The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by praparnporn theeramongkol, 2020-10-02 01:50:08

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร พระนคร

วารสาร ปีที่ 2 ฉบับที่ 2

Keywords: Jounal

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563

3.1.10 วิธีการปรับเปล่ียนรูปแบบเคร่ืองประดบั ใหแตละชิ้นสามารถถอดแยกช้นิ
ประกอบใหมได ดังนี้

3.1.10.1 มงกุฎสลับเปนสรอ ยคอ ดวยการปลดตะขอจากดานหลัง แลว
นํามาสวมเปนสรอยคอแทนศีรษะ หรือท่ีศีรษะสลับเปนสรอยคอ ปรับการปรับระดับดวยโซ
อะลมู เิ นียม

3.1.10.2 เข็มกลัดติดเส้ือเพ่ิมชิ้นสวนเปนปนปกผม การติดเข็มกลัด
ประกอบดวย 3 รปู แบบ ไดแ ก รปู แบบแรก โดยการติดเข็มกลดั ลงบนเสอ้ื ทัง้ บริเวณฝง ขวาหรือ
ซาย และควรเลือกการติดเข็มกลัดใหเขากับชุดท่ีสวมใส รูปแบบที่สอง การติดเข็มกลัดบรเิ วณ
กลางคอเสือ้ และรปู แบบทส่ี าม ตดิ กบั ผา พนั คอ ชวยใหผ าพันคอไมขยับไปมา และยงั ชว ยสราง
ความนาสนใจ การเพ่ิมช้ินสว นเปน ปนปกผม ดว ยการนําลวดปกผมมาเสียบเขา ดา นหลังของตัว
เขม็ กลดั

3.1.10.3 ตางหูถอดแยกช้ินเปนแหวน โดยนําแปนดอกโบตั๋นจากตางหู
ถอดแยกชิ้น จํานวน 1 ชิ้น นํามาติดกับแหวนท่ีมีแมเ หล็ก และเม่ือประกอบเปนตางหูสามารถ
ถอดแยกชน้ิ แลว ใชห ว งลวดเก่ียวกบั กับตวั เรือนตา งหไู ดท ้ังดานซายหรือดา นขวา

ภาพที่ 8 ผลงานสาํ เรจ็

44

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563

3.2 ความพึงพอใจของกลุมเปาหมายท่ีมีตอการออกแบบและสรางสรรค
เคร่อื งประดบั กลุมชาตพิ ันธบุ าบาจากกระปองอะลูมเิ นียม

3.2.1 การวิเคราะหขอมูลท่ัวไปของผูตอบแบบสอบถาม 2 กลุม ไดแก กลุมที่ 1
กลุมชาติพันธุบาบาในจังหวัดภูเก็ต จํานวน 25 คน และกลุมที่ 2 กลุมสตรีวัยทํางานที่มีอายุ
ระหวาง 15-59 ป จํานวน 25 คน รวม 50 คน พบวา ผูตอบแบบสอบถามกลุมชาตพิ ันธุบาบา
ในจังหวัดภูเก็ต สวนใหญเปนเพศหญิงคิดเปนรอยละ 80 เพศชายคิดเปนรอยละ 20 ผูตอบ
แบบสอบถามกลุมสตรีทั้งหมดเปนเพศหญิง คิดเปนรอยละ 100 ผูตอบแบบสอบถามกลุมชาติ
พันธุบาบาในจังหวัดภูเก็ต สวนใหญมีอายุระหวาง 21-30 ป คิดเปนรอยละ 44 รองลงมาคือมี
อายุระหวาง 41-50 ป คิดเปนรอยละ 20 ละ ชวงอายุ 31-40 ป คิดเปนรอยละ 16 ผูตอบ
แบบสอบถามกลุมสตรีวัยทํางานท่ีมีอายุระหวาง 15-59 ป สวนใหญมีอายุ 21-30 ป คิดเปน
รอยละ 48 รองลงมาคือ ชวงอายุ 31-40 ป คิดเปนรอยละ 32 รองลงมา ชวงอายุตํ่ากวา 20 ป
และชว งอายุ 41-50 ป มคี าเทากนั คิดเปนรอยละ 8 ผตู อบแบบสอบถามกลุมชาตพิ ันธุบ าบาใน
จังหวัดภูเก็ตสวนใหญอยูในชวงปริญญาตรี คิดเปนรอยละ 76 รองลงมาคือชวงต่ํากวาปรญิ ญา
ตรี คดิ เปนรอ ยละ 20 และอนื่ ๆ คิดเปน รอ ยละ 4 ผตู อบแบบสอบถามกลมุ สตรวี ัยทาํ งาน สวน
ใหญอยูในชวงระดับปริญญาโท คิดเปนรอยละ 52 และระดับปริญญาตรี คิดเปนรอยละ 48
ผูตอบแบบสอบถามกลุมชาติพันธุบาบาในจังหวัดภูเก็ต สวนใหญมีอาชีพพนักงานเอกชน คิด
เปนรอ ยละ 40 รองลงมาคอื อน่ื ๆ คิดเปน รอ ยละ 32 และธุรกิจสว นตัว คดิ เปนรอ ยละ 28 สว น
ผูตอบแบบสอบถามกลุมสตรี สวนใหญมีอาชีพรับราชการ คิดเปนรอยละ 68 รองลงมาคือ
นักเรียนหรือนักศึกษา คิดเปนรอยละ 28 และพนักงานรัฐวิสาหกิจ คิดเปนรอยละ 4 ผูตอบ
แบบสอบถามกลุมชาติพันธุบาบาในจังหวัดภูเก็ตสวนใหญมีรายไดตอเดือนอยูในชวง 10,000-
15,000 บาท คิดเปนรอยละ 44 รองลงมาคือชวง 20,000 บาทขึ้นไป คิดเปนรอยละ 32 และ
อยูในชวง 15,001–20,000 บาท คิดเปน รอยละ 16 สวนผูตอบแบบสอบถามกลมุ สตรวี ัยทํางาน
ที่มีอายุระหวาง 18-59 ปสวนใหญมีรายไดตอเดือนคือ มากกวา 20,000 บาทขึ้นไป คิดเปน
รอยละ 40 รองลงมาคือ นอยกวา 10,000 บาท และ 15,001–20,000 มีคาเทากันคิดเปน
รอยละ 28

3.2.2 การวิเคราะหขอ มลู ความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถาม
กลุมเปาหมายของผตู อบแบบสอบถามทม่ี ตี อการออกแบบและสรา งสรรค

เครื่องประดับกลมุ ชาติพันธุบาบาจากกระปองอูมิเนียม มีลักษณะเปน ขอคาํ ถามแบบมาตรสวน
(Rating Scale) จํานวน 6 ดาน ไดแก ดานผลิตภัณฑ ดานความเหมาะสมของวัสดุ ดาน
ประโยชนใชสอย ดานราคา ดานสถานที่จัดจําหนวย ดานการจัดจําหนาย และขอเสนอแนะ
โดยในแตละขอคําถามมีคําตอบใหเลือก 5 ระดับ ไดแก มากท่ีสุด มาก ปานกลาง นอย และ
นอ ยที่สุด ดงั น้ี

45

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปที่ 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563

ตารางที่ 1 แสดงคาเฉลย่ี ระดบั ความพงึ พอใจ ของกลุม ชาติพนั ธุบาบาในจังหวัดภเู กต็ และกลมุ

สตรีวัยทํางานท่ีมีอายุระหวาง 15-59 ป ที่มีตอการออกแบบและสรางสรรคเคร่ืองประดับกลุม
ชาติพนั ธบุ าบาจากกระปอ งอะลูมเิ นยี ม ดานผลิตภณั ฑ

ดา นผลติ ภณั ฑ กลมุ ชาตพิ นั ธบุ าบา กลมุ สตรวี ัยทํางาน
ในจังหวดั ภเู กต็

คาเฉลย่ี ระดับความ คา เฉลยี่ ระดบั ความ
พงึ พอใจ พงึ พอใจ

ความเหมาะสมของขนาดและสดั สวน 4.12 มาก 3.96 มาก
สสี นั ของผลิตภัณฑ 3.80 มาก 4.12 มาก
ลวดลายมคี วามสวยงาม 4.20 มาก 3.92 มาก
ความสวยงามของผลิตภัณฑ 4.28 มากทส่ี ดุ 4.16 มาก
รวม 4.10 มาก 4.04 มาก

สรุปตารางท่ี 1 แสดงใหเห็นวากลุมชาติพันธุบาบาในจังหวัดภูเก็ตมคี วาม
พึงพอใจ ตอการออกแบบและสรางสรรคเคร่ืองประดับกลุมชาติพันธุบาบาจากกระปอง
อะลมู เิ นยี ม โดยรวมดานผลิตภณั ฑอยูในระดับมาก มีคาเฉลย่ี 4.10 มากกวา กลมุ สตรีวยั ทํางาน
ท่ีมีอายุระหวาง 15-59 ป มีความพึงพอใจ โดยรวมดานผลิตภัณฑอยูในระดับมาก มีคาเฉล่ีย
4.04

ตารางท่ี 2 แสดงคาเฉลีย่ ระดบั ความพงึ พอใจ ของกลมุ ชาติพันธุบ าบาในจงั หวดั ภเู ก็ต และกลมุ

สตรีวัยทํางานท่ีมีอายุระหวาง 15-59 ป ท่ีมีตอการออกแบบและสรา งสรรคเคร่อื งประดับกลมุ
ชาติพันธุบาบาจากกระปอ งอะลูมิเนยี ม ดานความเหมาะสมของวัสดุ

กลมุ ชาตพิ นั ธุบาบา กลมุ สตรวี ยั ทํางาน

ความเหมาะสมของวัสดุ ในจงั หวดั ภเู กต็

คา เฉล่ีย ระดบั ความ คาเฉลี่ย ระดบั ความ
พึงพอใจ พึงพอใจ

วสั ดมุ คี วามทนทานตอ การใชงาน 3.92 มาก 3.92 มาก
วสั ดุทน่ี าํ มาใชมีความนา สนใจ 4.44 มากที่สุด 4.24 มากท่ีสดุ
วสั ดุท่ีนํามาตกแตงมีความเหมาะสม 4.40 มากท่สี ดุ 4.16 มาก
4.25 มากที่สดุ 4.11 มาก
รวม

สรุปตารางที่ 2 แสดงใหเหน็ วา กลุมชาตพิ ันธุบาบาในจังหวัดภเู กต็ มีความ
พึงพอใจ ตอการออกแบบและสรางสรรคเครื่องประดับกลุมชาติพันธุบาบาจากกระปอง
อะลูมเิ นยี ม โดยรวมดานความเหมาะสมของวสั ดุอยใู นระดับมากทีส่ ุด มีคาเฉลย่ี 4.25 มากกวา
กลุมสตรีวัยทํางานท่ีมีอายุระหวาง 15-59 ป มีความพึงพอใจ โดยรวมดานความเหมาะสมของ
วัสดุอยใู นระดบั มาก มีคาเฉล่ีย 4.11

46

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563

ตารางท่ี 3 แสดงคาเฉลย่ี ระดับความพงึ พอใจ ของกลุมชาติพันธุบาบา ในจังหวดั ภูเก็ต และกลุม

สตรีวัยทํางานที่มีอายุระหวาง 15-59 ป ที่มีตอการออกแบบและสรางสรรคเครือ่ งประดับกลมุ
ชาตพิ ันธุบ าบา จากกระปอ งอะลูมเิ นยี ม ดา นประโยชนใ ชสอย

กลุม ชาติพันธุบาบา กลุม สตรีวยั ทาํ งาน

ดา นประโยชนใชสอย ในจงั หวดั ภูเกต็

คา เฉลีย่ ระดบั ความ คาเฉลี่ย ระดับความ
พึงพอใจ พึงพอใจ

การสวมใสใ นโอกาสตา ง ๆ 4.08 มาก 4.32 มากท่สี ุด
การนาํ ไปเปน ของขวญั ของที่ระลึก 4.48 มากทส่ี ุด 4.32 มากที่สุด
4.28 มากทสี่ ดุ 4.32 มากทส่ี ดุ
รวม

สรปุ ตารางท่ี 3 แสดงใหเ หน็ วา กลมุ ชาตพิ นั ธุบ าบาในจังหวดั ภูเกต็ มีความ
พึงพอใจ ตอการออกแบบและสรางสรรคเครื่องประดับกลุมชาติพันธุบาบาจากกระปอง
อะลูมิเนียม โดยรวมดานประโยชนใชสอยอยูในระดับมากท่ีสุด มีคาเฉล่ีย 4.28 นอยกวากลุม
สตรีวัยทํางานที่มีอายุระหวาง 15-59 ป มีความพึงพอใจ โดยรวมดานประโยชนใชสอยอยูใน
ระดับมากทีส่ ุด มีคาเฉล่ยี 4.32

ตารางที่ 4 แสดงคา เฉลยี่ ระดับความพงึ พอใจ ของกลมุ ชาติพนั ธุบาบาในจงั หวัดภูเก็ต และกลุม

สตรีวัยทํางานท่ีมีอายุระหวาง 15-59 ป ที่มีตอการออกแบบและสรา งสรรคเคร่อื งประดับกลมุ
ชาติพนั ธบุ าบาจากกระปอ งอะลูมเิ นียม ดานราคา

กลุมชาติพนั ธุบ าบา กลุมสตรีวยั ทาํ งาน

ดา นราคา ในจงั หวัดภเู กต็

คาเฉลี่ย ระดับความ คาเฉลีย่ ระดบั ความ
พึงพอใจ พงึ พอใจ

2,500 บาท 4.12 มาก 3.92 มาก
3,000 บาท 3.04 ปานกลาง 3.48 มาก
3,500 บาท 2.72 ปานกลาง 2.92 ปานกลาง
รวม 3.29 ปานกลาง 3.44 มาก

สรปุ ตารางที่ 4 แสดงใหเ หน็ วากลมุ ชาติพันธุบาบาในจังหวัดภูเกต็ มีความ
พึงพอใจ ตอการออกแบบและสรางสรรคเครื่องประดับกลุมชาติพันธุบาบาจากกระปอง
อะลูมิเนียม โดยรวมดานราคาอยูในระดับปานกลาง มีคาเฉล่ีย 3.29 นอยกวา กลุมสตรีวัย
ทํางานที่มีอายุระหวาง 15-59 ป มีความพึงพอใจโดยรวมดานราคาอยูในระดับมาก มีคาเฉลย่ี
3.44

47

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563

ตารางท่ี 5 แสดงคาเฉลย่ี ระดบั ความพงึ พอใจ ของกลมุ ชาตพิ นั ธบุ าบา ในจังหวดั ภเู ก็ต และกลมุ

สตรีวัยทํางานท่ีมีอายุระหวาง 15-59 ป ท่ีมีตอการออกแบบและสรางสรรคเครือ่ งประดับกลมุ
ชาติพนั ธบุ าบาจากกระปอ งอะลูมเิ นยี ม ดานสถานท่ีจดั จาํ หนา ย

กลมุ ชาติพนั ธบุ าบา กลุมสตรวี ัยทํางาน

สถานท่จี ัดจาํ หนา ย ในจงั หวดั ภเู กต็

คา เฉลีย่ ระดบั ความ คาเฉลย่ี ระดบั ความ
พงึ พอใจ พึงพอใจ

รา นขายเครื่องประดบั 4.32 มากท่ีสุด 4.24 มากทสี่ ุด
ตลาดออนไลน 4.48 มากทส่ี ุด 4.44 มากทส่ี ุด
งานจัดแสดงสนิ คา 4.20 มาก 4.72 มากที่สดุ
4.33 มากทส่ี ดุ 4.46 มากที่สดุ
รวม

สรปุ ตารางที่ 5 แสดงใหเห็นวากลมุ ชาตพิ นั ธุบาบา ในจังหวัดภเู ก็ต มีความ
พึงพอใจ ตอการออกแบบและสรางสรรคเคร่ืองประดับกลุมชาติพันธุบาบาจากกระปอง
อะลมู ิเนยี ม โดยรวมดา นสถานท่ีจดั จาํ หนา ยอยใู นระดบั มากทสี่ ดุ มีคาเฉลยี่ 4.33 นอ ยกวา กลุม
สตรีวัยทํางานท่ีมอี ายุระหวาง 15-59 ป มีความพึงพอใจ โดยรวมดานสถานที่จัดจําหนา ยอยูใ น
ระดับมากทสี่ ดุ มคี าเฉล่ีย 4.46

ตารางท่ี 6 แสดงคาเฉล่ยี ระดบั ความพึงพอใจ ของกลมุ ชาตพิ ันธุบาบา ในจงั หวดั ภเู ก็ต และกลุม

สตรีวัยทํางานท่ีมอี ายรุ ะหวา ง 15 -59 ป ที่มีตอการออกแบบและสรางสรรคเครอื่ งประดบั กลมุ
ชาตพิ นั ธบุ าบา จากกระปอ งอะลูมเิ นยี ม ดา นการจัดจาํ หนาย

กลุมชาตพิ ันธบุ าบา กลมุ สตรีวยั ทํางาน

การจดั จําหนา ย ในจังหวัดภเู กต็

คา เฉลย่ี ระดับความ คาเฉล่ีย ระดบั ความ
พงึ พอใจ พึงพอใจ

ผลิตภัณฑส ามารถตอ ยอดในเชงิ ธุรกจิ SMEs 4.08 มาก 4.48 มากที่สดุ
(วสิ าหกิจขนาดกลางและขนาดยอ ม) 4.24 มากท่ีสุด 4.20 มาก
ผลิตภัณฑสามารถตอยอดในเชิงหน่ึงตําบล 4.16 4.34
หนึ่งผลติ ภัณฑ (OTOP) มาก มากทส่ี ดุ

รวม

สรุปตารางที่ 6 แสดงใหเ หน็ วากลมุ ชาติพนั ธุบาบา ในจังหวดั ภูเกต็ มคี วาม
พึงพอใจ ตอการออกแบบและสรางสรรคเคร่ืองประดับกลุมชาติพันธุบาบาจากกระปอง
อะลูมิเนียม โดยรวมดา นการจดั จําหนา ยอยใู นระดบั มาก มคี าเฉล่ยี 4.16 นอยกวา กลุมสตรีวยั
ทํางานที่มีอายุระหวาง 15-59 ป ความพึงพอใจโดยรวมดานการจัดจําหนายอยูในระดับมาก มี
คาเฉลีย่ 4.34

48

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563

4. สรปุ ผลและอภิปรายผล
4.1 แนวทางในการออกแบบและสรางสรรคเครื่องประดับกลุมชาติพันธุบาบาจาก

กระปอ งอะลูมเิ นยี ม
การวิเคราะหขอมูลของผูเชี่ยวชาญทั้ง 5 ทาน ผลการศึกษาพบวา ผูเชี่ยวชาญ

สวนใหญเลอื กรูปแบบ 1 เปนรูปแบบเรขาคณติ ขนาดและสัดสว นที่เหมาะสม ขนาดของมงกุฎ
และสรอยคอมีเสนผานศูนยกลางอยูท่ี 20 เซนติเมตร ขนาดของเข็มกลัดติดเส้ือและปนปกผม
อยูที่ความกวาง 10 เซนติเมตร และยาว 17 เซนติเมตร และขนาดของตางหูและแหวนอยูท่ี
ความกวาง 3 เซนตเิ มตร และยาว 10.5 เซนตเิ มตร ลวดลายท่ใี ชต กแตงควรเปนลายดอกโบตั๋น
ซง่ึ เปนสัญลักษณแหงความร่าํ รวยและความซ่ือสตั ย เปน ตัวแทนของความรักความเมตตา ความ
สวยงามของผูหญิง และนํามาซ่ึงความโชคดีและโชคลาภ วิธีการสรางสรรคเคร่ืองประดับจาก
กระปองอะลูมเิ นยี มท่ีมีความบางจึงควรใชเ ทคนคิ การตดั และการกรดี เพราะเปนวิธกี ารทีท่ ําได
งายและข้ันตอนไมซับซอน สวนวัสดุที่ใชตกแตงควรเปนดิ้น และลูกปดไขมุก เพราะเปนวัสดุท่ี
ส่ือถึงความเปนเครื่องประดับของกลุมชาติพันธุบาบามากที่สุด อีกท้ังลูกปดไขมุกยังเปน
ผลิตภัณฑท่ีโดดเดนของจงั หวัดภเู ก็ต แตขอควรระวังในการประดิษฐครัง้ นี้ คือ การใชกาวรอน
กับด้ินในการตดิ ช้ินงานทต่ี อ งประณตี เนอ่ื งจากกาวรอ นอาจจะทําใหด้นิ มีการเปลยี่ นสีได

4.2 ความพึงพอใจของกลุมเปาหมายที่มีตอการออกแบบและสรางสรรค
เครอื่ งประดบั กลมุ ชาติพนั ธุบาบา จากกระปอ งอะลมู เิ นียม

การออกแบบและสรางสรรคเครื่องประดับกลุมชาติพันธุบาบาจากกระปอง
อะลูมิเนียม ผูศึกษาโครงงานพิเศษ ไดวิเคราะหขอมูลของผูตอบแบบสอบถาม จํานวน 50 คน
พบวา แสดงขอมลู ทว่ั ไปของผตู อบแบบสอบถาม 2 กลุม ไดแ ก กลมุ ที่ 1 กลมุ ชาติพนั ธบุ าบาใน
จงั หวดั ภูเกต็ จํานวน 25 คน กลมุ ท่ี 2 กลุม สตรวี ยั ทํางานท่มี ีอายุระหวาง 15-59 ป จาํ นวน 25
คน เปนกลมุ ตัวอยา งในครั้งน้ี รวม 50 คน พบวา

4.2.1 ดา นผลิตภัณฑ พบวา กลุมชาตพิ ันธุบาบาในจงั หวดั ภเู ก็ต มีความพงึ พอใจ
ตอ การออกแบบและสรา งสรรคเ ครื่องประดับ โดยรวมดา นผลิตภัณฑอ ยูใ นระดบั มาก มีคา เฉลี่ย
ที่ 4.10 เมื่อพิจารณาเปนรายขอแสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามสวนใหญมีความพึงพอใจ
ดานความสวยงามของผลิตภัณฑอยูในระดบั มากที่สุด มีคาเฉลี่ย 4.28 รองลงมาคือลวดลายมี
ความสวยงามอยูในระดับมาก มีคาเฉล่ีย 4.20 และความเหมาะสมของขนาดและสดั สว นอยใู น
ระดับมาก มีคาเฉล่ีย 4.12 ซ่ึงมากกวากลุมสตรีวัยทํางานที่มีอายุระหวาง 15 -59 ป ท่ีมีความ
พึงพอใจตอการออกแบบและสรางสรรคเครื่องประดับ โดยรวมดานผลิตภัณฑอยูในระดบั มาก
มีคาเฉลี่ยที่ 4.04 เมื่อพิจารณาเปนรายขอแสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามสว นใหญมีความ
พึงพอใจดานความสวยงามของผลิตภัณฑอยูในระดับมาก มีคาเฉลี่ย 4.16 รองลงมาคือสีสัน
ของผลิตภัณฑอยูในระดบั มาก มีคาเฉลย่ี 4.12 และความเหมาะสมของขนาดและสดั สว นอยใู น
ระดับมาก มีคาเฉล่ีย 3.96 คาเฉล่ียดานผลิตภัณฑนี้มีความแตกตางกับวิจัยท่ีเก่ียวของ เร่ือง
การประดษิ ฐช ุดเครื่องประดบั จากเปลือกกุงขาว โดยรวมมีคาเฉลี่ย 4.23 (ณัฏศรา และจันทรธิ

49

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563

มาพร, 2561) และเรื่องการประดิษฐเครื่องประดับจากเศษผาหมอหอม มีคาเฉลี่ย 4.56 (ณัฐ
วดี และนธิ ิกร, 2561) ทั้งน้ีจะเหน็ ไดวากลุมตัวอยา งท้ัง 2 กลมุ มีความคิดเหน็ ทีต่ รงกนั ในเร่อื ง
ของความสวยงามของผลิตภัณฑ ของชุดเคร่ืองประดับสตรี อาจจะเน่ืองมาจากรูปแบบสีสัน
และเทคนิคที่สวยงาม ทําใหกลุมเปาหมายอาจจะมองวาชุดเครื่องประดับมีลวดลายที่แตกตา ง
แตยังคงมีความประณีตสวยงาม

4.2.2 ดานความเหมาะสมของวัสดุ พบวา กลุมชาติพันธุบาบาในจังหวัดภูเกต็ มี
ความพึงพอใจตอการออกแบบและสรางสรรคเคร่ืองประดับกลุมชาติพันธุบาบาจากกระปอง
อะลูมิเนียม โดยรวมดานความเหมาะสมของวัสดุอยูในระดับมากท่ีสุด มีคาเฉลี่ยที่ 4.25 เมื่อ
พิจารณาเปนรายขอแสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามสวนใหญมีความพึงพอใจดานวัสดุท่ี
นํามาใชมีความนาสนใจอยูในระดับมากที่สดุ มีคาเฉลี่ย 4.44 รองลงมาคือวสั ดทุ ี่ตกแตงมคี วาม
เหมาะสมอยูในระดับมากที่สุด มีคาเฉลี่ย 4.40 และวัสดุมีความทนทานตอการใชงานอยูใน
ระดับมาก มีคาเฉล่ีย 3.92 ซึ่งมากกวา กลุมสตรีวัยทํางานท่ีมีอายุระหวาง 15-59 ป ที่มีความ
พึงพอใจ ตอการออกแบบและสรางสรรค โดยรวมดา นความเหมาะสมของวัสดอุ ยูในระดับมาก
มีคาเฉล่ียที่ 4.11 เม่ือพิจารณาเปนรายขอแสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามสวนใหญมีความ
พึงพอใจดานวัสดุที่นํามาใชมีความนาสนใจอยูในระดับมากท่ีสุด มีคาเฉลี่ย 4.24 รองลงมาคือ
วัสดุท่ีตกแตง มีความเหมาะสมอยูในระดับมาก มีคาเฉล่ีย 4.16 และวัสดมุ ีความทนทานตอ การ
ใชงานอยูในระดับมาก มีคาเฉลี่ย 3.92 คาเฉล่ียดานความเหมาะสมของวัสดุน้ีมีความแตกตาง
กับวิจัยที่เก่ียวของ เรื่อง การประดิษฐชุดเครื่องประดับจากเปลือกกุงขาว โดยรวมมีคาเฉล่ีย
4.36 (ณัฏศรา และจันทรธิมาพร, 2561) และเร่ืองการประดิษฐเครื่องประดับจากเศษผาหมอ
หอม มีคาเฉลี่ย 4.54 (ณัฐวดี และนิธิกร, 2561) ท้ังนี้จะเห็นไดวากลุมตัวอยางทั้ง 2 กลุม มี
ความคิดเห็นที่ตรงกัน ในเร่ืองของความแปลกใหมของวัสดุ ของชุดเคร่ืองประดับสตรี อาจจะ
เน่ืองมาจากเคร่ืองประดับสวนใหญใชโลหะ เงิน หรืออื่นๆ มาใชเปนวัสดุหลักในการประดิษฐ
แตโครงงานพิเศษเรื่องการออกแบบและสรางสรรคเคร่ืองประดับกลุมชาติพันธุบาบาจาก
กระปอ งอะลูมเิ นยี ม เปนการใชกระปอ งอะลมู ิเนียมมาเปนวสั ดหุ ลักในการประดษิ ฐคร้งั น้ี ทาํ ให
กลุม เปา หมายอาจจะมองวาชดุ เครอ่ื งประดบั มคี วามแตกตา งแตย ังคงมคี วามประณีตสวยงาม

4.2.3 ดานประโยชนใชสอย พบวา กลุมชาติพันธุบาบาในจังหวัดภูเก็ต มีความ
พึงพอใจตอการออกแบบและสรางสรรคเคร่ืองประดับกลุมชาติพันธุบาบาจากกระปอง
อะลูมิเนียม โดยรวมดานประโยชนใชสอยอยูในระดับมากที่สุด มีคาเฉลี่ยท่ี 4.28 เม่ือพิจารณา
เปนรายขอแสดงใหเห็นวาผตู อบแบบสอบถามสวนใหญมีความพึงพอใจนําไปเปน ของขวัญของ
ท่ีระลึก อยูในระดับมากท่ีสุด มีคาเฉล่ีย 4.48 และการสวมใสในโอกาสตางๆ ในระดับมาก มี
คาเฉลี่ย 4.08 ซึ่งนอยกวากลุมสตรีวัยทํางานที่มีอายุระหวาง 15-59 ป ท่ีมีความพึงพอใจ ตอ
การออกแบบและสรางสรรคเ ครื่องประดบั กลุมชาติพันธุบาบา จากกระปอ งอะลูมเิ นียม โดยรวม
ดานประโยชนใชสอยอยูในระดับมากท่ีสุด มีคาเฉล่ียที่ 4.32 เม่ือพิจารณาเปนรายขอแสดงให
เห็นวาผูตอบแบบสอบถามสวนใหญดานการนําไปเปนของขวัญของท่ีระลึกและการสวมใสใน

50

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563

โอกาสตางๆ ที่เทากันในระดบั มากท่สี ดุ มีคาเฉล่ยี 4.32 คาเฉลยี่ ดานประโยชนใชสอยนมี้ ีความ
แตกตางกับวิจัยท่ีเก่ียวของ เร่ือง การประดิษฐชุดเคร่ืองประดับจากเปลือกกุงขาว โดยรวมมี
คา เฉล่ีย 4.53 (ณัฏศรา และจนั ทรธ มิ าพร, 2561) และเรอ่ื งการประดิษฐเ คร่ืองประดบั จากเศษ
ผาหมอหอม มีคาเฉล่ีย 4.15 (ณัฐวดี และนิธิกร, 2561) ทั้งนี้จะเห็นไดวากลุมตัวอยางทั้ง 2
กลุม มีความคิดเห็นที่ตรงกัน ในเร่ืองของการนําไปเปนของขวัญของท่ีระลึกของชุด
เครื่องประดับสตรี อาจจะเนื่องมาจากเครื่องประดับกลุมชาติพันธุบาบาสวนใหญมีความแวว
วาวของด้ินสีเงินและดิ้นสีชมพูซ่ึงนํามาใชเปนวัสดุหลักในการประดิษฐ เหมาะสําหรับให
กลมุ เปา หมายอาจมองวา มีความเหมาะสมทีจ่ ะนาํ ไปสวมใสในงานเลีย้ งสังสรรค

4.2.4 ดานราคา พบวา กลุมชาติพันธุบาบาในจังหวัดภูเก็ต มีความพึงพอใจตอ
การออกแบบและสรางสรรคเครื่องประดับโดยรวมดานราคาอยูในระดับปานกลาง มีคาเฉลย่ี ท่ี
3.29 เม่ือพิจารณาเปนรายขอแสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามสวนใหญมีความพึงพอใจ
4,000 บาท อยูในระดับมาก มีคาเฉลี่ย 4.12 รองลงมา 4,500 บาท อยูในระดับปานกลางมี
คาเฉลี่ย 3.04 และ 5,000 บาทอยูในระดับปานกลาง มีคาเฉล่ีย 2.72 ซึ่งนอยกวากลุมสตรีวัย
ทํางานที่มีอายุระหวาง 15 -59 ป ที่มีความพึงพอใจ ตอการออกแบบและสรางสรรค
เครื่องประดบั กลุมชาติพันธุบาบาจากกระปองอะลูมิเนียม โดยรวมดานราคาอยูในระดบั มาก มี
คา เฉล่ยี ท่ี 3.44 เมือ่ พจิ ารณาเปนรายขอแสดงใหเห็นวา ผตู อบแบบสอบถามสวนใหญม ีความพึง
พอใจ 4,000 บาท อยูในระดับมาก มีคาเฉล่ีย 3.92 รองลงมา 4,500 บาท อยูในระดับมาก มี
คาเฉล่ีย 3.48 และ 5,000 บาทอยูในระดับปานกลาง มีคาเฉลี่ย 2.92 คาเฉล่ียดานราคาน้ีมี
ความแตกตางกบั วจิ ยั ทเี่ กี่ยวของ เร่ือง การประดิษฐช ุดเคร่อื งประดบั จากเปลือกกุงขาว โดยรวม
มีคาเฉลี่ย 4.53 (ณัฏศรา และจันทรธิมาพร,2561) และ เรื่องการประดิษฐเคร่ืองประดับจาก
เศษผาหมอหอม มีคาเฉลี่ย 4.15 (ณัฐวดี และนิธิกร,2561) ท้ังน้ีจะเห็นไดวากลมุ ตวั อยางท้ัง 2
กลุม มคี วามคิดเหน็ ทต่ี รงกัน ในเรอ่ื งของราคาของชุดเคร่อื งประดับกลุม ชาติพันธุบาบา อาจจะ
เน่ืองมาจากเครือ่ งประดบั กลุม ชาตพิ ันธุบาบานั้นสามารถปรับเปลย่ี นรปู แบบได ซ่ึงมงกุฎ ตา งหู
และเข็มกลัดติดเส้ือ แตละช้ินสามารถถอดแยกชิ้นประกอบใหมได โดยมงกุฎสามารถสลับเปน
สรอยคอ เข็มกลัดสามารถถอดและเพ่ิมช้ินสวนเปนปนปกผม สวนตางหูสามารถถอดแยกชิ้นเปน
แหวนได ทําใหกลุมเปาหมายอาจมองเห็นวาราคา 2,500 บาท เหมาะสําหรบั เครื่องประดับกลมุ
ชาตพิ ันธบุ าบาจากกระปองอะลูมิเนยี ม

4.2.5 ดา นสถานท่ีจัดจําหนาย พบวา กลุม ชาตพิ ันธบุ าบา ในจงั หวัดภูเกต็ มคี วาม
พึงพอใจตอการออกแบบและสรางสรรคเครื่องประดับโดยรวมดานสถานที่จัดจําหนายอยูใน
ระดับมากที่สุด มีคาเฉล่ียท่ี 4.33 เม่ือพิจารณาเปนรายขอแสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถาม
สวนใหญม ีความพงึ พอใจดานตลาดออนไลน อยูในระดับมากที่สุด มคี าเฉลีย่ 4.48 รองลงมาคือ
รานขายเครื่องประดับ อยูในระดับมากที่สุด มีคาเฉลี่ย 4.32 และงานจัดแสดงสินคา อยูใน
ระดับมาก มีคาเฉลี่ย 4.20 ซึ่งนอยกวา กลุมสตรวี ัยทํางานท่ีมีอายุระหวาง 15 -59 ป ที่มีความ
พึงพอใจ ตอการออกแบบและสรางสรรคเคร่ืองประดับ โดยรวมดานสถานที่จัดจําหนายอยูใน

51

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563

ระดับมากที่สุด มีคาเฉล่ียท่ี 4.46 เมื่อพิจารณาเปนรายขอแสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถาม
สวนใหญม ีความพึงพอใจดานงานจัดแสดงสนิ คา อยูในระดับมากทสี่ ดุ มคี าเฉลยี่ 4.72 รองลงมา
คือตลาดออนไลน อยูในระดบั มากท่ีสดุ มีคาเฉล่ีย 4.44 และรานขายเคร่ืองประดับอยูในระดับ
มากท่ีสุด มีคาเฉลี่ย 4.24 คาเฉล่ียดานราคานี้มีความแตกตางกับวิจัยท่ีเก่ียวของ เร่ือง การ
ประดิษฐชุดเคร่ืองประดับจากเปลือกกุงขาว โดยรวมมีคาเฉล่ีย 4.22 (ณัฏศรา และจันทรธิมา
พร, 2561) และ เร่ืองการประดิษฐเคร่ืองประดับจากเศษผาหมอหอม มีคาเฉล่ีย 4.18 (ณัฐวดี
และนธิ ิกร, 2561) ท้งั น้ีจะเหน็ ไดวา กลมุ ตัวอยา งท้ัง 2 กลมุ มีความคิดเหน็ ที่ตรงกัน ในเรื่องของ
สถานที่จัดจําหนายที่รานขายเคร่ืองประดับ และตลาดออนไลนของชุดเคร่ืองประดับกลุมชาติ
พันธุบาบา ทัง้ นเี้ นื่องจากควรทจี่ ะขายในรา นขายเครื่องประดับและตลาดออนไลน

4.2.6 ดานการจดั จําหนาย พบวา กลมุ ชาตพิ นั ธุบาบาในจงั หวดั ภูเก็ต มีความพึง
พอใจตอการออกแบบและสรางสรรคเครื่องประดับ โดยรวมดานการจัดจําหนายอยูในระดับ
มาก มีคาเฉลี่ยท่ี 4.16 เมื่อพิจารณาเปนรายขอแสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามสวนใหญมี
ความพึงพอใจดานผลิตภัณฑสามารถตอยอดในเชิงหนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑ (OTOP) อยูใน
ระดับมากที่สุด มีคาเฉล่ีย 4.24 และผลิตภัณฑสามารถตอยอดในเชิงธุรกิจ SMEs อยูในระดับ
มาก มีคาเฉลี่ย 4.08 ซึ่งนอยกวา กลุมสตรีวัยทํางานท่ีมีอายุระหวาง 15 -59 ป ที่มีความพึง
พอใจตอการออกแบบและสรางสรรคเคร่ืองประดับ โดยรวมดานการจัดจําหนายอยูในระดับ
มาก มีคาเฉล่ียที่ 4.34 เมื่อพิจารณาเปนรายขอแสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามสวนใหญมี
ความพึงพอใจดานผลิตภัณฑสามารถตอ ยอดในเชงิ ธุรกิจ SMEs อยูใ นระดบั มากที่สุด มคี าเฉลยี่
4.48 และผลติ ภัณฑสามารถตอยอดในเชงิ หนึ่งตาํ บลหน่ึงผลติ ภณั ฑ (OTOP) อยใู นระดบั มาก มี
คาเฉลี่ย 4.20

5. กติ ตกิ รรมประกาศ
งานวิจัยฉบับนี้ สําเร็จลุลวงไปไดดวยดีโดยไดรับการอุปการคุณจากหลายฝาย ท้ัง

อาจารยที่ปรึกษา อาจารยประจําสาขาวิชาการบริหารธุรกิจคหกรรมศาสตร และผูเชี่ยวชาญ
ท้ัง 5 ทาน ท่ีไดประสิทธิประสาทความรู และใหคําปรึกษา ตลอดจนขอคิดเห็น อันกอใหเกิด
ประโยชนตอ การศกึ ษาคนควา และเปนแนวทางในการศกึ ษาจนสาํ เรจ็

6. เอกสารอา งองิ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม. 2562. ปริมาณขยะมูลฝอยทั่วประเทศ.

[ออนไลน] เขา ถงึ ไดจาก http://www.mnre.go.th/th/, 18 ธันวาคม 2562.
กลุมชาติพันธุในประเทศไทย [ออนไลน] เขาถึงไดจาก https://www.sac.or.th/databases

19 ธันวาคม 2562.

52

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563

ณัฎศรา หมัน่ เกตุ และจนั ทรธิมาพร นครสงู เนิน. 2561. การประดิษฐเครือ่ งประดับจากเปลือก
กงุ ขาว. ปรญิ ญาตรี สาขาวิชาการบริหารธุรกิจคหกรรมศาสตร. คณะเทคโนโลยี คหก
รรมศาสตร. มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร.

ณัฐวดี จันทรโกมล และนิธิกร แวนแกว. 2561. การประดิษฐเคร่ืองประดับจากเศษผาหมอ
หอม. ปรญิ ญาตรี สาขาวิชาการบริหารธุรกิจคหกรรมศาสตร. คณะเทคโนโลยี คหก
รรมศาสตร. มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร.

ปนัดดา ใหญมีศักด์ิ และดุลยถนัตถ เกิดไพโรจน. 2557. การศึกษาภาพ 2 มิติจากกระปอง
อะลูมิเนียมดวยเทคนิคการ มวน. ปริญญาตรี สาขาวิชาการบริหารธุรกิจคหกรรม
ศาสตร. คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร. มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร.

พัฒนศักด ทองทิพย. 2556. “พานพุมจากกระปองน้ําอัดลมดวยเทคนิคการดุนลาย”.
ปริญญาตรี สาขาวิชาการบริหารธุรกิจคหกรรมศาสตร. คณะเทคโนโลยีคหกรรม
ศาสตร. มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร.

ฤดี ภูมถิ าวร. 2553. วิวาหบาบาภเู กต็ . กรงุ เทพฯ : เวลิ ดอ อฟเซ็ท พรน๊ิ ตง้ิ .
มานพ แวงสุข. 2556. “เครื่องแขวนแบบไทยประยุกตจากกระปองน้ําอัดลมดว ยเทคนคิ การ

ดุนลาย”. ปริญญาตรี สาขาวิชาการบริหารธุรกิจคหกรรมศาสตร. คณะเทคโนโลยี
คหกรรมศาสตร. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร.
เมริษา จ๋ิวประดิษฐกุล, สุวิทย รัตนานันท และ Sridhar Ryalie. 2562. การสังเคราะหความ
แตกตางของวัสดุเพื่อสรางสรรคเครื่องประดับ. การประชุมนําเสนอผลงานวิจัย
บัณฑิตศกึ ษาระดับชาตคิ ร้ังท่ี 14 ป การศึกษา 2562. หนา 395 - 412.
วกิ รม กรุงแกว. 2558. รายงานการวิจัยเรื่องเทคนิค วธิ กี าร และแนวทางอนุรักษท รงผมชักอิ
โบย. คณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร มหาวทิ ยาลัยราชภัฏภเู กต็ .
วิกรม กรงุ แกว. 2560. พัสตราภรณยอนหยา. กรงุ เทพฯ : บริษัท โอ.เอส. พร้ินติ้ง เฮาส จํากัด.
สาวิตร พงศวัชร. 2556. รายงานการวิจัยเรื่อง การศึกษาความสัมพันธระหวางการสืบเนือ่ ง
และการเปลย่ี นแปลงของวัฒนธรรมการแตงกายชาวไทยเชื้อสายจนี ที่สง ผลสูง าน
สรางสรรคกรณีศึกษาพิธีวิวาหบาบา เพอรานากันจงั หวัดภเู กต็ . คณะมนษุ ยศาสตร
และสงั คมศาสตร มหาวิทยาลัยราชภฏั ภูเก็ต.
สํานักงานสภาพฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ. 2562. ปริมาณขยะมลู ฝอย. [ออนไลน]
เ ข า ถึ ง ไ ด จ า ก http://www.nesdc.go.th/main.php?filename=index, 18
ธันวาคม 2562.

53

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2563

ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร. กลุมชาติพันธุในประเทศไทย [ออนไลน] เขาถึงไดจาก
https://www.sac.or.th/databases 19 ธนั วาคม 2562.

อติชาติ สมบัติ. 2557. วัฒนธรรมการแตงกายชุดยาหยาและรองเทาปกสตรี อําเภอเมือง
จังหวัดภูเก็ต. วิทยานิพนธคหกรรมศาสตรมหาบัณฑิต คณะเทคโนโลยีคหกรรม
ศาสตร. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร .

อติยศ สวรรคบุรานุรักษ และศศณฏั ฐ สวรรคบุรานุรักษ.2561. เปอรานากัน : บาบา -ยาหยา
มรดกทางวัฒนธรรมสายเลือดลูกผสมมลายู-จีน. สาขามนุษยศาสตร สังคมศาสตร
และศลิ ปะ. มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร.

D.I.Y. โคมไฟต้ังโตะ ประดิษฐจากฝากระปองอะลูมิเนียม. [ออนไลน] เขาถึงไดจาก
www.banidea.com/, 18 ธนั วาคม 2562.

54

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563

การประดิษฐพานพมุ ปลอ ยกลิน่ จากรงั ไหม
The Invention of Cocoon Fragrance “Phan Poom” (Pedestal Tray)

อานนั ตยา ริอนิ ทร1*, อนิ ทริ า นะมาเส1 และ สกุ ญั ญา จันทกลุ 1
Anantaya Ri-in1, Aintira Namase1 and Sukanya Chantakul1

บทคดั ยอ
บทความน้ีมีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษากระบวนการประดิษฐพานพุมปลอยกล่ินจากรัง
ไหม และเพ่อื ศกึ ษาความพงึ พอใจของผบู ริโภคทีม่ ีตอการประดษิ ฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรงั ไหม
โดยผูวิจัยไดด ําเนินการศกึ ษา และรวบรวมขอมลู ท่ีเก่ียวขอ ง นําขอมูลที่ไดม าออกแบบภาพราง
SKETCH DESIGN การออกแบบพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม จํานวน 3 รูปแบบ ไดแก
SKETCH DESIGN–A SKETCH DESIGN-B และSKETCH DESIGN-C เพื่อใหผ ูเช่ียวชาญ 3 ทาน
พิจารณารูปแบบของพานพุม ท้ัง 3 แบบ จากพันธุไหม รูปแบบพาน สีธรรมชาติ และการ
ประดิษฐสวนประกอบของพาน ตามความคดิ เห็นของผเู ชีย่ วชาญ จากนน้ั นําพานพมุ ทปี่ ระดิษฐ
แลว สอบถามความพงึ พอใจของกลุมเปา หมาย จากบุคคลทั่วไป จํานวน 50 คน นําขอ มูลทไ่ี ดมา
วเิ คราะหโ ดยใช คาความถ่ี คารอยละ และคา เฉลี่ย โดยมผี ลการวิเคราะหพบวา
การออกแบบ และขั้นตอนการประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม ผลการศึกษา
พบวา ผูเช่ียวชาญสวนใหญเห็นวา พันธุไหมที่เหมาะสมในการประดิษฐพานพุมคือพันธุไหม
ลูกผสมเหลืองไพโรจน เนื่องจากรังไหมพันธุลูกผสมเหลืองไพโรจนมีรังขนาดใหญ และลอกงา ย
แยกสีแตละชั้นไดชัดเจน รูปแบบพานท่ีเหมาะสมในการประดษิ ฐค วรเปน SKETCH DESIGN –
A เนอ่ื งจากมอี งคประกอบทนี่ าสนใจดโู ปรงตามคี วามออนชอยจากตาขา ยคลมุ พานพมุ รังไหม
สีธรรมชาติ และสว นประกอบตางๆ ของพานพมุ ท่ีประดิษฐจากรงั ไหม
ความพึงพอใจของกลุมเปาหมายทม่ี ีตอ ผลติ ภณั ฑก ารประดิษฐพ านพุมปลอ ยกล่นิ จาก
รังไหม ดานผลิตภัณฑ พบวาผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในความเหมาะสมของการนํา
รังไหมเหลืองไพโรจนมาประดิษฐ มีคาเฉล่ีย 4.56 อยูในระดับมากท่ีสุด ดานคุณคาและการ
นําไปใช มีความพึงพอใจในดานการนําไปใชในงานพิธีตางๆ มีคาเฉลี่ย 4.58 อยูในระดับมาก
ทสี่ ุด ดา นราคา ผตู อบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในราคา 4,000 บาท มีคา เฉลี่ย 4.02 อยใู น
ระดับมากท่ีสุด และดานสถานท่ีจัดจาํ หนา ย มีความพึงพอใจในตลาดออนไลน มีคาเฉล่ีย 4.64
อยูในระดบั มากท่สี ดุ
คําสาํ คัญ : พานพุม ปลอยกลิน่ รังไหม

1 สาขาวิชาการบริหารธุรกจิ คหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
1 Home Economics Business Administration Program, Rajamangala University of Technology Phra Nakhon
*ผปู ระสานงานนิพนธ e-mail : [email protected], [email protected]

55

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563

ABSTRACT
This project aims to: 1) study the process of producing the Cocoon
fragrance "Phan Poom" (Pedestal tray) 2) study consumer satisfaction towards the
invention "Phan Poom". To conduct the research studies, all data relevant was
collected, which was used for sketching 3 designs for Cocoon fragrance "Phan
Poom".
These 3 sketch designs A, B and C were created for 3 experts to analyze
and determine silk worms, styles, natural colour, invention process and
composition. In addition, the study also examined the consumer satisfaction of
50 individuals towards "Phan Poom". All data was collected for final analysis using
frequency, percentage and average. The analysis results were as follow:
Most experts agreed that the best silkworm for Phan Poom was
Phannarote hybrid silkworm because this yellow silkworm was large and easy to
peel off. The most appropriate design should be the sketch design A as its
composition was interesting, the tray net was clear and the colour was the natural
one.
About customer satisfaction score, a high percentage 4.56 indicated their
satisfaction in Phannarote hybrid silkworm. For the benefits, the customers were
satisfied to use "Phan Poom" in ceremonies with the highest score 4.58. Pricing
cost, the customers were satisfied the most with 4000 bath as shown in table
4.02. And the channels of distribution, according to the survey, it showed a high
level 4.62 of satisfaction with Online Marketplaces.
Keywords : Fragrance Phan-Poom , Cocoons
1. บทนํา
ปจจุบันไหมนอกจากจะใชนํามาเปนวัสดุในการผลิตเครื่องนุงหมแลวยังใชเปนเคหะ
สิ่งทอ เครื่องสําอางความงาม การแพทย วัสดุทดแทนนุน สารเพ่ิมผลผลิตทางการเกษตร วัสดุ
ชีวภาพในอุตสาหกรรมตางๆ เชน สบูและเทียนไข ผงซักฟอก สารเคลือบเคร่ืองมืออุปกรณ
ฟลมไหม และประโยชนอืน่ ๆ เชน อาหารมนุษย อาหารสัตว และส่ิงประดษิ ฐจากรงั ไหม โดยรัง
ไหมที่ผารังดักแดออกแลว สามารถนํามาประดิษฐเปนดอกไมไดหลากชนิด เชน ดอกทิวลิป
ดอกบวั ดอกเฟอ งฟา ดอกทานตะวัน ดอกเยอบีรา ดอกกหุ ลาบ หรือ ประดษิ ฐเปนโคมไฟ ฉาก
ก้ันหอง รูปสัตวตางๆ เชน นก หนู ฯลฯ ใชประดับในอาคาร ในรถยนต นอกจากจะสวยงาม

56

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563

แลวยงั สะดุดตาแกผ พู บเหน็ ทวั่ ไปอกี ดวย (สาํ นกั งานหมอ นไหมเฉลมิ พระเกยี รติฯ เขต 1 จงั หวดั
แพร, 2556)

อยางไรก็ตามรังไหมแมจะมีคนนํามาใชในงานดานศิลปะประดิษฐ ประดิษฐเปน
ดอกไม โคมไฟ ฉากก้ันหอง และอื่นๆ อีกมากมาย แตเนื่องจากรังไหมซ่ึงมีสวน ประกอบดวย
โปรตีน 2 ชนิด ไดแก เซริซิน (Sericin) และไฟโบรอิน (Fibroin) เซริซิน คือ โปรตีนทําหนาท่ี
เปนกาวเชื่อมประสานยึดจับเสนใยไหม ใหรวมกันเปนรังไหม ละลายไดในนํ้ารอน มีลักษณะ
เหนียวคลายกาว ท่ีมีคุณสมบัติคือสามารถเคลอื บบนผิววัสดุตางๆ จะชวยเพิ่มคุณสมบัติหนาที่
ไดเปน อยางดี เชน การใชโ ปรตีนเซรซิ นิ ในการเตรียมสีท่ใี ชใ นงานศลิ ปะและใชเคลอื บบนผวิ งาน
ตางๆ ทําใหมีความทนทานตอสภาวะอากาศและไมแหงกรอบเมื่ออยูในสภาวะท่ีแหง กาวไหม
นอกจากจะมีคุณสมบัติเคลือบงานประดิษฐคลายเจลาตินแลวยังมีคุณสมบัติในการเกาะกล่ิน
หอมใหติดทนนานไดอ กี (สํานกั วจิ ยั และพฒั นาหมอ นไหม, 2556)

การศึกษาคุณสมบัติทางเคมีกายภาพของโปรตีนเซริซินท่ีอยูในรังไหม พบวา โปรตีน
เซริซินมีคุณสมบัติในการดูดซับนํ้า ดูดซับนํ้ามัน การเกิดเจล และรักษานํ้าไวไดดี (กนกพรและ
สินีนาฏ, 2556) กาวไหมหรือโปรตีนเซริซินมีคุณสมบัติคลายเจลาตินที่ใชเคลือบผาในงาน
ประดิษฐเปนตัวชวยเกาะกลิ่นหอมใหติดทนนาน ซ่ึงสอดคลองกับงานวิจัยของรุงฤทัย อภิรัติ
และนิอร (2560) ไดศึกษาการพัฒนาผลติ ภัณฑส ินคาที่ระลึกจากผาดว ยเทคโนโลยีตกแตงกล่ิน
สําหรับกลุมอาชีพสหกรณศิลปะประดิษฐ จังหวัดนนทบุรี ดวยการทําผาหอมตองนําผาไป
เคลือบเจลาตินใหคงรูปกอน ผาท่ีเคลือบเจลาตินจะชวยเกาะกล่ินใหผามีกล่ินหอมติดทนนาน
ผูวิจัยจึงเกิดแนวคิดที่จะนํารังไหมท่ีมีคุณสมบัติดังท่ีกลาวมาขางตน มาใชในงานการประดิษฐ
พานพุม

การประดิษฐพานพุมสดจะใชใบตองสด ดอกไมท่ีสวยงามมีกล่ินหอมใชเวลาทํานาน
เพื่อใหไดผลงานออกมาสวยงามเปนที่นาช่ืนชม แตการประดิษฐจากของสดอายกุ ารใชงานและ
เก็บรักษาไวส้ัน ในยุคปจจุบันจึงไดมีการนําวัสดุอยางอื่นมาประดิษฐพานพุมทดแทนใบตอง
ดอกไมสดเพื่อยืดอายุการใชงานไดนานขึ้น เชน กระดาษ ผา ตลอดจนมีการนํารังไหมมา
ประดิษฐพานพุมไดอ ยางสวยงาม ถึงแมจะมีคนใชผา หรอื วัสดแุ หงอยางอื่นมาประดิษฐพานพุม
แทนใบตองดอกไมสดไดอยางประณีตสวยงาม แตพานพุมท่ีประดิษฐขึ้นไมมีกล่ินหอมของ
ดอกไม ดวยสาเหตุนจี้ ึงมคี นคิดนาํ บุหงาแหง มาประดิษฐต กแตง พานพุมเพื่อใหพ านพุมเกิดกลิน่
หอม ดว ยการใชผ าโปรง ในการประดษิ ฐท ําใหพานพมุ มีกลิน่ หอมแตไ มติดทนนาน

การประดิษฐพานพุมจากดอกไมสดแมจะมีกลิน่ หอมใชเวลาในการประดษิ ฐ แตเวลา
ในการใชงานและการเก็บรักษาไวส นั้ จงึ มีการประดษิ ฐบหุ งาแหงและตกแตง กลน่ิ ดว ยเคร่ืองหอม
คอื “นาํ้ ปรงุ ” ในสมยั กอ นไมมีเทคโนโลยีท่ีทนั สมัยทาํ ใหผ า นมุ หอมเหมอื นทกุ วนั น้ี การจะทาํ ให
ผามีกลิ่นหอมไดน้ันตอ งใชวิธีการอบรํา่ กอนนํามาสวมใส โดยผาก็มีท้ังไดจากเสนใยพืชและจาก
เสน ใยสตั ว เชน ผา ไหม ผาฝาย ผา ไหมไดจากเสนใยสตั วที่เรยี กวา ตวั หมอ นหรอื หนอนไหม ท่ที าํ

57

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563

รังหุมตัวเองไวกอนกลายเปนดักแด และนํามาสาวเปนเสนไหมกอนทอเปนผืนผา (ศูนยหมอน
ไหมเฉลิมพระเกียรตฯิ เลย, 2556)

จากการศึกษาคุณสมบัติทางเคมีกายภาพของรังไหมพบวาคุณสมบัติของรังไหม
สามารถดูดความชื้น ดูดนํ้า ดูดนํ้ามันไดและคอยๆ ปลอยใหระเหยออกมาและเพ่ือเปนการ
พัฒนาผลิตภัณฑพานพุมใหเกิดความแปลกใหมใหมีขนาดท่ีเหมาะสมและรูปทรงที่สวยงาม
นา สนใจสามารถใชงานไดจ ริง ผวู จิ ยั จงึ มีแนวคิดทดลองนําเอารังไหมมาเปนสว นประดับตกแตง
พานพมุ และตกแตง กลิ่นหอม โดยใหร งั ไหมเปน ตวั ดูดกล่นิ น้าํ มันหอมระเหยที่อยูในพมุ ไปเก็บไว
ในเสนใยไหมแลว คอ ยๆ ปลอยกล่ินใหร ะเหยออกมา กล่ินหอมของน้ํามันหอมระเหยท่ีสกัดจาก
ดอกไมไทยมาแตงกลิ่นใหพานพุมมีกล่ินหอมแบบไทย เปนการสรางผลิตภัณฑใหมที่มีความ
คงทน ประณตี สวยงาม ใชเ พอื่ การสักการะ ใชใ นงานพิธีตา งๆ และมอบเปน ของทีร่ ะลกึ ชว ยให
ผอนคลายจากกล่ินหอมของดอกไมไทย และมีความประณีตสวยงาม ตลอดจนไดมีสวนรว มใน
การอนรุ ักษเผยแพรศลิ ปวฒั นธรรมไทยสคู นรุน หลังอยางภาคภูมิใจ

วัตถุประสงค
1) เพือ่ ศึกษากระบวนการผลิตพานพุมปลอยกลิ่นจากรงั ไหม
2) เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของผูบริโภคที่มีตอการประดิษฐพานพุมปลอยกล่ิน

จากรงั ไหม
2. ระเบยี บวธิ ีวจิ ยั

2.1 แนวคิดในการออกแบบการประดษิ ฐพานพมุ ปลอยกลิ่นจากรังไหม
การศึกษาคนควาขอ มูลท่ีเก่ยี วขอ งกับการประดิษฐพานพมุ ปลอยกล่นิ จากรงั ไหม

ผูวิจัยไดเลือกรูปทรงของพุมขาวบิณฑ โดยไดแนวคิดมาจากรูปทรงพุมขาวบิณฑท่ีเปน
เอกลักษณของสถาปตยกรรมของศิลปะสมัยสุโขทัยนํามาประดิษฐขึ้นดวยรังไหมพันธุเหลือง
ไพโรจนซ่ึงมสี เี หลืองจากธรรมชาติเหมาะแกการสกั การบูชา และสีเหลืองยังเปนสีท่ีไดรบั ความ
นิยมในปจจุบัน เชน ใชเปนของขวัญ ของที่ระลึก ใชในงานพิธีตางๆ ใชประดับตกแตงสถานที่
เพ่ือเพิ่มบรรยากาศ เปนตนภายในพุมบรรจุรังไหมเพื่อเปนตัวเกาะกลิ่นของน้ํามันหอมระเหย
ของดอกไมไทย เพ่ือเปน การทดแทนงานดอกไมสดและยดื ระยะเวลาการใชงานใหยาวขึ้น

2.2 การออกแบบพานพมุ SKETCH DESIGN จาํ นวน 3 รูปแบบ
การศึกษาคนควาขอมูลเก่ียวของกับการประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม

ผูศึกษาโครงงานพิเศษไดทําการออกแบบรูปแบบพานพุมปลอยกล่ินจากรังไหมจํานวน 3
รูปแบบ ไดแกรูปแบบที่ 1 (SKETCH DESIGN-A) รูปแบบท่ี 2 (SKETCH DESIGN-B แบบที่ 3
(SKETCH DESIGN-C) โดยใชพานขนาดเสนผา ศนู ยก ลาง 7 นิ้ว และพมุ ทรงขา วบณิ ฑเบอร 7

58

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563

2.3 การกาํ หนดผเู ชีย่ วชาญ สรา งแบบสอบถาม วิเคราะหข อมลู
2.3.1 กาํ หนดผเู ช่ยี วชาญ
การศึกษาโครงการพิเศษเร่อื งการประดษิ ฐพ านพมุ ปลอยกลิน่ จากรังไหม

ผูศึกษาไดกําหนดกลุมผูเชี่ยวชาญดานงานศิลปะประดิษฐ เพื่อขอความคิดเห็นจาก
แบบสอบถาม โดยมีผูเชีย่ วชาญท่มี คี วามชาํ นาญจากสถาบนั ศึกษา จํานวน 3 ทา น

2.3.2 สรปุ ความคิดเห็นและขอ เสนอแนะจากผเู ชีย่ วชาญ
1) พันธุรังไหมที่นํามาประดิษฐพานพุม ใชรังไหมพันธุลูกผสมเหลือง

ไพโรจน โดยผูเชี่ยวชาญทั้ง 3 ทาน เห็นวารังไหมพันธุลูกผสมเหลืองไพโรจนมีความเหมาะสม
ตอการนํามาประดิษฐพานพุมรังไหมพันธุพืน้ บาน เนื่องจากรังไหมพันธุลกู ผสมเหลืองไพโรจนม ี
ขนาดรงั ทใี่ หญจ งึ ทาํ ใหเกดิ พน้ื ทส่ี รางผลิตภณั ฑพานพุมไดดแี ละมีสที ี่สดสวยโดยไมตอ งยอมสี

2) การประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม ใชรูปแบบ SKETCH
DESIGN–A โดยผูเช่ียวชาญสวนใหญ เห็นวารูปแบบท่ีเหมาะสมในการประดิษฐพานพุมปลอย
กลิ่นจากรังไหมคือ SKETCH DESIGN–A โดยใหเหตุผลวา มีองคประกอบที่นาสนใจ ทําใหดู
โปรง ตา และดอู อ นชอ ย เปน รปู แบบทท่ี าํ ไดง าย และควรปรับยอดพมุ ใบแบบท่ี 1 เปน แบบท่ี 2
และหาวิธีการเติมกล่ินใหกับพานพุมไดอยางสะดวก งายกับผูใชงานท่ีไมมีความรูพ้ืนฐาน
เกีย่ วกับการประกอบพาน และเวลาเติมกลิ่นจะไมเลอะช้ินงานดา นนอกใหเ กิดความเสียหาย

3) การประดิษฐพานพุมปลอยกล่ินจากรังไหมโดยจะใชสีธรรมชาติท่ีได
จากรังไหม โดยผูเชี่ยวชาญทั้ง 3 ทาน คิดวาการใชสีธรรมชาติจากรังไหมมีความเหมาะสม
เน่ืองจากไมมสี ารเคมที ่เี ปน อนั ตรายตอสขุ ภาพเมือ่ สดู ดม

4) การนํารังไหมพันธุเหลืองไพโรจนมาประดิษฐพานพุมเปน
สวนประกอบตางๆ ของพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม โดยผูเชี่ยวชาญสวนใหญเ หน็ ดวยในการ
นํารงั ไหมมาประดิษฐเ ปน สว นประกอบตา งๆ ในพานพุม แตค วรมีการปรบั แกไ ข รปู ราง รูปทรง
ขนาดในบางสวนของสว นประกอบตางๆ ในพานพุม

ภาพท่ี 1 SKETCH DESIGN–A พานพมุ ปลอยกลิ่นจากรังไหม

59

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปที่ 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563

การประดิษฐพานพุมปลอยกลน่ิ จากรังไหม ประกอบดวยข้นั การประดษิ ฐ 6 ขั้นตอน
คือ การอบรํ่าใยไหม (การลอกใยไหม,ปรุงน้ําหอม,การอบร่ําใยไหม) การอบรํ่ารังไหม (บรรจใุ ย
ไหมในรังไหม,อบรํ่าใยไหม) การเตรียมรังไหม (ลอกรังไหมทีละช้ันแบงเปน 3 ช้ัน ชั้นนอก
เรียกวาไหมหลืบ ช้ันกลางเรียกวาไหมนอย และช้ันในเรียกวาไหมแลง แยกเปนชั้นเก็บไว
เตรียมนําไปใช) การประดิษฐสว นประกอบพานพุม (ดอกขา ดอกรักดอกพุด กลีบกระพุง อุบะ
ตุงต้ิง หมอนรองพุม เย็บแบบกลีบบัว พุม มาลัยตุม และมาลัยซีก) การอบรํ่าชิ้นสวนพานพุม
(นําชิ้นสวนพานพุมที่ประดิษฐเสร็จแลววางลงในกลองอบรํ่ากอนนําออกมาประกอบพานพุม)
และการประกอบพานพุม (ตัดโฟมใหเปนรูปทรงครึ่งวงกลมติดกระพุงใหรอบโฟมแลวรอยตา
ขายลายเกล็ดคลมุ หมอนกระพุง วางพุมลงบนหมอนรองพุมที่เตรียมไวบนพาน ตกแตงฐานพมุ
ดวยเย็บแบบกลบี บัวใหรอบพุมสองชัน้ และตกแตงสว นยอดพมุ ดวยมาลัยตุม มาลยั ซีก)

ภาพที่ 2 พานพมุ ปลอยกลน่ิ จากรงั ไหม
2.4 การเก็บรวบรวมขอ มลู

วิจัยเรื่อง การประดิษฐพานพุมปลอยกล่ินจากรังไหม ผูวิจัยไดกําหนด
กลุมเปาหมายกลุมบุคคลทั่วไป จํานวน 50 คน ในการสรางแบบสอบถามผูวิจัยไดจัดทํา
เคร่อื งมือสาํ รวจความพึงพอใจทมี่ ีตอ การประดิษฐพานพมุ ปลอ ยกลน่ิ จากรงั ไหม โดยแบง คาํ ถาม
ออกเปน 2 ตอน ดังนี้

60

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563

ตอนที่ 1 คําถามเกี่ยวกับขอมูลท่ัวไปของผูตอบแบบสอบถาม เปนขอคําถาม
แบบตรวจสอบรายการ (Check list) จํานวน 5 ขอ ไดแก เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ
รายได/ เดอื น

ตอนที่ 2 คําถามเกี่ยวกับความพึงพอใจท่ีมีตอการประดิษฐพานพุมปลอยกล่ิน
จากรังไหม เปนขอคําถามแบบมาตรประมาณคา (Rating scale) จํานวน 4 ขอ ไดแก ดาน
ผลติ ภัณฑ ดา นคุณคา และการนําไปใช ดา นราคา และดานสถานทีจ่ ดั จาํ หนาย

2.5 สถิติที่ใชในการวิเคราะหข อมูล
การศึกษาครั้งน้ีผูศึกษาไดใชสถิติในการวิเคราะหขอมูล โดยในสวนของขอมูล

ท่ัวไปของผูต อบแบบสอบถาม ใชสถิติวิเคราะหค าความถี่ คารอยละ แลวนํามาเสนอในรูปแบบ
ตารางประกอบความเรียง ในสว นของความพึงพอใจท่ีมตี อการประดิษฐพ านพมุ ปลอยกล่ินจาก
รังไหม ใชคาความถี่ คาเฉลี่ย นําเสนอในรูปแบบตารางประกอบความเรียง โดยใชสูตรคํานวณ
ของ พิมพพรรณ (2554) คารอยละใชในการเปรียบเทียบสัดสวนของชุดขอมูลโดยใชสูตรพมิ พ
พรรณ (2554)
3. ผลการวิจยั

วิจัยเร่ือง การประดิษฐพานพุมปลอยกล่ินจากรังไหม ผูวิจัยไดสํารวจความพึงพอใจ
จากกลมุ เปาหมาย บคุ คลทัว่ ไป จํานวน 50 คน นําผลการสาํ รวจมาวิเคราะหข อ มูล

ผศู กึ ษาโครงงานพิเศษไดว เิ คราะหข อมูลจากแบบสอบถามจาํ นวน 50 ชดุ โดยใชส ถิติ
คาความถี่ คารอยละ และคาเฉล่ยี โดยแบงขอ คาํ ถามออกเปน 2 ตอน

3.1 ตอนท่ี 1 ขอ มูลทั่วไปของผูต อบแบบสอบถาม
คําถามเก่ียวกับขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม มีลักษณะเปนขอคําถาม

แบบตรวจสอบถามรายการ (Check list) จํานวน 5 ขอ ประกอบดวย เพศ อายุ ระดับ
การศกึ ษา อาชพี รายได/เดือน โดยแสดงคาความถ่ี และคารอยละ ดังนี้

ผูตอบแบบสอบถามสวนใหญเปนเพศหญิง คิดเปนรอยละ 72 เพศชาย คิดเปน
รอยละ 28 สวนใหญอยูในชวงอายุ 20 -29 ป คิดเปนรอยละ 42 ชวงอายุ 50 -59 ป คิดเปน
รอ ยละ 22 ชว งอายุ 40 – 49 ป คดิ เปน รอ ยละ 14 ชวงอายุ 60 ปข น้ึ ไป คดิ เปนรอ ยละ 12 ชว ง
อายุ 30 – 39 ป คิดเปน รอยละ 6 และชวงอายุ ต่ํากวา 20 ป คิดเปน รอยละ 4 ระดบั การศกึ ษา
สวนใหญอยูในระดับปริญญาตรี คิดเปนรอยละ 68 ระดับการศึกษาต่ํากวาระดับมัธยมศึกษา
ตอนตน คิดเปนรอยละ 10 ระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. คิดเปนรอยละ 10
ระดับการศกึ ษาปริญญาโท คดิ เปนรอยละ 8 และระดับการศึกษา ปวส. คดิ เปน รอ ยละ 4 อาชีพ
สวนใหญประกอบอาชีพนักเรียน/นักศึกษา คิดเปนรอยละ 46 อื่นๆ คิดเปนรอยละ 28 อาชีพ
พนักงานบริษัทเอกชน/รัฐวิสาหกิจ คิดเปนรอยละ 10 อาชีพธุรกิจสวนตัว คิดเปนรอยละ 10

61

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563

และอาชีพรับราชการ/พนักงานของรัฐ คิดเปนรอยละ 6 รายได/เดือนสวนใหญมรี ายได/เดอื น
ตํ่ากวา 10,000 บาท คิดเปนรอยละ 44 รายได/เดือน 10,001 – 20,000 บาท คิดเปนรอยละ
38 รายได/เดือน 20,001 – 30,000 บาท คิดเปนรอยละ 10 รายได/เดอื น 50,000 บาทขึ้นไป
คดิ เปนรอยละ 4 รายได/เดือน 30,001 – 40,000 บาท คิดเปนรอ ยละ 2
รายได/เดือน 40,001 – 50,001 บาท คดิ เปนรอ ยละ 2

3.2 ตอนท่ี 2 ความพงึ พอใจท่ีมตี อ การประดษิ ฐพานพมุ ปลอ ยกล่ินจากรงั ไหม
คําถามเกี่ยวกับความพึงพอใจที่มีตอการประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรงั ไหม

เปนขอคําถามแบบมาตรประมาณคา (Rating scale) จํานวน 4 ขอ ไดแก ดานผลิตภัณฑ ดาน
คณุ คาและการนําไปใช ดา นราคา และดา นสถานท่จี ัดจําหนา ย

ตารางที่ 1 คาความถี่ คาเฉล่ีย และระดับความพึงพอใจที่มตี อการประดิษฐพานพมุ ปลอยกล่ิน

จากรังไหม ดานผลิตภณั ฑ n = 50

ดานผลิตภณั ฑ มาก มาก ปาน นอย นอ ย คา ระดบั
ท่สี ดุ กลาง ทีส่ ดุ เฉลี่ย ความพึง
พอใจ

ขนาด สดั สว น 21 27 2 - - 4.38 มากท่สี ดุ
ความสวยงาม 24 25 1 - - 4.46 มากทส่ี ดุ
ความประณีต 25 25 - - - 4.50 มากท่ีสดุ
ความเหมาะสมของการนํารังไหม 28 22 - - - 4.56 มากที่สุด
เหลืองไพโรจนมาประดิษฐ
ความเหมาะสมของการตกแตงกลน่ิ 26 20 4 - - 4.44 มากทสี่ ดุ
บนพานพุม
รวม 4.46 มากทส่ี ุด

จากตารางที่ 1 แสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจตอการ
ประดิษฐพานพุมปลอยกล่นิ จากรงั ไหม ดานผลิตภัณฑ โดยรวมอยูในระดบั มากท่ีสดุ ที่คาเฉล่ีย
4.46 เม่ือพิจารณาเปนรายขอพบวาผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจดานผลิตภัณฑ ดังนี้
อันดับท่ี 1 ความเหมาะสมของการนาํ รงั ไหมเหลืองไพโรจนม าประดษิ ฐ คาเฉล่ยี ที่ 4.56 อันดับ
ท่ี 2 ความประณีต คา เฉลย่ี ที่ 4.50 และ อันดบั ท่ี 3 ความสวยงาม คา เฉลยี่ ที่ 4.46 ตามลําดบั

62

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563

ตารางที่ 2 คาความถ่ี คา เฉล่ีย และระดบั ความพึงพอใจทม่ี ตี อ การประดษิ ฐพ านพมุ ปลอยกลนิ่

จากรงั ไหม ดา นคณุ คา และการนําไปใช n = 50

ดานคณุ คา และการนําไปใช มาก มาก ปาน นอ ย นอ ย คา ระดบั
ทสี่ ุด กลาง ท่สี ุด เฉล่ยี ความพึง
พอใจ

ใชเ ปนของขวัญ ของทร่ี ะลกึ 15 25 7 2 1 3.64 มาก
ใชใ นงานพิธีตา งๆ 30 19 1 - - 4.58 มากที่สุด
ใชป ระดบั สถานทีเ่ พ่ือเพม่ิ บรรยากาศ 22 24 3 - 1 4.32 มากที่สุด
รวม
4.18 มาก

จากตารางที่ 2 แสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจตอการ
ประดษิ ฐพ านพมุ ปลอยกลิ่นจากรงั ไหม ดานคณุ คา และการนาํ ไปใช โดยรวมอยูในระดบั มาก ที่
คาเฉลี่ย 4.18 เม่ือพิจารณาเปนรายขอพบวาผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจดานคุณคา
และการนําไปใช ดังน้ี อันดับที่ 1 ใชในงานพิธีตางๆ คาเฉล่ียท่ี 4.58 อันดับท่ี 2 ใชประดับ
สถานที่เพื่อเพิ่มบรรยากาศ คาเฉล่ียท่ี 4.32 และอันดับที่ 3 ใชเปนของขวัญ ของที่ระลึก
คาเฉลยี่ ที่ 3.64 ตามลําดับ

ตารางท่ี 3 คาความถ่ี คาเฉลี่ย และระดับความพึงพอใจที่มตี อการประดิษฐพานพมุ ปลอยกล่ิน

จากรงั ไหม ดา นราคา n = 50

ดา นราคา มาก มาก ปาน นอย นอย คา ระดบั
ท่ีสุด กลาง ที่สุด เฉลีย่ ความพึง
พอใจ

3,700 บาท รวม 13 20 13 1 3 3.78 มาก
4,000 บาท 16 24 7 1 2 4.02 มาก
4,200 บาท 7 23 13 5 2 3.56 มาก

3.78 มาก

จากตารางท่ี 3 แสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจตอการ
ประดิษฐพานพุมปลอ ยกลน่ิ จากรงั ไหม ดา นราคา โดยรวมอยูในระดบั มาก ทีค่ า เฉล่ีย 3.78 เม่อื
พิจารณาเปนรายขอพบวาผูตอบแบบสอบถามมีความพงึ พอใจดานราคา ดังน้ี อันดับที่ 1 ราคา

63

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปที่ 2 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563

4,000 บาท คาเฉล่ียที่ 4.02 อนั ดบั ที่ 2 ราคา 3,700 บาท คา เฉลยี่ ท่ี 3.78 และอนั ดบั ที่ 3 ราคา
4,200 บาท คา เฉลยี่ ที่ 3.56 ตามลาํ ดบั

ตารางที่ 4 คาความถี่ คาเฉล่ีย และระดับความพึงพอใจท่ีมีตอการประดิษฐพานพมุ ปลอยกล่นิ

จากรังไหม ดานสถานที่จัดจําหนา ย n = 50

ดานสถานที่จัดจาํ หนา ย มาก มาก ปาน นอย นอ ย คา ระดับ
ทส่ี ดุ กลาง ทีส่ ุด เฉลีย่ ความพงึ
พอใจ

รา นจําหนายของขวัญของท่ีระลกึ 17 21 6 4 2 3.94 มาก
รา นจาํ หนายผลติ ภณั ฑ OTOP 23 22 4 1 - 4.34 มากทส่ี ดุ
รานสังฆภณั ฑ 20 22 6 2 - 4.20 มาก
ตลาดออนไลน 22 16 1 - - 4.64 มากทส่ี ุด

รวม 4.28 มากท่ีสดุ

จากตารางที่ 4 แสดงใหเห็นวาผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจตอการ
ประดิษฐพานพุมปลอ ยกล่ินจากรังไหม ดา นสถานทีจ่ ัดจาํ หนา ย โดยรวมอยใู นระดบั มากทสี่ ดุ ท่ี
คา เฉลีย่ 4.28 เม่อื พจิ ารณาเปน รายขอพบวา ผูตอบแบบสอบถามมคี วามพงึ พอใจดานสถานทจ่ี ดั
จําหนาย ดังนี้ อันดับท่ี 1 ตลาดออนไลน คาเฉลี่ยที่ 4.64 อันดับที่ 2 รานจําหนายผลิตภัณฑ
OTOP คา เฉลยี่ ท่ี 4.34 และอนั ดบั ท่ี 3 รา นสังฆภณั ฑ คาเฉลีย่ ที่ 4.20 ตามลาํ ดับ

4. สรุปผลและอภปิ รายผล
วิจัยเรื่องการประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม ผูวิจัยสามารถอภิปรายผลตาม

วตั ถปุ ระสงคการวิจยั ไดดงั น้ี
4.1 สรปุ ผล
การออกแบบและขั้นตอนการประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหมการ

ประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม ภายในพุมบรรจุรังไหมดูดกลิ่นน้ําปรุง อบรํ่าดวยกล่ิน
หอมของนาํ้ มันหอมระเหยสกัดจากดอกไมไ ทย ชิ้นสว นประกอบตกแตงพานพมุ ประดษิ ฐจ ากรัง
ไหม ผลการศึกษาพบวา ผูเชี่ยวชาญท้ัง 3 ทาน เห็นวารูปแบบของพานพุมทั้ง 3 พาน มีขนาด
ของพุม และสัดสวนที่เหมาะสมสําหรับการนําไปประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม พันธุ
ไหมที่ใชเปนพันธุไหมลูกผสมเหลืองไพโรจน เน่ืองจากรังไหมพันธุลูกผสมเหลืองไพโรจนมีรัง
ขนาดใหญ และลอกงายแยกสีแตละชั้นไดชัดเจน ผูเชี่ยวชาญสวนใหญใหความเห็นวารูปแบบ
พานที่เหมาะสมในการประดิษฐควรเปน SKETCH DESIGN – A เน่ืองจากมีองคประกอบท่ี

64

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563

นาสนใจดูโปรงเบาออนชอยจากตาขาย รังไหมสีธรรมชาติมีความเหมาะสม เน่ืองจากไมมี
สารเคมีไมเปนอันตรายตอการสูดดม และสวนประกอบตางๆ ของพานพุมควรประดิษฐจากรัง
ไหม เนื่องจากรังไหมแตละช้ันแบงสีไดชัดเจนสามารถนําแตละช้ันมาประดิษฐสวนตางๆ ได
อยา งเหมาะสม

ความคิดเห็นของผูเช่ียวชาญผูวิจัยไดนําขอเสนอแนะมาปรับปรุงเพ่ิมเติมการ
ออกแบบพานพุมปลอยกล่ินจากรังไหม ในรูปแบบ SKETCH DESIGN ท้ัง 3 แบบดังนี้ ควรหา
วิธีการเตมิ กล่ินใหงาย และสะดวกตอ ผูใ ชที่ไมทค่ี วามรูดานน้ี หลีกเล่ียงการใหนา้ํ มันหอมสัมผัส
กบั ผิวชิ้นงานภายนอกโดยตรง และเปล่ียนทรงยอดพุมจากพุมเลก็ เปน มาลัยตมุ เพอ่ื ใหเกดิ ความ
สมดุลและสวยงาม และมีผลตอ ความพึงพอใจของกลุมเปาหมายท่ีมีตอผลิตภัณฑการประดษิ ฐ
พานพมุ ปลอ ยกลนิ่ จากรงั ไหม

การศึกษาความพึงพอใจท่ีมีตอการประดิษฐพานพุมปลอยกล่ินจากรังไหม ของ
กลุมเปาหมาย 50 คน ท่ีมีตอการประดิษฐพานพุมปลอ ยกล่ินจากรังไหม จํานวน 4 ดาน ไดแก
ดา นผลิตภัณฑ ดานคณุ คาและการนําไปใช ดา นราคา และดานสถานที่จดั จาํ หนา ย ดังนี้

ดา นผลิตภัณฑ กลมุ เปาหมาย 50 คน มีความพงึ พอใจตอ ผลติ ภณั ฑก ารประดษิ ฐ
พานพุมปลอยกล่ินจากรังไหม โดยรวมอยูในระดับมากท่ีสุด มีคาเฉลี่ย 4.43 เมื่อพิจารณาเปน
รายขอแสดงใหเห็นวา ผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในดานความเหมาะสมของการนาํ รัง
ไหมเหลืองไพโรจนม าประดษิ ฐมากที่สดุ ที่มีคาเฉล่ีย 4.56 อันดับท่ี 2 ความประณตี คาเฉลีย่ ท่ี
4.50 และอนั ดับที่ 3 ความสวยงาม คา เฉลย่ี ที่ 4.46 ตามลาํ ดับ

ดานคุณคา และการนาํ ไปใช กลุม เปาหมาย 50 คน มคี วามพงึ พอใจตอผลติ ภณั ฑ
การประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม โดยรวมอยูในระดับมากท่ีสุด มีคาเฉลี่ย 4.18 เมื่อ
พิจารณาเปนรายขอพบวาผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจดา นใชในงานพิธีตางๆ มากที่สุด
ท่ีคาเฉล่ียท่ี 4.58 อันดับที่ 2 ใชประดับสถานท่ีเพือ่ เพิ่มบรรยากาศ คาเฉล่ียท่ี 4.32 และอันดบั
ที่ 3 ใชเปน ของขวญั ของท่ีระลึก คาเฉลีย่ ท่ี 3.64 ตามลาํ ดบั

ดานราคา กลุมเปาหมาย 50 คน มคี วามพึงพอใจตอ ผลิตภัณฑการประดษิ ฐพ าน
พุมปลอ ยกลิน่ จากรงั ไหม โดยรวมอยูในระดับมากท่ีสดุ มีคาเฉลีย่ 3.78 เมือ่ พิจารณาเปนรายขอ
พบวาผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในราคา 4,000 บาทมากที่สุด ที่คาเฉลี่ยท่ี 4.02
อันดับที่ 2 ราคา 3,700 บาท คาเฉลี่ยท่ี 3.78 และอันดับท่ี 3 ราคา 4,200 บาท คาเฉล่ียท่ี
3.56 ตามลาํ ดับ

ดานสถานที่จัดจําหนาย กลุมเปาหมาย 50 คน มีความพึงพอใจตอผลิตภัณฑ
การประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม โดยรวมอยูในระดับมากท่ีสุด มีคาเฉล่ีย 4.28 เมื่อ
พิจารณาเปนรายขอพบวาผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจรานตลาดออนไลนมากที่สุด ท่ี
คา เฉลยี่ ที่ 4.64 อันดับที่ 2 รา นจาํ หนายผลติ ภณั ฑ OTOP คาเฉลย่ี ที่ 4.34 และอนั ดบั ที่ 3 ราน
สงั ฆภัณฑ คา เฉลยี่ ท่ี 4.20 ตามลําดบั

65

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563

4.2 อภิปรายผล
4.2.1 เพื่อศกึ ษากระบวนการประดิษฐพานพมุ ปลอยกล่นิ จากรังไหม
ผศู ึกษาโครงงานพิเศษไดศ ึกษาคน ควาขอ มูล และงานวจิ ยั ท่ีเก่ียวของเพ่อื

เปนแนวทางในการประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม จํานวน 3 รูปแบบ เสนอตอ
ผเู ชีย่ วชาญ 3 ทาน เพื่อรับฟง ความคิดเห็นและขอ เสนอแนะในการประดิษฐพานพมุ ปลอ ยกลิ่น
จากรังไหม พบวาผูเชี่ยวชาญท้ัง 3 ทาน สวนใหญใหเหตุผลวา การนํารังไหมพันธุลูกผสม
(เหลืองไพโรจน) มาประดิษฐพานพุมมีความเหมาะสมกวา รังไหมพันธุพื้นบาน เน่ืองจากรังไหม
พนั ธลุ กู ผสมเหลอื งไพโรจนม ีขนาดรังท่ีใหญจงึ ทําใหเกิดพนื้ ทีส่ รา งผลิตภัณฑพ านพมุ ไดดแี ละมีสี
ท่ีสดสวยโดยไมตองยอมสี รูปแบบพานพุมปลอยกล่ินจากรังไหมผูเช่ียวชาญสวนใหญ เลือก
รูปแบบที่ 1 โดยใหเ หตุผลวา มีองคประกอบทีน่ าสนใจ ทาํ ใหด ูโปรงและดอู อนชอ ย สามารถทํา
ไดไมยาก ควรปรับยอดพุมใบแบบที่ 1 เปนแบบท่ี 2 และหาวิธีการเติมกล่ินใหกับพานพุมได
อยางสะดวก สามารถทําไดงายกับผูใชงานทั่วไปทไ่ี มมคี วามรูพื้นฐานเก่ยี วกับการประกอบพาน
และเวลาเตมิ กลิ่นจะไมเ ลอะช้นิ งานดา นนอกใหเ กดิ ความเสยี หาย สีทีใ่ ชในการประดษิ ฐพ านพุม
ปลอยกลิ่นจากรงั ไหม ใชสีจากธรรมชาติจากรังไหม ผูเชี่ยวชาญใชเหตผุ ลวา การใชสีธรรมชาติ
จากรังไหมมีความเหมาะสม เนื่องจากตรงกลุมเปาหมายท่ีตองการความเปนธรรมชาติ การนํา
รงั ไหมมาประดษิ ฐพานพุมเปนสว นประกอบตางๆ ผเู ชย่ี วชาญสว นใหญเ หน็ ดวยในการนํารังไหม
มาประดิษฐเ ปนสว นประกอบตา งๆ ในพานพมุ แตควรมีการปรับแกไ ข รปู ราง รปู ทรง ขนาดใน
บางสว นของสว นประกอบตา งๆ ในพานพุม

4.2.2 เพ่ือศึกษาความพึงของกลุมเปาหมายท่ีมตี อ พานพมุ ปลอยกลิ่นจากรังไหม
ผูวจิ ยั ไดว ิเคราะหความพึงพอใจของกลมุ เปาหมายที่มตี อ การผลติ พานพมุ ปลอยกล่นิ จากรังไหม
จํานวน 4 ดาน ไดแก ดานผลิตภัณฑ ดานคุณคา และการนําไปใช ดานราคา และดานสถานท่ี
จดั จําหนา ย สามารถอภปิ รายผลไดด ังน้ี

4.2.2.1 ดานผลิตภัณฑ พบวาผูตอบแบบสอบถามสวนใหญพึงพอใจใน
ความเหมาะสมของการนํารังไหมเหลืองไพโรจนมาประดิษฐ อยูในระดับมากที่สุด ท่ีคาเฉลี่ย
4.56 ตัวเลขนี้มีความคลายคลงึ กับวิจัยท่ีเกี่ยวของ เรื่อง การเตรียมเซริซิน และไฟโบอินจากรงั
ไหมบาน และรังไหมปา ทสี่ ามารถสกดั ผงไหมเซรซิ ินไดร อยละ คา เฉลี่ย 8.54 และ 5.98 และผง
ไหมไฟโบอินไดรอยละ 73.85 และ 80.05 ในลําดับมาก (พุธิตา, 2549) ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก
รังไหมพนั ธเุ หลืองไพโรจน มีเซริซินซึง่ มคี ุณสมบัติชวยในการเกบ็ กล่นิ และคอยๆ ปลอยกล่นิ น้นั
ออกมา เปนสีทีไ่ ดจ ากธรรมชาติที่มคี วามสวยงาม จงึ ทาํ ใหพ ามพุม มีความโดดเดนสวยงาม และ
มีความเปนเอกลกั ษณไ ทย จึงสงผลใหผ ูตอบแบบสอบถามพึงพอใจในการนํารังไหมพันธุเหลอื ง
ไพโรจนมาประดษิ ฐ

4.2.2.2 ดานคณุ คา และการนําไปใช พบวา ผูตอบแบบสอบถามสว นใหญ
พึงพอใจในการใชในงานพิธีตางๆ อยูในระดับมากที่สุด ท่ีคาเฉล่ีย 4.58 ตัวเลขน้ีมีความ
คลายคลงึ กับวิจยั ท่ีเกี่ยวของ เร่ือง ศึกษาการพัฒนาผลติ ภณั ฑข องท่ีระลึกจากหินเพอรไ ลตด วย

66

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563

การตกแตงกล่ิน ท่ีคาเฉลี่ย 4.15 อยูในระดับมาก (กิตติ และคณะ, 2561) ท้ังนี้อาจเน่ืองจาก
พานพุมจากรังไหมมีความสวยงามและยังมีกลิ่นที่ชวยในการผอนคลาย จึงสามารถนําไปใชใน
งานพธิ ีตา งๆ ไดเ ชน งานแตง งานบวช หรอื การตกแตง สถานท่ี เปนตน

4.2.2.3 ดานราคา พบวา ผูตอบแบบสอบถามสว นใหญพึงพอใจในราคา
4,000 บาท ในระดับมาก ที่คาเฉลี่ย 4.02 ทั้งนี้เนื่องจากการประดิษฐพานพุมจากรังไหมเปน
งานฝม ือ ที่มคี วามประณีต และจะตอ งใชเ วลาในการประดิษฐน าน จงึ ทาํ ใหผตู อบแบบสอบถาม
เหน็ วาราคา 4,000 บาท เปนราคาทเี่ หมาะสมกบั การขาย

4.2.2.4 ดานสถานท่ีจัดจาํ หนา ย พบวา ผูตอบแบบสอบถามสว นใหญพึง
พอใจในตลาดออนไลน อยูในระดบั มากท่สี ดุ ทคี่ าเฉลยี่ 4.64 ท้งั นอ้ี าจเน่อื งจาก ตลาดออนไลน
ทีค่ นในสังคมออนไลนส ามารถเขาถึงงา ย เปนทนี่ ิยมเพราะมคี วามสะดวกในการซื้อและขาย ซงึ่
ผูซ้ือยังสามารถมองเห็นสินคาไดงาย และผูขายยังสามารถลดตนทุนในการมีหนารา น จึงทําให
ผูตอบแบบสอบถามนึกถงึ ตลาดออนไลนเปน สถานทจ่ี าํ หนา ยเปน อันดบั แรก
5. กิตติกรรมประกาศ

การประดิษฐพานพุมปลอยกลิ่นจากรังไหม ไดรับทุนสนับสนุนงบประมาณรายจาย
จากโครงการสงเสรมิ สงิ่ ประดิษฐและนวตั กรรมเพื่อคนรนุ ใหม ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. 2563
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

การศึกษาวิจัยน้ีสําเร็จลุลว งไปดวยดี โดยไดรับการอุปการคุณจากบุคคลหลายๆ ฝาย
ดังน้ี ขอกราบขอบพระคุณทานอาจารยสุกัญญา จันทกุล อาจารยท่ีปรึกษาท่ีใหความกรุณา
ชวยเหลือ ใหคําปรึกษาในเรื่องวิธีการทํางาน คอยตรวจทาน แนะนําวิธีแกไขขอบกพรองตางๆ
และติดตามงานใหสําเร็จลุลวงไปไดดวยดีดวยความเอาใจใสอยางดียิ่ง และ ขอกราบ
ขอบพระคุณทานประธานกรรมการ คณะกรรมการสอบ ผูเชี่ยวชาญทั้ง 3 ทาน บิดา มารดา
นอกจากนี้ยังมีผูใหความรวมมือชวยเหลืออีกหลายทาน ซ่ึงไมสามารถกลาวนามในท่ีน้ีไดหมด
จงึ ขอขอบคุณทุกทา นเหลาน้นั ไว ณ โอกาสนีด้ ว ย

คุณคาและประโยชนท้ังหลายที่ไดรับจากการศึกษาวิจัยนี้ ขอมอบเปนกตัญูกตเวที
แดบิดา มารดา และบูรพาจารยที่เคยอบรมสั่งสอน รวมทั้งผูมีพระคุณทุกทาน ขอกราบ
ขอบพระคุณทุกทานดว ยความเคารพย่ิง
6. เอกสารอางองิ
กรมหมอ นไหม. 2558. พนั ธไุ หมอนรุ ักษ. โรงพมิ พชุมนุมสหกรณ, กรงุ เทพฯ.
ชูศักดิ์ จรูญ ส วัสดิ์. 2545. ระบ บ เศรษฐกิจ และพัฒนาการเศรษฐกิจไทย. ศูนยหนังสือ

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร : กรุงเทพฯ.
พมิ พพ รรณ ทรัพยย ่งิ . 2544. สถิตทิ ใ่ี ชใ นการวจิ ัย. โอเดียนสโตร, กรงุ เทพฯ.

67

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563

ราชบัณฑิตยสถาน. 2556. “พานพุม สุคนธบําบัด” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน.
831,843,672,124,2127

รุงฤทัย รําพึงจิต, อภิรัติ โสฬศ และ นิอร ดาวเจริญพร. 2560. “การพัฒนาผลิตภัณฑ
สินคาท่ีระลึกจากผาดวยเทคโนโลยีตกแตงกลิ่นสําหรับกลุมอาชีพสหกรณศิลปะ
ประดิษฐ จังหวัดนนทบุรี.” คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร. มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร.

ศูนยหมอนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เลย. 2556. การเล้ียงไหม. [ออนไลน] เขาถึงไดจาก:
https://www.qsds.go.th/, 24 ตุลาคม 2562.

สํานักงานหมอนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต 1 จังหวัดแพร. 2556. ผลิตภัณฑจากไหม.
[ออนไลน] เขา ถึงไดจ าก: https://www.qsds.go.th/, 24 ตลุ าคม 2562.

68

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563

การประดษิ ฐพานพุมจากใบบัว
Invention of Flower Tray Made from Lotus Leaves

ดรณุ ี โอวจริยาพทิ กั ษ1*, จารทุ ัศน ศิลาสุวรรณ1 และปญ ญา ทักทว ง1
Darunee Owajariyapitak1*, Jarutat Silasuwan1 and Panya Taktuang1

บทคดั ยอ
การวิจัยเรื่อง การประดิษฐพานพุมจากใบบัว มีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษากระบวนการ
ประดิษฐพานพุมจากใบบัว และความพึงพอใจของกลุมเปาหมายท่ีมีตอการประดิษฐพานพุม
จากใบบัว โดยศึกษาขอมลู ท่ีเกี่ยวขอ งกับการประดิษฐพานพุมจากใบบัว ออกแบบรางความคิด
พานพุมจากใบบัวจํานวน 1 รูปแบบ และออกแบบรางความคิด ลวดลายตวั พมุ มาลัยตมุ ตกแตง
ยอดพุม มาลัยตกแตงพานพุม และอุบะตกแตงพานพุม ชนิดละ 3 รูปแบบ เพ่ือใหผูเชี่ยวชาญ
จํานวน 5 ทา น พิจารณาเลือกรูปแบบทเี่ หมาะสม จากน้นั นาํ รูปแบบที่ผเู ช่ยี วชาญเห็นชอบมาก
ทส่ี ดุ มาประดษิ ฐเ ปน พานพุมจากใบบัว นาํ ผลิตภัณฑไปสํารวจความพึงพอใจของกลมุ เปาหมาย
จํานวน 50 คน นําขอมูลท่ีไดมาวิเคราะหโดยใชคาความถี่ คารอยละ และคาเฉล่ีย ผลการวิจยั
พบวา
1. ผูเชี่ยวชาญสวนใหญเลือกพุมลายตาประชุม ลายคดกริชและลายสี่เหลี่ยมขนม
เปยกปูน โดยใหเ หตผุ ลวา เปนลวดลายทีม่ ีการสบั หวา งของกลบี แตล ะช้นั ไดช ัดเจนสวยงาม และ
ลวดลายเหมาะสมกบั สัดสว นรปู ทรงของชิ้นงาน เลอื กมาลยั ตมุ แบบมีลายตกแตง ยอดพุม โดย
ใหเหตุผลวาเปนมาลัยตมุ ที่มีรปู ทรงสวยงามและมีความละเอียดประณีต เลือกมาลัยแบนลาย
ขนมเปยกปูนสอดไส โดยใหเหตผุ ลวามาลยั มีลวดลายขนาดเล็ก มีพื้นท่ีของกลีบดอกมากทาํ ให
มาลยั ไมโ ดดเดน แขง กับลวดลายพุม และเลือกอุบะพตู กแตงพานพุม โดยใหเ หตผุ ลวา เปน อุบะที่
ดูมีมติ ิ สวยงาม
2. ความพึงพอใจของกลมุ เปาหมายท่มี ตี อ การประดษิ ฐพานพุมจากใบบัว พบวา ดา น
การยอมสีใบบัวใหเสมอื นสธี รรมชาติ กลุมเปาหมายพึงพอใจในสกี ลีบดอกเฟองฟาบานเยน็ อยู
ในระดับมากที่สุดท่ีคาเฉล่ีย 4.80 ดานยอดพุม พึงพอใจในลวดลาย อยูในระดับมากท่ีสุด ที่
คา เฉลย่ี 4.40 ดา นตวั พมุ พงึ พอใจในลวดลายและรปู ทรง อยใู นระดับมากทสี่ ดุ ท่คี า เฉลีย่ 4.80
ดา นสวนตกแตง พึงพอใจในมาลยั แบนลายขนมเปย กปนู สอดไส อยูในระดับมากทสี่ ุด ที่คา เฉลยี่
4.72 ดา นผลติ ภัณฑ พึงพอใจในความประณตี อยใู นระดบั มากที่สุด ทค่ี า เฉล่ีย 4.78
คาํ สําคัญ : พานพุม , ใบบวั

1 สาขาวิชาการบรหิ ารธรุ กิจคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
1 Home Economics Business Administration Program, Rajamangala University of Technology Phra Nakhon
* ผปู ระสานงานนพิ นธ E-mail: [email protected]

69

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563

ABSTRACT

The research of Invention of Flower Tray Made from Lotus Leaves aims
to study the processes of the invention of flower tray made from lotus leaves
and to study the satisfaction of the target group toward this flower tray made
from lotus leaves. To review the relevant information on the invention of flower
tray made from lotus leaves are designed the idea for one form and three
different types of the idea of the pattern of the bush, small garland, decoration
of the tip of the bush, the garland that decorates the flower tray, and bouquet.
The five-expert will be the persons who consider the appropriate pattern and
then uses the pattern that every expert agrees with to invent the flower tray
made from lotus leaves. The product will be surveyed the satisfaction of the
target group, including fifty persons. Data analysis is frequency, percentage, and
mean.

1. Most experts choose a bush pattern, Ta Prachom pattern, Kod Grit
pattern, and rhombus pattern. They give the reasons that the pattern which has
clearly and beautifully zigzag of leaves in every layer and has the proper shape
for flower tray. They choose small garland with pattern by providing the reasons
that it has a gorgeous shape and neat. They choose flat garland with a filled
rhombus pattern by providing the reasons that the garland has a small pattern,
and the area for petals are not much outstanding against the bush pattern.
Moreover, they choose a bouquet to decorate the flower tray because it has
beautiful dimensions.

2. The satisfaction of the target group toward the invention of the flower
tray made from lotus leaves found that for the part of dye, the color to make
the lotus leaves more natural, the target group satisfies on fuchsia flower petals
color with the mean of the most satisfaction level at 4.80. The mean for the most
satisfaction level on the tip of the bush pattern is at 4.40. The mean for the most
satisfaction level on the body of the flower tray in terms of pattern and shape is
at 4.80. The mean for the most satisfaction level on the decoration with the flat
garland with a filled rhombus pattern is at 4.72. The mean for the most
satisfaction on the product in terms of neatness is at 4.78.
Keywords : Flower tray, Lotus leaves

70

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563

1. บทนํา
บวั เปนพืชทรงคณุ คา และมคี วามสาํ คญั ตอเศรษฐกิจประเทศไทย รายไดข องเกษตรกร

ไทยตอ การปลกู บวั 1 ไร เฉล่ยี อยทู ี่ประมาณ 50,000 - 60,000 บาทตอเดอื น เมอ่ื หักตนทนุ จะ
มีรายไดเฉลี่ยเดือนละประมาณ 25,000 บาทตอไร การเก็บบัวสามารถทําไดปละหลายครั้ง
ดังนั้นการทํานาบัวจึงเปนที่นิยมอยางมาก (ภูรินทร, 2555) ทั้งนี้นอกจากขายตนบัว ขาย
ดอกบัวแลว ยังมีการใชประโยชนจากสวนตางๆ อยางคุมคา โดยนํามาแปรรูปเปนผลิตภัณฑ
ตางๆ ไดแ ก อาหารหรือเคร่ืองดื่ม เชน น้ํารากบัว เม่ยี งดอกบวั นา้ํ เกสรดอกบวั ชาดอกบวั เปน
ตน ในสว นของใบบวั จัดเปน สว นที่เหลอื ท้ิง ทําใหเกิดปญหาขยะจากการทํานาบัว (สุภา, 2558)
ลกั ษณะโดยทวั่ ไปของใบของบัวหลวงจะมสี เี ขียวอมเทา ใบคอนขางกลมคลายจาน ขอบใบหยัก
ผิวใบดานบนมีขนออนๆ เล็กนอย เปนนวลเหมือนนวลใบตองเคลือบอยูดานบนของใบ ทําให
เม่ือโดนนํ้าจะไมเ ปย กนาํ้ เมอื่ ใบยงั ออ นหรอื เปน ตน ออนใบจะลอยปริม่ นาํ้ สว นใบแกจ ะชูพน นํา้
ใบมีขนาดใหญ (วีรประวัติและภวพล, 2561) ปจจุบันไดนําใบบัวมาเพ่ิมมูลคาในดานตางๆ
สามารถนํามาพัฒนาใหเกิดประโยชน เพ่ือลดปญหาขยะจากการทํานาบัว ดวยการนําใบบัวมา
อัดแหงทดแทนกระดาษ นําไปใชในงานประดิษฐผลิตเปนผลิตภัณฑตางๆ เชน กระเปาจากใบ
บัว สมุดจากใบบัว หรือภาชนะที่หอหุมดวยใบบัวเปนตน นอกจากนั้นไดนํามาพัฒนาเปน
ผลติ ภณั ฑท ่สี ง เสริมและอนรุ กั ษค วามเปนไทย เชน กระทงจากใบบวั เปนตน

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ไดใหความหมายของพานและพุมไว
วา พาน คือ ภาชนะชนิดหนึ่งใชสําหรับใสหรือรองรับส่ิงตางๆ เชน ดอกไมธูปเทียน หมากพลู
โดยแบงออกเปน 2 ลักษณะ คือ พานกนตื้นและพานกนลึก พุม คือ การเรยี กลกั ษณะรูปทรงท่ี
คลายดอกบัวตูม แตไมปอมมาก สวนปลายเรียวแหลมและสูง พานพุมดอกไมสดเปนงาน
ประณีตศิลปอีกประเภทหน่ึง ท่ีประดิษฐสืบเนื่องควบคูกับการจัดดอกไมประเภทมาลัย เคร่ือง
แขวน ซ่ึงเปนงานประดิษฐท่ีใชในงานพระราชพิธีมาตั้งแตโบราณ (รัตนลักษณ, 2547) ซ่ึงใน
ปจจุบันไดมีการนําวัสดุตางๆ นอกจาก ใบไม ดอกไมสด มาประดิษฐเพื่อยืดอายุการใชงาน ไม
วาจะเปนผา ริบบ้ิน รวมไปถึงวัสดุจากธรรมชาติ เชน เปลือกขาวโพด ใบยางพารา ก็ลวนแต
สรา งมลู คา ใหกบั ตวั ผลิตภัณฑ

จากการศึกษาขอ มลู ทีก่ ลา วมาขางตน ผวู จิ ยั จงึ มแี นวคิดที่จะนําใบบัวท่เี หลือท้งิ ท่ีมีอยู
จํานวนมากมาใชใหเกิดประโยชน ดวยการนําใบบัวมาผา นกระบวนการผลิตเปนกระดาษใบบวั
อัดแหง และนํามาใชในการประดิษฐพานพุมจากใบบัวทดแทนใบตอง ดอกไมสดเพ่ือชวยลด
ปริมาณขยะจากการทํานาบัว และเปนการสงเสริม เผยแพรศิลปวัฒนธรรม อีกท้ังยังเปนการ
เพิ่มมูลคาใหกับใบบัว และสามารถนํามาตอ ยอดเปนผลิตภณั ฑอ ่ืนๆ ตอ ไป

วตั ถุประสงค
1) เพื่อศึกษากระบวนการประดิษฐพานพุมจากใบบัว
2) ศึกษาความพงึ พอใจของกลมุ เปา หมายทม่ี ีตอการประดษิ ฐพานพุมจากใบบัว

71

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563

ขอบเขตการศกึ ษา
1. ขอบเขตดา นประชากร ผูวิจัย เรื่อง การประดษิ ฐพานพุมจากใบบวั ไดกําหนด

กลุมเปา หมายคือ บุคคลทว่ั ไป จํานวน 50 คน
2. ขอบเขตดานเนอ้ื หา
2.1 ขอมูลเกี่ยวกับใบบวั อดั แหง
2.2 ขอ มูลเกีย่ วกบั การฟอกขาววัสดุธรรมชาติ
2.3 ขอมูลที่เก่ียวกบั พานพุม
2.4 เอกสารและงานวจิ ัยที่เกีย่ วขอ ง

2. ระเบียบวธิ ีวิจัย
2.1 ออกแบบพานพมุ จากใบบัวอดั แหงและผลิตใบบวั อดั แหง ยอมสี
การวิจยั เรอ่ื ง การประดิษฐพานพุมจากใบบัว ผูวิจยั ไดออกแบบรางความคิดเพื่อ

ใชใ นการประดิษฐพ านพมุ จากใบบวั จํานวน 1 รปู แบบ ดังนี้

ภาพที่ 1 แบบรางพานพมุ จากใบบัว
พานพุมจากใบบัว คือพานพุมขนาดความสูง 33.5 นิ้ว ความกวาง 12 น้ิว
ประกอบดวยตัวพุมทรงดอกบัวตูม ยอดพุมมาลัยตุม ฐานรองพุมกระทงทรง 6 เหลี่ยม กระทง
ทรงกลม และสวนตกแตงของพานพุมไดแ ก มาลัย แบบกลบี บัว ทัดหปู ระจาํ ยาม อุบะ และ

72

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563

เฟองสาย โดยในการประดิษฐพานพุมน้ีจะใชใบบัวอัดแหงยอมสีเปนวัสดุทดแทนใบตอง และ
ดอกไมส ด โดยผูวจิ ัยไดกําหนดสขี องพานพมุ คอื สเี ขียวใบตองเขม สีเขยี วใบตองออน 4 เฉดสี
สีกลีบดอกคารเ นช่ันชมพู และสีกลบี ดอกเฟองฟาบานเย็น และผูวิจัยไดออกแบบรา งความคดิ
ลวดลายตัวพุม ยอดพุม มาลัยตกแตงพานพุม และอุบะชนิดละ 3 รูปแบบ เพ่ือใหผูเชี่ยวชาญ
พจิ ารณาเลอื กรูปแบบทเี่ หมาะสมเพือ่ นาํ มาประดิษฐพานพมุ จากใบบัว ดังนี้

2.1.1 ลวดลายตัวพุม ผูวิจัยไดออกแบบรางความคิด ลวดลายตัวพุม
ไดแก รูปแบบที่ 1 ลวดลายตัวพมุ จากลายตาประชมุ และลายคดกริช รูปแบบที่ 2 ลวดลายตัว
พมุ จากลายตาประชมุ ลายคดกริช และลายสเี่ หลย่ี มขนมเปยกปูน และรูปแบบที่ 3 ลวดลายตวั
พมุ จากลายตาประชมุ ลายคดกรชิ และลายสเี่ หลี่ยมขนมเปยกปูนสอดไส

รปู แบบที่ 1 รูปแบบท่ี 2 รูปแบบท่ี 3

ภาพท่ี 2 แบบรางลวดลายตวั พมุ
2.1.2 ยอดพุม ผวู จิ ัยไดอ อกแบบรางความคิดยอดพุม จากมาลัยตมุ ไดแ ก
รูปแบบท่ี 1 มาลัยตุมแบบไมมีลวดลาย รูปแบบท่ี 2 มาลัยตุมแบบมีลวดลาย และรูปแบบที่ 3
มาลัยตุมแบบรดั มาลยั ซีก

รูปแบบท่ี 1 รูปแบบท่ี 2 รูปแบบที่ 3

ภาพท่ี 3 แบบรา งยอดพมุ จากมาลยั ตมุ

73

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563

2.1.3 มาลยั ตกแตงพานพุม ผูวจิ ยั ไดอ อกแบบรา งความคดิ มาลัยตกแตง พานพุม
ไดแ ก รูปแบบท่ี 1 มาลยั แบนลายขนมเปยกปนู สอดไส รูปแบบที่ 2 มาลยั แบนลายขนมเปย ก
ปูนสอดไสตาใหญ และรูปแบบท่ี 3 มาลยั ซกี 11 หลักแบบมลี าย

รูปแบบที่ 1 รปู แบบที่ 2 รูปแบบท่ี 3

ภาพที่ 4 แบบรา งมาลัยตกแตง พานพมุ

2.1.4 อุบะตกแตงพานพุม ผูวิจัยไดออกแบบรางความคิดอุบะตกแตง
พานพุม ไดแ ก รูปแบบที่ 1 อุบะไทยทรงเคร่ือง รปู แบบที่ 2 อุบะแขก และรปู แบบท่ี 3 อบุ ะพู

รูปแบบท่ี 1 รปู แบบท่ี 2 รปู แบบที่ 3

ภาพที่ 5 แบบรางอบุ ะตกแตง พานพุม

2.2 การผลติ ใบบวั อัดแหง
ผูวจิ ัยไดศ ึกษาและนําวธิ ีการทําใบบวั อดั แหง จากงานวจิ ยั ของสุภา (2558) มาใช

ในการผลติ ใบบัวที่จะนําไปประดษิ ฐพ านพมุ โดยมขี ัน้ ตอน ดังน้ี
2.2.1 การเลือกใบบัวหลวง เลือกใบบัวหลวงที่ไมออนและแกจนเกินไป ใบบัวมี

สภาพสมบรู ณไ มม ีตาํ หนิ จากนั้นนาํ ใบบัวที่เลอื กไปลางใหสะอาด
2.2.2 การยอมสีใบบัว นําใบบัวท่ีเลือกทําความสะอาดและนําไปยอม สีเขียว

ใบตองเขม สีเขียวใบตองออน 4 เฉด สีกลีบดอกเฟองฟาบานเย็น สีกลีบดอกคารเนชั่นชมพู
ใหมีสีเสมอื นจริงใกลเ คียงกับสีธรรมชาติ โดยมีอัตราสวนผสมของสี ดังแสดงในตารางที่ 1 และ
ขนั้ ตอนการยอม ดังน้ี

1) ตม นํา้ ตามอตั ราสว นท่ีกําหนดใหเ ดือด เมื่อนาํ้ เดอื ดใสสตี ามปริมาณท่ี
กาํ หนด ผสมน้ํากบั สจี นละลายเขา กนั

2) นําใบบัวที่ลา งทําความสะอาด ลงยอ มสีและแชท งิ้ ไว ประมาณ 5 - 15
นาที หรอื จนกวาสขี องใบบัวเปนสีท่ตี องการ

74

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563

3) เม่ือไดสีใบบัวตามท่ีตองการ นําใบบัวท่ียอมสี ขึ้นผึ่งใหแหงประมาณ
10 - 15 นาทเี พ่ือใหไ ดส ที ี่ติดทนสวยงาม

ตารางท่ี 1 อัตราสวนผสมของสที ใ่ี ชใ นการยอ มใบบัว

เฉดสี ปรมิ าณสี (กรัม) นาํ้ (ลิตร)
1
สีเขียวใบตองเขม เขยี วสด 1 กรมั 1
สเี ขยี วใบตองออ น 4 เฉด เฉดท่ี 1 เขียวออน 0.5 กรัม
สกี ลีบดอกเฟอ งฟา บานเยน็ เหลอื ง 0.5 กรัม 2
สีกลีบดอกคารเ นชนั่ ชมพู เฉดที่ 2 เขียวออน 0.5 กรัม
เหลอื ง 0.5 กรมั 3
เฉดท่ี 3 เขียวออน 0.5 กรัม
เหลือง 0.5 กรัม 4
เฉดที่ 4 เขียวออน 0.5 กรัม
เหลอื ง 0.5 กรัม 1.5
ชมพู 0.5 กรัม บานเย็น 0.5 กรัม 4
ชมพู 1 กรัม บานเยน็ 0.5 กรมั

2.2.3. การแชใบบวั ดวยกลเี ซอรีน นาํ ใบบวั ท่ยี อ มสไี ปแชกลเี ซอรีน ในอตั ราสวน
อัตราสว น 1 : 3 ลิตร เปน เวลา 3 วัน เพือ่ ใหใบบัวท่ีไดม ีความนมุ ไมกรอบแหง

2.2.4 การอัดใบบัวแหง เม่ือครบกําหนดเวลาการแชกลีเซอรนี นําใบบัวท่ีแชกลี
เซอรีน มาอดั หรือทับดว ยกระดาษชานออ ย จากนน้ั นําไปตากแดดประมาณ 1-2 วัน จะไดใบบัว
อดั แหงยอมสี

จากการผลิตใบบัวอัดแหง ผูวิจัยพบวา สีของใบบัวท่ียอมสีใบตองเขม มีสีที่
เสมือนจริง มีความใกลเคียงธรรมชาติสามารถนําไปใชได ขณะท่ีสีใบตองออนทั้ง 4 เฉด สีกลบี
ดอกเฟองฟาบานเย็น และสีกลีบดอกคารเนชั่นชมพู สีของใบบัวที่ยอมมีสีที่เขมและหมนกวา
ธรรมชาติ สีท่ีไดไมเสมือนจริงตามที่ผูวิจัยตองการ ท้ังนี้สาเหตุอาจเน่ืองจากสูตรของสุภา
(2558) ใบบัวที่ยอมไมผานการฟอกขาว จึงอาจทําใหไดสีที่ไมตรงตามความตองการ ดังนั้น
ผวู จิ ัยจึงทดลองนําใบบัวไปฟอกขาวจากนัน้ จะนาํ ใบบวั ทฟี่ อกขาวไปยอ มสีและแชก ลีเซอรนี ตาม
ขั้นตอนของสุภา (2558) โดยผูวิจัยไดทําการศึกษาสูตรฟอกขาว และเลือกสูตรการฟอกขาว
ใบตองแหงของ ปยะธิดา และอนุสรณ (2556) มาใชในการทดลอง โดยมีสวนผสมคือ ไฮเตอร
ตอ น้ํา ทอ่ี ัตราสวน 1 : 3 ลิตร

2.3 การฟอกขาวใบบวั
นําใบบัวลางและทําความสะอาด ตัดแบงเปนชิ้น เพ่ือใหสะดวกตอการฟอกขาว

จากนั้น ผสมไฮเตอรกับนํ้าในอัตราสวน 1 : 3 ลิตร นําใบบัวท่ีตัดลงแชและสังเกตการ

75

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563

เปลี่ยนแปลงของใบบัว จํานวน 5 วัน จากการสงั เกตในวันแรก พบวาใบบัวมลี กั ษณะ ใบใส ฉีก
ขาด เปอยยุยไมสามารถใชไดดังน้ัน ผูวิจัยจึงไดทดลองฟอกขาวใบบัวอีกคร้ังหนึ่ง เพ่ือหา
ระยะเวลาการแชสารฟอกขาวทเ่ี หมาะสม โดยในคร้ังนีจ้ ะทาํ การสงั เกตการเปลีย่ นแปลงของใบ
บัว ในทกุ ๆ 1 ชวั่ โมง โดยมผี ลจากการสงั เกต ดงั ตารางท่ี 2

ตารางท่ี 2 แสดงผลการเปล่ียนแปลงของใบบัวจากการฟอกขาวในระยะเวลาตา งๆ

เวลา (ชัว่ โมง) การเปลย่ี นแปลงของใบบวั

1 ชว่ั โมง ใบบวั เปลยี่ นเปน สนี า้ํ ตาลเขมเต็มใบ
2 ชว่ั โมง ใบบัวเปลยี่ นเปนสนี ้ําตาลออ น และยังมจี ดุ สเี ขียว
3 ชว่ั โมง ใบบัวเปลี่ยนเปนสีขาว กา นใบเปน สนี ํา้ ตาลออน
4 ชว่ั โมง ปลายใบบวั เปน สีขาวกา นใบบวั ยังมีสนี ํา้ ตาลออน ใบมีลกั ษณะบางใสแตไมฉีกขาด
5 ช่ัวโมง ใบบวั เร่ิมมีลักษณะใสเร่มิ มกี ารฉกี ขาดกา นใบมสี ขี าว
6 ชัว่ โมง ใบบัวใส ฉกี ขาดเปอ ยยยุ ไมสามารถนาํ ไปยอมสีได

จากการทดลอง ผวู จิ ัยไดเ ลือกการฟอกขาวใบบัวทเ่ี วลา 3 ช่วั โมง เพราะจากการ
สงั เกต พบวา ใบบวั มลี กั ษณะทเ่ี ปนสีขาว ไมฉ กี ขาด หรอื เปอ ยยยุ สามารถนําไปยอมสีได

2.4 การทดลองผลิตใบบัวอัดแหง จากใบบัวท่ีผานการฟอกขาว
ผูวิจัยไดนําใบบัวท่ีผานการฟอกขาวมาผลิตใบบัวอัดแหงตามข้ันตอนของสุภา

(2558) ดวยการนําใบบัวท่ีผานการฟอกขาวไปยอมสีใบตองออนท้ัง 4 เฉด สีกลีบดอกเฟองฟา
บานเย็นและ สีกลบี ดอกคารเ นชัน่ ชมพู ดวยขัน้ ตอนและอัตราสวนผสมของสีที่ใชในการยอมใบ
บวั นําไปแชกลีเซอรีนและอดั แหง ดงั นี้

2.4.1 การผสมสี ตมน้ําตามอัตราสวนท่ีกําหนดใหเดือด เมื่อน้ําเดือดใสสีใน
อัตราสวนผสมของสีทใี่ ชใ นการยอมใบบวั คนใหส ลี ะลายเขากนั

2.4.2 การยอมสีใบบัว เม่ือสีละลายนําใบบัวท่ีฟอกขาวยอมสีดวยการแชท้ิงไว
ประมาณ 5 - 15 นาที หรือจนกวาสขี องใบบวั เปน สีที่ตอ งการ

2.4.3 การผึ่งใบบัว เม่ือไดสีใบบัวตามที่ตองการ นําใบบัวที่ยอมสี ผ่ึงใหแหง
ประมาณ 10 - 15 นาทเี พือ่ ใหไดส ที ต่ี ิดทนสวยงาม

2.4.4 การแชกลีเซอรนี ผสมกลเี ซอรีนกับนํ้าที่อัตราสวน 1 : 3 ลิตร จากนั้นนาํ
ใบบวั ทผ่ี านการยอมสี ลงแชในน้ํากลเี ซอรีนทผี่ สมไว ในเวลา 3 วัน เพือ่ ใหใบบัวท่ไี ดม คี วามนุม
ไมแ หง กรอบ

2.4.5 การอัดแหงใบบัว เมื่อแชกลีเซอรีนครบ 3 วัน นําใบบัวที่แชก ลีเซอรีน มา
อัดหรอื ทบั ดว ยกระดาษชานออ ย ตากดว ยแสงแดดประมาณ 1 – 2 วนั

76

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563

ตารางที่ 3 แสดงผลใบบวั อัดแหงจากใบบวั ที่ผานการฟอกขาว

เฉดสี การยอมสใี บบัว การแชกลเี ซอรนี การอัดแหง ใบบวั

สีเขียวใบตองออนเฉดสีที่ 1

สเี ขียวใบตองออ นเฉดสที ่ี 2

สเี ขยี วใบตองออ นเฉดสีที่ 3

สเี ขียวใบตองออ นเฉดสีท่ี 4

สกี ลบี ดอกเฟองฟา บานเย็น

สกี ลบี ดอกคารเ นชัน่ ชมพู

2.4 การสรา งแบบสอบถาม
ผูวิจัยไดจัดทําเคร่ืองมือ คือ แบบสอบถาม เพื่อใชสอบถามความคิดเห็นของ

ผเู ชยี่ วชาญเรือ่ ง การประดษิ ฐพ านพุมจากใบบัว โดยแบง คําถามดังนี้
ตอนที่ 1 ขอมลู ทัว่ ไปของผเู ชี่ยวชาญ
ตอนท่ี 2 ความคดิ เหน็ ท่ีมีตอ การประดษิ ฐพ านพมุ จากใบบวั
ตอนท่ี 3 ขอเสนอแนะ

2.5 สรุปความคิดเหน็ และขอ เสนอแนะจากผูเช่ียวชาญ
จากความคดิ เหน็ และขอเสนอแนะของผเู ชย่ี วชาญ ผวู จิ ยั ไดน าํ ขอ มลู มาวิเคราะห

และสามารถสรปุ ผลได ดังนี้
2.5.1 ลวดลายพุม ใชรูปแบบที่ 2 พุมลายตาประชุม ลายคดกริช และลาย

สเ่ี หลย่ี มขนมเปย กปูน

77

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563

2.5.2 มาลยั ตุมตกแตง ยอดพุม ใชร ปู แบบที่ 2 มาลยั ตุมแบบมีลาย
2.5.3 มาลยั ตกแตง พานพมุ ใชร ูปแบบที่ 1 มาลยั แบนลายขนมเปยกปนู สอดไส
2.5.4 อบุ ะใชร ูปแบบที่ 3 อบุ ะพู ในการตกแตงพานพมุ
2.5.5 ขอ เสนอแนะ ไดนําขอเสนอแนะของผูเช่ียวชาญ มาใชในการประดิษฐพ าน
พุมจากใบบวั คือนาํ ใบบัวมาประดิษฐเปนขั้วชบาแทนการใชขั้วชบาจากผา หรือพลาสติก เพื่อให
ชิ้นงานมคี วามสวยงามลงตวั

ภาพท่ี 6 แบบรา งความคิดพานพมุ จากใบบวั ตามขอ เสนอแนะของผเู ชีย่ วชาญ
2.6 การประดิษฐพ านพุม จากใบบวั

2.6.1 การเตรียมโครงหุนพานพุม โครงหุนพานพุมในการประดิษฐพานพุมจาก
ใบบัว ประกอบดวย หุนพุม หุนกระทงรองพุม หุนฐานรองพุมหกเหล่ียม โดยหุนพุมท้ังหมดจะ
ใชโฟมเปน วัสดุในการทาํ หุนพมุ

2.6.2 การประดิษฐยอดพุมมาลัยตุมแบบมีลาย นําใบบัวอัดแหงสีกลีบดอก
เฟองฟาบานเย็น สีเขียวใบตองเขม ไปตอกกลีบทรงตัวยู และนํามารอยมาลัยตุม โดยการนํา
กลีบมาพับในลักษณะจีบทบ จากน้ันนําไปรอ ยลงเข็มมาลัยดวยการรอ ยทลี ะชั้น เมื่อรอยมาลัย
ครบชัน้ นาํ ดอกรักดนิ ปน และดอกพดุ ดนิ ปน มาใสสวนยอดเพอ่ื ทาํ ใหเกดิ ความสวยงาม

2.6.3 การประดิษฐต ัวพุม จะใชห นุ พมุ โฟมเบอร 7 จากนัน้ นําใบบวั อัดแหงสีกลบี
ดอกเฟองฟาบานเย็น กลีบดอกคารเนช่ันชมพู และสีเขียวใบตองออน 4 สี ตัดเปน
ส่ีเหลี่ยมผนื ผา กวาง 1.5 เซนติเมตร ยาว 4 เซนติเมตร นําไปพับกลีบกระพุงนมสาวและตดิ ลง
บนตัวพมุ ตามผงั ลายตาประชุมจนจบลาย

2.6.4 การประดิษฐฐานรองพุม จะประกอบดวย กระทงรองพุม ทุนหกเหลี่ยม
และฐานรองพุมหกเหลีย่ ม

2.6.5 การเย็บแบบ ประกอบดวยการเยบ็ แบบกลบี บัว การเย็บแบบประจาํ ยาม
2.6.6 การรอ ยมาลยั มาลยั ทใ่ี ชประกอบดวย การรอยมาลัยแบนลายขนมเปยก
ปนู สอดไส ตกแตงฐานรองพุม ทรงหกเหล่ยี ม และการรอยมาลยั ซกี หาหลกั ตกแตง ยอดพุม

78

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563

2.6.7 การประดิษฐอุบะพู จะรอ ยอุบะขาเดียว โดยดอกสวมจะใชด อกรกั ดินไล
ขนาดจาํ นวน 3 ขนาด ดอกครอบจากใบบัวอัดแหง สเี ขยี วใบตองเขม ดอกตุมจากใบบัวอัดแหง
สกี ลีบเฟอ งฟาบานเยน็ จากน้ันนําอบุ ะขาเดียวมาประกอบเปนอบุ ะพู

2.6.8 การรอ ยเฟอ งสาย ใชดอกพดุ ดินปน และดอกรกั ดนิ ปน สาํ เรจ็ รปู ในการรอ ย
เฟอง โดยรอยในความยาวตางกัน จํานวน 3 สายจากน้ันมาประกอบรวมกันเพื่อใชในการ
ตกแตงพานพุมจากใบบวั

2.6.9 การประกอบพานพุม
1) นํากระทงหกเหล่ยี มมาวางบนปากพาน ยึดดวยไมแหลม
2) นาํ เฟอ งสายติดใตก ระทงหกเหลยี่ มจาํ นวน 6 หนา และตดิ อุบะพูตาม

มมุ ของเฟอ งสาย จากน้นั นาํ มาลยั แบนลายขนมเปยกปูนสอดไสติดทีฐ่ านกระทงหกเหลี่ยมท้ัง 6
หนา

3) นําแบบประจํายามติดมมุ กระทงหกเหล่ียม และนําทุนหกเหลีย่ มวาง
บนกระทงหกเหลีย่ มยดึ ดวยไมแหลม

4) นําโฟมขนาดเสนผานศูนยกลาง 6 นิ้ว หนา 1.5 นิ้ว วางบนทุนหก
เหลยี่ ม และนํากระทงรองพมุ วางดานบนโฟมยดึ ดวยไมแหลม

5) นําแบบกลีบบัวเสียบโฟมกลม โดยชั้นท่ี 1 แบบตั้งขึ้น จํานวน 8 ตัว
ช้ันที่ 2 ติดสับหวาง กับช้ันท่ี 1 จํานวน 8 ตัว ชั้นที่ 3 ติดในลักษณะหงายออก ติดใหสับหวาง
กับชนั้ ท่ี 2 และชน้ั ท่ี 4 ติดเยบ็ แบบใตช้นั ที่ 3 ใหส ับหวางกนั

6) นําตัวพุมวางบนกระทงรองพุม ยึดดวยไมแหลม จากนั้นนํามาลยั ซกี
แกนดอกรักดนิ มาประกอบเขากบั มาลัยตุม และเสียบลงบนยอดพุม

ภาพท่ี 7 การประกอบพานพุม

79

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2563

3. ผลการวิจัย
3.1 การวเิ คราะหข อ มูล
ผวู จิ ัยไดวิเคราะหขอ มูลจากแบบสอบถามจํานวน 50 ชดุ โดยใชส ถติ ิ คาความถี่

คา รอยละ และคา เฉล่ยี มาอธิบายขอมูลโดยแบง ขอ คาํ ถามออกเปน 2 ตอน ดงั น้ี
ตอนที่ 1 คําถามเกี่ยวกับขอมูลทั่วไปของกลุมเปาหมาย เปนขอคําถามแบบ

ตรวจสอบรายการ ( Check list ) จํานวน 5 ขอ ไดแก เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และ
รายไดต อเดอื น

ตอนที่ 2 คําถามเก่ียวกับความพึงพอใจที่มีตอการประดิษฐพานพุมจากใบบัว
เปนขอคําถามแบบมาตราสว น ( Rating scale ) จํานวน 5 ดาน ไดแก ดานการยอมสีใบบัวให
เสมอื นสธี รรมชาติ ดานยอดพุม ดานตวั พมุ ดา นสว นประดบั ตกแตง และดา นผลิตภัณฑ

3.2 ผลการวิเคราะหขอ มูล
3.2.1 ขอมูลทั่วไปของกลุมเปาหมาย จํานวน 50 คน พบวา สวนใหญเปนเพศ

ชาย คิดเปนรอยละ 60 เพศหญิงคิดเปนรอยละ 40 สวนใหญอยูในชวงอายุ 20 – 29 ป คิด
เปนรอยละ 66 ชวงอายุ 30 – 39 ป คดิ เปน รอยละ 22 ชวงอายุ 40 – 49 ปและชวงอายุ 50 –
59 ป คิดเปนรอ ยละ 6 ระดับการศกึ ษาสวนใหญ มีการศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรี คิดเปน รอ ยละ
72 ระดับปริญญาโท คิดเปนรอยละ 16 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. คิดเปนรอยละ 8
ระดับ ปวส./อนุปริญญา และปริญญาเอกคิดเปนรอยละ 2 อาชีพสวนใหญประกอบอาชีพ
สวนตัว/เจาของธุรกิจ คิดเปนรอยละ 34 นักเรียน/นักศึกษา คิดเปนรอยละ 32 รับราชการ/
พนักงานมหาวิทยาลัย คิดเปนรอยละ 24 และพนักงานเอกชน/รัฐวิสาหกิจ คิดเปนรอยละ 8
และอาชพี อ่ืนๆ ไดแก ครสู อนพเิ ศษ คิดเปนรอ ยละ 2 รายไดต อ เดือนสวนใหญมีรายได ตํ่ากวา
10,000 บาท คิดเปนรอยละ 28 รายได 10,000 – 20,000 บาท คิดเปนรอยละ 24 รายได
20,001 – 30,000 บาท คิดเปนรอยละ 20 รายได 30,001 – 40,000 บาท คิดเปนรอยละ 12
รายได 40,001 – 50,000 บาทและรายได 50,000 บาทขึน้ ไป คิดเปน รอยละ 8

3.2.2 วิเคราะหความพึงพอใจท่ีมผี ลตอ การประดิษฐพานพมุ จากใบบัว จํานวน
5 ดาน ไดแก ดานการยอมสีใบบัวใหเสมือนสีธรรมชาติ ดานยอดพุม ดานตัวพุม ดานสวน
ประดับตกแตง และดานผลติ ภณั ฑ

1) ดานการยอมสีใบบัวใหเสมือนสีธรรมชาติ โดยรวมอยูในระดับมาก
ท่ีสุด ที่คาเฉลี่ย 4.56 เม่ือพิจารณาเปนรายขอ พบวากลุมเปาหมายสวนใหญพึงพอใจในการ
ยอมสีใบบัวใหเสมือนสีธรรมชาติ อยูในระดับมากที่สุดทั้ง 4 ขอ ดังน้ี อันดับท่ี 1 สีกลีบดอก
เฟองฟาบานเย็น อันดับท่ี 2 สีใบตองเขม อันดับท่ี 3 สีกลีบดอกคารเนช่ันชมพู และอันดับ
สุดทา ย สีใบตองออ น 4 เฉด คาเฉลย่ี 4.80 4.58 4.48 และ 4.36 ตามลาํ ดับ

80

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563

2) ยอดพุม โดยรวมอยูในระดับมากท่ีสุด ท่ีคาเฉล่ีย 4.37 เม่ือพิจารณา
เปนรายขอ พบวากลุมเปาหมายสวนใหญพึงพอใจในยอดพุมอยูในระดับมากท่ีสุด ท้ัง 3 ขอ
ดังน้ี อันดับที่ 1 ลวดลายของยอดพุม อันดับที่ 2 รูปทรงของยอดพุม และอันดับสุดทาย สีสัน
ของยอดพมุ คา เฉล่ีย 4.40 4.38 และ 4.34 ตามลําดับ

3) ดา นตัวพมุ โดยรวมอยใู นระดับมากทสี่ ดุ ทค่ี าเฉลี่ย 4.78 เมื่อพจิ ารณา
เปนรายขอ พบวากลุมเปาหมายสวนใหญพึงพอใจในตัวพุมอยูในระดับมากท่ีสุดท้ัง 3 ขอ ดังนี้
อันดับท่ี 1 ลวดลายของตัวพุม และรูปทรงของตัวพุม และอันดับสุดทาย สีสันของตัวพุม
คา เฉล่ีย 4.80 และ 4.74 ตามลําดับ

4) ดานสวนตกแตง โดยรวมอยูในระดับมากที่สุด ที่คาเฉล่ีย 4.43 เมื่อ
พิจารณาเปนรายขอพบวากลุมเปาหมายสวนใหญพึงพอใจในสวนตกแตงอยูในระดับมากที่สุด
จํานวน 5 ขอ และอยูในระดับมากจํานวน 1 ขอ ดังน้ี อันดับที่ 1 มาลัยแบนลายขนมเปยกปูน
สอดไส อันดับท่ี 2 เย็บแบบกลบี บวั อันดับที่ 3 ทัดหูประจาํ ยาม อันดับที่ 4 กระทงรองฐานพมุ
อันดับสดุ ทายกระทงรองพมุ คาเฉลย่ี 4.72 4.70 4.60 4.52 4.50 และ 3.56 ตามลาํ ดับ

5) ดานผลิตภัณฑ โดยรวมอยูในระดับมากท่ีสุด ท่ีคาเฉลี่ย 4.72 เม่ือ
พจิ ารณาเปนรายขอ พบวากลมุ เปา หมายสว นใหญพ งึ พอใจในผลติ ภัณฑอยใู นระดบั มากที่สดุ ทั้ง
4 ขอ ดังนี้ อันดับ 1 ความประณีต อันดับท่ี 2 สีสันโดยรวม อันดับท่ี 3 ความสวยงาม และ
อันดบั สุดทาย สัดสวน คา เฉลยี่ 4.78 4.76 4.74 และ 4.60 ตามลําดับ

ขอ เสนอแนะ/ความคิดเหน็ ผตู อบแบบสอบถาม มีดงั น้ี
1. ควรยอมไลสีใบบัว ใหไดสีเสมือนจริง เพ่ือใหชิ้นงานสวยงาม

สมบรู ณแบบ
2. ปรบั กลบี ในการแตงกระทงใหม ขี นาดเลก็ ละเอียดยงิ่ ขน้ึ
3. ควรนําใบบัวอดั แหง ไปตอยอดเปนผลิตภณั ฑอน่ื ๆ

4. สรุปผลและอภปิ รายผล
การวิจัยเร่ืองการประดิษฐพานพุมจากใบบัว ผูวิจัยสามารถอภิปรายผลตาม

วตั ถุประสงคการวจิ ัยไดด งั น้ี
4.1 ศกึ ษากระบวนการผลิตพานพุม จากใบบวั
ผวู จิ ยั ไดศ ึกษาขอ มูลทีเ่ ก่ยี วขอ งกบั การประดษิ ฐพ านพุม จากใบบัว และออกแบบ

รางความคิดพานพุมจากใบบัว จํานวน 1 รูปแบบ เพ่ือใชในการประดิษฐพานพุมจากใบบัว
จากนน้ั ไดออกแบบลวดลายตัวพุม ยอดพุม มาลัยตกแตงพานพมุ และอุบะ ชนิดละ 3 รูปแบบ
เพื่อใหผูเชี่ยวชาญพิจารณาเลือกรูปแบบที่เหมาะสมเพื่อนํามาประดิษฐพานพุมจากใบบัว โดย
อภปิ รายผลได ดังน้ี

4.1.1 ลวดลายพุม ผูเชี่ยวชาญสวนใหญมีความคิดเห็นวา ลวดลายพุมแบบท่ี 2
พุม ลายตาประชมุ ลายคดกรชิ และลายส่เี หลี่ยมขนมเปย กปูน มคี วามเหมาะสมที่จะนํามาเปน

81

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563

ลวดลายของพานพุมจากใบบัว โดยไดใหความคิดเห็นไววา เปนลวดลายที่มีการสับหวางของ
กลีบในแตละชั้น ไดชดั เจนสวยงามและลวดลายเหมาะสมกับสัดสวนรูปทรงของชนิ้ งาน

4.1.2 มาลัยตุมตกแตงยอดพุม ผูเชี่ยวชาญสวนใหญมีความคิดเห็นวา มาลัยตุม
แบบท่ี 2 มาลยั ตมุ แบบมลี าย มคี วามเหมาะสมทจ่ี ะนาํ มาประดษิ ฐยอดตมุ จากใบบวั โดยไดใ ห
ความคิดเห็นไววา เปนมาลัยตุมที่มีรปู ทรงความสวยงาม มีความละเอียดประณีต เหมาะสมกบั
ลวดลายพมุ ทําใหช ิ้นงานดกู ลมกลนื สวยงาม

4.1.3 มาลัยตกแตงพานพุม ผูเชี่ยวชาญสวนใหญมีความคิดเห็นวา มาลัยแบบท่ี
1 มาลัยแบนลายขนมเปย กปูนสอดไส มคี วามเหมาะสมที่จะนํามาประดษิ ฐม าลยั จากใบบัว โดย
ไดใหความคิดเห็นไววา เปนมาลัยมีลวดลายขนาดเล็กมีพื้นท่ีของกลีบมาก ทําใหมาลัยไมโดด
เดนแขงกับลวดลายพุมเม่ือนํามาประกอบกับพานจะมีความเหมาะสมกับทัดหูประจํายามและ
ทาํ ใหชิน้ งานดสู มบรู ณส วยงาม

4.1.4 อุบะ ผูเช่ียวชาญสวนใหญมีความคิดเห็นวา อุบะแบบที่ 3 อุบะพู มีความ
เหมาะสมท่ีจะนํามาประดิษฐเปนอุบะของพานพุมจากใบบัว โดยไดใหความคิดเห็นไววา เปน
อุบะที่ดูมมี ติ ิ สวยงาม เหมาะสมท่ีจะมาใชกับชิ้นงาน

ขอเสนอแนะ ผูเช่ียวชาญไดใหความเห็นวาการนําใบบัวมาใชในการประดิษฐ
พานพุม ที่มีความนาสนใจในวัสดุท่ีใช มีความคิดสรางสรรค อีกท้ังยังเปนการเพิ่มมูลคาใหกับ
ใบบัว และใหขอเสนอแนะวาควรใชข้ัวชบาจากใบบัว แทนการใชข ว้ั ชบาผาหรือขั้วชบาพลาสตกิ
เพื่อใหช ิ้นงานมคี วามสวยงามลงตัว

4.2 เพือ่ ศกึ ษาความพงึ พอใจของกลุมเปาหมายที่มีผลตอ พานพุมจากใบบวั
การวิจัยเร่ือง การประดิษฐพานพุมจากใบบัว ผูวิจัยสามารถอภิปรายผลตาม

วัตถุประสงคไดด ังนี้
4.2.1 ดานการยอมสีใบบัวใหเสมือนสีธรรมชาติ พบวา กลุมเปาหมายสวนใหญ

พึงพอใจในสีกลีบดอกเฟองฟาบานเย็น อยูในระดับมากท่ีสุด ที่คาเฉล่ีย 4.80 ทั้งน้ีอาจ
เน่ืองมาจากใบบวั ที่ยอมสกี ลีบดอกเฟอ งฟาบานเย็นมีสใี กลเคยี งธรรมชาติ สีสันสดใส สวยงาม
และเปน สที ี่ตัดกับสเี ขียวตองออน จึงทําใหสเี ฟองฟาบานเย็นมคี วามเดนสะดุดตา ซึ่งสอดคลอ ง
กับจันทนา (2539) ที่กลาววา การใชสีของดอกไมใบไม หรือสวนอ่ืนๆ ของพืชท่ีใชจัดเปนพื้น
เปนลาย หรือสวนประกอบอ่ืนๆ ที่มีสีตัดกันหรือตรงขามกันในการจัดพานจะใหความสวยงาม
แบบเดน สะดดุ ตาแกผูพบเห็น

4.2.2 ดานยอดพุม พบวา กลุมเปาหมายสว นใหญพึงพอใจลวดลายของยอดพุม
อยใู นระดับมากท่ีสุด ทีค่ า เฉลย่ี 4.40 ท้งั นอี้ าจเน่อื งจากยอดพุมเปนมาลยั ตมุ แบบมีลวดลายท่ีมี
การใชสี และวสั ดทุ ่ีทําใหลวดลายของยอดพุม มคี วามชดั เจน สะดุดตา

4.2.3 ดานตัวพุม พบวา กลุมเปาหมายสวนใหญพึงพอใจลวดลายและรูปทรง
ของพุม อยูในระดับมากที่สุด ที่คาเฉลี่ย 4.80 ท้ังน้ีเน่ืองจากลวดลายของตัวพุมประกอบดวย
ลายตาประชุม ลายคดกริชและลายขนมเปยกปูน มีการใชสีตัดกันจึงทําใหลวดลายมีความ

82

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปที่ 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563

ชัดเจน สวยงาม ขณะท่ีทรงพมุ เปนทรงมาตรฐาน มีลักษณะคลายดอกบัวตมู ปลายเรียว จึงทํา
ใหผตู อบแบบสอบถามพึงพอใจในลวดลายและรูปทรงของพุมในดา นตัวพุม

4.2.4 ดานสวนตกแตง กลุมเปาหมายสวนใหญพึงพอใจมาลัยแบนลายขนม
เปยกปูนสอดไส อยูในระดับมากที่สดุ ท่ีคาเฉล่ีย 4.72 ทั้งนี้เน่ืองจากลักษณะของมาลัยมีความ
สวยงาม ลักษณะของกลีบท่ีพับชัดเจน อีกท้ังสีของมาลัยมีความสดใส เม่ือตัดกับดอกพุดสขี าว
ทําใหม าลยั มคี วามสวยงามโดดเดน จึงทาํ ใหผตู อบแบบสอบถามพึงพอใจในมาลัยแบนลายขนม
เปยกปูนสอดไสของดานสวนตกแตง ซึ่งสอดคลองกับ รัตนลักษณ (2547) ไดกลาววา ความ
สวยงามของมาลยั ขึ้นอยกู บั สสี ันของมาลัย และฝม อื ในการรอ ย

4.2.5 ดานผลิตภัณฑ กลุมเปาหมายสว นใหญพ ึงพอใจความประณีต อยใู นระดบั
มากท่ีสุด ทค่ี า เฉล่ยี 4.78 ทั้งน้ีเนื่องจากพานพมุ จากใบบวั เปน การเลียนแบบพานพมุ ดอกไม ท่ี
ใชศาสตรก ารประดษิ ฐด อกไมแบบไทย ในสว นของการเย็บ รอย พบั มาใชในการประดษิ ฐค รั้งน้ี
ซ่งึ เปน สวนท่ใี ชค วามประณีต จงึ ทาํ ใหก ลุม เปา หมายพึงพอใจในความประณตี ของผลิตภณั ฑ ซ่ึง
สอดคลองกับ อภิรัติ (2548) ไดกลาววาพานพุมดอกไม เปนการจัดแบบไทยประณตี ศิลป ซึ่งมี
การจัดดวยความประณตี บรรจง โดยวธิ ีการเย็บ การรอย การปก เปน ตน
5. เอกสารอา งอิง
จนั ทนา สุวรรณมาล.ี 2539. การจดั พาน (ดอกไมสด). กรงุ เทพมหานคร : โอเดียนสโตร.
ปยะธิดา สีหะวัฒนกุล และอนุสรณ ใจทน. 2556. การศึกษากระบวนการยอมสีใบตองแหง

ดวยสีธรรมชาติ และสวี ทิ ยาศาสตร เพอื่ งานศลิ ปะประดษิ ฐ. คณะเทคโนโลยคี หกร
รมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร.
ภูรินทร อคั รกลุ ธร. 2555. เสก“บวั ”เปน ทองสงออก 1,000 ลา นรอวันโต. [ออนไลน]
เขาถงึ ไดจาก : https://www.rmutt.ac.th/content/21726, 23 ธนั วาคม 2562.
รัตนลักษณ ปญจวุฒิพัฒน. 2547. งานดอกไมสดในวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพมหานคร :
เศรษฐศลิ ป.
วรี ะประวตั ิ ตรีสวุ รรณ และภวพล ศภุ นันทนานนท. 2561. บัว water lilies and lotuses.
กรุงเทพมหานคร : บานและสวน.
สุภา จฬุ คปุ ต. 2558. การพัฒนากระดาษใบบัวอัดแหงสําหรับใชใ นงานประดิษฐ. สาขาวิชาค
หกรรมศาสตร คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
ธญั บุร.ี
อภริ ตั ิ โสฬศ. 2548. ศลิ ปะการจัดดอกไมแบบไทย. กรงุ เทพมหานคร : โอเดยี นสโตร.

83

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563

การออกแบบเส้ือผาชุดลําลองยูนเิ ซ็กสจากผา พลีทสําหรับวยั รนุ
Design of Unisex Casual Wear from Pleated Fabric for Teenagers

มุขสุดา ทองกําพรา 1 อรอนงค วรรณวงษ1 เกศทพิ ย กรี่เงนิ 1* และ อชั ชา หัทยานานนท1
Muksuda Thongkampra1 Onanong Wannawong1 Katethip Kringern1*
and Autcha Huttayananont1
บทคดั ยอ
วัตถุประสงคเพื่อออกแบบเส้ือผาชุดลําลองยูนิเซ็กสจากผาพลีทสําหรับวัยรุน และ

ศึกษาความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเสื้อผาชุดลําลองยูนิเซ็กสจากผาพลีทสําหรับ
วัยรุน โดยมีแรงบนั ดาลใจในการออกแบบมาจากความเทา เทยี มกนั ระหวา งเพศ นํามาออกแบบ
ชุดลําลอง 5 ประเภท คือ เส้ือคลุม เสื้อแขนส้ัน เสื้อแขนยาว กางเกง และกระโปรงกางเกง
เลือกใชผาชีฟอง โทนสีเขม ตัดเย็บผลิตภัณฑตนแบบโดยใชขนาดตัวเพศหญิง Size L เพ่ือใหมี
ความหลวม ใชยางยืดทีเ่ อว เพ่ือใหสวมใสไดท้ังเพศชายและหญิง ศึกษาความพงึ พอใจจากกลุม
ตัวอยางซ่งึ เปนนักศึกษาคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระ
นคร รวม 120 คน เลือกกลุมตัวอยางแบบโควตา เพศชาย 60 คน และเพศหญิง 60 คน ใช
แบบสอบถามออนไลน วิเคราะหขอมูลดวยความถ่ี รอยละ คาเฉลี่ย และสวนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน สรุปผลแบบสอบถาม ดังนี้ ขอมูลพื้นฐานของผตู อบแบบสอบถาม เพศชายสวนมาก
อายุระหวาง 20-21 ป เพศหญิงอายุระหวาง 22-23 ป ท้ังหมดศึกษาอยูระดับปริญญาตรี ป 4
เพศชายศึกษาในสาขาการบริหารธุรกจิ คหกรรมศาสตร เพศหญงิ ศึกษาในสาขาออกแบบแฟช่ัน
ผาและเครื่องแตง กาย ความพึงพอใจรวมตอเสื้อผาชุดลําลองยนู ิเซ็กสจากผาพลที สาํ หรับวยั รุน
ทุกประเภท มีคาเฉล่ียในระดับมาก โดยเพศชายมีความพึงพอใจมากกวาเพศหญิง ในประเภท
เสอื้ แขนส้นั เสือ้ แขนยาว และกระโปรงกางเกง สว นเพศหญิงมีความพงึ พอใจ ประเภทเสือ้ คลุม
มากกวาเพศชาย และทง้ั สองเพศมคี วามพึงพอใจประเภทกางเกงใกลเคยี งกนั
คําสาํ คญั : ชุดลาํ ลอง ยนู ิเซ็กส ผา พลที

1 สาขาวิชาออกแบบแฟชนั่ ผา และเครอ่ื งแตง กาย มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
1 Fashion Clothing & Textile Design Programe, Rajamangala University of Technology Phra Nakhon
* ผปู ระสานงานนพิ นธ E-mail: [email protected]

84

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563

ABSTRACT
The objectives were to design of unisex casual wear from pleated fabric
for teenagers and to explore satisfaction of respondents towards unisex casual
wear from pleated fabric for teenagers. Design inspiration from gender equity
used to design five casual wear; coat, short sleeves blouse, long sleeves blouse,
pants and culottes. Sewn prototype from chiffon dark color fabric. Used woman
standard sizes L for loose clothing and elastic waist pants and culottes for
wearable all gender. Explore satisfaction from respondents consisted of 120
students in Faculty of Home Economics Technology, Rajamangala University of
Technology Phra Nakhon by quota sampling from 60 males and 60 females.
Collected data by online questionnaire and analyzed by frequency, percentage,
mean and standard deviation. The summary of general data from questionnaire
it was found that; most of female age between 20-21 years old and female
between 22-23 years old. Both of them studying in fourth-year of bachelor
degree. Most of male were studying in Program of Home Economics
Administration and female in Program of Fashion and Apparel Design. The overall
mean of satisfaction towards all styles were high level. Male were satisfied than
female towards short sleeves blouse, long sleeves blouse and culottes. Female
satisfied coat than female and both of them were satisfied in close proximity on
pants style.
Keywords: Casual Wear, Unisex, Pleated Fabric

1. บทนาํ
การแตงกายของมนุษยตั้งแตอดีต พบวามีการใชวัสดุจากธรรมชาติมาปกปดรา งกาย

เพื่อประโยชนใชสอย เชน การปองกันความรอน หนาว หรือปองกันรา งกายจากแมลง ปจจุบัน
มีการสรางสรรคเก่ียวกับการตกแตงเคร่ืองแตงกาย ทําใหเสื้อผาเครื่องแตงกายมีความสําคัญ
มากขึ้น ผนวกกับการเปล่ียนแปลงในการดําเนินชีวิตของคนในสังคม เชน การมีอิสระทาง
ความคิดในการเลอื กใชเสอ้ื ผาและเคร่อื งประกอบการแตงกายท่ีบงบอกถึงวถิ ีชีวติ รสนิยม และ
ฐานะของตนเอง สิ่งสําคัญอีกประการหนึ่งของการแตงกายในอดีต คือ การสวมใสเพื่อแยก
ความแตกตางระหวางเพศ ซึ่งประเพณีและความเชื่อในบางวัฒนธรรมไดบัญญัติใหเคร่ืองแตง
กายระหวา งเพศชายและเพศหญงิ มลี กั ษณะแตกตา งกัน ซงึ่ เปน ผลมาจากทศั นคติทางประเพณี
ท่ีกําหนดใหแตละเพศมีบทบาททางสังคมแตกตางกันออกไป ในทวีปยุโรปนับต้ังแตปลายยุค
กลางจนถึงศตวรรษที่ 20 การสวมกระโปรงจัดเปนเคร่ืองแตงกายสําหรับเพศหญิง สวน

85

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปที่ 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2563

กางเกงจดั เปนเครือ่ งแตงกายสําหรับเพศชาย แตป จ จุบนั มีการออกแบบเส้อื ผา ที่สามารถสวมใส
ไดท้ังเพศชายและเพศหญงิ เรียกวา เส้อื ผา ยนู ิเซก็ ส (Unisex Clothing) คําวา ยูนิเซ็กส เปน คํา
เรียกประเภทของผลติ ภัณฑที่ออกแบบโดยไมมีลักษณะบงบอกชัดเจนวาเปนผลิตภณั ฑส าํ หรับ
เพศชายหรือเพศหญิง จึงสามารถใชไดทั้งสองเพศ เชน ผลิตภัณฑเส้ือผา หรือเคร่ือง
ประกอบการแตงกาย โดยเฉพาะเสื้อผายูนิเซก็ ส เปนรูปแบบเส้ือผาชุดลําลอง ทรงหลวม สวม
ใสไดทั้งเพศชายและหญิง เชน กางเกงยีนส เส้ือเช้ิต กางเกงขายาว กางเกงขาส้ัน เสื้อยืด เสื้อ
แจคเก็ต เสื้อสูท เปนตน ในป 1980 เสื้อผาท่ีเรียกวา Sweatsuits และ Sweaters เปนท่นี ยิ ม
มากในกลุมของวัยรุนท้ังหญิงและชาย และไดรับความนิยมสวมใสเพ่ิมมากข้ึนในยุค 90 ดวย
รูปแบบเสื้อผาที่ใหอิสระในการแตงกาย ซึ่งคนรุนใหมไดแสดงใหเห็นวาการแตงกายไม
จําเปนตองมีแบบแผนหรือกรอบ สามารถเลือกเสื้อผาในแบบของตนเองได (Calasibetta,
Tortora and Abling, 2003) จากการศกึ ษาความตระหนักในเสอื้ ผา ยูนิเซ็กสข องนักออกแบบ
เส้ือผา จากนักศึกษาและนักออกแบบเสื้อผา โดย Vasan, Pujar and Gopalakrishnan
(2017) พบวานักศึกษาสวนใหญใหการยอมรับเสื้อผายูนิเซ็กส สวนนักออกแบบเสื้อผามี
ความเห็นวาเสื้อผายูนิเซ็กสเปนเส้ือผาท่ีสามารถใชงานไดโดยไมตองจําแนกเพศ แตมีความ
เกย่ี วของกบั รูปแบบเสือ้ ผา และขนาดรา งกาย

รปู แบบเสื้อผา ชุดลําลอง จดั อยูในกลุมเส้อื ผาไมเฉพาะโอกาส สามารถสวมใสไ ดต้งั แต
เชา จรดเยน็ ไมเ หมาะใชใ นงานพิธีหรอื งานที่เปน ทางการ เพราะเปน ชุดทเ่ี นน ความสะดวกสบาย
ในการใชชีวิตประจาํ วัน แบบไมห รูหรา หาซอ้ื ไดท วั่ ไป และงายตอ การดแู ลรกั ษา (กระจา งจิตต,
2544) ผาท่ีนิยมใชตดั เย็บชุดลาํ ลอง มีทั้งชนิดผาพ้ืน ผาพิมพลาย หรือผาที่ผา นการตกแตงใหม ี
ลักษณะสวยงาม เชน ผาพลีท (PIeated Fabric) ซง่ึ เปน ผาผนื ทีผ่ านกระบวนการตกแตงใหเปน
จีบเล็กๆ ทั้งผืน เรียกวา การอัดพลีท นิยมใชผาใยสังเคราะห เชน พอลิเอสเทอร หรือไนลอน
มาอัดพลที เพื่อใหรอยจีบท่ไี ดมีความคงทนถาวร ภายหลังการซักจึงไมตอ งรดี มากนัก โดยทั่วไป
มักพบการนําผาพลที ไปตัดเย็บเปน เสอื้ ผาสําหรบั เพศหญิง แตด ว ยรปู ทรงของเส้ือผา แมจ ะเปน
แบบพอดีตัว แตจะเกิดความหลวมของเส้ือผาจากการซอนของผาในรอยจีบดังกลาว จึงทําให
รูส กึ สบายในการสวมใส และไมม ีขอ จํากัดในดา นรูปรา ง

ผูศึกษาจึงมีแนวคิดในการนําผาพลีทมาทําเส้ือผายูนิเซ็กส ในรูปแบบชุดลําลองที่เนน
ความหลวม สบาย สามารถสวมใสไ ดท ้ังชายและหญิง เพอื่ เปนการเพิ่มทางเลอื กในการแตงกาย
และเปน ขอมลู ในการพฒั นาหรอื ดัดแปลงผลติ ภณั ฑใ หก บั วงการแฟช่นั เสื้อผา ตอ ไป
2. ระเบยี บวธิ ีวจิ ยั

การศึกษาครงั้ น้ี มีการดําเนนิ งาน 4 ระยะ คอื
1. การกําหนดแรงบันดาลใจในการออกแบบ จากการแสดงออกเชิงสัญลักษณท่ี

แสดงความเทาเทียมกันทางเพศ ผานเสื้อผา เครื่องแตงกาย ที่สามารถใชไดทั้งวัยรุนเพศชาย
และหญิง โดยไมถูกสังคมมองวาแปลก หรอื ผิดเพศสภาพ

86

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563

2. การออกแบบและเลือกชุด ออกแบบเปนเสอ้ื ผาตัวหลวม ที่สามารถสวมใสไ ดท ้งั
เพศชายและหญิง เลือกใชผาโทนสีน้ําเงินเขมเพ่ือเปนตัวแทนความเขมแข็งของเพศชาย และ
เลือกใชลักษณะบาน พริ้ว เพ่ือสื่อถึงความออนไหวของเพศหญิง โดยนําผาอัดพลที มาใชในการ
ออกแบบเสื้อผาชุดลําลอง แบบไมเปนทางการ 5 ประเภท คือ เส้ือคลุม เสื้อแขนส้ัน เส้ือแขน
ยาว กางเกง และกระโปรงกางเกง แตละประเภทจดั ทําแบบรา ง จํานวน 5 ชุด (ดงั ภาพท่ี 1-5)

ภาพที่ 1 ประเภทเส้ือคลมุ ภาพที่ 2 ประเภทเส้อื แขนสั้น

ภาพที่ 3 ประเภทเสื้อแขนยาว ภาพที่ 4 ประเภทกางเกง

ภาพท่ี 5 ประเภทกระโปรงกางเกง
3. การตัดเย็บผลิตภัณฑตนแบบ เนื่องจากสรีระของเพศหญิงที่มีหนาอก จึงใช
ขนาดตัวมาตรฐาน SIZE L ของเพศหญิง (จุฑาทิพ, 2556) ในการทําแบบตัด และตัดเย็บ
ผลิตภณั ฑ โดยทําแบบตัดเสอื้ ตวั หลวม และใสยางยืดทีข่ อบเอว เพอื่ ใหส วมใสไดท ้งั เพศชายและ
เพศหญงิ
4. การศึกษาความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเส้ือผาชุดลําลองยูนิเซ็กส
จากผา พลที สําหรับวยั รนุ

87

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปที่ 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2563

4.1 ประชากรและกลมุ ตัวอยาง ประชากรที่ใชในการศึกษา คือ นักศึกษาคณะ
เทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เลือกกลุมตวั อยางแบบ
โควตา (Quota Sampling) เปน นกั ศึกษาเพศชาย 60 คน และเพศหญิง 60 คน รวม 120 คน

4.2 เครื่องมือที่ใชในการรวบรวมขอมูล จัดทําแบบสอบถามออนไลน แบงขอ
คําถามเปน 2 ตอน คอื ตอนท่ี 1 ขอ มูลพนื้ ฐานของผูตอบแบบสอบถาม และตอนที่ 2 ความพึง
พอใจของผตู อบแบบสอบถามตอ เสือ้ ผาชุดลําลองยูนิเซ็กสจ ากผา พลที สาํ หรับวยั รุน

4.3 การเก็บรวบรวมขอมูล ดําเนินการเก็บขอมูลดวยแบบสอบถามออนไลน
ตรวจสอบความสมบรู ณข องคําตอบ นําผลไปวเิ คราะหขอ มูล

4.4 การวเิ คราะหขอมลู วิเคราะหดวยความถี่ รอยละ คาเฉลี่ย และสวน
เบย่ี งเบนมาตรฐาน
3. ผลการวิจัย

1. ผลการออกแบบเสือ้ ผา ชดุ ลําลองยนู เิ ซ็กสจ ากผา พลที สําหรับวัยรุน ท้ัง 5 ประเภท
เม่ือนําแบบรางของชุดใหผ ูเชี่ยวชาญดานการออกแบบ และตัดเย็บเส้อื ผา จํานวน 5 คน เลือก
แบบที่เหมาะสมในการนําไปตัดเยบ็ เปนผลิตภณั ฑตนแบบ ประเภทละ 1 ชุด สรุปผลการเลอื ก
ดงั น้ี (ภาพที่ 6)

1.1 เส้ือคลุม (แบบที่ 5) เปนเสื้อตัวยาว ผาหนา ปกเทเลอร ตัดตอผาพลีทชวง
อกทงั้ ดา นหนา และหลงั แขนยาวทรงกระบอกถงึ ขอมอื

1.2 เส้ือแขนสั้น (แบบที่ 2) เปนเสื้อปกเชิ้ต แขนยาวถึงตนแขน ความยาวเส้ือ
ดา นหนา ยาวถงึ สะโพก ตดั ตอผา พลีทชว งหลัง ชายเสื้อดานหลังยาวถึงตน ขา

1.3 เสื้อแขนยาว (แบบที่ 2) เปนเส้ือคอปาด ความยาวเสื้อถึงสะโพก แขนในตัว
ชวงตัวเสื้อเปนผาพลที ตัดตอแขนเสือ้

1.4 กางเกง (แบบที่ 1) เปนกางเกงทรงกระบอก ยาวถึงขอเทา จั๊มปลายขา ใส
ยางยดื ตรงเอว ใชผาพลีททง้ั ตัว

1.5 กระโปรงกางเกง (แบบท่ี 3) ดานในเปนกางเกงยาวส่ีสวน กระโปรงดาน
นอกเปนผา พลีท ใสยางยดื ติดโบวด า นขา ง ขางละ 4 ช้ิน

88

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563

ภาพที่ 6 แบบชุดยนู เิ ซ็กสจากผาพลีททน่ี ําไปตดั เย็บผลติ ภณั ฑตน แบบ

89

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563

2. ผลการศึกษาความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเส้ือผาชุดลําลองยูนิเซ็กส
จากผาพลที สาํ หรบั วัยรนุ สรุปไดด งั นี้

ตอนท่ี 1 ขอมูลพื้นฐานของผูตอบแบบสอบถาม อายุของเพศชายสวนมากอยู
ระหวาง 20-21 ป เพศหญิงอยูระหวาง 22-23 ป ระดับการศึกษาของเพศชายและหญิงอยูใน
ระดับปริญญาตรี ป 4 สาขาวิชาท่ีศึกษาของเพศชายสวนมากศึกษาในสาขาวิชาการ
บรหิ ารธุรกิจคหกรรมศาสตร เพศหญงิ ศกึ ษาในสาขาวิชาออกแบบแฟช่ันผาและเครอ่ื งแตงกาย

ตอนท่ี 2 ความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอ เสือ้ ผาชดุ ลาํ ลองยนู ิเซก็ สจ ากผา
พลที สาํ หรบั วยั รุน ดงั แสดงในตารางท่ี 1-5

ตารางท่ี 1 ความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเส้ือผาชุดลําลองยูนิเซ็กสจากผาพลีท

สาํ หรับวัยรุน ประเภทเส้อื คลุม (n=120)
สวน ระดับ
ความพงึ พอใจ

รายการ มากทีส่ ุด มาก ปานกลาง นอย คา เฉลี่ย เบยี่ งเบน ความ
(รอ ยละ) (รอ ยละ) (รอ ยละ) (รอ ยละ)
มาตรฐาน พึงพอใจ

1. ความเหมาะสม 32 51 28 9 3.88 0.89 มาก
ของพลที ทีม่ ีตอ (26.67) (42.50) (23.33) (7.50)

ชุด

2. สวมใสไ ดจ รงิ 30 61 26 3 3.98 0.76 มาก
ใน (25.00) (50.83) (21.67) (2.50)

ชวี ิตประจาํ วัน

3. การเลือกใชสี 28 64 26 2 3.98 0.72 มาก
(23.33) (53.33) (21.67) (1.67)

4. ความเหมาะสม 40 58 20 2 4.13 0.74 มาก
ของรูปแบบชุด (33.33) (48.33) (16.67) (1.67)

5. ความสวยงาม 40 62 16 2 4.17 0.71 มาก
(33.33) (51.67) (13.33) (1.67)
ของชดุ

6. ความคิด 54 46 19 1 4.27 0.79 มาก
(45.00) (38.33) (15.84) (0.83)
สรา งสรรค

และทนั สมยั

คา เฉล่ียรวม 4.02 0.77 มาก

90

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563

จากตารางท่ี 1 ผลการวิเคราะหความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเส้ือผาชุด
ลําลองยูนิเซ็กสจากผาพลีทสําหรับวัยรุน ประเภทเส้ือคลุม มีคาเฉล่ียรวมความพึงพอใจระดับ
มาก (คาเฉล่ีย 4.02) เม่ือพิจารณาแตละรายการ พบวามีความพึงพอใจระดับมากทุกรายการ
เรียงลําดับคาเฉลีย่ จากมากไปหานอ ย ดังน้ี ความคิดสรางสรรคและทันสมัย ความสวยงามของ
ชุด ความเหมาะสมของรูปแบบชุด สวมใสไดจริงในชีวิตประจําวัน การเลือกใชสี และความ
เหมาะสมของพลีทท่ีมีตอชุด โดยผูตอบแบบสอบถามเพศหญิง จํานวน 1 ราย ระบุวาชุดสวย
มาก

ตารางท่ี 2 ความพงึ พอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเส้ือผา ชดุ ลาํ ลองยนู ิเซก็ สจากผาพลีท

สําหรบั วยั รนุ ประเภทเส้อื แขนส้ัน (n=120)
สวน ระดับ
ความพงึ พอใจ

รายการ มากทส่ี ดุ มาก ปานกลาง นอ ย คา เฉลีย่ เบ่ยี งเบน ความ
(รอยละ) (รอ ยละ) (รอ ยละ) (รอ ยละ)
มาตรฐาน พึงพอใจ

1. ความเหมาะสม 26 60 30 4 3.90 0.77 มาก
ของพลที ที่มีตอ (21.67) (50.00) (25.00) (3.33)

ชุด

2. สวมใสไ ดจ รงิ 29 54 36 1 3.93 0.76 มาก
ใน (24.17) (45.00) (30.00) (0.83)

ชวี ิตประจําวนั

3. การเลอื กใชส ี 19 60 35 6 3.77 0.77 มาก
(15.83) (50.00) (29.17) (5.00)

4. ความเหมาะสม 25 53 35 7 3.80 0.84 มาก
ของรูปแบบชดุ (20.83) (44.17) (29.17) (5.83)

5. ความสวยงาม 30 49 33 8 3.84 0.90 มาก
(25.00) (40.83) (27.50) (6.67)
ของชดุ

6. ความคดิ 36 46 29 9 3.91 0.92 มาก
สรางสรรค (30.00) (38.33) (24.17) (7.50) 0.83 มาก
และทันสมยั

คา เฉลย่ี รวม 3.76

91

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2563

จากตารางท่ี 2 ผลการวิเคราะหความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเส้ือผาชุด
ลําลองยูนิเซ็กสจากผาพลีทสําหรับวัยรุน ประเภทเส้ือแขนส้ัน มีคาเฉล่ียรวมความพึงพอใจ
ระดับมาก (คาเฉล่ีย 3.76) เมื่อพิจารณาแตละรายการ พบวามีความพึงพอใจระดับมากทุก
รายการ เรียงลําดับคาเฉล่ียจากมากไปหานอย ดังน้ี สวมใสไดจริงในชีวิตประจําวัน ความคิด
สรางสรรคและทันสมัย ความเหมาะสมของพลีทที่มีตอชุด ความสวยงามของชุด ความ
เหมาะสมของรูปแบบชุด และการเลือกใชสี โดยผูตอบแบบสอบถามเพศชาย จํานวน 1 ราย
ระบุวา ถาชุดเปนสีดําจะสวยกวาน้ี และผูตอบแบบสอบถามเพศหญิง จํานวน 1 ราย ระบุวา
การออกแบบเหมอื นเปน ชดุ ทํางานมากกวาชดุ ลาํ ลอง

ตารางที่ 3 ความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเส้ือผาชุดลําลองยูนิเซ็กสจากผาพลีท

สําหรบั วยั รนุ ประเภทเสือ้ แขนยาว (n=120)
สวน ระดบั
ความพึงพอใจ

รายการ มากทีส่ ุด มาก ปานกลาง นอย คา เฉลยี่ เบย่ี งเบน ความ
(รอ ยละ) (รอยละ) (รอ ยละ) (รอยละ) มาตรฐาน พงึ พอใจ

1. ความเหมาะสม 26 60 30 4 3.90 0.77 มาก
ของพลที ทีม่ ีตอ (21.67) (50.00) (25.00) (3.33)

ชดุ

2. สวมใสไ ดจรงิ 29 54 36 1 3.93 0.76 มาก
ใน (24.17) (45.00) (30.00) (0.83)

ชีวิตประจําวัน

3. การเลือกใชสี 19 60 35 6 3.77 0.77 มาก
(15.83) (50.00) (29.17) (5.00)

4. ความเหมาะสม 25 53 35 7 3.80 0.84 มาก
ของรูปแบบชุด (20.83) (44.17) (29.17) (5.83)

5. ความสวยงาม 30 49 33 8 3.84 0.90 มาก
(25.00) (40.83) (27.50) (6.67)
ของชดุ

6. ความคิด 36 46 29 9 3.91 0.92 มาก
สรา งสรรค (30.00) (38.33) (24.17) (7.50) 0.83 มาก
และทันสมัย

คาเฉลย่ี รวม 3.76

92

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563

จากตารางท่ี 3 ผลการวิเคราะหความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเส้ือผาชุด
ลําลองยูนิเซ็กสจากผาพลีทสําหรับวัยรุน ประเภทเส้ือแขนยาว มีคาเฉลี่ยรวมความพึงพอใจ
ระดับมาก (คาเฉล่ีย 3.76) เมื่อพิจารณาแตละรายการ พบวามีความพึงพอใจระดับมากทุก
รายการ เรียงลําดับคาเฉล่ียจากมากไปหานอย ดังนี้ ความเหมาะสมของพลีทท่ีมีตอชุด ความ
สวยงามของชุด ความคิดสรางสรรคและทันสมัย ความเหมาะสมของรูปแบบชุด การเลือกใชสี
และสวมใสไดจริงในชีวิตประจําวัน โดยผูตอบแบบสอบถามเพศชาย จํานวน 2 ราย ระบุวาผา
พลที ทําใหผใู สด อู วน และผูตอบแบบสอบถามเพศหญิง จาํ นวน 1 ราย ระบุวา ชดุ ดแู กไ ป

ตารางท่ี 4 ความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเสื้อผาชุดลําลองยูนิเซ็กสจากผาพลีท

สําหรบั วัยรนุ ประเภทกางเกง (n=120)
สวน ระดับ
ความพงึ พอใจ

รายการ มากที่สดุ มาก ปานกลาง นอย คาเฉลย่ี เบี่ยงเบน ความ
(รอ ยละ) (รอยละ) (รอยละ) (รอ ยละ)
มาตรฐาน พึงพอใจ

1. ความเหมาะสม 50 50 18 2 4.23 0.76 มาก
ของพลีทท่ีมีตอ (41.67) (41.67) (15.00) (1.67)

ชุด

2. สวมใสไ ดจ รงิ 43 53 24 - 4.16 0.73 มาก
ใน (35.83) (44.17) (20.00)

ชวี ติ ประจําวนั

3. การเลือกใชสี 47 55 15 3 4.22 0.76 มาก
(39.17) (45.83) (12.50) (2.50)

4. ความเหมาะสม 36 62 20 2 4.10 0.73 มาก
ของรปู แบบชุด (30.00) (51.67) (16.67) (1.67)

5. ความสวยงาม 43 62 14 1 4.23 0.68 มาก
(35.83) (51.67) (11.67) (0.83)
ของชดุ

6. ความคิด 45 62 10 3 4.24 0.71 มาก
สรา งสรรค (37.50) (51.67) (8.33) (2.50) 0.73 มาก
และทนั สมัย

คาเฉลี่ยรวม 4.17

93


Click to View FlipBook Version