วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
3.1.10 วิธีการปรับเปล่ียนรูปแบบเคร่ืองประดบั ใหแตละชิ้นสามารถถอดแยกช้นิ
ประกอบใหมได ดังนี้
3.1.10.1 มงกุฎสลับเปนสรอ ยคอ ดวยการปลดตะขอจากดานหลัง แลว
นํามาสวมเปนสรอยคอแทนศีรษะ หรือท่ีศีรษะสลับเปนสรอยคอ ปรับการปรับระดับดวยโซ
อะลมู เิ นียม
3.1.10.2 เข็มกลัดติดเส้ือเพ่ิมชิ้นสวนเปนปนปกผม การติดเข็มกลัด
ประกอบดวย 3 รปู แบบ ไดแ ก รปู แบบแรก โดยการติดเข็มกลดั ลงบนเสอ้ื ทัง้ บริเวณฝง ขวาหรือ
ซาย และควรเลือกการติดเข็มกลัดใหเขากับชุดท่ีสวมใส รูปแบบที่สอง การติดเข็มกลัดบรเิ วณ
กลางคอเสือ้ และรปู แบบทส่ี าม ตดิ กบั ผา พนั คอ ชวยใหผ าพันคอไมขยับไปมา และยงั ชว ยสราง
ความนาสนใจ การเพ่ิมช้ินสว นเปน ปนปกผม ดว ยการนําลวดปกผมมาเสียบเขา ดา นหลังของตัว
เขม็ กลดั
3.1.10.3 ตางหูถอดแยกช้ินเปนแหวน โดยนําแปนดอกโบตั๋นจากตางหู
ถอดแยกชิ้น จํานวน 1 ชิ้น นํามาติดกับแหวนท่ีมีแมเ หล็ก และเม่ือประกอบเปนตางหูสามารถ
ถอดแยกชน้ิ แลว ใชห ว งลวดเก่ียวกบั กับตวั เรือนตา งหไู ดท ้ังดานซายหรือดา นขวา
ภาพที่ 8 ผลงานสาํ เรจ็
44
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563
3.2 ความพึงพอใจของกลุมเปาหมายท่ีมีตอการออกแบบและสรางสรรค
เคร่อื งประดบั กลุมชาตพิ ันธบุ าบาจากกระปองอะลูมเิ นียม
3.2.1 การวิเคราะหขอมูลท่ัวไปของผูตอบแบบสอบถาม 2 กลุม ไดแก กลุมที่ 1
กลุมชาติพันธุบาบาในจังหวัดภูเก็ต จํานวน 25 คน และกลุมที่ 2 กลุมสตรีวัยทํางานที่มีอายุ
ระหวาง 15-59 ป จํานวน 25 คน รวม 50 คน พบวา ผูตอบแบบสอบถามกลุมชาตพิ ันธุบาบา
ในจังหวัดภูเก็ต สวนใหญเปนเพศหญิงคิดเปนรอยละ 80 เพศชายคิดเปนรอยละ 20 ผูตอบ
แบบสอบถามกลุมสตรีทั้งหมดเปนเพศหญิง คิดเปนรอยละ 100 ผูตอบแบบสอบถามกลุมชาติ
พันธุบาบาในจังหวัดภูเก็ต สวนใหญมีอายุระหวาง 21-30 ป คิดเปนรอยละ 44 รองลงมาคือมี
อายุระหวาง 41-50 ป คิดเปนรอยละ 20 ละ ชวงอายุ 31-40 ป คิดเปนรอยละ 16 ผูตอบ
แบบสอบถามกลุมสตรีวัยทํางานท่ีมีอายุระหวาง 15-59 ป สวนใหญมีอายุ 21-30 ป คิดเปน
รอยละ 48 รองลงมาคือ ชวงอายุ 31-40 ป คิดเปนรอยละ 32 รองลงมา ชวงอายุตํ่ากวา 20 ป
และชว งอายุ 41-50 ป มคี าเทากนั คิดเปนรอยละ 8 ผตู อบแบบสอบถามกลุมชาตพิ ันธุบ าบาใน
จังหวัดภูเก็ตสวนใหญอยูในชวงปริญญาตรี คิดเปนรอยละ 76 รองลงมาคือชวงต่ํากวาปรญิ ญา
ตรี คดิ เปนรอ ยละ 20 และอนื่ ๆ คิดเปน รอ ยละ 4 ผตู อบแบบสอบถามกลมุ สตรวี ัยทาํ งาน สวน
ใหญอยูในชวงระดับปริญญาโท คิดเปนรอยละ 52 และระดับปริญญาตรี คิดเปนรอยละ 48
ผูตอบแบบสอบถามกลุมชาติพันธุบาบาในจังหวัดภูเก็ต สวนใหญมีอาชีพพนักงานเอกชน คิด
เปนรอ ยละ 40 รองลงมาคอื อน่ื ๆ คิดเปน รอ ยละ 32 และธุรกิจสว นตัว คดิ เปนรอ ยละ 28 สว น
ผูตอบแบบสอบถามกลุมสตรี สวนใหญมีอาชีพรับราชการ คิดเปนรอยละ 68 รองลงมาคือ
นักเรียนหรือนักศึกษา คิดเปนรอยละ 28 และพนักงานรัฐวิสาหกิจ คิดเปนรอยละ 4 ผูตอบ
แบบสอบถามกลุมชาติพันธุบาบาในจังหวัดภูเก็ตสวนใหญมีรายไดตอเดือนอยูในชวง 10,000-
15,000 บาท คิดเปนรอยละ 44 รองลงมาคือชวง 20,000 บาทขึ้นไป คิดเปนรอยละ 32 และ
อยูในชวง 15,001–20,000 บาท คิดเปน รอยละ 16 สวนผูตอบแบบสอบถามกลมุ สตรวี ัยทํางาน
ที่มีอายุระหวาง 18-59 ปสวนใหญมีรายไดตอเดือนคือ มากกวา 20,000 บาทขึ้นไป คิดเปน
รอยละ 40 รองลงมาคือ นอยกวา 10,000 บาท และ 15,001–20,000 มีคาเทากันคิดเปน
รอยละ 28
3.2.2 การวิเคราะหขอ มลู ความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถาม
กลุมเปาหมายของผตู อบแบบสอบถามทม่ี ตี อการออกแบบและสรา งสรรค
เครื่องประดับกลมุ ชาติพันธุบาบาจากกระปองอูมิเนียม มีลักษณะเปน ขอคาํ ถามแบบมาตรสวน
(Rating Scale) จํานวน 6 ดาน ไดแก ดานผลิตภัณฑ ดานความเหมาะสมของวัสดุ ดาน
ประโยชนใชสอย ดานราคา ดานสถานที่จัดจําหนวย ดานการจัดจําหนาย และขอเสนอแนะ
โดยในแตละขอคําถามมีคําตอบใหเลือก 5 ระดับ ไดแก มากท่ีสุด มาก ปานกลาง นอย และ
นอ ยที่สุด ดงั น้ี
45
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปที่ 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
ตารางที่ 1 แสดงคาเฉลย่ี ระดบั ความพงึ พอใจ ของกลุม ชาติพนั ธุบาบาในจังหวัดภเู กต็ และกลมุ
สตรีวัยทํางานท่ีมีอายุระหวาง 15-59 ป ที่มีตอการออกแบบและสรางสรรคเคร่ืองประดับกลุม
ชาติพนั ธบุ าบาจากกระปอ งอะลูมเิ นยี ม ดานผลิตภณั ฑ
ดา นผลติ ภณั ฑ กลมุ ชาตพิ นั ธบุ าบา กลมุ สตรวี ัยทํางาน
ในจังหวดั ภเู กต็
คาเฉลย่ี ระดับความ คา เฉลยี่ ระดบั ความ
พงึ พอใจ พงึ พอใจ
ความเหมาะสมของขนาดและสดั สวน 4.12 มาก 3.96 มาก
สสี นั ของผลิตภัณฑ 3.80 มาก 4.12 มาก
ลวดลายมคี วามสวยงาม 4.20 มาก 3.92 มาก
ความสวยงามของผลิตภัณฑ 4.28 มากทส่ี ดุ 4.16 มาก
รวม 4.10 มาก 4.04 มาก
สรุปตารางท่ี 1 แสดงใหเห็นวากลุมชาติพันธุบาบาในจังหวัดภูเก็ตมคี วาม
พึงพอใจ ตอการออกแบบและสรางสรรคเคร่ืองประดับกลุมชาติพันธุบาบาจากกระปอง
อะลมู เิ นยี ม โดยรวมดานผลิตภณั ฑอยูในระดับมาก มีคาเฉลย่ี 4.10 มากกวา กลมุ สตรีวยั ทํางาน
ท่ีมีอายุระหวาง 15-59 ป มีความพึงพอใจ โดยรวมดานผลิตภัณฑอยูในระดับมาก มีคาเฉล่ีย
4.04
ตารางท่ี 2 แสดงคาเฉลีย่ ระดบั ความพงึ พอใจ ของกลมุ ชาติพันธุบ าบาในจงั หวดั ภเู ก็ต และกลมุ
สตรีวัยทํางานท่ีมีอายุระหวาง 15-59 ป ท่ีมีตอการออกแบบและสรา งสรรคเคร่อื งประดับกลมุ
ชาติพันธุบาบาจากกระปอ งอะลูมิเนยี ม ดานความเหมาะสมของวัสดุ
กลมุ ชาตพิ นั ธุบาบา กลมุ สตรวี ยั ทํางาน
ความเหมาะสมของวัสดุ ในจงั หวดั ภเู กต็
คา เฉล่ีย ระดบั ความ คาเฉลี่ย ระดบั ความ
พึงพอใจ พึงพอใจ
วสั ดมุ คี วามทนทานตอ การใชงาน 3.92 มาก 3.92 มาก
วสั ดุทน่ี าํ มาใชมีความนา สนใจ 4.44 มากที่สุด 4.24 มากท่ีสดุ
วสั ดุท่ีนํามาตกแตงมีความเหมาะสม 4.40 มากท่สี ดุ 4.16 มาก
4.25 มากที่สดุ 4.11 มาก
รวม
สรุปตารางที่ 2 แสดงใหเหน็ วา กลุมชาตพิ ันธุบาบาในจังหวัดภเู กต็ มีความ
พึงพอใจ ตอการออกแบบและสรางสรรคเครื่องประดับกลุมชาติพันธุบาบาจากกระปอง
อะลูมเิ นยี ม โดยรวมดานความเหมาะสมของวสั ดุอยใู นระดับมากทีส่ ุด มีคาเฉลย่ี 4.25 มากกวา
กลุมสตรีวัยทํางานท่ีมีอายุระหวาง 15-59 ป มีความพึงพอใจ โดยรวมดานความเหมาะสมของ
วัสดุอยใู นระดบั มาก มีคาเฉล่ีย 4.11
46
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563
ตารางท่ี 3 แสดงคาเฉลย่ี ระดับความพงึ พอใจ ของกลุมชาติพันธุบาบา ในจังหวดั ภูเก็ต และกลุม
สตรีวัยทํางานที่มีอายุระหวาง 15-59 ป ที่มีตอการออกแบบและสรางสรรคเครือ่ งประดับกลมุ
ชาตพิ ันธุบ าบา จากกระปอ งอะลูมเิ นยี ม ดา นประโยชนใ ชสอย
กลุม ชาติพันธุบาบา กลุม สตรีวยั ทาํ งาน
ดา นประโยชนใชสอย ในจงั หวดั ภูเกต็
คา เฉลีย่ ระดบั ความ คาเฉลี่ย ระดับความ
พึงพอใจ พึงพอใจ
การสวมใสใ นโอกาสตา ง ๆ 4.08 มาก 4.32 มากท่สี ุด
การนาํ ไปเปน ของขวญั ของที่ระลึก 4.48 มากทส่ี ุด 4.32 มากที่สุด
4.28 มากทสี่ ดุ 4.32 มากทส่ี ดุ
รวม
สรปุ ตารางท่ี 3 แสดงใหเ หน็ วา กลมุ ชาตพิ นั ธุบ าบาในจังหวดั ภูเกต็ มีความ
พึงพอใจ ตอการออกแบบและสรางสรรคเครื่องประดับกลุมชาติพันธุบาบาจากกระปอง
อะลูมิเนียม โดยรวมดานประโยชนใชสอยอยูในระดับมากท่ีสุด มีคาเฉล่ีย 4.28 นอยกวากลุม
สตรีวัยทํางานที่มีอายุระหวาง 15-59 ป มีความพึงพอใจ โดยรวมดานประโยชนใชสอยอยูใน
ระดับมากทีส่ ุด มีคาเฉล่ยี 4.32
ตารางที่ 4 แสดงคา เฉลยี่ ระดับความพงึ พอใจ ของกลมุ ชาติพนั ธุบาบาในจงั หวัดภูเก็ต และกลุม
สตรีวัยทํางานท่ีมีอายุระหวาง 15-59 ป ที่มีตอการออกแบบและสรา งสรรคเคร่อื งประดับกลมุ
ชาติพนั ธบุ าบาจากกระปอ งอะลูมเิ นียม ดานราคา
กลุมชาติพนั ธุบ าบา กลุมสตรีวยั ทาํ งาน
ดา นราคา ในจงั หวัดภเู กต็
คาเฉลี่ย ระดับความ คาเฉลีย่ ระดบั ความ
พึงพอใจ พงึ พอใจ
2,500 บาท 4.12 มาก 3.92 มาก
3,000 บาท 3.04 ปานกลาง 3.48 มาก
3,500 บาท 2.72 ปานกลาง 2.92 ปานกลาง
รวม 3.29 ปานกลาง 3.44 มาก
สรปุ ตารางที่ 4 แสดงใหเ หน็ วากลมุ ชาติพันธุบาบาในจังหวัดภูเกต็ มีความ
พึงพอใจ ตอการออกแบบและสรางสรรคเครื่องประดับกลุมชาติพันธุบาบาจากกระปอง
อะลูมิเนียม โดยรวมดานราคาอยูในระดับปานกลาง มีคาเฉล่ีย 3.29 นอยกวา กลุมสตรีวัย
ทํางานที่มีอายุระหวาง 15-59 ป มีความพึงพอใจโดยรวมดานราคาอยูในระดับมาก มีคาเฉลย่ี
3.44
47
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
ตารางท่ี 5 แสดงคาเฉลย่ี ระดบั ความพงึ พอใจ ของกลมุ ชาตพิ นั ธบุ าบา ในจังหวดั ภเู ก็ต และกลมุ
สตรีวัยทํางานท่ีมีอายุระหวาง 15-59 ป ท่ีมีตอการออกแบบและสรางสรรคเครือ่ งประดับกลมุ
ชาติพนั ธบุ าบาจากกระปอ งอะลูมเิ นยี ม ดานสถานท่ีจดั จาํ หนา ย
กลมุ ชาติพนั ธบุ าบา กลุมสตรวี ัยทํางาน
สถานท่จี ัดจาํ หนา ย ในจงั หวดั ภเู กต็
คา เฉลีย่ ระดบั ความ คาเฉลย่ี ระดบั ความ
พงึ พอใจ พึงพอใจ
รา นขายเครื่องประดบั 4.32 มากท่ีสุด 4.24 มากทสี่ ุด
ตลาดออนไลน 4.48 มากทส่ี ุด 4.44 มากทส่ี ุด
งานจัดแสดงสนิ คา 4.20 มาก 4.72 มากที่สดุ
4.33 มากทส่ี ดุ 4.46 มากที่สดุ
รวม
สรปุ ตารางที่ 5 แสดงใหเห็นวากลมุ ชาตพิ นั ธุบาบา ในจังหวัดภเู ก็ต มีความ
พึงพอใจ ตอการออกแบบและสรางสรรคเคร่ืองประดับกลุมชาติพันธุบาบาจากกระปอง
อะลมู ิเนยี ม โดยรวมดา นสถานท่ีจดั จาํ หนา ยอยใู นระดบั มากทสี่ ดุ มีคาเฉลยี่ 4.33 นอ ยกวา กลุม
สตรีวัยทํางานท่ีมอี ายุระหวาง 15-59 ป มีความพึงพอใจ โดยรวมดานสถานที่จัดจําหนา ยอยูใ น
ระดับมากทสี่ ดุ มคี าเฉล่ีย 4.46
ตารางท่ี 6 แสดงคาเฉล่ยี ระดบั ความพึงพอใจ ของกลมุ ชาตพิ ันธุบาบา ในจงั หวดั ภเู ก็ต และกลุม
สตรีวัยทํางานท่ีมอี ายรุ ะหวา ง 15 -59 ป ที่มีตอการออกแบบและสรางสรรคเครอื่ งประดบั กลมุ
ชาตพิ นั ธบุ าบา จากกระปอ งอะลูมเิ นยี ม ดา นการจัดจาํ หนาย
กลุมชาตพิ ันธบุ าบา กลมุ สตรีวยั ทํางาน
การจดั จําหนา ย ในจังหวัดภเู กต็
คา เฉลย่ี ระดับความ คาเฉล่ีย ระดบั ความ
พงึ พอใจ พึงพอใจ
ผลิตภัณฑส ามารถตอ ยอดในเชงิ ธุรกจิ SMEs 4.08 มาก 4.48 มากที่สดุ
(วสิ าหกิจขนาดกลางและขนาดยอ ม) 4.24 มากท่ีสุด 4.20 มาก
ผลิตภัณฑสามารถตอยอดในเชิงหน่ึงตําบล 4.16 4.34
หนึ่งผลติ ภัณฑ (OTOP) มาก มากทส่ี ดุ
รวม
สรุปตารางที่ 6 แสดงใหเ หน็ วากลมุ ชาติพนั ธุบาบา ในจังหวดั ภูเกต็ มคี วาม
พึงพอใจ ตอการออกแบบและสรางสรรคเคร่ืองประดับกลุมชาติพันธุบาบาจากกระปอง
อะลูมิเนียม โดยรวมดา นการจดั จําหนา ยอยใู นระดบั มาก มคี าเฉล่ยี 4.16 นอยกวา กลุมสตรีวยั
ทํางานที่มีอายุระหวาง 15-59 ป ความพึงพอใจโดยรวมดานการจัดจําหนายอยูในระดับมาก มี
คาเฉลีย่ 4.34
48
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563
4. สรปุ ผลและอภิปรายผล
4.1 แนวทางในการออกแบบและสรางสรรคเครื่องประดับกลุมชาติพันธุบาบาจาก
กระปอ งอะลูมเิ นยี ม
การวิเคราะหขอมูลของผูเชี่ยวชาญทั้ง 5 ทาน ผลการศึกษาพบวา ผูเชี่ยวชาญ
สวนใหญเลอื กรูปแบบ 1 เปนรูปแบบเรขาคณติ ขนาดและสัดสว นที่เหมาะสม ขนาดของมงกุฎ
และสรอยคอมีเสนผานศูนยกลางอยูท่ี 20 เซนติเมตร ขนาดของเข็มกลัดติดเส้ือและปนปกผม
อยูที่ความกวาง 10 เซนติเมตร และยาว 17 เซนติเมตร และขนาดของตางหูและแหวนอยูท่ี
ความกวาง 3 เซนตเิ มตร และยาว 10.5 เซนตเิ มตร ลวดลายท่ใี ชต กแตงควรเปนลายดอกโบตั๋น
ซง่ึ เปนสัญลักษณแหงความร่าํ รวยและความซ่ือสตั ย เปน ตัวแทนของความรักความเมตตา ความ
สวยงามของผูหญิง และนํามาซ่ึงความโชคดีและโชคลาภ วิธีการสรางสรรคเคร่ืองประดับจาก
กระปองอะลูมเิ นยี มท่ีมีความบางจึงควรใชเ ทคนคิ การตดั และการกรดี เพราะเปนวิธกี ารทีท่ ําได
งายและข้ันตอนไมซับซอน สวนวัสดุที่ใชตกแตงควรเปนดิ้น และลูกปดไขมุก เพราะเปนวัสดุท่ี
ส่ือถึงความเปนเครื่องประดับของกลุมชาติพันธุบาบามากที่สุด อีกท้ังลูกปดไขมุกยังเปน
ผลิตภัณฑท่ีโดดเดนของจงั หวัดภเู ก็ต แตขอควรระวังในการประดิษฐครัง้ นี้ คือ การใชกาวรอน
กับด้ินในการตดิ ช้ินงานทต่ี อ งประณตี เนอ่ื งจากกาวรอ นอาจจะทําใหด้นิ มีการเปลยี่ นสีได
4.2 ความพึงพอใจของกลุมเปาหมายที่มีตอการออกแบบและสรางสรรค
เครอื่ งประดบั กลมุ ชาติพนั ธุบาบา จากกระปอ งอะลมู เิ นียม
การออกแบบและสรางสรรคเครื่องประดับกลุมชาติพันธุบาบาจากกระปอง
อะลูมิเนียม ผูศึกษาโครงงานพิเศษ ไดวิเคราะหขอมูลของผูตอบแบบสอบถาม จํานวน 50 คน
พบวา แสดงขอมลู ทว่ั ไปของผตู อบแบบสอบถาม 2 กลุม ไดแ ก กลมุ ที่ 1 กลมุ ชาติพนั ธบุ าบาใน
จงั หวดั ภูเกต็ จํานวน 25 คน กลมุ ท่ี 2 กลุม สตรวี ยั ทํางานท่มี ีอายุระหวาง 15-59 ป จาํ นวน 25
คน เปนกลมุ ตัวอยา งในครั้งน้ี รวม 50 คน พบวา
4.2.1 ดา นผลิตภัณฑ พบวา กลุมชาตพิ ันธุบาบาในจงั หวดั ภเู ก็ต มีความพงึ พอใจ
ตอ การออกแบบและสรา งสรรคเ ครื่องประดับ โดยรวมดา นผลิตภัณฑอ ยูใ นระดบั มาก มีคา เฉลี่ย
ที่ 4.10 เมื่อพิจารณาเปนรายขอแสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามสวนใหญมีความพึงพอใจ
ดานความสวยงามของผลิตภัณฑอยูในระดบั มากที่สุด มีคาเฉลี่ย 4.28 รองลงมาคือลวดลายมี
ความสวยงามอยูในระดับมาก มีคาเฉล่ีย 4.20 และความเหมาะสมของขนาดและสดั สว นอยใู น
ระดับมาก มีคาเฉล่ีย 4.12 ซ่ึงมากกวากลุมสตรีวัยทํางานที่มีอายุระหวาง 15 -59 ป ท่ีมีความ
พึงพอใจตอการออกแบบและสรางสรรคเครื่องประดับ โดยรวมดานผลิตภัณฑอยูในระดบั มาก
มีคาเฉลี่ยที่ 4.04 เมื่อพิจารณาเปนรายขอแสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามสว นใหญมีความ
พึงพอใจดานความสวยงามของผลิตภัณฑอยูในระดับมาก มีคาเฉลี่ย 4.16 รองลงมาคือสีสัน
ของผลิตภัณฑอยูในระดบั มาก มีคาเฉลย่ี 4.12 และความเหมาะสมของขนาดและสดั สว นอยใู น
ระดับมาก มีคาเฉล่ีย 3.96 คาเฉล่ียดานผลิตภัณฑนี้มีความแตกตางกับวิจัยท่ีเก่ียวของ เร่ือง
การประดษิ ฐช ุดเครื่องประดบั จากเปลือกกุงขาว โดยรวมมีคาเฉลี่ย 4.23 (ณัฏศรา และจันทรธิ
49
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
มาพร, 2561) และเรื่องการประดิษฐเครื่องประดับจากเศษผาหมอหอม มีคาเฉลี่ย 4.56 (ณัฐ
วดี และนธิ ิกร, 2561) ทั้งน้ีจะเหน็ ไดวากลุมตัวอยา งท้ัง 2 กลมุ มีความคิดเหน็ ทีต่ รงกนั ในเร่อื ง
ของความสวยงามของผลิตภัณฑ ของชุดเคร่ืองประดับสตรี อาจจะเน่ืองมาจากรูปแบบสีสัน
และเทคนิคที่สวยงาม ทําใหกลุมเปาหมายอาจจะมองวาชุดเครื่องประดับมีลวดลายที่แตกตา ง
แตยังคงมีความประณีตสวยงาม
4.2.2 ดานความเหมาะสมของวัสดุ พบวา กลุมชาติพันธุบาบาในจังหวัดภูเกต็ มี
ความพึงพอใจตอการออกแบบและสรางสรรคเคร่ืองประดับกลุมชาติพันธุบาบาจากกระปอง
อะลูมิเนียม โดยรวมดานความเหมาะสมของวัสดุอยูในระดับมากท่ีสุด มีคาเฉลี่ยที่ 4.25 เมื่อ
พิจารณาเปนรายขอแสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามสวนใหญมีความพึงพอใจดานวัสดุท่ี
นํามาใชมีความนาสนใจอยูในระดับมากที่สดุ มีคาเฉลี่ย 4.44 รองลงมาคือวสั ดทุ ี่ตกแตงมคี วาม
เหมาะสมอยูในระดับมากที่สุด มีคาเฉลี่ย 4.40 และวัสดุมีความทนทานตอการใชงานอยูใน
ระดับมาก มีคาเฉล่ีย 3.92 ซึ่งมากกวา กลุมสตรีวัยทํางานท่ีมีอายุระหวาง 15-59 ป ที่มีความ
พึงพอใจ ตอการออกแบบและสรางสรรค โดยรวมดา นความเหมาะสมของวัสดอุ ยูในระดับมาก
มีคาเฉล่ียที่ 4.11 เม่ือพิจารณาเปนรายขอแสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามสวนใหญมีความ
พึงพอใจดานวัสดุที่นํามาใชมีความนาสนใจอยูในระดับมากท่ีสุด มีคาเฉลี่ย 4.24 รองลงมาคือ
วัสดุท่ีตกแตง มีความเหมาะสมอยูในระดับมาก มีคาเฉล่ีย 4.16 และวัสดมุ ีความทนทานตอ การ
ใชงานอยูในระดับมาก มีคาเฉลี่ย 3.92 คาเฉล่ียดานความเหมาะสมของวัสดุน้ีมีความแตกตาง
กับวิจัยที่เก่ียวของ เรื่อง การประดิษฐชุดเครื่องประดับจากเปลือกกุงขาว โดยรวมมีคาเฉล่ีย
4.36 (ณัฏศรา และจันทรธิมาพร, 2561) และเร่ืองการประดิษฐเครื่องประดับจากเศษผาหมอ
หอม มีคาเฉลี่ย 4.54 (ณัฐวดี และนิธิกร, 2561) ท้ังนี้จะเห็นไดวากลุมตัวอยางทั้ง 2 กลุม มี
ความคิดเห็นที่ตรงกัน ในเร่ืองของความแปลกใหมของวัสดุ ของชุดเคร่ืองประดับสตรี อาจจะ
เน่ืองมาจากเคร่ืองประดับสวนใหญใชโลหะ เงิน หรืออื่นๆ มาใชเปนวัสดุหลักในการประดิษฐ
แตโครงงานพิเศษเรื่องการออกแบบและสรางสรรคเคร่ืองประดับกลุมชาติพันธุบาบาจาก
กระปอ งอะลูมเิ นยี ม เปนการใชกระปอ งอะลมู ิเนียมมาเปนวสั ดหุ ลักในการประดษิ ฐคร้งั น้ี ทาํ ให
กลุม เปา หมายอาจจะมองวาชดุ เครอ่ื งประดบั มคี วามแตกตา งแตย ังคงมคี วามประณีตสวยงาม
4.2.3 ดานประโยชนใชสอย พบวา กลุมชาติพันธุบาบาในจังหวัดภูเก็ต มีความ
พึงพอใจตอการออกแบบและสรางสรรคเคร่ืองประดับกลุมชาติพันธุบาบาจากกระปอง
อะลูมิเนียม โดยรวมดานประโยชนใชสอยอยูในระดับมากที่สุด มีคาเฉลี่ยท่ี 4.28 เม่ือพิจารณา
เปนรายขอแสดงใหเห็นวาผตู อบแบบสอบถามสวนใหญมีความพึงพอใจนําไปเปน ของขวัญของ
ท่ีระลึก อยูในระดับมากท่ีสุด มีคาเฉล่ีย 4.48 และการสวมใสในโอกาสตางๆ ในระดับมาก มี
คาเฉลี่ย 4.08 ซึ่งนอยกวากลุมสตรีวัยทํางานที่มีอายุระหวาง 15-59 ป ท่ีมีความพึงพอใจ ตอ
การออกแบบและสรางสรรคเ ครื่องประดบั กลุมชาติพันธุบาบา จากกระปอ งอะลูมเิ นียม โดยรวม
ดานประโยชนใชสอยอยูในระดับมากท่ีสุด มีคาเฉล่ียที่ 4.32 เม่ือพิจารณาเปนรายขอแสดงให
เห็นวาผูตอบแบบสอบถามสวนใหญดานการนําไปเปนของขวัญของท่ีระลึกและการสวมใสใน
50
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563
โอกาสตางๆ ที่เทากันในระดบั มากท่สี ดุ มีคาเฉล่ยี 4.32 คาเฉลยี่ ดานประโยชนใชสอยนมี้ ีความ
แตกตางกับวิจัยท่ีเก่ียวของ เร่ือง การประดิษฐชุดเคร่ืองประดับจากเปลือกกุงขาว โดยรวมมี
คา เฉล่ีย 4.53 (ณัฏศรา และจนั ทรธ มิ าพร, 2561) และเรอ่ื งการประดิษฐเ คร่ืองประดบั จากเศษ
ผาหมอหอม มีคาเฉล่ีย 4.15 (ณัฐวดี และนิธิกร, 2561) ทั้งนี้จะเห็นไดวากลุมตัวอยางทั้ง 2
กลุม มีความคิดเห็นที่ตรงกัน ในเร่ืองของการนําไปเปนของขวัญของท่ีระลึกของชุด
เครื่องประดับสตรี อาจจะเนื่องมาจากเครื่องประดับกลุมชาติพันธุบาบาสวนใหญมีความแวว
วาวของด้ินสีเงินและดิ้นสีชมพูซ่ึงนํามาใชเปนวัสดุหลักในการประดิษฐ เหมาะสําหรับให
กลมุ เปา หมายอาจมองวา มีความเหมาะสมทีจ่ ะนาํ ไปสวมใสในงานเลีย้ งสังสรรค
4.2.4 ดานราคา พบวา กลุมชาติพันธุบาบาในจังหวัดภูเก็ต มีความพึงพอใจตอ
การออกแบบและสรางสรรคเครื่องประดับโดยรวมดานราคาอยูในระดับปานกลาง มีคาเฉลย่ี ท่ี
3.29 เม่ือพิจารณาเปนรายขอแสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามสวนใหญมีความพึงพอใจ
4,000 บาท อยูในระดับมาก มีคาเฉลี่ย 4.12 รองลงมา 4,500 บาท อยูในระดับปานกลางมี
คาเฉลี่ย 3.04 และ 5,000 บาทอยูในระดับปานกลาง มีคาเฉล่ีย 2.72 ซึ่งนอยกวากลุมสตรีวัย
ทํางานที่มีอายุระหวาง 15 -59 ป ที่มีความพึงพอใจ ตอการออกแบบและสรางสรรค
เครื่องประดบั กลุมชาติพันธุบาบาจากกระปองอะลูมิเนียม โดยรวมดานราคาอยูในระดบั มาก มี
คา เฉล่ยี ท่ี 3.44 เมือ่ พจิ ารณาเปนรายขอแสดงใหเห็นวา ผตู อบแบบสอบถามสวนใหญม ีความพึง
พอใจ 4,000 บาท อยูในระดับมาก มีคาเฉล่ีย 3.92 รองลงมา 4,500 บาท อยูในระดับมาก มี
คาเฉล่ีย 3.48 และ 5,000 บาทอยูในระดับปานกลาง มีคาเฉลี่ย 2.92 คาเฉล่ียดานราคาน้ีมี
ความแตกตางกบั วจิ ยั ทเี่ กี่ยวของ เร่ือง การประดิษฐช ุดเคร่อื งประดบั จากเปลือกกุงขาว โดยรวม
มีคาเฉลี่ย 4.53 (ณัฏศรา และจันทรธิมาพร,2561) และ เรื่องการประดิษฐเคร่ืองประดับจาก
เศษผาหมอหอม มีคาเฉลี่ย 4.15 (ณัฐวดี และนิธิกร,2561) ท้ังน้ีจะเห็นไดวากลมุ ตวั อยางท้ัง 2
กลุม มคี วามคิดเหน็ ทต่ี รงกัน ในเรอ่ื งของราคาของชุดเคร่อื งประดับกลุม ชาติพันธุบาบา อาจจะ
เน่ืองมาจากเครือ่ งประดบั กลุม ชาตพิ ันธุบาบานั้นสามารถปรับเปลย่ี นรปู แบบได ซ่ึงมงกุฎ ตา งหู
และเข็มกลัดติดเส้ือ แตละช้ินสามารถถอดแยกชิ้นประกอบใหมได โดยมงกุฎสามารถสลับเปน
สรอยคอ เข็มกลัดสามารถถอดและเพ่ิมช้ินสวนเปนปนปกผม สวนตางหูสามารถถอดแยกชิ้นเปน
แหวนได ทําใหกลุมเปาหมายอาจมองเห็นวาราคา 2,500 บาท เหมาะสําหรบั เครื่องประดับกลมุ
ชาตพิ ันธบุ าบาจากกระปองอะลูมิเนยี ม
4.2.5 ดา นสถานท่ีจัดจําหนาย พบวา กลุม ชาตพิ ันธบุ าบา ในจงั หวัดภูเกต็ มคี วาม
พึงพอใจตอการออกแบบและสรางสรรคเครื่องประดับโดยรวมดานสถานที่จัดจําหนายอยูใน
ระดับมากที่สุด มีคาเฉล่ียท่ี 4.33 เม่ือพิจารณาเปนรายขอแสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถาม
สวนใหญม ีความพงึ พอใจดานตลาดออนไลน อยูในระดับมากที่สุด มคี าเฉลีย่ 4.48 รองลงมาคือ
รานขายเครื่องประดับ อยูในระดับมากที่สุด มีคาเฉลี่ย 4.32 และงานจัดแสดงสินคา อยูใน
ระดับมาก มีคาเฉลี่ย 4.20 ซึ่งนอยกวา กลุมสตรวี ัยทํางานท่ีมีอายุระหวาง 15 -59 ป ที่มีความ
พึงพอใจ ตอการออกแบบและสรางสรรคเคร่ืองประดับ โดยรวมดานสถานที่จัดจําหนายอยูใน
51
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
ระดับมากที่สุด มีคาเฉล่ียท่ี 4.46 เมื่อพิจารณาเปนรายขอแสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถาม
สวนใหญม ีความพึงพอใจดานงานจัดแสดงสนิ คา อยูในระดับมากทสี่ ดุ มคี าเฉลยี่ 4.72 รองลงมา
คือตลาดออนไลน อยูในระดบั มากท่ีสดุ มีคาเฉล่ีย 4.44 และรานขายเคร่ืองประดับอยูในระดับ
มากท่ีสุด มีคาเฉลี่ย 4.24 คาเฉล่ียดานราคานี้มีความแตกตางกับวิจัยท่ีเก่ียวของ เร่ือง การ
ประดิษฐชุดเคร่ืองประดับจากเปลือกกุงขาว โดยรวมมีคาเฉล่ีย 4.22 (ณัฏศรา และจันทรธิมา
พร, 2561) และ เร่ืองการประดิษฐเคร่ืองประดับจากเศษผาหมอหอม มีคาเฉล่ีย 4.18 (ณัฐวดี
และนธิ ิกร, 2561) ท้งั น้ีจะเหน็ ไดวา กลมุ ตัวอยา งท้ัง 2 กลมุ มีความคิดเหน็ ที่ตรงกัน ในเรื่องของ
สถานที่จัดจําหนายที่รานขายเคร่ืองประดับ และตลาดออนไลนของชุดเคร่ืองประดับกลุมชาติ
พันธุบาบา ทัง้ นเี้ นื่องจากควรทจี่ ะขายในรา นขายเครื่องประดับและตลาดออนไลน
4.2.6 ดานการจดั จําหนาย พบวา กลมุ ชาตพิ นั ธุบาบาในจงั หวดั ภูเก็ต มีความพึง
พอใจตอการออกแบบและสรางสรรคเครื่องประดับ โดยรวมดานการจัดจําหนายอยูในระดับ
มาก มีคาเฉลี่ยท่ี 4.16 เมื่อพิจารณาเปนรายขอแสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามสวนใหญมี
ความพึงพอใจดานผลิตภัณฑสามารถตอยอดในเชิงหนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑ (OTOP) อยูใน
ระดับมากที่สุด มีคาเฉล่ีย 4.24 และผลิตภัณฑสามารถตอยอดในเชิงธุรกิจ SMEs อยูในระดับ
มาก มีคาเฉลี่ย 4.08 ซึ่งนอยกวา กลุมสตรีวัยทํางานท่ีมีอายุระหวาง 15 -59 ป ที่มีความพึง
พอใจตอการออกแบบและสรางสรรคเคร่ืองประดับ โดยรวมดานการจัดจําหนายอยูในระดับ
มาก มีคาเฉล่ียที่ 4.34 เมื่อพิจารณาเปนรายขอแสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามสวนใหญมี
ความพึงพอใจดานผลิตภัณฑสามารถตอ ยอดในเชงิ ธุรกิจ SMEs อยูใ นระดบั มากที่สุด มคี าเฉลยี่
4.48 และผลติ ภัณฑสามารถตอยอดในเชงิ หนึ่งตาํ บลหน่ึงผลติ ภณั ฑ (OTOP) อยใู นระดบั มาก มี
คาเฉลี่ย 4.20
5. กติ ตกิ รรมประกาศ
งานวิจัยฉบับนี้ สําเร็จลุลวงไปไดดวยดีโดยไดรับการอุปการคุณจากหลายฝาย ท้ัง
อาจารยที่ปรึกษา อาจารยประจําสาขาวิชาการบริหารธุรกิจคหกรรมศาสตร และผูเชี่ยวชาญ
ท้ัง 5 ทาน ท่ีไดประสิทธิประสาทความรู และใหคําปรึกษา ตลอดจนขอคิดเห็น อันกอใหเกิด
ประโยชนตอ การศกึ ษาคนควา และเปนแนวทางในการศกึ ษาจนสาํ เรจ็
6. เอกสารอา งองิ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม. 2562. ปริมาณขยะมูลฝอยทั่วประเทศ.
[ออนไลน] เขา ถงึ ไดจาก http://www.mnre.go.th/th/, 18 ธันวาคม 2562.
กลุมชาติพันธุในประเทศไทย [ออนไลน] เขาถึงไดจาก https://www.sac.or.th/databases
19 ธันวาคม 2562.
52
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563
ณัฎศรา หมัน่ เกตุ และจนั ทรธิมาพร นครสงู เนิน. 2561. การประดิษฐเครือ่ งประดับจากเปลือก
กงุ ขาว. ปรญิ ญาตรี สาขาวิชาการบริหารธุรกิจคหกรรมศาสตร. คณะเทคโนโลยี คหก
รรมศาสตร. มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร.
ณัฐวดี จันทรโกมล และนิธิกร แวนแกว. 2561. การประดิษฐเคร่ืองประดับจากเศษผาหมอ
หอม. ปรญิ ญาตรี สาขาวิชาการบริหารธุรกิจคหกรรมศาสตร. คณะเทคโนโลยี คหก
รรมศาสตร. มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร.
ปนัดดา ใหญมีศักด์ิ และดุลยถนัตถ เกิดไพโรจน. 2557. การศึกษาภาพ 2 มิติจากกระปอง
อะลูมิเนียมดวยเทคนิคการ มวน. ปริญญาตรี สาขาวิชาการบริหารธุรกิจคหกรรม
ศาสตร. คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร. มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร.
พัฒนศักด ทองทิพย. 2556. “พานพุมจากกระปองน้ําอัดลมดวยเทคนิคการดุนลาย”.
ปริญญาตรี สาขาวิชาการบริหารธุรกิจคหกรรมศาสตร. คณะเทคโนโลยีคหกรรม
ศาสตร. มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร.
ฤดี ภูมถิ าวร. 2553. วิวาหบาบาภเู กต็ . กรงุ เทพฯ : เวลิ ดอ อฟเซ็ท พรน๊ิ ตง้ิ .
มานพ แวงสุข. 2556. “เครื่องแขวนแบบไทยประยุกตจากกระปองน้ําอัดลมดว ยเทคนคิ การ
ดุนลาย”. ปริญญาตรี สาขาวิชาการบริหารธุรกิจคหกรรมศาสตร. คณะเทคโนโลยี
คหกรรมศาสตร. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร.
เมริษา จ๋ิวประดิษฐกุล, สุวิทย รัตนานันท และ Sridhar Ryalie. 2562. การสังเคราะหความ
แตกตางของวัสดุเพื่อสรางสรรคเครื่องประดับ. การประชุมนําเสนอผลงานวิจัย
บัณฑิตศกึ ษาระดับชาตคิ ร้ังท่ี 14 ป การศึกษา 2562. หนา 395 - 412.
วกิ รม กรุงแกว. 2558. รายงานการวิจัยเรื่องเทคนิค วธิ กี าร และแนวทางอนุรักษท รงผมชักอิ
โบย. คณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร มหาวทิ ยาลัยราชภัฏภเู กต็ .
วิกรม กรงุ แกว. 2560. พัสตราภรณยอนหยา. กรงุ เทพฯ : บริษัท โอ.เอส. พร้ินติ้ง เฮาส จํากัด.
สาวิตร พงศวัชร. 2556. รายงานการวิจัยเรื่อง การศึกษาความสัมพันธระหวางการสืบเนือ่ ง
และการเปลย่ี นแปลงของวัฒนธรรมการแตงกายชาวไทยเชื้อสายจนี ที่สง ผลสูง าน
สรางสรรคกรณีศึกษาพิธีวิวาหบาบา เพอรานากันจงั หวัดภเู กต็ . คณะมนษุ ยศาสตร
และสงั คมศาสตร มหาวิทยาลัยราชภฏั ภูเก็ต.
สํานักงานสภาพฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ. 2562. ปริมาณขยะมลู ฝอย. [ออนไลน]
เ ข า ถึ ง ไ ด จ า ก http://www.nesdc.go.th/main.php?filename=index, 18
ธันวาคม 2562.
53
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2563
ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร. กลุมชาติพันธุในประเทศไทย [ออนไลน] เขาถึงไดจาก
https://www.sac.or.th/databases 19 ธนั วาคม 2562.
อติชาติ สมบัติ. 2557. วัฒนธรรมการแตงกายชุดยาหยาและรองเทาปกสตรี อําเภอเมือง
จังหวัดภูเก็ต. วิทยานิพนธคหกรรมศาสตรมหาบัณฑิต คณะเทคโนโลยีคหกรรม
ศาสตร. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร .
อติยศ สวรรคบุรานุรักษ และศศณฏั ฐ สวรรคบุรานุรักษ.2561. เปอรานากัน : บาบา -ยาหยา
มรดกทางวัฒนธรรมสายเลือดลูกผสมมลายู-จีน. สาขามนุษยศาสตร สังคมศาสตร
และศลิ ปะ. มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร.
D.I.Y. โคมไฟต้ังโตะ ประดิษฐจากฝากระปองอะลูมิเนียม. [ออนไลน] เขาถึงไดจาก
www.banidea.com/, 18 ธนั วาคม 2562.
54
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563
การประดิษฐพานพมุ ปลอ ยกลิน่ จากรงั ไหม
The Invention of Cocoon Fragrance “Phan Poom” (Pedestal Tray)
อานนั ตยา ริอนิ ทร1*, อนิ ทริ า นะมาเส1 และ สกุ ญั ญา จันทกลุ 1
Anantaya Ri-in1, Aintira Namase1 and Sukanya Chantakul1
บทคดั ยอ
บทความน้ีมีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษากระบวนการประดิษฐพานพุมปลอยกล่ินจากรัง
ไหม และเพ่อื ศกึ ษาความพงึ พอใจของผบู ริโภคทีม่ ีตอการประดษิ ฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรงั ไหม
โดยผูวิจัยไดด ําเนินการศกึ ษา และรวบรวมขอมลู ท่ีเก่ียวขอ ง นําขอมูลที่ไดม าออกแบบภาพราง
SKETCH DESIGN การออกแบบพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม จํานวน 3 รูปแบบ ไดแก
SKETCH DESIGN–A SKETCH DESIGN-B และSKETCH DESIGN-C เพื่อใหผ ูเช่ียวชาญ 3 ทาน
พิจารณารูปแบบของพานพุม ท้ัง 3 แบบ จากพันธุไหม รูปแบบพาน สีธรรมชาติ และการ
ประดิษฐสวนประกอบของพาน ตามความคดิ เห็นของผเู ชีย่ วชาญ จากนน้ั นําพานพมุ ทปี่ ระดิษฐ
แลว สอบถามความพงึ พอใจของกลุมเปา หมาย จากบุคคลทั่วไป จํานวน 50 คน นําขอ มูลทไ่ี ดมา
วเิ คราะหโ ดยใช คาความถ่ี คารอยละ และคา เฉลี่ย โดยมผี ลการวิเคราะหพบวา
การออกแบบ และขั้นตอนการประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม ผลการศึกษา
พบวา ผูเช่ียวชาญสวนใหญเห็นวา พันธุไหมที่เหมาะสมในการประดิษฐพานพุมคือพันธุไหม
ลูกผสมเหลืองไพโรจน เนื่องจากรังไหมพันธุลูกผสมเหลืองไพโรจนมีรังขนาดใหญ และลอกงา ย
แยกสีแตละชั้นไดชัดเจน รูปแบบพานท่ีเหมาะสมในการประดษิ ฐค วรเปน SKETCH DESIGN –
A เนอ่ื งจากมอี งคประกอบทนี่ าสนใจดโู ปรงตามคี วามออนชอยจากตาขา ยคลมุ พานพมุ รังไหม
สีธรรมชาติ และสว นประกอบตางๆ ของพานพมุ ท่ีประดิษฐจากรงั ไหม
ความพึงพอใจของกลุมเปาหมายทม่ี ีตอ ผลติ ภณั ฑก ารประดิษฐพ านพุมปลอ ยกล่นิ จาก
รังไหม ดานผลิตภัณฑ พบวาผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในความเหมาะสมของการนํา
รังไหมเหลืองไพโรจนมาประดิษฐ มีคาเฉล่ีย 4.56 อยูในระดับมากท่ีสุด ดานคุณคาและการ
นําไปใช มีความพึงพอใจในดานการนําไปใชในงานพิธีตางๆ มีคาเฉลี่ย 4.58 อยูในระดับมาก
ทสี่ ุด ดา นราคา ผตู อบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในราคา 4,000 บาท มีคา เฉลี่ย 4.02 อยใู น
ระดับมากท่ีสุด และดานสถานท่ีจัดจาํ หนา ย มีความพึงพอใจในตลาดออนไลน มีคาเฉล่ีย 4.64
อยูในระดบั มากท่สี ดุ
คําสาํ คัญ : พานพุม ปลอยกลิน่ รังไหม
1 สาขาวิชาการบริหารธุรกจิ คหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
1 Home Economics Business Administration Program, Rajamangala University of Technology Phra Nakhon
*ผปู ระสานงานนิพนธ e-mail : [email protected], [email protected]
55
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
ABSTRACT
This project aims to: 1) study the process of producing the Cocoon
fragrance "Phan Poom" (Pedestal tray) 2) study consumer satisfaction towards the
invention "Phan Poom". To conduct the research studies, all data relevant was
collected, which was used for sketching 3 designs for Cocoon fragrance "Phan
Poom".
These 3 sketch designs A, B and C were created for 3 experts to analyze
and determine silk worms, styles, natural colour, invention process and
composition. In addition, the study also examined the consumer satisfaction of
50 individuals towards "Phan Poom". All data was collected for final analysis using
frequency, percentage and average. The analysis results were as follow:
Most experts agreed that the best silkworm for Phan Poom was
Phannarote hybrid silkworm because this yellow silkworm was large and easy to
peel off. The most appropriate design should be the sketch design A as its
composition was interesting, the tray net was clear and the colour was the natural
one.
About customer satisfaction score, a high percentage 4.56 indicated their
satisfaction in Phannarote hybrid silkworm. For the benefits, the customers were
satisfied to use "Phan Poom" in ceremonies with the highest score 4.58. Pricing
cost, the customers were satisfied the most with 4000 bath as shown in table
4.02. And the channels of distribution, according to the survey, it showed a high
level 4.62 of satisfaction with Online Marketplaces.
Keywords : Fragrance Phan-Poom , Cocoons
1. บทนํา
ปจจุบันไหมนอกจากจะใชนํามาเปนวัสดุในการผลิตเครื่องนุงหมแลวยังใชเปนเคหะ
สิ่งทอ เครื่องสําอางความงาม การแพทย วัสดุทดแทนนุน สารเพ่ิมผลผลิตทางการเกษตร วัสดุ
ชีวภาพในอุตสาหกรรมตางๆ เชน สบูและเทียนไข ผงซักฟอก สารเคลือบเคร่ืองมืออุปกรณ
ฟลมไหม และประโยชนอืน่ ๆ เชน อาหารมนุษย อาหารสัตว และส่ิงประดษิ ฐจากรงั ไหม โดยรัง
ไหมที่ผารังดักแดออกแลว สามารถนํามาประดิษฐเปนดอกไมไดหลากชนิด เชน ดอกทิวลิป
ดอกบวั ดอกเฟอ งฟา ดอกทานตะวัน ดอกเยอบีรา ดอกกหุ ลาบ หรือ ประดษิ ฐเปนโคมไฟ ฉาก
ก้ันหอง รูปสัตวตางๆ เชน นก หนู ฯลฯ ใชประดับในอาคาร ในรถยนต นอกจากจะสวยงาม
56
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563
แลวยงั สะดุดตาแกผ พู บเหน็ ทวั่ ไปอกี ดวย (สาํ นกั งานหมอ นไหมเฉลมิ พระเกยี รติฯ เขต 1 จงั หวดั
แพร, 2556)
อยางไรก็ตามรังไหมแมจะมีคนนํามาใชในงานดานศิลปะประดิษฐ ประดิษฐเปน
ดอกไม โคมไฟ ฉากก้ันหอง และอื่นๆ อีกมากมาย แตเนื่องจากรังไหมซ่ึงมีสวน ประกอบดวย
โปรตีน 2 ชนิด ไดแก เซริซิน (Sericin) และไฟโบรอิน (Fibroin) เซริซิน คือ โปรตีนทําหนาท่ี
เปนกาวเชื่อมประสานยึดจับเสนใยไหม ใหรวมกันเปนรังไหม ละลายไดในนํ้ารอน มีลักษณะ
เหนียวคลายกาว ท่ีมีคุณสมบัติคือสามารถเคลอื บบนผิววัสดุตางๆ จะชวยเพิ่มคุณสมบัติหนาที่
ไดเปน อยางดี เชน การใชโ ปรตีนเซรซิ นิ ในการเตรียมสีท่ใี ชใ นงานศลิ ปะและใชเคลอื บบนผวิ งาน
ตางๆ ทําใหมีความทนทานตอสภาวะอากาศและไมแหงกรอบเมื่ออยูในสภาวะท่ีแหง กาวไหม
นอกจากจะมีคุณสมบัติเคลือบงานประดิษฐคลายเจลาตินแลวยังมีคุณสมบัติในการเกาะกล่ิน
หอมใหติดทนนานไดอ กี (สํานกั วจิ ยั และพฒั นาหมอ นไหม, 2556)
การศึกษาคุณสมบัติทางเคมีกายภาพของโปรตีนเซริซินท่ีอยูในรังไหม พบวา โปรตีน
เซริซินมีคุณสมบัติในการดูดซับนํ้า ดูดซับนํ้ามัน การเกิดเจล และรักษานํ้าไวไดดี (กนกพรและ
สินีนาฏ, 2556) กาวไหมหรือโปรตีนเซริซินมีคุณสมบัติคลายเจลาตินที่ใชเคลือบผาในงาน
ประดิษฐเปนตัวชวยเกาะกลิ่นหอมใหติดทนนาน ซ่ึงสอดคลองกับงานวิจัยของรุงฤทัย อภิรัติ
และนิอร (2560) ไดศึกษาการพัฒนาผลติ ภัณฑส ินคาที่ระลึกจากผาดว ยเทคโนโลยีตกแตงกล่ิน
สําหรับกลุมอาชีพสหกรณศิลปะประดิษฐ จังหวัดนนทบุรี ดวยการทําผาหอมตองนําผาไป
เคลือบเจลาตินใหคงรูปกอน ผาท่ีเคลือบเจลาตินจะชวยเกาะกล่ินใหผามีกล่ินหอมติดทนนาน
ผูวิจัยจึงเกิดแนวคิดที่จะนํารังไหมท่ีมีคุณสมบัติดังท่ีกลาวมาขางตน มาใชในงานการประดิษฐ
พานพุม
การประดิษฐพานพุมสดจะใชใบตองสด ดอกไมท่ีสวยงามมีกล่ินหอมใชเวลาทํานาน
เพื่อใหไดผลงานออกมาสวยงามเปนที่นาช่ืนชม แตการประดิษฐจากของสดอายกุ ารใชงานและ
เก็บรักษาไวส้ัน ในยุคปจจุบันจึงไดมีการนําวัสดุอยางอื่นมาประดิษฐพานพุมทดแทนใบตอง
ดอกไมสดเพื่อยืดอายุการใชงานไดนานขึ้น เชน กระดาษ ผา ตลอดจนมีการนํารังไหมมา
ประดิษฐพานพุมไดอ ยางสวยงาม ถึงแมจะมีคนใชผา หรอื วัสดแุ หงอยางอื่นมาประดิษฐพานพุม
แทนใบตองดอกไมสดไดอยางประณีตสวยงาม แตพานพุมท่ีประดิษฐขึ้นไมมีกล่ินหอมของ
ดอกไม ดวยสาเหตุนจี้ ึงมคี นคิดนาํ บุหงาแหง มาประดิษฐต กแตง พานพุมเพื่อใหพ านพุมเกิดกลิน่
หอม ดว ยการใชผ าโปรง ในการประดษิ ฐท ําใหพานพมุ มีกลิน่ หอมแตไ มติดทนนาน
การประดิษฐพานพุมจากดอกไมสดแมจะมีกลิน่ หอมใชเวลาในการประดษิ ฐ แตเวลา
ในการใชงานและการเก็บรักษาไวส นั้ จงึ มีการประดษิ ฐบหุ งาแหงและตกแตง กลน่ิ ดว ยเคร่ืองหอม
คอื “นาํ้ ปรงุ ” ในสมยั กอ นไมมีเทคโนโลยีท่ีทนั สมัยทาํ ใหผ า นมุ หอมเหมอื นทกุ วนั น้ี การจะทาํ ให
ผามีกลิ่นหอมไดน้ันตอ งใชวิธีการอบรํา่ กอนนํามาสวมใส โดยผาก็มีท้ังไดจากเสนใยพืชและจาก
เสน ใยสตั ว เชน ผา ไหม ผาฝาย ผา ไหมไดจากเสนใยสตั วที่เรยี กวา ตวั หมอ นหรอื หนอนไหม ท่ที าํ
57
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
รังหุมตัวเองไวกอนกลายเปนดักแด และนํามาสาวเปนเสนไหมกอนทอเปนผืนผา (ศูนยหมอน
ไหมเฉลิมพระเกียรตฯิ เลย, 2556)
จากการศึกษาคุณสมบัติทางเคมีกายภาพของรังไหมพบวาคุณสมบัติของรังไหม
สามารถดูดความชื้น ดูดนํ้า ดูดนํ้ามันไดและคอยๆ ปลอยใหระเหยออกมาและเพ่ือเปนการ
พัฒนาผลิตภัณฑพานพุมใหเกิดความแปลกใหมใหมีขนาดท่ีเหมาะสมและรูปทรงที่สวยงาม
นา สนใจสามารถใชงานไดจ ริง ผวู จิ ยั จงึ มีแนวคิดทดลองนําเอารังไหมมาเปนสว นประดับตกแตง
พานพมุ และตกแตง กลิ่นหอม โดยใหร งั ไหมเปน ตวั ดูดกล่นิ น้าํ มันหอมระเหยที่อยูในพมุ ไปเก็บไว
ในเสนใยไหมแลว คอ ยๆ ปลอยกล่ินใหร ะเหยออกมา กล่ินหอมของน้ํามันหอมระเหยท่ีสกัดจาก
ดอกไมไทยมาแตงกลิ่นใหพานพุมมีกล่ินหอมแบบไทย เปนการสรางผลิตภัณฑใหมที่มีความ
คงทน ประณตี สวยงาม ใชเ พอื่ การสักการะ ใชใ นงานพิธีตา งๆ และมอบเปน ของทีร่ ะลกึ ชว ยให
ผอนคลายจากกล่ินหอมของดอกไมไทย และมีความประณีตสวยงาม ตลอดจนไดมีสวนรว มใน
การอนรุ ักษเผยแพรศลิ ปวฒั นธรรมไทยสคู นรุน หลังอยางภาคภูมิใจ
วัตถุประสงค
1) เพือ่ ศึกษากระบวนการผลิตพานพุมปลอยกลิ่นจากรงั ไหม
2) เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของผูบริโภคที่มีตอการประดิษฐพานพุมปลอยกล่ิน
จากรงั ไหม
2. ระเบยี บวธิ ีวจิ ยั
2.1 แนวคิดในการออกแบบการประดษิ ฐพานพมุ ปลอยกลิ่นจากรังไหม
การศึกษาคนควาขอ มูลท่ีเก่ยี วขอ งกับการประดิษฐพานพมุ ปลอยกล่นิ จากรงั ไหม
ผูวิจัยไดเลือกรูปทรงของพุมขาวบิณฑ โดยไดแนวคิดมาจากรูปทรงพุมขาวบิณฑท่ีเปน
เอกลักษณของสถาปตยกรรมของศิลปะสมัยสุโขทัยนํามาประดิษฐขึ้นดวยรังไหมพันธุเหลือง
ไพโรจนซ่ึงมสี เี หลืองจากธรรมชาติเหมาะแกการสกั การบูชา และสีเหลืองยังเปนสีท่ีไดรบั ความ
นิยมในปจจุบัน เชน ใชเปนของขวัญ ของที่ระลึก ใชในงานพิธีตางๆ ใชประดับตกแตงสถานที่
เพ่ือเพิ่มบรรยากาศ เปนตนภายในพุมบรรจุรังไหมเพื่อเปนตัวเกาะกลิ่นของน้ํามันหอมระเหย
ของดอกไมไทย เพ่ือเปน การทดแทนงานดอกไมสดและยดื ระยะเวลาการใชงานใหยาวขึ้น
2.2 การออกแบบพานพมุ SKETCH DESIGN จาํ นวน 3 รูปแบบ
การศึกษาคนควาขอมูลเก่ียวของกับการประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม
ผูศึกษาโครงงานพิเศษไดทําการออกแบบรูปแบบพานพุมปลอยกล่ินจากรังไหมจํานวน 3
รูปแบบ ไดแกรูปแบบที่ 1 (SKETCH DESIGN-A) รูปแบบท่ี 2 (SKETCH DESIGN-B แบบที่ 3
(SKETCH DESIGN-C) โดยใชพานขนาดเสนผา ศนู ยก ลาง 7 นิ้ว และพมุ ทรงขา วบณิ ฑเบอร 7
58
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563
2.3 การกาํ หนดผเู ชีย่ วชาญ สรา งแบบสอบถาม วิเคราะหข อมลู
2.3.1 กาํ หนดผเู ช่ยี วชาญ
การศึกษาโครงการพิเศษเร่อื งการประดษิ ฐพ านพมุ ปลอยกลิน่ จากรังไหม
ผูศึกษาไดกําหนดกลุมผูเชี่ยวชาญดานงานศิลปะประดิษฐ เพื่อขอความคิดเห็นจาก
แบบสอบถาม โดยมีผูเชีย่ วชาญท่มี คี วามชาํ นาญจากสถาบนั ศึกษา จํานวน 3 ทา น
2.3.2 สรปุ ความคิดเห็นและขอ เสนอแนะจากผเู ชีย่ วชาญ
1) พันธุรังไหมที่นํามาประดิษฐพานพุม ใชรังไหมพันธุลูกผสมเหลือง
ไพโรจน โดยผูเชี่ยวชาญทั้ง 3 ทาน เห็นวารังไหมพันธุลูกผสมเหลืองไพโรจนมีความเหมาะสม
ตอการนํามาประดิษฐพานพุมรังไหมพันธุพืน้ บาน เนื่องจากรังไหมพันธุลกู ผสมเหลืองไพโรจนม ี
ขนาดรงั ทใี่ หญจ งึ ทาํ ใหเกดิ พน้ื ทส่ี รางผลิตภณั ฑพานพุมไดดแี ละมีสที ี่สดสวยโดยไมตอ งยอมสี
2) การประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม ใชรูปแบบ SKETCH
DESIGN–A โดยผูเช่ียวชาญสวนใหญ เห็นวารูปแบบท่ีเหมาะสมในการประดิษฐพานพุมปลอย
กลิ่นจากรังไหมคือ SKETCH DESIGN–A โดยใหเหตุผลวา มีองคประกอบที่นาสนใจ ทําใหดู
โปรง ตา และดอู อ นชอ ย เปน รปู แบบทท่ี าํ ไดง าย และควรปรับยอดพมุ ใบแบบท่ี 1 เปน แบบท่ี 2
และหาวิธีการเติมกล่ินใหกับพานพุมไดอยางสะดวก งายกับผูใชงานท่ีไมมีความรูพ้ืนฐาน
เกีย่ วกับการประกอบพาน และเวลาเติมกลิ่นจะไมเลอะช้ินงานดา นนอกใหเ กิดความเสียหาย
3) การประดิษฐพานพุมปลอยกล่ินจากรังไหมโดยจะใชสีธรรมชาติท่ีได
จากรังไหม โดยผูเชี่ยวชาญทั้ง 3 ทาน คิดวาการใชสีธรรมชาติจากรังไหมมีความเหมาะสม
เน่ืองจากไมมสี ารเคมที ่เี ปน อนั ตรายตอสขุ ภาพเมือ่ สดู ดม
4) การนํารังไหมพันธุเหลืองไพโรจนมาประดิษฐพานพุมเปน
สวนประกอบตางๆ ของพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม โดยผูเชี่ยวชาญสวนใหญเ หน็ ดวยในการ
นํารงั ไหมมาประดิษฐเ ปน สว นประกอบตา งๆ ในพานพุม แตค วรมีการปรบั แกไ ข รปู ราง รูปทรง
ขนาดในบางสวนของสว นประกอบตางๆ ในพานพุม
ภาพท่ี 1 SKETCH DESIGN–A พานพมุ ปลอยกลิ่นจากรังไหม
59
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปที่ 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
การประดิษฐพานพุมปลอยกลน่ิ จากรังไหม ประกอบดวยข้นั การประดษิ ฐ 6 ขั้นตอน
คือ การอบรํ่าใยไหม (การลอกใยไหม,ปรุงน้ําหอม,การอบร่ําใยไหม) การอบรํ่ารังไหม (บรรจใุ ย
ไหมในรังไหม,อบรํ่าใยไหม) การเตรียมรังไหม (ลอกรังไหมทีละช้ันแบงเปน 3 ช้ัน ชั้นนอก
เรียกวาไหมหลืบ ช้ันกลางเรียกวาไหมนอย และช้ันในเรียกวาไหมแลง แยกเปนชั้นเก็บไว
เตรียมนําไปใช) การประดิษฐสว นประกอบพานพุม (ดอกขา ดอกรักดอกพุด กลีบกระพุง อุบะ
ตุงต้ิง หมอนรองพุม เย็บแบบกลีบบัว พุม มาลัยตุม และมาลัยซีก) การอบรํ่าชิ้นสวนพานพุม
(นําชิ้นสวนพานพุมที่ประดิษฐเสร็จแลววางลงในกลองอบรํ่ากอนนําออกมาประกอบพานพุม)
และการประกอบพานพุม (ตัดโฟมใหเปนรูปทรงครึ่งวงกลมติดกระพุงใหรอบโฟมแลวรอยตา
ขายลายเกล็ดคลมุ หมอนกระพุง วางพุมลงบนหมอนรองพุมที่เตรียมไวบนพาน ตกแตงฐานพมุ
ดวยเย็บแบบกลบี บัวใหรอบพุมสองชัน้ และตกแตงสว นยอดพมุ ดวยมาลัยตุม มาลยั ซีก)
ภาพที่ 2 พานพมุ ปลอยกลน่ิ จากรงั ไหม
2.4 การเก็บรวบรวมขอ มลู
วิจัยเรื่อง การประดิษฐพานพุมปลอยกล่ินจากรังไหม ผูวิจัยไดกําหนด
กลุมเปาหมายกลุมบุคคลทั่วไป จํานวน 50 คน ในการสรางแบบสอบถามผูวิจัยไดจัดทํา
เคร่อื งมือสาํ รวจความพึงพอใจทมี่ ีตอ การประดิษฐพานพมุ ปลอ ยกลน่ิ จากรงั ไหม โดยแบง คาํ ถาม
ออกเปน 2 ตอน ดังนี้
60
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563
ตอนที่ 1 คําถามเกี่ยวกับขอมูลท่ัวไปของผูตอบแบบสอบถาม เปนขอคําถาม
แบบตรวจสอบรายการ (Check list) จํานวน 5 ขอ ไดแก เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ
รายได/ เดอื น
ตอนที่ 2 คําถามเกี่ยวกับความพึงพอใจท่ีมีตอการประดิษฐพานพุมปลอยกล่ิน
จากรังไหม เปนขอคําถามแบบมาตรประมาณคา (Rating scale) จํานวน 4 ขอ ไดแก ดาน
ผลติ ภัณฑ ดา นคุณคา และการนําไปใช ดา นราคา และดานสถานทีจ่ ดั จาํ หนาย
2.5 สถิติที่ใชในการวิเคราะหข อมูล
การศึกษาครั้งน้ีผูศึกษาไดใชสถิติในการวิเคราะหขอมูล โดยในสวนของขอมูล
ท่ัวไปของผูต อบแบบสอบถาม ใชสถิติวิเคราะหค าความถี่ คารอยละ แลวนํามาเสนอในรูปแบบ
ตารางประกอบความเรียง ในสว นของความพึงพอใจท่ีมตี อการประดิษฐพ านพมุ ปลอยกล่ินจาก
รังไหม ใชคาความถี่ คาเฉลี่ย นําเสนอในรูปแบบตารางประกอบความเรียง โดยใชสูตรคํานวณ
ของ พิมพพรรณ (2554) คารอยละใชในการเปรียบเทียบสัดสวนของชุดขอมูลโดยใชสูตรพมิ พ
พรรณ (2554)
3. ผลการวิจยั
วิจัยเร่ือง การประดิษฐพานพุมปลอยกล่ินจากรังไหม ผูวิจัยไดสํารวจความพึงพอใจ
จากกลมุ เปาหมาย บคุ คลทัว่ ไป จํานวน 50 คน นําผลการสาํ รวจมาวิเคราะหข อ มูล
ผศู กึ ษาโครงงานพิเศษไดว เิ คราะหข อมูลจากแบบสอบถามจาํ นวน 50 ชดุ โดยใชส ถิติ
คาความถี่ คารอยละ และคาเฉล่ยี โดยแบงขอ คาํ ถามออกเปน 2 ตอน
3.1 ตอนท่ี 1 ขอ มูลทั่วไปของผูต อบแบบสอบถาม
คําถามเก่ียวกับขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม มีลักษณะเปนขอคําถาม
แบบตรวจสอบถามรายการ (Check list) จํานวน 5 ขอ ประกอบดวย เพศ อายุ ระดับ
การศกึ ษา อาชพี รายได/เดือน โดยแสดงคาความถ่ี และคารอยละ ดังนี้
ผูตอบแบบสอบถามสวนใหญเปนเพศหญิง คิดเปนรอยละ 72 เพศชาย คิดเปน
รอยละ 28 สวนใหญอยูในชวงอายุ 20 -29 ป คิดเปนรอยละ 42 ชวงอายุ 50 -59 ป คิดเปน
รอ ยละ 22 ชว งอายุ 40 – 49 ป คดิ เปน รอ ยละ 14 ชวงอายุ 60 ปข น้ึ ไป คดิ เปนรอ ยละ 12 ชว ง
อายุ 30 – 39 ป คิดเปน รอยละ 6 และชวงอายุ ต่ํากวา 20 ป คิดเปน รอยละ 4 ระดบั การศกึ ษา
สวนใหญอยูในระดับปริญญาตรี คิดเปนรอยละ 68 ระดับการศึกษาต่ํากวาระดับมัธยมศึกษา
ตอนตน คิดเปนรอยละ 10 ระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. คิดเปนรอยละ 10
ระดับการศกึ ษาปริญญาโท คดิ เปนรอยละ 8 และระดับการศึกษา ปวส. คดิ เปน รอ ยละ 4 อาชีพ
สวนใหญประกอบอาชีพนักเรียน/นักศึกษา คิดเปนรอยละ 46 อื่นๆ คิดเปนรอยละ 28 อาชีพ
พนักงานบริษัทเอกชน/รัฐวิสาหกิจ คิดเปนรอยละ 10 อาชีพธุรกิจสวนตัว คิดเปนรอยละ 10
61
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
และอาชีพรับราชการ/พนักงานของรัฐ คิดเปนรอยละ 6 รายได/เดือนสวนใหญมรี ายได/เดอื น
ตํ่ากวา 10,000 บาท คิดเปนรอยละ 44 รายได/เดือน 10,001 – 20,000 บาท คิดเปนรอยละ
38 รายได/เดือน 20,001 – 30,000 บาท คิดเปนรอยละ 10 รายได/เดอื น 50,000 บาทขึ้นไป
คดิ เปนรอยละ 4 รายได/เดือน 30,001 – 40,000 บาท คิดเปนรอ ยละ 2
รายได/เดือน 40,001 – 50,001 บาท คดิ เปนรอ ยละ 2
3.2 ตอนท่ี 2 ความพงึ พอใจท่ีมตี อ การประดษิ ฐพานพมุ ปลอ ยกล่ินจากรงั ไหม
คําถามเกี่ยวกับความพึงพอใจที่มีตอการประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรงั ไหม
เปนขอคําถามแบบมาตรประมาณคา (Rating scale) จํานวน 4 ขอ ไดแก ดานผลิตภัณฑ ดาน
คณุ คาและการนําไปใช ดา นราคา และดา นสถานท่จี ัดจําหนา ย
ตารางที่ 1 คาความถี่ คาเฉล่ีย และระดับความพึงพอใจที่มตี อการประดิษฐพานพมุ ปลอยกล่ิน
จากรังไหม ดานผลิตภณั ฑ n = 50
ดานผลิตภณั ฑ มาก มาก ปาน นอย นอ ย คา ระดบั
ท่สี ดุ กลาง ทีส่ ดุ เฉลี่ย ความพึง
พอใจ
ขนาด สดั สว น 21 27 2 - - 4.38 มากท่สี ดุ
ความสวยงาม 24 25 1 - - 4.46 มากทส่ี ดุ
ความประณีต 25 25 - - - 4.50 มากท่ีสดุ
ความเหมาะสมของการนํารังไหม 28 22 - - - 4.56 มากที่สุด
เหลืองไพโรจนมาประดิษฐ
ความเหมาะสมของการตกแตงกลน่ิ 26 20 4 - - 4.44 มากทสี่ ดุ
บนพานพุม
รวม 4.46 มากทส่ี ุด
จากตารางที่ 1 แสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจตอการ
ประดิษฐพานพุมปลอยกล่นิ จากรงั ไหม ดานผลิตภัณฑ โดยรวมอยูในระดบั มากท่ีสดุ ที่คาเฉล่ีย
4.46 เม่ือพิจารณาเปนรายขอพบวาผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจดานผลิตภัณฑ ดังนี้
อันดับท่ี 1 ความเหมาะสมของการนาํ รงั ไหมเหลืองไพโรจนม าประดษิ ฐ คาเฉล่ยี ที่ 4.56 อันดับ
ท่ี 2 ความประณีต คา เฉลย่ี ที่ 4.50 และ อันดบั ท่ี 3 ความสวยงาม คา เฉลยี่ ที่ 4.46 ตามลําดบั
62
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563
ตารางที่ 2 คาความถ่ี คา เฉล่ีย และระดบั ความพึงพอใจทม่ี ตี อ การประดษิ ฐพ านพมุ ปลอยกลนิ่
จากรงั ไหม ดา นคณุ คา และการนําไปใช n = 50
ดานคณุ คา และการนําไปใช มาก มาก ปาน นอ ย นอ ย คา ระดบั
ทสี่ ุด กลาง ท่สี ุด เฉล่ยี ความพึง
พอใจ
ใชเ ปนของขวัญ ของทร่ี ะลกึ 15 25 7 2 1 3.64 มาก
ใชใ นงานพิธีตา งๆ 30 19 1 - - 4.58 มากที่สุด
ใชป ระดบั สถานทีเ่ พ่ือเพม่ิ บรรยากาศ 22 24 3 - 1 4.32 มากที่สุด
รวม
4.18 มาก
จากตารางที่ 2 แสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจตอการ
ประดษิ ฐพ านพมุ ปลอยกลิ่นจากรงั ไหม ดานคณุ คา และการนาํ ไปใช โดยรวมอยูในระดบั มาก ที่
คาเฉลี่ย 4.18 เม่ือพิจารณาเปนรายขอพบวาผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจดานคุณคา
และการนําไปใช ดังน้ี อันดับที่ 1 ใชในงานพิธีตางๆ คาเฉล่ียท่ี 4.58 อันดับท่ี 2 ใชประดับ
สถานที่เพื่อเพิ่มบรรยากาศ คาเฉล่ียท่ี 4.32 และอันดับที่ 3 ใชเปนของขวัญ ของที่ระลึก
คาเฉลยี่ ที่ 3.64 ตามลําดับ
ตารางท่ี 3 คาความถ่ี คาเฉลี่ย และระดับความพึงพอใจที่มตี อการประดิษฐพานพมุ ปลอยกล่ิน
จากรงั ไหม ดา นราคา n = 50
ดา นราคา มาก มาก ปาน นอย นอย คา ระดบั
ท่ีสุด กลาง ที่สุด เฉลีย่ ความพึง
พอใจ
3,700 บาท รวม 13 20 13 1 3 3.78 มาก
4,000 บาท 16 24 7 1 2 4.02 มาก
4,200 บาท 7 23 13 5 2 3.56 มาก
3.78 มาก
จากตารางท่ี 3 แสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจตอการ
ประดิษฐพานพุมปลอ ยกลน่ิ จากรงั ไหม ดา นราคา โดยรวมอยูในระดบั มาก ทีค่ า เฉล่ีย 3.78 เม่อื
พิจารณาเปนรายขอพบวาผูตอบแบบสอบถามมีความพงึ พอใจดานราคา ดังน้ี อันดับที่ 1 ราคา
63
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปที่ 2 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
4,000 บาท คาเฉล่ียที่ 4.02 อนั ดบั ที่ 2 ราคา 3,700 บาท คา เฉลยี่ ท่ี 3.78 และอนั ดบั ที่ 3 ราคา
4,200 บาท คา เฉลยี่ ที่ 3.56 ตามลาํ ดบั
ตารางที่ 4 คาความถี่ คาเฉล่ีย และระดับความพึงพอใจท่ีมีตอการประดิษฐพานพมุ ปลอยกล่นิ
จากรังไหม ดานสถานที่จัดจําหนา ย n = 50
ดานสถานที่จัดจาํ หนา ย มาก มาก ปาน นอย นอ ย คา ระดับ
ทส่ี ดุ กลาง ทีส่ ุด เฉลีย่ ความพงึ
พอใจ
รา นจําหนายของขวัญของท่ีระลกึ 17 21 6 4 2 3.94 มาก
รา นจาํ หนายผลติ ภณั ฑ OTOP 23 22 4 1 - 4.34 มากทส่ี ดุ
รานสังฆภณั ฑ 20 22 6 2 - 4.20 มาก
ตลาดออนไลน 22 16 1 - - 4.64 มากทส่ี ุด
รวม 4.28 มากท่ีสดุ
จากตารางที่ 4 แสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจตอการ
ประดิษฐพานพุมปลอ ยกล่ินจากรังไหม ดา นสถานทีจ่ ัดจาํ หนา ย โดยรวมอยใู นระดบั มากทสี่ ดุ ท่ี
คา เฉลีย่ 4.28 เม่อื พจิ ารณาเปน รายขอพบวา ผูตอบแบบสอบถามมคี วามพงึ พอใจดานสถานทจ่ี ดั
จําหนาย ดังนี้ อันดับท่ี 1 ตลาดออนไลน คาเฉลี่ยที่ 4.64 อันดับที่ 2 รานจําหนายผลิตภัณฑ
OTOP คา เฉลยี่ ท่ี 4.34 และอนั ดบั ท่ี 3 รา นสังฆภณั ฑ คาเฉลีย่ ที่ 4.20 ตามลาํ ดับ
4. สรุปผลและอภปิ รายผล
วิจัยเรื่องการประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม ผูวิจัยสามารถอภิปรายผลตาม
วตั ถปุ ระสงคการวิจยั ไดดงั น้ี
4.1 สรปุ ผล
การออกแบบและขั้นตอนการประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหมการ
ประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม ภายในพุมบรรจุรังไหมดูดกลิ่นน้ําปรุง อบรํ่าดวยกล่ิน
หอมของนาํ้ มันหอมระเหยสกัดจากดอกไมไ ทย ชิ้นสว นประกอบตกแตงพานพมุ ประดษิ ฐจ ากรัง
ไหม ผลการศึกษาพบวา ผูเชี่ยวชาญท้ัง 3 ทาน เห็นวารูปแบบของพานพุมทั้ง 3 พาน มีขนาด
ของพุม และสัดสวนที่เหมาะสมสําหรับการนําไปประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม พันธุ
ไหมที่ใชเปนพันธุไหมลูกผสมเหลืองไพโรจน เน่ืองจากรังไหมพันธุลูกผสมเหลืองไพโรจนมีรัง
ขนาดใหญ และลอกงายแยกสีแตละชั้นไดชัดเจน ผูเชี่ยวชาญสวนใหญใหความเห็นวารูปแบบ
พานที่เหมาะสมในการประดิษฐควรเปน SKETCH DESIGN – A เน่ืองจากมีองคประกอบท่ี
64
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563
นาสนใจดูโปรงเบาออนชอยจากตาขาย รังไหมสีธรรมชาติมีความเหมาะสม เน่ืองจากไมมี
สารเคมีไมเปนอันตรายตอการสูดดม และสวนประกอบตางๆ ของพานพุมควรประดิษฐจากรัง
ไหม เนื่องจากรังไหมแตละช้ันแบงสีไดชัดเจนสามารถนําแตละช้ันมาประดิษฐสวนตางๆ ได
อยา งเหมาะสม
ความคิดเห็นของผูเช่ียวชาญผูวิจัยไดนําขอเสนอแนะมาปรับปรุงเพ่ิมเติมการ
ออกแบบพานพุมปลอยกล่ินจากรังไหม ในรูปแบบ SKETCH DESIGN ท้ัง 3 แบบดังนี้ ควรหา
วิธีการเตมิ กล่ินใหงาย และสะดวกตอ ผูใ ชที่ไมทค่ี วามรูดานน้ี หลีกเล่ียงการใหนา้ํ มันหอมสัมผัส
กบั ผิวชิ้นงานภายนอกโดยตรง และเปล่ียนทรงยอดพุมจากพุมเลก็ เปน มาลัยตมุ เพอ่ื ใหเกดิ ความ
สมดุลและสวยงาม และมีผลตอ ความพึงพอใจของกลุมเปาหมายท่ีมีตอผลิตภัณฑการประดษิ ฐ
พานพมุ ปลอ ยกลนิ่ จากรงั ไหม
การศึกษาความพึงพอใจท่ีมีตอการประดิษฐพานพุมปลอยกล่ินจากรังไหม ของ
กลุมเปาหมาย 50 คน ท่ีมีตอการประดิษฐพานพุมปลอ ยกล่ินจากรังไหม จํานวน 4 ดาน ไดแก
ดา นผลิตภัณฑ ดานคณุ คาและการนําไปใช ดา นราคา และดานสถานที่จดั จาํ หนา ย ดังนี้
ดา นผลิตภัณฑ กลมุ เปาหมาย 50 คน มีความพงึ พอใจตอ ผลติ ภณั ฑก ารประดษิ ฐ
พานพุมปลอยกล่ินจากรังไหม โดยรวมอยูในระดับมากท่ีสุด มีคาเฉลี่ย 4.43 เมื่อพิจารณาเปน
รายขอแสดงใหเห็นวา ผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในดานความเหมาะสมของการนาํ รัง
ไหมเหลืองไพโรจนม าประดษิ ฐมากที่สดุ ที่มีคาเฉล่ีย 4.56 อันดับท่ี 2 ความประณตี คาเฉลีย่ ท่ี
4.50 และอนั ดับที่ 3 ความสวยงาม คา เฉลย่ี ที่ 4.46 ตามลาํ ดับ
ดานคุณคา และการนาํ ไปใช กลุม เปาหมาย 50 คน มคี วามพงึ พอใจตอผลติ ภณั ฑ
การประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม โดยรวมอยูในระดับมากท่ีสุด มีคาเฉลี่ย 4.18 เมื่อ
พิจารณาเปนรายขอพบวาผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจดา นใชในงานพิธีตางๆ มากที่สุด
ท่ีคาเฉล่ียท่ี 4.58 อันดับที่ 2 ใชประดับสถานท่ีเพือ่ เพิ่มบรรยากาศ คาเฉล่ียท่ี 4.32 และอันดบั
ที่ 3 ใชเปน ของขวญั ของท่ีระลึก คาเฉลีย่ ท่ี 3.64 ตามลาํ ดบั
ดานราคา กลุมเปาหมาย 50 คน มคี วามพึงพอใจตอ ผลิตภัณฑการประดษิ ฐพ าน
พุมปลอ ยกลิน่ จากรงั ไหม โดยรวมอยูในระดับมากท่ีสดุ มีคาเฉลีย่ 3.78 เมือ่ พิจารณาเปนรายขอ
พบวาผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในราคา 4,000 บาทมากที่สุด ที่คาเฉลี่ยท่ี 4.02
อันดับที่ 2 ราคา 3,700 บาท คาเฉลี่ยท่ี 3.78 และอันดับท่ี 3 ราคา 4,200 บาท คาเฉล่ียท่ี
3.56 ตามลาํ ดับ
ดานสถานที่จัดจําหนาย กลุมเปาหมาย 50 คน มีความพึงพอใจตอผลิตภัณฑ
การประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม โดยรวมอยูในระดับมากท่ีสุด มีคาเฉล่ีย 4.28 เมื่อ
พิจารณาเปนรายขอพบวาผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจรานตลาดออนไลนมากที่สุด ท่ี
คา เฉลยี่ ที่ 4.64 อันดับที่ 2 รา นจาํ หนายผลติ ภณั ฑ OTOP คาเฉลย่ี ที่ 4.34 และอนั ดบั ที่ 3 ราน
สงั ฆภัณฑ คา เฉลยี่ ท่ี 4.20 ตามลําดบั
65
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
4.2 อภิปรายผล
4.2.1 เพื่อศกึ ษากระบวนการประดิษฐพานพมุ ปลอยกล่นิ จากรังไหม
ผศู ึกษาโครงงานพิเศษไดศ ึกษาคน ควาขอ มูล และงานวจิ ยั ท่ีเก่ียวของเพ่อื
เปนแนวทางในการประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม จํานวน 3 รูปแบบ เสนอตอ
ผเู ชีย่ วชาญ 3 ทาน เพื่อรับฟง ความคิดเห็นและขอ เสนอแนะในการประดิษฐพานพมุ ปลอ ยกลิ่น
จากรังไหม พบวาผูเชี่ยวชาญท้ัง 3 ทาน สวนใหญใหเหตุผลวา การนํารังไหมพันธุลูกผสม
(เหลืองไพโรจน) มาประดิษฐพานพุมมีความเหมาะสมกวา รังไหมพันธุพื้นบาน เน่ืองจากรังไหม
พนั ธลุ กู ผสมเหลอื งไพโรจนม ีขนาดรังท่ีใหญจงึ ทําใหเกิดพนื้ ทีส่ รา งผลิตภัณฑพ านพมุ ไดดแี ละมีสี
ท่ีสดสวยโดยไมตองยอมสี รูปแบบพานพุมปลอยกล่ินจากรังไหมผูเช่ียวชาญสวนใหญ เลือก
รูปแบบที่ 1 โดยใหเ หตุผลวา มีองคประกอบทีน่ าสนใจ ทาํ ใหด ูโปรงและดอู อนชอ ย สามารถทํา
ไดไมยาก ควรปรับยอดพุมใบแบบที่ 1 เปนแบบท่ี 2 และหาวิธีการเติมกล่ินใหกับพานพุมได
อยางสะดวก สามารถทําไดงายกับผูใชงานทั่วไปทไ่ี มมคี วามรูพื้นฐานเก่ยี วกับการประกอบพาน
และเวลาเตมิ กลิ่นจะไมเ ลอะช้นิ งานดา นนอกใหเ กดิ ความเสยี หาย สีทีใ่ ชในการประดษิ ฐพ านพุม
ปลอยกลิ่นจากรงั ไหม ใชสีจากธรรมชาติจากรังไหม ผูเชี่ยวชาญใชเหตผุ ลวา การใชสีธรรมชาติ
จากรังไหมมีความเหมาะสม เนื่องจากตรงกลุมเปาหมายท่ีตองการความเปนธรรมชาติ การนํา
รงั ไหมมาประดษิ ฐพานพุมเปนสว นประกอบตางๆ ผเู ชย่ี วชาญสว นใหญเ หน็ ดวยในการนํารังไหม
มาประดิษฐเ ปนสว นประกอบตา งๆ ในพานพมุ แตควรมีการปรับแกไ ข รปู ราง รปู ทรง ขนาดใน
บางสว นของสว นประกอบตา งๆ ในพานพุม
4.2.2 เพ่ือศึกษาความพึงของกลุมเปาหมายท่ีมตี อ พานพมุ ปลอยกลิ่นจากรังไหม
ผูวจิ ยั ไดว ิเคราะหความพึงพอใจของกลมุ เปาหมายที่มตี อ การผลติ พานพมุ ปลอยกล่นิ จากรังไหม
จํานวน 4 ดาน ไดแก ดานผลิตภัณฑ ดานคุณคา และการนําไปใช ดานราคา และดานสถานท่ี
จดั จําหนา ย สามารถอภปิ รายผลไดด ังน้ี
4.2.2.1 ดานผลิตภัณฑ พบวาผูตอบแบบสอบถามสวนใหญพึงพอใจใน
ความเหมาะสมของการนํารังไหมเหลืองไพโรจนมาประดิษฐ อยูในระดับมากที่สุด ท่ีคาเฉลี่ย
4.56 ตัวเลขนี้มีความคลายคลงึ กับวิจัยท่ีเกี่ยวของ เรื่อง การเตรียมเซริซิน และไฟโบอินจากรงั
ไหมบาน และรังไหมปา ทสี่ ามารถสกดั ผงไหมเซรซิ ินไดร อยละ คา เฉลี่ย 8.54 และ 5.98 และผง
ไหมไฟโบอินไดรอยละ 73.85 และ 80.05 ในลําดับมาก (พุธิตา, 2549) ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก
รังไหมพนั ธเุ หลืองไพโรจน มีเซริซินซึง่ มคี ุณสมบัติชวยในการเกบ็ กล่นิ และคอยๆ ปลอยกล่นิ น้นั
ออกมา เปนสีทีไ่ ดจ ากธรรมชาติที่มคี วามสวยงาม จงึ ทาํ ใหพ ามพุม มีความโดดเดนสวยงาม และ
มีความเปนเอกลกั ษณไ ทย จึงสงผลใหผ ูตอบแบบสอบถามพึงพอใจในการนํารังไหมพันธุเหลอื ง
ไพโรจนมาประดษิ ฐ
4.2.2.2 ดานคณุ คา และการนําไปใช พบวา ผูตอบแบบสอบถามสว นใหญ
พึงพอใจในการใชในงานพิธีตางๆ อยูในระดับมากที่สุด ท่ีคาเฉล่ีย 4.58 ตัวเลขน้ีมีความ
คลายคลงึ กับวิจยั ท่ีเกี่ยวของ เร่ือง ศึกษาการพัฒนาผลติ ภณั ฑข องท่ีระลึกจากหินเพอรไ ลตด วย
66
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563
การตกแตงกล่ิน ท่ีคาเฉลี่ย 4.15 อยูในระดับมาก (กิตติ และคณะ, 2561) ท้ังนี้อาจเน่ืองจาก
พานพุมจากรังไหมมีความสวยงามและยังมีกลิ่นที่ชวยในการผอนคลาย จึงสามารถนําไปใชใน
งานพธิ ีตา งๆ ไดเ ชน งานแตง งานบวช หรอื การตกแตง สถานท่ี เปนตน
4.2.2.3 ดานราคา พบวา ผูตอบแบบสอบถามสว นใหญพึงพอใจในราคา
4,000 บาท ในระดับมาก ที่คาเฉลี่ย 4.02 ทั้งนี้เนื่องจากการประดิษฐพานพุมจากรังไหมเปน
งานฝม ือ ที่มคี วามประณีต และจะตอ งใชเ วลาในการประดิษฐน าน จงึ ทาํ ใหผตู อบแบบสอบถาม
เหน็ วาราคา 4,000 บาท เปนราคาทเี่ หมาะสมกบั การขาย
4.2.2.4 ดานสถานท่ีจัดจาํ หนา ย พบวา ผูตอบแบบสอบถามสว นใหญพึง
พอใจในตลาดออนไลน อยูในระดบั มากท่สี ดุ ทคี่ าเฉลยี่ 4.64 ท้งั นอ้ี าจเน่อื งจาก ตลาดออนไลน
ทีค่ นในสังคมออนไลนส ามารถเขาถึงงา ย เปนทนี่ ิยมเพราะมคี วามสะดวกในการซื้อและขาย ซงึ่
ผูซ้ือยังสามารถมองเห็นสินคาไดงาย และผูขายยังสามารถลดตนทุนในการมีหนารา น จึงทําให
ผูตอบแบบสอบถามนึกถงึ ตลาดออนไลนเปน สถานทจ่ี าํ หนา ยเปน อันดบั แรก
5. กิตติกรรมประกาศ
การประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม ไดรับทุนสนับสนุนงบประมาณรายจาย
จากโครงการสงเสรมิ สงิ่ ประดิษฐและนวตั กรรมเพื่อคนรนุ ใหม ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. 2563
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การศึกษาวิจัยน้ีสําเร็จลุลว งไปดวยดี โดยไดรับการอุปการคุณจากบุคคลหลายๆ ฝาย
ดังน้ี ขอกราบขอบพระคุณทานอาจารยสุกัญญา จันทกุล อาจารยท่ีปรึกษาท่ีใหความกรุณา
ชวยเหลือ ใหคําปรึกษาในเรื่องวิธีการทํางาน คอยตรวจทาน แนะนําวิธีแกไขขอบกพรองตางๆ
และติดตามงานใหสําเร็จลุลวงไปไดดวยดีดวยความเอาใจใสอยางดียิ่ง และ ขอกราบ
ขอบพระคุณทานประธานกรรมการ คณะกรรมการสอบ ผูเชี่ยวชาญทั้ง 3 ทาน บิดา มารดา
นอกจากนี้ยังมีผูใหความรวมมือชวยเหลืออีกหลายทาน ซ่ึงไมสามารถกลาวนามในท่ีน้ีไดหมด
จงึ ขอขอบคุณทุกทา นเหลาน้นั ไว ณ โอกาสนีด้ ว ย
คุณคาและประโยชนท้ังหลายที่ไดรับจากการศึกษาวิจัยนี้ ขอมอบเปนกตัญูกตเวที
แดบิดา มารดา และบูรพาจารยที่เคยอบรมสั่งสอน รวมทั้งผูมีพระคุณทุกทาน ขอกราบ
ขอบพระคุณทุกทานดว ยความเคารพย่ิง
6. เอกสารอางองิ
กรมหมอ นไหม. 2558. พนั ธไุ หมอนรุ ักษ. โรงพมิ พชุมนุมสหกรณ, กรงุ เทพฯ.
ชูศักดิ์ จรูญ ส วัสดิ์. 2545. ระบ บ เศรษฐกิจ และพัฒนาการเศรษฐกิจไทย. ศูนยหนังสือ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร : กรุงเทพฯ.
พมิ พพ รรณ ทรัพยย ่งิ . 2544. สถิตทิ ใ่ี ชใ นการวจิ ัย. โอเดียนสโตร, กรงุ เทพฯ.
67
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
ราชบัณฑิตยสถาน. 2556. “พานพุม สุคนธบําบัด” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน.
831,843,672,124,2127
รุงฤทัย รําพึงจิต, อภิรัติ โสฬศ และ นิอร ดาวเจริญพร. 2560. “การพัฒนาผลิตภัณฑ
สินคาท่ีระลึกจากผาดวยเทคโนโลยีตกแตงกลิ่นสําหรับกลุมอาชีพสหกรณศิลปะ
ประดิษฐ จังหวัดนนทบุรี.” คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร. มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร.
ศูนยหมอนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เลย. 2556. การเล้ียงไหม. [ออนไลน] เขาถึงไดจาก:
https://www.qsds.go.th/, 24 ตุลาคม 2562.
สํานักงานหมอนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต 1 จังหวัดแพร. 2556. ผลิตภัณฑจากไหม.
[ออนไลน] เขา ถึงไดจ าก: https://www.qsds.go.th/, 24 ตลุ าคม 2562.
68
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563
การประดษิ ฐพานพุมจากใบบัว
Invention of Flower Tray Made from Lotus Leaves
ดรณุ ี โอวจริยาพทิ กั ษ1*, จารทุ ัศน ศิลาสุวรรณ1 และปญ ญา ทักทว ง1
Darunee Owajariyapitak1*, Jarutat Silasuwan1 and Panya Taktuang1
บทคดั ยอ
การวิจัยเรื่อง การประดิษฐพานพุมจากใบบัว มีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษากระบวนการ
ประดิษฐพานพุมจากใบบัว และความพึงพอใจของกลุมเปาหมายท่ีมีตอการประดิษฐพานพุม
จากใบบัว โดยศึกษาขอมลู ท่ีเกี่ยวขอ งกับการประดิษฐพานพุมจากใบบัว ออกแบบรางความคิด
พานพุมจากใบบัวจํานวน 1 รูปแบบ และออกแบบรางความคิด ลวดลายตวั พมุ มาลัยตมุ ตกแตง
ยอดพุม มาลัยตกแตงพานพุม และอุบะตกแตงพานพุม ชนิดละ 3 รูปแบบ เพ่ือใหผูเชี่ยวชาญ
จํานวน 5 ทา น พิจารณาเลือกรูปแบบทเี่ หมาะสม จากน้นั นาํ รูปแบบที่ผเู ช่ยี วชาญเห็นชอบมาก
ทส่ี ดุ มาประดษิ ฐเ ปน พานพุมจากใบบัว นาํ ผลิตภัณฑไปสํารวจความพึงพอใจของกลมุ เปาหมาย
จํานวน 50 คน นําขอมูลท่ีไดมาวิเคราะหโดยใชคาความถี่ คารอยละ และคาเฉล่ีย ผลการวิจยั
พบวา
1. ผูเชี่ยวชาญสวนใหญเลือกพุมลายตาประชุม ลายคดกริชและลายสี่เหลี่ยมขนม
เปยกปูน โดยใหเ หตผุ ลวา เปนลวดลายทีม่ ีการสบั หวา งของกลบี แตล ะช้นั ไดช ัดเจนสวยงาม และ
ลวดลายเหมาะสมกบั สัดสว นรปู ทรงของชิ้นงาน เลอื กมาลยั ตมุ แบบมีลายตกแตง ยอดพุม โดย
ใหเหตุผลวาเปนมาลัยตมุ ที่มีรปู ทรงสวยงามและมีความละเอียดประณีต เลือกมาลัยแบนลาย
ขนมเปยกปูนสอดไส โดยใหเหตผุ ลวามาลยั มีลวดลายขนาดเล็ก มีพื้นท่ีของกลีบดอกมากทาํ ให
มาลยั ไมโ ดดเดน แขง กับลวดลายพุม และเลือกอุบะพตู กแตงพานพุม โดยใหเ หตผุ ลวา เปน อุบะที่
ดูมีมติ ิ สวยงาม
2. ความพึงพอใจของกลมุ เปาหมายท่มี ตี อ การประดษิ ฐพานพุมจากใบบัว พบวา ดา น
การยอมสีใบบัวใหเสมอื นสธี รรมชาติ กลุมเปาหมายพึงพอใจในสกี ลีบดอกเฟองฟาบานเยน็ อยู
ในระดับมากที่สุดท่ีคาเฉล่ีย 4.80 ดานยอดพุม พึงพอใจในลวดลาย อยูในระดับมากท่ีสุด ที่
คา เฉลย่ี 4.40 ดา นตวั พมุ พงึ พอใจในลวดลายและรปู ทรง อยใู นระดับมากทสี่ ดุ ท่คี า เฉลีย่ 4.80
ดา นสวนตกแตง พึงพอใจในมาลยั แบนลายขนมเปย กปนู สอดไส อยูในระดับมากทสี่ ุด ที่คา เฉลยี่
4.72 ดา นผลติ ภัณฑ พึงพอใจในความประณตี อยใู นระดบั มากที่สุด ทค่ี า เฉล่ีย 4.78
คาํ สําคัญ : พานพุม , ใบบวั
1 สาขาวิชาการบรหิ ารธรุ กิจคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
1 Home Economics Business Administration Program, Rajamangala University of Technology Phra Nakhon
* ผปู ระสานงานนพิ นธ E-mail: [email protected]
69
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
ABSTRACT
The research of Invention of Flower Tray Made from Lotus Leaves aims
to study the processes of the invention of flower tray made from lotus leaves
and to study the satisfaction of the target group toward this flower tray made
from lotus leaves. To review the relevant information on the invention of flower
tray made from lotus leaves are designed the idea for one form and three
different types of the idea of the pattern of the bush, small garland, decoration
of the tip of the bush, the garland that decorates the flower tray, and bouquet.
The five-expert will be the persons who consider the appropriate pattern and
then uses the pattern that every expert agrees with to invent the flower tray
made from lotus leaves. The product will be surveyed the satisfaction of the
target group, including fifty persons. Data analysis is frequency, percentage, and
mean.
1. Most experts choose a bush pattern, Ta Prachom pattern, Kod Grit
pattern, and rhombus pattern. They give the reasons that the pattern which has
clearly and beautifully zigzag of leaves in every layer and has the proper shape
for flower tray. They choose small garland with pattern by providing the reasons
that it has a gorgeous shape and neat. They choose flat garland with a filled
rhombus pattern by providing the reasons that the garland has a small pattern,
and the area for petals are not much outstanding against the bush pattern.
Moreover, they choose a bouquet to decorate the flower tray because it has
beautiful dimensions.
2. The satisfaction of the target group toward the invention of the flower
tray made from lotus leaves found that for the part of dye, the color to make
the lotus leaves more natural, the target group satisfies on fuchsia flower petals
color with the mean of the most satisfaction level at 4.80. The mean for the most
satisfaction level on the tip of the bush pattern is at 4.40. The mean for the most
satisfaction level on the body of the flower tray in terms of pattern and shape is
at 4.80. The mean for the most satisfaction level on the decoration with the flat
garland with a filled rhombus pattern is at 4.72. The mean for the most
satisfaction on the product in terms of neatness is at 4.78.
Keywords : Flower tray, Lotus leaves
70
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563
1. บทนํา
บวั เปนพืชทรงคณุ คา และมคี วามสาํ คญั ตอเศรษฐกิจประเทศไทย รายไดข องเกษตรกร
ไทยตอ การปลกู บวั 1 ไร เฉล่ยี อยทู ี่ประมาณ 50,000 - 60,000 บาทตอเดอื น เมอ่ื หักตนทนุ จะ
มีรายไดเฉลี่ยเดือนละประมาณ 25,000 บาทตอไร การเก็บบัวสามารถทําไดปละหลายครั้ง
ดังนั้นการทํานาบัวจึงเปนที่นิยมอยางมาก (ภูรินทร, 2555) ทั้งนี้นอกจากขายตนบัว ขาย
ดอกบัวแลว ยังมีการใชประโยชนจากสวนตางๆ อยางคุมคา โดยนํามาแปรรูปเปนผลิตภัณฑ
ตางๆ ไดแ ก อาหารหรือเคร่ืองดื่ม เชน น้ํารากบัว เม่ยี งดอกบวั นา้ํ เกสรดอกบวั ชาดอกบวั เปน
ตน ในสว นของใบบวั จัดเปน สว นที่เหลอื ท้ิง ทําใหเกิดปญหาขยะจากการทํานาบัว (สุภา, 2558)
ลกั ษณะโดยทวั่ ไปของใบของบัวหลวงจะมสี เี ขียวอมเทา ใบคอนขางกลมคลายจาน ขอบใบหยัก
ผิวใบดานบนมีขนออนๆ เล็กนอย เปนนวลเหมือนนวลใบตองเคลือบอยูดานบนของใบ ทําให
เม่ือโดนนํ้าจะไมเ ปย กนาํ้ เมอื่ ใบยงั ออ นหรอื เปน ตน ออนใบจะลอยปริม่ นาํ้ สว นใบแกจ ะชูพน นํา้
ใบมีขนาดใหญ (วีรประวัติและภวพล, 2561) ปจจุบันไดนําใบบัวมาเพ่ิมมูลคาในดานตางๆ
สามารถนํามาพัฒนาใหเกิดประโยชน เพ่ือลดปญหาขยะจากการทํานาบัว ดวยการนําใบบัวมา
อัดแหงทดแทนกระดาษ นําไปใชในงานประดิษฐผลิตเปนผลิตภัณฑตางๆ เชน กระเปาจากใบ
บัว สมุดจากใบบัว หรือภาชนะที่หอหุมดวยใบบัวเปนตน นอกจากนั้นไดนํามาพัฒนาเปน
ผลติ ภณั ฑท ่สี ง เสริมและอนรุ กั ษค วามเปนไทย เชน กระทงจากใบบวั เปนตน
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ไดใหความหมายของพานและพุมไว
วา พาน คือ ภาชนะชนิดหนึ่งใชสําหรับใสหรือรองรับส่ิงตางๆ เชน ดอกไมธูปเทียน หมากพลู
โดยแบงออกเปน 2 ลักษณะ คือ พานกนตื้นและพานกนลึก พุม คือ การเรยี กลกั ษณะรูปทรงท่ี
คลายดอกบัวตูม แตไมปอมมาก สวนปลายเรียวแหลมและสูง พานพุมดอกไมสดเปนงาน
ประณีตศิลปอีกประเภทหน่ึง ท่ีประดิษฐสืบเนื่องควบคูกับการจัดดอกไมประเภทมาลัย เคร่ือง
แขวน ซ่ึงเปนงานประดิษฐท่ีใชในงานพระราชพิธีมาตั้งแตโบราณ (รัตนลักษณ, 2547) ซ่ึงใน
ปจจุบันไดมีการนําวัสดุตางๆ นอกจาก ใบไม ดอกไมสด มาประดิษฐเพื่อยืดอายุการใชงาน ไม
วาจะเปนผา ริบบ้ิน รวมไปถึงวัสดุจากธรรมชาติ เชน เปลือกขาวโพด ใบยางพารา ก็ลวนแต
สรา งมลู คา ใหกบั ตวั ผลิตภัณฑ
จากการศึกษาขอ มลู ทีก่ ลา วมาขางตน ผวู จิ ยั จงึ มแี นวคิดที่จะนําใบบัวท่เี หลือท้งิ ท่ีมีอยู
จํานวนมากมาใชใหเกิดประโยชน ดวยการนําใบบัวมาผา นกระบวนการผลิตเปนกระดาษใบบวั
อัดแหง และนํามาใชในการประดิษฐพานพุมจากใบบัวทดแทนใบตอง ดอกไมสดเพ่ือชวยลด
ปริมาณขยะจากการทํานาบัว และเปนการสงเสริม เผยแพรศิลปวัฒนธรรม อีกท้ังยังเปนการ
เพิ่มมูลคาใหกับใบบัว และสามารถนํามาตอ ยอดเปนผลิตภณั ฑอ ่ืนๆ ตอ ไป
วตั ถุประสงค
1) เพื่อศึกษากระบวนการประดิษฐพานพุมจากใบบัว
2) ศึกษาความพงึ พอใจของกลมุ เปา หมายทม่ี ีตอการประดษิ ฐพานพุมจากใบบัว
71
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
ขอบเขตการศกึ ษา
1. ขอบเขตดา นประชากร ผูวิจัย เรื่อง การประดษิ ฐพานพุมจากใบบวั ไดกําหนด
กลุมเปา หมายคือ บุคคลทว่ั ไป จํานวน 50 คน
2. ขอบเขตดานเนอ้ื หา
2.1 ขอมูลเกี่ยวกับใบบวั อดั แหง
2.2 ขอ มูลเกีย่ วกบั การฟอกขาววัสดุธรรมชาติ
2.3 ขอมูลที่เก่ียวกบั พานพุม
2.4 เอกสารและงานวจิ ัยที่เกีย่ วขอ ง
2. ระเบียบวธิ ีวิจัย
2.1 ออกแบบพานพมุ จากใบบัวอดั แหงและผลิตใบบวั อดั แหง ยอมสี
การวิจยั เรอ่ื ง การประดิษฐพานพุมจากใบบัว ผูวิจยั ไดออกแบบรางความคิดเพื่อ
ใชใ นการประดิษฐพ านพมุ จากใบบวั จํานวน 1 รปู แบบ ดังนี้
ภาพที่ 1 แบบรางพานพมุ จากใบบัว
พานพุมจากใบบัว คือพานพุมขนาดความสูง 33.5 นิ้ว ความกวาง 12 น้ิว
ประกอบดวยตัวพุมทรงดอกบัวตูม ยอดพุมมาลัยตุม ฐานรองพุมกระทงทรง 6 เหลี่ยม กระทง
ทรงกลม และสวนตกแตงของพานพุมไดแ ก มาลัย แบบกลบี บัว ทัดหปู ระจาํ ยาม อุบะ และ
72
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563
เฟองสาย โดยในการประดิษฐพานพุมน้ีจะใชใบบัวอัดแหงยอมสีเปนวัสดุทดแทนใบตอง และ
ดอกไมส ด โดยผูวจิ ัยไดกําหนดสขี องพานพมุ คอื สเี ขียวใบตองเขม สีเขยี วใบตองออน 4 เฉดสี
สีกลีบดอกคารเ นช่ันชมพู และสีกลบี ดอกเฟองฟาบานเย็น และผูวิจัยไดออกแบบรา งความคดิ
ลวดลายตัวพุม ยอดพุม มาลัยตกแตงพานพุม และอุบะชนิดละ 3 รูปแบบ เพ่ือใหผูเชี่ยวชาญ
พจิ ารณาเลอื กรูปแบบทเี่ หมาะสมเพือ่ นาํ มาประดิษฐพานพมุ จากใบบัว ดังนี้
2.1.1 ลวดลายตัวพุม ผูวิจัยไดออกแบบรางความคิด ลวดลายตัวพุม
ไดแก รูปแบบที่ 1 ลวดลายตัวพมุ จากลายตาประชมุ และลายคดกริช รูปแบบที่ 2 ลวดลายตัว
พมุ จากลายตาประชมุ ลายคดกริช และลายสเี่ หลย่ี มขนมเปยกปูน และรูปแบบที่ 3 ลวดลายตวั
พมุ จากลายตาประชมุ ลายคดกรชิ และลายสเี่ หลี่ยมขนมเปยกปูนสอดไส
รปู แบบที่ 1 รูปแบบท่ี 2 รูปแบบท่ี 3
ภาพท่ี 2 แบบรางลวดลายตวั พมุ
2.1.2 ยอดพุม ผวู จิ ัยไดอ อกแบบรางความคิดยอดพุม จากมาลัยตมุ ไดแ ก
รูปแบบท่ี 1 มาลัยตุมแบบไมมีลวดลาย รูปแบบท่ี 2 มาลัยตุมแบบมีลวดลาย และรูปแบบที่ 3
มาลัยตุมแบบรดั มาลยั ซีก
รูปแบบท่ี 1 รูปแบบท่ี 2 รูปแบบที่ 3
ภาพท่ี 3 แบบรา งยอดพมุ จากมาลยั ตมุ
73
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
2.1.3 มาลยั ตกแตงพานพุม ผูวจิ ยั ไดอ อกแบบรา งความคดิ มาลัยตกแตง พานพุม
ไดแ ก รูปแบบท่ี 1 มาลยั แบนลายขนมเปยกปนู สอดไส รูปแบบที่ 2 มาลยั แบนลายขนมเปย ก
ปูนสอดไสตาใหญ และรูปแบบท่ี 3 มาลยั ซกี 11 หลักแบบมลี าย
รูปแบบที่ 1 รปู แบบที่ 2 รูปแบบท่ี 3
ภาพที่ 4 แบบรา งมาลัยตกแตง พานพมุ
2.1.4 อุบะตกแตงพานพุม ผูวิจัยไดออกแบบรางความคิดอุบะตกแตง
พานพุม ไดแ ก รูปแบบที่ 1 อุบะไทยทรงเคร่ือง รปู แบบที่ 2 อุบะแขก และรปู แบบท่ี 3 อบุ ะพู
รูปแบบท่ี 1 รปู แบบท่ี 2 รปู แบบที่ 3
ภาพที่ 5 แบบรางอบุ ะตกแตง พานพุม
2.2 การผลติ ใบบวั อัดแหง
ผูวจิ ัยไดศ ึกษาและนําวธิ ีการทําใบบวั อดั แหง จากงานวจิ ยั ของสุภา (2558) มาใช
ในการผลติ ใบบัวที่จะนําไปประดษิ ฐพ านพมุ โดยมขี ัน้ ตอน ดังน้ี
2.2.1 การเลือกใบบัวหลวง เลือกใบบัวหลวงที่ไมออนและแกจนเกินไป ใบบัวมี
สภาพสมบรู ณไ มม ีตาํ หนิ จากนั้นนาํ ใบบัวที่เลอื กไปลางใหสะอาด
2.2.2 การยอมสีใบบัว นําใบบัวท่ีเลือกทําความสะอาดและนําไปยอม สีเขียว
ใบตองเขม สีเขียวใบตองออน 4 เฉด สีกลีบดอกเฟองฟาบานเย็น สีกลีบดอกคารเนชั่นชมพู
ใหมีสีเสมอื นจริงใกลเ คียงกับสีธรรมชาติ โดยมีอัตราสวนผสมของสี ดังแสดงในตารางที่ 1 และ
ขนั้ ตอนการยอม ดังน้ี
1) ตม นํา้ ตามอตั ราสว นท่ีกําหนดใหเ ดือด เมื่อนาํ้ เดอื ดใสสตี ามปริมาณท่ี
กาํ หนด ผสมน้ํากบั สจี นละลายเขา กนั
2) นําใบบัวที่ลา งทําความสะอาด ลงยอ มสีและแชท งิ้ ไว ประมาณ 5 - 15
นาที หรอื จนกวาสขี องใบบัวเปนสีท่ตี องการ
74
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563
3) เม่ือไดสีใบบัวตามท่ีตองการ นําใบบัวท่ียอมสี ขึ้นผึ่งใหแหงประมาณ
10 - 15 นาทเี พ่ือใหไ ดส ที ี่ติดทนสวยงาม
ตารางท่ี 1 อัตราสวนผสมของสที ใ่ี ชใ นการยอ มใบบัว
เฉดสี ปรมิ าณสี (กรัม) นาํ้ (ลิตร)
1
สีเขียวใบตองเขม เขยี วสด 1 กรมั 1
สเี ขยี วใบตองออ น 4 เฉด เฉดท่ี 1 เขียวออน 0.5 กรัม
สกี ลีบดอกเฟอ งฟา บานเยน็ เหลอื ง 0.5 กรัม 2
สีกลีบดอกคารเ นชนั่ ชมพู เฉดที่ 2 เขียวออน 0.5 กรัม
เหลอื ง 0.5 กรมั 3
เฉดท่ี 3 เขียวออน 0.5 กรัม
เหลือง 0.5 กรัม 4
เฉดที่ 4 เขียวออน 0.5 กรัม
เหลอื ง 0.5 กรัม 1.5
ชมพู 0.5 กรัม บานเย็น 0.5 กรัม 4
ชมพู 1 กรัม บานเยน็ 0.5 กรมั
2.2.3. การแชใบบวั ดวยกลเี ซอรีน นาํ ใบบวั ท่ยี อ มสไี ปแชกลเี ซอรีน ในอตั ราสวน
อัตราสว น 1 : 3 ลิตร เปน เวลา 3 วัน เพือ่ ใหใบบัวท่ีไดม ีความนมุ ไมกรอบแหง
2.2.4 การอัดใบบัวแหง เม่ือครบกําหนดเวลาการแชกลีเซอรนี นําใบบัวท่ีแชกลี
เซอรีน มาอดั หรือทับดว ยกระดาษชานออ ย จากนน้ั นําไปตากแดดประมาณ 1-2 วัน จะไดใบบัว
อดั แหงยอมสี
จากการผลิตใบบัวอัดแหง ผูวิจัยพบวา สีของใบบัวท่ียอมสีใบตองเขม มีสีที่
เสมือนจริง มีความใกลเคียงธรรมชาติสามารถนําไปใชได ขณะท่ีสีใบตองออนทั้ง 4 เฉด สีกลบี
ดอกเฟองฟาบานเย็น และสีกลีบดอกคารเนชั่นชมพู สีของใบบัวที่ยอมมีสีที่เขมและหมนกวา
ธรรมชาติ สีท่ีไดไมเสมือนจริงตามที่ผูวิจัยตองการ ท้ังนี้สาเหตุอาจเน่ืองจากสูตรของสุภา
(2558) ใบบัวที่ยอมไมผานการฟอกขาว จึงอาจทําใหไดสีที่ไมตรงตามความตองการ ดังนั้น
ผวู จิ ัยจึงทดลองนําใบบัวไปฟอกขาวจากนัน้ จะนาํ ใบบวั ทฟี่ อกขาวไปยอ มสีและแชก ลีเซอรนี ตาม
ขั้นตอนของสุภา (2558) โดยผูวิจัยไดทําการศึกษาสูตรฟอกขาว และเลือกสูตรการฟอกขาว
ใบตองแหงของ ปยะธิดา และอนุสรณ (2556) มาใชในการทดลอง โดยมีสวนผสมคือ ไฮเตอร
ตอ น้ํา ทอ่ี ัตราสวน 1 : 3 ลิตร
2.3 การฟอกขาวใบบวั
นําใบบัวลางและทําความสะอาด ตัดแบงเปนชิ้น เพ่ือใหสะดวกตอการฟอกขาว
จากนั้น ผสมไฮเตอรกับนํ้าในอัตราสวน 1 : 3 ลิตร นําใบบัวท่ีตัดลงแชและสังเกตการ
75
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
เปลี่ยนแปลงของใบบัว จํานวน 5 วัน จากการสงั เกตในวันแรก พบวาใบบัวมลี กั ษณะ ใบใส ฉีก
ขาด เปอยยุยไมสามารถใชไดดังน้ัน ผูวิจัยจึงไดทดลองฟอกขาวใบบัวอีกคร้ังหนึ่ง เพ่ือหา
ระยะเวลาการแชสารฟอกขาวทเ่ี หมาะสม โดยในคร้ังนีจ้ ะทาํ การสงั เกตการเปลีย่ นแปลงของใบ
บัว ในทกุ ๆ 1 ชวั่ โมง โดยมผี ลจากการสงั เกต ดงั ตารางท่ี 2
ตารางท่ี 2 แสดงผลการเปล่ียนแปลงของใบบัวจากการฟอกขาวในระยะเวลาตา งๆ
เวลา (ชัว่ โมง) การเปลย่ี นแปลงของใบบวั
1 ชว่ั โมง ใบบวั เปลยี่ นเปน สนี า้ํ ตาลเขมเต็มใบ
2 ชว่ั โมง ใบบัวเปลยี่ นเปนสนี ้ําตาลออ น และยังมจี ดุ สเี ขียว
3 ชว่ั โมง ใบบัวเปลี่ยนเปนสีขาว กา นใบเปน สนี ํา้ ตาลออน
4 ชว่ั โมง ปลายใบบวั เปน สีขาวกา นใบบวั ยังมีสนี ํา้ ตาลออน ใบมีลกั ษณะบางใสแตไมฉีกขาด
5 ช่ัวโมง ใบบวั เร่ิมมีลักษณะใสเร่มิ มกี ารฉกี ขาดกา นใบมสี ขี าว
6 ชัว่ โมง ใบบัวใส ฉกี ขาดเปอ ยยยุ ไมสามารถนาํ ไปยอมสีได
จากการทดลอง ผวู จิ ัยไดเ ลือกการฟอกขาวใบบัวทเ่ี วลา 3 ช่วั โมง เพราะจากการ
สงั เกต พบวา ใบบวั มลี กั ษณะทเ่ี ปนสีขาว ไมฉ กี ขาด หรอื เปอ ยยยุ สามารถนําไปยอมสีได
2.4 การทดลองผลิตใบบัวอัดแหง จากใบบัวท่ีผานการฟอกขาว
ผูวิจัยไดนําใบบัวท่ีผานการฟอกขาวมาผลิตใบบัวอัดแหงตามข้ันตอนของสุภา
(2558) ดวยการนําใบบัวท่ีผานการฟอกขาวไปยอมสีใบตองออนท้ัง 4 เฉด สีกลีบดอกเฟองฟา
บานเย็นและ สีกลบี ดอกคารเ นชัน่ ชมพู ดวยขัน้ ตอนและอัตราสวนผสมของสีที่ใชในการยอมใบ
บวั นําไปแชกลีเซอรีนและอดั แหง ดงั นี้
2.4.1 การผสมสี ตมน้ําตามอัตราสวนท่ีกําหนดใหเดือด เมื่อน้ําเดือดใสสีใน
อัตราสวนผสมของสีทใี่ ชใ นการยอมใบบวั คนใหส ลี ะลายเขากนั
2.4.2 การยอมสีใบบัว เม่ือสีละลายนําใบบัวท่ีฟอกขาวยอมสีดวยการแชท้ิงไว
ประมาณ 5 - 15 นาที หรือจนกวาสขี องใบบวั เปน สีที่ตอ งการ
2.4.3 การผึ่งใบบัว เม่ือไดสีใบบัวตามที่ตองการ นําใบบัวที่ยอมสี ผ่ึงใหแหง
ประมาณ 10 - 15 นาทเี พือ่ ใหไดส ที ต่ี ิดทนสวยงาม
2.4.4 การแชกลีเซอรนี ผสมกลเี ซอรีนกับนํ้าที่อัตราสวน 1 : 3 ลิตร จากนั้นนาํ
ใบบวั ทผ่ี านการยอมสี ลงแชในน้ํากลเี ซอรีนทผี่ สมไว ในเวลา 3 วัน เพือ่ ใหใบบัวท่ไี ดม คี วามนุม
ไมแ หง กรอบ
2.4.5 การอัดแหงใบบัว เมื่อแชกลีเซอรีนครบ 3 วัน นําใบบัวที่แชก ลีเซอรีน มา
อัดหรอื ทบั ดว ยกระดาษชานออ ย ตากดว ยแสงแดดประมาณ 1 – 2 วนั
76
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563
ตารางที่ 3 แสดงผลใบบวั อัดแหงจากใบบวั ที่ผานการฟอกขาว
เฉดสี การยอมสใี บบัว การแชกลเี ซอรนี การอัดแหง ใบบวั
สีเขียวใบตองออนเฉดสีที่ 1
สเี ขียวใบตองออ นเฉดสที ่ี 2
สเี ขยี วใบตองออ นเฉดสีที่ 3
สเี ขียวใบตองออ นเฉดสีท่ี 4
สกี ลบี ดอกเฟองฟา บานเย็น
สกี ลบี ดอกคารเ นชัน่ ชมพู
2.4 การสรา งแบบสอบถาม
ผูวิจัยไดจัดทําเคร่ืองมือ คือ แบบสอบถาม เพื่อใชสอบถามความคิดเห็นของ
ผเู ชยี่ วชาญเรือ่ ง การประดษิ ฐพ านพุมจากใบบัว โดยแบง คําถามดังนี้
ตอนที่ 1 ขอมลู ทัว่ ไปของผเู ชี่ยวชาญ
ตอนท่ี 2 ความคดิ เหน็ ท่ีมีตอ การประดษิ ฐพ านพมุ จากใบบวั
ตอนท่ี 3 ขอเสนอแนะ
2.5 สรุปความคิดเหน็ และขอ เสนอแนะจากผูเช่ียวชาญ
จากความคดิ เหน็ และขอเสนอแนะของผเู ชย่ี วชาญ ผวู จิ ยั ไดน าํ ขอ มลู มาวิเคราะห
และสามารถสรปุ ผลได ดังนี้
2.5.1 ลวดลายพุม ใชรูปแบบที่ 2 พุมลายตาประชุม ลายคดกริช และลาย
สเ่ี หลย่ี มขนมเปย กปูน
77
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
2.5.2 มาลยั ตุมตกแตง ยอดพุม ใชร ปู แบบที่ 2 มาลยั ตุมแบบมีลาย
2.5.3 มาลยั ตกแตง พานพมุ ใชร ูปแบบที่ 1 มาลยั แบนลายขนมเปยกปนู สอดไส
2.5.4 อบุ ะใชร ูปแบบที่ 3 อบุ ะพู ในการตกแตงพานพมุ
2.5.5 ขอ เสนอแนะ ไดนําขอเสนอแนะของผูเช่ียวชาญ มาใชในการประดิษฐพ าน
พุมจากใบบวั คือนาํ ใบบัวมาประดิษฐเปนขั้วชบาแทนการใชขั้วชบาจากผา หรือพลาสติก เพื่อให
ชิ้นงานมคี วามสวยงามลงตวั
ภาพท่ี 6 แบบรา งความคิดพานพมุ จากใบบวั ตามขอ เสนอแนะของผเู ชีย่ วชาญ
2.6 การประดิษฐพ านพุม จากใบบวั
2.6.1 การเตรียมโครงหุนพานพุม โครงหุนพานพุมในการประดิษฐพานพุมจาก
ใบบัว ประกอบดวย หุนพุม หุนกระทงรองพุม หุนฐานรองพุมหกเหล่ียม โดยหุนพุมท้ังหมดจะ
ใชโฟมเปน วัสดุในการทาํ หุนพมุ
2.6.2 การประดิษฐยอดพุมมาลัยตุมแบบมีลาย นําใบบัวอัดแหงสีกลีบดอก
เฟองฟาบานเย็น สีเขียวใบตองเขม ไปตอกกลีบทรงตัวยู และนํามารอยมาลัยตุม โดยการนํา
กลีบมาพับในลักษณะจีบทบ จากน้ันนําไปรอ ยลงเข็มมาลัยดวยการรอ ยทลี ะชั้น เมื่อรอยมาลัย
ครบชัน้ นาํ ดอกรักดนิ ปน และดอกพดุ ดนิ ปน มาใสสวนยอดเพอ่ื ทาํ ใหเกดิ ความสวยงาม
2.6.3 การประดิษฐต ัวพุม จะใชห นุ พมุ โฟมเบอร 7 จากนัน้ นําใบบวั อัดแหงสีกลบี
ดอกเฟองฟาบานเย็น กลีบดอกคารเนช่ันชมพู และสีเขียวใบตองออน 4 สี ตัดเปน
ส่ีเหลี่ยมผนื ผา กวาง 1.5 เซนติเมตร ยาว 4 เซนติเมตร นําไปพับกลีบกระพุงนมสาวและตดิ ลง
บนตัวพมุ ตามผงั ลายตาประชุมจนจบลาย
2.6.4 การประดิษฐฐานรองพุม จะประกอบดวย กระทงรองพุม ทุนหกเหลี่ยม
และฐานรองพุมหกเหลีย่ ม
2.6.5 การเย็บแบบ ประกอบดวยการเยบ็ แบบกลบี บัว การเย็บแบบประจาํ ยาม
2.6.6 การรอ ยมาลยั มาลยั ทใ่ี ชประกอบดวย การรอยมาลัยแบนลายขนมเปยก
ปนู สอดไส ตกแตงฐานรองพุม ทรงหกเหล่ยี ม และการรอยมาลยั ซกี หาหลกั ตกแตง ยอดพุม
78
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563
2.6.7 การประดิษฐอุบะพู จะรอ ยอุบะขาเดียว โดยดอกสวมจะใชด อกรกั ดินไล
ขนาดจาํ นวน 3 ขนาด ดอกครอบจากใบบัวอัดแหง สเี ขยี วใบตองเขม ดอกตุมจากใบบัวอัดแหง
สกี ลีบเฟอ งฟาบานเยน็ จากน้ันนําอบุ ะขาเดียวมาประกอบเปนอบุ ะพู
2.6.8 การรอ ยเฟอ งสาย ใชดอกพดุ ดินปน และดอกรกั ดนิ ปน สาํ เรจ็ รปู ในการรอ ย
เฟอง โดยรอยในความยาวตางกัน จํานวน 3 สายจากน้ันมาประกอบรวมกันเพื่อใชในการ
ตกแตงพานพุมจากใบบวั
2.6.9 การประกอบพานพุม
1) นํากระทงหกเหล่ยี มมาวางบนปากพาน ยึดดวยไมแหลม
2) นาํ เฟอ งสายติดใตก ระทงหกเหลยี่ มจาํ นวน 6 หนา และตดิ อุบะพูตาม
มมุ ของเฟอ งสาย จากน้นั นาํ มาลยั แบนลายขนมเปยกปูนสอดไสติดทีฐ่ านกระทงหกเหลี่ยมท้ัง 6
หนา
3) นําแบบประจํายามติดมมุ กระทงหกเหล่ียม และนําทุนหกเหลีย่ มวาง
บนกระทงหกเหลีย่ มยดึ ดวยไมแหลม
4) นําโฟมขนาดเสนผานศูนยกลาง 6 นิ้ว หนา 1.5 นิ้ว วางบนทุนหก
เหลยี่ ม และนํากระทงรองพมุ วางดานบนโฟมยดึ ดวยไมแหลม
5) นําแบบกลีบบัวเสียบโฟมกลม โดยชั้นท่ี 1 แบบตั้งขึ้น จํานวน 8 ตัว
ช้ันที่ 2 ติดสับหวาง กับช้ันท่ี 1 จํานวน 8 ตัว ชั้นที่ 3 ติดในลักษณะหงายออก ติดใหสับหวาง
กับชนั้ ท่ี 2 และชน้ั ท่ี 4 ติดเยบ็ แบบใตช้นั ที่ 3 ใหส ับหวางกนั
6) นําตัวพุมวางบนกระทงรองพุม ยึดดวยไมแหลม จากนั้นนํามาลยั ซกี
แกนดอกรักดนิ มาประกอบเขากบั มาลัยตุม และเสียบลงบนยอดพุม
ภาพท่ี 7 การประกอบพานพุม
79
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2563
3. ผลการวิจัย
3.1 การวเิ คราะหข อ มูล
ผวู จิ ัยไดวิเคราะหขอ มูลจากแบบสอบถามจํานวน 50 ชดุ โดยใชส ถติ ิ คาความถี่
คา รอยละ และคา เฉล่ยี มาอธิบายขอมูลโดยแบง ขอ คาํ ถามออกเปน 2 ตอน ดงั น้ี
ตอนที่ 1 คําถามเกี่ยวกับขอมูลทั่วไปของกลุมเปาหมาย เปนขอคําถามแบบ
ตรวจสอบรายการ ( Check list ) จํานวน 5 ขอ ไดแก เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และ
รายไดต อเดอื น
ตอนที่ 2 คําถามเก่ียวกับความพึงพอใจที่มีตอการประดิษฐพานพุมจากใบบัว
เปนขอคําถามแบบมาตราสว น ( Rating scale ) จํานวน 5 ดาน ไดแก ดานการยอมสีใบบัวให
เสมอื นสธี รรมชาติ ดานยอดพุม ดานตวั พมุ ดา นสว นประดบั ตกแตง และดา นผลิตภัณฑ
3.2 ผลการวิเคราะหขอ มูล
3.2.1 ขอมูลทั่วไปของกลุมเปาหมาย จํานวน 50 คน พบวา สวนใหญเปนเพศ
ชาย คิดเปนรอยละ 60 เพศหญิงคิดเปนรอยละ 40 สวนใหญอยูในชวงอายุ 20 – 29 ป คิด
เปนรอยละ 66 ชวงอายุ 30 – 39 ป คดิ เปน รอยละ 22 ชวงอายุ 40 – 49 ปและชวงอายุ 50 –
59 ป คิดเปนรอ ยละ 6 ระดับการศกึ ษาสวนใหญ มีการศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรี คิดเปน รอ ยละ
72 ระดับปริญญาโท คิดเปนรอยละ 16 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. คิดเปนรอยละ 8
ระดับ ปวส./อนุปริญญา และปริญญาเอกคิดเปนรอยละ 2 อาชีพสวนใหญประกอบอาชีพ
สวนตัว/เจาของธุรกิจ คิดเปนรอยละ 34 นักเรียน/นักศึกษา คิดเปนรอยละ 32 รับราชการ/
พนักงานมหาวิทยาลัย คิดเปนรอยละ 24 และพนักงานเอกชน/รัฐวิสาหกิจ คิดเปนรอยละ 8
และอาชพี อ่ืนๆ ไดแก ครสู อนพเิ ศษ คิดเปนรอ ยละ 2 รายไดต อ เดือนสวนใหญมีรายได ตํ่ากวา
10,000 บาท คิดเปนรอยละ 28 รายได 10,000 – 20,000 บาท คิดเปนรอยละ 24 รายได
20,001 – 30,000 บาท คิดเปนรอยละ 20 รายได 30,001 – 40,000 บาท คิดเปนรอยละ 12
รายได 40,001 – 50,000 บาทและรายได 50,000 บาทขึน้ ไป คิดเปน รอยละ 8
3.2.2 วิเคราะหความพึงพอใจท่ีมผี ลตอ การประดิษฐพานพมุ จากใบบัว จํานวน
5 ดาน ไดแก ดานการยอมสีใบบัวใหเสมือนสีธรรมชาติ ดานยอดพุม ดานตัวพุม ดานสวน
ประดับตกแตง และดานผลติ ภณั ฑ
1) ดานการยอมสีใบบัวใหเสมือนสีธรรมชาติ โดยรวมอยูในระดับมาก
ท่ีสุด ที่คาเฉลี่ย 4.56 เม่ือพิจารณาเปนรายขอ พบวากลุมเปาหมายสวนใหญพึงพอใจในการ
ยอมสีใบบัวใหเสมือนสีธรรมชาติ อยูในระดับมากที่สุดทั้ง 4 ขอ ดังน้ี อันดับท่ี 1 สีกลีบดอก
เฟองฟาบานเย็น อันดับท่ี 2 สีใบตองเขม อันดับท่ี 3 สีกลีบดอกคารเนช่ันชมพู และอันดับ
สุดทา ย สีใบตองออ น 4 เฉด คาเฉลย่ี 4.80 4.58 4.48 และ 4.36 ตามลาํ ดับ
80
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563
2) ยอดพุม โดยรวมอยูในระดับมากท่ีสุด ท่ีคาเฉล่ีย 4.37 เม่ือพิจารณา
เปนรายขอ พบวากลุมเปาหมายสวนใหญพึงพอใจในยอดพุมอยูในระดับมากท่ีสุด ท้ัง 3 ขอ
ดังน้ี อันดับที่ 1 ลวดลายของยอดพุม อันดับที่ 2 รูปทรงของยอดพุม และอันดับสุดทาย สีสัน
ของยอดพมุ คา เฉล่ีย 4.40 4.38 และ 4.34 ตามลําดับ
3) ดา นตัวพมุ โดยรวมอยใู นระดับมากทสี่ ดุ ทค่ี าเฉลี่ย 4.78 เมื่อพจิ ารณา
เปนรายขอ พบวากลุมเปาหมายสวนใหญพึงพอใจในตัวพุมอยูในระดับมากท่ีสุดท้ัง 3 ขอ ดังนี้
อันดับท่ี 1 ลวดลายของตัวพุม และรูปทรงของตัวพุม และอันดับสุดทาย สีสันของตัวพุม
คา เฉล่ีย 4.80 และ 4.74 ตามลําดับ
4) ดานสวนตกแตง โดยรวมอยูในระดับมากที่สุด ที่คาเฉล่ีย 4.43 เมื่อ
พิจารณาเปนรายขอพบวากลุมเปาหมายสวนใหญพึงพอใจในสวนตกแตงอยูในระดับมากที่สุด
จํานวน 5 ขอ และอยูในระดับมากจํานวน 1 ขอ ดังน้ี อันดับที่ 1 มาลัยแบนลายขนมเปยกปูน
สอดไส อันดับท่ี 2 เย็บแบบกลบี บวั อันดับที่ 3 ทัดหูประจาํ ยาม อันดับที่ 4 กระทงรองฐานพมุ
อันดับสดุ ทายกระทงรองพมุ คาเฉลย่ี 4.72 4.70 4.60 4.52 4.50 และ 3.56 ตามลาํ ดับ
5) ดานผลิตภัณฑ โดยรวมอยูในระดับมากท่ีสุด ท่ีคาเฉลี่ย 4.72 เม่ือ
พจิ ารณาเปนรายขอ พบวากลมุ เปา หมายสว นใหญพ งึ พอใจในผลติ ภัณฑอยใู นระดบั มากที่สดุ ทั้ง
4 ขอ ดังนี้ อันดับ 1 ความประณีต อันดับท่ี 2 สีสันโดยรวม อันดับท่ี 3 ความสวยงาม และ
อันดบั สุดทาย สัดสวน คา เฉลยี่ 4.78 4.76 4.74 และ 4.60 ตามลําดับ
ขอ เสนอแนะ/ความคิดเหน็ ผตู อบแบบสอบถาม มีดงั น้ี
1. ควรยอมไลสีใบบัว ใหไดสีเสมือนจริง เพ่ือใหชิ้นงานสวยงาม
สมบรู ณแบบ
2. ปรบั กลบี ในการแตงกระทงใหม ขี นาดเลก็ ละเอียดยงิ่ ขน้ึ
3. ควรนําใบบัวอดั แหง ไปตอยอดเปนผลิตภณั ฑอน่ื ๆ
4. สรุปผลและอภปิ รายผล
การวิจัยเร่ืองการประดิษฐพานพุมจากใบบัว ผูวิจัยสามารถอภิปรายผลตาม
วตั ถุประสงคการวจิ ัยไดด งั น้ี
4.1 ศกึ ษากระบวนการผลิตพานพุม จากใบบวั
ผวู จิ ยั ไดศ ึกษาขอ มูลทีเ่ ก่ยี วขอ งกบั การประดษิ ฐพ านพุม จากใบบัว และออกแบบ
รางความคิดพานพุมจากใบบัว จํานวน 1 รูปแบบ เพ่ือใชในการประดิษฐพานพุมจากใบบัว
จากนน้ั ไดออกแบบลวดลายตัวพุม ยอดพุม มาลัยตกแตงพานพมุ และอุบะ ชนิดละ 3 รูปแบบ
เพื่อใหผูเชี่ยวชาญพิจารณาเลือกรูปแบบที่เหมาะสมเพื่อนํามาประดิษฐพานพุมจากใบบัว โดย
อภปิ รายผลได ดังน้ี
4.1.1 ลวดลายพุม ผูเชี่ยวชาญสวนใหญมีความคิดเห็นวา ลวดลายพุมแบบท่ี 2
พุม ลายตาประชมุ ลายคดกรชิ และลายส่เี หลี่ยมขนมเปย กปูน มคี วามเหมาะสมที่จะนํามาเปน
81
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
ลวดลายของพานพุมจากใบบัว โดยไดใหความคิดเห็นไววา เปนลวดลายที่มีการสับหวางของ
กลีบในแตละชั้น ไดชดั เจนสวยงามและลวดลายเหมาะสมกับสัดสวนรูปทรงของชนิ้ งาน
4.1.2 มาลัยตุมตกแตงยอดพุม ผูเชี่ยวชาญสวนใหญมีความคิดเห็นวา มาลัยตุม
แบบท่ี 2 มาลยั ตมุ แบบมลี าย มคี วามเหมาะสมทจ่ี ะนาํ มาประดษิ ฐยอดตมุ จากใบบวั โดยไดใ ห
ความคิดเห็นไววา เปนมาลัยตุมที่มีรปู ทรงความสวยงาม มีความละเอียดประณีต เหมาะสมกบั
ลวดลายพมุ ทําใหช ิ้นงานดกู ลมกลนื สวยงาม
4.1.3 มาลัยตกแตงพานพุม ผูเชี่ยวชาญสวนใหญมีความคิดเห็นวา มาลัยแบบท่ี
1 มาลัยแบนลายขนมเปย กปูนสอดไส มคี วามเหมาะสมที่จะนํามาประดษิ ฐม าลยั จากใบบัว โดย
ไดใหความคิดเห็นไววา เปนมาลัยมีลวดลายขนาดเล็กมีพื้นท่ีของกลีบมาก ทําใหมาลัยไมโดด
เดนแขงกับลวดลายพุมเม่ือนํามาประกอบกับพานจะมีความเหมาะสมกับทัดหูประจํายามและ
ทาํ ใหชิน้ งานดสู มบรู ณส วยงาม
4.1.4 อุบะ ผูเช่ียวชาญสวนใหญมีความคิดเห็นวา อุบะแบบที่ 3 อุบะพู มีความ
เหมาะสมท่ีจะนํามาประดิษฐเปนอุบะของพานพุมจากใบบัว โดยไดใหความคิดเห็นไววา เปน
อุบะที่ดูมมี ติ ิ สวยงาม เหมาะสมท่ีจะมาใชกับชิ้นงาน
ขอเสนอแนะ ผูเช่ียวชาญไดใหความเห็นวาการนําใบบัวมาใชในการประดิษฐ
พานพุม ที่มีความนาสนใจในวัสดุท่ีใช มีความคิดสรางสรรค อีกท้ังยังเปนการเพิ่มมูลคาใหกับ
ใบบัว และใหขอเสนอแนะวาควรใชข้ัวชบาจากใบบัว แทนการใชข ว้ั ชบาผาหรือขั้วชบาพลาสตกิ
เพื่อใหช ิ้นงานมคี วามสวยงามลงตัว
4.2 เพือ่ ศกึ ษาความพงึ พอใจของกลุมเปาหมายที่มีผลตอ พานพุมจากใบบวั
การวิจัยเร่ือง การประดิษฐพานพุมจากใบบัว ผูวิจัยสามารถอภิปรายผลตาม
วัตถุประสงคไดด ังนี้
4.2.1 ดานการยอมสีใบบัวใหเสมือนสีธรรมชาติ พบวา กลุมเปาหมายสวนใหญ
พึงพอใจในสีกลีบดอกเฟองฟาบานเย็น อยูในระดับมากท่ีสุด ที่คาเฉล่ีย 4.80 ทั้งน้ีอาจ
เน่ืองมาจากใบบวั ที่ยอมสกี ลีบดอกเฟอ งฟาบานเย็นมีสใี กลเคยี งธรรมชาติ สีสันสดใส สวยงาม
และเปน สที ี่ตัดกับสเี ขียวตองออน จึงทําใหสเี ฟองฟาบานเย็นมคี วามเดนสะดุดตา ซึ่งสอดคลอ ง
กับจันทนา (2539) ที่กลาววา การใชสีของดอกไมใบไม หรือสวนอ่ืนๆ ของพืชท่ีใชจัดเปนพื้น
เปนลาย หรือสวนประกอบอ่ืนๆ ที่มีสีตัดกันหรือตรงขามกันในการจัดพานจะใหความสวยงาม
แบบเดน สะดดุ ตาแกผูพบเห็น
4.2.2 ดานยอดพุม พบวา กลุมเปาหมายสว นใหญพึงพอใจลวดลายของยอดพุม
อยใู นระดับมากท่ีสุด ทีค่ า เฉลย่ี 4.40 ท้งั นอี้ าจเน่อื งจากยอดพุมเปนมาลยั ตมุ แบบมีลวดลายท่ีมี
การใชสี และวสั ดทุ ่ีทําใหลวดลายของยอดพุม มคี วามชดั เจน สะดุดตา
4.2.3 ดานตัวพุม พบวา กลุมเปาหมายสวนใหญพึงพอใจลวดลายและรูปทรง
ของพุม อยูในระดับมากที่สุด ที่คาเฉลี่ย 4.80 ท้ังน้ีเน่ืองจากลวดลายของตัวพุมประกอบดวย
ลายตาประชุม ลายคดกริชและลายขนมเปยกปูน มีการใชสีตัดกันจึงทําใหลวดลายมีความ
82
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปที่ 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563
ชัดเจน สวยงาม ขณะท่ีทรงพมุ เปนทรงมาตรฐาน มีลักษณะคลายดอกบัวตมู ปลายเรียว จึงทํา
ใหผตู อบแบบสอบถามพึงพอใจในลวดลายและรูปทรงของพุมในดา นตัวพุม
4.2.4 ดานสวนตกแตง กลุมเปาหมายสวนใหญพึงพอใจมาลัยแบนลายขนม
เปยกปูนสอดไส อยูในระดับมากที่สดุ ท่ีคาเฉล่ีย 4.72 ทั้งนี้เน่ืองจากลักษณะของมาลัยมีความ
สวยงาม ลักษณะของกลีบท่ีพับชัดเจน อีกท้ังสีของมาลัยมีความสดใส เม่ือตัดกับดอกพุดสขี าว
ทําใหม าลยั มคี วามสวยงามโดดเดน จึงทาํ ใหผตู อบแบบสอบถามพึงพอใจในมาลัยแบนลายขนม
เปยกปูนสอดไสของดานสวนตกแตง ซึ่งสอดคลองกับ รัตนลักษณ (2547) ไดกลาววา ความ
สวยงามของมาลยั ขึ้นอยกู บั สสี ันของมาลัย และฝม อื ในการรอ ย
4.2.5 ดานผลิตภัณฑ กลุมเปาหมายสว นใหญพ ึงพอใจความประณีต อยใู นระดบั
มากท่ีสุด ทค่ี า เฉล่ยี 4.78 ทั้งน้ีเนื่องจากพานพมุ จากใบบวั เปน การเลียนแบบพานพมุ ดอกไม ท่ี
ใชศาสตรก ารประดษิ ฐด อกไมแบบไทย ในสว นของการเย็บ รอย พบั มาใชในการประดษิ ฐค รั้งน้ี
ซ่งึ เปน สวนท่ใี ชค วามประณีต จงึ ทาํ ใหก ลุม เปา หมายพึงพอใจในความประณตี ของผลิตภณั ฑ ซ่ึง
สอดคลองกับ อภิรัติ (2548) ไดกลาววาพานพุมดอกไม เปนการจัดแบบไทยประณตี ศิลป ซึ่งมี
การจัดดวยความประณตี บรรจง โดยวธิ ีการเย็บ การรอย การปก เปน ตน
5. เอกสารอา งอิง
จนั ทนา สุวรรณมาล.ี 2539. การจดั พาน (ดอกไมสด). กรงุ เทพมหานคร : โอเดียนสโตร.
ปยะธิดา สีหะวัฒนกุล และอนุสรณ ใจทน. 2556. การศึกษากระบวนการยอมสีใบตองแหง
ดวยสีธรรมชาติ และสวี ทิ ยาศาสตร เพอื่ งานศลิ ปะประดษิ ฐ. คณะเทคโนโลยคี หกร
รมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร.
ภูรินทร อคั รกลุ ธร. 2555. เสก“บวั ”เปน ทองสงออก 1,000 ลา นรอวันโต. [ออนไลน]
เขาถงึ ไดจาก : https://www.rmutt.ac.th/content/21726, 23 ธนั วาคม 2562.
รัตนลักษณ ปญจวุฒิพัฒน. 2547. งานดอกไมสดในวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพมหานคร :
เศรษฐศลิ ป.
วรี ะประวตั ิ ตรีสวุ รรณ และภวพล ศภุ นันทนานนท. 2561. บัว water lilies and lotuses.
กรุงเทพมหานคร : บานและสวน.
สุภา จฬุ คปุ ต. 2558. การพัฒนากระดาษใบบัวอัดแหงสําหรับใชใ นงานประดิษฐ. สาขาวิชาค
หกรรมศาสตร คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
ธญั บุร.ี
อภริ ตั ิ โสฬศ. 2548. ศลิ ปะการจัดดอกไมแบบไทย. กรงุ เทพมหานคร : โอเดยี นสโตร.
83
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
การออกแบบเส้ือผาชุดลําลองยูนเิ ซ็กสจากผา พลีทสําหรับวยั รนุ
Design of Unisex Casual Wear from Pleated Fabric for Teenagers
มุขสุดา ทองกําพรา 1 อรอนงค วรรณวงษ1 เกศทพิ ย กรี่เงนิ 1* และ อชั ชา หัทยานานนท1
Muksuda Thongkampra1 Onanong Wannawong1 Katethip Kringern1*
and Autcha Huttayananont1
บทคดั ยอ
วัตถุประสงคเพื่อออกแบบเส้ือผาชุดลําลองยูนิเซ็กสจากผาพลีทสําหรับวัยรุน และ
ศึกษาความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเสื้อผาชุดลําลองยูนิเซ็กสจากผาพลีทสําหรับ
วัยรุน โดยมีแรงบนั ดาลใจในการออกแบบมาจากความเทา เทยี มกนั ระหวา งเพศ นํามาออกแบบ
ชุดลําลอง 5 ประเภท คือ เส้ือคลุม เสื้อแขนส้ัน เสื้อแขนยาว กางเกง และกระโปรงกางเกง
เลือกใชผาชีฟอง โทนสีเขม ตัดเย็บผลิตภัณฑตนแบบโดยใชขนาดตัวเพศหญิง Size L เพ่ือใหมี
ความหลวม ใชยางยืดทีเ่ อว เพ่ือใหสวมใสไดท้ังเพศชายและหญิง ศึกษาความพงึ พอใจจากกลุม
ตัวอยางซ่งึ เปนนักศึกษาคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระ
นคร รวม 120 คน เลือกกลุมตัวอยางแบบโควตา เพศชาย 60 คน และเพศหญิง 60 คน ใช
แบบสอบถามออนไลน วิเคราะหขอมูลดวยความถ่ี รอยละ คาเฉลี่ย และสวนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน สรุปผลแบบสอบถาม ดังนี้ ขอมูลพื้นฐานของผตู อบแบบสอบถาม เพศชายสวนมาก
อายุระหวาง 20-21 ป เพศหญิงอายุระหวาง 22-23 ป ท้ังหมดศึกษาอยูระดับปริญญาตรี ป 4
เพศชายศึกษาในสาขาการบริหารธุรกจิ คหกรรมศาสตร เพศหญงิ ศึกษาในสาขาออกแบบแฟช่ัน
ผาและเครื่องแตง กาย ความพึงพอใจรวมตอเสื้อผาชุดลําลองยนู ิเซ็กสจากผาพลที สาํ หรับวยั รุน
ทุกประเภท มีคาเฉล่ียในระดับมาก โดยเพศชายมีความพึงพอใจมากกวาเพศหญิง ในประเภท
เสอื้ แขนส้นั เสือ้ แขนยาว และกระโปรงกางเกง สว นเพศหญิงมีความพงึ พอใจ ประเภทเสือ้ คลุม
มากกวาเพศชาย และทง้ั สองเพศมคี วามพึงพอใจประเภทกางเกงใกลเคยี งกนั
คําสาํ คญั : ชุดลาํ ลอง ยนู ิเซ็กส ผา พลที
1 สาขาวิชาออกแบบแฟชนั่ ผา และเครอ่ื งแตง กาย มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
1 Fashion Clothing & Textile Design Programe, Rajamangala University of Technology Phra Nakhon
* ผปู ระสานงานนพิ นธ E-mail: [email protected]
84
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563
ABSTRACT
The objectives were to design of unisex casual wear from pleated fabric
for teenagers and to explore satisfaction of respondents towards unisex casual
wear from pleated fabric for teenagers. Design inspiration from gender equity
used to design five casual wear; coat, short sleeves blouse, long sleeves blouse,
pants and culottes. Sewn prototype from chiffon dark color fabric. Used woman
standard sizes L for loose clothing and elastic waist pants and culottes for
wearable all gender. Explore satisfaction from respondents consisted of 120
students in Faculty of Home Economics Technology, Rajamangala University of
Technology Phra Nakhon by quota sampling from 60 males and 60 females.
Collected data by online questionnaire and analyzed by frequency, percentage,
mean and standard deviation. The summary of general data from questionnaire
it was found that; most of female age between 20-21 years old and female
between 22-23 years old. Both of them studying in fourth-year of bachelor
degree. Most of male were studying in Program of Home Economics
Administration and female in Program of Fashion and Apparel Design. The overall
mean of satisfaction towards all styles were high level. Male were satisfied than
female towards short sleeves blouse, long sleeves blouse and culottes. Female
satisfied coat than female and both of them were satisfied in close proximity on
pants style.
Keywords: Casual Wear, Unisex, Pleated Fabric
1. บทนาํ
การแตงกายของมนุษยตั้งแตอดีต พบวามีการใชวัสดุจากธรรมชาติมาปกปดรา งกาย
เพื่อประโยชนใชสอย เชน การปองกันความรอน หนาว หรือปองกันรา งกายจากแมลง ปจจุบัน
มีการสรางสรรคเก่ียวกับการตกแตงเคร่ืองแตงกาย ทําใหเสื้อผาเครื่องแตงกายมีความสําคัญ
มากขึ้น ผนวกกับการเปล่ียนแปลงในการดําเนินชีวิตของคนในสังคม เชน การมีอิสระทาง
ความคิดในการเลอื กใชเสอ้ื ผาและเคร่อื งประกอบการแตงกายท่ีบงบอกถึงวถิ ีชีวติ รสนิยม และ
ฐานะของตนเอง สิ่งสําคัญอีกประการหนึ่งของการแตงกายในอดีต คือ การสวมใสเพื่อแยก
ความแตกตางระหวางเพศ ซึ่งประเพณีและความเชื่อในบางวัฒนธรรมไดบัญญัติใหเคร่ืองแตง
กายระหวา งเพศชายและเพศหญงิ มลี กั ษณะแตกตา งกัน ซงึ่ เปน ผลมาจากทศั นคติทางประเพณี
ท่ีกําหนดใหแตละเพศมีบทบาททางสังคมแตกตางกันออกไป ในทวีปยุโรปนับต้ังแตปลายยุค
กลางจนถึงศตวรรษที่ 20 การสวมกระโปรงจัดเปนเคร่ืองแตงกายสําหรับเพศหญิง สวน
85
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปที่ 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2563
กางเกงจดั เปนเครือ่ งแตงกายสําหรับเพศชาย แตป จ จุบนั มีการออกแบบเส้อื ผา ที่สามารถสวมใส
ไดท้ังเพศชายและเพศหญงิ เรียกวา เส้อื ผา ยนู ิเซก็ ส (Unisex Clothing) คําวา ยูนิเซ็กส เปน คํา
เรียกประเภทของผลติ ภัณฑที่ออกแบบโดยไมมีลักษณะบงบอกชัดเจนวาเปนผลิตภณั ฑส าํ หรับ
เพศชายหรือเพศหญิง จึงสามารถใชไดทั้งสองเพศ เชน ผลิตภัณฑเส้ือผา หรือเคร่ือง
ประกอบการแตงกาย โดยเฉพาะเสื้อผายูนิเซก็ ส เปนรูปแบบเส้ือผาชุดลําลอง ทรงหลวม สวม
ใสไดทั้งเพศชายและหญิง เชน กางเกงยีนส เส้ือเช้ิต กางเกงขายาว กางเกงขาส้ัน เสื้อยืด เสื้อ
แจคเก็ต เสื้อสูท เปนตน ในป 1980 เสื้อผาท่ีเรียกวา Sweatsuits และ Sweaters เปนท่นี ยิ ม
มากในกลุมของวัยรุนท้ังหญิงและชาย และไดรับความนิยมสวมใสเพ่ิมมากข้ึนในยุค 90 ดวย
รูปแบบเสื้อผาที่ใหอิสระในการแตงกาย ซึ่งคนรุนใหมไดแสดงใหเห็นวาการแตงกายไม
จําเปนตองมีแบบแผนหรือกรอบ สามารถเลือกเสื้อผาในแบบของตนเองได (Calasibetta,
Tortora and Abling, 2003) จากการศกึ ษาความตระหนักในเสอื้ ผา ยูนิเซ็กสข องนักออกแบบ
เส้ือผา จากนักศึกษาและนักออกแบบเสื้อผา โดย Vasan, Pujar and Gopalakrishnan
(2017) พบวานักศึกษาสวนใหญใหการยอมรับเสื้อผายูนิเซ็กส สวนนักออกแบบเสื้อผามี
ความเห็นวาเสื้อผายูนิเซ็กสเปนเส้ือผาท่ีสามารถใชงานไดโดยไมตองจําแนกเพศ แตมีความ
เกย่ี วของกบั รูปแบบเสือ้ ผา และขนาดรา งกาย
รปู แบบเสื้อผา ชุดลําลอง จดั อยูในกลุมเส้อื ผาไมเฉพาะโอกาส สามารถสวมใสไ ดต้งั แต
เชา จรดเยน็ ไมเ หมาะใชใ นงานพิธีหรอื งานที่เปน ทางการ เพราะเปน ชุดทเ่ี นน ความสะดวกสบาย
ในการใชชีวิตประจาํ วัน แบบไมห รูหรา หาซอ้ื ไดท วั่ ไป และงายตอ การดแู ลรกั ษา (กระจา งจิตต,
2544) ผาท่ีนิยมใชตดั เย็บชุดลาํ ลอง มีทั้งชนิดผาพ้ืน ผาพิมพลาย หรือผาที่ผา นการตกแตงใหม ี
ลักษณะสวยงาม เชน ผาพลีท (PIeated Fabric) ซง่ึ เปน ผาผนื ทีผ่ านกระบวนการตกแตงใหเปน
จีบเล็กๆ ทั้งผืน เรียกวา การอัดพลีท นิยมใชผาใยสังเคราะห เชน พอลิเอสเทอร หรือไนลอน
มาอัดพลที เพื่อใหรอยจีบท่ไี ดมีความคงทนถาวร ภายหลังการซักจึงไมตอ งรดี มากนัก โดยทั่วไป
มักพบการนําผาพลที ไปตัดเย็บเปน เสอื้ ผาสําหรบั เพศหญิง แตด ว ยรปู ทรงของเส้ือผา แมจ ะเปน
แบบพอดีตัว แตจะเกิดความหลวมของเส้ือผาจากการซอนของผาในรอยจีบดังกลาว จึงทําให
รูส กึ สบายในการสวมใส และไมม ีขอ จํากัดในดา นรูปรา ง
ผูศึกษาจึงมีแนวคิดในการนําผาพลีทมาทําเส้ือผายูนิเซ็กส ในรูปแบบชุดลําลองที่เนน
ความหลวม สบาย สามารถสวมใสไ ดท ้ังชายและหญิง เพอื่ เปนการเพิ่มทางเลอื กในการแตงกาย
และเปน ขอมลู ในการพฒั นาหรอื ดัดแปลงผลติ ภณั ฑใ หก บั วงการแฟช่นั เสื้อผา ตอ ไป
2. ระเบยี บวธิ ีวจิ ยั
การศึกษาครงั้ น้ี มีการดําเนนิ งาน 4 ระยะ คอื
1. การกําหนดแรงบันดาลใจในการออกแบบ จากการแสดงออกเชิงสัญลักษณท่ี
แสดงความเทาเทียมกันทางเพศ ผานเสื้อผา เครื่องแตงกาย ที่สามารถใชไดทั้งวัยรุนเพศชาย
และหญิง โดยไมถูกสังคมมองวาแปลก หรอื ผิดเพศสภาพ
86
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563
2. การออกแบบและเลือกชุด ออกแบบเปนเสอ้ื ผาตัวหลวม ที่สามารถสวมใสไ ดท ้งั
เพศชายและหญิง เลือกใชผาโทนสีน้ําเงินเขมเพ่ือเปนตัวแทนความเขมแข็งของเพศชาย และ
เลือกใชลักษณะบาน พริ้ว เพ่ือสื่อถึงความออนไหวของเพศหญิง โดยนําผาอัดพลที มาใชในการ
ออกแบบเสื้อผาชุดลําลอง แบบไมเปนทางการ 5 ประเภท คือ เส้ือคลุม เสื้อแขนส้ัน เส้ือแขน
ยาว กางเกง และกระโปรงกางเกง แตละประเภทจดั ทําแบบรา ง จํานวน 5 ชุด (ดงั ภาพท่ี 1-5)
ภาพที่ 1 ประเภทเส้ือคลมุ ภาพที่ 2 ประเภทเส้อื แขนสั้น
ภาพที่ 3 ประเภทเสื้อแขนยาว ภาพที่ 4 ประเภทกางเกง
ภาพท่ี 5 ประเภทกระโปรงกางเกง
3. การตัดเย็บผลิตภัณฑตนแบบ เนื่องจากสรีระของเพศหญิงที่มีหนาอก จึงใช
ขนาดตัวมาตรฐาน SIZE L ของเพศหญิง (จุฑาทิพ, 2556) ในการทําแบบตัด และตัดเย็บ
ผลิตภณั ฑ โดยทําแบบตัดเสอื้ ตวั หลวม และใสยางยืดทีข่ อบเอว เพอื่ ใหส วมใสไดท ้งั เพศชายและ
เพศหญงิ
4. การศึกษาความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเส้ือผาชุดลําลองยูนิเซ็กส
จากผา พลที สําหรับวยั รนุ
87
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปที่ 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2563
4.1 ประชากรและกลมุ ตัวอยาง ประชากรที่ใชในการศึกษา คือ นักศึกษาคณะ
เทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เลือกกลุมตวั อยางแบบ
โควตา (Quota Sampling) เปน นกั ศึกษาเพศชาย 60 คน และเพศหญิง 60 คน รวม 120 คน
4.2 เครื่องมือที่ใชในการรวบรวมขอมูล จัดทําแบบสอบถามออนไลน แบงขอ
คําถามเปน 2 ตอน คอื ตอนท่ี 1 ขอ มูลพนื้ ฐานของผูตอบแบบสอบถาม และตอนที่ 2 ความพึง
พอใจของผตู อบแบบสอบถามตอ เสือ้ ผาชุดลําลองยูนิเซ็กสจ ากผา พลที สาํ หรับวยั รุน
4.3 การเก็บรวบรวมขอมูล ดําเนินการเก็บขอมูลดวยแบบสอบถามออนไลน
ตรวจสอบความสมบรู ณข องคําตอบ นําผลไปวเิ คราะหขอ มูล
4.4 การวเิ คราะหขอมลู วิเคราะหดวยความถี่ รอยละ คาเฉลี่ย และสวน
เบย่ี งเบนมาตรฐาน
3. ผลการวิจัย
1. ผลการออกแบบเสือ้ ผา ชดุ ลําลองยนู เิ ซ็กสจ ากผา พลที สําหรับวัยรุน ท้ัง 5 ประเภท
เม่ือนําแบบรางของชุดใหผ ูเชี่ยวชาญดานการออกแบบ และตัดเย็บเส้อื ผา จํานวน 5 คน เลือก
แบบที่เหมาะสมในการนําไปตัดเยบ็ เปนผลิตภณั ฑตนแบบ ประเภทละ 1 ชุด สรุปผลการเลอื ก
ดงั น้ี (ภาพที่ 6)
1.1 เส้ือคลุม (แบบที่ 5) เปนเสื้อตัวยาว ผาหนา ปกเทเลอร ตัดตอผาพลีทชวง
อกทงั้ ดา นหนา และหลงั แขนยาวทรงกระบอกถงึ ขอมอื
1.2 เส้ือแขนสั้น (แบบที่ 2) เปนเสื้อปกเชิ้ต แขนยาวถึงตนแขน ความยาวเส้ือ
ดา นหนา ยาวถงึ สะโพก ตดั ตอผา พลีทชว งหลัง ชายเสื้อดานหลังยาวถึงตน ขา
1.3 เสื้อแขนยาว (แบบที่ 2) เปนเส้ือคอปาด ความยาวเสื้อถึงสะโพก แขนในตัว
ชวงตัวเสื้อเปนผาพลที ตัดตอแขนเสือ้
1.4 กางเกง (แบบที่ 1) เปนกางเกงทรงกระบอก ยาวถึงขอเทา จั๊มปลายขา ใส
ยางยดื ตรงเอว ใชผาพลีททง้ั ตัว
1.5 กระโปรงกางเกง (แบบท่ี 3) ดานในเปนกางเกงยาวส่ีสวน กระโปรงดาน
นอกเปนผา พลีท ใสยางยดื ติดโบวด า นขา ง ขางละ 4 ช้ิน
88
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563
ภาพที่ 6 แบบชุดยนู เิ ซ็กสจากผาพลีททน่ี ําไปตดั เย็บผลติ ภณั ฑตน แบบ
89
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
2. ผลการศึกษาความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเส้ือผาชุดลําลองยูนิเซ็กส
จากผาพลที สาํ หรบั วัยรนุ สรุปไดด งั นี้
ตอนท่ี 1 ขอมูลพื้นฐานของผูตอบแบบสอบถาม อายุของเพศชายสวนมากอยู
ระหวาง 20-21 ป เพศหญิงอยูระหวาง 22-23 ป ระดับการศึกษาของเพศชายและหญิงอยูใน
ระดับปริญญาตรี ป 4 สาขาวิชาท่ีศึกษาของเพศชายสวนมากศึกษาในสาขาวิชาการ
บรหิ ารธุรกิจคหกรรมศาสตร เพศหญงิ ศกึ ษาในสาขาวิชาออกแบบแฟช่ันผาและเครอ่ื งแตงกาย
ตอนท่ี 2 ความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอ เสือ้ ผาชดุ ลาํ ลองยนู ิเซก็ สจ ากผา
พลที สาํ หรบั วยั รุน ดงั แสดงในตารางท่ี 1-5
ตารางท่ี 1 ความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเส้ือผาชุดลําลองยูนิเซ็กสจากผาพลีท
สาํ หรับวัยรุน ประเภทเส้อื คลุม (n=120)
สวน ระดับ
ความพงึ พอใจ
รายการ มากทีส่ ุด มาก ปานกลาง นอย คา เฉลี่ย เบยี่ งเบน ความ
(รอ ยละ) (รอ ยละ) (รอ ยละ) (รอ ยละ)
มาตรฐาน พึงพอใจ
1. ความเหมาะสม 32 51 28 9 3.88 0.89 มาก
ของพลที ทีม่ ีตอ (26.67) (42.50) (23.33) (7.50)
ชุด
2. สวมใสไ ดจ รงิ 30 61 26 3 3.98 0.76 มาก
ใน (25.00) (50.83) (21.67) (2.50)
ชวี ิตประจาํ วัน
3. การเลือกใชสี 28 64 26 2 3.98 0.72 มาก
(23.33) (53.33) (21.67) (1.67)
4. ความเหมาะสม 40 58 20 2 4.13 0.74 มาก
ของรูปแบบชุด (33.33) (48.33) (16.67) (1.67)
5. ความสวยงาม 40 62 16 2 4.17 0.71 มาก
(33.33) (51.67) (13.33) (1.67)
ของชดุ
6. ความคิด 54 46 19 1 4.27 0.79 มาก
(45.00) (38.33) (15.84) (0.83)
สรา งสรรค
และทนั สมยั
คา เฉล่ียรวม 4.02 0.77 มาก
90
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563
จากตารางท่ี 1 ผลการวิเคราะหความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเส้ือผาชุด
ลําลองยูนิเซ็กสจากผาพลีทสําหรับวัยรุน ประเภทเส้ือคลุม มีคาเฉล่ียรวมความพึงพอใจระดับ
มาก (คาเฉล่ีย 4.02) เม่ือพิจารณาแตละรายการ พบวามีความพึงพอใจระดับมากทุกรายการ
เรียงลําดับคาเฉลีย่ จากมากไปหานอ ย ดังน้ี ความคิดสรางสรรคและทันสมัย ความสวยงามของ
ชุด ความเหมาะสมของรูปแบบชุด สวมใสไดจริงในชีวิตประจําวัน การเลือกใชสี และความ
เหมาะสมของพลีทท่ีมีตอชุด โดยผูตอบแบบสอบถามเพศหญิง จํานวน 1 ราย ระบุวาชุดสวย
มาก
ตารางท่ี 2 ความพงึ พอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเส้ือผา ชดุ ลาํ ลองยนู ิเซก็ สจากผาพลีท
สําหรบั วยั รนุ ประเภทเส้อื แขนส้ัน (n=120)
สวน ระดับ
ความพงึ พอใจ
รายการ มากทส่ี ดุ มาก ปานกลาง นอ ย คา เฉลีย่ เบ่ยี งเบน ความ
(รอยละ) (รอ ยละ) (รอ ยละ) (รอ ยละ)
มาตรฐาน พึงพอใจ
1. ความเหมาะสม 26 60 30 4 3.90 0.77 มาก
ของพลที ที่มีตอ (21.67) (50.00) (25.00) (3.33)
ชุด
2. สวมใสไ ดจ รงิ 29 54 36 1 3.93 0.76 มาก
ใน (24.17) (45.00) (30.00) (0.83)
ชวี ิตประจําวนั
3. การเลอื กใชส ี 19 60 35 6 3.77 0.77 มาก
(15.83) (50.00) (29.17) (5.00)
4. ความเหมาะสม 25 53 35 7 3.80 0.84 มาก
ของรูปแบบชดุ (20.83) (44.17) (29.17) (5.83)
5. ความสวยงาม 30 49 33 8 3.84 0.90 มาก
(25.00) (40.83) (27.50) (6.67)
ของชดุ
6. ความคดิ 36 46 29 9 3.91 0.92 มาก
สรางสรรค (30.00) (38.33) (24.17) (7.50) 0.83 มาก
และทันสมยั
คา เฉลย่ี รวม 3.76
91
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2563
จากตารางท่ี 2 ผลการวิเคราะหความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเส้ือผาชุด
ลําลองยูนิเซ็กสจากผาพลีทสําหรับวัยรุน ประเภทเส้ือแขนส้ัน มีคาเฉล่ียรวมความพึงพอใจ
ระดับมาก (คาเฉล่ีย 3.76) เมื่อพิจารณาแตละรายการ พบวามีความพึงพอใจระดับมากทุก
รายการ เรียงลําดับคาเฉล่ียจากมากไปหานอย ดังน้ี สวมใสไดจริงในชีวิตประจําวัน ความคิด
สรางสรรคและทันสมัย ความเหมาะสมของพลีทที่มีตอชุด ความสวยงามของชุด ความ
เหมาะสมของรูปแบบชุด และการเลือกใชสี โดยผูตอบแบบสอบถามเพศชาย จํานวน 1 ราย
ระบุวา ถาชุดเปนสีดําจะสวยกวาน้ี และผูตอบแบบสอบถามเพศหญิง จํานวน 1 ราย ระบุวา
การออกแบบเหมอื นเปน ชดุ ทํางานมากกวาชดุ ลาํ ลอง
ตารางที่ 3 ความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเส้ือผาชุดลําลองยูนิเซ็กสจากผาพลีท
สําหรบั วยั รนุ ประเภทเสือ้ แขนยาว (n=120)
สวน ระดบั
ความพึงพอใจ
รายการ มากทีส่ ุด มาก ปานกลาง นอย คา เฉลยี่ เบย่ี งเบน ความ
(รอ ยละ) (รอยละ) (รอ ยละ) (รอยละ) มาตรฐาน พงึ พอใจ
1. ความเหมาะสม 26 60 30 4 3.90 0.77 มาก
ของพลที ทีม่ ีตอ (21.67) (50.00) (25.00) (3.33)
ชดุ
2. สวมใสไ ดจรงิ 29 54 36 1 3.93 0.76 มาก
ใน (24.17) (45.00) (30.00) (0.83)
ชีวิตประจําวัน
3. การเลือกใชสี 19 60 35 6 3.77 0.77 มาก
(15.83) (50.00) (29.17) (5.00)
4. ความเหมาะสม 25 53 35 7 3.80 0.84 มาก
ของรูปแบบชุด (20.83) (44.17) (29.17) (5.83)
5. ความสวยงาม 30 49 33 8 3.84 0.90 มาก
(25.00) (40.83) (27.50) (6.67)
ของชดุ
6. ความคิด 36 46 29 9 3.91 0.92 มาก
สรา งสรรค (30.00) (38.33) (24.17) (7.50) 0.83 มาก
และทันสมัย
คาเฉลย่ี รวม 3.76
92
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563
จากตารางท่ี 3 ผลการวิเคราะหความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเส้ือผาชุด
ลําลองยูนิเซ็กสจากผาพลีทสําหรับวัยรุน ประเภทเส้ือแขนยาว มีคาเฉลี่ยรวมความพึงพอใจ
ระดับมาก (คาเฉล่ีย 3.76) เมื่อพิจารณาแตละรายการ พบวามีความพึงพอใจระดับมากทุก
รายการ เรียงลําดับคาเฉล่ียจากมากไปหานอย ดังนี้ ความเหมาะสมของพลีทท่ีมีตอชุด ความ
สวยงามของชุด ความคิดสรางสรรคและทันสมัย ความเหมาะสมของรูปแบบชุด การเลือกใชสี
และสวมใสไดจริงในชีวิตประจําวัน โดยผูตอบแบบสอบถามเพศชาย จํานวน 2 ราย ระบุวาผา
พลที ทําใหผใู สด อู วน และผูตอบแบบสอบถามเพศหญิง จาํ นวน 1 ราย ระบุวา ชดุ ดแู กไ ป
ตารางท่ี 4 ความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเสื้อผาชุดลําลองยูนิเซ็กสจากผาพลีท
สําหรบั วัยรนุ ประเภทกางเกง (n=120)
สวน ระดับ
ความพงึ พอใจ
รายการ มากที่สดุ มาก ปานกลาง นอย คาเฉลย่ี เบี่ยงเบน ความ
(รอ ยละ) (รอยละ) (รอยละ) (รอ ยละ)
มาตรฐาน พึงพอใจ
1. ความเหมาะสม 50 50 18 2 4.23 0.76 มาก
ของพลีทท่ีมีตอ (41.67) (41.67) (15.00) (1.67)
ชุด
2. สวมใสไ ดจ รงิ 43 53 24 - 4.16 0.73 มาก
ใน (35.83) (44.17) (20.00)
ชวี ติ ประจําวนั
3. การเลือกใชสี 47 55 15 3 4.22 0.76 มาก
(39.17) (45.83) (12.50) (2.50)
4. ความเหมาะสม 36 62 20 2 4.10 0.73 มาก
ของรปู แบบชุด (30.00) (51.67) (16.67) (1.67)
5. ความสวยงาม 43 62 14 1 4.23 0.68 มาก
(35.83) (51.67) (11.67) (0.83)
ของชดุ
6. ความคิด 45 62 10 3 4.24 0.71 มาก
สรา งสรรค (37.50) (51.67) (8.33) (2.50) 0.73 มาก
และทนั สมัย
คาเฉลี่ยรวม 4.17
93