(7) ช่ือที่ตั้ง หมายเลขโทรศัพท์ของสถานท่ีจ่ายยา (หากผู้ปุวย
จาเป็นต้องตดิ ตอ่ กลบั )
1.6 ฉลากยาเสริม เป็นฉลากยาท่ีจัดทาเพิ่มเติมขึ้นจากฉลากยา
ปกติ เพ่ือให้ข้อมูลท่ีสาคัญของยา โดยเฉพาะอย่างย่ิง ข้อบ่งใช้ และข้อ
ควรระวัง รวมถึงวิธีใช้ยาอย่างเหมาะสม (อาจจัดทาเฉพาะหน่วยที่มี
ศกั ยภาพทท่ี าได้)
ฉลากยาเสริม เป็นคาเตือนอ่ืน ๆ ท่ีสาคัญนอกเหนือจากท่ีระบุไว้ใน
คาเตือนบนฉลากยา ตลอดจนเป็นวิธีสังเกตอาการและการปฏิบัติตน
เมอื่ เกดิ ผลข้างเคยี งจากยา ซ่งึ ไมส่ ามารถใส่ได้หมดในฉลากยา เราจะทา
เป็น ฉลากยาเสริมให้ผู้ปุวย พิมพ์เพิ่มในกระดาษขนาดที่เหมาะสม ใส่
ในซองยาหรือแปะติดเป็นสติกเกอร์ไปกับซองยาให้ผู้ปุวย เพ่ือส่งเสริม
ให้เกิดการใช้ยาอยา่ งเหมาะสมแกผ่ ู้ปวุ ย
ตวั อยา่ งฉลากยาเสรมิ ของคณะทางานพฒั นาฉลากยาและขอ้ มลู ยาส่ปู ระชาชน
ความรู้พนื้ ฐานทางเภสัชวทิ ยา หลักสูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพชัน้ สูง สาขาปฏบิ ัตกิ ารฉุกเฉินการแพทย์ พร. 101
1.7 การตรวจสอบยาทีจ่ ัดแล้วกับใบสงั่ ยา ซ่งึ ถือเป็นขัน้ ตอนหนึ่งใน
การประกนั คุณภาพของกระบวนการจา่ ยยาทตี่ ้องมคี วามรอบคอบใน
การตรวจสอบและทาให้ผปู้ ุวยไดร้ ับยาที่ถกู ต้องท่ีสดุ
2 คาแนะนาในการใช้ยา การปฏบิ ตั ิตวั และประเด็นอ่ืนทีเ่ ก่ยี วข้อง
2.1 ความสาคัญของการใช้ยา วธิ ใี ชย้ า การเก็บรักษายา เทคนิคการ
ใช้พิเศษ ยาที่ไม่สามารถตัดแบ่งเม็ด บด หรือเค้ียวได้ ลาดับการใช้ยา
กรณีใช้หลายชนิดในเวลาเดียวกัน ข้อปฏิบัติกรณีลืมใช้ยา ระยะเวลา
การรักษาโรค
2.2 ผลขา้ งเคียงของยาและอาการการแพย้ าท่ีอาจเกิดขึ้น
2.3 การแนะนาผู้ปุวยในการดูแลตนเองอย่างเหมาะสม เก่ียวกับยา
ที่จ่ายให้แก่ผู้ปุวยทุกราย เพื่อให้การใช้ยามีประสิทธิภาพสูงสุดและ
ปอู งกันหรือลดอันตรายท่อี าจเกดิ ขึน้ กบั ผู้ปุวย
กรณีการจ่ายยาตามใบสั่งยาของแพทย์ ควรสอบถามผู้ปุวยก่อนการส่ง
มอบยาตามใบสงั่ ยา ดงั น้ี
• “ผปู้ ุวยมชี ่ือ-นามสกุลอะไร” เพ่ือใหแ้ นว่ ่าจา่ ยยาใหก้ บั ผู้ปุวยถกู คน
• “วันน้ีเป็นอะไรจึงต้องมาโรงพยาบาล” เพื่อให้ทราบว่าผู้ปุวยเป็นโรค
หรอื มีอาการอะไร ซ่งึ ทาใหต้ รวจสอบได้
ระดบั หน่ึงว่า ยาที่ผู้ปุวยได้รับตรงกับโรคหรืออาการที่ผู้ปุวยเป็นหรือไม่
บ่อยครั้งอาจตอ้ งมกี ารสอบถามข้อมูล
ผปู้ วุ ยเพิม่ เตมิ เนอื่ งจากการสงั่ ใชย้ าดังกล่าวอาจไม่ใช่ขอ้ บ่งใชห้ ลกั
• “เคยมีอาการผิดปกติจากการใช้ยา” เช่น แพ้ยาอะไรมาก่อนหรือไม่
หากแพ้มีอาการอย่างไร เพื่อให้แน่ใจว่ายาท่ีจ่ายให้กับผู้ปุวยไม่มียาท่ี
ผปู้ วุ ยเคยแพห้ รอื เกดิ อาการไมพ่ งึ ประสงคจ์ ากการใชย้ าทีร่ นุ แรงมากอ่ น
ความรู้พนื้ ฐานทางเภสัชวทิ ยา หลักสูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพชัน้ สูง สาขาปฏบิ ัติการฉุกเฉนิ การแพทย์ พร. 102
• หากเป็นการส่งมอบยาใหก้ บั ผทู้ ไ่ี มเ่ คยใชย้ าทส่ี ่ังใช้มาก่อน ให้สอบถาม
โดยใช้ prime question วา่
- “แพทย์บอกว่าจะให้ยารักษาอะไรบ้าง” เพ่ือตรวจสอบว่าผู้ปุวยมี
ความร้กู อ่ นหรือไมว่ ่าจะได้รับยาอะไร ยาที่
ได้รบั มขี อ้ บง่ ใช้อย่างไร จากนนั้ ให้ถามในประเด็นตอ่ ไป
- “แพทย์บอกให้ใช้ยานี้อย่างไร” เพื่อตรวจสอบว่าผู้ปุวยมีความรู้
เร่ืองวิธีการใช้ยาถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้องหรือไม่ทราบเก่ียวกับ
วิธีการใช้ยา จะตอ้ งใหค้ าแนะนาทถ่ี ูกต้องกบั ผปู้ วุ ย
• หากเป็นการสง่ มอบยาในผู้ปุวยโรคเร้อื รังทเี่ คยใช้ยาน้นั มาก่อน อาจใช้
วิธี show and tell method ด้วยการ
สอบถามว่า
- เคยใชย้ าน้รี ักษาอาการอะไรบ้าง” เพือ่ ตรวจสอบวา่ ที่ผ่านมาผู้ปุวย
ใชย้ าถูกต้องตามขอ้ บ่งใชห้ รอื ไม่ จากนน้ั ให้ถามในประเด็นต่อไป
- “ท่ผี ่านมาใช้ยานี้อยา่ งไร” เพือ่ ตรวจสอบว่าทผ่ี า่ นมาผ้ปู วุ ยใช้ยาได้
ถกู ต้องหรือไม่ หากครงั้ นม้ี ีการปรบั เปลีย่ น
ขนาดยา จะได้เน้นย้าเพ่ิมเติมให้กับผู้ปุวยทราบว่ามีการปรับเปลี่ยน
ขนาดยาแลว้
ตวั อยา่ งคาแนะนาการใชย้ า
1. ยากอ่ นอาหาร
ยาที่รับประทานก่อนอาหาร ควรรับประทานในช่วงที่ท้องว่าง ยังไม่ได้
รับประทานอาหาร ซ่ึงก็คือก่อนรับประทานอาหารอย่างน้อย 30 นาที
ยกเว้นยาควบคุมระดับน้าตาลในเลือดบางตัวที่แนะนาให้ทานก่อน
อาหารอยา่ งน้อย 15 นาที
ความรู้พนื้ ฐานทางเภสัชวทิ ยา หลักสูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพชัน้ สูง สาขาปฏบิ ัติการฉุกเฉินการแพทย์ พร. 103
กรณลี ืมรบั ประทานยาก่อนอาหาร
ถ้าลืมรับประทานยาก่อนอาหาร ควรข้ามยาม้ือที่ลืมไป แต่ถ้าเป็นยาท่ี
รบั ประทานก่อนอาหารเพราะยาจะถกู ทาลายหรืออาหารอาจลดการดูด
ซึมของยา อาจรอให้กระเพาะอาหารว่างก่อนแล้วค่อยรับประทานยาก็
ได้ ซึ่งก็คือประมาณ 2 ช่ัวโมงหลังรับประทานอาหาร แต่ยาท่ีต้อง
รับประทานในม้ือถัดไปอยู่แล้ว ให้ทานยาก่อนอาหารมื้อถัดไปแทนได้
เลย ไมต่ อ้ งทานยาซา้
2. ยาหลงั อาหาร
ยาหลงั อาหาร ควรรบั ประทานหลงั อาหารไม่เกิน 15-30 นาที
กรณลี มื รบั ประทานยาหลังอาหาร
ถ้าลืมรับประทานยาหลังอาหาร สามารถรับประทานยาได้ทันทีท่ีนึกได้
และไมเ่ กิน 15-30 นาที แต่ถ้านกึ ไดห้ ลังจากรับประทานอาหารมากกว่า
30 นาทีแล้ว ควรรอรับประทานหลังอาหารในม้ือถัดไปแทน หรืออาจ
รับประทานอาหารมื้อย่อยแทนมื้อหลักก่อนรับประทานยาก็ได้ กรณีท่ี
ยานั้นมีความสาคญั มาก
3. ยาพรอ้ มอาหาร หรอื ยาหลงั อาหารทนั ที
ยาพร้อมอาหาร หรือ ยาหลังอาหารทันที มีความแตกต่างกันเพียง
เลก็ น้อย ซง่ึ ไม่ส่งผลต่อการออกฤทธ์ิและประสิทธิภาพของยา ยาพร้อม
อาหาร ให้รับประทานอาหารครึ่งหน่ึงแล้วรับประทานยา แล้วจึง
รับประทานอาหารต่อจนอิ่ม ส่วนยารับประทานหลังอาหารทันที ให้
รับประทานอาหารคาสุดท้าย แล้วรับประทานยาทันที ยาที่แนะนาให้
รับประทานพร้อมอาหารหรือหลงั อาหารทนั ที เนอ่ื งจากยามีฤทธิ์ระคาย
เคืองกระเพาะอาหาร หรือทาให้เกิดอาการไซ้ท้อง หรือคล่ืนไส้อาเจียน
ความรู้พืน้ ฐานทางเภสัชวทิ ยา หลักสูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพชัน้ สูง สาขาปฏบิ ัติการฉุกเฉินการแพทย์ พร. 104
ถ้ารบั ประทานตอนท้องวา่ ง การรับประทานพร้อมหรือหลังอาหารทันที
จะช่วยลดอาการเหล่านี้ได้ และการรับประทานยาหลังอาหารทันทีจะ
ชว่ ยปูองกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารดว้ ย
กรณีลมื รับประทานยาหลงั อาหารทนั ที
ถ้าลืมรับประทานยาหลังอาหารทันที ควรรอรับประทานหลังอาหารใน
มื้อถัดไปแทน หรืออาจรับประทานอาหารมื้อย่อยแทนม้ือหลักก่อน
รับประทานยาก็ได้ กรณที ี่ยาน้นั มคี วามสาคัญมาก
4. ยาก่อนนอน
ยาท่ีแนะนาให้รับประทานก่อนนอน (กลางคืน) มีหลายประเภท แต่
โดยทวั่ ไป ควรรับประทานก่อนนอน 15-30 นาที
ลมื รับประทานยากอ่ นนอน
ถ้าลืมรับประทานยาก่อนนอน มักนึกได้เมื่อถึงเช้าของวันรุ่งข้ึนแล้ว ไม่
ควรรับประทานยานั้นอีก ควรรอให้ถึงเวลาก่อนเข้านอนในคืนถัดไป
ค่อยรบั ประทานยานั้น
5. ยารับประทานเวลามีอาการ
ควรรบั ประทานเม่ือมอี าการ หากไม่มีอาการก็ไม่จาเป็นต้องรับประทาน
ยา ยาในกลุ่มนี้ มักระบุในฉลากว่า “รับประทานเม่ือมีอาการ………….”
“ห่างกันอย่างน้อย……….ชั่วโมง” เช่น “รับประทานเมื่อมีอาการปวด
ท้อง” “ห่างกันอย่างน้อย 6 ช่ัวโมง” เป็นต้น ยารับประทานเม่ือมี
อาการ ส่วนใหญ่สามารถรับประทานยาได้เลย ไม่ต้องคานึงถึงม้ือ
อาหาร เนื่องจากไม่ว่าจะรับประทานอาหารหรือไม่ ก็ไม่ส่งผลต่อการ
ออกฤทธ์ิของยา (ยกเว้นยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวดอักเสบกล้ามเน้ือ
กระดูก) หลังรับประทานยาแล้ว ถ้ายังมีอาการอยู่สามารถทานยาซ้าได้
ความรู้พนื้ ฐานทางเภสัชวทิ ยา หลักสูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพชัน้ สูง สาขาปฏบิ ัติการฉุกเฉนิ การแพทย์ พร. 105
ตามระยะเวลาท่ีระบุไว้ ไม่ควรรับประทานบ่อยกว่าท่ีระบุไว้บนฉลาก
เมอ่ื หายแลว้ สามารถหยุดยาได้เลย
6. ยาทไี่ มค่ วรรบั ประทานพร้อมนม
มียาหลายชนิดท่ีไม่ควรรับประทานพร้อมนม เช่น ยาต้านแบคทีเรีย
กลุ่ม Fluoroquinolones (เช่น norfloxacin, ofloxacin,
ciprofloxacin, levofloxacin ), ยากลุ่ม Tetracyclines
(Tetracycline ,Doxycycline) , ยารักษาโรคกระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอส
โฟเนต เน่ืองจากนม (milk) และรวมไปถึงผลิตภัณฑ์นม (dairy
product) เช่น เนย ชสี โยเกิรต์ มปี ริมาณของแคลเซียมสูง จนมีโอกาส
ท่ีแคลเซียมเหล่านั้นจะเกิดปฏิกิริยากับยาที่รับประทานเข้าไป โดยจะ
ส่งผลให้ยาหมดฤทธ์ิและทาให้ประสิทธิผลของยาหมดไป จึงควร
หลีกเลี่ยงการรับประทานยาเหล่าน้ีพร้อมกับด่ืมนม หรือบริโภค
ผลติ ภัณฑ์นม
ความรู้พืน้ ฐานทางเภสัชวทิ ยา หลักสูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพชัน้ สูง สาขาปฏบิ ัตกิ ารฉุกเฉินการแพทย์ พร. 106
เอกสารอา้ งองิ
- พระราชบัญญตั ิยา พ.ศ. 2510 รวมถงึ ฉบบั ท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม จนถงึ
ปจั จบุ ัน พรบ.ยา ฉบบั ที่ 6 พ.ศ. 2562
- พระราชบญั ญัติวัตถุที่ออกฤทธต์ิ อ่ จิตและประสาท พ.ศ. 2559
รวมถึงฉบับที่แก้ไขเพ่ิมเติม กฎหมาย ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
ที่เก่ียวข้อง จนถึงปัจจบุ นั
- พระราชบัญญัติยาเสพติดใหโ้ ทษ พ.ศ.2522 รวมถึงฉบบั ที่แก้ไข
เพิ่มเติม จนถงึ ปัจจบุ ัน ฉบับท่ี 8 พ.ศ. 2564
- ความคงสภาพของยา (Drug stability) ดร.ภญ. ศศปิ ระภา ชติ รัต
ถา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม
- คูม่ ือทักษะตามเกณฑ์ความรู้ความสามารถทางวิชาชพี ของผู้
ประกอบวิชาชีพเภสชั กรรม (สมรรถนะร่วม) พ.ศ. 2562
คณะอนุกรรมการสอบความรู้เพอ่ื ขอข้นึ ทะเบยี นและรับอนุญาตเป็น
ผู้ประกอบวชิ าชพี เภสัชกรรม สภาเภสัชกรรม กระทรวงสาธารณสขุ
- Pharmacy and Medical Terminology Pharmacy Techs
Need to Know : https://www.sjvc.edu/blog/pharmacy-
medical-terminology-glossary/
- กฎหมายทเ่ี ก่ยี วกบั ยา การประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ าร การจัดทารายงาน
ระบบยาของประเทศไทย (ฉบับที่ 3) 15 สิงหาคม 2562 รศ.(พเิ ศษ)
ภก.กิตติ พิทักษ์นติ ินันท์
- พระราชบญั ญตั ิผลติ ภัณฑส์ มุนไพร พ.ศ.2562
- หนว่ ยคลังข้อมูลยา คณะเภสชั ศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหดิ ล
(บทความเผยแพรค่ วามรู้สปู่ ระชาชน)
- Pharmacometric blog by Palang
https://pharmetrx.wordpress.com
ความรู้พืน้ ฐานทางเภสัชวทิ ยา หลักสูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพชัน้ สูง สาขาปฏบิ ัตกิ ารฉุกเฉินการแพทย์ พร. 107
- รปู แบบยา...มีกแ่ี บบ...ใช้อยา่ งไร โดย รองศาสตราจารย์ ดร. ภ.ญ.
บุษบา จนิ ดาวจิ ักษณ์
ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสชั ศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหดิ ล
- Pharmaceutical Technology 1 Fundamental
Pharmaceutical Calculation ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร. รฐั พล
อาษาสจุ รติ
- Receptor Theory :
https://accessmedicine.mhmedical.com/content.aspx?bo
okid=2147§ionid=161350965
- บทความเร่ือง ความคลาดเคล่ือนทางยา (Medication error) กับ
การใชป้ ระโยชนใ์ นระบบจัดการด้านยา การศึกษาต่อเนื่อง สาหรบั ผู้
ประกอบวิชาชพี เภสชั กรรม โดย ภญ.จันทรจ์ ารึก รตั นเดชสกลุ และ
ภก.ภาสกร รัตนเดชสกุล
- ความคลาดเคลื่อนทางยาเพ่ือความปลอดภัยของผู้ปุวย สมาคม
เภสชั กรรมโรงพยาบาลแห่งประเทศไทย 2549
- หลกั เกณฑ์วิธีการที่ดใี นการจัดเก็บยา สานกั งานคณะกรรมการ
อาหารและยา THAI FDA PHARMA
- คูม่ ือแนวทางการตรวจประเมิน ตามหลักเกณฑว์ ิธกี ารท่ีดีในการ
กระจายยา กองยา สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา 1
ตลุ าคม 2563
- อา่ นฉลากยาดีๆมปี ระโยชน์ รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ. ชะอรสนิ สขุ
ศรีวงศ์ ภาควิชาเภสชั กรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล
- พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 รวมถงึ ฉบบั ท่ีแก้ไขเพิม่ เติม จนถงึ
ปัจจบุ ัน พรบ.ยา ฉบับท่ี 6 พ.ศ. 2562
ความรู้พนื้ ฐานทางเภสัชวทิ ยา หลักสูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพชัน้ สูง สาขาปฏบิ ัตกิ ารฉุกเฉนิ การแพทย์ พร. 108
- พระราชบญั ญตั ิวัตถุที่ออกฤทธ์ติ อ่ จิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙
รวมถงึ ฉบับท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม จนถึงปจั จุบัน
- Why You Should Pay Attention to Black Box Warnings on
Medication ; https://www.verywellhealth.com/black-box-
warnings-1124107
- การปรับปรุงแก้ไขฉลากยาและการจดั ทาฉลากยาเสริม เพ่ือส่งเสริม
การใชย้ าอย่างสมเหตุผล คณะทางานเก่ยี วกบั ฉลากยาและขอ้ มูลยา
สปู่ ระชาชน (RDU Label Working Group)
ttps://www.fda.moph.go.th/sites/drug/Shared%20Docum
ents/National-Drug-
Policy/06/Current%20Ver%209%20Label.pdf
- กรอบงานพืน้ ฐานระบบยา สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล(ประเทศ
ไทย) พ.ศ.2563
ความรู้พืน้ ฐานทางเภสัชวทิ ยา หลักสูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพชัน้ สูง สาขาปฏบิ ัติการฉุกเฉนิ การแพทย์ พร. 109