ในกรณที ผ่ี ขู้ บั ขแี่ สดงใบอนญุ าตขบั ขดี่ ว้ ย
วิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือส�ำเนา
ภาพถ่ายใบอนุญาตขับขี่ตามท่ีกรมการขนส่ง
ทางบกก�ำหนด ให้ถือว่าผู้ขับข่ีมีใบอนุญาตขับขี่
อยู่กับตัวตามวรรคหนงึ่ แลว้
หมายเหต:ุ พระราชบัญญัติจราจร
ทางบก (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ.๒๕๖๒ ยกเลิกอ�ำนาจ
ของเจา้ พนกั งานจราจรในการเรยี กเกบ็ ใบอนญุ าต
ขบั ขี่ของผู้ขับขใี่ นขณะทม่ี กี ารออกใบส่งั จงึ ตอ้ ง
ก�ำหนดให้ผู้ขับรถต้องแสดงใบอนุญาตขับข่ีต่อ
เจา้ พนกั งานจราจรแทน โดยการแสดงใบอนญุ าต
ขับขี่ กฎหมายก�ำหนดไว้ ๓ รปู แบบ คอื
๑) แสดงตัวใบอนญุ าตขบั ขี่ (ทเี่ ปน็ บัตร)
๒) แ ส ด ง ด ้ ว ย วิ ธี ก า ร ท า ง ข ้ อ มู ล
อิเล็กทรอนิกส์ (ใบขับขี่ดิจิตัล) ตามรูปแบบที่
กรมการขนสง่ ทางบกกำ� หนด ซงึ่ ปจั จบุ นั กรมการ
5๕0๐ พระราชบญั ญตั ิจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับล่าสดุ )
ขนส่งทางบกได้ก�ำหนดรูปแบบไว้แล้ว ซ่ึงต้อง
แสดงข้อมูลให้ปรากฎผ่านทางเว็บไซต์ หรือ
แอปพลิเคช่นั ของกรมการขนส่งทางบก
๓) แสดงด้วยส�ำเนาภาพถ่าย ตามรูป
แบบที่กรมการขนส่งทางบกก�ำหนด ซึ่งแบบที่
สามนี้ กรมการขนส่งทางบกยังไม่ได้ก�ำหนดไว้
ปัจจุบันจึงถือว่ายังไม่สามารถแสดงใบอนุญาต
ขับขใ่ี นรูปแบบน้ีได้
มาตรา ๓๒ ในการใชท้ างเดนิ รถผขู้ บั ขี่
ต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้รถชนหรือโดน
คนเดินเท้าไม่ว่าจะอยู่ ณ ส่วนใดของทาง และ
ต้องให้สัญญาณเตือนคนเดินเท้าให้รู้ตัวเม่ือ
จ�ำเป็น โดยเฉพาะอย่างย่ิง เด็ก คนชราหรือ
คนพิการที่ก�ำลังใช้ทาง ผู้ขับขี่ต้องใช้ความ
ระมดั ระวังเปน็ พเิ ศษในการควบคุมรถของตน
พระราชบัญญัตจิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับล่าสุด) ๕5๑1
มาตรา ๓๓ ในการขับรถ ผู้ขับขี่ต้อง
ขับรถในทางเดินรถด้านซ้ายและต้องไม่ล้�ำ
กง่ึ กลางของทางเดนิ รถ เวน้ แตใ่ นกรณตี อ่ ไปนี้ ให้
เดินทางขวาหรือล�้ำกึง่ กลางของทางเดนิ รถได้
(๑) ด้านซ้ายของทางเดินรถมีสิ่ง
กีดขวางหรือถกู ปิดการจราจร
(๒) ทางเดินรถนั้นหัวหน้าเจ้าพนักงาน
จราจร*กำ� หนดให้เป็นทางเดินรถทางเดยี ว
(๓) ทางเดนิ รถนัน้ กว้างไม่ถงึ หกเมตร
(ฝา่ ฝืนมาตรา ๓๓ มโี ทษปรบั ตงั้ แต่ ๒๐๐
– ๕๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๕๑)
มาตรา ๓๔ ในการใช้ทางเดินรถท่ีได้
จดั แบง่ ชอ่ งเดนิ รถในทศิ ทางเดยี วกนั ไวต้ งั้ แตส่ อง
ช่องข้ึนไป หรือที่ได้จัดช่องเดินรถประจ�ำทางไว้
ในชอ่ งเดนิ รถซา้ ยสดุ ผขู้ บั ขต่ี อ้ งขบั รถในชอ่ งซา้ ย
สุดหรือใกล้กับช่องเดินรถประจ�ำทาง เว้นแต่ใน
5๕2๒ พระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับล่าสุด)
กรณีตอ่ ไปนี้ ใหเ้ ดนิ ทางขวาของทางเดินรถได้
(๑) ในช่องเดินรถน้ันมีสิ่งกีดขวางหรือ
ถกู ปดิ การจราจร
(๒) ทางเดนิ รถนนั้ หวั หนา้ เจา้ พนกั งาน
จราจร*ก�ำหนดให้เป็นทางเดนิ รถทางเดียว
(๓) จะตอ้ งเขา้ ชอ่ งทางใหถ้ กู ตอ้ งเมอ่ื เขา้
บริเวณใกล้ทางรว่ มทางแยก
(๔) เมอื่ จะแซงข้นึ หน้ารถคันอืน่
(๕)14 เมอื่ ผขู้ บั ขขี่ บั รถดว้ ยความเรว็ สงู กวา่
รถในชอ่ งเดินรถด้านซ้าย
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๓๔ มโี ทษปรบั ตง้ั แต่ ๒๐๐
– ๕๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๕๑)
14 มาตรา ๓๔ (๕) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก
(ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕
พระราชบัญญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับลา่ สุด) ๕5๓3
มาตรา ๓๕15 รถที่มีความเร็วช้าหรือ
รถทม่ี คี วามเรว็ ตำ่� กวา่ ความเรว็ ของรถคนั อน่ื ทขี่ บั
ในทิศทางเดียวกัน ผู้ขับข่ีต้องขับรถให้ใกล้
ขอบทางเดินรถดา้ นซ้ายเทา่ ทีจ่ ะกระท�ำได้
ผู้ขับขี่รถบรรทุก รถบรรทุกคนโดยสาร
รถจักรยานยนต์ในทางเดินรถซ่ึงได้แบ่งช่อง
เดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่สองช่องข้ึนไป
หรือได้จัดช่องเดินรถประจ�ำทางด้านซ้ายไว้โดย
เฉพาะ ต้องขับรถในชอ่ งเดินรถด้านซา้ ยสดุ หรอื
ใกล้เคยี งกับช่องเดนิ รถประจำ� ทาง แล้วแตก่ รณี
ความในวรรคสองมใิ หใ้ ชบ้ งั คบั แกร่ ถยนต์
บรรทุกส่วนบุคคลท่ีมีน�้ำหนักไม่เกินหน่ึงพันหก
ร้อยกิโลกรัม และรถยนต์น่ังส่วนบุคคลเกินเจ็ด
คน ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยรถยนต์
15 มาตรา ๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทาง
บก (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๒๙
๕54๔ พระราชบญั ญัตจิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับลา่ สุด)
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๓๕ มโี ทษปรบั ตงั้ แต่ ๔๐๐
– ๑,๐๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๕๗)
มาตรา ๓๖ ผขู้ บั ขซี่ งึ่ จะเลยี้ วรถ ใหร้ ถ
คันอ่ืนผ่านหรือแซงขึ้นหน้า เปล่ียนช่องเดินรถ
ลดความเรว็ ของรถ จอดรถ หรอื หยดุ รถ ต้องให้
สญั ญาณดว้ ยมอื และแขนตามมาตรา ๓๗ หรอื ไฟ
สัญญาณตามมาตรา ๓๘ หรอื สญั ญาณอย่างอ่นื
ตามข้อบังคับของหวั หนา้ เจา้ พนักงานจราจร*
ถา้ โดยสภาพของรถ สภาพของการบรรทกุ
หรอื สภาพของทศั นวสิ ยั การใหส้ ญั ญาณดว้ ยมอื
และแขนตามวรรคหนึ่งไม่อาจท�ำให้ผู้ขับขี่ซ่ึง
ขับรถสวนมาหรือตามมาข้างหลังมองเห็นได้
ผู้ขบั ขีต่ ้องให้ไฟสญั ญาณ
ผู้ขับข่ีต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขน
ไฟสญั ญาณหรอื สญั ญาณอยา่ งอนื่ ตามวรรคหนง่ึ
กอ่ นทจ่ี ะเลย้ี วรถ เปลยี่ นชอ่ งเดนิ รถ จอดรถ หรอื
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ล่าสดุ ) ๕5๕5
หยดุ รถเปน็ ระยะทางไม่นอ้ ยกวา่ สามสบิ เมตร
ผู้ขับข่ีต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขน
ไฟสญั ญาณหรอื สญั ญาณอยา่ งอน่ื ตามวรรคหนงึ่
ให้ผู้ขับข่ีซ่ึงขับรถอ่ืนเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่า
หกสบิ เมตร
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๓๖ มโี ทษปรบั ไมเ่ กนิ ๕๐๐
บาท ตามมาตรา ๑๔๘)
มาตรา ๓๗ การให้สัญญาณด้วยมือ
และแขน ให้ปฏบิ ตั ิดังต่อไปนี้
(๑) เมอื่ จะลดความเรว็ ของรถ ใหผ้ ขู้ บั ขี่
ย่ืนแขนขวาตรงออกไปนอกรถเสมอระดับไหล่
และโบกมือข้นึ ลงหลายครงั้
(๒) เมอ่ื จะหยดุ รถ ใหผ้ ขู้ บั ขยี่ น่ื แขนขวา
ตรงออกไปนอกรถเสมอระดับไหล่ ยกแขนขวา
ทอ่ นลา่ งตงั้ ฉากกบั แขนทอ่ นบนและตง้ั ฝา่ มอื ขนึ้
5๕6๖ พระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ล่าสุด)
(๓) เม่ือจะให้รถคันอ่ืนผ่านหรือแซง
ขึ้นหนา้ ใหผ้ ู้ขบั ขี่ย่ืนแขนขวาตรงออกไปนอกรถ
เสมอระดบั ไหล่ และโบกมอื ไปทางขา้ งหนา้ หลาย
ครั้ง
(๔) เม่ือจะเลี้ยวขวาหรือเปลี่ยนช่อง
เดนิ รถไปทางขวา ใหผ้ ขู้ บั ขยี่ น่ื แขนขวาตรงออก
ไปนอกรถเสมอระดบั ไหล่
(๕) เม่ือจะเลี้ยวซ้ายหรือเปล่ียนช่อง
เดนิ รถไปทางซา้ ย ให้ผู้ขับข่ยี ื่นแขนขวาตรงออก
ไปนอกรถเสมอระดบั ไหล่ และงอขอ้ มอื ชขู นึ้ โบก
ไปทางซ้ายหลายคร้งั
เพ่ือประโยชน์แห่งมาตรานี้ ในกรณีที่
รถยนตน์ น้ั มเี ครอื่ งขบั อยทู่ างดา้ นซา้ ย ใหผ้ ขู้ บั ขใี่ ช้
ไฟสญั ญาณแทนการใชส้ ญั ญาณดว้ ยมอื และแขน
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๓๗ มโี ทษปรบั ไมเ่ กนิ ๕๐๐
บาท ตามมาตรา ๑๔๘)
พระราชบญั ญตั ิจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ลา่ สดุ ) ๕5๗7
มาตรา ๓๘ การให้ไฟสัญญาณของ
ผู้ขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ให้ปฏิบัติ
ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) เม่ือจะหยุดรถ ผู้ขับขี่ต้องให้ไฟ
สัญญาณสีแดงทที่ า้ ยรถ
(๒)16 เม่ือจะเลี้ยวรถ เปล่ียนช่องเดินรถ
หรอื แซงขน้ึ หนา้ รถคนั อนื่ ผขู้ บั ขตี่ อ้ งใหส้ ญั ญาณ
ยกเล้ียวสีเหลืองอ�ำพัน หรือให้ไฟสัญญาณ
กระพรบิ สขี าวหรอื สเี หลอื งอำ� พนั ทต่ี ดิ อยหู่ นา้ รถ
หรือข้างรถ และไฟสัญญาณกระพริบสีแดงหรือ
สีเหลืองอ�ำพันท่ีติดอยู่ท้ายรถไปในทิศทางท่ีจะ
เลย้ี ว เปลยี่ นชอ่ งเดนิ รถ หรอื แซงขน้ึ หนา้ รถคนั อน่ื
(๓) เม่ือจะให้รถคันอ่ืนแซงข้ึนหน้า
ผู้ขับขี่ต้องให้ไฟสัญญาณยกเล้ียวสีเหลืองอำ� พัน
หรือให้ไฟสัญญาณกระพริบสีแดงหรือสีเหลือง
16 มาตรา ๓๘ (๒) แกไ้ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัตจิ ราจร
ทางบก (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕
๕58๘ พระราชบญั ญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ล่าสุด)
อำ� พันทีต่ ดิ อยู่ท้ายรถทางด้านซา้ ยของรถ
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๓๘ มโี ทษปรบั ไมเ่ กนิ ๕๐๐
บาท ตามมาตรา ๑๔๘)
มาตรา ๓๙ เม่ือขับรถสวนกัน ให้
ผู้ขับขี่ ขับรถชิดด้านซ้ายของทางเดินรถ โดย
ให้ถือก่ึงกลางของทางเดินรถเป็นหลัก แต่ถ้า
ทางเดินรถใดได้จัดแบ่งเป็นช่องเดินรถไว้ ให้ถือ
เส้นหรอื แนวท่แี บ่งนั้นเป็นหลัก
ในทางเดินรถที่แคบ เม่ือขับรถสวนกัน
ผขู้ บั ขแ่ี ตล่ ะฝา่ ยตอ้ งลดความเรว็ ของรถเพอื่ ใหร้ ถ
สวนกันได้โดยปลอดภยั
ในทางเดินรถท่ีแคบซึ่งไม่อาจขับรถสวน
กันได้โดยปลอดภยั เมื่อขับรถสวนกัน ผู้ขบั ขซี่ ง่ึ
ขับรถคันท่ีใหญ่กว่าต้องหยุดรถให้ชิดขอบทาง
เดินรถด้านซ้ายเพื่อให้ผู้ขับข่ีซึ่งขับรถคันที่เล็ก
กวา่ ผา่ นไปได้
พระราชบัญญตั ิจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ลา่ สดุ ) ๕5๙9
ในทางเดินรถที่มีส่ิงกีดขวางอยู่ข้างหน้า
ผขู้ บั ขต่ี อ้ งลดความเรว็ ของรถหรอื หยดุ รถเพอ่ื ให้
รถคันทสี่ วนมาผ่านไปได้
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๓๙ มโี ทษปรบั ตงั้ แต่ ๒๐๐
– ๕๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๕๑)
มาตรา ๔๐ ผขู้ บั ขต่ี อ้ งขบั รถใหห้ า่ งรถ
คันหน้าพอสมควรในระยะที่จะหยุดรถได้โดย
ปลอดภยั ในเมือ่ จำ� เปน็ ตอ้ งหยดุ รถ
ผขู้ บั ขซ่ี ง่ึ ขบั รถขน้ึ สะพานหรอื ทางลาดชนั
ต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้รถถอยหลังไปโดน
รถคนั อ่ืน
มาตรา ๔๑ ท า ง เ ดิ น ร ถ ใ ด ที่ มี
เครื่องหมายจราจรให้เป็นทางเดินรถทางเดียว
ให้ผ้ขู บั ขข่ี ับรถไปตามทศิ ทางท่ีไดก้ ำ� หนดไว้
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๔๑ มโี ทษปรบั ไมเ่ กนิ ๕๐๐
6๖0๐ พระราชบัญญตั ิจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับล่าสุด)
บาท ตามมาตรา ๑๔๘)
มาตรา ๔๒ ทางเดนิ รถใดทม่ี เี ครอื่ งหมาย
จราจรแบง่ ทางเดนิ รถออกเปน็ สองทาง สำ� หรบั รถ
เดินขึ้นทางหนึ่ง ล่องทางหนึ่ง โดยมีช่องว่าง
คั่นกลาง หรือท�ำเคร่ืองหมายจราจรกีดก้ัน
แสดงวา่ ทางเดนิ รถนน้ั มกี ารแบง่ ออกเปน็ สองทาง
ดงั กลา่ ว ใหผ้ ขู้ บั ขข่ี บั รถชดิ ดา้ นซา้ ยของทางเดนิ รถ
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๔๒ มโี ทษปรบั ไมเ่ กนิ ๕๐๐
บาท ตามมาตรา ๑๔๘)
มาตรา ๔๓ หา้ มมิให้ผูข้ ับข่ขี บั รถ
(๑) ในขณะหยอ่ นความสามารถในอนั
ที่จะขับ
(๒) ในขณะเมาสรุ าหรอื ของเมาอยา่ งอนื่
(๓) ในลกั ษณะกีดขวางการจราจร
พระราชบญั ญัตจิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ล่าสดุ ) ๖6๑1
(๔) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว
อันอาจเกดิ อนั ตรายแก่บุคคลหรอื ทรพั ยส์ ิน
(๕) ในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการ
ขบั รถตามธรรมดา หรอื ไมอ่ าจแลเหน็ ทางดา้ น
หนา้ หรือดา้ นหลัง ด้านใดดา้ นหนึ่งหรือทัง้ สอง
ดา้ นได้พอแกค่ วามปลอดภยั
(๖) ครอ่ มหรอื ทบั เสน้ หรอื แนวแบง่ ชอ่ ง
เดินรถ เว้นแต่เม่ือเปล่ียนช่องเดินรถ เล้ียวรถ
หรือกลับรถ
(๗) บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร
เว้นแต่รถลากเข็นส�ำหรับทารก คนป่วยหรือ
คนพกิ าร
(๘) โดยไมค่ ำ� นงึ ถงึ ความปลอดภยั หรอื
ความเดอื ดร้อนของผอู้ ื่น
6๖2๒ พระราชบญั ญัตจิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับลา่ สดุ )
(๙)17 ในขณะใชโ้ ทรศพั ทเ์ คลอ่ื นท่ี เวน้ แต่
การใช้โทรศัพท์เคล่ือนท่ีโดยใช้อุปกรณ์เสริม
ส�ำหรับการสนทนาโดยผู้ขับข่ีไม่ต้องถือหรือจับ
โทรศัพท์เคลื่อนท่ีนั้น
(ฝา่ ฝืนมาตรา ๔๓ (๑) (๕) (๘) มอี ตั รา
โทษตามที่ก�ำหนดในมาตรา ๑๖๐ ไม่สามารถ
เปรียบ เทียบปรับได)้
(ฝา่ ฝืนมาตรา ๔๓ (๒) มอี ตั ราโทษตามท่ี
ก�ำหนดในมาตรา ๑๖๐ ตรี ไม่สามารถเปรียบ
เทียบปรับได้)
(ฝ่าฝนื มาตรา ๔๓ (๓) (๔) (๖) (๗) (๙) มี
โทษปรบั ตงั้ แต่ ๔๐๐ – ๑,๐๐๐ บาท ตามมาตรา
๑๕๗)
17 มาตรา ๔๓ (๙) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก
(ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๑
พระราชบญั ญัตจิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับลา่ สดุ ) ๖6๓3
มาตรา ๔๓ ทว1ิ 8 ห ้ า ม มิ ใ ห ้ ผู ้ ขั บ ขี่
เสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วย
ยาเสพติดใหโ้ ทษ หรือเสพวัตถุทอี่ อกฤทธ์ิต่อจิต
และประสาทตามกฎหมายวา่ ดว้ ยวตั ถทุ อี่ อกฤทธ์ิ
ต่อจิตและประสาท ทั้งน้ี ตามท่ีผู้บัญชาการ
ต� ำ ร ว จ แ ห ่ ง ช า ติ ก� ำ ห น ด โ ด ย ป ร ะ ก า ศ ใ น
ราชกิจจานุเบกษา
ใหห้ วั หนา้ เจา้ พนกั งานจราจร* พนกั งาน
สอบสวน เจา้ พนกั งานจราจร* หรอื ผตู้ รวจการมี
อำ� นาจจดั ใหม้ กี ารตรวจสอบผขู้ บั ขร่ี ถบางประเภท
ตามท่ีผู้บัญชาการต�ำรวจแห่งชาติก�ำหนดโดย
ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาวา่ ไดเ้ สพยาเสพตดิ
ใหโ้ ทษหรอื เสพวตั ถทุ อ่ี อกฤทธต์ิ อ่ จติ และประสาท
ตามวรรคหนง่ึ หรอื ไม่ และหากผลการตรวจสอบ
ในเบอื้ งตน้ ปรากฏวา่ ผขู้ บั ขน่ี น้ั ไมไ่ ดเ้ สพกใ็ หผ้ ขู้ บั ข่ี
18 มาตรา ๔๓ ทวิ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติจราจร
ทางบก (ฉบับท่ี ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒
6๖4๔ พระราชบัญญัตจิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ล่าสุด)
นน้ั ขบั รถตอ่ ไปได้
ในกรณีท่ีผู้ขับข่ีตามวรรคสองไม่ยอมให้
ตรวจสอบ ให้หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร*
พนักงานสอบสวน เจ้าพนักงานจราจร* หรือ
ผตู้ รวจการมอี ำ� นาจกกั ตวั ผนู้ นั้ ไว้ เพอ่ื ดำ� เนนิ การ
ตรวจสอบได้ภายในระยะเวลาเท่าท่ีจ�ำเป็นแห่ง
กรณเี พอ่ื ใหก้ ารตรวจสอบเสรจ็ สนิ้ ไปโดยเรว็ และ
เมือ่ ผ้นู ั้นยอมรับการตรวจสอบแล้ว หากผลการ
ตรวจสอบในเบื้องต้นปรากฏว่าไม่ได้เสพ ก็ให้
ปลอ่ ยตวั ไปทนั ที
การตรวจสอบตามมาตรานใี้ หเ้ ปน็ ไปตาม
หลกั เกณฑ์และวิธีการที่กำ� หนดในกฎกระทรวง
(ฝา่ ฝืนมาตรา ๔๓ ทวิ วรรคหน่งึ มอี ัตรา
โทษตามทกี่ ำ� หนดในมาตรา ๑๕๗/๑ ไมส่ ามารถ
เปรียบ เทยี บปรบั ได้)
(ไม่ปฏิบัติตามค�ำส่ังท่ีให้มีการตรวจสอบ
ผขู้ บั ขี่ มาตรา ๔๓ ทวิ วรรคสอง มอี ตั ราโทษปรบั
พระราชบญั ญัตจิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ลา่ สุด) ๖6๕5
ไม่เกนิ ๑,๐๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๕๗/๑)
มาตรา ๔๓ ตร1ี 9 ในกรณีมีเหตุอันควร
เชือ่ ว่าผู้ขบั ข่ีผูใ้ ดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ (๑) หรือ (๒)
ผู้ตรวจการมีอ�ำนาจส่ังให้ผู้นั้นหยุดรถและสั่งให้
มีการทดสอบตามมาตรา ๑๔๒ ดว้ ย
(ไม่ปฏิบัติตามค�ำสั่งที่ให้มีการทดสอบ
ผู้ขับข่ี มาตรา ๔๓ ตรี มีอัตราโทษปรับไม่เกิน
๑,๐๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๕๗/๑)
มาตรา ๔๓ จตั วา20 ในกรณที ผ่ี ตู้ รวจการ
พบวา่ ผู้ขับขี่ผใู้ ดฝา่ ฝืนมาตรา ๔๓ (๑) หรือ (๒)
หรือมาตรา ๔๓ ทวิ วรรคหน่ึง ให้ผู้ตรวจการ
ส่งตัวผู้นั้นพร้อมพยานหลักฐานในเบ้ืองต้นแก่
19 มาตรา ๔๓ ตรี เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก
(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒
20 มาตรา ๔๓ จัตวา เพ่มิ โดยพระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก
(ฉบบั ที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒
๖66๖ พระราชบญั ญตั ิจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับลา่ สุด)
พนักงานสอบสวนผู้มีอ�ำนาจโดยเร็ว แต่ต้องไม่
เกินหกชั่วโมงนับแต่เวลาที่พบการกระท�ำความ
ผดิ ดงั กลา่ ว เพื่อดำ� เนนิ คดตี ่อไป
มาตรา ๔๓ เบญจ21 ใ น ก า ร ป ฏิ บั ติ
หนา้ ทต่ี ามมาตรา ๔๓ ทวิ และมาตรา ๔๓ ตรี
ใหผ้ ตู้ รวจการแสดงบตั รประจำ� ตวั ของตนซงึ่ ออก
ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกหรือ
กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ต่อผ้ซู ง่ึ เกีย่ วขอ้ ง
21 มาตรา ๔๓ เบญจ เพิ่มโดยพระราชบญั ญัติจราจรทางบก
(ฉบบั ที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒
พระราชบญั ญัตจิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับล่าสดุ ) ๖6๗7
หมวด ๒
การขบั แซงและผา่ นขึน้ หนา้
มาตรา ๔๔22 ผู้ขับขี่ซ่ึงประสงค์จะขับรถ
แซงเพอ่ื ขนึ้ หนา้ รถอน่ื ในทางเดนิ รถ ซงึ่ ไมไ่ ดแ้ บง่
ช่องทางเดินรถไว้ ต้องให้สัญญาณโดยกระพริบ
ไฟหนา้ หลายครงั้ หรอื ใหไ้ ฟสญั ญาณยกเลยี้ วขวา
หรอื ใหเ้ สยี งสญั ญาณดงั พอทจ่ี ะใหผ้ ขู้ บั ขซ่ี ง่ึ ขบั รถ
คนั หนา้ ใหส้ ญั ญาณตอบตามมาตรา ๓๗ (๓) หรอื
มาตรา ๓๘ (๓) และเมอ่ื เหน็ วา่ ไมเ่ ปน็ การกดี ขวาง
รถอนื่ ทกี่ ำ� ลงั แซงแลว้ จงึ จะแซงขนึ้ หนา้ ได้
การแซงต้องแซงด้านขวาโดยมีระยะห่าง
จากรถทถ่ี กู แซงพอสมควร เมื่อเห็นว่าได้ขับผา่ น
ขน้ึ หนา้ รถทถ่ี กู แซงไปในระยะทหี่ า่ งเพยี งพอแลว้
22 มาตรา ๔๔ วรรคหน่งึ แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิ
จราจรทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๓๕
6๖8๘ พระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ลา่ สุด)
จงึ จะขบั ชิดด้านซ้ายของทางเดินรถได้
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๔๔ มโี ทษปรบั ไมเ่ กนิ ๕๐๐
บาท ตามมาตรา ๑๔๘)
มาตรา ๔๕ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถแซง
เพอ่ื ขน้ึ หนา้ รถอน่ื ดา้ นซา้ ย เวน้ แตใ่ นกรณตี อ่ ไปนี้
(๑) รถท่ีจะถูกแซงก�ำลังเลี้ยวขวาหรือ
ให้สัญญาณว่าจะเลยี้ วขวา
(๒) ทางเดินรถนั้นได้จัดแบ่งเป็นช่อง
เดินรถในทศิ ทางเดยี วกันไว้ตงั้ แต่สองช่องขน้ึ ไป
การขบั รถแซงดา้ นซา้ ยตาม (๑) หรอื (๒)
จะกระท�ำได้เม่ือไม่มีรถอ่ืนตามมาในระยะ
กระชั้นชดิ และมคี วามปลอดภัยพอ
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๔๕ มโี ทษปรบั ตงั้ แต่ ๔๐๐
– ๑,๐๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๕๗)
พระราชบัญญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับล่าสดุ ) ๖6๙9
มาตรา ๔๖ ห้ามมิให้ผู้ขับข่ีขับรถแซง
เพือ่ ขนึ้ หนา้ รถอืน่ ในกรณีตอ่ ไปนี้
(๑) เม่ือรถก�ำลังขึ้นทางชัน ขึ้นสะพาน
หรอื อยใู่ นทางโคง้ เวน้ แตจ่ ะมเี ครอ่ื งหมายจราจร
ให้แซงได้
(๒) ภายในระยะสามสิบเมตรก่อนถึง
ทางข้าม ทางร่วมทางแยก วงเวียนหรือเกาะ
ทสี่ รา้ งไว้ หรอื ทางเดินรถทตี่ ัดข้ามทางรถไฟ
(๓) เมอ่ื มหี มอก ฝน ฝนุ่ หรอื ควนั จนทำ� ให้
ไมอ่ าจเหน็ ทางขา้ งหนา้ ไดใ้ นระยะหกสบิ เมตร
(๔) เมื่อเขา้ ที่คบั ขันหรือเขตปลอดภัย
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๔๖ มโี ทษปรบั ตง้ั แต่ ๔๐๐
– ๑,๐๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๕๗)
มาตรา ๔๗ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถแซง
หรือผ่านข้ึนหน้ารถอื่นล�้ำเข้าไปในเส้นกึ่งกลาง
ของทางเดนิ รถทีก่ �ำหนดไว้ หรือท่ีมเี คร่อื งหมาย
๗70๐ พระราชบัญญัตจิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ล่าสดุ )
จราจรแสดงเขตอันตราย หรือเขตให้ใช้ความ
ระมดั ระวงั บนทางเดินรถ
ในกรณที ท่ี างเดนิ รถดา้ นซา้ ยมสี ง่ิ กดี ขวาง
ทเ่ี ปน็ อปุ สรรคแกก่ ารจราจรและทางเดนิ รถดา้ น
ขวามคี วามกวา้ งเพยี งพอ ผขู้ บั ขจี่ ะขบั รถหลกี สง่ิ
กดี ขวางลำ�้ เขา้ ไปในเสน้ กงึ่ กลางของทางเดนิ รถท่ี
หวั หนา้ เจา้ พนกั งานจราจร*กำ� หนดไวก้ ไ็ ด้ ในเมอื่
ไม่กีดขวางการจราจรของรถท่ีสวนทางมา
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๔๗ มโี ทษปรบั ตง้ั แต่ ๔๐๐
– ๑,๐๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๕๗)
มาตรา ๔๘ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถแซง
หรอื ผา่ นขน้ึ หนา้ รถคนั อนื่ ลำ�้ เขา้ ไปในชอ่ งเดนิ รถ
ประจ�ำทาง เว้นแต่ในกรณีที่มีส่ิงกีดขวางการ
จราจรในทางเดนิ รถขา้ งหนา้ หรอื เมอื่ ตอ้ งปฏบิ ตั ิ
ตามค�ำสั่งของหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร* แต่
ทง้ั นจ้ี ะขบั รถอยใู่ นชอ่ งเดนิ รถประจำ� ทางไดเ้ พยี ง
พระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ล่าสดุ ) ๗7๑1
เทา่ ท่จี �ำเปน็ เท่านัน้
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๔๘ มโี ทษปรบั ตง้ั แต่ ๔๐๐
– ๑,๐๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๕๗)
มาตรา ๔๙ เม่ือได้รับสัญญาณขอ
แซงข้ึนหน้าจากรถคันที่อยู่ข้างหลัง ผู้ขับข่ีซ่ึง
ขบั รถทม่ี คี วามเรว็ ชา้ หรอื รถทใี่ ชค้ วามเรว็ ตำ�่ กวา่
ความเร็วของรถอื่นที่ขับไปในทิศทางเดียวกัน
ต้องยอมให้รถท่ีใช้ความเร็วสูงกว่าผ่านข้ึนหน้า
ผู้ขับข่ีที่ถูกขอทางต้องให้สัญญาณตอบตาม
มาตรา ๓๗ (๓) หรอื มาตรา ๓๘ (๓) เมอ่ื เหน็ วา่
ทางเดินรถขา้ งหนา้ ปลอดภยั และไม่มรี ถอนื่ สวน
ทางมาในระยะกระช้ันชิด และต้องลดความเร็ว
ของรถและขบั รถชดิ ดา้ นซา้ ยของทางเดนิ รถเพอ่ื
ใหร้ ถทจี่ ะแซงผา่ นขน้ึ หน้าได้โดยปลอดภัย
(ฝ่าฝืนมาตรา ๔๙ มีโทษปรับไม่เกิน
๑,๐๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๕๒)
7๗2๒ พระราชบญั ญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับลา่ สดุ )
หมวด ๓
การออกรถ การเลย้ี วรถและการกลับรถ
มาตรา ๕๐ การขับรถออกจากท่ีจอด
ถ้ามีรถจอดหรือมีสิ่งกีดขวางอยู่ข้างหน้า ผู้ขับข่ี
ตอ้ งใหส้ ัญญาณด้วยมอื และแขนตามมาตรา ๓๗
หรอื ไฟสญั ญาณตามมาตรา ๓๘ และจะขบั รถไป
ได้เม่ือเห็นว่าปลอดภัยและไม่เป็นการกีดขวาง
การจราจรของรถอืน่
(ฝ่าฝืนมาตรา ๕๐ มีโทษปรับไม่เกิน
๑,๐๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๕๒)
มาตรา ๕๑ การเลย้ี วรถ ใหป้ ฏบิ ตั ดิ งั น้ี
(๑) ถา้ จะเล้ียวซ้าย
(ก) ในกรณที ไี่ มไ่ ดแ้ บง่ ชอ่ งเดนิ รถ
ไว้ ใหผ้ ู้ขบั ขขี่ ับรถชิดทางเดนิ รถด้านซา้ ย
พระราชบญั ญตั ิจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ล่าสดุ ) ๗7๓3
(ข) ในกรณที มี่ กี ารแบง่ ชอ่ งเดนิ รถ
ไว้ และมเี ครอื่ งหมายจราจรแสดงใหเ้ ลย้ี วซา้ ยได้
ใหผ้ ขู้ บั ขขี่ บั รถในชอ่ งเดนิ รถสำ� หรบั รถทจี่ ะเลยี้ ว
ซ้าย ทั้งน้ี ก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อยกว่าสามสิบ
เมตร
(ค) ในกรณีท่ีมีช่องเดินรถประจ�ำ
ทางอยทู่ างเดนิ รถดา้ นซา้ ยสดุ ใหผ้ ขู้ บั ขข่ี บั รถชดิ
ช่องเดินรถประจ�ำทางก่อนถึงทางเล้ียวไม่น้อย
กว่าสามสิบเมตร และจะเล้ียวรถผ่านเข้าไปใน
ช่องเดินรถประจ�ำทางได้เฉพาะในบริเวณท่ีมี
เครอ่ื งหมายจราจรใหเ้ ลี้ยวรถผา่ นไดเ้ ทา่ น้นั
(๒) ถ้าจะเล้ยี วขวา
(ก) สำ� หรบั ทางเดนิ รถทไ่ี มไ่ ดแ้ บง่
ชอ่ งเดนิ รถไว้ ใหผ้ ขู้ บั ขขี่ บั รถชดิ ทางดา้ นขวาของ
แนวก่ึงกลางของทางเดินรถก่อนถึงทางเล้ียวไม่
น้อยกวา่ สามสบิ เมตร
7๗4๔ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับล่าสดุ )
(ข) ส�ำหรับทางเดินรถที่ได้แบ่ง
ชอ่ งเดนิ รถในทศิ ทางเดยี วกนั ไวต้ ง้ั แตส่ องชอ่ งขนึ้
ไป ให้ผู้ขับข่ีขับรถชิดทางด้านขวาสุดของทาง
เดนิ รถหรอื ในชอ่ งทมี่ เี ครอ่ื งหมายจราจรแสดงให้
เล้ียวขวาได้ ท้ังน้ี ก่อนถึงทางเล้ียวไม่น้อยกว่า
สามสบิ เมตร
(ค) ในกรณีท่ีมีช่องเดินรถประจ�ำ
ทางอยทู่ างเดนิ รถดา้ นขวาสดุ ใหผ้ ขู้ บั ขข่ี บั รถชดิ
ช่องเดินรถประจ�ำทางก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อย
กว่าสามสิบเมตร และจะเล้ียวรถผ่านเข้าไปใน
ช่องเดินรถประจ�ำทางได้เฉพาะในบริเวณท่ีมี
เครื่องหมายจราจรให้เลย้ี วรถผ่านได้เทา่ นั้น
(ง) ส� ำ ห รั บ ท า ง เ ดิ น ร ถ ที่ มี
หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร*หรือเจ้าพนักงาน
จราจร* แสดงสัญญาณจราจรด้วยมือและ
แขน ให้ผู้ขับข่ีขับรถเลี้ยวขวาผ่านไปได้โดย
ไม่ต้องอ้อมหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร*หรือ
พระราชบญั ญัตจิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ล่าสดุ ) ๗7๕5
เจา้ พนักงานจราจร*
(จ) เมอ่ื รถอยใู่ นทางรว่ มทางแยก
ผู้ขับข่ีต้องให้รถท่ีสวนมาในทางเดินรถทาง
เดยี วกนั ผา่ นทางรว่ มทางแยกไปกอ่ น เมอ่ื เหน็ วา่
ปลอดภยั แล้วจงึ ให้เลย้ี วขวาไปได้
(๓) ถ้าจะเลี้ยวอ้อมวงเวียนหรือเกาะ
ที่สร้างไว้ ให้ผู้ขับขี่ขับรถอ้อมไปทางซ้ายของ
วงเวยี นหรอื เกาะนน้ั
ในกรณตี าม (๑) และ (๒) ผขู้ ับข่ีต้องใช้
ความระมดั ระวงั และตอ้ งหยดุ ใหท้ างแกผ่ ทู้ กี่ ำ� ลงั
ขา้ มทางและรถทก่ี ำ� ลงั ผา่ นทางรว่ มทางแยกจาก
ทางด้านอ่ืนก่อน เว้นแต่ในกรณีท่ีมีรถเล้ียวซ้าย
และเลย้ี วขวาพรอ้ มกนั ใหร้ ถเลยี้ วซา้ ยใหท้ างแก่
รถเลี้ยวขวากอ่ น
(ฝ่าฝืนมาตรา ๕๑ มีโทษปรับไม่เกิน
๕๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๔๘)
7๗6๖ พระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับลา่ สดุ )
มาตรา ๕๒23 ในทางเดินรถท่ีสวนกันได้
ห้ามมิให้ผู้ขับขี่กลับรถหรือเล้ียวรถทางขวาใน
เมอื่ มรี ถอน่ื สวนหรอื ตามมาในระยะนอ้ ยกวา่ หนง่ึ
ร้อยเมตร เว้นแต่เม่ือเห็นว่าปลอดภัยและไม่
เป็นการกีดขวางการจราจรของรถอื่น
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๕๒ มโี ทษปรบั ตงั้ แต่ ๒๐๐
- ๕๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๕๑)
มาตรา ๕๓ หา้ มมใิ ห้ผขู้ ับข่ี
(๑) เลย้ี วรถหรอื กลบั รถในทางเดนิ รถท่ี
มีเคร่อื งหมายห้ามเลี้ยวขวา หา้ มเลีย้ วซ้าย หรอื
หา้ มกลับรถ
(๒) กลับรถท่ีเขตปลอดภัย ท่ีคับขัน
บนสะพาน หรือในระยะหนึ่งร้อยเมตรจากทาง
23 มาตรา ๕๒ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทาง
บก (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕
พระราชบัญญตั ิจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ล่าสุด) ๗7๗7
ราบของเชงิ สะพาน
(๓) กลับรถที่ทางร่วมทางแยก เว้นแต่
จะมีเครื่องหมายจราจรให้กลับรถในบริเวณดัง
กล่าวได้
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๕๓ มโี ทษปรบั ตงั้ แต่ ๔๐๐
– ๑,๐๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๕๗)
หมวด ๔
การหยุดรถและจอดรถ
มาตรา ๕๔ การหยุดรถหรือการจอด
รถในทางเดินรถ ผู้ขับข่ีต้องให้สัญญาณด้วยมือ
และแขนตามมาตรา ๓๗ หรือไฟสัญญาณตาม
มาตรา ๓๘ กอ่ นทจ่ี ะหยดุ รถหรอื จอดรถในระยะ
ไมน่ อ้ ยกวา่ สามสบิ เมตร และจะหยดุ รถหรอื จอด
รถได้เมอื่ ผู้ขบั ขีเ่ ห็นวา่ ปลอดภยั และไมเ่ ป็นการ
กดี ขวางการจราจร
7๗8๘ พระราชบัญญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับล่าสุด)
ผู้ขับขี่ต้องจอดรถทางด้านซ้ายของทาง
เดินรถ และจอดรถให้ด้านซ้ายของรถขนานชิด
กบั ขอบทางหรอื ไหลท่ างในระยะหา่ งไมเ่ กนิ ยส่ี บิ
ห้าเซนติเมตร หรือจอดรถตามทิศทางหรือด้าน
หนง่ึ ดา้ นใดของทางเดนิ รถทห่ี วั หนา้ เจา้ พนกั งาน
จราจร*ก�ำหนดไว้ แต่ในกรณีที่มีช่องเดินรถ
ประจ�ำทางอยู่ทางด้านซ้ายสุดของทางเดินรถ
หา้ มมใิ หผ้ ขู้ บั ขจี่ อดรถในลกั ษณะดงั กลา่ วในเวลา
ทก่ี �ำหนดใหใ้ ชช้ อ่ งเดินรถประจ�ำทางนัน้
(ฝ่าฝืนมาตรา ๕๔ มีโทษปรับไม่เกิน
๕๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๔๘)
มาตรา ๕๕ หา้ มมใิ ห้ผู้ขบั ขี่หยดุ รถ
(๑) ในช่องเดินรถ เว้นแต่หยุดชิดขอบ
ทางด้านซ้ายของทางเดินรถในกรณีที่ไม่มี
ช่องเดนิ รถประจำ� ทาง
(๒) บนทางเท้า
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ลา่ สดุ ) ๗7๙9
(๓) บนสะพานหรือในอุโมงค์
(๔) ในทางรว่ มทางแยก
(๕) ในเขตท่ีมีเคร่ืองหมายจราจรห้าม
หยดุ รถ
(๖) ตรงปากทางเขา้ ออกของอาคารหรอื
ทางเดินรถ
(๗) ในเขตปลอดภยั
(๘)24 ในลกั ษณะกดี ขวางการจราจร
ความในวรรคหน่ึงมิให้ใช้บังคับแก่ผู้ขับข่ี
ซึ่งจ�ำเป็นต้องหยุดรถเพราะมีส่ิงกีดขวางอยู่ใน
ทางเดินรถ หรือเครื่องยนต์หรือเคร่ืองอุปกรณ์
ของรถขดั ขอ้ งหรอื ในกรณที ปี่ ฏบิ ตั ติ ามสญั ญาณ
จราจรหรอื เครอ่ื งหมายจราจร
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๕๕ วรรคหนึ่ง มีโทษปรับ
ไม่เกิน ๕๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๔๘)
24 มาตรา ๕๕ (๘) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก
(ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕
๘80๐ พระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับล่าสุด)
มาตรา ๕๖ ในกรณีท่ีเคร่ืองยนต์หรือ
เคร่ืองอุปกรณ์ของรถขัดข้องจนต้องจอดรถใน
ทางเดนิ รถ ผขู้ บั ขต่ี อ้ งนำ� รถใหพ้ น้ ทางเดนิ รถโดย
เร็วท่สี ดุ
ในกรณีตามวรรคหน่ึงถ้าจ�ำเป็นต้องจอด
รถอยใู่ นทางเดนิ รถ ผขู้ บั ขต่ี อ้ งจอดรถในลกั ษณะ
ที่ไม่กีดขวางการจราจร และต้องแสดง
เครื่องหมายหรือสัญญาณตามลักษณะและ
เงื่อนไขทีก่ ำ� หนดในกฎกระทรวง
(ฝ่าฝืนมาตรา ๕๖ มีโทษปรับไม่เกิน
๑,๐๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๕๒)
มาตรา ๕๗ เว้นแต่จะได้มีบทบัญญัติ
กฎ หรือข้อบังคับตามพระราชบัญญัตินี้ก�ำหนด
ไวเ้ ปน็ อยา่ งอ่ืน หา้ มมใิ หผ้ ูข้ ับขี่จอดรถ
(๑) บนทางเทา้
(๒) บนสะพานหรือในอโุ มงค์
พระราชบญั ญตั ิจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ลา่ สดุ ) ๘8๑1
(๓) ในทางรว่ มทางแยก หรอื ในระยะสบิ
เมตรจากทางร่วมทางแยก
(๔) ในทางข้าม หรือในระยะสามเมตร
จากทางข้าม
(๕) ในเขตที่มีเครื่องหมายจราจรห้าม
จอดรถ
(๖) ในระยะสามเมตรจากทอ่ นำ้� ดบั เพลงิ
(๗) ในระยะสิบเมตรจากที่ติดตั้ง
สญั ญาณจราจร
(๘) ในระยะสิบห้าเมตรจากทางรถไฟ
ผา่ น
(๙) ซอ้ นกนั กบั รถอนื่ ทจี่ อดอยกู่ อ่ นแลว้
(๑๐) ตรงปากทางเข้าออกของอาคาร
หรือทางเดินรถ หรือในระยะห้าเมตรจากปาก
ทางเดนิ รถ
(๑๑) ระหวา่ งเขตปลอดภยั กบั ขอบทาง
หรือในระยะสิบเมตรนับจากปลายสุดของเขต
ปลอดภยั ทั้งสองขา้ ง
๘82๒ พระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับล่าสดุ )
(๑๒) ในที่คบั ขัน
(๑๓) ในระยะสิบห้าเมตรก่อนถึง
เครื่องหมาย หยุดรถประจ�ำทางและเลย
เครือ่ งหมายไปอกี สามเมตร
(๑๔) ในระยะสามเมตรจากตู้ไปรษณยี ์
(๑๕) ในลักษณะกดี ขวางการจราจร
(ฝ่าฝืนมาตรา ๕๗ มีโทษปรับไม่เกิน
๕๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๔๘)
มาตรา ๕๘ การจอดรถในทางเดินรถ
ทีผ่ ขู้ บั ขี่ไมอ่ าจอยคู่ วบคุมรถนัน้ ผขู้ บั ข่ีตอ้ งหยดุ
เครื่องยนตแ์ ละหา้ มล้อรถนั้นไว้
การจอดรถในทางเดินรถที่เป็นทางลาด
หรอื ชนั ผขู้ บั ขต่ี อ้ งหนั ลอ้ หนา้ ของรถเขา้ ขอบทาง
(ฝ่าฝืนมาตรา ๕๘ มีโทษปรับไม่เกิน
๕๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๔๘)
พระราชบญั ญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ล่าสุด) ๘8๓3
มาตรา ๕๙25 หัวหน้าเจ้าพนักงาน
จราจร*หรือเจ้าพนักงานจราจร*มีอ�ำนาจสั่งให้
ผู้ขับข่ีเคล่ือนย้ายรถที่หยุดหรือจอดอยู่อัน
เปน็ การฝ่าฝนื บทแห่งพระราชบญั ญตั นิ ไี้ ด้
หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร* หรือ
เจา้ พนกั งานจราจร* หรอื ผทู้ ไี่ ดร้ บั มอบหมายจาก
หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร*หรือเจ้าพนักงาน
จราจร*ภายใตก้ ารควบคมุ ดแู ลของบคุ คลดงั กลา่ ว
มีอ�ำนาจเคลื่อนย้ายรถที่หยุดหรือจอดอยู่อัน
เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้
หรอื ใชเ้ ครอื่ งมอื บงั คบั ไมใ่ หเ้ คลอ่ื นยา้ ยรถดงั กลา่ ว
ไดต้ ามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารทผี่ บู้ ญั ชาการตำ� รวจ
แหง่ ชาตกิ ำ� หนด26
25 มาตรา ๕๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทาง
บก (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕
26 มาตรา ๕๙ วรรคสอง แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ โดยคำ� สง่ั หวั หนา้ คณะ
รกั ษาความสงบแหง่ ชาติท่ี ๑๔/๒๕๖๐ เรือ่ ง มาตรการเพิ่ม
ประสทิ ธภิ าพการบงั คบั ใชก้ ฎหมายวา่ ดว้ ยการจราจรทางบก
๘84๔ พระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ลา่ สุด)
การเคลอื่ นยา้ ยรถหรอื ใชเ้ ครอ่ื งมอื บงั คบั
ให้รถท่ีหยุดหรือจอดอยู่ไม่ให้เคลื่อนย้ายได้ตาม
วรรคสองหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร* หรือ
เจา้ พนกั งานจราจร* หรอื ผทู้ ไ่ี ดร้ บั มอบหมายจาก
หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร*หรือเจ้าพนักงาน
จราจร* ไม่ต้องรบั ผดิ สำ� หรบั ความเสยี หายใด ๆ
ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามมาตราน้ี เว้นแต่
ความเสียหายนั้นจะเกิดขึ้นจากการกระท�ำโดย
จงใจหรอื ประมาทเลนิ เลอ่ 27
เจ้าของรถหรือผู้ขับขี่ต้องช�ำระค่าใช้จ่าย
ในการที่รถถูกเคล่ือนย้ายหรือการใช้เคร่ืองมือ
บงั คบั ไมใ่ หเ้ คลอื่ นยา้ ย ตลอดจนคา่ ดแู ลรกั ษารถ
ระหว่างที่อยู่ในความครอบครองของหัวหน้า
เจ้าพนักงานจราจร*หรือเจ้าพนักงานจราจร*
27 มาตรา ๕๙ วรรคสาม แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ โดยคำ� สงั่ หวั หนา้ คณะ
รักษาความสงบแหง่ ชาตทิ ี่ ๑๔/๒๕๖๐ เรื่อง มาตรการเพ่มิ
ประสทิ ธภิ าพการบงั คบั ใชก้ ฎหมายวา่ ดว้ ยการจราจรทางบก
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ล่าสุด) ๘8๕5
หรอื ผทู้ ไ่ี ดร้ บั มอบหมายจากหวั หนา้ เจา้ พนกั งาน
จราจร*หรอื เจา้ พนกั งานจราจร* ทงั้ น้ี ตามอตั รา
ท่ีก�ำหนดในกฎกระทรวง28
เงนิ ทไี่ ดจ้ ากเจา้ ของรถหรอื ผขู้ บั ขซ่ี งึ่ ชำ� ระ
ตามวรรคสี่ เป็นรายได้ท่ีไม่ต้องน�ำส่งกระทรวง
การคลงั และใหน้ ำ� มาเปน็ คา่ ใชจ้ า่ ยในการปฏบิ ตั ิ
การตามมาตรานี้ตามระเบียบท่ีผู้บัญชาการ
ตำ� รวจแห่งชาติก�ำหนด
ในกรณที เี่ จา้ ของรถหรอื ผขู้ บั ขไี่ มช่ ำ� ระคา่
ใช้จ่ายและค่าดูแลรักษาตามวรรคส่ี หัวหน้าเจ้า
พนักงานจราจร*หรือเจ้าพนักงานจราจร*มี
อ�ำนาจยดึ หน่วงรถน้นั ไว้ไดจ้ นกว่าจะได้รบั ช�ำระ
ค่าใช้จ่ายและค่าดูแลรักษาดังกล่าว โดยใน
ระหว่างที่ยึดหน่วงน้ันให้ค�ำนวณค่าดูแลรักษา
28 มาตรา ๕๙ วรรคส่ี แก้ไขเพิ่มเติมโดยค�ำส่ังหัวหน้าคณะ
รักษาความสงบแห่งชาติที่ ๑๔/๒๕๖๐ เรอ่ื ง มาตรการเพ่มิ
ประสทิ ธภิ าพการบงั คบั ใชก้ ฎหมายวา่ ดว้ ยการจราจรทางบก
๘86๖ พระราชบัญญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ล่าสุด)
เปน็ รายวัน ถ้าพน้ ก�ำหนดสามเดือนแล้วเจ้าของ
รถหรือผู้ขับข่ียังไม่ช�ำระค่าใช้จ่ายและค่าดูแล
รักษาดังกล่าว ให้หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร*
หรือเจ้าพนักงานจราจร*มีอ�ำนาจน�ำรถนั้นออก
ขายทอดตลาดได้ เงนิ ทไี่ ดจ้ ากการขายทอดตลาด
เม่ือได้หักค่าใช้จ่ายในการขายทอดตลาด
ค่าใช้จ่ายและค่าดูแลรักษาที่ค้างช�ำระแล้ว
เหลือเงินเท่าใดให้คืนแก่เจ้าของหรือผู้มีสิทธิท่ี
แท้จรงิ ต่อไป
(ไมป่ ฏบิ ตั ติ ามคำ� สง่ั ตามมาตรา ๕๙ วรรค
หนงึ่ หรอื ขดั ขวางการดำ� เนนิ การตามมาตรา ๕๙
วรรคสอง มโี ทษจำ� คุกไมเ่ กิน ๓ เดอื น หรอื ปรบั
ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท หรือท้ังจ�ำท้ังปรับ ตาม
มาตรา ๑๕๙ วรรคหนงึ่ )
(ท�ำให้เสียหาย ท�ำลาย ท�ำให้เสื่อมค่า
หรอื ทำ� ใหไ้ รป้ ระโยชนซ์ งึ่ เครอื่ งมอื บงั คบั รถ หรอื
เคลอ่ื นยา้ ยรถทไ่ี ดใ้ ชเ้ ครอื่ งมอื บงั คบั รถโดยไมไ่ ด้
พระราชบัญญตั ิจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับล่าสดุ ) ๘8๗7
รบั อนญุ าต มโี ทษจำ� คกุ ไมเ่ กนิ ๓ เดอื น หรอื ปรบั
ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท หรือทั้งจ�ำท้ังปรับ ตาม
มาตรา ๑๕๙ วรรคสอง)
ความผิดตามมาตราน้ี ไม่สามารถ
เปรียบเทยี บปรับได้
มาตรา ๖๐ การหยุดรถหรือการจอด
รถในทางเดินรถนอกเขตเทศบาล ผู้ขับขี่ต้อง
หยดุ รถหรอื จอดรถ ณ ทซ่ี ง่ึ ผขู้ บั ขซี่ งึ่ ขบั รถอนื่ จะ
เหน็ ได้ในระยะไมน่ ้อยกวา่ หน่ึงรอ้ ยห้าสบิ เมตร
(ฝ่าฝืนมาตรา ๖๐ มีโทษปรับไม่เกิน
๕๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๔๘)
มาตรา ๖๑ ในเวลาที่มีแสงสว่างไม่
เพียงพอที่ผู้ขับข่ีจะมองเห็นรถที่จอดในทาง
เดนิ รถไดโ้ ดยชดั แจง้ ในระยะไมน่ อ้ ยกวา่ หนง่ึ รอ้ ย
ห้าสิบเมตร ผู้ขับขี่ซึ่งจอดรถในทางเดินรถหรือ
๘88๘ พระราชบัญญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับล่าสดุ )
ไหลท่ างตอ้ งเปดิ ไฟหรอื ใชแ้ สงสวา่ งตามประเภท
ลักษณะ และเงื่อนไขทก่ี �ำหนดในกฎกระทรวง
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๖๑ มโี ทษปรบั ตง้ั แต่ ๒๐๐
- ๕๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๕๑)
มาตรา ๖๒ ในทางเดินรถตอนใดท่ีมี
ทางรถไฟผ่าน ถ้าปรากฏวา่
(๑) มีเคร่ืองหมายหรือสัญญาณระวัง
รถไฟแสดงว่ารถไฟกำ� ลังจะผ่าน
(๒) มีส่ิงปิดก้ันหรือมีเจ้าหน้าท่ีให้
สญั ญาณแสดงวา่ รถไฟก�ำลังจะผา่ น
(๓) มเี สยี งสญั ญาณของรถไฟหรอื รถไฟ
กำ� ลงั แลน่ ผา่ นเขา้ มาใกลอ้ าจเกดิ อนั ตรายในเมอื่
จะขบั รถผ่านไป
ผขู้ บั ขตี่ อ้ งลดความเรว็ ของรถและหยดุ รถ
ให้ห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่าห้าเมตร เมื่อ
รถไฟผา่ นไปแลว้ และมเี ครอื่ งหมายหรอื สญั ญาณ
พระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับลา่ สดุ ) ๘8๙9
ใหร้ ถผ่านได้ ผ้ขู บั ขจี่ ึงจะขับรถผ่านไปได้
(ฝ่าฝืนมาตรา ๖๒ มีโทษปรับไม่เกิน
๕๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๔๘)
มาตรา ๖๓ ในทางเดินรถตอนใดท่ีมี
ทางรถไฟผ่านไม่ว่าจะมีเคร่ืองหมายระวังรถไฟ
หรือไม่ ถ้าทางรถไฟน้ันไม่มีสัญญาณระวังรถไฟ
หรือส่ิงปิดก้ัน ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วของรถ
และหยุดรถห่างจากทางรถไฟในระยะไม่น้อย
กว่าห้าเมตร เม่ือเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงจะ
ขับรถผ่านไปได้
(ฝ่าฝืนมาตรา ๖๓ มีโทษปรับไม่เกิน
๕๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๔๘)
มาตรา ๖๔ ในขณะทผ่ี ขู้ บั ขร่ี ถโรงเรยี น
หยุดรถในทางเดินรถเพ่ือรับส่งนักเรียนข้ึนหรือ
ลง ให้ผู้ขับข่ีซ่ึงขับรถอื่นตามมาในทิศทาง
๙90๐ พระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ลา่ สุด)
เดียวกันหรือสวนกันกับรถโรงเรียนใช้ความ
ระมัดระวังและลดความเร็วของรถ เมื่อเห็นว่า
ปลอดภยั จงึ ให้ขับรถผ่านไปได้
(ฝ่าฝืนมาตรา ๖๔ มีโทษปรับไม่เกิน
๑,๐๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๕๒)
พระราชบัญญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ลา่ สุด) ๙9๑1
ลักษณะ ๔
การใช้ทางเดินรถ
ทจ่ี ดั เป็นชอ่ งเดินรถประจ�ำทาง
มาตรา ๖๕ เม่ือหัวหน้าเจ้าพนักงาน
จราจร*ได้ประกาศก�ำหนดให้ช่องเดินรถใดเป็น
ช่องเดินรถประจ�ำทาง ผู้ขับขี่รถโดยสารประจ�ำ
ทางและรถบรรทุกคนโดยสารตามประเภทท่ี
ผู้บัญชาการต�ำรวจแห่งชาติก�ำหนด ซ่ึงอยู่ใน
ระหว่างรับส่งหรือบรรทุกคนโดยสาร ต้องขับข่ี
รถภายในชอ่ งเดินรถประจ�ำทาง และจะขับขีร่ ถ
ออกนอกช่องเดินรถประจ�ำทางได้เมื่อมีส่ิง
กดี ขวางอยใู่ นชอ่ งเดนิ รถประจำ� ทางนน้ั หรอื เมอื่
ตอ้ งปฏิบัติตามคำ� สัง่ ของเจา้ พนกั งานจราจร*
รถบรรทุกคนโดยสารประเภทใดจะต้อง
เดินในช่องเดินรถประจ�ำทางให้เป็นไปตามท่ี
ผบู้ ญั ชาการตำ� รวจแห่งชาตกิ ำ� หนดโดยประกาศ
9๙2๒ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับล่าสดุ )
ในราชกิจจานเุ บกษา
ในการประกาศก�ำหนดให้ช่องเดินรถใด
เป็นช่องเดินรถประจ�ำทางตามวรรคหนึ่ง จะ
ก�ำหนดเวลาการใช้ช่องเดินรถประจำ� ทางไว้ด้วย
ก็ได้
กรณีจ�ำเป็นเกี่ยวกับการจราจร หัวหน้า
เจ้าพนักงานจราจร*มีอ�ำนาจประกาศให้รถ
บรรทุกคนโดยสารประเภทหนึ่งประเภทใดที่
ผบู้ ญั ชาการตำ� รวจแหง่ ชาตกิ ำ� หนดตามวรรคสอง
จะต้องเดินในช่องเดินรถประจ�ำทางในทางสาย
ใดตอนใดกไ็ ด้
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๖๕ มโี ทษปรบั ตง้ั แต่ ๔๐๐
- ๑,๐๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๕๗)
มาตรา ๖๖ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถอื่น
นอกจากรถโดยสารประจำ� ทางหรอื รถบรรทกุ คน
โดยสารประเภทท่ีผู้บัญชาการต�ำรวจแห่งชาติ
พระราชบัญญัตจิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับล่าสุด) ๙9๓3
ก�ำหนด ขับรถในช่องเดินรถประจ�ำทาง เว้นแต่
จะปฏบิ ตั ิตามบทบญั ญตั ิแห่งพระราชบญั ญตั ิน้ี
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๖๖ มโี ทษปรบั ตง้ั แต่ ๒๐๐
- ๕๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๕๑)
๙94๔ พระราชบัญญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ลา่ สุด)
ลกั ษณะ ๕
ข้อกำ� หนดเกีย่ วกบั ความเรว็ ของรถ
มาตรา ๖๗ ผขู้ บั ขต่ี อ้ งขบั รถดว้ ยอตั รา
ความเร็วตามที่ก�ำหนดในกฎกระทรวงหรือตาม
เครื่องหมายจราจรที่ไดต้ ดิ ตง้ั ไว้ในทาง
เครื่องหมายจราจรที่ติดต้ังไว้ตามวรรค
หน่ึง จะก�ำหนดอัตราความเร็วข้ันสูงหรือข้ันต�่ำ
ก็ได้ แต่ต้องไม่เกินอัตราความเร็วท่ีก�ำหนดใน
กฎกระทรวง
(ฝ่าฝืนมาตรา ๖๗ มีโทษปรับไม่เกิน
๑,๐๐๐ บาท ตามมาตรา ๑๕๒)
มาตรา ๖๘ ผขู้ บั ขซ่ี งึ่ จะเลย้ี วรถ ใหร้ ถ
อ่ืนแซงหรือผ่านข้ึนหน้า จอดรถ หยุดรถ หรือ
กลับรถ ต้องลดความเร็วของรถ
พระราชบัญญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ล่าสดุ ) ๙9๕5
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๖๘ มโี ทษปรบั ไมเ่ กนิ ๕๐๐
บาท ตามมาตรา ๑๔๘)
มาตรา ๖๙ ผู้ขับขี่ซ่ึงขับรถในทาง
เดินรถบนเนินเขา บนสะพาน ท่ีเชิงสะพาน
ท่ีแคบ ทางโคง้ ทางลาด ทค่ี ับขนั หรือทม่ี ีหมอก
ฝน ฝุ่น หรือควัน จนท�ำให้ไม่อาจเห็นทางข้าง
หนา้ ไดใ้ นระยะหกสบิ เมตร ตอ้ งลดความเรว็ ของ
รถในลักษณะทจ่ี ะให้เกดิ ความปลอดภัย
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๖๙ มโี ทษปรบั ไมเ่ กนิ ๕๐๐
บาท ตามมาตรา ๑๔๘)
มาตรา ๗๐ ผขู้ บั ขซ่ี ง่ึ ขบั รถเขา้ ใกลท้ าง
รว่ มทางแยก ทางขา้ ม เสน้ ใหร้ ถหยดุ หรอื วงเวยี น
ตอ้ งลดความเร็วของรถ
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๗๐ มโี ทษปรบั ไมเ่ กนิ ๕๐๐
บาท ตามมาตรา ๑๔๘)
9๙6๖ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับล่าสุด)
ลักษณะ ๖
การขบั รถผ่านทางรว่ มทางแยก
หรอื วงเวียน
มาตรา ๗๑ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๑
และมาตรา ๒๖ เมื่อผู้ขับข่ีขับรถมาถึงทางร่วม
ทางแยก ใหผ้ ้ขู ับขป่ี ฏบิ ตั ดิ งั น้ี
(๑) ถ้ามีรถอื่นอยู่ในทางร่วมทางแยก
ผขู้ บั ขต่ี อ้ งใหร้ ถในทางรว่ มทางแยกนนั้ ผา่ นไปกอ่ น
(๒) ถ้ามาถึงทางร่วมทางแยกพร้อมกัน
และไม่มรี ถอยู่ในทางร่วมทางแยก ผู้ขบั ข่ีต้องให้
รถที่อยู่ทางด้านซ้ายของตนผ่านไปก่อน เว้นแต่
ในทางร่วมทางแยกใดมีทางเดินรถทางเอกตัด
ผ่านทางเดินรถทางโท ให้ผู้ขับขี่ซ่ึงขับรถใน
ทางเอกมีสทิ ธขิ ับผา่ นไปก่อน
พระราชบัญญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ล่าสุด) ๙9๗7
(๓)29 ถา้ สญั ญาณจราจรไฟสเี ขยี วปรากฏ
ข้างหน้า แต่ในทางร่วมทางแยกมีรถอ่ืนหยุด
ขวางอยู่จนไม่สามารถผ่านพ้นทางร่วมทางแยก
ไปได้ ผู้ขับขี่จะต้องหยุดรถที่หลังเส้นให้รถหยุด
จนกวา่ จะสามารถเคลอ่ื นรถผา่ นพน้ ทางรว่ มทาง
แยกไปได้
(ฝา่ ฝนื มาตรา ๗๑ มโี ทษปรบั ไมเ่ กนิ ๕๐๐
บาท ตามมาตรา ๑๔๘)
มาตรา ๗๒30 ทางเดินรถทางเอกได้แก่
ทางเดินรถ ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) ทางเดินรถที่ได้ติดต้ังเครื่องหมาย
จราจรแสดงว่าเปน็ ทางเดนิ รถทางเอก
29 มาตรา ๗๑ (๓) เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก
(ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕
30 มาตรา ๗๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทาง
บก (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕
๙98๘ พระราชบญั ญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบบั ล่าสดุ )
(๒) ทางเดนิ รถทมี่ ปี า้ ยหยดุ หรอื ปา้ ยทม่ี ี
ค�ำว่า “ให้ทาง” ติดต้ังไว้ หรือทางเดินรถท่ีมี
ค�ำว่าหยุดหรือเส้นหยุดซ่ึงเป็นเส้นขาวทึบหรือ
เสน้ ใหท้ างซ่งึ เปน็ เสน้ ขาวประบนผวิ ทาง ให้ทาง
เดนิ รถท่ขี วางข้างหน้าเปน็ ทางเดินรถทางเอก
(๓) ในกรณีที่ไม่มีเครื่องหมายจราจร
ตาม (๑) หรือไม่มีปา้ ยหรือเส้นหรือขอ้ ความบน
ผิวทางตาม (๒) ให้ทางเดินรถที่มีช่องเดินรถ
มากกวา่ เป็นทางเดินรถทางเอก
(๔) ถนนทตี่ ดั หรอื บรรจบกบั ตรอกหรอื
ซอย ให้ทางเดินรถท่ีเป็นถนนเป็นทางเดินรถ
ทางเอก
ทางเดินรถอ่ืนที่มิใช่ทางเดินรถทางเอก
ตามวรรคหนงึ่ ใหเ้ ป็นทางเดินรถทางโท
มาตรา ๗๓ ในกรณีที่วงเวียนใดได้
ติดตั้งสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจร
พระราชบญั ญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (ฉบับลา่ สดุ ) ๙9๙9