รู ท่ 1 – 3 ่านควา ถ่ องเคร่อื งวท ทาง ท ว
ชดวท PRC-624
1. คา ่าวนา
1.1 รา ะเอ ดโด ท่วไ
ชดุ วิทยุ PRC - 624 เปน็ วิทยุมอื ือในย่านความ ่ี VHF/FM คณุ สมบัติ อง PRC - 624 น้นั
นอกเหนอื จากเปน็ วทิ ยมุ อื อื แลว้ ยงั ใชเ้ ป็นวทิ ยชุ นิดสะพายหลงั ได้ด้วย
ชดุ วิทยุ PRC - 624 ใชง้ านย่านความ ี่ 30,000 – 47.975 MHz โดยมีชอ่ งความ ีใ่ ช้งาน
2,320 ช่องส านีที่ชว่ งหา่ งระหว่างชอ่ งความ ่ี 25 KHz กาลังสง่ ออกอากาศสามาร เลอื กใชไ้ ด้สองระดับ
คือกาลงั สง่ สูง (HIGH)
จะอยู่ระหว่าง 1-2.6 วตั ต์ และกาลังสง่ ต่า (LOW) จะอยูร่ ะหวา่ ง 1-0.25 วตั ต์ (ปกติทีต่ ั้งมาจากโรงงานคือ
สงู 2 วัตต์ และช่วงตา่ คือ 1 วัตต)์ ชดุ วทิ ยุ PRC - 624 ปกตจิ ะใชง้ านแบบเสยี งกระจ่าง โดยมีลาโพงและ
ไมโครโ นอยูภ่ ายใน แต่ก็สามาร ใชท้ ่ี พูด - งได้ โดยตอ่ เ า้ กบั ัว้ ตอ่ ชนิด 6 า ทม่ี ใี น PRC - 624 นั้น
ใชส้ เควลช์แบบ 150 Hz (สเควล ์แบบ CW มีเปน็ เ อื่ เลอื ก) ใู้ ชส้ ามาร เปด - ปดสเควล ์ไดต้ าม
ต้องการ
การทางาน อง PRC - 624 นัน้ อยู่ภายใตก้ ารควบคุม องไมโครคอมพวิ เตอรแ์ ละการใช้
งาน กม็ ปี มุ ควบคุมน้อยมาก โดยมีปมุ อยู่ 4 ปมุ มีจอภาพสาหรบั แสดง ลการทดสอบตัวเอง และการ
ใช้งาน รวม ึงความ ท่ี ี่ใชอ้ ยู่ , แสดงสั าณท่ีรับได้ , ระดบั องสั าณที่ออกอากาศ และระดับไ ใน
แบตเตอร่ี
ช่องความ ีล่ ่วงหน้ามไี ด้ งึ 10 ชอ่ ง โดยแตล่ ะช่องสามาร กาหนดหนา้ ที่ได้ดงั น้ี
- ความ ีท่ ่ีใชง้ าน
- กาลังสง่ ออกอากาศ (สูงหรือตา่ )
- เมอ่ื ตอ่ อยู่กับที่พูด - ง ลาโพงในเครือ่ งเลอื กเปด - ปดได้
- ระดบั เสียงพูด : ธรรมดาหรอื เสยี งกระ ิบ
หน้าท่ตี ่าง ๆ เหลา่ นี้ จะ กู บันทึกไวใ้ นหน่วยความจา าวร ความ ีใ่ นช่องต่าง ๆ สามาร
รบั เ า้ หรือ า่ ยทอดใหก้ ับชุดวิทยุ PRC-624 เคร่อื งอื่นได้
อุปกรณป์ ระกอบชดุ มาตร าน องชุดวทิ ยุ PRC-624 ประกอบด้วยเสาอากาศแส้ 70 ม. รุ่น
AT-624 L, ้อต่ออ่อน และเสาอากาศอกี 3 อนั นาด 18.30 ม. และ 50 ม. เปน็ อุปกรณเ์ ือ่ เลอื ก
CX-6240 H-250
RT-624
BT-6624
AT-624L FLEXIBLE ANTENNA 70 cm. ANTENNA
BASE
AT-624
รูปที่ 2 - 1 ส่วนประกอบชุดวทิ ยุ PRC-624
1.2 ชิ้นส่วนประกอบร่วมเผื่อการใช้งาน
ชุดวทิ ยุ PRC - 6แ2ล4ะปรรปู ะขกอองบชดนิ้ ว้ สย่วอนุปเกหรลณา่ นแ์ ้นัลแะชสนด้ิ งสไ่ววน้ใตนา่ รงปู ทๆี่ สาหรบั การใช้
งานดงั ตารางท่ี 1 -1 2-1
ตารางท่ี 1 - 1
ระดบั อปุ กรณ์ หมายเลข รายการ รหสั จานวน
1 เครอ่ื งรบั – ส่ง RT – 624 1
อปุ กรณช์ ุด 2 อากาศวปิ 70 ซม. AT - 6242 1
มาตรฐาน 3 ซองบรรจุ CW – 624 1
4 แบต Ni Cd หรอื TNC – 624 1
แบตลเิ ธยี ม หรอื BT - 6624 1
กลอ่ งใส่แบต (10 ก้อน) BP – 624 1
5 ข้อออ่ น H - 250 1
6 ทพ่ี ดู – ฟัง 1
7 เป้ สะพาย ST - 624 1
1
8 เสาอากาศวปิ 50ซม. AT – 624
อุปกรณ์ 9 สาอากาศวปิ AT - 6245 1
เผอ่ื เลอื ก
แบบออ่ น 30 ซม.
10 เสาอากาศวปิ 18 ซม. AT - 624 VS1
11 ทค่ี รอบศีรษะ HS - 624 1
12 สายโหลดข้อมูลระหวา่ ง CX – 6240 1
RT - 624 กบั RT – 624
13 สายสาหรบั เป็ นสถานีถา่ ยทอด CX - 624 1
อุปกรณป์ ระกอบ 14 เครอื่ งประจแุ บต (5 ก้อน) BCT - 624/5 1
1.3 การประกอบชดุ
1.3.1 ทวั ่ ไป
ประกอบการใช้งาชนุดไวดทิ ห้ ยลุ ายPRแCบบ- ต62า4มควเาปม็ นตว้อทิ งยกตุารรขะกอลู งใผหใู้ มชข่้ อง VHF ทส่ี ามารถ
ดงั จะไดก้ ลา่ วตอ่ ไปน้ี
1.3.2 แหลง่ จา่ ยไฟ
ชุดวทิ ยุ PRC - 624 อาจเป็ นแบตชนดิ ***** (TAC – 624) หรอื แบตชนดิ
ลเิ ธยี ม (BT – 624)
หรนุ่ รอื แBบPต-อ6ลั2ค4าไลนธ์ รรมดาขนาดเล็ก (AA) 10 กอ้ นก็ได้ โดยใส่ ลงไปในลงั
1.3.3 เคร่อื งขยายกาลงั ออกอากาศ (เผือ่ เลอื ก)
สามารถใช้อปุ กรณป์ ระกอบชุดของชุดวทิ ยุ AN/PRC - 77 ได้
1.3.4 า ารถใชอ้ ร ์ ระ อบชด องชดวท AN/PRC - 77
1.3.4.1 การใช้เสาอากาศ องชดุ วิทยุ AN/PRC - 77 และ AN - 892 ได้
1.3.4.2 การใชอ้ ปุ กรณ์ภาคเสยี งอื่น ๆ
ชดุ วิทยุ PRC - 624 สามาร ใช้ท่พี ดู - ง องชดุ วทิ ยุ AN/PRC - 77 ได้ เชน่ ท่ีพูด
- ง รนุ่ H - 189 ฯลฯ
1.3.5 ารใช้งานร่ว บอ ร ์รน่ เ ่า แ ะร่นให ่
1.3.5.1 การใช้งานร่วมทางดา้ นความ ีค่ ลื่น
ชุดวิทยุ PRC - 624 สามาร ใชง้ านรว่ มกับอปุ กรณ์ทางด้าน VHF/FM รนุ่ เก่า เชน่ ชุด
วทิ ยุ AN/PRC - 77, VRC - 46 และ VRC - 64 รวม ึงวิทยุรุ่นอนื่ ทมี่ ีคณุ สมบัติแบบเดียวกนั ได้
แต่เนอ่ื งจากคณุ ลักษณะทางเทคนคิ องวิทยุรนุ่ เกา่ ทาใหก้ ารใชง้ านร่วมสามาร
กระทาได้ใน ่ายความ ี่ 30 - 76 MHz เทา่ นั้น และเฉพาะที่ใช้ชว่ งหา่ งระหว่างชอ่ งความ ี่ 50
KHz เท่าน้นั
ชดุ วทิ ยุ PRC - 624 สามาร ใชส้ ่อื สารกบั วทิ ยรุ นุ่ ใหม่ใน ่าย VHF/FM เช่น CNR -
900 ได้ในโหมด องเสียงกระจาย ย่านความ ี่ 30 - 88 MHz
1.3.5.2 การใช้งานรว่ ม องสเควลช์
ชุดวิทยุ PRC - 624 ใช้สเควลช์แบบใหม่ (150 Hz) เหมอื นกบั ชุดวิทยุ CNR - 900
่งึ สามาร ใช้งานร่วมกนั ได้กับวิทยุรุ่นเกา่
1.3.5.3 การใชง้ านร่วม องระดับอุปกรณ์ทางเสียง
ชุดวทิ ยุ PRC - 624 มรี ะดบั สั าณเสียงเหมือนกบั สั าณเสยี งรุ่นเกา่ ดงั น้นั
อุปกรณ์ตา่ ง ๆ ทีส่ ามาร ตอ่ ใชง้ านกบั วทิ ยรุ นุ่ เก่าได้ กส็ ามาร ตอ่ ใช้งานรว่ มกับชดุ วิทยุ PRC - 624 ได้
1.4 ระบบ ารทด อบ วเอง องชดวท PRC - 624
1.4.1 ทว่ ไ
ชดุ วิทยุ PRC - 624 มีระบบทดสอบตวั เอง งึ่ อยู่ภายใต้การควบคมุ องไมโคร
โพรเ สเ อร์ ระบบนท้ี าหน้าท่ี 2 อย่างดว้ ยกัน คอื
ก. การแสดงระดบั แรงดันไ อัตโนมตั ิโดยตลอด ้าหากวา่ แรงดนั ท่ีจา่ ยใหต้ า่ เกนิ จะมี
เครื่องหมายบอกว่าไ หมด แสดง ึน้ ทีจ่ อภาพ องเคร่ือง RT - 624 ก่อนไ หมดประมาณ 2 ชม. จะ
มีเครอ่ื งหมายเตือนปราก ึน้ ทีจ่ อภาพและทุกคร้งั ท่กี ด PTT จะมีเสียงป๊ีบ ้นึ ที่หู ง
. การทดสอบการใช้งาน องชุดวิทยุ PRC - 624 การทดสอบน้ที าได้โดย ูใ้ ช้เคร่ือง
เอง ระหว่างการทดสอบน้ี ช่องจอภาพจะแสดงเป็นระยะเวลาประมาณ 4 วินาที เพื่อให้ ูใ้ ชด้ ูความ
ูกต้อง องจอภาพ จะมเี สียงสั าณทหี่ ู งหรอื ลาโพง องตวั เครอื่ ง อนั เปน็ การตรวจสอบลาโพงและหู
งไปในตวั
ลการทดสอบตัวเองจะแสดงดงั น้ี
1. ้าเครอ่ื งรับ-ส่ง RT - 624 ดี จะมี ้อความ GOOD ปราก น้ึ บนจอภาพ พร้อมกับมเี สยี งสั าณ
ต่อเน่อื งนาน 4 วนิ าที
2. ้าเคร่ืองรับ-สง่ RT - 624 เสีย จะมี อ้ ความ BAD ปราก น้ึ ทีจ่ อภาพ ไมม่ ีเสียงสั าณใด ๆ
3. ระหว่างการทดสอบ ีดระดับไ แบตจะปราก ในจอภาพด้วย
1.4.2 โครง รา้ ง องระบบทด อบ วเอง
ระบบทดสอบตัวเอง อง PRC - 624 ประกอบด้วยวงจรควบคุมที่อยู่ในโมดุลต่าง ๆ วงจรเหล่าน้ี
จะทาหน้าทตี่ รวจสอบสั าณท่จี ุดสาคั ๆ นอกจากนั้น ระบบนย้ี งั ประกอบด้วยเคร่ืองกาเนิดสั าณทดสอบ
สองสั าณดว้ ยกนั คือ
ก. เครื่องกาเนิดสั าณความ ่ี 1 KHz เพือ่ ใช้ทดสอบภาคสง่ และภาครับ
. เคร่อื งกาเนิดสั าณ RF เพอื่ ใช้ทดสอบระหว่างการทดสอบภาครับ เคร่อื งกาเนิด
สั าณนี้จะ ลิตสั าณ RF ปอนใหก้ บั ภาครับ เพื่อทดสอบการทางาน องวงจรภาครับน้ัน
1.4.3 ว ารทด อบ
1.4.3.1 การทดสอบภาครบั (ไมต่ อ้ งกด PTT)
ระหว่างการทดสอบนี้ วงจรภาครับทุกวงจรจะทางานรวมกบั ภาคกาเนิดความ ่ี RF เพอื่ การ
ทดสอบด้วย ภาค ันธิไ เ อร์ ความ ีจ่ ะทาการปรุงคลืน่ โดยใช้สั าณความ ่ีทดสอบนี้
1.4.3.2 การทดสอบภาคสง่ (กด PTT)
ในระหว่างการทดสอบนี้ ภาคส่งทุกภาคจะทางาน วงจรเฝาตรวจจะวัดกาลังส่งออก ภาคส่ง อง
เสาอากาศ า้ หากว่ากาลังออกอยู่ในช่วงทก่ี าหนดไว้ก็ ือว่า า่ น แต่ ้าไม่ได้จะมสี ั าณบอกว่าเครื่องเสีย
1.4.3.3 การทดสอบแรงดันไ
แรงดันไ องชุดวิทยุ PRC - 624 จะ ูกวัดอยู่ตลอดเวลา ้าหากว่าแรงดันต่ากว่าที่ชุดวิทยุ
PRC - 624 ต้องการ สั าณที่บอกไวใ้ น ้อ 1.4.1 จะทางาน
1.4.3.4 การทดสอบภาคเสยี ง
ในระหว่างการทดสอบ สั าณเสียงทอี่ อกจากภาคเสียงจะต่อเ ้ากบั ภาครบั
สั าณจากหนว่ ยสั าณทดสอบ 1 KHz จะ ูกปอนเ า้ ไปในภาคสง่ และสั าณทอี่ อกจากภาครบั จะ
ูกวดั ้าหากวา่ สั าณที่วัดได้อยู่ในชว่ งท่ีกาหนดไว้ กแ็ สดงวา่ การทดสอบ ่าน โดยไมม่ ีสั าณเครอ่ื งเสียแสดง
ออกมา
นอกจากนัน้ ้า า่ นการทดสอบอน่ื ๆ ก็จะมเี สียงสั าณ 1 KHz ออกใหไ้ ดย้ นิ ทางอปุ กรณ์
เสียงเชน่ เดยี วกัน
1.5 ขอ้ กาหนดคณุ ลกั ษณะทางเทคนิค
1.5.1 โดยทวั ่ ไป
ยา่ นความถี่ 30,000 ถงึ 87.975 MHz
จานวนช่องสถานี 2320 ช่อง
ช่วงห่างระหวา่ งช่อง 25 KHz
ความคงทข่ี องความถี่ + / - 10 ppm
การปรงุ คลนื่ FM (F3) simplex
โหมด เสียงและข้อมูล (X – MODE)
ช่องสถานีลว่ งหน้า 10 ช่อง
การโปรแกรมช่อง ป่มุ กด, จากเครอื่ งอน่ื , คอมพวิ เตอร์
การทดสอบตวั เอง อตั โนมตั ติ ลอดเวลาและโดยผ้ใู ช้
อายใุ ช้งาน มากกวา่ 6,600 ชม.
สภาพแวดลอ้ ม มาตรฐานทางทหาร 810 - D
1.5.2 ภาคส่ง
กาลงั ออกอากาศ
ภาคสงู 2 วตั ต์ (ปรบั ไดถ้ งึ 2.6 วตั ต)์
ภาคตา่ 1 วตั ต์ (ปรบั ไดถ้ งึ 0.25 วตั ต)์
5) ความคงทข่ี องความถที่ ี่ 25 องศา + / - 10 PPM (ปกติ +/-
ความคลาดเคลอื่ นของความถ่ี 5.6 KHz
การผสมคลน่ื tone 150 KHz , ความเบยี่ งเบน 3 KHz
ระดบั เสียงไมค์
ปกติ 0.4 Mv ที่ 150 โอหม์
เมอื่ ใช้เสียงกระซบิ (เลอื กใช้ได้) 0.4 Mv ที่ 150 โอหม์
การป้ องกนั ภาคเอา้ ทพ์ ุท ลดั วงจรและเปิดวงจร
การแพรค่ ลน่ื Spurious 90 dB ตา่ กวา่ คลน่ื พาห์
ที่ 4f > 200 KHz
การลดทอนคลน่ื ฮารโ์ มนคิ
อนั ดบั ท่ี 2 ดกี วา่ 30 dB
อนั ดบั ที่ 3 ดกี วา่ 40 dB
อนั ดบั ท่ี 4 และสงู กวา่ ดกี วา่ 50 dB
ความเพยี้ นของเสียง ไมเ่ กนิ 5 %
Hz การตอบสนองของเสียง ยา่ นกว้าง : 10 ถงึ 8,000
ยา่ นแคบ : 300 ถงึ 3,000 Hz
1.5.3 ภาครบั
ความไว 0.4 uV for 10 dB SINAD
สเควลซ์
150 tone
ระดบั สัญญาณจากลาโพงในตวั CW (เผอื่ เลอื ก)
ลาโพงภายนอก
หูฟังภายนอก 350 mW
ความเพยี้ นของเสียง
การตอบสนองตอ่ ความถเี่ สียง 180 mW
10 mW : 10 ถงึ
8,000 Hz ไมเ่ กนิ 5 %
แบนดก์ ว้าง
แบนดแ์ คบ : 300 ถงึ 8,000 Hz
40 dB at + / - 25 KHz
Selectivity (voice)
70 dB at + / - 200 Hz
การกาจดั ความถ่ี IF 100 dB at + / - 10 MHz
การกาจดั ความถเี่ งา 80 dB (ปกต)ิ
1.5.4 แหลง่ จา่ ยพลงั งาน 60 dB (ปกต)ิ
ระดบั ไฟปกติ 12 โวลท์
ระดบั ไฟใช้งาน
ระยะเวลาใช้งานแบตทกี่ าลงั ส่ง 10 - 17 โวลท์
แบต Ni - Cd
2 วตั ต์
แบตลเิ ธยี ม
ประมาณ 14 ชม. ทอี่ ตั ราส่วน
แบตอลั คาไลน์
ส่ง/รบั /เฝ้ ารอ = 1: 2: 7
1.5.5 มิติ และ น.น.
ประมาณ 14 ชม. ทอ่ี ตั ราส่วน
ส่ง/รบั /เฝ้ ารอ = 1: 2: 7
ประมาณ 18 ชม. ทอ่ี ตั ราส่วน
ส่ง/รบั /เฝ้ ารอ = 1: 2: 7
มติ ิ (สงู x กวา้ ง x หนา) 180 x 82 x 44 มม.
น้าหนกั (พรอ้ มแบตลเิ ธยี ม
และเสาอากาศ 70 ซม. ) 960 กรมั
การติดตงั้ และการเตรียมการเพอ่ื ใช้งาน
1.การตดิ ตง้ั ,ทว่ั ไป
การตดิ ตง้ั PRC – 624 ประกอบดว้ ย
การใส่แบต ข้อ 2
การใส่เสาอากาศ ขอ้ 3
2.การใส่ /ถอดแบตเตอร่ี
ให้ดูรูปท่ี 2-1
การปรบั สวทิ ชว์ อลลุม่ ไปตาแหน่งปิด
หมุนแบตให้กา้ นทย่ี น่ื ออกมาตรงกบั รอ่ งของเครอื่ ง
กดเขา้ แล้วหมุนตามเข็มนาฬิ กาจนสุด จะได้ยนิ เสียงแก๊ก
การถอดออก กดป่ ุมด้านขา้ งแล้วจงึ หมุนไปในทศิ ทางทวนเข็มนาฬิ กา
จากนน้ั จงึ ดงึ แบตออก
3.การถอด/ใส่ เสาอากาศ
ปรบั สวทิ ชไ์ ปทต่ี าแหน่งปิด
ใส่เสาอากาศไปทส่ี ่วนบนของตวั เครอ่ื ง
การถอด ให้หมุนเสาออก
ก. การใส่
2. าร ด ง้ แ ะ ารเ ร ารเพ่อื ใชง้ าน
2.1 าร ด ง้ , ท่วไ
การติดต้งั ประกอบดว้ ย
ก. การใสแ่ บต ้อ 2.2
. การใสเ่ สาอากาศ ้อ 2.3
2.2 ารใ ่ / ถอดแบ เ อร่
ใหด้ ูรูปท่ี 2 - 2
ก. ปรบั สวทิ ชว์ อลลุ่มไปตาแหนง่ ปด
. หมุนแบตใหก้ า้ นทยี่ น่ื ออกมาตรง
กับรอ่ ง องตวั เครอื่ ง
ค. กดเ า้ แล้วหมุนตามเ ม็ นาฬิกา
จนสุด จะไดย้ ินเสยี งแก๊ก
ง. การ อดออก กดปุมดา้ น ้าง แลว้
หมุนไปในทิศทางทวนเ ็มนาฬิกา
จากนั้นจึงดงึ แบตออก
2.3 ารถอด / ใ เ่ าอา า
ก. ปรับสวติ ช์ไปท่ตี าแหน่งปด
. ใส่เสาอากาศที่สว่ นบน องตวั เคร่อื ง
ค. การ อด ใหห้ มุนเสาออก
ข. การถอด
รูปที่ 2 - 2 การใส่ / ถอดแบตเตอร่ี
ารใชง้ าน
3.1 ควบค , ว้ ่อ แ ะ อภาพ
ตารางท่ี 1 เปน็ ตาราง องปุมควบคมุ ต่าง ๆ, ั้วต่อ, จอภาพ และหนา้ ท่ี องแตล่ ะ ้วั
หมายเล องแตล่ ะรายการจะสอดคลอ้ งกบั หมายเล ในรปู ท่ี 2 - 3
รปู ที่ 2 - 3 ปุมควบคุม, วั้ ต่อ และจอแสดง ล องเคร่อื งรบั -ส่ง RT-624
ารางท่ 1 ควบค , ว้ ่อ, อภาพ แ ะเคร่ืองห า
ท่ หน้าท่ ์ หนา้ ท่ ารทางาน
1 ้อต่อเสาอากาศ 1, 2…………..10 ใชส้ าหรบั ต่อกบั เสาอากาศ
2 ที่เปลยี่ นชอ่ ง เลอื กชอ่ งส านี 1 - 10
3 ั้วตอ่ อปุ กรณเ์ สียง เปน็ วั้ ตอ่ อปุ กรณเ์ สยี งตา่ ง ๆ เช่น
ทพ่ี ดู – ง, ลาโพง, โหลด อ้ มลู
4 ท่ีปรบั เสียงและสวติ ช์เปด– ปด ปรับความดงั เสยี ง และปด– เปดเครอื่ ง
5 ลาโพง ลาโพงตวั เคร่ือง
6 ไมโครโ น ไมโครโ นในตัวเคร่อื ง
7 จอภาพ ใชด้ ูช่องความ ,ี่ ระดับสั าณ
รบั – สง่ , ส านภาพ องแบตเตอร, ี่ ลการ
8 ไ ส่องสวา่ ง LITE ทดสอบตนเอง, ปจจัยและโหมด อง
การใช้งาน
9 ปุมปรับความ ี่ FREO ใชก้ ดเพ่ือเปด– ปดไ องจอภาพ
10 ปุมทดสอบ TEST เมือ่ เปดแลว้ จะปดเองภายใน4
วนิ าทนี บั จากการกปมุ สุดท้าย
เม่อื ใชใ้ นโหมด องการโปรแกรม ใชก้ ดเพอ่ื เร่ิมต้นการเปลย่ี นความ ี่
และเล่ือนตาแหนง่ ตวั ต่อไป
11 ปุมรบั เ ้า ENT ใชเ้ ปล่ียนตัวเล ความ ่ีเมอื่ ใช้งาน
ในโหมด องความ ,ี่ กดเมื่อต้องการ
12 ปุมสเควลช์ SO ทดสอบตัวเองและใชป้ อนปจจยั ตา่ ง ๆ
13 ปุมกดพูด PTT
14 ว้ั ใสแบตเตอรี่ กดเมื่อต้องการรับความ ีท่ ีเ่ ปลีย่ นใหม่
และกดเพ่ือเลอื กปจจยั ระหว่างโปรแกรม
(ไมม่ ใี นรูป) รวม งึ การโหลด ้อมลู เ า้ เคร่ือง
ใช้กดเพื่อเปด – ปดสเควลช์ ใชก้ ด
ใชก้ ดเม่ือตอ้ งการส่งออกอากาศ
ใชต้ ่อกบั แบตเตอรี่
3.2 ะ ารใชง้ านชดวท PRC – 624
โดยปกตแิ ลว้ เราจะใช้วทิ ยุนี้ในลักษณะ องมอื อื เพือ่ การสือ่ สารคาพูด หากวา่ ตอ้ งการส่อื สารใหไ้ กล นึ้
สามาร ทาไดโ้ ดยใชเ้ สาอากาศแบบยาว90 ม. หรือเพ่ิมเครือ่ ง ยายกาลัง
3.3 ารใช้งาน
3.3.1 ารเ ร ารเพือ่ ใชง้ าน
ก. เปดเครื่องโดยการหมุนปุมควบคมุ เสียง(หมายเล 1) ในทศิ ทวนเ ็มนาฬกิ า
. หากจาเป็น ให้เปดไ ส่องสว่างตาม ้อ3.3.3.2
ค. การเลือกความ ีใ่ ช้งาน ให้ทาตาม อ้ ใด อ้ หนง่ึ ดังน้ี
1. ปอนความ ท่ี ีต่ อ้ งการ โดยการกดปุม 3 ปมุ ที่ใชใ้ นการเลอื กความ ่หี มายเล (9, 10, 11) ตามที่
กล่าวใน อ้ 3.3.3.1
2. หมนุ ปมุ เลือกช่อง (CHANNEL) หมายเล 2 ไปยังชอ่ งท่ีปอนความ ี่ไว้แลว้
ง. กดปมุ สเควลช์ (หมายเล 12) เพ่อื เปดปรับระดับความดัง องเสียง (หมายเล 5) และกดปมุ
สเควลช์อกี ครง้ั เม่ือปด
จ. ณะน้เี ครอ่ื งก็พร้อมทจ่ี ะใชง้ านได้แล้ว และพรอ้ มทจี่ ะรับสั าณจากชอ่ งความ ี่ทีเ่ ลือกไว้ หาก
ตอ้ งการส่งก็โดยการกดปุม PTT (หมายเล 13) แลว้ พูดไมคไ์ ด้ (หมายเล 6) จะไม่มเี สยี ง SIDETONE ใหไ้ ด้
ยนิ เนอื่ งจากเราใชไ้ มค์และลาโพงในตวั เครื่อง
3.3.2 ารใช้งาน บทพ่ ูด– ง ภา นอ
ก. ต่อท่ีพดู – ง เ า้ กบั ้ัว AUDIO (หมายเล 3)
. ใช้ ้นั ตอนดงั กลา่ วใน อ้ 3.3.1
ในการสง่ ออกอากาศให้กด PTT ท่ีมอื อื จะไดย้ ินเสยี งไชคโ์ ทนระหว่างส่งออกอากาศ เสยี งนป้ี รบั
ความดงั ไดโ้ ดยวอลลุ่ม
หากไม่ไดย้ นิ ไชคโ์ ทน ณะกด PTT แสดงวา่ ไม่มีการสง่ ออกอากาศ (เคร่อื งเสีย)
3.3.3 ารใชง้ านแ น ด
ปมุ กด องเครอื่ งในการเลือกปจจยั ต่าง ๆ องชอ่ งส านีและใชใ้ นการทดสอบตัวเองรวม ึงอน่ื ๆ
เพ่อื ให้เครื่องอยู่ในส านะ องการไม่มีการตดั สินใจระหว่างการกดปมุ ตา่ ง จงึ จะมรี ะยะเวลาจากัดไว้ 4 วินาที
หากวา่ ไมม่ ีการกดปมุ ตอ่ ไปภายในชว่ งเวลาน้ี เครือ่ งจะกลบั ไปอยู่สภาวะเดิม
ในระหวา่ งการกดปมุ จอภาพจะแสดง อ้ ความทีก่ าลังป ิบัติอยู่และตัวเล /ปจจัยท่เี ลือกจะ
กระพรบิ จนกวา่ จะมกี ารปรบั กดปุมรับเ า้ การเลอื กนั้นจึงจะหยดุ นง่ิ
3.3.3.1 การปอนความ ่ี
ารางท่ 2 น้ อน าร อนควา ถ่
ท่ บ อภาพแ ดง
1 ก่อนการปอนความ ่ี ช่องความ ่ีและความ ีท่ ี่ใช้งานเดิม
2 ปรับชอ่ งไปยังช่องท่ีต้องการเปล่ยี นความ ่ี แสดงชอ่ งใหม่และความ ีใ่ ชง้ านทมี่ ีอยูเ่ ดิม
องชอ่ งนน้ั
3 กดปมุ FREO ตวั เล แรกจะกระพริบ
4 กดปมุ TEST กดแต่ละคร้ังจะเปน็ การเพิม่ ค่าตัวเล และจะวน
อย่รู ะหว่าง 0 - 9 ใหห้ ยดุ กดเมอ่ื ได้หมายเล ท่ี
ตอ้ งการ
5 ทา ้อ 2 ,3 จนไดค้ วาม ีท่ ่ตี ้องการ ทุกครั้งท่ีกด FREO จะเปน็ การเลื่อนตาแหนง่
ไปตัวต่อไป เลอื กตัวเล ใหม่โดยกด TEST
ตาแหน่ง 10 KHz จะเปลย่ี นไปพรอ้ มกนั ทล่ี ะ
25KHz
6 กด ENT ตัวเล ใหมท่ ่ีกระพรบิ อยจู่ ะหยดุ ตวั เล ความ ใ่ี หม่
จะปอนเ า้ เก็บไวใ้ นหนว่ ยความจาในชอ่ งความ ่ใี หม่
ารางท่ 3 ารเ ือ า ง ง่ ในแ ่ ะช่อง
ท่ บ อ้ ควา ในชอ่ ง องภาพ
1 ปรบั ชอ่ งไปยงั ชอ่ งทต่ี อ้ งการเปล่ยี นกาลงั ส่ง จอภาพแสดงช่องท่แี ละความ ่ใี ชง้ าน
2 กดปมุ TEST แลว้ ปล่อย จอภาพจะกระพรบิ ยกเว้นตัวเล ตวั แรกดา้ น ้าย
3 กดปมุ TEST อีกคร้งั คา้ งไวเ้ ป็นเวลา 4 วนิ าที จอภาพจะแสดงระดับกาลังท่ีเป็นอยเู่ ดิม
ในที่น้ีคอื ระดับสงู 10 PO HI
4 กดแล้วปล่อยปุม TEST เพ่อื เลอ่ื นระดบั กาลัง จอภาพจะแสดงระดบั กาลงั ที่ตง้ั ใหม่
10 PO LO
5 กด ENT เม่อื ยอมรบั จอภาพจะแสดง 10 PO LO
6 กด ENT เพอ่ื รบั เ า้ โปรแกรมใหม่ จอภาพจะแสดง 10 PO LO ต่อไปชอ่ งน้ี
จะสง่ ด้วยกาลงั ตา่
3.3.3.2 การปด – เปดไ สอ่ งสวา่ ง
การเปดไ สอ่ งจอภาพทาไดโ้ ดยการกดปุม LITE ไ จะเปดอยเู่ ปน็ เวลา 4 วนิ าที ้ากด ้า
อีกครง้ั จะเปน็ การปดไ ทันที
ใน ณะท่ไี เปดอยนู่ ้ัน การกดปมุ อืน่ จะทาใหไ้ ตดิ นาน ึน้ อกี 4 วนิ าที
3.3.3.3 การเลือกกาลงั ส่งออกอากาศระหว่างช้นั สงู ( 2W ) และ น้ั ตา่ ( 1W ) ได้ตามตอ้ งการ
3.3.3.4 การใช้ลาโพง องมือ ือภายนอก
ณะท่กี าลงั ใชท้ ีพ่ ดู – งภายนอก ูใ้ ชส้ ามาร เปดหรอื ปดลาโพงในเคร่อื งไดใ้ นแต่ละช่อง
ความ ่ี ตารางท่ี 4 จะแสดง ั้นตอน องการใช้งานลาโพง ตามตัวอยา่ งน้จี ะแสดงการ “เปด” ลาโพงในชอ่ งที่ 10
ารางท่ 4 ารใช้ าโพงในแ ่ ะช่อง
ท่ บ ้อควา ท่แ ดงใน อภาพ
1 ปรบั ช่องไปยังชอ่ งทตี่ อ้ งการเปลี่ยนลาโพง จอภาพจะแสดงชอ่ งความ ี่ และช่องความ ่ใี ชง้ าน
ในตวั อย่างนใ้ี ชใ้ นชอ่ 10
ท่ บ ้อควา ท่แ ดงใน อภาพ
2 กด – ปลอ่ ยปุม TEST จอภาพจะกระพรบิ ยกเวน้ ตัวเล า้ ยสดุ ตัวแรก
3 กด คา้ งไว้ 4 วินาที จอภาพนีจ้ ะแสดงสภาวะกาลงั ส่งในที่นีเ้ ป็นระดบั
สูง 10 PO HI
4 กด – ปล่อยปมุ TEST 2 ครัง้ จอภาพจะแสดงสภาวะ องลาโพงทใ่ี ช้อยู่เดมิ ในทน่ี ี้
คอื ปด 10 SP OFF
5 กด – ปลอ่ ย TEST เพือ่ เปลีย่ นใหม่ จอภาพสภาวะใหม่ 10 SP ON
6 กด ENT เมือ่ ยอมรบั จอภาพแสดง 10 SP ON
7 กด ENT เพื่อรบั โปรแกรมใหม่ จอภาพแสดง10 SP ON ่งึ ต่อไปชอ่ งน้เี สียง
ลาโพงจะเปด
3.3.3.5 การปรับระดับเสียงแบบธรรมด/าเบา
้ใู ช้สามาร เลอื กระดบั เสยี งพดู แบบธรรมดาและระดับต่า (เสียงกระ ิบ ) ไดใ้ นแตล่ ะช่อง
ส านตี ารางท่ี 5 จะอธบิ าย น้ั ตอนการเปลี่ยนระดับเสยี งดงั กล่าว ตวั อยา่ งท่ีแสดงในตารางจะเป็นการเลอื กใช้
เสียงกระ ิบในช่องท่ี 10
ารางท่ 5 ารเ ือ เ ง รร ดา/เ ง ระซบในชอ่ งใช้งาน
ท่ บ อภาพแ ดง
1 ปรบั ไปที่ชอ่ งความ ที่ ีต่ อ้ งการเปล่ยี นระดบั จอภาพแสดงช่องส านีและความ ี่ ตวั อย่างน้ีจะ
เสียง เลอื กใชช้ ่องที่ 10
2 กดปุม TEST ปลอ่ ย จอภาพวา่ งเปล่า ยกเวน้ ตัวเล หน่งึ ตวั ด้าน ้าย
3 กดแช่ 4 วนิ าที ปุม TEST จอภาพแสดงระดบั กาลังส่ง ในตัวอย่างนอี้ ยทู่ ี่
HIGH 10 PO HI
4 กดปุม TEST หลายครง้ั จนพบระดบั เสียง จอภาพแสดงระดับเสยี งปจจบุ ัน ึง่ โดยปกติจะอยู่
ในระดับสูง 10 AU HI
5 กด – ปล่อยปมุ TEST เพ่อื เปล่ยี นใหม่ จอภาพจะแสดงระดับใหม่ 10 AU LO
6 กด ENT เพอื่ ปรบั เ ้า จอภาพแสดง 10 AU LO
7 กด ENT เพื่อโปรแกรมใหม่ จอภาพแสดง 10 AU LOสั าณเสยี งในช่อง
น้เี ป็นเสียงกระ ิบ
3.3.4 ระดบ า ทร่ บได้
ในระหว่างการรับ ดี ทางดา้ น า้ ย องจอภาพ จะแสดงจานวนตามสัดส่วนความแรง องสั าณ
ที่รบั ได้
ก. ดี เดยี ว แสดงวา่ รบั สั าณได้อ่อนมาก
. หา้ ีด แสดงว่า รบั สั าณได้แรงมาก
3.3.5 ระดบ า ง่ ออ
ในระหวา่ งการส่งออกอากาศ ีดทางดา้ น า้ ย องจอภาพจะแสดงจานวนตามสดั สว่ นความแรง
องสั าณทส่ี ง่ ออกอากาศ
ก. สี่ ึงหา้ ีด แสดงวา่ กาลงั สง่ ออกอากาศปกติ (สัมพันธก์ บั กาลังส่งออกอากาศท่เี ลอื กใช้
ในชอ่ งความ ี่ใช้งาน
. นอ้ ยกวา่ สาม ีด แสดงว่า สั าณสง่ ออกออ่ น โดยปกตจิ ะเกดิ จากแบตเตอรี่ออ่ น หรือ
คา่ VSWR องเสาอากาศสงู เกิน
3.3.6 ารทด อบ นเอง
หน้าท่ี องการทดสอบตนเองกค็ ือ การตรวจดูวา่ เครอ่ื งทางานปกติหรอื ไม่ในช่องความ น่ี นั้ ควร
ทาการทดสอบตนเองในแต่ละช่องความ ่ีทุกวนั หรือก่อนออกป บิ ตั กิ าร
3.3.6.1 การทดสอบตนเองในสภาวะรับ
บ ารางท่ 6 น้ อน ารทด อบ วเอง
กดปมุ TEST อภาพแ ดง
กดปมุ ENT เพอื่ เร่มิ ทดสอบ
จอภาพจะวา่ ง ยกเว้นตัวเล ตัวแรกทางดา้ น า้ ย องจอภาพ
จอภาพแสดง 18 88 888 LOAD DATA RXMT
สั ลกั ษณ์ องแบตเตอรี่และ ีดทง้ั หมดจะแสดง จากนนั้ อกี
8 วินาที จอภาพจะแสดง ลการทดสอบGOOD
เม่ือเคร่ืองปกติ หรือ BAD เม่ือเคร่อื งเสีย า้ เคร่อื งปกตจิ ะมี
เสียงโทนในหู ง ในระหว่างการทดสอบ ้าแบตเตอรพี่ อทจ่ี ะ
ทางานได้เกิน 2 ชม. จะปราก ีด5 ีดใตส้ ั ลกั ษณ์ อง
แบต ทางดา้ น ้าย องจอภาพ ้าหากวา่
แบตมีไ ตา่ กว่า 2 ชม. จะปราก ดี เพียง ดี เดยี ว า้ หากว่า
ไมม่ ี ีดปราก แสดงวา่ แบตออ่ นมากให้เปลย่ี นใหม่ จากนนั้ อกี
4 วนิ าที จอภาพจะกลบั ไปแสดงความ ี่เหมอื นปกติ
3.3.6.2 การทดสอบเครอ่ื งในสภาวะสง่ ออกอากาศ
หลังจากทาการทดสอบเครอ่ื งในสภาวะรับแล้ว ใหท้ าการทดสอบในสภาวะสง่ ด้วย ทาไดโ้ ดย
การกด PTT คา้ งไวร้ ะหว่างทาการทดสอบ ตามคาอธบิ ายในตารางที่ 6 ทก่ี ลา่ วมา
3.3.7 ารโห ดควา ถใ่ ชง้ าน า อ เคร่ืองหนง่
ารางท่ 7 น้ อน ารโห ด
บ อภาพแ ดง
ต่อสาย CX - 6240 ระหว่าง ั้วตอ่ เสียง อง จอภาพทัง้ สองเครอื่ งจะแสดง RXMT
เคร่อื งท้งั สอง
กดปุม ENT องเครอื่ งที่ให้ จอภาพ องเครอ่ื งท่ีรบั จะแสดง LOAD ส่วน องจอภาพ
องเครอ่ื งท่ใี ห้จะแสดงสภาวะเดมิ โดยมคี า LOAD กระพริบ
กดปุม ENT องเครื่องท่ีให้ เครอื่ งทงั้ สองจะแสดง GOOD เป็นเวลา 2 วินาทแี สดงวา่
ความ ี่ใช้งาน า่ ยทอดไปให้เคร่อื งที่รับเรยี บร้อย
อดสาย CX - 6240 ออกทงั้ สองเคร่ือง ทงั้ สองเครอ่ื งพร้อมใชง้ านตามปกติ
้อควรระวง
อาจเกิดการ ่ายทอดสลับ า้ งกัน และทาให้เกดิ การสู เสียปจจยั อ้ มูลต่าง ๆ ได้ จึงควรใช้ความ
รอบคอบและให้ป บิ ัตติ าม ัน้ ตอนตามคูม่ ือน้ี
3.3.8 ารใช้งานแบบ ถานถ่า ทอด
การใชง้ านแบบส านี า่ ยทอด จะทาให้เพิ่มระยะการสอื่ สารระหวา่ ง วท อง เครอ่ื ง ่ึงปกติไม่
สามาร ส่ือสารกันได้โดยตรง
การใชเ้ ปน็ ส านี ่ายทอดนนั้ ตอ้ งใชว้ ิทยสุ องเครื่องและตอ่ เ ้าดว้ ยกัน ใน ะทใ่ี ห้เครือ่ งหนึง่ เป็น
เครื่องรับ แลว้ ส่งไปให้อกี เคร่อื งหน่ึงเปน็ เคร่อื งส่ง การตอ่ ทง้ั สองเคร่ืองเ า้ ดว้ ยกันนนั้ ทาไดด้ งั นี้
ก. ปรับตัง้ ใหเ้ ครือ่ งหน่งึ ใช้ความ ี่ องเครือ า่ ยท่ี 1
. ปรบั ตง้ั ใหเ้ คร่อื งหน่งึ ใช้ความ ่ี องเครือ ่ายที่ 2
ค. ต่อวิทยทุ ้ังสองเครอื่ งเ ้าดว้ ยกัน
วทิ ยทุ ั้งสองเครือ่ งควรจะแสดง RX MT โดยอัตโนมัติ
การ า่ ยทอดจะเร่มิ ตน้ เมอ่ื เครือ่ งหนึ่งเคร่อื งใดรบั สั าณจากเครือ่ งอ่ืนในระดบั ความแรง องสั าณ
ทเ่ี พยี งพอ
ในการใชเ้ ป็นส านี า่ ยทอดน้ี สเควลช์ องท้งั สองเคร่ืองจะไมท่ างาน ยกเว้นในระหวา่ งการรบั เทา่ น้ัน ู้
ควบคุมเครอื่ งสามาร สง่ ออกอากาศไดท้ ั้งสองเครื่อง โดยการกดปมุ PTT แล้วพูดเ า้ ไปในไมโครโ นที่มีในตัวเคร่อื ง
น้ัน
3.3.9 ารใช้งานในโห ด ้อ ู (DATA)
โหมด ้อมลู อานวยใหก้ ารรับ - สง่ ่าวสารทางดา้ น อ้ มูลกบั อปุ กรณ์ทางดา้ น อ้ มลู ได้ (เชน่ เครื่อง
เ ้ารหสั , เทอรม์ ินลั อ้ มลู ฯลฯ ) ด้วยความเร็ว 10 ึง 16,000 บทิ ตอ่ วนิ าที ตวั เคร่ืองจะไมม่ กี ารดาเนินงาน
ใด ๆ กับ ้อมูลท่สี ่ง/รับน้ัน
การใช้งานในโหมด อง อ้ มลู นน้ั ทาได้โดยการต่อสายท่เี หมาะสมเ า้ ระหวา่ งตวั เคร่ืองและอุปกรณ์
้อมูล จอภาพ องเครอื่ งจะแสดงคาว่า DATA
คาว่า DATA น้ยี งั คงแสดงทางจอภาพตอ่ ไป แมว้ ่าจะ อดเครื่องอปุ กรณ์ อ้ มูลออกไปแลว้ กต็ าม
การจะลบคานอี้ อกจากจอภาพไดโ้ ดยการปดเคร่ือง
3.3.10 าร ิดเครอ่ื ง
ใหห้ มุนปมุ รับเสยี งไปในทิศทางตามเ ม็ นาฬกิ า จน งึ ตาแหนง่ ปดเครือ่ ง
ให้เก็บเครื่องในลักษณะ อดเสาอากาศและแบตเตอร่ีออกแล้ว
ารซ่อ บารงระดบผใู้ ช้งาน
4. ารซ่อ บารงระดบผใู้ ชง้ าน
4.1 ารหา ดเ โด ผู้ใช้งาน
4.1.1 ท่วไ
การหาจดุ เสยี ในระดบั ใู้ ช้งานน้ี กระทากต็ ่อเม่ือพบสิ่ง ดิ ปกตใิ นระหว่างการใชง้ านหรือใน นั้ ตอน อง
การทดสอบเคร่ือง
4.1.2 น้ อน ารทด อบ
การหาจุดเสียมี อบ ่ายเพยี งหาว่าส่วนไหนหรอื อุปกรณใ์ ดเสยี เพื่อท่ีจะได้ส่งเครือ่ งไป ่อม
เมื่อพบสิง่ ดิ ปกติให้ทาดงั นี้
ก. ใหต้ รวจดดู ้วยสายตา แล้วตรวจดกู ารทางาน องปุมต่าง ๆ ตรวจหาความเสยี หาย
. า้ ใชท้ ีพ่ ดู – ง ใหต้ รวจดวู า่ การต่อ ว้ั เรียบรอ้ ยหรอื ไม่
ค. ตรวจดวู า่ เสาอากาศหมุนเ า้ ไปสดุ หรือไม่
ง. ตรวจดสู ภาพ องแบตเตอร่ี
จ. หากตรวจดดู ้วยสายตาแลว้ ไม่พบ อ้ บกพร่อง ใหท้ าการหาจดุ เสียตามตารางท่ี 1 พยายามบ่ง
ชี้ให้เห็นว่าอาการเสยี เหมือนกบั อ้ ใดในรายการ อง “อาการเสีย” แลว้ จงึ ป ิบัตไิ ปตามตารางรายการท่ใี หม้ า
นัน้ จนกระท่ังแก้ไ ได้
า้ หากว่าทาตามตารางท1่ี แลว้ ไม่สามาร แก้ไ ได้ ให้สง่ เครื่องไป ่อมในระดับสูง ้นึ ไป
ารางท่ 1 ารหา ดเ โด ผู้ใช้
ท่ อา ารเ าเห ท่เ ารแ ไ้
1. เปดเครือ่ งแล้วจอภาพไมท่ างาน ก. แบตหมด เปล่ียนแบต
. เครอ่ื งเสีย เปลย่ี นเครอื่ ง
2. เมือ่ กดดู PTT มีเสยี งป๊ปี ออก แบตหมด เปล่ียนแบต
ลาโพง
3. เปดเครื่องแลว้ แต่ไม่มเี สียง ก. SO สวติ ช์เสยี เปล่ยี นเครือ่ ง
แม้ปด SO แลว้ กต็ าม . หู งเสีย ใสห่ ู งใหม่ อดหู งออกแลว้
ลอง งเสียงจากลาโพง
ค. กู รบกวน ดรู ะดับสั าณ ้าระดับสั าณ
สงู อาจเกดิ จากเครือ่ งอน่ื หรอื กู ส่ง
สั าณรบกวน ลดการ ูกรบกวน
ได้โดยการเปลีย่ นไปใช้ช่องความ ่ี อน่ื
ง. เครอื่ งเสยี ใหท้ ดสอบภาครับ า้ ปราก BAD
ใหเ้ ปล่ยี นเครอ่ื งใหม่
จ. อปุ กรณร์ ว่ มเสีย เปลย่ี นอปุ กรณร์ ่วม
4. ได้ยินเสียง า่ แตไ่ มไ่ ดย้ นิ เสยี งพูด ก. กาลงั รบั อ้ มูล จะได้ยนิ เสยี ง า่ ณะทาการรบั
ท่ อา ารเ
้อมลู
5. สั าณที่รบั ได้ ูกรบกวน
าเห ทเ่ ารแ ไ้
6. ไมม่ ไี ด์โทนเมอื่ ใช้ทีพ่ ดู – ง
. ความ ีไ่ ม่ ูกตอ้ ง ดูวา่ ตง้ั ความ ่ี ูกตอ้ งหรอื ไม่
ค. ระยะไกลเกิน ให้ใชเ้ สาอากาศ 90 ม. า้ มี
พยายามหาส านีใกล้เคียงแลว้
ง. แบตออ่ น อรอ้ งให้ า่ ยทอด อ้ ความ
จ. ใสเ่ สาอากาศไมด่ ี ทาการทดสอบแลว้ ดสู ภาพ อง
ฉ. เสาอากาศเสีย แบต า้ แบตหมดให้เปล่ยี นใหม่
ก. แบตอ่อน ดวู า่ ใส่เสาแน่นหรอื ไม่
. เครือ่ งเสีย เปล่ยี นเสาอากาศใหม่
ค. หู งเสยี ตรวจดแู บต า้ ไ ออ่ นใหเ้ ปลี่ยน
ง. กู รบกวน ทาการทดสอบเคร่อื ง ้าแสดง
BAD ใหเ้ ปลยี่ นเครอ่ื ง
ก. เ ้า วั้ ไม่แน่น เปลี่ยนหู ง
. หู งเสยี ตรวจดวู า่ เมื่อเคร่ืองส่ือสารกบั
ค. เครื่องเสีย เครือ่ งใกล้เคียง กู รบกวนหรือไม่
ตรวจดรู ะดบั สั าณ ้าระดบั
สั าณแรงอาจเป็นได้วา่ สั าณ
รบกวนมาจากเครื่องใกล้เคยี งหรอื
ูกรบกวนแก้ไ ไดโ้ ดยการเปลีย่ น
ตาแหนง่
ให้ อด ้วั ตอ่ ออกจากAUDIO
ทดลองใชล้ าโพงในตัวเครื่อง
เปล่ยี นหู ง
ทดสอบเครือ่ ง ้าแสดงคาBAD
ใหเ้ ปลยี่ นเคร่ือง
ง. แบตเสยี เปล่ยี นแบต เปลย่ี นแบต
7. มเี สยี งป๊ปี ท่หี ู ง ก. แบตหมด ทาการทดสอบเครือ่ ง า้ แสดง
. เคร่อื งเสยี BAD ให้เปล่ียนเครอื่ ง
ชดุ วิทยุ AN/PRC-77
รูปที่ 2 - 4 สว่ นประกอบชุดวิทยุ AN/PRC-77
รูปที่ 2 - 5 ปุมปรับหนา้ เคร่อื งรับ-สง่ วิทยุ RT-841/PRC-77
1. ชดวท AN /PRC – 77 เป็นวทิ ยุทต่ี ิดต่อระยะใกล้ เป็นแบบหว้ิ ไปมาได้ ปรุงคลื่นทางความ ี่ ทาการตดิ ต่อ
ดว้ ย สั าณคาพูด ชดุ วิทยุน้สี ามาร ตดิ ต่อกับชดุ วทิ ยแุ บบปรงุ คลืน่ ทางความ (่ี FM) อนื่ ๆ ทม่ี ีความ ี่เดยี วกนั
ภายใน ระยะการติดต่อ องเครื่องได้
2. ว่ น ระ อบ องเครื่อง
เครือ่ งรับ – ส่ง RT – 841 /PRC
ปากพดู หู ง H – 138 /U หรือ H – 189 /U
สายอากาศสั้น AT – 892
สายอากาศยาว AT – 271 A
านสายอากาศ AB – 591
งุ สายอากาศ CW – 503
เบาะรองหลัง ST – 138
3. ควา า ารถใน ารใช้งาน
รับ หรอื สง่ สั าณได้คราวละหน่งึ ความ ี่
เป็นส านี ่ายทอดอตั โนมัติโดยใช้สายเคเบิลMK – 456
ควบคมุ การใชง้ านในระยะไกล ่านชดุ ควบคุมวทิ ยAุN/GRA – 39
4. ะ องชดวท AN/PRC - 77
ชนิด องเครอ่ื ง………………………. แบบห้วิ ไปมาได้
ชนดิ องการปรงุ คลืน่ …………………. FM
ชนิด องสั าณ…………………….... คาพดู
ย่านความ ี่
ความ ่ตี ่า………………………………… 30 ึง 52.95 เมก็ กะเฮิรต ์
ความ ีส่ งู ………………………................ 53 ึง 75.95 เม็กกะเฮริ ต ์
จานวนช่องความ …่ี ………………….. 920 ชอ่ ง
ช่วงห่างระหว่างชอ่ ง…………………... 50 กโิ ลเฮริ ต ์
จานวนชอ่ งความ ่ปี รบั กอ่ นใชง้ าน……. 2 ความ ี่
ระยะการสอื่ สาร……………………….. 5 กม. (สายอากาศสน้ั )
8 กม. (สายอากาศยาว)
กาลังออกอากาศ……………………….. 1.5 – 2.0 วตั ต์
แหล่งจ่ายกาลงั งาน…………………….. แบตเตอรแี่ หง้ (BA – 386)
แบตเตอร่แี มกนเี ยี ม(BA – 4386)
อายุแบตเตอร…่ี ……………………….. BA – 386 (30 ม.)
BA – 4386 (60 ม.)
สายอากาศ
AT – 892 (ส้นั )………………… แ น่ เหลก็ กลา้ และมี านแบบออ่ นตัวได้
AT – 271 A (ยาว)……………… แบบคันเบด็ 7 ทอ่ น
นา้ หนัก………………………………. 24.7 ปอนด์ (พร้อมแบตเตอร่ี)
ห า เห
ก. สว่ นประกอบเกย่ี วกับเสียง เชน่ ปากพดู -หู ง ึง่ จ่ายมาในชุดวทิ ยุ AN/VRC – 12, และ PRC – 730
สามาร ใชก้ ับชุดวิทยุAN/PRC – 77 ได้
. เม่ือเครอ่ื งวิทยแุ บบนี้มีหมายเล ประจาเครือ่ งต่ากวา่ 8000 ้าหากตัง้ ปุมปรบั เสียง(VOLUME) เกนิ เล 8
นึ้ ไปจะทาให้เกิดเสียงสั าณกร่งิ เรยี กในระหว่างการสง่
5. ารใชช้ ดวท AN/PRC - 77 (รปู ท่ี 2 - 5)
ก. ตรวจสวติ จ์ ่ายกาลงั งานและให้มนั่ ใจว่าอยู่ในตาแหนง่ ปด(OFF)
. ตง้ั เครือ่ งโดยให้ด้านหน้าเคร่ืองหันลงด้านล่าง ปลดหว่ งยึดกลอ่ งแบตเตอรีท่ ง้ั สองตัว ให้หลุดออกจาก
กล่องเครือ่ งรบั - สง่ ยกกลอ่ งแบตเตอร่ีออกจากเคร่ืองรับ - สง่
ค. ต่อแบตเตอร่เี า้ กับเคร่อื งรับ- ส่ง โดยปรับชอ่ งตอ่ ใหต้ รงกบั หมดุ ต่อ แลว้ กดแบตเตอรี่ลง
ง. เอากล่องแบตเตอรค่ี รอบลงบนแบตเตอรี่ แล้วยึดห่วงให้แน่น
จ. ประกอบสายอากาศส้นั เ ้าด้วยกัน แล้วตอ่ เ ้ากับหมดุ ตอ่ สายอากาศ
ฉ. ตอ่ ปากพูดหู งเ า้ กับหมดุ ตอ่ AUDIO
ช. หมุนสวติ ์ FUNCTION ไปทต่ี าแหน่งON (จะได้ยินเสยี ง ทู่ ห่ี ู ง)
. ตงั้ สวติ ์ BAND ไปท่ี 30 - 52 หรือไปท่ี 53 - 75 แลว้ แต่จะใชค้ วาม ีใ่ ด
ฌ. หมนุ ปมุ ปรบั Megahertz และ Kilohertz ไปยังความ ่ีท่ีตอ้ งการ ่งึ จะแสดงทีช่ ่องหน้าปดเครื่อง
. ตงั้ ปุมปรบั เสยี ง (VOLUME) ไปทีห่ มายเล 4 แล้วติดตอ่ กบั ค่สู านี ้าติดตอ่ ไมไ่ ด้ให้ อดสายอากาศสัน้ ออก
และต้งั สายอากาศยาวเ า้ แทนที่
ฎ. เมอื่ ตดิ ตอ่ ได้แล้ว ใหต้ ง้ั ปมุ ปรับเสียง(VOLUME) ให้ดังตามต้องการ
. า้ ตอ้ งการตัดเสียงรบกวนเมือ่ ไมไ่ ด้รบั สั าณ ใหห้ มนุ สวิตF์UNCTION ไปท่ี SQUELCH
. การปรีเ ทความ ที่ ่ีปมุ ปรับMegahertz (รูปท่ี 2 - 6)
(1) ้าความ ่ีท่ตี อ้ งการปรีเ ทอยู่ในแบนดเ์ ดยี วกัน ใหป้ รเี ทปมุ ปรับMegahertz ดงั น.ี้ -
ก. ตั้งสวิต แ์ บนดไ์ ปท่ี 30 - 52 หรือ 53 - 75 แล้วแต่แบนดท์ ใ่ี ช้ ตง้ั ปมุ ปรบั Megahertz ให้
ความ ่ีต่าท่ีเลือกไวแ้ ลว้ ปราก ที่ชอ่ งหน้าปด
. คลายควง ีเสื้อทป่ี มุ ปรับMegahertz ออก
ค. ตง้ั ใบ PRESET ใหช้ ี้เ า้ หาตวั (หัวกลับมาทางปุมปรับ)
ง. ยกปุมปรับ Megahertz อนั ล่างและอันบน น้ึ แลว้ หมุนปุมปรบั ทวนเ ็มนาฬิกาจนกระทงั่ หมดุ
หยุดอันลา่ งแตะใบปรเี ท
จ. นั ควง เี สื้อและ ลกั ใหใ้ บปรเี ทออกจากปุมปรบั Megahertz
ฉ. หมุนปุมปรับ Megahertz ไปจนกระทั่งเล สองตวั องความ ี่สูงปราก ท่ีชอ่ งหน้าปด
ช. ตง้ั ใบปรเี ทใหเ้ ้าหาตวั และคลายควง เี ส้ือ
. ยกตอนบน องปมุ ปรับ Megahertz แลว้ หมนุ ตามเ ็มนาฬกิ า จนกระท้ังหมดุ หยดุ แตะกบั
ใบปรีเ ท
ห า เห อย่ายกหรือหมนุ ตอนลา่ ง องปุมปรบั
ฌ. รักษาใหห้ มดุ หยดุ อยตู่ รงกบั อบ องใบปรเี ท กดตอนบน องปมุ ลงแล้ว ันควง ีเสื้อ
(2) า้ หากความ ีท่ ี่จะปรเี ทตา่ งแบนดก์ นั จะต้องป ิบัตสิ ามอยา่ งแล้วแต่ความห่าง องความ ี่ที่
จะปรเี ท
ก. ้าความ ีท่ ้ังสองแตกต่างกันมากกว่า23 เมก็ กะเฮริ ต ์ ให้ป บิ ัตติ าม นั้ ใน อ้ . (1) ทก่ี ล่าว
มา แลว้ นอกจากใหห้ มนุ สวิท B์ AND ไปที่ 30 - 53 เมื่อจะทาการปรีเ ทความ ีต่ า่ และหมุนปุมปรับไปท5ี่ 3 - 75
เมอ่ื ปรีเ ทความ ่สี ูง
. ้าความ ีท่ ั้งสอง ้างตา่ งกัน น้อยกว่า23 เม็กกะเฮริท์ ใหป้ ิบัติ ดงั น.-ี้
1. ตั้งสวทิ ์ BAND ไปท่ี 53 - 75 ปรับปมุ Megahertz ให้เล ทั้งสองตัว องความ ่ีสงู ท่ี
เลอื กไว้ปราก ท่ชี อ่ งหน้าปด
2. คลายควง เี ส้อื ท่ีปุมปรบั ความ ่ี เมก็ กะเฮริ ต ์ แลว้ ยกใบปรีเ ท นึ้(หันเ า้ หาปุมปรับ)
3. ยกตอนล่างและตอนบน อปุมปรับ ้นึ แลว้ หมนุ ทวนเ ม็ นาฬิกา จนกระท่ังหมุดหยดุ
ตอนล่าง องปุมปรับแตะกบั ใบปรีเ ท
4. นั ควง เี ส้อื และ ลักใบปรีเ ทออกจากปุมปรับ
5. ต้งั สวิท ์ BAND ท่ี 30 - 52 หมนุ ปมุ ปรับ Megahertz จนกระทั่งความ ่ตี ่าสองตัวแรกปราก ท่หี นา้ ปด
6. ยกใบปรเี ท ึ้น(ใหช้ นกับปมุ ปรับความ )ี่ แลว้ คลายควง ีเส้ือ
7. ยกตอนบน องปมุ ปรับMegahertz แล้วหมนุ ตามเ ม็ นาฬิกา จนกระทัง่ หมดุ หยดุ สัม สั
กับใบปรีเ ท
ห า เห อยา่ ยกหรือเคลอื่ นไหวตอนลา่ ง องปุมปรบั
8. ให้หมุดหยุดสัม สั กบั ใบปรีเ ท กดตอนบน องปมุ ปรบั ลงแลว้ ันควง ีเส้ือใหแ้ น่น
ค. า้ ความ ี่ทง้ั สองแตกตา่ งกันเท่ากับ23 Megahertz ใหป้ ิบตั ิ ดังน.ี้-
1. ตง้ั สวติ ์ BAND ให้ กู ต้องตรงกบั ความ ี่ทีใ่ ช้งาน แลว้ หมุนปุมปรับจนกระท่ังความ ี่
ปราก ท่ีหน้าปด
2. คลายควง เี ส้อื ที่ปมุ ปรับMegahertz แล้วยกใบปรเี ท นึ้ (เ า้ ชนกับปมุ ปรบั )
3. ยกทอ่ นลา่ งและท่อนบนปมุ ปรับ แลว้ หมนุ ทวนเ ม็ นาฬิกา จนกระทั่งหมุดหยุด อง
ทอ่ นล่างแตะกบั ใบปรีเ ท แลว้ จงึ กดลง
4. ยกทอ่ นบน องปมุ ปรบั และหมุนตามเ ็มนาฬิกาจนกระทงั่ หมุดหยุดแตะกบั ใบปรีเ ท
5. รักษาให้หมดุ หยดุ แตะกบั ใบปรีเ ท กดท่อนบนปมุ ปรับแล้ว ันใหแ้ น่น
ฑ. ปรีเ ททปี่ มุ ปรบั Kilohertz ป ิบตั ิ ดังน้ี
1. ตั้งปมุ ปรบั Kilohertz ใหค้ วาม ่ตี า่ ทไ่ี ดเ้ ลือกไวแ้ ล้วสองตัว หลังปราก ท่ชี ่องหน้าปด
2. คลายควง ีเส้อื ทีป่ มุ ปรับKilohertz และยกใบปรเี ท ึ้น(หันเ า้ หาปมุ ปรบั )
3. ยกตอนบนและตอนลา่ ง องปมุ ปรับ แลว้ หมุนทวนเ ็มนาฬิกา จนกระท่ังหมดุ หยดุ ตอนลา่ ง
องปุมปรบั แตะกับใบปรเี ทแลว้ จงึ นั ควง ีเสอื้
4. ลักใบปรีเ ทให้ออกจากปุมปรับ และหมนุ ปมุ ปรับจนกระทง่ั ความ สี่ งู ่งึ เป็นเล สองตวั หลงั
ปราก ที่ชอ่ งหน้าปด
5. ยกใบปรเี ท ึ้นแล้วคลายควง ีเส้อื
6. ยกทอ่ นบน องปมุ ปรับ Kilohertz และหมนุ ตามเ ็มนาฬิกา จนกระทงั่ หมุดหยุดแตะกับ อบ
ชดวท AN/VRC-64
ชดุ วิทยุ AN/VRC-64 เปน็ ชดุ วิทยุติดตั้งบนพาหนะและใชเ้ คร่อื งรบั - สง่ วิทยุ เช่นเดยี วกับ AN/PRC-77 จะ
ใชช้ ดุ วิทยุน้ีเม่ือต้องการตดิ ตงั้ เพียงความ เ่ี ดียว ในระยะเวลาอนั จากดั อันหน่งึ การใช้งานกค็ งเช่นเดยี วกนั กับชดุ
วทิ ยุ AN/PRC-77 ยกเว้นสายอากาศ องชุดวิทยAุ N/VRC-64 อาจจะปรบั ด้วยมือหรืออัตโนมัติกไ็ ด้
รปู ท่ี 2 - 7 ก. สว่ นประกอบชุดวิทยุ AN/VRC-64
รูปที่ 2 - 7 . หนา้ เคร่ืองชดุ วทิ ยุ AN/VRC-64 หรือ AN/GRC-160
8. อ้ ควรระวงใน ารใชว้ ท AN/PRC-77, AN/VRC-64 และ AN/GRC-160
1.) เมือ่ ชดุ วิทยุนใี้ ช้เป็นแบบสะพายหลงั หรอื ติดตัง้ บนยานพาหนะ อย่าใหส้ ายอากาศแบบแส้แตะกบั สาย
ไ าแรงสงู หรือแหล่งจา่ ยไ าอื่น ๆ เพราะอาจจะทาให้บาดเจ็บ หรือตายได้
2.) ต้อง อดแบตเตอรอี่ อกจากกลอ่ งแบตเตอร่ี CY-2562/PRC-25 เมื่อจะนาเคร่อื ง รับ – สง่ ไปตดิ ตัง้ บน
ยานพาหนะ
3.) เมอื่ เคร่ืองวิทยนุ ใ้ี ชค้ วาม ี่ใกลเ้ คียงกับวทิ ยเุ ครือ่ งอน่ื ภายใน 3 เม็กกะเฮริ ต ์ อย่านาเครอ่ื งเ า้ ใกล้กนั
กวา่ 25 ตุ เพราะจะเกิดการรบกวน ่ึงกนั และกนั นึ้
4.) อย่ากลับสายตอ่ แบตเตอรยี่ านพาหนะ ใหต้ อ่ สาย แดง าว เ ้ากบั ว้ั บวก และสาย เ ยี ว ดา เ ้ากบั วั้
ลบเทา่ น้นั า้ หากต่อ ดิ จะทาใหต้ วั ต้านทาน และไดโอดในเคร่อื ง ยาAยM-2060/GRC ชารุดได้
5.) อย่ากดไมโครโ น หรือสวิต ์อน่ื ๆ ในตาแหนง่ RADIO ON ใน ณะทเ่ี ปล่ยี นความ ่ี หรือเปลย่ี นBAND
เพราะจะทาใหว้ งจรชารดุ ได้
6.) อย่าตดิ เครื่องยนต์ ดับเคร่อื งยนตใ์ น ณะทเ่ี ครอื่ ง ยายAM-2060/GRC หรอื AM-1780/GRC อยู่ใน
ตาแหนง่ NO เมอ่ื จะตดิ เครือ่ งยนต์ หรือดับเคร่อื งยนต์ จะต้องปรบั สวติ ์ องทัง้ สองอย่างไปทต่ี าแหนO่งFF เสมอ
7.) ในการติดต้งั เคร่อื งบนยานพาหนะ ควรจะปดฝาครอบCW-922/GRC ทีห่ มดุ ตอ่ สายอากาศแบบแส้
(WHIP) ที่หน้าเคร่อื งรบั -สง่ เสมอ
ในการปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ทางทหาร มคี วามจาเป็นตอ้ งดารงการตดิ ต่อสอ่ื สารอยู่
ตลอดเวลา เมอ่ื สายอากาศวทิ ยเุ กดิ การชารุดเสยี หาย หรอื ประสทิ ธภิ าพการรบั -สง่ ดอ้ ยลง ผูใ้ ช้
จาเป็นอย่างยง่ิ ทจ่ี ะตอ้ งมคี วามรู้ และสามารถซอ่ มแซม หรือสรา้ งสายอากาศแสวงเคร่อื งเพอ่ื ใช้
งานแบบเร่งดว่ น (EXPEDIENT ANTENNA) ข้นึ มาใหมไ่ ด้ เพอ่ื เสรมิ ทดแทนและเพม่ิ ระยะการ
ตดิ ต่อสอ่ื สารของวทิ ยุของตนใหด้ ขี ้นึ ความยาวของสายอากาศ (ANTENNA LENGTH) การทจ่ี ะ
ทาเสาอากาศแบบแสวงเคร่อื งใหส้ ามารถ รบั – ส่ง ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพนนั้ จาเป็นจะตอ้ งรู้
ความยาวคลน่ื ของความถท่ี จ่ี ะใชเ้พอ่ื นามาหาความยาวของสายอากาศทเ่ี หมาะสม โดยใชส้ ูตร
ดงั น้ี สูตรหาความยาวของสายอากาศเป็นฟตุ 1/4 ความยาวคลน่ื คอื 234 (ตวั เลขคงท)่ี หารดว้ ย
ความถท่ี ใ่ี ชง้ าน (เป็นเมกะเฮริ ตซ)์ ไดค้ ่ามหี น่วยเป็น ฟตุ หรอื 285(ตวั เลขคงท)่ี หารดว้ ยความถ่ี
(เป็นเมกะเฮริ ตซ)์ แลว้ คูณดว้ ย ¼ ( 285Mhz * ¼ ) ไดค้ ่ามหี น่วยเป็น เมตร ทง้ั สองสูตรน้จี ะ
ไดค้ ่าใกลเ้คยี งกนั
วอ า่ งเช่น 234 70 = 3.34 โดยตดั สายอากาศ (สายโทรศพั ท์ WD – 1/TT) ยาว 3 ฟตุ
3.6 น้วิ
สายอากาศเร่งด่วน แบบ 292
สายอากาศเร่งด่วน แบบ 292 ทาข้นึ เพอ่ื ใชใ้ นป่าและในพ้นื ทโ่ี ดยเฉพาะ การกระจายคล่นื แบบ
รอบตวั
วธิ ีการทา
1. ใชส้ าย WD-1/TT หรอื สายไฟฟ้าตวั นาทองแดง ตดั ใหไ้ ดค้ วามยาว 1/4 คลน่ื
ของความถท่ี ใ่ี ช้ เพม่ิ พเิ ศษอกี 6 น้วิ สาหรบั ปลอกปลายสาย
2. ตดั ออกมา 4 เสน้ (1 เสน้ เป็นสายอากาศ,3เสน้ เป็นสายดนิ ลอย) (A)
3. ตดั กง่ิ ไมแ้ หง้ 3 ก่งิ ขนาดน้วิ มอื ความยาวใกลเ้คยี งกนั ประกอบก่ิงไมเ้ป็นรูป
สามเหลย่ี ม มดั ส่วนปลายตดิ กนั ผูกฉนวนไวท้ ม่ี มุ ทง้ั 3 สาย (B)
4. สายโทรศพั ท์ WD-1/TT ทง้ั 3 เสน้ ปอกฉนวนปลายสายออกปลายละ 3 น้วิ
แลว้ ปิดปลายสายทองแดงเป็นเกลยี วรวมกนั ต่อเขา้ กบั ฉนวน 3 ตวั ทม่ี มุ ของสามเหลย่ี มฉนวน
ละ 1 เสน้ พนั ใหแ้ น่น (C) ปลายหน่งึ ของทง้ั 3 สาย บดิ รวมกนั เป็นเกลยี ว พนั เขา้ กบั ฉนวน
ตรงปลายฉนวนดา้ นลา่ ง สาย 3 เสน้ น้ที าหนา้ ทเ่ี ป็นสายดนิ ลอย
5. สายโทรศพั ท์ WD-1/TT ทเ่ี หลอื อกี 1 เสน้ ทป่ี อกปลายสายออกแลว้ ปลาย
หน่งึ พนั เขา้ กบั ฉนวน C ทางปลายฉนวนดา้ นบน อกี ปลายทเ่ี หลอื พนั เขา้ กบั ฉนวน D ในรูป ทาง
ปลายลา่ งของฉนวน
ส่วนปลายดา้ นบนของฉนวน D ผูกดว้ ยเชอื กทม่ี คี วามยาวพอ ผูกแขวนกบั ก่งิ ไมห้ อ้ ยลงมาเป็น
สายชกั พวงสายอากาศข้นึ ไปแขวนอยูไ่ ด้
6. ใชส้ ายนาสญั ญาณ RG-58 มคี วามยาวจากความสูงของพวงสายอากาศทจ่ี ะ
แขวนลงมาถงึ ทต่ี วั เคร่ืองรบั -สง่ ไมเ่ กนิ 15 เมตร เขา้ ขว้ั ANT ของเคร่ืองรบั – สง่ ดงั รูป
สายอากาศเร่งดว่ น แบบคอลลเิ นยี รไ์ ดโฟล เป็นสายอากาศตระกูลไดโพล กระจายคลน่ื แบบ
บงั คบั ทศิ ทาง สรา้ งงา่ ย ใชง้ านสะดวก
วธิ ีทำ
1. ตดั สายโทรศพั ท์ WD-1/TT ความยาว 1/4 คลน่ื ของความถท่ี ใ่ี ช้ จานวน 2
เสน้ ใชเ้ป็น director หรอื ตวั แพร่กระจายคลน่ื และตดั อกี 1 เสน้ ใหไ้ ดค้ วามยาวทม่ี ากกวา่ 2
เสน้ รวมกนั เพอ่ื เป็น reflector หรอื ตวั สะทอ้ นคลน่ื
2. สายโทรศพั ท์ WD-1/TT จานวน 2 เสน้ ผูกไวก้ บั ฉนวนแต่ละดา้ น นาสายนา
สญั ญาณ RG-58 โดยแยกสายกราวดต์ ่อกบั สายโทรศพั ทเ์ สน้ ลา่ ง และสายอนิ เนอรเ์ สน้ ในต่อกบั
สายโทรศพั ทเ์ สน้ บน สายนาสญั ญาณ RG-58 อกี ดา้ นเขา้ ขวั้ ANT ของเคร่อื งรบั – ส่ง
3. ขงึ สายโทรศพั ท์ WD-1/TT อกี 1 เสน้ เป็น reflector (ตวั สะทอ้ นคลน่ื ) ไว้
ดา้ นหลงั ทศิ ทางทต่ี อ้ งการส่ง โดยมรี ะยะหา่ งจาก director ท่ี 1/4 คลน่ื เสาไมไ้ ผ่
ความถใ่ี ชง้ าน ความยาวสายอากาศ
30 7 ฟตุ 10 น้วิ
32 7 ฟตุ 4 น้วิ
34 6 ฟตุ 11 น้วิ
36 6 ฟตุ 6 น้วิ
38 6 ฟตุ 2 น้วิ
40 5 ฟตุ 10 น้วิ
43 5 ฟตุ 5 น้วิ
46 5 ฟตุ 1 น้วิ
49 4 ฟตุ 9 น้วิ
52 4 ฟตุ 6 น้วิ
55 4 ฟตุ 3 นิว้
58 4 ฟตุ 0 นิว้
61 3 ฟตุ 10 นิว้
54 3 ฟตุ 8 นิว้
68 3 ฟตุ 5 นิว้
72 3 ฟตุ 3 นิว้
76 3 ฟตุ 1 นิว้
ตำรำงอ้ำงองิ ควำมถ่ีใช้งำน : ควำมยำวสำยอำกำศ
การแก้ไ อ้ ัด ้อง ั้นพนื้ าน สาหรบั วิทยุทางทหาร
(BASIC OPERATOR TROUBLESHOOTING FORMILITARY TYPES RADIOS)
ด้
ไมส่ ำมำรถตติ อ่ กบั สถำนีวทิ ยุ ตำมควำมถ่ีทต่ี งั้ ไว้ ได้ยนิ เสยี งหวีดแหลมในขณะสง่ ข่ำว
สำเหตอุ ำจเกิดจำก
ก. วิทยบุ กพร่อง
. วทิ ยตุ งั้ อยใู่ นท่ีอบั หรือตำ่
ค. ระยะหำ่ งเกินไป กำรแก้ไข
ก. ปฏบิ ตั ิดงั นี ้
(1) หมนุ ป่ มุ ตงั้ ควำมถ่ีทงั้ MC และ KC ไปมำ และเปลี่ยน
สวติ ช์แบนด์สงู -ต่ำ 2-3 ครัง้
(2) ทดลองเปล่ียนควำมถี่
. ย้ำยทีต่ งั้ วิทยุ
ค. ติดตงั้ เสำอำกำศด้ำนยำว AT-271
ง. ทำ่ สำยอำกำศเร่งดว่ น
--------------------------
ชดวท PRC-710
า่ วท่วไ
ชดุ วทิ ยุ PRC-710 วทิ ยมุ ือ ือย่าน VHF/FM สาหรบั เสียงพดู / ้อมลู เ ้ารหัส และความ ีก่ ้าวกระโดด
วทิ ยุ PRC-710 เปน็ วิวั นาการล่าสดุ ูกออกแบบและพั นา ึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการทางทหารที่
สงู น้ึ โดย นวกเอาคณุ ลกั ษณะทีห่ ลากหลาย ได้แก่ การติดตอ่ สอื่ สารประเภทคาพูด และ อ้ มลู ที่มีการเ า้ รหัสทาใหม้ ี
ความปลอดภยั ในการติดต่อสือ่ สารที่สงู มรี ะบบปองกันการรบกวน Jamming จาก า้ ศกึ ได้ ดว้ ยการสือ่ สารระบบ
ความ กี่ า้ วกระโดด เ า้ กับ นาดท่เี ล็กกะทัดรัดและมนี า้ หนักเบา องตวั วทิ ยุ (ประมาณ 750 g)
ค ะทางเทคนค 30.000 - 87.975 MHz
- ย่านความ ีใ่ ชง้ าน 2,320 ชอ่ ง แตล่ ะช่องหา่ งกนั 25 KHz.
- จานวนชอ่ งการตดิ ตอ่ สอ่ื สาร
- แบบ องการมอดเู ลต Narrow-band FM
- กาลังออกอากาศ ปรับได้ ตัง้ แต่ 0.25 Watt – 5 Watt
ปกติ Low = 1 watt, Mid = 2 watt, Hi = 5 watt
- โหมดการใช้งาน
- การปรุงคลื่น Clear, Sec และ AJ
FM (F3) Simplex, เสียง, อนาล๊อก และ ้อมลู ดจิ ติ อล
สงู งึ 16 Kbps
- ความคงท่ี องความ ี่ 3 ppm
- โหมดการใช้งาน Clear (CLR) เสียงกระจ่าง
Secure (SEC) เ ้ารหัสทางคาพดู
Anti-Jamming (A.J.) ความ กี่ า้ วกระโดด
- แรงไ ใชง้ าน 14 V.DC. จาก Lithium-ion battery
(TLI-714 หรอื TLI-718)
- ระเวลาการใชง้ าน (เม่ือใช้งานในโหมด AJ กาลงั สง่ 2 วตั ต์)
แบตเตอร่ี TLI-718 15 ช่ัวโมง
แบตเตอรี่ TLI-714 7 ช่ัวโมง
- ระบบเลือกรับ-สง่ (Selective Calling)
หมายเล ใชง้ าน 1-9 11-19, 21-29
หมายเล กล่มุ 10 : ส่ง งึ หมายเล 1-9
20 : ส่ง งึ หมายเล 11-19
30 : ส่ง ึงหมายเล 21-29
31 : สง่ ึงหมายเล 1-9 และ 21-29
10 : สง่ ึงหมายเล 1-9
การส่งทั้งหมด 00 : ส่งทกุ ส านี
- อ้ มลู การสง่ (Types of Traffic) เสยี งแบบอะนาล็อค (โหมด CLR อย่างเดียว)
เสยี งดจิ ติ อล ( 16 kbps CVSD)
Serial data
X-mode (wideband) – (โหมด CLR อยา่ งเดยี ว)
Burst messages : by number, fixed (codebook)
messages, variable (free text) messages, GPS
position reports, SMS
การทางาน องเสยี ง 300 – 3,000 Hz.
ความ ท่ี ีต่ อบสนอง ความ ่ี
ระดับ องเสียง 1.4 mV. าณ 150 Hz.
สั าณเสียงเ ้า ปกติ 0.8 mV.
เสยี งกระ บิ 12 mW./600 ohm.
ระดบั เสียงออกหู ง
150 mW./45 ohm.
ระดบั เสียงลาโพง 300 mW.
ต่อลาโพงภายนอก
สั าณ Squelch สั าณรบกวน และสั
สว่ นประกอบชุด องชุดวิทยุ PRC-710 ประกอบดว้ ย
1. เครืองรับ-ส่ง RT-710G
2. สายอากาศ AT-624L หรอื AT-624VS
3. ปากพดู -หู ง H-250 หรือ HS-100
4. สายอากาศ GPS (AT-1000, AD-1000C และ GPS Cable)
5. แบตเตอร่ี ชนิด Lithium-Ion ประจุใหมไ่ ด้ TLI-718
ค ะเดน่
- สามาร สง่ อ้ มูลแบบระบุหมายเล ปลายทาง (Selection Call) โดยระบุหมายเล ปลายทางเป็นกลุ่ม ใู้ ช้
หรอื บุคคลได้ โดย ู้ใชง้ าน (วทิ ยเุ ครือ่ งอนื่ ) ที่ใช้งานในชว่ งความ ่เี ดียวกนั แตไ่ ม่ได้ต้งั โปรแกรมไว้เป็นกลุ่มเดียวกนั จะ
ไม่สามาร ได้ยินการส่ือสาร ทาให้การติดตอ่ สอ่ื สารปลอดภยั ยิง่ น้ึ และทาให้การส่ังการ อง บู้ ังคับบั ชาทาไดอ้ ยา่ งมี
ประสทิ ธิภาพยิ่ง ึน้
- สามาร ส่ง ้อความสนั้ แบบเ า้ รหัส (Short Massage) เพอื่ แลกเปลยี่ น อ้ มลู ระหวา่ งวิทยไุ ด้
- ระบบ GPS (Global Positioning System) ในตวั วทิ ยสุ ามาร ระบตุ าแหนง่ อง ใู้ ช้งานได้
- นอกจากน้ี ชุดวทิ ยุ PRC-710 ยงั สามาร ใช้ประกอบกบั อปุ กรณอ์ นื่ เช่น ชุดเพม่ิ กาลงั ออกอากาศ
ทาให้สามาร เพิม่ กาลงั ออกอากาศจาก 5 Watt เปน็ 20 Watt เพอ่ื เพมิ่ ระยะการตดิ ต่อจากเดมิ ประมาณ 12 Km เป็น
25 Km หรือประกอบกบั ชุดวิทยตุ ดิ ตั้งบนยานยนต์ได้อีกดว้ ย
หนา้ ท่แ ะ ารทางาน อง รบ า่ งๆ
การทางาน องเมนู
. กด เพื่อเ า้ สู่เมนู
. กด หรอื เพอ่ื เลอื กเมนู เพ่อื ออก
. กด เพอ่ื เลอื กเ ้าสเู่ มนทู ่ีต้องการ หรือ กด
อ้ มลู องเมนตู ่างๆ มดี งั น้ี
ชดวท ใน า่ น VHF/FM
CNR-900T
เครื่องรบั -สง่ RT-9001
ค ะทางเทคนค
ระดบั หนว่ ยที่ใชง้ าน มว. - กองพล
ยา่ นความ ่ี 30 - 87.975 MHz.
จานวนชอ่ งการส่ือสาร 2,320 ชอ่ ง (แต่ละช่องหา่ งกนั 25 KHz.)
การปรับจูนความ ี่ ด้วยมือ หรือตงั้ ลว่ งหน้า
การตง้ั ความ ล่ี ่วงหน้า 100 ช่อง แตล่ ะชอ่ งประกอบด้วยความ ี่, กุ แจรหสั และ
ปจจยั อง AJ
แบบ องการมอดเู ลต Narrow-band FM (FM ชนิดแบนด์แคบ)
กาลงั ออกอากาศ
สะพายหลงั LO 0.25 วตั ต์
ตดิ ต้งั บนยานยนต์ (ระยะใกล้) MD 5 วัตต์
HI 5 วตั ต์
ยานยนต์ระยะไกล LO 0.25 วัตต์
MD 5 วตั ต์
แหลง่ จ่ายไ HI 50 วัตต์
สะพายหลัง
ติดตง้ั บนยานยนต์ 10-14.5 VDC. (ปกติ 12 VDC.) จาก NiCd,
22-30 VDC. (ปกติ 24 VDC.) จากแบตเตอรี่ร ยนต์
โหมดใช้งาน - รบั อยา่ งเดยี ว
- รบั -ส่ง
- Scanning
- ส านี า่ ยทอด
การปองกันสั าณ ดิ โหมด - เสยี งกระจ่าง (Clear)
- เ า้ รหัส (Secure)
- ความ ก่ี า้ วกระโดด (Anti-Jamming)
การเลือกเรยี ก ใช้ไดท้ กุ โหมด ยกเว้น CLR
หมายเล ประจาตวั เครื่อง
หมายเล แตล่ ะเครอ่ื ง 1-9, 11-19, 21-29
หมายเล แต่ละกลุ่ม 10 คอื 1 งึ 9
20 คือ 11 งึ 19
30 คือ 21 ึง 29
31 คือ 1 ึง 9 และ 21 งึ 29
เรยี กแบบส่งกระจายเสยี ง 00 ทุกส านรี ับได้
การใช้งานแบบตา่ งๆ กระจายเสียง ทุกส านรี ับได้
เลือกเรยี ก คือ เรียกแตล่ ะเครือ่ ง หรือเรยี กทุกส านี
ชนิด องการสอ่ื สาร เสยี งแบบอนาล็อก
เสยี งแบบดจิ ติ อล (16 Kbps. CVSD หรอื 2.4/4.8 bps.
โวโคเดอร์)(เ ่อื เลือก)
้อมูลความเรว็ ตา่
อ้ มลู ความเร็วสูง
้อมูล 16 Kbps. ภายนอก CVSD (เ อื่ เลือก)
้อความดว่ น : กาหนดตัวเล
(000 ึง 999), อ้ ความคงท่ี (เทียบกบั คู่มอื )
(00 ึง 99), อ้ ความกาหนดไดเ้ อง
(00 ึง 99)
แ รช เหมือนกับโหมด อ้ มูล แต่ใช้ AJ เพอื่ ลดการเสียเวลา
ณะเ ้าจังหวะสอื่ สาร ้อมูลแบบอนกุ รม และใช้ IP
มาตร านทางทหารMIL-STD-188-220B ( ้อ1-3a) เพิ่มการ
ควบคมุ การส่อื สาร (ที่อยู่ใน านปรบั ตง้ั ยานยนต์
อง VRC-750)(เ อื่ เลือก)
การสอื่ สารทางคาพดู
การตอบสนองความ ่ี 300 งึ 3,000 Hz.
ระดับเสยี งปกติ
สั าณเ ้าไมค์ ปกติ : 1.4 mV.
กระ ิบ : 0.8 mV.
สั าณออกทห่ี ู ง 3.18 Vrm สูงสุด, ท่ี 1,000 โอหม์ ปรับได้
ชนิด องสเควล ์ 150 Hz. โทน และ Noise
150 Hz. โทน อย่างเดียว
การปรุงคล่ืน
CLR FM แบบอนาลอก
SEC, AJ 16 Kpbs. CVSD
2.4 และ 4.8 Kbps. โวโคเดอร์
แบนด์พาส (X-โหมด) 0.775 Vrms/600 โอห์ม ในชว่ ง 30-8,000 Hz.
(เฉพาะ CLR)
โหมด CVSD ภายนอก (เ ่ือเลือก)
้อมลู เ ้า/ออก RS-232C
รหัสคาพูด 16 Kbps. CVSD ตาม EUROCOM D/1
ความเรว็ 16 Kbps. ( ีนโครนัส)
โหมด FSK (เ ่ือเลือก)
ความเรว็ ้อมลู 150 bps., 300 bps. และ 600 bps.
ระดบั สั าณเ า้ 1.4 mV ปกติ
ระดับสั าณออก ไมเ่ กิน 2 Vrms ที่ 600 โอห์ม ปรับได้
การปรุงคลื่น FSK ด้วยโทน 1,100 และ 2,300 Hz.
การใชง้ านแบบ ้อมูลความเรว็ ตา่
อ้ มูลเ ้า/ออก RS-232C
ความเร็ว
ปกติ นี โครนสั และอ ิงโครนัส 50, 75, 100, 150, 300,
600, 1200, 2400 และ 4,800 bps.
อ่นื ๆ 19.2 Kbps. อ นี โครนัส พรอ้ มแกค้ า ิด
การปองกันคา ิด แบบ Forward และ Interleaving
การใชง้ านแบบ อ้ มลู ความเร็วสงู
อ้ มลู เ ้า/ออก RS-232C
ความเร็ว อ นี โครนสั 19.2 Kbps.
นี โครนสั 16 Kbps., 32 Kbps.
เคร่ืองควบคุมการส่ือสาร (เ ือ่ เลอื ก) (เฉพาะ VRC-750)
การปรับรว่ มกบั โฮสต์
ชนิดการปรับรว่ ม ว้ั ตอ่ RS-232 อ ีนโครนัส
ความเรว็ 115 Kbps.
การปรบั รว่ ม ปรบั โดยเครือ่ งควบคุมการสอ่ื สาร
IP เบส ่านทาง PPP โดยการใช้ CNR อะแดปเตอร์
การใชง้ านร่วมกับ LAN
ชนดิ องการปรับร่วม 10 Base 2 Ethernet
โปรโตคอล IEEE 802.3 and Ethernet
หน้าทปี่ รบั รว่ ม ส่ือสารดว้ ย IP โดยใช้ตวั ปรบั CNR ในเครือ่ ง
การรองรับการสื่อสารดว้ ย IP
เพิ่มเตมิ เสน้ ทาง อง IP ตามตารางที่มอี ยู่
้ัวต่อเส้นทาง IP LAN (Ethernet)
ใช้ร่วมกบั Hose า่ นทาง CNR ในเครือ่ ง
ใชง้ านทางวิทยุ ่านทางโปรโตคอลระดับ 1 ึง 3a
ตามมาตร าน MIL-STD-188-220
ปจจยั การใช้งาน
โหมดเสยี งกระจ่าง
ปจจยั 100 ชอ่ งความ ่ี, 10 กลุ่ม
การโหลด ลงในหนว่ ยความจาชนดิ ไม่ลบเลือน
โหมดการเ า้ รหสั
ปจจยั 2 ชุด ชุดละ 10 กุ แจรหัส ปอนเ ้าเครื่องโดยเคร่อื ง
ปอน, หนา้ ปด หรือจากวทิ ยุอื่น
การรกั ษาความจา ใช้หน่วยความจาชนิดไมล่ บเลือนรว่ มกับ
แบตเตอรีช่ นิดลิเธียม
โหมดการ ูกรบกวน
ปจจัย ตารางความ ่ี 1 ชดุ
กุ แจรหัส 2 ชดุ (ชดุ ละ 10)
การปอนปจจัย โดยเครื่องปอน หรอื จากวทิ ยอุ นื่ สว่ นให ่ปอนได้
จากปุมกดบนหน้าปด
การรกั ษาปจจัย ใช้หนว่ ยความจาชนิดไมล่ บเลือน พร้อมแบตเตอร่ี
ชนดิ ลิเธียม
การรักษาวนั เวลา ใชแ้ บตเตอรช่ี นดิ ลเิ ธียม
คาถา ท้า บท
1. คลื่นวิทยุเปน็ คลื่นแมเ่ หล็กไ า การแพร่กระจายคล่ืน ใช้ความเร็วกก่ี โิ ลเมตร ต่อ วนิ าที
2. การปรุงคลนื่ วทิ ยุมี 2 ชนิดอะไรบ้าง
3. ชนิด องเครอื่ งวิทยุแบ่งตามประเภทการใช้งาน อย่างไร
4. ความ ีว่ ิทยจุ ากตา่ ไป ึงสูงมีหนว่ ยวัดเป็น MHz ึน้ อยกู่ ับอปุ กรณส์ ว่ นใดที่ใช้
5. วิทยุ PRC–624 มีกาลังสง่ ออกอากาศ สามาร เลือกใช้ไดท้ ้ังหมด กีร่ ะดับ
6. ้อกาหนดคณุ ลกั ษณะ ทางเทคนิค โดยทัว่ ไปการตงั้ ชอ่ งส านลี ว่ งหน้า องชุดวทิ ยุ PRC–624 ได้กี่ช่อง
7. สายอากาศ AT – 271 A เมอื่ ประกอบเ ้าวิทยุ AN/PRC–77 สามาร สง่ ได้ในระยะไกลเท่าไร
8. ชนดิ องสั าณวิทยุ AN/PRC–25 และ AN/PRC–77 เปน็ แบบใด
9. อุปกรณ์ ชุดมาตร าน องวิทยุ PRC–624 มอี ะไรบา้ ง
10. จงบอก ้อควรระวงั ในการใชง้ าน วิทยุ AN/PRC–77 มาอยา่ งนอ้ ย 3 ้อ
บทท่ 4
าร อ่ื ารทาง า
1. า่ วโด ทว่ ไ
สายเปน็ เครอื่ งมอื สือ่ สารทเ่ี ชอ่ื ือไดม้ ากชนดิ หน่ึง การส่ือสารทางสายประกอบดว้ ยการใช้
สายสนาม , การวางสายและอุปกรณใ์ นการเกบ็ สาย เครอื่ งโทรศัพทแ์ บบใชแ้ บตเตอรี่ และแบบกาลงั งานเสียง
เครอื่ งสลบั สาย เครื่องโทรพมิ พ์อปุ กรณ์ปลายทางหรอื สว่ นประกอบอื่นๆ การตกลงใจที่จะตั้งการสอ่ื สารทางสาย
้ึนอยู่กับความตอ้ งการทีจ่ ะใชง้ าน เวลาทม่ี ีอยทู่ ี่จะใชใ้ นการติดต้ัง การใช้งานและความสามาร ในการ ่อมบารงุ
จานวนสายที่มอี ย่ตู ลอดจนจานวนทค่ี าดว่าจะได้รับเพ่มิ เติม พร้อมทัง้ ความตอ้ งการการในอนาคต จะต้องนามา
พิจารณาดว้ ย การสื่อสารทางสาย เป็นวธิ ีการติดตอ่ ทีส่ ามาร ปรบั ให้เ ้ากบั ส านการณท์ ไ่ี ม่
ต้องเคล่ือนที่ แตก่ ็สามาร จะใชก้ ับการป บิ ตั ิทางยทุ ธวิธไี ดท้ กุ ส านการณ์ า้ หากไดม้ ีการวางแ นอย่าง
ูกตอ้ ง
1.1 อ้ ด อง าร ื่อ ารทาง า
1.1.1 อานวยความสะดวกในการสนทนาระหวา่ งบุคคลตอ่ บุคคล โดยการพดู สวน
ทางกนั ได้
1.1.2 เปน็ วธิ ีการส่ือสารท่ปี ลอดภัยกว่าวทิ ยุ แตก่ ็ไมพ่ ึงเช่อื มัน่ ในความปลอดภัย
ในการส่ง า่ วเป็น ้อความธรรมดา เนือ่ งจากการสอื่ สารแบบนีเ้ ปน็ จดุ อ่อนตอ่ การดกั รบั ง อง า้ ศึก
1.2 อ้ เ อง าร ือ่ ารทาง า
1.2.1 การตดิ ตัง้ ระบบสายต้องใช้เวลามาก แต่อยา่ งไรก็ตาม เวลาอาจลดลงได้
า้ หากใช้บุคคลทไี่ ด้รบั การฝกไวอ้ ย่างดแี ล้ว และวางแ นไว้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพก่อนการตดิ ตงั้
1.2.2 สายเปน็ อนั ตรายได้ง่ายจากยานพาหนะและการยงิ องปืนให ่
1.2.3 สายไม่มคี วามอ่อนตวั โดยธรรมดาจงึ ไม่ใช้สายใน ณะเคล่อื นท่ี
2. า นา
สายสนามใช้สาหรับการติดต่อทางโทรศพั ท์ เป็นตวั นาทม่ี ีความออ่ นตัว ทนต่อแรงดงึ
เปน็ ตวั นาที่ดี และมฉี นวนทก่ี นั น้าได้ สายโทรศพั ท์ WD – 1/TT แบบทหี่ นว่ ยทหารราบใช้ มีน้าหนกั 48 ปอนด์
ตอ่ ความยาวหนงึ่ ไมล์ และทนแรงดึงสงู สุดได้ 200 ปอนด์ (ตัวนาสองเสน้ ) ตวั นาแต่ละเสน้ มลี วด
เหลก็ 3 เสน้ และลวดทองแดง 4 เสน้ ฉนวนหุ้มเป็น POLYETHELENE และมีไนลอนหมุ้ ด้านนอกอกี
ช้ันช้นั หนง่ึ ระยะการติดต่อ ้ึนอยกู่ ับอุปกรณ์ ปลายสายทตี่ ่ออยู่ และปจจัยอ่ืนๆ เชน่ สภาพอากาศ ชนดิ
องการตดิ ต้งั สภาพ องสาย และจานวนจุดต่อ องสาย
รูปที่ 1 สายสนาม WD – 1/TT
2.1 าร อ่ า นา การตอ่ สายเปน็ การเช่ือมตอ่ ตัวนา องสายสนาม เพือ่ ใหต้ ่อกนั
ทางไ า มีวิธกี ารตอ่ สายสนามสองวิธี คือ การตอ่ สายสนามแบบมาตร าน ( โดยใชเ้ ครื่องต่อสาย MK-
356 ) และการต่อสายสนามแบบเร่งดว่ น ( ใช้ชดุ เครื่องมือ TE – 33 ) การตอ่ สายที่ดีจะชว่ ยแก้ไ สาย าด
ปองกันการลัดวงจร และสายลัดลงดิน
2.2 าร ่อ า แบบเร่งดว่ น
2.2.1 เตรียมตวั นาตามท่ีแสดงไว้ตามรูปที่ 4 การเตรียมตัวนาดังกลา่ วปองกัน
สายหย่อนไม่ทาใหส้ ายเหลือมากในตวั นาดา้ นใดด้านหน่ึง และปองกันไม่ใหต้ ัวนาแตะกนั ฉนวนทเ่ี หลืออยู่
ท่ปี ลายตัวนาใชส้ าหรบั ยดึ ลวดแตล่ ะอันให้รวมกันอยจู่ นกวา่ จะตอ่ เงอื่ นแล้ว เมอื่ ต่อเงื่อนแน่นตามท่ีแสดง
ในรปู ที่ 5 เม่ือเงอ่ื นอนั แรกไดต้ ่อแลว้ ให้เอาสายทีย่ งั ไมไ่ ด้ต่อ นเกลียวกบั เส้นทตี่ ่อแล้วจงึ ต่อเงอ่ื นอนั ท่ี
สองเง่ือนอันทสี่ องนต้ี อ้ งตอ่ ทนั ทีหลงั เงอื่ นอนั แรก เพื่อให้สามาร ติดตอ่ กนั ได้แมว้ ่าการพนั เงอื่ นจะยงั ไม่สมบูรณ์
2.2.2 หลงั จากทไี่ ดด้ ึงฉนวนออกจากปลายตวั นาแต่ละอันแลว้ ใหแ้ ยกลวดทอง
แดงกันลวดเหล็กออกจากกนั ตามแสดงไวใ้ นรูปที่ 6 แลว้ ตดั ลวดเหลก็ ออกให้เหลอื ไวเ้ สมอ อบฉนวน
ลวดทองแดงทีเ่ หลือให้ ลักกบั ไปอยดู่ ้านตรงกัน ้ามท้งั สอง ้าง แลว้ พันให้รอบลวดเหลก็ จนเลยไปบน
ฉนวน 2 - 3 รอบ การทาเชน่ นก้ี ็เพอ่ื มัดเง่อื นใหแ้ นน่ ไม่หลดุ ง่าย และยดึ ลวดเหล็กใหแ้ นน่ กบั ตวั นาเพ่อื
ไมใ่ ห้โ ลม่ าแทง ้าพนั สายที่จะพนั ทีหลงั
2.2.3 หลังจากท่ไี ดพ้ ันเง่อื นแล้ว น้ั ต่อไปกค็ ือการพัน า้ พนั สายเพอ่ื ปองกนั น้า
และการลัดวงจรการพนั ้าพนั สาย แสดงไวต้ ามรปู ที่ 5 ั้นแรกใหพ้ นั ยางพันสาย TL – 600/U กอ่ นแล้ว
จึงพัน ้าพันสาย TL – 636/U กอ่ นพนั า้ ยางพนั สายให้ดงึ กระดาษทป่ี ดด้านหลงั ออกดึงยางพนั สายออก
ใหห้ มดความยืดเริ่มพนั า้ ยางพนั สายจากกง่ึ กลางและดงึ ยางพันสายใหส้ มา่ เสมอและพันทับฉนวน 1 นว้ิ
และพนั ยอ้ นกลบั มาจน งึ อีกดา้ นหนง่ึ จนทับฉนวน 1 น้ิว แลว้ พันกลบั มาหยดุ ที่ก่งึ กลาง องเง่อื น ั้นสดุ
ท้ายคือการพัน ้าพันสาย จะเริม่ ด้านใดดา้ นหนงึ่ องเงื่อนกไ็ ด้ โดยเร่ิมประมาณ ½ น้วิ ดั จากยางพัน
สาย จะไปหยดุ ท่ปี ลายอกี ด้านหนงึ่