47 5 ชีวิตใหม่ วรรณคดีเรื่อง ไก่แจ้แซ่เสียง ท1.1 ป.2/1 ท1.1 ป.2/2 ท1.1 ป.2/3 ท1.1 ป.2/4 ท1.1 ป.2/5 ท1.1 ป.2/6 ท4.1 ป.2/1 ท4.1 ป.2/2 ท4.1 ป.2/3 ท5.1 ป.2/1 1.อ่านและบอก ความหมายของคำใน เรื่องได้ถูกต้อง 2.ตอบคำถามจากการ เล่าเรื่องที่ฟังและอ่านได้ 3.บอกความหมายของ คำและข้อความที่อ่าน 4.อ่านออกเสียงคำที่มีใช้ ห นำ 5.สระ อะ อยู่พยางค์ หน้าและออกเสียงอะกึ่ง เสียง 6.ไม้หันอากาศ 7.อ่านและเขียน พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ 8.การคัดลายมือ 9.เขียนตามคำบอก 10.เขียนคำในบทเพลง 11.บทอาขยาน 1.อ่านและบอก ความหมายของคำใน เรื่องได้ถูกต้อง 2.ตอบคำถามจากการ เล่าเรื่องที่ฟังและอ่านได้ 3.บอกความหมายของ คำและข้อความที่อ่าน 4.อ่านออกเสียงคำที่มีใช้ ห นำ 5.สระ อะ อยู่พยางค์ หน้าและออกเสียงอะกึ่ง เสียง 6.ไม้หันอากาศ 7.อ่านและเขียน พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ 8.การคัดลายมือ 9.เขียนตามคำบอก 10.เขียนคำในบทเพลง 11.บทอาขยาน 16 10 6 มีน้ำใจ ท1.1 ป.2/1 ท1.1 ป.2/2 ท1.1 ป.2/3 ท1.1 ป.2/4 ท1.1 ป.2/5 ท1.1 ป.2/6 ท2.1 ป.2/2 ท3.1 ป.2/2 ท3.1 ป.2/7 ท4.1 ป.2/1 ท4.1 ป.2/2 ท4.1 ป.2/3 1.อ่านและบอก ความหมายของคำใน เรื่องได้ถูกต้อง 2.ตอบคำถามจาก การเล่าเรื่องที่ฟังและ อ่านได้ 3.บอกความหมาย ของคำและข้อความที่ อ่าน 4.การคัดลายมือ 5.อ่านและเขียน พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ 6.สระโอะลดรูป 7.คำที่มี ห นำ 8.คำที่มี อ นำ ย 1.อ่านและบอก ความหมายของคำใน เรื่องได้ถูกต้อง 2.ตอบคำถามจากการ เล่าเรื่องที่ฟังและอ่านได้ 3.บอกความหมายของ คำและข้อความที่อ่าน 4.การคัดลายมือ 5.อ่านและเขียน พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ 6.สระโอะลดรูป 7.คำที่มี ห นำ 8.คำที่มี อ นำ ย 16 20 รวม 100 100
48 โครงสร้างหลักสูตรรายวิชา ภาษาไทย 2 (ท12101) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 100 ชั่วโมง ลำดับที่ ชื่อหน่วย การเรียน มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การ ประเมิน (ร้อยละ) 7 นักคิดสมอง ใส ท1.1 ป.2/1 ท1.1 ป.2/2 ท1.1 ป.2/3 ท1.1 ป.2/4 ท1.1 ป.2/5 ท1.1 ป.2/6 ท2.1 ป.2/2 ท3.1 ป.2/5 ท4.1 ป.2/1 ท4.1 ป.2/2 1.อ่านออกเสียงคำ 2.อธิบายความหมาย ของคำ 3.ระบุใจความสำคัญ 4.แสดงความคิดเห็น 5.มีมารยาทในการ อ่าน 6.คัดลายมือ 7.การเขียนเรื่องสั้น 8.ตั้งคำถามและตอบ คำถามเกี่ยวกับเรื่องที่ ฟังและดู 9.พูดแสดงความ คิดเห็นและความรู้สึก จากเรื่องที่ฟัง 10.สระเอะเปลี่ยนรูป เป็นไม้ไต่คู้ 11.สระแอะเปลี่ยนรูป เป็นไม้ไต่คู้ 1.อ่านออกเสียงคำ 2.อธิบายความหมาย ของคำ 3.ระบุใจความสำคัญ 4.แสดงความคิดเห็น 5.มีมารยาทใน การอ่าน 6.คัดลายมือ 7.การเขียนเรื่องสั้น 8.ตั้งคำถามและตอบ คำถามเกี่ยวกับเรื่องที่ ฟังและดู 9.พูดแสดงความ คิดเห็นและความรู้สึก จากเรื่องที่ฟัง 10.สระเอะเปลี่ยนรูป เป็นไม้ไต่คู้ 11.สระแอะเปลี่ยนรูป เป็นไม้ไต่คู้ 16 10
49 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียน มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การประเมิน (ร้อยละ) 8 โลกร้อน วรรณคดีเรื่อง ภาพวาดของสี เทียน ท1.1 ป.2/1 ท1.1 ป.2/2 ท2.1 ป.2/1 ท2.1 ป.2/2 ท2.1 ป.2/3 ท2.1 ป.2/4 ท2.1 ป.2/5 ท2.1 ป.2/6 ท3.1 ป.2/4 ท3.1 ป.2/5 ท4.1 ป.2/3 ท4.1 ป.2/4 ท5.1 ป.2/1 ท5.1 ป.2/2 1.ตั้งคำถามและ คำตอบเกี่ยวกับเรื่อง ที่อ่าน 2.มารยาทในการ อ่าน 3.บอกและเขียน พยัญชนะสระ วรรณยุกต์และเลข ไทย 4.เขียนสะกดคำและ บอกความหมายของ คำ 5.การอ่านออกเสียง สระอัว 6.สระ อัว มีตัวสะกด ลดรูป ไม้หันอากาศ เหลือ ว 7.การอ่านและสังเกต เสียงสระอัว 8.การอ่านและสังเกต พยัญชนะที่ไม่ออก เสียง 9.อ่านคำและสังเกต สระ และเครื่องหมาย ที่ไม่ออกเสียง 10.บทอาขยาน 1.ตั้งคำถามและ คำตอบเกี่ยวกับเรื่อง ที่อ่าน 2.มารยาทในการ อ่าน 3.บอกและเขียน พยัญชนะสระ วรรณยุกต์และเลข ไทย 4.เขียนสะกดคำและ บอกความหมายของ คำ 5.การอ่านออกเสียง สระอัว 6.สระ อัว มีตัวสะกด ลดรูป ไม้หันอากาศ เหลือ ว 7.การอ่านและ สังเกตเสียงสระอัว 8.การอ่านและ สังเกตพยัญชนะที่ไม่ ออกเสียง 9.อ่านคำและสังเกต สระ และเครื่องหมาย ที่ไม่ออกเสียง 10.บทอาขยาน 20 20
50 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียน มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การ ประเมิน (ร้อยละ) 9 รักพ่อรักแม่ วรรณคดีเรื่อง ภาพวาดของสี เทียน ท1.1 ป.2/1 ท1.1 ป.2/2 ท2.1 ป.2/3 ท3.1 ป.2/1 ท3.1 ป.2/5 ท4.1 ป.2/3 ท5.1 ป.2/1 1.ตั้งคำถามและตอบ คำถามเกี่ยวกับเรื่อง ที่อ่าน 2.บอกสาระสำคัญ ของเรื่องที่ฟังและดู 3.ร้องบทร้องเล่น 4.การอ่านออกเสียง อ่านแจกลูกสระ ออ 5.สระ ออ ไม่มี ตัวสะกด 6.สระ ออ มี ร สะกด จะลดรูป ไม่มี รูปสระปรากฏ 7.การอ่านคำที่มี ฤ ฤๅ 8.การอ่านและสังเกต คำที่มีความหมาย ตรงกันข้าม 1.ตั้งคำถามและตอบ คำถามเกี่ยวกับเรื่อง ที่อ่าน 2.บอกสาระสำคัญ ของเรื่องที่ฟังและดู 3.ร้องบทร้องเล่น 4.การอ่านออกเสียง อ่านแจกลูกสระ ออ 5.สระ ออ ไม่มี ตัวสะกด 6.สระ ออ มี ร สะกด จะลดรูป ไม่มี รูปสระปรากฏ 7.การอ่านคำที่มี ฤ ฤๅ 8.การอ่านและ สังเกตคำที่มี ความหมายตรงกัน ข้าม 16 20 10 เข็ดแล้ว เรื่อง เข็ดแล้ว วรรณคดีเรื่อง ยายกะตา ท1.1 ป.2/1 ท1.1 ป.2/2 ท1.1 ป.2/3 ท1.1 ป.2/4 ท1.1 ป.2/5 ท1.1 ป.2/6 ท2.1 ป.2/2 ท3.1 ป.2/5 ท4.1 ป.2/2 ท4.1 ป.2/3 ท4.1 ป.2/4 ท5.1 ป.2/1 ท5.1 ป.2/2 ท5.1 ป.2/3 1.อ่านออกเสียงคำ สระ เ-อ ลดรูป 2.เรียบเรียงคำเป็น ประโยคได้อย่าง ถูกต้อง 3.สระ เ-อ ลดรูป 4.การพูดแสดงความ คิดเห็นจากเรื่องที่ อ่าน 5.การเขียนแผนภาพ โครงเรื่อง 6.อ่านคล่อง ร้องเล่น 1.อ่านออกเสียงคำ สระ เ-อ ลดรูป 2.เรียบเรียงคำเป็น ประโยคได้อย่าง ถูกต้อง 3.สระ เ-อ ลดรูป 4.การพูดแสดงความ คิดเห็นจากเรื่องที่ อ่าน 5.การเขียนแผนภาพ โครงเรื่อง 6.อ่านคล่อง ร้องเล่น 16 10
51 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียน มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การ ประเมิน (ร้อยละ) 10 เข็ดแล้ว เรื่อง เข็ดแล้ว วรรณคดีเรื่อง ยายกะตา ท1.1 ป.2/1 ท1.1 ป.2/2 ท1.1 ป.2/3 ท1.1 ป.2/4 ท1.1 ป.2/5 ท1.1 ป.2/6 ท2.1 ป.2/2 ท3.1 ป.2/5 ท4.1 ป.2/2 ท4.1 ป.2/3 ท4.1 ป.2/4 ท5.1 ป.2/1 ท5.1 ป.2/2 ท5.1 ป.2/3 1.อ่านออกเสียงคำสระ เ-อ ลดรูป 2.เรียบเรียงคำเป็น ประโยคได้อย่างถูกต้อง 3.สระ เ-อ ลดรูป 4.การพูดแสดงความ คิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน 5.การเขียนแผนภาพ โครงเรื่อง 6.อ่านคล่อง ร้องเล่น 1.อ่านออกเสียงคำ สระ เ-อ ลดรูป 2.เรียบเรียงคำเป็น ประโยคได้อย่าง ถูกต้อง 3.สระ เ-อ ลดรูป 4.การพูดแสดงความ คิดเห็นจากเรื่องที่ อ่าน 5.การเขียนแผนภาพ โครงเรื่อง 6.อ่านคล่อง ร้องเล่น 16 10 11 เด็กดี ท1.1 ป.2/1 ท1.1 ป.2/2 ท1.1 ป.2/3 ท1.1 ป.2/4 ท1.1 ป.2/5 ท1.1 ป.2/6 ท2.1 ป.2/2 ท3.1 ป.2/5 ท4.1 ป.2/2 1.อธิบายความหมาย ของคำและข้อความที่ อ่าน 2.อ่านข้อเขียนเชิง อธิบายและปฏิบัติตาม คำสั่ง 3.เขียนสะกดและบอก ความหมายของคำ 4.การพูดแสดงความ คิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน 1.อธิบายความหมาย ของคำและข้อความที่ อ่าน 2.อ่านข้อเขียนเชิง อธิบายและปฏิบัติ ตามคำสั่ง 3.เขียนสะกดและ บอกความหมายของ คำ - คำที่มี รร (ร หัน) - คำที่มีทัณฑฆาต - คำที่มีไม้ยมก - คำที่มีอัศเจรีย์ - คำที่มี อัญประกาศ 4.การพูดแสดงความ คิดเห็นจากเรื่องที่ อ่าน 17 20
52 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียน มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การ ประเมิน (ร้อยละ) 12 ชาติของเรา วรรณคดีเรื่อง ยายกะตา ท1.1 ป.2/1 ท1.1 ป.2/2 ท1.1 ป.2/3 ท1.1 ป.2/4 ท1.1 ป.2/5 ท2.1 ป.2/2 ท3.1 ป.2/2 ท3.1 ป.2/3 ท3.1 ป.2/4 ท4.1 ป.2/2 ท4.1 ป.2/4 ท5.1 ป.2/1 ท5.1 ป.2/2 ท5.1 ป.2/3 1.มารยาทในการ อ่าน 2.มารยาทในการ เขียน 3.เรียบเรียงคำให้ เป็นประโยคได้ อย่างถูกต้อง 4.การอ่านออก เสียง 5.การอ่านคิด วิเคราะห์จากเรื่องที่ อ่าน 6.สระและรูปสระที่ มีตัวสะกดและไม่มี ตัวสะกด 7.บทอาขยาน 8.บทร้อยกรอง 1.มารยาทในการอ่าน 2.มารยาทในการเขียน 3.เรียบเรียงคำให้เป็น ประโยคได้อย่างถูกต้อง 4.การอ่านออกเสียง 5.การอ่านคิดวิเคราะห์ จากเรื่องที่อ่าน 6.สระและรูปสระที่มี ตัวสะกดและไม่มี ตัวสะกด 7.บทอาขยาน 8.บทร้อยกรอง 15 20 รวม 100 100
53 โครงสร้างหลักสูตรรายวิชา ภาษาไทย 3 (ท13101) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 100 ชั่วโมง ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การประเมิน (ร้อยละ) 1 ปฏิบัติการลับ สายลับจิ๋ว ท1.1 ป.3/1 ท1.1 ป.3/2 ท 2.1ป3/1 ท3.1 ป.3/5 ท3.1 ป.3/6 ท4.1 ป.3/1 ท5.1 ป3/1 ท5.1 ป3/4 1.การอ่านออก เสียงและการบอก ความหมายของคำ 2.คัดลายมือตัว บรรจง เต็มบรรทัด 3.การสะกดคำ การแจกลูกคำ และ การอ่านเป็นคำ 4.คำที่มี ฑ 5.วรรณกรรมใน บทเรียน 6.บทอาขยาน ตามที่กำหนด 1.การอ่านออกเสียง และการบอก ความหมายของคำ 2.คัดลายมือตัวบรรจง เต็มบรรทัด 3.การสะกดคำ การ แจกลูกคำ และการอ่านเป็นคำ 4.คำที่มี ฑ 5.วรรณกรรมใน บทเรียน 6.บทอาขยานตามที่ กำหนด 15 20 2 แต่เด็กซื่อไว้ ท1.1 ป.3/1 ท1.1 ป.3/2 ท1.1 ป.3/3 ท1.1 ป.3/5 ท4.1 ป.3/1 ท4.1 ป.3/4 1.การอ่านออก เสียงและการบอก ความหมายของคำ 2.การคัดลายมือ 3.มาตราตัวสะกดที่ ตรงตามมาตราและ ไม่ตรงมาตรา 4.อ่านวรรณกรรม ในบทเรียน 1.การอ่านออกเสียง และการบอก ความหมายของคำ 2.การคัดลายมือ 3.มาตราตัวสะกดที่ ตรงตามมาตราและไม่ ตรงมาตรา 4.อ่านวรรณกรรมใน บทเรียน 15 20
54 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ ตัวชี้วัด ทักษะและความสามารถ ของผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การ ประเมิน (ร้อยละ) 3 ป่านี้มีคุณ ท1.1 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3 ป.3/5 ป.4/5 ท4.1 ป.3/1 ป.3/5 1.การอ่านออกเสียงและ การบอก ความหมายของ คํา 2.มาตราตัวสะกดและการ หา ความหมายของคํา 1.การอ่านออก เสียงและการบอก ความหมายของคํา 2.มาตราตัวสะกด และการหา ความหมายของคํา 3.อ่านวรรณกรรม ในบทเรียน 15 10 4 อาหารดี ชีวีมีสุข ท1.1 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3 ท3.1 ป.3/5 ป.3/6 1.การอ่านออกเสียง และการหาความหมาย ของคํา 2.การพูดซักถาม 3.การผันอักษร 4.คําที่ประวสิรรชนีย์ และไม่ประวิสรรชนีย์ 1.การอ่านออก เสียง และการหา ความหมายของคํา 2.การพูดซักถาม 3.การผันอักษร 4.คําที่ประวสิร รชนีย์ และไม่ประ วิสรรชนีย์ 5.อ่านวรรณคดีใน บทเรียน 15 10 5 ทำดีอย่าหวั่นไหว ท1.1 ป.3/1 ท1.1 ป.3/2 ท1.1 ป.3/5 ท2.1 ป.3/3 ท4.1 ป.3/6 ท5.1 ป.3/1 1.การอ่านออกเสียงและ การบอกความหมายของ คํา คำคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่ายๆ 2.คําคล้องจอง 3.อ่านบทร้อยกรอง 1.การอ่านออก เสียงและการบอก ความหมายของคํา คำคล้องจอง ข้อความและบท ร้อยกรองง่ายๆ 2.คําคล้องจอง 3.อ่านบทร้อยกรอง 10 10
55 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การประเมิน (ร้อยละ) 6 พลังงานคือชีวิต ท1.1 ป.3/1 ท1.1 ป.3/2 ท1.1 ป.3/5 ท4.1 ป.3/1 ท4.1 ป.3/4 ท4.1 ป.3/5 1.การอ่านออกเสียง และการบอก ความหมายของคำ 2.คําที่มีพยัญชนะ ควบกล้ำ 3.คําที่มีอักษรนํา 1.การอ่านออกเสียง และการบอก ความหมายของคำ 2.คําที่มีพยัญชนะควบ กล้ำ 3.คําที่มีอักษรนํา 4.อ่านวรรณคดีใน บทเรียน 10 10 7 ความฝันเป็นจริง ได้ ท1.1 ป.3/1 ท1.1 ป.3/2 ท1.1 ป.3/5 ท2.1 ป.3/5 ท2.1 ป.3/6 ท4.1 ป.3/1 1.การอ่านออกเสียง และการบอก ความหมายของคํา 2.คําที่มี ฤ ฤๅ 3.คําที่ใช้ บัน บรร 4.คําที่ใช้ รร 1.การอ่านออกเสียง และการบอก ความหมายของคํา 2.คําที่มี ฤ ฤๅ 3.คําที่ใช้ บัน บรร 4.คําที่ใช้ รร 5.อ่านวรรณคดีใน บทเรียน 10 10 8 ภูมิใจภาษาไทย ของเรา ท1.1 ป.3/1 ท1.1 ป.3/2 ท1.1.3/5 ท4.1 ป.3/1 ท4.1 ป.3/4 ท4.1 ป.3/6 1.การอ่านออกเสียง และการบอก ความหมายของคําใน บทเรียนเพลง พื้นบ้านและเพลง กล่อมเด็ก 2.ศึกษาวรรณคดีใน บทเรียนเพลง พื้นบ้านและเพลง กล่อมเด็ก 1.การอ่านออกเสียง และการบอก ความหมายของคําใน บทเรียนเพลงพื้นบ้าน และเพลงกล่อมเด็ก 2.ศึกษาวรรณคดีใน บทเรียนเพลงพื้นบ้าน และเพลงกล่อมเด็ก 10 10 รวม 100 100
56 โครงสร้างหลักสูตรรายวิชา ภาษาไทย 3 (ท13101) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 100 ชั่วโมง ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การประเมิน (ร้อยละ) 9 คิดไป รูไป ท1.1 ป.3/1 ท1.1 ป.3/2 ท1.1 ป.3/5 ท4.1 ป.3/1 1.การอ่านออกเสียง และการบอก ความหมายของคํา 2.มารยาทในการเขียน 3.การเล่าเรื่องจาก ประสบการณ์ฟัง และการอ่าน 4.คําที่มีตัวการันต์ 1.การอ่านออก เสียงและการบอก ความหมายของคํา 2.มารยาทในการ เขียน 3.การเล่าเรื่องจาก ประสบการณ์ฟัง และการอ่าน 4.คําที่มีตัวการันต์ 5.วรรณกรรมและ วรรณคดีใน บทเรียน 15 20 10 นอกเมือง...ใน กรุง ท1.1 ป.3/1 ป.3/3 ป.3/5 ท2.1 ป.3/2 ป.3/6 ท4.1 ป.3/1 ป.3/2 1.การอ่านจับใจความ และการบอก ความหมายของคํา 2.การเขียนบรรยาย 3.การพูดสื่อสารใน ชีวิตประจําวัน 4.ชนิดของคํานาม 1.การอ่านจับ ใจความและการ บอก ความหมายของคํา 2.การเขียน บรรยาย 3.การพูดสื่อสารใน ชีวิตประจําวัน 4.ชนิดของคํานาม 5.วรรณคดีใน บทเรียน 13 10
57 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถ ของผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การ ประเมิน (ร้อยละ) 11 สงขาว...เลาเรื่อง ท1.1 ป.3/1 ท1.1 ป.3/2 ท5.1 ป.3/2 1.การอ่านและหา ความหมายของ คํา 2.การเขียน จดหมายลาครู 3.การจับใจความ เรื่องที่อ่าน 4.คําสรรพนาม 1.การอ่านและหา ความหมายของคํา 2.การเขียน จดหมาย ลาครู 3.การจับใจความ เรื่องที่อ่าน 4.คําสรรพนาม 5.วรรณคดีใน บทเรียน 10 10 12 ประชาธิปไตยใบ เล็ก ท1.1 ป.3/1 ท1.1 ป.3/3 ท1.1 ป.3/5 ท4.1 ป.3/1 ท4.1 ป.3/2 1.การอ่านและหา ความหมายของ คํา 2.คํากริยา 3.คําที่ใช้ อํา และ อัม 4.คําที่ใช้ ใ ไ และ อัย 1.การอ่านและหา ความหมายของคํา 2.คํากริยา 3.คําที่ใช้ อํา และ อัม 4.คําที่ใช้ ใ ไ และ อัย 12 10
58 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การประเมิน (ร้อยละ) 13 ของดีในตําบล ท1.1 ป.3/1 ท1.1 ป.3/3 ท1.1 ป.3/5 ท1.1 ป.3/6 ท 3.1 ป.3/3 ท 3.1 ป.3/5 ท 3.1 ป.3/6 ท4.1 ป.3/4 ท4.1 ป.3/6 1.การอ่านและหา ความหมายของคํา 2.การอานออกเสียงคํา จากขอความ เรื่องสั้นๆ และบทรอยกรอง 3.ระบุชนิดและหนาที่ ของคําในประโยค 4.การแตงประโยคงายๆ 5.อธิบายความหมาย ของขอมูลจากแผนภาพ แผนที่ และแผนภูมิ 1.การอ่านและหา ความหมายของ คํา 2.การอานออก เสียงคําจาก ขอความ เรื่องสั้นๆ และ บทรอยกรอง 3.ระบุชนิดและ หนาที่ของคําใน ประโยค 4.การแตง ประโยคงายๆ 5.อธิบาย ความหมายของ ขอมูลจาก แผนภาพ แผนที่ และแผนภูมิ 14 20 14 ธรรมชาติเจาเอย ท1.1 ป.3/1 ท1.1 ป.3/2 ท1.1 ป.3/3 ท1.1 ป.3/8 ท2.1 ป.3/4 ท2.1 ป.3/5 ท2.1 ป.3/6 ท4.1 ป.3/4 ท4.1 ป.3/6 1.การอ่านและหา ความหมายของคํา 2.การอานออกเสียงคํา จากขอความ เรื่องสั้นๆ และบทรอยกรอง 3.การแตงประโยคงายๆ 1.การอ่านและหา ความหมายของ คํา 2.การอานออก เสียงคําจาก ขอความ เรื่องสั้นๆ และ บทรอยกรอง 3.การแตง ประโยคงายๆ 10 10
59 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและความสามารถ ของผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การประเมิน (ร้อยละ) 15 เลนคําทาย ท1.1 ป.3/1 ท1.1 ป.3/2 ท1.1 ป.3/3 ท1.1 ป.3/5 ท4.1 ป.3/3 ท4.1 ป.4/2 ท5.1 ป.3/4 1.การอ่านและหา ความหมายของคํา 2.การอานออกเสียงคํา จากขอความ เรื่องสั้นๆ และบทรอยก รอง 3.การเขียนแผนภาพโครง เรื่องและแผนภาพ ความคิด 4.อธิบายความหมายของ คํา ประโยค และสํานวน จากเรื่องที่อาน 1.การอ่านและหา ความหมายของ คํา 2.การอานออก เสียงคําจาก ขอความ เรื่องสั้นๆ และ บทรอยกรอง 3.การเขียน แผนภาพ โครงเรื่อง และแผนภาพ ความคิด 4.อธิบาย ความหมายของ คํา ประโยค และสํานวนจาก เรื่องที่อาน 13 10 16 บันทึกความหลัง ท1.1 ป.3/1 ท1.1 ป.3/2 ท1.1 ป.3/3 ท1.1 ป.3/5 ท2.1 ป.3/3 ท4.1 ป.3/2 ท4.1 ป.3/6 ท4.1 ป.4/1 1.การอ่านและหา ความหมายของคํา 2.การตั้งคําถามและตอบ คําถามเชิงเหตุผลเกี่ยวกับ เรื่องที่อาน 3.ระบุชนิดและหนาที่ ของคําในประโยค 1.การอ่านและหา ความหมายของ คํา 2.การตั้งคําถาม และตอบคําถาม เชิงเหตุผล เกี่ยวกับเรื่องที่ อาน 3.ระบุชนิดและ หนาที่ของคํา ใน ประโยค 13 10 รวม 100 100
60 โครงสร้างหลักสูตรรายวิชา ภาษาไทย 4 (ท14101) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 80 ชั่วโมง ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การประเมิน (ร้อยละ) 1 ขนมไทยไร้เทียม ทาน ท 1.1 ป. 4/1 ท 1.1 ป. 4/2 ท 2.1 ป. 4/1 ท 2.1 ป. 4/8 ท 3.1 ป. 4/1 ท 3.1 ป. 4/5 ท 4.1 ป. 4/4 ท 5.1 ป. 4/2 1.อ่านออกเสียง บทร้อยแก้วและ บทร้อยกรอง 2.อ่านสรุปความ 3.การคัดลายมือ ตัวบรรจงเต็มบรรทัด และครึ่งบรรทัด 4.พูดแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับ ขนมไทย 5.การอธิบายข้อคิด จากบทอ่านใน บทเรียน 6.แต่งประโยคสามัญ 1.การอ่านออกเสียงบท ร้อยแก้วและ บทร้อยกรอง 2.การอ่านในใจ 3.การอ่านสรุปความ 4.การคัดลายมือ ตัวบรรจงเต็มบรรทัด และครึ่งบรรทัด 5.การพูดแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับ ขนมไทย 6.การแต่งประโยคสามัญ 7.การอธิบายข้อคิดจาก บทอ่านในบทเรียน 8.มารยาทใน การเขียน 5 6 2 ออมไว้กำไรชีวิต ท 1.1 ป. 4/1 ท 1.1 ป. 4/2 ท 2.1 ป. 4/1 ท 2.1 ป. 4/2 ท 2.1 ป. 4/6 ท 3.1 ป. 4/1 ท 3.1 ป. 4/5 ท 3.1 ป. 4/6 ท 4.1 ป. 4/4 ท 5.1 ป. 4/2 1.รู้และเข้าใจวิธีอ่าน ออกเสียง บทร้อย แก้วและร้อยกรอง 2.สรุปประโยชน์ของ การออมทรัพย์ 3.อธิบายข้อคิดจาก บทอ่านในบทเรียน 1.การอ่านออกเสียงบท ร้อยแก้วและ ร้อยกรอง 2.การสรุปเรื่อง 3.การสรุปประโยชน์ของ การออมทรัพย์ 4.การคัดลายมือ ตัวบรรจงเต็มบรรทัด และครึ่งบรรทัด 5.การปลูกฝัง คุณลักษณะและ วางพื้นฐานความ ประหยัดอดออม 6.การแต่งประโยคตาม ตัวอย่าง 7.การอธิบายข้อคิดจาก บทอ่านในบทเรียน 6 7
61 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การ ประเมิน (ร้อยละ) 2 ออมไว้กำไรชีวิต ท 1.1 ป. 4/1 ท 1.1 ป. 4/2 ท 2.1 ป. 4/1 ท 2.1 ป. 4/2 ท 2.1 ป. 4/6 ท 3.1 ป. 4/1 ท 3.1 ป. 4/5 ท 3.1 ป. 4/6 ท 4.1 ป. 4/4 ท 5.1 ป. 4/2 1.รู้และเข้าใจวิธีอ่าน ออกเสียง บทร้อย แก้วและร้อยกรอง 2.สรุปประโยชน์ของ การออมทรัพย์ 3.อธิบายข้อคิดจาก บทอ่านในบทเรียน 1.การอ่านออกเสียง บทร้อยแก้วและ ร้อยกรอง 2.การสรุปเรื่อง 3.การสรุปประโยชน์ ของการออมทรัพย์ 4.การคัดลายมือ ตัวบรรจงเต็มบรรทัด และครึ่งบรรทัด 5.การปลูกฝัง คุณลักษณะและ วางพื้นฐานความ ประหยัดอดออม 6.การแต่งประโยคตาม ตัวอย่าง 7.การอธิบายข้อคิด จากบทอ่านในบทเรียน 6 7
62 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การ ประเมิน (ร้อยละ) 3 การผจญภัยของ สุดสาคร ท 1.1 ป. 4/1 ท 1.1 ป. 4/2 ท 1.1 ป. 4/3 ท 1.1 ป. 4/4 ท 1.1 ป. 4/6 ท 2.1 ป. 4/1 ท 2.1 ป. 4/2 ท 2.1 ป. 4/7 ท 2.1 ป. 4/8 ท 3.1 ป. 4/1 ท 3.1 ป. 4/2 ท 3.1 ป. 4/3 ท 3.1 ป. 4/4 ท 3.1 ป. 4/6 ท 4.1 ป. 4/1 ท 4.1 ป. 4/3 ท 4.1 ป. 4/4 ท 5.1 ป. 4/1 ท 5.1 ป. 4/2 ท 5.1 ป. 4/4 1.อธิบายความหมาย ของคำ 2.อ่านเรื่องสั้นๆ ตาม เวลาที่กำหนดแล้ว ตอบคำถาม 3.สรุปความรู้และ ข้อเท็จจริงจากเรื่องที่ อ่าน 4.พูดอภิปรายแสดง ความคิดเห็น 5.แต่งเรื่องตาม จินตนาการและเขียน ถอดความ 6.ตั้งคำถามและตอบ คำถามเชิงเหตุผลจาก เรื่องที่ฟังและดู 7.ท่องบทอาขยาน ตามที่กำหนดและ บทร้อยกรองตาม ความสนใจ 1.การอ่านออกเสียง บทร้องแก้วและ บทร้อยกรอง 2.ศึกษาความหมาย ของคำใหม่จาก พจนานุกรม 3.อ่านเรื่องสั้นๆ ตาม เวลาที่กำหนดแล้ว ตอบคำถาม 4.สรุปความรู้และ ข้อเท็จจริงจากเรื่องที่ อ่าน 5.คัดลายมือตัว บรรจงเต็มบรรทัด และครึ่งบรรทัด 6.พูดอภิปรายแสดง ความคิดเห็น 7.แต่งเรื่องตาม จินตนาการและเขียน ถอดความ 8.มารยาทใน การเขียน 9.สรุปความจาก การฟังและดู 10.ตั้งคำถามและ ตอบคำถามเชิง เหตุผลจากเรื่องที่ฟัง และดู 11.อธิบายข้อคิดจาก การอ่านเพื่อนำไปใช้ ในชีวิตจริง 5 8
63 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การประเมิน (ร้อยละ) 12.ท่องบทอาขยาน ตามที่กำหนดและ บทร้อยกรองตาม ความสนใจ 4 ผักสมุนไพรใบหญ้า มีคุณค่าทั้งนั้น ท1.1 ป.2/1 ท1.1 ป.2/2 ท1.1 ป.2/3 ท1.1 ป.2/4 ท1.1 ป.2/5 ท1.1 ป.2/6 ท3.1 ป.2/4 ท3.1 ป.2/5 ท4.1 ป.2/1 ท4.1 ป.2/2 ท5.1 ป.2/1 1.มาตราตัวสะกด แม่กน แม่กก แม่ กด แม่กบ 2.เขียนคำที่ ประวิสรรชนีย์และคำ ไม่ประวิสรรชนีย์ 3.แต่งคำกลอนสี่ 4.แต่งประโยค 1.การอ่านออกเสียง บทร้องแก้วและ บทร้อยกรอง 2.มาตราตัวสะกด แม่กน แม่กก แม่กด แม่กบ 3.การแต่งประโยค 4.คำที่ประวิสรรชนีย์ และคำไม่ ประวิสรรชนีย์ 5.คัดลายมือตัว บรรจงเต็มบรรทัด และครึ่งบรรทัด 6.การใช้ไม้ยมก 7.การแต่งคำกลอนสี่ 8.มารยาทใน การเขียน 9.พูดสรุปความจาก การฟัง และดู 10.ท่องบทอาขยาน ตามที่กำหนดและ บทร้อยกรองตาม ความสนใจ 8 10
64 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การ ประเมิน (ร้อยละ) 5 ภูมิใจมรดกโลก ท 1.1 ป. 4/1 ท 1.1 ป. 4/2 ท 1.1 ป. 4/3 ท 1.1 ป. 4/4 ท 1.1 ป. 4/5 ท 1.1 ป. 4/6 ท 1.1 ป. 4/8 ท 2.1 ป. 4/1 ท 2.1 ป. 4/2 ท 2.1 ป. 4/6 ท 2.1 ป. 4/8 1.อภิปรายแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับ เรื่องที่อ่าน 2.ตอบคำถามและ สรุปข้อคิดจากเรื่อง ที่อ่าน 3.อ่านคำที่มีอักษรนำ 4.อ่านเขียนคำที่มี เครื่องหมายการันต์ และจำแนกคำที่ผัน วรรณยุกต์ 1.อภิปรายแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับ เรื่องที่อ่าน 2.ตอบคำถามและ สรุปข้อคิดจากเรื่องที่ อ่าน 3.จัดทำแผนการ เดินทางไปท่องเที่ยว โดยระดมความคิดใน กลุ่ม 4.อ่านคำที่มีอักษรนำ 5.อ่านเขียนคำที่มี เครื่องหมายการันต์ และจำแนกคำที่ผัน วรรณยุกต์ 8 10 6 น้ำผึ้งหยดเดียว ท 1.1 ป. 4/1 ท 1.1 ป.4/2 ท 1.1 ป.4/3 ท 1.1 ป.4/6 ท 5.1 ป.4/1 ท 5.1 ป.4/2 1.อธิบายความหมาย ของคำ 2.อ่านเรื่องสั้นๆ ตาม เวลาที่กำหนด 3.สรุปความรู้และ ข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน 4.ระบุข้อคิดที่ได้ฟัง นิทานเพื่อนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 5.อธิบายข้อคิดจาก การอ่านได้ 1.อ่านออกเสียง บทร้อยแก้วและ บทร้อยกรอง 2.อธิบายความหมาย 3.อ่านเรื่องสั้นๆ ตาม เวลาที่กำหนด 4.สรุปความรู้และ ข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน 5.ระบุข้อคิดจาก นิทาน 6.อธิบายข้อคิดจาก การอ่าน 6 7
65 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การ ประเมิน (ร้อยละ) 7 ชีวิตที่ถูกเมิน ท 1.1 ป.4/1 ท 1.1 ป.4/5 ท 2.1 ป.4/4 ท 3.1ป.4/5 ท 4.1 ป.4/2 1.วิเคราะห์แสดง ความคิดเห็นได้ 2.เขียนย่อความจาก เรื่องที่อ่านได้ 3.มีมารยาทในการฟัง ดู การพูด 1.อ่านออกเสียง 2.วิเคราะห์แสดง ความคิดเห็น 3.เขียนย่อความจาก เรื่องที่อ่าน 4.มีมารยาทในการฟัง ดูการพูด 5.จำแนก ส่วนประกอบ 7 9 8 โอม! พินิจมหา พิจารณา ท 1.1 ป.5/1 ท 1.1 ป.5/4 ท 1.1 ป.5/7 ท 2.1 ป.5/3 ท 2.1 ป.5/6 ท 2.1 ป.5/8 1.แยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็นได้ 2.เขียนจดหมายได้ 3.เขียนเรื่องตาม จินตนาการ สร้างสรรค์ได้ 1.อ่านออกเสียง 2.แยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น 3.อ่านหนังสือตาม ความสนใจ 4.เขียนแผนภาพ 5.เขียนจดหมาย 6.เขียนเรื่องตาม จินตนาการอย่าง สร้างสรรค์ 7 9 9 ระบำสายฟ้า ท 1.1 ป.2/1 ท 1.1 ป.2/2 ท 5.1 ป.2/1 ท 5.1 ป.2/2 ท 5.1 ป.2/3 1.อ่านออกเสียง บทร้อยแก้วและ บทร้อยกรองได้ 2.อธิบายความหมาย โดยนัยได้ 3.ระบุข้อคิดที่ได้จาก การอ่านได้ 4.ท่องจำบทอาขยาน 1.อ่านออกเสียง บทร้อยแก้วและ บทร้อยกรอง 2.อธิบายความหมาย โดยนัย 3.ระบุข้อคิดที่ได้จาก การอ่าน 4.ร้องบทร้องเล่น 5.ท่องจำบทอาขยาน 4 4
66 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การ ประเมิน (ร้อยละ) 10 แรงพิโรธจากฟ้าดิน ท 1.1 ป.4/1 ท 1.1 ป.4/2 ท 1.1 ป.4/3 ท 1.1 ป.4/4 ท 1.1 ป.4/8 ท 2.1 ป.4/1 1.อธิบายความหมาย ของคำและประโยคได้ 2.ตั้งคำถามและตอบ คำถามได้ 3.ระบุใจความสำคัญ ที่ได้จากการอ่านได้ 1.อ่านออกเสียง 2.อธิบายความหมาย ของคำและประโยค 3.ตั้งคำถามและตอบ คำถาม 4.ระบุใจความสำคัญ 5.มีมารยาทใน การอ่าน 6.คัดลายมือ 5 6 11 ไวรัสวายร้าย ท 1.1 ป.4/1 ท 1.1 ป.4/7 ท 2.1 ป.4/4 ท 3.1 ป.43 1.อ่านเรื่องที่มีคุณค่า ที่น่าสนใจได้ 2.แยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็นได้ 3.วิเคราะห์ความ น่าเชื่อถือ จากเรื่องที่ ฟังและดูได้ 1.อ่านออกเสียง 2.อ่านเรื่องที่มีคุณค่า ที่น่าสนใจ 3.แยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น 4.วิเคราะห์ความ น่าเชื่อถือ จากเรื่องที่ ฟังและดู 5 5 12 เรื่องเล่าจากพัทลุง ท 1.1 ป.2/1 ท 1.1 ป.2/2 ท 5.1 ป.2/1 ท 5.1 ป.2/2 1.อธิบายความหมาย โดนนัยได้ 2.ระบุข้อคิดที่ได้จาก การอ่านได้ 3.ร้องบทร้องเล่นได้ 1.อ่านออกเสียง บทร้อยแก้วและ บทร้อยกรอง 2.อธิบายความหมาย โดนนัย 3.ระบุข้อคิดที่ได้จาก การอ่าน 4.ร้องบทร้องเล่น 5 5 รวม 80 100
67 โครงสร้างหลักสูตรรายวิชา ภาษาไทย 4 (ท14101) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ชั่วโมง ลำดับที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การ ประเมิน (ร้อยละ) 13 สนุกสนานกับการ เล่น ท 1.1 ป.4/1 ท 1.1 ป.4/2 ท 1.1 ป.4/4 ท 1.1 ป.4/7 ท 2.1 ป.4/1 ท 2.1 ป.4/2 ท 4.1 ป.4/7 1.อ่านออกเสียง ข้อความในบทเรียน ได้ 2.อธิบายความหมาย คำและประโยคได้ 3.แยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็นได้ 4.เขียนสื่อสารโดยใช้ คำถูกต้อง 5.ใช้สำนวน 1.อ่านออกเสียง 2.อธิบายความหมาย คำและประโยค 3.แยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น 4.อ่านหนังสือที่มี คุณค่าที่สนใจ 5.คัดลายมือ 6.เขียนสื่อสารโดยใช้ คำถูกต้อง 7.ใช้สำนวน 9 10 14 หนูเอยจะบอกให้ ท 1.1 ป.4/1 ท 1.1 ป.4/2 ท 1.1 ป.4/7 ท 5.1 ป.4/5 ท 5.1 ป.4/8 1.อ่านหนังสือที่มี คุณค่าที่สนใจได้ 2.เขียนย่อความได้ อย่างถูกต้อง 3.เขียนเรื่องตาม จินตนาการได้ 1.อ่านออกเสียง 2.อธิบายความหมาย คำประโยค 3.อ่านหนังสือที่มี คุณค่าที่สนใจ 4.เขียนย่อความ 5.เขียนเรื่องตาม จินตนาการ 6 9 15 ดวงจันทร์ของ ลำเจียก ท 1.1 ป.4/1 ท 1.1 ป.4/2 ท 1.1 ป.4/4 ท 5.1 ป.4/1 1.อธิบายความหมาย คำ และประโยคได้ 2.แยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็นได้ 3.สรุปเรื่องจาก วรรณคดีที่อ่านได้ 1.อ่านออกเสียง 2.อธิบายความหมาย คำ และประโยค 3.แยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น 4.สรุปเรื่องจาก วรรณคดี 4 8
68 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การ ประเมิน (ร้อยละ) 16 คนดีศรีโรงเรียน ท 1.1 ป.4/1 ท 1.1 ป.4/2 ท 1.1 ป.4/7 ท 3.1 ป.5/3 1.อธิบายความหมาย คำ และประโยค 2.อ่านหนังสือที่มี คุณค่าที่สนใจได้ อย่างถูกต้อง 3.พูดแสดงความรู้ ถูกต้องตาม สถานการณ์ 1.อ่านออกเสียง 2.อธิบายความหมาย คำ และประโยค 3.อ่านหนังสือที่มี คุณค่าที่สนใจ 4.พูดแสดงความรู้ 6 8 17 อ่านคิดวิเคราะห์เรื่อง “จังหวัดอุตรดิตถ์” ท 1.1 ป.4/1 ท 1.1 ป.4/2 ท 1.1 ป.4/3 ท 1.1 ป.4/4 ท 1.1 ป.4/6 ท 2.1 ป.4/8 ท 5.1 ป.4/2 1.ตอบคำถามจาก เรื่องที่อ่านได้ได้ 2.แสดงความคิดเห็น จากเรื่องที่อ่านได้ 3.สรุปบทความจาก เรื่องที่อ่านได้ 4.อ่านบทกลอนและ เพลง 1.การอ่านจับใจความ จากสื่อต่าง ๆ โดย บูรณาการเนื้อหา หลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง จังหวัดเชียงราย” ได้แก่ ตำนานเมือง ดอยนางนอน ตำนาน วัดพระธาตุดอยเวา 18 10 18 สารพิษใน ชีวิตประจำวัน ท 1.1 ป.4/1 ท 1.1 ป.4/2 ท 1.1 ป.4/4 ท 1.1 ป.4/7 ท 2.1 ป.4/2 ท 3.1 ป.4/3 1.อ่านออกเสียงและ อธิบายความหมาย ของคำ ประโยคได้ ถูกต้อง 2.รู้และเข้าใจเรื่อง มารยาทต่าง ๆ ได้ ถูกต้อง 3.สามารถใช้ภาษา สื่อสารใน ชีวิตประจำวันได้ อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับ สถานการณ์ต่าง ๆ 4.แยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็นได้ถูกต้อง 1.อ่านออกเสียง 2.อธิบายความหมาย คำ ประโยค 3.แยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น 4.อ่านหนังสือที่มี คุณค่าที่สนใจ 5.เขียนสื่อสารโดยใช้ คำให้ถูกต้อง 6.วิเคราะห์ความ น่าเชื่อถืออย่างมี เหตุผล 6 8
69 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การ ประเมิน (ร้อยละ) 19 ห้องสมุดป่า ท 1.1 ป.4/1 ท 1.1 ป.4/2 ท 1.1 ป.4/4 ท 2.1 ป.4/3 ท 5.1ป.4/1 ท 5.1 ป.4/2 1.อ่านออกเสียงและ อธิบายความหมาย ของคำ และประโยค ได้ถูกต้อง 2.เขียนแผนภาพ โครงเรื่องได้ถูกต้อง 3.ระบุความรู้และ ข้อคิดที่จากเรื่องที่ อ่านได้ 1.อ่านออกเสียง 2.อธิบายความหมาย คำ และประโยค 3.แยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น 4.เขียนแผนภาพ โครงเรื่อง 5.สรุปเรื่อง 6.ระบุความรู้และ ข้อคิด 5 8 20 กระดาษนี้มีที่มา ท 1.1 ป.4/1 ท 1.1 ป.4/2 ท 1.1 ป.4/7 ท 2.1 ป.4/5 ท 2.1 ป.4/7 ท 3.1 ป.4/5 1.อ่านออกเสียงและ อธิบายความหมาย ของคำ และประโยค ได้ถูกต้อง 2.อ่านหนังสือที่มี คุณค่าที่สนใจ 3.เขียนย่อความได้ ถูกต้องตามแบบ 4.รายงานเรื่องหรือ ประเด็นที่ศึกษาได้ 1.อ่านออกเสียง 2.อธิบายความหมาย คำ และประโยค 3.อ่านหนังสือที่มี คุณค่าที่สนใจ 4.เขียนย่อความ 5.กรอกแบบรายการ ต่างๆ 6.รายงานเรื่องหรือ ประเด็นที่ศึกษา 6 8 21 อย่างนี้ดีควรทำ ท 1.1 ป.4/1 ท 1.1 ป.4/2 ท 1.1 ป.4/3 ท 1.1 ป.4/4 ท 3.1 ป.4/1 ท 3.1 ป.4/2 1.อ่านออกเสียงและ อธิบายความหมาย ของคำ และประโยค ได้ถูกต้อง 2.จำแนก แยกแยะ ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น จากบทความหรือ ข้อความที่อ่านได้ 3.พูดสรุปความจาก การฟังและการดูได้ 1.อ่านออกเสียง 2.อธิบายความหมาย คำ และประโยค 3.อธิบายความหมาย โดยนัย 4.แยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น 5.จำแนกข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น 6.พูดสรุปความจาก การฟังและการดู 6 8
70 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การ ประเมิน (ร้อยละ) 22 เที่ยวเมืองพระร่วง ท 1.1 ป.4/1 ท 1.1 ป.4/2 ท 1.1 ป.4/4 ท 1.1 ป.4/7 ท 5.1 ป.4/4 1.จำแนก แยกแยะ ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น จากบทความหรือ ข้อความที่อ่านได้ 2.พูดสรุปความจาก การฟังและการดูได้ 1.อ่านออกเสียง 2.อธิบายความหมาย คำ และประโยค 3.แยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น 4.อ่านหนังสือที่มี คุณค่าที่สนใจ 5.ท่องจำบทอาขยาน 4 6 23 รักที่คุ้มภัย ท 1.1 ป.4/1 ท 1.1 ป.4/4 ท 1.1 ป.4/6 ท 2.1 ป.4/1 ท 2.1 ป.4/3 ท 3.1 ป.4/1 ท 3.1 ป.4/3 ท 3.1 ป.4/4 ท 4.1 ป.4/3 ท 4.1 ป.4/7 ท 5.1 ป.4/2 1.อ่านออกเสียงบท ร้อยแก้วและบทร้อย กรอง 2.จำแนก แยกแยะ ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น จากบทความหรือ ข้อความที่อ่านได้ 3.สรุปความรู้และ ข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน เพื่อนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน 4.ใช้พจนานุกรม ค้นหาความหมายได้ 5.การเขียนแผนภาพ 6.การใช้ภาษาพูด หรือภาษาเขียนได้ อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับ กาลเทศะ 1.อ่านออกเสียงบท ร้อยแก้วและบทร้อย กรอง 2.แยกข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็นจากเรื่องที่ อ่าน 3. สรุปความรู้และ ข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน เพื่อนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน 4.คัดลายมือตัว บรรจง 5.ใช้พจนานุกรม ค้นหาความหมาย 6.การเขียนแผนภาพ 7.ภาษาพูดหรือภาษา เขียน 6 9
71 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การ ประเมิน (ร้อยละ) 24 ธรรมชาตินี้มีคุณ ท 1.1 ป.4/1 ท 1.1 ป.4/2 ท 1.1 ป.4/8 ท 4.1 ป.4/1 ท 4.1 ป.4/2 ท 4.1 ป.4/3 1.อ่านออกเสียงบท ร้อยแก้วและบทร้อย กรองได้ถูกต้อง 2.มีมารยาทในการ อ่าน 3.ระบุชนิดและหน้าที่ ของคำได้ 1.อ่านออกเสียงบท ร้อยแก้วและบทร้อย กรอง 2.อธิบายความหมาย 3.มีมารยาทในการ อ่าน 4.สะกดคำและบอก ความหมายของคำ 5.ระบุชนิดและหน้าที่ ของคำ 6.ใช้พจนานุกรม ค้นหาความหมาย 5 8 รวม 80 100
72 โครงสร้างหลักสูตรรายวิชา ภาษาไทย 5 (ท15101) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 80 ชั่วโมง ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การประเมิน (ร้อยละ) 1 สายน้ำสายชีวิต ท 1.1 ป.5/1, ป.5/2 ป.5/4, ป.5/5 ป.5/7 ท 2.1 ป.5/1, ป.5/3 ป.5/8 1. รู้วิธี รู้ลักษณะและ จังหวะการอ่าน ออก เสียงคำให้ถูกต้อง 2. คำถามเป็นการพูด หรือเขียนที่ต้องการ สื่อสารได้ 1. การอ่าน ร้อยกรอง 2. การตั้งคำถามและ การตอบคำถาม 12 5 2 ครอบครัวพอเพียง ท 1.1 ป.5/1, ป.5/2 ป.5/4, ป.5/5 ป.5/7 ท 2.1 ป.5/3 ท 3.1 ป.5/1,ป.5/4 ท 4.1 ป.5/4 ป.5/6 1. การอ่านเพื่อหา ส่วนสำคัญของเรื่องได้ 2. การที่ผู้พูดสื่อสาร ต่อผู้ฟังในโอกาส ต่างๆ ได้ 1. การอ่าน จับใจความ 2. การพูดและเขียน แสดงความรู้สึก 14 6 3 คนละไม้คนละมือ ท 1.1 ป.5/1, ป.5/2 ป.5/3,ป.5/4 ป.5/5, ป.5/7 ท 2.1 ป.5/3, ป.4/8 ท 4.1 ป.4/1 ท 5.1 ป.5/1 1. รู้หน้าที่ของคำได้ 2. นำใช้เป็น เครื่องหมายที่ใช้ ประกอบกับงานเขียน 3. รู้และเข้าใจการ อ่านร้อยแก้วเป็น ข้อเขียนที่นำมาเรียบ เรียงเป็นข้อความ มี ทั้งอ่านออกเสียงและ อ่านในใจ 1. คำบุพบท 2. เครื่องหมายวรรค ตอน 3. การอ่าน ร้อยแก้ว 4. มารยาทใน การอ่าน 12 5
73 4 ภัยเงียบ ท 1.1 ป.5/1, ป.5/2 ป.5/4, ป.5/5 ป.5/7 ท 2.1 ป.5/3 ท 4.1 ป.5/1, ป.5/2 ป.5/5, ป.5/7 1. สามารถแยก โครงสร้าง แยก ส่วนประกอบของ ประโยคได้ 2. รู้หลักการของ สุภาษิต 3. แยกประเภทของ คำที่มาจากภาษา ต่างๆ ได้ 1. ประโยคและ ส่วนประกอบของ ประโยค 2. สำนวนสุภาษิต 3. คำภาษาต่าง ประเทศและคำใน ภาษาไทย 16 7 5 ประชาธิปไตยใบ กลาง ท 1.1 ป.5/1, ป.5/2 ป.5/4, ป.5/5 ป.5/7 ท 2.1 ป.5/3, ป.5/4 ท 4.1 ป.5/2 1. คำที่ใช้เชื่อมคำกับ วลี ประโยค ข้อความ สื่อไปถึงการเขียนย่อ ความได้ถูกต้องตาม หลักการเขียน 2. รู้ทักษะ กระบวนการพิจารณา งานเขียน 1. คำเชื่อม 2. การย่อความ 3. การฟังและ การอ่านงานเขียน ประเภทโน้มน้าวใจ 14 6 6 ร่วมแรงร่วมใจ ท 1.1 ป.5/1, ป.5/2 ป.5/4, ป.5/5 ป.5/7 ท 2.1 ป.5/3 ท 3.1 ป.5/1 ท 4.1 ป.5/1, ป.5/6 ท 5.1 ป.5/4 1. ใช้กระบวนการที่ กำหนดให้ได้ 2. ข่าวสารทาง ราชการเป็นการ รับทราบและ ถือปฏิบัติ นำไปใช้ได้ 3. วางตำแหน่งของ คำได้ถูกต้อง 1. แผนภาพ โครงเรื่อง 2. การอ่านข่าวสาร ของทางราชการ 3. คำอุทาน 12 5 7 จากคลองสู่ห้อง แอร์ ท 1.1 ป.5/1, ป.5/2 ป.5/4, ป.5/5 ป.5/7, ป.5/6 1. มีรูปแบบการเขียน ที่ชัดเจน นำมาเขียน เป็นเรื่องต่างๆ ได้ 2. รู้ทักษะการเรียง 1. การเขียน เรียงความ 2. การเขียน เชิงจินตนาการ 14 6
74 ท 2.1 ป.5/3, ป.5/6 ป.5/8 ถ้อยคำตามความคิด ของตนเอง 8 ดั่งหยาดทิพย์โลม ใจ ท 1.1 ป.5/1, ป.5/2 ป.5/4, ป.5/5 ป.5/6, ป.5/7 ท 2.1 ป.5/3 ท 4.1 ป.5/4 1. รู้จักการใช้คำราช ศัพท์ให้ถูกต้อง เหมาะสม 2. ใช้ค้นหาคำที่ ต้องการ พร้อมทั้ง บอกความได้ 1. คำราชาศัพท์ 2. พจนานุกรม 12 5 รวม 80 100
75 โครงสร้างหลักสูตรรายวิชา ภาษาไทย 5 (ท15101) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ชั่วโมง ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและความสามารถ ของผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การประเมิน (ร้อยละ) 9 ก้าวให้ไกลไปให้ ถึง ท 1.1 ป.5/1, ป.5/2 ป.5/4, ป.5/5 ป.5/7 ท 2.1 ป.5/3, ป.5/4 ท 3.1 ป.5/3 1. รู้ทักษะของการสื่อสาร สามารถถ่ายทอดให้ผู้รับ ฟังได้ แล้วนำไปเขียน แสดงความคิดเห็นเป็น ของตนเองได้ 2. บันทึกข้อมูลจาก การอ่านหาความรู้ ศึกษา ค้นคว้า 1. การวิเคราะห์ ในการรับสาร 2. การพูดและ เขียนแสดงความ คิดเห็น เชิงวิเคราะห์ 3. การเขียน บันทึกการอ่าน 12 5 10 การเขียน เรื่องราวของฉัน ท 1.1 ป.5/1, 5/2, 5/3, 5/4, 5/5 ท 2.1 ป.5/1, 5/2, 5/3, 5/5, 5/8, 5/9 ท 3.1 ป.5/1, 5/2, 5/3, 5/4 ท 4.1 ป.5/7 ท 5.1 ป.5/1, 5/2, 5/3, 5/4 1. รู้รูปแบการเขียน จดหมายตามหลักของ งานเขียน พร้อมกับใช้ ตัวย่อ แทนคำเต็ม 1. จดหมายถึง พ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ 2. อักษรย่อ 14 6 11 คำพูดบอกภาษา สำเนียงบอก ภาษาถิ่น ท 1.1 ป.5/5 ท 2.1 ป.5/2, 5/3, 5/9 ท 3.1 ป.5/1, 5/2, 5/4, 5/5 ท 4.1 ป.5/3 1. การใช้ภาษาพูดกับ ภาษาเขียน สามารถใช้ สื่อสารกับภาษาถิ่น ใช้ในการพูดรายงาน พูดแสดงความรู้ ความคิด และใช้สื่อสารกันได้ทั่วไป 1. ภาษาพูด และ ภาษาเขียน 2. ภาษาถิ่น 3. การพูด รายงานการศึกษา ค้นคว้า 4. การพูดแสดง ความรู้ ความคิด 14 7
76 12 โครงงานเปิดสู่ โลกกว้าง ท 1.1 ป.5/1, 5/2, 5/4, 5/5, 5/6, 5/7 ท 2.1 ป.5/2 ท 3.1 ป.5/4 ท 4.1 ป.5/6 ท 5.1 ป.5/1, 5/2 1. การเลือกอ่านหนังสือ ต้องรู้จุดประสงค์ของ การอ่าน 2. ใช้รูปแบบโครงงาน ศึกษาค้นคว้าสิ่งที่อยาก ทำได้ 1. การเลือกอ่าน หนังสือ 2. โครงงาน 14 7 รวม 80 100
77 โครงสร้างหลักสูตรรายวิชา ภาษาไทย 6 (ท16101) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 80 ชั่วโมง ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การประเมิน (ร้อยละ) 1 เรื่องจากผาแต้ม ... สู่อียิปต์ วรรณคดีลำนำ เรื่อง ชมรมคนรัก วรรณคดี ท 1.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/4 ป.6/5 ท 4.1 ป.6/4 1.อ่านและเขียนคำที่ มี1-4 พยางค์ได้ บอก คำศัพท์ได้ถูกต้อง บอก ความหมายของคำใน บทเรียนและใช้คำได้ ถูกต้องตามความหมาย 2.แยกข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็นจากเรื่องที่ อ่านและสรุปข้อคิดที่ ได้จากการอ่านได้ 3.จับใจความสำคัญ ของเรื่องได้ 4.อ่านและเขียนตัวเลข ไทย และใช้ตัวเลขไทย ได้ถูกต้อง 1.ความหมายของคำ 2.การใช้คำ 3.การตั้งคำถามและ ตอบคำถาม 4.การแยกข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น 5.การอ่านออกเสียง 6.การจับใจความ สำคัญ 7.การอ่าน เขียน ตัวเลขไทย 8.พยางค์และคำใน ภาษาไทย 12 5
78 ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การประเมิน (ร้อยละ) 2 ควาย ข้าว และ ชาวนา วรรณคดีลำนำ เรื่อง ชมรมคนรัก วรรณคดี ท 1.1 ป. 6/1 ป.6/2 ป.6/4 ป.6/5 ท 2.1 ป. 6/1 ป.6/2 ป.6/3 ป.6/6 ป.6/9 ท 3.1 ป. 6/1 ท 4.1 ป. 6/1 ท 5.1 ป. 6/1 ป.6/3 1.บอกความหมายของ คำและใช้ใช้คำได้ ถูกต้อง 2.การตั้งคำถามและ ตอบคำถามได้โดยการ แยกข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็น 3.อ่านออกเสียงและ จับใจความสำคัญได้ 4.บอกอักษรสูง อักษร กลาง อักษรต่ำ คำเป็น คำตายและการผัน วรรณยุกต์ได้ถูกต้อง 5.บอกความหมายตรง ของคำและ. ความหมาย เปรียบเทียบหรือ ความหมายแฝงได้ 1.ความหมายของคำ 2.การใช้คำ 3.การตั้งคำถามและ ตอบคำถาม 4.การแยกข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น 5.การอ่านออกเสียง 6.การจับใจความ สำคัญ 7.อักษรสูง อักษร กลาง อักษรต่ำ 8.คำเป็น คำตาย 9.การผันวรรณยุกต์ 10.ความหมายตรง ของคำ 11.ความหมาย เปรียบเทียบหรือ ความหมายแฝง 14 5
79 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การประเมิน (ร้อยละ) 3 อ่านป้ายได้สาระ วรรณคดีลำนำ เรื่อง นักสืบทองอิน ท 1.1 ป. 6/1 ป.6/2 ป. 6/4 ท 4.1 ป.6/2 ป.6/4 ป. 6/6 1.บอกความหมายของ คำและใช้ใช้คำได้ ถูกต้อง 2.การตั้งคำถามและ ตอบคำถามได้โดยการ แยกข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็น 3.บอกกลุ่มคำหรือวลี ส่วนประกอบของ ประโยคชนิดของ ประโยคได้ถูกต้อง 4.เข้าใจภาษาพูดและ ภาษาเขียนได้ถูกต้อง 5.เข้าใจความหมาย ของสำนวนภาษา และใช้สำนวนภาษาได้ ถูกต้อง 1.ความหมายของคำ 2.การใช้คำ 3.การอ่านออกเสียง 4.การจับใจความ สำคัญ 5.การตอบคำถาม 6.การตั้งคำถามและ ตอบคำถาม 7.การแยกข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น 8.กลุ่มคำหรือวลี 9.ส่วนประกอบของ ประโยค 10.ชนิดของประโยค 11.ภาษาพูดและ ภาษาเขียน 12.ความหมายของ สำนวนภาษา 13.การใช้สำนวน ภาษา 12 5
80 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การประเมิน (ร้อยละ) 4 กทลีตานี วรรณคดีลำนำ เรื่อง นักสืบทองอิน ท 1.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3 ป.6/4 ป.6/5 ท 2.1 ป.6/1 ท 4.1 ป.6/1 ท 5.1 ป.6/1 ป.6/3 1.บอกความหมายของ คำและใช้ใช้คำได้ ถูกต้อง 2.การตั้งคำถามและ ตอบคำถามได้โดยการ แยกข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็นได้ 3.อ่านออกเสียงและ จับใจความสำคัญได้ 4.บอกความหมายและ ชนิดของคำนาม คำ สรรพนาม คำกริยาได้ ถูกต้อง 1.ความหมายของคำ 2.การใช้คำ 3.การตั้งคำถามและตอบ คำถาม 4.การแยกข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็น 5.การอ่านออกเสียง 6.การจับใจความสำคัญ 7.การตอบคำถาม 8.การอ่านเสริม “กล้วย ตานี” 9.ความหมายและชนิด ของคำนาม 10.ความหมายและชนิด ของคำสรรพนาม 11.ความหมายและชนิด ของคำกริยา 16 7 5 ละครย้อนคิด ท 1.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/4 ท 2.1 ป.6/4 ท 4.1 ป.6/1 1.บอกความหมายของ คำและใช้ใช้คำได้ ถูกต้อง 2.ตั้งคำถามและตอบ คำถามได้โดยการแยก ข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็นได้ 3.อ่านออกเสียงและ จับใจความสำคัญได้ 4.บอกความหมายและ ชนิดของคำวิเศษณ์ คำบุพบทได้ 5.เขียนประโยคเพื่อ การสื่อสารและ การเขียนเรียงความได้ 1.ความหมายของคำ 2.การใช้คำ 3.การตั้งคำถามและตอบ คำถาม 4.การแยกข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็น 5.การอ่านออกเสียง 6.การจับใจความสำคัญ 7.การตอบคำถาม 8.การอ่านเสริม ละคร นอก” 9.ความหมายและ ชนิดของคำวิเศษณ์ 10.ความหมายและชนิด ของคำบุพบท 11.ประโยคเพื่อการ สื่อสาร 12.การเขียนเรียงความ 14 5
81 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การประเมิน (ร้อยละ) 5 ละครย้อนคิด ท 1.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/4 ท 2.1 ป.6/4 ท 4.1 ป.6/1 1.บอกความหมายของ คำและใช้ใช้คำได้ ถูกต้อง 2.ตั้งคำถามและตอบ คำถามได้โดยการแยก ข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็นได้ 3.อ่านออกเสียงและ จับใจความสำคัญได้ 4.บอกความหมายและ ชนิดของคำวิเศษณ์ คำบุพบทได้ 5.เขียนประโยคเพื่อ การสื่อสารและ การเขียนเรียงความได้ 1.ความหมายของคำ 2.การใช้คำ 3.การตั้งคำถามและ ตอบคำถาม 4.การแยกข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น 5.การอ่านออกเสียง 6.การจับใจความ สำคัญ 7.การตอบคำถาม 8.การอ่านเสริม ละคร นอก” 9.ความหมายและ ชนิดของคำวิเศษณ์ 10.ความหมายและ ชนิดของคำบุพบท 11.ประโยคเพื่อการ สื่อสาร 12.การเขียน เรียงความ 14 5
82 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การ ประเมิน (ร้อยละ) 6 กลอนกานท์จาก บ้านไทย วรรณคดีลำนำ เรื่อง การเดินทางของ พลายน้อย ท 1.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3 ป.6/4 ป.6/5 ท 2.1 ป.6/1 ป.6/2 ท 4.1 ป.6/1 ป.6/5 ท 5.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3 ป.6/4 1.บอกความหมายของ คำและใช้ใช้คำได้ ถูกต้อง 2.ตั้งคำถามและตอบ คำถามได้โดยการแยก ข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็นได้ 3.การอ่านออกเสียง และจับใจความสำคัญ ได้ 4.บอกความหมายและ การใช้คำเชื่อม คำ อุทานได้ 5.อ่านและเขียนกาพย์ ยานี 11 ได้อย่าง ถูกต้อง 1.ความหมายของคำ 2.การใช้คำ 3.การตั้งคำถามและ ตอบคำถาม 4.การแยกข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น 5.การอ่านออกเสียง 6.การจับใจความสำคัญ 7.การอ่านเสริม “เรือน ไทย” 8.ความหมายและการ ใช้คำเชื่อม 9.ความหมายของคำ อุทาน 10.การใช้คำอุทาน 11.การอ่านและเขียน กาพย์ยานี 11 12 5 7 กว่าแผ่นดินจะ กลบหน้า ท 1.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/4 ท 2.1 ป.6/2 ท 3.1 ป.6/1 ท 4.1 ป.6/6 1.บอกความหมายของ คำและใช้ใช้คำได้ ถูกต้อง 2.ตั้งคำถามและตอบ คำถามข้อคิดเห็นได้ได้ โดยการแยกข้อเท็จจริง และ 3.สามารถพูดแสดง ความรู้ ความเข้าใจใน จุดประสงค์ของเรื่องที่ ฟังและดูได้ 4.อ่านและเขียน สำนวนที่เป็นคำพังเพย และสุภาษิต และเขียนคำคมได้ ถูกต้อง 1.ความหมายของคำ 2.การใช้คำ 3.การตั้งคำถามและ ตอบคำถาม 4.การแยกข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น 5.การพูดแสดงความรู้ ความเข้าใจใน จุดประสงค์ของเรื่องที่ ฟังและดู 6.สำนวนที่เป็นคำ พังเพย และสุภาษิต 7.การเขียนคำคม 14 7
83 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การประเมิน (ร้อยละ) 7 กว่าแผ่นดินจะ กลบหน้า ท 1.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/4 ท 2.1 ป.6/2 ท 3.1 ป.6/1 ท 4.1 ป.6/6 1.บอกความหมายของ คำและใช้ใช้คำได้ ถูกต้อง 2.ตั้งคำถามและตอบ คำถามข้อคิดเห็นได้ได้ โดยการแยกข้อเท็จจริง และ 3.สามารถพูดแสดง ความรู้ ความเข้าใจใน จุดประสงค์ของเรื่องที่ ฟังและดูได้ 4.อ่านและเขียน สำนวนที่เป็นคำพังเพย และสุภาษิต และเขียนคำคมได้ ถูกต้อง 1.ความหมายของคำ 2.การใช้คำ 3.การตั้งคำถามและ ตอบคำถาม 4.การแยกข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น 5.การพูดแสดงความรู้ ความเข้าใจใน จุดประสงค์ของเรื่องที่ ฟังและดู 6.สำนวนที่เป็นคำ พังเพย และสุภาษิต 7.การเขียนคำคม 14 7
84 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การประเมิน (ร้อยละ) 8 ไม้งามในสวนแก้ว วรรณคดีลำนำ เรื่อง อย่าชิงสุก ก่อนห่ามมันไม่ งามตา ท 1.1 ป. 6/1 ป.6/2 ป. 6/4 ป.6/5 ป. 6/8 ท 2.1 ป. 6/1 ป.6/2 ท 4.1 ป. 6/4 ท 5.1 ป. 6/1 ป.6/3 1.บอกความหมายของ คำและใช้ใช้คำได้ ถูกต้อง 2.ตั้งคำถามและตอบ คำถามได้โดยการแยก ข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็นได้ 3.องคประกอบของ ประโยครวม ประโยคซอนได้ 4.บอกประเภทของ กลอน และอ่านคํา ประพันธประเภทร อยกรอง รอยแกวและกลอนได้ ถูกต้อง 1.ความหมายของคำ 2.การใช้คำ 3.การตั้งคำถามและ ตอบคำถาม 4.การแยกข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น 5.การอ่านเสริม “ดอกบัว ดอกรัก ดอก ไมในแจกัน” 6.องคประกอบของ ประโยครวม 7.องคประกอบของ ประโยคซอน 8.คําประพันธ ประเภทรอยกรอง 9.คําประพันธ ประเภทรอยแกว 10.ประเภทของกลอน 12 5 รวม 80 100
85 โครงสร้างหลักสูตรรายวิชา ภาษาไทย 6 (ท16101) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ชั่วโมง ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การประเมิน (ร้อยละ) 9 ครื้นเครงเพลง พื้นบ้าน ท 1.1 ป.6/1 ท 1.1 ป.6/2 ท 1.1 ป.6/4 ท 1.1 ป.6/6 ท 1.1 ป.6/8 ท 5.1 ป.6/1 ท 5.1 ป.6/3 1.บอกความหมาย ของคำและใช้ใช้คำได้ ถูกต้อง 2.ตั้งคำถามและตอบ คำถามได้โดยการแยก ข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็นได้ 3.บอก ความหมาย ของประโยคและ ข้อความที่เป็นโวหาร ได้ 4.อ่านงานเขียนเชิง อธิบายได้ถูกต้อง 6.วิเคราะห์คุณค่า ของวรรณคดี บอกความหมายของ เพลงพื้นบ้านและ ประเภทได้ 1.ความหมายของคำ 2.การใช้คำ 3.การตั้งคำถามและ ตอบคำถาม 4.การแยกข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น 5.ความหมายของ ประโยคและข้อความ ที่เป็นโวหาร 6.การอ่านงานเขียน เชิงอธิบาย 7.การวิเคราะห์คุณค่า ของวรรณคดี 8.ความหมายของ เพลงพื้นบ้าน 9.การเล่นเพลง พื้นบ้าน 12 6
86 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การประเมิน (ร้อยละ) 10 ช้อนกลางสร้าง สุขภาพ วรรณคดีลำนำ เรื่อง ศึกสายเลือด ท 1.1 ป.6/1 ท 1.1 ป.6/2 ท 1.1 ป.6/4 ท 1.1 ป.6/5 ท 2.1 ป.6/1 ท 2.1 ป.6/2 ท 2.1 ป.6/5 ท 3.1 ป.6/1 ท 3.1 ป.6/3 ท 5.1 ป.6/1 ท 5.1 ป.6/3 1.บอกความหมาย ของคำและใช้ใช้คำได้ ถูกต้อง 2.ตั้งคำถามและตอบ คำถามได้โดยการแยก ข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็นได้ 3.พูดแสดงความ คิดเห็นเชิงวิจารณ์ พูดปฏิเสธหรือโต้แย้ง ได้ 4.บอกรูปแบบ ขั้นตอนและการเขียน สรุปย่อความได้ ถูกต้อง 1.ความหมายของคำ 2.การใช้คำ 3.การตั้งคำถามและ ตอบคำถาม 4.การแยกข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น 5.การพูดแสดงความ คิดเห็นเชิงวิจารณ์ 6.การพูดปฏิเสธหรือ โต้แย้ง 7.การสรุปความ 8.รูปแบบและ ขั้นตอนการย่อความ 9.บทเรียนเรื่อง “ศึกสายเลือด” 14 7 11 สวยร้ายสายลับ ท 1.1 ป.6/1 ท 1.1 ป.6/2 ท 1.1 ป.6/4 ท 1.1 ป.6/7 ท 2.1 ป.6/1 ท 2.1 ป.6/2 ท 2.1 ป.6/3 ท 2.1 ป.6/8 1.บอกความหมาย ของคำและใช้ใช้คำได้ ถูกต้อง 2.ตั้งคำถามและตอบ คำถามได้โดยการแยก ข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็นได้ 3.เขียนและ คัดลายมือได้อย่าง สวยงาม 4.เขียนโครงเรื่องด้วย แผนภาพความคิด การเขียนเรื่องตาม จินตนาการและ สร้างสรรค์อ่านข้อมูล จากแผนผัง แผนที่ แผนภูมิ และกราฟ ได้อย่างถูกต้อง 1.ความหมายของคำ 2.การใช้คำ 3.การตั้งคำถามและตอบ คำถาม 4.การแยกข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น 5.การเขียน 6.การคัดลายมือ 7.การวางแผน เตรียมการเขียน 8.การเขียนโครงเรื่อง ด้วยแผนภาพความคิด 9.การเขียนเรื่องตาม จินตนาการและ สร้างสรรค์ 10.การอ่านข้อมูลจาก แผนผัง แผนที่ แผนภูมิ และกราฟ 14 6
87 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การ ประเมิน (ร้อยละ) 11 สวยร้ายสายลับ ท 1.1 ป.6/1 ท 1.1 ป.6/2 ท 1.1 ป.6/4 ท 1.1 ป.6/7 ท 2.1 ป.6/1 ท 2.1 ป.6/2 ท 2.1 ป.6/3 ท 2.1 ป.6/8 1.บอกความหมาย ของคำและใช้ใช้คำได้ ถูกต้อง 2.ตั้งคำถามและตอบ คำถามได้โดยการแยก ข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็นได้ 3.เขียนและ คัดลายมือได้อย่าง สวยงาม 4.เขียนโครงเรื่องด้วย แผนภาพความคิด การเขียนเรื่องตาม จินตนาการและ สร้างสรรค์อ่านข้อมูล จากแผนผัง แผนที่ แผนภูมิ และกราฟ ได้อย่างถูกต้อง 1.ความหมายของคำ 2.การใช้คำ 3.การตั้งคำถามและ ตอบคำถาม 4.การแยกข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น 5.การเขียน 6.การคัดลายมือ 7.การวางแผน เตรียมการเขียน 8.การเขียนโครงเรื่อง ด้วยแผนภาพ ความคิด 9.การเขียนเรื่องตาม จินตนาการและ สร้างสรรค์ 10.การอ่านข้อมูล จากแผนผัง แผนที่ แผนภูมิ และกราฟ 14 6
88 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การ ประเมิน (ร้อยละ) 12 สี่ศิษย์พระดาบส วรรณคดีลำนำ เรื่อง สมุดมิตรภาพ ท 1.1 ป.6/1 ท 1.1 ป.6/2 ท 1.1 ป.6/4 ท 1.1 ป.6/5 ท 2.1 ป.6/1 ท 2.1 ป.6/2 ท 3.1 ป.6/4 ท 3.1 ป.6/5 ท 5.1 ป.6/1 ท 5.1 ป.6/3 1.บอกความหมาย ของคำและใช้ใช้คำได้ ถูกต้อง 2.ตั้งคำถามและตอบ คำถามได้โดยการแยก ข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็นได้ 3.บอกหลักการ โฆษณาเชิญ สามารถพูดหรือเขียน โฆษณาเชิญชวน ออกแบบโฆษณาได้ อย่างถูกต้อง 4.สามารถพูดรายงาน พูดโต้วาทีพูดเจรจา ต่อรองได้ 1.ความหมายของคำ 2.การใช้คำ 3.การตั้งคำถามและ ตอบคำถาม 4.การแยกข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น 5.หลักการโฆษณา เชิญชวน 6.การพูดหรือเขียน โฆษณาเชิญชวน 7.การออกแบบ โฆษณา 8.หลักการพูด รายงาน 9.การพูดรายงาน 10.การพูดโต้วาที 11.การพูดเจรจา 12.บทเรียนเรื่อง “สมุดมิตรภาพ” 14 6 13 หนึ่งในประชาคม ท 1.1 ป.6/1 ท 1.1 ป.6/2 ท 1.1 ป.6/4 ท 2.1 ป.6/6 ท 2.1 ป.6/9 ท 4.1 ป.6/3 1.บอกความหมาย ของคำและใช้ใช้คำได้ ถูกต้อง 2.ตั้งคำถามและตอบ คำถามได้โดยการแยก ข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็นได้ 3.สืบค้นข้อมูลจากสื่อ อีเล็กทรอนิกส์ได้ 4.บอกคำที่มาจาก ภาษาต่างประเทศได้ 5.เขียนจดหมายกิจ ธุระได้ถูกต้อง 1.ความหมายของคำ 2.การใช้คำ 3.การตั้งคำถามและ ตอบคำถาม 4.การแยกข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น 5.การสืบค้นข้อมูล จากสื่ออีเล็กทรอนิกส์ 6.คำที่มาจาก ภาษาต่างประเทศ 7.จดหมายกิจธุระ 10 12
89 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การ ประเมิน (ร้อยละ) 14 เสียแล้วไม่กลับคืน วรรณคดีลำนำ เรื่อง อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่ งามดี ท 1.1 ป.6/1 ท 1.1 ป.6/2 ท 1.1 ป.6/4 ท 1.1 ป.6/7 ท 3.1 ป.6/1 ท 5.1 ป.6/3 ท 5.1 ป.6/4 1.บอกความหมาย ของคำและใช้ใช้คำได้ ถูกต้อง 2.ตั้งคำถามและตอบ คำถามได้โดยการแยก ข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็นได้ 3.สามารถฟง ดู อานขาว ได้อย่าง เข้าใจและวิเคราะห์ ข่าว 4.สามารถสื่อสาร สนทนาและพูด โทรศัพทได้อย่าง เข้าใจ 5.สามารถอานกราฟ และแผนภูมิได้อย่าง ถูกต้อง 1.ความหมายของคำ 2.การใช้คำ 3.การตั้งคำถามและ ตอบคำถาม 4.การแยกข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น 5.การอานเสริม “รักนวลสงวนงาม” 6.การฟง การดู การอานขาว 7.การวิเคราะหขาว 8.การสนทนาและ การพูดโทรศัพท 9.การอานกราฟ และ แผนภูมิ 10 12 15 นิทานแสนสนุก ท 1.1 ป.6/1 ท 1.1 ป.6/2 ท 1.1 ป.6/4 ท 2.1 ป.6/7 ท 3.1 ป.6/1 ท 3.1 ป.6/2 ท 3.1 ป.6/3 ท 3.1 ป.6/6 ท 5.1 ป.6/1 ท 5.1 ป.6/2 ท 5.1 ป.6/3 1.บอกความหมาย ของคำและใช้ใช้คำได้ ถูกต้อง 2.ตั้งคำถามและตอบ คำถามได้โดยการแยก ข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็นได้ 3.วิเคราะห์เรื่องที่ อ่าน ฟัง และดูได้ 4.กรอกแบบรายการ ได้อย่างถูกต้อง 1.ความหมายของคำ 2.การใช้คำ 3.การตั้งคำถามและ ตอบคำถาม 4. การแยก ข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็น 5.การอานเสริม “เจาแมหลิมกอ เหนี่ยว” 6.การวิเคราะห์เรื่องที่ อ่าน ฟัง และดู 7.การกรอกแบบ รายการ 10 14
90 ลำดับที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด ทักษะและ ความสามารถของ ผู้เรียน สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก การ ประเมิน (ร้อยละ) 16 พ่างเพี้ยงพสุธา ท 1.1 ป.6/1 ท 1.1 ป.6/2 ท 1.1 ป.6/4 ท 3.1 ป.6/1 ท 3.1 ป.6/4 ท 3.1 ป.6/6 ท 4.1 ป.6/2 ท 5.1 ป.6/1 ท 5.1 ป.6/3 ท 5.1 ป.6/4 1.บอกความหมาย ของคำและใช้ใช้คำได้ ถูกต้อง 2.ตั้งคำถามและตอบ คำถามได้โดยการแยก ข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็นได้ 3.บอกคำราชาศัพท์ ได้ 4.สามารถศึกษาค นควา - การคิดวิ เคราะหหาคําตอบได้ ด้วยตนเอง 1.ความหมายของคำ 2.การใช้คำ 3.การตั้งคำถามและ ตอบคำถาม 4.การแยกข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็น 5.การอานเสริม “ความดีอันสูงยิ่ง 6.คำราชาศัพท์ 7.การศึกษาคนควา - การคิดวิเคราะหหา คําตอบ 10 14 รวม 80 100
91 อภิธานศัพท์ กระบวนการเขียน กระบวนการเขียนเป็นการคิดเรื่องที่จะเขียนและรวบรวมความรู้ในการเขียน กระบวนการเขียน มี 5 ขั้น ดังนี้ 1. การเตรียมการเขียน เป็นขั้นเตรียมพร้อมที่จะเขียนโดยเลือกหัวข้อเรื่องที่จะเขียน บนพื้นฐานของประสบการณ์ กำหนดรูปแบบการเขียน รวบรวมความคิดในการเขียน อาจใช้วิธีการอ่าน หนังสือ สนทนา จัดหมวดหมู่ความคิด โดยเขียนเป็นแผนภาพความคิด จดบันทึกความคิด ที่จะเขียนเป็นรูปหัวข้อเรื่องใหญ่ หัวข้อย่อย และรายละเอียดคร่าวๆ 2. การยกร่างข้อเขียน เมื่อเตรียมหัวข้อเรื่องและความคิดรูปแบบการเขียนแล้ว ให้นำความคิดมา เขียนตามรูปแบบที่กำหนดเป็นการยกร่างข้อเขียน โดยคำนึงถึงว่าจะเขียนให้ใครอ่าน จะใช้ภาษาอย่างไรให้ เหมาะสมกับเรื่องและเหมาะกับผู้อื่น จะเริ่มต้นเขียนอย่างไร มีหัวข้อเรื่องอย่างไร ลำดับความคิดอย่างไร เชื่อมโยงความคิดอย่างไร 3. การปรับปรุงข้อเขียน เมื่อเขียนยกร่างแล้วอ่านทบทวนเรื่องที่เขียน ปรับปรุงเรื่องที่เขียน เพิ่มเติมความคิดให้สมบูรณ์ แก้ไขภาษา สำนวนโวหาร นำไปให้เพื่อนหรือผู้อื่นอ่าน นำข้อเสนอแนะ มาปรับปรุงอีกครั้ง 4. การบรรณาธิการกิจ นำข้อเขียนที่ปรับปรุงแล้วมาตรวจทานคำผิด แก้ไขให้ถูกต้อง แล้วอ่านตรวจทานแก้ไขข้อเขียนอีกครั้ง แก้ไขข้อผิดพลาดทั้งภาษา ความคิด และการเว้นวรรคตอน 5. การเขียนให้สมบูรณ์ นำเรื่องที่แก้ไขปรับปรุงแล้วมาเขียนเรื่องให้สมบูรณ์ จัดพิมพ์ วาดรูปประกอบ เขียนให้สมบูรณ์ด้วยลายมือที่สวยงามเป็นระเบียบ เมื่อพิมพ์หรือเขียนแล้วตรวจทาน อีก ครั้งให้สมบูรณ์ก่อนจัดทำรูปเล่ม กระบวนการคิด การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน เป็นกระบวนการคิด คนที่จะคิดได้ดีต้องเป็นผู้ฟัง ผู้พูด ผู้อ่าน และผู้เขียนที่ดี บุคคลที่จะคิดได้ดีจะต้องมีความรู้และประสบการณ์พื้นฐานในการคิด บุคคลจะมี ความสามารถในการรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินค่า จะต้องมีความรู้ และประสบการณ์พื้นฐานที่นำมาช่วยในการคิดทั้งสิ้น การสอนให้คิดควรให้ผู้เรียนรู้จักคัดเลือกข้อมูล ถ่ายทอด รวบรวม และจำข้อมูลต่างๆ สมองของมนุษย์จะเป็นผู้บริโภคข้อมูลข่าวสาร และสามารถแปลความ ข้อมูลข่าวสาร และสามารถนำมาใช้อ้างอิง การเป็นผู้ฟัง ผู้พูด ผู้อ่าน และผู้เขียนที่ดี จะต้องสอน ให้เป็น ผู้บริโภคข้อมูลข่าวสารที่ดีและเป็นนักคิดที่ดีด้วย กระบวนการสอนภาษาจึงต้องสอนให้ผู้เรียน เป็นผู้รับรู้ข้อมูลข่าวสารและมีทักษะการคิด นำข้อมูลข่าวสารที่ได้จากการฟังและการอ่านนำมาสู่การฝึก ทักษะการคิด นำการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน มาสอนในรูปแบบบูรณาการทักษะ ตัวอย่าง เช่น การเขียนเป็นกระบวนการคิดในการวิเคราะห์ การแยกแยะ การสังเคราะห์ การประเมินค่า การสร้างสรรค์ ผู้เขียนจะนำความรู้และประสบการณ์สู่การคิดและแสดงออกตามความคิดของตนเสมอ ต้องเป็นผู้อ่าน และผู้ฟังเพื่อรับรู้ข่าวสารที่จะนำมาวิเคราะห์และสามารถแสดงทรรศนะได้
92 กระบวนการอ่าน การอ่านเป็นกระบวนการซึ่งผู้อ่านสร้างความหมายหรือพัฒนา การตีความระหว่างการอ่านผู้อ่าน จะต้องรู้หัวข้อเรื่อง รู้จุดประสงค์ของการอ่าน มีความรู้ทางภาษาที่ใกล้เคียงกับภาษาที่ใช้ในหนังสือที่อ่าน โดยใช้ประสบการณ์เดิมเป็นประสบการณ์ทำความเข้าใจกับเรื่องที่อ่าน กระบวนการอ่านมีดังนี้ 1. การเตรียมการอ่าน ผู้อ่านจะต้องอ่านชื่อเรื่อง หัวข้อย่อยจากสารบัญเรื่อง อ่านคำนำ ให้ทราบจุดมุ่งหมายของหนังสือ ตั้งจุดประสงค์ของการอ่านจะอ่านเพื่อความเพลิดเพลินหรืออ่าน เพื่อ หาความรู้ วางแผนการอ่านโดยอ่านหนังสือตอนใดตอนหนึ่งว่าความยากง่ายอย่างไร หนังสือมีความยากมาก น้อยเพียงใด รูปแบบของหนังสือเป็นอย่างไร เหมาะกับผู้อ่านประเภทใด เดาความว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับ อะไร เตรียมสมุด ดินสอ สำหรับจดบันทึกข้อความหรือเนื้อเรื่องที่สำคัญขณะอ่าน 2. การอ่าน ผู้อ่านจะอ่านหนังสือให้ตลอดเล่มหรือเฉพาะตอนที่ต้องการอ่าน ขณะอ่านผู้อ่านจะ ใช้ความรู้จากการอ่านคำ ความหมายของคำมาใช้ในการอ่าน รวมทั้งการรู้จักแบ่งวรรคตอนด้วย การอ่าน เร็วจะมีส่วนช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องได้ดีกว่าผู้อ่านช้า ซึ่งจะสะกดคำอ่านหรืออ่านย้อนไปย้อนมา ผู้อ่านจะ ใช้บริบทหรือคำแวดล้อมช่วยในการตีความหมายของคำเพื่อทำความเข้าใจเรื่องที่อ่าน 3. การแสดงความคิดเห็น ผู้อ่านจะจดบันทึกข้อความที่มีความสำคัญ หรือเขียนแสดง ความ คิดเห็น ตีความข้อความที่อ่าน อ่านซ้ำในตอนที่ไม่เข้าใจเพื่อทำความเข้าใจให้ถูกต้อง ขยายความคิดจากการอ่าน จับคู่กับเพื่อนสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตั้งข้อสังเกตจากเรื่องที่อ่าน ถ้าเป็นการอ่านบทกลอนจะต้องอ่านทำนองเสนาะดังๆ เพื่อฟังเสียงการอ่านและเกิดจินตนาการ 4. การอ่านสำรวจ ผู้อ่านจะอ่านซ้ำโดยเลือกอ่านตอนใดตอนหนึ่ง ตรวจสอบคำและภาษาที่ใช้ สำรวจโครงเรื่องของหนังสือเปรียบเทียบหนังสือที่อ่านกับหนังสือที่เคยอ่าน สำรวจและเชื่อมโยงเหตุการณ์ใน เรื่องและการลำดับเรื่อง และสำรวจคำสำคัญที่ใช้ในหนังสือ 5. การขยายความคิด ผู้อ่านจะสะท้อนความเข้าใจในการอ่าน บันทึกข้อคิดเห็น คุณค่าของ เรื่อง เชื่อมโยงเรื่องราวในเรื่องกับชีวิตจริง ความรู้สึกจากการอ่าน จัดทำโครงงานหลักการอ่าน เช่น วาด ภาพ เขียนบทละคร เขียนบันทึกรายงานการอ่าน อ่านเรื่องอื่น ๆ ที่ผู้เขียนคนเดียวกันแต่ง อ่านเรื่องเพิ่มเติม เรื่องที่เกี่ยวโยงกับเรื่องที่อ่าน เพื่อให้ได้ความรู้ที่ชัดเจนและกว้างขวางขึ้น การเขียนเชิงสร้างสรรค์ การเขียนเชิงสร้างสรรค์เป็นการเขียนโดยใช้ความรู้ ประสบการณ์ และจินตนาการในการเขียน เช่น การเขียนเรียงความ นิทาน เรื่องสั้น นวนิยาย และบทร้อยกรอง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ผู้เขียนจะต้องมี ความคิดดี มีจินตนาการดี มีคลังคำอย่างหลากหลาย สามารถนำคำมาใช้ในการเขียน ต้องใช้เทคนิค การเขียน และใช้ถ้อยคำอย่างสละสลวย
93 การดู การดูเป็นการรับสารจากสื่อภาพและเสียง และแสดงทรรศนะได้จากการรับรู้สาร ตีความ แปล ความ วิเคราะห์ และประเมินคุณค่าสารจากสื่อ เช่น การดูโทรทัศน์ การดูคอมพิวเตอร์ การดูละคร การดู ภาพยนตร์ การดูหนังสือการ์ตูน (แม้ไม่มีเสียงแต่มีถ้อยคำอ่านแทนเสียงพูด) ผู้ดูจะต้องรับรู้สาร จากการดู และนำมาวิเคราะห์ ตีความ และประเมินคุณค่าของสารที่เป็นเนื้อเรื่องโดยใช้หลักการพิจารณาวรรณคดี หรือการวิเคราะห์วรรณคดีเบื้องต้น เช่น แนวคิดของเรื่อง ฉากที่ประกอบเรื่องสมเหตุสมผล กิริยาท่าทาง และการแสดงออกของตัวละครมีความสมจริงกับบทบาท โครงเรื่อง เพลง แสง สี เสียง ที่ใช้ประกอบการ แสดงให้อารมณ์แก่ผู้ดูสมจริงและสอดคล้องกับยุคสมัยของเหตุการณ์ที่จำลองสู่บทละคร คุณค่าทาง จริยธรรม คุณธรรม และคุณค่าทางสังคมที่มีอิทธิพลต่อผู้ดูหรือผู้ชม ถ้าเป็นการดูข่าวและเหตุการณ์ หรือ การอภิปราย การใช้ความรู้หรือเรื่องที่เป็นสารคดี การโฆษณาทางสื่อจะต้องพิจารณาเนื้อหาสาระ ว่า สมควรเชื่อถือได้หรือไม่ เป็นการโฆษณาชวนเชื่อหรือไม่ ความคิดสำคัญและมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ มาก และการดูละครเวที ละครโทรทัศน์ ดูข่าวทางโทรทัศน์จะเป็นประโยชน์ได้รับความสนุกสนาน ต้องดูและ วิเคราะห์ ประเมินค่า สามารถแสดงทรรศนะของตนได้อย่างมีเหตุผล การตีความ การตีความเป็นการใช้ความรู้และประสบการณ์ของผู้อ่านและการใช้บริบท ได้แก่ คำที่แวดล้อม ข้อความ ทำความเข้าใจข้อความหรือกำหนดความหมายของคำให้ถูกต้อง พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมายว่า การตีความหมาย ชี้หรือกำหนด ความหมาย ให้ความหมายหรืออธิบาย ใช้หรือปรับให้เข้าใจเจตนา และความมุ่งหมายเพื่อความถูกต้อง การเปลี่ยนแปลงของภาษา ภาษาย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา คำคำหนึ่งในสมัยหนึ่งเขียนอย่างหนึ่ง อีกสมัยหนึ่งเขียน อีกอย่างหนึ่ง คำว่า ประเทศ แต่เดิมเขียน ประเทษ คำว่า ปักษ์ใต้ แต่เดิมเขียน ปักใต้ ในปัจจุบันเขียน ปักษ์ใต้ คำว่า ลุ่มลึก แต่ก่อนเขียน ลุ่มฦก ภาษาจึงมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งความหมายและการเขียน บางครั้งคำบางคำ เช่น คำว่า หล่อน เป็นคำสรรพนามแสดงถึงคำพูด สรรพนามบุรุษที่ 3 ที่เป็นคำสุภาพ แต่เดี๋ยวนี้คำว่า หล่อน มีความหมายในเชิงดูแคลน เป็นต้น การสร้างสรรค์ การสร้างสรรค์ คือ การรู้จักเลือกความรู้ ประสบการณ์ที่มีอยู่เดิมมาเป็นพื้นฐานในการสร้างความรู้ ความคิดใหม่ หรือสิ่งแปลกใหม่ที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม บุคคลที่จะมีความสามารถในการ สร้างสรรค์จะต้องเป็นบุคคลที่มีความคิดอิสระอยู่เสมอ มีความเชื่อมั่นในตนเอง มองโลกในแง่ดี คิดไตร่ตรอง ไม่ตัดสินใจสิ่งใดง่ายๆ การสร้างสรรค์ของมนุษย์จะเกี่ยวเนื่องกันกับความคิด การพูด การเขียน และการ กระทำเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งจะต้องมีการคิดเชิงสร้างสรรค์เป็นพื้นฐาน ความคิดเชิงสร้างสรรค์เป็นความคิดที่พัฒนามาจากความรู้และประสบการณ์เดิม ซึ่งเป็น ปัจจัยพื้นฐานของการพูด การเขียน และการกระทำเชิงสร้างสรรค์ การพูดและการเขียนเชิงสร้างสรรค์เป็นการแสดงออกทางภาษาที่ใช้ภาษาขัดเกลาให้ไพเราะ งดงาม เหมาะสม ถูกต้องตามเนื้อหาที่พูดและเขียน
94 การกระทำเชิงสร้างสรรค์เป็นการกระทำที่ไม่ซ้ำแบบเดิมและคิดค้นใหม่แปลกไปจากเดิม และเป็น ประโยชน์ที่สูงขึ้น ข้อมูลสารสนเทศ ข้อมูลสารสนเทศ หมายถึง เรื่องราว ข้อเท็จจริง ข้อมูล หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่สามารถสื่อความหมาย ด้วยการพูดบอกเล่า บันทึกเป็นเอกสาร รายงาน หนังสือ แผนที่ แผนภาพ ภาพถ่าย บันทึกด้วยเสียง และภาพ บันทึกด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นการเก็บเรื่องราวต่างๆ บันทึกไว้เป็นหลักฐานด้วยวิธีต่างๆ ความหมายของคำ คำที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารมีความหมายแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ คือ 1. ความหมายโดยตรง เป็นความหมายที่ใช้พูดจากันตรงตามความหมาย คำหนึ่งๆ นั้น อาจมี ความหมายได้หลายความหมาย เช่น คำว่า กา อาจมีความหมายถึง ภาชนะใส่น้ำ หรืออาจหมายถึง นกชนิดหนึ่ง ตัวสีดำ ร้อง กา กา เป็นความหมายโดยตรง 2. ความหมายแฝง คำอาจมีความหมายแฝงเพิ่มจากความหมายโดยตรง มักเป็นความหมาย เกี่ยวกับความรู้สึก เช่น คำว่า ขี้เหนียว กับ ประหยัด หมายถึง ไม่ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย เป็นความหมาย ตรง แต่ความรู้สึกต่างกัน ประหยัดเป็นสิ่งดี แต่ขี้เหนียวเป็นสิ่งไม่ดี 3. ความหมายในบริบท คำบางคำมีความหมายตรง เมื่อร่วมกับคำอื่นจะมีความหมายเพิ่มเติมกว้าง ขึ้น หรือแคบลงได้ เช่น คำว่า ดี เด็กดี หมายถึง ว่านอนสอนง่าย เสียงดี หมายถึง ไพเราะ ดินสอดี หมายถึง เขียนได้ดี สุขภาพดี หมายถึง ไม่มีโรค ความหมายบริบทเป็นความหมายเช่นเดียวกับความหมาย แฝง คุณค่าของงานประพันธ์ เมื่อผู้อ่านอ่านวรรณคดีหรือวรรณกรรมแล้วจะต้องประเมินงานประพันธ์ ให้เห็นคุณค่าของงาน ประพันธ์ ทำให้ผู้อ่านอ่านอย่างสนุก และได้รับประโยชน์จาการอ่านงานประพันธ์ คุณค่าของงาน ประพันธ์แบ่งได้เป็น 2 ประการ คือ 1. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ถ้าอ่านบทร้อยกรองก็จะพิจารณากลวิธีการแต่ง การเลือกเฟ้นถ้อยคำ มาใช้ได้ไพเราะ มีความคิดสร้างสรรค์ และให้ความสะเทือนอารมณ์ ถ้าเป็นบทร้อยแก้วประเภทสารคดี รูปแบบการเขียนจะเหมาะสมกับเนื้อเรื่อง วิธีการนำเสนอน่าสนใจ เนื้อหามีความถูกต้อง ใช้ภาษาสละสลวยชัดเจน การนำเสนอมีความคิดสร้างสรรค์ ถ้าเป็นร้อยแก้วประเภทบันเทิงคดี องค์ประกอบของเรื่องไม่ว่าเรื่องสั้น นวนิยาย นิทาน จะมีแก่นเรื่อง โครงเรื่องตัวละครมีความสัมพันธ์ กัน กลวิธีการแต่งแปลกใหม่ น่าสนใจ ปมขัดแย้งในการแต่งสร้างความสะเทือนอารมณ์ การใช้ ถ้อยคำสร้างภาพได้ชัดเจน คำพูดในเรื่องเหมาะสมกับบุคลิกของ ตัวละครมีความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับ ชีวิตและสังคม 2. คุณค่าด้านสังคม เป็นคุณค่าทางด้านวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ ชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ และคุณค่าทางจริยธรรม คุณค่าด้านสังคม เป็นคุณค่าที่ผู้อ่าน จะเข้าใจชีวิตทั้งในโลกทัศน์และชีวทัศน์ เข้าใจการดำเนินชีวิตและเข้าใจเพื่อนมนุษย์ดีขึ้น เนื้อหา
95 ย่อมเกี่ยวข้องกับการช่วยจรรโลงใจแก่ผู้อ่าน ช่วยพัฒนาสังคม ช่วยอนุรักษ์สิ่งมีคุณค่าของชาติบ้านเมือง และสนับสนุนค่านิยมอันดีงาม โครงงาน โครงงานเป็นการจัดการเรียนรู้วิธีหนึ่งที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนด้วยการค้นคว้า ลงมือปฏิบัติจริง ในลักษณะของการสำรวจ ค้นคว้า ทดลอง ประดิษฐ์คิดค้น ผู้เรียนจะรวบรวมข้อมูล นำมาวิเคราะห์ ทดสอบเพื่อแก้ปัญหาข้องใจ ผู้เรียนจะนำความรู้จากชั้นเรียนมาบูรณาการในการแก้ปัญหา ค้นหาคำตอบ เป็นกระบวนการค้นพบนำไปสู่การเรียนรู้ ผู้เรียนจะเกิดทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น ทักษะการจัดการ ผู้สอนจะเข้าใจผู้เรียน เห็นรูปแบบการเรียนรู้ การคิด วิธีการทำงานของผู้เรียน จากการสังเกตการทำงาน ของผู้เรียน การเรียนแบบโครงงานเป็นการเรียนแบบศึกษาค้นคว้าวิธีการหนึ่ง แต่เป็นการศึกษาค้นคว้าที่ใช้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการแก้ปัญหา เป็นการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนมีเหตุผล สรุปเรื่องราว อย่างมีกฎเกณฑ์ ทำงานอย่างมีระบบ การเรียนแบบโครงงานไม่ใช่การศึกษาค้นคว้าจัดทำรายงานเพียง อย่างเดียว ต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลและมีการสรุปผล ทักษะการใช้สื่อสาร ทักษะการสื่อสาร ได้แก่ ทักษะการพูด การฟัง การอ่าน และการเขียน ซึ่งเป็นเครื่องมือของการ ส่งสารและการรับสาร การส่งสาร ได้แก่ การส่งความรู้ ความเชื่อ ความคิด ความรู้สึกด้วยการพูด และ การเขียน ส่วนการรับสาร ได้แก่ การรับความรู้ ความเชื่อ ความคิด ด้วยการอ่านและการฟัง การฝึก ทักษะการสื่อสารจึงเป็นการฝึกทักษะการพูด การฟัง การอ่าน และการเขียน ให้สามารถ รับสารและ ส่งสารอย่างมีประสิทธิภาพ ธรรมชาติของภาษา ธรรมชาติของภาษาเป็นคุณสมบัติของภาษาที่สำคัญ มีคุณสมบัติพอสรุปได้ คือ ประการที่หนึ่ง ทุกภาษาจะประกอบด้วยเสียงและความหมาย โดยมีระเบียบแบบแผนหรือกฎเกณฑ์ในการใช้ อย่างเป็นระบบ ประการที่สอง ภาษามีพลังในการงอกงามมิรู้สิ้นสุด หมายถึง มนุษย์สามารถใช้ภาษา สื่อความหมายได้โดยไม่สิ้นสุด ประการที่สาม ภาษาเป็นเรื่องของการใช้สัญลักษณ์ร่วมกันหรือสมมติร่วมกัน และมีการรับรู้สัญลักษณ์หรือสมมติร่วมกัน เพื่อสร้างความเข้าใจตรงกัน ประการที่สี่ ภาษาสามารถใช้ ภาษาพูดในการติดต่อสื่อสาร ไม่จำกัดเพศของผู้ส่งสาร ไม่ว่าหญิง ชาย เด็ก ผู้ใหญ่ สามารถผลัดกันใน การส่งสารและรับสารได้ ประการที่ห้า ภาษาพูดย่อมใช้ได้ทั้งในปัจจุบัน อดีต และอนาคต ไม่จำกัดเวลา และสถานที่ ประการที่หก ภาษาเป็นเครื่องมือการถ่ายทอดวัฒนธรรม และวิชาความรู้นานาประการ ทำ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่
96 แนวคิดในวรรณกรรม แนวคิดในวรรณกรรมหรือแนวเรื่องในวรรณกรรมเป็นความคิดสำคัญในการผูกเรื่องให้ ดำเนินเรื่อง ไปตามแนวคิด หรือเป็นความคิดที่สอดแทรกในเรื่องใหญ่ แนวคิดย่อมเกี่ยวข้องกับมนุษย์และสังคม เป็น สารที่ผู้เขียนส่งให้ผู้อ่าน เช่น ความดีย่อมชนะความชั่ว ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว ความยุติธรรมทำให้โลกสันติ สุข คนเราพ้นความตายไปไม่ได้ เป็นต้น ฉะนั้นแนวคิดเป็นสารที่ผู้เขียนต้องการส่งให้ผู้อื่นทราบ เช่น ความดี ความยุติธรรม ความรัก เป็นต้น บริบท บริบทเป็นคำที่แวดล้อมข้อความที่อ่าน ผู้อ่านจะใช้ความรู้สึกและประสบการณ์มากำหนด ความหมายหรือความเข้าใจ โดยนำคำแวดล้อมมาช่วยประกอบความรู้และประสบการณ์ เพื่อทำ ความเข้าใจหรือความหมายของคำ พลังของภาษา ภาษาเป็นเครื่องมือในการดำรงชีวิตของมนุษย์ มนุษย์จึงสามารถเรียนรู้ภาษาเพื่อการดำรงชีวิต เป็น เครื่องมือของการสื่อสารและสามารถพัฒนาภาษาของตนได้ ภาษาช่วยให้คนรู้จักคิดและแสดงออกของ ความคิดด้วยการพูด การเขียน และการกระทำซึ่งเป็นผลจากการคิด ถ้าไม่มีภาษา คนจะคิดไม่ได้ ถ้า คนมีภาษาน้อย มีคำศัพท์น้อย ความคิดของคนก็จะแคบไม่กว้างไกล คนที่ใช้ภาษาได้ดี จะมี ความคิดดีด้วย คนจะใช้ความคิดและแสดงออกทางความคิดเป็นภาษา ซึ่งส่งผลไปสู่การกระทำ ผลของ การกระทำส่งผลไปสู่ความคิด ซึ่งเป็นพลังของภาษา ภาษาจึงมีบทบาทสำคัญต่อมนุษย์ ช่วยให้มนุษย์ พัฒนาความคิด ช่วยดำรงสังคมให้มนุษย์อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข ไมตรีต่อกัน ช่วยเหลือกันด้วย การใช้ภาษาติดต่อสื่อสารกัน ช่วยให้คนปฏิบัติตนตามกฎเกณฑ์ของสังคม ภาษาช่วยให้มนุษย์เกิดการ พัฒนา ใช้ภาษาในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การอภิปรายโต้แย้ง เพื่อนำไปสู่ผลสรุป มนุษย์ใช้ภาษาใน การเรียนรู้ จดบันทึกความรู้ แสวงหาความรู้ และช่วยจรรโลงใจ ด้วยการอ่านบทกลอน ร้องเพลง ภาษายังมีพลังในตัวของมันเอง เพราะภาพย่อมประกอบด้วยเสียงและความหมาย การใช้ภาษาใช้ ถ้อยคำทำให้เกิดความรู้สึกต่อผู้รับสาร ให้เกิดความจงเกลียดจงชังหรือเกิด ความชื่นชอบ ความรัก ย่อมเกิดจากภาษาทั้งสิ้น ที่นำไปสู่ผลสรุปที่มีประสิทธิภาพ ภาษาถิ่น ภาษาถิ่นเป็นภาษาพื้นเมืองหรือภาษาที่ใช้ในท้องถิ่น ซึ่งเป็นภาษาดั้งเดิมของชาวพื้นบ้านที่ใช้พูดจา กันในหมู่เหล่าของตน บางครั้งจะใช้คำที่มีความหมายต่างกันไปเฉพาะถิ่น บางครั้งคำที่ใช้พูดจากันเป็นคำ เดียว ความหมายต่างกันแล้วยังใช้สำเนียงที่ต่างกัน จึงมีคำกล่าวที่ว่า “สำเนียงบอกภาษา” สำเนียงจะ บอกว่าเป็นภาษาอะไร และผู้พูดเป็นคนถิ่นใด อย่างไรก็ตามภาษาถิ่นในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นภาษา ถิ่นเหนือ ถิ่นอีสาน ถิ่นใต้ สามารถสื่อสารเข้าใจกันได้ เพียงแต่สำเนียงแตกต่าง กันไปเท่านั้น