѡɳÊÕá´§)

เนนการใชกําลังตอรางกายเพ่ือควบคุม การใชเคร่ืองมือท่ีไมถึงตาย เชน กระบอง
สเปรยพริกไทย กระสุนยาง หรือปนไฟฟา ทั้งน้ีตองพิจารณาถึงการปฏิบัติงานของเจาหนาที่ตํารวจ
ที่พอสมควรแกเ หตุในการปองกนั พฤติการณ
¡Ã³Õ¼ÙŒ¡ÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´/¼ÙŒμŒÍ§Ê§ÊÑÂμ‹ÍμŒÒ¹Ëҡ໚¹¡ÒáÃÐทําâ´Âàª×èÍNjҨС‹ÍãËŒà¡Ô´¡ÒúҴà¨çº
ÊÒËÑÊËÃÍ× àÊÕªÇÕ Ôμ : (ÊÑÞÅѡɳÊÕá´§)

เจาหนาท่สี ามารถใชอาวุธปน หรือกําลงั ที่ทําใหบ าดเจบ็ สาหัสหรือถงึ แกค วามตาย หรือ
อาจใชวิธีการอื่นทน่ี อยทีส่ ดุ ในการปอ งกนั ภยันตราย และไดส ัดสวนกับภยนั ตรายท่ีใกลจ ะถงึ

ËÁÒÂàËμØ : สาํ หรบั คณุ สมบตั ขิ องเครอ่ื งมอื ทางยทุ ธวธิ แี ตล ะประเภททปี่ รากฏในรปู แบบ
ตอ งมกี ารพจิ ารณาคุณสมบัตเิ ฉพาะทมี่ คี วามเหมาะสมและเปน ไปตามมาตรฐานสากล โดยตองมีการ
ขออนญุ าตอยา งถกู ตอ งตามกฎหมายและมรี ะเบยี บในการบงั คบั ใชท ช่ี ดั เจนในลาํ ดบั ตอ ไป นอกจากนนั้
วธิ ีการปฏบิ ัตขิ องเจา หนา ท่ีตาํ รวจตองมคี วามเปน สัดสวน คือ เหมาะสมสอดคลอ งกับการกระทาํ ของ
ผูตอ งสงสัย/ผูกอเหตุ คือ ตอ งไมเ กนิ ความจาํ เปน หรอื เส่ยี งเกนิ ไปจนอาจเกดิ ความไมป ลอดภัยได

๑๐๓

º··èÕ ÷

¡ÒöÇÒ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÑÂ

ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ÒÃàÃչ̻٠ÃÐจําº·

๑. เพ่อื ใหนกั เรียนนายสบิ ตาํ รวจมีความรูเกยี่ วกบั การถวายความปลอดภยั
๒. เพ่อื ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจมีความเขาใจเก่ยี วกับการถวายความปลอดภัย
๓. เพ่ือใหนักเรียนนายสิบตํารวจนําความรูเก่ียวกับการถวายความปลอดภัยไปปฏิบัติ
ไดถกู ตอ ง และบรรลุวัตถปุ ระสงคข องทางราชการ

ʋǹนาํ

ตาํ รวจมหี นา ทใ่ี นการรกั ษาความปลอดภยั รกั ษาความสงบเรยี บรอ ย ปอ งกนั ปราบปราม
อาชญากรรม และมหี นา ทใี่ นการถวายอารกั ขาและถวายความปลอดภยั พระมหากษตั รยิ แ ละพระบรม
วงศานุวงศท่ที กุ คนตองปฏิบตั โิ ดยเครง ครดั ไมเ กดิ ความบกพรอ งหรอื ผิดพลาด ซึ่งจะตอ งมีการศึกษา
และฝก อบรมใหเ กดิ ความรู ความเขา ใจ และทกั ษะ ปฏบิ ตั ไิ ดถ กู ตอ ง บรรลวุ ตั ถปุ ระสงคข องทางราชการ

๑๐๔

ññ. ¡ÒöÇÒ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÂÑ

จากประวัติศาสตร เจาหนาที่ตํารวจมีหนาที่ในการถวายอารักขาองคพระมหากษัตริย
ทัง้ ยามสงบในเขตพระราชฐาน หรือเม่ือเสดจ็ ออกนอกพระราชฐาน และยามศกึ สงคราม โดยเฉพาะ
เม่ือพระมหากษัตริยเสด็จออกนอกเมือง เจาหนาท่ีตํารวจจะทําหนาท่ีเปนพนักงาน หามปราบ ตาม
ซา ย ตามขวา เมอื่ เวลาเสดจ็ พระราชดาํ เนนิ ออกนอกพระราชฐาน ถา ทรงพระกรณุ าใหเ รง ชา ง เรง เกณฑ
แหน าํ รบั สงั่ ใหห วั หมนื่ ไปเรง และเปน พนกั งานคอยดแู ลหา มปรามมใิ หผ หู นงึ่ ผใู ดทาํ ใหท รงระคายเคอื ง
เบอ้ื งยุคลบาท

ปจจุบันงานถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริยและพระบรมวงศานุวงศ ก็ยังถือ
เปนภารกิจหลักท่ีสําคัญภารกิจหน่ึงของสํานักงานตํารวจแหงชาติที่เจาหนาที่ตํารวจทุกคนตองปฏิบัติ
หนา ท่ีโดยเครงครดั และจะเกดิ ความผิดพลาดมไิ ด โดยเฉพาะเจาหนาทตี่ ํารวจสายตรวจ ซง่ึ นอกจาก
มภี ารกจิ หลกั ในการตรวจตราความสงบเรยี บรอ ยของพนื้ ทรี่ บั ผดิ ชอบแลว ภารกจิ ในการถวายความปลอดภยั
ก็ยงั เปน หนา ที่หลักอกี อันหนึ่ง

การปฏบิ ตั หิ นา ทกี่ ารรกั ษาความปลอดภยั พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั สมเดจ็ พระนางเจา ฯ
พระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ ผูสําเร็จราชการแทนพระองค ผูแทนพระองค และ
พระราชอาคันตุกะ ของเจาหนาที่ตํารวจไดกําหนดการปฏิบัติไวในระเบียบการตํารวจไมเก่ียวกับคดี
ลกั ษณะท่ี ๒๕ เร่อื ง หนา ทีเ่ วรยามหมูตรวจทอ งท่ีและกองรักษาการณ บทที่ ๒๒

ในสวนการปฏิบัติหนาท่ีของเจาหนาที่ตํารวจสายตรวจน้ัน การปฏิบัติในการรักษา
ความปลอดภัยตอ งปฏิบัตติ ามแผนทไ่ี ดก ําหนดไว สว นในบทเรยี นนี้จะกลา วเพยี งรายละเอียดวิธกี าร
ในการปฏบิ ตั ิหนาทีถ่ วายความปลอดภยั ของเจาหนา ท่ีตาํ รวจสายตรวจ

ññ.ñ ¡ÒÃáμ§‹ à¤ÃÍè× §áºº¢Í§ตําÃǨ
การแตงเคร่ืองแบบของตํารวจเจาหนาท่ีตํารวจสายตรวจผูมีหนาที่รักษาความ

ปลอดภยั แบง ออกไดดังน้ี
๑. กรณเี สดจ็ พระราชดาํ เนนิ โดยหมายกําหนดการ
หมายกําหนดการใหแตงเครื่องแบบเต็มยศหรือคร่ึงยศ ช้ันสัญญาบัตร

แตงเคร่ืองแบบเส้ือนอกคอแบะกากี ประดับเคร่ืองราชอิสริยาภรณ เวนสายสะพาย ตํารวจต่ํากวา
ชน้ั สัญญาบตั รลงมาใหแ ตงเคร่ืองแบบชุดฝกตดิ สายนกหวีดและประดับเครื่องราชอสิ รยิ าภรณ

หมายกําหนดใหขาราชการพลเรือนแตงเครื่องแบบปกติขาวหรือเครื่องแบบ
ปกติกากีคอต้ัง นายตํารวจชั้นสัญญาบัตรใหแตงเคร่ืองแบบปกติ ตํารวจต่ํากวาชั้นสัญญาบัตรลงมา
ใหแตงเครอื่ งแบบชุดฝกติดสายนกหวดี และประดับแพรแถบ

หมายกําหนดการใหขาราชการพลเรือนแตงเครื่องแบบปกติคอพับกากีผูกผา
ผกู คอ นายตํารวจชนั้ สญั ญาบตั ร ใหแตง เครือ่ งแบบปกติ คอพบั กากแี ขนยาว ประดับแถบ ผูควบคมุ
กําลังใหแ ตงเครื่องแบบชุดฝก โดยไมตองติดกระดุมเสอื้ เม็ดบน ๑ เมด็ ตํารวจตา่ํ กวาช้นั สญั ญาบตั ร
แตงเคร่ืองแบบชดุ ฝกตดิ สายนกหวีด และประดบั แพรแถบ

๑๐๕

๒. กรณเี สดจ็ พระราชดาํ เนนิ โดยมหี มายกาํ หนดการ ผบู งั คบั บญั ชาชน้ั ผบู ญั ชาการ
แหง พนื้ ทน่ี น้ั จะสงั่ ใหต าํ รวจทร่ี กั ษาความปลอดภยั ตามเสน ทางเสดจ็ ทอ่ี ยนู อกเขตชมุ ชนแตง เครอ่ื งแบบ
เปน อยา งอนื่ กไ็ ดตามความเหมาะสม

๓. กรณเี สดจ็ พระราชดาํ เนนิ โดยไมม หี มายกาํ หนดการหรอื เปน การสว นพระองค
นายตาํ รวจชนั้ สญั ญาบตั ร ใหแ ตง เครอื่ งแบบปกติ คอพบั กากแี ขนยาว ประดบั แพรแถบ ผคู วบคมุ กาํ ลงั
ใหแตงเครื่องแบบชุดฝก โดยไมตองติดกระดุมเส้ือเม็ดบน ๑ เม็ด ตํารวจต่ํากวาช้ันสัญญาบัตร
แตง เครือ่ งแบบชดุ ฝก ติดสายนกหวดี และประดบั แพรแถบ

๔. ตาํ รวจทป่ี ระจาํ กองรกั ษาการณ พระตาํ หนกั ทป่ี ระทบั ใหแ ตง เครอื่ งแบบชดุ ฝก
สาํ หรบั นายตาํ รวจชนั้ สญั ญาบตั ร ดาบตาํ รวจหรอื จา สบิ ตาํ รวจ ทท่ี าํ หนา ทเ่ี ปน ผบู งั คบั กองรกั ษาการณ
หรือผชู ว ย ใหค าดกระบีแ่ ละมีถงุ มือดวย

ññ.ò ¡ÒÃà¢ÒŒ »ÃÐจาํ ¨´Ø
การเขาจดุ ในการถวายความปลอดภัยน้นั ใหเจาหนาทต่ี ํารวจท่ีตอ งปฏิบตั ิภารกิจ

ตามแผน ถวายความปลอดภัยเขาประจําจุดท่ีตองปฏิบัติหนาท่ีกอนเสด็จพระราชดําเนินไมนอยกวา
๑ ชั่วโมง หากสงสัยวาจะมีผูกอความไมสงบเรียบรอยหรือหากปรากฏวามีสิ่งท่ีอาจเปนอุปสรรคตอ
การเสด็จพระราชดําเนินใหรีบแกไขหรือรายงานใหผูบังคับบัญชาท่ีควบคุมอยู ณ ที่นั้นดําเนินการ
ตอ ไปโดยดว น

¡ÒÃÇÒ§กาํ Å§Ñ áÅСÒÃÂ¹× ¶ÇÒ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÑÂ
- การวางกําลังตํารวจรักษาความปลอดภัย ใหจัดวางกําลังต้ังแตตนทาง
ถงึ ปลายทางท่ีเสดจ็ พระราชดาํ เนนิ โดยใหว างกําลงั สลบั ฟนปลา เวนระยะหางพอสมควร
- การยืนถวายความปลอดภัยของเจาหนาที่ตํารวจสายตรวจ ใหยืนทาพักตาม
ระเบียบหันหลังใหถนนหรือทาง แลวทํามุม ๔๕ องศา เฉียงไปในทิศท่ีที่จะเสด็จพระราชดําเนินมา
ถาเปนจุดที่มีการจัดกําลังคูใหแตละนายยืนในทาพักตามระเบียบ หันขางทํามุม ๙๐ องศากับถนน
หรอื ทาง โดยหนั หลังเขาหากนั แตถ าเปนภูมิประเทศทีจ่ ําเปนจะตองสงั เกตการณไปยังท่ีสูง หรือเปน
ภูมิประเทศท่ีไมอํานวยใหปฏิบัติตามระเบียบน้ีได ก็ใหเปล่ียนแปลงการยืนไดตามความเหมาะสม
และสามารถปฏิบัติหนาท่ีไดอยางเต็มท่ี ในขณะที่เสด็จพระราชดําเนินผาน ไมตองถวายความเคารพ
เพ่ือที่ตํารวจจะไดมีโอกาสใชความสังเกตและระมัดระวังเหตุการณตางๆ อันจะเกิดขึ้นไดเต็มที่
กบั ใหค อยระวงั ปอ งกนั ประชาชนมใิ หร กุ ลาํ้ แนวเขา ไปกดี ขวางทางเสดจ็ พระราชดาํ เนนิ สว นผทู แี่ ตง กาย
ไมสุภาพเรียบรอยหรือไมถูกตองตามวัฒนธรรมก็ใหแนะนําใหถอยไปอยูแถวหลัง สําหรับตํารวจ
ชั้นสัญญาบัตร ผูควบคุมใหถวายความเคารพในขณะที่เสด็จพระราชดําเนินผานดวย สวนกอน
หรือหลังเวลาเสด็จพระราชดําเนิน หากมีผูตองรับการเคารพผานตํารวจที่รักษาความปลอดภัย
ตามรายทาง ใหแ สดงความเคารพตามระเบยี บ

๑๐๖

- กรณีพระบรมวงศานุวงศตั้งแตช้ันเจาฟาขึ้นไป เสด็จไปเปนผูแทนพระองคใน
พธิ ีตา งๆ การรักษาความปลอดภัยใหถือปฏบิ ตั ดิ จุ เดยี วกบั การเสด็จฯ ดวยพระองคเอง

ññ.ò ¡ÒöÍ× áÅо¡¾ÒÍÒÇ¸Ø ¢Í§¼ÙŒÁËÕ ¹ŒÒ·ÕÃè Ñ¡ÉÒ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÑÂ
๑. สําหรบั ผมู หี นาทเ่ี ปนยาม และสายตรวจรอบพระตาํ หนักทป่ี ระทับ
- ขณะปฏิบัติหนาที่ยามประจุดหรือขณะที่เคลื่อนที่เปนแถวหรือปฏิบัติ

หนา ทสี่ ายตรวจ และถอื อาวธุ ปน เลก็ สน้ั ปน เลก็ ยาว หรอื ปน เลก็ ลง ใหส ะพายอาวธุ หากตอ งเคลอ่ื นท่ี
เปน ระยะทางไกลจะใชแ บกอาวุธได

- ในเวลากลางคนื หากถอื ปน ทม่ี สี ายสะพายชนดิ สะพายเฉยี งทางดา นหนา ได
ใหสะพายเฉียงดานหนา

- ทา ยนื ในขณะปฏิบัติหนา ท่ยี ามประจาํ จุดใหใชท าพกั ตามระเบยี บ
- การแสดงความเคารพในขณะยืนสะพายอาวุธใหแสดงดว ยทาตรง แตถ า
กาํ ลงั ถอื ปน อยใู นทา เรยี บอาวธุ ใหแ สดงความเคารพดว ยทา วนั ทยาวธุ หากกาํ ลงั ถอื หรอื สะพายอาวธุ
ยืนอยูในทาอ่นื ใหแสดงความเคารพโดยกระทาํ วันทยหัตถ
๒. สําหรับผมู หี นาที่ประจาํ พลับพลาทปี่ ระทบั
- ใหใชป นพกประจาํ กาย โดยพกใสซ องติดกับเขม็ ขดั ทางดา นมอื ที่ถนดั
- ขณะรักษาการณใหยืนในทาพักตามระเบียบและแสดงความเคารพ
ดวยการทาํ วนั ทยหตั ถ
- ในกรณที เี่ หน็ สมควรหรอื จาํ เปน ผบู งั คบั บญั ชาระดบั ไมต าํ่ กวา ผบู งั คบั การ
จะสงั่ ใหเปลย่ี นหรือเพม่ิ อาวุธประจํากายเปน ปน กลมือหรือปน เล็กยาวกไ็ ด
๓. สําหรับผูมีหนาท่ีรกั ษาการณต ามรายทางเสดจ็ พระราชดําเนนิ
- ใหใ ชปน พกเปนอาวธุ ประจาํ กาย โดยพกใสซ องตดิ กบั เข็มขัดทางดานมอื
ทถี่ นดั
- ขณะรกั ษาการณ ใหย นื ในทา พกั ตามระเบยี บ และไมต อ งถวายความเคารพ
เมอื่ ขบวนเสดจ็ พระราชดาํ เนนิ ผา น และหากมกี ารกระทาํ ผดิ หรอื การกระทาํ อนื่ ใดอนั อาจเปน อปุ สรรค
ตอ การเสด็จพระราชดาํ เนนิ เกิดข้ึน ใหเขา ระงบั เหตหุ รือแกไ ขไดตามความจาํ เปน และเหมาะสม
- ในกรณที เี่ หน็ สมควรหรอื จาํ เปน ผบู งั คบั บญั ชาระดบั ไมต า่ํ กวา ผบู งั คบั การ
หรอื ผทู ไ่ี ดร บั มอบหมาย จะสง่ั ใหเ ปลยี่ นหรอื เพม่ิ อาวธุ ประจาํ กายเปน อาวธุ ชนดิ อน่ื กไ็ ด ในกรณเี ชน นน้ั
ใหอนุโลม ปฏบิ ตั ติ ามวิธีปฏบิ ตั สิ ําหรับตาํ รวจยามหรอื สายตรวจรอบพระตาํ หนกั
- ในพนื้ ทท่ี อ่ี าจมอี นั ตรายจากฝา ยตรงขา ม การถอื อาวธุ ใหเ ปน ไปตามยทุ ธวธิ ี
ññ.ó สาํ ËÃºÑ ¼ŒÙÁËÕ ¹ÒŒ ·ÕèÃ¡Ñ ÉÒ¡ÒóÀ ÒÂ㹺ÃàÔ Ç³·ÕÁè ªÕ ÁØ ¹ØÁª¹
- ใหใ ชป น พกเปน อาวธุ ประจาํ กาย โดยพกใสซ องตดิ กบั เขม็ ขดั ทางดา นมอื ทถ่ี นดั
- ในกรณีท่มี ีการจดั ใหป ระชาชนนง่ั เฝาฯ ใหจัดกําลังตํารวจเพยี งเทาท่ีจําเปนอยู

๑๐๗

หนาประชาชน เฉพาะจุดท่ีเห็นวา สาํ คญั และจดั กําลงั อีกสว นหน่ึง ยนื รักษาการณห ลังประชาชนที่น่งั
เฝาฯ และปะปนอยกู ับประชาชนทีย่ นื เฝาฯ ในสว นดา นหลงั ถาจัดตาํ รวจหญงิ ใหต าํ รวจหญงิ นัง่ แทรก
ประชาชนทน่ี ่งั เฝาฯ ในดา นหนา เมื่อเสด็จพระราชดาํ เนินถึงทท่ี ปี่ ระชาชนเฝารบั เสด็จฯ ใหเ จาหนา ท่ี
ตาํ รวจทอี่ ยดู า นหนา ประชาชนหลบออกไปใหพ น เสน ทางเสดจ็ พระราชดาํ เนนิ การรกั ษาความปลอดภยั
ในสว นนจ้ี ะเปน หนา ทีข่ องสวนหนาและสว นหลังของราชองครักษ นายตํารวจราชสาํ นักประจํา ทหาร
มหาดเล็กรักษาพระองค และเจาหนา ที่รกั ษาความปลอดภยั ที่ประจาํ ขบวนเสดจ็ พระราชดําเนนิ

- เมอื่ เสดจ็ ฯ มาถงึ ตรงหนา ใหถ วายความเคารพดว ยการกระทาํ วนั ทยหตั ถ ยกเวน
ตํารวจหญงิ ท่ีนัง่ ปฏิบตั หิ นาท่ไี มตอ งถวายความเคารพ

- การวางกําลังตํารวจนอกเคร่ืองแบบใหถือการรักษาความปลอดภัยเปนหลัก
โดยวางกาํ ลงั ปะปนกบั ประชาชนในทที่ ค่ี ะเนวา อาจมอี นั ตรายจากผทู เี่ ฝา ฯ ไมซ อ นหรอื พรางหรอื กาํ บงั ตวั
อันจะทําใหฝ า ยตรงขา มสงสยั รตู วั และสามารถตอบโตไ ด

- หามตาํ รวจนอกเครอื่ งแบบทีป่ ฏบิ ัติหนาท่ีตามขอ นี้พกพาอาวธุ ไมวาชนดิ ใดๆ
- การวางกําลังตํารวจในเคร่ืองแบบโดยวิธีซอน พราง หรือกําบังตัวตองเปนไป
ตามแผนปฏิบตั ิการ ซ่งึ มกี ารประสานกับหนว ยงานตางๆ ลว งหนาและตลอดเวลา

๑๐๘

๑๐๙

º··èÕ ø

¡ÒÃÊ×èÍÊÒÃã¹Ë¹ÒŒ ·èตÕ าํ ÃǨ

ÇÑμ¶Ø»ÃÐʧ¤¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ»ÃÐจําº·

๑. เพื่อใหนกั เรยี นนายสบิ ตํารวจมคี วามรูเกย่ี วกับหลักการสอ่ื สารทัว่ ไป
๒. เพอ่ื ใหนักเรียนนายสบิ ตาํ รวจมคี วามเขา ใจเกยี่ วกับหลัการส่อื สารท่วั ไป
๓. เพื่อใหนักเรียนนายสิบตํารวจนําความรูเก่ียวกับหลักการสื่อสารทั่วไป สามารถนํา
ไปปฏบิ ัติไดถกู ตอ ง และบรรลุวัตถปุ ระสงคข องทางราชการ

ÊÇ‹ ¹นํา

การปฏบิ ตั หิ นา ทขี่ องตาํ รวจ เพอ่ื ใหท นั ตอ สถานการณแ ละแกไ ขปญ หาไดถ กู ตอ ง จะตอ ง
มกี ารสอ่ื สารทเ่ี ขา ใจและรวดเรว็ โดยมเี ครอ่ื งมอื สอื่ สารเปน ตวั กลางนาํ สาร ในปจ จบุ นั การตดิ ตอ สอื่ สาร
มีหลายชอ งทาง และทเี่ จาหนา ทีต่ าํ รวจยึดถือปฏบิ ัติคือการตดิ ตอ สื่อสารทางวิทยุ ซึ่งสะดวก รวดเร็ว
และทันตอสถานการณ จึงจําเปนตองศึกษา เรียนรู ฝกอบรมในการใชใหเกิดทักษะและบํารุงรักษา
ใหถกู ตองตามระเบยี บของทางราชการ

๑๑๐

ËÅ¡Ñ ¡ÒÃÊÍ×è ÊÒ÷ÑèÇä»

ปจ จบุ นั ววิ ฒั นาการในดา นการสอ่ื สารไดเ จรญิ รดุ หนา ไปอยา งรวดเรว็ ไดม กี ารนาํ เทคโนโลยี
สมยั ใหมม าใชก บั ระบบสอ่ื สาร ในการรบั สง ขา วสารและขอ ความตา งๆ ทงั้ ภาครฐั และเอกชนประกอบกบั
สภาพแวดลอมในเมืองหลวงของประเทศไทยมีปญหาในเร่ืองการจราจรติดขัด การสื่อสารจึงมีความ
จําเปนอยางมากที่จะอํานวยความสะดวกในการติดตอประสานงานซ่ึงกันและกัน มีท้ังวิทยุสื่อสาร
โทรศัพท โทรเลข โทรพมิ พ เทเลก็ ซ เปนตน

ในสวนของสํานักงานตํารวจแหงชาติจะมีกองบัญชาการหรือกองบังคับการเปนแมขาย
ควบคมุ การตดิ ตอ สอื่ สารของลกู ขา ยและสามารถตดิ ตอ สอ่ื สารระหวา งกองบญั ชาการตอ กองบญั ชาการ
ทีใ่ กลเ คยี งได

Ãкº¡ÒÃμÔ´μÍ‹ ÊèÍ× ÊÒà แบง ออกตามความสามารถการโตตอบได ๒ ประเภท คอื
ñ. Ãкº¡ÒÃÊèÍ× ÊÒ÷ҧà´ÕÂÇ (ONE WAY DIRECTION)

เปนการติดตอส่ือสารในทิศทางเดียวโดยที่ผูรับไมสามารถสงขาวสารโตตอบไปยัง
ผูสง ได เชน โทรทศั น วทิ ยุกระจายเสียง วทิ ยุเรียกตวั

ò. ÃкºÊè×ÍÊÒà ò ·Ò§ (TWO WAY DIRECTION)
เปนการติดตอสื่อสารที่สามารถโตตอบกันไดระหวางผูรับกับผูสง เชน วิทยุส่ือสาร

โทรศพั ท เปน ตน

¤ÇÒÁËÁÒ¢ͧคาํ NjҡÒÃÊè×ÍÊÒÃ

มผี ใู หคําจํากดั ความของคําวา “¡ÒÃÊÍ×è ÊÒÔ หลายคน เชน
“การสื่อสาร หมายถึง บรรดาเคร่ืองมือที่ใชในการรับ-สง หรือนําขาวสารแมเราจะอยู
หา งไกลเกนิ กวา เสยี งมนษุ ยต ดิ ตอ ไดย นิ แตเ รากส็ ามารถสง ขา วใหถ งึ กนั ไดโ ดยใชต วั แทนหรอื สญั ญาณ”
(จันทรศ ริ ิ มลู ศาสตร, ๒๕๓๕ : ๑)
“การส่ือสาร หมายถึง ระบบการอันหนึ่งซึ่งหมายถึงการจัดและการใชเคร่ืองมือ คน
หรอื สัตวนําการรับ-สงขา ว รายงาน คําสัง่ หรอื ขอ ความใดๆ ทตี่ อ งการใหอ กี ฝา ยหน่งึ ทราบ” (สุนทร
บางทา ไม ม.ป.ป. : ๔๓)
“วิศวกรรมการส่ือสาร หมายถึง การเปล่ียนขาวสารทุกรูปแบบท่ีผูใชตองการสงขาวสาร
แปลเปน สญั ญาณไฟฟา เปน ตวั แทนของขา วนน้ั ไปยงั จดุ หมายปลายทางทตี่ อ งการและปลายทางนจี้ ะ
แปลงสัญญาณไฟฟา เปน ขา วสารใหค นทวั่ ไปเขาใจ” (พงษช าย เจรญิ ธนะจนิ ดา, ๒๕๒๔ : ๓)
รวมความแลวคําวา “¡ÒÃÊè×ÍÊÒÔ หมายถึง “วิธีการใดๆ ที่สามารถรับหรือสงขาวสาร
ถึงกันและกันไดถึงแมจะอยูไกลกันเกินกวาเสียงมนุษยจะไดยินถึงโดยการใชตัวแทนหรือสัญญาณสง
ไปยงั อีกฝายหน่งึ และเขา ใจความหมายตรงกนั ” (กิตติชยั ริ้ววริ ิยะ, ๒๕๓๕ : ๘)

๑๑๑

ÃÐàºÕº¡ÃÁตาํ ÃǨÇÒ‹ ´ÇŒ Âà¤ÃÍè× §ÃѺ-Ê‹§ÇÔ·Â¢Ø Í§¡ÃÁตาํ ÃǨ
¾.È.òõò÷

¢ÍŒ ñ ผใู ชเ ครอื่ งมอื สอื่ สารจะตอ งมคี วามรคู วามเขา ใจเกย่ี วกบั ระเบยี บการสอ่ื สารของ
กรมตํารวจ และระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการรักษาความปลอดภัยแหงชาติกับการส่ือสาร
พ.ศ.๒๕๒๕

¢ÍŒ ò ผูใชเคร่ืองรับ-สงวิทยุ ตองมีนามเรียกขานตามที่กรมตํารวจกําหนดให หรือที่
หนวยงานในสงั กัดกรมตาํ รวจกําหนดขึ้น โดยไดร ับความเหน็ ชอบจากกองตํารวจสอื่ สาร

¢ÍŒ ó ผูใชเครื่องรับ-สงวิทยุ จะตองเปนผูไดรับอนุญาตจากหัวหนาหนวยงานตั้งแต
ชนั้ สารวัตรหรอื เทียบเทาขึ้นไป

¢ÍŒ ô ในการตดิ ตอ สอ่ื สารจะตอ งใชป ระมวลลบั นามเรยี กขานทกี่ าํ หนดหรอื หนว ยงาน
ในสังกัดกรมตํารวจกาํ หนดข้นึ โดยไดรับความเห็นชอบจากกองตาํ รวจส่ือสาร

¢ÍŒ õ การติดตอส่ือสารกันโดยตรงจะตองไดรับอนุญาตจากสถานีบังคับขายกอน
เมื่อไดร บั อนุญาตแลวจึงจะทําการติดตอกนั ได และเมอ่ื การตดิ ตอจะตองแจงสถานบี งั คบั ขายใหท ราบ

¢ŒÍ ö การตดิ ตอสื่อสารทางเครื่องมอื -สง วิทยุ หากกรมตํารวจหรือหนวยงานในสงั กัด
กรมตํารวจ มไิ ดกําหนดประมวลลบั ในการตดิ ตอ สื่อสาร จะตองใชถอ ยคาํ ท่ีสภุ าพ ขอ ความทจ่ี ะตดิ ตอ
ตองสั้น กะทดั รัด ไดใ จความ

¢ŒÍ ÷ หามใชเครื่องรับ-สงวิทยุ พูดจาหลอกลอหรือติดตอกันในเรื่องสวนตัวหรือ
เรอื่ งอืน่ ๆ อนั ไมเ กยี่ วขอ งกบั ราชการ

¢ŒÍ ø ผูใชเครื่องมือสื่อสารตองใชความถ่ีใหถูกตองภายในขายการส่ือสารของ
หนวยงานนน้ั ตามท่ีกรมตาํ รวจกําหนด

¢ŒÍ ù กรณีขาวการติดตอ ความถี่น้ันมีการติดตอสื่อสารกันอยู หามเรียกสอดแทรก
เขาไป ยกเวน มเี หตเุ รง ดว นฉุกเฉนิ

ขÍ ñð ผใู ชเ ครอ่ื งรบั -สง วทิ ยุ จะตอ งรกั ษาความลบั ในขอ ความทตี่ ดิ ตอ สอ่ื สารหรอื ไดย นิ
จากทอ่ี ่นื ติดตอราชการกันอยโู ดยเครงครัด

¢ÍŒ ññ ผูใชเครื่องรับ-สงวิทยุ จะตองเรงความดังของเคร่ืองรับวิทยุพอสมควรท่ีตนเอง
จะไดย นิ เทาน้ัน

¢ŒÍ ñò การตดิ ตอ สอ่ื สารขอความทเี่ ปน ความลบั ใหเ ขารหัสในการตดิ ตอ สอ่ื สาร
¢ÍŒ ñó หา มนาํ เครอ่ื งรบั -สง วทิ ยุ ของกรมตาํ รวจไปใหบ คุ คลภายนอกเกบ็ ใช หรอื ทาํ การ
ตรวจซอ มเปน อันขาด
¢ÍŒ ñô เครื่องรับ-สงวิทยุ ของกรมตํารวจท่ีอยูในความรับผิดชอบ เมื่อเกิดชํารุด
เสียหายจะตองรายงานใหผูบงั คับบัญชาทราบโดยดวน

๑๑๒

¢ÍŒ ñõ หามพกพาเครื่องรับ-สงวิทยุ เขาไปในสถานท่ีอันไมบังควรเปยเผย และมิไดมี
ราชการสําคญั

¢ÍŒ ñö ผูใชเครื่องรับ-สงวิทยุ จะตองปฏิบัติตามคําส่ังหรือขอเสนอแนะของ
กองตาํ รวจสือ่ สารอันเกี่ยวดว ยการปฏิบัตกิ ารส่ือสาร

¢ŒÍ ñ÷ ใหกองตาํ รวจส่อื สาร กรมตํารวจ ปฏิบตั ิและตรวจสอบการใชเ ครอื่ งรับ-สงวทิ ยุ
ของหนวยงานใหเ ปน ไปตามระเบยี บน้ี

¢ÍŒ ñø เมอ่ื มกี ารฝาฝนระเบยี บนี้ ใหผบู งั คับบญั ชาพิจารณาโทษตามควรแกก รณี
¡ÒÃàÅ×Í¡Ç¸Ô Õ¡ÒÃʧ‹ ¢Ò‹ Ç ซ่ึงมีลําดบั ความปลอดภัยจากมากไปหานอ ย ดงั นี้
๑. เจา หนาท่นี าํ สาร
๒. ไปรษณียลงทะเบียน
๓. วงจรสายท่รี บั รองแลว
๔. ไปรษณียธ รรมดา
๕. วงจรสายท่ไี มรบั รอง
๖. ทศั นสญั ญาณ
๗. สัตวนําสารทฝ่ี กและข้นึ ทะเบยี นของทางราชการแลว
๘. เสยี งสญั ญาณ
๙. วิทยุ
¡ÒÃÃÑ¡ÉÒ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÂÑ ã¹¡ÒÃàμÃÕÂÁทาํ ¢‹ÒÇ ผูเ ขียนขา วและผูอนมุ ตั ขิ า วจะตอ งปฏบิ ตั ิ
ดังนี้
๑. ผูเขยี นขาวตอ งเขียนขาวในกระดาษขา วตามตัวอยา งทแ่ี สดงไวท า ยระเบยี บ
๒. ขา วท่ีจะสง ทางวิทยุตองสั้น กะทัดรัด ชดั เจน และไมสามารถสง โดยวธิ ีอน่ื ใด
๓. ผใู หข า วเปน ผกู าํ หนดชน้ั ความลบั ของขา วโดยใหป ฏบิ ตั ติ ามระเบยี บวา ดว ยการรกั ษา
ความปลอดภัยแหงชาติ พ.ศ.๒๕๑๗
๔. ผูใหขาวตองกําหนดชั้นความเรงดวนของขาวใหเหมาะสม เพ่ือสงถึงผูรับทันเวลา
และตามความจาํ เปน ของสถานการณ
¡ÒÃกํา˹´¹ÒÁàÃÕ¡¢Ò¹áÅлÃÐÁÇÅÅѺ
¡ÒÃกํา˹´¹ÒÁàÃÂÕ ¡¢Ò¹
ตามระเบียบวาดวยเคร่ืองรับ-สงวิทยุของสํานักงานตํารวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๒๗ ระบุไว
ในขอ ๒ วา “ผใู ชเ ครอ่ื งรบั -สง วทิ ยตุ อ งมนี ามเรยี กขานตามทส่ี าํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตกิ าํ หนดใหห รอื ท่ี
หนว ยงานในสงั กดั สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตกิ าํ หนดขน้ึ โดยไดร บั ความเหน็ ชอบจากกองตาํ รวจสอ่ื สาร”
ฉะนั้นการติดตอส่ือสารภายในหนวยงานตางๆ ของสํานักงานตํารวจแหงชาติ จึง
จําเปนตองกําหนดนามเรียกขานแทนช่ือของหนวยงานและของบุคคลเพ่ือใหการปฏิบัติหนาที่เปน
ไปดวยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การกําหนดนามเรียกขานสวนใหญในหนวยงานตางๆ ของ

๑๑๓

สํานักงานตํารวจแหงชาติท่ีขอมีวิทยุสื่อสารจะเปนผูกําหนดนามเรียกขานข้ึนเองและขออนุมัติจาก
สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ เมอ่ื สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตอิ นมุ ตั แิ ลว จงึ แจง ไปยงั กองตาํ รวจสอื่ สารใหท ราบ
เชน ศฝร.ภ.๖ กาํ หนดนามเรียกขานของหนวยงานวา “สวรรค”
การกําหนดตวั เลขแทนชื่อบุคคล สว นมากนยิ มใชเ ลขหลักหนว ย หลักสิบ และหลกั รอย
จากผูบังคับบญั ชาสงู สุดของหนวยจนถึงตําแหนง ตํา่ สุดคอื ลูกแถว เชน
ผบก.ศฝร.ภ.๖ ใชหมายเลข ๑ มีนามเรยี กขานวา ภูผา ๑
รอง ผบก.ศฝร.ภ.๖ ใชหมายเลข ๒ มีนามเรยี กขานวา ภผู า ๒
รอง ผบก.ศฝร.ภ.๖ ใชห มายเลข ๓ มีนามเรยี กขานวา ภผู า ๓
ผกก.ฝอ.ศฝร.ภ.๖ ใชห มายเลข ๔ มีนามเรยี กขานวา ภผู า ๔
ผกก.บศ.ศฝร.ภ.๖ ใชหมายเลข ๕ มีนามเรียกขานวา ภผู า ๕

¡ÒÃàÃÕ¡¢Ò¹
การเรียกขาน คือ การที่สถานีแมขายและลูกขายทดสอบความชัดเจนของวิทยุ
ซง่ึ กนั และกนั วา มคี วามชดั เจนเพยี งใด (ว.๑๖ ใด) และลกู ขา ยอยปู ฏบิ ตั หิ นา ทหี่ รอื ไม ตอ จากนนั้ ถา ลกู ขา ย
มคี วามประสงคจะติดตอกบั ผูอ ืน่ ใหกดคยี  (PTT) แลวเรยี กขานเขา สถานีแมข า ยทเ่ี ราตอ งการพูดดว ย
๑ ครง้ั แลวตามดวยคําวา “จาก” หรือ “เรยี ก” และนามเรยี กขานของผเู รยี ก เชน ศฝร.ภ. ๖ มสี ถานี
แมข า ยใชน ามเรียกขานวา “สวรรค” และมีลกู ขายใชน ามเรยี กขานวา “ภูผาและคีรี” (ภูผาหมายถงึ ผูท่ี
ทํางานท่กี องกาํ กับ ครี ีหมายถึงผูที่ทํางานทก่ี องรอย)
ʶҹáÕ Á¢‹ Ò‹  คือ ศนู ยก ารสื่อสารของหนวยงานน้นั ๆ มีหนา ทคี่ อยรับ-สงขา วหรือคาํ สง่ั
ไปยังหนวยงานรองและลูกขา ย
š٠¢Ò‹  คอื หนว ยงานรองจากสถานแี มข า ยและผรู บั ปฏบิ ตั คิ อยรบั คาํ สงั่ จากผบู งั คบั บญั ชา
ทีส่ ัง่ การจากสถานีแมข ายไปยงั ลูกขา ย

á¼¹ÀÁÙ Ô¡ÒÃÊèÍ× ÊÒÃÈٹ½ ƒ¡ÍºÃÁตาํ ÃǨÀٸà ö ¹¤ÃÊÇÃä

ศนู ยส ื่อสาร “สวรรค”

กองรักษาการณ แผนกธุรการ แผนกวชิ าการ รอ ย ๑ รอย ๒ รอ ย ๓ รอย ๔ รอย ๕ รอ ย ๖

ลูกขาย ลูกขา ย ลูกขาย ลูกขา ย ลกู ขา ย ลกู ขาย ลูกขาย ลกู ขา ย ลกู ขา ย

๑๑๔

μÇÑ ÍÂÒ‹ §¡ÒÃàÃÕ¡
ลูกขาย : สวรรคจ ากภผู า ๐๒ ว.๒ เปล่ยี น
ถา แมข า ยไดยินจะตอบวา
สถานีแมข าย : สวรรค ว.๒ เปลีย่ น

แสดงวา สถานไี ดย นิ ภผู า ๐๒ เรยี ก แลว ตอบรบั ถา ลกู ขา ยมธี รุ ะหรอื มรี าชการจะขอตดิ ตอ
กบั ลกู ขายโดยผา นศนู ยห รอื สถานแี มข าย กจ็ ะพดู ตอไปวา

ลกู ขาย ภผู า ๐๒ : ขอ ว.๖ กบั ภผู า ๐๑
สถานีแมข ายจะตอบวา : ทราบ ว.๖
โดยผานสถานีแมขายรับรูและตอบรับ ภูผา ๐๒ ก็สามารถพูดติดตอกับภูผา ๐๑ ได ถาภูผา ๐๒
พูดติดตอกับ ภผู า ๐๑ เสร็จเรียบรอ ยแลว ภูผา ๐๒ จะแจงเขาสถานแี มขา ย คือ “สวรรค” บอกเลิก
ว.๖ “สวรรค” กจ็ ะแจงวา “เลกิ ว.๖” และตอดว ยเวลาในขณะนั้น เชน เลกิ พูดเมอ่ื เวลา ๑๐.๓๐ น.
ก็จะพูดวา “เลิก ว.๖ สิบจุดสามศูนย” เปนการเสร็จสิ้นการพูดของลูกขายท้ังสอง ลูกขายคนอ่ืนๆ
ก็สามารถแจงเขาสถานีแมขายเพ่ือติดตอกับบุคคลอื่นหรือลูกขายไดตอไป การพูดวิทยุติดตอกัน
จะตอ งขออนุญาตตอ สถานีแมขา ยทกุ ครงั้ กอ นเสมอ
ในกรณีที่ลูกขายกําลังพูดติดตอกับสถานีแมขายแตตองการใชคําพูดแบบบุคคลธรรมดา
ไมใ ชป ระมวลรหสั ลบั ตอ งเปลย่ี นชอ งความถไ่ี ปใชช อ งอนื่ ทต่ี กลงกนั ไว (ว.๓๒) เชน สถานแี มข า ย ใชค ลนื่
ความถี่ ๔๑๕ เปน ความถปี่ ระจาํ ศนู ย ตอ งเปลยี่ นเปน ๔๒๕ เปน ตน เพอื่ เปด โอกาสใหล กู ขา ยคนอนื่ ๆ
ใชช อ งเรียกขาน ๔๑๕ บา ง หามการตดิ ตอ สนทนา ที่ไมใชประมวลรหัสลบั ในชอ งความถ่ปี ระจําศูนย
ประมวลสญั ญาณ ว. มที ัง้ หมด ๔๕ ตวั ในการติดตอ สื่อสารจรงิ จะใชประมาณ ๓๐ ตัว
นอกนน้ั นานๆ จะใชส ักคร้ัง

»ÃÐÁÇÅÅѺ

»ÃÐÁÇÅÅѺ·èÕãªãŒ ¹ÃÒª¡ÒÃสาํ ¹¡Ñ §Ò¹ตําÃǨá˧‹ ªÒμÔ
Ç.ð หมายความวา ขอรบั คาํ ส่ัง, ตอ งทราบ, ใหบ อกมาดวย
Ç.ðð หมายความวา คอยกอ น, คาํ สง่ั หรอื เรอ่ื งทตี่ อ งการทราบจะแจง มาภายหลงั
Ç.ñ หมายความวา ขอทราบทอ่ี ย,ู ขณะนอี้ ยูทไ่ี หน
Ç.ò หมายความวา ไดย ินหรอื ไม, ไดย นิ แลวตอบดวย, ไดยนิ แลว ตาม ว.๒
Ç.ó หมายความวา ใหท บทวนขอ ความซํา้ อีก
Ç.ô หมายความวา การปฏิบัตงิ าน, ออกปฏบิ ัติงาน, ไปปฏบิ ัตงิ าน
ว.õ หมายความวา ปฏบิ ัติราชการลับ
Ç.ö หมายความวา ขออนญุ าตตดิ ตอ กนั โดยตรง ระหวา ง.....กบั .....โดยขออนญุ าต

“ȹ٠”

๑๑๕

Ç.÷ หมายความวา ประสบเหตุคบั ขนั ทีต่ องการความชว ยเหลอื
Ç.ø หมายความวา สงขอความแบบยาว รายงานเพราะเนอื่ งจากรายงานมายงั
“Èٹ” วางหรือไมหรือกําลังติดตอกับสถานีใด เพราะถาไมทราบอาจจะรายงานทับกัน ๒ สถานี
ฟง ไมร เู รอ่ื งและตอ งรายงานใหมท าํ ใหเ สยี เวลา ฉะนน้ั จงึ ไดก าํ หนดประมวลสญั ญาณ ว.๘ ขนึ้ ซงึ่ กาํ หนด
หมายความวา สถานอี นื่ เรยี กศนู ยแ ละเรยี ก ว.๘ ตอ งการรายงานเหตขุ อ ความยาว “ȹ٠” วา งหรอื ไม
เมื่อ ว.๘ ศูนยวาง จะตอบ ว.๘ และเรียกเขามาก็รายงานเขามาได สถานีอื่นที่ไดยิน ศูนย ว.๘
ทุกสถานีหามเรียกแซงเขาไป ใหรอจนกวาศูนยจะเสร็จสิ้นการติดตอ ยกเวนมีขาวดวนที่จะตองรีบ
รายงานก็เรยี กแซงเขาไปไดในระหวา ง ว.๘ พัก
Ç.ù หมายความวา มเี หตฉุ กุ เฉนิ หรอื เหตดุ ว นสาํ คญั ถา ศนู ยฯ ประกาศใชป ระมวลลบั
ว.๙ หมายความวา ศูนยฯ ตองการใหรถทุกคันหรือสถานีตางๆ ระงับการติดตอช่ัวคราวและ
ใหคอยรับคําสั่งจากศูนยฯ ไดทันที แตถารถวิทยุแจงประมวลลับน้ี หมายถึง รถวิทยุมีเหตุฉุกเฉิน
หรือเหตุดวนที่จะตองรีบเดินทางไปถึงท่ีเกิดเหตุหรือที่ใดท่ีหน่ึงขออนุญาตใชสัญญาณไฟแดง
และเสียงไซเรน หรือเมื่อศูนยฯ สั่งรถวิทยุคันใดใหใชประมวลลับนี้ หมายถึง ศูนยตองการใหรถวิทยุ
คนั นัน้ ใชส ญั ญาณไฟแดงหรือเสยี งไซเรนเพ่อื ใหร บี เดนิ ทางไปทีห่ นึ่งทีใ่ ด
Ç.ñð หมายความวา หยุดรถเพื่อปฏิบัติงานและติดตอทางวิทยุได เชน หยุดรถ
เพ่ือสังเกตการณเหตุการณ ณ ที่หนึ่งท่ีใด ก็ใหแจง “ว.๑๐ สังเกตการณที่...(แจงสถานที่)” หรือ
หยุดปฏบิ ตั งิ านทีเ่ กิดเหตใุ หแ จง “ว.๑๐ ทเ่ี กิดเหตุ...(แจง เหตหุ รือสถานท)่ี ”
Ç.ññ หมายความวา หยดุ พกั หรอื จอดรถ โดยไมเ กยี่ วกบั การปฏบิ ตั หิ นา ทแ่ี ละวทิ ยุ
ยงั สามารถตดิ ตอ ได
Ç.ñò หมายความวา หยดุ รถปฏบิ ตั งิ านหรอื หยดุ พกั รถหรือจอดรถ โดยปดเครอื่ ง
รับ-สงวิทยุ ไมส ามารถตดิ ตอทางวิทยุได
Ç.ñó หมายความวา ใหต ดิ ตอทางโทรศพั ท
Ç.ñô หมายความวา เลกิ ตรวจ เลิกปฏบิ ตั งิ าน หรอื ปฏบิ ตั งิ านเสร็จสน้ิ แลว
Ç.ñõ หมายความวา ใหไ ปพบ, ขอพบกัน
Ç.ñö หมายความวา ทดลองเครอื่ งรบั -สง วิทยุ โดยมีความชดั เจนของเสยี งดงั นี้

ว.๑๖-๑ หมายความวา รบั ฟงไมรเู ร่อื ง มีการรบกวนมาก
ว.๑๖-๒ หมายความวา รบั ฟงไมชดั เจน
ว.๑๖-๓ หมายความวา รบั ฟงชดั เจนพอใชได
ว.๑๖-๔ หมายความวา รับฟง ไดช ัดเจนดี
ว.๑๖-๕ หมายความวา รบั ฟง ไดช ดั เจนดีมาก

เชน ถาม ว.๑๖ ตอบ ว.๑๖-๕

๑๑๖

Ç.ñ÷ หมายความวา มเี หตอุ นั ตราย ณ จดุ ใดจดุ หนงึ่ หา มผา น การใชป ระมวลลบั นี้
จะตองแจงชอื่ สถานหี รอื เสนทางตอ ทา ยประมวลลับนใี้ หท ราบดว ย

Ç.ñø หมายความวา นาํ รถออกทดลองเครอื่ งยนต
Ç.ñù หมายความวา สถานีวิทยุอยูในภาวะคับขัน ถูกยึด หรือถูกโจมตี และ
ไมส ามารถปอ งกันตนเองได
Ç.òð หมายความวา ตรวจคน คนหา ตรวจสอบ
ว.òñ หมายความวา ออกจาก
Ç.òò หมายความวา ถงึ
Ç.òó หมายความวา ผาน หรอื ระหวางการเดินทาง
Ç.òô หมายความวา ถาใชเปนคําถาม หมายความวา ขอเทียบเวลาหรือขอทราบ
เวลา ถา ใชเปนคําตอบ หมายความวา แจง เวลา
Ç.òõ หมายความวา ถา เปน คาํ ถาม หมายความวา จะไปทใ่ี ดหรอื ทห่ี มายอยทู ไ่ี หน
ถา เปน คาํ ตอบ หมายความวา จะไปยงั หรอื ทหี่ มายคอื โดยใหระบุชือ่ ท่หี มายไวท าย
Ç.òö หมายความวา ใหพยายามตดิ ตอ กนั ทางวทิ ยุใหนอยทสี่ ดุ หากจาํ เปนใหใ ช
ประมวลลับหรือรหัส (ประมวลลับ ว.๒๖ นี้ควรใชสําหรับภารกิจในพื้นที่ท่ีสถานการณไมนาไววางใจ
ฝายตรงขา มอาจดกั ฟง การติดตอทางวิทยขุ องฝายเราได)
Ç.ò÷ หมายความวา การตดิ ตอทางโทรพิมพ
Ç.òø หมายความวา ประชุม
Ç.òù หมายความวา มรี าชการอะไร
Ç.óð หมายความวา ขอทราบจาํ นวน (ใชกับคน สงิ่ ของ อาวุธ)
Ç.ó๑ หมายความวา เปล่ียนความถีช่ อง ๑
Ç.óò หมายความวา เปลย่ี นความถชี่ อง ๒
Ç.óó หมายความวา เปลย่ี นความถ่ีชอง ๓
Ç.óô หมายความวา เปลยี่ นความถชี่ อ ง ๔
Ç.óõ หมายความวา ใหเ ตรยี มพรอมออกปฏบิ ตั ิงาน
Ç.óö หมายความวา เตรยี มพรอ มเต็มอัตรา
Ç.ó÷ หมายความวา เตรียมพรอ มคร่งึ อตั รา
Ç.óø หมายความวา เตรียมพรอ ม ๑ ใน ๓
Ç.ó๙ หมายความวา การจราจรคบั ค่ัง (แลวบอกสถานท่ี)
Ç.ôð หมายความวา มีอุบัติเหตุรถยนตช นกนั หรือรถยนตช นคน (แลวบอก

สถานท)ี่
Ç.ôñ หมายความวา สัญญาณไฟเสยี (แลวบอกสถานที่)

๑๑๗

Ç.ô๒ หมายความวา ยานพาหนะนําขบวน
Ç.ôó หมายความวา จุดตรวจยานพาหนะ (แลวบอกสถานท)ี่
Ç.ôô หมายความวา FAX หรอื โทรสาร
Ç.ôõ หมายความวา ตรวจสอบประวัติบคุ คลหรือรถ
Ç.ôõ-ñ หมายความวา พบประวัตหิ รือขอ มลู (ว.ส่สี บิ หา-หน่ึง)
Ç.ôõ-๒ หมายความวา ไมพ บประวตั หิ รือขอมลู (ว.ส่ีสบิ หา-สอง)
ࢌÒÁÒä´Œ หมายความวา ใหสง ขา วท่ตี อ งการสง นัน้ ได
àÅÔ¡ หมายความวา เปน การจบขอ ความท่ีสง (ถาศูนยใ หบอกเวลาแทน) และ

ไมตอ งการตอบรับอีก
à»ÅèÕ¹ หมายความวา จบขอ ความท่สี งวทิ ยตุ อนหนึ่งๆ และตองการตอบรับ

อีกฝา ยหนึ่งเร่มิ สง ได
·ÃÒº หมายความวา ไดทราบขอ ความคร้ังสุดทายดีแลว
ÃºÑ »¯ºÔ Ñติ หมายความวา ไดทราบขอ ความดีแลว และจะปฏบิ ตั ิ
Èٹº Í¡àÇÅÒ หมายความวา เมือ่ รับ-สงเสร็จ ศูนยจะแจงเวลาทกุ ครั้งไป แสดงวา

ศูนยฯ ตดิ ตอ วทิ ยุกับสถานหี รอื รถคันอ่นื เสร็จแลว
ตวั เลขทใี่ ชใ นการเรยี กขาน ถา เปน ตวั เลขของประมวลลบั ว. ใหอ า นออกเสยี งเปน จาํ นวน
เชน ว.๒๒ ใหอานวา ว.ยี่สิบสอง ถาเปนตัวเลขของนามเรียกขานใหอานตามเสียงของตัวเลข เชน
กส.๒๒ ใหอ านวา กส.สองสอง เลข ๒ ใหอา นวา สองไมใ หอานวา โท สวนเลข ๑ เชน เลข ๑๑, ๒๑
ฯลฯ ใหอ า นวา สิบหน่งึ , ย่สี บิ หนึง่ หรอื หน่ึง, หน่ึง, สองหนง่ึ เปน ตน คําวา ๑ หา มอานวา เอ็ด
เพราะคาํ วา เจด็ มีเสยี งคลายคลึงกนั อาจทาํ ใหเขา ใจผิดได
¡Òû¯ºÔ μÑ ÀÔ ÒÂã¹Èٹ¡ÒÃÊÍè× ÊÒÃ
แนวการปฏิบัติท่ีจะกลาวตอไปน้ี เปนการปฏิบัติการการสื่อสารกลางกับสวนภูมิภาค
หรือภูมิภาคกับภูมิภาคดวยกัน แตสําหรับการปฏิบัติของหนวยงานท่ีมีการติดตอสื่อสารภายในทองท่ี
เชน นครบาล กองปราบปราม สันตบิ าล ดับเพลงิ ฯลฯ อาจจะมกี ารจัดรปู แบบทีผ่ ดิ แผกแตกตา งกัน
ออกไป
»ÃÐÁÇÅÅѺ·èÕ㪌ã¹ÃÒª¡ÒÃตาํ ÃǨ (¾àÔ ÈÉ) ÊÒÂμÃǨ»¯ºÔ μÑ ¡Ô ÒþÔàÈÉ (ñùñ)
การแจง เหตทุ างวิทยุ
เหตุ ๑๐๐ มีเหตุประทษุ รายตอ ทรัพยส นิ
เหตุ ๑๑๑ ลักทรัพย
เหตุ ๑๒๑ วง่ิ ราวทรัพย

๑๑๘

เหตุ ๑๓๑ ชิงทรพั ย
เหตุ ๑๔๑ ปลนทรัพย
เหตุ ๒๐๐ มีเหตุประทุษรา ยตอ รา งกาย
เหตุ ๒๑๑ ทํารายรางกายกัน ไมไ ดร ับบาดเจบ็
เหตุ ๒๒๑ ทาํ รา ยรางกายกัน ไดร ับบาดเจบ็
เหตุ ๒๓๑ ทาํ รา ยรา งกายกัน ไดร บั บาดเจ็บสาหสั
เหตุ ๒๔๑ ฆาคนตาย
เหตุ ๓๐๐ การพนนั เปนบอน
เหตุ ๕๑๐ วตั ถตุ อ งสงสัยเกยี่ วกับระเบิด
เหตุ ๕๑๑ ไดเ กดิ ระเบิดขนึ้ แลว
เหตุ ๕๑๒ วัตถุระเบดิ ไดตรวจสอบแลวไมระเบดิ
เหตุ ๖๐๐ นักเรียนจะกอเหตุทะเลาะววิ าท
เหตุ ๖๐๑ นกั เรียนรวมกลุมมีส่งิ บอกเหตุเช่ือวา จะกอ เหตุ
เหตุ ๖๐๒ นกั เรียนกอเหตหุ ลบหนไี ปแลว
เหตุ ๖๐๓ นักเรียนกอเหตุยกพวกทํารายซง่ึ กนั และกัน
เหตุ ๖๐๔ นกั เรียนกอเหตยุ กพวกทาํ รา ยกนั ถงึ ตาย
เหตุ ๖๐๕ นักเรียนกอ เหตยุ กพวกทาํ รายกันมีวัตถุระเบดิ

¡ÒÃ㪌áÅСÒÃบําÃ§Ø Ã¡Ñ ÉÒà¤ÃÍè× §Á×ÍÊÍ×è ÊÒÃ

Ç¸Ô Õ¡ÒÃ㪌áÅСÒÃบาํ ÃØ§ÃÑ¡ÉÒà¤ÃÍ×è §ÃºÑ -ʧ‹ Ç·Ô ÂØÊÍè× ÊÒÃ
เครือ่ งมอื และอุปกรณการสือ่ สารตา งๆ ท่ีใชใ นราชการประจาํ ศนู ยก ารสื่อสารและสถานี
วทิ ยคุ มนาคม เปน เครอื่ งมอื สาํ คญั ทจี่ ะอาํ นวยความสะดวกและรวดเรว็ ในการปฏบิ ตั งิ านเปน อยา งมาก
เครื่องมือและอุปกรณเหลานี้หากมีการตรวจสอบบํารุงรักษาอยูเสมอจะมีอายุการใชงานทนทาน
และมีประสิทธิภาพสูงทีต่ อ งถอื ปฏิบตั ดิ ังตอไปนี้
๑. หมัน่ ดูแลทําความสะอาดเคร่ืองเปนประจํากอนเปด และปด สถานี
๒. อยาตดิ ตั้งเคร่ืองใหไดร ับความรอ นหรือชื้นเกินควร
๓. ทาํ การตรวจสอบและทดลองเครอื่ งเปน ประจาํ ทกุ วนั หากมสี ง่ิ ใดผดิ สงั เกตใหร ายงาน
เจาหนา ทชี่ างหรอื ผบู ังคบั บัญชาตามระดับชน้ั ทราบ
๔. ใหปฏิบัติตามหนังสือคูมือประจําเครื่องและอุปกรณการส่ือสารท่ีวาดวยการบํารุง
รักษาประจําวนั สปั ดาห เดือน ป ไวโดยเครง ครดั หามใชเ ครื่องมอื ทีไ่ ดรับมาใหมโ ดยมไิ ดอ า นคมู อื
๕. อยาปลอยเจาหนาท่ีท่ีไมมีความรูความชํานาญในการซอมเคร่ืองมือประเภทน้ัน
ดวยตนเองเพราะจะทาํ ใหเ คร่ืองชํารดุ มากย่งิ ข้ึน

๑๑๙

๖. สายอากาศภายในชนิด Telescopic เวลาใชจ ะตองดงึ สายอากาศออกใหย าวทีส่ ดุ
และอยูในแนวดงิ่ และอยาถอดสายอากาศออกโดยไมจําเปนเพราะจะทําใหเ ครอ่ื งเสยี

๗. ควรใชวิทยุในท่ีโลงแจง ใหหางจากอาคารตนไม และส่ิงกีดขวางอื่นๆ อยางนอย
๕ เมตร (๑๕ ฟุต) โดยเฉพาะเม่ืออาคารและสิ่งกีดขวางนั้นมีหลังคาเปนโลหะ มีโครงสรางเหล็ก
และการกอ สรา ง

๘. การใชงานในเมือง ตองระวังอยาใหสายอากาศอยูใตสายไฟฟาแรงสูงหรือ
สายโทรศัพท หรอื อยูภายในรศั มี ๑๐ เมตร (๓๐ ฟุต)

๙. ในการติดตอส่อื สารภายในเมือง ตอ งระวงั ไมควรยืนใกลอาคารมากนัก ควรเล่อื น
ออกไปยืนอยูกลางถนน (ถาทําได) หรือบนอีกดานหน่ึงของถนนที่อยูตรงขามกับทิศทางของสถานที่
ที่จะทาํ การติดตอ ดวย

๑๐. กดคยี เ มอ่ื พดู ปลอ ยคยี เ มอ่ื ฟง ไมค วรกดคยี ส ง สญั ญาณเกนิ กวา ๑ นาที เพอื่ เปน การ
รกั ษาเครื่องและยดื อายุของแบตเตอร่ี

๑๑. การรบั -สงวิทยุ ถา เครอ่ื งสงติดตัง้ สายอากาศในแนวดง่ิ ตอ งรบั ในแนวดง่ิ หรือสง ใน
แนวนอนตองรบั ในแนวนอน เพ่ือประสทิ ธภิ าพในการรับ-สง

๑๒. แบตเตอรี่ใหมหรือแบตเตอร่ีท่ีไมไดใชงานนานๆ จะตองนําไปชารจไฟกอนใช
การชารจไฟคร้งั แรกตอ งชารจอยางตอ เน่อื งไมนอ ยกวา ๑๖ ชัว่ โมง (แมเ ครื่องชารจ จะเปล่ียนจากไฟ
สีแดงเปนสีเขียวแลว ก็ไมตองเอาออกจากเครือ่ งชารจ) แตตอ งไมเ กิน ๒๔ ชว่ั โมง

๑๓. การใชง านตอ งใชจ นแบตเตอรอี่ อ นเกอื บหมดไฟ โดยสงั เกตจากมเี สยี งเตอื น และเมอื่
กดคยี ไ ฟแดงจะกะพรบิ (ถา แบตเตอรเี่ ตม็ ไฟแดงจะตดิ ตลอดเวลาทกี่ ดคยี ) ถา ชารจ กอ นแบตเตอรอี่ อ น
จะเกดิ อาการ MEMORY EFFECT ทําใหอายกุ ารใชงานของแบตเตอรี่สนั้ ลง (เสยี เรว็ )

๑๔. การใชงานจนแบตเตอรี่ออน ทานจะตองนําแบตเตอรี่กอนสํารองของทาน (ถามี)
ซง่ึ ชารจ ไฟเต็มติดตัวไปดว ย เพอ่ื สบั เปลีย่ นเมอ่ื กอนทใี่ ชอยอู อ นกาํ ลงั

๑๕. ในระหวางชารจแบตเตอร่ีควรปดเคร่ืองวิทยุถาจะเปดสแตนดบายตองใชเฉพาะ
รับฟง เทา นนั้

๑๖. อยา กดคียส งสญั ญาณขณะชารจไฟ เพราะจะทําใหการประจไุ ฟฟาไมต อ เนือ่ ง
๑๗. โปรดรกั ษาความสะอาดเครอ่ื งชารจ และขวั้ แบตเตอรจ่ี ดุ สมั ผสั การรบั -จา ยกระแสไฟ
๑๘. หา มเปดฝาหลังหรอื ปรับจูนในตวั เครือ่ ง
๑๙. หามปรับขัว้ แบตเตอร่ีและหยอดน้ํามนั เครอ่ื ง
๒๐. หามสงซอมตามรานซอมวิทยุโดยท่ัวไปตองสงซอมที่ศูนยสื่อสารของสํานักงาน
ตาํ รวจแหงชาตเิ ทา น้ัน

๑๒๐

à¤ÃÍè× §ÁÍ× ÊÍè× ÊÒ÷èãÕ ªãŒ ¹ÃÒª¡ÒÃตาํ ÃǨ
ñ. à¤ÃÍè× §ÃѺ-ʧ‹ Ç·Ô ÂØª¹´Ô Á×ͶÍ× กาํ ลังสง ๒-๕ วัตตแจกจายใหเจา หนาทท่ี กุ ลําดับชน้ั
มหี ลายชนิด เชน วินสนั P.G.S.-๑๕๒ โมโตโรลา รุน MH-๗๐, รนุ P ๒๐๐, รุน GP ๓๐๐ FM๑

ò. à¤ÃÍè× §ÃºÑ -Ê‹§ª¹Ô´ËÇÔé ¶Í× ËÃÍ× μÔ´Ã¶Â¹μ กําลงั สง ๕-๑๐ วัตต โดยปกติจะตง้ั ประจํา
หนว ยงานหรอื ตดิ รถยนตม ี L.V.B., FM ๕, โมโตโรลา รนุ SPECTRA ตดิ รถยนตท ส่ี าํ นกั งานสง กาํ ลงั บาํ รงุ
กรมตาํ รวจใหพรอ มกบั รถยนต

ÇÔ·ÂμØ ´Ô ö¹μ
ÇÔ·ÂªØ ¹Ô´ËÔéǶ×Í FMõ

๑๒๑

ó. à¤Ãè×ͧÃѺ-Ê‹§ÇÔ·ÂØ»ÃÐจํา·Õè กําลังสง ๒๕ วัตตข้ึนไป สวนมากจะตั้งตามศูนยวิทยุ
ตา งๆ มี L.V.B. รนุ ๘๕๒๖ โมโตโรลา รนุ SUPER CONSOLETTE เปน ตน

Å¡Ñ É³Ð¢Í§à¤Ã×Íè §ÃºÑ -ʧ‹ Ç·Ô ÂØâ´Â·èÑÇä»
๑. ปมุ VOLUME หมายถงึ ปมุ ทม่ี หี นา ทเ่ี รง -ลดเสยี ง ของวทิ ยนุ น้ั บางชนดิ อาจมสี วติ ช

ปด-เปด อยใู นตัว
๒. ปุม SQUELCH หมายถึง ปุมที่มีหนาท่ีในการตัดสัญญาณเสียงรบกวนตางๆ

ออกไป โดยปกติจะปรบั ใหอ ยใู นระดับท่ีเงยี บใกลเคยี งเสียงซา
๓. ปุม PTT ปุมกดเพอื่ สง สญั ญาณ กดแลว พูด ปลอยแลว ฟง
๔. ปุม ปรับชองมีไวส าํ หรบั เลอื กชอ งความถีท่ ีจ่ ะใช เชน ชองท่ี ๑ หรือชอ งที่ ๒
๕. HI, LOW เปน ตัวกําหนดกาํ ลงั สง HI เปน การสงเตม็ กําลงั LOW เปน การสงเพียง

เล็กนอ ยในกรณีการรบั สง อยใู กลก บั สถานแี มข าย
นอกนั้นยังมีปุมตางๆ ที่สําคัญที่จะตองศึกษาจากคูมือการใช ฉะนั้นถาไมรูจริง อยาไป

ปรับแตงดว ยตนเอง
»¯ºÔ ÑμÔ¡ÒÃʶҹÕÇ·Ô ÂØ
การเปดสถานีวิทยุเพ่ือทํางานตามขายท่ีกําหนดไว จําเปนจะตองมีการทดลองการตรวจ

และการปรบั ปรงุ เครอ่ื งใหอ ยใู นสภาพใชง านได รวมทง้ั การดแู ลรกั ษาความสะอาดของเครอื่ งและสถานที่
ทําการทดลองจนการเตรียมเครอ่ื งเขยี นแบบพิมพส ําหรับการรบั -สงขาว ใหเ รยี บรอยกอนเวลาในขา ย
ไมน อ ยกวา ๕ นาที และเมอ่ื ถงึ เวลาทกี่ าํ หนดไวใ หเ รม่ิ ทาํ การเรยี กขานกบั คสู ถานไี ดท นั ทแี ละเมอ่ื ไดร บั
ตอบแลว ในบางกรณีสงสัยวา จะเปนสถานอี ื่นสอดแทรกมา ก็ใหใชระบบบอกฝา ยทดสอบกับคสู ถานี
ดวยและพนักงานวิทยุจะตองถือหลักปฏิบัติงานใหตรงเวลาอยูเสมอ ทั้งนี้จะกระทําไดโดยการเทียบ
เวลาของนาฬก าซึง่ ใชภายในสถานีวันละไมน อ ยกวา ๒ คร้ัง คือ ๐๘.๐๐ น. และ ๒๐.๐๐ น. โดยเทียบ
เวลากบั สถานีวิทยกุ ระจายเสยี งแหงประเทศไทย

๑๒๒

μÇÑ ÍÂÒ‹ §Ç·Ô Â«Ø Ö§è ãªàŒ ¤Ãè×ͧáÁ‹àËÅ¡ç ä¿¿Ò‡ 㹡ÒÃʧ‹ -ÃºÑ ¢Ò‹ Ç

Ẻ»ÃÐจาํ ·ËèÕ ÃÍ× μÔ´μÑ駺¹ÂÒ¹¾Ò˹Ð

ẺÁ×ͶÍ× μ´Ô μÑÇ

๑๒๓

¡ÒÃầ‹ ¡ÅÁØ‹ ÊÞÑ ÞÒ³àÃÂÕ ¡¢Ò¹μÒÁ¾¹×é ·Õè
¢Í§ตําÃǨÀÙ¸ÃÀÒ¤ ñ - ù
Ÿ

๑๒๔

¡ÒÃầ‹ ¡Å‹ÁØ áÅШ§Ñ ËÇ´Ñ μ‹Ò§æ ¢Í§¡Í§ºÑÞªÒ¡ÒÃตําÃǨÀÙ¸ÃÀÒ¤ ñ-ù áÅРȪμ.
¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃตําÃǨÀ¸Ù ÃÀÒ¤ ñ ¡Í§ºÑÞªÒ¡ÒÃตําÃǨÀÙ¸ÃÀÒ¤ ò ¡Í§ºÑÞªÒ¡ÒÃตําÃǨÀ¸Ù ÃÀÒ¤ ó
๑. พระนครศรอี ยธุ ยา ๑. ชลบุรี ๑. นครราชสีมา
๒. อา งทอง ๒. ฉะเชิงเทรา ๒. ชยั ภูมิ
๓. สระบุรี ๓. ปราจีนบุรี ๓. บุรีรมั ย
๔. ปทุมธานี ๔. นครนายก ๔. สรุ นิ ทร
๕. สงิ หบรุ ี ๕. ระยอง ๕. ศรสี ะเกษ
๖. ลพบรุ ี ๖. จันทบุรี ๖. อุบลราชธานี
๗. นนทบุรี ๗. ตราด ๗. ยโสธร
๘. ชยั นาท ๘. สระแกว ๘. อาํ นาจเจรญิ
๙. สมทุ รปราการ
¡Í§ºÑÞªÒ¡ÒÃตําÃǨÀÙ¸ÃÀÒ¤ ô ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃตาํ ÃǨÀ¸Ù ÃÀÒ¤ õ ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃตาํ ÃǨÀÙ¸ÃÀÒ¤ ö
๑. ขอนแกน ๑. เชียงใหม ๑. พิษณุโลก
๒. อุดรธานี ๒. เชยี งราย ๒. สุโขทยั
๓. เลย ๓. แมฮ องสอน ๓. กําแพงเพชร
๔. มหาสารคาม ๔. ลําปาง ๔. อุตรดิตถ
๕. กาฬสินธุ ๕. ลําพูน ๕. พจิ ิตร
๖. รอยเอด็ ๖. แพร ๖. เพชรบูรณ
๗. มกุ ดาหาร ๗. นา น ๗. นครสวรรค
๘. นครพนม ๘. พะเยา ๘. อุทัยธานี
๙. สกลนคร
๑๐. หนองคาย
๑๑. หนองบวั ลาํ ภู
¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃตาํ ÃǨÀ¸Ù ÃÀÒ¤ ÷ ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃตาํ ÃǨÀ¸Ù ÃÀÒ¤ ø ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃตาํ ÃǨÀ¸Ù ÃÀÒ¤ ù
๑. นครปฐม ๑. สุราษฎรธ านี ๑. สงขลา
๒. กาญจนบุรี ๒. ชมุ พร ๒. ตรัง
๓. ราชบรุ ี ๓. ระนอง ๓. พทั ลุง
๔. เพชรบรุ ี ๔. พังงา ๔. สตูล
๕. สพุ รรณบุรี ๕. ภูเกต็ ๕. ปตตานี
๖. สมทุ รสงคราม ๖. กระบ่ี ๖. ยะลา
๗. สมทุ รสาคร ๗. นครศรธี รรมราช ๗. นราธิวาส
๘. ประจวบคีรขี ันธ

๑๒๕

ภาคผนวก

๑๒๖

๑๒๗

ÀÒ¤¼¹Ç¡

ËÅ¡Ñ ÊÔ·¸ÔÁ¹ØÉª¹·èμÕ ŒÍ§คาํ ¹§Ö ¶§Ö ¡Òû¯ºÔ μÑ ËÔ ¹ŒÒ·Õ¢è ͧ਌Ò˹Ҍ ·èÕตาํ ÃǨ
สิทธิมนุษยชน (Human Rights) หมายถึง สิทธิตามธรรมชาติซึ่งติดตัวมนุษย
มาตง้ั แตเ กดิ โดยมคี วามเปน สากลและมกี ารรองรบั ไวใ นปฏญิ ญาสากลวา ดว ยสทิ ธมิ นษุ ยชน หรอื กตกิ า
อนสุ ญั ญา ขอตกลงตางๆ ระหวางประเทศดานสิทธมิ นุษยชนทท่ี ่วั โลกใหการยอมรบั
สิทธิมนุษยชนตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๒
หมายถงึ ศกั ด์ศิ รขี องความเปน มนุษย สทิ ธิ เสรภี าพ และความเสมอภาคของบคุ คลทีไ่ ดรบั การรับรอง
หรือคุมครองตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยหรือตามกฎหมายไทยหรือตามสนธิสัญญาท่ี
ประเทศไทยมีพนั ธกรณที ่จี ะตองปฏบิ ตั ติ าม
»¯ÞÔ ÞÒÊÒ¡ÅÇÒ‹ ´ÇŒ ÂÊ·Ô ¸ÁÔ ¹ÉØ Âª¹·ตÕè าํ ÃǨμÍŒ §ÃáŒÙ Åо§Ö »¯ºÔ μÑ Ô (จากคมู อื การปฏบิ ตั งิ าน
เจา หนา ทตี่ าํ รวจตามหลักสิทธมิ นษุ ยชน)
๑. ตาํ รวจตอ งเคารพและปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายอยตู ลอดเวลาเพอื่ ปกปอ งคมุ ครองศกั ดศ์ิ รี
แหงความเปนมนุษย
๒. ตองคุมครองรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสินของประชาชน ภายใต
ขอ จํากดั ตามบทบัญญัติแหง กฎหมาย
๓. ไมเ ลอื กปฏบิ ัตใิ นการบังคบั ใชก ฎหมาย
๔. ตองใหค วามสาํ คญั กบั สิทธขิ องพยาน เหยือ่ หรือผตู องสงสัย การปฏบิ ตั ิตองชอบ
ดว ยกฎหมายอยางมีเมตตาปราศจากอคติ
๕. เมื่อมีการจับกุมตองแจงสิทธิใหทราบทันที และจะตองแจงใหครอบครัวผูตองหา
ทราบโดยทันที
๖. ใชอาวุธปนและกําลังไดเมื่อตกอยูในสถานการณคับขันสุดขีดเทาน้ัน และตองใช
เพ่ือปกปองตนเองหรือผูอ่ืนเม่ือภัยกําลังจะมาถึง และตองแสดงตัวใหทราบวาเปนเจาหนาที่ตํารวจ
แลวใหคาํ สง่ั ทีช่ ัดเจน
๗. เม่ือมีการชุมนุมหรือการประทวง ใหใชความอดกล้ันตอการชุมนุม ใหมีการเจรจา
ตอรองกบั ตัวแทนผูชุมนุม หากจาํ เปน ตองสลายการชมุ นมุ ใหเ ริม่ จากมาตรการเบาไปหาหนกั
๘. การจบั กมุ

๘.๑ จบั กุมโดยไมมีหมาย ทําไดโดย
๑) ตาม ป.ว.ิ อาญา ม.๘๐ กระทาํ ผดิ ซงึ่ หนา
๒) เมื่อพบบุคคลมีพฤติกรรมอันควรสงสัยวานาจะเปน ผูกอเหตุรา ย
๓) มีเหตุออกหมายจับบุคคลเรงดวนตาม ป.วิ.อาญา ม.๖๖(๒)

คอื นา จะกระทําความผดิ อาญา เช่อื วา จะหลบหนี เขากรณีจาํ เปน เรงดว น

๑๒๘

๔) จบั ผตู อ งหาหรอื จาํ เลยหนปี ระกนั ในระหวา งถกู ปลอ ยตวั ชวั่ คราวโดยจะ
จับไดต อ เมือ่ จะหลบหนี ในกรณมี ีบุคคลประกัน (นายประกัน) ขอใหทาํ การจับกมุ ตวั ไว

๕) ราษฎรจับไดโดยไมมีหมาย ไดแก เจาพนักงานขอใหชวยหรือจับ
เม่ือกระทาํ ความผิดซ่งึ หนา ทร่ี ะบุไวต าม ป.วิ.อาญา

๘.๒ จบั แลว ตอ งแจง ใหเ ขาทราบวา เขาตอ งถกู จบั ถา มหี มายใหห มายดู แจง ขอ หา
ใหทราบ แจงสิทธิ จากนั้นจัดทําบันทึกการจับกุมแลวมอบสําเนาบันทึกการจับกุมใหผูตองหา
(หากไมมอบผดิ ม.๑๕๗)

๘.๓ การจับกุมพระ/เณร
๑) จับไดเมอื่ ทางอาญา
๒) จับไดเม่ือละเมิดพระพุทธบัญญัติอธิกรณประถมปาราชิก แลวสงไป

มอบใหก รมการศาสนา/ไปสง ใหเ จา คณะทอ งถน่ิ เม่ือปรากฏความผดิ ๙ ประการ คือ เทีย่ วเตร ไมมี
หลกั แหลง ฉันยาหรือสรุ าเมรยั ดกู ารละเลน ปะปนกบั ประชาชน ไปในท่ีอโคจร ฉันนมสดในเวลาวิกาล
ฉันนํ้ามะพรา วหลงั เท่ียงวัน ขอเงนิ ชาวบาน ซือ้ สลากกนิ แบง

๘.๔ การจบั กุมเดก็ หรอื เยาวชน
๑) แจง ขอหา แจง สิทธิ แจง หมายจับ (หากม)ี
๒) แจง ใหผูป กครองทราบในโอกาสแรก
๓) หามควบคุมเด็กหรือเยาวชนเกินกวา เทาที่จําเปน

๙. การคน
๙.๑ โดยไมมีหมายคน เปนไปตาม ป.วิ.อาญา ม.๙๒
๙.๒ คนโดยมีหมายคน ตาม ป.วิ.อาญา ม.๙๒
๙.๓ การคน แบงตามสถานท่ไี ด ๒ ประเภท
๑) คนในที่สาธารณะ คนไดตาม ป.วิ.อาญา ม.๙๓ เม่ือมีเหตุอันสมควร

สงสยั คอื บคุ คลนน้ั มสี ง่ิ ของไวเ พอื่ ใชใ นการกระทาํ ความผดิ /เชอื่ วา ไดส ง่ิ ของมาโดยการกระทาํ ความผดิ
มสี ิง่ ของไวเ ปนความผดิ

๒) คนในที่รโหฐานหรือคนบานหรือตาม ป.วิ.อาญา ม.๙๒ ท่ีใหทําการ
ตรวจคน ไดค อื มเี สยี งกรดี รอ งใหช ว ย หรอื มเี สยี งทเ่ี ชอ่ื วา มเี หตรุ า ย/การกระทาํ ผดิ ซงึ่ หนา ในทรี่ โหฐานนน้ั
(ตาํ รวจตองเหน็ ดว ยตาตนเอง)

๓) คน ตัวบุคคล กระทําได ๓ กรณีคอื
- ในพื้นที่สาธารณะ
- ในพืน้ ทร่ี โหฐาน
- คน ตัวผูต อ งหา

๑๒๙

๑๐. การใชเ ครอื่ งมอื พันธนาการ
๑๐.๑ ใชไ ดเทา ท่ีจําเปนและตามความผิดหรอื พฤตกิ ารณ
๑๐.๒ หามใชก บั เด็กไมวากรณีใดๆ

๑๑. การตง้ั จุดตรวจ จดุ สกัด
๑๑.๑ ใชเม่อื มีเหตกุ รณจี ําเปนหรือเหตุการณฉ ุกเฉินเรงดว น
๑๑.๒ ตอ งมนี ายตํารวจสญั ญาบตั รเปน หัวหนา ควบคมุ
๑๑.๓ ตอ งแตง เคร่ืองแบบ
๑๑.๔ ตอ งประสานกับหนว ยใกลเ คยี ง
๑๑.๕ ตอ งปฏิบตั ิตามกฎหมาย ระเบยี บ คาํ สงั่
๑๑.๖ มแี ผงกนั้ แสดงเครื่องหมาย “จดุ ตรวจ”
๑๑.๗ ตอ งมีไฟสองสวา งใหเ หน็ ชดั เจนไมนอยกวา ๑๕ เมตร กอ นถึง
๑๑.๘ กาํ หนดเขตพืน้ ทป่ี ลอดภัยไวส ําหรับตรวจคน
๑๑.๙ ควรจัดกําลังสวนหนึ่งไวกอนถึงจุดกลับรถกอนถึงจุดตรวจเพื่อสกัดก้ัน

หรือไลตาม
๑๑.๑๐ ใหมีขั้นตอนการปฏิบัติการควบคุมและการตรวจสอบการปฏิบัติ เชน

การปลอยแถวอบรมช้ีแจง กําหนดตัวผูปฏิบัติประจําจุด การรายงาน การขยายผล เม่ือเสร็จส้ิน
การปฏิบัติเปนลายลกั ษณอกั ษรใหมีระดบั สว. ข้ึนไปหมนุ เวียนควบคมุ การปฏบิ ัติ

๑๓๐

ẺÊÃ»Ø ÃÒ§ҹ¼Å¡Òû¯ºÔ μÑ ¢Ô ͧÊÒÂμÃǨ
สน./สภ. .................................................................
วนั ท่ี.............เดือน..........................พ.ศ.๒๕............

เรียน รอง ผกก.ป./สวป.สน.สภ. .............
กระผมไดอ อกปฏบิ ตั หิ นา ท่ี ระหวา งเวลา.....................น. ถงึ เวลา...............น. ของวนั น้ี

(.......................................) ขอสรุปรายงานผลการปฏบิ ัตขิ องสายตรวจ เพือ่ โปรดทราบ ดังน้ี
๑. สายตรวจปกติ นายตาํ รวจ.............นาย ชน้ั ประทวน.............นาย จดั เปน สายตรวจ

รถยนต. ............สายตรวจรถจักรยานยนต.............สาย
๒. สายตรวจเสริม ระหวางเวลา.............น. ถึงเวลา.............น. จํานวน.............นาย

จดั เปนสายตรวจรถจกั รยานยนต.............สาย
๓. อาสาสมคั ร.............จาํ นวน.............นาย ตง้ั แตเ วลา.............น. ถงึ เวลา.............น.
๔. จัดสายตรวจประจําเขตตรวจ ดงั นี้
๔.๑ รถจกั รยานยนต................................ประจําเขตตรวจท่ี..............................
๔.๒ รถจกั รยานยนต................................ประจําเขตตรวจท.่ี .............................
๔.๓ รถจักรยานยนต................................ประจําเขตตรวจท่ี..............................
๔.๔ รถจกั รยานยนต. ...............................ประจาํ เขตตรวจท่.ี .............................
๔.๕ รถจกั รยานยนต. ...............................ประจาํ เขตตรวจท.ี่ .............................
๕. รักษาความปลอดภัย
๕.๑ ขบวน............................................................เวลา................................น.
๕.๒ ขบวน............................................................เวลา................................น.
๕.๓ ขบวน............................................................เวลา................................น.
๖. รักษาความสงบเรียบรอยการชุมนมุ
๖.๑ กลมุ ...................................ณ บรเิ วณ.............เวลา................................น.
๖.๒ กลมุ ...................................ณ บรเิ วณ.............เวลา................................น.
๖.๓ กลมุ ...................................ณ บรเิ วณ.............เวลา................................น.

๑๓๑

๗. เยีย่ มเยยี นประชาชน

ลาํ ดบั ผูร บั การเยย่ี มเยียน ท่ีอยู หมายเลขโทรศพั ท ขอมูลทีไ่ ดร บั

๑.

๒.

๓.

๘. การตรวจสมั พันธ มีดงั นี้

ลําดบั ตรวจสัมพนั ธกับผูใด สถานท่ี เวลา ลงชอื่ ที่ไดรบั การตรวจสมั พันธ

๑.

๒.

๓.

๙. การระงับเหตุ-จบั กุม สถานที่เกดิ เหตุ ผลการปฏบิ ัติ

ลําดบั ขอหา

๑.
๒.
๓.

๑๐. ตั้งจุดตรวจคน ดงั นี้

ลําดับ กาํ ลงั พล/ว.๔๓ เวลา/สถานที่ ผลการปฏิบัติ

๑.

๒.

๓. ๕ นาย/เคล่ือนที่ ๑๐.๐๐-๑๐.๓๐ น. กลางซอยราชวิถี ๑๖

ขอรับรองวา เปน ความจรงิ
(ลงชื่อ) พ.ต./ร.ต. .......

(.....................................)
สวป./รอง สวป.สน./สภ. ...................................

๑๓๒

ẺÃÒ§ҹ¼Å¡Òû¯ÔºÑμԢͧÊÒÂμÃǨ
สน./สภ. .....................

วันท.่ี ..........เดอื น....................พ.ศ.๒๕ .........
เรยี น สวป.สน./สภ...........................(ผา น หน.ชุดสายตรวจ)

กระผมผูมีรายชื่อทายบันทึกน้ีไดรวมกันออกตรวจทองท่ีในเขตตรวจที่.........ระหวาง
เวลา..........น. ถึงเวลา.....................น. ของวนั ที่ (........................) ตามคาํ สง่ั แลว ขอรายงานผลการ
ปฏิบัตเิ พ่ือโปรดทราบ ดงั น้ี

๑. การรับเหตุ-จบั กุม

ลาํ ดับ ขอ หา สถานที่เกดิ เหตุ ผลการปฏิบัติ

๑.

๒.

๓.

๒. การประชาสมั พนั ธ พบปะเย่ยี มเยียนประชาชน ดงั นี้

ลาํ ดับ ผูรบั การเย่ยี มเยียน ที่อยู หมายเลขโทรศพั ท ขอ มลู ท่ไี ดร บั

๑.
๒.
๓.

๓. การตรวจคน บุคคล และยานพาหนะตองสงสยั ดงั น้ี ผลการตรวจคน

ลําดับ ชื่อผถู ูกตรวจคน ท่ีอยู/ หมายเลขทะเบยี น จุดที่ตรวจคน

๑.
๒.
๓.

๔. การตรวจสมั พนั ธก ับสายตรวจอ่นื ดังนี้

ลาํ ดบั ตรวจสัมพันธกับผูใด สถานที่ เวลา ลงช่ือผทู ไี่ ดรบั การตรวจสัมพนั ธ

๑.

๒.

๓.

๑๓๓

๕. ขอมูลท่ีควรทราบ หมายเหตุ
ลาํ ดบั รายละเอยี ด

๑.
๒.
๓.

¢ÍÃѺÃͧNjÒ໹š ¤ÇÒÁ¨ÃÔ§

(ลงช่อื ) (ลงชอื่ ) (...................................................)
(........................................)
สายตรวจนามเรียกขาน............................................

๑๓๔

á¼¹¡ÒÃμÃǨ»ÃÐจาํ Çѹ¢Í§ÊÒÂμÃǨ ʹ./ÊÀ. ..........................

ผลัดตรวจท่.ี .....................ระหวางเวลา.............................ของวันที่...............
ประเภทของสายตรวจ.................นามเรียกขาน............../เขตตรวจที.่ .............

การปฏิบตั ิ สถานที่ เวลา หมายเหตุ

ว.๑๐ ๑. ................................................................ ........................
๒. ................................................................ ........................
๓. ................................................................ ........................
๔. ................................................................ ........................

ว.๔๓ ๑. ................................................................ ........................
๒. ................................................................ ........................

การตรวจสัมพนั ธ
กบั ..................... ๑. ................................................................ ........................
กับ..................... ๒. ................................................................ ........................
กับ..................... ๓. ................................................................ ........................

จดุ กาวสกัด

(ลงชื่อ) พ.ต./ร.ต. .......
(....................................)

สวป./รอง สวป.สน./สภ. ..................................
............/........../๒๕.......

๑๓๕

á¼¹¡ÒÃμÃǨ¢Í§ÊÒÂμÃǨ ʹ./ÊÀ. ......................
¼ÅÑ´μÃǨ·èÕ ñ àÇÅÒ ðð.ðñ-ðø.ðð ¹. ÃÐËNjҧÇѹ·.èÕ .....à´Í× ¹..................¾.È.òõ...........

สายตรวจ การประกอบ ชวงเวลา การปฏิบตั ิ หมายเหตุ
กาํ ลงั

๒๐ ๒๓.๓๐-๒๔.๐๐ ตรวจอปุ กรณเ ครอ่ื งแตง กาย ยานพาหนะ อบรม
ตรวจทวั่ ไป ๐๐.๐๑-๐๑-๒๐ ปลอ ยแถวสายตรวจและบันทกึ ตา งๆ
๐๑.๓๐-๐๒.๓๐ ตรวจสอบหอ งควบคมุ ฯ เจา หนา ทบ่ี น สน. ยามตู

และจดุ รบั แจง
๐๓.๐๐-๐๔.๐๐ ว.๔ ตรวจสอบสถานบริการ
๐๔.๐๑-๐๕.๐๐ ต้งั จุด ว.๔๓
๐๕.๐๑-๐๘.๐๐ ว.๑๐ ปองกนั เหตุ ตามความเหมาะสม
๐๘.๐๐-๐๘.๓๐ ว.๔ สมุ ตรวจสอบ และรว มปฏบิ ตั กิ บั สายตรวจ

เก็บรวบรวมผลการตรวจและบันทึกในสมุด
อาชญากรรม

จยย. ๒ นาย ๐๐.๐๑-๐๑.๑๐ เปล่ยี นสมุดตูแ ดงในเขต
เขตตรวจท่ี ๑ ๐๑.๒๐-๐๑.๓๐ ว.๑๐ จดุ ตรวจ ๐๒ น.๑
๐๑.๔๐-๐๒.๓๐ ว.๔ สถานบรกิ าร
๐๓.๐๐-๐๔.๐๐ ตงั้ จุด ว.๔๓ ถนน.........
๐๔.๔๕-๐๔.๕๕ ว.๑๐ ปม นา้ํ มนั ปตท. ถนน..........
๐๖.๕๐-๐๗.๐๐ ว.๑๐ รานเซเวน -อเี ลฟเวน ถนน......
๐๗.๔๕-๐๘.๑๕ ว.๑๐ หนา ตลาด

จยย.
เขตตรวจท่ี ๒

จยย.
เขตตรวจที่ ๓

ตรวจแลว ถูกตอ ง

พ.ต.ท.
(..........................)

รอง ผกก.ป.สน./สภ. ...................
วันที่............เดอื น.................พ.ศ.๒๕.........

๑๓๖

¢ÍŒ ÁÅÙ ¡ÒÃμÃǨàÂèÕÂÁªÁØ ª¹

ชมุ ชน/หมบู า น..................................................................สน./สภ. ........................................
๑. ชอ่ื ผตู รวจเยยี่ มยศ.............................ชอื่ -ชอื่ สกลุ .............................ตาํ แหนง .............................
๒. สถานทต่ี รวจเยยี่ ม เลขท.ี่ ........หมทู .ี่ .........ตรอก/ซอย............................ถนน...........................
แขวง.....................................เขต..................................กทม. โทร. ........................................
ชมุ ชนจดทะเบียน ยงั ไมไ ดจ ดทะเบียน มีกรรมการชุมชน ยงั ไมม กี รรมการชมุ ชน
๓. ขอมลู ผูร บั การตรวจเยยี่ ม
๓.๑ พบ เจาของบา น บคุ คลในครอบครวั ผูด แู ลชอื่ ..........................................
อาย.ุ ..........ป อาชพี ..........................สถานทที่ ํางาน......................โทร. ........................
สถานภาพในชมุ ชน ประธาน กรรมการ บคุ คลทัว่ ไป พักอาศัยช่วั คราว
๓.๒ ผอู าศัยอยใู นบริเวณบา น จาํ นวน................คน เปน ชาย..............คน หญงิ ................คน
เกยี่ วขอ งเปน บิดา มารดา ปู ยา ตา ยาย
ลงุ ปา นา อา บตุ ร คน
หลาน............คน ผูพักอาศยั ..........คน คนรบั ใช. ..........คน
พนักงาน........คน อ่นื ๆ คน
๔. พื้นที่ชมุ ชนเปน พ้นื ทีพ่ กั อาศยั พ้นื ที่เกษตรกรรม พน้ื ทเี่ ขตอตุ สาหกรรม
กึ่งท่ีพัก/เกษตรกรรม พน้ื ที่เขตยานการคา ศูนยร าชการ
อน่ื ๆ .....................................................................
๕. ประเภทของยาเสพตดิ ท่แี พรระบาดในชุมชน ไมม ียาเสพตดิ มียาเสพติด
ยาบา เฮโรอีน ยาอี กัญชา อ่นื ๆ (ระบ)ุ .............
๖. ระดับความรุนแรงของปญหาการแพรระบาดของยาเสพติดในชมุ ชน
รุนแรง ปานกลาง เบาบาง ไมม ี
๗. หนว ยงานสําคญั ท่ตี ้ังอยใู นพนื้ ที่ โรงเรยี น..................แหง วดั ...................แหง
ครสิ ตจกั ร................แหง สเุ หรา ..............แหง
หนว ยราชการ...........แหง รฐั วสิ าหกจิ .......แหง
๘. การประชมุ รบั ฟง ความคิดเห็น/การแกไขปญหาชุมชนในปป จ จุบนั มปี ระชมุ ..........ครั้ง
ไมมกี ารประชุม
๙. ระดบั ความพงึ พอใจการปฏบิ ตั งิ านของสถานตี าํ รวจในการแกไ ขปญ หาการแพรร ะบาดของยาเสพตดิ
ในชมุ ชน มาก ปานกลาง นอย ไมพอใจ

๑๓๗

๑๐. ทานเคยรวมกจิ กรรมกบั สถานตี ํารวจหรอื ไม
ไมเคย เคย..........ครัง้ อบรมสมาชิกแจงขา วอาชญากรรม..............ครั้ง
อบรมตาํ รวจบา น..............คร้งั
อบรมการปอ งกนั แกไ ขปญ หายาเสพตดิ ในชมุ ชน.....ครง้ั
อบรมโครงการ ๓ ประสานดา นภยั อาชญากรรม......ครง้ั
เปน กต.ตร. ของสถานตี าํ รวจ.....................ครงั้
อบรมอน่ื ๆ (ระบ)ุ ............................................คร้งั
๑๑. สถานีตาํ รวจเคยรายงานหรือแจง ผลเก่ียวกบั การปฏิบัตงิ านแตละเดือนใหช ุมชนทราบหรือไม
ไมเคย เคย.........ครัง้ โดยการติดประกาศในชุมชน
แจกแผนปลิว-แผนพบั
แจงในท่ปี ระชุมประจาํ เดือนของสํานักงานเขต
อ่นื ๆ (ระบุ).....................................................คร้งั
๑๒. ในการไปตรวจเยยี่ มเจา หนา ท่ตี าํ รวจ ไดแจกเอกสารเกีย่ วกบั
ไมไดแ จก แจก คําแนะนําในการปอ งกันปราบปรามอาชญากรรม
คําแนะนําในการปอ งกันปราบปรามยาเสพตดิ
คาํ แนะนาํ ในการแจง ขอ มลู ขา วสารเกย่ี วกบั อาชญากรรม
อาชญากรรม อบายมขุ ยาเสพติด
ผูมอี ทิ ธพิ ล เดก็ -เยาวชนกระทําผิด
คําแนะนาํ ในการติดตอราชการ
อนื่ ๆ (ระบ)ุ .....................................................
๑๓. ระดับความพึงพอใจการปฏิบตั ิงานของสถานีตํารวจในการแกไขปญ หาอาชญากรรมในชมุ ชน
มาก ปานกลาง นอย ไมพ อใจ
๑๔. ประเภทของอาชญากรรมทเ่ี กดิ ขน้ึ เปน ประจาํ ในชมุ ชน ประทษุ รา ยตอ ทรพั ย (ลกั วง่ิ ชงิ ปลน )
ทะเลาะวิวาท กอความเดือดรอนราํ คาญ ทํารา ยรา งกาย อ่ืนๆ (ระบ)ุ
๑๕. ปญหาสาํ คัญของชมุ ชนทตี่ องการใหตาํ รวจดาํ เนินการ ๑. .......................................................
๒. ......................................................................... ๓. .......................................................
๑๖. ขอเสนอแนะ ๑. ....................................................................................................................
๒. ......................................................................... ๓. ........................................................

ขอมูล ณ วนั ที่.............เดอื น................................พ.ศ.๒๕............
(ลงชื่อ)............................................................ผรู ับการตรวจเย่ียม

๑๓๘

º¹Ñ ·Ö¡¡ÒÃμÃǨÂִö
บันทึกท่ี..............................

วันท.่ี ........เดือน..............................พ.ศ. .............
บนั ทกึ ฉบบั นแ้ี สดงวา วนั ท่ี (...................) เวลาประมาณ...............น. เจา พนกั งานตาํ รวจ
ประจาํ สถานตี าํ รวจ............................................................ม.ี ...........................................................
......................................................................................................................................................
ไดรวมกนั ตรวจยึด ( ) รถยนต ( ) รถจักรยานยนต ( ) รถชนดิ อืน่ ๆ ...............................................
ยห่ี อ...........................รนุ /แบบ............................สี..............................ทะเบยี น.............................
เลขตวั รถ............................................................เลขเครอ่ื งยนต. .........................................................
พรอ มอปุ กรณส ว นควบม.ี .......................................................................................................................
จาก นาย/นาง/นางสาว.................................................อาย.ุ ................ป อยูบานเลขท่.ี ..................
หม.ู .............ถนน/ซอย...........................ตาํ บล/แขวง.........................อาํ เภอ/เขต..............................
จังหวัด.......................โทรศพั ท. ......................หมายเลขบัตรประจําตวั ประชาชน.............................
โดยมีเหตุอันควรสงสยั วา มไี วเปน ความผิด ไดม าโดยกระทาํ ผดิ หรือไดใ ชใ นการกระทําผิด ในขณะท่ี
ตรวจพบมพี ฤติการณ คอื ( ) ไมต ิดแผน ปา ยทะเบยี น ใชวสั ดุปดบงั แผน ปา ยทะเบยี น หรอื ( ) ไมม ี
หลักฐานแสดงการครอบครอง หรือ ( ) อืน่ ๆ ระบุ..........................................................................
จงึ ไดน าํ ตวั นาย/นาง/นางสาว..........................................................................................................
พรอ มรถดังกลา วสง พนักงานสอบสวนเพือ่ ทําการสอบสวนตอไป
สถานทตี่ รวจยดึ ทบ่ี รเิ วณ................................ซอย.................................ถนน...................................
ตาํ บล/แขวง..................................อาํ เภอ/เขต...................................จงั หวดั .....................................
อนงึ่ ในการตรวจยดึ รถตามบนั ทกึ นี้ เจา พนกั งานผตู รวจยดึ ไดก ระทาํ ไปตามอาํ นาจหนา ท่ี
มิไดเจตนาหรือพฤติการณกลั่นแกลงตรวจยึดแตอยางใด และเจาของ/ผูครอบครองรถ ตามรายช่ือ
ในบนั ทกึ นไี้ ดท ราบถงึ เหตผุ ลและความจาํ เปน ในการตรวจยดึ โดยยนิ ยอมใหท าํ การตรวจยดึ มไิ ดม ผี ใู ด
ทํารายรา งกาย บังคับ ขูเขญ็ ใหส ญั ญา เรียกรองทรัพยสิน หรอื ประโยชนอ ืน่ ใดจากผูใดแตอยา งใด

เปนความจรงิ อานใหฟง รบั วา ถูกตอ ง
ลงชื่อ..............................................................เจา ของ หรอื ผคู รอบครอง
ลงชื่อ.........................................ผูตรวจยึด ลงช่ือ........................................ผตู รวจยดึ
ลงชอ่ื .........................................ผตู รวจยึด ลงช่ือ........................................ผตู รวจยดึ
ลงช่ือ.........................................ผูตรวจยดึ /บนั ทกึ /อาน
ไดร บั รถไวต าม ป.จ.ว. ขอ ..........................เวลา.....................น. ของวนั ท.่ี ........................................
ลงชือ่ ............................................................พนักงานสอบสวน

......../......../........

๑๓๙

º¹Ñ ·Ö¡¡ÒèºÑ
สถานทบี่ ันทกึ ................................

วันท.่ี .......เดือน................................พ.ศ. ................
วันน้ี (............) เวลาประมาณ............น. เจา พนกั งานตํารวจผูจับ ประกอบดวย............
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
ไดร ว มกนั จบั
๑. นาย/นาง/นางสาว..............................อาย.ุ .......ป อยบู า นเลขท.ี่ ...............หม.ู ........
ถนน........................................ตาํ บล................................................อาํ เภอ........................................
จงั หวดั ...................................หมายเลขบตั รประจาํ ตวั ประชาชน......................................................
๒. นาย/นาง/นางสาว.............................อาย.ุ .......ป อยบู า นเลขท.่ี ..............หม.ู ........
ถนน......................................ตาํ บล..............................................อาํ เภอ........................................
จงั หวดั ..................................หมายเลขบตั รประจาํ ตวั ประชาชน.......................................................
พรอ มดว ยของกลาง....................................................................................................
........................................................................................................................................................
...............................................................................................รวม....................................รายการ
จดุ ทพ่ี บของกลาง.......................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
โดยแจง ขอ กลา วหาวา .................................................................................................
....................(การกระทาํ ท่ีอางวา ผตู อ งหากระทาํ ผิด).......................................................................
....................(ขอ เทจ็ จรงิ และรายละเอียดเก่ียวกับวนั เวลา และสถานทีเ่ กดิ เหต)ุ ................................
....................(ขอ เทจ็ จรงิ และรายละเอยี ดเกยี่ วกับบุคคล และส่งิ ของท่ีเกี่ยวของ)................................
.......................................................................................................................................................
เหตใุ นการจับ จบั ตามหมายจับ ศาล....................ท.่ี ............./............ลงวนั ที่...........................

ซงึ่ เจา พนกั งานตาํ รวจผจู ับไดแสดงตอ ผถู กู จับแลว
เมอื่ ผถู กู จบั กระทาํ ความผดิ ซง่ึ หนา ดงั บญั ญตั ไิ วใ น มาตรา ๘๐ แหง ประมวลกฎหมาย
วธิ พี ิจารณาความอาญา
เม่ือพบผูถูกจับโดยมีพฤติการณอันควรสงสัยวานาจะกอเหตุรายใหเกิดภยันตราย
แกบุคคลหรือทรัพยสินของผูอ่ืนโดยมีเคร่ืองมือ อาวุธ หรือวัตถุอยางอื่นอันสามารถอาจใชในการ
กระทําความผดิ

๑๔๐

เม่ือมีเหตุที่จะออกหมายจับผูถูกจับ ตามมาตรา ๖๖ (๒) แหงประมวลกฎหมาย
วธิ ีพจิ ารณาความอาญา แตม คี วามจาํ เปนเรงดว นท่ีไมอาจขอใหศ าลออกหมายจับผถู กู จับได
เปนการจับผูตองหาหรือจําเลยที่หนีหรือจะหลบหนีในระหวางถูกปลอยช่ัวคราว
ตามมาตรา ๑๑๗ แหงประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญา
บคุ คลทถ่ี กู จบั ตามหมายจบั หลบหนหี รอื มผี ชู ว ยใหห นไี ปได มาตรา ๖๕ แหง ประมวล
กฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญา
เจาพนักงานตํารวจผูจ บั ไดแจงใหผ ถู ูกจับทราบวา มีสิทธิ ดงั น้ี
๑. สิทธิท่ีจะไมใหการหรือใหการก็ไดและถอยคําของผูถูกจับน้ันอาจใชเปนพยาน
หลกั ฐานในการพจิ ารณาคดีได
๒. สิทธิทจ่ี ะพบปรึกษาทนายความหรอื ผูท จ่ี ะเปนทนายความเปนการเฉพาะตวั
๓. สทิ ธิแจงหรอื ขอใหเ จาพนกั งานแจง ใหญาตหิ รือผูไวว างใจทราบถงึ การจบั กุม และ
สถานท่ีถกู ควบคมุ ในโอกาสแรก
๔. สิทธิใหทนายความหรือผูซึ่งตนไววางใจเขาฟงการสอบปากคําของตนไดในชั้น
สอบสวน
๕. สทิ ธิไดร บั การเย่ยี มหรอื ติดตอ กับญาติไดตามสมควร
๖. สิทธไิ ดร บั การรกั ษาพยาบาลโดยเร็วเมื่อเกิดการเจ็บปว ย
เจา พนกั งานตาํ รวจผจู บั ไดเ อาตวั ผถู กู จบั ไปยงั ทท่ี าํ การของสถานตี าํ รวจ.....................
ซ่ึงเปนท่ีทําการของพนกั งานสอบสวน แหงทองทีท่ ่ีถูกจับ ผูรบั ผดิ ชอบ โดยทันที
เมอื่ ไปถงึ ทที่ าํ การของพนกั งานสอบสวน เจา พนกั งานตาํ รวจผจู บั ไดแ จง ขอ กลา วหาให
ผถู ูกจับทราบอกี ครั้งหน่ึง ซง่ึ ผถู ูกจบั ทราบและเขา ใจขอ กลา วหาดแี ลว โดยตลอด
เปน กรณมี หี มายจบั เจา พนกั งานตาํ รวจผจู บั ไดแ จง ใหผ ถู กู จบั ทราบ และอา นขอ ความ
ในหมายจับใหผถู ูกจับฟงแลว
ผูถูกจับทราบขอกลาวหา รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุแหงการจับ และสิทธิของผูถูกจับ
ดงั กลา วขา งตนแลว
ไมยอมใหการ
ใหการ รับสารภาพ ปฏเิ สธ
โดยมรี ายละเอียดวา..................(กอ นเกดิ เหตุ ขณะเกิดเหตุ หลงั เกิดเหตจุ นกระทัง่ ถูกจบั )..................
.................................................(รายละเอยี ดไดจ ากคาํ ใหก ารของผตู อ งหา)......................................
สถานทถี่ กู จบั ........................................................................ตาํ บล/แขวง........................................
อาํ เภอ/เขต...................................................................จงั หวดั .......................................................
เมอื่ วนั ท.่ี ............เดอื น.................................พ.ศ. ..................เวลาประมาณ....................................

๑๔๑

อนึ่ง ในการปฏิบัติหนาท่ีคร้ังน้ี เจาพนักงานตํารวจผูจับไดปฏิบัติหนาท่ีตามกฎหมาย
โดยมไิ ดจ งู ใจใหค าํ มนั่ สญั ญา บงั คบั ขเู ขญ็ หลอกลวง ทรมาน หรอื ทาํ ใหผ หู นง่ึ ผใู ดไดร บั อนั ตรายแกก าย
หรอื จติ ใจ หรอื ทําใหทรพั ยส ินของผหู นึง่ ผูใดเสียหาย สูญหาย เสือ่ มคาหรือไรราคา แตอ ยา งใด
ไดอ า นบนั ทกึ นใี้ หผ ถู กู จบั ฟง แลว รบั รองวา ถกู ตอ งตามความเปน จรงิ พรอ มไดม อบสาํ เนา
บันทกึ การจับใหกบั ผูถ ูกจับไว คนละ ๑ ฉบบั แลว จึงใหล งลายมือชือ่ ไวเปน หลักฐาน
(ลงชื่อ)......................................................ผตู องหา/ผรู ับมอบบนั ทกึ
(ลงช่อื )......................................................ผูตอ งหา/ผูร ับมอบบันทึก
(ลงชอื่ )..........................................ผจู บั กุม (ลงชือ่ )..........................................ผจู ับกมุ /บันทกึ /อา น
(ลงชอ่ื )..........................................ผจู บั กมุ (......................................)
ตําแหนง........................................

ËÁÒÂàËμØ ๑) ถา เจาพนักงานตาํ รวจผูจ ับไมแจง สทิ ธิในบนั ทกึ การจับนี้ ไมท าํ ใหบ ันทกึ การจบั เสยี ไป
๒) ถาเจาพนักงานตํารวจผูจับไมมอบสําเนาบันทึกการจับใหกับผูถูกจับ คนละ ๑ ฉบับ

อาจถกู ฟอ งปฏบิ ตั หิ รอื ละเวน การปฏบิ ตั หิ นา ทโี่ ดยมชิ อบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ได


Click to View FlipBook Version