นาํ สอน สรปุ ประเมิน
ขน้ั สอน ปปรรระะเะเททเศทศไศทไยทไทย: ยแ: ห:แลแหง นลห้าํงลแนงลํ้า1นะแทำ้ลี่ตแะง้ั ทเลขต่ีะอ่ื งั้ทนเสีต่ขาํ ื่อ้งัคนเัญขสอ่ื าํ คนัญสำคัญ
การสรปุ เพอ่ื ตอบคาํ ถาม 96 Eํ 98 ํE 100 Eํ 102 Eํ 104 ํE 106 ํE
20 ํN น.สาละวิน น.โขง น.โข 20 Nํ
11. นักเรียนตอบคาํ ถามทีไ่ ดต้งั ไวใ นขอที่ 1 เชน
• แหลง ทรพั ยากรธรรมชาตใิ นจงั หวดั ของเรา ง
มอี ะไรบา ง
(แนวตอบ : แหลงทรัพยากรธรรมชาติ เมียนมา � กวา นพะเยา ลาว เวยี ดนาม
ในจังหวดั ของเรา ไดแก ทะเล เกาะ . ปง
ปาชายเลน) 18 Nํ � น. ัวง � น.สงครามน.โขง 18 Nํ
• แหลง ทรพั ยากรธรรมชาตใิ นจงั หวดั ของเรา . ยม� 16 Nํ
ตัง้ อยบู ริเวณใด 16 Nํ น 14 Nํ
(แนวตอบ : ทะเลตั้งอยูดานทิศตะวันออก ส.ดอยเตา น. นานน
ของจงั หวัด) อาวเมาะตะมะ น.โขง
14 Nํ น.สาละ วิน � หว ยหลวง ��
�
� หนองหาน
น.พอง ��
น.เมย น.นา น �
น.ปง � ��น.ชี
น. ปา ัสก
น.ชี น.โขง
�� บงึ บอระเพ็ด น.มูล
�� �� น.เจาพระยา �� ��
�� ��
�� �� ��
น.แม ��
น.ทา จก ลนี อง �� ะกง
น.บางป
อา งเกบ็ น้ำคลองสียัด
�� อางเกบ็ นำ้ ประแสร กัมพชู า
12 Nํ �� น.โขง
12 ํN
อาวไทย
รายช่อื เขื่อนสำคัญ
1 เขอ่ื นแมงัดสมบรู ณช ล
2 เข่ือนแมกวงอุดมธารา
3 เขอ่ื นกว่ิ คอหมา
4 เขื่อนกวิ่ ลม เวยี ดนาม
5 เขอ่ื นสริ ิกิต์ิ
10 Nํ ทะเลอนั ดามัน 6 เข่ือนภูมิพล 15 เข่ือนศรีนครนิ ทร 10 ํN
7 เขื่อนแควนอยบำรงุ แดน 16 เขื่อนกระเสยี ว
8 เขื่อนจุฬาภรณ 17 เขอ่ื นปาสักชลสิทธิ์
9 เขอ่ื นอุบลรตั น 18 เขื่อนขนุ ดานปราการชล
น.ปต ตานี10 เข่ือนลำปาว 19 เข่ือนลำตะคอง
�� น.ตาป 11 เข่อื นนำ้ อนู 20 เขอ่ื นลำพระเพลงิ
8 Nํ 12 เข่อื นนำ้ พุง 21 เข่อื นมูลบน 8 Nํ
ทะเลนอย 13 เขื่อนทับเสลา 22 เขอ่ื นลำแซะ
ทะเลหลวง 14 เขอ่ื นวชริ าลงกรณ 23 เขือ่ นลำนางรอง
N ทะเลสาบสงขลา 24 เขอื่ นสริ นิ ธร คำอธิบายสัญลักษณ
25 เขื่อนแกง กระจาน
26 เขอ่ื นปราณบุรี 1 เขอ� น
�� 27 เขอ่ื นรชั ชประภา
6 Nํ 0 75 150 300 กม. 28 เขื่อนบางลาง. โก-ล ก สนั เขอ� น 6 Nํ
แหลง ขอมูล : กรมชลประทาน แมน้ำ, ลำน้ำ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ นมาเลเซยี แหลง น้ำ
96 ํE 98 Eํ 100 Eํ 102 ํE 104 ํE 106 Eํ
44 T HตAILAัวNDอAยTLAา่S งแผนท่ที รพั ยากรแหลง่ นา�้ และท่ตี ัง้ เขื่อนส�าคญั ของประเทศไทย
๓๔
นักเรียนควรรู
1 แหลง นํ้าสาํ คัญ ในภูมภิ าคตางๆ ของประเทศไทย มดี ังนี้
แหลง น้ําในประเทศไทย แหลงน้ําในประเทศไทย
ภาค ช่ือแหลง นํา้ จงั หวดั ประโยชน ภาค ชอื่ แหลง นาํ้ จงั หวัด ประโยชน
ภาคเหนือ กวา นพะเยา ภาคตะวนั ตก แมน ้าํ เมย
เขอ่ื นสริ ิกติ ์ิ พะเยา เปน บึงนา้ํ จืดขนาดใหญ ใชในการเกษตร อุปโภคบรโิ ภค เขอื่ นศรนี ครนิ ทร ตาก เสนกัน้ พรมแดนระหวางไทย - เมยี นมา
ภาคตะวนั ออก บงึ บอระเพ็ด ภาคตะวนั ออก เขือ่ นเขาแหลม
เฉียงเหนอื เขื่อนเจาพระยา อุตรดิตถ การชลประทาน และผลิตกระแสไฟฟา ใชใ นภาคเหนอื ภาคใต เข่ือนวชิราลงกรณ กาญจนบรุ ี เกบ็ กกั นา้ํ ผลติ กระแสไฟฟา ใชในการอปุ โภคบริโภค
เขอื่ นกระเสียว เขอ่ื นแกง กระจาน
เขอื่ นพระรามหก นครสวรรค เปน บงึ นํ้าจดื ขนาดใหญใชใ นการเกษตร อปุ โภคบริโภค เขอ่ื นภมู ิพล กาญจนบรุ ี เกบ็ กักน้าํ ผลิตกระแสไฟฟา ใชใ นการอปุ โภคบรโิ ภค
หนองหาน เขอ่ื นปราณบรุ ี
เข่ือนอบุ ลรตั น ชยั นาท ใชใ นการอปุ โภคบรโิ ภคในฤดแู ลง แมนํา้ ปราจนี บุรี กาญจนบรุ ี เก็บกกั น้าํ ผลิตกระแสไฟฟา ใชใ นการอุปโภคบริโภค
เขื่อนจฬุ าภรณ ทะเลสาบสงขลา
เขอ่ื นสริ ินธร สุพรรณบรุ ี ใชในการอปุ โภคบรโิ ภคในฤดแู ลง ทะเลนอย เพชรบรุ ี เกบ็ กักนาํ้ ผลติ กระแสไฟฟา ใชในการอุปโภคบริโภค
พระนครศรีฯ ใชใ นการอุปโภคบริโภคในฤดูแลง ตาก เกบ็ กักนํา้ ผลติ กระแสไฟฟา ใชในการอปุ โภคบริโภค
สกลนคร เปนบึงน้ําจืดขนาดใหญ ใชใ นการเกษตร อุปโภคบรโิ ภค ประจวบฯ เกบ็ กักนา้ํ ผลิตกระแสไฟฟา ใชในการอุปโภคบริโภค
ขอนแกน ใชในการอุปโภคบริโภคในฤดแู ลง ปราจนี บรุ ี การเกษตร
ชัยภูมิ ใชในการอุปโภคบริโภคในฤดแู ลง ผลิตกระแสไฟฟา สงขลา ประมง
อบุ ลราชธานี ใชใ นการอุปโภคบริโภคในฤดแู ลง ผลติ กระแสไฟฟา พทั ลุง ประมง
T42
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
การสบื คน และอธิบายทรัพยากรปาไม ตวั อยาง ขนั้ สรปุ
จงั หวดั เชียงใหม 1. นักเรียนรวมกันสรุปเกี่ยวกับแหลงทรัพยากร
และสถานท่ีสําคัญทางภูมิศาสตรในจังหวัด
เชยี งใหม ่ เปน็ จงั หวดั ทอี่ ยทู่ างภาคเหนอื ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศสว่ นใหญเ่ ปน็ ของตน
น พื้นทภ่ี เู ขา รองลงมาเป็นท่รี าบเชงิ เขา
ดอยผาหมปก และท่ีราบลุ่ม มีอากาศเย็นเกือบตลอด 2. ใหนักเรียนแตละคนทําแบบฝกปฏิบัติทักษะ
อ.แมอาย รวบยอด เรื่อง แหลงทรัพยากรและสถานท่ี
อ.ไชอย.ฝปารงาก าร ท้ังปี อณุ หภมู เิ ฉลีย่ ๒๖ องศาเซลเซียส สําคัญในจังหวัด จากแบบฝกปฏิบัติทักษะ
ดอยเวียงผา รวบยอด ภูมิศาสตร ป.4 หนา 14-18 เปน
อ.เวียงแหง การบา น และนาํ มาสงครูในวนั ตอไป
แมน ้ำปง เชยี งราย
แมฮ องสอน อ.เชียงดาว อ.พราว
อ.แมแตง
อ.สะเมงิ อ.สันทราย
ดอยสเุ ทพ-ปุย อ.แมร ิม อ.ดอยสะเกด็
อ.แมแ จม อ.แมว าง อ.หาอง.เดอมง.อื สงารอภ.สี นั กำแพอง.แมลออำนปาง
ดอยอินทนนท อ.สนั ปา ตอง ▲ ปาเบญจพรรณ บรเิ วณอา� เภอดอยเต่า
อ.ดอยหลอ
อ.จอมทอง
ลำพูน
อ.ฮอด แม ้นำ ปง
ส.ดอยเตา คำอธบิ ายสญั ลักษณ
อ.ดอยเตา
ปาเบญจพรรณ
อ.อมกอ ย ปา ดบิ เขา
พ้นื ที่ราบ
ตาก ยอดเขา
ทะเลสาบ
แมน ำ้
มาตราสว่ น ๑ : ๑,๖๐๐,๐๐๐ ▲ ปาดบิ เขา บริเวณอุทยานแหง่ ชาตดิ อยอนิ ทนนท
จังหวัดเชยี งใหมม่ ีพน้ื ที่ปาไมป้ ระมาณร้อยละ ๘๐ ของจังหวดั บริเวณท่มี ปี าไม้มาก
จะอยทู่ างตอนกลาง ตะวนั ตก และทางตอนใตข้ องจงั หวดั แถบอา� เภอสะเมงิ อา� เภอเชยี งดาว
อา� เภอแมแ่ จม่ อา� เภอกลั ยาณวิ ฒั นา อา� เภอจอมทอง ซง่ึ เปน็ แหลง่ ทอ่ี ยขู่ องสตั วป์ า นานาชนดิ
ความอุดมสมบรู ณ์ของพ้ืนทปี่ าไม้ ยงั ทา� ใหจ้ ังหวัดเชียงใหม่มนี ้า� ตกที่สวยงามหลายแห่ง เชน่
น้า� ตกแม่ยะ น้�าตกวชริ ธาร น�า้ ตกตาดหลวง น�า้ ตกหมอกฟา
๓๕
ขอ สอบเนน การคดิ
ดอยผา หมปก จากแผนท่ขี อใดอธบิ ายขอมูลเกี่ยวกบั จังหวัดเชียงใหมไ ด
อ.แมอาย ถูกตอง
อ.ฝาง เชยี งราย 1. จังหวดั เชียงใหมม พี ้นื ท่ีตดิ กับจังหวดั เชียงราย
แมฮอ งสอน พะเยา และนาน
อ.ไชยปราการ
ดอยเวียงผา 2. แมน้ําท่ไี หลผา นจังหวัดเชียงใหม คือ แมนา้ํ ยม
อ.เวยี งแหง 3. อาํ เภอฝางเปน อาํ เภอที่อยทู างเหนือสุดของจังหวัด
แมน ้ำปง 4. ทศิ ตะวนั ตกของจังหวดั เชียงใหมตดิ กบั จังหวัด
แมฮ อ งสอน อ.เชียงดาว อ.พราว แมฮ องสอน
ç(วิเคราะหคําตอบ จากแผนที่ทิศตะวันตกของจังหวัด
อ.แมแ ตง เชียงใหมติดกับจังหวัดแมฮองสอน ดังนั้น ขอ 4. จึงเปน
คาํ ตอบทถี่ กู )
อ.สะเมิง อ.แมริมอ.สนั ทรายอ.ดอยสะเกด็
ดอยสุเทพ-ปุย
อ.แมว าง อ.หาอง.เดอมง.ือสงารอภ.สี นั กำแพอง.แมลอ อำนปาง
อ.แมแ จม
ดอยอนิ ทนนท อ.สนั ปาตอง
อ.ดอยหลอ
อ.จอมทอง
ลำพนู
อ.ฮอด แมน้ำ ปง
ส.ดอยเตา คำอธิบายสญั ลักษณ
อ.ดอยเตา
ปา เบญพรรณ
อ.อมกอ ย ปาดิบแลง
พ้นื ทีร่ าบ
ตาก ยอดเขา
ทะเลสาบ
แมนำ้
T43
นํา สอน สรปุ ประเมิน
ขนั้ ประเมนิ พชื พรรณ เปน็ พืชพรรณทเ่ี กดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาติ มที ้งั ปา ไมแ้ ละทงุ่ หญ้า
ธรรมชาติ ซึ่งมีความส�าคัญต่อสิ่งมีชีวิต มนุษย์อาศยั ปา ไมเ้ ปน็ แหลง่ วตั ถดุ บิ
1. ครูตรวจใบงานท่ี 2.1 เรือ่ ง แหลง ทรพั ยากร แร 1 ดา้ นตา่ งๆ ปา ไมข้ องไทย แบง่ ออกเปน็
และสถานท่สี าํ คญั ในจงั หวัดของเรา
ปา ไมไ้ มผ่ ลดั ใบ เชน่ ปา ดงดบิ ปา ชายเลน
2. ประเมินการนําเสนอผลงาน ปา ไมผ้ ลดั ใบ เชน่ ปา เบญจพรรณ ปา เตง็ รงั
3. สังเกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ
4. สังเกตพฤตกิ รรมความมีวินยั ใฝเ รียนรู ส�าหรับพื้นที่ปาไม้ของไทย จะมีความอุดมสมบูรณ์ต้ังแต่
ทางตอนเหนอื ลงมาทางตะวนั ตก ตอ่ ลงมาทางใต้ เชน่ พน้ื ทจี่ งั หวดั
และมุงมั่นในการทาํ งาน เชยี งใหม่ ตาก ประจวบครี ขี นั ธ์ สรุ าษฎรธ์ านี
เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มนุษย์น�าแร่มาใช้ใน
อตุ สาหกรรมตา่ งๆ แรส่ ว่ นใหญท่ พ่ี บในประเทศไทย เชน่
เหลก็ ทองแดงนา้� มนั กา ซธรรมชาติและแรร่ ตั นชาติ
เช่น พลอย ทบั ทิม ทรพั ยากรแร่เหลา่ นี้
จะมีกระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ
เชน่ สรุ าษฎรธ์ านี นครศรธี รรมราช
พงั งา ราชบรุ ี กาญจนบรุ ี อทุ ยั ธานี
ล�าพนู เลย ลพบรุ ี สระบรุ ี
เชียงใหม่ แพร่
รเู้ รอื่ ง ภมู ศิ าสตร
ปฏบิ ัติกจิ กรรมตามข้นั ตอน ดังน้ี
๑. ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ เพอ่ื ศกึ ษาเกยี่ วกบั ลกั ษณะทางกายภาพ สถานทสี่ า� คญั
และแหลง่ ทรพั ยากรในจงั หวดั ของนกั เรยี น โดยใชแ้ ผนทแ่ี ละรปู ถา่ ย
๒. ใ ห้แตล่ ะกลุ่มเขียนอธบิ ายสรปุ ลกั ษณะภมู ิประเทศ ลักษณะภมู ิอากาศ
และแหลง่ ทรพั ยากรในจังหวัดของนกั เรยี น
๓. สง่ ตัวแทนออกมานา� เสนอขอ้ มูลที่ได้จากการศกึ ษาและรว่ มกันอภปิ ราย
๓๖
นักเรียนควรรู
1 แร คือ ธาตุหรือสารประกอบอนินทรียที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติโดยกระบวนการทางธรณีวิทยา มีสถานะเปนของแข็งท่ีชวงอุณหภูมิปกติบนผิวโลก
การจําแนกแรต ามประโยชนใ นทางเศรษฐกิจสามารถจาํ แนกได ดงั นี้
1. แรประกอบหิน หมายถงึ แรท่ีเปนสว นประกอบของหิน พบเกิดอยใู นหินทว่ั ไป จงึ ใชเ ปนหลกั ในการบอกถึงชนิดของหิน
2. แรเ ศรษฐกจิ หรือแรอ ุตสาหกรรม หมายถงึ แรท่มี ีคณุ คา ทางเศรษฐกจิ หรือมีประโยชนต ออุตสาหกรรมตา งๆ เชน ทองแดง ตะก่วั สงั กะสี
T44
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ò áËŧ‹ ·Ã¾Ñ ÂÒ¡ÃáÅÐʶҹ·ÊÕè íÒ¤ÑÞ㹨ѧËÇ´Ñ ขน้ั นาํ
จากแผนที่และ เราไดท้ ราบแลว้ วา่ ลกั ษณะทางกายภาพดา้ น 1. ครูทบทวนความรูเก่ียวกับทรัพยากร และ
รปู ถา่ ย แหล่ง ภมู ิประเทศ ภมู ิอากาศ และทรัพยากรธรรมชาติ สถานท่สี ําคญั ของจังหวดั ที่นกั เรียนอาศยั อยู
ทรพั ยากรและ มีความสัมพันธท่ีส่งผลให้แต่ละจังหวัดมีแหล่ง
สถานท่สี าํ คัญ ทรัพยากร และสถานทสี่ า� คญั แตกต่างกนั ออกไป 2. ครูยกตัวอยางรูปถายสถานท่ีสําคัญในจังหวัด
ในจังหวดั ของเรา ที่มนษุ ยสรา งขนึ้ มา 1 สถานท่ี เชน สนามบิน
สุวรรณภูมิ แลว ถามคาํ ถามนักเรยี นวา
มอี ะไรบ้าง • สถานทน่ี ีค้ ือทใ่ี ด
• สถานทนี่ ้มี ีความสาํ คัญอยา งไร
แหล่งทรัพยากรของแต่ละจังหวัด จะมีตั้งแต่แหล่งพ้ืนท่ีปา แหล่ง • ทําไมสถานท่ีแหงนี้จึงต้ังหรือถูกสรางอยู
สัตวปา แหล่งแร่ แหล่งพืชพรรณธรรมชาติ แหล่งน�้า และสิ่งต่าง ๆ บริเวณนี้
• ถาไมม สี ถานท่แี หงนี้จะเกิดผลอยางไร
ทเ่ี กิดจากธรรมชาติ เช่น หิน ดนิ ทราย ภูเขา หุบเขา ทะเล อา่ ว แม่น้�า
ท้ังน้ี แหล่งทรัพยากรบางแห่งก็เป็นสถานที่ส�าคัญของจังหวัดด้วย
เชน่ ปา ไม ้ นอกจากจะเปน็ แหลง่ พชื พรรณธรรมชาต ิ เปน็ แหลง่ ทอี่ ยอู่ าศยั
ของสัตวป า ยงั ท�าใหเ้ กดิ สถานทีส่ า� คัญทเ่ี ป็นนา้� ตก บึง ทงุ่ ดอกไม้ หรือ
บรเิ วณอา่ ว นอกจากเปน็ แหลง่ ทรพั ยากรสตั วน า้� ยงั ทา� ใหเ้ กดิ สถานทสี่ า� คญั
ที่เป็นแหลมและชายหาดอีกดว้ ย
น ้า� ตกหว้ ยแมข่ มิน้ 1 เป็นแหล่งทรพั ยากรน้�าและเปน็ สถานที่ ๓๗
ท่องเทย่ี วสา� คญั แห่งหนง่ึ ของจังหวดั กาญจนบุรี
แหล่งทรัพยากรและสถานที่สําคัญในจังหวัด
นักเรียนควรรู
1 น้ําตกหว ยแมข มิ้น อยูใกลก บั อทุ ยานแหงชาติเขอื่ นศรนี ครนิ ทร เปนนา้ํ ตกทีส่ วยงามมากแหง หน่งึ ของประเทศไทย เกิดจากลาํ หว ยแมขมิ้นไหลลดหลนั่
ลงมาเปน ชนั้ ๆ กอ ใหเกิดเปน น้าํ ตก 7 ชัน้ ซึ่งแตละช้ันมีชอ่ื เรยี กเรียงลําดบั จากชนั้ ที่ 1-7 คอื ดงวา น มา นขมน้ิ วงั หนา ผา ฉตั รแกว ไหลจนหลง ดงผเี ส้ือ
และรม เกลา
สื่อ Digital
นักเรียนสามารถเรียนรูเพ่ิมเติมเกี่ยวกับแหลงทรัพยากรและสถานที่
สําคญั ในจังหวัดไดจ าก QR Code
T45
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน การศึกษาแหล่งทรัพยากรและสถานท่ีส�าคัญของจังหวัด นอกจาก
จะไปทัศนศึกษาในสถานที่จริงแล้ว เราสามารถเรียนรู้ได้ โดยใช้แผนที่
การตงั้ คาํ ถามเชงิ ภูมศิ าสตร และรูปถา่ ยเกย่ี วกบั จงั หวัดของเรา จะช่วยทา� ใหม้ องเหน็ ภาพรวมไดด้ ีขน้ึ
สามารถจะบอกได้ว่าจังหวัดของเรา มีแหล่งทรัพยากร สถานท่ีส�าคัญ
1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั ตงั้ คาํ ถามเชงิ ภมู ศิ าสตร อะไรบา้ ง และอยู่ในบรเิ วณใด
• ลักษณะทางกายภาพสงผลตอแหลง
ทรัพยากร และสถานที่สําคัญในจังหวัด ตัวอยา ง แผนที่สําหรับใชศึกษาแหลงทรัพยากร และสถานท่ีสําคัญ
ของนกั เรยี นอยา งไร ของจงั หวัด
การรวบรวมขอ มลู แผนทแี่ สดงลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ
เปน็ แผนทที่ ต่ี อ้ งใชเ้ ปน็ หลกั เพอื่ จะไดเ้ หน็ ลกั ษณะทาง
2. นักเรียนศึกษาขอมูลวิธีการวิเคราะหลักษณะ
ทางกายภาพของจังหวัดสงผลตอแหลง กายภาพ แหล่งทรัพยากร ซ่ึงในแผนท่ีมักจะมีการระบุ
ทรัพยากร และสถานท่ีสําคัญในจังหวัดจาก สถานทสี่ า� คญั ไวด้ ว้ ย
หนงั สือเรียน และ PowerPoint เรือ่ ง ลกั ษณะ แผนท่ีรัฐกจิ 1
ทางกายภาพที่สงผลตอแหลงทรัพยากรและ
สถานที่สําคัญในจงั หวดั นา� มาชว่ ยประกอบการระบขุ อบเขตของสถานทส่ี า� คญั
ในจังหวัดวา่ ตั้งอยบู่ รเิ วณใด อ�าเภอใด
แผนทแ่ี หลง ทรพั ยากร
อาจตอ้ งใชห้ ลายแผนท่ี เพราะแตล่ ะแผนท่ี มกั จะแสดง
ชนิดของทรัพยากรแยกจากกัน เป็นแผนท่ีปาไม้ แผนที่
แหลง่ แร่ แผนทแี่ หลง่ นา�้
แผนทแ่ี หลง ทอ งเทย่ี ว
เป็นแผนที่แนะน�าสถานท่ีแหล่งท่องเท่ียวของจังหวัด
ซง่ึ จะใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ตา� แหนง่ ของสถานทส่ี า� คญั ได้
การเลอื กใชแ ผนที่ ควรใชแผนที่ที่มขี นาดใหญ
จะชว ยทาํ ใหเ หน็ รายละเอียดตาง ๆ
ในพน้ื ที่ของจังหวดั ไดชัดเจนกวาครับ
๓8
เกร็ดแนะครู
ครูอธิบายใหนักเรียนฟงเพิ่มเติมเก่ียวกับการแบงชนิดของแผนท่ีตามขนาดมาตราสวนวา ในแตละประเทศในสวนตางๆ ของโลก มีการแบงชนิดของแผนท่ี
ตามขนาดมาตราสวนไมเ หมือนกนั เชน
แบงตามมาตราสว นสําหรับนกั ภมู ศิ าสตร จะแบง ออกเปน
• แผนที่มาตราสวนเลก็ คอื มีมาตราสวนตงั้ แต 1 : 1,000,000
• แผนที่มาตราสว นปานกลาง คือ มมี าตราสวนตง้ั แต 1 : 250,000 ถงึ 1 : 1,000,000
• แผนทม่ี าตราสวนใหญ คอื มมี าตราสวนใหญก วา 1 : 250,000
นักเรียนควรรู
1 แผนที่รัฐกิจ เปนแผนที่ที่แสดงลักษณะทางการเมืองการปกครองของประเทศตางๆ มีช่ือและที่ตั้งแสดงไวในแผนท่ี เชน ประเทศ เมืองหลวง เมืองสําคัญ
เปน ตน
T46
นํา สอน สรุป ประเมนิ
แหลงทรัพยากรและสถานท่สี าํ คญั ในจังหวดั ตัวอยา ง ขนั้ สอน
๑ จงั หวัดเลย ๒ การรวบรวมขอมูล (ตอ)
๔ 3. นกั เรยี นแบง กลมุ ใหแ ตล ะกลมุ นาํ ผลงาน เรอื่ ง
แหลงทรัพยากรและสถานที่สําคัญในจังหวัด
แมน่ า้� โขง เปน็ แหลง่ ทรพั ยากรนา�้ แกง่ คดุ คู้ เปน็ แกง่ หนิ ใหญข่ วาง ของเรา มาวิเคราะหลักษณะทางกายภาพ
ไหลเลยี บเขตจงั หวดั ลา� นา้� โขง ทา� ใหก้ ระแสนา�้ ไหลเชยี่ ว ของจังหวัดวาสงผลตอแหลงทรัพยากร และ
๓ สถานทสี่ าํ คญั อยา งไร โดยเลอื กสถานทส่ี าํ คญั
น๑ ของจังหวดั 2-3 แหง มาเปน ตัวอยางประกอบ
น.โขง การวิเคราะห
๒ การจดั การขอ มลู
น.โขง แกงคุดคู อ.ปากชม 4. นกั เรยี นแตล ะกลมุ รวบรวมขอ มลู ตามประเดน็
คาํ ถามท่กี ําหนดไว
ลาว
ทรพั ยากรปา ไม้ มพี นื้ ทป่ี า ไมร้ อ้ ยละ อ.เชียงคาน 5. นักเรียนรวมกันพิจารณาความนาเช่ือถือของ
๓๔ สว่ นใหญอ่ ยทู่ างดา้ นใต้ อดุ รธานี ขอ มูล
๕ อ.เมอื งเลย สวนหนิ ผางาม เปน็ สวน
และดา้ นตะวนั ตกของจงั หวดั อ.ทา ล่ี หว ยกระทิง หนิ ปนู อายกุ วา่ ๒๒๐ ลา้ นป
ไดช้ อื่ วา่ เปน็ คนุ หมงิ เมอื งไทย
เลย อ.นาดว ง
ภเู รือ ๓ ๗
อ.นาแหว อ.ภเู รอื อ.วงั สะพงุน.เลย
ทิ ว เ ข า เ พ ช ร บู ร
พษิ ณุโลก อ.ดานซาย ณ อ.เอราวัณ
๗
ภูหอ อ.ภหู ลวง ๔อ.หนองหิน อ.ผาขาว
ภูลมโล เพชรบูรณ สวนหินผางาม
มาตราสว่ น ๑ : ๑,๐๐๐,๐๐๐ ๖ อ.ภกู ระดงึ ภหู อ เปน็ ภเู ขายอดตดั
ภูกระดงึ ไดช้ อื่ วา่ เปน็ ฟจุ เิ มอื งเลย
๕
ขอนแกน ๖
หว้ ยกระทงิ มที ศั นยี ภาพโดยรอบทง่ี ดงาม ผาหลม่ สกั บนภกู ระดงึ เปน็ จดุ ชมทศั นยี ภาพ
และเปน็ แหลง่ พกั ผอ่ นดว้ ยการลอ่ งแพ เมอื งเลยและดวงอาทติ ยต์ ก
๓9
เกร็ดแนะครู
ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติความเปนมาของจังหวัดเลยวา ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ 4 พระองคทรง
พจิ ารณาเหน็ วา ผคู นในบรเิ วณใกลก บั แมน า้ํ เลยมปี รมิ าณเพมิ่ ขน้ึ มากกวา แตก อ น สมควรจะไดต ง้ั เปน เมอื ง เพอื่ ประโยชนใ นการปกครองอยา งใกลช ดิ จงึ ทรง
พระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหพระยาทายน้ําออกมาสํารวจเขตแขวงตาง ๆ แลวไดพิจารณาเห็นวา หมูบานแฮ ซ่ึงต้ังอยูริมฝงหวยน้ําหมานและอยูใกลกับ
แมนํ้าเลย มีภูมิประเทศท่ีเหมาะสมแกการสรางปอมดวย เพราะมีภูเขาลอมรอบและพลเมืองหนาแนนพอจะตั้งเปนเมืองได จึงนําความขึ้นถวายบังคมทูล
เพ่ือทรงทราบ พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา เจาอยูห ัว จึงไดทรงพระกรณุ าโปรดเกลาฯ ใหจ ดั ต้งั เปนเมอื ง เรียกช่อื ตามนามของแมน ํา้ เลยวา "เมืองเลย"
T47
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั สอน ตวั อยาง รูปถายสําหรับใชศึกษาแหลงทรัพยากร และสถานท่ีสําคัญ
ของจงั หวัด
การวิเคราะหแ ละแปลขอ มลู
รปู ถา ย
6. นักเรียนแตละกลุมนําขอมูลมาวิเคราะหหา ทา� ใหเ้ ราเหน็ ลกั ษณะของสถานทสี่ า� คญั
คาํ ตอบตามประเดน็ คาํ ถาม
ท่ีจะช่วยเสริมข้อมูลให้เข้าใจเพิ่มเติมได้
7. ตวั แทนกลมุ นาํ เสนอคาํ ตอบหนาช้ันเรยี น มากกวา่ ดูจากแผนทเ่ี พียงอย่างเดยี ว
8. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําใบงานที่ 3.1
รูปถ่ายลานหินปุม1 ที่อุทยานแห่งชาติ
เรื่อง ลักษณะทางกายภาพที่สงผลตอแหลง ภหู ินร่องกลา้ จังหวัดพษิ ณุโลก
ทรัพยากร และสถานที่สําคัญในจังหวัด โดย
ใชรูปถายแสดงลักษณะทางกายภาพท่ีสําคัญ
ของจงั หวดั 1 รปู ตดิ ในกรอบ แลว เขยี นอธบิ าย
วิเคราะหในประเด็นที่วา ลักษณะดังกลาว
สงผลตอแหลงทรัพยากร และสถานที่สําคัญ
ในจงั หวดั อยางไร เสร็จแลว นาํ สง ครู
ร ปู ถา่ ยเขาตะป2ู จังหวดั พังงา ร ูปถา่ ยทะเลบัวแดง3 ทบ่ี งึ หนองหาน
อ�าเภอกุมภวาปี จังหวดั อดุ รธานี
รเู้ รอ่ื ง ภมู ศิ าสตร
ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามข้นั ตอน ดังน้ี
๑. ใ ห้นักเรียนแต่ละคนเลือกใช้แผนท่ีแสดงลักษณะภูมิประเทศ หรือแผนท่ีรัฐกิจแสดง
อาณาเขตจังหวัดของนกั เรยี น
๒. ร ะบุต�าแหน่งหรือบริเวณของแหล่งทรัพยากร สถานที่ส�าคัญของจังหวัดลงในแผนที่ที่
เลอื กใช ้ จากนนั้ ตดิ รปู ถา่ ยแหลง่ ทรพั ยากร สถานทส่ี า� คญั บางแหง่ พรอ้ มเขยี นคา� บรรยาย
สนั้ ๆ ประกอบเปน็ ตวั อยา่ ง
๓. ค ัดเลอื กผลงานท่ีน�าเสนอได้ด ี ข้อมลู มีความถกู ต้อง นา่ สนใจ จ�านวน ๑๐ ช้ิน นา� ไป
๔๐แสดงเปน็ ปายนเิ ทศ
นักเรียนควรรู
1 ลานหนิ ปมุ เปน ลานหนิ ผดุ ขนึ้ มาเปน ปมุ ไลเลยี่ กัน สงู ประมาณ 1 ฟตุ มีเสน ผานศูนยกลางประมาณ 30 เซนตเิ มตร
2 เขาตะปู มีลักษณะเปนแทงหินขนาดใหญปกอยูในทะเลบริเวณปากอาวพังงา ใกลๆ กับเขาพิงกัน เมื่อมองจากระยะไกลจะมีลักษณะคลายกับตะปู
ขนาดยักษถ ูกตอกลึกลงไปในน้ํา
3 ทะเลบัวแดง ตั้งอยูในบึงหนองหาน ซ่ึงเปนแหลงนํ้าธรรมชาติที่อุดมสมบูรณไปดวยพันธุปลา พันธุนก และพืชน้ําจํานวนมาก เราสามารถมองเห็น
ดอกบัวแดงบานเตม็ ทอ งน้าํ ไกลสุดลูกหูลูกตา โดยดอกบวั จะออกดอกมากท่สี ดุ ในชว งเดือนธนั วาคม-กุมภาพนั ธ
T48
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ó Å¡Ñ É³Ð·Ò§¡ÒÂÀÒ¾·ÊèÕ §‹ ¼ÅµÍ‹ áËŧ‹ ·Ã¾Ñ ÂÒ¡Ã ขนั้ สรปุ
áÅÐʶҹ·ÕèÊíÒ¤ÑÞ㹨§Ñ ËÇÑ´
การสรปุ เพือ่ ตอบคําถาม
ลักษณะ ลักษณะทางกายภาพ มีความส�าคัญต่อ
ทางกายภาพ การเกดิ สง่ิ ตา่ ง ๆ ในจงั หวดั ของเรา เพอื่ ใหเ้ กดิ ความรู้ 1. นักเรียนสรุปเพ่ือตอบคําถามในขอที่ 1 ที่
สง่ ผลตอ่ แหลง่ ความเข้าใจเก่ียวกับเรื่องน้ี เราควรเริ่มต้นศึกษา ถามวา ลักษณะทางกายภาพสงผลตอแหลง
ทรัพยากรและ จากลักษณะภูมิประเทศก่อน เพราะลักษณะ ทรัพยากร และสถานที่สําคัญในจังหวัดของ
สถานท่สี ําคัญ ภูมิประเทศจะสัมพันธกับลักษณะภูมิอากาศ และ นักเรียนอยางไร โดยใชใบงานที่ 3.1 ของ
ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งทั้งหมดจะส่งผลต่อแหล่ง นกั เรยี นทกุ คนเปน ตัวอยางคาํ ตอบ
ในจังหวัด
อยา่ งไร 2. นักเรียนรวมกันสรุปวา ลักษณะทางกายภาพ
สงผลใหเกิดแหลงทรัพยากร และสถานท่ี
ทรัพยากรและสถานทส่ี �าคญั ของจังหวัด สาํ คัญในจังหวัด
ถ้าพิจารณาจากลักษณะภูมิประเทศ ภาพรวมจังหวัดต่าง ๆ จะมี 3. ครูมอบหมายใหนักเรียนทํากิจกรรมรวบยอด
ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศแบบใดแบบหนง่ึ หรอื หลายแบบผสมผสานกนั ไป ดงั น้ี เรื่อง จังหวัดของเรา ตามประเด็นท่ีกําหนด
ภายใน 1 สปั ดาห แลว นาํ สง ครู
ล ักษณะภูมิประเทศท่ีเป็นภูเขาพบมากในบริเวณจังหวัด
ทต่ี งั้ อยทู่ างภาคเหนอื และทางภาคตะวนั ตกของประเทศไทย 4. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมรูเรื่องภูมิศาสตร
จากหนังสอื เรียน หนา 40
ขน้ั ประเมนิ
1. ครูตรวจใบงานที่ 3.1 เรอ่ื ง ลกั ษณะทาง
กายภาพท่สี งผลตอ แหลงทรัพยากรและ
สถานที่สาํ คญั ในจงั หวดั
2. ประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ
4. สังเกตพฤตกิ รรมความมีวินยั ใฝเรียนรู
และมุงม่นั ในการทาํ งาน
ลกั ษณะทางกายภาพท่สี ่งผลต่อแหล่งทรพั ยากรและสถานทีส่ ําคญั ในจังหวดั ๔๑
แนวทางการวัดและประเมินผล แบบบนั ทกึ การอา่ น แบบสังเกตพฤตกิ รรม การทางานกลมุ่ แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน
ครูตรวจการทําใบงานที่ 3.1 เรือ่ ง ลกั ษณะทางกายภาพทส่ี งผล ช่อื หนังสอื ชือ่ ผู้แต่ง นามปากกา ชือ่ กลุม่ ชน้ั คาชี้แจง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในชอ่ งทีต่ รงกบั
ตอ แหลง ทรพั ยากรและสถานทส่ี าํ คญั ในจงั หวดั ประเมนิ การนาํ เสนอ สานักพมิ พ์ ระดบั คะแนน
ผลงาน และสังเกตพฤติกรรมการทํางาน จากน้ันครูศึกษาแนวทาง จานวนหนา้ สถานทพี่ ิมพ์ ปที ีพ่ ิมพ์ คาช้ีแจง : ให้ ผูส้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในชอ่ งทตี่ รงกับ
การวัดและประเมินผลเพื่อประเมินช้ินงานของนักเรียน จากใบ ระดบั คะแนน
ประเมนิ ชิน้ งานท่ีแนบทายแผนการสอน ราคา บาท อ่านวนั ที่ เดือน พ.ศ. เวลา
1. สาระสาคญั ของเร่อื ง ลาดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321 321
2. วเิ คราะห์ข้อคดิ /ประโยชน์ทไี่ ดจ้ ากเรอ่ื งทอี่ า่ น 1 การแบ่งหนา้ ที่กันอย่างเหมาะสม 1 ความถกู ตอ้ งของเนื้อหา
3. ส่งิ ที่สามารถนาไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั 2 ความรว่ มมอื กันทางาน รวม 2 ความคิดสรา้ งสรรค์ รวม
3 การแสดงความคิดเห็น 3 วิธีการนาเสนอผลงาน
4 การรบั ฟังความคดิ เห็น 4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 ความมนี ้าใจชว่ ยเหลอื กัน 5 การตรงต่อเวลา
ลงช่อื ...................................................ผ้ปู ระเมนิ ลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมนิ
............../.................../................ ............../.................../................
4. ขอ้ เสนอแนะของครู นักเรยี น ลงชอ่ื ผปู้ กครอง เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
) ( ) ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณ์ชัดเจน ให้ 2 คะแนน
ลงชอ่ื ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน
( ลงชื่อ ครูผสู้ อน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครง้ั ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เปน็ สว่ นใหญ่
( )
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางสว่ น
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
12 - 15 ดี
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 8 - 11
ตา่ กว่า 8 พอใช้
12 - 15 ดี ปรับปรงุ
8 - 11 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานมีความสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ผลงานมีข้อบกพรอ่ งเพยี งเลก็ นอ้ ย
ผลงานมขี อ้ บกพร่องมาก
สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4
สื่อ Digital
นักเรียนสามารถเรียนรูเพิ่มเติมเก่ียวกับลักษณะทางกายที่สงผลตอ
แหลง ทรพั ยากรและสถานที่สําคญั ในจังหวัดไดจ าก QR Code
T49
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ นาํ ๓.๑ ภเู ขา
ลักษณะภูมิประเทศที่เป็นภูเขา จะพบได้มากในหลายจังหวัดท่ีตั้ง
ครูนําแผนที่ลักษณะทางกายภาพและรูปถาย อยู่ทางภาคเหนือ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน
ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดท่ีนักเรียนอาศัย ทางภาคตะวันตก เช่น จังหวัดตาก กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ
อยูมาใหนกั เรยี นดู แลวถามนกั เรียน ดังน้ี ทางภาคใต้ เชน่ จงั หวัดระนอง พงั งา นครศรธี รรมราช
ลักษณะภูมิประเทศที่เป็นภูเขา เป็นพื้นที่ท่ีมีระดับความสูงต�่า
• ลักษณะทางกายภาพท่ีเปนภูเขาพบได เห็นได้ชัด จากลักษณะภูมิประเทศเช่นน้ีท�าให้มีทรัพยากรปาไม้และ
บริเวณใดของจงั หวดั พืชพรรณธรรมชาติอุดมสมบูรณ อากาศมีความชุ่มช้ืนสูงท�าให้มีสัตวปา
อาศัยอย่มู าก ขณะเดยี วกนั การมีปา ไม้ชว่ ยกกั เก็บน้�าไว ้ ทา� ใหเ้ กิดน้�าตก
• ลักษณะทางกายภาพที่เปนปาไมพบได
บรเิ วณใดของจังหวัด
• ชมุ ชนเมืองตง้ั อยบู ริเวณใดของจงั หวดั
• สถานท่ีสําคญั ในจังหวดั มีอะไรบา ง
โดยครูอาจใหนักเรียนชวยกันตอบ หรือสุม
นกั เรียนตอบคาํ ถาม
ท่ีหลายแห่งกลายเป็นสถานท่ีส�าคัญของจังหวัด เช่น น�้าตกทีลอซู
จงั หวัดตาก น�า้ ตกขนุ กรณ จังหวดั เชยี งราย รวมถงึ ยงั เปน็ แหลง่ ก�าเนดิ
ของแม่นา�้ สายตา่ ง ๆ อีกดว้ ย
นอกจากนี้ ลักษณะทางกายภาพที่เป็นภูเขายังมีลักษณะภูมิอากาศ
หนาวเย็นเกือบตลอดปี ส่งผลให้หลายแห่งกลายเป็นสถานท่ี
ทอ่ งเท ย่ี วทสี่ จา� ังคหญั ว ัดเชนน่ ่า ภนชู ฟี้ดาอ ยจองั หินวทดั นเชนยีทง1 รจายัง หดวอัดยเเชสียมงอใดหามว่
ดอยอนิ ทนนท จงั หวดั เชยี งใหม ่ มีความสูง ๒,๕๘๐ เมตร เปน็
ยอดเขาทสี่ งู ทส่ี ดุ ในประเทศไทย และเปน็ ทตี่ งั้ ของสถานทสี่ า� คญั
เชน่ พระมหาธาตุนภเมทนดี ล พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ
๔2
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ
ครจู ดั กจิ กรรมนาํ นกั เรยี นออกสาํ รวจบรเิ วณชมุ ชนและใหน กั เรยี นนาํ ขอ มลู เมอื่ พดู ถงึ ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศทเี่ ปน ภเู ขาสงู จาํ นวนมาก นา จะ
ทไี่ ดม าทาํ แผนทชี่ มุ ชน เพอื่ ใหน กั เรยี นเขา ใจลกั ษณะทางกายภาพทมี่ ผี ลตอ แหลง เปนลกั ษณะภูมิประเทศของจงั หวัดใด
ทรพั ยากรและสถานทีส่ าํ คัญ
1. ระยอง
นักเรียนควรรู 2. รอยเอ็ด
3. นครนายก
1 ดอยอินทนนท หรืออุทยานแหงชาติดอยอินทนนท เปนอุทยานแหงชาติ 4. แมฮ องสอน
ลําดับที่ 6 ของประเทศไทย ดอยอินทนนทแตเดิมมีช่ือวา “ดอยหลวง”
(หลวง เปนภาษาเหนอื แปลวา ใหญ) เพราะเปนดอยทีม่ ขี นาดใหญมาก ç(วิเคราะหคําตอบ จังหวัดรอยเอ็ดอยูทางภาคตะวันออกเฉียง
เหนอื มลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศโดยทว่ั ไปเปน ทรี่ าบสงู จงั หวดั ระยอง
T50 อยูทางภาคตะวันออก มีลักษณะภูมิประเทศเปนที่ราบชายฝง
ทะเล จงั หวดั นครนายกอยใู นภาคกลาง มลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศเปน
ทรี่ าบ จงั หวดั แมฮ อ งสอนอยทู างภาคเหนอื มลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศ
ทล่ี อ มรอบไปดว ยภเู ขาทอดขนานไปกบั ทวิ เขาถนนธงชยั และทวิ
เขาแดนลาว ดังน้ัน ขอ 4. จึงเปนคาํ ตอบท่ถี กู )
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ท ี่ราบสงู โคราช 1บริเวณจงั หวัดนครราชสีมา ขน้ั นาํ
๓.๒ ท่ีราบสูง 1. ครูทบทวนความรูเกี่ยวกับทรัพยากร และ
สถานที่สาํ คญั ของจังหวดั ท่นี กั เรยี นอาศยั อยู
ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศทเี่ ปน็ ทรี่ าบสงู สา� คญั ของประเทศไทย คอื ทรี่ าบสงู
โคราช ซงึ่ มพี น้ื ทคี่ รอบคลมุ จงั หวดั ตา่ ง ๆ ในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื เชน่ 2. ใหนักเรียนนําผลงาน เรื่อง แหลงทรัพยากร
จงั หวดั นครราชสีมา สรุ นิ ทร บุรีรมั ย ศรสี ะเกษ ชยั ภูม ิ ขอนแก่น ร้อยเอด็ และสถานที่สําคัญในจังหวัดของเรา มา
มหาสารคาม ประกอบการวิเคราะห โดยเชื่อมโยงสูการ
ต อนกลลักาษงณเปะ็นภแมู อิป่งรคะลเท้ายศกท้น่ีเปกรน็ ะททีร่ ะา บไสดงู ้แ กม่ ีขแออบ่งสโูงคชรนัาชต2า มแแลนะแวอท่งิวสเขกาล นแคลระ3 ตง้ั คาํ ถามเชงิ ภูมศิ าสตร
ทรี่ าบสงู โคราชเปน็ ตน้ กา� เนดิ ของแมน่ า้� สายสา� คญั เชน่ แมน่ า�้ ช ี แมน่ า�้ มลู
แม่น�า้ สงคราม ขน้ั สอน
บรเิ วณทร่ี าบสงู อากาศจะหนาวเยน็ โดยเฉพาะบรเิ วณยอดเขา สง่ ผล
ให้หลายแห่งกลายเป็นสถานท่ีส�าคัญทางการท่องเที่ยวเช่น ภูกระดึง การตงั้ คาํ ถามเชงิ ภูมิศาสตร
จังหวดั เลย ภูผาม่าน จงั หวัดขอนแกน่ ภทู อก จังหวดั บงึ กาฬ ผาแต้ม
จังหวดั อุบลราชธานี ผาแดง จงั หวดั บรุ ีรัมย 3. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั ตงั้ คาํ ถามเชงิ ภมู ศิ าสตร
เชน
๔๓ • ลักษณะทางกายภาพสงผลตอแหลง
ทรัพยากร และสถานท่ีสําคัญในจังหวัด
ของนักเรียนอยา งไร
• แหลง ทรพั ยากรและสถานทสี่ าํ คญั ในจงั หวดั
มีผลตอการดําเนินชีวิตของคนในจังหวัด
อยา งไร
นักเรียนควรรู
1 ทร่ี าบสูงโคราช บริเวณที่ราบสูงโคราช หมายถงึ บรเิ วณทีร่ าบสูงของภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ทั้งหมด มีเนือ้ ทปี่ ระมาณ 150,000 หรอื ประมาณหน่งึ
ในสามของพน้ื ทีท่ ้ังหมดของประเทศไทย ลักษณะภมู ปิ ระเทศสว นใหญเ ปนทีร่ าบเรยี บ มีความสูงประมาณ 130-250 เมตร จากระดบั น้ําทะเลปานกลาง
2 แอง โคราช มพี ้นื ท่ปี ระมาณ 33,000 ตารางกิโลเมตร ครอบคลมุ พื้นท่ีจงั หวัดนครราชสมี า ชยั ภูมิ ขอนแกน มหาสารคาม รอ ยเอ็ด บุรรี ัมย กาฬสินธุ
ยโสธร สรุ ินทร ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และอํานาจเจรญิ มีแมนา้ํ สาํ คัญ คือ แมนํ้ามลู และแมนาํ้ ชี ไหลผา นท่ีราบตอนกลางของแอง
3 แองสกลนคร มพี ้ืนท่ีประมาณ 17,000 ตารางกโิ ลเมตร (เฉพาะพ้ืนทีใ่ นประเทศไทย) ครอบคลมุ พ้ืนทจ่ี งั หวดั หนองคาย อุดรธานี สกลนคร นครพนม
มกุ ดาหาร และบางสว นของประเทศลาว มแี มน ํ้าสาํ คญั คือ แมนํา้ สงคราม และแมน ้าํ พงุ
T51
นํา สอน สรุป ประเมิน
ขน้ั สอน ๓.๓ ที่ราบ
การรวบรวมขอ มลู ท่ีราบ เป็นพื้นท่ีขนาดใหญ่ทางภาคกลางของประเทศครอบคลุม
จงั หวดั ตา่ ง ๆ เชน่ จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา นครปฐม ปทมุ ธาน ี นนทบรุ ี
4. นักเรียนศึกษาขอมูลวิธีการวิเคราะหลักษณะ สพุ รรณบุรี อา่ งทอง สิงหบุร ี ชยั นาท นครสวรรค พิจิตร ซงึ่ เป็นพนื้ ที่ท่ีมี
ทางกายภาพของจังหวัดสงผลตอแหลง ความอดุ มสมบรู ณส งู สะดวกในการเดนิ ทาง และตดิ ตอ่ คา้ ขาย จงึ เหมาะสมตอ่
ทรัพยากร และสถานท่ีสําคัญในจังหวัดจาก การตัง้ ถน่ิ ฐานของผคู้ น
หนังสือเรียน หนา 41-46 และ PowerPoint ลักษณะทางกายภาพท่ีเป็นท่ีราบ ส่งผลให้มีทรัพยากรน�้า
เร่ือง ลักษณะทางกายภาพที่สงผลตอแหลง ทรพั ยากรดนิ อดุ มสมบรู ณ เปน็ แหลง่ ผลติ อาหารทสี่ า� คญั ประชากรเขา้ มา
ทรัพยากรและสถานท่ีสาํ คญั ในจงั หวัด ตั้งถ่นิ ฐานอยู่อย่างหนาแนน่ มแี หลง่ ชมุ ชนจา� นวนมาก จงึ เปน็ ศนู ยกลาง
และเป็นที่ต้ังของสถานที่ส�าคัญของจังหวัดหลายแห่ง เช่น ศูนยราชการ
5. แบงกลุมนักเรียน ใหแตละกลุมเลือกสถานที่ สถานขี นส่ง ศนู ยกลางพาณิชยกรรม โรงพยาบาล
สาํ คญั ของจงั หวัด 2-3 แหง เพื่อมาวิเคราะห
ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดวาสงผลตอ ท ่ีราบขนาดใหญ่ของไทย จะอยู่ทางตอนกลางของประเทศ เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าว
แหลงทรพั ยากร และสถานทส่ี าํ คญั อยางไร ซง่ึ เปน็ พชื เศรษฐกจิ สา� คญั
การจดั การขอ มลู
6. นกั เรยี นแตล ะกลมุ รวบรวมขอ มลู ตามประเดน็
คาํ ถามท่กี าํ หนดไว
7. นักเรียนรวมกันพิจารณาความนาเช่ือถือของ
ขอมูล
การวเิ คราะหแ ละแปลขอ มูล
8. นักเรียนแตละกลุมนําขอมูลมาวิเคราะหหา
คําตอบตามประเดน็ คําถาม
9. ตวั แทนกลมุ นาํ เสนอคาํ ตอบหนาช้นั เรียน
๔๔
เกร็ดแนะครู
ครอู ธบิ ายใหนกั เรยี นฟง เพ่มิ เติมวา ทรี่ าบภาคกลางนค้ี รอบคลุมพนื้ ทท่ี งั้ หมดของท่รี าบลมุ เจา พระยาตอนบนและตอนลา ง เกดิ จากการกระทาํ ของแมน าํ้ คอื
แมน ํ้าเจา พระยา แมนา้ํ ปง แมน ้ําวัง แมนาํ้ ยม และแมนา้ํ นาน ทไี่ ดไ หลพัดพาตะกอนมาสะสมตวั ในพน้ื ท่ีตอนลาง จนกลายมาเปน พ้ืนท่รี าบกวางใหญ พน้ื ทรี่ าบลมุ
ภาคกลางเปนทรี่ าบกวางใหญท ี่สุดในประเทศไทย มลี ักษณะคลายรูปสามเหล่ยี มดานเทา สว นท่ีแคบที่สุดอยูท างดานทศิ เหนอื และยาวตอ เน่อื งลงมาจนถึงอาวไทย
โดยมีแนวเนินเขาและเขาโดดๆ เปนแนวในการแบง ทร่ี าบลุม ภาคกลางออกเปน 2 บรเิ วณ คือ ทร่ี าบลุมภาคกลางตอนบนและทร่ี าบลุมภาคกลางตอนลาง
T52
นาํ สอน สรุป ประเมิน
๓.๔ ชายฝง ทะเลและหมูเกาะ ขน้ั สอน
ชายฝงทะเลและหมูเกาะ เป็นลักษณะภูมิประเทศท่ีพบได้ การวเิ คราะหแ ละแปลขอ มูล (ตอ )
ตงั้ แตต่ อนบนของอา่ วไทยลงไปถงึ ภาคใต ้ ดังน ้ี
ภาคตะวันออก เช่น จงั หวดั ตราด จนั ทบรุ ี ชลบรุ ี ระยอง 10. ครูและเพือ่ นตางกลุมรวมกนั ต้ังคาํ ถาม
ภาคกลาง ไดแ้ ก ่ จังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เกย่ี วกบั ขอ มลู ท่นี ําเสนอ เชน
ภาคตะวนั ตก ได้แก่ จงั หวดั เพชรบรุ ี ประจวบคีรขี นั ธ • ขอมูลท่ีนําเสนอมาจากแหลง ขอมูลใดบา ง
ภาคใต้ ฝงอาวไทย เช่น จังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช สงขลา • แหลงขอมลู ทไี่ ดไ ปศกึ ษามีความนา เชอื่ ถือ
ปต ตานี ฝง ทะเลอันดามนั เช่น จงั หวัดระนอง ภเู กต็ ตรัง สตลู มากนอ ยเพียงใด เพราะเหตใุ ด
ลักษณะภูมิประเทศที่เป็นชายฝงทะเลและหมู่เกาะ มีทรัพยากร • สมาชิกในกลุมใชวธิ ีการใดในการพจิ ารณา
ที่เป็นปาชายเลน และสัตวน้�าต่าง ๆ มีภูมิประเทศหลายรูปแบบ ท่ีเป็น ความนา เช่อื ถอื ของขอมูล
หจทังาี่เหปดว็ นดั เแชภห่นเู กล ็ตมห 1 าทเด่เีชปพ่น็นัท อยแาาวห 2 ลจเชมังน่หส วมอัดิหา่ชลวลคาบุง้ ุรกจี รังะหหเาบวดนัดน สรจงาังขทหลัศวาัดน จ แันจหทังลบหมุรวี ัพดอนรา่ หรวาขมธนเิวทอาพมส • ขอ มูลทไี่ ดม าเพยี งพอตอการตอบคําถาม
จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่ีเป็นเกาะ เช่น เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง ทางภมู ศิ าสตรหรอื ไม ถาไมค วรไปศึกษา
เกาะสมยุ จังหวดั สุราษฎรธานี ท่ีเปน็ หมเู กาะ เช่น หมูเ่ กาะพีพี จงั หวัด จากแหลงใดเพม่ิ เติม
กระบ่ ี หมเู่ กาะสิมลิ ัน จงั หวัดพงั งา
11. ครูใหนักเรียนเลือกจังหวัดท่ีนักเรียนสนใจมา
คนละ 1 จังหวดั แลว เขียนอธิบายวาลักษณะ
ทางภายภาพของจังหวัดท่ีเลือกสงผลตอ
แหลงทรัพยากรและสถานท่ีสําคัญในจังหวัด
อยางไร
12. เมื่อนักเรยี นทําเสร็จแลว ครูสุม เรียกนกั เรียน
ออกมานาํ เสนอผลงานหนา ชั้นเรยี น 4-5 คน
ห มู่เกาะช้าง จงั หวัดตราด มคี วามอุดมสมบรู ณท างธรรมชาติ
ทัง้ ปาชายเลน ปา ดิบชน้ื และทรพั ยากรสัตวน้า� ๔๕
นักเรียนควรรู
1 แหลม หมายถงึ สว นใดสว นหนงึ่ ของแผน ดนิ ทยี่ ่ืนออกไปในทะเล หรอื มหาสมทุ ร
2 อาว หมายถึง สว นของมหาสมทุ ร ทะเล หรือทะเลสาบทลี่ า้ํ เขาไปในฝง มลี ักษณะเวาโคง และเปด กวา ง
T53
นาํ สอน สรุป ประเมิน
ขนั้ สอน จากท่ีได้ศึกษามาทั้งหมด เราจะเห็นได้ว่า ลักษณะทางกายภาพ
หรือส่ิงแวดล้อมในจังหวัดซึ่งประกอบด้วย ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะ
สรุปเพอื่ ตอบคําถาม ภมู อิ ากาศ และทรพั ยากรธรรมชาต ิ สง่ ผลตอ่ การมแี หลง่ ทรพั ยากร การเกดิ
สถานที่ส�าคัญของจังหวัด และส่ิงเหล่านี้ก็มีผลต่อวิถีการด�าเนินชีวิตของ
1. นักเรียนรวมกันสรุปวา ลักษณะทางกายภาพ ผู้คนส่วนใหญ่ในจังหวัด ด้วยเหตุน้ี จังหวัดท่ีมีส่ิงแวดล้อมแตกต่างกัน
สงผลใหเกิดแหลงทรัพยากร และสถานที่ ยอ่ มมสี ภาพเศรษฐกจิ สงั คม และวิถชี วี ติ แตกตา่ งกนั ไปด้วย
สาํ คญั ในจังหวัด อย่างไรก็ตาม เน่ืองจากแต่ละจังหวัดมีจ�านวนผู้คนอาศัยอยู่มาก
การดา� เนนิ ชวี ติ ของผคู้ นบางสว่ นกท็ า� ใหส้ ง่ิ แวดลอ้ มของจงั หวดั
2. แหลงทรัพยากรธรรมชาติและสถานท่ีสําคัญ เปลยี่ นแปลงไปจากเดิม โดยเฉพาะความอดุ มสมบูรณ
ในจังหวัดมีผลตอการดําเนินชีวิตของคนใน ความบริสุทธิข์ องธรรมชาติ เมอื่ ส่งิ แวดลอ้ มเปล่ยี นไป
จังหวัด วิถชี วี ติ ของผู้คนในจังหวัดกต็ ้องปรบั เปลยี่ น
(แนวตอบ : ตามส่ิงที่เกิดในจังหวัดที่นักเรียน ไปตามส่ิงแวดล้อม ดังนัน้ เพอื่ รักษาไวซ้ ึง่
อาศัยอย)ู ความสมบรู ณของธรรมชาติ และเพอ่ื ใหก้ ารด�ารงชีวติ ของเรา
เปน็ ไปอย่างมีความสขุ ไดอ้ ยา่ งยง่ั ยืน จึงเป็นหนา้ ทขี่ องเราทกุ คน
3. ครูมอบหมายใหนักเรียนทํากิจกรรมรวบยอด ท่ีจะตอ้ งร่วมมือกันดแู ลสง่ิ แวดล้อมในจังหวดั
เรื่อง จังหวัดของเรา ตามประเด็นท่ีกําหนด
ภายใน 1 สัปดาห แลวนาํ สง ครู รเู้ รอื่ ง ภมู ศิ าสตร
4. ครูใหนกั เรียนทํากิจกรรมรูเร่อื ง ภูมศิ าสตร ปฏิบัติกจิ กรรมตามข้นั ตอน ดงั นี้
จากหนังสือเรยี น หนา 46 ๑. ใหน้ กั เรยี นนา� ผลงานแผนท่ีจากการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมในหวั ข้อ ๒ มาใชป้ ระกอบ
๒. ร ่วมกันวิเคราะหว่า ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดส่งผลต่อแหล่งทรัพยากรและ
สถานท่สี า� คัญอย่างไร โดยเลอื กสถานท่ีสา� คญั ของจังหวดั ๒-๓ แห่ง มาเปน็ ตวั อย่าง
ประกอบการวเิ คราะห
๓. นักเรียนเลือกใช้รูปถ่ายแสดงลักษณะทางกายภาพที่ส�าคัญของจังหวัด ๑ รูป ติดบน
กระดาษ จากนนั้ พมิ พห รอื เขยี นอธบิ ายและวเิ คราะหว า่ ลกั ษณะดงั กลา่ วสง่ ผลตอ่ แหลง่
ทรพั ยากรและสถานทสี่ �าคัญของจังหวัดอยา่ งไร
๔๖
T54 ขอ สอบเนน การคิด
ปญหาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมท่ีมีสาเหตุมาจาก
ลักษณะโครงสรางของภูมปิ ระเทศคอื ขอใด
1. ปญ หาการรุกลาํ้ ของนา้ํ เค็ม
2. ปญหาการสูญเสยี พ้ืนทป่ี าไม
3. ปญ หาหนาดนิ ถกู ชะลางพังทลาย
4. ปญ หาการแพรก ระจายของวัชพชื
ç(วิเคราะหคําตอบ การสูญเสียพ้ืนท่ีปาไมเกิดมาจากการบุกรุก
พ้ืนที่ปาของมนุษย ปญหาหนาดินถูกชะลางพังทลายเปนผลมา
จากการขาดพืชคลุมดิน การระเบิดภูเขา การตัดไมทําลายปา
ปญ หาการแพรก ระจายของวชั พชื วชั พชื สามารถแพรก ระจายไป
ได โดยมลี ม นาํ้ คน และสตั ว เปน เครอื่ งชว ยทาํ ใหก ระจายไป ปญ หา
การรุกลํ้าของนํ้าเค็มมีสาเหตุมาจากลักษณะทางกายภาพของ
ลาํ นํา้ ความลึกต้นื ของลํานํา้ ดังน้นั ขอ 1.จงึ เปนคาํ ตอบทีถ่ กู )
นํา สอน สรุป ประเมิน
äǺÇÂÒÍÁ´ ÃÙŒ ขนั้ สรปุ
ลกั ษณะทางกายภาพ คอื สง่ิ ทเี่ กดิ ขนึ้ เองตามธรรมชาต ิ แบง่ ออกเปน็ ครูและนักเรียนรวมกันสรุปเกี่ยวกับลักษณะ
ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ ลกั ษณะภมู อิ ากาศ และทรพั ยากรธรรมชาต ิ ซง่ึ มคี วาม ทางกายภาพสงผลใหเกิดแหลงทรัพยากร และ
สมั พนั ธก นั ลกั ษณะทางกายภาพในจงั หวดั จะสง่ ผลตอ่ แหลง่ ทรพั ยากรและ สถานที่สาํ คัญในจงั หวัด
สถานทสี่ า� คัญในจงั หวดั และยังสง่ ผลต่อการดา� เนนิ ชวี ิตของคนในจงั หวดั
อกี ด้วย ขนั้ ประเมนิ
จังหวัดของเรา
1. ครูตรวจกิจกรรมรเู รอื่ งภมู ศิ าสตร
2. ประเมนิ การนําเสนอผลงาน
3. สังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ
4. สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝเรยี นรู และมงุ ม่ัน
ในการทาํ งาน
ลกั ษณะ แหลง ทรัพยากร ลกั ษณะทาง
ทางกายภาพ และสถานที่ กายภาพที่
สง ผลตอ แหลง
ในจงั หวัด สาํ คญั ในจังหวัด ทรพั ยากรและ
สถานทีส่ าํ คญั ใน
• ภูมปิ ระเทศ • ใชแ้ ผนท่ี
• ภมู อิ ากาศ • ใช้รปู ถ่าย จงั หวัด
• ทรพั ยากรธรรมชาติ ดอยผาหม ปก • ภูเขา
อ.แมอ าย • ทีร่ าบสงู
อ.เวียงแหง แมน ้ำปง • ท่ีราบ
อ.ฝาง • ชายฝงและหมเู่ กาะ
แมฮองสอน อ.เชยี งดาว อ.ไชยปราการ
ดอยเวยี งผา
เชียงราย
อ.พราว
อ.แมแตง
อ.สะเมิง อ.แมรมิอ.สนั ทรายอ.ดอยสะเก็ด
ดอยสุเทพ-ปุย
อ.แมวาง อ.หาอง.เดอมง.อื สงารอภ.สี ันกำแพอง.แมลอ อำนปาง
อ.แมแจม
ดอยอนิ ทนนท อ.สันปา ตอง
อ.ดอยหลอ
อ.จอมทอง
ลำพนู
อ.ฮอด แ มน้ำ ปง
ส.ดอยเตา คำอธบิ ายสัญลักษณ
อ.ดอยเตา
ปาเบญจพรรณ
อ.อมกอ ย ปา ดบิ เขา
พน้ื ท่ีราบ
ตาก ยอดเขา
ทะเลสาบ
แมน้ำ
๔๗
แนวทางการวัดและประเมินผล
ครตู รวจกิจกรรมเรื่องภมู ศิ าสตร ประเมินการนาํ เสนอผลงาน และสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางาน จากนน้ั ครศู ึกษาแนวทางการวัดและประเมินผลเพอื่
ประเมินชิ้นงานของนักเรียนจากใบประเมินชิน้ งานทแ่ี นบทา ยแผนการสอน
แบบบันทึกการอ่าน แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การทางานกลุ่ม แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน
ชือ่ หนังสือ ช่ือผ้แู ต่ง นามปากกา ช่อื กลมุ่ ช้ัน คาชแ้ี จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในช่องทต่ี รงกบั
สานักพมิ พ์ ระดบั คะแนน
จานวนหนา้ สถานที่พิมพ์ ปที ีพ่ ิมพ์ คาชแี้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องทต่ี รงกับ
ระดับคะแนน
ราคา บาท อ่านวันท่ี เดือน พ.ศ. เวลา
1. สาระสาคัญของเรอ่ื ง ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน
321 321
2. วเิ คราะห์ขอ้ คิด/ประโยชน์ทไ่ี ด้จากเรอื่ งท่อี า่ น 1 การแบง่ หนา้ ท่กี ันอย่างเหมาะสม 1 ความถกู ต้องของเน้อื หา
3. ส่ิงทส่ี ามารถนาไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวนั 2 ความร่วมมือกันทางาน รวม 2 ความคิดสรา้ งสรรค์ รวม
3 การแสดงความคิดเหน็ 3 วิธีการนาเสนอผลงาน
4 การรบั ฟังความคิดเหน็ 4 การนาไปใช้ประโยชน์
5 ความมีนา้ ใจชว่ ยเหลอื กัน 5 การตรงต่อเวลา
ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมนิ ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................ ............../.................../................
4. ขอ้ เสนอแนะของครู นกั เรยี น ลงชือ่ ผูป้ กครอง เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
) ( ) ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมินสมบรู ณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ลงชอ่ื ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน
( ลงชื่อ ครผู สู้ อน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้งั ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่
( )
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมนิ บางสว่ น
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
12 - 15 ดี
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 8 - 11
ต่ากวา่ 8 พอใช้
12 - 15 ดี ปรับปรุง
8 - 11 พอใช้
ตา่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานมคี วามสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ผลงานมขี อ้ บกพร่องเพยี งเลก็ นอ้ ย
ผลงานมขี ้อบกพรอ่ งมาก
สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4
T55
Chapter Overview
แผนการจัด สือ่ ท่ีใช้ จุดประสงค์ วธิ สี อน ประเมิน ทกั ษะที่ได้ คุณลักษณะ
การเรียนรู้ อนั พึงประสงค์
แผนฯ ท่ี 6 - ห นังสือเรียน 1. ว ิเคราะหส์ งิ่ แวดลอ้ มทาง วธิ สี อนแบบกระบวนการ - ตรวจใบงานท่ี 1.1 1. การสงั เกต 1. มีวนิ ัย
สิง่ แวดล้อม - ใบงานที่ 1.1
กายภาพทส่ี ่งผลต่อการ ทางภมู ศิ าสตร์ - ประเมนิ การนำ� เสนอ 2. การแปลความ 2. ใฝ่เรียนรู้
ทางกายภาพ - PowerPoint ด�ำเนินชีวิตของคนใน (Geographic Inquiry ผลงาน
ที่มผี ลต่อการ เร่อื ง ส่ิงแวดลอ้ ม จังหวัดตนเองได้ ข้อมลู 3. มงุ่ ม่ันในการ
ด�ำเนนิ ชวี ติ ทางกายภาพกบั Process) - สังเกตพฤติกรรม 3. การใชเ้ ทคนคิ และ ทำ� งาน
ของคนในจงั หวดั การดำ� เนนิ ชวี ิต การทำ� งานรายบคุ คล เคร่ืองมือทาง
- สังเกตพฤตกิ รรม ภมู ศิ าสตร์
3 - รูปถา่ ยทาง การทำ� งานกลุ่ม
ภมู ศิ าสตรแ์ สดง - สงั เกตความมวี ินัย
ชั่วโมง ลักษณะทาง ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ มั่น
กายภาพ ในการท�ำงาน
- บตั รภาพพน้ื ท ่ี
ภเู ขา บัตรภาพ
ท่ีราบลมุ่ ใกล้
แหลง่ นำ�้ บตั รภาพ
ชายทะเล
- แผนทีแ่ สดง
ลักษณะทาง
กายภาพ
แผนฯ ที่ 7 - ห นงั สือเรียน 1. อ ธบิ ายลักษณะการ วิธีสอนแบบกระบวนการ - ต รวจใบงานท่ี 2.1 1. การสังเกต 1. มวี ินัย
การเปล่ยี นแปลง - บัตรภาพ
เปล่ยี นแปลงสิง่ แวดล้อม ทางภมู ศิ าสตร ์ - ประเมนิ การนำ� เสนอ 2. การแปลความ 2. ใฝ่เรียนรู้
สิ่งแวดล้อมใน การบุกเบกิ พ้ืนท่ ี ในจังหวดั ได้
จังหวัด (Geographic Inquiry ผลงาน ข้อมลู 3. มุ่งม่ันในการ
ปา่ การตดั ถนน 2. บ อกผลที่เกดิ จากการ Process) - สงั เกตพฤตกิ รรม 3. การใชเ้ ทคนคิ และ ทำ� งาน
3 การระเบดิ ภเู ขา เปลี่ยนแปลงส่งิ แวดล้อม การทำ� งานกลมุ่ ขอ้ มูล
การสรา้ งเขื่อน ในจังหวดั ได้ - สงั เกตความมวี นิ ยั
ช่วั โมง ควนั พษิ จากการ ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มนั่
จราจร กองขยะ ในการทำ� งาน
- ใบงานที่ 2.1
แผนฯ ท่ี 8 - ห นังสอื เรยี น 1. บอกแนวทางการจัดการ วธิ สี อนแบบกระบวนการ - ตรวจใบงานท่ี 3.1 1. การสังเกต 1. มีวนิ ยั
การจัดการ 2. การแปลความ 2. ซ่ือสัตย์สจุ รติ
สิ่งแวดล้อม - ใบงานที่ 3.1 ส่ิงแวดล้อมในจงั หวัดได้ ทางภมู ิศาสตร์ - ประเมนิ การน�ำเสนอ ข้อมลู 3. ใฝ่เรียนรู้
ในจงั หวดั 4. มงุ่ มั่นในการ
- ใบความรู้ (Geographic Inquiry ผลงาน ท�ำงาน
2
เรอ่ื ง ศาสตร์ Process) - สงั เกตพฤติกรรม
ชั่วโมง
พระราชา การทำ� งานรายบคุ คล
โครงการแกล้งดิน - สังเกตพฤตกิ รรม
- ใบความรู้ การทำ� งานกล่มุ
เรื่อง ศาสตร์ - สังเกตความมวี ินยั
พระราชา ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ มั่น
โครงการช่ังหัวมนั ในการท�ำงาน
T56
Chapter Concept Overview
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3
ลักษณะทางกายภาพสง่ ผลตอ่ การดา� เนินชีวิตของคนในจังหวัดในด้านสา� คญั ๆ ดงั นี ้
ลักษณะทางกายภาพ
1 ลักษณะท่ีอยูอ าศยั
การสรา้ งบ้านของผคู้ นจะปรบั ตามลักษณะทาง
กายภาพของสง่ิ แวดลอ้ ม โดยน�าวสั ดทุ ่มี ใี นทอ้ งถนิ่
มาสร้างทอี่ ยูอ่ าศยั และปรบั รูปแบบตามลกั ษณะ
พ้ืนที่ เช่น พ้นื ทช่ี ายฝงทะเลจะสร้างบ้านยกพื้นสูง
เพื่อปอ งกันน�า้ ทะเลท่วมถงึ
การคมนาคม 2
ผคู้ นจะปรับรูปแบบการเดินทางใหเ้ หมาะสมกับพน้ื ท่ี
เชน่ เดนิ ทางโดยรถยนตแ์ รงขับเคล่ือนสงู บนพ้นื ที่
ภเู ขา เพราะพ้นื ท่มี ีความลาดชนั
3 การประกอบอาชพี
ผู้คนจะประกอบอาชีพโดยคา� นงึ ถงึ ลกั ษณะทาง
กายภาพโดยรอบ เช่น พน้ื ทีร่ าบมแี ม่นา�้ ไหลผ่าน
อยู่เสมอ มคี วามอุดมสมบูรณ์ ท�าให้เหมาะแก่
การทา� เกษตรกรรม โดยเลอื กปลูกข้าวเปน หลัก
T57
การดา� เนินชวี ิตของผ้คู นมกี ารปรบั เปลี่ยนอยเู่ สมอ สง่ ผลใหล้ ักษณะ
ทางกายภาพของจังหวดั เปลี่ยนแปลงไปดว้ ย ดงั น้ี
1 ภมู ิประเทศ
การเพิ่มข้ึนของประชากร และการขยายตัวของเศรษฐกจิ ท�าให้วตั ถปุ ระสงค์
ในการใชพ้ น้ื ทเ่ี ปลย่ี นแปลงไป สง่ ผลให้พนื้ ดนิ และแหล่งน�า้ มกี ารเปลี่ยนแปลงไปดว้ ย
เช่น การเปลีย่ นพ้นื ทเ่ี กษตรกรรมเปน ทอี่ ยู่อาศัย การถางปา่ เพอ่ื ทา� การเพาะปลกู
จนทา� ให้พ้นื ทเ่ี ส่อื มโทรม
2 ภูมอิ ากาศ
การเปล่ียนแปลงวิธกี ารด�าเนินชีวิตของผู้คนท่ีมาพรอ้ มกบั การขยายตวั ของเมืองทา� ให้
พ้ืนท่สี ีเขียว และแหลง่ น้�าธรรมชาติลดลง สง่ ผลใหอ้ ากาศเปลี่ยนแปลง เชน่ จังหวัด
ทมี่ ีการใชร้ ถยนตจ์ �านวนมากส่งผลให้มอี ากาศรอ้ นมากขน้ึ
3 ทรัพยากรธรรมชาติ
การขยายตัวของเมืองและการเพิม่ ของประชากรทา� ให้ทรัพยากรถกู ใชเ้ ปนจ�านวนมาก
ส่งผลใหท้ รัพยากรต่าง ๆ เสื่อมโทรม และลดจ�านวนลง เช่น แหลง่ น้า� เน่าเสีย เพราะ
คนทิ้งขยะลงในแหล่งน�า้ การใช้ดินไม่ถกู วธิ ี ขาดการบ�ารุงรกั ษาสง่ ผลใหด้ ินเส่ือมโทรม
เมื่อสงิ่ แวดลอ้ มในจงั หวดั เปลย่ี นแปลงส่งผลใหก้ ารด�าเนินชีวิตของผ้คู นเปลี่ยนไป ดังนี้
1 การตงั้ ถ่นิ ฐาน
จากเดิมที่ตง้ั ถนิ่ ฐานใกล้แหล่งน้า� กป็ รบั เปลี่ยนไปต้งั ใกล้ถนน หรือท่ตี ง้ั โรงงานเพอื่ ให้
เดินทางสะดวก และประกอบอาชีพตา่ ง ๆ ได ้
2 การยา ยถ่ิน
การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมสง่ ผลตอ่ การดา� เนนิ ชวี ติ ของคนในจงั หวัด ท�าใหผ้ ู้คน
บางสว่ นย้ายถ่ิน โดยมี 2 ลกั ษณะ คอื
การยายถิ่นเขามา เพอ่ื รบั การพัฒนาใหม่ ๆ ที่เกิดขึน้ เชน่ ยา้ ยเขา้ ไปในพ้ืนท่ี
ท่ีมีแหลง่ จา้ งงาน หรอื มีการตัดถนนทา� ให้เดินทางสะดวก
การยา ยถน่ิ ออก เพื่อหลีกเลีย่ งภัยพบิ ตั ติ ่าง ๆ ทีท่ า� ให้ด�ารงชีวติ ได้อยา่ งยาก
ล�าบาก เช่น ภัยแล้ง น�้าท่วม
T58
การด�าเนนิ ชวี ิตของมนุษย์จะมคี วามสมั พันธ์กับสงิ่ แวดลอ้ ม เพ่อื ไมใ่ ห้ส่ิงแวดลอ้ ม
ทรดุ โทรมจึงจา� เปนตอ้ งมกี ารจดั การทรพั ยากรอย่างถกู วิธ ี ดงั น้ ี
1 แนวทางการจดั การสิ่งแวดลอม
การใชอ้ ยา่ งประหยดั การนา� กลบั มาใชใ้ หม ่ การใชอ้ ยา่ งคมุ้ คา่ การบา� บดั ฟน ฟ ู การใชส้ ง่ิ อนื่
ทดแทน การดแู ลและปอ งกนั
2 การฟน ฟทู รพั ยากรและส่งิ แวดลอ ม
ดนิ ปลูกพชื คลมุ ดิน ปลูกพืชหมุนเวยี น ลดการใชส้ ารเคมใี นการเพาะปลกู
และไม่เผาทา� ลายพืชหรือวัชพืช
นํ้า รักษาแหลง่ ต้นนา�้ อย่างปา่ ไมไ้ ว้ และน�านา้� ทใ่ี ชแ้ ลว้ กลบั มาใช้ใหม่
ปาไมแ ละสัตวป า ปลกู ป่าทดแทนในพื้นท่ีปา่ เสอ่ื มโทรม ชว่ ยกันสอดสอ่ งดูแลพื้นท่ี
ปา่ ไม้ และท่อี ยอู่ าศัยของสัตว์ สรา้ งจิตส�านกึ ให้คนในพ้ืนที่เห็นคุณคา่ ของป่าไม้และสัตว์ป่า
และหน่วยงานราชการตอ้ งเขม้ งวดในการใชก้ ฎหมาย
3 การมสี วนรว มในการอนรุ ักษท รัพยากรและสง่ิ แวดลอ ม
ท�าได้หลายวธิ ี ดงั น ้ี
รณรงคใ์ ห้ทุกคนในจังหวดั เห็นความส�าคัญและมจี ิตสา� นกึ เปนเจา้ ของ
ทรพั ยากรธรรมชาต ิ เช่น ประชาสัมพนั ธข์ อ้ มูลขา่ วสารผา่ นสอ่ื ตา่ ง ๆ
จัดกิจกรรมอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม เช่น การปลกู ป่า
การท�าความสะอาดพื้นทส่ี าธารณะ
มสี ่วนรว่ มในการน�าเสนอแนวทางการจดั การส่งิ แวดล้อมในชุมชน ดว้ ยการเขา้
รบั ฟงแนวทางการดูแลทรพั ยากรธรรมชาติจากเจ้าหน้าที่ แล้วนา� มาปฏิบตั ิ
T59
นาํ นํา สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั นาํ ó˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ
ʧèÔ áÇ´ÅÍŒ Á㹨ѧËÇÑ´
1. ครูนํารูปถายทางภูมิศาสตรท่ีเก่ียวกับลักษณะ ลกั ษณะทางกายภาพ สง ผลตอ
ทางกายภาพ เชน รปู พื้นท่ภี ูเขา ทร่ี าบลมุ ใกล
แหลงน้ํา รูปชายทะเล หรือแผนท่ีจังหวัดให การดาํ เนนิ ชวี ติ ของผคู นในจงั หวดั
นักเรียนดูเพื่อทบทวน แลวสนทนาเก่ียวกับ หากลักษณะทางกายภาพของ
รูปภาพแตละรูปวามีผลตอลักษณะท่ีอยูอาศัย จังหวัดเกิดการเปลี่ยนแปลง วิถี
การคมนาคม การประกอบอาชีพอยา งไรบาง การดําเนินชีวิตของผูคนตอง
เปลี่ยนแปลงตามไปดว ย
2. ครูอธิบายเชื่อมโยงลักษณะทางกายภาพท่ี
สง ผลตอการดําเนินชวี ิต เพื่อรักษาส่ิงแวดลอมที่ดีไว
การจัดการสิ่งแวดลอม จึงเปน
หนา ทขี่ องทกุ คนทต่ี อ งรว มมอื กนั
๔๘
เกร็ดแนะครู
ครจู ดั กระบวนการเรยี นรูโดยการใหน กั เรียนปฏบิ ัติ ดงั น้ี
• สืบคน สาํ รวจ และรวบรวมขอ มลู เกีย่ วกับสง่ิ แวดลอ มในจงั หวดั การเปลี่ยนแปลงของสง่ิ แวดลอ มและการจดั การส่ิงแวดลอ มในจงั หวดั
• อธิบายและสรุปขอมูลเกี่ยวกับสิง่ แวดลอมในจังหวัด การเปลย่ี นแปลงของส่งิ แวดลอมและการจดั การสงิ่ แวดลอมในจังหวดั
• อภปิ รายเก่ยี วกับสิง่ แวดลอมในจงั หวัด การเปล่ียนแปลงของสิ่งแวดลอมและการจดั การสง่ิ แวดลอ มในจงั หวัด
• วิเคราะหจากประเด็นคําถามและภาพเกยี่ วกับสงิ่ แวดลอมในจังหวัด การเปลีย่ นแปลงของสิ่งแวดลอมและการจัดการส่งิ แวดลอมในจังหวดั
จนเกดิ เปน ความรคู วามเขา ใจวา การดาํ รงชวี ติ ของมนษุ ยม คี วามสมั พนั ธก บั สงิ่ แวดลอ ม การเปลย่ี นแปลงของสง่ิ แวดลอ มมผี ลกระทบทง้ั ทางตรงและทาง
ออมตอมนุษย ดังนั้น เราจงึ ควรมีสวนรว มในการจดั การส่ิงแวดลอ มใหค งอยสู บื ไป
T60
นํา นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
µÑǪÕÇé Ñ´ ขนั้ นาํ
มฐ. ส ๕.๒ ป. ๔/๑ วิเคราะหสิ่งแวดลอม 3. ครใู หนกั เรียนดภู าพจากหนังสือเรยี น หนา 49
ทางกายภาพท่ีสงผลตอการดําเนินชีวิต แลวถามนักเรียนวา
ของคนในจังหวัด • นักเรยี นคิดวา สง่ิ แวดลอมในภาพน้ี สง ผลตอ
มฐ.ส๕.๒ ป.๔/๒ อธบิ ายการเปลย่ี นแปลง การดาํ เนนิ ชวี ติ ของผูคนอยา งไร
สิ่งแวดลอมในจังหวัดและผลท่ีเกิดจาก (แนวตอบ : สิ่งแวดลอมในภาพสงผลตอการ
การเปลยี่ นแปลง ดําเนินชีวิตในหลายดาน เชน
มฐ. ส ๕.๒ ป. ๔/๓ นําเสนอแนวทางการ - ดา นทอ่ี ยอู าศยั ผคู นอาศยั อยใู นอาคารหรอื
จดั การส่งิ แวดลอมในจงั หวดั ตกึ สูง
- ดา นการคมนาคม มกี ารคมนาคมทง้ั ทางบก
มโนทศั นสําคญั และทางน้าํ
ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และ - ดานการประกอบอาชีพ ผูคนสวนใหญ
ทรัพยากรธรรมชาติสงผลตอ ประกอบอาชพี ในภาคอตุ สาหกรรมมากกวา
การดําเนินชีวิตของคนในจังหวัด อาชพี เกษตรกรรม)
และขณะเดยี วกนั การดาํ เนนิ ชวี ติ
ของคนในจังหวัดสงผลใหเกิด
การเปลย่ี นแปลงของลกั ษณะทาง
กายภาพของจงั หวดั ดวย
การเปลย่ี นแปลงสงิ่ แวดลอ มสง ผล
ตอ การดาํ เนนิ ชวี ติ ของคนในจงั หวดั
การจัดการสิ่งแวดลอมในจังหวัด
เปนหนา ที่ของทกุ คนในจังหวดั
เพื่อน ๆ คิดวาสิ่งแวดลอม
ในภาพนส้ี งผลตอ
การดําเนนิ ชีวิตของผคู น
อยางไรคะ
๔๙
เกร็ดแนะครู
ครูอธบิ ายใหน กั เรียนฟงเพิม่ เติมวา แมน า้ํ ในภาพน้ี คือ แมน้ําเจา พระยา ซง่ึ เกดิ จากการรวมตวั ของแมน ้ํา 4 สาย ในภาคเหนือ ไดแก แมน ํ้าปง แมน ้าํ วงั
แมนา้ํ ยม และแมน ํ้านาน โดยทแี่ มน้ําปง กบั แมน้าํ วังไหลมารวมกนั เปนสายเดียว เรียกวา แมน ้ําปง สว นแมนํ้ายมกบั แมน าํ้ นา นไหลมารวมกันเปน สายเดียว
เรียกวา แมนํา้ นา น จากนน้ั แมน ํ้าปง และแมน ํา้ นา นจงึ ไหลมารวมกนั เปนแมนา้ํ เจาพระยาทบี่ ริเวณปากน้ําโพ จงั หวดั นครสวรรค แมน้าํ เจาพระยาไหลออกสู
ทะเลอา วไทยทจ่ี งั หวดั สมทุ รปราการ รวมความยาว 370 กโิ ลเมตร
แมนํา้ เจา พระยาไหลผานจังหวัดตา งๆ ในภาคกลางของไทยรวมท้ังสิน้ 10 จังหวัด โดยเริม่ จากจงั หวัดนครสวรรค อุทัยธานี ชัยนาท สงิ หบ ุรี อางทอง
พระนครศรอี ยุธยา ปทมุ ธานี นนทบรุ ี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ
T61
นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ñ ʧÔè áÇ´ÅÍŒ Á·Ò§¡ÒÂÀÒ¾¡ºÑ ¡ÒôÒí à¹¹Ô ªÇÕ µÔ
1. ครูแบงนกั เรยี นออกเปน 3 กลุม สืบคน ขอ มูล ลกั ษณะทาง ลกั ษณะทางกายภาพของแตล ะจงั หวดั สว นใหญ
เก่ียวกับลักษณะทางกายภาพของจังหวัดท่ี กายภาพสง่ ผล จะแตกตา งกนั หรอื แมแ ตภ ายในจงั หวดั เดยี วกนั แตล ะ
นกั เรยี นอาศยั อยู และใหแ ตล ะกลมุ เลอื กหวั ขอ ตอ่ การดําเนิน บริเวณก็ยังมีลักษณะทางกายภาพท่ีไมเหมือนกัน
มากลุมละ 1 หวั ขอ ไมใ หซ ้ํากัน โดยมหี ัวขอ ที่ ชีวิตของคนใน ซงึ่ ลกั ษณะกายภาพมผี ลอยางมากตอวถิ ีการดาํ เนิน
กําหนดให ดังนี้ จังหวัดอยา่ งไร ชวี ิตของผูค นในดา นสําคัญ ๆ ดงั น้ี
• ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดที่มีผลตอ
ลักษณะท่ีอยูอ าศัย ๑.๑ ลักษณะทีอ่ ยูอาศยั
• ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดท่ีมีผลตอ
การคมนาคม การสรา งทีพ่ ักอาศยั ของมนุษย จะปรับตัวตามลักษณะทางกายภาพ
• ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดท่ีมีผลตอ ท่ีเปนส่ิงแวดลอมรอบตัว โดยเอาส่ิงท่ีหาไดงายในทองถิ่นมาใชเปนวัสดุ
การประกอบอาชพี หลักในการกอสราง รวมทั้งรูปแบบท่ีอยูอาศัยก็ตองปรับใหสอดคลองกับ
สง่ิ แวดลอม ดวยเหตุน้ี ลกั ษณะทอี่ ยอู าศัยของผูค นทอ่ี ยกู ันคนละจังหวัด
2. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ บอกแหลง ขอ มลู ทสี่ บื คน หรอื แมแ ตในจงั หวดั เดยี วกนั แตตางพนื้ ท่ีกนั จึงมลี ักษณะแตกตา งกนั
วิธีการในการสืบคนขอมลู และลักษณะขอ มลู
ท่ีได
ÀÙà¢Ò ·èÕÊÙ§
เหตผุ ล สภาพอากาศหนาวเยน็ ผคู นจงึ สรา งบา นปด ทบึ มหี นา ตา งนอ ย
และมีชอ งหนา ตา งแคบ ๆ เพื่อปองกันลมหนาว
๕๐ ส่ิงแวดลอมทางกายภาพกับการดําเนนิ ชีวติ
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด
ครูนําภาพบานลักษณะตางๆ ในปจจุบันมาใหนักเรียนดู หรือใหนักเรียน ตุมอาศัยอยูบริเวณชายฝงทะเลที่จังหวัดชุมพร ตุมควรสราง
นําภาพบานของตนเองมาแสดง แลวใหรวมกันแสดงความคดิ เห็นวา จากภาพ บา นแบบใดจึงจะเหมาะสมกบั ลักษณะทางกายภาพของจงั หวัด
ลักษณะภมู ปิ ระเทศมีความสัมพันธกบั ลกั ษณะของบานอยา งไร เพอ่ื ใหนกั เรยี น
เกิดความเขาใจเรอ่ื งการสรา งบานในปจ จบุ ันกับลกั ษณะภูมปิ ระเทศ 1. สรา งบา นแบบปด ทบึ มหี นา ตา งนอ ย
2. สรางบานติดดนิ มหี นาตา งรอบดาน
สื่อ Digital 3. สรางบานยกพื้นสูง มีหลังคาลาดชัน
4. สรางบานยกพืน้ สูงแบบปด ทึบ
นกั เรยี นสามารถเรยี นรเู พม่ิ เตมิ
เกยี่ วกบั สงิ่ แวดลอ มทางกายภาพกบั ç(วิเคราะหคําตอบ ตุมควรสรางบานแบบยกพื้นสูงเพ่ือปองกัน
การดําเนนิ ชีวิตไดจาก QR Code น้ําทะเลทวมถึง และมหี ลังคาลาดชนั เพื่อชว ยระบายนา้ํ ฝน ดงั นั้น
ขอ 3. จงึ เปน คาํ ตอบท่ีถกู )
T62
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
·ÃÕè Òº ขน้ั สอน
เหตผุ ล มสี ภาพอากาศรอ นและฝนตกชกุ ตวั บานจงึ นยิ มสรา งใหโปรง การตั้งคาํ ถามเชงิ ภมู ิศาสตร
ไมดหี ดนี าเสตาา บงรา อนบยดกาพนน้ื เพสูงอื่ 1เชพว ือ่ ยปรอะบงกายนั คนวา้ํ าทมว รมอ แนลหะนลํา้งั หคาลลาากดในชชนั วเพงฤอื่ ดระูฝบนายนาํ้ ฝน
3. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ จดั แสดงผลงานทไ่ี ดจ าก
ªÒ½›˜§áÅÐËÁàÙ‹ ¡ÒÐ การศกึ ษา โดยสง ตวั แทนมาสรปุ และอธบิ ายผล
การศกึ ษา ทงั้ น้ี ใหใ ชแ ผนทแี่ ละรปู ถา ยประกอบ
ในการนําเสนอ
4. ครูและนกั เรยี นรวมกันต้ังคาํ ถาม เชน
• จากลักษณะทางกายภาพสง ผลตอ การ
ดําเนนิ ชวี ิตของผูคนอยางไรในดานทอ่ี ยู
อาศยั การคมนาคม การประกอบอาชพี
• การดําเนนิ ชีวติ ของมนษุ ยของผคู นสง ผล
ตอ สิ่งแวดลอมทางกายภาพอยา งไร
• ทรัพยากรท่มี อี ยใู นจงั หวดั มีประโยชน
ตอ ผคู นอยางไร
เหตผุ ล มีระดบั น้ําสูง ถกู คล่ืนกัดเซาะ พน้ื ทดี่ านรับลมไดร บั ฝนเตม็ ท่ี
ผูคนจึงสรางบานยกพ้ืนสูงเพื่อปองกันนํ้าทะเลทวมถึง และมีหลังคาลาดชัน
เพอื่ สะดวกแกการระบายน้ําฝน
๕๑
ขอ สอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู
บานท่ีอยูในบริเวณพ้ืนท่ีราบลุมและบานท่ีอยูในบริเวณพ้ืนท่ี 1 เสาบานยกพื้นสูง บานบนที่ราบลุมในอดีตมักจะยกพื้นสูงเพื่อปองกัน
ดอนมักจะสรางบานที่มีใตถุนสูง ซ่ึงใตถุนสูงน้ีมีประโยชน น้ําทวมแลว ยังมเี หตุผลอกี หลายประการท่ที าํ ใหสรางบา นยกพ้ืนสูง เชน
หลายอยางยกเวน ขอใด
• ปองกันภัยจากสัตวมีพิษที่อยูอาศัยบนพื้นดิน เชน ตะขาบ แมงปอง
1. เปน ท่เี ลย้ี งสัตว เปน ตน
2. ปองกันนํ้าทว มบา น
3. เปนท่เี กบ็ อุปกรณต างๆ • ใชใตถุนเปนท่เี กบ็ ของและเครอ่ื งใชเ กย่ี วกับการเกษตร
4. ทาํ ใหบ านมน่ั คงแขง็ แรง
ç(วิเคราะหคําตอบ ประโยชนของบานท่ีมีใตถุนสูง คือ ปองกัน
น้ําทวม ใชเปนที่เก็บอุปกรณตางๆ เชน จอบ คราด ใชเปนท่ี
เลยี้ งสตั ว เชน ววั ควาย เปด ไก แตก ารสรางบานที่มีใตถุนสงู ไม
ไดท าํ ใหบ านแข็งแรงขึน้ ดังนัน้ ขอ 4. จึงเปน คําตอบทถี่ ูก)
T63
นํา สอน สรุป ประเมนิ
ขนั้ สอน ๑.๒ การคมนาคม1
การรวบรวมขอมลู ลักษณะทางกายภาพของแตละจังหวัดจะเปนปจจัยหลักในการ
กาํ หนดใหม นษุ ยเ ลอื กรปู แบบในการเดนิ ทาง พนื้ ทตี่ า งกนั ก็ใชร ปู แบบการ
5. นักเรียนแตละกลุมสืบคนขอมูลจากแหลง คมนาคมทีต่ างกนั แมเ ปน พน้ื ที่เดยี วกัน แตตางฤดกู าล เชน การเดนิ ทาง
การเรียนรู หนังสือเรียน PowerPoint และ ชว งฤดูรอ นกับชวงฤดฝู น ก็อาจจะใชว ธิ ีตางกัน
สัมภาษณผูรูจากสถานท่ีจริง ถายภาพ หรือ
คลิปวิดีโอ ประกอบการบันทึกขอมูลตาม ÀÙà¢Ò ·èÕÊÙ§
ประเดน็ ทีก่ าํ หนด
การจัดการขอมลู
6. รวบรวมขอ มลู ตามประเดน็ คาํ ถามทกี่ าํ หนดไว
7. สมาชกิ ในกลมุ รว มกนั พจิ ารณาความนา เชอ่ื ถอื
ของขอมลู
และบเาหงตสุผวลนลาดสชวนันใหพญื้นเทป่ีทนุรเสกนันทดาารง2คมบนางาพคื้นมทที่จางึงบตกองใถชนรนถมกรีคะวบาะมทค่ีมดีกเคําี้ยลวัง
ขบั เคลื่อนสงู หรอื ใชร ถจักรยานยนตเ ปนหลกั
·èÕÃÒº
เหตผุ ล บรเิ วณทร่ี าบมกี ารคมนาคมหลายรปู แบบ เนอื่ งจากสภาพพน้ื ที่
เออ้ื อาํ นวยตอ การพฒั นาเสน ทางคมนาคม ทง้ั ถนน ระบบรางรถไฟ และทางนาํ้
ทําใหผ ูคนเลือกการเดนิ ทางไดห ลากหลาย เชน รถยนต รถไฟ รถไฟฟา เรอื
๕๒
นักเรียนควรรู
1 การคมนาคม ทางหลวงหลกั ทเี่ ชอื่ มตอ ระหวา งกรงุ เทพมหานครไปยงั ภมู ภิ าคหลกั ของประเทศไทย ไดแ ก ภาคเหนอื ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ภาคกลาง
และภาคใต เรียกวา ทางหลวงแผนดิน ปจจบุ นั มี 4 สาย คือ
• ทางหลวงแผนดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธนิ ) จากกรุงเทพฯ-แมส าย (เขตแดน) ยาว 970.949 กิโลเมตร
• ทางหลวงแผน ดินหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) จากสระบุร-ี หนองคาย (เขตแดน) ยาว 495.409 กิโลเมตร
• ทางหลวงแผน ดนิ หมายเลข 3 (ถนนสขุ ุมวทิ ) จากกรุงเทพฯ-ตราด ยาว 426.931 กิโลเมตร
• ทางหลวงแผน ดนิ หมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) จากกรงุ เทพฯ-อ.สะเดา จ.สงขลา ยาว 1,277.512 กิโลเมตร
2 พ้ืนที่ทุรกันดาร หมายถึง พื้นที่ที่หางไกลความเจริญ มีความยากลําบากในการคมนาคม เปนพ้ืนท่ีปาเขา ทะเล ขาดแคลนสาธารณูปโภคพ้ืนฐาน
ในการดํารงชีวติ
T64
นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ªÒ½§›˜ áÅÐËÁà‹Ù ¡ÒÐ ขนั้ สอน
การวิเคราะหแ ละแปลผลขอมูล
8. นกั เรยี นแตล ะกลุมนําขอ มลู มาวิเคราะห
หาคําตอบตามประเดน็ คาํ ถาม
9. นักเรยี นแตล ะกลมุ รวมกันทําใบงานท่ี 1.1
เรอื่ ง สิง่ แวดลอ มในจงั หวัดของเรา
เหตผุ ล พืน้ ที่บริเวณชายฝงและหมูเกาะ รวมถึงพ้ืนทท่ี ีอ่ ยตู ดิ กบั แมน้ํา
ผูคนจะนิยมเดินทางโดยทางเรือ เพราะมีความสะดวกมากกวา เนื่องจาก
เสนทางถนนจะมีเฉพาะบางบริเวณเทา น้นั
๑.๓ การประกอบอาชพี
อาชพี ของผคู นสวนใหญในจงั หวดั จาํ เปนตอ งพึ่งพาอาศยั ธรรมชาติ
เปน หลกั ซึ่งการประกอบอาชีพจะตองใหส มั พันธกบั ลักษณะทางกายภาพ
ท่ีมีอยูในจังหวัดเปนพื้นฐาน ลักษณะทางกายภาพที่แตกตางกันสงผลให
การประกอบอาชพี แตกตา งกนั ตามไปดว ย ดว ยเหตนุ ้ี ในจงั หวดั ทมี่ ลี กั ษณะ
ทางกายภาพหลากหลาย ยอ มเกดิ อาชพี หลากหลาย หรอื มอี าชพี แบบเดยี วกนั
แตอ าจมีวธิ กี ารท่ีไมเ หมือนกนั ดว ยเหตแุ ละปจจยั จากธรรมชาติ
๕๓
ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
การประกอบอาชีพเกษตรกรรมในแตละพื้นท่ีมีความแตกตาง ครูยกตัวอยางอาชีพท่ีสัมพันธกับสภาพแวดลอมในทองถ่ิน เชน พ้ืนที่
กัน เพราะเหตผุ ลในขอ ใดสําคัญท่ีสดุ ชายฝงทะเล จะมกี ารทําประมงกันมาก จะมอี าชีพอืน่ ๆ ทีเ่ ก่ยี วของตามมา เชน
รา นขายอุปกรณทาํ ประมง อตู อเรือ รา นแปรรูปผลติ ภัณฑสตั วน า้ํ รานขายของ
1. ระดับการศึกษาทีต่ างกนั ทร่ี ะลกึ บรกิ ารเรอื ทอ งเที่ยว เปน ตน
2. ความเจริญกา วหนาทางเทคโนโลยี
3. ความตองการของคนในพ้นื ทต่ี า งกนั
4. ลกั ษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศท่ตี างกนั
ç(วิเคราะหคําตอบ การประกอบอาชีพของผูคนในแตละพ้ืนท่ีมี
ความแตกตางกัน เพราะลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศท่ี
แตกตา งกัน ดงั นัน้ ขอ 4. จงึ เปน คําตอบที่ถกู )
T65
นํา สอน สรปุ ประเมิน
ขนั้ สอน ÀàÙ ¢Ò ·ÊÕè Ù§
การสรุปเพอ่ื ตอบคําถาม เหตผุ ล มีอากาศหนาวเย็น สง ผลใหผ ูคนประกอบอาชีพเกษตรกรรม
โยดังยมเีแฉรพต าาะงกๆารทปําลใหูกพเกืชดิ ไอมาผชลพี เกมาือรงทหาํ นเหาวมือนงแอรก1 จากนี้ บริเวณภูเขาบางแหง
10. นกั เรียนรว มกันสรุป
ตัวอยา งการสรปุ จงั หวดั อางทอง ·ÃèÕ Òº2
- สงิ่ แวดลอ มทางกายภาพจงั หวดั ของเราเปน
ท่ีราบลมุ มีแมน ํา้ เจา พระยาและแมน าํ้ นอย
ไหลผาน
- สิ่งแวดลอมสงผลตอการดําเนินชีวิตของ
ผูคนในจังหวัดดานที่อยูอาศัยริมแมน้ํานิยม
ปลูกบานใตถุนสูงเพ่ือปองกันนํ้าทวมบาน
การคมนาคมใชทางเรือและทางรถยนต
ผูคนสวนใหญประกอบอาชีพเกษตรกรรม
อาหารสวนใหญรับประทานปลาจากแมนํ้า
และพืชผลที่ปลูกดวยตนเอง ดินท่ีอุดม-
สมบรู ณเ ปน ทรพั ยากรธรรมชาตทิ เี่ หมาะกบั
การเพาะปลูกขา ว และพืช ผัก ผลไม
- ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดสงผลตอ
การดาํ เนนิ ชวี ติ ของคนในจงั หวดั เชน การตดั
ถนนทาํ ใหเ กดิ การขยายเมอื ง รกุ ลาํ้ แปลงนา
พ้ืนที่การเกษตรลดลง การจับปลาเพ่ือการ
บริโภค และจําหนายในฤดูวางไขทําให
จํานวนปลาลดลง การตัดถนนเพื่อการ
คมนาคมทางบกทาํ ใหอากาศเปน พิษ
เหตุผล ลักษณะทางกายภาพบรเิ วณท่ีราบ มแี มนํ้าไหลผา น พ้ืนดนิ
อุดมสมบูรณเหมาะแกการเพาะปลูก ผูคนจึงประกอบอาชีพเกษตรกรรม
โดยเฉพาะการปลูกขาวซ่งึ เปนพืชเศรษฐกิจท่สี ําคัญ
๕๔
นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคดิ
1 การทาํ เหมอื งแร การทาํ เหมอื งแรใ นประเทศไทยเรม่ิ จากการขดุ หา แรท องคาํ ผูคนที่อาศัยอยูในบริเวณพ้ืนที่ปาชายเลน เม่ือพิจารณาตาม
ดีบุก พลอยสีตางๆ ของชาวบาน จนกระท่ังมีการทําเหมืองอยางจริงจัง คือ ลกั ษณะทางกายภาพทสี่ ง ผลตอ การประกอบอาชพี ควรจะประกอบ
การทําเหมืองดีบุกในภาคใต ซ่ึงไดดําเนินการมาอยางตอเนื่องและขยายพื้นที่ อาชีพใดมากทสี่ ดุ
ไปท่ัวประเทศจนถึงปจ จบุ นั จงึ อาจกลาวไดวา พัฒนาการดานการทาํ เหมืองแร
ในประเทศไทยเรม่ิ ตน จากการทาํ เหมืองแรด บี กุ 1. ทาํ นา
2 ทีร่ าบ เปน บริเวณทีม่ ีความอุดมสมบูรณ เพราะมกี ารทับถมของดินตะกอน 2. ทําไร
ทน่ี า้ํ พดั พามาจงึ มแี รธ าตอุ าหารสะสมในดนิ มาก พบไดต ามบรเิ วณลมุ แมน าํ้ สาย 3. ประมง
ตา งๆ จึงทาํ ใหพ้ืนทรี่ าบเปน แหลงทีอ่ ยูอ าศัยของมนุษยและเปน แหลงเพาะปลูก 4. ทําเหมืองแร
ที่สาํ คัญ
ç(วิเคราะหคําตอบ ปาชายเลนเปนแหลงอนุบาลลูกปลา แหลงท่ี
อยอู าศัย และแหลงผสมพนั ธขุ องสัตวนํ้านานาชนดิ สง ผลใหเ กดิ
การประกอบอาชพี ประมง ดังน้ัน ขอ 3. จงึ เปนคาํ ตอบที่ถกู )
T66
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ªÒ½›§˜ áÅÐËÁà‹Ù ¡ÒÐ ขนั้ สรปุ
เหตุผล พื้นท่ีท่ีมีลักษณะทางกายภาพเปนชายฝงและหมูเกาะ จะมี 1. ครูและนกั เรยี นรวมกนั สรปุ เร่ือง สิ่งแวดลอ ม
ทรัพยากรทางทะเลท่อี ดุ มสมบูรณ มีสัตวท ะเลเปนจํานวนมาก สง ผลใหผ ูค น ทางกายภาพมผี ลตอ การดาํ เนนิ ชวี ติ ในจงั หวดั
ท่อี าศยั อยูในบริเวณนีป้ ระกอบอาชพี ประมง และการดาํ เนนิ ชวี ติ ของคนในจงั หวดั สง ผลตอ
ส่งิ แวดลอ ม
รเู รอื่ ง ภมู ศิ าสตร
2. ครใู หน กั เรยี นทาํ แบบฝก ปฏบิ ตั ทิ กั ษะรวบยอด
ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามขั้นตอน ดงั นี้ เรื่อง สิ่งแวดลอมทางกายภาพท่ีมีผลตอการ
๑. แบง กลมุ เปน ๓ กลมุ ใหแ ตล ะกลมุ จบั ฉลากเลือกประเดน็ ศกึ ษาเก่ียวกับ ดาํ เนนิ ชวี ติ ในจงั หวดั จากแบบฝก ปฏบิ ตั ทิ กั ษะ
รวบยอด ภมู ศิ าสตร ป.4 หนา 26-27
ลักษณะทางกายภาพของจงั หวดั ทมี่ ผี ลตอลักษณะทีอ่ ยูอ าศยั การคมนาคม
และการประกอบอาชีพของผคู นในจงั หวัด เพียง ๑ ประเด็น 3. ครูตรวจแบบฝกปฏิบัติทักษะรวบยอด เร่ือง
๒. ใหแ ตละกลมุ บอกแหลง ขอมูล วธิ ีการสบื คน ขอ มูล และลกั ษณะขอ มูลท่ีได สิ่งแวดลอ มทางกายภาพทมี่ ีผลตอ การดําเนนิ
๓. จัดแสดงผลงานท่ีไดจากการศกึ ษา โดยสงตัวแทนมาสรุปและอธิบายผล ชวี ติ
การศึกษา ทงั้ น้ี ใหใชแผนท่แี ละรปู ถายประกอบการนาํ เสนอ
4. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมรูเรื่องภูมิศาสตร
จากหนังสือเรยี น หนา 55
ขนั้ ประเมนิ
1. ครตู รวจใบงานท่ี 1.1 เร่ือง สงิ่ แวดลอ ม
ในจังหวัดของเรา
2. ประเมินการนาํ เสนอผลงาน
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม
4. สงั เกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงม่ัน
ในการทาํ งาน
๕๕
แนวทางการวัดและประเมินผล
ครตู รวจการทาํ ใบงานท่ี 1.1 เร่ือง ส่ิงแวดลอ มในจังหวัดของเรา ประเมินการนําเสนอผลงาน และสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน จากนั้นครูศกึ ษาแนวทาง
การวัดและประเมนิ ผลเพอื่ ประเมนิ ช้ินงานของนักเรยี น จากใบประเมนิ ช้ินงานทแ่ี นบทา ยแผนการสอน
แบบบนั ทกึ การอ่าน แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุม่ แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน
ชื่อหนงั สอื ชือ่ ผูแ้ ตง่ นามปากกา ช่อื กลุ่ม ช้นั คาช้แี จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องทต่ี รงกบั
สานกั พมิ พ์ ระดับคะแนน
จานวนหนา้ สถานทพี่ ิมพ์ ปที พ่ี มิ พ์ คาชแี้ จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงในช่องทตี่ รงกับ
ระดบั คะแนน
ราคา บาท อ่านวันท่ี เดอื น พ.ศ. เวลา
1. สาระสาคัญของเร่ือง ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321 321
2. วเิ คราะหข์ ้อคิด/ประโยชน์ท่ไี ดจ้ ากเรอ่ื งทีอ่ ่าน 1 การแบง่ หน้าทีก่ ันอย่างเหมาะสม 1 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
3. สิง่ ทส่ี ามารถนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวัน 2 ความร่วมมือกันทางาน รวม 2 ความคดิ สร้างสรรค์ รวม
3 การแสดงความคิดเห็น 3 วธิ ีการนาเสนอผลงาน
4 การรบั ฟังความคดิ เหน็ 4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 ความมนี า้ ใจช่วยเหลอื กนั 5 การตรงต่อเวลา
ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมิน ลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมิน
............../.................../................ ............../.................../................
4. ข้อเสนอแนะของครู นักเรียน ลงช่อื ผูป้ กครอง เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
) ( ) ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมินสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน
ลงช่ือ ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน
( ลงชอ่ื ครูผสู้ อน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมินเปน็ สว่ นใหญ่
( )
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินบางสว่ น
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12 - 15 ดี
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 8 - 11
ต่ากวา่ 8 พอใช้
12 - 15 ดี ปรบั ปรุง
8 - 11 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานมคี วามสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ผลงานมขี ้อบกพร่องเพยี งเลก็ นอ้ ย
ผลงานมีขอ้ บกพร่องมาก
สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4
T67
นํา นํา สอน สรุป ประเมนิ
ขนั้ นาํ ò ¡ÒÃà»ÅÕè¹á»Å§Ê§èÔ áÇ´ÅÍŒ Á㹨§Ñ ËÇÑ´
1. นกั เรยี นสงั เกตรปู การเปลย่ี นแปลงสง่ิ แวดลอ ม ส่ิงแวดลอมในจังหวัดท่ีเราเห็นอยูน้ี ไมได
ไดแก รูปการบุกเบิกพื้นท่ปี า การตัดถนน การ
ระเบิดภูเขา การสรางเขื่อน ควันพิษจากการ
จราจร และกองขยะ
การเปล่ยี นแปลง อยูคงท่ี แตมีการเปล่ียนอยูตลอดเวลา ซ่ึงเรา
ส่ิงแวดล้อม อาจไดยินจากผูใหญเลาใหฟงวา จังหวัดของเรา
ในจงั หวดั ปจจบุ นั นี้กบั อดตี แตกตา งกันมาก ทัง้ จํานวนผคู น
ของเรา
เป็นอย่างไร ที่เพิ่มมากข้ึน สภาพบานเมืองท่ีเปล่ียนแปลงไป
การเดนิ ทางทีส่ ะดวกกวา เดมิ
ลักษณะการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดลอมในจังหวัด มีทั้งปจจัยที่เกิด
มจาากกธทร่ีสรุดมชอาตันิเปแนลผะปลจมจายัจทาก่ีเกปิดรจิมาากณมผนูคษุ นยใ นซจ่งึ ังทหาํ วใัดห1ทเ กี่เพดิ ก่ิมามราเปกลขี่ยึ้นนแทปําลใหง
ความตองการดานส่ิงของเพ่ือการอุปโภคและบริโภค เพิ่มข้ึนตามไปดวย
รวมไปถึงการพัฒนาเพื่อสรางความเจริญตาง ๆ ท้ังนี้ เราควรเรียนรู
การเปล่ียนแปลงส่ิงแวดลอมในจังหวัดของเรา เพื่อจะไดปรับตัวให
สอดคลองกับการเปลยี่ นแปลงที่เกิดขึ้นไดอ ยางเหมาะสม
2. ครแู ละนักเรียนสนทนาเกี่ยวกบั รปู วา
การเปลีย่ นแปลงดังกลาวสง ผลตอการ
ดําเนินชวี ิตอยางไร
3. ครเู ชอ่ื มโยงถึงการเปล่ียนแปลงสิ่งแวดลอ มใน
จงั หวดั ของนกั เรยี น
จาํ นวนผคู นทเี่ พม่ิ ขน้ึ สง ผลทาํ ใหเ กดิ การเปลยี่ นแปลง
๕๖ สง่ิ แวดลอ มในจงั หวดั หลาย ๆ ดา น
นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคิด
1 ปริมาณผคู นในจังหวัด ของประเทศไทยแตกตางกนั เชน จาํ นวนประชากร “บอมอาศยั อยใู นหมบู า นแหง หนง่ึ ใกลก บั เชงิ เขา คนในหมบู า น
เดือนธันวาคม พ.ศ. 2560 จังหวัดท่ีมีจํานวนประชากรมากที่สุด คือ สวนใหญประกอบอาชีพทําไร โดยการถางพื้นที่ปาใหเปนพื้นที่
กรงุ เทพมหานคร มจี าํ นวนประชากร 5,682,415 คน จงั หวดั ทมี่ จี าํ นวนประชากร เกษตร” จากขอความนี้ ถามีฝนตกหนักติดตอกันเปนเวลานาน
นอยทสี่ ดุ คือ จงั หวดั ระนอง มจี าํ นวนประชากร 190,399 คน บรเิ วณที่หมบู า นของบอมตง้ั อยู เหตกุ ารณใดท่ีอาจเกิดข้นึ
(ทีม่ า : สาํ นักทะเบยี นกลาง กรมการปกครอง) 1. แผนดนิ ไหว
2. ภัยแลง
T68 3. ดนิ ถลม
4. ไฟปา
(ç วเิ คราะหคําตอบ หมูบ านของบอมอยใู กลเชงิ เขา และยงั มีการ
ตัดไมเ พอ่ื ทาํ ไร เมอื่ ฝนตกจงึ ไมม ีตน ไมคอยชวยยดึ ดินและดดู ซับ
น้ําจึงอาจจะทําใหเกิดดินถลมได ดังน้ัน ขอ 3. จึงเปนคําตอบ
ทถ่ี กู )
นํา สอน สรุป ประเมิน
๒.๑ ลกั ษณะการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดลอมในจงั หวัด ขนั้ สอน
เราไดทราบมาแลววา ลักษณะทางกายภาพมีสวนสําคัญตอวิถี 1. ครูใหน กั เรียนรว มกนั หาภาพสถานที่ใดสถาน
การดําเนินชีวิตของผูคนในจังหวัด ดังน้ัน เราจึงควรทําความเขาใจวา ที่หนึ่งในอดีตของจังหวัดที่นักเรียนอาศัยอยู
ลกั ษณะทางกายภาพในแตล ะดา นเปลยี่ นแปลงไปอยา งไร แลวนําภาพของสถานท่ีเดียวกันในปจจุบัน
นํามาเปรียบเทียบเก่ียวกับการเปลี่ยนแปลง
๑) ลักษณะภูมิประเทศ เปนการเปลี่ยนแปลงที่เราสามารถพบเห็น ลกั ษณะทางกายภาพ
อยเู สมอ ทงั้ สว นทเ่ี ปน พนื้ ดนิ และแหลง นาํ้ โดยเฉพาะจงั หวดั ทม่ี ปี ระชากร
มาก หรอื มกี ารขยายตวั ทางเศรษฐกิจสงู การเปลี่ยนแปลง จะเปน ไปอยา ง การตง้ั คาํ ถามเชงิ ภมู ศิ าสตร
รวดเรว็ การเปลยี่ นแปลงลกั ษณะภมู ปิ ระเทศของจงั หวดั เชน
2. นักเรยี นรวมกนั ตัง้ คาํ ถามเชงิ ภูมิศาสตร เชน
• การเปล่ียนแปลงลักษณะทางกายภาพของ
จังหวดั จากอดตี -ปจจบุ ันเปนอยางไร
• การเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพของ
จังหวัดมีสาเหตจุ ากอะไร
• การเปลี่ยนแปลงดังกลาวมีผลกระทบตอ
คนในจังหวดั อยางไรบา ง
สภาพพื้นทที่ ี่เปนพืน้ ท่ีปาไมอดุ มสมบูรณ แตม กี ารลักลอบเขา ไปตัดไม
ทาํ ลายปา หรอื บกุ รกุ พนื้ ทเี่ พอ่ื นาํ มาใชเ ปน พน้ื ทเี่ พาะปลกู สง ผลทาํ ใหล กั ษณะ
ภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงไป ท้ังพื้นที่ปาไมลดลง พ้ืนดินมีสภาพเสื่อมโทรม
แหลง น้าํ ตามธรรมชาติเหือดแหง
๕๗
ขอ สอบเนน การคิด บูรณาการอาเซียน
การบกุ รกุ พื้นที่ปา เพื่อนาํ พน้ื ท่ีมาใชในการเพาะปลกู สงผล ประเทศไทยตง้ั อยใู นเขตรอ น พน้ื ทส่ี ว นบนเปน ภเู ขาและทร่ี าบสงู พน้ื ทส่ี ว น
ใหเ กิดการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดลอมในขอใดมากท่สี ดุ กลางเปน ทรี่ าบลมุ พนื้ ทท่ี างใตเ ปน แหลมยนื่ ลงไปในทะเล การเปลยี่ นแปลงของ
สภาพแวดลอมท่เี กิดจากธรรมชาติในประเทศไทยพบไดไ มบอยนัก แตก็มคี วาม
1. ดิน เสี่ยงทจ่ี ะเกิดขึน้ เชน แผนดินไหว สนึ ามิ
2. ปา ไม
3. แหลงนํ้า ฟล ปิ ปนสเ ปน ประเทศทต่ี ้งั อยใู นมหาสมทุ รแปซฟิ กตะวนั ตก ประกอบดว ย
4. อากาศ หมูเกาะกวา 7,000 เกาะ จึงสงผลใหเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดลอมเปน
ภัยธรรมชาติ เชน พายุไตฝ ุน แผนดินไหว ภูเขาไฟ โคลน/ดนิ ถลม นํา้ ทวมไหล
(ç วเิ คราะหค าํ ตอบ การบกุ รกุ พนื้ ทป่ี า เพอื่ นาํ พน้ื ทมี่ าใชใ นการเพาะ หลาก/ฉับพลนั สนึ ามิ
ปลูกจะสงผลใหพื้นที่ปาไมลดลง เม่ือปาไมลดลง ก็จะเกิดความ
แหง แลง อากาศรอน ฝนไมตก ทําใหแหลง น้ําแหงขอด ดนิ ขาด อนิ โดนเี ซียเปน หมเู กาะทใ่ี หญทสี่ ดุ ในโลก ประกอบดว ยเกาะใหญน อยกวา
ความชมุ ชืน้ ดงั นนั้ ขอ 2. จงึ เปน คาํ ตอบที่ถกู ) 17,500 เกาะ พื้นท่ีสวนใหญเปนภูเขา เทือกเขาบางแหงเปนที่ต้ังของภูเขาไฟ
ทด่ี บั แลว และทยี่ งั ปะทอุ ยู จงึ มคี วามเสย่ี งตอ การเกดิ ภเู ขาไฟระเบดิ แผน ดนิ ไหว
นํ้าทว ม และสึนามิ
T69
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
ขนั้ สอน ๒) ลกั ษณะภมู อิ ากาศ การดาํ เนนิ ชวี ติ และการประกอบอาชพี ของคน
ในจังหวัด การขยายตวั ของเมือง การลดลงของพื้นทสี่ เี ขยี ว และแหลง นา้ํ
การรวบรวมขอมลู ธรรมชาติ สง ผลใหส ภาพอากาศเปลย่ี นแปลงไป ซงึ่ อาจทาํ ใหส ภาพอากาศ
รอนอบอาวมากขึ้น มีเขมา ควัน และฝุนละอองลอยปะปนในอากาศ
3. แบงกลุมนักเรียนตามความเหมาะสม ให เปนปริมาณสูง เชน
นักเรียนแตละกลุมสืบคนขอมูลเกี่ยวกับ
ลกั ษณะการเปลย่ี นแปลงสง่ิ แวดลอ มในจงั หวดั หลายจงั หวดั ทม่ี ผี คู นอาศยั อยหู นาแนน จะมกี ารใชย านพาหนะจาํ นวนมาก
ดังน้ี และไดป ลอ ยควันเสีย รวมท้งั ความรอนออกมา สง ผลใหอากาศรอนมากข้ึน
• การเปล่ียนแปลงลักษณะทางกายภาพของ
จงั หวดั จากอดีต-ปจจุบัน
• สาเหตุท่ีทําใหเกิดการเปล่ียนแปลงลักษณะ
ทางกายภาพของจังหวัด
• ผลกระทบทม่ี ีตอคนในจงั หวดั
และจากลกั ษณะของการเปลยี่ นแปลงสง่ิ แวดลอ ม
นั้นสงผลตอการเปลี่ยนแปลงที่อยูอาศัยของ
คนในจังหวัดเก่ียวกับการต้ังถ่ินฐาน การยาย
ถนิ่ เขา และการยายถิน่ ออกอยางไรบาง และ
นาํ ไปทาํ ใบงานที่ 2.1 เรือ่ ง การเปลย่ี นแปลง
ของสิง่ แวดลอมในจังหวดั แลว สงตัวแทนกลุม
ออกมานาํ เสนอหนา ช้นั เรียน
การตัดไมทําลายปา สงผลตอสภาพภูมิอากาศอยางมาก เพราะปาไม
ชวยทําใหอากาศชุมชื้น ชวยลดอุณหภูมิ เมื่อจังหวัดมีพื้นท่ีปาไมนอยลง
จะสงผลทําใหสภาพอากาศของจงั หวัด รอนอบอาวมากขนึ้
๕๘ การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศในจังหวดั
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ
ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายถึงการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดลอมใน การกระทําในขอใดที่เปนอันตรายตอสุขภาพและส่ิงแวดลอม
ทองถิ่นที่เกิดจากปจจัยทางธรรมชาติวามีอะไรบาง เกิดขึ้นเมื่อใด สาเหตุเกิด ของคนในจงั หวัดมากท่ีสดุ
จากอะไร มผี ลกระทบตอ การดาํ เนินชีวิตของผูค นในทอ งถ่ินอยางไร
1. การเผาซังขาวหลงั การเกบ็ เก่ียว
ส่ือ Digital 2. การแผวถางพนื้ ที่เพื่อทําการเกษตร
3. การนํานํ้าจากการซักผา ไปรดตนไม
นักเรียนสามารถเรียนรูเพ่ิมเติมเกี่ยวกับการเปล่ียนแปลงของภูมิอากาศ 4. การปลอยควนั จากโรงงานอตุ สาหกรรมเคมี
ในจงั หวดั ไดจาก QR Code
(ç วเิ คราะหค าํ ตอบ การปลอ ยควนั จากโรงงานอตุ สาหกรรมเคมจี ะ
สงผลทําใหสภาพอากาศในจังหวัดสกปรก และเปนอันตรายตอ
ระบบหายใจของคนในจังหวัด ดังน้นั ขอ 4. จงึ เปนคาํ ตอบทถ่ี กู )
T70
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
๓) ทรพั ยากรธรรมชาติ การขยายตวั ของเมือง ปริมาณของผูคนที่ ขน้ั สอน
เพม่ิ ขนึ้ สง ผลใหม กี ารใชแ ละบกุ รกุ ทาํ ลายทรพั ยากรเพม่ิ ขน้ึ ซง่ึ ทรพั ยากร
มีการเปล่ยี นแปลงไปอยา งรวดเร็วในลักษณะของการลดจาํ นวน หรอื เกดิ การจัดการขอมลู
ความเสอ่ื มโทรม โดยเฉพาะทรพั ยากรปา ไม ดนิ แหลง นา้ํ ธรรมชาติ สตั วป า
และสัตวน ํา้ เชน 4. นกั เรยี นแตล ะกลมุ รวบรวมขอ มลู ตามประเดน็
คําถามท่ีกาํ หนดไว
แหลงนํ้า ถูกนํามาใช
เพื่อการดํารงชีวิตประจําวัน 5. นักเรียนแตละกลุมระดมความคิด พิจารณา
และเพ่ือกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ความนาเช่ือถือของขอ มลู
ปจจุบันแหลงนํ้าธรรมชาติ
ห ล า ย พื้ น ท่ี มี ป ริ ม า ณ ล ด ล ง 6. นกั เรยี นแตล ะกลมุ นาํ ขอ มลู ทร่ี วบรวมไวม าหา
ต้ืนเขิน หรือมีการปนเปื้อน คําตอบตามประเด็นคาํ ถาม
สารพิษมากข้ึน ไมปลอดภัย
ที่จะนํามาใชเพ่ือการอุปโภค 7. ตัวแทนกลุมออกมานําเสนอโดยใชคลิปวิดีโอ
และบริโภค ทําใหตองใช รปู ถา ย หรอื แผนท่ี
น้าํ ประปาแทน
ดิน ในหลายพ้ืนที่ ดินมี
กคาวราใมชเดสิ่ืนอมไมโทถูรกมวิธี1เนข่ือาดงจกาากร
บํารุงรักษา ใชสารเคมีติดตอ
กนั เปนเวลานานทําใหม ีสารพษิ
ต ก ค า ง อ ยู ใ น ดิ น ม า ก ห รื อ มี
การชะลางพังทลายของดิน
สง ผลใหด นิ เสอ่ื มสภาพ ไมเ หมาะ
กับการเพาะปลกู
๕๙
ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู
“วนิ ยั เปน เกษตรกรอาศยั อยบู รเิ วณทร่ี าบเชงิ เขา วนิ ยั และคนใน 1 การใชที่ดินไมถูกวิธี เกิดขึ้นเน่ืองจากการเพิ่มข้ึนของประชากรและ
ชุมชนตองการขยายพน้ื ท่ีทาํ กินใหม ากย่งิ ข้นึ จึงชว ยกันตดั ตนไม การขยายตัวทางเศรษฐกิจอยางรวดเร็ว ทําใหเกิดการใชท่ีดินไมถูกตองตาม
บรเิ วณเชงิ เขาเพอื่ ทาํ เปน พนื้ ทเี่ พาะปลกู ” การกระทาํ ของวนิ ยั และ สมรรถนะทดี่ นิ ไดแ ก การนาํ ทด่ี นิ ทมี่ คี วามอดุ มสมบรู ณเ หมาะสมตอ การเกษตร
คนในชมุ ชนจะสง ผลตอ การเปลย่ี นแปลงสง่ิ แวดลอ มหลายประการ ไปใชเพ่ือพฒั นาเมือง สรา งโรงงานอตุ สาหกรรม สรางสนามกอลฟ เปนตน ซง่ึ
ยกเวน ขอใด การพัฒนาในกิจกรรมตางๆ ท่ีกลาวมาจะกอใหเกิดผลกระทบตอคุณภาพ
สงิ่ แวดลอม
1. ทําใหเกิดดนิ ถลม
2. ทาํ ใหแ หลงน้าํ แหง แลง T71
3. ทาํ ใหสตั วป าไมมที ่ีอยูอาศัย
4. ทําใหพ ชื ผลทางการเกษตรลดลง
ç(วิเคราะหคําตอบ การตัดตนไมบริเวณเชิงเขาจะทําใหตนไมลด
จํานวนลง สงผลใหเกิดดินถมเวลาฝนตก เมื่อไมมีตนไมอากาศ
ก็จะรอนขึ้น ฝนไมตกตามฤดูกาล น้ําในแหลงน้ําก็จะแหงขอด
สตั วปา กจ็ ะไมม ที อี่ ยอู าศัย ดงั นัน้ ขอ 4. จงึ เปน คาํ ตอบทีถ่ กู )
นาํ สอน สรุป ประเมิน
ขนั้ สอน ๒.๒ ผลจากการเปล่ยี นแปลงส่งิ แวดลอ มในจงั หวัด
การสรุปเพ่ือตอบคาํ ถาม เม่อื สง่ิ แวดลอ มในจังหวดั เปลย่ี นแปลงไป ไมว าจะเปลยี่ นไปลักษณะ
ใดกต็ าม กย็ อมสงผลตอ การดําเนนิ ชวี ติ ของผคู น ตองปรับเปลย่ี นไปตาม
8. นักเรียนรวมกันสรุปความรูโดยครูอธิบาย สงิ่ แวดลอ มดวย ซึง่ สามารถสรุปผลจากการเปลี่ยนแปลงของส่ิงแวดลอม
เพ่ิมเติมใหส มบูรณ ดังนี้ ท่ีมตี อ๑ถ)่นิ กฐาารนตขัง้ อถง่นิ ผฐูคานน1ในเจปังน หกวาัดรไแดส ดดงงั ถนึงี้ ความสามารถของมนุษยในการ
ตวั อยา งการสรุปจังหวัดนนทบรุ ี ปรบั ตวั ใหเ ขา กบั สง่ิ แวดลอ มทางกายภาพ เพอ่ื ความสะดวกในการอยอู าศยั
1) การเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพของ การประกอบอาชีพ และการเดินทางติดตอไปมาหาสูก ัน
จงั หวดั ไดแก
• การตดั ถนนเสน ทางใหมๆ แตเดิมน้ัน ดวยปจ จยั ทางธรรมชาตทิ ีม่ ีความอุดมสมบรู ณสูง มนษุ ย
• การจราจรทางบกมีความแออดั ดํารงชีพอยูดวยการเพาะปลูก ดังนั้น ปจจัยท่ีมนุษยนํามาใชในการ
ในชวงเวลาเชาและเย็น
• จํานวนขยะมีจํานวนมากขนึ้
• บา นจัดสรรมจี ํานวนมากขนึ้
• การสรางทางรถไฟสายสมี วง
• ศนู ยการคา สรางใหม
• พ้นื ทส่ี วนและพืน้ ท่ีนาเปล่ยี นเปนทอ่ี ยู
อาศัย
ผคู นมักต้ังถน่ิ ฐานอยูใกลแมนา้ํ เพราะมที รพั ยากรน้ํา
๖๐ ทอี่ ุดมสมบรู ณในการนาํ มาใชอ ปุ โภค บริโภค
นักเรียนควรรู กจิ กรรม ทา ทาย
1 การต้ังถน่ิ ฐาน ปจจัยทมี่ อี ิทธพิ ลตอการตงั้ ถน่ิ ฐาน สามารถแบงได ดงั นี้ ใหนักเรียนแบงเปน 2 กลุม แลวสืบคนขอมูลการต้ังถ่ินฐานและ
1. ปจจัยดานกายภาพ เชน ลกั ษณะพื้นที่ อากาศ แหลงนํา้ เปนตน เพื่อใช การยา ยถนิ่ ฐานของคนในจงั หวดั ทนี่ กั เรยี นอาศยั อยู ระบสุ าเหตทุ ที่ าํ ให
ในการดาํ รงชวี ติ เกดิ การอพยพยา ยถิน่ เขา และยา ยถ่ินออก จากนัน้
2. ปจ จัยทางดานวัฒนธรรม เชน ภาษา ศาสนา การเมอื ง เปน ตน ทาํ ให
เกิดความสัมพนั ธระหวางมนุษยในถิน่ ฐานเดยี วกนั - กลุมที่ 1 ชวยกันคิดวาทําอยางไรผูคนจึงจะเขามาต้ังถิ่นฐาน
3. ปจจยั ทางเศรษฐกิจ เชน การเพาะปลูก การอตุ สาหกรรม เปน ตน ในจังหวดั ของเรามากขน้ึ
- กลุมท่ี 2 ชวยกันคิดวาทําอยางไรผูคนในจังหวัดของเราจึงจะ
ไมยายถ่ินฐานออกไปจากจงั หวดั
เสรจ็ แลวแตละกลมุ สงตวั แทนออกมานาํ เสนอหนาชนั้ เรยี น
T72
นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ต้ังถ่นิ ฐานบานเรอื น จึงดทู ่ีความอุดมสมบูรณของพ้นื ดินและนา้ํ เปนหลัก ขน้ั สอน
ซของึ่ เงรคานจะไเทหยน็ แกบาบรอสยราางงไบดาช นดั แเปจนลนงเบั มตือง้ั งแสตถอ าดปตี นวาา เปกานรรตาง้ัชถธน่ิ าฐนา1ี นลบวา นนอเรยอื ูในน
บรเิ วณริมแมนา้ํ สายสาํ คญั ๆ ทั้งสิน้ และสิง่ นี้กเ็ ปน รปู แบบสืบตอกนั มา การสรุปเพื่อตอบคาํ ถาม (ตอ)
อยา งไรก็ตาม ดวยเหตทุ ีส่ ภาพปจจุบนั พ้นื ที่บรเิ วณศูนยก ลางของ 2) การเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพมี
จังหวัดมีจํากัด ท่ีดินมีราคาแพง มีอาคารสถานท่ีอยูมาก การจะพัฒนา สาเหตุจากการขยายตัวของเมือง และ
สงิ่ ตา ง ๆ ทาํ ไดย ากลาํ บาก สง ผลทาํ ใหต อ งขยายพน้ื ทขี่ องจงั หวดั ออกไปยงั ประชากรอพยพยายถ่ินเขามาเปนจํานวน
บริเวณชานเมอื ง ซ่ึงเดมิ สว นใหญจ ะเปน พ้ืนท่เี กษตรกรรม มาก
3) การเปลี่ยนแปลงมีผลกระทบตอคนใน
จังหวัดในดานความเปนอยูแออัด การ
จราจรติดขัด มลภาวะทางอากาศเปนพิษ
การสรางทางรถยนตและรถไฟฟาทําให
ท่ีดินมีราคาแพง มีความเจริญพ้ืนที่ทาง
เกษตรลดนอยลง คนงานจากตางชาติ
เขา มาทํางานจาํ นวนมากข้นึ
การเปลี่ยนแปลงพื้นท่ีทางการเกษตร เนื่องจากหลายจังหวัดมีจํานวน
ประชากรเพม่ิ ขนึ้ ทาํ ใหค วามตอ งการดา นทอี่ ยอู าศยั เพม่ิ ขึ้น แตพ้นื ทมี่ จี าํ กัด
จึงตองเปลี่ยนพื้นท่ีทางการเกษตรมาเปนพ้ืนท่ีอยูอาศัยแทน หรือสรางเปน
หมบู านจดั สรร
๖๑
ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
การขยายพนื้ ทขี่ องตวั เมอื งออกไปยงั ชานเมอื งจะสง ผลกระทบ ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายถึงการเปล่ียนแปลงสภาพแวดลอมใน
ตอส่งิ แวดลอมใดเปน อันดับแรก ทอ งถ่ิน เพือ่ ใหน ักเรยี นมคี วามเขา ใจไดง ายขนึ้ โดยเปรียบเทียบสภาพแวดลอ ม
เมือ่ 1-2 ปท ี่แลว กบั ปจจบุ นั วา มีอะไรเปลยี่ นแปลงไปบาง
1. แร
2. ดนิ นักเรียนควรรู
3. ปา ไม
4. แหลง นาํ้ 1 ราชธานี หมายถงึ เมอื งหลวง ตงั้ แตส มยั โบราณราชธานไี ทยจะตง้ั อยใู กลก บั
แหลง นาํ้ เชน ในสมยั อยธุ ยาเปน ราชธานจี ะอยใู กลก บั แมน า้ํ ปา สกั แมน า้ํ เจา พระยา
(ç วเิ คราะหค าํ ตอบ เมอ่ื มกี ารขยายพน้ื ทตี่ วั เมอื งออกไปยงั ชานเมอื ง ในสมัยธนบุรี ต้ังอยูใกลกับแมน้ําเจาพระยา และปจจุบันกรุงรัตนโกสินทร
จะมีการตัดตนไมเพื่อนําพื้นท่ีมาใชในการกอสรางส่ิงตางๆ เชน กต็ ง้ั อยูใกลก ับแมน้ําเจาพระยา
ถนน บาน โรงงาน การขยายพืน้ ที่ของตวั เมืองจงึ สงผลกระทบตอ
พื้นทป่ี าไมเปน อนั ดบั แรก ดงั นั้น ขอ 3. จงึ เปนคาํ ตอบท่ถี ูก)
T73
นํา สอน สรุป ประเมนิ
ขนั้ สอน ท้ังนี้ เพ่ือความสะดวกในการ
คมนาคมติดตอสื่อสารระหวางกัน
9. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ โดยใชข อ มลู การยา ยถน่ิ ของ ในบริเวณพ้ืนที่ที่เพ่ิงขยายตัว จึงมี
ประชากรในจังหวัดใหนักเรียนดูแลวรวมกัน การพัฒนาสาธารณูปโภคพ้ืนฐาน
สรปุ สาเหตขุ องการยา ยถน่ิ โดยครดู ขู อ มลู จาก เชน การตดั ถนน สรา งระบบรางรถไฟ
เว็บไซตของสํานักงานสถิติแหงชาติ (www. ทําใหการเดินทางสะดวกสบายและ
nso.go.th) ในหัวขอสถิติประชากรศาสตร
ประชากรและเคหะ หรือสอบถามขอมูลจาก
หนว ยงานทีเ่ กย่ี วขอ งในจังหวัด
ตัวอยา ง
การยา ยเขา การยา ยออก รวดเร็ว สงผลใหการตั้งถิ่นฐาน
316,443 379,687 ของผูคนเปล่ียนไป ผูคนในแตละ
กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. 2560 จังหวัดมักจะเลือกต้ังถิ่นฐานตาม
แนวถนน อันเปน เสนทางคมนาคม
สายหลักแทน โดยเฉพาะบริเวณ
ศนู ยก ลางการคมนาคม จะมีการตั้ง การต้งั โรงงานอตุ สาหกรรมจะสง ผล
ทําใหม ผี คู นเขา มาต้ังถ่นิ ฐานใกลก บั
โรงงาน
ถน่ิ ฐานอยา งหนาแนน
มีการนตอั้งโกรจงางกานน้ีอุตหสลาาหยกพร้ืนรทม1ี่ทข่ี้ึนเหมมาาในะสหมลกายับจกังาหรวพัดัฒนเชานเศรชษลฐบกุริจี ทําให
ระยอง
พระนครศรอี ยธุ ยา สระบรุ ี ขอนแกน นครราชสมี า ปราจนี บรุ ี ทาํ ใหม ผี คู น
ยายถิ่นเขามาทํางาน และตั้งถิ่นฐานในบริเวณใกลกับแหลงงานท่ีการ
เดินทางไปมาสะดวก
การตง้ั ถนิ่ ฐานในจงั หวดั มคี วามสมั พนั ธก บั ความปลอดภยั เมอื่ สง่ิ แวดลอ ม
เปลยี่ นแปลงไป อาจทาํ ใหเ กดิ ความเสยี่ งตอ ความไมป ลอดภยั หรอื ไมส ะดวก
ในการดํารงชีวิต เชน บางพื้นท่ีประสบภัยธรรมชาติบอยครั้ง แหงแลง
ขาดแคลนน้ํา ผูคนก็จะยายไปยังบริเวณอ่ืนของจังหวัดที่มีสิ่งแวดลอม
เหมาะสมกบั การดาํ รงชวี ิตมากกวา
๖๒
เกร็ดแนะครู
ครจู ัดหาแผนทีแ่ ละรปู ถา ยเก่ียวกบั การเปลี่ยนแปลงของจงั หวดั ทน่ี กั เรยี นอาศัยอยู แลว อธบิ ายใหนกั เรียนเขา ใจวา
• ลกั ษณะการเปลี่ยนแปลงของจังหวัดมีลกั ษณะเชนใด
• การขยายตวั ของจงั หวดั เปนอยา งไร
• การตัง้ ถ่นิ ฐานของคนในจงั หวัดมีความหนาแนนบริเวณใด
• มปี ญ หาอะไรบา งท่เี กดิ จากการเปลีย่ นแปลงของจังหวัด
นักเรียนควรรู
1 โรงงานอตุ สาหกรรม ในปจ จุบนั หลายพ้นื ท่เี ปน ทต่ี ้ังของโรงงานอตุ สาหกรรม ท่ีเรยี กวา นิคมอตุ สาหกรรม ซงึ่ นคิ มอตุ สาหกรรมแตล ะแหงจะมกี ารตรวจสอบ
ดแู ลการกาํ จดั ของเสยี ตา งๆ เพอื่ ใหม ผี ลกระทบตอ สงิ่ แวดลอ มใหน อ ยทส่ี ดุ เพอ่ื ใหอ ยรู ว มกบั ชมุ ชนไดอ ยา งยงั่ ยนื นคิ มอตุ สาหกรรมทส่ี าํ คญั เชน นคิ มอตุ สาหกรรม
บางชัน นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพดุ นิคมอตุ สาหกรรมอมตะนคร นิคมอตุ สาหกรรมแหลมฉบัง เปนตน
T74
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
๒) การยายถน่ิ การเปลย่ี นแปลงสง่ิ แวดลอมทางกายภาพ ไดสง ผล ขนั้ สรปุ
กระทบตอ วิถีการดาํ รงชวี ิตของผูคนท่อี ยูในจงั หวัด ๒ ลักษณะ คือ
1. ครูและนกั เรียนรวมกันสรุปความรูเ กย่ี วกับ
การยายถิ่นเขา เมื่อส่ิงแวดลอมของจังหวัดมีลักษณะทางกายภาพ ลักษณะและผลของการเปลยี่ นแปลง
เปลยี่ นแปลงไป จงั หวดั ไดร บั การพฒั นาในดา นตา ง ๆ เศรษฐกจิ เจรญิ เตบิ โต ส่ิงแวดลอมในจงั หวดั
มีการตัดถนน สรางสาธารณูปโภค มีสง่ิ อาํ นวยความสะดวกในการดําเนิน
ชวี ติ พนื้ ทกี่ ารเกษตรหรอื พน้ื ทว่ี า งเปลา จะถกู พฒั นา มกี ารจดั สรา งโรงงาน 2. ครูใหนักเรียนทาํ กจิ กรรมรูเร่ืองภมู ิศาสตร
แหลง เศรษฐกจิ แหลง การศกึ ษา ยอ มทาํ ใหเกิดแรงจงู ใจใหผูคนจากพนื้ ท่ี จากหนงั สือเรยี น หนา 64
อืน่ ซึ่งมีท้ังในจงั หวดั เดยี วกนั หรอื จากจงั หวัดอืน่ ยายถน่ิ เขามาอาศยั อยู
เพ่ือประกอบอาชีพ 3. นักเรียนทําแบบฝกปฏิบัติทักษะรวบยอด
เร่ือง การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดลอมในจังหวัด
ดังจะเห็นตัวอยางไดจากจังหวัดที่อยูติดกับ จากแบบฝกปฏิบัติทักษะรวบยอด ภูมิศาสตร
กรุงเทพมหานคร หรือจงั หวัดเชียงใหม พษิ ณุโลก ป.4 หนา 28-29
ขอนแกน อบุ ลราชธานี ชลบรุ ี ภเู กต็ หรอื จงั หวดั
4. ครตู รวจแบบฝก ปฏบิ ตั ทิ ักษะรวบยอด เร่ือง
ท่ีมีแหลงทรัพยากรอุดมสมบูรณ มีสถานท่ี การเปล่ียนแปลงส่ิงแวดลอมในจงั หวัด
สาํ คญั มแี หลง ทอ งเทย่ี วทสี่ วยงาม สง่ิ แวดลอ มดี
จะมผี ูคนยา ยถ่นิ เขา มาอาศัยอยูมาก
ชานเมอื ง1ของจงั หวดั ทอี่ ยใู กลก รงุ เทพมหานคร มผี คู นเขา มาอาศยั
อยมู าก สง ผลใหพ น้ื ทเี่ กษตรกรรมเปลย่ี นเปน พนื้ ทอี่ ยอู าศยั ๖๓
ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู
ผูคนในจังหวัดจะยายถ่ินออกไปอาศัยอยูที่อื่น เพราะเหตุผล 1 ชานเมือง พื้นทบี่ รเิ วณรอบนอกของเมอื งหรือนคร ซงึ่ ประชากรยังอยูอ าศยั
ในขอใดสาํ คญั ท่สี ุด ไมหนาแนนเหมือนในเขตเมือง แตก็หนาแนนกวาเขตชนบทที่อยูไกลออกไป
เขตชานเมืองเปนท่ีอยูอาศัยของคนท่ีทํางานในเมือง และเดินทางเขาเมือง
1. เพ่ือไปหางานทํา แบบไปเชาเยน็ กลบั ชานเมืองมกั เปนทิศทางทีเ่ มืองจะขยายตวั ออกไปจากเมือง
2. เพื่อไปศกึ ษาตอ เมอื่ คนไปอยูอาศยั กนั มากขนึ้ กก็ ลายเปน เมืองในเวลาตอ มา
3. มีการต้งั โรงานอตุ สาหกรรมใกลแ หลง ทอ่ี ยอู าศยั
4. พ้ืนท่ีอยอู าศัยเดมิ เกิดความเส่ือมโทรม และแหงแลง
ç(วิเคราะหคําตอบ สาเหตุหลักที่ผูคนจะอพยพยายถ่ินออก
สวนใหญเปนผลมาจากสิ่งแวดลอมที่เคยอุดมสมบูรณเกิดการ
เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม สงผลใหการดําเนินชีวิตในพื้นท่ีเดิมเปน
ไปดวยความยากลาํ บาก กจ็ ะเปนแรงผลักดันใหผ คู นยา ยถิน่ ออก
ดงั นั้น ขอ 4. จงึ เปนคาํ ตอบที่ถูก)
T75
นํา สอน สรปุ ประเมิน
ขน้ั ประเมนิ การยายถิ่นออก สวนใหญจะ
เปนผลมาจากสิ่งแวดลอมท่ีเคย
1. ครตู รวจใบงานท่ี 2.1 เร่อื ง การเปล่ียนแปลง อุดมสมบูรณหรือดํารงความเปน
ของสง่ิ แวดลอ มในจังหวดั ธรรมชาติของจังหวัดเปล่ียนแปลง
ไปจากเดิม ซ่ึงมีผลกระทบทําให
2. ประเมนิ การนําเสนอผลงาน
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุม
4. สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงม่ัน
ในการทํางาน
การประกอบอาชพี การดาํ รงชวี ติ ใน
พืน้ ท่ีเดมิ ทําไดยากลาํ บาก กจ็ ะเปน
แรงผลักดันใหผูคนบางสวนยายถิ่น
ออก พนื้ ทที่ ่ไี มป ลอดภยั เชน มนี า้ํ ทว มเปน
ประจาํ ผคู นบางสว นอาจยา ยถนิ่ ออกไป
ทเี่ หน็ เดน ชดั คอื การเพาะปลกู ยงั ทอี่ นื่
ถาพ้ืนที่เดิมเสื่อมโทรม แหงแลง ผูคนก็จะยายถิ่นไปทําเกษตรกรรม
ยงั พื้นทีแ่ หง ใหม หรอื แหลง ประมงเดิม มีสัตวน ้าํ นอ ยลง ชาวประมงบาง
สว นจะยา ยไปทําประมงในบรเิ วณอ่ืน นอกจากน้ี การยายถิ่นออก ยงั เกิด
จากการเปลยี่ นแปลงสง่ิ แวดลอ ม ทท่ี าํ ใหเ กดิ ความไมป ลอดภยั เชน อากาศ
มมี ลพษิ น้าํ เนา เสยี หรอื เกดิ ภยั พิบัติทางธรรมชาติในพื้นท่ีบอยครง้ั
รเู รอ่ื ง ภมู ศิ าสตร
ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามข้ันตอน ดังนี้
๑. ใหน กั เรยี นไปสัมภาษณผ ปู กครองเกี่ยวกบั สภาพบา นเมอื งในอดีตของจังหวดั
ของตน
๒. แบงกลุม แลวนําขอมูลที่ไดจากการสัมภาษณผูปกครองมาทําเปนรายงาน
เกยี่ วกบั ลกั ษณะการเปลยี่ นแปลงสงิ่ แวดลอ มในจงั หวดั และผลการเปลย่ี นแปลง
๓. ใหแ ตล ะกลุมสง ตัวแทนออกมาสรุปผลการเปลย่ี นแปลงส่ิงแวดลอมในจงั หวัด
โดยใชแผนท่ีและรูปถา ยประกอบการนําเสนอ
๖๔
แนวทางการวัดและประเมินผล
ครูตรวจการทําใบงานท่ี 2.1 เร่ือง การเปล่ียนแปลงของส่ิงแวดลอมในจังหวัด ประเมินการนําเสนอผลงาน และสังเกตพฤติกรรมการทํางาน จากนั้น
ครูศกึ ษาแนวทางการวัดและประเมนิ ผลเพ่ือประเมินชน้ิ งานของนักเรียน จากใบประเมนิ ชน้ิ งานทีแ่ นบทายแผนการสอน
แบบบนั ทึกการอ่าน แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุม่ แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน
ชอ่ื หนงั สอื ชือ่ ผู้แต่ง นามปากกา ชือ่ กลุ่ม ชนั้ คาชี้แจง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงในช่องท่ีตรงกบั
สานกั พิมพ์ ระดบั คะแนน
จานวนหน้า สถานทีพ่ มิ พ์ ปีท่พี มิ พ์ คาชแี้ จง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ลงในชอ่ งท่ีตรงกับ
ระดบั คะแนน
ราคา บาท อา่ นวันที่ เดือน พ.ศ. เวลา
1. สาระสาคัญของเร่อื ง ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
321 321
2. วเิ คราะหข์ อ้ คิด/ประโยชนท์ ่ไี ดจ้ ากเรื่องทอี่ ่าน 1 การแบง่ หน้าท่ีกนั อยา่ งเหมาะสม 1 ความถูกต้องของเนื้อหา
3. สงิ่ ทสี่ ามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวัน 2 ความร่วมมือกันทางาน รวม 2 ความคดิ สร้างสรรค์ รวม
3 การแสดงความคิดเหน็ 3 วิธกี ารนาเสนอผลงาน
4 การรบั ฟงั ความคดิ เหน็ 4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 ความมีน้าใจช่วยเหลือกนั 5 การตรงต่อเวลา
ลงชือ่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ
............../.................../................ ............../.................../................
4. ข้อเสนอแนะของครู นกั เรยี น ลงชอ่ื ผ้ปู กครอง เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
) ( ) ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน
ลงช่ือ ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน
( ลงชอ่ื ครูผสู้ อน ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมนิ เปน็ ส่วนใหญ่
( )
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครั้ง ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมนิ บางสว่ น
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
12 - 15 ดี
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 8 - 11
ตา่ กว่า 8 พอใช้
12 - 15 ดี ปรบั ปรุง
8 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรุง
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานมคี วามสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ผลงานมีข้อบกพร่องเพยี งเล็กนอ้ ย
ผลงานมขี อ้ บกพร่องมาก
สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4
T76
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ó ¡Òè´Ñ ¡ÒÃÊè§Ô áÇ´ÅÍŒ Á㹨§Ñ ËÇ´Ñ ขน้ั นาํ
การจัดการส่ิงแวดลอมในจังหวัดเปนสิ่งสําคัญ 1. ครูใหนักเรียนตอบคําถามกระตุนความคิด
แนวทาง เพราะทรัพยากรตาง ๆ ลวนมคี วามจาํ เปน ที่จะตอ ง เก่ียวกับ “ปญหาส่ิงแวดลอมท่ีนักเรียนพบมี
ในการจัดการ ดูแล และใชใหเกิดประโยชนที่สุด หากมีการใช อะไรบาง” จากนั้นถามนักเรยี นวา
ส่งิ แวดลอ้ ม ทรัพยากรโดยขาดการจัดการอยางเหมาะสมแลว • การอนุรักษส่ิงแวดลอมมีความจําเปน
ในจงั หวดั ก็จะทําใหทรัพยากรและส่ิงแวดลอมในจังหวัด หรือไม อยา งไร
มอี ะไรบ้าง (ตอบ : มีความจําเปน เพราะการอนุรักษ
ส่ิงแวดลอมจะชวยใหพ้ืนที่น้ันนาอยูอาศัย
เสอื่ มโทรมลง ดงั นนั้ จงึ เปน หนา ทขี่ องทกุ คนในจงั หวดั มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ เหมาะตอการ
ที่จะตองรวมกันหาแนวทางในการจัดการส่ิงแวดลอม และลงมือปฏิบัติ ประกอบอาชีพ)
รว มกนั เพือ่ รักษาส่ิงแวดลอมในจังหวัดใหค งอยตู อ ไป
2. ครูอธิบายเชื่อมโยงสูปญหาส่ิงแวดลอมใน
จังหวัดของนักเรียน เชน น้ําเนาเสีย หมอก
ควนั พษิ เปนตน
การปลกู ปา ชายเลน1เปน อกี วธิ กี ารหนงึ่ ในการรกั ษา
ระบบนเิ วศทางทะเลใหม คี วามอดุ มสมบรู ณ
๖๕
ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
การกระทาํ ของใครมีสวนชว ยลดปญ หาภาวะโลกรอน ครใู หน กั เรยี นชว ยกนั บอกวา ในจงั หวดั ของนกั เรยี นมปี ญ หาดา นสงิ่ แวดลอ ม
1. ขวญั เปดเครอ่ื งปรับอากาศท้ังวนั ทั้งคนื อะไรบา ง และเกดิ ขนึ้ ทไี่ หน แลว ชว ยกนั คดิ วา ปญ หาเหลา นนั้ เกดิ มาจากสาเหตใุ ด
2. บอมนาํ ขยะไปเผาบริเวณสนามหลังบา น และจะแกไขอยา งไร
3. เตต ัดตนไมเ พ่อื นําพน้ื ทีม่ าทําการเพาะปลกู
4. กอยปดเครื่องใชไฟฟา ท่ไี มไ ดใชงานและถอดปล๊ัก นักเรียนควรรู
ç(วิเคราะหคําตอบ การลดการใชพลังงานไฟฟาเปนแนวทางหน่ึง 1 ปาชายเลน เปนระบบนิเวศที่เช่ือมตอระหวางผืนแผนดินกับพ้ืนนํ้าทะเล
ในการชว ยแกไ ขปญหาภาวะโลกรอน ดังนน้ั ขอ 4. จงึ เปนคําตอบ ซ่ึงบรเิ วณปาชายเลนจะประกอบไปดว ยพชื พรรณและสตั วน านาชนดิ ดํารงชีวิต
ทีถ่ ูก) อยูรวมกัน ภายใตสภาพแวดลอมที่เปนดินเลนน้ํากรอย และมีน้ําทะเลทวมถึง
อยางสม่ําเสมอ เราเรียกปาชายเลนวา ปาโกงกาง ไดอีกชื่อหนึ่งตามพันธุไม
ทพ่ี บเปน จาํ นวนมากในบรเิ วณปา ชายเลน ปา ชายเลนนบั เปน ทรพั ยากรทม่ี คี ณุ คา
ท้ังทางดา นเศรษฐกิจและส่ิงแวดลอ ม
T77
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ๓.๑ แนวทางการจัดการสง่ิ แวดลอ มในจังหวัด
การใชทรพั ยากรและส่งิ แวดลอ มอยางถูกหลกั
การตัง้ คาํ ถามเชิงภูมิศาสตร
๑จะชว ยใหเรามที รัพยากรไวใชอยางย่ังยนื
1. ครูแบงกลุมนักเรียนแลวสมมุติใหแตละกลุม
เปนทีมงานสิ่งแวดลอมของจังหวัดท่ีนักเรียน ซ่ึงมแี นวทาง ดงั นี้
อาศยั อยู
การใชอ ยา งประหยดั
2. นักเรียนแตละกลุมตั้งคําถามเกี่ยวกับปญหา ทรพั ยากรธรรมชาตมิ อี ยู
สง่ิ แวดลอ มในจงั หวดั วามปี ญ หาอะไรบา งแลว อยา งจาํ กดั จงึ ควรใชเ มอ่ื มคี วามจาํ เปน เชน ไมเ ปด
จดบนั ทึก เชน กอ กนาํ้ ทง้ิ ไวข ณะแปรงฟน หรอื ลา งมอื
• ปญ หาเกย่ี วกบั สง่ิ แวดลอ มในจงั หวดั ของเรา
มีอะไรบาง ๒การนํากลับมาใชใ หม
• สาเหตุของปญหาส่ิงแวดลอมในจังหวัด
เกิดจากอะไร
• มีแนวทางแกปญหาส่ิงแวดลอมในจังหวัด
อยา งไร
สงิ่ ตา งๆ ทเี่ ราใชใ นชวี ติ ประจาํ วนั ผลติ มาจาก
ทรพั ยากรตา งๆ สง่ิ ของบางอยา งเมอ่ื นาํ มาใชแ ลว
สามารถนาํ กลบั มาใชซ าํ้ ไดอ กี เชน นาํ ขวดพลาสตกิ
มาทาํ กระถางตน ไม
๓ การใชอ ยา งคุมคา
✕ เมอ่ื สงิ่ ของชาํ รดุ ควรนาํ มาซอ มแซม
เพื่อใหใชไดอีกคร้ังเพ่ือชวยประหยัด
ทรพั ยากร เชน การเยบ็ ซอ มแซมเสอื้ ผา
๔การปฏเิ สธการใช ทข่ี าด การซอ มรองเทา
การปฏเิ สธทจี่ ะใชส งิ่ ของหรอื ผลติ ภณั ฑท ที่ าํ ลาย
หรือสรางมลพิษแกสิ่งแวดลอม เชน ถุงพลาสติก
กลอ งโฟมบรรจอุ าหาร
แนวทางการจัดการส่งิ แวดลอ มในจังหวัด
๖๖
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด
ครูเสนอแนะใหนักเรียนรวมกันจัดกิจกรรม เพื่อชวยจัดการส่ิงแวดลอม ใครชวยอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมไดอยาง
ในจงั หวัด เชน เหมาะสม
1. ใหนักเรียนทําปายรณรงคเกี่ยวกับแนวทางการจัดการส่ิงแวดลอม 1. หนอ ยเผาวชั พชื ในแปลงเพาะปลกู
ในจังหวัด แลวนาํ ไปติดในสถานท่ที ี่โรงเรยี นจัดไวให 2. ปอมนาํ ขวดแกวทใ่ี ชแ ลว มาใชซํ้าอีก
3. กอ นนํานํา้ จากการซกั ผา มาถูบาน
2. ใหนักเรียนรวมกันออกแบบประดิษฐสิ่งของเคร่ืองใชในชีวิตประจําวัน 4. แมนนําสัตวป ามาเพาะเลย้ี งขาย
จากถงุ พลาสตกิ หรอื กลองโฟมที่ใชแ ลว เพอ่ื เปนการลดปริมาณขยะ โดยครูและ
นักเรียนรวมกันกําหนดเกณฑในการตัดสินผล เชน ความสวยงาม ความคิด (ç วเิ คราะหค าํ ตอบ การเผาวชั พชื จะทาํ ใหห นา ดนิ ถกู ทาํ ลาย การนาํ
สรางสรรค การนําผลงานไปใชไดจริง เปน ตน นาํ้ จากการซกั ผา มาถบู า นจะทาํ ใหบ า นสกปรก และการนาํ สตั วป า
มาเพาะเลี้ยงขายเปนสงิ่ ผิดกฎหมาย ดังนั้น ขอ 2. จงึ เปนคําตอบ
ทถี่ กู )
T78
นํา สอน สรุป ประเมิน
๕ การบาํ บดั และการฟน ฟู ขน้ั สอน
การบาํ บดั เปน การชว ยลดความ
เสอ่ื มโทรมของทรพั ยากรธรรมชาติ การรวบรวมขอ มลู (ตอ)
เชน การบาํ บดั นา้ํ เสยี จากครวั เรอื น
หรอื โรงงานอตุ สาหกรรมกอ นปลอ ยลงสู 3. ใหนกั เรยี นศึกษาใบความรเู ร่ือง ศาสตร-
แหลง นา้ํ สว นการฟน ฟเู ปน วธิ กี ารชว ยใหท รพั ยากรมสี ภาพ พระราชา แลวสรปุ เปน ขอมูลของกลมุ
เหมอื นเดมิ เชน การปลกู ตน ไมท ดแทนตน ไมท ถี่ กู ตดั
๖การใชส งิ่ อน่ื ทดแทน 4. ใหนักเรียนแตละกลุมรวบรวมขอมูลจาก
วิ ธี ก า ร น้ี จ ะ ช ว ย ใ ห หนังสือพิมพทองถิ่น สื่อสังคมออนไลน
มีการใชทรัพยากรนอยลง สัมภาษณผูรู และสํารวจสถานที่ในสภาพจริง
โดยการนําส่ิงหน่ึงที่สามารถใช แลวบันทึกขอมูลน้ัน จากนั้นใหแตละกลุม
หรือวัสดทุธดรรแทมนชาอตกี ิใสนง่ิ กหานรง่ึ บไดรม ราจใุอชาเหชาน รแใชทใ นบโตฟอมง1 สงตัวแทนมาสรุปขอมูลจากการสํารวจ แลว
ใชถ งุ ผา แทนถงุ พลาสตกิ นําไปจัดปายนิเทศ เพ่ือแสดงเปนนิทรรศการ
ของระดบั ชน้ั เรยี นในหวั ขอ เกยี่ วกบั การจดั การ
๗ การดแู ลและปอ งกนั สิ่งแวดลอ มในจงั หวดั
วธิ กี ารนเ้ี ปน วธิ ที ที่ กุ คนตอ งรว มมอื กนั ดแู ลและปอ งกนั
ไมใหทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมถูกทําลาย ซ่ึง
ชว ยปอ งกนั ปญ หาทอี่ าจจะเกดิ ขนึ้ ตามมาในอนาคต เชน
การชว ยกนั ดแู ลแหลง นาํ้ ในชมุ ชนไมใ หม ขี ยะหรอื มนี าํ้ เสยี
หากพบเห็นวามีการทําลายทรัพยากรและส่ิงแวดลอม
ควรแจง หนว ยงานทเ่ี กย่ี วขอ งใหเ ขา มาดแู ล
๖๗
ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู
ขอใดไมใ ชแนวทางในการจัดการส่ิงแวดลอม 1 โฟม คือ พลาสติกทท่ี าํ ใหข ยายตัวขณะขนึ้ รูปโดยใชก า ซ มี 2 ประเภท คอื
1. เกมปดกอ กน้าํ ขณะแปรงฟน โฟมแผนใชกันกระแทกในการบรรจุสินคา และโฟมที่ใชบรรจุอาหาร ปญหาท่ี
2. มิง่ นํากระปอ งนํ้าอดั ลมมาทาํ แจกนั ใสด อกไม เกดิ จากการใชโฟม คือ อุดตนั ตามทอ ระบายน้าํ ทําลายทศั นยี ภาพของแหลง นาํ้
3. พลอยซอ้ื กระโปรงตัวใหมเ พราะตวั เกา มีรอยขาดเล็กๆ เปนอนั ตรายตอ ระบบยอยอาหารของสัตว และกอ ใหเ กดิ ภาวะโลกรอ น โฟมเปน
4. ขวญั นาํ ถงุ ผา ไปใสข องเวลาไปตลาดแทนการใชถ งุ พลาสตกิ ส่ิงที่ยอยสลายไดแตวาตองใชเวลาการยอยสลายนับรอยป ดังน้ัน เราจึงควร
ลดการใชโฟมและหันมาใชส่ิงอน่ื ที่ยอ ยสลายไดงายกวา ทดแทน
(ç วิเคราะหค าํ ตอบ แนวทางการจดั การส่งิ แวดลอม ไดแ ก ใชอ ยา ง
ประหยัด นาํ กลับมาใชใหม ใชอยางคมุ คา ปฏเิ สธการใช บําบดั สื่อ Digital
และฟนฟู ใชส่ิงอื่นทดแทน และดูแลปองกัน พลอยซ้ือกระโปรง
ใหมเพราะตัวเกามีรอยขาดไมใชแนวทางการจัดการสิ่งแวดลอม นกั เรียนสามารถเรยี นรู
ดงั นน้ั ขอ 3. จึงเปน คําตอบทถ่ี กู ) เพ่มิ เติมเกยี่ วกบั แนวทาง
การจัดการสิ่งแวดลอ มใน
จงั หวัดไดจ าก QR Code
T79
นาํ สอน สรุป ประเมิน
ขนั้ สอน ๓กา.ร๒ฟวนธิ ฟีฟ1ูทน รัพฟยูทารกพั รแยลาะกสริ่งแแลวะดสล่ิงอแมวในดจลังอ หมวัด เปนแนวทางแกไข
การจัดการขอ มลู ปญหาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมท่ีเส่ือมโทรมหรือเสียหาย
ใหกลับมามสี ภาพดดี งั เดิม
5. นักเรียนรวบรวมขอมูลตามประเด็นคําถาม
ท่ีกําหนดไว แลวใหแตละกลุมเลือกปญหา
กลมุ ละ 1 ปญ หา
6. นักเรียนแตละกลุมรวมกันพิจารณาความนา
เชื่อถือของขอ มลู
การฟน ฟูทรัพยากรและ การฟน ฟทู รัพยากรและ แนวทางเหลา น้ี
สงิ่ แวดลอม มแี นวทาง สิง่ แวดลอม มีหลาย ทําไดหลายวิธีเลยนะ
อยางไรบางคะพี่ดิน เราไปศึกษาเพม่ิ เติม
แนวทาง ทั้งการฟน ฟูดิน
การฟน ฟนู าํ้ กนั เลยครับ
การฟน ฟูปา ไม และการ
ฟน ฟูสัตวป าครับ
๖๘
นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคดิ
1 การฟน ฟู หมายถงึ การดาํ เนินการกบั ทรัพยากรท่ีลดลงหรอื เส่อื มโทรมให ขอ ความใดตรงกับการฟน ฟูทรพั ยากรและสิง่ แวดลอม
สามารถฟนคืนกลับสูสภาพเดิมได สามารถนํากลับมาใชใหมได การฟนฟูเปน 1. การแบง เขตพ้ืนที่ เพอื่ ชวยใหส ามารถดาํ เนนิ การตา งๆ
ขนั้ ตอนหลงั จากทรัพยากรและสิ่งแวดลอ มเกดิ การเสอ่ื มโทรม ไดเ หมาะสมกบั ทรัพยากรในแตละพน้ื ที่
2. การเรง หรอื เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพ เพอ่ื ใหไ ดผ ลผลติ ทเ่ี พมิ่ มากขนึ้
3. การรวบรวมและเก็บกักทรัพยากรท่ีมีแนวโนมจะเกิดการ
ขาดแคลนเอาไว
4. การดําเนินการกับทรัพยากรท่เี สือ่ มโทรมใหคืนกลบั สู
สภาพเดมิ
ç(วิเคราะหคําตอบ การฟนฟูทรัพยากรและสิ่งแวดลอม คือ
การดําเนินการกับทรัพยากรท่ีลดลงหรือเส่ือมโทรมใหสามารถ
ฟน คนื กบั สสู ภาพเดมิ ดังนั้น ขอ 4. จงึ เปน คาํ ตอบที่ถูก)
T80
นํา สอน สรปุ ประเมนิ
การฟน ฟดู นิ ขนั้ สอน
การฟน ฟูดินสามารถทาํ ไดหลายวิธี ดงั นี้ การวเิ คราะหแ ละแปลผลขอ มลู
• ปลกู พชื คลุมดิน เพ่อื ปอ งกันนํา้ ชะลา งแรธาตุ 7. นักเรียนแตละกลุมนําขอมูลที่รวบรวมได
มาวิเคราะหหาสาเหตุของปญหาและเสนอ
บรเิ วณหนา ดนิ การปลกู พชื คลมุ ดนิ จะชว ยปอ งกนั แนวทางแกไ ขหลายๆ วิธี
วัชพืช และชวยเพิ่มความอุดมสมบูรณใหแกดิน
พชื ทนี่ ยิ มใชป ลกู คลมุ ดนิ ไดแ ก พชื ตระกลู ถว่ั 8. แปลผลขอมูลสรุปในตารางตามใบงานท่ี 3.1
เรื่อง การจัดการสิ่งแวดลอ มในจงั หวัด
• ปลกู พชื หมนุ เวยี น การปลกู พน้ื หมนุ เวยี นจะ
9. ตวั แทนกลมุ นาํ เสนอใบงานท่ี 3.1 หนา ชน้ั เรยี น
ชว ยทาํ ใหธ าตอุ าหารในดนิ มคี วามสมดลุ โดยทว่ั ไป
นยิ มปลกู พชื ตระกลู ถว่ั สลบั กบั การปลกู พชื หลกั
เพอื่ ใหด นิ ไดเ พม่ิ สารอาหารตามธรรมชาติ
• ลดการใชสารเคมีในการเพาะปลูก เพ่ือลด
การเกดิ สารพษิ ตกคา งในดนิ ซงึ่ จะสง ผลตอ สขุ ภาพ
ของเกษตรกรและผบู รโิ ภค ดงั นน้ั จงึ ควรลดการใช
สารเคมีในการเพาะปลูก แตถาหากจําเปนตองใช
ควรใชใ นปรมิ าณทพี่ อเหมาะ และควรใชป ยุ ทผ่ี ลติ
จากธรรมชาติ
• ไมเ ผาทาํ ลายพชื หรอื วชั พชื เพอ่ื ปอ งกนั การ
ทาํ ลายแรธาตใุ นดนิ หรือส่งิ มชี ีวิตที่ชว ยปรับปรุง
คณุ ภาพดนิ เชน ไสเ ดอื น หากตอ งการทาํ ลายพชื
หรอื วชั พชื ควรใชก ารฝง กลบหรอื นาํ ไปทาํ ปยุ
๖๙
บูรณาการอาเซียน
ประเทศสมาชิกอาเซียนไดใ หความรว มมือดา นสิ่งแวดลอ มใน 10 ประเด็นสาํ คญั ดงั ตอ ไปน้ี
1. การจดั การปญหาสงิ่ แวดลอ มของโลก
2. การจัดการและการปอ งกันปญ หามลพษิ ทางสิง่ แวดลอ มขา มแดน มลพษิ หมอกควนั ขา มแดน มลพษิ จากของเสียท่มี ีพิษขามแดน
3. สง เสรมิ การพัฒนาทย่ี ัง่ ยืนโดยการศกึ ษาดา นสิง่ แวดลอมและการมสี วนรวมของประชาชน
4. สงเสรมิ เทคโนโลยีดานส่ิงแวดลอ ม
5. สง เสริมคณุ ภาพมาตรฐานการดาํ รงชีวิตในเมืองตางๆ ของอาเซยี นและเขตเมือง
6. การทําการประสานกนั เร่ืองนโยบายดา นสิง่ แวดลอมและฐานขอมลู
7. สงเสริมการใชทรพั ยากรชายฝง และทรัพยากรทางทะเลอยา งยงั่ ยนื
8. สง เสรมิ การจัดการเกี่ยวกบั การอนุรักษท รพั ยากรธรรมชาตแิ ละความหลากหลายทางชีวภาพอยางยง่ั ยืน
9. สงเสรมิ ความยงั่ ยืนของทรพั ยากรน้าํ จดื
10. การตอบสนองตอ การเปลยี่ นแปลงทางสภาพภมู ิอากาศและการจัดการตอผลกระทบ
T81
นํา สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั สอน การฟน ฟนู ํ้า
การสรุปเพ่ือตอบคําถาม การฟนฟนู ํา้ สามารถทําไดหลายวิธี ดังนี้
10. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปเพื่อตอบคําถามที่ • รกั ษาแหลง ตน นา้ํ ปา ไมถ อื เปน แหลง ตน นา้ํ สาํ คญั หากมปี า ไมอ ดุ มสมบรู ณ
ไดต ัง้ ไวในขอที่ 1 ดงั น้ี
•ปญ หาเกย่ี วกบั สงิ่ แวดลอ มในจงั หวดั ของเรา จะทาํ ใหฝ นตกตามฤดกู าล แหลง นา้ํ ธรรมชาตสิ ามารถกกั เกบ็ นา้ํ ไวไ ด ทาํ ใหม นี าํ้ ใช
มอี ะไรบาง ไมข าดแคลน หากปา ไมถ กู ทาํ ลายและไมม กี ารปลกู ทดแทนจะสง ผลใหข าดแคลนนา้ํ
(แนวตอบ : นาํ้ เนาเสยี การตดั ไมทาํ ลายปา) และสง ผลกระทบตอ การดาํ รงชวี ติ ของมนษุ ย สตั ว และพชื
• สาเหตุของปญหาสิ่งแวดลอมในจังหวัด
เกดิ จากอะไร • นาํ นาํ้ ทใี่ ชแ ลว กลบั มาใชใ หม เปน วธิ หี นงึ่ ในการ
(แนวตอบ : เกดิ จากมนษุ ย เชน นํา้ เนา เสยี
เพราะผูค นทิง้ ขยะลงในแหลงน้ํา การตัดไม ฟนฟูน้ําที่สามารถทําไดทุกคน เพราะน้ําท่ีใชแลว
ทาํ ลายปา เพราะตองการพ้ืนท่ีมาใชในการ บางครง้ั สามารถนาํ กลบั มาใชใ หมไ ด เชน นาํ้ สดุ ทา ย
เพาะปลูก) จากการซกั ลา งสามารถนาํ มารดนา้ํ ตน ไม ซง่ึ จะชว ย
• แนวทางแกปญหาส่ิงแวดลอมในจังหวัด ประหยดั นา้ํ และเปน การใชน าํ้ อยา งคมุ คา และเกดิ
มอี ยางไร ประโยชนส งู สดุ
(แนวตอบ : รณรงคใ หผ ูคนเหน็ ความสําคญั
ของสงิ่ แวดลอม)
๗๐
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ
ครูใหน ักเรียนเขยี นคาํ ขวญั รณรงคอนุรกั ษส ง่ิ แวดลอ ม โดยเลอื กจากหัวขอ นกั เรียนสามารถชวยลดภาวะโลกรอ นไดดวยวิธกี ารใดจึงจะ
ตอ ไปนี้ เหมาะสมทีส่ ุด
• การอนรุ กั ษดนิ 1. ทาํ ความสะอาดบานใหส ะอาดอยูเสมอ
• การอนุรกั ษนํ้า 2. เดินทางดวยการเดนิ แทนการใชรถยนต
• การอนุรักษป าไม 3. ใชต ะเกียงใหแสงสวา งแทนการใชไฟฟา
• การอนรุ กั ษส ัตวป า 4. ใชถ งุ ผา ใสส ่งิ ของแทนการใชถ งุ พลาสติก
โดยเขียนมาคนละ 1 คําขวัญ ลงบนกระดาษแข็ง ตกแตงใหสวยงาม
แลวนํามาสง ครูเพอื่ นําไปตดิ ในสถานทที่ ่ีโรงเรยี นจัดไวให ç(วิเคราะหคําตอบ การผลิตถุงพลาสติกจะตองใชเม็ดพลาสติก
ท่ีไดจ ากอตุ สาหกรรมปโตรเคมี และตองใชพ ลงั งานไฟฟา ทาํ ให
เกิดความรอนและมีของเสียจากการผลิต และถุงพลาสติกยัง
ยอยสลายยาก การลดการใชถุงพลาสติกจึงเปน การชว ยลดภาวะ
โลกรอนทางออม ดงั นน้ั ขอ 4. จงึ เปนคาํ ตอบที่ถกู )
T82
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
การฟนฟูปา ไมแ ละสัตวปา ขน้ั สอน
การฟน ฟูปาไมและสตั วป าสามารถทําไดห ลายวธิ ี ดังน้ี การสรปุ เพ่ือตอบคาํ ถาม (ตอ )
• สปตัระวชป าา ช1นแทละกุ ปคลนกูตปอ างทมดสี วแ นทนรวพมน้ื ในทกที่ าถ่ี รกู ดบแู กุ ลรรกุ กั หษราอื ปพา ไน้ื มท เป่ี พา อ่ืเสใหอ่ื เมปโนททรมอ่ี 2ยเอู พาอื่ศรยั กั ขษอาง 11. ครูยกตัวอยางการแกปญหาส่ิงแวดลอม
แหลง ตน นาํ้ โดยการใชศาสตรพระราชาจากใบความรู
มาอธิบายใหนักเรียนเขาใจมากย่ิงข้ึน เชน
• เปพรอ่ื ะตชดัาชไมนห ทรุกอื คลนา ใสนตั จวัง หเพวอื่ัดรกัตษอางรระวบมบกนันเิสวอศ3ดใหสม อคี งวดาูแมลอไดุมมใหสมมีกบารู รณรุก ล้ําพ้ืนที่ปา โครงการแกลงดิน เพ่ือหาวิธีการปรับปรุงดิน
• สรา งจติ สาํ นกึ ใหป ระชาชนเหน็ คณุ คา ของปา ไมแ ละสตั วป า เพราะปา ไมเ ปน แหลง ใหสามารถปลูกพืชเศรษฐกิจไดโดยการ
ทําใหด ินแหง 1 เดือน และขังนาํ้ ใหด ินเปย ก
ตน นาํ้ เปน แหลง อาหารของมนษุ ยแ ละสตั วต า งๆ ดงั นน้ั จงึ ตอ งปลกู จติ สาํ นกึ 2 เดือน เสมือนกับมีฤดูแลงและฤดูฝน
ในการดแู ลรกั ษาปา และสตั วป า ใหก บั ทกุ คน สลับกันไป จากน้ันจึงหาวิธีปรับปรุงดิน
เชน ใสปูนลงไปในดิน ใชนํ้าจืดลางกรด
• หนวยงานราชการตองเขมงวดในการใชกฎหมายเพ่ือลงโทษผูลักลอบตัดไม และสารพิษออกจากดินโดยตรง การยกรอง
และลา สตั วป า เพอื่ ประโยชนส ว นตน การปลูกพืชที่ทนทานตอความเปนกรด
เปน ตน
๗๑
นักเรียนควรรู
1 สัตวป า หมายถึง สัตวทกุ ชนิด ไมวา สัตวบก สตั วนาํ้ สตั วป ก แมลงหรือแมง ซึง่ โดยธรรมชาติเกดิ และดาํ รงชีวติ อยูในปาหรอื ในน้ํา ตามพระราชบัญญตั ิ
สงวนและคมุ ครองสัตวป า พ.ศ. 2535 มขี อ หามและขอบงั คับท่นี ักเรียนควรทราบ ดงั น้ี
• สัตวป าสงวนและสตั วปา คมุ ครอง เปนสัตวปาท่หี ามลา หา มคา หามนาํ เขาหรอื สงออก เวน แตจะไดร ับอนญุ าต
• หา มครอบครองสตั วปา สงวนหรอื สัตวปา คมุ ครอง เวนแตจ ะไดรบั อนญุ าต
• หามเพาะพนั ธุสตั วปา สงวนหรือสัตวปาคมุ ครอง เวนแตจ ะไดร บั อนญุ าต
2 พ้ืนที่ปาเสื่อมโทรม คือ เขตพ้ืนท่ีทั้งหมดหรือบางสวนของปาท่ีมีสภาพเปนปาราง เกา ปาท่ีมีตนไมเหลืออยูนอย และยากที่จะกลับฟนคืนดีไดตาม
ธรรมชาติ
3 ระบบนเิ วศ หมายถงึ หนว ยพื้นท่หี นงึ่ ท่ีประกอบดวยสังคมของส่ิงมีชีวติ กบั สิง่ แวดลอม ที่มีความสัมพนั ธกัน 2 ลกั ษณะ คอื ความสมั พนั ธร ะหวา งส่งิ มชี วี ิต
กบั ส่งิ ไมม ีชวี ติ และระหวางสงิ่ มชี ีวิตดว ยกันเอง
T83
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
ขนั้ สอน ตัวอยาง แนวทางการจัดการสงิ่ แวดลอมในจังหวัด
การสรปุ เพื่อตอบคําถาม (ตอ)
12. นักเรียนแตละกลุมแสดงความคิดเห็น
เกยี่ วกบั ศาสตรพ ระราชาทใ่ี ชใ นการแกป ญ หา
ส่ิงแวดลอ ม
13. ครูใหน กั เรียนไปสืบคนเกย่ี วกบั ศาสตร
พระราชาในดา นอ่นื ๆ เพ่ิมเติม
จังหวดั ของเรามีปญหา แนวทางในการจัดการปญ หา ถา สิ่งแวดลอ มใน
แหลง น้าํ เนาเสยี นาํ้ เนา เสยี ในจังหวัดของเรา มีดังนค้ี รับ จังหวัดเส่ือมโทรม
ไมส ามารถนํามาใช เปน หนาที่ของเราทกุ คน
• äÁ‹·§Ôé ¢ÂÐŧã¹áËÅ‹§¹éÒí ที่ตองรว มมือกนั แกไ ขฟนฟู
ประโยชนได เราจะมี • àÁ×è;ºàË繤¹·§Ôé ¢ÂÐËÃ×ÍÊÒÃà¤ÁÕ ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ
แนวทางในการจัดการ สง่ิ แวดลอมในจังหวดั
ปญหานอ้ี ยางไรคะ ลงในแหลงนา้ํ ตองแจง เจา หนา ที่ ใหกลับมามีสภาพสมบูรณ
ใหเ ขา มาดแู ล ดงั เดิมนะครับ
• óç¤ ãˤŒ ¹ã¹¨Ñ§ËÇÑ´àË繤س¤Ò‹
และชว ยกนั ดแู ลแหลง นํา้
๗๒
เกร็ดแนะครู
ครูอธบิ ายเพม่ิ เติมใหน กั เรยี นเขาใจเกี่ยวกับศาสตรพระราชาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ รวา
ศาสตรพระราชาประกอบดว ยองคป ระกอบสาํ คญั คอื
• ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ประกอบดว ยสามหว ง คอื ความพอประมาณ ความมเี หตผุ ล และการมภี ูมคิ มุ กนั ในตัวท่ีดี สองเง่อื นไข คอื มีความรู
และมีคณุ ธรรม
• วธิ ีการของศาสตรพ ระราชา คอื เขา ใจ หมายถงึ การใชข อมลู ทม่ี ีอยแู ลว การใชแ ละแสวงหาขอ มูลเชิงประจักษ การวเิ คราะหแ ละการวจิ ยั การทดลอง
ใชจ นไดผ ลจรงิ กอ น เขา ถงึ หมายถงึ การระเบดิ จากขา งใน เขา ใจกลมุ เปา หมายในการพฒั นา และสรา งปญ ญาสงั คม พฒั นา หมายถงึ การพฒั นาทป่ี ระชาชน
เริม่ ตน ดว ยตนเอง พึ่งพาตนเองได และมตี นแบบในการเผยแพรค วามรูใหประชาชนไดเ รยี นรูและนาํ ไปประยุกตใ ช
• การประยุกตแ หงศาสตรพ ระราชา ตอ งทําใหดวยความรัก ความปรารถนา และดวยใจ ตอ งประยุกตใ ชอ ยา งยัง่ ยืน ไมยึดติดตํารา ปรับตามบคุ คล
ภูมิสังคม สภาพพ้นื ที่ และสถานการณ
• ผลลัพธของศาสตรพ ระราชา คือ แผนดนิ โดยธรรมและประโยชนสุขแหง มหาชนชาวสยามตามพระปฐมบรมราชโองการ พออยพู อกิน และรูรกั สามัคคี
อนั เปนการพฒั นาอยางยง่ั ยืน
T84
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
๓.๓ การมสี ว นรว มในการอนรุ กั ษท รพั ยากรและสง่ิ แวดลอ ม ขนั้ สอน
การอนรุ กั ษท รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ มเปน หนา ทข่ี องทกุ คน 14. หลังจากนักเรียนไปสืบคนเกี่ยวกับศาสตร
ในจังหวัด สามารถทําไดหลายวิธี ดังนี้ พระราชามาแลว ครูสุมเรียกนกั เรยี น 4-5 คน
ออกมาเลาศาสตรพระราชาท่ีไดไปสืบคนมา
ใหเ พอื่ นๆ ฟง
๑. รณรงคใหทุกคนในจังหวัดเห็นความสําคัญ
และมีจิตสํานึกเปนเจาของทรัพยากรธรรมชาติและ
สงิ่ แวดลอ มรว มกนั เชน ประชาสมั พนั ธข อ มลู ขา วสาร
ตา งๆ โดยตดิ ประกาศทกี่ ระดานขา วของชมุ ชน การใช
สอ่ื สงั คมออนไลน หรอื ใชว ทิ ยชุ มุ ชน
๒. จดั กจิ กรรมอนรุ กั ษท รพั ยากร ๓. มีสวนรวมในการนําเสนอ
ธรรมชาติและสิ่งแวดลอม โดยรวม แนวทาง และกาํ หนดนโยบายดา น
ตวั กนั เปน จติ อาสาอนรุ กั ษท รพั ยากร การอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ
ธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ ม เชน กจิ กรรม และสงิ่ แวดลอ มในชมุ ชน ดว ยการ
ทํ า ค ว า ม ส ะ อ า ด พื้ น ที่ ส า ธ า ร ณ ะ เขารวมรับฟงแนวทางการดูแล
ในชุมชน การรวมกันปลูกตนไมใน รักษาทรัพยากรธรรมชาติและ
ชมุ ชน สง่ิ แวดลอ มจากเจา หนา ที่ และนาํ มา
ปฏบิ ตั ิ
๗๓
เกร็ดแนะครู
• ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน กั เรยี นฟง วา ประเทศไทยเรมิ่ กาํ หนดนโยบายดา นการบรหิ ารจดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ มในแผนพฒั นาเศรษฐกจิ
และสงั คม ฉบบั ที่ 7 (พ.ศ. 2535-2539) รวมถงึ การอนรุ กั ษค มุ ครองทรพั ยากรธรรมชาตโิ ดยประกาศใชก ฎหมายตา งๆ อาทิ พระราชบญั ญตั สิ ง เสรมิ และรกั ษา
คุณภาพส่งิ แวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 พระราชบญั ญตั ิปาไม พ.ศ. 2484 แกไขเพิม่ เตมิ พ.ศ. 2485 พระราชบญั ญตั ิอทุ ยานแหง ชาติ พ.ศ. 2504 พระราช
บญั ญตั สิ งวนและคุมครองสัตวป า แหง ชาติ พ.ศ. 2535
• ครูจัดกจิ กรรมเก่ยี วกับการมีสว นรวมในการอนุรกั ษท รัพยากรและสงิ่ แวดลอ ม เชน พานักเรยี นไปเกบ็ ขยะในชุมชน รว มมอื กบั คนในชุมชนปลูกตนไม
เปน ตน
T85
นํา สอน สรุป ประเมิน
ขน้ั สรปุ ÀÁÙ ÔÈÒʵà ¹‹ÒÃŒÙ
1. ครูและนักเรียนรว มกนั สรปุ ความรูวา ปญหาขยะลนเมือง เปนสาเหตุสําคัญที่ทําใหเกิดมลพิษตอสิ่งแวดลอม
การจดั การสง่ิ แวดลอ มในจงั หวัดเปน หนาท่ี ดงั นน้ั การแยกขยะกอ นทงิ้ จงึ เปน สงิ่ สาํ คญั ทที่ กุ คนตอ งรว มมอื กนั ปฏบิ ตั ิ
ของทุกคน การแยกขยะมวี ธิ กี าร ดงั น้ี
2. ครูมอบหมายใหน กั เรียนแตละคนทํากิจกรรม
สิ่งแวดลอ มในจงั หวัด โดยใหครอบคลมุ ตาม
ประเดน็ ทีก่ ําหนดเปนเวลา 1 สปั ดาห แลวนาํ
สง ครูเพ่อื ประเมนิ ผล
ขยะทยี่ อ ยสลาย ขยะทว่ั ไป ขยะแปรใชใ หม ขยะอนั ตราย1
เปนขยะทย่ี อ ยสลาย เปน ขยะทยี่ อ ยสลาย เปน ขยะทสี่ ามารถ เปน ขยะท่มี สี ว น
ไดเ องตามธรรมชาติ ตามธรรมชาติไดยาก แปรเปลย่ี นนาํ กลบั มา ประกอบของสาร
เชน เศษผกั ผลไม เชน โฟม เราควรนํา ใชป ระโยชนไ ดใ หม อันตราย เราจงึ
เราสามารถนาํ ไปทํา ขยะประเภทนไ้ี ปทงิ้ ใน เรยี กอกี อยา งหนงึ่ วา ควรแยกท้งิ เพื่อให
ปุย หมักหรือนาํ ไป ถงั ขยะทห่ี นว ยงานของ ขยะรไี ซเคลิ เชน แกว เจาหนา ที่นาํ ไปกาํ จัด
เลี้ยงสัตวไ ด รฐั จดั ไวใ ห เพอื่ งา ย กระดาษ เราควร อยา งถูกวิธี ขยะ
ตอการนําไปจัดการ แยกทงิ้ ขยะประเภทนี้ อันตราย เชน
ตอ ไป เพอ่ื ใหส ามารถ หลอดไฟ ถา นไฟฉาย
รวบรวมไดง า ย กระปองสเปรย
รเู รอื่ ง ภมู ศิ าสตร
ปฏิบตั กิ ิจกรรมตามขัน้ ตอน ดังนี้
๑. แบง กลมุ สมมติใหแตล ะกลุมเปน ทมี งานดูแลสงิ่ แวดลอมของจังหวดั
๒. ใหแ ตละกลมุ สํารวจปญ หาส่ิงแวดลอมของจงั หวัดจากแหลง การเรยี นรูต า ง ๆ
วา ปญหาคอื อะไร สาเหตุของปญ หา และแนวทางแกไ ข
๓. ใหแตล ะกลมุ สง ตัวแทนมาสรปุ ขอมูลจากการสาํ รวจ แลวนาํ ไปจดั ปายนเิ ทศ
๔. นกั เรยี นจัดนทิ รรศการระดับชนั้ เรยี นในหัวขอ เกีย่ วกับการจัดการสิ่งแวดลอ ม
ในจงั หวัดของเรา
๗๔
นักเรียนควรรู
1 ขยะอันตราย (Hazardous Waste) คือ ขยะ วัสดุที่ไมใชแลว ผลิตภัณฑที่เส่ือมสภาพ หรือภาชนะบรรจุตางๆ ท่ีมีองคประกอบหรือปนเปอนวัตถุ
สารเคมีอันตรายชนิดตางๆ ท่ีมีลักษณะเปนพิษ สารไวไฟ สารเคมีท่ีกัดกรอนได สารเคมีที่กอใหเกิดการระคายเคือง สารท่ีระเบิดงาย สารกัมมันตรังสี
สารทท่ี ําใหเ กิดโรค และสารอ่ืนๆ ทก่ี อ ใหเกิดอนั ตรายแกบคุ คล สตั ว พืช ทรัพยส นิ และสิ่งแวดลอม
T86
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
äǺÇÂÒÍÁ´ Ì٠ขนั้ ประเมนิ
ลักษณะทางกายภาพในจังหวัดมีผลตอการดําเนินชีวิตของผูคน 1. ครูตรวจใบงานท่ี 3.1 เรอ่ื ง การจัดการ
หากลักษณะทางกายภาพในจังหวัดเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ก็จะสงผล สิ่งแวดลอ มในจังหวดั
ทาํ ใหก ารดาํ รงชวี ิตของผูคนเปล่ยี นแปลงตามไปดว ย ดงั นนั้ จงึ เปน หนาท่ี
ของทุกคนในจังหวดั ท่ีจะตองรวมมอื ชวยกนั ดูแลจดั การส่ิงแวดลอม 2. ประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน
3. สงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ
4. สังเกตความมีวินยั ใฝเรยี นรู และมุงมนั่
ในการทํางาน
ÊÔè§áÇ´ÅŒÍÁ·Ò§¡ÒÂÀÒ¾ ¡ÒÃà»ÅÕÂè ¹á»Å§ÊÔè§áÇ´ÅŒÍÁ
Á¼Õ ŵ͋ ¡ÒôíÒà¹Ô¹ªÕÇÔµ 㹨§Ñ ËÇ´Ñ
¢Í§¤¹ã¹¨Ñ§ËÇ´Ñ ลกั ษณะการเปลย่ี นแปลง
สงผลดา น ส่ิงแวดลอมในจงั หวดั
• ทอี่ ยูอาศยั
• การคมนาคม • ภูมิประเทศ
• การประกอบอาชพี • ภมู อิ ากาศ
ʧèÔ áÇ´ÅÍŒ Á • ทรัพยากรธรรมชาติ
㹨ѧËÇ´Ñ ผลที่เกดิ จากการเปลยี่ นแปลง
• การตงั้ ถ่ินฐาน
• การยา ยถ่ิน
¡ÒèѴ¡ÒÃʧèÔ áÇ´ÅÍŒ Á
㹨§Ñ ËÇÑ´
แนวทางการจัดการ การฟนฟูทรพั ยากร การมีสว นรว มใน
• การใชอ ยา งประหยดั และสิ่งแวดลอ ม การอนรุ ักษท รัพยากร
• การนํากลบั มาใชใ หม • การฟนฟูดิน และส่ิงแวดลอ ม
• การใชอยางคมุ คา • การฟนฟนู ํา้
• การบําบัดและการฟนฟู • การฟนฟูปาไมแ ละสตั วป า ๗๕
• การใชสง่ิ อนื่ ทดแทน
• การดแู ลและปอ งกัน
แนวทางการวัดและประเมินผล
ครตู รวจการทาํ ใบงานท่ี 3.1 เรอ่ื ง การจดั การสง่ิ แวดลอ มในจงั หวดั ประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน และสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน จากนนั้ ครศู กึ ษาแนวทาง
การวัดและประเมนิ ผลเพอ่ื ประเมนิ ช้นิ งานของนักเรียน จากใบประเมินชิ้นงานทีแ่ นบทา ยแผนการสอน
แบบบนั ทกึ การอา่ น แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกล่มุ แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
ชื่อหนงั สอื ชือ่ ผแู้ ต่ง นามปากกา ชื่อกล่มุ ชั้น คาช้ีแจง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในช่องที่ตรงกบั
สานักพิมพ์ ระดบั คะแนน
จานวนหน้า สถานที่พิมพ์ ปที พี่ มิ พ์ คาชแ้ี จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ลงในชอ่ งทตี่ รงกบั
ระดบั คะแนน
ราคา บาท อ่านวนั ที่ เดอื น พ.ศ. เวลา
1. สาระสาคัญของเรือ่ ง ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
321 321
2. วเิ คราะหข์ อ้ คิด/ประโยชน์ท่ไี ดจ้ ากเร่ืองที่อา่ น 1 การแบ่งหน้าท่กี ันอยา่ งเหมาะสม 1 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
3. ส่งิ ที่สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจาวัน 2 ความรว่ มมอื กนั ทางาน รวม 2 ความคดิ สรา้ งสรรค์ รวม
3 การแสดงความคิดเห็น 3 วิธกี ารนาเสนอผลงาน
4 การรบั ฟังความคิดเหน็ 4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 ความมีนา้ ใจชว่ ยเหลอื กัน 5 การตรงตอ่ เวลา
ลงชือ่ ...................................................ผูป้ ระเมิน ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมิน
............../.................../................ ............../.................../................
4. ขอ้ เสนอแนะของครู นักเรยี น ลงชื่อ ผูป้ กครอง เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
) ( ) ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน
ลงชือ่ ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน
( ลงชอื่ ครผู ู้สอน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครง้ั ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เป็นสว่ นใหญ่
( )
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ บางสว่ น
เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
12 - 15 ดี
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 8 - 11
ต่ากวา่ 8 พอใช้
12 - 15 ดี ปรับปรุง
8 - 11 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานมคี วามสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ผลงานมขี ้อบกพรอ่ งเพยี งเลก็ น้อย
ผลงานมขี อ้ บกพรอ่ งมาก
สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4
T87
นํา สอน สรุป ประเมนิ
บรรณานกุ รม
กรมอตุ นุ ยิ มวทิ ยา.(ม.ป.ป.). คมู อื สถติ ภิ มู อิ ากาศของประเทศไทยในคาบ ๓๐ ป(พ.ศ. ๒๕๒๕-๒๕๕๔).
คณะส่ิงแวดลอมและทรัพยากรศาสตร, มหาวิทยาลัยมหิดล. (๒๕๕๓). ความรูเบ้ืองตนเก่ียวกับ
การเปลยี่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ. กรงุ เทพฯ: กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ ม,
สาํ นักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอม.
ทศิ นา แขมมณ.ี (๒๕๕๗). ศาสตรก ารสอน: องคค วามรเู พอื่ การจดั กระบวนการเรยี นรทู ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ.
กรุงเทพฯ: สํานกั พิมพแหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
นําพวัลย กิจรักษกุล. (๒๕๔๙). ภูมิอากาศของประเทศไทย. นครปฐม: โรงพิมพมหาวิทยาลัย
ศลิ ปากร.
บราส, นิโคลสั . (ม.ป.ป.). ฉลาดรดู ูแผนทีป่ ระเทศ. แปลและเรียบเรียงโดย ดวงตา ปาวา. กรุงเทพฯ:
ดรมี พับลิชชิง.
ประสิทธิ์ ทีฆพุฒิ และศุภฤกษ ตันศรีรัตนวงศ. (ม.ป.ป.). คูมือเตือนภัยพิบัติทางธรรมชาติ.
กรงุ เทพฯ: ดอกหญา .
เยาวลกั ษณ อักษร และคณะ. (ม.ป.ป.). สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.๔. กรุงเทพฯ:
อกั ษรเจริญทัศน อจท.
ราชบณั ฑติ ยสถาน. (๒๕๔๕). อักขรานุกรมภมู ศิ าสตรไ ทย เลม ๑ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน.
พิมพค รง้ั ท่ี ๔. กรงุ เทพฯ: ดรมี พบั ลิชชงิ .
วโิ รจน เอย่ี มเจรญิ และคณะ.(๒๕๖๐). Aksorn’sThailandAtlas. กรงุ เทพฯ: อกั ษรเจรญิ ทศั น อจท.
สํานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (๒๕๖๐).
ตัวชว้ี ัดและสาระการเรียนรูแกนกลาง สาระภมู ศิ าสตร (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐).
Academic Team Aksorn Charoen Tat ACT. (2015). Super Social Studies Primary 4.
Bangkok: Aksorn Charoen Tat ACT.
Del Casino, Vincent J. (2009). Social geography: a critical introduction. Chichester:
Wiley-Blackwell.
Waugh, David. (2000). Geography: An Integrated Approach. London: Nelson House.
๗๖
T88