รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี คำนำ รายงานการประเมินตนเองตนเองของสถานศึกษา เป็นการสรุปผลการจัดการศึกษาที่สะท้อนผลการ พัฒนาการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากการบริหารจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับมาตรฐาน การศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพภายใน (ตามกฏกระทรวงการประกันคุณภาพ พ.ศ. 2561) 3 มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพเด็ก มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ และมาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผลการวิเคราะห์จุดเด่น จุดที่ควร พัฒนา และระบุแนวทางการพัฒนาสถานศึกษาในอนาคต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอรายงานผลการจัด การศึกษาในรอบปีที่ผ่านมาเพื่อให้ทราบผลผลิตและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นตามแผนและตามระบบประกันคุณภาพของ สถานศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาได้ใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงแผนและระบบประเมินคุณภาพภายในและนำเสนอ ผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อหน่วยงานต้นสังกัด และสาธารณชนได้รับทราบและรองรับการประกัน คุณภาพภายนอกต่อไป โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี ขอขอบคุณคณะผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครู ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่ร่วมพัฒนาร่วมประเมินคุณภาพ และร่วมจัดทำรายงานการประเมินตนเอง ของสถานศึกษา Self Assessment Report : SAR ให้สมบูรณ์ครบถ้วน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อมูล สารสนเทศ และข้อเสนอแนะในรายงานฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพ มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาให้สูงขึ้นต่อไป คณะผู้จัดทำ โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ สารบัญ บทสรุปสำหรับผู้บริหาร กำหนดค่าเป้าหมายตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย บทที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษา 1 บทที่ 2 การบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย -สภาพ ปัญหา จุดเน้น ความต้องการของชุมชนและสถานศึกษา -วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย สาระการเรียนรู้รายปี 4 4 4 -ผลการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและการนำหลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย ไปใช้ 15 -ผลการประเมินพัฒนาการเด็ก ตามหลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย 20 บทที่ 3 ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา 25 มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก 25 มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ 28 มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ -สรุปผลการพัฒนาและแนวทางการพัฒนาและความต้องการการช่วยเหลือ 32 35 ภาคผนวก -ผลการประเมินมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาระดับปฐมวัย - คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในโรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี -บันทึกการให้ความเห็นชอบ การจัดทำรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา -ภาพกิจกรรม ปีการศึกษา ๒๕๖6 -สรุปผล การวิเคราะห์ประสิทธิภาพ และโอกาสในการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ระดับปฐมวัย
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี บทสรุปสำหรับผู้บริหาร กระบวนการพัฒนา โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคีได้ดำเนินงานด้านการสร้างความเข้มแข็งของระบบประกันคุณภาพภายใน อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันโดยได้ดำเนินงานตามกฎกระทรวง การประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 โดยใช้ รูปแบบแก่งกุลาสามัคคีซิสเต็ม (KKL System)การดำเนินงานของโรงเรียนให้มีคุณภาพ และควบคุมคุณภาพ จัดการศึกษาทุกขั้นตอน ซึ่งสร้างความเข้มแข็งของระบบประกันคุณภาพภายในอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ มีผลการดำเนินงาน ดังนี้ 1.มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัย : ดีเลิศ 2.หลักฐานสนับสนุน: ผู้บริหารสถานศึกษามีความมุ่งมั่นตั้งใจ และเห็นความสำคัญของการจัดการศึกษา ระดับการศึกษาปฐมวัยจึงส่งเสริมสนับสนุน ให้จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย ที่ครอบคลุมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น มีระบบติดตามและนิเทศภายในโรงเรียนเพื่อติดตามผลการดำเนินงาน ตลอดจนโรงเรียนมีครูที่มี ความรู้และประสบการณ์ด้านการจัดประสบการณ์การสอน จบตรงเอกสาขาวิชา การการศึกษาปฐมวัย และ ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูได้รับการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง จากการอบรมที่จัด โดยหน่วยงานต้นสังกัด และหน่วยงานอื่น มีการจัดสภาพแวดล้อมและสื่อเพื่อการเรียนรู้ อย่างปลอดภัย โดย โรงเรียนมีการจัดสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกห้องเรียนที่คำนึงถึงความปลอดภัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ของเด็กตามบริบทของโรงเรียน ให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการ จัดประสบการณ์สถานศึกษา มีระบบบริหารคุณภาพที่เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ครูเข้ารับการอบรมพัฒนาและสามารถนำความรู้ ทักษะมาจัดประสบการณ์ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมี การออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน โดยผ่านกิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม มีการจัดการเรียนรู้ รูปแบบ ให้เด็กได้ลงมือทำ มีการใช้สื่อและเทคโนโลยีมาบูรณาการการสอนตามหน่วยการเรียนรู้ เช่น นิทาน เพลง เกม สารคดีจากสื่อออนไลน์ เน้นให้เด็กได้เรียนรู้โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ฝึกความเป็นระเบียบวินัย มารยาท คุณธรรมจริยธรรมโดยใช้กิจกรรมเสริมหลักสูตรด้านคุณธรรม จริยธรรม และมีการบันทึกหลังการจัด ประสบการณ์และประเมินผลพัฒนาการเด็กตามช่วงอายุเพื่อนำผลมาเป็นข้อมูลปรับปรุงการจัดประสบการณ์ ต่อไป 3. แผนพัฒนาเพื่อให้ได้มาตรฐานที่สูงขึ้น : แผนปฎิบัติงานที่ 1 จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรอย่างต่อเนื่องและหลากหลาย เพิ่มประสบการณ์ การเรียนรู้ให้กับเด็กได้ปฏิบัติจริง เรียนรู้จากสื่อและภูมิปัญญาท้องถิ่น แผนปฎิบัติงานที่ 2 ระดมทรัพยากรพัฒนาสภาพแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้อย่างปลอดภัยตามความ ต้องการของเด็กเพื่อใช้ในการจัดกิจกรรม แผนปฎิบัติงานที่ 3 จัดอบรมให้ครูด้านการทำงานวิจัยในเรื่องนวัตกรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพด้าน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้ครูจัดประสบการณ์ให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้านอย่างสมดุล เต็มศักยภาพมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีการติดตามและประเมินผลพัฒนาการเด็กอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี จุดเด่น 1. ครูออกแบบแผนการจัดประสบการณ์ที่สอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย ทำให้เด็กมี พัฒนาการทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญาเหมาะสมตามวัย 2. ครูมีคุณธรรมจริยธรรม และปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ มีความมุ่งมันและอุทิศตนในการ สอนและพัฒนาผู้เรียน 3. โรงเรียนมีการประสานความร่วมมือกันระหว่างบ้าน องค์กรทางศาสนา และ องค์กรภาครัฐ และ เอกชน เพื่อพัฒนาวิถีการเรียนรู้ในชุมชน ให้เป็นแหล่งวิทยากรในการแสวงหาความรู้และบริการชุมชน มีการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสถานศึกษาและช่วยเหลือสถานศึกษา 4. โรงเรียนมีโครงการกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กได้มีพัฒนาบรรลุเป้าหมายตามมาตรฐานการศึกษาทุก ด้าน จุดควรพัฒนา ๑. ครูควรพัฒนาเทคนิคการสอนที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสามารถด้านการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ คิด แก้ปัญหาจากการเผชิญสถานการณ์จริง ๒. ควรมีการจัดหางบประมาณภายนอกมาสนับสนุนเพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้อย่าง ปลอดภัย
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาระดับปฐมวัย เพื่อการประกันคุณภาพภายในของศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖6 ตามที่โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี ได้ดำเนินการประกันคุณภาพในสถานศึกษาระดับปฐมวัย ประจำปีการศึกษา ๒๕66 ตามระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา บัดนี้ การดำเนินการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอเสนอผลการ ประเมินภายในสถานศึกษา แสดงในตาราง สรุปผลดังนี้ สรุปผลการประเมินภาพรวม ( ) กำลังพัฒนา ( ) ยอดเยี่ยม () ดี (✓ ) ดีเลิศ ( ) ยอดเยี่ยม มาตรฐาน/ประเด็น ค่าเป้าหมาย ร้อยละ ระดับคุณภาพ มาตรฐานปฐมวัย 81 ดีเลิศ ๑ คุณภาพของเด็ก 81 ดีเลิศ ๑.๑ มีพัฒนาการด้านร่างกาย แข็งแรง มีสุขนิสัยที่ดีและดูแลความปลอดภัย ของตนเองได้ 79 ดี ๑.๒ มีพัฒนาการด้านอารมณ์จิตใจ ควบคุม และแสดงออกทางอารมณ์ได้ 81 ดีเลิศ ๑.๓ มีพัฒนาการด้านสังคม ช่วยเหลือตนเอง และเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม 81 ดีเลิศ ๑.๔ มีพัฒนาการด้านสติปัญญา สื่อสารได้มีทักษะการคิดพื้นฐาน และ แสวงหาความรู้ได้ 82 ดีเลิศ ๒ กระบวนการบริหารและจัดการ 79 ดี ๒.๑ มีหลักสูตรครอบคลุมพัฒนาการทั้ง ๔ ด้าน สอดคล้องกับบริบทของ ท้องถิ่น 77 ดี ๒.๒ จัดครูให้เพียงพอกับชั้นเรียน 78 ดี ๒.๓ ส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ 80 ดีเลิศ ๒.๔ จัดสภาพแวดล้อมและสื่อเพื่อการเรียนรู้ อย่างปลอดภัย และเพียงพอ 76 ดี ๒.๕ ให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการ จัดประสบการณ์ 81 ดีเลิศ ๒.๖ มีระบบบริหารคุณภาพที่เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม 81 ดีเลิศ ๓ การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ 82 ดีเลิศ ๓.๑ จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีการพัฒนาการทุกด้านอย่างสมดุล เต็มศักยภาพ 79 ดี ๓.๒ สร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติอย่างมี ความสุข 87 ดีเลิศ ๓.๓ จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ใช้สื่อเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย 77 ดี ๓.๔ ประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงและนำผลประเมินพัฒนาการเด็ก ไปปรับปรุงการจัดประสบการณ์และพัฒนาเด็ก 87 ดีเลิศ
๑ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี บทที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียน 1. ข้อมูลทั่วไป ชื่อโรงเรียน บ้านแก่งกุลาสามัคคี ที่ตั้ง หมู่ 12 ตำบล แก่งโสภา อำเภอ วังทอง จังหวัดพิษณุโลก สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 โทร 055- 310104 เปิดสอน ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 รวม 11 ชั้นเรียน ประวัติโรงเรียนโดยย่อ โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคีตั้งอยู่ ณ หมู่ที่ 12 ตำบลแก่งโสภา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปีพุทธศักราช 2516 สถานที่ก่อตั้งโรงเรียนได้รับการบริจาค จากนายโล่ ทองบุรี ได้อุทิศให้ จำนวน 10 ไร่ 20 ตารางวา โดยการก่อสร้างของประชาชนในหมู่บ้าน ร่วมกันเสียสละวัสดุ ทุนทรัพย์ ตลอดจน แรงงานก่อตั้งเป็นอาคารชั่วคราว ขนาด 4 ห้องเรียนและได้มอบให้เป็นสมบัติของทางราชการ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2515 สภาพแวดล้อมของโรงเรียน แวดล้อมไปด้วยสวนป่าขององค์การอุสาหกรรมป่าไม้ พื้นที่ของเขา กระยาง มีแม่น้ำไหลผ่านหมู่บ้านคือ แม่น้ำเข็ก นักเรียนในเขตบริการคือ หมู่ที่ 12 ตำบลแก่งโสภา และหมู่ที่ 15 ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ปัจจุบันมีอาคารเรียนเป็นมาตรฐาน ซึ่งได้รับงบประมาณในปี 2530 ก่อสร้างอาคารเรียนแบบ สปช. 105/2529 มีจำนวน 8 ห้องเรียน อาคารอเนกประสงค์ 1 หลัง อาคารเรียนชั่วคราว (ยังไม่เป็นมาตรฐาน) จำนวน 1 หลัง ในด้านอาคารเรียนและอาคารอื่น ๆ ที่มีความจำเป็นในการใช้งานต่าง ๆ ยังไม่เพียงพอ และยังขาดแคลน อาณาเขตติดต่อ โรงเรียนและหมู่บ้านแก่งกุลาสามัคคี มีอาณาเขตติดต่อกับหมู่บ้านและตำบลต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับบ้านแก่งกุลาสามัคคี หมู่ที่ 12 ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ทิศใต้ ติดต่อกับบ้านโปร่งพลู หมู่ที่ 15 ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ทิศตะวันออก ติดต่อกับบ้านโปร่งพลู หมู่ที่ 15 ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ทิศตะวันตก ติดต่อกับบ้านเกาะแก้ว หมู่ที่ 15 ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก 2. ข้อมูลบุคลากรของสถานศึกษา 2.1 จำนวนบุคลากร บุคลากร ผู้บริหาร ครูผู้สอน พนักงานราชการ ครูวิกฤต เจ้าหน้าที่ธุรการ รวม ปีการศึกษา 2566 1 9 2 - 1 13 2.2 จำนวนบุคลากรระดับปฐมวัย บุคลากร ผู้บริหาร ครูผู้สอน พนักงาราชการ ครูอัตราจ้าง บุคลากรอื่น รวม ปีการศึกษา2566 - 1 - - - 1
๒ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 2.3 สาขาวิชาที่จบการศึกษาและภาระงานสอน ที่ ชื่อ-นามสกุล สาขาวิชา ที่จบ จำนวน (คน) ภาระงานสอนเฉลี่ย ของครู 1 คนในแต่ ละสาขาวิชา (ชม./สัปดาห์) 1. นายวสุพล คำเหล็ก บริหารการศึกษา 1 - 2. ว่าที่ร้อยตรีหญิงสุภาพร ผิวดี ภาษาไทย 1 21 3. นางสาวเกวลี ยิ้มประเสริฐ ภาษาอังกฤษ 1 24 4. นางสาวแคททริยา ใจดี ปฐมวัย 1 20 5. นางสาวอุษณีกรณ์ทิวา สังคมศึกษา 1 24 6. นางสาวดวงฤทัย ขันเครือ ภาษาไทย - 27 7. นายไตรภพ สิงห์มี พลศึกษา 1 20 8. นางสาวจิราภรณ์ เตชะเสน คณิตศาสตร์ 1 27 9. นางสาวชนินาฏ สีทอง ประถมศึกษา 1 25 10. นางสาวจีรนันท์ สีแดง วิทยาศาสตร์ทั่วไป 1 27 11. นางสาวฐิติภัสร์ สิริบัวยิ้ม ศิลศาสตรบัณฑิต 1 24 12. นางสาววรรณภา บุกล่า ภาษาอังกฤษ 1 23 13. นางสาวอัมพิกา อินวัง บริหารธุรกิจ (การจัดการ) 1 - รวม 13 2.4 วุฒิการศึกษาสูงสุดของผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา จากข้อมูล พบว่า วุฒิการศึกษาของผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี แบ่งออกได้ดังนี้ ปริญญาตรี จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 76.92 ปริญญาโท จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 23.08 ตามลำดับ 76.92 23.08 ปริญญาตรี ปริญญาโท
๓ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 3. ข้อมูลนักเรียน ปัจจุบันโรงเรียนมีข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนนักเรียน ดังนี้ 1) จำนวนนักเรียนในโรงเรียนทั้งสิ้น 62 คน จำแนกตามระดับชั้นที่เปิดสอน ระดับชั้น ชั้นปี ชาย หญิง รวม อนุบาล อนุบาล ๑ - 3 3 อนุบาล ๒ 2 1 3 อนุบาล ๓ 5 2 7 รวมระดับอนุบาล 7 6 13 ประถมศึกษา ประถมศึกษาปีที่ ๑ 3 3 6 ประถมศึกษาปีที่ ๒ 3 5 8 ประถมศึกษาปีที่ ๓ 1 - 1 ประถมศึกษาปีที่ ๔ 6 6 12 ประถมศึกษาปีที่ 5 4 1 5 ประถมศึกษาปีที่ 6 - - - มัธยมศึกษา มัธยมศึกษาปีที่ 1 3 2 5 มัธยมศึกษาปีที่ 2 - 6 6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 2 4 6 รวมระดับประถม-มัธยม 22 27 49 รวมทั้งสิ้น
๔ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี บทที่ 2 การบริหารจัดการหลักสูตรของสถานศึกษาระดับปฐมวัย การบริหารจัดการหลักสูตรของสถานศึกษาระดับปฐมวัย 1) คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของสถานศึกษา มีดังนี้ ที่ ชื่อ-สกุล ตำแหน่ง 1 นายวสุพล คำเหล็ก ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 2 นางสาวเกวลี ยิ้มประเสริฐ หัวหน้างานวิชาการ 3 ว่าที่ร้อยตรีหญิง สุภาพร ผิวดี ผู้แทนครู 4 นางสาวชนินาฎ สีทอง ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 5 นางสาวสมจิตร ศรีขำ ผู้แทนผู้ปกครอง 6 นายบุญลือ จันทร์รอด ผู้แทนชุมชน/กรรมการสถานศึกษา 7 นางสาวแคททริยา ใจดี ครูผู้สอน/ หัวหน้างานวิชาการระดับปฐมวัย 2) ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เพื่อวิเคราะห์ สภาพ ปัญหา จุดเน้น ความต้องการของชุมชนและสถานศึกษา 2.1 วิธีการวิเคราะห์ และ แหล่งข้อมูล ขั้นตอนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่กำหนดขึ้น เป็นการพัฒนาหลักสูตรครบวงจร ขั้นตอน การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ประกอบด้วยขั้นตอนที่สำคัญ 4 ขั้นตอนดังนี้ ขั้นที่ 1 การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานในด้านต่างๆ เป็นการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานเพื่อให้สามารถกำหนดวัตถุประสงค์และขอบเขตในการเรียน การสอน รวมทั้งสิ่งที่คาดหวังให้ผู้เรียนบรรลุตามจุดประสงค์ ขั้นที่ 2 การร่างหลักสูตร เป็นการกำหนดแผนการจัดประสบการณ์หรือการกำหนดแนวทางการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และทัศนคติตามเป้าหมายกำหนดไว้ ขั้นที่ 3 การตรวจสอบคุณภาพของหลักสูตร เป็นการตรวจสอบก่อนนำไปใช้ สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ ความสอดคล้องขององค์ประกอบต่างๆ ขั้นที่ 4 การนำหลักสูตรไปใช้ เป็นการแปลงหลักสูตรไปสู่การสอน ต้องกำหนดวิธีการจัดประสบการณ์กำหนดรายละเอียดในแต่ละกิจกรรม เตรียมวัสดุอุปกรณ์ เพื่อให้การสอนเป็นไปตามวัตถุประสงค์มากที่สุด 2.2 ผลสรุปการวิเคราะห์เพื่อได้จุดเน้นและความต้องการในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย สถานศึกษาต้องรวบรวมข้อมูลผลการดำเนินงานบริหารจัดการหลักสูตรของสถานศึกษา สรุปและเขียน รายงานผลการดำเนินงานเสนอต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง และนำผลการรายงานเผยแพร่ให้ชุมชนหรือ สาธารณชนได้ รับทราบ
๕ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 3) องค์ประกอบหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย 3.1ปรัชญาการศึกษาปฐมวัยของโรงเรียน โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี เชื่อว่าเด็กสามารถเรียนรู้ได้ จากการที่เด็กได้ลงมือทำ โรงเรียนจะส่งเสริม กระบวนการเรียนรู้ ผ่านประสบการณ์ตรง ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ สนองความต้องการ ความสนใจ เพื่อให้เด็กมี พัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล และสภาพแวดล้อมของชุมชนที่เด็ก อาศัยอยู่ 3.2 วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย หลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย 3.2.1 วิสัยทัศน์ ภายใน ปีพุทธศักราช 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคีจะมีบุคลากร ที่มีคุณภาพ มีความสามารถ ในการจัด ประสบการณ์การ และกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เด็ก มีพัฒนาการทั้งด้าน ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา สมบูรณ์ตามวัย เน้นการมีส่วนร่วมระหว่างบ้านโรงเรียนและชุมชน เรียนรู้อย่างมีความสุข และเจริญเติบโต อย่างมีคุณภาพบนพื้นฐานของคุณธรรม 3.2.2 พันธกิจ 1.พัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญาสมบูรณ์ตามวัย 2.จัดสรรบุคลากรให้เพียงพอ เหมาะสมกับภาระงาน และพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็ก 3.จัดหาสื่อ นวัตกรรม แหล่งเรียนรู้ ให้เพียงพอ โดยเน้นการนำภูมิปัญญามาใช้ 4.เด็กปฐมวัย มีคุณธรรม จริยธรรมที่ดีงาม 5.สร้างความร่วมมือ และความเข้าใจอันดี กับผู้ปกครองและประชาชนในชุมชน 3.2.3 เป้าหมาย 1.เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการเตรียมความพร้อมให้มีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน อย่างสมดุลก่อนเข้ารับการศึกษาขั้น พื้นฐานต่อไป 2.บุคลากรทุกคนได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็กอย่างถูกต้อง 3.ทุกห้องเรียนมีการจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเอื้อต่อการเรียนรู้กับการเรียนรู้ของเด็ก 4.เสริมสร้างให้เด็กปฐมวัยทุกคน มีคุณธรรม จริยธรรม รักในประเพณี วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น 5.ผู้ปกครอง และประชาชน มีส่วนร่วมในการสนับสนุนและพัฒนาเด็กปฐมวัย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 3.2.4 จุดมุ่งหมาย มุ่งให้เด็กมีพัฒนาการตามวัยเต็มตามศักยภาพและมีความพร้อมในการเรียนรู้ต่อไปจึงกำหนด จุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดกับเด็กเมื่อจบการศึกษาระดับปฐมวัย ดังนี้ 1. มีร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี 2. มีสุขภาพจิตดี มีสุนทรียภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม และจิตใจที่ดีงาม 3. มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีวินัย และอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้ อย่าง มีความสุข 4. มีทักษะการคิด การใช้ภาษาสื่อสาร และการแสวงหาความรู้ ได้เหมาะสมกับวัย 3.2.5 มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1. ร่างกายเจริญเติบโตตามวัย และมีสุขนิสัยที่ดี 2. กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง ใช้ได้คล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กัน
๖ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 3. มีสุขภาพจิตดี และมีความสุข 4. ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว 5. มีคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงาม 6. มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 7. รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย 8. อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 9. ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย 10. มีความสามารถในการคิดเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ 11. มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ 12. มีเจตคติที่ดีต่อการความรู้และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย 3.2.6 ระยะเวลาเรียน หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยกำหนดกรอบโครงสร้างเวลาในการจัดประสบการณ์ให้กับเด็ก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับอายุของ เด็กที่เริ่มเข้าสถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยเวลาเรียนสำหรับเด็กปฐมวัยจะขึ้นอยู่กับสถานศึกษาแต่ละ แห่ง โดยมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า 180 วันต่อ 1 ปีการศึกษา ในแต่ละวันจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง หรือ 25 ชั่วโมง /สัปดาห์ โดยสามารถปรับให้เหมาะสมตามบริบทของสถานศึกษา 3.2.7 สาระการเรียนรู้รายปี 1.ประสบการณ์สำคัญ ประสบการณ์สำคัญเป็นแนวทางสำหรับผู้สอนนำไปใช้ในการออกแบบการจัด ประสบการณ์ให้เด็กปฐมวัยเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติ และได้รับการส่งเสริมพัฒนาการครอบคลุมทุกด้าน ดังนี้ 1.1 ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาส พัฒนาการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก และการประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อและระบบประสาท ในการทำกิจวัตรประจำวันหรือทำกิจกรรมต่างๆ และสนับสนุนให้เด็กมีโอกาสดูแลสุขภาพและสุขอนามัย สุขนิสัย และการรักษาความปลอดภัย ดังนี้ ด้านร่างกาย ประสบการณ์สำคัญ 1.1.1 การใช้กล้ามเนื้อใหญ่ (1) การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ (2) การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ (3) การเคลื่อนไหวพร้อมวัสดุอุปกรณ์ (4) การเคลื่อนไหวที่ใช้การประสานสัมพันธ์ของการใช้ กล้ามเนื้อใหญ่ในการขว้าง การจับ การโยน การเตะ (5) การเล่นเครื่องเล่นสนามอย่างอิสระ 1.1.2 การใช้กล้ามเนื้อเล็ก (1) การเล่นเครื่องเล่นสัมผัสและการสร้างจากแท่งไม้ บล็อก (2) การเขียนภาพและการเล่นกับสี (3) การปั้น (4) การประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ด้วย เศษวัสดุ (5) การหยิบจับ การใช้กรรไกร การฉีก การตัด การปะ และ การร้อยวัสดุ
๗ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี ด้านร่างกาย ประสบการณ์สำคัญ 1.1.3 การรักษาสุขภาพ อนามัยส่วนตน (1) การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย สุขนิสัยที่ดีในกิจวัตรประจำวัน 1.1.4 การรักษาความ ปลอดภัย (1) การปฏิบัติตนให้ปลอดภัยในกิจวัตรประจำวัน (2) การฟังนิทาน เรื่องราว เหตุการณ์ เกี่ยวกับการป้องกัน และรักษาความปลอดภัย (3) การเล่นเครื่องเล่นอย่างปลอดภัย (4) การเล่นบทบาทสมมติเหตุการณ์ต่างๆ 1.1.5 การตระหนักรู้เกี่ยวกับ ร่างกายตนเอง (1) การเคลื่อนไหวโดยควบคุมตนเองไปในทิศทาง ระดับ และพื้นที่ (2) การเคลื่อนไหวข้ามสิ่งกีดขวาง ๑.๒ ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้แสดงออก ทางอารมณ์และความรู้สึกของตนเองที่เหมาะสมกับวัย ตระหนักถึงลักษณะพิเศษเฉพาะ ที่เป็นอัตลักษณ์ ความเป็นตัวของตัวเอง มีความสุข ร่าเริงแจ่มใส การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ได้พัฒนาคุณธรรมจริยธรรม สุนทรียภาพ ความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง และความเชื่อมั่นในตนเองขณะปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ ด้านอารมณ์ ประสบการณ์สำคัญ 1.2.1 สุนทรียภาพ ดนตรี (1) การฟังเพลง การร้องเพลง และการแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบ เสียงดนตรี (2) การเล่นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ (3) การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี (4) การเล่นบทบาทสมมติ (5) การทำกิจกรรมศิลปะต่างๆ (6) การสร้างสรรค์สิ่งสวยงาม 1.2.2 การเล่น (1) การเล่นอิสระ (2) การเล่นรายบุคคล กลุ่มย่อย กลุ่มใหญ่ (3) การเล่นตามมุมประสบการณ์ (4) การเล่นนอกห้องเรียน 1.2.3 คุณธรรม จริยธรรม (1) การปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่นับถือ (2) การฟังนิทานเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม (3) การร่วมสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงจริยธรรม 1.2.4 การแสดงออกทาง อารมณ์ (1) การพูดสะท้อนความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น (2) การเล่นบทบาทสมมติ (3) การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี (4) การร้องเพลง (5) การทำงานศิลปะ (1) การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ตามความสามารถของตนเอง
๘ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี ด้านอารมณ์ ประสบการณ์สำคัญ 1.2.5 การมีอัตลักษณ์เฉพาะ ตนและเชื่อว่าตนเองมี ความสามารถ (1) การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ตามความสามารถของตนเอง 1.2.6 การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (1) การแสดงความยินดีเมื่อผู้อื่นมีความสุข เห็นใจเมื่อผู้อื่นเศร้า หรือเสียใจและ การช่วยเหลือปลอบโยนเมื่อผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ 1.3 ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาสปฏิสัมพันธ์ กับบุคคลและสิ่งแวดล้อมต่างๆ รอบตัวจากการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ผ่านการเรียนรู้ทางสังคม เช่น การเล่น การทำงานกับผู้อื่น การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน การแก้ปัญหาข้อขัดแย้งต่างๆ ด้านสังคม ประสบการณ์สำคัญ 1.3.1 การปฏิบัติกิจวัตร ประจำวัน (1) การช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจำวัน (2) การปฏิบัติตนตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1.3.2 การดูแลรักษา ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม (1) การมีส่วนร่วมรับผิดชอบดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและ ภายนอกห้องเรียน (2) การใช้วัสดุและสิ่งของเครื่องใช้อย่างคุ้มค่า (3) การทำงานศิลปะที่นำวัสดุหรือสิ่งของเครื่องใช้ที่ใช้แล้ว มาใช้ซ้ำ หรือแปรรูปแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ (4) การเพาะปลูกและดูแลต้นไม้ (5) การเลี้ยงสัตว์ (6) การสนทนาข่าวและเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวัน 1.3.3 การปฏิบัติตาม วัฒนธรรมท้องถิ่นและ ความเป็นไทย (1) การเล่นบทบาทสมมติการปฏิบัติตนในความเป็นคนไทย (2) การปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อาศัยและประเพณีไทย (3) การประกอบอาหารไทย (4) การศึกษานอกสถานที่ (5) การละเล่นพื้นบ้านของไทย 1.3.4 การมีปฏิสัมพันธ์ มีวินัย มีส่วนร่วม และบทบาทสมาชิก ของสังคม (1) การร่วมกำหนดข้อตกลงของห้องเรียน (2) การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของห้องเรียน (3) การให้ความร่วมมือในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ (4) การดูแลห้องเรียนร่วมกัน (5) การร่วมกิจกรรมวันสำคัญ 1.3.5 การเล่นและทำงาน แบบร่วมมือร่วมใจ (1) การร่วมสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น (2) การเล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่น (3) การทำศิลปะแบบร่วมมือ 1.3.6 การแก้ปัญหา ความขัดแย้ง (1) การมีส่วนร่วมในการเลือกวิธีการแก้ปัญหา (2) การมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง 1.3.7 การยอมรับในความ เหมือนและความ แตกต่างระหว่างบุคคล (1) การเล่นหรือทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มเพื่อน
๙ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 1.4 ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้รับรู้และเรียนรู้ สิ่งต่างๆ รอบตัวผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม บุคคลและสื่อต่างๆ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กพัฒนาการใช้ภาษา จินตนาการความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การคิดเชิงเหตุผล และการคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบตัวและมีความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์ที่เป็นพื้นฐาน ของการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นต่อไป การพัฒนาด้านสติปัญญา ประสบการณ์สำคัญ (1) การฟังเสียงต่างๆ ในสิ่งแวดล้อม (2) การฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำ (3) การฟังเพลง นิทาน คำคล้องจอง บทร้อยกรองหรือเรื่องราว ต่างๆ (4) การพูดแสดงความคิด ความรู้สึก และความต้องการ (5) การพูดกับผู้อื่นเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเอง หรือพูดเล่า เรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง (6) การพูดอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของ เหตุการณ์ และความสัมพันธ์ ของสิ่งต่างๆ (7) การพูดอย่างสร้างสรรค์ในการเล่น และการกระทำต่างๆ (8) การรอจังหวะที่เหมาะสมในการพูด (9) การพูดเรียงลำดับคำเพื่อใช้ในการสื่อสาร (10) การอ่านหนังสือภาพ นิทาน หลากหลายประเภท/รูปแบบ (11) การอ่านอย่างอิสระตามลำพัง การอ่านร่วมกัน การอ่านโดย มีผู้ชี้แนะ (12) การเห็นแบบอย่างของการอ่านที่ถูกต้อง (13) การสังเกตทิศทางการอ่านตัวอักษร คำ และข้อความ (14) การอ่านและชี้ข้อความ โดยกวาดสายตาตามบรรทัดจากซ้าย ไปขวา และจากบนลงล่าง (15) การสังเกตตัวอักษรในชื่อของตน หรือคำคุ้นเคย (16) การสังเกตตัวอักษรที่ประกอบเป็นคำผ่านการอ่านหรือเขียน ของผู้ใหญ่ (17) การคาดเดาคำ วลี หรือประโยค ที่มีโครงสร้างซ้ำๆ กัน จาก นิทาน เพลง คำคล้องจอง
๑๐ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี การพัฒนาด้านสติปัญญา ประสบการณ์สำคัญ (20) การเขียนร่วมกันตามโอกาส และการเขียนอิสระ (21) การเขียนคำที่มีความหมายกับตัวเด็ก/คำคุ้นเคย (22) การคิดสะกดคำและเขียนเพื่อสื่อความหมายด้วยตนเองอย่าง อิสระ 1.4.2 การคิดรวบยอด การคิดเชิงเหตุผล การตัดสินใจและ แก้ปัญหา (1) การสังเกตลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง และ ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ โดยใช้ประสาทสัมผัสอย่างเหมาะสม (2) การสังเกตสิ่งต่างๆ และสถานที่จากมุมมองที่ต่างกัน (3) การบอกและแสดงตำแหน่ง ทิศทาง และระยะทางของสิ่งต่างๆ ด้วยการกระทำ ภาพวาด ภาพถ่าย และรูปภาพ (4) การเล่นกับสื่อต่างๆ ที่เป็นทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกระบอก กรวย (5) การคัดแยก การจัดกลุ่ม และการจำแนกสิ่งต่างๆ ตามลักษณะ และรูปร่าง รูปทรง (6) การต่อของชิ้นเล็กเติมในชิ้นใหญ่ให้สมบูรณ์ และการแยก ชิ้นส่วน (7) การทำซ้ำ การต่อเติม และการสร้างแบบรูป (8) การนับและแสดงจำนวนของสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน (9) การเปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนของสิ่งต่างๆ (10) การรวมและการแยกสิ่งต่างๆ (11) การบอกและแสดงอันดับที่ของสิ่งต่างๆ (12) การชั่ง ตวง วัดสิ่งต่างๆ โดยใช้เครื่องมือและหน่วยที่ไม่ใช่ หน่วยมาตรฐาน (13) การจับคู่ การเปรียบเทียบ และการเรียงลำดับ สิ่งต่างๆ ตาม ลักษณะความยาว/ความสูง น้ำหนัก ปริมาตร (14) การบอกและเรียงลำดับกิจกรรมหรือเหตุการณ์ตามช่วงเวลา (15) การใช้ภาษาทางคณิตศาสตร์กับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน (16) การอธิบายเชื่อมโยงสาเหตุและผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือ การกระทำ (17) การคาดเดาหรือการคาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างมี เหตุผล
๑๑ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 2.สาระที่ควรเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ เป็นเรื่องราวรอบตัวเด็กที่นำมาเป็นสื่อกลางในการจัดกิจกรรมให้เด็กเกิด แนวคิดหลังจากนำสาระที่ควรรู้นั้นๆ มาจัดประสบการณ์ให้เด็ก เพื่อให้บรรลุจุดหมายที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ไม่เน้น การท่องจำเนื้อหา ผู้สอนสามารถกำหนดรายละเอียดขึ้นเองให้สอดคล้องกับวัย ความต้องการ และความสนใจ ของเด็ก โดยให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์สำคัญ ทั้งนี้ อาจยืดหยุ่นเนื้อหาได้ โดยคำนึงถึงประสบการณ์ และสิ่งแวดล้อมในชีวิตจริงของเด็ก ดังนี้ 2.1 เรื่องราวที่เกี่ยวกับตัวเด็ก เด็กควรเรียนรู้ชื่อ นามสกุล รูปร่างหน้าตา อวัยวะต่างๆ วิธี ระวังรักษาร่างกายให้สะอาดและมีสุขภาพอนามัยที่ดี การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ การระมัดระวัง ความปลอดภัยของตนเองจากผู้อื่นและภัยใกล้ตัว รวมทั้งการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัย การรู้จักประวัติ ความเป็นมาของตนเองและครอบครัว การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวและโรงเรียน การเคารพสิทธิ ของตนเองและผู้อื่น การรู้จักแสดงความคิดเห็นของตนเองและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น การกำกับตนเอง การเล่นและทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเองตามลำพังหรือกับผู้อื่น การตระหนักรู้เกี่ยวกับตนเอง ความภาคภูมิใจ ในตนเอง การสะท้อนการรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น การแสดงออกทางอารมณ์และ ความรู้สึกอย่างเหมาะสม การแสดงมารยาทที่ดี การมีคุณธรรมจริยธรรม 2.2 เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน และบุคคลต่างๆ ที่เด็กต้องเกี่ยวข้องหรือใกล้ชิดและมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน สถานที่ สำคัญ วันสำคัญ อาชีพของคนในชุมชน ศาสนา แหล่งวัฒนธรรมในชุมชน สัญลักษณ์สำคัญของชาติไทยและ การปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่นและความเป็นไทย หรือแหล่งเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นอื่นๆ การพัฒนาด้านสติปัญญา ประสบการณ์สำคัญ (18) การมีส่วนร่วมในการลงความเห็นจากข้อมูลอย่างมีเหตุผล (19) การตัดสินใจและมีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ปัญหา 1.4.3 จินตนาการและ ความคิดสร้างสรรค์ (1) การรับรู้ และแสดงความคิดความรู้สึกผ่านสื่อ วัสดุ ของเล่น และชิ้นงาน (2) การแสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านภาษา ท่าทาง การเคลื่อนไหว และศิลปะ (3) การสร้างสรรค์ชิ้นงานโดยใช้รูปร่างรูปทรงจากวัสดุที่ หลากหลาย 1.4.4 เจตคติที่ดีต่อการ เรียนรู้และการแสวงหาความรู้ (1) การสำรวจสิ่งต่างๆ และแหล่งเรียนรู้รอบตัว (2) การตั้งคำถามในเรื่องที่สนใจ (3) การสืบเสาะหาความรู้เพื่อค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่างๆ (4) การมีส่วนร่วมในการรวบรวมข้อมูลและนำเสนอข้อมูลจากการ สืบเสาะหาความรู้ในรูปแบบต่างๆ และแผนภูมิอย่างง่าย
๑๒ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 2.3 ธรรมชาติรอบตัว เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับชื่อ ลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง และความสัมพันธ์ของมนุษย์ สัตว์ พืช ตลอดจนการรู้จักเกี่ยวกับดิน น้ำ ท้องฟ้า สภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ แรงและพลังงานในชีวิตประจำวันที่แวดล้อมเด็ก รวมทั้งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการรักษาสาธารณสมบัติ 2.4 สิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาเพื่อสื่อความหมาย ในชีวิตประจำวัน ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้หนังสือและตัวหนังสือ รู้จักชื่อ ลักษณะ สี ผิวสัมผัส ขนาด รูปร่าง รูปทรง ปริมาตร น้ำหนัก จำนวน ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ รอบตัว เวลา เงิน ประโยชน์ การใช้งาน และการเลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้ ยานพาหนะ การคมนาคม เทคโนโลยีและ การสื่อสารต่างๆ ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันอย่างประหยัด ปลอดภัยและรักษาสิ่งแวดล้อม 3.2.8 การจัดประสบการณ์ การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยอายุ ๓-๖ ปี เป็นการจัดกิจกรรมในลักษณะการ บูรณาการผ่านการเล่น การลงมือกระทำจากประสบการณ์ตรงอย่างหลากหลาย เกิดความรู้ ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม รวมทั้งเกิดการ พัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ไม่จัดเป็นรายวิชา โดยมีหลักการ และแนวทางการจัด ประสบการณ์ ดังนี้ 1. หลักการจัดประสบการณ์ 1.1 จัดประสบการณ์การเล่นและการเรียนรู้อย่างหลากหลาย เพื่อพัฒนาเด็กโดยองค์รวม อย่างสมดุลและต่อเนื่อง 1.2 เน้นเด็กเป็นสำคัญ สนองความต้องการ ความสนใจ ความแตกต่างระหว่างบุคคลและบริบท ของสังคมที่เด็กอาศัยอยู่ 1.3 จัดให้เด็กได้รับการพัฒนา โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็ก 1.4 จัดการประเมินพัฒนาการให้เป็นกระบวนการอย่างต่อเนื่อง และเป็นส่วนหนึ่งของ การจัดประสบการณ์ พร้อมทั้งนำผลการประเมินมาพัฒนาเด็กอย่างต่อเนื่อง 1.5 ให้พ่อแม่ ครอบครัว ชุมชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็ก 2. แนวทางการจัดประสบการณ์ 2.1 จัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับจิตวิทยาพัฒนาการและการทำงานของสมอง ที่เหมาะ กับอายุ วุฒิภาวะและระดับพัฒนาการ เพื่อให้เด็กทุกคนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ 2.2 จัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับแบบการเรียนรู้ของเด็ก เด็กได้ลงมือกระทำ เรียนรู้ผ่าน ประสาทสัมผัสทั้งห้า ได้เคลื่อนไหว สำรวจ เล่น สังเกต สืบค้น ทดลอง และคิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง 2.3 จัดประสบการณ์แบบบูรณาการ โดยบูรณาการทั้งกิจกรรม ทักษะ และสาระการเรียนรู้ 2.4 จัดประสบการณ์ให้เด็กได้ริเริ่มคิด วางแผน ตัดสินใจลงมือกระทำและนำเสนอความคิด โดยผู้สอนหรือผู้จัดประสบการณ์เป็นผู้สนับสนุนอำนวยความสะดวก และเรียนรู้ร่วมกับเด็ก 2.5 จัดประสบการณ์ให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กอื่น กับผู้ใหญ่ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อ การเรียนรู้ในบรรยากาศที่อบอุ่นมีความสุข และเรียนรู้การทำกิจกรรมแบบร่วมมือในลักษณะต่างๆ กัน 2.6 จัดประสบการณ์ให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อและแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลายและอยู่ในวิถี ชีวิตของเด็ก สอดคล้องกับบริบท สังคม และวัฒนธรรมที่แวดล้อมเด็ก
๑๓ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 2.7 จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมลักษณะนิสัยที่ดีและทักษะการใช้ชีวิตประจำวัน ตามแนวทาง หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรม และการมีวินัยให้เป็นส่วนหนึ่งของการ จัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง 2.8 จัดประสบการณ์ทั้งในลักษณะที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าและแผนที่เกิดขึ้นในสภาพจริง โดยไม่ได้คาดการณ์ไว้ 2.9 จัดทำสารนิทัศน์ด้วยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก เป็นรายบุคคล นำมาไตร่ตรองและใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็กและการวิจัยในชั้นเรียน 2.10 จัดประสบการณ์โดยให้พ่อแม่ ครอบครัว และชุมชนมีส่วนร่วมทั้งการวางแผนการสนับสนุน สื่อ แหล่งเรียนรู้ การเข้าร่วมกิจกรรม และการประเมินพัฒนาการ 3. การจัดกิจกรรมประจำวัน กิจกรรมสำหรับเด็กอายุ 3 ปี - 6 ปีบริบูรณ์ สามารถนำมาจัดเป็นกิจกรรมประจำวันได้หลายรูปแบบ เป็นการช่วยให้ผู้สอนหรือผู้จัดประสบการณ์ทราบว่าแต่ละวันจะทำกิจกรรมอะไร เมื่อใด และอย่างไร ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมประจำวันสามารถจัดได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการนำไปใช้ของแต่ละ หน่วยงานและสภาพชุมชน ที่สำคัญผู้สอนต้องคำนึงถึงการจัดกิจกรรมให้ครอบคลุมพัฒนาการทุกด้าน การจัดกิจกรรมประจำวันมีหลักการจัดและขอบข่ายของกิจกรรมประจำวัน ดังนี้ 3.1 หลักการจัดกิจกรรมประจำวัน 1. กำหนดระยะเวลาในการจัดกิจกรรมแต่ละกิจกรรมให้เหมาะสมกับวัยของเด็กในแต่ละ วัน แต่ยืดหยุ่นได้ตามความต้องการและความสนใจของเด็ก เช่น วัย 3-4 ปี มีความสนใจประมาณ 8-12 นาที วัย 4-5ปี มีความสนใจประมาณ 12-15 นาที วัย 5-6 ปี มีความสนใจประมาณ 15-20 นาที 2. กิจกรรมที่ต้องใช้ความคิดทั้งในกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ ไม่ควรใช้เวลาต่อเนื่องนานเกิน กว่า 20 นาที 3. กิจกรรมที่เด็กมีอิสระเลือกเล่นเสรี เพื่อช่วยให้เด็กรู้จักเลือกตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา คิดสร้างสรรค์ เช่น การเล่นตามมุม การเล่นกลางแจ้ง ฯลฯ ใช้เวลาประมาณ 40-60 นาที 4. กิจกรรมควรมีความสมดุลระหว่างกิจกรรมในห้องและนอกห้อง กิจกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อ ใหญ่และกล้ามเนื้อเล็ก กิจกรรมที่เป็นรายบุคคล กลุ่มย่อยและกลุ่มใหญ่ กิจกรรมที่เด็กเป็นผู้ริเริ่มและผู้สอน หรือ ผู้จัดประสบการณ์เป็นผู้ริเริ่ม และกิจกรรมที่ใช้กำลังและไม่ใช้กำลัง จัดให้ครบทุกประเภท ทั้งนี้ กิจกรรมที่ต้อง ออกกำลังกายควรจัดสลับกับกิจกรรมที่ไม่ต้องออกกำลังมากนัก เพื่อเด็กจะได้ไม่เหนื่อยเกินไป 3.2 ขอบข่ายของกิจกรรมประจำวัน การเลือกกิจกรรมที่จะนำมาจัดในแต่ละวันสามารถจัดได้หลายรูปแบบ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความ เหมาะสมในการนำไปใช้ของแต่ละหน่วยงานและสภาพชุมชน ที่สำคัญผู้สอนต้องคำนึงถึงการจัดกิจกรรมให้ ครอบคลุมพัฒนาการทุกด้าน ดังต่อไปนี้ 3.2.1 การพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ เป็นการพัฒนาความแข็งแรง การทรงตัว การยืดหยุ่น ความคล่องแคล่วในการใช้อวัยวะต่างๆ และจังหวะการเคลื่อนไหวในการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ โดยจัดกิจกรรมให้เด็ก ได้เล่นอิสระกลางแจ้ง เล่นเครื่องเล่นสนาม ปีนป่ายเล่นอิสระ เคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะดนตรี
๑๔ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 3.2.2 การพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก เป็นการพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเล็ก กล้ามเนื้อมือ-นิ้วมือ การประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อมือและระบบประสาทตามือได้อย่างคล่องแคล่วและ ประสานสัมพันธ์กัน โดยจัดกิจกรรมให้เด็กได้เล่นเครื่องเล่นสัมผัส เล่นเกมการศึกษา ฝึกช่วยเหลือตนเองในการ แต่งกาย หยิบจับช้อนส้อม และใช้วัสดุอุปกรณ์ศิลปะ กิจกรรมเขียนภาพด้วยสีเทียน สีน้ำ เป่าสี ทับสี ปั้นดิน เหนียว ดินน้ำมัน งานประดิษฐ์จากเศษวัสดุการเล่นตามมุมประสบการณ์กิจกรรมวาดภาพระบายสี ทั้งสีน้ำ สี เทียน สีดินสอ ได้แก่ หยดสี เทสี ระบายสี เป่าสี ละเลงสีด้วยนิ้วมือ 3.2.3 การพัฒนาอารมณ์ จิตใจ และปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม เป็นการปลูกฝังให้ เด็กมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น มีความเชื่อมั่น กล้าแสดงออก มีวินัย รับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประหยัด เมตตา กรุณา เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน มีมารยาทและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทยและศาสนาที่นับถือโดยจัดกิจกรรมต่างๆ ผ่าน การเล่นให้เด็กได้มีโอกาสตัดสินใจเลือก ได้รับการตอบสนองความต้องการ ได้ฝึกปฏิบัติโดยสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม อย่างต่อเนื่อง มีการจัดกิจกรรม เช่น กิจกรรมวันแม่ กิจกรรมวันพ่อ กิจกรรมไหว้ครูและวันสำคัญ ต่างๆ กิจกรรมนักเล่านิทานน้อย กิจกรรมนั่งสมาธิ กิจกรรมห้องหรรษา การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ การ เคลื่อนไหวเคลื่อนที่ การฝึกท่าทางเป็นผู้นำผู้ตาม กิจกรรมวาดภาพระบายสี ทั้งสีน้ำ สีเทียน สีดินสอ ได้แก่ หยด สี เทสี ระบายสี เป่าสี ละเลงสีด้วยนิ้วมือ กิจกรรมวัดผลประเมินผลโดยใช้แฟ้มสะสมงาน 3.2.4 การพัฒนาสังคมนิสัย เป็นการพัฒนาให้เด็กมีลักษณะนิสัยที่ดี แสดงออกอย่างเหมาะสม และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ช่วยเหลือตนเองในการทำกิจวัตรประจำวัน มีนิสัยรักการทำงาน ระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น โดยรวมทั้งระมัดระวังอันตรายจากคนแปลกหน้า ให้เด็กได้ปฏิบัติ กิจวัตรประจำวันอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหาร พักผ่อนนอนหลับ ขับถ่าย ทำความสะอาดร่างกาย เล่นและ ทำงานร่วมกับผู้อื่น ปฏิบัติตามกฎกติกาข้อตกลงของส่วนรวม เก็บของเข้าที่เมื่อเล่นหรือทำงานเสร็จ มีการจัด กิจกรรม เช่น กิจกรรมวันแม่ กิจกรรมวันพ่อ กิจกรรมไหว้ครู และวันสำคัญต่างๆ การเล่นตามมุมประสบการณ์ 3.2.5 การพัฒนาการคิด เป็นการพัฒนาให้เด็กมีความสามารถในการคิดแก้ปัญหา ความคิดรวบยอด และคิดเชิงเหตุผลทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยจัดกิจกรรมให้เด็กได้สนทนาอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เล่นเกมการศึกษา ฝึกการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ฝึกออกแบบและสร้างชิ้นนงาน และทำกิจกรรมทั้งเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มใหญ่ และรายบุคคล เช่น เกมขอเข้าไปหน่อยนะ เกมปิดตาตีกลอง เกมเดิน ระวัง ๆ นะ กิจกรรมเก็บไข่ใส่ตะกร้า เกมจับคู่ เกมจัดหมวดหมู่ตามประเภทของใช้ เกมจัดหมวดหมู่ตามสี 3.2.6 การพัฒนาภาษา เป็นการพัฒนาให้เด็กใช้ภาษาสื่อสารถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ความรู้ความเข้าใจในสิ่งต่างๆ ที่เด็กมีประสบการณ์โดยสามารถตั้งคำถามในสิ่งที่สงสัยใคร่รู้ จัดกิจกรรมทางภาษา ให้มีความหลากหลายในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มุ่งปลูกฝังให้เด็กได้กล้าแสดงออกในการฟัง พูด อ่าน เขียน มีนิสัยรักการอ่าน และบุคคลแวดล้อมต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้ภาษา ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงหลักการจัด กิจกรรมทางภาษาที่เหมาะสมกับเด็กเป็นสำคัญ กิจกรรมที่จัดเช่น กิจกรรมภาษาไทยวันละคำ ภาษาอังกฤษวัน ละคำ กิจกรรมนักเล่านิทานน้อย 3.2.7 การส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เป็นการส่งเสริมให้เด็กมี ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ได้ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกและเห็นความสวยงามของสิ่งต่างๆ โดยจัดกิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์ ดนตรี การเคลื่อนไหวและจังหวะตามจินตนาการ ประดิษฐ์สิ่งต่างๆ อย่างอิสระ เล่นบทบาทสมมติ เล่นน้ำ เล่นทราย เล่นบล็อก กิจกรรมประดิษฐ์กระทงจากใบตอง กิจกรรมประดิษฐ์สิ่งของจากวัสดุเหลือใช้
๑๕ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 3.2.8 การจัดสภาพแวดล้อม สื่อ และแหล่งเรียนรู้ โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี ได้มีการจัดสภาพแวดล้อมๆในสถานศึกษาปฐมวัยทั้งภายในห้องเรียน ภายนอก บริเวณรอบๆห้องเรียน มีการจัดมุมประสบการณ์ภายในห้องเรียน มุมทราย มุมบล็อก มุมหนังสือ และผลิตสื่อ การสอน เช่น ดอกไม้พยัญชนะ ป๊อปอัพตัวเลข ร้อยเชือกจับคู่ กล่องเล่านิทาน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ เพื่อช่วย กระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้และได้รับประสบการณ์จากการ ทำกิจกรมร่วมกัน และอยู่ร่วมกับผู้อื่น อย่างมี ความสุข สนุก สบาย สะดวก ปลอดภัย ตลอดจนส่งเสริมให้เด็กมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีตามบริบท แวดล้อมของโรงเรียน การพัฒนาและการใช้หลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี ติดตามการใช้หลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย โดยการประเมินการนำ หลักสูตรไปใช้ ของคณะผู้บริหาร ครูผู้สอนระดับปฐมวัย และผู้เกี่ยวข้องในการจัดการเรียนรู้ มีผลการประเมิน ตามตารางที่ 1 ดังนี้ ตารางที่ 1 จำนวนร้อยละของครูผู้สอนที่มีในการใช้หลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตร การดำเนินการ ร้อยละของครูที่ นำหลักสูตรไป ใช้(%) ไม่มี มี ถูกต้อง สมบูรณ์ กำลัง พัฒนา 1. หลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย / 100 2. องค์ประกอบหลักสูตรระดับปฐมวัย / 100 - ปรัชญาการศึกษาปฐมวัยของโรงเรียน / 100 - วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย หลักสูตร สถานศึกษาระดับปฐมวัย / 100 - จุดมุ่งหมาย / 100 - มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ / 100 - ระยะเวลาเรียน / 100 - สาระการเรียนรู้รายปี / 100 - การจัดประสบการณ์ / 100 - การจัดสภาพแวดล้อม สื่อ และแหล่งเรียนรู้ / 100 3. แนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน / 100 4. แนวทางการวัดและประเมินพัฒนาการเด็ก / 100 รวม ถูกต้อง สมบูรณ์ จากตารางที่ 1 พบว่า จำนวนร้อยละของครูผู้สอนที่มีในการใช้หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย ของโรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี มีครูผู้สอนนำหลักสูตรไปใช้ร้อยละ ๑๐๐
๑๖ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 3.2 โรงเรียนมีการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัยให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของ ท้องถิ่น คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชนอย่างไร(อธิบายเพิ่มเติม) โรงเรียน นำสภาพที่เป็นปัญหา จุดเด่น เอกลักษณ์ของชุมชน ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็กปฐมวัย มากำหนดเป็นวัตถุประสงค์หลักสูตรและกำหนดสาระการเรียนรู้และ ประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็ก โดยประสบการณ์การเรียนรู้ที่จัดไว้ในหลักสูตรนั้นจะต้องสอดคล้องตามความ ถนัดและความสนใจของเด็กปฐมวัย 3.3 ปัญหา / อุปสรรคในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย และแนวทางแก้ไข ปัญหา / อุปสรรค แนวทางแก้ไข 1.การจัดประสบการณ์สำคัญจะเน้น สอนเนื้อหาวิชาตามหลักสูตร มากกว่าการพัฒนาการเด็ก ครูเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย เน้น บทบาทให้เด็กได้เรียนรู้ ผ่านการลงมือปฏิบัติ สามารถถ่ายทอดและ อภิปรายผลตามภาษาของตนได้อย่างเหมาะสมตามวัย 2.ผู้สอนไม่ได้ใช้ประโยชน์จาก หลักสูตรอย่างเต็มศักยภาพ สร้างความตระหนักต่อครูผู้สอนและเน้นย้ำให้ผู้สอนนำหลักสูตร สถานศึกษาปฐมวัย เป็นแนวทางในการจัดประสบการณ์สำคัญ 3.แนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ หลักสูตรขาดความเป็นเอกภาพ ครูผู้สอนและบุคลากรทุกฝ่าย สนับสนุน ส่งเสริม สานสัมพันธ์ ในการจัด กิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยเพื่อพัฒนาและเสริมสร้างให้เด็กเกิด ประสิทธิภาพ 3.4 หลังจากที่มีการใช้หลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัยไปแล้ว ในปีการศึกษาที่ผ่านมาโรงเรียนมีการ ปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาเพิ่มเติมดังนี้ โรงเรียนได้มีการวิเคราะห์ความต้องการของผู้เรียน ยึดหลักการมีส่วนร่วมของชุมชน ครอบครัว ในการจัด การศึกษา และแนวคิดเรื่องการจัดการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และรวมทั้งแนวคิดเรื่องหลักการมีส่วนร่วม ที่บุคคลซึ่งมีผลเกี่ยวข้องกับกิจกรรมนั้น ๆ มีโอกาสในการร่วมตัดสินใจในการทำกิจกรรม เพื่อให้ได้ผลตามที่ คาดหวังไว้สู่รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่ยึดหลักสูตรแกนกลางเป็นหลักภายใต้บริบทสังคม วัฒนธรรมท้องถิ่นและชุมชน ที่เกิดจากการมีส่วนร่วมระหว่างบุคคลภายในสถานศึกษา ได้แก่ ผู้บริหาร ครู นักเรียน และบุคลากร ภายนอกสถานศึกษา ได้แก่ ผู้ปกครอง ผู้แทนชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น สำหรับในส่วน ของสาระความรู้และประสบการณ์ในระดับการศึกษาปฐมวัยในหลักสูตรแกนกลาง โรงเรียนกำหนดสาระที่ควร เรียนรู้เป็น 4 เรื่องใหญ่ ๆ คือ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก บุคคลและสถานที่ ธรรมชาติรอบตัวและสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ทั้งนี้การกำหนดสาระที่ควรเรียนรู้ในหลักสูตรสถานศึกษา จะกำหนดในลักษณะของหน่วยการเรียนรู้ ซึ่งได้มา จากการสำรวจความต้องการของท้องถิ่นและผู้เรียน และนำมากำหนดหน่วยการเรียนรู้ที่สัมพันธ์กับสาระใน หลักสูตรแกนกลาง สาระความรู้ในท้องถิ่น 3.5 รูปแบบหลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัยที่ดำเนินการอยู่นั้น มีประโยชน์ต่อประเด็นการดำเนินงาน ของสถานศึกษา ดังนี้ 1) การทำงานของครู ครูผู้สอนมีบทบาทโดยตรงในการร่วมพัฒนาหลักสูตร จัดการเรียนรู้ ครูในยุคปฏิรูปการศึกษา จะต้องปรับเปลี่ยนจากการเป็นผู้สอน เป็นผู้เอื้ออำนวยความสะดวกต่อการเรียนรู้ของเด็ก โดยการชี้
๑๗ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี แนวทางการนำความรู้จากแหล่งต่างๆ มาใช้ประโยชน์ กล่าวคือให้เด็กเรียนรู้วิธีการเข้าถึงแหล่งข้อมูล มีทักษะในการใช้สื่อทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ครูสามารถทำได้ในฐานะผู้เอื้ออำนวยความสะดวกที่ดี 2) การสนับสนุนและการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง โรงเรียนได้เปิดโอกาสให้ ผู้ปกครองและบุคคลในชุมชนทุกฝ่ายร่วมมือกับสถานศึกษาและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันพัฒนาเด็กปฐมวัยตามศักยภาพ (มาตรา 24) ฉะนั้น ผู้ปกครองจะต้องปรับเปลี่ยนความคิด ในการฝากบุตรหลานไว้ในความดูแลของครูมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย โดยผู้ปกครอง มีบทบาทหน้าที่ คือ กำหนดแผนการเรียนรู้ของผู้เรียนร่วมกับครูและเด็กปฐมวัย โดยมีส่วนร่วมในการกำหนด สาระของหลักสูตรสถานศึกษา และกำหนดแผนพัฒนาสถานศึกษา อีกทั้งส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมของ สถานศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กตามศักยภาพ ตลอดจนอบรมเลี้ยงดู เอาใจใส่ ให้ความรักความอบอุ่น ส่งเสริมการ เรียนรู้และพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็กปฐมวัย สนับสนุนทรัพยากรเพื่อการศึกษา ตามความเหมาะสมพร้อม กับประสานความร่วมมือกับครูและผู้เกี่ยวข้อง ประสานงาน ป้องกันและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่พึง ประสงค์ของเด็กปฐมวัย ทั้งนี้ ผู้ปกครองต้องตระหนักในการพัฒนาตนเองให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีความรู้คู่ คุณธรรม เป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อนำครอบครัวไปสู่สถาบันแห่งการเรียนรู้ 3) การพัฒนาผู้เรียน โรงเรียนได้เปิดโอกาสให้เด็กปฐมวัยทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมให้เหมาะสมกับวัย วุฒิภาวะและความแตกต่างระหว่าง บุคคลของเด็กปฐมวัย โดยจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเกื้อกูลส่งเสริมการเรียนรู้ ตามสาระที่ควรเรียนรู้ และ ประสบการณ์สำคัญที่ควรได้รับอีกทั้งมีการจัดกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัดตามธรรมชาติ ความสามารถ และความต้องการของเด็กและชุมชน 3.6 กระบวนการนิเทศติดตามการใช้หลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัยของผู้บริหารสถานศึกษา การนิเทศการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา มีแนวทางการนิเทศเพื่อส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาหลักสูตร สถานศึกษาสู่การปฏิบัติแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ระยะที่ 2 การใช้หลักสูตรในระดับชั้นเรียน ทั้งนี้ การนิเทศการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาเป็นการดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยใช้กระบวนการนิเทศ 5 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหา การนิเทศการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ดังนี้ 1.1 การศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาการดำเนินงานพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา 1.2 ศึกษานิเทศก์และผู้เกี่ยวข้องวิเคราะห์ผลการตรวจสอบหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อส่งเสริม สนับสนุนสถานศึกษาในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้ครบถ้วนถูกต้อง ขั้นที่ 2 วางแผนกำหนดแนวทางนิเทศ 2.1 นำผลการวิเคราะห์สภาพปัญหาการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาจากตรวจสอบ การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษามาวางแผนหาแนวทางการแก้ไข/ปรับปรุง เพื่อให้หลักสูตรสถานศึกษาได้ผ่านการ อนุมัติจากคณะกรรมการสถานศึกษาและประกาศใช้ในปีการศึกษา 2561 เพื่อการนำหลักสูตรสถานศึกษาสู่การ ปฏิบัติชั้นเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ 2.2 วางแผนกำหนดแนวทางการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและการใช้หลักสูตรในระดับชั้น เรียน มีการดำเนินการดังนี้
๑๘ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 2.2.1 วางแผนกำหนดแนวทางการนิเทศร่วมกันภายในสถานศึกษา ตามสภาพบริบทของแต่ละชั้นเรียน 2.2.2 กำหนดปฏิทินการนิเทศ ติดตามการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและการใช้หลักสูตร ในระดับชั้นเรียนร่วมกันระหว่างผู้บริหารและคณะครูโดยใช้การนิเทศแบบสอนแนะ (Coaching) ตามสภาพ ปัญหาที่พบ ขั้นที่ 3 พัฒนาเครื่องมือนิเทศ เครื่องมือการนิเทศ ติดตาม การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2560 3.1 แบบตรวจสอบการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อตรวจสอบองค์ประกอบหลักสูตร สถานศึกษา 3.2 แบบนิเทศการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา 3.3 แบบตรวจสอบการใช้หลักสูตรในระดับชั้นเรียน ขั้นที่ 4 ปฏิบัติการนิเทศ การดำเนินการนิเทศ แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา และระยะที่ 2 การใช้หลักสูตรในระดับชั้นเรียน มีขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้ 4.1 ระยะที่ 1 การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา 4.1.1 สร้างความรู้ความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงการนำมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดใน หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ไปสู่การปฏิบัติของสถานศึกษา 4.1.2 โรงเรียนดำเนินพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาตามบริบทของโรงเรียน 4.1.3 ผู้บริหารตรวจสอบหลักสูตรสถานศึกษา ตามแบบตรวจสอบการพัฒนาหลักสูตร สถานศึกษา และวิเคราะห์ผลการตรวจสอบการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อ หาทางแก้ปัญหาให้โรงเรียนสามารถพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาได้ถูกต้อง และประกาศใช้เป็นหลักสูตร สถานศึกษาของโรงเรียนต่อไป 4.1.4 เมื่อพบปัญหาการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาผู้บริหารหาแนวทางการพัฒนาโดยใช้การนิเทศแบบสอน แนะ (Coaching) ตามแบบนิเทศการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา โดยใช้คำถามสะท้อนคิดตามประเด็นปัญหา หาวิธีการและแนวทางในการแก้ปัญหา ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา 4.2 ระยะที่ 2 การใช้หลักสูตรในระดับชั้นเรียน การนิเทศ ติดตามการใช้หลักสูตรสถานศึกษา ผู้บริหารดำเนินการนิเทศ ติดตามการใช้หลักสูตรใน ระดับชั้นเรียน โดยครูผู้สอนมีหน้าที่รับผิดชอบในจัดทำโครงสร้างการจัดการเรียนรู้ ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ และแผนจัดการเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๑๙ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 3.7 ปัจจัยสำคัญของโรงเรียนที่มีผลต่อการใช้หลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย ตามแนวทางหลักสูตร การจัดการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 มีดังนี้ ปัจจัย มี ไม่มี เหตุผล 1. หลักสูตรสถานศึกษา / 2. ความพร้อมด้านบุคลากร / 3. ทักษะการจัดประสบการณ์ของครู / 4. เทคนิคการจัดกิจกรรม / 5. สื่อการเรียนการสอน / 6.การวัดผลประเมินพัฒนาการเด็ก / 7.การบริหารจัดการ / 8.อื่นๆ.................................(ระบุ) 3.8 แนวคิด/แนวทางการพัฒนาหลักสูตรระดับปฐมวัยของโรงเรียนในครั้งต่อไป การจัดการศึกษาต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการ ตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษา ความรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเองและความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม ได้แก่ ครอบครัว ชุมชน ชาติ และสังคมโลก รวมถึงความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของสังคมไทย และระบบการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อีกทั้งความรู้และ ทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์เรื่องการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างสมดุลยั่งยืน พร้อมกับความรู้ เกี่ยวกับศาสนา ศิลปวัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทย และการประยุกต์ใช้ ภูมิปัญญา และ ความรู้และทักษะ พื้นฐานด้านคณิตศาสตร์และด้านภาษา 3.9 ความต้องการในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย 1. นำสภาพที่เป็นปัญหา จุดเด่น เอกลักษณ์ของชุมชน ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนคุณลักษณะ ที่พึงประสงค์ของเด็กปฐมวัยมากำหนดเป็นวัตถุประสงค์หลักสูตรและกำหนดสาระการเรียนรู้ 2. การนำสาระตามข้อ 1 มาสู่กระบวนการจัดการเรียนรู้ซึ่งจะต้องอยู่บน พื้นฐานของหลักสูตรแกนกลาง กล่าวคือต้องยึดหลักสูตรแกนกลางเป็นหลักของการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา 3. สาระและกระบวนการเรียนรู้หรือกระบวนการจัดประสบการณ์ที่จัดให้กับเด็กตามข้อ 1 นั้น จะเกิดจากการ มีส่วนร่วมระหว่างสถานศึกษากับชุมชน 4. ประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็กที่จัดไว้ในหลักสูตรนั้นจะต้องสอดคล้องตามความถนัดและความสนใจของ เด็กปฐมวัย การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยนั้น จะพัฒนาจากการมีส่วนร่วมระหว่างสถานศึกษาและชุมชน ในส่วนของสาระที่เป็นไปตามความต้องการของชุมชน สังคม โดยมีหลักสูตรแกนกลางเป็นหลัก ทั้งนี้สาระ และกระบวนการจัดประสบการณ์นั้นจะต้องตอบสนองความสนใจและสอดคล้องกับความถนัดของเด็ก
๒๐ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 1.ผลการประเมินพัฒนาการเด็ก 1.1 สรุปผลการประเมินพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ระดับชั้น จำนวนนักเรียน ทั้งหมด(คน) ผลการประเมินพัฒนาการเด็ก ไม่ผ่าน ผ่าน ดี พอใช้ ควรส่งเสริม อนุบาลปีที่ 1 3 - 3 - - อนุบาลปีที่ 2 3 - 2 1 - อนุบาลปีที่ 3 7 - 5 2 - รวม 13 - 11 3 - 1.2 สรุปผลการประเมินพัฒนาการตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ อนุบาลปีที่ 1 ระดับชั้น จำนวน นักเรียน ทั้งหมด (คน) จำนวนนักเรียนที่ผ่านการประเมินพัฒนาการ (คน) มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามระดับ คุณภาพ ดี พอใช้ ควร ส่งเสริม อนุบาลปีที่ 1 3 มฐ.1 ร่างกายเจริญเติมโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี 3 0 0 มฐ.2 กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง ใช้ได้ อย่างคล่องแคล่ว และประสานสัมพันธ์กัน 3 0 0 มฐ.3 มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข 3 0 0 มฐ.4 ชื่นชมและสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว 3 0 0 มฐ.5 มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม 3 0 0 มฐ.6 มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง 3 0 0 มฐ.7 รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย 3 0 0 มฐ.8 อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตน เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ในระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 3 0 0 มฐ.9 ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย 3 0 0 มฐ.10 มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ 3 0 0 มฐ.11 มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ 3 0 0 มฐ. ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมีความสามารถ ในการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย 3 0 0 คิดเป็นร้อยละ 100 0 0
๒๑ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี อนุบาลปีที่ 2 ระดับชั้น จำนวน นักเรียน ทั้งหมด (คน) จำนวนนักเรียนที่ผ่านการประเมินพัฒนาการ (คน) มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามระดับ คุณภาพ ดี พอใช้ ควร ส่งเสริม อนุบาลปีที่ 2 3 มฐ.1 ร่างกายเจริญเติมโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี 3 0 0 มฐ.2 กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง ใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว และประสานสัมพันธ์กัน 3 0 0 มฐ.3 มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข 3 0 0 มฐ.4 ชื่นชมและสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการ เคลื่อนไหว 3 0 0 มฐ.5 มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม 3 0 0 มฐ.6 มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง 3 0 0 มฐ.7 รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และ ความเป็นไทย 3 0 0 มฐ.8 อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติ ตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ในระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 3 0 0 มฐ.9 ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย 2 1 0 มฐ.10 มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานใน การเรียนรู้ 2 1 0 มฐ.11 มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ 3 0 0 มฐ. ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมี ความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับ วัย 2 1 0 คิดเป็นร้อยละ 91.66 8.33 0
๒๒ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี อนุบาลปีที่ 3 ระดับชั้น จำนวน นักเรียน ทั้งหมด (คน) จำนวนนักเรียนที่ผ่านการประเมินพัฒนาการ (คน) มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามระดับ คุณภาพ ดี พอใช้ ควร ส่งเสริม อนุบาลปีที่ 3 7 มฐ.1 ร่างกายเจริญเติมโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี 7 0 0 มฐ.2 กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง ใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว และประสานสัมพันธ์กัน 7 0 0 มฐ.3 มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข 7 0 0 มฐ.4 ชื่นชมและสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการ เคลื่อนไหว 7 0 0 มฐ.5 มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม 7 0 0 มฐ.6 มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง 7 0 0 มฐ.7 รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และ ความเป็นไทย 7 0 0 มฐ.8 อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติ ตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ในระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 7 0 0 มฐ.9 ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย 5 2 0 มฐ.10 มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานใน การเรียนรู้ 5 2 0 มฐ.11 มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ 6 1 0 มฐ. ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมี ความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับ วัย 5 2 0 คิดเป็นร้อยละ 81.00 19.00 0
๒๓ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 2. จุดเน้นการพัฒนาเด็กเพื่อการขับเคลื่อนหลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย การจัดประสบการณ์การ เรียนรู้และการวัดประเมินพัฒนาการเด็ก มีกิจกรรม/โครงการที่สนับสนุนในแต่ละจุดเน้นระดับปฐมวัย ดังนี้ 1. กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาศักยภาพและสุขอนามัยเด็กปฐมวัย 2. กิจกรรมพัฒนาทักษะภาษาและการคิด 3. กิจกรรมบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย 4. กิจกรรมวันสำคัญ 5. กิจกรรมปฐมวัย 5ส 6. กิจกรรมหนูน้อยเรียนรู้ทักษะอาชีพปฐมวัย (พัฒนาผู้เรียน) 7. กิจกรรมทัศนศึกษาระดับปฐมวัย (พัฒนาผู้เรียน) 8. กิจกรรมรักการออม (พัฒนาผู้เรียน) 3. นวัตกรรม/เทคนิค/วิธีการของโรงเรียนที่นำมาใช้และเป็นแบบอย่างได้ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย -การพัฒนาทักษะภาษาโดยใช้กิจกรรม ค้นคำทำประโยค -พัฒนาทักษะการคิดอย่างเป็นระบบผ่านกิจกรรม coding skill -พัฒนาทักษะทางสมองโดยใช้โครงงานเป็นฐานผ่านรูปแบบ CHILDS MODEL ๓.1 ด้านการบริหารจัดการ เป็นการใช้นวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารสนเทศมาช่วยในการบริหารจัดการ เพื่อการตัดสินใจ ของผู้บริหารการศึกษาให้มีความรวดเร็วทันเหตุการณ์ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และนวัตกรรมการศึกษา ที่นำมาใช้ทางด้านการบริหาร ๓.2 ด้านการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยซึ่งมีหลากหลาย รวมทั้งศึกษาแนวคิดจากนวัตกรรมที่ผู้สอนต้องการใช้สอดแทรก ลงในการจัดประสบการณ์ สำหรับรูปแบบที่ใช้จัดประสบการณ์ในระดับปฐมวัยศึกษา คือ หน่วยการจัด ประสบการณ์ผู้สอนสามารถกำหนดหน่วยการจัดประสบการณ์เป็นรายสัปดาห์ บางสัปดาห์อาจใช้หน่วยตาม ความสนใจของเด็ก โดยพิจารณาข้อมูลหลักสูตรสถานศึกษา ตัวเด็ก สภาพแวดล้อม สังคม-วัฒนธรรมประกอบ ทั้งนี้สามารถยืดหยุ่นตามความเหมาะสม ่– บทเรียนสำเร็จรูป (Programed Instruction) – เครื่องช่วยสอน(Teaching Machine) – วิทยุและโทรทัศน์ช่วยสอน (Teaching By Radio and TV) – ชุดการสอน (Learning Packages) 3.๓ ด้านการพัฒนาการคิด การส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยมีการพัฒนาด้านการคิด เป็นพฤติกรรมที่มีคุณค่าและมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการ พัฒนาเด็กปฐมวัย การที่ครูผู้สอนเด็กได้เผชิญ สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้ขบคิด และแก้ปัญหาและพร้อมที่ จะกระทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง และสังคมโดยส่วนรวม สนทนากับเด็ก เพื่อจะได้ทราบว่าเด็กมี ประสบการณ์เดิมในหัวเรื่องนั้นมากน้อยเพียงใด เด็กอยากทราบอะไรเพิ่มเติม และผู้สอนควรตรวจสอบหลักสูตร เพื่อเพิ่มเติมสิ่งที่เด็กควรเรียนรู้ในหน่วยหรือหัวเรื่องนั้นๆ เช่นกิจกรรมเล่นเกมการศึกษา ฝึกการแก้ปัญหาใน
๒๔ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี ชีวิตประจำวัน ฝึกออกแบบและสร้างชิ้นงาน และทำกิจกรรมทั้งเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มใหญ่ และรายบุคคล เช่น เกม ขอเข้าไปหน่อยนะ เกมปิดตาตีกลอง เกมเดินระวัง ๆ นะ กิจกรรมเก็บไข่ใส่ตะกร้า เกมจับคู่ เกมจัดหมวดหมู่ ตามประเภทของใช้ เกมจัดหมวดหมู่ตามสี 4. ด้านการพัฒนาภาษา การเรียนรู้ภาษาของเด็กปฐมวัยจะแตกต่างไปจากวิธีการเรียนรู้ภาษาของผู้ใหญ่เนื่องจากระดับวุฒิภาวะ ทางสติปัญญาของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ เด็กยังไม่สามารถคิดสิ่งที่เป็นนามธรรมได้ ไม่สามารถใช้อวัยวะทุกส่วนที่ เกี่ยวกับการพัฒนาทางภาษาได้อย่างเต็มที่ ความสามารถเหล่านี้ขึ้นอยู่กับระดับพัฒนาการของเด็กแต่ละวัย ครอบคลุมทักษะทางภาษา 4 ด้าน ได้แก่ ทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียน ซึ่งแต่ละทักษะจะมีพัฒนาการไปตาม วัย กิจกรรมที่จัดเช่น กิจกรรมภาษาไทยวันละคำ ภาษาอังกฤษวันละคำ กิจกรรมนักเล่านิทานน้อย 5. ด้านการส่งเสริมจิตนาการและความคิดสร้างสรรค์ การเจริญเติบโตของเด็กปฐมวัยเกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านความคิดสร้างสรรค์ โดยมีแบบแผนที่ แตกต่างกันออกไปจากพัฒนาการด้านอื่นๆ เด็กมี ความกระตือรือร้นที่จะใช้ประสาทสัมผัสเริ่มมีมากขึ้น เด็กสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากประสบการณ์ตรง และประสาทสัมผัสที่พร้อมสำหรับสิ่งแปลกใหม่ตามธรรมชาติ เริ่มมีความรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง มักทำในสิ่งที่เกินความสามารถของตนเอง ชอบจินตนาการ การเล่นและ สามารถเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่างๆ แม้จะไม่เข้าใจในเหตุผลมากนัก เด็กชอบทดลองเล่นบทบาทสมมติต่างๆ โดยใช้ จินตนาการของเด็กเอง โดยจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ดนตรีการเคลื่อนไหวและจังหวะตามจินตนาการ เล่น บทบาทสมมติ เล่นมุมน้ำ เล่นทราย เล่นบล็อก กิจกรรมประดิษฐ์กระทงจากใบตอง กิจกรรมประดิษฐ์สิ่งของจาก วัสดุเหลือใช้ 6. การสร้างรอยเชื่อมต่อระหว่างการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ชั้นอนุบาล จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพของห้องเรียน ให้คล้ายคลึงกับระดับชั้นประถมศึกษา จัดที่นั่งแบบมีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งแบบนักเรียนประถมศึกษา ฝึกให้ทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง จัดการเรียนการ สอนให้มีช่วงสมาธิยาวขึ้นประมาณ 30-45 นาที ให้เด็กทำกิจกรรมสุนทรียะแทนการนอนกลางวัน ครูหรือผู้สอน ในระดับอนุบาลเตรียมเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็ก นอกเหนือจากบันทึกสุขภาพเพื่อส่ง ต่อให้ผู้ปกครองนำไปมอบให้ครูผู้สอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่1
๒๕ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก ระดับคุณภาพ : ดี 1. กระบวนการพัฒนา ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก ระดับคุณภาพ : ดี 1. กระบวนการพัฒนา โรงเรียนดำเนินงานตามกระบวนการพัฒนาคุณภาพของเด็ก ในการดำเนินงานของโรงเรียนให้มีคุณภาพ และครอบคลุมคุณภาพการจัดการศึกษาทุกขั้นตอน มีการประชุม วางแผน แต่งตั้งคณะทำงานซึ่งทางโรงเรียนได้ มีวิธีการดำเนินการพัฒนาคุณภาพของเด็ก โดยมีการวิเคราะห์หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2560 มีการวิเคราะห์ โครงสร้างหลักสูตร จัดทำโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา กำหนดโครงสร้าง การจัดเวลาเรียน สาระการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาคุณภาพของเด็ก ครูมีการออกแบบแผนการจัดประสบการณ์และจัดกิจกรรมเหมาะสบกับวัย และมี การบันทึกหลังการจัดประสบการณ์ครอบคลุมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและ สติปัญญา สอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย 2560 ครูมีการนำเทคนิควิธีในการจัดประสบการณ์ที่เน้น เด็กเป็นสำคัญ เช่น การจัดประสบการณ์โดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain-based Learning) ใช้เกมต่าง ๆ เช่น เกม รองเท้าฉันอยู่ไหน เกมฉันหิวแล้วนะ เกมหนูน้อยนักผจญเพลิง กิจกรรมเก็บไข่ใส่ตะกร้า อีกทั้งยังมีกิจกรรม ต่างๆ ที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กในแต่ละด้าน เช่น กิจกรรมร้องเล่นเต้นสนุก กิจกรรมกายบริหารประกอบเพลง กิจกรรมนักเล่านิทานน้อย กิจกรรมนั่งสมาธิ กิจกรรมพัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตร์ กิจกรรมปฐมวัย5ส กิจกรรมห้องหรรษา กิจกรรมวันสำคัญต่างๆ กิจกรรมงานปั้น ได้แก่ ปั้นดินเหนียวหรือแป้งโด ดินน้ำมัน กิจกรรมวาดภาพระบายสี กิจกรรมประดิษฐ์จากวัสดุต่างๆ และของเหลือใช้ กิจกรรมวัดผลประเมินผลโดยใช้ แฟ้มสะสมงาน เกมการศึกษา เช่น จับคู่รูปร่างที่เหมือนกัน จับคู่ภาพกับเงา จับคู่สิ่งที่มีความสัมพันธ์กัน สิ่งที่ใช้ คู่กัน จับคู่ภาพส่วนเต็มกับส่วนย่อย เกมต่อภาพตัดต่อ เกมจัดหมวดหมู่ตามประเภทของใช้ เกมจัดหมวดหมู่ ตามสี นำของเล่น ของใช้มาให้ลูกแบ่งเป็นกลุ่มตามสี ครูจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการโดยใช้ กระบวนการเสต็มเข้ามาผสมผสาน โดยครูเป็นผู้จัดสภาพแวดล้อมให้เหมือนบ้านและเป็นผู้ให้การสนับสนุนให้ เด็กได้เรียนรู้ตามความสนใจ ให้คำปรึกษาและกระตุ้นให้เด็กคิดและแก้ปัญหาด้วยตนเอง ครูมีการจัดมุม ประสบการณ์ เช่น มุมบล็อก มุมหนังสือ มุมน้ำ มุมทราย เน้นการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติตามความสนใจ ของเด็ก จัดวัสดุอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการเรียนรู้และพัฒนาการตามวัย จัดไว้อย่างเป็นหมวดหมู่ ด้วยการทำงาน ร่วมกันกับเพื่อนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ โดยมีครูคอยให้กำลังใจ ถามคำถาม สนับสนุน ให้คำแนะนำ จัดการเรียนการ สอนเน้นเด็กเป็นสำคัญ (Child Center) โดยให้เด็กมีส่วนร่วมในการวางแผนกิจกรรม ได้ปฏิบัติด้วยตนเอง และมี ส่วนร่วม โดยครูเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวก เพื่อให้เด็กได้แสวงหาความรู้ด้วยตนเองอีกทั้งครูยังมีการจัด 6 กิจกรรมให้เด็กได้เรียนรู้และปฏิบัติจริงด้วยตนเอง นั่นคือ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะกิจกรรมเสริม ประสบการณ์ การปฏิบัติจริงโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 เพื่อพัฒนาการคิดและการแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง กิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น วาดภาพด้วยสีเทียน สีน้ำ ตัดปะ ช่วยให้เด็กได้แสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก จินตนาการและงานสร้างสรรค์ กิจกรรมเล่นเสรี (เล่นตามมุม) เป็นการที่เด็กได้ได้เล่นอย่างอิสระตามความสนใจ กิจกรรมกลางแจ้ง เป็นกิจกรรมที่เน้นพัฒนาการร่างกายและกล้ามเนื้อจากการเล่น และเกมการศึกษา
๒๖ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี เป็นกิจกรรมการเล่นที่ส่งเสริมให้เด็กรู้จักการแบ่งปัน การรอคอย ฝึกการสังเกต ฝึกการคิด และเกิดความคิดรวบ ยอด เช่น เกมจับคู่ เกมโดมิโน เกมเรียงลำดับ ซึ่งทั้ง 6 กิจกรรม จะช่วยให้เด็กได้พัฒนาการคิดแก้ปัญหาในการ ทำกิจกรรมอย่างมีความสุข ส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจสังคมและสติปัญญาตามที่ สถานศึกษากำหนดไว้ เป็นต้น ทั้งนี้โรงเรียนยังมีโครงการ/กิจกรรมสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพของเด็ก เช่น โครงการวันสำคัญต่าง ๆ เช่น กิจกรรมวันไหว้ครู กิจกรรมวันสุนทรภู่ กิจกรรมวันวิสาขบูชา กิจกรรมวันอาสฬบูชา กิจกรรมวันเข้าพรรษา กิจกรรมวันออกพรรษา กิจกรรมวันแม่แห่งชาติ กิจกรรมวันเด็ก กิจกรรมวันคริสต์มาส กิจกรรมวันขึ้นปีใหม่ กิจกรรมหน้าเสาธง กิจกรรมผ้าไทยวันศุกร์ โครงการ/กิจกรรมดังกล่าวที่โรงเรียนจัดมีวัตถุประสงค์คำนึงถึง เด็กเป็นสำคัญ เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจสังคมและสติปัญญา บรรลุตามที่สถานศึกษา กำหนด 2. ผลการดำเนินงาน จากการดำเนินงานตามกระบวนการพัฒนาคุณภาพเด็ก ส่งผลให้เด็กโรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคีมีพัฒนาการ ทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย แข็งแรง มีสุขนิสัยที่ดีและดูแลความปลอดภัยของตนเองได้บรรลุตามเป้าหมายที่ สถานศึกษากำหนด ด้านอารมณ์จิตใจ เด็กมีพัฒนาการด้านอารมณ์จิตใจควบคุมและแสดงออกทางอารมณ์บรรลุ ตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด ส่วนด้านสังคมเด็กมีพัฒนาการด้านสังคมช่วยเหลือตนเองและเป็นสมาชิกที่ ดีของสังคมบรรลุตามเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด และด้านสติปัญญาเด็กมีพัฒนาการด้านสติปัญญามี พัฒนาการด้านสติปัญญาสื่อสารได้มีทักษะการคิดพื้นฐานและแสวงหาความรู้บรรลุตามเป้าหมายที่สถานศึกษา กำหนด เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย แข็งแรงมีสุขนิสัยที่ดีและดูแลความปลอดภัยของตนเองได้มีน้ำหนักส่วนสูง ตามเกณฑ์มาตรฐาน เคลื่อนไหวร่างกายคล่องแคล่ว ทรงตัวได้ดี ใช้มือและตาประสานสัมพันธ์ได้ดี ดูแลรักษา สุขภาพอนามัยส่วนตนและปฏิบัติจนเป็นนิสัยปฏิบัติตนตามข้อตกลงเกี่ยวกับความปลอดภัยหลีกเลี่ยงสภาวะที่ เสี่ยงต่อโรคสิ่งเสพติดและระวังภัยจากบุคคลสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์ที่เสี่ยงอันตราย คุณภาพระดับดี คิดเป็นร้อยละ 79 เด็กมีพัฒนาการด้านอารมณ์จิตใจควบคุมและแสดงออกทางอารมณ์ได้เด็กร่าเริงแจ่มใสแสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้เหมาะสมรู้จักยับยั้งชั่งใจอดทนในการรอคอยยอมรับและพอใจในความสามารถและผลงานของ ตนเองและผู้อื่นมีจิตสำนึกและค่านิยมที่ดีมีความมั่นใจกล้าพูดกล้าแสดงออกช่วยเหลือแบ่งปันเคารพสิทธิ รู้หน้าที่รับผิดชอบ อดทนอดกลั้น ซื่อสัตย์สุจริตมีคุณธรรมจริยธรรม ตามที่สถานศึกษากำหนดชื่นชมและมี ความสุขกับศิลปะดนตรีและการเคลื่อนไหว คุณภาพระดับดีเลิศ คิดเป็นร้อยละ 81 เด็กมีพัฒนาการด้านสังคมช่วยเหลือตนเองและเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม เด็กช่วยเหลือตนเองในการ ปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน มีวินัยในตนเอง ประหยัด และพอเพียง มีส่วนร่วมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในและนอก ห้องเรียน มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทย เช่น การไหว้การยิ้มทักทายและมีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่ ยอมรับหรือ เคารพความแตกต่างระหว่างบุคคล คุณภาพระดับดีเลิศ คิดเป็นร้อยละ 81 เด็กมีพัฒนาการด้านสติปัญญามีพัฒนาการด้านสติปัญญาสื่อสารได้มีทักษะการคิดพื้นฐานและแสวงหา ความรู้ได้เด็กสนทนาโต้ตอบและเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจตั้งคำถามในสิ่งที่ตนเองสนใจหรือสงสัยและพยายามค้นหา คำตอบอ่านนิทานและเล่าเรื่องที่ตนเองอ่านได้เหมาะสมกับวัยมีความสามารถในการคิดรวบยอดการคิดเชิง เหตุผลทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์การคิดแก้ปัญหาและสามารถตัดสินใจในเรื่องง่ายๆ
๒๗ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี คุณภาพระดับดีเลิศ คิดเป็นร้อยละ 82 3. จุดเด่น 1.ครูมีการออกแบบแผน/จัดประสบการณ์ที่สอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย มีการนำเทคนิค การจัดการสอนแบบ Actice Learningมาปรับใช้ในการจัดประสบการณ์ ทำให้เด็กมีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญาเหมาะสมตามวัย 4. จุดควรพัฒนา 1. เด็กควรได้รับการฝึกฝนฝึกปฏิบัติในการถ่ายทอดชิ้นงาน ใบงาน งานกลุ่ม หน้าที่ความรับผิดชอบของ ตนเอง รวมทั้งนำเสนอผลงานแปลกใหม่ของตนเอง โดยครูเป็นผู้สนับสนุนส่งเสริมเด็กฝึกการนำเสนอชิ้นงาน ใบ งานของตนเองในชั้นเรียนบ่อยๆ รวมทั้งกล้าแสดงออกในมุมต่างๆ เช่น มุมคนเก่ง มุมคุณครูมุมพิธีกร เพื่อให้เด็ก ได้กล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์และมีขั้นตอนการนำเสนออย่างอย่างถูกต้อง
๒๘ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ระดับคุณภาพ : ดี 1. กระบวนการพัฒนา โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคีมีวิธีดำเนินการพัฒนากระบวนการบริหารและการจัดการ ตามรูปแบบการประกัน ภายในสถานศึกษาของโรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 แนวคิดการบริหารโรงเรียน “Kaengkulasamakkee System : KKL System” Kaengkulasamakkee System : KKL System คือ การผสมผสานของแนวคิดการบริหารจัดการที่ หลากหลายเข้าด้วยกัน เพื่อประยุกต์ใช้เป็นรูปแบบในการบริหารโรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี KKL System โดย K = Keep forwarding together ก้าวไปข้างหน้าด้วยกันบนบานคความรู้ K = Key Performance เป้าหมาย ระดับคุณภาพ L = Loop of quality วงจรแห่งคุณภาพ ซึ่งประกอบด้วยแนวคิดและเงื่อนไข ดังนี้ แนวคิด 1. วงจรคุณภาพ (PDCA) คือ วงจรการควบคุมคุณภาพ (PDCA Cycle) หรือ วงจรเด็มมิ่ง (Deming Cycle) คือ แนวคิดการพัฒนาการทำงานเพื่อควบคุมคุณภาพงานให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พัฒนามาจาก แนวคิดของ วอล์ทเตอร์ ซิวฮาร์ท (Walter Shewhart) นักสถิติในงานอุตสาหกรรม ต่อมาแนวคิดนี้เริ่มเป็นที่รู้จัก กันมากขึ้นเมื่อ เอดวาร์ด เดมมิ่ง (W.Edwards Deming) นักจัดการบริหารคุณภาพ ได้นำเสนอและเผยแพร่ใช้ เป็นเครื่องมือสำหรับการปรับปรุงกระบวนการทำงานของพนักงานภายในโรงงานให้ดีขึ้น ซึ่งจะใช้ในการค้นหา ปัญหาอุปสรรคในขั้นตอนการทำงานโดยพนักงาน จนเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า วงจรเด็มมิ่ง หรือ วงจร PDCA ซึ่ง แนวคิดวงจร PDCA เป็นแนวคิดที่ง่ายไม่ซับซ้อน สามารถนำไปใช้ได้ในเกือบจะทุกกิจกรรม จึงทำให้เป็นที่รู้จักกัน อย่างแพร่หลายมากขึ้นทั่วโลก PDCA เป็นอักษรนำของภาษาอังกฤษ 4 คำ คือ - การวางแผน (Plan) คือ การวางแผนการดำเนินงาน เพื่อให้เกิด การทำงานที่ได้ผลงาน การปรับปรุง เปลี่ยนแปลง การพัฒนาสิ่งใหม่ การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน มีส่วนที่สำคัญเช่น การกำหนด เป้าหมาย วัตถุประสงค์ การจัดอันดับความสำคัญของเป้าหมาย กำหนดการดำเนินงาน กำหนดระยะเวลาการ ดำเนินงาน กำหนดผู้รับผิดชอบดำเนินการ และกำหนดงบประมาณที่จะใช้ การวางแผนที่ดีควรต้องเกิดจาก
๒๙ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี การศึกษาที่ดี มีการวางแผนไว้รัดกุมรอบคอบปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของงานและเหตุการณ์ แผนที่ได้ ต้องช่วยในการคาดการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นและสามารถช่วยลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ การวางแผนควรมีการ กำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ ผู้รับผิดชอบ ระยะเวลาดำเนินการ งบประมาณที่กำหนด การเสนอเพื่อขออนุมัติ ก่อนดำเนินการ เป็นต้น - ปฏิบัติตามแผน (Do) คือ การดำเนินการเพื่อให้ได้ตามแผนที่มีการกำหนดไว้ อาจมีการกำหนด โครงสร้างคณะทำงานรองรับการดำเนินการ เช่น คณะกรรมการ ฯลฯ กำหนดวิธีในการดำเนินงาน ขั้นตอน ผู้ดูแลรับผิดชอบ ผู้ตรวจสอบและทำการประเมินผล การปฏิบัติการควรมีคณะทำงานคอยควบคุม กำหนด นโยบาย ติดตามตรวจสอบการทำงาน การกำหนดขั้นตอนที่ชัดเจน วิธีการดำเนินการที่สามารถดำเนินการได้จริง ไม่ยากจนเกินความสามารถของผู้ที่จะทำผู้รับผิดชอบดำเนินการที่ชัดเจน เพียงพอ ระยะเวลาที่กำหนดที่ เหมาะสม งบประมาณในการทำงาน เป็นต้น - ตรวจสอบการปฏิบัติตามแผน (Check) คือ ขั้นตอนที่เริ่มเมื่อมีการดำเนินโครงการตามข้อ 2 ควร จะต้องทำการประเมินผลการดำเนินงานว่าเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้หรือไม่ อาจประเมินในส่วน การ ประเมินผลงานการดำเนินการ การประเมินผลการดำเนินตามขั้นตอน และการประเมินผลงานตามเป้าหมายของ แผนงานที่ได้มีการกำหนดไว้ ในการประเมินนี้เราอาจสามารถทำได้เองโดยใช้คณะกรรมการที่รับผิดชอบใน แผนการดำเนินงานภายในเป็นการประเมินตนเอง แต่การใช้คนภายในอาจทำให้ขาดความน่าเชื่อถือหรือ ประเมินผลได้ไม่เต็มที่ จะดีหากมีการตั้งคณะประเมินจากภายนอกมาช่วย เพราะน่าจะได้ผลการประเมินที่ดีกว่า ทีมงานภายใน เพราะอาจมีปัญหาช่วยกันประเมินผลให้ดีเกินจริง แนวทางที่จะใช้ในการประเมิน เช่น กำหนด วิธีการประเมินแยกให้ชัดเจนสามารถทำได้ง่าย รูปแบบการประเมินตรงกับเป้าหมายในงานที่ทำ การประเมิน ปัญหา / จุดอ่อน / ข้อดี / จุดแข็ง ที่มีในการดำเนินการ เป็นต้น - ปรับปรุงแก้ไขพัฒนาต่อเนื่อง (Act) คือ การนำผลประเมินที่ได้มาทำการวิเคราะห์ เพื่อพัฒนาแผน ใน การปรับปรุงต่อไป ในส่วนนี้ควรจะเสนอแนะปัญหาแนวทางการปรับปรุงแก้ไขปัญหา หรือการพัฒนาระบบที่มี อยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีกไม่มีที่สิ้นสุด เช่น ทำการระดมสมอง เพื่อหาทางแก้ไข ปัญหา / จุดอ่อน / ข้อดี / จุดแข็ง ที่พบ ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น นำผลที่ได้จากการระดมสมองเสนอผู้เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาใช้วางแผนต่อไป กำหนดกล ยุทธ์ในการจัดทำแผนครั้งต่อไป กำหนดผู้รับผิดชอบดำเนินงานครั้งต่อไป เป็นต้น 2. การบริหารจัดการโดยโรงเรียนเป็นฐาน SBM (School Based Management) คือ การบริหารและ การจัดการศึกษาที่กระจายอำนาจในการจัดการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นศูนย์กลาง ให้โรงเรียนมีอำนาจ อิสระ คล่องตัวในการตัดสินใจดำเนินการบริหารจัดการศึกษาของโรงเรียนภายใต้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมของ คณะกรรมการสถานศึกษา การกระจายอำนาจ การจัดการศึกษา ของโรงเรียน และการแสดงภาระงานที่ ตรวจสอบได้ของโรงเรียน ประกอบด้วยขั้นตอน คือ - วิเคราะห์ศักยภาพของโรงเรียน (SWOT) - กำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย (Vision) - กำหนดกลยุทธ์/วางแผนพัฒนาและแผนปฏิบัติการ - ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ - ประเมินตนเอง (ประเมินภายใน) - รายงานประจำปี (รายงานการประเมินตนเอง) 3. การติดต่อสื่อสารและสารสนเทศ ICT (Information & Communication Technology) คือ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับข่าวสารข้อมูลและการสื่อสาร นับตั้งแต่การสร้าง การนำมาวิเคราะห์หรือประมวลผล การรับและส่งข้อมูล การจัดเก็บและการนำไปใช้งานใหม่ เทคโนโลยีเหล่านี้มักจะหมายถึง คอมพิวเตอร์ ซึ่ง
๓๐ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี ประกอบด้วยส่วนอุปกรณ์ (hardware) ส่วนคำสั่ง (software) และส่วนข้อมูล (data) และระบบการสื่อสารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ ระบบสื่อสารข้อมูล ดาวเทียมหรือเครื่องมือสื่อสารใด ๆ ทั้งมีสายและไร้สาย 4. การประกันคุณภาพภายใน (Internal Quality Assurance) คือ ระบบการประเมินผล และการ ติดตามตรวจสอบคุณภาพและ มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายในโดยบุคลากรของสถานศึกษา นั้นเองหรือโดยหน่วยงานต้นสังกัด ที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น สถานศึกษาจะต้องพัฒนาระบบการ ประกันคุณภาพภายในให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารและการ ปฏิบัติงาน โดยคำนึงถึงหลักการสำคัญ ของการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษามี 3 ประการ คือ - จุดมุ่งหมายของการประกันคุณภาพภายใน คือ การที่สถานศึกษาร่วมกันพัฒนาปรับปรุง คุณภาพให้ เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษา ไม่ใช่การจับผิดหรือทำให้บุคลากรเสียหน้า โดย เป้าหมายสำคัญอยู่ที่ การพัฒนา คุณภาพให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน การที่จะดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายตามจุดมุ่งหมายการประกันคุณภาพภายใน ต้องทำให้การ ประกันคุณภาพการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารจัดการและการทำงานของ บุคลากรทุกคนในสถานศึกษาไม่ใช่เป็นกระบวนการที่แยกส่วนมาจากการดำเนินงานตามปกติ ของสถานศึกษา โดยสถานศึกษาจะต้องวางแผนพัฒนาและแผนปฏิบัติการที่มีเป้าหมายชัดเจน ทำตามแผนตรวจสอบประเมินผล และพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบที่มีความ โปร่งใสและมีจิตสำนึกในการพัฒนาคุณภาพการทำงาน การประกันคุณภาพเป็นหน้าที่ของบุคลากรทุกคนในสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร ครู อาจารย์และบุคลากร อื่น ๆ ในสถานศึกษาโดยในการดำเนินงานจะต้องให้ผู้เกี่ยวข้อง เช่น ผู้เรียน ชุมชน เขตพื้นที่การศึกษา หรือ หน่วยงานที่กำกับดูแลเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนด เป้าหมาย วางแผน ติดตามประเมินผลพัฒนาปรับปรุง ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันผลักดันให้ สถานศึกษามีคุณภาพ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการศึกษาที่ดีมีคุณภาพ เป็นไปตามความต้องการของ ผู้ปกครอง สังคม และประเทศชาติ - กระบวนการการประกันคุณภาพภายในตามแนวคิดของการประกันคุณภาพ คือ การควบคุมคุณภาพ เป็นการกำหนดมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาเพื่อพัฒนา สถานศึกษาให้เข้าสู่มาตรฐาน และการ ตรวจสอบคุณภาพ เป็นการตรวจสอบ และติดตามผลการดำเนินงานของสถานศึกษาให้ เป็นไปตามมาตรฐานที่ กำหนด - กระบวนการประกันคุณภาพภายในตามแนวคิดของหลักการบริหารที่เป็นกระบวนการครบวงจร (PDCA) ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนคือ การร่วมกันวางแผน (Planning) การร่วมกันปฏิบัติตามแผน (Doing) การ ร่วมกันตรวจสอบ (Checking) และการร่วมกันปรับปรุง (Action) การควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบคุณภาพก็คือกระบวนการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพตามหลักการ บริหารนั่นเอง โดยการควบคุมคุณภาพ คือ การที่สถานศึกษาต้องร่วมกันวางแผนและดาเนินการตามแผน เพื่อ พัฒนา สถานศึกษาให้มีคุณภาพตามเป้าหมายและมาตรฐานการศึกษา ส่วนการตรวจสอบคุณภาพ คือ การที่ สถานศึกษาต้องร่วมกันตรวจสอบเพื่อพัฒนาปรับปรุงคุณภาพให้เป็นไปตามเป้าหมายและมาตรฐานการศึกษา เมื่อ สถานศึกษามีการตรวจสอบตนเองแล้วหน่วยงานในเขตพื้นที่การศึกษาและต้นสังกัดก็เข้ามาช่วยติดตาม และประเมินคุณภาพเพื่อให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาปรับปรุงสถานศึกษา ซึ่งจะทำให้สถานศึกษามีความอุ่น ใจ และเกิดความตื่นตัวในการพัฒนาคุณภาพอยู่เสมอ
๓๑ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ของผู้อำนวยการสถานศึกษาให้ประสบความสำเร็จนั้น ข้าพเจ้าน้อมนำหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 นโยบายของหน่วยงาน ต้นสังกัด เป็นแนวทาง โดยใช้นวัตกรรมในการดำเนินงาน คือ SMART TEAM Modelในการบริหารจัดการ หลักการแบบมีส่วนร่วม มีความมุ่งมั่นที่จะทำงานเป็นทีม ด้วยหลักการดังนี้ นวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษา SMART TEAM Model จัดทำขึ้นโดยการประยุกต์ทฤษฎีการ บริหารเชิงระบบ และการบริหารโดยวงจรคุณภาพ (PDCA) โดยมีการนิยามความหมายของ SMART TEAM ดังนี้ S – Setting วิเคราะห์นโยบาย M – Meaning กำหนดเป้าหมาย A – Acting สร้างเครือข่ายทำงาน R – Rejoicing บริการประทับใจ T – Technology ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี T – Trust สร้างความไว้วางใจ E – Efficiency ทำงานให้เน้นประสิทธิภาพ A – activeness ขยันตั้งใจทำงาน M – moral สืบสาน ศีลธรรมอันดี มีปัจจัยนำเข้า (Input) คือ 4 Policy (4P) • Philosophy of Sufficiency Economy หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง • Policies of the Ministry of Education นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ
๓๒ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี • Policies of OBEC นโยบายจุดเน้นของสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน • Policies of SESAO นโยบายจุดเน้นของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กระบวนการ (process) Process/ ด้านกระบวนการ ประกอบด้วย 9 ขั้นตอน คือ • Setting วิเคราะห์นโยบาย • Meaning กำหนดเป้าหมาย • Acting สร้างเครือข่ายทำงาน • Rejoicing บริการประทับใจ • Technology ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี • Trust สร้างความไว้วางใจ • Efficiency ทำงานให้เน้นประสิทธิภาพ • Activeness ขยันตั้งใจทำงาน • Moral สืบสาน ศีลธรรมอันดี ผลผลิต/ผลลัพธ์ (Output) 5 Quality (5Q) • Q1 – Quality of Student คุณภาพผู้เรียน • Q2 – Quality of Teacher คุณภาพครูและบุคลากร • Q3 – Quality of Administration คุณภาพการบริหารสถานศึกษา • Q4 – Quality of Resources allocation คุณภาพการจัดสรรทรัพยากร • Q5 – Quality of Technology คุณภาพเทคโนโลยี SMART TEAM Model จัดทำขึ้นโดยการประยุกต์ทฤษฎีการบริหารเชิงระบบ และการบริหารโดยวงจร คุณภาพ (PDCA) มาประยุกต์ใช้ในการดูแล ควบคุม กำกับติดตามเกี่ยวกับการบริหารงานด้านต่างๆ โดย ดำเนินการดังนี้ 1.) ด้านวิชาการ ได้นำมาตรฐานการจัดการเรียนรู้ มาตรฐานหลักสูตร มาตรฐานการประกันคุณภาพ การศึกษา ด้านผู้เรียน ด้านครู มานิเทศกำกับติดตาม การจัดการเรียนรู้เพื่อให้การจัดการเรียนรู้เป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพ 2.) ด้านการบริหารงบประมาณ ได้จัดทำแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณของโรงเรียน ดำเนินการ ตามโครงการต่างๆ ที่จัดขึ้น โดยใช้โรงเรียนเป็นฐานและนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ใน การบริหารจัดการ มีผลทำให้การใช้จ่ายเงินงบประมาณของสถานศึกษามีประสิทธิภาพ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ของสถานศึกษาในการใช้จ่ายเงินงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3.) ด้านการบริหารงานบุคคล ได้จัดทำข้อมูลสารสนเทศของบุคลากรในสถานศึกษา ในการพัฒนา มาตรฐานวิชาชีพ การฝึกอบรม การศึกษาดูงาน การพิจารณาความดีความชอบ มีผลทำให้เกิดความคล่องตัว ทำ
๓๓ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี ให้ครูใช้ข้อมูลในการพัฒนาวิชาชีพของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาขาดแคลนครูใน โรงเรียนได้ 4.) ด้านการบริหารทั่วไป ได้ดำเนินงานตามภารกิจของโรงเรียน ให้บริการด้านอาคารสถานที่ อย่างปลอดภัย มีการจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อควบคุม กำกับ ติดตาม และนิเทศการปฏิบัติงาน โดย ให้ทุกโครงการ กิจกรรม มีการรายงานผลตามมาตรฐาน ผลที่ได้รับทำให้โรงเรียนมีความสำเร็จในการบริหาร จัดการสถานศึกษา นักเรียนในทุกระดับชั้น ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ผลของการพัฒนาโครงการ กิจกรรมของ โรงเรียน ครูและนักเรียนได้รับการเผยแพร่ ทำให้โรงเรียนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งในระดับชุมชนและระดับจังหวัด สามารถทำแผนปฏิบัติงานได้สำเร็จครอบคลุมทุกงานในสถานศึกษา 5.) ด้านนโยบายแผนงาน ได้ดำเนินการจัดทำแผนงานงบประมาณจัดให้มีการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพ การศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปีสอดคล้องกับนโยบายทุกระดับ ครอบคลุมภารกิจหลัก ของ สถานศึกษา ตรงกับความต้องการจำเป็นของผู้เรียนและผู้ที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีสอดคล้องกับ แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา เพื่อนำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่การปฏิบัติ โดยผ่านการตรวจสอบและ เห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา ส่งผลให้โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ เป็นปัจจุบันตอบสนองความต้องการของผู้เรียนและชุมชน 2. ผลการดำเนินงาน จากการดำเนินงานตามกระบวนการพัฒนากระบวนการบริหารและการจัดการทางโรงเรียนบ้านแก่งกุลา สามัคคี ส่งผลให้โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี มีหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยที่ยืดหยุ่น ครอบคลุมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านสอดคล้องกับวิถีชีวิต ครอบครัว ชุมชนและท้องถิ่น โรงเรียนดำเนินบริหารจัดการครูให้ดูแลชั้นเรียนแบบ ควบชั้น มีครูที่สอนตรงกับคุณวุฒิวิชาเอกที่จบ โรงเรียนส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์และ ออกแบบการจัดประสบการณ์และประเมินพัฒนาการที่ส่งผลต่อคุณภาพเด็กเป็นรายบุคคล โดยการส่งเสริมให้ เข้ารับการอบรมต่าง ๆ เช่น อบรมครู และอบรมอื่น ๆ ที่จัดโดยหน่วยงานต้นสังกัดและ นิเทศภายในเพื่อให้ คำแนะนำ ขวัญกำลังใจเป็นไปตามปฏิทินการนิเทศอย่างต่อเนื่อง โรงเรียนจัดสภาพแวดล้อมและสื่อเพื่อการ เรียนรู้อย่างปลอดภัย โรงเรียนอำนวยความสะดวกให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนรู้ เพื่อ สนับสนุนการจัดประสบการณ์สำหรับครูและเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา อีกทั้งทำให้โรงเรียนมีระบบ บริหารคุณภาพเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ส่งผลให้โรงเรียนมีแผนพัฒนาการศึกษาของ
๓๔ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี สถานศึกษา แผนปฏิบัติการสอดรับกับมาตรฐานที่สถานศึกษากำหนด และส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญาเหมาะสมตามวัยบรรลุตามที่สถานศึกษากำหนด ทั้งนี้ โรงเรียนมีการจัดทำรายงานประจำปีที่เป็นรายงานประเมินคุณภาพภายใน เพื่อจัดให้มีการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาอย่างมีคุณภาพและเป็นการเตรียมความพร้อมรับการประเมินภายนอกในรอบถัดไป มีโครง/กิจกรรมที่ สนับสนุนพัฒนากระบวนการบริหารและการจัดการ เช่น กิจกรรมการจัดระบบบริหารและสารสนเทศกิจกรรม พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศในโรงเรียน โครงการบริหารงานงบประมาณและพัสดุสินทรัพย์ กิจกรรมการ จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีกิจกรรมพัฒนาการเงินและบัญชี กิจกรรมพัฒนาพัสดุและสินทรัพย์ กิจกรรม พัฒนาระบบควบคุมภายใน โครงการพัฒนาอาคารสถานที่ เป็นต้น 3. จุดเด่น โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคีมีหลักสูตรสถานศึกษาที่ยืดหยุ่นสอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พ.ศ.2560 และบริบทของท้องถิ่น ครูมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ทำให้เด็กได้รับการจัด ประสบการณ์ ส่งผลให้เด็ก มีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา เหมาะสมตามวัย 4. จุดควรพัฒนา 1.พัฒนาการจัดสภาพแวดล้อมและสื่อเพื่อการเรียนรู้อย่างปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการจัดประสบการณ์ แก่เด็ก สถานศึกษามีพื้นที่บริเวณโรงเรียน อาคารเรียน โรงอาหาร ห้องเรียน ห้องสนับสนุน ห้องส้วม ตลอดจน สภาพแวดล้อมภายนอก ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด สวยงาม ภายในห้องเรียน และภายนอกบริเวณรอบๆ ห้องเรียน
๓๕ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ระดับคุณภาพ : ดีเลิศ 1. กระบวนการพัฒนา โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคีได้มีวิธีการดำเนินการพัฒนาการจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญโดยครูมีการ วิเคราะห์ข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคล เพื่อใช้ข้อมูลในการวางแผนการจัดประสบการณ์ และออกแบบแผนการจัด ประสบการณ์สอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษา โดยมีกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กครบทุกด้าน ด้านร่างกาย เช่น กิจกรรมร้องเล่นเต้นสนุก กิจกรรมกายบริหารประกอบเพลง การใช้เพลง เครื่อง ดนตรีประกอบการเคลื่อนไหว คำคล้องจอง การใช้เพลง เครื่องดนตรีประกอบการเคลื่อนไหว กิจกรรมการ เคลื่อนไหวพื้นฐาน เช่น การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ การฝึกท่าทางเป็นผู้นำผู้ตาม การ เคลื่อนไหวหรือทำท่าทางจากความคิดสร้างสรรค์ของเด็กเองแล้วให้เพื่อนปฏิบัติตามกิจกรรม กิจกรรมวาดภาพ ระบายสี ทั้งสีน้ำ สีเทียน สีดินสอ ได้แก่ หยดสี เทสี ระบายสี เป่าสี ละเลงสีด้วยนิ้วมือ หรือ ส่วนต่างๆ ของมือ หรือ พิมพ์ภาพ กิจกรรมงานกระดาษ ได้แก่ ฉีก พับ ตัด ปะ กระดาษ กิจกรรมประดิษฐ์จากวัสดุต่างๆ และ ของเหลือใช้ ได้แก่ ประดิษฐ์กระทงใบตอง ประดิษฐ์หน้ากากจาก จานกระดาษ ตลอดจนการส่งเสริมภาวะ โภชนาการ ของเด็ก ด้านอารมณ์-จิตใจ เช่น กิจกรรมเขียนภาพตามความคิดสร้างสรรค์ การแสดงความคิดเห็นต่อผลงาน ศิลปะ กิจกรรมนักเล่านิทานน้อย กิจกรรมนั่งสมาธิ กิจกรรมห้องหรรษา กิจกรรมวันสำคัญต่างๆ กิจกรรม งานปั้น ได้แก่ ปั้นดินเหนียวหรือแป้งโด ดินน้ำมัน กิจกรรมวาดภาพระบายสี ทั้งสีน้ำ สีเทียน สีดินสอ ได้แก่ หยดสี เทสี ระบายสี เป่าสี ละเลงสีด้วยนิ้วมือ หรือ ส่วนต่างๆ ของมือหรือ พิมพ์ภาพ กิจกรรมงานกระดาษ ได้แก่ ฉีก พับ ตัด ปะ กระดาษ กิจกรรมประดิษฐ์จากวัสดุต่างๆ และของเหลือใช้ ประดิษฐ์กระทงใบตอง ประดิษฐ์หน้ากากจากจานกระดาษ ด้านสังคม เช่น การเล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่น มีการวางแผน ตัดสินใจเลือกและลงมือปฏิบัติ ให้เด็กมี โอกาสได้รับรู้ความรู้สึก ความสนใจ ความต้องการของตนเองและผู้อื่น เช่น การเลือกทำกิจกรรมศิลปะตามความ สนใจ กิจกรรมไหว้ครู กิจกรรมวันพ่อ กิจกรรมวันแม่ กิจกรรมแต่งกายผ้าไทย กิจกรรมวันสุนทรภู่ กิจกรรมวันวิ สาขบูชา กิจกรรมวันอาสฬบูชา กิจกรรมวันเข้าพรรษา กิจกรรมวันออกพรรษา และกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กรับ ฟังความคิดเห็นของเด็กคนอื่น การรู้จักรอคอยที่จะใช้อุปกรณ์ร่วมกับผู้อื่น การรู้จักแบ่งปันวัสดุของใช้ ด้านสติปัญญา เช่น กิจกรรมวัดผลประเมินผลโดยใช้แฟ้มสะสมงาน เกมจับคู่ เช่น จับคู่รูปร่างที่ เหมือนกัน จับคู่ภาพกับเงา จับคู่ภาพที่ช่อนอยู่ในภาพหลัก จับคู่สิ่งที่มีความสัมพันธ์กัน สิ่งที่ใช้คู่กัน จับคู่ภาพ ส่วนเต็มกับส่วนย่อย เกมต่อภาพตัดต่อ เกมจัดหมวดหมู่ตามประเภทของใช้ เกมจัดหมวดหมู่ตามสี นำของ เล่น ของใช้มาให้ลูกแบ่งเป็นกลุ่มตามสี โดยได้จัดกิจกรรมโดยคำนึงถึงความแตกต่าง สร้างโอกาสให้เด็กได้รับ ประสบการณ์ตรงเล่นและปฏิบัติอย่างมีความสุข จัดประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิม ให้เด็กมีโอกาส เลือกทำกิจกรรมอย่างอิสระ ตามความต้องการความสนใจและความสามารถเพื่อตอบสนองต่อวิธีการเรียนรู้ของ เด็กเป็นรายบุคคล เด็กได้เลือกเล่นเรียนรู้ลงมือกระทำและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อ การเรียนรู้ใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย จัดห้องเรียนให้สะอาดอากาศถ่ายเทปลอดภัยมีพื้นที่แสดงผล งานเด็ก ครูใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับช่วงอายุ สื่อของเล่นที่กระตุ้นให้คิดและหาคำตอบ ประเมิน พัฒนาการเด็กตามสภาพจริงและนำผลการประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรุงการจัดประสบการณ์และพัฒนา เด็กครูประเมินพัฒนาการเด็กจากกิจกรรมและกิจวัตรประจำวันด้วยเครื่องมือและวิธีการสังเกตุ และสัมภาษณ์ ประเมินพัฒนาการเด็กโดยผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมและนำผลการประเมินที่ได้ไปพัฒนาคุณภาพเด็ก
๓๖ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี และแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดประสบการณ์ที่มีประสิทธิภาพ มีการติดตามและประเมินผลพัฒนาการเด็กอย่าง เป็นระบบ 2. ผลการดำเนินงาน จากการดำเนินงานตามกระบวนการพัฒนาการจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ส่งผลให้เด็กโรงเรียนบ้าน แก่งกุลาสามัคคี มีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา มีคุณลักษณะอันพึง ประสงค์บรรลุตามที่สถานศึกษากำหนด ทั้งนี้โรงเรียนมีโครงการ/กิจกรรมสนับสนุน เช่น กิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม การให้เด็กได้เรียนรู้โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ฝึกความเป็นระเบียบวินัย มารยาท คุณธรรมจริยธรรม โดยใช้กิจกรรมเสริมหลักสูตรด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านการมีจิตอาสาและความพอเพียง กิจกรรมสร้าง ภูมิคุ้มกัน ต่อต้านโรคภัยและสิ่งเสพติด กิจกรรมส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์ (พัฒนา EQ) กิจกรรม สร้างสรรค์และงานศิลปหัตถกรรมกิจกรรมรักการอ่าน กิจกรรมวันสำคัญต่าง ๆ ครูสร้างและพัฒนานวัตกรรม การเรียนรู้คือ คำคล้องจองประกอบภาพ เพลง บัตรภาพ บัตรคำ ป้ายนิเทศ มุมการเรียนรู้ต่างๆ เป็นต้น 3. จุดเด่น 1.ครูมีการวิเคราะห์ข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคล เพื่อใช้ข้อมูลในการวางแผนการจัดประสบการณ์ และ ออกแบบแผนการจัดประสบการณ์สอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษา ทำให้เด็กมีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน คือ ด้าน ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เป็นต้น 4. จุดควรพัฒนา 1. ครูควรเปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง แจ้งข้อมูลของเด็กเกี่ยวกับพฤติกรรม แลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้ปกครอง เกี่ยวกับที่บ้านและสถานศึกษา สื่อสารกับผู้ปกครองเกี่ยวกับความก้าวหน้าของเด็กและแนวทางการส่งเสริม พัฒนาการเด็กอย่างสม่ำเสมอ สรุปผลการประเมินในภาพรวม ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษาอยู่ใน ระดับดี จากผลการดำเนินงาน โครงการ และกิจกรรมต่างๆ ส่งผลให้สถานศึกษาจัดการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประสบผลสำเร็จตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ในแต่ละมาตรฐาน จากผลการประเมินสรุปว่าได้ ระดับ ดี ทั้งนี้ เพราะ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก อยู่ในระดับ ดี มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ อยู่ในระดับ ดี มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ อยู่ในระดับ ดีเลิศ ทั้งนี้ สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างหลากหลายที่เป็นไปตามปัญหาและ ความต้องการพัฒนาตามสภาพของผู้เรียน สอดคล้องกับจุดเน้นของสถานศึกษาลาภาพของชุมชนท้องถิ่น จนมีผลการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนอยู่ในระดับ ดี มีความประพฤติด้านคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมและ คุณลักษณะตามที่สถานศึกษากำหนดปรากฏอย่างชัดเจน ดังที่ปรากฏผลประเมินในมาตรฐานที่ 1 ในด้าน กระบวนการบริหารจัดการของผู้บริหารสถานศึกษามีผลการประเมินรายมาตรฐานอยู่ในระดับ ดี สถานศึกษามี การวางแผน ออกแบบกิจกรรมและดำเนินงานตามแผนที่เกิดจาก การมีส่วนร่วม ใช้ผลการประเมินและการ ดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นฐานในการพัฒนา และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนา ตรวจสอบผลการดำเนินงาน
๓๗ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี และการปรับปรุงแก่ไขงานให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจัดประสบการณ์ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีผลการประเมินอยู่ ในระดับ ดี วิเคราะห์ ออกแบบและจัดการเรียนรู้ ที่เป็นตามความต้องการของหลักสูตร และบริบทสถานศึกษา พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ ใช้สื่อการเรียนรู้ ติดตามตรวจสอบและช่วยเหลือนักเรียนเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหา รายบุคคล และการประเมินผลจากสภาพจริง ในทุกขั้นตอน สถานศึกษาดำเนินงานตามระบบการประกัน คุณภาพภายในอย่างเป็นขั้นตอน จนเกิดคุณภาพ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลจนมีผลการประเมินอยู่ในระดับ ดี โดยสถานศึกษาให้ความสำคัญกับผู้เกี่ยวข้อง ทุกฝ่ายเพื่อเกิดความร่วมมือในการวางระบบและดำเนินงาน ประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาเป็นอย่างดี และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความมั่นใจต่อระบบการบริหารและ การจัดการของสถานศึกษาในระดับสูง
๓๘ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี ส่วนที่ 3 สรุปผล แนวทางการพัฒนา และความต้องการการช่วยเหลือ สรุปผล จุดเด่น จุดควรพัฒนา ด้านคุณภาพผู้เรียน 1.โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคีครูมีการออกแบบ แผนการจัดประสบการณ์ที่สอดคล้องกับหลักสูตร สถานศึกษาปฐมวัย ทำให้เด็กมีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา เหมาะสมตามวัย 1.ควรพัฒนาการจัดประสบการณ์ที่เน้นให้เด็กได้ลง ปฏิบัตินำเทคนิคต่างๆมาปรับใช้เพื่อเพิ่มทักษะ ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ และสามารถ แก้ปัญหาได้ ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการของ ผู้บริหารสถานศึกษา 1.โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคีมีหลักสูตร สถานศึกษาที่ยืดหยุ่นสอดคล้องกับหลักสูตร สถานศึกษาปฐมวัยและบริบทของท้องถิ่น ครูมี ความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ทำให้เด็กมี พัฒนาการทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญาเหมาะสมตามวัย ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการของ ผู้บริหารสถานศึกษา 1.ควรพัฒนาการจัดสภาพแวดล้อมและสื่อเพื่อการ เรียนรู้อย่างปลอดภัยและเพียงพอ ด้านกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียน เป็นสำคัญ 1.ครูมีการวิเคราะห์ข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคล เพื่อใช้ ข้อมูลในการวางแผนการจัดประสบการณ์ และ ออกแบบแผนการจัดประสบการณ์สอดคล้องกับ หลักสูตรสถานศึกษา ทำให้เด็กมีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และ สติปัญญา เป็นต้น ด้านกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียน เป็นสำคัญ 1. ควรสร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติอย่างมีความสุข 2. ควรนำผลประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรุงการ จัดประสบการณ์และพัฒนาเด็ก แนวทางการพัฒนาในอนาคต/ความต้องการและการช่วยเหลือ - โรงเรียนอาจจัดสรรงบประมาณเพื่อนำมาใช้ในการปรับสภาพแวดล้อมบริเวณโรงเรียนเพื่อให้เอื้อต่อการเรียนรู้ และการทำกิจกรรมต่างๆของเด็กอย่างปลอดภัยและเพียงพอมากยิ่งขึ้น ตลอดจนงบประมาณในการจัดซื้อสื่อการ เรียนการสอนต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการในการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กต่อไป
๓๙ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี ภาคผนวก
๔๐ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี ผลการประเมินมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาระดับปฐมวัย มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย ระดับดีค่าเฉลี่ยรวม 81 ที่ รายการ ระดับคุณภาพ คิดเป็น กำลัง ร้อยละ พัฒนา ปาน กลาง ดี ดี เลิศ ยอด เยี่ยม 1.1 มีพัฒนาการด้านร่างกาย แข็งแรง มีสุขนิสัยที่ดี และดูแลความปลอดภัยของตนเองได้ ⁄ 79 1.2 มีพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคุมและ แสดงออกทางอารมณ์ ⁄ 81 1.3 มีพัฒนาการด้านสังคม ช่วยเหลือตนเอง และเป็น สมาชิกที่ดีของสังคม ⁄ 81 1.4 มีพัฒนาการด้านสติปัญญา สื่อสารได้ มีทักษะการคิด พื้นฐาน และแสวงหาความรู้ได้ ⁄ 82 มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ระดับดีค่าเฉลี่ยรวม 78 ที่ รายการ ระดับคุณภาพ คิดเป็น กำลัง ร้อยละ พัฒนา ปาน กลาง ดี ดี เลิศ ยอด เยี่ยม 2.1 มีหลักสูตรครอบคลุมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น ⁄ 77 2.2 จัดครูให้เพียงพอกับชั้นเรียน ⁄ 78 2.3 ส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญด้านจัดประสบการณ์ ⁄ 80 2.4 จัดสภาพแวดล้อมและสื่อเพื่อการเรียนรู้ อย่าง ปลอดภัยและเพียงพอ ⁄ 76 2.5 ให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการ เรียนรู้เพื่อสนับสนุนการจัดประสบการณ์ ⁄ 81 2.6 มีระบบบริหารคุณภาพที่เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุก ฝ่ายมีส่วนร่วม ⁄ 81
๔๑ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ระดับดีเลิศ ค่าเฉลี่ยรวม 82.5 ที่ รายการ จำนวนนักเรียนที่ได้ระดับคุณภาพ คิดเป็น กำลัง ร้อยละ พัฒนา ปาน กลาง ดี ดี เลิศ ยอด เยี่ยม 3.1 จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้าน อย่างสมดุลเต็มศักยภาพ ⁄ 79 3.2 สร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติอย่างมีความสุข ⁄ 87 3.3 จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ใช้สื่อ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย ⁄ 77 3.4 ประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงและ นำผลการประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรุง การจัดประสบการณ์และพัฒนาเด็ก ⁄ 87
๔๒ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี คำสั่งโรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี ที่ 059/๒๕๖6 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำรายงานประเมินตนเอง (SAR) ระดับการศึกษาปฐมวัยและระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานประจำปีการศึกษา ๒๕๖6 ----------------------------------------- เพื่อให้การดำเนินงานจัดทำรายงานประเมินตนเอง (SAR) ประจำปีการศึกษา ๒๕๖4 ของโรงเรียน บ้านแก่งกุลาสามัคคี เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ สามารถนำไปปฏิบัติให้สอดคล้องแผนกลยุทธ์ และการประกันภายในของสถานศึกษา เพื่อเป็นการพัฒนาการเรียนการสอนให้สัมฤทธิผลต่อไป จึงแต่งตั้ง บุคลากร เป็นคณะทำงาน ดังต่อไปนี้ ที่ปรึกษา ๑. นายวสุพล คำเหล็ก ผู้อำนวยการโรงเรียน ประธานกรรมการ ๒. นายบุญลือ จันทร์รอด กรรมการสถานศึกษา กรรมการ ๓. นายกรวย โลหะทัต กรรมการสถานศึกษา กรรมการ ๔. นายนายบุญทัน พรมมาอินทร์ กรรมการสถานศึกษา กรรมการ คณะทำงาน ๑. ว่าที่ร้อยตรีหญิง สุภาพร ผิวดี ตำแหน่ง ครู ประธาน ๒. นางสาวเพชรวศรี บัวโคก ตำแหน่ง ครู รองประธาน ๓. นางสาวชนินาฎ สีทอง ตำแหน่ง ครู กรรมการ ๔. นางสาวจีรนันท์ สีแดง ตำแหน่ง ครู กรรมการ ๕. นางสาวเกวลี ยิ้มประเสริฐ ตำแหน่ง ครู กรรมการ ๖. นางสาวแคททริยา ใจดี ตำแหน่ง ครู กรรมการ ๗. นางสาวอุษณีกรณ์ ทิวา ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย กรรมการ 8. นางสาวดวงฤทัย ขันเครือ ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย กรรมการ 9. นายไตรภพ สิงห์มี ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย กรรมการ 10.นาสาวจิราภรณ์ เตชะเสน ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย กรรมการ 11.นางสาวอัมพิกา อินวัง ตำแหน่ง ครูธุรการ กรรมการ มีหน้าที่ วิเคราะห์จัดเตรียมข้อมูลและจัดทำรายงานประเมินตนเอง (SAR) ประจำปีการศึกษา ๒๕๖6 ของโรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี ที่รับผิดชอบสรุปข้อมูลและจัดพิมพ์รายงานให้ดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และสัมฤทธิผลให้เสร็จทันการใช้งาน
๔๓ รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี -2- ฝ่ายจัดเรียงพิมพ์เข้าเล่ม ๑. นางสาวแคททริยา ใจดี ตำแหน่งครู ประธาน ๒. นางสาวอัมพิกา อินวัง ตำแหน่งธุรการ เลขานุการ มีหน้าที่ ตรวจสอบความถูกต้อง และจัดเรียงลำดับงานรายงานประเมินตนเอง (SAR) ประจำปี การศึกษา ๒๕๖6 พร้อมเข้ารูปเล่มสะดวกต่อการนำไปใช้ต่อไป ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖7 ลงชื่อ (นายวสุพล คำเหล็ก) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี บันทึกความเห็นชอบรายงานประจำปีของสถานศึกษา ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน การให้ความเห็นชอบรายงานประจำปีของสถานศึกษา ประจำปีการศึกษา 2565 ของโรงเรียนบ้านแก่ง กุลาสามัคคี ที่ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี ครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2567 ได้พิจารณาการรายงานประจำปีของสถานศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 ของโรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคีแล้ว มีมติความเห็นชอบในรายงานผลประจำปีของสถานศึกษาระดับปฐมวัย (นายบุญลือ จันทร์รอด) ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี