ดร.วรี พงษ์ ศรทั ธาผล 49
การที่วงล้อน้ีพาคุณมาถึงจุดน้ีได้ ไม่ได้หมายความว่า
มันจะไปสู่จุดที่สูงกว่าน้ีได้ ดังน้ันเพ่ือให้คะแนนส่วนที่ขาดไป
เพมิ่ ขึ้น คุณต้องตงั้ เป้าหมายโดยเปล่ียนระบบความคดิ ใหมค่ รบั
ดัง อลั เบิร์ต ไอน์สไตน์ อจั ฉรยิ ะผยู้ ิง่ ใหญข่ องโลกทก่ี ลา่ วไว้วา่ ...
“We can not solve the problems with the same
thinking we used when we created them”
“เราไม่สามารถแกป้ ัญหาดว้ ยระบบความคดิ เดิม
ทเ่ี ราใชส้ ร้างปัญหานนั้ ขน้ึ มาได้”
ดังน้ันส่วนที่เหลือต่อจากน้ีไป จะเป็นส่วนท่ีช่วยให้คุณ
สร้างระบบความคิดใหม่โดยใช้กลไกของสมองเป็นตัวช่วยให้คุณ
บรรลเุ ปา้ หมายได้ง่ายและเรว็ ขึน้ กว่าเดิม ถ้าคุณพร้อมแลว้ เรา
มาออกเดินทางไปพร้อมๆ กันครับ
สำเรจ็ ไว Trick#5
สงิ่ ท่พี าคณุ มาเปน็ คณุ ในวนั นี้
อาจจะไม่สามารถพาไปอีกจดุ
ในชีวติ ที่คณุ ปรารถนาได้
5 อปุ สรรคฉุดรง้ั ความสำเรจ็
เมื่อร้แู ล้ววา่ ความสำเรจ็ คืออะไร
แตบ่ างคร้ังเราอาจจะสงสัย
วา่ ทำไมฉันถึงไม่สำเรจ็ สักที
ผมมีคำตอบใหค้ ณุ ครบั
ลองมาดกู ันวา่ มอี ุปสรรคอะไรบา้ ง
ที่ฉุดรงั้ คณุ จากความสำเรจ็
เม่ือคณุ รแู้ ล้ว
จะไดจ้ ัดการมันให้อยหู่ มดั
ซดั เปรี้ยงไปเลยครับ
1. ไม่ชดั เจน ในสิ่งท่คี ุณอยากได้
เหตุผลหลักๆ ท่ีคนเราไม่ประสบความสำเร็จก็คือ คุณ
ไม่ชัดเจนว่าคุณอยากได้อะไรกันแน่ หรือเหตุผลที่มีอาจจะ
ไมห่ นกั แนน่ พอ ว่าทำไมต้องไดม้ นั มา ขอ้ นช้ี ดั มาก
หากคุณไมร่ ู้ว่าตวั เองต้องการอะไร
คณุ จะไมม่ ีเป้าหมาย และไม่กล้าลงมือทำอะไรบางอยา่ ง
เพ่ือนำตวั คุณเองไปสคู่ วามสำเรจ็
52
ถึงแม้คุณบอกว่าพอมีเป้าหมายบ้าง แต่ยังตอบตัวเอง
ไม่ได้อยู่ดี ทำไมถึงต้องการมันจริงๆ ที่ผ่านมาอาจมีบางคนมา
บอกคุณว่า ความสำเร็จต้องมีรูปร่างอย่างน้ีนะ มันดี มันใช่
คุณก็เลยทำตามส่งิ ทเ่ี ขาบอก น่ีคือความสำเร็จ
ตราบใดที่คุณยังสับสนอยู่ ถ้าฉันได้มันมาแล้ว ฉันจะทำ
อยา่ งไรตอ่ ยงั ลงั เล และไม่มคี วามสขุ สดุ ท้ายคณุ จะไม่ทำอะไร
สกั อยา่ ง เพราะ “มนั ไมช่ ัดเจน ไม่หนักแน่นพอ และสุดท้าย
ก็ไมส่ ำเร็จ”
ลองถามตัวเองดเู ล่นๆ ครบั
“ฉันอยากรวย” “รวยเท่าไรครับ 10 ล้าน 20 ลา้ น 100
ล้านพอไหม”
“แลว้ เอาเงินไปทำอะไรบ้าง”
“ฉันอยากมีบา้ นของตวั เอง” “บ้านแบบไหน ราคาเทา่ ไร
อยแู่ ถวไหน”
“ฉันอยากมีแฟน” “ผู้หญิงหรือผู้ชาย หน้าตาแบบไหน
อว้ นลำ่ หนุ่ ดี นิสัยเปน็ อยา่ งไร”
“ฉันอยากเตบิ โตในหน้าทกี่ ารงาน” “โตแบบไหน หมายถงึ
ตำแหน่งหรอื ความรู้ หรอื เงนิ เดือนทีเ่ พมิ่ ”
“ฉนั อยากมีความสุข” “อะไรคอื ความสขุ ของฉนั ”
ดร.วรี พงษ์ ศรัทธาผล 53
เปรยี บเทยี บงา่ ยๆ เม่อื คณุ ไปรา้ นอาหารตามสง่ั แลว้ คณุ
กส็ ั่งข้าวกระเพราไก่ไขด่ าวมากนิ เพราะข้ีเกยี จคดิ เผอิญอาหาร
จานนี้เผ็ดมาก ก็อยากดื่มน้ำหวานเพื่อลดอาการเผ็ด จึงบอก
แมค่ า้ ว่า “ขอนำ้ อัดลมขวดหน่งึ ครบั ”
แม่ค้าอาจจะถามคุณกลับมาว่า “รับน้ำอะไรคะคุณ มี
หลายอย่างคะ่ เป๊ปซี่ โคล่า ชาเขยี วโออชิ ิ หรืออิชติ นั ดคี ะ”
สุดท้ายคุณก็ลังเล ก็เลยส่ังตามความเคยชิน “เอ่อ...
ขอน้ำเปลา่ ก็แล้วกันครับ” เป็นอนั จบขา่ ว
ในเรื่องของความสำเร็จ ผมบอกไดเ้ ลยวา่ คณุ ต้องชดั เจน
และมีรายละเอยี ด เพราะ “ความชดั เจน คอื พลงั ” ฉะน้นั คุณ
ต้องชัดเจนกบั ภาพความสำเร็จทีค่ ณุ อยากไดก้ ่อนเสมอครับ
สำเรจ็ ไว Trick#6
เมอื่ คุณไมช่ ัดเจน
กับความสำเรจ็
ความสำเรจ็
ก็ไมช่ ดั เจนกบั คุณ
54
2. ไมม่ ีแผนการส่คู วามสำเรจ็
เคยมีคนบอกคุณไหมว่า ถ้าอยากสำเร็จต้องลงมือทำ
อะไรสกั อยา่ ง ทำไปเถอะ เดีย๋ วความสำเรจ็ กต็ ามมาเอง ผมจะ
บอกว่าถ้าคุณทำไปโดยไม่มีการวางแผน นั่นอาจจะเป็นหนทาง
ท่รี อเชอื ดคณุ อย่กู ็ได้ คุณเคยไดย้ นิ ใช่ไหมวา่ ร้อยละ 95 ของ
ธุรกิจเกิดใหม่ จะเจ๊งและปิดกิจการภายในสามปี แล้วคุณ
ไม่สงสัยหรือครับว่า แล้วอีกร้อยละ 5 ทำไมถึงประสบความ
สำเร็จล่ะ คงไม่ใช่โชคชว่ ยเป็นแนแ่ ท้
คุณเคยสังเกตไหมวา่ ...
• บางคนมีตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่โตเลื่อนขั้นทุกปี
แต่ทำไมเรายังไปไมถ่ งึ ไหน
• หนุ่มบางคนไปจีบสาวเม่ือไหร่ กต็ ดิ ทกุ ที แตพ่ อเราไป
จีบบา้ ง ไมเ่ คยตดิ เลย
• บางคนสมหวังในความรักจนน่าอิจฉา พอถึงตาเรา
มแี ต่เลิกรากนั ไปไมร่ ู้ก่ีคน
• บางคนมีเงินเดือนเท่ากับเรา แต่เขาสามารถซื้อบ้าน
ซือ้ รถ มีเงนิ เก็บก้อนโต ในขณะท่ีเรายังไม่มีอะไรเปน็ ช้นิ เป็นอนั
ดร.วีรพงษ์ ศรทั ธาผล 55
หากลองคิดดูดีๆ ที่กล่าวมามันต้องมีอะไรผิดพลาด ผม
จะบอกว่าทั้งหมดอยทู่ ี่ ‘ตัวเรา’ ครับ
วิธเี รียนลัดไปสู่ ‘ความสำเร็จ’ คอื เดนิ ตามแนวทางหรือ
กลยุทธ์ที่คนสำเร็จเขาทำกันมาก่อน ถ้าคุณไปศึกษาเรียนรู้แล้ว
ทำตามแผนเหล่านี้ มันก็จะพาคุณไปสู่ความสำเร็จได้ ไม่ว่า
จะเป็นเรื่องงาน เงิน ความรัก ส่ิงเหล่าน้ีล้วนมีแผนแห่งความ
สำเรจ็ ท้ังนัน้
แต่เท่าที่เห็น คนส่วนใหญ่จะเลือกรับเอาเพียงบางส่ิง
แล้วไปทำตามแนวทางของตัวเอง พรอ้ มกบั บอกตวั เองวา่ “ฉนั
จะสำเร็จบนทางเดินของฉันเอง” หรือไม่ก็ทำไปโดยไม่รู้อะไร
เลย แน่นอนครับ มันอาจจะเกิดเหตุการณ์บางอย่างข้ึน และ
คุณอาจจะหมดแรงข้าวต้มซะก่อน แล้วล้มเลิกความตั้งใจไป
ก่อนท่ีจะสำเร็จก็ได้ ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายสามารถฟันธงได้เลยว่า
เจ๊งแน่นอน!
Success Leaves Clues.
ความสำเร็จท้ิงรอ่ งรอยไวเ้ สมอ
อันที่จริง กลยุทธ์หรือแผนแห่งความสำเร็จนี้ นอกจากจะ
ดูได้จากผู้ที่เขาทำสำเร็จแล้ว คุณก็สามารถเลียนแบบกลยุทธ์
แห่งความสำเร็จของตัวเองได้ เพราะเป็นแนวทางเฉพาะตัว ซ่ึง
แต่ละคนจะมีไม่เหมอื นกนั
56
เช่ือว่าทุกคนล้วนมีศักยภาพอยู่ในตัวแน่นอน ล้าน
เปอรเ์ ซน็ ต์ ถ้าจะหามนั ล่ะก็ คุณลองนึกถงึ ความสำเร็จที่คุณ
ภูมิใจมากที่สุดในอดีตมาสักเหตุการณ์หน่ึง เริ่มคิดทบทวนดู
ว่า ตอนนนั้ คุณเรม่ิ ต้นอย่างไรและทำได้จนสำเร็จ ลองรา่ งแบบ
ออกมา นน่ั คอื แผนแหง่ ความสำเร็จของคณุ ครบั
วันนี้อยากให้คุณกลับมาลองดูตอนนี้ครับว่า อะไรท่ีคุณ
อยากสำเร็จ แล้วยังไม่ได้มันมา คุณได้ใช้แผนความสำเร็จของ
คนอ่ืนหรือของคุณเองมาช่วยหรือยัง หากคุณนำมันมาใช้ใน
บางคร้ังสถานการณ์จะส่งผลกลายเป็น “หนังคนละม้วน” ให้
คุณประสบความสำเรจ็ ไดง้ ่ายและเร็วขึ้นนะครบั
ขอเพียงใหค้ ุณหามันให้เจอแลว้ ลุยเลยครบั
สำเร็จไว Trick#7
ถา้ ไม่อยากหลงทาง
จงวางแผนศึกษาเสน้ ทาง
ไว้ก่อนดกี ว่า
ดร.วรี พงษ์ ศรทั ธาผล 57
3. มีความขดั แย้งภายในตัวเอง
ความขัดแย้งนี้มีสองอย่างท่ีอยู่ในตัวคุณ คือ ‘ส่ิงที่คุณ
อยากเปน็ ’ กับ ‘ความเป็นตัวคณุ ’ อปุ สรรคอนั นถ้ี ้ามองผิวเผนิ
ก็อาจไม่มีอะไร เพียงแค่ส่ิงที่คุณอยากเป็นนั้น มันไม่ใช่ตัวตน
ของคณุ เท่าน้นั เอง
แต่หากมองลึกลงไป มันคือเรื่องใหญ่ทีเดียว ถ้าเกิดว่า
คุณมีตัวนี้เข้าล่ะ กว่าท่ีคุณจะไปให้ถึงความสำเร็จได้ อาจจะ
เหน่ือยพอสมควร เช่นเดียวกันกับคุณพยายามพายเรือทวนน้ำ
หรือปั่นจักรยานข้ึนเนินเขายังไงยังงั้น คุณต้องใช้กำลังมหาศาล
ในการขับเคลื่อนเพอื่ ไปสู่เปา้ หมายขา้ งหนา้ ที่ยังไกลอยลู่ ิบๆ
เรามาลองดวู า่ ความสำเร็จหรอื ความสุขทค่ี ุณอยาก ไมว่ า่
จะด้านการเงิน การงาน หรือความรัก มีความขัดแย้งในใจ
ตวั เองหรอื เปล่า
58
เช่น คุณบอกว่าคุณอยากรวย แต่ลึกๆ คุณไม่ชอบ
คนรวย เพราะคณุ มองวา่ คนรวยชอบเอาเปรียบคนจน ใช้อำนาจ
โกงกิน ไร้น้ำใจ อะไรทำนองน้ี เพียงแค่น้ีการต้ังเป้าหมายว่า
จะรวยของคุณก็สร้างความสับสนในชีวิตแล้วครับ ในขณะท่ี
คุณกำลังทำอะไรบางอย่างเพ่ือไปสู่ความร่ำรวย คุณจะต่อต้าน
เปา้ หมายตวั เองอยใู่ นใจลึกๆ ตลอดเวลา คณุ คงนึกภาพออกว่า
มนั เหนื่อยและท้อขนาดไหน
หรือคุณอยากสำเร็จในหน้าท่ีการงาน ขอเลื่อนขั้นเป็น
ผู้จัดการบ้าง ซึ่งคุณรู้ดีว่าต้องมีความรับผิดชอบมากข้ึน ต้อง
มีการนำเสนอตัวเองต่อผู้คนมากหน้าหลายตา ต้องใช้อำนาจ
ในการจัดการผู้คนใหง้ านเดนิ หนา้ หรอื ใหม้ ันสำเร็จลุลว่ งไป
คราวนี้ลองมาสำรวจตัวคุณเองดูครับ (ไม่อยากจะบอก
ว่าบงั เอิญอกี แลว้ )
• ถา้ คุณเปน็ คนสนั โดษ รกั อสิ ระ ไมช่ อบอยูใ่ นกรอบ แต่
ความเป็นจริงการมีหน้าท่ีการงานสูงข้ึน ความรับผิดชอบย่อม
มากขึน้ อาจจะทำให้คณุ ไปไหนไมไ่ ด้
ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล 59
• ตำแหน่งท่ีสูงขึ้น จำเป็นต้องพบปะกับผู้คนมากมาย
มันจะทำใหค้ ณุ เหนอื่ ย
• คุณเป็นคนชอบประนปี ระนอม ไม่ชอบมีปญั หากบั ใคร
การใช้อำนาจกบั ผู้อน่ื กเ็ ปน็ สง่ิ ท่บี าดใจ
เม่ือประมวลผลได้ดังน้ีแล้ว เป้าหมายท่ีอยากเติบโตใน
หน้าท่ีการงาน ก็มอี ันต้องพับเกบ็ ไว้ในตู้ต่อไป
มาดูเร่ืองความรักกันบ้าง เช่ือว่าส่วนใหญ่ก็อยากได้
คนทีร่ กั เราจริงๆ รักแท้ รกั เดียวใจเดยี ว หน้าตาดี และเอาอก
เอาใจเกง่ (บังเอิญอกี แล้วครับ) เพราะคุณเป็นคนไมช่ อบความ
วุ่นวาย ไม่ชอบการเปล่ียนแปลง คุณก็เลยไม่ชอบที่จะออกไป
เจอผ้คู น ไปงานสงั สรรค์
แน่นอนครับ เม่ือไม่ชอบออกงานสังคม ก็คงไม่มีทาง
ได้เจอคนรักอย่างท่ีต้องการเป็นแน่แท้ หรือถ้าคุณมีแฟนแล้ว
แต่บังเอิญมีนิสัยไม่เหมือนกัน คุณเป็นคนที่ชอบความท้าทาย
ความน่าต่ืนเต้น แต่แฟนคุณเป็นคนน่ารัก ชอบอยู่นิ่งๆ เฉยๆ
ไม่ต่ืนเต้น คาดเดาได้เลยว่าในกรณีแบบน้ี มักจะมีกิ๊กอยู่ไม่น้อย
60
ความรู้สึกขัดแย้งภายในเหล่านี้ท่ีเป็นตัวฉุดร้ังคุณไว้จาก
ความสำเร็จ ลองหาดูนะครับ หากพบแล้วจะได้หาทางจัดการ
กบั ส่งิ ทฉ่ี ุดร้ังความสำเรจ็ ของเราไว้
โปรดจำไว้ว่า “มีเพียงคนเดียวที่จะหยุดความสำเร็จ
ของคุณได้ น่ันคือตัวคุณเอง” ถึงเวลาต้องลุกมาปฏิวัติตัวเอง
เสยี ใหมค่ รับ
สำเรจ็ ไว Trick#8
ถา้ อยากไปถงึ ทหี่ มายเรว็
ก่อนออกเดนิ ทาง
จงวางแผนศึกษาเสน้ ทาง
ทั้งภายในใจและภายนอก
ทจ่ี ะนำไปสหู่ นทาง
แหง่ ความสำเร็จ
ดร.วรี พงษ์ ศรทั ธาผล 61
4. มขี อ้ จำกดั ในการตดั สินใจ
ถ้ามีคนถามว่า คุณรู้สึกมีความสุขความสำเร็จได้ตอนไหน
คุณจะตอบว่าอยา่ งไร
บางคนก็อาจจะตอบว่า เมื่อมันได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง
น่ะสิ หรือบางคนก็อาจจะตอบวา่ ในระหวา่ งทางเดนิ ไปสู่ผลลัพธ์
อันนนั้ ไง หรืออาจจะบอกวา่ แค่มีเป้าหมายก็สุขแลว้
แต่ไมว่ ่าคุณจะตอบอย่างไร กถ็ ูกของคณุ ครบั
ประเด็นอยู่ที่ว่า ไม่ว่าจะเป็นต้นทาง กลางทาง หรือ
ปลายทาง คุณต้องมีการตัดสินใจบางอย่างเกี่ยวกับเป้าหมาย
ของคณุ เพ่อื ที่ ‘จะทำ’ หรือ ‘ไมท่ ำ’ จริงไหมครบั
แล้วคราวนี้คุณจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าทุกการตัดสินใจ
ของคุณ มันจะนำไปสู่ความสำเร็จหรือให้ความสุขแก่คุณจริงๆ
แล้วถ้าเกิดไมใ่ ชข่ ึ้นมาละ่ มนั จะใหผ้ ลลัพธ์อย่างอืน่ หรอื เปล่า
62
ถ้าจะดใู หล้ ึกซึ้งกต็ อ้ งรวู้ ่า การทีค่ นเราตดั สนิ ใจจะ “ทำ”
หรอื “ไม่ทำ” นั้น สาเหตุเกดิ มาจากอะไร ตอบแบบตรงๆ เลย
ก็คอื มนั มาจากอารมณ์ ความคดิ และความเชอ่ื ของคุณครับ
สามอยา่ งนี้มารวมตวั กัน เพื่อให้คณุ ไดต้ ดั สินใจทำอะไรบางอยา่ ง
น่ันเอง หรือแม้กระทั่งการพูดออกมา น่ันก็เป็นการตัดสินใจ
แล้วท่จี ะพดู ไม่วา่ สถานการณไ์ หนๆ คณุ ตดั สินใจวา่ ไมพ่ ูดกท็ ำ
ไมท่ ำก็พดู หรอื ท้ังพดู ทัง้ ทำ
แล้ว 3 ข้อนี้มาจากที่ไหน ก็มาจากประสบการณ์ในอดตี
ที่คุณเคยเจอ เคยได้ยิน หรือเคยมีประสบการณ์มาด้วยตัวเอง
จนมนั หลอ่ หลอมกลายมาเปน็ ตวั คุณในวันน้ี
คำถามตอ่ มากค็ ือวา่ ถา้ อารมณ์ ความคดิ และความเชือ่
หรอื อย่างใดอยา่ งหนึ่งไม่ไดส้ นบั สนนุ เป้าหมายเลย คุณว่า การ
ตัดสินใจของคุณจะเป็นอย่างไรครับ โดยเฉพาะถ้ามีลักษณะ
ดังตอ่ ไปนี้
• อารมณล์ บ (Negative Emotion): ถา้ คณุ มีอารมณ์
เบ่อื เครียด โกรธ เกลียด เศรา้ ทอ้ แท้ ในเวลาทต่ี อ้ งตัดสินใจ
อะไรบางอย่าง เช่น อยากลดน้ำหนัก แต่ในเวลานั้นคุณกำลัง
มอี ารมณ์เหลา่ นี้ คุณวา่ ผลลพั ธ์จะเปน็ เช่นไร คุณยงั จะตัดสนิ ใจ
ควบคมุ อาหารหรือไปออกกำลงั กายไหมในตอนนัน้
• ความคดิ ลบ (Negative Thinking): ถ้าคุณเปน็ คน
คิดลบ ไม่มีอะไรดี ไปโทษทุกอย่างท่ีขวางหน้า เช่น ฝนตก
รถติด ที่ทำงาน เจ้านาย ครอบครัว และอื่นๆ แล้วคุณต้อง
ทำการตัดสินใจเพื่อไปสู่เป้าหมาย เช่น อยากมีครอบครัวท่ี
อบอุ่น แต่คุณมีความคิดลบเหล่านี้อยู่ คุณคิดว่าคุณภาพของ
การตัดสนิ ใจและผลลัพธจ์ ะเปน็ เช่นไร เช่น แฟนเปน็ คนใจเย็น
ขับรถชา้ มาก ทที่ ำงานก็ไกล เจา้ นายบ้าอำนาจ ส่วนลกู กไ็ มไ่ ด้
ดั่งใจ คุณจะพูดอย่างไรกับลูก ตอนไปรับเขาท่ีโรงเรียน พอ
กลับถึงบ้านตอนเย็นก็กินข้าวพร้อมกันบรรยากาศบนโต๊ะอาหาร
จะเป็นอย่างไร แค่นึกก็ขนลุกเลยว่า ผลลัพธ์ที่ออกมาน่าจะ
ไปทางบา้ นแตกมากกว่าอบอุ่น
64
• ความเชอ่ื ทีจ่ ำกัดตวั เอง (Limiting Belief): ถา้ คณุ
คิดเสมอวา่ ฉนั ไมเ่ กง่ ไมด่ พี อ ไมม่ ่นั ใจ ฉนั อายมุ ากแลว้ หรอื
ฉันยังเด็กเกินไป หรือสารพัดเหตุผลท่ีคุณจะบอกว่า คุณไม่ได้
เร่ืองสักอย่าง เวลาที่คุณทำการตัดสินใจโดยมีความเช่ือนี้อยู่
ในหัวตลอดเวลา เช่น อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่คุณมีความ
เช่ือท่ีจำกัดแบบน้ี คุณว่าคุณภาพของการตัดสินใจจะมีผลลัพธ์
เป็นเชน่ ไร และคณุ ยังจะตัดสนิ ใจเร่ิมหาความรู้ ออกไปพบผูค้ น
หรือเริ่มตอ่ รองหาคนซื้อสนิ คา้ ไหมครบั
ท่ีเลวร้ายกว่านั้น ถ้าเผอิญคุณมีครบท้ังสามตัวในหน่ึง
การตัดสินใจ แค่นึกก็ขนลุกแล้ว สยองยิ่งกว่าดูหนังผีดุญี่ปุ่น
“จู-ออน” อกี ครับ ไม่เชอ่ื กล็ องไปตั้งเป้าหมายกนั เล่นๆ ดู แลว้
ใส่ให้หมดแม็กไปเลยทั้งสามตัวที่กล่าวมา แล้วมาดูว่า คุณ
ตัดสนิ ใจทำอะไรบา้ ง
แนะนำว่าอย่าอยู่คนเดียวตอนนั่งเขียนรายการตัดสินใจ
ออกมาเล่นๆ เพราะส่ิงท่ีคุณได้ อาจจะทำให้น้อง “จู-ออน”
ตกกระป๋องไปเลยทเี ดียว
ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล 65
ทั้งหมดทกี่ ลา่ วมานั้น เพอื่ จะช้ีใหค้ ณุ เหน็ วา่ การตัดสินใจ
ของคุณมีผลอย่างมากต่อการลงมือทำหรือไม่ทำอะไรบางอย่าง
เพื่อบรรลุความสำเร็จ ถ้าคุณภาพในการตัดสินใจของคุณดี
แน่นอนครับว่าผลลัพธ์ย่อมออกมาดี แต่ถ้าคุณภาพมันไม่ดีล่ะ
ผลลัพธจ์ ะออกมาเป็นอย่างไร นึกไม่ออกจรงิ ๆ
ซง่ึ เคยมคี ำกลา่ วดว้ ยประโยคที่วา่ ...
“Life Begins when you make Decision”
“ชวี ิตเร่มิ ต้นเม่อื คณุ ทำการตัดสินใจ”
สำเรจ็ ไว Trick#9
ชีวิตเรมิ่ ต้นเมอื่ คณุ ทำการตัดสินใจ
จงตัดสินใจเลย ณ ตอนน้ี
จะมัวรออะไร
66
5. ติดอย่ใู นโซนขเี้ กียจ
ข้อน้ีเป็นข้อสุดท้ายและเป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงต่อ
ความสำเรจ็ ของคุณ ผใู้ หญม่ กั จะพดู เสมอว่า “ชอบติดสบาย”
หรือภาษาวัยรุ่นยุคฮอร์โมนกำลังพุ่งก็จะพูดกันว่า “ขี้เกียจ”
น่ันเองครับ
คณุ เคยถามตัวเองไหมว่า...
• ทำไมฉนั ถึงไมอ่ ยากลกุ ขึ้นมาทำอะไรใหมๆ่ แต่ทำไมฉนั
จึงทำอะไรแบบเดมิ ๆ มาได้เปน็ ห้าปสี บิ ปี
• ทำไมเวลาท่คี ุณเห็นคนอื่นเขาบา้ พลัง ชอบทำโนน่ ทำน่ี
ตลอดเวลา คุณก็ได้แต่คิดในใจว่า “ปล่อยให้พวกบ้าพลังมัน
ทำไป” ฉันก็มีความสุขตามอัตภาพของฉันดีอยู่แล้ว อย่ามายุ่ง
กับฉันเปน็ พอ
ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล 67
พลงั ของความรสู้ ึกสบายๆ ชิวชิว ไมก่ ดดนั ไม่ได้ลำบาก
ไม่ต้องดิ้นรน เรียกว่าพอกินพอใช้ เที่ยวได้ตามอัตภาพ สิ่ง
เหล่านี้ล่ะครับท่ีรวมเรียกมันว่า “โซนข้ีเกียจ” (Comfort
Zone) ท่ีมาเป็นกับดักอันน่ากลัวท่ีคอยฉุดรั้งคุณไว้จากความ
สำเร็จ
มีคนกล่าวไว้วา่ “A life of comfort will kill you
silently : ชีวิตติดขี้เกียจจะฆ่าคุณอย่างช้าๆ” ช่างเป็น
คำกล่าวท่ีน่ากลัวจริงๆ ครับ เหตุผลก็คือ เพราะคุณไม่อยาก
เหนื่อยเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ ทั้งยังกลัวความ
ไมแ่ น่นอน และคาดเดาไม่ได้ของการอย่นู อก “โซนขเี้ กยี จ” ดังนน้ั
คุณกจ็ ะอยู่ในโซนนี้ไปเรอ่ื ยๆ เพราะร้สู ึกปลอดภยั แมว้ ่าคุณจะ
เบื่อบ้างเป็นบางครั้งก็ตาม คุณก็ยังไม่เร่ิมลงมือทำอะไร ชีวิต
คุณก็จะย่ำอยู่กับท่ี อาชีพการงานก็ไม่ก้าวหน้า และอื่นๆ อีก
มากมาย
68
คุณเคยได้ยินหรือมีคนบอกคุณไหมว่า ให้ก้าวออกมา
จากพ้ืนท่สี บายๆ บ้าง แล้วคุณจะพบอะไรใหมๆ่ ซ่งึ อาจจะนำ
คุณไปสู่ความสำเรจ็ ทย่ี งิ่ ใหญก่ ว่านกี้ เ็ ปน็ ไปได้
ทำไมคนสำเร็จจึงสำเร็จครับ
เขาจะลุกข้ึนมาทำโน่นทำนี่ตลอดเวลา เพราะรู้ว่าความ
สำเร็จท่ีจะได้มามันไม่ได้อยู่ในโซนนี้ เขาก็เลยออกไปหามันเอง
ยอมเหน่ือย ยอมแลก ยอมถูกกดดัน และต่อสู้กับความกลัว
ในใจ ทำไปตามแรงจูงใจที่เขามีต่อความสำเร็จ ต่อเป้าหมาย
และพยายาม “ปรับตัวให้คุ้นเคยกับความไม่คุ้นเคย” “Get
comfortable with being uncomfortable” เผ่อื วา่ วันหนง่ึ
เขาอาจจะไปเจอเหตุการณท์ ไี่ ม่คาดฝนั เกดิ ขนึ้ นอก “โซนข้ีเกยี จ”
กไ็ ด้ ใครจะไปรู้
ผมมีความลับบางอย่างจะบอก เผ่อื คุณจะไดม้ แี รงจูงใจ
อยากสำเร็จบ้าง คนสำเร็จเขาก็มี comfort zone ครับ
เพียงแต่วา่ ขนาด comfort zone ของเขามีพน้ื ทที่ ี่ใหญก่ วา่
มากกว่าเทา่ นั้นเอง
ดร.วีรพงษ์ ศรทั ธาผล 69
ถ้าจะเป็นการเริ่มต้นท่ีดี ก็ลองขยาย comfort zone
ของคุณดูสักเล็กน้อยก่อนก็ได้ ลองสร้างแรงจูงใจต้ังเป้าหมาย
แล้วลองทำอะไรใหม่ๆ ทีละเล็กทีละน้อย มันจะมีแรงผลัก
เกิดขึ้นเพอ่ื ให้คุณคอ่ ยๆ ก้าวออกมา
เรามาลองขยาย comfort zone ของเราไปพรอ้ มๆ กนั
ครับ!
สำเรจ็ ไว Trick#10
ความขเี้ กียจ
คอื ศตั รทู รี่ ้ายกาจ
ของความสำเรจ็
สมองและความสำเรจ็
มนุษยเ์ กิดมาพรอ้ มกับสมองแห่งความสำเรจ็
แตถ่ กู ปดิ ก้นั จากสง่ิ ต่างๆ รอบตวั
สมองจะมหี นา้ ทร่ี บั ใชค้ ณุ
ถ้าคณุ เพยี งแคร่ วู้ ิธี
และเข้าใจกลไกการทำงานของสมอง
คณุ พร้อมหรือยังทีจ่ ะลองหนั มาควบคมุ สมอง
เพ่ือความสำเรจ็ ในส่ิงท่ีคุณต้องการ
1. ภาษาสมอง
ตอนน้ีใครๆ ก็อยากเรียนเก่ียวกับสมอง ว่ามันคืออะไร
และทำงานอย่างไร รอยหยักในสมองจะมีผลต่ออนาคตและ
ความสำเร็จของเราไหม เพ่ือท่ีเราจะได้ฉลาดข้ึน และเราต้องรู้
เก่ียวกับเส้นประสาทสมองด้วย ท้ังนิวรอน แอ็กซอน สมอง
ส่วนหนา้ สว่ นกลาง ส่วนหลัง อีกทงั้ ยงั มสี มองซกี ซ้าย ซีกขวา
สมองส่วนชา้ และสมองส่วนเรว็ อกี
ส่งิ ท่ีกลา่ วมาน้ีเราได้เรยี นกนั มามากมาย แต่เราพอจะทราบ
ไหมครับว่า สมองกม็ ภี าษาของเขาเอง เพอ่ื เก็บบนั ทกึ ไม่วา่
ชนชาติใดในโลกนี้ กจ็ ะมภี าษาสมองเหมอื นกนั ครับ
72
สมองจะรับข้อมูลผ่านตัวเราเข้ามาและเก็บไว้ในสมอง
ผ่านประสาทสัมผัสท้ังห้าคือ ภาพท่ีผ่านตา รสชาติที่ผ่านล้ิน
กลิ่นที่ผ่านจมูก เสียงท่ีผ่านหู และการสัมผัสท่ีผ่านร่างกาย
หากจะเปรียบเทียบให้เห็นกันชัดๆ ก็จะคล้ายๆ กับภาษา
คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีเพียงแค่ 0 กับ 1 แต่พอเอามาผสมกัน
หลายตัวหลายตำแหนง่ มันก็กลายเปน็ ส่ิงทอ่ี ลงั การข้นึ มาทเี ดียว
ตา รปู
หู เสียง
สมั ผสั รู้สึก
จมกู กลน่ิ
ปาก รสชาติ
ดร.วรี พงษ์ ศรัทธาผล 73
สมองก็เชน่ กันครบั ถ้าบอกให้นึกถึงภาพกาแฟ คณุ นึกถงึ
อะไร บางคนก็เห็นแก้วกาแฟสีขาวที่ยื่นออกไปรอน้ำกาแฟจาก
เครือ่ งบด ไดย้ นิ เสยี งชอ้ นทีก่ ระทบกบั แก้วกาแฟตอนชง จนรสู้ กึ
ได้ถึงไออุ่น ผ่านควันสีขาวท่ีลอยละล่องข้ึนมาพร้อมกล่ินหอม
ของกาแฟ และรสชาติท่ีกลมกล่อมจับใจ สมองจะบันทึกคำว่า
‘กาแฟ’ เข้าสู่สมองในลกั ษณะน้ี
ดังนั้นประสบการณ์เก่ียวกับกาแฟของแต่ละคนไม่เหมือน
กัน สมองก็จะบันทึกเอาไว้ไม่เหมือนกัน บางคนจะเห็นเป็น
กาแฟกระป๋อง บางคนจะนกึ ถงึ ร้านกาแฟสตาร์บคั หรอื บางคน
กอ็ าจนึกถึงไรก่ าแฟเลยกม็ ี นเี่ ป็นเพียงแคภ่ าพแบบเดียวนะครบั
ผมยังไม่ได้พูดถึง เสียง สัมผัส กลิ่นและรส ซึ่งแต่ละคนย่อม
เหน็ ไมเ่ หมอื นกันแนน่ อน
นอกจากนี้ สมองจะเก็บขอ้ มลู ไว้ในตำแหนง่ เฉพาะเจาะจง
มาก เหมือนไฟล์ในคอมพิวเตอร์ยังไงยังง้ันล่ะครับ เปิดเคร่ือง
เมอ่ื ไหรก่ ็เหน็ เหมือนเดิม มันเป็นการผสมของภาพ เสยี ง สัมผัส
กล่ิน รส กลายเปน็ คำว่า ‘กาแฟ’ จนกวา่ มนั จะมกี ารแกไ้ ขและ
บันทึกลงไปใหม่นั่นแหละครับ โครงสร้างภาษาสมองถึงจะเปล่ียน
74
ยกตัวอยา่ งเชน่ เม่อื กอ่ นเคยกินกาแฟดำแลว้ ขม เวลา
พูดถึงกาแฟก็จะขมตลอด พอมาเจอกาแฟใส่นมผสมน้ำตาล
รสชาติกลมกล่อม เราจะได้คำว่ากาแฟแบบใหม่ใส่เข้าไปใน
สมอง
ดังน้ัน ภาษาพูดที่เราเรียนกันมา ล้วนเป็นคำที่ใช้
สื่อสารกับสมองถึงอารมณ์ความรู้สึกที่เก่ียวกับคำน้ันๆ เช่น
คำว่า ตำรวจ พอ่ แม่ รถไฟ เครอ่ื งบนิ อกหัก รกั คุด ลม้ เหลว
สำเร็จ ฯลฯ เมอื่ คณุ ลองพูดคำเหลา่ นี้ออกมา มันมภี าพ เสยี ง
สัมผัส อะไรเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งภาพ เสียง สัมผัสเหล่านี้ จะเป็น
ตัวกำหนดความรู้สึกเรากับส่ิงนั้นๆ เมื่อเรารู้อย่างนี้แล้ว เราก็
สามารถสือ่ สารกับสมองได้เลยวา่ เราอยากให้มนั เปน็ อยา่ งไร
เช่น บางคนเวลาพูดถึงคำว่า ‘งาน’ ก็ออกอาการหดหู่
ส่ายหน้าไปมา นั่นเป็นเพราะภาพที่เห็นคือ ทำงานดึก ต่ืนเช้า
เจ้านายด่า ค่าโอทไี มม่ ี หนกี ลบั ก่อนกไ็ มไ่ ด้
แต่คุณก็เลือกได้นี่ว่า คุณอยากจะรู้สึกอย่างไร คุณคง
ไม่อยากให้สมองบอกคุณอย่างเดียวใช่ไหมครับ ลองเปลี่ยน
ภาพงาน เป็นภาพเงินเดือนเข้ามาทุกเดือน ภาพเจ้านายด่า
เป็นภาพเจ้านายที่หวังดีกับเรา อย่างน้ีสมองคุณก็จะให้คุณ
รสู้ ึกดีกบั คำว่า “งาน” ได้ครบั
สำเร็จไว Trick#11
ความหมายในภาษา
เมื่อคุณสร้างมนั ขนึ้ มาได้
คณุ ก็เปลี่ยนมันได้
76
2. ลบทิ้ง เหมารวม บิดเบอื น คือหนา้ ท่ีของเขาละ่
สมอง คือเครื่องเก็บความจำขนาดใหญ่ เพื่อจะได้มี
ข้อมูลเอาไว้ประมวลผล ซึ่งก็คล้ายๆ คอมพิวเตอร์นั่นแหละ
ครับ เก็บข้อมูลเอาไว้ เวลามีคนป้อนชุดคำสั่งเข้าไป เขาก็จะ
ประมวลผลขอ้ มลู ทม่ี ีอยแู่ ละให้ผลลัพธบ์ างอยา่ งออกมา
ข้อมูลที่จะเข้าไปเก็บในสมองได้ ก็คือข้อมูลที่ผ่าน
ประสาทสัมผัสท้ังห้า ภาพ เสียง สัมผัส กลิ่น รสชาติ พอ
สมองเราได้ข้อมูลเหล่านีแ้ ล้ว เขาจะต้องมีกระบวนการ 3 อย่าง
ดว้ ยกันคือ
ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล 77
2.1) ลบท้ิง (Delete)
รู้ไหมครับว่า ใน 1 วินาทีจะมีข้อมูลเข้าสู่สมองเรา
มากมายมหาศาลเป็นล้านบิทต่อวินาที ลองนึกถึงภาพท่ีมีคน
หลายคนช่วยกันสง่ ปากกาใหค้ ุณ ประมาณ 2,000,000 แทง่
ตอ่ วินาที คณุ จะใชม้ อื รบั ได้ก่แี ทง่ ครบั ตามทฤษฎีแล้วเขาบอก
ว่า เรารับไดเ้ พยี งแค่ 134 แท่งเท่านนั้ เอง ท่ีเหลอื สมองก็จะ
จดั การลบท้งิ หมด
ถ้าไม่เชอ่ื คณุ ลองไปฟงั ใครพูดก็ไดส้ ักห้านาที แล้วลองพดู
ใหเ้ หมือนเขาเป๊ะเลย รับรองเอาพุงเปน็ ประกนั คุณไมส่ ามารถ
จำคำพูดเขาได้ทั้งหมดหรอกครับ เพราะจะจำได้บางคำท่ีสมอง
คุณเลือกเท่านั้น เหตุผลที่จำไม่ได้ ก็เพราะมันรกสมองไงครับ
สมองคุณกเ็ ลยจัดการลบมันทง้ิ ไปซะ
78
2.2) เหมารวม (Generalize)
เมื่อสมองทำการลบข้อมูลส่วนมากทิ้งไปและรับเอา
ข้อมูลส่วนน้อยเข้ามา สมองก็จะเอามาตีความเหมารวมเป็น
ข้อมูลเบ้ืองต้นให้คุณก่อนท่ีจะนำมันออกไปใช้ ปัญหาก็คือว่า
ไอ้ข้อมูลส่วนน้อยนี่แหละ ไม่ได้เป็นข้อมูลท่ีเป็นจริง หรือเป็น
ข้อมูลที่ถูกต้องเสมอไป หากแต่เป็นข้อมูลท่ีคุณเลือกรับเข้ามา
เอง
อย่างเช่น คุณไปกินอาหารตามส่ังที่ร้านข้างทาง แล้ว
เกิดท้องเสียตอนกลางคืน คณุ กเ็ หมารวมไปเลยว่า “รา้ นอาหาร
ข้างทางทุกร้านไม่สะอาด” โดยท่ีคุณไม่ได้เลือกเอาข้อมูลอ่ืน
มาดู ซึ่งก็คงมีอีกหลายเหตุการณ์ท่ีคุณเหมารวมไปหมด ไม่ว่า
จะเปน็ ...
ผ้ชู ายไทยเจา้ ชู้
ภาษาอังกฤษยาก
คนรวยมักเห็นแก่ตัว เปน็ ตน้
ดร.วรี พงษ์ ศรัทธาผล 79
2.3) บิดเบือน (Distort)
ข้อนี้มีผลต่อเน่ืองมาจากการเหมารวมของคุณ จนกลาย
เป็นรูปแบบความเช่ือในสมองไปแล้ว ทำให้คุณมองโลกในแบบ
ของคณุ ซึ่งมันก็ไมใ่ ชโ่ ลกแห่งความเป็นจริงซะทเี ดยี ว เชน่ ถา้
คุณเหมารวมว่า ผู้ชายมักจะเจ้าชู้ คุณก็จะมองผู้ชายทุกคน
ท่ีผา่ นเข้ามาในชวี ติ คณุ ว่าเจ้าชู้
อันน้ีสมองก็จะบิดเบือนข้อมูลจริงให้เข้ากับรูปแบบความ
เช่ือของคุณ ขอบอกเอาไว้เลยว่า สมองมีเรดาร์ครับ คุณเช่ือ
อย่างไร คุณก็จะเห็นอย่างนั้น เช่น ถ้าคุณเช่ือว่าคนนี้เป็นคน
ไม่ดี คุณก็จะเห็นแต่พฤติกรรมไม่ดีของเขา สมองคุณก็จะ
พยายามหาเหตุการณ์มาสนับสนุนในส่ิงท่ีคุณเช่ือ ซึ่งบางคร้ัง
มันอาจจะไม่ใช่อย่างที่คุณเหน็ กไ็ ด้
80
ถ้าลองมาผูกโยงกันดูก็จะเห็นชัดเลย เช่น มีคร้ังหนึ่ง
คุณจับได้ว่าแฟนเก่ายังคุยกับแฟนเก่าของเขาอยู่ ทำให้คุณ
โมโหมากและเชื่อว่า ผู้ชายต่อให้มีแฟนใหม่ ก็ยังมีเยื่อใยกับ
แฟนเกา่ อยู่ดี (เหมารวมครับ) เรื่องน้คี ณุ ยอมไม่ได้ กเ็ ลยเลกิ กับ
แฟนเกา่ ไป จากนน้ั คณุ กไ็ ปมแี ฟนใหม่ และดันไปรูว้ า่ แฟนใหม่
คุณก็ต้องมีแฟนเก่า ก่อนที่เขาจะมาเจอแฟนใหม่ซึ่งก็คือ คุณ
และต่อให้แฟนใหม่เอาอกเอาใจคุณดีขนาดไหน (ข้อมูลนี้ถูก
ลบท้งิ ครับ สมองคุณไมเ่ ลือกทจี่ ะเอาไปเกบ็ เพราะไม่ใชส่ าระท่ี
คณุ ให้ความสนใจ) คุณกร็ ะแวงว่าแฟนใหม่จะต้องแอบไปคยุ กบั
แฟนเก่าแน่ๆ เพราะเรื่องทำนองน้ี มันเคยเกิดข้ึนมาแล้วกับ
แฟนเกา่ ของคุณ
คราวน้ี เวลาคุณเห็นแฟนใหม่เดินออกไปคุยโทรศัพท์ใน
ท่ีเงยี บๆ คนเดยี ว หรอื พอคณุ โทร.ไปหา เขาก็ไมร่ บั สาย คณุ ก็
ตีความเลยว่า แฟนใหม่คุณต้องแอบไปคุยกับแฟนเก่าอยู่แน่ๆ
(ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า แต่สมองคุณบิดเบือนความหมายของ
เหตุการณ์ไปแล้ว) และคุณก็จะคอยเก็บเอาเหตุการณ์นี้แหละ
มาเป็นตัวยืนยัน “ความเชื่อของตัวเอง” คุณก็จะมีคำพูด
ตดิ ปากเสมอวา่ “เห็นไหมละ่ ฉนั ดผู ดิ ไปซะท่ีไหน” (จะบอกว่า
ดูผิดครับ ที่แฟนใหม่คุณไปคุยโทรศัพท์เงียบๆ น่ี เขาอาจจะ
ดร.วรี พงษ์ ศรทั ธาผล 81
แอบไปแทงพนันบอลก็ได้ครับ แต่กลัวคุณจะรู้ ส่วนที่คุณโทร.
ไปหาแตไ่ ม่รบั สายนัน้ เขาเมาค้าง นอนยังไมต่ ่นื จรงิ ๆ ครับ)
เห็นไหมครับว่า ในเรือ่ งของสมองถ้าร้ไู ม่ทนั เขาล่ะก็ เขา
ก็จะสร้างอะไรๆ ให้เราตลอดเวลา สุดท้ายแล้ว ก็จงพึงระวัง
ไว้เสมอว่า…“ไม่ว่าคุณจะคิดยังไง สมองก็ถูกเสมอสำหรับ
คุณ” ครบั
สำเรจ็ ไว Trick#12
แม้สมองถกู เสมอ
แต่เราควบคุมสมองได้
82
3. “สมอง” เคร่ืองจับคใู่ หค้ วามหมาย
สมอง คืออวยั วะที่บอบบางมากๆ และมนี ้ำหนกั เพียงแค่
กิโลฯ กวา่ ๆ เท่านั้นเอง แตเ่ ชอื่ ไหมครบั ว่า หน้าที่ของเขายิ่งใหญ่
อลงั การมาก เพราะเขาทำหนา้ ท่ีควบคมุ ความเป็นไปของมนษุ ย์
ต้ังแต่เดก็ จนแก่ตายไปนน่ั แหละครับ
คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าสมอง คือ อวัยวะสำคัญท่ีสุด
สำหรับมนุษย์ สำคญั ไม่สำคญั ลองดกู ไ็ ดค้ รบั ลองเดินไปบอก
ใครสกั คนดูวา่ “ในหัวเธอน่ะ สมองมีไหม” “ในหัวมีแตข่ ีเ้ ล่อื ย
หรือไง สมองน่ะหายไปไหน” เชื่อขนมกินได้เลย ร้อยทั้งร้อย
ถ้าคนท่ีถูกถามแบบน้ันถ้าไม่โกรธคุณแสดงว่า สมองไม่สำคัญ
สำหรับเขา (ไม่ต้องลองจริงนะครับ เพราะอาจมีการเจ็บตัว
เป็นของแถม)
ดร.วรี พงษ์ ศรทั ธาผล 83
ลองนึกภาพดูครับว่า หากมนุษย์ไม่มีสมองในหัวแล้ว
คงจะมีมนุษย์รูปแบบใหม่ที่เราอาจจะนึกภาพไม่ออกกันเลยก็ได้
ถ้าสมองสำคัญขนาดน้ี มใี ครเคยสงั เกตการทำงานของเขา
บ้างไหม ถ้าลองสังเกตดูดีๆ คุณจะเห็นว่าเขาทำงานได้อย่าง
นา่ มหศั จรรย์มาก ในทุกๆ เหตกุ ารณ์ทเ่ี ราเหน็ และรบั รภู้ ายนอก
ไม่ว่าจะเป็นคนเดิน คนว่ิง รถติด เล่นกฬี า อุบัตเิ หตุ เจ้านายดา่
ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า สิ่งเหล่านี้แหละสมองจะคอยประมวลผลและ
ให้ความหมายต่อเหตุการณ์นั้นๆ ตลอดเวลา และเขาก็จะไป
เช่ือมโยงเหตุการณ์น้ันกับข้อมูลภายในบางอย่างในหัวสมองเรา
ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ ความเช่ือ หรือความทรงจำในอดีต
ท่ีเราเกบ็ ไว้ แล้วตีความหมายออกมาในเชงิ ดี ไมด่ ี ชอบ ไม่ชอบ
ถ้าเปรียบเทียบดู สมองก็เหมือนเคร่ืองจักรที่ทำหน้าที่
คอยจับคู่เช่ือมโยงเหตุการณ์ภายนอกเข้ากับข้อมูลภายใน
น่ันเอง (Brain is a connecting machine) จับคู่แล้วจะ
ตีความหมายออกมา ยกตัวอยา่ งเชน่
ดอกไม้ เทา่ กับ สวยงามและหอม
เงิน เท่ากบั ความสขุ แตห่ ายาก
เพื่อน เทา่ กบั มีเยอะตอนเมาเหลา้
แต่ถ้าหากสมองเช่ือมโยงไม่ได้ และให้ความหมายไม่ได้
เราจะมีอาการหงดุ หงดิ ครบั
84
หรือถ้าเป็นเหตุการณ์ที่สมองจะเชื่อมโยงความหมายให้
อย่างเช่น คุณเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง หน้าท้องย่ืนพอสมควร
เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าพอดี ขณะท่ีคุณน่ังอยู่บนรถไฟฟ้าที่
แน่นมาก สมองคุณจะบอกว่า ผู้หญิงคนน้ีท้องแน่นอน ถัดมา
สมองก็ให้ความหมายอีกว่า นั่งต่อไม่ได้นะ เพราะผิดมารยาท
สังคม ว่าแล้วคุณก็ลุกข้ึนพร้อมผายมือเชิญให้เธอน่ังตาม
มารยาท “เชิญคนท้องนั่งได้เลยครับ” เธอหันมามองคุณอย่าง
ตะลงึ และไม่คดิ ว่าจะมาเจอคนแบบนใ้ี นสังคมกรงุ เทพฯ พร้อมกบั
พดู อย่างเขินๆ ว่า “หนอู ้วนเฉยๆ คะ่ ไม่ไดท้ อ้ ง”
แลว้ อย่างนี้ สมองคุณให้ความหมายว่าอย่างไรครบั
สำเร็จไว Trick#13
สมองจะประเมินความหมาย
ในทุกเหตุการณ์
และคณุ เลือกไดว้ ่า
จะให้ความหมายมนั
วา่ อย่างไร
ดร.วีรพงษ์ ศรทั ธาผล 85
4. “ความเจบ็ ปวด” และ “ความพึงพอใจ” คือแรงขับ
ทำไมสมองต้องคอยให้ความหมายเหล่านั้นด้วย เหตุผล
ก็คอื ว่าเพือ่ ที่เราจะไดต้ ัดสนิ ใจทำหรือไม่ทำอะไรบางอย่าง และ
การที่ ‘ทำ’ หรอื ‘ไมท่ ำ’ น่ลี ่ะครับ มันเรมิ่ มาจากการทส่ี มอง
ต้องจัดการตีความเหตุการณ์ให้เสร็จสรรพว่ามันหมายความว่า
ยังไงก่อน
โดยหลกั การตีความของสมองกง็ ่ายๆ ครับวา่ เหตกุ ารณ์นี้
หมายความกับเราวา่ ยังไง
มนั เปน็ “ความเจบ็ ปวด” (pain)
หรือเป็น “ความพึงพอใจ” (pleasure)
86
เม่ือตีความได้แล้ว สมองจะคอยบอกเราต่อทันทีว่าไม่ว่า
จะทำอะไรก็ตาม “ใหห้ ลกี เลยี่ ง Pain นะ หรอื ใหท้ ำอะไรก็ได้
ท่ีเธอรู้สึก Pleasure เสมอ” แล้วเราก็จะแสดงพฤติกรรม
บางอย่างออกมาเพ่ือท่ีจะหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดและยอมรับ
ความพึงพอใจ (avoid pain and gain pleasure) ตลอดเวลา
ครบั
ลองนึกภาพดูนะครับ สมมุติว่า ถ้ามีสาวโสดคนหนึ่ง
กำลงั ยนื รอรถไฟฟา้ อยูค่ นเดยี ว แลว้ มชี ายหนุ่มคนหนึ่งหนา้ ตาดี
เดินเข้ามาแนะนำตัวกับหญิงสาวคนนี้อย่างสุภาพ แต่แอบ
ประหมา่ นิดๆ พรอ้ มกบั ขอเปน็ เพอ่ื นใน Facebook ในกรณนี ้ี
คณุ จะให้ความหมายว่ายงั ไงครบั
• ถ้าสมองคุณให้ความหมายว่า “เย้ โคตรโชคดีเลย
มีคนหล่อน่ารักมาจีบฉันด้วย โอกาสลงจากคานมาถึงแล้ว”
(Pleasure)
• ถ้าคุณไม่ให้ที่อยู่ Facebook เขาไป โอกาสอาจไม่มี
อีกแลว้ (Pain)
• คุณก็เลยใหไ้ ปทง้ั Facebook เบอรโ์ ทร. อาจจะแถม
Line ID ใหเ้ ขาไปดว้ ย กนั พลาด (Pleasure)
ดร.วรี พงษ์ ศรัทธาผล 87
แตถ่ า้ คุณให้ความหมายว่า...
• “ไอ้ผู้ชายบ้ากาม หน้าด้าน เจ้าชู้ประตูดิน กลางวัน
แสกๆ •ยงัถก้าลค้าุณ”ใ(หP้ aiFna)cebook หรือเบอร์โทรศัพท์ไปคุณต้อง
เดอื ดรอ้•นคใุณนภก็าอยาหจลจงัะแทนำๆ่ เมถินา้ เยฉุง่ ยเกีย่ หวรกือับอเขาจาส(P่งสaiาnย)ตาจิกผู้ชาย
คนน้ันไป พร้อมกับพดู วา่ “ขอโทษค่ะ ไม่สะดวกคะ่ ” (เพราะ
คุณคิดว่าคุณเป็นคนมีมารยาท) แล้วอาจจะทำเป็นไม่สนหรือ
เดนิ หนไี ป (Pleasure)
หรือลองนกึ ถงึ เหตุการณอ์ ่นื เล่นๆ กไ็ ด้ครบั เช่น ตกงาน
เจ้านายตำหนิ แฟนให้ของขวัญวันเกิด สมองคุณจะให้ความ
หมายกับเหตุการณ์เหล่านี้ว่ายังไง แล้วคุณมีการกระทำอย่างไร
ต่อเนื่องมาจากการท่ีสมองตีความให้คุณบ้าง คุณจะสังเกตว่า
สมองบงการคุณอยู่ตลอดเวลาครับว่า ให้เลือกทำสิ่งที่คุณ
พึงพอใจ (pleasure) และให้หนหี า่ งความเจบ็ ปวด (pain)
อยู่เสมอครบั
88
ผมพูดไม่ผิดครับ สมองบงการคุณตลอดเวลา น่ากลัว
แลว้ ใช่ไหมครับ เม่อื เรารอู้ ยา่ งนีแ้ ล้ว เราก็สามารถใชป้ ระโยชน์
โดยการบงการสมองกลับไปได้ โดยเฉพาะการต้ังเป้าหมาย อนั น้ี
จะมีประโยชน์มากๆ เลย คณุ ก็แคจ่ ดั การใส่ Pain เขา้ ไปเยอะๆ
ถ้าคุณทำไมส่ ำเร็จ และกใ็ ส่ Pleasure เขา้ ไปเยอะๆ เม่ือคุณ
ทำสำเรจ็
อย่างเช่น บางคนอยากลดน้ำหนัก แต่ลดไม่ได้สักที
ลองใส่ Pain ดูครับ เช่น
- ถ้าฉันอ้วนมาก ฉันจะดูนา่ เกลียด
- ใส่ชดุ เทยี่ วเทๆ่ ไมไ่ ด้
- เหน่อื ยง่าย
- โรครุมเร้า
- ตายเร็วแนๆ่
- หาแฟนไม่ได้
ต่ืนมาตอนเช้าตกใจใบหน้าตัวเองท่ีอืดเป็นกะละมัง
อยหู่ นา้ กระจก (ผเู้ ขียนเคยเปน็ เอง ฮ่า ฮา่ )
ดร.วรี พงษ์ ศรทั ธาผล 89
เสรจ็ แลว้ ลองมาใส่ Pleasure เยอะๆ เชน่
• ถ้าฉันผอมกวา่ นี้สกั 10 กิโลฯ ฉนั จะเปน็ คนที่มีรูปรา่ ง
ดีมาก
• ได้ใส่เส้ือผ้าเท่ๆ ดูดี ทันสมัยตลอดเวลา และฉันก็จะ
เป็นจดุ เด่นทีใ่ ครๆ กช็ อบมอง
• ฉันจะมีสุขภาพดี แข็งแรง ใบหน้ามีเลือดฝาด จน
กระทรวงสาธารณสุขแทบจะมาเชญิ ให้ไปเป็นทูตสขุ ภาพดี
• มคี นมาชอบฉันเยอะแยะไปหมด
คราวน้ีลองมาดูกนั ว่า จากความหมายทเี่ ราใหไ้ ปทัง้ Pain
และ Pleasure จะมีผลต่อการกระทำและพฤติกรรมของเรา
อย่างไร ลองไปทำดูนะครับ อะไรท่ีอยากทำแล้ว แต่ทำ
ไมส่ ำเร็จ คงสำเรจ็ ไดก้ ็คราวน้แี หละครบั
อยากสำเร็จไว
คุณตอ้ งมีความเจ็บปวดมากพอ หากไมล่ งมือทำ
และตอ้ งสรา้ งความพึงพอใจให้มากพอทจี่ ะลงมอื ทำมนั
เม่ือคณุ มีความพึงพอใจมากพอ คุณจะลงมือทำ
แบบท่ีเรยี กวา่ “สดุ แรงเกิด” เลยทีเดยี ว
90
สำหรบั เทคนคิ “หลีกหนคี วามเจบ็ ปวด” และ “แสวงหา
ความพึงพอใจ” ผมนำมาใช้ตลอดเวลาและให้ผลลัพธ์ทันที
โดยเฉพาะถ้างานยากขึ้น ท้าทายข้ึน ผมจะหาความพึงพอใจ
ของผลลัพธ์ที่ผมจะได้ก่อน และจะคดิ ตอ่ ไปว่า ถ้าหากไม่สามารถ
ทำได้แล้วจะเกิดอะไรขึ้น และความเจ็บปวดก็จะตามมา ไม่ว่า
จะเปน็
คนอ่ืนจะดูถกู
เพื่อนหวั เราะเยาะ
จะบอกพ่อกับแมว่ า่ ยังไงถา้ ล้มเหลว
นึกถึงอนาคตของตัวเองทท่ี ำอะไรก็ไม่สำเรจ็
หรอื ร้ายแรงถึงขั้นสมเพชตวั เอง
ย้อนกลับไปเม่ือสมัยวัยเด็ก หากไปถามรุ่นลุงรุ่นป้า
แถวบ้านของผม คุณอาจจะตกใจแทบตกเกา้ อ้ี เพราะว่าสดุ ยอด
แห่งความเกเรคือผมน่ีเอง ตำแหน่งหนีเรียนที่หนึ่งของตำบล
ผมจำได้ว่า คุณพ่อขับรถไปส่งที่โรงเรียน 7 โมงคร่ึง ยังไม่ทัน
เขา้ แถวเคารพธงชาติ ผมจะหายตัวไปเรียบรอ้ ยแลว้ ครับ
ผมเป็นทั้งหัวหน้าแก๊ง ยิงนก ตกปลา รวมถึงหนีเที่ยว
แตพ่ อโตขึน้ นิสยั ผมได้เปลี่ยนไปจากหนา้ มือเป็นหลังมือ เพราะ
แม่ครบั
ดร.วีรพงษ์ ศรทั ธาผล 91
แม่ฉลาดที่จะใส่ความเจ็บปวดบางอย่างไว้ในสมองผม
ท่านพาผมไปทำงานที่ไร่ด้วย แดดก็ร้อน เหง่ือแตกพล่ักๆ ท้ัง
เหนื่อย ทั้งหิวข้าว มันเป็นภาพที่แสนจะทรมาน แม่บอกว่า
“แม่ไม่มีสมบัติอะไรจะให้ลูกนะ นอกจากไร่อ้อยไร่มันพวกน้ี
ถา้ ลูกไมต่ ้ังใจเรียน ไม่เรียนใหเ้ กง่ ๆ กค็ งต้องออกมาช่วยแมก่ บั
พ่อทำไร่กนั ตามประสานะลกู นะ”
เม่ือผมเห็นครอบครวั ยากจน และรูส้ ึกเขด็ ขยาดต่อความจน
ในหัวสมองคิดแต่ว่า หัวเด็ดตีนขาดก็จะไม่ยอมทำไร่อย่างนี้
เพราะมันลำบากมาก ต้ังแต่น้ันมาผมก็ขยันเรียนเป็นบ้า
เป็นหลัง และสาบานกับตัวเองว่า จะต้องเรียนเก่งให้ได้ ผม
อ่านหนังสือเยอะมากจนหมดทุกเล่มในห้องสมุดโรงเรียน รู้แต่
วา่ ถา้ เรยี นเกง่ แลว้ จะไม่ลำบากแน่นอน
ถ้าผมขเ้ี กียจเมือ่ ไหรจ่ ะนึกถึงความลำบาก พอนกึ ถงึ ตรงน้ี
โอ้โฮ...ไม่รู้ว่าเรี่ยวแรงมหาศาลมันมาจากไหน ผมกลายเป็น
คนบ้าเรียนและอ่านหนังสือทุกประเภททุกเล่มที่เจอ ไม่เว้น
แมก้ ระทง่ั ถงุ กลว้ ยทอด
92
จำได้ว่าตอนอยู่มัธยมปลาย ผมเรียนได้เกรดไม่ค่อยดี
โอกาสท่ีจะสอบติดมหาวิทยาลัยน้อยมาก ผมอ่านหนังสือข้ามวัน
ข้ามคืนเป็นเดือนๆ เพื่อไปสอบแข่งขัน (เพ่ิงจะมาอ่านตอน
ใกล้สอบ) เพราะผมบอกสมองผมวา่ ยอมลำบากอดนอนตอนน้ี
ดีกว่าไปลำบากในภายหน้า นึกถึงอนาคตเข้าไว้ ผลปรากฏว่า
ผมสอบตดิ ครบั
ยิ่งสมัยตอนผมเรียนมหาวิทยาลัย ผมต้องกู้เงินเรียน
เพราะท่ีบ้านไม่มีเงินส่ง ตอนน้ันผมต้องรับจ้างทำงานทุกอย่าง
เพอื่ ไม่ให้ทบี่ ้านเดอื ดรอ้ น จำไดว้ า่ คา่ หนว่ ยกติ ประมาณ 7,000
บาท เงิน 7,000 บาท เยอะมากสำหรับผม และพอดีท่ี
มหาวิทยาลัยมีกฎออกมาว่า ถ้านักศึกษาคนใดเรียนได้เกรดเอ
5 วชิ าในเทอมใด เทอมถดั ไปไมต่ อ้ งเสียค่าหนว่ ยกติ วินาทนี ้ัน
ตาผมลุกวาว ผมวางแผนเลยครับ ลงเทอมละ 7 ถึง 9 วิชา
กนั พลาด กะว่าให้ไดเ้ อ 5 ตัว ท่เี หลือไมต่ กเป็นพอ เพราะถ้า
ลงแค่ 5 วชิ ามนั เสยี่ งเกินไป
ดร.วีรพงษ์ ศรทั ธาผล 93
ผมทุ่มเทอ่านหนังสืออย่างหนัก เพื่อนที่เรียนเก่งๆ เขา
อ่านรอบเดียวก็ได้ A แล้ว แต่ผมรู้ตัวเองดี ถ้าอ่านรอบเดียว
ได้ C หรือ D+ มากินแน่ๆ ก็เลยวางแผนเริ่มอ่านก่อนสอบ
อย่างน้อยเดือนครึ่ง ทุกวันจะนึกถึงเงิน 7 พันบาท และภาพ
ที่ตัวเองต้องกลับไปทำไร่เท่าน้ันครับ ผมจะอ่านตั้งแต่สองทุ่ม
ยันตีห้าเกือบทุกวัน ด่ืมกาแฟกันง่วงซื้อแบบผงมาชงเอง ไม่ใส่
น้ำตาล นม เอาแบบดำๆ เข้มๆ เพราะประหยัดเงิน ถ้ายัง
ง่วงอยู่ไม่ทันใจ ผมก็ตักผงกาแฟใส่ปากเลย (ช่างทำไปได้) ผล
เปน็ อยา่ งไรทราบไหมครับ ผมกไ็ ด้เอ 5 ตวั มาเกอื บทุกเทอม
นี่คอื ผลลพั ธ์ “หลกี หนคี วามเจ็บปวด” และ “แสวงหา
ความพึงพอใจ” ทผี่ มใชโ้ ดยไม่รู้ตวั แต่ได้ผลชัดเจนครบั จาก
เด็กไม่เอาถ่านกลายเป็นเด็กเกรด A จนเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตผม
เลยทีเดยี ว
สำเรจ็ ไว Trick#14
เม่อื คุณตัดสนิ ใจทำอะไร
แสดงว่าคุณพอใจ
ท่ีจะทำส่ิงน้ัน
94
5. แผนที่สมอง ตวั กำกบั ความเปน็ ไปของมนษุ ย์
ถ้าคุณเคยกางแผนที่กรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเปิดจากหนังสือ
หรือหาไดจ้ าก Google Map ก็คงพอจะดอู อกวา่ ตกึ นอ้ี าคารนี้
อยู่ที่ไหน ถนนอะไร ทิศไหน คุณก็พอจะคลำทางไปได้ใช่ไหม
ครับ
แต่ถ้าคุณนำแผนที่นี้ไปใช้เดินทางในปารีสหรือลอนดอน
หรือไม่ต้องไปไกล เอาแค่เชียงใหม่พอ แต่คุณสามารถเดินทาง
ได้ถูกต้อง ผมว่ามันต้องเป็น “พรจักรวาล” (ย่ิงใหญ่กว่า
พรสวรรค)์ อยา่ งมาก
คุณเชื่อไหมว่า มีคนพยายามใช้แผนที่แบบนี้อยู่ตลอด
เวลา แผนท่ีที่ว่านี้ก็คือ “แผนทีส่ มอง” (Map of the world)
คือรูปแบบการมองและเข้าใจโลกที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเรา ที่ถูก
สรา้ งขึ้นมาเกบ็ ไว้ในสมองนน่ั เองครบั
ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล 95
อันท่ีจริงคนเราทุกคนมีแผนท่ีของตัวเองซ่อนอยู่ในสมอง
นี่แหละครับ ท่ีเป็นเครื่องมือในการดำเนินชีวิตตั้งแต่ตื่นเช้า
ขึ้นมา ยันเข้านอน ซึ่งแผนท่ีอันน้ี คนเราใช้ตอบสนองต่อ
เหตุการณ์ต่างๆ รอบตัวเรา ดังน้ันจึงไม่แปลกเลยท่ีคนสองคน
พบเหตุการณ์เดียวกัน อีกคนมีความสุข แต่อีกคนมีความทุกข์
หรือเม่อื เราทำสิ่งเดียวกนั กจ็ ะมบี างคนสำเร็จ บางคนล้มเหลว
น่นั ก็เปน็ เพราะพวกเขามแี ผนทีส่ มองทแ่ี ตกต่างกนั โดยสน้ิ เชิง
คำถามก็คอื วา่ ...
แล้วแผนท่ีในสมองถูกสร้างมาได้อยา่ งไร
แลว้ เราใชง้ านมนั อย่างไรได้บ้าง
คำตอบก็คือ ตัวแผนที่น้ีถูกสร้างจากประสบการณ์ตรง
ของเราต้ังแต่เด็ก เหมือนเราเคยถูกน้ำร้อนลวกตอนเด็ก เวลา
เราเห็นน้ำกำลังเดือด เราก็คงไม่เอามือไปจุ่มเล่นใช่ไหมครับ
เพราะแผนท่ีในสมองบอกเราว่า “น้ำเดือด = ร้อน =
อันตราย” หรือจะเป็นรักแรก อกหัก เสียใจ อะไรก็ตาม
ท่ีเราเจอด้วยตัวเอง เราก็จะสร้างแผนท่ีในสมองเก่ียวกับ
เหตกุ ารณน์ ีเ้ อาไว้
96
นอกจากนี้ แผนที่ในสมองยังถูกสร้างจากประสบการณ์
ทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นคนรอบตัวท่ีพร่ำสอนเรามา ทั้งพ่อแม่
ปยู่ ่า ตายาย ครอู นุบาล ครูประถม ครูมธั ยม และหนงั สอื ทเี่ รา
อ่าน เชน่ “ทำดไี ด้ดี ทำช่ัวไดช้ ว่ั ” หรือ “มเี งนิ ให้นบั เป็นนอ้ ง
มีทองใหน้ บั เปน็ พ”่ี “ซือ่ กินไมห่ มด คดกินไม่นาน” ถ้าเราเช่ือ
และทำตาม เราก็ได้แผนทีค่ ล้ายตน้ ฉบับมา แต่ถ้าเราดือ้ ต่อตา้ น
คำสอนเหล่าน้ี เราก็จะมีแผนที่ที่แตกต่างจากฉบับเดิมไปเลย
(สมัยนี้ facebook มีส่วนอย่างมากในการสร้างแผนที่ในสมอง
ครับ)
ประสบการณเ์ หล่าน้ลี ะ่ ครบั ต้งั แตเ่ ล็กจนโตท่หี ลอ่ หลอม
ขึ้นมา ผ่านกระบวนการสมองที่ทำการลบข้อมูลทิ้ง เหมารวม
และบดิ เบอื น จนกลายเป็นแผนทใ่ี นชวี ิตเรา ซ่ึงประกอบไปด้วย
•• ความเช่ือ (Belief) ทเี่ รามี เช่น เงิน ความรัก
คุณค่าที่เรายึดถือ (Value)
ครอบค•รทวั ัศคนวคามตสขิ ำอเงรเ็จราตอ่ สงิ่ ตา่ งๆ (Attitude) ว่าดหี รอื ไม่ดี
อย่างไร
ดร.วรี พงษ์ ศรทั ธาผล 97
• ลักษณะเฉพาะของตวั เราเอง (Identity) ไม่วา่ จะเป็น
คนสนกุ •สภนาาษนาจ(รLงิ aจnงั gอuอ่aนgeโย) นทเี่เรขาม้ รแบั ขร็งแู้ ละเข้าใจ ไทย อังกฤษ
เพราะหรือหยาบคาย
ที่กล่าวมาน้ีล้วนมีผลต่อลักษณะแผนที่ของคนเราทั้งน้ัน
สิง่ เหลา่ น้ไี ดผ้ สมผสานกนั เปน็ “แผนท่สี มอง” (Map of the
World) ของเราเอง ซึง่ ในโลกน้ไี มม่ ีใครเหมือนเราอีกแล้ว
สำเร็จไว Trick#15
คณุ ไม่สามารถใช้แผนทีก่ รงุ เทพฯ
ไปเดินที่ลอนดอนไดถ้ ูกต้องฉันทไ์ ด
คณุ กไ็ ม่สามารถใช้แผนทชี่ ีวิตคุณ
ไปเดนิ ในชีวิตคนอน่ื ได้ถกู ตอ้ งฉนั ทน์ ้นั
98
6. แผนที่ไม่ใชพ่ ืน้ ทีจ่ รงิ
คำถามต่อมาก็คือว่า แล้วแผนที่สมองที่ว่านี้ จะนำไป
ใช้งานอยา่ งไร
ให้ลองนึกถึงภาพแผนที่นะครับ สมมุติว่าคุณจะไปในที่ท่ี
ไม่คนุ้ เคย คุณกด็ ูทศิ ทางก่อนวา่ จะไปทางไหน ตอ้ งผา่ นสถานท่ีใด
อาคารอะไร เล้ียวมุมไหน บางคนไม่รีบร้อน กเ็ ลอื กเดนิ ไปเรอื่ ยๆ
ชมวิวทิวทัศน์สองขา้ งทาง บางคนไม่อยากเสยี เวลา กจ็ ะมองหา
ทางลัด แต่เขาท้ังสองก็ไปถึงจุดหมายเหมือนกัน เพียงแต่ว่า
จะชา้ หรอื เรว็ เท่าน้นั เอง แผนที่นจ้ี ะถูกใชโ้ ดยสองส่วนดว้ ยกันคอื
หนง่ึ “ตวั แผนท่ีเอง”
สองคอื “คนถอื แผนที”่