144
151
145
ใบความรู้
เรอื่ ง การอา่ นจับใจความ
ความหมาย
ใจความส้าคัญ หมายถึง ใจความทสี่ าคญั และเด่นทส่ี ุดในยอ่ หนา้ เปน็ แกน่ ของย่อหน้า ทส่ี า
มารมาครอบคลมุ เนอ้ื ความในประโยคอื่น ๆ ในย่อหน้าน้นั หรือประโยคที่สามารถเป็น
หัวเรอ่ื งของย่อหน้าน้ันได้ ถา้ ตัดเน้อื ความของประโยคอืน่ ออกหมด หรอื สามารถเปน็ ใจความ
หรือประโยคเดยี่ ว ๆ ไดโ้ ดยไมต่ อ้ งมปี ระโยคอ่นื ประกอบ ซงึ่ ในแต่ละย่อหนา้ จะมปี ระโยคใน
ความสาคญั เพยี งประโยคเดยี ว หรืออย่างมากไมเ่ กิน 2 ประโยค
การอ่านจบั ใจความส้าคญั หมายถึง การอ่านเพอ่ื จับใจความหรือขอ้ คดิ ความคดิ สาคัญ
หลักของข้อความ หรอื เรอ่ื งท่ีอา่ น เป็นขอ้ ความทีค่ ลุมขอ้ ความอนื่ ๆ ในยอ่ หน้าหน่งึ ๆ ไว้
ทั้งหมด
ลักษณะของใจความ
1. ใจความสาคัญเป็นข้อความที่ทาหน้าท่ีคลุมโจความของข้อความอนื่ ๆ ในตอนน้ันๆ ได้
หมดขอ้ ความนอกนั้นเปน็ เพยี งรายละเอยี ดหรอื สว่ นขยายใจความสาคัญเทา่ น้ัน
2. ใจความสาคัญของข้อความหนงึ่ ๆ หรือยอ่ หนา้ หนึง่ ๆ สว่ นมากจะมเี พียงประการเดยี ว
3. ใจความสาคัญสว่ นมากมลี กั ษณะเป็นประโยค อาจจะเป็นประโยคเดียวหรอื ประโยคซอ้ น
ก็ได้แตใ่ นบางกรณีใจความสาคัญไม่ปรากฏเป็นประโยค เป็นเพยี งใจความทแ่ี ฝงอย่ใู น
ข้อความตอนน้ันๆ
๔. ใจความสาคัญทีม่ ลี กั ษณะเป็นประโยคส่วนมากจะปรากฏอยตู่ ้นขอ้ ความในการอ่านใดๆ
ก็ตามจุดมุง่ หมาย เพ่ือจับใจความสาคัญของขอ้ ความท่ไี ดอ้ า่ น ดังนัน้ ถ้ารจู้ กั สังเกตประโยคท่ี
เปน็ ใจความสาคัญของข้อความแต่ละข้อความและรจู้ ักแยกใจความหลักออก จากใจความ
รองได้ กจ็ ะทาใหเ้ ราเขา้ ใจ ในสิ่งทีอ่ า่ นไดอ้ ยา่ งถูกต้องและรวดเรว็
152
146
หลกั ในการอ่านจบั ใจความส้าคญั
การอ่านจบั ใจความสาคญั ใหเ้ ขา้ ใจง่ายและรวดเรว็ ผูอ้ ่านควรมแี นวทางและพืน้ ฐานดังน้ี
1. สารวจสว่ นประกอบของหนงั สือ เชน่ ชอื่ เร่อื ง คานา สารบญั ฯลฯ เพราะสว่ นประกอบของ
หนังเรอื จะทาให้เกดิ ความเขา้ ใจเก่ียวกับเรอื่ งหรอื หนงั สอื ท่อี ่านได้กว้างขวางและรวดเรว็
๒ ตัง้ จุดมุ่งหมายในการอา่ นเพ่อื เปน็ แนวทางใชก้ าหนดวธิ อี า่ นใหเ้ หมาะสมและจบั ใจความ หรือหา
คาตอบไดร้ วดเร็วขึน้ โดยจับใจความให้ได้วา่ ใคร ทาอะไร ท่ไี หน เมือ่ ไหร่ อย่างไร แลว้ นามาสรปุ เปน็
ใจความสาคญั
๓ มีทกั ษะในการใช้ภาษา สามารถเข้าใจความหมายของคาศพั ทต์ า่ ง ๆ มปี ระสบการณ์ หรอื
ภูมหิ ลังเก่ียวกบั เรือ่ งท่อี ่าน มคี วามเข้าใจลักษณะของหนังสือเพราะหนงั สือแต่ละประเภทมีรูปแบบ
การแตง่ และเปา้ หมายของเร่อื งท่แี ตกต่างกัน
๔. ใช้ความสามารถในดา้ นการแปลความหมายของคา ประโยค และขอ้ ความตา่ ง ๆ อย่างถกู ต้อง
รวดเรว็
๕ ใช้ประสบการณเ์ ก่ียวกบั เร่ืองท่ีอา่ นมาประกอบจะช่วยให้เขา้ ใจและจับใจความได้งา่ ยขึ้น
สรุปการอ่านจับใจความสา้ คญั หมายถึง การอา่ นทต่ี ้องการ แยกแยะเรอ่ื งที่อา่ นให้ได้วา่ สว่ นใดเป็น
ใจความหรือขอ้ ความทส่ี าคัญทีส่ ุด และส่วนโดเป็นขอ้ ความประกอบ การจับใจความจะชว่ ยใหผ้ ู้อา่ น
เขา้ ใจว่าผู้เขยี นต้องการสือ่ อะไรอยา่ งถูกต้อง โดยผู้อา่ นต้องใชค้ วามสามารถทางภาษา ประสบการณ์
ความหมายของคา ขอ้ ความ เพอื่ จบั ใจความได้รวดเร็วขน้ึ
153
147
ตัวอย่างการอ่านจับใจความ
ในกิจกรรมที่มนษุ ยต์ อ้ งกระทำ กำรฟังเป็นกิจกรรมท่ีคนทำ
รองลงมำจำกกำรหำยใจเทำ่ นนั้ กำรฟังมคี วำมสำคญั ตอ่ ควำมสำเร็จใน
ชวี ิตสว่ นตวั อำชพี สงั คม และครอบครวั ถำ้ คนไดเ้ รยี นรูถ้ ึงกำรฟังอยำ่ งมี
ประสทิ ธิภำพ
วธิ สี รุปใจความส้าคัญ
ใคร มนุษย์
ทาอะไร การฟัง
เมื่อไร ขณะทางาน
อยา่ งไร มคี วามสาคัญต่อความสาเร็จในชวี ติ ส่วนตวั
ผลเป็นอยา่ งไร การฟงั อย่างมคี ณุ ภาพ
สรปุ ใจความ
คนทา้ งานได้เรยี นรถู้ งึ การฟงั อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
154
148
155
149
156
150
157
151
158
152
153
154
155
156
157
158
159
160
161
162
163
164
165
166
167
168
169
170
171
172
173
174
175
176
177
178
179
180
181
182
183
184
185
186
187
188
189
190
191
192
แบบทดสอบหลงั เรียน
คาช้แี จง 1. แบบทดสอบฉบับนเ้ี ปน็ แบบปรนยั ชนดิ เลือกตอบ 4 ตัวเลือก จานวน 20
2. ให้นักเรียนเลือกคาตอบท่ถี กู ต้องทีส่ ดุ เพียงขอ้ เดยี วแล้วทาเครอื่ งหมาย X
ลงในกระดาษคาตอบ
1) “ไตรยางศ์” มพี ยัญชนะทั้งหมดกต่ี ัว 6) ขอ้ ใดไม่มีคาควบกล้า
ก. 24 ตัว ก. นิภาไม่กินพุทรา
ข. 32 ตัว ข. จันทราสอบเทียบได้
ค. 36 ตวั ค. หรรษาเตรยี มตม้ ซบุ
ง. 44 ตัว ง. บษุ บาหลบหนีการแต่งงาน
2) ขอ้ ใดมอี ักษรกลางเปน็ พยญั ชนะต้นทกุ คา่ 7) ข้อใดไม่มคี าควบกลา้ แท้
ก. กตกิ า เจบ็ ปวด ปฏบิ ัติ ก. ปา้ ฉลองเจ้าของรา้ น
ข. ธงชาติ น้าตก เตยี งนอน ข. รา้ นถัดไปท้ังเปร้ียวหวาน
ค. ปากกา ดินสอ ยางลบ ค. กระเดียดกระจาดผกั มากมา
ง. กระเปา๋ รองเท้า ตุม้ หู ง. ละลานตานา่ รบั ประทาน
3) ตัวสะกดมาตรใดมีพยญั ชนะทใี่ ชเ้ ปน็ ตัวสะกด 8) ขอ้ ใดมีคำอกั ษรนำปนอยู่
ก. ดตู น้ โมกและกลว้ ยไม้
มากที่สดุ
ข. ตน้ คนู บอนและเผือกมนั
ก. มาตรา แมก่ ด
ค. คนพำลโงเ่ ขลำเบำปัญญำ
ข. มาตรา แม่กก
ง. กนิ ของหวำนหลำนชำย
ค. มาตรา แมก่ บ
ง. มาตรา แมก่ น 9) ขอ้ ใดเขยี นตัวการนั ตไ์ ม่ถกู ต้อง
4) ข้อใดไม่มคี ่าคล้องจองกัน ก. ซื่อสัตว์
ก. ส่ีคน จนใจ ข. อนรุ ักษ์
ข. กงก่า กงเกวียน ค. อาถรรพ์
ค. มาเรียน เวยี นวน ง. อปุ กรณ์
ง. ยอ่ ยยบั กลบั บ้าน 10) ค่าในข้อใดอยู่ในมาตราตวั สะกดแมก่ นทกุ คา
5) ขณะที่อ่านจับใจความสาคัญ เราควรตั้งคาถาม ก. การงาน ชมรม โจ่งแจง้
อย่างไรจงึ จะเหมาะสม ข. บญุ คุณ บทบาท วันเพ็ญ
ก.ใคร ทาอะไร ค. ยิม้ แยม้ บนั ดาล ปลาวาฬ
ข. ใคร ทาไม ท่ไี หน ง. สญั จร สญู สนิ้ สญั ญาณ
ค. ใคร ทาอะไร อยา่ งไร
ง. ใคร ทาอะไร เพราะอะไร
193
11) ควรเตมิ ค่าในขอ้ ใดลงในชอ่ งว่างต่อไปนี้จงึ จะ ๑6) ขอ้ ใดมีคาพ้องเสียง
เหมาะสมตามหลกั คาคลอ้ งจอง ก. ทรุดโทรม
ชาติไทย ใจดี มวี นิ ัย ......................................... ข. ขวนขวาย
ค. แหน
ก. รักสงบ ง. เยาว์
ข. ม่งุ สามัคคี
ค. ใฝ่ธรรมะ 17) ข้อใดอา่ นออกเสียง อะ เต็มเสียง
ง. มคี ุณธรรม ก. ขโมย
12) พยญั ชนะในข้อใดเปน็ ตวั สะกดแม่ กด ทกุ ตัว ข. ฉบาก
ก. ท ศ ฐ ช ค. ประกอบ
ข. ฒ ฟ ส ซ ง. ขนม
ค. ฬ ญ ณ ธ
ง. ค ฆ ฑ ฎ 18) คาในขอ้ ใดไมอ่ ่านออกเสียง อะ
13) ค่าท่ีใช้ รร ในข้อใดอ่านออกเสียงต่างจากข้อ ก. สถานตี ารวจ
อ่นื ข. พลงั งาน
ก. จัดสรร ค. อนามยั
ข. พรรคพวก ง. ครอบครัว
ค. กรรไกร
ง. จรรยา 19) คาลงทา้ ยใด เหมาะสมในการเขียนจดหมาย
14) ข้อใดอ่านไมถ่ กู ตอ้ ง ลากจิ ถงึ ครู
ก. เสวย อา่ นว่า สะ – เหวย
ข. เจรจา อ่านวา่ เจ - ระ – จา ก. ขอขอบพระคณุ ย่ิง
ค. ถวิล อ่านวา่ ถะ – หวิน ข. ด้วยรกั จาก..
ง. สโมสร อา่ นวา่ สะ - โม – สอน ค. โดยความเคารพอย่างสงู
15) ขอ้ ใดไมม่ ีคาพ้องเสียง ง. จงึ เรยี นมาเพอื่ ทราบ
ก. เขาเอาขนั ไปตักน้ามาสามขนั 20)“แม่ทากบั ขา้ วตอนเช้า” คาในข้อใดเป็น
ข. สุนขั เปน็ สัตวท์ ่มี ีความซ่อื สตั ย์ คากรยิ า
ค. คนทกุ คนเกดิ มาต้องมีความทกุ ข์ ก. แม่
ง. ผหู้ ญงิ คนทีน่ ุ่งผ้าซ่ิน ถูกรถชนจนสิ้นชีวติ ข. ทา
ค. กบั ข้าว
ง. ตอนเชา้