The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือครูภูมิศาสตร์-ป4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by o-sot125, 2022-01-23 22:11:18

คู่มือครูภูมิศาสตร์-ป4

คู่มือครูภูมิศาสตร์-ป4

Keywords: คู่มือครูภูมิศาสตร์-ป4

คมู่ อื ครู

Teacher Script

ภูมิศาสตร์ ป.4

ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ 4

ตามมาตรฐานการเรียนรูและตวั ชี้วัด สาระภมู ิศาสตร (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
กลุม สาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ผเู รียบเรียงหนงั สือเรียน ผูตรวจหนังสอื เรยี น บรรณาธิการหนังสือเรยี น
ผศ. ดร. ณฐั พร ยวงเงิน นางสาวกนกพร กระบวนศรี นายสมเกียรติ ภูร ะหงษ
นางชมชดิ พรหมสนิ
นางฉัฐรส พฒั นารมย
นายสุปญ ญา เขียนเจริญ

ผเู รยี บเรยี งคูมือครู บรรณาธกิ ารคูมอื ครู
ผศ. ดร. ณฐั พร ยวงเงนิ นางสาวกรภทั ร กาํ ลังงาม
นางสาวนนทลี หยกสวุ รรณกุล
พิมพครง้ั ท่ี 3 นายสาธติ นิจรมย
สงวนลขิ สิทธ์ติ ามพระราชบัญญตั ิ

รหัสสินคา 1443054

ค�ำแนะน�ำกำรใช้

คู่มือครู รายวิชา ภูมิศาสตร์ ป.4 จัดท�าข้ึนเพื่อให้ครูผู้สอนใช้
เป็นแนวทางวางแผนการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนและประกันคุณภาพผู้เรียน ตามนโยบายของส�านักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน (สพฐ.)

เพ่ิม คําแนะนาํ การใช้ ชวยสรำงควำมเขำใจ เพ่ือใชคูมือครูได นาํ สอน โซน 1สรุป ประเมิน
อยำงถูกตอ งและเกิดประสิทธภิ ำพสูงสุด
ขนั้ สอน
เพิ่ม คําอธิบายรายวชิ า แสดงขอบขำ ยเนื้อหำสำระของรำยวชิ ำ ñ ʧÔè áÇ´ÅÍŒ Á·Ò§¡ÒÂÀÒ¾¡ºÑ ¡ÒôÒí à¹¹Ô ªÇÕ µÔ
ซงึ่ ครอบคลมุ มำตรฐำนกำรเรยี นรแู ละตวั ชวี้ ดั ตำมทหี่ ลกั สตู ร 1. ครแู บงนกั เรยี นออกเปน 3 กลมุ สบื คนขอมูล
เกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพของจังหวัดที่
ก�ำหนด นกั เรยี นอาศยั อยู และใหแ ตล ะกลมุ เลอื กหวั ขอ ลกั ษณะทาง ลกั ษณะทางกายภาพของแตล ะจงั หวดั สว นใหญ
มากลมุ ละ 1 หัวขอ ไมใหซํ้ากัน โดยมหี วั ขอที่ กายภาพสง่ ผล จะแตกตา งกนั หรอื แมแ ตภ ายในจงั หวดั เดยี วกนั แตล ะ
เพิ่ม Pedagogy ชวยสรำงควำมเขำใจในกระบวนกำรออกแบบ กาํ หนดให ดงั นี้ ตอ่ การดําเนิน บริเวณก็ยังมีลักษณะทางกายภาพที่ไมเหมือนกัน
กำรจัดกำรเรียนกำรสอนแบบ Active Learning ไดอยำงมี - ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดที่มีผลตอ ชวี ติ ของคนใน ซึ่งลกั ษณะกายภาพมผี ลอยา งมากตอวถิ กี ารดาํ เนนิ
ประสิทธภิ ำพ ลักษณะทอี่ ยูอ าศัย จังหวัดอยา่ งไร ชีวิตของผคู นในดานสําคัญ ๆ ดงั นี้
- ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดท่ีมีผลตอ
เพิ่ม Teacher Guide Overview ชวยใหเหน็ ภำพรวมของกำร การคมนาคม ๑.๑ ลักษณะท่ีอยอู าศัย
จัดกำรเรียนกำรสอนทั้งหมดของรำยวิชำกอนท่ีจะลงมือ - ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดท่ีมีผลตอ
สอนจริง การประกอบอาชพี การสรา งที่พักอาศยั ของมนุษย จะปรบั ตัวตามลักษณะทางกายภาพ
ท่ีเปนส่ิงแวดลอมรอบตัว โดยเอาสิ่งที่หาไดงายในทองถ่ินมาใชเปนวัสดุ
เพิ่ม Chapter Overview ชว ยสรำ งควำมเขำ ใจและเหน็ ภำพรวม 2. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ บอกแหลง ขอ มลู ทสี่ บื คน หลักในการกอสราง รวมท้ังรูปแบบท่ีอยูอาศัยก็ตองปรับใหสอดคลองกับ
ในกำรออกแบบแผนกำรจดั กำรเรยี นรแู ตล ะหนวย วธิ กี ารในการสืบคน ขอ มลู ลกั ษณะขอ มูลท่ไี ด ส่ิงแวดลอ ม ดว ยเหตุน้ี ลกั ษณะที่อยูอ าศยั ของผูค นทีอ่ ยูกันคนละจังหวัด
หรือแมแ ตในจงั หวัดเดียวกนั แตตางพน้ื ที่กัน จงึ มีลักษณะแตกตางกัน

ÀàÙ ¢Ò ·èÊÕ §Ù

เพม่ิ Chapter Concept Overview ชวยใหเห็นภำพรวม เหตผุ ล สภาพอากาศหนาวเยน็ ผคู นจงึ สรา งบา นปด ทบึ มหี นา ตา งนอ ย
Concept และเน้ือหำสำ� คญั ของหนว ยกำรเรยี นรู และมชี องหนาตา งแคบ ๆ เพ่อื ปองกันลมหนาว

๕๐ สิง่ แวดลอ มทางกายภาพกบั การดาํ เนนิ ชีวติ

เพิ่ม ข้อสอบเน้นการคิด/ข้อสอบแนว O-NET เพื่อเตรียม เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
ควำมพรอ มของผเู รยี นสูก ำรสอนในระดับตำ ง ๆ
ครูนําภาพบานลักษณะตางๆ ในปจจุบันมาใหนักเรียนดู หรือใหนักเรียน ตุมอาศัยอยูบริเวณชายฝงทะเลที่จังหวัดชุมพร ตุมควรสราง
เพม่ิ กิจกรรม 21st Century Skills กิจกรรมทจี่ ะชว ยพัฒนำผู นาํ ภาพบา นของตนเองมาแสดง แลวใหร ว มกนั แสดงความคิดเหน็ วา จากภาพ บานแบบใดจึงจะเหมาะสมกับลกั ษณะทางกายภาพของจังหวดั
เรียนใหมีทักษะท่ีจ�ำเปนส�ำหรับกำรเรียนรูและกำรด�ำรงชีวิตใน ลักษณะภมู ิประเทศมคี วามสัมพันธก บั ลกั ษณะของบานอยา งไร เพอื่ ใหน กั เรยี น
เกดิ ความเขาใจเรอ่ื งการสรางบานในปจ จุบนั กบั ลักษณะภูมิประเทศ 1. สรางบา นแบบปด ทบึ มีหนา ตางนอ ย
โลกแหงศตวรรษที่ 21 2. สรา งบานติดดนิ มหี นาตา งรอบดาน
สื่อ Digital 3. สรา งบา นยกพ้นื สูง มีหลงั คาลาดชนั
4. สรา งบานยกพื้นสงู แบบปดทึบ
นกั เรยี นสามารถเรยี นรเู พมิ่ เตมิ
เกย่ี วกบั สง่ิ แวดลอ มทางกายภาพกบั โซน 3ç(วิเคราะหคําตอบ ตุมควรสรางบานแบบยกพ้ืนสูงเพื่อปองกัน
การดําเนนิ ชีวติ ไดจาก QR CODE
นาํ้ ทะเลทวมถงึ และมีหลงั คาลาดชนั เพ่อื ชวยระบายน้ําฝน ดังน้นั
โซน 2 ขอ 3. จงึ เปน คาํ ตอบที่ถกู )

เพิ่ม STEM Project แนวทำงกำรจัดกำรศึกษำใหผูเรียนเกิด T62
กำรเรียนรูและสำมำรถบูรำกำรควำมรูทำงวิทยำศำสตร์
เทคโนโลยี กระบวนกำรทำงวศิ วกรรม และคณติ ศำสตร์ไปใช
เช่อื มโยงและแกป ญ หำในชวี ติ จรงิ

โซน 1 ชว่ ยครจู ดั โซน 2 ชว่ ยครเู ตรยี มสอน

กำรเรียนกำรสอน โดยประกอบด้วยองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ท่เี ป็นประโยชน์สา� หรับ
แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ครูผู้สอน ครู เพ่ือนา� ไปประยกุ ต์ใชจ้ ัดกิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียน
โดยแนะน�าข้ันตอนการสอน และการจัดกจิ กรรมอยา่ งละเอียด
เพื่อใหน้ ักเรยี นบรรลผุ ลสมั ฤทธต์ิ ามตวั ชีว้ ัด เกร็ดแนะครู

น�ำ สอน สรปุ ประเมนิ ความรู้เสรมิ สา� หรบั ครู ขอ้ เสนอแนะ ขอ้ สงั เกต แนวทางการจัด
กจิ กรรมและอืน่ ๆ เพือ่ ประโยชน์ในการจัดการเรยี นการสอน

นักเรยี นควรรู้

ความร้เู พิ่มเตมิ จากเนอื้ หา สา� หรับอธบิ ายเสรมิ เพิ่มเตมิ ให้
กบั นักเรยี น

โดยใชห้ นังสือเรียน ภูมศิ าสตร ป.4 และแบบฝกปฏิบตั ทิ กั ษะรวบยอด ภูมศิ าสตร ป.4 ของบริษทั อกั ษรเจรญิ ทัศน ์
อจท. จา� กดั เปน็ สอื่ หลกั (Core Material) ประกอบการสอน และการจดั กจิ กรรมการเรยี นรใู้ หส้ อดคลอ้ งตามมาตรฐานการเรยี นรู้
และตวั ชวี้ ดั สาระภมู ศิ าสตร ์(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ตามหลกั สตู ร
แกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 โดยค่มู อื ครมู ีองคป์ ระกอบที่ง่ายต่อการใชง้ าน ดงั น้ี

โซน 1 นํา สอน สรุป ประเมนิ โซน 3 ชว่ ยครูเตรียมนกั เรยี น

·ÕèÃÒº ขน้ั สอน ประกอบด้วยแนวทางการส�าหรับจัดกิจกรรมและ
เสนอแนะแนวขอ้ สอบ เพอื่ อา� นวยความสะดวกใหแ้ กค่ รผู สู้ อน
เหตุผล มสี ภาพอากาศรอ นและฝนตกชุก ตวั บา นจงึ นยิ มสรางใหโ ปรง การต้ังคําถามเชงิ ภมู ิศาสตร
มไดหี ด นี าเสตาา บงราอนบยดกาพน้นื เพสงูอื่ 1เชพว ่ือยปรอะบงกายนั คนวา้ํ าทมว รมอ แนลหะนลาํ้งั หคาลลาากดในชชนั วเพงฤอื่ ดระูฝบนายนา้ํ ฝน 3. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ จดั แสดงผลงานทไ่ี ดจ าก กิจกรรม 21st Century Skills

ªÒ½˜›§áÅÐËÁ‹Ùà¡ÒÐ การศกึ ษา โดยสง ตวั แทนมาสรปุ และอธบิ ายผล กิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ประยุกต์ใช้ความรู้มาสร้างช้ินงาน
การศกึ ษา ทงั้ นใี้ หใ ชแ ผนทแี่ ละรปู ถา ยประกอบ หรอื ทา� กจิ กรรมรวบยอดเพอื่ ใหเ้ กดิ คณุ ลกั ษณะทรี่ ะบใุ นทกั ษะ
ในการนําเสนอ แห่งศตวรรษที ่ 21
4. ครแู ละนกั เรียนรว มกันตง้ั คาํ ถาม เชน
• จากลักษณะทางกายภาพสง ผลตอ การ ข้อสอบเน้นการคดิ

ดําเนนิ ชีวติ ของผูคนอยา งไรในดานทีอ่ ยู ตัวอย่างข้อสอบท่ีมุ่งเน้นการคิด มีท้ังปรนัย-อัตนัย พร้อม
อาศัย การคมนาคม การประกอบอาชีพ เฉลยอยา่ งละเอียด
• การดําเนินชีวติ ของมนษุ ยข องผคู นสง ผล
ตอสิ่งแวดลอมทางกายภาพอยางไร กิจกรรมเสริมสรา้ งคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
• ทรัพยากรท่มี อี ยูในจงั หวัดมปี ระโยชน
ตอ ผคู นอยางไร กจิ กรรมเสนอแนะแนวทางการเสรมิ สร้างคุณลกั ษณะ
อนั พึงประสงค์
เหตุผล มีระดบั น้าํ สูง ถกู คล่นื กดั เซาะ พืน้ ท่ดี า นรบั ลมไดร ับฝนเตม็ ท่ี
ผูคนจึงสรางบานยกพื้นสูงเพ่ือปองกันนํ้าทะเลทวมถึง และมีหลังคาลาดชัน กจิ กรรมท้าทาย
เพอื่ สะดวกแกก ารระบายนา้ํ ฝน
เสนอแนะแนวทางการจดั กจิ กรรม เพอ่ื ตอ่ ยอดสา� หรบั นกั เรยี น
๕๑ ทเ่ี รยี นรไู้ ดอ้ ยา่ งรวดเรว็ และตอ้ งการทา้ ทายความสามารถใน
ระดบั ทีส่ ูงขน้ึ
ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู
กิจกรรมสรา้ งเสรมิ
บานที่อยูในบริเวณพื้นท่ีราบลุมและบานท่ีอยูในบริเวณพ้ืนที่ 1 เสาบานยกพื้นสูง บานบนที่ราบลุมในอดีตมักจะยกพื้นสูงเพ่ือปองกัน
ดอนมักจะสรางบานท่ีมีใตถุนสูง ซ่ึงใตถุนสูงน้ีมีประโยชน นา้ํ ทว มแลว ยังมีเหตผุ ลอีกหลายประการทที่ าํ ใหสรา งบา นยกพนื้ สงู เชน เสนอแนะแนวทางการจดั กจิ กรรมซอ่ มเสรมิ สา� หรบั นกั เรยี นท่ี
หลายอยางยกเวน ขอใด ควรไดร้ ับการพฒั นาการเรียนรู้
• ปองกันภัยจากสัตวมีพิษท่ีอยูอาศัยบนพื้นดิน เชน ตะขาบ แมงปอง
1. ปอ งกนั นํ้าทว มบา น เปน ตน กจิ กรรม Geo-Literacy (ภูมิศาสตร)
2. เปนทีเ่ ลีย้ งสัตว
3. เปน ทเี่ ก็บอุปกรณตา งๆ • ใชใตถ นุ เปนที่เก็บของ และเครือ่ งใชเกยี่ วกับการเกษตร เสนอแนะแนวทางการจดั กจิ กรรมเพอื่ ใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจลกั ษณะ
ทางกายภาพของโลก ปฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ งมนษุ ยก์ บั สง่ิ แวดลอ้ ม
โซน 34. ทาํ ใหบ านมน่ั คงแข็งแรง โซน 2 และนา� ความรไู้ ปปรบั ใช้ในชีวติ ประจา� วนั ได้

ç(วิเคราะหคําตอบ ประโยชนของบานท่ีมีใตถุนสูง คือ ปองกัน แนวทางการวัดและประเมนิ ผล
นํ้าทวม ใชเปนท่ีเก็บอุปกรณตางๆ เชน จอบ คราด ใชเปนที่
เลีย้ งสัตว เชน ววั ควาย เปด ไก แตการสรางบา นทม่ี ใี ตถนุ สงู ไม เสนอแนะแนวทางการบรรลุผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ
ไดท ําใหบานแขง็ แรงขน้ึ ดงั นน้ั ขอ 4. จึงเปน คาํ ตอบทีถ่ กู ) นกั เรยี นตามมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั ทห่ี ลกั สตู รกา� หนด

T63

บูรณาการอาเซยี น

ความรเู้ สรมิ หรือการเชือ่ มโยงในเรือ่ งท่เี กย่ี วข้องกับประชาคมอาเซียน

สอื่ Digital

การแนะน�าแหล่งเรยี นร้แู ละแหลง่ คน้ ควา้ จากส่ือดจิ ิทลั ต่าง ๆ

บรู ณาการเชอื่ มสาระ

แนะน�าแนวทางการจัดกิจกรรมเชื่อมกับสาระหรือกลุ่มสาระการเรียนรู้
หรอื วชิ าอื่นท่เี กี่ยวขอ้ ง

ค�ำอธิบายรายวิชา

ภมู ิศาสตร ์ กลุม่ สาระการเรียนรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เวลาเรียน 20 ช่ัวโมง / ปี
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 4

สืบคน้ ระบุ ขอ้ มลู ลักษณะทางกายภาพ แหลง่ ทรพั ยากรและสถานท่ีส�ำคัญในจงั หวดั อธิบาย วิเคราะห์ ลกั ษณะและ
สง่ิ แวดลอ้ มทางกายภาพทสี่ ง่ ผลตอ่ แหลง่ ทรพั ยากรและสถานทส่ี ำ� คญั การดำ� เนนิ ชวี ติ ของคนในจงั หวดั การเปลย่ี นแปลงและ
ผลท่เี กดิ จากการเปลี่ยนแปลง พร้อมทงั้ น�ำเสนอแนวทางจัดการสิ่งแวดล้อมในจงั หวดั
โดยใชแ้ ผนท่ีและรปู ถา่ ยในการสบื ค้น วเิ คราะห์ อธบิ าย และสรปุ ขอ้ มลู ตามกระบวนการทางภมู ิศาสตร์ กระบวนการ
สืบเสาะหาความรู้ ใช้ทักษะทางภูมิศาสตร์ด้านการสังเกต การแปลความข้อมูลทางภูมิศาสตร์ การใช้เทคนิคและเคร่ืองมือ
ทางภมู ศิ าสตร์ รวมถึงทักษะด้านการคิดและการส่ือสาร
เพอื่ ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ มคี วามสามารถทางภมู ศิ าสตร์ กระบวนการทางภมู ศิ าสตร์ ทกั ษะทางภมู ศิ าสตร์ และ
มีทกั ษะในศตวรรษที่ 21 ด้านการสื่อสาร ความสามารถในการคิด มคี ณุ ลกั ษณะด้านมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมนั่ ในการทำ� งาน

ตัวชีว้ ดั
ส 5.1 ป.4/1 สบื คน้ และอธิบายขอ้ มลู ลกั ษณะทางกายภาพในจงั หวดั ของตนดว้ ยแผนทีแ่ ละรูปถา่ ย
ส 5.1 ป.4/2 ระบุแหล่งทรพั ยากรและสถานทีส่ ำ� คญั ในจังหวดั ของตนดว้ ยแผนท่ีและรูปถา่ ย
ส 5.1 ป.4/3 อธบิ ายลกั ษณะทางกายภาพท่สี ง่ ผลต่อแหล่งทรัพยากรและสถานทสี่ ำ� คัญในจงั หวัด
ส 5.2 ป.4/1 วเิ คราะห์สิ่งแวดลอ้ มทางกายภาพทีส่ ง่ ผลตอ่ การดำ� เนนิ ชวี ติ ของคนในจงั หวัด
ส 5.2 ป.4/2 อธบิ ายการเปลีย่ นแปลงสิ่งแวดล้อมในจังหวัดและผลทเ่ี กิดจากการเปลย่ี นแปลง
ส 5.2 ป.4/3 น�ำเสนอแนวทางการจัดการสิ่งแวดลอ้ มในจงั หวัด
ร วม 6 ตวั ชวี้ ัด

Pedagogy

คูม่ ือครู

ภ มู ศิ าสตร์ ป.4 จดั ทำ� ขนึ้ เพอื่ ใหผ้ สู้ อนนำ� ไปใชเ้ ปน็ แนวทางวางแผนพฒั นาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นของผเู้ รยี น
โดยสามารถวางแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้หนังสือเรียน ภูมิศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 (ฉบับอนุญาต)
ที่ทางบริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จ�ำกัด จัดพิมพ์จ�ำหน่าย เพ่ือให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
สาระภูมศิ าสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ตามหลกั สูตรแกน
กลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 โดยออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู้ (Instructional Design) ใหผ้ เู้ รยี นมคี วามรู้
ความเขา้ ใจ ความสามารถ และทกั ษะกระบวนการทางภมู ศิ าสตร์ทสี่ ะท้อนสมรรถนะสำ� คญั และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ของผู้เรยี น ดงั นี้

เป้าหมายการจัดการการเรียนการสอนสาระภมู ศิ าสตร์

• ลกั ษณะทางกายภาพของโลก รู้ ความสความ • ความเขา้ ใจระบบธรรมชาติและมนษุ ย์
• การใชแ้ ผนทแ่ี ละเครื่องมอื ทางภมู ศิ าสตร์ ษะ • การใช้เหตผุ ลทางภูมิศาสตร์
• กระบวนการทางภูมศิ าสตร์ สาระ ามารถ • การตดั สนิ ใจอยา่ งเป็นระบบ
• การใชภ้ มู สิ ารสนเทศ กระบว
• ปฏิสมั พนั ธ์ระหว่างมนษุ ยก์ บั สงิ่ แวดล้อม ภมู ิศาสตร์ คุณลักษณะ
อันพึงประสงค์
ทางกายภาพ นการ ทัก
• การสังเกต
สมรรถนะส�ำคัญ • การแปลความข้อมลู ทางภมู ศิ าสตร์
• การใชเ้ ทคนิคและเคร่อื งมอื ทางภูมศิ าสตร์
• การต้งั ค�ำถามเชงิ ภูมศิ าสตร์ • การคดิ เชงิ ภูมิสัมพนั ธ์
• การรวบรวมขอ้ มูล • การคดิ แบบองคร์ วม
• การจดั การขอ้ มลู • การใชเ้ ทคโนโลยี
• การวเิ คราะห์ขอ้ มูล • การใชส้ ถติ พิ ้ืนฐาน
• การสรุปเพือ่ ตอบคำ�ถาม

นอกจากใช้รปู แบบการสอนการรู้เรอ่ื งภมู ิศาสตร์ (Geo-Literacy) เปน็ วธิ กี ารหลักในการจดั การเรยี นการสอนแล้ว ยงั ม ี
รูปแบบการจดั การเรียนการสอนอืน่  ๆ ไดแ้ ก่

รูปแบบการสอนแบบ 5Es วิธกี ารสอน เทคนิคการสอน

• กระต้นุ ความสนใจ • การสาธติ • ใชค้ �ำถาม
• ส�ำรวจค้นหา • การทดลอง • เล่าเหตุการณท์ ่นี ่าสนใจ
• อธิบายความรู้ • การใช้กรณตี วั อย่าง • ใช้ผงั กราฟิก
• ขยายความรู้ • การอภปิ รายกลุ่มยอ่ ย • การออกนอกสถานที่
• ตรวจสอบผล • การเล่นเกม

การจดั การเรียนการสอนตามแนวทางดังกล่าว จะทำ� ให้ผู้เรยี นไดพ้ ัฒนาทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 อนั จะนำ� ไปส่กู ารนำ� ไป
ปรับใช้ได้จริงในการด�ำเนินชวี ติ เพอื่ ใหผ้ เู้ รียนได้รเู้ ท่าทนั ต่อการเปล่ยี นแปลงตา่ ง ๆ ทอ่ี าจเกดิ ขึ้นในอนาคตได้

Teacher Guide Overview

ภูมิศาสตร์ ป.4

หน่วย ตวั ช้ีวัด ทกั ษะทไ่ี ด้ เวลาท่ใี ช้ การประเมนิ ส่อื ที่ใช้
การเรียนรู้

1 ส 5.1 ป.4/1 สบื คน้ และอธบิ ายขอ้ มลู ลกั ษณะ - ทักษะการสงั เกต - ตรวจใบงานท่ี 1.1 - หนังสอื เรยี น
ทางกายภาพในจังหวัดของตนด้วยแผนท ี่ - ท กั ษะการแปลความ - ตรวจใบงานท่ี 1.2 - บตั รภาพ
การใชแ้ ผนท่ี และรปู ถ่าย ขอ้ มลู ทางภูมิศาสตร์ - ตรวจใบงานที่ 2.1 - ใบงานท่ี 1.1
และรปู ถ่าย - ทักษะการใชเ้ ทคนคิ และ - ตรวจใบงานท่ี 2.2 - ใบงานที่ 1.2
เคร่ืองมือทางภูมศิ าสตร์ - ป ระเมินการนำ�เสนอ - ใบงานท่ี 2.1

4 ผลงาน - ใบงานที่ 2.2
- ส งั เกตพฤตกิ รรมการ - แบบฝกึ ปฏิบตั ทิ ักษะ
ชั่วโมง
ทำ�งานรายบคุ คล รวบยอด
- ส ังเกตพฤตกิ รรมการ - รปู ถา่ ย และบตั รภาพ

ทำ�งานกลมุ่
- ส ังเกตคุณลักษณะ

อนั พงึ ประสงค์

หนว่ ย ตัวช้ีวดั ทักษะท่ไี ด้ เวลาทีใ่ ช้ การประเมนิ ส่ือที่ใช้
การเรยี นรู้

2 ส 5.1 ป.4/1 สบื คน้ และอธบิ ายขอ้ มลู ลกั ษณะ - ทักษะการส่ือสาร - ตรวจใบงานท่ี 1.1 - ห นังสือเรยี น
ทางกายภาพในจังหวัดของตนด้วยแผนท ี่ - ทักษะการสังเกต - ตรวจใบงานท่ี 2.1 - บตั รภาพ
จงั หวัดของเรา และรปู ถา่ ย - ทักษะการแปลความ - ตรวจใบงานที่ 3.1 - ใบงานที่ 1.1

ส 5.1 ป.4/2 ระบแุ หลง่ ทรพั ยากรและสถานท ่ี ขอ้ มลู ทางภูมศิ าสตร์ - ประเมินการน�ำเสนอ - ใบงานท่ี 2.1
ส�ำคัญในจังหวดั ของตนดว้ ยแผนท่แี ละ - ทกั ษะการใชเ้ ทคนิคและ ผลงาน - ใบงานที่ 3.1
รปู ถา่ ย เคร่อื งมอื ทางภูมศิ าสตร์ - สงั เกตพฤติกรรมการ - แบบฝึกปฏบิ ัติทกั ษะ
ส 5.1 ป.4/3 อธบิ ายลกั ษณะทางกายภาพ ทำ� งานรายบุคคล รวบยอด
ทส่ี ง่ ผลตอ่ แหลง่ ทรพั ยากรและสถานทสี่ ำ� คญั - สังเกตพฤตกิ รรมการ
ในจังหวัด ทำ� งานกลมุ่
- ส ังเกตคณุ ลกั ษณะ
8 อนั พงึ ประสงค์

ชว่ั โมง

หน่วย ตวั ชว้ี ัด ทักษะทไี่ ด้ เวลาท่ใี ช้ การประเมิน สอื่ ทใ่ี ช้
การเรยี นรู้

3 ส 5.2 ป.4/1 ว ิเคราะห์สง่ิ แวดล้อมทาง - ทักษะการสังเกต - ตรวจใบงานท่ี 1.1 - หนงั สอื เรียน
กายภาพทสี่ ่งผลต่อการด�ำเนนิ ชวี ติ - ทกั ษะการแปลความ - ตรวจใบงานที่ 2.1 - ใบงานที่ 1.1
ส่งิ แวดล้อม ของคนในจงั หวดั ขอ้ มลู ทางภมู ิศาสตร์ - ตรวจใบงานที่ 3.1 - ใบงานท่ี 2.1
ในจงั หวดั ส 5.2 ป.4/2 อ ธบิ ายการเปล่ียนแปลง - ท ักษะการใช้เทคนคิ และ - ประเมนิ การน�ำเสนอ - ใบงานท่ี 3.1
ส่ิงแวดล้อมในจังหวัดและผลท่ีเกิดจากการ เครื่องมอื ทางภมู ศิ าสตร์ ผลงาน - แบบฝกึ ปฏิบตั ิทักษะ
เปล่ียนแปลงนน้ั - ส งั เกตพฤติกรรมการ รวบยอด
ส 5.2 ป.4/3 น�ำเสนอแนวทางการจดั การ ทำ� งานรายบคุ คล
สง่ิ แวดลอ้ มในจงั หวัด - ส งั เกตพฤตกิ รรมการ
ทำ� งานกลุ่ม
- ส ังเกตคุณลกั ษณะ
8 อันพึงประสงค์

ช่วั โมง

สำรบัญ

Chapter Title Chapter Chapter Teacher
Overview Concept Script
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1 กำรใชแ้ ผนท่ีและรูปถำ่ ย Overview T6 - T7
T2 T8 - T16
เร่ืองท่ี 1 แผนท่ี T3-T5 T17 - T21
เรอ่ื งที่ 2 รูปถ่าย T22
T23-25 T26 - T27
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 จังหวัดของเรำ T28 - T44
T45 - T48
เรอ่ื งท่ี 1 ลักษณะทางกายภาพในจงั หวดั T49 - T55
เรอื่ งที่ 2 แหล่งทรพั ยากรและสถานทส่ี า� คญั ในจังหวัด
เร่อื งที่ 3 ลกั ษณะทางกายภาพที่ส่งผลต่อแหล่งทรัพยากร T56 T57-59 T60 - T61

และสถานท่ีส�าคญั ในจังหวัด T62 - T67
T68 - T76
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 สิง่ แวดล้อมในจังหวัด T77 - T87

เรื่องที่ 1 สิ่งแวดลอ้ มทางกายภาพกับการดา� เนินชวี ิต
เรอ่ื งที่ 2 การเปลย่ี นแปลงส่งิ แวดลอ้ มในจังหวัด
เรื่องที่ 3 การจัดการส่งิ แวดล้อมในจงั หวัด

บรรณำนุกรม T88

Chapter Overview

แผนการจัด สอ่ื ที่ใช้ จุดประสงค์ วธิ สี อน ประเมิน ทกั ษะที่ได้ คุณลกั ษณะ
การเรียนรู้ อนั พงึ ประสงค์

แผนฯ ท่ี 1 - หนังสอื เรยี น 1. บ อกประเภทของแผนท่ี วธิ สี อนแบบสบื เสาะ - ต รวจใบงานที่ 1.1, 1.2 1. การสังเกต 1. มวี นิ ยั
แผนท่ี - ประเมนิ การน�ำเสนอ
- บัตรภาพ ได้ หาความรู้ ผลงาน 2. การแปลความ 2. ใฝเ่ รยี นรู้
2 - สังเกตพฤตกิ รรมการ
- ใบงานที่ 1.1 2. ระบอุ งค์ประกอบของ (5Es Instructional ทำ� งานรายบคุ คล ขอ้ มูลทาง 3. มุ่งม่ันในการ
ชว่ั โมง - สงั เกตพฤตกิ รรมการ
- ใบงานที่ 1.2 แผนที่ได้ Model) ทำ� งานกลุ่ม ภูมิศาสตร์ ทำ� งาน
- สังเกตความมีวนิ ัย
- แผนทป่ี ระเทศไทย 3. สืบค้นและอธบิ ายข้อมลู ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มน่ั 3. การใช้เทคนิคและ
ในการท�ำงาน
ดว้ ยแผนทีไ่ ด้ - สังเกตการให้เหตผุ ล เครอื่ งมอื ทาง
เก่ียวกับแผนท่ี
ภมู ิศาสตร์

แผนฯ ท่ี 2 - หนงั สอื เรียน 1. ส บื คน้ และอธบิ ายข้อมูล วธิ สี อนแบบสบื เสาะ - ตรวจใบงานท่ี 2.1, 2.2 1. การสงั เกต 1. มวี ินัย
รูปถา่ ย หาความรู้ - ประเมินการน�ำเสนอ
- ใบงานท่ี 2.1 ด้วยรูปถา่ ยได้ (5Es Instructional ผลงาน 2. การแปลความ 2. ใฝ่เรยี นรู้
2 Model) - สงั เกตพฤติกรรมการ
- ใบงานท่ี 2.2 ทำ� งานรายบุคคล ข้อมลู ทาง 3. ม่งุ ม่ันในการ
ช่ัวโมง - สงั เกตพฤติกรรมการ
- รปู ถา่ ยทาง ทำ� งานกลมุ่ ภมู ิศาสตร์ ทำ� งาน
- สงั เกตความมีวนิ ยั
ภมู ิศาสตรจ์ งั หวดั ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มัน่ 3. ก ารใช้เทคนคิ และ
ในการทำ� งาน
ทน่ี กั เรยี นอาศัยอยู่ เครื่องมอื ทาง

- ภาพจิกซอว์ ภมู ศิ าสตร์

T2

Chapter Concept Overview

หนวยการเรียนรูท่ี 1

แผนท ี่ คอื เครอ่ื งมอื ทางภมู ศิ าสตรท์ แี่ สดงลกั ษณะพนื้ ผวิ โลก โดยการยอ่ สว่ นและใชส้ ญั ลกั ษณ ์ เชน่
ส ี เพ่ือแทนสิ่งต่าง ๆ ที่เกดิ จากธรรมชาติและท่ีมนุษยส์ ร้างข้นึ บนพ้ืนผวิ โลก โดยจดั ทา� ลงบนวัสดแุ ผ่นราบ
แผนทแ่ี บง่ ออกเปน 2 ชนิดตามลกั ษณะการใชง้ าน ดังน้ี

96 Eํ 98 ํE 100 ํE 102 Eํ 104 ํE 106 Eํ 96 ํE 98 Eํ 100 Eํ 102 ํE 104 Eํ 106 Eํ
20 Nํ
นธ.งสชายั ลเหะวนินอื ทิวเ แดนล ท ิ ว เ ข า ีผ ป น ้นำ าว น.โขง ปน.โขระเทศไทย : ลกั ษณะภูมิประเทศ 20 Nํ เนปยดี อ ประเทศไทย : ที่ต้งั จังหวดั 20 ํN
เมยี นมา เมยี นมา
18 Nํ ขา ลาว เวยี ดนามง ทิวเขาภูพา เชียงราย ลาว เวยี ดนาม
พะเยา
16 Nํ ิทวเขาถนน ท.ถนนธ.งปชังย ตะวันออก น. ปาทสัิกวเทิขวเาเขพาเชพรชบูรรบูณรตณะวตัะนวัตนกออก ทิวเทนิขน.าวาโขเหงนลขวงาพผีร ะปบนาง้นำ แมฮอ งสอน นา น
อา วเมาะตะมะ ททิิวเวขาถเ นขนธงาชัยถตะนวันน ธ งน.เชมั ยย ก ล า ง น. ัวง ิ ว เ ข า ผี ป น ้นำ เชียงใหม

14 Nํ นท น. น.สงคราม น.โขง 18 ํN ลำพนู ลำปาง แพร เวยี งจันทน บงึ กาฬ 18 ํN
น.ยม แองสกลนคร
12 Nํ อุตรดติ ถ หนองคาย
ตก น.
น.สาละ วิน น2 เลย อดุ รธานี นครพนม
น.พอง สกลนคร
ทิวเ ทิ ว เ ตากกากญำจแรสนอพาสพุุทบชงโุ รัยรุเชบขนพรีธัยทุรคณชาีนยัรนรบาปนี ทรุ ฐนอีพสมทานิงพิจงบหคพิตทษิ ุรรบนรรอณีสรุะคงกวีนปลุโรเรลสรพคนทพรงุกรราคุมบชะเศยทธบุรรรกีบาพรุ ีอนีฉรูมยณีะธุหเยปชานาิงรนคชเาคทรจัยหรรรนีภาานบูมชอุรสิสงีรีมบะขาแัวอมลกนำหว แภาบกสู รุ นารี รมั คยา มกสารุรฬอนิ สยทนิเรอธ ็ดุ ศยมรโุกสีสดธะาเรอกหำอษานุบราลจรเจาชริญธานี
น.ยนมา น น.ปง น.ขชีาภูพาน 1 น.ชี ข า ภู
แ นอ. มงูลโ ค ร า ช
พ านน.โขง 16 Nํ 16 Nํ
อาวเมาะตะมะ 14 ํN
น.เจาพระยา ทิวเขาดงพญาเยว็น ทิ ว เ ข า พ น ม ด ง รั ก
ทิ เข เแปผนนแทผี่อนางทอี่ชิงน ิดเปอนื่นแ ๆผ นแทผ่ีพนื้นทฐี่อา้นางสอ�าิงหทร่ีสับ�านค�าัญไป พไัฒด้แนกา ่14Nํ
ทิ น.แม ะกง า สั น ก ำ แ พ ง
น.ทากจลนี อง
วเ ข น.บางป

า ท ิ วเขาจันทบ ชลบุรี
ระยอง จันทบุรี
ต ก.ชาง ุรีทิวเข าบรรทัด กัมพชู า เพชรบุรี กัมพชู า
ก.กดู


น น.โขง สมุทรปราการ ตราด
สมุทรสาคร
า แผนท่ีลกั ษณะภมู ิประเทศ12Nํ ก.ชาง 12 Nํ

ว ประจวบครี ขี ันธ สมทุ รสงคราม ก.กูด พนมเปญ



รี

อาวไทย เวียดนาม อาวไทย เวยี ดนาม
ชุมพร

10 Nํ ทะเลอันดามัน ิท ว เ ข า ูภ เ ็ก ต ก.เตา 10 ํN ทะเลอนั ดามนั ระนอง ก.เตา คำอธบิ ายสัญลกั ษณ 10 ํN
ก.พะงนั ก.พะงนั เมอื งหลวง
คำอธบิ ายสญั ลกั ษณ
มก.สรุ นิ ทร ก.สมยุ มก.สรุ ินทร ก.สมุย ท่ตี ้ังจังหวัด
แหลมตะลมุ พุก เสนแบง เขตประเทศ เสน แบงเขตประเทศ
มก.สมิ ิลนั น.ปต ตกาะนลี า เสนแบง ภาค สรุ าษฎรธ านี เสนแบงเขตจงั หวัด
8 Nํ แมน้ำ, ลำนำ้ แมน ้ำ, ลำน้ำ
ทิ ว เ ข า น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช ท แหลง นำ้ มก.สมิ ลิ ัน พังงา แหลมตะลมุ พุก แหลงนำ้
แหลมพรหมเทพ น.ตาป ระดบั ความสูง (เมตร)
8 Nํ แหลมพรหภมูเเทก็ตพ กระบี่ นครศรธี รรมราช เขตภูมิภาคทางภมู ิศาสตร 8 ํN
1,200 ภาคเหนือ
ตรงั พทั ลุง
600
แหลมโพธิ์ สตูล สงขลา แหลมโพธิ์ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
N ิ วเขาสนั 400 N ปตตานี
มก.ตะรเุ ตา 0 17056 Eํ 150 มก.ตะรุเตา ภาคกลาง
200 9630Eํ 0 กม. ยะลานราธิวาส
ภาคตะวนั ออก
. โ ก-ล ก 50
6 Nํ 0 150 9360Eํ0 กม. 98 ํE คีรี Eํ ระดบั ทะเลปานกลาง104 Eํ6 Nํ 10ภภ2าาคคํEตใตะ วันตก 104 Eํ6 Nํ
96 Eํ ประเทศไทย : ลักษณะภูมปิ ระเทศ75 นธ.งสชายั ลเหะวนินอื 102
นมาเลเซีย100 ํE 98 ํE มาเลเซ1ีย00 ํE 106 ํE
ท1ิว0เ 2แํEดนล น.โขง
98 Eํ 100 ํE ท ิ ว เ ข า ีผ ป น ้นำ าว 104 Eํ น.โข 106 ํE 96 ํE 98 ํE20 Nํ 100 ํE 102 ํE 104 ํE ป10ร6ะEํ เทศไทย : ทีต่ ้ังจังหวัด 20 ํN
20 Nํ เวยี ดนาม เนปยดี อ 18 ํN
ขา ง ทิวเขาภูพา เชียงราย 16 ํN
เมยี นมา พะเยา 14 Nํ
เมียนมา ิทวเขาถนน ท.ถนนธ.งปชังย ตะวันออก น. ปาทสัิกวเทิขวเาเขพาเชพรชบูรรบูณรตณะวตัะนวัตนกออก ทิวเทนิขน.าวาโขเหงนลขวงาพผีร ะปบนาง้นำ ลาว แมฮ อ งสอน ลาว เวียดนาม 12 ํN
น. ัวง ิ ว เ ข า ผี ป น ้นำ
ททิิวเวข เชียงใหม นา น

า นท ลำพนู ลำปาง แพร
น.ยม
18 Nํ เข น. แองสนก.สลงคนรคารมน.โขง 18 ํN เวียงจนั ทน บงึ กาฬ
ถนน ตก น.
16 Nํ 16 Nํ
อา วเมาะตะมะ น.สาละ วิน ธงาชัยถตะนวันน น2 ทิ ว เ อา วเมาะตะมะ ตากกากญำจแรสนอพาสุพทุบชงโุ รยัรุเชบขนพรีธยัทุรณคชาีนยัรนรบาปนี ทุรฐนอีพสมอทานิงพจิุตงบหคพติทิษรรุรบนรดรอณีสุระคติงกวีนปลโุรถรเลสรพคนทพรงุกรราคมุบชะเศยทธบรุรรกีบาพุรีอนีฉูรมยณีะธุหเเลยปชานยาิงรนคชเาคทรจยั หรรรีนภาานบูมชอุรสิสงีรีมบะขาแวั อมลกนอหำวแภุดาบกหรสู รุ นธนารี ารัมอนคยงีาค มกาสยารรุ ฬสอินกสยทินลเรอนธ ด็ นุคศยคมรรโรุกสีสพดธะนาเรอกหมำอษานบุราลจรเจาชรญิธานี
น.พอง น.ชี
ธ น.ยนมา น น.ปง ทิวเ แ นอ. มงลู โ ค ร า ช

งน.เชมั ยย น.ขชีาภูพาน 1 ข า ภู

พ านน.โขง



ล ทิวเขาดงพญาเย

า น.เจาพระยา



ทิ น.แม ทิ ว็ นเ ข า ทิ ว เ ข า พ น ม ด ง รั ก
แผนทเ่ี ฉพาะเรอื่ ง เปน แผนทแี่ สดงขอ้ มลู เฉพาะเรอ่ื งใด14Nํ ะกง สั น ก ำ แ พ ง
น.ทากจลนี อง 14 Nํ
วเ ข น.บางป

เรอ่ื งหนงึ่ เชน่ แผนทรี่ ฐั กจิ แผนทป่ี ทิวา่ เขาไจันมทบ ้ แผนทท่ี กอ่ ัมพงูชาเทย่ี ว า ชลบรุ ี
ระยอง จนั ทบรุ ี
ต ุรีทิวเข าบรรทัด เพชรบรุ ี กมั พูชา



น น.โขง สมุทรปราการ ตราด
12 ํN สมุทรสาคร
แผนที่ทาง12หNํ ลวง า ก.ชาง ก.ชา ง
ก.กูด
ว ประจวบครี ขี นั ธ สมุทรสงคราม ก.กูด พนมเปญ



รี

อาวไทย เวียดนาม อาวไทย เวียดนาม
ชมุ พร
ก.เตา
10 Nํ ทะเลอันดามนั ก.พะงัน 10 ํN ทะเลอนั ดามัน ระนอง ก.เตา คำอธิบายสัญลักษณ 10 ํN
มก.สุรนิ ทร ก.สมุย มก.สุรินทร ก.พะงัน เมอื งหลวง 8 ํN
ิท ว เ ข า ูภ เ ็ก ต คำอธิบายสัญลักษณ ก.สมุย ที่ต้งั จังหวัด 6 ํN
. โ ก-ล ก เสนแบง เขตประเทศ เสน แบง เขตประเทศ
เสน แบง เขตจงั หวัด
น.ปต ตกาะนลี า เสนแบงภาค สรุ าษฎรธ านี แมน ้ำ, ลำนำ้
แมนำ้ , ลำน้ำ แหลงน้ำ
มก.สิมิลนั ทิ ว เ ข า น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช ทแหลมตะลมุ พกุ แหลงนำ้ มก.สมิ ิลนั พงั งา แหลมตะลมุ พุก
8 Nํ น.ตาป ระดบั ความสงู (เมตร) เขตภมู ิภาคทางภมู ิศาสตร
8 Nํ แหลมพรหภมูเเทก็ตพ กระบ่ี นครศรธี รรมราช ภาคเหนือ
แหลมพรหมเทพ 1,200 6 Nํ ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
600 ตรัง พัทลุง ภาคกลาง
400 ภาคตะวนั ออก
N มก.ตะรเุ ตา แหลมโพธิ์ 200 N มก.ตะรเุ ตา สตูล สงขลา แหลมโพธ์ิ ภาคตะวันตก
ิ วเขาสนั 50 ปต ตานี ภาคใต
ระดบั ทะเลปานกลาง
6 ํN 0 ยะลานราธวิ าส
96 ํE
75 150 300 กม. คีรี นมาเลเซยี 0 75 150 300 กม. มาเลเซีย
98 ํE 100 Eํ 102 ํE
104 ํE 106 ํE 96 ํE 98 ํE 100 Eํ 102 ํE 104 ํE 106 ํE

T3

องค์ประกอบของแผนทท่ี ีส่ า� คญั ไดแ้ ก่

องคป ระกอบสาํ คญั ของแผนที่

๑ ชื่อแผนท่ี จะอยูดานบนสุดหรือดานลางของแผนที่ แผนท่ีบางประเภท
อาจมีขอความบอกรายละเอียดเพ่ิมเติม เชน แผนที่พ้ืนที่ลุมนํ้าของ
ประเทศไทย

๒ สี เปนสงิ่ ทใ่ี ชแ ทนลักษณะทางกายภาพของสิง่ ทป่ี รากฏบนพนื้ ผิวโลก
๓ ทศิ จะใชท ศิ เหนอื เปน ทศิ หลกั โดยมลี กู ศรหรอื สญั ลกั ษณอ น่ื ๆ พรอ มตวั

อกั ษร น หรือ N กาํ กบั ไว เพ่ือใหผูใชรูทิศทางของส่งิ ตาง ๆ ท่อี ยูในแผนท่ี
หากแผนทไ่ี มม สี ญั ลกั ษณร ะบุทิศกาํ กับไว ใหถ อื วาดานบนเปนทิศเหนือ
๔ มาตราสวน เปนการบอกความสัมพันธระหวางระยะทางในแผนที่กับ
ระยะทางในภูมปิ ระเทศจริง
๕ สัญลักษณ เปน รปู เรขาคณิต หรอื เสน ท่กี ําหนดขน้ึ เพอ่ื ใชแสดงขอมลู
ของส่ิงตาง ๆ ที่ปรากฏ เน่ืองจากแผนท่ีมีพ้ืนท่ีจํากัด จึงไมสามารถใส
รายละเอียดเหมือนของจริงไดทั้งหมด จึงจําเปนตองใชสัญลักษณแทน
เพ่ือใหแ ผนท่ีเหมาะสมตอการใชงาน และทําความเขาใจไดงาย

หลกั การเบื้องต้นในการใช้แผนท ่ี มีดงั น้ี

สอดคลองกบั วัตถปุ ระสงค

ควรเลือกใชแผนท่ีใหสอดคลองกับกิจกรรมท่ีตองใชงาน เชน
หากตองการสืบคนหรืออธิบายขอบเขตของจังหวัด อําเภอ ควรใช
แผนทรี่ ฐั กิจแสดงอาณาเขต

นา เช่อื ถือ ✓

ควรเลือกใชแผนที่ท่ีผลิตจากหนวยงานที่นาเชื่อถือเปนท่ียอมรับ
ไดแก หนว ยงานของรฐั หรือหนว ยงานเอกชนท่ีมีประสบการณด า นแผนท่ี
รวมถงึ มวี ธิ ีการจดั ทาํ ทไ่ี ดม าตรฐาน

ทนั สมยั

ควรเลือกใชแผนท่ีที่เปนปจจุบัน หรือใกลเคียงกับปจจุบัน เพ่ือใหได
ขอมูลท่ีทนั สมยั ซ่งึ ในแผนท่สี วนใหญจะระบุปท ี่จดั ทําไวใหแลว

ผสมผสาน

เนื่องจากแผนท่ีแตละแบบมีขอดีและขอจํากัด การใชแผนท่ีแบบ
ผสมผสานในการศกึ ษาเรอ่ื งราวจงั หวดั จะทาํ ใหไ ดข อ มลู ทห่ี ลากหลาย และ
ยงั เปนการตรวจสอบความคลาดเคลอื่ นของขอ มูลไดอ กี ทางหน่ึง

ดูงาย ชดั เจน

ควรเลือกแผนที่ที่มีสัญลกั ษณต า ง ๆ ทสี่ ามารถเขาใจงาย ไมซับซอ น
รวมถงึ แผนทคี่ วรมีขนาดใหญ เพื่อใหเหน็ ขอมลู ไดชัดเจน

T4

รปู ถา ย เปน เครอ่ื งมอื ทางภมู ศิ าสตรอ์ กี ประเภทหนง่ึ ทส่ี ามารถใหข้ อ้ มลู จงั หวดั ของเราได ้ เราควรใช้
รูปถ่ายร่วมกับการใช้แผนท่ี จะช่วยให้การสืบค้นและอธิบายข้อมูลของจังหวัดมีความถูกต้องครบถ้วน
มากยง่ิ ขึ้น หลกั การใช้รูปถ่าย มดี ังน้ี

มีขอมูลพืน้ ฐาน

เราจะใชร ปู ถา ยในการศกึ ษาขอ มลู ไดด ขี นึ้ หากทราบขอ มลู พนื้ ฐานของจงั หวดั ที่
อาศยั อยจู ากสอื่ ตา งๆ มากอ น เมอื่ เหน็ รปู ถา ยแตล ะประเภทกจ็ ะเขา ใจและสามารถ
เลือกนาํ มาใชง านไดเ หมาะสม

สอดคลอ งกับวัตถปุ ระสงค

การนํารูปถายมาใชเปนเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร ตองเลือกรูปถายที่มี
ความนาเช่อื ถอื ใหขอมูลถูกตอง และเหมาะกับลกั ษณะงานที่จะนําไปใช

ดงู า ย ชดั เจน

รูปถายสามารถแสดงสีของสิ่งตาง ๆ ไดเสมือนจริง มีความคมชัด สามารถ
จําแนกลักษณะทางกายภาพ ภูมปิ ระเทศ และวตั ถุตา ง ๆ ไดชัดเจน

ทันสมยั

เราควรเลือกใชรูปถายที่จัดทําออกมาในวันเวลาที่ใกลเคียงกับปจจุบัน
มากท่สี ุด เพ่อื ใหไ ดข อมลู ทีท่ นั สมัย ตรงกบั ความเปนจรงิ

นา เชอื่ ถือ

✓ การเลือกรูปถา ยมาใชงาน ควรเลือกรูปถา ยจากแหลงท่ีนาเชือ่ ถือ เพือ่ ใหไ ด
ขอมูลทถี่ กู ตอ ง
? คํานึงถงึ ขอจาํ กดั
ตอ งเลอื กใชร ปู ถา ยใหเ หมาะสมกบั ลกั ษณะงาน และควรนาํ ไปใชร ว มกบั แผนที่
เพ่ือใหไดข อมูลทีถ่ ูกตอ งตรงกบั ความเปนจริง

T5

นํา นาํ สอน สรปุ ประเมิน

ขน้ั นาํ ñ˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ
¡ÒÃãªáŒ ¼¹·èáÕ ÅÐÃÙ»¶Ò‹ Â
กระตนุ ความสนใจ ลกั ษณะทางกายภาพ แหลง่

1. ครูนําภาพลักษณะภูมิประเทศที่สวยงามใน ทรัพยากร และสถานที่สําคัญใน
ประเทศไทยมาใหน กั เรยี นดู เชน ภาพเขาตะปู จังหวัด จะมีข้อมูลแสดงอยู่ใน
ภาพภูชี้ฟา ภาพนํ้าตกเจ็ดสาวนอย เปนตน แผนท่ีและรูปถา่ ย
แลวสอบถามนักเรียนวารูจักสถานท่ีในภาพ การรู้จักวิธีสืบค้นและอธบิ าย
หรือไมวา คือสถานท่ีใด ลักษณะทางกายภาพด้วยแผนท่ี
และรูปถ่าย จะทําให้เรามีทักษะ
ในการใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร ์
และยังช่วยให้มีความรู้เก่ียวกับ
จงั หวดั ของเราไดด้ ยี ่งิ ขน้ึ

2. ครใู หน กั เรยี นชว ยกนั บอกลกั ษณะทางกายภาพ เพื่อน ๆ คิดวา
ทีส่ วยงามในจงั หวัดท่นี ักเรียนรูจ กั เดก็ ในภาพนจ้ี ะไดขอ มูลเกย่ี วกบั

จังหวัดที่ตนเองอาศัยอยู
จากการใชแ ผนที่และรูปถา ย

ในเรื่องใดบางคะ



เกร็ดแนะครู

ครเู ขยี นคาํ ขวัญของจังหวัดตา งๆ มา 4-5 จังหวัด ติดบนกระดาน แลวใหนกั เรยี นชวยกนั วเิ คราะหวา ขอมลู ในคาํ ขวัญนนั้ บอกถึงลักษณะทางกายภาพ
หรือลักษณะทางสังคมของจงั หวดั น้ันอยางไร เชน คาํ ขวัญของจังหวดั สรุ าษฎรธานี คอื “เมืองรอ ยเกาะ เงาะอรอ ย หอยใหญ ไขแดง แหลงธรรมะ” แสดงให
เห็นวา

มีเกาะมาก มกี ารทาํ ประมง มสี ถานทสี่ ําคญั ทาง
มีพ้นื ท่ีตดิ ทะเล มสี ัตวน ้ํา พระพทุ ธศาสนาหลายแหง

เมืองรอ ยเกาะ เงาะอรอ ย หอยใหญ ไขแดง แหลง ธรรมะ

มพี ื้นทป่ี ลกู เงาะ มกี ารเลย้ี งเปด

T6

นํา นาํ สอน สรุป ประเมนิ

ขน้ั นาํ

กระตนุ ความสนใจ

µÑǪÇÕé ´Ñ 3. ครูนําแผนท่ีแบบตางๆ เชน แผนที่ลักษณะ
ภมู ปิ ระเทศ แผนทีร่ ฐั กจิ แผนทป่ี าไม เปน ตน
มฐ. ส ๕.๑ ป. ๔/๑ สบื คน้ และอธบิ ายขอ้ มลู มาแสดงใหนักเรียนดู แลวสนทนาเกี่ยวกับ
ลักษณะทางกายภาพในจังหวัดของตน ขอ มูลของแผนที่แตละแบบ ดังนี้
ดว้ ยแผนท่แี ละรปู ถ่าย • เปรยี บเทยี บความเหมอื นความแตกตา งของ
ขอ มลู ทแ่ี สดงในแผนทแี่ ตล ะแบบ
มโนทศั นสาํ คญั • ความสําคญั ขององคประกอบของแผนที่
แผนที่และรูปถ่ายเปนเคร่ืองมือ แตละแบบ
ที่ใช้แสดงลักษณะทางกายภาพ • ยกตัวอยา งขอมูลในแผนที่
แหลง่ ทรพั ยากร และสถานทส่ี าํ คญั • ประโยชนข องแผนทแ่ี ตละแบบ
ในจังหวดั ของตน

96 ํE 98 ํE 100 Eํ 102 ํE 104 Eํ 106 Eํ 96 ํE 98 ํE 100 ํE 102 Eํ 104 Eํ 10
20 Nํ
นธ.งสชายั ลเหะวนินอื ทิวเ แดนล ท ิ ว เ ข า ีผ ป น ้นำ าว น.โขง ปน.โขระเทศไทย : ลกั ษณะภูมิประเทศ 20 Nํ ประเทศไทย : ทตี่ งั้ จ
เมยี นมา
18 ํN ขา ง ทิวเขาภูพา เชียงราย
พะเยา
16 ํN ิทวเขาถนน ท.ถนนธ.งปชังย ตะวันออก น. ปาทสัิกวเทิขวเาเขพาเชพรชบูรรบูณรตณะวตัะนวัตนกออก ทิวเทนิขน.าวาโขเหงนลขวงาพผีร ะปบนาง้นำ ลาว เวยี ดนาม เมียนมา แมฮอ งสอน นาน ลาว เวียดนาม
อาวเมาะตะมะ น. ัวง ิ ว เ ข า ผี ป น ้นำ เชยี งใหม
ททิิวเวขาถเ
14 ํN นท ลำพนู ลำปาง แพร
ข น.ยม น. น.สงครามน.โขง 18 ํN บึงกาฬ
12 Nํ นน แองสกลนคร
ตก น. 16 Nํ
า อาวเมาะตะมะ ตากกากญำจแรสนอพาสุพุทบชงโุ รยัรุเชบขนพรีธยัทุรณคชาีนยัรนรบาปนี ทรุ ฐนอีพสมอทานงิพิจุตงบหคพิตทษิรรุรบนรดรอณีสรุะคิตงกวีนปลุโรถรเลสรพคนทพรุงกรราคมุบชะเศยทธบุรรรกีบาพุรีอนีฉูรมยณีะุธหเเลยปชานยางิรนคชเาคทรจยั หรรรีนภาานบมูชอุรสิสงีรมี บะขาแัวอมลกนอหำวแภุดาบกหรสู ุรนธนาีรารมัอนคยงีาค มกาสยารรุ ฬสอินกสยทินลเรอนธ ็ดนุคศยคมรรโรุกสสี พดธะนาเรอกหมำอษานุบราลจรเจาชริญธานี
ธงช
14 ํN
น.สาละ วิน ถ
ัยต 12 ํN

ะนวันน น2 ทิ ว เ
น.พอง น.ชี
ธ น.ยนมา น น.ปง ทิวเ แ นอ. มงูลโ ค ร า ช

งน.เชมั ยย น.ขชีาภูพาน 1 ข า ภู

พ านน.โขง



ล ทิวเขาดงพญาเย

า น.เจาพระยา



ทิ น.แม ทิ ว็ น า สั น ก ำ แ พ ง ทิ ว เ ข า พ น ม ด ง รั ก
ะกง เข

น.ทากจลนี อง น.บางป
วเ ข

า ท ิ วเขาจันทบ ชลบุรี
ระยอง จันทบรุ ี
ต ก.ชาง ุรีทิวเข าบรรทัด กมั พูชา เพชรบุรี กัมพูชา
ก.กดู


น น.โขง สมทุ รปราการ ตราด
สมุทรสาคร
า ก.ชา ง

ว ประจวบคีรีขนั ธ สมุทรสงคราม ก.กดู



รี

อาวไทย เวยี ดนาม อา วไทย เ
ชุมพร
ก.เตา คำอธิบายสญั ลัก
10 ํN ทะเลอันดามัน ก.พะงนั 10 ํN ทะเลอนั ดามัน ระนอง ก.เตา เมอื งหลวง
มก.สุรินทร ก.สมยุ 8 ํN มก.สุรินทร ก.พะงนั ทต่ี ง้ั จังหวัด
ิท ว เ ข า ูภ เ ็ก ต คำอธบิ ายสญั ลักษณ 6 Nํ ก.สมยุ เสน แบง เขตปร
. โ ก-ล ก แมนำ้ , ลำน้ำ
น.ปต ตกาะนลี า เสนแบงเขตประเทศ สุราษฎรธ านี แหลง น้ำ
เสนแบง ภาค เขตภูมิภาคทางภูมิศา
มก.สมิ ลิ นั ทิ ว เ ข า น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช ทแหลมตะลมุ พุก แมน้ำ, ลำนำ้ มก.สมิ ิลนั พังงา แหลมตะลมุ พกุ ภาคเหนือ
8 Nํ น.ตาป แหลงนำ้ ภาคตะวนั ออกเ
แหลมพรหภมูเเทกต็พ กระบี่ นครศรธี รรมราช ภาคกลาง
แหลมพรหมเทพ ระดับความสงู (เมตร) ภาคตะวนั ออก
ตรงั พทั ลงุ ภาคตะวนั ตก
1,200 ภาคใต
N มก.ตะรเุ ตา แหลมโพธิ์ 600 N มก.ตะรุเตา สตลู สงขลา แหลมโพธิ์
ิ วเขาสนั 400 ปตตานี 104 ํE
200
6 ํN 0 50 ยะลานราธวิ าส
96 ํE ระดับทะเลปานกลาง
75 150 300 กม. คีรี นมาเลเซยี 0 75 150 300 กม. มาเลเซยี
98 Eํ 100 ํE 102 Eํ
104 Eํ 106 Eํ 96 ํE 98 ํE 100 Eํ 102 Eํ

96 Eํ 98 Eํ 100 Eํ 102 ํE 104 Eํ 106 Eํ 96 Eํ 98 Eํ 100 Eํ 102 ํE 104 ํE 106 ํE
20 ํN
นธ.งสชายั ลเหะวนินอื ทิวเ แดนล ท ิ ว เ ข า ีผ ป น ้นำ าว น.โขง ปน.โขระเทศไทย : ลกั ษณะภูมิประเทศ 20 ํN ประเทศไทย : ที่ตัง้ จงั หวดั 20 Nํ
เมยี นมา 18 ํN
18 ํN ขา ง ทิวเขาภูพา เชยี งราย 16 Nํ
พะเยา 14 ํN
16 ํN ิทวเขาถนน ท.ถนนธ.งปชังย ตะวันออก น. ปาทสัิกวเทิขวเาเขพาเชพรชบูรรบูณรตณะวตัะนวัตนกออก ทิวเทนิขน.าวาโขเหงนลขวงาพผีร ะปบนาง้นำ ลาว เวยี ดนาม เมียนมา แมฮ องสอน นา น ลาว เวียดนาม 12 Nํ
อา วเมาะตะมะ น. ัวง ิ ว เ ข า ผี ป น ้นำ เชยี งใหม
ททิิวเวขาถเ นขนธงาชัยถตะนวันน ธ งน.เชมั ยย ก ล า ง
14 Nํ นท น. แอง สนก.สลงคนรคารมน.โขง 18 ํN ลำพนู ลำปาง แพร บึงกาฬ
น.ยม
12 Nํ น.สาละ วิน น2 ทิ ว เ 16 ํN ตากกากญำจแรสนอพาสพุทุบชงโุ รยัุรเชบขนพรีธัยทุรณคชาีนัยรนรบาปนี ทุรฐนอีพสมอทานิงพจิุตงบหคพิตทิษรุรรบนรดรอณีสรุะคิตงกวีนปลโุรถรเลสรพคนทพรงุกรราคมุบชะเศยทธบรุรรกีบาพุรีอนีฉรูมยณีะธุหเเลยปชานยาิงรนคชเาคทรจัยหรรรีนภาานบูมชอรุสิสงีรมี บะขาแวั อมลกนอหำวแภดุ าบกหรสู ุรนธนาีรารมัอนคยงีาค มกาสยารรุ ฬสอนิ กสยทินลเรอนธ ด็ นุคศยคมรรโรกุ สสี พดธะนาเรอกหมำอษานบุราลจรเจาชริญธานี
ตก น. น.พอง น.ชี อาวเมาะตะมะ
น.ยนมา น น.ปง ทิวเ แ นอ. มงูลโ ค ร า ช ข
น.ขชีาภูพาน 1 า ภู 14 ํN

านน.โขง 12 ํN
ทิวเขาดงพญาเย
น.เจาพระยา ทิ ว็ นเ ข ทิ ว เ ข า พ น ม ด ง รั ก
ะกง
ทิ น.แม า สั น ก ำ แ พ ง
น.ทากจลนี อง
วเ ข น.บางป

า ท ิ วเขาจันทบ ชลบรุ ี
ระยอง จันทบรุ ี
ต ก.ชาง ุรีทิวเข าบรรทัด กมั พชู า เพชรบุรี กมั พชู า
ก.กูด


น น.โขง สมทุ รปราการ ตราด
สมทุ รสาคร
า ก.ชา ง

ว ประจวบครี ขี นั ธ สมุทรสงคราม ก.กดู



รี

อาวไทย เวียดนาม อา วไทย เวยี ดนาม
ชมุ พร
ก.เตา
10 ํN ทะเลอนั ดามัน ก.พะงนั 10 Nํ ทะเลอันดามัน ระนอง ก.เตา 10 ํN
มก.สุรินทร ก.สมุย 8 Nํ มก.สุรนิ ทร ก.พะงัน 8 Nํ
ิท ว เ ข า ูภ เ ็ก ต คำอธิบายสญั ลักษณ 6 ํN ก.สมุย คำอธิบายสัญลักษณ 6 ํN
. โ ก-ล ก เมืองหลวง
น.ปต ตกาะนลี า เสนแบงเขตประเทศ สรุ าษฎรธานี ที่ต้งั จังหวัด
เสนแบงภาค เสน แบง เขตประเทศ
มก.สิมิลนั ทิ ว เ ข า น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช ท แหลมตะลมุ พุก แมน้ำ, ลำนำ้ มก.สิมลิ ัน พงั งา แหลมตะลมุ พกุ แมนำ้ , ลำน้ำ
8 ํN น.ตาป แหลงน้ำ แหลง นำ้
แหลมพรหภมเูเทกต็พ กระบ่ี นครศรธี รรมราช เขตภมู ภิ าคทางภมู ิศาสตร
แหลมพรหมเทพ ระดบั ความสงู (เมตร) ภาคเหนอื
ตรงั พทั ลงุ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
1,200 ภาคกลาง
N มก.ตะรเุ ตา แหลมโพธ์ิ 600 N มก.ตะรเุ ตา สตลู สงขลา แหลมโพธิ์ ภาคตะวันออก
ิ วเขาสนั 400 ปตตานี ภาคตะวนั ตก
200 ภาคใต
6 ํN 0 50 ยะลานราธวิ าส
96 Eํ ระดับทะเลปานกลาง 104 ํE 106 ํE
75 150 300 กม. คีรี นมาเลเซีย 0 75 150 300 กม. มาเลเซีย
98 ํE 100 Eํ 102 Eํ
104 Eํ 106 ํE 96 ํE 98 ํE 100 ํE 102 Eํ

4. ครใู หน กั เรยี นดภู าพจากหนงั สอื เรยี น หนา 2-3
แลว ถามนกั เรียนวา
• เด็กในภาพจะไดขอมูลเกี่ยวกับจังหวัดที่
ตนเองอาศยั อยจู ากการใชแ ผนทแ่ี ละรปู ถา ย
ในเร่อื งใดบา ง

๓ (แนวตอบ : ลกั ษณะทางกายภาพ ทรพั ยากร
ธรรมชาติ และสถานท่ีสาํ คัญในจังหวดั )

เกร็ดแนะครู

ครจู ดั กระบวนการเรยี นรูโดยการใหนักเรียนปฏิบตั ิ ดงั น้ี
• สบื คนและรวบรวมขอมูลเก่ยี วกับแผนท่ีและรูปถาย
• อธบิ ายและสรปุ ขอ มูลเกย่ี วกบั แผนท่แี ละรปู ถาย
• อภปิ รายเก่ียวกบั แผนทแ่ี ละรูปถาย
• วเิ คราะหจ ากประเด็นคาํ ถามและภาพเกยี่ วกับแผนทแ่ี ละรูปถา ย
จนเกดิ เปน ความรคู วามเขา ใจวา การใชเ คร่อื งมอื ทางภูมศิ าสตร เชน แผนท่แี ละรปู ถา ย ทําใหเราศึกษาขอ มูลตา งๆ ทางภมู ิศาสตรเก่ียวกับจังหวดั ของ
ตนเองไดง า ยและสะดวกรวดเรว็ มากยิง่ ขน้ึ

T7

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน ñ á¼¹·Õè พื้นผแวิ ผโนลกท ี่คโดอื ยเคกราอื่รงยม่ออืสทว่ านงแภลมู ะศิใชาส้สตญั รลท์ กัแ่ี ษสดณง1์ ลเกัชษน่ ณ สะี
เพอื่ แทนสงิ่ ตา่ ง ๆ ทเ่ี กดิ จากธรรมชาตแิ ละทม่ี นษุ ย์
สาํ รวจคน หา จากแผนท่ี สรา้ งขนึ้ บนพนื้ ผวิ โลก โดยจดั ทาํ ลงบนวสั ดแุ ผน่ ราบ
จังหวดั ของเรา แผนทจ่ี ะมขี อ้ มลู ลกั ษณะทางกายภาพ ทรพั ยากร
1. นักเรียนแบงกลุมตามความสนใจ กลุมละ
เทาๆ กัน ใหแตละกลุมวางแผนและแบง มลี กั ษณะ
หนาที่สืบคนแผนที่ของจังหวัดที่นักเรียน ทางกายภาพ
อาศยั อยู จากแหลงเรียนรใู นทองถ่ิน หรือจาก
อนิ เทอรเนต็ อย่างไร

2. นกั เรยี นแตล ะกลมุ นาํ แผนทจ่ี งั หวดั แตล ะแบบ และสถานท่ีสําคัญของจังหวัด เราจึงควรรู้จักแผนที่
ทสี่ บื คน ไดม าคดั เลอื ก เพอื่ ไมใ หม คี วามซาํ้ ซอ น เพ่ือจะได้นําไปใช้ประโยชน์สําหรับการศึกษาข้อมูล
กนั สามารถแบง่ แผนทต่ี ามลกั ษณะการใชง้ านออกเปน ๒ ชนดิ คือ แผนท่ี
อ้างองิ และแผนท่เี ฉพาะเร่อื ง
3. นกั เรยี นแตล ะกลมุ ศกึ ษาแผนทข่ี องกลมุ ตนเอง แผนทอ่ี างองิ เปนแผนทพี่ ้นื ฐานสําหรับนําไปพัฒนาเปน แผนทชี่ นิด
ตามประเดน็ ดังตอ ไปน้ี อนื่ ตอ่ ไป แผนทอ่ี า้ งองิ ทส่ี าํ คญั ไดแ้ ก ่ แผนทล่ี กั ษณะภมู ปิ ระเทศ ซง่ึ จะแสดง
• แผนทีน่ ม้ี ีช่อื วา อะไร
• แผนทน่ี ม้ี ปี ระโยชนอยา งไร
• แผนที่นี้มอี งคป ระกอบอะไรบา ง
• แผนที่นี้ใหข อมูลอะไรบาง

ลกั ษณะทางกายภาพต่าง ๆ ของพืน้ ท่ีไว้ เช่น อาณาเขต ความสงู ความตาํ่
ของพนื้ ท่ี ภูเขา แหล่งนํา้ ปา่ ไม้

แผนที่ลักษณะภมู ิประเทศ
ทาํ ใหเราเหน็ วา แตละพืน้ ที่
มีลักษณะทางกายภาพอยางไร



นักเรียนควรรู

1 สัญลักษณ ทแ่ี สดงอยใู นแผนที่ เปนเคร่ืองหมายหรอื สิ่งทใี่ ชแทนรายละเอียดท่ปี รากฏอยูบนภูมิประเทศ หรอื ใชแทนขอ มูลอืน่ ใดที่ประสงคจะแสดงไวบน
แผนแผนทน่ี น้ั ในการสรา งสญั ลกั ษณแผนที่มีกฎเกณฑวา สญั ลกั ษณท ีใ่ ชตองเปน แบบเรยี บๆ ชัดเจน ขนาดเหมาะสมกบั มาตราสวนของแผนที่ เขียนไดงา ย
คนท่วั ไปมองดแู ลวเขา ใจไดท นั ทีโดยไมต องอาศยั คาํ อธิบายสญั ลกั ษณ

การสรา งสญั ลกั ษณใ นแผนทที่ ดแทนสิง่ ตา งๆ แบงออกเปน 3 ลกั ษณะดว ยกัน คือ
• สญั ลักษณท ี่ใชแ ทนลักษณะทางกายภาพ คอื สัญลกั ษณท่ีใชแทนลักษณะรายละเอยี ดทข่ี ึน้ ตามธรรมชาตโิ ดยมไิ ดเ กิดจากมนษุ ย เชน แมนํา้ ลําคลอง
เนินเขา ภเู ขา ที่ราบ ปา ชนิดตางๆ อาว เกาะ เปน ตน
• สญั ลกั ษณท ใี่ ชแ ทนลกั ษณะทางวฒั นธรรม คอื สญั ลกั ษณท ใ่ี ชแ ทนรายละเอยี ดทป่ี รากฏในภมู ปิ ระเทศทมี่ นษุ ยไ ดส รา งสรรคข น้ึ มา เชน พน้ื ทกี่ ารเกษตร
เหมอื งแร ทางรถไฟ เสน ทางการบิน บา น ตัวเมือง เปน ตน
• สัญลักษณท่ีใชแทนลักษณะขอมูลพิเศษ เปนสัญลักษณที่คิดข้ึนเพื่อใชแทนขอมูลท่ีผูผลิตตองการแสดงเปนพิเศษ สัญลักษณประเภทนี้ ใชกับแผนท่ี
เฉพาะเร่อื ง หรอื แผนที่ขอมูลพเิ ศษ เชน แผนทีด่ นิ แผนทปี่ าไม แผนทีธ่ รณวี ทิ ยา เปน ตน

T8

นาํ สอน สรปุ ประเมิน

ขนั้ สอน
96 ํE อธบิ าย98คEํ วามรู 100 ํE 102 Eํ 104 Eํ
96 Eํ 98 ํE 100 Eํ 102 ํE 104 ํE 106 ํE 20 ํN เนปยีดอ 4. อตธัวิบแทายนขแอตมล ลู ะใกหลเเชมุพียงนือ่ราาํยนแฟผง นหทนข่ี าอชงั้นกเรลียมุ นตนเองปมราะเทศไทย
20 ํN
นธ.งสชายั ลเหะวนินอื ทิวเ แดนล ท ิ ว เ ข า ีผ ป น ้นำ าว น.โขง ปน.โขระเทศไทย : ลกั ษณะภูมิประเทศ
เมยี นมา
ขา ลาว เวยี ดนามง ทิวเขาภูพา
18 Nํ
ิทวเขาถนน ท.ถนนธ.งปชังย ตะวันออก น. ปาทสัิกวเทิขวเาเขพาเชพรชบูรรบูณรตณะวตัะนวัตนกออก ทิวเทนิขน.าวาโขเหงนลขวงาพผีร ะปบนาง้นำ เมียนม5า. ภใหูมนแิปมักฮ รอเเงะชรสียอีเยงนใทหนมศดจูแาผกนหทนี่ปพัะงรเยสะาือเนทเานรศียไนทยแหสนดางล5ักลษาแวณละว เว
16 Nํ น. ัวง ิ ว เ ข า ผี ป น ้นำ
อา วเมาะตะมะ ททิิวเวขาถเ นท ชว ยกนั บอลกำพขนู อ ลมำปลู างทแไี่ พดร จ ากแผนทว่ี า มเวอี ยี ะงจไนั รทนบ า งบงึ กาฬ
น.ยม
14 ํN ข น. แองสนก.สลงคนรคารมน.โขง 18 Nํ
ตก น. 16 Nํ
12 Nํ นน 14 ํN

ธ (สนเรแัญกั ่อืนเงวลรตักียออนษงบแคณตตป:ต ากลกรากาญชะำะงจแรื่อสนกอคพๆาสุพทุบชงแอโุนรัยุรเชบขนพรีธยัผทุรบคณใชทาีนัยรนรบนนาปขนีาํทุรฐนอีแพสทอมใอทานงิพิจตุงบผบหคงพ่ีติทษิรรุรบนรดรแองนณีสมุระคติงกวีนปาลุโผรถเรทลสรพคานทพรนงุกรนราคุมบชะเ่ีตศยทธบุรรทเรกทีบาพุรรีอปนีฉูรมี่ยี่ณีาะุธหน1เเลยปชสานย.างิตรน1คชเาวคทรจยั น หรรรนีนภาานบูม)ชอขรุสิสงีรีมบอะขาแัวอมงลกนอำหวแแภุดาบกหรสูผรุ นธนารี ารัมอนนคยงีาค ทมกาสยาร่ีุรฬสอินกสยทินลเรอนธ ็ดนุคศยคมรรโรกุ สสีพดธะนาเรอก



งช



น.สาละ วิน ยถตะนวั น2 ทิ ว เ
น.พอง น.ชี
น ทิวเ แ นอ. มงูลโ ค ร า ช



ธ น.ยนมา น น.ปง

งน.เชมั ยย น.ขชีาภูพาน 1 ข า ภู 6.

ก พ านน.โขง อา วเมาะตะมะ

ล ทิวเขาดงพญาเย

า น.เจาพระยา



ทิ น.แม ทิ ว็ นเ ข า สั น ก ำ แ พ ง ทิ ว เ ข า พ น ม ด ง รั ก
ะกง
น.ทากจลนี อง น.บางป

วเ ข

า ท ิ วเขาจันทบ ชลบุรี
ระยอง จันทบรุ ี
ต ก.ชาง ุรีทิวเข าบรรทัด กัมพชู า เพชรบรุ ี ก
ก.กดู


น น.โขง สมุทรปราการ ตราด
สมุทรสาคร
า 12 Nํ ก.ชา ง

ว ประจวบครี ขี ันธ สมทุ รสงคราม ก.กูด



รี

อา วไทย เวียดนาม อาวไทย

ก.เตา ชมุ พร
ก.พะงัน
10 Nํ ทะเลอนั ดามัน ก.สมยุ 10 Nํ ทะเลอนั ดามัน ระนอง ก.เตา
ิท ว เ ข า ูภ เ ็ก ต คำอธิบายสัญลกั ษณ ก.พะงัน
มก.สุรนิ ทร . โ ก-ล ก เสน แบง เขตประเทศ มก.สุรนิ ทร ก.สมุย

น.ปต ตกาะนลี า เสน แบงภาค สุราษฎรธ านี
แมน ำ้ , ลำน้ำ
มก.สมิ ิลัน ทิ ว เ ข า น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช ท แหลมตะลมุ พุก แหลง น้ำ มก.สมิ ิลัน พังงา แหลมตะลมุ พกุ
น.ตาป ระดับความสูง (เมตร)
8 Nํ 8 Nํ แหลมพรหภมูเเทกต็พ กระบี่ นครศรธี รรมราช
1,200 6 ํN
แหลมพรหมเทพ 600 ตรงั พัทลงุ เขตภ
400
N มก.ตะรุเตา แหลมโพธิ์ 200 N มก.ตะรเุ ตา สตลู สงขลา แหลมโพธ์ิ 104 Eํ
ิ วเขาสนั 50 ปตตานี
ระดบั ทะเลปานกลาง
6 Nํ 0 ยะลานราธวิ าส
96 ํE
75 150 300 กม. คีรี นมาเลเซีย 0 75 150 300 กม. มาเลเซีย

98 Eํ 100 ํE 102 Eํ 104 Eํ 106 Eํ 96 Eํ 98 ํE 100 ํE 102 Eํ

แ ผนที่ลักษณะภมู ิประเทศของประเทศไทย



ขอสอบเนน การคดิ

96 ํE 98 Eํ 100 Eํ 102 ํE 104 ํE 106 ํE 96 Eํ 98 Eํ 100 Eํ 102 ํE 104 Eํ 106 ํE

น.โขง ประเทศไทย : ท่ตี ั้งจังหวัด 20 ํN

ลาว เวยี ดนาม
20 Nํ นธ.งสชายั ลเหะวนินอื ทิวเ แดนลขา ท ิ ว เ ข า ีผ ป น ้นำ าว ง ทิวเขาภูพาปน.โขระเทศไทย : ลักษณะภูมปิ ระเทศ 20 Nํ เนปยดี อ เชียงราย
พะเยา
เมียนมา ิทวเขาถนน ท.ถนนธ.งปชังย ตะวันออก น. ปาทสัิกวเทิขวเาเขพาเชพรชบูรรบูณรตณะวตัะนวัตนกออก ทิวเทนิขน.าวาโขเหงนลขวงาพผีร ะปบนาง้นำ จากภาพแผนท่ปี ระเทศไทยแสดงลกั ษณะลาว เวยี ดนาม เมยี นมา แมฮ องสอน
น. ัวง ิ ว เ ข า ผี ป น ้นำ
ททิิวเวขาถเ เชยี งใหม นาน
18 Nํ
18 Nํ นขน ธ งาช นท น. น.สงครามน.โขง ลำพูน ลำปาง แพร เวยี งจนั ทน บงึ กาฬ 18 ํN
น.ยม แองสกลนคร ภมู 1ปิ .ระชเ่อืททศวิ เขขอาใดไมปรากฏในแผนที่16Nํ 16 ํN
16 Nํ 14 Nํ
อา วเมาะตะมะ ตก น. อาวเมาะตะมะ

14 Nํ 432... มคช่อืวาตาจมังรหาสสวงู ตวัดน่าํ ของพนื้ ที่14Nํ
น.สาละ วิน ถ ตากกากญำจแรสนอพาสพุทุบชงุโรัยรุเชบขนพรีธัยทุรคณชาีนยัรนรบาปนี ทรุ ฐนอีพสมอทานงิพจิุตงบหคพิตทิษรุรรบนรดรอณีสรุะคติงกวีนปลุโรถเรลสรพคนทพรงุกรราคุมบชะเศยทธบุรรรกีบาพุรีอนีฉูรมยณีะุธหเเลยปชานยาิงรนคชเาคทรจยั หรรรีนภาานบมูชอุรสิสงีรีมบะขาแัวอมลกนอำหวแภุดาบกหรสู ุรนธนารี ารัมอนคยงีาค มกาสยารรุ ฬสอนิ กสยทินลเรอนธ ็ดนุคศยคมรรโรุกสีสพดธะนาเรอกหมำอษานุบราลจรเจาชรญิธานี
ัยต

ะนวันน น2 ทิ ว เ
น.พอง น.ชี
ธ น.ยนมา น น.ปง ทิวเ แ นอ. มงูลโ ค ร า ช

งน.เชมั ยย น.ข ีชาภูพาน 1 ข า ภู

พ านน.โขง



ล ทิวเขาดงพญาเย

า น.เจาพระยา



ทิ น.แม ทิ ว็ นเ ข า สั น ก ำ แ พ ง ทิ ว เ ข า พ น ม ด ง รั ก
ะกง
น.ทากจลนี อง น.บางป
วเ ข

า ท ิ วเขาจันทบ ชลบรุ ี
ระยอง จันทบุรี
ต ุรีทิวเข าบรรทัด กมั พูชา เพชรบุรี กมั พูชา



น.โขง
12 Nํ
(วิเคราะหคําตอบ จากภาพแผนที่ปรากฏชื่อ12Nํ น สมทุ รปราการ ตราด
สมทุ รสาคร
า ก.ชา ง ก.ชาง 12 ํN
ก.กดู
ว ประจวบครี ขี นั ธ สมุทรสงคราม ก.กดู พนมเปญ



รี ทิวเขาชุมพร มาอาตวไทยราสวน และใเชวียดสนามีแสดงความสูงตํ่า

อาวไทย เวียดนาม

10 ํN ทะเลอนั ดามัน ก.เตา ของพืน้ ที่ ดงั น้ัน ขอ 3. จงึ เปนคาํ ตอบทถ่ี กู )ทะเลอันดามนั
มก.สุรินทร ก.พะงนั มก.สรุ ินทร
ก.สมุย 10 ํN ระนอง ก.เตา คำอธบิ ายสัญลักษณ 10 ํN
ิท ว เ ข า ูภ เ ็ก ต คำอธิบายสัญลกั ษณ 8 Nํ ก.พะงัน เมอื งหลวง 8 Nํ
. โ ก-ล ก 6 ํN ก.สมุย ที่ตั้งจงั หวดั
เสนแบงเขตประเทศ เสนแบง เขตประเทศ
น.ปต ตกาะนลี า เสนแบง ภาค สุราษฎรธานี เสน แบง เขตจงั หวดั
แมนำ้ , ลำน้ำ แมน ำ้ , ลำนำ้
มก.สิมลิ นั ทิ ว เ ข า น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช ทแหลมตะลุมพกุ แหลงน้ำ มก.สมิ ลิ นั พงั งา แหลมตะลมุ พกุ แหลง นำ้
8 Nํ น.ตาป ระดบั ความสูง (เมตร)
แหลมพรหภมเูเทก็ตพ กระบี่ นครศรีธรรมราช เขตภูมิภาคทางภูมิศาสตร
แหลมพรหมเทพ 1,200 ภาคเหนือ
600 ตรัง พัทลุง
400
N มก.ตะรเุ ตา แหลมโพธ์ิ 200 N มก.ตะรุเตา สตลู สงขลา แหลมโพธิ์ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
ิ วเขาสนั 50 ปต ตานี ภาคกลาง
ระดับทะเลปานกลาง
6 Nํ 0 75 150 300 กม. คีรี นมาเลเซีย 0 75 150 300 กม. ยะลานราธิวาส ภาคตะวันออก 6 Nํ
96 ํE 98 ํE 100 Eํ 102 Eํ ภาคตะวนั ตก
มาเลเซีย ภาคใต

104 Eํ 106 ํE 96 Eํ 98 ํE 100 ํE 102 ํE 104 ํE 106 ํE

T9

นาํ สอน สรุป ประเมิน

ขน้ั สอน แผนท1ี่เฉพาะเรื่องเปนแผนที่แสดงข้อมูลเฉพาะเร่ืองใดเร่ืองหน่ึง
เพอ่ื ใหด้ ูหรอื อา่ นทาํ ความเข้าใจได้ง่าย เช่น
ขยายความเขา ใจ  แผนที่รฐั กิจ แสดงที่ต้งั ของเขต อาํ เภอ จังหวดั

7. นักเรียนแตละกลุมนําแผนที่ของกลุมตนเอง  แผนทป่ี า่ ไม้ แสดงพนื้ ทปี่ า่ ไมข้ องประเทศไทย
รวมกันอภิปราย และเปรียบเทียบกับแผนที่  แผนทที่ อ่ งเทยี่ ว แสดงสถานท่ีทอ่ งเที่ยวสาํ คัญของจังหวดั
ของกลมุ อน่ื ในประเดน็ ดังตอไปนี้  แผนท่ีทางหลวง แสดงเสน้ ทางการคมนาคมขนสง่ ทางถนน
• ความเหมาะสมของแผนท่ีในการสืบคน
ขอ มลู ประเทศไทย : แนวรอยเล่ือนและบริเวณเสยี่ งภัยแผน ดินไหว
• ความสมบูรณของแผนทใ่ี นการใชง าน
• ความครบถว นขององคประกอบของแผนท่ี 96 ํE 98 ํE 100 ํE 102 Eํ 104 Eํ 106 Eํ

8. นกั เรยี นชว ยกนั รวบรวมแผนทที่ ท่ี กุ กลมุ สบื คน 20 Nํ น.สาละวิน รอย3เลอื่ 1นแ ม รอยเ ื่ลอนแจัมอินง น.โข 20 Nํ
มาไปจัดปายนิเทศ เพ่ือใชเปนแหลงเรียนรู ลาว 18 Nํ
เกย่ี วกับแผนทใ่ี นจังหวดั ของตนเองตอ ไป 16 Nํ
14 ํN


เมยี นมา น.สาละ วิน รอยเ ื่ลอนแ ม ฮองสอน 64 รอยเล่ือ น พะเยา รอยเล่อื นปว เวยี ดนาม
รอยเลอ่ื นแมทา
27

5 เถิน น.โขง
18 ํN นเมย รอยเล82ื่อกน รอยเลื่อ รอยเล่ือนเพชรบูรณ นอุตรดิตนถ.โขง
รอยเล่ือ

16 ํN รอยเล่ือนศรีสวัส2ข 0 น.โขง
อาวเมาะตะมะ รอยเลอ่ื นเจดยี ส ามดอ์ิ งค
1
14 Nํ

กัมพชู า

อา วไทย น.โขง

12 Nํ 12 ํN
10 ํN ทะเลอนั ดามนั
นำ้ พุรอนทเี่ กดิ อยูบริเวณ
8 ํN รอยเล่ือนมพี ลัง ไดรบั การ
N ถา ยเทความรอ นจากแรงเฉือน
และรอยเลอื่ นดงั กลาวเปน
ชองทางนำนำ้ เยน็ ไหลลงสรู ะดบั ลึก เวียดนาม
แลว ไหลข้นึ สผู ิวดินเปน น้ำพรุ อ น 10 Nํ
รอยเ ื่ลอนคลองมะรุรอยยเลื่อนระนอง ปจจุบัน พบแหลง นำ้ พรุ อ น 112 แหลง

2ก แหลง น้ำพรุ อนท่สี ำคัญ เชน คำอธบิ ายสัญลกั ษณ
1 แมจัน อ.แมจ ัน (93 Cํ )
2 สนั กำแพง อ.แมออน (99 ํC)
3 ฝาง อ.ฝาง (99 Cํ ) แนวรอยเล�อน
4 ปา แป อ.แมแ ตง (99 Cํ ) แนวรอยเล�อนมีพลงั

1 5 เทพพนม อ.แมแ จม (99 ํC) ระดับความรนุ แรง 8 Nํ
6 โปงสัก อ.ปาย (85 ํC) ตรวจวดั ไดด ว ย 6 Nํ
7 แจซอน อ.เมืองปาน (78 ํC) เขต 0 เครอ� งมอื เทานั้น

8 แมจอก อ.วังช้นิ (82 ํC) เขต 1 ผูอ ยูบนอาคารสงู
รสู กึ วามแี ผน ดนิ ไหว

0 75 150 300 กม. เขต 2ก สิ่งกอสรางออกแบบไมดี
แหลงขอมลู : กรมทรพั ยากรธรณี ปรากฏความเสยี หาย
6 Nํ
เขต 2ข ส่ิงกอ สรางที่ออกแบบดี
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ ม มาเลเซีย เสียหายเลก็ นอ ย
102 ํE
96 Eํ 98 Eํ 100 Eํ 104 ํE 106 Eํ

แผนที่เฉพาะเรื่องยังมอี ีกหลายชนดิ
เพอื่ น ๆ รจู ักแผนที่เฉพาะเรื่อง

ชนดิ ใดอีกบางคะ

ÀÁÙ ÈÔ ÒʵÏ ¹‹ÒÃŒÙ

ประเทศไทยเริ่มทําแผนท่ีเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๘ เปนแผนที่ลายเสนของ
ถนนเจริญกรุง บริเวณพระบรมมหาราชวัง และแผนท่ีบริเวณปากอาวไทย
เพื่อใชในการเดินเรือและเปนแนวปองกันทางทะเล ตอมากรมแผนท่ีทหาร
ไดทําการสํารวจบรเิ วณอื่น ๆ และใชวิธีถายรปู ทางอากาศ เพอื่ นํามาทําแผนท่ี
๖ จนครอบคลุมทัว่ ทั้งประเทศ

นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคดิ

1 แผนที่ ในสมัยเริ่มแรก การทําแผนที่จะอาศัยขอมูลจากการสํารวจภาค ถา เราใชสนี ํ้าตาลแทนลักษณะภูมิประเทศท่ีเปน ภเู ขา
พ้ืนดินเทาน้ัน แตตอมาเมื่อเทคโนโลยีมีความกาวหนามากขึ้น จีึงไดมีการนํา บรเิ วณใดของประเทศไทยจะมีสีนํา้ ตาลมากที่สุด
เอารูปถายทางอากาศและภาพจากดาวเทียมมาชวยในการทําแผนที่ เพราะมี
ความสะดวกรวดเรว็ และถูกตองมากกวา การสาํ รวจภาคพีืน้ ดนิ เพยี งอยา งเดยี ว 1. ภาคเหนือ
2. ภาคกลาง
T10 3. ภาคตะวนั ตก
4. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ

(วิเคราะหคําตอบ ลักษณะภูมิประเทศของภาคกลางสวนใหญ
เปนท่ีราบ ลักษณะภูมิประเทศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเปน
ที่ราบสูง สวนลักษณะภูมิประเทศของภาคตะวันตกเปนภูเขา
และหุบเขาแตมีพื้นที่นอยกวาภาคเหนือ ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศ
สว นใหญเ ปนภูเขาและมพี นื้ ท่ีกวางใหญกวา ดงั น้ัน ขอ 1. จึงเปน
คําตอบทถี่ ูก)

นาํ สอน สรุป ประเมิน

106 Eํ 96 Eํ 98 ํE 100 Eํ 102 ํE ประเ1ท04ศEํ ไทย1: 106 Eํ ขน้ั สอน

ภูมิประเทศ 20 ํN เนปยีดอ ทต่ี ง้ั จังหวัด 20 ํN ขยายความเขาใจ
18 ํN
นาม เมยี นมา แมฮ องสอน เชียงราย ลาว เวียดนาม 16 Nํ 9. นักเรียนแตละคนทําใบงานที่ 1.2 เร่ือง
เชยี งใหม พะเยา 14 Nํ ประเภทของแผนที่
18 ํN นาน 12 ํN
10. ครูใหนักเรียนดแู ผนท่ีจากหนงั สอื เรียน
ลำพูน ลำปาง แพร เวยี งจนั ทน บึงกาฬ หนา 7 แลว ถามนักเรียนวา
• แผนทจ่ี ากหนังสอื เรียน หนา 7 เปน แผนที่
อตุ รดิตถ หนองคาย ประเภทใด
(ตอบ : เปน แผนทเ่ี ฉพาะเรอ่ื ง เพราะแผนทน่ี ้ี
เลย อดุ รธานี นครพนม แสดงขอ มลู ลกั ษณะเฉพาะ คอื ทต่ี งั้ จงั หวดั
สกลนคร ในประเทศไทย)
ตากกากญำจแรสนอพาสพุทุบชงโุ รัยุรเชบขนพรีธยัทุรณคชาีนยัรนรบาปนี ทรุ ฐนอีพสมทานงิพิจงบหคพติทษิ ุรรบนรรอณีสรุะคงกวีนปลโุรเรลสรพคนทพรงุกรราคมุบชะเศยทธบุรรรกีบาพุรอี นีฉูรมยณีะธุหเยปชานาิงรนคชเาคทรจยั หรรรนีภาานบมูชอรุสิสงีรีมบะขาแวั อมลกนำหวแภาบกสู ุรนารี รมั คยา มกสารุรฬอนิ สยทินเรอธ ด็ ุ ศยมรโุกสีสดธะาเรอกหำอษานบุราลจรเจาชรญิธานี • นอกจากทต่ี งั้ จังหวดั แลวแผนทนี่ ี้ยงั บอก
น.โขง 16 Nํ ขอมูลอะไรอีกบาง
น (แนวตอบ : เมืองหลวงของประเทศไทย คอื
อาวเมาะตะมะ กรุงเทพมหานคร ภมู ิภาคของประเทศไทย
แบงออกเปน 6 ภาค คือ ภาคเหนือ
า 14 Nํ เพชรบุรี ชลบุรี กัมพชู า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง
12 ํN ระยอง จนั ทบุรี ภาคตะวนั ออก ภาคตะวันตก และภาคใต)
น.โขง
สมทุ รปราการ ตราด 11. นกั เรยี นทาํ แบบฝก ปฏบิ ตั ทิ กั ษะรวบยอด เรอ่ื ง
สมุทรสาคร แผนท่ี จากแบบฝกปฏิบัติทักษะรวบยอด
ก.ชา ง พนมเปญ ภูมิศาสตร ป.4 หนา 1-3 เปนการบาน
สมทุ รสงคราม ก.กูด แลว นาํ มาสงครูในวนั ถดั ไป
ประจวบครี ีขันธ

เวียดนาม อาวไทย เวยี ดนาม

ชุมพร

บายสัญลกั ษณ 10 Nํ ทะเลอันดามนั ระนอง ก.เตา คำอธบิ ายสัญลกั ษณ 10 Nํ
ก.พะงนั เมืองหลวง
บงเขตประเทศ มก.สุรินทร ก.สมุย ท่ีตั้งจงั หวดั 8 ํN
บงภาค เสน แบงเขตประเทศ 6 ํN
ำ, ลำนำ้ สรุ าษฎรธ านี เสนแบงเขตจังหวัด
งน้ำ แมน ำ้ , ลำน้ำ
ง (เมตร) มก.สิมิลัน พงั งา แหลมตะลุมพกุ แหลง น้ำ

1,200 8 ํN แหลมพรหภมเูเทก็ตพ กระบี่ นครศรธี รรมราช เขตภมู ภิ าคทางภมู ิศาสตร
600 ภาคเหนอื
400 6 ํN 0 ตรัง พทั ลงุ ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ
200 96 Eํ ภาคกลาง
50 N มก.ตะรุเตา สตูล สงขลา แหลมโพธิ์ ภาคตะวันออก
ระดับทะเลปานกลาง ปตตานี ภาคตะวนั ตก
ภาคใต
106 Eํ ยะลานราธิวาส

75 150 300 กม. มาเลเซยี

98 Eํ 100 ํE 102 Eํ 104 ํE 106 Eํ

แ ผนทร่ี ัฐกจิ แสดงที่ต้ังจงั หวัดของประเทศไทย



ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู

จังหวดั ในขอใดทีไ่ มมอี าณาเขตติดตอ กับทะเล 1 ประเทศไทย ตามหลักเกณฑของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
1. ชมุ พร ประเทศไทยมีจํานวนจังหวัด 76 จังหวัด สวนกรุงเทพมหานครไมจัดวาเปน
2. ตราด จงั หวดั เพราะมกี ารปกครองทอ งถน่ิ รปู แบบพเิ ศษเหมอื นกบั เมอื งพทั ยา จงั หวดั ที่
3. เพชรบรุ ี ต้งั ขนึ้ ลา สดุ คอื จงั หวัดบึงกาฬ ซง่ึ แยกตัวออกมาจากจังหวดั หนองคาย จังหวัด
4. สิงหบ ุรี บึงกาฬถูกจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554 โดย
(วเิ คราะหคาํ ตอบ จงั หวดั ทไ่ี มมพี ้นื ทีต่ ดิ ตอ กบั ทะเล คอื จังหวดั ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา เมื่อวันท่ี 22 มนี าคม พ.ศ. 2554 และมีผลบังคบั
ใชเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554
สงิ หบุรีที่ตงั้ อยูในภาคกลางของประเทศไทย ดงั นัน้ ขอ 4. จงึ เปน
คําตอบท่ีถูก)

T11

นํา สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน ๑.๑ องคประกอบของแผนที่

ขยายความเขา ใจ แผนท่ีแต่ละประเภทมีการแสดงข้อมูลที่แตกต่างกัน เพ่ือช่วยให้
สามารถใช้แผนท่ีได้ถกู ต้อง เราจึงต้องรู้จักองคป์ ระกอบสาํ คัญของแผนท ี่
12. ครนู ําภาพแผนที่ประเทศไทยในอดีต (แผนที่ ซึง่ แผนท่ีโดยท่ัวไปมีองคป์ ระกอบสาํ คญั ไดแ้ ก่
แสดงอาณาจักรรัตนโกสินทรสมัยพระบาท
สมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา จฬุ าโลกมหาราช หรอื องคป ระกอบสาํ คญั ของแผนท่ี
แผนที่ท่ีมีจังหวัดนอยกวา 76 จังหวัด) กับ ๑ ชื่อแผนที่ จะอยูดานบนสุดหรือดานลางของแผนท่ี แผนท่ีบางประเภท
แผนทป่ี ระเทศไทยในปจจบุ ันมาใหนกั เรยี นดู
แลวถามนักเรยี นวา อาจมีขอความบอกรายละเอียดเพิ่มเติม เชน แผนที่พื้นท่ีลุมน้ําของ
• ถานักเรียนจะศึกษาขอมลู จังหวดั ใน ประเทศไทย
ประเทศไทยควรใชแผนทใี่ ด เพราะอะไร ๒ สี เปนสิ่งทใ่ี ชแทนลกั ษณะทางกายภาพของส่ิงท่ปี รากฏบนพนื้ ผวิ โลก
(ตอบ : แผนทปี่ ระเทศไทยในปจ จบุ นั เพราะ ๓ ทศิ จะใชท ศิ เหนอื เปน ทศิ หลกั โดยมลี กู ศรหรอื สญั ลกั ษณอ นื่ ๆ พรอ มตวั
มีความนาเช่ือถือและใหขอมูลท่ีทันสมัย อักษร น หรือ N กาํ กบั ไว เพอ่ื ใหผ ูใชร ูทิศทางของสง่ิ ตาง ๆ ทีอ่ ยูในแผนที่
เปนปจ จุบนั ) ๔ หมาากตแรผานสทวไ่ีนม1มเีสปัญนลกกัารษบณอรกะคบวทุ าศิมกสาํัมกพบั ันไวธ รใหะหถวือาวงา รดะายนะบทนาเงปในนทแผศิ เนหทนี่กอื ับ
ระยะทางในภมู ปิ ระเทศจริง
13. ครใู หน กั เรยี นรว มกนั แสดงความคดิ เหน็ วา ใน ๕ สญั ลกั ษณ เปนรปู เรขาคณิต หรือเสน ที่กาํ หนดข้นึ เพื่อใชแ สดงขอมลู
การเลอื กใชแ ผนทค่ี วรคาํ นงึ ถงึ ปจ จยั อะไรบา ง ของสิ่งตาง ๆ ที่ปรากฏ เน่ืองจากแผนท่ีมีพื้นที่จํากัด จึงไมสามารถใส
จากนั้นครูใหนกั เรยี นอานหนงั สอื หนา 10 รายละเอียดเหมือนของจริงไดทั้งหมด จึงจําเปนตองใชสัญลักษณแทน
เพอ่ื ใหแ ผนที่เหมาะสมตอ การใชง าน และทาํ ความเขา ใจไดง า ย

๘ องคประกอบของแผนที่

นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคิด
ถาเราจะนาํ แผนท่มี าใช องคประกอบแรกท่เี ราควรพจิ ารณา
1 มาตราสวน (Scale) มาตราสวนแผนท่ีเปนการแสดงอัตราสวนเปรียบ เพ่อื เลือกแผนท่ีมาใชง านคอื อะไร
เทียบระหวางระยะทางท่ีวัดไดบนแผนท่ี 1 หนวยกับระยะทางที่วัดไดจริงบน
ภมู ปิ ระเทศ วิธีการแสดงมาตราสว นแผนที่ ทําได 3 วธิ ี คอื 1. ความสวยงาม
• มาตราสว นเสนบรรทัด • มาตราสวนเศษสวน 2. สัญลักษณใ นแผนท่ี
• มาตราสวนคาํ พูด 3. มาตราสว นของแผนที่
4. ช่ือแผนที่
สื่อ Digital (วเิ คราะหค าํ ตอบ ชอื่ แผนทเี่ ปน สงิ่ แรกทเ่ี ราตอ งรเู นอ่ื งจากแผนที่
แตล ะชนิดจะใหข อมลู ทีต่ างกนั ไป เราจึงจําเปนตองรวู าแผนท่นี ้ัน
นั ก เ รี ย น ส า ม า ร ถ เ รี ย น รู  เปนแผนท่ีอะไร จึงจะนํามาใชไดถูกตอง ดังน้ัน ขอ 4. จึงเปน
เพิ่มเติมเกี่ยวกับองคประกอบ คาํ ตอบทีถ่ ูก)
ของแผนท่ี ไดจ าก QR Code

T12

นํา สอน สรปุ ประเมิน

ตัวอยาง การแสดงองคประกอบสาํ คญั ของแผนท่ี ขนั้ สอน
ัตวอ ยาง
ปปรระะเเททศศไไททยย::พพืน้้นื ทท่ีลี่ลมุ ุมนนํ้า้ำ ขยายความเขา ใจ
๑ ชอื่ แผนที่ 104 ํE 106 ํE
96 Eํ 98 Eํ 100 ํE 102 ํE 14. ครูใหนักเรียนดูภาพแผนท่ีจากหนังสือเรียน
เวียดนาม หนา 9 แลว ใหน กั เรยี นชว ยกนั บอกองคป ระกอบ
20 Nํ น.สาละวิน 2 น.โขง น.โข 20 Nํ สาํ คญั ของแผนท่ี

ง 15. ครูใหนักเรียนตั้งคําถามเก่ียวกับลักษณะทาง
กายภาพทต่ี อ งการศกึ ษา เชน ในประเทศไทย
3 2 มีแมนํ้ากส่ี าย เปน ตน แลว เลอื กศกึ ษาขอ มลู
จากแผนทคี่ นละ 1 แผนที่ พรอ มทง้ั เขยี นบอก
เมยี นมา . ปง ลาว รายละเอยี ดของแผนท่วี า เปนแผนทเ่ี กี่ยวกบั
น. ัวง อะไร ใหขอมูลอะไรบาง และสืบคนมาจาก
. ยม ท่ใี ด

น. นาน 16. ครูสมุ เรียกนกั เรยี น 3-5 คน ออกมานาํ เสนอ
น.โขง แผนที่หนา ชนั้ เรยี น จากน้นั นาํ ผลงานไปติดที่
1 น น2.สงครามน.โขง 18 Nํ ปา ยนเิ ทศ

18 ํN 6 7น

น.สาละ วิน 89

น.นา น น.พอง
น.ปง
น.เมย น. ปา ัสก 4 น.ชี น.โขง
น. ีช
16 ํN น.มูล 16 ํN
11 น.เจาพระยา10 12
อาวเมาะตะมะ 14 5 ๒
ะกง 15
14 ํN 13 น.ทา จก ลนี อง 16น.บางป 17 สี
18
น.แม กัมพูชา 14 ํN

19

12 Nํ 20 อาวไทย น.โขง
12 Nํ
รายชอื่ ลุมนำ้
1 ลมุ น้ำสาละวนิ
2 ลุมนำ้ โขง
3 ลมุ น้ำกก
4 ลมุ นำ้ ชี 14 ลมุ น้ำแมกลอง เวยี ดนาม
15 ลมุ นำ้ ปราจีนบุรี
10 ํN ทะเลอันดามัน 21 5 ลมุ นำ้ มลู 10 Nํ
6 ลุมนำ้ ปง
7 ลมุ น้ำวัง 16 ลมุ นำ้ บางปะกง
17 ลุมนำ้ โตนเลสาบ
8 ลมุ นำ้ ยม
9 ลุมนำ้ นาน 18 ลุมน้ำชายฝง ทะเลตะวนั ออก
25 22 น.ตาป 10 ลุมน้ำเจาพระยา 19 ลุม นำ้ เพชรบุรี
11 ลุม น้ำสะแกกรัง 20 ลุมน้ำชายฝง ทะเลประจวบครี ขี ันธ
12 ลุมนำ้ ปา สกั 21 ลุมนำ้ ภาคใตฝ งตะวันออก
8 ํN 21 13 ลมุ นำ้ ทา จีน 22 ลมุ น้ำตาป 8 Nํ

23 ลมุ นำ้ ทะเลสาบสงขลา
24 ลุมนำ้ ปตตานี
๓N 23 25 ลมุ นำ้ ภาคใตฝง ตะวันตก คำอธิบายสัญลักษณ ๕

ทิศ 6 ํN 0 75 150 300 กม. 21 24 21น.ปต ตานี . โก-ล ก 1 ลมุ นำ้ สญั ลกั ษณ
แหลง ขอ มูล : กรมชลประทาน ขอบเขตลุม น้ำ
นมาเลเซยี แมน ้ำ, ลำน้ำ 6 ํN
แหลงนำ้
กระทรวงเกษตรและสหกรณ

๔96 ํE 98 ํE 100 ํE 102 Eํ 104 Eํ 106 ํE

มาตราสวน

▲ แผนท่ีประเทศไทยแสดงพืน้ ที่ลุ่มนํา้ ๙

กิจกรรม สรา งเสรมิ เกร็ดแนะครู

ใหนักเรียนเลือกแผนที่ท่ีนักเรียนสนใจมาคนละ 1 แผนท่ี เขียน ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหน กั เรยี นฟง เกยี่ วกบั การใชแ ผนทว่ี า แผนทเ่ี กย่ี วกบั ชวี ติ
บอกองคประกอบของแผนท่ี พรอมทั้งบอกขอมูลที่ไดจากแผนท่ีวามี ประจาํ วนั ไมว า จะเปน ดา นการทาํ งาน การศกึ ษา การเมอื ง เศรษฐกจิ สงั คม และ
ขอ มูลอะไรบา ง อื่นๆ ผูใชแผนท่ีจําเปนตองเขาใจในองคประกอบ ความหมายของสัญลักษณ
และขอ มลู ทผ่ี จู ดั ทาํ แผนทต่ี อ งการสอ่ื สารใหผ ใู ชท ราบ ซง่ึ จะนาํ ไปสกู ารใชแ ผนที่
กิจกรรม ทา ทาย ไดต รงตามวตั ถปุ ระสงค

ครูเตรียมแผนทเี่ ฉพาะเรือ่ ง เชน แผนที่ปา ไม แผนท่ีแหลงนาํ้ T13
แผนท่ีเสน ทางคมนาคม แผนที่ทอ งเทย่ี ว แลว ใหน กั เรยี นแบง กลมุ
เทา กบั จาํ นวนแผนทที่ ค่ี รเู ตรยี มมา เชน ครเู ตรยี มแผนทไี่ ว 4 แผนท่ี
ก็ใหนักเรียนแบงเปน 4 กลุม จากนั้น ครูแจกแผนท่ีใหกลุมละ
1 แผนท่ี แลวใหแตละกลุมชวยกันบอกองคประกอบของแผนท่ี
และขอ มลู ทไี่ ดจ ากแผนที่ กลมุ ไหนทาํ เสรจ็ กอ นใหอ อกมานาํ เสนอ
หนาชัน้ เรยี น

นํา สอน สรุป ประเมนิ

ขน้ั สอน ๑.๒ การสบื คนและอธบิ ายขอ มูลดว ยแผนท่ี

ตรวจสอบผล ความรู้เบ้ืองต้นเก่ียวกับแผนท่ี จะเปนพ้ืนฐานที่ทําให้เราสามารถ
สบื คน้ และอธบิ ายขอ้ มลู จงั หวดั ของเราดว้ ยแผนท่ีได ้ ปจั จบุ นั มแี ผนทที่ ี่ให้
17. ครตู รวจสอบผลงานท่ีปา ยนิเทศ ขอ้ มลู เกย่ี วกบั จงั หวดั จาํ นวนมาก กอ่ นทเ่ี ราจะนาํ แผนทไี่ ปใชง้ าน ควรทราบ
18. ครูตรวจใบงานท่ี 1.1 เร่อื ง องคประกอบของ หลักการเบอื้ งต้นในการใชแ้ ผนท ่ี ดงั น้ี

แผนท่ี และใบงานที่ 1.2 เร่อื ง ประเภทของ สอดคลอ งกบั วตั ถปุ ระสงค
แผนท่ี
19. ครูตรวจแบบฝกปฏิบัติทักษะรวบยอด ควรเลือกใชแผนท่ีใหสอดคลองกับกิจกรรมท่ีตองใชงาน เชน
เร่ือง แผนท่ี หากตองการสืบคนหรืออธิบายขอบเขตของจังหวัด อําเภอ ควรใช
แผนท่รี ัฐกิจแสดงอาณาเขต

นาเชือ่ ถือ ✓

ควรเลือกใชแผนที่ท่ีผลิตจากหนวยงานท่ีนาเช่ือถือเปนที่ยอมรับ
ไดแก หนว ยงานของรฐั หรือหนว ยงานเอกชนท่ีมีประสบการณดา นแผนที่
รวมถึงมีวิธกี ารจดั ทําท่ไี ดม าตรฐาน

ทันสมยั

ควรเลือกใชแผนท่ีท่ีเปนปจจุบัน หรือใกลเคียงกับปจจุบัน เพื่อใหได
ขอ มูลทที่ นั สมัย ซง่ึ ในแผนทสี่ ว นใหญจ ะระบปุ ท ่ีจัดทําไวใ หแลว

ผสมผสาน

เน่ืองจากแผนที่แตละแบบมีขอดีและขอจํากัด การใชแผนที่แบบ
ผสมผสานในการศกึ ษาเรอ่ื งราวจงั หวดั จะทาํ ใหไ ดข อ มลู ทห่ี ลากหลาย และ
ยงั เปน การตรวจสอบความคลาดเคล่อื นของขอ มลู ไดอ ีกทางหน่ึง

ดูงา ย ชดั เจน

ควรเลอื กแผนทท่ี ีม่ ีสัญลกั ษณตาง ๆ ทสี่ ามารถเขาใจงาย ไมซบั ซอ น
รวมถึงแผนทค่ี วรมีขนาดใหญ เพ่ือใหเ ห็นขอมลู ไดช ดั เจน

1๐

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด

ครูอธิบายใหนักเรียนฟงเพ่ิมเติมเก่ียวกับพระอัจฉริยภาพดานแผนที่ ขอใดไมใ ชหลักการใชแ ผนที่
ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช 1. ออ สบื คน พนื้ ทป่ี า ไมใ นจงั หวดั โดยใชแ ผนทปี่ า ไมข องจงั หวดั
บรมนาถบพิตรวา พระองคเสด็จพระราชดําเนินเยี่ยมราษฎรท่ัวทุกภาคของ 2. ตอ มเลือกใชแผนทที่ ีม่ ีรายละเอยี ดซบั ซอ นและมสี ญั ลักษณ
ประเทศเพอื่ ทรงหาขอ มลู ทแ่ี ทจ รงิ และทรงสาํ รวจสภาพภมู ปิ ระเทศไปพรอ มๆ กนั เยอะๆ
ภาพทป่ี ระชาชนเหน็ คนุ ชนิ ตลอดมา คอื ภาพพระองคท า นทรงงานโดยใชแ ผนที่ 3. เปใ ชทั้งแผนทอ่ี างอิงและแผนที่เฉพาะเร่อื งในการศกึ ษา
ทรงถือแผนท่ตี ิดพระวรกาย ทรงศึกษาภูมิประเทศจากแผนทอี่ ยางละเอียดเพือ่ ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ
ประกอบการวางแผนโครงการตามพระราชดําริตางๆ ซ่ึงพระองคทรงใชแผนที่ 4. แกม ใชแ ผนท่ีของกรมทรพั ยากรธรณีศกึ ษาเรอ่ื งแรใ น
และทรงปรบั ปรงุ แผนที่ดว ยพระองคเ อง ประเทศไทย

T14 (วิเคราะหค าํ ตอบ การใชแผนทีค่ วรใชแ ผนท่ีทีม่ ีสัญลกั ษณต า งๆ
ทส่ี ามารถเขาใจงาย ไมซับซอน แตตอ มใชแ ผนทที่ ่ีมรี ายละเอียด
ซบั ซอ นและมสี ญั ลกั ษณเ ยอะ ถา ไมเ ขา ใจสญั ลกั ษณแ ละรายละเอยี ด
ในแผนทอ่ี าจทาํ ใหไ ดข อ มลู จากแผนทคี่ ลาดเคลอื่ นได ดงั นน้ั ขอ 2.
จึงเปน คําตอบทีถ่ กู )

นาํ สอน สรุป ประเมิน

ปจั จบุ นั มแี หลง่ ขอ้ มลู หลายรปู แบบทเ่ี ราใชส้ บื คน้ ขอ้ มลู จงั หวดั ของเรา ขน้ั สรปุ
ได ้ เชน่ แผนท่ขี องกรมปา่ ไม ้ แผนทีข่ องกรมทรัพยากรธรณ ี เวบ็ ไซตข์ อง
กรมอตุ ุนยิ มวิทยา 1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ เกยี่ วกบั องคป ระกอบ
ของแผนที่ ประเภทของแผนท่ี ขอ มูลท่คี น ควา
ไดจ ากแผนท่ี และการใชแผนที่วา การคน ควา
ขอมูลใหไดความรูเกี่ยวกับจังหวัดของตนให
ครบถวนสมบูรณ จาํ เปนตอ งใชแผนท่ีหลายๆ
ประเภทประกอบกนั

2. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมรูเร่ืองภูมิศาสตร
จากหนงั สือเรยี น หนา 12

▲ แ ผนท่ขี องกรมป่าไม ้ ใหข้ ้อมลู เกย่ี วกับป่าไม้ ▲ แ ผนที่ของกรมทรพั ยากรธรณ ี ให้ขอ้ มูลแหล่งแร่

▲ เว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ให้ข้อมูลเกย่ี วกับสภาพอากาศ 11

ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

ถาเราจะนาํ แผนท่มี าใช องคป ระกอบแรกที่เราควรพจิ ารณา เนอื้ หาทปี่ รากฏอยใู นหนงั สอื เปน เพยี งตวั อยา งเพอื่ ชว ยสรา งความเขา ใจ ใน
เพอื่ เลอื กแผนท่มี าใชง านคืออะไร การสอนจรงิ ครคู วรใชแ ผนทข่ี องจงั หวดั ทน่ี กั เรยี นอาศยั อยู ซงึ่ สามารถสบื คน ได
จากเว็บไซตต างๆ ของ หนวยงานของรฐั หรอื หนวยงานเอกชนที่มปี ระสบการณ
1. ความสวยงาม ดา นแผนท่ี เชน
2. สัญลกั ษณในแผนท่ี
3. มาตราสวนของแผนท่ี • สาํ นกั งานพฒั นาเทคโนโลยอี วกาศและภมู สิ ารสนเทศ (องคก ารมหาชน)
4. ช่อื แผนที่ หรือ GISTDA เว็บไซต www.gistda.or.th
(วเิ คราะหค าํ ตอบ ชอื่ แผนทเ่ี ปน สง่ิ แรกทเ่ี ราตอ งรเู นอื่ งจากแผนที่
แตล ะชนดิ จะใหข อ มลู ท่ีตางกันไป เราจึงจาํ เปนตอ งรูวา แผนทนี่ ัน้ • กรมปา ไม เวบ็ ไซต www.forest.go.th
เปนแผนท่ีอะไร จึงจะนํามาใชไดถูกตอง ดังน้ัน ขอ 4. จึงเปน และใชป ระเภทของแผนทตี่ ามทหี่ นงั สอื เรยี นนาํ เสนอเปน แนวทาง กจ็ ะชว ย
คําตอบทีถ่ กู ) ใหน ักเรยี นเกดิ ความรู ความเขาใจ เหน็ คณุ คา และประโยชนข องแผนทม่ี ากขน้ึ

T15

นาํ สอน สรุป ประเมนิ

ขน้ั ประเมนิ หลังจากเรียนรูเรื่องแผนที่ 96 ํE 98 ํE 100 Eํ 102 Eํ 104 ํE 106 ํE 96 ํE 98 ํE 100 Eํ 102 Eํ 104 ํE 106 ํE จังหวัดของเรามลี กั ษณะทาง
จบแลว นกั เรียนคิดวา 20 ํN กายภาพ ดังน้ี มภี ูเขาอยูทาง
1. ครูตรวจใบงานท่ี 1.1 เรื่อง องคประกอบของ แผนที่จังหวดั ของเรา นธ.งสชายั ลเหะวนินอื ทิวเ แดนล ท ิ ว เ ข า ีผ ป น ้นำ าว น.โขง ปน.โขระเทศไทย : ลกั ษณะภูมปิ ระเทศ 20 Nํ เนปยีดอ ประเทศไทย : ท่ตี งั้ จังหวัด 20 Nํ ทศิ ตะวันตกและทศิ เหนือ
แผนท่ี มีลกั ษณะทางกายภาพ เมยี นมา 18 Nํ ตอนกลางของจังหวัดเปนที่ราบ
18 Nํ ขา ง ทิวเขาภูพา เชยี งราย 16 Nํ
2. ครตู รวจใบงานที่ 1.2 เร่อื ง ประเภทของแผนที่ อยางไรบางคะ พะเยา 14 Nํ และมแี มน้าํ ไหลผานคะ
3. ประเมินการนาํ เสนอผลงาน 16 ํN ิทวเขาถนน ท.ถนนธ.งปชังย ตะวันออก น. ปาทสัิกวเทิขวเาเขพาเชพรชบูรรบูณรตณะวตัะนวัตนกออก ทิวเทนิขน.าวาโขเหงนลขวงาพผีร ะปบนาง้นำ ลาว เวียดนาม เมยี นมา แมฮองสอน นาน ลาว เวยี ดนาม 12 Nํ
4. สังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม อาวเมาะตะมะ น. ัวง ิ ว เ ข า ผี ป น ้นำ เชยี งใหม
5. สังเกตพฤตกิ รรมความมีวินยั ใฝเ รียนรู ททิิวเวขาถเ นขนธงาชัยถตะนวันน ธ งน.เชมั ยย ก ล า ง
14 ํN นท น. แอง สนก.สลงคนรคารมน.โขง 18 Nํ ลำพนู ลำปาง แพร เวียงจันทน บึงกาฬ
และมุงมน่ั ในการทาํ งาน น.ยม
12 ํN น.สาละ วิน น2 ทิ ว เ 16 ํN ตากกากญำจแรสนอพาสพุุทบชงโุ รยัรุเชบขนพรีธัยทุรคณชาีนยัรนรบาปนี ทุรฐนอีพสมอทานงิพจิตุงบหคพติทษิรรุรบนรดรอณีสรุะคติงกวีนปลโุรถเรลสรพคนทพรุงกรราคุมบชะเศยทธบุรรรกีบาพุรอี นีฉูรมยณีะธุหเเลยปชานยางิรนคชเาคทรจัยหรรรนีภาานบูมชอุรสิสงีรีมบะขาแวั อมลกนอหำว แภดุ าบกหรสู รุ นธนาีรารมัอนคยงีาค มกาสยารุรฬสอินกสยทินลเรอนธ ด็ นุคศยคมรรโรกุ สสี พดธะนาเรอกหมำอษานบุราลจรเจาชริญธานี
ตก น. น.พอง น.ชี อา วเมาะตะมะ
น.ยนมา น น.ปง ทิวเ แ นอ. มงลู โ ค ร า ช ข
น.ข ีชาภูพาน 1 า ภู 14 Nํ

านน.โขง 12 ํN
ทิวเขาดงพญาเย
น.เจาพระยา ทิ ว็ นเ ข ทิ ว เ ข า พ น ม ด ง รั ก
ะกง
ทิ น.แม า สั น ก ำ แ พ ง
น.ทากจลนี อง
วเ ข น.บางป

า ท ิ วเขาจันทบ ชลบุรี
ระยอง จันทบรุ ี
ต ก.ชา ง ุรีทิวเข าบรรทัด กัมพูชา เพชรบรุ ี กมั พูชา
ก.กดู


น น.โขง สมุทรปราการ ตราด
สมุทรสาคร
า ก.ชาง

ว ประจวบคีรขี นั ธ สมุทรสงคราม ก.กูด พนมเปญ



รี

อาวไทย เวียดนาม อา วไทย เวียดนาม
ชุมพร
ก.เตา
10 ํN ทะเลอันดามนั ก.พะงัน 10 ํN ทะเลอนั ดามัน ระนอง ก.เตา คำอธบิ ายสัญลกั ษณ 10 ํN
มก.สรุ นิ ทร ก.สมุย มก.สุรินทร ก.พะงนั เมืองหลวง 8 Nํ
ิท ว เ ข า ูภ เ ็ก ต คำอธิบายสัญลักษณ ก.สมยุ ท่ตี ้งั จังหวดั 6 ํN
. โ ก-ล ก เสนแบงเขตประเทศ เสนแบงเขตประเทศ
เสนแบงเขตจงั หวัด
น.ปต ตกาะนลี า เสนแบง ภาค สุราษฎรธานี แมน ำ้ , ลำนำ้
แมน้ำ, ลำน้ำ แหลงน้ำ
มก.สิมลิ นั ทิ ว เ ข า น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช ท แหลมตะลมุ พกุ แหลงนำ้ มก.สมิ ิลัน พังงา แหลมตะลมุ พุก
8 Nํ น.ตาป ระดับความสงู (เมตร) เขตภูมิภาคทางภมู ศิ าสตร
8 ํN แหลมพรหภมูเเทกต็พ กระบี่ นครศรีธรรมราช ภาคเหนือ
แหลมพรหมเทพ 1,200 6 Nํ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
600 ตรัง พทั ลงุ ภาคกลาง
400 ภาคตะวันออก
N มก.ตะรุเตา แหลมโพธิ์ 200 N มก.ตะรุเตา สตูล สงขลา แหลมโพธ์ิ ภาคตะวนั ตก
ิ วเขาสนั 50 ปต ตานี ภาคใต
ระดับทะเลปานกลาง
6 ํN 0 ยะลานราธวิ าส
96 ํE
75 150 300 กม. คีรี นมาเลเซยี 0 75 150 300 กม. มาเลเซีย
98 Eํ 100 Eํ 102 ํE
104 Eํ 106 ํE 96 Eํ 98 ํE 100 Eํ 102 ํE 104 ํE 106 Eํ

แผนทีแ่ สดงลักษณะภูมิประเทศของจังหวดั เชียงใหม แ ม ้นำ ปง

เชยี งใหม

รเู รอ่ื ง ภมู ศิ าสตร

ปฏิบัติกจิ กรรมตามขั้นตอน ดงั นี้
๑. ใ หน้ กั เรยี นดแู ผนทแ่ี บบตา่ ง ๆ เพอื่ ใหเ้ ขา้ ใจลกั ษณะความแตกตา่ งของแผนทแ่ี ตล่ ะแบบ

และศกึ ษาองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ทอ่ี ยใู่ นแผนท ี่ จากนน้ั ตอบคาํ ถามวา่ องคป์ ระกอบแตล่ ะอยา่ ง
มคี วามสาํ คญั อยา่ งไร มตี วั อยา่ งขอ้ มลู อะไรบา้ งทอี่ ย่ใู นแผนที่
๒. แบ่งกลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มสืบค้นแผนท่ีของจังหวัดท่ีนักเรียนอาศัยอยู่จากแหล่งเรียนรู้
ตา่ ง ๆ แลว้ ใหต้ วั แทนกลมุ่ มาอธบิ ายแหลง่ เรยี นรทู้ ส่ี บื คน้ วธิ กี ารสบื คน้ เหตผุ ลทเ่ี ลอื กใช้
แผนท่ดี งั กล่าว รวมถึงตวั อยา่ งขอ้ มูลที่ได้จากแผนท่ ี
๓. ร่วมกันจดั ปายนเิ ทศแสดงแผนทีแ่ ละข้อมลู ท่ีสบื ค้นมา โดยไม่ให้ซํ้ากนั

1๒

แนวทางการวัดและประเมินผล ขอ สอบเนน การคดิ

ครตู รวจการทําใบงานที่ 1.1 เรอ่ื ง องคป ระกอบของแผนที่ ใบงานที่ 1.2 การอา นขอ มลู จากแผนทจี่ งั หวดั จะทาํ ใหเ รารขู อ มลู หลายอยา ง
เรอ่ื ง ประเภทของแผนท่ี ประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน และสงั เกตพฤตกิ รรมการ ยกเวนขอ ใด
ทาํ งาน จากน้ันครศู กึ ษาแนวทางการวดั และประเมนิ ผลเพอ่ื ประเมินช้ินงานของ
นักเรยี นจากใบประเมนิ ช้นิ งานทแี่ นบทายแผนการสอน 1. ตําแหนงที่ต้งั ของอําเภอตางๆ ในจงั หวัด
2. ลักษณะทางกายภาพของจังหวดั
แบบบันทึกการอ่าน แบบสังเกตพฤตกิ รรม การทางานกลุม่ แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน 3. แหลงทรพั ยากรธรรมชาตใิ นจงั หวดั
4. ความคิดเห็นของคนในจังหวัด
ชือ่ หนงั สือ ชือ่ ผแู้ ต่ง นามปากกา ชอ่ื กลุม่ ชั้น คาชีแ้ จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี  ลงในช่องทตี่ รงกบั
สานกั พมิ พ์ ระดบั คะแนน (วิเคราะหคําตอบ แผนที่จะอธิบายขอมูลลักษณะทางกายภาพ
จานวนหนา้ สถานทีพ่ มิ พ์ ปที ่พี มิ พ์ คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด  ลงในชอ่ งที่ตรงกับ ตําแหนงท่ีตั้ง แหลงทรัพยากรธรรมชาติ และการแบงเขตการ
ระดบั คะแนน ปกครอง ซ่ึงความคิดเห็นของคนในจังหวัดจะไมปรากฏในแผนท่ี
ราคา บาท อา่ นวนั ท่ี เดอื น พ.ศ. เวลา ดังนัน้ ขอ 4. จึงเปนคําตอบท่ีถูก)

1. สาระสาคญั ของเรอื่ ง ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
321 321
2. วเิ คราะห์ข้อคิด/ประโยชนท์ ไ่ี ดจ้ ากเรื่องทอี่ ่าน 1 การแบง่ หน้าทกี่ นั อย่างเหมาะสม 1 ความถกู ต้องของเนอ้ื หา
3. สงิ่ ท่สี ามารถนาไปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวนั 2 ความรว่ มมือกันทางาน รวม 2 ความคดิ สรา้ งสรรค์ รวม
3 การแสดงความคิดเห็น 3 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
4 การรับฟงั ความคดิ เหน็ 4 การนาไปใช้ประโยชน์
5 ความมนี า้ ใจชว่ ยเหลอื กนั 5 การตรงต่อเวลา

ลงช่ือ...................................................ผูป้ ระเมิน ลงชอ่ื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................ ............../.................../................

4. ขอ้ เสนอแนะของครู นักเรยี น ลงชื่อ ผูป้ กครอง เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
) ( ) ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน
ลงช่อื ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน
( ลงชอ่ื ครผู ูส้ อน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมนิ เป็นสว่ นใหญ่
( )
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินบางสว่ น

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12 - 15 ดี
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 8 - 11
ตา่ กว่า 8 พอใช้
12 - 15 ดี ปรบั ปรงุ
8 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานมคี วามสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ผลงานมีข้อบกพรอ่ งเพยี งเล็กน้อย

ผลงานมขี อ้ บกพร่องมาก

สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4

T16

นาํ นํา สอน สรปุ ประเมิน

ò û٠¶‹Ò รูปถาย เปนเครื่องมือทางภูมิศาสตร์อีก ขน้ั นาํ
ประเภทหน่ึงที่สามารถให้ข้อมูลจังหวัดของเราได้
จากรูปถ่าย หากเราใช้รูปถ่ายร่วมกับแผนที่ ก็จะช่วยทําให้ กระตนุ ความสนใจ
จงั หวัดของเรา
การสืบค้นและอธิบายข้อมูลลักษณะทางกายภาพ 1. ครูใหนักเรียนเลนเกมจิกซอว โดยครูแบง
มีลกั ษณะ แหล่งทรัพยากร และสถานท่ีสําคัญของจังหวัด นกั เรยี นเปน กลมุ กลมุ ละเทา ๆ กนั จากนน้ั นาํ
ทางกายภาพ มคี วามถูกต้อง ครบถ้วนมากย่งิ ขึ้น ชิ้นสวนรูปถายทางภูมิศาสตรมาแจกนักเรียน
กลุมละ 1 ชิ้น แลวใหแตละกลุมชวยกันตอ
อยา่ งไร จิกซอว เพื่อใหไดรูปถายที่สมบูรณ นักเรียน
กลุมใดตอ ไดเ สร็จกอ นเปนฝา ยชนะ
พี่ดนิ คะ ลักษณะ ลักษณะทางกายภาพของพ้นื ที่
ทางกายภาพของพืน้ ที่ บริเวณน้ี มีภเู ขา ที่ราบ ตนไม 2. ครูนํารูปถายทางภูมิศาสตรใหนักเรียนดู เชน
บริเวณนเ้ี ปนอยา งไรคะ ทุงหญา นองน้ําลองชวนเพ่ือน ๆ รปู ถา ยภเู ขา แมน าํ้ นาํ้ ตก ทงุ นา ปา ไม เปน ตน
ไปถา ยภาพสง่ิ แวดลอ มรอบ ๆ
3. นักเรียนสังเกตรูปถาย แลวอภิปรายรูปถาย
ชุมชน แลวนําขอ มลู แตล ะภาพวา มขี อ ดี ขอ จาํ กดั ในการบอกขอ มลู
มาแลกเปลยี่ นกันนะครับ ลกั ษณะทางกายภาพอยา งไรบาง

4. ครูเชื่อมโยงความรูสูรูปถายในจังหวัดที่
นักเรียนอาศัยอยูโดยนํารูปถายในจังหวัดมา
ใหน กั เรยี นดูแลวบอกขอ มลู สนั้ ๆ

1๓

บรู ณาการเชอ่ื มสาระ เกร็ดแนะครู
ครูบูรณาการความรูในสาระสังคมศึกษาฯ วิชาสังคมศึกษาฯ กับ
สาระศิลปะ วิชาทัศนศิลป เร่ืองรูปถาย โดยใหนักเรียนหารูปถาย ครูอธิบายใหนักเรียนฟงเพ่ิมเติมเกี่ยวกับพระอัจฉริยภาพดานการถายภาพ
ท่ีแสดงลักษณะทางกายภาพในจังหวัดของตน แลววาดภาพตามรูป- ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
ถายนั้นพรอมเขียนระบุลักษณะภูมิประเทศของรูปถาย และขอมูล บรมนาถบพติ รวา การถา ยภาพเปน ศลิ ปะอกี สาขาหนงึ่ ทพี่ ระองคส นพระราชหฤทยั
เกย่ี วกบั สถานทใ่ี นรปู ถา ยมาสนั้ ๆ เพอ่ื ใหน กั เรยี นเกดิ ความรคู วามเขา ใจ อยางจริงจังมาต้ังแตคร้ังยังทรงพระเยาว พระองคทรงศึกษาและทรงฝกดวย
เก่ยี วกับลักษณะทางกายภาพของสถานที่ทปี่ รากฏในรูปถา ย พระองคเอง จนทรงเปนนักถายรูปที่มีพระปรีชาสามารถย่ิง ไมวาพระองคจะ
เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎร ณ จังหวัดใดก็จะทรงมีกลองถายรูปติดพระองค
ไปดว ยเสมอ โปรดถายภาพสถานท่ที กุ แหงเพอ่ื ทรงเกบ็ ไวเปนหลักฐานประกอบ
งานท่ีไดทรงปฏิบัติ ภาพถายฝพระหัตถนี้ทรงใชเปนหลักฐานในการวางแผน
ปฏิบัติงานไดอยางมีประสิทธิภาพ รวดเร็วทันใจ และสามารถแกไขเหตุการณ
ของบา นเมอื งไดทันทว งที

T17

นํา สอน สรุป ประเมิน

ขน้ั สอน ๒.๑ ลกั ษณะและการใชป ระโยชนจ ากรปู ถา ย

สาํ รวจคน หา รปู ถา ย เปนรปู ถ่ายทัว่ ไป สามารถใช้แสดงลกั ษณะทางกายภาพของ
พนื้ ทข่ี องจงั หวดั เชน่ ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ แมน่ าํ้ ภเู ขา อา่ ว นา้ํ ตก แหลม
1. แบงนักเรียนเปนกลุม ตามความสนใจ กลุม ชายฝัง ปา่ ไม้
ละเทา ๆ กนั ใหแ ตล ะกลมุ วางแผนและแบง รปู ถา่ ยชว่ ยใหเ้ ราไดข้ อ้ มลู ตามทสี่ ายตามองเหน็ ทาํ ใหเ้ ขา้ ใจลกั ษณะ
หนาท่ีสืบคนรูปถายทางภูมิศาสตรบริเวณ ทางกายภาพของพน้ื ทไ่ี ดด้ ี แตจ่ าํ กดั ขอบเขตพนื้ ทเี่ ฉพาะบรเิ วณทถี่ า่ ย ไมใ่ ช่
จังหวัดท่ีนักเรียนอาศัยอยู กลุมละ 2 ภาพ ภาพรวมของพน้ื ทท่ี ง้ั หมด หรอื บางรปู อาจมกี ารปรบั แตง่ ความคมชดั ตดั ตอ่
พรอ มระบุชอื่ สถานท่ี ตามใบงานที่ 2.1 เร่ือง ปรบั ส ี ขนาด จนอาจผิดเพี้ยนไปจากสถานทจ่ี ริงได้
รปู ถา ย

2. นักเรียนแตละคนศึกษาขอมูลเพิ่มเติมจาก
หนงั สือเรยี น และสแกน QR Code
จากหนังสือเรยี น หนา 14

เพ่ือน ๆ เคยถายรูปสถานที่ ใดบาง
และมีลกั ษณะภูมปิ ระเทศอยา งไรครับ

รปู ถ่ายสามพันโบก1 จงั หวดั อบุ ลราชธาน ี เปนแก่งหนิ ประเภทของรูปถา ย
ที่เกดิ จากการกัดเซาะของกระแสนํ้าเปนเวลานาน

1๔

นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคดิ

1 สามพนั โบก เปน แกง หนิ ทอ่ี ยใู ตล าํ นาํ้ โขง ในชว งฤดนู าํ้ หลากแกง หนิ ดงั กลา ว รูปถายในขอ ใดไมใ ชร ปู ถายทางภมู ศิ าสตร
จะจมอยูใตน้ํา และถูกแรงนํ้ากัดเซาะจนกลายเปนแองหินขนาดเล็กและใหญ 1. รปู ถา ยนํา้ ตก
จํานวนมากกวา 3,000 แอง ชาวบานจึงเรียกกันวา สามพันโบก เพราะคําวา 2. รูปถา ยหมเู กาะ
โบก ในภาษาทองถิ่นแปลวา แอง สามพันโบกจะโผลพนนํ้าใหเห็นในชวงหนา 3. รปู ถา ยดอกไม
แลง นอกจากสามพันโบกจะเปนแหลงทอ งเทย่ี วแลว ยงั เปน แหลง เพาะพนั ธสุ ัตว 4. รปู ถา ยแมนาํ้
นํ้าจืดในลําน้าํ โขงอีกดว ย
(วเิ คราะหค าํ ตอบ รูปถา ยทางภมู ิศาสตรเ ปน รปู ถายลกั ษณะทาง
ส่ือ Digital กายภาพของพน้ื ทตี่ า งๆ ดงั นน้ั รปู ถา ยนาํ้ ตก รปู ถา ยหมเู กาะ และ
รปู ถา ยแมน า้ํ จงึ เปน รปู ถา ยทางภมู ศิ าสตร แตร ปู ถา ยดอกไมไ มใ ช
นกั เรยี นสามารถเรยี นรเู พมิ่ เตมิ รูปถายที่แสดงลักษณะทางกายภาพของพื้นท่ีจึงไมใชรูปถายทาง
เกี่ยวกับประเภทของรูปถายไดจาก ภมู ศิ าสตร ดังนั้น ขอ 3. จึงเปนคาํ ตอบท่ีถกู )
QR Code

T18

นาํ สอน สรุป ประเมิน

๒.๒ การสบื คน และอธิบายขอมลู ดว ยรปู ถา ย ขนั้ สอน

รูปถ่าย เปนเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ท่ีสําคัญในการศึกษาเร่ืองราว อธบิ ายความรู
ของจังหวดั ได้ เราจึงควรทราบหลกั การในการใช้งานรปู ถ่าย ดังนี้
3. นกั เรยี นแตล ะกลมุ นาํ ขอ มลู ความรใู นใบงานท่ี
มขี อมลู พ้นื ฐาน 2.1 มารายงานหนาช้ันเรียน

เราจะใชร ปู ถา ยในการศกึ ษาขอ มลู ไดด ขี นึ้ หากทราบขอ มลู พนื้ ฐานของจงั หวดั ที่ 4. นกั เรยี นแตล ะกลมุ อภปิ รายรว มกนั ในประเดน็
อาศยั อยจู ากสอื่ ตา งๆ มากอ น เมอื่ เหน็ รปู ถา ยแตล ะประเภทกจ็ ะเขา ใจและสามารถ ดงั น้ี
เลอื กนาํ มาใชงานไดเหมาะสม • ขอดีของรูปถายในการสืบคนขอมูลลักษณะ
ทางกายภาพ
สอดคลอ งกับวตั ถปุ ระสงค • ขอจํากัดของรูปถายในการสืบคนขอมูล
ลกั ษณะทางกายภาพ
การนํารูปถายมาใชเปนเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร ตองเลือกรูปถายท่ีมี
ความนาเช่อื ถือ ใหข อมูลถูกตอง และเหมาะกับลกั ษณะงานท่จี ะนาํ ไปใช 5. ครนู าํ ตวั อยา งรปู ถา ยลกั ษณะทางกายภาพของ
จงั หวดั มาใหน กั เรยี นดู แลว ชว ยกนั บอกขอ มลู ที่
ดูงาย พบจากรูปถาย

รูปถายสามารถแสดงสีของส่ิงตาง ๆ ไดเสมือนจริง มีความคมชัด สามารถ • เปนที่ราบลมุ เหมาะสาํ หรับปลกู ขาว
จาํ แนกลกั ษณะทางกายภาพ ภมู ปิ ระเทศ วัตถุตา ง ๆ ไดช ดั เจน
• เปน ภูเขา มนี า้ํ ตกลดหล่ันเปนชน้ั ๆ
ทนั สมัย

เราควรเลือกใชรูปถายท่ีจัดทําออกมาในวันเวลาท่ีใกลเคียงกับปจจุบัน
มากที่สุด เพ่ือใหไ ดขอ มลู ทท่ี ันสมยั ตรงกบั ความเปน จรงิ

นาเช่ือถอื

✓ การเลอื กรูปถา ยมาใชง าน ควรเลือกรปู ถา ยจากแหลง ท่ีนาเชื่อถอื เพือ่ ใหไ ด
ขอมลู ทถ่ี กู ตอง
? คํานงึ ถึงขอจาํ กัด
ตอ งเลอื กใชร ปู ถา ยใหเ หมาะสมกบั ลกั ษณะงาน และควรนาํ ไปใชร ว มกบั แผนที่
เพอ่ื ใหไ ดข อ มูลทถ่ี ูกตองตรงกบั ความเปน จรงิ

1๕

ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

ขอ ใดกลา วไดถ กู ตองเก่ยี วกบั ขอจาํ กัดของรปู ถาย ครอู ธบิ ายใหน กั เรยี นเขา ใจวา รปู ถา ยบางรปู ไมส ามารถนาํ มาเปน เครอื่ งมอื
1. รปู ถายทําใหเ ราไดขอมลู ตรงกับทส่ี ายตาเรามองเห็น ทใ่ี ชอธิบายลกั ษณะทางกายภาพได เพราะใหข อมลู ที่ไมเกี่ยวขอ ง เชน
2. รูปถา ยทเี่ วลาถายใกลเ คียงกับปจ จุบนั จะใหข อมลู ตรงกบั
▲ รปู ถา ยสถานที่
ความเปนจริงมากท่ีสดุ
3. รปู ถา ยจะเหน็ เฉพาะบริเวณทถี่ า ยรปู ไมใ ชภาพรวมของพื้นที่
4. รปู ถายเปน รปู ทแ่ี สดงสีของสิง่ ตา งๆ ไดเ สมือนจรงิ และชดั เจน

(วเิ คราะหค าํ ตอบ ขอ จาํ กดั ของรปู ถา ย คอื รปู ถา ยจะแสดงขอ มลู
เฉพาะบริเวณท่ีถายเทาน้ัน ถาอยากไดภาพรวมของพื้นท่ีทั้งหมด
จะตอ งใชร ปู ถายหลายๆ รูปมาเรียงตอกัน ดังนัน้ ขอ 3. จึงเปน
คําตอบทถี่ กู )

T19

นาํ สอน สรุป ประเมิน

ขนั้ สอน การทราบหลกั การในการใชงานรปู ถาย
จะชว ยทําใหเราสืบคน และอธิบายขอมูล
ขยายความเขา ใจ
ไดอยา งถกู ตอ งแมน ยาํ ครับ
6. นกั เรยี นแตล ะกลมุ นาํ รปู ถา ยทค่ี น ควา ไดต ดิ ไว
ทีป่ า ยนเิ ทศ เพอื่ เปนแหลงเรยี นรตู อไป รเู รอื่ ง ภมู ศิ าสตร

7. ใหนักเรียนแตละคนหารูปถายทางภูมิศาสตร ปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามขัน้ ตอน ดังน้ี
1 ภาพ ตามความสนใจ ซึ่งในรูปถายแสดง ๑. แ บ่งกลุ่ม หารูปถ่ายบริเวณจังหวัดของตนเอง โดยระบุว่าเปนสถานที่ใด แล้วนํา
ลักษณะทางกายภาพ สถานที่สําคัญทาง
ภูมิศาสตร แหลงทรัพยากรธรรมชาติบริเวณ ผลงานไปจัดปา ยนเิ ทศ
จงั หวดั ของนักเรยี น ตดิ ในใบงานท่ี 2.2 เร่อื ง ๒. ห ารูปถ่ายเก่ียวกับลักษณะทางกายภาพ สถานที่สําคัญทางภูมิศาสตร์ และแหล่ง
รปู ถายที่ฉันชอบ
ทรัพยากรธรรมชาติในจังหวัดของตนเอง แล้วเขียนบรรยายส้ัน ๆ เก่ียวกับสถานที่
8. ครใู หน กั เรยี นทาํ แบบฝก ปฏบิ ตั ทิ กั ษะรวบยอด ดงั กลา่ ว
เรอ่ื ง รปู ถา ย จากแบบฝก ปฏบิ ตั ทิ กั ษะรวบยอด
ภมู ิศาสตร ป.4 หนา 4-5 1๖

ตรวจสอบผล บรู ณาการเชือ่ มสาระ
ครูบูรณาการความรูในสาระสังคมศึกษาฯ วิชาสังคมศึกษาฯ กับ
1. ครูใหน กั เรียนทํากิจกรรมรูเรื่องภมู ศิ าสตร สาระภาษาไทย เรื่องรูปถาย โดยใหนักเรียนหารูปถายลักษณะทาง
จากหนังสอื เรียน หนา 16 กายภาพในจังหวัด แลวเขียนคําขวัญเชิญชวนใหผูคนมาเท่ียวชม
สถานที่แหง น้นั เพอ่ื ใหน กั เรียนเกดิ ความรูความเขา ใจเก่ียวกบั ลักษณะ
2. ครูมอบหมายใหนักเรียนแตละคนทํากิจกรรม ทางกายภาพของสถานทใี่ นจังหวัดตนเองจากในรูปถาย
“การใชแผนที่และรูปถาย” เปนกิจกรรมรวบ
ยอดโดยใหครอบคลุมประเด็นตามที่กําหนด
เปนเวลา 1 สัปดาห แลวนํามาสงครูเพ่ือ
ประเมินผล

3. ครูตรวจแบบฝกปฏบิ ัตทิ ักษะรวบยอด
เรอื่ ง รูปถา ย

T20

นาํ สอน สรุป ประเมิน

äǺÇÂÒÍÁ´ Ì٠ขนั้ สรปุ

แผนท่ีและรูปถ่ายเปนเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ท่ีใช้แสดงลักษณะทาง ครูและนักเรียนรวมกันสรุปเกี่ยวกับรูปถาย
กายภาพ แหล่งทรัพยากร และสถานท่ีสําคัญในจังหวัดของเรา การรู้จัก และการใชรูปถายคนควาขอมูลเก่ียวกับจังหวัด
ใช้แผนท่ีและรูปถ่ายได้อย่างถูกต้อง จะช่วยให้การสืบค้นและอธิบายข้อมูล ของตน
จงั หวดั ของเรา สามารถปฏบิ ตั ไิ ดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ
ขนั้ ประเมนิ
การใชแผนท่แี ละรูปถา ย
1. ครตู รวจใบงานท่ี 2.1 เรื่อง รูปถาย
2. ครตู รวจใบงานท่ี 2.2 เรอื่ ง รูปถา ยที่ฉนั ชอบ
3. ครูตรวจผลงานที่ปายนิเทศ
4. ประเมินการนาํ เสนอผลงาน
5. สงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลุม

แผนที่ รูปถาย

องคประกอบของแผนที่ การสบื คน และอธบิ ายขอ มลู
• ช่อื แผนท่ี • ทิศ • มขี อมูลพนื้ ฐาน
• สี • สญั ลกั ษณ • สอดคลอ งกับวัตถปุ ระสงค
• มาตราสว น • ดงู า ย
• ทนั สมยั
การสบื คน และอธบิ ายขอ มลู • นา เชือ่ ถอื
• สอดคลองกบั วตั ถุประสงค • คํานึงถึงขอจาํ กดั
• นา เชื่อถือ
• ทนั สมัย 1๗
• ใชแผนที่ผสมผสานกนั
• ใชแ ผนทท่ี ดี่ ูงายชัดเจน

102 ํE 104 ํE 106 Eํ 96 ํE 98 Eํ 100 Eํ 102 Eํ 104 ํE 106 Eํ

ปน.โขระเทศไทย : ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ 20 ํN เนปยดี อ ประเทศไทย : ท่ีต้ังจงั หวดั 20 ํN
ง ทิวเขาภูพา 18 ํN
ลาว เวียดนาม เมยี นมา แมฮ อ งสอน เชยี งราย ลาว เวยี ดนาม 16 ํN
เชียงใหม พะเยา 14 ํN
นาน 12 Nํ

ทิวเขาเพชรบูรณตะวันออก น.โขง แอง สนก.สลงคนรคารมน.โขง 18 Nํ ลำพูน ลำปาง แพร เวยี งจันทน บึงกาฬ
น.ข ีชาภูพาน 1
16 Nํ อตุ รดติ ถ หนองคาย
อา วเมาะตะมะ
น2 เลย อดุ รธานี นครพนม
น.พอง 14 Nํ สกลนคร
ทิวเ ทิ ว เ ตากกากญำจแรสนอพาสุพุทบชงโุ รัยรุเชบขนพรีธยัทุรณคชาีนยัรนรบาปนี ทุรฐนอีพสมทานิงพจิ งบหคพิตทิษุรรบนรรอณีสรุะคงกวีนปลุโรเรลสรพคนทพรุงกรราคมุบชะเศยทธบรุรรกีบาพุรอี นีฉูรมยณีะุธหเยปชานาิงรนคชเาคทรจยั หรรรนีภาานบมูชอรุสิสงีรมี บะขาแัวอมลกนำหวแภาบกสู รุ นาีรรัมคยา มกสารรุ ฬอนิ สยทินเรอธ ด็ ุ ศยมรโกุ สีสดธะาเรอกหำอษานุบราลจรเจาชรญิธานี
น.ชี ข า ภู 12 ํN
แ นอ. มงูลโ ค ร า ช
พ านน.โขง

ทิวเขาดงพญาเย
ทิ ว็ นเ ข ทิ ว เ ข า พ น ม ด ง รั ก
ะกง า สั น ก ำ แ พ ง

งป

ท ิ วเขาจันทบ ุรีทิวเข าบรรทัด กมั พชู า เพชรบุรี ชลบุรี กมั พชู า
ระยอง จันทบรุ ี
ก.ชาง
ก.กูด น.โขง สมุทรปราการ ตราด
สมุทรสาคร
ก.ชาง พนมเปญ
สมทุ รสงคราม ก.กดู
ประจวบครี ีขนั ธ

ทย เวียดนาม อาวไทย เวยี ดนาม
ชมุ พร
พกุ
แหลมโพธ์ิ คำอธิบายสญั ลกั ษณ 10 ํN ทะเลอันดามนั ระนอง ก.เตา คำอธิบายสัญลักษณ 10 ํN
คีรี นมาเลเซีย เสน แบง เขตประเทศ มก.สรุ นิ ทร ก.พะงัน เมอื งหลวง 8 Nํ
102 ํE ก.สมุย ที่ตัง้ จงั หวัด 6 Nํ
เสนแบงเขตประเทศ
เสน แบง ภาค สุราษฎรธานี เสนแบง เขตจงั หวัด
แมน ้ำ, ลำนำ้ แมน ำ้ , ลำนำ้
แหลงน้ำ มก.สมิ ิลัน พังงา แหลมตะลมุ พุก แหลงน้ำ
ระดบั ความสงู (เมตร)
8 Nํ แหลมพรหภมเูเทก็ตพ กระบี่ นครศรีธรรมราช เขตภูมิภาคทางภูมิศาสตร
1,200 6 ํN ภาคเหนือ
600 ตรงั พทั ลงุ ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื
400 ภาคกลาง
น.ปต ตานลี า 200 N มก.ตะรเุ ตา สตูล สงขลา แหลมโพธิ์ ภาคตะวนั ออก
50 ปต ตานี ภาคตะวนั ตก
ระดับทะเลปานกลาง ภาคใต
. โ ก-ล ก ยะลานราธวิ าส

0 75 150 300 กม. มาเลเซยี

104 ํE 106 Eํ 96 Eํ 98 ํE 100 Eํ 102 Eํ 104 Eํ 106 Eํ

แนวทางการวัดและประเมินผล

ครตู รวจการทาํ ใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื ง รปู ถา ย ใบงานท่ี 2.2 เรอื่ งรปู ถา ยทฉี่ นั ชอบ ตรวจผลงานทปี่ า ยนเิ ทศ ประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน และสงั เกตพฤตกิ รรม
การทาํ งาน จากนนั้ ครศู กึ ษาแนวทางการวดั และประเมนิ ผลเพื่อประเมินช้ินงานของนกั เรยี นจากใบประเมนิ ชนิ้ งานทแ่ี นบทา ยแผนการสอน

แบบบันทกึ การอ่าน แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การทางานกลมุ่ แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน

ชือ่ หนงั สอื ชอ่ื ผแู้ ต่ง นามปากกา ชื่อกลมุ่ ชั้น คาช้แี จง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด  ลงในช่องทีต่ รงกับ
สานกั พมิ พ์ ระดับคะแนน
จานวนหน้า สถานทีพ่ มิ พ์ ปที พี่ ิมพ์ คาชแี้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด  ลงในชอ่ งท่ตี รงกบั
ระดับคะแนน
ราคา บาท อา่ นวนั ท่ี เดอื น พ.ศ. เวลา

1. สาระสาคัญของเร่ือง ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
321 321
2. วเิ คราะห์ข้อคดิ /ประโยชน์ที่ได้จากเร่ืองท่อี ่าน 1 การแบ่งหนา้ ทก่ี ันอย่างเหมาะสม 1 ความถูกต้องของเน้ือหา
3. ส่ิงที่สามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวัน 2 ความร่วมมอื กนั ทางาน รวม 2 ความคิดสรา้ งสรรค์ รวม
3 การแสดงความคิดเหน็ 3 วิธีการนาเสนอผลงาน
4 การรับฟงั ความคดิ เหน็ 4 การนาไปใช้ประโยชน์
5 ความมีน้าใจชว่ ยเหลือกัน 5 การตรงตอ่ เวลา

ลงช่ือ...................................................ผูป้ ระเมิน ลงช่ือ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................ ............../.................../................

4. ข้อเสนอแนะของครู นักเรยี น ลงชอื่ ผปู้ กครอง เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
) ( ) ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมนิ สมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน
ลงช่อื ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน
( ลงชอ่ื ครูผ้สู อน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครั้ง ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินเป็นสว่ นใหญ่
( )
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครงั้ ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ บางสว่ น

เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
12 - 15 ดี
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 8 - 11
ต่ากว่า 8 พอใช้
12 - 15 ดี ปรบั ปรงุ
8 - 11 พอใช้
ตา่ กวา่ 8 ปรับปรุง

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานมคี วามสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ผลงานมขี ้อบกพรอ่ งเพยี งเลก็ นอ้ ย

ผลงานมีข้อบกพรอ่ งมาก

สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4

T21

Chapter Overview

แผนการจัด สื่อท่ีใช จดุ ประสงค วิธสี อน ประเมิน ทกั ษะท่ีได คุณลกั ษณะ
การเรยี นรู อันพงึ ประสงค

แผนฯ ท่ี 3 - หนงั สอื เรียน 1. สืบคนขอ มูลลักษณะ วธิ ีสอนแบบกระบวนการ - ตรวจใบงานที่ 1.1 1. การสังเกต 1. มวี ินัย
ลักษณะทาง
กายภาพใน - PowerPoint ทางกายภาพของจังหวัด ทางภมู ิศาสตร - ประเมินการนาํ เสนอ 2. การแปลความ 2. ใฝเรียนรู
จังหวดั
เร่ือง ลกั ษณะทาง ตนเองดว ยแผนท่แี ละ (Geographic Inquiry ผลงาน ขอมลู ทาง 3. มงุ มนั่ ในการ
3
กายภาพในจงั หวดั รูปถา ยได Process) - สงั เกตพฤตกิ รรมการ ภมู ิศาสตร ทาํ งาน
ชัว่ โมง
- ใบงานที่ 1.1 2. อธบิ ายขอ มลู ลกั ษณะ ทาํ งานรายบคุ คล 3. การใชเทคนิคและ

- แผนทร่ี ฐั กจิ ทางกายภาพของจังหวัด - สงั เกตพฤตกิ รรมการ เครอ่ื งมือทาง

แผนทที่ าง ตนเองดว ยแผนทีแ่ ละ ทํางานกลุม ภูมิศาสตร

กายภาพ รปู ถา ยได - สงั เกตความมีวนิ ัย

- รปู ถายทาง ใฝเรียนรู และมงุ มน่ั

ภมู ศิ าสตร ในการทาํ งาน

แผนฯ ท่ี 4 - หนังสือเรียน 1. ระบแุ หลงทรัพยากร วิธสี อนแบบกระบวนการ - ตรวจใบงานท่ี 2.1 1. การสงั เกต 1. มวี ินัย
แหลงทรัพยากร - แผนท่ีแสดง
และสถานที่ ในจังหวัดของตนดว ย ทางภูมศิ าสตร - ประเมนิ การนําเสนอ 2. การแปลความ 2. ใฝเรยี นรู

ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ แผนท่แี ละรูปถา ยได (Geographic Inquiry ผลงาน ขอ มลู ทาง 3. มงุ มนั่ ในการ
สําคัญในจงั หวัด ของจงั หวดั ที่ 2. ระบสุ ถานท่ีสําคญั ใน
Process) - สงั เกตพฤตกิ รรม ภมู ิศาสตร ทํางาน

2 นกั เรยี นอาศยั อยู จงั หวัดของตนดว ย การทาํ งานรายบุคคล 3. การใชเทคนคิ และ
- รูปถายสถานท่ี แผนทแ่ี ละรปู ถายได
ชัว่ โมง - สังเกตพฤตกิ รรม เคร่ืองมอื ทาง
สําคัญทาง
การทาํ งานกลมุ ภมู ิศาสตร

ภมู ศิ าสตรข อง - สังเกตความมีวินัย

จงั หวดั ทน่ี ักเรยี น ใฝเรยี นรู และมงุ มน่ั

อาศยั อยู ในการทาํ งาน

- PowerPoint เรือ่ ง

แหลง ทรัพยากร

และสถานท่สี ําคญั

ในจงั หวัด

- ใบงานท่ี 2.1

แผนฯ ที่ 5 - หนงั สือเรียน 1. อธบิ ายลกั ษณะทาง วธิ สี อนแบบกระบวนการ - ตรวจใบงานที่ 3.1 1. การสังเกต 1. มวี ินยั
ลักษณะทาง - ใบงานท่ี 3.1 2. การแปลความ 2. ใฝเรยี นรู
กายภาพทสี่ ง - PowerPoint กายภาพทสี่ ง ผลตอ แหลง ทางภมู ศิ าสตร - ประเมนิ การนาํ เสนอ
ผลตอ แหลง ขอ มูล 3. มงุ มน่ั ในการ
ทรพั ยากรและ เร่ือง ลกั ษณะ ทรพั ยากร และสถานที่ (Geographic Inquiry ผลงาน 3. การใชเ ทคนคิ และ ทํางาน
สถานท่สี าํ คัญ ทางกายภาพท่ี
ในจงั หวดั สงผลตอ แหลง สําคัญในจงั หวัดได Process) - สังเกตพฤติกรรม ขอ มลู
ทรัพยากรและ
3 สถานที่สาํ คญั การทํางานรายบุคคล
ในจงั หวดั
ช่วั โมง - สังเกตพฤตกิ รรม

การทาํ งานกลุม

- สงั เกตความมีวินัย

ใฝเรยี นรู และมุงมั่น

ในการทํางาน

T22

Chapter Concept Overview

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2

จังหวดั ของเรา
ลักษณะทางกายภาพในจังหวัด

ลักษณะทางกายภาพ คอื ส่งิ ตา ง ๆ ทเ่ี กดิ ขึน้ เองตามธรรมชาติ เชน พื้นดิน ภูเขา ปา ไม แมน ํ้า
สภาพลมฟาอากาศ ลักษณะทางกายภาพมีความสัมพันธกับการเกิดแหลงทรัพยากรและสถานท่ีสําคัญ
ในจังหวดั ลักษณะทางกายภาพทส่ี าํ คัญ มีดังนี้

ลักษณะภูมปิ ระเทศ คือ สภาพท่วั ๆ ไปของผิวโลก ประกอบดวย
สงิ่ ทเี่ กดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาตแิ ละสง่ิ ทเ่ี กดิ จากมนษุ ย จงั หวดั ตา ง ๆ
ของไทยถาอยูในเขตพื้นที่ติดตอกัน ลักษณะภูมิประเทศอาจ
คลายคลึงกัน แตถาอยูหางไกลกัน ลักษณะภูมิประเทศก็จะ
แตกตางกัน

ลกั ษณะภมู อิ ากาศ คอื ลักษณะอากาศท่เี กิดข้นึ เปน ประจาํ หรือมี
ลกั ษณะเฉลย่ี ของพนื้ ท่ีใดพน้ื ทห่ี นงึ่ ซงึ่ เกดิ ตดิ ตอ กนั เปน เวลานาน
ลกั ษณะภมู อิ ากาศของจงั หวดั ตา ง ๆ ของไทยสว นใหญจ ะคลา ยคลงึ
กนั และมีแตกตางกันเพยี งเลก็ นอยในบางพน้ื ท่ี

ทรัพยากรธรรมชาติ คือ ส่ิงตาง ๆ ท่ีเกิดข้ึนเองหรือมีอยูตาม
ธรรมชาติ ซงึ่ มนษุ ยน าํ มาใชป ระโยชนในการดาํ รงชวี ติ ทง้ั ทางตรง
และทางออ ม ทรัพยากรธรรมชาตทิ ส่ี ําคญั ไดแ ก ดนิ น้ํา สัตวป า
พืชพรรณธรรมชาติ และแร

T23

แหลงทรัพยากรและสถานท่สี าํ คญั ในจงั หวดั
ลักษณะทางกายภาพสงผลใหแตละจังหวัดมีแหลงทรัพยากรและสถานที่สําคัญแตกตางกันออกไป

แหลง ทรัพยากรของแตล ะจังหวัด มีตัง้ แตพ ื้นทป่ี าไม สตั วปา แหลง แร แหลงพืชพรรณธรรมชาติ แหลง
น้าํ รวมทง้ั ส่งิ ตา ง ๆ ทเ่ี กิดจากธรรมชาติ เชน ดนิ หิน ภเู ขา แมน า้ํ อาว ทะเล เปน ตน

แหลงทรพั ยากรบางแหง เปน สถานที่สาํ คัญของจังหวดั เชน ปา ไม นอกจากจะเปน แหลง พชื พรรณ
ธรรมชาติ เปน แหลงท่อี ยอู าศยั ของสตั วปา ยังมสี ถานท่ีสาํ คัญ เชน น้าํ ตก ถํา้ อีกดว ย
การใชแ ผนท่ีสําหรบั ศกึ ษาแหลงทรัพยากร และสถานท่สี ําคัญในจังหวัด ควรใชแ ผนที่ดังตอ ไปนี้

แผนทแี่ สดงลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ
เปน แผนทที่ ต่ี อ งใชเ ปน หลกั เพอื่ จะไดเ หน็ ลกั ษณะทาง

กายภาพ แหลง ทรพั ยากร ซง่ึ ในแผนทม่ี ักจะมกี ารระบุ
สถานท่สี าํ คญั ไวดว ย
แผนทีร่ ฐั กจิ

นาํ มาชว ยประกอบการระบขุ อบเขตของสถานทสี่ าํ คญั
ในจังหวัดวาตั้งอยูบริเวณใด อาํ เภอใด
แผนทแ่ี หลง ทรพั ยากร

อาจตองใชหลายแผนที่ เพราะแตละแผนที่มักจะ
แสดงชนิดของทรัพยากรแยกจากกัน เปนแผนที่ปาไม
แผนท่ีแหลง แร แผนทีแ่ หลง นํ้า
แผนทแ่ี หลง ทอ งเทยี่ ว

เปนแผนที่แนะนําสถานท่ีแหลงทองเที่ยวของจังหวัด
ซึ่งจะใหขอ มูลเกี่ยวกบั ตําแหนง ของสถานท่สี ําคัญได

T24

ลักษณะทางกายภาพที่สง ผลตอแหลงทรัพยากรและสถานที่สําคัญในจังหวัด
ถาพิจารณาจากลักษณะภูมิประเทศ ภาพรวมของจังหวัดตาง ๆ จะมีลักษณะภูมิประเทศแบบใด

แบบหนง่ึ หรอื หลายแบบผสมผสานกัน ดังน้ี
ภูเขา จะพบไดมากในหลายจังหวัดที่ตั้งอยูทางภาคเหนือ ลักษณะ
ภูมิประเทศที่เปนภูเขาเปนพ้ืนท่ีที่มีระดับความสูงต่ําเห็นไดชัดเจน
ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศเชน นที้ าํ ใหม ที รพั ยากรปา ไมแ ละพชื พรรณธรรมชาติ
อดุ มสมบรู ณ เปน แหลง กาํ เนดิ ของแหลง นา้ํ ทาํ ใหม สี ตั วป า อาศยั อยมู าก
อากาศมีความชุมช้ืนสูง สงผลใหหลายแหงกลายเปนสถานท่ีทองเที่ยว
ที่สําคญั

ทร่ี าบสงู ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศทเ่ี ปน ทร่ี าบสงู จะอยบู รเิ วณภาคตะวนั ออก-
เฉียงเหนือของประเทศไทย เรียกวา ที่ราบสูงโคราช บริเวณที่ราบสูง
โดยเฉพาะบริเวณยอดเขาจะมีอากาศหนาวเย็นสงผลใหกลายเปน
สถานท่สี ําคญั ทางการทองเที่ยว

ท่รี าบ เปนพน้ื ท่ขี นาดใหญท างภาคกลาง มีความอดุ มสมบูรณสูงเหมาะ
แกการเพาะปลูก อีกทั้งยังมีความสะดวกในการเดินทางและการติดตอ
คา ขาย จากความอดุ มสมบรู ณข องพนื้ ทร่ี าบทาํ ใหม ผี คู นเขา มาตงั้ ถนิ่ ฐาน
อยูอยา งหนาแนน

ชายฝงทะเลและหมูเกาะ เปนลักษณะภูมิประเทศที่พบไดต้ังแตบริเวณ
ภาคตะวนั ออก ภาคกลาง และภาคใต ลกั ษณะภูมิประเทศที่เปนชายฝง
และหมูเกาะ สงผลใหมีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย เชน ปาชายเลน
สัตวน้ําตาง ๆ เกาะและหมูเกาะ ทําใหหลาย ๆ แหงกลายเปนสถานที่
ทองเทีย่ วทางทะเลท่ีสําคัญ

T25

นํา นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ นาํ ò˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ
¨Ñ§ËÇ´Ñ 1¢Í§àÃÒ
1. ครใู หน กั เรยี นดภู าพจากหนงั สอื เรยี น หนา 18-19 ประเทศไทยแบ่งเขตพื้นท่ี
แลว ถามวา
• จากภาพ มีส่ิงแวดลอมอะไรบาง และมี การปกครองออกเป็นจังหวัด
ประโยชนตอมนษุ ยอยา งไร ซึ่งแต่ละจังหวัดอาจมีลักษณะ
(แนวตอบ : ทางกายภาพทคี่ ลา้ ยคลงึ กนั หรอื
• แมน ํ้า ลาํ ธาร น้าํ ตก ท่ีชวยใหเกดิ ความ แตกต่างกันก็ได้
ชุมชื้น อุดมสมบูรณ มนุษยนํานํ้ามาใช ลักษณะทางกายภาพนี้เอง
อุปโภคและบริโภค สง่ ผลตอ่ แหลง่ ทรพั ยากร สถานที่
• ปาไมเปนแหลงท่ีอยูอาศัยของพืช ส�าคัญ และการด�าเนินชีวิตของ
และสตั วน านาชนดิ เปน แหลง อาหารของ ผคู้ นในจงั หวดั
มนษุ ย ชว ยใหส ภาพแวดลอ มมคี วามชมุ ชนื้ การเรียนรู้ลักษณะทาง
ไมแหงแลง ) กายภาพ จะช่วยท�าให้เราเข้าใจ
เรอ่ื งราวจงั หวดั ของเราไดด้ ยี ง่ิ ขนึ้
2. ครูใหนักเรียนเลนเกม “นี่คือท่ีใด” โดยครู
เลือกนักเรยี น 1 คน แลวแจกรปู ถา ยสถานที่
สําคัญของจังหวัดใดก็ไดใหนักเรียนดู แลว
ใหนักเรียนใบรายละเอียดของสถานท่ีน้ันให
เพ่ือนๆ ทาย เพื่อนคนใดทายถูกใหปรบมือ
แสดงความชื่นชม ตวั อยางรปู ถา ย

• นาํ้ ใสไหลเยน็ มี 7 ชน้ั ตงั้ อยทู จ่ี งั หวดั สระบรุ ี
(น้าํ ตก 7 สาวนอ ย)

๑8

• แมน้ําสายสําคญั กนั้ เขตแดนไทยและลาว
(แมน้าํ โขง)

เกร็ดแนะครู

ครูจัดกระบวนการเรยี นรูโดยการใหนักเรยี นปฏบิ ตั ิ ดงั นี้
• สบื คน สํารวจ และรวบรวมขอมูลเกี่ยวกับลกั ษณะทางกายภาพและสถานที่สาํ คญั ในจังหวัด
• อธบิ ายและสรุปขอ มูลเกยี่ วกับลกั ษณะทางกายภาพและสถานทีส่ ําคัญในจงั หวดั
• อภิปรายเกีย่ วกบั ลักษณะทางกายภาพและสถานที่สาํ คัญในจงั หวัด
• วิเคราะหจ ากประเดน็ คาํ ถามและภาพเก่ยี วกับลกั ษณะทางกายภาพและสถานทสี่ ําคัญในจงั หวัด
จนเกิดเปนความรูความเขาใจวา การดํารงชีวิตของมนุษยมีความสัมพันธโดยตรงกับสภาพแวดลอมโดยเฉพาะสภาพแวดลอมในจังหวัดของเรา
นอกจากน้ี ลกั ษณะทางกายภาพในจงั หวดั ยงั สงผลใหเกดิ สถานทสี่ าํ คญั ในจงั หวดั อกี ดว ย

นักเรียนควรรู

1 จงั หวัด การจดั ระเบยี บบริหารราชการสวนภมู ภิ าคตามพระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบริหารราชการแผนดนิ พ.ศ. 2534 มาตรา 51 ไดจัดแบงออกเปนจังหวดั และ
อาํ เภอ ซึ่งจงั หวัดจะเปนหนว ยราชการท่ปี กครองสวนภมู ิภาคทใ่ี หญท สี่ ุด รองลงมา คือ อําเภอ กิง่ อาํ เภอ ตาํ บล และหมบู า น เปนการปกครองสวนภูมภิ าคที่เลก็

Tท่ีสุด

26

นํา นํา สอน สรปุ ประเมนิ

µÑǪéÇÕ Ñ´ ขนั้ นาํ

มฐ. ส ๕.๑ ป. ๔/๑ สบื คน้ และอธบิ ายขอ้ มลู 3. ครใู หน กั เรยี นดภู าพจากหนงั สอื เรยี น หนา 18-19
ลักษณะทางกายภาพในจังหวัดของตน แลว ถามนกั เรยี นวา
ด้วยแผนทแี่ ละรปู ถ่าย • ลักษณะทางกายภาพของสิ่งแวดลอมใน
มฐ. ส ๕.๑ ป. ๔/๒ ระบแุ หลง่ ทรพั ยากรและ รูปภาพน้ี สงผลใหเกิดแหลงทรัพยากรและ
สถานที่ส�าคัญในจังหวัดของตนด้วย สถานทส่ี าํ คัญในจงั หวดั อยา งไร
แผนทีแ่ ละรปู ถา่ ย (แนวตอบ : ลักษณะทางกายภาพของ
มฐ. ส ๕.๑ ป. ๔/๓ อธบิ ายลักษณะทาง ส่ิงแวดลอมในรูปภาพน้ี คือ ภูเขา ปาไม และ
กายภาพทส่ี ่งผลต่อแหลง่ ทรพั ยากรและ นา้ํ ตก สง ผลใหเ กดิ แหลง ทรพั ยากร คอื ปา ไม
สถานที่ส�าคญั ในจังหวดั และแหลงน้ํา และการมีน้ําตกยังทําให
บรเิ วณน้เี ปนสถานที่สาํ คัญในจงั หวัด)
มโนทัศนสาํ คญั
แผนที่และรูปถ่ายเป็นเคร่ืองมือ
ที่ใช้แสดงลักษณะทางกายภาพ
แหลง่ ทรพั ยากรและสถานทส่ี า� คญั
ในจงั หวดั ของตน
ล กั ษณะทางกายภาพสง่ ผลให้เกดิ
แหลง่ ทรพั ยากรและสถานทสี่ า� คญั
ทแ่ี ตกต่างในจังหวดั

เพ่ือน ๆ คดิ วาลักษณะ
ทางกายภาพของสิ่งแวดลอ ม
ในรูปภาพน้ี สงผลใหเกิดแหลง
ทรัพยากรและสถานที่สาํ คญั

ในจังหวัดอยางไรคะ

๑9

เกร็ดแนะครู

ครอู ธบิ ายใหน ักเรียนฟงวา ภาพจากหนังสอื เรียน หนา 18-19 น้ี คอื ภาพนํา้ ตกแมยะ ต้ังอยูในอทุ ยานแหง ชาติดอยอนิ ทนนท จงั หวัดเชยี งใหม นาํ้ ตก
แมย ะเปน นํ้าตกขนาดใหญแ ละสูงทีส่ ุดในบรรดานา้ํ ตกในอุทยานแหงชาติดอยอินทนนท

T27

นาํ นํา สอน สรปุ ประเมิน

ขน้ั นาํ ñ Å¡Ñ É³Ð·Ò§¡ÒÂÀҾ㹨§Ñ ËÇÑ´
ลกั ษณะทางกายภาพ คอื สง่ิ ตา่ ง ๆ ทเ่ี กดิ ขนึ้ เอง
4. ครูนําแผนท่ีแบบตางๆ และรูปถายมาให ตามธรรมชาติ หรือเป็นสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว
นักเรียนดูและสังเกต แลวสนทนาถึงความ จากแผนท่ี ของเรา เชน่ พืน้ ดิน ภูเขา ปาไม ้ แม่น้�า ล�าธาร
สําคัญและขอมูลท่ีไดเรียนรูจากแผนท่ีและ และรปู ถา่ ย สภาพลมฟาอากาศ ซึ่งลักษณะทางกายภาพ
รปู ถาย โดยใช PowerPoint ประกอบ แลวครู จังหวดั ของเรา จะมีความสัมพันธกับการเกิดแหล่งทรัพยากร
ถามนกั เรยี นวา มลี ักษณะ และสถานท่ีส�าคัญในจังหวัด ลักษณะทางกายภาพ
• แผนท/ี่ รปู ถายนี้คือแผนท่/ี รปู ถา ยอะไร ทางกายภาพ
• แผนท/่ี รูปถายนี้บอกขอมูลอะไรบาง
• แผนที่/รปู ถายน้ีมคี วามสําคัญอยางไร อย่างไร
• แผนท่ี/รูปถายน้ีใหขอมูลที่นาเช่ือถือหรือไม
เพราะอะไร ที่ส�าคัญ ได้แก่ ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิอากาศ
และทรัพยากรธรรมชาติ ท้ังนี้ เราสามารถสืบค้นและอธิบายลักษณะ
5. ครูสนทนาเช่ือมโยงถึงลักษณะภูมิประเทศ ทางกายภาพจงั หวดั ของเราได ้ โดยใช้แผนทีแ่ ละรูปถา่ ย
ลักษณะภูมิอากาศ และทรัพยากรธรรมชาติ
ของจังหวัดที่นักเรียนอาศัยอยู แลวถาม เพ่ือน ๆ ลองสังเกตรูปถายน้ี
นักเรยี นวา แลว ชวยกันบอกสิครับวา
• แผนท่ี/รูปถายท่ีเห็นมีลักษณะเหมือนหรือ สถานที่แหง นม้ี ลี กั ษณะ
ตางจากลักษณะทางกายภาพของจังหวัด ทางกายภาพอยา งไร
ของเรา
• แผนท่ี/รูปถายนี้แสดงลักษณะภูมิอากาศ
อยางไร
• จังหวัดของเรามีทรัพยากรธรรมชาติท่ี
เหมือนหรือตางจากในแผนท่ี/รูปถาย
อยางไรบาง

2๐

เกร็ดแนะครู

ครูอาจจัดกิจกรรมพานักเรียนไปทัศนศึกษาดูลักษณะทางกายภาพของจังหวัดของตนเอง โดยเชื่อมโยงใหเห็นถึงความสําคัญของลักษณะทางกายภาพวา
มผี ลตอผูคนในทองถ่นิ หรือในจงั หวดั อยางไร

บูรณาการอาเซียน

ลักษณะทางกายภาพนอกจากจะมีผลตอการดําเนินชีวิตของผูคนในจังหวัดแลว ยังมีผลตอการดําเนินชีวิตของผูคนในประเทศเปนภาพรวมดวย เชน
ประเทศลาวไมม พี นื้ ทต่ี ดิ ทะเล จงึ ไมม กี ารทาํ ประมงนาํ้ เคม็ ประเทศกมั พชู ามที ะเลสาบขนาดใหญ จงึ มกี ารทาํ ประมงนาํ้ จดื อยา งแพรห ลาย ประเทศสงิ คโปรเ ปน เกาะ
ขนาดเล็กจึงมีพนื้ ท่ีในการทาํ การเกษตรนอย ประเทศเมยี นมามที ่ีราบลมุ มาก จงึ มีการทาํ เกษตรกรรมโดยทว่ั ไป เปน ตน

T28

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

๑.๑ ลักษณะภมู ิประเทศ ขน้ั สอน

สง่ิ ทเี่ กลดิักขษนึ้ณเะอภงตูมาิปมรธะรเทรมศ ชาคตือ ิ เชสน่ภ าแพหทลั่วง่ นๆา้� ไทปร่ี ขาบอ งทผรี่ ิวาโบลสกงู 1 ปภรเู ขะกา อหบบุ ดเข้วยา2 การตงั้ คาํ ถามเชิงภูมศิ าสตร
เทือกเขา และสิ่งท่เี กดิ จากมนุษยด ดั แปลงหรือสร้างขนึ้ เช่น ถนน พ้ืนท่ี
เพาะปลกู บา้ นเรือน สะพาน เขอื่ น 1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั ตง้ั คาํ ถามเชงิ ภมู ศิ าสตร
ท้ังนี้ ลักษณะภูมิประเทศเกิดจากการเปล่ียนแปลงของเปลือกโลก เกี่ยวกบั จงั หวัดของตนเอง เชน
และการกระทา� ของสงิ่ ต่าง ๆ เชน่ ลม นา�้ แสงแดด ต้นไม ้ สตั วป า มนุษย • จังหวดั ของเราตงั้ อยูบรเิ วณใด
จงั หวดั ตา่ ง ๆ ของไทย ถา้ อยใู่ นเขตพน้ื ทตี่ ดิ ตอ่ กนั ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ • จงั หวดั ของเรามลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศอยา งไร
อาจจะคล้ายคลึงกันหรือต่างกันไม่มาก แต่ถ้าอยู่ห่างไกลกัน ลักษณะ • จงั หวัดของเรามที รัพยากรธรรมชาติ
ภูมิประเทศก็จะแตกต่างกันออกไป ทั้งน้ี แต่ละจังหวัดก็จะมีภูมิประเทศ อะไรบา ง
หลายลักษณะผสมผสานกันไป

บางจังหวดั อาจมลี กั ษณะภมู ิประเทศหลายแบบ
ผสมผสานกนั เชน่ ท่ีราบ เนินเขา ภเู ขา

2๑

ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู

ขอใดไมใชเ หตุผลท่มี นุษยในอดีตเลือกต้ังถ่ินฐานในบรเิ วณ 1 ที่ราบสูง ในประเทศไทย คือ ท่ีราบสูงโคราช หรือบริเวณที่ราบสูงของ
ทรี่ าบลมุ แมนา้ํ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือท้ังหมด มีเนื้อที่ประมาณ 150,000 ตารางกิโลเมตร
มคี วามสงู ประมาณ 130-250 เมตร จากระดับนา้ํ ทะเลปานกลาง
1. เพราะมีความอุดมสมบูรณ เหมาะแกก ารเพาะปลกู 2 หุบเขา (Valley) หมายถึง แองภูมิประเทศ ที่เปนเสนแนวยาว 2 ขาง
2. เพราะมีความสะดวกในการคมนาคมขนสง แองขนาบดว ยพื้นทแ่ี ผน ดินสูงหรอื ภเู ขาหรอื ทิวเขา
3. เพราะติดตอ คาขายกบั ชมุ ชนอ่ืนไดส ะดวก
4. เพราะพ้นื ทบี่ ริเวณอ่ืนถูกจับจองมเี จา ของหมดแลว

(วิเคราะหคําตอบ มนุษยเลือกต้ังถิ่นฐานบริเวณท่ีราบลุมแมน้ํา
เพราะบรเิ วณทร่ี าบลมุ แมน าํ้ มตี ะกอนทบั ถมเปน จาํ นวนมากพนื้ ดนิ
จงึ มคี วามอุดมสมบรู ณ เหมาะแกก ารทาํ เกษตรกรรม และการอยู
ใกลแ หลง นา้ํ ทาํ ใหส ะดวกตอ การคมนาคมขนสง และตดิ ตอ คา ขาย
กับชุมชนอ่นื ดังน้ัน ขอ 4. จงึ เปนคาํ ตอบท่ถี กู )

T29

นาํ สอน สรุป ประเมิน

ขน้ั สอน ๑ พน้ื ทภ่ี าคเหนอื ลกั ษณะสว่ นใหญเ่ ปน็ ทวิ เขาและทรี่ าบ

การรวบรวมขอมลู ระหวา่ งภเู ขา เชน่ จังหวัดแมฮ่ ่องสอน เชียงใหม่ เชยี งราย
พะเยา น่าน แพร ่
2. ครูใหนักเรียนชวยกันรวบรวมแผนที่แบบ
ตา งๆ และรปู ถา ยทแ่ี สดงลกั ษณะทางกายภาพ ๒ พื้นท่ีภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ลักษณะภูมิประเทศ
ท่ีสําคัญทางภูมิศาสตรของจังหวัด แหลง
ทรัพยากรธรรมชาติในจังหวัดของนักเรียน ส่วนใหญ่เป็นท่ีราบสูง และมีลักษณะภูมิประเทศที่เป็น
แลว นาํ ไปจดั ไวเ ปนแหลง เรยี นรูข องหองเรยี น ทิวเขา พื้นที่ดอน และที่ราบ เช่น จังหวัดนครราชสีมา
เลย ขอนแกน่ หนองคาย ชัยภูมิ สกลนคร อุบลราชธาน ี
3. แบงนักเรียนเปนกลุม กลุมละ 3-5 คน ให บุรีรมั ย  ศรีสะเกษ
แตล ะกลมุ วางแผนและแบง หนา ทสี่ บื คน ขอ มลู
เกี่ยวกับจังหวัดของตนจากแหลงเรียนรูตางๆ ๓ พน้ื ทภ่ี าคตะวนั ตก เปน็ ทวิ เขาและทรี่ าบระหวา่ งภเู ขา
ในประเดน็ ดังน้ี
• ลักษณะภูมิประเทศของจงั หวดั คลา้ ยพนื้ ทภ่ี าคเหนอื ไดแ้ ก ่ จงั หวดั ตาก กาญจนบรุ ี ราชบรุ ี
• ลักษณะภูมอิ ากาศของจงั หวัด และมบี างพน้ื ทต่ี ดิ ชายฝง ทะเลเปน็ ทรี่ าบชายฝง ทะเล ไดแ้ ก ่
• ทรัพยากรของจังหวดั จงั หวัดเพชรบุรี ประจวบคีรขี ันธ

4. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ ศกึ ษาวธิ กี ารเขยี นอธบิ าย ๔ พ้ืนที่ภาคกลาง ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็น
สรุปขอ มลู ทีส่ บื คน ได
ทร่ี าบลมุ่ แมน่ า้� เชน่ จงั หวดั นครสวรรค  สพุ รรณบรุ ี ชยั นาท
พระนครศรีอยธุ ยา นนทบุรี ปทมุ ธานี

๕ พน้ื ทภ่ี าคตะวนั ออก ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศสว่ นใหญเ่ ปน็

ทรี่ าบ เชน่ จงั หวดั ฉะเชงิ เทรา ปราจนี บรุ ี สระแกว้ และเปน็
ทรี่ าบชายฝง ทะเล เชน่ จงั หวดั ชลบรุ ี ระยอง จนั ทบรุ ี ตราด

๖ พื้นท่ีภาคใต มีทะเลขนาบอยู่ท้ัง ๒ ด้าน ลักษณะ

ภมู ปิ ระเทศเปน็ ทวิ เขาเปน็ แนวยาวขนานไปกบั พน้ื ท ี่ ซงึ่ เปน็
ทรี่ าบ และทร่ี าบชายฝง ทะเล เชน่ จงั หวดั ชมุ พร สรุ าษฎรธ านี
นครศรีธรรมราช สงขลา ปตตาน ี ภเู ก็ต กระบ่ี

22 ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศของจงั หวัดตา่ ง ๆ ในประเทศไทย

ส่ือ Digital ขอ สอบเนน การคิด

นกั เรยี นสามารถศกึ ษาขอ มลู เพม่ิ เตมิ เรอ่ื ง ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศของจงั หวดั ขอใดมีลักษณะภมู ปิ ระเทศคลา ยคลงึ กนั
ตา งๆ ในประเทศไทยจาก QR Code 1. ภาคเหนอื และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
2. ภาคกลางและภาคใต
T30 3. ภาคตะวันตกและภาคเหนือ
4. ภาคตะวันออกและภาคกลาง

(วเิ คราะหค าํ ตอบ ภมู ภิ าคทมี่ ลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศคลา ยคลงึ กนั คอื
ภาคเหนอื และภาคตะวนั ตก มลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศสว นใหญเ ปน ทวิ
เขาและที่ราบระหวางภูเขา สวนภาคกลางมีลักษณะภูมิประเทศ
เปนที่ราบ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีลักษณะภูมิประเทศเปน
ทร่ี าบสูง ภาคตะวันออกมลี กั ษณะภูมิประเทศเปน ทร่ี าบและท่ีราบ
ชายฝงทะเล ภาคใตมีลักษณะภูมิประเทศเปนทิวเขาและชายฝง
ทะเล ดังน้นั ขอ 3. จึงเปน คําตอบท่ีถกู )

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ประเทศไทย : ลกั ษณะภมู ิประเทศ ขนั้ สอน

ประเทศไทย : ลกั ษณะภมู ิประเทศ การจดั การขอ มลู

96 Eํ 98 Eํ 100 Eํ 102 Eํ 104 ํE 106 Eํ 96 Eํ 5. นัก98เรํEียนแตล ะกล10ุม0 นํE ําขอมูลคว1า0ม2 ํEรูท่สี ืบคน มา104 Eํ

นธ.งสชายั ลเหะวนินอื ทิวเ แดนล ท ิ ว เ ข า ีผ ป น ้นำ าว น.โขง น.โข 20 Nํ จดั กลมุ คาํ ตอบตามประเดน็ คาํ ถามทกี่ าํ หนปดรไะวเท ศไทย

๑20 Nํ ขา ลาว เวียดนามง ทิวเขาภูพา เมยี นม6า. ลนนนกััาักกแมเษเเชฮ รรอณเอ่ืงชีียยสียถอะงนนนใทือหลแแมำขาพตตงอูนกงลลลขาำะะเปยชอ ากียกงภงมรลลาพาแูลยพะุุอมมพเรตุย ราทใรดนติวนําถาจมนใงับกหงันวเาลพดัยนขิจทอาี่ งรเ1ณร.าอ1าดุลหราคธนวาเอนวงรีคา่ืาอบยงึมกสงกาฬลนนคครรพเนวมยี
7.
เมยี นมา ิทวเขาถนน ท.ถนนธ.งปชังย ตะวันออก น. ปาทสัิกวเทิขวเาเขพาเชพรชบูรรบูณรตณะวตัะนวัตนกออก ทิวเทนิขน.าวาโขเหงนลขวงาพผีร ะปบนาง้นำ
น. ัวง ิ ว เ ข า ผี ป น ้นำ
นทททิิวเวขาถเ นขนธงาชัยถตะนวันน ธ งน.เชมั ยย ก ล า ง แองสนก.สลงคนรคารมน.โขง 18 Nํ

18 ํN น.ยม น. น.สาละ วิน น2 ๒ ทิ ว เ ตากกากญำจแรสนอพาสพุทุบชงุโรัยุรเชบขนพรีธยัทรุณคชาีนัยรนรบาปนี ทุรฐนอีพสมทานิงพจิ งบหคพติทิษุรรบนรรอณีสรุะคงกวีนปลโุรรเลสรพคนทพรงุกรราคุมบชะเศยทธบุรรรกีบาพรุ อี นีฉูรมยณีะุธหเยปชานาิงรนคชเาคทรจยั หรรรีนภาานบมูชอุรสิสงีรีมบะขาแวั อมลกนำหว แภาบกสู ุรนารี รัมคยา มกสารรุ ฬอินสยทินเรอธ ด็ ุ ศยมรโุกสีสดธะาเรอกหำอษานุบร
น.พอง น.ชี
ตก น. ทิวเ แ นอ. มงูลโ ค ร า ช
น.ยนมา น น.ปง ข
น.ข ีชาภูพาน 1 า ภู

16 Nํ านน.โขง 16 Nํ
อา วเมาะตะมะ ๓๔ ทิวเขาดงพญาเย อาวเมาะตะมะ
น.เจาพระยา ทิ ว็ นเ ข ทิ ว เ ข า พ น ม ด ง รั ก
14 Nํ ทิ น.แม ะกง 14 ํN
น.ทากจลนี อง า สั น ก ำ แ พ ง กมั พูชา

วเ ข น.บางป๕ท ิ วเขาจันทบ

า ชลบุรี
ระยอง จนั ทบุรี
ต ุรีทิวเข าบรรทัด เพชรบรุ ี กัมพ



น น.โขง สมทุ รปราการ ตราด
สมทุ รสาคร
12 ํN า ก.ชา ง 12 ํN ก.ชา ง
ก.กดู
ว ประจวบคีรีขนั ธ สมุทรสงคราม ก.กูด



รี

อาวไทย เวยี ดนาม อา วไทย

ก.เตา ชุมพร
ก.พะงัน
10 Nํ ทะเลอนั ดามัน ก.สมุย 10 ํN ทะเลอันดามัน ระนอง ก.เตา คำ
ิท ว เ ข า ูภ เ ็ก ต คำอธิบายสัญลกั ษณ ก.พะงัน เม
มก.สุรนิ ทร . โ ก-ล ก เสน แบงเขตประเทศ มก.สรุ ินทร ก.สมยุ ท

น.ปต ตกาะนลี า เสนแบงเขตภูมิภาค สุราษฎรธ านี เส
แมน ้ำ, ลำน้ำ แ
มก.สิมิลัน ทิ ว เ ข า น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช ท๖ แหลมตะลุมพกุ แหลง นำ้ มก.สมิ ลิ ัน พงั งา แหลมตะลุมพุก แ
น.ตาป ระดบั ความสูง (เมตร) เขตภมู ภิ
8 Nํ 8 Nํ แหลมพรหภมูเเทกต็พ กระบี่ นครศรธี รรมราช ภ

แหลมพรหมเทพ 1,200 ตรัง พทั ลุง ภ
600 ภ
N มก.ตะรุเตา แหลมโพธิ์ 400 N มก.ตะรเุ ตา สตูล สงขลา แหลมโพธ์ิ ภ
ิ วเขาสนั ปต ตานี ภ
1200
6 ํN 0 75 150 6 ํN ยะลานราธวิ าส 104 Eํ
50
300 กม. คีรี นมาเลเซยี ระดบั ทะเลปานกลาง 0 75 150 300 กม. มาเลเซยี

96 Eํ ตัวอยา่ งแผน9ท8 Eํีล่ ักษณะภูมปิ ร10ะ0เEํทศของประเท10ศ2 ไํEทย2 104 ํE 106 ํE 96 Eํ 98 ํE 100 Eํ 102 Eํ

2๓

นักเรียนควรรู

1 ระดับทะเลปานกลาง หมายถึง ความสูงของพ้ืนดินเหนือคาเฉลี่ยของระดับนํ้าทะเล คาเฉล่ียของระดับน้ําทะเลคํานวณไดจากผลของการตรวจระดับ
น้ําขึ้นและน้ําลงในที่ใดท่ีหนึี่ง ซ่ึงไดบันทึกติดตอกันไวเปนระยะเวลานาน ในประเทศไทยมีการหาคาเฉล่ียของระดับนํ้าทะเลจากผลการบันทึกระดับน้ําข้ึน
และน้าํ ลงทเ่ี กาะหลัก จงั หวัดประจวบครี ขี นั ธ
2 ลกั ษณะภูมปิ ระเทศของประเทศไทย ประเทศไทยต้งั อยูใ นภมู ิภาคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต มเี น้อื ท่โี ดยประมาณ 513,115 ตารางกโิ ลเมตร เมือ่ ดูจาก
แผนท่ีจะพบวาประเทศไทยมีรูปรางเหมือนขวานโบราณ มีพรมแดนดานทิศเหนือติดกับสาธารณรัฐแหงสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตย
ประชาชนลาว ทิศตะวันออกติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและราชอาณาจักรกัมพูชา ทิศใตติดอาวไทยและมาเลเซีย ทิศตะวันตกติดทะเล
อนั ดามันและสาธารณรฐั แหง สหภาพเมยี นมา

T31

นาํ สอน สรุป ประเมิน

ขนั้ สอน ÀÙÁÈÔ ÒʵÏ ¹Ò‹ ÃŒÙ

การวเิ คราะหแ ละแปลผลขอ มลู ลกั ษณะภูมิประเทศแตล ะประเภทมีความแตกตางกนั ดงั น้ี
ทั้งภเู แขตา1 ่ลแะมพ่นืน้ �้าท ี่ใเนกปาะรตะ่าเทง ศๆไ ทซยึง่ มกลีลาักยษเณป็นะภสถูมาปิ นรทะเี่สทา� ศคทญั ่ีแตกต่างกัน
8. นักเรียนแตละกลุมสรุปขอมูลเกี่ยวกับจังหวัด ในจังหวัด ดงั นี้
ของตนในประเด็นตอ ไปน้ี
• ลักษณะภมู ปิ ระเทศของจงั หวดั ทวิ เขา
• ลกั ษณะภูมิอากาศของจงั หวัด ภเู ขา คือ แนวทอดตัวของภูเขาที่ล้อมรอบ
• ทรัพยากรธรรมชาติของจงั หวัด
มาวเิ คราะหห าคําตอบตามประเดน็ คําถาม

9. ครูขออาสาสมัครจํานวน 3 กลุม สงตัวแทน
นําเสนอขอมูลที่ไดจากการศึกษาคนควาท่ี
หนาชนั้ เรียน

คอื พืน้ ทท่ี ีม่ คี วามสงู ตั้งแต่ ๖๐๐ เมตร ดว้ ยพนื้ ทต่ี า่� หรอื ถกู แบง่ แยกออกจาก
ขนึ้ ไปจากพน้ื ทบี่ รเิ วณโดยรอบ จะมฐี าน ภเู ขาอนื่ ด้วยหุบเขาหรือแมน่ า้�
กวา้ ง สว่ นยอดเล็ก พื้นผวิ ขรขุ ระ
และมคี วามลาดชันสูง
ทรี่ าบสงู
เนนิ เขา
ท่รี าบ คือ พื้นที่สูงจาก คือ พื้นท่ีท่ีอยู่สูงจาก
คอื พนื้ ทตี่ ่�ามรี ะดับความสูงไมเ่ กนิ บ ริ เ ว ณ โ ด ย ร อ บ บริเวณโดยรอบต้ังแต่
๑๐๐ เมตร พื้นผิวอาจราบเรียบ ประมาณ ๑๕๐ เมตร ๓๐๐ เมตรขน้ึ ไป โดย
ขรุขระ หรือเป็นคลื่นเล็กน้อย แตไ่ มเ่ กนิ ๖๐๐ เมตร มขี อบสงู ชนั อยา่ งนอ้ ย
มีความแตกต่างระหว่างพ้ืนที่ท่ีต่�า มักมีลักษณะเป็น ๒ ด้าน หรือมีทิวเขา
กบั ทส่ี งู ไม่เกิน ๑๕๐ เมตร ลกู คลนื่ กนั้ เปน็ ขอบอยดู่ า้ นใด
ดา้ นหนง่ึ

2๔

นักเรียนควรรู

1 ภูเขา ประเทศไทยมีพื้นทีภ่ เู ขาประมาณ 150,322.45 ตารางกิโลเมตร คิดเปน รอ ยละ 29.3 ของพนื้ ทีป่ ระเทศไทย แหลงธรรมชาตปิ ระเภทภเู ขาน้ี อาจเปน ภเู ขา
ลูกเดยี ว หรือมลี กั ษณะตอ เนอื่ งกนั เปน เทอื กเขา และในแหลงธรรมชาตปิ ระเภทภูเขาอาจมแี หลง ธรรมชาติประเภทอืน่ อยดู ว ย เชน นํ้าตก ถํ้า จากการศกึ ษาโดย
คณะอนกุ รรมการจดั ทาํ แผนอนรุ กั ษธ รรมชาติ กองอนรุ กั ษส งิ่ แวดลอ มธรรมชาตแิ ละศลิ ปกรรม สาํ นกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ ม พบ
วา แหลงธรรมชาติประเภทภูเขาทั่วประเทศ มีประมาณ 1,233 แหง โดยเปนภเู ขา 493 แหง เปนนา้ํ ตก 405 แหง เปนถํ้า 268 แหง และโปงพุรอนอกี 67 แหง ภูเขา
สว นมากจะอยบู รเิ วณภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื สว นแหลง ธรรมชาตปิ ระเภทนาํ้ ตก ถาํ้ และโปง พรุ อ น จะพบอยทู างภาคเหนอื และมกี ระจายอยอู ยา งประปรายตาม
ภาคอ่นื ๆ

T32

นํา สอน สรุป ประเมนิ

จ ากหกนาังรสศือึกเษรีายลนัก ษแณผนะภทูมี่เลิป่มร1 ะเสท่ือศกขาอรเงรจียังนหรวู้ตัด่า งค ๆว รเเวริ่ม็บศไซึกตษ าเคฟ้นซคบวุก้า ขนั้ สอน
เพ่ือจะได้ทราบข้อมูลเบ้ืองต้นเป็นการปูพ้ืนฐานไว้ก่อน จากน้ันให้สืบค้น
ขอ้ มลู จากแผนทลี่ กั ษณะภมู ปิ ระเทศ เพอ่ื จะไดท้ ราบวา่ ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ การสรปุ เพอื่ ตอบคาํ ถาม
ในจังหวดั เปน็ อยา่ งไร โดยตอ้ งท�าความเขา้ ใจสัญลกั ษณ ส ี ท่ีอยู่ในแผนท่ ี
เพ่ือจะได้อ่านข้อมูลในแผนท่ีได้ถูกต้อง ใช้แผนที่รัฐกิจเพ่ือจะได้ทราบ 10. นักเรียนแตละกลุมนําใบงานที่ 1.1 เปนใบ
ขอบเขตของจังหวัด อ�าเภอต่าง ๆ ในกรณีท่ีต้องศึกษาเฉพาะสถานที่ สรุปเพ่ือตอบคําถามตามประเด็นคําถามเชิง
บางแหง่ ควรใชข้ ้อมูลจากรปู ถ่ายประกอบ ภูมิศาสตร (ตามตวั อยา งจังหวดั สุราษฎรธานี
ในหนังสือเรยี น

11. นกั เรียนตอบคําถามทีไ่ ดตง้ั ไวในขอ ท่ี 1 เชน
• จังหวดั เราตงั้ อยูบ รเิ วณใด
(แนวตอบ : จังหวัดของเราต้ังอยูบริเวณ
ภาคกลางของประเทศไทย)
• จงั หวดั ของเรามลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศอยา งไร
(แนวตอบ : จังหวัดของเรามีภูเขาอยูทาง
ทิศตะวันตก มีแมนํ้าไหลผานทางทิศทาง
ตะวันออก)
• จงั หวดั ของเรามีทรัพยากรอะไรบา ง
(แนวตอบ : ปา ไม แหลงนํ้า)

ต ัวอย่างแหล่งข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ ท่ีเราสามารถสืบค้นผ่านทางเว็บไซต
แอปพลเิ คชนั หรอื เฟซบกุ โดยเฉพาะเวบ็ ไซตป ระจา� จงั หวดั จะใหข้ อ้ มลู และรายละเอยี ด
ของจังหวัดอยา่ งครอบคลุม

2๕

เกร็ดแนะครู

ครูอธิบายใหนักเรยี นฟง เพิม่ เติมวา ประเทศไทยมเี ทอื กเขาสําคญั ในแตล ะภมู ภิ าค ดงั นี้
• ภาคเหนอื มีทวิ เขาแดนลาว ทวิ เขาถนนธงชัย ทวิ เขาผปี น น้ํา และทวิ เขาหลวงพระบาง
• ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื มที วิ เขาพนมดงรกั ทิวเขาสันกําแพง ทวิ เขาภูพาน และทวิ เขาเพชรบรู ณ
• ภาคกลาง มีทิวเขาดงพญาเยน็
• ภาคตะวนั ออก มที ิวเขาจนั ทบุรี และทวิ เขาบรรทดั
• ภาคตะวันตก มีทิวเขาตะนาวศรี
• ภาคใต มที วิ เขาภเู กต็ ทวิ เขานครศรีธรรมราช และทวิ เขาสันกาลาคีรี

นักเรียนควรรู

1 แผนท่ีเลม (Atlas) คือ หนังสือที่รวบรวมเอาแผนท่ีตางๆ ทั้งแผนที่แสดงลักษณะทางกายภาพ และแผนที่เฉพาะเรื่องท้ังดานส่ิงแวดลอม เศรษฐกิจ
และสงั คม วัฒนธรรม รวมเอาไวใ นเลม เดยี วกัน

T33

นํา สอน สรุป ประเมิน

ขน้ั สรปุ ตัวอยาง การสืบคนและอธบิ ายลักษณะภูมปิ ระเทศ
ัตวอ ยาง
1. นักเรียนรวมกันสรุปเกี่ยวกับลักษณะทาง จงั หวดั สุราษฎรธ านี 1
กายภาพในจงั หวดั ทน่ี กั เรยี นอาศยั อยวู า แผนท่ี การศกึ ษาขอ้ มลู ของจงั หวดั สรุ าษฎรธ าน ี เราใชแ้ ผนทอ่ี า้ งองิ
และรูปถายเปนเครื่องมือท่ีใชแสดงลักษณะ แสดงลกั ษณะภมู ปิ ระเทศของจงั หวดั และแผนทเ่ี ฉพาะเรอ่ื ง ท่ีเป็น เกาะเตา
ทางกายภาพ แหลงทรัพยากรและสถานที่
สาํ คัญในจังหวดั ของตน แผนทร่ี ฐั กจิ แสดงขอบเขตของจงั หวดั และอา� เภอตา่ ง ๆ น หมเู กาะ
ของจงั หวดั สุราษฎรธานี อา งทอง เกาะพะงัน
2. นักเรยี นทาํ แบบฝก ปฏิบตั ิทกั ษะรวบยอด เรอ่ื ง
จังหวัดของเรา จากแบบฝกปฏิบัติทักษะ นอกจากนี้ จะใช้ ชมุ พร
รวบยอด ภูมิศาสตร ป.4 หนา 12-13 เปน
การบาน รปู ถา่ ยเพื่อศึกษา อา วไทย

ลักษณะทาง ระนองทิ ว เ ข า ภู เ ็ก ต เกาะสมยุ
กายภาพของ
จงั หวดั ในบาง น. ุพน ิพน
บรเิ วณด้วย อา วบานดอน

น. ตาป

ระภา น.พมุ ดวง สรุ าษฎรธานี
น.ตาป
เข่ือนรชั ช ป
พังงา นครศรีธรรมราช

กระบ่ี คลองอิปน

มาตราส่วน ๑ : ๑,๕๐๐,๐๐๐ 98 2ํ 0´E 98 ํ40´E 99 ํ00´E 99 ํ20´E 99 ํ40´E 100 0ํ 0´E
แผนทีจ่ งั หวดั สรุ าษฎรธ านี
N มาตราสวน 1 : 4,500,000 10 ํ20´N

จงั หวดั สรุ าษฎรธ านมี ที า� เลทตี่ งั้ อยทู่ างตอนใต้ 10 ํ20´N เมยี นมา
ของประเทศไทย มอี าณาเขตติดต่อ ดังน้ี
ทิศเหนอื ติดตอ่ กับจังหวดั ชุมพร 10 ํ00´N ชุมพร
และอา่ วไทย 10 0ํ 0´N
ทิศใต ติดต่อกบั จังหวัดนครศรีธรรมราช
และจงั หวัดกระบี่ อาวไทย อ.เกาะพะงนั
ทศิ ตะวนั ออก ตดิ ตอ่ กบั จังหวดั นครศรธี รรมราช
และอ่าวไทย 9 ํ40´N ระนอง อ.ทาชนะ อ.เกาะสมุย 9 4ํ 0´N
ทศิ ตะวนั ตก ติดตอ่ กบั จงั หวดั ระนอง 9 2ํ 0´N 9 2ํ 0´N
2 ๖ และจังหวดั พังงา 9 0ํ 0´N อ.ไชยา 9 ํ00´N
8 4ํ 0´N 8 4ํ 0´N
8 2ํ 0´N อ.ทา ฉาง 8 2ํ 0´N
อ.วภิ าวดี อ.ดอนสกั
อ.บานตาขอุน.คีรีรฐั นคิ มอ.พุนพอ.ินเมอื อง.ฯกาญจนดิษฐ
อ.พนมสุราษอ.ฎเครยี ธ นอาซ.นบาาี อน.บนาา เนดนมิ าสาร

พังงา อ.พระแสง อ.เวยี งสระ
อ.ชัยบุรี
นครศรีธรรมราช

กระบี่

8 ํ00´N ภเู กต็ 99 0ํ 0´E 8 0ํ 0´N
ทะเลอนั ดามนั
98 ํ20´E 98 ํ40´E ตรงั พัทลงุ
99 2ํ 0´E 99 4ํ 0´E 100 0ํ 0´E

นักเรียนควรรู

1 จังหวัดสุราษฎรธานี เปนเมืองเกาแกท่ีมีมาต้ังแตสมัยกอนประวัติศาสตร ชนพื้นเมือง ไดแก พวกเซมังและมลายูดั้งเดิม ช่ึงอาศัยอยูในเขตลุมนํ้าหลวง
(แมนํ้าตาป) และบริเวณอาวบานดอน กอนที่ชาวอินเดียจะอพยพเขามาตั้งหลักแหลง และเผยแพรวัฒนธรรม ดังปรากฏหลักฐานในชุมชนโบราณท่ี อ.ทาชนะ
อ.ไชยา เปน ตน ตอมาในพุทธศตวรรษท่ี 13 มีหลักฐานปรากฏวาเมอื งน้ีไดร วมกบั อาณาจกั รศรีวชิ ัย เมอื่ อาณาจักรนี้เส่ือมลง จงึ แยกออกเปน 3 เมือง คอื เมืองไชยา
เมืองทาทอง และเมืองคีรีรัฐ ขึ้นตอเมืองนครศรีธรรมราช ตอมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวโปรดเกลาฯ ใหยายเมืองทาทองมาตั้ง
ทีบ่ า นดอน และยกฐานะเปนเมืองจตั วาขน้ึ ตรงตอ กรุงเทพฯ พระราชทานนามวาเมอื ง “กาญจนดิษฐ” ครัน้ เมอ่ื มกี ารปกครองแบบมณฑล ไดรวมเมืองทัง้ สามเปน
เมอื งเดียวกนั เรียกวา เมืองไชยา ตอ มา พ.ศ. 2458 รชั กาลที่ 6 โปรดฯ ใหเปลยี่ นชอื่ เมืองไชยา มาเปนเมืองสรุ าษฎรธานี แปลวา เมอื งแหงคนดี

T34

นํา สอน สรุป ประเมิน

ลกั ษณะภูมิประเทศ จงั หวัดสุราษฎรธ านมี ี ขน้ั ประเมนิ
พน้ื ทท่ี ง้ั สว่ นทเ่ี ปน็ ภเู ขา พน้ื ทร่ี าบ พนื้ ทชี่ ายฝง ทะเล
และเกาะ 1. ครตู รวจใบงานที่ 1.1 เรอ่ื ง ลกั ษณะทางกายภาพ
พื้นที่ด้านตะวันตก จะเป็นพ้ืนท่ีสูงและ ในจงั หวดั ของเรา
ทิวเขาภูเก็ต อุดมสมบูรณไปด้วยพ้ืนท่ีปาไม้
ซ่ึงเป็นแหล่งต้นน้�าล�าธารของจังหวัด บริเวณ 2. ครตู รวจแบบฝกปฏบิ ัตทิ กั ษะรวบยอด
ตอนกลางมีลักษณะเป็นพื้นท่ีราบลุ่ม ลาดเอียง
ไปทางด้านตะวันออกสู่พื้นท่ีราบชายฝงทะเล
โดยต้ังแต่อ�าเภอไชยา ไปจนถึงอ�าเภอดอนสัก พ น้ื ทด่ี า้ นตะวนั ตกของจงั หวดั สรุ าษฎรธ าน ี
พนื้ ทจี่ ะมลี กั ษณะเวา้ เขา้ มา เรยี กวา่ อา่ วบา้ นดอน เปน็ เขาหนิ ปนู มปี า ไมอ้ ดุ มสมบรู ณ
พน้ื ทด่ี า้ นใต ้ เปน็ ทสี่ งู ตอ่ เนอื่ งกบั ทวิ เขานครศรธี รรมราช บรเิ วณอา่ วไทยมพี นื้ ทท่ี เ่ี ปน็ เกาะ
ได้แก ่ เกาะสมยุ เกาะพะงนั และหมู่เกาะอ่างทอง
แหลงนํ้าสําคัญ นอกเหนือจากอ่าวไทยแล้ว จะมีแม่น้�าสายเล็ก ๆ กระจายอยู่ทุก
รพชั ้นื ชทปี่ขรอะงภจาัง1 หซวึ่งดัก ักแเกมบ็ ่นน�า้ �า้สทายี่ไหส�าลคมัญาจ าไกดพแ้ ้ืนก ่ทแท่ี มางน่ ต้�าะตวานั ปต ี กแ ลไะวแส้ มา� ่นหา้�รพบั ุมกาดรวชงล ปรวรมะททาัง้ นม เี ขผอื่ลนิต
กระแสไฟฟา และเปน็ แหลง่ ท่องเท่ียว
หมู่เกาะอ่างทอง จังหวดั สรุ าษฎรธาน ี
มีลกั ษณะภูมปิ ระเทศที่งดงามกลางอ่าวไทย

2๗

ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู

ขอ มลู อาณาเขตติดตอ ของจงั หวัดสรุ าษฎรธานีขอ ใดถกู ตอง 1 เขอ่ื นรชั ชประภา เดิมชื่อ เข่อื นเช่ยี วหลาน ตั้งอยูติดตอกบั อทุ ยานแหง ชาติ
1. ทิศตะวนั ตกตดิ ตอ กับจงั หวัดระนองและจงั หวัดชุมพร เขาสก จังหวัดสุราษฎรธานี บริเวณอา งเกบ็ นํา้ ในเข่อื นรัชชประภามภี เู ขาหินปนู
2. ทศิ ใตต ดิ ตอ กับจังหวดั กระบีแ่ ละจังหวัดพังงา รูปรางสวยงามแปลกตา จึงไดร ับการขนานนามวา กยุ หลินเมืองไทย
3. ทศิ ตะวนั ออกตดิ ตอ กบั จงั หวดั นครศรธี รรมราชและอา วไทย
4. ทศิ เหนือติดตอกบั จงั หวัดชุมพรและจงั หวดั ระนอง

ç(วิเคราะหคําตอบ ทิศเหนือของจังหวัดสุราษฎรธานีติดตอกับ
จงั หวดั ชมุ พรและอา วไทย ทศิ ใตต ดิ ตอ กบั จงั หวดั นครศรธี รรมราช
และจงั หวดั กระบี่ ทศิ ตะวนั ตกตดิ ตอ กบั จงั หวดั ระนองและจงั หวดั
พงั งา ดังน้นั ขอ 3. จงึ เปน คาํ ตอบทถี่ กู )

T35

นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ นาํ ๑.๒ ลกั ษณะภมู อิ ากาศ

1. ครใู หน กั เรยี นดแู ผนทแี่ ละรปู ถา ยทแี่ สดงแหลง ลักษณะภูมิอากาศ คือ ลักษณะอากาศท่ีเกิดข้ึนเป็นประจ�า หรือมี
ทรพั ยากร และสถานทสี่ าํ คญั ของประเทศไทย ลักษณะเฉล่ียของพ้ืนที่ใดพื้นที่หน่ึง ซึ่งเกิดติดต่อกันมาเป็นเวลานาน
แลวรวมกันสนทนาและคนหาแหลงทรัพยากร ลกั ษณะภมู อิ ากาศของจงั หวดั ตา่ งๆ ในประเทศไทย สว่ นใหญจ่ ะคลา้ ยคลงึ กนั
และสถานท่สี าํ คญั วามอี ะไรบา ง มแี ตกตา่ งกันเพียงเล็กน้อยบา้ งในบางพ้ืนที่
ลกั ษณะภมู อิ ากาศของจงั หวดั ตา่ ง ๆ ในประเทศไทยจะมสี ภาพอากาศ
2. ครูเช่ือมโยงเร่ืองที่ดูกับแหลงทรัพยากร และ ร้อนชืน้ อากาศจะร้อนอบอ้าวเกอื บตลอดทงั้ ปี อุณหภมู เิ ฉลยี่ ตลอดทัง้ ปี
สถานที่สาํ คญั ในจงั หวัดของนกั เรยี น ๒๗ องศาเซลเซยี ส ทงั้ นอ้ี ณุ หภมู อิ าจจะแตกตา่ งกนั ไปในแตล่ ะพนื้ ท่ี แตล่ ะ
จังหวัด และฤดู ประเทศไทยแบง่ ฤดอู อกเป็น ๓ ฤดู ได้แก่

๑ ฤดรู อ้ น

พ.ย. ธ.คฤ. ูดหนาว ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. ชว่ งตงั้ แตก่ ลางเดอื นกมุ ภาพนั ธ-์ กลางเดอื นพฤษภาคม
มิ.ย. เป็นช่วงท่ีประเทศไทยได้รับแสงแดดจากดวงอาทิตย์
ฤดรู ้อน เม.ย. พ.ค.ช่วงระยะเวลาอยา่ งเตม็ ที่ ทกุ พน้ื ทขี่ องประเทศไทย มอี ากาศอบอา้ ว
ต.ค. ก.ย. การแบง่ ฤดขู อง และรอ้ นจดั

ประเทศไทย ๒ ฤดฝู น

ส.ค. ก.ค. ช่วงต้ังแต่กลางเดือนพฤษภาคม-กลางเดือน
ตุลาคม เป็นช่วงที่มีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
ฤดฝู น พัดเข้ามา ท�าให้เกิดฝนตกเป็นบริเวณกว้าง
แตท่ างตอนใตข้ องไทยจะยงั คงมฝี นตกชกุ ไปจนถงึ
เดอื นธนั วาคม

๓ ฤดหู นาว

ชว่ งตง้ั แตก่ ลางเดอื นตลุ าคม-กลางเดอื นก1มุ ภาพนั ธ์ เปน็ ชว่ ง
ท่ีพื้นท่ีของประเทศไทย ยกเว้นทางภาคใต้ ได้รับอิทธิพลจาก
ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ท�าให้มีอากาศหนาวเย็นและ
แหง้ แลง้ โดยเฉพาะพนื้ ทท่ี างภาคเหนอื และภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื

28 ลกั ษณะภูมิอากาศของจงั หวัดต่างๆ ในประเทศไทย

นักเรียนควรรู

1 ภาคใต ของประเทศไทยมลี ักษณะอากาศแตกตา งจากภมู ภิ าคอ่นื คอื มีฤดูกาล 2 ฤดูกาล ดังนี้
• ฤดรู อน อยใู นชว งกลางเดือนกุมภาพนั ธถงึ กลางเดอื นพฤษภาคม
• ฤดูฝน อยูในชวงกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดอื นกุมภาพันธ ซ่งึ ในฤดฝู นของภาคใตน ยี้ ังแบง ไดเ ปน 2 ระยะดว ยกัน คือ
1) ระยะมรสุมตะวันตกเฉียงใต จะอยใู นชว งกลางเดือนพฤษภาคมถงึ กลางเดอื นตลุ าคม ซ่งึ จะมีฝนตกชกุ ในบริเวณภาคใตฝง ตะวนั ตก เชน ระนอง

พงั งา ภเู ก็ต ตรงั
2) ระยะมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะอยูในชวงกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ ซึ่งจะมีฝนตกชุกในบริเวณภาคใตฝงตะวันออก เชน

สรุ าษฎรธานี นครศรีธรรมราช พัทลงุ สงขลา

T36

นํา สอน สรปุ ประเมนิ

ปปปรรระะะเเเทททศศศไทไไทยทย:ย อ: :ุณออหณุ ุณภหมู หเิภฉภมูลูม่ียิเฉรเิ าลฉย่ียลปรใี่ยานยรคปาาบยีในป3ค0ใานปบค ๓าบ๐ 3ป0ี (พป.ศ. ๒๕๒๕-พ.ศ.๒๕๕๔) 106 ํE ขน้ั สอน

96 Eํ 98 ํE 100 ํE 102 ํE 104 Eํ 20 ํN การตงั้ คาํ ถามเชงิ ภมู ศิ าสตร

20 ํN น.สาละวิน น.โขง น.โข 1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั ตง้ั คาํ ถามเชงิ ภมู ศิ าสตร
น.โขง เชน
ง • แหลงทรัพยากรธรรมชาติในจังหวัดของเรา
เมยี นมา ลาว เวียดนาม อา วตงั เกยี๋ มอี ะไรบาง
• แหลงทรัพยากรธรรมชาติในจังหวัดของเรา
น.สาละ วิน ต้ังอยูบ รเิ วณใด
น.โขง
18 Nํ 18 ํN

16 ํN น.โขง 16 ํN

อาวเมาะตะมะ 14 Nํ

14 Nํ

กัมพูชา

น.โขง

12 Nํ ก.ชาง 12 ํN
ก.กดู
10 Nํ ทะเลอนั ดามัน
อาวไทย เวียดนาม

ก.เตา 10 ํN
ก.พะงนั
ก.สมุย

คำอธิบายสญั ลกั ษณ

8 Nํ ก.ภูเก็ต ระดับอุณหภูมิเฉล่ีย 8 ํN
องศาเซลเซยี ส ( ํc)

> 30 cํ

N 27 cํ
มก.ตะรุเตา
25 ํc

6 Nํ 0 75 150 300 กม. 23 cํ
แหลงขอ มูล : กรมอุตนุ ยิ มวิทยา 21 cํ 6 Nํ

มาเลเซีย < 19 cํ

96 ํE 98 Eํ 100 ํE 102 ํE 104 ํE 106 ํE

34 TH AตILANวั DอATLยASา่ งแผนที่อณุ หภมู ิเฉล่ยี ของประเทศไทย 29

ปปรระะเเททศศไทไยท:ยอ:ณุ อหณุภูมหเิ ฉภลมูย่ี ริเาฉยลปใยี่ นรคาาบยป30ใ นปคาบ 30 ป ขอสอบเนน การคิด

96 Eํ 98 Eํ 100 ํE 102 ํE 104 Eํ 106 Eํ จากแผนทบี่ รเิ วณหมายเลขใดทม่ี อี ุณหภูมเิ ฉลย่ี ตาํ่ ทส่ี ุด
20 Nํ น.สาละวิน น.โขง น.โข 20 ํN 1. หมายเลข 1
2. หมายเลข 2
เมียนมา ลาว น.โขง เวียดนาม อา วตงั เกี๋ย 3. หมายเลข 3
ง 4. หมายเลข 4
118 Nํ
น.สาละ วิน 18 ํN ç(วิเคราะหคําตอบ จากแผนท่ีบริเวณที่มีอุณหภูมิเฉล่ียต่ําท่ีสุดจะใช
น.โขง สีเหลืองเปนสัญลักษณ สวนบริเวณที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงที่สุดจะใช
สนี าํ้ ตาลเปนสญั ลักษณ ดังนน้ั ขอ 1. จึงเปน คําตอบทถ่ี กู )
16 Nํ 3 2 น.โขง 16 Nํ
อาวเมาะตะมะ
14 ํN
14 Nํ

กมั พชู า

น.โขง

12 Nํ ก.ชาง 12 ํN
10 ํN ทะเลอนั ดามนั ก.กูด

อาวไทย เวียดนาม

ก.เตา 10 ํN
ก.พะงัน
ก.สมุย คำอธบิ ายสัญลักษณ

8 Nํ ก.ภูเก็ต 4 ระดบั อุณหภมู ิเฉลย่ี 8 ํN
N องศาเซลเซียส ( ํc)

> 30 cํ

27 cํ

มก.ตะรเุ ตา 25 ํc
300 กม.
6 ํN 0 75 150 23 ํc
แหลง ขอ มลู : กรมอุตนุ ยิ มวิทยา 100 ํE 21 cํ 6 ํN

มาเลเซยี < 19 ํc

96 ํE 98 ํE 102 Eํ 104 Eํ 106 Eํ

34 THAILAND ATLAS

T37

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน ÀÁÙ ÔÈÒʵÏ ¹‹ÒÃÙŒ

การรวบรวมขอ มลู

2. นักเรียนแตละคนเลือกใชแผนที่แสดงลักษณะ
ทางภูมิประเทศ หรือแผนท่ีรัฐกิจแสดง
อาณาเขตจังหวดั ท่ีนกั เรยี นอาศัยอยู

3. นักเรียนศึกษาและสืบคนแหลงทรัพยากร
สําคัญ และสถานท่ีสําคัญทางภูมิศาสตรของ
จงั หวัด แลวบันทกึ ไวเ ปน ขอ มูลความรู

ปจ จยั ทที่ า� ให้ ระยะหา งใกล-้ ไกลทะเล
ลกั ษณะภมู อิ ากาศ จังหวัดที่อยู่ติดทะเล เช่น

ในแตล่ ะพน้ื ท่ี จงั หวดั ทางตอนใต้ ทางตะวนั ออก
แตล่ ะจงั หวดั จะมฝี นตกชกุ อากาศจะไมร่ อ้ นมาก
แตกตา่ งกนั ไดแ้ ก่ ต่างจากจังหวัดทางตอนเหนือท่ีมี
ฝนนอ้ ยกวา่
ความสงู ของพน้ื ท่ี
บริเวณจังหวัดท่ีอยู่

ในพนื้ ทสี่ งู หรอื ภเู ขา เชน่
เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน
จะมีอุณหภูมิต่�ากว่า
จงั หวดั ทอ่ี ยใู่ นพนื้ ราบ

การขวางกนั้ ของภเู ขา

พื้นที่ทางด้านตะวันตก มีแนวเทือกเขาก้ันความช้ืนจากทะเลด้าน
กมหาญาสจมนทุ บรรุ อี นิจงึเดไดยี ร้ไวบั ้ ทปา�รใมิ หาพ้ ณน้ื ฝทนด่ี 1นา้ นอ้ หยลกงัวภา่ พเู ขนื้าเทปร่ีน็ บั พลน้ื มททอี่ อี่ บั ยลดู่ มา้ นเชหน่ นจา้ งัภหเู ขวาดั ตาก
๓๐

นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคดิ

1 ปรมิ าณฝน ในแตล ะพน้ื ทเี่ ปลย่ี นแปลงไปตามลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ นอกเหนอื ขอ ใดไมใ ชปจจัยท่ีทาํ ใหลกั ษณะภูมอิ ากาศในแตล ะจังหวัด
จากการผันแปรตามฤดูกาล โดยประเทศไทยตอนบนจะมีปริมาณฝนมากท่ีสุด แตกตา งกนั
ในเดอื นสงิ หาคมหรอื กนั ยายน พนื้ ทที่ ม่ี ปี รมิ าณฝนมาก สว นใหญจ ะอยดู า นหนา
ทวิ เขา หรอื ดา นรบั ลมมรสมุ ตะวนั ตกเฉยี งใต เชน บรเิ วณอาํ เภอทองผาภมู ิ จงั หวดั 1. ความสูง-ตาํ่ ของพื้นท่ี
กาญจนบุรี จันทบุรี ตราด เปนตน พื้นที่ท่ีมีปริมาณฝนนอยสวนใหญอยูดาน 2. ทศิ ทางของลมประจาํ
หลงั เขา เชน พ้นื ทีบ่ รเิ วณตอนกลางของภาคเหนอื บรเิ วณจังหวัดลําพนู ลําปาง 3. ประเพณีวฒั นธรรมของคนในจงั หวัด
ดานตะวันตกของภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื บริเวณจังหวัดชยั ภูมิ นครราชสมี า 4. ระยะหางใกล- ไกลทะเล
เปนตน สวนภาคใตจ ะมีฝนตกชุกเกือบตลอดทัง้ ป
(วเิ คราะหค าํ ตอบ ปจ จยั ทที่ าํ ใหล กั ษณะภมู อิ ากาศในแตล ะจงั หวดั
แตกตางกนั ไดแ ก ความสูง-ตา่ํ ของพ้นื ที่ ระยะหางใกล- ไกลทะเล
การขวางกั้นของภูเขา ทิศทางของลมประจํา และอิทธิพลของ
ลมพายุ ดังน้ัน ขอ 3. จึงเปน คาํ ตอบท่ถี ูก)

T38

นํา สอน สรปุ ประเมนิ

ประเทศไทย : ทิศทางปลรมะปเทระศจไำทถยนิ่ :แทลศิ ะทลมางปลรมะปจรำะปจ ำถ่ินและลมประจำป ขนั้ สอน

96 Eํ 100 Eํ 9610ํE4 ํE 100 Eํ 22 Nํ 96ก1Eํ ล0า4งํEเดือนตุลาค1ม00-2ก2ํEลํNางเดือ2น2กNํ ุม9ภ6าก1ํEพ0ล4ันางธEํ เด(ฤือดนหู ตนุลาวค)1ม020- 2กEํ ลํNางเดือนกมุ ภา1พ04ันธEํ  (ฤดูหนาว) 22 Nํ การรวบรวมขอ มลู
22 ํN กลางเดือนพฤษภาคม - กลางเ2ด2อื Nํนตุลาคม (ฤดฝู น) 22 ํN
4. นักเรียนแตละคนระบุบริเวณตําแหนงหรือ
18 Nํ ลมมร ุสมตะวันตกเฉียงใ ตLL15พฤษภาคม- มถิ นุ ายนL L 15 พฤษภาคม - มถิ นุ ายนลมมรสุมตะ ัวนออกเฉีลยงมเมหร ืนสุอมตะ ัวนออกเฉียงเห ืนลอมมร ุสมตะวันออกเฉียงเห ืนอ18 ํN18 Nํลมมร ุสมตะวันออกเ ีฉลยงมเมหร ืนุสอมตะ ัวนออกเ ีฉยงเห ืนลอมมร ุสมตะวันออกเ ีฉยงเห ืนอ18 Nํ 18 Nํ บรเิ วณแหลง ทรพั ยากร และสถานทสี่ าํ คญั ของ
ลมมร ุสมตะ ัวนตกเ ีฉยงใต-18 NํL 18 ํN 14 ํN 14 ํN จังหวัดลงในแผนท่ี จากน้ันติดรูปถายแหลง
กรกฎาคม สิงหาคม กร1ก8ฎNํ าคม - สิงหาคม ทรัพยากร และสถานที่สําคัญท่ีนักเรียนสนใจ
L กนั ยายน ลงในสมุดพรอมรวบรวมขอมูลเพ่ือใชบรรยาย
กนั ยายน ภาพจากแหลงเรยี นรูท ี่หลากหลาย
ลลมมมมรรุสสุมมตตะะวั ัวนนตตกเกเฉีฉียยงใงใ ต ต
ลลมมมมรรุส ุสมมตตะะวัวันนตตกเกเ ีฉ ีฉยยงใงใตต 14 ํN 14 Nํ 5. นักเรียนแตละคนศึกษาความรูเพ่ิมเติมจาก
14 ํN 14 Nํ 14 ํN 14 ํN หนังสือเรียนและ PowerPoint

10 Nํลมมรสุมตะ ัวนตกเฉียงใ ตL110 Nํ 10 Nํ L 1 -1105LํNคตาํลุ อาคธรมบิ อ่ างยควสาัญมLลก1ดัก6อษา-ณก31า10ศตNํตลุา่� าค1ม0 ํN ลมมร ุสมตะวันออกเฉียงเห ืนอ L 16 10 ํN ลมมร ุสมตะวันออกเฉียงเห ืนอ 10 Nํ
ลมมร ุสมตะ ัวนตกเ ีฉยงใต15 ตลุ าคม 31 ตลุ าคม
- -

6 Nํ 6 ํN 6 Nํ 6 ํN ลมประจ�าฤLดู พ6ฤศํNจกิ ายน6 Nํ L พ6ฤํNศจกิ ายน 6 Nํ

Nํ 96กํEล1า0ง4เดํEอื นกมุ ภาพ110ัน00ธ0ํE-ํEกลางเด2ือ2นNํ พ9ฤ61ษกํE0ภล14าา0งคํE4เมดํEือ(ฤนดกรู มุ อภนา)พ1100ัน200ธ2EํEํ -ํNกลางเดือนพฤ1ษ01ภ40า4คํEมํE 100 Eํ 104 Eํ
(ฤดูรอน) 22 Nํ
ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต พัดมา ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนอื พดั มา100 ํE22

จากมหาสมุทรอินเดียน�าความชุ่มชื้นมาให ้ จากทางตอนบนบรเิ วณประเทศจีน นา� ความ
(ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม-กลางเดือน หนาวเย็นและแห้งแล้งมาให้ (ประมาณกลาง
ตทุลว่ั ไาปค มโ)ด ยทเ�าฉใพหา้ทะ้อพ18งนื้ Nํฟทาดี่ ม้าีเนมรฆบั มลามกL แ1ม-ล1ีฝ5ะพพ1น8ฤื้นษNํตภทกาคี่ม โเดป1อืLร8น่Nํง1 ต-1ลุโ5ดพาฤคยษมภเาฉ-คกมพลาาะงพเดื้นอื ทน1ี่ท8กNํ ามุ งภตาอพนนั เหธ) น ือท ้อแงฟลาะ
ราบชายฝง ทะเล ตะ1ว4LNํันเมอษาอยกน เฉียงเหนอื มีอ14าํNกาศหนาวเย็น
14 Nํ L เมษาย1น4 ํN ลมตะวนั ออกเฉยี งใต ลมตะวันออกเฉยี งใต

ลม ัพทธยา
ลม ัพทธยา
ลมพัทธยา ลมพทั ธยา
ลมต(ะลวมันตอะอเกภเาฉมยี งี.คใต. - เม.ยล.ม) ตะวนั ออกเฉียงใต
อทิ ลธมพิ พลาขยอุทงี่พลัดมผพ่านายปุ1ระเทศไทย ส่วนใหญ่(พ.ค.)ลมพัทธยา
ทต่ศอิ ลทพมาื้นปNงรทละ่ีใมจนาป� ปทรรม่ี ะะอี จเ1ทิ06ทาํ ํํNNธศพิ (พไ.คลท.)ลมอยพNัทยธยาา่ ไงดม้แากLก่ 10 Nํลมต(ะลวมนั ตอะอเกภเาฉมยี งี.คใต. - เม.ยล.ม) ตะวนั ออกเฉยี งใต 10 NํL มนี าคม คำอธบิ ายสัญลกั ษณ 10 Nํ คำอธบิ ายสัญลกั ษณ
มนี าคม L รอ งความกดอากาศตำ่
L รอ งความกดอากาศตำ่
6 ํN
1ทพจ04ะะEํดั พเแลรัดจงมนี แ106าใ0ลตNํ จํEะ้ าแนกลา� ทะฝามนงหม1ต0ลลาา4มมะปปสํEตรระะวมจจกำำันถฤทุในดิ่ นูอรปอแ6 รNํปกมิซาฟิ หณกรมือซาทง่ึ กลลจามมปปงะรระะทจจดมำำฤถา� ล้ีาิด่นใู นหม้
ล0มมร20ส0 ุมต40ะ0 กวม.ันตกเฉ0 ียง2ใ00ต้ ท400่ีนกม�า.
ความชมุ่ ชนื้ และลมมรสุมตะว100นั ํE-
ออกเฉยี งเหนอื ทนี่ า� ความหนาวเยน็ เกดิ อทุ กภยั ขนึ้ ได้ โดยเฉพาะพน้ื ทที่ างตะวนั -
และแหง้ แลง้ มาส่ปู ระเทศไทย ออกเฉยี งเหนอื แตบ่ างปท ม่ี พี ายพุ ดั ผา่ นนอ้ ย
ปรมิ าณนา้� ฝนกจ็ ะนอ้ ยตาม ซง่ึ อาจสง่ ผลทา� ให้
เกดิ ความแหง้ แลง้ ขาดแคลนนา�้ ในชว่ งฤดรู อ้ น

๓๑

นักเรียนควรรู

1 พายุ ในประเทศไทย อาจแบงออกเปน 3 ประเภทใหญๆ คอื
• พายุฝนฟาคะนอง หมายถงึ การท่มี ีพายซุ ึ่งทาํ ใหเ กิดฝนตกหนัก มักมฟี าแลบ ฟา รอ ง และฟาผารวมอยดู ว ย
• พายุฤดูรอน เปนพายุฝนฟาคะนองท่ีมักเกิดข้ึนในตอนตนและตอนปลายฤดูรอน เม่ืออากาศท่ีมีความเย็นจากทิศเหนือ พัดมาพบกับอากาศรอนทาง

ทศิ ใต กอ ใหเกิดพายุ ซ่งึ บางครัง้ มีฝนตกหนักตดิ ตามมาดวย แตบางทกี ม็ ีลมแรงเพยี งอยางเดียวที่เรยี กวา ลมกระโชก
• พายุหมุนเขตรอน หมายถึง พายุท่ีหมุนเปนวงรอบตัวเองดวยความเร็วมากนอยแตกตางกัน และเกิดขึ้นในเขตรอน สวนใหญเกิดข้ึนเหนือทะเล

และมหาสมุทร ซ่ึงอากาศมีความช้ืนมากและมีอุณหภูมิคอนขางสูง พายุหมุนเขตรอนมีชื่อเรียกตางกันแลวแตความเร็วในการหมุนรอบจุดศูนยกลาง เชน
พายดุ เี ปรสชัน พายเุ ขตรอ น พายไุ ซโคลน พายไุ ตฝุน พายุเฮอรร เิ คน

ประเทศไทยต้ังอยใู กลม หาสมทุ รอินเดียและมหาสมทุ รแปซฟิ ก จงึ ไดรับอนั ตรายจากพายุไซโคลนและพายุไตฝ นุ บอ ยๆ เมือ่ มพี ายุไซโคลนและพายไุ ตฝุน
เคล่ือนท่ีผานเขามาในประเทศ จะทําใหมีพายุรุนแรงและมีฝนตกหนัก จนทําใหเกิดความเสียหายแกชีวิตและทรัพยสินไดมาก ถึงแมพายุหมุนเขตรอนที่
เกิดขึ้นจะไมรุนแรง ขนาดเปนพายุไซโคลนหรือพายุไตฝุน แตถามีพายุดีเปรสชัน หรือพายุเขตรอน เคลื่อนท่ีผานเขามาในประเทศไทย ก็อาจทําความ
เสียหายไดเชน กนั

T39

นาํ สอน สรุป ประเมนิ

ขน้ั สอน ตวั อยา ง การสืบคน และอธิบายลักษณะภมู ิอากาศ

การจัดการขอ มูล จงั หวัดเพชรบรู ณ
สภาพภมู ปิ ระเทศของจงั หวดั เพชรบรู ณ  มที วิ เขาทางเหนอื สว่ นทาง
6. นักเรียนแตละคนรวบรวมขอมูลตามประเด็น ตะวันออก และทางตะวนั ตก เป็นแนวทวิ เขาขนานกนั คลา้ ยรูปเกือกม้า
คาํ ถามท่ีกาํ หนดไวใ นขอที่ 1 สว่ นทางตอนกลางและทางตอนใตจ้ ะเปน็ ทรี่ าบ เนอ่ื งจากมที วิ เขาลอ้ มรอบ
ทางตอนบน พนื้ ท่ีมีระดบั ความสูงต�า่ แตกตา่ งกนั จึงท�าให้อณุ หภมู แิ ตล่ ะ
7. นักเรียนพิจารณาความนาเชอ่ื ถือของขอมูล ฤดูแตกต่างกนั ดว้ ย ซ่ึงจงั หวัดเพชรบูรณมีอุณหภูมเิ ฉลีย่ ทง้ั ปี ๒๗ องศา
8. นักเรียนนําขอมูลที่พิจารณาความนาเช่ือถือ เซลเซียส แบง่ ออกเป็น ๓ ฤด ู ดังนี้
น เลย
แลว มาเขียนบรรยายใตภาพที่ระบุตําแหนง
หรือบรเิ วณทรัพยากร และสถานที่สําคัญของ
จงั หวัด ในใบงานท่ี 2.1 เรอื่ ง แหลง ทรัพยากร
และสถานท่ีสําคญั ในจงั หวดั ของเรา

อ.หลม เกา น.ปา สกั ฤดรู อ้ น

ภทู ับเบิก อ.นำ้ หนาว มีอากาศร้อน โดยเฉพาะ
อ.หลมสกั ในเดือนเมษายนจะมีอากาศ
ทิ ว เ ข า เ พ ช ร ูบ ร ณ บู ร ณ ร้อนท่ีสุด ซึ่งพื้นท่ีตอนล่าง

น. ปา ัสก ขอนแกน ของจงั หวดั แถบอา� เภอศรเี ทพ
พิษณุโลก อ.เขาคอ อ�าเภอวิเชียรบุรี จะมีอากาศ
ิท ว เ ข า เ พ ช ร ร้อนมาก มีอุณหภูมิเฉลี่ย
สงู กวา่ ๓๐ องศาเซลเซยี ส

อ.วงั โปง อ.เมอื งเพชรบรู ณ ฤดฝู น
มีฝนตกชุกไปจนถึงกลางเดือนตุลาคม
พจิ ิตร เพชรบูรณ
ซึ่งเป็นระยะที่มีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดน�า
อ.ชนแดน ความชมุ่ ชน้ื เขา้ มา ซง่ึ อา� เภอวเิ ชยี รบรุ ี มปี รมิ าณ
ฝนตกเฉลย่ี มากสดุ โดยในชว่ งฤดฝู น บรเิ วณ
น. ปา ัสก ชยั ภมู ิ ลุ่มแม่น้�าปาสักตอนใต้ท่ีเป็นที่ราบลุ่ม จะเกิด
อ.หนองไผ อทุ กภยั บอ่ ยครงั้

นครสวรรค อ.บงึ สามพนั ฤดหู นาว
อ.วิเชยี รบรุ ี อากาศโดยท่ัวไปหนาวเย็นและแห้งแล้ง

อ.ศรีเทพ อ�าเภอที่มีอากาศหนาวท่ีสุด ได้แก่ อ�าเภอ
น�้าหนาว อ�าเภอเขาค้อ และอ�าเภอหล่มเก่า
ลพบรุ ี เนือ่ งจากมีภมู ปิ ระเทศเปน็ ภเู ขาและท่ีสงู

มาตราสว่ น ๑ : ๙๕๐,๐๐๐

๓2

ขอ สอบเนน การคิด

“เมืองมะขามหวาน อุทยานนา้ํ หนาว ศรีเทพเมอื งเกา เขาคออนสุ รณ นครพอ ขนุ ผาเมือง”
จากคําขวญั ประจําจังหวัดเพชรบูรณ ขอ ความใดที่บอกถงึ สถานทส่ี าํ คัญในจงั หวดั

1. เขาคออนุสรณ อทุ ยานนํ้าหนาว ศรีเทพเมืองเกา
2. อุทยานนํ้าหนาว เขาคออนสุ รณ นครพอ ขนุ ผาเมือง
3. เมืองมะขามหวาน อุทยานนํา้ หนาว ศรเี ทพเมอื งเกา
4. ศรเี ทพเมอื งเกา เมอื งมะขามหวาน นครพอ ขนุ ผาเมอื ง

(วเิ คราะหคาํ ตอบ จงั หวัดเพชรบรู ณม ีสถานท่สี าํ คัญหลายแหงดวยกัน เชน อุทยานนา้ํ หนาว
ศรีเทพเมืองเกา เขาคอ ภูทับเบิก อุทยานแหงชาติทุงแสลงหลวง เปนตน ดังนั้น ขอ 1.
จึงเปนคาํ ตอบทีถ่ ูก)

T40

นํา สอน สรุป ประเมนิ

ตัวอยา ง ขน้ั สอน

๑.๓ ทรัพยากรธรรมชาติ การวเิ คราะหและแปลผลขอ มลู

ทรพั ยากรธรรมชาติ หมายถึง ส่ิงตา่ ง ๆ ที่เกิดข้นึ เองหรือมีอยูต่ าม 9. นักเรียนแตละคนนําขอมูลมาวิเคราะหหา
ธรรมชาต ิ ซง่ึ มนุษยไดน้ �ามาใชป้ ระโยชนในการด�ารงชีวิต ท้ังทางตรงและ คาํ ตอบใหค รบตามประเดน็ คําถามในขอ ที่ 1
ทางอ้อม ทรพั ยากรธรรมชาตทิ ี่สา� คัญของแต่ละจงั หวดั ได้แก่
10. นักเรยี นนาํ เสนอผลงานหนา ชัน้ เรยี น ครูและ
ดนิ เป็นสิ่งทเี่ กิดขึน้ เองตามธรรมชาติ จากการผพุ งั ของหนิ แร่ รวมทง้ั นักเรียนชวยกันคัดเลือกผลงานท่ีมีขอมูล
ซากพืชซากสัตว์ ดินในแต่ละพ้ืนที่ แต่ละจังหวัด จะมีลักษณะและ ถูกตอ ง สมบูรณและนา สนใจจํานวน 10 ชิ้น
คุณสมบัติต่างกันไป มนุษย์ใช้ประโยชน์จากดินในด้านต่าง ๆ เช่น ตดิ ทีป่ า ยนิเทศ
เปน็ แหล่งสร้างท่อี ยูอ่ าศัย เพาะปลกู เลย้ี งสัตว์

นาํ้ เป็นปจจัยส�าคัญต่อการด�ารงชีวิตทั้งของมนุษย์ สัตว์ และพืช
เราใช้น้�าเพื่อการอุปโภคบริโภค ใช้ในการเกษตร อุตสาหกรรม
การคมนาคมขนส่ง ผลติ กระแสไฟฟา ตลอดจนกจิ กรรมตา่ ง ๆ

สตั วป า เป็นส่ิงมีชีวิต ได้แก่ สัตว์บก สัตว์น้�า สัตว์สะเทินน�้าสะเทินบก
และสัตว์ปก แมง แมลง ซึ่งก�าเนิดและด�ารงชีวิตอยู่ในแหล่งต่าง ๆ
ตามธรรมชาติ สัตวป์ าบางชนดิ เป็นอาหารของมนษุ ย์ ชว่ ยทา� ลายศตั รู
ของพชื ชว่ ยกระจายเกสรและเมลด็ พนั ธพ์ุ ชื

ทรพั ยากรธรรมชาติ ๓๓

ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

การบกุ รกุ ทาํ ลายพนื้ ทป่ี า ชายเลนสง ผลกระทบตอ ทรพั ยากรใด ครใู หน กั เรยี นสบื คน ขอ มลู เกย่ี วกบั ทรพั ยากรธรรมชาตใิ นจงั หวดั มาลว งหนา
มากทีส่ ดุ ตามหัวขอ ตอ ไปน้ี

1. แร • ดิน • น้ํา • ปาไมแ ละสัตวปา • แร
2. น้าํ
3. สตั วน ้ํา ส่ือ Digital
4. ปา ไม
นกั เรยี นสามารถเรยี นรเู พม่ิ เตมิ
(วเิ คราะหคาํ ตอบ การบุกรกุ พนื้ ทปี่ าชายเลนจะสงผลกระทบตอ เกีย่ วกบั ทรพั ยากรธรรมชาตไิ ดจาก
สัตวนํ้า เพราะวาพ้ืนท่ีปาชายเลนเปนที่อยูอาศัยและเปนแหลง QR Code
อาหารของสัตวนํ้านานาชนิด และยังชวยปองกันภัยธรรมชาติ
ที่จะสงผลกระทบตอความเปนอยูของประชาชน ดังน้ัน ขอ 3.
จึงเปน คาํ ตอบทถี่ ูก)

T41


Click to View FlipBook Version