The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุด ๑ การอ่านจับใจความเพื่อค้นหาคำสำคัญ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by narissra.ny, 2022-06-06 09:09:33

ชุด ๑ การอ่านจับใจความเพื่อค้นหาคำสำคัญ

ชุด ๑ การอ่านจับใจความเพื่อค้นหาคำสำคัญ



v4

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

สาระ ที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพอื่ นาไปใชต้ ดั สินใจ
แกป้ ัญหาในการดาเนินชีวติ และมีนิสยั รักการอ่าน

ตัวชี้วดั ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
ท ๑.๑ ม. ๒/๒ จบั ใจความสาคญั สรุปความและอธิบายรายละเอียดจากเรื่องที่อ่าน
ท ๑.๑ ม. ๒/๔ อภิปรายแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เร่ืองที่อ่าน

จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. นกั เรียนสามารถบอกคาสาคญั จากเร่ืองท่ีอ่านได้
๒. นกั เรียนสามารถบอกตาแหน่งของคาสาคญั จากเร่ืองท่ีอ่านได้
๓. นกั เรียนสามารถนาคาสาคญั ใชเ้ ป็นแนวคิดในการเขียนได้
๔. นกั เรียนสามารถตอบคาถามจากเรื่องที่อ่านได้

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอา่ นจบั ใจความเพอื่ หาคาสาคญั ๑



คาแนะนาการใช้ชุดฝึ กทักษะ
เรื่อง การอ่านจบั ใจความเพื่อหาคาสาคญั

๑. ศกึ ษาจุดประสงคแ์ ละคาช้ีแจงในการทากิจกรรมชุดฝึกทกั ษะ
ชุดท่ี ๑ เรื่อง การอ่านจบั ใจความเพื่อหาคาสาคญั

๒. ทาแบบทดสอบก่อนเรียน เร่ือง การอ่านจบั ใจความเพื่อหาคาสาคญั จานวน ๑๐ ขอ้
๓. ชุดฝึกทกั ษะ เร่ือง การอ่านจบั ใจความเพื่อหาคาสาคญั ประกอบดว้ ยแบบฝึกทกั ษะ

จานวน ๘ ข้นั เพื่อไดฝ้ ึ กปฏิบตั ิจากง่ายไปหายากตามลาดบั
๔. ปฏิบตั ิตามข้นั ตอนในการทาชุดฝึ กทกั ษะ เรื่อง การอ่านจบั ใจความเพ่ือหาคาสาคญั

ทีละข้นั ตอนอยา่ งละเอียด ดงั น้ี
ศกึ ษาใบความรู้ เรื่อง การอ่านจบั ใจความเพอ่ื หาคาสาคญั
ข้นั ท่ี ๑ หน่ึงคาสาคญั ที่พบ
ข้นั ท่ี ๒ คน้ หาคาสาคญั
ข้นั ท่ี ๓ คาสาคญั ในร้อยกรอง
ข้นั ที่ ๔ สองพนี่ อ้ งคาสาคญั
ข้นั ที่ ๕ คลงั คาสาคญั
ข้นั ท่ี ๖ ตาแหน่งที่พบคาสาคญั
ข้นั ท่ี ๗ มอญร้องไห้
ข้นั ที่ ๘ ตานานเก่าแก่

๕. ทาแบบทดสอบหลงั เรียน เร่ือง การอ่านจบั ใจความเพอ่ื หาคาสาคญั จานวน ๑๐ ขอ้
๖. ตรวจสอบความถูกตอ้ งหลงั จากทากิจกรรมท้งั หมดแลว้

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอ่านจบั ใจความเพือ่ หาคาสาคญั ๒



แบบทดสอบก่อนเรียน
เรื่อง การอ่านจับใจความเพื่อหาคาสาคญั

คาชี้แจง อ่านคาถามแลว้ เลือกคาตอบที่ถูกท่ีสุดเพยี งขอ้ เดียวแลว้ เขียนเคร่ืองหมายกากบาท
(×) ลงในช่องใตต้ วั เลือกในกระดาษคาตอบท่ีแจกให้

๑. การวจิ ยั ประยกุ ต์ คือ การวจิ ยั ท่ีมุ่งเนน้ ความสาคญั ของการนาไปปฏิบตั ิมากกวา่
ประโยชนท์ างวชิ าการหรือการพฒั นาทฤษฎี

จากข้อความข้างต้นคาใดเป็ นคาสาคญั
ก. วจิ ยั
ข. ปฏิบตั ิ
ค. วชิ าการ
ง. พฒั นาทฤษฎี

๒. ที่จริงคนโบราณท่านกจ็ ดจาลกั ษณะการปรากฏสัญลกั ษณ์ต่าง ๆ เป็นแบบบนั ทึกสถิติ
แต่ท่าน “ท่องจากนั เป็นแบบมุขปาฐะ” ส่ิงใดท่ีไม่แม่นยากจ็ ะลืมไปเสีย ส่ิงใดที่ปรากฏ
ซ้า ๆ ซาก ๆ กจ็ ดจากนั ไว้ เป็นกรรมวธิ ีเดียวกบั สถิติในวทิ ยาการสมยั ใหม่นี่เอง จะไปหาวา่
เขางมงายมิได้

จากข้อความข้างต้นคาใดเป็ นคาสาคญั
ก. ท่องจากนั เป็นแบบมุขปาฐะ
ข. วทิ ยาการสมยั ใหม่
ค. สญั ลกั ษณ์
ง. มุขปาฐะ

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอา่ นจบั ใจความเพอื่ หาคาสาคญั ๓



๓. เมื่อเอ่ยช่ือทานายถึงผนู้ าทางการเมืองรุ่นหลงั ของฝร่ังเศส นอสตราดามสุ มกั จะสรรหา
นามท่ีไม่ค่อยจะเป็นมงคลใชแ้ ทนการเรียกชื่อจริง ยกตวั อยา่ ง เช่น รอบสเปี ยร์ เขาเรียกวา่
THE FOX หรือสุนขั จิง้ จอกทุกคร้ังท่ีตอ้ งการเอ่ยถึงบุคคลผนู้ ้ี

จากข้อความข้างต้นคาใดเป็ นคาสาคญั
ก. รอบสเปี ยร์
ข. สุนขั จิ้งจอก
ค. นอสตราดามุส
ง. ผนู้ าทางการเมือง

๔. ธงไชยเฉลิมพลใชเ้ รียกเป็นคร้ังแรกในกองทพั ไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๔ ในรัชสมยั ของ
พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระองคไ์ ดท้ รงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ รา
พระราชบญั ญตั ิวา่ ดว้ ยแบบอยา่ งของธงสยามไวเ้ ป็นแบบแผน และใหเ้ ปล่ียนธงประจา
กองทหารเสียใหม่แลว้ พระราชทานนามวา่ ธงไชยเฉลิมพล

จากข้อความข้างต้นคาใดเป็ นคาสาคญั
ก. พระราชบญั ญตั ิ
ข. ธงไชยเฉลิมพล
ค. กองทพั ไทย
ง. ธงสยาม

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอา่ นจบั ใจความเพื่อหาคาสาคญั ๔



๕. พอ่ แม่ถึงจะต่าตอ้ ยแต่กห็ วงั จะใหล้ ูกสูงส่ง พ่อแม่แมจ้ ะประกอบอาชีพที่โลกประณาม
หยามเหยยี ด ถึงกระน้นั กห็ วงั จะใหล้ ูกไดร้ ับการยกยอ่ ง พอ่ แม่แมจ้ ะไร้เกียรติกห็ วงั จะให้
ลูกไดร้ ับเกียรติ พอ่ แม่แมจ้ ะไร้ศกั ด์ิศรีกห็ วงั จะใหล้ ูกมีศกั ด์ิศรี...

จากข้อความข้างต้นคาใดเป็ นคาสาคญั
ก. หยามเหยยี ด
ข. ต่าตอ้ ย
ค. พอ่ แม่
ง. ศกั ด์ิศรี

อ่านข้อความแล้วตอบคาถาม ข้อ ๖ - ๑๐

หนอนเรืองแสง
หิ่งหอ้ ยเป็นหนอนที่บินได้ ลาตวั ยาวประมาณ ๔ - ๑๑ มิลลิเมตร มีสีดาและนุ่มมาก
มีปี กท้ังตัวผู้ตัวเมีย แต่บางชนิดตัวเมียจะไม่มีปี ก หิ่งห้อยมักจะกินน้ าหวานในดอกไม้
เป็ นอาหารและพบในเขตร้อนช้ืนเป็ นจานวนมาก
แสงที่ห่ิงห้อยเปล่งออกมาเกิดจากอวยั วะให้กาเนิดแสงที่อยดู่ า้ นล่างของส่วนทอ้ ง
โดยมีประสาทควบคุม อวยั วะน้ีบรรจุสารเคมี ๒ ชนิด คือ ลูซิเฟอรินซ่ึงจะรวมตัวกับ
ออกซิเจนเพื่อให้กาเนิดแสงและลูซิเฟอเรสซ่ึงเป็ นตวั ช่วยให้เกิดปฏิกิริยาแสงท่ีเปล่งออก
มาน้ีไม่มีความร้อนและสว่างน้อยมากคือเพียงประมาณ ๑ ใน ๑,๐๐๐ ของแสงเทียน
เรียกกระบวนการสร้างแสงน้ีว่า การเรืองแสงชีวภาพ ห่ิงหอ้ ยสามารถควบคุมความยาวและ
จงั หวะของแสงจากทอ้ งไดแ้ สงที่ออกมาจะเป็นสีเหลืองหรือส้ม
ปัจจุบนั นกั วิทยาศาสตร์สามารถผลิตแสงแบบน้ีไดใ้ นห้องทดลองแต่ตอ้ งสกดั สาร
ลูซิเฟอรินและลูซิเฟอเรสจากหิ่งหอ้ ยเท่าน้นั
สาเหตุที่ห่ิงห้อยตอ้ งสร้างแสงข้ึนอาจจะเพื่อดึงดูดเพศตรงขา้ มหรือป้องกนั ตวั จากนก
เนื่องจากแสงที่เกิดข้ึนจะทาใหน้ กกลวั

(หนงั สือมหศั จรรยพ์ ืชและสตั ว์ : ชมรมบา้ นวิทยาศาสตร์)

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอา่ นจบั ใจความเพอ่ื หาคาสาคญั ๕



๖. จากเร่ืองหนอนเรืองแสง คาสาคญั ในย่อหน้าที่ ๑ คืออะไร
ก. หนอน
ข. ห่ิงหอ้ ย
ค. น้าหวาน
ง. เขตร้อนช้ืน

๗. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกยี่ วกบั หิง่ ห้อย
ก. อาหารของห่ิงหอ้ ยคือน้าหวานในดอกไม้
ข. หิ่งหอ้ ยจะเรืองแสงออกมาเป็นแสงสีเหลืองและสีขาว
ค. แสงในตวั หิ่งหอ้ ยเกิดจากการรวมตวั ของลูซิเฟอรินกบั ออกซิเจน
ง. แสงที่ห่ิงหอ้ ยเปล่งออกมาน้ีไม่มีความร้อนและสวา่ งนอ้ ยมาก

๘. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุทห่ี ่ิงห้อยต้องสร้างแสงขนึ้
ก. แสงของห่ิงหอ้ ยทาใหเ้ กิดความสวา่ ง สวยงาม
ข. แสงของหิ่งหอ้ ยช่วยป้องกนั อนั ตรายจากนก
ค. แสงของห่ิงหอ้ ยสามารถดึงดูดเพศตรงขา้ ม
ง. แสงของหิ่งหอ้ ยจะทาใหน้ กกลวั

๙. อวยั วะทใี่ ห้กาเนิดแสงอยู่บริเวณไหนของหง่ิ ห้อย
ก. ส่วนหวั ของหิ่งหอ้ ย
ข. ส่วนปลายหางของห่ิงหอ้ ย
ค. ส่วนบริเวณขาของห่ิงหอ้ ย
ง. ส่วนดา้ นล่างของส่วนทอ้ งหิ่งหอ้ ย

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอา่ นจบั ใจความเพื่อหาคาสาคญั ๖



๑๐. จากเร่ืองหนอนเรืองแสง คาสาคญั ในย่อหน้าท่ี ๒ คืออะไร
ก. หิ่งหอ้ ย สารเคมีสวา่ ง
ข. ห่ิงหอ้ ย ลูซิเฟอริน ลูซิเฟอเรส
ค. แสง ปฏิกิริยา การเรืองแสงชีวภาพ
ง. ลูซิเฟอริน ลูซิเฟอเรส การเรืองแสงชีวภาพ

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอา่ นจบั ใจความเพ่อื หาคาสาคญั ๗



กระดาษคาตอบแบบทดสอบก่อนเรียน
เรื่อง การอ่านจับใจความเพื่อหาคาสาคญั

ข้อ ก ข ค ง









๑๐

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอ่านจบั ใจความเพือ่ หาคาสาคญั ๘



ใบความรู้
เร่ือง การอ่านจับใจความเพ่ือหาคาสาคญั

การอ่านจบั ใจความเป็นส่ิงจาเป็นสาหรับการสื่อสารในชีวติ ประจาวนั การอ่านเพ่อื
คน้ หาคาสาคญั ถือวา่ เป็นเรื่องสาคญั สาหรับการอ่านที่จะตอ้ งพฒั นาทกั ษะการอ่านใหส้ ูงข้ึน
เพราะคาสาคญั จะช่วยใหผ้ อู้ ่านเขา้ ใจเน้ือเร่ืองไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง

ความหมายของคาสาคญั

พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒ ได้อธิบายไวว้ ่า “คาเป็ นหน่วย
ท่ีเล็กท่ีสุดที่มีความหมายในตวั เอง” อย่างไรก็ตามคาท่ีปรากฏอยู่ในสารจะมีความหมาย
แต่ ถ้าพิ จารณ าถึ งค วาม ส าคัญ ข องแ ต่ ละค าจะ มี ม ากห รื อน้อยแ ตกต่ างกัน ไป ใน แ ง่ ข อง
การอ่านคาที่มีความสาคญั หรือผูอ้ ่านมกั จะเรียกติดปากว่า “คาสาคัญ” น้ัน หมายถึง คา
ท่ีมีความหมายพิเศษสมควรที่จะจดจา ซ่ึงพจนานุกรมการอ่านเขียนหรือเรียกอีกอยา่ งหน่ึงว่า
The Literacy Dictionary ขอ ง Harris และHodges (๑๙๙๕) ได้อธิบายความหมาย
ของคาสาคญั หรือ Key Word ไวว้ ่าเป็ นคาท่ีกาหนดเป้าหมายเพื่อนาไปสู่แนวคิดของ
เน้ือเรื่อง ในเร่ืองอาจมีคาสาคญั หลายคาแต่เมื่อนาคาสาคญั เหล่าน้ันมาเชื่อมโยงสร้าง
ความสัมพนั ธ์ให้เกิดข้ึนก็สามารถมองเห็นข้อสรุปจนสามารถนาไปสู่การหาแนวคิดที่
ถูกตอ้ งได้

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอา่ นจบั ใจความเพ่ือหาคาสาคญั ๙

๑๐

ลกั ษณะของคาสาคญั

ผเู้ ขียนสารทว่ั ไปมิไดม้ ีการกาหนดตาแหน่งที่ต้งั ของคาสาคญั ไม่วา่ จะเป็นการเขียน
สารวิชาการหรือสารบนั เทิงข้ึนอยู่กบั การพิจารณาของผูอ้ ่าน เม่ือเห็นว่าคาใดท่ีผูอ้ ่านควร
สนใจและนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั ได้ ก็มกั จะให้คาน้ันเป็ นคาสาคญั จึงเป็ นหน้าท่ีของ
นกั เรียนซ่ึงเป็นผอู้ ่านจะสังเกตคาสาคญั โดยอาศยั หลกั ดงั น้ี

๑. เป็ นคาท่ีผู้เขียนมักจะใช้ตัวหนา ตัวเอน หรือใช้วิธีขีดเส้นใต้ บางคร้ังอาจอยู่ใน
เครื่องหมายคาพูด ดงั น้ัน ก่อนที่จะเร่ิมอ่านละเอียด ควรเริ่มตน้ ดว้ ยการใชว้ ิธีอ่านสารวจ
โดยเริ่มจุดเพ่งตาที่ก่ึงกลางของบรรทดั แรกแลว้ เคล่ือนสายตาลงไปก่ึงกลางแต่ละบรรทดั
กจ็ ะพบคาที่มีลกั ษณะดงั กล่าวปรากฏอยู่ เช่น

วถิ ีชีวติ ของคนไทยส่วนใหญ่ในอดีตและปัจจุบนั น้นั มีส่วนเก่ียวขอ้ งกบั กลว้ ยมาโดย
ตลอด ด้วยจะเห็นได้จากงานที่เป็ นพิธีรีตองซ่ึงเป็ นงานพิธีตามแบบขนบธรรมเนียม
ประเพณีของไทย

(หนงั สือเรียนสาระการเรียนรู้พ้ืนฐาน ชุด ภาษาเพอื่ ชีวติ :
ภาษาพาทีช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ ๖)

จากข้อความข้างต้น คาท่ีขีดเส้นใต้ คือ กล้วย แสดงว่าผู้เขียนต้องการเน้น
ความสาคญั ของกลว้ ยจึงขีดเสน้ ใตค้ าน้ี กล้วยจึงเป็นคาสาคญั ของขอ้ ความดงั กล่าว

๒. เป็ นคาทแี่ สดงให้เหน็ ถึงเหตุและผลของเร่ืองราวหรือเหตุการณ์ทเ่ี กดิ ขนึ้ เช่น
การใชภ้ าษาถิ่นในทอ้ งถิ่น มีกลุ่มคนที่ใชภ้ าษาถิ่น คือ ชาวบา้ น กลุ่มเพ่ือน คนในครอบครัว
ญาติ กลุ่มคนเหล่าน้ีใช้ภาษาถิ่นสื่อสารกนั ในบา้ นในชีวิตประจาวนั ในงานบุญ ผลของ
การใช้ภาษาถิ่นช่วยให้เกิดความรักความสามัคคี ความเป็ นพวกพ้องและเม่ือมีการนา
ภาษาถิ่นมาเปรียบเทียบกบั ภาษาไทยมาตรฐานช่วยใหร้ ู้และเขา้ ใจความหมายของคา

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอ่านจบั ใจความเพอื่ หาคาสาคญั ๑๐

๑๑

ไดด้ ียง่ิ ข้ึน อีกท้งั สามารถนาแนวคิดของผูร้ ู้ในทอ้ งถิ่นมาเรียบเรียงเป็นภาษาไทยมาตรฐาน
ได้

จากขอ้ ความขา้ งตน้ มิไดม้ ีเคร่ืองหมายท่ีแสดงถึงคาสาคญั ดงั น้นั จึงตอ้ งใชก้ ารอ่าน
ละเอียดซ่ึงขอ้ ความจะปรากฏใหเ้ ห็นถึงลกั ษณะของความเป็นเหตุและผลเหตุ คือการใชภ้ าษาถิ่น
ผลคือการทาให้เกิดความรักในหมู่ผู้ใช้ภาษาถ่ิน ดังน้ันคาสาคัญของข้อความดังกล่าว
คือภาษาถิน่

(หนงั สือเรียนสาระการเรียนรู้พ้ืนฐาน ชุด ภาษาเพือ่ ชีวติ :
ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๖)

๓. เป็ นคาทแี่ สดงถงึ ความสัมพนั ธ์เช่ือมโยงเกย่ี วข้องกนั โดยอาศัยจากข้อสังเกตจาก
สถานการณ์ทพ่ี าดพงิ ไปถงึ เช่น

รถไฟทุกสายท่ีมุ่งเขา้ สู่กรุงโตเกียวจะเรียกวา่ รถไฟเท่ียวข้ึน ส่วนรถไฟท่ีแล่นออกจาก
กรุงโตเกียวเรียกวา่ รถไฟเท่ียวล่อง

(สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี : ประตูสู่ญ่ีป่ ุน)

จากขอ้ ความขา้ งตน้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพนั ธ์เช่ือมโยงของรถไฟทุกสายท่ีแล่น

เขา้ สู่กรุงโตเกียว และแล่นออกจากกรุงโตเกียวซ่ึงเรียกว่าเท่ียวขึน้ และเที่ยวล่องสองคาน้ีจึง

เป็นคาสาคญั ของขอ้ ความ

ในโลกน้ีมีอะไรเป็นไทยแท้ ของไทยแน่น้นั หรือคือภาษา

ซ่ึงผลิดอกออกผลแต่ตน้ มา รวมเรียกวา่ วรรณคดีไทย

(วฒั นธรรม : หม่อมหลวงปิ่ น มาลากลุ )

จากขอ้ ความขา้ งตน้ แสดงใหเ้ ห็นวา่ การมีภาษาใชท้ าใหเ้ กิดวรรณคดไี ทย สองคาน้ี
จึงเป็ นคาสาคญั

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอ่านจบั ใจความเพอื่ หาคาสาคญั ๑๑

๑๒

๔. เป็ นคาทต่ี ้องการอธบิ ายขยายความเพื่อให้เกดิ ความเข้าใจแก่ผู้อ่าน เช่น
...ในอินเดียเขาจึงมีนรกอยู่ขุมหน่ึง เขาเรียกว่า ปุตตนรก ครอบครัวใดไม่มีบุตร
เรียกวา่ ตกนรกขมุ น้ี ปุตตนรก กค็ ือ ร้อนอก ร้อนใจ เพราะบุตรนน่ั เอง คือไม่มีมนั กไ็ ม่สบาย
ใจไม่มีความหวงั ในการทางาน ไม่รู้จะทาไปทาไม ทาแลว้ จะใหใ้ ครดูแลรักษาต่อไป ทาแลว้
จะใหแ้ ก่ผใู้ ด...

(พระเทพวสิ ุทธิเมธี : ปัญญานนั ทภิกขุ :
บุพการี - กตญั ญูกตเวที)

จากขอ้ ความขา้ งตน้ น้ีจะพบวา่ คาอธิบายต่างๆ มุ่งไปที่คาวา่ ปุตตนรก ดงั น้นั ปุตตนรก
จึงเป็นคาสาคญั ของขอ้ ความน้ี

ขอ้ สงั เกตเก่ียวกบั ลกั ษณะของคาสาคญั จึงข้ึนอยกู่ บั การพิจารณาตดั สินของผอู้ ่าน

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอา่ นจบั ใจความเพอื่ หาคาสาคญั ๑๒

๑๓

แบบฝึ กทกั ษะข้ันท่ี ๑
หนึ่งคาสาคญั ที่พบ

คาชี้แจง อ่านขอ้ ความแลว้ ทากรอบส่ีเหล่ียม () ลอ้ มรอบคาสาคญั ขอ้ ละ ๑ คา

๑. สายรุ้งเป็นแถบกระดาษขนาดเลก็ และยาวมีหลายสีใชข้ วางในงานรื่นเริง
หรือใชโ้ ยงระยา้ ประดบั ตกแต่งสถานที่

(จินตนา ใบกาซูย)ี

๒. นิทานคติธรรมของไทยมกั จะมีที่มาจากชาดกในพระพทุ ธศาสนาเรียกวา่
“นิทานชาดก” เช่น เร่ือง คาวี - หลวไิ ชย จนั ทกมุ าร เต่าทองกบั พ่อคา้

(หนงั สือคู่มือการเขียนเร่ืองบนั เทิงคดีและสารคดีสาหรับเดก็ :
กระทรวงศึกษาธิการ)

๓. เมื่อเอ่ยถึงโอ่งหลายคนจะนึกถึงจงั หวดั ราชบุรีโดยเฉพาะโอ่งมงั กรหรือโอ่งลาย
มงั กรนบั เป็นเอกลกั ษณ์ของจงั หวดั ราชบุรี

(หนงั สือคู่มือการเขียนเรื่องบนั เทิงคดีและสารคดีสาหรับเดก็ :
กระทรวงศึกษาธิการ)

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอ่านจบั ใจความเพอ่ื หาคาสาคญั ๑๓

๑๔

๔. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวคิดท่ีจะหาแหล่ง
เก็บกกั น้า เพ่ือรวบรวมน้าท่ีไหลจากตอนบนมาเก็บไวร้ อการปล่อยออกโดย
ปิ ดประตูน้าก้นั มิใหท้ ะเลไหลหนุนข้ึนมาในช่วงน้าข้ึน และเปิ ดประตูระบายน้า
ออกใหไ้ หลลงสู่ทะเลโดยเร็วเม่ือเวลาน้าลงโดยทรงเรียกพ้นื ท่ีเช่นน้ีวา่ แก้มลิง

(ชยั วตั น์ ปรีชาวทิ ย)์

๕. ครอบครัวของฉนั มีอยู่ ๔ คน คือ พ่อ แม่ พ่ี และฉัน ครอบครัวของฉนั อยู่
กนั แบบ “เศรษฐกิจพอเพียง” ท่ีในหลวงของฉันทา ฉันกบั พี่ช่วยกนั ปลูกผกั
เช่น ผกั บุง้ ผกั กาด ผกั ชี และพ่อกบั แม่ของฉันเล้ียงสัตว์ เช่น ไก่ เป็ ด ววั และ
ครอบครัวของฉนั อยตู่ ามแนวพระราชดาริท่ีในหลวงของฉนั ทา

(เดก็ หญิงจนั ทิมา อ่วมสุข)

ชุดฝึกทกั ษะที่ ๑ การอ่านจบั ใจความเพอื่ หาคาสาคญั ๑๔

๑๕

แบบฝึ กทกั ษะข้นั ที่ ๒
ค้นหาคาสาคญั

คาชี้แจง อ่านขอ้ ความแลว้ บอกคาสาคญั ขอ้ ละ ๑ คา

๑. ทัชมาฮาล อนุสรณ์แห่งความรักส่ิ งมหัศจรรย์ของโลก คาสาคญั คือ คาวา่
ในยุคปัจจุบันอยู่ในประเทศอินเดียสร้างโดยพระเจา้ ชาห์เยฮัน .................................
เพื่อเป็นท่ีฝังศพพระมเหสีของพระองค์ สร้างดว้ ยหินอ่อนท้งั หลงั
สวยงามมาก

(แบบฝึ กเสริมทกั ษะการอ่านจบั ใจความ ภาษาไทย ๖ :
นรบดี สิริเนาวพงศ)์

๒. การสร้างสรรค์ตนเอง การสร้างบ้านเมืองก็ตาม มิใช่ว่า คาสาคญั คือ คาวา่
สร้างในวนั เดียวตอ้ งใชเ้ วลา ตอ้ งใชค้ วามเพยี ร ตอ้ งใชค้ วามอดทน ...................................
เสียสละ แต่ท่ีสาคญั ท่ีสุดคือ ความอดทน คือ ไม่ยอ่ ทอ้ ...
(พระราชดารัสพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภูมิพลอดุลยเดช)

๓. แม่ เป็ นคาแรกที่ลูกพูดไดแ้ ละเป็ นคาจบั ใจ แม่ เป็ นคาที่มี คาสาคญั คือ คาวา่
ความหมายซ้ึงแก่ลูกย่ิงนัก ยากที่จะบรรยายด้วยถ้อยคาใด ๆ ...................................
แม่จะเป็ นท่ีรักท่ีเคารพและเป็ นเพ่ือนที่ไวใ้ จของลูกซ่ึงจะหาใคร
มาเหมือนแม่หาไม่ไดอ้ ีกแลว้

(นริศรา ยะอิตะ)

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอา่ นจบั ใจความเพ่อื หาคาสาคญั ๑๕

๑๖

๔. ในวนั เพ็ญเดือน ๑๒ อนั เป็ นเวลาท่ีน้าในแม่น้าใสสะอาด คาสาคญั คือ คาวา่
และมากเต็มฝั่ง ดวงจันทร์ส่ องแสงสาดแสงนวลต้องลาน้ า ................................
เป็นวนั ลอยกระทงซ่ึงเป็นประเพณีอยา่ งหน่ึงของไทยมาต้งั แต่คร้ัง

โบราณมีการร่ืนเริงสนุกสนานกนั ในลาน้าในเวลากลางคืน
(นริศรา ยะอิตะ)

๕. วนั เวลาไม่เคยหยุดอยู่กับท่ีหมุนเวียนเปล่ียนไปจนครบ คาสาคญั คือ คาวา่
๓๖๕ วนั หรือ ๑๒ เดือนนน่ั เอง ในหน่ึงปี จะผ่านไปอยา่ งรวดเร็ว ................................
เมื่อถึงวนั เดือนใหม่ของอีกปี หน่ึงเรากพ็ ากนั เรียกวา่ วนั ข้ึนปี ใหม่

(นริศรา ยะอิตะ)

ชุดฝึกทกั ษะที่ ๑ การอ่านจบั ใจความเพื่อหาคาสาคญั ๑๖

๑๗

แบบฝึ กทักษะข้นั ที่ ๓
คาสาคญั ในร้อยกรอง

คาชี้แจง อ่านบทร้อยกรองแลว้ วงกลม () คาสาคญั ขอ้ ละ ๑ คา

๑. คุณธรรมนาความสุขทุกชีวติ ควรยดึ ติดส่ิงที่ดีงามตามวถิ ี

ครรลองธรรมนาใจใหใ้ ฝ่ ดี อีกช่วยช้ีบอกราคาค่าของคน

(โรงเรียนถาวรากลู จงั หวดั สมุทรสงคราม)

๒. ถ่ินอุดมสมบูรณ์เพม่ิ พนู สุข ไร้สิ้นทุกขเ์ พราะช่วยกนั มน่ั ศกั ด์ิศรี

มอบความรักความจริงใจดว้ ยไมตรี แผน่ ดินน้ีแผน่ ดินแม่สุขแทจ้ ริง

(โรงเรียนศรีประจนั “เมธีประมุข” จงั หวดั สุพรรณบุรี)

๓. หญิงงามน้นั หนา นบั วา่ โชคดี

แต่ความงามน้ี เป็ นส่ิงปลอมแปลง

งามแต่กายไฉน งามใจไมแ่ สดง

ฉนั จึงไม่แจง้ ความลบั กบั เธอ

(หนงั สือภาษาไทยช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ ๔ : เพญ็ ศรี จนั ทร์ดวงและสุวคนธ์ จงตระกลู )

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอ่านจบั ใจความเพอื่ หาคาสาคญั ๑๗

๑๘

๔. สกั วาประชาชนคนขบั รถ ตอ้ งละลดความเลินเล่อความเผลอไผล
หากประมาทขาดสติจะมีภยั ตอ้ งคุมใจคุมอารมณ์ข่มชิงชงั
ยง่ิ ข่ีขบั รับส่งคนโดยสาร ทุกชีวติ เขาฝากท่านดว้ ยความหวงั
ชีพปลอดภยั ดบั ดิ้นหรือภิณทพ์ งั ยอ่ มอยทู่ ่ีท่านระวงั หรือพล้งั เอย

(ชยั วฒั น์ สีแกว้ )

๕. บงั อรอคั เรศผู้ พสิ มยั ท่านนา
นามพระสุริโยทยั ออกอา้ ง
ทรงเครื่องยทุ ธพไิ ชย เช่นอุป ราชแฮ
เถลิงคชาธารควา้ ง ควบเขา้ ขบวนไคล
(โคลงพระสุริโยทยั ขาดคอชา้ ง : รัชกาลท่ี ๕)

ชุดฝึกทกั ษะที่ ๑ การอา่ นจบั ใจความเพอ่ื หาคาสาคญั ๑๘

๑๙

แบบฝึ กทกั ษะข้ันท่ี ๔
สองพนี่ ้องคาสาคญั

คาชี้แจง อ่านขอ้ ความแลว้ ขีดเสน้ ใต้ ( __ ) คาสาคญั ขอ้ ละ ๒ คา

๑. ความคิดเป็ นสิ่งท่ีสาคญั มากในการเขียนร้อยกรอง เมื่อเกิดความคิดแลว้
กวหี รือผแู้ ต่งบทร้อยกรองกจ็ ะถ่ายทอดออกมาเป็นภาษา

(นริศรา ยะอิตะ)

๒. เจา้ พระยาธรรมศกั ด์ิมนตรีไดแ้ ต่งแบบเรียนเก่ียวกบั วิชาชีพครู แบบเรียน
ธรรมจริยา กาพย์ กลอน ความเรียงต่าง ๆ บทละครพดู และยงั แต่งสารคดีส้ัน ๆ
ลงหนงั สือพมิ พโ์ ดยใชน้ ามปากกาวา่ ครูเทพบา้ งและเขียวหวานบา้ ง

(หนงั สือ ท ๒๐๓ หลกั และการใชภ้ าษา : เสนีย์ วลิ าวรรณ)

๓. ภูเก็ตเป็ นเกาะจังหวดั เล็ก ๆ แห่งหน่ึง เป็ นเมืองท่ีมีความสาคัญทาง
ประวตั ิศาสตร์ท่ีท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร สองพี่น้องได้เคียงคู่กับ
ชาวถลางต่อสู้กบั อริราชศตั รู ปัจจุบนั น้ีกลายเป็นแหล่งท่องเท่ียวท่ีข้ึนชื่อลือชา
เพราะมีหาดทรายขาว บรรยากาศดี

(หนงั สือแบบฝึกเสริมทกั ษะการอ่านจบั ใจความ ภาษาไทย ๖ :
นรบดี สิริเนาวพงศ)์

ชุดฝึกทกั ษะที่ ๑ การอ่านจบั ใจความเพอ่ื หาคาสาคญั ๑๙

๒๐

๔. คาว่าปริตร แปลว่า คุ้มครองเพราะฉะน้ันการสวดพระปริตรจึงมี
ความประสงค์เพ่ือความคุม้ ครองและป้องกนั ภยนั ตรายต่าง ๆ คือ ทาให้เกิด
สวสั ดิมงคล
(คู่มือการเขียนเร่ืองบนั เทิงคดีและสารคดีสาหรับเดก็ : กระทรวงศึกษาธิการ)
๕. ในการทอผา้ จะมีแนวเส้นดา้ ยท้งั แนวต้งั และแนวนอน เส้นดา้ ยที่อย่ใู น
แนวต้งั จะเรียกว่าดา้ ยเส้นยืนเป็ นดา้ ยท่ีใช้แกนในการทอผา้ ส่วนดา้ ยท่ีอยใู่ น
แนวนอนน้นั จะทาใหเ้ กิดลวดลายบนผนื ผา้ จากการเดินเส้นดา้ ยเวลาทอเรียกวา่
ดา้ ยเสน้ พุ่ง
(หนงั สือรวมขอ้ สอบฉบบั จริง O - NET ม.๓ : วภิ าวี พฒั นะวาณิชและคณะ)

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอา่ นจบั ใจความเพ่ือหาคาสาคญั ๒๐

๒๑

แบบฝึ กทักษะข้นั ท่ี ๕
คลังคาสาคญั

คาชี้แจง อ่านขอ้ ความแลว้ ขีดเสน้ ใต้ ( __ ) คาสาคญั ขอ้ ละ ๓ - ๕ คา

๑. กินรี คือ อมนุษยช์ นิดหน่ึงกล่าวกันว่ามีอยู่ในหิมวตั ประเทศตามความเชื่อของ
ชาวอินเดียซ่ึงชาวไทยเรียกว่าป่ าหิมพานต์ คาว่า กินรี ใช้เรียกอมนุษย์ที่เป็ นเพศหญิง
ถา้ เพศชายเรียก กินนร ไทยไดร้ ับรูปแบบกินรีมาจากประเทศอินเดียและไดด้ ดั แปลงเสียใหม่
ตามความคิดของคนไทยเอง กินรีของไทยมีลกั ษณะเป็นหญิงรูปงาม มีรูปกายท่อนล่างเป็นนก
สามารถบินไปในอากาศและเดินทางไปมาระหว่างโลกมนุษยก์ บั เทวโลกได้ เม่ือจะสรงน้า
กส็ ามารถถอดปี กหางออกและเม่ือน้นั จะมีรูปร่างเป็นเหมือนหญิงสาวธรรมดาทุกประการ

(หนงั สือแบบฝึกเสริมทกั ษะการอ่านจบั ใจความ ภาษาไทย ๖ : นรบดี สิริเนาวพงศ)์

๒. จังหวดั เชียงใหม่ดินแดนแห่งวฒั นธรรมลา้ นนาก็มีถนนคนเดินเช่นเดียวกนั โดย
ปักหลกั อยู่บนเกาะถนนสายวฒั นธรรมอย่างท่าแพ ซ่ึงมีกาแพงอิฐสีแดงเป็ นสัญลักษณ์
ประจาถ่ินและแผ่ขยายเส้นทางออกไปตลอดแนวถนนราชดาเนิน เพื่อเปิ ดโอกาสใหซ้ ้ือขายกนั ได้
ทุกวนั อาทิตยต์ ้งั แต่แดดร่มลมตกไปจนถึงดึกดื่นค่อนคืน จนกลายเป็ นแหล่งท่องเที่ยวใหม่
สาหรับคนรักวฒั นธรรมท้องถิ่น สีสันของถนนคนเดินสไตล์ล้านนาไม่เพียงแต่จะอยู่ท่ี
ขา้ วของกระจุกกระจิกสารพดั สารเพที่นามาวางขายเรียงรายตลอด ๒ ฝ่ังถนน อนั ลว้ นแต่
มีกล่ินอายของถ่ินลา้ นนาเป็นเสน่หแ์ ต่ยงั คึกคกั ไปดว้ ยศิลปะดนตรีขา้ งถนนอีกดว้ ย

(หนงั สือภาษาไทย ป.๖ : นฤภร รุจิเรข และคณะ)

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอา่ นจบั ใจความเพอื่ หาคาสาคญั ๒๑

๒๒

๓. คาว่า คาราโอเกะ เป็ นภาษาญ่ีป่ ุนเกิดข้ึนใหม่โดยนาคาว่า คารา (Kara) ซ่ึงแปลว่า
ว่างเปล่ามาผสมกับคายืมภาษาอังกฤษโอเกะ (จากคาว่า Orchestra) รวมความแล้ว
มีความหมายถึงเพลงที่มีแต่เสียงดนตรี ไม่มีเสียงนักร้อง แต่มีเน้ือร้องปรากฏเล่ือนไปตาม
ส่วนล่างของจอ เพ่ือให้คนที่ชอบร้องเพลงได้ร้องตามทานองและไดด้ ูภาพสวย ๆ ที่อาจ
เก่ียวขอ้ งหรือไม่เก่ียวขอ้ งกบั เพลงน้นั ๆ กไ็ ด้

(หนงั สือภาษาไทย ม.๑ - ๓ : ประพนั ธ์ เรืองณรงค์ และคณะ)

๔. พลอยที่สาคัญและมีชื่อของไทยส่วนใหญ่เป็ นพลอยท่ีไดม้ าจากแร่คอรันดมั ถา้ มี
สีแดงเรียกว่าทบั ทิม ถา้ มีสีน้าเงินเรียกวา่ ไพลิน ถา้ มีสีเหลืองเรียกวา่ บุศราคมั นอกเหนือจาก
สีเหล่าน้ีให้เรียกช่ือตามสีท่ีปรากฏ เช่น สีเขียวเรียกว่าแซปไฟร์สีเขียว หรือท่ีคนไทยเรียกว่า
เขียวส่อง

(หนงั สือวทิ ยาศาสตร์ ๓ ของ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ :
สถาบนั วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลย)ี

๕. ซาไกเป็นชนกลุ่มนอ้ ยท่ีอาศยั อยทู่ างภาคใตข้ องไทย ถา้ อยทู่ างพทั ลุงกจ็ ะเรียกวา่ เงาะป่ า
สตูลก็จะเรียกวา่ ชาวป่ า ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ซ่ึงเป็นมุสลิมจะเรียกวา่ ซาไก ส่วนพวกซาไก
จะเรียกตนเองว่ามนั นิ ซ่ึงแปลว่ามนุษย์ ชาวซาไกจะมีรูปร่างเต้ีย ผิวดาผมหยิกขมวดเป็นฝอย
นิ้วมือนิ้วเทา้ โต ในจงั หวดั ยะลาได้จัดสรรพ้ืนที่ให้ชาวซาไกอยทู่ ี่บา้ นแหร อาเภอธารโต
ชาวซาไกจึงมีนามสกลุ ใชเ้ หมือนกนั วา่ ศรีธารโต

(หนงั สือแบบฝึกเสริมทกั ษะการอ่านจบั ใจความ ภาษาไทย ๖ : นรบดี เนาวพงศ)์

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอา่ นจบั ใจความเพื่อหาคาสาคญั ๒๒

๒๓

แบบฝึ กทกั ษะท่ี ๖
ตาแหน่งท่พี บคาสาคญั

คาชี้แจง อ่านขอ้ ความแลว้ วงกลม () ลอ้ มรอบคาสาคญั แลว้ บอกวา่ คาสาคญั
อยใู่ นส่วนตอนตน้ ตอนกลาง หรือตอนทา้ ยของขอ้ ความ

๑. ความมีน้าใจเป็นลกั ษณะเด่นของคนไทยท่ีช่วยใหส้ ังคมอยรู่ ่วมกนั อยา่ งมีความสุข
หากคนไทยไม่มีน้าใจประเทศไทยคงไร้ซ่ึงสันติภาพอยา่ งแน่นอน

(นริศรา ยะอิตะ)
ตาแหน่งทพ่ี บ...............................................

๒. พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ กล่าวถึงคาวา่ เธอ เอาไวว้ ่าเป็น
คาที่ เราใชแ้ ทนผทู้ ี่เราพูดดว้ ยมกั ใชใ้ นระหวา่ งเพ่ือนผูห้ ญิงดว้ ยกนั หรือใชก้ บั ผูม้ ีศกั ด์ิ
ต่ากวา่ เช่น ครูพดู กบั ศิษย์ เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๒ คาใชแ้ ทนผทู้ ่ีเราพูดถึงใชก้ บั ผมู้ ีศกั ด์ิ
ต่ากวา่ ดว้ ยความยกยอ่ งหรือเอน็ ดู เป็นตน้ และใชเ้ ป็นสรรพนามบุรุษที่ ๓

(นริศรา ยะอิตะ)
ตาแหน่งทพี่ บ...............................................

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอา่ นจบั ใจความเพื่อหาคาสาคญั ๒๓

๒๔

๓. อันตรายในอาหารเป็ นส่ิงที่มองไม่เห็นและไม่สามารถสัมผสั ได้แต่อาจมีโทษ
ต่อร่างกายถึงแก่ชีวิตผูบ้ ริโภค ในประเทศท่ีพฒั นาแลว้ มีความตื่นตวั เรื่องสุขภาพและ
ความปลอดภยั ในอาหาร

(หนงั สือ ท ๒๐๓ ภาษาไทยสมบูรณ์แบบ : เสนีย์ วลิ าวรรณ)
ตาแหน่งทพี่ บ..............................................

๔. คนโบราณมีความเชื่อว่าชื่อพนั ธุ์ไมบ้ างชนิดไม่ควรนามาปลูกภายในบา้ น เช่น
ชบา งิว้ โศก เต่าร้าง มะละกอ นางแยม้ ลน่ั ทม เพราะชื่อไม่เป็นมงคล เม่ือนามาปลูก
ในบ้านจะเกิดเร่ืองไม่ดี คนในบา้ นอาจจะเป็ นทุกข์ หรือทาให้เจ็บป่ วยแต่ปัจจุบันน้ี
ความเชื่อน้ีเร่ิมเปลี่ยนไปมีคนนามาปลูกไวใ้ นบริเวณบา้ นเป็นจานวนมาก

(นริศรา ยะอิตะ)
ตาแหน่งทพี่ บ...............................................

๕. สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดิโปรดใหพ้ ระราชทานเพลิงพระศพของสมเดจ็ พระสุริโยทยั
ที่พระเมรุสร้างข้ึนในสวนหลวง ตรงต่อเขตวดั สบสวรรค์ แลว้ โปรดใหส้ ร้างพระอาราม
ข้ึนตรงที่ถวายพระเพลิงน้นั มีเจดียใ์ หญ่เป็นสาคญั เรียกวดั น้ีวา่ วดั สวนหลวงสบสวรรค์

(หนงั สือ ท ๒๐๓ ภาษาไทยสมบูรณ์แบบ : เสนีย์ วลิ าวรรณ)
ตาแหน่งทพ่ี บ...............................................

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอ่านจบั ใจความเพ่อื หาคาสาคญั ๒๔

๒๕

แบบฝึ กทกั ษะข้นั ที่ ๗
มอญร้องไห้

คาชี้แจง อ่านเรื่องแล้วตอบคาถาม

มอญร้องไห้
พิธีกรรมในงานศพของชาวมอญมกั จะมีอะไรที่แปลกและแตกต่างกบั ชาวไทยและ
จะมีประเพณีหรือพิธีกรรมต่าง ๆ ที่ชาวไทยส่วนใหญ่ยงั ไม่รู้จัก เช่น การเล่นลูกหนู
มอญร้องไห้ เป็นตน้
พิธีกรรมเหล่าน้ีเป็นประเพณีของชาวมอญที่น่าศึกษา เพราะมีประวตั ิความเป็ นมาหรือ
ความเช่ือสืบเนื่องต่อกนั มาอยา่ งยาวนาน เช่น พิธีกรรมที่เรียกวา่ มอญร้องไห้เป็นการแสดง
ความอาลัยและเป็ นการพรรณนาถึงความดีของผูต้ ายในขณะท่ีมีชีวิตอยู่ การร้องไห้ของ
ชาวมอญในพิธีศพน้ันจะกระทาช่วงเช้ามืดประมาณ ๕ นาฬิกา ซ่ึงจะใช้ผูห้ ญิงท่ีมีอายุ
ค่อนข้างมากมาร้องไห้สะอึกสะอ้ืนอยู่ในบริเวณใกล้กับศพของผู้ตาย ซ่ึงแต่ก่อนน้ัน
ผู้ท่ี ร้ อ งม อ ญ ร้ อ งไ ห้ จ ะ เป็ น ญ าติ แ ต่ ร ะ ย ะ ห ลังมี ผู้รั บ จ้างร้ อ งต าม งาน ศ พ
ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นก็มีการนาเข้ามาใช้ในราชสานักไทย และคร้ันเมื่องาน
พระบรมศพของสมเด็จพระนางเจา้ ราไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลท่ี ๗ มีคณะมอญ
ร้องไห้เข้ามาทาพิธีกรรมในลกั ษณะสดุดีเทิดพระเกียรติ มอญร้องไห้นอกจากจะเป็ น
พธิ ีกรรมแลว้ กย็ งั จดั เป็นเพลงไทยเดิมเพลงหน่ึง ซ่ึงเป็นเพลงท่ีอยใู่ นประเภทของเพลงตลบั
เรื่องราชาธิราช

ชุดฝึกทกั ษะที่ ๑ การอา่ นจบั ใจความเพ่ือหาคาสาคญั ๒๕

๒๖

การฌาปนกิจศพในช่วงที่เรียกว่าเผาหลอก วงปี่ พาทยม์ อญจะต้องบรรเลงเพลง
ประจาบา้ นอยแู่ ลว้ จึงมีผคู้ ิดนาเพลงมอญร้องไหม้ าแทรกเอาไวใ้ นขณะท่ีเผาหลอก แถมยงั
มีความนิ ยมต่อเนื่ องกันมาถึงปั จจุบันน้ี เนื่ องจากเข้ากับบรรยากาศท่ีโศกเศร้า
ในการจากไปของผทู้ ่ีล่วงลบั ไปแลว้

(หนงั สือเรียนรายวชิ าดนตรี ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี ๔ : สาเร็จ คาโมง และคณะ)

๑. คาสาคญั ของเรื่องคือ
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................

๒. พธิ ีกรรมมอญร้องไหเ้ ป็นพธิ ีกรรมเก่ียวกบั อะไร
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................

๓. การร้องไหข้ องชาวมอญในพธิ ีศพน้นั จะกระทาช่วงเวลาใด
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอา่ นจบั ใจความเพอ่ื หาคาสาคญั ๒๖

๒๗

๔. พิธีกรรมมอญร้องไหเ้ ร่ิมเขา้ มาในประเทศไทยในสมยั ใดและใชก้ บั งานอะไร
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
๕. คาวา่ “เผาหลอก” ในขอ้ ความน้ีหมายถึงอะไร
..............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................

ชุดฝึกทกั ษะที่ ๑ การอ่านจบั ใจความเพ่อื หาคาสาคญั ๒๗

๒๘

แบบฝึ กทกั ษะข้นั ที่ ๘
ตานานเก่าแก่

คาชี้แจง อ่านเรื่องตานานเก่าแก่แลว้ เขียนยอ่ เร่ืองโดยใหม้ ีคาสาคญั ท่ีกาหนดใหป้ รากฏ
ในเรื่อง
ตานาน หมาก พลู ปูน

กาลคร้ังหน่ึงมีหญิงสาวคนหน่ึงช่ือพลู พลูรู้จกั กบั พี่นอ้ งฝาแฝดชายคู่หน่ึง แฝดผูพ้ ่ีช่ือ
หมากแฝดผูน้ อ้ งช่ือปูน ปูนหลงรักนางพลูต่อมาปูนกท็ ราบวา่ หมากก็หลงรักพลูดว้ ย ปูนจึง
หลีกทางให้หมาก จนหมากและพลูได้แต่งงานกันและมาอยู่บ้านเดียวกัน หมาก
มีความจาเป็นตอ้ งออกไปทางานนอกบ้าน หมากจึงฝากพลูไวใ้ หป้ ูนดูแล เม่ือนานวนั เขา้ ปูน
กบั พลูตอ้ งอยดู่ ว้ ยกนั ที่บา้ นก็เป็ นเลื่องลือของชาวบา้ นวา่ พลูมีอะไรกบั ปูน หมากจึงเดินทาง
มาเห็นท้งั สองนงั่ จบั มือกนั ทาใหเ้ ขาโกรธและหนีไป ฝ่ ายพลูและปูนกต็ ามหาหมากพลูมาพบ
หมากนอนสลบอยู่เขากาลงั จะตายพลูร้องไห้ราพนั ให้หมากเชื่อใจตน แต่หมากก็ไม่เชื่อ
ก่อนตายเขาไดอ้ ธิษฐานว่าขออยา่ เจอะเจอผูห้ ญิงอย่างพลู พลูไดใ้ ห้คาอธิษฐานว่านางจะรอ
ติดตามหมากไปทุกชาติไม่ว่าเขาจะเกิดเป็ นอะไรและนางก็ได้กล้ันใจตายตามหมากไป
เมื่อปูนไดม้ าเห็นคนท้งั สองนอนสลบอยจู่ ึงพยายามเรียกปลุกใหฟ้ ้ื น แต่เมื่อทราบว่าหมากและ
พลูตายแลว้ ปูนเสียใจมากเขาไดอ้ ธิษฐานวา่ หากเขาเป็นตน้ เหตุทาใหท้ ้งั สองตอ้ งตาย เขาจะ
ขอชดใช้ชีวิตเพ่ือจะได้รับใช้หมากพลูไปทุกชาติ ด้วยเหตุน้ีเวลาเรากินหมากจึงตอ้ งกิน
ท้งั หมาก พลู และปูนรวมกนั

( สานกั คณะกรรมการวฒั นธรรมแห่งชาติ)
คาสาคญั ทกี่ าหนดให้

หมาก พลู ปูน หลีกทาง จบั มือ
โกรธ หนี ตาย อธิษฐาน

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอา่ นจบั ใจความเพ่ือหาคาสาคญั ๒๘

๒๙

เรื่องย่อ หมาก พลู ปูน
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
.................. ................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอ่านจบั ใจความเพือ่ หาคาสาคญั ๒๙

๓๐

แบบทดสอบหลงั เรียน
เรื่อง การอ่านจับใจความเพ่ือหาคาสาคัญ

คาชี้แจง อ่านคาถามแลว้ เลือกคาตอบท่ีถูกที่สุดเพียงขอ้ เดียว แลว้ เขียนเครื่องหมาย
กากบาท (×) ลงในช่องใตต้ วั เลือกในกระดาษคาตอบที่แจกให้

๑. การวจิ ยั ประยกุ ต์ คือ การวจิ ยั ท่ีมุ่งเนน้ ความสาคญั ของการนาไปปฏิบัติมากกวา่
ประโยชน์ทางวชิ าการหรือการพฒั นาทฤษฎี

จากข้อความข้างต้นคาใดเป็ นคาสาคญั
ก. วจิ ยั
ข. ปฏิบตั ิ
ค. วชิ าการ
ง. พฒั นาทฤษฎี

๒. ที่จริงคนโบราณท่านกจ็ ดจาลกั ษณะการปรากฏสญั ลกั ษณ์ต่าง ๆ เป็นแบบบนั ทึกสถิติ
แต่ท่าน “ท่องจากนั เป็นแบบมุขปาฐะ” ส่ิงใดที่ไม่แม่นยากจ็ ะลืมไปเสีย สิ่งใดที่ปรากฏ
ซ้า ๆ ซาก ๆ กจ็ ดจากนั ไว้ เป็นกรรมวธิ ีเดียวกบั สถิติในวทิ ยาการสมยั ใหม่น่ีเอง เราจะไป
หาวา่ เขางมงายมิได้

จากข้อความข้างต้นคาใดเป็ นคาสาคญั
ก. มุขปาฐะ
ข. สัญลกั ษณ์
ค. วทิ ยาการสมยั ใหม่
ง. ท่องจากนั เป็นแบบมุขปาฐะ

ชุดฝึกทกั ษะที่ ๑ การอา่ นจบั ใจความเพื่อหาคาสาคญั ๓๐

๓๑

๓. เมื่อเอ่ยชื่อทานายถึงผนู้ าทางการเมืองรุ่นหลงั ของฝร่ังเศส นอสตราดามุสมกั จะสรร
นามที่ไม่ค่อยจะเป็นมงคลใชแ้ ทนการเรียกชื่อจริง ยกตวั อยา่ งเช่น รอบสเปี ยร์ เขาเรียกวา่
THE FOX หรือ สุนขั จิ้งจอกทุกคร้ังที่ตอ้ งการเอ่ยถึงบุคคลผนู้ ้ี

จากข้อความข้างต้นคาใดเป็ นคาสาคญั
ก. ผนู้ าทางการเมือง
ข. นอสตราดามุส
ค. รอบสเปี ยร์
ง. สุนขั จิ้งจอก

๔. ธงไชยเฉลิมพลใชเ้ รียกเป็นคร้ังแรกในกองทพั ไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๔ ในรัชสมยั ของ
พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระองคไ์ ดท้ รงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ รา
พระราชบญั ญตั ิวา่ ดว้ ยแบบอยา่ งของธงสยามไวเ้ ป็นแบบแผนและใหเ้ ปล่ียนธงประจา
กองทหารเสียใหม่แลว้ พระราชทานนามวา่ ธงไชยเฉลิมพล

จากข้อความข้างต้นคาใดเป็ นคาสาคญั
ก. พระราชบญั ญตั ิ
ข. ธงไชยเฉลิมพล
ค. กองทพั ไทย
ง. ธงสยาม

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอา่ นจบั ใจความเพ่ือหาคาสาคญั ๓๑

๓๒

๕. พ่อแม่ถึงจะต่าตอ้ ยแต่กห็ วงั จะใหล้ ูกสูงส่ง พ่อแม่แมจ้ ะประกอบอาชีพที่โลกประณาม
เหยยี ดหยาม ถึงกระน้นั กห็ วงั จะใหล้ ูกไดร้ ับการยกยอ่ ง พ่อแม่แมจ้ ะไร้เกียรติกห็ วงั จะให้
ลูกไดร้ ับเกียรติ พอ่ แม่แมจ้ ะไร้ศกั ด์ิศรีกห็ วงั จะใหล้ ูกมีศกั ด์ิศรี...

จากข้อความข้างค้นคาใดเป็ นคาสาคญั
ก. เหยยี ดหยาม
ข. ศกั ด์ิศรี
ค. ต่าตอ้ ย
ง. พอ่ แม่

อ่านขอ้ ความแลว้ ตอบคาถาม ขอ้ ๖ - ๑๐

หนอนเรืองแสง
ห่ิงหอ้ ยเป็นหนอนท่ีบินได้ ลาตวั ยาวประมาณ ๔ - ๑๑ มิลลิเมตร มีสีดาและนุ่มมาก
มีปี กท้งั ตวั ผูต้ ัวเมีย แต่บางชนิดตวั เมียจะไม่มีปี ก ห่ิงห้อยมกั จะกินน้าหวานในดอกไม้
เป็ นอาหารและพบในเขตร้อนช้ืนเป็ นจานวนมาก
แสงที่หิ่งหอ้ ยเปล่งออกมาเกิดจากอวยั วะใหก้ าเนิดแสงที่อยดู่ า้ นล่างของส่วนทอ้ ง
โดยมีประสาทควบคุม อวยั วะน้ีบรรจุสารเคมี ๒ ชนิด คือ ลูซิเฟอริน ซ่ึงจะรวมตัวกับ
ออกซิเจนเพ่ือให้กาเนิดแสงและ ลูซิเฟอเรสซ่ึงเป็ นตวั ช่วยให้เกิดปฏิกิริยา แสงที่เปล่ง
ออกมาน้ีไม่มีความร้อนและสว่างน้อยมาก คือเพียงประมาณ ๑ ใน ๑,๐๐๐ ของแสงเทียน
เรียกกระบวนการสร้างแสงน้ีวา่ การเรืองแสงชีวภาพ ห่ิงหอ้ ยสามารถควบคุมความยาวและ
จงั หวะของแสงจากทอ้ งไดแ้ สงท่ีออกมาจะเป็นสีเหลืองหรือสม้
ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์สามารถผลิตแสงแบบน้ีได้ในห้องทดลองแต่ต้องสกัด
สารลูซิเฟอรินและลูซิเฟอเรสจากหิ่งหอ้ ยเท่าน้นั
สาเหตุที่ห่ิงหอ้ ยตอ้ งสร้างแสงข้ึนอาจจะเพ่ือดึงดูดเพศตรงขา้ มหรือป้องกนั ตวั จาก
นกเนื่องจากแสงท่ีเกิดข้ึนจะทาใหน้ กกลวั

(หนงั สือมหศั จรรยพ์ ืชและสัตว์ : ชมรมบา้ นวทิ ยาศาสตร์)

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอา่ นจบั ใจความเพอ่ื หาคาสาคญั ๓๒

๓๓

๖. จากเรื่องหนอนเรืองแสง คาสาคญั ในย่อหน้าท่ี ๑ คืออะไร
ก. หนอน
ข. ห่ิงหอ้ ย
ค. น้าหวาน
ง. เขตร้อนช้ืน

๗. จากเรื่องหนอนเรืองแสง คาสาคญั ในย่อหน้าที่ ๒ คืออะไร
ก. หิ่งหอ้ ย สารเคมีสวา่ ง
ข. หิ่งหอ้ ย ลูซิเฟอริน ลูซิเฟอเรส
ค. กาเนิดแสง ปฏิกิริยา การเรืองแสงชีวภาพ
ง. ลูซิเฟอริน ลูซิเฟอเรส การเรืองแสงชีวภาพ

๘. อวยั วะทใ่ี ห้กาเนิดแสงอยู่บริเวณไหนของหงิ่ ห้อย
ก. ส่วนหวั ของหิ่งหอ้ ย
ข. ส่วนปลายหางของห่ิงหอ้ ย
ค. ส่วนบริเวณขาของหิ่งหอ้ ย
ง. ส่วนดา้ นล่างของส่วนทอ้ งห่ิงหอ้ ย

๙. ข้อใดไม่ถูกต้องเกยี่ วกบั ห่ิงห้อย
ก. อาหารของหิ่งหอ้ ยคือน้าหวานในดอกไม้
ข. หิ่งหอ้ ยจะเรืองแสงออกมาเป็นแสงสีเหลืองและสีขาว
ค. แสงในตวั หิ่งหอ้ ยเกิดจากรวมตวั ของลูซิเฟอรินกบั ออกซิเจน
ง. แสงที่หิ่งหอ้ ยเปล่งออกมาน้ีไม่มีความร้อนและสวา่ งนอ้ ยมาก

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอ่านจบั ใจความเพ่อื หาคาสาคญั ๓๓

๓๔

๑๐. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุหง่ิ ห้อยต้องสร้างแสงขนึ้
ก. แสงของหิ่งหอ้ ยทาใหเ้ กิดความสวา่ ง สวยงาม
ข. แสงของหิ่งหอ้ ยช่วยป้องกนั อนั ตรายจากนก
ค. แสงของห่ิงหอ้ ยสามารถดึงดูดเพศตรงขา้ ม
ง. แสงของห่ิงหอ้ ยจะทาใหน้ กกลวั

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอา่ นจบั ใจความเพื่อหาคาสาคญั ๓๔

๓๕

กระดาษคาตอบแบบทดสอบหลงั เรียน
เร่ือง การอ่านจับใจความเพ่ือหาคาสาคญั

ข้อ ก ข ค ง









๑๐

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอ่านจบั ใจความเพ่อื หาคาสาคญั ๓๕

๓๖

เฉลยแบบทดสอบก่อน - หลงั เรียน
เร่ือง การอ่านจับใจความเพ่ือหาคาสาคญั

ก่อนเรียน หลงั เรียน
๑. ข ๑. ข
๒. ก ๒. ง
๓. ค ๓. ข
๔. ข ๔. ข
๕. ค ๕. ง
๖. ข ๖. ข
๗. ข ๗. ง
๘. ก ๘. ง
๙. ง ๙. ข
๑๐. ก ๑๐. ก

ชุดฝึกทกั ษะที่ ๑ การอา่ นจบั ใจความเพื่อหาคาสาคญั ๓๖

๓๗

เฉลยแบบฝึ กทักษะข้ันท่ี ๑
หนึ่งคาสาคญั ท่ีพบ

คาชี้แจง อ่านขอ้ ความแลว้ ทากรอบสี่เหล่ียม () ลอ้ มรอบคาสาคญั ขอ้ ละ ๑ คา
๑. สายรุ้ง เป็นแถบกระดาษขนาดเลก็ และยาวมีหลายสีใชข้ วางในงานร่ืนเริง

หรือใชโ้ ยงระยา้ ประดบั ตกแต่งสถานที่
(จิน๒ต. นนาิทใาบนกคาตซิธูยร)ีรมของไทยมกั จะมีที่มาจากชาดกในพระพทุ ธศาสนา
“นิทานชาดก” เช่น เร่ือง คาวี - หลวไิ ชย จนั ทกมุ าร เต่าทองกบั พอ่ คา้

๓. เมื่อเอ่ยถึงโอ่งหลายคนจะนึกถึงจงั หวดั ราชบุรีโดยเฉพาะโอ่งมงั กรหรือ
โอ่งลายมงั กร นบั เป็นเอกลกั ษณ์ของจงั หวดั ราชบุรี

ชุดฝึกทกั ษะที่ ๑ การอา่ นจบั ใจความเพ่ือหาคาสาคญั ๓๗

๓๘

๔. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวคิดที่จะหาแหล่ง
เกบ็ กกั น้า เพ่ือรวบรวมน้าที่ไหลจากตอนบนมาเกบ็ ไวร้ อการปล่อยออกโดยปิ ด
ประตูน้าก้นั มิให้ทะเลไหลหนุนข้ึนมาในช่วงน้าข้ึน และเปิ ดประตูระบายน้า
ออกใหไ้ หลลงสู่ทะเลโดยเร็วเมื่อเวลาน้าลงโดยทรงเรียกพ้นื ท่ีเช่นน้ีวา่ แก้มลิง

๕. ครอบครัวของฉนั มีอยู่ ๔ คน คือ พ่อ แม่ พี่ และฉนั ครอบครัวของฉนั อยู่
กนั แบบ “เศรษฐกิจพอเพียง” ท่ีในหลวงของฉันทา ฉันกบั พ่ีช่วยกนั ปลูกผกั
เช่น ผกั บุง้ ผกั กาด ผกั ชี และพ่อกบั แม่ของฉันเล้ียงสัตว์ เช่น ไก่ เป็ ด ววั และ
ครอบครัวของฉนั อยตู่ ามแนวพระราชดาริท่ีในหลวงของฉนั ทา

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอา่ นจบั ใจความเพื่อหาคาสาคญั ๓๘

๓๙

เฉลยแบบฝึ กทกั ษะข้ันท่ี ๒
ค้นหาคาสาคญั

คาชี้แจง อ่านขอ้ ความแลว้ บอกคาสาคญั ขอ้ ละ ๑ คา

๑. ทัชมาฮาลอนุสรณ์แห่งความรัก ส่ิงมหัศจรรยข์ องโลกใน คาสาคญั คือคาวา่
ยคุ ปัจจุบนั อยใู่ นประเทศอินเดียสร้างโดยพระเจา้ ชาห์เยฮนั เพื่อเป็น ทชั มาฮาล
ท่ีฝังศพพระมเหสี ของพระองค์ สร้างด้วยหิ นอ่อนท้ังหลัง
สวยงามมาก

๒. การสร้างสรรคต์ นเอง การสร้างบา้ นเมืองกต็ าม มิใช่วา่ สร้าง คาสาคญั คือคาวา่
ในวนั เดียวต้องใช้เวลา ต้องใช้ความเพียร ต้องใช้ความอดทน ความอดทน
เสียสละแต่ท่ีสาคญั ที่สุดคือความอดทน คือไม่ยอ่ ทอ้ ...

๓. แม่เป็ นคาแรกที่ลูกพูดได้และเป็ นคาจับใจ แม่เป็ นคาท่ีมี คาสาคญั คือคาวา่
ความหมายซ้ึงแก่ลูกยง่ิ นกั ยากท่ีจะบรรยายดว้ ยถอ้ ยคาใด ๆ แม่จะ แม่
เป็ นท่ีรักท่ีเคารพและเป็ นเพื่อนท่ีไวใ้ จของลูกซ่ึงจะหาใครมา
เหมือนแม่หาไม่ไดอ้ ีกแลว้

๔. ในวนั เพญ็ เดือน ๑๒ อนั เป็นเวลาที่น้าในแม่น้าใสสะอาด คาสาคญั คือคาวา่
และมากเตม็ ฝั่ง ดวงจนั ทร์ส่องแสงสาดแสงนวลตอ้ งลาน้า วนั ลอยกระทง
เป็นวนั ลอยกระทงซ่ึงเป็นประเพณีอยา่ งหน่ึงของไทยมาต้งั แต่
คร้ังโบราณมีการร่ืนเริงสนุกสนานกนั ในลาน้าในเวลากลางคืน

๕. วันเวลาไม่เคยหยุดอยู่กับทชุี่ดหฝึกมทุนกั ษเวะียทน่ี ๑เปกลารี่ยอน่านไจปบั จใจนคควารมบเพื่อหาคคาาสสาาคคญั ญั คือ๓ค๙าวา่
๓๖๕ วนั หรือ ๑๒ เดือน นนั่ เอง ในหน่ึงปี จะผ่านไปอยา่ งรวดเร็ว วนั ข้ึนปี ใหม่
เมื่อถึงวนั เดือนใหม่ของอีกปี หน่ึงเรากพ็ ากนั เรียกวา่ วนั ข้ึนปี ใหม่

๔๐

ชุดฝึกทกั ษะที่ ๑ การอ่านจบั ใจความเพือ่ หาคาสาคญั ๔๐

๔๑

เฉลยแบบฝึ กทักษะข้ันท่ี ๓
คาสาคญั ในบทร้อยกรอง

คาชี้แจง อ่านบทร้อยกรองแลว้ วงกลม () คาสาคญั ขอ้ ละ ๑ คา

๑. คุณธรรมนาความสุขทุกชีวติ ควรยดึ ติดสิ่งที่ดีงามตามวถิ ี
ครรลองธรรมนาใจใหใ้ ฝ่ ดี อีกช่วยช้ีบอกราคา คา่ ของคน

๒. ถิ่นอุดมสมบูรณ์เพ่ิมพนู สุข ไร้สิ้นทุกขเ์ พราะช่วยกนั มน่ั ศกั ด์ิศรี
มอบความรักความจริงใจดว้ ยไมตรี แผน่ ดินน้ี แผน่ ดินแม่ สุขแทจ้ ริง

๓. หญิงงามน้นั หนา นบั วา่ โชคดี
แต่ความงามน้ี เป็ นสิ่งปลอมแปลง
งามแต่กายไฉน งามใจ ไม่แสดง
ฉนั จึงไม่แจง้ ความลบั กบั เธอ

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอ่านจบั ใจความเพ่ือหาคาสาคญั ๔๑

๔๒

๔. สกั วาประชาชนคนขบั รถ ตอ้ งละลดความเลินเล่อความเผลอไผล
หาก ประมาท ขาดสติจะมีภยั ตอ้ งคุมใจคุมอารมณ์ข่มชิงชงั
ยงิ่ ขี่ขบั รับส่งคนโดยสาร ทุกชีวติ เขาฝากท่านดว้ ยความหวงั
ชีพปลอดภยั ดบั ดิ้นหรือภิณทพ์ งั ยอ่ มอยทู่ ี่ท่านระวงั หรือพล้งั เอย

๕. บงั อรอคั เรศผู้ พสิ มยั ท่านนา
นาม พระสุริโยทยั ออกอา้ ง
ทรงเคร่ืองยทุ ธพไิ ชย เช่นอุป ราชแฮ
เถลิงคชาธารควา้ ง ควบเขา้ ขบวนไคล

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอา่ นจบั ใจความเพอื่ หาคาสาคญั ๔๒

๔๓

เฉลยแบบฝึ กทกั ษะข้ันท่ี ๔
สองพน่ี ้องคาสาคญั

คาชี้แจง อ่านขอ้ ความแลว้ ขีดเสน้ ใต้ ( __ ) คาสาคญั ขอ้ ละ ๒ คา
๑. ความคิดเป็ นสิ่งท่ีสาคญั มากในการเขียนร้อยกรอง เม่ือเกิดความคิดแลว้
กวหี รือผแู้ ต่งบทร้อยกรองกจ็ ะถ่ายทอดออกมาเป็นภาษา
(นริศรา ยะอิตะ)
๒. เจา้ พระยาธรรมศกั ด์ิมนตรีไดแ้ ต่งแบบเรียนเกี่ยวกบั วิชาชีพครู แบบเรียน

ธรรมจริยา กาพย์ กลอน ความเรียงต่าง ๆ บทละครพูด และยงั แต่งสารคดีส้ัน ๆ
ลงหนงั สือพิมพโ์ ดยใชน้ ามปากกาวา่ ครูเทพบา้ งและเขียวหวานบา้ ง

๓. ภูเก็ตเป็ นเกาะจังหวดั เล็ก ๆ แห่งหน่ึง เป็ นเมืองท่ีมีความสาคัญทาง
ประวตั ิศาสตร์ที่ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร สองพ่ีน้องได้เคียงคู่กับ
ชาวถลางต่อสู้กบั อริราชศตั รู ปัจจุบนั น้ีกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวท่ีข้ึนชื่อลือชา
เพราะมีหาดทรายขาว บรรยากาศดี

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอ่านจบั ใจความเพื่อหาคาสาคญั ๔๓

๔๔

๔. คาว่าปริตร แปลว่า คุ้มครองเพราะฉะน้ันการสวดพระปริตรจึงมี
ความประสงค์เพ่ือความคุ้มครองและป้องกนั ภยนั ตรายต่าง ๆ คือ ทาให้เกิด
สวสั ดิมงคล
๕. ในการทอผา้ จะมีแนวเส้นดา้ ยท้งั แนวต้งั และแนวนอน เส้นดา้ ยท่ีอย่ใู น
แนวต้ังจะเรียกว่า ด้ายเส้นยืน ด้ายที่ใช้แกนในการทอผา้ ส่วนด้ายที่อยู่ใน
แนวนอนน้นั จะทาใหเ้ กิดลวดลายบนผืนผา้ จากการเดินเส้นดา้ ยเวลาทอเรียกว่า
ดา้ ยเส้นพงุ่

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอ่านจบั ใจความเพื่อหาคาสาคญั ๔๔

๔๕

เฉลยแบบฝึ กทักษะข้นั ท่ี ๕
คลังคาสาคญั

คาชี้แจง อ่านขอ้ ความแลว้ ขีดเส้นใต้ ( __ ) คาสาคญั ขอ้ ละ ๓ - ๕ คา

๑. กินรี คือ อมนุษยช์ นิดหน่ึงกล่าวกันว่ามีอยู่ในหิมวตั ประเทศตามความเชื่อของ
ชาวอินเดียซ่ึงชาวไทยเรียกว่าป่ าหิมพานต์ คาว่า กินรี ใช้เรียกอมนุษย์ท่ีเป็ นเพศหญิง
ถา้ เพศชายเรียก กินนร ไทยไดร้ ับรูปแบบกินรีมาจากประเทศอินเดียและไดด้ ดั แปลงเสียใหม่
ตามความคิดของคนไทยเอง กินรีของไทยมีลกั ษณะเป็นหญิงรูปงาม มีรูปกายท่อนล่างเป็นนก
สามารถบินไปในอากาศและเดินทางไปมาระหว่างโลกมนุษยก์ บั เทวโลกได้ เมื่อจะสรงน้า
กส็ ามารถถอดปี กหางออกและเมื่อน้นั จะมีรูปร่างเป็นเหมือนหญิงสาวธรรมดาทุกประการ

๒. จังหวัดเชียงใหม่ดินแดนแห่ งวัฒนธรรมล้านนาก็มีถนนคนเดินเช่นเดียวกัน
โดยปักหลกั อยบู่ นเกาะถนนสายวฒั นธรรมอย่างท่าแพ ซ่ึงมีกาแพงอิฐสีแดงเป็นสัญลกั ษณ์
ประจาถิ่นและแผ่ขยายเส้นทางออกไปตลอดแนวถนนราชดาเนิน เพ่ือเปิ ดโอกาสให้ซ้ือขายกนั ได้
ทุกวนั อาทิตยต์ ้งั แต่แดดร่มลมตกไปจนถึงดึกด่ืนค่อนคืน จนกลายเป็ นแหล่งท่องเที่ยวใหม่
สาหรับคนรักวฒั นธรรมท้องถ่ิน สีสันของถนนคนเดินสไตล์ล้านนาไม่เพียงแต่จะอยู่ที่
ขา้ วของกระจุกกระจิกสารพดั สารเพที่นามาวางขายเรียงรายตลอด ๒ ฝ่ังถนน อนั ลว้ นแต่
มีกล่ินอายของถ่ินลา้ นนาเป็นเสน่ห์แต่ยงั คึกคกั ไปดว้ ยศิลปะดนตรีขา้ งถนนอีกดว้ ย

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอา่ นจบั ใจความเพื่อหาคาสาคญั ๔๕

๔๖

๓. คาว่า คาราโอเกะ เป็ นภาษาญ่ีป่ ุนเกิดข้ึนใหม่โดยนาคาว่า คารา (Kara) ซ่ึงแปลว่า
ว่างเปล่า มาผสมกับคายืมภาษาอังกฤษ โอเกะ (จากคาว่า Orchestra) รวมความแล้ว
มีความหมายถึงเพลงที่มีแต่เสียงดนตรี ไม่มีเสียงนักร้อง แต่มีเน้ือร้องปรากฏเล่ือนไปตาม
ส่วนล่างของจอ เพื่อให้คนที่ชอบร้องเพลงได้ร้องตามทานองและไดด้ ูภาพสวย ๆ ท่ีอาจ
เกี่ยวขอ้ งหรือไม่เก่ียวขอ้ งกบั เพลงน้นั ๆ กไ็ ด้

๔. พ ล อ ย ที่สาคัญ แ ล ะ มีชื่อ ข อ งไ ท ย ส่ว น ใหญ่เป็ นพลอยท่ีได้มาจากแร่คอรันดัม
ถ้ามีสี แดงเรียกว่าทับทิม ถ้ามีสี น้ าเงินเรียกว่าไพลิน ถ้ามีสี เหลืองเรี ยกว่าบุศราคัม
นอกเหนือจากสีเหล่าน้ีให้เรียกช่ือตามสีท่ีปรากฏเช่น สีเขียวเรียกว่าแซปไฟร์สีเขียว หรือ
ท่ีคนไทยเรียกวา่ เขียวส่อง

๕. ซาไกเป็นชนกลุ่มนอ้ ยที่อาศยั อยทู่ างภาคใตข้ องไทย ถา้ อยทู่ างพทั ลุงกจ็ ะเรียกวา่ เงาะป่ า
สตูลก็จะเรียกวา่ ชาวป่ า ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ซ่ึงเป็นมุสลิมจะเรียกวา่ ซาไก ส่วนพวกซาไก
จะเรียกตนเองวา่ มนั นิ ซ่ึงแปลวา่ มนุษย์ ชาวซาไกจะมีรูปร่างเต้ีย ผิวดาผมหยกิ ขมวดเป็นฝอย
นิ้วมือนิ้วเทา้ โต ในจงั หวดั ยะลาได้จัดสรรพ้ืนที่ให้ชาวซาไกอยทู่ ่ีบา้ นแหร อาเภอธารโต
ชาวซาไกจึงมีนามสกลุ ใชเ้ หมือนกนั วา่ ศรีธารโต

ชุดฝึกทกั ษะที่ ๑ การอา่ นจบั ใจความเพอ่ื หาคาสาคญั ๔๖

๔๗

เฉลยแบบฝึ กทักษะที่ ๖
ตาแหน่งท่ีพบคาสาคญั

คาชี้แจง อ่านขอ้ ความแลว้ วงกลม () ลอ้ มรอบคาสาคญั แลว้ บอกวา่ คาสาคญั
อยใู่ นส่วนตอนตน้ ตอนกลาง หรือตอนทา้ ยของขอ้ ความ

๑. ความมีน้าใจ เป็นลกั ษณะเด่นของคนไทยที่ช่วยใหส้ งั คมอยรู่ ่วมกนั อยา่ งมีความสุข
หากคนไทยไม่มีน้าใจประเทศไทยคงไร้ซ่ึงสนั ติภาพอยา่ งแน่นอน
ตาแหน่งทพี่ บ.....ต...อ..น...ต..น.้ ..ข...อ..ง..ข..อ.้ ..ค..ว..า..ม...........

๒. พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ กล่าวถึงคาว่า เธอ เอาไวว้ ่า
เป็ นคาท่ี เราใช้แทนผูท้ ่ีเราพูดดว้ ยมกั ใช้ในระหว่างเพ่ือนผูห้ ญิงดว้ ยกนั หรือใช้กบั
ผมู้ ีศกั ด์ิต่ากวา่ เช่น ครูพูดกบั ศิษย์ เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๒ คาใชแ้ ทนผูท้ ่ีเราพูดถึงใชก้ บั
ผมู้ ีศกั ด์ิต่ากวา่ ดว้ ยความยกยอ่ งหรือเอน็ ดู เป็นตน้ และเป็นสรรพนามบุรุษที่ ๓
ตาแหน่งทพ่ี บ.......ต..อ...น...ก..ล..า..ง..ข..อ...ง..ข..อ้...ค..ว..า..ม......

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอ่านจบั ใจความเพ่ือหาคาสาคญั ๔๗

๔๘

๓. อนั ตรายในอาหาร เป็นส่ิงที่มองไม่เห็นและไม่สามารถสัมผสั ไดแ้ ต่อาจมีโทษ
ต่อร่างกายถึงแก่ชีวิตผูบ้ ริโภค ในประเทศที่พฒั นาแลว้ มีความตื่นตวั เรื่องสุขภาพและ
ความปลอดภยั ในอาหาร
ตาแหน่งทพ่ี บ.....ต...อ..น...ต..น้...ข..อ...ง..ข..อ้..ค...ว..า..ม..........

๔. คนโบราณมีความเชื่อว่าชื่อพนั ธุ์ไมบ้ างชนิดไม่ควรนามาปลูกภายในบา้ น เช่น
ชบา งิว้ โศก เต่าร้าง มะละกอ นางแยม้ ลนั่ ทม เพราะ ชื่อไม่เป็นมงคล เมื่อนามาปลูก
ในบ้านจะเกิดเรื่องไม่ดี คนในบ้านอาจจะเป็ นทุกข์หรือทาให้เจ็บป่ วยแต่ปัจจุบันน้ี
ความเชื่อน้ีเร่ิมเปล่ียนไปมีคนนามาปลูกไวใ้ นบริเวณบา้ นเป็นจานวนมาก

ตาแหน่งทพี่ บ......ต...อ..น...ก..ล...า.ง..ข...อ..ง..ข..อ.้ ..ค..ว..า..ม.......

๕. สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดิโปรดใหพ้ ระราชทานเพลิงพระศพของสมเดจ็ พระสุริโยทยั
ที่พระเมรุสร้างข้ึนในสวนหลวง ตรงต่อเขตวดั สบสวรรค์ แลว้ โปรดใหส้ ร้างพระอาราม
ข้ึนตรงท่ีถวายพระเพลิงน้นั มีเจดียใ์ หญ่เป็นสาคญั เรียกวดั น้ีวา่ วดั สวนหลวงสบสวรรค์

ตาแหน่งทพ่ี บ......ต..อ...น..ท...า้..ย..ข..อ...ง..ข..อ้..ค...ว..า..ม.........
(นริศรา ยะอิตะ)

ตาแหน่งทพี่ บ...............................................

ชุดฝึกทกั ษะที่ ๑ การอา่ นจบั ใจความเพ่อื หาคาสาคญั ๔๘

๔๙

แนวการตอบแบบฝึ กทกั ษะข้นั ท่ี ๗
มอญร้องไห้

คาชี้แจง อ่านเร่ืองแล้วตอบคาถาม
๑. คาสาคญั ของเร่ืองคือ
......ม...อ..ญ...ร..้อ...ง..ไ..ห...้ .....เ.ผ..า..ห...ล..อ...ก.....................................................................................................
.................................................................................................................................................
๒. พิธีกรรมมอญร้องไห้ เป็นพิธีกรรมเกี่ยวกบั อะไร
.......เ.ป..็.น...ก..า..ร..แ..ส...ด..ง..ค...ว..า..ม..อ...า.ล...ยั ..แ..ล..ะ...เ.ป..็น...ก...า.ร..พ...ร..ร..ณ....น..า..ถ..ึง..ค...ว..า..ม..ด...ีข..อ...ง.ผ...ตู้..า..ย..ใ..น...ข..ณ...ะ...ท..ี่ม...ีช..ีว..ติ...อ..ย..ู่....
.................................................................................................................................................
๓. การร้องไหข้ องชาวมอญในพธิ ีศพน้นั จะกระทาช่วงเวลาใด
.......เ.ช..า้..ม..ืด...ป..ร..ะ...ม..า..ณ....๕....น...า..ฬ...ิก..า...................................................................................................
.................................................................................................................................................

ชุดฝึกทกั ษะท่ี ๑ การอ่านจบั ใจความเพ่อื หาคาสาคญั ๔๙

๕๐
๔. พธิ ีกรรมมอญร้องไหเ้ ริ่มเขา้ มาในประเทศไทยในสมยั ใดและใชก้ บั งานอะไร
......ส..ม...ยั..ร..ัต..น...โ..ก...ส..ิน...ท...ร..์ใ..ช..ใ้..น...ง..า..น..พ...ร..ะ..บ...ร..ม...ศ..พ...ข..อ...ง..ส..ม...เ.ด..จ็..พ...ร..ะ...น..า..ง..เ.จ..า้..ร..า..ไ..พ...พ..ร...ร..ณ...ี ....................
......พ...ร..ะ..บ...ร..ม..ร..า..ช..ิน...ีใ..น...ร..ัช..ก...า..ล..ท...่ี .๗................................................................................................
๕. คาวา่ "เผาหลอก" ในขอ้ ความน้ีหมายถึงอะไร
......ก...า.ร..น...า..ด..อ...ก..ไ..ม...จ้..นั...ท..น...์..ธ..ู.ป...เ.ท...ีย..น...ไ..ป...ว..า..ง..ใ.ต...ห้..ี.บ..ศ...พ....เ.ป..็น...พ...ิธ..ีอ...ย..า่ .ง..ห...น...่ึง..ใ..น...ป..ร..ะ..เ.พ...ณ...ี.................
......เ.ผ...า.ศ...พ...ท..า..ก..่อ...น...เ.ผ..า..จ..ร..ิง...........................................................................................................
................................................................................................................................................

ชุดฝึกทกั ษะที่ ๑ การอา่ นจบั ใจความเพื่อหาคาสาคญั ๕๐


Click to View FlipBook Version