งานแม่บ้าน Housekeeping จัดทำโดย นางสาวศรีรักษ์ ดวงแก้ว เลขที่ 11 นางสาวนิภาวรรณ วัณวงษ์ เลขที่ 18 นางสาวกาญจนาพร ภูครองหิน เลขที่ 20 เสนอ คุณครูสินาภรณ์สุขเรื่อย รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชารายวิชาปฏิบัติงานแม่บ้าน โรงแรม 1 (งานแม่บ้าน Housekeeping) รหัสวิชา 20701-5101(ท-ป-น)0-5-3 ภาคเรียนที่2ปีการศึกษา2565
1 คำนำ รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา รายวิชา ปฏิบัติงานโรงแรม 1 (งานแม่ บ้านHousekeeping)รหัสวิชา20701-5101 การค้นคว้า และเขียนรายงานเชิงวิชาการเพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยว กับ ความรู้ เบื้องต้นเกี่ยวกับแม่บ้านโรงแรม ศึกษาเรื่องนี้เนื่องจากปัจจุบันความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ งานแม่บ้านโรงแรม เป็นส่วนหนึ่งในรายวิชาสาขาการโรงแรมจึงศึกษาและนำ เสนอ ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความรู้ เบื้องต้น เกี่ยวกับแม่บ้านโรงแรมเพื่อเป็น ประโยชน์กับ ผู้ศึกษา รายงานเล่มนี้กล่าวถึงเนื้อหาเกี่ยวกับ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ แม่บ้านโรงแรม จัดทำโดย นางสาวศรีรักษ์ ดวงแก้ว เลขที่ 11 นางสาวนิภาวรรณ วัณวงษ์ เลขที่ 18 นางสาวกาญจนาพร ภูครองหิน เลขที่ 20
2 สารบัญ บทที่1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับแม่บ้าน หน้า 1.ความหมายของแม่บ้าน 4 2.ความสำคัญของแม่บ้าน 5 3.หน้าที่และความรับผิดชอบของแผนกแม่บ้าน 6 3.1 ความสะอาด 6 3.2 ความสะดวกสบาย 6 3.3 ความสวยงาม 7 3.4 ความปลอดภัย 7 3.5 การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 8 3.6 ความทันสมัย 8 4.คุณสมบัติและลักษณะสำคัญของพนักงานแผนกแม่บ้าน 9 4.1 ความพร้อม 9 4.2 ความเรียบร้อยของร่างกาย 10 4.3 กิริยามารยาท 11 4.4 จรรณยาบรรณ 12 บทที่2 ประเภทและการทำความสะอาดห้องพัก 1.ประเภทของห้องพักในโรงแรม 13 1.1Standard Room 13 1.2 Superior Room 13 1.3 Deluxe Room 14 1.4 Suite 14 1.5 Connection Room 14 1.6 Adjoining Room 16 1.7 Adjacent Room 17 2.ประเภทของเตียง 17 2.1 single 18 2.2 Twin Bed 18 2.3 Extra Bed 19 2.4 cot 19 3.อุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาด 20-28 4.การเข้าทำความสะอาดห้องพัก 29
3 บทที่3 การทำความสะอาดบริเวณพื้นที่สาธารณะ 3.1 Frontof the House areas 32-34 3.1 Back of the House 34 หลักการทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ 35 การทำความสะอาดห้องน้ำสาธารณะ 36 ประเภทของพื้นผิวและการดูแล 37-40 บทที่4 การจัดการห้องพัก การเข้าจัดการ 41-42 สถานะของห้องพัก 43-44 เพิ่มประเภทห้อง 44-50 เพิ่มหมายเลขห้อง 51 เรียงลำดับห้อง 52 บทที่5 เอกสารรายงานและคำศัพท์แผนกแม่บ้าน 1.ใบรายงานการทำงานห้องพักแขก 53 2.ใบรายงานสถานะห้องพัก 54 3.ใบรายการเบิกของใช้ประจำวัน 55 4.ใบรายการเบิกกุญแจ 56 5.ใบรายงานสิ่งที่ซ่อมแซม 57 6.ใบรายงานทรัพย์สินที่สูญหายและถูกพบ 58 7.ใบรายงานการตรวจนับผ้า 58 คำศัพท์เกี่ยวกับแม่บ้าน 59-60 ภาคผนวกก แบบทดสอบท้ายบท 1.ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับแม่บ้าน 61-62 2.ประเภทและการทำความสะอาดห้องพัก 63-64 3.การทำความสะอาดบริเวณพื้นที่สาธารณะ 65-66 4การจัดการห้องพัก 65-66 5.เอกสารรายงานและคำศัพท์แผนกแม่บ้าน 67-68
4 บทที่1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับแม่บ้าน 1.ความหมายของแม่บ้าน งานแม่บ้าน คือ งานที่มีบทบาทสำคัญต่อทุกกิจการ และ จำเป็นอย่างยิ่ง แม่บ้านที่มีทักษะอย่างมีอาชีพย่อมช่วยแบ่ง เบาภาระให้กับเจ้าของกิจการ และยังเป็นผู้ที่เจ้าของกิจการ สามารถมอบความเชื่อถือไว้ใจ ได้ด้วย แม่บ้านเป็นผู้ที่ดูแล รับผิดชอบครอบคลุมงานทั้งภายในภายนอกอาคารให้คง เรียบร้อย สะอาด สวยงาม สะดวกสบาย รวดเร็วและ ปลอดภัย ย่อมสร้างความประทับใจให้ลูกค้าหันกลับมาใช้ บริการอีกอย่างต่อเนื่อง จึง จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้รับผิดชอบงาน แม่บ้านต้องได้รับการAกฝนเพื่อให้เกิดความชำนาญทักษะ และรอบรู้ถึงการใช้ อุปกรณ์เครื่องมือเคมีน้ำยาทำความ สะอาดประเภทต่าง ๆ อีกทั้งทักษะการดูแลสุขอนามัยของ ตนเองและ ส่วนรวมเพื่อให้ปฏิบัติงานในหน้าที่ได้อย่างมือ อาชีพและมีประสิทธิภาพ
5 2.ความสำคัญของแม่บ้าน แผนกแม่บ้าน (Housekeeping Department) คือ แผนก หนึ่งของโรงแรมที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการ ทําความสะอาดในโรงแรม ตั้งแต่ห้องพักแขก บริเวณโดยรอบของโรงแรม บริเวณสาธารณะ บริเวณห้องอาหาร สระว่ายนํ้า ตลอดจน บริเวณด้านหลัง ซึ่งเปรียบเทียบเสมือนการทํางานเบื้องหลัง ต้องดูแลให้มีความสะอาดอยู่ สม่ำาเสมอตามมาตรฐานการ ให้บริการ แผนกแม่บ้านคือหัวใจสำคัญของการบริการของโรงแรม เพราะเป็นแผนกที่ให้บริการในเรื่องความ สะอาด ความ สะดวกสบาย และสร้างความปลอดภัยให้กับแขกที่เข้ามาใช้บริการ ตลอดจนเป็นแหล่งที่ทํา รายได้เป็นอันดับหนึ่งให้กับโรงแรม โดยการขายบริการห้องพักประมาณร้อยละ 70-80 ของรายได้ทั้งหมด ด้วย เหตุนี้จึงเป็นหน้าที่สำคัญของแผนก แม่บ้านคือ ห้องพักที่สะอาด การต้อนรับเป็นมิตร
6 3.หน้าที่และความรับผิดชอบของแผนกแม่บ้าน “งานแม่บ้าน” ในความคิดของคนทั่วไปคิดว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ทำได้แต่ถ้าพิจารณาต่อ ความรับผิดชอบต่อการทำความสะอาดห้องพักที่มีห้องจำนวนกว่าร้อยห้องขึ้นไป และบริเวณรอบ ๆ โรงแรมที่กว้างขวางรวมทั้งการควบคุมการทำงานชั่วโมงต่อชั่วโมงอย่างใกล้ชิด งานที่ทำจึง กลายเป็นเรื่องยุ่งยากใหญ่โต เพื่อมิใช่แต่เพียงให้แขกเกิดความประทับ ใจเท่านั้น ยังต้องช่วยกันรักษาสภาพทรัพย์สินของโรงแรมให้คงสภาพ เต็มให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งจะเป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุนและบำรุงรักษาอีกด้วย ดังนั้น หน้าที่ความรับผิดชอบของแผนกแม่ บ้านจึงมีหลักสำคัญที่ต้องคำนึงถึงและปฏิบัติให้ได้มาตรฐาน 3.1ความสะอาด (Cleanliness) หมายถึง รักษาความสะอาด ทั้งภายในและห้องแขก และบริเวณทั่ว ภายในโรงแรม เช่น ห้องอาหารต่าง ๆ ห้องจัดเลี้ยง ห้องน้ำที่อยู่บริเวณห้องโถง สระน้ำ บริเวณที่จอดรถ และ ดูแลรักษาความสะอาดของผ้าชนิดต่าง ๆ ของโรงแรม รวมทั้งเสื้อผ้าของแขกที่แขกต้องการใช้บริการ ซักรีด 3.2ความสะดวกสบาย (Convenient) หมายถึง การจัดห้องให้อยู่สภาพที่เหมาะสมเรียบร้อย เช่น มีเครื่องใช้ภายในห้องนอนที่จะอำนวยความสะดวกให้กับแขกที่มาพักได้ดีเช่น เครื่องเป่าผม เครื่องโกนหนวด ไฟฟ้า เป็นต้น มีเครื่องปรับอากาศที่สามารถ ปรับอุณหภูมิได้เย็นสบาย ห้องพักมีอากาศถ่ายเทสะดวก
7 3.3 ความสวยงาม (Beautiful) หมายถึง ความระเบียบ มีการจัดวาง สิ่งของเครื่องใช้และตกแต่งให้อยู่ในที่ที่เหมาะสม และตกแต่งด้วยวัสดุที่มีคุณภาพดี สิ่งของในห้องจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมือนกันทุก ห้อง มีลวดลาย สี ขนาด และรูปทรงของทุกสิ่งในห้องเข้ากันได้อย่าง สวยงามต้องซ่อมแซมเครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์ ให้แลดูใหม่อยู่เสมอ เพื่อ ทำให้แขกเกิดความรู้สุขสบายทั้งกายและใจ 3.4 ความปลอดภัย (Safety) หมายถึง การป้องกันอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่อา เกิดขึ้นในโรงแรมทั้งทางตรง และทางอ้อม โดยการหมั่นตรวจสภาพ แวดล้อมภายในโรงแรมอย่างเอาใจใส่ ปฏิบัติตามระเบียบ เพื่อความ ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ เช่น ไฟไหม้ การลื่นล้ม และหมั่นตรวจสิ่งของ เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ อยู่เสมอ ถ้า พบว่าชำรุดต้องรีบดำเนินการ ป้องกัน และแก้ไขเหตุการณ์
8 3.5 การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Environment) เนื่องจากโรงแรมมีการ ใช้ทรัพยากรและพลังงานอยู่ เป็นจํานวนมากตามจำนวนแขกผู้เข้าพัก ในแต่ละวัน เช่น สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในห้องพักแขกไม่ว่าจะ เป็นสบู่ แชมพูกระดาษชำระ น้ำยาทำความสะอาด และสารเคมีต่าง ๆ จากการซักผ้าและการทำความสะอาด พลังงานในการทำความเย็น ฉะนั้นพนักงานในส่วนงานแม่บ้านควรมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ในทุก กิจกรรมของการดำเนินงานเพื่อเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอาทิเช่น การขอความร่วมมือกับแขกที่เข้ามาพักใน เรื่องการเปลี่ยนผ้าตามความเหมาะสม การลดการใช้พลังงานโดยแสงธรรมชาติเข้ามาช่วย การคัดแยกสิ่งของที่ ใช้แล้วเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก 3.6 ความทันสมัย (Modernity) ปัจจุบันนี้งานแม่บ้านได้มีการนำ เทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาใช้ เพื่อลด ขั้นตอนการทำงานให้เกิดความ รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การส่งรายงานต่าง ๆ สถานะห้องพัก หรือการแจ้งงานช่างด้วยระบบออนไลน์แทนการใช้กระดาษ อุปกรณ์ทำความสะอาดควรเลือกเครื่องมือที่ สามารถใช้งานได้อย่าง หลากหลาย เพื่อลดระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่
9 4.คุณสมบัติและลักษณะสำคัญของพนักงานแผนกแม่บ้าน คุณสมบัติและบุคลิกภาพของพนักงานโรงแรมมีความสำคัญเท่ากับการ มีความชำนาญงานที่จะทำ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นภาพพจน์หน้าตาของ โรงแรม ดังนั้น พนักงานบริการที่มีความพร้อม ความเรียบร้อยของ ร่างกาย การเป็นผู้มีมารยาท และจรรณยาบรรณที่ดี จะสามารถสร้าง ความประทับใจให้กับแขกที่มาใช้บริการ ในโรงแรม 4.1ความพร้อม ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในแผนกแม่บ้านทุกคนต้องมีการเตรียมความพร้อม สำหรับการทำงานและคงไว้ สำหรับคุณสมบัติต่าง ๆ ดังนี้ 4.1.1 การเป็นผู้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง คล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง ไม่มีโรคประจำตัว โรคภูมิแพ้ หรือโรคติดต่อ รวมทั้งไม่สวมแว่นสายตา 4.1.2 การเป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพที่ดี รู้จักแต่งกายและวางตัวอย่างเหมาะสม
10 4.1.3 มีการฟังและการพูดที่ดี 4.1.4 มีความรู้ภาษาอังกฤษพอใช้ 4.1.5 มีความคิดริเริ่ม และรู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้า 4.1.6 มีความเชื่อมั่นในตัวเอง และยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น 4.1.7 มีความรู้และประสบการณ์ในงานที่รับผิดชอบ 4.2 ความเรียบร้อยของร่างกาย ก่อนพนักงานออกไปปฏิบัติหน้าที่ประจำวัน ควรสำรวจตัวเองให้เรียบร้อยตั้งแต่ศรีษะ จรดปลายเท้า และช่วงพักกลางวันหลังรับประทานอาหารเสร็จ ควรใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที สำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง การเตรียมตัวด้านความเรียบร้อยของร่างกายทำได้ ดังนี้ 4.2.1 ควรสระผมทุกวัน รักษาเส้นผมให้สะอาด ปราศจากรังแคและกลิ่น พนักงานหญิงที่มีผมยาวควร เกล้าหรือรวบผมให้เรียบร้อย สำหรับพนักงานชายควรตัดผมสั้น ห้ามไว้หนวดและเครา 4.2.2 ควรอาบน้ำและเปลี่ยนชุดชั้นในทุกวัน ควรใช้น้ำยากำจัดกลิ่น ตัวหลังอาบน้ำ 4.2.3 รักษาใบหน้าให้สะอาด ปราศจากสิว พนักงานหญิงควรแต่งหน้าอ่อน ๆ ให้ดูสวยงามและสดชื่น 4.2.4 รักษาฟันและปากให้สะอาด ควรแปรงฟันหลังจากรับประทานอาหารทุกครั้ง
11 4.2.5รักษาเล็บและเท้าให้สะอาดควรไว้เล็บสั้น และไม่ทาเล็บ 4.2.6 ไม่ควรใส่น้ำหอมที่มีกลิ่นรุนแรง 4.2.7 สวมเครื่องแบบที่สะอาด ถูกต้องตามกฎของโรงแรม และควรสวมรองเท้าหุ้มส้นทำงาน 4.3 กิริยามารยาท กิริยามารยาทเป็นสิ่งสำคัญที่ควรAกให้เป็นนิสัยและปฏิบัติด้วยใจ ได้แก่ 4.3.1 ยิ้มแย้มแจ่มใส รู้จักกล่าวคำทักทายแขกก่อนเสมอ รู้จักกล่าวคำขอโทษถ้าทำผิด 4.3.2 มีกิริยาวาจาสุภาพและไพเราะต่อแขก ผู้บังคับและเพื่อนร่วมงาน พนักงานหญิงควรพูดลงท้าย ด้วยคำว่า “ค่ะ” ส่วนพนักงาน ชาย“ครับ” 4.3.3 ยกย่องให้เกียรติแขกเสมอ ไม่ใช้วาจาที่สนิทสนมกับแขก 4.3.4 หลีกเลี่ยงการโต้เถียงกับแขก ไม่วิจารณ์แรก ง 4.3.5 ไม่หัวเราะเยาะแขกที่มีท่าทางผิดปรกติ เช่น มีความพิการ ต่าง ๆ หรือในกรณีที่แขกเกิดอุบัติเหตุ เล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ลื่นหกล้มฯลฯ 3.6 รู้จักกล่าว ว่าขอโทษเมื่อแขกมีตำหนิและกล่าวขอบคุณเมื่อได้ รับคำชมเชยหรือรางวัลจากแขก
12 4.4 จรรยาบรรณ พนักงานทุกคนควรจะมีจรรณยาบรรณในการทำงานอย่างเคร่งครัด ดังนี้ 4.4.1 เคารพกฎระเบียบต่าง ๆ ที่โรงแรมกำหนดไว้เช่น การใช้ทางเข้าออกเวลามาทำงาน 4.4.2 ตรงต่อเวลา การเข้าเวรทำงานควรให้ตรงและทันเวลาเสมอ 4.4.3 ไม่พูดคุยหรือส่งเสียงดัง ในขณะปฏิบัติงาน เพราะแขกที่มาใช้ บริการต้องการพักผ่อนและความ ยบ 4.4.4 ไม่ใช่สิ่งของหรือเครื่องใช้ใด ๆ ที่โรงแรมจัดไว้สำหรับแขก เช่นห้องน้ำในห้องพักแขก 4.4.5 ซื่อสัตย์ต่อตนเองและต่อการงาน 4.4.6 มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี 4.4.7 มีความสามัคคีและมีความรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ของตน 4.4.8 มีความภาคภูมิใจในสถานที่ทำงาน ไม่พูดถึงสถานประกอบการในทางลบ จรรยาบรรณหมายถึง หลักความประพฤติอัน เหมาะสม แสดงถึงคุณธรรมและจริยธรรมในการประกอบ อาชีพ ที่กลุ่มบุคคล แต่ละสาขาวิชาชีพนั้น ๆ ยึดถือ ปฏิบัติ เพื่อรักษาชื่อเสียงและส่ง เสริมเกียรติคุณของสาขาวิชาชีพ ของตน
13 บทที่2 ประเภทและการทำความสะอาดห้องพัก 1 ประเภทของห้องพักในโรงแรม 1.1 Standard Room เป็นห้องที่มีขนาดเล็กกว่าประเภทอื่นใน โรงแรม ตามปกติจะมีเตียงเดียวหรือ ขนาดเตียง Queen Size เรามักไม่ พบ Twin Bed ในห้องประเภทนี้ เนื่องจากขนาดของห้องที่จำกัด ส่วนใหญ่ ห้องประเภทนี้มักตั้งอยู่ในบริเวณที่สวยน้อยกว่าห้องประเภทอื่น ๆ อาจไม่มี วิวทิวทัศน์และอยู่ในตำแหน่งที่ ค่อนข้างไม่สะดวกนัก เช่น ห้องที่อยู่ในมุม หรือเครื่องอำนวยความสะดวกภายในห้องอาจจะมีไม่มากนักเมื่อ เปรียบ เทียบกับห้องประเภทอื่น โรงแรมมักจะจัดห้อง Standard ไว้สำหรับลูกค้า ที่มาเป็นกลุ่ม (Group Business) ที่จ่ายในราคาพิเศษ (Special Discount) 1.2 Superior Room เป็นห้องที่ดีกว่า Standard ในด้านของสถานที่ตั้ง ความสะดวกสบาย ขนาด ของห้อง และขนาดของเตียง ในห้อง Standard นี้ จะไม่มีข้อจำกัดในเรื่องประเภทของเตียงเพราะขนาดของ ห้องที่ใหญ่กว่า
14 1.3 Deluxe Room เป็นห้องที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดของ โรงแรม มีความสะดวกสบายและ หรูหรา ทั้งในเรื่องเครื่องอำนวย ความสะดวกและการตกแต่งห้อง ความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งอาจจะอยู่ในรูป ของบริการที่เพิ่มเข้ามา เช่น มีครัวเล็ก ๆ อยู่ภายในห้อง หรือมีMinibar ที่ใหญ่กว่าห้องประเภทอื่น 1.4 ห้องชุด (Suite) จะเป็นห้องในระดับที่หรูที่สุดในโรงแรม โดย ทั่วไปห้อง Suite จะมีห้องนั่งเล่นที่ แยกออกมาต่างหากจากห้องนอน โดย แขกสามารถใช้เป็นห้องทำงานหรือห้องประชุมย่อยได้ในบางโรงแรม อาจมีครัวเล็ก ๆ รวมอยู่ในห้องด้วย ดังนั้น ห้อง Suite จึงถูกจัดเป็นห้องที่ใหญ่ ที่สุดภายในโรงแรม
15 ชนิดของห้อง Suite อาจจะแบ่งย่อยออกได้เป็น 1 ห้องนอน 2 ห้อง นอน หรือ 3 ห้องนอนก็ได้ ขึ้นอยู่ กับจำนวนห้องนอนในห้อง Suite นั้น ๆ เราอาจจะเคยได้ยินอีกประเภทหนึ่งของห้อง Suite คือ • เป็นห้องชุด ขนาดย่อม ที่รวมห้องนั่งเล่นและ ห้องนอนอยู่ ภายในห้องเดียวกัน ไม่ได้แยกชัดเจน แบบห้อง Suiteทั่ว ๆ ไปซึ่งเป็นห้องที่ ได้รับความนิยมมากเช่นเดียวกัน • Hospitality Suite เรียกได้อีก อย่าง หนึ่งว่า “ห้องฮอสโพส” มีความ หมาย มากกว่าห้องสวีททั่วไป คือใช้เพื่อสร้าง ความบันเทิงแก่กลุ่มผู้เข้าพักเป็นหลัก ภายในห้องมีบริเวณที่เตรียมอาหารและ บาร์ มีขนาดใหญ่กว่าห้อง มาตรฐาน ประมาณ 3 เท่า • Presidential Suite บางครั้ง เรียกว่า “Royal Suite” จัดเป็น ห้องสวีทที่ หรูหรา มีขนาดใหญ่และมีอัตราค่า ห้องพักสูงที่สุด
16 1.5 ห้องพักที่สามารถเข้าออกได้มากกว่า 1 ทาง (ConnectionRoom) คือ ห้องพักที่มีประตูทางเข้าออกของตัวเอง 1 ประตูและมีจำนวนห้องพักมากกว่า 2 ห้องขึ้นไปอยู่ติดกัน 1.6 ห้องพักติดกัน (Adjoining Room) คือ ห้องพักจำนวนมากกว่า2 ห้องขึ้นไปอยู่ติดกัน ใกล้กัน หรืออยู่ในบริเวณเดียวกัน แต่ไม่มีประตูเปิดถึงกัน สามารถพักเป็นครอบครัวได้
17 1.7 ห้องพักที่อยู่ตรงข้ามหรือเยื้องกัน (Adjacent Room) หมายถึง ห้องพักที่อยู่ในบริเวณ ใกล้เคียงกันแต่ไม่ติดกัน ส่วนใหญ่จะเป็นห้องพักที่อยู่ตรงข้ามหรือเยื้องกัน ต้องเดินข้ามทางเดินจึงจะไปยังอีก ห้องหนึ่งได้
18 2 ประเภทของเตียง (Bedding Types) เตียงนอนในห้องพักที่ทางโรงแรมจัดไว้นั้นจะมีขนาดและประเภทของเตียงดังนี้ 2.1 เตียงเดี่ยว (Single) จะเป็นเตียงขนาดเล็กที่สุดในบรรดาประเภท เตียงทั้งหมดขนาดจะประมาณ 39×75 นิ้ว โดยสามารถนอนได้เพียงคนเดียว 2.2เตียงคู่(Twin Bed หรือ DoubleBed)คือเตียงที่สามารถนอนได้2คน Queen Bed จะเล็กกว่าเตียง King Bed ขนาดจะประมาณ 60x80 นิ้ว โดย ปกติแขกอาจจะ นอน 1-2 คนได้ในบางโรงแรมอาจตั้ง Queen Bed 2 ตัว เพื่อให้เป็นห้องพัก Twin เรามัก พบ Queen Bed ในห้อง Superior เป็นส่วนใหญ่
19 King Bed จะเป็นเตียงที่แขกนอนสบายที่สุด เพราะขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาประเภทเตียง ทั้งหลาย ตามปกติจะกว้างประมาณ 76x80 นิ้ว มักพบเตียง ประเภทนี้ในห้อง Deluxe Suite 2.3 เตียงพิเศษ (Extra Bed) เตียงพิเศษหรือเตียงเสริม มักเป็นเตียงขนาดเท่ากับเตียงเดี่ยว 2.4เตียงเด็ก(Cot หรือ Crib) เตียงเด็กเป็นเตียงที่มีลูกกรงหรือเปลเด็ก
20 3 อุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาด (cleaning Equipment) 1. ชุดถังบีบม็อบ (Mop Bucket & Winger) ปัจจุบันแบ่งเป็นสีตามประเภทการใช้งานในแต่ละพื้นที่ เช่น • ถังบีบม็อบสีเหลือง หรือสีน้ำตาล ใช้สำหรับเช็ดทำความสะอาดพื้นที่ในคอฟฟี่ช็อป หรือห้องพัก • ถังบีบม็อบสีแดง ใช้สำหรับเช็ดทำความสะอาดพื้นห้องผ่าตัด ห้องแล็บ ห้องวิเคราะห์โรคหรือห้องน้ำ • ถังบีบม็อบสีน้ำเงิน ใช้สำหรับเช็ดทำความสะอาดพื้นล็อบบี้ห้องโล่ง ทางเดินห้องประชุม • ถังบีบม็อบสีเขียว ใช้สำหรับเช็ดทำความสะอาดพื้นในบริเวณทำอาหาร หรือห้องครัว 2.แผ่นขัด (Pad Cleaning) แผ่นขัดสีดำ ใช้สําหรับงานขัดล้างลอกแวกซ์ (Stripping) แผ่นขัดสีเขียว ใช้สำหรับลอกผิวแวกซ์ (Top Scrubbing)
21 แผ่นสีแดง ใช้สำหรับงานปั่นเงาพื้น โดยจะใช้ควบคู่กับน้ำยาปั่นเงา แผ่นขัดขาว ใช้สำหรับงานปั่นเงาพื้น โดยวิธีการปั่นแห้ง แผ่นอุลตราไฮสปีด (UHs Pad) หรือแผ่นขนหมู ใช้สำหรับงานปั่น เงาพื้นในกรณีที่ลงแวกซ์ในระบบ UHS จะทำให้พื้นมีความเงางาม มากกว่าการ ปั่นเงาด้วยแผ่นสแีดงและสขีาว
22 3.ผ้าม็อบ (Mop Cloth) แบ่งตามหน้าที่ในการใช้งานแต่ละลักษณะ ดังนี้ผ้าม็อบแบบไม่เย็บปลาย ใช้สำหรับเกลี่ยน้ำยาทาลงพื้นให้กระจายเปียก ชุ่ม และใช้สำหรับเก็บซับน้ำที่ หกบนพื้น ผ้าม็อบแบบเย็บปลาย ใช้สำหรับงานเช็ดทำความสะอาดพื้นได้ดี เพราะ เวลาสวิ่งผ้าม็อบปลายผ้าจะไม่ กระจายตัว ทำให้มีน้ำหนักในการกดซับเก็บคราบสกปรกได้มาก ปัจจุบันจำเป็นต้องแยกใช้เพื่อสื่อสารให้ถูกต้องในระหว่างการปฏิบัติงาน เช่น • ป้าย Closed ใช้วางเตือนให้ผู้ผ่านไปมาทราบในกรณีที่ทำงานนั้นปิดเพื่อ ความสะอาด โดยไม่ต้องการ ให้บุคคลภายนอกเข้าไปในพื้นที่ โดยสื่อสาร ด้วยAามือยกห้ามในวงกลม • ป้าย Caution Wet Floor ใช้วางเตือนผู้ผ่านไปมาทราบว่าบริเวณนั้น กำลังมีการทำความสะอาด ให้ระวังเมื่อเดินผ่านเข้ามาในพื้นที่ที่กำลัง ทำงาน โดยสื่อสารรูปคนที่กำลังลื่นล้มอยู่ภายในสามเหลี่ยม
23 4.แปรงไนลอน (Nylon Blush) แบ่งหน้าที่การใช้งานตามประเภทเบื้องต้น ดังนี้ แปรงไนลอนขนอ่อนนุ่ม แบบใย ไนลอน เต็มแผ่น ใช้สำหรับซักพรมในระบบ แชมพูโดยใช้ควบคู่กับถังปล่อยน้ำยา แชมพู แปรงไนลอนบนอ่อนนุ่ม แบบโยในลอน หน้าไม่เต็มแผ่น มีการ เว้นช่องเป็นแฉก เพื่อไว้พักโฟมสำหรับซักพรมระบบด รายโฟมโดยจะใช้ควบคู่กัน ทำให้เกิด โฟมไหลออกมา 5.แผ่นบอนเนต (Bonnet Pad) แปรงในลอนบนแข็ง แบบใย ไนลอนเต็ม แผ่น ใช้สำหรับงานขัดล้างทำความ สะอาดพื้น และใช้ได้ดีกับงานขัดล้าง ลอกแวกซ์บน พื้นที่ไม่เรียบ หรือผิวที่หน ต่อการ ขัดด้วยแผ่นขัดเค้าไม่ได้ เช่น พื้น กระเบื้องยาง ฉาบด้วยแผ่น ลวดลายต่างๆ ใช้สำหรับซักพรมระบบบอนเนตบัฟฟัง เพื่อให้ผิวพรมดูสะอาดสดใส
24 6.ชุดถังสำหรับลงแวกซ์(Finish System) ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเคลือบเงาแวกซ์ สูตรน้ำลงบน พื้นให้มีความประณีตและ สวยงาม และความสม่ำเสมอของแวกซ์ มากกว่าการลงแวกซ์ด้วยผ้าม็อบแบบ ธรรมดาทั่วไป 7.เกรียง ใช้เพื่อแชะคราบหมากฝรั่ง และคราบÅงแน่น ต่างๆ ก่อน การมอบ 8.แผ่นใยขัดสังเคราะห์ ใช้เพื่อขัดคราบÅงแน่นตามพื้น ผนัง กำแพง และสุขภัณฑ์ต่างๆ
25 9.ไม้กวาด (Brush Wood) ใช้เพื่อกวาดรวบรวมขยะขนาดใหญ่ ออกจากพื้น โดย ไม่ต้องใช้มือ สัมผัสโดยตรง และไม่ทำให้ฝุ่น ละอองฟุ้งกระจาย 10.ม็อบดันฝุ่น (Dust Mop) ใช้เพื่อเดินดินฝุ่นขนาดเล็กออกจากพื้น โดยไม่ทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย 11.แปรงขัดแบบมีชุดด้ามจับ ใช้สำหรับขัดล้างพื้นที่สกปรกมาก ส่วนแปรงขนละเอียด ใช้สำหรับขัด ล้างพื้นผิวที่สกปรกไม่มากเช่น ผนัง
26 12.ชุดยางรีดน้ำ (Floor Squeegees) ใช้เพื่อดึงรีดน้ำที่พื้นมารวมกันลงท่อน้ำทิ้งเหมาะกับ บริเวณภายในอาคารหรือพื้นที่ไม่กว้างมาก นัก 13.รถใส่อุปกรณ์เครื่องใช้และน้ำยาล้าง ทำความสะอาด ใช้สำหรับทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง 14.ชุดไม้ขนแกะ ชนิดเส้นใยสีขาวละเอียด นุ่ม ใช้สำหรับทําความสะอาดกระจกคู่กับน้ำยา ทำความ สะอาดกระจก เหมาะกับการ ทำความสะอาดกระจกภายในอาคาร ที่ไม่ สกปรกมาก 15.ชุดยางรีดน้ำบนกระจก (window Squeegee) ใช้สำหรับรีดน้ำยาลง และสิ่งสกปรกออกจาก กระจกโดย ไม่ทำให้เกิดรอบคราบน้ำหลังจากทํา ความสะอาดเสร็จสิ้น
27 16.แปรงล้างโถสุขภัณฑ์ (Toilet Blow Brush) เพื่อหาจัดส่งสกปรกภายในโถสุขภัณฑ์โดย ไม่ต้อง ใช้มือสัมผัสน้ำยาและสิ่งสกปรกที่อาจ เกิดอันตรายได้โดยตรง มี ความทนทานต่อ น้ำยาที่มีฤทธิ์เป็นกรด 17.ชุดคีบเก็บขยะ (Nifty Nabber) ใช้สำหรับคีบขยะสิ่งของที่อยู่ในบริเวณเสี่ยง ต่อการติดเชื้อ เช่น ภายในโถอุจจาระ และโถปัสสาวะ 18.เครื่องขัดพื้น เครื่องขัดพื้นแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ Speed1. เครื่องขัดพื้นแบบธรรมดา (One) ความเร็วรอบอยู่ที่ 175 รอบ/นาทีใช้ในการขัดล้างทำ ความสะอาดพื้น ล้างลอกแวกซ์และซักพรม เป็นต้น 2. เครื่องขัดพื้นแบบปรับความเร็วได้ใน เครื่องเดียวกัน (Two peed) 2.1 เมื่อไม่ปรับความเร็วรอบจะเป็น เครื่องขัดพื้นปกติ175รอบ/นาที
28 19.เครื่องปั่นเงาพื้น เครื่องปั่นเงาพื้น แบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ 1. เครื่องปั่นเงาที่มีความเร็วรอบ 300-500 รอบ/นาทีใช้ในงาน ปั่นเงาในระบบธรรมดาทั่วไป 2. เครื่องปั่นเงารอบสูงที่มีความเร็วรอบอยู่ที่ 900-1000 รอบ/ นาที ใช้ในการปั่นเงาพื้นที่ต้องการ ความเงาที่สูงขึ้น 3. เครื่องปั่นเงาระดับอุลตราไฮสปีด (UHs) ที่มีความเร็วรอบ 1200-1500 รอบ/นาที หรือมากกว่า เพื่องานปั่นเงาพื้นที่ต้องการ ความเงาที่สูงมาก ๆ และขึ้นอย่างรวดเร็ว 20.เครื่องดูดน้ำ เครื่องดูดน้ำแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ 1. เครื่องที่ออกแบบมาสำหรับดูดน้ำเพียงอย่างเดียว (WetVacuum) 2. เครื่องที่ออกแบบมาเพื่อใช้ดูดน้ำและดูดฝุ่นในตัวเดียวกัน (wet &Dry vacuum)
29 4 การเข้าทําความสะอาดห้องพัก การเข้าห้องพักแขกจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เช่น เข้าไปทําความสะอาด เสิร์ฟอาหาร หรือน่าผ้าจาก ห้องซักรีดมาให้พนักงงานทำความสะอาด ห้องพักต้องพยายามที่จะไม่ทำความรำคาญหรือรบกวนแขก โดยเฉพาะ แขกที่แขวนป้าย “ห้ามรบกวน” หรือ ดับเบิ้ลล็อก พนักงงานจะไม่เข้า ไปทําความสะอาด ยกเว้นถ้า เวลาล่าช้ามากประมาณบ่าย 2 โมงครึ่ง ถึงบ่าย 3 โมง แขกยังแขวนป้าย “ห้ามรบกวน” อยู่ต้องแจ้งให้หัวหน้า ประ จําชั้น (Supervisor) ทราบพร้อมกับโทรศัพท์เข้าไปถาม วิธีการเข้าห้องพักแขก ดังนี้ ควรดูว่าแขกแขวนป้าย “ห้ามรบกวน” หรือ ดับเบิลล็อก ประตูหรือไม่ เมื่อไม่มีป้ายให้เคาะประตูด้วยข้อนิ้ว 2-3 ครั้ง (ห้ามใช้ กุญแจเคาะประตูเด็ดขาด) พร้อมบอกทันทีว่า “แผนกแม่บ้าน” รอจังหวะให้แขกตอบ (อาจใช้วิธีนับในใจ 1-10) ถ้าไม่มีเสียงตอบให้เคาะประตูอีกครั้ง แล้ว ไขกุญแจพร้อมเปิดประตูเบา ๆ ถ้าแขกคล้องโซ่ไว้และพนัก งงานทำความสะอาดห้องเปิดโดยไม่ระวังจะเกิด เสียงดัง เป็นการรบกวน แขกเนื่องจากแขกนอนหลับอยู่ หากพบว่าแขกยังอยู่ในห้องพักและตื่นอยู่ ให้ขอโทษ แขกที่รบกวนและสอบถามแขกวาสะดวกที่จะให้พนักงาน กลับมาทําความสะอาดเมื่อใด ในกรณีที่แขกอยู่ใน ห้องน้ำให้รีบปิดประตูอย่างนุ่มนวลและถอยออกมาทันที
30 บทที่3การทำความสะอาดบริเวณพื้นที่สาธารณะ • ความรับผิดชอบของแผนกแม่บ้านในบริเวณพื้นที่สาธารณะ • หลักการทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ • การทำความสะอาดห้องน้ำสาธารณะ • ประเภทของพื้นผิวและการดูแลรักษา การทําความสะอาดบริเวณพื้นที่สาธารณะ มีความสำคัญเป็นอันดับสอง รองจากการทําความสะอาดห้องพักแขก ซึ่งการทำงานส่วนใหญ่จะเน้นความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นหลักสำคัญ แผนกแม่บ้านมีหน้าที่รับผิดชอบในการหา ความสะอาดพื้นที่บริเวณพื้นที่สาธารณะและบริเวณส่วน หลังของโรงแรม (Back-of-theHouse) เนื่องจากบริเวณเหล่านี้มีความ เกี่ยวข้องโดยตรงกับการตัดสินใจและความพึงพอ ใจของแขกที่พบเห็น ดัง นั้น จึงจำเป็นต้องเน้นในเรื่องความสะอาดอย่างมาก โดยไม่ต้อง คำนึงถึง จำนวนของห้องพักที่มีแขกเข้ามาพักอยู่ว่ามีมากน้อยเพียงใด แต่ในเรื่อง ความ สะอาดนั้นต้องเกิดขึ้นตลอดเวลา ขั้นตอนของการทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะนั้น เริ่มต้นตั้งแต่การระบุถึง พื้นที่ที่ ต้องรับผิดชอบ (area inventory list) และตารางความถี่ในการทำความสะอาด (frequency schedule) เพื่อให้พนักงานทำความสะอาดทราบถึงหน้าที่และความ รับผิด ชอบของตนเองที่แน่นอน เช่น โคมไฟระย้าบริเวณห้องโถงกำหนดการทํา ความสะอาดไว้ในทุก ๆ 2 เดือน พื้นพรมในห้องโถงมีการดูดฝุ่นทุกวัน (หรือสอง ครั้งต่อวัน) เป็นต้น นอกจากหน้าที่ในการทำความสะอาดแล้ว พนักงานทำความ
31 สะอาดยังมีหน้าที่ในการดูแล รักษาพื้นที่สาธารณะให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วย การเทก้นบุหรี่ เทขยะใน ถังขยะและที่ตับบุหรี่ เก็บแก้วน้ำและหนังสือพิมพ์ ที่อ่านแล้ว การทำความสะอาดหูสำหรับ ฟังของโทรศัพท์สาธารณะด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ โรค และจัดวางสมุดโทรศัพท์ไว้ในตำแหน่งที่ถูก ต้องการทําความสะอาดบริเวณ สำหรับพนักงานและส่วนอื่น ๆ ของบริเวณส่วนหลังของ โรงแรมนั้นมีความสำคัญ เช่นกัน เช่น ห้องล็อกเกอร์หรือห้องเก็บของพนักงาน ห้องน้ำ พนักงาน ห้องอาหาร พนักงาน เป็นต้น ซึ่งการทำความสะอาดพื้นที่เหล่านี้จะสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจ และใส่ใจของโรงแรมที่มีต่อพนักงานและอาจส่งผลต่อขวัญและกำลัง ใจในการทํา งานของพนักงาน
32 ความรับผิดชอบของแผนกแม่บ้านในบริเวณพื้นที่สาธารณะ งานบริการด้านนี้จะสามารถแบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ดัง ต่อไปนี้ 3.1 . Front of the Houseareas หมายถึง บริเวณที่แขกสามารถเดินผ่านไปมา บริเวณส่วนนี้จะต้องเน้นความสะอาดมาก ๆ จะต้องรักษาไว้ซึ่งคุณภาพของงาน ความถี่ในการดูแล ซึ่งถ้าหากสกปรก หรือมีขยะมากในช่วงเวลาสั้น ๆ สามารถทำให้รู้สึกไม่สะอาดในสายตา ของแขกที่มองใน เวลานั้น ๆ ได้ ฉะนั้น พนักงานทำความสะอาดที่รับผิด ชอบจะต้องหมั่นดูแลไม่ให้เกิดขึ้น ดังจะแยกข้อปลีกย่อยออกไป ดังต่อไปนี้ 1.1 Entrances คือ บริเวณทางเข้าของโรงแรม ซึ่งจะถือเป็นด่านแรกที่ แขกจะ พบเห็น และสร้างความประทับใจได้เช่น บริเวณรอบ โรงแรมด้านหน้าจนถึงประตูทางเข้า 1.2 Lobby คือ บริเวณห้องโถงของโรงแรม จะเป็นที่นั่งพักของแขกภาย ในอาคาร ซึ่งจะประดับตกแต่งด้วยวัสดุราคาแพง ง่ายต่อความ เสียหายและสกปรก เช่น โต๊ะ เก้าอี้โซฟา พรม พื้นผนัง พื้นแข็งถังขยะ ที่เขี่ยบุหรี่ เป็นต้น 1.3 Front Desk คือ บริเวณต้อนรับแขกที่จะเข้าพัก ส่วนนี้จะเป็น มาก เพราะใกล้ สายตาจับต้องได้ง่ายเคาน์เตอร์ที่สวยงาม อาจมีโลหะตกแต่งอยู่บ้างความสะอาดต้องมี 1.4Elevatorsคือลิฟท์ต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก บริเวณที่สังเกตได้ง่ายคือ ประตูผนัง พื้น กระจก โลหะตกแต่ง เพดาน 1.5 Public restroom คือ ห้องน้ำสาธารณะต่าง ๆ ในโรงแรม เป็นส่วน สำคัญส่วน หนึ่งที่จะต้องมีพนักงานประจำ ถ้ามีจำนวนแขกมาก ๆ ใช้ บริการ โดยเฉพาะในช่วงเช้า (08.00 - 10.00) และช่วงค่ำ (18.00 - 21.00) ถ้าขาดการดูแลอาจก่อให้เกิด ปัญหาเช่น ส้วมตัน กระดาษชำระไม่เพียงพอขยะตามพื้น น้ำหกสกปรก หรือมีกลิ่น
33 ไม่พึงปรารถนาต่าง ๆเลอะเทอะ คือบริเวณทางเดินเชื่อมต่อกับส่วนต่าง จะต้องเน้น 1.6 Corridorsความสะอาดที่บริเวณพื้น ผนัง รูปภาพ ที่ทิ้งขยะ ที่เขี่ยบุหรี่ 1.7 Swimming pool area คือ บริเวณสระน้ำทั่วไปจะมีแขกมาใช้บริการ โดยจะ ต้องเสิร์ฟผ้าเช็ดตัว และเตียงนอน ปัญหาที่พบได้บ่อย คือ แขกไม่เก็บผ้าเช็ดตัวที่ใช้ แล้ว น้ำในสระสกปรกไม่เก็บถาดอาหาร และจัดสถานที่ไม่เป็นระเบียบ
34 1.8 Exercise room หรือ Fitness Center เป็นสถานที่ออกกำลังกาย การบริการ จะเป็นแบบส่วนรวม มีอุปกรณ์แบ่งเป็นห้องต่างๆเช่น ห้องน้ำ ห้องอบไอน้ำจากซี่ห้องนวด ห้องตัดผมและเสริมสวย 1.9 Function room and Ballroom คือ ห้องจัดเลี้ยง ห้องประชุม สัมมนาต่าง ๆ บริเวณนี้จะมีบริการเฉพาะเวลาที่มีการจองมา จะต้อง มีการเตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนที่งานจะเริ่ม และเมื่องานเริ่มแล้ว ต้องมีการดูแลความสะอาดเรียบร้อย ตลอดเวลาจนงานเลิกจึงเข้าไป ทำความสะอาดใหญ่ เพื่อเตรียมรับงานใหม่ต่อไป 1.10Restaurantoutletคือ ห้องอาหารต่างๆ ภายในโรงแรม จะมีเวลาเปิดปิดที่แน่นอน คือLunch (11.30 -14.30)และ Dinner (18.00 -23.00)หรือ11.00- 02.00 น. หรือเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งแล้วแต่ประเภทของแต่ละห้องอาหาร การ บริการจะคล้ายกับห้อง จัดเลี้ยง ปัญหาที่พบบ่อยคือการจัดตารางบำรุงรักษา ทั้งระยะสั้น และระยะยาว เพดาน เป็นต้น เช่น การซักพรม เช็ดผนัง เฟอร์นิเจอร์กระจก 1.11 Other area ได้แก่ พื้นที่ทั่วไป เช่น บริเวณที่จอดรถ พื้นที่รอบ โรงแรม ตัวตึกและอื่น ๆ 3.2 Back of the House หมายถึง บริเวณที่พนักงานใช้ทำงาน หรือติดต่องานระหว่างแผนก แขกไม่ ได้มาใช้ร่วมด้วย ดังนั้น ความสะอาดเรียบร้อย คุณภาพต่าง ๆ จะลดลงเพื่อลดต้นทุน และพนักงานทุกคนช่วยกัน ดูแลรักษาความสะอาดร่วมกัน โดยมีแผนกแม่บ้านรับผิดชอบ การทำความสะอาดและบำรุงรักษา ซึ่ง สามารถแบ่งออกเป็นพื้นที่ต่างๆดังนี้ 2.1 Locker คือ ห้องแต่งตัวและเก็บของของพนักงาน จะแบ่งเป็นห้อง พนักงานหญิงและ ชาย จะประกอบด้วย ตู้ประจำตัวของแต่ละคน พื้นที่ส่วนกลาง ห้องน้ำ พนักงาน Cleanerจะเป็นผู้ดูแลความ สะอาด 2.2 Officeคือ ห้องทํางานของพนักงานแผนกต่างๆจะมีเอกสารอุปกรณ์โต๊ะตู้เก้าอี้ห้องต่าง ๆ จำนวนมาก ถ้าเป็น Office รวมจะดูแลง่าย ปัญหาที่พบบ่อย คือ Office แต่ล ะแผนกอยู่ห่างกัน มาก ทำให้เสียเวลาในการเดินทาง 2.3 Commonroom คือ ห้องพักผ่อนของพนักงาน ใช้เป็นที่พักผ่อน ระหว่างช่วงเวลาพัก 2.4 Corridor public คือ เส้นทางเดินตั้งแต่บริเวณ Timekeeper ที่ พนักงานผ่านเข้ามาทำงาน และพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างแผนกต่างๆ ทั้งหมดของโรงแรม
35 หลักการทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ วัตถุประสงค์ที่สำคัญในการทำความสะอาด คือ เพื่อให้เกิดความ สวยงามและ รักษาสภาพเดิมของวัสดุนั้น เพื่อให้ถูกสุขลักษณะและอนามัยเนื่องจากเชื้อโรคเป็นสิ่งที่ เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ถ้าปล่อยให้วัสดุนั้นสกปรกและมีฝุ่นละอองเกาะอยู่ จะทำให้วัสดุนั้นเป็นแหล่งเพาะ เชื้อโรค นอกจากนี้ ความสกปรกและฝุ่นละอองยังทำให้ผิว กางออก กิต ความดีตายการในย ดังนั้นถ้าแผนกแม่บ้านจัด พนักงานให้คอยทำความ สะอาดอยู่สม่ำเสมอและถูกวิธีจะเป็นการช่วยคงสภาพและยึด อายุการใช้งานของวัสดุนั้น ซึ่งมีผลทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายของโรงแรมและประหยัดเวลา ในการทํางานด้วย หลักการพิจารณาในการเลือกวิธีในการทำความสะอาดนั้น เราควรจะ ต้อง พิจารณาว่าวัสดุหรือพื้นผิวนั้นประกอบด้วยสิ่งใด แล้วจึงเลือกวิธีทำความสะอาดที่ไม่ทำ อันตรายต่อพื้นผิวของวัสดุนั้น ๆ รวมทั้งวิธีนั้น ๆ ควรจะประหยัดงบประมาณและเวลา การทำความสะอาดนั้นควรใช้วิธีเก็บรวบรวมฝุ่นละอองและคราบสกปรก ไม่ควรใช้การปัด เพราะจะทำให้ฝุ่น ละอองฟุ้งกระจาย หลักในการทำความสะอาดทั่วไป 1. ให้เก็บรวบรวมวัสดุหรือสิ่งของประเภทต่าง ๆ ออก 2. กำจัดสิ่งสกปรกที่ทำความสะอาดง่ายออกก่อน 3. พยายามเลือกใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์อ่อนและกลิ่นไม่รุนแรง 4. ระวังการรบกวนต่อแขกหรือพนักงานคนอื่น ๆ รวมทั้งเรื่องการเกิด เหล่างๆ
36 การทำความสะอาดห้องน้ำสาธารณะ (Public restroom) ห้องน้ำนั้นเป็นสถานที่ ๆ ค่อนข้างจะดูแลรักษายากกว่าพื้นที่อื่น ๆ เนื่อง จากมีผู้คนเข้ามาใช้บริการเกือบตลอดเวลาก็ว่าได้และไม่ได้จำกัดเฉพาะ แขกที่มาใช้ บริการของโรงแรมเท่านั้น ปัญหาที่พบเห็นบ่อยในห้องน้ำ สาธารณะนั้น คือ กลิ่นที่ไม่ พึงปรารถนา มีน้ำและรอยสกปรกเลอะเทอะบนพื้นผิวต่าง ๆ และเศษขยะต่าง ๆ ดังนั้น จะเห็นว่า ห้องน้ำสาธารณะนั้นต้องเน้นในเรื่องความสะอาดและการดูแลเป็นพิเศษกว่าพื้นที่ สาธารณะอื่น ๆ ปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้มีการประดิษฐ์คิดค้นอุปกรณ์ในห้องน้ำด้วย เช่น อุปกรณ์ดับกลิ่นอัตโนมัติที่สามารถขจัดกลิ่นเมื่อกด ชักโครก หรือ อุปกรณ์ป้องกันตะกรันสำหรับโถปัสสาวะสำหรับผู้ชาย เป็นต้น ซึ่งโรงแรมนิยมติดตั้ง อุปกรณ์เหล่านี้ในห้องน้ำสาธารณะเป็น อุปกรณ์มาตรฐานที่สามารถพบเห็นโดยทั่วไป การ ทําความสะอาดใน ห้องน้ำสาธารณะนั้น ควรขัดโถชักโครกภายในด้วยแปรงขัดโถชักโครก ส่วนฝารองนั่งชักโครกควรเช็ดด้วยน้ำยาทำความสะอาด รวมทั้งตัว ชักโครกด้วย อ่างล้าง หน้าและบริเวณที่ล้างมือควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคทํา ความสะอาดส่วนที่เป็นโลหะควรทำ ความสะอาดและขัดเงา กรณีที่พบรอยขีดเขียนต่าง ๆ บนผนังและรอยลิปสติก ควร ทำความ สะอาดเพื่อขจัดรอยเปื้อนนั้นออก สำหรับพื้นนั้นควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคผสมกับน้ำ และไม้ ถูพื้นในการทำความสะอาดพื้น / ประเภทของพื้นผิวและวิธีการดูแลรักษา เราสามารถแบ่งประเภทของพื้นผิวออกมาได้ 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ แบบยืดหยุ่น และไม่ยืดหยุ่น การทำความสะอาดและวิธีการรักษาพื้นผิว และผนังขึ้นอยู่กับ ส่วนประกอบของวัสดุที่นำมาประกอบขึ้น ควรมีการ รักษาพื้นผิวให้คงสภาพเดิมไว้ให้มาก ที่สุดและป้องกันพื้นผิวจากการฉีก ขาดและชำรุด หากพบว่าเกิดรอยชำรุดควรมีการแก้ไข ให้กลับสู่สภาพเดิมไม้ - เป็นวัสดุที่แข็งแรง ทนทาน ยืดหยุ่นได้และมีลวดลายสวยงามตาม ธรรม ชาติทำให้เป็นที่นิยมในการนำมาเป็นเฟอร์นิเจอร์และเครื่องประดับ ตกแต่งสถานที่ต่างๆ
37 การดูแลพื้นผิวของไม้ชนิดต่าง ๆ กระทำได้ดังนี้ 1.พื้นผิวไม้ผิวธรรมชาติ- ควรมีการทำความสะอาดด้วยเช็ดด้วยผ้าแห้งเพื่อกำจัดฝุ่นเป็นประจำทุกวัน แต่ควรจะมีการเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำยาทำ ความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ในทุกสัปดาห์ 2. พื้นไม้ทาน้ำมัน - การทาน้ำมันบนผิวไม้นั้นเพื่อป้องกันความชื้นและ รอยสกปรกบางประเภท การทําความสะอาดจะเหมือนกับการทําความ สะอาดพื้นผิวไม้ธรรมชาติ 3. พื้นไม้ปาเก้ - การทำความสะอาดพื้นไม้ประเภทนี้สามารถกระทำได้ด้วยการเช็ดด้วยผ้าแห้ง ถ้าในกรณีที่จำเป็นต้องเช็ดด้วยน้ำ ควรใช้ผ้า ชุบน้ำหมาด ๆ เช็ด ไม่ควรจะชุบน้ำมากเกินไป เพราะน้ำจะทำให้กาวที่ติดแผ่นไม้หลุดออก กระเบื้องยาง โดยทั่วไปแล้ว พื้นกระเบื้องยางนั้นจะมีการเคลือบเงาพื้น เพื่อให้พื้นดูสวย งามและป้องกันสิ่งสกปรก รวมทั้งรอยขีดข่วนต่างๆ ด้วย ดังนั้น การทำความสะอาดในทุก วันสามารถกระทำได้โดย ใช้ผ้าม้อพฝุ่นกับ น้ำยากำจัดฝุ่น (ทิ้งไว้ประมาณ 15 - 30 นาที ก่อนการเช็ดพื้น) เช็ดไปรอบพื้นห้องหรือกวาดพื้นให้สะอาด และใช้ผ้าม้อพน้ำชุบ น้ำยาทำความ สะอาดพื้นประจำวันเช็ด ในบริเวณพื้นที่กระเบื้องยางที่มีการใช้งานหนัก อาจจะมีแขกเดิน ไปมา ตลอดทั้งวัน ควรมีการลงเคลือบเงาพื้น โดยมีอุปกรณ์ที่จำเป็นใน การลงเคลือบเงาพื้น ประกอบด้วย เครื่องขัดพื้นพร้อมหัวแปรงและแผ่น ขัดสีดำ น้ำยาลอกแวกซ์ น้ำยาเคลือบ เงา น้ำยาทำความสะอาดพื้น ประจำวัน ม้อพผ้าชนิดใช้กับน้ำ ถังพลาสติก ถังบีบผ้าม้อพ ไม้กวาด ที่ตัก ขยะ ม้อพฟองน้ำ ผ้าทำความสะอาด แผ่นขัด (ใช้ขัดคราบสกปรกที่ เครื่องขัดออกไม่หมด) หลังจากการเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นเสร็จเรียบร้อยแล้วสามารถ ดาเนินการขัดพื้นและเคลือบเงาได้ดังนี้ 1. ย้ายเฟอร์นิเจอร์ไปรวมอยู่ด้านใดด้านหนึ่ง หรือย้ายออกไปจากบริเวณ 2. กวาดพื้นห้องให้สะอาด
38 3.น้ำยาลอกแวกซ์ลงบนพื้นบริเวณที่จะขัด(การขัดพื้นช่วยลอกเคลือบเงา 4. ใช้เครื่องขัดขัดบริเวณที่ลงน้ำยาไว้เก่าออกก่อนลงเคลือบเงาใหม่) 5. ใช้ม้อพชุบน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น เช็ดคราบแว็กซ์ที่ขัดแล้วออกให้สะอาดเช็ดซ้ำสองถึงสามครั้ง โดย 6. กระทำวิธีนี้จนครบบริเวณที่กำหนดไว้ 7.ใช้ผ้าม้อพชุบน้ำยาทำความสะอาดพื้นประจำวัน เช็ดพื้นให้ทั่วอีกครั้ง 8. ให้พื้นกระเบื้องยางแห้งสนิท แล้วจึงลงเคลือบเงาพื้น โดยใช้ม้อพ ฟองน้ำ ชุบน้ำยาเคลือบเงา ถ้ายังไม่เงางามเพียงพอ สามารถลงน้ำยา เคลือบเงา ได้3 - 4 ครั้ง แต่ในการลงเคลือบเงาแต่ละครั้ง ควรรอให้พื้นแห้งสนิท ก่อนที่จะลงน้ำยาครั้งต่อไป ข้อควรระวังสำหรับพื้นกระเบื้องยาง คือ ไม่สามารถทนต่อของเหลวที่มีส่วนประกอบของน้ำมัน ตัวทำละลาย หรือคราบไขมัน เพราะจะทำให้พื้น ผิวแตกหรือ เสื่อมคุณภาพลงได้นอกจากนี้ หากกระเบื้องยางนั้นใช้กาวติดลงบนพื้นนั้นอาจมีอายุการ ใช้งานสั้นหากกล่าวนั้นคุณภาพลง เพราะจะ ทำให้กระเบื้องยางนั้นหลุดร่อนได้ พื้นไวนิล พื้นไวนิลนั้นเป็นพื้นผิวที่มีความทนทานต่อสารเคมี มีหลากหลาย รูปแบบ ไวนิล ให้สามารถเลือกได้ตามความต้องการ ถ้าเป็นไวนิลที่มีการ เคลือบชนิดพิเศษจะมีความทน ทานต่อรอยขีดข่วน และการกัดกร่อน พื้นที่เป็นไวนิลนั้นจะเกิดคราบของไขมันได้ง่าย จึง ควรใช้น้ำยาลอกแวกซ์ก่อน การขัดเงา การทำความสะอาดประจำวันนั้นควรจะกวาดหรือ ปัดฝุ่น ตาม ด้วยการเช็ดด้วยน้ำหมาด ๆผ้าหุ้ม ผ้าหุ้มเฟอร์นิเจอร์ เฟอร์นิเจอร์ประเภทเก้าอี้โซฟาและโซฟานั้นนิยมใช้ผ้ามาบุ เพื่อให้เกิด แต่ผ้านั้นมักจะเกิดรอยเปื้อนต่าง ได้ง่าย โดยเฉพาะหากเป็น ความ สวยงาม เฟอร์นิเจอร์ในบริเวณที่มีแขกมาใช้บริการมาก ดังนั้น หากพบสิ่งสกปรกบนผ้าจึงควรใช้ วิธีการขจัดคราบเปื้อนเฉพาะจุด และให้ใช้สาร เคมีที่ใช้กำจัดคราบบนผ้าโดยเฉพาะเท่านั้น
39 เซรามิคหรือกระเบื้องเคลือบ พื้นผิวประเภทนี้มีคุณสมบัติเด่น คือ ป้องกันน้ำได้และการ ดูแลรักษาทำ ความสะอาดง่าย นิยมติดตั้งในบริเวณห้องครัวและ ห้องน้ำ ในปัจจุบันมีให้เลือกหลายรูป แบบและมีลวดลายที่ สวยงาม แต่ข้อควรระวังของเซรามิคหรือกระเบื้องเคลือบ คือ ลื่น เมื่อถูกน้ำ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุและอันตรายได้ดังนั้น วิธีการ ทำความสะอาดจึงไม่ ควรที่จะราดน้ำลงบนพื้นผิว แต่ควรที่จะกวาดสิ่งสกปรกออกและเช็ดด้วยผ้าหรือไม้ถูพื้น ชุบน้ำหมาด ๆ พื้นคอนกรีตหรือพื้นปูน พื้นคอนกรีตหรือพื้นปูนั้นมีส่วนประกอบของซีเมนส์และทรายซึ่งนิยมใช้ใน บริเวณภายนอกอาคาร เช่น ถนน บริเวณที่รับส่งของ หรือบริเวณสระน้ำ การทำความ สะอาดพื้นผิวชนิดนี้คือ กวาดสิ่ง สกปรกและใช้น้ำฉีดทำความสะอาด และเนื่องจาก คอนกรีตนั้นมีคุณสมบัติมีฟอกอากาศผสมอยู่ เมื่อแห้งจึงทำให้เกิดเป็นรูบนพื้น ผิว มีผลให้ สิ่งสกปรกสามารถเข้าไปแทรกอยู่ตามช่องเหล่านี้เพราะฉะนั้น เพื่อป้องกันปัญหานี้ พื้นซีเมนส์จึงนิยมที่จะเคลือบผิว ด้วยสารที่มีส่วนประกอบของยูรีเทน เพื่อป้องกันน้ำและ ช่วย ป้องกันรอยขีดเขียนที่ไม่ปรารถนา และหากต้องการลอกยูรีเทนอ อกให้ใช้สารที่มีความเป็นด่างผสมกับน้ำเช็ดออก ผนังและเพดาน การทำความสะอาดผนังและเพดาน ขึ้นอยู่กับพื้นผิวที่เลือก ใช้ว่าเป็นชนิดไหน เช่น ทาสีเคลือบพลาสติกผ้า ไวนิล หรือวอลล์เปเปอร์ผสมน้ำ ทาสี---ทําความสะอาดด้วยผงซักฟอกอ่อน ๆ เคลือบพลาสติก-- ปัดฝุ่นและตามด้วยผ้าเปียกเช็ด ผ้า-ข้อควรระวังสำหรับวัสดุประเภทผ้าที่ใช้สำหรับผนัง คือ เชื้อราและรอยเปื้อนต่าง ดังนั้น จึงควรใช้การทำความสะอาดเฉพาะจุด ๆ ด้วยสารเคมีขจัดรอยเปื้อน ไม่ควรใช้น้ำและผงซักฟอก เพราะจะ ทำให้ผ้าหดตัวได้ ไวนิล---ทําความสะอาดด้วยผงซักฟอกอ่อน ๆ
40 หินอ่อนและหินขัด หินอ่อนเป็นหินธรรมชาติที่นิยมมาประดับตามสถานที่ต่าง ๆ มีลักษณะแข็ง ทนทาน แต่ไม่ทนต่อกรดและด่างลื่นเมื่อถูกน้ำส่วนหินขัดทำมาจากเศษหินอ่อน ชิ้นเล็กผสมปูนซีเมนต์และบดให้เรียบ แน่น เพื่อให้ผิวหน้าเรียบและสวยงาม การทําความสะอาดเหมือนกับ การทำความสะอาดกระเบื้องยาง รวมทั้ง ต้องมีการขัดพื้นและเคลือบเงาเช่นเดียวกัน พรม คุณภาพของพรมจะขึ้นอยู่กับเส้นใยของพรม ลักษณะการทอ ความสูง ของพรม และความแข็งแรงของพื้นรองพรม ในกลุ่มของพื้นผิวทั้งหมด พรมนั้นเป็นพื้น ผิวที่ค่อนข้างดูแลรักษายากที่สุด เพราะ ค่อนข้างสกปรกง่ายและทำความสะอาดยากกว่า พื้นผิวอื่น ๆ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดของพรม คือ เตรียมการป้องกันพรมที่เหมาะสมกับ การ ใช้งานและเพียงพอ เช่น อาจวางพรมดักฝุ่นไว้บริเวณหน้าประตูทางเข้า เพื่อช่วยให้ฝุ่น และโคลนไม่ไปติดบนพรม หรือรายการ คนกลางอีกในบริเวณที่มีผู้โดนผ่าน จำนวนมาก ๆ เพื่อยืดอายุการ ใช้งานของพรมและประหยัดเวลา รวมทั้งพลังงานในการ ทําความ สะอาด สำหรับการรักษาจนประจำวันนั้น คือ การพูดฝุ่นโดยใช้เครื่องอุ่น เนื่องจากสิ่งสกปรกที่พบมากมักจะเป็นสิ่งสกปรกที่แห้ง ซึ่งสามารถทำความสะอาดได้ด้วย การดูดฝุ่น ซึ่งจะช่วยยืดอายุของพรมจากการเสียดสีของเศษผงที่เกิดจากการกดทับแรง ของผู้คนและรถ เข็น เครื่องดูดฝุ่นที่นิยมใช้ในโรงแรมมักเป็นแบบยืน เพราะสามารถ เก็บ ฝุ่นได้ดีและไม่ไหลย้อนกลับลงบนพรม . แต่ถ้าพรมมีรอยเปื้อนÅงแน่นให้ใช้วิธีการซักพรมเฉพาะจุด โดยใช้น้ำยา ซักพรมลงเฉพาะจุดที่สกปรกโดยวิธีbonnet cleaningซึ่งสามารถกระทำได้โดยใช้แชมพู ซักพรมฉีดลงบนรอยเปื้อน และ ใช้เครื่องขัดพื้นที่เปลี่ยนหัวขัดเป็นประเภท bonnet ซักลง บนรอย เปื้อนจนกระทั่งรอยเปื้อนหายไป
41 บทที่4 การจัดการห้องพัก ในส่วนของข้อมูลห้อง แม้ว่าจะมีข้อมูลที่ต้องกรอกค่อนข้างมากแต่จะช่วยให้ โรงแรมไม่ต้องตอบคำถามซ้ำๆ ขจัดปัญหาข้อพิพาทต่างๆ จากการได้รับ ข้อมูลไม่ครบถ้วน เพราะถึงอย่างไรสินค้าที่เรากำลังนำเสนอลูกค้าอยู่ก็คือห้อง พักนั่นเอง ข้อมูลที่โรงแรมต้องกรอกเหล่านี้RoomScope ได้ทำวิจัยและรวบรวมสิ่งที่ นักท่องเที่ยวหลายๆ แบบต้องการรู้ก่อนที่จะตัดสินใจจองมาเรียบร้อยแล้ว • การเข้าจัดการ • สถานะของห้องพัก • เพิ่มประเภทห้อง • เพิ่มหมายเลขห้อง • เรียงลำดับห้อง การเข้าจัดการ เมนูข้อมูล → ห้องพัก
42 ในหน้านี้จะแบ่งการจัดการออกเป็น 3 แท็บย่อย 1. ประเภทห้อง 2. หมายเลขห้อง 3 .ประวัติการเปลี่ยนแปลง แท็บประเภทห้อง เมื่อคลิกที่แท็บลูกศรภายใต้ห้องนั้น ข้อมูลแบบละเอียดจะสไลด์ลงมาแสดง
43 ข้อมูลของประเภทห้องและหมายเลขห้องจะต่างกันเล็กน้อยตรงที่ แท็บหมายเลข ห้อง รายการจะถูกจัดกลุ่มตามประเภทห้องเพื่อให้สะดวกต่อการจัดการ สถานะของห้องพัก แท็บหมายเลขห้อง สถานะของห้องพักมีอยู่4 ประเภท เหมือนกันทั้งในระดับประเภทห้อง และหมายเลขห้อง 1.เปิดใช้งาน ลูกค้าสามารถจองได้ 2.ปิดใช้งาน ลูกค้าไม่สามารถจองได้และโดยส่วนใหญ่ตามตัวกรองมาตรฐาน แล้วจะเลือกไม่แสดงห้องสถานะนี้เป็นค่าเริ่มต้น 3.เตรียมข้อมูล ลูกค้าไม่สามารถจองได้แต่โรงแรมยังสามารถจองได้ในระบบหลังบ้าน ค่านี้จะเป็นค่าเริ่มต้นเมื่อมีการเพิ่มห้องเข้าไปใหม่
การเปลี่ยนสถานะ ประเภทห ้อง เป็นสถานะอนื่ที่ไม่ใช่เปิดใชง้าน หมายเลขห้องที่อยู่ภายใต ้ห ้องประเภทนี้ก็จะไม่สามารถจองได ้ทั้งหมด แม้ว่าสถานะของหมายเลขห ้องนั้นๆ จะเปิดใชง้านก็ตาม 44 การเปลี่ยนสถานะห้อง คลิกที่ ป้ายสถานะ และเลือกสถานะใหม่ ระบบจะบันทึกข้อมูลทันที เพิ่มประเภทห้อง กดที่ปุ่ม เพิ่ม ระบบจะแสดงหน้าจอให้กรอกข้อมูล
45 ข้อมูลทั่วไป • สามารถใช้ได้(เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) คำว่า Extranet Only ที่ใช้ในระบบ RoomScope นั้นหมายถึงรายการที่มีแต่ เฉพาะโรงแรมเท่านั้นที่สามารถเห็นและจัดการได้ ตัวอย่างเช่น เรทที่มีเฉพาะ โรงแรมใช้จองได้หรือ ห้องพักที่มีแต่โรงแรมที่จองได้ ห้องแบบ Extranet Only อาจใช้ในกรณีที่โรงแรมต้องการเก็บห้องบางห้องหรือ บางประเภทไว้ให้กับเอเจนท์ หรือ ลูกค้าแบบ Business หรืออาจเป็นห้องที่มีความต้องการพิเศษ ไม่ต้องการขาย Online แต่ต้องโทรเข้ามาให้โรงแรมแจ้ง รายละเอียดและทำจองให้ เมื่อกำหนดแล้วทุกจุดที่แสดงห้องจะมีเครื่องหมายล็อคซึ่งหมายถึง Extranet Only หากกำหนดค่า Extranet Only ในประเภทห้องจะทำให้ห้องทุก หมายเลขห้องในประเภทนี้เป็น Extranet Only โดยอัตโนมัติโดยไม่ สนใจว่าห้องแต่ละห้องได้ถูกระบุเป็น Extranet Only หรือไม่
46 ข้อมูลจำเพาะ • รูปแบบของจำนวนผู้เข้าพัก (จำเป็น) เช่น ผู้ใหญ่ 2 เด็ก 1 นี่คือ 1 รูปแบบ แต่ละรูปแบบจะเชื่อมโยงกับการคิด ราคา เพราะฉะนั้นค่านี้ต้องกรอกให้ถูกต้อง ครบถ้วน และสอดคล้องกับการคิดราคาของโรงแรม เช่น ถ้าราคาผู้เข้าพัก 1 ท่าน แตกต่างจาก 2 ท่าน ก็ต้องเพิ่มเป็น 2 รูปแบบ การเพิ่มรูปแบบ ตัวอย่างการใส่ค่าในกรณีทั่วไป
ข้อมูลในส่วนนี้อาจจะต้องมีการวางรูปแบบและใช้เวลามากหน่อย แต่ก็เป็นการวางแค่ครั้งเดียว และจะช่วยให้ลูกค้าทราบถึงสิทธิ์ที่จะได้รับ ลดข้อพิพาท 47 ตัวอย่างการใส่ค่าที่มีการคิดราคาแยกแบบละเอียด เมื่อลูกค้าทำจองจะระบุอย่างชัดเจนว่าเข้าพักได้กี่ท่าน • ทางเลือกของรูปแบบเตียง (จำเป็น - หรือลงในระดับหมายเลขห้องก็ได้ถ้าไม่เหมือนกันทุกห้อง)
48 การเพิ่มรูปแบบเตียง • รูปแบบเตียงเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับลูกค้าหลายๆ ท่าน เพราะฉะนั้นการระบุเตียงของแต่ละหมายเลขห้องให้ ถูกต้องครบถ้วนจะช่วยลดข้อพิพาทได้ รูปแบบเตียงจะถูกแสดงให้ลูกค้าทราบเมื่อทำการจอง
49 การเพิ่มองค์ประกอบห้องพัก การเพิ่มระยะห่าง