The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

5) 20102-2105 วิชาลับคมเครื่องมือตัด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chaiwat.nukchana, 2021-06-13 01:16:04

5) 20102-2105 วิชาลับคมเครื่องมือตัด

5) 20102-2105 วิชาลับคมเครื่องมือตัด

50

หนว่ ยท่ี 3

เครอื่ งเจยี ระไนลบั คมตดั

สาระสาคัญ

เครอื่ งเจยี ระไนลับคมตัด (Grinder Machine) เป็นเคร่ืองมอื กลทใี่ ช้สำหรบั กำรลับเคร่ืองมือตัดที่ใช้กับ
เครื่องมือกล เช่น มีดกลึงชนิดต่ำงๆ มีดไส และดอกสว่ำน เป็นต้น โดยกำรเลือกใช้ล้อหินเจียระไนต้อง
เหมำะสมกับชนดิ ของวัสดุที่นำมำทำเปน็ เครอื่ งมือตัด เพ่ือให้สำมำรถลับคมของเคร่อื งมอื ตัดได้ ซึ่งในหน่วยนี้จะ
กล่ำวถึงชนิด สว่ นประกอบและหนำ้ ทสี่ ำคัญของเครื่องเจียระไนลับคมตัด เคร่ืองมือและอุปกรณ์ที่ใช้กับเคร่ือง
เจียระไนลบั คมตัด ขัน้ ตอนกำรใชง้ ำน กำรบำรงุ รักษำ และควำมปลอดภยั ในกำรใช้เครอื่ งเจียระไนลบั คมตัด

เน้ือหาการเรียนรู้

3.1 ชนดิ ของเครอ่ื งเจยี ระไนลบั คมตดั
3.2 ส่วนประกอบและหน้ำท่ขี องสว่ นประกอบเครื่องเจียระไนลบั คมตัด
3.3 เครื่องมอื และอปุ กรณ์ทีใ่ ช้กับเคร่อื งเจียระไนลับคมตัด
3.4 กำรใช้งำนเครอ่ื งเจียระไนลบั คมตดั
3.5 กำรบำรุงรกั ษำเครื่องเจยี ระไนลบั คมตดั
3.6 ควำมปลอดภยั ในกำรใช้เครื่องเจียระไนลบั คมตัด

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. จำแนกชนิดของเครอ่ื งเจียระไนลบั คมตดั ได้
2. บอกชื่อและหน้ำทกี่ ำรทำงำนของสว่ นประกอบเคร่อื งเจียระไนลบั คมตัดได้
3. บอกชื่อเคร่ืองมือและอปุ กรณ์ท่ีใชก้ ับเคร่ืองเจยี ระไนลับคมตดั ได้
4. อธิบำยวธิ ีกำรใช้งำนของของเครอื่ งเจียระไนลบั คมตดั ได้
5. อธิบำยวธิ ีกำรบำรงุ รกั ษำเครอ่ื งเจยี ระไนลับคมตัดได้
6. บอกถึงควำมปลอดภัยในกำรใช้เคร่อื งเจียระไนลับคมตดั ได้

53

3.1 ชนดิ ของเคร่อื งเจยี ระไนลบั คมตดั

เครอ่ื งเจยี ระไนลบั คมตัด โดยทัว่ ไปแบง่ เป็น 2 ชนิด คือ เครอ่ื งเจียระไนแบบตง้ั โตะ๊ และเคร่อื งเจยี ระไน
แบบต้ังพื้น

3.1.1 เครอ่ื งเจียระไนแบบตงั้ โต๊ะ (Bench Grinder Machine)

เครอ่ื งเจียระไนชนดิ นจี้ ะมฐี ำนยึดตดิ แน่นอยกู่ ับโตะ๊ เพ่ือเพม่ิ ควำมสงู และสะดวกในกำรใช้งำน

รูปท่ี 3.1 แสดงลกั ษณะของเครื่องเจียระไนลับคมตดั แบบตง้ั โตะ๊
(ท่มี ำ : http://th.bosch-pt.com/, วนั เข้ำถงึ 11 มีนำคม 2559)

3.1.2 เครือ่ งเจยี ระไนแบบต้งั พืน้ (Pedestal Grinder Machine)

เคร่ืองเจียระไนชนิดน้ีมขี นำดใหญก่ วำ่ แบบตงั้ โตะ๊ โดยมีขำตงั้ และฐำนเครือ่ งเพม่ิ เติมเพือ่ ใช้ยึด
ตดิ กับพนื้ ของโรงฝึกงำน ทำใหเ้ ครื่องเจยี ระไนมคี วำมมน่ั คงแข็งแรงขณะใชง้ ำน

รปู ท่ี 3.2 แสดงลักษณะของเครอ่ื งเจยี ระไนลบั คมตัดแบบต้ังโตะ๊
(ทม่ี ำ : https://sites.google.com/, วันเข้ำถึง 11 มีนำคม 2559)

54

3.2 ส่วนประกอบและหนา้ ทข่ี องส่วนประกอบเครอื่ งเจียระไนลับคมตดั

สว่ นประกอบของเครอื่ งเจยี ระไนแบบต้ังโตะ๊ และเครื่องเจยี ระไนแบบตั้งพน้ื นนั้ มสี ่วนประกอบทส่ี ำคัญ
และหน้ำทีใ่ นกำรทำงำนไมแ่ ตกต่ำงกัน ซึ่งมสี ่วนประกอบที่สำคญั แตล่ ะส่วนดังนี้

กระจกนิรภัย มอเตอร์

ล้อหนิ เจยี ระไน ฝำครอบล้อหินเจียระไน
แทน่ รองรบั ชนิ้ งำน

ฐำนเครื่อง สวิตชเ์ ปิด-ปิด

รปู ที่ 3.3 แสดงสว่ นประกอบของเครอื่ งเจียระไนลับคมตัดแบบตัง้ โตะ๊
(ท่ีมำ : http://th.bosch-pt.com/, วันเขำ้ ถงึ 11 มนี ำคม 2559)

กระจกนริ ภัย มอเตอร์
ล้อหินเจียระไน ฝำครอบล้อหินเจยี ระไน

แท่นรองรับชิน้ งำน

สวิตชเ์ ปิด-ปดิ

ขำตัง้ ถังบรรจุนำ้ หลอ่ เยน็

ฐำนเครอ่ื ง

รูปท่ี 3.4 แสดงลกั ษณะของเครือ่ งเจียระไนลบั คมตดั แบบต้งั โตะ๊
(ที่มำ : https://sites.google.com/, วันเขำ้ ถงึ 11 มนี ำคม 2559)

1. มอเตอร์ (Motor) ทำหน้ำที่เป็นต้นกำลังขับให้ล้อหินเจียระไนหมุนด้วยควำมเร็วรอบคงท่ี ปลำย
แกนเพลำทง้ั สองขำ้ งใชจ้ บั ยดึ ล้อหินเจยี ระไน มอเตอรส์ ่วนใหญใ่ ชก้ ระแสไฟฟำ้ 220 โวลต์ หรอื 380 โวลต์ ตำม
ขนำดและควำมตอ้ งกำรในกำรใชง้ ำน

2. ล้อหินเจียระไน (Grinding Wheel) แบ่งเป็นสองชนิดคือ ล้อหินเจียระไนชนิดหยำบและล้อหิน
เจียระไนชนิดละเอียด ล้อหินเจียระไนจะยึดติดกับแกนเพลำมอเตอร์ทำหน้ำที่ขัดและขูดคมของชิ้นงำนหรือ
เครอื่ งมอื ตดั ให้ได้ขนำด ผิวเรียบและมุมที่ต้องกำร กำรเลือกใช้ล้อหินเจียระไนจะต้องเลือกล้อหินเจียระไนให้
ตรงกบั วัสดุของมีดตัดที่จะนำมำลับ เช่น กำรลับคมตัดมีดกลึงชนิดเหล็กกล้ำควำมเร็วสูงจะใช้ล้อหินเจียระไน
ชนิดอลูมิเนยี มออกไซด์ (A) เม็ดหนิ ของล้อหินจะเป็นสีเทำ และกำรลับมีดกลึงคำร์ไบด์หรือมีดเล็บจะใช้ล้อหิน
เจยี ระไนชนดิ ซิลิคอนคำรไ์ บด์ (GC) เมด็ หนิ ของล้อหินจะเปน็ สีเขยี ว

55

(ก) ล้อหินเจียระไนชนดิ อลูมิเนียมออกไซด์ (A) (ข) ล้อหินเจยี ระไนชนดิ ซลิ คิ อนคำร์ไบด์ (GC)
รูปที่ 3.5 แสดงลักษณะของลอ้ หินเจยี ระไน

(ที่มำ : http://sgginter.weloveshopping.com/, วนั เขำ้ ถงึ 11 มนี ำคม 2559)
กำรเลือกล้อหินเจียระไนลับคมตัดยังจำเป็นต้องคำนึงถึงขนำดของล้อหินเจียระไนจะนำมำติดต้ังกับ
เคร่ืองเจียระไนด้วยว่ำหินเจียระไนท่ีนำมำใช้นั้น มีขนำดเหมำะสมกับเคร่ืองเจียระไนท่ีใช้งำนหรือไม่ โดย
สำมำรถดูได้จำกป้ำยที่ตดิ อย่กู ับลอ้ หนิ เจยี ระไน ได้แก่

1) ขนำดของเสน้ ผำ่ นศูนย์กลำงโตนอกของล้อหนิ เจียระไน
2) ควำมหนำของล้อหนิ เจยี ระไน
3) ขนำดเสน้ ผ่ำนศนู ย์กลำงรใู นของลอ้ หินเจียระไน

ขนำดเสน้ ผ่ำนศนู ย์กลำงรูใน
= 1- 1/4 น้ิว

ควำมหนำลอ้ หิน = 1 นิว้
ขนำดเสน้ ผ่ำนศูนย์กลำงโตนอก = 8 นิ้ว
รูปท่ี 3.6 แสดงป้ำยบอกขนำดของลอ้ หินเจียระไน
(ท่มี ำ : สุรชยั บญุ โสภณ, 2559))
4. แท่นรองรับชิ้นงาน (Tool Rest) ทำหน้ำท่ีรองรับงำนหรือเครื่องมือตัดและยังช่วยประคองมือ
ผู้ปฏิบัติงำนให้มั่นคงข้ึน แท่นรองรับช้ินงำนนี้ต้องคอยตรวจสอบระยะห่ำงระหว่ำงขอบแท่นและหน้ำล้อหิน
เจยี ระไนอยเู่ สมอให้มรี ะยะหำ่ งระหว่ำง 2-3 มลิ ลเิ มตร หรอื 1/8 นิ้ว เพื่อปอ้ งกนั อันตรำยจำกเคร่ืองมือตัดหรือ
ชิ้นงำนหลุดลงไปในชอ่ งทำใหเ้ กดิ อนั ตรำยได้
ระยะห่ำง 2-3 มลิ ลเิ มตร หรือ 1/8 นิ้ว

ล้อหนิ เจียระไน

แทน่ รองรบั ชนิ้ งำน

รูปที่ 3.7 แสดงระยะห่ำงระหว่ำงแทน่ รองรับชิน้ งำนกับลอ้ หินเจยี ระไน
(ทม่ี ำ : http://ie.eng.cmu.ac.th/, วันเขำ้ ถงึ 13 มีนำคม 2559)

56

4. กระจกนิรภัย (Safety Glass) ทำหน้ำท่ีป้องกันเศษโลหะจำกกำรเจียระไนไม่ให้กระเด็นเข้ำตำ
ขณะปฏฺบตั งิ ำน และขณะใชเ้ ครือ่ งเจียระไนควรมองผำ่ นกระจกนิรภยั เทำ่ นั้น

5. ฝาครอบล้อหนิ เจียระไน (Wheel Guard) ทำหนำ้ ทป่ี ระกบล้อหนิ เจียระไนให้แน่นและเพ่ือป้องกัน
อนั ตรำยในขณะล้อหินเจียระไนหมุน

6. สวติ ชเ์ ปดิ -ปิด (On-off Switch) ทำหนำ้ ทีเ่ ปิด-ปดิ กำรทำงำนของเครื่องเจียระไนลบั คมตดั
7. ถังบรรจุน้าหล่อเย็น (Water Pot) ใช้บรรจุน้ำหล่อเย็นสำหรับจุ่มงำนเพื่อระบำยควำมร้อนขณะ
เจยี ระไน
8. ขาต้ัง (Pedestal Stand) ทำหนำ้ ท่ีรองรับนำ้ หนกั ของมอเตอร์ ล้อหินเจียระไน ขำต้ังน้ีต้องมีควำม
แข็งแรงและมนั่ คง ไม่ส่ันสะเทือนขณะล้อหนิ เจยี ระไนหมนุ
9. ฐานเครื่อง (Base) ใช้ยึดติดกับโต๊ะหรือพื้นโรงงำนและทำหน้ำท่ีรองรับน้ำหนักท้ังหมดของเครื่อง
เจยี ระไนลับคมตดั

3.3 เครอื่ งมอื และอปุ กรณท์ ี่ใชก้ ับเครื่องเจยี ระไนลบั คมตดั

3.3.1 ล้อแตง่ หนา้ หินเจยี ระไน (Wheel Dresser)

ล้อหินเจียระไนเม่ือมีกำรใช้งำนหรือขณะใช้งำนจะทำให้เกิดกำรสึกหรอเป็นร่อง ผิวหน้ำไม่
รำบเรียบ หรอื มีรอยบิน่ แตกหัก หมดคมตัด ทอ่ื ไม่กินเนอ้ื งำนเนอื่ งจำกมีเศษวสั ดุอุดตันในช่องว่ำงของร่องหิน
เจยี ระไน เป็นต้น ดงั น้ันกอ่ นกำรใชง้ ำนทุกครั้งจึงต้องแตง่ หน้ำล้อหินเจียระไนใหม่ใหเ้ รียบโดยใช้ล้อแต่งหน้ำล้อ
หนิ เจยี ระไน

(ก) ด้ำมจับลอ้ แตง่ หน้ำหินเจียระไน (ข) ลอ้ แต่งหน้ำหินเจียระไน

รปู ท่ี 3.8 แสดงลกั ษณะของล้อแตง่ หนำ้ หนิ เจยี ระไน

(ที่มำ : https://sites.google.com/, วันเข้ำถึง 11 มีนำคม 2559)

3.3.2 เครื่องมอื วดั และตรวจสอบคมตดั

เคร่ืองมอื วดั และตรวจสอบคมตัดที่ใช้ในกำรวัดควำมยำวและมุมต่ำงๆ ของคมตัด เช่น มีดกลึง
หรอื ดอกสวำ่ น เป็นตน้

1. ใบวัดมุม (Angle Protractor) เป็นเคร่ืองมอื วัดมุมสำหรบั วัดมุมของเคร่ืองมือตัด เช่น มุม
ของมดี กลงึ สำมำรถวดั ไดต้ ้งั แต่ 0-180 องศำ โดยมีส่วนประกอบสำคญั ดังรูปที่ 3.9

ใบบอกมมุ

ตวั เลขบอกมุม ก้ำนใบวัดมุม

ขีดช้ีตำแหน่ง สกรูล็อค
บอกมมุ ท่วี ดั ได้ รูปที่ 3.9 แสดงลักษะณะของใบวดั มมุ และส่วนประกอบ

(ท่ีมำ : สุรชัย บญุ โสภณ, 2559)

57

2. เกจวัดมุมดอกสว่าน (Drill Point Gage) เป็นเกจสำหรับใช้วัดมุมของดอกสว่ำน เช่นมุม
รวมปลำยดอกสวำ่ น และควำมยำวของคมตัดดอกสว่ำน

รูปที่ 3.10 แสดงลักษณะของเกจวัดมมุ ดอกสว่ำน
(ท่ีมำ : http://sales.paxpat.com/, วันเข้ำถงึ 11 มนี ำคม 2559)
3. เกจวดั มมุ เกลยี วสามเหลย่ี ม (Center Gage) เปน็ เครอื่ งมือวัดสำหรับวัดมุมมีดกลึงเกลียว
สำมเหลี่ยมและใช้ตั้งมีดกลึงเกลียวสำมเหลี่ยม โดยทั่วไปจะมีมุมรวมยอดเกลียว 60 องศำ ยกเว้นเกลียววิต
เวอต จะมีมมุ รวม 55 องศำ

รปู ที่ 3.11 แสดงลักษณะของเกจวดั มุมเกลียวสำมเหลยี่ ม
(ท่ีมำ : สรุ ชยั บุญโสภณ, 2559)

3.3.3 อุปกรณป์ อ้ งกนั อันตรายสว่ นบุคคล

ส่วนใหญ่นิยมใช้แว่นนิรภัย (Safety Glasses) สวมใส่เพื่อป้องกันอันตรำยจำกเศษเจียระไน
กระเดน็ เขำ้ ตำขณะปฏิบตั ิงำน

รูปท่ี 3.12 แสดงลกั ษณะของแวน่ นิรภัย
(ท่ีมำ : https://www.mixbjth.com/, วนั เข้ำถงึ 11 มีนำคม 2559)

3.4 การใชง้ านเครอื่ งเจียระไนลับคมตดั

วธิ กี ำรใช้งำนเครอ่ื งเจยี ระไนลบั คมตดั มีวิธีกำรดงั นี้
1. ศึกษำวธิ กี ำรทำงำนและหลักำรทำงำนให้เข้ำใจก่อนลงมอื ปฏิบัติงำน
2. เตรียมเคร่ืองมือตัดท่ีจะลับคม อุปกรณ์ที่จะใช้ในกำรวัดมุม อุปกรณ์ในกำรแต่งหน้ำล้อหินเจียระไน
และอปุ กรณ์ปอ้ งกนั อันตรำยสว่ นบุคคลให้พร้อม

58
3. ตรวจสอบควำมพร้อมและควำมเรียบร้อยของเคร่ืองเจียระไนลับตมตัดท่ีจะใช้ เช่น ตรวจสอบระบบ
ไฟฟ้ำ สำยไฟฟำ้ และล้อหินเจียระไนว่ำมีรอยแตกร้ำวหรือไม่ หน้ำล้อหินเจียระไนไม่เรียบหรือท่ือหมดคมแล้ว
หรอื ไม่
4. สวมอปุ กรณป์ ้องกนั อนั ตรำยส่วนบคุ คล เช่น แวน่ นิรภัย
5. เปิดสวิตช์เคร่ืองให้ล้อหินเจียระไนหมุน และรอจนกว่ำล้อหินเจียระไนจะหมุนด้วยควำมเร็วคงท่ี
เสยี กอ่ น
6. แตง่ หนำ้ หินเจยี ระไนให้เรยี บโดยใชล้ ้อแต่งหน้ำหินเจียระไน ดว้ ยวธิ ีกำรดงั นี้

1) วำงแทน่ ของด้ำมจบั ลอ้ แต่งหนำ้ หินเจยี ระไนบนแท่นรองรบั ช้ินงำน
2) มือขวำจบั ดำ้ มจับล้อแต่งหน้ำหินเจียระไน มือซ้ำยคว่ำมือและประคองที่ด้ำมส่วนบน ให้ก้ำวเท้ำ
ซำ้ ยไปข้ำงหนำ้ ครึ่งกำ้ ว หนั ตัวเบีย่ งไปทำงขวำเล็กนอ้ ย ประมำณ 45 องศำ
3) เลือ่ นดำ้ มจับลอ้ แต่งหนำ้ หนิ เจียระไนไปทำงซ้ำยและขวำโดยสังเกตุให้หน้ำล้อหินเจียระไนให้เรียบ
เสมอกัน

รปู ที่ 3.13 แสดงลักษณะกำรวำงดำ้ มจบั ล้อแต่งหนำ้ หนิ เจียระไนบนแท่นรองรับช้ินงำน
(ทมี่ ำ : สรุ ชยั บุญโสภณ, 2559)

รูปที่ 3.14 แสดงลกั ษณะกำรจับด้ำมลอ้ แตง่ หน้ำหนิ เจยี ระไนเพอ่ื แต่งหน้ำล้อหนิ เจียระไน
(ทม่ี ำ : สุรชยั บญุ โสภณ, 2559)

59

เลอ่ื นล้อแต่งหนำ้ หนิ ซ้ำย-ขวำ
ให้เรียบเตม็ หน้ำหนิ

รปู ท่ี 3.15 แสดงลักษณะกำรเลือ่ นดำ้ มจบั ลอ้ แตง่ หน้ำหนิ เจียระไน
(ทมี่ ำ : สรุ ชัย บญุ โสภณ, 2559)

7. ปดิ สวติ ช์เครอ่ื ง รอให้ล้อหินเจียระไนหยุดหมุนจนน่ิงสนิทเสียก่อน จำกน้ันให้ทำกำรปรับระยะแท่น
รองรับชนิ้ งำนใหห้ ำ่ งจำกล้อหนิ เจียระไนประมำณ 2-3 มลิ ลิเมตร หรือ 1/8 นิ้ว

วดั ระยะหำ่ งดว้ ยบรรทดั

คลำยสกรลู ๊อคและเลอ่ื น
แทน่ รองใหไ้ ด้ระยะ
รูปท่ี 3.16 แสดงกำรปรับระยะของแท่นรองรบั ชนิ้ งำนกับลอ้ หนิ เจียระไน
(ทม่ี ำ : สุรชยั บุญโสภณ, 2559)
8. เปิดสวิตช์เครื่องให้ล้อหินเจียระไนหมุน และรอจนกว่ำล้อหินเจียระไนจะหมุนด้วยควำมเร็วคงที่อีก

คร้ังเพอื่ ปฏิบัตงิ ำนลับคมตัด
9. ปฏิบัติงำนลับคมตัดตำมข้ันตอนในใบงำน ขณะลับคมให้จุ่มปลำยคมตัดด้ำนท่ีลับลงในน้ำหล่อเย็น

บอ่ ยๆ เพอ่ื ช่วยระบำยควำมร้อนและป้องกันไม่ให้คมตัดไหม้ และให้ตรวจสอบมุมของคมตัดด้วยเคร่ืองมือวัด
เป็นระยะๆ ดว้ ย

10. เมอื่ ปฏิบัติงำนเสรจ็ ใหป้ ดิ สวิตชเ์ ครือ่ งเจยี ระไนใหเ้ รยี บรอ้ ย เก็บอปุ กรณเ์ คร่อื งมือทำควำมสะอำด
11. รอจนล้อหนิ หยดุ นง่ิ จงึ ทำควำมสะอำดเครื่องเจยี ระไน และพ้ืนทีบ่ รเิ วณรอบๆ

3.5 การบารงุ รกั ษาเครื่องเจยี ระไนลบั คมตดั

หลกั กำรบำรุงรกั ษำเครอื่ งเจยี ระไนลับคมตดั มีดังน้ี
1. ตรวจดูควำมเรียบรอ้ ยของเครอื่ งเจยี ระไนลบั คมตัดทุกๆ จุด ได้แก่ แท่นรองรับช้ินงำน สวิตช์เปิด-ปิด
ฝำครอบลอ้ หนิ เจยี ระไน ฯลฯ ใหอ้ ยู่ในสภำพพร้อมใช้งำนเสมอ หำกเกิดกำรชำรดุ เสียหำยควรแจ้งครูผู้สอนเพื่อ
ทำกำรซ่อมแซมใหใ้ ช้กำรได้

60

2. ตรวจดูสภำพล้อหนิ เจยี ระไนก่อนใช้งำนทุกครั้งว่ำมีรอยร้ำวหรือรอยบิ่นหรือไม่ ถ้ำมีให้แจ้งครูผู้สอน
เม่ือล้อหินเจยี ระไนทือ่ ไม่คม จะตอ้ งแต่งหนำ้ หนิ เจียระไนใหม่กอ่ นกำรปฏบิ ตั งิ ำน

3. ตรวจสอบกำรทำงำนของมอเตอร์ สงั เกตุเสยี งของมอเตอร์ขณะหมนุ วำ่ มสี ียงดงั ผดิ ปกติหรือไม่
4. ตรวจสอบระยะห่ำงของแท่นรองรับงำนเป็นประจำ โดยให้มีระยะห่ำงมำกท่ีสุดไม่ควรเกิน 2-3
มิลลเิ มตร เพือ่ ปอ้ งกันชิ้นงำนหรือเคร่ืองมือตัดหลุดเข้ำไประหว่ำงล้อหิน อำจทำให้ล้อหินแตกหรือแท่นรองรับ
งำนแตกหักทำให้เกดิ ควำมเสียหำยได้
5. หลงั จำกเลกิ ใชง้ ำนทกุ ครงั้ ควรปิดสวติ ซแ์ ละทำควำมสะอำดเคร่ืองเจียระไนใหเ้ รียบร้อย

3.6 ความปลอดภัยในการใช้เคร่อื งเจยี ระไนลบั คมตัด

หลักควำมปลอดภยั ในกำรใช้หนิ เจียระไน มีดังน้ี
1. เคลื่อนยำ้ ยลอ้ หนิ เจียระไนดว้ ยควำมระมดั ระวัง ไม่ควรให้ร่วงหล่น กระทบกระแทกกับของแข็งหรือ

ของมคี ม
2. ควรตรวจสอบหนิ เจียระไนว่ำมีรอยรำ้ วหรือไมก่ อ่ นใชง้ ำน
3. ควรตรวจสอบควำมเร็วรอบของเครือ่ งวำ่ เหมำะสมกบั หินเจยี ระไนหรอื ไม่
4. ไมค่ วรติดตง้ั ล้อหนิ เจยี ระไนโดยกำรฝนื หรอื ดัดแปลงขนำดของรกู ลำงล้อหินเจียระไน
5. ควรต้ังระยะระหว่ำงแท่นรองรับช้ินงำนกับหินเจียระไนให้เหมำะสมอยู่ระหว่ำง 2-3 มิลลิเมตรหรือ

1/8 น้ิว เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องมือตัดหลุดเข้ำไปในช่องว่ำงของแท่นรองรับช้ินงำน ซึ่งอำจจะทำให้ล้อหิน
เจยี ระไนแตก

6. ควรมฝี ำครอบปิดหินล้อหินเจียระไนเพ่ือป้องกันกำรแตกกระจำยของหิน และฝำครอบควรห่ำงจำก
หินเจียระไน เกนิ 1/4 นิ้ว

8. ไมค่ วรใช้ด้ำนขำ้ งของหินเจียระไน เพรำะอำจทำให้หินแตกได้
9. ในกำรประกอบล้อหนิ เจยี ระไนกับเคร่ือง ตอ้ งแน่ใจว่ำเคร่ืองเจียระไนมีควำมเร็วรอบไม่เกินที่กำหนด
ไว้ในปำ้ ยของลอ้ หนิ เจยี ระไน
10. ในกำรปฏิบตั ิงำนทุกครง้ั ตอ้ งใช้อปุ กรณ์ปอ้ งกันดวงตำ ระบบกำรหำยใจ แต่งกำยให้รัดกุม ไม่รุมร่ำม
และปฏิบัติงำนดว้ ยควำมระมดั ระวัง
11. กำรเจยี ระไนลบั คมตัด ห้ำมใส่ถุงมอื และหำ้ มใช้ผำ้ จบั เครื่องมือตัดหรือชิ้นงำนเดด็ ขำด เน่ืองจำกอำจ
เกดิ อนั ตรำยจำกกำรที่ถงุ มือหรือผ้ำถกู ดงึ เข้ำไปตดิ กับล้อหินเจียระไนท่ีกำลังหมุน ทำให้น้ิวมือของผู้ปฏิบัติงำน
ถกู ดึงเข้ำไปหำลอ้ หนิ เจยี ระไนได้
12. ในขณะเร่ิมเปดิ สวิตชเ์ ครอ่ื งเจียระไนเพอื่ ปฏิบัตงิ ำน จะต้องระมัดระวัง ไม่ยืนตรงกับล้อหินเจียระไน
ท้ัง 2 ด้ำนเพรำะเม่ือเริ่มเปิดเครื่องใหม่ๆ ล้อหินเจียระไนจะมีแรงเหว่ียงเพ่ิมขึ้น อำจมีเศษวัสดุท่ีเกิดจำกกำร
เจยี ระไนตดิ คำ้ งอยใู่ นฝำครอบล้อหินจียระไนกระเดน็ ถกู ผู้ปฏบิ ัติงำนได้
13. กำรลับคมตัดต้องจับเครื่องมือตัดให้แน่น และม่ันคงแข็งแรง ไม่หลุดง่ำยขณะสัมผัสกับของล้อหิน
เจียระไน
14. เครื่อเจียระไนทุกเคร่ืองจะต้องมีกำรตดิ ต้งั สำยดินเพือ่ ป้องกันไฟฟำ้ ดดู ผูป้ ฏิบัติงำน

63

8. กำรปรบั แทน่ รองรบั ช้ินงำน ควรทำในขัน้ ตอนใด
ก. หลังจำกกำรเปดิ สวิตชเ์ คร่อื งครั้งแรก
ข. หลังจำกข้นั ตอนกำรตรวจสอบควำมเรียบรอ้ ยของเครอ่ื งเจียระไนเรยี บรอ้ ยแล้ว
ค. หลงั จำกขั้นตอนกำรเตรียมเครื่องมอื และอปุ กรณท์ ีจ่ ะใช้ในกำรเจียระไน
ง. หลงั จำกกำรแต่งหนำ้ หนิ เจยี ระไนเรยี บรอ้ ยแลว้
จ. หลังจำกปฏบิ ัติงำนลับคมตดั เรยี บร้อยแล้ว

9. ข้อใด ไมใ่ ช่ วิธกี ำรบำรงุ รกั ษำเครอ่ื งเจยี ระไนลับคมตัดที่ถกู ต้อง
ก. ตรวสอบควำมพรอ้ มของเครือ่ งเจยี ระไนลบั คมตดั กอ่ นกำรใช้งำน
ข. ตรวจสอบกำรทำงำนของมอเตอร์ขณะหมุนมีอำกำรผดิ ปกตหิ รือไม่
ค. ตรวจดูสภำพล้อหนิ เจียระไนกอ่ นใชง้ ำนทุกครงั้ วำ่ มีรอยร้ำวหรือรอยบ่ินหรอื ไม่
ง. ทำควำมสะอำดเคร่อื งเจียระไนหลงั กำรใชง้ ำน
จ. ใช้งำนเครื่องเจียระไรลับคมตดั ขณะเกิดกระแสไฟฟ้ำขดั ข้อง

10. ข้อใดแสดงลักษณะของกำรใช้เคร่ืองเจยี ระไนลบั คมตัดทถ่ี กู ต้องและปลอดภัย
ก. ผูกเน็คไท ใส่เคร่อื งประดับ ขณะใช้เครื่องเจียระไนลบั คมตัด
ข. ใช้เครื่องเจยี ระไนลบั คมตดั ในสภำพรำ่ งกำยไมพ่ รอ้ มปฏิบตั ิงำน
ค. สวมแวน่ นิรภยั ขณะใชเ้ คร่อื งเจยี ระไนลับคมตัด
ง. สวมถงุ มอื ขณะใช้เครือ่ งเจียระไนลบั คมตัด
จ. ถกู ทกุ ข้อ

64

แบบประเมนิ ด้วยตนเอง

ช่อื ..........................................นำมสกลุ ............................................ระดบั ชน้ั ................ปที ่ี...........เลขที่.............
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ด้ำนทักษะกำรเรียนรู้ (ทกั ษะพิสัย) จำกกำรทำแบบประเมนิ ผลกำรเรียนรู้ เกณฑผ์ ำ่ น 60 % ข้ึนไป

เฉลยแบบฝึกหดั กอ่ นและหลงั เรยี น
ข้อท่ี เฉลย ข้อท่ี เฉลย
1ค6ข
2ข7ข
3จ8ง
4ค9จ
5 ก 10 ค

คะแนนแบบทดสอบกอ่ นเรยี น ได.้ .............................คะแนน คดิ เป็น................. % ไดเ้ กณฑ.์ .....................
คะแนนแบบทดสอบหลังเรียน ได้..............................คะแนน คดิ เปน็ ................. % ได้เกณฑ์......................

ดำ้ นคณุ ธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ (จิตพสิ ยั ) เกณฑ์ผ่ำน 15 คะแนน
ใหน้ ักเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยมีเกณฑก์ ำรให้คะแนนดงั น้ี
2 คะแนน หมำยถึง ดมี ำก

1 คะแนน หมำยถงึ ปำนกลำง
0 คะแนน หมำยถึง ต้องปรับปรุง

หัวข้อประเมนิ คะแนน นร. ครู
ความคิดริเรมิ่ สร้างสรรค์ เช่น ใช้ควำมคิดหลำกหลำยเพือ่ แกป้ ญั หำ, คิดสง่ิ ใหม่ ๆ
2
ท่เี ปน็ ประโยชน์
ความมวี ินัย เชน่ แตง่ กำยถูกตอ้ งตำมระเบยี บ–ขอ้ ตกลง, ตรงต่อเวลำ 2
ความรบั ผิดชอบ เชน่ มีกำรเตรียมควำมพรอ้ มในกำรเรยี น และกำรปฏิบตั งิ ำน 2
ความซ่อื สตั ยส์ จุ ริต เชน่ ตั้งใจทำแบบทดสอบด้วยตนเอง ไมท่ จุ ริต 2
ความรักสามคั คี เชน่ ร่วมมือกนั ทำกจิ กรรมกล่มุ , ยอมรับควำมคดิ เพอ่ื นด้วยเหตุผล 2
ความสนใจใฝร่ ู้ เช่น ศกึ ษำค้นคว้ำด้วยตนเอง, ซกั ถำมปญั หำขอ้ สงสัย 2
การพึง่ ตนเอง เชน่ แก้ปญั หำเฉพำะหน้ำได้, ทำงำนได้ภำยใตข้ ้อกำหนด 2
มนุษยสัมพนั ธ์ที่ดี เช่น กิริยำท่ำทำง พดู จำสภุ ำพ, ช่วยเหลอื ผอู้ ่ืน 2
ความเชือ่ ม่ันในตนเอง เชน่ แสดงควำมคดิ เห็นอย่ำงมเี หตุผล, เสนอตัวแขง่ ขนั หรือ
2
ทำงำนท้ำทำย
การประหยดั เชน่ ใช้ทรพั ยำกร ท้งั ของตนเองและสว่ นรวมอยำ่ งคมุ้ ค่ำ 2
20
รวม

คะแนนด้ำนคุณธรรม จรยิ ธรรมและคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ ได.้ .......................คะแนน คดิ เปน็ ................. %
ได้เกณฑ์......................

108

4.6.3 การลบั คมตัดมดี กลึงเซาะรอ่ ง

การกลึงเซาะร่องหรือการกลึงตกบ่า เป็นกระบวนการลดขนาดของช้ินงานในแนวเส้นผ่าน
ศูนย์กลางให้ลดขนาดลงเป็นช่วงๆ โดยใช้คมตัดหน้ามีดในการตัดเฉือน ซึ่งสามารถลับคมตัดหน้ามีดให้เป็น
รูปรา่ งต่างๆ ตามตอ้ งการ เช่นคมตัดด้านหน้าแบบเรียบ คมตัดด้านหน้าแบบโค้ง หรือคมตัดด้านหน้าท่ีมี
รูปร่างตามแบบงาน ซึ่งมีดกลึงเซาะร่องคมตัดด้านหน้าแบบเรียบสามารถใช้เป็นมีดกลึงตัดชิ้นงานได้ มีดกลึง
เซาะรอ่ งจาเปน้ ตอ้ งมมี มุ หลบในทุกด้านท่ีลับเพอื่ ใหส้ ามารถตดั เฉอื นชนิ้ งานไดท้ ง้ั หน้ามดี ดา้ นซา้ ยและดา้ นขวา

รูปท่ี 4.92 แสดงลกั ษณะการกลึงเซาะรอ่ ง
(ทม่ี า : สุรชยั บุญโสภณ, 2559)

รูปท่ี 4.93 แสดงลักษณะของมีดกลึงเซาะรอ่ ง
(ท่มี า : สุรชัย บุญโสภณ, 2559)

จากลักษณะของมดี กลึงเซาะรอ่ ง มีมมุ ทสี่ าคญั ท่จี ะตอ้ งลบั คมตดั ดงั น้ี
1) มมุ ฉากปลายมีด ขนาด 90 องศา
2) มมุ หลบหน้ามีด ขนาด 8 องศา
3) มมุ เอยี งหลบซ้าย ขนาด 1 องศา
4) มมุ หลบข้างซา้ ย ขนาด 2 องศา
5) มมุ เอยี งหลบขวา ขนาด 1 องศา
6) มมุ หลบข้างขวา ขนาด 2 องศา
7) มุมคายหลังมดี ขนาด 8 องศา

4 109

15

รูปท่ี 4.94 แสดงมุมของมดี กลงึ เซาะรอ่ ง
(ท่ีมา : : สรุ ชัย บญุ โสภณ, 2559)

ข้ันตอนการปฏบิ ตั งิ านลับคมตัดมีดกลึงเซาะร่อง
1. เตรียมเคร่ืองมอื และอุปกรณ์ในการลับคมตัดและการวัดมมุ
2. ตรวจสอบสภาพความพร้อมของเครื่องเจียระไนลับคมตัดก่อนปฏิบัติงาน ถ้าหน้าหิน

เจยี ระไน ไม่เรียบหรือหมดคม ต้องแต่งหน้าหินใหม่ (ดังรูปที่ 3.54) และปรับระยะแท่นรองชิ้นงาน และปรับ
ระยะแท่นรองรับชิน้ งานให้หา่ งประมาณ 2-3 มม.

3. ลับคมตัด ดา้ นท่ี 1 ให้ลับ 2 มุม พรอ้ มๆ กันในการเจียระไน คอื
1) ลับมุมฉากปลายมีดขนาด 90 องศา โดยวางมีดกลึงบนแท่นรองรับชิ้นงาน ให้หน้ามีดต้ัง

ฉากกบั หนา้ ลอ้ หินเจียระไน

รูปที่ 4.95 แสดงการลบั มมุ ฉากปลายมดี
(ที่มา : สุรชยั บุญโสภณ, 2559)

2) ลับมุมหลบหน้ามดี ขนาด 8 องศาโดย วางปลายมีดบนแท่นรองรับช้ินงานในแนวระนาบ
พ้นื เนอ่ื งจากล้อหนิ เจยี ระไนจะลบั ด้านล่างของมีดกลึงกอ่ นอยแู่ ล้วเพราะหนิ จยี ระไนเป็นทรงกลม จากน้ันค่อย
ตรวจสอบมุม 8 องศา ถา้ ยงั ไม่ไดใ้ หแ้ ก้ไขตอ่ ไป

110

รูปที่ 4.96 แสดงการลับมุมหลบหนา้ มดี
(ทม่ี า : สรุ ชัย บุญโสภณ, 2559)

4. วัดตรวจสอบมุมด้วยใบวดั มุมครงึ่ วงกลม ท้งั 2 มมุ ดงั น้ี
1) วดั ตรวจสอบลับมุมฉากปลายมีดขนาด 90 องศา โดยใช้มือขวาจับให้ด้ามมีดแนบขนาน

ไปกับกา้ นบรรทดั และใชม้ อื ซา้ ยทาบใหใ้ บครง่ึ วงกลมแนบขนานไปกับดา้ นทีล่ ับมุม จึงอ่านค่าองศาท่ใี บวดั

รปู ท่ี 4.97 แสดงการวดั ตรวจสอบมุมฉากปลายมีด
(ท่มี า : สรุ ชัย บุญโสภณ, 2559)

2) วัดตรวจสอบมมุ หลบหน้ามดี ขนาด 8 องศา โดยกาหนดให้มมุ ท่ีใบวดั มุม 90 องศาเป็นมุม
เริม่ ตน้ ท่ี 0 องศา จากนั้นวางด้านลา่ งของมีดแนบกับก้านบรรทัดตามแนวยาวและให้สันปลายมดี แนบกับใบครึ่ง
วงกลม จึงอ่านค่าองศาที่ใบวัด

รูปท่ี 4.98 แสดงการวัดตรวจสอบมมุ หลบมมุ หลบหนา้ มดี
(ทมี่ า : สรุ ชยั บญุ โสภณ, 2559)

111

เมอ่ื ตรวจสอบมุมของมมุ มุมฉากปลายมีดและมุมหลบหน้ามีดแล้ว หากพบว่ามุมที่ลับคมน้ันไม่ได้ตามท่ี
ตอ้ งการ เช่น มีมุมมากเกินไป หรอื มีมุมน้อยเกินไป ให้แกไ้ ขดงั นี้

1) การแกไ้ ขมุมฉากปลายมีด
- ใหส้ มมตุ ิวา่ แนวขนานกบั หน้าหนิ ปน็ แนว 0 องศา และแนวต้ังฉากกับหน้าหินให้เป็น

แนว 90 องศา
- มมุ ฉากปลายมดี มากกวา่ 90 องศา หรอื ปลายมีดลาดลงทางซ้ายให้ปรับลดมุมมีดโดย

การขยับแนวมีดให้ปลายด้ามของมีดกลึงไปทางขวามากข้ึน ให้มีดกลึงได้แนวตั้งฉากกับหน้าหินเจียระไน 90
องศา ตามองศาทเี่ กินไปจากการวดั ตรวจสอบมมุ

- มุมฉากปลายมีดน้อยกว่า 90 องศา หรือปลายมีดลาดลงทางขวาให้ปรับเพิ่มมุมมีด
โดยการขยบั แนวมดี ให้ปลายดา้ มของมีดกลงึ ไปทางซ้ายมากขึน้ ให้มีดกลึงไดแ้ นวตงั้ ฉากกบั หนา้ หินเจียระไน 90
องศา ตามองศาท่ขี าดไปจากการวดั ตรวจสอบมุม

0o

90 o

เพม่ิ มมุ ฉากปลายมีด ลดมมุ ฉากปลายมดี

รูปที่ 4.99 แสดงแนวในการการแกไ้ ขมุมฉากปลายมดี
(ทมี่ า : สรุ ชัย บุญโสภณ, 2559)

2) การแก้ไขมมุ หลบหน้ามดี
- มมุ หลบหนา้ มดี มากกว่า 8 องศา ให้ปรับลดมุมโดยการ ปรับมือให้ลดมือซ้ายท่ีจับมีด

ลงเพอื่ ให้ปลายมดี ลดลงเพยี งเล็กน้อยเท่าน้นั
- มุมหลบหน้ามีดน้อยกว่า 8 องศา ให้ปรับเพ่ิมมุมโดยการ ปรับมือให้กดมือซ้ายที่จับ

มีดเชิดข้นึ เพื่อใหป้ ลายมดี เชดิ ข้ึนเพยี งเลก็ นอ้ ย

เพิ่มมุมหลบหนา้ มีด เชิดปลายมีดขึ้น

ลดมุมหลบหนา้ มีด ลดปลายมดี ลง

รูปที่ 4.100 แสดงแนวในการแกไ้ ขมุมหลบดา้ นข้าง
(ทีม่ า : สรุ ชัย บญุ โสภณ, 2559)

112

5. ลับคมตดั ด้านท่ี 2 ให้ลับ 2 มุม พร้อมๆ กันในการเจียระไน คือ มุมเอียงหลบซ้าย 1 องศา

และมมุ หลบข้างซ้าย 2 องศา

1) ขดี เส้นรา่ งระยะของคมตดั กอ่ นเพือ่ ให้ความกว้างของปลายคมตดั อยูร่ ะหวา่ งกลางของมีด

ตดั และใหไ้ ดข้ นาดที่กาหนดคือ 4 มลิ ลเิ มตร และความยาวของร่องก้านคมตัด 15 มิลลิเมตรเพื่อแป็นแนวไม่ให้

ลบั มีดจนเล็กหรือใหญ่มากเกนิ ไป 15
ความยาวก้านคมตัด

ความกวา้ งปลายคมตดั

4

รูปที่ 4.101 แสดงลกั ษณะของการร่างระยะหนา้ มดี และความยาวกา้ นคมตดั
(ทม่ี า : สรุ ชัย บญุ โสภณ, 2559)

2) ลับมุมเอียงหลบซ้าย 1 องศา โดยให้ด้านข้างเข้าขอบหินเจียระไนฝ่ังซ้ายระยะประมาณ
15 มม. และให้ปลายทา้ ยของดา้ มมดี เอียงออกจากตวั เลก็ นอ้ ย ประมาณ 1 องศา เน่อื งจากปลายคมตัดจะต้องมี
ขนาดใหญก่ ว่าโคนมีด เพ่อื ให้เกดิ มมุ เอยี งหลบซ้าย

0 o แนวขนานกบั หนา้ หนิ

เอยี งด้ามมีดออกจากตัว
ประมาณ 1 องศา

รูปที่ 4.102 แสดงการลับมุมมมุ เอยี งหลบซ้าย
(ที่มา : สุรชยั บุญโสภณ, 2559)

2) ลับมุมหลบข้างซ้าย 2 องศาโดยเอียงด้านล่างของมีดเข้าหาล้อหินเพียงเล็กน้อยหรือไม่
เอียงเลยก็ได้ เนื่องจากล้อหินกลมจึงจะกินเนื้อมีดด้านล่างก่อนด้านบนอยู่แล้วแต่ก็ข้ึนอยู่กับขนาดเส้นผ่าน
ศนู ยก์ ลางของลอ้ หินเจยี ระไน ดงั น้ันจึงตอ้ งวดั ขนาดมุมหลบขา้ งซา้ ยขณะลบั คมก่อนถึงขนาดจรงิ ทีก่ าหนดไว้

หินเจียระไนเปน็ วงกลม
จะกนิ เน้อื งานด้านลา่ งกอ่ น

รปู ที่ 4.103 แสดงการลับมุมหลบข้างซ้าย
(ท่มี า : สุรชัย บุญโสภณ, 2559)

113

(ก) ภาพด้านบน มมี ุมเอียงหลบซ้าย 1 องศา (ข) ภาพด้านหน้ามมี มุ หลบขา้ งซ้าย 2 องศา

(ค) ภาพแสดงลักษณะของมีดเซาะร่องดา้ นท่ี 2

รูปที่ 4.104 แสดงลกั ษณะของมดี กลึงเซาะร่องท่ลี บั ด้านที่ 2 แลว้
(ทมี่ า : สุรชัย บญุ โสภณ, 2559)

6. วดั ตรวจสอบมุมดว้ ยใบวดั มมุ ครงึ่ วงกลม ทง้ั 2 มมุ ดังนี้
1) วัดตรวจสอบมุมเอียงหลบซ้าย 1 องศา โดยต้ังมุมใบวัดมุมท่ี 1 องศาไว้ ให้ใช้มือ

ซ้ายจับประคองใหบ้ รรทดั ทาบทบั ลงไปบนด้ามมีดฝั่งซ้ายโดยขอบของใบคร่ึงวงกลมแนบกับแนวขอบปลายมีด
แล้วดแู นวของบรรทัดตามแนวขอบที่ลับให้อยู่ในแนวเดยี วกนั

รูปท่ี 4.105 แสดงการวัดตรวจสอบมมุ เอยี งหลบซา้ ย
(ท่มี า : สรุ ชยั บุญโสภณ, 2559)

2) วัดตรวจสอบมมุ ที่ 2 มมุ หลบข้างซา้ ย 2 องศา โดยกาหนดให้มุมท่ีใบวัดมุม 90 องศาเป็น
มุมเร่มิ ต้นที่ 0 องศา จากนัน้ จับมดี ด้วยมอื ซา้ ย หนั ปลายมีดหันเข้าหาตัวจากน้ันวางด้านล่างของมีดแนบกับใบ
ครง่ึ วงกลมและดนั กา้ นบรรทัดแนบกับดา้ นทล่ี บั จงึ อ่านค่าองศาทใี่ บวดั

114

รูปท่ี 4.106 แสดงการวัดตรวจสอบมุมหลบข้างซา้ ย
(ที่มา : สรุ ชยั บุญโสภณ, 2559)

เม่อื ตรวจสอบองศาของมมุ เอยี งหลบซา้ ยและมุมหลบข้างซ้ายแล้ว หากพบว่ามุมท่ีลับคมน้ันไม่ได้ตามท่ี
ตอ้ งการ เชน่ มีมุมมากเกนิ ไป หรือมมี ุมนอ้ ยเกินไป ใหแ้ ก้ไขดังนี้

1) การแกไ้ ขมมุ เอยี งหลบซ้าย
- ให้สมมุตวิ า่ แนวขนานกับหนา้ หินปน็ แนว 0 องศา
- มมุ เอียงหลบซา้ ยมากกว่า 1 องศา ใหป้ รับลดมุมมีดโดยการขยับมือซ้ายให้ปลายด้าม

ของมดี กลงึ เอียงเขา้ หาแนว 0 องศา หรือเอียงเขา้ หาตัวมากขึน้ ตามองศาทเ่ี กนิ ไปจากการวัดตรวจสอบมุม
- มุมเอียงหลบซ้ายน้อยกว่า 1 องศา ให้ปรับเพ่ิมมุมมีดโดยการขยับมือซ้ายให้ปลาย

ด้ามของมีดกลึงเอียงออกจากแนว 0 องศา หรือเอียงออกจากตัวมากขึ้น ตามองศาที่ขาดไปจากการวัด
ตรวจสอบมุม เพิม่ มมุ เอียงหลบซา้ ย

0o

ลดมุมเอยี งหลบซา้ ย

รูปที่ 4.107 แสดงแนวในการแกไ้ ขมมุ เอียงหลบซา้ ย
(ท่ีมา : สรุ ชยั บญุ โสภณ, 2559)

2) การแก้ไขมุมหลบขา้ งซ้าย
- มมุ หลบข้างซ้ายมากกว่า 2 องศา ให้ปรับลดมุมโดยการ ปรับมือให้เอียงด้านบนของ

มดี เขา้ หาล้อหนิ เจยี ระไนเพ่ิมขน้ึ เล็กน้อย
- มุมหลบข้างซ้ายน้อยกว่า 2 องศา ให้ปรับเพิ่มมุมโดยการ ปรับมือให้เอียงด้านล่าง

ของมดี เขา้ หาล้อหนิ เจียระไนเพิ่มขึน้ เลก็ น้อย

115
ลดมุมหลบข้างซ้าย

เพมิ่ มุมหลบขา้ งซ้าย
รปู ท่ี 4.108 แสดงแนวในการแกไ้ ขมมุ หลบขา้ งซ้าย

(ท่ีมา : สรุ ชัย บญุ โสภณ, 2559)

7. ลับคมตัด ด้านท่ี 3 ให้ลับ 2 มุม พร้อมๆ กันในการเจียระไน คือ มุมเอียงหลบขวา 1 องศา
และมมุ หลบขา้ งขวา 2 องศา และให้มคี วามกว้างหน้ามดี ขนาด 4 มิลลิเมตร

1) ลบั มมุ เอียงหลบขวา 1 องศา โดยให้ด้านข้างเข้าขอบหินเจียระไนฝ่ังขวาระยะประมาณ 15
มม. และให้ปลายท้ายของด้ามมีดเอียงออกจากตัวเล็กน้อย ประมาณ 1 องศา เน่ืองจากปลายคมตัดจะต้องมี
ขนาดใหญก่ วา่ โคนมีด เพื่อใหเ้ กิดมมุ เอยี งหลบขวา

แนวขนานกับหน้าหิน
0o

เอยี งดา้ มมีดออกจากตวั
ประมาณ 1 องศา

รปู ที่ 4.109 แสดงการลบั มุมเอียงหลบขวา
(ทมี่ า : สรุ ชัย บุญโสภณ, 2559)

2) โดยเอยี งดา้ นล่างของมดี เข้าหาล้อหินเพยี งเลก็ น้อยหรอื ไมเ่ อียงเลยกไ็ ด้ เนอ่ื งจากลอ้ หนิ
กลมจงึ จะกินเนอื้ มีดด้านลา่ งก่อนดา้ นบนอย่แู ล้วแตก่ ข็ น้ึ อยกู่ บั ขนาดเส้นผ่านศูนยก์ ลางของลอ้ หนิ เจียระไน
ดังน้นั จงึ ต้องวดั ขนาดมมุ หลบข้างขวาขณะลบั คมกอ่ นถงึ ขนาดจรงิ ทกี่ าหนดไว้

หินเจียระไนเป็นวงกลม รปู ท่ี 4.110 แสดงการลบั มมุ หลบข้างขวา
จะกนิ เนื้องานด้านล่างก่อน (ท่ีมา : สรุ ชัย บญุ โสภณ, 2559)

116

(ก) ภาพดา้ นบน มีมุมเอยี งหลบขวา 1 องศา (ข) ภาพด้านหนา้ มมี มุ หลบข้างขวา 2 องศา

(ค) ภาพแสดงลักษณะของมีดเซาะร่องดา้ นที่ 3

รปู ท่ี 4.111 แสดงลักษณะของมีดกลงึ เซาะร่องท่ีลบั ด้านท่ี 3 แลว้
(ทมี่ า : สรุ ชยั บญุ โสภณ, 2559)

8. วัดตรวจสอบมุมด้วยใบวดั มมุ ครง่ึ วงกลม ทั้ง 2 มุม และระยะความกวา้ งหน้ามีด ดงั นี้
1) วัดตรวจสอบมุมเอียงหลบซ้าย 1 องศา โดยต้ังมุมใบวัดมุมท่ี 1 องศาไว้ ให้ใช้มือขวาจับ

ประคองให้บรรทัดทาบทับลงไปบนด้ามมีดฝ่ังขวาโดยขอบของใบครึ่งวงกลมแนบกับแนวขอบปลายมีด แล้วดู
แนวของบรรทัดตามแนวขอบที่ลับใหอ้ ยใู่ นแนวเดียวกัน

รูปที่ 4.112 แสดงการวดั ตรวจสอบมมุ เอียงหลบขวา
(ทมี่ า : สรุ ชยั บุญโสภณ, 2559)

2) วดั ตรวจสอบมมุ ที่ 2 มุมหลบขา้ งขวา 2 องศา โดยกาหนดให้มุมที่ใบวัดมุม 90 องศาเป็น
มุมเริ่มตน้ ที่ 0 องศา จากนนั้ จบั มดี ดว้ ยมอื ขวา หันปลายมีดหันเข้าหาตัวจากน้ันวางด้านล่างของมีดแนบกับใบ
ครึง่ วงกลมและดนั กา้ นบรรทดั แนบกับดา้ นทลี่ บั จงึ อา่ นค่าองศาท่ีใบวดั

117

รปู ที่ 4.113 แสดงการวัดตรวจสอบมมุ หลบข้างขวา
(ทีม่ า : สรุ ชัย บุญโสภณ, 2559)

3) วัดระยะความกวา้ งหน้ามดี 4 มิลลิเมตร โดยทาบวัดกบั สเกลของกา้ นบรรทดั วดั มุม

รปู ที่ 4.114 แสดงการวดั ระยะความกว้างหน้ามดี
(ทมี่ า : สรุ ชัย บญุ โสภณ, 2559)

เมื่อตรวจสอบองศาของมุมเอียงหลบขวาและมุมหลบข้างขวาแล้ว หากพบว่ามุมท่ีลับคมน้ันไม่ได้ตามที่
ต้องการ เช่น มมี มุ มากเกนิ ไป หรือมีมมุ น้อยเกนิ ไป ใหแ้ ก้ไขดงั นี้

1) การแก้ไขมมุ เอียงหลบขวา
- ให้สมมตุ วิ า่ แนวขนานกับหนา้ หนิ ปน็ แนว 0 องศา
- มมุ เอียงหลบขวามากกวา่ 1 องศา ให้ปรับลดมุมมีดโดยการขยับมือขวาให้ปลายด้าม

ของมดี กลึงเอียงเขา้ หาแนว 0 องศา หรอื เอยี งเขา้ หาตัวมากข้ึน ตามองศาทเ่ี กนิ ไปจากการวัดตรวจสอบมุม
- มุมเอียงหลบขวาน้อยกว่า 1 องศา ให้ปรับเพิ่มมุมมีดโดยการขยับมือขวาให้ปลาย

ด้ามของมีดกลึงเอียงออกจากแนว 0 องศา หรือเอียงออกจากตัวมากขึ้น ตามองศาท่ีขาดไปจากการวัด
ตรวจสอบมมุ

2) การแกไ้ ขมมุ หลบข้างขวา
- มุมหลบข้างขวามากกว่า 2 องศา ให้ปรับลดมุมโดยการ ปรับมือให้เอียงด้านบนของ

มดี เขา้ หาล้อหนิ เจียระไนเพิ่มข้ึนเล็กน้อย
- มมุ หลบข้างขวาน้อยกว่า 2 องศา ให้ปรับเพมิ่ มมุ โดยการ ปรับมือให้เอียงด้านล่างของ

มีดเขา้ หาลอ้ หนิ เจียระไนเพม่ิ ขึ้นเล็กน้อย

118
เพ่มิ มุมเอียงหลบขวา

0o
ลดมมุ เอยี งหลบชวา

รูปที่ 4.115 แสดงแนวในการแก้ไขมุมเอยี งหลบขวา
(ที่มา : สรุ ชยั บุญโสภณ, 2559)

ลดมุมหลบขา้ งขวา

เพมิ่ มมุ หลบขา้ งขวา

รปู ที่ 4.116 แสดงแนวในการแกไ้ ขมมุ หลบขา้ งขวา
(ที่มา : สรุ ชยั บุญโสภณ, 2559)

9. ลับคมตัดดา้ นท่ี 4 ใหล้ ับ 1 มุม คอื ลับมุมคายหลังมีด 8 องศา เข้าหินโดยพลิกหันด้านบน

ของมีดเข้าหาล้อหินเจียระไนเอียงปลายท้ายของมีดออกจากตัวเล็กน้อย หรือเอียงจากแนวขนานของล้อหิน

ประมาณ 8 องศา โดยให้ระดบั ของปลายมดี ขนานเสมอเท่าเดิมไม่เอียงซ้ายหรือขวาแบบมุมคายข้าง เน่ืองจาก

หินเจียระไนเป็นทรงกลมทาให้จะกินเน้ือมีดด่านล่างก่อน จึงต้องคว่ามีดเล็กน้อย ตามความโค้งของล้อหิน

เจยี ระไน

พลกิ ควา่ มดี ตามความโค้ง

แนวขนานกับหน้าหนิ ของลอ้ หินเจยี ระไน

0o

เอยี งดา้ มมดี ออกจากตัว
ประมาณ 8 องศา

รปู ท่ี 4.117 แสดงแนวในการลบั มมุ คายหลังมดี
(ทีม่ า : สรุ ชัย บุญโสภณ, 2559)

119

10. วัดตรวจสอบมมุ ด้วยใบวดั มมุ ครึง่ วงกลม มมุ คายหลงั มดี 8 องศา
โดยกาหนดให้มุมท่ีใบวัดมุม 90 องศาเป็นมุมเร่ิมต้นท่ี 0 องศา จากนั้น ให้นามีดไปวางท่ี

ขอบของฉากระดับบนแท่นหินระดับโดยให้ด้านล่างของมีดวางกับฉากระดับนาบรรทัดวัดมุมแนบกับอีกด้าน
ของฉากโดยให้ขอบของใบคร่งึ วงกลมแนบไปกับหลงั มดี ขยับเล่ือนมีดและกา้ นบรรทัดเพื่อให้ใบคร่ึงวงกลมแนบ
กบั แนวของมมุ คายหลังมีดมากท่สี ุด

ขยับดา้ มมดี

ขยับก้านบรรทัด

รูปที่ 4.118 แสดงการวดั ตรวจสอบมมุ คายหลงั มดี
(ที่มา : สรุ ชยั บญุ โสภณ, 2559)

เม่อื ตรวจสอบขนาดมุมของมุมคายหลังมีดแล้ว หากพบว่ามุมที่ลับคมนั้นไม่ได้ตามท่ีต้องการ เช่น มีมุม
มากเกินไป หรือมมี ุมน้อยเกนิ ไป ใหแ้ กไ้ ขดังนี้

- ให้สมมุตวิ า่ แนวขนานกบั หนา้ หินปน็ แนว 0 องศา
- มุมคายหลังมีดมากกว่า 8 องศา ให้ปรับลดมุมมีดโดยการขยับมือขวาให้ปลายด้าม
ของมดี กลงึ เอียงเข้าหาแนว 0 องศา หรือเอียงเข้าหาตวั มากข้ึน ตามองศาทเี่ กินไปจากการวัดตรวจสอบมุม
- มมุ คายหลังมีดน้อยกว่า 8 องศา ให้ปรับเพ่ิมมุมมีดโดยการขยับมือขวาให้ปลายด้าม
ของมีดกลงึ เอยี งออกจากแนว 0 องศา หรือเอยี งออกจากตัวมากขนึ้ ตามองศาทีข่ าดไปจากการวัดตรวจสอบมุม

เพิม่ มมุ คายหลงั มดี

0o

ลดมมุ คายหลังมดี

รปู ท่ี 4.119 แสดงแนวในการแกไ้ ขมุมคายหลังมีด
(ทม่ี า : สรุ ชัย บญุ โสภณ, 2559)

98

4.6.2 การลับคมตดั มีดกลึงปอก

การกลึงปอกเป็นกระบวนการลดขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางช้ินงานให้ใด้ขนาดตามต้องการ
ดว้ ยการใชแ้ ทน่ เลอื่ นขวางในการป้อนลกึ และชุดแท่นเลอื่ นเคล่อื นทีเ่ พื่อเลื่อนกินเน้ืองาน โดยส่วนใหญ่แล้วการ
ลดขนาดดว้ ยการกลึงปอกจะทาการกลงึ ปอกหยาบก่อนเพ่ือลดขนาดของช้ินงานและเพือ่ ความรวดเร็ว มักจะใช้
ความลึกการป้อนตัดมาก แล้วจึงทาการกลึงปอกละเอียดเพื่อให้ได้ขนาดตามต้องการและมีผิวงานท่ีเรียบ
สมา่ เสมอ มักปอ้ นตดั ในการกลงึ ละเอียดด้วยความลกึ การป้อนตัดนอ้ ยๆ และลบั มีดกลึงปอกให้ปลายมีดมนโค้ง
มีรศั มีปลายมีดมากๆ การกลึงปอกจะป้อนลึกมากน้อยเท่าใด จาเป็นต้องพิจจารณาปัจจัยอ่ืนๆ ประกอบ เช่น
วสั ดชุ ิ้นงาน วสั ดุมีดกลึง เปน็ ตน้

การกลึงปอกยงั สามารถแบง่ ออกตามทศิ ทางของป้อนเขา้ กนิ เนื้องาน 2 ลักษณะ คอื
1) การกลงึ ปอกขวา จะมีทิศทางการเดนิ กนิ เนอ้ื งานจากทางขวาไปทางซ้ายใชม้ ีดกลงึ ปอกขวา
2) การกลงึ ปอกซ้าย จะมที ิศทางการเดินกินเนื้องานจากทางซา้ ยไปทางขวาใช้มดี กลงึ ปอกซ้าย

ทิศทางการกินงานจาก
ขวาไปซา้ ย

รปู ที่ 4.70 แสดงลกั ษณะการกลงึ ปอกขวา
(ท่มี า : สรุ ชัย บุญโสภณ, 2559)

ทศิ ทางการกินงานจาก
ซ้ายไปขวา

รปู ท่ี 4.71 แสดงลักษณะของการกลงึ ปอกซ้าย
(ทมี่ า : สุรชัย บุญโสภณ, 2559)

12 o 99
14 o
4.6.2.1 การลับมีดกลึงปอกขวา
มีดกลึงปอกขวาเป็นมีดกลึงที่นิยมใช้ในการกลึงปอกผิวในงานท่ัวไป ถือว่าเป็นพ้ืนฐาน

ของการใชใ้ นงานกลึงปอกผวิ ทีน่ ักเรยี นจาเป็นต้องลบั คมใหไ้ ด้อย่างถูกตอ้ ง

รปู ที่ 4.72 แสดงลกั ษณะของมดี กลงึ ปอกขวา
(ทม่ี า : สรุ ชัย บุญโสภณ, 2559)

จากลักษณะของมีดกลงึ ปอกขวา มมี ุมทสี่ าคญั ทจ่ี ะตอ้ งลับคมตดั ดังน้ี
1) มุมหลบหนา้ มีด ขนาด 8 องศา
2) มมุ เอียงคมตัด ขนาด 12 องศา
3) มมุ รวมปลายมดี ขนาด 80 องศา
4) มมุ คายขา้ ง ขนาด 14 องศา
5) มมุ หลบด้านข้าง ขนาด 8 องศา

8o 8o

รูปที่ 4.73 แสดงมุมของมีดกลึงปอกขวา
(ทีม่ า : : สุรชยั บญุ โสภณ, 2559)

ข้ันตอนการปฏิบตั ิงานลบั คมตดั มีดกลึงปอกขวา
เน่อื งจากลักษณะของรูปแบบมดี กลงึ ปอกขวาจะมรี ปู รา่ งเหมือนกับมีดกลึงปาดหน้าขวาที่ผ่านมา แต่จะ
แตกตา่ งกนั ท่ีองศาของมุมหลบหน้ามีดและมุมรวมปลายมีดเท่าน้ันจึงใช้การปฏิบัติตามขั้นตอนการลับมีดกลึง
ปาดหน้าได้ทกุ ขัน้ ตอนแต่ให้ลับคมและวตั รวจสอบมมุ ตามขนาดของมดี กลงึ ปอกขวา

12 o 100
14 o
4.6.2.2 การลับมดี กลึงปอกซา้ ย
มดี กลึงปอกซ้ายเปน็ มดี กลงึ ท่ีใชใ้ นการกลึงปอกผวิ ในงานทมี่ ีทิศทางการเดินกินเนื้องาน

จากทางซา้ ยไปทางขวา ในการใช้มีดกลึงปอกซ้ายจะใช้ในงานกลึงบางกรณีสาหรับงานกลึงท่ีไม่สามารถใช้มีด
กลึงปอกขวาได้มีดกลึงปอกซ้ายจะมีด้านท่ีสลับกับมีดกลึงปอกขวาแต่จะมีมุมท่ีเหมือนกัน จึงมีความจาเป็นที่
นักเรียนจะตอ้ งลบั คมให้ได้อย่างถกู ตอ้ งเชน่ กนั

รปู ท่ี 4.74 แสดงลักษณะของมีดกลึงปอกซา้ ย
(ทมี่ า : สรุ ชัย บญุ โสภณ, 2559)

จากลกั ษณะของมดี กลงึ ปอกซ้าย มมี มุ ทส่ี าคญั ที่จะตอ้ งลบั คมตดั ดงั นี้
1) มมุ หลบหนา้ มีด ขนาด 8 องศา
2) มมุ เอียงคมตดั ขนาด 12 องศา
3) มุมรวมปลายมีด ขนาด 80 องศา
4) มุมคายขา้ ง ขนาด 14 องศา
5) มุมหลบดา้ นขา้ ง ขนาด 8 องศา

8o
8o

รูปท่ี 4.75 แสดงมุมของมีดกลงึ ปอกซ้าย
(ทม่ี า : : สุรชยั บุญโสภณ, 2559)

101

ขนั้ ตอนการปฏบิ ัตงิ านลบั คมตัดมดี กลึงปอกซา้ ย
1. เตรยี มเครื่องมือและอปุ กรณ์ในการลบั คมตดั และการวัดมมุ
2. ตรวจสอบสภาพความพร้อมของเคร่ืองเจียระไนลับคมตัดก่อนปฏิบัติงาน ถ้าหน้าหิน

เจียระไน ไม่เรียบหรือหมดคม ต้องแต่งหน้าหินใหม่ (ดังรูปที่ 4.51) และปรับระยะแท่นรองช้ินงาน และปรับ
ระยะแท่นรองรับชิน้ งานให้หา่ งประมาณ 2-3 มม. (ดังรูปที่ 3.16)

3. ลับคมตดั ดา้ นที่ 1 ใหล้ บั 2 มมุ พรอ้ มๆ กันในการเจยี ระไน คือ
1) ลับมุมเอียงคมตัด 12 องศา เข้าหินโดยวางมีดท่ีหน้าหินประมาณ 3 ใน 4 ของหน้าหิน

เอยี งดา้ มมดี จากแนวขนานหนา้ หินประมาณ 12 องศา
วางมีดระยะ 3 ใน 4
ของหน้าหิน

รูปที่ 4.76 แสดงการลับมุมเอียงคมตัดมดี กลงึ ปอกซา้ ย
(ทม่ี า : สรุ ชัย บญุ โสภณ, 2559)

2) ลับมุมหลบด้านข้าง 8 องศาโดย ให้แนวของมีดกลึงอยู่ในแนวระนาบปกติ เนื่องจากล้อ
หินเจียระไนเปน็ ทรงกลมจงึ จะลับมีดกลงึ ด้านลา่ งกอ่ นอยแู่ ล้ว จากน้นั ลองวัดองศาของมุมหลบด้านข้าง ว่าได้กี่
องศาจึงทาการปรับแก้ไข

รปู ท่ี 4.77 แสดงการลับมมุ หลบด้านข้างมดี กลึงปอกซา้ ย
(ทมี่ า : สุรชยั บญุ โสภณ, 2559)

4. วัดตรวจสอบมมุ ดว้ ยใบวดั มมุ คร่ึงวงกลม ทงั้ 2 มุม ดังนี้
1) วัดตรวจสอบมุมเอียงคมตัด 12 องศา โดยใช้มือซ้ายจับให้ด้ามมีดแนบขนานไปกับก้าน

บรรทัดและใชม้ อื ขวาทาบให้ใบครง่ึ วงกลมแนบขนานไปกับด้านท่ลี ับมมุ จงึ อา่ นค่าองศาทใ่ี บวัด

102

รูปท่ี 4.78 แสดงการวดั ตรวจสอบมมุ เอยี งคมตัดมีดกลงึ ปอกซา้ ย
(ที่มา : สุรชยั บุญโสภณ, 2559)

2) วัดตรวจสอบมุมหลบด้านข้าง 8 องศา โดยกาหนดให้มุมที่ใบวัดมุม 90 องศาเป็นมุม
เรมิ่ ต้นท่ี 0 องศา จากน้ันใช้มอื ขวาจับมีดหันปลายมีดเข้าหาตัวแล้ววางด้านล่างของมีดกับใบคร่ึงวงกลม ใช้มือ
ซ้ายจับใบวดั มุมนิ้วหวั แม่มอื กดกา้ นวัดเบาๆ แลว้ ใชน้ ิว้ ชีด้ ันก้านบรรทัดแนบกบั ด้านทีล่ ับมมุ เม่ือเห็นว่าแนบแล้ว
ให้กดนิว้ หัวแม่มอื เพอื่ ไมใ่ ห้กา้ นวดั มุมขยบั จึงอา่ นคา่ องศาที่ใบวัด

รูปท่ี 4.79 แสดงการวัดตรวจสอบมมุ หลบด้านข้างมดี กลงึ ปอกซา้ ย
(ทีม่ า : สุรชัย บุญโสภณ, 2559)

เม่ือตรวจสอบมุมของมุมเอียงคมตัดและมุมหลบด้านข้างแล้ว หากพบว่ามุมที่ลับคมนั้นไม่ได้ตามที่
ต้องการ เชน่ มมี มุ มากเกินไป หรือมมี มุ นอ้ ยเกนิ ไป ให้แกไ้ ขดังนี้

1) การแกไ้ ขมมุ เอียงคมตัด
- ใหส้ มมตุ วิ ่า แนวขนานกบั หน้าหินปน็ แนว 0 องศา และแนวตั้งฉากกับหน้าหินให้เป็น

แนว 90 องศา
- มุมเอียงคมตัดมากกว่า 12 องศา ให้ปรับลดมุมมีดโดยการขยับมือขวาให้ปลายด้าม

ของมีดกลึงเอยี งเข้าหาแนว 0 องศา มากขึ้น ตามองศาท่เี กนิ ไปจากการวดั ตรวจสอบมมุ
- มมุ เอยี งคมตัดน้อยกวา่ 12 องศา ให้ปรับเพิ่มมมุ มดี โดยการขยับมือขวาให้ปลายดา้ ม

ของมดี กลงึ เอียงเข้าหาแนว 90 องศา มากข้นึ ตามองศาทเ่ี กนิ ไปจากการวัดตรวจสอบมุม

103

0o
ลดมมุ เอียงคมตดั
90 o
เพม่ิ มุมเอยี งคมตัด

รปู ท่ี 4.80 แสดงแนวสมมุติ 0 องศาและ 90 องศา เพ่ือแก้ไขมมุ เอียงคมตดั
(ท่มี า : สรุ ชัย บญุ โสภณ, 2559)

2) การแกไ้ ขมุมหลบด้านขา้ ง
- มุมหลบดา้ นขา้ งมากกวา่ 8 องศา ให้ปรับลดมุมโดยการ ปรับมือให้เอียงด้านบนของ

มีดเขา้ หาลอ้ หนิ เจยี ระไนเพ่มิ ขึ้นเลก็ น้อย
- มุมหลบด้านข้างน้อยกว่า 8 องศา ให้ปรับเพิ่มมุมโดยการ ปรับมือให้เอียงด้านล่าง

ของมดี เขา้ หาลอ้ หนิ เจยี ระไนเพ่มิ ขนึ้ เล็กน้อย
ลดมุมหลบ

เพมิ่ มมุ หลบ
รูปที่ 4.81 แสดงแนวในการแก้ไขมุมหลบดา้ นขา้ ง

(ทมี่ า : สุรชัย บุญโสภณ, 2559)
5. ลบั คมตัด ด้านที่ 2 ให้ลับ 2 มุม พรอ้ มๆ กนั ในการเจียระไน คือ

1) ลับมุมรวมปลายมีด 80 องศา เข้าหินโดยให้สลับด้านปลายมีดและสลับมือท่ีจับด้ามมีด
ให้มือขวานาและมือซ้ายจับดา้ มมีด วางนว้ิ บนแทน่ รองรบั ชิ้นงาน เลอื่ นมีดเขา้ หินโดยเอียงจากหน้าหนิ ประมาณ
80 องศา โดยสามารถขดี เส้นเล็งแนว 80 องศา ท่ีแทน่ รองรบั ชิ้นงาน

รูปที่ 4.82 แสดงการลับมมุ รวมปลายมีด
(ทม่ี า : สุรชัย บญุ โสภณ, 2559)

104
2) ลับมมุ หลบหน้ามีด 8 องศาโดยวางมีดแนวขนานกับแท่นรองแต่ยกปลายมีดเชิดขึ้น
เลก็ น้อยเทา่ น้ัน เน่อื งจากล้อหินจะกลมทาใหจ้ ะลับด้านล่างของมดี กอ่ นอยู่แล้ว ดังน้ันจงึ ต้องวัดขนาดมมุ หลบ
หนา้ มีดแลว้ จึงปรับแกไ้ ข

รปู ท่ี 4.83 แสดงการลบั มุมหลบหนา้ มีด
(ทม่ี า : สรุ ชยั บุญโสภณ, 2559)

6. วดั ตรวจสอบมมุ ดว้ ยใบวดั มุมคร่ึงวงกลม ทง้ั 2 มมุ ดงั น้ี
1) วัดตรวจสอบมมุ รวมปลายมีด 80 องศา โดยใชม้ อื ซา้ ยจับประคองให้ด้านท่ีลับคมด้านที่ 1

แนบกบั ก้านบรรทดั มือขวาจับใบวัดมุม ประคองใบคร่ึงวงกลม นิ้วหัวแม่มือกดก้านบรรทัดเบาๆ ให้ด้านท่ีลับ
ใหม่ด้านท่ี 2 แนบกับใบคร่ึงวงกลม จึงอา่ นค่าองศาทใี่ บวัด

รูปท่ี 4.84 แสดงการวดั ตรวจสอบมุมรวมปลายมีด
(ท่มี า : สุรชยั บญุ โสภณ, 2559)

2) วดั ตรวจสอบมมุ ท่ี 2 มมุ หลบหน้ามดี 8 องศา โดยกาหนดให้มุมที่ใบวัดมุม 90 องศาเป็น
มุมเริม่ ตน้ ท่ี 0 องศา จากน้ันวางด้านลา่ งของมดี แนบกบั กา้ นบรรทดั ตามแนวยาวและให้สันปลายมีดแนบกับใบ
คร่ึงวงกลม จงึ อ่านค่าองศาท่ใี บวดั

รูปท่ี 4.85 แสดงการวัดตรวจสอบมุมหลบหนา้ มีด
(ทม่ี า : สรุ ชัย บญุ โสภณ, 2559)

105

เม่ือตรวจสอบองศาของมุมรวมปลายมีดและมุมหลบหน้ามีดแล้ว หากพบว่ามุมที่ลับคมน้ันไม่ได้ตามที่
ตอ้ งการ เช่น มีมมุ มากเกนิ ไป หรือมีมมุ นอ้ ยเกินไป ใหแ้ ก้ไขดังน้ี

1) การแก้ไขมมุ รวมปลายมดี
- ให้สมมตุ วิ า่ แนวขนานกบั หนา้ หินป็นแนว 0 องศา และแนวต้ังฉากกับหน้าหินให้เป็น

แนว 90 องศา
- มมุ รวมปลายมีดมากกวา่ 80 องศา ให้ปรับลดมุมมดี โดยการขยับมือขวาให้ปลายด้าม

ของมดี กลงึ เอยี งเข้าหาแนว 0 องศา มากข้ึน ตามองศาท่ีเกนิ ไปจากการวดั ตรวจสอบมมุ
- มุมรวมปลายมีดน้อยกว่า 80 องศา ให้ปรับเพ่ิมมุมมีดโดยการขยับมือขวาให้ปลาย

ดา้ มของมดี กลึงเอียงเข้าหาแนว 90 องศา มากข้ึน ตามองศาที่ขาดไปจากการวดั ตรวจสอบมมุ

0o

ลดมมุ รวมปลายมีด 90 o

เพม่ิ มมุ รวมปลายมดี

รูปที่ 4.86 แสดงแนวในการแกไ้ ขมุมรวมปลายมดี มดี กลงึ ปอกซา้ ย
(ทม่ี า : สุรชยั บุญโสภณ, 2559)

2) การแกไ้ ขมุมหลบหน้ามีด
- มุมหลบหนา้ มีดมากกว่า 8 องศา ให้ปรับลดมุมโดยการ ปรับมือให้ปลายมีดท่ีเชิดอยู่

ลดระดบั องศาตามท่ีวัดไดใ้ ห้เชิดน้อยลงในขณะเจียระไน
- มุมหลบหนา้ มดี นอ้ ยกวา่ 8 องศา ใหป้ รับเพมิ่ มมุ โดยการ ปรับมือให้ปลายมีดเชิดมาก

ข้ึนตามระดับองศาทวี่ ัดได้ในขณะเจยี ระไน
เพ่มิ มมุ หลบหน้ามดี

ลดมุมหลบหน้ามดี
รปู ที่ 4.87 แสดงแนวในการแกไ้ ขมุมหลบหน้ามดี

(ทมี่ า : สุรชยั บญุ โสภณ, 2559)

7. ลับคมตัด ด้านที่ 3 ใหล้ บั 1 มมุ คือ ลบั มมุ คายขา้ ง 14 องศา เข้าหินโดยพลิกมีดให้ด้านท่ีลับ
ดา้ นที่ ท่ี 1 อยดู่ า้ นบนและให้แนวขนานกับพื้น ปลายด้ามจะชี้ลงเล็กน้อย (รูปท่ี 4.88 (ก)) แนวของด้ามมีดให้
ขนานไปกับแนวหน้าหินเจียร (รูปที่ 4.88 (ข)) และพลิกด้านล่างเข้าหินเจียระไนเล็กน้อยประมาณไม่ถึง 14
องศา เนอื่ งจาก ลอ้ หนิ เจยี ระไนจะกลมทาใหจ้ ะกนิ เน้ือมดี ด้านลา่ งก่อนอยแู่ ล้ว (รปู ท่ี 4.88 (ค))

106

ให้ดา้ นที่ 1 อยดู่ า้ นบน
และมแี นวขนาดกบั พื้น

ปลายด้ามมีดเอยี งลง แนวด้าม(มขดี) ใหข้ นานกับหน้าหนิ
(ก)

เอยี งดา้ นล่างของมีดเขา้ หาหนิ เลก็ น้อย
(ค)
รปู ที่ 4.88 แสดงการแนวในการลบั มุมคายข้าง
(ที่มา : สุรชัย บุญโสภณ, 2559)

รูปที่ 4.89 แสดงการลบั คมมีดปาดหน้าดา้ นท่ี 3
(ที่มา : สรุ ชัย บญุ โสภณ, 2559)

8. วัดตรวจสอบมมุ ดว้ ยใบวัดมุมครง่ึ วงกลม มมุ คายข้าง 14 องศา
1) วดั ตรวจสอบมุมคายข้าง 14 องศา โดยกาหนดให้มุมที่ใบวดั มุม 90 องศาเป็นมุมเร่ิมต้นท่ี

0 องศา จากนั้น จับมีดดว้ ยมือซา้ ยหนั ปลายมีดเข้าหาตัว มือขวาจับใบวัดมุม ให้ก้านบรรทัดแนบกับด้านข้างที่
ไมไ่ ดล้ ับและใบครึง่ วงกลมแนบเอยี งไปกับดา้ นท่ี 3 ท่เี ปน็ มมุ คายข้าง จึงอา่ นค่าองศาทใ่ี บวัด

รูปที่ 4.90 แสดงการวัดตรวจสอบมุมคายข้าง
(ทม่ี า : สุรชัย บุญโสภณ, 2559)

107

เมอ่ื ตรวจสอบขนาดมุมของมุมคายขา้ งแลว้ หากพบว่ามุมท่ีลับคมน้ันไม่ได้ตามที่ต้องการ เช่น มีมุมมาก
เกินไป หรอื มมี มุ นอ้ ยเกินไป ใหแ้ ก้ไขดงั นี้

1) การแกไ้ ขมมุ คายขา้ ง
- มมุ คายข้างมากกว่า 14 องศา ให้ปรับลดมุมมีดโดยการปรับมือให้เอียงด้านล่างของ

มดี เข้าหาล้อหนิ เจียระไนลดลงเลก็ น้อย แลว้ เล่อื นเขา้ ล้อหินเจียระไน
- มมุ คายขา้ งนอ้ ยกว่า 14 องศา ใหป้ รับเพิ่มมมุ มดี โดยการปรับมือให้เอียงด้านล่างของ

มดี เข้าหาลอ้ หินเจียระไนเพิ่มข้นึ เลก็ นอ้ ย แลว้ เลอื่ นเข้าลอ้ หนิ เจยี ระไน

ลดมุมคายขา้ ง เพมิ่ มมุ คายขา้ ง

รปู ท่ี 4.91 แสดงแนวในการแกไ้ ขมมุ คายข้าง
(ท่มี า : สรุ ชัย บุญโสภณ, 2559)

146 รหสั วชิ า 2102-2105
สป.ที่ 5 - 6
ใบงานที่ 4.1 เวลา 6 ชัว่ โมง

วิชา ลบั คมเครื่องมอื ตดั
หนว่ ยที่ 3 เครอื่ งกลึงและงานลับมีดกลึง
ชื่องาน งานลับมีดกลึงปาดหน้า
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. สามารถลบั คมมีดกลึงปาดหนา้ ได้
2. สามารถวดั มมุ มดี กลึงปาดหน้าทลี่ บั ได้
3. สามารถปฏบิ ตั งิ านด้วยความปลอดภัย
คาสง่ั : จงลบั มดี กลงึ ปาดหน้าตามมุมท่กี าหนดให้

1) มุมหลบหนา้ มีด ขนาด 27 องศา
2) มุมเอียงคมตดั ขนาด 12 องศา
3) มมุ รวมปลายมีด ขนาด 55 องศา
4) มุมคายข้าง ขนาด 14 องศา
5) มมุ หลบด้านขา้ ง ขนาด 8 องศา

14o

27o 8o

เครื่องมือและอปุ กรณ์
1. เครือ่ งเจียระไนตงั้ พ้นื
2. นา้ หล่อเย็น
3. ใบวดั มมุ
4. แว่นตานริ ภัย
5. อปุ กรณแ์ ตง่ หน้าหนิ เจยี ระไน
6. ชุดประแจสาหรบั ปรับแทน่ รองชน้ิ งาน

วัสดุ

- มดี กลงึ เหลก็ กลา้ รอบสงู (High Speed Steel) ขนาด 3/8 x 3/8 นิ้ว ยาว 8 น้วิ

** งานลับมดี กลึงปาดหน้าขวา ให้ลับส่งครผู สู้ อนทีละด้าน
และการสง่ งานใหน้ กั เรียนวัดงานด้วยตนเอง ให้ครูผู้สอนดูและครวู ดั ตรวจสอบอกี ครั้ง**

147

ขนั้ ตอนการการปฏิบตั ิงาน รปู แสดงข้นั ตอนการปฏิบตั งิ าน

คาอธบิ าย

1. ศกึ ษารูปแบบของมดี กลงึ ปาดหน้า และขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิงาน
ในใบงาน

2. เตรียมเคร่อื งมอื และอุปกรณ์ น้าหลอ่ เยน็ ให้พร้อมกอ่ นปฏิบัตงิ าน
3. แต่งกายใหถ้ ูกระเบียบ รัดกุมและสวมแว่นตาเพอื่ ปอ้ งกันอนั ตราย
4. ตรวจสอบเครื่องเจียระไนลับคมตดั ใหพ้ ร้อมกอ่ นปฏบิ ัติงาน

5. ตรวจสอบผิวหนา้ ลอ้ หินเจียระไน ถ้าหน้าหินท่อื หรอื ไม่เรียบ
ใหแ้ ต่งหน้าหินใหม่ ดังนี้
- เปดิ สวิตช์ให้เครื่องเจยี ระไนหมุน รอจนล้อหนิ หมุนจนความเร็ว

รอบคงท่ี
- แต่งหนา้ ลอ้ หินให้เรียบเสมอกัน

6. ตรวจสอบระยะห่างของแท่นรองชิน้ งาน ถา้ ห่างมากกวา่ 3 2-3 ม.ม.
มิลลเิ มตรให้ปรบั ระยะใหม่ ใหอ้ ยู่ระหว่าง 2-3 มลิ ลิเมตรดังนี้
- ปดิ สวิตชใ์ หเ้ คร่ืองเจยี ระไนหยดุ หมนุ รอจนลอ้ หนิ หยดุ หมนุ จน
นิ่งอยู่กบั ที่
- ใช้ประแจขันปรบั ใหแ้ ท่นรองรบั ชิ้นงานห่างจากหน้าลอ้ หิน
ประมาณ 2-3 มลิ ลิเมตร

7. ขีดเสน้ ท่แี ทน่ รองชนิ้ งานใหเ้ อยี งจากหนา้ หิน 12 องศา เพื่อเป็น
แนวในการลับมมุ เอียงคมตัด

8. ลับด้านท่ี 1 ใหเ้ กดิ 2 มมุ พร้อมกัน คือ
มุมที่ 1 มุมเอียงคมตัด 12 องศา
มมุ ท่ี 2 มมุ หลบขา้ ง 8 องศา

12o

8o

148

ขัน้ ตอนการการปฏบิ ตั ิงาน รูปแสดงขัน้ ตอนการปฏบิ ัติงาน

คาอธิบาย

9. ลับดา้ นที่ 1 จบั มดี กลงึ ใหม้ ือขวานาและมือซ้ายตาม
10. ดแู นวมีดกลงึ กับเสน้ ที่ขดี ไวใ้ หเ้ กิดมมุ เอียงคมตัด
11. ทาใหเ้ กิดมุมหลบดา้ นขา้ งโดยเอียงดา้ นลา่ งของมีดกลงึ เขา้ หา

หินเจียระไนเลก็ น้อย
12. เลอ่ื นมดี กลึงใหเ้ ข้าหาหินจยี ระไน โดยรกั ษามุมไว้ไมอ่ อกแรง

กดทนี่ ิว้ มากเกนิ ไป จะทาใหม้ มุ เปลย่ี นไป

13. ตรวจสอบมมุ เอียงคมตดั ท่ลี ับคมได้ ดว้ ยใบวดั มุมครง่ึ วงกลม
กาหนดมุม 12 องศา

14. ตรวจสอบมมุ หลบขา้ งท่ลี ับคมได้ ดว้ ยใบวดั มมุ คร่งึ วงกลม
กาหนดมุม 8 องศา ให้สมมตุ ิมมุ 90 องศา เปน็ 0 องศา

15. เม่อื วัดตรวจสอบมมุ แล้ว ถ้ามมุ ท่ีไดย้ ังไม่อยใู่ นเกณฑใ์ หท้ าการ
แก้ไข

16. ส่งงานครผู สู้ อน และวดั มุมให้ครผู สู้ อนดู

17. ลับดา้ นที่ 2 ให้เกิด 2 มุม พรอ้ มกัน คอื
มุมท่ี 1 มุมรวมปลายมีด 55 องศา
มุมที่ 2 มุมหลบหน้ามดี 27 องศา

18. ขีดเสน้ ท่แี ทน่ รองชิ้นงานให้เอียงจากหนา้ หนิ 55 องศา เพ่ือ
เป็นแนวในการลบั มุมรวมปลายมีด

149

ข้นั ตอนการการปฏบิ ตั ิงาน รูปแสดงขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิงาน

คาอธบิ าย

19. ลับด้านท่ี 2 จบั มีดกลงึ ใหม้ อื ซา้ ยนาและมอื ขวาตาม
20. ดูแนวมดี กลงึ กบั เสน้ ทข่ี ีดไวใ้ หเ้ กดิ มมุ รวมปลายมีด
21. ทาใหเ้ กิดมุมหลบหน้ามีดโดย ยกปลายมดี เชดิ ข้นึ เล็กนอ้ ย
22. เลอื่ นมดี กลงึ ใหเ้ ขา้ หาหินจียระไน โดยรกั ษามุมไวไ้ ม่ออกแรง

กดมากเกินไป จะทาให้มุมเปลยี่ นไป

23. ตรวจสอบมุมรวมปลายมดี ท่ลี ับคมได้ ด้วยใบวดั มุมครง่ึ วงกลม
กาหนดมุม 55 องศา

24. ตรวจสอบมุมหลบหนา้ มีดทล่ี บั คมได้ ด้วยใบวดั มุมครง่ึ วงกลม
กาหนดมมุ 27 องศา ให้สมมุติมุม 90 องศา เปน็ 0 องศา

25. เมอ่ื วดั ตรวจสอบมุมแล้ว ถ้ามุมทีไ่ ด้ยงั ไมอ่ ยู่ในเกณฑ์ใหท้ าการ
แกไ้ ข

26. สง่ งานครูผ้สู อน และวัดมมุ ใหค้ รูผู้สอนดู

27. ลบั ดา้ นที่ 3 ใหเ้ กิด 1 มมุ คือ มมุ คายข้าง 14 องศา โดยที่ มมุ
คายหลังมีด เปน็ ศนู ย์องศา

28. ลบั ดา้ นท่ี 3 จบั มดี กลึงใหม้ อื ซา้ ยนาและมอื ขวาจบั ดา้ มมดี
ให้มอื ซ้ายวางบนแทน่ รองชน้ิ งานเพอ่ื ประคองมดี กลึงขณะลบั คม

150

ขั้นตอนการการปฏบิ ัติงาน รปู แสดงขั้นตอนการปฏิบตั งิ าน

คาอธิบาย

29. ตรวจสอบมมุ คายขา้ งท่ลี ับคมได้ ดว้ ยใบวดั มมุ ครึ่งวงกลม
กาหนดมมุ 14 องศา

30. เมอ่ื วดั ตรวจสอบมุมแล้ว ถ้ามุมที่ไดย้ ังไม่อยใู่ นเกณฑ์ให้ทาการ
แก้ไข

31. ปิดสวิตชเ์ ครอ่ื งเจียระไน รอให้ลอ้ หนิ หยดุ หมนุ

32. ทาความสะอาดเครือ่ งมือและอุปกรณ์ ส่งคนื ผูส้ อนให้เรยี บรอ้ ย
33. ทาความสะอาดเครอ่ื งเจียระไนและพนื้ ท่ีปฏบิ ตั งิ าน ให้

เรยี บร้อย

34. สง่ งานครผู ูส้ อน และวดั มมุ ให้ครูผสู้ อนดู

151

ใบประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ าน (ใบงานที่ 4.1)

วชิ าลบั คมเครอื่ งมือตดั รหัสวิชา 2102-2105

หนว่ ยที่ 3 เคร่อื งกลงึ และงานลบั มดี กลงึ สป.ท่ี 5 - 6

ชอ่ื งาน งานลบั มดี กลงึ ปาดหนา้ ขวา เวลา 6 ชว่ั โมง

ชอ่ื -สกุล ................................................................................................................ เลขที่ ..........................

ระดับช้นั ปี ........................................ กลุม่ ที่ ........................ สาขาวิชาวิชา ..............................................

จุดที่ รายการ พิกดั ทกี่ าหนด คะแนน ขนาดท่วี ดั คะแนนที่
ได้ ได้

1 มมุ เอียงคมตัด 12 องศา + 1 องศา 10

2 มุมหลบด้านข้าง 8 องศา + 1 องศา 10

3 มุมรวมปลายมีด 80 องศา + 1 องศา 10

4 มุมหลบดา้ นหนา้ 8 องศา + 1 องศา 10

5 มมุ คายขา้ ง 14 องศา + 1 องศา 10

6 ความเรียบของผวิ ลบั คม 10

7 การแตง่ กายตามกฎระเบยี บ 10

8 การตรงตอ่ เวลา 10

9 ความปลอดภัยในการทางาน 10

10 การทาความสะอาด 10

คะแนนรวม 100

เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั ผลรวมของคะแนนไดผ้ ลประเมิน ดังน้ี
ระดบั คะแนน
คะแนน 90 – 100 = ดีมาก ( ) ได้คะแนน 90 – 100 = ดีมาก
80 – 89 = ดี ( ) ได้คะแนน 80 – 89 = ดี
70 – 79 = ปานกลาง
60 – 69 = พอใช้ ( ) ได้คะแนน 70 – 79 = ปานกลาง
50 – 59 = ตอ้ งปรับปรุง ( ) ได้คะแนน 60 – 69 = พอใช้
( ) ได้คะแนน 50 – 59 = ต้องปรับปรงุ

ขอ้ เสนอแนะ..........................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................
ผปู้ ระเมนิ .............................................................. วันท.่ี ...........เดอื น......................พ.ศ. ....................

152

ใบประเมินผลการปฏบิ ตั ิงาน (ใบงานที่ 4.1)

วชิ าลับคมเครอื่ งมอื ตดั รหสั วิชา 2102-2105

หนว่ ยที่ 3 เครอ่ื งกลึงและงานลับมดี กลงึ สป.ท่ี 5 - 6

ชอื่ งาน งานลบั มีดกลึงปาดหนา้ ขวา เวลา 6 ชั่วโมง

เกณฑ์การใหค้ ะแนนตามใบประเมนิ ผลการปฏิบตั ิงาน

รายการตรวจสอบ ระดับการประเมิน คะแนน

จุดท่ี 1 – 5 ขนาดพกิ ัดความเผ่อื ของมุม + 1 องศา 10

+ 2 องศา 8

+ 3 องศา 5

+ 4 องศา 3

มากกวา่ + 4 องศา 0

จดุ ที่ 6 ความเรยี บของผวิ ลบั คม ผวิ ของรอยลบั คมเรยี บทุกด้าน 10

ผิวของรอยลับไม่เรยี บ 1 ดา้ น 8

ผวิ ของรอยลบั ไม่เรยี บ 2 ด้าน 5

ผวิ ของรอยลบั ไม่เรยี บ 3 ดา้ น 3

ผิวของรอยลบั ไม่เรียบ 3 ดา้ นและมรี อยไหม้ 0

จุดที่ 7 การแตง่ กายตามกฎระเบียบ แตง่ กายถกู ต้องตามระเบยี บ 10

แตง่ กายไม่เรียบรอ้ ยแต่ถูกระเบียบ 5

แต่งกายไม่ถกู ระเบยี บ 0

จุดท่ี 8 การตรงต่อเวลา ทางานเสร็จตามเวลาทกี่ าหนด 10

ทางานเกินเวลาท่กี าหนด (ส่งงานช้า สป. ที่ 1) 8

ทางานเกนิ เวลาทก่ี าหนด (ส่งงานชา้ สป. ที่ 2) 6

ทางานเกนิ เวลาที่กาหนด (ส่งงานชา้ สป. ที่ 3) 4

ทางานเกนิ เวลาที่กาหนด (สง่ งานช้า สป. ที่ 4) 2

ทางานเกินเวลาทีก่ าหนด(ส่งงานเกนิ สป. ท่ี 5) 0

จุดท่ี 9 ความปลอดภยั ในการทางาน ปฏิบัติงานปลอดภัยและใช้อปุ กรณ์ป้องกนั 10

ปฏิบัตงิ านไมป่ ลอดภัยและใช้อุปกรณ์ป้องกัน 5

ปฏิบตั ิงานไม่ปลอดภยั และไม่ใช้อุปกรณ์ปอ้ งกนั 0

จดุ ท่ี 10 การทาความสะอาด ทาความสะอาดหลังปฏบิ ัตงิ านเรียบร้อย 10

ทาความสะอาดหลงั ปฏิบัตงิ านไมเ่ รียบรอ้ ย 7

ตอ้ งเตอื นให้ทาความสะอาด 5

ไม่ทาความสะอาดหลงั ปฏบิ ตั ิงาน 0

65

หนว่ ยท่ี 4

เคร่อื งกลงึ และงานลบั มดี กลึง

สาระสาคัญ

เคร่ืองกลึง (Lathe Machine) เป็นเคร่ืองมือกลท่ีใช้ในการแปรรูปช้ินงาน เพื่อผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ที่
สาคัญมากชนิดหนึ่ง มีหลักการทางานคือให้ชิ้นงานหมุนรอบแกนด้วยความเร็วคงท่ี และใช้เครื่องมือตัดเล่ือน
เข้าตัดเฉือนช้ินงาน สามารถทางานได้หลากหลาย เช่น การกลึงปาดหน้า การกลึงปอกลดขนาดเส้นผ่าน
ศูนย์กลางผิวนอก การกลึงคว้านขยายรูชั้นใน การกลึงเกลียว โดยใช้เคร่ืองมือตัดประเภทมีดกลึง และยัง
สามารถขึน้ รูปช้ินงานที่หลากหลายไดด้ ้วยเคร่อื งมือตดั ประเภทอ่นื เชน่ การใช้ดอกสว่านเพ่ือเจาะรูช้ินงาน การ
ใชล้ อ้ พิมพล์ ายเพ่ือพิมพ์ลายชิ้นงาน การใช้รีมเมอร์เพ่ือคว้านผิวรูเรียบ เป็นต้น ในปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิต
ชน้ิ ส่วนเร่มิ เปล่ียนแปลงไปใชเ้ คร่อื งจกั รที่อตั โนมตั ิมากข้นึ เชน่ เครอ่ื งกลึง CNC ที่สามารถเลือกใช้เครื่องมือตัด
ประเภทท่ีถอดเปลีย่ นได้ (insert) แตง่ านกลงึ ที่ใช้เครื่องกลึงแบบธรรมดาก็ยงั มคี วามสาคญั ในแง่ของค่าใช้จ่ายที่
ประหยดั และยงั สามารถดัดแปลงใชใ้ นงานแบบพเิ ศษบางอย่างได้ดอี ีกดว้ ย นกั เรียนนักศึกษาจึงต้องเรียนรู้และ
ปฏบิ ตั ิงานลับคมตัดมีดกลงึ ท่ีมีลักษณะงานทแ่ี ตกต่างกันในหลายๆ รปู แบบ

เน้ือหาการเรยี นรู้

4.1 ชนิดของเคร่อื งกลงึ
4.2 สว่ นประกอบของเคร่ืองกลงึ ยนั ศนู ย์
4.3 เคร่อื งมอื และอุปกรณท์ ่ใี ช้กบั เครอื่ งกลึงยันศูนย์
4.4 เครอื่ งมอื ตดั ท่ีใชก้ ับเครือ่ งกลึงยนั ศนู ย์
4.5 ความเรว็ รอบ ความเรว็ ตัด อัตราปอ้ น ความลกึ การปอ้ นตดั ในงานกลึง
4.6 งานลบั คมตัดมดี กลงึ

4.6.1 งานลับมดี กลงึ ปาดหน้า
4.6.2 งานลับมดี กลงึ ปอกขวา
4.6.3 งานลบั มดี กลงึ ปอกซ้าย
4.6.4 งานลับมดี กลงึ เซาะร่อง
4.6.5 งานลับมดี กลึงเกลยี ว
4.6.6 งานลับมดี กลงึ ควา้ นรูใน

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. จาแนกชนดิ ของเครอ่ื งกลงึ ได้
2. บอกชอ่ื ของสว่ นประกอบของเครอ่ื งกลึงยันศนู ยไ์ ด้
3. บอกชื่อของเครอื่ งมือและอปุ กรณ์ทใ่ี ชก้ บั เคร่ืองกลึงยันศนู ย์ได้
4. บอกช่ือและหน้าที่เครือ่ งมอื ตัดทใี่ ช้กบั เครอื่ งกลึงยันศนู ย์ได้
5. คานวณความเรว็ รอบ ความเร็วตดั อัตราปอ้ นในงานกลึงได้
6. ปฏิบตั งิ านลบั มีดกลงึ ได้

66

แบบทดสอบกอ่ นเรยี นหน่วยท่ี 4
เคร่อื งกลงึ และงานลบั มดี กลงึ

จงทาเครอ่ื งหมาย กากบาท (X) ข้อทถี่ กู ต้องท่ีสดุ เพียงคาตอบเดียว (10 คะแนน)

1. ข้อใดเปน็ ลักษณะของเครื่องกลึงแนวตง้ั
ก. เครือ่ งกลงึ ทใ่ี ชอ้ ยูใ่ นโรงงานทว่ั ไป ขนาดไม่ใหญม่ ากนกั มชี ุดยันศนู ย์อยู่ท้ายเครื่อง

ข. เคร่ืองกลงึ ทม่ี หี วั จบั ขนาดใหญ่ สามารถจับงานทีม่ เี สน้ ผ่านศนู ย์กลางขนาดใหญท่ ีไ่ ม่หนามากไดด้ ี
ค. เครอื่ งกลึงท่ีมีปอ้ มมดี วางอยใู่ นแนวตงั้ สามารถกลึงงานขนาดใหญไ่ ด้
ง. เคร่อื งกลงึ ทีม่ ีหวั จบั ยดึ เครอ่ื งมือตดั สามารถยึดเคร่ืองมือตัดไดห้ ลายชนิดอยู่ในปอ้ มมดี เดยี วกัน

จ. เครอื่ งกลึงทใี่ ช้การควบคุมการทางานด้วยระบบคอมพวิ เตอร์

2. อุปกรณ์ใดในเครื่องกลึงยันศนู ย์ทีใ่ ชใ้ นการเดินกินงานสาหรับการกลงึ ปาดหน้า

ก. แครค่ รอ่ ม ข. แทน่ เลอ่ื นบน

ค. แทน่ เล่อื นขวาง ง. สะพานแท่นเครื่อง

จ. ปอ้ มมีด

3. ชดุ แท่นเล่ือนจะตดิ ต้ังอยู่สว่ นใดของเครื่องกลงึ ยันศูนย์ ข. บนป้อมมดี
ก. บนแครค่ รอ่ ม ง. บนสะพานแท่นเครอื่ ง

ค. ตดิ กบั หัวเครอ่ื ง
จ. บนฐานเครื่อง

4. จากรูป เปน็ อุปกรณ์ ชนิดใด ก. ประแจขันหัวจับ
5. จากรูป เป็นอุปกรณ์ ชนิดใด ข. ประแจขันสลักเกลียวป้อมมีด
ค. ห่วงพา
ง. ประแจขันหัวจบั ดอกสวา่ น
จ. ยันศนู ย์

ก. จานพา
ข. หว่ งพา
ค. ประแจขนั สลักเกลยี วปอ้ มมีด
ง. ประแจขนั หวั จับดอกสวา่ น
จ. ยันศูนย์

67

6. ขอ้ ใด ไม่ใช่ เครื่องมอื และอุปกรณท์ ี่ใช้กับเคร่อื งกลงึ ยนั ศูนย์

ก. หวั จับแบบสามฟนั พร้อม ข. จานพา

ค. หว่ งพา ง. ยันศูนย์

จ. ปากกาจบั งาน

7. จากรปู เปน็ เคร่ืองมือตัด ชนดิ ใด

ก. ดอกสว่าน (Drill)
ข. ดอกเจาะนาศนู ย์ (Center Drill)
ค. รีมเมอร์ (Reamer)

ง. ต๊าป (Tap)
จ. ดาย (Die)

8. เครื่องมอื ตัด ชนดิ นีใ้ ชท้ าหน้าที่ใดในงานกลงึ
ก. ใช้ข้นึ รูปใหเ้ ปน็ ลวดลายบนช้นิ งาน
ข. ใชเ้ จาะรนู าในช่วงเร่มิ ตน้ เพอื่ ใหต้ รงตาแหน่งมากขึ้น

ค. ใช้ตัดเฉือนวัสดุตามลกั ษณะของงาน เช่น การกลงึ ปาดหน้า
การกลึงปอก

ง. ใช้ทาผิวเรียบหรอื ปรบั ขนาดของรูเจาะให้เทยี่ งตรงสงู กวา่
การเจาะรธู รรมดา

จ. ใช้ทาเกลยี วนอก

9. จงคานวณหาความเรว็ รอบในการกลึงชน้ิ งานที่มีขนาดเส้นผ่านศนู ย์กลาง 50 มิลลเิ มตร กาหนดความเร็วตดั

ในงานกลงึ 18 เมตรต่อนาที

ก. 114.59 รอบต่อนาที ข. 200.59 รอบต่อนาที

ค. 250.09 รอบตอ่ นาที ง. 275.09 รอบตอ่ นาที

จ. 325.59 รอบต่อนาที

10. จงคานวณหาความเร็วตัดในการกลึงชิ้นงานท่ีมีขนาดเส็นผ่านศนู ยก์ ลาง 20 มลิ ลเิ มตร ด้วยความเร็วรอบ

360 รอบต่อนาที

ก. 18.00 เมตรตอ่ นาที ข. 20.59 เมตรตอ่ นาที

ค. 22.62 เมตรตอ่ นาที ง. 25.09 เมตรตอ่ นาที

จ. 30.66 เมตรตอ่ นาที

68

4.1 ชนดิ ของเครอ่ื งกลึง

เคร่ืองกลึงท่ีใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมท่ัวไปจาแนกออกเป็นหลายชนิด ซ่ึงแต่ละชนิดจะมีลักษณะและ
ความสามารถในการใช้งานทแ่ี ต่ต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ของการทางาน เครื่องกลงึ ท่ีนิยมใช้จะแบ่งไดด้ งั น้ี

4.1.1 เครื่องกลึงยนั ศูนย์ (Center Lathe Machine)

เคร่ืองกลึงยันศูนย์ เป็นเคร่ืองกลึงที่ได้รับความนิยมมาก ในโรงงานผลิตชิ้นส่วนท่ัวไป โรงงาน
ซ่อมบารุงและโรงฝึกงานในสถานศึกษาดา้ นชา่ งอตุ สาหกรรม เนอื่ งจากประสิทธภิ าพสูงและราคาไม่แพงมากนัก
โครงสรา้ งสว่ นใหญท่ าด้วยเหลก็ หลอ่ หรอื เหล็กเหนยี ว วางบนแท่นรองรับท่ีสามารถรับน้าหนักเครื่องได้อย่างดี
ไม่เกิดการสน่ั สะเทือนขณะปฏบิ ตั งิ าน มีโดยมีชุดท้ายแท่นใช้สาหรับยนั ศูนย์ช้ินงานเพอ่ื ช่วยประคองงาน

รูปท่ี 4.1 แสดงลักษณะของเครอ่ื งกลงึ ยันศนู ย์
(ท่มี า : https://www.alibaba.com/,วันเข้าถึง 9 มิถนุ ายน 2559)

4.1.2 เครือ่ งกลึงหนา้ จาน (Facing Lathe Machine)

เคร่อื งกลึงหนา้ จาน เปน็ เครื่องกลงึ ที่มีหัวจับขนาดใหญ่กวา่ เครอ่ื งกลึงยันศูนย์ เหมาะสาหรบั ใช้
ในงานกลงึ ปาดหนา้ ช้ินงานท่มี เี สน้ ผา่ นศูนย์ขนาดใหญ่

รูปที่ 4.2 แสดงลกั ษณะของเคร่อื งกลึงหนา้ จาน
(ท่ีมา : http://blog.sterlingmachinery.com/, วนั เขา้ ถึง 9 มถิ นุ ายน 2559)

69

4.1.3 เครอื่ งกลงึ แนวต้งั (Vertical Turning Lathe Machine)

เคร่อื งกลึงแนวตั้ง เปน็ เคร่ืองกลงึ ท่ีมีปอ้ มมดี วางอยใู่ นแนวตัง้ เหมาะสาหรับการกลงึ ปาดหน้า
กลึงปอก กลึงคว้าน กบั ชิ้นงานทีม่ ีขนาดใหญ่มากๆ

รปู ที่ 4.3 แสดงลักษณะของเครื่องกลึงแนวตง้ั
(ที่มา : https://www.surplex.com/, วันเข้าถึง 9 มิถุนายน 2559)

4.1.4 เคร่ืองกลึงปอ้ มมีด (Turret Lathe Machine)

เครอ่ื งกลงึ ป้อมมีด เป็นเครื่องกลึงที่มีหัวจับยึดเคร่ืองมือตัดได้หลายชนิดอยู่ในป้อมมีดเดียวกัน
สามารถจบั เครื่องมือตัดได้หลายชนิดพร้อมกนั เหมาะสาหรับการผลติ ช้ินงานเหมอื นๆ กันเป็นจานวนมาก ซ่ึงมี
หลายขน้ั ตอนรวมกนั เชน่ กลึงปาดหน้า กลงึ ปอก เจาะรู คว้าน ควา้ นเรยี บ และตา๊ ปเกลียว เป็นตน้

รปู ท่ี 4.4 แสดงลักษณะของเครือ่ งกลึงป้อมมดี
(ที่มา : http://www.dokterbisnis.net/, วนั เข้าถงึ 9 มิถนุ ายน 2559)

70

4.1.5 เครอ่ื งกลึงควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ (CNC Lathe Machine)

เครือ่ งกลึงควบคมุ ดว้ ยคอมพิวเตอร์ หรอื เรียกอกี อยา่ งว่าเคร่ืองกลึง ซีเอ็นซี เป็นเครื่องกลึงที่ใช้
คอมพิวเตอร์เข้ามาควบคุมการทางานเป็นอัตโนมตั ิทง้ั หมดตั้งแต่ต้นจนจบการทางาน ซึ่งอาศัยชุดคาสั่งเรียกว่า
“โปรแกรมเอ็นซี (NC Program)” เพื่อควบคุมการทางานของเคร่ืองกลึงและควบคุมตาแหน่งหรือพิกัดของ
เครื่องมือตัด ให้เคลื่อนที่ไปยังตาแหน่งท่ีกาหนด มีความแม่นยาสูง ทางานรวดเร็ว และยังผลิตช้ินงานท่ีมี
รูปแบบเดยี วกันในประมาณมากไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ

รูปที่ 4.5 แสดงลกั ษณะของเครอ่ื งกลงึ ควบคมุ ดว้ ยคอมพวิ เตอร์
(ทีม่ า : http://www.americanmachinetools.com/cnc_lathe.htm, วันเข้าถึง 9 มถิ ุนายน 2559)

4.2 ส่วนประกอบของเครอ่ื งกลึงยันศนู ย์

เครื่องกลึงยันศูนย์เป็นเครื่องมือกลพ้ืนฐานที่ใช้กันท่ัวไป ท้ังในโรงงานและโรงฝึกในสถานศึกษา จึงขอ

กลา่ วถึงส่วนประกอบของเครอ่ื งกลงึ ยันศนู ย์เพ่อื เป็นพ้ืนฐานสาหรับการใช้งานเคร่ืองมือตัดประเภทต่างๆ ท่ีใช้

กับเครอื่ งกลึงยนั ศูนย์ ชดุ ทา้ ยแท่น

ชุดหัวเคร่อื ง

สะพานแทน่ เครื่อง

ชดุ แท่นเลื่อน

ฐานเคร่อื ง

รปู ท่ี 4.6 แสดงส่วนประกอบหลกั ของเครอื่ งกลงึ ยนั ศนู ย์
(ที่มา : สุรชัย บุญโสภณ, 2559)

71

4.2.1 ฐานเคร่ืองกลงึ (Base)

ทาหน้าท่ีเป็นฐานรองรับอุปกรณ์ส่วนอ่ืนๆ ที่จะใช้ประกอบส่วนต่างเข้าด้วยกัน จึงต้องรับ
น้าหนกั ทั้งหมดของเครอ่ื ง ส่วนมากจะทาจากเหล็กหลอ่ ทีร่ องรับแรงสนั่ สะเทอ่ื นได้ดี แต่ถ้าเป็นเคร่ืองขนาดเล็ก
อาจทาด้วยเหล็กเหนยี ว

ฐานเครือ่ ง

รูปที่ 4.7 แสดงลกั ษณะของฐานของเครือ่ งกลึงยันศูนย์
(ทม่ี า : สุรชัย บุญโสภณ, 2559)

4.2.2 สะพานแท่นเครือ่ ง (Bed Ways)

เปน็ ส่วนท่ยี ดึ อยูบ่ นฐานเคร่ือง ทาด้วยเหลก็ หล่อ ทาหน้าทเี่ ป็นฐานรองรับชุดหัวเครื่อง ชุดแท่น
เลอ่ื น และชดุ ท้ายแท่น ที่ผิวส่วนบนจะมีลักษณะเป็นรูปตัววีคว่า เพื่อใช้เป็นรางเลื่อนสาหรับให้ ชุดแท่นเล่ือน
และชุดท้ายแท่นเล่ือนไป-มา ผิวของสะพานจะต้องราบเรียบ ผ่านการเจียระไนและผ่านกรรมวิธีขูดปรับผิว
เพื่อใหม้ ีทข่ี ังฟมิ ล์นา้ มันบางๆ

สะพานแท่นเครอ่ื ง

รูปที่ 4.8 แสดงลกั ษณะของสะพานแทน่ เครื่องกลงึ ยันศนู ย์
(ทีม่ า : สุรชัย บญุ โสภณ, 2559)

72

4.2.3 ชดุ หวั เครอ่ื ง (Head stock)

เป็นชุดระบบกลไกที่ทาใหเ้ กดิ การขับเคลื่อน สง่ กาลังไปทาให้เกิดการหมุนของเพลาหัวเครื่องที่
มีลักษณ์เป็นเพลากลวง ใช้ประกอบเข้ากับหัวจับงานและสามารถสอดช้ินงานท่ีมีความยาวให้ทะลุผ่านไปได้
ภายในชุดหัวเครือ่ งประกอบไปด้วยชดุ เฟืองทด สาหรบั เปลี่ยนความเร็วรอบ เปลีย่ นอัตราปอ้ นกลงึ และสัมพันธ์
กับชุดขบั เคลือ่ นต่างๆ ในการทางานแบบอตั โนมตั ิ เพ่อื กลึงอตั โนมัติ หรอื การกลึงเกลียว

รปู ท่ี 4.9 แสดงลักษณะของชดุ เฟืองทดในชุดหวั เครื่องกลึงยันศนู ย์
(ท่ีมา : สุรชยั บุญโสภณ, 2559)

4.2.3 ชุดแทน่ เลอ่ื น (Carriage)

เป็นส่วนประกอบท่ียึดอยู่บนสะพานแท่นเคร่ือง สามารถเคลื่อนที่ซ้าย-ขวา ไปตามความยาว
ของสะพานแท่นเครอื่ ง โดยการหมนุ มอื หมุนของชดุ แทน่ เล่ือนหรือการทางานอัตโนมัติ มีส่วนประกอบที่สาคัญ
6 ส่วน คือ

รปู ที่ 4.10 แสดงลักษณะของชดุ แทน่ เลือ่ นเครื่องกลึงยันศูนย์
(ทม่ี า : สรุ ชยั บญุ โสภณ, 2559)

73
1. แครค่ ร่อม (Saddle) เป็นส่วนทว่ี างอยบู่ นสันตวั วี ครอบบนสะพานแท่นเครื่อง รปู รา่ ง
คลา้ ยอักษร H ด้านบนใชป้ ระกอบแทน่ เลื่อนตามขวาง สว่ นด้านล่างจะใช้ประกอบชดุ กลอ่ งเฟอื ง

แครค่ ร่อม

รูปที่ 4.11 แสดงลักษณะของแคร่คร่อมในชุดแท่นเลอ่ื น
(ที่มา : สรุ ชยั บุญโสภณ, 2559)

2. กลอ่ งเฟือง (Apron Box) เป็นส่วนท่ีอยดู่ ้านหน้าของแท่นเลื่อน ซึง่ ยึดติดอยู่ท่ีด้านล่างของ
ชุดแคร่คร่อม ภายในประกอบไปด้วยชุดเฟืองทดหลายชุด สาหรับควบคุมการเคล่ือนท่ีของชุดแท่นเลื่อนตาม
ความยาวของสะพานแท่นเครื่องในการกลึง และชุดเฟอื งสาหรบั ใช้คนั โยกในการกลงึ ปอกอตั โนมัติและกลึงปาด
หนา้ อัตโนมตั ิ

กลอ่ งเฟือง

รปู ที่ 4.12 แสดงลักษณะของกล่องเฟอื งในชดุ แท่นเลือ่ น
(ทมี่ า : สรุ ชัย บุญโสภณ, 2559)

3. แท่นเลื่อนขวาง (Cross Slide) เป็นส่วนที่ประกอบอยู่บนแคร่คร่อม ใช้เคล่ือนท่ีในแนว
ขวางกับสะพานแท่นเลอ่ื นในการกลึงปาดหนา้

74

แทน่ เลอ่ื นขวาง

รูปที่ 4.13 แสดงลกั ษณะของแทน่ เลอ่ื นขวางในชุดแทน่ เลื่อน
(ทม่ี า : สรุ ชยั บญุ โสภณ, 2559)

4. แท่นปรับเอยี งป้อมมีด (Compound Rest) เป็นสว่ นท่ปี ระกอบอยู่บนแท่นเลื่อนขวาง ใช้
ปรับตง้ั องศาเพื่อกลึงมุมเรียวได้

แทน่ ปรบั เอียงป้อมมดี
รปู ที่ 4.14 แสดงลกั ษณะของแทน่ ปรบั เอียงป้อมมีดในชุดแทน่ เลือ่ น

(ที่มา : สรุ ชยั บญุ โสภณ, 2559)
5. แท่นเลื่อนบน (Top Slide) เป็นส่วนที่ประกอบอยู่บนแท่นปรับเอียงป้อมมีด ใช้เป็นฐาน
สาหรบั ชุดปอ้ มมีด แท่นเลื่อนสามารถเลอ่ื นได้ในระยะส้นั ๆ ใชใ้ นการกลงึ งานได้

แทน่ เลือ่ นบน

รปู ท่ี 4.15 แสดงลักษณะของแท่นเลอื่ นบนในชุดแทน่ เล่ือน
(ท่ีมา : สุรชัย บุญโสภณ, 2559)


Click to View FlipBook Version