คมู่ อื ครู
Teacher Script
ภูมิศาสตร์ ป.4
ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ 4
ตามมาตรฐานการเรียนรูและตวั ชี้วัด สาระภมู ิศาสตร (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
กลุม สาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ผเู รียบเรียงหนงั สือเรียน ผูตรวจหนังสอื เรยี น บรรณาธิการหนังสือเรยี น
ผศ. ดร. ณฐั พร ยวงเงิน นางสาวกนกพร กระบวนศรี นายสมเกียรติ ภูร ะหงษ
นางชมชดิ พรหมสนิ
นางฉัฐรส พฒั นารมย
นายสุปญ ญา เขียนเจริญ
ผเู รยี บเรยี งคูมือครู บรรณาธกิ ารคูมอื ครู
ผศ. ดร. ณฐั พร ยวงเงนิ นางสาวกรภทั ร กาํ ลังงาม
นางสาวนนทลี หยกสวุ รรณกุล
พิมพครง้ั ท่ี 3 นายสาธติ นิจรมย
สงวนลขิ สิทธ์ติ ามพระราชบัญญตั ิ
รหัสสินคา 1443054
ค�ำแนะน�ำกำรใช้
คู่มือครู รายวิชา ภูมิศาสตร์ ป.4 จัดท�าข้ึนเพื่อให้ครูผู้สอนใช้
เป็นแนวทางวางแผนการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนและประกันคุณภาพผู้เรียน ตามนโยบายของส�านักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน (สพฐ.)
เพ่ิม คําแนะนาํ การใช้ ชวยสรำงควำมเขำใจ เพ่ือใชคูมือครูได นาํ สอน โซน 1สรุป ประเมิน
อยำงถูกตอ งและเกิดประสิทธภิ ำพสูงสุด
ขนั้ สอน
เพิ่ม คําอธิบายรายวชิ า แสดงขอบขำ ยเนื้อหำสำระของรำยวชิ ำ ñ ʧÔè áÇ´ÅÍŒ Á·Ò§¡ÒÂÀÒ¾¡ºÑ ¡ÒôÒí à¹¹Ô ªÇÕ µÔ
ซงึ่ ครอบคลมุ มำตรฐำนกำรเรยี นรแู ละตวั ชวี้ ดั ตำมทหี่ ลกั สตู ร 1. ครแู บงนกั เรยี นออกเปน 3 กลมุ สบื คนขอมูล
เกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพของจังหวัดที่
ก�ำหนด นกั เรยี นอาศยั อยู และใหแ ตล ะกลมุ เลอื กหวั ขอ ลกั ษณะทาง ลกั ษณะทางกายภาพของแตล ะจงั หวดั สว นใหญ
มากลมุ ละ 1 หัวขอ ไมใหซํ้ากัน โดยมหี วั ขอที่ กายภาพสง่ ผล จะแตกตา งกนั หรอื แมแ ตภ ายในจงั หวดั เดยี วกนั แตล ะ
เพิ่ม Pedagogy ชวยสรำงควำมเขำใจในกระบวนกำรออกแบบ กาํ หนดให ดงั นี้ ตอ่ การดําเนิน บริเวณก็ยังมีลักษณะทางกายภาพที่ไมเหมือนกัน
กำรจัดกำรเรียนกำรสอนแบบ Active Learning ไดอยำงมี - ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดที่มีผลตอ ชวี ติ ของคนใน ซึ่งลกั ษณะกายภาพมผี ลอยา งมากตอวถิ กี ารดาํ เนนิ
ประสิทธภิ ำพ ลักษณะทอี่ ยูอ าศัย จังหวัดอยา่ งไร ชีวิตของผคู นในดานสําคัญ ๆ ดงั นี้
- ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดท่ีมีผลตอ
เพิ่ม Teacher Guide Overview ชวยใหเหน็ ภำพรวมของกำร การคมนาคม ๑.๑ ลักษณะท่ีอยอู าศัย
จัดกำรเรียนกำรสอนทั้งหมดของรำยวิชำกอนท่ีจะลงมือ - ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดท่ีมีผลตอ
สอนจริง การประกอบอาชพี การสรา งที่พักอาศยั ของมนุษย จะปรบั ตัวตามลักษณะทางกายภาพ
ท่ีเปนส่ิงแวดลอมรอบตัว โดยเอาสิ่งที่หาไดงายในทองถ่ินมาใชเปนวัสดุ
เพิ่ม Chapter Overview ชว ยสรำ งควำมเขำ ใจและเหน็ ภำพรวม 2. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ บอกแหลง ขอ มลู ทสี่ บื คน หลักในการกอสราง รวมท้ังรูปแบบท่ีอยูอาศัยก็ตองปรับใหสอดคลองกับ
ในกำรออกแบบแผนกำรจดั กำรเรยี นรแู ตล ะหนวย วธิ กี ารในการสืบคน ขอ มลู ลกั ษณะขอ มูลท่ไี ด ส่ิงแวดลอ ม ดว ยเหตุน้ี ลกั ษณะที่อยูอ าศยั ของผูค นทีอ่ ยูกันคนละจังหวัด
หรือแมแ ตในจงั หวัดเดียวกนั แตตางพน้ื ที่กัน จงึ มีลักษณะแตกตางกัน
ÀàÙ ¢Ò ·èÊÕ §Ù
เพม่ิ Chapter Concept Overview ชวยใหเห็นภำพรวม เหตผุ ล สภาพอากาศหนาวเยน็ ผคู นจงึ สรา งบา นปด ทบึ มหี นา ตา งนอ ย
Concept และเน้ือหำสำ� คญั ของหนว ยกำรเรยี นรู และมชี องหนาตา งแคบ ๆ เพ่อื ปองกันลมหนาว
๕๐ สิง่ แวดลอ มทางกายภาพกบั การดาํ เนนิ ชีวติ
เพิ่ม ข้อสอบเน้นการคิด/ข้อสอบแนว O-NET เพื่อเตรียม เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
ควำมพรอ มของผเู รยี นสูก ำรสอนในระดับตำ ง ๆ
ครูนําภาพบานลักษณะตางๆ ในปจจุบันมาใหนักเรียนดู หรือใหนักเรียน ตุมอาศัยอยูบริเวณชายฝงทะเลที่จังหวัดชุมพร ตุมควรสราง
เพม่ิ กิจกรรม 21st Century Skills กิจกรรมทจี่ ะชว ยพัฒนำผู นาํ ภาพบา นของตนเองมาแสดง แลวใหร ว มกนั แสดงความคิดเหน็ วา จากภาพ บานแบบใดจึงจะเหมาะสมกับลกั ษณะทางกายภาพของจังหวดั
เรียนใหมีทักษะท่ีจ�ำเปนส�ำหรับกำรเรียนรูและกำรด�ำรงชีวิตใน ลักษณะภมู ิประเทศมคี วามสัมพันธก บั ลกั ษณะของบานอยา งไร เพอื่ ใหน กั เรยี น
เกดิ ความเขาใจเรอ่ื งการสรางบานในปจ จุบนั กบั ลักษณะภูมิประเทศ 1. สรางบา นแบบปด ทบึ มีหนา ตางนอ ย
โลกแหงศตวรรษที่ 21 2. สรา งบานติดดนิ มหี นาตา งรอบดาน
สื่อ Digital 3. สรา งบา นยกพ้นื สูง มีหลงั คาลาดชนั
4. สรา งบานยกพื้นสงู แบบปดทึบ
นกั เรยี นสามารถเรยี นรเู พมิ่ เตมิ
เกย่ี วกบั สง่ิ แวดลอ มทางกายภาพกบั โซน 3ç(วิเคราะหคําตอบ ตุมควรสรางบานแบบยกพ้ืนสูงเพื่อปองกัน
การดําเนนิ ชีวติ ไดจาก QR CODE
นาํ้ ทะเลทวมถงึ และมีหลงั คาลาดชนั เพ่อื ชวยระบายน้ําฝน ดังน้นั
โซน 2 ขอ 3. จงึ เปน คาํ ตอบที่ถกู )
เพิ่ม STEM Project แนวทำงกำรจัดกำรศึกษำใหผูเรียนเกิด T62
กำรเรียนรูและสำมำรถบูรำกำรควำมรูทำงวิทยำศำสตร์
เทคโนโลยี กระบวนกำรทำงวศิ วกรรม และคณติ ศำสตร์ไปใช
เช่อื มโยงและแกป ญ หำในชวี ติ จรงิ
โซน 1 ชว่ ยครจู ดั โซน 2 ชว่ ยครเู ตรยี มสอน
กำรเรียนกำรสอน โดยประกอบด้วยองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ท่เี ป็นประโยชน์สา� หรับ
แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ครูผู้สอน ครู เพ่ือนา� ไปประยกุ ต์ใชจ้ ัดกิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียน
โดยแนะน�าข้ันตอนการสอน และการจัดกจิ กรรมอยา่ งละเอียด
เพื่อใหน้ ักเรยี นบรรลผุ ลสมั ฤทธต์ิ ามตวั ชีว้ ัด เกร็ดแนะครู
น�ำ สอน สรปุ ประเมนิ ความรู้เสรมิ สา� หรบั ครู ขอ้ เสนอแนะ ขอ้ สงั เกต แนวทางการจัด
กจิ กรรมและอืน่ ๆ เพือ่ ประโยชน์ในการจัดการเรยี นการสอน
นักเรยี นควรรู้
ความร้เู พิ่มเตมิ จากเนอื้ หา สา� หรับอธบิ ายเสรมิ เพิ่มเตมิ ให้
กบั นักเรยี น
โดยใชห้ นังสือเรียน ภูมศิ าสตร ป.4 และแบบฝกปฏิบตั ทิ กั ษะรวบยอด ภูมศิ าสตร ป.4 ของบริษทั อกั ษรเจรญิ ทัศน ์
อจท. จา� กดั เปน็ สอื่ หลกั (Core Material) ประกอบการสอน และการจดั กจิ กรรมการเรยี นรใู้ หส้ อดคลอ้ งตามมาตรฐานการเรยี นรู้
และตวั ชวี้ ดั สาระภมู ศิ าสตร ์(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ตามหลกั สตู ร
แกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 โดยค่มู อื ครมู ีองคป์ ระกอบที่ง่ายต่อการใชง้ าน ดงั น้ี
โซน 1 นํา สอน สรุป ประเมนิ โซน 3 ชว่ ยครูเตรียมนกั เรยี น
·ÕèÃÒº ขน้ั สอน ประกอบด้วยแนวทางการส�าหรับจัดกิจกรรมและ
เสนอแนะแนวขอ้ สอบ เพอื่ อา� นวยความสะดวกใหแ้ กค่ รผู สู้ อน
เหตุผล มสี ภาพอากาศรอ นและฝนตกชุก ตวั บา นจงึ นยิ มสรางใหโ ปรง การต้ังคําถามเชงิ ภมู ิศาสตร
มไดหี ด นี าเสตาา บงราอนบยดกาพน้นื เพสงูอื่ 1เชพว ่ือยปรอะบงกายนั คนวา้ํ าทมว รมอ แนลหะนลาํ้งั หคาลลาากดในชชนั วเพงฤอื่ ดระูฝบนายนา้ํ ฝน 3. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ จดั แสดงผลงานทไ่ี ดจ าก กิจกรรม 21st Century Skills
ªÒ½˜›§áÅÐËÁ‹Ùà¡ÒÐ การศกึ ษา โดยสง ตวั แทนมาสรปุ และอธบิ ายผล กิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ประยุกต์ใช้ความรู้มาสร้างช้ินงาน
การศกึ ษา ทงั้ นใี้ หใ ชแ ผนทแี่ ละรปู ถา ยประกอบ หรอื ทา� กจิ กรรมรวบยอดเพอื่ ใหเ้ กดิ คณุ ลกั ษณะทรี่ ะบใุ นทกั ษะ
ในการนําเสนอ แห่งศตวรรษที ่ 21
4. ครแู ละนกั เรียนรว มกันตง้ั คาํ ถาม เชน
• จากลักษณะทางกายภาพสง ผลตอ การ ข้อสอบเน้นการคดิ
ดําเนนิ ชีวติ ของผูคนอยา งไรในดานทีอ่ ยู ตัวอย่างข้อสอบท่ีมุ่งเน้นการคิด มีท้ังปรนัย-อัตนัย พร้อม
อาศัย การคมนาคม การประกอบอาชีพ เฉลยอยา่ งละเอียด
• การดําเนินชีวติ ของมนษุ ยข องผคู นสง ผล
ตอสิ่งแวดลอมทางกายภาพอยางไร กิจกรรมเสริมสรา้ งคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
• ทรัพยากรท่มี อี ยูในจงั หวัดมปี ระโยชน
ตอ ผคู นอยางไร กจิ กรรมเสนอแนะแนวทางการเสรมิ สร้างคุณลกั ษณะ
อนั พึงประสงค์
เหตุผล มีระดบั น้าํ สูง ถกู คล่นื กดั เซาะ พืน้ ท่ดี า นรบั ลมไดร ับฝนเตม็ ท่ี
ผูคนจึงสรางบานยกพื้นสูงเพ่ือปองกันนํ้าทะเลทวมถึง และมีหลังคาลาดชัน กจิ กรรมท้าทาย
เพอื่ สะดวกแกก ารระบายนา้ํ ฝน
เสนอแนะแนวทางการจดั กจิ กรรม เพอ่ื ตอ่ ยอดสา� หรบั นกั เรยี น
๕๑ ทเ่ี รยี นรไู้ ดอ้ ยา่ งรวดเรว็ และตอ้ งการทา้ ทายความสามารถใน
ระดบั ทีส่ ูงขน้ึ
ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู
กิจกรรมสรา้ งเสรมิ
บานที่อยูในบริเวณพื้นท่ีราบลุมและบานท่ีอยูในบริเวณพ้ืนที่ 1 เสาบานยกพื้นสูง บานบนที่ราบลุมในอดีตมักจะยกพื้นสูงเพ่ือปองกัน
ดอนมักจะสรางบานท่ีมีใตถุนสูง ซ่ึงใตถุนสูงน้ีมีประโยชน นา้ํ ทว มแลว ยังมีเหตผุ ลอีกหลายประการทที่ าํ ใหสรา งบา นยกพนื้ สงู เชน เสนอแนะแนวทางการจดั กจิ กรรมซอ่ มเสรมิ สา� หรบั นกั เรยี นท่ี
หลายอยางยกเวน ขอใด ควรไดร้ ับการพฒั นาการเรียนรู้
• ปองกันภัยจากสัตวมีพิษท่ีอยูอาศัยบนพื้นดิน เชน ตะขาบ แมงปอง
1. ปอ งกนั นํ้าทว มบา น เปน ตน กจิ กรรม Geo-Literacy (ภูมิศาสตร)
2. เปนทีเ่ ลีย้ งสัตว
3. เปน ทเี่ ก็บอุปกรณตา งๆ • ใชใตถ นุ เปนที่เก็บของ และเครือ่ งใชเกยี่ วกับการเกษตร เสนอแนะแนวทางการจดั กจิ กรรมเพอื่ ใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจลกั ษณะ
ทางกายภาพของโลก ปฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ งมนษุ ยก์ บั สง่ิ แวดลอ้ ม
โซน 34. ทาํ ใหบ านมน่ั คงแข็งแรง โซน 2 และนา� ความรไู้ ปปรบั ใช้ในชีวติ ประจา� วนั ได้
ç(วิเคราะหคําตอบ ประโยชนของบานท่ีมีใตถุนสูง คือ ปองกัน แนวทางการวัดและประเมนิ ผล
นํ้าทวม ใชเปนท่ีเก็บอุปกรณตางๆ เชน จอบ คราด ใชเปนที่
เลีย้ งสัตว เชน ววั ควาย เปด ไก แตการสรางบา นทม่ี ใี ตถนุ สงู ไม เสนอแนะแนวทางการบรรลุผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ
ไดท ําใหบานแขง็ แรงขน้ึ ดงั นน้ั ขอ 4. จึงเปน คาํ ตอบทีถ่ กู ) นกั เรยี นตามมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั ทห่ี ลกั สตู รกา� หนด
T63
บูรณาการอาเซยี น
ความรเู้ สรมิ หรือการเชือ่ มโยงในเรือ่ งท่เี กย่ี วข้องกับประชาคมอาเซียน
สอื่ Digital
การแนะน�าแหล่งเรยี นร้แู ละแหลง่ คน้ ควา้ จากส่ือดจิ ิทลั ต่าง ๆ
บรู ณาการเชอื่ มสาระ
แนะน�าแนวทางการจัดกิจกรรมเชื่อมกับสาระหรือกลุ่มสาระการเรียนรู้
หรอื วชิ าอื่นท่เี กี่ยวขอ้ ง
ค�ำอธิบายรายวิชา
ภมู ิศาสตร ์ กลุม่ สาระการเรียนรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เวลาเรียน 20 ช่ัวโมง / ปี
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 4
สืบคน้ ระบุ ขอ้ มลู ลักษณะทางกายภาพ แหลง่ ทรพั ยากรและสถานท่ีส�ำคัญในจงั หวดั อธิบาย วิเคราะห์ ลกั ษณะและ
สง่ิ แวดลอ้ มทางกายภาพทสี่ ง่ ผลตอ่ แหลง่ ทรพั ยากรและสถานทส่ี ำ� คญั การดำ� เนนิ ชวี ติ ของคนในจงั หวดั การเปลย่ี นแปลงและ
ผลท่เี กดิ จากการเปลี่ยนแปลง พร้อมทงั้ น�ำเสนอแนวทางจัดการสิ่งแวดล้อมในจงั หวดั
โดยใชแ้ ผนท่ีและรปู ถา่ ยในการสบื ค้น วเิ คราะห์ อธบิ าย และสรปุ ขอ้ มลู ตามกระบวนการทางภมู ิศาสตร์ กระบวนการ
สืบเสาะหาความรู้ ใช้ทักษะทางภูมิศาสตร์ด้านการสังเกต การแปลความข้อมูลทางภูมิศาสตร์ การใช้เทคนิคและเคร่ืองมือ
ทางภมู ศิ าสตร์ รวมถึงทักษะด้านการคิดและการส่ือสาร
เพอื่ ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ มคี วามสามารถทางภมู ศิ าสตร์ กระบวนการทางภมู ศิ าสตร์ ทกั ษะทางภมู ศิ าสตร์ และ
มีทกั ษะในศตวรรษที่ 21 ด้านการสื่อสาร ความสามารถในการคิด มคี ณุ ลกั ษณะด้านมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมนั่ ในการทำ� งาน
ตัวชีว้ ดั
ส 5.1 ป.4/1 สบื คน้ และอธิบายขอ้ มลู ลกั ษณะทางกายภาพในจงั หวดั ของตนดว้ ยแผนทีแ่ ละรูปถา่ ย
ส 5.1 ป.4/2 ระบุแหล่งทรพั ยากรและสถานทีส่ ำ� คญั ในจังหวดั ของตนดว้ ยแผนท่ีและรูปถา่ ย
ส 5.1 ป.4/3 อธบิ ายลกั ษณะทางกายภาพท่สี ง่ ผลต่อแหล่งทรัพยากรและสถานทสี่ ำ� คัญในจงั หวัด
ส 5.2 ป.4/1 วเิ คราะห์สิ่งแวดลอ้ มทางกายภาพทีส่ ง่ ผลตอ่ การดำ� เนนิ ชวี ติ ของคนในจงั หวัด
ส 5.2 ป.4/2 อธบิ ายการเปลีย่ นแปลงสิ่งแวดล้อมในจังหวัดและผลทเ่ี กิดจากการเปลย่ี นแปลง
ส 5.2 ป.4/3 น�ำเสนอแนวทางการจัดการสิ่งแวดลอ้ มในจงั หวัด
ร วม 6 ตวั ชวี้ ัด
Pedagogy
คูม่ ือครู
ภ มู ศิ าสตร์ ป.4 จดั ทำ� ขนึ้ เพอื่ ใหผ้ สู้ อนนำ� ไปใชเ้ ปน็ แนวทางวางแผนพฒั นาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นของผเู้ รยี น
โดยสามารถวางแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้หนังสือเรียน ภูมิศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 (ฉบับอนุญาต)
ที่ทางบริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จ�ำกัด จัดพิมพ์จ�ำหน่าย เพ่ือให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
สาระภูมศิ าสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ตามหลกั สูตรแกน
กลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 โดยออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู้ (Instructional Design) ใหผ้ เู้ รยี นมคี วามรู้
ความเขา้ ใจ ความสามารถ และทกั ษะกระบวนการทางภมู ศิ าสตร์ทสี่ ะท้อนสมรรถนะสำ� คญั และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ของผู้เรยี น ดงั นี้
เป้าหมายการจัดการการเรียนการสอนสาระภมู ศิ าสตร์
• ลกั ษณะทางกายภาพของโลก รู้ ความสความ • ความเขา้ ใจระบบธรรมชาติและมนษุ ย์
• การใชแ้ ผนทแ่ี ละเครื่องมอื ทางภมู ศิ าสตร์ ษะ • การใช้เหตผุ ลทางภูมิศาสตร์
• กระบวนการทางภูมศิ าสตร์ สาระ ามารถ • การตดั สนิ ใจอยา่ งเป็นระบบ
• การใชภ้ มู สิ ารสนเทศ กระบว
• ปฏิสมั พนั ธ์ระหว่างมนษุ ยก์ บั สงิ่ แวดล้อม ภมู ิศาสตร์ คุณลักษณะ
อันพึงประสงค์
ทางกายภาพ นการ ทัก
• การสังเกต
สมรรถนะส�ำคัญ • การแปลความข้อมลู ทางภมู ศิ าสตร์
• การใชเ้ ทคนิคและเคร่อื งมอื ทางภูมศิ าสตร์
• การต้งั ค�ำถามเชงิ ภูมศิ าสตร์ • การคดิ เชงิ ภูมิสัมพนั ธ์
• การรวบรวมขอ้ มูล • การคดิ แบบองคร์ วม
• การจดั การขอ้ มลู • การใชเ้ ทคโนโลยี
• การวเิ คราะห์ขอ้ มูล • การใชส้ ถติ พิ ้ืนฐาน
• การสรุปเพือ่ ตอบคำ�ถาม
นอกจากใช้รปู แบบการสอนการรู้เรอ่ื งภมู ิศาสตร์ (Geo-Literacy) เปน็ วธิ กี ารหลักในการจดั การเรยี นการสอนแล้ว ยงั ม ี
รูปแบบการจดั การเรียนการสอนอืน่ ๆ ไดแ้ ก่
รูปแบบการสอนแบบ 5Es วิธกี ารสอน เทคนิคการสอน
• กระต้นุ ความสนใจ • การสาธติ • ใชค้ �ำถาม
• ส�ำรวจค้นหา • การทดลอง • เล่าเหตุการณท์ ่นี ่าสนใจ
• อธิบายความรู้ • การใช้กรณตี วั อย่าง • ใช้ผงั กราฟิก
• ขยายความรู้ • การอภปิ รายกลุ่มยอ่ ย • การออกนอกสถานที่
• ตรวจสอบผล • การเล่นเกม
การจดั การเรียนการสอนตามแนวทางดังกล่าว จะทำ� ให้ผู้เรยี นไดพ้ ัฒนาทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 อนั จะนำ� ไปส่กู ารนำ� ไป
ปรับใช้ได้จริงในการด�ำเนินชวี ติ เพอื่ ใหผ้ เู้ รียนได้รเู้ ท่าทนั ต่อการเปล่ยี นแปลงตา่ ง ๆ ทอ่ี าจเกดิ ขึ้นในอนาคตได้
Teacher Guide Overview
ภูมิศาสตร์ ป.4
หน่วย ตวั ช้ีวัด ทกั ษะทไ่ี ด้ เวลาท่ใี ช้ การประเมนิ ส่อื ที่ใช้
การเรียนรู้
1 ส 5.1 ป.4/1 สบื คน้ และอธบิ ายขอ้ มลู ลกั ษณะ - ทักษะการสงั เกต - ตรวจใบงานท่ี 1.1 - หนังสอื เรยี น
ทางกายภาพในจังหวัดของตนด้วยแผนท ี่ - ท กั ษะการแปลความ - ตรวจใบงานท่ี 1.2 - บตั รภาพ
การใชแ้ ผนท่ี และรปู ถ่าย ขอ้ มลู ทางภูมิศาสตร์ - ตรวจใบงานที่ 2.1 - ใบงานท่ี 1.1
และรปู ถ่าย - ทักษะการใชเ้ ทคนคิ และ - ตรวจใบงานท่ี 2.2 - ใบงานที่ 1.2
เคร่ืองมือทางภูมศิ าสตร์ - ป ระเมินการนำ�เสนอ - ใบงานท่ี 2.1
4 ผลงาน - ใบงานที่ 2.2
- ส งั เกตพฤตกิ รรมการ - แบบฝกึ ปฏิบตั ทิ ักษะ
ชั่วโมง
ทำ�งานรายบคุ คล รวบยอด
- ส ังเกตพฤตกิ รรมการ - รปู ถา่ ย และบตั รภาพ
ทำ�งานกลมุ่
- ส ังเกตคุณลักษณะ
อนั พงึ ประสงค์
หนว่ ย ตัวช้ีวดั ทักษะท่ไี ด้ เวลาทีใ่ ช้ การประเมนิ ส่ือที่ใช้
การเรยี นรู้
2 ส 5.1 ป.4/1 สบื คน้ และอธบิ ายขอ้ มลู ลกั ษณะ - ทักษะการส่ือสาร - ตรวจใบงานท่ี 1.1 - ห นังสือเรยี น
ทางกายภาพในจังหวัดของตนด้วยแผนท ี่ - ทักษะการสังเกต - ตรวจใบงานท่ี 2.1 - บตั รภาพ
จงั หวัดของเรา และรปู ถา่ ย - ทักษะการแปลความ - ตรวจใบงานที่ 3.1 - ใบงานที่ 1.1
ส 5.1 ป.4/2 ระบแุ หลง่ ทรพั ยากรและสถานท ่ี ขอ้ มลู ทางภูมศิ าสตร์ - ประเมินการน�ำเสนอ - ใบงานท่ี 2.1
ส�ำคัญในจังหวดั ของตนดว้ ยแผนท่แี ละ - ทกั ษะการใชเ้ ทคนิคและ ผลงาน - ใบงานที่ 3.1
รปู ถา่ ย เคร่อื งมอื ทางภูมศิ าสตร์ - สงั เกตพฤติกรรมการ - แบบฝึกปฏบิ ัติทกั ษะ
ส 5.1 ป.4/3 อธบิ ายลกั ษณะทางกายภาพ ทำ� งานรายบุคคล รวบยอด
ทส่ี ง่ ผลตอ่ แหลง่ ทรพั ยากรและสถานทสี่ ำ� คญั - สังเกตพฤตกิ รรมการ
ในจังหวัด ทำ� งานกลมุ่
- ส ังเกตคณุ ลกั ษณะ
8 อนั พงึ ประสงค์
ชว่ั โมง
หน่วย ตวั ชว้ี ัด ทักษะทไี่ ด้ เวลาท่ใี ช้ การประเมิน สอื่ ทใ่ี ช้
การเรยี นรู้
3 ส 5.2 ป.4/1 ว ิเคราะห์สง่ิ แวดล้อมทาง - ทักษะการสังเกต - ตรวจใบงานท่ี 1.1 - หนงั สอื เรียน
กายภาพทสี่ ่งผลต่อการด�ำเนนิ ชวี ติ - ทกั ษะการแปลความ - ตรวจใบงานที่ 2.1 - ใบงานที่ 1.1
ส่งิ แวดล้อม ของคนในจงั หวดั ขอ้ มลู ทางภมู ิศาสตร์ - ตรวจใบงานที่ 3.1 - ใบงานท่ี 2.1
ในจงั หวดั ส 5.2 ป.4/2 อ ธบิ ายการเปล่ียนแปลง - ท ักษะการใช้เทคนคิ และ - ประเมนิ การน�ำเสนอ - ใบงานท่ี 3.1
ส่ิงแวดล้อมในจังหวัดและผลท่ีเกิดจากการ เครื่องมอื ทางภมู ศิ าสตร์ ผลงาน - แบบฝกึ ปฏิบตั ิทักษะ
เปล่ียนแปลงนน้ั - ส งั เกตพฤติกรรมการ รวบยอด
ส 5.2 ป.4/3 น�ำเสนอแนวทางการจดั การ ทำ� งานรายบคุ คล
สง่ิ แวดลอ้ มในจงั หวัด - ส งั เกตพฤตกิ รรมการ
ทำ� งานกลุ่ม
- ส ังเกตคุณลกั ษณะ
8 อันพึงประสงค์
ช่วั โมง
สำรบัญ
Chapter Title Chapter Chapter Teacher
Overview Concept Script
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1 กำรใชแ้ ผนท่ีและรูปถำ่ ย Overview T6 - T7
T2 T8 - T16
เร่ืองท่ี 1 แผนท่ี T3-T5 T17 - T21
เรอ่ื งที่ 2 รูปถ่าย T22
T23-25 T26 - T27
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 จังหวัดของเรำ T28 - T44
T45 - T48
เรอ่ื งท่ี 1 ลักษณะทางกายภาพในจงั หวดั T49 - T55
เรอื่ งที่ 2 แหล่งทรพั ยากรและสถานทส่ี า� คญั ในจังหวัด
เร่อื งที่ 3 ลกั ษณะทางกายภาพที่ส่งผลต่อแหล่งทรัพยากร T56 T57-59 T60 - T61
และสถานท่ีส�าคญั ในจังหวัด T62 - T67
T68 - T76
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 สิง่ แวดล้อมในจังหวัด T77 - T87
เรื่องที่ 1 สิ่งแวดลอ้ มทางกายภาพกับการดา� เนินชวี ิต
เรอ่ื งที่ 2 การเปลย่ี นแปลงส่งิ แวดลอ้ มในจังหวัด
เรื่องที่ 3 การจัดการส่งิ แวดล้อมในจงั หวัด
บรรณำนุกรม T88
Chapter Overview
แผนการจัด สอ่ื ที่ใช้ จุดประสงค์ วธิ สี อน ประเมิน ทกั ษะที่ได้ คุณลกั ษณะ
การเรียนรู้ อนั พงึ ประสงค์
แผนฯ ท่ี 1 - หนังสอื เรยี น 1. บ อกประเภทของแผนท่ี วธิ สี อนแบบสบื เสาะ - ต รวจใบงานที่ 1.1, 1.2 1. การสังเกต 1. มวี นิ ยั
แผนท่ี - ประเมนิ การน�ำเสนอ
- บัตรภาพ ได้ หาความรู้ ผลงาน 2. การแปลความ 2. ใฝเ่ รยี นรู้
2 - สังเกตพฤตกิ รรมการ
- ใบงานที่ 1.1 2. ระบอุ งค์ประกอบของ (5Es Instructional ทำ� งานรายบคุ คล ขอ้ มูลทาง 3. มุ่งม่ันในการ
ชว่ั โมง - สงั เกตพฤตกิ รรมการ
- ใบงานที่ 1.2 แผนที่ได้ Model) ทำ� งานกลุ่ม ภูมิศาสตร์ ทำ� งาน
- สังเกตความมีวนิ ัย
- แผนทป่ี ระเทศไทย 3. สืบค้นและอธบิ ายข้อมลู ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มน่ั 3. การใช้เทคนิคและ
ในการท�ำงาน
ดว้ ยแผนทีไ่ ด้ - สังเกตการให้เหตผุ ล เครอื่ งมอื ทาง
เก่ียวกับแผนท่ี
ภมู ิศาสตร์
แผนฯ ท่ี 2 - หนงั สอื เรียน 1. ส บื คน้ และอธบิ ายข้อมูล วธิ สี อนแบบสบื เสาะ - ตรวจใบงานท่ี 2.1, 2.2 1. การสงั เกต 1. มวี ินัย
รูปถา่ ย หาความรู้ - ประเมินการน�ำเสนอ
- ใบงานท่ี 2.1 ด้วยรูปถา่ ยได้ (5Es Instructional ผลงาน 2. การแปลความ 2. ใฝ่เรยี นรู้
2 Model) - สงั เกตพฤติกรรมการ
- ใบงานท่ี 2.2 ทำ� งานรายบุคคล ข้อมลู ทาง 3. ม่งุ ม่ันในการ
ช่ัวโมง - สงั เกตพฤติกรรมการ
- รปู ถา่ ยทาง ทำ� งานกลมุ่ ภมู ิศาสตร์ ทำ� งาน
- สงั เกตความมีวนิ ยั
ภมู ิศาสตรจ์ งั หวดั ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มัน่ 3. ก ารใช้เทคนคิ และ
ในการทำ� งาน
ทน่ี กั เรยี นอาศัยอยู่ เครื่องมอื ทาง
- ภาพจิกซอว์ ภมู ศิ าสตร์
T2
Chapter Concept Overview
หนวยการเรียนรูท่ี 1
แผนท ี่ คอื เครอ่ื งมอื ทางภมู ศิ าสตรท์ แี่ สดงลกั ษณะพนื้ ผวิ โลก โดยการยอ่ สว่ นและใชส้ ญั ลกั ษณ ์ เชน่
ส ี เพ่ือแทนสิ่งต่าง ๆ ที่เกดิ จากธรรมชาติและท่ีมนุษยส์ ร้างข้นึ บนพ้ืนผวิ โลก โดยจดั ทา� ลงบนวัสดแุ ผ่นราบ
แผนทแ่ี บง่ ออกเปน 2 ชนิดตามลกั ษณะการใชง้ าน ดังน้ี
96 Eํ 98 ํE 100 ํE 102 Eํ 104 ํE 106 Eํ 96 ํE 98 Eํ 100 Eํ 102 ํE 104 Eํ 106 Eํ
20 Nํ
นธ.งสชายั ลเหะวนินอื ทิวเ แดนล ท ิ ว เ ข า ีผ ป น ้นำ าว น.โขง ปน.โขระเทศไทย : ลกั ษณะภูมิประเทศ 20 Nํ เนปยดี อ ประเทศไทย : ที่ต้งั จังหวดั 20 ํN
เมยี นมา เมยี นมา
18 Nํ ขา ลาว เวยี ดนามง ทิวเขาภูพา เชียงราย ลาว เวยี ดนาม
พะเยา
16 Nํ ิทวเขาถนน ท.ถนนธ.งปชังย ตะวันออก น. ปาทสัิกวเทิขวเาเขพาเชพรชบูรรบูณรตณะวตัะนวัตนกออก ทิวเทนิขน.าวาโขเหงนลขวงาพผีร ะปบนาง้นำ แมฮอ งสอน นา น
อา วเมาะตะมะ ททิิวเวขาถเ นขนธงาชัยถตะนวันน ธ งน.เชมั ยย ก ล า ง น. ัวง ิ ว เ ข า ผี ป น ้นำ เชียงใหม
14 Nํ นท น. น.สงคราม น.โขง 18 ํN ลำพนู ลำปาง แพร เวยี งจันทน บงึ กาฬ 18 ํN
น.ยม แองสกลนคร
12 Nํ อุตรดติ ถ หนองคาย
ตก น.
น.สาละ วิน น2 เลย อดุ รธานี นครพนม
น.พอง สกลนคร
ทิวเ ทิ ว เ ตากกากญำจแรสนอพาสพุุทบชงโุ รัยรุเชบขนพรีธัยทุรคณชาีนยัรนรบาปนี ทรุ ฐนอีพสมทานิงพิจงบหคพิตทษิ ุรรบนรรอณีสรุะคงกวีนปลุโรเรลสรพคนทพรงุกรราคุมบชะเศยทธบุรรรกีบาพรุ ีอนีฉรูมยณีะธุหเยปชานาิงรนคชเาคทรจัยหรรรนีภาานบูมชอุรสิสงีรีมบะขาแัวอมลกนำหว แภาบกสู รุ นารี รมั คยา มกสารุรฬอนิ สยทนิเรอธ ็ดุ ศยมรโุกสีสดธะาเรอกหำอษานุบราลจรเจาชริญธานี
น.ยนมา น น.ปง น.ขชีาภูพาน 1 น.ชี ข า ภู
แ นอ. มงูลโ ค ร า ช
พ านน.โขง 16 Nํ 16 Nํ
อาวเมาะตะมะ 14 ํN
น.เจาพระยา ทิวเขาดงพญาเยว็น ทิ ว เ ข า พ น ม ด ง รั ก
ทิ เข เแปผนนแทผี่อนางทอี่ชิงน ิดเปอนื่นแ ๆผ นแทผ่ีพนื้นทฐี่อา้นางสอ�าิงหทร่ีสับ�านค�าัญไป พไัฒด้แนกา ่14Nํ
ทิ น.แม ะกง า สั น ก ำ แ พ ง
น.ทากจลนี อง
วเ ข น.บางป
า ท ิ วเขาจันทบ ชลบุรี
ระยอง จันทบุรี
ต ก.ชาง ุรีทิวเข าบรรทัด กัมพชู า เพชรบุรี กัมพชู า
ก.กดู
ะ
น น.โขง สมุทรปราการ ตราด
สมุทรสาคร
า แผนท่ีลกั ษณะภมู ิประเทศ12Nํ ก.ชาง 12 Nํ
ว ประจวบครี ขี ันธ สมทุ รสงคราม ก.กูด พนมเปญ
ศ
รี
อาวไทย เวียดนาม อาวไทย เวยี ดนาม
ชุมพร
10 Nํ ทะเลอันดามัน ิท ว เ ข า ูภ เ ็ก ต ก.เตา 10 ํN ทะเลอนั ดามนั ระนอง ก.เตา คำอธบิ ายสัญลกั ษณ 10 ํN
ก.พะงนั ก.พะงนั เมอื งหลวง
คำอธบิ ายสญั ลกั ษณ
มก.สรุ นิ ทร ก.สมยุ มก.สรุ ินทร ก.สมุย ท่ตี ้ังจังหวัด
แหลมตะลมุ พุก เสนแบง เขตประเทศ เสน แบงเขตประเทศ
มก.สมิ ิลนั น.ปต ตกาะนลี า เสนแบง ภาค สรุ าษฎรธ านี เสนแบงเขตจงั หวัด
8 Nํ แมน้ำ, ลำนำ้ แมน ้ำ, ลำน้ำ
ทิ ว เ ข า น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช ท แหลง นำ้ มก.สมิ ลิ ัน พังงา แหลมตะลมุ พุก แหลงนำ้
แหลมพรหมเทพ น.ตาป ระดบั ความสูง (เมตร)
8 Nํ แหลมพรหภมูเเทก็ตพ กระบี่ นครศรธี รรมราช เขตภูมิภาคทางภมู ิศาสตร 8 ํN
1,200 ภาคเหนือ
ตรงั พทั ลุง
600
แหลมโพธิ์ สตูล สงขลา แหลมโพธิ์ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
N ิ วเขาสนั 400 N ปตตานี
มก.ตะรเุ ตา 0 17056 Eํ 150 มก.ตะรุเตา ภาคกลาง
200 9630Eํ 0 กม. ยะลานราธิวาส
ภาคตะวนั ออก
. โ ก-ล ก 50
6 Nํ 0 150 9360Eํ0 กม. 98 ํE คีรี Eํ ระดบั ทะเลปานกลาง104 Eํ6 Nํ 10ภภ2าาคคํEตใตะ วันตก 104 Eํ6 Nํ
96 Eํ ประเทศไทย : ลักษณะภูมปิ ระเทศ75 นธ.งสชายั ลเหะวนินอื 102
นมาเลเซีย100 ํE 98 ํE มาเลเซ1ีย00 ํE 106 ํE
ท1ิว0เ 2แํEดนล น.โขง
98 Eํ 100 ํE ท ิ ว เ ข า ีผ ป น ้นำ าว 104 Eํ น.โข 106 ํE 96 ํE 98 ํE20 Nํ 100 ํE 102 ํE 104 ํE ป10ร6ะEํ เทศไทย : ทีต่ ้ังจังหวัด 20 ํN
20 Nํ เวยี ดนาม เนปยดี อ 18 ํN
ขา ง ทิวเขาภูพา เชียงราย 16 ํN
เมยี นมา พะเยา 14 Nํ
เมียนมา ิทวเขาถนน ท.ถนนธ.งปชังย ตะวันออก น. ปาทสัิกวเทิขวเาเขพาเชพรชบูรรบูณรตณะวตัะนวัตนกออก ทิวเทนิขน.าวาโขเหงนลขวงาพผีร ะปบนาง้นำ ลาว แมฮ อ งสอน ลาว เวียดนาม 12 ํN
น. ัวง ิ ว เ ข า ผี ป น ้นำ
ททิิวเวข เชียงใหม นา น
า นท ลำพนู ลำปาง แพร
น.ยม
18 Nํ เข น. แองสนก.สลงคนรคารมน.โขง 18 ํN เวียงจนั ทน บงึ กาฬ
ถนน ตก น.
16 Nํ 16 Nํ
อา วเมาะตะมะ น.สาละ วิน ธงาชัยถตะนวันน น2 ทิ ว เ อา วเมาะตะมะ ตากกากญำจแรสนอพาสุพทุบชงโุ รยัรุเชบขนพรีธยัทุรณคชาีนยัรนรบาปนี ทุรฐนอีพสมอทานิงพจิุตงบหคพติทิษรรุรบนรดรอณีสุระคติงกวีนปลโุรถรเลสรพคนทพรงุกรราคมุบชะเศยทธบรุรรกีบาพุรีอนีฉูรมยณีะธุหเเลยปชานยาิงรนคชเาคทรจยั หรรรีนภาานบูมชอุรสิสงีรีมบะขาแวั อมลกนอหำวแภุดาบกหรสู รุ นธนารี ารัมอนคยงีาค มกาสยารรุ ฬสอินกสยทินลเรอนธ ด็ นุคศยคมรรโรุกสีสพดธะนาเรอกหมำอษานบุราลจรเจาชรญิธานี
น.พอง น.ชี
ธ น.ยนมา น น.ปง ทิวเ แ นอ. มงลู โ ค ร า ช
งน.เชมั ยย น.ขชีาภูพาน 1 ข า ภู
พ านน.โขง
ก
ล ทิวเขาดงพญาเย
า น.เจาพระยา
ง
ทิ น.แม ทิ ว็ นเ ข า ทิ ว เ ข า พ น ม ด ง รั ก
แผนทเ่ี ฉพาะเรอื่ ง เปน แผนทแี่ สดงขอ้ มลู เฉพาะเรอ่ื งใด14Nํ ะกง สั น ก ำ แ พ ง
น.ทากจลนี อง 14 Nํ
วเ ข น.บางป
เรอ่ื งหนงึ่ เชน่ แผนทรี่ ฐั กจิ แผนทป่ี ทิวา่ เขาไจันมทบ ้ แผนทท่ี กอ่ ัมพงูชาเทย่ี ว า ชลบรุ ี
ระยอง จนั ทบรุ ี
ต ุรีทิวเข าบรรทัด เพชรบรุ ี กมั พูชา
ะ
น น.โขง สมุทรปราการ ตราด
12 ํN สมุทรสาคร
แผนที่ทาง12หNํ ลวง า ก.ชาง ก.ชา ง
ก.กูด
ว ประจวบครี ขี นั ธ สมุทรสงคราม ก.กูด พนมเปญ
ศ
รี
อาวไทย เวียดนาม อาวไทย เวียดนาม
ชมุ พร
ก.เตา
10 Nํ ทะเลอันดามนั ก.พะงัน 10 ํN ทะเลอนั ดามัน ระนอง ก.เตา คำอธิบายสัญลักษณ 10 ํN
มก.สุรนิ ทร ก.สมุย มก.สุรินทร ก.พะงัน เมอื งหลวง 8 ํN
ิท ว เ ข า ูภ เ ็ก ต คำอธิบายสัญลักษณ ก.สมุย ที่ต้งั จังหวัด 6 ํN
. โ ก-ล ก เสนแบง เขตประเทศ เสน แบง เขตประเทศ
เสน แบง เขตจงั หวัด
น.ปต ตกาะนลี า เสนแบงภาค สรุ าษฎรธ านี แมน ้ำ, ลำนำ้
แมนำ้ , ลำน้ำ แหลงน้ำ
มก.สิมิลนั ทิ ว เ ข า น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช ทแหลมตะลมุ พกุ แหลงนำ้ มก.สมิ ิลนั พงั งา แหลมตะลมุ พุก
8 Nํ น.ตาป ระดบั ความสงู (เมตร) เขตภมู ิภาคทางภมู ิศาสตร
8 Nํ แหลมพรหภมูเเทก็ตพ กระบ่ี นครศรธี รรมราช ภาคเหนือ
แหลมพรหมเทพ 1,200 6 Nํ ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
600 ตรัง พัทลุง ภาคกลาง
400 ภาคตะวนั ออก
N มก.ตะรเุ ตา แหลมโพธิ์ 200 N มก.ตะรเุ ตา สตูล สงขลา แหลมโพธ์ิ ภาคตะวันตก
ิ วเขาสนั 50 ปต ตานี ภาคใต
ระดบั ทะเลปานกลาง
6 ํN 0 ยะลานราธวิ าส
96 ํE
75 150 300 กม. คีรี นมาเลเซยี 0 75 150 300 กม. มาเลเซีย
98 ํE 100 Eํ 102 ํE
104 ํE 106 ํE 96 ํE 98 ํE 100 Eํ 102 ํE 104 ํE 106 ํE
T3
องค์ประกอบของแผนทท่ี ีส่ า� คญั ไดแ้ ก่
องคป ระกอบสาํ คญั ของแผนที่
๑ ชื่อแผนท่ี จะอยูดานบนสุดหรือดานลางของแผนที่ แผนท่ีบางประเภท
อาจมีขอความบอกรายละเอียดเพ่ิมเติม เชน แผนที่พ้ืนที่ลุมนํ้าของ
ประเทศไทย
๒ สี เปนสงิ่ ทใ่ี ชแ ทนลักษณะทางกายภาพของสิง่ ทป่ี รากฏบนพนื้ ผิวโลก
๓ ทศิ จะใชท ศิ เหนอื เปน ทศิ หลกั โดยมลี กู ศรหรอื สญั ลกั ษณอ น่ื ๆ พรอ มตวั
อกั ษร น หรือ N กาํ กบั ไว เพ่ือใหผูใชรูทิศทางของส่งิ ตาง ๆ ท่อี ยูในแผนท่ี
หากแผนทไ่ี มม สี ญั ลกั ษณร ะบุทิศกาํ กับไว ใหถ อื วาดานบนเปนทิศเหนือ
๔ มาตราสวน เปนการบอกความสัมพันธระหวางระยะทางในแผนที่กับ
ระยะทางในภูมปิ ระเทศจริง
๕ สัญลักษณ เปน รปู เรขาคณิต หรอื เสน ท่กี ําหนดขน้ึ เพอ่ื ใชแสดงขอมลู
ของส่ิงตาง ๆ ที่ปรากฏ เน่ืองจากแผนท่ีมีพ้ืนท่ีจํากัด จึงไมสามารถใส
รายละเอียดเหมือนของจริงไดทั้งหมด จึงจําเปนตองใชสัญลักษณแทน
เพ่ือใหแ ผนท่ีเหมาะสมตอการใชงาน และทําความเขาใจไดงาย
หลกั การเบื้องต้นในการใช้แผนท ่ี มีดงั น้ี
สอดคลองกบั วัตถปุ ระสงค
ควรเลือกใชแผนท่ีใหสอดคลองกับกิจกรรมท่ีตองใชงาน เชน
หากตองการสืบคนหรืออธิบายขอบเขตของจังหวัด อําเภอ ควรใช
แผนทรี่ ฐั กิจแสดงอาณาเขต
นา เช่อื ถือ ✓
ควรเลือกใชแผนที่ท่ีผลิตจากหนวยงานที่นาเชื่อถือเปนท่ียอมรับ
ไดแก หนว ยงานของรฐั หรือหนว ยงานเอกชนท่ีมีประสบการณด า นแผนท่ี
รวมถงึ มวี ธิ ีการจดั ทาํ ทไ่ี ดม าตรฐาน
ทนั สมยั
ควรเลือกใชแผนท่ีที่เปนปจจุบัน หรือใกลเคียงกับปจจุบัน เพ่ือใหได
ขอมูลท่ีทนั สมยั ซ่งึ ในแผนท่สี วนใหญจะระบุปท ี่จดั ทําไวใหแลว
ผสมผสาน
เนื่องจากแผนท่ีแตละแบบมีขอดีและขอจํากัด การใชแผนท่ีแบบ
ผสมผสานในการศกึ ษาเรอ่ื งราวจงั หวดั จะทาํ ใหไ ดข อ มลู ทห่ี ลากหลาย และ
ยงั เปนการตรวจสอบความคลาดเคลอื่ นของขอ มูลไดอ กี ทางหน่ึง
ดูงาย ชดั เจน
ควรเลือกแผนที่ที่มีสัญลกั ษณต า ง ๆ ทสี่ ามารถเขาใจงาย ไมซับซอ น
รวมถงึ แผนทคี่ วรมีขนาดใหญ เพื่อใหเหน็ ขอมลู ไดชัดเจน
T4
รปู ถา ย เปน เครอ่ื งมอื ทางภมู ศิ าสตรอ์ กี ประเภทหนง่ึ ทส่ี ามารถใหข้ อ้ มลู จงั หวดั ของเราได ้ เราควรใช้
รูปถ่ายร่วมกับการใช้แผนท่ี จะช่วยให้การสืบค้นและอธิบายข้อมูลของจังหวัดมีความถูกต้องครบถ้วน
มากยง่ิ ขึ้น หลกั การใช้รูปถ่าย มดี ังน้ี
มีขอมูลพืน้ ฐาน
เราจะใชร ปู ถา ยในการศกึ ษาขอ มลู ไดด ขี นึ้ หากทราบขอ มลู พนื้ ฐานของจงั หวดั ที่
อาศยั อยจู ากสอื่ ตา งๆ มากอ น เมอื่ เหน็ รปู ถา ยแตล ะประเภทกจ็ ะเขา ใจและสามารถ
เลือกนาํ มาใชง านไดเ หมาะสม
สอดคลอ งกับวัตถปุ ระสงค
การนํารูปถายมาใชเปนเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร ตองเลือกรูปถายที่มี
ความนาเช่อื ถอื ใหขอมูลถูกตอง และเหมาะกับลกั ษณะงานที่จะนําไปใช
ดงู า ย ชดั เจน
รูปถายสามารถแสดงสีของสิ่งตาง ๆ ไดเสมือนจริง มีความคมชัด สามารถ
จําแนกลักษณะทางกายภาพ ภูมปิ ระเทศ และวตั ถุตา ง ๆ ไดชัดเจน
ทันสมยั
เราควรเลือกใชรูปถายที่จัดทําออกมาในวันเวลาที่ใกลเคียงกับปจจุบัน
มากท่สี ุด เพ่อื ใหไ ดข อมลู ทีท่ นั สมัย ตรงกบั ความเปนจรงิ
นา เชอื่ ถือ
✓ การเลือกรูปถา ยมาใชงาน ควรเลือกรูปถา ยจากแหลงท่ีนาเชือ่ ถือ เพือ่ ใหไ ด
ขอมูลทถี่ กู ตอ ง
? คํานึงถงึ ขอจาํ กดั
ตอ งเลอื กใชร ปู ถา ยใหเ หมาะสมกบั ลกั ษณะงาน และควรนาํ ไปใชร ว มกบั แผนที่
เพ่ือใหไดข อมูลทีถ่ ูกตอ งตรงกบั ความเปนจริง
T5
นํา นาํ สอน สรปุ ประเมิน
ขน้ั นาํ ñ˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ
¡ÒÃãªáŒ ¼¹·èáÕ ÅÐÃÙ»¶Ò‹ Â
กระตนุ ความสนใจ ลกั ษณะทางกายภาพ แหลง่
1. ครูนําภาพลักษณะภูมิประเทศที่สวยงามใน ทรัพยากร และสถานที่สําคัญใน
ประเทศไทยมาใหน กั เรยี นดู เชน ภาพเขาตะปู จังหวัด จะมีข้อมูลแสดงอยู่ใน
ภาพภูชี้ฟา ภาพนํ้าตกเจ็ดสาวนอย เปนตน แผนท่ีและรูปถา่ ย
แลวสอบถามนักเรียนวารูจักสถานท่ีในภาพ การรู้จักวิธีสืบค้นและอธบิ าย
หรือไมวา คือสถานท่ีใด ลักษณะทางกายภาพด้วยแผนท่ี
และรูปถ่าย จะทําให้เรามีทักษะ
ในการใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร ์
และยังช่วยให้มีความรู้เก่ียวกับ
จงั หวดั ของเราไดด้ ยี ่งิ ขน้ึ
2. ครใู หน กั เรยี นชว ยกนั บอกลกั ษณะทางกายภาพ เพื่อน ๆ คิดวา
ทีส่ วยงามในจงั หวัดท่นี ักเรียนรูจ กั เดก็ ในภาพนจ้ี ะไดขอ มูลเกย่ี วกบั
จังหวัดที่ตนเองอาศัยอยู
จากการใชแ ผนที่และรูปถา ย
ในเรื่องใดบางคะ
๒
เกร็ดแนะครู
ครเู ขยี นคาํ ขวัญของจังหวัดตา งๆ มา 4-5 จังหวัด ติดบนกระดาน แลวใหนกั เรยี นชวยกนั วเิ คราะหวา ขอมลู ในคาํ ขวัญนนั้ บอกถึงลักษณะทางกายภาพ
หรือลักษณะทางสังคมของจงั หวดั น้ันอยางไร เชน คาํ ขวัญของจังหวดั สรุ าษฎรธานี คอื “เมืองรอ ยเกาะ เงาะอรอ ย หอยใหญ ไขแดง แหลงธรรมะ” แสดงให
เห็นวา
มีเกาะมาก มกี ารทาํ ประมง มสี ถานทสี่ ําคญั ทาง
มีพ้นื ท่ีตดิ ทะเล มสี ัตวน ้ํา พระพทุ ธศาสนาหลายแหง
เมืองรอ ยเกาะ เงาะอรอ ย หอยใหญ ไขแดง แหลง ธรรมะ
มพี ื้นทป่ี ลกู เงาะ มกี ารเลย้ี งเปด
T6
นํา นาํ สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั นาํ
กระตนุ ความสนใจ
µÑǪÇÕé ´Ñ 3. ครูนําแผนท่ีแบบตางๆ เชน แผนที่ลักษณะ
ภมู ปิ ระเทศ แผนทีร่ ฐั กจิ แผนทป่ี าไม เปน ตน
มฐ. ส ๕.๑ ป. ๔/๑ สบื คน้ และอธบิ ายขอ้ มลู มาแสดงใหนักเรียนดู แลวสนทนาเกี่ยวกับ
ลักษณะทางกายภาพในจังหวัดของตน ขอ มูลของแผนที่แตละแบบ ดังนี้
ดว้ ยแผนท่แี ละรปู ถ่าย • เปรยี บเทยี บความเหมอื นความแตกตา งของ
ขอ มลู ทแ่ี สดงในแผนทแี่ ตล ะแบบ
มโนทศั นสาํ คญั • ความสําคญั ขององคประกอบของแผนที่
แผนที่และรูปถ่ายเปนเคร่ืองมือ แตละแบบ
ที่ใช้แสดงลักษณะทางกายภาพ • ยกตัวอยา งขอมูลในแผนที่
แหลง่ ทรพั ยากร และสถานทส่ี าํ คญั • ประโยชนข องแผนทแ่ี ตละแบบ
ในจังหวดั ของตน
96 ํE 98 ํE 100 Eํ 102 ํE 104 Eํ 106 Eํ 96 ํE 98 ํE 100 ํE 102 Eํ 104 Eํ 10
20 Nํ
นธ.งสชายั ลเหะวนินอื ทิวเ แดนล ท ิ ว เ ข า ีผ ป น ้นำ าว น.โขง ปน.โขระเทศไทย : ลกั ษณะภูมิประเทศ 20 Nํ ประเทศไทย : ทตี่ งั้ จ
เมยี นมา
18 ํN ขา ง ทิวเขาภูพา เชียงราย
พะเยา
16 ํN ิทวเขาถนน ท.ถนนธ.งปชังย ตะวันออก น. ปาทสัิกวเทิขวเาเขพาเชพรชบูรรบูณรตณะวตัะนวัตนกออก ทิวเทนิขน.าวาโขเหงนลขวงาพผีร ะปบนาง้นำ ลาว เวยี ดนาม เมียนมา แมฮอ งสอน นาน ลาว เวียดนาม
อาวเมาะตะมะ น. ัวง ิ ว เ ข า ผี ป น ้นำ เชยี งใหม
ททิิวเวขาถเ
14 ํN นท ลำพนู ลำปาง แพร
ข น.ยม น. น.สงครามน.โขง 18 ํN บึงกาฬ
12 Nํ นน แองสกลนคร
ตก น. 16 Nํ
า อาวเมาะตะมะ ตากกากญำจแรสนอพาสุพุทบชงโุ รยัรุเชบขนพรีธยัทุรณคชาีนยัรนรบาปนี ทรุ ฐนอีพสมอทานงิพิจุตงบหคพิตทษิรรุรบนรดรอณีสรุะคิตงกวีนปลุโรถรเลสรพคนทพรุงกรราคมุบชะเศยทธบุรรรกีบาพุรีอนีฉูรมยณีะุธหเเลยปชานยางิรนคชเาคทรจยั หรรรีนภาานบมูชอุรสิสงีรมี บะขาแัวอมลกนอหำวแภุดาบกหรสู ุรนธนาีรารมัอนคยงีาค มกาสยารรุ ฬสอินกสยทินลเรอนธ ็ดนุคศยคมรรโรุกสสี พดธะนาเรอกหมำอษานุบราลจรเจาชริญธานี
ธงช
14 ํN
น.สาละ วิน ถ
ัยต 12 ํN
ะนวันน น2 ทิ ว เ
น.พอง น.ชี
ธ น.ยนมา น น.ปง ทิวเ แ นอ. มงูลโ ค ร า ช
งน.เชมั ยย น.ขชีาภูพาน 1 ข า ภู
พ านน.โขง
ก
ล ทิวเขาดงพญาเย
า น.เจาพระยา
ง
ทิ น.แม ทิ ว็ น า สั น ก ำ แ พ ง ทิ ว เ ข า พ น ม ด ง รั ก
ะกง เข
น.ทากจลนี อง น.บางป
วเ ข
า ท ิ วเขาจันทบ ชลบุรี
ระยอง จันทบรุ ี
ต ก.ชาง ุรีทิวเข าบรรทัด กมั พูชา เพชรบุรี กัมพูชา
ก.กดู
ะ
น น.โขง สมทุ รปราการ ตราด
สมุทรสาคร
า ก.ชา ง
ว ประจวบคีรีขนั ธ สมุทรสงคราม ก.กดู
ศ
รี
อาวไทย เวยี ดนาม อา วไทย เ
ชุมพร
ก.เตา คำอธิบายสญั ลัก
10 ํN ทะเลอันดามัน ก.พะงนั 10 ํN ทะเลอนั ดามัน ระนอง ก.เตา เมอื งหลวง
มก.สุรินทร ก.สมยุ 8 ํN มก.สุรินทร ก.พะงนั ทต่ี ง้ั จังหวัด
ิท ว เ ข า ูภ เ ็ก ต คำอธบิ ายสญั ลักษณ 6 Nํ ก.สมยุ เสน แบง เขตปร
. โ ก-ล ก แมนำ้ , ลำน้ำ
น.ปต ตกาะนลี า เสนแบงเขตประเทศ สุราษฎรธ านี แหลง น้ำ
เสนแบง ภาค เขตภูมิภาคทางภูมิศา
มก.สมิ ลิ นั ทิ ว เ ข า น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช ทแหลมตะลมุ พุก แมน้ำ, ลำนำ้ มก.สมิ ิลนั พังงา แหลมตะลมุ พกุ ภาคเหนือ
8 Nํ น.ตาป แหลงนำ้ ภาคตะวนั ออกเ
แหลมพรหภมูเเทกต็พ กระบี่ นครศรธี รรมราช ภาคกลาง
แหลมพรหมเทพ ระดับความสงู (เมตร) ภาคตะวนั ออก
ตรงั พทั ลงุ ภาคตะวนั ตก
1,200 ภาคใต
N มก.ตะรเุ ตา แหลมโพธิ์ 600 N มก.ตะรุเตา สตลู สงขลา แหลมโพธิ์
ิ วเขาสนั 400 ปตตานี 104 ํE
200
6 ํN 0 50 ยะลานราธวิ าส
96 ํE ระดับทะเลปานกลาง
75 150 300 กม. คีรี นมาเลเซยี 0 75 150 300 กม. มาเลเซยี
98 Eํ 100 ํE 102 Eํ
104 Eํ 106 Eํ 96 ํE 98 ํE 100 Eํ 102 Eํ
96 Eํ 98 Eํ 100 Eํ 102 ํE 104 Eํ 106 Eํ 96 Eํ 98 Eํ 100 Eํ 102 ํE 104 ํE 106 ํE
20 ํN
นธ.งสชายั ลเหะวนินอื ทิวเ แดนล ท ิ ว เ ข า ีผ ป น ้นำ าว น.โขง ปน.โขระเทศไทย : ลกั ษณะภูมิประเทศ 20 ํN ประเทศไทย : ที่ตัง้ จงั หวดั 20 Nํ
เมยี นมา 18 ํN
18 ํN ขา ง ทิวเขาภูพา เชยี งราย 16 Nํ
พะเยา 14 ํN
16 ํN ิทวเขาถนน ท.ถนนธ.งปชังย ตะวันออก น. ปาทสัิกวเทิขวเาเขพาเชพรชบูรรบูณรตณะวตัะนวัตนกออก ทิวเทนิขน.าวาโขเหงนลขวงาพผีร ะปบนาง้นำ ลาว เวยี ดนาม เมียนมา แมฮ องสอน นา น ลาว เวียดนาม 12 Nํ
อา วเมาะตะมะ น. ัวง ิ ว เ ข า ผี ป น ้นำ เชยี งใหม
ททิิวเวขาถเ นขนธงาชัยถตะนวันน ธ งน.เชมั ยย ก ล า ง
14 Nํ นท น. แอง สนก.สลงคนรคารมน.โขง 18 ํN ลำพนู ลำปาง แพร บึงกาฬ
น.ยม
12 Nํ น.สาละ วิน น2 ทิ ว เ 16 ํN ตากกากญำจแรสนอพาสพุทุบชงโุ รยัุรเชบขนพรีธัยทุรณคชาีนัยรนรบาปนี ทุรฐนอีพสมอทานิงพจิุตงบหคพิตทิษรุรรบนรดรอณีสรุะคิตงกวีนปลโุรถรเลสรพคนทพรงุกรราคมุบชะเศยทธบรุรรกีบาพุรีอนีฉรูมยณีะธุหเเลยปชานยาิงรนคชเาคทรจัยหรรรีนภาานบูมชอรุสิสงีรมี บะขาแวั อมลกนอหำวแภดุ าบกหรสู ุรนธนาีรารมัอนคยงีาค มกาสยารรุ ฬสอนิ กสยทินลเรอนธ ด็ นุคศยคมรรโรกุ สสี พดธะนาเรอกหมำอษานบุราลจรเจาชริญธานี
ตก น. น.พอง น.ชี อาวเมาะตะมะ
น.ยนมา น น.ปง ทิวเ แ นอ. มงูลโ ค ร า ช ข
น.ขชีาภูพาน 1 า ภู 14 ํN
พ
านน.โขง 12 ํN
ทิวเขาดงพญาเย
น.เจาพระยา ทิ ว็ นเ ข ทิ ว เ ข า พ น ม ด ง รั ก
ะกง
ทิ น.แม า สั น ก ำ แ พ ง
น.ทากจลนี อง
วเ ข น.บางป
า ท ิ วเขาจันทบ ชลบรุ ี
ระยอง จันทบรุ ี
ต ก.ชาง ุรีทิวเข าบรรทัด กมั พชู า เพชรบุรี กมั พชู า
ก.กูด
ะ
น น.โขง สมทุ รปราการ ตราด
สมทุ รสาคร
า ก.ชา ง
ว ประจวบครี ขี นั ธ สมุทรสงคราม ก.กดู
ศ
รี
อาวไทย เวียดนาม อา วไทย เวยี ดนาม
ชมุ พร
ก.เตา
10 ํN ทะเลอนั ดามัน ก.พะงนั 10 Nํ ทะเลอันดามัน ระนอง ก.เตา 10 ํN
มก.สุรินทร ก.สมุย 8 Nํ มก.สุรนิ ทร ก.พะงัน 8 Nํ
ิท ว เ ข า ูภ เ ็ก ต คำอธิบายสญั ลักษณ 6 ํN ก.สมุย คำอธิบายสัญลักษณ 6 ํN
. โ ก-ล ก เมืองหลวง
น.ปต ตกาะนลี า เสนแบงเขตประเทศ สรุ าษฎรธานี ที่ต้งั จังหวัด
เสนแบงภาค เสน แบง เขตประเทศ
มก.สิมิลนั ทิ ว เ ข า น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช ท แหลมตะลมุ พุก แมน้ำ, ลำนำ้ มก.สิมลิ ัน พงั งา แหลมตะลมุ พกุ แมนำ้ , ลำน้ำ
8 ํN น.ตาป แหลงน้ำ แหลง นำ้
แหลมพรหภมเูเทกต็พ กระบ่ี นครศรธี รรมราช เขตภมู ภิ าคทางภมู ิศาสตร
แหลมพรหมเทพ ระดบั ความสงู (เมตร) ภาคเหนอื
ตรงั พทั ลงุ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
1,200 ภาคกลาง
N มก.ตะรเุ ตา แหลมโพธ์ิ 600 N มก.ตะรเุ ตา สตลู สงขลา แหลมโพธิ์ ภาคตะวันออก
ิ วเขาสนั 400 ปตตานี ภาคตะวนั ตก
200 ภาคใต
6 ํN 0 50 ยะลานราธวิ าส
96 Eํ ระดับทะเลปานกลาง 104 ํE 106 ํE
75 150 300 กม. คีรี นมาเลเซีย 0 75 150 300 กม. มาเลเซีย
98 ํE 100 Eํ 102 Eํ
104 Eํ 106 ํE 96 ํE 98 ํE 100 ํE 102 Eํ
4. ครใู หน กั เรยี นดภู าพจากหนงั สอื เรยี น หนา 2-3
แลว ถามนกั เรียนวา
• เด็กในภาพจะไดขอมูลเกี่ยวกับจังหวัดที่
ตนเองอาศยั อยจู ากการใชแ ผนทแ่ี ละรปู ถา ย
ในเร่อื งใดบา ง
๓ (แนวตอบ : ลกั ษณะทางกายภาพ ทรพั ยากร
ธรรมชาติ และสถานท่ีสาํ คัญในจังหวดั )
เกร็ดแนะครู
ครจู ดั กระบวนการเรยี นรูโดยการใหนักเรียนปฏิบตั ิ ดงั น้ี
• สบื คนและรวบรวมขอมูลเก่ยี วกับแผนท่ีและรูปถาย
• อธบิ ายและสรปุ ขอ มูลเกย่ี วกบั แผนท่แี ละรปู ถาย
• อภปิ รายเก่ียวกบั แผนทแ่ี ละรูปถาย
• วเิ คราะหจ ากประเด็นคาํ ถามและภาพเกยี่ วกับแผนทแ่ี ละรูปถา ย
จนเกดิ เปน ความรคู วามเขา ใจวา การใชเ คร่อื งมอื ทางภูมศิ าสตร เชน แผนท่แี ละรปู ถา ย ทําใหเราศึกษาขอ มูลตา งๆ ทางภมู ิศาสตรเก่ียวกับจังหวดั ของ
ตนเองไดง า ยและสะดวกรวดเรว็ มากยิง่ ขน้ึ
T7
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน ñ á¼¹·Õè พื้นผแวิ ผโนลกท ี่คโดอื ยเคกราอื่รงยม่ออืสทว่ านงแภลมู ะศิใชาส้สตญั รลท์ กัแ่ี ษสดณง1์ ลเกัชษน่ ณ สะี
เพอื่ แทนสงิ่ ตา่ ง ๆ ทเ่ี กดิ จากธรรมชาตแิ ละทม่ี นษุ ย์
สาํ รวจคน หา จากแผนท่ี สรา้ งขนึ้ บนพนื้ ผวิ โลก โดยจดั ทาํ ลงบนวสั ดแุ ผน่ ราบ
จังหวดั ของเรา แผนทจ่ี ะมขี อ้ มลู ลกั ษณะทางกายภาพ ทรพั ยากร
1. นักเรียนแบงกลุมตามความสนใจ กลุมละ
เทาๆ กัน ใหแตละกลุมวางแผนและแบง มลี กั ษณะ
หนาที่สืบคนแผนที่ของจังหวัดที่นักเรียน ทางกายภาพ
อาศยั อยู จากแหลงเรียนรใู นทองถ่ิน หรือจาก
อนิ เทอรเนต็ อย่างไร
2. นกั เรยี นแตล ะกลมุ นาํ แผนทจ่ี งั หวดั แตล ะแบบ และสถานท่ีสําคัญของจังหวัด เราจึงควรรู้จักแผนที่
ทสี่ บื คน ไดม าคดั เลอื ก เพอื่ ไมใ หม คี วามซาํ้ ซอ น เพ่ือจะได้นําไปใช้ประโยชน์สําหรับการศึกษาข้อมูล
กนั สามารถแบง่ แผนทต่ี ามลกั ษณะการใชง้ านออกเปน ๒ ชนดิ คือ แผนท่ี
อ้างองิ และแผนท่เี ฉพาะเร่อื ง
3. นกั เรยี นแตล ะกลมุ ศกึ ษาแผนทข่ี องกลมุ ตนเอง แผนทอ่ี างองิ เปนแผนทพี่ ้นื ฐานสําหรับนําไปพัฒนาเปน แผนทชี่ นิด
ตามประเดน็ ดังตอ ไปน้ี อนื่ ตอ่ ไป แผนทอ่ี า้ งองิ ทส่ี าํ คญั ไดแ้ ก ่ แผนทล่ี กั ษณะภมู ปิ ระเทศ ซง่ึ จะแสดง
• แผนทีน่ ม้ี ีช่อื วา อะไร
• แผนทน่ี ม้ี ปี ระโยชนอยา งไร
• แผนที่นี้มอี งคป ระกอบอะไรบา ง
• แผนที่นี้ใหข อมูลอะไรบาง
ลกั ษณะทางกายภาพต่าง ๆ ของพืน้ ท่ีไว้ เช่น อาณาเขต ความสงู ความตาํ่
ของพนื้ ท่ี ภูเขา แหล่งนํา้ ปา่ ไม้
แผนที่ลักษณะภมู ิประเทศ
ทาํ ใหเราเหน็ วา แตละพืน้ ที่
มีลักษณะทางกายภาพอยางไร
๔
นักเรียนควรรู
1 สัญลักษณ ทแ่ี สดงอยใู นแผนที่ เปนเคร่ืองหมายหรอื สิ่งทใี่ ชแทนรายละเอียดท่ปี รากฏอยูบนภูมิประเทศ หรอื ใชแทนขอ มูลอืน่ ใดที่ประสงคจะแสดงไวบน
แผนแผนทน่ี น้ั ในการสรา งสญั ลกั ษณแผนที่มีกฎเกณฑวา สญั ลกั ษณท ีใ่ ชตองเปน แบบเรยี บๆ ชัดเจน ขนาดเหมาะสมกบั มาตราสวนของแผนที่ เขียนไดงา ย
คนท่วั ไปมองดแู ลวเขา ใจไดท นั ทีโดยไมต องอาศยั คาํ อธิบายสญั ลกั ษณ
การสรา งสญั ลกั ษณใ นแผนทที่ ดแทนสิง่ ตา งๆ แบงออกเปน 3 ลกั ษณะดว ยกัน คือ
• สญั ลักษณท ี่ใชแ ทนลักษณะทางกายภาพ คอื สัญลกั ษณท่ีใชแทนลักษณะรายละเอยี ดทข่ี ึน้ ตามธรรมชาตโิ ดยมไิ ดเ กิดจากมนษุ ย เชน แมนํา้ ลําคลอง
เนินเขา ภเู ขา ที่ราบ ปา ชนิดตางๆ อาว เกาะ เปน ตน
• สญั ลกั ษณท ใี่ ชแ ทนลกั ษณะทางวฒั นธรรม คอื สญั ลกั ษณท ใ่ี ชแ ทนรายละเอยี ดทป่ี รากฏในภมู ปิ ระเทศทมี่ นษุ ยไ ดส รา งสรรคข น้ึ มา เชน พน้ื ทกี่ ารเกษตร
เหมอื งแร ทางรถไฟ เสน ทางการบิน บา น ตัวเมือง เปน ตน
• สัญลักษณท่ีใชแทนลักษณะขอมูลพิเศษ เปนสัญลักษณที่คิดข้ึนเพื่อใชแทนขอมูลท่ีผูผลิตตองการแสดงเปนพิเศษ สัญลักษณประเภทนี้ ใชกับแผนท่ี
เฉพาะเร่อื ง หรอื แผนที่ขอมูลพเิ ศษ เชน แผนทีด่ นิ แผนทปี่ าไม แผนทีธ่ รณวี ทิ ยา เปน ตน
T8
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
ขนั้ สอน
96 ํE อธบิ าย98คEํ วามรู 100 ํE 102 Eํ 104 Eํ
96 Eํ 98 ํE 100 Eํ 102 ํE 104 ํE 106 ํE 20 ํN เนปยีดอ 4. อตธัวิบแทายนขแอตมล ลู ะใกหลเเชมุพียงนือ่ราาํยนแฟผง นหทนข่ี าอชงั้นกเรลียมุ นตนเองปมราะเทศไทย
20 ํN
นธ.งสชายั ลเหะวนินอื ทิวเ แดนล ท ิ ว เ ข า ีผ ป น ้นำ าว น.โขง ปน.โขระเทศไทย : ลกั ษณะภูมิประเทศ
เมยี นมา
ขา ลาว เวยี ดนามง ทิวเขาภูพา
18 Nํ
ิทวเขาถนน ท.ถนนธ.งปชังย ตะวันออก น. ปาทสัิกวเทิขวเาเขพาเชพรชบูรรบูณรตณะวตัะนวัตนกออก ทิวเทนิขน.าวาโขเหงนลขวงาพผีร ะปบนาง้นำ เมียนม5า. ภใหูมนแิปมักฮ รอเเงะชรสียอีเยงนใทหนมศดจูแาผกนหทนี่ปพัะงรเยสะาือเนทเานรศียไนทยแหสนดางล5ักลษาแวณละว เว
16 Nํ น. ัวง ิ ว เ ข า ผี ป น ้นำ
อา วเมาะตะมะ ททิิวเวขาถเ นท ชว ยกนั บอลกำพขนู อ ลมำปลู างทแไี่ พดร จ ากแผนทว่ี า มเวอี ยี ะงจไนั รทนบ า งบงึ กาฬ
น.ยม
14 ํN ข น. แองสนก.สลงคนรคารมน.โขง 18 Nํ
ตก น. 16 Nํ
12 Nํ นน 14 ํN
ธ (สนเรแัญกั ่อืนเงวลรตักียออนษงบแคณตตป:ต ากลกรากาญชะำะงจแรื่อสนกอคพๆาสุพทุบชงแอโุนรัยุรเชบขนพรีธยัผทุรบคณใชทาีนัยรนรบนนาปขนีาํทุรฐนอีแพสทอมใอทานงิพิจตุงบผบหคงพ่ีติทษิรรุรบนรดรแองนณีสมุระคติงกวีนปาลุโผรถเรทลสรพคานทพรนงุกรนราคุมบชะเ่ีตศยทธบุรรทเรกทีบาพุรรีอปนีฉูรมี่ยี่ณีาะุธหน1เเลยปชสานย.างิตรน1คชเาวคทรจยั น หรรรนีนภาานบูม)ชอขรุสิสงีรีมบอะขาแัวอมงลกนอำหวแแภุดาบกหรสูผรุ นธนารี ารัมอนนคยงีาค ทมกาสยาร่ีุรฬสอินกสยทินลเรอนธ ็ดนุคศยคมรรโรกุ สสีพดธะนาเรอก
า
งช
ั
น.สาละ วิน ยถตะนวั น2 ทิ ว เ
น.พอง น.ชี
น ทิวเ แ นอ. มงูลโ ค ร า ช
น
ธ น.ยนมา น น.ปง
งน.เชมั ยย น.ขชีาภูพาน 1 ข า ภู 6.
ก พ านน.โขง อา วเมาะตะมะ
ล ทิวเขาดงพญาเย
า น.เจาพระยา
ง
ทิ น.แม ทิ ว็ นเ ข า สั น ก ำ แ พ ง ทิ ว เ ข า พ น ม ด ง รั ก
ะกง
น.ทากจลนี อง น.บางป
วเ ข
า ท ิ วเขาจันทบ ชลบุรี
ระยอง จันทบรุ ี
ต ก.ชาง ุรีทิวเข าบรรทัด กัมพชู า เพชรบรุ ี ก
ก.กดู
ะ
น น.โขง สมุทรปราการ ตราด
สมุทรสาคร
า 12 Nํ ก.ชา ง
ว ประจวบครี ขี ันธ สมทุ รสงคราม ก.กูด
ศ
รี
อา วไทย เวียดนาม อาวไทย
ก.เตา ชมุ พร
ก.พะงัน
10 Nํ ทะเลอนั ดามัน ก.สมยุ 10 Nํ ทะเลอนั ดามัน ระนอง ก.เตา
ิท ว เ ข า ูภ เ ็ก ต คำอธิบายสัญลกั ษณ ก.พะงัน
มก.สุรนิ ทร . โ ก-ล ก เสน แบง เขตประเทศ มก.สุรนิ ทร ก.สมุย
น.ปต ตกาะนลี า เสน แบงภาค สุราษฎรธ านี
แมน ำ้ , ลำน้ำ
มก.สมิ ิลัน ทิ ว เ ข า น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช ท แหลมตะลมุ พุก แหลง น้ำ มก.สมิ ิลัน พังงา แหลมตะลมุ พกุ
น.ตาป ระดับความสูง (เมตร)
8 Nํ 8 Nํ แหลมพรหภมูเเทกต็พ กระบี่ นครศรธี รรมราช
1,200 6 ํN
แหลมพรหมเทพ 600 ตรงั พัทลงุ เขตภ
400
N มก.ตะรุเตา แหลมโพธิ์ 200 N มก.ตะรเุ ตา สตลู สงขลา แหลมโพธ์ิ 104 Eํ
ิ วเขาสนั 50 ปตตานี
ระดบั ทะเลปานกลาง
6 Nํ 0 ยะลานราธวิ าส
96 ํE
75 150 300 กม. คีรี นมาเลเซีย 0 75 150 300 กม. มาเลเซีย
98 Eํ 100 ํE 102 Eํ 104 Eํ 106 Eํ 96 Eํ 98 ํE 100 ํE 102 Eํ
แ ผนที่ลักษณะภมู ิประเทศของประเทศไทย
๕
ขอสอบเนน การคดิ
96 ํE 98 Eํ 100 Eํ 102 ํE 104 ํE 106 ํE 96 Eํ 98 Eํ 100 Eํ 102 ํE 104 Eํ 106 ํE
น.โขง ประเทศไทย : ท่ตี ั้งจังหวัด 20 ํN
ลาว เวยี ดนาม
20 Nํ นธ.งสชายั ลเหะวนินอื ทิวเ แดนลขา ท ิ ว เ ข า ีผ ป น ้นำ าว ง ทิวเขาภูพาปน.โขระเทศไทย : ลักษณะภูมปิ ระเทศ 20 Nํ เนปยดี อ เชียงราย
พะเยา
เมียนมา ิทวเขาถนน ท.ถนนธ.งปชังย ตะวันออก น. ปาทสัิกวเทิขวเาเขพาเชพรชบูรรบูณรตณะวตัะนวัตนกออก ทิวเทนิขน.าวาโขเหงนลขวงาพผีร ะปบนาง้นำ จากภาพแผนท่ปี ระเทศไทยแสดงลกั ษณะลาว เวยี ดนาม เมยี นมา แมฮ องสอน
น. ัวง ิ ว เ ข า ผี ป น ้นำ
ททิิวเวขาถเ เชยี งใหม นาน
18 Nํ
18 Nํ นขน ธ งาช นท น. น.สงครามน.โขง ลำพูน ลำปาง แพร เวยี งจนั ทน บงึ กาฬ 18 ํN
น.ยม แองสกลนคร ภมู 1ปิ .ระชเ่อืททศวิ เขขอาใดไมปรากฏในแผนที่16Nํ 16 ํN
16 Nํ 14 Nํ
อา วเมาะตะมะ ตก น. อาวเมาะตะมะ
14 Nํ 432... มคช่อืวาตาจมังรหาสสวงู ตวัดน่าํ ของพนื้ ที่14Nํ
น.สาละ วิน ถ ตากกากญำจแรสนอพาสพุทุบชงุโรัยรุเชบขนพรีธัยทุรคณชาีนยัรนรบาปนี ทรุ ฐนอีพสมอทานงิพจิุตงบหคพิตทิษรุรรบนรดรอณีสรุะคติงกวีนปลุโรถเรลสรพคนทพรงุกรราคุมบชะเศยทธบุรรรกีบาพุรีอนีฉูรมยณีะุธหเเลยปชานยาิงรนคชเาคทรจยั หรรรีนภาานบมูชอุรสิสงีรีมบะขาแัวอมลกนอำหวแภุดาบกหรสู ุรนธนารี ารัมอนคยงีาค มกาสยารรุ ฬสอนิ กสยทินลเรอนธ ็ดนุคศยคมรรโรุกสีสพดธะนาเรอกหมำอษานุบราลจรเจาชรญิธานี
ัยต
ะนวันน น2 ทิ ว เ
น.พอง น.ชี
ธ น.ยนมา น น.ปง ทิวเ แ นอ. มงูลโ ค ร า ช
งน.เชมั ยย น.ข ีชาภูพาน 1 ข า ภู
พ านน.โขง
ก
ล ทิวเขาดงพญาเย
า น.เจาพระยา
ง
ทิ น.แม ทิ ว็ นเ ข า สั น ก ำ แ พ ง ทิ ว เ ข า พ น ม ด ง รั ก
ะกง
น.ทากจลนี อง น.บางป
วเ ข
า ท ิ วเขาจันทบ ชลบรุ ี
ระยอง จันทบุรี
ต ุรีทิวเข าบรรทัด กมั พูชา เพชรบุรี กมั พูชา
ะ
น.โขง
12 Nํ
(วิเคราะหคําตอบ จากภาพแผนที่ปรากฏชื่อ12Nํ น สมทุ รปราการ ตราด
สมทุ รสาคร
า ก.ชา ง ก.ชาง 12 ํN
ก.กดู
ว ประจวบครี ขี นั ธ สมุทรสงคราม ก.กดู พนมเปญ
ศ
รี ทิวเขาชุมพร มาอาตวไทยราสวน และใเชวียดสนามีแสดงความสูงตํ่า
อาวไทย เวียดนาม
10 ํN ทะเลอนั ดามัน ก.เตา ของพืน้ ที่ ดงั น้ัน ขอ 3. จงึ เปนคาํ ตอบทถ่ี กู )ทะเลอันดามนั
มก.สุรินทร ก.พะงนั มก.สรุ ินทร
ก.สมุย 10 ํN ระนอง ก.เตา คำอธบิ ายสัญลักษณ 10 ํN
ิท ว เ ข า ูภ เ ็ก ต คำอธิบายสัญลกั ษณ 8 Nํ ก.พะงัน เมอื งหลวง 8 Nํ
. โ ก-ล ก 6 ํN ก.สมุย ที่ตั้งจงั หวดั
เสนแบงเขตประเทศ เสนแบง เขตประเทศ
น.ปต ตกาะนลี า เสนแบง ภาค สุราษฎรธานี เสน แบง เขตจงั หวดั
แมนำ้ , ลำน้ำ แมน ำ้ , ลำนำ้
มก.สิมลิ นั ทิ ว เ ข า น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช ทแหลมตะลุมพกุ แหลงน้ำ มก.สมิ ลิ นั พงั งา แหลมตะลมุ พกุ แหลง นำ้
8 Nํ น.ตาป ระดบั ความสูง (เมตร)
แหลมพรหภมเูเทก็ตพ กระบี่ นครศรีธรรมราช เขตภูมิภาคทางภูมิศาสตร
แหลมพรหมเทพ 1,200 ภาคเหนือ
600 ตรัง พัทลุง
400
N มก.ตะรเุ ตา แหลมโพธ์ิ 200 N มก.ตะรุเตา สตลู สงขลา แหลมโพธิ์ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
ิ วเขาสนั 50 ปต ตานี ภาคกลาง
ระดับทะเลปานกลาง
6 Nํ 0 75 150 300 กม. คีรี นมาเลเซีย 0 75 150 300 กม. ยะลานราธิวาส ภาคตะวันออก 6 Nํ
96 ํE 98 ํE 100 Eํ 102 Eํ ภาคตะวนั ตก
มาเลเซีย ภาคใต
104 Eํ 106 ํE 96 Eํ 98 ํE 100 ํE 102 ํE 104 ํE 106 ํE
T9
นาํ สอน สรุป ประเมิน
ขน้ั สอน แผนท1ี่เฉพาะเรื่องเปนแผนที่แสดงข้อมูลเฉพาะเร่ืองใดเร่ืองหน่ึง
เพอ่ื ใหด้ ูหรอื อา่ นทาํ ความเข้าใจได้ง่าย เช่น
ขยายความเขา ใจ แผนที่รฐั กิจ แสดงที่ต้งั ของเขต อาํ เภอ จังหวดั
7. นักเรียนแตละกลุมนําแผนที่ของกลุมตนเอง แผนทป่ี า่ ไม้ แสดงพนื้ ทปี่ า่ ไมข้ องประเทศไทย
รวมกันอภิปราย และเปรียบเทียบกับแผนที่ แผนทที่ อ่ งเทยี่ ว แสดงสถานท่ีทอ่ งเที่ยวสาํ คัญของจังหวดั
ของกลมุ อน่ื ในประเดน็ ดังตอไปนี้ แผนท่ีทางหลวง แสดงเสน้ ทางการคมนาคมขนสง่ ทางถนน
• ความเหมาะสมของแผนท่ีในการสืบคน
ขอ มลู ประเทศไทย : แนวรอยเล่ือนและบริเวณเสยี่ งภัยแผน ดินไหว
• ความสมบูรณของแผนทใ่ี นการใชง าน
• ความครบถว นขององคประกอบของแผนท่ี 96 ํE 98 ํE 100 ํE 102 Eํ 104 Eํ 106 Eํ
8. นกั เรยี นชว ยกนั รวบรวมแผนทที่ ท่ี กุ กลมุ สบื คน 20 Nํ น.สาละวิน รอย3เลอื่ 1นแ ม รอยเ ื่ลอนแจัมอินง น.โข 20 Nํ
มาไปจัดปายนิเทศ เพ่ือใชเปนแหลงเรียนรู ลาว 18 Nํ
เกย่ี วกับแผนทใ่ี นจังหวดั ของตนเองตอ ไป 16 Nํ
14 ํN
ง
เมยี นมา น.สาละ วิน รอยเ ื่ลอนแ ม ฮองสอน 64 รอยเล่ือ น พะเยา รอยเล่อื นปว เวยี ดนาม
รอยเลอ่ื นแมทา
27
5 เถิน น.โขง
18 ํN นเมย รอยเล82ื่อกน รอยเลื่อ รอยเล่ือนเพชรบูรณ นอุตรดิตนถ.โขง
รอยเล่ือ
16 ํN รอยเล่ือนศรีสวัส2ข 0 น.โขง
อาวเมาะตะมะ รอยเลอ่ื นเจดยี ส ามดอ์ิ งค
1
14 Nํ
กัมพชู า
อา วไทย น.โขง
12 Nํ 12 ํN
10 ํN ทะเลอนั ดามนั
นำ้ พุรอนทเี่ กดิ อยูบริเวณ
8 ํN รอยเล่ือนมพี ลัง ไดรบั การ
N ถา ยเทความรอ นจากแรงเฉือน
และรอยเลอื่ นดงั กลาวเปน
ชองทางนำนำ้ เยน็ ไหลลงสรู ะดบั ลึก เวียดนาม
แลว ไหลข้นึ สผู ิวดินเปน น้ำพรุ อ น 10 Nํ
รอยเ ื่ลอนคลองมะรุรอยยเลื่อนระนอง ปจจุบัน พบแหลง นำ้ พรุ อ น 112 แหลง
2ก แหลง น้ำพรุ อนท่สี ำคัญ เชน คำอธบิ ายสัญลกั ษณ
1 แมจัน อ.แมจ ัน (93 Cํ )
2 สนั กำแพง อ.แมออน (99 ํC)
3 ฝาง อ.ฝาง (99 Cํ ) แนวรอยเล�อน
4 ปา แป อ.แมแ ตง (99 Cํ ) แนวรอยเล�อนมีพลงั
1 5 เทพพนม อ.แมแ จม (99 ํC) ระดับความรนุ แรง 8 Nํ
6 โปงสัก อ.ปาย (85 ํC) ตรวจวดั ไดด ว ย 6 Nํ
7 แจซอน อ.เมืองปาน (78 ํC) เขต 0 เครอ� งมอื เทานั้น
8 แมจอก อ.วังช้นิ (82 ํC) เขต 1 ผูอ ยูบนอาคารสงู
รสู กึ วามแี ผน ดนิ ไหว
0 75 150 300 กม. เขต 2ก สิ่งกอสรางออกแบบไมดี
แหลงขอมลู : กรมทรพั ยากรธรณี ปรากฏความเสยี หาย
6 Nํ
เขต 2ข ส่ิงกอ สรางที่ออกแบบดี
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ ม มาเลเซีย เสียหายเลก็ นอ ย
102 ํE
96 Eํ 98 Eํ 100 Eํ 104 ํE 106 Eํ
แผนที่เฉพาะเรื่องยังมอี ีกหลายชนดิ
เพอื่ น ๆ รจู ักแผนที่เฉพาะเรื่อง
ชนดิ ใดอีกบางคะ
ÀÁÙ ÈÔ Òʵà ¹‹ÒÃŒÙ
ประเทศไทยเริ่มทําแผนท่ีเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๘ เปนแผนที่ลายเสนของ
ถนนเจริญกรุง บริเวณพระบรมมหาราชวัง และแผนท่ีบริเวณปากอาวไทย
เพื่อใชในการเดินเรือและเปนแนวปองกันทางทะเล ตอมากรมแผนท่ีทหาร
ไดทําการสํารวจบรเิ วณอื่น ๆ และใชวิธีถายรปู ทางอากาศ เพอื่ นํามาทําแผนท่ี
๖ จนครอบคลุมทัว่ ทั้งประเทศ
นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคดิ
1 แผนที่ ในสมัยเริ่มแรก การทําแผนที่จะอาศัยขอมูลจากการสํารวจภาค ถา เราใชสนี ํ้าตาลแทนลักษณะภูมิประเทศท่ีเปน ภเู ขา
พ้ืนดินเทาน้ัน แตตอมาเมื่อเทคโนโลยีมีความกาวหนามากขึ้น จีึงไดมีการนํา บรเิ วณใดของประเทศไทยจะมีสีนํา้ ตาลมากที่สุด
เอารูปถายทางอากาศและภาพจากดาวเทียมมาชวยในการทําแผนที่ เพราะมี
ความสะดวกรวดเรว็ และถูกตองมากกวา การสาํ รวจภาคพีืน้ ดนิ เพยี งอยา งเดยี ว 1. ภาคเหนือ
2. ภาคกลาง
T10 3. ภาคตะวนั ตก
4. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
(วิเคราะหคําตอบ ลักษณะภูมิประเทศของภาคกลางสวนใหญ
เปนท่ีราบ ลักษณะภูมิประเทศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเปน
ที่ราบสูง สวนลักษณะภูมิประเทศของภาคตะวันตกเปนภูเขา
และหุบเขาแตมีพื้นที่นอยกวาภาคเหนือ ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศ
สว นใหญเ ปนภูเขาและมพี นื้ ท่ีกวางใหญกวา ดงั น้ัน ขอ 1. จึงเปน
คําตอบทถี่ ูก)
นาํ สอน สรุป ประเมิน
106 Eํ 96 Eํ 98 ํE 100 Eํ 102 ํE ประเ1ท04ศEํ ไทย1: 106 Eํ ขน้ั สอน
ภูมิประเทศ 20 ํN เนปยีดอ ทต่ี ง้ั จังหวัด 20 ํN ขยายความเขาใจ
18 ํN
นาม เมยี นมา แมฮ องสอน เชียงราย ลาว เวียดนาม 16 Nํ 9. นักเรียนแตละคนทําใบงานที่ 1.2 เร่ือง
เชยี งใหม พะเยา 14 Nํ ประเภทของแผนที่
18 ํN นาน 12 ํN
10. ครูใหนักเรียนดแู ผนท่ีจากหนงั สอื เรียน
ลำพูน ลำปาง แพร เวยี งจนั ทน บึงกาฬ หนา 7 แลว ถามนักเรียนวา
• แผนทจ่ี ากหนังสอื เรียน หนา 7 เปน แผนที่
อตุ รดิตถ หนองคาย ประเภทใด
(ตอบ : เปน แผนทเ่ี ฉพาะเรอ่ื ง เพราะแผนทน่ี ้ี
เลย อดุ รธานี นครพนม แสดงขอ มลู ลกั ษณะเฉพาะ คอื ทต่ี งั้ จงั หวดั
สกลนคร ในประเทศไทย)
ตากกากญำจแรสนอพาสพุทุบชงโุ รัยุรเชบขนพรีธยัทุรณคชาีนยัรนรบาปนี ทรุ ฐนอีพสมทานงิพิจงบหคพติทษิ ุรรบนรรอณีสรุะคงกวีนปลโุรเรลสรพคนทพรงุกรราคมุบชะเศยทธบุรรรกีบาพุรอี นีฉูรมยณีะธุหเยปชานาิงรนคชเาคทรจยั หรรรนีภาานบมูชอรุสิสงีรีมบะขาแวั อมลกนำหวแภาบกสู ุรนารี รมั คยา มกสารุรฬอนิ สยทินเรอธ ด็ ุ ศยมรโุกสีสดธะาเรอกหำอษานบุราลจรเจาชรญิธานี • นอกจากทต่ี งั้ จังหวดั แลวแผนทนี่ ี้ยงั บอก
น.โขง 16 Nํ ขอมูลอะไรอีกบาง
น (แนวตอบ : เมืองหลวงของประเทศไทย คอื
อาวเมาะตะมะ กรุงเทพมหานคร ภมู ิภาคของประเทศไทย
แบงออกเปน 6 ภาค คือ ภาคเหนือ
า 14 Nํ เพชรบุรี ชลบุรี กัมพชู า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง
12 ํN ระยอง จนั ทบุรี ภาคตะวนั ออก ภาคตะวันตก และภาคใต)
น.โขง
สมทุ รปราการ ตราด 11. นกั เรยี นทาํ แบบฝก ปฏบิ ตั ทิ กั ษะรวบยอด เรอ่ื ง
สมุทรสาคร แผนท่ี จากแบบฝกปฏิบัติทักษะรวบยอด
ก.ชา ง พนมเปญ ภูมิศาสตร ป.4 หนา 1-3 เปนการบาน
สมทุ รสงคราม ก.กูด แลว นาํ มาสงครูในวนั ถดั ไป
ประจวบครี ีขันธ
เวียดนาม อาวไทย เวยี ดนาม
ชุมพร
บายสัญลกั ษณ 10 Nํ ทะเลอันดามนั ระนอง ก.เตา คำอธบิ ายสัญลกั ษณ 10 Nํ
ก.พะงนั เมืองหลวง
บงเขตประเทศ มก.สุรินทร ก.สมุย ท่ีตั้งจงั หวดั 8 ํN
บงภาค เสน แบงเขตประเทศ 6 ํN
ำ, ลำนำ้ สรุ าษฎรธ านี เสนแบงเขตจังหวัด
งน้ำ แมน ำ้ , ลำน้ำ
ง (เมตร) มก.สิมิลัน พงั งา แหลมตะลุมพกุ แหลง น้ำ
1,200 8 ํN แหลมพรหภมเูเทก็ตพ กระบี่ นครศรธี รรมราช เขตภมู ภิ าคทางภมู ิศาสตร
600 ภาคเหนอื
400 6 ํN 0 ตรัง พทั ลงุ ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ
200 96 Eํ ภาคกลาง
50 N มก.ตะรุเตา สตูล สงขลา แหลมโพธิ์ ภาคตะวันออก
ระดับทะเลปานกลาง ปตตานี ภาคตะวนั ตก
ภาคใต
106 Eํ ยะลานราธิวาส
75 150 300 กม. มาเลเซยี
98 Eํ 100 ํE 102 Eํ 104 ํE 106 Eํ
แ ผนทร่ี ัฐกจิ แสดงที่ต้ังจงั หวัดของประเทศไทย
๗
ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู
จังหวดั ในขอใดทีไ่ มมอี าณาเขตติดตอ กับทะเล 1 ประเทศไทย ตามหลักเกณฑของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
1. ชมุ พร ประเทศไทยมีจํานวนจังหวัด 76 จังหวัด สวนกรุงเทพมหานครไมจัดวาเปน
2. ตราด จงั หวดั เพราะมกี ารปกครองทอ งถน่ิ รปู แบบพเิ ศษเหมอื นกบั เมอื งพทั ยา จงั หวดั ที่
3. เพชรบรุ ี ต้งั ขนึ้ ลา สดุ คอื จงั หวัดบึงกาฬ ซง่ึ แยกตัวออกมาจากจังหวดั หนองคาย จังหวัด
4. สิงหบ ุรี บึงกาฬถูกจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554 โดย
(วเิ คราะหคาํ ตอบ จงั หวดั ทไ่ี มมพี ้นื ทีต่ ดิ ตอ กบั ทะเล คอื จังหวดั ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา เมื่อวันท่ี 22 มนี าคม พ.ศ. 2554 และมีผลบังคบั
ใชเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554
สงิ หบุรีที่ตงั้ อยูในภาคกลางของประเทศไทย ดงั นัน้ ขอ 4. จงึ เปน
คําตอบท่ีถูก)
T11
นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน ๑.๑ องคประกอบของแผนที่
ขยายความเขา ใจ แผนท่ีแต่ละประเภทมีการแสดงข้อมูลที่แตกต่างกัน เพ่ือช่วยให้
สามารถใช้แผนท่ีได้ถกู ต้อง เราจึงต้องรู้จักองคป์ ระกอบสาํ คัญของแผนท ี่
12. ครนู ําภาพแผนที่ประเทศไทยในอดีต (แผนที่ ซึง่ แผนท่ีโดยท่ัวไปมีองคป์ ระกอบสาํ คญั ไดแ้ ก่
แสดงอาณาจักรรัตนโกสินทรสมัยพระบาท
สมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา จฬุ าโลกมหาราช หรอื องคป ระกอบสาํ คญั ของแผนท่ี
แผนที่ท่ีมีจังหวัดนอยกวา 76 จังหวัด) กับ ๑ ชื่อแผนที่ จะอยูดานบนสุดหรือดานลางของแผนท่ี แผนท่ีบางประเภท
แผนทป่ี ระเทศไทยในปจจบุ ันมาใหนกั เรยี นดู
แลวถามนักเรยี นวา อาจมีขอความบอกรายละเอียดเพิ่มเติม เชน แผนที่พื้นท่ีลุมน้ําของ
• ถานักเรียนจะศึกษาขอมลู จังหวดั ใน ประเทศไทย
ประเทศไทยควรใชแผนทใี่ ด เพราะอะไร ๒ สี เปนสิ่งทใ่ี ชแทนลกั ษณะทางกายภาพของส่ิงท่ปี รากฏบนพนื้ ผวิ โลก
(ตอบ : แผนทปี่ ระเทศไทยในปจ จบุ นั เพราะ ๓ ทศิ จะใชท ศิ เหนอื เปน ทศิ หลกั โดยมลี กู ศรหรอื สญั ลกั ษณอ นื่ ๆ พรอ มตวั
มีความนาเช่ือถือและใหขอมูลท่ีทันสมัย อักษร น หรือ N กาํ กบั ไว เพอ่ื ใหผ ูใชร ูทิศทางของสง่ิ ตาง ๆ ทีอ่ ยูในแผนที่
เปนปจ จุบนั ) ๔ หมาากตแรผานสทวไ่ีนม1มเีสปัญนลกกัารษบณอรกะคบวทุ าศิมกสาํัมกพบั ันไวธ รใหะหถวือาวงา รดะายนะบทนาเงปในนทแผศิ เนหทนี่กอื ับ
ระยะทางในภมู ปิ ระเทศจริง
13. ครใู หน กั เรยี นรว มกนั แสดงความคดิ เหน็ วา ใน ๕ สญั ลกั ษณ เปนรปู เรขาคณิต หรือเสน ที่กาํ หนดข้นึ เพื่อใชแ สดงขอมลู
การเลอื กใชแ ผนทค่ี วรคาํ นงึ ถงึ ปจ จยั อะไรบา ง ของสิ่งตาง ๆ ที่ปรากฏ เน่ืองจากแผนท่ีมีพื้นที่จํากัด จึงไมสามารถใส
จากนั้นครูใหนกั เรยี นอานหนงั สอื หนา 10 รายละเอียดเหมือนของจริงไดทั้งหมด จึงจําเปนตองใชสัญลักษณแทน
เพอ่ื ใหแ ผนที่เหมาะสมตอ การใชง าน และทาํ ความเขา ใจไดง า ย
๘ องคประกอบของแผนที่
นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคิด
ถาเราจะนาํ แผนท่มี าใช องคประกอบแรกท่เี ราควรพจิ ารณา
1 มาตราสวน (Scale) มาตราสวนแผนท่ีเปนการแสดงอัตราสวนเปรียบ เพ่อื เลือกแผนท่ีมาใชง านคอื อะไร
เทียบระหวางระยะทางท่ีวัดไดบนแผนท่ี 1 หนวยกับระยะทางที่วัดไดจริงบน
ภมู ปิ ระเทศ วิธีการแสดงมาตราสว นแผนที่ ทําได 3 วธิ ี คอื 1. ความสวยงาม
• มาตราสว นเสนบรรทัด • มาตราสวนเศษสวน 2. สัญลักษณใ นแผนท่ี
• มาตราสวนคาํ พูด 3. มาตราสว นของแผนที่
4. ช่ือแผนที่
สื่อ Digital (วเิ คราะหค าํ ตอบ ชอื่ แผนทเี่ ปน สงิ่ แรกทเ่ี ราตอ งรเู นอ่ื งจากแผนที่
แตล ะชนิดจะใหข อมลู ทีต่ างกนั ไป เราจึงจําเปนตองรวู าแผนท่นี ้ัน
นั ก เ รี ย น ส า ม า ร ถ เ รี ย น รู เปนแผนท่ีอะไร จึงจะนํามาใชไดถูกตอง ดังน้ัน ขอ 4. จึงเปน
เพิ่มเติมเกี่ยวกับองคประกอบ คาํ ตอบทีถ่ ูก)
ของแผนท่ี ไดจ าก QR Code
T12
นํา สอน สรปุ ประเมิน
ตัวอยาง การแสดงองคประกอบสาํ คญั ของแผนท่ี ขนั้ สอน
ัตวอ ยาง
ปปรระะเเททศศไไททยย::พพืน้้นื ทท่ีลี่ลมุ ุมนนํ้า้ำ ขยายความเขา ใจ
๑ ชอื่ แผนที่ 104 ํE 106 ํE
96 Eํ 98 Eํ 100 ํE 102 ํE 14. ครูใหนักเรียนดูภาพแผนท่ีจากหนังสือเรียน
เวียดนาม หนา 9 แลว ใหน กั เรยี นชว ยกนั บอกองคป ระกอบ
20 Nํ น.สาละวิน 2 น.โขง น.โข 20 Nํ สาํ คญั ของแผนท่ี
ง 15. ครูใหนักเรียนตั้งคําถามเก่ียวกับลักษณะทาง
กายภาพทต่ี อ งการศกึ ษา เชน ในประเทศไทย
3 2 มีแมนํ้ากส่ี าย เปน ตน แลว เลอื กศกึ ษาขอ มลู
จากแผนทคี่ นละ 1 แผนที่ พรอ มทง้ั เขยี นบอก
เมยี นมา . ปง ลาว รายละเอยี ดของแผนท่วี า เปนแผนทเ่ี กี่ยวกบั
น. ัวง อะไร ใหขอมูลอะไรบาง และสืบคนมาจาก
. ยม ท่ใี ด
น. นาน 16. ครูสมุ เรียกนกั เรยี น 3-5 คน ออกมานาํ เสนอ
น.โขง แผนที่หนา ชนั้ เรยี น จากน้นั นาํ ผลงานไปติดที่
1 น น2.สงครามน.โขง 18 Nํ ปา ยนเิ ทศ
18 ํN 6 7น
น.สาละ วิน 89
น.นา น น.พอง
น.ปง
น.เมย น. ปา ัสก 4 น.ชี น.โขง
น. ีช
16 ํN น.มูล 16 ํN
11 น.เจาพระยา10 12
อาวเมาะตะมะ 14 5 ๒
ะกง 15
14 ํN 13 น.ทา จก ลนี อง 16น.บางป 17 สี
18
น.แม กัมพูชา 14 ํN
19
12 Nํ 20 อาวไทย น.โขง
12 Nํ
รายชอื่ ลุมนำ้
1 ลมุ น้ำสาละวนิ
2 ลุมนำ้ โขง
3 ลมุ น้ำกก
4 ลมุ นำ้ ชี 14 ลมุ น้ำแมกลอง เวยี ดนาม
15 ลมุ นำ้ ปราจีนบุรี
10 ํN ทะเลอันดามัน 21 5 ลมุ นำ้ มลู 10 Nํ
6 ลุมนำ้ ปง
7 ลมุ น้ำวัง 16 ลมุ นำ้ บางปะกง
17 ลุมนำ้ โตนเลสาบ
8 ลมุ นำ้ ยม
9 ลุมนำ้ นาน 18 ลุมน้ำชายฝง ทะเลตะวนั ออก
25 22 น.ตาป 10 ลุมน้ำเจาพระยา 19 ลุม นำ้ เพชรบุรี
11 ลุม น้ำสะแกกรัง 20 ลุมน้ำชายฝง ทะเลประจวบครี ขี ันธ
12 ลุมนำ้ ปา สกั 21 ลุมนำ้ ภาคใตฝ งตะวันออก
8 ํN 21 13 ลมุ นำ้ ทา จีน 22 ลมุ น้ำตาป 8 Nํ
23 ลมุ นำ้ ทะเลสาบสงขลา
24 ลุมนำ้ ปตตานี
๓N 23 25 ลมุ นำ้ ภาคใตฝง ตะวันตก คำอธิบายสัญลักษณ ๕
ทิศ 6 ํN 0 75 150 300 กม. 21 24 21น.ปต ตานี . โก-ล ก 1 ลมุ นำ้ สญั ลกั ษณ
แหลง ขอ มูล : กรมชลประทาน ขอบเขตลุม น้ำ
นมาเลเซยี แมน ้ำ, ลำน้ำ 6 ํN
แหลงนำ้
กระทรวงเกษตรและสหกรณ
๔96 ํE 98 ํE 100 ํE 102 Eํ 104 Eํ 106 ํE
มาตราสวน
▲ แผนท่ีประเทศไทยแสดงพืน้ ที่ลุ่มนํา้ ๙
กิจกรรม สรา งเสรมิ เกร็ดแนะครู
ใหนักเรียนเลือกแผนที่ท่ีนักเรียนสนใจมาคนละ 1 แผนท่ี เขียน ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหน กั เรยี นฟง เกยี่ วกบั การใชแ ผนทว่ี า แผนทเ่ี กย่ี วกบั ชวี ติ
บอกองคประกอบของแผนท่ี พรอมทั้งบอกขอมูลที่ไดจากแผนท่ีวามี ประจาํ วนั ไมว า จะเปน ดา นการทาํ งาน การศกึ ษา การเมอื ง เศรษฐกจิ สงั คม และ
ขอ มูลอะไรบา ง อื่นๆ ผูใชแผนท่ีจําเปนตองเขาใจในองคประกอบ ความหมายของสัญลักษณ
และขอ มลู ทผ่ี จู ดั ทาํ แผนทต่ี อ งการสอ่ื สารใหผ ใู ชท ราบ ซง่ึ จะนาํ ไปสกู ารใชแ ผนที่
กิจกรรม ทา ทาย ไดต รงตามวตั ถปุ ระสงค
ครูเตรียมแผนทเี่ ฉพาะเรือ่ ง เชน แผนที่ปา ไม แผนท่ีแหลงนาํ้ T13
แผนท่ีเสน ทางคมนาคม แผนที่ทอ งเทย่ี ว แลว ใหน กั เรยี นแบง กลมุ
เทา กบั จาํ นวนแผนทที่ ค่ี รเู ตรยี มมา เชน ครเู ตรยี มแผนทไี่ ว 4 แผนท่ี
ก็ใหนักเรียนแบงเปน 4 กลุม จากนั้น ครูแจกแผนท่ีใหกลุมละ
1 แผนท่ี แลวใหแตละกลุมชวยกันบอกองคประกอบของแผนท่ี
และขอ มลู ทไี่ ดจ ากแผนที่ กลมุ ไหนทาํ เสรจ็ กอ นใหอ อกมานาํ เสนอ
หนาชัน้ เรยี น
นํา สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั สอน ๑.๒ การสบื คนและอธบิ ายขอ มูลดว ยแผนท่ี
ตรวจสอบผล ความรู้เบ้ืองต้นเก่ียวกับแผนท่ี จะเปนพ้ืนฐานที่ทําให้เราสามารถ
สบื คน้ และอธบิ ายขอ้ มลู จงั หวดั ของเราดว้ ยแผนท่ีได ้ ปจั จบุ นั มแี ผนทที่ ี่ให้
17. ครตู รวจสอบผลงานท่ีปา ยนิเทศ ขอ้ มลู เกย่ี วกบั จงั หวดั จาํ นวนมาก กอ่ นทเ่ี ราจะนาํ แผนทไี่ ปใชง้ าน ควรทราบ
18. ครูตรวจใบงานท่ี 1.1 เร่อื ง องคประกอบของ หลักการเบอื้ งต้นในการใชแ้ ผนท ่ี ดงั น้ี
แผนท่ี และใบงานที่ 1.2 เร่อื ง ประเภทของ สอดคลอ งกบั วตั ถปุ ระสงค
แผนท่ี
19. ครูตรวจแบบฝกปฏิบัติทักษะรวบยอด ควรเลือกใชแผนท่ีใหสอดคลองกับกิจกรรมท่ีตองใชงาน เชน
เร่ือง แผนท่ี หากตองการสืบคนหรืออธิบายขอบเขตของจังหวัด อําเภอ ควรใช
แผนท่รี ัฐกิจแสดงอาณาเขต
นาเชือ่ ถือ ✓
ควรเลือกใชแผนที่ท่ีผลิตจากหนวยงานท่ีนาเช่ือถือเปนที่ยอมรับ
ไดแก หนว ยงานของรฐั หรือหนว ยงานเอกชนท่ีมีประสบการณดา นแผนที่
รวมถึงมีวิธกี ารจดั ทําท่ไี ดม าตรฐาน
ทันสมยั
ควรเลือกใชแผนท่ีท่ีเปนปจจุบัน หรือใกลเคียงกับปจจุบัน เพื่อใหได
ขอ มูลทที่ นั สมัย ซง่ึ ในแผนทสี่ ว นใหญจ ะระบปุ ท ่ีจัดทําไวใ หแลว
ผสมผสาน
เน่ืองจากแผนที่แตละแบบมีขอดีและขอจํากัด การใชแผนที่แบบ
ผสมผสานในการศกึ ษาเรอ่ื งราวจงั หวดั จะทาํ ใหไ ดข อ มลู ทห่ี ลากหลาย และ
ยงั เปน การตรวจสอบความคลาดเคล่อื นของขอ มลู ไดอ ีกทางหน่ึง
ดูงา ย ชดั เจน
ควรเลอื กแผนทท่ี ีม่ ีสัญลกั ษณตาง ๆ ทสี่ ามารถเขาใจงาย ไมซบั ซอ น
รวมถึงแผนทค่ี วรมีขนาดใหญ เพ่ือใหเ ห็นขอมลู ไดช ดั เจน
1๐
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
ครูอธิบายใหนักเรียนฟงเพ่ิมเติมเก่ียวกับพระอัจฉริยภาพดานแผนที่ ขอใดไมใ ชหลักการใชแ ผนที่
ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช 1. ออ สบื คน พนื้ ทป่ี า ไมใ นจงั หวดั โดยใชแ ผนทปี่ า ไมข องจงั หวดั
บรมนาถบพิตรวา พระองคเสด็จพระราชดําเนินเยี่ยมราษฎรท่ัวทุกภาคของ 2. ตอ มเลือกใชแผนทที่ ีม่ ีรายละเอยี ดซบั ซอ นและมสี ญั ลักษณ
ประเทศเพอื่ ทรงหาขอ มลู ทแ่ี ทจ รงิ และทรงสาํ รวจสภาพภมู ปิ ระเทศไปพรอ มๆ กนั เยอะๆ
ภาพทป่ี ระชาชนเหน็ คนุ ชนิ ตลอดมา คอื ภาพพระองคท า นทรงงานโดยใชแ ผนที่ 3. เปใ ชทั้งแผนทอ่ี างอิงและแผนที่เฉพาะเร่อื งในการศกึ ษา
ทรงถือแผนท่ตี ิดพระวรกาย ทรงศึกษาภูมิประเทศจากแผนทอี่ ยางละเอียดเพือ่ ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ
ประกอบการวางแผนโครงการตามพระราชดําริตางๆ ซ่ึงพระองคทรงใชแผนที่ 4. แกม ใชแ ผนท่ีของกรมทรพั ยากรธรณีศกึ ษาเรอ่ื งแรใ น
และทรงปรบั ปรงุ แผนที่ดว ยพระองคเ อง ประเทศไทย
T14 (วิเคราะหค าํ ตอบ การใชแผนทีค่ วรใชแ ผนท่ีทีม่ ีสัญลกั ษณต า งๆ
ทส่ี ามารถเขาใจงาย ไมซับซอน แตตอ มใชแ ผนทที่ ่ีมรี ายละเอียด
ซบั ซอ นและมสี ญั ลกั ษณเ ยอะ ถา ไมเ ขา ใจสญั ลกั ษณแ ละรายละเอยี ด
ในแผนทอ่ี าจทาํ ใหไ ดข อ มลู จากแผนทคี่ ลาดเคลอื่ นได ดงั นน้ั ขอ 2.
จึงเปน คําตอบทีถ่ กู )
นาํ สอน สรุป ประเมิน
ปจั จบุ นั มแี หลง่ ขอ้ มลู หลายรปู แบบทเ่ี ราใชส้ บื คน้ ขอ้ มลู จงั หวดั ของเรา ขน้ั สรปุ
ได ้ เชน่ แผนท่ขี องกรมปา่ ไม ้ แผนทีข่ องกรมทรัพยากรธรณ ี เวบ็ ไซตข์ อง
กรมอตุ ุนยิ มวิทยา 1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ เกยี่ วกบั องคป ระกอบ
ของแผนที่ ประเภทของแผนท่ี ขอ มูลท่คี น ควา
ไดจ ากแผนท่ี และการใชแผนที่วา การคน ควา
ขอมูลใหไดความรูเกี่ยวกับจังหวัดของตนให
ครบถวนสมบูรณ จาํ เปนตอ งใชแผนท่ีหลายๆ
ประเภทประกอบกนั
2. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมรูเร่ืองภูมิศาสตร
จากหนงั สือเรยี น หนา 12
▲ แ ผนท่ขี องกรมป่าไม ้ ใหข้ ้อมลู เกย่ี วกับป่าไม้ ▲ แ ผนที่ของกรมทรพั ยากรธรณ ี ให้ขอ้ มูลแหล่งแร่
▲ เว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ให้ข้อมูลเกย่ี วกับสภาพอากาศ 11
ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
ถาเราจะนาํ แผนท่มี าใช องคป ระกอบแรกที่เราควรพจิ ารณา เนอื้ หาทปี่ รากฏอยใู นหนงั สอื เปน เพยี งตวั อยา งเพอื่ ชว ยสรา งความเขา ใจ ใน
เพอื่ เลอื กแผนท่มี าใชง านคืออะไร การสอนจรงิ ครคู วรใชแ ผนทข่ี องจงั หวดั ทน่ี กั เรยี นอาศยั อยู ซงึ่ สามารถสบื คน ได
จากเว็บไซตต างๆ ของ หนวยงานของรฐั หรอื หนวยงานเอกชนที่มปี ระสบการณ
1. ความสวยงาม ดา นแผนท่ี เชน
2. สัญลกั ษณในแผนท่ี
3. มาตราสวนของแผนท่ี • สาํ นกั งานพฒั นาเทคโนโลยอี วกาศและภมู สิ ารสนเทศ (องคก ารมหาชน)
4. ช่อื แผนที่ หรือ GISTDA เว็บไซต www.gistda.or.th
(วเิ คราะหค าํ ตอบ ชอื่ แผนทเ่ี ปน สง่ิ แรกทเ่ี ราตอ งรเู นอื่ งจากแผนที่
แตล ะชนดิ จะใหข อ มลู ท่ีตางกันไป เราจึงจาํ เปนตอ งรูวา แผนทนี่ ัน้ • กรมปา ไม เวบ็ ไซต www.forest.go.th
เปนแผนท่ีอะไร จึงจะนํามาใชไดถูกตอง ดังน้ัน ขอ 4. จึงเปน และใชป ระเภทของแผนทตี่ ามทหี่ นงั สอื เรยี นนาํ เสนอเปน แนวทาง กจ็ ะชว ย
คําตอบทีถ่ กู ) ใหน ักเรยี นเกดิ ความรู ความเขาใจ เหน็ คณุ คา และประโยชนข องแผนทม่ี ากขน้ึ
T15
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั ประเมนิ หลังจากเรียนรูเรื่องแผนที่ 96 ํE 98 ํE 100 Eํ 102 Eํ 104 ํE 106 ํE 96 ํE 98 ํE 100 Eํ 102 Eํ 104 ํE 106 ํE จังหวัดของเรามลี กั ษณะทาง
จบแลว นกั เรียนคิดวา 20 ํN กายภาพ ดังน้ี มภี ูเขาอยูทาง
1. ครูตรวจใบงานท่ี 1.1 เรื่อง องคประกอบของ แผนที่จังหวดั ของเรา นธ.งสชายั ลเหะวนินอื ทิวเ แดนล ท ิ ว เ ข า ีผ ป น ้นำ าว น.โขง ปน.โขระเทศไทย : ลกั ษณะภูมปิ ระเทศ 20 Nํ เนปยีดอ ประเทศไทย : ท่ตี งั้ จังหวัด 20 Nํ ทศิ ตะวันตกและทศิ เหนือ
แผนท่ี มีลกั ษณะทางกายภาพ เมยี นมา 18 Nํ ตอนกลางของจังหวัดเปนที่ราบ
18 Nํ ขา ง ทิวเขาภูพา เชยี งราย 16 Nํ
2. ครตู รวจใบงานที่ 1.2 เร่อื ง ประเภทของแผนที่ อยางไรบางคะ พะเยา 14 Nํ และมแี มน้าํ ไหลผานคะ
3. ประเมินการนาํ เสนอผลงาน 16 ํN ิทวเขาถนน ท.ถนนธ.งปชังย ตะวันออก น. ปาทสัิกวเทิขวเาเขพาเชพรชบูรรบูณรตณะวตัะนวัตนกออก ทิวเทนิขน.าวาโขเหงนลขวงาพผีร ะปบนาง้นำ ลาว เวียดนาม เมยี นมา แมฮองสอน นาน ลาว เวยี ดนาม 12 Nํ
4. สังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม อาวเมาะตะมะ น. ัวง ิ ว เ ข า ผี ป น ้นำ เชยี งใหม
5. สังเกตพฤตกิ รรมความมีวินยั ใฝเ รียนรู ททิิวเวขาถเ นขนธงาชัยถตะนวันน ธ งน.เชมั ยย ก ล า ง
14 ํN นท น. แอง สนก.สลงคนรคารมน.โขง 18 Nํ ลำพนู ลำปาง แพร เวียงจันทน บึงกาฬ
และมุงมน่ั ในการทาํ งาน น.ยม
12 ํN น.สาละ วิน น2 ทิ ว เ 16 ํN ตากกากญำจแรสนอพาสพุุทบชงโุ รยัรุเชบขนพรีธัยทุรคณชาีนยัรนรบาปนี ทุรฐนอีพสมอทานงิพจิตุงบหคพติทษิรรุรบนรดรอณีสรุะคติงกวีนปลโุรถเรลสรพคนทพรุงกรราคุมบชะเศยทธบุรรรกีบาพุรอี นีฉูรมยณีะธุหเเลยปชานยางิรนคชเาคทรจัยหรรรนีภาานบูมชอุรสิสงีรีมบะขาแวั อมลกนอหำว แภดุ าบกหรสู รุ นธนาีรารมัอนคยงีาค มกาสยารุรฬสอินกสยทินลเรอนธ ด็ นุคศยคมรรโรกุ สสี พดธะนาเรอกหมำอษานบุราลจรเจาชริญธานี
ตก น. น.พอง น.ชี อา วเมาะตะมะ
น.ยนมา น น.ปง ทิวเ แ นอ. มงลู โ ค ร า ช ข
น.ข ีชาภูพาน 1 า ภู 14 Nํ
พ
านน.โขง 12 ํN
ทิวเขาดงพญาเย
น.เจาพระยา ทิ ว็ นเ ข ทิ ว เ ข า พ น ม ด ง รั ก
ะกง
ทิ น.แม า สั น ก ำ แ พ ง
น.ทากจลนี อง
วเ ข น.บางป
า ท ิ วเขาจันทบ ชลบุรี
ระยอง จันทบรุ ี
ต ก.ชา ง ุรีทิวเข าบรรทัด กัมพูชา เพชรบรุ ี กมั พูชา
ก.กดู
ะ
น น.โขง สมุทรปราการ ตราด
สมุทรสาคร
า ก.ชาง
ว ประจวบคีรขี นั ธ สมุทรสงคราม ก.กูด พนมเปญ
ศ
รี
อาวไทย เวียดนาม อา วไทย เวียดนาม
ชุมพร
ก.เตา
10 ํN ทะเลอันดามนั ก.พะงัน 10 ํN ทะเลอนั ดามัน ระนอง ก.เตา คำอธบิ ายสัญลกั ษณ 10 ํN
มก.สรุ นิ ทร ก.สมุย มก.สุรินทร ก.พะงนั เมืองหลวง 8 Nํ
ิท ว เ ข า ูภ เ ็ก ต คำอธิบายสัญลักษณ ก.สมยุ ท่ตี ้งั จังหวดั 6 ํN
. โ ก-ล ก เสนแบงเขตประเทศ เสนแบงเขตประเทศ
เสนแบงเขตจงั หวัด
น.ปต ตกาะนลี า เสนแบง ภาค สุราษฎรธานี แมน ำ้ , ลำนำ้
แมน้ำ, ลำน้ำ แหลงน้ำ
มก.สิมลิ นั ทิ ว เ ข า น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช ท แหลมตะลมุ พกุ แหลงนำ้ มก.สมิ ิลัน พังงา แหลมตะลมุ พุก
8 Nํ น.ตาป ระดับความสงู (เมตร) เขตภูมิภาคทางภมู ศิ าสตร
8 ํN แหลมพรหภมูเเทกต็พ กระบี่ นครศรีธรรมราช ภาคเหนือ
แหลมพรหมเทพ 1,200 6 Nํ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
600 ตรัง พทั ลงุ ภาคกลาง
400 ภาคตะวันออก
N มก.ตะรุเตา แหลมโพธิ์ 200 N มก.ตะรุเตา สตูล สงขลา แหลมโพธ์ิ ภาคตะวนั ตก
ิ วเขาสนั 50 ปต ตานี ภาคใต
ระดับทะเลปานกลาง
6 ํN 0 ยะลานราธวิ าส
96 ํE
75 150 300 กม. คีรี นมาเลเซยี 0 75 150 300 กม. มาเลเซีย
98 Eํ 100 Eํ 102 ํE
104 Eํ 106 ํE 96 Eํ 98 ํE 100 Eํ 102 ํE 104 ํE 106 Eํ
แผนทีแ่ สดงลักษณะภูมิประเทศของจังหวดั เชียงใหม แ ม ้นำ ปง
เชยี งใหม
รเู รอ่ื ง ภมู ศิ าสตร
ปฏิบัติกจิ กรรมตามขั้นตอน ดงั นี้
๑. ใ หน้ กั เรยี นดแู ผนทแ่ี บบตา่ ง ๆ เพอื่ ใหเ้ ขา้ ใจลกั ษณะความแตกตา่ งของแผนทแ่ี ตล่ ะแบบ
และศกึ ษาองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ทอ่ี ยใู่ นแผนท ี่ จากนน้ั ตอบคาํ ถามวา่ องคป์ ระกอบแตล่ ะอยา่ ง
มคี วามสาํ คญั อยา่ งไร มตี วั อยา่ งขอ้ มลู อะไรบา้ งทอี่ ย่ใู นแผนที่
๒. แบ่งกลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มสืบค้นแผนท่ีของจังหวัดท่ีนักเรียนอาศัยอยู่จากแหล่งเรียนรู้
ตา่ ง ๆ แลว้ ใหต้ วั แทนกลมุ่ มาอธบิ ายแหลง่ เรยี นรทู้ ส่ี บื คน้ วธิ กี ารสบื คน้ เหตผุ ลทเ่ี ลอื กใช้
แผนท่ดี งั กล่าว รวมถึงตวั อยา่ งขอ้ มูลที่ได้จากแผนท่ ี
๓. ร่วมกันจดั ปายนเิ ทศแสดงแผนทีแ่ ละข้อมลู ท่ีสบื ค้นมา โดยไม่ให้ซํ้ากนั
1๒
แนวทางการวัดและประเมินผล ขอ สอบเนน การคดิ
ครตู รวจการทําใบงานที่ 1.1 เรอ่ื ง องคป ระกอบของแผนที่ ใบงานที่ 1.2 การอา นขอ มลู จากแผนทจี่ งั หวดั จะทาํ ใหเ รารขู อ มลู หลายอยา ง
เรอ่ื ง ประเภทของแผนท่ี ประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน และสงั เกตพฤตกิ รรมการ ยกเวนขอ ใด
ทาํ งาน จากน้ันครศู กึ ษาแนวทางการวดั และประเมนิ ผลเพอ่ื ประเมินช้ินงานของ
นักเรยี นจากใบประเมนิ ช้นิ งานทแี่ นบทายแผนการสอน 1. ตําแหนงที่ต้งั ของอําเภอตางๆ ในจงั หวัด
2. ลักษณะทางกายภาพของจังหวดั
แบบบันทึกการอ่าน แบบสังเกตพฤตกิ รรม การทางานกลุม่ แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน 3. แหลงทรพั ยากรธรรมชาตใิ นจงั หวดั
4. ความคิดเห็นของคนในจังหวัด
ชือ่ หนงั สือ ชือ่ ผแู้ ต่ง นามปากกา ชอ่ื กลุม่ ชั้น คาชีแ้ จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในช่องทตี่ รงกบั
สานกั พมิ พ์ ระดบั คะแนน (วิเคราะหคําตอบ แผนที่จะอธิบายขอมูลลักษณะทางกายภาพ
จานวนหนา้ สถานทีพ่ มิ พ์ ปที ่พี มิ พ์ คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในชอ่ งที่ตรงกับ ตําแหนงท่ีตั้ง แหลงทรัพยากรธรรมชาติ และการแบงเขตการ
ระดบั คะแนน ปกครอง ซ่ึงความคิดเห็นของคนในจังหวัดจะไมปรากฏในแผนท่ี
ราคา บาท อา่ นวนั ท่ี เดอื น พ.ศ. เวลา ดังนัน้ ขอ 4. จึงเปนคําตอบท่ีถูก)
1. สาระสาคญั ของเรอื่ ง ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
321 321
2. วเิ คราะห์ข้อคิด/ประโยชนท์ ไ่ี ดจ้ ากเรื่องทอี่ ่าน 1 การแบง่ หน้าทกี่ นั อย่างเหมาะสม 1 ความถกู ต้องของเนอ้ื หา
3. สงิ่ ท่สี ามารถนาไปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวนั 2 ความรว่ มมือกันทางาน รวม 2 ความคดิ สรา้ งสรรค์ รวม
3 การแสดงความคิดเห็น 3 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
4 การรับฟงั ความคดิ เหน็ 4 การนาไปใช้ประโยชน์
5 ความมนี า้ ใจชว่ ยเหลอื กนั 5 การตรงต่อเวลา
ลงช่ือ...................................................ผูป้ ระเมิน ลงชอ่ื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................ ............../.................../................
4. ขอ้ เสนอแนะของครู นักเรยี น ลงชื่อ ผูป้ กครอง เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
) ( ) ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน
ลงช่อื ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน
( ลงชอ่ื ครผู ูส้ อน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมนิ เป็นสว่ นใหญ่
( )
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินบางสว่ น
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12 - 15 ดี
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 8 - 11
ตา่ กว่า 8 พอใช้
12 - 15 ดี ปรบั ปรงุ
8 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานมคี วามสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ผลงานมีข้อบกพรอ่ งเพยี งเล็กน้อย
ผลงานมขี อ้ บกพร่องมาก
สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4
T16
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมิน
ò û٠¶‹Ò รูปถาย เปนเครื่องมือทางภูมิศาสตร์อีก ขน้ั นาํ
ประเภทหน่ึงที่สามารถให้ข้อมูลจังหวัดของเราได้
จากรูปถ่าย หากเราใช้รูปถ่ายร่วมกับแผนที่ ก็จะช่วยทําให้ กระตนุ ความสนใจ
จงั หวัดของเรา
การสืบค้นและอธิบายข้อมูลลักษณะทางกายภาพ 1. ครูใหนักเรียนเลนเกมจิกซอว โดยครูแบง
มีลกั ษณะ แหล่งทรัพยากร และสถานท่ีสําคัญของจังหวัด นกั เรยี นเปน กลมุ กลมุ ละเทา ๆ กนั จากนน้ั นาํ
ทางกายภาพ มคี วามถูกต้อง ครบถ้วนมากย่งิ ขึ้น ชิ้นสวนรูปถายทางภูมิศาสตรมาแจกนักเรียน
กลุมละ 1 ชิ้น แลวใหแตละกลุมชวยกันตอ
อยา่ งไร จิกซอว เพื่อใหไดรูปถายที่สมบูรณ นักเรียน
กลุมใดตอ ไดเ สร็จกอ นเปนฝา ยชนะ
พี่ดนิ คะ ลักษณะ ลักษณะทางกายภาพของพ้นื ที่
ทางกายภาพของพืน้ ที่ บริเวณน้ี มีภเู ขา ที่ราบ ตนไม 2. ครูนํารูปถายทางภูมิศาสตรใหนักเรียนดู เชน
บริเวณนเ้ี ปนอยา งไรคะ ทุงหญา นองน้ําลองชวนเพ่ือน ๆ รปู ถา ยภเู ขา แมน าํ้ นาํ้ ตก ทงุ นา ปา ไม เปน ตน
ไปถา ยภาพสง่ิ แวดลอ มรอบ ๆ
3. นักเรียนสังเกตรูปถาย แลวอภิปรายรูปถาย
ชุมชน แลวนําขอ มลู แตล ะภาพวา มขี อ ดี ขอ จาํ กดั ในการบอกขอ มลู
มาแลกเปลยี่ นกันนะครับ ลกั ษณะทางกายภาพอยา งไรบาง
4. ครูเชื่อมโยงความรูสูรูปถายในจังหวัดที่
นักเรียนอาศัยอยูโดยนํารูปถายในจังหวัดมา
ใหน กั เรยี นดูแลวบอกขอ มลู สนั้ ๆ
1๓
บรู ณาการเชอ่ื มสาระ เกร็ดแนะครู
ครูบูรณาการความรูในสาระสังคมศึกษาฯ วิชาสังคมศึกษาฯ กับ
สาระศิลปะ วิชาทัศนศิลป เร่ืองรูปถาย โดยใหนักเรียนหารูปถาย ครูอธิบายใหนักเรียนฟงเพ่ิมเติมเกี่ยวกับพระอัจฉริยภาพดานการถายภาพ
ท่ีแสดงลักษณะทางกายภาพในจังหวัดของตน แลววาดภาพตามรูป- ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
ถายนั้นพรอมเขียนระบุลักษณะภูมิประเทศของรูปถาย และขอมูล บรมนาถบพติ รวา การถา ยภาพเปน ศลิ ปะอกี สาขาหนงึ่ ทพี่ ระองคส นพระราชหฤทยั
เกย่ี วกบั สถานทใ่ี นรปู ถา ยมาสนั้ ๆ เพอ่ื ใหน กั เรยี นเกดิ ความรคู วามเขา ใจ อยางจริงจังมาต้ังแตคร้ังยังทรงพระเยาว พระองคทรงศึกษาและทรงฝกดวย
เก่ยี วกับลักษณะทางกายภาพของสถานที่ทปี่ รากฏในรูปถา ย พระองคเอง จนทรงเปนนักถายรูปที่มีพระปรีชาสามารถย่ิง ไมวาพระองคจะ
เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎร ณ จังหวัดใดก็จะทรงมีกลองถายรูปติดพระองค
ไปดว ยเสมอ โปรดถายภาพสถานท่ที กุ แหงเพอ่ื ทรงเกบ็ ไวเปนหลักฐานประกอบ
งานท่ีไดทรงปฏิบัติ ภาพถายฝพระหัตถนี้ทรงใชเปนหลักฐานในการวางแผน
ปฏิบัติงานไดอยางมีประสิทธิภาพ รวดเร็วทันใจ และสามารถแกไขเหตุการณ
ของบา นเมอื งไดทันทว งที
T17
นํา สอน สรุป ประเมิน
ขน้ั สอน ๒.๑ ลกั ษณะและการใชป ระโยชนจ ากรปู ถา ย
สาํ รวจคน หา รปู ถา ย เปนรปู ถ่ายทัว่ ไป สามารถใช้แสดงลกั ษณะทางกายภาพของ
พนื้ ทข่ี องจงั หวดั เชน่ ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ แมน่ าํ้ ภเู ขา อา่ ว นา้ํ ตก แหลม
1. แบงนักเรียนเปนกลุม ตามความสนใจ กลุม ชายฝัง ปา่ ไม้
ละเทา ๆ กนั ใหแ ตล ะกลมุ วางแผนและแบง รปู ถา่ ยชว่ ยใหเ้ ราไดข้ อ้ มลู ตามทสี่ ายตามองเหน็ ทาํ ใหเ้ ขา้ ใจลกั ษณะ
หนาท่ีสืบคนรูปถายทางภูมิศาสตรบริเวณ ทางกายภาพของพน้ื ทไ่ี ดด้ ี แตจ่ าํ กดั ขอบเขตพนื้ ทเี่ ฉพาะบรเิ วณทถี่ า่ ย ไมใ่ ช่
จังหวัดท่ีนักเรียนอาศัยอยู กลุมละ 2 ภาพ ภาพรวมของพน้ื ทท่ี ง้ั หมด หรอื บางรปู อาจมกี ารปรบั แตง่ ความคมชดั ตดั ตอ่
พรอ มระบุชอื่ สถานท่ี ตามใบงานที่ 2.1 เร่ือง ปรบั ส ี ขนาด จนอาจผิดเพี้ยนไปจากสถานทจ่ี ริงได้
รปู ถา ย
2. นักเรียนแตละคนศึกษาขอมูลเพิ่มเติมจาก
หนงั สือเรยี น และสแกน QR Code
จากหนังสือเรยี น หนา 14
เพ่ือน ๆ เคยถายรูปสถานที่ ใดบาง
และมีลกั ษณะภูมปิ ระเทศอยา งไรครับ
รปู ถ่ายสามพันโบก1 จงั หวดั อบุ ลราชธาน ี เปนแก่งหนิ ประเภทของรูปถา ย
ที่เกดิ จากการกัดเซาะของกระแสนํ้าเปนเวลานาน
1๔
นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคดิ
1 สามพนั โบก เปน แกง หนิ ทอ่ี ยใู ตล าํ นาํ้ โขง ในชว งฤดนู าํ้ หลากแกง หนิ ดงั กลา ว รูปถายในขอ ใดไมใ ชร ปู ถายทางภมู ศิ าสตร
จะจมอยูใตน้ํา และถูกแรงนํ้ากัดเซาะจนกลายเปนแองหินขนาดเล็กและใหญ 1. รปู ถา ยนํา้ ตก
จํานวนมากกวา 3,000 แอง ชาวบานจึงเรียกกันวา สามพันโบก เพราะคําวา 2. รูปถา ยหมเู กาะ
โบก ในภาษาทองถิ่นแปลวา แอง สามพันโบกจะโผลพนนํ้าใหเห็นในชวงหนา 3. รปู ถา ยดอกไม
แลง นอกจากสามพันโบกจะเปนแหลงทอ งเทย่ี วแลว ยงั เปน แหลง เพาะพนั ธสุ ัตว 4. รปู ถา ยแมนาํ้
นํ้าจืดในลําน้าํ โขงอีกดว ย
(วเิ คราะหค าํ ตอบ รูปถา ยทางภมู ิศาสตรเ ปน รปู ถายลกั ษณะทาง
ส่ือ Digital กายภาพของพน้ื ทตี่ า งๆ ดงั นน้ั รปู ถา ยนาํ้ ตก รปู ถา ยหมเู กาะ และ
รปู ถา ยแมน า้ํ จงึ เปน รปู ถา ยทางภมู ศิ าสตร แตร ปู ถา ยดอกไมไ มใ ช
นกั เรยี นสามารถเรยี นรเู พมิ่ เตมิ รูปถายที่แสดงลักษณะทางกายภาพของพื้นท่ีจึงไมใชรูปถายทาง
เกี่ยวกับประเภทของรูปถายไดจาก ภมู ศิ าสตร ดังนั้น ขอ 3. จึงเปนคาํ ตอบท่ีถกู )
QR Code
T18
นาํ สอน สรุป ประเมิน
๒.๒ การสบื คน และอธิบายขอมลู ดว ยรปู ถา ย ขนั้ สอน
รูปถ่าย เปนเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ท่ีสําคัญในการศึกษาเร่ืองราว อธบิ ายความรู
ของจังหวดั ได้ เราจึงควรทราบหลกั การในการใช้งานรปู ถ่าย ดังนี้
3. นกั เรยี นแตล ะกลมุ นาํ ขอ มลู ความรใู นใบงานท่ี
มขี อมลู พ้นื ฐาน 2.1 มารายงานหนาช้ันเรียน
เราจะใชร ปู ถา ยในการศกึ ษาขอ มลู ไดด ขี นึ้ หากทราบขอ มลู พนื้ ฐานของจงั หวดั ที่ 4. นกั เรยี นแตล ะกลมุ อภปิ รายรว มกนั ในประเดน็
อาศยั อยจู ากสอื่ ตา งๆ มากอ น เมอื่ เหน็ รปู ถา ยแตล ะประเภทกจ็ ะเขา ใจและสามารถ ดงั น้ี
เลอื กนาํ มาใชงานไดเหมาะสม • ขอดีของรูปถายในการสืบคนขอมูลลักษณะ
ทางกายภาพ
สอดคลอ งกับวตั ถปุ ระสงค • ขอจํากัดของรูปถายในการสืบคนขอมูล
ลกั ษณะทางกายภาพ
การนํารูปถายมาใชเปนเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร ตองเลือกรูปถายท่ีมี
ความนาเช่อื ถือ ใหข อมูลถูกตอง และเหมาะกับลกั ษณะงานท่จี ะนาํ ไปใช 5. ครนู าํ ตวั อยา งรปู ถา ยลกั ษณะทางกายภาพของ
จงั หวดั มาใหน กั เรยี นดู แลว ชว ยกนั บอกขอ มลู ที่
ดูงาย พบจากรูปถาย
รูปถายสามารถแสดงสีของส่ิงตาง ๆ ไดเสมือนจริง มีความคมชัด สามารถ • เปนที่ราบลมุ เหมาะสาํ หรับปลกู ขาว
จาํ แนกลกั ษณะทางกายภาพ ภมู ปิ ระเทศ วัตถุตา ง ๆ ไดช ดั เจน
• เปน ภูเขา มนี า้ํ ตกลดหล่ันเปนชน้ั ๆ
ทนั สมัย
เราควรเลือกใชรูปถายท่ีจัดทําออกมาในวันเวลาท่ีใกลเคียงกับปจจุบัน
มากที่สุด เพ่ือใหไ ดขอ มลู ทท่ี ันสมยั ตรงกบั ความเปน จรงิ
นาเช่ือถอื
✓ การเลอื กรูปถา ยมาใชง าน ควรเลือกรปู ถา ยจากแหลง ท่ีนาเชื่อถอื เพือ่ ใหไ ด
ขอมลู ทถ่ี กู ตอง
? คํานงึ ถึงขอจาํ กัด
ตอ งเลอื กใชร ปู ถา ยใหเ หมาะสมกบั ลกั ษณะงาน และควรนาํ ไปใชร ว มกบั แผนที่
เพอ่ื ใหไ ดข อ มูลทถ่ี ูกตองตรงกบั ความเปน จรงิ
1๕
ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
ขอ ใดกลา วไดถ กู ตองเก่ยี วกบั ขอจาํ กัดของรปู ถาย ครอู ธบิ ายใหน กั เรยี นเขา ใจวา รปู ถา ยบางรปู ไมส ามารถนาํ มาเปน เครอื่ งมอื
1. รปู ถายทําใหเ ราไดขอมลู ตรงกับทส่ี ายตาเรามองเห็น ทใ่ี ชอธิบายลกั ษณะทางกายภาพได เพราะใหข อมลู ที่ไมเกี่ยวขอ ง เชน
2. รูปถา ยทเี่ วลาถายใกลเ คียงกับปจ จุบนั จะใหข อมลู ตรงกบั
▲ รปู ถา ยสถานที่
ความเปนจริงมากท่ีสดุ
3. รปู ถา ยจะเหน็ เฉพาะบริเวณทถี่ า ยรปู ไมใ ชภาพรวมของพื้นที่
4. รปู ถายเปน รปู ทแ่ี สดงสีของสิง่ ตา งๆ ไดเ สมือนจรงิ และชดั เจน
(วเิ คราะหค าํ ตอบ ขอ จาํ กดั ของรปู ถา ย คอื รปู ถา ยจะแสดงขอ มลู
เฉพาะบริเวณท่ีถายเทาน้ัน ถาอยากไดภาพรวมของพื้นท่ีทั้งหมด
จะตอ งใชร ปู ถายหลายๆ รูปมาเรียงตอกัน ดังนัน้ ขอ 3. จึงเปน
คําตอบทถี่ กู )
T19
นาํ สอน สรุป ประเมิน
ขนั้ สอน การทราบหลกั การในการใชงานรปู ถาย
จะชว ยทําใหเราสืบคน และอธิบายขอมูล
ขยายความเขา ใจ
ไดอยา งถกู ตอ งแมน ยาํ ครับ
6. นกั เรยี นแตล ะกลมุ นาํ รปู ถา ยทค่ี น ควา ไดต ดิ ไว
ทีป่ า ยนเิ ทศ เพอื่ เปนแหลงเรยี นรตู อไป รเู รอื่ ง ภมู ศิ าสตร
7. ใหนักเรียนแตละคนหารูปถายทางภูมิศาสตร ปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามขัน้ ตอน ดังน้ี
1 ภาพ ตามความสนใจ ซึ่งในรูปถายแสดง ๑. แ บ่งกลุ่ม หารูปถ่ายบริเวณจังหวัดของตนเอง โดยระบุว่าเปนสถานที่ใด แล้วนํา
ลักษณะทางกายภาพ สถานที่สําคัญทาง
ภูมิศาสตร แหลงทรัพยากรธรรมชาติบริเวณ ผลงานไปจัดปา ยนเิ ทศ
จงั หวดั ของนักเรยี น ตดิ ในใบงานท่ี 2.2 เร่อื ง ๒. ห ารูปถ่ายเก่ียวกับลักษณะทางกายภาพ สถานที่สําคัญทางภูมิศาสตร์ และแหล่ง
รปู ถายที่ฉันชอบ
ทรัพยากรธรรมชาติในจังหวัดของตนเอง แล้วเขียนบรรยายส้ัน ๆ เก่ียวกับสถานที่
8. ครใู หน กั เรยี นทาํ แบบฝก ปฏบิ ตั ทิ กั ษะรวบยอด ดงั กลา่ ว
เรอ่ื ง รปู ถา ย จากแบบฝก ปฏบิ ตั ทิ กั ษะรวบยอด
ภมู ิศาสตร ป.4 หนา 4-5 1๖
ตรวจสอบผล บรู ณาการเชือ่ มสาระ
ครูบูรณาการความรูในสาระสังคมศึกษาฯ วิชาสังคมศึกษาฯ กับ
1. ครูใหน กั เรียนทํากิจกรรมรูเรื่องภมู ศิ าสตร สาระภาษาไทย เรื่องรูปถาย โดยใหนักเรียนหารูปถายลักษณะทาง
จากหนังสอื เรียน หนา 16 กายภาพในจังหวัด แลวเขียนคําขวัญเชิญชวนใหผูคนมาเท่ียวชม
สถานที่แหง น้นั เพอ่ื ใหน กั เรียนเกดิ ความรูความเขา ใจเก่ียวกบั ลักษณะ
2. ครูมอบหมายใหนักเรียนแตละคนทํากิจกรรม ทางกายภาพของสถานทใี่ นจังหวัดตนเองจากในรูปถาย
“การใชแผนที่และรูปถาย” เปนกิจกรรมรวบ
ยอดโดยใหครอบคลุมประเด็นตามที่กําหนด
เปนเวลา 1 สัปดาห แลวนํามาสงครูเพ่ือ
ประเมินผล
3. ครูตรวจแบบฝกปฏบิ ัตทิ ักษะรวบยอด
เรอื่ ง รูปถา ย
T20
นาํ สอน สรุป ประเมิน
äǺÇÂÒÍÁ´ Ì٠ขนั้ สรปุ
แผนท่ีและรูปถ่ายเปนเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ท่ีใช้แสดงลักษณะทาง ครูและนักเรียนรวมกันสรุปเกี่ยวกับรูปถาย
กายภาพ แหล่งทรัพยากร และสถานท่ีสําคัญในจังหวัดของเรา การรู้จัก และการใชรูปถายคนควาขอมูลเก่ียวกับจังหวัด
ใช้แผนท่ีและรูปถ่ายได้อย่างถูกต้อง จะช่วยให้การสืบค้นและอธิบายข้อมูล ของตน
จงั หวดั ของเรา สามารถปฏบิ ตั ไิ ดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ
ขนั้ ประเมนิ
การใชแผนท่แี ละรูปถา ย
1. ครตู รวจใบงานท่ี 2.1 เรื่อง รูปถาย
2. ครตู รวจใบงานท่ี 2.2 เรอื่ ง รูปถา ยที่ฉนั ชอบ
3. ครูตรวจผลงานที่ปายนิเทศ
4. ประเมินการนาํ เสนอผลงาน
5. สงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลุม
แผนที่ รูปถาย
องคประกอบของแผนที่ การสบื คน และอธบิ ายขอ มลู
• ช่อื แผนท่ี • ทิศ • มขี อมูลพนื้ ฐาน
• สี • สญั ลกั ษณ • สอดคลอ งกับวัตถปุ ระสงค
• มาตราสว น • ดงู า ย
• ทนั สมยั
การสบื คน และอธบิ ายขอ มลู • นา เชือ่ ถอื
• สอดคลองกบั วตั ถุประสงค • คํานึงถึงขอจาํ กดั
• นา เชื่อถือ
• ทนั สมัย 1๗
• ใชแผนที่ผสมผสานกนั
• ใชแ ผนทท่ี ดี่ ูงายชัดเจน
102 ํE 104 ํE 106 Eํ 96 ํE 98 Eํ 100 Eํ 102 Eํ 104 ํE 106 Eํ
ปน.โขระเทศไทย : ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ 20 ํN เนปยดี อ ประเทศไทย : ท่ีต้ังจงั หวดั 20 ํN
ง ทิวเขาภูพา 18 ํN
ลาว เวียดนาม เมยี นมา แมฮ อ งสอน เชยี งราย ลาว เวยี ดนาม 16 ํN
เชียงใหม พะเยา 14 ํN
นาน 12 Nํ
ทิวเขาเพชรบูรณตะวันออก น.โขง แอง สนก.สลงคนรคารมน.โขง 18 Nํ ลำพูน ลำปาง แพร เวยี งจันทน บึงกาฬ
น.ข ีชาภูพาน 1
16 Nํ อตุ รดติ ถ หนองคาย
อา วเมาะตะมะ
น2 เลย อดุ รธานี นครพนม
น.พอง 14 Nํ สกลนคร
ทิวเ ทิ ว เ ตากกากญำจแรสนอพาสุพุทบชงโุ รัยรุเชบขนพรีธยัทุรณคชาีนยัรนรบาปนี ทุรฐนอีพสมทานิงพจิ งบหคพิตทิษุรรบนรรอณีสรุะคงกวีนปลุโรเรลสรพคนทพรุงกรราคมุบชะเศยทธบรุรรกีบาพุรอี นีฉูรมยณีะุธหเยปชานาิงรนคชเาคทรจยั หรรรนีภาานบมูชอรุสิสงีรมี บะขาแัวอมลกนำหวแภาบกสู รุ นาีรรัมคยา มกสารรุ ฬอนิ สยทินเรอธ ด็ ุ ศยมรโกุ สีสดธะาเรอกหำอษานุบราลจรเจาชรญิธานี
น.ชี ข า ภู 12 ํN
แ นอ. มงูลโ ค ร า ช
พ านน.โขง
ทิวเขาดงพญาเย
ทิ ว็ นเ ข ทิ ว เ ข า พ น ม ด ง รั ก
ะกง า สั น ก ำ แ พ ง
งป
ท ิ วเขาจันทบ ุรีทิวเข าบรรทัด กมั พชู า เพชรบุรี ชลบุรี กมั พชู า
ระยอง จันทบรุ ี
ก.ชาง
ก.กูด น.โขง สมุทรปราการ ตราด
สมุทรสาคร
ก.ชาง พนมเปญ
สมทุ รสงคราม ก.กดู
ประจวบครี ีขนั ธ
ทย เวียดนาม อาวไทย เวยี ดนาม
ชมุ พร
พกุ
แหลมโพธ์ิ คำอธิบายสญั ลกั ษณ 10 ํN ทะเลอันดามนั ระนอง ก.เตา คำอธิบายสัญลักษณ 10 ํN
คีรี นมาเลเซีย เสน แบง เขตประเทศ มก.สรุ นิ ทร ก.พะงัน เมอื งหลวง 8 Nํ
102 ํE ก.สมุย ที่ตัง้ จงั หวัด 6 Nํ
เสนแบงเขตประเทศ
เสน แบง ภาค สุราษฎรธานี เสนแบง เขตจงั หวัด
แมน ้ำ, ลำนำ้ แมน ำ้ , ลำนำ้
แหลงน้ำ มก.สมิ ิลัน พังงา แหลมตะลมุ พุก แหลงน้ำ
ระดบั ความสงู (เมตร)
8 Nํ แหลมพรหภมเูเทก็ตพ กระบี่ นครศรีธรรมราช เขตภูมิภาคทางภูมิศาสตร
1,200 6 ํN ภาคเหนือ
600 ตรงั พทั ลงุ ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื
400 ภาคกลาง
น.ปต ตานลี า 200 N มก.ตะรเุ ตา สตูล สงขลา แหลมโพธิ์ ภาคตะวนั ออก
50 ปต ตานี ภาคตะวนั ตก
ระดับทะเลปานกลาง ภาคใต
. โ ก-ล ก ยะลานราธวิ าส
0 75 150 300 กม. มาเลเซยี
104 ํE 106 Eํ 96 Eํ 98 ํE 100 Eํ 102 Eํ 104 Eํ 106 Eํ
แนวทางการวัดและประเมินผล
ครตู รวจการทาํ ใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื ง รปู ถา ย ใบงานท่ี 2.2 เรอื่ งรปู ถา ยทฉี่ นั ชอบ ตรวจผลงานทปี่ า ยนเิ ทศ ประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน และสงั เกตพฤตกิ รรม
การทาํ งาน จากนนั้ ครศู กึ ษาแนวทางการวดั และประเมนิ ผลเพื่อประเมินช้ินงานของนกั เรยี นจากใบประเมนิ ชนิ้ งานทแ่ี นบทา ยแผนการสอน
แบบบันทกึ การอ่าน แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การทางานกลมุ่ แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
ชือ่ หนงั สอื ชอ่ื ผแู้ ต่ง นามปากกา ชื่อกลมุ่ ชั้น คาช้แี จง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องทีต่ รงกับ
สานกั พมิ พ์ ระดับคะแนน
จานวนหน้า สถานทีพ่ มิ พ์ ปที พี่ ิมพ์ คาชแี้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในชอ่ งท่ตี รงกบั
ระดับคะแนน
ราคา บาท อา่ นวนั ท่ี เดอื น พ.ศ. เวลา
1. สาระสาคัญของเร่ือง ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
321 321
2. วเิ คราะห์ข้อคดิ /ประโยชน์ที่ได้จากเร่ืองท่อี ่าน 1 การแบ่งหนา้ ทก่ี ันอย่างเหมาะสม 1 ความถูกต้องของเน้ือหา
3. ส่ิงที่สามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวัน 2 ความร่วมมอื กนั ทางาน รวม 2 ความคิดสรา้ งสรรค์ รวม
3 การแสดงความคิดเหน็ 3 วิธีการนาเสนอผลงาน
4 การรับฟงั ความคดิ เหน็ 4 การนาไปใช้ประโยชน์
5 ความมีน้าใจชว่ ยเหลือกัน 5 การตรงตอ่ เวลา
ลงช่ือ...................................................ผูป้ ระเมิน ลงช่ือ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................ ............../.................../................
4. ข้อเสนอแนะของครู นักเรยี น ลงชอื่ ผปู้ กครอง เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
) ( ) ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมนิ สมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน
ลงช่อื ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน
( ลงชอ่ื ครูผ้สู อน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครั้ง ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินเป็นสว่ นใหญ่
( )
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครงั้ ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ บางสว่ น
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
12 - 15 ดี
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 8 - 11
ต่ากว่า 8 พอใช้
12 - 15 ดี ปรบั ปรงุ
8 - 11 พอใช้
ตา่ กวา่ 8 ปรับปรุง
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานมคี วามสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ผลงานมขี ้อบกพรอ่ งเพยี งเลก็ นอ้ ย
ผลงานมีข้อบกพรอ่ งมาก
สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4
T21
Chapter Overview
แผนการจัด สื่อท่ีใช จดุ ประสงค วิธสี อน ประเมิน ทกั ษะท่ีได คุณลกั ษณะ
การเรยี นรู อันพงึ ประสงค
แผนฯ ท่ี 3 - หนงั สอื เรียน 1. สืบคนขอ มูลลักษณะ วธิ ีสอนแบบกระบวนการ - ตรวจใบงานที่ 1.1 1. การสังเกต 1. มวี ินัย
ลักษณะทาง
กายภาพใน - PowerPoint ทางกายภาพของจังหวัด ทางภมู ิศาสตร - ประเมินการนาํ เสนอ 2. การแปลความ 2. ใฝเรียนรู
จังหวดั
เร่ือง ลกั ษณะทาง ตนเองดว ยแผนท่แี ละ (Geographic Inquiry ผลงาน ขอมลู ทาง 3. มงุ มนั่ ในการ
3
กายภาพในจงั หวดั รูปถา ยได Process) - สงั เกตพฤตกิ รรมการ ภมู ิศาสตร ทาํ งาน
ชัว่ โมง
- ใบงานที่ 1.1 2. อธบิ ายขอ มลู ลกั ษณะ ทาํ งานรายบคุ คล 3. การใชเทคนิคและ
- แผนทร่ี ฐั กจิ ทางกายภาพของจังหวัด - สงั เกตพฤตกิ รรมการ เครอ่ื งมือทาง
แผนทที่ าง ตนเองดว ยแผนทีแ่ ละ ทํางานกลุม ภูมิศาสตร
กายภาพ รปู ถา ยได - สงั เกตความมีวนิ ัย
- รปู ถายทาง ใฝเรียนรู และมงุ มน่ั
ภมู ศิ าสตร ในการทาํ งาน
แผนฯ ท่ี 4 - หนังสือเรียน 1. ระบแุ หลงทรัพยากร วิธสี อนแบบกระบวนการ - ตรวจใบงานท่ี 2.1 1. การสงั เกต 1. มวี ินัย
แหลงทรัพยากร - แผนท่ีแสดง
และสถานที่ ในจังหวัดของตนดว ย ทางภูมศิ าสตร - ประเมนิ การนําเสนอ 2. การแปลความ 2. ใฝเรยี นรู
ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ แผนท่แี ละรูปถา ยได (Geographic Inquiry ผลงาน ขอ มลู ทาง 3. มงุ มนั่ ในการ
สําคัญในจงั หวัด ของจงั หวดั ที่ 2. ระบสุ ถานท่ีสําคญั ใน
Process) - สงั เกตพฤตกิ รรม ภมู ิศาสตร ทํางาน
2 นกั เรยี นอาศยั อยู จงั หวัดของตนดว ย การทาํ งานรายบุคคล 3. การใชเทคนคิ และ
- รูปถายสถานท่ี แผนทแ่ี ละรปู ถายได
ชัว่ โมง - สังเกตพฤตกิ รรม เคร่ืองมอื ทาง
สําคัญทาง
การทาํ งานกลมุ ภมู ิศาสตร
ภมู ศิ าสตรข อง - สังเกตความมีวินัย
จงั หวดั ทน่ี ักเรยี น ใฝเรยี นรู และมงุ มน่ั
อาศยั อยู ในการทาํ งาน
- PowerPoint เรือ่ ง
แหลง ทรัพยากร
และสถานท่สี ําคญั
ในจงั หวัด
- ใบงานท่ี 2.1
แผนฯ ที่ 5 - หนงั สือเรียน 1. อธบิ ายลกั ษณะทาง วธิ สี อนแบบกระบวนการ - ตรวจใบงานที่ 3.1 1. การสังเกต 1. มวี ินยั
ลักษณะทาง - ใบงานท่ี 3.1 2. การแปลความ 2. ใฝเรยี นรู
กายภาพทสี่ ง - PowerPoint กายภาพทสี่ ง ผลตอ แหลง ทางภมู ศิ าสตร - ประเมนิ การนาํ เสนอ
ผลตอ แหลง ขอ มูล 3. มงุ มน่ั ในการ
ทรพั ยากรและ เร่ือง ลกั ษณะ ทรพั ยากร และสถานที่ (Geographic Inquiry ผลงาน 3. การใชเ ทคนคิ และ ทํางาน
สถานท่สี าํ คัญ ทางกายภาพท่ี
ในจงั หวดั สงผลตอ แหลง สําคัญในจงั หวัดได Process) - สังเกตพฤติกรรม ขอ มลู
ทรัพยากรและ
3 สถานที่สาํ คญั การทํางานรายบุคคล
ในจงั หวดั
ช่วั โมง - สังเกตพฤตกิ รรม
การทาํ งานกลุม
- สงั เกตความมีวินัย
ใฝเรยี นรู และมุงมั่น
ในการทํางาน
T22
Chapter Concept Overview
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2
จังหวดั ของเรา
ลักษณะทางกายภาพในจังหวัด
ลักษณะทางกายภาพ คอื ส่งิ ตา ง ๆ ทเ่ี กดิ ขึน้ เองตามธรรมชาติ เชน พื้นดิน ภูเขา ปา ไม แมน ํ้า
สภาพลมฟาอากาศ ลักษณะทางกายภาพมีความสัมพันธกับการเกิดแหลงทรัพยากรและสถานท่ีสําคัญ
ในจังหวดั ลักษณะทางกายภาพทส่ี าํ คัญ มีดังนี้
ลักษณะภูมปิ ระเทศ คือ สภาพท่วั ๆ ไปของผิวโลก ประกอบดวย
สงิ่ ทเี่ กดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาตแิ ละสง่ิ ทเ่ี กดิ จากมนษุ ย จงั หวดั ตา ง ๆ
ของไทยถาอยูในเขตพื้นที่ติดตอกัน ลักษณะภูมิประเทศอาจ
คลายคลึงกัน แตถาอยูหางไกลกัน ลักษณะภูมิประเทศก็จะ
แตกตางกัน
ลกั ษณะภมู อิ ากาศ คอื ลักษณะอากาศท่เี กิดข้นึ เปน ประจาํ หรือมี
ลกั ษณะเฉลย่ี ของพนื้ ท่ีใดพน้ื ทห่ี นงึ่ ซงึ่ เกดิ ตดิ ตอ กนั เปน เวลานาน
ลกั ษณะภมู อิ ากาศของจงั หวดั ตา ง ๆ ของไทยสว นใหญจ ะคลา ยคลงึ
กนั และมีแตกตางกันเพยี งเลก็ นอยในบางพน้ื ท่ี
ทรัพยากรธรรมชาติ คือ ส่ิงตาง ๆ ท่ีเกิดข้ึนเองหรือมีอยูตาม
ธรรมชาติ ซงึ่ มนษุ ยน าํ มาใชป ระโยชนในการดาํ รงชวี ติ ทง้ั ทางตรง
และทางออ ม ทรัพยากรธรรมชาตทิ ส่ี ําคญั ไดแ ก ดนิ น้ํา สัตวป า
พืชพรรณธรรมชาติ และแร
T23
แหลงทรัพยากรและสถานท่สี าํ คญั ในจงั หวดั
ลักษณะทางกายภาพสงผลใหแตละจังหวัดมีแหลงทรัพยากรและสถานที่สําคัญแตกตางกันออกไป
แหลง ทรัพยากรของแตล ะจังหวัด มีตัง้ แตพ ื้นทป่ี าไม สตั วปา แหลง แร แหลงพืชพรรณธรรมชาติ แหลง
น้าํ รวมทง้ั ส่งิ ตา ง ๆ ทเ่ี กิดจากธรรมชาติ เชน ดนิ หิน ภเู ขา แมน า้ํ อาว ทะเล เปน ตน
แหลงทรพั ยากรบางแหง เปน สถานที่สาํ คัญของจังหวดั เชน ปา ไม นอกจากจะเปน แหลง พชื พรรณ
ธรรมชาติ เปน แหลงท่อี ยอู าศยั ของสตั วปา ยังมสี ถานท่ีสาํ คัญ เชน น้าํ ตก ถํา้ อีกดว ย
การใชแ ผนท่ีสําหรบั ศกึ ษาแหลงทรัพยากร และสถานท่สี ําคัญในจังหวัด ควรใชแ ผนที่ดังตอ ไปนี้
แผนทแี่ สดงลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ
เปน แผนทที่ ต่ี อ งใชเ ปน หลกั เพอื่ จะไดเ หน็ ลกั ษณะทาง
กายภาพ แหลง ทรพั ยากร ซง่ึ ในแผนทม่ี ักจะมกี ารระบุ
สถานท่สี าํ คญั ไวดว ย
แผนทีร่ ฐั กจิ
นาํ มาชว ยประกอบการระบขุ อบเขตของสถานทสี่ าํ คญั
ในจังหวัดวาตั้งอยูบริเวณใด อาํ เภอใด
แผนทแ่ี หลง ทรพั ยากร
อาจตองใชหลายแผนที่ เพราะแตละแผนที่มักจะ
แสดงชนิดของทรัพยากรแยกจากกัน เปนแผนที่ปาไม
แผนท่ีแหลง แร แผนทีแ่ หลง นํ้า
แผนทแ่ี หลง ทอ งเทยี่ ว
เปนแผนที่แนะนําสถานท่ีแหลงทองเที่ยวของจังหวัด
ซึ่งจะใหขอ มูลเกี่ยวกบั ตําแหนง ของสถานท่สี ําคัญได
T24
ลักษณะทางกายภาพที่สง ผลตอแหลงทรัพยากรและสถานที่สําคัญในจังหวัด
ถาพิจารณาจากลักษณะภูมิประเทศ ภาพรวมของจังหวัดตาง ๆ จะมีลักษณะภูมิประเทศแบบใด
แบบหนง่ึ หรอื หลายแบบผสมผสานกัน ดังน้ี
ภูเขา จะพบไดมากในหลายจังหวัดที่ตั้งอยูทางภาคเหนือ ลักษณะ
ภูมิประเทศที่เปนภูเขาเปนพ้ืนท่ีที่มีระดับความสูงต่ําเห็นไดชัดเจน
ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศเชน นที้ าํ ใหม ที รพั ยากรปา ไมแ ละพชื พรรณธรรมชาติ
อดุ มสมบรู ณ เปน แหลง กาํ เนดิ ของแหลง นา้ํ ทาํ ใหม สี ตั วป า อาศยั อยมู าก
อากาศมีความชุมช้ืนสูง สงผลใหหลายแหงกลายเปนสถานท่ีทองเที่ยว
ที่สําคญั
ทร่ี าบสงู ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศทเ่ี ปน ทร่ี าบสงู จะอยบู รเิ วณภาคตะวนั ออก-
เฉียงเหนือของประเทศไทย เรียกวา ที่ราบสูงโคราช บริเวณที่ราบสูง
โดยเฉพาะบริเวณยอดเขาจะมีอากาศหนาวเย็นสงผลใหกลายเปน
สถานท่สี ําคญั ทางการทองเที่ยว
ท่รี าบ เปนพน้ื ท่ขี นาดใหญท างภาคกลาง มีความอดุ มสมบูรณสูงเหมาะ
แกการเพาะปลูก อีกทั้งยังมีความสะดวกในการเดินทางและการติดตอ
คา ขาย จากความอดุ มสมบรู ณข องพนื้ ทร่ี าบทาํ ใหม ผี คู นเขา มาตงั้ ถนิ่ ฐาน
อยูอยา งหนาแนน
ชายฝงทะเลและหมูเกาะ เปนลักษณะภูมิประเทศที่พบไดต้ังแตบริเวณ
ภาคตะวนั ออก ภาคกลาง และภาคใต ลกั ษณะภูมิประเทศที่เปนชายฝง
และหมูเกาะ สงผลใหมีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย เชน ปาชายเลน
สัตวน้ําตาง ๆ เกาะและหมูเกาะ ทําใหหลาย ๆ แหงกลายเปนสถานที่
ทองเทีย่ วทางทะเลท่ีสําคัญ
T25
นํา นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ นาํ ò˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ
¨Ñ§ËÇ´Ñ 1¢Í§àÃÒ
1. ครใู หน กั เรยี นดภู าพจากหนงั สอื เรยี น หนา 18-19 ประเทศไทยแบ่งเขตพื้นท่ี
แลว ถามวา
• จากภาพ มีส่ิงแวดลอมอะไรบาง และมี การปกครองออกเป็นจังหวัด
ประโยชนตอมนษุ ยอยา งไร ซึ่งแต่ละจังหวัดอาจมีลักษณะ
(แนวตอบ : ทางกายภาพทคี่ ลา้ ยคลงึ กนั หรอื
• แมน ํ้า ลาํ ธาร น้าํ ตก ท่ีชวยใหเกดิ ความ แตกต่างกันก็ได้
ชุมชื้น อุดมสมบูรณ มนุษยนํานํ้ามาใช ลักษณะทางกายภาพนี้เอง
อุปโภคและบริโภค สง่ ผลตอ่ แหลง่ ทรพั ยากร สถานที่
• ปาไมเปนแหลงท่ีอยูอาศัยของพืช ส�าคัญ และการด�าเนินชีวิตของ
และสตั วน านาชนดิ เปน แหลง อาหารของ ผคู้ นในจงั หวดั
มนษุ ย ชว ยใหส ภาพแวดลอ มมคี วามชมุ ชนื้ การเรียนรู้ลักษณะทาง
ไมแหงแลง ) กายภาพ จะช่วยท�าให้เราเข้าใจ
เรอ่ื งราวจงั หวดั ของเราไดด้ ยี ง่ิ ขนึ้
2. ครูใหนักเรียนเลนเกม “นี่คือท่ีใด” โดยครู
เลือกนักเรยี น 1 คน แลวแจกรปู ถา ยสถานที่
สําคัญของจังหวัดใดก็ไดใหนักเรียนดู แลว
ใหนักเรียนใบรายละเอียดของสถานท่ีน้ันให
เพ่ือนๆ ทาย เพื่อนคนใดทายถูกใหปรบมือ
แสดงความชื่นชม ตวั อยางรปู ถา ย
• นาํ้ ใสไหลเยน็ มี 7 ชน้ั ตงั้ อยทู จ่ี งั หวดั สระบรุ ี
(น้าํ ตก 7 สาวนอ ย)
๑8
• แมน้ําสายสําคญั กนั้ เขตแดนไทยและลาว
(แมน้าํ โขง)
เกร็ดแนะครู
ครูจัดกระบวนการเรยี นรูโดยการใหนักเรยี นปฏบิ ตั ิ ดงั นี้
• สบื คน สํารวจ และรวบรวมขอมูลเกี่ยวกับลกั ษณะทางกายภาพและสถานที่สาํ คญั ในจังหวัด
• อธบิ ายและสรุปขอ มูลเกยี่ วกับลกั ษณะทางกายภาพและสถานทีส่ ําคัญในจงั หวดั
• อภิปรายเกีย่ วกบั ลักษณะทางกายภาพและสถานที่สาํ คัญในจงั หวัด
• วิเคราะหจ ากประเดน็ คาํ ถามและภาพเก่ยี วกับลกั ษณะทางกายภาพและสถานทสี่ ําคัญในจงั หวัด
จนเกิดเปนความรูความเขาใจวา การดํารงชีวิตของมนุษยมีความสัมพันธโดยตรงกับสภาพแวดลอมโดยเฉพาะสภาพแวดลอมในจังหวัดของเรา
นอกจากน้ี ลกั ษณะทางกายภาพในจงั หวดั ยงั สงผลใหเกดิ สถานทสี่ าํ คญั ในจงั หวดั อกี ดว ย
นักเรียนควรรู
1 จงั หวัด การจดั ระเบยี บบริหารราชการสวนภมู ภิ าคตามพระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบริหารราชการแผนดนิ พ.ศ. 2534 มาตรา 51 ไดจัดแบงออกเปนจังหวดั และ
อาํ เภอ ซึ่งจงั หวัดจะเปนหนว ยราชการท่ปี กครองสวนภมู ิภาคทใ่ี หญท สี่ ุด รองลงมา คือ อําเภอ กิง่ อาํ เภอ ตาํ บล และหมบู า น เปนการปกครองสวนภูมภิ าคที่เลก็
Tท่ีสุด
26
นํา นํา สอน สรปุ ประเมนิ
µÑǪéÇÕ Ñ´ ขนั้ นาํ
มฐ. ส ๕.๑ ป. ๔/๑ สบื คน้ และอธบิ ายขอ้ มลู 3. ครใู หน กั เรยี นดภู าพจากหนงั สอื เรยี น หนา 18-19
ลักษณะทางกายภาพในจังหวัดของตน แลว ถามนกั เรยี นวา
ด้วยแผนทแี่ ละรปู ถ่าย • ลักษณะทางกายภาพของสิ่งแวดลอมใน
มฐ. ส ๕.๑ ป. ๔/๒ ระบแุ หลง่ ทรพั ยากรและ รูปภาพน้ี สงผลใหเกิดแหลงทรัพยากรและ
สถานที่ส�าคัญในจังหวัดของตนด้วย สถานทส่ี าํ คัญในจงั หวดั อยา งไร
แผนทีแ่ ละรปู ถา่ ย (แนวตอบ : ลักษณะทางกายภาพของ
มฐ. ส ๕.๑ ป. ๔/๓ อธบิ ายลักษณะทาง ส่ิงแวดลอมในรูปภาพน้ี คือ ภูเขา ปาไม และ
กายภาพทส่ี ่งผลต่อแหลง่ ทรพั ยากรและ นา้ํ ตก สง ผลใหเ กดิ แหลง ทรพั ยากร คอื ปา ไม
สถานที่ส�าคญั ในจังหวดั และแหลงน้ํา และการมีน้ําตกยังทําให
บรเิ วณน้เี ปนสถานที่สาํ คัญในจงั หวัด)
มโนทัศนสาํ คญั
แผนที่และรูปถ่ายเป็นเคร่ืองมือ
ที่ใช้แสดงลักษณะทางกายภาพ
แหลง่ ทรพั ยากรและสถานทส่ี า� คญั
ในจงั หวดั ของตน
ล กั ษณะทางกายภาพสง่ ผลให้เกดิ
แหลง่ ทรพั ยากรและสถานทสี่ า� คญั
ทแ่ี ตกต่างในจังหวดั
เพ่ือน ๆ คดิ วาลักษณะ
ทางกายภาพของสิ่งแวดลอ ม
ในรูปภาพน้ี สงผลใหเกิดแหลง
ทรัพยากรและสถานที่สาํ คญั
ในจังหวัดอยางไรคะ
๑9
เกร็ดแนะครู
ครอู ธบิ ายใหน ักเรียนฟงวา ภาพจากหนังสอื เรียน หนา 18-19 น้ี คอื ภาพนํา้ ตกแมยะ ต้ังอยูในอทุ ยานแหง ชาติดอยอนิ ทนนท จงั หวัดเชยี งใหม นาํ้ ตก
แมย ะเปน นํ้าตกขนาดใหญแ ละสูงทีส่ ุดในบรรดานา้ํ ตกในอุทยานแหงชาติดอยอินทนนท
T27
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมิน
ขน้ั นาํ ñ Å¡Ñ É³Ð·Ò§¡ÒÂÀҾ㹨§Ñ ËÇÑ´
ลกั ษณะทางกายภาพ คอื สง่ิ ตา่ ง ๆ ทเ่ี กดิ ขนึ้ เอง
4. ครูนําแผนท่ีแบบตางๆ และรูปถายมาให ตามธรรมชาติ หรือเป็นสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว
นักเรียนดูและสังเกต แลวสนทนาถึงความ จากแผนท่ี ของเรา เชน่ พืน้ ดิน ภูเขา ปาไม ้ แม่น้�า ล�าธาร
สําคัญและขอมูลท่ีไดเรียนรูจากแผนท่ีและ และรปู ถา่ ย สภาพลมฟาอากาศ ซึ่งลักษณะทางกายภาพ
รปู ถาย โดยใช PowerPoint ประกอบ แลวครู จังหวดั ของเรา จะมีความสัมพันธกับการเกิดแหล่งทรัพยากร
ถามนกั เรยี นวา มลี ักษณะ และสถานท่ีส�าคัญในจังหวัด ลักษณะทางกายภาพ
• แผนท/ี่ รปู ถายนี้คือแผนท่/ี รปู ถา ยอะไร ทางกายภาพ
• แผนท/่ี รูปถายนี้บอกขอมูลอะไรบาง
• แผนที่/รปู ถายน้ีมคี วามสําคัญอยางไร อย่างไร
• แผนท่ี/รูปถายน้ีใหขอมูลที่นาเช่ือถือหรือไม
เพราะอะไร ที่ส�าคัญ ได้แก่ ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิอากาศ
และทรัพยากรธรรมชาติ ท้ังนี้ เราสามารถสืบค้นและอธิบายลักษณะ
5. ครูสนทนาเช่ือมโยงถึงลักษณะภูมิประเทศ ทางกายภาพจงั หวดั ของเราได ้ โดยใช้แผนทีแ่ ละรูปถา่ ย
ลักษณะภูมิอากาศ และทรัพยากรธรรมชาติ
ของจังหวัดที่นักเรียนอาศัยอยู แลวถาม เพ่ือน ๆ ลองสังเกตรูปถายน้ี
นักเรยี นวา แลว ชวยกันบอกสิครับวา
• แผนท่ี/รูปถายท่ีเห็นมีลักษณะเหมือนหรือ สถานที่แหง นม้ี ลี กั ษณะ
ตางจากลักษณะทางกายภาพของจังหวัด ทางกายภาพอยา งไร
ของเรา
• แผนท่ี/รูปถายนี้แสดงลักษณะภูมิอากาศ
อยางไร
• จังหวัดของเรามีทรัพยากรธรรมชาติท่ี
เหมือนหรือตางจากในแผนท่ี/รูปถาย
อยางไรบาง
2๐
เกร็ดแนะครู
ครูอาจจัดกิจกรรมพานักเรียนไปทัศนศึกษาดูลักษณะทางกายภาพของจังหวัดของตนเอง โดยเชื่อมโยงใหเห็นถึงความสําคัญของลักษณะทางกายภาพวา
มผี ลตอผูคนในทองถ่นิ หรือในจงั หวดั อยางไร
บูรณาการอาเซียน
ลักษณะทางกายภาพนอกจากจะมีผลตอการดําเนินชีวิตของผูคนในจังหวัดแลว ยังมีผลตอการดําเนินชีวิตของผูคนในประเทศเปนภาพรวมดวย เชน
ประเทศลาวไมม พี นื้ ทต่ี ดิ ทะเล จงึ ไมม กี ารทาํ ประมงนาํ้ เคม็ ประเทศกมั พชู ามที ะเลสาบขนาดใหญ จงึ มกี ารทาํ ประมงนาํ้ จดื อยา งแพรห ลาย ประเทศสงิ คโปรเ ปน เกาะ
ขนาดเล็กจึงมีพนื้ ท่ีในการทาํ การเกษตรนอย ประเทศเมยี นมามที ่ีราบลมุ มาก จงึ มีการทาํ เกษตรกรรมโดยทว่ั ไป เปน ตน
T28
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
๑.๑ ลักษณะภมู ิประเทศ ขน้ั สอน
สง่ิ ทเี่ กลดิักขษนึ้ณเะอภงตูมาิปมรธะรเทรมศ ชาคตือ ิ เชสน่ภ าแพหทลั่วง่ นๆา้� ไทปร่ี ขาบอ งทผรี่ ิวาโบลสกงู 1 ปภรเู ขะกา อหบบุ ดเข้วยา2 การตงั้ คาํ ถามเชิงภูมศิ าสตร
เทือกเขา และสิ่งท่เี กดิ จากมนุษยด ดั แปลงหรือสร้างขนึ้ เช่น ถนน พ้ืนท่ี
เพาะปลกู บา้ นเรือน สะพาน เขอื่ น 1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั ตง้ั คาํ ถามเชงิ ภมู ศิ าสตร
ท้ังนี้ ลักษณะภูมิประเทศเกิดจากการเปล่ียนแปลงของเปลือกโลก เกี่ยวกบั จงั หวัดของตนเอง เชน
และการกระทา� ของสงิ่ ต่าง ๆ เชน่ ลม นา�้ แสงแดด ต้นไม ้ สตั วป า มนุษย • จังหวดั ของเราตงั้ อยูบรเิ วณใด
จงั หวดั ตา่ ง ๆ ของไทย ถา้ อยใู่ นเขตพน้ื ทตี่ ดิ ตอ่ กนั ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ • จงั หวดั ของเรามลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศอยา งไร
อาจจะคล้ายคลึงกันหรือต่างกันไม่มาก แต่ถ้าอยู่ห่างไกลกัน ลักษณะ • จงั หวัดของเรามที รัพยากรธรรมชาติ
ภูมิประเทศก็จะแตกต่างกันออกไป ทั้งน้ี แต่ละจังหวัดก็จะมีภูมิประเทศ อะไรบา ง
หลายลักษณะผสมผสานกันไป
บางจังหวดั อาจมลี กั ษณะภมู ิประเทศหลายแบบ
ผสมผสานกนั เชน่ ท่ีราบ เนินเขา ภเู ขา
2๑
ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู
ขอใดไมใชเ หตุผลท่มี นุษยในอดีตเลือกต้ังถ่ินฐานในบรเิ วณ 1 ที่ราบสูง ในประเทศไทย คือ ท่ีราบสูงโคราช หรือบริเวณที่ราบสูงของ
ทรี่ าบลมุ แมนา้ํ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือท้ังหมด มีเนื้อที่ประมาณ 150,000 ตารางกิโลเมตร
มคี วามสงู ประมาณ 130-250 เมตร จากระดับนา้ํ ทะเลปานกลาง
1. เพราะมีความอุดมสมบูรณ เหมาะแกก ารเพาะปลกู 2 หุบเขา (Valley) หมายถึง แองภูมิประเทศ ที่เปนเสนแนวยาว 2 ขาง
2. เพราะมีความสะดวกในการคมนาคมขนสง แองขนาบดว ยพื้นทแ่ี ผน ดินสูงหรอื ภเู ขาหรอื ทิวเขา
3. เพราะติดตอ คาขายกบั ชมุ ชนอ่ืนไดส ะดวก
4. เพราะพ้นื ทบี่ ริเวณอ่ืนถูกจับจองมเี จา ของหมดแลว
(วิเคราะหคําตอบ มนุษยเลือกต้ังถิ่นฐานบริเวณท่ีราบลุมแมน้ํา
เพราะบรเิ วณทร่ี าบลมุ แมน าํ้ มตี ะกอนทบั ถมเปน จาํ นวนมากพนื้ ดนิ
จงึ มคี วามอุดมสมบรู ณ เหมาะแกก ารทาํ เกษตรกรรม และการอยู
ใกลแ หลง นา้ํ ทาํ ใหส ะดวกตอ การคมนาคมขนสง และตดิ ตอ คา ขาย
กับชุมชนอ่นื ดังน้ัน ขอ 4. จงึ เปนคาํ ตอบท่ถี กู )
T29
นาํ สอน สรุป ประเมิน
ขน้ั สอน ๑ พน้ื ทภ่ี าคเหนอื ลกั ษณะสว่ นใหญเ่ ปน็ ทวิ เขาและทรี่ าบ
การรวบรวมขอมลู ระหวา่ งภเู ขา เชน่ จังหวัดแมฮ่ ่องสอน เชียงใหม่ เชยี งราย
พะเยา น่าน แพร ่
2. ครูใหนักเรียนชวยกันรวบรวมแผนที่แบบ
ตา งๆ และรปู ถา ยทแ่ี สดงลกั ษณะทางกายภาพ ๒ พื้นท่ีภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ลักษณะภูมิประเทศ
ท่ีสําคัญทางภูมิศาสตรของจังหวัด แหลง
ทรัพยากรธรรมชาติในจังหวัดของนักเรียน ส่วนใหญ่เป็นท่ีราบสูง และมีลักษณะภูมิประเทศที่เป็น
แลว นาํ ไปจดั ไวเ ปนแหลง เรยี นรูข องหองเรยี น ทิวเขา พื้นที่ดอน และที่ราบ เช่น จังหวัดนครราชสีมา
เลย ขอนแกน่ หนองคาย ชัยภูมิ สกลนคร อุบลราชธาน ี
3. แบงนักเรียนเปนกลุม กลุมละ 3-5 คน ให บุรีรมั ย ศรีสะเกษ
แตล ะกลมุ วางแผนและแบง หนา ทสี่ บื คน ขอ มลู
เกี่ยวกับจังหวัดของตนจากแหลงเรียนรูตางๆ ๓ พน้ื ทภ่ี าคตะวนั ตก เปน็ ทวิ เขาและทรี่ าบระหวา่ งภเู ขา
ในประเดน็ ดังน้ี
• ลักษณะภูมิประเทศของจงั หวดั คลา้ ยพนื้ ทภ่ี าคเหนอื ไดแ้ ก ่ จงั หวดั ตาก กาญจนบรุ ี ราชบรุ ี
• ลักษณะภูมอิ ากาศของจงั หวัด และมบี างพน้ื ทต่ี ดิ ชายฝง ทะเลเปน็ ทรี่ าบชายฝง ทะเล ไดแ้ ก ่
• ทรัพยากรของจังหวดั จงั หวัดเพชรบุรี ประจวบคีรขี ันธ
4. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ ศกึ ษาวธิ กี ารเขยี นอธบิ าย ๔ พ้ืนที่ภาคกลาง ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็น
สรุปขอ มลู ทีส่ บื คน ได
ทร่ี าบลมุ่ แมน่ า้� เชน่ จงั หวดั นครสวรรค สพุ รรณบรุ ี ชยั นาท
พระนครศรีอยธุ ยา นนทบุรี ปทมุ ธานี
๕ พน้ื ทภ่ี าคตะวนั ออก ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศสว่ นใหญเ่ ปน็
ทรี่ าบ เชน่ จงั หวดั ฉะเชงิ เทรา ปราจนี บรุ ี สระแกว้ และเปน็
ทรี่ าบชายฝง ทะเล เชน่ จงั หวดั ชลบรุ ี ระยอง จนั ทบรุ ี ตราด
๖ พื้นท่ีภาคใต มีทะเลขนาบอยู่ท้ัง ๒ ด้าน ลักษณะ
ภมู ปิ ระเทศเปน็ ทวิ เขาเปน็ แนวยาวขนานไปกบั พน้ื ท ี่ ซงึ่ เปน็
ทรี่ าบ และทร่ี าบชายฝง ทะเล เชน่ จงั หวดั ชมุ พร สรุ าษฎรธ านี
นครศรีธรรมราช สงขลา ปตตาน ี ภเู ก็ต กระบ่ี
22 ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศของจงั หวัดตา่ ง ๆ ในประเทศไทย
ส่ือ Digital ขอ สอบเนน การคิด
นกั เรยี นสามารถศกึ ษาขอ มลู เพม่ิ เตมิ เรอ่ื ง ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศของจงั หวดั ขอใดมีลักษณะภมู ปิ ระเทศคลา ยคลงึ กนั
ตา งๆ ในประเทศไทยจาก QR Code 1. ภาคเหนอื และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
2. ภาคกลางและภาคใต
T30 3. ภาคตะวันตกและภาคเหนือ
4. ภาคตะวันออกและภาคกลาง
(วเิ คราะหค าํ ตอบ ภมู ภิ าคทมี่ ลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศคลา ยคลงึ กนั คอื
ภาคเหนอื และภาคตะวนั ตก มลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศสว นใหญเ ปน ทวิ
เขาและที่ราบระหวางภูเขา สวนภาคกลางมีลักษณะภูมิประเทศ
เปนที่ราบ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีลักษณะภูมิประเทศเปน
ทร่ี าบสูง ภาคตะวันออกมลี กั ษณะภูมิประเทศเปน ทร่ี าบและท่ีราบ
ชายฝงทะเล ภาคใตมีลักษณะภูมิประเทศเปนทิวเขาและชายฝง
ทะเล ดังน้นั ขอ 3. จึงเปน คําตอบท่ีถกู )
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ประเทศไทย : ลกั ษณะภมู ิประเทศ ขนั้ สอน
ประเทศไทย : ลกั ษณะภมู ิประเทศ การจดั การขอ มลู
96 Eํ 98 Eํ 100 Eํ 102 Eํ 104 ํE 106 Eํ 96 Eํ 5. นัก98เรํEียนแตล ะกล10ุม0 นํE ําขอมูลคว1า0ม2 ํEรูท่สี ืบคน มา104 Eํ
นธ.งสชายั ลเหะวนินอื ทิวเ แดนล ท ิ ว เ ข า ีผ ป น ้นำ าว น.โขง น.โข 20 Nํ จดั กลมุ คาํ ตอบตามประเดน็ คาํ ถามทกี่ าํ หนปดรไะวเท ศไทย
๑20 Nํ ขา ลาว เวียดนามง ทิวเขาภูพา เมยี นม6า. ลนนนกััาักกแมเษเเชฮ รรอณเอ่ืงชีียยสียถอะงนนนใทือหลแแมำขาพตตงอูนกงลลลขาำะะเปยชอ ากียกงภงมรลลาพาแูลยพะุุอมมพเรตุย ราทใรดนติวนําถาจมนใงับกหงันวเาลพดัยนขิจทอาี่ งรเ1ณร.าอ1าดุลหราคธนวาเอนวงรีคา่ืาอบยงึมกสงกาฬลนนคครรพเนวมยี
7.
เมยี นมา ิทวเขาถนน ท.ถนนธ.งปชังย ตะวันออก น. ปาทสัิกวเทิขวเาเขพาเชพรชบูรรบูณรตณะวตัะนวัตนกออก ทิวเทนิขน.าวาโขเหงนลขวงาพผีร ะปบนาง้นำ
น. ัวง ิ ว เ ข า ผี ป น ้นำ
นทททิิวเวขาถเ นขนธงาชัยถตะนวันน ธ งน.เชมั ยย ก ล า ง แองสนก.สลงคนรคารมน.โขง 18 Nํ
18 ํN น.ยม น. น.สาละ วิน น2 ๒ ทิ ว เ ตากกากญำจแรสนอพาสพุทุบชงุโรัยุรเชบขนพรีธยัทรุณคชาีนัยรนรบาปนี ทุรฐนอีพสมทานิงพจิ งบหคพติทิษุรรบนรรอณีสรุะคงกวีนปลโุรรเลสรพคนทพรงุกรราคุมบชะเศยทธบุรรรกีบาพรุ อี นีฉูรมยณีะุธหเยปชานาิงรนคชเาคทรจยั หรรรีนภาานบมูชอุรสิสงีรีมบะขาแวั อมลกนำหว แภาบกสู ุรนารี รัมคยา มกสารรุ ฬอินสยทินเรอธ ด็ ุ ศยมรโุกสีสดธะาเรอกหำอษานุบร
น.พอง น.ชี
ตก น. ทิวเ แ นอ. มงูลโ ค ร า ช
น.ยนมา น น.ปง ข
น.ข ีชาภูพาน 1 า ภู
พ
16 Nํ านน.โขง 16 Nํ
อา วเมาะตะมะ ๓๔ ทิวเขาดงพญาเย อาวเมาะตะมะ
น.เจาพระยา ทิ ว็ นเ ข ทิ ว เ ข า พ น ม ด ง รั ก
14 Nํ ทิ น.แม ะกง 14 ํN
น.ทากจลนี อง า สั น ก ำ แ พ ง กมั พูชา
วเ ข น.บางป๕ท ิ วเขาจันทบ
า ชลบุรี
ระยอง จนั ทบุรี
ต ุรีทิวเข าบรรทัด เพชรบรุ ี กัมพ
ะ
น น.โขง สมทุ รปราการ ตราด
สมทุ รสาคร
12 ํN า ก.ชา ง 12 ํN ก.ชา ง
ก.กดู
ว ประจวบคีรีขนั ธ สมุทรสงคราม ก.กูด
ศ
รี
อาวไทย เวยี ดนาม อา วไทย
ก.เตา ชุมพร
ก.พะงัน
10 Nํ ทะเลอนั ดามัน ก.สมุย 10 ํN ทะเลอันดามัน ระนอง ก.เตา คำ
ิท ว เ ข า ูภ เ ็ก ต คำอธิบายสัญลกั ษณ ก.พะงัน เม
มก.สุรนิ ทร . โ ก-ล ก เสน แบงเขตประเทศ มก.สรุ ินทร ก.สมยุ ท
ท
น.ปต ตกาะนลี า เสนแบงเขตภูมิภาค สุราษฎรธ านี เส
แมน ้ำ, ลำน้ำ แ
มก.สิมิลัน ทิ ว เ ข า น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช ท๖ แหลมตะลุมพกุ แหลง นำ้ มก.สมิ ลิ ัน พงั งา แหลมตะลุมพุก แ
น.ตาป ระดบั ความสูง (เมตร) เขตภมู ภิ
8 Nํ 8 Nํ แหลมพรหภมูเเทกต็พ กระบี่ นครศรธี รรมราช ภ
ภ
แหลมพรหมเทพ 1,200 ตรัง พทั ลุง ภ
600 ภ
N มก.ตะรุเตา แหลมโพธิ์ 400 N มก.ตะรเุ ตา สตูล สงขลา แหลมโพธ์ิ ภ
ิ วเขาสนั ปต ตานี ภ
1200
6 ํN 0 75 150 6 ํN ยะลานราธวิ าส 104 Eํ
50
300 กม. คีรี นมาเลเซยี ระดบั ทะเลปานกลาง 0 75 150 300 กม. มาเลเซยี
96 Eํ ตัวอยา่ งแผน9ท8 Eํีล่ ักษณะภูมปิ ร10ะ0เEํทศของประเท10ศ2 ไํEทย2 104 ํE 106 ํE 96 Eํ 98 ํE 100 Eํ 102 Eํ
2๓
นักเรียนควรรู
1 ระดับทะเลปานกลาง หมายถึง ความสูงของพ้ืนดินเหนือคาเฉลี่ยของระดับนํ้าทะเล คาเฉล่ียของระดับน้ําทะเลคํานวณไดจากผลของการตรวจระดับ
น้ําขึ้นและน้ําลงในที่ใดท่ีหนึี่ง ซ่ึงไดบันทึกติดตอกันไวเปนระยะเวลานาน ในประเทศไทยมีการหาคาเฉล่ียของระดับนํ้าทะเลจากผลการบันทึกระดับน้ําข้ึน
และน้าํ ลงทเ่ี กาะหลัก จงั หวัดประจวบครี ขี นั ธ
2 ลกั ษณะภูมปิ ระเทศของประเทศไทย ประเทศไทยต้งั อยูใ นภมู ิภาคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต มเี น้อื ท่โี ดยประมาณ 513,115 ตารางกโิ ลเมตร เมือ่ ดูจาก
แผนท่ีจะพบวาประเทศไทยมีรูปรางเหมือนขวานโบราณ มีพรมแดนดานทิศเหนือติดกับสาธารณรัฐแหงสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตย
ประชาชนลาว ทิศตะวันออกติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและราชอาณาจักรกัมพูชา ทิศใตติดอาวไทยและมาเลเซีย ทิศตะวันตกติดทะเล
อนั ดามันและสาธารณรฐั แหง สหภาพเมยี นมา
T31
นาํ สอน สรุป ประเมิน
ขนั้ สอน ÀÙÁÈÔ Òʵà ¹Ò‹ ÃŒÙ
การวเิ คราะหแ ละแปลผลขอ มลู ลกั ษณะภูมิประเทศแตล ะประเภทมีความแตกตางกนั ดงั น้ี
ทั้งภเู แขตา1 ่ลแะมพ่นืน้ �้าท ี่ใเนกปาะรตะ่าเทง ศๆไ ทซยึง่ มกลีลาักยษเณป็นะภสถูมาปิ นรทะเี่สทา� ศคทญั ่ีแตกต่างกัน
8. นักเรียนแตละกลุมสรุปขอมูลเกี่ยวกับจังหวัด ในจังหวัด ดงั นี้
ของตนในประเด็นตอ ไปน้ี
• ลักษณะภมู ปิ ระเทศของจงั หวดั ทวิ เขา
• ลกั ษณะภูมิอากาศของจงั หวัด ภเู ขา คือ แนวทอดตัวของภูเขาที่ล้อมรอบ
• ทรัพยากรธรรมชาติของจงั หวัด
มาวเิ คราะหห าคําตอบตามประเดน็ คําถาม
9. ครูขออาสาสมัครจํานวน 3 กลุม สงตัวแทน
นําเสนอขอมูลที่ไดจากการศึกษาคนควาท่ี
หนาชนั้ เรียน
คอื พืน้ ทท่ี ีม่ คี วามสงู ตั้งแต่ ๖๐๐ เมตร ดว้ ยพนื้ ทต่ี า่� หรอื ถกู แบง่ แยกออกจาก
ขนึ้ ไปจากพน้ื ทบี่ รเิ วณโดยรอบ จะมฐี าน ภเู ขาอนื่ ด้วยหุบเขาหรือแมน่ า้�
กวา้ ง สว่ นยอดเล็ก พื้นผวิ ขรขุ ระ
และมคี วามลาดชันสูง
ทรี่ าบสงู
เนนิ เขา
ท่รี าบ คือ พื้นที่สูงจาก คือ พื้นท่ีท่ีอยู่สูงจาก
คอื พนื้ ทตี่ ่�ามรี ะดับความสูงไมเ่ กนิ บ ริ เ ว ณ โ ด ย ร อ บ บริเวณโดยรอบต้ังแต่
๑๐๐ เมตร พื้นผิวอาจราบเรียบ ประมาณ ๑๕๐ เมตร ๓๐๐ เมตรขน้ึ ไป โดย
ขรุขระ หรือเป็นคลื่นเล็กน้อย แตไ่ มเ่ กนิ ๖๐๐ เมตร มขี อบสงู ชนั อยา่ งนอ้ ย
มีความแตกต่างระหว่างพ้ืนที่ท่ีต่�า มักมีลักษณะเป็น ๒ ด้าน หรือมีทิวเขา
กบั ทส่ี งู ไม่เกิน ๑๕๐ เมตร ลกู คลนื่ กนั้ เปน็ ขอบอยดู่ า้ นใด
ดา้ นหนง่ึ
2๔
นักเรียนควรรู
1 ภูเขา ประเทศไทยมีพื้นทีภ่ เู ขาประมาณ 150,322.45 ตารางกิโลเมตร คิดเปน รอ ยละ 29.3 ของพนื้ ทีป่ ระเทศไทย แหลงธรรมชาตปิ ระเภทภเู ขาน้ี อาจเปน ภเู ขา
ลูกเดยี ว หรือมลี กั ษณะตอ เนอื่ งกนั เปน เทอื กเขา และในแหลงธรรมชาตปิ ระเภทภูเขาอาจมแี หลง ธรรมชาติประเภทอืน่ อยดู ว ย เชน นํ้าตก ถํ้า จากการศกึ ษาโดย
คณะอนกุ รรมการจดั ทาํ แผนอนรุ กั ษธ รรมชาติ กองอนรุ กั ษส งิ่ แวดลอ มธรรมชาตแิ ละศลิ ปกรรม สาํ นกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ ม พบ
วา แหลงธรรมชาติประเภทภูเขาทั่วประเทศ มีประมาณ 1,233 แหง โดยเปนภเู ขา 493 แหง เปนนา้ํ ตก 405 แหง เปนถํ้า 268 แหง และโปงพุรอนอกี 67 แหง ภูเขา
สว นมากจะอยบู รเิ วณภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื สว นแหลง ธรรมชาตปิ ระเภทนาํ้ ตก ถาํ้ และโปง พรุ อ น จะพบอยทู างภาคเหนอื และมกี ระจายอยอู ยา งประปรายตาม
ภาคอ่นื ๆ
T32
นํา สอน สรุป ประเมนิ
จ ากหกนาังรสศือึกเษรีายลนัก ษแณผนะภทูมี่เลิป่มร1 ะเสท่ือศกขาอรเงรจียังนหรวู้ตัด่า งค ๆว รเเวริ่ม็บศไซึกตษ าเคฟ้นซคบวุก้า ขนั้ สอน
เพ่ือจะได้ทราบข้อมูลเบ้ืองต้นเป็นการปูพ้ืนฐานไว้ก่อน จากน้ันให้สืบค้น
ขอ้ มลู จากแผนทลี่ กั ษณะภมู ปิ ระเทศ เพอ่ื จะไดท้ ราบวา่ ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ การสรปุ เพอื่ ตอบคาํ ถาม
ในจังหวดั เปน็ อยา่ งไร โดยตอ้ งท�าความเขา้ ใจสัญลกั ษณ ส ี ท่ีอยู่ในแผนท่ ี
เพ่ือจะได้อ่านข้อมูลในแผนท่ีได้ถูกต้อง ใช้แผนที่รัฐกิจเพ่ือจะได้ทราบ 10. นักเรียนแตละกลุมนําใบงานที่ 1.1 เปนใบ
ขอบเขตของจังหวัด อ�าเภอต่าง ๆ ในกรณีท่ีต้องศึกษาเฉพาะสถานที่ สรุปเพ่ือตอบคําถามตามประเด็นคําถามเชิง
บางแหง่ ควรใชข้ ้อมูลจากรปู ถ่ายประกอบ ภูมิศาสตร (ตามตวั อยา งจังหวดั สุราษฎรธานี
ในหนังสือเรยี น
11. นกั เรียนตอบคําถามทีไ่ ดตง้ั ไวในขอ ท่ี 1 เชน
• จังหวดั เราตงั้ อยูบ รเิ วณใด
(แนวตอบ : จังหวัดของเราต้ังอยูบริเวณ
ภาคกลางของประเทศไทย)
• จงั หวดั ของเรามลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศอยา งไร
(แนวตอบ : จังหวัดของเรามีภูเขาอยูทาง
ทิศตะวันตก มีแมนํ้าไหลผานทางทิศทาง
ตะวันออก)
• จงั หวดั ของเรามีทรัพยากรอะไรบา ง
(แนวตอบ : ปา ไม แหลงนํ้า)
ต ัวอย่างแหล่งข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ ท่ีเราสามารถสืบค้นผ่านทางเว็บไซต
แอปพลเิ คชนั หรอื เฟซบกุ โดยเฉพาะเวบ็ ไซตป ระจา� จงั หวดั จะใหข้ อ้ มลู และรายละเอยี ด
ของจังหวัดอยา่ งครอบคลุม
2๕
เกร็ดแนะครู
ครูอธิบายใหนักเรยี นฟง เพิม่ เติมวา ประเทศไทยมเี ทอื กเขาสําคญั ในแตล ะภมู ภิ าค ดงั นี้
• ภาคเหนอื มีทวิ เขาแดนลาว ทวิ เขาถนนธงชัย ทวิ เขาผปี น น้ํา และทวิ เขาหลวงพระบาง
• ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื มที วิ เขาพนมดงรกั ทิวเขาสันกําแพง ทวิ เขาภูพาน และทวิ เขาเพชรบรู ณ
• ภาคกลาง มีทิวเขาดงพญาเยน็
• ภาคตะวนั ออก มที ิวเขาจนั ทบุรี และทวิ เขาบรรทดั
• ภาคตะวันตก มีทิวเขาตะนาวศรี
• ภาคใต มที วิ เขาภเู กต็ ทวิ เขานครศรีธรรมราช และทวิ เขาสันกาลาคีรี
นักเรียนควรรู
1 แผนท่ีเลม (Atlas) คือ หนังสือที่รวบรวมเอาแผนท่ีตางๆ ทั้งแผนที่แสดงลักษณะทางกายภาพ และแผนที่เฉพาะเรื่องท้ังดานส่ิงแวดลอม เศรษฐกิจ
และสงั คม วัฒนธรรม รวมเอาไวใ นเลม เดยี วกัน
T33
นํา สอน สรุป ประเมิน
ขน้ั สรปุ ตัวอยาง การสืบคนและอธบิ ายลักษณะภูมปิ ระเทศ
ัตวอ ยาง
1. นักเรียนรวมกันสรุปเกี่ยวกับลักษณะทาง จงั หวดั สุราษฎรธ านี 1
กายภาพในจงั หวดั ทน่ี กั เรยี นอาศยั อยวู า แผนท่ี การศกึ ษาขอ้ มลู ของจงั หวดั สรุ าษฎรธ าน ี เราใชแ้ ผนทอ่ี า้ งองิ
และรูปถายเปนเครื่องมือท่ีใชแสดงลักษณะ แสดงลกั ษณะภมู ปิ ระเทศของจงั หวดั และแผนทเ่ี ฉพาะเรอ่ื ง ท่ีเป็น เกาะเตา
ทางกายภาพ แหลงทรัพยากรและสถานที่
สาํ คัญในจังหวดั ของตน แผนทร่ี ฐั กจิ แสดงขอบเขตของจงั หวดั และอา� เภอตา่ ง ๆ น หมเู กาะ
ของจงั หวดั สุราษฎรธานี อา งทอง เกาะพะงัน
2. นักเรยี นทาํ แบบฝก ปฏิบตั ิทกั ษะรวบยอด เรอ่ื ง
จังหวัดของเรา จากแบบฝกปฏิบัติทักษะ นอกจากนี้ จะใช้ ชมุ พร
รวบยอด ภูมิศาสตร ป.4 หนา 12-13 เปน
การบาน รปู ถา่ ยเพื่อศึกษา อา วไทย
ลักษณะทาง ระนองทิ ว เ ข า ภู เ ็ก ต เกาะสมยุ
กายภาพของ
จงั หวดั ในบาง น. ุพน ิพน
บรเิ วณด้วย อา วบานดอน
น. ตาป
ระภา น.พมุ ดวง สรุ าษฎรธานี
น.ตาป
เข่ือนรชั ช ป
พังงา นครศรีธรรมราช
กระบ่ี คลองอิปน
มาตราส่วน ๑ : ๑,๕๐๐,๐๐๐ 98 2ํ 0´E 98 ํ40´E 99 ํ00´E 99 ํ20´E 99 ํ40´E 100 0ํ 0´E
แผนทีจ่ งั หวดั สรุ าษฎรธ านี
N มาตราสวน 1 : 4,500,000 10 ํ20´N
จงั หวดั สรุ าษฎรธ านมี ที า� เลทตี่ งั้ อยทู่ างตอนใต้ 10 ํ20´N เมยี นมา
ของประเทศไทย มอี าณาเขตติดต่อ ดังน้ี
ทิศเหนอื ติดตอ่ กับจังหวดั ชุมพร 10 ํ00´N ชุมพร
และอา่ วไทย 10 0ํ 0´N
ทิศใต ติดต่อกบั จังหวัดนครศรีธรรมราช
และจงั หวัดกระบี่ อาวไทย อ.เกาะพะงนั
ทศิ ตะวนั ออก ตดิ ตอ่ กบั จังหวดั นครศรธี รรมราช
และอ่าวไทย 9 ํ40´N ระนอง อ.ทาชนะ อ.เกาะสมุย 9 4ํ 0´N
ทศิ ตะวนั ตก ติดตอ่ กบั จงั หวดั ระนอง 9 2ํ 0´N 9 2ํ 0´N
2 ๖ และจังหวดั พังงา 9 0ํ 0´N อ.ไชยา 9 ํ00´N
8 4ํ 0´N 8 4ํ 0´N
8 2ํ 0´N อ.ทา ฉาง 8 2ํ 0´N
อ.วภิ าวดี อ.ดอนสกั
อ.บานตาขอุน.คีรีรฐั นคิ มอ.พุนพอ.ินเมอื อง.ฯกาญจนดิษฐ
อ.พนมสุราษอ.ฎเครยี ธ นอาซ.นบาาี อน.บนาา เนดนมิ าสาร
พังงา อ.พระแสง อ.เวยี งสระ
อ.ชัยบุรี
นครศรีธรรมราช
กระบี่
8 ํ00´N ภเู กต็ 99 0ํ 0´E 8 0ํ 0´N
ทะเลอนั ดามนั
98 ํ20´E 98 ํ40´E ตรงั พัทลงุ
99 2ํ 0´E 99 4ํ 0´E 100 0ํ 0´E
นักเรียนควรรู
1 จังหวัดสุราษฎรธานี เปนเมืองเกาแกท่ีมีมาต้ังแตสมัยกอนประวัติศาสตร ชนพื้นเมือง ไดแก พวกเซมังและมลายูดั้งเดิม ช่ึงอาศัยอยูในเขตลุมนํ้าหลวง
(แมนํ้าตาป) และบริเวณอาวบานดอน กอนที่ชาวอินเดียจะอพยพเขามาตั้งหลักแหลง และเผยแพรวัฒนธรรม ดังปรากฏหลักฐานในชุมชนโบราณท่ี อ.ทาชนะ
อ.ไชยา เปน ตน ตอมาในพุทธศตวรรษท่ี 13 มีหลักฐานปรากฏวาเมอื งน้ีไดร วมกบั อาณาจกั รศรีวชิ ัย เมอื่ อาณาจักรนี้เส่ือมลง จงึ แยกออกเปน 3 เมือง คอื เมืองไชยา
เมืองทาทอง และเมืองคีรีรัฐ ขึ้นตอเมืองนครศรีธรรมราช ตอมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวโปรดเกลาฯ ใหยายเมืองทาทองมาตั้ง
ทีบ่ า นดอน และยกฐานะเปนเมืองจตั วาขน้ึ ตรงตอ กรุงเทพฯ พระราชทานนามวาเมอื ง “กาญจนดิษฐ” ครัน้ เมอ่ื มกี ารปกครองแบบมณฑล ไดรวมเมืองทัง้ สามเปน
เมอื งเดียวกนั เรียกวา เมืองไชยา ตอ มา พ.ศ. 2458 รชั กาลที่ 6 โปรดฯ ใหเปลยี่ นชอื่ เมืองไชยา มาเปนเมืองสรุ าษฎรธานี แปลวา เมอื งแหงคนดี
T34
นํา สอน สรุป ประเมิน
ลกั ษณะภูมิประเทศ จงั หวัดสุราษฎรธ านมี ี ขน้ั ประเมนิ
พน้ื ทท่ี ง้ั สว่ นทเ่ี ปน็ ภเู ขา พน้ื ทร่ี าบ พนื้ ทชี่ ายฝง ทะเล
และเกาะ 1. ครตู รวจใบงานที่ 1.1 เรอ่ื ง ลกั ษณะทางกายภาพ
พื้นที่ด้านตะวันตก จะเป็นพ้ืนท่ีสูงและ ในจงั หวดั ของเรา
ทิวเขาภูเก็ต อุดมสมบูรณไปด้วยพ้ืนท่ีปาไม้
ซ่ึงเป็นแหล่งต้นน้�าล�าธารของจังหวัด บริเวณ 2. ครตู รวจแบบฝกปฏบิ ัตทิ กั ษะรวบยอด
ตอนกลางมีลักษณะเป็นพื้นท่ีราบลุ่ม ลาดเอียง
ไปทางด้านตะวันออกสู่พื้นท่ีราบชายฝงทะเล
โดยต้ังแต่อ�าเภอไชยา ไปจนถึงอ�าเภอดอนสัก พ น้ื ทด่ี า้ นตะวนั ตกของจงั หวดั สรุ าษฎรธ าน ี
พนื้ ทจี่ ะมลี กั ษณะเวา้ เขา้ มา เรยี กวา่ อา่ วบา้ นดอน เปน็ เขาหนิ ปนู มปี า ไมอ้ ดุ มสมบรู ณ
พน้ื ทด่ี า้ นใต ้ เปน็ ทสี่ งู ตอ่ เนอื่ งกบั ทวิ เขานครศรธี รรมราช บรเิ วณอา่ วไทยมพี นื้ ทท่ี เ่ี ปน็ เกาะ
ได้แก ่ เกาะสมยุ เกาะพะงนั และหมู่เกาะอ่างทอง
แหลงนํ้าสําคัญ นอกเหนือจากอ่าวไทยแล้ว จะมีแม่น้�าสายเล็ก ๆ กระจายอยู่ทุก
รพชั ้นื ชทปี่ขรอะงภจาัง1 หซวึ่งดัก ักแเกมบ็ ่นน�า้ �า้สทายี่ไหส�าลคมัญาจ าไกดพแ้ ้ืนก ่ทแท่ี มางน่ ต้�าะตวานั ปต ี กแ ลไะวแส้ มา� ่นหา้�รพบั ุมกาดรวชงล ปรวรมะททาัง้ นม เี ขผอื่ลนิต
กระแสไฟฟา และเปน็ แหลง่ ท่องเท่ียว
หมู่เกาะอ่างทอง จังหวดั สรุ าษฎรธาน ี
มีลกั ษณะภูมปิ ระเทศที่งดงามกลางอ่าวไทย
2๗
ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู
ขอ มลู อาณาเขตติดตอ ของจงั หวัดสรุ าษฎรธานีขอ ใดถกู ตอง 1 เขอ่ื นรชั ชประภา เดิมชื่อ เข่อื นเช่ยี วหลาน ตั้งอยูติดตอกบั อทุ ยานแหง ชาติ
1. ทิศตะวนั ตกตดิ ตอ กับจงั หวัดระนองและจงั หวัดชุมพร เขาสก จังหวัดสุราษฎรธานี บริเวณอา งเกบ็ นํา้ ในเข่อื นรัชชประภามภี เู ขาหินปนู
2. ทศิ ใตต ดิ ตอ กับจังหวดั กระบีแ่ ละจังหวัดพังงา รูปรางสวยงามแปลกตา จึงไดร ับการขนานนามวา กยุ หลินเมืองไทย
3. ทศิ ตะวนั ออกตดิ ตอ กบั จงั หวดั นครศรธี รรมราชและอา วไทย
4. ทศิ เหนือติดตอกบั จงั หวัดชุมพรและจงั หวดั ระนอง
ç(วิเคราะหคําตอบ ทิศเหนือของจังหวัดสุราษฎรธานีติดตอกับ
จงั หวดั ชมุ พรและอา วไทย ทศิ ใตต ดิ ตอ กบั จงั หวดั นครศรธี รรมราช
และจงั หวดั กระบี่ ทศิ ตะวนั ตกตดิ ตอ กบั จงั หวดั ระนองและจงั หวดั
พงั งา ดังน้นั ขอ 3. จงึ เปน คาํ ตอบทถี่ กู )
T35
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ นาํ ๑.๒ ลกั ษณะภมู อิ ากาศ
1. ครใู หน กั เรยี นดแู ผนทแี่ ละรปู ถา ยทแี่ สดงแหลง ลักษณะภูมิอากาศ คือ ลักษณะอากาศท่ีเกิดข้ึนเป็นประจ�า หรือมี
ทรพั ยากร และสถานทสี่ าํ คญั ของประเทศไทย ลักษณะเฉล่ียของพ้ืนที่ใดพื้นที่หน่ึง ซึ่งเกิดติดต่อกันมาเป็นเวลานาน
แลวรวมกันสนทนาและคนหาแหลงทรัพยากร ลกั ษณะภมู อิ ากาศของจงั หวดั ตา่ งๆ ในประเทศไทย สว่ นใหญจ่ ะคลา้ ยคลงึ กนั
และสถานท่สี าํ คญั วามอี ะไรบา ง มแี ตกตา่ งกันเพียงเล็กน้อยบา้ งในบางพ้ืนที่
ลกั ษณะภมู อิ ากาศของจงั หวดั ตา่ ง ๆ ในประเทศไทยจะมสี ภาพอากาศ
2. ครูเช่ือมโยงเร่ืองที่ดูกับแหลงทรัพยากร และ ร้อนชืน้ อากาศจะร้อนอบอ้าวเกอื บตลอดทงั้ ปี อุณหภมู เิ ฉลยี่ ตลอดทัง้ ปี
สถานที่สาํ คญั ในจงั หวัดของนกั เรยี น ๒๗ องศาเซลเซยี ส ทงั้ นอ้ี ณุ หภมู อิ าจจะแตกตา่ งกนั ไปในแตล่ ะพนื้ ท่ี แตล่ ะ
จังหวัด และฤดู ประเทศไทยแบง่ ฤดอู อกเป็น ๓ ฤดู ได้แก่
๑ ฤดรู อ้ น
พ.ย. ธ.คฤ. ูดหนาว ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. ชว่ งตงั้ แตก่ ลางเดอื นกมุ ภาพนั ธ-์ กลางเดอื นพฤษภาคม
มิ.ย. เป็นช่วงท่ีประเทศไทยได้รับแสงแดดจากดวงอาทิตย์
ฤดรู ้อน เม.ย. พ.ค.ช่วงระยะเวลาอยา่ งเตม็ ที่ ทกุ พน้ื ทขี่ องประเทศไทย มอี ากาศอบอา้ ว
ต.ค. ก.ย. การแบง่ ฤดขู อง และรอ้ นจดั
ประเทศไทย ๒ ฤดฝู น
ส.ค. ก.ค. ช่วงต้ังแต่กลางเดือนพฤษภาคม-กลางเดือน
ตุลาคม เป็นช่วงที่มีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
ฤดฝู น พัดเข้ามา ท�าให้เกิดฝนตกเป็นบริเวณกว้าง
แตท่ างตอนใตข้ องไทยจะยงั คงมฝี นตกชกุ ไปจนถงึ
เดอื นธนั วาคม
๓ ฤดหู นาว
ชว่ งตง้ั แตก่ ลางเดอื นตลุ าคม-กลางเดอื นก1มุ ภาพนั ธ์ เปน็ ชว่ ง
ท่ีพื้นท่ีของประเทศไทย ยกเว้นทางภาคใต้ ได้รับอิทธิพลจาก
ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ท�าให้มีอากาศหนาวเย็นและ
แหง้ แลง้ โดยเฉพาะพนื้ ทท่ี างภาคเหนอื และภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
28 ลกั ษณะภูมิอากาศของจงั หวัดต่างๆ ในประเทศไทย
นักเรียนควรรู
1 ภาคใต ของประเทศไทยมลี ักษณะอากาศแตกตา งจากภมู ภิ าคอ่นื คอื มีฤดูกาล 2 ฤดูกาล ดังนี้
• ฤดรู อน อยใู นชว งกลางเดือนกุมภาพนั ธถงึ กลางเดอื นพฤษภาคม
• ฤดูฝน อยูในชวงกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดอื นกุมภาพันธ ซ่งึ ในฤดฝู นของภาคใตน ยี้ ังแบง ไดเ ปน 2 ระยะดว ยกัน คือ
1) ระยะมรสุมตะวันตกเฉียงใต จะอยใู นชว งกลางเดือนพฤษภาคมถงึ กลางเดอื นตลุ าคม ซ่งึ จะมีฝนตกชกุ ในบริเวณภาคใตฝง ตะวนั ตก เชน ระนอง
พงั งา ภเู ก็ต ตรงั
2) ระยะมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะอยูในชวงกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ ซึ่งจะมีฝนตกชุกในบริเวณภาคใตฝงตะวันออก เชน
สรุ าษฎรธานี นครศรีธรรมราช พัทลงุ สงขลา
T36
นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ปปปรรระะะเเเทททศศศไทไไทยทย:ย อ: :ุณออหณุ ุณภหมู หเิภฉภมูลูม่ียิเฉรเิ าลฉย่ียลปรใี่ยานยรคปาาบยีในป3ค0ใานปบค ๓าบ๐ 3ป0ี (พป.ศ. ๒๕๒๕-พ.ศ.๒๕๕๔) 106 ํE ขน้ั สอน
96 Eํ 98 ํE 100 ํE 102 ํE 104 Eํ 20 ํN การตงั้ คาํ ถามเชงิ ภมู ศิ าสตร
20 ํN น.สาละวิน น.โขง น.โข 1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั ตง้ั คาํ ถามเชงิ ภมู ศิ าสตร
น.โขง เชน
ง • แหลงทรัพยากรธรรมชาติในจังหวัดของเรา
เมยี นมา ลาว เวียดนาม อา วตงั เกยี๋ มอี ะไรบาง
• แหลงทรัพยากรธรรมชาติในจังหวัดของเรา
น.สาละ วิน ต้ังอยูบ รเิ วณใด
น.โขง
18 Nํ 18 ํN
16 ํN น.โขง 16 ํN
อาวเมาะตะมะ 14 Nํ
14 Nํ
กัมพูชา
น.โขง
12 Nํ ก.ชาง 12 ํN
ก.กดู
10 Nํ ทะเลอนั ดามัน
อาวไทย เวียดนาม
ก.เตา 10 ํN
ก.พะงนั
ก.สมุย
คำอธิบายสญั ลกั ษณ
8 Nํ ก.ภูเก็ต ระดับอุณหภูมิเฉล่ีย 8 ํN
องศาเซลเซยี ส ( ํc)
> 30 cํ
N 27 cํ
มก.ตะรุเตา
25 ํc
6 Nํ 0 75 150 300 กม. 23 cํ
แหลงขอ มูล : กรมอุตนุ ยิ มวิทยา 21 cํ 6 Nํ
มาเลเซีย < 19 cํ
96 ํE 98 Eํ 100 ํE 102 ํE 104 ํE 106 ํE
34 TH AตILANวั DอATLยASา่ งแผนที่อณุ หภมู ิเฉล่ยี ของประเทศไทย 29
ปปรระะเเททศศไทไยท:ยอ:ณุ อหณุภูมหเิ ฉภลมูย่ี ริเาฉยลปใยี่ นรคาาบยป30ใ นปคาบ 30 ป ขอสอบเนน การคิด
96 Eํ 98 Eํ 100 ํE 102 ํE 104 Eํ 106 Eํ จากแผนทบี่ รเิ วณหมายเลขใดทม่ี อี ุณหภูมเิ ฉลย่ี ตาํ่ ทส่ี ุด
20 Nํ น.สาละวิน น.โขง น.โข 20 ํN 1. หมายเลข 1
2. หมายเลข 2
เมียนมา ลาว น.โขง เวียดนาม อา วตงั เกี๋ย 3. หมายเลข 3
ง 4. หมายเลข 4
118 Nํ
น.สาละ วิน 18 ํN ç(วิเคราะหคําตอบ จากแผนท่ีบริเวณที่มีอุณหภูมิเฉล่ียต่ําท่ีสุดจะใช
น.โขง สีเหลืองเปนสัญลักษณ สวนบริเวณที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงที่สุดจะใช
สนี าํ้ ตาลเปนสญั ลักษณ ดังนน้ั ขอ 1. จึงเปน คําตอบทถ่ี กู )
16 Nํ 3 2 น.โขง 16 Nํ
อาวเมาะตะมะ
14 ํN
14 Nํ
กมั พชู า
น.โขง
12 Nํ ก.ชาง 12 ํN
10 ํN ทะเลอนั ดามนั ก.กูด
อาวไทย เวียดนาม
ก.เตา 10 ํN
ก.พะงัน
ก.สมุย คำอธบิ ายสัญลักษณ
8 Nํ ก.ภูเก็ต 4 ระดบั อุณหภมู ิเฉลย่ี 8 ํN
N องศาเซลเซียส ( ํc)
> 30 cํ
27 cํ
มก.ตะรเุ ตา 25 ํc
300 กม.
6 ํN 0 75 150 23 ํc
แหลง ขอ มลู : กรมอุตนุ ยิ มวิทยา 100 ํE 21 cํ 6 ํN
มาเลเซยี < 19 ํc
96 ํE 98 ํE 102 Eํ 104 Eํ 106 Eํ
34 THAILAND ATLAS
T37
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ÀÁÙ ÔÈÒʵà ¹‹ÒÃÙŒ
การรวบรวมขอ มลู
2. นักเรียนแตละคนเลือกใชแผนที่แสดงลักษณะ
ทางภูมิประเทศ หรือแผนท่ีรัฐกิจแสดง
อาณาเขตจังหวดั ท่ีนกั เรยี นอาศัยอยู
3. นักเรียนศึกษาและสืบคนแหลงทรัพยากร
สําคัญ และสถานท่ีสําคัญทางภูมิศาสตรของ
จงั หวัด แลวบันทกึ ไวเ ปน ขอ มูลความรู
ปจ จยั ทที่ า� ให้ ระยะหา งใกล-้ ไกลทะเล
ลกั ษณะภมู อิ ากาศ จังหวัดที่อยู่ติดทะเล เช่น
ในแตล่ ะพน้ื ท่ี จงั หวดั ทางตอนใต้ ทางตะวนั ออก
แตล่ ะจงั หวดั จะมฝี นตกชกุ อากาศจะไมร่ อ้ นมาก
แตกตา่ งกนั ไดแ้ ก่ ต่างจากจังหวัดทางตอนเหนือท่ีมี
ฝนนอ้ ยกวา่
ความสงู ของพน้ื ท่ี
บริเวณจังหวัดท่ีอยู่
ในพนื้ ทสี่ งู หรอื ภเู ขา เชน่
เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน
จะมีอุณหภูมิต่�ากว่า
จงั หวดั ทอ่ี ยใู่ นพนื้ ราบ
การขวางกนั้ ของภเู ขา
พื้นที่ทางด้านตะวันตก มีแนวเทือกเขาก้ันความช้ืนจากทะเลด้าน
กมหาญาสจมนทุ บรรุ อี นิจงึเดไดยี ร้ไวบั ้ ทปา�รใมิ หาพ้ ณน้ื ฝทนด่ี 1นา้ นอ้ หยลกงัวภา่ พเู ขนื้าเทปร่ีน็ บั พลน้ื มททอี่ อี่ บั ยลดู่ มา้ นเชหน่ นจา้ งัภหเู ขวาดั ตาก
๓๐
นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคดิ
1 ปรมิ าณฝน ในแตล ะพน้ื ทเี่ ปลย่ี นแปลงไปตามลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ นอกเหนอื ขอ ใดไมใ ชปจจัยท่ีทาํ ใหลกั ษณะภูมอิ ากาศในแตล ะจังหวัด
จากการผันแปรตามฤดูกาล โดยประเทศไทยตอนบนจะมีปริมาณฝนมากท่ีสุด แตกตา งกนั
ในเดอื นสงิ หาคมหรอื กนั ยายน พนื้ ทที่ ม่ี ปี รมิ าณฝนมาก สว นใหญจ ะอยดู า นหนา
ทวิ เขา หรอื ดา นรบั ลมมรสมุ ตะวนั ตกเฉยี งใต เชน บรเิ วณอาํ เภอทองผาภมู ิ จงั หวดั 1. ความสูง-ตาํ่ ของพื้นท่ี
กาญจนบุรี จันทบุรี ตราด เปนตน พื้นที่ท่ีมีปริมาณฝนนอยสวนใหญอยูดาน 2. ทศิ ทางของลมประจาํ
หลงั เขา เชน พ้นื ทีบ่ รเิ วณตอนกลางของภาคเหนอื บรเิ วณจังหวัดลําพนู ลําปาง 3. ประเพณีวฒั นธรรมของคนในจงั หวัด
ดานตะวันตกของภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื บริเวณจังหวัดชยั ภูมิ นครราชสมี า 4. ระยะหางใกล- ไกลทะเล
เปนตน สวนภาคใตจ ะมีฝนตกชุกเกือบตลอดทัง้ ป
(วเิ คราะหค าํ ตอบ ปจ จยั ทที่ าํ ใหล กั ษณะภมู อิ ากาศในแตล ะจงั หวดั
แตกตางกนั ไดแ ก ความสูง-ตา่ํ ของพ้นื ที่ ระยะหางใกล- ไกลทะเล
การขวางกั้นของภูเขา ทิศทางของลมประจํา และอิทธิพลของ
ลมพายุ ดังน้ัน ขอ 3. จึงเปน คาํ ตอบท่ถี ูก)
T38
นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ประเทศไทย : ทิศทางปลรมะปเทระศจไำทถยนิ่ :แทลศิ ะทลมางปลรมะปจรำะปจ ำถ่ินและลมประจำป ขนั้ สอน
96 Eํ 100 Eํ 9610ํE4 ํE 100 Eํ 22 Nํ 96ก1Eํ ล0า4งํEเดือนตุลาค1ม00-2ก2ํEลํNางเดือ2น2กNํ ุม9ภ6าก1ํEพ0ล4ันางธEํ เด(ฤือดนหู ตนุลาวค)1ม020- 2กEํ ลํNางเดือนกมุ ภา1พ04ันธEํ (ฤดูหนาว) 22 Nํ การรวบรวมขอ มลู
22 ํN กลางเดือนพฤษภาคม - กลางเ2ด2อื Nํนตุลาคม (ฤดฝู น) 22 ํN
4. นักเรียนแตละคนระบุบริเวณตําแหนงหรือ
18 Nํ ลมมร ุสมตะวันตกเฉียงใ ตLL15พฤษภาคม- มถิ นุ ายนL L 15 พฤษภาคม - มถิ นุ ายนลมมรสุมตะ ัวนออกเฉีลยงมเมหร ืนสุอมตะ ัวนออกเฉียงเห ืนลอมมร ุสมตะวันออกเฉียงเห ืนอ18 ํN18 Nํลมมร ุสมตะวันออกเ ีฉลยงมเมหร ืนุสอมตะ ัวนออกเ ีฉยงเห ืนลอมมร ุสมตะวันออกเ ีฉยงเห ืนอ18 Nํ 18 Nํ บรเิ วณแหลง ทรพั ยากร และสถานทสี่ าํ คญั ของ
ลมมร ุสมตะ ัวนตกเ ีฉยงใต-18 NํL 18 ํN 14 ํN 14 ํN จังหวัดลงในแผนท่ี จากน้ันติดรูปถายแหลง
กรกฎาคม สิงหาคม กร1ก8ฎNํ าคม - สิงหาคม ทรัพยากร และสถานที่สําคัญท่ีนักเรียนสนใจ
L กนั ยายน ลงในสมุดพรอมรวบรวมขอมูลเพ่ือใชบรรยาย
กนั ยายน ภาพจากแหลงเรยี นรูท ี่หลากหลาย
ลลมมมมรรุสสุมมตตะะวั ัวนนตตกเกเฉีฉียยงใงใ ต ต
ลลมมมมรรุส ุสมมตตะะวัวันนตตกเกเ ีฉ ีฉยยงใงใตต 14 ํN 14 Nํ 5. นักเรียนแตละคนศึกษาความรูเพ่ิมเติมจาก
14 ํN 14 Nํ 14 ํN 14 ํN หนังสือเรียนและ PowerPoint
10 Nํลมมรสุมตะ ัวนตกเฉียงใ ตL110 Nํ 10 Nํ L 1 -1105LํNคตาํลุ อาคธรมบิ อ่ างยควสาัญมLลก1ดัก6อษา-ณก31า10ศตNํตลุา่� าค1ม0 ํN ลมมร ุสมตะวันออกเฉียงเห ืนอ L 16 10 ํN ลมมร ุสมตะวันออกเฉียงเห ืนอ 10 Nํ
ลมมร ุสมตะ ัวนตกเ ีฉยงใต15 ตลุ าคม 31 ตลุ าคม
- -
6 Nํ 6 ํN 6 Nํ 6 ํN ลมประจ�าฤLดู พ6ฤศํNจกิ ายน6 Nํ L พ6ฤํNศจกิ ายน 6 Nํ
Nํ 96กํEล1า0ง4เดํEอื นกมุ ภาพ110ัน00ธ0ํE-ํEกลางเด2ือ2นNํ พ9ฤ61ษกํE0ภล14าา0งคํE4เมดํEือ(ฤนดกรู มุ อภนา)พ1100ัน200ธ2EํEํ -ํNกลางเดือนพฤ1ษ01ภ40า4คํEมํE 100 Eํ 104 Eํ
(ฤดูรอน) 22 Nํ
ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต พัดมา ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนอื พดั มา100 ํE22
จากมหาสมุทรอินเดียน�าความชุ่มชื้นมาให ้ จากทางตอนบนบรเิ วณประเทศจีน นา� ความ
(ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม-กลางเดือน หนาวเย็นและแห้งแล้งมาให้ (ประมาณกลาง
ตทุลว่ั ไาปค มโ)ด ยทเ�าฉใพหา้ทะ้อพ18งนื้ Nํฟทาดี่ ม้าีเนมรฆบั มลามกL แ1ม-ล1ีฝ5ะพพ1น8ฤื้นษNํตภทกาคี่ม โเดป1อืLร8น่Nํง1 ต-1ลุโ5ดพาฤคยษมภเาฉ-คกมพลาาะงพเดื้นอื ทน1ี่ท8กNํ ามุ งภตาอพนนั เหธ) น ือท ้อแงฟลาะ
ราบชายฝง ทะเล ตะ1ว4LNํันเมอษาอยกน เฉียงเหนอื มีอ14าํNกาศหนาวเย็น
14 Nํ L เมษาย1น4 ํN ลมตะวนั ออกเฉยี งใต ลมตะวันออกเฉยี งใต
ลม ัพทธยา
ลม ัพทธยา
ลมพัทธยา ลมพทั ธยา
ลมต(ะลวมันตอะอเกภเาฉมยี งี.คใต. - เม.ยล.ม) ตะวนั ออกเฉียงใต
อทิ ลธมพิ พลาขยอุทงี่พลัดมผพ่านายปุ1ระเทศไทย ส่วนใหญ่(พ.ค.)ลมพัทธยา
ทต่ศอิ ลทพมาื้นปNงรทละ่ีใมจนาป� ปทรรม่ี ะะอี จเ1ทิ06ทาํ ํํNNธศพิ (พไ.คลท.)ลมอยพNัทยธยาา่ ไงดม้แากLก่ 10 Nํลมต(ะลวมนั ตอะอเกภเาฉมยี งี.คใต. - เม.ยล.ม) ตะวนั ออกเฉยี งใต 10 NํL มนี าคม คำอธบิ ายสัญลกั ษณ 10 Nํ คำอธบิ ายสัญลกั ษณ
มนี าคม L รอ งความกดอากาศตำ่
L รอ งความกดอากาศตำ่
6 ํN
1ทพจ04ะะEํดั พเแลรัดจงมนี แ106าใ0ลตNํ จํEะ้ าแนกลา� ทะฝามนงหม1ต0ลลาา4มมะปปสํEตรระะวมจจกำำันถฤทุในดิ่ นูอรปอแ6 รNํปกมิซาฟิ หณกรมือซาทง่ึ กลลจามมปปงะรระะทจจดมำำฤถา� ล้ีาิด่นใู นหม้
ล0มมร20ส0 ุมต40ะ0 กวม.ันตกเฉ0 ียง2ใ00ต้ ท400่ีนกม�า.
ความชมุ่ ชนื้ และลมมรสุมตะว100นั ํE-
ออกเฉยี งเหนอื ทนี่ า� ความหนาวเยน็ เกดิ อทุ กภยั ขนึ้ ได้ โดยเฉพาะพน้ื ทที่ างตะวนั -
และแหง้ แลง้ มาส่ปู ระเทศไทย ออกเฉยี งเหนอื แตบ่ างปท ม่ี พี ายพุ ดั ผา่ นนอ้ ย
ปรมิ าณนา้� ฝนกจ็ ะนอ้ ยตาม ซง่ึ อาจสง่ ผลทา� ให้
เกดิ ความแหง้ แลง้ ขาดแคลนนา�้ ในชว่ งฤดรู อ้ น
๓๑
นักเรียนควรรู
1 พายุ ในประเทศไทย อาจแบงออกเปน 3 ประเภทใหญๆ คอื
• พายุฝนฟาคะนอง หมายถงึ การท่มี ีพายซุ ึ่งทาํ ใหเ กิดฝนตกหนัก มักมฟี าแลบ ฟา รอ ง และฟาผารวมอยดู ว ย
• พายุฤดูรอน เปนพายุฝนฟาคะนองท่ีมักเกิดข้ึนในตอนตนและตอนปลายฤดูรอน เม่ืออากาศท่ีมีความเย็นจากทิศเหนือ พัดมาพบกับอากาศรอนทาง
ทศิ ใต กอ ใหเกิดพายุ ซ่งึ บางครัง้ มีฝนตกหนักตดิ ตามมาดวย แตบางทกี ม็ ีลมแรงเพยี งอยางเดียวที่เรยี กวา ลมกระโชก
• พายุหมุนเขตรอน หมายถึง พายุท่ีหมุนเปนวงรอบตัวเองดวยความเร็วมากนอยแตกตางกัน และเกิดขึ้นในเขตรอน สวนใหญเกิดข้ึนเหนือทะเล
และมหาสมุทร ซ่ึงอากาศมีความช้ืนมากและมีอุณหภูมิคอนขางสูง พายุหมุนเขตรอนมีชื่อเรียกตางกันแลวแตความเร็วในการหมุนรอบจุดศูนยกลาง เชน
พายดุ เี ปรสชัน พายเุ ขตรอ น พายไุ ซโคลน พายไุ ตฝุน พายุเฮอรร เิ คน
ประเทศไทยต้ังอยใู กลม หาสมทุ รอินเดียและมหาสมทุ รแปซฟิ ก จงึ ไดรับอนั ตรายจากพายุไซโคลนและพายุไตฝ นุ บอ ยๆ เมือ่ มพี ายุไซโคลนและพายไุ ตฝุน
เคล่ือนท่ีผานเขามาในประเทศ จะทําใหมีพายุรุนแรงและมีฝนตกหนัก จนทําใหเกิดความเสียหายแกชีวิตและทรัพยสินไดมาก ถึงแมพายุหมุนเขตรอนที่
เกิดขึ้นจะไมรุนแรง ขนาดเปนพายุไซโคลนหรือพายุไตฝุน แตถามีพายุดีเปรสชัน หรือพายุเขตรอน เคลื่อนท่ีผานเขามาในประเทศไทย ก็อาจทําความ
เสียหายไดเชน กนั
T39
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั สอน ตวั อยา ง การสืบคน และอธิบายลักษณะภมู ิอากาศ
การจัดการขอ มูล จงั หวัดเพชรบรู ณ
สภาพภมู ปิ ระเทศของจงั หวดั เพชรบรู ณ มที วิ เขาทางเหนอื สว่ นทาง
6. นักเรียนแตละคนรวบรวมขอมูลตามประเด็น ตะวันออก และทางตะวนั ตก เป็นแนวทวิ เขาขนานกนั คลา้ ยรูปเกือกม้า
คาํ ถามท่ีกาํ หนดไวใ นขอที่ 1 สว่ นทางตอนกลางและทางตอนใตจ้ ะเปน็ ทรี่ าบ เนอ่ื งจากมที วิ เขาลอ้ มรอบ
ทางตอนบน พนื้ ท่ีมีระดบั ความสูงต�า่ แตกตา่ งกนั จึงท�าให้อณุ หภมู แิ ตล่ ะ
7. นักเรียนพิจารณาความนาเชอ่ื ถือของขอมูล ฤดูแตกต่างกนั ดว้ ย ซ่ึงจงั หวัดเพชรบูรณมีอุณหภูมเิ ฉลีย่ ทง้ั ปี ๒๗ องศา
8. นักเรียนนําขอมูลที่พิจารณาความนาเช่ือถือ เซลเซียส แบง่ ออกเป็น ๓ ฤด ู ดังนี้
น เลย
แลว มาเขียนบรรยายใตภาพที่ระบุตําแหนง
หรือบรเิ วณทรัพยากร และสถานที่สําคัญของ
จงั หวัด ในใบงานท่ี 2.1 เรอื่ ง แหลง ทรัพยากร
และสถานท่ีสําคญั ในจงั หวดั ของเรา
อ.หลม เกา น.ปา สกั ฤดรู อ้ น
ภทู ับเบิก อ.นำ้ หนาว มีอากาศร้อน โดยเฉพาะ
อ.หลมสกั ในเดือนเมษายนจะมีอากาศ
ทิ ว เ ข า เ พ ช ร ูบ ร ณ บู ร ณ ร้อนท่ีสุด ซึ่งพื้นท่ีตอนล่าง
น. ปา ัสก ขอนแกน ของจงั หวดั แถบอา� เภอศรเี ทพ
พิษณุโลก อ.เขาคอ อ�าเภอวิเชียรบุรี จะมีอากาศ
ิท ว เ ข า เ พ ช ร ร้อนมาก มีอุณหภูมิเฉลี่ย
สงู กวา่ ๓๐ องศาเซลเซยี ส
อ.วงั โปง อ.เมอื งเพชรบรู ณ ฤดฝู น
มีฝนตกชุกไปจนถึงกลางเดือนตุลาคม
พจิ ิตร เพชรบูรณ
ซึ่งเป็นระยะที่มีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดน�า
อ.ชนแดน ความชมุ่ ชน้ื เขา้ มา ซง่ึ อา� เภอวเิ ชยี รบรุ ี มปี รมิ าณ
ฝนตกเฉลย่ี มากสดุ โดยในชว่ งฤดฝู น บรเิ วณ
น. ปา ัสก ชยั ภมู ิ ลุ่มแม่น้�าปาสักตอนใต้ท่ีเป็นที่ราบลุ่ม จะเกิด
อ.หนองไผ อทุ กภยั บอ่ ยครงั้
นครสวรรค อ.บงึ สามพนั ฤดหู นาว
อ.วิเชยี รบรุ ี อากาศโดยท่ัวไปหนาวเย็นและแห้งแล้ง
อ.ศรีเทพ อ�าเภอที่มีอากาศหนาวท่ีสุด ได้แก่ อ�าเภอ
น�้าหนาว อ�าเภอเขาค้อ และอ�าเภอหล่มเก่า
ลพบรุ ี เนือ่ งจากมีภมู ปิ ระเทศเปน็ ภเู ขาและท่ีสงู
มาตราสว่ น ๑ : ๙๕๐,๐๐๐
๓2
ขอ สอบเนน การคิด
“เมืองมะขามหวาน อุทยานนา้ํ หนาว ศรีเทพเมอื งเกา เขาคออนสุ รณ นครพอ ขนุ ผาเมือง”
จากคําขวญั ประจําจังหวัดเพชรบูรณ ขอ ความใดที่บอกถงึ สถานทส่ี าํ คัญในจงั หวดั
1. เขาคออนุสรณ อทุ ยานนํ้าหนาว ศรีเทพเมืองเกา
2. อุทยานนํ้าหนาว เขาคออนสุ รณ นครพอ ขนุ ผาเมือง
3. เมืองมะขามหวาน อุทยานนํา้ หนาว ศรเี ทพเมอื งเกา
4. ศรเี ทพเมอื งเกา เมอื งมะขามหวาน นครพอ ขนุ ผาเมอื ง
(วเิ คราะหคาํ ตอบ จงั หวัดเพชรบรู ณม ีสถานท่สี าํ คัญหลายแหงดวยกัน เชน อุทยานนา้ํ หนาว
ศรีเทพเมืองเกา เขาคอ ภูทับเบิก อุทยานแหงชาติทุงแสลงหลวง เปนตน ดังนั้น ขอ 1.
จึงเปนคาํ ตอบทีถ่ ูก)
T40
นํา สอน สรุป ประเมนิ
ตัวอยา ง ขน้ั สอน
๑.๓ ทรัพยากรธรรมชาติ การวเิ คราะหและแปลผลขอ มลู
ทรพั ยากรธรรมชาติ หมายถึง ส่ิงตา่ ง ๆ ที่เกิดข้นึ เองหรือมีอยูต่ าม 9. นักเรียนแตละคนนําขอมูลมาวิเคราะหหา
ธรรมชาต ิ ซง่ึ มนุษยไดน้ �ามาใชป้ ระโยชนในการด�ารงชีวิต ท้ังทางตรงและ คาํ ตอบใหค รบตามประเดน็ คําถามในขอ ที่ 1
ทางอ้อม ทรพั ยากรธรรมชาตทิ ี่สา� คัญของแต่ละจงั หวดั ได้แก่
10. นักเรยี นนาํ เสนอผลงานหนา ชัน้ เรยี น ครูและ
ดนิ เป็นสิ่งทเี่ กิดขึน้ เองตามธรรมชาติ จากการผพุ งั ของหนิ แร่ รวมทง้ั นักเรียนชวยกันคัดเลือกผลงานท่ีมีขอมูล
ซากพืชซากสัตว์ ดินในแต่ละพ้ืนที่ แต่ละจังหวัด จะมีลักษณะและ ถูกตอ ง สมบูรณและนา สนใจจํานวน 10 ชิ้น
คุณสมบัติต่างกันไป มนุษย์ใช้ประโยชน์จากดินในด้านต่าง ๆ เช่น ตดิ ทีป่ า ยนิเทศ
เปน็ แหล่งสร้างท่อี ยูอ่ าศัย เพาะปลกู เลย้ี งสัตว์
นาํ้ เป็นปจจัยส�าคัญต่อการด�ารงชีวิตทั้งของมนุษย์ สัตว์ และพืช
เราใช้น้�าเพื่อการอุปโภคบริโภค ใช้ในการเกษตร อุตสาหกรรม
การคมนาคมขนส่ง ผลติ กระแสไฟฟา ตลอดจนกจิ กรรมตา่ ง ๆ
สตั วป า เป็นส่ิงมีชีวิต ได้แก่ สัตว์บก สัตว์น้�า สัตว์สะเทินน�้าสะเทินบก
และสัตว์ปก แมง แมลง ซึ่งก�าเนิดและด�ารงชีวิตอยู่ในแหล่งต่าง ๆ
ตามธรรมชาติ สัตวป์ าบางชนดิ เป็นอาหารของมนษุ ย์ ชว่ ยทา� ลายศตั รู
ของพชื ชว่ ยกระจายเกสรและเมลด็ พนั ธพ์ุ ชื
ทรพั ยากรธรรมชาติ ๓๓
ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
การบกุ รกุ ทาํ ลายพนื้ ทป่ี า ชายเลนสง ผลกระทบตอ ทรพั ยากรใด ครใู หน กั เรยี นสบื คน ขอ มลู เกย่ี วกบั ทรพั ยากรธรรมชาตใิ นจงั หวดั มาลว งหนา
มากทีส่ ดุ ตามหัวขอ ตอ ไปน้ี
1. แร • ดิน • น้ํา • ปาไมแ ละสัตวปา • แร
2. น้าํ
3. สตั วน ้ํา ส่ือ Digital
4. ปา ไม
นกั เรยี นสามารถเรยี นรเู พม่ิ เตมิ
(วเิ คราะหคาํ ตอบ การบุกรกุ พนื้ ทปี่ าชายเลนจะสงผลกระทบตอ เกีย่ วกบั ทรพั ยากรธรรมชาตไิ ดจาก
สัตวนํ้า เพราะวาพ้ืนท่ีปาชายเลนเปนที่อยูอาศัยและเปนแหลง QR Code
อาหารของสัตวนํ้านานาชนิด และยังชวยปองกันภัยธรรมชาติ
ที่จะสงผลกระทบตอความเปนอยูของประชาชน ดังน้ัน ขอ 3.
จึงเปน คาํ ตอบทถี่ ูก)
T41