The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือครูภูมิศาสตร์-ป4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by o-sot125, 2022-01-23 22:11:18

คู่มือครูภูมิศาสตร์-ป4

คู่มือครูภูมิศาสตร์-ป4

Keywords: คู่มือครูภูมิศาสตร์-ป4

นาํ สอน สรปุ ประเมิน

ขน้ั สอน ปปรรระะเะเททเศทศไศทไยทไทย: ยแ: ห:แลแหง นลห้าํงลแนงลํ้า1นะแทำ้ลี่ตแะง้ั ทเลขต่ีะอ่ื งั้ทนเสีต่ขาํ ื่อ้งัคนเัญขสอ่ื าํ คนัญสำคัญ

การสรปุ เพอ่ื ตอบคาํ ถาม 96 Eํ 98 ํE 100 Eํ 102 Eํ 104 ํE 106 ํE
20 ํN น.สาละวิน น.โขง น.โข 20 Nํ
11. นักเรียนตอบคาํ ถามทีไ่ ดต้งั ไวใ นขอที่ 1 เชน
• แหลง ทรพั ยากรธรรมชาตใิ นจงั หวดั ของเรา ง
มอี ะไรบา ง
(แนวตอบ : แหลงทรัพยากรธรรมชาติ เมียนมา � กวา นพะเยา ลาว เวยี ดนาม
ในจังหวดั ของเรา ไดแก ทะเล เกาะ . ปง
ปาชายเลน) 18 Nํ � น. ัวง � น.สงครามน.โขง 18 Nํ
• แหลง ทรพั ยากรธรรมชาตใิ นจงั หวดั ของเรา . ยม� 16 Nํ
ตัง้ อยบู ริเวณใด 16 Nํ น 14 Nํ
(แนวตอบ : ทะเลตั้งอยูดานทิศตะวันออก ส.ดอยเตา น. นานน
ของจงั หวัด) อาวเมาะตะมะ น.โขง

14 Nํ น.สาละ วิน � หว ยหลวง ��

� หนองหาน
น.พอง ��
น.เมย น.นา น �
น.ปง � ��น.ชี
น. ปา ัสก
น.ชี น.โขง

�� บงึ บอระเพ็ด น.มูล

�� �� น.เจาพระยา �� ��
�� ��
�� �� ��
น.แม ��
น.ทา จก ลนี อง �� ะกง
น.บางป
อา งเกบ็ น้ำคลองสียัด

�� อางเกบ็ นำ้ ประแสร กัมพชู า

12 Nํ �� น.โขง
12 ํN
อาวไทย

รายช่อื เขื่อนสำคัญ
1 เขอ่ื นแมงัดสมบรู ณช ล
2 เข่ือนแมกวงอุดมธารา
3 เขอ่ื นกว่ิ คอหมา
4 เขื่อนกวิ่ ลม เวยี ดนาม
5 เขอ่ื นสริ ิกิต์ิ
10 Nํ ทะเลอนั ดามัน 6 เข่ือนภูมิพล 15 เข่ือนศรีนครนิ ทร 10 ํN

7 เขื่อนแควนอยบำรงุ แดน 16 เขื่อนกระเสยี ว
8 เขื่อนจุฬาภรณ 17 เขอ่ื นปาสักชลสิทธิ์
9 เขอ่ื นอุบลรตั น 18 เขื่อนขนุ ดานปราการชล
น.ปต ตานี10 เข่ือนลำปาว 19 เข่ือนลำตะคอง
�� น.ตาป 11 เข่อื นนำ้ อนู 20 เขอ่ื นลำพระเพลงิ

8 Nํ 12 เข่อื นนำ้ พุง 21 เข่อื นมูลบน 8 Nํ
ทะเลนอย 13 เขื่อนทับเสลา 22 เขอ่ื นลำแซะ
ทะเลหลวง 14 เขอ่ื นวชริ าลงกรณ 23 เขือ่ นลำนางรอง
N ทะเลสาบสงขลา 24 เขอื่ นสริ นิ ธร คำอธิบายสัญลักษณ
25 เขื่อนแกง กระจาน
26 เขอ่ื นปราณบุรี 1 เขอ� น
�� 27 เขอ่ื นรชั ชประภา
6 Nํ 0 75 150 300 กม. 28 เขื่อนบางลาง. โก-ล ก สนั เขอ� น 6 Nํ
แหลง ขอมูล : กรมชลประทาน แมน้ำ, ลำน้ำ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ นมาเลเซยี แหลง น้ำ

96 ํE 98 Eํ 100 Eํ 102 ํE 104 ํE 106 Eํ

44 T HตAILAัวNDอAยTLAา่S งแผนท่ที รพั ยากรแหลง่ นา�้ และท่ตี ัง้ เขื่อนส�าคญั ของประเทศไทย
๓๔

นักเรียนควรรู

1 แหลง นํ้าสาํ คัญ ในภูมภิ าคตางๆ ของประเทศไทย มดี ังนี้

แหลง น้ําในประเทศไทย แหลงน้ําในประเทศไทย

ภาค ช่ือแหลง นํา้ จงั หวดั ประโยชน ภาค ชอื่ แหลง นาํ้ จงั หวัด ประโยชน
ภาคเหนือ กวา นพะเยา ภาคตะวนั ตก แมน ้าํ เมย
เขอ่ื นสริ ิกติ ์ิ พะเยา เปน บึงนา้ํ จืดขนาดใหญ ใชในการเกษตร อุปโภคบรโิ ภค เขอื่ นศรนี ครนิ ทร ตาก เสนกัน้ พรมแดนระหวางไทย - เมยี นมา
ภาคตะวนั ออก บงึ บอระเพ็ด ภาคตะวนั ออก เขือ่ นเขาแหลม
เฉียงเหนอื เขื่อนเจาพระยา อุตรดิตถ การชลประทาน และผลิตกระแสไฟฟา ใชใ นภาคเหนอื ภาคใต เข่ือนวชิราลงกรณ กาญจนบรุ ี เกบ็ กกั นา้ํ ผลติ กระแสไฟฟา ใชในการอปุ โภคบริโภค
เขอื่ นกระเสียว เขอ่ื นแกง กระจาน
เขอื่ นพระรามหก นครสวรรค เปน บงึ นํ้าจดื ขนาดใหญใชใ นการเกษตร อปุ โภคบริโภค เขอ่ื นภมู ิพล กาญจนบรุ ี เกบ็ กักน้าํ ผลิตกระแสไฟฟา ใชใ นการอปุ โภคบรโิ ภค
หนองหาน เขอ่ื นปราณบรุ ี
เข่ือนอบุ ลรตั น ชยั นาท ใชใ นการอปุ โภคบรโิ ภคในฤดแู ลง แมนํา้ ปราจนี บุรี กาญจนบรุ ี เก็บกกั น้าํ ผลิตกระแสไฟฟา ใชใ นการอุปโภคบริโภค
เขื่อนจฬุ าภรณ ทะเลสาบสงขลา
เขอ่ื นสริ ินธร สุพรรณบรุ ี ใชในการอปุ โภคบรโิ ภคในฤดแู ลง ทะเลนอย เพชรบรุ ี เกบ็ กักนาํ้ ผลติ กระแสไฟฟา ใชในการอุปโภคบริโภค

พระนครศรีฯ ใชใ นการอุปโภคบริโภคในฤดูแลง ตาก เกบ็ กักนํา้ ผลติ กระแสไฟฟา ใชในการอปุ โภคบริโภค

สกลนคร เปนบึงน้ําจืดขนาดใหญ ใชใ นการเกษตร อุปโภคบรโิ ภค ประจวบฯ เกบ็ กักนา้ํ ผลิตกระแสไฟฟา ใชในการอุปโภคบริโภค

ขอนแกน ใชในการอุปโภคบริโภคในฤดแู ลง ปราจนี บรุ ี การเกษตร

ชัยภูมิ ใชในการอุปโภคบริโภคในฤดแู ลง ผลิตกระแสไฟฟา สงขลา ประมง

อบุ ลราชธานี ใชใ นการอุปโภคบริโภคในฤดแู ลง ผลติ กระแสไฟฟา พทั ลุง ประมง

T42

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

การสบื คน และอธิบายทรัพยากรปาไม ตวั อยาง ขนั้ สรปุ

จงั หวดั เชียงใหม 1. นักเรียนรวมกันสรุปเกี่ยวกับแหลงทรัพยากร
และสถานท่ีสําคัญทางภูมิศาสตรในจังหวัด
เชยี งใหม ่ เปน็ จงั หวดั ทอี่ ยทู่ างภาคเหนอื ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศสว่ นใหญเ่ ปน็ ของตน
น พื้นทภ่ี เู ขา รองลงมาเป็นท่รี าบเชงิ เขา
ดอยผาหมปก และท่ีราบลุ่ม มีอากาศเย็นเกือบตลอด 2. ใหนักเรียนแตละคนทําแบบฝกปฏิบัติทักษะ
อ.แมอาย รวบยอด เรื่อง แหลงทรัพยากรและสถานท่ี
อ.ไชอย.ฝปารงาก าร ท้ังปี อณุ หภมู เิ ฉลีย่ ๒๖ องศาเซลเซียส สําคัญในจังหวัด จากแบบฝกปฏิบัติทักษะ
ดอยเวียงผา รวบยอด ภูมิศาสตร ป.4 หนา 14-18 เปน
อ.เวียงแหง การบา น และนาํ มาสงครูในวนั ตอไป

แมน ้ำปง เชยี งราย

แมฮ องสอน อ.เชียงดาว อ.พราว

อ.แมแตง

อ.สะเมงิ อ.สันทราย
ดอยสเุ ทพ-ปุย อ.แมร ิม อ.ดอยสะเกด็

อ.แมแ จม อ.แมว าง อ.หาอง.เดอมง.อื สงารอภ.สี นั กำแพอง.แมลออำนปาง

ดอยอินทนนท อ.สนั ปา ตอง ▲ ปาเบญจพรรณ บรเิ วณอา� เภอดอยเต่า
อ.ดอยหลอ

อ.จอมทอง

ลำพูน

อ.ฮอด แม ้นำ ปง

ส.ดอยเตา คำอธบิ ายสญั ลักษณ
อ.ดอยเตา
ปาเบญจพรรณ
อ.อมกอ ย ปา ดบิ เขา
พ้นื ที่ราบ
ตาก ยอดเขา
ทะเลสาบ
แมน ำ้

มาตราสว่ น ๑ : ๑,๖๐๐,๐๐๐ ▲ ปาดบิ เขา บริเวณอุทยานแหง่ ชาตดิ อยอนิ ทนนท

จังหวัดเชยี งใหมม่ ีพน้ื ที่ปาไมป้ ระมาณร้อยละ ๘๐ ของจังหวดั บริเวณท่มี ปี าไม้มาก
จะอยทู่ างตอนกลาง ตะวนั ตก และทางตอนใตข้ องจงั หวดั แถบอา� เภอสะเมงิ อา� เภอเชยี งดาว
อา� เภอแมแ่ จม่ อา� เภอกลั ยาณวิ ฒั นา อา� เภอจอมทอง ซง่ึ เปน็ แหลง่ ทอ่ี ยขู่ องสตั วป์ า นานาชนดิ
ความอุดมสมบรู ณ์ของพ้ืนทปี่ าไม้ ยงั ทา� ใหจ้ ังหวัดเชียงใหม่มนี ้า� ตกที่สวยงามหลายแห่ง เชน่
น้า� ตกแม่ยะ น้�าตกวชริ ธาร น�า้ ตกตาดหลวง น�า้ ตกหมอกฟา

๓๕

ขอ สอบเนน การคดิ

ดอยผา หมปก จากแผนท่ขี อใดอธบิ ายขอมูลเกี่ยวกบั จังหวัดเชียงใหมไ ด
อ.แมอาย ถูกตอง

อ.ฝาง เชยี งราย 1. จังหวดั เชียงใหมม พี ้นื ท่ีตดิ กับจังหวดั เชียงราย
แมฮอ งสอน พะเยา และนาน
อ.ไชยปราการ
ดอยเวียงผา 2. แมน้ําท่ไี หลผา นจังหวัดเชียงใหม คือ แมนา้ํ ยม
อ.เวยี งแหง 3. อาํ เภอฝางเปน อาํ เภอที่อยทู างเหนือสุดของจังหวัด
แมน ้ำปง 4. ทศิ ตะวนั ตกของจังหวดั เชียงใหมตดิ กบั จังหวัด

แมฮ อ งสอน อ.เชียงดาว อ.พราว แมฮ องสอน
ç(วิเคราะหคําตอบ จากแผนที่ทิศตะวันตกของจังหวัด
อ.แมแ ตง เชียงใหมติดกับจังหวัดแมฮองสอน ดังนั้น ขอ 4. จึงเปน
คาํ ตอบทถี่ กู )
อ.สะเมิง อ.แมริมอ.สนั ทรายอ.ดอยสะเกด็
ดอยสุเทพ-ปุย
อ.แมว าง อ.หาอง.เดอมง.ือสงารอภ.สี นั กำแพอง.แมลอ อำนปาง
อ.แมแ จม

ดอยอนิ ทนนท อ.สนั ปาตอง
อ.ดอยหลอ

อ.จอมทอง

ลำพนู

อ.ฮอด แมน้ำ ปง

ส.ดอยเตา คำอธิบายสญั ลักษณ
อ.ดอยเตา
ปา เบญพรรณ
อ.อมกอ ย ปาดิบแลง
พ้นื ทีร่ าบ
ตาก ยอดเขา
ทะเลสาบ
แมนำ้

T43

นํา สอน สรปุ ประเมิน

ขนั้ ประเมนิ พชื พรรณ เปน็ พืชพรรณทเ่ี กดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาติ มที ้งั ปา ไมแ้ ละทงุ่ หญ้า
ธรรมชาติ ซึ่งมีความส�าคัญต่อสิ่งมีชีวิต มนุษย์อาศยั ปา ไมเ้ ปน็ แหลง่ วตั ถดุ บิ
1. ครูตรวจใบงานท่ี 2.1 เรือ่ ง แหลง ทรพั ยากร แร 1 ดา้ นตา่ งๆ ปา ไมข้ องไทย แบง่ ออกเปน็
และสถานท่สี าํ คญั ในจงั หวัดของเรา
 ปา ไมไ้ มผ่ ลดั ใบ เชน่ ปา ดงดบิ ปา ชายเลน
2. ประเมินการนําเสนอผลงาน  ปา ไมผ้ ลดั ใบ เชน่ ปา เบญจพรรณ ปา เตง็ รงั
3. สังเกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ
4. สังเกตพฤตกิ รรมความมีวินยั ใฝเ รียนรู ส�าหรับพื้นที่ปาไม้ของไทย จะมีความอุดมสมบูรณ์ต้ังแต่
ทางตอนเหนอื ลงมาทางตะวนั ตก ตอ่ ลงมาทางใต้ เชน่ พน้ื ทจี่ งั หวดั
และมุงมั่นในการทาํ งาน เชยี งใหม่ ตาก ประจวบครี ขี นั ธ์ สรุ าษฎรธ์ านี

เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มนุษย์น�าแร่มาใช้ใน
อตุ สาหกรรมตา่ งๆ แรส่ ว่ นใหญท่ พ่ี บในประเทศไทย เชน่
เหลก็ ทองแดงนา้� มนั กา ซธรรมชาติและแรร่ ตั นชาติ
เช่น พลอย ทบั ทิม ทรพั ยากรแร่เหลา่ นี้
จะมีกระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ
เชน่ สรุ าษฎรธ์ านี นครศรธี รรมราช
พงั งา ราชบรุ ี กาญจนบรุ ี อทุ ยั ธานี
ล�าพนู เลย ลพบรุ ี สระบรุ ี
เชียงใหม่ แพร่

รเู้ รอื่ ง ภมู ศิ าสตร

ปฏบิ ัติกจิ กรรมตามข้นั ตอน ดังน้ี
๑. ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ เพอ่ื ศกึ ษาเกยี่ วกบั ลกั ษณะทางกายภาพ สถานทสี่ า� คญั

และแหลง่ ทรพั ยากรในจงั หวดั ของนกั เรยี น โดยใชแ้ ผนทแ่ี ละรปู ถา่ ย
๒. ใ ห้แตล่ ะกลุ่มเขียนอธบิ ายสรปุ ลกั ษณะภมู ิประเทศ ลักษณะภมู ิอากาศ

และแหลง่ ทรพั ยากรในจังหวัดของนกั เรยี น
๓. สง่ ตัวแทนออกมานา� เสนอขอ้ มูลที่ได้จากการศกึ ษาและรว่ มกันอภปิ ราย

๓๖

นักเรียนควรรู

1 แร คือ ธาตุหรือสารประกอบอนินทรียที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติโดยกระบวนการทางธรณีวิทยา มีสถานะเปนของแข็งท่ีชวงอุณหภูมิปกติบนผิวโลก
การจําแนกแรต ามประโยชนใ นทางเศรษฐกิจสามารถจาํ แนกได ดงั นี้

1. แรประกอบหิน หมายถงึ แรท่ีเปนสว นประกอบของหิน พบเกิดอยใู นหินทว่ั ไป จงึ ใชเ ปนหลกั ในการบอกถึงชนิดของหิน
2. แรเ ศรษฐกจิ หรือแรอ ุตสาหกรรม หมายถงึ แรท่มี ีคณุ คา ทางเศรษฐกจิ หรือมีประโยชนต ออุตสาหกรรมตา งๆ เชน ทองแดง ตะก่วั สงั กะสี

T44

นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ

ò áËŧ‹ ·Ã¾Ñ ÂÒ¡ÃáÅÐʶҹ·ÊÕè íÒ¤ÑÞ㹨ѧËÇ´Ñ ขน้ั นาํ

จากแผนที่และ เราไดท้ ราบแลว้ วา่ ลกั ษณะทางกายภาพดา้ น 1. ครูทบทวนความรูเก่ียวกับทรัพยากร และ
รปู ถา่ ย แหล่ง ภมู ิประเทศ ภมู ิอากาศ และทรัพยากรธรรมชาติ สถานท่สี ําคญั ของจังหวดั ที่นกั เรียนอาศยั อยู
ทรพั ยากรและ มีความสัมพันธท่ีส่งผลให้แต่ละจังหวัดมีแหล่ง
สถานท่สี าํ คัญ ทรัพยากร และสถานทสี่ า� คญั แตกต่างกนั ออกไป 2. ครูยกตัวอยางรูปถายสถานท่ีสําคัญในจังหวัด
ในจังหวดั ของเรา ที่มนษุ ยสรา งขนึ้ มา 1 สถานท่ี เชน สนามบิน
สุวรรณภูมิ แลว ถามคาํ ถามนักเรยี นวา
มอี ะไรบ้าง • สถานทน่ี ีค้ ือทใ่ี ด
• สถานทนี่ ้มี ีความสาํ คัญอยา งไร
แหล่งทรัพยากรของแต่ละจังหวัด จะมีตั้งแต่แหล่งพ้ืนท่ีปา แหล่ง • ทําไมสถานท่ีแหงนี้จึงต้ังหรือถูกสรางอยู
สัตวปา แหล่งแร่ แหล่งพืชพรรณธรรมชาติ แหล่งน�้า และสิ่งต่าง ๆ บริเวณนี้
• ถาไมม สี ถานท่แี หงนี้จะเกิดผลอยางไร

ทเ่ี กิดจากธรรมชาติ เช่น หิน ดนิ ทราย ภูเขา หุบเขา ทะเล อา่ ว แม่น้�า
ท้ังน้ี แหล่งทรัพยากรบางแห่งก็เป็นสถานที่ส�าคัญของจังหวัดด้วย
เชน่ ปา ไม ้ นอกจากจะเปน็ แหลง่ พชื พรรณธรรมชาต ิ เปน็ แหลง่ ทอี่ ยอู่ าศยั
ของสัตวป า ยงั ท�าใหเ้ กดิ สถานทีส่ า� คัญทเ่ี ป็นนา้� ตก บึง ทงุ่ ดอกไม้ หรือ
บรเิ วณอา่ ว นอกจากเปน็ แหลง่ ทรพั ยากรสตั วน า้� ยงั ทา� ใหเ้ กดิ สถานทสี่ า� คญั
ที่เป็นแหลมและชายหาดอีกดว้ ย

น ้า� ตกหว้ ยแมข่ มิน้ 1 เป็นแหล่งทรพั ยากรน้�าและเปน็ สถานที่ ๓๗
ท่องเทย่ี วสา� คญั แห่งหนง่ึ ของจังหวดั กาญจนบุรี

แหล่งทรัพยากรและสถานที่สําคัญในจังหวัด

นักเรียนควรรู

1 น้ําตกหว ยแมข มิ้น อยูใกลก บั อทุ ยานแหงชาติเขอื่ นศรนี ครนิ ทร เปนนา้ํ ตกทีส่ วยงามมากแหง หน่งึ ของประเทศไทย เกิดจากลาํ หว ยแมขมิ้นไหลลดหลนั่
ลงมาเปน ชนั้ ๆ กอ ใหเกิดเปน น้าํ ตก 7 ชัน้ ซึ่งแตละช้ันมีชอ่ื เรยี กเรียงลําดบั จากชนั้ ที่ 1-7 คอื ดงวา น มา นขมน้ิ วงั หนา ผา ฉตั รแกว ไหลจนหลง ดงผเี ส้ือ
และรม เกลา

สื่อ Digital

นักเรียนสามารถเรียนรูเพ่ิมเติมเกี่ยวกับแหลงทรัพยากรและสถานที่
สําคญั ในจังหวัดไดจ าก QR Code

T45

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน การศึกษาแหล่งทรัพยากรและสถานท่ีส�าคัญของจังหวัด นอกจาก
จะไปทัศนศึกษาในสถานที่จริงแล้ว เราสามารถเรียนรู้ได้ โดยใช้แผนที่
การตงั้ คาํ ถามเชงิ ภูมศิ าสตร และรูปถา่ ยเกย่ี วกบั จงั หวัดของเรา จะช่วยทา� ใหม้ องเหน็ ภาพรวมไดด้ ีขน้ึ
สามารถจะบอกได้ว่าจังหวัดของเรา มีแหล่งทรัพยากร สถานท่ีส�าคัญ
1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั ตงั้ คาํ ถามเชงิ ภมู ศิ าสตร อะไรบา้ ง และอยู่ในบรเิ วณใด
• ลักษณะทางกายภาพสงผลตอแหลง
ทรัพยากร และสถานที่สําคัญในจังหวัด ตัวอยา ง แผนที่สําหรับใชศึกษาแหลงทรัพยากร และสถานท่ีสําคัญ
ของนกั เรยี นอยา งไร ของจงั หวัด

การรวบรวมขอ มลู แผนทแี่ สดงลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ
เปน็ แผนทที่ ต่ี อ้ งใชเ้ ปน็ หลกั เพอื่ จะไดเ้ หน็ ลกั ษณะทาง
2. นักเรียนศึกษาขอมูลวิธีการวิเคราะหลักษณะ
ทางกายภาพของจังหวัดสงผลตอแหลง กายภาพ แหล่งทรัพยากร ซ่ึงในแผนท่ีมักจะมีการระบุ
ทรัพยากร และสถานท่ีสําคัญในจังหวัดจาก สถานทสี่ า� คญั ไวด้ ว้ ย
หนงั สือเรียน และ PowerPoint เรือ่ ง ลกั ษณะ แผนท่ีรัฐกจิ 1
ทางกายภาพที่สงผลตอแหลงทรัพยากรและ
สถานที่สําคัญในจงั หวดั นา� มาชว่ ยประกอบการระบขุ อบเขตของสถานทส่ี า� คญั
ในจังหวัดวา่ ตั้งอยบู่ รเิ วณใด อ�าเภอใด
แผนทแ่ี หลง ทรพั ยากร

อาจตอ้ งใชห้ ลายแผนท่ี เพราะแตล่ ะแผนท่ี มกั จะแสดง
ชนิดของทรัพยากรแยกจากกัน เป็นแผนท่ีปาไม้ แผนที่
แหลง่ แร่ แผนทแี่ หลง่ นา�้
แผนทแ่ี หลง ทอ งเทย่ี ว

เป็นแผนที่แนะน�าสถานท่ีแหล่งท่องเท่ียวของจังหวัด
ซง่ึ จะใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ตา� แหนง่ ของสถานทส่ี า� คญั ได้

การเลอื กใชแ ผนที่ ควรใชแผนที่ที่มขี นาดใหญ
จะชว ยทาํ ใหเ หน็ รายละเอียดตาง ๆ
ในพน้ื ที่ของจังหวดั ไดชัดเจนกวาครับ

๓8

เกร็ดแนะครู

ครูอธิบายใหนักเรียนฟงเพิ่มเติมเก่ียวกับการแบงชนิดของแผนท่ีตามขนาดมาตราสวนวา ในแตละประเทศในสวนตางๆ ของโลก มีการแบงชนิดของแผนท่ี
ตามขนาดมาตราสวนไมเ หมือนกนั เชน

แบงตามมาตราสว นสําหรับนกั ภมู ศิ าสตร จะแบง ออกเปน
• แผนที่มาตราสวนเลก็ คอื มีมาตราสวนตงั้ แต 1 : 1,000,000
• แผนที่มาตราสว นปานกลาง คือ มมี าตราสวนตง้ั แต 1 : 250,000 ถงึ 1 : 1,000,000
• แผนทม่ี าตราสวนใหญ คอื มมี าตราสวนใหญก วา 1 : 250,000

นักเรียนควรรู

1 แผนที่รัฐกิจ เปนแผนที่ที่แสดงลักษณะทางการเมืองการปกครองของประเทศตางๆ มีช่ือและที่ตั้งแสดงไวในแผนท่ี เชน ประเทศ เมืองหลวง เมืองสําคัญ
เปน ตน

T46

นํา สอน สรุป ประเมนิ

แหลงทรัพยากรและสถานท่สี าํ คญั ในจังหวดั ตัวอยา ง ขนั้ สอน

๑ จงั หวัดเลย ๒ การรวบรวมขอมูล (ตอ)

๔ 3. นกั เรยี นแบง กลมุ ใหแ ตล ะกลมุ นาํ ผลงาน เรอื่ ง
แหลงทรัพยากรและสถานที่สําคัญในจังหวัด
แมน่ า้� โขง เปน็ แหลง่ ทรพั ยากรนา�้ แกง่ คดุ คู้ เปน็ แกง่ หนิ ใหญข่ วาง ของเรา มาวิเคราะหลักษณะทางกายภาพ
ไหลเลยี บเขตจงั หวดั ลา� นา้� โขง ทา� ใหก้ ระแสนา�้ ไหลเชยี่ ว ของจังหวัดวาสงผลตอแหลงทรัพยากร และ
๓ สถานทสี่ าํ คญั อยา งไร โดยเลอื กสถานทส่ี าํ คญั
น๑ ของจังหวดั 2-3 แหง มาเปน ตัวอยางประกอบ
น.โขง การวิเคราะห

๒ การจดั การขอ มลู

น.โขง แกงคุดคู อ.ปากชม 4. นกั เรยี นแตล ะกลมุ รวบรวมขอ มลู ตามประเดน็
คาํ ถามท่กี ําหนดไว
ลาว
ทรพั ยากรปา ไม้ มพี นื้ ทป่ี า ไมร้ อ้ ยละ อ.เชียงคาน 5. นักเรียนรวมกันพิจารณาความนาเช่ือถือของ
๓๔ สว่ นใหญอ่ ยทู่ างดา้ นใต้ อดุ รธานี ขอ มูล
๕ อ.เมอื งเลย สวนหนิ ผางาม เปน็ สวน
และดา้ นตะวนั ตกของจงั หวดั อ.ทา ล่ี หว ยกระทิง หนิ ปนู อายกุ วา่ ๒๒๐ ลา้ นป
ไดช้ อื่ วา่ เปน็ คนุ หมงิ เมอื งไทย
เลย อ.นาดว ง

ภเู รือ ๓ ๗

อ.นาแหว อ.ภเู รอื อ.วงั สะพงุน.เลย

ทิ ว เ ข า เ พ ช ร บู ร

พษิ ณุโลก อ.ดานซาย ณ อ.เอราวัณ


ภูหอ อ.ภหู ลวง ๔อ.หนองหิน อ.ผาขาว
ภูลมโล เพชรบูรณ สวนหินผางาม

มาตราสว่ น ๑ : ๑,๐๐๐,๐๐๐ ๖ อ.ภกู ระดงึ ภหู อ เปน็ ภเู ขายอดตดั
ภูกระดงึ ไดช้ อื่ วา่ เปน็ ฟจุ เิ มอื งเลย

ขอนแกน ๖

หว้ ยกระทงิ มที ศั นยี ภาพโดยรอบทง่ี ดงาม ผาหลม่ สกั บนภกู ระดงึ เปน็ จดุ ชมทศั นยี ภาพ
และเปน็ แหลง่ พกั ผอ่ นดว้ ยการลอ่ งแพ เมอื งเลยและดวงอาทติ ยต์ ก

๓9

เกร็ดแนะครู

ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติความเปนมาของจังหวัดเลยวา ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ 4 พระองคทรง
พจิ ารณาเหน็ วา ผคู นในบรเิ วณใกลก บั แมน า้ํ เลยมปี รมิ าณเพมิ่ ขน้ึ มากกวา แตก อ น สมควรจะไดต ง้ั เปน เมอื ง เพอื่ ประโยชนใ นการปกครองอยา งใกลช ดิ จงึ ทรง
พระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหพระยาทายน้ําออกมาสํารวจเขตแขวงตาง ๆ แลวไดพิจารณาเห็นวา หมูบานแฮ ซ่ึงต้ังอยูริมฝงหวยน้ําหมานและอยูใกลกับ
แมนํ้าเลย มีภูมิประเทศท่ีเหมาะสมแกการสรางปอมดวย เพราะมีภูเขาลอมรอบและพลเมืองหนาแนนพอจะตั้งเปนเมืองได จึงนําความขึ้นถวายบังคมทูล
เพ่ือทรงทราบ พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา เจาอยูห ัว จึงไดทรงพระกรณุ าโปรดเกลาฯ ใหจ ดั ต้งั เปนเมอื ง เรียกช่อื ตามนามของแมน ํา้ เลยวา "เมืองเลย"

T47

นาํ สอน สรุป ประเมนิ

ขน้ั สอน ตวั อยาง รูปถายสําหรับใชศึกษาแหลงทรัพยากร และสถานท่ีสําคัญ
ของจงั หวัด
การวิเคราะหแ ละแปลขอ มลู
รปู ถา ย
6. นักเรียนแตละกลุมนําขอมูลมาวิเคราะหหา ทา� ใหเ้ ราเหน็ ลกั ษณะของสถานทสี่ า� คญั
คาํ ตอบตามประเดน็ คาํ ถาม
ท่ีจะช่วยเสริมข้อมูลให้เข้าใจเพิ่มเติมได้
7. ตวั แทนกลมุ นาํ เสนอคาํ ตอบหนาช้ันเรยี น มากกวา่ ดูจากแผนทเ่ี พียงอย่างเดยี ว
8. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําใบงานที่ 3.1
รูปถ่ายลานหินปุม1 ที่อุทยานแห่งชาติ
เรื่อง ลักษณะทางกายภาพที่สงผลตอแหลง ภหู ินร่องกลา้ จังหวัดพษิ ณุโลก
ทรัพยากร และสถานที่สําคัญในจังหวัด โดย
ใชรูปถายแสดงลักษณะทางกายภาพท่ีสําคัญ
ของจงั หวดั 1 รปู ตดิ ในกรอบ แลว เขยี นอธบิ าย
วิเคราะหในประเด็นที่วา ลักษณะดังกลาว
สงผลตอแหลงทรัพยากร และสถานที่สําคัญ
ในจงั หวดั อยางไร เสร็จแลว นาํ สง ครู

ร ปู ถา่ ยเขาตะป2ู จังหวดั พังงา ร ูปถา่ ยทะเลบัวแดง3 ทบ่ี งึ หนองหาน
อ�าเภอกุมภวาปี จังหวดั อดุ รธานี

รเู้ รอ่ื ง ภมู ศิ าสตร

ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามข้นั ตอน ดังน้ี
๑. ใ ห้นักเรียนแต่ละคนเลือกใช้แผนท่ีแสดงลักษณะภูมิประเทศ หรือแผนท่ีรัฐกิจแสดง

อาณาเขตจังหวัดของนกั เรยี น
๒. ร ะบุต�าแหน่งหรือบริเวณของแหล่งทรัพยากร สถานที่ส�าคัญของจังหวัดลงในแผนที่ที่

เลอื กใช ้ จากนนั้ ตดิ รปู ถา่ ยแหลง่ ทรพั ยากร สถานทส่ี า� คญั บางแหง่ พรอ้ มเขยี นคา� บรรยาย
สนั้ ๆ ประกอบเปน็ ตวั อยา่ ง
๓. ค ัดเลอื กผลงานท่ีน�าเสนอได้ด ี ข้อมลู มีความถกู ต้อง นา่ สนใจ จ�านวน ๑๐ ช้ิน นา� ไป
๔๐แสดงเปน็ ปายนเิ ทศ

นักเรียนควรรู

1 ลานหนิ ปมุ เปน ลานหนิ ผดุ ขนึ้ มาเปน ปมุ ไลเลยี่ กัน สงู ประมาณ 1 ฟตุ มีเสน ผานศูนยกลางประมาณ 30 เซนตเิ มตร
2 เขาตะปู มีลักษณะเปนแทงหินขนาดใหญปกอยูในทะเลบริเวณปากอาวพังงา ใกลๆ กับเขาพิงกัน เมื่อมองจากระยะไกลจะมีลักษณะคลายกับตะปู
ขนาดยักษถ ูกตอกลึกลงไปในน้ํา
3 ทะเลบัวแดง ตั้งอยูในบึงหนองหาน ซ่ึงเปนแหลงนํ้าธรรมชาติที่อุดมสมบูรณไปดวยพันธุปลา พันธุนก และพืชน้ําจํานวนมาก เราสามารถมองเห็น
ดอกบัวแดงบานเตม็ ทอ งน้าํ ไกลสุดลูกหูลูกตา โดยดอกบวั จะออกดอกมากท่สี ดุ ในชว งเดือนธนั วาคม-กุมภาพนั ธ

T48

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ó Å¡Ñ É³Ð·Ò§¡ÒÂÀÒ¾·ÊèÕ §‹ ¼ÅµÍ‹ áËŧ‹ ·Ã¾Ñ ÂÒ¡Ã ขนั้ สรปุ
áÅÐʶҹ·ÕèÊíÒ¤ÑÞ㹨§Ñ ËÇÑ´
การสรปุ เพือ่ ตอบคําถาม
ลักษณะ ลักษณะทางกายภาพ มีความส�าคัญต่อ
ทางกายภาพ การเกดิ สง่ิ ตา่ ง ๆ ในจงั หวดั ของเรา เพอื่ ใหเ้ กดิ ความรู้ 1. นักเรียนสรุปเพ่ือตอบคําถามในขอที่ 1 ที่
สง่ ผลตอ่ แหลง่ ความเข้าใจเก่ียวกับเรื่องน้ี เราควรเริ่มต้นศึกษา ถามวา ลักษณะทางกายภาพสงผลตอแหลง
ทรัพยากรและ จากลักษณะภูมิประเทศก่อน เพราะลักษณะ ทรัพยากร และสถานที่สําคัญในจังหวัดของ
สถานท่สี ําคัญ ภูมิประเทศจะสัมพันธกับลักษณะภูมิอากาศ และ นักเรียนอยางไร โดยใชใบงานที่ 3.1 ของ
ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งทั้งหมดจะส่งผลต่อแหล่ง นกั เรยี นทกุ คนเปน ตัวอยางคาํ ตอบ
ในจังหวัด
อยา่ งไร 2. นักเรียนรวมกันสรุปวา ลักษณะทางกายภาพ
สงผลใหเกิดแหลงทรัพยากร และสถานท่ี
ทรัพยากรและสถานทส่ี �าคญั ของจังหวัด สาํ คัญในจังหวัด

ถ้าพิจารณาจากลักษณะภูมิประเทศ ภาพรวมจังหวัดต่าง ๆ จะมี 3. ครูมอบหมายใหนักเรียนทํากิจกรรมรวบยอด
ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศแบบใดแบบหนง่ึ หรอื หลายแบบผสมผสานกนั ไป ดงั น้ี เรื่อง จังหวัดของเรา ตามประเด็นท่ีกําหนด
ภายใน 1 สปั ดาห แลว นาํ สง ครู
ล ักษณะภูมิประเทศท่ีเป็นภูเขาพบมากในบริเวณจังหวัด
ทต่ี งั้ อยทู่ างภาคเหนอื และทางภาคตะวนั ตกของประเทศไทย 4. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมรูเรื่องภูมิศาสตร
จากหนังสอื เรียน หนา 40

ขน้ั ประเมนิ

1. ครูตรวจใบงานที่ 3.1 เรอ่ื ง ลกั ษณะทาง
กายภาพท่สี งผลตอ แหลงทรัพยากรและ
สถานที่สาํ คญั ในจงั หวดั

2. ประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ
4. สังเกตพฤตกิ รรมความมีวินยั ใฝเรียนรู

และมุงม่นั ในการทาํ งาน

ลกั ษณะทางกายภาพท่สี ่งผลต่อแหล่งทรพั ยากรและสถานทีส่ ําคญั ในจังหวดั ๔๑

แนวทางการวัดและประเมินผล แบบบนั ทกึ การอา่ น แบบสังเกตพฤตกิ รรม การทางานกลมุ่ แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน

ครูตรวจการทําใบงานที่ 3.1 เรือ่ ง ลกั ษณะทางกายภาพทส่ี งผล ช่อื หนังสอื ชือ่ ผู้แต่ง นามปากกา ชือ่ กลุม่ ชน้ั คาชี้แจง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด  ลงในชอ่ งทีต่ รงกบั
ตอ แหลง ทรพั ยากรและสถานทส่ี าํ คญั ในจงั หวดั ประเมนิ การนาํ เสนอ สานักพมิ พ์ ระดบั คะแนน
ผลงาน และสังเกตพฤติกรรมการทํางาน จากน้ันครูศึกษาแนวทาง จานวนหนา้ สถานทพี่ ิมพ์ ปที ีพ่ ิมพ์ คาช้ีแจง : ให้ ผูส้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด  ลงในชอ่ งทตี่ รงกับ
การวัดและประเมินผลเพื่อประเมินช้ินงานของนักเรียน จากใบ ระดบั คะแนน
ประเมนิ ชิน้ งานท่ีแนบทายแผนการสอน ราคา บาท อ่านวนั ที่ เดือน พ.ศ. เวลา

1. สาระสาคญั ของเร่อื ง ลาดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321 321
2. วเิ คราะห์ข้อคดิ /ประโยชน์ทไี่ ดจ้ ากเรอ่ื งทอี่ า่ น 1 การแบ่งหนา้ ที่กันอย่างเหมาะสม 1 ความถกู ตอ้ งของเนื้อหา
3. ส่งิ ที่สามารถนาไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั 2 ความรว่ มมอื กันทางาน รวม 2 ความคิดสรา้ งสรรค์ รวม
3 การแสดงความคิดเห็น 3 วิธีการนาเสนอผลงาน
4 การรบั ฟังความคดิ เห็น 4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 ความมนี ้าใจชว่ ยเหลอื กัน 5 การตรงต่อเวลา

ลงช่อื ...................................................ผ้ปู ระเมนิ ลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมนิ
............../.................../................ ............../.................../................

4. ขอ้ เสนอแนะของครู นักเรยี น ลงชอ่ื ผปู้ กครอง เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
) ( ) ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณ์ชัดเจน ให้ 2 คะแนน
ลงชอ่ื ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน
( ลงชื่อ ครูผสู้ อน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครง้ั ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เปน็ สว่ นใหญ่
( )
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางสว่ น

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
12 - 15 ดี
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 8 - 11
ตา่ กว่า 8 พอใช้
12 - 15 ดี ปรับปรงุ
8 - 11 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานมีความสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ผลงานมีข้อบกพรอ่ งเพยี งเลก็ นอ้ ย

ผลงานมขี อ้ บกพร่องมาก

สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4

สื่อ Digital

นักเรียนสามารถเรียนรูเพิ่มเติมเก่ียวกับลักษณะทางกายที่สงผลตอ
แหลง ทรพั ยากรและสถานที่สําคญั ในจังหวัดไดจ าก QR Code

T49

นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ นาํ ๓.๑ ภเู ขา
ลักษณะภูมิประเทศที่เป็นภูเขา จะพบได้มากในหลายจังหวัดท่ีตั้ง
ครูนําแผนที่ลักษณะทางกายภาพและรูปถาย อยู่ทางภาคเหนือ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน
ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดท่ีนักเรียนอาศัย ทางภาคตะวันตก เช่น จังหวัดตาก กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ 
อยูมาใหนกั เรยี นดู แลวถามนกั เรียน ดังน้ี ทางภาคใต้ เชน่ จงั หวัดระนอง พงั งา นครศรธี รรมราช
ลักษณะภูมิประเทศที่เป็นภูเขา เป็นพื้นที่ท่ีมีระดับความสูงต�่า
• ลักษณะทางกายภาพท่ีเปนภูเขาพบได เห็นได้ชัด จากลักษณะภูมิประเทศเช่นน้ีท�าให้มีทรัพยากรปาไม้และ
บริเวณใดของจงั หวดั พืชพรรณธรรมชาติอุดมสมบูรณ อากาศมีความชุ่มช้ืนสูงท�าให้มีสัตวปา
อาศัยอย่มู าก ขณะเดยี วกนั การมีปา ไม้ชว่ ยกกั เก็บน้�าไว ้ ทา� ใหเ้ กิดน้�าตก
• ลักษณะทางกายภาพที่เปนปาไมพบได
บรเิ วณใดของจังหวัด

• ชมุ ชนเมืองตง้ั อยบู ริเวณใดของจงั หวดั
• สถานท่ีสําคญั ในจังหวดั มีอะไรบา ง
โดยครูอาจใหนักเรียนชวยกันตอบ หรือสุม
นกั เรียนตอบคาํ ถาม

ท่ีหลายแห่งกลายเป็นสถานท่ีส�าคัญของจังหวัด เช่น น�้าตกทีลอซู
จงั หวัดตาก น�า้ ตกขนุ กรณ  จังหวดั เชยี งราย รวมถงึ ยงั เปน็ แหลง่ ก�าเนดิ
ของแม่นา�้ สายตา่ ง ๆ อีกดว้ ย
นอกจากนี้ ลักษณะทางกายภาพที่เป็นภูเขายังมีลักษณะภูมิอากาศ
หนาวเย็นเกือบตลอดปี ส่งผลให้หลายแห่งกลายเป็นสถานท่ี
ทอ่ งเท ย่ี วทสี่ จา� ังคหญั ว ัดเชนน่ ่า ภนชู ฟี้ดาอ ยจองั หินวทดั นเชนยีทง1 รจายัง หดวอัดยเเชสียมงอใดหามว่


ดอยอนิ ทนนท จงั หวดั เชยี งใหม ่ มีความสูง ๒,๕๘๐ เมตร เปน็
ยอดเขาทสี่ งู ทส่ี ดุ ในประเทศไทย และเปน็ ทตี่ งั้ ของสถานทสี่ า� คญั
เชน่ พระมหาธาตุนภเมทนดี ล พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ

๔2

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ

ครจู ดั กจิ กรรมนาํ นกั เรยี นออกสาํ รวจบรเิ วณชมุ ชนและใหน กั เรยี นนาํ ขอ มลู เมอื่ พดู ถงึ ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศทเี่ ปน ภเู ขาสงู จาํ นวนมาก นา จะ
ทไี่ ดม าทาํ แผนทชี่ มุ ชน เพอื่ ใหน กั เรยี นเขา ใจลกั ษณะทางกายภาพทมี่ ผี ลตอ แหลง เปนลกั ษณะภูมิประเทศของจงั หวัดใด
ทรพั ยากรและสถานทีส่ าํ คัญ
1. ระยอง
นักเรียนควรรู 2. รอยเอ็ด
3. นครนายก
1 ดอยอินทนนท หรืออุทยานแหงชาติดอยอินทนนท เปนอุทยานแหงชาติ 4. แมฮ องสอน
ลําดับที่ 6 ของประเทศไทย ดอยอินทนนทแตเดิมมีช่ือวา “ดอยหลวง”
(หลวง เปนภาษาเหนอื แปลวา ใหญ) เพราะเปนดอยทีม่ ขี นาดใหญมาก ç(วิเคราะหคําตอบ จังหวัดรอยเอ็ดอยูทางภาคตะวันออกเฉียง
เหนอื มลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศโดยทว่ั ไปเปน ทรี่ าบสงู จงั หวดั ระยอง
T50 อยูทางภาคตะวันออก มีลักษณะภูมิประเทศเปนที่ราบชายฝง
ทะเล จงั หวดั นครนายกอยใู นภาคกลาง มลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศเปน
ทรี่ าบ จงั หวดั แมฮ อ งสอนอยทู างภาคเหนอื มลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศ
ทล่ี อ มรอบไปดว ยภเู ขาทอดขนานไปกบั ทวิ เขาถนนธงชยั และทวิ
เขาแดนลาว ดังน้ัน ขอ 4. จึงเปนคาํ ตอบท่ถี กู )

นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ

ท ี่ราบสงู โคราช 1บริเวณจงั หวัดนครราชสีมา ขน้ั นาํ

๓.๒ ท่ีราบสูง 1. ครูทบทวนความรูเกี่ยวกับทรัพยากร และ
สถานที่สาํ คญั ของจังหวดั ท่นี กั เรยี นอาศยั อยู
ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศทเี่ ปน็ ทรี่ าบสงู สา� คญั ของประเทศไทย คอื ทรี่ าบสงู
โคราช ซงึ่ มพี น้ื ทคี่ รอบคลมุ จงั หวดั ตา่ ง ๆ ในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื เชน่ 2. ใหนักเรียนนําผลงาน เรื่อง แหลงทรัพยากร
จงั หวดั นครราชสีมา สรุ นิ ทร  บุรีรมั ย  ศรสี ะเกษ ชยั ภูม ิ ขอนแก่น ร้อยเอด็ และสถานที่สําคัญในจังหวัดของเรา มา
มหาสารคาม ประกอบการวิเคราะห โดยเชื่อมโยงสูการ
ต อนกลลักาษงณเปะ็นภแมู อิป่งรคะลเท้ายศกท้น่ีเปกรน็ ะททีร่ ะา บไสดงู ้แ กม่ ีขแออบ่งสโูงคชรนัาชต2า มแแลนะแวอท่งิวสเขกาล นแคลระ3 ตง้ั คาํ ถามเชงิ ภูมศิ าสตร
ทรี่ าบสงู โคราชเปน็ ตน้ กา� เนดิ ของแมน่ า้� สายสา� คญั เชน่ แมน่ า�้ ช ี แมน่ า�้ มลู
แม่น�า้ สงคราม ขน้ั สอน
บรเิ วณทร่ี าบสงู อากาศจะหนาวเยน็ โดยเฉพาะบรเิ วณยอดเขา สง่ ผล
ให้หลายแห่งกลายเป็นสถานท่ีส�าคัญทางการท่องเที่ยวเช่น ภูกระดึง การตงั้ คาํ ถามเชงิ ภูมิศาสตร
จังหวดั เลย ภูผาม่าน จงั หวัดขอนแกน่ ภทู อก จังหวดั บงึ กาฬ ผาแต้ม
จังหวดั อุบลราชธานี ผาแดง จงั หวดั บรุ ีรัมย 3. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั ตงั้ คาํ ถามเชงิ ภมู ศิ าสตร
เชน
๔๓ • ลักษณะทางกายภาพสงผลตอแหลง
ทรัพยากร และสถานท่ีสําคัญในจังหวัด
ของนักเรียนอยา งไร
• แหลง ทรพั ยากรและสถานทสี่ าํ คญั ในจงั หวดั
มีผลตอการดําเนินชีวิตของคนในจังหวัด
อยา งไร

นักเรียนควรรู

1 ทร่ี าบสูงโคราช บริเวณที่ราบสูงโคราช หมายถงึ บรเิ วณทีร่ าบสูงของภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ทั้งหมด มีเนือ้ ทปี่ ระมาณ 150,000 หรอื ประมาณหน่งึ
ในสามของพน้ื ทีท่ ้ังหมดของประเทศไทย ลักษณะภมู ปิ ระเทศสว นใหญเ ปนทีร่ าบเรยี บ มีความสูงประมาณ 130-250 เมตร จากระดบั น้ําทะเลปานกลาง
2 แอง โคราช มพี ้นื ท่ปี ระมาณ 33,000 ตารางกิโลเมตร ครอบคลมุ พื้นท่ีจงั หวัดนครราชสมี า ชยั ภูมิ ขอนแกน มหาสารคาม รอ ยเอ็ด บุรรี ัมย กาฬสินธุ
ยโสธร สรุ ินทร ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และอํานาจเจรญิ มีแมนา้ํ สาํ คัญ คือ แมนํ้ามลู และแมนาํ้ ชี ไหลผา นท่ีราบตอนกลางของแอง
3 แองสกลนคร มพี ้ืนท่ีประมาณ 17,000 ตารางกโิ ลเมตร (เฉพาะพ้ืนทีใ่ นประเทศไทย) ครอบคลมุ พ้ืนทจ่ี งั หวดั หนองคาย อุดรธานี สกลนคร นครพนม
มกุ ดาหาร และบางสว นของประเทศลาว มแี มน ํ้าสาํ คญั คือ แมนํา้ สงคราม และแมน ้าํ พงุ

T51

นํา สอน สรุป ประเมิน

ขน้ั สอน ๓.๓ ที่ราบ

การรวบรวมขอ มลู ท่ีราบ เป็นพื้นท่ีขนาดใหญ่ทางภาคกลางของประเทศครอบคลุม
จงั หวดั ตา่ ง ๆ เชน่ จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา นครปฐม ปทมุ ธาน ี นนทบรุ ี
4. นักเรียนศึกษาขอมูลวิธีการวิเคราะหลักษณะ สพุ รรณบุรี อา่ งทอง สิงหบุร ี ชยั นาท นครสวรรค  พิจิตร ซงึ่ เป็นพนื้ ที่ท่ีมี
ทางกายภาพของจังหวัดสงผลตอแหลง ความอดุ มสมบรู ณส งู สะดวกในการเดนิ ทาง และตดิ ตอ่ คา้ ขาย จงึ เหมาะสมตอ่
ทรัพยากร และสถานท่ีสําคัญในจังหวัดจาก การตัง้ ถน่ิ ฐานของผคู้ น
หนังสือเรียน หนา 41-46 และ PowerPoint ลักษณะทางกายภาพท่ีเป็นท่ีราบ ส่งผลให้มีทรัพยากรน�้า
เร่ือง ลักษณะทางกายภาพที่สงผลตอแหลง ทรพั ยากรดนิ อดุ มสมบรู ณ  เปน็ แหลง่ ผลติ อาหารทสี่ า� คญั ประชากรเขา้ มา
ทรัพยากรและสถานท่ีสาํ คญั ในจงั หวัด ตั้งถ่นิ ฐานอยู่อย่างหนาแนน่ มแี หลง่ ชมุ ชนจา� นวนมาก จงึ เปน็ ศนู ยกลาง
และเป็นที่ต้ังของสถานที่ส�าคัญของจังหวัดหลายแห่ง เช่น ศูนยราชการ
5. แบงกลุมนักเรียน ใหแตละกลุมเลือกสถานที่ สถานขี นส่ง ศนู ยกลางพาณิชยกรรม โรงพยาบาล
สาํ คญั ของจงั หวัด 2-3 แหง เพื่อมาวิเคราะห
ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดวาสงผลตอ ท ่ีราบขนาดใหญ่ของไทย จะอยู่ทางตอนกลางของประเทศ เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าว
แหลงทรพั ยากร และสถานทส่ี าํ คญั อยางไร ซง่ึ เปน็ พชื เศรษฐกจิ สา� คญั

การจดั การขอ มลู

6. นกั เรยี นแตล ะกลมุ รวบรวมขอ มลู ตามประเดน็
คาํ ถามท่กี าํ หนดไว

7. นักเรียนรวมกันพิจารณาความนาเช่ือถือของ
ขอมูล

การวเิ คราะหแ ละแปลขอ มูล

8. นักเรียนแตละกลุมนําขอมูลมาวิเคราะหหา
คําตอบตามประเดน็ คําถาม

9. ตวั แทนกลมุ นาํ เสนอคาํ ตอบหนาช้นั เรียน

๔๔

เกร็ดแนะครู

ครอู ธบิ ายใหนกั เรยี นฟง เพ่มิ เติมวา ทรี่ าบภาคกลางนค้ี รอบคลุมพนื้ ทท่ี งั้ หมดของท่รี าบลมุ เจา พระยาตอนบนและตอนลา ง เกดิ จากการกระทาํ ของแมน าํ้ คอื
แมน ํ้าเจา พระยา แมนา้ํ ปง แมน ้ําวัง แมนาํ้ ยม และแมนา้ํ นาน ทไี่ ดไ หลพัดพาตะกอนมาสะสมตวั ในพน้ื ท่ีตอนลาง จนกลายมาเปน พ้ืนท่รี าบกวางใหญ พน้ื ทรี่ าบลมุ
ภาคกลางเปนทรี่ าบกวางใหญท ี่สุดในประเทศไทย มลี ักษณะคลายรูปสามเหล่ยี มดานเทา สว นท่ีแคบที่สุดอยูท างดานทศิ เหนอื และยาวตอ เน่อื งลงมาจนถึงอาวไทย
โดยมีแนวเนินเขาและเขาโดดๆ เปนแนวในการแบง ทร่ี าบลุม ภาคกลางออกเปน 2 บรเิ วณ คือ ทร่ี าบลุมภาคกลางตอนบนและทร่ี าบลุมภาคกลางตอนลาง

T52

นาํ สอน สรุป ประเมิน

๓.๔ ชายฝง ทะเลและหมูเกาะ ขน้ั สอน

ชายฝงทะเลและหมูเกาะ เป็นลักษณะภูมิประเทศท่ีพบได้ การวเิ คราะหแ ละแปลขอ มูล (ตอ )
ตงั้ แตต่ อนบนของอา่ วไทยลงไปถงึ ภาคใต ้ ดังน ้ี
ภาคตะวันออก เช่น จงั หวดั ตราด จนั ทบรุ ี ชลบรุ ี ระยอง 10. ครูและเพือ่ นตางกลุมรวมกนั ต้ังคาํ ถาม
ภาคกลาง ไดแ้ ก ่ จังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เกย่ี วกบั ขอ มลู ท่นี ําเสนอ เชน
ภาคตะวนั ตก ได้แก่ จงั หวดั เพชรบรุ ี ประจวบคีรขี นั ธ  • ขอมูลท่ีนําเสนอมาจากแหลง ขอมูลใดบา ง
ภาคใต้ ฝงอาวไทย เช่น จังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช สงขลา • แหลงขอมลู ทไี่ ดไ ปศกึ ษามีความนา เชอื่ ถือ
ปต ตานี ฝง ทะเลอันดามนั เช่น จงั หวัดระนอง ภเู กต็ ตรัง สตลู มากนอ ยเพียงใด เพราะเหตใุ ด
ลักษณะภูมิประเทศที่เป็นชายฝงทะเลและหมู่เกาะ มีทรัพยากร • สมาชิกในกลุมใชวธิ ีการใดในการพจิ ารณา
ที่เป็นปาชายเลน และสัตวน้�าต่าง ๆ มีภูมิประเทศหลายรูปแบบ ท่ีเป็น ความนา เช่อื ถอื ของขอมูล
หจทังาี่เหปดว็ นดั เแชภห่นเู กล ็ตมห 1 าทเด่เีชปพ่น็นัท อยแาาวห 2 ลจเชมังน่หส วมอัดิหา่ชลวลคาบุง้ ุรกจี รังะหหเาบวดนัดน สรจงาังขทหลัศวาัดน จ แันจหทังลบหมุรวี ัพดอนรา่ หรวาขมธนเิวทอาพมส • ขอ มูลทไี่ ดม าเพยี งพอตอการตอบคําถาม
จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่ีเป็นเกาะ เช่น เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง ทางภมู ศิ าสตรหรอื ไม ถาไมค วรไปศึกษา
เกาะสมยุ จังหวดั สุราษฎรธานี ท่ีเปน็ หมเู กาะ เช่น หมูเ่ กาะพีพี จงั หวัด จากแหลงใดเพม่ิ เติม
กระบ่ ี หมเู่ กาะสิมลิ ัน จงั หวัดพงั งา
11. ครูใหนักเรียนเลือกจังหวัดท่ีนักเรียนสนใจมา
คนละ 1 จังหวดั แลว เขียนอธิบายวาลักษณะ
ทางภายภาพของจังหวัดท่ีเลือกสงผลตอ
แหลงทรัพยากรและสถานท่ีสําคัญในจังหวัด
อยางไร

12. เมื่อนักเรยี นทําเสร็จแลว ครูสุม เรียกนกั เรียน
ออกมานาํ เสนอผลงานหนา ชั้นเรยี น 4-5 คน

ห มู่เกาะช้าง จงั หวัดตราด มคี วามอุดมสมบรู ณท างธรรมชาติ
ทัง้ ปาชายเลน ปา ดิบชน้ื และทรพั ยากรสัตวน้า� ๔๕

นักเรียนควรรู

1 แหลม หมายถงึ สว นใดสว นหนงึ่ ของแผน ดนิ ทยี่ ่ืนออกไปในทะเล หรอื มหาสมทุ ร
2 อาว หมายถึง สว นของมหาสมทุ ร ทะเล หรือทะเลสาบทลี่ า้ํ เขาไปในฝง มลี ักษณะเวาโคง และเปด กวา ง

T53

นาํ สอน สรุป ประเมิน

ขนั้ สอน จากท่ีได้ศึกษามาทั้งหมด เราจะเห็นได้ว่า ลักษณะทางกายภาพ
หรือส่ิงแวดล้อมในจังหวัดซึ่งประกอบด้วย ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะ
สรุปเพอื่ ตอบคําถาม ภมู อิ ากาศ และทรพั ยากรธรรมชาต ิ สง่ ผลตอ่ การมแี หลง่ ทรพั ยากร การเกดิ
สถานที่ส�าคัญของจังหวัด และส่ิงเหล่านี้ก็มีผลต่อวิถีการด�าเนินชีวิตของ
1. นักเรียนรวมกันสรุปวา ลักษณะทางกายภาพ ผู้คนส่วนใหญ่ในจังหวัด ด้วยเหตุน้ี จังหวัดท่ีมีส่ิงแวดล้อมแตกต่างกัน
สงผลใหเกิดแหลงทรัพยากร และสถานที่ ยอ่ มมสี ภาพเศรษฐกจิ สงั คม และวิถชี วี ติ แตกตา่ งกนั ไปด้วย
สาํ คญั ในจังหวัด อย่างไรก็ตาม เน่ืองจากแต่ละจังหวัดมีจ�านวนผู้คนอาศัยอยู่มาก
การดา� เนนิ ชวี ติ ของผคู้ นบางสว่ นกท็ า� ใหส้ ง่ิ แวดลอ้ มของจงั หวดั
2. แหลงทรัพยากรธรรมชาติและสถานท่ีสําคัญ เปลยี่ นแปลงไปจากเดิม โดยเฉพาะความอดุ มสมบูรณ 
ในจังหวัดมีผลตอการดําเนินชีวิตของคนใน ความบริสุทธิข์ องธรรมชาติ เมอื่ ส่งิ แวดลอ้ มเปล่ยี นไป
จังหวัด วิถชี วี ติ ของผู้คนในจังหวัดกต็ ้องปรบั เปลยี่ น
(แนวตอบ : ตามส่ิงที่เกิดในจังหวัดที่นักเรียน ไปตามส่ิงแวดล้อม ดังนัน้ เพอื่ รักษาไวซ้ ึง่
อาศัยอย)ู ความสมบรู ณของธรรมชาติ และเพอ่ื ใหก้ ารด�ารงชีวติ ของเรา
เปน็ ไปอย่างมีความสขุ ไดอ้ ยา่ งยง่ั ยืน จึงเป็นหนา้ ทขี่ องเราทกุ คน
3. ครูมอบหมายใหนักเรียนทํากิจกรรมรวบยอด ท่ีจะตอ้ งร่วมมือกันดแู ลสง่ิ แวดล้อมในจังหวดั
เรื่อง จังหวัดของเรา ตามประเด็นท่ีกําหนด
ภายใน 1 สัปดาห แลวนาํ สง ครู รเู้ รอื่ ง ภมู ศิ าสตร

4. ครูใหนกั เรียนทํากิจกรรมรูเร่อื ง ภูมศิ าสตร ปฏิบัติกจิ กรรมตามข้นั ตอน ดงั นี้
จากหนังสือเรยี น หนา 46 ๑. ใหน้ กั เรยี นนา� ผลงานแผนท่ีจากการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมในหวั ข้อ ๒ มาใชป้ ระกอบ
๒. ร ่วมกันวิเคราะหว่า ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดส่งผลต่อแหล่งทรัพยากรและ

สถานท่สี า� คัญอย่างไร โดยเลอื กสถานท่ีสา� คญั ของจังหวดั ๒-๓ แห่ง มาเปน็ ตวั อย่าง
ประกอบการวเิ คราะห
๓. นักเรียนเลือกใช้รูปถ่ายแสดงลักษณะทางกายภาพที่ส�าคัญของจังหวัด ๑ รูป ติดบน
กระดาษ จากนนั้ พมิ พห รอื เขยี นอธบิ ายและวเิ คราะหว า่ ลกั ษณะดงั กลา่ วสง่ ผลตอ่ แหลง่
ทรพั ยากรและสถานทสี่ �าคัญของจังหวัดอยา่ งไร

๔๖

T54 ขอ สอบเนน การคิด

ปญหาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมท่ีมีสาเหตุมาจาก
ลักษณะโครงสรางของภูมปิ ระเทศคอื ขอใด

1. ปญ หาการรุกลาํ้ ของนา้ํ เค็ม
2. ปญหาการสูญเสยี พ้ืนทป่ี าไม
3. ปญ หาหนาดนิ ถกู ชะลางพังทลาย
4. ปญ หาการแพรก ระจายของวัชพชื

ç(วิเคราะหคําตอบ การสูญเสียพ้ืนท่ีปาไมเกิดมาจากการบุกรุก
พ้ืนที่ปาของมนุษย ปญหาหนาดินถูกชะลางพังทลายเปนผลมา
จากการขาดพืชคลุมดิน การระเบิดภูเขา การตัดไมทําลายปา
ปญ หาการแพรก ระจายของวชั พชื วชั พชื สามารถแพรก ระจายไป
ได โดยมลี ม นาํ้ คน และสตั ว เปน เครอื่ งชว ยทาํ ใหก ระจายไป ปญ หา
การรุกลํ้าของนํ้าเค็มมีสาเหตุมาจากลักษณะทางกายภาพของ
ลาํ นํา้ ความลึกต้นื ของลํานํา้ ดังน้นั ขอ 1.จงึ เปนคาํ ตอบทีถ่ กู )

นํา สอน สรุป ประเมิน

äǺÇÂÒÍÁ´ ÃÙŒ ขนั้ สรปุ

ลกั ษณะทางกายภาพ คอื สง่ิ ทเี่ กดิ ขนึ้ เองตามธรรมชาต ิ แบง่ ออกเปน็ ครูและนักเรียนรวมกันสรุปเกี่ยวกับลักษณะ
ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ ลกั ษณะภมู อิ ากาศ และทรพั ยากรธรรมชาต ิ ซง่ึ มคี วาม ทางกายภาพสงผลใหเกิดแหลงทรัพยากร และ
สมั พนั ธก นั ลกั ษณะทางกายภาพในจงั หวดั จะสง่ ผลตอ่ แหลง่ ทรพั ยากรและ สถานที่สาํ คัญในจงั หวัด
สถานทสี่ า� คัญในจงั หวดั และยังสง่ ผลต่อการดา� เนนิ ชวี ิตของคนในจงั หวดั
อกี ด้วย ขนั้ ประเมนิ
จังหวัดของเรา
1. ครูตรวจกิจกรรมรเู รอื่ งภมู ศิ าสตร
2. ประเมนิ การนําเสนอผลงาน
3. สังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ
4. สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝเรยี นรู และมงุ ม่ัน

ในการทาํ งาน

ลกั ษณะ แหลง ทรัพยากร ลกั ษณะทาง
ทางกายภาพ และสถานที่ กายภาพที่
สง ผลตอ แหลง
ในจงั หวัด สาํ คญั ในจังหวัด ทรพั ยากรและ
สถานทีส่ าํ คญั ใน
• ภูมปิ ระเทศ • ใชแ้ ผนท่ี
• ภมู อิ ากาศ • ใช้รปู ถ่าย จงั หวัด

• ทรพั ยากรธรรมชาติ ดอยผาหม ปก • ภูเขา
อ.แมอ าย • ทีร่ าบสงู
อ.เวียงแหง แมน ้ำปง • ท่ีราบ
อ.ฝาง • ชายฝงและหมเู่ กาะ
แมฮองสอน อ.เชยี งดาว อ.ไชยปราการ

ดอยเวยี งผา

เชียงราย
อ.พราว

อ.แมแตง

อ.สะเมิง อ.แมรมิอ.สนั ทรายอ.ดอยสะเก็ด
ดอยสุเทพ-ปุย
อ.แมวาง อ.หาอง.เดอมง.อื สงารอภ.สี ันกำแพอง.แมลอ อำนปาง
อ.แมแจม

ดอยอนิ ทนนท อ.สันปา ตอง
อ.ดอยหลอ

อ.จอมทอง

ลำพนู

อ.ฮอด แ มน้ำ ปง

ส.ดอยเตา คำอธบิ ายสัญลักษณ
อ.ดอยเตา
ปาเบญจพรรณ
อ.อมกอ ย ปา ดบิ เขา
พน้ื ท่ีราบ
ตาก ยอดเขา
ทะเลสาบ
แมน้ำ

๔๗

แนวทางการวัดและประเมินผล

ครตู รวจกิจกรรมเรื่องภมู ศิ าสตร ประเมินการนาํ เสนอผลงาน และสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางาน จากนน้ั ครศู ึกษาแนวทางการวัดและประเมินผลเพอื่
ประเมินชิ้นงานของนักเรียนจากใบประเมินชิน้ งานทแ่ี นบทา ยแผนการสอน

แบบบันทึกการอ่าน แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การทางานกลุ่ม แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน

ชือ่ หนังสือ ช่ือผ้แู ต่ง นามปากกา ช่อื กลมุ่ ช้ัน คาชแ้ี จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี  ลงในช่องทต่ี รงกบั
สานักพมิ พ์ ระดบั คะแนน
จานวนหนา้ สถานที่พิมพ์ ปที ีพ่ ิมพ์ คาชแี้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด  ลงในช่องทต่ี รงกับ
ระดับคะแนน
ราคา บาท อ่านวันท่ี เดือน พ.ศ. เวลา

1. สาระสาคัญของเรอ่ื ง ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน
321 321
2. วเิ คราะห์ขอ้ คิด/ประโยชน์ทไ่ี ด้จากเรอื่ งท่อี า่ น 1 การแบง่ หนา้ ท่กี ันอย่างเหมาะสม 1 ความถกู ต้องของเน้อื หา
3. ส่ิงทส่ี ามารถนาไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวนั 2 ความร่วมมือกันทางาน รวม 2 ความคิดสรา้ งสรรค์ รวม
3 การแสดงความคิดเหน็ 3 วิธีการนาเสนอผลงาน
4 การรบั ฟังความคิดเหน็ 4 การนาไปใช้ประโยชน์
5 ความมีนา้ ใจชว่ ยเหลอื กัน 5 การตรงต่อเวลา

ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมนิ ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../................ ............../.................../................

4. ขอ้ เสนอแนะของครู นกั เรยี น ลงชือ่ ผูป้ กครอง เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
) ( ) ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมินสมบรู ณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ลงชอ่ื ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน
( ลงชื่อ ครผู สู้ อน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้งั ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่
( )
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมนิ บางสว่ น

เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
12 - 15 ดี
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 8 - 11
ต่ากวา่ 8 พอใช้
12 - 15 ดี ปรับปรุง
8 - 11 พอใช้
ตา่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานมคี วามสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ผลงานมขี อ้ บกพร่องเพยี งเลก็ นอ้ ย

ผลงานมขี ้อบกพรอ่ งมาก

สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4

T55

Chapter Overview

แผนการจัด สือ่ ท่ีใช้ จุดประสงค์ วธิ สี อน ประเมิน ทกั ษะที่ได้ คุณลักษณะ
การเรียนรู้ อนั พึงประสงค์

แผนฯ ท่ี 6 - ห นังสือเรียน 1. ว ิเคราะหส์ งิ่ แวดลอ้ มทาง วธิ สี อนแบบกระบวนการ - ตรวจใบงานท่ี 1.1 1. การสงั เกต 1. มีวนิ ัย
สิง่ แวดล้อม - ใบงานที่ 1.1
กายภาพทส่ี ่งผลต่อการ ทางภมู ศิ าสตร์ - ประเมนิ การนำ� เสนอ 2. การแปลความ 2. ใฝ่เรียนรู้
ทางกายภาพ - PowerPoint ด�ำเนินชีวิตของคนใน (Geographic Inquiry ผลงาน
ที่มผี ลต่อการ เร่อื ง ส่ิงแวดลอ้ ม จังหวัดตนเองได้ ข้อมลู 3. มงุ่ ม่ันในการ

ด�ำเนนิ ชวี ติ ทางกายภาพกบั Process) - สังเกตพฤติกรรม 3. การใชเ้ ทคนคิ และ ทำ� งาน

ของคนในจงั หวดั การดำ� เนนิ ชวี ิต การทำ� งานรายบคุ คล เคร่ืองมือทาง

- สังเกตพฤตกิ รรม ภมู ศิ าสตร์

3 - รูปถา่ ยทาง การทำ� งานกลุ่ม
ภมู ศิ าสตรแ์ สดง - สงั เกตความมวี ินัย
ชั่วโมง ลักษณะทาง ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ มั่น

กายภาพ ในการท�ำงาน

- บตั รภาพพน้ื ท ่ี

ภเู ขา บัตรภาพ

ท่ีราบลมุ่ ใกล้

แหลง่ นำ�้ บตั รภาพ

ชายทะเล

- แผนทีแ่ สดง

ลักษณะทาง

กายภาพ

แผนฯ ที่ 7 - ห นงั สือเรียน 1. อ ธบิ ายลักษณะการ วิธีสอนแบบกระบวนการ - ต รวจใบงานท่ี 2.1 1. การสังเกต 1. มวี ินัย
การเปล่ยี นแปลง - บัตรภาพ
เปล่ยี นแปลงสิง่ แวดล้อม ทางภมู ศิ าสตร ์ - ประเมนิ การนำ� เสนอ 2. การแปลความ 2. ใฝ่เรียนรู้
สิ่งแวดล้อมใน การบุกเบกิ พ้ืนท่ ี ในจังหวดั ได้
จังหวัด (Geographic Inquiry ผลงาน ข้อมลู 3. มุ่งม่ันในการ

ปา่ การตดั ถนน 2. บ อกผลที่เกดิ จากการ Process) - สงั เกตพฤตกิ รรม 3. การใชเ้ ทคนคิ และ ทำ� งาน

3 การระเบดิ ภเู ขา เปลี่ยนแปลงส่งิ แวดล้อม การทำ� งานกลมุ่ ขอ้ มูล
การสรา้ งเขื่อน ในจังหวดั ได้ - สงั เกตความมวี นิ ยั
ช่วั โมง ควนั พษิ จากการ ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มนั่

จราจร กองขยะ ในการทำ� งาน

- ใบงานที่ 2.1

แผนฯ ท่ี 8 - ห นังสอื เรยี น 1. บอกแนวทางการจัดการ วธิ สี อนแบบกระบวนการ - ตรวจใบงานท่ี 3.1 1. การสังเกต 1. มีวนิ ยั
การจัดการ 2. การแปลความ 2. ซ่ือสัตย์สจุ รติ
สิ่งแวดล้อม - ใบงานที่ 3.1 ส่ิงแวดล้อมในจงั หวัดได้ ทางภมู ิศาสตร์ - ประเมนิ การน�ำเสนอ ข้อมลู 3. ใฝ่เรียนรู้
ในจงั หวดั 4. มงุ่ มั่นในการ
- ใบความรู้ (Geographic Inquiry ผลงาน ท�ำงาน
2
เรอ่ื ง ศาสตร์ Process) - สงั เกตพฤติกรรม
ชั่วโมง
พระราชา การทำ� งานรายบคุ คล

โครงการแกล้งดิน - สังเกตพฤตกิ รรม

- ใบความรู้ การทำ� งานกล่มุ

เรื่อง ศาสตร์ - สังเกตความมวี ินยั

พระราชา ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ มั่น

โครงการช่ังหัวมนั ในการท�ำงาน

T56

Chapter Concept Overview

หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3

ลักษณะทางกายภาพสง่ ผลตอ่ การดา� เนินชีวิตของคนในจังหวัดในด้านสา� คญั ๆ ดงั นี ้

ลักษณะทางกายภาพ

1 ลักษณะท่ีอยูอ าศยั
การสรา้ งบ้านของผคู้ นจะปรบั ตามลักษณะทาง
กายภาพของสง่ิ แวดลอ้ ม โดยน�าวสั ดทุ ่มี ใี นทอ้ งถนิ่
มาสร้างทอี่ ยูอ่ าศยั และปรบั รูปแบบตามลกั ษณะ
พ้ืนที่ เช่น พ้นื ทช่ี ายฝงทะเลจะสร้างบ้านยกพื้นสูง
เพื่อปอ งกันน�า้ ทะเลท่วมถงึ

การคมนาคม 2

ผคู้ นจะปรับรูปแบบการเดินทางใหเ้ หมาะสมกับพน้ื ท่ี
เชน่ เดนิ ทางโดยรถยนตแ์ รงขับเคล่ือนสงู บนพ้นื ที่
ภเู ขา เพราะพ้นื ท่มี ีความลาดชนั

3 การประกอบอาชพี
ผู้คนจะประกอบอาชีพโดยคา� นงึ ถงึ ลกั ษณะทาง
กายภาพโดยรอบ เช่น พน้ื ทีร่ าบมแี ม่นา�้ ไหลผ่าน
อยู่เสมอ มคี วามอุดมสมบูรณ์ ท�าให้เหมาะแก่
การทา� เกษตรกรรม โดยเลอื กปลูกข้าวเปน หลัก

T57

การดา� เนินชวี ิตของผ้คู นมกี ารปรบั เปลี่ยนอยเู่ สมอ สง่ ผลใหล้ ักษณะ
ทางกายภาพของจังหวดั เปลี่ยนแปลงไปดว้ ย ดงั น้ี

1 ภมู ิประเทศ
การเพิ่มข้ึนของประชากร และการขยายตัวของเศรษฐกจิ ท�าให้วตั ถปุ ระสงค์
ในการใชพ้ น้ื ทเ่ี ปลย่ี นแปลงไป สง่ ผลให้พนื้ ดนิ และแหล่งน�า้ มกี ารเปลี่ยนแปลงไปดว้ ย
เช่น การเปลีย่ นพ้นื ทเ่ี กษตรกรรมเปน ทอี่ ยู่อาศัย การถางปา่ เพอ่ื ทา� การเพาะปลกู
จนทา� ให้พ้นื ทเ่ี ส่อื มโทรม

2 ภูมอิ ากาศ
การเปล่ียนแปลงวิธกี ารด�าเนินชีวิตของผู้คนท่ีมาพรอ้ มกบั การขยายตวั ของเมืองทา� ให้
พ้ืนท่สี ีเขียว และแหลง่ น้�าธรรมชาติลดลง สง่ ผลใหอ้ ากาศเปลี่ยนแปลง เชน่ จังหวัด
ทมี่ ีการใชร้ ถยนตจ์ �านวนมากส่งผลให้มอี ากาศรอ้ นมากขน้ึ

3 ทรัพยากรธรรมชาติ
การขยายตัวของเมืองและการเพิม่ ของประชากรทา� ให้ทรัพยากรถกู ใชเ้ ปนจ�านวนมาก
ส่งผลใหท้ รัพยากรต่าง ๆ เสื่อมโทรม และลดจ�านวนลง เช่น แหลง่ น้า� เน่าเสีย เพราะ
คนทิ้งขยะลงในแหล่งน�า้ การใช้ดินไม่ถกู วธิ ี ขาดการบ�ารุงรกั ษาสง่ ผลใหด้ ินเส่ือมโทรม

เมื่อสงิ่ แวดลอ้ มในจงั หวดั เปลย่ี นแปลงส่งผลใหก้ ารด�าเนินชีวิตของผ้คู นเปลี่ยนไป ดังนี้

1 การตงั้ ถ่นิ ฐาน
จากเดิมที่ตง้ั ถนิ่ ฐานใกล้แหล่งน้า� กป็ รบั เปลี่ยนไปต้งั ใกล้ถนน หรือท่ตี ง้ั โรงงานเพอื่ ให้
เดินทางสะดวก และประกอบอาชีพตา่ ง ๆ ได ้

2 การยา ยถ่ิน
การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมสง่ ผลตอ่ การดา� เนนิ ชวี ติ ของคนในจงั หวัด ท�าใหผ้ ู้คน
บางสว่ นย้ายถ่ิน โดยมี 2 ลกั ษณะ คอื
 การยายถิ่นเขามา เพอ่ื รบั การพัฒนาใหม่ ๆ ที่เกิดขึน้ เชน่ ยา้ ยเขา้ ไปในพ้ืนท่ี
ท่ีมีแหลง่ จา้ งงาน หรอื มีการตัดถนนทา� ให้เดินทางสะดวก
 การยา ยถน่ิ ออก เพื่อหลีกเลีย่ งภัยพบิ ตั ติ ่าง ๆ ทีท่ า� ให้ด�ารงชีวติ ได้อยา่ งยาก
ล�าบาก เช่น ภัยแล้ง น�้าท่วม

T58

การด�าเนนิ ชวี ิตของมนุษย์จะมคี วามสมั พันธ์กับสงิ่ แวดลอ้ ม เพ่อื ไมใ่ ห้ส่ิงแวดลอ้ ม
ทรดุ โทรมจึงจา� เปนตอ้ งมกี ารจดั การทรพั ยากรอย่างถกู วิธ ี ดงั น้ ี
1 แนวทางการจดั การสิ่งแวดลอม
การใชอ้ ยา่ งประหยดั การนา� กลบั มาใชใ้ หม ่ การใชอ้ ยา่ งคมุ้ คา่ การบา� บดั ฟน ฟ ู การใชส้ ง่ิ อนื่
ทดแทน การดแู ลและปอ งกนั
2 การฟน ฟทู รพั ยากรและส่งิ แวดลอ ม

 ดนิ ปลูกพชื คลมุ ดิน ปลูกพืชหมุนเวยี น ลดการใชส้ ารเคมใี นการเพาะปลกู
และไม่เผาทา� ลายพืชหรือวัชพืช

 นํ้า รักษาแหลง่ ต้นนา�้ อย่างปา่ ไมไ้ ว้ และน�านา้� ทใ่ี ชแ้ ลว้ กลบั มาใช้ใหม่
 ปาไมแ ละสัตวป า ปลกู ป่าทดแทนในพื้นท่ีปา่ เสอ่ื มโทรม ชว่ ยกันสอดสอ่ งดูแลพื้นท่ี
ปา่ ไม้ และท่อี ยอู่ าศัยของสัตว์ สรา้ งจิตส�านกึ ให้คนในพ้ืนที่เห็นคุณคา่ ของป่าไม้และสัตว์ป่า
และหน่วยงานราชการตอ้ งเขม้ งวดในการใชก้ ฎหมาย
3 การมสี วนรว มในการอนรุ ักษท รัพยากรและสง่ิ แวดลอ ม
ท�าได้หลายวธิ ี ดงั น ้ี
 รณรงคใ์ ห้ทุกคนในจังหวดั เห็นความส�าคัญและมจี ิตสา� นกึ เปนเจา้ ของ
ทรพั ยากรธรรมชาต ิ เช่น ประชาสัมพนั ธข์ อ้ มูลขา่ วสารผา่ นสอ่ื ตา่ ง ๆ
 จัดกิจกรรมอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม เช่น การปลกู ป่า
การท�าความสะอาดพื้นทส่ี าธารณะ
 มสี ่วนรว่ มในการน�าเสนอแนวทางการจดั การส่งิ แวดล้อมในชุมชน ดว้ ยการเขา้
รบั ฟงแนวทางการดูแลทรพั ยากรธรรมชาติจากเจ้าหน้าที่ แล้วนา� มาปฏิบตั ิ

T59

นาํ นํา สอน สรุป ประเมนิ

ขน้ั นาํ ó˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ
ʧèÔ áÇ´ÅÍŒ Á㹨ѧËÇÑ´
1. ครูนํารูปถายทางภูมิศาสตรท่ีเก่ียวกับลักษณะ ลกั ษณะทางกายภาพ สง ผลตอ
ทางกายภาพ เชน รปู พื้นท่ภี ูเขา ทร่ี าบลมุ ใกล
แหลงน้ํา รูปชายทะเล หรือแผนท่ีจังหวัดให การดาํ เนนิ ชวี ติ ของผคู นในจงั หวดั
นักเรียนดูเพื่อทบทวน แลวสนทนาเก่ียวกับ หากลักษณะทางกายภาพของ
รูปภาพแตละรูปวามีผลตอลักษณะท่ีอยูอาศัย จังหวัดเกิดการเปลี่ยนแปลง วิถี
การคมนาคม การประกอบอาชีพอยา งไรบาง การดําเนินชีวิตของผูคนตอง
เปลี่ยนแปลงตามไปดว ย
2. ครูอธิบายเชื่อมโยงลักษณะทางกายภาพท่ี
สง ผลตอการดําเนินชวี ิต เพื่อรักษาส่ิงแวดลอมที่ดีไว
การจัดการสิ่งแวดลอม จึงเปน
หนา ทขี่ องทกุ คนทต่ี อ งรว มมอื กนั

๔๘

เกร็ดแนะครู

ครจู ดั กระบวนการเรยี นรูโดยการใหน กั เรียนปฏบิ ัติ ดงั น้ี
• สืบคน สาํ รวจ และรวบรวมขอ มลู เกีย่ วกับสง่ิ แวดลอ มในจงั หวดั การเปลี่ยนแปลงของสง่ิ แวดลอ มและการจดั การส่ิงแวดลอ มในจงั หวดั
• อธิบายและสรุปขอมูลเกี่ยวกับสิง่ แวดลอมในจังหวัด การเปลย่ี นแปลงของส่งิ แวดลอมและการจดั การสงิ่ แวดลอมในจังหวดั
• อภปิ รายเก่ยี วกับสิง่ แวดลอมในจงั หวัด การเปล่ียนแปลงของสิ่งแวดลอมและการจดั การสง่ิ แวดลอ มในจงั หวัด
• วิเคราะหจากประเด็นคําถามและภาพเกยี่ วกับสงิ่ แวดลอมในจังหวัด การเปลีย่ นแปลงของสิ่งแวดลอมและการจัดการส่งิ แวดลอมในจังหวดั
จนเกดิ เปน ความรคู วามเขา ใจวา การดาํ รงชวี ติ ของมนษุ ยม คี วามสมั พนั ธก บั สงิ่ แวดลอ ม การเปลย่ี นแปลงของสง่ิ แวดลอ มมผี ลกระทบทง้ั ทางตรงและทาง
ออมตอมนุษย ดังนั้น เราจงึ ควรมีสวนรว มในการจดั การส่ิงแวดลอ มใหค งอยสู บื ไป

T60

นํา นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

µÑǪÕÇé Ñ´ ขนั้ นาํ

มฐ. ส ๕.๒ ป. ๔/๑ วิเคราะหสิ่งแวดลอม 3. ครใู หนกั เรียนดภู าพจากหนังสือเรยี น หนา 49
ทางกายภาพท่ีสงผลตอการดําเนินชีวิต แลวถามนักเรียนวา
ของคนในจังหวัด • นักเรยี นคิดวา สง่ิ แวดลอมในภาพน้ี สง ผลตอ
มฐ.ส๕.๒ ป.๔/๒ อธบิ ายการเปลย่ี นแปลง การดาํ เนนิ ชวี ติ ของผูคนอยา งไร
สิ่งแวดลอมในจังหวัดและผลท่ีเกิดจาก (แนวตอบ : สิ่งแวดลอมในภาพสงผลตอการ
การเปลยี่ นแปลง ดําเนินชีวิตในหลายดาน เชน
มฐ. ส ๕.๒ ป. ๔/๓ นําเสนอแนวทางการ - ดา นทอ่ี ยอู าศยั ผคู นอาศยั อยใู นอาคารหรอื
จดั การส่งิ แวดลอมในจงั หวดั ตกึ สูง
- ดา นการคมนาคม มกี ารคมนาคมทง้ั ทางบก
มโนทศั นสําคญั และทางน้าํ
ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และ - ดานการประกอบอาชีพ ผูคนสวนใหญ
ทรัพยากรธรรมชาติสงผลตอ ประกอบอาชพี ในภาคอตุ สาหกรรมมากกวา
การดําเนินชีวิตของคนในจังหวัด อาชพี เกษตรกรรม)
และขณะเดยี วกนั การดาํ เนนิ ชวี ติ
ของคนในจังหวัดสงผลใหเกิด
การเปลย่ี นแปลงของลกั ษณะทาง
กายภาพของจงั หวดั ดวย
การเปลย่ี นแปลงสงิ่ แวดลอ มสง ผล
ตอ การดาํ เนนิ ชวี ติ ของคนในจงั หวดั
การจัดการสิ่งแวดลอมในจังหวัด
เปนหนา ที่ของทกุ คนในจังหวดั

เพื่อน ๆ คิดวาสิ่งแวดลอม
ในภาพนส้ี งผลตอ

การดําเนนิ ชีวิตของผคู น
อยางไรคะ

๔๙

เกร็ดแนะครู

ครูอธบิ ายใหน กั เรียนฟงเพิม่ เติมวา แมน า้ํ ในภาพน้ี คือ แมน้ําเจา พระยา ซง่ึ เกดิ จากการรวมตวั ของแมน ้ํา 4 สาย ในภาคเหนือ ไดแก แมน ํ้าปง แมน ้าํ วงั
แมนา้ํ ยม และแมน ํ้านาน โดยทแี่ มน้ําปง กบั แมน้าํ วังไหลมารวมกนั เปนสายเดียว เรียกวา แมน ้ําปง สว นแมนํ้ายมกบั แมน าํ้ นา นไหลมารวมกันเปน สายเดียว
เรียกวา แมนํา้ นา น จากนน้ั แมน ํ้าปง และแมน ํา้ นา นจงึ ไหลมารวมกนั เปนแมนา้ํ เจาพระยาทบี่ ริเวณปากน้ําโพ จงั หวดั นครสวรรค แมน้าํ เจาพระยาไหลออกสู
ทะเลอา วไทยทจ่ี งั หวดั สมทุ รปราการ รวมความยาว 370 กโิ ลเมตร

แมนํา้ เจา พระยาไหลผานจังหวัดตา งๆ ในภาคกลางของไทยรวมท้ังสิน้ 10 จังหวัด โดยเริม่ จากจงั หวัดนครสวรรค อุทัยธานี ชัยนาท สงิ หบ ุรี อางทอง
พระนครศรอี ยุธยา ปทมุ ธานี นนทบรุ ี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ

T61

นํา สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน ñ ʧÔè áÇ´ÅÍŒ Á·Ò§¡ÒÂÀÒ¾¡ºÑ ¡ÒôÒí à¹¹Ô ªÇÕ µÔ

1. ครูแบงนกั เรยี นออกเปน 3 กลุม สืบคน ขอ มูล ลกั ษณะทาง ลกั ษณะทางกายภาพของแตล ะจงั หวดั สว นใหญ
เก่ียวกับลักษณะทางกายภาพของจังหวัดท่ี กายภาพสง่ ผล จะแตกตา งกนั หรอื แมแ ตภ ายในจงั หวดั เดยี วกนั แตล ะ
นกั เรยี นอาศยั อยู และใหแ ตล ะกลมุ เลอื กหวั ขอ ตอ่ การดําเนิน บริเวณก็ยังมีลักษณะทางกายภาพท่ีไมเหมือนกัน
มากลุมละ 1 หวั ขอ ไมใ หซ ้ํากัน โดยมหี ัวขอ ที่ ชีวิตของคนใน ซงึ่ ลกั ษณะกายภาพมผี ลอยางมากตอวถิ ีการดาํ เนิน
กําหนดให ดังนี้ จังหวัดอยา่ งไร ชวี ิตของผูค นในดา นสําคัญ ๆ ดงั น้ี
• ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดที่มีผลตอ
ลักษณะท่ีอยูอ าศัย ๑.๑ ลักษณะทีอ่ ยูอาศยั
• ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดท่ีมีผลตอ
การคมนาคม การสรา งทีพ่ ักอาศยั ของมนุษย จะปรับตัวตามลักษณะทางกายภาพ
• ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดท่ีมีผลตอ ท่ีเปนส่ิงแวดลอมรอบตัว โดยเอาส่ิงท่ีหาไดงายในทองถิ่นมาใชเปนวัสดุ
การประกอบอาชพี หลักในการกอสราง รวมทั้งรูปแบบท่ีอยูอาศัยก็ตองปรับใหสอดคลองกับ
สง่ิ แวดลอม ดวยเหตุน้ี ลกั ษณะทอี่ ยอู าศัยของผูค นทอ่ี ยกู ันคนละจังหวัด
2. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ บอกแหลง ขอ มลู ทสี่ บื คน หรอื แมแ ตในจงั หวดั เดยี วกนั แตตางพนื้ ท่ีกนั จึงมลี ักษณะแตกตา งกนั
วิธีการในการสืบคนขอมลู และลักษณะขอ มลู
ท่ีได

ÀÙà¢Ò ·èÕÊÙ§

เหตผุ ล สภาพอากาศหนาวเยน็ ผคู นจงึ สรา งบา นปด ทบึ มหี นา ตา งนอ ย
และมีชอ งหนา ตา งแคบ ๆ เพื่อปองกันลมหนาว

๕๐ ส่ิงแวดลอมทางกายภาพกับการดําเนนิ ชีวติ

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด

ครูนําภาพบานลักษณะตางๆ ในปจจุบันมาใหนักเรียนดู หรือใหนักเรียน ตุมอาศัยอยูบริเวณชายฝงทะเลที่จังหวัดชุมพร ตุมควรสราง
นําภาพบานของตนเองมาแสดง แลวใหรวมกันแสดงความคดิ เห็นวา จากภาพ บา นแบบใดจึงจะเหมาะสมกบั ลักษณะทางกายภาพของจงั หวัด
ลักษณะภมู ปิ ระเทศมีความสัมพันธกบั ลกั ษณะของบานอยา งไร เพอ่ื ใหนกั เรยี น
เกิดความเขาใจเรอ่ื งการสรา งบานในปจ จบุ ันกับลกั ษณะภูมปิ ระเทศ 1. สรา งบา นแบบปด ทบึ มหี นา ตา งนอ ย
2. สรางบานติดดนิ มหี นาตา งรอบดาน
สื่อ Digital 3. สรางบานยกพื้นสูง มีหลังคาลาดชัน
4. สรางบานยกพืน้ สูงแบบปด ทึบ
นกั เรยี นสามารถเรยี นรเู พม่ิ เตมิ
เกยี่ วกบั สงิ่ แวดลอ มทางกายภาพกบั ç(วิเคราะหคําตอบ ตุมควรสรางบานแบบยกพื้นสูงเพ่ือปองกัน
การดําเนนิ ชีวิตไดจาก QR Code น้ําทะเลทวมถึง และมหี ลังคาลาดชนั เพื่อชว ยระบายนา้ํ ฝน ดงั นั้น
ขอ 3. จงึ เปน คาํ ตอบท่ีถกู )

T62

นาํ สอน สรุป ประเมนิ

·ÃÕè Òº ขน้ั สอน

เหตผุ ล มสี ภาพอากาศรอ นและฝนตกชกุ ตวั บานจงึ นยิ มสรา งใหโปรง การตั้งคาํ ถามเชงิ ภมู ิศาสตร
ไมดหี ดนี าเสตาา บงรา อนบยดกาพนน้ื เพสูงอื่ 1เชพว ือ่ ยปรอะบงกายนั คนวา้ํ าทมว รมอ แนลหะนลํา้งั หคาลลาากดในชชนั วเพงฤอื่ ดระูฝบนายนาํ้ ฝน
3. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ จดั แสดงผลงานทไ่ี ดจ าก
ªÒ½›˜§áÅÐËÁàÙ‹ ¡ÒÐ การศกึ ษา โดยสง ตวั แทนมาสรปุ และอธบิ ายผล
การศกึ ษา ทงั้ น้ี ใหใ ชแ ผนทแี่ ละรปู ถา ยประกอบ
ในการนําเสนอ

4. ครูและนกั เรยี นรวมกันต้ังคาํ ถาม เชน
• จากลักษณะทางกายภาพสง ผลตอ การ
ดําเนนิ ชวี ิตของผูคนอยางไรในดานทอ่ี ยู
อาศยั การคมนาคม การประกอบอาชพี
• การดําเนนิ ชีวติ ของมนษุ ยของผคู นสง ผล
ตอ สิ่งแวดลอมทางกายภาพอยา งไร
• ทรัพยากรท่มี อี ยใู นจงั หวดั มีประโยชน
ตอ ผคู นอยางไร

เหตผุ ล มีระดบั น้ําสูง ถกู คล่ืนกัดเซาะ พน้ื ทดี่ านรับลมไดร บั ฝนเตม็ ท่ี
ผูคนจึงสรางบานยกพ้ืนสูงเพื่อปองกันนํ้าทะเลทวมถึง และมีหลังคาลาดชัน
เพอื่ สะดวกแกการระบายน้ําฝน

๕๑

ขอ สอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู

บานท่ีอยูในบริเวณพ้ืนท่ีราบลุมและบานท่ีอยูในบริเวณพ้ืนท่ี 1 เสาบานยกพื้นสูง บานบนที่ราบลุมในอดีตมักจะยกพื้นสูงเพื่อปองกัน
ดอนมักจะสรางบานที่มีใตถุนสูง ซ่ึงใตถุนสูงน้ีมีประโยชน น้ําทวมแลว ยังมเี หตุผลอกี หลายประการท่ที าํ ใหสรางบา นยกพ้ืนสูง เชน
หลายอยางยกเวน ขอใด
• ปองกันภัยจากสัตวมีพิษที่อยูอาศัยบนพื้นดิน เชน ตะขาบ แมงปอง
1. เปน ท่เี ลย้ี งสัตว เปน ตน
2. ปองกันนํ้าทว มบา น
3. เปนท่เี กบ็ อุปกรณต างๆ • ใชใตถุนเปนท่เี กบ็ ของและเครอ่ื งใชเ กย่ี วกับการเกษตร
4. ทาํ ใหบ านมน่ั คงแขง็ แรง

ç(วิเคราะหคําตอบ ประโยชนของบานท่ีมีใตถุนสูง คือ ปองกัน
น้ําทวม ใชเปนที่เก็บอุปกรณตางๆ เชน จอบ คราด ใชเปนท่ี
เลยี้ งสตั ว เชน ววั ควาย เปด ไก แตก ารสรางบานที่มีใตถุนสงู ไม
ไดท าํ ใหบ านแข็งแรงขึน้ ดังนัน้ ขอ 4. จึงเปน คําตอบทถี่ ูก)

T63

นํา สอน สรุป ประเมนิ

ขนั้ สอน ๑.๒ การคมนาคม1

การรวบรวมขอมลู ลักษณะทางกายภาพของแตละจังหวัดจะเปนปจจัยหลักในการ
กาํ หนดใหม นษุ ยเ ลอื กรปู แบบในการเดนิ ทาง พนื้ ทตี่ า งกนั ก็ใชร ปู แบบการ
5. นักเรียนแตละกลุมสืบคนขอมูลจากแหลง คมนาคมทีต่ างกนั แมเ ปน พน้ื ที่เดยี วกัน แตตางฤดกู าล เชน การเดนิ ทาง
การเรียนรู หนังสือเรียน PowerPoint และ ชว งฤดูรอ นกับชวงฤดฝู น ก็อาจจะใชว ธิ ีตางกัน
สัมภาษณผูรูจากสถานท่ีจริง ถายภาพ หรือ
คลิปวิดีโอ ประกอบการบันทึกขอมูลตาม ÀÙà¢Ò ·èÕÊÙ§
ประเดน็ ทีก่ าํ หนด

การจัดการขอมลู

6. รวบรวมขอ มลู ตามประเดน็ คาํ ถามทกี่ าํ หนดไว
7. สมาชกิ ในกลมุ รว มกนั พจิ ารณาความนา เชอ่ื ถอื

ของขอมลู

และบเาหงตสุผวลนลาดสชวนันใหพญื้นเทป่ีทนุรเสกนันทดาารง2คมบนางาพคื้นมทที่จางึงบตกองใถชนรนถมกรีคะวบาะมทค่ีมดีกเคําี้ยลวัง
ขบั เคลื่อนสงู หรอื ใชร ถจักรยานยนตเ ปนหลกั

·èÕÃÒº

เหตผุ ล บรเิ วณทร่ี าบมกี ารคมนาคมหลายรปู แบบ เนอื่ งจากสภาพพน้ื ที่
เออ้ื อาํ นวยตอ การพฒั นาเสน ทางคมนาคม ทง้ั ถนน ระบบรางรถไฟ และทางนาํ้
ทําใหผ ูคนเลือกการเดนิ ทางไดห ลากหลาย เชน รถยนต รถไฟ รถไฟฟา เรอื

๕๒

นักเรียนควรรู

1 การคมนาคม ทางหลวงหลกั ทเี่ ชอื่ มตอ ระหวา งกรงุ เทพมหานครไปยงั ภมู ภิ าคหลกั ของประเทศไทย ไดแ ก ภาคเหนอื ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ภาคกลาง
และภาคใต เรียกวา ทางหลวงแผนดิน ปจจบุ นั มี 4 สาย คือ

• ทางหลวงแผนดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธนิ ) จากกรุงเทพฯ-แมส าย (เขตแดน) ยาว 970.949 กิโลเมตร
• ทางหลวงแผน ดินหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) จากสระบุร-ี หนองคาย (เขตแดน) ยาว 495.409 กิโลเมตร
• ทางหลวงแผน ดนิ หมายเลข 3 (ถนนสขุ ุมวทิ ) จากกรุงเทพฯ-ตราด ยาว 426.931 กิโลเมตร
• ทางหลวงแผน ดนิ หมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) จากกรงุ เทพฯ-อ.สะเดา จ.สงขลา ยาว 1,277.512 กิโลเมตร
2 พ้ืนที่ทุรกันดาร หมายถึง พื้นที่ที่หางไกลความเจริญ มีความยากลําบากในการคมนาคม เปนพ้ืนท่ีปาเขา ทะเล ขาดแคลนสาธารณูปโภคพ้ืนฐาน
ในการดํารงชีวติ

T64

นํา สอน สรปุ ประเมนิ

ªÒ½§›˜ áÅÐËÁà‹Ù ¡ÒÐ ขนั้ สอน

การวิเคราะหแ ละแปลผลขอมูล

8. นกั เรยี นแตล ะกลุมนําขอ มลู มาวิเคราะห
หาคําตอบตามประเดน็ คาํ ถาม

9. นักเรยี นแตล ะกลมุ รวมกันทําใบงานท่ี 1.1
เรอื่ ง สิง่ แวดลอ มในจงั หวัดของเรา

เหตผุ ล พืน้ ที่บริเวณชายฝงและหมูเกาะ รวมถึงพ้ืนทท่ี ีอ่ ยตู ดิ กบั แมน้ํา
ผูคนจะนิยมเดินทางโดยทางเรือ เพราะมีความสะดวกมากกวา เนื่องจาก
เสนทางถนนจะมีเฉพาะบางบริเวณเทา น้นั

๑.๓ การประกอบอาชพี

อาชพี ของผคู นสวนใหญในจงั หวดั จาํ เปนตอ งพึ่งพาอาศยั ธรรมชาติ
เปน หลกั ซึ่งการประกอบอาชีพจะตองใหส มั พันธกบั ลักษณะทางกายภาพ
ท่ีมีอยูในจังหวัดเปนพื้นฐาน ลักษณะทางกายภาพที่แตกตางกันสงผลให
การประกอบอาชพี แตกตา งกนั ตามไปดว ย ดว ยเหตนุ ้ี ในจงั หวดั ทมี่ ลี กั ษณะ
ทางกายภาพหลากหลาย ยอ มเกดิ อาชพี หลากหลาย หรอื มอี าชพี แบบเดยี วกนั
แตอ าจมีวธิ กี ารท่ีไมเ หมือนกนั ดว ยเหตแุ ละปจจยั จากธรรมชาติ

๕๓

ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

การประกอบอาชีพเกษตรกรรมในแตละพื้นท่ีมีความแตกตาง ครูยกตัวอยางอาชีพท่ีสัมพันธกับสภาพแวดลอมในทองถ่ิน เชน พ้ืนที่
กัน เพราะเหตผุ ลในขอ ใดสําคัญท่ีสดุ ชายฝงทะเล จะมกี ารทําประมงกันมาก จะมอี าชีพอืน่ ๆ ทีเ่ ก่ยี วของตามมา เชน
รา นขายอุปกรณทาํ ประมง อตู อเรือ รา นแปรรูปผลติ ภัณฑสตั วน า้ํ รานขายของ
1. ระดับการศึกษาทีต่ างกนั ทร่ี ะลกึ บรกิ ารเรอื ทอ งเที่ยว เปน ตน
2. ความเจริญกา วหนาทางเทคโนโลยี
3. ความตองการของคนในพ้นื ทต่ี า งกนั
4. ลกั ษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศท่ตี างกนั

ç(วิเคราะหคําตอบ การประกอบอาชีพของผูคนในแตละพ้ืนท่ีมี
ความแตกตางกัน เพราะลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศท่ี
แตกตา งกัน ดงั นัน้ ขอ 4. จงึ เปน คําตอบที่ถกู )

T65

นํา สอน สรปุ ประเมิน

ขนั้ สอน ÀàÙ ¢Ò ·ÊÕè Ù§

การสรุปเพอ่ื ตอบคําถาม เหตผุ ล มีอากาศหนาวเย็น สง ผลใหผ ูคนประกอบอาชีพเกษตรกรรม
โยดังยมเีแฉรพต าาะงกๆารทปําลใหูกพเกืชดิ ไอมาผชลพี เกมาือรงทหาํ นเหาวมือนงแอรก1 จากนี้ บริเวณภูเขาบางแหง
10. นกั เรียนรว มกันสรุป
ตัวอยา งการสรปุ จงั หวดั อางทอง ·ÃèÕ Òº2
- สงิ่ แวดลอ มทางกายภาพจงั หวดั ของเราเปน
ท่ีราบลมุ มีแมน ํา้ เจา พระยาและแมน าํ้ นอย
ไหลผาน
- สิ่งแวดลอมสงผลตอการดําเนินชีวิตของ
ผูคนในจังหวัดดานที่อยูอาศัยริมแมน้ํานิยม
ปลูกบานใตถุนสูงเพ่ือปองกันนํ้าทวมบาน
การคมนาคมใชทางเรือและทางรถยนต
ผูคนสวนใหญประกอบอาชีพเกษตรกรรม
อาหารสวนใหญรับประทานปลาจากแมนํ้า
และพืชผลที่ปลูกดวยตนเอง ดินท่ีอุดม-
สมบรู ณเ ปน ทรพั ยากรธรรมชาตทิ เี่ หมาะกบั
การเพาะปลูกขา ว และพืช ผัก ผลไม
- ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดสงผลตอ
การดาํ เนนิ ชวี ติ ของคนในจงั หวดั เชน การตดั
ถนนทาํ ใหเ กดิ การขยายเมอื ง รกุ ลาํ้ แปลงนา
พ้ืนที่การเกษตรลดลง การจับปลาเพ่ือการ
บริโภค และจําหนายในฤดูวางไขทําให
จํานวนปลาลดลง การตัดถนนเพื่อการ
คมนาคมทางบกทาํ ใหอากาศเปน พิษ

เหตุผล ลักษณะทางกายภาพบรเิ วณท่ีราบ มแี มนํ้าไหลผา น พ้ืนดนิ
อุดมสมบูรณเหมาะแกการเพาะปลูก ผูคนจึงประกอบอาชีพเกษตรกรรม
โดยเฉพาะการปลูกขาวซ่งึ เปนพืชเศรษฐกิจท่สี ําคัญ

๕๔

นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคดิ

1 การทาํ เหมอื งแร การทาํ เหมอื งแรใ นประเทศไทยเรม่ิ จากการขดุ หา แรท องคาํ ผูคนที่อาศัยอยูในบริเวณพ้ืนที่ปาชายเลน เม่ือพิจารณาตาม
ดีบุก พลอยสีตางๆ ของชาวบาน จนกระท่ังมีการทําเหมืองอยางจริงจัง คือ ลกั ษณะทางกายภาพทสี่ ง ผลตอ การประกอบอาชพี ควรจะประกอบ
การทําเหมืองดีบุกในภาคใต ซ่ึงไดดําเนินการมาอยางตอเนื่องและขยายพื้นที่ อาชีพใดมากทสี่ ดุ
ไปท่ัวประเทศจนถึงปจ จบุ นั จงึ อาจกลาวไดวา พัฒนาการดานการทาํ เหมืองแร
ในประเทศไทยเรม่ิ ตน จากการทาํ เหมืองแรด บี กุ 1. ทาํ นา
2 ทีร่ าบ เปน บริเวณทีม่ ีความอุดมสมบูรณ เพราะมกี ารทับถมของดินตะกอน 2. ทําไร
ทน่ี า้ํ พดั พามาจงึ มแี รธ าตอุ าหารสะสมในดนิ มาก พบไดต ามบรเิ วณลมุ แมน าํ้ สาย 3. ประมง
ตา งๆ จึงทาํ ใหพ้ืนทรี่ าบเปน แหลงทีอ่ ยูอ าศัยของมนุษยและเปน แหลงเพาะปลูก 4. ทําเหมืองแร
ที่สาํ คัญ
ç(วิเคราะหคําตอบ ปาชายเลนเปนแหลงอนุบาลลูกปลา แหลงท่ี
อยอู าศัย และแหลงผสมพนั ธขุ องสัตวนํ้านานาชนดิ สง ผลใหเ กดิ
การประกอบอาชพี ประมง ดังน้ัน ขอ 3. จงึ เปนคาํ ตอบที่ถกู )

T66

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ªÒ½›§˜ áÅÐËÁà‹Ù ¡ÒÐ ขนั้ สรปุ

เหตุผล พื้นท่ีท่ีมีลักษณะทางกายภาพเปนชายฝงและหมูเกาะ จะมี 1. ครูและนกั เรยี นรวมกนั สรปุ เร่ือง สิ่งแวดลอ ม
ทรัพยากรทางทะเลท่อี ดุ มสมบูรณ มีสัตวท ะเลเปนจํานวนมาก สง ผลใหผ ูค น ทางกายภาพมผี ลตอ การดาํ เนนิ ชวี ติ ในจงั หวดั
ท่อี าศยั อยูในบริเวณนีป้ ระกอบอาชพี ประมง และการดาํ เนนิ ชวี ติ ของคนในจงั หวดั สง ผลตอ
ส่งิ แวดลอ ม
รเู รอื่ ง ภมู ศิ าสตร
2. ครใู หน กั เรยี นทาํ แบบฝก ปฏบิ ตั ทิ กั ษะรวบยอด
ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามขั้นตอน ดงั นี้ เรื่อง สิ่งแวดลอมทางกายภาพท่ีมีผลตอการ
๑. แบง กลมุ เปน ๓ กลมุ ใหแ ตล ะกลมุ จบั ฉลากเลือกประเดน็ ศกึ ษาเก่ียวกับ ดาํ เนนิ ชวี ติ ในจงั หวดั จากแบบฝก ปฏบิ ตั ทิ กั ษะ
รวบยอด ภมู ศิ าสตร ป.4 หนา 26-27
ลักษณะทางกายภาพของจงั หวดั ทมี่ ผี ลตอลักษณะทีอ่ ยูอ าศยั การคมนาคม
และการประกอบอาชีพของผคู นในจงั หวัด เพียง ๑ ประเด็น 3. ครูตรวจแบบฝกปฏิบัติทักษะรวบยอด เร่ือง
๒. ใหแ ตละกลมุ บอกแหลง ขอมูล วธิ ีการสบื คน ขอ มูล และลกั ษณะขอ มูลท่ีได สิ่งแวดลอ มทางกายภาพทมี่ ีผลตอ การดําเนนิ
๓. จัดแสดงผลงานท่ีไดจากการศกึ ษา โดยสงตัวแทนมาสรุปและอธิบายผล ชวี ติ
การศึกษา ทงั้ น้ี ใหใชแผนท่แี ละรปู ถายประกอบการนาํ เสนอ
4. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมรูเรื่องภูมิศาสตร
จากหนังสือเรยี น หนา 55

ขนั้ ประเมนิ

1. ครตู รวจใบงานท่ี 1.1 เร่ือง สงิ่ แวดลอ ม
ในจังหวัดของเรา

2. ประเมินการนาํ เสนอผลงาน
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม
4. สงั เกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงม่ัน

ในการทาํ งาน

๕๕

แนวทางการวัดและประเมินผล

ครตู รวจการทาํ ใบงานท่ี 1.1 เร่ือง ส่ิงแวดลอ มในจังหวัดของเรา ประเมินการนําเสนอผลงาน และสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน จากนั้นครูศกึ ษาแนวทาง
การวัดและประเมนิ ผลเพอื่ ประเมนิ ช้ินงานของนักเรยี น จากใบประเมนิ ช้ินงานทแ่ี นบทา ยแผนการสอน

แบบบนั ทกึ การอ่าน แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุม่ แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน

ชื่อหนงั สอื ชือ่ ผูแ้ ตง่ นามปากกา ช่อื กลุ่ม ช้นั คาช้แี จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด  ลงในช่องทต่ี รงกบั
สานกั พมิ พ์ ระดับคะแนน
จานวนหนา้ สถานทพี่ ิมพ์ ปที พ่ี มิ พ์ คาชแี้ จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในช่องทตี่ รงกับ
ระดบั คะแนน
ราคา บาท อ่านวันท่ี เดอื น พ.ศ. เวลา

1. สาระสาคัญของเร่ือง ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321 321
2. วเิ คราะหข์ ้อคิด/ประโยชน์ท่ไี ดจ้ ากเรอ่ื งทีอ่ ่าน 1 การแบง่ หน้าทีก่ ันอย่างเหมาะสม 1 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
3. สิง่ ทส่ี ามารถนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวัน 2 ความร่วมมือกันทางาน รวม 2 ความคดิ สร้างสรรค์ รวม
3 การแสดงความคิดเห็น 3 วธิ ีการนาเสนอผลงาน
4 การรบั ฟังความคดิ เหน็ 4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 ความมนี า้ ใจช่วยเหลอื กนั 5 การตรงต่อเวลา

ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมิน ลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมิน
............../.................../................ ............../.................../................

4. ข้อเสนอแนะของครู นักเรียน ลงช่อื ผูป้ กครอง เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
) ( ) ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมินสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน
ลงช่ือ ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน
( ลงชอ่ื ครูผสู้ อน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมินเปน็ สว่ นใหญ่
( )
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินบางสว่ น

เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ

เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12 - 15 ดี
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 8 - 11
ต่ากวา่ 8 พอใช้
12 - 15 ดี ปรบั ปรุง
8 - 11 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานมคี วามสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ผลงานมขี ้อบกพร่องเพยี งเลก็ นอ้ ย

ผลงานมีขอ้ บกพร่องมาก

สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4

T67

นํา นํา สอน สรุป ประเมนิ

ขนั้ นาํ ò ¡ÒÃà»ÅÕè¹á»Å§Ê§èÔ áÇ´ÅÍŒ Á㹨§Ñ ËÇÑ´

1. นกั เรยี นสงั เกตรปู การเปลย่ี นแปลงสง่ิ แวดลอ ม ส่ิงแวดลอมในจังหวัดท่ีเราเห็นอยูน้ี ไมได
ไดแก รูปการบุกเบิกพื้นท่ปี า การตัดถนน การ
ระเบิดภูเขา การสรางเขื่อน ควันพิษจากการ
จราจร และกองขยะ

การเปล่ยี นแปลง อยูคงท่ี แตมีการเปล่ียนอยูตลอดเวลา ซ่ึงเรา
ส่ิงแวดล้อม อาจไดยินจากผูใหญเลาใหฟงวา จังหวัดของเรา
ในจงั หวดั ปจจบุ นั นี้กบั อดตี แตกตา งกันมาก ทัง้ จํานวนผคู น
ของเรา
เป็นอย่างไร ที่เพิ่มมากข้ึน สภาพบานเมืองท่ีเปล่ียนแปลงไป
การเดนิ ทางทีส่ ะดวกกวา เดมิ

ลักษณะการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดลอมในจังหวัด มีทั้งปจจัยที่เกิด
มจาากกธทร่ีสรุดมชอาตันิเปแนลผะปลจมจายัจทาก่ีเกปิดรจิมาากณมผนูคษุ นยใ นซจ่งึ ังทหาํ วใัดห1ทเ กี่เพดิ ก่ิมามราเปกลขี่ยึ้นนแทปําลใหง
ความตองการดานส่ิงของเพ่ือการอุปโภคและบริโภค เพิ่มข้ึนตามไปดวย
รวมไปถึงการพัฒนาเพื่อสรางความเจริญตาง ๆ ท้ังนี้ เราควรเรียนรู
การเปล่ียนแปลงส่ิงแวดลอมในจังหวัดของเรา เพื่อจะไดปรับตัวให
สอดคลองกับการเปลยี่ นแปลงที่เกิดขึ้นไดอ ยางเหมาะสม

2. ครแู ละนักเรียนสนทนาเกี่ยวกบั รปู วา
การเปลีย่ นแปลงดังกลาวสง ผลตอการ
ดําเนินชวี ิตอยางไร

3. ครเู ชอ่ื มโยงถึงการเปล่ียนแปลงสิ่งแวดลอ มใน
จงั หวดั ของนกั เรยี น

จาํ นวนผคู นทเี่ พม่ิ ขน้ึ สง ผลทาํ ใหเ กดิ การเปลยี่ นแปลง
๕๖ สง่ิ แวดลอ มในจงั หวดั หลาย ๆ ดา น

นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคิด

1 ปริมาณผคู นในจังหวัด ของประเทศไทยแตกตางกนั เชน จาํ นวนประชากร “บอมอาศยั อยใู นหมบู า นแหง หนง่ึ ใกลก บั เชงิ เขา คนในหมบู า น
เดือนธันวาคม พ.ศ. 2560 จังหวัดท่ีมีจํานวนประชากรมากที่สุด คือ สวนใหญประกอบอาชีพทําไร โดยการถางพื้นที่ปาใหเปนพื้นที่
กรงุ เทพมหานคร มจี าํ นวนประชากร 5,682,415 คน จงั หวดั ทมี่ จี าํ นวนประชากร เกษตร” จากขอความนี้ ถามีฝนตกหนักติดตอกันเปนเวลานาน
นอยทสี่ ดุ คือ จงั หวดั ระนอง มจี าํ นวนประชากร 190,399 คน บรเิ วณที่หมบู า นของบอมตง้ั อยู เหตกุ ารณใดท่ีอาจเกิดข้นึ

(ทีม่ า : สาํ นักทะเบยี นกลาง กรมการปกครอง) 1. แผนดนิ ไหว
2. ภัยแลง
T68 3. ดนิ ถลม
4. ไฟปา

(ç วเิ คราะหคําตอบ หมูบ านของบอมอยใู กลเชงิ เขา และยงั มีการ
ตัดไมเ พอ่ื ทาํ ไร เมอื่ ฝนตกจงึ ไมม ีตน ไมคอยชวยยดึ ดินและดดู ซับ
น้ําจึงอาจจะทําใหเกิดดินถลมได ดังน้ัน ขอ 3. จึงเปนคําตอบ
ทถ่ี กู )

นํา สอน สรุป ประเมิน

๒.๑ ลกั ษณะการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดลอมในจงั หวัด ขนั้ สอน

เราไดทราบมาแลววา ลักษณะทางกายภาพมีสวนสําคัญตอวิถี 1. ครูใหน กั เรียนรว มกนั หาภาพสถานที่ใดสถาน
การดําเนินชีวิตของผูคนในจังหวัด ดังน้ัน เราจึงควรทําความเขาใจวา ที่หนึ่งในอดีตของจังหวัดที่นักเรียนอาศัยอยู
ลกั ษณะทางกายภาพในแตล ะดา นเปลยี่ นแปลงไปอยา งไร แลวนําภาพของสถานท่ีเดียวกันในปจจุบัน
นํามาเปรียบเทียบเก่ียวกับการเปลี่ยนแปลง
๑) ลักษณะภูมิประเทศ เปนการเปลี่ยนแปลงที่เราสามารถพบเห็น ลกั ษณะทางกายภาพ
อยเู สมอ ทงั้ สว นทเ่ี ปน พนื้ ดนิ และแหลง นาํ้ โดยเฉพาะจงั หวดั ทม่ี ปี ระชากร
มาก หรอื มกี ารขยายตวั ทางเศรษฐกิจสงู การเปลี่ยนแปลง จะเปน ไปอยา ง การตง้ั คาํ ถามเชงิ ภมู ศิ าสตร
รวดเรว็ การเปลยี่ นแปลงลกั ษณะภมู ปิ ระเทศของจงั หวดั เชน
2. นักเรยี นรวมกนั ตัง้ คาํ ถามเชงิ ภูมิศาสตร เชน
• การเปล่ียนแปลงลักษณะทางกายภาพของ
จังหวดั จากอดตี -ปจจบุ ันเปนอยางไร
• การเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพของ
จังหวัดมีสาเหตจุ ากอะไร
• การเปลี่ยนแปลงดังกลาวมีผลกระทบตอ
คนในจังหวดั อยางไรบา ง

สภาพพื้นทที่ ี่เปนพืน้ ท่ีปาไมอดุ มสมบูรณ แตม กี ารลักลอบเขา ไปตัดไม
ทาํ ลายปา หรอื บกุ รกุ พนื้ ทเี่ พอ่ื นาํ มาใชเ ปน พน้ื ทเี่ พาะปลกู สง ผลทาํ ใหล กั ษณะ
ภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงไป ท้ังพื้นที่ปาไมลดลง พ้ืนดินมีสภาพเสื่อมโทรม
แหลง น้าํ ตามธรรมชาติเหือดแหง

๕๗

ขอ สอบเนน การคิด บูรณาการอาเซียน

การบกุ รกุ พื้นที่ปา เพื่อนาํ พน้ื ท่ีมาใชในการเพาะปลกู สงผล ประเทศไทยตง้ั อยใู นเขตรอ น พน้ื ทส่ี ว นบนเปน ภเู ขาและทร่ี าบสงู พน้ื ทส่ี ว น
ใหเ กิดการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดลอมในขอใดมากท่สี ดุ กลางเปน ทรี่ าบลมุ พนื้ ทท่ี างใตเ ปน แหลมยนื่ ลงไปในทะเล การเปลยี่ นแปลงของ
สภาพแวดลอมท่เี กิดจากธรรมชาติในประเทศไทยพบไดไ มบอยนัก แตก็มคี วาม
1. ดิน เสี่ยงทจ่ี ะเกิดขึน้ เชน แผนดินไหว สนึ ามิ
2. ปา ไม
3. แหลงนํ้า ฟล ปิ ปนสเ ปน ประเทศทต่ี ้งั อยใู นมหาสมทุ รแปซฟิ กตะวนั ตก ประกอบดว ย
4. อากาศ หมูเกาะกวา 7,000 เกาะ จึงสงผลใหเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดลอมเปน
ภัยธรรมชาติ เชน พายุไตฝ ุน แผนดินไหว ภูเขาไฟ โคลน/ดนิ ถลม นํา้ ทวมไหล
(ç วเิ คราะหค าํ ตอบ การบกุ รกุ พนื้ ทป่ี า เพอื่ นาํ พน้ื ทมี่ าใชใ นการเพาะ หลาก/ฉับพลนั สนึ ามิ
ปลูกจะสงผลใหพื้นที่ปาไมลดลง เม่ือปาไมลดลง ก็จะเกิดความ
แหง แลง อากาศรอน ฝนไมตก ทําใหแหลง น้ําแหงขอด ดนิ ขาด อนิ โดนเี ซียเปน หมเู กาะทใ่ี หญทสี่ ดุ ในโลก ประกอบดว ยเกาะใหญน อยกวา
ความชมุ ชืน้ ดงั นนั้ ขอ 2. จงึ เปน คาํ ตอบที่ถกู ) 17,500 เกาะ พื้นท่ีสวนใหญเปนภูเขา เทือกเขาบางแหงเปนที่ต้ังของภูเขาไฟ
ทด่ี บั แลว และทยี่ งั ปะทอุ ยู จงึ มคี วามเสย่ี งตอ การเกดิ ภเู ขาไฟระเบดิ แผน ดนิ ไหว
นํ้าทว ม และสึนามิ

T69

นาํ สอน สรปุ ประเมิน

ขนั้ สอน ๒) ลกั ษณะภมู อิ ากาศ การดาํ เนนิ ชวี ติ และการประกอบอาชพี ของคน
ในจังหวัด การขยายตวั ของเมือง การลดลงของพื้นทสี่ เี ขยี ว และแหลง นา้ํ
การรวบรวมขอมลู ธรรมชาติ สง ผลใหส ภาพอากาศเปลย่ี นแปลงไป ซงึ่ อาจทาํ ใหส ภาพอากาศ
รอนอบอาวมากขึ้น มีเขมา ควัน และฝุนละอองลอยปะปนในอากาศ
3. แบงกลุมนักเรียนตามความเหมาะสม ให เปนปริมาณสูง เชน
นักเรียนแตละกลุมสืบคนขอมูลเกี่ยวกับ
ลกั ษณะการเปลย่ี นแปลงสง่ิ แวดลอ มในจงั หวดั หลายจงั หวดั ทม่ี ผี คู นอาศยั อยหู นาแนน จะมกี ารใชย านพาหนะจาํ นวนมาก
ดังน้ี และไดป ลอ ยควันเสีย รวมท้งั ความรอนออกมา สง ผลใหอากาศรอนมากข้ึน
• การเปล่ียนแปลงลักษณะทางกายภาพของ
จงั หวดั จากอดีต-ปจจุบัน
• สาเหตุท่ีทําใหเกิดการเปล่ียนแปลงลักษณะ
ทางกายภาพของจังหวัด
• ผลกระทบทม่ี ีตอคนในจงั หวดั
และจากลกั ษณะของการเปลยี่ นแปลงสง่ิ แวดลอ ม
นั้นสงผลตอการเปลี่ยนแปลงที่อยูอาศัยของ
คนในจังหวัดเก่ียวกับการต้ังถ่ินฐาน การยาย
ถนิ่ เขา และการยายถิน่ ออกอยางไรบาง และ
นาํ ไปทาํ ใบงานที่ 2.1 เรือ่ ง การเปลย่ี นแปลง
ของสิง่ แวดลอมในจังหวดั แลว สงตัวแทนกลุม
ออกมานาํ เสนอหนา ช้นั เรียน

การตัดไมทําลายปา สงผลตอสภาพภูมิอากาศอยางมาก เพราะปาไม
ชวยทําใหอากาศชุมชื้น ชวยลดอุณหภูมิ เมื่อจังหวัดมีพื้นท่ีปาไมนอยลง
จะสงผลทําใหสภาพอากาศของจงั หวัด รอนอบอาวมากขนึ้

๕๘ การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศในจังหวดั

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ

ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายถึงการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดลอมใน การกระทําในขอใดที่เปนอันตรายตอสุขภาพและส่ิงแวดลอม
ทองถิ่นที่เกิดจากปจจัยทางธรรมชาติวามีอะไรบาง เกิดขึ้นเมื่อใด สาเหตุเกิด ของคนในจงั หวัดมากท่ีสดุ
จากอะไร มผี ลกระทบตอ การดาํ เนินชีวิตของผูค นในทอ งถ่ินอยางไร
1. การเผาซังขาวหลงั การเกบ็ เก่ียว
ส่ือ Digital 2. การแผวถางพนื้ ที่เพื่อทําการเกษตร
3. การนํานํ้าจากการซักผา ไปรดตนไม
นักเรียนสามารถเรียนรูเพ่ิมเติมเกี่ยวกับการเปล่ียนแปลงของภูมิอากาศ 4. การปลอยควนั จากโรงงานอตุ สาหกรรมเคมี
ในจงั หวดั ไดจาก QR Code
(ç วเิ คราะหค าํ ตอบ การปลอ ยควนั จากโรงงานอตุ สาหกรรมเคมจี ะ
สงผลทําใหสภาพอากาศในจังหวัดสกปรก และเปนอันตรายตอ
ระบบหายใจของคนในจังหวัด ดังน้นั ขอ 4. จงึ เปนคาํ ตอบทถ่ี กู )

T70

นาํ สอน สรุป ประเมนิ

๓) ทรพั ยากรธรรมชาติ การขยายตวั ของเมือง ปริมาณของผูคนที่ ขน้ั สอน
เพม่ิ ขนึ้ สง ผลใหม กี ารใชแ ละบกุ รกุ ทาํ ลายทรพั ยากรเพม่ิ ขน้ึ ซง่ึ ทรพั ยากร
มีการเปล่ยี นแปลงไปอยา งรวดเร็วในลักษณะของการลดจาํ นวน หรอื เกดิ การจัดการขอมลู
ความเสอ่ื มโทรม โดยเฉพาะทรพั ยากรปา ไม ดนิ แหลง นา้ํ ธรรมชาติ สตั วป า
และสัตวน ํา้ เชน 4. นกั เรยี นแตล ะกลมุ รวบรวมขอ มลู ตามประเดน็
คําถามท่ีกาํ หนดไว
แหลงนํ้า ถูกนํามาใช
เพื่อการดํารงชีวิตประจําวัน 5. นักเรียนแตละกลุมระดมความคิด พิจารณา
และเพ่ือกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ความนาเช่ือถือของขอ มลู
ปจจุบันแหลงนํ้าธรรมชาติ
ห ล า ย พื้ น ท่ี มี ป ริ ม า ณ ล ด ล ง 6. นกั เรยี นแตล ะกลมุ นาํ ขอ มลู ทร่ี วบรวมไวม าหา
ต้ืนเขิน หรือมีการปนเปื้อน คําตอบตามประเด็นคาํ ถาม
สารพิษมากข้ึน ไมปลอดภัย
ที่จะนํามาใชเพ่ือการอุปโภค 7. ตัวแทนกลุมออกมานําเสนอโดยใชคลิปวิดีโอ
และบริโภค ทําใหตองใช รปู ถา ย หรอื แผนท่ี
น้าํ ประปาแทน

ดิน ในหลายพ้ืนที่ ดินมี
กคาวราใมชเดสิ่ืนอมไมโทถูรกมวิธี1เนข่ือาดงจกาากร
บํารุงรักษา ใชสารเคมีติดตอ
กนั เปนเวลานานทําใหม ีสารพษิ
ต ก ค  า ง อ ยู  ใ น ดิ น ม า ก ห รื อ มี
การชะลางพังทลายของดิน
สง ผลใหด นิ เสอ่ื มสภาพ ไมเ หมาะ
กับการเพาะปลกู

๕๙

ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู

“วนิ ยั เปน เกษตรกรอาศยั อยบู รเิ วณทร่ี าบเชงิ เขา วนิ ยั และคนใน 1 การใชที่ดินไมถูกวิธี เกิดขึ้นเน่ืองจากการเพิ่มข้ึนของประชากรและ
ชุมชนตองการขยายพน้ื ท่ีทาํ กินใหม ากย่งิ ข้นึ จึงชว ยกันตดั ตนไม การขยายตัวทางเศรษฐกิจอยางรวดเร็ว ทําใหเกิดการใชท่ีดินไมถูกตองตาม
บรเิ วณเชงิ เขาเพอื่ ทาํ เปน พนื้ ทเี่ พาะปลกู ” การกระทาํ ของวนิ ยั และ สมรรถนะทดี่ นิ ไดแ ก การนาํ ทด่ี นิ ทมี่ คี วามอดุ มสมบรู ณเ หมาะสมตอ การเกษตร
คนในชมุ ชนจะสง ผลตอ การเปลย่ี นแปลงสง่ิ แวดลอ มหลายประการ ไปใชเพ่ือพฒั นาเมือง สรา งโรงงานอตุ สาหกรรม สรางสนามกอลฟ เปนตน ซง่ึ
ยกเวน ขอใด การพัฒนาในกิจกรรมตางๆ ท่ีกลาวมาจะกอใหเกิดผลกระทบตอคุณภาพ
สงิ่ แวดลอม
1. ทําใหเกิดดนิ ถลม
2. ทาํ ใหแ หลงน้าํ แหง แลง T71
3. ทาํ ใหสตั วป าไมมที ่ีอยูอาศัย
4. ทําใหพ ชื ผลทางการเกษตรลดลง

ç(วิเคราะหคําตอบ การตัดตนไมบริเวณเชิงเขาจะทําใหตนไมลด
จํานวนลง สงผลใหเกิดดินถมเวลาฝนตก เมื่อไมมีตนไมอากาศ
ก็จะรอนขึ้น ฝนไมตกตามฤดูกาล น้ําในแหลงน้ําก็จะแหงขอด
สตั วปา กจ็ ะไมม ที อี่ ยอู าศัย ดงั นัน้ ขอ 4. จงึ เปน คาํ ตอบทีถ่ กู )

นาํ สอน สรุป ประเมิน

ขนั้ สอน ๒.๒ ผลจากการเปล่ยี นแปลงส่งิ แวดลอ มในจงั หวัด

การสรุปเพ่ือตอบคาํ ถาม เม่อื สง่ิ แวดลอ มในจังหวดั เปลย่ี นแปลงไป ไมว าจะเปลยี่ นไปลักษณะ
ใดกต็ าม กย็ อมสงผลตอ การดําเนนิ ชวี ติ ของผคู น ตองปรับเปลย่ี นไปตาม
8. นักเรียนรวมกันสรุปความรูโดยครูอธิบาย สงิ่ แวดลอ มดวย ซึง่ สามารถสรุปผลจากการเปลี่ยนแปลงของส่ิงแวดลอม
เพ่ิมเติมใหส มบูรณ ดังนี้ ท่ีมตี อ๑ถ)่นิ กฐาารนตขัง้ อถง่นิ ผฐูคานน1ในเจปังน หกวาัดรไแดส ดดงงั ถนึงี้ ความสามารถของมนุษยในการ
ตวั อยา งการสรุปจังหวัดนนทบรุ ี ปรบั ตวั ใหเ ขา กบั สง่ิ แวดลอ มทางกายภาพ เพอ่ื ความสะดวกในการอยอู าศยั
1) การเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพของ การประกอบอาชีพ และการเดินทางติดตอไปมาหาสูก ัน
จงั หวดั ไดแก
• การตดั ถนนเสน ทางใหมๆ แตเดิมน้ัน ดวยปจ จยั ทางธรรมชาตทิ ีม่ ีความอุดมสมบรู ณสูง มนษุ ย
• การจราจรทางบกมีความแออดั ดํารงชีพอยูดวยการเพาะปลูก ดังนั้น ปจจัยท่ีมนุษยนํามาใชในการ
ในชวงเวลาเชาและเย็น
• จํานวนขยะมีจํานวนมากขนึ้
• บา นจัดสรรมจี ํานวนมากขนึ้
• การสรางทางรถไฟสายสมี วง
• ศนู ยการคา สรางใหม
• พ้นื ทส่ี วนและพืน้ ท่ีนาเปล่ยี นเปนทอ่ี ยู
อาศัย

ผคู นมักต้ังถน่ิ ฐานอยูใกลแมนา้ํ เพราะมที รพั ยากรน้ํา
๖๐ ทอี่ ุดมสมบรู ณในการนาํ มาใชอ ปุ โภค บริโภค

นักเรียนควรรู กจิ กรรม ทา ทาย

1 การต้ังถน่ิ ฐาน ปจจัยทมี่ อี ิทธพิ ลตอการตงั้ ถน่ิ ฐาน สามารถแบงได ดงั นี้ ใหนักเรียนแบงเปน 2 กลุม แลวสืบคนขอมูลการต้ังถ่ินฐานและ
1. ปจจัยดานกายภาพ เชน ลกั ษณะพื้นที่ อากาศ แหลงนํา้ เปนตน เพื่อใช การยา ยถนิ่ ฐานของคนในจงั หวดั ทนี่ กั เรยี นอาศยั อยู ระบสุ าเหตทุ ที่ าํ ให
ในการดาํ รงชวี ติ เกดิ การอพยพยา ยถิน่ เขา และยา ยถ่ินออก จากนัน้
2. ปจ จัยทางดานวัฒนธรรม เชน ภาษา ศาสนา การเมอื ง เปน ตน ทาํ ให
เกิดความสัมพนั ธระหวางมนุษยในถิน่ ฐานเดยี วกนั - กลุมที่ 1 ชวยกันคิดวาทําอยางไรผูคนจึงจะเขามาต้ังถิ่นฐาน
3. ปจจยั ทางเศรษฐกิจ เชน การเพาะปลูก การอตุ สาหกรรม เปน ตน ในจังหวดั ของเรามากขน้ึ

- กลุมท่ี 2 ชวยกันคิดวาทําอยางไรผูคนในจังหวัดของเราจึงจะ
ไมยายถ่ินฐานออกไปจากจงั หวดั

เสรจ็ แลวแตละกลมุ สงตวั แทนออกมานาํ เสนอหนาชนั้ เรยี น

T72

นํา สอน สรปุ ประเมนิ

ต้ังถ่นิ ฐานบานเรอื น จึงดทู ่ีความอุดมสมบูรณของพ้นื ดินและนา้ํ เปนหลัก ขน้ั สอน
ซของึ่ เงรคานจะไเทหยน็ แกบาบรอสยราางงไบดาช นดั แเปจนลนงเบั มตือง้ั งแสตถอ าดปตี นวาา เปกานรรตาง้ัชถธน่ิ าฐนา1ี นลบวา นนอเรยอื ูในน
บรเิ วณริมแมนา้ํ สายสาํ คญั ๆ ทั้งสิน้ และสิง่ นี้กเ็ ปน รปู แบบสืบตอกนั มา การสรุปเพื่อตอบคาํ ถาม (ตอ)

อยา งไรก็ตาม ดวยเหตทุ ีส่ ภาพปจจุบนั พ้นื ที่บรเิ วณศูนยก ลางของ 2) การเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพมี
จังหวัดมีจํากัด ท่ีดินมีราคาแพง มีอาคารสถานท่ีอยูมาก การจะพัฒนา สาเหตุจากการขยายตัวของเมือง และ
สงิ่ ตา ง ๆ ทาํ ไดย ากลาํ บาก สง ผลทาํ ใหต อ งขยายพน้ื ทขี่ องจงั หวดั ออกไปยงั ประชากรอพยพยายถ่ินเขามาเปนจํานวน
บริเวณชานเมอื ง ซ่ึงเดมิ สว นใหญจ ะเปน พ้ืนท่เี กษตรกรรม มาก

3) การเปลี่ยนแปลงมีผลกระทบตอคนใน
จังหวัดในดานความเปนอยูแออัด การ
จราจรติดขัด มลภาวะทางอากาศเปนพิษ
การสรางทางรถยนตและรถไฟฟาทําให
ท่ีดินมีราคาแพง มีความเจริญพ้ืนที่ทาง
เกษตรลดนอยลง คนงานจากตางชาติ
เขา มาทํางานจาํ นวนมากข้นึ

การเปลี่ยนแปลงพื้นท่ีทางการเกษตร เนื่องจากหลายจังหวัดมีจํานวน
ประชากรเพม่ิ ขนึ้ ทาํ ใหค วามตอ งการดา นทอี่ ยอู าศยั เพม่ิ ขึ้น แตพ้นื ทมี่ จี าํ กัด
จึงตองเปลี่ยนพื้นท่ีทางการเกษตรมาเปนพ้ืนท่ีอยูอาศัยแทน หรือสรางเปน
หมบู านจดั สรร

๖๑

ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

การขยายพนื้ ทขี่ องตวั เมอื งออกไปยงั ชานเมอื งจะสง ผลกระทบ ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายถึงการเปล่ียนแปลงสภาพแวดลอมใน
ตอส่งิ แวดลอมใดเปน อันดับแรก ทอ งถ่ิน เพือ่ ใหน ักเรยี นมคี วามเขา ใจไดง ายขนึ้ โดยเปรียบเทียบสภาพแวดลอ ม
เมือ่ 1-2 ปท ี่แลว กบั ปจจบุ นั วา มีอะไรเปลยี่ นแปลงไปบาง
1. แร
2. ดนิ นักเรียนควรรู
3. ปา ไม
4. แหลง นาํ้ 1 ราชธานี หมายถงึ เมอื งหลวง ตงั้ แตส มยั โบราณราชธานไี ทยจะตง้ั อยใู กลก บั
แหลง นาํ้ เชน ในสมยั อยธุ ยาเปน ราชธานจี ะอยใู กลก บั แมน า้ํ ปา สกั แมน า้ํ เจา พระยา
(ç วเิ คราะหค าํ ตอบ เมอ่ื มกี ารขยายพน้ื ทตี่ วั เมอื งออกไปยงั ชานเมอื ง ในสมัยธนบุรี ต้ังอยูใกลกับแมน้ําเจาพระยา และปจจุบันกรุงรัตนโกสินทร
จะมีการตัดตนไมเพื่อนําพื้นท่ีมาใชในการกอสรางส่ิงตางๆ เชน กต็ ง้ั อยูใกลก ับแมน้ําเจาพระยา
ถนน บาน โรงงาน การขยายพืน้ ที่ของตวั เมืองจงึ สงผลกระทบตอ
พื้นทป่ี าไมเปน อนั ดบั แรก ดงั นั้น ขอ 3. จงึ เปนคาํ ตอบท่ถี ูก)

T73

นํา สอน สรุป ประเมนิ

ขนั้ สอน ท้ังนี้ เพ่ือความสะดวกในการ
คมนาคมติดตอสื่อสารระหวางกัน
9. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ โดยใชข อ มลู การยา ยถน่ิ ของ ในบริเวณพ้ืนที่ที่เพ่ิงขยายตัว จึงมี
ประชากรในจังหวัดใหนักเรียนดูแลวรวมกัน การพัฒนาสาธารณูปโภคพ้ืนฐาน
สรปุ สาเหตขุ องการยา ยถน่ิ โดยครดู ขู อ มลู จาก เชน การตดั ถนน สรา งระบบรางรถไฟ
เว็บไซตของสํานักงานสถิติแหงชาติ (www. ทําใหการเดินทางสะดวกสบายและ
nso.go.th) ในหัวขอสถิติประชากรศาสตร
ประชากรและเคหะ หรือสอบถามขอมูลจาก
หนว ยงานทีเ่ กย่ี วขอ งในจังหวัด
ตัวอยา ง

การยา ยเขา การยา ยออก รวดเร็ว สงผลใหการตั้งถิ่นฐาน
316,443 379,687 ของผูคนเปล่ียนไป ผูคนในแตละ
กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. 2560 จังหวัดมักจะเลือกต้ังถิ่นฐานตาม

แนวถนน อันเปน เสนทางคมนาคม
สายหลักแทน โดยเฉพาะบริเวณ
ศนู ยก ลางการคมนาคม จะมีการตั้ง การต้งั โรงงานอตุ สาหกรรมจะสง ผล
ทําใหม ผี คู นเขา มาต้ังถ่นิ ฐานใกลก บั
โรงงาน
ถน่ิ ฐานอยา งหนาแนน
มีการนตอั้งโกรจงางกานน้ีอุตหสลาาหยกพร้ืนรทม1ี่ทข่ี้ึนเหมมาาในะสหมลกายับจกังาหรวพัดัฒนเชานเศรชษลฐบกุริจี ทําให
ระยอง
พระนครศรอี ยธุ ยา สระบรุ ี ขอนแกน นครราชสมี า ปราจนี บรุ ี ทาํ ใหม ผี คู น
ยายถิ่นเขามาทํางาน และตั้งถิ่นฐานในบริเวณใกลกับแหลงงานท่ีการ
เดินทางไปมาสะดวก
การตง้ั ถนิ่ ฐานในจงั หวดั มคี วามสมั พนั ธก บั ความปลอดภยั เมอื่ สง่ิ แวดลอ ม
เปลยี่ นแปลงไป อาจทาํ ใหเ กดิ ความเสยี่ งตอ ความไมป ลอดภยั หรอื ไมส ะดวก
ในการดํารงชีวิต เชน บางพื้นท่ีประสบภัยธรรมชาติบอยครั้ง แหงแลง
ขาดแคลนน้ํา ผูคนก็จะยายไปยังบริเวณอ่ืนของจังหวัดที่มีสิ่งแวดลอม
เหมาะสมกบั การดาํ รงชวี ิตมากกวา

๖๒

เกร็ดแนะครู

ครจู ัดหาแผนทีแ่ ละรปู ถา ยเก่ียวกบั การเปลี่ยนแปลงของจงั หวดั ทน่ี กั เรยี นอาศัยอยู แลว อธบิ ายใหนกั เรียนเขา ใจวา
• ลกั ษณะการเปลี่ยนแปลงของจังหวัดมีลกั ษณะเชนใด
• การขยายตวั ของจงั หวดั เปนอยา งไร
• การตัง้ ถ่นิ ฐานของคนในจงั หวัดมีความหนาแนนบริเวณใด
• มปี ญ หาอะไรบา งท่เี กดิ จากการเปลีย่ นแปลงของจังหวัด

นักเรียนควรรู

1 โรงงานอตุ สาหกรรม ในปจ จุบนั หลายพ้นื ท่เี ปน ทต่ี ้ังของโรงงานอตุ สาหกรรม ท่ีเรยี กวา นิคมอตุ สาหกรรม ซงึ่ นคิ มอตุ สาหกรรมแตล ะแหงจะมกี ารตรวจสอบ
ดแู ลการกาํ จดั ของเสยี ตา งๆ เพอื่ ใหม ผี ลกระทบตอ สงิ่ แวดลอ มใหน อ ยทส่ี ดุ เพอ่ื ใหอ ยรู ว มกบั ชมุ ชนไดอ ยา งยงั่ ยนื นคิ มอตุ สาหกรรมทส่ี าํ คญั เชน นคิ มอตุ สาหกรรม
บางชัน นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพดุ นิคมอตุ สาหกรรมอมตะนคร นิคมอตุ สาหกรรมแหลมฉบัง เปนตน

T74

นาํ สอน สรปุ ประเมิน

๒) การยายถน่ิ การเปลย่ี นแปลงสง่ิ แวดลอมทางกายภาพ ไดสง ผล ขนั้ สรปุ
กระทบตอ วิถีการดาํ รงชวี ิตของผูคนท่อี ยูในจงั หวัด ๒ ลักษณะ คือ
1. ครูและนกั เรียนรวมกันสรุปความรูเ กย่ี วกับ
การยายถิ่นเขา เมื่อส่ิงแวดลอมของจังหวัดมีลักษณะทางกายภาพ ลักษณะและผลของการเปลยี่ นแปลง
เปลยี่ นแปลงไป จงั หวดั ไดร บั การพฒั นาในดา นตา ง ๆ เศรษฐกจิ เจรญิ เตบิ โต ส่ิงแวดลอมในจงั หวดั
มีการตัดถนน สรางสาธารณูปโภค มีสง่ิ อาํ นวยความสะดวกในการดําเนิน
ชวี ติ พนื้ ทกี่ ารเกษตรหรอื พน้ื ทว่ี า งเปลา จะถกู พฒั นา มกี ารจดั สรา งโรงงาน 2. ครูใหนักเรียนทาํ กจิ กรรมรูเร่ืองภมู ิศาสตร
แหลง เศรษฐกจิ แหลง การศกึ ษา ยอ มทาํ ใหเกิดแรงจงู ใจใหผูคนจากพนื้ ท่ี จากหนงั สือเรยี น หนา 64
อืน่ ซึ่งมีท้ังในจงั หวดั เดยี วกนั หรอื จากจงั หวัดอืน่ ยายถน่ิ เขามาอาศยั อยู
เพ่ือประกอบอาชีพ 3. นักเรียนทําแบบฝกปฏิบัติทักษะรวบยอด
เร่ือง การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดลอมในจังหวัด
ดังจะเห็นตัวอยางไดจากจังหวัดที่อยูติดกับ จากแบบฝกปฏิบัติทักษะรวบยอด ภูมิศาสตร
กรุงเทพมหานคร หรือจงั หวัดเชียงใหม พษิ ณุโลก ป.4 หนา 28-29
ขอนแกน อบุ ลราชธานี ชลบรุ ี ภเู กต็ หรอื จงั หวดั
4. ครตู รวจแบบฝก ปฏบิ ตั ทิ ักษะรวบยอด เร่ือง
ท่ีมีแหลงทรัพยากรอุดมสมบูรณ มีสถานท่ี การเปล่ียนแปลงส่ิงแวดลอมในจงั หวัด
สาํ คญั มแี หลง ทอ งเทย่ี วทสี่ วยงาม สง่ิ แวดลอ มดี
จะมผี ูคนยา ยถ่นิ เขา มาอาศัยอยูมาก

ชานเมอื ง1ของจงั หวดั ทอี่ ยใู กลก รงุ เทพมหานคร มผี คู นเขา มาอาศยั
อยมู าก สง ผลใหพ น้ื ทเี่ กษตรกรรมเปลย่ี นเปน พนื้ ทอี่ ยอู าศยั ๖๓

ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู

ผูคนในจังหวัดจะยายถ่ินออกไปอาศัยอยูที่อื่น เพราะเหตุผล 1 ชานเมือง พื้นทบี่ รเิ วณรอบนอกของเมอื งหรือนคร ซงึ่ ประชากรยังอยูอ าศยั
ในขอใดสาํ คญั ท่สี ุด ไมหนาแนนเหมือนในเขตเมือง แตก็หนาแนนกวาเขตชนบทที่อยูไกลออกไป
เขตชานเมืองเปนท่ีอยูอาศัยของคนท่ีทํางานในเมือง และเดินทางเขาเมือง
1. เพ่ือไปหางานทํา แบบไปเชาเยน็ กลบั ชานเมืองมกั เปนทิศทางทีเ่ มืองจะขยายตวั ออกไปจากเมือง
2. เพื่อไปศกึ ษาตอ เมอื่ คนไปอยูอาศยั กนั มากขนึ้ กก็ ลายเปน เมืองในเวลาตอ มา
3. มีการต้งั โรงานอตุ สาหกรรมใกลแ หลง ทอ่ี ยอู าศยั
4. พ้ืนท่ีอยอู าศัยเดมิ เกิดความเส่ือมโทรม และแหงแลง

ç(วิเคราะหคําตอบ สาเหตุหลักที่ผูคนจะอพยพยายถ่ินออก
สวนใหญเปนผลมาจากสิ่งแวดลอมที่เคยอุดมสมบูรณเกิดการ
เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม สงผลใหการดําเนินชีวิตในพื้นท่ีเดิมเปน
ไปดวยความยากลาํ บาก กจ็ ะเปนแรงผลักดันใหผ คู นยา ยถิน่ ออก
ดงั นั้น ขอ 4. จงึ เปนคาํ ตอบที่ถูก)

T75

นํา สอน สรปุ ประเมิน

ขน้ั ประเมนิ การยายถิ่นออก สวนใหญจะ
เปนผลมาจากสิ่งแวดลอมท่ีเคย
1. ครตู รวจใบงานท่ี 2.1 เร่อื ง การเปล่ียนแปลง อุดมสมบูรณหรือดํารงความเปน
ของสง่ิ แวดลอ มในจังหวดั ธรรมชาติของจังหวัดเปล่ียนแปลง
ไปจากเดิม ซ่ึงมีผลกระทบทําให
2. ประเมนิ การนําเสนอผลงาน
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุม
4. สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงม่ัน

ในการทํางาน

การประกอบอาชพี การดาํ รงชวี ติ ใน
พืน้ ท่ีเดมิ ทําไดยากลาํ บาก กจ็ ะเปน
แรงผลักดันใหผูคนบางสวนยายถิ่น
ออก พนื้ ทที่ ่ไี มป ลอดภยั เชน มนี า้ํ ทว มเปน
ประจาํ ผคู นบางสว นอาจยา ยถนิ่ ออกไป
ทเี่ หน็ เดน ชดั คอื การเพาะปลกู ยงั ทอี่ นื่

ถาพ้ืนที่เดิมเสื่อมโทรม แหงแลง ผูคนก็จะยายถิ่นไปทําเกษตรกรรม
ยงั พื้นทีแ่ หง ใหม หรอื แหลง ประมงเดิม มีสัตวน ้าํ นอ ยลง ชาวประมงบาง
สว นจะยา ยไปทําประมงในบรเิ วณอ่ืน นอกจากน้ี การยายถิ่นออก ยงั เกิด
จากการเปลยี่ นแปลงสง่ิ แวดลอ ม ทท่ี าํ ใหเ กดิ ความไมป ลอดภยั เชน อากาศ
มมี ลพษิ น้าํ เนา เสยี หรอื เกดิ ภยั พิบัติทางธรรมชาติในพื้นท่ีบอยครง้ั

รเู รอ่ื ง ภมู ศิ าสตร

ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามข้ันตอน ดังนี้
๑. ใหน กั เรยี นไปสัมภาษณผ ปู กครองเกี่ยวกบั สภาพบา นเมอื งในอดีตของจังหวดั

ของตน
๒. แบงกลุม แลวนําขอมูลที่ไดจากการสัมภาษณผูปกครองมาทําเปนรายงาน

เกยี่ วกบั ลกั ษณะการเปลยี่ นแปลงสงิ่ แวดลอ มในจงั หวดั และผลการเปลย่ี นแปลง
๓. ใหแ ตล ะกลุมสง ตัวแทนออกมาสรุปผลการเปลย่ี นแปลงส่ิงแวดลอมในจงั หวัด

โดยใชแผนท่ีและรูปถา ยประกอบการนําเสนอ

๖๔

แนวทางการวัดและประเมินผล

ครูตรวจการทําใบงานท่ี 2.1 เร่ือง การเปล่ียนแปลงของส่ิงแวดลอมในจังหวัด ประเมินการนําเสนอผลงาน และสังเกตพฤติกรรมการทํางาน จากนั้น
ครูศกึ ษาแนวทางการวัดและประเมนิ ผลเพ่ือประเมินชน้ิ งานของนักเรียน จากใบประเมนิ ชน้ิ งานทีแ่ นบทายแผนการสอน

แบบบนั ทึกการอ่าน แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุม่ แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน

ชอ่ื หนงั สอื ชือ่ ผู้แต่ง นามปากกา ชือ่ กลุ่ม ชนั้ คาชี้แจง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในช่องท่ีตรงกบั
สานกั พิมพ์ ระดบั คะแนน
จานวนหน้า สถานทีพ่ มิ พ์ ปีท่พี มิ พ์ คาชแี้ จง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี  ลงในชอ่ งท่ีตรงกับ
ระดบั คะแนน
ราคา บาท อา่ นวันที่ เดือน พ.ศ. เวลา

1. สาระสาคัญของเร่อื ง ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
321 321
2. วเิ คราะหข์ อ้ คิด/ประโยชนท์ ่ไี ดจ้ ากเรื่องทอี่ ่าน 1 การแบง่ หน้าท่ีกนั อยา่ งเหมาะสม 1 ความถูกต้องของเนื้อหา
3. สงิ่ ทสี่ ามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวัน 2 ความร่วมมือกันทางาน รวม 2 ความคดิ สร้างสรรค์ รวม
3 การแสดงความคิดเหน็ 3 วิธกี ารนาเสนอผลงาน
4 การรบั ฟงั ความคดิ เหน็ 4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 ความมีน้าใจช่วยเหลือกนั 5 การตรงต่อเวลา

ลงชือ่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ
............../.................../................ ............../.................../................

4. ข้อเสนอแนะของครู นกั เรยี น ลงชอ่ื ผ้ปู กครอง เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
) ( ) ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน
ลงช่ือ ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน
( ลงชอ่ื ครูผสู้ อน ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมนิ เปน็ ส่วนใหญ่
( )
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครั้ง ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมนิ บางสว่ น

เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ

เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
12 - 15 ดี
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 8 - 11
ตา่ กว่า 8 พอใช้
12 - 15 ดี ปรบั ปรุง
8 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรุง

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานมคี วามสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ผลงานมีข้อบกพร่องเพยี งเล็กนอ้ ย

ผลงานมขี อ้ บกพร่องมาก

สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4

T76

นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ

ó ¡Òè´Ñ ¡ÒÃÊè§Ô áÇ´ÅÍŒ Á㹨§Ñ ËÇ´Ñ ขน้ั นาํ

การจัดการส่ิงแวดลอมในจังหวัดเปนสิ่งสําคัญ 1. ครูใหนักเรียนตอบคําถามกระตุนความคิด
แนวทาง เพราะทรัพยากรตาง ๆ ลวนมคี วามจาํ เปน ที่จะตอ ง เก่ียวกับ “ปญหาส่ิงแวดลอมท่ีนักเรียนพบมี
ในการจัดการ ดูแล และใชใหเกิดประโยชนที่สุด หากมีการใช อะไรบาง” จากนั้นถามนักเรยี นวา
ส่งิ แวดลอ้ ม ทรัพยากรโดยขาดการจัดการอยางเหมาะสมแลว • การอนุรักษส่ิงแวดลอมมีความจําเปน
ในจงั หวดั ก็จะทําใหทรัพยากรและส่ิงแวดลอมในจังหวัด หรือไม อยา งไร
มอี ะไรบ้าง (ตอบ : มีความจําเปน เพราะการอนุรักษ
ส่ิงแวดลอมจะชวยใหพ้ืนที่น้ันนาอยูอาศัย
เสอื่ มโทรมลง ดงั นนั้ จงึ เปน หนา ทขี่ องทกุ คนในจงั หวดั มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ เหมาะตอการ
ที่จะตองรวมกันหาแนวทางในการจัดการส่ิงแวดลอม และลงมือปฏิบัติ ประกอบอาชีพ)
รว มกนั เพือ่ รักษาส่ิงแวดลอมในจังหวัดใหค งอยตู อ ไป
2. ครูอธิบายเชื่อมโยงสูปญหาส่ิงแวดลอมใน
จังหวัดของนักเรียน เชน น้ําเนาเสีย หมอก
ควนั พษิ เปนตน

การปลกู ปา ชายเลน1เปน อกี วธิ กี ารหนงึ่ ในการรกั ษา
ระบบนเิ วศทางทะเลใหม คี วามอดุ มสมบรู ณ

๖๕

ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

การกระทาํ ของใครมีสวนชว ยลดปญ หาภาวะโลกรอน ครใู หน กั เรยี นชว ยกนั บอกวา ในจงั หวดั ของนกั เรยี นมปี ญ หาดา นสงิ่ แวดลอ ม
1. ขวญั เปดเครอ่ื งปรับอากาศท้ังวนั ทั้งคนื อะไรบา ง และเกดิ ขนึ้ ทไี่ หน แลว ชว ยกนั คดิ วา ปญ หาเหลา นนั้ เกดิ มาจากสาเหตใุ ด
2. บอมนาํ ขยะไปเผาบริเวณสนามหลังบา น และจะแกไขอยา งไร
3. เตต ัดตนไมเ พ่อื นําพน้ื ทีม่ าทําการเพาะปลกู
4. กอยปดเครื่องใชไฟฟา ท่ไี มไ ดใชงานและถอดปล๊ัก นักเรียนควรรู

ç(วิเคราะหคําตอบ การลดการใชพลังงานไฟฟาเปนแนวทางหน่ึง 1 ปาชายเลน เปนระบบนิเวศที่เช่ือมตอระหวางผืนแผนดินกับพ้ืนนํ้าทะเล
ในการชว ยแกไ ขปญหาภาวะโลกรอน ดังนน้ั ขอ 4. จงึ เปนคําตอบ ซ่ึงบรเิ วณปาชายเลนจะประกอบไปดว ยพชื พรรณและสตั วน านาชนดิ ดํารงชีวิต
ทีถ่ ูก) อยูรวมกัน ภายใตสภาพแวดลอมที่เปนดินเลนน้ํากรอย และมีน้ําทะเลทวมถึง
อยางสม่ําเสมอ เราเรียกปาชายเลนวา ปาโกงกาง ไดอีกชื่อหนึ่งตามพันธุไม
ทพ่ี บเปน จาํ นวนมากในบรเิ วณปา ชายเลน ปา ชายเลนนบั เปน ทรพั ยากรทม่ี คี ณุ คา
ท้ังทางดา นเศรษฐกิจและส่ิงแวดลอ ม

T77

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน ๓.๑ แนวทางการจัดการสง่ิ แวดลอ มในจังหวัด
การใชทรพั ยากรและส่งิ แวดลอ มอยางถูกหลกั
การตัง้ คาํ ถามเชิงภูมิศาสตร
๑จะชว ยใหเรามที รัพยากรไวใชอยางย่ังยนื
1. ครูแบงกลุมนักเรียนแลวสมมุติใหแตละกลุม
เปนทีมงานสิ่งแวดลอมของจังหวัดท่ีนักเรียน ซ่ึงมแี นวทาง ดงั นี้
อาศยั อยู
การใชอ ยา งประหยดั
2. นักเรียนแตละกลุมตั้งคําถามเกี่ยวกับปญหา ทรพั ยากรธรรมชาตมิ อี ยู
สง่ิ แวดลอ มในจงั หวดั วามปี ญ หาอะไรบา งแลว อยา งจาํ กดั จงึ ควรใชเ มอ่ื มคี วามจาํ เปน เชน ไมเ ปด
จดบนั ทึก เชน กอ กนาํ้ ทง้ิ ไวข ณะแปรงฟน หรอื ลา งมอื
• ปญ หาเกย่ี วกบั สง่ิ แวดลอ มในจงั หวดั ของเรา
มีอะไรบาง ๒การนํากลับมาใชใ หม
• สาเหตุของปญหาส่ิงแวดลอมในจังหวัด
เกิดจากอะไร
• มีแนวทางแกปญหาส่ิงแวดลอมในจังหวัด
อยา งไร

สงิ่ ตา งๆ ทเี่ ราใชใ นชวี ติ ประจาํ วนั ผลติ มาจาก
ทรพั ยากรตา งๆ สง่ิ ของบางอยา งเมอ่ื นาํ มาใชแ ลว
สามารถนาํ กลบั มาใชซ าํ้ ไดอ กี เชน นาํ ขวดพลาสตกิ
มาทาํ กระถางตน ไม
๓ การใชอ ยา งคุมคา
✕ เมอ่ื สงิ่ ของชาํ รดุ ควรนาํ มาซอ มแซม
เพื่อใหใชไดอีกคร้ังเพ่ือชวยประหยัด
ทรพั ยากร เชน การเยบ็ ซอ มแซมเสอื้ ผา
๔การปฏเิ สธการใช ทข่ี าด การซอ มรองเทา

การปฏเิ สธทจี่ ะใชส งิ่ ของหรอื ผลติ ภณั ฑท ที่ าํ ลาย
หรือสรางมลพิษแกสิ่งแวดลอม เชน ถุงพลาสติก
กลอ งโฟมบรรจอุ าหาร
แนวทางการจัดการส่งิ แวดลอ มในจังหวัด
๖๖

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด

ครูเสนอแนะใหนักเรียนรวมกันจัดกิจกรรม เพื่อชวยจัดการส่ิงแวดลอม ใครชวยอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมไดอยาง
ในจงั หวัด เชน เหมาะสม

1. ใหนักเรียนทําปายรณรงคเกี่ยวกับแนวทางการจัดการส่ิงแวดลอม 1. หนอ ยเผาวชั พชื ในแปลงเพาะปลกู
ในจังหวัด แลวนาํ ไปติดในสถานท่ที ี่โรงเรยี นจัดไวให 2. ปอมนาํ ขวดแกวทใ่ี ชแ ลว มาใชซํ้าอีก
3. กอ นนํานํา้ จากการซกั ผา มาถูบาน
2. ใหนักเรียนรวมกันออกแบบประดิษฐสิ่งของเคร่ืองใชในชีวิตประจําวัน 4. แมนนําสัตวป ามาเพาะเลย้ี งขาย
จากถงุ พลาสตกิ หรอื กลองโฟมที่ใชแ ลว เพอ่ื เปนการลดปริมาณขยะ โดยครูและ
นักเรียนรวมกันกําหนดเกณฑในการตัดสินผล เชน ความสวยงาม ความคิด (ç วเิ คราะหค าํ ตอบ การเผาวชั พชื จะทาํ ใหห นา ดนิ ถกู ทาํ ลาย การนาํ
สรางสรรค การนําผลงานไปใชไดจริง เปน ตน นาํ้ จากการซกั ผา มาถบู า นจะทาํ ใหบ า นสกปรก และการนาํ สตั วป า
มาเพาะเลี้ยงขายเปนสงิ่ ผิดกฎหมาย ดังนั้น ขอ 2. จงึ เปนคําตอบ
ทถี่ กู )

T78

นํา สอน สรุป ประเมิน

๕ การบาํ บดั และการฟน ฟู ขน้ั สอน
การบาํ บดั เปน การชว ยลดความ
เสอ่ื มโทรมของทรพั ยากรธรรมชาติ การรวบรวมขอ มลู (ตอ)
เชน การบาํ บดั นา้ํ เสยี จากครวั เรอื น
หรอื โรงงานอตุ สาหกรรมกอ นปลอ ยลงสู 3. ใหนกั เรยี นศึกษาใบความรเู ร่ือง ศาสตร-
แหลง นา้ํ สว นการฟน ฟเู ปน วธิ กี ารชว ยใหท รพั ยากรมสี ภาพ พระราชา แลวสรปุ เปน ขอมูลของกลมุ
เหมอื นเดมิ เชน การปลกู ตน ไมท ดแทนตน ไมท ถี่ กู ตดั
๖การใชส งิ่ อน่ื ทดแทน 4. ใหนักเรียนแตละกลุมรวบรวมขอมูลจาก
วิ ธี ก า ร น้ี จ ะ ช  ว ย ใ ห  หนังสือพิมพทองถิ่น สื่อสังคมออนไลน
มีการใชทรัพยากรนอยลง สัมภาษณผูรู และสํารวจสถานที่ในสภาพจริง
โดยการนําส่ิงหน่ึงที่สามารถใช แลวบันทึกขอมูลน้ัน จากนั้นใหแตละกลุม
หรือวัสดทุธดรรแทมนชาอตกี ิใสนง่ิ กหานรง่ึ บไดรม ราจใุอชาเหชาน รแใชทใ นบโตฟอมง1 สงตัวแทนมาสรุปขอมูลจากการสํารวจ แลว
ใชถ งุ ผา แทนถงุ พลาสตกิ นําไปจัดปายนิเทศ เพ่ือแสดงเปนนิทรรศการ
ของระดบั ชน้ั เรยี นในหวั ขอ เกยี่ วกบั การจดั การ
๗ การดแู ลและปอ งกนั สิ่งแวดลอ มในจงั หวดั
วธิ กี ารนเ้ี ปน วธิ ที ที่ กุ คนตอ งรว มมอื กนั ดแู ลและปอ งกนั
ไมใหทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมถูกทําลาย ซ่ึง
ชว ยปอ งกนั ปญ หาทอี่ าจจะเกดิ ขนึ้ ตามมาในอนาคต เชน
การชว ยกนั ดแู ลแหลง นาํ้ ในชมุ ชนไมใ หม ขี ยะหรอื มนี าํ้ เสยี
หากพบเห็นวามีการทําลายทรัพยากรและส่ิงแวดลอม
ควรแจง หนว ยงานทเ่ี กย่ี วขอ งใหเ ขา มาดแู ล

๖๗

ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู

ขอใดไมใ ชแนวทางในการจัดการส่ิงแวดลอม 1 โฟม คือ พลาสติกทท่ี าํ ใหข ยายตัวขณะขนึ้ รูปโดยใชก า ซ มี 2 ประเภท คอื
1. เกมปดกอ กน้าํ ขณะแปรงฟน โฟมแผนใชกันกระแทกในการบรรจุสินคา และโฟมที่ใชบรรจุอาหาร ปญหาท่ี
2. มิง่ นํากระปอ งนํ้าอดั ลมมาทาํ แจกนั ใสด อกไม เกดิ จากการใชโฟม คือ อุดตนั ตามทอ ระบายน้าํ ทําลายทศั นยี ภาพของแหลง นาํ้
3. พลอยซอ้ื กระโปรงตัวใหมเ พราะตวั เกา มีรอยขาดเล็กๆ เปนอนั ตรายตอ ระบบยอยอาหารของสัตว และกอ ใหเ กดิ ภาวะโลกรอ น โฟมเปน
4. ขวญั นาํ ถงุ ผา ไปใสข องเวลาไปตลาดแทนการใชถ งุ พลาสตกิ ส่ิงที่ยอยสลายไดแตวาตองใชเวลาการยอยสลายนับรอยป ดังน้ัน เราจึงควร
ลดการใชโฟมและหันมาใชส่ิงอน่ื ที่ยอ ยสลายไดงายกวา ทดแทน
(ç วิเคราะหค าํ ตอบ แนวทางการจดั การส่งิ แวดลอม ไดแ ก ใชอ ยา ง
ประหยัด นาํ กลับมาใชใหม ใชอยางคมุ คา ปฏเิ สธการใช บําบดั สื่อ Digital
และฟนฟู ใชส่ิงอื่นทดแทน และดูแลปองกัน พลอยซ้ือกระโปรง
ใหมเพราะตัวเกามีรอยขาดไมใชแนวทางการจัดการสิ่งแวดลอม นกั เรียนสามารถเรยี นรู
ดงั นน้ั ขอ 3. จึงเปน คําตอบทถ่ี กู ) เพ่มิ เติมเกยี่ วกบั แนวทาง
การจัดการสิ่งแวดลอ มใน
จงั หวัดไดจ าก QR Code

T79

นาํ สอน สรุป ประเมิน

ขนั้ สอน ๓กา.ร๒ฟวนธิ ฟีฟ1ูทน รัพฟยูทารกพั รแยลาะกสริ่งแแลวะดสล่ิงอแมวในดจลังอ หมวัด เปนแนวทางแกไข

การจัดการขอ มลู ปญหาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมท่ีเส่ือมโทรมหรือเสียหาย
ใหกลับมามสี ภาพดดี งั เดิม
5. นักเรียนรวบรวมขอมูลตามประเด็นคําถาม
ท่ีกําหนดไว แลวใหแตละกลุมเลือกปญหา
กลมุ ละ 1 ปญ หา

6. นักเรียนแตละกลุมรวมกันพิจารณาความนา
เชื่อถือของขอ มลู

การฟน ฟูทรัพยากรและ การฟน ฟทู รัพยากรและ แนวทางเหลา น้ี
สงิ่ แวดลอม มแี นวทาง สิง่ แวดลอม มีหลาย ทําไดหลายวิธีเลยนะ
อยางไรบางคะพี่ดิน เราไปศึกษาเพม่ิ เติม
แนวทาง ทั้งการฟน ฟูดิน
การฟน ฟนู าํ้ กนั เลยครับ

การฟน ฟูปา ไม และการ
ฟน ฟูสัตวป าครับ

๖๘

นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคดิ

1 การฟน ฟู หมายถงึ การดาํ เนินการกบั ทรัพยากรท่ีลดลงหรอื เส่อื มโทรมให ขอ ความใดตรงกับการฟน ฟูทรพั ยากรและสิง่ แวดลอม
สามารถฟนคืนกลับสูสภาพเดิมได สามารถนํากลับมาใชใหมได การฟนฟูเปน 1. การแบง เขตพ้ืนที่ เพอื่ ชวยใหส ามารถดาํ เนนิ การตา งๆ
ขนั้ ตอนหลงั จากทรัพยากรและสิ่งแวดลอ มเกดิ การเสอ่ื มโทรม ไดเ หมาะสมกบั ทรัพยากรในแตละพน้ื ที่
2. การเรง หรอื เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพ เพอ่ื ใหไ ดผ ลผลติ ทเ่ี พมิ่ มากขนึ้
3. การรวบรวมและเก็บกักทรัพยากรท่ีมีแนวโนมจะเกิดการ
ขาดแคลนเอาไว
4. การดําเนินการกับทรัพยากรท่เี สือ่ มโทรมใหคืนกลบั สู
สภาพเดมิ

ç(วิเคราะหคําตอบ การฟนฟูทรัพยากรและสิ่งแวดลอม คือ
การดําเนินการกับทรัพยากรท่ีลดลงหรือเส่ือมโทรมใหสามารถ
ฟน คนื กบั สสู ภาพเดมิ ดังนั้น ขอ 4. จงึ เปน คาํ ตอบที่ถูก)

T80

นํา สอน สรปุ ประเมนิ

การฟน ฟดู นิ ขนั้ สอน

การฟน ฟูดินสามารถทาํ ไดหลายวิธี ดงั นี้ การวเิ คราะหแ ละแปลผลขอ มลู

• ปลกู พชื คลุมดิน เพ่อื ปอ งกันนํา้ ชะลา งแรธาตุ 7. นักเรียนแตละกลุมนําขอมูลที่รวบรวมได
มาวิเคราะหหาสาเหตุของปญหาและเสนอ
บรเิ วณหนา ดนิ การปลกู พชื คลมุ ดนิ จะชว ยปอ งกนั แนวทางแกไ ขหลายๆ วิธี
วัชพืช และชวยเพิ่มความอุดมสมบูรณใหแกดิน
พชื ทนี่ ยิ มใชป ลกู คลมุ ดนิ ไดแ ก พชื ตระกลู ถว่ั 8. แปลผลขอมูลสรุปในตารางตามใบงานท่ี 3.1
เรื่อง การจัดการสิ่งแวดลอ มในจงั หวัด
• ปลกู พชื หมนุ เวยี น การปลกู พน้ื หมนุ เวยี นจะ
9. ตวั แทนกลมุ นาํ เสนอใบงานท่ี 3.1 หนา ชน้ั เรยี น
ชว ยทาํ ใหธ าตอุ าหารในดนิ มคี วามสมดลุ โดยทว่ั ไป
นยิ มปลกู พชื ตระกลู ถว่ั สลบั กบั การปลกู พชื หลกั
เพอื่ ใหด นิ ไดเ พม่ิ สารอาหารตามธรรมชาติ

• ลดการใชสารเคมีในการเพาะปลูก เพ่ือลด

การเกดิ สารพษิ ตกคา งในดนิ ซงึ่ จะสง ผลตอ สขุ ภาพ
ของเกษตรกรและผบู รโิ ภค ดงั นน้ั จงึ ควรลดการใช
สารเคมีในการเพาะปลูก แตถาหากจําเปนตองใช
ควรใชใ นปรมิ าณทพี่ อเหมาะ และควรใชป ยุ ทผ่ี ลติ
จากธรรมชาติ

• ไมเ ผาทาํ ลายพชื หรอื วชั พชื เพอ่ื ปอ งกนั การ

ทาํ ลายแรธาตใุ นดนิ หรือส่งิ มชี ีวิตที่ชว ยปรับปรุง
คณุ ภาพดนิ เชน ไสเ ดอื น หากตอ งการทาํ ลายพชื
หรอื วชั พชื ควรใชก ารฝง กลบหรอื นาํ ไปทาํ ปยุ

๖๙

บูรณาการอาเซียน

ประเทศสมาชิกอาเซียนไดใ หความรว มมือดา นสิ่งแวดลอ มใน 10 ประเด็นสาํ คญั ดงั ตอ ไปน้ี
1. การจดั การปญหาสงิ่ แวดลอ มของโลก
2. การจัดการและการปอ งกันปญ หามลพษิ ทางสิง่ แวดลอ มขา มแดน มลพษิ หมอกควนั ขา มแดน มลพษิ จากของเสียท่มี ีพิษขามแดน
3. สง เสรมิ การพัฒนาทย่ี ัง่ ยืนโดยการศกึ ษาดา นสิง่ แวดลอมและการมสี วนรวมของประชาชน
4. สงเสรมิ เทคโนโลยีดานส่ิงแวดลอ ม
5. สง เสริมคณุ ภาพมาตรฐานการดาํ รงชีวิตในเมืองตางๆ ของอาเซยี นและเขตเมือง
6. การทําการประสานกนั เร่ืองนโยบายดา นสิง่ แวดลอมและฐานขอมลู
7. สงเสริมการใชทรพั ยากรชายฝง และทรัพยากรทางทะเลอยา งยงั่ ยนื
8. สง เสรมิ การจัดการเกี่ยวกบั การอนุรักษท รพั ยากรธรรมชาตแิ ละความหลากหลายทางชีวภาพอยางยง่ั ยืน
9. สงเสรมิ ความยงั่ ยืนของทรพั ยากรน้าํ จดื
10. การตอบสนองตอ การเปลยี่ นแปลงทางสภาพภมู ิอากาศและการจัดการตอผลกระทบ

T81

นํา สอน สรุป ประเมนิ

ขน้ั สอน การฟน ฟนู ํ้า

การสรุปเพ่ือตอบคําถาม การฟนฟนู ํา้ สามารถทําไดหลายวิธี ดังนี้

10. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปเพื่อตอบคําถามที่ • รกั ษาแหลง ตน นา้ํ ปา ไมถ อื เปน แหลง ตน นา้ํ สาํ คญั หากมปี า ไมอ ดุ มสมบรู ณ
ไดต ัง้ ไวในขอที่ 1 ดงั น้ี
•ปญ หาเกย่ี วกบั สงิ่ แวดลอ มในจงั หวดั ของเรา จะทาํ ใหฝ นตกตามฤดกู าล แหลง นา้ํ ธรรมชาตสิ ามารถกกั เกบ็ นา้ํ ไวไ ด ทาํ ใหม นี าํ้ ใช
มอี ะไรบาง ไมข าดแคลน หากปา ไมถ กู ทาํ ลายและไมม กี ารปลกู ทดแทนจะสง ผลใหข าดแคลนนา้ํ
(แนวตอบ : นาํ้ เนาเสยี การตดั ไมทาํ ลายปา) และสง ผลกระทบตอ การดาํ รงชวี ติ ของมนษุ ย สตั ว และพชื
• สาเหตุของปญหาสิ่งแวดลอมในจังหวัด
เกดิ จากอะไร • นาํ นาํ้ ทใี่ ชแ ลว กลบั มาใชใ หม เปน วธิ หี นงึ่ ในการ
(แนวตอบ : เกดิ จากมนษุ ย เชน นํา้ เนา เสยี
เพราะผูค นทิง้ ขยะลงในแหลงน้ํา การตัดไม ฟนฟูน้ําที่สามารถทําไดทุกคน เพราะน้ําท่ีใชแลว
ทาํ ลายปา เพราะตองการพ้ืนท่ีมาใชในการ บางครง้ั สามารถนาํ กลบั มาใชใ หมไ ด เชน นาํ้ สดุ ทา ย
เพาะปลูก) จากการซกั ลา งสามารถนาํ มารดนา้ํ ตน ไม ซง่ึ จะชว ย
• แนวทางแกปญหาส่ิงแวดลอมในจังหวัด ประหยดั นา้ํ และเปน การใชน าํ้ อยา งคมุ คา และเกดิ
มอี ยางไร ประโยชนส งู สดุ
(แนวตอบ : รณรงคใ หผ ูคนเหน็ ความสําคญั
ของสงิ่ แวดลอม)

๗๐

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ

ครูใหน ักเรียนเขยี นคาํ ขวญั รณรงคอนุรกั ษส ง่ิ แวดลอ ม โดยเลอื กจากหัวขอ นกั เรียนสามารถชวยลดภาวะโลกรอ นไดดวยวิธกี ารใดจึงจะ
ตอ ไปนี้ เหมาะสมทีส่ ุด

• การอนรุ กั ษดนิ 1. ทาํ ความสะอาดบานใหส ะอาดอยูเสมอ
• การอนุรกั ษนํ้า 2. เดินทางดวยการเดนิ แทนการใชรถยนต
• การอนุรักษป าไม 3. ใชต ะเกียงใหแสงสวา งแทนการใชไฟฟา
• การอนรุ กั ษส ัตวป า 4. ใชถ งุ ผา ใสส ่งิ ของแทนการใชถ งุ พลาสติก
โดยเขียนมาคนละ 1 คําขวัญ ลงบนกระดาษแข็ง ตกแตงใหสวยงาม
แลวนํามาสง ครูเพอื่ นําไปตดิ ในสถานทที่ ่ีโรงเรยี นจัดไวให ç(วิเคราะหคําตอบ การผลิตถุงพลาสติกจะตองใชเม็ดพลาสติก
ท่ีไดจ ากอตุ สาหกรรมปโตรเคมี และตองใชพ ลงั งานไฟฟา ทาํ ให
เกิดความรอนและมีของเสียจากการผลิต และถุงพลาสติกยัง
ยอยสลายยาก การลดการใชถุงพลาสติกจึงเปน การชว ยลดภาวะ
โลกรอนทางออม ดงั นน้ั ขอ 4. จงึ เปนคาํ ตอบที่ถกู )

T82

นาํ สอน สรปุ ประเมิน

การฟนฟูปา ไมแ ละสัตวปา ขน้ั สอน

การฟน ฟูปาไมและสตั วป าสามารถทําไดห ลายวธิ ี ดังน้ี การสรปุ เพ่ือตอบคาํ ถาม (ตอ )

• สปตัระวชป าา ช1นแทละกุ ปคลนกูตปอ างทมดสี วแ นทนรวพมน้ื ในทกที่ าถ่ี รกู ดบแู กุ ลรรกุ กั หษราอื ปพา ไน้ื มท เป่ี พา อ่ืเสใหอ่ื เมปโนททรมอ่ี 2ยเอู พาอื่ศรยั กั ขษอาง 11. ครูยกตัวอยางการแกปญหาส่ิงแวดลอม
แหลง ตน นาํ้ โดยการใชศาสตรพระราชาจากใบความรู
มาอธิบายใหนักเรียนเขาใจมากย่ิงข้ึน เชน
• เปพรอ่ื ะตชดัาชไมนห ทรุกอื คลนา ใสนตั จวัง หเพวอื่ัดรกัตษอางรระวบมบกนันเิสวอศ3ดใหสม อคี งวดาูแมลอไดุมมใหสมมีกบารู รณรุก ล้ําพ้ืนที่ปา โครงการแกลงดิน เพ่ือหาวิธีการปรับปรุงดิน
• สรา งจติ สาํ นกึ ใหป ระชาชนเหน็ คณุ คา ของปา ไมแ ละสตั วป า เพราะปา ไมเ ปน แหลง ใหสามารถปลูกพืชเศรษฐกิจไดโดยการ
ทําใหด ินแหง 1 เดือน และขังนาํ้ ใหด ินเปย ก
ตน นาํ้ เปน แหลง อาหารของมนษุ ยแ ละสตั วต า งๆ ดงั นน้ั จงึ ตอ งปลกู จติ สาํ นกึ 2 เดือน เสมือนกับมีฤดูแลงและฤดูฝน
ในการดแู ลรกั ษาปา และสตั วป า ใหก บั ทกุ คน สลับกันไป จากน้ันจึงหาวิธีปรับปรุงดิน
เชน ใสปูนลงไปในดิน ใชนํ้าจืดลางกรด
• หนวยงานราชการตองเขมงวดในการใชกฎหมายเพ่ือลงโทษผูลักลอบตัดไม และสารพิษออกจากดินโดยตรง การยกรอง
และลา สตั วป า เพอื่ ประโยชนส ว นตน การปลูกพืชที่ทนทานตอความเปนกรด
เปน ตน

๗๑

นักเรียนควรรู

1 สัตวป า หมายถึง สัตวทกุ ชนิด ไมวา สัตวบก สตั วนาํ้ สตั วป ก แมลงหรือแมง ซึง่ โดยธรรมชาติเกดิ และดาํ รงชีวติ อยูในปาหรอื ในน้ํา ตามพระราชบัญญตั ิ
สงวนและคมุ ครองสัตวป า พ.ศ. 2535 มขี อ หามและขอบงั คับท่นี ักเรียนควรทราบ ดงั น้ี

• สัตวป าสงวนและสตั วปา คมุ ครอง เปนสัตวปาท่หี ามลา หา มคา หามนาํ เขาหรอื สงออก เวน แตจะไดร ับอนญุ าต
• หา มครอบครองสตั วปา สงวนหรอื สัตวปา คมุ ครอง เวนแตจ ะไดรบั อนญุ าต
• หามเพาะพนั ธุสตั วปา สงวนหรือสัตวปาคมุ ครอง เวนแตจ ะไดร บั อนญุ าต
2 พ้ืนที่ปาเสื่อมโทรม คือ เขตพ้ืนท่ีทั้งหมดหรือบางสวนของปาท่ีมีสภาพเปนปาราง เกา ปาท่ีมีตนไมเหลืออยูนอย และยากที่จะกลับฟนคืนดีไดตาม
ธรรมชาติ
3 ระบบนเิ วศ หมายถงึ หนว ยพื้นท่หี นงึ่ ท่ีประกอบดวยสังคมของส่ิงมีชีวติ กบั สิง่ แวดลอม ที่มีความสัมพนั ธกัน 2 ลกั ษณะ คอื ความสมั พนั ธร ะหวา งส่งิ มชี วี ิต
กบั ส่งิ ไมม ีชวี ติ และระหวางสงิ่ มชี ีวิตดว ยกันเอง

T83

นาํ สอน สรปุ ประเมิน

ขนั้ สอน ตัวอยาง แนวทางการจัดการสงิ่ แวดลอมในจังหวัด

การสรปุ เพื่อตอบคําถาม (ตอ)

12. นักเรียนแตละกลุมแสดงความคิดเห็น
เกยี่ วกบั ศาสตรพ ระราชาทใ่ี ชใ นการแกป ญ หา
ส่ิงแวดลอ ม

13. ครูใหน กั เรียนไปสืบคนเกย่ี วกบั ศาสตร
พระราชาในดา นอ่นื ๆ เพ่ิมเติม

จังหวดั ของเรามีปญหา แนวทางในการจัดการปญ หา ถา สิ่งแวดลอ มใน
แหลง น้าํ เนาเสยี นาํ้ เนา เสยี ในจังหวัดของเรา มีดังนค้ี รับ จังหวัดเส่ือมโทรม
ไมส ามารถนํามาใช เปน หนาที่ของเราทกุ คน
• äÁ‹·§Ôé ¢ÂÐŧã¹áËÅ‹§¹éÒí ที่ตองรว มมือกนั แกไ ขฟนฟู
ประโยชนได เราจะมี • àÁ×è;ºàË繤¹·§Ôé ¢ÂÐËÃ×ÍÊÒÃà¤ÁÕ ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ
แนวทางในการจัดการ สง่ิ แวดลอมในจังหวดั
ปญหานอ้ี ยางไรคะ ลงในแหลงนา้ํ ตองแจง เจา หนา ที่ ใหกลับมามีสภาพสมบูรณ
ใหเ ขา มาดแู ล ดงั เดิมนะครับ
• ó礏 ãˤŒ ¹ã¹¨Ñ§ËÇÑ´àË繤س¤Ò‹
และชว ยกนั ดแู ลแหลง นํา้

๗๒

เกร็ดแนะครู

ครูอธบิ ายเพม่ิ เติมใหน กั เรยี นเขาใจเกี่ยวกับศาสตรพระราชาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ รวา
ศาสตรพระราชาประกอบดว ยองคป ระกอบสาํ คญั คอื

• ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ประกอบดว ยสามหว ง คอื ความพอประมาณ ความมเี หตผุ ล และการมภี ูมคิ มุ กนั ในตัวท่ีดี สองเง่อื นไข คอื มีความรู
และมีคณุ ธรรม

• วธิ ีการของศาสตรพ ระราชา คอื เขา ใจ หมายถงึ การใชข อมลู ทม่ี ีอยแู ลว การใชแ ละแสวงหาขอ มูลเชิงประจักษ การวเิ คราะหแ ละการวจิ ยั การทดลอง
ใชจ นไดผ ลจรงิ กอ น เขา ถงึ หมายถงึ การระเบดิ จากขา งใน เขา ใจกลมุ เปา หมายในการพฒั นา และสรา งปญ ญาสงั คม พฒั นา หมายถงึ การพฒั นาทป่ี ระชาชน
เริม่ ตน ดว ยตนเอง พึ่งพาตนเองได และมตี นแบบในการเผยแพรค วามรูใหประชาชนไดเ รยี นรูและนาํ ไปประยุกตใ ช

• การประยุกตแ หงศาสตรพ ระราชา ตอ งทําใหดวยความรัก ความปรารถนา และดวยใจ ตอ งประยุกตใ ชอ ยา งยัง่ ยืน ไมยึดติดตํารา ปรับตามบคุ คล
ภูมิสังคม สภาพพ้นื ที่ และสถานการณ

• ผลลัพธของศาสตรพ ระราชา คือ แผนดนิ โดยธรรมและประโยชนสุขแหง มหาชนชาวสยามตามพระปฐมบรมราชโองการ พออยพู อกิน และรูรกั สามัคคี
อนั เปนการพฒั นาอยางยง่ั ยืน

T84

นาํ สอน สรปุ ประเมิน

๓.๓ การมสี ว นรว มในการอนรุ กั ษท รพั ยากรและสง่ิ แวดลอ ม ขนั้ สอน

การอนรุ กั ษท รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ มเปน หนา ทข่ี องทกุ คน 14. หลังจากนักเรียนไปสืบคนเกี่ยวกับศาสตร
ในจังหวัด สามารถทําไดหลายวิธี ดังนี้ พระราชามาแลว ครูสุมเรียกนกั เรยี น 4-5 คน
ออกมาเลาศาสตรพระราชาท่ีไดไปสืบคนมา
ใหเ พอื่ นๆ ฟง

๑. รณรงคใหทุกคนในจังหวัดเห็นความสําคัญ
และมีจิตสํานึกเปนเจาของทรัพยากรธรรมชาติและ
สงิ่ แวดลอ มรว มกนั เชน ประชาสมั พนั ธข อ มลู ขา วสาร
ตา งๆ โดยตดิ ประกาศทกี่ ระดานขา วของชมุ ชน การใช
สอ่ื สงั คมออนไลน หรอื ใชว ทิ ยชุ มุ ชน

๒. จดั กจิ กรรมอนรุ กั ษท รพั ยากร ๓. มีสวนรวมในการนําเสนอ
ธรรมชาติและสิ่งแวดลอม โดยรวม แนวทาง และกาํ หนดนโยบายดา น
ตวั กนั เปน จติ อาสาอนรุ กั ษท รพั ยากร การอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ
ธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ ม เชน กจิ กรรม และสงิ่ แวดลอ มในชมุ ชน ดว ยการ
ทํ า ค ว า ม ส ะ อ า ด พื้ น ที่ ส า ธ า ร ณ ะ เขารวมรับฟงแนวทางการดูแล
ในชุมชน การรวมกันปลูกตนไมใน รักษาทรัพยากรธรรมชาติและ
ชมุ ชน สง่ิ แวดลอ มจากเจา หนา ที่ และนาํ มา
ปฏบิ ตั ิ

๗๓

เกร็ดแนะครู

• ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน กั เรยี นฟง วา ประเทศไทยเรมิ่ กาํ หนดนโยบายดา นการบรหิ ารจดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ มในแผนพฒั นาเศรษฐกจิ
และสงั คม ฉบบั ที่ 7 (พ.ศ. 2535-2539) รวมถงึ การอนรุ กั ษค มุ ครองทรพั ยากรธรรมชาตโิ ดยประกาศใชก ฎหมายตา งๆ อาทิ พระราชบญั ญตั สิ ง เสรมิ และรกั ษา
คุณภาพส่งิ แวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 พระราชบญั ญตั ิปาไม พ.ศ. 2484 แกไขเพิม่ เตมิ พ.ศ. 2485 พระราชบญั ญตั ิอทุ ยานแหง ชาติ พ.ศ. 2504 พระราช
บญั ญตั สิ งวนและคุมครองสัตวป า แหง ชาติ พ.ศ. 2535

• ครูจัดกจิ กรรมเก่ยี วกับการมีสว นรวมในการอนุรกั ษท รัพยากรและสงิ่ แวดลอ ม เชน พานักเรยี นไปเกบ็ ขยะในชุมชน รว มมอื กบั คนในชุมชนปลูกตนไม
เปน ตน

T85

นํา สอน สรุป ประเมิน

ขน้ั สรปุ ÀÁÙ ÔÈÒʵÏ ¹‹ÒÃŒÙ

1. ครูและนักเรียนรว มกนั สรปุ ความรูวา ปญหาขยะลนเมือง เปนสาเหตุสําคัญที่ทําใหเกิดมลพิษตอสิ่งแวดลอม
การจดั การสง่ิ แวดลอ มในจงั หวัดเปน หนาท่ี ดงั นน้ั การแยกขยะกอ นทงิ้ จงึ เปน สงิ่ สาํ คญั ทที่ กุ คนตอ งรว มมอื กนั ปฏบิ ตั ิ
ของทุกคน การแยกขยะมวี ธิ กี าร ดงั น้ี

2. ครูมอบหมายใหน กั เรียนแตละคนทํากิจกรรม
สิ่งแวดลอ มในจงั หวัด โดยใหครอบคลมุ ตาม
ประเดน็ ทีก่ ําหนดเปนเวลา 1 สปั ดาห แลวนาํ
สง ครูเพ่อื ประเมนิ ผล

 ขยะทยี่ อ ยสลาย  ขยะทว่ั ไป  ขยะแปรใชใ หม  ขยะอนั ตราย1

เปนขยะทย่ี อ ยสลาย เปน ขยะทยี่ อ ยสลาย เปน ขยะทสี่ ามารถ เปน ขยะท่มี สี ว น
ไดเ องตามธรรมชาติ ตามธรรมชาติไดยาก แปรเปลย่ี นนาํ กลบั มา ประกอบของสาร
เชน เศษผกั ผลไม เชน โฟม เราควรนํา ใชป ระโยชนไ ดใ หม อันตราย เราจงึ
เราสามารถนาํ ไปทํา ขยะประเภทนไ้ี ปทงิ้ ใน เรยี กอกี อยา งหนงึ่ วา ควรแยกท้งิ เพื่อให
ปุย หมักหรือนาํ ไป ถงั ขยะทห่ี นว ยงานของ ขยะรไี ซเคลิ เชน แกว เจาหนา ที่นาํ ไปกาํ จัด
เลี้ยงสัตวไ ด รฐั จดั ไวใ ห เพอื่ งา ย กระดาษ เราควร อยา งถูกวิธี ขยะ
ตอการนําไปจัดการ แยกทงิ้ ขยะประเภทนี้ อันตราย เชน
ตอ ไป เพอ่ื ใหส ามารถ หลอดไฟ ถา นไฟฉาย
รวบรวมไดง า ย กระปองสเปรย

รเู รอื่ ง ภมู ศิ าสตร

ปฏิบตั กิ ิจกรรมตามขัน้ ตอน ดังนี้
๑. แบง กลมุ สมมติใหแตล ะกลุมเปน ทมี งานดูแลสงิ่ แวดลอมของจังหวดั
๒. ใหแ ตละกลมุ สํารวจปญ หาส่ิงแวดลอมของจงั หวัดจากแหลง การเรยี นรูต า ง ๆ

วา ปญหาคอื อะไร สาเหตุของปญ หา และแนวทางแกไ ข
๓. ใหแตล ะกลมุ สง ตัวแทนมาสรปุ ขอมูลจากการสาํ รวจ แลวนาํ ไปจดั ปายนเิ ทศ
๔. นกั เรยี นจัดนทิ รรศการระดับชนั้ เรยี นในหัวขอ เกีย่ วกับการจัดการสิ่งแวดลอ ม

ในจงั หวัดของเรา

๗๔

นักเรียนควรรู

1 ขยะอันตราย (Hazardous Waste) คือ ขยะ วัสดุที่ไมใชแลว ผลิตภัณฑที่เส่ือมสภาพ หรือภาชนะบรรจุตางๆ ท่ีมีองคประกอบหรือปนเปอนวัตถุ
สารเคมีอันตรายชนิดตางๆ ท่ีมีลักษณะเปนพิษ สารไวไฟ สารเคมีท่ีกัดกรอนได สารเคมีที่กอใหเกิดการระคายเคือง สารท่ีระเบิดงาย สารกัมมันตรังสี
สารทท่ี ําใหเ กิดโรค และสารอ่ืนๆ ทก่ี อ ใหเกิดอนั ตรายแกบคุ คล สตั ว พืช ทรัพยส นิ และสิ่งแวดลอม

T86

นาํ สอน สรปุ ประเมิน

äǺÇÂÒÍÁ´ Ì٠ขนั้ ประเมนิ

ลักษณะทางกายภาพในจังหวัดมีผลตอการดําเนินชีวิตของผูคน 1. ครูตรวจใบงานท่ี 3.1 เรอ่ื ง การจัดการ
หากลักษณะทางกายภาพในจังหวัดเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ก็จะสงผล สิ่งแวดลอ มในจังหวดั
ทาํ ใหก ารดาํ รงชวี ิตของผูคนเปล่ยี นแปลงตามไปดว ย ดงั นนั้ จงึ เปน หนาท่ี
ของทุกคนในจังหวดั ท่ีจะตองรวมมอื ชวยกนั ดูแลจดั การส่ิงแวดลอม 2. ประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน
3. สงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ
4. สังเกตความมีวินยั ใฝเรยี นรู และมุงมนั่

ในการทํางาน

ÊÔè§áÇ´ÅŒÍÁ·Ò§¡ÒÂÀÒ¾ ¡ÒÃà»ÅÕÂè ¹á»Å§ÊÔè§áÇ´ÅŒÍÁ
Á¼Õ ŵ͋ ¡ÒôíÒà¹Ô¹ªÕÇÔµ 㹨§Ñ ËÇ´Ñ

¢Í§¤¹ã¹¨Ñ§ËÇ´Ñ ลกั ษณะการเปลย่ี นแปลง

สงผลดา น ส่ิงแวดลอมในจงั หวดั
• ทอี่ ยูอาศยั
• การคมนาคม • ภูมิประเทศ
• การประกอบอาชพี • ภมู อิ ากาศ
ʧèÔ áÇ´ÅÍŒ Á • ทรัพยากรธรรมชาติ
㹨ѧËÇ´Ñ ผลที่เกดิ จากการเปลยี่ นแปลง
• การตงั้ ถ่ินฐาน
• การยา ยถ่ิน

¡ÒèѴ¡ÒÃʧèÔ áÇ´ÅÍŒ Á
㹨§Ñ ËÇÑ´

แนวทางการจัดการ การฟนฟูทรพั ยากร การมีสว นรว มใน
• การใชอ ยา งประหยดั และสิ่งแวดลอ ม การอนรุ ักษท รัพยากร
• การนํากลบั มาใชใ หม • การฟนฟูดิน และส่ิงแวดลอ ม
• การใชอยางคมุ คา • การฟนฟนู ํา้
• การบําบัดและการฟนฟู • การฟนฟูปาไมแ ละสตั วป า ๗๕
• การใชสง่ิ อนื่ ทดแทน
• การดแู ลและปอ งกัน

แนวทางการวัดและประเมินผล

ครตู รวจการทาํ ใบงานท่ี 3.1 เรอ่ื ง การจดั การสง่ิ แวดลอ มในจงั หวดั ประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน และสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน จากนนั้ ครศู กึ ษาแนวทาง
การวัดและประเมนิ ผลเพอ่ื ประเมนิ ช้นิ งานของนักเรียน จากใบประเมินชิ้นงานทีแ่ นบทา ยแผนการสอน

แบบบนั ทกึ การอา่ น แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกล่มุ แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน

ชื่อหนงั สอื ชือ่ ผแู้ ต่ง นามปากกา ชื่อกล่มุ ชั้น คาช้ีแจง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี  ลงในช่องที่ตรงกบั
สานักพิมพ์ ระดบั คะแนน
จานวนหน้า สถานที่พิมพ์ ปที พี่ มิ พ์ คาชแ้ี จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี  ลงในชอ่ งทตี่ รงกบั
ระดบั คะแนน
ราคา บาท อ่านวนั ที่ เดอื น พ.ศ. เวลา

1. สาระสาคัญของเรือ่ ง ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
321 321
2. วเิ คราะหข์ อ้ คิด/ประโยชน์ท่ไี ดจ้ ากเร่ืองที่อา่ น 1 การแบ่งหน้าท่กี ันอยา่ งเหมาะสม 1 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
3. ส่งิ ที่สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจาวัน 2 ความรว่ มมอื กนั ทางาน รวม 2 ความคดิ สรา้ งสรรค์ รวม
3 การแสดงความคิดเห็น 3 วิธกี ารนาเสนอผลงาน
4 การรบั ฟังความคิดเหน็ 4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 ความมีนา้ ใจชว่ ยเหลอื กัน 5 การตรงตอ่ เวลา

ลงชือ่ ...................................................ผูป้ ระเมิน ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมิน
............../.................../................ ............../.................../................

4. ขอ้ เสนอแนะของครู นักเรยี น ลงชื่อ ผูป้ กครอง เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
) ( ) ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน
ลงชือ่ ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน
( ลงชอื่ ครผู ู้สอน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครง้ั ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เป็นสว่ นใหญ่
( )
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ บางสว่ น

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
12 - 15 ดี
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 8 - 11
ต่ากวา่ 8 พอใช้
12 - 15 ดี ปรับปรุง
8 - 11 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานมคี วามสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ผลงานมขี ้อบกพรอ่ งเพยี งเลก็ น้อย

ผลงานมขี อ้ บกพรอ่ งมาก

สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4 สงั คมศกึ ษาฯ ป.4

T87

นํา สอน สรุป ประเมนิ

บรรณานกุ รม

กรมอตุ นุ ยิ มวทิ ยา.(ม.ป.ป.). คมู อื สถติ ภิ มู อิ ากาศของประเทศไทยในคาบ ๓๐ ป(พ.ศ. ๒๕๒๕-๒๕๕๔).
คณะส่ิงแวดลอมและทรัพยากรศาสตร, มหาวิทยาลัยมหิดล. (๒๕๕๓). ความรูเบ้ืองตนเก่ียวกับ

การเปลยี่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ. กรงุ เทพฯ: กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ ม,
สาํ นักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอม.
ทศิ นา แขมมณ.ี (๒๕๕๗). ศาสตรก ารสอน: องคค วามรเู พอื่ การจดั กระบวนการเรยี นรทู ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ.
กรุงเทพฯ: สํานกั พิมพแหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
นําพวัลย กิจรักษกุล. (๒๕๔๙). ภูมิอากาศของประเทศไทย. นครปฐม: โรงพิมพมหาวิทยาลัย
ศลิ ปากร.
บราส, นิโคลสั . (ม.ป.ป.). ฉลาดรดู ูแผนทีป่ ระเทศ. แปลและเรียบเรียงโดย ดวงตา ปาวา. กรุงเทพฯ:
ดรมี พับลิชชิง.
ประสิทธิ์ ทีฆพุฒิ และศุภฤกษ ตันศรีรัตนวงศ. (ม.ป.ป.). คูมือเตือนภัยพิบัติทางธรรมชาติ.
กรงุ เทพฯ: ดอกหญา .
เยาวลกั ษณ อักษร และคณะ. (ม.ป.ป.). สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.๔. กรุงเทพฯ:
อกั ษรเจริญทัศน อจท.
ราชบณั ฑติ ยสถาน. (๒๕๔๕). อักขรานุกรมภมู ศิ าสตรไ ทย เลม ๑ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน.
พิมพค รง้ั ท่ี ๔. กรงุ เทพฯ: ดรมี พบั ลิชชงิ .
วโิ รจน เอย่ี มเจรญิ และคณะ.(๒๕๖๐). Aksorn’sThailandAtlas. กรงุ เทพฯ: อกั ษรเจรญิ ทศั น อจท.
สํานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (๒๕๖๐).
ตัวชว้ี ัดและสาระการเรียนรูแกนกลาง สาระภมู ศิ าสตร (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐).
Academic Team Aksorn Charoen Tat ACT. (2015). Super Social Studies Primary 4.
Bangkok: Aksorn Charoen Tat ACT.
Del Casino, Vincent J. (2009). Social geography: a critical introduction. Chichester:
Wiley-Blackwell.
Waugh, David. (2000). Geography: An Integrated Approach. London: Nelson House.

๗๖

T88


Click to View FlipBook Version