The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน-ศน.สัทธา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สัทธา สืบดา, 2020-12-01 23:47:20

คู่มือการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน-ศน.สัทธา

คู่มือการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน-ศน.สัทธา

เพอื่ พฒั นาการจดั การเรยี นรู้
โดยใชช้ ุดกจิ กรรมส่งเสรมิ นสิ ยั รกั การอ่าน

ตาแหน่ง ศกึ ษานเิทศก์ วทิ ยฐานะชานาญการ
สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสุพรรณบุรี เขต 3

สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน

คู่มือการนิเทศแบบเพ่ือนช่วยเพ่ือนเพื่อพฒั นาการจัดการเรียนรู้
โดยใช้ชุดกจิ กรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน

นางสาวสัทธา สืบดา
ตาแหน่ง ศึกษานิเทศก์ วทิ ยฐานะ ชานาญการ

สานักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ

คู่มือการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน เพ่ือพฒั นาการจดั การเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรม
ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ในโรงเรียนตน้ แบบรักการอ่าน ซ่ึงผูจ้ ดั ทาไดศ้ ึกษาคน้ ควา้ รวบรวม
เอกสาร งานวิจยั ที่เก่ียวขอ้ ง และวาดภาพประกอบดว้ ยตนเอง เพ่ือให้ความรู้แก่บุคลากรด้าน
ภาษาไทย ไดแ้ ก่ ศึกษานิเทศก์ ผูบ้ ริหาร ครูผูส้ อนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและผูเ้ ก่ียวขอ้ ง
เพ่ือใช้เป็ นแนวทางในการนากระบวนการนิเทศการศึกษามาใช้ในการปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริม
การพฒั นาคุณภาพพฒั นาการจดั การเรียนรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน เน่ืองจาก
การนิเทศเป็ นการทางานร่วมกนั ของบุคลากรทางการศึกษาหลายฝ่ าย ท่ีมีความแตกต่างกนั หลาย
ดา้ น การนิเทศจึงควรเลือกวธิ ีและพฤติกรรมการนิเทศท่ีเหมาะสม เพ่ือจูงใจให้เกิดการยอมรับใน
การเปลี่ยนแปลง และพฒั นาให้ความร่วมมือ มีความรับผิดชอบร่วมกนั ในการพฒั นาคุณภาพ
การศึกษาการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพ่ือน (Peer Coaching) เป็ นการนิเทศการจัดการเรียนรู้ ท่ีมี
ข้นั ตอนการดาเนินการท่ีชดั เจน โดยเฉพาะผนู้ ิเทศและผรู้ ับการนิเทศ เป็ นผมู้ ีส่วนร่วม ในการรับรู้
ปัญหาซ่ึงกนั และกนั การนารูปแบบการนิเทศแบบเพือ่ นช่วยเพอ่ื นมาใช้ จาเป็ นที่จะตอ้ งศึกษาและ
ทาความเขา้ ใจถึงความหมาย หลกั การและวิธีดาเนินการตามกระบวนการนิเทศแบบ เพ่ือนช่วย
เพอื่ นอยา่ งชดั เจน

การจดั ทาเอกสารเล่มน้ีประสบผลสาเร็จดว้ ยดี ซ่ึงไดร้ ับความอนุเคราะห์อยา่ งย่ิงจาก
ผเู้ ช่ียวชาญทุกท่าน ขอขอบคุณผอู้ านวยการสานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี
เขต 3 รองผูอ้ านวยการสานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3 ผูอ้ านวยการ
กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจดั การศึกษา และพนี่ อ้ งศึกษานิเทศกท์ ุกท่าน ที่ให้คาปรึกษา
และแนะนาให้คู่มือนิเทศสมบูรณ์มากข้ึน หวงั เป็ นอยา่ งย่ิงว่าคู่มือการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน
เพ่อื พฒั นาการจดั การเรียนรู้ โดยใชช้ ุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น จะเป็นประโยชน์
กบั ศึกษานิเทศก์ ผบู้ ริหาร ครูผสู้ อน และผเู้ กี่ยวขอ้ ง ในการพฒั นาคุณภาพการจดั การเรียน
การสอนตอ่ ไป

สัทธา สืบดา



คูม่ ือการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพ่ือน เพอื่ พฒั นาการจดั การเรียนรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรม
ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ในโรงเรียนตน้ แบบรักการอา่ นเล่มน้ีประกอบดว้ ย

ส่วนที่ 1 ความเป็นมาและความสาคญั
ส่วนท่ี 2 การนิเทศแบบเพ่ือนช่วยเพ่ือน
ส่วนท่ี 3 หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551
ส่วนที่ 4 ข้นั ตอนการจดั กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น
ส่วนที่ 5 แผนการนิเทศแบบเพ่ือนช่วยเพือ่ น
ส่วนท่ี 6 เครื่องมือที่ใชใ้ นการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพ่ือน ประกอบดว้ ย

ชุดที่ 1 แบบทดสอบวดั ความรู้ ความเขา้ ใจ เกี่ยวกบั การนิเทศแบบเพื่อนช่วย
เพื่อน โดยใชช้ ุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ก่อน-หลงั การดาเนินการนิเทศ

ชุดท่ี 2 แบบประเมินความสามารถในการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพอ่ื น
ชุดท่ี 3 แบบประเมินพฤติกรรมการจดั การเรียนรู้ โดยใชช้ ุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัย
รักการอ่าน ของครูผทู้ าหนา้ ที่นิเทศ โดยการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน
ชุดท่ี 4 แบบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของ
นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6
ชุดที่ 5 แบบสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรียนในการเรียนภายหลงั ไดร้ ับการ
จดั การเรียนรู้ดว้ ยชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น
ชุดที่ 6 แบบสอบถามความพึงพอใจผลการใช้ ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัย
รักการอ่าน ของครูผสู้ อนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย



คานา ………………………………………………………………...…………………….. หนา้
คาช้ีแจง ............................................................................................................................... ก
สารบญั ................................................................................................................................. ข
สารบญั ตาราง ....................................................................................................................... ค
ส่วนที่ 1 ความเป็นมาและความสาคญั ................................................................................ ง
ส่วนท่ี 2 การนิเทศแบบเพ่อื นช่วยเพ่อื น .............................................................................. 1
ส่วนท่ี 3 หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 ................................. 5
ส่วนท่ี 4 ข้นั ตอนการจดั กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน .................................................. 11
ส่วนที่ 5 แผนการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพอ่ื น ....................................................................... 16
ส่วนท่ี 6 เครื่องมือท่ีใชใ้ นการนิเทศแบบเพอ่ื นช่วยเพื่อน .................................................... 20
40
ชุดที่ 1 แบบทดสอบวดั ความรู้ ความเขา้ ใจ เกี่ยวกบั การนิเทศแบบเพ่อื นช่วย
เพ่อื น โดยใชช้ ุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น ก่อน-หลงั การดาเนินการนิเทศ ............ 41
46
ชุดท่ี 2 แบบประเมินความสามารถในการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ...................
ชุดท่ี 3 แบบประเมินพฤติกรรมการจดั การเรียนรู้ โดยใชช้ ุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั 48
รักการอา่ น ของครูผทู้ าหนา้ ที่นิเทศ โดยการนิเทศแบบเพ่อื นช่วยเพ่ือน ..........................
ชุดท่ี 4 แบบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของ 53
นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 ..............................................................................................
ชุดท่ี 5 แบบสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรียนในการเรียนภายหลงั ไดร้ ับการ 62
จดั การเรียนรู้ดว้ ยชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ........................................................
ชุดท่ี 6 แบบสอบถามความพงึ พอใจผลการใชช้ ุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั 65
รักการอา่ นของครูผสู้ อนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ...................................................... 68
บรรณานุกรม ........................................................................................................................



ตารางที่ หนา้
1 แผนการนิเทศแบบเพ่อื นช่วยเพื่อน ................................................................................... 23
2 การอบรมเชิงปฏิบตั ิการ “การนิเทศแบบเพ่ือนช่วยเพอ่ื นเพ่อื พฒั นาการจดั การเรียนรู้โดย 28

ใชช้ ุดการจดั กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน” ............................................................... 30
3 กาหนดการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพอื่ นเพอื่ พฒั นาการจดั การเรียนรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรม
31
ส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ของครูผสู้ อนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
โรงเรียนวดั ทา่ ชา้ ง ............................................................................................................ 32

4 กาหนดการนิเทศแบบเพือ่ นช่วยเพอ่ื นเพ่ือพฒั นาการจดั การเรียนรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรม 33
ส่งเสริมนิสยั รักการอ่าน ของครูผสู้ อนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
โรงเรียนวดั ทุ่งแฝก ............................................................................................................ 34
34
5 กาหนดการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพอ่ื นเพื่อพฒั นาการจดั การเรียนรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรม
ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ของครูผสู้ อนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
โรงเรียนอนุบาลด่านชา้ ง ...................................................................................................

6 กาหนดการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพอ่ื นเพือ่ พฒั นาการจดั การเรียนรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรม
ส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น ของครูผสู้ อนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
โรงเรียนวดั ด่านชา้ ง ..........................................................................................................

7 กาหนดการนิเทศแบบเพอ่ื นช่วยเพื่อนเพ่ือพฒั นาการจดั การเรียนรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรม
ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ของครูผสู้ อนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
โรงเรียนบา้ นสระเตย .........................................................................................................

8 รายชื่อผนู้ ิเทศ และผรู้ ับการนิเทศ ....................................................................................



ส่วนท่ี 1

ความเป็นมาและความสาคัญ

คู่มือการนิเทศแบบเพือ่ นชว่ ยเพ่อื น 1

ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษานน้ั เปา้ หมายสาคญั ของการพัฒนาอยู่ทกี่ ารพัฒนาคน
โดยมคี วามเช่ือว่า บุคคลพัฒนาตนเองได้ตลอดชวี ิต ซ่ึงสอดคล้องกับพระราชบญั ญัติการศึกษาชาติ
ปี 2542 มาตรา 22 กล่าวว่า การจดั การศกึ ษาตอ้ งยดึ หลักวา่ ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้
และพัฒนาตนเองได้ โดยถอื วา่ ผ้เู รยี นสาคัญทีส่ ดุ ในการพัฒนาคน ครูจึงเป็นกลไกสาคัญในการ
ขบั เคล่ือนกระบวนการจัดการเรียนรู้อยา่ งมีคุณภาพ สมกับคากลา่ วทว่ี ่า ครูเกง่ เด็กฉลาด การ
พัฒนาครูจงึ เป็นหัวใจสาคัญในกระบวนการพัฒนาคน ซึ่งเป็นบทบาทสาคญั ของศกึ ษานเิ ทศก์
ท่ีต้องนากระบวนการนเิ ทศมาใช้ในการพฒั นาครู กระบวนการนิเทศแบบเพ่ือนชว่ ยเพอ่ื น
(Peer Coaching) เป็นกระบวนการนิเทศที่มเี พอื่ นครูตง้ั แต่ 2 คนขนึ้ ไป จับคูก่ นั เพื่อพฒั นา
การจดั การเรียนรู้ของตนเองให้มคี ณุ ภาพยิ่งขึ้น สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้
พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 ซง่ึ กาหนดจดุ หมายที่มุ่งพฒั นาผู้เรียนทกุ คน ซงึ่ เป็นกาลงั ของชาติ
ให้เป็นมนษุ ยท์ ่มี ีความสมดุลทัง้ ด้านรา่ งกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสานกึ ในความเปน็ พลเมอื งไทย
และเป็นพลโลก ยึดมัน่ ในการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
ประมุข มีความรู้และทักษะพ้ืนฐาน รวมทั้ง เจตคติ ที่จาเป็นต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพ
และการศึกษาตลอดชีวติ โดยมงุ่ เนน้ ผูเ้ รียนเป็นสาคัญบนพื้นฐานความเช่อื วา่ ทุกคนสามารถเรียนรู้
และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศกั ยภาพ (กระทรวงศึกษาธกิ าร 2551 : 8) และในกลุ่มสาระการ
เรยี นรู้ภาษาไทยในการจดั กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น ครผู สู้ อนยังใหค้ วามสาคญั นอ้ ยมากใน
การสง่ เสริมความสามารถด้านการอา่ นของนักเรียน เพอ่ื เป็นแนวทางในการจัดการเรยี นรู้ จึงควรนา
กระบวนการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพอ่ื น เพือ่ พัฒนาการจัดการเรยี นรู้โดยใชช้ ดุ กจิ กรรมสง่ เสริม

คมู่ อื การนิเทศแบบเพอื่ นช่วยเพื่อน 2

นสิ ัยรักการอ่าน ในโรงเรยี นตน้ แบบรกั การอา่ น สานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษา
สพุ รรณบุรี เขต 3

จากการรายงานผลการดาเนินงานของโรงเรียนและผลการนิเทศ ติดตามการดาเนินงาน
พบวา่ โรงเรยี นดาเนินกิจกรรมสง่ เสรมิ นสิ ยั รักการอา่ นน้ัน ประสบปญั หาในการดาเนินงาน ดงั น้ี
1) ขาดแนวทางในการจัดกิจกรรม 2) ตวั อย่างการจดั กจิ กรรม และ 3) เคร่ืองมือการวดั และ
ประเมนิ ผลการเขา้ ร่วมกจิ กรรม และจากการศึกษาสภาพปัญหาการจดั การเรียนรูก้ ลมุ่ สาระการ
เรยี นรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6 ในสานักงานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสพุ รรณบุรี
เขต 3 พบว่า ครผู ู้สอน มคี วามต้องการ วธิ แี ก้ปัญหาการจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ นิสัยรกั การอ่าน คือ
ตอ้ งการให้สานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาสพุ รรณบุรี เขต 3 จดั อบรมสัมมนาใหค้ วามรู้
เรื่องการจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ นิสยั รักการอ่าน และตอ้ งการใชก้ ระบวนการนเิ ทศภายในโดยเพื่อนครู
ดว้ ยกันเอง (สานักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3 2554 : สาเนา)

ดังน้ัน ผู้ศกึ ษาในฐานะเปน็ ศึกษานิเทศก์สานกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษา
สุพรรณบุรี เขต 3 ทีร่ ับผิดชอบกจิ กรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน และกลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ซ่งึ เป็นผู้ประสานงาน ส่งเสริม สนับสนุน ให้โรงเรยี นจัดการศึกษาให้มีคุณภาพตามนโยบาย ของ
การปฏิรูปการเรยี นรู้ และประกันคณุ ภาพภายในและภายนอกสถานศึกษา ไดส้ รา้ งและพัฒนา
ชุดกิจกรรมสง่ เสรมิ นสิ ยั รกั การอา่ น
เพือ่ ใชเ้ ป็นสื่อนิเทศพัฒนาครูผู้สอน
กลุม่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย มี
ความสนใจท่ีจะดาเนินการทดลองใช้
รปู แบบการนเิ ทศแบบเพอ่ื นช่วย
เพ่ือน โดยใชช้ ุดกิจกรรมส่งเสริม
นสิ ยั รกั การอา่ น ของโรงเรยี น
ต้นแบบรกั การอา่ น สงั กดั สานกั งาน
เขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษา
สุพรรณบุรี เขต 3 ซง่ึ คาดวา่ ผล
การศึกษาในคร้งั นี้จะเป็นแนวทางในการดาเนินงานนเิ ทศภายในโรงเรียน ที่มุง่ พัฒนาการจัด
กิจกรรมสง่ เสริมนิสัยรกั การอ่านของครูผูส้ อน และความสามารถในการอา่ นของนักเรียน ในสงั กดั
สานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสพุ รรณบรุ ี เขต 3 ตอ่ ไป

คู่มือการนิเทศแบบเพื่อนชว่ ยเพอ่ื น 3

วัตถุประสงค์ของคมู่ ือนเิ ทศ
1. เพือ่ สร้างความรคู้ วามเข้าใจ เรื่อง การนเิ ทศแบบเพ่อื นช่วยเพ่อื น โดยใช้ชุดกิจกรรม

ส่งเสรมิ นสิ ยั รกั การอา่ น แก่ครผู ู้สอนกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทยในโรงเรียนตน้ แบบรกั การอา่ น
2. เพ่ือให้ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ในโรงเรียนต้นแบบรกั การอ่าน

ใช้เป็นแนวทางในการนิเทศแบบเพ่อื นช่วยเพ่ือน
3. เพอ่ื ใชเ้ ปน็ แนวการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้โดยใชช้ ดุ กิจกรรมส่งเสรมิ นสิ ัยรกั การอา่ น

ในโรงเรยี นต้นแบบรกั การอา่ น

คูม่ อื การนิเทศแบบเพือ่ นชว่ ยเพอื่ น 4

ส่วนที่ 2

การนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน

คมู่ อื การนิเทศแบบเพื่อนชว่ ยเพ่อื น 5

1. ความหมายของการนเิ ทศแบบเพอ่ื นชว่ ยเพ่ือน
วัชรา เล่าเรยี นดี (2540 : 148-154) ไดใ้ ห้ความหมายการนิเทศการสอนแบบเพอ่ื น
ช่วยเพ่อื น หมายถึง การนิเทศโดยเพอ่ื นร่วมงาน หรือเพื่อนร่วมอาชีพท่มี ิใชศ่ กึ ษานิเทศก์หรอื
ผู้บริหาร เพือ่ ให้การชว่ ยเหลือแนะนาและแก้ไขปรบั ปรุงการจดั การเรียนการสอน สง่ เสริม
ปฏิสัมพนั ธท์ ดี่ รี ะหว่างครแู ละบคุ ลากรอ่ืนๆ ในโรงเรียน ซงึ่ ในการนเิ ทศแบบน้ีมีวิธีการพอสรุป
ได้คือ ครแู ละเพ่อื นครหู รอื ครูในสาขาอืน่ หรือบคุ ลากรที่ไมใ่ ช่บุคคลในสายผู้สอนตงั้ แต่ 2 คน
ขึ้นไป ร่วมกันมาปฏบิ ตั งิ านเก่ียวกบั การพฒั นาปรบั ปรุงการจัดการเรียนการสอนใหม้ ีประสิทธภิ าพ
ย่งิ ข้ึน หรือร่วมกันพัฒนาโรงเรยี นให้มปี ระสิทธภิ าพยงิ่ ขน้ึ โดยทีใ่ นการปฏบิ ตั ติ ามโครงการน้ัน
จะต้องมกี ารวางแผนการปฏบิ ตั ริ ่วมกัน มกี ารสังเกตการเรยี นการสอน วเิ คราะห์การสอนและการ
ให้ขอ้ มูลย้อนกลบั (feedback) ตลอดจนร่วมมอื กนั คิดหาวิธีแก้ไขปรบั ปรุงจุดที่บกพรอ่ งให้
พฒั นาและดขี ึน้ กว่าเดมิ ความหมายการนิเทศการสอนแบบเพือ่ นช่วยเพ่ือน สรปุ ได้ว่า เปน็ การ
นเิ ทศระหวา่ งผรู้ ว่ มงานหรือเพือ่ นร่วมอาชพี ท่ีปฏบิ ัตงิ านร่วมกัน ในการสงั เกตการสอน เพ่ือ
พัฒนาปรบั ปรุงการเรียนการสอนใหม้ ปี ระสิทธภิ าพยิ่งขึ้น

2. ความสาคญั การนเิ ทศแบบเพือ่ นช่วยเพ่ือน
จอยซี เชาเวอร์ (วชั รา เล่าเรียนดี. 2544 : 147; อ้างอิงจาก Joyce Showers .1996 :
n.d.) ได้สรุปสาระสาคญั ของการนเิ ทศแบบเพ่ือนชว่ ยเพื่อนได้ดังนี้ คือ

คู่มอื การนิเทศแบบเพ่ือนชว่ ยเพื่อน 6

1. การนเิ ทศแบบเพ่ือนชว่ ยเพอ่ื น (Peer Coaching) เป็นกระบวนการ ทางาน
เคยี งค่กู ันระหวา่ งเพ่อื นรว่ มงาน ตอ้ งช่วยเหลอื ซึง่ กันและกนั โดยตลอด ซ่งึ จะช่วยใหม้ กี ารนา
เทคนคิ ทักษะใหม่ๆ ไปใชจ้ ริงมากขึ้น

2. เป็นการสง่ เสรมิ สนับสนนุ ใหม้ ีการนาความรู้ นวตั กรรมใหม่ๆ เกยี่ วกับ
หลักสูตรและการจดั การเรียนการสอนไปใชใ้ นโรงเรยี น

3. เป็นการสรา้ งความสนิทสนมคุน้ เคยกันระหว่างบคุ ลากรร่วมอาชพี
4. เปน็ การช่วยใหค้ รมู ีการเปลีย่ นแปลงพฤติกรรมการสอนของตนเอง
5. เปน็ วิธีการท่เี หมาะสมสาหรับครผู ูส้ อนโดยตรง และมีประโยชน์มากสาหรบั
ผ้นู ิเทศ ผูท้ าหน้าท่ีนิเทศ หรือผู้บริหารที่ต้องรบั ผิดชอบโดยตรงเกีย่ วกบั การพฒั นา ปรบั ปรุง
การเรียนการสอนใหม้ ีประสิทธภิ าพยิง่ ขน้ึ
สรุปความสาคญั การนิเทศแบบเพอื่ นช่วยเพือ่ น คอื เป็นกระบวนการของการ
ปฏบิ ัติงานร่วมกันระหวา่ งครูและเพือ่ นครูด้วยกนั เปน็ การเสริมสรา้ ง ช่วยเหลอื และสนับสนุน
ของเพอื่ นครูดว้ ยการเปน็ ผู้นิเทศและผูร้ บั การนิเทศ

3. รปู แบบของการนิเทศแบบเพ่อื นชว่ ยเพอื่ น (Peer Coaching)
สามารถจาแนกได้เป็น 3 รูปแบบ ซึ่งแตล่ ะรูปแบบสามารถนาไปปรบั ใช้ได้ตาม
จุดประสงคข์ องการพัฒนาในแต่ละเรื่อง (Robert,J.Gamston; อ้างอิงจาก วชั รา เล่าเรียนดี.
2541 : 161) ดังมรี ายละเอยี ดดงั ตอ่ ไปน้ี

1. การนิเทศการสอนเพื่อการพฒั นาดา้ นเทคนิคการสอน (Technical Coaching)
เป็นการนิเทศแบบเพื่อนชว่ ยเพ่อื นรูปแบบหนึ่งที่เนน้ การช่วยเหลือสนบั สนุนใหค้ รูได้ถ่ายโยง
ความรูท้ กั ษะ และวธิ กี ารสอนแบบต่าง ๆ จากทไ่ี ด้รบั การฝกึ อบรม และฝกึ ปฏบิ ตั ิมาให้นาไปใชไ้ ด้
จริงในห้องเรยี น ในขณะเดียวกันก็เน้นความร่วมมือกนั ระหว่างครูและผู้นิเทศ เปดิ โอกาสและ
จดั เวลาให้ไดส้ นทนากนั มากขน้ึ เพือ่ แลกเปลย่ี นความรู้ ความคิด ความรสู้ กึ ต่าง ๆ เกี่ยวกับงาน
ในอาชพี ของตนเอง การนิเทศแบบการพฒั นาด้านเทคนิคการสอนน้ี ตงั้ อยูบ่ นพื้นฐานความเชอ่ื วา่
การให้ขอ้ มูลย้อนกลบั ตามจุดม่งุ หมายทีก่ าหนดในเร่ืองที่สังเกตการสอนของกันและกัน ภายใต้
บรรยากาศของความเปน็ มิตรทีด่ ตี อ่ กัน จะชว่ ยให้มกี ารปรับปรุงและพัฒนาการสอนของตนเองได้
โดยปกติแลว้ การนเิ ทศแบบน้ีจะนามาใช้กับครทู ่ผี า่ นการฝึกอบรมปฏบิ ตั ิการในโครงการพฒั นา
บคุ ลากรในดา้ นเทคนิค ทักษะการสอนใหม่ ๆ หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ เพอ่ื ติดตามสง่ เสรมิ

คมู่ อื การนิเทศแบบเพอ่ื นชว่ ยเพื่อน 7

การนาไปใชจ้ รงิ ในหอ้ งเรียน โดยมีวธิ ีการงา่ ย ๆ พอสรปุ ไดค้ อื จับคคู่ รกู ับผูเ้ ชย่ี วชาญ หรอื ผู้
นเิ ทศ หรอื ให้ผทู้ ่ีผ่านการอบรมมาแลว้ ใหค้ กู่ นั ผลดั กนั สังเกตการสอนและใหข้ ้อมลู ป้อนกลับ
หลายๆ ครั้ง ซึ่งได้ผลเป็นทน่ี า่ พอใจตามที่ จอยซี เชาเวอร์ (Joyce ; & Showers) ไดก้ ลา่ วไวใ้ น
บทความเรื่อง The Coaching of Teaching ในวารสาร Educational Leadership (1987) ซ่ึงได้
สรปุ ผลการใช้การนเิ ทศแบบเพื่อนชว่ ยเพอื่ นรว่ มกันโครงการฝกึ อบรมครไู ด้ดงั นี้คือ

1.1 ครูจะใชว้ ิธกี าร ทักษะ หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ ทอ่ี บรมมาบ่อยย่งิ ขึ้น
1.2 ครูสามารถใช้ทกั ษะ วธิ ีการ หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ อยา่ งเหมาะสม
1.3 ครจู ะจาทกั ษะใหม่ๆเหล่าน้นั ได้นาน
1.4. ครจู ะใชท้ กั ษะวิธกี าร และนวัตกรรมใหมๆ่ เหลา่ น้ันในห้องเรียนอยา่ ง
สมา่ เสมอ
1.5 ครูจะมคี วามเขา้ ใจในทักษะ วิธีการ และนวตั กรรมต่างๆชดั เจนยงิ่ ขน้ึ
สามารถนาไปใชใ้ ห้เกิดประสิทธผิ ลสูงขึน้
2. การนเิ ทศการสอนเพื่อการพัฒนาด้านการทางานเป็นทีม (Collegial Coaching) เป็น
การนเิ ทศแบบเพื่อนชว่ ยเพ่อื นอกี แบบหนง่ึ ท่เี น้นการพัฒนาปรบั ปรุงการสอนโดยการรว่ มมอื กนั
ระหวา่ งครูกบั เพือ่ นครู ซึ่งควรจะเป็นการทดลองใช้แนวคิดของตนหรือเพ่ือนครู โดยเปิดโอกาส
และใหเ้ วลาในการสนทนากันระหวา่ งครมู ากข้ึน การทม่ี ีโอกาสสงั เกตการสอนระหว่างเพื่อน ทา
ให้รจู้ ุดบกพรอ่ งของตนเองชัดเจนยง่ิ ข้ึน เขา้ ใจตัวเองมากขน้ึ การนิเทศแบบน้ีมพี น้ื ฐานความเชื่อว่า
ครสู ามารถพัฒนาทกั ษะและการสอนของตนเอง สามารถวิเคราะหก์ ารสอนของตนเองได้ ถ้าเขามี
โอกาสท่จี ะฝกึ และพฒั นาทกั ษะต่าง ๆ ดังกล่าว การนิเทศแบบน้ีมเี ปา้ หมายระยะยาวว่าครจู ะ
สามารถแกไ้ ขตัวเองด้วยตวั เองอยา่ งต่อเน่ืองสมา่ เสมอ การนเิ ทศแบบพัฒนาดา้ นการทางานเป็นทมี
มวี ิธกี ารง่าย ๆ คือ การจับคู่กันระหวา่ งครใู นสายวชิ าเดียวกนั หรือตา่ งสาขากันเน้นทก่ี ารสังเกตการ
สอนของกนั และกัน โดยเฉพาะในจดุ หรือประเดน็ ที่ตอ้ งการเรียนรมู้ ากท่สี ุด เน้นเฉพาะจุดท่ี
บกพร่องทีต่ ้องการแก้ไขปรับปรุงโดยทผ่ี สู้ ังเกตการสอนจะร่วมมือกบั ผู้ถกู สังเกต คดิ และ
ตดั สินใจในเรื่องตา่ งๆทมี่ ีผลต่อการเรียนรู้ของผูเ้ รยี น ซ่งึ แตกต่างจาก การนิเทศแบบการพฒั นา
ดา้ นเทคนิคการสอน ซงึ่ ผ้สู ังเกตหรือผู้นิเทศจะเป็นผู้บอก เปน็ ผู้ตัดสินวา่ การสอนของครเู หมาะสม
หรอื ถกู ต้องเพยี งใด ตอ้ งการ แก้ไข ปรับปรงุ จดุ ใดบา้ ง ซึง่ ผู้ทาหน้าทน่ี เิ ทศในรปู แบบนีจ้ ะต้องมี
ความร้คู วามชานาญในทกั ษะตา่ งๆมากพอสมควร ดงั น้ัน ถ้าจะมุ่งพัฒนาสภาพการทางานใน
โรงเรยี นปฏสิ มั พนั ธ์ที่ดรี ะหว่างครูและบคุ ลากรตา่ งๆแล้ว วธิ กี ารนิเทศแบบการพฒั นาด้านการ
ทางานเป็นทมี น่าจะเหมาะสมท่ีสุดท่ีจะนามาใชใ้ นโรงเรยี น

คมู่ ือการนิเทศแบบเพ่อื นช่วยเพอ่ื น 8

3. การนิเทศการสอนเพ่ือการพฒั นาด้านการแก้ปัญหาใหม่ๆที่ท้าทาย (Challenge
Coaching) เป็นการนิเทศแบบเพ่อื นช่วยเพื่อนที่เน้นทก่ี ารแกไ้ ขปญั หาการสอนที่เกดิ ขึ้นอยูเ่ รอื่ ย ๆ
จุดประสงคข์ องการนิเทศแบบน้ี กเ็ พื่อชว่ ยครหู รือคณะครแู ก้ปญั หาการจัดการเรียนการสอน คาว่า
Challenge หมายถงึ ทา้ ทาย ซ่งึ ก็คือความพยายามท่ีจะแก้ปญั หาการจดั การเรียน การสอนท่เี กดิ ขึ้น
เป็นประจาและยังไม่ได้รบั การแก้ไข รูปแบบการนิเทศวิธนี มี้ ีพ้นื ฐานความเชื่อว่า ความพยายาม
ในการแกป้ ญั หาในการสอนของครผู ู้ดาเนินการสอนเอง จะชว่ ยให้มกี ารปรบั ปรงุ พฒั นาการจัดการ
เรยี นการสอนให้มีประสทิ ธภิ าพขึ้นมาได้ เพราะผู้รว่ มงานมีความเชือ่ ใจกนั เขา้ ใจกัน และพอใจ
ที่จะปฏิบตั ิงานร่วมกนั รว่ มกนั คิด ร่วมกนั ปรึกษาหารอื เพอื่ แก้ปัญหาท่ีเป็นอยไู่ ด้ จะแตกตา่ งจาก
การนเิ ทศการสอนเพื่อการพัฒนาดา้ นเทคนิคการสอน และการนิเทศการสอนเพ่อื การพัฒนาดา้ น
การทางานเป็นทีมในดา้ นกระบวนการ และผลผลติ หรือผลลพั ธ์ กลา่ วคือ กระบวนการนเิ ทศ
เพื่อการพัฒนาดา้ นการแก้ปัญหาใหมๆ่ ท่ีท้าทาย จะประกอบด้วย

3.1 การรว่ มวิเคราะห์ พิจารณาปัญหาการจัดการเรยี นการสอนที่เกดิ ข้ึนอยูเ่ สมอ
หรอื รว่ มกันกาหนดเป้าหมาย จุดมุ่งหมายท่ีต้องการพฒั นาปรับปรงุ

3.2 การดาเนินการตามรูปแบบการนเิ ทศแบบ Challenge Coaching มกี าร
ดาเนนิ งานเปน็ กลุ่มหรอื คณะตั้งแต่ 2 คนข้นึ ไป สว่ น Technical Coaching และ Collegial
Coaching ดาเนินงานเป็นคู่ได้

3.3 บุคลากรในสายอ่ืนทไี่ มใ่ ชส่ ายผู้สอน แต่มคี วามชานาญและเชย่ี วชาญเฉพาะ
ด้าน เขา้ ร่วมกลุม่ คณะทางานได้โดยเฉพาะบุคคลทมี่ คี วามสามารถด้านการแกป้ ัญหา หรือความ
ชานาญเฉพาะดา้ นอ่ืน ๆ เช่น บรรณารักษ์ ผบู้ รหิ ารโรงเรียน ผู้เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นต้น

สรปุ รปู แบบของการนิเทศแบบเพือ่ นชว่ ยเพ่อื น คอื เทคนคิ ของการสอนท่ีนาวธิ กี าร
ทกั ษะ หรือนวัตกรรมใหมม่ าใช้ การทางานรว่ มกนั เป็นทีม การสนทนากันระหว่างครูมากข้นึ
มโี อกาสสังเกตการสอนระหวา่ งเพือ่ น และการแก้ปญั หาใหม่ ๆ ที่ท้าทาย ความพยายามท่จี ะ
แก้ปัญหาการจดั การเรียนการสอนท่เี กดิ ข้ึนเป็นประจา

คมู่ ือการนิเทศแบบเพ่อื นชว่ ยเพ่ือน 9

4. เคร่ืองมือในการนิเทศแบบเพอ่ื นชว่ ยเพ่ือน
เครื่องมือทส่ี าคัญสาหรบั กระบวนการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพ่อื น คือ แบบสงั เกต
การสอนและการให้ข้อมูลปอ้ นกลบั เพอ่ื ให้ได้ขอ้ มูลพ้ืนฐานในการตดั สนิ ใจเกยี่ วกบั การดาเนินการ
จัดการเรยี นการสอน และการปรับปรงุ แก้ไขหรอื พัฒนา นอกจากน้ีข้อมูล ท่ไี ด้จากการสงั เกต
การสอนจะเป็นส่วนสาคัญในการนามาใช้ในการวิเคราะหก์ ารสอนของครู เพ่อื จะหาทางแกไ้ ข
ปรบั ปรุงหรือสง่ เสริมพฒั นาให้ดยี งิ่ ขึน้ การสังเกตการสอนจงึ เป็นสว่ นประกอบท่ีสาคัญยิง่ ของ
การนเิ ทศเพ่อื ปรับปรงุ การเรียนการสอนในทกุ รปู แบบ

มลิ ล์ (Mills. 1980 ; อา้ งอิงจาก วัชรา เลา่ เรียนดี. 2540 : 153 ) ไดเ้ สนอขั้นตอน
การสังเกตการสอนไว้ 7 ขนั้ ตอน ดงั นี้

1. เลือกประเด็นทีจ่ ะสังเกต
2. เลือกเทคนิควธิ ีการสังเกตและบันทกึ ท่ีเหมาะสม 1-2 วิธี
3. สงั เกตและบันทึก
4. นาเสนอข้อมูลร่วมกันวิเคราะห์ข้อมลู
5. อภปิ รายรว่ มกนั เกยี่ วกบั สิ่งทพี่ บเหน็ จากการสงั เกตและบนั ทกึ
6. สรุปข้อค้นพบประเด็นที่สาคัญ หรือพฤติกรรมท่ีเป็นปัญหาเพ่ือการแกไ้ ข
ปรับปรงุ
7. พจิ ารณากาหนดจดุ มุง่ หมายและสาระสาคญั เพ่อื การสังเกตในคร้ังตอ่ ไป
อากสิ นั และ กอล (วชั รา เล่าเรยี นดี 2541 : 66-69; อ้างอิงจาก Acheson G. Meredith
Damien; & Gall 1997) ได้เสนอไว้วา่ สาหรบั การนเิ ทศแบบเพ่ือนช่วยเพ่ือนน้นั จะเปิดโอกาส
ใหส้ มาชกิ ภายในโครงการไดท้ าการสงั เกตการสอนซ่งึ กันและกัน กาหนดจุดประสงค์ตลอดจน
พฤตกิ รรมทีจ่ ะสังเกตรว่ มกัน จดั การประชุมกอ่ นการสงั เกต และหลงั การสังเกตเพ่ือใหข้ ้อมลู
ยอ้ นกลบั แก่กัน เพอื่ นาขอ้ มูลดงั กล่าวมาเป็นแนวทางในการแกไ้ ข ปรับปรุงการสอนใหม้ ี
ประสิทธิภาพมากยิง่ ขนึ้ ทส่ี าคัญพฤติกรรมการสอนที่มีประสทิ ธภิ าพต่าง ๆ จะช่วยในการกาหนด
พฤตกิ รรมท่ีเหมาะสมสาหรับการสงั เกตเป็นอย่างดี การเลอื กใช้วิธกี ารสงั เกตใหส้ อดคล้องกับ
พฤตกิ รรมการสอนทมี่ ีประสทิ ธิภาพ
สรปุ เครื่องมือทีใ่ ช้ในการนเิ ทศการสอนคือ เป็นเคร่ืองมือท่จี ะใชใ้ นการสังเกต
และการบนั ทกึ การนเิ ทศการสอน เพ่อื เป็นข้อมลู ยอ้ นกลบั และนามาปรบั ปรงุ การเรยี นการสอน
ให้มปี ระสิทธภิ าพมากย่งิ ขน้ึ

ค่มู ือการนิเทศแบบเพือ่ นชว่ ยเพือ่ น 10

ส่วนท่ี 3

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พุทธศักราช 2551

ค่มู อื การนิเทศแบบเพ่อื นช่วยเพ่อื น 11

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน

พุทธศักราช 2551

การจัดการเรยี นรกู้ ลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษา
ข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สถานศึกษาตอ้ งพัฒนาผูเ้ รียนให้มีความร้คู วามสามารถและมีทกั ษะ
ตามมาตรฐานการเรยี นรู้ ดงั นั้น ครูผสู้ อนจาเป็นต้องศึกษาและทาความเขา้ ใจเก่ียวกบั หลกั สตู ร
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ คุณภาพผู้เรยี น ตัวช้ีวดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลางกลุ่มสาระ
การเรยี นรู้ภาษาไทย (กระทรวงศึกษาธกิ าร 2552 : 56)

ทาไมตอ้ งเรยี นภาษาไทย
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เปน็ สมบตั ิทางวัฒนธรรมอันกอ่ ให้เกิดความเป็น

เอกภาพ และเสรมิ สรา้ งบคุ ลิกภาพของคนในชาตใิ ห้มีความเปน็ ไทย เปน็ เครื่องมือในการ
ติดต่อสอ่ื สารเพอ่ื สรา้ งความเขา้ ใจและความสัมพันธท์ ดี่ ีต่อกัน ทาให้สามารถประกอบกจิ ธุระ
การงาน และดารงชวี ติ รว่ มกันในสงั คมประชาธิปไตยไดอ้ ย่างสันติสขุ และเปน็ เครอ่ื งมือในการ
แสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศต่าง ๆ เพอ่ื พฒั นาความรู้ กระบวนการ
คดิ วเิ คราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ให้ทนั ต่อการเปลี่ยนแปลงทางสงั คม และความกา้ วหน้า
ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนาไปใช้ในการพัฒนาอาชพี ให้มคี วามมั่นคงทางเศรษฐกิจ
นอกจากนยี้ งั เป็นสื่อแสดงภูมปิ ญั ญาของบรรพบรุ ษุ ดา้ นวัฒนธรรม ประเพณี สุนทรียภาพ
เปน็ สมบตั ิลา้ คา่ ควรแก่การเรียนรู้ อนรุ กั ษ์ และสบื สานให้คงอย่คู ู่ชาติไทยตลอดไป

คู่มือการนิเทศแบบเพือ่ นชว่ ยเพอ่ื น 12

เรยี นรู้อะไรในภาษาไทย
1. การอา่ น การอ่านออกเสียงคา ประโยค การอา่ นบทร้อยแก้ว คาประพันธ์ชนดิ ตา่ ง ๆ

การอ่านในใจเพ่อื สรา้ งความเขา้ ใจ และการคดิ วิเคราะห์ สังเคราะหค์ วามรูจ้ ากสิ่งทีอ่ า่ น เพ่อื นาไป
ปรับใชใ้ นชีวติ ประจาวนั

2. การเขียน การเขยี นสะกดตามอกั ขรวิธีการเขยี นสื่อสาร โดยใช้ถ้อยคาและรปู แบบต่าง ๆ
ของการเขยี น ซ่ึงรวมถึงการเขยี นเรียงความ ยอ่ ความ รายงานชนิดต่างๆ การเขียนตามจินตนาการ
วเิ คราะหว์ ิจารณ์ และเขยี นเชิงสรา้ งสรรค์

3. การฟงั การดู และการพดู การฟงั และดูอย่างมวี ิจารณญาณ การพดู แสดง
ความคิดเห็นความรสู้ ึก พดู ลาดับเรื่องราวตา่ งๆ อยา่ งเป็นเหตุเปน็ ผล การพดู ในโอกาสต่าง ๆ
ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ และการพูดเพื่อโน้มน้าวใจ

4. หลักการใชภ้ าษาไทย ธรรมชาติ และกฎเกณฑข์ องภาษาไทย การใชภ้ าษาให้
ถกู ต้องเหมาะสมกับโอกาสและบคุ คล การแตง่ บทประพันธป์ ระเภทตา่ ง ๆ และอทิ ธิพล
ของภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย

5. วรรณคดแี ละวรรณกรรม วิเคราะหว์ รรณคดี และวรรณกรรมเพ่ือศกึ ษาข้อมูล
แนวความคิดคุณค่าของงานประพนั ธ์ และความเพลดิ เพลิน การเรียนร้แู ละทาความเขา้ ใจบทเห่
บทร้องเล่นของเด็ก เพลงพื้นบา้ นที่เปน็ ภูมิปัญญาท่มี คี ณุ ค่าของไทย ซ่ึงได้ถ่ายทอดความรู้สกึ นึกคิด
คา่ นิยม ขนบธรรมเนยี มประเพณี เรื่องราวของสงั คมในอดีต และความงดงามของภาษา เพ่อื ให้
เกดิ ความซาบซ้ึงและภมู ิใจในบรรพบรุ ษุ ที่ไดส้ ั่งสมสบื ทอดมาจนถึงปัจจบุ ัน

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 การอา่ น
มาตรฐาน ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาไปใชต้ ดั สินใจ แก้ปญั หา
ในการดาเนนิ ชีวิต และมีนสิ ยั รกั การอ่าน
สาระท่ี 2 การเขียน
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขยี นส่ือสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขยี นเร่ืองราว
ในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้ อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
สาระท่ี 3 การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลอื กฟังและดอู ย่างมวี ิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด

คมู่ ือการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพอ่ื น 13

และความรู้สกึ ในโอกาสต่างๆ อยา่ งมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์
สาระที่ 4 หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษา
และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ
สาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคดิ เห็นวจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็
คณุ คา่ และนามาประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตจริง

คณุ ภาพผู้เรียน
จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
อา่ นออกเสยี งบทร้อยแก้วเป็นทานองเสนาะไดถ้ ูกต้อง อธบิ ายความหมายโดยตรง

และความหมายโดยนัยของคา ประโยค ขอ้ ความ สานวนโวหารจากเร่ืองทอี่ า่ น เขา้ ใจคาแนะนา
คาอธิบายในคมู่ อื ต่างๆ แยกแยะข้อคดิ และขอ้ เท็จจรงิ จับใจความสาคญั ของทอี่ า่ นและนาความรู้
ความคดิ จากเรื่องท่ีอ่านไปตัดสินใจแกป้ ัญหาในการดาเนินชีวิต มมี ารยาท และมนี สิ ัยรกั การอ่าน
และเห็นคณุ คา่ ของส่งิ ทีอ่ า่ น

มที ักษะในการคดั ลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทดั และเครอื่ งบรรทัด เขียนสะกดคา
แต่งประโยค และเขียนข้อความ ตลอดจนเขียนสื่อสารโดยใช้ถอ้ ยคาชัดเจนเหมาะสม ใช้แผนภาพ
โครงเรื่อง และแผนภาพความคิด เพอ่ื พัฒนางานเขียน เขียนเรียงความ ยอ่ ความ จดหมายส่วนตัว
กรอกแบบรายการตา่ ง ๆ เขียนแสดงความร้สู ึกและความคิดเหน็ เขยี นเรอื่ งตามจินตนาการ
อย่างสรา้ งสรรค์ และมีมารยาทในการเขยี น

พูดแสดงความรู้ ความคดิ เกี่ยวกบั เร่ืองท่ฟี ังและดู เล่าเร่ืองยอ่ หรือสรุปจากเร่ืองทีฟ่ ัง
และดู ตั้งคาถาม ตอบคาถามจากเรื่องท่ีฟังและดู รวมทั้งประเมินความนา่ เช่ือถือจากการฟัง และ
ดูโฆษณาอย่างมเี หตุผล พดู ตามลาดบั ขน้ั ตอนเรอื่ งต่าง ๆ อย่างชัดเจน พูดรายงานหรือประเด็น
ค้นคว้าจากการฟัง การดู การสนทนา และพูดโนม้ น้าวไดอ้ ยา่ งมีเหตผุ ล รวมทง้ั มมี ารยาทในการ
ฟัง ดู และพดู

สะกดคาและเขา้ ใจความหมายของคา สานวน คาพงั เพย และสภุ าษติ รู้และเขา้ ใจชนิด
และหน้าทขี่ องคาในประโยค ชนิดของประโยค คาภาษาถิ่นและคาภาษาต่างประเทศในภาษาไทย

ค่มู ือการนิเทศแบบเพื่อนชว่ ยเพ่อื น 14

ใชร้ าชาศัพท์และคาสภุ าพได้อยา่ งเหมาะสม แต่งประโยค แต่งบทร้อยกรองประเภทกลอนส่ี
กลอนสภุ าพ และกาพยย์ านี 11

เข้าใจและเห็นคุณค่าวรรณคดแี ละวรรณกรรมที่อ่าน เลา่ นิทานพ้นื บ้าน รอ้ งเพลง
พื้นบ้านของท้องถิน่ นาข้อคิดเหน็ จากเรื่องท่ีอา่ นไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ จริง และท่องจาบทอาขยาน
ตามท่กี าหนดได้

คู่มือการนิเทศแบบเพอื่ นช่วยเพื่อน 15

ส่วนท่ี 4

ข้ันตอนการจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน

คูม่ ือการนิเทศแบบเพ่ือนชว่ ยเพ่ือน 16

การดาเนินงานสง่ เสรมิ นสิ ยั รักการอา่ นน้ัน ถอื เป็นภารกิจหลักของโรงเรียน ที่จะต้อง
สง่ เสรมิ นิสยั รักการอา่ นให้เกิดขนึ้ ในโรงเรียน ทัง้ น้ีเพราะการอา่ นเป็นทกั ษะที่จาเป็น ในการ
แสวงหาความรู้เพ่อื พฒั นาตนเองใหส้ ามารถเรยี นรไู้ ด้ ส่อื สารได้ และสามารถสร้างองค์ความรู้ได้
ซง่ึ นับวา่ เปน็ การปฏิรูปการเรียนร้ทู ่สี าคญั และจาเป็นอยา่ งยงิ่ ในปจั จุบัน โดยมีขัน้ ตอน
การดาเนินงานดงั นี้

1. ข้ันเตรียมงาน
โรงเรียนควรมีการประชมุ ปรึกษาหารอื กันระหว่างผู้บรหิ ารโรงเรยี น ครู ผปู้ กครอง ผนู้ า
ชมุ ชนและนักเรียน เพอื่ วางแผนการจัดทาโครงการ/กิจกรรม/
การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ส่งเสรมิ การอา่ นในโรงเรยี น
โดยอภปิ รายใหเ้ ห็น ถึงความสาคญั จาเปน็ ของการอ่าน ซ่ึงเป็น
กจิ กรรมท่ีสาคัญมากท่สี ุดกจิ กรรมหนงึ่ ของมนุษยห์ รืออาจกลา่ ว
ไดว้ า่ “การอา่ นเปน็ ส่วนหนงึ่ ของชวี ติ ” กน็ ่าจะเป็นคากล่าว
ทไ่ี มเ่ กนิ ความเป็นจรงิ นกั เมื่อทกุ ฝา่ ยเห็นความสาคัญจาเป็น
ดังกล่าวแล้ว จึงควรดาเนินการดังน้ี

คมู่ อื การนิเทศแบบเพ่ือนช่วยเพื่อน 17

1.1 ผ้บู รหิ ารแต่งต้ังคณะทางาน ซึง่ ประกอบด้วยครู อาจารย์ บรรณารักษ์ อาจมีนักเรียน
ร่วมอย่ดู ้วย แล้วแต่ความเหมาะสม เขยี นโครงการ และทาหน้าท่ีดาเนนิ งานตามโครงการ/กิจกรรม
ให้สง่ ผลตอ่ การปฏบิ ตั จิ รงิ ของนักเรียน เชน่ อาจมีการบันทกึ กจิ กรรมกาหนดรางวัล สื่อ อปุ กรณ์
การตดิ ต่อกับผ้ปู กครอง เป็นต้น

1.2 คณะทางานพจิ ารณา ปรับปรุงใหเ้ ป็นโครงการ/กิจกรรม/การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ที่สมบรู ณก์ าหนดการ และสื่อต่าง ๆ ในโครงการ ตอ้ งสามารถนามาปฏิบตั ไิ ด้ โดยไม่ต้องใชเ้ งิน
ใช้เวลาและแรงงานเกินไป โดยครผู ู้สอนสามารถนากจิ กรรมตา่ ง ๆ มาประยุกต์ใชใ้ นชั้นเรยี น
ไดต้ ้งั แตก่ ารเขยี นแผนการสอนและ แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ เปน็ ต้น

1.3 เตรยี มสื่อและอุปกรณท์ ี่จาเป็นในการจัดกจิ กรรมตามโครงการ โดยการจดั หา
คดั เลือกหรือบางครั้งจาเป็นต้องซ้อื กค็ วรพิจารณาตามสมควร ซง่ึ ไมค่ วรเปน็ ส่ือหรืออปุ กรณ์
ท่มี รี าคาแพงเกนิ ไป

1.4 กาหนดเกณฑห์ รือกตกิ าตา่ ง ๆ ใหเ้ หมาะสมกบั ระดับความสามารถในการอา่ น
ของนกั เรียน

1.5 กาหนดวิธปี ระเมินผล เช่น การสรา้ งแบบบันทกึ การอ่านใหเ้ ล่าเรื่อง ตอบคาถาม
ใหว้ าดภาพประกอบเร่ือง

2. ขั้นประชาสัมพันธ์โครงการ/กิจกรรม/การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

การประชาสัมพนั ธเ์ ปน็ ความสาคญั และจาเปน็ อยา่ งยง่ิ เพราะจะชว่ ยใหค้ รู นกั เรียน
และผูป้ กครองมีความรู้ความเขา้ ใจ ตลอดจนเขา้ ร่วมกจิ กรรมนน้ั ๆ

2.1 การประชาสมั พนั ธ์อาจทาได้หลายวธิ ีตามความเหมาะสมตามความสะดวก
และอุปกรณ์ต่าง ๆ ทีม่ ี เช่น ปดิ ประกาศในหอ้ งเรยี น ประกาศเสยี งตามสาย ประกาศในวารสาร
ของโรงเรียน เขียนจดหมายส่งผู้ปกครอง

2.2 ให้ครูและนักเรียนทีอ่ ยู่ในคณะกรรมการมีเวลาช้แี จงในโครงการในห้องเรียน
ให้มีขอ้ มลู ทเี่ กี่ยวขอ้ ง เชน่
การรับสมคั รสมาชกิ ชมรม การเลอื ก
หนงั สือที่จะอ่าน การกรอก
แบบบนั ทกึ แหล่งท่ีจะอ่านหนังสอื
กิจกรรมการส่งเสริมการอา่ น เป็นต้น

คมู่ ือการนิเทศแบบเพอ่ื นชว่ ยเพือ่ น 18

2.3 โรงเรยี นจัดกจิ กรรมรณรงค์ โครงการสง่ เสริมการอ่านทกุ รปู แบบมีทั้งเอกสาร
การสือ่ สาร การบรรยาย เสนอแนะ ประกาศ เป็นต้น ซงึ่ จะเป็นการชว่ ยกระตุ้นใหท้ ุกคนตระหนัก
ในความสาคัญของการอา่ นมากขึน้

3. ขั้นดาเนินการ

เปน็ ขน้ั ตอนทสี่ าคัญท่สี ุด เน่ืองจากทกุ กิจกรรมในโครงการ ควรจะได้บงั เกดิ ผล
เป็นรูปธรรม สามารถนาเสนอภาพที่ชัดเจนของกิจกรรมต่าง ๆ ดงั น้ี

3.1 การเตรยี มกิจกรรม ส่อื อุปกรณ์และขน้ั ตอนการจัดกิจกรรมตามท่กี าหนดไว้ เพ่อื ดู
ความพร้อมของการจัดกจิ กรรม

3.2 การปฏบิ ัติกจิ กรรมของนกั เรียน ซึง่ การปฏิบัติกิจกรรมสง่ เสริม ใหค้ รอบคลมุ
ทั้งการฟัง พูด อา่ นและเขยี น หรือสัมพันธก์ นั ทง้ั 4 ทกั ษะ

3.3 การพัฒนางานของนักเรียน จากการปฏิบตั กิ จิ กรรม นักเรยี นจะวางแผน
การจดั เก็บสะสมผลงาน คัดเลือกงาน ปรับเปรยี บผลงาน และนาเสนอผลงานในรูปแบบการใช้
แฟม้ สะสมผลงาน

3.4 การประยกุ ตใ์ ช้กิจกรรมสง่ เสรมิ การอา่ น ใหเ้ หมาะสมกับโรงเรียน และ
สภาพแวดล้อมของโรงเรยี น ซ่ึงเปน็ หนา้ ทขี่ องคณะทางานจะตอ้ งหาแนวทางพัฒนาปรบั ปรุง
กิจกรรมใหส้ ัมพนั ธ์สอดคล้องกบั สภาพตา่ ง ๆ ดงั กลา่ วยง่ิ ขึ้น

4. ขั้นประเมินผล

การประเมินผลเป็นขัน้ ตอนทสี่ าคัญของโครงการ/กิจกรรม/การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
สง่ เสรมิ การอ่านท่โี รงเรียนควรได้ ประเมินผลความกา้ วหน้า ในการดาเนินงานตามโครงการ
ของโรงเรียน ดงั นี้

4.1 ความกา้ วหนา้ ในการอ่านของนกั เรยี น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนกั เรยี น
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย และความพึงพอใจของนักเรียน

4.2 การจดั กจิ กรรมตามโครงการ/กจิ กรรม/กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ของโรงเรียน
ประเมินได้จากร่องรอยหลกั ฐานการจัดกิจกรรมตามสภาพท่ีแท้จริง ไดช้ ว่ ยส่งเสรมิ ให้นกั เรียน
มคี วามก้าวหน้าในการอา่ น รักการอา่ นเพยี งใด โดยใช้แบบสารวจแบบประเมินผลการดาเนนิ การ
รวมท้งั ผลทไี่ ด้จากการรวบรวมสะสมผลงาน และการนาเสนอผลการดาเนินงานทั้งหมด

คู่มือการนิเทศแบบเพอื่ นชว่ ยเพอ่ื น 19

ส่วนท่ี 5

แผนการนิเทศแบบเพ่ือนช่วยเพ่ือน

คูม่ ือการนิเทศแบบเพอื่ นชว่ ยเพ่อื น 20

แผนการนิเทศแบบเพอ่ื นช่วยเพือ่ น ท่ีใชน้ ิเทศการจัดการเรียนรู้โดยใชช้ ุดกจิ กรรม

ส่งเสรมิ นิสยั รักการอ่าน มดี ังนี้คือ

1. ความหมายของการนิเทศแบบเพอ่ื นช่วยเพ่อื น

2. ขั้นตอนการนิเทศแบบเพ่อื นช่วยเพื่อน มี 4 ขน้ั ตอนดังนี้

2.1 ประชุมกอ่ นการสงั เกตการจัดการเรียนรู้ 1 แผน

2.2 การสังเกตการจดั การเรยี นรู้ 1 แผน

2.3 การวิเคราะหข์ อ้ มูล 1 แผน

2.4 การประชมุ ภายหลงั การสังเกตการจดั การเรยี นรู้ 1 แผน

การนิเทศแบบเพือ่ นช่วยเพือ่ น หมายถงึ การนิเทศการสอนโดยเพือ่ นครใู นโรงเรียน

เดยี วกันเพื่อใหก้ ารช่วยเหลอื แนะนาและแกไ้ ขปรบั ปรงุ การจดั การเรยี นรู้ซ่งึ กนั และกนั อยา่ งต่อเน่ือง

และสม่าเสมอ โดยเน้นการพฒั นาปรับปรงุ การจดั การเรียนรู้ของครแู ละเพ่อื สง่ เสรมิ ปฏสิ มั พนั ธ์ที่ดี

ระหว่างครูและบุคคลากรอ่ืนในโรงเรียน ซึ่งการนเิ ทศแบบเพอ่ื นช่วยเพื่อน เป็นการนเิ ทศครแู ละ

เพอ่ื นครตู ้ังแต่ 2 คนข้นึ ไป มาชว่ ยกนั สังเกตการจัดการเรียนรู้โดยใชช้ ุดกจิ กรรมสง่ เสริมนิสัยรัก

การอ่าน ซึ่งกันและกันเพื่อนามาซงึ่ การปรับปรงุ และพัฒนาการจดั การเรยี นรูใ้ ห้มีประสทิ ธภิ าพย่งิ ขึ้น

คมู่ อื การนิเทศแบบเพอื่ นชว่ ยเพอ่ื น 21

ขัน้ ตอนของการนเิ ทศแบบเพื่อนช่วยเพ่ือนมี 4 ขน้ั ตอน ดงั นี้
1. การประชมุ กอ่ นการสงั เกตการจดั การเรยี นรู้ หมายถงึ การสร้างปฏสิ ัมพันธ์ระหวา่ ง
ผู้นิเทศกบั ผูร้ ับการนิเทศในการนเิ ทศแบบเพื่อนช่วยเพ่ือน คือ การให้ความร้คู วามเขา้ ใจเก่ยี วกับ
การนิเทศแบบเพ่ือนช่วยเพื่อน
2. การสงั เกตการจัดการเรียนรู้ หมายถงึ การสังเกตพฤตกิ รรมการจัดการเรียนรูโ้ ดยใช้
ชดุ กจิ กรรมสง่ เสรมิ นสิ ัยรักการอ่าน ประกอบด้วยขน้ั ตอนดังนี้ คือ ขั้นเตรียมความพรอ้ ม
ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นสรปุ บทเรยี นและประเมนิ ผล
3. วเิ คราะหข์ ้อมูล หมายถงึ การวิเคราะหข์ ้อมลู จากพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้
โดยใช้ชุดกจิ กรรมส่งเสรมิ นิสัยรกั การอา่ น ประกอบดว้ ยข้ันตอนดังน้ี คือ ขั้นเตรียมความพรอ้ ม
ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ข้ันสรุปบทเรียนและประเมินผล นาขอ้ มลู มาวิเคราะห์ผลการสงั เกต
แปลผลข้อมลู ใหช้ ดั เจน รว่ มพจิ ารณาพฤติกรรมท่จี ะต้องคงอยู่หรือพฤตกิ รรมทค่ี วรเปลี่ยนแปลง
4. การประชมุ ภายหลงั การสังเกตการจัดการเรียนรู้ หมายถงึ การประชมุ ปรกึ ษาหารือ
หลงั การสงั เกตพฤติกรรมการจัดการเรยี นรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรมส่งเสรมิ นสิ ัยรกั การอ่าน เป็นการ
ให้ข้อมูลยอ้ นกลบั แก่ครผู ้สู อนเก่ียวกบั ผลการสังเกตการจัดการเรยี นรู้ หาแนวทางในการพัฒนา
กิจกรรมการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ในครัง้ ตอ่ ไปใหด้ ีข้ึน

คูม่ ือการนิเทศแบบเพื่อนชว่ ยเพ่อื น 22

ตาราง 1 แผนการการนิเทศแบบเพื่อนชว่ ยเพอ่ื น

แผนการดาเนินงานการนิเทศแบบเพอ่ื นช่วยเพื่อน

ขัน้ ตอนการดาเนินการนิเทศแบบเพือ่ นช่วยเพือ่ น

แผนการนเิ ทศท่ี 1 1. สร้างปฏสิ ัมพันธร์ ะหว่างผูศ้ กึ ษากบั ผูน้ ิเทศ
การประชุมกอ่ นการสังเกต 1.1 ให้ความรู้ ความเข้าใจ เกีย่ วกับการนิเทศ
การจดั การเรยี นรู้โดยใช้ชดุ กิจกรรม แบบเพอ่ื นช่วยเพอ่ื น
สง่ เสรมิ นสิ ยั รกั การอา่ น 1.2 ให้ความรคู้ วามเข้าในเกี่ยวกับการจดั การเรยี นรู้
โดยใชช้ ุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รกั การอ่าน
1.3 ใหค้ วามรู้ความเข้าใจเก่ียวกบั การประเมนิ คณุ ภาพ

การจดั การเรยี นรู้โดยใชช้ ดุ กิจกรรมส่งเสริมนิสัย

รักการอา่ น

แผนการนิเทศท่ี 2 2. สงั เกตการการจัดการเรียนรโู้ ดยใช้ชดุ กจิ กรรม

การสงั เกตการจัดการเรยี นรโู้ ดยใช้ สง่ เสรมิ นิสัยรักการอ่าน

ชุดกจิ กรรมส่งเสรมิ นิสัยรกั การอา่ น 2.1 ขั้นเตรียมความพร้อม

2.2 ข้นั จดั กิจกรรมการเรียนรู้

2.3 ขัน้ สรุปบทเรียนและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

แผนการนเิ ทศท่ี 3 3. วิเคราะห์ข้อมลู จากการสงั เกตการจัดการเรยี นรู้

วิเคราะหข์ ้อมลู การจัดการเรยี นรู้โดยใช้ โดยใชช้ ุดกจิ กรรมส่งเสริมนิสยั รกั การอ่าน
ชุดกิจกรรมสง่ เสริมนิสัยรกั การอา่ น 3.1 นาข้อมูลมาวเิ คราะหผ์ ลจากการวเิ คราะห์การ
จัดการเรียนรูโ้ ดยใช้ชดุ กจิ กรรมสง่ เสริมนิสัย

รักการอา่ น

3.2 รว่ มกนั พจิ ารณาพฤตกิ รรมที่คงไว้ หรือ

เปล่ยี นแปลง

คู่มอื การนิเทศแบบเพื่อนชว่ ยเพอื่ น 23

ตาราง 1 แผนการการนเิ ทศแบบเพ่ือนช่วยเพื่อน (ต่อ)

แผนการดาเนินงานการนเิ ทศแบบเพื่อนช่วยเพือ่ น

ขน้ั ตอนการดาเนินการนิเทศแบบเพ่ือนช่วยเพอ่ื น

แผนการนเิ ทศที่ 4 4. ประชมุ หลังจากการสังเกตการจดั การเรยี นรู้

การประชุมหลังการสงั เกตการจัดการ โดยใช้ชุดกจิ กรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน

เรียนร้โู ดยใชช้ ดุ กิจกรรมส่งเสริมนสิ ยั 4.1 ใหข้ ้อมลู ย้อนกลับ แก่ผู้รับการนิเทศเกี่ยวกับผล

รักการอ่าน การสังเกตการจัดการเรียนร้โู ดยใช้ชุดกจิ กรรมส่งเสรมิ

นิสยั รักการอ่าน

4.2 หาแนวทางในการพัฒนาการจัดการเรยี นรู้

ในครัง้ ต่อไปใหด้ ีขึ้น

คมู่ อื การนิเทศแบบเพอ่ื นช่วยเพ่อื น 24

แผนการนเิ ทศแบบเพอื่ นชว่ ยเพอื่ นทใ่ี ช้ในการจัดการเรยี นรู้
โดยใชช้ ุดกจิ กรรมส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น

แผนการนิเทศ ขั้นท่ี 1
แผนท่ี 1 การประชมุ กอ่ นการสังเกตการจัดการเรียนรู้

การใหค้ วามรู้ เกี่ยวกบั การนเิ ทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน และการจดั การเรยี นรู้
โดยใช้ชดุ กิจกรรมส่งเสริมนิสยั รกั การอา่ น
………………………………………………………………………..……………………………
1. สาระสาคัญ

การนิเทศแบบเพ่ือนช่วยเพือ่ น เป็นการนิเทศการจัดการเรียนรู้ท่ีเป็นระบบ โดยอาศยั
ความรว่ มมือกันระหวา่ งเพ่ือนครตู ง้ั แต่ 2 คนข้ึนไป เพ่ือเปิดโอกาสให้ครูได้สงั เกตการจัดการ
เรียนรู้ซง่ึ กันและกัน ไดป้ รึกษาหารือท่ีจะชว่ ยเหลือ ปรบั ปรงุ และพัฒนาการจัดการเรียนรู้
โดยใช้ชุดกจิ กรรมส่งเสรมิ นิสัยรักการอา่ น ของครูผ้สู อนกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทยให้มี
ประสิทธิภาพมากย่ิงขนึ้
2. จุดประสงค์การเรียนรู้

2.1 ครูผ้สู อนกลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทยมคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ความหมาย
จุดประสงค์ กระบวนการขั้นตอนการนิเทศแบบเพ่ือนช่วยเพื่อน

2.2 ครผู ู้สอนกลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทยมคี วามรู้ความเข้าใจเกย่ี วกบั การเป็นผู้นิเทศ
และผูร้ ับการนิเทศ การบันทึกข้อมูลการนเิ ทศ

2.3 ครผู สู้ อนกลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย มีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกับการการจดั การ
เรยี นร้โู ดยใชช้ ดุ กิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น
3. ขอบข่าย

3.1 จานวนผู้เขา้ รับการอบรมประกอบดว้ ยครูผสู้ อนกลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 6 ภาคเรยี น ที่ 1 ปกี ารศึกษา 2555 ในโรงเรยี นต้นแบบรักการอ่าน
จานวน 5 โรงเรียน ได้แก่ ได้แก่ โรงเรียนวัดท่าช้าง โรงเรยี นวัดทุ่งแฝก โรงเรียนอนบุ าล
ดา่ นชา้ ง โรงเรียนวดั ด่านชา้ ง และโรงเรยี นบา้ นสระเตย สงั กัดสานกั งานเขตพ้ืนที่การศกึ ษา
ประถมศึกษาสพุ รรณบรุ ี เขต 3 จานวน 14 คน

ค่มู อื การนิเทศแบบเพ่อื นชว่ ยเพอ่ื น 25

3.2 อบรมเชิงปฏิบตั ิการ จานวน 2 วนั โดยวนั แรกเป็นการให้ความรู้ ความเข้าใจ
ความหมาย จดุ ประสงค์ กระบวนการนเิ ทศแบบเพ่อื นชว่ ยเพอื่ น ทักษะที่จาเปน็ เก่ยี วกับ
การนเิ ทศแบบเพอื่ นช่วยเพ่ือน ฝกึ ปฏบิ ตั สิ ร้างเครือ่ งมือ สงั เกตการจัดการเรียนรู้ ฝึกปฏบิ ัติการ
นเิ ทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน 4 ขัน้ ตอน ฝึกปฏิบตั ิสงั เกตการจัดการเรียนรู้และใชเ้ คร่อื งมือ และการ
ใช้ชดุ กจิ กรรมส่งเสรมิ นิสยั รักการอ่าน
4. กิจกรรมการนเิ ทศ

4.1 ทดสอบความรู้ความเข้าใจของครูเกยี่ วกบั การนเิ ทศแบบเพื่อนช่วยเพอ่ื น ก่อนการ
นิเทศแบบเพื่อนช่วยเพ่ือน โดยใชช้ ดุ กจิ กรรมสง่ เสริมนิสัยรักการอา่ น

4.2 ผู้ศึกษาให้ความรู้เก่ียวกับการนิเทศแบบเพ่อื นช่วยเพ่ือน ทักษะท่จี าเป็นในการนิเทศ
แบบเพือ่ นช่วยเพือ่ น วธิ ีการสังเกตการจดั การเรียนรู้ และกระบวนการดาเนินกิจกรรม
โดยใชช้ ุดกจิ กรรมส่งเสรมิ นิสยั รักการอา่ น

4.3 ให้ครผู สู้ อนฝึกทกั ษะโดยใชช้ ดุ กิจกรรมส่งเสริมนสิ ยั รกั การอา่ นในโรงเรยี น
ฝกึ สร้างเครื่องมอื สังเกตพฤติกรรมการจดั การเรียนรู้ และฝกึ ปฏิบัติการสังเกตการจัดการเรียนรู้

4.4 อภปิ รายร่วมกนั ถึงปญั หา อุปสรรคในการปฏิบัตกิ ารนเิ ทศแบบเพ่ือนชว่ ยเพื่อน
การสังเกตการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรกั การอา่ น โดยการซกั ถามเปิดโอกาส
ให้แลกเปล่ียนความคดิ เห็นซึง่ กันและกัน พร้อมทัง้ สรปุ ผล
5. สือ่ / เครือ่ งมือการนิเทศ

5.1 เอกสารความรู้เก่ยี วกับการนเิ ทศแบบเพ่ือนชว่ ยเพ่ือน
5.2 เอกสารความรเู้ กย่ี วกับการจดั การเรยี นรู้โดยใช้ชดุ กจิ กรรมส่งเสรมิ นสิ ยั รกั การอา่ น
ในโรงเรยี น
5.3 แบบทดสอบวัดความร้คู วามเข้าใจเกยี่ วกับการนิเทศแบบเพอ่ื นช่วยเพื่อนก่อน-หลัง
การใช้ชุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น
5.4 ชุดกจิ กรรมส่งเสรมิ นิสัยรักการอ่าน

คมู่ อื การนิเทศแบบเพอ่ื นชว่ ยเพ่อื น 26

6. การวัดและประเมินผล
6.1 สงั เกตจากการสนทนา ซกั ถาม ของครูท่ีเข้าร่วมกิจกรรม
6.2 ประเมินจากการสร้างเครอ่ื งมือของครู
6.3 ประเมนิ จากแบบสอบถามความคดิ เห็นของครู
6.4 แบบทดสอบความร้คู วามเข้าใจของครูในการนิเทศแบบเพือ่ นช่วยเพือ่ นทดสอบ

ก่อน-หลัง การนิเทศแบบเพื่อนชว่ ยเพือ่ น โดยใชช้ ุดกจิ กรรมส่งเสริมนสิ ัยรกั การอา่ น

คมู่ ือการนิเทศแบบเพ่อื นช่วยเพือ่ น 27

ตารางการอบรมเชงิ ปฏิบัตกิ าร “การนเิ ทศแบบเพื่อนชว่ ยเพอ่ื นเพ่ือพัฒนา
การจัดการเรียนรโู้ ดยใช้ชุดกิจกรรมสง่ เสรมิ นิสัยรกั การอา่ น”
วนั ที่ 7-8 พฤษภาคม 2555

ณ ห้องประชุมโรงเรียนวัดท่าช้าง อาเภอเดมิ บางนางบวช จงั หวัดสพุ รรณบุรี

เวลา 10.30-12.00 น. 12.00-13.00 น. 13.00-14.30 น. 14.30-16.30 น.
08.00-10.30 น.

วนั ทดสอบกอ่ น 1. ขน้ั ตอนกระบวนการนิเทศ
การอบรม ความรู้ แบบเพ่ือนช่วยเพ่อื น
พิธเี ปิดพรอ้ ม หลกั การ ทฤษฏี 2. การใช้ชดุ กจิ กรรมส่งเสริม
บรรยายพิเศษ การนิเทศแบบ นสิ ยั รกั การอ่าน
3 พ.ค. 55 โดย ผอ. เพอ่ื นช่วยเพอื่ น
สพป.สพ.3 หลักสูตรแกนกลางฯ
และการจัดกิจกรรม
ส่งเสริมนสิ ัยรกั การอ่าน ัพกกลาง ัวน

ฝกึ ปฏบิ ตั ิสร้าง ฝึกปฏิบัติสังเกต ฝกึ สังเกตการจัด ประเมิน
การจัดการจดั การเรยี นรู้ การเรยี นรู้ ความพึงพอใจ
4 พ.ค. 55 เครื่องมือ โดยใชช้ ดุ กจิ กรรม และใช้เคร่อื งมือ และทดสอบ
สงั เกตการจัด ส่งเสริมนสิ ัยรักการอา่ น
และใชเ้ ครอื่ งมือ
การเรียนรู้

หมายเหตุ กาหนดการอบรมอาจมกี ารเปล่ยี นแปลงตามความเหมาะสม

ค่มู ือการนิเทศแบบเพือ่ นชว่ ยเพ่อื น 28

แผนการนเิ ทศ ขั้นท่ี 2
แผนท่ี 2 การสงั เกตพฤตกิ รรมการจัดการเรยี นรูโ้ ดยใช้ชุดกจิ กรรมส่งเสริมนสิ ัยรกั การอา่ น
.............................................................................................................................................................
1. สาระสาคัญ

ผู้นเิ ทศคอยชว่ ยเหลอื แนะนาใหค้ รูและเพือ่ นครู สามารถจัดการเรียนรู้โดยใชช้ ุดกจิ กรรม
สง่ เสริมนิสัยรักการอ่านได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ บรรลุวัตถปุ ระสงค์
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

2.1 ครผู รู้ บั การนิเทศสามารถจัด จดั การเรยี นรู้โดยใช้ชดุ กจิ กรรมส่งเสริมนิสยั รกั การอา่ น
ได้อย่างเหมาะสม

2.2 ครูผูน้ ิเทศสามารถดาเนินการสงั เกตพฤติกรรมการจัดจัดการเรยี นรู้โดยใช้ชุดกจิ กรรม
ส่งเสริมนิสยั รกั การอ่าน ตามข้นั ตอนการนิเทศแบบเพอ่ื นชว่ ยเพอื่ นไดอ้ ย่างเหมาะสม

2.3 ครูผนู้ ิเทศสามารถประเมินผลการเรียนรู้ จากการจดั การเรยี นรู้โดยใชช้ ดุ กจิ กรรม
สง่ เสรมิ นสิ ยั รกั การอา่ นไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม
3. ขอบข่าย

3.1 การดาเนินกิจกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใชช้ ุดกจิ กรรมส่งเสรมิ นิสัยรกั การอ่าน
3.2 ขนั้ ตอนการนิเทศแบบเพอื่ นช่วยเพ่ือน
3.3 ประเมินผลการจัดการเรียนรู้โดยใชช้ ุดกจิ กรรมส่งเสรมิ นิสัยรกั การอา่ น
4. กิจกรรมการนเิ ทศ
4.1 ครผู ู้เขา้ รว่ มโครงการร่วมกนั วางแผนการนเิ ทศแบบเพื่อนชว่ ยเพื่อน ตลอดระยะเวลา
การปฏิบตั ิในภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2555 (ตารางสงั เกตพฤติกรรมการจัดการเรยี นรู้
โดยใช้ชุดกิจกรรมส่งเสรมิ นิสยั รกั การอา่ น)
4.2 ครูผเู้ ข้าร่วมโครงการทุกคน ดาเนินการสอน เพ่ือพัฒนาการจัดการเรียนรู้
โดยใชช้ ดุ กจิ กรรมส่งเสรมิ นิสยั รกั การอา่ น

4.2.1 ครผู ้สู อนปฏบิ ัตกิ ารจัดการเรียนรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรมส่งเสรมิ นิสยั รักการอ่าน
ทไี่ ดร้ ับการประเมนิ และปรบั ปรุงแกไ้ ขแล้ว

4.2.2 ผ้นู ิเทศปฏิบัติการนเิ ทศโดยใช้กระบวนการสงั เกตพฤตกิ รรมการจัดการเรียนรู้
โดยใชช้ ดุ กิจกรรมส่งเสรมิ นิสัยรกั การอ่าน และบันทึกผลในแบบสังเกตพฤตกิ รรม

คู่มือการนิเทศแบบเพ่ือนช่วยเพื่อน 29

4.2.3 ครูผสู้ อนและผู้นิเทศประชุมร่วมกัน เพื่อวิเคราะห์ผลการสังเกตพฤติกรรม
การจัดการเรยี นรู้โดยใช้ชดุ กิจกรรมส่งเสรมิ นิสยั รกั การอ่าน หลังสน้ิ สดุ การจัดกจิ กรรม
เพ่อื ปรบั ปรุงและพฒั นาในครงั้ ต่อไป ตามตารางท่กี าหนดร่วมกัน โดยกระบวนการสังเกต
ดาเนนิ การ ดังน้ี

ตารางที่ 2 กาหนดการนิเทศแบบเพอ่ื นช่วยเพอ่ื นเพ่ือพัฒนาการจดั การเรียนรู้โดยใชช้ ุดกจิ กรรม

สง่ เสรมิ นิสยั รักการอา่ น ของครผู ู้สอนกลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย

โรงเรียนวดั ท่าช้าง

วนั เดอื น ปี โรงเรียน ผนู้ เิ ทศ ผ้รู ับการนเิ ทศ ผลการนเิ ทศ

21 พ.ค. 55 วัดท่าชา้ ง ป.6/1 ป.6/2

21 พ.ค. 55 วัดทา่ ช้าง ป.6/2 ป.6/1

22 พ.ค. 55 วดั ทา่ ชา้ ง ป.6/1 ป.6/2

22 พ.ค. 55 วัดท่าชา้ ง ป.6/2 ป.6/1

23 พ.ค. 55 วัดท่าชา้ ง ป.6/1 ป.6/2

23 พ.ค. 55 วัดทา่ ช้าง ป.6/2 ป.6/1

24 พ.ค. 55 วัดท่าชา้ ง ป.6/1 ป.6/2

24 พ.ค. 55 วัดทา่ ชา้ ง ป.6/2 ป.6/1

25 พ.ค. 55 วัดทา่ ชา้ ง ป.6/1 ป.6/2

25 พ.ค. 55 วดั ทา่ ชา้ ง ป.6/2 ป.6/1

คู่มอื การนิเทศแบบเพอื่ นช่วยเพอื่ น 30

ตารางท่ี 3 กาหนดการนิเทศแบบเพอ่ื นช่วยเพ่ือนเพอ่ื พัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยใชช้ ดุ กิจกรรม

สง่ เสริมนิสยั รักการอ่าน ของครูผู้สอนกลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

โรงเรียนวดั ทุ่งแฝก

วนั เดือน ปี โรงเรยี น ผู้นเิ ทศ ผรู้ บั การนิเทศ ผลการนิเทศ

28 พ.ค. 55 วดั ทุ่งแฝก ป.6/1 ป.6/2

28 พ.ค. 55 วดั ทงุ่ แฝก ป.6/2 ป.6/1

29 พ.ค. 55 วัดทงุ่ แฝก ป.6/1 ป.6/2

29 พ.ค. 55 วดั ท่งุ แฝก ป.6/2 ป.6/1

30 พ.ค. 55 วัดทงุ่ แฝก ป.6/1 ป.6/2

30 พ.ค. 55 วัดทงุ่ แฝก ป.6/2 ป.6/1

31 พ.ค. 55 วัดทงุ่ แฝก ป.6/1 ป.6/2

31 พ.ค. 55 วดั ทงุ่ แฝก ป.6/2 ป.6/1

1 มิ.ย. 55 วัดท่งุ แฝก ป.6/1 ป.6/2

1 ม.ิ ย. 55 วดั ทุ่งแฝก ป.6/2 ป.6/1

คูม่ ือการนิเทศแบบเพือ่ นชว่ ยเพอ่ื น 31

ตารางท่ี 4 กาหนดการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อนเพ่อื พัฒนาการจัดการเรยี นรู้โดยใช้ชุดกจิ กรรม

ส่งเสรมิ นิสยั รักการอ่าน ของครูผูส้ อนกล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย

โรงเรียนอนุบาลด่านช้าง

วนั เดอื น ปี โรงเรียน ผนู้ ิเทศ ผรู้ ับการนเิ ทศ ผลการนเิ ทศ

5 มิ.ย. 55 อนุบาลด่านช้าง ป.6/1 ป.6/2

5 ม.ิ ย. 55 อนุบาลด่านช้าง ป.6/2 ป.6/1

5 ม.ิ ย. 55 อนบุ าลดา่ นชา้ ง ป.6/3 ป.6/4

5 มิ.ย. 55 อนบุ าลด่านชา้ ง ป.6/4 ป.6/3

5 ม.ิ ย. 55 อนุบาลดา่ นชา้ ง ป.6/5 ป.6/6

5 ม.ิ ย. 55 อนุบาลด่านชา้ ง ป.6/6 ป.6/5

6 ม.ิ ย. 55 อนบุ าลด่านชา้ ง ป.6/1 ป.6/2

6 ม.ิ ย. 55 อนุบาลด่านช้าง ป.6/2 ป.6/1

6 มิ.ย. 55 อนบุ าลด่านช้าง ป.6/3 ป.6/4

6 มิ.ย. 55 อนบุ าลดา่ นชา้ ง ป.6/4 ป.6/3

6 มิ.ย. 55 อนบุ าลดา่ นช้าง ป.6/5 ป.6/6

6 ม.ิ ย. 55 อนุบาลด่านช้าง ป.6/6 ป.6/5

7 ม.ิ ย. 55 อนุบาลดา่ นชา้ ง ป.6/1 ป.6/2

7 ม.ิ ย. 55 อนุบาลดา่ นช้าง ป.6/2 ป.6/1

7 ม.ิ ย. 55 อนบุ าลดา่ นช้าง ป.6/3 ป.6/4

7 ม.ิ ย. 55 อนบุ าลด่านชา้ ง ป.6/4 ป.6/3

7 มิ.ย. 55 อนุบาลดา่ นชา้ ง ป.6/5 ป.6/6

7 มิ.ย. 55 อนบุ าลด่านช้าง ป.6/6 ป.6/5

8 มิ.ย. 55 อนุบาลดา่ นชา้ ง ป.6/1 ป.6/2

8 มิ.ย. 55 อนบุ าลดา่ นช้าง ป.6/2 ป.6/1

8 มิ.ย. 55 อนุบาลดา่ นชา้ ง ป.6/3 ป.6/4

8 ม.ิ ย. 55 อนบุ าลด่านช้าง ป.6/4 ป.6/3

คู่มอื การนิเทศแบบเพื่อนชว่ ยเพอื่ น 32

ตารางท่ี 4 กาหนดการนเิ ทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อนเพอ่ื พัฒนาการจดั การเรยี นรู้โดยใชช้ ุดกจิ กรรม

ส่งเสรมิ นิสัยรกั การอา่ น ของครผู ้สู อนกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

โรงเรยี นอนบุ าลดา่ นช้าง (ตอ่ )

วัน เดอื น ปี โรงเรียน ผู้นิเทศ ผ้รู ับการนิเทศ ผลการนเิ ทศ

8 ม.ิ ย. 55 อนบุ าลดา่ นช้าง ป.6/5 ป.6/6

8 มิ.ย. 55 อนุบาลด่านชา้ ง ป.6/6 ป.6/5

11 ม.ิ ย. 55 อนบุ าลด่านชา้ ง ป.6/1 ป.6/2

11 ม.ิ ย. 55 อนุบาลด่านชา้ ง ป.6/2 ป.6/1

11 มิ.ย. 55 อนุบาลด่านชา้ ง ป.6/3 ป.6/4

11 มิ.ย. 55 อนบุ าลดา่ นชา้ ง ป.6/4 ป.6/3

11 มิ.ย. 55 อนบุ าลด่านชา้ ง ป.6/5 ป.6/6

11 มิ.ย. 55 อนบุ าลด่านช้าง ป.6/6 ป.6/5

ตารางที่ 5 กาหนดการนิเทศแบบเพอ่ื นช่วยเพ่อื นเพ่ือพัฒนาการจัดการเรยี นรู้โดยใช้ชุดกิจกรรม

สง่ เสรมิ นิสัยรักการอา่ น ของครผู ้สู อนกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

โรงเรียนวดั ด่านช้าง

วัน เดอื น ปี โรงเรยี น ผนู้ เิ ทศ ผรู้ ับการนิเทศ ผลการนเิ ทศ

12 ม.ิ ย. 55 วดั ด่านชา้ ง ป.6/1 ป.6/2

12 มิ.ย. 55 วัดด่านชา้ ง ป.6/2 ป.6/1

13 ม.ิ ย. 55 วัดด่านชา้ ง ป.6/1 ป.6/2

13 ม.ิ ย. 55 วัดด่านชา้ ง ป.6/2 ป.6/1

14 มิ.ย. 55 วัดด่านช้าง ป.6/1 ป.6/2

14 มิ.ย. 55 วดั ด่านชา้ ง ป.6/2 ป.6/1

15 ม.ิ ย. 55 วดั ด่านชา้ ง ป.6/1 ป.6/2

15 มิ.ย. 55 วัดด่านชา้ ง ป.6/2 ป.6/1

18 มิ.ย. 55 วดั ด่านช้าง ป.6/1 ป.6/2

18 มิ.ย. 55 วดั ด่านชา้ ง ป.6/2 ป.6/1

คู่มอื การนิเทศแบบเพ่อื นช่วยเพ่ือน 33

ตารางท่ี 6 กาหนดการนเิ ทศแบบเพอ่ื นช่วยเพ่ือนเพือ่ พัฒนาการจดั การเรยี นรู้โดยใชช้ ุดกจิ กรรม

สง่ เสริมนสิ ยั รักการอา่ น ของครูผสู้ อนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

โรงเรยี นบ้านสระเตย

วัน เดือน ปี โรงเรียน ผูน้ ิเทศ ผ้รู ับการนเิ ทศ ผลการนิเทศ

19 มิ.ย. 55 บา้ นสระเตย ป.6/1 ป.6/2

19 ม.ิ ย. 55 บา้ นสระเตย ป.6/2 ป.6/1

20 มิ.ย. 55 บ้านสระเตย ป.6/1 ป.6/2

20 ม.ิ ย. 55 บ้านสระเตย ป.6/2 ป.6/1

21 มิ.ย. 55 บ้านสระเตย ป.6/1 ป.6/2

21 มิ.ย. 55 บ้านสระเตย ป.6/2 ป.6/1

22 ม.ิ ย. 55 บา้ นสระเตย ป.6/1 ป.6/2

22 มิ.ย. 55 บ้านสระเตย ป.6/2 ป.6/1

25 มิ.ย. 55 บา้ นสระเตย ป.6/1 ป.6/2

25 ม.ิ ย. 55 บ้านสระเตย ป.6/2 ป.6/1

ตารางท่ี 7 แสดงรายช่ือผู้นเิ ทศ และผู้รับการนิเทศ

ที่ ชื่อ-สกลุ โรงเรียน ชั้น หมายเหตุ
1 นางจริ าพรรณ โพธ์ิทอง วดั ทา่ ชา้ ง ป.6/1
2 นางศริ ิพร ดวงฉวี วัดทา่ ชา้ ง ป.6/2
3 นางสาวอาไพ ธนสนิ วัดทงุ่ แฝก ป.6/1
4 นางสุรีย์ แสงวภิ าสนาภาพร วดั ท่งุ แฝก ป.6/2
5 นายวรี ยุทธ์ โพธ์สิ ุวรรณ อนบุ าลดา่ นช้าง ป.6/1
6 นางสาวอรอนงค์ ศิลปชัย อนุบาลดา่ นช้าง ป.6/2
7 นางจนิ ตนา พลายบญุ อนบุ าลด่านช้าง ป.6/3
8 นางสภุ าพ พมุ่ สาขา อนบุ าลดา่ นช้าง ป.6/4
9 นางสาวสปุ าวี ธัญญเจริญ อนบุ าลด่านช้าง ป.6/5
10 นางอุบล ทรัพย์อินทร์ อนบุ าลด่านช้าง ป.6/6

คมู่ ือการนิเทศแบบเพ่ือนช่วยเพอื่ น 34

ตารางที่ 7 แสดงรายชื่อผู้นเิ ทศ และผรู้ ับการนิเทศ (ต่อ)

ที่ ชอื่ -สกลุ โรงเรียน ช้ัน หมายเหตุ

11 นางสติ า สุทธพิ นไพศาล วดั ด่านชา้ ง ป.6/1

12 นางทับทิม เมืองวงษ์ วดั ดา่ นช้าง ป.6/2

13 นางสาวนนั ทวนั พลู ถนอม บ้านสระเตย ป.6/1

14 นางสาวกนกวรรณ แสงพันธตุ์ า บ้านสระเตย ป.6/2

ดาเนนิ การสงั เกตพฤตกิ รรมการจดั การเรยี นรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรมสง่ เสริมนิสยั รักการอา่ น
ในโรงเรยี น โดยผู้นิเทศจะใชร้ ะยะเวลาในสังเกตคร้ังละ 2 ชวั่ โมง ดาเนินการ 2 กจิ กรรม จานวน
5 ครง้ั 10 กจิ กรรม ซงึ่ ดาเนินการจัดการเรยี นรูก้ ิจกรรมหลกั 5 กจิ กรรม และกิจกรรมเสนอแนะ
อกี 5 กจิ กรรม โดยเปลี่ยนกันเปน็ ผู้นเิ ทศและผ้รู บั การนเิ ทศ โดยไม่เปล่ียนคู่

ผู้สังเกตบันทกึ ข้อมูลลงในแบบสังเกตพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชดุ กจิ กรรม
ส่งเสริมนิสยั รักการอ่านทีส่ ร้างไว้ เพอ่ื รว่ มดาเนินการวิเคราะห์เป็นข้อเสนอแนะ และข้อสังเกต
ท่ีเป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรมส่งเสรมิ นสิ ัยรักการอา่ น และหาแนวทาง
พัฒนาการจัดการเรยี นร้โู ดยใชช้ ุดกจิ กรรมส่งเสริมนสิ ยั รักการอา่ นให้ดยี ิง่ ข้ึนในโอกาสต่อไป

5. ส่อื / เคร่ืองมือการนเิ ทศ
5.1 ตารางการสงั เกตการจัดการเรยี นรู้
5.2 เคร่ืองมอื ประเมินพฤติกรรมการจดั การเรียนรู้
5.3 การวดั และประเมินผล
- ประเมนิ การจดั การเรียนรู้โดยใช้ชดุ กิจกรรมสง่ เสรมิ นิสัยรกั การอา่ น

บทบาทศึกษานเิ ทศก์
ให้คาแนะนาในการดาเนินการนิเทศของครผู ปู้ ฏบิ ัติการนิเทศ ในประเด็นดงั น้ี
1. การสงั เกตการจัดการเรยี นรู้
2. การให้ความคดิ ย้อนกลับ
3. การลงความคดิ เห็นในการนิเทศ

คมู่ อื การนิเทศแบบเพ่อื นชว่ ยเพ่อื น 35

แผนการนเิ ทศ ข้นั ที่ 3
แผนท่ี 3 การวิเคราะห์ข้อมลู
…….........................................................................................................................…………………
1. สาระสาคญั

การวิเคราะหข์ อ้ มลู จากการประเมนิ พฤติกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชดุ กจิ กรรมส่งเสรมิ
นิสยั รกั การอา่ น ของผู้นิเทศจะชว่ ยใหผ้ รู้ ับการนเิ ทศทราบพฤติกรรมทค่ี วรแกไ้ ข และพฤติกรรม
ท่คี วรคงไว้
2. จุดประสงค์การเรียนรู้

2.1 ครูผู้สอนซง่ึ ทาหนา้ ที่เป็นผูน้ เิ ทศสามารถนาบันทึกข้อมูลจากการสงั เกตพฤตกิ รรม
การจัดการเรยี นรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมส่งเสรมิ นิสัยรักการอา่ น มาวเิ คราะหไ์ ดอ้ ย่างถูกต้อง

2.2 ครูผู้สอนซง่ึ ทาหน้าท่ีเป็นผู้นเิ ทศเสนอแนะข้อสงั เกตทีเ่ ปน็ ประโยชน์ต่อการจัดการ
เรยี นรู้โดยใช้ชดุ กิจกรรมส่งเสรมิ นิสยั รกั การอ่าน ได้อยา่ งเหมาะสม
3. ขอบข่าย

การวิเคราะหข์ อ้ มูลจากการประเมนิ พฤตกิ รรมการจัดการเรยี นรู้โดยใช้ชดุ กจิ กรรมส่งเสรมิ
นิสัยรักการอา่ น
4. กจิ กรรมการนเิ ทศ

4.1 จากการประเมินพฤติกรรมจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมส่งเสริมนสิ ยั รกั การอ่าน
ตามกิจกรรมในชดุ กจิ กรรมส่งเสริมนสิ ัยรกั การอ่าน 10 กิจกรรม (ดาเนินการจัดการเรยี นรู้
กจิ กรรมหลกั 5 กจิ กรรม และกจิ กรรมเสนอแนะอีก 5 กจิ กรรม) ผสู้ งั เกตหรอื ผู้นิเทศ นาข้อมลู
จากการสงั เกตการเรยี นรู้โดยใชช้ ุดกจิ กรรมส่งเสรมิ นสิ ยั รักการอา่ นมาวิเคราะห์ร่วมกนั พร้อมท้งั
เสนอแนะวา่ พฤตกิ รรมใดควรแก้ไขและพฤติกรรมใดควรคงไว้

4.2 ผู้สังเกตสรุปผลการประเมนิ พฤตกิ รรมการจัดการเรียนรู้โดยใชช้ ุดกจิ กรรมส่งเสริม
นิสยั รักการอ่านแต่ละครง้ั
5. สื่อ / เครื่องมือการนิเทศ

5.1 แบบประเมนิ พฤติกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใชช้ ุดกิจกรรมส่งเสริมนิสยั รกั การอ่าน
5.2 แบบรายงานผลการสงั เกตการจัดการเรียนรู้

คู่มือการนิเทศแบบเพื่อนชว่ ยเพอ่ื น 36

6. การวัดและประเมินผล
สังเกตการร่วมวเิ คราะหข์ ้อมูล สนทนา ซกั ถามของครูผู้สอนท่เี ข้าร่วมโครงการ

บทบาทศึกษานเิ ทศก์
ซักถามผลการปฏบิ ัตกิ ารนเิ ทศ ของครผู ู้นเิ ทศ จนทาให้สามารถบนั ทกึ ผลการนเิ ทศได้

อย่างเหมาะสม

คมู่ ือการนิเทศแบบเพื่อนชว่ ยเพื่อน 37

แผนการนิเทศ ขัน้ ที่ 4
แผนท่ี 4 การประชุมภายหลงั การสังเกตการจัดการเรียนรู้
………………..................................................................................................................…………
1. สาระสาคญั

ผ้นู ิเทศและผู้รับการนิเทศรว่ มประชมุ ภายหลังการสงั เกตการจัดการเรยี นรู้ เพ่ือใหข้ ้อมลู
ยอ้ นกลบั ซึง่ กันและกนั เขียนสรปุ และรายงานผลการแก้ไขปัญหาทีเ่ กดิ จากการจัดการเรียนรู้
แล้วนาผลไปพัฒนาการจดั การเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมส่งเสริมนสิ ัยรกั การอ่าน ให้บรรลุ
วัตถุประสงคไ์ ด้อย่างมีประสิทธภิ าพ
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

2.1 ผู้นิเทศและผู้รบั การนเิ ทศใหข้ อ้ มูลย้อนกลับซง่ึ กนั และกนั ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
2.2 ครูสามารถสรุปผล รายงานผล และให้ขอ้ เสนอแนะในการพฒั นาการจัดการเรยี นรู้
โดยใชช้ ดุ กิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น ในครั้งต่อไปได้อย่างเหมาะสม
3. ขอบขา่ ย
การให้ขอ้ มูลยอ้ นกลบั
4. กิจกรรมการนิเทศ
จากการดาเนนิ การนิเทศในขั้นตอนที่ 4 ผูน้ ิเทศและผูร้ บั การนิเทศจะดาเนินการดงั น้ี
4.1 ร่วมประชมุ ภายหลังการสงั เกตพฤติกรรม การจัดการเรียนรู้ โดยใชช้ ุดกิจกรรม
ส่งเสรมิ นสิ ัยรักการอ่าน ร่วมประเมินใหข้ ้อมูลยอ้ นกลบั เพ่อื ร่วมกนั หาแนวทางพฒั นาการจัด
การเรียนรู้โดยใชช้ ดุ กิจกรรมส่งเสริมนสิ ยั รกั การอา่ น ในครั้งต่อไปใหด้ ียิ่งขึน้
4.2 หลังจากดาเนินการสงั เกตการจัดการเรียนร้คู รบ 5 ครั้ง และทุกกิจกรรมแลว้
ครูผ้เู ข้ารว่ มโครงการจะรายงานผลการสังเกตพฤติกรรม การจดั การเรยี นรู้ โดยใชช้ ุดกจิ กรรม
สง่ เสรมิ นสิ ัยรักการอ่าน ให้ท่ปี ระชุมกลมุ่ เป้าหมายทั้งหมดทราบ เพ่อื ใหผ้ ู้ศึกษา และเพือ่ นครู
ได้ทราบขอ้ มลู และให้ข้อเสนอแนะทีเ่ ป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการจัดการเรยี นรู้โดยใชช้ ุด
กิจกรรมส่งเสรมิ นิสัยรกั การอา่ นให้ดยี ิง่ ขึน้
4.3 ครูผู้นิเทศสรุปผลการจัดการเรียนรู้ โดยใชช้ ุดกิจกรรมส่งเสริมนสิ ัยรกั การอา่ น

ค่มู ือการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพอ่ื น 38

5. สอ่ื / เคร่อื งมือการนิเทศ
5.1 แบบรายงานผลการประเมินพฤติกรรม โดยใชช้ ุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอา่ น
5.2 บนั ทกึ การประชมุ ภายหลงั การสังเกตพฤตกิ รรม โดยใชช้ ุดกิจกรรมส่งเสริมนิสัย

รักการอา่ น
5.3 ชุดกจิ กรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน

6. การวัดและประเมินผล
สังเกตจากการสนทนา ซักถามของครูขณะใหข้ ้อมูลย้อนกลับ

บทบาทศกึ ษานเิ ทศก์
ซกั ซ้อมครูผูน้ เิ ทศ ในการให้ขอ้ มูลยอ้ นกลบั ทเ่ี ป็นประโยชน์ในการพัฒนาการจัดการ

เรยี นรู้ โดยใชช้ ดุ กจิ กรรมส่งเสริมนิสยั รักการอา่ น และเพ่ือใหก้ ารปฏบิ ตั ิการนเิ ทศเป็นทย่ี อมรับ

ค่มู อื การนิเทศแบบเพอ่ื นช่วยเพ่อื น 39

ส่วนท่ี 6

เครื่องมือที่ใช้ในการนิเทศแบบเพ่ือนช่วยเพื่อน

ค่มู อื การนิเทศแบบเพอ่ื นชว่ ยเพ่อื น 40

แบบทดสอบวัดความรู้ ความขา้ ใจ เกี่ยวกับการนิเทศแบบเพอื่ นช่วยเพือ่ น
โดยใชช้ ุดกจิ กรรมส่งเสรมิ นิสัยรกั การอ่าน
กอ่ น – หลัง การดาเนินการนิทศ

คาช้ีแจง ให้ท่านทาเครื่องหมาย  ตรงกบั ตัวเลอื กที่ตอ้ งการลงในกระดาษคาตอบให้ถกู ตอ้ ง
ตรงตามหลกั การวิธดี าเนินการนเิ ทศแบบเพ่อื นชว่ ยเพ่ือน

1. หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 มุ่งพฒั นาผเู้ รยี นให้มีคณุ ลักษณะ
อนั พงึ ประสงค์ ตรงกับขอ้ ใดมากทสี่ ุด
ก. การใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทกั ษะกระบวนการทางเทคนคิ
ข. การแกป้ ญั หาและอุปสรรคต์ ่าง ๆ ท่เี ผชิญไดอ้ ย่างถูกต้อง
ค. การคิดวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์
ง. การอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ืน่ ในสงั คมไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข

2. ขอ้ ใดคือข้ันตอนการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ นสิ ัยรกั การอา่ นท่ีสาคญั ท่สี ดุ
ก. ข้นั เตรยี มงาน
ข. ขน้ั ดาเนินการ
ค. ขัน้ ประเมินผล
ง. ข้ันประชาสมั พันธ์โครงการ/กจิ กรรมการเรยี นรู้

3. กลุ่มสาระการเรียนรหู้ ลักในการจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรกั การอา่ น คือกลมุ่ ใด
ก. สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ข. คณิตศาสตร์
ค. ภาษาไทย
ง. ศลิ ปะ

4. นอกจากโรงเรยี นแลว้ บุคคลท่ีมีบทบาทในการส่งเสรมิ นสิ ยั รกั การอ่านคือใคร
ก. คณะกรรมการสถานศึกษา
ข. พอ่ แม่และผปู้ กครอง
ค. ผู้นาชมุ ชน
ง. พระสงฆ์

คมู่ อื การนิเทศแบบเพ่ือนช่วยเพ่อื น 41

5. ข้อใดคอื องคป์ ระกอบทส่ี าคัญที่สุดในการสง่ เสรมิ นสิ ยั รกั การอ่าน
ก. เพอ่ื นและบคุ คลรอบข้าง
ข. วฒุ ิภาวะและความพร้อม
ค. ระดบั สตปิ ญั ญา
ง. แรงจงู ใจ

6. ขอ้ ใดคอื กจิ กรรมหลกั ท่คี วรส่งเสริมนิสัยรักการอา่ นในโรงเรยี น
ก. วางทุกงานอา่ นทุกคน
ข. แฟม้ รกั การอา่ น
ค. Hello อาเซียน
ง. ต้นไม้พดู ได้

7. ข้อใดคอื วิธที ี่ดที ่สี ดุ ของครูผสู้ อนทุกกล่มุ สาระการเรียนรู้ และทุกระดบั ชนั้ ควรจัดทา
แผนการจัดการเรียนรู้ทม่ี ุ่งส่งเสริมนิสกั รักการอา่ น
ก. การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ
ข. การจดั การเรยี นรู้โดยใช้คาถาม
ค. การจัดการเรียนรู้แบบบรรยาย
ง. การจดั การเรียนร้แู บบสาธิต

8. การสง่ เสรมิ นสิ ัยรักการอ่านตรงกบั ข้อใดมากที่สุด
ก. ส้มโอจะอ่านหนงั สือบ้างเปน็ บางเวลา
ข. ขา้ วโพดชอบดูรายการสารคดเี ทา่ นัน้
ค. องนุ่ อ่านหนังสือในห้องสมุดเทา่ นั้น
ง. ชมพอู่ า่ นหนงั สือทุกที่ทกุ เวลา

9. กจิ กรรมสง่ เสริมนสิ ัยรักการอ่านประเภทใดที่ใหค้ วามสนุกสนาน และสรา้ งแรงบนั ดาลใจ
ก. กจิ กรรมท่องให้คิดสะกิดใหจ้ า
ข. กจิ กรรมภาษาไทยวนั ละคา
ค. กจิ กรรมเลา่ นิทานพาเพลิน
ง. กจิ กรรตน้ ไมพ้ ดู ได้

คูม่ อื การนิเทศแบบเพอ่ื นช่วยเพื่อน 42

10. การทีม่ แี นวทางในการจัดการศกึ ษาภาพรวมของการจัดกิจกรรมส่งเสริมนสิ ยั รกั การอ่านเพ่อื
ประกนั คณุ ภาพเรือ่ งใดไมไ่ ด้
ก. กระบวนการจัดการศึกษา
ข. คุณภาพการจดั การศกึ ษา
ค. แนวทางการจดั การศกึ ษา
ง. วิธีการจัดการศกึ ษา

11. ข้อใดคอื ความหมายของการนิเทศแบบเพอ่ื นชว่ ยเพอื่ น (Peer Coaching)
ก. การนทิ ศโดยคณะกรรมการสถานศกึ ษา
ข. การนิเทศโดยเพื่อนรว่ มงาน
ค. การนิเทศโดยผู้ปกครอง
ง. การนิเทศโดยผบู้ ริหาร

12. ขอ้ ใดคือข้ันตอนแรกของกระบวนการนิเทศแบบเพ่ือนชว่ ยเพื่อน
ก. ขน้ั สงั เกตการสอน
ข. ขั้นประชุมหลงั การสังเกตการสอน
ค. ขัน้ ประชมุ ก่อนการสงั เกตการสอน
ง. ขั้นวเิ คราะห์ข้อมูลจากการสังเกตการสอน

13. ขอ้ ใดกล่าวถูกต้องทสี่ ุดเกี่ยวกับการนเิ ทศแบบเพอื่ นช่วยเพ่อื น
ก. การนเิ ทศแบบเพ่อื นช่วยเพื่อนไม่จาเป็นต้องมีการประชมุ กอ่ นการสงั เกตการสอน
ข. การสร้างและใชเ้ ครื่องมอื สังเกตการสอนไม่จาเป็นต้องสอดคล้องกบั วตั ถปุ ระสงค์
ค. การนเิ ทศแบบเพ่อื นช่วยเพ่ือนเหมาะสาหรับนาไปพัฒนาการจดั การเรียนรู้ของครูเท่าน้ัน
ง. การนิเทศแบบเพือ่ นชว่ ยเพื่อนเป็นการทางานร่วมกันของเพอ่ื นครูทจ่ี ะช่วยหรอื พัฒนา
การจดั การเรียนรูซ้ ่ึงกันและกนั ให้มีประสทิ ธภิ าพ

14. ข้อใดคือข้ันตอนสุดทา้ ยของการนิเทศแบบเพ่ือนช่วยเพ่ือน
ก. การวิเคราะห์ขอ้ มูล
ข. การประชมุ ก่อนการสงั เกตการสอน
ค. การประชุมหลังการสังเกตการสอน
ง. การสงั เกตพฤติกรรมการสอนของครู

คูม่ ือการนิเทศแบบเพ่ือนช่วยเพ่ือน 43

15. ขอ้ ใดสาคัญทสี่ ดุ ในการวิเคราะห์การสอนของครู
ก. การสังเกตการสอน
ข. การสนทนาวิชาการ
ค. ผลการประเมนิ การปฏิบัติงาน
ง. ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนของนักเรยี น

16. ข้อใดไมใ่ ช่ กรอบการนิเทศของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ก. ดา้ นหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้
ข. ด้านการบรหิ ารจัดการ
ค. ดา้ นครู และผบู้ ริหาร
ง. ดา้ นคณุ ภาพผู้เรยี น

17. การใหค้ วามรู้เกย่ี วกับการนเิ ทศแบบเพ่อื นช่วยเพ่ือนและการจัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ นิสยั
รกั การอา่ นในโรงเรียนควรอยู่ในขน้ั ตอนใด
ก. การวเิ คราะห์ขอ้ มลู จากการสังเกตการสอน
ข. การประชุมกอ่ นการสังเกตการสอน
ค. การประชมุ หลังการสังเกตการสอน
ง. การสงั เกตการสอน

18. ข้อใดคอื เคร่ืองมือทสี่ าคัญทส่ี ดุ ในการนิเทศแบบเพ่ือนชว่ ยเพื่อน
ก. แบบสังเกตการสอนและให้ข้อมลู ย้อนกลบั
ข. แบบบนั ทึกการนทิ ศ
ค. แบบบันทกึ กจิ กรรม
ง. ใบความรู้

19. ข้อใดคอื ผนู้ ิเทศ และผู้รับการนเิ ทศ ในการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพ่อื น
ก. ครู – ผูบ้ รหิ าร
ข. ครู – เพอื่ นครู
ค. ผ้บู ริหาร – ผปู้ กครอง
ง. ผบู้ รหิ าร – ศึกษานเิ ทศก์

ค่มู ือการนิเทศแบบเพือ่ นชว่ ยเพือ่ น 44


Click to View FlipBook Version