วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2563
จากตารางที่ 4 ผลการวิเคราะหความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเส้ือผาชุด
ลําลองยูนิเซ็กสจากผาพลีทสําหรับวัยรุน ประเภทกางเกง มีคาเฉลี่ยรวมความพึงพอใจระดับ
มาก (คาเฉล่ีย 4.17) เม่ือพิจารณาแตละรายการ พบวามีความพึงพอใจระดับมากทุกรายการ
เรียงลําดับคาเฉล่ียจากมากไปหานอย คือ ความคิดสรางสรรคและทันสมัย ความสวยงามของ
ชุด ความเหมาะสมของพลที ทมี่ ีตอชดุ ความเหมาะสมของสีในการเลือกใชส ี การสวมใสไ ดจ ริง
ในชีวิตประจาํ วนั และความเหมาะสมของรูปแบบชุด โดยผตู อบแบบสอบถามเพศหญิง จํานวน
1 ราย ระบวุ า แบบชดุ แลดูเปนสไตลญ ี่ปุน
ตารางที่ 5 ความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเส้ือผาชุดลําลองยูนิเซ็กสจากผาพลีท
สาํ หรบั วัยรุน ประเภทกระโปรงกางเกง (n=120)
สวน ระดับ
ความพงึ พอใจ
รายการ มากทีส่ ุด มาก ปานกลาง นอย คา เฉล่ีย เบย่ี งเบน ความ
มาตรฐาน พึงพอใจ
(รอยละ) (รอยละ) (รอยละ) (รอยละ)
1. ความเหมาะสม 27 41 41 11 3.68 0.95 มาก
ของพลีททม่ี ตี อ (22.50) (34.17) (34.17) (9.16)
ชุด
2. สวมใสไ ดจรงิ 21 44 45 10 3.63 0.87 มาก
ใน (17.50) (36.67) (37.50) (8.33)
ชวี ติ ประจาํ วัน
3. การเลือกใชส ี 26 44 37 13 3.69 0.93 มาก
(21.67) (36.67) (30.83) (10.83)
4. ความเหมาะสม 26 59 26 9 3.85 0.85 มาก
ของรปู แบบชุด (21.67) (49.17) (21.67) (7.50)
5. ความสวยงาม 24 49 38 9 3.73 0.89 มาก
ของชุด (20.00) (40.83) (31.67) (7.50) 4.03 0.80 มาก
3.61 0.88 มาก
6. ความคดิ 36 55 25 4
สรา งสรรค (30.00) (45.83) (20.83) (3.33)
และทันสมัย
คา เฉลี่ยรวม
จากตารางที่ 5 ผลการวิเคราะหความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามตอเส้ือผาชุด
ลําลองยนู ิเซก็ สจ ากผา พลที สาํ หรับวยั รุน ประเภทกระโปรงกางเกง มีคา เฉลย่ี รวมความพงึ พอใจ
94
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปที่ 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563
ระดับมาก (คาเฉลี่ย 3.61) เมื่อพิจารณาแตละรายการ พบวามีความพึงพอใจระดับมากทุก
รายการ เรียงลําดับคาเฉลี่ยจากมากไปหานอย คือ ความคิดสรางสรรคและทันสมัย ความ
เหมาะสมของรปู แบบชดุ ความสวยงามของชดุ การเลือกใชส ี ความเหมาะสมของพลีททม่ี ีตอ ชดุ
และสวมใสไดจริงในชีวิตประจําวัน โดยผูตอบแบบสอบถามเพศชาย จํานวน 1 ราย ระบุวา
รปู แบบของกระโปรงกางเกงแลดแู ปลกตาดี
เมื่อเปรียบเทียบคาเฉลี่ยความพึงพอใจของเพศชายและเพศหญิงตอเสอื้ ผาชุดลําลอง
ยูนิเซ็กสจากผาพลีทสําหรับวัยรุน พบวาผูตอบแบบสอบถามเพศชายมีความพึงพอใจมากกวา
เพศหญิง ในประเภทเส้ือแขนส้ัน เสื้อแขนยาว และกระโปรงกางเกง สวนเพศหญิงมีคาเฉลี่ย
ความพึงพอใจตอเสื้อผา ชุดลําลองยูนเิ ซก็ สจากผา พลีทสาํ หรับวัยรนุ ประเภทเสอื้ คลุม มากกวา
เพศชาย และทั้งสองเพศมีคาเฉล่ียความพึงพอใจตอเส้ือผาชุดลําลองยูนิเซ็กสจากผาพลีท
สําหรบั วัยรุน ประเภทกางเกง ใกลเ คยี งกัน (ดงั ภาพท่ี 7)
ภาพท่ี 7 ความพงึ พอใจตอ เสือ้ ผา ชุดลําลองยูนเิ ซ็กสจากผาพลที สาํ หรับวยั รนุ จาํ แนกตามเพศ
4. สรปุ ผลและอภปิ รายผล
การออกแบบเส้ือผาชุดลําลองยูนิเซ็กสจากผาพลีทสําหรับวัยรุน ท่ีเนนการสวมใสได
จริง เลือกใชสีเขม ทําใหแลดอู บอุน และเปน สีท่สี ามารถสวมใสไ ดทงั้ เพศชายและหญงิ ประกอบ
กับการนําผา พลีทท่ีมลี ักษณะยืดหยุนตามแรงดึงมาใชในการออกแบบทําใหรสู กึ สบายในการใช
งาน จึงทําใหผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในระดับมาก สอดคลองกับ Vasan, Pujar
and Gopalakrishnan (2017) ไดศึกษาในประเด็นความตระหนักเกี่ยวกับเสื้อผา แบบยูนิเซก็ ส
ของนกั ออกแบบเสอ้ื ผา จากนักศกึ ษาและนกั ออกแบบเสื้อผา พบวา ผูตอบแบบสอบถามท่ีเปน
นักศึกษารอยละ 72 ใหการยอมรับเสื้อผาแบบยูนิเซ็กส และความคิดเห็นของนักออกแบบ
เสื้อผาระบวุ าเส้ือผาแบบยนู ิเซ็กสเ ปน เสอื้ ผา ท่สี ามารถใชง านทนั ทโี ดยไมตอ งแยกตามเพศ ทาํ ให
เสื้อผานั้นมปี ระโยชนจนอาจกลายเปนสว นหนึ่งของชีวิต ซ่ึงมีความเกีย่ วของกับเร่ืองขนาดของ
รางกาย รูปแบบเสอ้ื ผา และความเหมาะสม ท้งั นี้ ความแตกตางทางวัฒนธรรมและการยอมรับ
ทางสังคมจดั เปน อปุ สรรคของนักออกแบบเสื้อผา
95
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
5. กติ ตกิ รรมประกาศ
ขอขอบคุณคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระ
นคร ท่ีสนับสนุนการศึกษาครั้งน้ี และขอขอบคุณผูเช่ียวชาญทุกทานที่รวมพิจารณาเลือกแบบ
ราง
6. เอกสารอางองิ
กระจางจติ ต เขยี วขํา. 2544. ตําราตดั เสือ้ สตรชี ดุ โอกาสพิเศษ. กรงุ เทพฯ: พรานนก
การพมิ พ.
จุฑาทิพ รตั นะนราพันธ. 2556. การตกแตงเสอ้ื . กรุงเทพฯ: โอเดยี นสโตร.
Calasibetta, C.M., Tortora, P.G., & Abling, B. 2003. Fairchild Dictionary of
Fashion. (3rd ed). New York: Fairchild Books.
Vasan, S., Pujar, S.R., & Gopalakrishnan, S. 2017. Awareness on unisex clothing
among fashion designers: A study. International Journal in
Management and Social Science. 5, 2 (February): 14-23.
96
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563
โปรตนี จากพชื หรือโปรตีนจากสัตวท ีด่ ีตอสุขภาพ
สุนยี สหสั โพธิ์1*
รางกายมนุษยประกอบดวยโปรตีน 20 เปอรเซ็นต และเน่ืองจากโปรตีนไมเก็บ
สะสมในรางกาย ดังนั้นรางกายจึงตองไดรับโปรตีนอยางเพียงพอจากอาหารทุกวัน แหลง
โปรตีนจากอาหารมีทงั้ โปรตีนจากพชื และโปรตีนจากสัตว
ในภาวะปกติโปรตนี จากสตั วดูเหมือนจะมีประโยชนท ี่ดีตอสุขภาพมากกวาโปรตีนจาก
พชื เนอ่ื งจากวา โปรตีนประกอบดวยกรดอะมิโน 20 ชนดิ มาตอ กันดว ยพนั ธะเปปไทด ซึง่
กรดอะมโิ นจะถูกจาํ แนกเปน 2 ประเภท ไดแก
1. กรดอะมิโนจําเปน (Essential amino acid) หมายถึง กรดอะมิโนที่
รา งกายคนเราไมส ามารถสรา งหรอื สังเคราะหเ องได หรือสรา งไดแ ตไ มพอกบั ความตอ งการของ
รา งกาย แตจะไดจาการรับประทานจากอาหารเทาน้ัน มอี ยู 8 ตัวสาํ หรบั ผใู หญ และ 9 ตวั
สําหรับเด็ก ไดแก ไอโซลูซีน ลูซีน ไลซีน เมทไทโอนีน วาลีน ทรีโอนีน เฟลนิลอะลานนี
ทริปโตเฟน และฮีสติดีน สําหรับเด็กเทานั้น เพราะผูใหญสามารถสรางไดเองเพียงพอกับ
ความตองการจึงไมจัดเปนกรดอะมิโนท่ีจําเปนในผใู หญ การขาดกรดอะมิโนจําเปน แมแตเพียง
ตวั ใดตัวหน่ึงจะทาํ ใหร า งกายไมส ามารถสังเคราะหโปรตีนเพ่ือการเจริญเติบโตได
2. กรดอะมิโนไมจําเปน (Non-essential amino acid) หมายถึง กรดอะมิ
โนท่ีรางกายคนเราสามารถสรางเองไดเพียงพอกับความตองการของรางกาย ไมจําเปนตอง
ไดรับจากอาหาร หรือจะไดจากอาหารก็ได แตก็มีความจําเปนตอรางกายไดแก เซรีน ไทโร
ซีน โปรลีน ซิสตีน ไกลซีน อะลานีน ซิสเตอีน อารจินีน กรดแอสปารติก กรดกลูตามิก
และออรน ิทีน
จากการจําแนกกรดอะมิโนเปน 2 ประเภท ทําใหโปรตีนท่ีมีกรดอะมิโนเปน
องคป ระกอบสามารถจาํ แนกไดเปน 2 ประเภทตามคุณคา ทางอาหารดงั น้ี
1. โปรตีนสมบรู ณ (Complete Protein) เปนโปรตีนทปี่ ระกอบดวยกรดอะมิ
โนจําเปนครบทุกชนดิ ในปริมาณและสดั สว นทเ่ี พียงพอที่รา งกายตองการในการบํารงุ รางกายให
แขง็ แรง และชว ยในการเจรญิ เติบโต ไดแก โปรตนี จากสัตว เนอื้ นม ไข และถั่วเหลอื ง
2. โปรตีนไมสมบูรณ (Incomplete Protein) เปนโปรตีนท่ีมีกรดอะมิโน
จําเปนไมครบทุกชนิด หรือมีครบแตปริมาณบางตัวไมเพียงพอกับความตองการของรางกาย
(Limitting amino acid) ไดแก โปรตีนจากธัญพืช เชน ขาว มีกรดอะมิโนไลซีนและทรี
โอนีนต่ํา ขาวโพดมีกรดอะมิโนไลซีนและทริปโตเฟนต่ํา ถ่ัวเมล็ดแหง (ยกเวนถั่วเหลือง) มี
เมทไทโอนีนตํ่า โปรตีนจากผักและผลไม อีกท้ังโปรตีนจากสัตวบางชนิดถูกจัดเปนโปรตีนไม
สมบูรณ ไดแ ก หูฉลาม รงั นกนางแอน เอ็นสัตว หนังสตั ว และตีนเปดตนี ไก โปรตีนที่ขาด
1สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร และมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
1Foods and Nutrition Program, Rajamangala University of Technology Phra Nakhon
*ผูประสานงานนพิ นธ E-mail : [email protected]
97
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2563
กรดอะมิโนจาํ เปน แมเ พยี งตัวเดยี วกจ็ ะดอ ยคุณคา ทางอาหาร กลา วคอื การสังเคราะหโปรตีน
จะลดนอยลงเม่อื ขาดกรดอะมโิ นเพียงตัวเดียว และจะมีผลทําใหไนโตรเจนจากกรดอะมิโนตัว
อื่นๆ ถูกขับออกจากรางกายในรูปยูเรีย (Urea) เน่ืองจากนําไปใชในการสังเคราะหโปรตีน
ไมไดเต็มท่ี ดังนั้นจึงไมสามารถบํารุงรางกายใหแข็งแรง และไมชวยในการเจริญเติบโตเทาที่
รา งกายตองการได
เนื้อสตั วแ มจะอดุ มดว ยโปรตนี ท่มี ีคุณภาพ แตจากการศึกษาวจิ ัยของนกั วทิ ยาศาสตร
พบวา การรับประทานเน้ือสัตวจ ะเปนปจจัยเส่ียงของโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง และการ
ตายกอนวัยอันควร ซ่ึงชนิดของเนื้อสัตวมีสวนสัมพันธกับการเกิดโรคโดยพบวา เน้ือแดง
(Red meat) ไมมีผลตอการเกิดโรค แตผลิตภัณฑของเน้ือแดงท่ีผานกระบวนการตางๆ
(Processed red meat) (Rohrmann et al., 2013) จะมีสวนสัมพันธเปนปจจัยเส่ียงตอ
โรคหัวใจและเบาหวาน ซึ่งเนือ้ แดงทก่ี ระบวนการจะไมรวมเนือ้ ปลา ไก และไกง วง
ดังน้ันการรับประทานเน้ือสัตวท่ีผานกระบวนการจะมผี ลใหเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
และสมอง โรคเบาหวาน เปนตน สวนเน้ือแดงที่ไมผา นกระบวนการ เนื้อสัตวไมมนั (Lean
meat) ยังคงมีประโยชนชวยใหรางกายเจริญเติบโตแข็งแรง อีกทั้งชวยสรางกลามเน้ือ และ
ปองกันการสลายของกลามเนื้อท่ีเกิดขึ้นตามอายุท่ีมากข้ึน (Lord et al., 2007; Aubertin
and Adlercreutz, 2009)
โปรตีนจากพืชสวนมากจะเปนโปรตีนท่ีไมสมบูรณ นอกจากจะขาดกรดอะมิโน
จําเปนบางชนิด หรือมีครบแตป ริมาณบางตวั ไมเพียงพอกับความตอ งการของรา งกายแลว ยัง
ขาดสารอาหารอกี จํานวนมากที่สาํ คญั ไดแก
วติ ามนิ บี 12 พบมากในปลา เนือ้ สตั ว เปด ไก ผลติ ภัณฑนม คนทไี่ มร ับประทาน
เน้อื สตั วมกั ขาดวติ ามินบี 12 (Pawlaw et al., 2014)
วติ ามนิ ดี พบในนํ้ามนั ปลา ไข ผลติ ภณั ฑน ม พืชบางชนิด วิตามนิ ดีทพ่ี บในสตั วจ ะ
เปนรปู แบบทีร่ างกายนาํ ไปใชไดด กี วา วติ ามนิ ดีท่พี บในพืช (Romagnoli et al., 2008)
ดเี อชเอ (Docosahexaenoic acid : DHA) เปนกรดไขมันจําเปนประเภทโอเมกา
3 พบมากในน้ํามันปลา เปนสารชวยบํารุงระบบประสาทและสมอง ซึ่งจะไมพบในแหลง
อาหารจากพชื (Gebauer et al., 2006)
เหล็ก (Heme iron) พบมากในเน้ือสัตวที่มีสีแดง (Red meat) และเหล็กท่ีมา
จากสตั วจะดูดซึมไดดีกวาเหลก็ ทมี่ าจากพืช
สงั กะสี (Zn) แหลงที่พบสงั กะสจี ะมาจากสัตว เชน เน้อื ววั เนอ้ื หมู เน้อื แกะ การ
ดูดซึมและการนําไปใชของสังกะสีจากแหลงเน้ือสัตวจะดีกวาแหลงท่ีมาจากพืช (Cotton et
al., 2004)
โปรตีนจากพืชยังมีสว นประกอบบางชนิดที่ทําใหเกิดภมู ิแพ (Allergenic proteins)
เชน สารทริปซนิ อินฮบิ ิเตอร (Trypsin inhibitors) ในถ่ัวทําใหเกิดอาการทองอืด แตสารตวั
น้ีสามารถถูกทําลายไดดวยความรอน ดังน้ัน หากเราด่ืมนมถั่วเหลืองที่ยังตมไมสุก สาร
98
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563
ทริปซินอินฮิบิเตอร ก็จะทําใหผูด่ืมมีอาการแนนทอง ทองอืด แตถาตมน้ํานมถั่วเหลอื งใหสุก
สารเหลานีจ้ ะถกู ทําลาย เราจะดม่ื นํา้ นมถัว่ เหลอื งโดยทองไมอ ดื เปนตน และสารท่ที าํ ใหคุณคา
อาหารสญู เสียได (Anit nutritional factors) ตวั อยา ง ไฟเบอรจะทําใหก ารดดู ซมึ สารอาหาร
บางตัว เชน ธาตุเหลก็ นอยลง สิ่งเหลาน้ีเปนขอ จาํ กัดใหโ ปรตนี จากพชื มีประโยชนดอยกวา
โปรตีนจากสตั ว
การรับประทานอาหารที่อุดมไปดวยโปรตนี จากพืช เชน อาหารมังสวิรัติ จะมีสวน
สมั พันธกับการมีสุขภาพท่ีแขง็ แรง จากการศึกษาผทู ่ีรับประทานอาหารมังสวริ ัติพบวา จะเปน
ผูทีม่ นี ้าํ หนักตวั นอ ย ระดับคลอเลสเตอรอลตาํ่ และความดนั โลหติ ตาํ่ อกี ทัง้ ยงั พบวา เปน ผทู ม่ี ี
ปจจัยเส่ียงตอ โรคเสน เลอื ดสมอง หวั ใจ และมะเร็งนอยกวาผูทไี่ มรบั ประทานมงั สวริ ตั ิ (Craig,
2010) โปรตีนจากพืชท่ีดีควรประกอบดวยโปรตีนจากพืชผัก จะสามารถลดความดันโลหิต
ระดับคลอเลสเตอรอล และลดอัตราเสี่ยงตอโรคหัวใจไดดีกวาอาหารโปรตีนจากพืชท่ีมาจาก
ธัญพชื จากการทดลองของนักวิทยาศาสตรพ บวาอาหารโปรตนี จากพืชผักท่มี ากรวมกบั โปรตีน
ที่มาจากธัญพืชนอยจะสามารถชวยลดระดับคลอเลสเตอรอล และความดันโลหิตไดดีกวา
อาหารที่มโี ปรตีนจากธญั พชื มากรวมกับปรมิ าณไขมันต่ํา (Jenkins et al., 2009)
โปรตีนจากพืชที่มาจากถ่ัวเมล็ดแหงชนิดตางๆ ยังชวยใหสามารถควบคุมน้ําหนักได
อยางไรกต็ ามอาหารทอ่ี ุดมดวยโปรตนี จากพชื จะมีความเสีย่ งตํา่ ตอ โรคหวั ใจ โรคเบาหวาน และ
โรคอวน ดังนนั้ ในภาวะที่รางกายมีความเจบ็ ปว ยในโรคบางอยาง เชน โรคหลอดเลอื ดหัวใจ
โปรตีนจากพืชจะมีประโยชนมากกวาโปรตีนจากสัตว การรับประทานโปรตีนจากสัตวจะมผี ล
เปนปจจัยเสี่ยง ตอการเปนโรคหลอดเลือดหัวใจมากกวาโปรตีนจากพืช และผูปวยโรคหลอด
เลือดหัวใจสามารถลดปจจัยความเสย่ี งได โดยการลดโปรตีนจากสัตว ลดปริมาณไขมันอม่ิ ตัว
ในอาหาร และลดความดนั โลหิต
ปริมาณอาหารที่แนะนําของชาวอเมริกัน (US Department of Agriculture
and US Department of Health and Human Services, 2010) ซงึ่ ไดต พี ิมพใน ค.ศ.
2010 แนะนําใหชาวอเมริกันรับประทานอาหารโปรตีนแหลงท่ีมาจากพืชมากขึ้น จําพวกถ่ัว
ตา งๆ เมล็ดและผลติ ภณั ฑธ ัญพชื ท่ขี ดั สีแตน อ ย และผัก ใน ค.ศ.2015 Dietary Guidelines
Advisore Committee ( AGAC) ( Office of Disease Prevention and Health
Promotion, 2015) แนะนําใหแทนท่ีน้ําตาลท่ีใหพลังงานสูญเปลา ดวยโปรตีนจากพืชผัก
ถึงแมวาโปรตีนจากพชื ผักจะเปนโปรตนี ประเภทไมสมบูรณจ ะใหกรดอะมโิ นจําเปนไมค รบถว น
แตป จจบุ ันโปรตนี จากพืชผกั จะถกู กลาวถึงในแงของการเปนโปรตนี เพอ่ื สขุ ภาพ นอกจากนัน้ ใน
ผูที่รับประทานอาหารมังสวิรัติมีแนวโนมของความดันโลหิตและปริมาณคลอเลสเตอรอลใน
เลือดต่ํากวาผูที่รับประทานโปรตีนจากสัตว (Sack et al., 1974; Aemstrong et al., 1997;
Sack et al., 1975) การทค่ี วามดันโลหติ ตาํ่ ยงั ข้นึ อยกู บั ปจ จัยตอ ไปน้ี
99
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2563
1. การไมสบู บุหรี่
2. การดมื่ แอลกอฮอลแตเ พียงเลก็ นอ ย ไมดม่ื เปน ประจํา
3. มนี า้ํ หนกั ไดสดั สว นท่ีถกู ตองไมอว น
4. มกี ารออกกาํ ลังกาย
5. กนิ อาหารเพื่อสขุ ภาพ
6. การรบั ประทานผกั และผลไมทใ่ี หกากใย แมกนเี ซยี ม และโพแทสเซียม ซ่ึงมสี ว น
เกย่ี วของในความดนั โลหติ ทง้ั สิน้
การไดรบั โปรตีนอยางเพียงพอจากอาหาร เปน ส่ิงจําเปน อยา งยิง่ ตอการเจรญิ เตบิ โต
(Growth) สมรรถนะการทาํ งานของรา งกาย (Performance) ดังนั้นในภาวะที่รางกายกาํ ลงั
เจริญเติบโตในชวงวัยเด็ก หรือภาวะปกติในผูใหญท่ีตองการโปรตีนในการซอมแซมสวนที่สึก
หรอ โปรตีนจากสัตวจะมีประโยชนม ากกวา โปรตีนจากพืช แตในภาวการณเ ปนโรคบางอยา ง
โปรตีนจากพืชจะมีประโยชนในแงเปนโปรตีนเพ่ือสุขภาพ ดังนั้น เพ่ือการมีสุขภาพที่ดีจึงควร
รับประทานอาหารเนื้อสตั วท ่ีผา นกระบวนการใหน อ ย โปรตนี จากพืชใหมาก และมโี ปรตนี จาก
สัตว เชน ปลา ไข ผลิตภัณฑนม ใหเพียงพอ ผูที่รับประทานมังสวิรัติควรกินอาหาร
หลากหลายชนิดเพ่ือใหแนใจวาไดรับกรดอะมิโนอยางเพียงพอ สวนผูที่รับประทานเน้ือสัตว
ควรใหม ีสดั สวนของโปรตนี จากสัตวและโปรตีนจากพืชอยางเหมาะสม
เอกสารอา งองิ
Aemstrong B, van Merwyk AJ, Coates H. 1997. Blood Pressure in Seventhday
Adventist Vegtarians. Am J Epidemiol. 105 : 444-449.
Aubertin-Leheudre M, Adlercreutz H. 2009. Relationship between animal
protein intake and muscle mass index in healthy women. Br J Nutr.
102 : 1803-10.
Cotton PA, Subar AF, Friday JE, Cook A. 2004. Dietary sources of nutrients
among US adults, 1994 to 1996. J Am Diet Assoc ; 104 : 921-930.
Craig WJ. 2010. Nutrition concerns and health effect of vegetarian diets. Nutr
Clin Pract ; 25 : 613-620.
Gebauer SK, Psota TL, Harris WS, Kris-Etherton PM. 2006. n-3 fatty acid dietary
recommendation and food sources to achieve essentiality and
cardiovascular benefits. Am j Clin Nutr. 83 : 1526S-1535S.
Jenkins DJ, Wong JM, Kendall CW, Esfahani A, Ng VW, Leong TC, Faulkner
DA, Vidgen E, Greaves KA, Paul G, Singer W. 2009. The effect of a
plant-based low carbohydrate ( “ Eco-Atkins” ) diet on body weight
100
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท่ี 2 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563
and blood lipid concentrations in hyperlipidemia subjects. Arch
Intern Med. 169 : 1046-54.
Lord C, Chaput JP, Aubertin-Leheudre M, Labonte M. 2007. Dietary animal
protein intake : association with muscle mass index in older
women. The Journal of Nutrition , Health & Aging. 11 : 383-387.
Office of Disease Prevention and Health Promotion, 2015 Dietary Guidelines
Advisory Committee. Scientific Report of the 2015 Dietary
Guidelines Advisory committee. Washington ( DC) : Office of
Disease Prevention and Health Promotion ; 2015.
Pawlak R, Lester SE, Babatunde T. 2014. The prevalence of cobalamin
deficiency among vegetarians assessed by serum vitamin B12 :
a review of literature. Eur J Clin Nutr. 68 : 541-548.
Rohrmann S, Overvad K, et al. 2013. Meat consumption and mortality—
results from the European Prospective Investigation into Canner
and Nutrition. BMC Med.
Romagnoli E, Mascia ML, Cipriani C, Fassino V, Mazzei F, D’Erasmo E,
Carnevale V, Scillitani A, Minisola S. 2008. Short and long-term
varitions in serum calciotropic hormones after a single very
large dose of ergocalciferol ( vitamin D2) or cholecalciferol
(vitamin D3) in the elderly. J Clin Endocrinol Metad. 93 : 3015-
20.
Sacks FM, Castelli WP, Donner A, Kass EH. 1975. Plasma lipids and
lipoproteins in vegetarians and controls. N Engl J Med 292 :
1148-1151.
Sack FM, Rosner B, Kass EH. 1974. Blood Pressure in vegetarians. Am J
Epidemiol. 100 : 390-398.
US Department of Agriculture and US Department of Health and Human
Services. 2010. Report of the Dietary Guidelines Advisory
Committee on the Dietary Guidelines for Americans. Washington
(DC) : USDA and US Department of Health and Human Services ;
2010.
101
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
การเกดิ อนมุ ูลอิสระ และกลไกของสารตา นอนมุ ูลอิสระในรา งกายมนษุ ย
สุนยี สหสั โพธ์ิ1* และ ธัญยธรณ สหัสโพธ1ิ์
อนุมูลอิสระ (oxidant หรือ free radical) หมายถึง อะตอมหรือโมเลกุลท่ีมี
อิเล็กตรอนที่ไมมีคู โดดเดี่ยวอยูรอบนอก เปนโมเลกุลท่ีไมเสถียรและมีความวองไวตอการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี ในลักษณะเปนปฏิกิริยาลูกโซ (ดังสมการ 1 และ 2) สามารถเขาทํา
ปฏิกิริยากับสารชีวโมเลกุลตางๆ ท่ีอยูรอบขางไดทันทีท่ีถูกสรา งข้ึนมีความวอ งไวในการเขาทาํ
ปฏิกิริยามาก และสามารถดึงอิเล็กตรอนจากโมเลกุลอื่นมาแทนท่ีอิเล็กตรอนที่ขาดหายไป
เพอ่ื ใหต วั เองเกิดความสมดลุ หรือมคี วามเสถียร (ศริ ิธร, 2557)
R° + O2 ROO° สมการ 1
ROO° + RH ROOH + R° สมการ 2
โดยปกติอนุมูลอิสระจะเกิดขึ้นตลอดเวลาในรางกาย ท่ีสําคัญจากกระบวนการเผา
ผลาญสารอาหารหรอื เมแทบอลซิ มึ สารอาหารภายในรา งกาย ซึ่งเรยี กวา ปฏกิ ิรยิ าออกซิเดชัน
(oxidation) โดยมีตวั กระตนุ สาํ คญั ทีเ่ รียกวา Reactive Oxygen Species (ROS) หมายถึง
โมเลกุลท่ีวองไวตอการทําปฏิกิริยา ซึ่งอาจจะเปนอนุมูลอิสระหรือไมใชอนุมูลอิสระก็ได
ตัวอยางของอนุมูลอิสระและ ROS เชน อนุมูลซุปเปอรออกไซด (superoxide anion
radical), อนุมูลไฮดรอกซิล (hydoxyl radical), อนมุ ลู เพอรออกไซด (peroxide radical),
อนุมูลเพอรออกซิล (peroxly redical), ไฮโดรเจนเพอรออกไซด (hydrogen peroxide),
โอโซน (ozone), ออกซิเจนอะตอมเด่ียว (singlet oxygen) และอนุมูลไฮโดรเจน
(hydrogen radical) เปนตน อนุมูลอิสระเหลาน้ีสงผลใหเกิดความเสยี หายแกองคประกอบ
ตางๆ ภายในรางกาย ไมวาจะเปน การเปลี่ยนสภาพโปรตีนและไขมนั ของเย่ือหุมเซลล การ
ทําลายโครงสรางดีเอ็นเอ (Ames et al., 1993) เปนสาเหตุสําคัญของโรคหลายชนิด ไดแก
โรคมะเร็ง โรคพารกินสัน โรคสมองฝอ โรคไขขออักเสบ โรคหัวใจ และโรคท่ีเกิดจากเซลล
และเนื้อเย่ือในรางกายตอตานกันเอง (autoimmune) นอกจากอนุมูลอิสระที่เกิดจากผล
พลอยไดจากการใชออกซิเจนของกระบวนการเมแทบอลิซึมของเซลล ยังเกิดจากปจจัยจาก
สิ่งแวดลอ มภายนอก ไดแ ก มลพษิ การติดเชอ้ื รงั สียวู ี ควันจากทอไอเสียรถยนต
102
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563
และควันบุหรี่ อนุมูลอิสระเหลานี้สามารถถูกกําจัดหรือลดความรุนแรงดวยสารตานอนุมูล
อิสระท่ีสามารถจับกับอนุมูลอิสระแลวเกิดเปนอนุมูลอิสระตัวใหมท่ีเสถียรกวา สงผลใหวงจร
การเกดิ อนมุ ูลอสิ ระตัวใหมห ยดุ ลง
1 สาขาวชิ าอาหารและโภชนาการ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
1 Foods and Nutrition Program, Rajamangala University of Technology Phra Nakhon
2 สาขาวิชาคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
2Master of Home Economics Program, Rajamangala University of Technology Phra Nakhon
*ผปู ระสานงานนิพนธ E-mail : [email protected]
R° + R° RR สมการ 3
ซงึ่ RR เปน โมเลกุลทม่ี คี วามเสถยี ร
ภาพท่ี 1 การเกิดสารตา นอนมุ ลู อสิ ระในรา งกาย
ทม่ี า: สนุ ีย (2560)
สารตานอนุมูลอิสระ คือ สารท่ีตานการเกิดหรือยับย้ังการทํางานของอนุมูลอิสระ
รวมท้ังยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ซ่ึงสารตานอนุมูลอิสระจะเปนโมเลกุลที่มีความ
เสถียร มีนาํ้ หนักโมเลกลุ นอย สามารถทําปฏิกิริยาอนมุ ูลอิสระ และยับยั้งปฏกิ ริ ยิ าแบบลูกโซ
ในการเกิดอนุมูลอิสระได ในสิ่งมีชีวิตจะมีระบบการปองกันการทําลายเซลลและเน้ือเยื่อจาก
อนุมูลอิสระ ประกอบดวยสารตานอนุมูลอิสระมากมายหลายชนิด ท่ีทําหนาที่แตกตางกันไป
103
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปที่ 2 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2563
ซง่ึ มที ง้ั ทเี่ ปนเอนไซมแ ละไมเ ปน เอนไซม สารประกอบทล่ี ะลายในนาํ้ และสารประกอบทล่ี ะลาย
ในไขมัน กลไกการทํางานของสารตานอนุมูลอิสระในการกําจดั อนุมูลอิสระมีหลายกลไก เชน
การดักจับอนุมูลอิสระ (radical scavenging) ใหไฮโดรเจนหรืออิเล็กตรอนแกอนุมูลอิสระ
(electron donor) เปนการทําใหโมเลกุลของอนุมูลอิสระมีความเสถียรข้ึน การยับย้ังการ
ทํางานของออกซิเจนที่เปนอิเล็กตรอนเดี่ยวที่วองไวตอปฏิกิริยา (singlet oxygen
quenching) จับกับโลหะที่สามารถเรงปฏิกิริยาออกซิเดชันได (metal chelation) หยุด
ปฏิกิริยาการสรางอนุมูลอิสระ (chain-breaking) และยับย้ังการทํางานของเอนไซมท่ีเรง
ปฏิกิริยาการสรา งอนุมลู อิสระ (enzyme inhibition) (ธิดารัตน, 2558)
ภาพที่ 2 กลไกการทํางานในรางกายของสารตานอนมุ ูลอสิ ระ
ทีม่ า: สนุ ีย (2554)
แหลงท่ีมาของสารตานอนุมูลอิสระมีสองแหลง ไดแก สารตานอนุมูลอิสระ
สังเคราะห (synthetic antioxidants) และสารตานอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ (natural
antioxidants) ซ่ึงสารตานอนุมูลอิสระสังเคราะหที่มีการอนุญาตใหใชในอาหารในปจจุบัน
ไดแก บีเอชเอ บีเอชที โพรพิลแกลเลต เอทอกซีควิน แอสคอรบิลปาลมิเทต และที
บเี อชควิ สารสงั เคราะหด ังกลา วนิยมนํามาใชในอตุ สาหกรรมอาหารเพอื่ ยับยัง้ การเกิดปฏิกิริยา
ออกซิเดชันของไขมันที่เปนสาเหตุที่ทําใหอาหารมีกลิ่น สี และรสชาติเปลี่ยนแปลงไป สาร
ตานอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ สามารถพบไดในสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว ซ่ึงเปนวิตามิน
เอนไซมแ ละสารอนื่ ๆ ตวั อยางของสารตานอนุมูลอสิ ระที่เปน วิตามิน เชน วติ ามินซี (พบที่ไซ
โทพลาสซึม) วิตามินอี (พบท่ีเมมเบรน) กลูตาไธโอน (ปองกันอันตรายจากอนุมูลอิสระท่ีไซ
โทพลาสซมึ และเมมเบรน) สารตานอนมุ ลู อสิ ระทเี่ ปนเอนไซม ไดแก กลตู าไธโอนเพอรออกซิ
เดส (glutathione peroxidase : GPX) กลตู าไธโอนรดี กั เทส (glutathione reductase)
104
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563
และ กลูตาไธโอนทรานเฟอเรส (glutathione transferase) ซ่ึงทําหนาที่ทําใหโมเลกุลของ
ไฮโดรเจนเปอรอ อกไซด (H2O2) เปน ออกซเิ จนและนาํ้ สวนเอนไซมซ ปุ เปอรออกไซดสิ มวิ เทส
(superoxide dismutase : SOD) สามารถเปลี่ยน O2- เปน H2O2 สารตานอนุมูลอิสระ
อืน่ ๆ ไดแ ก แคโรทีนอยด (carotenoid) ยูบิควิโนน (ubiquinones) สามารถปองกนั อนุมลู
อิสระออกซิเจนทั้งภายในเซลลและภายนอกเซลล (สุนีย, 2554) นอกจากนี้ยังแบงสารตาน
อนุมูลอิสระในรา งกายตามระบบตานอนมุ ลู อสิ ระได 2 ประเภท คอื ประเภทปองกนั การเกิด
สารอนุมูลอิสระ ไดแก เอนไซมเพอรออกไซด (peroxide), เพอรออกซิเดส (peroxidase),
กลูตาไธโอนเพอรออกซิเดส (glutathione peroxidase), catalase, cytochrome C,
ทองแดง, สังกะสี, ซีเลเนียม เปนตน และประเภทท่ี 2 คือ กลุมท่ีทําลายปฏิกิริยาลูกโซ
ไดแ ก อลั บูมิน (albumin), กรดยรู ิก (uric acid), บิลริ บู ิน (bilirubin), ยบู คิ วโิ นน, หมูซลั ฟ
ไฮดริล (sulfhydryl groups), ซสิ เตอนี (cysteine), เบตา แคโรทนี , แคโรทีนอยด, วิตามินอ,ี
วิตามินซี เปนตน นอกจากนี้ยังมีสารประกอบฟนอล (phenolic compound) และสาร
กลมุ ฟลาโวนอยด (ธดิ ารัตน, 2558; ศิรธิ ร, 2557)
สารตานอนมุ ูลอิสระสามารถพบไดตามธรรมชาตใิ นรปู ของสารประกอบฟนอล แคโร
ทีนอยด และสารประกอบไนโตรเจน แหลงของสารตานอนุมูลอิสระสวนแรกนั้นเกิดจาก
รางกายสรางเอนไซมตานอนุมูลอิสระ และสวนท่ีสองคือกลุมของสารตานอนุมูลอิสระจาก
วิตามินเอ ซี อี หรือเบตาแคโรทีน รวมท้ังสารประกอบโพลีฟนอล ซึ่งเปนพฤกษเคมีท่ี
สามารถพบไดใ นพืชและผลไม
อยางไรก็ตามในภาวะปกติรางกายของคนจะมกี ารปองกันการสะสมสารอนุมูลอสิ ระ
โดยการสรางเอนไซมตานอนุมูลอิสระข้ึนมาควบคุมปริมาณสารอนุมูลอิสระใหอยูในภาวะที่
สมดุล และอีกสวนไดจากสารตานอนุมูลอิสระท่ีรางกายรับประทานเขาไปจําพวกวิตามิน
เบตา แคโรทนี และแคโรทนี อยด รวมทง้ั สารประกอบฟน อล (สริ ิพนั ธ,ุ 2558) เชน
1. วิตามนิ ซี หรือกรดแอสคอรบิก (AscH2) มคี ุณสมบัตลิ ะลายนาํ้ ไดด ี จงึ ทาํ หนา ท่ี
ตานอนุมูลอิสระในเซลลและอวัยวะที่มีน้ําเปนองคประกอบหลัก มีหมูไฮดรอกซิล 2 หมู ที่
แตกตัวใหไฮโดรเจนได ปฏิกิริยาโดยรวมคือ การใหอิเล็กตรอน 1 ตัว รวมกับอะตอม
ไฮโดรเจนแกอนุมูลอิสระ เปนการกําจัดหรือสลายอนุมูลอิสระโดยเปลี่ยน R° ใหเปน RH
จากการกาํ จัดนจี้ ะไดอนมุ ลู อิสระตัวใหมท ม่ี คี วามไวตํา่ คอื กรดแอสคอรบ กิ
2. วิตามินอี (tocopherol) เปนวิตามินท่ีละลายไดดีในไขมัน จากโครงสรางมี
หลายไอโซเมอร โดย alpha-tocopherol เปนไอโซเมอรที่มีฤทธิ์สูงสุด วิตามินอีเปนสาร
ตานอนุมูลอิสระท่ีสําคัญของเมมเบรนซึ่งมีลิพิดเปนองคประกอบ โดยปองกันไมใหเกิดลิพิด
เปอรอ อกซิเดชนั
3. สารประกอบฟนอล คือ สารที่มีหมู OH บนวงอะโรมาติกตั้งแต 1 กลุมขึ้น
ไป สารประกอบฟนอลพ้ืนฐาน คือ สารฟนอล (phenol) ในโมเลกุลประกอบดวยวงอะโร
มาตกิ 1 วง และหมูไฮดรอกซลิ 1 หมู
105
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2563
ภาพท่ี 3 โครงสรา งสารประกอบฟน อล
ท่มี า: พิมพเ พญ็ และ นิธยิ า (2561)
สารประกอบฟนอลเปนกลุมสารท่ีพบมากในธรรมชาติ ไดแก พืชผัก ผลไม
เครื่องเทศ ชาเขียว ชาดํา ช็อกโกแลต ถ่ัวเมล็ดแหง เมล็ดธัญพืช และไวนแดง เปนตน
สารประกอบฟนอลเปน สารในกลมุ secondary metabolite ท่ีถูกสรางข้ึนเพื่อประโยชนใน
กระบวนการเจรญิ เตบิ โต และขยายพนั ธขุ องพชื แตละชนิด รูปแบบของสารประกอบฟน อลใน
พืชแตละชนิด จึงแตกตางกันออกไป สารประกอบฟนอลในพืชกลุมใหญท่ีสุดที่พบคือ สาร
กลุมฟลาโวนอยด (flavonoids) สารประกอบฟนอลทําหนาท่ีกําจัดอนุมลู อิสระ และไอออน
ของโลหะที่สามารถเรงการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของไขมัน และโมเลกุลอื่นๆ ดวยการให
อะตอมไฮโดรเจนแกอ นมุ ลู อสิ ระอยา งรวดเร็ว ดังปฏกิ ริ ิยา
ROO° + PPH ROOH + PP°
RO° + PPH ROH + PP°
ROO° + PP° ROOPP
RO° + PP° ROPP
ปจจุบันสารประกอบฟนอลพบมากกวา 8,000 ชนิดตามธรรมชาติ เชน กรดฟนอ
ลกิ ฟนิลโพรพานอยด และฟลาโวนอยด ไปจนถึงโครงสรา งโพลเิ มอรที่ซบั ซอน เชน ลกิ นิน
เมลานิน และแทนนิน เปนตน สารประกอบฟนอลที่พบในพืชมักจะรวมอยูในโมเลกุลของ
น้ําตาลในรูปของสารประกอบไกลโคไซด (glycoside) น้ําตาลชนิดท่ีพบมากท่ีสุดในโมเลกุล
ของสารประกอบฟนอล คือ นํ้าตาลกลูโคส และพบวาอาจมีการรวมตัวกันระหวาง
สารประกอบฟนอลดวยกันเอง หรือสารประกอบฟนอลกับสารประกอบอ่ืนๆ เชน กรด
อินทรีย รวมอยูในโมเลกุลของโปรตีน แอลคาลอยด (alkaloid) และเทอรพีนอยด
(terpenoid) เปนตน สารประกอบฟนอลมีคุณสมบัติเปนสารตานอนุมูลอิสระ มีบทบาท
106
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2563
สําคัญในการตานแบคทีเรีย ตานไวรัส ตานการอักเสบ และมีคุณสมบัตใิ นการสลายลม่ิ เลอื ด
รวมไปถงึ เปนสารตา นการกอมะเรง็ และสามารถลดความดนั โลหติ ได
นอกจากผลดีตอสุขภาพแลวสารประกอบฟนอลยังมีผลโดยตรงตอคุณภาพและ
ลักษณะทางประสาทสัมผัสของเครื่องด่ืมแอลกอฮอล โดยท่ัวไปสารประกอบฟนอลท่ีพบใน
เคร่ืองดื่มแอลกอฮอลจะแบงออกเปนกลุมท่ีใหสี เชน แอนโทไซยานิน และฟลาโวนอยด
กลุมไมใหสี เชน กรดฟนอลิก และฟลาแวนไทรออลส (flavan-3-ols) สารประกอบฟน อล
เหลาน้ีมีความสําคัญมากเน่ืองจากมีผลตอคุณภาพของเครื่องดื่มแอลกอฮอล ไมวาจะเปน
ลักษณะเฉพาะของสี รสชาติ ในเคร่ืองดื่มแอลกอฮอล ซึ่งปริมาณสารประกอบฟนอลใน
เครอื่ งด่ืมแอลกอฮอลมาจากวัตถดุ บิ และระหวางกระบวนการหมักเคร่ืองดม่ื แอลกอฮอล (ลอื
ชยั , 2560) การดม่ื เครอื่ งดื่มแอลกอฮอลในปรมิ าณทพี่ อเหมาะ คือ 250-300 มลิ ลิลติ รตอ วนั
จะทําใหอัตราการเกิดโรคเบาหวานชาลง ลดอัตราเส่ียงในการติดเช้ือและการเกิดมะเร็ง ลด
อัตราเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ เนื่องจากเครื่องด่ืมแอลกอฮอลประกอบดวยสารกลุมฟลาโว
นอยด เชน เควอซิติน แอนโทไซยานิน ฟลาโวนอล ฟลาโวน คาเทชิน ฟลาวาโนน สาร
เหลานี้ชวยสรางสาร cyclooxygenase ท่ีกอใหเกิดการจบั ตวั กันของเกลด็ เลือด ชวยลดการ
เกิดหลอดเลือดอุดตันจากล่มิ เลือด ในเคร่อื งดืม่ แอลกอฮอลท ี่ผลิตจากองนุ แดงจะพบสารฟลาโว
นอยดประมาณ 1-2 กรัมตอลิตร ขณะที่เคร่ืองดื่มแอลกอฮอลท่ีผลิตจากองุนขาวจะพบ
ประมาณ 0.2 กรัมตอลติ ร นอกจากนี้ยงั มสี ารฮสี ตามีน และการสังเคราะห SRS-A ซึ่งเปน
สารที่ชวยใหรา งกายไมเครยี ดหรือเปน ไมเกรน ยบั ยง้ั การเกิดอนุมูลไนตรกิ ออกไซด (NO) และ
ยบั ยงั้ แบคทีเรยี ไวรัส ตา นการอกั เสบ และตา นภาวะการแพ
กลไกหลักในการออกฤทธขิ์ องสารกลมุ ฟลาโวนอยดรวมถึงกลุมโพลฟี นอลมี 3 กลไก
ไดแ ก
1. เปนสารคีเลต (chelating agent) หมายถึง สารอินทรียซึง่ สามารถจับกับแรธาตุ
ประจุบวก ไดแก เหล็ก สังกะสี ทองแดง โคบอลต แมงกานีส โดยสารคีเลตจะลอมแคตไอออน
หรือประจุบวกของธาตุท่ีเปนโลหะไว เปนสารประกอบเชิงซอนที่มีโลหะถูกจบั อยูในโมเลกลุ ไม
เปดโอกาสใหประจุลบจากที่อ่ืนเขาทําปฏิกิริยาได ปฏิกิริยาการรวมกันนี้ เรียกวา chelation
ซึ่ง chelating agent ถูกนํามาใชในการถนอมอาหาร เพื่อเปนวัตถุเจือปนอาหาร (food
additive) มีวัตถุประสงคเพ่ือจับโลหะ ซ่ึงเปนองคประกอบของอาหารโดยธรรมชาติ (0.1-5
ppm) เชน ในเอนไซม (enzyme) ไมโอโกลบนิ (myoglobin) คลอโรฟลล (chlorophyll) หรอื
โลหะท่ีมีการปนเปอนกับอาหาร เชน จากดิน น้ําใช นํ้าลาง หรือจากกระปองบรรจุอาหาร
(can) อปุ กรณในการแปรรปู เปนตน
โลหะเปนสาเหตุสําคัญที่ทําใหอาหารเสื่อมเสีย (food spoilage) เชน เปนตัวเรง
ปฏิกิริยาออกซิเดชัน (oxidation) ของอาหาร ไดแก การออกซิเดชันของลิพิด (lipid
oxidation) รงควัตถุ (pigment) วิตามิน (vitamin) ทําใหอาหารมี สี กลิ่น รส และคุณคาทาง
โภชนาการ เปลยี่ นไป
107
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2563
2. หยุดปฏิกิรยิ าลูกโซในการกาํ จัดอนุมูลอิสระ เชน lipid alkoxy และ peroxy
radicals เปน ตน โดยทาํ หนา ท่ีเปนตวั ใหไฮโดรเจนแกอนมุ ูลเหลา น้ัน ดงั สมการ
Flavonoid-OH + R° Flavonoid-O° + RH
Flavonoid-OH สารฟลาโวนอยด
R° อนุมลู อสิ ระในรา งกาย
Flavonoid-O° อนมุ ลู ฟน อกซลิ
หลังจากท่ีฟลาโวนอยดถูกออกซิไดซแลวจะไดอนุมูลของฟลาโวนอยดฟนอกซิลเปน
ผลผลิตซงึ่ มีความเสถียรมากกวา เน่อื งจากมีการ delocalize ของอเิ ล็กตรอนตลอดเวลา
3. ทําหนาท่ี regenerate วิตามินอี โดยจะรีดิวซอนุมูล alpha-tocopheral
กลับเปน alpha-tocopheral เหมือนเดิม เพื่อใหสามารถทําหนาที่ตานอนุมูลอิสระตอ ไปได
ดังสมการ
α-tocopheral-OH + R° α-tocopheral-O° + RH
α-tocopheral-O° + Flavonoid-OH α-tocopheral-OH+ Flavonoid-O°
คณุ สมบตั ขิ องสารประกอบฟนอล
1. ประโยชนต อ สุขภาพ สารประกอบฟน อลหลายชนิดมฤี ทธเิ์ ปนสารตา นออกซเิ ดชนั
(antioxidant) ยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชนั และเปนสารตา นการกลายพันธุ (antimutagens)
มีสรรพคณุ ทีด่ ีตอสุขภาพ สามารถปอ งกันโรคตา งๆ โดยเฉพาะโรคหัวใจขาดเลือด และมะเรง็
โดยสารประกอบฟน อลจะทาํ หนา ท่ีกาํ จัดอนมุ ูลอสิ ระ (free radical) และไอออนของโลหะท่ี
สามารถเรงการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของไขมันและโมเลกุลอ่ืนๆ โดยใชตัวเองเปนตัวรับ
อนุมูลอิสระ ทําใหยับยั้งปฏิกิริยาลูกโซท่ีมีอนุมูลอิสระเปนสาเหตุ แตสารตานอนุมูลอิสระจะ
ถกู ทําลายไปดว ย
2. เพื่อการถนอมอาหารโดยใชเปนสารกันหืน ปองกันปฏิกิริยาออกซิเดชันของลพิ ิด
(lipid oxidation)
3. มีผลตอ คณุ ภาพของเครอื่ งดืม่ แอลกอฮอล (สแี ละรสชาต)ิ
4. โพลีฟนอล (polyphenol) เปนสารในกลุมสารประกอบฟนอล (phenolic
compounds) มีสตู รโครงสรางทางเคมเี ปนวงแหวนอะโรมาตกิ (aromatic ring) ที่มีจาํ นวน
หมูไฮดรอกซิลรวมอยูในโมเลกุลต้ังแต 2 วงขึ้นไป โพลีฟนอลซ่ึงเปนไฟโตเคมีเคิล
(phytochemical) ท่ีสังเคราะหโดยพืช ประกอบดวย ไบโอฟลาโวนอยด (bioflavonoids)
เชน แอนโทไซยานิน (anthocyanins) ฟลาโวนอยด (flavonoids) ไอโซฟลาโวนอยด
(isoflavonoids) เปน ตน
108
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 2 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563
4.1 กลุมโอลิโกเมทริกซ โพลีฟนอล (oligometric polyphenols) เชน โพ
รแอนโทไซยานิดิน (pronathocyanidins) เปนตน
4.2 กลุมฟลาโวนอยด (flavonoids) ไดแก ฟลาโวน (flavone) ฟลาโวนอล
(flavonol) ฟลาวาโนน (flavanone) ฟลาวาโนนอล (flavanonol) ไอโซฟลาโวน
(isoflavone) แหลงท่ีพบ ผัก ผลไม โกโก สารสกัดจากเมล็ดองุน กระชายดํา ชา
โดยเฉพาะชาเขยี ว
คณุ สมบตั ิของสารโพลีฟน อล
โพลีฟนอลเปนโภชนเภสชั มีสมบตั ทิ ดี่ ีตอสุขภาพ คอื
1. เปนสารตานอนมุ ลู อิสระ
2. เปนสารตา นมะเรง็
3. ลดความเส่ียงการเกิดโรคหัวใจ โดยลดระดับของคอเลสเตอรอลและไตรกลี
เซอไรดใ นเลอื ด กระตุนระบบภมู ิคมุ กัน สามารถชว ยลดการเกดิ ออกซิเดชันของ LDL ซึ่งจะ
ชวยลดความเส่ียงในการเกิดโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังพบวาชาเขียวสามารถชวยลดปริมาณ
LDL , VLDL และ ไตรกลีเซอไรด ท้ังยังชวยเพ่ิมปริมาณ HDL ในกระแสเลือด ซ่ึงการมี
ปรมิ าณไตรกลีเซอไรดต ่ํา และ HDL สูงจะสะทอนถึงสุขภาพระบบหัวใจที่ดี
4. ควบคุมความดันโลหิตสงู โดยไปยับยั้งแองจิโอแทนซนิ 1 ไมใหเปล่ียนเปน
แองจโิ อแทนซนิ 2 ซ่ึงแองจโิ อแทนซิน 2 จะมีผลทําใหค วามดนั โลหิตสูง
5. สมบัติตานโรคอวน โพลีฟนอลสามารถยับยั้ง catechol-O-methyl
transferase จึงชวยกระตุนการสรางความรอนของรา งกาย ซึ่งชวยเผาผลาญพลงั งาน ทั้งยัง
มีสมบัติในการชะลอการปลอยกลูโคสสูกระแสเลือด ซ่ึงทําใหชะลอการสรางอินซูลิน ท่ีเปน
ฮอรโมนใหรา งกายสะสมไขมัน ดงั นั้นรา งกายจึงเผาผลาญไขมันแทนท่ีจะสะสมไขมัน
6. สมบัติตานโรคเบาหวาน การศึกษาในหนูทดลองพบวา โพลีฟนอลสามารถ
ลดระดับน้ําตาลในเลือดของหนูที่เปนเบาหวาน โดยยับยั้งการทํางานของอะไมเลส ทั้งใน
นํ้าลายและลําไส ซ่ึงเปนเอนไซมยอยแปง ผลท่ีเกิดข้ึน คือ แปงจะถูกยอยชาลง ทําใหเกิด
การเพิ่มข้ึนของน้ําตาลในเลือดเปนไปอยางชาๆ นอกจากนั้นชาเขียวยังลดการดูดซึมของ
กลูโคสทล่ี าํ ไส
7. สมบัติปองกันฟนผุ โพลีฟนอลชวยยับย้งั การเจรญิ ของแบคทีเรียในชองปาก
ซ่งึ มีทั้งแบคทีเรียที่กอโรคในชองปาก Porphyromonas gingivilis และแบคทีเรยี ท่ีทาํ ใหฟน
ผุ Streptococcus mutans นอกจากน้ันการที่โพลีฟนอลยับยั้งการทํางานของอะไมเลสใน
น้ําลาย ชวยใหการผลิตกลูโคสและมอลโทสลดนอยลง เปนการลดปริมาณอาหารของ
แบคทเี รียท่ที าํ ใหฟ น ผุ นอกจากนีย้ ังชว ยใหเคลือบฟนแข็งแรงตา นทานการผุ
8. สมบัตติ านจลุ นิ ทรยี โพลฟี น อลมีสมบัตใิ นการตานแบคทีเรีย โดยทาํ ลายเยอื่
หุมเซลลของแบคทีเรีย การดื่มชาสามารถใชรักษาโรคทองรวงและโรคไทฟอยด คาเทชิน
109
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2563
(catchin) สามารถฆา สปอรข องแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึง่ เปนสาเหตุของโรค
อาหารเปนพิษ และยังสามารถฆาแบคทีเรียท่ีทนความรอน (thermophile) บางชนิด เชน
Bacillus subtilis, Bacillus cereus, Vibrio parahaemolyticus และ Clostridium
perfringens
ผลขา งเคยี งและความเส่ยี งตอสุขภาพ
โพลีฟนอล เปนสารจับโลหะ (chelating agent) ทําปฏิกิริยากับเหล็ก เกิด
สารประกอบท่ีไมละลายในนํ้า ทําใหยับย้งั การดูดซมึ ของเหล็กในลําไส ดังนั้นควรรบั ประทาน
อาหารทม่ี ีโพลฟี นอลและเหลก็ ซงึ่ เปน ยาบาํ รงุ โลหติ แยกกนั
สารประกอบฟลาโวนอยด (flavonoid compounds) เปนกลุมของสารประกอบ
โพลฟี นอลดงั ภาพท่ี 4 สามารถพบไดมากมายในผักและผลไม จะเกิดปฏิกริยาไฮดรอกซิเลชนั
(hydroxylation reaction) และปฏิกิริยาเอสเตอริฟเคชัน (esterification reaction) กับ
น้ําตาล และบางครงั้ ก็มีหมเู อซิล (acyl group) อยูในโมเลกุลดวย เชนเดียวกับแอนโทไซยา
นิ น ( anthocyanin) ฟ ล า โ ว น อ ย ด ห ล า ย ช นิ ด มี นํ้ า ต า ล เ ป น โ ม โ น แ ซ ค ค า ไ ร ด
(monosaccharides) หรือไดแซคคาไรด (disaccharides) อยูในโมเลกุลดวย ซึ่งน้ําตาลที่
พบคอื กลโู คส (glucose) และแรมโนส (rhamnose)
ภาพท่ี 4 โครงสรา งโมเลกลุ ของสารประกอบฟลาโวนอยด (flavonoid compounds)
ทีม่ า: ณัฏฐิกา (2549)
ฟลาโวนอยดเปนรงควัตถุ (pigment) ที่มีความคงตัวตอความรอน และปฏิกิริยา
ออกซิเดชัน (oxidation reaction) ไดดีกวาแอนโทไซยานิน (anthocyanin) แตสามารถ
เปลี่ยนสีไดงาย เม่ือรวมตัวกับอิออนของโลหะ เชน เม่ือรวมตัวกับเหล็กจะใหสีน้ําเงินหรือสี
เขียว นอกจากนั้นฟลาโวนอยดยังเปนสารเริ่มตนสําหรับปฏิกิริยา enzymatic browning
ได จึงทาํ ใหเ กิดสีท่ไี มพ งึ ประสงคใ นอาหาร ตัวอยางเชน หนอ ไมฝรัง่ บรรจกุ ระปองอาจมีฟลาโว
110
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 2 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2563
นอยดที่มีชื่อวา รูทิน (rutin) สามารถรวมตัวกับไอออนของโลหะที่ออกมาจากกระปอง เกิด
เปนสารประกอบเชิงซอนท่มี สี ดี าํ คล้าํ แตถารวมกับดีบุกจะใหส ารประกอบเชงิ ซอนสีเหลือง
เอกสารอางองิ
ณัฏฐิกา ศิลาลาย. 2549. ฟลาโวนอยดในใบชา: หนาที่ การใชประโยชน และการวิเคราะห.
วารสารเทคโนโลยีอาหาร มหาวทิ ยาลยั สยาม, 2(1), 2-10.
ธิดารัตน สมดี. 2558. อาหารกับการตานอนุมูลอิสระในผักพื้นบาน. ขอนแกน: สรรพโสการ
พมิ พ.
พิมพเ พ็ญ พรเฉลิมพงศ และ นธิ ยิ า รัตนาปนนท. 2561. Phenolic compounds /
สารประกอบฟน อล. แหลง ทม่ี า:
http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2585/phenolic-
compounds-สารประกอบฟนอล. (10 มกราคม 2562).
ลือชัย บุตคุป. 2560. ฤทธ์ิตานออกซิเดชันและปริมาณสารพฤกษเคมีในเคร่ืองดื่มแอลกอฮอล
เพื่อสุขภาพที่ผลิตจากชาเขียวใบหมอน. วารสารวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม, 13 (พเิ ศษ), 368-378.
ศริ ิธร ศิรอิ มรพรรณ. 2557. สารตา นอนมุ ูลอิสระในอาหาร. กรุงเทพฯ: โอ.เอส. พร้นิ ต้งิ เฮาส.
สิริพรรณ จุลกรังคะ. 2558. โภชนศาสตรเบ้ืองตน. พิมพคร้ังท่ี 9. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร.
สนุ ยี สหสั โพธ์.ิ 2560. เอกสารประกอบการสอนรายวิชาโภชนบําบดั เร่ือง...โภชนาการเพ่ือ
การตา นและบาํ บดั โคมะเร็ง. กรุงเทพฯ: คณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยราชมงคลพระนคร ศนู ยโ ชตเิ วช. (อัดสําเนา)
สุนีย สหัสโพธ์ิ. 2554. ชีวเคมีทางโภชนาการ. พิมพคร้ังที่ 2. กรุงเทพฯ: โอ.เอส. พร้ินติ้ง
เฮา ส.
Ames, D., et al. 1 9 9 3 . Character of active hydrothermal mounds and nearby
altered hemipelagic sediments in the hydrothermal areas of Middle
Valley, northern Juan de Fuca Ridge; data on shallow cores. The
Canadian Mineralogist, 31(4), 973-995.
111