The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเล่ม-แผนการสอนวิทยาการคำนวณ ม.3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by s.aekapop, 2021-10-24 08:38:24

รวมเล่ม-แผนการสอนวิทยาการคำนวณ ม.3

รวมเล่ม-แผนการสอนวิทยาการคำนวณ ม.3

Keywords: แผนการสอนวิทยาการคำนวณ ม.3

รายวชิ าพ้ืนฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

3. ครูถามต่อวา่ ถา้ สมมตมิ ือถือ หรอื คอมพวิ เตอร์ แลปทอปของเราไม่มีความสามารถในการเชอ่ื มตอ่ เครือขา่ ย
อนิ เทอร์เนต็ ได้ นักเรยี นคดิ ว่าจะมผี ลกระทบต่อชีวิตอยา่ งไร
(แนวคำตอบ ค้นหาข้อมลู ได้ยาก แลกเปลี่ยนข้อมูลกนั ช้าเนือ่ งจากไม่มีอนิ เทอร์เน็ต ไม่สามารถอัปเดต
ข่าวสารได้ Real time)

4. ครูอธบิ ายว่า ยคุ ก่อนหนา้ นีม้ ือถือ และคอมพวิ เตอร์ของเรายังไม่มีความสามารถในการเข้าถงึ อินเทอร์เน็ต
แต่ปจั จบุ ันอปุ กรณเ์ หลา่ นี้แทบทุกเครื่องจะมีความสามารถในการเช่ือมตอ่ เครอื ข่ายเข้าหากนั ได้ เช่น
Bluetooth , Wifi Internet ทำใหอ้ ุปกรณ์หลายชน้ิ เชือ่ มต่อกนั จงึ ทำใหส้ ามารถแลกเปล่ียนขอ้ มูลกันได้
อย่างรวดเรว็

5. ครอู ธิบายว่าลกั ษณะการทำใหอ้ ุปกรณห์ ลายช้ินเชอ่ื มตอ่ เข้าหากันผ่านเครือข่าย และทำการแลกเปล่ยี น
ข้อมลู กนั เพื่อใหใ้ ชป้ ระโยชน์ไดม้ ากข้ึนเป็นแนวคิดท่ีคล้ายกับเทคโนโลยี IoT

6. ครอู ธิบายแนวคิด จุดกำเนดิ และองคป์ ระกอบของของเทคโนโลยี IoT ในหนงั สือวชิ าวทิ ยาการคำนวณ
บรษิ ทั อักษรเจรญิ ทศั น์ อจท ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 หน้า 77-78 เรื่อง เทคโนโลยี IoT และองค์ประกอบของ
เทคโนโลยี IoT วา่ เปน็ การทำให้อปุ กรณต์ า่ ง ๆ มหี น่วยประมวลผลและความสามารถในการเช่อื มตอ่ กับ
อุปกรณ์อน่ื ได้ โดยไม่ต้องพ่ึงพาความสามารถของคอมพิวเตอรใ์ นการประมวลผลและการเช่อื มต่อกับ
อปุ กรณ์อื่น จงึ ทำให้อุปกรณ์สามารถสง่ ผา่ นข้อมูลระหวา่ งกนั ไดโ้ ดยตรง เช่น เครือ่ งพิมพ์ท่ีเชื่อมเข้า
ระบบ wifi และสั่งปริ้นท์งานผา่ นระบบ wifi ไม่จำเป็นต้องเชอ่ื มเครื่องพิมพ์กบั คอมพิวเตอรอ์ ีกตอ่ ไป
แต่สามารถสั่งงานจากอุปกรณ์ใดก็ได้ท่ีเชื่อมวงเครือขา่ ย wifi เดยี วกัน

ชว่ั โมงท่ี 2

ขั้นสอน (50 นาที)
7. ครถู ามนกั เรยี นว่าหากเราสามารถพัฒนาเทคโนโลยี IoT ด้วยตนเองได้นักเรยี นคิดว่าจะนำอปุ กรณ์

อเิ ลก็ ทรอนกิ สใ์ ดมาเช่ือมต่อเครอื ข่าย และจะใช้ประโยชนจ์ ากการเช่ือมตอ่ เข้าเครือขา่ ยของอปุ กรณ์นน้ั
อย่างไร สุ่มนักเรยี นตอบคำถาม3-5คน
(แนวคำตอบ แอรเ์ ช่ือมเนต็ แลว้ เช็คอุณหภูมิจากท่ีไหนก็ได้จากนัน้ กส็ ง่ั เปดิ -ปิดแอร์ตอนไหนกไ็ ด)้
8. ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ เก่ียวกบั แนวคิดของ IoT เรอ่ื งองคป์ ระกอบทีส่ ำคัญท้ัง 3 ส่วนไดแ้ ก่

1) Smart Device ใช้นำเขา้ ข้อมูลจากเซนเซอร์
2) Cloud Computing หรอื Wireless Network เพ่ือใชเ้ ป็นส่ือกลางในการรับส่งข้อมลู
3) Dashboard เพ่ือใช้ส่ือสารกับผ้ใู ช้
ดงั น้นั นอกจากอปุ กรณจ์ ะสามารถเชื่อมต่อเข้าเป็นเครือข่ายเดยี วกนั ได้แล้วจะต้องมสี ่วนติดตอ่ ทใี่ ช้ควบคุม
การทำงานภายในระบบไดด้ ้วย เชน่ ส่ังสตารท์ รถผ่านมอื ถือโดยใชส้ อ่ื กลางเปน็ ระบบอนิ เทอร์เน็ต เปิด-ปิด
เคร่ืองใช้ไฟฟ้าภายในบา้ นดว้ ยเครือข่ายไรส้ าย Wifi

รายวชิ าพืน้ ฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

9. ครใู ห้นักเรียนวาดแผนผังการทำงานตามแนวคดิ ของเทคโนโลยี IoT และเขียนแนวคดิ การประยุกตใ์ ช้
เทคโนโลยี IoT ในชีวิตประจำวนั ในแบบฝกึ หัดบรษิ ัทอักษรเจรญิ ทัศน์ อจท ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 เรอ่ื ง
เทคโนโลยี หนา้ 53-55 ข้อ 1-5
(แนวคิดเชงิ คำนวณ : ในส่วนการแยกย่อย Decomposition นกั เรียนฝกึ กระบวนการแยกองค์ประกอบ
โดยการเขียนองคป์ ระกอบยอ่ ยของเทคโนโลยใี นรปู แบบแผนผัง)

ชั่วโมงท่ี 3
ข้นั สอน (50 นาที)
10. ครสู อบถามนกั เรยี นว่าสงสยั หรอื ไม่ แอรท์ ี่บา้ นเรารู้อณุ หภูมิว่าเป็นกีอ่ งศาภายในบ้านไดอ้ ยา่ งไร

(แนวคำตอบ มตี ัวตรวจจบั มเี ครือ่ งวัดอุณหภูมิ มเี ซนเซอร์ เซนเซอร์วดั อุณหภูม)ิ
11. ครูสอบถามนกั เรียนว่า “นักเรียนรู้จกั เซนเซอร์อะไรบ้าง หรือเคยเห็นเซนเซอรใ์ นอุปกรณ์ไหนบ้าง

(แนวคำตอบ ขึ้นอยู่กับดุลยพินจิ ของครูผูส้ อน)

12. ครแู นะนำบอรด์ micro:bit (ไมโครบิท) ทีม่ ีเซนเซอรห์ ลากหลายสามารถนำมาใช้พัฒนาเทคโนโลยี IoT ได้
โดยให้นกั เรียนเปิดหนงั สือวิชาวทิ ยาการคำนวณ บริษัทอักษรเจริญทศั น์ อจท ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 หนา้
79-8 เรอ่ื ง ตวั อย่างอุปกรณ์สำหรับเทคโนโลยี IoT และยกตัวอย่างอปุ กรณ์ ไมโครบิท พร้อมบอก
สว่ นประกอบเบื้องต้น (กรณีที่โรงเรยี นมี micro:bit ให้ครูแจกบอร์ด micro:bit ใหน้ ักเรียนทำความรูจ้ ัก)

13. ครใู ห้นักเรียนเปดิ หนงั สือวชิ าวทิ ยาการคำนวณ บริษัทอกั ษรเจริญทัศน์ อจท ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 หน้า
82 จากนนั้ ครูอธบิ ายตวั อยา่ งแนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยี IoT โดยใช้บอร์ดไมโครบิทเป็นอุปกรณ์ในการ
วัดอณุ หภูมแิ ล้วส่งข้อมูลมาบนแทบเล็ท ซ่งึ เป็นส่วนแสดงผลและใชแ้ ทปเล็ทเป็นอุปกรณเ์ พ่ือควบคุมการ
ทำงานของพัดลมได้โดยกดปุ่มสง่ั งาน A บนแทปเล็ทเพื่อเปดิ พดั ลม พร้อมขึ้นสถานะเลข 1 บนบอร์ดไม
โครบทิ ใหผ้ ้ใู ช้ร้สู ถานะการทำงานของพดั ลมได้ และกดปุ่มงาน B เพื่อปดิ พดั ลมพร้อมขึ้นสถานะ0 บน
บอรด์ ไมโครบิท

14. ครูต้ังคำถามกบั นักเรยี นว่าจากแนวคิดนีห้ ากใหน้ กั เรียนปรับใชแ้ ละพฒั นาตอ่ นักเรยี นจะนำแนวคิดไป
พฒั นาตอ่ อย่างไร ส่มุ นักเรยี นตอบคำถาม 3-5 คน

15. ครูให้นักเรยี นจบั คู่กนั จากน้ันทำแบบฝึกหัดแบบฝึกหัดบรษิ ทั อักษรเจรญิ ทัศน์ อจท. หนา้ 55 ขอ้ ที่ 6
โดยแต่ละคู่เลอื กแค่ 1 แนวคิด จากแบบฝกึ หดั ข้อ 5 นำแนวคิดในการพฒั นาเทคโนโลยี IoT มาปรบั ปรงุ
ต่อโดยประยุกตใ์ ชค้ วามสามารถจากบอรด์ ไมโครคอนโทรลเลอร์

รายวชิ าพื้นฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

ชวั่ โมงท่ี 4

ข้นั สอน (40 นาที)
16. จากชวั่ โมงที่ผา่ นมาครูใหน้ กั เรียนแต่ละคเู่ ลอื กแนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยี IoT แลว้ ในชว่ั โมงนีค้ รูให้

นกั เรียนลงมือทำแบบฝึกตามเวลาท่ีกำหนด
17. ครใู หแ้ ต่ละคู่ออกมานำเสนอแนวคดิ การพฒั นาเทคโนโลยี IoT ของตนเอง และใหเ้ พือ่ นในช้ันเรยี นร่วมกนั

แลกเปล่ียนความคิดเห็น
18. เมื่อนำเสนอเสรจ็ แลว้ ให้คณุ ครถู ามทุกควู่ า่ “จากท่เี ราได้แลกเปลีย่ นความคิดเหน็ และฟงั การนำเสนอ

แนวคดิ คู่อื่นแลว้ นักเรยี นคดิ ว่าอยากปรับปรุงแนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยี IoT ของคู่ตนเองอย่างไร”
ขั้นสรปุ (10 นาที)
1. ครูใหน้ ักเรียนชว่ ยกันสรุปแนวคดิ ของเทคโนโลยี IoT
2. ครูถามนักเรียนว่าจากการฟงั แนวคิดของเพื่อนในช้นั เรียนมแี นวคดิ ใดนา่ สนใจ หรือแนวคิดใดท่มี ีประโยชน์

ในชวี ิตประจำวันได้จรงิ บา้ ง
3. ครสู รุปแนวคดิ และองค์ประกอบของเทคโนโลยี IoT ใหน้ ักเรียนฟงั พร้อมท้ังเนน้ ถึงความสำคญั เรอ่ื ง

ประโยชนก์ ารใชง้ านจรงิ ในชวี ิตประจำวนั
4. ครใู ห้นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดเร่ือง เทคโนโลยี IoT หน้า 56 ขอ้ 7

10. ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียนรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4
เรอ่ื ง แอปพลเิ คชัน
2. หนงั สือแบบฝึกหัดรายวชิ าพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.3
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรอื่ ง แอปพลิเคชนั

รายวชิ าพ้ืนฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

11. การวัดและการประเมนิ ผล

11.1 การประเมนิ ระหว่างการจดั กิจกรรม

จุดประสงค์ วิธีการประเมิน เครือ่ งมือการประเมนิ เกณฑ์การประเมิน
แบบประเมนิ อธบิ ายแนวคดิ และ
1.อธบิ ายแนวคดิ และ ตวรจแบบฝกึ หัด เรือ่ ง แบบฝึกหดั องค์ประกอบของ
เรือ่ ง เทคโนโลยี IoT เทคโนโลยี IoT ได้ ใน
องคป์ ระกอบของ เทคโนโลยี IoT (ข้อ1-3) ระดับคุณภาพพอใช้ขึน้ ไป
1.แบบประเมนิ ถือว่าผา่ น
เทคโนโลยี IoT ได้ (K) แบบฝกึ หัด 1.ออกแบบแนวคิดในการ
2.แบบประเมิน พฒั นาเทคโนโลยี IoT ได้
2.ออกแบบแนวคดิ เพื่อ 1.ตรวจการออกแบบ การนำเสนอ ตรงตามแนวคิดของ
พฒั นาเทคโนโลยี IoT แนวคดิ ในการพัฒนา เทคโนโลยี ในระดบั
ได้ (P) เทคโนโลยี IoT ใน แบบฝึกหัด คุณภาพพอใชข้ น้ึ ไปถือว่า
แบบฝึกหัดเรอื่ ง เรอื่ ง เทคโนโลยี IoT ผ่าน
เทคโนโลยี IoT (ขอ้ 5-7) ข้อ 7 2.นำเสนอแนวคิดในการ
2.ประเมินการนำเสนอ พฒั นาเทคโนโลยี IoT ใน
แนวคดิ ในการพัฒนา ระดบั คุณภาพพอใช้ข้นึ ไป
เทคโนโลยี IoT ถือว่าผ่าน
ยกตัวอยา่ งเทคโนโลยี IoT
3.ยกตวั อย่างประโยชน์ ตรวจแบบฝกึ หดั เรื่อง ในชวี ติ ประจำวัน ถกู ต้อง
ของเทคโนโลยี IoT ใน เทคโนโลยี IoT (ข้อ 8) 60% ข้ึนไปถือวา่ ผ่าน
ชวี ิตประจำวนั ได้ (A)

รายวชิ าพ้นื ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

11.2 การประเมินการนำเสนองานกลมุ่

ท่ี รายการประเมนิ คณุ ภาพผลงาน
4 3 21

1 นำเสนอการประยกุ ต์แนวคิดในการพฒั นาเทคโนโลยี IoT กบั

ความสามารถของ micro:bit ไดน้ ่าสนใจและสื่อสารเข้าใจงา่ ย ชัดเจน

2 อธิบายการทำงานของแนวคิดได้เข้าใจ และถูกต้องตามหลักการ และตอบ

คำถามได้

3 มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์

4 การมีสว่ นร่วมของสมาชิกในกลมุ่

5 การรบั ฟงั ความคิดเห็นของผ้อู ื่น

รวม

เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
16 – 20 ดี
10 – 15
น้อยกว่า 10 พอใช้
ปรับปรงุ

รายวชิ าพ้ืนฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

11.3 การประเมนิ แบบฝกึ หัด เรอื่ ง เทคโนโลยี IoT (แนวคดิ และองค์ประกอบของ IoT)

ประเด็นในการประเมนิ 3 เกณฑก์ ารให้คะแนน 1
2

1.อธบิ ายแนวคดิ ของ อธิบายแนวคดิ ของ อธิบายแนวคิดของ อธิบายแนวคดิ ของ

เทคโนโลยี IoT เทคโนโลยี IoT ได้ เทคโนโลยี IoT ได้ เทคโนโลยี IoT ได้

ถกู ต้องครบถว้ นทั้งหมด ถกู ต้อง 50% ขนึ้ ไป ถูกต้อง น้อยกวา่ 50%

2.แผนผงั การทำงาน เขียนแผนผงั การทำงาน เขยี นแผนผงั การทำงาน เขยี นแผนผงั การทำงาน

องคป์ ระกอบของ องค์ประกอบของ องค์ประกอบของ องค์ประกอบของ

เทคโนโลยี IoT เทคโนโลยี IoT ไดเ้ ป็น เทคโนโลยี IoT ได้เป็น เทคโนโลยี IoT ได้เปน็

ระบบ ถกู ต้องและ ระบบ ถูกต้องและ ระบบ ถูกต้องและ

เข้าใจง่ายทั้งหมด เขา้ ใจง่าย 50% ขน้ึ ไป เข้าใจง่าย น้อยกว่า

50%

เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
5–6 ดี
3–4
พอใช้
น้อยกว่า 3 ปรบั ปรุง

รายวิชาพนื้ ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

11.4 การประเมินแบบฝกึ หัด เร่อื ง เทคโนโลยี IoT (การออกแบบแนวคิดในการพัฒนา

เทคโนโลยี IoT)

ประเด็นในการประเมนิ 3 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 1
2

1.ระบปุ ญั หาที่พบเจอใน ระบุปญั หาท่ีพบเจอใน ระบุปัญหาที่พบเจอใน ระบปุ ัญหาที่พบเจอใน

ชีวติ ประจำวัน และ ชีวติ ประจำวันได้ ชวี ิตประจำวันได้ ชีวติ ประจำวนั ได้ และ

แนวทางการพฒั นา นา่ สนใจ และอธบิ าย น่าสนใจ และอธบิ าย อธบิ ายแนวทางการพฒั นา

แนวทางการพฒั นาโดย แนวทางการพัฒนาโดย โดยใชเ้ ทคโนโลยี IoT ได้

ใช้เทคโนโลยี IoT ได้ ใชเ้ ทคโนโลยี IoT ได้ ถกู ต้องครบ น้อยกวา่ 50%

ถกู ต้องครบถ้วน ถูกต้องครบ 50% ขึน้ ไป

2.ออกแบบแนวคิดใน ออกแบบแนวคิดในการ ออกแบบแนวคิดในการ ออกแบบแนวคิดในการ

การพฒั นาเทคโนโลยี พัฒนาเทคโนโลยี IoT พฒั นาเทคโนโลยี IoT พฒั นาเทคโนโลยี IoT กับ

IoT กับความสามารถ กับความสามารถของ กบั ความสามารถของ ความสามารถของ บอร์ด

ของบอรด์ บอร์ด บอรด์ ไมโครคอนโทรลเลอรไ์ ด้

ไมโครคอนโทรลเลอร์ ไมโครคอนโทรลเลอรไ์ ด้ ไมโครคอนโทรลเลอร์ได้ หลักการถูกต้องครบถว้ น

น่าสนใจ สรา้ งสรรค์ นา่ สนใจ หลกั การ และเลอื กใช้อปุ กรณ์ได้

หลกั การถูกต้องครบถ้วน ถูกต้อง และเลือกใช้ เหมาะสมกับการแก้ปญั หา

ท้งั หมด และเลือกใช้ อุปกรณ์ได้เหมาะสมกับ น้อยกวา่ 50%

อุปกรณ์ได้เหมาะสมกบั การแกป้ ัญหา 50% ข้นึ

การแกป้ ัญหา ไป

เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
5–6 ดี
3–4
พอใช้
น้อยกวา่ 3 ปรบั ปรงุ

รายวิชาพื้นฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

12. บนั ทกึ ผลหลังการสอน
 ด้านความรู้
 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
 ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
 ด้านความสามารถทางเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
 ดา้ นอืน่ ๆ (พฤติกรรมเด่นหรือพฤติกรรมทม่ี ปี ญั หาของนกั เรียนเป็นรายบุคคล (ถ้าม)ี )

 ปัญหา/อุปสรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

13. ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผทู้ ีไ่ ดร้ ับมอบหมาย )
ขอ้ เสนอแนะ .......

ลงชื่อ
(

ตำแหนง่

รายวิชาพนื้ ฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 2

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 แอปพลิเคชนั เวลา 14 ชัว่ โมง

เร่อื ง ซอฟต์แวรท์ ่ีใช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชัน เวลา 4 ชั่วโมง

รายวชิ า เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 3

1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชวี้ ดั

สาระท่ี 4 เทคโนโลยี

มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน

และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารในการเรยี นรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหา

ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ รเู้ ทา่ ทันและมจี ริยธรรม

ตัวช้ีวดั ม.3/1 พัฒนาแอปพลิเคชนั ทม่ี กี ารบรู ณาการกับวิชาอืน่ อย่างสร้างสรรค์

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1.บอกความหมาย ประเภท และขนั้ ตอนการพฒั นาแอปพลเิ คชนั ได้ (K)
2.ออกแบบการพฒั นาแอปพลิเคชนั ตามขั้นตอนการพัฒนาแอปพลิเคชันได้ (P)
3.ยกตวั อยา่ งแอปพลเิ คชันทม่ี ปี ระโยชนข์ องในชีวติ ประจำวนั ได้ (A)

3. สาระสำคญั
แอปพลิเคชัน เป็นโปรแกรมท่ีถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่ออำนวยในด้านต่าง ๆ มีการออกแบบมาเพื่อใช้งาน

ในหลายรูปแบบ โดยแอปพลิเคชันแบ่งออกได้ 2 ประเภท ได้แก่ แอปพลิเคชันระบบ แอปพลิเคชันที่
ตอบสนองตอ้ งการของกลุ่มผใู้ ช้

การพัฒนาแอปพลิเคชัน มี 7 ข้ันตอน ดังนี้ 1) กำหนดปัญหา 2) ศึกษาความเป็นไปได้ 3) วิเคราะห์
ความต้องการแอปพลิเคชนั 4) ออกแบบแอปพลเิ คชนั 5) ทดสอบ 7) จัดทำเอกสาร

ซึ่งการพัฒนาโปรแกรมในปัจจุบันนิยมใช้โปรแกรมภาษาไพทอน (Python) เพราะเป็นภาษาท่ีอ่าน
แล้วเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ตัวอย่างการเขียนโปรแกรมการพัฒนาแอปพลิเคชันด้วยโปรแกรมภาษาไพทอน
เช่น โปรแกรมคำนวณหาอัตราแลกเปล่ียนเงินบาทไทย (THB) เป็นเงินดอลลาร์ (USD) เป็นตน้

4. สาระการเรยี นรู้
1. ข้นั ตอนการพฒั นาแอปพลิเคชัน
2. ซอฟตแ์ วรท์ ่ใี ช้ในการพฒั นาแอปพลิเคช่ัน

รายวิชาพ้ืนฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

5. รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน
1. รูปแบบการสอนแบบการอภิปราย
2. วธิ กี ารสอนโดยเน้นกระบวนการกลมุ่ (Group Process–Based Instruction)
3. วธิ กี ารสอนโดยใช้การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing)
4. วธิ กี ารสอนโดยใชแ้ นวคดิ เชิงคำนวณ (Computational Thinking)

6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปญั หา
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

7. ทกั ษะ 4 Cs
ทกั ษะการคดิ วจิ ารณญาณ (Critical Thinking)
ทักษะการทำงานรว่ มกนั (Collaboration Skill)
ทักษะการสือ่ สาร (Communication Skill)
ทักษะความคดิ สร้างสรรค์ (Creative Thinking)

8. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ซ่ือสัตย์ สุจริต
รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ใฝเ่ รียนรู้
มีวินัย มุง่ มนั่ ในการทำงาน
อยูอ่ ย่างพอเพยี ง มีจติ สาธารณะ
รักความเปน็ ไทย

9. การจัดกระบวนการเรยี นรู้

ช่วั โมงที่ 1
ขั้นนำ (10 นาท)ี
1. ครูสนทนากับนักเรียนวา่ ถ้าสมมตนิ กั เรยี นไปเท่ียวต่างประเทศ นักเรียนคาดว่าตอ้ งใช้เงินประมาณเท่าไร
2. จากน้ันครถู ามตอ่ วา่ จำนวนเงินที่นกั เรียนบอกเป็นสกลุ เงนิ ไทย หรอื สกุลเงินประเทศที่ตอ้ งการไปเที่ยว
3. ครถู ามว่าแล้วนักเรียนสามารถแปลงจำนวนเงนิ บาทเปน็ สกลุ เงินของตา่ งประเทศอยา่ งไร

รายวิชาพน้ื ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

(แนวคำตอบ สามารถคำนวณได้ด้วยโปรแกรมท่ีอยู่บนออนไลน์ หรือแอพพิเคชั่นบนมือถือและแท็ปเลท
นอกจากน้นั ยังสามารถคำนวณไดโ้ ดยดูจากการแปลงอตั ราแลกเปลี่ยนค่าเงินประจำวัน)
4. ครูสอบถามว่านกั เรียนเคยสงสยั ไหมว่าโปรแกรมเหลา่ นี้ทำงานอยา่ งไร
(แนวคำตอบ : การแปลงคา่ เทยี บคา่ เงิน ดจู ากอัตราแลกเปล่ยี นเงนิ )
ขัน้ สอน (40 นาที)
1. ครกู ลา่ วถึงลักษณะแบบน้เี ปน็ ประโยชน์ของโปรแกรม หรอื แอปพลิเคชนั ทเี่ ราใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน
2. ครูใหน้ ักเรยี นเปิดหนงั สอื เรียนวิชา เทคโนโลยี(วิทยาการคำนวณ) ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 บรษิ ัท อกั ษรเจริญ
ทศั น์ อจท. หนา้ 83 หวั ขอ้ การพฒั นาแอปพลเิ คชนั
3. ครูอธิบายความหมาย และประเภทของแอปพลเิ คชัน และยกตัวอย่างแอปพลิเคชันจากในหนังสอื หน้า 84
หรอื ตามความเหมาะสม
4. ครอู ธบิ ายเพิ่มเร่ืองข้ันตอนการพัฒนาแอปพลิเคชัน ในหนงั สือเรยี นวิชา เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ชั้น
มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 อกั ษรเจริญทศั น์ อจท. หนา้ 85-88
5. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) หน้า 57-58 ข้อ 1-3 เพ่ือตรวจสอบความ
เข้าใจ

ชว่ั โมงที่ 2

ขั้นสอน (50 นาที)
6. ครูถามนักเรียนว่าจากท่ีเราพูดถึงจำนวนเงิน และการแปลงสุกลเงินในคาบที่แล้วนักเรียนคาดว่าหาก

ตอ้ งการพฒั นาแอปพลเิ คชันเราจะตอ้ งใช้เครื่องมอื ใดบ้าง
(แนวคำตอบ คอมพิวเตอร์ โปรแกรมภาษาC++ โปรแกรมภาษาPython )
7. ครูอธิบายว่าการพัฒนาโปรแกรมสามารถใช้ภาษาในการเขียน และพัฒนาแอปพลิเคชันได้หลากหลาย
สามารถเลือกใช้ได้ตามความถนดั
8. ครูสนทนากบั นักเรียนว่า นักเรียนได้เรยี นเขยี นโปรแกรมภาษาPython เบ้อื งต้นมาแล้วในชน้ั มัธยมศึกษาปี
ท่ี 2 แล้วรู้หรือไม่ว่าทำไมนักพัฒนาโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันส่วนใหญ่จึงเลือกใช้โปรแกรมนี้ เรามาดู
จุดเด่น จุดด้อยของโปรแกรมภาษาไพทอนกัน (เปิดหนังสือเรียนวิชา เทคโนโลยี(วิทยาการคำนวณ) ชั้น
มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 บรษิ ัท อักษรเจรญิ ทัศน์ อจท. หน้า89)
9. ครูบอกนักเรยี นว่า คาบนี้จะได้ศึกษาการทำงานของโปรแกรมแปลงค่าเงินโดยให้นักเรียนเปิดหนังสอื เรียน
วิชา เทคโนโลยี(วิทยาการคำนวณ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. หน้า89 หัวข้อ
ซอฟตแ์ วร์ที่ใชใ้ นการพัฒนาแอปพลิเคชั่น
10. ครูให้นักเรียนเปิดโปรแกรม Mu จากนั้นครูอธิบายหน้าที่การทำงานเครื่องมือของโปรแกรม เป็นการ
ทบทวนเนื้อหาเดิมที่เรียนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 (เนื้อหาเดิมในหนังสือวิชา วิทยาการคำนวณ ช้ัน
มธั ยมศึกษาปีท2่ี บรษิ ทั อักษรเจรญิ ทศั น์ อจท.) หรอื ศกึ ษาเพิม่ เติมจากใบความร้เู รื่อง If else, while, for

รายวิชาพ้นื ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

(สามารถดาวนโ์ หลดโปรแกรมได้จากเวบ็ ไซต์ https://codewith.mu/en/download )

ชัว่ โมงท่ี 3
ขั้นสอน (50 นาที)
11. ครูอธิบายเนื้อหาในหนังสือเรียนวิชา เทคโนโลยี(วิทยาการคำนวณ) ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 บริษัท อักษร

เจริญทัศน์ อจท. หน้า90-105 เร่ืองโปรแกรมคำนวณหาอัตราแลกเปล่ียนเงินบาทไทย(THB) เป็นเงิน
ดอลลาร์ (USD) และให้นักเรียนศึกษาพร้อมทดลองเขียนโปรแกรมตามหนังสือ เพ่ือความเข้าใจโปรแกรม
มากข้ึน ให้ศึกษาในใบความร้เู พิ่มเติมเรื่องการใช้งาน GUI ร่วมกับภาษาไพทอนในการเขียนโปรแกรม โดย
ใช้โมดูล Tkinter
12. ครถู ามนักเรียนวา่ จากตวั อย่างท่ีศกึ ษา สามารถนำแนวคิดการแปลงสกุลเงนิ ไปปรบั เปน็ โปรแกรมรูปแบบ
อื่นได้หรือไม่ อย่างไรบ้างให้นักเรยี นรว่ มกันอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และบันทึกรูปแบบท่ีเพื่อน
นำเสนอแลว้ สนใจลงกระดาษ A4
14. ครสู อบถามว่าจากการแลกเปล่ียนความคดิ เหน็ ได้พบข้อดี ข้อเสียอะไรบ้าง
15. ครูให้นักเรียนจับคู่เพ่ือแลกเปล่ียนแนวคิดและรูปแบบท่ีนักเรียนสนใจการพัฒนาโปรแกรมหรือแอปพลิเค
ชัน จากน้ันเลือกแนวคิดที่น่าสนใจ 1 อย่างเพื่อเขียนรายละเอียดการทำงานตามขั้นตอนการพัฒนาแอป
พลเิ คชนั ดงั กล่าวในแบบฝกึ หดั เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) หนา้ 58-59 ข้อ 4
16. ครูให้นักเรียนนำแนวคิดที่ได้มาเขียน Flow Chart เพื่อนำไปพัฒนาเป็นแอปพลิเคชันในแบบฝึกหัด
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) หนา้ 60 ข้อ 5

ชัว่ โมงท่ี 4

ขัน้ สอน (40 นาที)
17. ครูถามนกั เรยี นวา่ จากการเขียน Flow Chart นกั เรียนคาดว่าแนวคดิ ท่ีตนเองเขียนมโี อกาสทจี่ ะทำได้จริง

หรือไม่
18. ครูให้นกั เรียนแตล่ ะคู่นำเสนอแนวคดิ และผังงาน (Flowchart) ของตนเองหน้าชั้นเรียน ใหเ้ พื่อน

รว่ มกันแลกเปลย่ี นความคิดเหน็ พรอ้ มทงั้ ครูคอยใหค้ ำแนะนำ จากนัน้ ใหน้ ำไปปรบั ปรุงแกไ้ ข
ข้ันสรุป (10 นาที)
1. ให้นักเรียนยกตัวอย่างแอปพลิเคชันท่ีมีประโยชน์ของในชีวิตประจำวัน โดยการตอบคำถามในแบบฝึกหัด

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) อจท. หนา้ 66 ขอ้ 7

10. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.3 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4
เรอ่ื ง แอปพลิเคชัน

รายวชิ าพ้นื ฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

2. หนังสือแบบฝกึ หดั รายวชิ าพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.3
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 เรอ่ื ง แอปพลิเคชัน
3. โปรแกรม Mu

11. การวดั และการประเมินผล

11.1 การประเมนิ ระหว่างการจัดกจิ กรรม

จุดประสงค์ วิธกี ารประเมนิ เครือ่ งมอื การประเมนิ เกณฑก์ ารประเมนิ
บอกความหมาย
1. บอกความหมาย ตรวจแบบฝกึ หดั แบบฝกึ หัดรายวชิ า ประเภท และขัน้ ตอน
การพัฒนาแอปพลิเคชัน
ประเภท และขน้ั ตอน หน้า 57-58 พื้นฐานวทิ ยาศาสตร์ ไดถ้ ูกตอ้ ง 60% ขน้ึ ไป

การพฒั นาแอปพลิเคชนั เทคโนโลยี (วทิ ยาการ 1.ออกแบบการพัฒนา
แอปพลิเคชนั ตาม
ได้ (K) คำนวณ) ม.3 ขนั้ ตอนการพฒั นาแอป
พลเิ คชันได้ ในระดับ
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4 คุณภาพพอใช้ขึน้ ไปถอื
ว่าผ่าน
เร่ือง แอปพลเิ คชนั 2.นำเสนอแนวคดิ การ
ออกแบบการพัฒนาแอป
หน้า 57-58 พลิเคชนั ในระดับ
คณุ ภาพพอใชข้ ึ้นไปถือ
2.ออกแบบการพัฒนา 1.ตรวจการออกแบบ 1.แบบประเมิน ว่าผ่าน
3.ผ่านเกณฑ์การ
แอปพลเิ คชันตาม แนวคิดในแบบฝกึ หัด แบบฝกึ หดั ประเมิน 60% ข้นึ ไป

ขนั้ ตอนการพฒั นาแอป หนา้ 58-59 เร่อื ง แอปพลเิ คชนั

พลิเคชันได้ (P) 2.ประเมนิ การนำเสนอ (ออกแบบการพัฒนา

แนวคดิ การออกแบบการ แอปพลิเคชัน)

พฒั นาแอปพลิเคชัน 2.แบบประเมิน

การนำเสนองานกลุ่ม

(ออกแบบแนวคดิ การ

พฒั นาแอปพลเิ คชัน)

3.ยกตัวอย่างแอปพลเิ ค ตรวจแบบฝกึ หัด อจท. แบบฝึกหัดรายวชิ า
ชันทีม่ ีประโยชนข์ องใน หน้า 66 ข้อ 7 พน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์
ชวี ิตประจำวนั ได้ (A) เทคโนโลยี (วิทยาการ
คำนวณ) ม.3
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4
เรอ่ื ง แอปพลเิ คชนั
หน้า 66 ข้อ 7

รายวชิ าพืน้ ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

11.2 การประเมินการนำเสนองานกลุม่ (ออกแบบแนวคิดการพัฒนาแอปพลิเคชัน)

ท่ี รายการประเมนิ คุณภาพผลงาน
4 3 21

1 นำเสนอการออกแบบการพัฒนาแอปพลเิ คชนั ตามขน้ั ตอนการพฒั นาแอป

พลเิ คชนั ไดน้ า่ สนใจและสื่อสารเข้าใจงา่ ย ชัดเจน

2 อธบิ ายการทำงานของแนวคิดไดเ้ ข้าใจ และถูกต้องตามหลักการ และตอบ

คำถามได้

3 มีความคดิ สรา้ งสรรค์

4 การมสี ่วนร่วมของสมาชิกในกล่มุ

5 การรับฟังความคิดเหน็ ของผอู้ ื่น

รวม

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
16 – 20 ดี
10 – 15
น้อยกวา่ 10 พอใช้
ปรบั ปรงุ

รายวิชาพืน้ ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

11.3 การประเมินแบบฝึกหัด เรื่อง แอปพลิเคชนั (ออกแบบการพัฒนาแอปพลิเคชัน)

ประเดน็ ในการประเมนิ 3 เกณฑ์การใหค้ ะแนน 1
2

1.ความสอดคล้องกับ ออกแบบแนวคิดการ ออกแบบโปรแกรมหรอื ออกแบบโปรแกรมหรอื

เน้อื หา พัฒนาโปรแกรมหรือ แอปพลเิ คชนั ตาม แอปพลเิ คชันตาม

แอปพลเิ คชันตาม ขน้ั ตอนการออกแบบ ข้ันตอนการออกแบบ

ขน้ั ตอนการออกแบบ แอปพลเิ คชนั ได้ถูกต้อง แอปพลิเคชนั ได้ถกู ต้อง

แอปพลิเคชันได้ถกู ต้อง และชดั เจนมากกวา่ 50% นอ้ ยกวา่ 50%

ครบถ้วนและชัดเจน

2.การแสดงอัลกอริทมึ เขียนแสดงลำดบั การ เขยี นแสดงลำดับการ เขียนแสดงลำดับการ

ทำงานของโปรแกรม ทำงานของแอปพลิเคชัน ทำงานของแอปพลิเคชนั

หรอื แอปพลเิ คชันด้วย ด้วยแผนผงั งาน (Flow ดว้ ยแผนผงั งาน (Flow

แผนผังงาน (Flow Chart) ไดเ้ ปน็ ระบบ Chart) ได้เปน็ ระบบ

Chart) ได้เปน็ ระบบ ถูกต้องและเขา้ ใจงา่ ย ถูกต้องและเขา้ ใจง่าย

ถกู ต้องและเขา้ ใจงา่ ย มากกวา่ 50% น้อยกวา่ 50%

3.มีความคิดสรา้ งสรรค์ สามารถออกแบบ สามารถออกแบบ สามารถออกแบบ

ในการออกแบบแอป แนวคิดการพัฒนาแอป แนวคิดการพฒั นาแอป แนวคดิ การพัฒนาแอป

พลเิ คชัน พลิเคชันไดน้ า่ สนใจ พลิเคชนั ได้นา่ สนใจ พลิเคชนั ได้นา่ สนใจ

และคำนงึ ประโยชนข์ อง และคำนึงประโยชนข์ อง และคำนึงประโยชน์ของ

การใชง้ าน การใชง้ านเปน็ สว่ นใหญ่ การใช้งานบา้ งพียง

บางส่วน

เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
7–9 ดี
5–6
พอใช้
นอ้ ยกวา่ 5 ปรับปรงุ

รายวิชาพื้นฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

12. บนั ทกึ ผลหลังการสอน
 ด้านความรู้
 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
 ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
 ด้านความสามารถทางเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
 ดา้ นอืน่ ๆ (พฤติกรรมเด่นหรือพฤติกรรมทม่ี ปี ญั หาของนกั เรียนเป็นรายบุคคล (ถ้าม)ี )

 ปัญหา/อุปสรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

13. ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผทู้ ีไ่ ดร้ ับมอบหมาย )
ขอ้ เสนอแนะ .......

ลงชื่อ
(

ตำแหนง่

รายวิชาพ้ืนฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 3

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 4 แอปพลิเคชนั เวลา 14 ชัว่ โมง

เร่อื ง ซอฟต์แวรท์ ใ่ี ช้ในการพฒั นาแอปพลิเคชนั่ (2) เวลา 6 ชว่ั โมง

รายวิชา เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3

1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวช้ีวัด

สาระที่ 4 เทคโนโลยี

มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้ันตอน

และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารในการเรยี นรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหา

ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ รู้เท่าทันและมจี ริยธรรม

ตวั ช้วี ดั ม.3/1 พฒั นาแอปพลเิ คชนั ทม่ี กี ารบรู ณาการกบั วิชาอื่นอย่างสร้างสรรค์

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายหนา้ ทก่ี ารทำงานของคำส่ังในการเขยี นโปรแกรมด้วย Python ได้ (K)
2. ออกแบบและเขียนโปรแกรมหรอื แอปพลเิ คชันดว้ ยภาษา Pythonได้ (P)
3. พฒั นาแอปพลิเคชนั ทค่ี ำนึงถึงประโยชน์ต่อชวี ิตประจำวนั (A)

3. สาระสำคัญ
ภาษาไพทอนเป็นภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ท่ีเหมาะสำหรับผู้เร่ิมต้นเขียนโปรแกรมไปจนถึงการ

ประยุกต์ใช้งานในระดับสูง เนอ่ื งจากโครงสร้างภาษาท่ีลดความยุ่งยากเร่อื งไวยากรณ์ในการเขียนโปรแกรมลง
อา่ นแลว้ เขา้ ใจง่าย ไมซ่ บั ซ้อน

4. สาระการเรยี นรู้
1. ซอฟต์แวร์ทใ่ี ช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชน่ั

5. รูปแบบการสอน/วธิ กี ารสอน
1. รปู แบบการสอนแบบบรรยาย (Lecture)
2. วิธีการสอนโดยใช้แนวคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking)

6. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
 ความสามารถในการสื่อสาร
 ความสามารถในการคดิ
 ความสามารถในการแก้ปญั หา
 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

รายวิชาพ้นื ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

7. ทักษะ 4Cs  ซือ่ สัตย์ สจุ รติ
 ทักษะการคิดวิจารณญาณ (Critical Thinking)  ใฝ่เรียนรู้
 ทกั ษะการทำงานร่วมกนั (Collaboration Skill)  มุ่งม่นั ในการทำงาน
 ทกั ษะการส่อื สาร (Communication Skill)  มจี ติ สาธารณะ
 ทักษะความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking)

8. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
 รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
 มวี นิ ัย
 อยู่อย่างพอเพยี ง
 รกั ความเป็นไทย

9. การจดั กระบวนการเรยี นรู้

ช่วั โมงที่ 1

ขน้ั นำ (10 นาที)
1. ครูบอกกับนักเรียนว่าจากชั่วโมงท่ีผ่านมาเราทราบดีว่าโปรแกรมท่ีใช้ในการพัฒนาแอปแพลิเคชันมีให้เลือก

หลากหลาย แตโ่ ปรแกรมทีน่ ิยมกันและเรยี นรูไ้ ด้เรว็ ซงึ่ Python เปน็ ตัวเลือกที่นา่ สนใจ
2. ครูสนทนากับนักเรียนว่า “จากตัวอย่างท่ีนักเรียนลองเขียนโปรแกรมแปลงค่าเงินด้วยโปรแกรมภาษา

Python นักเรียนคิดว่า ฟังก์ชันหรือคำส่ังท่ีนักเรียนใช้ในการเขียนโปรแกรมข้างต้น เพียงพอสำหรับการ
พัฒนาแอปพลเิ คชันตามแนวคดิ ของนักเรยี นหรือไม่”
3. ครูสนทนากบั นกั เรยี นว่า “หากเราต้องการพฒั นาแอปแพลเิ คชนั ด้วย Python จะตอ้ งเรยี นรอู้ ะไรบ้าง
(แนวคำตอบ โปรแกรมท่ใี ช้เขียน เชน่ Mu, คำสง่ั ใหโ้ ปรแกรมแสดงผล, เรยี นร้คู ำสงั่ if-else, คำสัง่ loop)
ข้ันสอน (40 นาท)ี
1. ครูให้นักเรียนเปิดโปรแกรม Mu จากน้ันครูอธิบายหน้าที่การทำงานเครื่องมือของโปรแกรม (เนื้อหาเดิมใน
หนงั สอื วิชา วทิ ยาการคำนวณ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่2 บรษิ ทั อักษรเจริญทศั น์ อจท.)
(สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมได้จากเวบ็ ไซต์ https://codewith.mu/en/download )
2. ครูทบทวนการเขยี นโปรแกรมคำสั่ง print เพือ่ ส่งั ให้โปรแกรมแสดงผลตวั เลข และข้อความ

รายวิชาพน้ื ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3 ผลลพั ธ์ได้

เชน่ Code

3. ครูทบทวนการเขียนโปรแกรมโดยใช้ variable ด้วยตวั เลข และขอ้ ความเพอ่ื การแสดงผล เชน่
Code

ผลลพั ธ์ท่ีได้

4. ครูอธิบายเพ่ิมเติมว่า กรณีที่สร้างตัวแปรของตัวเลข เช่น A = 5 กับ C = “5” แสดงผลออกมาเป็นเลข 5
เหมือนกัน แต่ความหมายต่างกัน A เป็นตัวแปรของตัวเลข ส่วน C เป็นตัวแปรของตัวอักษรหรอื ข้อความ
เพราะมสี ัญลักษณ์ “”

รายวชิ าพืน้ ฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

5. จากนัน้ ครทู บทวนรปู แบบรหสั ขอ้ มลู (Format Code) เพิม่ เติม จากทเี่ คยเรียนผา่ นมาแล้วในระดบั ช้นั ม.2
6. ครใู ห้นักเรียนทำใบงาน เรื่อง ตัวแปรและตัวดำเนินการ

ช่วั โมงท่ี 2
ขนั้ สอน (50 นาท)ี
7. ครูถามคำถามเพ่ือทบทวนนักเรียนว่าจากการเรียนเร่ืองการใช้งานตัวแปรเพ่ือการดำเนินการทาง

คณิตศาสตร์ มขี อ้ มลู ตัวเลขแบบไหนบา้ งท่ีสามารถนำมาดำเนนิ การทางคณติ ศาสตร์ได้
(แนวคำตอบ จำนวนเงิน อุณหภูมิ น้ำหนัก ส่วนสูง เป็นตัวเลขท่ีมีค่าสามารถนำมาดำเนินการทาง
คณติ ศาสตร์ได้ )
8. จากนน้ั ครูทบทวนการใชง้ านคำส่งั การรบั ข้อมูลจากแป้นพิมพ์ input เชน่

Code

ผลลพั ธ์ที่ได้

9. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด เรื่อง การเขียนใช้คำสั่งแสดงผล อินพุต และเอาต์พุต และแบบฝึกหัด
เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) หน้า 61 ขอ้ 6.1

10. ครสู อบถามนักเรียนว่าฟงั ก์ชัน input ทำงานอยา่ งไร
(แนวคำตอบ เปน็ การรับข้อมลู จากแปน้ พิมพ์ หรอื นำเขา้ ขอ้ มูลจากแป้นพิมพ์)

ขน้ั สอน (50 นาท)ี ชวั่ โมงที่ 3

11. ครูถามนักเรียนว่าจากการเรียนเขียนโปรแกรมคำส่ังที่เรียนมา หากครูต้องการเขียนโปรแกรมจัดลำดับ

ความนิยมของรา้ นอาหารโดยใชข้ ้อมลู จากระดับความพอใจในการใช้บริการ 5 ระดบั นักเรียนคิดวา่ สามารถทำ

ไดห้ รือไม่

รายวิชาพ้นื ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

(แนวคำตอบ ไม่สามารถทำไดเ้ นอื่ งจากเรียนคำสัง่ การดำเนนิ การแลว้ แต่ยังไมม่ คี ำสั่งในการตรวจสอบคา่ )
12. ครูสอนนักเรียนใชง้ านคำสง่ั if-else
13. จากน้ันครูให้นักเรียนทำใบงาน เร่ือง การทำงานแบบมีเงื่อนไข และแบบฝึกหัด เทคโนโลยี (วิทยาการ

คำนวณ) หน้า 62 ข้อ 6.2
14. ครูถามนกั เรยี นว่าสามารถนำความรู้ท่เี รยี นไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้อย่างไรบ้าง

(แนวคำตอบ การเขียนโปรแกรมตัดเกรด เขียนโปรแกรมBMI เปน็ ตน้ )

ช่วั โมงที่ 4
ขั้นสอน (40 นาท)ี
15. ครูถามนักเรียนว่าจากการเรียนเขียนโปรแกรมที่ผ่านมา หากครูต้องการให้นักเรียนเขียนโปรแกรมเพ่ือ

แสดงชอื่ ตนเอง 100 บรรทดั นักเรยี นคดิ วา่ ต้องเขยี นคำสัง่ เยอะหรือไม่
(แนวคำตอบ เยอะ เนือ่ งจากต้องเขยี นคำสง่ั บรรทดั ตอ่ บรรทัดในการแสดงผล )
16. ครบู อกท่มี าและอธบิ ายเร่อื งการใช้งานคำสั่งทำซำ้ และคำส่ังอนื่ ๆ ได้แก่ while , for
17. ครสู อนนักเรยี นใช้งานคำสัง่ while / for
18. ครใู หน้ ักเรียนทำใบงาน เรอ่ื ง การทำซำ้ แบบฝึกหัด เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) หน้า 63 -65
ขอ้ 6.3 - 6.5
19. ครใู ห้นกั เรียนช่วยกันบอกคำสงั่ ในการเขยี นโปรแกรมทีไ่ ด้เรียนท้ังหมด พรอ้ มบอกหนา้ ทข่ี องแตล่ ะคำส่ัง

ช่ัวโมงที่ 5

ขน้ั สอน (50 นาที)

20. จากแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 ครูให้นักเรียนแต่ละคู่นำเสนอแนวคิดและผังงาน (Flowchart) ของตนเอง

หน้าชั้นเรียน ให้เพ่ือนร่วมกันแลกเปล่ียนความคิดเห็น พร้อมท้ังครูคอยให้คำแนะนำ จากน้ันให้นำไป

ปรับปรุงแกไ้ ข

21. ในคาบนี้ครูให้นักเรียนนำแนวคิดที่ปรับปรุงแล้วมาพัฒนาต่อเพ่ือเขียนโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันด้วย

ภาษา Python หรือนกั เรยี นจะออกแบบแนวคดิ การพฒั นาโปรแกรมหรือแอปพลเิ คชันใหมก่ ็ได้

22. ครูให้นักเรยี นลงมอื เขียนโปรแกรมหรือแอปพลเิ คชนั ด้วยภาษา Python

ช่ัวโมงที่ 6

ข้ันสอน (40 นาที)
23. ครใู หน้ กั เรียนลงมอื เขียนโปรแกรมหรอื แอปพลเิ คชนั ดว้ ยภาษา Python (ตอ่ )

24. ครใู หน้ ักเรยี นทดสอบโปรแกรมหรอื แอปพลิเคชนั เพื่อตรวจสอบข้อผดิ พลาด

รายวิชาพ้นื ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

ขั้นสรุป (10 นาท)ี
1. ครใู ห้นักเรยี นแต่ละคู่นำเสนอโปรแกรมหรือแอปพลิเคชัน ให้เพื่อนร่วมกันแลกเปล่ียนความคดิ เห็น พร้อม
ทั้งครูคอยให้คำแนะนำเพ่มิ เติม

10. สอื่ และแหลง่ การเรียนรู้
1. หนงั สือเรียนรายวชิ าพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2
2. หนังสอื เรียนรายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.3 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4
เรอ่ื ง แอปพลเิ คชนั
3. หนังสอื แบบฝึกหัดรายวชิ าพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.3
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 4 เร่ือง แอปพลิเคชัน
4. โปรแกรม Mu
5. ใบความรู้ เร่อื ง การใช้คำสั่งแสดงผลอนิ พุต และเอาต์พุต
6. ใบความรู้ เร่อื ง ตัวแปรและตัวดำเนนิ การ
7. ใบความรู้ เรอ่ื ง การทำงานแบบมีเงื่อนไข
8. ใบความรู้ เรื่อง การทำซ้ำ
9. ใบงานท่ี 4.3.1 เรื่อง ตวั แปรและตัวดำเนินการ
10. ใบงานที่ 4.3.2 เรือ่ ง การใชค้ ำสง่ั แสดงผลอนิ พุต และเอาต์พุต
11. ใบงานที่ 4.3.3 เรอ่ื ง การทำงานแบบมีเงอ่ื นไข
12. ใบงานที่ 4.3.4 เรือง การทำซ้ำ

รายวชิ าพน้ื ฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

11. การวัดและการประเมินผล

11.1 การประเมินระหวา่ งการจัดกิจกรรม

จดุ ประสงค์ วิธีการประเมนิ เครอื่ งมอื การประเมนิ เกณฑ์การประเมิน

1.อธิบายหน้าท่กี าร อธิบายการทำงานของ แบบประเมินช้ินงาน อธบิ ายได้ถกู ต้องตาม

ทำงานของคำสง่ั ในการ โปรแกรมหรอื แอปพลิเค (ออกแบบและเขียน หลกั การ 60% ข้ึนไปถือ

เขียนโปรแกรมด้วย ชันที่เขียนดว้ ยภาษา โปรแกรมหรือแอปพลเิ ค ว่าผา่ น

Python ได้ (K) Python ชันด้วยภาษา Python)

2.ออกแบบและเขยี น 1.ตรวจโปรแกรมหรือ แบบประเมนิ ชนิ้ งาน 1.ออกแบบและเขียน

โปรแกรมหรือแอปพลเิ ค แอปพลิเคชันทเ่ี ขยี นด้วย (ออกแบบและเขยี น โปรแกรมหรือแอปพลิเค

ชันด้วยภาษา Python โปรแกรมภาษา Python โปรแกรมหรือแอปพลเิ ค ชันดว้ ยภาษา Python

ได้ (P) ชันด้วยภาษา Python) ได้ ในระดบั คุณภาพ

พอใช้ขน้ึ ไปถอื ว่าผ่าน

3.พฒั นาแอปพลิเคชันท่ี บอกประโยชนข์ องแอป แบบประเมิน บอกประโยชน์ของแอป

คำนึงถงึ ประโยชนต์ ่อ พลเิ คชันทพี่ ฒั นาขึน้ การนำเสนอ พลเิ คชันทพ่ี ัฒนาขน้ึ

ชวี ติ ประจำวนั (A) คำนึงถงึ ประโยชน์ตอ่

ชีวิตประจำวันได้ใน

ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้น

ไปถือว่าผา่ น

รายวชิ าพ้นื ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

11.2 การประเมนิ ชนิ้ งาน (ออกแบบและเขียนโปรแกรมหรอื แอปพลเิ คชันด้วยภาษา Python)

ประเดน็ ในการประเมิน 3 เกณฑ์การใหค้ ะแนน 1
2

1.ความสอดคล้องกับ อธบิ ายหนา้ ทกี่ ารทำงาน อธบิ ายหนา้ ท่ีการทำงาน อธบิ ายหน้าท่ีการทำงาน

เนอ้ื หา ของคำสั่งในการเขยี น ของคำสัง่ ในการเขียน ของคำสงั่ ในการเขยี น

โปรแกรมดว้ ย Python โปรแกรมด้วย Python โปรแกรมด้วย Python

ได้ถูกต้องตามหลกั การ ไดถ้ ูกต้องตามหลกั การ ได้เพยี งบางสว่ น สือ่ สาร

ส่อื สารเขา้ ใจง่ายชัดเจน สอื่ สารเข้าใจชดั เจนและ เข้าใจและตอบคำถามได้

และตอบคำถามได้ ตอบคำถามได้มากกวา่ น้อยกวา่ 50%

ทง้ั หมด 50%

2.ขน้ั ตอนการเขียน เขยี นโปรแกรมหรือแอป เขยี นโปรแกรมหรือแอป เขียนโปรแกรมหรือแอป

โปรแกรมหรอื แอปพลเิ ค พลิเคชนั ด้วยภาษา พลเิ คชันด้วยภาษา พลเิ คชันด้วยภาษา

ชนั ด้วยภาษา Python Python ได้ถูกตอ้ ง ใช้ Python ไดถ้ กู ใช้คำส่งั Python ได้ ใช้คำสง่ั

คำสงั่ เหมาะสมกับการ เหมาะสมกับการทำงาน เหมาะสมกบั การทำงาน

ทำงาน สามารถ สามารถตรวจสอบและ สามารถตรวจสอบและ

ตรวจสอบและแก้ไข แกไ้ ขข้อผิดพลาดของ แก้ไขข้อผดิ พลาดของ

ข้อผิดพลาดของ โปรแกรมได้มากกวา่ โปรแกรมได้น้อยกว่า

โปรแกรมได้ 50% 50%

3.มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถออกแบบ สามารถออกแบบ สามารถออกแบบ

ในการออกแบบแอป แนวคิดการพฒั นาแอป แนวคดิ การพัฒนาแอป แนวคิดการพัฒนาแอป

พลเิ คชนั พลิเคชันได้น่าสนใจ และ พลเิ คชันไดน้ ่าสนใจ และ พลิเคชนั ไดน้ า่ สนใจ และ

สรา้ งสรรค์ มีความ สร้างสรรค์ มคี วาม สรา้ งสรรค์ มคี วาม

เหมาะสมกับการใชง้ าน เหมาะสมกับการใชง้ าน เหมาะสมกับการใชง้ าน

มากกวา่ 50% นอ้ ยกวา่ 50%

เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
7–9 ดี
5–6
พอใช้
น้อยกวา่ 5 ปรับปรงุ

รายวิชาพื้นฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

11.3 การประเมนิ การนำเสนอ (ออกแบบและเขียนโปรแกรมหรอื แอปพลเิ คชนั ด้วยภาษา Python)

ที่ รายการประเมิน คุณภาพผลงาน
4 3 21

1 อธบิ ายหน้าที่การทำงานของคำสงั่ ในการเขียนโปรแกรมด้วย Python ได้

ถูกต้อง และตอบคำถามได้

2 บอกประโยชนข์ องแอปพลเิ คชันที่พฒั นาและคำนงึ ถงึ ประโยชนต์ อ่

ชวี ติ ประจำวนั

3 มวี ิธกี ารนำเสนอน่าสนใจ ใช้ภาษาเหมาะสมเข้าใจงา่ ย

4 การมีส่วนรว่ มของสมาชิกในกลมุ่

5 การรับฟงั ความคิดเห็นของผู้อื่น

รวม

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
15 – 20 ดี
10 – 14
น้อยกว่า 10 พอใช้
ปรบั ปรุง

รายวชิ าพ้นื ฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

11.4 แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

คำช้แี จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ✓ลงในชอ่ ง

ท่ีตรงกบั ระดับคะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อันพงึ ประสงคด์ า้ น 32 1

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติและร้องเพลงชาตไิ ด้

กษัตริย์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมที่สรา้ งความสามัคคีปรองดองและเป็นประโยชน์

ต่อโรงเรียน

1.3 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตามหลกั ศาสนา

1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี กีย่ วกับสถาบันพระมหากษัตรยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นจดั ข้นึ

2. ซือ่ สตั ย์ สจุ ริต 2.1 ให้ข้อมูลทีถ่ กู ตอ้ งและเป็นจริง

2.2 ปฏิบตั ิในสง่ิ ทถ่ี ูกต้อง

3. มีวนิ ัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บังคบั ของครอบครัว

มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวติ ประจำวัน

4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รู้จกั ใชเ้ วลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์และนำไปปฏิบัติได้

4.2 รู้จกั จัดสรรเวลาให้เหมาะสม

4.3 เช่อื ฟงั คำสงั่ สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ย้ง

4.4 ต้ังใจเรยี น

5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอยา่ งประหยัด

5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอยา่ งประหยดั และรูค้ ุณคา่

5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมกี ารเก็บออมเงิน

6. มุ่งม่นั ในการทำงาน 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทำงานที่ไดร้ ับมอบหมาย

6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแทต้ อ่ อปุ สรรคเพ่ือให้งานสำเรจ็

7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มจี ิตสำนึกในการอนุรกั ษว์ ัฒนธรรมและภูมปิ ัญญาไทย

7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย

8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน

8.2 รู้จักการดูแลรกั ษาทรพั ยส์ มบัติและส่ิงแวดล้อมของหอ้ งเรียน

และโรงเรียน

ลงชอ่ื ..................................................ผ้ปู ระเมนิ
............/.................../................

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
พฤติกรรมที่ปฏบิ ัตชิ ัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน 51-60 ดมี าก
พฤติกรรมทปี่ ฏิบตั ิชดั เจนและบอ่ ยครั้ง ให้ 1 คะแนน 41-50 ดี
พฤติกรรมที่ปฏบิ ัติบางคร้ัง 30-40 พอใช้
ปรับปรงุ
ต่ำกว่า 30

รายวิชาพน้ื ฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

ใบความรู้
เรือ่ ง การใชค้ ำสัง่ แสดงผลอินพุต และเอาต์พุต
คำส่ังแสดงผลด้วย print คือ การแสดงผลทางหน้าจอโดยใชค้ ำสง่ั print() ทำหน้าทใี่ นการแสดง
ข้อมลู ชนดิ อักขระ ตัวเลข ตวั แปร หรอื นิพจน์
โคด้ ผลลัพธ์

คำสั่งนำเข้าขอ้ มลู ทางแปน้ พิมพ์ด้วย input
Input คือ การรับข้อมลู จากภายนอกด้วยแป้นพมิ พ์โดยใช้คำสง่ั input() ซงึ่ จะรบั ข้อมลู เขา้ มาเกบ็ ไว้

ในตวั แปร
โค้ด ผลลพั ธ์

รายวชิ าพนื้ ฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

ใบความรู้

เร่อื ง ตวั แปร และตัวดำเนินการ

ตวั แปร คอื หนว่ ยความจำท่ีใช้จดั เกบ็ ข้อมูลเพ่ือนำไปใชใ้ นโปรแกรม ตวั แปรจะถูกเรยี กใชใ้ นการเกบ็

ข้อมลู จากอินพุต เก็บค่าคงที่ นำข้อมูลไปคำนวณและเกบ็ ผลลพั ธ์การกำหนด หรือประกาศตัวแปร

ชนิดขอ้ มลู ตัวแปร
ชนิด การใชง้ าน
Int ข้อมูลชนดิ ตัวเลขจำนวนเต็ม
String ขอ้ มลู ท่ีเป็นอักขระ หรือข้อความ

Float ข้อมลู ท่ีเปน็ จำนวนจริง

ตวั ดำเนนิ การ หรอื โอเปอเรเตอร์ คือ สัญลักษณ์ทบี่ อกให้ดำเนินการอยา่ งใดอย่างหนง่ึ กับขอ้ มลู ในตัว

แปร และค่าคงท่ตี ่างๆ เช่น การคำนวณ โดยใช้เครอ่ื งหมาย + - * / และการเปรยี บเทยี บทีใ่ ชเ้ คร่ืองหมาย > <

>= <=

1) ตัวดำเนนิ การทางคณิตศาสตร์

ตัวดำเนนิ การ ความหมาย ตัวอย่าง
+ x+y
- การบวก x-y
การลบ

* การคูณ x*y

/ การหาร x/y

% การหาร เอาเฉพาะเศษ x%y

** การยกกำลัง x ** y

2) ตัวดำเนินการเปรยี บเทียบ

ตัวดำเนินการ ความหมาย ตวั อยา่ ง
== x == y
!= เท่ากับ x != y
ไมเ่ ทา่ กบั

> มากกวา่ x>y

< น้อยกว่า x<y

>= มากกว่าหรือเทา่ กบั x >= y

<= น้อยกวา่ หรอื เท่ากับ x <= y

รายวิชาพน้ื ฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

ใบความรู้
เรื่อง การทำงานแบบมีเงอื่ นไข
การใช้งานคำสงั่ if
if คอื คำส่ังกำหนดเง่ือนไขเพื่อควบคุมให้โปรแกรมทำงานเฉพาะคำสงั่ ที่ตอ้ งการเม่ือเงื่อนไขเปน็ จรงิ
ซึ่งเปน็ การเลือกทำงานท่ีมที างเลอื กเดียว
โคด้ ผลลพั ธ์

การใชง้ านคำสัง่ if-else
If-else คือ การกำหนดเง่ือนไขใหโ้ ปรแกรมเลือกทำ 2 กรณี โดยเลอื กทำคำส่ังในบลอ็ ก if เมอื่

เงือ่ นไขเปน็ จรงิ หรือเลือกทำคำส่ังในบลอ็ ก else เมอ่ื เง่อื นไขเปน็ เท็จ
โคด้ ผลลพั ธ์

รายวิชาพน้ื ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

ใบความรู้
เรอ่ื ง การทำงานซำ้
การใชง้ านคำส่งั while
while คือ การวนลปู โดยการตรวจสอบเง่อื นไขก่อนทำงาน ซง่ึ ในขณะท่ีจรวจสอบพบวา่ เง่อื นไขเปน็
จริง คำส่งั ทอี่ ย่ภู ายในบลอ้ กจะถกู รันใหท้ ำงานวนรอบไปเร่ือยๆ และจะหยดุ ทำงานเมื่อโปรแกรมตรวจสอบ
พบวา่ เงือ่ นไขเปน็ เท็จ
คำสง่ั ผลลัพธ์
i=0
while i <= 10:
print(i, end = ', ')
i=i+1

การใชง้ านคำส่งั for
for คอื การทำงานแบบวนซำ้ ทีส่ ามารถกำหนดจำนวนครัง้ ทแ่ี น่นอน โดยมีการกำหนดจุดเริม่ ตน้ จดุ

สดุ ท้าย และจำนวนการทำงานตามจำนวนขอ้ มูลทม่ี ี
คำส่ัง ผลลัพธ์

for num in (27,12,2537):
print(num)

bp ='Lisa','Jisoo','Jennie','Rose'
for bp in bp:

print(bp)

รายวชิ าพน้ื ฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

ใบงานที่ 4.3.1
เร่ือง ตวั แปรและตัวดำเนนิ การ
1.ให้นักเรยี นทำความเขา้ ใจเร่ืองตัวแปรเพ่อื ตอบคำถามต่อไปน้ี
1.1 เขยี นผลลัพธก์ ารทำงานของโคด้ ต่อไปนี้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

1.2 “ก้ิฟขายแอปเปิล้ ได้เงนิ มา 425 บาท อรขายส้มได้เงนิ มา 565 บาท ทศขายมะม่วงงินมา 456”
ใหน้ กั เรียนเขียนโปรแกรมเพ่ือแสดงรายได้จากการขายผลไม้ของแต่ละคน โดยใชค้ ำสั่ง “ตัวแปร”
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

รายวชิ าพน้ื ฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

2.ให้นกั เรยี นทำความเข้าใจเร่ืองตัวแปรและการดำเนนิ การเพอ่ื ตอบคำถามต่อไปน้ี
2.1 เขียนผลลพั ธ์การทำงานของโค้ดต่อไปน้ี

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.2 เขียนผลลพั ธก์ ารทำงานของโคด้ ต่อไปนี้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.3 ให้นักเรียนเขียนโปรแกรมเฉล่ียค่าอาหารรายคน โดยใหโ้ ปรแกรมรับจำนวนลกู ค้า และค่าอาหาร
ทัง้ หมด จากนนั้ แสดงค่าอาหารท่เี ฉลย่ี ตอ่ คนทางหนา้ จอ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

รายวชิ าพื้นฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

2.4 เขียนโปรแกรมประยกุ ต์ใชต้ ัวดำเนนิ การเพ่ือแสดงผลลพั ธ์ ดังนี้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

รายวชิ าพ้ืนฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3 เฉลย

ใบงานท่ี 4.3.1
เรื่อง ตวั แปรและตัวดำเนนิ การ
1.ให้นักเรียนทำความเขา้ ใจเรื่องตวั แปรเพ่อื ตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
1.1 เขียนผลลัพธ์การทำงานของโค้ดต่อไปนี้

…P…ri…ce……of…M…a…n…g…o…=…4…5………………………………………………………………………………………………………………………
…P…ri…ce……of…M…e…l…on……=…8…6………………………………………………………………………………………………………………………
……PPP……rrriii……ccceee…………ooofff……BWA……ap……anpt……aelen……rma=……e=……6lo……42n4…………=……8……6…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…/…/ต…วั …เล…ข…ใน……W…a…te…rm……el…o…n…ม…ีค…า่ =…8…6…เน…ือ่…ง…จา…ก…ใน…โ…ค…้ดโ…จ…ท…ย์ไ…ด…ใ้ ส…ต่ …วั …แป…ร…m……el…o…n…ล…งไ…ป…แท…น…………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

1.2 “ก้ิฟขายแอปเป้ลิ ไดเ้ งนิ มา 425 บาท อรขายสม้ ไดเ้ งินมา 565 บาท ทศขายมะม่วงงินมา 456”
ใหน้ ักเรียนเขียนโปรแกรมเพื่อแสดงรายได้จากการขายผลไม้ของแตล่ ะคน โดยใช้คำสัง่ “ตัวแปร”
…g…ift…=……4…25…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…t…os…s…=…4…5…6………………………………………………………………………………………………………………………………………
…o…rn……=…5…6…5 ………………………………………………………………………………………………………………………………………
…p…ri…n…t('…G…ift…=……%…d…' …%…g…if…t)…………………………………………………………………………………………………………………
…p…ri…n…t('…To…s…s…=…%…d……' %……t…os…s…) ……………………………………………………………………………………………………………
…p…ri…n…t('…O…rn…=……%…d…'…%……or…n…) ………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

รายวิชาพ้ืนฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

2.ใหน้ กั เรียนทำความเขา้ ใจเรื่องตวั แปรและการดำเนินการเพอื่ ตอบคำถามตอ่ ไปนี้
2.1 เขยี นผลลพั ธก์ ารทำงานของโค้ดต่อไปน้ี

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………9………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………6…0 ……………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.2 เขยี นผลลัพธ์การทำงานของโคด้ ต่อไปนี้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………Y…o…u…r …ag…e…=……25……………………………………………………………………………………………………………………………
………Y…o…u…r …BM……I =……19……………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.3 ให้นักเรียนเขยี นโปรแกรมเฉลยี่ คา่ อาหารรายคน โดยใหโ้ ปรแกรมรบั จำนวนลูกค้า และคา่ อาหาร
ทงั้ หมด จากนัน้ แสดงคา่ อาหารที่เฉล่ยี ตอ่ คนทางหน้าจอ
………p…r…in…t(…'W…e…lc…o…m…e…t…o…R…e…st…u…ar…an…t…')………………………………………………………………………………………………
………b…il…l …=…in…t…(in…p…u…t(…'E…n…te…r …b…ill…t…ot…a…l …: '…))…………………………………………………………………………………………
………r…e…gis……=…in…t(…in…p…u…t(…'En…t…e…r …to…ta…l…c…us…to…m……er…:…')…) ……………………………………………………………………………
………a…v…e…rp…=……bi…ll…/r…eg…is………………………………………………………………………………………………………………………
………p…r…in…t(…'\n…A…v…e…ra…ge……pe…r…1…=……%…d…'…%……av…e…rp…)…………………………………………………………………………………

print('Thank you :)')

รายวิชาพ้นื ฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

2.4 เขียนโปรแกรมประยกุ ต์ใช้ตวั ดำเนนิ การเพ่ือแสดงผลลัพธ์ ดังนี้

………m……on…t…h…1 …=…2…3…54…………………………………………………………………………………………………………………………
………m……on…t…h…2 …=…4…5…84…………………………………………………………………………………………………………………………
………m……on…t…h…3 …=…2…4…65…………………………………………………………………………………………………………………………
………m……on…t…h…4 …=…8…5…46…………………………………………………………………………………………………………………………
………p…r…in…t(…'B…an…t…h…un…g…C…a…fe…')………………………………………………………………………………………………………………
………p…r…in…t(…'**…*…**…**…')……………………………………………………………………………………………………………………………
………p…r…in…t(…'R…ep…o…r…t …by……4m……on…t…h…=…%…d…'…%……………………………………………………………………………………………
………(…m…o…n…th…1…+…m…o…nt…h…2…+m……on…t…h…3+…m…o…n…t…h4…)…) …………………………………………………………………………………

รายวชิ าพ้นื ฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

ใบงานที่ 4.3.2
เรือ่ ง การใชค้ ำสง่ั แสดงผลอินพตุ และเอาต์พตุ
1.จงบอกหนา้ ท่กี ารทำงานของคำส่ังต่อไปนี้
1.1 print
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 input
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.ใหน้ ักเรียนทำความเข้าใจคำสัง่ การแสดงผล print เพื่อตอบคำถามต่อไปน้ี
2.1 เขยี นโคด้ คำส่ังเพ่ือแสดงผลลัพธ์ ดงั นี้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

รายวชิ าพื้นฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

2.2 ให้นกั เรยี นเขยี นโปรแกรมเพื่อแสดงประวัตสิ ่วนตวั ของนกั เรยี นท่สี ามารถเปิดเผยต่อส่วนรวมได้
อยา่ งน้อย 7 อย่างจากนนั้ จดบนั ทึกคำสัง่ จากโปรแกรมลงด้านลา่ ง(เฉพาะโคด้ )
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.3 ใหน้ กั เรียนเขียนโปรแกรมรบั ชือ่ พร้อมนำ้ หนัก จากแป้นพิมพ์จำนวน3คนจากน้นั ใหโ้ ปรแกรม
แสดงข้อมลู ของแตล่ ะคนทางหน้าจอ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

รายวชิ าพืน้ ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

ใบงานท่ี 4.3.2 เฉลย

เรื่อง การใชค้ ำส่ังแสดงผลอินพตุ และเอาตพ์ ุต

1.จงบอกหนา้ ที่การทำงานของคำสั่งต่อไปน้ี

1.1 print
……………ก…า…รแ…ส…ด…งผ…ล…ท…าง…ห…น…้าจ…อ…โด…ย…ใ…ช้ค…ำ…ส…งั่ …p…rin…t…()…ท…ำห…น…้า…ท…ใ่ี น…ก…า…รแ…ส…ด…งข…้อ…ม…ลู ช…น…ดิ …อ…กั …ขร…ะ………………………
……………ต…ัว…เล…ข…ต…วั …แป…ร…ห…ร…อื …น…พิ …จน…์ ………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

1.2 input

……………ก…า…รร…บั …ข…้อม…ูล…จ…าก…ภ…า…ย…นอ…ก…ด…ว้ …ยแ…ป…้น…พ…ิม…พ…์โด…ย…ใช…ค้ …ำส…ั่ง…i…np…u…t…()…ซ…ง่ึ จ…ะ…รับ…ข…อ้ …ม…ูล…เข…า้ ม…า…เก…บ็ …ไ…ว้………………

……………ใ…นต…ัว…แ…ป…ร ………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.ให้นักเรยี นทำความเข้าใจคำสัง่ การแสดงผล print เพ่ือตอบคำถามต่อไปน้ี

2.1 เขยี นโคด้ คำส่ังเพ่ือแสดงผลลพั ธ์ ดงั น้ี

……………p…rin…t…('H…e…ll…o…')…………………………………………………………………………………………………………………………
……………p…rin…t…('I…a…m……py…t…ho…n…')………………………………………………………………………………………………………………
……………p…rin…t…('I…w…a…s…b…o…rn…i…n…1…98…9…b…y…R…o…s…so…m…')…………………………………………………………………………………
……………p…rin…t…('M…y……la…n…gu…a…ge……b…as…e…o…n…A…B…C…') ………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

รายวิชาพ้ืนฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

2.2 ใหน้ กั เรยี นเขียนโปรแกรมเพื่อแสดงประวตั สิ ่วนตวั ของนกั เรยี นทสี่ ามารถเปิดเผยตอ่ ส่วนรวมได้

อยา่ งน้อย 7 อยา่ งจากนน้ั จดบนั ทึกคำส่งั จากโปรแกรมลงด้านลา่ ง(เฉพาะโค้ด)
…………p…ri…nt…('M……y …n…am……e…is…P…a…tt…ha…r…a…R…a…ks…a…')………………………………………………………………………………………
…………p…ri…nt…('M……y …n…ic…k …na…m…e……is…G…if…t')……………………………………………………………………………………………………
…………p…ri…nt…('I…a…m……25……ye…a…rs…o…l…d'…) ………………………………………………………………………………………………………
…………p…ri…nt…('I…w…a…s…b…o…rn…i…n…K…h…on…k…a…en……') ……………………………………………………………………………………………
…………p…ri…nt…('I…l…ov…e…B…l…ac…k…p…in…k …') …………………………………………………………………………………………………………
…………p…ri…nt…('I…l…ik…e…to……ea…t…d…e…ss…e…rt…') …………………………………………………………………………………………………….
…………p…ri…nt…('I…l…iv…e…in…B…a…n…gk…o…k…') …………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.3 ใหน้ ักเรยี นเขียนโปรแกรมรบั ชือ่ พร้อมนำ้ หนกั จากแป้นพิมพ์จำนวน3คนจากน้ันให้โปรแกรม

แสดงข้อมลู ของแตล่ ะคนทางหน้าจอ
……………n…am……e1……=…in…p…u…t('…En…t…e…r n…a…m…e…:…')……………………………………………………………………………………………
……………w…e…ig…ht…1…=…i…nt…(i…np…u…t…('E…n…te…r…w…e…ig…h…t …: '…))…………………………………………………………………………………
……………n…am……e2……=…in…p…u…t('…En…t…e…r n…a…m…e…:…')……………………………………………………………………………………………
……………w…e…ig…ht…2…=…i…nt…(i…np…u…t…('E…n…te…r…w…e…ig…h…t …: '…))…………………………………………………………………………………
……………n…am……e3……=…in…p…u…t('…En…t…e…r n…a…m…e…:…')……………………………………………………………………………………………
……………w…e…ig…ht…3…=…i…nt…(i…np…u…t…('E…n…te…r…w…e…ig…h…t …: '…))………………………………………………………………………………….
……………p…rin…t…('1….…%…s…w…e…ig…h…t=…%……d…' %……(n…a…m…e…1…,w…e…ig…h…t1…))……………………………………………………………………
……………p…rin…t…('2….…%…s…w…e…ig…h…t=…%……d…' %……(n…a…m…e…1…,w…e…ig…h…t1…))……………………………………………………………………
……………p…rin…t…('3….…%…s…w…e…ig…h…t=…%……d…' %……(n…a…m…e…1…,w…e…ig…h…t1…))……………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

รายวชิ าพนื้ ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

ใบงานท่ี 4.3.3
เร่อื ง การทำงานแบบมเี งื่อนไข
1.ใหน้ ักเรยี นทำความเข้าใจการทำงานคำส่ัง if-else แล้วตอบคำถามต่อไปน้ี
1.1 ใหน้ ักเรยี นเขียนผลลพั ธ์การทำงานของโค้ดต่อไปน้ี

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

1.2 ใหน้ ักเรียนเขียนผลลัพธก์ ารทำงานของโค้ดต่อไปน้ี

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

รายวิชาพื้นฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

2.เขียนโปรแกรมรบั ค่าอุณหภูมิจากแปน้ พมิ พจ์ ากนนั้ ให้แสดงระดับอุณหภูมิ โดยใชเกณฑ์ ดงั นี้
เกณฑอ์ ุณหภูมิ(เซลเซียส)
29 ขึน้ ไป = ร้อน
24-28 = ปกติ
1-23 = เยน็
0 = เยอื กแข็ง

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

รายวชิ าพนื้ ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3 เฉลย

ใบงานท่ี 4.3.3
เร่อื ง การทำงานแบบมเี งอื่ นไข
1.ให้นกั เรียนทำความเขา้ ใจการทำงานคำส่งั if-else แลว้ ตอบคำถามต่อไปน้ี
1.1 ให้นกั เรยี นเขยี นผลลพั ธ์การทำงานของโคด้ ต่อไปน้ี

…………A……sa…m…e……B ………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

1.2 ให้นกั เรยี นเขียนผลลัพธ์การทำงานของโคด้ ต่อไปนี้

…………C…o…rr…e…ct……………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

รายวชิ าพ้ืนฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

2.เขียนโปรแกรมรบั ค่าอุณหภมู ิจากแป้นพมิ พ์จากนนั้ ใหแ้ สดงระดับอุณหภูมิ โดยใชเกณฑ์ ดงั นี้
เกณฑ์อุณหภูมิ(เซลเซียส)
29 ขึน้ ไป = ร้อน
24-28 = ปกติ
1-23 = เยน็
0 = เยือกแขง็

…………t…em……p…=…f…lo…a…t(…in…p…ut…('…En…t…er…t…e…m…p…er…a…tu…re……: '…))…………………………………………………………………………
…………if…t…e…m…p…>…=2…9…: …………………………………………………………………………………………………………………………
……………p…ri…n…t('…รอ้ …น…')……………………………………………………………………………………………………………………………
…………e…li…f …te…m…p…>…=…24……an…d…t…e…m…p…<…=…28…:……………………………………………………………………………………………
……………p…ri…n…t('…ป…กต…'ิ )……………………………………………………………………………………………………………………………
…………e…li…f …te…m…p…>…=…1…a…nd……te…m…p…<…=…2…3:………………………………………………………………………………………………
……………p…ri…n…t('…เย…็น…')……………………………………………………………………………………………………………………………
…………e…li…f …te…m…p…=…=…0…: ………………………………………………………………………………………………………………………
……………p…ri…n…t('…เย…ือ…ก…แข…็ง…')……………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

รายวชิ าพ้นื ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

ใบงานที่ 4.3.4
เร่ือง การทำซำ้

1.ให้นกั เรยี นทำความเขา้ ใจการทำงานของ while และ for และตอบคำถามต่อไปน้ี
1.1 บอกผลลัพธข์ องการทำงานจากคำสงั่ while ตอ่ ไปนี้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

1.2 ให้ประยุกต์ใช้คำส่ัง for เกบ็ ชอ่ื ดารา นักร้องทช่ี อบ5คนจากนนั้ ใหโ้ ปรแกรมแสดงรายชอื่ ทัง้ หมด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.ใหบ้ อกประโยชนข์ องโปรแกรม หรอื แอปพลเิ คช่ันในชวี ิตประจำวนั
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

รายวชิ าพ้ืนฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3 เฉลย

ใบงานที่ 4.3.4
เรอ่ื ง การทำซำ้

1.ให้นกั เรยี นทำความเข้าใจการทำงานของ while และ for และตอบคำถามต่อไปนี้
1.1 บอกผลลพั ธข์ องการทำงานจากคำส่งั while ตอ่ ไปนี้

…………H…el…lo……Py…t…ho…n……………………………………………………………………………………………………………………………
…………H…el…lo……Py…t…ho…n……………………………………………………………………………………………………………………………
…………H…el…lo……Py…t…ho…n……………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

1.2 ใหป้ ระยกุ ต์ใช้คำสงั่ for เก็บชือ่ ดารา นักร้องท่ชี อบ5คนจากนน้ั ให้โปรแกรมแสดงรายช่อื ทงั้ หมด
…………m…y…p…op……=…'M…i…ll…a'…,'M…a…th…e…w…',…'P…an…c…a…ke…',…'A…ri…an…a…','…Ta…y…lo…r…' ……………………………………………………………
…………p…rin…t…('T…h…is…i…s …m…y…p…o…p…ul…ar…')………………………………………………………………………………………………………
…………fo…r…m…y…p…o…p…in…m……yp…o…p…:……………………………………………………………………………………………………………
………………pr…in…t…(m…y…p…o…p)………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.ให้บอกประโยชน์ของโปรแกรม หรือแอปพลิเคชนั่ ในชีวติ ประจำวัน
........1.....ส..ร..้า..ง..โ.ป...ร..แ..ก...ร..ม..ท...่ีม..ปี ...ร..ะ..โ..ย..ช..น...์ใ.น...ช..ีว..ิต...ป..ร..ะ...จ..ำ..ว..นั ............................................. .................................................
........2.....ท..ำ..โ..ป..ร..แ...ก..ร..ม...แ..ป...ล..ง..ส..ก..ุล...เ.ง..นิ ............................... ............................................................................................
........3.....ท..ำ..ใ..ห..ช้...ีว..ติ ..ส...ะ..ด..ว..ก...ส..บ...า..ย................................................................................................................................
........4.....ล..ด..เ..ว..ล..า..ใ..น..ก...า.ร..ท...ำ..ง..า..น..ข...อ..ง..ม...น..ษุ ...ย..์ล...ง............................................................ .................................................

รายวิชาพื้นฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

12. บนั ทกึ ผลหลังการสอน
 ด้านความรู้
 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
 ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
 ด้านความสามารถทางเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
 ดา้ นอืน่ ๆ (พฤติกรรมเด่นหรือพฤติกรรมทม่ี ปี ญั หาของนกั เรียนเป็นรายบุคคล (ถ้าม)ี )

 ปัญหา/อุปสรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

13. ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผทู้ ีไ่ ดร้ ับมอบหมาย )
ขอ้ เสนอแนะ .......

ลงชื่อ
(

ตำแหนง่

รายวิชาพ้ืนฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3

แบบทดสอบก่อนเรยี น

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 4

คำชแ้ี จง : ให้นักเรยี นเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. หากระบบควบคมุ แอรอ์ าคารแหง่ หนึ่งถูกออกแบบ 8. หากตอ้ งการเปลย่ี นโปรแกรมตอ่ ไปน้ใี หร้ ับคา่ เฉพาะจำนวนเตม็

ให้เชือ่ มเขา้ อินเทอรเ์ น็ตโดยอาศัย wifi เพือ่ ให้สง่ั งาน สามารถทำไดด้ ้วยวธิ ใี ด

การเปดิ -ปดิ แอร์ได้จากมอื ถอื จากการสือ่ สารด้วยอินเทอร์เนต็

ถอื ว่าเป็นลกั ษณะของเทคโนโลยี IoT หรือไม่ เพราะเหตุใด

ก. ไม่ใช่ เพราะ ตอ้ งมอี ปุ กรณ์มากกวา่ หน่งึ อย่างท่ี

เช่ือมเข้ากบั ระบบ wifi และอินเทอรเ์ นต็

ข. ใช่ เพราะ ระบบแอรเ์ ชื่อมกบั สญั ญาณ wifi และอินเทอรเ์ นต็

ค. ใช่ เพราะ ระบบแอรเ์ ชอื่ มกับอนิ เทอร์เนต็ และการสง่ั งาน ก. บรรทดั ท่ี6 เป็น dollar = baht / rate (int)

จากมือถอื ได้ ข. บรรทัดท่4ี และ5

ง. ไมใ่ ช่ เพราะ ระบบการทำงานของเทคโนโลยตี ้องเช่ือมกับ เปน็ rate = float(int('ปอ้ นอัตราแลกเปลย่ี นเงินบาทไทยตอ่

อุปกรณไ์ ฟฟา้ มากกว่าหน่ึงชนดิ 1 ดอลลาร์ : ') rate = float(int('ปอ้ นจำนวนเงนิ บาทไทย : ')

2. ขอ้ ใดไมใ่ ชอ่ งคป์ ระกอบของเทคโนโลยี IoT ค. บรรทัดท่ี4และ5

ก. Compiler ข. Dashboard เปน็ rate = int(input('ปอ้ นอตั ราแลกเปลย่ี นเงินบาทไทยตอ่ 1

ค. Smart Device ง. Cloud Computing ดอลลาร์ : ') rate = int(input('ปอ้ นจำนวนเงนิ บาทไทย : ')

3. หากกำลังพูดถึง “แอปพลเิ คช่ันระบบและแอปพลเิ คชัน ง. บรรทดั ท่ี8 เปน็ print('คำนวณเป็นเงนิ ดอลลาร์ได้ : %.f ดอลลาร์'

ทีต่ อบสนองตอ่ ความตอ้ งการผู้ใช้” แสดงว่าผู้พดู กำลังพูดถึง % dollar)

เรอื่ งอะไร 9. หากตอ้ งการตัวแปรเกบ็ ขอ้ ความคำว่า Welcome to program

ก. ประเภทของผงั งาน ข. ประเภทของแอปพลิเคชนั และค่าตวั เลข 497 ขอ้ เขยี นคำส่งั ไดถ้ กู ต้อง

ค. ข้ันตอนการเขยี นของผังงาน ง. ขั้นตอนการพัฒนาแอปพลเิ คชัน ก. text = Welcome to program , x = 497

4. “Windows Android Linux” ข้อใดเกย่ี วขอ้ งกบั ข้อความ ข. text = Welcome to program ; x = "497"

ดงั กล่าว ค. text = "Welcome to program" ; x = 497

ก. แอปพลิเคชั่นบราวเซอร์ ข. แอปพลเิ คช่นั บริการ ง. text = "Welcome to program" , x = "497"

ค. แอปพลิเคชันเทคนคิ ง. แอปพลเิ คชันระบบ 10. ขอ้ ใดจะใหผ้ ลลพั ธเ์ ปน็ การแสดงผลคำวา่ Application 3 รอบ

5. ข้อใดคือขัน้ ตอนแรกของข้นั ตอนการพัฒนาแอปพลิเคช่นั ก. ข.

ก. กำหนดปญั หา ข. วิเคราะห์ปญั หา

ค. ศกึ ษาความเป็นไปได้ ง. วเิ คราะหค์ วาม

6. คำสง่ั print() จะใหผ้ ลลัพธ์การทำงานอยา่ งไร

ก. แสดงผลบนเว็บไซต์ ข. แสดงผลบนหนา้ จอ ค. ง.

ค. แสดงผลบนบราวเซอร์ ง. แสดงผลผ่านเคร่อื งพิมพ์

7. หากต้องการใหโ้ ปรแกรมแสดงผลคำวา่ Monday ต้องกรอก

เลขใดในโปรแกรม

ก. เลข 1

ข. เลข 2

ค. เลข 3

ง. เลข 4

เฉลย

1. ค 2. ก 3. ข 4. ง 5. ก 6. ข 7. ข 8. ค 9. ค 10. ง

รายวิชาพืน้ ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ม.3

แบบทดสอบหลงั เรียน

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4

คำชี้แจง : ให้นกั เรยี นเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. หากต้องการตวั แปรเกบ็ ขอ้ ความคำว่า Welcome to 6. ข้อใดจะใหผ้ ลลัพธเ์ ป็นการแสดงผลคำว่า Application 3 รอบ
ก. ข.
program และค่าตวั เลข 497 ขอ้ เขียนคำสง่ั ได้ถูกต้อง
ค. ง.
ก. text = Welcome to program , x = 497
7. หากตอ้ งการให้โปรแกรมแสดงผลคำวา่ Monday ตอ้ งกรอกเลข
ข. text = Welcome to program ; x = "497" ใดในโปรแกรม

ค. text = "Welcome to program" ; x = 497 ก. เลข 1
ข. เลข 2
ง. text = "Welcome to program" , x = "497" ค. เลข 3
ง. เลข 4
2. ข้อใดคือขัน้ ตอนแรกของขั้นตอนการพัฒนาแอปพลิเคชัน่ 8. หากกำลงั พูดถงึ “แอปพลเิ คช่ันระบบและแอปพลิเคชัน
ทต่ี อบสนองต่อความตอ้ งการผใู้ ช”้ แสดงว่าผู้พูดกำลงั พดู ถงึ เรอื่ ง
ก. กำหนดปญั หา ข. วิเคราะหป์ ญั หา อะไร
ก. ประเภทของผงั งาน ข. ประเภทของแอปพลิเคชัน
ค. ศกึ ษาความเป็นไปได้ ง. วเิ คราะหค์ วามตอ้ งการ ค. ขัน้ ตอนการเขียนของผงั งาน ง. ข้ันตอนการพัฒนาแอปพลเิ คชนั
9. “Windows Android Linux” ขอ้ ใดเกย่ี วขอ้ งขอ้ ใด
3. หากตอ้ งการเปลย่ี นโปรแกรมตอ่ ไปนี้ใหร้ ับค่าเฉพาะจำนวน ก. แอปพลเิ คช่นั บราวเซอร์ ข. แอปพลิเคชัน่ บรกิ าร
ค. แอปพลิเคชนั เทคนิค ง. แอปพลิเคชันระบบ
เต็มสามารถทำไดด้ ว้ ยวิธีใด 10. หากระบบควบคุมแอรอ์ าคารแห่งหนึง่ ถูกออกแบบ
ให้เชื่อมเขา้ อนิ เทอร์เนต็ โดยอาศัย wifi เพอื่ ใหส้ ัง่ งาน
ก. บรรทดั ท่ี6 เป็น dollar = baht / rate (int) การเปดิ -ปดิ แอรไ์ ดจ้ ากมอื ถอื จากการสื่อสารดว้ ยอินเทอรเ์ นต็ ถอื วา่
เปน็ ลกั ษณะของเทคโนโลยี IoT หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
ข. บรรทัดท่4ี และ5 ก. ไม่ใช่ เพราะ ต้องมอี ุปกรณม์ ากกว่าหนึ่งอย่างท่ี
เชือ่ มเขา้ กบั ระบบ wifi และอินเทอรเ์ นต็
เป็น rate = float(int('ป้อนอตั ราแลกเปลยี่ นเงินบาทไทยตอ่ ข. ใช่ เพราะ ระบบแอรเ์ ชอ่ื มกบั สญั ญาณ wifi และอินเทอรเ์ นต็
ค. ใช่ เพราะ ระบบแอรเ์ ชอ่ื มกบั อินเทอร์เนต็ และส่ังงานจากมือถือ
1 ดอลลาร์ : ') rate = float(int('ปอ้ นจำนวนเงนิ บาทไทย : ') ง. ไม่ใช่ เพราะ ระบบการทำงานของเทคโนโลยตี อ้ งเชอื่ มกบั อปุ กรณ์
ไฟฟา้ มากกวา่ หน่ึงชนดิ และสามารถควบคุมได้ทุกอปุ กรณ์
ค. บรรทัดที่4และ5

เป็น rate = int(input('ป้อนอัตราแลกเปลย่ี นเงนิ บาทไทยตอ่ 1

ดอลลาร์ : ') rate = int(input('ปอ้ นจำนวนเงินบาทไทย : ')

ง. บรรทัดท่8ี เปน็ print('คำนวณเปน็ เงินดอลลารไ์ ด้ : %.f

ดอลลาร์' % dollar)

4. คำส่ัง print() จะใหผ้ ลลัพธ์การทำงานอยา่ งไร

ก. แสดงผลบนเว็บไซต์ ข. แสดงผลบนหนา้ จอ

ค. แสดงผลบนบราวเซอร์ ง. แสดงผลผ่านเครื่องพมิ พ์

5. ขอ้ ใดไมใ่ ชอ่ งค์ประกอบของเทคโนโลยี IoT

ก. Compiler ข. Dashboard

ค. Smart Device ง. Cloud Computing

เฉลย 1. ค 2. ก 3. ค 4. ข 5. ก 6. ง 7. ข 8. ข 9. ง 10. ค

รายวชิ าพ้นื ฐาน วิทยาการคำนวณ ม.3


Click to View FlipBook Version