The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3517003TM-คู่มือฯการงานอาชีพ-ม5[211119]

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อุทัยวรรณ ทองวิไล, 2022-05-01 22:07:26

3517003TM-คู่มือฯการงานอาชีพ-ม5[211119]

3517003TM-คู่มือฯการงานอาชีพ-ม5[211119]

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน ๒) การเลือกเสือ้ ผา้ ใหเ้ หมาะสมกับวัย ควรพจิ ารณา ดงั น้ี

ขน้ั ท่ี 2 ขนั้ วางแผนปฏบิ ตั ิ วัยทารก เป็นวัยท่ีต้องดูแลและทะนุถนอมอย่างใกล้ชิด เพราะ
ภูมิคุ้มกันต่าง ๆ ของร่างกายยังมีน้อย ควรเลือกเส้ือผ้าท่ีผลิตจาก
7. ครูนําภาพการแตงกายของผูหญิงและผูชาย เส้นใยธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีท่ีใช้ในการตกแต่งเนื้อผ้า และมี
ในแตละชวงวัยมาใหนักเรียนดู จากน้ันครูให ความเหมาะสมกับทุกสภาวะอากาศอยา่ งผา้ ฝา้ ยแท้ธรรมชาติ ๑๐๐%
นักเรียนรวมกันวิเคราะหความแตกตางของ ซึง่ เปน็ ผ้าที่มีคุณภาพสูงและปลอดภยั ตอ่ ผสู้ วมใส่
การแตงกายของผูหญิงและผูชายในแตละ
ชวงวยั โดยมีครเู ปนผคู อยเสนอแนะเพิ่มเตมิ วยั เดก็ 1เปน็ วยั ทช่ี อบเรยี นรสู้ งิ่ ใหม่ ๆ ชอบเลยี นแบบ ชอบทา� กจิ กรรม

8. ครถู ามนกั เรียนวา ควรเลอื กเสอ้ื ผา้ ใหเ้ หมาะสมกบั กจิ กรรมตา่ งๆ เชน่ กจิ กรรมกลางแจง้
• เพราะเหตใุ ด เสอ้ื ผา และเครอ่ื งแตง กายของ ควรเลือกเสื้อผ้าท่ีสามารถป้องกันแสงยูวีได้ เพื่อช่วยลดผลกระทบ
เด็กวัยทารกจึงตองมีความพิถีพิถันในการ ท่ีอาจเกิดขึ้นกับผิวหนัง หรือกิจกรรมภาคสนาม ควรเลือกเส้ือผ้าที่
เลอื กใชเปนอยา งมาก สามารถซกั ท�าความสะอาดส่งิ สกปรกออกได้งา่ ย
(แนวตอบ เด็กวัยทารกเปนวัยที่ตองไดรับ วยั รนุ่ เปน็ วยั ทมี่ คี วามคดิ เปน็ อสิ ระ กลา้ แสดงออก ชอบแตง่ กายตาม
การดแู ลและทะนถุ นอมเปน พเิ ศษ เนอ่ื งจาก สมัยนิยม เพื่อเสริมสร้างจุดเด่นให้กับตนเอง เส้ือผ้าของวัยรุ่นควรมี
ภูมิคุมกันในรางกายมีนอย ผิวมีความ สสี นั ทส่ี ดใส หรอื มสี อี อ่ น ๆ รปู แบบของเสอ้ื ผา้ จะเปน็ ไปตามความนยิ ม
บอบบาง และเกิดอาการแพไดงาย จึงควร ของแต่ละบคุ คล แต่ควรเลอื กเส้อื ผ้าแบบท่สี ภุ าพ ไม่รัดรปู หรือเนน้
เลือกใชเสื้อผาที่มีความออนนุม ผลิตจาก รูปร่างมากจนเกนิ ไป และตอ้ งค�านงึ ถงึ ความปลอดภัย
เสนใยธรรมชาติ ควรเลือกใหมีขนาดใหญ วยั ทา� งาน เปน็ วยั ทตี่ อ้ งทา� งานหารายได้ เพอื่ เลย้ี งตนเองและครอบครวั
พอท่ีจะทําใหการเคลื่อนไหวเปนไปอยาง เสอื้ ผา้ ทเี่ หมาะสมกบั คนในวยั น้ี ควรสวมใสเ่ สอ้ื ผา้ ทม่ี สี สี ภุ าพ เรยี บรอ้ ย
สะดวก) เพ่ือให้ดูภูมิฐานและสง่างาม ควรเลือกเส้ือผ้าที่สะดวกต่อการท�า
• นักเรียนคิดวาตนเองแตงกายไดเหมาะสม กจิ กรรมต่าง ๆ โดยดูจากโอกาสใช้สอยวา่ เป็นชุดในโอกาสใด และควร
กับชว งวัยของตนเองหรือไม เพราะเหตุใด เลือกให้เหมาะสมกับสผี ิว
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอยางอิสระ เชน แตงกายเหมาะสม วัยสูงอาย2ุ เป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกาย เส้ือผ้า
กับวัยของตนเอง โดยเส้ือผาและเคร่ือง
แตงกายที่สวมใส สวนใหญจะเปนเส้ือผา ส�าหรับวัยสูงอายุควรเน้นเนื้อผ้าท่ีเบาสบายเป็นหลัก รูปทรงท่ีหลวม
ตามสมยั นยิ มทมี่ คี วามสภุ าพ เรยี บรอ ย และ ไม่ควรสวมใส่เสื้อผ้าท่ีคับมากจนเกินไป เพราะจะท�าให้หายใจล�าบาก
มีสีสนั ที่สดใส) และเคลอื่ นไหวรา่ งกายไมส่ ะดวก อาจทา� ใหห้ กลม้ หรอื เกดิ อบุ ตั เิ หตไุ ด้
• หากตอ งการเลอื กซอ้ื เสอ้ื ผา และเครอื่ งแตง กาย
เปนของขวัญวันเกิดใหกับคุณพอ คุณแม 34
นกั เรยี นจะมแี นวทางในการเลอื กซอ้ื อยา งไร
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอ ยา งอสิ ระ เชน เลอื กซอื้ เสอ้ื ผา ทม่ี สี สี ภุ าพ
เรยี บรอ ย เพอ่ื ใหด ภู มู ฐิ านและมคี วามสงา งาม
สะดวกตอการทํากิจกรรมตางๆ ในชีวิต
ประจําวัน)

นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคิด

1 วัยเด็ก ควรสวมใสเส้ือผาท่ีเน้ือผามีความออนนุม ไมควรสวมใสเส้ือผาที่ เพราะเหตุใดจึงควรเลือกซื้อเส้ือผาที่ผลิตจากผาฝายใหเด็ก
เน้ือผาแข็งกระดาง เพราะจะทําใหเกิดการระคายเคืองตอผิวได ควรเลือกที่มี วยั ทารกสวมใส
ตะเข็บนอย เนื่องจากตะเข็บอาจทําใหเกิดอาการคัน ควรเลือกสวมใสเส้ือผา
ท่ีมีขนาดใหญกวาลําตัว เพ่ือใหเกิดความรูสึกสบาย และสามารถเคล่ือนไหว (แนวตอบ เนอ่ื งจากผวิ ของเดก็ ทารกมคี วามบอบบางและแพง า ย
รางกายไดอยางสะดวกในขณะปฏิบัติกิจกรรมตางๆ กอนนําเสื้อผามาสวม หากเลอื กเสอ้ื ผา ใหส วมใสไ มเ หมาะสม อาจทาํ ใหเ กดิ การระคายเคอื ง
ใสควรซักดวยน้ํายาซักผาเด็กๆ เพ่ือปองกันการระคายเคือง ชวยใหผานุมขึ้น ตอผิว ควรเลือกเส้ือผาท่ีผลิตจากเสนใยธรรมชาติ เชน ผาฝาย
และชว ยกาํ จัดเชอื้ โรคตา งๆ ทตี่ ิดมากับเสอ้ื ผา ผาปาน เพราะเน้ือผามีความบางเบา สวมใสสบาย ชวยระบาย
2 วัยสงู อายุ ควรสวมใสเ ส้อื ผาทีเ่ น้ือผามีความบางเบา สวมใสสบาย ระบาย อากาศ และซมึ ซับเหงื่อไดดี)
อากาศไดดี สีสุภาพเรียบรอย รูปทรงของเสื้อผาตองไมรัดแนนจนเกินไป
รูปแบบมีความเรียบหรู มีการตกแตงเพื่อเพิ่มความสวยงามเพียงเล็กนอย
เพอื่ ใหดูภมู ิฐานและมคี วามสงา งามสมวยั

T40

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

๓) การเลอื กเสอ้ื ผา้ ให้เหมาะสมกบั บคุ ลิกภาพ ควรพจิ ารณา ดังน้ี ขน้ั สอน

บุคลิกภาพ เส้ือผ้า ขน้ั ที่ 2 ขนั้ วางแผนปฏบิ ตั ิ
สภุ าพ เรียบรอย
ควรเลือกเส้ือผ้าท่ีมีน้�าหนักท้ิงตัว แบบเรียบ อาจมีการติดโบ หรือ 9. ครูขออาสาสมัครนักเรียนหญิงและนักเรียน
แข็งแรงแบบนกั กฬี า มีลายปกั เล็กนอ้ ย เพ่อื ใหเ้ กิดจดุ เดน่ ชายอยา งละ 3 คน ท่ีมบี ุคลกิ ภาพและสีผิวท่ี
เชน่ 1 แตกตางกันออกมาเปนแบบ เพ่ือใหเพ่ือน
เคสว้ือรยเลดื อื คกอสกวลมมใ2สหเ่ สรอ้ือื ผคา้อสวพีี นื้ และมลี ายเสน้ ตรงแบบเรยี บ รวมกันวิเคราะหเกี่ยวกับการเลือกเสื้อผาให
เสอื้ โปโล เหมาะสมกับบุคลิกภาพและการเลือกเสื้อผา
ใหเ หมาะสมกบั สผี วิ โดยครใู หอ าสาสมคั รเลา
เชื่อมั่นในตนเองสงู ควรเลอื กเสอื้ ผ้าทม่ี สี สี นั สวยงาม สะดุดตา ออกแบบอยา่ งทันสมยั ตาม เกี่ยวกับการแตงกายของตนเองใหเพื่อนฟง
ความนยิ มของคนในยุคปจั จุบนั จากนนั้ ใหเ พอื่ นรว มชนั้ เรยี นรว มกนั วเิ คราะห
วาลักษณะการแตงกายดังกลาวมีความ
วองไว ปราดเปรียว ควรเลอื กเสอ้ื ผ้าท่สี ะดวกต่อการเคล่อื นไหวร่างกาย ไม่ควรตกแตง่ มาก เหมาะสมกับบุคลิกภาพและสีผิวของเพ่ือน
จนดูรกรงุ รงั เน้นผ้าสีเข้ม เน้ือผ้าทรงตัว หรือไม

สุขมุ ลุมลกึ ควรเลอื กเสื้อผ้าที่เนน้ ความสง่างาม มคี วามภมู ฐิ าน 10. ครูถามนกั เรยี นวา
ออกแบบเรียบหรู ไม่ตกแต่งมากจนดูรกรงุ รัง • นักเรียนมีแนวทางอยางไรในการเลือก
เสื้อผาใหเหมาะสมกับบุคลิกภาพและการ
๔) การเลือกเสอื้ ผ้าใหเ้ หมาะสมกบั สีผิว ควรพจิ ารณา ดงั น้ี เลอื กเสอื้ ผา ใหเ หมาะสมกบั สผี วิ ของตนเอง
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
สผี ิว เสือ้ ผา้ ไดอยา งอสิ ระ)
ขาวอมชมพู • ผหู ญงิ ท่มี รี ปู รางแข็งแรงแบบนกั กฬี า ควร
เป็นผิวที่เปล่งปลั่ง ดูส3ุขภาพดี สามารถเลือกสวมใส่เส้ือผ้าได้หลายสี เลือกสวมใสเสื้อผาอยางไรจึงจะเหมาะสม
กับบุคลิกภาพ
โดยเฉพาะโทนสที ส่ี ดใส ซ่ึงจะช่วยขบั ผิวให้ดูผดุ ผอ่ งย่ิงขึ้น (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอ ยา งอสิ ระ เชน ควรสวมใสเ สอ้ื ผา สีพื้น
ขาวอมเหลือง เป็นสีผิวของคนเอเชียโดยส่วนใหญ่ สามารถเลือกสวมใส่เสื้อผ้าได้ เรียบๆ ไมควรสวมใสเ สอื้ ทีม่ ีลายดอกโตๆ
หลายสเี ชน่ เดยี วกบั ผทู้ ีม่ ผี วิ ขาวอมชมพู มีระบาย และมเี นอ้ื ผาทบี่ างเบา)
• เพราะเหตุใดผูท่ีมีผิวคลํ้าจึงไมควรสวมใส
ขาวซดี เป็นสีผิวท่ีขาวมาก ซึ่งอาจดูเหมือนผู้ท่ีมีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง เคร่อื งแตง กายทมี่ สี โี ทนรอ น
ควรเลอื กสวมใสเ่ สอ้ื ผา้ โทนสคี อ่ นขา้ งเขม้ เพอ่ื ขบั สผี วิ ใหด้ เู ขม้ ขนึ้ เลก็ นอ้ ย (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอ ยา งอสิ ระ เชน เพราะจะทาํ ใหผ วิ ดคู ลาํ้
สองสี หรือสีนํ้าผง้ึ ควรเลอื กสวมใสเ่ สื้อผา้ ท่มี ีสีค่อนข้างออ่ น โดยเฉพาะสีผสมตา่ ง ๆ ทีด่ ู มากขนึ้ มองดแู ลว ไมส ะอาดตา จงึ ควรเลอื ก
ไม่ร้อนแรงจนเกนิ ไป ซงึ่ จะช่วยขับผิวใหด้ สู ว่างข้ึน สวมใสเ สอ้ื ผา ทม่ี โี ทนสกี ลางๆ เพอื่ ชว ยทาํ ให
สีผิวกับสีของเสื้อผามีความกลมกลืนกัน
คล้าํ ควรเลอื กสวมใส่เสอ้ื ผ้าสโี ทนกลาง ๆ ไม่อ่อนจนเกนิ ไป และไม่สดจน และชว ยใหผ วิ ดูขาวมากขึน้ )
เกินไป หรือเลือกโทนสีที่ค่อนข้างเข้ม เพราะสีโทนนี้จะช่วยท�าให้ผิว
ดูกลมกลนื กับเสือ้ ผา้ และยงั ทา� ใหผ้ ิวดูขาวข้ึนอีกดว้ ย

35เส้ือผ้าและเครื่องแต่งกาย

ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู

“นานาเปน ผหู ญิงวยั ทาํ งานที่มบี คุ ลิกแบบ Working Women” 1 เส้ือโปโล หากเปนเส้ือกีฬาควรเลือกที่สามารถซับเหง่ือไดดี เพ่ือใหเกิด
การแตง กายในขอใดบง บอกถงึ ลกั ษณะของนานาไดชดั เจนทีส่ ดุ ความรสู ึกเย็นสบาย ควรหลีกเล่ยี งเสื้อสขี าว หรือสีออ น เพราะจะทาํ ใหสกปรก
ไดง า ย คุณภาพของเนือ้ ผาอยูในระดับปานกลางถึงดี
1. สวมเสอื้ ยดื คอกลมสขี าว กางเกงยนี สเี ขม สวมรองเทา ผา ใบ 2 คอกลม เปนลกั ษณะของคอเส้ือท่ตี ัดกลม ไมม ีปก สวนใหญจ ะเปนเสอ้ื ยืด
2. สวมเสอ้ื เชติ้ มเี สอื้ สทู สวมทบั กางเกงเขา รปู สวมรองเทา สน สงู การสวมใสเส้ือคอกลมจะมีความเหมาะสมกับผูที่มีรูปรางผอม เนื่องจากชวย
3. สวมเสอื้ เชติ้ สอี อ น กระโปรงยาวสดี าํ คลมุ เขา สวมรองเทา สน สงู ปกปดชวงคอไมใหดูโดดเดนมากจนเกินไป จะชวยเสริมใหรูปหนามีความ
4. สวมเสอื้ แขนยาวคอเตา กระโปรงสดี าํ เหนอื เขา สวมรองเทา เรียวยาว ใบหนา และคางดูสมสวนมากยง่ิ ขน้ึ
3 สีท่ีสดใส เปนสีที่แสดงใหเห็นถึงความสนุกสนาน ร่ืนเริง เชน สีแดง
สนเต้ยี (ความกระตอื รอื รน ความมชี วี ติ ชวี า) สเี ขยี ว (ความสดชน่ื ) สเี หลอื ง (ความรน่ื เรงิ
ความสดใส) สีสม (ความมีชีวิตชีวา ความสนุกสนาน) สงเสริมใหบุคลิกดู
(วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะลักษณะของผูหญิงแบบ โดดเดน มีความคลอ งแคลว วอ งไว
Working Women จะมคี วามคลอ งแคลว สงู มคี วามมน่ั ใจในตวั เอง
ดังนั้น เส้ือผาท่ีสวมใสจึงตองมีขนาดพอดีกับตัว เพ่ือเสริมสราง
บคุ ลิกภาพและความมน่ั ใจทีเ่ พม่ิ มากขึ้น)

T41

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน รูปรา่ ง เสือ้ ผา้ เครอ่ื งแต่งกาย

ขนั้ ท่ี 2 ขน้ั วางแผนปฏบิ ตั ิ เลอื กเสอื้ ผา้ ทมี่ ลี วดลายตามขวาง จะชว่ ย สวมรองเท้าส้นเต้ีย ถือกระเป๋าใบใหญ่
สงู อ�าพรางหุ่นให้ดูกว้างขึ้น หรือเต้ียลง หสู ั้น คาดเข็มขดั ขนาดใหญ่ ไม่ใส่ต่างหู
11. ครูใหนักเรียนรวมกันวิเคราะหเก่ียวกับการ เช่น เสื้อลายขวาง กระโปรงบาน แบบห้อยยาว สรอ้ ยคอควรมีลักษณะสัน้
เลอื กเสอื้ ผา ใหเหมาะสมกับรปู ราง การเลอื ก
เสื้อผาเพื่ออําพรางจุดบกพรองของรูปหนา เลือกเสื้อผ้าที่มีลวดลายตามแนวยาว สวมรองเทา้ สน้ สงู ถอื กระเปา๋ ขนาดกลาง
และคอ และการเลอื กเส้ือผา ใหเ หมาะสมกบั เตย้ี ชว่ ยใหห้ นุ่ ดสู งู เพรยี วยง่ิ ขนึ้ เชน่ เสอื้ ลาย คาดเข็มขัดเส้นเล็กสีเดียวกับเสื้อผ้า
ฤดูกาล จากอาสาสมัครนักเรียนหญิงและ ตรงแนวต้ัง กระโปรงบานเลก็ นอ้ ย เคร่ืองประดบั ไมค่ วรใช้ชิ้นใหญ่
นกั เรยี นชายกลุมเดิม
เลือกเสื้อผ้าแบบเรียบเน้นสีเข้ม ควรมี สวมรองเท้าส้นสูง ถือกระเป๋าและคาด
12. ครถู ามนักเรียนวา อว น ลวดลายไม่เด่นมาก เช่น เส้อื คอแหลม เขม็ ขัดแบบเรยี บ ใชเ้ ขม็ กลดั ตดิ เสื้อเพอ่ื
• หากเพื่อนมีรูปรางเล็ก นักเรียนจะแนะนํา กระโปรงแคบรดั รปู ให้มจี ดุ สะดุดตา
ใหเพ่อื นแตงกายอยา งไร
(แนวตอบ ควรแตง กายดว ยเสอื้ ผา ทม่ี รี ปู แบบ เลือกเส้ือผ้าที่มีสีอ่อน ปกตั้ง แขนพอง สวมรองเทา้ ส้นเต้ีย หรือส้นสูงปานกลาง
สภุ าพและมสี สี นั เรยี บรอ ย ควรสวมใสเ สอื้ ผา ผอม จะชว่ ยใหด้ อู ว้ นขน้ึ เชน่ เสอ้ื ทตี่ กแตง่ ดว้ ย ถือกระเปา๋ หสู ้ัน ใช้ผ้าพันคอ สวมสรอ้ ย
ทมี่ ีลายตามแนวยาว เพราะจะชว ยใหด ูสูง ลูกไม้ระบาย กระโปรงบานยว้ ย ขอ้ มือ สรอ้ ยคอประดับแนบลา� คอ
มากข้ึน หากสวมเส้ือท่ีมีปก ปกเส้ือควร
มีขนาดท่ีเหมาะสม ไมเล็ก หรือใหญมาก ๖) การเลอื กเสอื้ ผา้ เพอ่ื อาํ พรางจดุ บกพรอ งของรปู หนา้ และคอ ควรพจิ ารณา ดงั น้ี
เกินไป จะทําใหคอดูส้ันลง)
• คนทช่ี ว งขาสน้ั ควรแตง กายอยา งไร เพอื่ เปน ลกั ษณะใบหน้า เสือ้ ผ้า
การอําพรางจุดบกพรอ งของตนเอง
(แนวตอบ ควรสวมใสกระโปรงสนั้ ท่มี ีความ หนา กลม เลือกสวมใสเ่ ส้ือคอวี เสอ้ื คอกวา้ ง เส้ือคอเปิด
ยาวเหนือเขา หรือคลุมเขา เปนกระโปรง
หรือกางเกงเอวสูง มลี ายตามแนวยาว เปน หนา เหล่ยี ม เลือกสวมใส่เสอ้ื คอวี เสื้อคอรูปตัวยู เสอ้ื คอเปิด
กระโปรงทรงสอบ หรอื กางเกงขาเดฟ)
• นกั เรยี นชอบฤดใู ดมากทส่ี ดุ และในฤดูนั้น หนา ยาว เลือกสวมใส่เสือ้ คอกลม
นักเรยี นจะแตงกายอยางไร
(แนวตอบ คําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของ คอสนั้ เลอื กสวมใส่เสือ้ คอเปดิ เส้อื คอต่า�
นักเรียน เชน ชอบฤดูหนาว เพราะจะได
สวมใสเสื้อผาที่มีความหนา เพื่อปองกัน คอใหญ เลอื กสวมใส่เสอื้ คอจนี เสอื้ คอต้ัง เสือ้ ทีม่ คี อแคบแตล่ ึก
อากาศเยน็ เสอ้ื ผา มรี ปู แบบทปี่ กปด รา งกาย
ไดอยางมิดชิด ชวยใหรางกายเกิดความ คอยาว เลือกสวมใส่เส้อื ปกตัง้ และใช้ผ้าพันคอทพี่ นั ชดิ กับคอ
อบอุน และปอ งกันการเกดิ โรคไขหวัดได)
• จากสภาพอากาศในปจจุบัน นักเรียนควร ๗) การเลอื กเสือ้ ผ้าให้เหมาะสมกับฤดูกาล ควรพิจารณา ดังนี้
เลอื กสวมใสเสอื้ ผาแบบใดจึงจะเหมาะสม
(แนวตอบ คําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของ ฤดรู ้อน ฤดฝู น ฤดหู นาว
นกั เรียน)
นิยมใส่สีสดใส เน้ือผ้าเบา ควรใส่สีเข้ม เนื้อผ้าไม่บาง นยิ มใส่สหี มน่ สีเข้ม เนอ้ื ผา้
สบาย เพื่อช่วยระบายความ จนเกินไป เพื่อช่วยอ�าพราง หนา เพื่อเพ่ิมความอบอุ่นให้
ร้อนให้กับร่างกาย รปู รา่ งเมื่อเสือ้ ผา้ เปยี กฝน แก่รา่ งกาย

3๖

เกร็ดแนะครู กิจกรรม สรางเสริม

ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกี่ยวกับลักษณะของคอเส้ือใหนักเรียนฟงวาคอเส้ือเปน ใหนักเรียนเขียนอธิบายรูปแบบและลักษณะการแตงกายของ
สวนของเส้ือที่ชิดคอ หรือควานเปนวง เพ่ือใชสวมศีรษะมีหลายประเภท เชน ตนเอง รวมถึงวิธีการเลือกสวมใสเสื้อผา พรอมติดภาพประกอบ
คอกลม เปน คอเสอื้ ทต่ี ดั กลม ไมม ปี ก คอวี เปน คอเสอ้ื ทต่ี ดั แหลมตรงกลางคลา ย ลงในกระดาษรายงาน จากนน้ั ออกมานําเสนอผลงานใหเ พอ่ื นชม
ตวั วี เรียกอกี อยางหนึง่ วา คอแหลม คอถว งเปนคอเสือ้ ท่ใี ชผ าเฉลยี งตดั ทําให หนาชั้นเรียน โดยใหเพ่ือนรวมช้ันเรียนรวมกันวิเคราะหลักษณะ
มลี กั ษณะจีบถวงเปนช้นั ๆ คอปาด เปน คอเสอื้ ท่ตี ดั ปาดตรงจากไหลซ า ยไปยงั การแตงกายของของตนวามคี วามเหมาะสมกบั รูปราง สผี ิว และ
ไหลขวา คอกระเชา เปน คอเสื้อทคี่ วานใหก วา งและลึก ทั้งขา งหนาและขา งหลัง บุคลิกภาพหรือไม
ในลกั ษณะของวงกลม และมจี ีบรูดบริเวณคอพับ คอเช้ติ เปน ปกเสอ้ื แบบตดิ คอ
ปลายปกแหลม จะมสี าบเชอ่ื มระหวางปกกับตวั เสอ้ื เพ่ือใหปกต้ังขน้ึ คอฮาวาย กจิ กรรม ทา ทาย
เปน ปกเสอื้ ชนดิ ปลายแหลม สาบตอนบนจะแบะออก เพอ่ื ใหร บั กบั ปก คอกะลาสี
เปน ปกเสอื้ แบบกะลาสี ดา นหนา มลี กั ษณะแหลมแบะออกดา นขา ง สว นดา นหลงั ใหน กั เรยี นจบั คู จากนนั้ ออกแบบเครอื่ งแตง กายใหก นั และกนั
เปน รูปสี่เหลยี่ ม โดยคํานึงถึงรูปราง สีผวิ และบคุ ลิกภาพเปนหลกั จากนนั้ ออกมา
นําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาช้ันเรียน พรอมอธิบายแนวคิด
T42 ในการออกแบบเครอื่ งแตง กายดังกลาว

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

การ¢¨ัดรอÂเปœอ„ ¹º¹เสอ้ื ผ้า กอ่ นขจดั รอยเปอ นบนเสอ้ื ผา้ ควร ขน้ั สอน
พิจารณาก่อนว่ารอยเปอนนั้นเกิดจาก
สิ่งใด และควรเลือกใช้สารให้ถูกต้อง ขน้ั ท่ี 2 ขน้ั วางแผนปฏบิ ตั ิ
ตามชนดิ ของรอยเปอ นนน้ั ๆ ซงึ่ รอยเปอ น
ทพี่ บเหน็ บอ่ ยๆ ในชวี ติ ประจา� วนั มดี งั นี้ 13. ครใู หน กั เรยี นแตล ะกลมุ สง ตวั แทนกลมุ ละ 1 คน
ออกมาจับสลากหัวขอสถานการณตางๆ ที่
ñ. รอÂเปอ„œ ¹ËมÖกËÂด ö. รอÂเปอœ„ ¹¹í้ามั¹ ครูกําหนดขึ้น เพื่อรวมกันออกแบบเครื่อง
ถา เปน รอยเปอ นใหม ใหข ยใ้ี นนาํ้ ผสมสารซกั ฟอก เชด็ ดว ยเปอรคลอโรเอทิลีนและซกั ในนํา้ สบู หรือ แตงกายใหเหมาะสมกบั สถานการณดังกลาว
หากมีรอยเปอนตกคางใหใชกรดออกซาลิกผสมนํ้า สารละลายอน่ื ๆ หรอื ใชผ า ขนหนู หรอื ผา ฝา ยรองดา นลา ง โดยสถานการณที่ครูกําหนดข้ึน คือ การไป
หรือไฮโดรเจนเปอรออกไซด แชเฉพาะสวนท่ีเปอน เทคารบอนเตตระคลอไรดลงไปท่ีรอยเปอน เช็ดดวย สัมภาษณงาน การไปรวมงานมงคลสมรส
บบี มะนาวลงไป ทงิ้ ไว ๒ นาที นาํ ไปผงึ่ แดด ๓ ช่ัวโมง สาํ ลี หรอื ผาแหง นาํ ไปซักในนาํ้ อนุ ท่ผี สมสารซักฟอก การไปติดตอสถานที่ราชการ การไปซ้ือของ
แลว นําไปซักตามปกติ ที่หางสรรพสินคา การไปรวมงานสวดพระ
÷. รอÂเป„อœ ¹äอÈกรมÕ อภิธรรม การไปรวมงานทําบุญขึ้นบานใหม
ò. รอÂเปœอ„ ¹ลÔปสตÔก 1 เช็ดดวยแอลกอฮอล หรือนําไปตมในน้ําผสม และการไปวัด เน่ืองในเทศกาลสําคัญทาง
เชด็ ดว ยคารบ อนเตตระคลอไรด โดยกลบั เอาดา น สารละลายโซเดยี มไทโอซลั เฟต หรอื นําไปซกั ในน้ําอนุ ศาสนา
ผสมดวยผงซักฟอก หรือใชมะนาวถูบริเวณรอยเปอน
ในออก ดา นลา งรองดว ย2ผา ฝา ย เชด็ ทางกลบั ดา น ซกั ดว ย แลวนําไปซักตามปกติ ขนั้ ที่ 3 ลงมอื ปฏบิ ตั ิ

น้ํารอนผสมผงซักฟอก หรือใชวาสลีนทาตรงท่ีเปอน ø. รอÂเปœอ„ ¹¹มและ¤รมÕ 3 14. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันออกแบบ
แชใ นน้ําผสมเกลือ ทิง้ ไว ๑ คนิื รอยเปอนจะหายไป เชด็ ดว ยสารฟอกขาวไฮเปอรค ลอไรด ซกั ในนาํ้ อนุ เครื่องแตงกายใหเหมาะสมกับสถานการณ
ผสมสารซกั ฟอก หรอื นาํ แปง ฝนุ มาโรย ใชก ระดาษชาํ ระ ที่จับสลากไดกลุมละ 1 ชุด พรอมท้ังเลือก
ó. รอÂเป„œอ¹ªา กาแ¿ วางทับ นําเตารีดท่ีรอนพอสมควรวางทับบนกระดาษ ตวั แทนกลมุ เพอ่ื เปน ตน แบบในการใสช ดุ ตาม
ถารอยเปอนยังไมแหง ใหนําแปงขาวเจา หรือ จนแปง ดดู คราบมันออกหมด จงึ นําไปซักตามปกติ ท่ีไดออกแบบไว โดยจะตองคํานึงถึงรูปราง
แปง ขา วเหนยี ว หรอื แปง ฝนุ โรยลงบนรอยเปอ น เพอื่ ให สผี วิ บคุ ลกิ ภาพ เพศ วยั ฤดกู าล โอกาส และ
แปงดูดซบั รอยเปอ น ทิง้ ไวใ หแหง ใชแปรงปด แปง ออก กาลเทศะรว มดว ย จากนน้ั บนั ทกึ ขนั้ ตอนการ
แลวซกั ดวยสารซกั ฟอกตามปกติ ปฏิบัติงานลงในใบงานท่ี 3.1.1 การเลือกใช
เสื้อผาและเคร่ืองแตงกาย
ô. รอÂเปœ„อ¹เลอื ด
ถา เปน ผา ฝาย หรอื ผา ลินนิ ใหน ําไปแชน ํ้าและใช 15. ครูใหนักเรียนแตละกลุมแบงหนาที่ความ
แอมโมเนียเจือจางเช็ด แลวนําไปซัก หรือใชแปงมัน รับผิดชอบในการจัดเตรียมเสื้อผาตามที่ได
ผสมน้ําใหขนเหมือนแปงเปยกทารอยเปอน ท้ิงไว ออกแบบไว เพอ่ื นาํ มาใหต น แบบเปน ผสู วมใส
ประมาณ ๔ ช่วั โมง แลวนาํ ไปซกั ตามปกติ และนาํ เสนอผลงานในช่วั โมงถัดไป

õ. รอÂเปœ„อ¹Ëมาก½รงั่ 16. ครใู หน กั เรยี นแตล ะกลมุ รว มกนั แตง กายใหก บั
ใชน้ําแข็งถูใหหมากฝรั่งจับตัวเปนกอน แลวใช ตนแบบในชุดที่ไดออกแบบไว โดยใหแตละ
สันมีดขดู หมากผรง่ั ออก เชด็ ดว ยสารละลายเปอรค ลอ- กลุมผลัดกันออกมานําเสนอผลงานใหเพ่ือน
โรเอทลิ นี หรอื คารบ อนเตตระคลอไรด หรอื แอลกอฮอล ชมหนา ชนั้ เรยี น จากนนั้ ใหเ พอื่ นรว มชน้ั เรยี น
แลวจงึ นําไปซักในนาํ้ สบูออน รวมกนั เสนอแนะเพมิ่ เตมิ

37เสื้อผ้าและเคร่ืองแต่งกาย

ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู

ถา หากเสอ้ื มรี อยเปอ นหมกึ ปากกาลกู ลนื่ ควรแกป ญ หาดงั กลา ว 1 คารบอนเตตระคลอไรด เปน สารเคมที ี่นาํ มาใชในอตุ สาหกรรมหลายอยา ง
อยา งไร ในอดตี เชน เปนนา้ํ ยาซักแหง กาํ จัดคราบสกปรกบนเส้อื ผา เปน นา้ํ ยาทําความ
สะอาดลางคราบมัน เปนสารกําจัดศัตรูพืช เปนสารดับเพลิง ซ่ึงกอใหเกิด
1. เช็ดดว ยไฮโดรเจนเปอรออกไซด อนั ตรายตอ รา งกาย หากสมั ผสั ถูกผิวหนังจะทาํ ใหเ กดิ การอักเสบ ระคายเคอื ง
2. แชในนา้ํ อนุ แลวซกั ดว ยน้าํ ยาซกั แหง สงผลตอ ระบบทางเดินหายใจ และทาํ ลายโอโซน ปจ จุบันสารเคมีชนิดนถี้ ูกจัด
3. ใชฟ องนํ้าชุบแอลกอฮอลเ ช็ดรอยเปอ น แลว นําไปซักตาม ใหเปนสารอันตรายตามพระราชบัญญัติวัตถอุ ันตราย
2 ผงซกั ฟอก หากซกั ไมส ะอาด หรอื ลา งผงซกั ฟอกไมห มด สารเคมที ห่ี ลงเหลอื
ปกติ อยูบนเนื้อผา อาจกอใหเ กดิ การระคายเคืองตอผวิ หนังได
4. ใชผ าฝาย หรือผาขนหนเู ชด็ รอยเปอ น และใชกอนน้ําแขง็ 3 สารฟอกขาวไฮเปอรค ลอไรด เปน สารเคมที ใ่ี ชใ นอตุ สาหกรรมการฟอกยอ ม
เสนดาย เย่ือกระดาษ ใชเปนสารฆาเช้ือโรคในน้ํา ขอควรระมัดระวังในการ
ถูแรงๆ ใชงาน คือ หา มไมใหสมั ผัสถูกผวิ หนงั เพราะจะทาํ ใหเ กดิ การระคายเคืองได

(วเิ คราะหคาํ ตอบ ตอบขอ 3. เพราะผา ทเ่ี ปอนหมกึ ปากกาลกู ล่ืน T43
สามารถกําจัดรอยเปอนได โดยการใชฟองนํ้าชุบแอลกอฮอล
เชด็ บรเิ วณรอยเปอ น แลว นําไปซักตามปกติ หรือใชน าํ้ มนั เบนซิน
เช็ดรอยเปอน แลวโรยผงซักฟอก ขย้ีบริเวณรอยเปอน น้ําหมึก
ปากกาจะคอยๆ จางลง)

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน ò การเลือกซ้ือเส้อื ผา และเครอ่ื งแตง กาย
การซอื้ เสอื้ ผา้ และเครอื่ งแตง่ กาย ควรเลอื กซอื้ ตามความจา� เปน็ และความเหมาะสม นอกจากน้ี
ขนั้ ที่ 3 ลงมอื ปฏบิ ตั ิ ควรพจิ ารณาอยา่ งรอบคอบกอ่ นตดั สนิ ใจซอ้ื ทกุ ครงั้ โดยคา� นงึ ถงึ รปู รา่ ง สผี วิ เพศ วยั บคุ ลกิ ภาพของ
ผสู้ วมใส่ โอกาสในการใชง้ าน ราคา ตลอดจนวธิ กี ารดแู ลรกั ษาเสอื้ ผา้ และเครอ่ื งแตง่ กายอยา่ งถกู ตอ้ ง
17. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันวิเคราะห
หลักการเลือกซ้ือเส้ือผาและเคร่ืองแตงกาย ๒.๑ หลักการเลอื กซอื้ เส้ือผา้ และเคร่อื งแตง่ กาย
จากสถานการณที่จับสลากได จากน้ันสง
ตัวแทนกลุมละ 1 คน ออกมานาํ เสนอผลการ กอ่ นการเลอื กซอ้ื เสอ้ื ผา้ และเครอ่ื งแตง่ กาย ควรคา� นงึ ถงึ ประโยชนใ์ นการใชส้ อย ความสะดวกสบาย
วิเคราะหใ หเ พื่อนฟง หนา ช้ันเรียน ในการสวมใส่ ความเหมาะสมกบั วยั และบคุ ลกิ ภาพ หลกั การเลอื กซอ้ื เสอื้ ผา้ และเครอ่ื งแตง่ กาย มดี งั นี้

18. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การเลือกซื้อเสื้อผา ๑ 2
และเคร่ืองแตงกาย ควรเลือกซื้อตามความ
จาํ เปน และความเหมาะสมในการใชง าน และ ตรวจดแู นวตะเข็บ โดยตะเขบ็ สังเกตลายตามรอยต่อแต่ละ
ควรพิจารณาอยางรอบคอบกอนตัดสินใจซื้อ ต้องเย็บเรียบร้อยและถ่ี เพ่ือ สว่ นใหต้ รงพอดี ดแู ลว้ ไมข่ ดั ตา
โดยคาํ นึงถึงรปู ราง สผี ิว บุคลิกภาพ เพศ วยั ความแขง็ แรง ทนทาน
ฤดูกาล โอกาส และกาลเทศะ ตลอดจนวิธี
การดแู ลรกั ษาเสอ้ื ผา และเครอ่ื งแตง กายอยา ง 3 4
ถูกตอง”
ควรตรวจสอบเส้ือผ้าในแสง เลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับ
19. ครถู ามนักเรียนวา ธรรมชาติ หรือใต้แสงสีขาว รูปร่างของตนเอง เพ่ือเพ่ิม
• นักเรียนเคยเลือกซ้ือเส้ือผาและเคร่ือง ความมัน่ ใจ
แตง กายดว ยตนเองหรอื ไม ถา เคย มวี ธิ กี าร
ในการเลอื กซ้อื อยา งไร 5 ๖
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอ ยางอสิ ระ) ตรวจสอบความเรยี บรอ้ ยของ ตรวจสอบสัญลักษณ์บนป้าย
• เมอ่ื ตอ งเลอื กซอ้ื เสอ้ื ผา ควรพจิ ารณาถงึ สงิ่ ใด ตะเขบ็ ดา้ นใน โดยตะเขบ็ ตอ้ ง เส้ือผ้าจะได้ใช้งานและดูแล
เปน สาํ คญั ไมข่ าด หรอื หลุดลุย่ ง่าย รักษาไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
(แนวตอบ พิจารณาจากราคาของสินคา
พิจารณาจากคณุ ภาพของสินคา) 7 ๘

20. ครูขออาสาสมัคร 2-3 คน ออกมาเลา น�ากระดาษจดบันทึกสัดส่วน เลอื กเครอ่ื งแตง่ กายทส่ี ามารถ
ประสบการณเ กยี่ วกบั การเลอื กซอื้ เสอื้ ผา และ ไปด้วย ในกรณฝี ากผอู้ น่ื ซ้ือ น�ามาประยุกต์ได้กับทุกยุค
เคร่ืองแตงกายของตนเองวามีวิธีการอยางไร ทกุ สมัย
ใหเ พอ่ื นฟง หนา ชน้ั เรยี น จากนนั้ ใหเ พอ่ื นรว ม
ช้ันเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นวาเพื่อน 9 ๑0
คนดงั กลา วมวี ธิ กี ารเลอื กซอื้ เสอ้ื ผา และเครอื่ ง
แตง กายที่ถูกตอ ง เหมาะสมหรือไม อยางไร เลอื กเสอื้ ผา้ ทมี่ สี สี นั สดใส หรอื จดรายการเสื้อผ้าที่ซ้ือไว้
เลือกให้เหมาะสมกับเสื้อผ้า เพอ่ื ปอ้ งกนั การซอื้ ซา้� หรอื ซอ้ื
ท่มี อี ยเู่ ดมิ เกินความจา� เป็น

3๘

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด

ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกย่ี วกบั วธิ กี ารเลอื กขนาดของเสอ้ื ผา สาํ เรจ็ รปู ใหน กั เรยี น ผทู ม่ี รี ปู รา งผอม สงู ควรเลอื กสวมใสเ สอ้ื ผา แบบใดจงึ จะมคี วาม
ฟง วา เสอ้ื ผา สาํ เรจ็ รปู จะมขี นาดระบไุ ว อาจอยบู รเิ วณคอปก ขอบเอว ตะเขบ็ ขา ง เหมาะสม
โดยมีการระบขุ นาดเปนนว้ิ หรอื ใชอ กั ษรยอ S, M, L, XL เชน
1. เนน โทนสดี าํ รดั รูป
• S ชาย รอบอก 36 น้วิ ยาว 27 น้วิ หญิง รอบอก 34 น้ิว ยาว 24 น้ิว 2. ใสเสอ้ื ลายดอกไมเ ล็กๆ
• M ชาย รอบอก 38 นิ้ว ยาว 27 น้วิ หญงิ รอบอก 36 น้ิว ยาว 27 นวิ้ 3. เลือกทม่ี เี สนลายแนวดิง่ ตามลําตัว
• L ชาย รอบอก 40 น้ิว ยาว 28 นิ้ว หญงิ รอบอก 38 นิ้ว ยาว 27 นวิ้ 4. โทนสีสวา งและพ้นื เปนเสนลายขวาง
• XL ชาย รอบอก 42 นว้ิ ยาว 29 นว้ิ หญงิ รอบอก 40 นิ้ว ยาว 28 น้ิว
(วเิ คราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 4. เพราะผทู ม่ี รี ปู รา งผอม สงู ควรเลอื ก
สื่อ Digital สวมใสเส้ือผา ท่ีมโี ทนสีสวาง มลี วดลายโดยเฉพาะลายขวาง ควร
หลกี เลยี่ งการสวมใสเ สอ้ื ผา ทม่ี โี ทนสเี ขม อยา งสดี าํ เพราะจะทาํ ให
ศกึ ษาเพมิ่ เตมิ เกย่ี วกบั มาตรฐานขนาดเสอ้ื ผา สาํ เรจ็ รปู ไดท ่ี https://www. เหน็ ความผอมเดนชัด แตถ า หากตองการสวมใส ควรเลอื กเสื้อผา
monamafifia.com/shirt-size-chart/ ใหม ีขนาดใหญก วาลาํ ตัว)

T44

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

๒.๒ วิธกี ารเลือกซื้อชุดช้ันใน1 ขนั้ สอน

การเลอื กซอื้ ชดุ ชนั้ ใน ควรคา� นงึ ถงึ ความสะดวกสบายในการสวมใส่ ซง่ึ ชดุ ชน้ั ในมที งั้ ชนดิ ทท่ี า� ดว้ ย ขน้ั ท่ี 3 ลงมอื ปฏบิ ตั ิ
ใยฝา้ ยและใยสงั เคราะห์ ดงั นน้ั การเลอื กชดุ ชน้ั ในแตล่ ะชนดิ ควรพจิ ารณาตามความเหมาะสม ดงั นี้
21. ครูถามนกั เรียนวา
เส้ือชัน้ ในสตรี • แนวตะเข็บแนน่ หนา ทนทาน • ในการเลอื กซอ้ื เสอ้ื ชนั้ ในสตรี ควรพจิ ารณา
• เกบ็ รูปทรงได้มิดชดิ แนบกับตวั จากสง่ิ ใด
• สายแขนเสอ้ื รน่ ใหส้ นั้ -ยาวได้ หรอื เลอื กแบบทเี่ หมาะสม (แนวตอบ ควรพิจารณาแบบที่เก็บรูปทรง
เป็นเสื้อที่ใชป้ กปดิ หนา้ อกและยกหน้าอก เพื่อ กับรูปร่างของผสู้ วมใส่ มีขนาดพอดีกับตัว สวมใส่สบาย ไดมิดชิด เมื่อใสตองแนบกับตัว มีการ
ใหไ้ ดร้ ปู ทรง ซงึ่ ควรเลอื กเสอ้ื ชน้ั ในทร่ี อบอกและ • เลือกทมี่ ตี ะขอเกีย่ วด้านหลงั มากกวา่ ๑ แถว เย็บตะเข็บแนนหนา ทนทาน เลือกแบบ
รอบใตอ้ กสมดลุ กนั • ควรลองใส่ทกุ ครง้ั กอ่ นตดั สนิ ใจซือ้ ที่เหมาะสมกับรูปราง มีขนาดพอดีตัว
สวมใสสบาย และควรเลือกที่มีตะขอเก่ียว
เสื้อทบั ชนั้ ในสตรี • เนอื้ ผา้ นมุ่ สวมใสส่ บาย ไมห่ นาจนเกนิ ไป แนบตวั ผสู้ วมใส่ ดา นหลงั มากกวา 1 แถว)
• แนวตะเข็บเรยี บเนยี น ตะเขบ็ ทัง้ ๒ ข้างยาวเทา่ กนั และ • ในการเลือกซ้ือเสื้อทับชั้นในสตรี ควร
ชายเสื้อทกุ ด้านอยู่ในแนวเดียวกนั พิจารณาจากสง่ิ ใด
• แบบมคี วามเหมาะสมกบั รปู รา่ งของผสู้ วมใสแ่ ละเหมาะสม (แนวตอบ ควรพจิ ารณาแบบทม่ี คี วามเหมาะสม
เปน็ เสอื้ ทสี่ วมทบั ดา้ นใน เพอื่ ปกปดิ สดั สว่ นและ กับเสือ้ ชนั้ นอก กับรูปรางของผูส วมใส เม่ือใสตอ งแนบกบั
เสื้อชน้ั ใน ใชส้ วมเมอื่ เสอื้ ชนั้ นอกเป็นเสื้อผ้าที่มี • ความยาวของตวั เส้ือทับในควรส้นั กวา่ เส้อื ช้นั นอก ตวั มลี กั ษณะเนยี นนมุ สวมใสส บาย ตะเขบ็
เน้อื บาง หรอื มรี อยฉลุของผ้าลูกไม้ • ท�าความสะอาดได้ง่าย เช่น ซักธรรมดาได้ แห้งเร็ว ทงั้ 2 ขางยาวเทากนั และชายเส้อื ทุกดา น
ซับเหง่อื ไดด้ ี อยูใ นแนวเดียวกัน)
• ในการเลอื กซอ้ื กางเกงใน ควรพจิ ารณาจาก
กางเกงใน • เลือกแบบทีย่ างรอบโคนขาไม่ระคายต่อผิว วงขากว้าง ส่งิ ใด
พอดี ขอบมยี างยืดกระชับ (แนวตอบ ควรพิจารณาแบบท่ีมีวงขากวาง
• แนวตะเขบ็ แนน่ หนาและประณีต เรยี บรอ้ ย พอดี ขอบยางยดื กระชบั เมอ่ื สวมใส การเยบ็
เป็นชุดช้ันในท่ีมีเน้ือผ้าระบาย ช่วยปกปิด • ท�าด้วยผา้ ฝ้าย ซบั เหง่ือไดด้ ี ยดื หย่นุ ดี สวมใส่สบาย ตะเขบ็ แนนหนา ทาํ ดวยผา ฝา ย ยืดหยุน ได
ชว่ งขาหนบี และบรเิ วณอวยั วะเพศ มชี อ่ งเปดิ ให้ • หากเป็นกางเกงในชายขอบเอวยางยืดควรมีขนาดกว้าง ดี สวมใสสบาย)
ขาท้งั ๒ ข้างลอดได้ ขอบกางเกงเปน็ ยางยดื อย่างนอ้ ย ๑ น้ิว ส่วนกางเกงในสตรขี อบเอวยางยืดควร • “การเลือกซ้ือชุดชั้นในควรเลือกซื้อให
กวา้ งไม่เกนิ ๐.๕ น้ิว เหมาะสมกบั การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมในแตล ะวนั ”
จากขอความนี้ นักเรียนเห็นดวยหรือไม
เสอ้ื กล้ามชาย • ท�าจากผ้าฝา้ ย ซมึ ซบั เหงื่อได้ดี มีความยืดหยนุ่ ดี อยางไร
• ชายเสือ้ ยาวเสมอกนั โดยรอบ (แนวตอบ เห็นดว ย เพราะในแตละวันจะมี
• มขี นาดเหมาะสมกับผสู้ วมใส่ ได้แก่ กจิ กรรมทตี่ อ งปฏบิ ตั แิ ตกตา งกนั ไป จงึ ควร
ขนาดเลก็ เบอร์ S รอบอก ๓๔-๓๖ นว้ิ เลือกซื้อชุดชั้นในใหเหมาะสมกับกิจกรรม
เปน็ เสอื้ ทส่ี วมทับดา้ นใน มกั ใสเ่ ป็นเส้อื ล�าลอง ขนาดกลาง เบอร์ M รอบอก ๓๘-๔๐ นิว้ ที่ตองปฏิบัติ เชน หากตองออกกําลังกาย
ส่วนใหญจ่ ะสวมใสเ่ ปน็ สีขาวและสีดา� มวี งแขน ขนาดใหญ่ เบอร์ L รอบอก ๔๒-๔๔ นวิ้ หรือตองเคล่ือนไหวรางกายมากเปนพิเศษ
กว้าง คอลึก ขนาดใหญ่พิเศษ เบอร์ XL รอบอก ๔๖ นิ้ว ควรเลือกสวมใสชุดช้ันในท่ีมีความกระชับ
หรือชุดชั้นในสําหรับการออกกําลังกาย
39เส้ือผ้าและเคร่ืองแต่งกาย โดยเฉพาะ)

ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

ผหู ญงิ และผชู ายควรเลอื กสวมใสช ดุ ชนั้ ในอยา งไร เพอื่ สขุ ภาพ ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกี่ยวกับวิธีการเลือกซ้ือชุดช้ันในใหนักเรียนฟงวา การ
อนามยั ทีด่ ี เลอื กซอ้ื ชดุ ชน้ั ในควรเนน ทส่ี วมใสส บาย ไมค บั หรอื หลวมจนเกนิ ไป ซงึ่ ชดุ ชนั้ ใน
บางชนิดอาจทาํ ใหเกดิ อาการแพและเกิดผืน่ ขน้ึ ได ดังน้นั จึงควรพิจารณาอยา ง
(แนวตอบ ผูหญิง มหี ลักในการเลอื ก ดงั นี้ รอบคอบกอ นตดั สนิ ใจซือ้ เพ่อื สุขภาพอนามัยทีด่ ี
• เส้ือช้ันใน ควรเลือกที่เก็บทรงหนาอกไดอยางมิดชิด เลือก
นักเรียนควรรู
ขนาดใหพ อดกี บั หนา อกและรอบตวั ไมค บั หรอื หลวมเกนิ ไป
• กางเกงใน ควรเลือกขนาดใหพอดีตัว เน้ือผานุม ระบาย 1 ชุดชน้ั ใน การทําความสะอาดทําไดห ลายวิธี เชน หากซักดวยมอื ใหเปดนํ้า
เบาๆ โดยปลอ ยใหนา้ํ ไหลผานเส้ือชน้ั ใน เพอื่ ปองกนั ไมใหเ สียทรง บบี ฟองนา้ํ
อากาศไดด ี เบาๆ เพื่อไลนา้ํ ออก ซักดว ยนา้ํ ยาซักผา หรอื สบูเหลว หากซกั ดวยเครอ่ื งซักผา
ผชู าย มหี ลักในการเลอื ก ดงั น้ี ใหใสในถุงถนอมผา เพ่ือปองกันไมใหเสียทรง เก็บสายใหเรียบรอย นําเขา
• เสอื้ กลา ม ควรเลอื กทผี่ ลติ จากผา ฝา ย ขนาดใหพ อดกี บั รอบตวั เคร่ืองปน ในโหมดถนอมผา ซักดวยนํ้ายาซักผาสาํ หรับชดุ ชั้นใน

ไมคับ หรือหลวมจนเกินไป ซึมซับเหง่ือและระบายอากาศ T45
ไดด ี มีความยืดหยุน
• กางเกงใน ควรเลอื กขนาดใหพ อดตี วั ขอบเอวกวา งอยา งนอ ย
1 น้ิว เนอ้ื ผานุม ระบายอากาศไดด ี ไมระคายเคอื งผวิ )

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน ๒.๓ วิธกี ารเลอื กซื้อชุดช้ันนอก

ขน้ั ท่ี 3 ลงมอื ปฏบิ ตั ิ ชดุ ชน้ั นอกเปน็ เสอื้ ผา้ ทม่ี จี า� หนา่ ยโดยทวั่ ไป มกี ารบอกขนาดโดยใชอ้ กั ษรยอ่ เชน่ ขนาดเลก็ ใช้
อกั ษร A ขนาดกลางใช้อักษร B ขนาดใหญ่ใช้อักษร C หรือมกี ารบอกขนาดเป็นนวิ้ โดยใช้สดั ส่วน
22. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “เส้ือผาท่ีมีจําหนาย จากรอบเอว เชน่ ๒๔ นว้ิ ๒๖ นว้ิ หรือบอกขนาดรอบอก เช่น ๓๒ นิ้ว ๓๔ นิว้ ซง่ึ การเลือกซ้ือ
ทว่ั ไปบางชนิดจะบอกขนาด โดยใชอ ักษรยอ ชดุ ชน้ั นอกควรพจิ ารณา ดังน้ี
เชน ขนาดเล็กใชอักษร A ขนาดกลางใช
อกั ษร B ขนาดใหญใ ชอกั ษร C บางชนิดจะ เสอ้ื ผหู้ ญิง • แบบ สี ขนาดเหมาะสมกบั รปู รา่ ง1และบคุ ลกิ ภาพของผสู้ วมใส่
บอกขนาดเปนน้ิว โดยใชสัดสวนจากรอบเอว
เชน 24 นว้ิ 26 นิ้ว 28 นิ้ว หรือบางชนิดจะ เปน็ เครอ่ื งแตง่ กายทม่ี แี บบ • เส้อื มกี ระดุม การเย็บกระดุมและรังดุมจะต้องมีความแขง็ แรง
บอกขนาดรอบอก เชน 32 นว้ิ 34 น้ิว 36 น้วิ ” ให้เลือกสวมใส่หลากหลาย • เนอื้ ผา้ มคี วามทนทาน สไี มล่ อก สไี มต่ ก เกรนผา้ ตอ้ งตรงไปในทศิ ทางเดยี วกนั
เพ่ือให้ผู้สวมใส่สามารถ • การเย็บตะเข็บสม่�าเสมอ เรียบ และมีขนาดเท่ากัน ด้ายเย็บใช้สีเดียวกัน
23. ครูถามนักเรียนวา เลือกสวมใส่ได้ตามความ
• หากตองการซื้อเส้ือ นักเรียนจะมีหลัก เหมาะสมกับโอกาส กับเนือ้ ผา้
ในการเลือกซือ้ อยา งไร • ชายเสื้อทงั้ ๒ ดา้ นเทา่ กนั และพบั ชายมขี นาดเหมาะสมกบั แบบ
(แนวตอบ คําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของ • ถา้ เปน็ เสอื้ ทส่ี อยชายเสอ้ื และปลายแขน จะตอ้ งสอยเรียบร้อย แน่นหนา
นกั เรยี น เชน พจิ ารณาเลอื กซอื้ จากรปู แบบ • สะดวกสบายในการสวมใส่ สามารถเคล่ือนไหวร่างกายได้อย่างคลอ่ งแคล่ว
สี ขนาด ทเี่ หมาะสมกับรูปรา ง บุคลกิ ภาพ • เนอ้ื ผา้ เหมาะสมกบั การใชง้ าน เหมาะสมกบั สภาพแวดล้อม หรอื ฤดูกาล
สีผวิ และวยั ของตนเอง การตดั เยบ็ มคี วาม
เรยี บรอย ความทนทานของเนื้อผา) กระโปรง • แบบ สี ขนาดเหมาะสมกบั รปู รา่ งและบคุ ลกิ ภาพของผสู้ วมใส่
• นักเรียนหญิงควรมีหลักในการเลือกซ้ือ • เนื้อผา้ มคี วามทนทาน ไมบ่ างจนเกนิ ไป สีไม่ลอก สีไมต่ ก
กระโปรงของตนเองอยางไร เป็นเครื่องแต่งกายส�าหรับ • ตะเขบ็ ขา้ งทัง้ ๒ ข้างยาวเท่ากนั การกนั ร่ยุ ริมตะเขบ็ เรยี บร้อย แน่นหนา
(แนวตอบ คําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของ สตรีทุกวัย มีรูปแบบการ • การเย็บตะเข็บสม�่าเสมอ ด้ายเย็บใช้สีเดียวกับเน้ือผ้า ถ้าเป็นกระโปรง
นกั เรยี น เชน เนอ้ื ผา ไมบ างเกนิ ไป ขนาดและ ตัดเย็บที่หลากหลาย เช่น
ความยาวของกระโปรงมีความเหมาะสม กระโปรงทรงตรง กระโปรง สอยชาย จะตอ้ งสอยเรยี บร้อย แน่นหนา
กบั รปู รา ง และบคุ ลกิ ภาพของตน การตดั เยบ็ ทรงเอ กระโปรงจบี รอบตวั • ความยาวของกระโปรงเหมาะสมกบั รปู ร่างและกาลเทศะ
ทีป่ ระณตี เรยี บรอ ย) • หากเน้ืิอผ้าท่ีน�ามาตัดเย็บกระโปรงบางจนเกินไปต้องมีการตัดซับใน
• นักเรียนชายควรมีหลักในการเลือกซื้อเสื้อ
ของตนเองอยางไร หรืออดั กาวเพม่ิ
(แนวตอบ คําตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของ
นักเรียน เชน รอบวงแขนกวางพอดี ไหล เส้อื ผ้ชู าย • เน้ือผา้ มคี วามทนทาน สีไม่ลอก สีไม่ตก รอบวงแขนกว้างพอดี
ทัง้ 2 ขางยาวเทากัน ไมต ึง หรอื ยน มีการ • การกันร่ยุ ริมตะเข็บประณตี เรยี บรอ้ ย ไหลท่ ั้ง ๒ ข้างยาวเทา่ กนั ไมต่ งึ
เย็บตะเข็บท่ีประณีต เรียบรอย หากเปน เปน็ เครอื่ งแตง่ กายทม่ี แี บบ
เส้ือแขนยาวควรยาวปดขอมือ สาบปลาย ให้เลือกสวมใส่หลากหลาย หรอื ไม่ยน่
แขนเสอื้ เยบ็ เรยี บรอย) เพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถ
เลือกสวมใส่ได้ตามความ • เสือ้ มกี ระดุม ก2ารเยบ็ กระดมุ และรังดมุ จะต้องมีความแขง็ แรง ทนทาน
เหมาะสมกบั โอกาส
• ถ้าเป็นเสือ้ เช้ิต หรอื เสือ้ ฮาวาย ปกทงั้ ๒ ขา้ งตอ้ งเท่ากันและเหมอื นกัน
• การเย็บตะเข็บประณตี เรยี บร้อย ความยาวแขนพอดี ถ้าเปน็ แขนยาวควร

ยาวปดิ ข้อมือ สาบปลายแขนเย็บเรียบร้อย
• ควรอ่านป้ายท่ีเย็บติดกับคอเสื้อด้านหลัง ซึ่งจะมีรายละเอียดเก่ียวกับ

ช่ือทางการค้า บริษัทผู้ผลิต บอกขนาดของเส้ือ เช่น SIZE ๑๕, ๓๓
หมายถงึ รอบคอ ๑๕ น้ิว และความยาวแขนถึงข้อมอื ยาว ๓๓ น้ิว

40

นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคดิ

1 ขนาดเหมาะสมกับรูปราง การเลือกกระโปรงใหมีความเหมาะสมกับ ผหู ญงิ ทม่ี รี ปู รา งอว นและผหู ญงิ ทมี่ รี ปู รา งผอม จะมหี ลกั ในการ
รูปราง ควรพิจารณาจากผูท่ีตนขาใหญ ควรเลือกกระโปรงทรงตรงแบบเรียบ เลือกใชและเลอื กซอ้ื กระโปรงท่ีแตกตางกันอยางไร
ยาวประมาณนอง หรือกระโปรงทรงเอ ควรหลีกเล่ียงกระโปรงรัดพอดีตัว
ผูท่ีเอวหนา ควรเลือกกระโปรงทรงเอวสูง ผูที่ขาส้ัน ควรเลือกกระโปรงทรงเอ (แนวตอบ ผูหญิงที่มีรูปรางอวน ควรเลือกกระโปรงทรงเรียบ
สวมรองเทาสนสูง จะชวยใหขาดูยาวข้ึน ผูท่ีสะโพกใหญ ควรเลือกกระโปรง ยาวประมาณนอง ควรหลีกเล่ียงการสวมใสกระโปรงรัดรูป
ทพี่ อดตี วั ยาวประมาณเขา จะชว ยใหดเู พรียวบางมากยิง่ ขนึ้ สั้นเลยเขา เพราะจะยง่ิ เนน รปู รางใหชดั เจนยง่ิ ขนึ้ สวนผหู ญงิ ท่มี ี
2 เสื้อเชิ้ต การเลือกเสื้อเชิ้ต ใหทดลองติดกระดุมคอแลวสังเกตวากระชับ รูปรางผอม ควรเลือกกระโปรงทรงบาน หรือพอง กระโปรง
หรือไม ควรหลีกเลี่ยงเส้ือท่ีคอคับจนเกินไป เพราะจะทําใหหายใจไมสะดวก คอ นขา งยาว ควรหลกี เลย่ี งการสวมใสก ระโปรงทรงแคบแนบลาํ ตวั
ตะเข็บขอบไหลควรอยูบริเวณหัวไหลพอดี วงแขนกวางพอที่จะเคลื่อนไหว เพราะจะยงิ่ เนนรูปรางใหดผู อมมากย่งิ ขน้ึ )
ไดอยางสะดวก รอบอกและรอบเอวตองพอดีตัว ไมคับ หรือหลวมจนเกินไป
และไมค วรเลอื กเส้อื เชต้ิ ทีม่ ีขนาดใหญก วาตัว เพราะจะดหู ลวมโครง

T46

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

กางเกงขายาว • ผ้าเนอื้ แนน่ ทนทาน สไี มล่ อก สีไมต่ ก ขน้ั สอน
• สีมคี วามเหมาะสมกับเพศ วัย โอกาส กาลเทศะในการสวมใส่
เปน็ เครอื่ งแตง่ กายทที่ กุ เพศ ทกุ วยั นยิ ม • การเย็บตะเข็บประณีต เรยี บรอ้ ย ไมห่ า่ งจนเกินไป ขนั้ ท่ี 3 ลงมอื ปฏบิ ตั ิ
สวมใส่ มหี ลายรปู แบบใหเ้ ลอื ก แบง่ เปน็ • มีขนาดเหมาะสมกบั ผ้สู วมใส่ ขาและเอวไม่คบั สวมใสส่ บาย
กางเกงขายาวส�าหรับสตรีและบุรุษจะ • ในขณะนง่ั เป้าไมต่ ึง หรือหยอ่ นจนเกนิ ไป • หากตองการซื้อกางเกง นักเรียนจะมีหลัก
แตกตา่ งกนั ทขี่ นาดและแบบของกางเกง ในการเลือกซอ้ื อยา งไร
(แนวตอบ คําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของ
ชุดนอน • การเยบ็ ตะเขบ็ และกันรุ่ยเรยี บรอ้ ย นักเรียน เชน พิจารณาเลือกขนาดใหมี
• กางเกงนอนควรมียางยืดที่ขอบกางเกงและสวมใส่สบาย ความเหมาะสมกับรูปรางของตนเอง โดย
เป็นเคร่ืองแต่งกายท่ีสวมใส่ในตอน ขาและเอวจะตอ งไมค บั แนน เปา ไมต งึ หรอื
กลางคืน สวมใส่สบาย ท�าจากผ้าที่มี ไมค่ วรคบั และแน่นจนเกนิ ไป หยอ นจนเกนิ ไป มกี ารเยบ็ ตะเขบ็ ทปี่ ระณตี
นา�้ หนกั เบา เนอ้ื ผา้ ไมห่ นามาก • เส้ือนอนมีกระดุม การเย็บกระดุมและรังดุมจะต้องแข็งแรง เรยี บรอ ย)

เสือ้ กนั หนาว ทนทาน • เพราะเหตใุ ดในเวลานอน เราจงึ ควรสวมใส
• ควรเลอื กเสอื้ ตวั หลวมทส่ี วมใสส่ บาย ทา� จากผา้ ทมี่ ผี วิ สมั ผสั นมุ่ ชุดนอนแทนการสวมใสเส้ือยืดและกางเกง
เป็นเคร่ืองแต่งกายที่สวมใส่เพื่อเพ่ิม • ดดู ซบั เหงอื่ ได้ดี ซกั รดี งา่ ย แห้งเร็ว สีไมล่ อก สีไมต่ ก ขาส้ัน
ความอบอนุ่ ใหแ้ กร่ า่ งกาย มที งั้ ทที่ า� จาก • แบบ สี ขนาด และการตกแตง่ เหมาะสมกบั ผสู้ วมใส่ โดยทว่ั ไป (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ใยสงั เคราะหแ์ ละทา� จากใยผสมระหวา่ ง ไดอยางอิสระ เชน เน้ือผาของชุดนอนมี
ใยขนสัตว์และออร์ลอน รวมท้ังชนิดที่ มี ๒ คอื แบบผ่าหนา้ ตลอดและแบบสวมหวั ความบางเบา สวมใสสบาย ระบายอากาศ
ทา� จากขนสัตว์แท้ • ลองสวมกอ่ นตดั สนิ ใจซอ้ื เลอื กขนาดใหญก่ วา่ รอบอกประมาณ ไดดี การสวมใสชุดนอนท่ีสบายจะดีตอ
ระบบไหลเวยี นเลอื ด ซง่ึ สง ผลใหร ะบบตา งๆ
๘ นวิ้ รอบขอ้ มอื คอ เอว ถกั แนน่ เพอื่ ใหค้ งรปู แตย่ ดื หยนุ่ ไดด้ ี ในรางกายทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพ
• ตะเขบ็ เยบ็ แนน่ หนา ไมเ่ ปน็ กระจกุ ถา้ เปน็ ชนดิ พบั ขอ้ มอื จะตอ้ ง และชวยปรับอุณหภูมิในรางกายใหคงที่ได
อกี ดวย)
ไมเ่ หน็ ตะเขบ็ ดา้ นนอกที่พบั
• เมื่อสวมใสแ่ ล้วบรเิ วณบา่ และหลังควรเรียบตลอด 24. ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ วา “ในการเลอื กซอื้ ชดุ ชน้ั ใน
และชุดชั้นนอก นักเรียนจะสังเกตเห็นปาย
Tip สญั ลกั ษณท่ีกาํ กบั อยบู นเส้ือผา ซึง่ สัญลักษณ
เหลานนั้ จะเรียกวา Laundry symbols หรือ
ชนดิ ของผา้ Care Label เปน สญั ลกั ษณท ใ่ี ชบ อกขนาดหรอื
เบอรข องเสอ้ื ผา เพอ่ื ความสะดวกในการเลอื ก
ผ้าท่ีนา� มาใชใ้ นการตัดเส้อื ผ้ามอี ย่มู ากมายหลายชนดิ แต่ส่วนใหญ่จะนยิ มใช้กนั อยู่ ๓ ชนิด ได้แก่ ชนดิ เสน ใยทใี่ ชผ ลติ ผา คาํ แนะนาํ ในการดแู ล
๑. ผา้ ฝา ย (Cotton) เนอ้ื ผา้ มลี กั ษณะดา้ น ซบั เหงอ่ื ระบายอากาศไดด้ ี สวมใสส่ บาย เหมาะแกผ่ ทู้ อี่ ยกู่ ลางแจง้ รักษา การทําความสะอาด การซัก การรีด
การใชน้ํายาในการทําความสะอาด เพ่ือให
และโดนแสงแดดบ่อย ๆ ผใู ชส ามารถดแู ลรกั ษาเสอ้ื ผา ไดอ ยา งถกู ตอ ง
๒. ผ้าใยสังเคราะห์ หรือผ้า TK (Polyester) เน้ือผ้ามีลักษณะมัน ไม่ค่อยยับ อยู่ทรง ไม่หด ไม่ย้วย และเพื่อเปนการถนอมเส้ือผาใหสามารถ
ใชง านไดย าวนานยิ่งขน้ึ ”
สีไม่ตก ระบายอากาศได้ไม่ดี เม่ือสวมใส่จะร้สู กึ ร้อน เหมาะแกผ่ ู้ทอี่ ยู่ในห้องแอร์
๓. ผา้ ฝา ยผสมผา้ ใยสงั เคราะห ์ หรอื ผา้ TC (Cotton ผสม Polyester) เนอื้ ผา้ มลี กั ษณะมนั นอ้ ยกวา่ ผา้ TK

ระบายอากาศไดไ้ มด่ ี นยิ มทอผา้ ใหเ้ ปน็ รเู ลก็ ๆ เพอื่ ชว่ ยในการระบายอากาศและเพอื่ ความสบายขณะสวมใส่

4๑เส้ือผ้าและเคร่ืองแต่งกาย

กิจกรรม สรางเสรมิ เกร็ดแนะครู

ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเพ่ิมเติมเกี่ยวกับกางเกงขายาว ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเลือกกางเกงยีนใหเหมาะสมกับรูปราง
รปู แบบตา งๆ ในปจ จบุ นั วา มลี กั ษณะอยา งไร กางเกงแตล ะรปู แบบ ใหนักเรียนฟงวา การเลือกกางเกงยีนควรพิจารณาใหเหมาะสมกับรูปราง เชน
มีความเหมาะกับบุคคลที่มีรูปราง สีผิว บุคลิกภาพ กิจกรรม ผูที่มีชวงขาส้ัน ควรเลือกกางเกงยีนทรงตรง หรือทรงกระบอก จะชวยพราง
และโอกาสใด โดยใหจัดทําเปนสมุดภาพ ตกแตงใหสวยงาม ตาใหขาดูยาวขึ้น ควรหลีกเลี่ยงกางเกงยีนสามสวน เพราะจะทําใหขาดูสั้นลง
นําสง ครูผสู อน ผูท่มี สี ะโพกใหญ ควรเลอื กกางเกงยีนที่มกี ระเปาหลัง จะชว ยพรางบน้ั ทา ยให
ดูเลก็ ลง และควรเลือกท่ีมตี ะเข็บยาวลงมา เพราะจะทาํ ใหข าดูเรียวยาวมากขน้ึ
กจิ กรรม ทาทาย ผทู มี่ บี น้ั ทายแบนราบ ควรเลือกกางเกงยีนทมี่ ีลายเสน โคง สสี วา ง จะชว ยเนน
สัดสวนใหดูชัดเจนยิ่งข้ึน ควรหลีกเลี่ยงกางเกงยีนทรงตรง เพราะจะทําให
ใหน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละเทา ๆ กนั เลอื กตวั แทนกลมุ 1 คน บน้ั ทา ยแบบราบลงไปอกี ทง้ั นี้ ความยาวของขากางเกงกม็ สี ว นชว ยทาํ ใหข าดยู าว
เพอื่ เปน ตน แบบ และรว มกนั เลอื กแบบกางเกงทเ่ี หมาะสมกบั รปู รา ง และเพรยี วมากขนึ้ และทสี่ าํ คญั การใสก างเกงยนี ควรใสใ หพ อดตี วั ไมค วรใสท มี่ ี
สีผิว บุคลิกภาพของเพ่ือนท่ีเปนตนแบบ โดยครูกําหนดลักษณะ ขนาดเล็กกวา เพราะจะทําใหกางเกงปริ ดอู วน เต้ยี ตัน มากข้นึ
ของกางเกงให คอื กางเกงขาสน้ั กางเกงขายาว (ผาทวั่ ไป) และ
กางเกงยนี จากนน้ั ออกมานาํ เสนอผลงานใหเ พอื่ นชมหนา ชน้ั เรยี น T47
พรอ มทั้งอธิบายวิธกี ารเลอื กกางเกงประกอบ

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน ๒.๔ วิธกี ารเลือกซือ้ เคร่อื งแตง่ กาย

ขนั้ ที่ 3 ลงมอื ปฏบิ ตั ิ เครือ่ งแต่งกายที่นยิ มใชโ้ ดยทว่ั ไป เชน่ รองเท้า กระเป๋า เขม็ ขัด สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ซ่งึ
การเลอื กซอื้ เครอื่ งแตง่ กายควรเลอื กใชใ้ หเ้ หมาะสมและซอื้ ตามความจา� เปน็ ในทน่ี จ้ี ะขอยกตวั อยา่ ง
25. ครูใหนักเรียนแตละคนสํารวจตนเองวาใน การเลือกซอ้ื เคร่อื งแต่งกายในบางประเภท ดังน้ี
รางกายของนักเรียนปรากฏเคร่ืองแตงกาย
ชนดิ ใดบา ง ครขู ออาสาสมคั ร 2-3 คน ออกมา ถงุ เท้า • ผ้าทอตรง ส้นเท้าและปลายเท้าทอแน่นกวา่ ส่วนอนื่ ๆ
เลาประสบการณเก่ียวกับการเลือกซื้อเครื่อง • ขอบทอผสมยางยดื เส้นเล็ก ยดื หยุ่น กระชบั และทนทาน
แตงกายของตนเองวามีวิธีการอยางไรให นิยมใส่ท้ังหญิงและชาย • เลอื กขนาดใหเ้ หมาะสมกบั ขนาดเทา้ และรองเทา้ ถา้ เทา้ กวา้ งควรใชเ้ บอร์ใหญ่
เพื่อนฟงหนาช้ันเรียน จากน้ันใหเพื่อนรวม เพ่ือป้องกันส่ิงสกปรกและ
ช้ันเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นวาเพื่อน ท�าให้เกิดความสวยงามแก่ กว่าจะช่วยให้สวมใสส่ บายขึ้น
คนดังกลาวมีวิธีการเลือกซื้อเครื่องแตงกาย ผู้สวมใส่ มีทั้งแบบส้ันและ • ถงุ เทา้ ผใู้ หญม่ กั จะเปน็ Free Size ซงึ่ สามารถยดื หยนุ่ ไดต้ ามขนาดเทา้ ของ
ที่ถกู ตอ ง เหมาะสมหรอื ไม อยางไร แบบยาว
ผู้สวมใส่
26. ครถู ามนักเรียนวา • ไมย่ ดื จนเสียรปู ทรงเม่อื นา� ไปซัก
• หากตองการเลือกซื้อถุงเทา ควรมีหลัก
ในการเลอื กซื้ออยางไร รองเท้า1 • ฝมี อื การตดั เยบ็ มคี วามละเอียด ประณตี เรยี บร้อย พนื้ รองเทา้ ทา� จากวสั ดุ
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็ อ่อนน่มุ
ไดอยางอิสระ เชน ควรเลือกที่มีขนาด ท�ามาจากวัสดุหลายชนิด
เหมาะสมกับเทาและรองเทา มีความ เชน่ หนงั พลาสตกิ ผา้ ซง่ึ • มคี วามแขง็ แรง ทนทาน น้�าหนกั เบา สวมใสส่ บาย
ยืดหยุนดี สวมใสกระชับ มีความทนทาน รองเท้าแต่ละชนิดมีราคา • มีความยาวและความกว้างพอเหมาะกับรูปเท้าของผูส้ วมใส่
ระบายอากาศไดด ี) และคณุ สมบตั ทิ แ่ี ตกตา่ งกนั • เม่อื สวมใสจ่ ะตอ้ งแนบกบั เท้าทง้ั ๒ ด้าน รวมถึงฝา่ เทา้ ดว้ ย
• หากตองการเลือกซ้ือรองเทา ควรมีหลัก • กอ่ นตดั สนิ ใจเลอื กซอ้ื ควรทดลองสวมทกุ ครง้ั เพอ่ื ความสบายและกระชบั เทา้
ในการเลอื กซ้ืออยา งไร • เลอื กแบบและวัสดใุ หเ้ หมาะสมกบั การใชง้ าน เชน่ รองเท้าใส่กบั บา้ น ควร
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอยางอิสระ เชน ควรเลอื กซอ้ื รองเทา ท่ีมี เลอื กเป็นรองเท้าแตะท่ีสวมใส่สบาย
ขนาดพอดกี บั เทา เหมาะสมกับรูปเทา ของ • เลอื กแบบใหเ้ หมาะสมกบั รปู รา่ ง เชน่ รปู รา่ งสงู ใหญ่ ควรเลอื กรองเทา้ สน้ เตย้ี
ตนเอง สวมใสสบาย มนี ํ้าหนกั เบา อากาศ
ถายเทไดดี การตัดเย็บประณีต เรียบรอย ส่วนรูปรา่ งอ้วน ควรเลอื กรองเท้าส้นสูง
และมีความทนทาน)
• การเลือกซ้ือเครื่องแตงกายดวยตนเองมี นาฬิกา • ขอ้ มอื เลก็ ไมค่ วรใสน่ าฬกิ าสายเหลก็ และสายหนงั เพราะจะทา� ใหต้ อ้ งตดั สาย
ประโยชนหรือไม เพราะเหตุใด นาฬิกาออก จนอาจท�าให้สายนาฬิกาบิดไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือไม่อยู่
(แนวตอบ มปี ระโยชน เพราะชว ยใหไ ดเ ครอ่ื ง เป็นส่วนหน่ึงของเคร่ือง กึ่งกลางของข้อมือ ควรใส่นาฬิกาแบบก�าไลขนาดพอดีกับข้อมือ หน้าปัด
แตงกายที่มีลักษณะเหมาะสมกับรูปราง แต่งกายที่มีความจ�าเป็น สีเ่ หลีย่ มจัตุรสั หรือวงรเี ล็ก สขี องหน้าปัดควรเลือกโทนสีขาว หรอื สีครีม
บุคลกิ ภาพ สผี วิ เพศ และวยั ของตนเอง) ส�าหรับทุกเพศ ทุกวัย ใช้ เพราะจะชว่ ยใหข้ อ้ มือดูสว่างขึ้น
บอกเวลา ช่วยเสริมสร้าง
บคุ ลกิ ภาพให้กบั ผู้สวมใส่ • ข้อมือใหญ่ สามารถเลือกใส่ได้ทุกแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าปัดแบบ
สี่เหล่ยี มผนื ผ้า จะท�าให้ขอ้ มอื ดเู รียวยาวและสวยงามย่งิ ขึ้น

42

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ

ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกี่ยวกับการใสถุงเทาใหนักเรียนฟงวา การใสถุงเทา ขอ ใดเปนวิธีการรกั ษารองเทา ทีไ่ มถกู ตอ ง
ไมควรใสซํ้า เพราะจะทําใหเกิดการอับชื้น ซึ่งเปนสาเหตุสําคัญของการเกิด 1. เกบ็ รองเทา ไวใ นกลอง หรอื ในถงุ ผา
กล่ินเทาและการเกิดเช้ือราที่เทา หลังจากสวมใสถุงเทาแลว ควรถอดผึ่งไว 2. นาํ รองเทาเกบ็ ใสตทู ันทีเมื่อกลับถึงบา น
โดยแยกจากเสอื้ ผา ชนดิ อน่ื เพอื่ ปอ งกนั ไมใ หก ลนิ่ ตดิ เสอ้ื ผา ชน้ิ อน่ื ในการซกั ถงุ เทา 3. ใสทยี่ ดึ รองเทาไว เพอื่ ใหร องเทา คงรปู ทรง
ควรนาํ ถุงเทาไปแชใ นน้ําผงซกั ฟอก แลว ซกั ใหส ะอาด โดยแยกซักเฉพาะถงุ เทา 4. นาํ รองเทา ออกมาผึ่งแดดเปน ประจาํ เพอ่ื เปนการฆา เชอ้ื โรค
เทา นัน้ ไมค วรนําไปซกั รวมกับเส้ือผา ชนิดอน่ื แลว ผงึ่ ใหแหง
(วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะรองเทาอาจมีเหงื่อและ
นักเรียนควรรู ความช้ืน ซ่ึงเปนสาเหตุหลักที่กอใหเกิดเช้ือโรคตา งๆ ได ดังนน้ั
ควรวางรองเทา ทิ้งไวบริเวณดานนอกกอ น 1 วนั โดยจะตองปลอย
1 รองเทา การดแู ลรองเทา หนัง ใหใ ชผ านุมสะอาดเชด็ รองเทา กอ น แลวปา ย รองเทา ใหแหงกอน แลวจึงทาํ ความสะอาดรองเทา กอ นนาํ ไปเก็บ
นํ้ายาขัดรองเทาในลักษณะวนเปนวงใหทั่ว ใชแปรงเนื้อนุมขัดเบาๆ ใชผานุม เขาตใู หเรียบรอ ย)
สะอาดเช็ดเบาๆ อีกครัง้ แลวนําไปผึง่ แดดทกุ สัปดาห เพอ่ื ปองกันความอบั ชน้ื

T48

นาํ สอน สรุป ประเมนิ

กระเปา๋ ถือ • ฝีมือการตดั เย็บประณีต เรยี บร้อย มคี วามแขง็ แรง ทนทาน ขนั้ สอน
• สีของกระเปา๋ ควรเลอื กให้เขา้ กับสีของเส้อื ผ้าท่สี วมใส่
มีหลายขนาด มีรูปร่าง • เลือกแบบให้เหมาะสมกับโอกาสท่ีใช้ ซ่ึงจะช่วยประหยดั รายจา่ ย ขน้ั ที่ 3 ลงมอื ปฏบิ ตั ิ
และสีที่แตกต่างกัน เช่น • กระเป๋าท่ีมีสายสะพาย หรือกระเป๋าหหู ิ้ว จะตอ้ งมีความแข็งแรง ทนทาน
กระเป๋าสะพาย กระเป๋า • เลือกแบบให้เหมาะสมกับรูปร่าง เช่น รูปร่างสูงใหญ่ ไม่ควรเลือกกระเป๋า • หากตองการเลือกซ้ือกระเปา ควรมีหลัก
หนบี กระเป๋าหูหิ้ว ในการเลอื กซื้ออยา งไร
ใบใหญ่จนเกนิ ไป (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
เข็มขดั • มขี นาดพอเหมาะ บรรจุของทตี่ ้องใช้โดยกระเปา๋ ไมเ่ สยี รปู ทรง ไดอ ยา งอสิ ระ เชน ควรเลอื กแบบทเ่ี หมาะสม
• มซี ปิ และมชี อ่ งจดั เกบ็ สงิ่ ของตา่ ง ๆ เพอ่ื สะดวกในการจดั เกบ็ และการหยบิ ใช้ กับรูปรางของตนเอง มีขนาดพอเหมาะ
เป็นองค์ประกอบส�าคัญ • เลอื กโทนสขี องเขม็ ขดั ใหม้ คี วามใกลเ้ คยี งกบั เสอื้ ผา้ ทส่ี วมใส่ สามารถบรรจุของไดโดยไมเสียรูปทรง
ในการแต่งกายและมี • ความยาวของสายเข็มขัดควรเหลือปลายเขม็ ขดั ออกมาประมาณ ๑-๒ นิว้ มคี วามแขง็ แรง ทนทาน)
สว่ นชว่ ยในการเสรมิ สรา้ ง • ไมค่ วรเลอื กหวั เขม็ ขดั ทด่ี ูใหญ่ ควรเลอื กสขี องหวั เขม็ ขดั ใหเ้ ขา้ กบั เครอื่ งประดบั
บุคลกิ ภาพให้แก่ผู้สวมใส่ ขน้ั ที่ 4 พฒั นาความรู ความเขา ใจ
ทสี่ วมใสอ่ ยู่
หมวก • เลอื กเขม็ ขดั ใหม้ รี ปู แบบเหมาะสมกบั รปู รา่ ง เชน่ ชว่ งตวั หนาและกวา้ ง ไมค่ วร 27. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําใบงานท่ี 3.1.2
เร่ือง การเลอื กซื้อเสือ้ ผา และเคร่ืองแตงกาย
ส่ิงท่ีใช้สวมบนศีรษะเพื่อ เลอื กเขม็ ขดั ทม่ี สี โี ทนเขม้ และมสี ายเขม็ ขดั กวา้ งกวา่ ปกติ
ปอ้ งกนั แดดลมฝนทา� จาก • สายของเข็มขัดควรเป็นสเี ขม้ เพราะจะชว่ ยให้รปู รา่ งของผสู้ วมใส่มีลักษณะ ขน้ั สรปุ
วั ส ดุ ห ล า ก ห ล า ย ช นิ ด
มีให้เลือกหลายรูปแบบ ทีเ่ พรยี วบางมากกวา่ เขม็ ขัดสอี อ่ น 1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกันสรุปความรู เรือ่ ง การ
หลายขนาด แลว้ แตค่ วาม • ต้องผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพดี หนังนุ่ม ยืดหยุ่นได้ดี การตัดเย็บประณีต เลือกใชเสื้อผาและเครื่องแตงกายและการซ้ือ
เหมาะสมในการใชง้ าน เสอื้ ผาและเครื่องแตง กาย
เรยี บรอ้ ย
• ควรเลอื กหวั เขม็ ขดั แบบเรยี บ เพราะสามารถนา� มาใชใ้ นโอกาสสา� คญั ตา่ งๆ ได้ 2. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนกั เรยี น
จากการนําเสนอผลการวิเคราะห วิจารณ
มากกวา่ หวั เขม็ ขดั ทตี่ กแตง่ มาก ๆ และการสรุปความรู
• เลอื กแบบของหมวกใหเ้ หมาะสมกบั โอกาสทใ่ี ช้ รวมถงึ เวลาและฤดกู าลรว่ มดว้ ย
• เลือกให้เหมาะสมกบั รูปหน้า เช่น ใบหน้ากลม ควรเลอื กหมวกทีม่ ีปกี กว้าง ขนั้ ประเมนิ

จะชว่ ยใหใ้ บหนา้ ดเู รยี วยาวขึน้ 1å . ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบกอนเรียน
• เลือกให้เหมาะสมกับทรงผม เช่น มัดผม หรือมวยต�่า ควรสวมหมวก เพอื่ ตรวจสอบความเขา ใจกอ นเรยี นของนกั เรยี น

แบบ Fedora มดั หางม้าต่า� ควรสวมหมวกแบบ Newsboy 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 3.1.1 เรอ่ื ง การเลือกใช
• เลอื กใหเ้ หมาะสมกบั สผี วิ เชน่ ผวิ ขาวและผมสดี า� ธรรมชาติ ควรเลอื กหมวก เสอ้ื ผา และเครื่องแตงกาย

สสี วา่ ง ๆ จะชว่ ยขบั ใบหนา้ ใหด้ สู ดใสและโดดเดน่ ยงิ่ ขนึ้ 3. ครตู รวจสอบใบงานท่ี 3.1.2 เร่อื ง การเลอื กซ้ือ
เส้ือผาและเคร่ืองแตงกาย
การแต่งกายให้สวยงามและเหมาะสมกับบคุ ลิกภาพ ผู้สวมใส่จ�าเปน็ ตอ้ งคา� นึงถึงปัจจยั ตา่ ง ๆ
เช่น รูปร่าง วัย สีผิว บุคลิกภาพ โอกาสท่ีจะสวมใส่ รวมทั้งเลือกเคร่ืองประกอบการแต่งกาย 4. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการ
ใหเ้ หมาะสมกบั เส้อื ผา้ ท่สี วมใส่ ซ่งึ ควรท่จี ะพจิ ารณาและเลือกซือ้ อยา่ งละเอียดรอบคอบ เรยี นรู จากการสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ
การนําเสนอผลงาน การสังเกตคุณลักษณะ
43เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย อันพึงประสงค

ขอ สอบเนน การคดิ แนวทางการวัดและประเมินผล

บุคคลในขอ ใดทําความสะอาดเข็มขัดหนังไดเ หมาะสมมากทีส่ ุด ครสู ามารถสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ การนาํ เสนอผลงาน โดยศกึ ษา
1. พมิ ใชแอลกอฮอลเช็ดสายเขม็ ขัด แลวนาํ ไปผง่ึ แดดใหแ หง เกณฑก ารวดั และประเมนิ ผลทแ่ี นบทา ยแผนการจดั การเรยี นรู หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3
2. พลอยใชผ งซักฟอกและแปรงซักผาขัดคราบสกปรก แลว นําไป
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน
ผ่ึงลม
3. แพรใชนํ้าสบูกับผานุมเช็ดทําความสะอาด แลวใชผาแหงเช็ด คาช้แี จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในช่องท่ีตรงกบั ระดบั คาชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนประเมนิ ผลการนาเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขดี ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
คะแนน
ซํ้าอกี คร้ัง
4. เพลงใชครมี ทาผิวทาและใชแ ปรงสีฟนขัด นาํ ไปลา งน้าํ ลาดบั ที่ ชื่อ-สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมี การมี รวม ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
ของนกั เรียน ความ ฟังคนอน่ื ตามทไี่ ดร้ บั นา้ ใจ ส่วนร่วมใน 15 321
แลวผึ่งแดดใหแหง คิดเหน็ มอบหมาย คะแนน 1 ความถูกต้องของเน้อื หา
การ 2 การลาดบั ขัน้ ตอนของเรื่อง รวม
(วเิ คราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 3. เพราะการทาํ ความสะอาดเขม็ ขดั หนงั ปรบั ปรุง 3 วธิ กี ารนาเสนอผลงานอยา่ งสร้างสรรค์
ใหถูกตอง ควรใชผานุมกับน้ําสบูออนๆ เช็ดทําความสะอาด ผลงานกล่มุ 4 การใช้เทคโนโลยใี นการนาเสนอ
แลวใชผานุมสะอาดเช็ดซ้ําอีกคร้ัง และควรหลีกเลี่ยงการใชครีม 5 การมสี ว่ นร่วมของสมาชิกในกล่มุ
น้ํายาขัดเงาที่ไมใชสําหรับขัดเคร่ืองหนัง เพราะมีฤทธิ์เปนกรด 3 2 13 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1
สงผลทาํ ใหห นังเข็มขัดเกิดความเสยี หายได)
ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมนิ
............/................./................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิ หรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ............./.................../............... ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ สมบูรณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัติ หรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัติ หรือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางส่วน
ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

12-15 ดี 12-15 ดี

8-11 พอใช้ 8-11 พอใช้

ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ

T49

นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั นาํ (แบบใชโครงการเปนฐาน) ó การซอ มแซม ตกแตง และดดั แปลงเสื้อผา
การซอ่ มแซม ตกแตง่ และดดั แปลงเสอ้ื ผา้ เปน็ วธิ กี ารหนง่ึ ทช่ี ว่ ยใหเ้ สอื้ ผา้ อยใู่ นสภาพทส่ี มบรู ณ์
ขัน้ ท่ี 1 ข้ันใหค วามรูพื้นฐาน สามารถใชง้ านไดต้ ามปกติ รวมถงึ ทา� ใหเ้ สอื้ ผา้ ดสู วยงาม มคี วามแปลกใหม่ และนา่ สวมใสม่ ากยงิ่ ขนึ้
ซง่ึ มหี ลักเกณฑ์ ดงั น้ี
1. ครูอธิบายใหนักเรียนฟงวา “ในอดีตคนไทย
สวนใหญนิยมสวมใสชุดที่ตัดเย็บจากผาไทย คา� นึงถงึ ผูใ้ ช้ คา� นงึ ถงึ สภาพวสั ดทุ ตี่ อ้ งการซอ่ มแซม ตกแตง่ และดดั แปลง
เชน ผา ไหมผา ซนิ่ ผา ฝา ยเพราะเปน ผา ทผี่ ลติ ขนึ้
ในทองถน่ิ เนอ้ื ผาสวมใสสบาย เหมาะสมกบั เมื่อซ่อมแซม ตกแต่ง และ พิจารณาว่ามีเสื้อผ้าเก่า หรือเส้ือผ้าท่ีช�ารุดพอที่จะน�ามาซ่อมแซม
สภาพภูมิอากาศของประเทศ รูปแบบและ ดดั แปลงเสอื้ ผา้ แลว้ ผใู้ ชย้ นิ ดี ตกแตง่ และดัดแปลงใหม่ตามทตี่ ้องการหรือไม่
รปู ทรงของเสอื้ ผา จะมลี กั ษณะทสี่ ภุ าพ เรยี บรอ ย ท่ีจะสวมใสห่ รอื ไม่
สามารถสวมใสไดทุกสถานท่ี แตในปจจุบัน
เกิดการแพรหลายทางวัฒนธรรมท่ีมากขึ้น คา� นงึ ถงึ คา่ ใชจ้ า่ ย ค�านึงถงึ เวลา คา� นงึ ถึงอปุ กรณ
จงึ สง ผลใหร ปู แบบของการแตง กายเปลย่ี นแปลง
ไปจากเดิม” หรืองบประมาณว่าคุ้มค่ากับ พิจารณาว่าต้องใช้เวลามาก เคร่ืองมือ เครอ่ื งใช้
เงนิ ทีจ่ ่ายไปในการซ่อมแซม น้อยเพียงใดในการซ่อมแซม
ขน้ั ที่ 2 ขั้นกระตนุ ความสนใจ ตกแตง่ และดัดแปลงหรือไม่ ตกแต่ง และดัดแปลงเส้ือผ้า พจิ ารณาวา่ มอี ปุ กรณ์ เครอ่ื งมอื
เมื่อแก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้ว เคร่ืองใช้ พร้อมส�าหรับการ
2. ครูเปดคลิปวิดีโอเกี่ยวกับวิธีการซอมแซม ใชต้ ่อไปได้อกี นานหรือไม่ ซอ่ มแซม ตกแตง่ และดดั แปลง
ตกแตง ดัดแปลง ตัดเย็บเสื้อผาและของใช หรอื ไม่
ภายในบานใหนักเรียนดู จากนั้นครูถาม
นกั เรยี นวา Tip
• การซอ มแซมสิ่งของเครอ่ื งใชตางๆ ภายใน
บา นทไี่ ดช มไปนนั้ นกั เรยี นคดิ วา ผปู ฏบิ ตั งิ าน วิธีการเยบ็ ซ่อมแซมผา้
ปฏบิ ัตไิ ดถ กู ตอ งและปลอดภัยหรอื ไม
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็ การซอ่ มแซมเสอื้ ผา้ จา� เปน็ ตอ้ งมคี วามรพู้ น้ื ฐานเกย่ี วกบั การเยบ็ ผา้ เบอื้ งตน้ เพอ่ื นา� ไปพจิ ารณาเลอื ก
ไดอยา งอสิ ระ) วธิ กี ารซ่อมแซมเสอ้ื ผ้าได้อยา่ งถูกต้อง ซง่ึ การเยบ็ ผ้ามอี ยู่หลายวิธี เชน่

ขน้ั สอน ๑. การเนา เป็นการเย็บผ้าด้วย ๒. การสอย เป็นการเยบ็ ผา้ ดว้ ย ๓. การด้น เป็นการเย็บผ้าด้วย
มอื ใหต้ ดิ กนั ชวั่ คราว เพอ่ื การเยบ็ มือท่ีมองเห็นรอยเย็บด้านนอก มือที่ใช้แทนการเย็บด้วยจักร
ขัน้ ที่ 3 จัดกลุม รวมมือ ถาวร หรอื การสอย เชน่ การเนา น้อยท่ีสุด นิยมใช้สอยชายเส้ือ รอยทเี่ ยบ็ จะมคี วามทนทานมาก
ตะเข็บ การเนาชายเสือ้ การเนา ชายกระโปรง ปลายขากางเกง นยิ มนา� มาใชใ้ นการเยบ็ ผา้ ๒ ชนิ้
1. ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ ออกเปน 5 กลมุ กลมุ ละ ชายกระโปรง หรอื ชายผา้ อน่ื ๆ ทตี่ อ้ งการความ ให้ติดกนั
เทาๆ กัน ใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทน ประณตี สวยงาม
กลมุ ละ1คนออกมาจบั สลากเพอื่ จดั ทาํ โครงงาน
ในหัวขอ ท่ไี ดร บั คือ การซอ มแซมเสอ้ื ผา การ การเนาแบบเทา่ กัน การสอยฟันปลา การด้นตะลยุ
ตกแตง เสอื้ ผา การดดั แปลงเสอ้ื ผา การตดั เยบ็
เสือ้ ผา และการตดั เย็บของใชภายในบา น 44

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด

ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั วธิ กี ารซอ มแซมเสอื้ ผา ดว ยวธิ กี ารสอยใหน กั เรยี น ขอ ใดเปน การกระทาํ ทไ่ี มเ หมาะสมในการเยบ็ กระดมุ ตดิ กบั ตวั เสอ้ื
ฟงวา การสอยเปนวิธีการซอมแซมเสื้อผาที่ชํารุดบริเวณรอยพับปลายแขนเสื้อ 1. เย็บกระดมุ ตดิ กับตัวเสื้อใหดายตึง
ชายกระโปรง ปลายขากางเกง โดยการเย็บสว นที่ขาดใหติดกัน แตจะไมปรากฏ 2. ใชเ ศษผา รองใตผ าใหต รงกับตาํ แหนง กานกระดมุ
รอยเยบ็ ใหเ หน็ จะเหน็ เปน เพยี งรอยจดุ เลก็ ๆ อยหู า งกนั เปน ระยะๆ ทผ่ี า ดา นนอก 3. ใชเ ข็มแทงรกู ระดมุ ขน้ึ -ลงทุกรู ประมาณ 2-3 ครง้ั
เทา นั้น ซง่ึ การสอยมีอยดู วยกันหลายวิธี เชน การสอยซอ นดาย ใชสาํ หรบั สอย 4. ใชชอลก เขยี นผา ทําเครอ่ื งหมายตาํ แหนง ที่ตอ งการตดิ กระดุม
ชายเสือ้ สอยปลายแขนเสอื้ สอยชายกระโปรง สอยชายกางเกง เปนการสอย
ทม่ี องเหน็ เสน ดา ยเพยี งเลก็ นอ ยเทา นน้ั การสอยฟน ปลา ใชส าํ หรบั สอยผา ยดื และ (วิเคราะหค ําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการเย็บกระดุมตดิ กับตวั เสื้อ
ผาเนื้อหนาท่ีริมผาไมรุย โดยไมตองพับริมผากอนสอย เปนการสอยที่มองเห็น ดวยดายที่ตึงเกินไปจะทําใหเส้ือยน และตําแหนงกระดุมกับ
เสนดายดานในที่มีลักษณะไขวหักมุม การสอยพันใชสําหรับสอยชายกางเกง รังกระดมุ อาจคลาดเคลอื่ นกัน สง ผลใหเสอื้ ไมส วยได)
เปน การสอยท่ีมองเห็นเสนดายทางดา นในมากกวา ดานนอก

T50

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

๓.๑ การซอ่ มแซมเสอ้ื ผา้ ขนั้ สอน

การซ่อมแซมเส้อื ผ้า เป็นการซอ่ มแซมเสอ้ื ผ้าที่ช�ารดุ ใหอ้ ยู่ในสภาพทีส่ ามารถใช้งานได้ เชน่ ขนั้ ท่ี 4 ขนั้ แสวงหาความรู
การซ่อมแซมปลายแขน การซ่อมแซมชายเสื้อและชายกระโปรง ยกตวั อยา่ งการซอ่ มแซมเสื้อผ้า
ง่าย ๆ ด้วยตนเอง มีดังนี้ 2. ครเู ปด คลปิ วดิ โี อเกย่ี วกบั วธิ กี ารซอ มแซมเสอื้ ผา
ใหน กั เรยี นดู จากนั้นครถู ามนกั เรยี นวา
วสั ดุ อปุ กรณ์ทใ่ี ช้ กา รซอ่ มแซม • นักเรียนเคยซอมแซมเส้ือผาดวยตนเอง
๑. เข็มสอย/เขม็ หมดุ หรอื ไม หากเคย ซอ มแซมสง่ิ ใดและซอ มแซม
๒. ดา้ ยสีเดียวกับผ้า กระเป๋าเสือ้ อยา งไร
ขาด (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
หรอื สีใกลเ้ คยี ง ไดอ ยา งอสิ ระ เชน เคยซอ มแซมชายกระโปรง
๓. กรรไกรตัดผ้า นักเรียนที่ขาดหลุดรยุ ดว ยวิธกี ารสอย)

ข้นั ตอนการซอ มแซม 3. ครูใหนักเรียนแบงกลุม (กลุมเดิม) ศึกษา
๑. ตรวจสอบวา่ เปน็ รอยขาดแบบใด หากเนอื้ ผา้ ขาด เร่ืองการซอมแซมเสื้อผา จากหนังสือเรียน
หนวยการเรียนรูท่ี 3 หรือศึกษาเพ่ิมเติมจาก
หายไปใหป้ ะรอยขาดใหเ้ รยี บรอ้ ยกอ่ น ใชเ้ ขม็ หมดุ อนิ เทอรเ น็ต
กลดั กระเปา๋ ตดิ กบั ตวั เสอ้ื ใหแ้ นน่ หรอื ใชว้ ธิ กี ารเนา
4. ครใู หน กั เรยี นศกึ ษาเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั การซอ มแซม
๑ ตามแนวเย็บแทนได้ เสอื้ ผา จาก PowerPoint ม.5 หนว ยการเรยี นรู
๒. ใช้เข็มสอยเย็บด้วยวิธีการด้นถอยหลัง หรือใช้ ท่ี 3

2 จกั รเยบ็ ตามแนวเยบ็ เดมิ ตดั ดา้ ยออกใหเ้ รยี บรอ้ ย 5. ครนู าํ เสอ้ื ทก่ี ระเปา เสอื้ ชาํ รดุ พรอ มทงั้ อปุ กรณ
น�าไปรดี ใหเ้ รยี บ ในการซอมแซมเส้ือผามาใหนักเรียนดู เพื่อ
ทําการสาธิตวิธีการซอมแซมเส้ือที่กระเปาเส้ือ
45 ชํารุด เพื่อใหสามารถกลับมาใชงานไดตาม
ปกติ

6. ครูแจกอุปกรณในการซอมแซมเสื้อผาใหกับ
นักเรียนแตละกลุม เม่ือนักเรียนแตละกลุม
ไดรับอุปกรณในการซอมแซมเสื้อผาครบแลว
ครทู าํ การสาธติ วธิ ี หรอื ขนั้ ตอนในการซอ มแซม
เสอ้ื ทก่ี ระเปา เสอื้ ชาํ รดุ ใหน กั เรยี นดอู ยา งละเอยี ด
โดยครูใหนักเรียนแตละกลุมปฏิบัติตามใน
แตละขัน้ ตอนอยา งพรอมเพรยี งกนั

7. ครูตรวจสอบความถูกตองและลักษณะการ
ซอมแซมของนักเรียนแตละกลุม หากพบวา
นักเรียนกลุมใดยังปฏิบัติไมถูกตอง ครูควร
แนะนํา หรืออธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนกลุม
ดังกลา วมีความเขาใจทีช่ ดั เจน

ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

หากกระเปาเส้ือมีรอยขาดเปนรู ควรเริ่มตนซอมแซมดวย ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับวิธีการซอมแซมเสื้อผาใหนักเรียนฟงวา กอน
ขัน้ ตอนใดกอนเปนลาํ ดับแรก ลงมือปฏบิ ัติการซอมแซมเสอ้ื ผา ดวยตนเอง นกั เรียนควรฝก การตดั เย็บเบ้อื งตน
เพ่อื นาํ มาใชเ ปนพนื้ ฐานในการซอ มแซมเส้ือผาท่ีชาํ รดุ โดยใชผา ดบิ หรอื เศษผา
1. ปะรอยขาดทเี่ ปนรดู ว ยเศษผา เหลอื ใชท เ่ี ปน สพี นื้ มาทาํ การฝก ซง่ึ การตดั เยบ็ มอี ยดู ว ยกนั หลายวธิ ี เชน การเนา
2. เนากระเปาที่ขาดใหต ิดกับตัวเสอ้ื ไดแก การเนาตะเข็บเทา เปนการเย็บตะเข็บเทากันตลอดท้ังดานหนาและ
3. พับรมิ แลวเย็บรทู ขี่ าดตดิ กับตัวเสื้อ ดเปาน นกหาลรังเยโบ็ ดทย่ีฝฝเเ ขข็มม็ จจะะถถี่แ่แี ลละะหหาางงสสลลบัับกกันันปโรดะยมฝาเขณ็มห21างนอวิ้ ยูด กาานรหเนนาาตะมเคีขวบ็ าไมมยเทาวา
4. ใชช อลกเขียนผาขดี ตรงตําแหนงที่ตองการเย็บ กปาระรดมานณตะ12ลุยนิ้วฝฝเขเข็มม็ จถะีอ่มยีลดู ักาษนณหะลเงั หมมีคือวนากมับยตาวะปเขร็บะมเนาาณเท12า นว้ิ การดน ไดแก
แตจะมีระยะท่ีถ่ี
(วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะหากพบวากระเปาเส้ือขาด มากกวาการดนถอยหลัง ดานหนาฝเข็มจะเหมือนตะเข็บท่ีเย็บดวยจักร สวน
เปน รู ควรเริ่มตน ซอ มแซมดว ยข้นั ตอนการปะรอยขาดท่เี ปน รูดว ย ดา นหลงั ดายเยบ็ จะซอนกันแนน
เศษผากอนเปนลําดับแรก จากนั้นจึงเนากระเปาใหติดกับตัวเส้ือ
ใหเ ปนแนว เพ่อื จะไดเย็บดวยฝเข็มของจกั ร)

T51

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน วสั ดุ อุปกรณ์ทใี่ ช้ รซอ่ มแซม

ขนั้ ท่ี 4 ขนั้ แสวงหาความรู ๑. เข็มสอย/เข็มหมดุ กาเปา กางเกง
ขาด
8. ครูนํากางเกงที่เปากางเกงชํารุด พรอมทั้ง ๒. ดกรา้ รยไสกเี รดตยี ดัวผกา้บั1ผา้ หรอื สีใกลเ้ คยี ง
อปุ กรณใ นการซอ มแซมเสอื้ ผา มาใหน กั เรยี นดู ๓.
เพื่อทําการสาธิตวิธีการซอมแซมกางเกงท่ี
เปา กางเกงชาํ รดุ เพอ่ื ใหส ามารถกลบั มาใชง าน ๑
ไดต ามปกติ 23

9. ครูแจกอุปกรณในการซอมแซมเส้ือผาใหกับ ข้นั ตอนการซอ มแซม
นักเรียนแตละกลุม เม่ือนักเรียนแตละกลุม ๑. ตรวจสอบว่าเป็นรอยขาดแบบใด หากเนอ้ื ผ้าขาดหายไปให้ใช้เศษผ้า
ไดรบั อุปกรณในการซอมแซมเสื้อผาครบแลว
ครทู าํ การสาธติ วธิ ี หรอื ขน้ั ตอนในการซอ มแซม มาปะแนวตะเขบ็ ทข่ี าดกอ่ น เยบ็ ตดิ กนั ใหแ้ นน่ ตดั เศษผา้ ทป่ี ะใหเ้ สมอ
กางเกงทเ่ี ปา กางเกงชาํ รดุ ใหน กั เรยี นดูอยาง ริมผ้ากางเกง ใช้กรรไกรตดั ชายผา้ ท่ีหลดุ ลยุ่ ออกใหเ้ รียบรอ้ ย
ละเอยี ด โดยครกู าํ หนดใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ ๒. พลิกกางเกงกลับด้านใน ใช้เข็มหมุดกลัดบริเวณเป้ากางเกงท่ีขาด
ปฏบิ ตั ติ ามในแตล ะขน้ั ตอนอยา งพรอ มเพรยี งกนั ให้ติดกัน หรือใชว้ ิธกี ารเนาตามแนวเย็บแทนได้
๓. ใชเ้ ขม็ สอยเยบ็ ดว้ ยวธิ กี ารดน้ ถอยหลงั หรอื ใชจ้ กั รเยบ็ ตามแนวเยบ็ เดมิ
10. ครูตรวจสอบความถูกตองและลักษณะการ และกนั รยุ่ รมิ ตะเขบ็ ใหเ้ รยี บรอ้ ย พลกิ กางเกงกลบั ดา้ นนอก เพอ่ื ตรวจดู
ซอมแซมของนักเรียนแตละกลุม หากพบวา ความเรียบรอ้ ยอกี คร้ัง
นักเรียนกลุมใดยังปฏิบัติไมถูกตอง ครูควร
แนะนํา หรืออธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนกลุม 4๖
ดงั กลา วมคี วามเขาใจทช่ี ดั เจน

11. ครูอธิบายเพื่อเปนการสรุปความรูใหนักเรียน
เขา ใจวา “การซอ มแซมเสอ้ื ผา เปน การแกไ ข
เสอื้ ผา ทชี่ าํ รดุ ใหอ ยใู นสภาพทสี่ ามารถใชง าน
ไดต ามปกติ อาจทาํ การซอ มแซมดว ยมอื หรอื
อาจซอมแซมโดยการใชจักรก็ได ขึ้นอยูกับ
ลักษณะของรอยชํารุดและเครื่องมือท่ีมีอยู
อยา งเหมาะสม เพอ่ื ใหไดชิ้นงานทม่ี ีคณุ ภาพ
ซ่ึงควรเลือกวิธีการซอมแซมใหเหมาะสมกับ
สว นท่ชี าํ รดุ ”

12. ครูถามนกั เรียนวา
• จากการฝก ซอ มแซมเสอ้ื ทก่ี ระเปา เสอื้ ชาํ รดุ
และกางเกงที่เปากางเกงชํารุด นักเรียน
คดิ วา ตนเองสามารถซอ มแซมงานในลกั ษณะ
อ่นื ๆ ไดหรือไม
(แนวตอบ คําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของ
นักเรยี น)

เกร็ดแนะครู กจิ กรรม สรา งเสริม

ครูควรแนะนําใหน กั เรยี นฝกปฏิบัติการซอ มแซมเสื้อผา ดวยตนเอง ซง่ึ อาจ ใหนักเรียนศึกษาคนควาเพ่ิมเติมเก่ียวกับวิธีการซอมแซม
เปนเสื้อผาของตนเอง หรือเสื้อผาของสมาชิกในครอบครัว โดยเลือกเส้ือผา เสอ้ื ผา ในลกั ษณะตา งๆ ทนี่ อกเหนอื จากทไี่ ดศ กึ ษาในหนงั สอื เรยี น
ที่เกิดการชาํ รุดเสยี หายมาทาํ การซอมแซม พรอ มทงั้ จัดเตรยี มวัสดุ อปุ กรณทใี่ ช จัดทําเปน รปู เลม รายงาน สง ครผู ูสอน
ในการซอ มแซมเส้ือผา ใหพ รอม เชน เข็มสอย เข็มหมุด ดา ยสีเดียวกับผา หรือ
สีใกลเคียง กรรไกรตัดผา จากนั้นปฏิบัติการซอมแซมเส้ือผาท่ีชํารุด โดยมีครู กจิ กรรม ทาทาย
เปนผูคอยใหคําแนะนําและเนนย้ําใหนักเรียนใชงานอุปกรณตางๆ ในการ
ซอมแซมเส้อื ผาอยางระมดั ระวัง เพื่อใหเกดิ ความปลอดภยั ใหน กั เรยี นนาํ เสอ้ื ผา ทเ่ี กดิ การชาํ รดุ เสยี หายมาทาํ การซอ มแซม
โดยออกแบบวิธีการซอมแซมดวยตนเอง เชน การซอมแซม
นักเรียนควรรู รอยขาดของกระเปากางเกงดวยเศษผาหลากสี โดยใชความคิด
รเิ รม่ิ สรา งสรรคใ นการซอ มแซมเสอ้ื ผา ใหอ อกมามรี ปู แบบสวยงาม
1 กรรไกรตัดผา ควรเลือกทท่ี าํ ดวยเหลก็ ทม่ี ีคุณภาพดี มคี วามคมตงั้ แตโ คน มีความแปลกใหม จากน้ันออกมานําเสนอผลงานใหเพ่ือนชม
ถงึ ปลายกรรไกร ไมค วรนําไปตดั วสั ดอุ ืน่ ๆ ใชส ําหรบั ตัดผาเพียงอยางเดยี ว หนาชั้นเรียน พรอมท้ังอธิบายแนวคิดในการออกแบบวิธีการ
ซอมแซมเส้อื ผาที่ชํารุดของตนเอง
T52

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

๓.๒ การตกแตง่ เสอื้ ผา้ ขนั้ สอน

เสื้อผ้าท่ีสวมใส่จะมีความล้าสมัยไปตามกาลเวลา ท�าให้ต้องมีการตกแต่งเส้ือผ้า เพื่อท�าให้ ขน้ั ท่ี 4 ขนั้ แสวงหาความรู
เสอื้ ผา้ น้นั ดูทันสมยั มีความแปลกใหม่ และสวยงามมากยิง่ ข้ึน นอกจากน้ี ยงั เปน็ การประหยดั
คา่ ใชจ้ า่ ยในการซอ้ื เสอ้ื ผา้ ตวั ใหม่ ซงึ่ วธิ กี ารตกแตง่ เสอื้ ผา้ จะแตกตา่ งกนั ไปตามความคดิ สรา้ งสรรค์ 13. ครนู าํ ผลงานการตกแตง เสอ้ื ผา ในลกั ษณะตา งๆ
ของแต่ละบคุ คล ดงั น้ี มาใหนักเรียนดู จากนั้นครถู ามนกั เรยี นวา
• ท่ีบานของนักเรียนมีผลงานในลักษณะน้ี
การปกั 1 บา งหรอื ไม หากมี เปนผลงานใด
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
เปน็ การตกแตง่ เสอื้ ผา้ โดยใชว้ สั ดุ ไดอยางอิสระ เชน หมอน กระเปา เส้ือ
ต่าง ๆ มาเย็บลงบนผ้า เพ่ือให้ ผา กนั เปอ น ถงุ มอื ไมโครเวฟ ผา คลมุ ตเู ยน็ )
เกดิ ลวดลายท่ีสวยงาม ซึ่งมีท้ัง • นกั เรยี นเคยสรา งสรรคผ ลงานในลกั ษณะน้ี
การปักด้วยไหม ด้าย และวัสดุ บา งหรอื ไม
อื่น ๆ เช่น เปลือกหอย ลูกปัด (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
เมลด็ พชื แหง้ ไดอยางอิสระ เชน เคยสรางสรรคผลงาน
ในลักษณะนี้ โดยใชวิธีการปกกับปกของ
การปะ เสือ้ เช้ติ )
• การตกแตง เสือ้ ผา มีประโยชนอยา งไร
เปน็ การนา� ผา้ หรอื วสั ดอุ น่ื ๆ ทมี่ ี (แนวตอบ ทําใหเส้ือผามีความสวยงาม
ลวดลาย หรือต้องการให้เกิด มีความแปลกตา และดูทันสมัยมากขึ้น
ลวดลายมาวางทับเสื้อผ้า และ นอกจากนี้ ยังชวยประหยัดคาใชจาย
ปกริม โดยวิธีใดวิธีหน่ึงตาม ในการซอ้ื เส้อื ผา ตวั ใหมอ กี ดว ย)
ตอ้ งการทา� ใหผ้ า้ ๑ ชนิ้ มลี วดลาย
ทีแ่ ตกต่างกนั ออกไป 14. ครูใหนักเรียนแบงกลุม (กลุมเดิม) ศึกษา
เร่ือง การตกแตงเส้ือผา จากหนังสือเรียน
การกนุ๊ หนวยการเรยี นรูท่ี 3 หรือศึกษาเพม่ิ เตมิ จาก
อินเทอรเนต็
เป็นการน�าผ้าเฉลียงมาเย็มมุม
ริมผ้า เพื่อให้เกิดลวดลายที่ 15. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเก่ียวกับการ
สวยงาม รวมถึงเป็นการเก็บ ตกแตง เสื้อผา จาก PowerPoint ม.5 หนว ย
ริมผ้าให้มีความเรียบร้อย ซึ่ง การเรียนรทู ่ี 3
สามารถพบเห็นได้จากของใช้
ทั่ว ๆ ไป 16. ครอู ธิบายเพิ่มเตมิ วา “การตกแตง เสอ้ื ผาเปน
วิธีการท่ีทําใหเสื้อผามีความแปลกใหมและ
47เส้ือผ้าและเคร่ืองแต่งกาย สวยงามมากยิ่งขึ้น ดวยวิธีการปก การปะ
และการกนุ ผปู ฏบิ ตั งิ านสามารถนาํ ความคดิ
สรางสรรคของตนเองมาใชในการปฏิบัติงาน
ไดอ ยา งอิสระ ชว ยประหยัดคา ใชจ ายในการ
ซอื้ เสือ้ ผาไดอ กี ทางหนงึ่ ”

ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู

วัตถปุ ระสงคสําคัญของการตกแตงเส้ือผา ดว ยวิธีการกนุ คอื ส่งิ ใด 1 การปก เปนการตกแตงเสื้อผา โดยการนําวัสดุตางๆ มาเย็บลงบนผา
เพื่อใหเกิดลวดลายทส่ี วยงาม แบง ออกเปน 2 ลกั ษณะ คือ
(แนวตอบ การกนุ มวี ตั ถปุ ระสงคส าํ คญั คอื เพอื่ เกบ็ รมิ ผา ใหเ กดิ
ความเรยี บรอย โดยเฉพาะในสวนที่โคงและเวา เชน คอเส้ือ และ • การปก ดว ยไหม หรอื ดา ย มที งั้ การปก ดว ยมอื และการปก ดว ยจกั ร หากใช
เพ่ือความสวยงาม ใชเปนสวนตกแตงทําใหชายผาไมรุย ซึ่งการ จกั รแบบธรรมดาจาํ เปน ตอ งอาศยั ความชาํ นาญเปน อยา งมากจงึ จะสามารถปก ได
กุนผามี 2 แบบ คือ การกุนผาตามแนวโคง เชน ผาที่ตัดเปน อยางสวยงามและประณีต แตในปจจุบันสามารถทําไดโดยการใชจักรอัตโนมัติ
วงกลม เวลาเยบ็ ไมค วรดงึ ผา ควรใชว ธิ เี นากอ น โดยใหร มิ ผา กนุ กบั ซึ่งมีราคาสงู กวาจักรธรรมดา สว นการปก ดว ยมอื เปนการปก ทงี่ าย มขี ้นั ตอนท่ี
แนวโคงของชิ้นงานเสมอกัน และการกุนผาที่เวา เชน คอเสื้อ ไมยุงยาก และสามารถเลือกปกลวดลายที่ตองการได ซึ่งมีอยูดวยกันหลายวิธี
ใหด ึงผา เฉลยี งเลก็ นอย จะทาํ ใหแนวกุน กระชับกบั สว นเวา ซงึ่ จะ เชน การปก เดนิ เสน การปก ไขว การปกโซ การปกทึบ การปก จุดกลม การปก
ทําใหไดผ ลงานท่ีสวยงามมากยง่ิ ขน้ึ ) คัตเวิรก

• การปก ดว ยวสั ดอุ น่ื ๆ ปจ จบุ นั นยิ มนาํ วสั ดอุ นื่ ๆ มาทาํ เปน ลวดลายบนผา
เชน ใชเ ลอื่ มปก ชดุ ราตรี นอกจากน้ี ยงั มีการนําเปลือกหอย กระดกู สัตว ลกู ปด
เมล็ดพืชแหง มาใชอีกดว ย จึงสง ผลทําใหเกิดลวดลายทีส่ วยงามแปลกตา

T53

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน การตกแต่ง

ขัน้ ที่ 4 ข้นั แสวงหาความรู เขียนสบี น
กระโปรง
17. ครนู าํ กระโปรง พรอ มทง้ั อปุ กรณใ นการตกแตง
มาใหน กั เรยี นดู เพอ่ื ทาํ การสาธติ วธิ กี ารตกแตง วสั ด ุ อปุ กรณท์ ่ใี ช้ ขน้ั ตอนการตกแตง
กระโปรงดวยวิธกี ารเขยี นสี ๑. กระโปรง ๑. ใช้ดินสอรา่ งภาพตามตอ้ งการลงบนกระโปรง โดยวาดเป็นเสน้ บาง ๆ
๒. สอี ะครลิ กิ ส�าหรบั ๒. ร่างภาพตามต้องการลงบนกระโปรงให้เต็มพ้ืนที่ โดยวาดเก็บรายละเอียด
18. ครูแจกอุปกรณในการตกแตงเส้ือผาใหกับ
นักเรียนแตละกลุม เมื่อนักเรียนแตละกลุม เพนตผ์ ้า ที่ตอ้ งการใหค้ รบ
ไดรับอุปกรณในการตกแตงเสื้อผาครบแลว ๓. พู่กนั /จานสี ๓. ใชส้ อี ะครลิ กิ สา� หรบั เพนตผ์ า้ ระบายสตี ามตอ้ งการลงบนกระโปรงใหเ้ รยี บเนยี น
ครทู าํ การสาธติ วธิ ี หรอื ขนั้ ตอนในการตกแตง ๔. ดนิ สอ ๔. ใช้สขี าวระบายทบั สพี ้นื เพ่อื ใหส้ ีดูอ่อนลงและภาพมมี ิตเิ พมิ่ มากขึน้ ทิ้งไว้
กระโปรงดว ยวธิ กี ารเขยี นสใี หน กั เรยี นดอู ยา ง
ละเอยี ด โดยครกู าํ หนดใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ ให้แห้ง น�าไปรีดโดยใช้ผ้าปูทับบริเวณท่ีวาดภาพ จากนั้นจึงน�าไปซักให้
ออกแบบผลงานดวยตนเองจากอุปกรณที่มี เรยี บร้อย
อยา งสรางสรรค
๑2
19. ครูตรวจสอบความถูกตองและลักษณะการ 34
ตกแตงของนักเรียนแตละกลุม หากพบวา
นักเรียนกลุมใดยังปฏิบัติไมถูกตอง ครูควร 4๘
แนะนํา หรืออธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนกลุม
ดงั กลาวมคี วามเขาใจทช่ี ัดเจน

20. ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับเทคนิคการใช
สีอะคริลิกใหนักเรียนฟงวา “สีอะคริลิกเปน
สีท่ีแหงเร็ว ติดทนนาน จึงนิยมนํามาใชใน
การเพนตล งบนวสั ดตุ า งๆ อยา งมากมาย เชน
ผา รองเทาผา จานเซรามิก โลหะ พลาสติก
ไม เทคนิคสําคัญในการใชสีอะคริลิก คือ
ควรเลือกใชพูกันสังเคราะห เพราะจะชวย
อมุ นาํ้ ไดด กี วา พกู นั ขนสตั ว ชว ยใหส แี หง ชา ลง
ใชพ กู นั เบอรใ หญร ะบายสบี รเิ วณทวี่ า ง จะชว ย
ประหยดั เวลาในการระบายสี ใชว ธิ กี ารระบายสี
แบบเปนเลเยอรในบริเวณสําคัญกอน แลว
จึงกลับมาเก็บรายละเอียดในภายหลัง ใช
สเปรยฉีดนํ้าฉีดอยูเสมอ เพ่ือปองกันไมให
สีแหงเร็วจนเกินไป และผสมนํ้า หรือน้ํามัน
ลงในสีอะคริลกิ จะชวยใหส ีแหงชาลง”

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ
การตกแตงเสอื้ ผา เพือ่ ใหเ กิดความสวยงาม ควรคาํ นึงถงึ ส่ิงใด
ครแู นะนาํ เกย่ี วกบั วธิ กี ารตกแตง เสอื้ ใหส วยงามใหน กั เรยี นฟง วา การตกแตง เปนหลัก
เสอ้ื ผา เปน วธิ กี ารทที่ าํ ใหเ สอ้ื ผา มคี วามสวยงามและแปลกใหม ซงึ่ นอกเหนอื จาก
การปก การปะ และการกนุ แลว นกั เรยี นสามารถนาํ วสั ดอุ น่ื ๆ มาใชใ นการตกแตง (แนวตอบ ในการตกแตง เส้ือผา เพื่อใหเ กดิ ความสวยงาม ควร
เสื้อผา เพ่ือใหเกิดความสวยงามได เชน การใชเครื่องประดับในการตกแตง คาํ นึงถึงสง่ิ สําคญั ตา งๆ ดังนี้
เชน การติดเข็มกลัด การตกแตงบริเวณใดบริเวณหน่ึงของเสื้อ เชน ปกเส้ือ
กระเปาเสือ้ การใชว ัสดุชนดิ อ่นื ๆ ติดเพิ่มไปกบั ตัวเสอื้ เชน การตดิ ผา ลูกไมท ่ี • การตกแตง ตอ งมคี วามสมั พนั ธก บั รปู แบบและรปู ทรงของเสอ้ื
ชายเสอ้ื หรือปลายแขนเสอื้ เพือ่ ปองกนั ไมใหเ กดิ การรกรุงรัง

สื่อ Digital • วัสดุท่ีนํามาใชในการตกแตงจะตองมีความกลมกลืนกับ
ตัวเสอื้ เพอ่ื ใหเ กดิ ความสอดคลองกลมกลืนกัน
ศกึ ษาเพ่มิ เตมิ เกยี่ วกับวธิ กี ารตกแตง เสอ้ื ผา ไดท ี่ https://www.youtube.
com/watch?v=mMdYXQQJy90 • จะตอ งมคี วามสวยงาม มเี อกภาพ มคี วามโดดเดน และมคี วาม
นา สนใจกวา แบบเส้อื ของเดิม สีมคี วามเหมาะสม ไมข ดั กับ
T54 สีเสือ้ เดมิ

• วัสดุท่ีนํามาใชตกแตงตองมีขนาดเหมาะสมและสัมพันธกับ
บรเิ วณทตี่ อ งการตกแตง เพอื่ ใหเ กดิ ความสวยงาม กลมกลนื
กับตวั เสื้อ)

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

การตกแตง่ ขน้ั สอน

แตง่ เสือ้ ขนั้ ท่ี 4 ขนั้ แสวงหาความรู
ด้วยดอกไม้
21. ครูนําเส้ือแขนกุด พรอมท้ังอุปกรณในการ
๑2 3 ตกแตงมาใหนักเรียนดู เพ่ือทําการสาธิต
4 วิธีการตกแตง เสอ้ื ดวยดอกไม
วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้
22. ครูแจกอุปกรณในการตกแตงเสื้อผาใหกับ
๑. เสื้อ ๒. เศษผา้ ยีน นักเรียนแตละกลุม เมื่อนักเรียนแตละกลุม
๓. ผา้ ลกู ไม้ ๔. เข็มสอย/เข็มหมดุ ไดรับอุปกรณตกแตงเส้ือผาครบแลว ครูทํา
๕. ชด้าอยลส์กีเเดขยียี วนกผบั า้ 1ผ้า หรือสีใกล้เคียง ๖. กสรารยไวกัด2รตัดผา้ การสาธิตวิธี หรือขั้นตอนในการตกแตงเส้ือ
๗. ๘. ดว ยดอกไม ใหน กั เรยี นดอู ยา งละเอยี ด โดยครู
๙. กระดมุ กาํ หนดใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ ออกแบบผลงาน
ไดด ว ยตนเองจากอปุ กรณท มี่ อี ยา งสรา งสรรค
ข้นั ตอนการตกแตง ๓. นา� ผา้ ลกู ไมม้ าวางทาบบรเิ วณ
๑. ตัดเศษผ้ายนี กว้าง ๓ ซม. ยาว ๒๕ ซม. ตัดผ้าลกู ไม้กว้าง ๑.๕ ซม. กระเปา๋ และตวั เสอื้ ใชเ้ ขม็ หมดุ 23. ครูตรวจสอบความถูกตองและลักษณะการ
กลดั ใหแ้ นน่ เยบ็ ดว้ ยวธิ กี ารดน้ ตกแตงของนักเรียนแตละกลุม หากพบวา
ยาว ๑๕ ซม. อย่างละ ๘ เส้น พับผ้าเป็นทบ ตัดชายผ้าให้เป็น ถอยหลงั หรอื ใชจ้ กั รเยบ็ แทน นักเรียนกลุมใดยังปฏิบัติไมถูกตอง ครูควร
เสน้ โคง้ เนาใหเ้ รียบร้อย จากนนั้ รูดผ้าเขา้ หากนั ขดใหเ้ ปน็ วงกลม แนะนํา หรืออธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนกลุม
มัดปลายเชือกและเย็บชายผ้าติดกันให้แน่น น�าผ้าลูกไม้ท่ีขดแล้ว ๔. วางต�าแหน่งดอกไม้บริเวณ ดังกลา วมีความเขา ใจที่ชัดเจน
วางบนเศษผ้ายีนท่ีขดเป็นวงกลม เย็บติดกัน โดยเย็บกระดุมไว้ คอเส้อื โดยใชช้ อลก์ เขยี นผา้
ดา้ นบน จะได้ดอกไม้ส�าหรับติดเส้ือ ก�าหนดจุดที่ต้องการเย็บ 24. ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกี่ยวกับการทําดอกไม
๒. ตดั เศษผ้ายนี เปน็ รปู สเ่ี หล่ียมกวา้ ง ๑๓ ซม. ยาว ๑๒ ซม. พับชายผา้ จากนั้นเย็บดอกไม้ให้ติดกับ จากเศษผาใหนักเรียนฟงวา “เศษผาท่ี
ทง้ั ๔ ด้าน ดา้ นละ ๑ ซม. โดยสอยผา้ ดา้ นหน่ึงให้เรยี บร้อย จากนั้น คอเสื้อใหแ้ นน่ เหลอื ใชส ามารถนาํ มาประดษิ ฐเ ปน ดอกไมไ ด
นา� มาวางบนเสอ้ื ใชเ้ ขม็ หมดุ กลดั ใหแ้ นน่ เยบ็ ดว้ ยวธิ กี ารดน้ ถอยหลงั หลากหลายรปู แบบ ซง่ึ นกั เรยี นสามารถศกึ ษา
เพอื่ ทา� เป็นกระเปา๋ เสื้อ 49 เพ่ิมเติมเก่ียวกับการประดิษฐดอกไมจาก
เศษผา ผานทางเวบ็ ไซตต างๆ เชน
• https://www.youtube.com/
watch?v=paDYqUmke3A
• https://www.youtube.com/
watch?v=wPzi-RtDJao
• https://www.youtube.com/
watch?v=MugeskrvIM0
เพื่อนํามาใชเปนแนวทางในการสรางสรรค
ผลงานของตนเอง ใหเกิดความสวยงามและ
มคี วามหลากหลายมากยิ่งขนึ้ ”

กิจกรรม สรา งเสรมิ นักเรียนควรรู

ใหนักเรียนเลือกวิธีการตกแตงเสื้อผาตามความสนใจ 1 ชอลก เขยี นผา มีลักษณะเปนแทง สามเหลี่ยม มี 4 สี ไดแ ก สเี หลอื ง สีฟา
1 ประเภท ไดแ ก การปก การปะ และการกนุ ลงมือปฏิบตั ิการ สชี มพู และสขี าว ในการใชง านตอ งระมดั ระวงั มากเปน พเิ ศษเนอ่ื งจากเปราะบาง
ตกแตงเสื้อผาตามความคิดสรางสรรคและจินตนาการ จากนั้น และแตกหักไดงาย นํามาใชในการขีดเพื่อทําเคร่ืองหมายบนผา หรือทําแบบ
ออกมานําเสนอผลงานใหเพ่ือนชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบาย บนผา หลังจากใชงานเสรจ็ ควรเก็บลงในกลอ งอปุ กรณใหเรยี บรอ ย
แนวคดิ ในการสรางสรรคผ ลงานของตน 2 สายวดั เปนเสนยาว 60 น้ิว และ 150 เซนติเมตร ปลายหมุ ดวยโลหะ มขี ีด
แบงไวมองเห็นชัดเจน ซึ่งควรเลือกชนิดท่ีมีมาตรวัดท้ังน้ิวและเซนติเมตรอยู
กิจกรรม ทา ทาย ในหนาเดียวกัน เพราะจะชวยใหเกิดความสะดวกสบายในการวัดตัว ไมควร
ใชสายวัดผูกเอว หรือผูกสง่ิ ของ เพราะจะทําใหสายบดิ เบย้ี ว และควรเกบ็ ดวย
ใหนักเรียนคนหาคลิปวิดีโอการตกแตงเส้ือผาจากเว็บไซต วิธีการแขวน เพื่อสะดวกตอการใชง าน
ตา งๆ แลว เลอื กคลปิ วิดโี อทีต่ วั เองชนื่ ชอบ 1 คลปิ ทาํ การรางภาพ
เพื่อออกแบบการตกแตงเส้ือผา พรอมท้ังเขียนอธิบายเหตุผลท่ี T55
เลอื กคลปิ วิดีโอนีเ้ ปนตนแบบในการตกแตงเส้อื ผา จากนัน้ ออกมา
นาํ เสนอผลงานใหเพ่อื นชมหนา ชน้ั เรียน

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน ๓.๓ การดดั แปลงเสื้อผ้า1

ข้ันที่ 4 ขน้ั แสวงหาความรู การน�าเสื้อผ้าท่ีมีอยู่มาเปลี่ยนแปลง ต่อเติม และแก้ไขให้ได้รูปแบบใหม่ เพื่อช่วยประหยัด
รายจ่าย ซ่งึ การดดั แปลงเสอ้ื ผ้ามีหลายรูปแบบ เช่น
25. ครูเปดคลิปวิดีโอการดัดแปลงเส้ือผาใน
รูปแบบตางๆ ใหนักเรียนดู จากน้ันครูถาม การดดั แปลงขนาดของเสื้อผ้า
นกั เรยี นวา
• นักเรียนเห็นดวยหรือไมในการนําเสื้อผา เป็นการดัดแปลงเส้ือผ้าให้มีขนาด
ตวั เกา มาดดั แปลงใหเ กดิ เปน เสอื้ ผา ตวั ใหม ใหญ่ข้ึน หรือมีขนาดเล็กลง การ
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็ ดัดแปลงในลักษณะน้ี ท�าได้โดย
ไดอยา งอสิ ระ เชน เหน็ ดวย เพราะเปนการ การเลาะตะเขบ็ ขา้ งออก เนาและเยบ็
ชวยประหยัดคาใชจายในการซื้อเสื้อผา ให้พอดีกับตัว หรือตามที่ต้องการ
ตวั ใหม) เหมาะสา� หรบั เส้อื และกางเกง
• นกั เรยี นเคยดดั แปลงเสอื้ ผา ดว ยตนเองบา ง
หรือไม หากเคย ดัดแปลงในรูปแบบใด การดดั แปลงส่วนประกอบ
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอยา งอิสระ) เป็นการแกไ้ ขส่วนท่ีประกอบกันเปน็
• การดัดแปลงเสื้อผา มปี ระโยชนอ ยา งไร ตัวเสอ้ื เป็นกางเกง ใหเ้ ปลี่ยนแปลง
(แนวตอบ ทําใหเส้ือผามีความสวยงาม ไปจากแบบเดิม เช่น น�าเส้ือยืด
มีความแปลกตา และดูทันสมัยมากข้ึน ตวั เกา่ มายอ้ มสีใหเ้ ปน็ เสอื้ ยดื ตวั ใหม่
นอกจากน้ี ยงั ชว ยประหยดั คา ใชจ า ยในการ ดัดแปลงกระโปรงยาวให้กลายเป็น
ซ้ือเสอ้ื ผา ตัวใหมอีกดวย) กระโปรงส้ัน

26. ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ (กลมุ เดมิ ) ใหน กั เรยี น การดดั แปลงด้วยการลงสี
แตละกลมุ รวมกันศกึ ษา เร่อื ง การดัดแปลง
เส้ือผา จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูท่ี เปน็ การนา� สมี าตกแตง่ เพมิ่ ลวดลาย
3 หรือศกึ ษาเพ่ิมเตมิ จากอนิ เทอรเ นต็ ลงบนเนื้อผ้าให้มีความสวยงามมาก
ยงิ่ ขน้ึ ซงึ่ สามารถทา� ไดห้ ลายวธิ ี เชน่
27. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเก่ียวกับการ การมดั ยอ้ ม การเพนต์ การเขยี นเทยี น
ดดั แปลงเสอื้ ผา จาก PowerPoint ม.5 หนวย การสะบัดสี การพิมพ์ลาย โดยสีท่ี
การเรียนรทู ่ี 3 น�ามาใช้ควรเป็นสีส�าหรับงานเขียน
ผา้ เท่านน้ั
28. ครูอธิบายเพ่ิมเติมวา “การดัดแปลงเสื้อผา
เปนการนําเสื้อผาท่ียังมีสภาพดีมาแกไข การซอ่ มแซม ตกแต่ง และดดั แปลงเสื้อผา้ สามารถชว่ ยยดื อายกุ ารใช้งานของเส้อื ผ้า ทา� ให้
เปล่ียนแปลง เพื่อใหไดรูปแบบและรูปทรงที่ ไมล่ า้ สมยั ในการซอ่ มแซมเสอื้ ผา้ มวี ธิ กี ารทห่ี ลากหลาย ดงั นน้ั ควรเลอื กใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั ลกั ษณะ
ที่มีความเหมาะสมกับผูสวมใส โดยเลือก การชา� รดุ นอกจากน้ี การตกแตง่ และดดั แปลงเสอ้ื ผา้ ยงั ขน้ึ อยกู่ บั ความคดิ สรา้ งสรรคแ์ ละความชอบ
วิธีการดัดแปลงใหเหมาะสมกับสภาพของ ส่วนบุคคลอีกด้วย
เสอื้ ผา ชดุ นน้ั ๆ และคาํ นงึ ถงึ ความคมุ คา ของ
เวลาและคาใชจา ยท่เี สียไปดวย” 50

นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคิด

1 การดดั แปลงเสอื้ ผา เปน การนาํ เสอื้ ผา ทยี่ งั คงสภาพดอี ยมู าแกไ ขเปลย่ี นแปลง เสื้อผาในขอใดเหมาะสาํ หรบั นํามาใชใ นการดัดแปลงเสื้อผา
เพื่อใหไดเส้ือผารูปแบบใหมท่ีเหมาะสมกับผูสวมใสและเหมาะสมกับยุคสมัย 1. เสอื้ ดาํ กระโปรงดําเขา ชดุ ยาวคลุมเขา
สามารถปฏบิ ัติไดหลายวธิ ี เชน 2. เสอ้ื ตัวใหม ยห่ี อ ดงั นําเขา จากตางประเทศ ใสเขา รปู พอดีตัว
3. เดรสสีชมพเู ปดไหลเ ขา รูป ซอ้ื มาเตรียมใสในงานแตง งานของ
• การดัดแปลงกระโปรงยาวใหเปนกระโปรงส้ัน โดยการตัดชายกระโปรง
และพับสอยตามตองการ หรือการทํากระโปรงส้ันใหเปนกระโปรงยาว โดยใช พ่ีสาว
ผา ลกู ไม หรอื ผาท่มี ีลวดลายสวยงามมาตอ ท่ีชายกระโปรง 4. กระโปรงยีนสนี ํ้าเงินทซี่ อ้ื มาเมอื่ 2 ปท แี่ ลว แตป จ จุบนั ไมไ ดใส

• การดดั แปลงเสอ้ื แขนยาวใหเ ปน เสอื้ แขนสนั้ ซง่ึ อาจเปน เสอื้ แขนยาวทแี่ ขน เพราะส้นั
สวนลา งชํารุด หรือลาสมยั สามารถนาํ มาดดั แปลงโดยการตดั แขนใหกลายเปน
เสอื้ แขนส้นั ได (วิเคราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 4. เพราะกระโปรงยีนทส่ี ้นั สามารถนาํ
มาดดั แปลงใหก ลายเปน กระโปรงตวั ใหมได เชน การนาํ ผา ลกู ไม
• การดดั แปลงชายเสอื้ ท่ยี าว หรอื คบั สะโพก โดยการนาํ มาตัดใหส ั้น หรอื มาตอที่ชายกระโปรงจะทําใหกระโปรงยาวขึ้น สามารถนํามา
เลาะปลายตะเข็บดานขา งออกท้ัง 2 ขา ง ทาํ เปนเส้ือผา ขา ง สวมใสไ ดต ามปกติ)

T56

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน
ขน้ั ที่ 4 ขน้ั แสวงหาความรู

วสั ดุ อุปกรณ์ทใี่ ช้ 29. ครนู ํากางเกงขายาว พรอมทั้งอปุ กรณใ นการ
ดัดแปลงเสื้อผามาใหนักเรียนดู เพ่ือทําการ
๑. กางเกงขายาว สาธิตวิธีการดัดแปลงกางเกงขายาวเปน
กางเกงขาสน้ั
๒. เผขา้ ม็ กส�าอมยะ2ห/เขย็ม่ี หมุด
๓. 30. ครูแจกอุปกรณในการดัดแปลงเสื้อผาใหกับ
นักเรียนแตละกลุม เม่ือนักเรียนแตละกลุม
๔. ดา้ ยสเี ดยี วกบั ผา้ หรอื สีใกลเ้ คยี ง ไดรับอุปกรณในการดัดแปลงเสื้อผาครบแลว
ครทู าํ การสาธติ วธิ ี หรอื ขน้ั ตอนในการดดั แปลง
๕. กรรไกรตดั ผา้ กางเกงขายาวเปนกางเกงขาสั้นใหนักเรียนดู
อยา งละเอยี ด โดยครกู าํ หนดใหน กั เรยี นแตล ะ
๖. ชอล์กเขียนผา้ กลุมออกแบบผลงานดวยตนเองจากอุปกรณ
ที่มอี ยางสรา งสรรค
กางเกง ๗. สายวดั
ขายาวเป็น 31. ครูตรวจสอบความถูกตองและลักษณะการ
การดัดแปลง ดัดแปลงของนักเรียนแตละกลุม หากพบวา
กางเกง นักเรียนกลุมใดยังปฏิบัติไมถูกตอง ครูควร
ขาส้นั 1 ๑2 แนะนํา หรืออธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนกลุม
34 ดังกลา วมีความเขาใจทีช่ ดั เจน
Trick
การลับกรรไกรตดั ผ้า 32. ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับการสอยผาให
ดว้ ยอะลมู ิเนียมฟอยล์ นกั เรยี นฟง วา “การสอยเปน การซอ มแซมเสอื้ ผา
ทช่ี าํ รดุ บรเิ วณรอยพบั ปลายแขน ชายกระโปรง
เตรยี มอะลมู เิ นยี มฟอยลย์ าว ๘-๑๐ นวิ้ ปลายขากางเกง โดยการเย็บสวนที่ขาดให
พับตามความยาวหลาย ๆ ทบ ตัด ตดิ กนั แตจ ะไมป รากฏรอยเยบ็ ใหเ หน็ จะเหน็
อะลูมิเนียมฟอยล์ตามความยาวไป เปนจุดเล็กๆ อยูหางกันเปนระยะๆ ท่ีผา
เร่ือย ๆ จนหมดแผ่น ต้องตัดให้เตม็ ดานนอกเทาน้ัน การสอยมีอยูดวยกันหลาย
ใบมีด ใช้ผ้าสะอาดชุบน้�าบิดหมาด รูปแบบ เชน การสอยซอ นดาย เปนการสอย
เชด็ ใหส้ ะอาด เพอ่ื ขจดั เศษฝนุ่ ท่ีมองเห็นเสนดายเย็บเล็กนอย โดยแทงเข็ม
ใหส อดเขา ไปในพบั ทบของผา ใหก วา งชว งละ
ขนั้ ตอนการดัดแปลง ประมาณ 1 เซนตเิ มตร ซงึ่ กอ นแทงเขม็ ออกให
๑. พบั ขากางเกงใหเ้ รยี บเสมอกนั ใชส้ ายวดั วดั ความยาวของขากางเกงทต่ี อ้ งการและสว่ นทีไ่ มต่ อ้ งการใหต้ ดั ออก สะกดิ เสน ดา ยจากผา ชนิ้ ลา งประมาณ 1-3 เสน
๒. พลิกดา้ นใน พบั ชายขากางเกงขนึ้ ๒.๕ ซม. ท้ัง ๒ ขา้ ง ใชเ้ ข็มหมุดกลัดให้แน่น แลว้ ใชเ้ ข็มสอยเนาชายขา แลวสอดเข็มเขาไปในสันทบผา จากนั้นแทง
เข็มออกสะกิดเสนดายจากผา ชิน้ ลาง โดยทํา
กางเกง เชนน้ีเร่อื ยไปจนสุดแนวที่ตอ งการสอย”
๓. พลิกดา้ นนอก ใชผ้ า้ ก�ามะหย่กี นุ๊ ชายขากางเกง โดยวดั ขนาดของผ้าให้มคี วามยาวเทา่ กบั ปลายขากางเกง

ใชเ้ ขม็ หมดุ กลดั ใหแ้ น่น ตลบผา้ ด้านที่ไมม่ ลี ายข้นึ ด้านบน ใชเ้ ข็มสอยสอยผา้ และชายกางเกงให้ติดกัน
๔. พลิกด้านใน ตลบเศษผา้ ดา้ นทม่ี ลี ายลง เลาะด้ายเนาออก ใชเ้ ข็มสอยสอยชายผา้ และชายกางเกงใหต้ ดิ กัน

พลกิ ด้านนอก ใช้ผา้ ก�ามะหยตี่ ดั เปน็ เส้นตรงความยาวใหม้ ากกว่าเอวของผ้สู วมใส่ พับชายผ้าท้ัง ๔ ดา้ น
ใชเ้ ขม็ หมดุ กลดั ใหแ้ นน่ ใชเ้ ขม็ สอยสอยผา้ หรอื ใชจ้ กั รเยบ็ แทนได้ น�าไปรอ้ ยในหกู างเกง เพอ่ื ใชแ้ ทนเขม็ ขดั

5๑

ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู

ขอ ใดกลา วถึงกรรไกรตดั ผา ไดอ ยางถกู ตอง 1 กางเกงขายาวเปนกางเกงขาส้ัน เปนการดัดแปลงเส้ือผาในรูปแบบหน่ึง
1. กรรไกรตดั ผา จะมคี วามคมไมม าก โดยการนาํ กางเกงขายาวทม่ี สี ภาพดี แตป ลายขาขาดจนไมส ามารถซอ มแซมได
2. กรรไกรตัดผา ใชต ดั ผา ไดเ พยี งอยางเดยี ว หรอื ไมอ ยากสวมใสอ กี มาดดั แปลงใหเ ปน กางเกงขาสน้ั เพอ่ื ใสอ ยบู า น ดว ยวธิ กี าร
3. กรรไกรตัดผาใชต ดั กระดาษข้นึ แบบเสอ้ื ได ตดั ขากางเกงและพับเยบ็
4. กรรไกรตัดผา ใชตดั กระดาษและตัดพลาสตกิ ได 2 เขม็ สอย ทาํ ดว ยเหลก็ เมอื่ ถกู ความชนื้ จะเกดิ สนมิ มอี ยดู ว ยกนั หลายขนาด
สาํ หรบั ขนาดทใ่ี ชโ ดยทว่ั ไปจะใชต ง้ั แตเ บอร 7-11 โดยเขม็ เลก็ จะมเี บอรเ ลขมาก
(วเิ คราะหคาํ ตอบ ตอบขอ 2. เพราะกรรไกรตดั ผาควรใชต ัดผา เขม็ ใหญจ ะมเี ลขเบอรนอ ย ดังน้ัน เข็มเบอร 11 จึงมขี นาดเลก็ กวาเขม็ เบอร 9
เพยี งอยา งเดยี ว ไมค วรนาํ ไปใชต ดั วสั ดปุ ระเภทอน่ื ๆ เชน กระดาษ โดยเขม็ เบอร 7-8 จะใชเ ยบ็ ผา ทมี่ คี วามหนาและถกั รงั ดมุ เขม็ เบอร 9-11 ใชเ ยบ็ ผา
พลาสติก เน่ืองจากกรรไกรมีความคมมาก หากนําไปใชตัดวัสดุ ทว่ั ไปและใชส อย หลงั จากการใชง าน ควรเชด็ ดว ยนาํ้ มนั จกั ร หรอื เชด็ ใหแ หง สนทิ
อนื่ ๆ ทไ่ี มใชผา จะทําใหกรรไกรไมค มและทอ่ื เม่อื นาํ มาตัดผาจะ อยา ใหเ ปอ นเหง่อื และเกบ็ ใสก ลอง หรือปก ไวทีห่ มอนปก เขม็ แทนได
ทาํ ใหผ า รุย ซึง่ จะเปน อุปสรรคตอการเยบ็ )

T57

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน วสั ดุ อปุ กรณท์ ่ีใช้ การ ัดดแปลง เปลี่ยน
๑. เสอ้ื ยืด เสอ้ื ตัวเกา่
ขัน้ ท่ี 4 ขั้นแสวงหาความรู ๒. กรรไกรตดั ผา้ เป็นเสอ้ื
๓. ชอลก์ เขียนผ้า
33. ครนู าํ เสอื้ ยดื พรอ มทงั้ อปุ กรณใ นการดดั แปลง ๔. ลูกปดั รอ้ ยผมสีต่าง ๆ ตัวใหม่
เส้ือผามาใหนักเรียนดู เพื่อทําการสาธิตวิธี ๕. ไมบ้ รรทดั ตรง/ไม้บรรทดั โค้ง
การเปลย่ี นเสือ้ ตวั เกาเปนเสื้อตวั ใหม
๑2
34. ครูแจกอุปกรณในการดัดแปลงเส้ือผาใหกับ 34
นักเรียนแตละกลุม เมื่อนักเรียนแตละกลุม
ไดรับอุปกรณในการดัดแปลงเส้ือผาครบแลว ขั้นตอนการดดั แปลง ๓. ใช้กรรไกรตัดผ้าตัดชายเสื้อ
ครทู าํ การสาธติ วธิ ี หรอื ขน้ั ตอนในการดดั แปลง ๑. ใช้ไม้บรรทัดโค้งวางทาบบริเวณไหล่ ใช้ชอล์กเขียนผ้าลากเส้นตาม บรเิ วณกงึ่ กลางของเสอื้ ยาวมา
เส้ือตัวเกาเปนเสื้อตัวใหมใหนักเรียนดูอยาง ถงึ แนวทกี่ า� หนดไว้ เปน็ เสน้ ตรง
ละเอยี ด โดยครกู าํ หนดใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ วงโค้งของแขนเส้ือที่ต้องการตัดออก ใช้กรรไกรตัดผ้าตัดตามรอย โดยแบง่ การตดั ออกเปน็ ๔ ชนิ้
ออกแบบผลงานไดดวยตนเองจากอุปกรณ ทว่ี าด พบั กง่ึ กลางของเสอ้ื เพอื่ ดวู า่ บรเิ วณทต่ี ดั เทา่ กนั หรอื ไม่ หากไม่ ใหญ่ ตดั ชายเสอ้ื เปน็ เสน้ ตรง
ท่มี ีอยา งสรางสรรค เทา่ กันควรตัดให้เรยี บรอ้ ย ขนาดประมาณ ๑ ซม. จนครบ
๒. ใช้ไม้บรรทัดตรงวัดกึ่งกลางของคอเส้ือ ใช้ชอล์กเขียนผ้าก�าหนด ทั้งตวั เสอ้ื
35. ครูตรวจสอบความถูกตองและลักษณะการ จุดก่ึงกลางจากเส้นตรงเข้าหาจุดทก่ี �าหนดใหเ้ ปน็ ตัววี ใช้กรรไกรตดั
ดัดแปลงของนักเรียนแตละกลุม หากพบวา คอเสอ้ื จากนนั้ ใชไ้ มบ้ รรทดั ตรงวางทาบ วดั ระยะความสงู ตามตอ้ งการ ๔. ขมวดชายเสื้อแต่ละเส้นเป็น
นักเรียนกลุมใดยังปฏิบัติไมถูกตอง ครูควร ใช้ชอลก์ เขยี นผ้าขดี เสน้ ไว้ เพือ่ ใหก้ ารตดั มคี วามสูงเท่ากัน ปม มดั ใหแ้ นน่ จนครบทกุ เสน้
แนะนํา หรืออธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนกลุม น�าลูกปัดร้อยผมสีต่าง ๆ มา
ดังกลา วมคี วามเขาใจที่ชดั เจน 52 รอ้ ยทช่ี ายเสอื้ แตล่ ะเสน้ ขมวด
ชายเส้ือแต่ละเส้นเป็นปม
36. ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับการเปลี่ยนเส้ือ มดั ใหแ้ นน่ จนครบทกุ เสน้ เพอื่
ตัวเกาเปนเสื้อตัวใหมใหนักเรียนฟงวา “เสื้อ ปอ้ งกันลูกปัดหลุด
ตัวเกาท่ีไมไดใชงานสามารถนํามาออกแบบ
และสรางสรรคเปน เสอ้ื ตวั ใหมไ ดห ลากหลาย
รูปแบบ ซึ่งนักเรียนสามารถศึกษาเพ่ิมเติม
เกี่ยวกบั การเปล่ยี นเส้อื ตวั เกา เปนเส้ือตวั ใหม
ผานทางเว็บไซตตา งๆ เชน
• https://www.youtube.com/
watch?v=_J5DPoiw6i4
• https://www.youtube.com/
watch?v=8dqrm-3yyvQ
• https://www.youtube.com/
watch?v=4qrEQX3bZbQ
เพ่ือนํามาใชเปนแนวทางในการสรางสรรค
ผลงานของตนเองใหด ยี งิ่ ขึ้น”

เกร็ดแนะครู กจิ กรรม สรางเสรมิ

ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ เกย่ี วกบั ความแตกตา งของไมบ รรทดั ตรงและไมบ รรทดั โคง ใหน กั เรยี นฝก ปฏบิ ตั กิ ารดดั แปลงเสอื้ ผา ในรปู แบบทสี่ นใจตาม
ใหนกั เรยี นฟง วา ไมบ รรทดั ตรง ทําจากไม หรอื พลาสติก มีอยูดวยกนั 3 ขนาด ความคดิ และจินตนาการ 1 ชน้ิ เขยี นอธิบายข้ันตอนการดัดแปลง
ไดแ ก ขนาดยาว 12 นวิ้ ขนาดยาว 18 น้ิว และขนาดยาว 24 นวิ้ ใชส าํ หรับ เสอ้ื ผาลงในกระดาษรายงาน สงครผู ูสอน จากนั้นออกมานําเสนอ
ขีดเสนในการสรา งแบบตัดทเ่ี ปน เสนตรงและยาว เชน เสนตะเขบ็ ขา ง เสนกลาง ผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบายแนวคิดในการ
หนาและกลางหลัง เพ่อื ความสะดวกในการใชงานควรมี 2 อนั คอื ขนาดยาว สรา งสรรคผลงานของตน
12 นว้ิ และขนาดยาว 18 นวิ้ หรอื 24 นว้ิ ควรระมดั ระวงั รอยขดี ขดู เพราะจะทาํ ให
ตวั เลขเลอื นหายได ควรเกบ็ ดว ยวธิ กี ารแขวน สว นไมบ รรทดั โคง ทาํ จากไม หรอื กจิ กรรม ทาทาย
พลาสตกิ มอี ยดู ว ยกนั หลายรปู แบบ สามารถเลอื กใชง านไดต ามความเหมาะสม
ใชส ําหรบั ขดี เสนโคง สวนตางๆ ของแบบตัดเส้ือ กระโปรง หรือกางเกง ควรเก็บ ใหนักเรียนฝกปฏิบัติการดัดแปลงเส้ือผาตามความคิดและ
ดว ยวธิ กี ารแขวน หรือวางราบบนพื้น จนิ ตนาการ 1 ชนิ้ จดั ทาํ เปน คลปิ วดิ โี ออธบิ ายขน้ั ตอนการดดั แปลง
เสื้อผาประกอบการสาธิตอยางถูกตอง โดยจัดทําเปนคลิปวิดีโอ
T58 สั้นๆ ความยาวไมเกิน 7 นาที พรอ มท้ังอัปโหลดคลิปวิดโี อลงใน
สื่อโซเชียลท่ีสามารถกดติดตามได จากนั้นออกมานําเสนอคลิป
วิดีโอใหเ พ่ือนชมหนา ชั้นเรียน

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน

ขนั้ ที่ 4 ขนั้ แสวงหาความรู

เ·¤¹Ô¤การเลือกซื้อกางเกงÂÕ¹ กางเกงยนี 1เปน็ กางเกงทห่ี ลายคน 37. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ
1-2 คน ออกมานําเสนอผลงานที่ไดจากการ
นิยมสวมใส่มีให้เลือกหลายสี หลาย ฝก ปฏบิ ตั กิ ารตกแตง เสอื้ ผา และการดดั แปลง
ยี่ห้อ ควรเลือกซ้ือให้เหมาะสมกับ เส้ือผาใหเพ่ือนชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้ง
บุคลิกภาพของตนเอง รวมท้ังค�านึง อธิบายแนวคิดในการสรางสรรคผลงาน
ถึงหลัก หรือเทคนิคในการเลือกซ้ือ โดยครูเปดโอกาสใหนักเรียนรวมกันวิพากษ
กางเกงยีน ดงั น้ี วจิ ารณ และแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั ผลงาน
ท่ีไดชม เพอื่ ใหแตล ะกลุม นําคาํ ตชิ มไปใชใ น
ñ. มÕ¢¹าดเลกç กÇ่าเอǨรÔง õ. ดÙกระเป‰าËลังก่อ¹ซ้ือ ควรตรวจดู การพฒั นาผลงานใหดยี งิ่ ข้นึ

ควรเลือกกางเกงยีนใหมีขนาดเล็กกวาเอวจริง รายละเอียดของเสนดายลวดลายท่ีปรากฏบน 38. ครูและนักเรียนรวมกันคัดเลือกผลงานการ
๑-๒ ไซส เน่ืองจากกางเกงยีนถูกทอแบบ Twill กระเปาวามีความเหมาะสมหรือไม กระเปาหลัง ตกแตงเส้ือผาและการดัดแปลงเสื้อผาของ
ทําใหผายืดตัวไดเม่ือสวมใสจะพอดีตัว ทําใหดู มขี นาดพอดี ไมเ ล็ก หรือใหญจ นเกินไป นกั เรียนแตล ะกลุม เพอื่ ใหนกั เรยี นนาํ ผลงาน
สวยงามกวาการใสแ บบหลวมๆ ที่ไดรับการคัดเลือกมาจัดแสดงในรูปแบบ
ö. äม่¤ÇรกังÇลเรื่องรÙปร่าง ควรเลือก แฟชั่นโชว โดยใหนักเรียนประชุมวางแผน
ò. ¹Ø่ง·รงเ¢้ารÙปควรเปนทรงเล็กๆ ที่เขารูป การทาํ งานรว มกัน พรอ มทั้งแบงหนาท่ีความ
ตามความชอบและใสแลวพอดีหรือไม ไมควรใส รับผิดชอบตามความสามารถและความถนัด
ตั้งแตโคนขาลงมาถึงปลายขาแตไมรัดแนนแบบ กางเกงยนี ทหี่ ลวมและรดั จนเกนิ ไป เพราะจะทาํ ให ของแตล ะบุคคล
เลกกงิ (กางเกงผา ยดื เนอื้ บาง ขอบยางยดื แนบเนอื้ ) ไมส วยงาม
เพื่อชวยเกบ็ ขาใหม ขี นาดเลก็ ลง 39. ครูอธิบายเพื่อเปนการสรุปความรูใหนักเรียน
ศพั ทน า่ รเู้ กย่ี วกบั กางเกงยนี เขา ใจวา “ประโยชนทไี่ ดร ับจากการซอมแซม
ó. เ¹¹้ ãสส่ Õเ¢้ม ควรเปนสีเขม เพราะ Rise : ความยาวระหวางเปาถึง ตกแตง และดดั แปลงเสอื้ ผา มอี ยดู ว ยกนั หลาย
ขอบเอว เพอ่ื ดเู อวสงู หรอื เอวตาํ่ ประการ เชน เปนการชวยประหยดั รายจาย
เมื่อสวมใสจะดสู ุภาพและสวมใสได Whiskering : ลายทางบนกางเกง ในการซอมแซมเส้ือผาของตนเองและของ
ทกุ โอกาสมากกวาสอี อกสวา ง หรือ ชวยอําพรางจุดบกพรองบริเวณ สมาชิกในครอบครัว เปนการยืดอายุการใช
ถูกฟอกมาแลว ทัง้ นีค้ วรหลีกเล่ยี ง สะโพก เส้ือผาและเคร่ืองแตงกายใหยาวนานย่ิงข้ึน
การสวมกางเกงยนี ขาดๆ เพราะจะ Inseam : รอยตะเขบ็ ดา นขา งจาก เปน การใชเวลาวา งใหเ กดิ ประโยชน สงเสริม
ทาํ ใหเ สยี บุคลิกภาพ เปา ถงึ ปลายขากางเกง ความมีน้ําใจและการใหการชวยเหลือซ่ึงกัน
Wash : สสี นั และการฟอกสกี างเกง และกนั ระหวา งสมาชกิ ในครอบครวั กอ ใหเ กดิ
ô. ดปÙ า‡ ÂสÇ่ ¹ประกอº¢องเ¹้ือผ้า Boot-cut : ทรงกางเกงเขารูป ความรสู ึกภาคภมู ิใจรว มกนั สรา งเสริมความ
บรเิ วณสะโพก บานออกใตห วั เขา อดทน ความมีระเบียบวินัยในการทํางานให
ควรมสี วนผสมของผา ยืด โดยที่ กับสมาชิกในครอบครัว เปนแนวทางในการ
พบท่วั ไป จะเปน Lycra ประมาณ ประกอบอาชพี เกย่ี วกบั การตดั เยบ็ เสอ้ื ผา และ
๒% จะทาํ ใหก างเกงเขา รปู และ เครอ่ื งแตงกายไดในอนาคต”
มคี วามยดื หยุนมากขึน้ หากมี
องคประกอบอยา งอน่ื มากกวา Cotton
กางเกงจะไมค อยระบายอากาศ

53เส้ือผ้าและเคร่ืองแต่งกาย

ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

ผูที่มีเอวคอดเล็กและสะโพกผาย ควรเลือกสวมใสกางเกงยีน ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับวิธีการจัดเก็บและวิธีการทําความสะอาด
ท่ีมีลกั ษณะตรงตามขอใด เพอ่ื ชว ยเสริมสรา งบคุ ลกิ ภาพใหด ูดี กางเกงยนี ใหน กั เรยี นฟง วา การจดั เกบ็ กางเกงยนี ทถ่ี กู ตอ ง ควรแขวนไวใ นทโี่ ลง
โปรง ระบายอากาศไดดี เพ่ือเปนการรักษาทรงของกางเกงใหไดรูป สวนการ
1. กางเกงยนี สกินนี ทาํ ความสะอาด ควรแยกซกั กบั เสอ้ื ผา ชนดิ อนื่ ๆ โดยกลบั ดา นในของกางเกงออก
2. กางเกงยีนเอวสูง ซักดวยน้ําเย็น ใชผงซักฟอกแบบออนๆ ซ่ึงจะชวยรักษากางเกงยีนไมใหไดรับ
3. กางเกงยนี ทรงขาบาน ความเสียหาย รวมถึงการเกิดรอยยบั อนั ไมพ ึงประสงคอ ีกดว ย
4. กางเกงยนี ทรงกระบอก

(วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะผูท่ีมีเอวคอดเล็กและ นักเรียนควรรู
สะโพกผาย ควรเลือกสวมใสกางเกงยีนท่ีชวยกระชับสะโพก
นนั่ กค็ ือ “กางเกงยีนเอวสูง” เนื่องจากชวยเก็บสะโพกไดด ี ทัง้ ยงั 1 กางเกงยีน ไมควรนํากางเกงยีนเขาตูอบ เนื่องจากลมรอนของเคร่ืองอบ
ชวยทําใหเอวดูเล็กลงอกี ดว ย) เปนสาเหตทุ ่ีทําใหเ น้ือผาของกางเกงยีนหดได ควรนาํ ไปตากในทอ่ี ากาศถา ยเท
ไดสะดวกและไมถูกแสงแดด เพอ่ื ปอ งกนั แดดเลยี จนสีซีด

T59

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน ô ตัวอยา งการตัดเย็บเสื้อผาและของใชภ ายในบาน
การตัดเย็บเสื้อผาและของใช เปน การฝก การตดั เยบ็ และเรยี นรกู ระบวนการตดั เยบ็ การรจู กั
ขนั้ ท่ี 4 ข้นั แสวงหาความรู เลอื กผา การคาํ นวณผา การวางแบบและการตดั ผา รวมถงึ การรจู กั เลอื กใชและเกบ็ รักษาอุปกรณ
ตัดเย็บไดอยางถูกวิธี ซ่ึงเปนแนวทางท่ีนําความรูไปใชไดในชีวิตประจําวัน ตัวอยางการตัดเย็บ
40. ครูตั้งคําถามกระตุนความสนใจของนักเรียน ของใชใ นบาน มดี งั น้ี
วา
• นกั เรยี นเคยตดั เยบ็ เสอื้ ผา และของใชภ ายใน เส้ือคลุมใชสําหรับสวมใสในโอกาสตางๆ เชน
บานหรือไม หากเคย ตดั เยบ็ ในรูปแบบใด คลุมทับชุดอาบน้ํา มีหลายแบบ และเนื่องจาก
และมีแนวทางในการปฏิบัติงานอยา งไร ขั้นตอนการสรางแบบและการตัดเย็บไมยุงยาก
(แนวตอบ คําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของ จงึ ตดั เยบ็ ไดง า ย เราควรฝก ปฏบิ ตั กิ ารตดั เยบ็ เพอ่ื นาํ
นักเรยี น) ความรูที่ไดไปใชประโยชนในชีวิตประจําวัน ท้ังยัง
ชวยประหยัดรายจายเรอ่ื งเส้อื ผาดว ย
41. ครูขออาสาสมัครนักเรียนท่ีมีประสบการณ
ในการตัดเย็บเสื้อผาและของใชภายในบาน วัสดุ อปุ กรณทีใ่ ช การตัดเย็บ
ออกมาเลา ประสบการณข องตนเองในการตดั ๑. ผาสําหรับเยบ็
เย็บเสื้อผาและของใชภายในบานใหเพ่ือนฟง ๒. สายวดั
หนาชั้นเรยี น ในประเดน็ ทค่ี รกู าํ หนดให คอื ๓. กระดาษสรางแบบ ดินสอ เสอ้ื คลุม
รูปแบบการตัดเย็บ การจัดเตรียมเครื่องมือ
วสั ดุ อปุ กรณใ นการตดั เยบ็ ขน้ั ตอนการตดั เยบ็ ๔. ยไลมากู งบกลรลบริ้งทกัดระไดมาบษรครทารัดบ โคองน12 อาบนาํ้
และประโยชนที่ไดรับจากการตัดเย็บ โดย ๕.
ครูเปดโอกาสใหนักเรียนรวมกันซักถามหาก ๖. ดายสเี ดียวกบั ผา หรอื สีใกลเ คียง
เกดิ ขอสงสัย ๗. กรรไกรตัดผา ขัน้ ตอนเตรยี มการ
๘. เข็มสอย/เขม็ หมดุ ๑. วิธวี ดั ตัว ประกอบดวยวดั รอบอก คอื วดั สวนที่
42. ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ (กลมุ เดมิ ) ศกึ ษา เรอื่ ง ๙. ดายเนา
การตดั เยบ็ เสอื้ ผา และของใชภ ายในบา น จาก ๑๐. จักรเยบ็ ผา กวางท่ีสุด วัดความยาวจากขางคอถึงเอว และ
หนงั สือเรยี น หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3 หรอื ศึกษา วดั ความยาวตวั เสอื้ คอื วดั จากขางคอลงไปตาม
เพ่มิ เติมจากอนิ เทอรเ นต็ ตอ งการ
๒. การคํานวณผา คิดจากแบบวัดตัวแผนหนา +
43. ครูใหนักเรียนศึกษาเพ่ิมเติมเกี่ยวกับการ Trick แบบวดั ตวั แผน หลงั + เผอื่ ตะเขบ็ ๑๐ เซนตเิ มตร
ตัดเย็บเส้ือผาและของใชภายในบาน จาก เทคนิคการซักผาท่ีเปอ นชอลก เขียนผา เชน แบบวัดตวั แผน หนา ๘๐ เซนติเมตร จะใช
PowerPoint ม.5 หนวยการเรียนรทู ี่ 3 ผา ๘๐ + ๘๐ + ๑๐ = ๑๗๐ เซนติเมตร หรือ
นาํ ผา ทเี่ ปอ นไปแชในนาํ้ สบอู อ น ๆ หรอื นา้ํ ทผี่ สมผงซกั ฟอก ๑.๗๐ เมตร
44. ครูนําผา พรอมท้ังอุปกรณในตัดเย็บเสื้อผา ขย้บี ริเวณรอยเปอนจนกวา คราบชอลกจะหลดุ ออก แลวจึง
และของใชภ ายในบา น เชน กระดาษสรา งแบบ นําไปซักใหส ะอาด
ดินสอ ยางลบ สายวัด กระดาษคารบอน
ไมบ รรทดั ตรง ไมบ รรทดั โคง ลกู กลงิ้ เขม็ สอย ๕๔
เข็มหมุด ดายสีเดียวกับผา หรือสีใกลเคียง
ดายเนา กรรไกรตัดผา ชอลกเขียนผา จักร
เย็บผาขนาดพกพา มาใหนักเรียนดู เพ่ือ
ทําการสาธติ วิธีการตดั เยบ็ เส้อื คลุมอาบนํา้

นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคดิ

1 ไมบรรทดั โคง มลี ักษณะเหมือนไมบรรทัดท่ัวไป แตจะมีความโคงตรงชวง ขอใดเปน ข้ันตอนการเตรียมการตัดเยบ็ เสอื้ คลมุ
ดา นบนของไม และมีความกวางกวาชว งปลาย มที ั้งชนิดท่ีทาํ ดว ยไมแ ละชนดิ ที่ 1. วดั ตัว
ทาํ จากพลาสตกิ นิยมนํามาใชสาํ หรบั โคงแนวสะโพกและแนวตะเข็บขา ง 2. ลอกแบบ
2 กระดาษคารบ อน เปนกระดาษกอปปส าํ หรบั การตดั เสื้อ วิธีการใชงาน คือ 3. สรา งแบบ
วางแบบลงบนกระดาษคารบ อน แลว วางทบั บนผา ทตี่ อ งการลอกลาย ใชล กู กลงิ้ 4. ตดั เยบ็ เส้ือ
หรือของปลายแหลมกล้ิงไปตามแนวแบบ จะปรากฏเปน รอยแนวลายเสนบนผา
สามารถตดั ออกมาเปนชิ้นสว น เพอ่ื ใชใ นการเย็บตอไปได (วเิ คราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 1. เพราะกอ นทจ่ี ะลงมอื ตดั เยบ็ เสอื้ คลมุ
ขนั้ ตอนแรกจะตอ งมกี ารเตรยี มการ โดยวดั ตวั ไดแ ก การวดั รอบอก
สื่อ Digital การวดั ความยาวจากขา งคอถงึ เอว และการวดั ความยาวของตวั เสอื้
จากนน้ั จงึ คาํ นวณผา สรางแบบ ลอกแบบ แลว จงึ ตดั เยบ็ เส้อื คลุม
ศึกษาเพม่ิ เติมเก่ยี วกับการตัดเยบ็ เสอื้ คลมุ แบบงายๆ ดวยผา ไทย ไดท่ี ตามลําดบั )
https://www.youtube.com/watch?v=FnF2H8PTtdY

T60

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

เสน กลางตัว ขนั้ สอน

เสน ตะเขบ็ ไหล ขน้ั ท่ี 4 ขน้ั แสวงหาความรู
เสน เอว
45. ครูแจกอุปกรณในการตัดเย็บเสื้อผาและ
เสน ชายเสอ้ื ของใชภ ายในบา นใหก บั นกั เรยี น เมอื่ นกั เรยี น
1 ไดรับอุปกรณในการตกแตงเส้ือผาครบแลว
ครูทาํ การสาธติ วิธี หรอื ขนั้ ตอนในการตัดเยบ็
เสนตะเข็บขาง เส้ือผาและของใชภายในบานใหนักเรียนดู
อยางละเอียด โดยครูกําหนดใหนักเรียน
เสน ปลายแขน แตล ะกลุมออกแบบผลงานไดด วยตนเองจาก
อุปกรณท ี่มอี ยา งสรา งสรรค
ขนั้ ตอนการสร้างแบบเสอ้ื คลมุ ๔. การสรา้ งคอเสื้อ
๑. การสร้างแบบความกวา้ งและความยาวเสอ้ื ● ระยะจดุ ๑ - ๑๐ = ๓ เซนติเมตร 46. ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับข้ันตอนการสราง
● ก�าหนดจุด ๑ จากริมกระดาษดา้ นบนวัด ● ระยะจดุ ๑ - ๑๑ ยาวประมาณ ๘-๑๐ แบบและแยกแบบใหนักเรียนฟงวา “ในการ
ลงมา ๕ เซนติเมตร และจากริมกระดาษ เซนติเมตร สรางแบบสามารถทําไดโดยนําขนาดของ
ดา้ นซา้ ยวดั เขา้ มา ๑๒ เซนตเิ มตร ● จุด ๑๐ - ๑๑ ลากเสน้ โค้งเปน็ เส้นคอหลัง สดั สว นทว่ี ดั มาไดส รา งขน้ึ เปน แบบตดั พนื้ ฐาน
ระยะจุด ๑ - ๒ = ๔๑ ของรอบอกบวก ๑๐ กอนท่ีจะแยกแบบ เพื่อใหไดแบบตัดตาม
● เซนตเิ มตร ๕. การสร้างแผ่นหนา้ แบบเสอื้ ทตี่ อ งการ การสรา งแบบมที งั้ การสรา ง
● ระยะจุด ๕ - ๑๒ และ ๓ - ๑๓ = ๑๐ ลงบนผืนผาและการสรางลงบนกระดาษแลว
● ระยะจุด ๑ - ๓ และจุด ๒ - ๔ = ความยาว เซนติเมตร จึงนําแบบตัดท่ีถูกสรางจากกระดาษไปวาง
เส้ือ ● จากจดุ ๑๑ - ๑๒ - ๑๓ ลากเส้นปา้ ยแผ่นหน้า ลงบนผา หลงั จากไดตรวจสอบความถูกตอ ง
● ระยะจดุ ๓ - ๔ และจดุ ๑ - ๒ = ความกวา้ ง ● จากจดุ ๑๒ วดั เขา้ มาประมาณ ๒ เซนตเิ มตร เรียบรอยแลว สําหรับผูท่ีกําลังฝกตัดเย็บ
เสอื้ ลากเส้นโค้งตามแบบ เสื้อผา ควรสรางแบบตัดบนกระดาษและ
๒. การหาต�าแหน่งเอว ควรตรวจสอบความถูกตองของแบบตัดให
● ระยะจดุ ๑ - ๕ และ ๒ - ๖ = ความยาวของ ๖. การสรา้ งเผอ่ื พับ เรียบรอยกอ นนาํ ไปวางลงบนผา เพื่อปองกัน
ไหล่ถงึ เอวประมาณ ๓๓-๓๖ เซนตเิ มตร ● จากจุด ๘ - ๙ วัดออกไปยาว ๓ เซนตเิ มตร การผิดพลาด และควรเขียนเครื่องหมายท่ี
● ระยะจดุ ๕ - ๖ เป็นแนวเสน้ เอว ลากเสน้ ปลายแขนเผื่อพับ จําเปนตางๆ พรอมท้ังรายละเอียดท่ีจําเปน
๓. การสร้างแขนเสอ้ื ● จากจุด ๔ -๑๓ วัดออกไปยาว ๓ เซนตเิ มตร ในการตัดลงบนแบบตดั ดวย”
● ระยะจดุ ๒ - ๗ ยาวประมาณ ๒๕-๓๐ ลากเส้นชายเสื้อเผ่อื พับ
เซนตเิ มตร 47. ครูอธิบายเพ่ือเปนการสรุปความรูใหนักเรียน
● ระยะจดุ ๗ - ๘ และ ๒ - ๙ = ๑๐ ๗. การสร้างสาบเสื้อ เขา ใจวา “การสรางแบบเสื้อคลุมอาบน้าํ จะ
เซนติเมตร ● ระยะจากจดุ ๑๐ - ๑๑ - ๑๒- ๑๓ เปน็ เสน้ ระยะ ตองสรางแบบความกวางและความยาวเสื้อ
● จากจดุ ๗ วดั ออกมาประมาณ ๒ เซนติเมตร คอหลงั ผ่านคอหน้าจดชายเสอ้ื เทา่ กบั หาตาํ แหนง ของเอว สรา งแขนเสอื้ สรา งคอเสอื้
ขดี เสน้ โค้งใต้วงแขน ความยาวสาบเสื้อ สรา งแผน หนา สรา งเผอื่ พบั สรา งสาบเสอ้ื และ
Trick ● ระยะความกว้างสาบเสอ้ื = ๘ เซนติเมตร สรางสายผูกเอว โดยทั้งหมดนี้จะตองมีการ
กําหนดจุดตางๆ เพ่ือใหไดตําแหนงในการ
วิธกี ารกลดั เข็มหมดุ ๘. การสร้างสายผูกเอว ตดั เย็บทีถ่ ูกตอง”
● ระยะความยาวสายผูกเอว = รอบเอวบวก
ควรกลัดให้ห่างจากเส้นท่ีต้องการกดรอย ๓-๔ ซม. เพ่ือ ๒๐-๒๕ เซนตเิ มตร
ไม่ให้เสียเวลาในการถอดเข็มหมุดออก และควรกลัดให้มี ● ระยะความกวา้ ง = ๘ เซนติเมตร
ระยะหา่ งเทา่ ๆ กัน
55

กิจกรรม สรางเสรมิ เกร็ดแนะครู

ใหนักเรียนสืบคนวิธีการสรางแบบเส้ือคลุมจากส่ือการเรียนรู ครอู าจนาํ ตวั อยา งการเขยี นแบบเสอ้ื หลายๆ แบบมาใหน กั เรยี นดู และอธบิ าย
ทหี่ ลากหลาย จากนั้นเลอื กแบบเสื้อคลุมตามความสนใจ 1 แบบ เพ่ิมเติมเก่ียวกับขั้นตอนการสรางแบบเสื้อใหนักเรียนฟง เชน การกําหนดจุด
ฝกปฏิบัติการทดลองสรางแบบเส้ือตามท่ีไดเลือกมา จากนั้น ระยะจุดในแตละสวน เพื่อใหนักเรียนเกิดความรู ความเขาใจที่เพิ่มมากขึ้น
ออกมานําเสนอผลงานใหเ พื่อนชมหนา ชั้นเรียน โดยครสู ามารถสาธติ วธิ กี ารสรางแบบเสอ้ื ใหน กั เรียนดูเปนตัวอยา ง แลวอาจให
นักเรยี นแบง กลมุ รวมกันทดลองสรา งแบบเส้ือ

กจิ กรรม ทาทาย นักเรียนควรรู

ใหนกั เรยี นสรา งแบบเสอ้ื ตามความสนใจ 1 แบบ โดยจะตอง 1 ตะเขบ็ ปญ หาตะเขบ็ รยุ พบไดท งั้ ชดุ เกา และชดุ ใหม ซงึ่ อาจเกดิ จากคณุ ภาพ
สรา งแบบใหค รบองคป ระกอบ เชน ความกวา ง ความยาว แขนเสอื้ ของการตัดเย็บท่ีไมดีมากพอ หากพบวาตะเข็บเกิดการหลุดรุย สามารถแกไข
คอเส้ือ สาบเส้ือ โดยระบุจุด หรือระยะจุดในการหาตําแหนงให ไดด ว ยวธิ ีการเย็บดว ยมอื หรือการเยบ็ ดว ยจกั ร โดยสามารถศกึ ษาตวั อยา งไดท่ี
ชัดเจน จากน้นั ออกมานําเสนอผลงานใหเพ่ือนชมหนา ชัน้ เรียน https://www.youtube.com/watch?v=4IawLRFbCto

T61

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน ขั้นตอนการลอกแบบเสอื้ คลมุ ๑

ขน้ั ที่ 4 ข้นั แสวงหาความรู ๑. ก●ากรดลรออกยแเบสบน้ แดผ้วย่นลหกู ลกงั ล้งิ1ตามแบบ

48. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลอกแบบให ● เขยี นเครอ่ื งหมายบนแบบตดั
นักเรยี นฟงวา “การลอกแบบเส้อื คลุมอาบนํ้า หมายถงึ แนวเส้นด้ายในผนื ผา้
จะตองลอกแบบแผนหลังและลอกแบบ ● เขียนเคร่ืองหมายบนแบบตัด ✕
แผนหนาโดยการลอกแบบทั้ง 2 แบบนี้ จะ หมายถึง สันทบ
ตองกดรอยเสนดวยลูกกล้ิงตามแบบ และ ● เขยี นก�ากบั แผน่ หลงั และตดั ๑ ชิน้ บนแบบตดั
เขียนเครอื่ งหมายบนแบบตัด” โดยครูอธิบาย ๒. การลอกแบบแผน่ หน้า
พรอมกับสาธิตการลอกแบบเส้ือคลุมอาบนํ้า ● กดรอยเสน้ ด้วยลกู กล้ิงตามแบบ
ใหน กั เรยี นดอู กี ครง้ั จากนน้ั ครขู ออาสาสมคั ร ● เขยี นเครื่องหมายบนแบบตดั
2-3 คน ออกมาสาธิตการลอกแบบคลุมเส้ือ หมายถงึ แนวเสน้ ด้ายในผนื ผ้า
อาบนาํ้ ใหเพอื่ นชมหนา ชนั้ เรยี น เมอื่ นักเรียน ● เขียนกา� กับแผน่ หน้า และตัด ๒ ชน้ิ บนแบบตดั
ปฏิบัติการลอกแบบเสร็จส้ิน ครูจะทําหนาที่ ● แบบสาบและสายผูกเอวตัดเทา่ แบบ
ในการตรวจสอบความถูกตองของชิ้นงาน
หากพบวานักเรียนยังปฏิบัติไมถูกตอง ครู ๓๕ ข้นั ตอนการวางแบบตดั บนผ้าและการเผอ่ื ตะเข็บ
ควรแนะนาํ การปฏบิ ตั ทิ ถ่ี กู ตอ งใหก บั นกั เรยี น ๗ ๑. วางแบบตดั เอาดา้ นทมี่ ลี ายชดั เจนออกดา้ นนอก
๒. แผ่นหลัง วางแบบตัดตามยาว หรือตามแนว
49. ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับการลอกแบบให ตัด ๑ ชิ้น
นกั เรยี นฟง วา “การวางแบบตดั จะตอ งปฏบิ ตั ิ ริมผ้า วางผา้ ทบกนั เอาดา้ นทีม่ ลี วดลายชดั เจน
ดงั น้ี แผน่ หลงั ออกดา้ นนอกเผอ่ื ตะเขบ็ ๑เซนตเิ มตรหรอื เทา่ กบั
• วางแบบตัดเอาดานที่มีลายชัดเจนออก ซีกตนี ฝจี ักรเย็บผา้ ทง้ั ๓ ดา้ น คอื ชายแขนเสอื้
ดา นนอก ผา้ สาบ และตะเข็บข้าง ส่วนกลางตัวแผ่นหลังวางผ้า
• แผน หลงั วางแบบตดั ตามยาว หรอื แนวรมิ ผา สายผกู เอว สนั ทบ ตดั ผา้ ๑ ชน้ิ
วางผาทบกัน เอาดานที่มีลวดลายชัดเจน 5๖ ๓. แผ่นหน้า วางผ้าทบกัน เอาด้านที่มีลวดลาย
ออกดานนอก เผื่อตะเข็บ 1 เซนติเมตร ชัดเจนออกด้านนอก เผ่ือตะเขบ็ ๑ เซนตเิ มตร
หรอื เทา กับซกี ตนี ผจี กั รเย็บผาท้งั 3 ดา น โดยรอบ ตดั ๒ ชิน้ ซ้อนกัน
• แผนหนา วางผาทบกัน โดยเอาดานท่ีมี ๔. สาบเส้ือ วางผ้าทบกัน ๒ ช้ัน เผ่ือตะเข็บ
ลวดลายชัดเจนออกดานนอก เผ่ือตะเข็บ ๑ เซนตเิ มตรโดยรอบ จะใชผ้ า้ เฉลยี ง ผา้ ตามขวาง
1 เซนติเมตร โดยรอบ ตดั 2 ช้นิ ซอนกนั หรือผ้าตามยาวก็ได้
• สาบเส้ือ วางผาทบกัน 2 ชั้น เผ่ือตะเข็บ ๕. สายผูกเอว วางผ้าทบกัน ๒ ชั้น เผื่อตะเข็บ
1 เซนตเิ มตรโดยรอบ จะใชผ า เฉลยี ง ผา ตาม ๑ เซนตเิ มตรโดยรอบ จะใชผ้ า้ เฉลยี ง ผา้ ตามขวาง
ขวาง หรอื ผาตามยาวก็ได หรอื ผ้าตามยาวก็ได้
• สายผูกเอว วางผาทบกนั 2 ชัน้ เผอื่ ตะเข็บ
1 เซนตเิ มตรโดยรอบ จะใชผ า เฉลยี ง ผา ตาม
ขวาง หรอื ผา ตามยาวกไ็ ด”

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด

ครูอธิบายเก่ียวกับข้ันตอนการลอกแบบเส้ือใหนักเรียนฟงวา การปฏิบัติ ขอใดคอื ขั้นตอนการลอกแบบเสือ้ คลุม
ตามข้นั ตอนการลอกแบบเสือ้ คลุมน้ัน นกั เรยี นควรลงมือปฏิบตั ิดว ยความตง้ั ใจ 1. เนาผา ใหต ิดกันเปนตัวเส้อื
มคี วามละเอยี ด รอบคอบ เนอื่ งจากจะตอ งนาํ แบบมาลอกลงบนผา และใชล กู กลง้ิ 2. กดรอยเสน ดวยลกู กลิ้งตามแบบ
กดรอยเสน ซงึ่ ขนั้ ตอนนคี้ วรกดลกู กลง้ิ ใหแ นน เพราะหากกดไมแ นน จะทาํ ใหผ า 3. วางผาทบกัน 2 ช้ัน เพื่อทาํ สาบเส้ือ
และกระดาษทเ่ี ปนแบบเลอ่ื นออกจากกนั สง ผลใหเ กิดรอยเสนท่ผี ดิ เพ้ียนไปได 4. นําผาชนิ้ หนา และผาชิ้นหลังวางปะกบกนั

นักเรียนควรรู (วเิ คราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะการลอกแบบเสอ้ื คลมุ เปน
การลอกแบบแผนหนาและแผนหลังของตัวเสื้อ โดยใชลูกกลิ้ง
1 ลูกกลง้ิ ใชส าํ หรับกล้งิ รอยบนผา หรอื งานตัดเย็บ มหี วั กล้งิ หลายแบบ เชน กดรอยเสน ตามแบบทีเ่ ขียนไวใ นขนั้ ตอนการสรา งแบบเสื้อคลุม)
• หัวแบบเรียบ ใชก ลิง้ รอยผา ใหเปนเสน
• หัวฟน แหลม ใชก ล้งิ ผาเนอ้ื บางกวา ปกติ
• หัวดอกไม ใชกลิ้งผาทมี่ เี น้ือบางๆ

T62

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ ตอนการเย็บตวั เสือ้ ขนั้ สอน

๑. นตะาํ เผขา็บชกน้ิ วหานงา๑แลเะซผนา ตชเิ ิ้นมหตลรงั หวารงอื ปเทระากกบบั กซนักี ตโนี ดผ1ยที นาํางผขาวดาามนือที่มตลีดั าแยตชง ดัตเะจเขน็บไวไดหาลนซใึง่นเยบ็เนแาลตว ะเแขลบ็ ะไกหันลรแุยลระิมเยผ็บา ขน้ั ท่ี 4 ขนั้ แสวงหาความรู

เนาปลายแขนเสอ้ื ท้งั ๒ ขา ง และเยบ็ ตามรอยเนา 50. ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับการเย็บตัวเสื้อให
๒. เนาผาใหผ า ติดกันเปน ตัวเสื้อและเยบ็ ตามรอยเนา นักเรียนฟงวา “การเย็บตัวเสื้อจะตองปฏิบัติ
๓. กลับผาดา นที่ลายไมช ดั เจนไวด า นใน เนาตามแนวรอยเย็บ ดงั นี้
๔. สอยพับริม หรอื เยบ็ ตามแนวเนา • นําผาช้ินหนาและผาชิ้นหลังมาวางประกบ
๕. พบั ชายเสอ้ื และเยบ็ จากนั้นจงึ คอยเย็บสายผูกเอว โดยการพับทบผา และเย็บ กนั โดยวางรมิ ผา ใหเ ทา กนั
๖. เส้ือท่เี ย็บเรยี บรอ ยแลว • เนาตะเข็บไหล และเย็บตะเข็บกวาง
ประมาณ 1 เซนตเิ มตร หรือเทากบั ซกี ตีนผี
๑๒ ๕ จกั รเยบ็ ทางขวามอื
๓๔ ๖ • ตัดแตงตะเข็บไหล ซึ่งเย็บเสร็จเรียบรอย
แลว และกนั รยุ ริมผาใหเ รยี บรอ ย
สรปุ การเลอื กใชเ สอื้ ผา และเครอ่ื งแตง กาย ตอ งรจู กั อาํ พรางสว นทบ่ี กพรอ งและเนน จดุ เดน • เนาปลายแขนเส้ือทง้ั 2 ขาง จากนั้นใหเย็บ
รวมถงึ สวมใสเ สื้อผา ท่ีมีความประณีต สะอาด เรยี บรอย เหมาะสมกบั รปู ราง โอกาส และกาลเทศะ ตามรอยเนา
มีการดูแลรักษาอยางถูกวิธี รูจักซอมแซมสวนท่ีชํารุด เพื่อชวยใหเส้ือผาอยูในสภาพดี สามารถ • เนาผา ติดกบั ตวั เสื้อและเย็บ
ใชง านไดต ามปกติ รวมทง้ั ตกแตง และดดั แปลงเสอื้ ผา เพอื่ ใหด สู วยงามและมคี วามทนั สมยั การตดั เยบ็ • พบั ผา เขาดานใน เนาตามรอยเยบ็
เสื้อผา และของใชใ นบานเปนงานท่ตี อ งใชค วามประณีต ละเอยี ดออน ดงั นนั้ จงึ ควรศกึ ษาเกย่ี วกบั • สอยรมิ ผา หรือเย็บตามแนวเนา
อุปกรณ เคร่ืองมอื เคร่ืองใช และวธิ ีการปฏิบัติงานตามข้นั ตอนทถ่ี ูกตอ ง ผลงานทไ่ี ดจ งึ จะมคี วาม • พับชายเสื้อและเย็บ จากนั้นจึงเย็บสาย
สวยงามและมคี ณุ ภาพ ซึ่งสามารถนําความรูไปปรับใชในชีวติ ประจาํ วนั ได ผกู เอว โดยการพบั ทบผาและเยบ็
๕๗เส้ือผ้าและเคร่ืองแต่งกาย • ตรวจสอบความเรียบรอยและนําไปใชได
ในชีวิตประจําวัน”

51. ครูตรวจสอบความถูกตองและลักษณะการ
ตัดเย็บเส้ือผาและของใชภายในบานของ
นกั เรยี นแตล ะกลมุ หากพบวา นกั เรยี นกลมุ ใด
ยงั ปฏบิ ตั ไิ มถ กู ตอ ง ครคู วรแนะนาํ หรอื อธบิ าย
เพม่ิ เตมิ ใหน กั เรยี นกลมุ ดงั กลา วมคี วามเขา ใจ
ที่ชดั เจน

52. ครใู หน กั เรยี นนาํ ความรทู ไี่ ดร บั จากการศกึ ษา
และฝก ปฏบิ ตั กิ ารซอ มแซม ดดั แปลง ตกแตง
ตัดเย็บเสอื้ ผา และของใชภ ายในบาน มาเปน
แนวทางในการปฏิบัติโครงงานตามหัวขอ
ทีไ่ ดรับมอบหมาย

กิจกรรม 21st Century Skills เกร็ดแนะครู

1. ใหน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละเทา ๆ กนั รว มกนั ออกแบบเสอื้ คลมุ ครูควรแนะนํานักเรียนวา ในขณะปฏิบัติการตัดเย็บตัวเส้ือไมวาจะดวย
ตามความสนใจ 1 ตัว ท่นี อกเหนอื จากตวั อยางในหนังสอื เรียน วธิ กี ารเยบ็ ดว ยมอื หรอื การเยบ็ ดว ยจกั รเยบ็ ผา ควรระมดั ระวงั ในการใชอ ปุ กรณ
โดยสามารถสบื คน ขอ มูลไดจ ากแหลง การเรียนรูทีห่ ลากหลาย เคร่อื งมือในการเย็บดว ย เนื่องจากอุปกรณ เครอ่ื งมอื บางชนดิ มคี วามแหลมคม
บางชนิดเปน อปุ กรณไฟฟา ดังนน้ั จึงควรปฏบิ ตั งิ านดวยความระมดั ระวัง เพอ่ื
2. ใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันสรางแบบและลอกแบบเสื้อคลุม ใหเ กดิ ความปลอดภยั ในขณะปฏบิ ัติงาน
ตามทกี่ ลมุ ของตนเองไดเลือกไว จากนัน้ รวมกนั ตดั เยบ็ เสื้อคลุม
(อาจใชว ธิ ีการเยบ็ ดวยมอื หรอื วิธกี ารเยบ็ ดว ยจักรเยบ็ ผากไ็ ด) นักเรียนควรรู

3. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ รว มกนั ประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ านกลมุ ของ 1 ตีนผี มีหลายแบบและมีคุณสมบัติที่แตกตางกัน เชน ตีนผีเหล็ก ใชเย็บ
ตนเอง หากพบปญ หา หรืออปุ สรรคในการทํางาน ใหจดบนั ทึก ตะเข็บท่ัวไป เย็บไดท้ังผาหนาและผาบาง ตีนผีมวนกลม ใชเย็บกันรุยริมผา
ไว เพ่อื หาแนวทางการแกไ ข โดยตนี ผจี ะมว นเก็บริมผา ใหเ รียบรอย สวยงาม เหมาะสําหรบั เยบ็ ริมผา พนั คอ
ระบายตกแตงเสื้อ ระบายหมอน และระบายผามา น
4. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ สง ตวั แทนกลมุ ละ 1-2 คน ออกมานาํ เสนอ
ผลงานใหเพ่ือนชมหนา ชนั้ เรยี น T63

นาํ สอน สรุป ประเมนิ

ขน้ั สรปุ ก¨Ô กรรม

ขน้ั ท่ี 5 สรปุ สง่ิ ท่ีไดเ รยี นรู สราé งสรร¤ì¾²ั ¹าการเรÕ¹รéÙ

1. ครแู ละนักเรยี นรว มกันสรุปความรู เรอ่ื ง การ 3.๑ใบมอบหมายงานที่ คา� ชีแ้ จง : ใหน้ กั เรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเปน็ รายบคุ คล โดยการเขยี น
ซอมแซม ตกแตง ดัดแปลง ตัดเย็บเส้ือผา ตอบตามที่กา� หนด
และของใชภ ายในบา น เร่อื ง การเลือกãªเ้ ส้อื ผา้
และเ¤รอ่ื งแต่งกาÂ
2. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําชิ้นงาน/ภาระงาน
(รวบยอด) เร่อื ง การซอมแซม ตกแตง และ ๑. ในการแตง่ กายของตนเองใหด้ ูสวยงามและเหมาะสมกับบุคลกิ ภาพ ควรยดึ หลักการแต่งกายอย่างไร
ดดั แปลงเสอื้ ผา ๒. ควรเลือกเส้ือผ้าท่ีสวมใส่อยู่กับบ้านในลักษณะใด เพ่ือให้เกิดความสะดวกสบายในการท�ากิจกรรมต่าง ๆ
ภายในบา้ น
3. ครูใหน กั เรยี นทําแบบทดสอบหลังเรยี น หนวย ๓. เสอ้ื ผา้ ทส่ี วมใส่ไปทา� งาน หรือไปท�ากิจธรุ ะ ควรเลอื กที่มีรูปแบบอย่างไร เพราะเหตุใด
การเรยี นรทู ่ี 3 ๔. เสอ้ื ผ้าทส่ี วมใสไ่ ปงานเล้ียงต่าง ๆ ควรเลอื กทม่ี รี ูปแบบอย่างไรจึงจะมีความเหมาะสม
๕. ถ้ามีน้องวยั ๑๒ ขวบ นกั เรยี นควรเลือกเสื้อผ้าสีใดใหส้ วมใสจ่ ึงจะเหมาะสม
4. ครูตรวจสอบความรู ความเขา ใจของนักเรียน ๖. การเลอื กซ้ือชุดชน้ั ในควรคา� นงึ ถงึ ส่ิงใดเปน็ หลกั
จากการนาํ เสนอผลการปฏบิ ตั งิ านและการสรปุ ๗. กกาารรเเลลอือื กกซซ้ื้ืออเถคงุ รเท่อื งา้1แแตลง่ะกรอายงเปทรา้2ะเคภวทรกพริจะาเปรณ๋า าคจวารกพสิจ่งิ าใรดณเปา็นเลหือลกักให้เหมาะสมอย่างไร
ความรู ๘.
๙. การซ่อมแซมเส้ือผา้ เช่น การซอ่ มแซมซปิ การซอ่ มแซมเน้�อผา้ ท่ีขาด การซ่อมแซมตะเข็บ การเยบ็
ขนั้ ท่ี 6 นาํ เสนอผลงาน ตะขอ การเย็บกระดมุ การปะ ควรใช้หลักเกณฑ์ใดในการซ่อมแซมเสอื้ ผ้าดังกลา่ ว
๑๐. การตกแต่งเส้ือผ้ามีหลายรูปแบบ ถ้าต้องการตกแต่งเสื้อยืดตัวเก่าให้เป็นเส้ือยืดตัวใหม่จะเลือกใช้วิธีใด
5. ครูใหนักเรียนแตละกลุมออกมานําเสนอ
ผลงานตามหัวขอโครงการทไ่ี ดร ับมอบหมาย

6. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนแตละกลุมรวมกัน
ซักถามในประเด็นทสี่ งสยั ในแตล ะโครงการ

เพราะเหตุใด

5๘

นักเรียนควรรู กิจกรรม Mini Project

1 ถงุ เทา ควรเลอื กสวมใสถ งุ เทา ทผี่ ลติ จากเสน ใยธรรมชาติ 100% เชน ผา ฝา ย 1. ใหน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละเทา ๆ กนั โดยใหส มาชกิ ภายในกลมุ
หรือผาคอตตอน ไมควรใชถุงเทาท่ีผลิตจากไนลอน หรือเสนใยพอลิเอสเตอร แตละคนสํารวจและคัดเลือกเสื้อผาที่ชํารุด หรือเส้ือผาท่ีตนเอง
เนื่องจากไมซับเหง่ือและระบายอากาศไดไมดีเทาท่ีควร นอกจากนี้ ควรซัก ไมไดสวมใสมาใหสมาชิกในกลุมรวมกันคัดเลือก เพื่อนํามา
ทําความสะอาดถุงเทาทุกวัน ไมควรปลอยท้ิงไว และหม่ันแชถุงเทาในนํ้ายา ดดั แปลงเสือ้ ผา
ฆา เชือ้ โรคอยางนอย 1 ครั้ง ตอ 2 สัปดาห
2 รองเทา ควรเลือกสวมใสรองเทาที่มีความแข็งแรง ทนทาน น้ําหนักเบา 2. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ รว มกนั คดิ และออกแบบเสอื้ ผา ใหม โดยนาํ
ระบายอากาศไดดี ไมควรสวมรองเทาคูเดิมทุกวนั เพราะหากสวมคเู ดิมทกุ วนั เสอ้ื ผา ตวั เกา มาดดั แปลง จากนัน้ รว มกนั สรางแบบ คดั ลอกแบบ
โดยไมมีการนําออกมาผึ่งใหแหง เพ่ือระบายความอับช้ืน อาจทําใหเกิดเชื้อรา และลงมือตดั เยบ็ เสอ้ื ผา
และเชื้อแบคทีเรียที่สงผลทําใหเกิดกลิ่นเทาไดงาย ควรซักและทําความสะอาด
รองเทาอยา งนอยเดือนละ 1 ครั้ง และควรนําไปผ่งึ แดดจนแหงสนทิ กอ นนํามา 3. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ รว มกนั ประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ านกลมุ ของ
ใชง าน ตนเอง หากพบปญ หา หรอื อปุ สรรคในการทาํ งาน ใหจ ดบนั ทกึ ไว
เพือ่ หาแนวทางการแกไ ข
T64
4. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ สง ตวั แทนกลมุ ละ 1-2 คน ออกมานาํ เสนอ
ผลงานใหเ พ่อื นชมหนาชั้นเรยี น

นาํ สอน สรปุ ประเมิน

3.2ใบมอบหมายงานที่ ขน้ั ประเมนิ

เรอ่ื ง ก ารซ่อมแซม ตกแต่ง คา� ช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเปน็ กลมุ่ โดยปฏบิ ตั งิ านตาม 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบหลังเรียน
และดัดแปลงเสื้อผา้ เพอื่ ตรวจสอบความเขา ใจหลงั เรยี นของนกั เรยี น
ทีก่ �าหนดให้
2. ครูตรวจสอบชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
๑. สา� รวจเสอ้ื ผา้ ของตนเองทช่ี า� รดุ หรอื เสอ้ื ผา้ ทต่ี อ้ งการตกแตง่ หรอื ดดั แปลงใหส้ วยงามอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ เรื่อง การซอมแซม ตกแตง และดัดแปลง
เพยี ง ๑ ชน้ิ เส้ือผา

๒. นา� เส้ือผ้าที่ได้มาคัดเลือกในกลุ่มเพ่ือทา� การซ่อมแซม หรอื ตกแต่ง หรอื ดดั แปลงเสือ้ ผ้าท่เี ลือกไว้ 3. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการ
๓. แสวงหาความรเู้ พ่ือการทา� งานจากสือ่ ที่หลากหลาย เชน่ หนงั สือเรยี น นติ ยสาร ปรกึ ษาผู้รู้ ผชู้ �านาญการ เรียนรู จากการสังเกตพฤติกรรมการทํางาน
กลุม การนําเสนอผลงาน และการสังเกต
ในท้องถ่นิ ครูผสู้ อน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
๔. วางแผนการท�างานในรปู แบบโครงงานและน�าสง่ เอกสารพร้อมผลงาน โดยมีรายละเอียด ดังน้ี

• ช่อื กลุม่
• รายชื่อหัวหนา้ กลมุ่ และสมาชิกในกล่มุ
• การแบง่ หนา้ ทกี่ ารท�างานภายในกล่มุ
• รปู แบบงานทท่ี �า
• หลักการและเหตุผลทที่ า� งาน
• วตั ถปุ ระสงค์
• ระยะเวลาในการท�างาน
• งบประมาณท่ีใช้
• บญั ชีรายรบั -รายจ่าย
• วิธีการดา� เนนิ งาน
• บนั ทึกผลการปฏบิ ัติงาน
• ปญั หา หรืออปุ สรรคในการทา� งาน
• วธิ ีแก้ไขปญั หา
• ผลการปฏิบัติงาน
• ความภาคภูมิใจในการท�างาน

59เสื้อผ้าและเคร่ืองแต่งกาย

ขอสอบเนน การคดิ แนวทางการวัดและประเมินผล

หากพบวาเส้ือผาที่นักเรียนสวมใสมีสภาพชํารุด หรือไมได ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน โดยศึกษา
สวมใสแ ลว นกั เรยี นสามารถนาํ มาทาํ สงิ่ ใด เพอื่ ใหเ กดิ ความคมุ คา เกณฑก ารวดั และประเมนิ ผลทแ่ี นบทา ยแผนการจดั การเรยี นรู หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3
มากทส่ี ุด
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน
1. นําไปทําเปน พรมเชด็ เทา
2. ดดั แปลงใหเปนเสอ้ื ผาตัวใหม คาชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดับ คาชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนประเมินผลการนาเสนอผลงานของนักเรยี นตามรายการ แล้วขีด ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน
3. จาํ หนายเปน เสือ้ ผา มอื สองในตลาด คะแนน
4. ตดั ใหเ ปนเศษผาช้ินเล็กๆ แลว นาํ ไปรองวสั ดุประเภทแกว
ลาดบั ที่ ช่ือ-สกลุ การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมี การมี รวม ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
(วเิ คราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 2. เพราะเปน การสรา งสรรคเ สอื้ ผา ตวั เกา ของนกั เรยี น ความ ฟงั คนอน่ื ตามท่ีได้รบั น้าใจ สว่ นรว่ มใน 15 321
ใหเปน เสอื้ ผาตัวใหมท่มี คี วามสวยงาม แปลกใหม ไมเ หมอื นใคร คดิ เห็น มอบหมาย คะแนน 1 ความถกู ตอ้ งของเนือ้ หา
ซึ่งเกิดจากความคิดสรางสรรคของผูประดิษฐ ทําใหไมตองซ้ือ การ 2 การลาดบั ขน้ั ตอนของเร่ือง รวม
เสอื้ ผา ใหม จงึ เกิดความคมุ คา มากทีส่ ุด) ปรับปรุง 3 วธิ กี ารนาเสนอผลงานอยา่ งสร้างสรรค์
ผลงานกลุ่ม 4 การใชเ้ ทคโนโลยใี นการนาเสนอ
5 การมีส่วนร่วมของสมาชกิ ในกลมุ่
3 2 13 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1

ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมนิ
............/................./................

เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงช่ือ...................................................ผ้ปู ระเมนิ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติ หรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ............./.................../............... ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัติ หรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิ หรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ บางส่วน
ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ

12-15 ดี 12-15 ดี

8-11 พอใช้ 8-11 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ ต่ากว่า 8 ปรับปรุง

T65

Chapter Overview

แผนการจัด สื่อท่ีใช้ จุดประสงค์ วธิ ีสอน ประเมนิ ทักษะท่ีได้ คุณลักษณะ
การเรียนรู้ อนั พงึ ประสงค์

แผนฯ ท่ี 1 - หนังสือเรยี น 1. อธบิ ายความหมายและ แบบกระบวน - ต รวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - ท ักษะการส�ำรวจ - รกั ชาติ ศาสน์
ความส�ำคัญ
และประเภทของ การงานอาชพี ม.5 คุณคา่ ของงานประดิษฐ์ การเรยี น - ตรวจใบงานที่ 4.1.1 ค้นหา กษตั รยิ ์
งานประดษิ ฐ์
เอกลกั ษณ์ไทย - แ บบทดสอบก่อนเรียน ทีเ่ ปน็ เอกลักษณไ์ ทยได้ ความรู้ - ป ระเมนิ การนำ� เสนอผลงาน - ท กั ษะการสังเกต - ซื่อสัตย์ สจุ ริต

1 - PowerPoint 2. เหน็ คุณค่าของงาน ความเข้าใจ - ส งั เกตพฤตกิ รรมการทำ� งาน วธิ กี ารท�ำงาน - ม วี นิ ยั

ช่วั โมง ประดิษฐ์ทเ่ี ป็น รายบุคคล เพอ่ื การด�ำรงชีวิต - ใฝเ่ รยี นรู้

เอกลักษณ์ไทย - ส งั เกตพฤตกิ รรม - ท ักษะการคิด - อยอู่ ย่าง

3. อ อกแบบงานประดษิ ฐ์ การท�ำงานกลมุ่ วเิ คราะห์ พอเพียง

ทเี่ ปน็ เอกลกั ษณ์ไทยได้ - สังเกตคุณลักษณะ - ทักษะกระบวน - ม ุ่งม่ันใน

อันพึงประสงค์ การคิดแกป้ ญั หา การท�ำงาน

- ทกั ษะการสรุป - ร กั ความ

ลงความเห็น เปน็ ไทย

- ท กั ษะการประเมนิ - มจี ติ สาธารณะ

T66

แผนการจัด สือ่ ที่ใช้ จุดประสงค์ วธิ สี อน ประเมนิ ทกั ษะท่ีได้ คุณลักษณะ
การเรียนรู้ อนั พึงประสงค์

แผนฯ ที่ 2 - หนังสอื เรยี น 1. เ ลอื กใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ แบบใช้ - ต รวจแบบทดสอบหลงั เรยี น - ทกั ษะการส�ำรวจ - รักชาติ ศาสน์
งานประดษิ ฐ์
เอกลกั ษณ์ไทย การงานอาชีพ ม.5 และเครือ่ งมอื เคร่ืองใช้ โครงการ - ตรวจโครงงาน คน้ หา กษัตริย์

2 - แบบทดสอบหลงั เรยี น ในงานประดิษฐท์ ีเ่ ป็น เปน็ หลกั - ประเมนิ การน�ำเสนอผลงาน - ทักษะการสงั เกต - ซ อื่ สัตย์ สุจริต

ชวั่ โมง - PowerPoint เอกลกั ษณ์ไทย (Project- - ส ังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน วิธกี ารทำ� งาน - มีวินยั

ได้เหมาะสมกับ Based รายบคุ คล เพอ่ื การดำ� รงชีวติ - ใฝ่เรยี นรู้

ประเภทของงาน Instruction) - ส งั เกตพฤติกรรม - ท กั ษะการคิด - อ ยอู่ ย่าง

2. ออกแบบและประดิษฐ์ การท�ำงานกลุม่ วิเคราะห์ พอเพยี ง

ช้นิ งานทีเ่ ป็น - ส ังเกตคณุ ลกั ษณะ - ทักษะกระบวน - ม ุ่งม่ันใน

เอกลกั ษณ์ไทย อนั พึงประสงค์ การคิดแก้ปญั หา การท�ำงาน

ได้อยา่ งสวยงาม - ทักษะการสรุป - ร กั ความ

ลงความเห็น เปน็ ไทย

- ทกั ษะการประเมนิ - ม จี ติ สาธารณะ

T67

นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ นาํ (เนน กระบวนการเรยี นความรู ความเขา ใจ) ๔หน่วยการเรียนรู้ท่ี

1. ครแู จง ชือ่ เร่ืองทจ่ี ะเรยี นรแู ละผลการเรยี นรูให งานประดษิ ฐเ์ อกลกั ษณ์ ไทย
นกั เรยี นทราบ จากนน้ั ใหนักเรยี นแตละคนทาํ
แบบทดสอบกอนเรียน หนวยการเรียนรูที่ 4 ตวั ช้วี ดั ถ้าต้องการประดิษฐ์ของใช้ที่
เรือ่ ง งานประดษิ ฐเอกลกั ษณไทย ■ สร้างผลงานอย่างมคี วามคดิ สรา้ งสรรค์และมีทักษะการท�างานร่วมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) เป็นเอกลักษณ์ไทย เพ่ือนÓไป
■ มีทักษะการจัดการในการทา� งาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) เป็นของขวัญผูใ้ หญ่ ควรเลอื ก
2. ครูเปดคลิปวิดีโอการทํางานประดิษฐท่ีเปน ■ มที ักษะกระบวนการแกป้ ัญหาในการทา� งาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ประดษิ ฐง์ านประเภทใด เพราะ
เอกลกั ษณไ ทยในลักษณะตา งๆ ใหนกั เรยี นดู ■ มีทกั ษะในการแสวงหาความรูเ้ พือ่ การดา� รงชวี ิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) เหตใุ ด
■ มีคุณธรรมและลกั ษณะนสิ ัยในการทา� งาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖)
3. ครตู งั้ คาํ ถามกระตนุ ความสนใจของนกั เรยี นวา ■ ใช้พลงั งาน ทรัพยากรในการทา� งานอย่างคุม้ คา่ และย่งั ยนื เพอ่ื การอนุรกั ษ์สง่ิ แวดลอ้ ม
• นกั เรยี นรจู กั และเคยเหน็ งานประดษิ ฐท เ่ี ปน
เอกลักษณไทยประเภทใดจากการชมคลิป (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗)
วดิ โี อ
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็ สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ไดอ ยา งอสิ ระ เชน งานแกะสลกั ผกั และผลไม
งานแกะสลักไม งานดอกไมสด งานใบตอง ■ ค วามคดิ สรา้ งสรรคม์ ี ๔ ลกั ษณะ ประกอบดว้ ยความคดิ รเิ รมิ่ ความคลอ่ งในการคดิ ความยดื หยนุ่
งานปน ดิน งานจักสาน) ในการคดิ และความคดิ ละเอียดลออ
• จากคลิปวิดีโอ นักเรียนเคยประดิษฐงาน
ประดิษฐที่เปนเอกลักษณไทยในลักษณะน้ี ■ ท กั ษะการท�างานรว่ มกัน เปน็ การท�างานกลุ่ม ทา� งานรว่ มกบั ผู้อน่ื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข ท�างาน
บางหรือไม ถาเคย นักเรียนประดิษฐงาน อย่างมีกระบวนการตามขั้นตอน และฝึกหลักการท�างานกลุ่ม เช่น การประดิษฐ์ของใช้ที่เป็น
ประเภทใด และรูสึกอยางไรท่ีไดประดิษฐ เอกลักษณไ์ ทย
งานชน้ิ นนั้
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็ ■ ท ักษะการจัดการ เป็นการจัดระบบงานและระบบคน เพื่อให้การท�างานส�าเร็จตามเป้าหมาย
ไดอยางอิสระ เชน เคยทํางานใบตอง อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
โดยการทํากระทง เพ่ือใชในงานประเพณี
ลอยกระทง มคี วามรสู กึ ภาคภมู ใิ จทส่ี ามารถ ■ ท กั ษะกระบวนการการแกป้ ญั หาในการทา� งาน มขี นั้ ตอน คอื การสงั เกต วเิ คราะห ์ สรา้ งทางเลอื ก
สรางสรรคงานประดิษฐเอกลักษณไทยที่มี และประเมนิ ทางเลอื ก
ความสวยงาม ประณตี ละเอยี ดออ น เพอื่ ใช
ในงานประเพณที สี่ าํ คญั ของไทย เคยทาํ งาน ■ ท ักษะการแสวงหาความรู้เพ่ือการด�ารงชีวิต ประกอบด้วยการศึกษาค้นคว้า รวบรวม สังเกต
แกะสลกั ผกั และผลไม เพอ่ื ใชใ นการตกแตง ส�ารวจ และบนั ทึก
ภาชนะใสอ าหาร เพอ่ื เลย้ี งตอ นรบั เพอ่ื นของ
คุณแม ซ่ึงเปนชาวตางชาติท่ีเดินทางมา ■ การใชพ้ ลงั งาน ทรพั ยากรอยา่ งคุ้มค่าและยงั่ ยนื เป็นคณุ ธรรมในการทา� งาน
ทอ งเทย่ี วยงั ประเทศไทย มคี วามรสู กึ ภาคภมู ใิ จ
ทส่ี ามารถสรา งสรรคง านประดษิ ฐเ อกลกั ษณ ๑ ความสา� คญั ของงานประดิษฐ์ที่เปน็ เอกลักษณ ์ไทย
ไทยที่มีความสวยงาม เพื่อใชในการตกแตง งานประดิษฐ์ท่ีเป็นเอกลักษณ์ ไทย  เป็นผลงานที่สะท้อนให้เห็นถึงขนบธรรมเนียม  ประเพณี
ภาชนะใสอ าหารใหน า รับประทานย่งิ ขึน้ ) วฒั นธรรม และความเปน็ อยขู่ องคนไทยตง้ั แตส่ มยั โบราณจนถงึ ปจั จบุ นั  ซง่ึ มคี วามงามและมคี ณุ คา่
ทางศลิ ปะควรค่าแก่การอนุรกั ษ ์ไวเ้ พอ่ื ไม่ ใหส้ ญู หาย

60

เกร็ดแนะครู

ครูควรจัดการเรียนรู โดยอธิบายเก่ียวกับงานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทยใหนักเรียนฟง เพ่ือใหเกิดความรู ความเขาใจเรื่องความสําคัญและประเภทของ
งานประดิษฐที่เปนเอกลักษณไทยมากข้ึน สามารถเลือกใชเครื่องมือในงานประดิษฐไดอยางถูกตองและปลอดภัย ลงมือปฏิบัติงานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทย
เชน งานแกะสลัก งานดอกไมสด ไดอยางสรางสรรค เพื่อใหเกิดความชํานาญ ใชทรัพยากรอยางคุมคาและย่ังยืน เพ่ือเปนการอนุรักษสิ่งแวดลอม นําทักษะ
การจัดการมาประยุกตใชในการทํางาน ใชทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางานอยางเปนขั้นตอน รวมถึงทักษะในการแสวงหาความรูเพ่ือการดํารงชีวิต
ในการคน หาขอ มลู ทีเ่ ปน ประโยชน เพ่ือใหผ ลงานสาํ เรจ็ ตรงตามเปา หมายอยา งมปี ระสิทธิภาพ โดยสามารถจดั กิจกรรมได ดงั นี้

• ใหน กั เรยี นตอบคําถามและรว มกนั แสดงความคดิ เหน็ เพ่อื ใหนกั เรยี นเกิดความรู ความเขาใจเกย่ี วกบั งานประดษิ ฐท ่ีเปน เอกลกั ษณไ ทย
• ใหน ักเรียนปฏบิ ัตงิ านประดษิ ฐท ่เี ปนเอกลกั ษณไทย เชน งานแกะสลกั งานดอกไมส ด อยางสรางสรรค

T68

นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ ไทย เป็นชิ้นงานที่จัดท�า  หรือ  ขนั้ นาํ

สร้างขึ้น  เพ่ือน�ามาใช้ประดับตกแต่งให้เกิดความสวยงาม  • จากคลปิ วดิ โี อทไ่ี ดช มไปนน้ั นกั เรยี นชนื่ ชอบ
งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ ไทยมีอยูม่ ากมาย เช่น เครือ่ งประดบั   งานประดษิ ฐท เี่ ปน เอกลกั ษณไ ทยในลกั ษณะใด
จากเปลือกหอย งานจักสาน แกะสลักผักและผลไม้ มาลัย  (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ดอกไมส้ ด โดยงานประดษิ ฐเ์ ปน็ ขมุ ทรพั ยท์ างปญั ญาทมี่ คี ณุ คา่ ไดอ ยา งอสิ ระเชน ชอบงานดอกไมส ดโดยเฉพาะ
ควรแกก่ ารอนุรกั ษ์ การรอ ยมาลยั และการจดั ดอกไม เพราะชอบ
ดอกไมท ีม่ สี สี ันสวยงาม ชอบกลิ่นหอมของ
๑.๑ ความหมายของงานประดษิ ฐท์ เ่ี ปน็ เอกลักษณ์ ไทย1 ดอกไม ชอบรอ ยมาลัย เพอื่ นําไปถวายพระ
และชอบนาํ ดอกไมม าจดั ใสแ จกนั เพอ่ื ใชใน
ป  ระเพงาณน2 ี ปแรละะดวถิิษชี ฐวี์เติปแ็นบงบานไททยี่ส เืบปทน็ องดานตท่อมี่กคีันวมาามตป้ังรแะตณ่สตี ม ลัยะโเบอรยี าดณออ่ นส ะมทคี ้อวนามใหงด้เหงา็นมถ ึงแวลัฒะมนคี ธณุ รรคมา่   การจัดและตกแตงหองใหมีความสวยงาม
ทางศิลปะ  สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์อันดีงามของชาติไทย  ส่วนใหญ่จะเป็นงานท่ีเกี่ยวข้องกับ ยงิ่ ขน้ึ ชว ยเพม่ิ บรรยากาศทดี่ ภี ายในบา นได)
ชีวติ ประจา� วนั  สอื่ ความหมายถงึ ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี งานประดษิ ฐป์ ระเภทนเ้ี ป็นมรดกไทย
ทสี่ บื ทอดกนั มาแตช่ า้ นาน สามารถฝกึ ทา� ไดด้ ว้ ยตนเอง โดยศกึ ษาขนั้ ตอนการประดษิ ฐจ์ ากหนงั สอื   • นกั เรยี นคดิ วา งานประดษิ ฐท เ่ี ปน เอกลกั ษณ
นติ ยสาร คลปิ วดิ โี อ หรอื ฝกึ จากผทู้ ม่ี คี วามร ู้ มปี ระสบการณ ์ในทอ้ งถนิ่ นน้ั  ๆ เมอื่ ฝกึ ฝนจนเกดิ ความ ไทยมีความสําคัญหรอื ไม อยา งไร
ชา� นาญแลว้ สามารถนา� ความรู ้ไปประกอบเปน็ อาชีพได้ ในอนาคต (แนวตอบ มคี วามสาํ คญั เนอ่ื งจากงานประดษิ ฐ
ที่เปนเอกลักษณไทย เปนงานประดิษฐท่ี
61งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ไดร บั การสบื ทอดมาจากบรรพบรุ ษุ ซงึ่ สะทอ น
ใหเห็นถึงเอกลักษณอันดีงามของชาติไทย
รวมถงึ วฒั นธรรม ประเพณี ภมู ิปญ ญา และ
วถิ ชี วี ิตของคนไทยท่มี มี าตง้ั แตอ ดีต)

4. ครูใหนักเรียนรวมกันยกตัวอยางงานประดิษฐ
ท่ีเปนเอกลักษณไทยท่ีนักเรียนเคยเห็น โดยมี
ครูเปนผคู อยเสนอแนะเพิ่มเติม

5. ครูถามนกั เรยี นวา
• งานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทยจัดเปน
งานท่มี ลี กั ษณะอยา งไร
(แนวตอบ งานประดิษฐเอกลักษณไทยเปน
ผลงานที่มีความงามและมีคุณคาทางศิลปะ
เปนผลงานท่ีบรรพบุรุษไดสรางสรรคขึ้น
มกี ารสบื ทอดมาจนถงึ ปจ จบุ นั ผลงานสว นใหญ
จะมีความเก่ียวของกับชีวิตประจําวัน และ
การสื่อความหมายถึงขนบธรรมเนียม
ประเพณี และวฒั นธรรมไทย)

ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู

ขอ ใดกลาวถึงงานประดษิ ฐท่ีเปน เอกลกั ษณไทยไดอ ยางถกู ตอง 1 งานประดษิ ฐท เ่ี ปน เอกลกั ษณไทย เปน การนําวัสดตุ างๆ เชน ผัก ผลไม
1. เปนผลงานท่เี ลยี นแบบมาจากวัฒนธรรมตะวันตก ใบไม ดอกไม ตน ไม ดินเหนียว มาประดษิ ฐเปน ผลงานในลกั ษณะตา งๆ เพอ่ื
2. เปนผลงานทมี่ ีขนาดใหญ ไมสามารถเคลือ่ นยา ยได ประโยชนในการใชสอย เชน เปนของเลน ของใช ของตกแตง เพื่อความ
3. เปนผลงานท่มี ีมูลคา สงู จึงตองเกบ็ รักษาไวในพิพธิ ภณั ฑ สวยงาม จดั เปนผลงานท่ีไดรบั การถา ยทอดมาจากบรรพบุรษุ ทงั้ ในครอบครวั
4. เปน ผลงานที่แสดงออกถึงเอกลกั ษณทางวฒั นธรรมของชาติ และในทองถน่ิ หรอื จัดทําข้นึ เพือ่ ใชในงานประเพณี หรอื เทศกาลสําคัญตางๆ
ทแ่ี สดงใหเ ห็นถงึ ความโดดเดน เปนเอกลักษณประจําชาติ เชน มาลัย บายศรี
(วเิ คราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 4. เพราะงานประดษิ ฐท เ่ี ปน เอกลกั ษณไ ทย งานแกะสลกั งานใบตอง ซงึ่ ผลงานเหลา นจ้ี ะถูกสรา งขน้ึ อยางประณตี งดงาม
เปนผลงานท่ีมีมาตั้งแตสมัยโบราณ จัดเปนผลงานท่ีเกิดข้ึนจาก 2 ประเพณี ในงานประเพณีสําคัญของไทย ไดมีการนํางานประดิษฐที่เปน
ภูมิปญ ญาของบรรพบรุ ุษที่ไดส รางสรรคชิ้นงานดว ยความประณีต เอกลักษณไทยมาใชหลากหลายรูปแบบ เชน ประเพณีลอยกระทง นิยมนํา
วิจิตรบรรจง แสดงใหเห็นถึงเอกลักษณทางวัฒนธรรมของชาติ ใบตองมาทําเปนกระทงใชลอย เพ่ือเปนการสะเดาะเคราะหและขอขมาตอ
ทม่ี ีความสวยงาม และไดม ีการสบื ทอดมาจนถึงปจ จุบนั ) พระแมค งคา

T69

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน ๑.๒ ประโยชน์ของงานประดษิ ฐท์ ีเ่ ป็นเอกลักษณ์ไทย

ขน้ั ท่ี 1 สงั เกต ตระหนกั   งานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ ไทย  นอกจากจะมีความงดงาม  แสดงให้เห็นถึงความประณีต 
ละเอยี ดอ่อนในการทา� งานประดษิ ฐ์แลว้  ยงั สามารถนา� มาใช้งานได้อย่างหลากหลาย ซึ่งประโยชน ์
1. ครตู ง้ั คาํ ถามกระตนุ ความสนใจของนกั เรยี นวา ของงานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ ์ไทย มดี งั น้ี
• งานประดษิ ฐท เี่ ปน เอกลกั ษณไ ทยมปี ระโยชน
อยางไร 1 ๒ ๓
(แนวตอบ มีประโยชนหลายประการ เชน
ชวยใหเกิดความเพลิดเพลิน เปนการใช น�าไปใช้ประโยชน์ในชีวิต ส่งเสริมให้เกิดความคิดริเริ่ม ฝกึ นสิ ยั ใหม้ คี วามอดทน ขยนั
เวลาวางใหเกิดประโยชน ชวยเพ่ิมคุณคา ประจ�าวันและช่วยอ�านวย สรา้ งสรรค ์ เพอื่ เปน็ การพฒั นา หมั่นเพยี ร มคี วามรับผิดชอบ 
ของวัสดุที่นํามาใช นําไปใชเปนของขวัญ ความสะดวกในการทา� งาน ทางดา้ นสตปิ ญั ญา
เพื่อมอบใหแกผูอ่ืนในโอกาสสําคัญตางๆ รพอิถบพี คิถอันบ 1ใแนลกะามรทคี ว�าางมานละเอยี ด
ชว ยประหยดั คา ใชจ า ย โดยนาํ สงิ่ ของทมี่ อี ยู
มาใชใ หเ กดิ ประโยชนอ ยา งสงู สดุ และคมุ คา ๔
สง เสรมิ ความคดิ รเิ รมิ่ สรา งสรรค ชว ยอนรุ กั ษ
ศลิ ปวัฒนธรรมของไทยไมใหสญู หาย) ชว่ ยประหยัดคา่ ใชจ้ า่ ย โดยนา�
• นักเรียนเคยนําผลงานประดิษฐท่ีเปน สง่ิ ของท่มี อี ย ู่ สงิ่ ของเหลอื ใช้
เอกลักษณไทยประเภทใดไปใชในชีวิต มาใช ้ให้เกิดประโยชนส์ ูงสุด
ประจําวัน ใชในโอกาสใด และนําไปใช
อยางไร ๕
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอยางอิสระ เชน นํางานดอกไมสด ช่วยให้เกิดความสนุกสนาน 
คือ พวงมาลัย มาไหวคุณพอและคุณแม เพลิดเพลิน  เป็นการใช้เวลา
เพ่ือขอพรในชวงเทศกาลปใหมไทยหรือ ว่างให้เกิดประโยชน์
วนั สงกรานต)
 งานแกะสลกั ผกั และผลไม ้ สามารถนา� มาใช ้ในการตกแตง่ อาหารใหม้ คี วามสวยงาม
2. ครูใหนักเรียนดูงานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณ และนา่ รับประทานมากยิ่งขน้ึ
ไทยในลักษณะตางๆ ทีค่ รูนาํ มา เชน ผกั และ
ผลไมแกะสลัก พวงมาลัยดอกไมสด กระทง ช่วยเพ่ิมคุณค6่าของวัสด2ุและ ๗ ๘
ใบตองสําหรับใสอาหารหรือขนม จากน้ันให
นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็น ช่วยให้ตนเองและครอบครัว น�าไปใช้เป็นของขวัญ  หรือ ชว่ ยอนรุ กั ษศ์ ลิ ปวฒั นธรรมทม่ี ี
ท่ีครูกําหนดให ดงั นี้ มีรายไดท้ ีเ่ พม่ิ มากขนึ้ ของกา� นลั  เพอ่ื มอบใหแ้ กผ่ อู้ น่ื คุณค่าของไทย ไม่ ใหส้ ญู หาย
• งานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทยดังกลาว ในโอกาสส�าคญั ตา่ ง ๆ ไปตามกาลเวลา
มปี ระโยชนต อ ชีวิตประจาํ วนั อยางไร
• หากตองการแบงประเภทของงานประดิษฐ 6๒
ทเี่ ปน เอกลกั ษณไ ทย สามารถแบง ออกไดเ ปน
กีป่ ระเภท ประกอบไปดวยสิง่ ใดบาง

นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคิด

1 ความละเอียดรอบคอบ การฝกปฏิบัติงานประดิษฐที่เปนเอกลักษณไทย ในการประดษิ ฐช นิ้ งานท่ีเปนเอกลกั ษณไทย ควรคาํ นงึ ถงึ สิ่งใด
นอกจากจะชวยฝกใหผูประดิษฐมีความอดทนแลว ยังชวยใหเปนคนที่ทํางาน เปนสาํ คญั
ไดอยางละเอียดรอบคอบ เน่ืองจากชิ้นงานหลายประเภท จําเปนตองใชความ
ประณีตและความละเอียดออนในการปฏิบัติงาน เพื่อใหไดช้ินงานที่มีความ 1. ช้นิ งานนน้ั ทําไดห รือไม
สวยงาม เชน การรอ ยมาลยั การแกะสลักผกั และผลไม นอกจากน้ี ยงั สามารถ 2. ช้ินงานนั้นจาํ หนา ยไดหรอื ไม
นําประโยชนที่ไดรับจากการประดิษฐช้ินงานไปประยุกตใชกับการเรียนรูในวิชา 3. ชน้ิ งานน้นั ใชป ระโยชนไ ดหรอื ไม
อน่ื ๆ หรอื การปฏบิ ัติกจิ กรรมในชวี ติ ประจําวันได 4. ชนิ้ งานนัน้ หาเศษวสั ดุมาประดิษฐไดห รือไม
2 เพ่มิ คุณคา ของวัสดุ เปนการนาํ วัสดุชนิดอ่ืนๆ มาใชท ดแทน เพื่อประดิษฐ
ชนิ้ งานทเี่ ปน เอกลกั ษณไ ทย นยิ มนาํ มาใชเ พอ่ื ประดษิ ฐเ ปน ของทร่ี ะลกึ ของฝาก (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะการประดิษฐช้ินงานที่เปน
ของกํานัล เชน การประดิษฐมาลัยจากดนิ ญป่ี นุ การสานตะกราจากไมไผ เอกลักษณไทย ควรคํานึงถึงประโยชนของการนําไปใชเปนหลัก
โดยการนําวสั ดุเหลือใชท ี่มอี ยใู นบา น ในโรงเรยี น หรอื ในทอ งถน่ิ
T70 มาประดิษฐเ ปน ชิ้นงานในลักษณะตางๆ เพ่อื อํานวยความสะดวก
ในการดําเนินชีวิต เชน นําใบตองมาประดิษฐเปนถาดหรือจาน
เพอื่ ใชบ รรจอุ าหาร นาํ ใบลานมาสานเปน ปลาตะเพยี น เพอื่ ใชเ ปน
ของเลนของเดก็ ๆ)

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

๒ ประเภทของงานประดษิ ฐ์ทเ่ี ปน็ เอกลกั ษณ์ไทย ขน้ั สอน
งานประดษิ ฐท์ เี่ ปน็ เอกลกั ษณ ์ไทยมอี ยดู่ ว้ ยกนั หลายประเภท มรี ปู แบบ ขน้ั ตอนการทา�  การนา�
ไปใชป้ ระโยชนท์ แ่ี ตกตา่ งกนั  จงึ ควรเลอื กใช ้ใหเ้ หมาะสมกบั ลกั ษณะของงาน โดยงานประดษิ ฐท์ เี่ ปน็ ขน้ั ท่ี 2 วางแผนปฏบิ ตั ิ
เอกลักษณ ์ไทย สามารถแบ่งออกได้ ดังนี้
3. ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละเทา ๆ กนั รว มกนั
งานดอกไม้สด งานใบตอง วางแผนปฏิบัติงาน พรอมท้ังแบงหนาท่ีความ
รับผิดชอบตามความถนัดและความสามารถ
มีหลายชนิดและหลายรูปแบบ  เช่น งานประดิษฐ์ท่ีคนไทยนิยม ของแตละบุคคล เพ่ือสืบคนขอมูลเก่ียวกับ
การร้อยตาข่าย  การร้อยอุบะ  การร้อย ประดิษฐ์เพื่อน�ามาใช้ ในการ ความหมาย ความสาํ คญั และประเภทของงาน
พวงมาลัย  เพื่อน�ามาใช้ประดับตกแต่ง บรรจอุ าหาร ห่อขนม ตลอดจน ประดษิ ฐทเ่ี ปน เอกลกั ษณไทย
ท�าให้เกิดความสวยงาม  ซ่ึงสามารถ น�ามาใช้ ในงานพิธีต่าง ๆ  เช่น
ศึกษาจากผู้รู้  หรือศึกษาด้วยตนเอง ทา� กระทงในประเพณลี อยกระทง ขนั้ ท่ี 3 ลงมอื ปฏบิ ตั ิ
จากหนังสือ  นิตยสารต่าง ๆ  และฝึก ทา� พานในวนั ไหวค้ ร ู ทา� บายศรี
ประดษิ ฐอ์ ยา่ งสมา�่ เสมอเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความ ในพิธีตา่ ง ๆ ทา� กระทงสลากภัต 4. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันสืบคนขอมูล
ชา� นาญ สามารถนา� ไปประกอบอาชพี ได ้ ถาดใบตองใส่ขนมถวายพระ เกย่ี วกบั ความหมาย ความสาํ คญั และประเภท
ในอนาคต ทา� พานขนั หมากงานมงคลสมรส ของงานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทย จาก
หนงั สอื เรียน หนวยการเรียนรทู ่ี 4 หรือศึกษา
งานแกะสลักผักและผลไมั เพิม่ เติมจากอนิ เทอรเน็ต

เป็นการแกะลวดลายลงบนผัก  หรือ 5. ครใู หน กั เรยี นศกึ ษาเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั ความหมาย
ผลไม้  โดยการใช้มีดแกะ  เพื่อให้เกิด ความสําคัญ และประเภทของงานประดิษฐ
ลวดลายขน้ึ  เชน่  ดอกไม ้ ใบไม ้ แลว้ นา� ท่ีเปนเอกลักษณไทย จาก PowerPoint ม.5
มาตกแต่งในจาน  ถาด  หรือพานให้ หนวยการเรยี นรทู ี่ 4
สวยงาม เชน่  การแกะสลกั ฟกั ทองเปน็
ภาชนะใส่อาหาร  การแกะสลักผักจิ้ม 6. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันอภิปราย
น�า้ พรกิ  การแกะสลกั หยวกกลว้ ย หรอื ความรตู ามทไี่ ดศ กึ ษามา จากนนั้ สรปุ สาระสาํ คญั
ที่เรียกวา่  “การแทงหยวก” ในรูปแบบของแผนผังความคิด เพ่ือเตรียม
นําเสนอหนาชนั้ เรยี น
งานแกะสลกั ไม้
ขนั้ ที่ 4 พฒั นาความรู ความเขา ใจ
การแกะลวดลายลงบนเน้อื ไม้ โดยการใชส้ วิ่  คอ้ น
ในการแกะ  เช่น  การแกะสลักไม้ท�าบานประตู 7. ครใู หน กั เรยี นแตล ะกลมุ สง ตวั แทนกลมุ ละ 1 คน
การแกะสลักภาพประดับฝาผนัง  แกะสลักเป็น ออกมานําเสนอแผนผังความคิดเก่ียวกับ
ลวดลายต่าง ๆ  เพ่ือใช้ประดับตกแต่งอาคาร ความหมาย ความสําคัญ และประเภทของ
บา้ นเรอื น และสถานทตี่ า่ ง ๆ เปน็ งานทตี่ อ้ งอาศยั งานประดิษฐที่เปนเอกลักษณไทยใหเพ่ือนฟง
ความช�านาญและประสบการณอ์ ยา่ งมาก  เพราะ หนาชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมช้ันเรียน
จะชว่ ยให้ผลงานมคี ุณภาพมากยิ่งขึน้ รวมกันเสนอแนะเพิ่มเตมิ

6๓งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย

ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

งานประดษิ ฐท เ่ี ปน เอกลกั ษณข องไทย มคี วามสาํ คญั และมคี ณุ คา ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับศิลปะการแทงหยวกใหนักเรียนฟงวา
อยางไร การแทงหยวก เปนการนําหยวกกลวยมาแทงเปนลวดลายตางๆ เชน
ลายกระจัง ฟน ปลา ลายนองสงิ ห ลายหนา กระดาน ลายเสา โดยหยวกกลว ย
(แนวตอบ มีความสําคัญและมีคุณคาหลายประการ เชน ท่ีนิยมนํามาใชจะเปนหยวกกลวยตานี ศิลปะการแทงหยวกจะถูกนํามาใช
สามารถนําไปใชประโยชนและอํานวยความสะดวกในการทํางาน ในการประดับตกแตงในงานพิธีกรรมตางๆ ซึ่งผูคนสวนใหญมักเขาใจกันวา
และการดําเนินชีวิตประจําวัน นําไปใชในงานประเพณี เทศกาล จะตองนํามาใชประดับในงานศพเทาน้ัน แตการแทงหยวกสามารถนํามา
สําคัญ พิธีกรรมทางศาสนา หรือนําไปประกอบอาชีพ เพื่อสราง ใชประดับตกแตงในงานมงคลตางๆ ได เชน งานบวช งานทอดกฐิน
รายไดเลี้ยงตนเองและครอบครัว เปนการอนุรักษภูมิปญญา งานข้ึนบานใหม
ของไทยทเ่ี ปน มรดกทางวฒั นธรรมของชาติ สบื สาน และเผยแพร
ไวใ หค นรุนหลังไดศึกษาเรียนร)ู

ส่ือ Digital

ศกึ ษาเพมิ่ เตมิ เกยี่ วกบั ศลิ ปะการแทงหยวก ไดท ่ี https://www.stou.ac.th/
study/sumrit/7-58/page2-7-58.html
T71

นาํ สอน สรปุ ประเมิน

ขน้ั สอน งานป้ันดนิ

ขน้ั ท่ี 4 พฒั นาความรู ความเขา ใจ งานที่ได้จากการน�าดินเหนียว  หรือดินชนิดอ่ืน ๆ  มาปั้น
ให้เป็นรูป  หรือชิ้นงานตามต้องการ  เช่น  งานเครื่องปั้น
8. ครูเนนยํ้าใหนักเรียนเขาใจวา “งานประดิษฐ ดินเผา  งานปั้นตุ๊กตาชาววัง  งานปั้นถ้วยชาม  ซึ่งงาน
ท่ีเปนเอกลักษณไทยจัดเปนภูมิปญญาของ ประดิษฐ์ประเภทนี้ถือเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน
บรรพบุรุษท่ีไดนําส่ิงตางๆ มาสรางสรรคเปน ประเภทหน่ึงทม่ี อี ยู่ในทอ้ งถิ่นตามภาคต่าง ๆ เช่น ชุมชน
ผลงานทีม่ ีความสวยงาม” เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบรุ ี

ขนั้ สรปุ งานจักสาน

ขนั้ ท่ี 5 สรปุ งานประดษิ ฐจ์ ากวัสดุธรรมชาต ิ เชน่  หวาย ไม้ ไผ่ ใบลาน
กก  เพ่ือประโยชน์ใช้สอยในชีวิตประจ�าวัน  เช่น  การ
1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง ประดิษฐ์เคร่ืองใช้  เช่น  งอบ  กระด้ง  กระจาด  กระเป๋า 
ความหมาย ความสําคัญ และประเภทของ การประดิษฐ์เคร่ืองดักสัตว์  เช่น  กระชัง  ลอบ  ไซ  ข้อง 
งานประดิษฐท ่ีเปนเอกลักษณไทย การประดิษฐ์เคร่ืองเล่น  เช่น  ตะกร้อ  ปลาตะเพียน  นก 
ตั๊กแตน
2. ครมู อบหมายใหน กั เรยี นทาํ ใบงานที่ 4.1.1 เรอ่ื ง
ความสําคัญและประเภทของประดิษฐที่เปน Tip
เอกลกั ษณไทย
งานปั้นตุ๊กตาชาววงั
3. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนกั เรยี น
จากการนาํ เสนอผลการวเิ คราะห วจิ ารณ และ   การปั้นตุ๊กตาชาววัง  จัดเป็นผลงานหัตถศิลป์ของไทยประเภทหนึ่งที่มีมาต้ังแต่สมัยพระบาทสมเด็จ
การสรปุ ความรู พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอย่หู ัว โดยจดั ทา� ข้นึ เพอื่ นา� มาเล่นกนั เฉพาะเจ้านายในพระบรมมหาราชวัง ตอ่ มาไดม้ ี
คุณข้าหลวงน�าออกมาปั้นบริเวณนอกพระบรมมหาราชวัง  จึงท�าให้ตุ๊กตาชนิดน้ีเริ่มเป็นที่รู้จักของคน
ขน้ั ประเมนิ อยา่ งแพรห่ ลาย ตกุ๊ ตาชาววงั มอี ย ู่ ๓ ขนาด คอื  เลก็  กลาง และใหญ ่ แตท่ นี่ ยิ มกนั มากจะเปน็ ขนาดเลก็  ซง่ึ มี
ความสูงประมาณ  ๒  เซนติเมตร  ปั้นเป็นรูปหญิงชายในวัยต่าง ๆ  แสดงอิริยาบถในลักษณะท่ีแตกต่างกัน
1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบกอนเรียน ไปตามจินตนาการของผู้ปั้น  ช่างปั้นจะปั้นตุ๊กตาจากส่วนขาก่อน  จากนั้นจึงต่อข้ึนเป็นล�าตัวและแขน
เพอื่ ตรวจสอบความเขา ใจกอ นเรยี นของนกั เรยี น ซ่งึ จะใช้ดินกอ้ นเล็ก ๆ เพยี งกอ้ นเดยี ว หัวและใบหน้าจะกดจากแมพ่ ิมพ ์ จงึ ทา� ให ้ใบหน้าของตุ๊กตาชาววงั
มีลักษณะที่เหมือนกันท้ังหมด  เมื่อปั้น
2. ครูตรวจสอบใบงานท่ี 4.1.1 เรื่อง ความสําคญั เสร็จน�าไปผ่ึงแดดให้แห้งก่อนน�าไปเผา 
และประเภทของงานประดษิ ฐท เ่ี ปน เอกลกั ษณ เมือ่ เย็นแลว้ จึงลงสีให้สวยงาม
ไทย
6๔
3. ครูประเมินผลการสรุปสาระสําคัญในรูปแบบ
แผนผงั ความคดิ เรอื่ ง ความหมาย ความสาํ คญั
และประเภทของงานประดษิ ฐท เ่ี ปน เอกลกั ษณ
ไทย

4. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการ
เรยี นรู จากการสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ
การนาํ เสนอผลงาน และการสงั เกตคณุ ลกั ษณะ
อนั พึงประสงค

แนวทางการวัดและประเมินผล ขอสอบเนน การคดิ

ครสู ามารถสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ การนาํ เสนอผลงาน โดยศกึ ษา หากตองประดิษฐช้ินงานท่ีเปนเอกลักษณไทยโดยคํานึงถึง
เกณฑก ารวดั และประเมนิ ผลทแี่ นบทา ยแผนการจดั การเรยี นรู หนว ยการเรยี นรทู ี่ 4 ทรัพยากรและสิ่งแวดลอม เพื่อนําไปใชเปนของเลนสําหรับเด็ก
ควรเลือกประดิษฐช้ินงานประเภทใดจึงจะมีความเหมาะสม
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน มากทส่ี ุด

คาช้ีแจง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในช่องทตี่ รงกับระดับคะแนน คาชแี้ จง : ใหผ้ สู้ อนประเมนิ ผลการนาเสนอผลงานของนักเรยี นตามรายการ แล้วขดี ลงในช่องท่ตี รงกับระดับคะแนน (แนวตอบ สามารถเลือกประดิษฐช้ินงานที่เปนเอกลักษณไทย
ประเภทงานจักสาน หรืองานปนจากดิน เพราะเปนการนําวัสดุ
การมี ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน ที่มีอยูในธรรมชาติ หรือในทองถิ่น มาสรางสรรคเปนชิ้นงานท่ี
321 ไมก อ ใหเ กดิ อนั ตรายตอ ผใู ช โดยชนิ้ งานจะมรี ปู แบบทแ่ี ตกตา งกนั
ลาดับท่ี ชือ่ – สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมี ส่วนร่วมใน รวม 1 ความถูกตอ้ งของเนื้อหา ไปตามความคดิ สรา งสรรคข องผปู ระดษิ ฐ จดั เปน ชนิ้ งานทมี่ คี วาม
ของนักเรยี น ความ ฟงั คนอื่น ตามท่ีไดร้ ับ นา้ ใจ การ 15 2 การลาดับขัน้ ตอนของเร่ือง รวม ประณีต สวยงาม และมคี ณุ คาทางศิลปะอกี ประเภทหนึง่ )
คิดเหน็ มอบหมาย คะแนน 3 วธิ ีการนาเสนอผลงานอยา่ งสรา้ งสรรค์
ปรับปรุง 4 การใชเ้ ทคโนโลยใี นการนาเสนอ
5 การมสี ่วนรว่ มของสมาชิกในกลมุ่
ผลงานกลุม่

3 2 13 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1

ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน
............/................./................

ลงช่ือ...................................................ผปู้ ระเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
............./.................../............... ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ สมบรู ณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางส่วน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ปฏิบตั ิ หรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั ิ หรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
12-15 ดี
ปฏบิ ัติ หรอื แสดงพฤติกรรมบางครงั้
8-11 พอใช้

ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรุง

เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ

12-15 ดี

8-11 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ

T72

นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

๓ ตวั อยา่ งงานประดษิ ฐ์ทเี่ ปน็ เอกลกั ษณ์ ไทย : งานแกะสลกั ขนั้ นาํ (ใชโครงการเปนหลัก)
งานแกะสลักผักและผลไม้จ�าเป็นต้องใช้ฝีมือและความคิดสร้างสรรค์  เราสามารถน�าผักและ
ผลไม้มาแกะสลกั ได ้ในหลากหลายรูปแบบ ท้งั ใบไม้ ดอกไม้ รปู สัตวต์ า่ ง ๆ งานแกะสลกั ในปัจจบุ ัน ขน้ั ที่ 1 ใหค วามรพู นื้ ฐาน
ทน่ี ยิ มกนั แพรห่ ลาย เชน่  การจดั จานตกแตง่ อาหารในโรงแรม ในงานเลยี้ งรบั รองแขกตา่ งประเทศ
ใช้ ในการตกแตง่ สถานที่ในโอกาสสา� คญั ตา่ ง ๆ การเลือกวัสดุ อุปกรณ ์ในงานแกะสลัก มดี งั น้ี 1. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางงานประดิษฐ
ท่ีเปนเอกลักษณไทยประเภทงานแกะสลัก
ผักและผลไม้ มดี แกะสลักดา้ มแบน จากหนังสือเรยี น หนวยการเรยี นรทู ี่ 4

เลอื กผกั และผลไมต้ ามฤดกู าล มคี วามสดใหม ่ ซงึ่ จะ ใช ้ในการแกะ บาก ห่นั  เป็น 2. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเก่ียวกับตัวอยาง
ท�าให้แกะได้ง่ายและเกบ็ ได้นาน เลอื กชนิดของผกั ลวดลายตา่ ง ๆ ใบมดี เรยี วแหลม งานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทยประเภท
และผลไม ้ใหต้ รงกบั ความตอ้ งการ และความเหมาะสม ยาวประมาณ ๑-๒ นวิ้  ควร งานแกะสลัก จาก PowerPoint ม.5 หนวย
กับงานแกะสลักน้นั  ๆ เลือกใช้เนื้อสเตนเลส  เพ่ือ การเรยี นรทู ี่ 4
ไม่ใหเ้ กิดปฏกิ ริ ยิ ากับผักและ
ผลไม ้ และควรเลอื กชนดิ ดา้ ม 3. ครใู หน กั เรยี นรว มกนั เสนอแนะวา ตวั อยา งงาน
แบน เพราะควบคมุ ไดง้ า่ ยกวา่ แกะสลกั ดงั กลา วจะตอ งใชว สั ดุ อปุ กรณช นดิ ใด
ด้ามแบบอืน่  ๆ และมขี ้นั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอยา งไร

มีดแกะสลักด้ามกลม มดี ปอกผลไม้ ขน้ั ที่ 2 กระตนุ ความสนใจ

เหมาะส�าหรับผู้ท่ีแกะสลัก •  มีดปอก  หรือห่ันผักและผลไม้  ควรเลือกใช้ 4. ครเู ปด คลปิ วดิ โี อเกย่ี วกบั การแกะสลกั แครร อต
ได้เบื้องต้นแล้ว  ใบมีดมี เนื้อสเตนเลส  เพ่ือไม่ ให้ผักและผลไม้ด�า  ควรมี การแกะสลักแตงกวา การแกะสลักแอปเปล
ลักษณะเรียวแหลม  ยาว ความคม ใบมดี มคี วามยาวประมาณ ๔-๕ นิ้ว และการแกะสลักมะมวงใหนักเรียนดู เพื่อให
ประมาณ  ๑.๕-๒.๕  นิ้ว  • ม  ีดปอกสองคมใช้ปอกเปลือกผลไม้  ควรเลือก นักเรยี นไดเรียนรูข ้ันตอนการปฏบิ ตั งิ านแตละ
มีท้ังเน้ือสเตนเลสและ ขนาดให้เหมาะสมกบั ชนิดผักและผลไม้ ประเภท
เนื้อเหล็ก  ควรเลือกใช้ ให้
เหมาะสมกบั การใช้งาน 5. ครูถามนกั เรยี นวา
• ความสวยงามของการแกะสลกั ผกั และผลไม
ช้อนกลม เขยี ง อยูที่ส่ิงใด เพราะเหตุใดจึงเปนเชนนั้น
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ใช้ตักไส้ผักและผลไม้  ควรเลือกใช้เน้ือสเตนเลส ใ ช ้ ส� า ห รั บ ร อ ง ผั ก แ ล ะ ไดอยางอสิ ระ)
เพราะจะไม่เป็นสนิม เช่น ตักเน้ือสแี ดงของแตงโม ผ ล ไ ม ้ เ ว ลา แ ก ะ ส ลั ก  • นักเรียนรูสึกอยางไรหากตองรับประทาน
ออก เพ่ือนา� แตงโมไปแกะสลกั เป็นภาชนะ ค ว ร เ ลื อ ก ที่ มี น้� า ห นั ก ผักและผลไมท ี่ผา นการแกะสลักมากอ น
พอประมาณ  มีขนาด (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
พอเหมาะกับขนาดของ ไดอ ยา งอิสระ)
ผกั และผลไม้ • นกั เรยี นมวี ธิ กี ารเลอื กซอ้ื มดี แกะสลกั อยา งไร
(แนวตอบ ควรเลอื กซอื้ มดี แกะสลกั ทม่ี ปี ลายมดี
6๕งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย เรยี วแหลมคม และบาง ผลติ จากวสั ดปุ ระเภท
สเตนเลสหรอื ทองเหลือง ซึง่ จะชว ยปอ งกัน
ไมใหผ ักและผลไมม สี ีดาํ ในขณะแกะสลกั )

กจิ กรรม สรางเสรมิ เกร็ดแนะครู

ใหน กั เรยี นเขยี นอธบิ ายความสาํ คญั และประโยชนท ไี่ ดร บั จาก ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับขอควรระวังในการใชและการเก็บรักษามีด
การศกึ ษา เรือ่ ง งานประดษิ ฐท ี่เปนเอกลกั ษณไ ทย ประเภทงาน แกะสลักเพื่อความปลอดภัยใหนักเรียนฟงวา ในการแกะสลักผักและผลไม
แกะสลัก ในรูปแบบแผนผังความคิด ตกแตงใหสวยงาม นําสง มขี อ ควรระวงั ในการใชม ดี แกะสลกั คอื ควรจบั มดี ใหอ ยใู นทา ทส่ี บาย ไมค วรจบั
ครูผูส อน จนแนน หรอื เกร็งมอื ขณะใชค วรหันคมมดี ออกนอกลําตวั เสมอ ไมว างมดี ท้ิงไว
บนพ้ืน และสวมปลอกมีดทุกครั้งเม่ือไมไดใชงาน หามสงดานคมมีดใหกับ
กจิ กรรม ทา ทาย ผอู นื่ ควรปด หรือใสปลอกมีดใหเ รียบรอยกอนทกุ ครง้ั และสง ดา นทเี่ ปนดา มจับ
กอนเสมอ รวมถึงหม่ันตรวจสอบสภาพแวดลอมรอบขาง เพื่อปองกันอันตราย
ใหนักเรียนรวบรวมภาพงานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทย ที่อาจเกิดข้ึน ไมควรใชมีดขูดหรือแคะวัสดุที่มีเนื้อแข็ง เพราะอาจทําใหใบมีด
ประเภทงานแกะสลักผัก งานแกะสลักผลไม และงานแกะสลกั ไม ชํารุดได สวนการเก็บรักษามีด สามารถทําไดโดยเช็ดมีดใหแหงและสะอาด
เขยี นอธบิ ายเกย่ี วกบั วสั ดุ อปุ กรณท นี่ าํ มาใชใ นการแกะสลกั วธิ กี าร หยอดนํ้ามนั เล็กนอ ย ลับมดี อยา งถูกวธิ ี ควรเก็บมดี ใหหางจากไฟ เกบ็ มดี ไวใ น
แกะสลกั และเทคนคิ ในการแกะสลักช้นิ งานประเภทตา งๆ จัดทํา ทปี่ ลอดภยั และใหพนจากมือเดก็
เปน รูปเลมรายงาน นําสง ครผู สู อน
T73

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน วัสดุ อุปกรณ์ท่ใี ช้ การแก ะสลัก
๑. แครร์ อต
ขนั้ ที่ 3 จดั กลมุ รว มมอื ๒. มดี แกะสลัก แคร์รอต
๓. มีดปลายแหลม
1. ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละเทา ๆ กนั ศกึ ษา ๔. เขยี ง
ตัวอยางงานประดิษฐที่เปนเอกลักษณไทย : ๕. จาน
การแกะสลกั แครร อต จากหนงั สือเรยี น หนว ย
การเรยี นรทู ี่ 4 หนา 66 จากนน้ั รว มกนั อภปิ ราย 1
ถึงขั้นตอนการแกะสลักแครรอตทีละขั้นตอน
โดยครูขออาสาสมคั ร 1-2 คน ออกมาอธิบาย ขั้นตอนการแกะสลัก
ข้ันตอนการแกะสลักแครรอตใหเพื่อนฟง ๑. เกลาแครร์ อตเป็นรปู หยดน้�า โดยเกลาส่วนโคนดอกใหเ้ ป็นวงกลม เซาะร่อง แบง่ กลบี ดอกให้เทา่  ๆ กัน
หนา ชนั้ เรียน ๒. ปาดร่องกลบี  ใช้ปลายมีดวาดกลีบดอกให้ปลายแหลมลงในร่องกลบี  ปาดเน้ือแครร์ อตใต้กลบี ดอกออก
๓. ป  าดรอ่ งกลบี ตอ่ ไป ใชป้ ลายมดี วาดกลบี ดอกใหป้ ลายแหลมลงในรอ่ งกลบี  ปาดเนอ้ื แครร์ อตใตก้ ลบี ดอกออก 
2. ครนู าํ วสั ดุ อปุ กรณท ใ่ี ชใ นการแกะสลกั แครร อต
มาใหน กั เรยี นดู ทา� เชน่ นี้จนครบชั้นแรก
๔. ป  าดร่องกลีบดอกในชั้นต่อไป  โดยสับหว่างกับกลีบดอกในชั้นแรก  ท�าเช่นน้ีจนสุดปลายแคร์รอต  ซ่ึงใน
3. ครสู าธติ การแกะสลกั แครร อตใหน กั เรยี นดเู ปน
ตวั อยา ง พรอ มทงั้ อธบิ ายประกอบทลี ะขนั้ ตอน ช้ันสุดท้ายกลบี ดอกจะเลก็ มาก จึงควรท�าแบบเบามือ
อยา งชา ๆ เพอื่ ใหน กั เรยี นไดส งั เกตและตดิ ตาม
แตล ะขัน้ ตอนไดท ัน 1๒
๓๔
4. ครูใหนักเรียนแตละกลุมแกะสลักแครรอต
หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะปฏิบัติงาน 66
หรือตองการความชวยเหลือใหสอบถามครู
โดยครจู ะคอยสงั เกตการปฏบิ ตั งิ านของนกั เรยี น
อยางใกลชิดและคอยใหความชวยเหลือ และ
เนนยํ้าใหตระหนักถึงความปลอดภัยในขณะ
ปฏบิ ตั ิงานรวมดว ย

5. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ ขนั้ ตอนงานประดษิ ฐ
ท่ีเปนเอกลักษณไทย : การแกะสลักแครรอต
โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง และ
อธิบายเพ่ิมเติมในสวนท่ียังขาดตกบกพรอง
จากการปฏบิ ตั ิงาน

6. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การเลือกแครร อตมาใช
ในงานแกะสลักควรเลือกที่มีผิวเรียบ สีผิว
สมํา่ เสมอกัน ผลมีลกั ษณะตรง ไมโคงงอ ไมม ี
รอยชํ้า ไมมีตําหนิ หรือมีรอยเนา เนื้อแนน
ขนาดไมเ ล็กหรอื ใหญจนเกินไป จับพอดมี ือ”

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด

ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ เกย่ี วกบั การแกะสลกั ผกั ใหน กั เรยี นฟง วา การแกะสลกั ผกั บคุ คลในขอใดปฏบิ ัติตนไมเหมาะสมในการแกะสลักแครร อต
เปน ศิลปะที่บรรพบุรษุ ไดส รางสรรคข ้นึ เปน วิธกี ารตดั แตงผกั ใหส ะดวกและงาย 1. วิมเลอื กแครรอตทมี่ ีผวิ เรียบ เปน แทงตรง
ตอการนํามารับประทาน และยังคงความประณีต ละเอียดออนไว นับต้ังแต 2. แววนําแครร อตไปแชน า้ํ กอ นนาํ มาแกะสลัก
สมัยสุโขทัยเปนตนมา ทั้งนี้ ในสมัยรัตนโกสินทรตอนตนไดปรากฏเร่ืองราว 3. วา นใชม ดี ปลายแหลมเกลาแครรอตเปน รูปหยดนํ้า
ของงานแกะสลักผักอยูในงานพระราชนิพนธกาพยเหชมเครื่องคาวหวาน และ 4. วนุ ใชผ า ขาวบางชบุ นา้ํ บดิ หมาดคลมุ แครร อตทแี่ กะสลกั เสรจ็ แลว
เรอื่ งสงั ขท อง ซง่ึ เปน พระราชนพิ นธข องพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา นภาลยั
(วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะกอนแกะสลักไมควรนํา
นักเรียนควรรู แครรอตไปแชนํ้า เพราะจะทําใหเน้ือของแครรอตแข็ง ทําให
แกะสลักเปนลวดลายตางๆ ไดยาก ควรนําแครรอตไปแชนํ้า
1 การแกะสลัก สําหรับผูท่ีเร่ิมตนแกะสลัก ควรนําผักหรือผลไมที่มีเนื้อแข็ง หลังจากท่ีแกะสลักเสร็จแลว ซึ่งจะชวยใหสีสดขึ้นและกลีบดอก
มาใชในการฝกการใชนํ้าหนกั มือของตนเอง หากผกั หรือผลไมท ีน่ ํามาแกะสลัก แข็งตวั ไดด ี)
มีเนื้อนิ่ม อาจทําใหเกิดความผิดพลาดกับช้ินงานได หากใชผักหรือผลไมท่ีมี
เนอ้ื แขง็ เมื่อลงมดี ไปเร่อื ยๆ จะทาํ ใหร นู ้ําหนกั มอื ของตนเอง

T74

นาํ สอน ก สรปุ ประเมนิ

๑วสั. ดแุตองปุ กกวรา1ณ์ที่ใช้ การแกะสลั ขนั้ สอน

๒. มีดแกะสลกั แตงกวา ขนั้ ท่ี 3 จดั กลมุ รว มมอื
๓. มีดปลายแหลม
๔. เขยี ง ข๑้นั. หตอั่นนแกตางรกแวกาตะสามลักความยาวของลูก แลว้ ปาดแตงกวา2ให้เป็นรูปคลา้ ยใบไม้ 7. ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาตัวอยางงาน
๕. จาน ประดิษฐทีเ่ ปนเอกลักษณไ ทย : การแกะสลัก
๒. วาดเส้นกลางใบ ๒ เสน้ คกู่ นั  แลว้ เซาะใหเ้ ป็นรอ่ งกลางใบ แตงกวา จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรู
๓. เซาะร่องลายใบระหวา่ งเสน้ กลาง โดยท�าเหมอื นกนั ทง้ั  ๒ ข้าง ที่ 4 หนา 67 จากนน้ั รว มกนั อภปิ รายถงึ ขนั้ ตอน
๔. หยกั ขอบใบทง้ั  ๒ ขา้ ง โดยจะหยกั ใบระหว่างเสน้ ลายใบตามภาพ การแกะสลักแตงกวาทีละขั้นตอน โดยครขู อ
อาสาสมัคร 1-2 คน ออกมาอธิบายขั้นตอน
1๒ การแกะสลกั แตงกวาใหเ พอ่ื นฟง หนา ชนั้ เรยี น
๓๔
8. ครนู าํ วสั ดุ อปุ กรณท ใ่ี ชใ นการแกะสลกั แตงกวา
6๗ มาใหน กั เรยี นดู

9. ครูสาธิตการแกะสลักแตงกวาใหนักเรียนดู
เปนตัวอยาง พรอมท้ังอธิบายประกอบทีละ
ข้ันตอนอยางชาๆ เพ่ือใหนักเรียนไดสังเกต
และติดตามแตละขั้นตอนไดท ัน

10. ครูใหนักเรียนแตละกลุมแกะสลักแตงกวา
หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะปฏิบัติงาน
หรือตองการความชวยเหลือใหสอบถามครู
โดยครูจะคอยสังเกตการปฏิบัติงานของ
นักเรียนอยางใกลชิดและคอยใหความ
ชวยเหลือ และเนนย้ําใหตระหนักถึงความ
ปลอดภยั ในขณะปฏบิ ัติงานรวมดวย

11. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปข้ันตอนงาน
ประดิษฐท ีเ่ ปน เอกลักษณไ ทย : การแกะสลัก
แตงกวา โดยครเู ปน ผตู รวจสอบความถกู ตอ ง
และอธบิ ายเพมิ่ เตมิ ในสว นทยี่ งั ขาดตกบกพรอ ง
จากการปฏิบัตงิ าน

12. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “เน่ืองจากแตงกวา
มีผวิ ท่ีบาง เนอ้ื ออ น และช้าํ งา ย ดงั นัน้ มดี
ท่ีนํามาใชในการแกะสลักแตงกวาจึงตอง
ลับใหคมอยูเสมอ เพ่ือปองกันไมใหผิวและ
เนอ้ื ของแตงกวาชาํ้ ในขณะทที่ าํ ลวดลายตา งๆ
ลงบนผลของแตงกวา”

ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู

“หากตอ งการแกะสลักแตงกวา เพ่ือนํามาใชในการจัดตกแตง 1 แตงกวา ในการเลือกซ้ือแตงกวา ควรเลือกลูกท่ีมีผิวเรียบ ผิวเปลือกสด
จานอาหาร” ควรปฏบิ ัตอิ ยางไรจงึ จะเหมาะสม มสี ีเขยี วออ นสลบั กบั สีขาว ลกู กลมกลงึ เสมอกนั และควรเลอื กลูกท่อี วบ เพราะ
เน้ือจะหนาและมีไสน อย
1. นาํ แตงกวามาลางนํา้ ใหสะอาด ใชผา สะอาดซบั น้ําใหแหง 2 ปาดแตงกวา หากผูประดิษฐยังไมมีความชํานาญมากพอ ควรรางเสน
แลว แกะทนั ที ลงบนผลของแตงกวากอนใชมีดปาดท่ีเนื้อ หากปาดเบ้ียวสามารถแกไขไดโดย
การปาดเก็บขอบใบใหกินเนื้อเขามา แตอาจทําใหรูปใบไมเรียวยาว เมื่อลง
2. นําแตงกวาแชนาํ้ ดา งทับทมิ หอผา ขนหนู เก็บเขา ตเู ยน็ ลวดลายบนผลแตงกวาจึงไมสวยงาม จึงควรปาดอยางเบามือและระมัดระวัง
และแกะในวันรุงขึน้ เปนพิเศษ

3. นําแตงกวาแชในนํ้าเยน็ จัด 10 นาที เกบ็ เขาตเู ยน็ ส่ือ Digital
และแกะในวันรุงขน้ึ
ศกึ ษาเพมิ่ เตมิ เกย่ี วกบั การแกะสลกั แตงกวาเปน รปู ใบไม ไดท ่ี https://www.
4. นาํ แตงกวามาลา งกบั นา้ํ เกลอื หยบิ ใสต ะกรา ผง่ึ แดดใหแ หง youtube.com/watch?v=AriDYqBJg9A
แลวแกะทันที T75

(วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการนําแตงกวามาลางน้ํา
ใหสะอาด ใชผาสะอาดซับนํ้าใหแหง แลวแกะทันที จะทําใหได
ชิ้นงานท่มี คี วามสวยงาม สีเขยี วสวย และกลีบใบแข็ง)

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน วัสดุ อปุ กรณ์ท่ใี ช้ การแก ะสลัก
๑. แอปเปิล
ขนั้ ท่ี 3 จดั กลมุ รว มมอื ๒. มีดแกะสลกั แอปเปิล
๓. เขยี ง
13. ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาตัวอยางงาน ๔. จาน
ประดิษฐที่เปนเอกลักษณไทย:การแกะสลัก
แอปเปล จากหนงั สือเรยี น หนวยการเรียนรู ข้นั ตอนการแกะสลกั
ท่ี 4 หนา 68 จากน้ันรวมกันอภิปรายถึง ๑.  ใชป้ ลายมีดวาดกลบี ดอกโค้งปลายแหลมจ�านวน ๔ กลบี  แลว้ ปาดเนอื้ ใต้กลีบดอกออก
ข้ันตอนการแกะสลักแอปเปลทีละขั้นตอน ๒. ใ ช้ปลายมีดวาดกลีบชน้ั ท ่ี ๒ โดยทา� สับหวา่ งกับกลบี ดอกชน้ั แรก ปาดเนื้อแอปเปลิ ใตก้ ลีบดอกออกและ
โดยครูขออาสาสมัคร 1-2 คน ออกมาอธบิ าย
ข้ันตอนการแกะสลักแอปเปลใหเพื่อนฟง เซาะรอ่ งตรงกลางในกลบี ดอกชั้นแรก
หนา ช้ันเรียน ๓. ปาดรอ่ งกลีบในกลบี ดอกชนั้ ที่ ๒ แล้วทา� ลายหยักในร่องกลบี ท้ัง ๒ ข้าง ให้ครบทง้ั  ๔ กลีบ
๔. วาดเส้นโค้งจนถงึ กน้ ลูกแอปเปิลและเซาะรอ่ ง จากนนั้ วาดเส้นโคง้ อกี  ๑ เส้นคกู่ ัน แล้วเซาะร่องพรอ้ มกับ
14. ครูนําวัสดุ อุปกรณท่ีใชในการแกะสลัก   ท�าลายหยกั ในเสน้ ที่ ๒ โดยทา� เชน่ นีจ้ นหมดท้งั ลกู
แอปเปล มาใหนกั เรยี นดู
1๒
15. ครูสาธิตการแกะสลักแอปเปลใหนักเรียนดู ๓๔
เปนตัวอยาง พรอมท้ังอธิบายประกอบทีละ
ข้ันตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกต 6๘
และตดิ ตามแตละขนั้ ตอนไดท ัน

16. ครูใหนักเรียนแตละกลุมแกะสลักแอปเปล
หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะปฏิบัติงาน
หรือตองการความชวยเหลือใหสอบถามครู
โดยครจู ะคอยสงั เกตการปฏบิ ตั งิ านของนกั เรยี น
อยา งใกลช ิดและคอยใหค วามชว ยเหลอื และ
เนนย้ําใหตระหนักถึงความปลอดภัยในขณะ
ปฏบิ ัตงิ านรว มดว ย

17. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงาน
ประดิษฐที่เปนเอกลักษณไทย:การแกะสลัก
แอปเปล โดยครูเปนผูตรวจสอบความ
ถูกตอง และอธิบายเพ่ิมเติมในสวนท่ียัง
ขาดตกบกพรองจากการปฏบิ ตั ิงาน

18. ครูอธิบายเพ่ิมเติมวา “กอนนําแอปเปลมา
ชโแดกอยะนใสชชลานักํ้าซสใ่ึงะหจอนะาชําดผวยล1ใแหถอเวปนยเื้อปตขลวองไงปแกแอับชปเใกนเปลนอืล้ําปไเมกนลดือ21ํา
เม่ือตองสัมผัสกับอากาศในขณะท่ีกําลัง
แกะสลัก

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ

ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแกะสลักท่ีปรากฏอยูในงานพระราชนิพนธ การเลอื กมดี แกะสลักที่ถกู ตอ ง ควรเลอื กตามขอใด
กาพยเหชมเครื่องคาวหวาน ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย 1. เลอื กมดี ทีท่ าํ จากไม มีการฉลลุ วดลาย น้ําหนกั พอดมี ือ
ใหนักเรียนฟงวา กาพยเหชมเคร่ืองคาวหวาน เปนความงดงามของวรรณคดี 2. เลือกมีดดามแบน ดา มทําจากพลาสติก นํา้ หนกั เบา
ที่สะทอนใหเห็นถึงความประณีตและความละเอียดออนในการประกอบอาหาร 3. เลอื กมดี ดามกลม ใบมดี เรียวยาว น้าํ หนกั พอดมี อื
ใหม รี สชาตทิ เี่ ลศิ รสและการจดั ตกแตง อาหารอยา งงดงาม เพอื่ ใหด นู า รบั ประทาน 4. เลอื กดา มจับที่ถนดั มือ ใบมีดบาง นาํ้ หนกั เบา
มากย่งิ ขึ้น นอกจากน้ี ยงั มีการบรรยายถงึ ศลิ ปะการแกะสลัก (แกะ ปอก ควา น)
ผลไมข องหญิงไทยทีม่ ีความงดงามแทรกอยูในบทกวีดว ย ดังตัวอยาง (วเิ คราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 4. เพราะการเลอื กมดี แกะสลกั ทถี่ กู ตอ ง
นอยหนา นําเมล็ดออก ปลอ นเปลือกปอกเปนอัศจรรย ควรเลอื กมดี ทม่ี ดี า มจบั ถนดั มอื ซง่ึ ใชไ ดท ง้ั ดา มกลมและดา มแบน
มอื ใครไหนจักทัน เทยี บเทียมทีฝ่ มอื นาง ใบมดี บาง และมีน้าํ หนักเบา จะชวยใหส ามารถแกะสลักลวดลาย
ผลเงาะไมงามแงะ ลอนเมล็ดและเหลอื ปญ ญา ไดอยางละเอียด ไมเกิดรอยชํ้าจากรอยมีด มีดมีความคมและ
หวนเหน็ เชน รจนา จา เจา เงาะเพราะเห็นงาม ไมเ ปน สนมิ )

T76

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

การแกะสลัก วัสดุ อปุ กรณ์ท่ใี ช้ ขนั้ สอน

มะม่วง ๒๑..  มมดีะมแว่กงะสลกั 1 ขนั้ ท่ี 3 จดั กลมุ รว มมอื
๓. มดี ปลายแหลม
๔. จาน 19. ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาตัวอยางงาน
๕. เขยี ง ประดษิ ฐทเ่ี ปน เอกลักษณไทย : การแกะสลัก
มะมว ง จากหนงั สอื เรยี น หนว ยการเรยี นรทู ่ี 4
ขนั้ ตอนการแกะสลัก หนา 69 จากนั้นรวมกันอภิปรายถึงขั้นตอน
๑.  ใช้ปลายมีดกรีดลากเส้นวงกลมตรงกลางเป็นเกสร  เซาะเน้ือรอบเส้นนอกวงกลมออก  เกลาเกสรให้กลม การแกะสลักมะมวงทีละขั้นตอน โดยครูขอ
ใช้ปลายมีดวาดกลีบโค้งลงบนขอบวงกลม  ปาดเนอ้ื มะมว่ งใตก้ ลีบออก  แกะกลีบต่อไปใหซ้ อ้ นกลีบแรกจน อาสาสมัคร 1-2 คน ออกมาอธบิ ายขน้ั ตอน
ครบรอบ และแกะชั้นในใหส้ ับหว่างกัน การแกะสลักมะมวงใหเพอ่ื นฟงหนา ชน้ั เรยี น
๒. ป  าดเนื้อมะม่วงรอบนอกเกสรเป็นร่องกลีบดอกสบั หวา่ งกับเกสร  ใชป้ ลายมีดวาดกลบี ดอกโคง้ ปลายแหลม
ลงในร่องกลีบ จากนน้ั ปาดเนอื้ มะม่วงใต้กลบี ดอกออก 20. ครนู าํ วสั ดุ อปุ กรณท ใี่ ชใ นการแกะสลกั มะมว ง
๓. ปาดรอ่ งกลบี และแกะสลกั กลบี ดอกจนครบรอบช้ันแรก จ�านวน ๕ กลีบ โดยใหป้ ลายกลีบซอ้ นกนั เล็กน้อย มาใหน ักเรียนดู
๔. แ  กะสลักกลีบดอกชั้นที่ ๒ ปาดรอ่ งกลีบสับหว่างกับชัน้ แรก ใชป้ ลายมดี วาดกลบี ดอกโค้งปลายแหลมลงใน
ร่องกลบี  แกะสลกั กลีบดอกสบั หว่างกนั จนถงึ ขอบท่ีปอกเปลอื กไว้ 21. ครสู าธติ การแกะสลกั มะมว งใหน กั เรยี นดเู ปน
ตวั อยา ง พรอ มทงั้ อธบิ ายประกอบทลี ะขน้ั ตอน
1๒ อยา งชา ๆ เพอื่ ใหน กั เรยี นไดส งั เกตและตดิ ตาม
๓๔ แตละข้ันตอนไดท นั

69 22. ครใู หน กั เรยี นแตล ะกลมุ แกะสลกั มะมว ง หาก
นักเรยี นเกิดขอสงสัยในขณะปฏิบตั งิ าน หรือ
ตองการความชวยเหลือใหสอบถามครู โดย
ครูจะคอยสังเกตการปฏิบัติงานของนักเรียน
อยา งใกลชิดและคอยใหค วามชวยเหลอื และ
เนนยํ้าใหตระหนักถึงความปลอดภัยในขณะ
ปฏิบตั ิงานรวมดว ย

23. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปข้ันตอนงาน
ประดิษฐทีเ่ ปน เอกลกั ษณไทย : การแกะสลัก
มะมวง โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง
และอธบิ ายเพมิ่ เตมิ ในสว นทย่ี งั ขาดตกบกพรอ ง
จากการปฏิบตั ิงาน

24. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ วา “ในขณะแกะสลกั มะมว ง
ควรมกี ารเตรยี มนา้ํ ผสมนาํ้ เกลอื เจอื จาง หรอื
นาํ้ มะนาวเจอื จางไวใหพ รอ ม จากนน้ั ใหห มนั่ นาํ
ผลมะมว งทแี่ กะสลกั มาลา งนา้ํ ทเ่ี ตรยี มไวบ อ ยๆ
ซงึ่ จะชวยไมใหผวิ และเนอ้ื ของมะมวงดํา”

กิจกรรม 21st Century Skills เกร็ดแนะครู

1. ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ใหแตละกลุมรวมกัน ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับวิธีการเก็บรักษาผักและผลไมที่แกะสลักเสร็จ
ศึกษาเกี่ยวกับลวดลายตางๆ ที่นิยมนํามาใชในการแกะสลัก เรียบรอยแลวใหนักเรียนฟงวา เมื่อแกะสลักผักและผลไมเสร็จแลว ควรนําไป
ผักและผลไม จากสือ่ การเรียนรทู หี่ ลากหลาย เชน หนงั สือเรียน ลา งดว ยน้าํ เย็นจดั กอนนําไปใชง าน หากยังไมไ ดใ ชง านควรใชผ า ขาวบางชบุ น้ํา
อินเทอรเนต็ บิดหมาดคลุมไว วางไวในบริเวณทไ่ี มมลี มพดั ผาน และไมร อ นอบอาวจนเกินไป
เพราะจะทําใหชิ้นงานเหี่ยวเร็ว หรือเก็บใสกลองเขาตูเย็น เม่ือตองการใชงาน
2. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ นาํ ความรทู ไ่ี ดจ ากการศกึ ษามาแลกเปลยี่ น จึงนํามาลางในน้ําเย็นจัดอีกครั้ง จะชวยใหช้ินงานคงความสดและคงความ
เรียนรูซง่ึ กนั และกันภายในกลมุ สวยงามไดน านยง่ิ ขึ้น

3. ใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันออกแบบลวดลายในการแกะสลัก นักเรียนควรรู
ผักและผลไม 1 ลาย โดยนําลวดลายตางๆ ตามท่ีไดศึกษา
มาสรางสรรคใ หเกดิ ลวดลายใหมต ามความคดิ และจินตนาการ 1 มีดแกะสลัก ในการแกะสลกั ผักและผลไม ควรเลือกใชมีดแกะสลักที่ผลิต
จากวัสดปุ ระเภทสเตนเลส เพราะหากใชม ดี ทัว่ ไปจะทําใหเนอ้ื ของผกั และผลไม
4. ใหนักเรียนแตล ะกลมุ สง ตวั แทนกลุมละ 1 คน ออกมานาํ เสนอ
ผลงานใหเ พ่อื นชมหนา ช้นั เรยี น พรอ มทง้ั อธิบายแนวคดิ ในการ
สรางสรรคล วดลายในงานแกะสลักผกั และผลไม

มีสดี าํ คลาํ้ สง ผลใหงานแกะสลกั ไมสวยงาม T77

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน เทคนคิ การแกะสลกั   ผักและผลไม้ที่นิยมน�ามาใช้ ใน
งานแกะสลกั มอี ยดู่ ว้ ยกนั หลายชนิด  ซ่ึง
ขนั้ ที่ 3 จดั กลมุ รว มมอื แต่ละชนิดจะมีลักษณะและคุณสมบัติท่ี
แตกต่างกัน  ดังนั้น  ในการแกะสลักจึง
25. ครูใหนักเรียนศึกษาเพ่ิมเติมเกี่ยวกับเทคนิค ตอ้ งเรยี นรเู้ ทคนคิ และวธิ กี ารทถ่ี กู ตอ้ ง จะ
การแกะสลัก ในกรอบ Know More จาก ช่วยให้ผลงานแกะสลักมีความสวยงาม 
หนงั สอื เรียน หนว ยการเรียนรูท ่ี 4 หนา 70 คงทนมากย่งิ ข้นั  ดงั น้ี
จากนนั้ ครถู ามนักเรียนวา
• จากการศกึ ษาเกย่ี วกบั เทคนคิ การแกะสลกั ๑. แคร์รอต ๔.ขงิ
ทําใหนักเรยี นไดร บั ประโยชนอ ยา งไร
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็ กอ่ นแกะไมค่ วรแชน่ า�้ เพราะจะทา� ใหเ้ นอ้ื แขง็ เลือกขงิ ท่ีมีลักษณะอวบอว้ น
ไดอยางอิสระ เชน ทําใหทราบข้ันตอน และหลงั แกะควรนา� ไปแชน่ า�้ โ ด ย ดู จ า ก แ ง่ ง ท่ี ดู อ่ิ ม น�้ า แ ล ะ
หรือวิธีการตางๆ ท่ีชวยใหการแกะสลัก เพราะจะทา� ใหก้ ลบี แขง็ และสสี ด น�้าหนัก เพราะจะมีเนื้อมาก
ผักและผลไมค งความสวยงามอยเู สมอ) หลังแกะควรน�าไปแช่น้�าผสม
• หากสามารถเลอื กผกั และผลไมไ ดเ พยี ง 1 ชนดิ ๒. บที รตู ๓. หวั ไชเทา้ มะนาวจะเปลี่ยนเป็นสชี มพู
นกั เรยี นจะเลอื กผกั และผลไมช นดิ ใดมาใช
ในการแกะสลกั เพราะเหตใุ ดจงึ เปน เชน นนั้ ห ลั ง ป อ ก เ ป ลื อ ก ค ว ร ล้ า ง ด้ ว ย เลอื กทม่ี หี วั มน ผวิ เรยี บ มนี า�้ หนกั
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็ น�้าเกลือเจือจาง เพ่ือไม่ให้
ไดอยางอิสระ เชน แตงโม เพราะผลของ สีตก ในระหว่างแกะควร จบั แนน่ มอื มสี ปี กตไิ มข่ าวใสแบบ
แตงโมมขี นาดใหญ เนอ้ื มสี แี ดงสวย สามารถ ฉีดน้�าอยู่เสมอจะช่วยไม่ โปร่งใส หลังแกะควรน�าไปแช่น�้า
แกะสลกั เปน ลวดลายตา งๆ ไดง า ย และเมอื่ ใหผ้ ิวด�า เยน็ จดั เพราะจะ
นํามาแกะสลักเปนลวดลายตางๆ จะเห็น ทา� ใหส้ ดนาน
เปน สขี าวและสแี ดงสลบั กนั ทาํ ใหผ ลงานมี
ความสวยงามมากยงิ่ ขึน้ ) ๕.ฟกั ทอง ๖. หอมหัวใหญ่ ๗. ชมพู่

26. ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ วา “กอ นแกะสลกั ควรศกึ ษา หลังแกะไม่ควรน�าไปแช่น�้า เพราะ ก่อนแกะให้น�าไปแช่น้�า จะช่วย ในขณะแกะไม่ควรน�าไปแช่น้�า
เกี่ยวกับเทคนิคท่ีนํามาใชในการแกะสลัก จะทา� ใหเ้ ปลย่ี นสแี ละเนา่ เรว็ ควรใช้ ไมใ่ หเ้ กดิ การแสบตา หรอื นา� ไปแช่ เพราะจะทา� ใหเ้ นอื้ เปน็ ขยุ เมอ่ื แกะ
ใหเ ขา ใจ เพอ่ื ทจี่ ะสามารถปฏบิ ตั งิ านไดอ ยา ง ผ้าขาวบางชุบน้�าบิดหมาดคลุมไว้ ในตูเ้ ย็นอย่างนอ้ ย ๓๐ นาท ี กอ่ น เสร็จให้น�ามาล้างด้วยน�้ามะนาว
ถกู ตอ ง และผลงานมคี วามสวยงาม นอกจากนี้ หรอื แช่ตู้เยน็ จะทา� ให้สดนานข้นึ นา� มาปอกเปลอื ก เจอื จาง แล้วตามดว้ ยน�้าเย็น
ยังตองรูจักวิธีการดูแลรักษาผลงานแกะสลัก
ใหค งความสดใหมอ ยเู สมอ เชน การแกะสลกั ๗0
ผักและผลไมท่ีมีขนาดใหญ ไมสามารถเก็บ
เขา ตเู ยน็ ได ควรใชผ า ขาวบางชบุ นาํ้ บดิ หมาด
คลมุ ไว แลว เกบ็ ในทท่ี อี่ ากาศถา ยเทไดส ะดวก
ไมร อ นอบอา ว ไมม ลี มพดั ผา น จะชว ยคงความ
สดใหมของผกั และผลไมไมใ หเหยี่ วเฉาเรว็ ”

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ

ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกย่ี วกบั การแกะสลกั ผกั และผลไมข องประเทศตา งๆ ให ประโยชนที่ไดร บั จากการฝก แกะสลกั ผกั และผลไมค อื สิ่งใด
นักเรียนฟงวา ประเทศจีนเปน ประเทศท่ีมีการสบื ทอดทางวฒั นธรรมในรปู แบบ
ตา งๆ มาอยา งยาวนาน และหนง่ึ ในนน้ั กค็ อื การแกะสลกั ผกั และผลไม ทเ่ี รยี กวา (แนวตอบ ไดรับประโยชนจากการฝกแกะสลักผักและผลไม
“ฉยุ กวั่ เตยี วเคอ ” ซง่ึ ศลิ ปะการแกะสลกั ผกั และผลไมข องชาวจนี จะนยิ มแกะเปน หลายประการ เชน ชวยฝกสมาธิ เสรมิ สรางและพัฒนาความคดิ
รปู สตั วม งคลตา งๆ ตามความเช่อื เชน เตา มงั กร หงส สว นในประเทศญป่ี ุน สรา งสรรค เปน การใชเ วลาวา งใหเ กดิ ประโยชน เกดิ ความภาคภมู ใิ จ
จะเรียกผลงานการแกะสลักผักและผลไมวา “มุกิโมโนะ” โดยนิยมนําผักและ ในตนเอง เพ่ิมความสวยงามใหกับอาหารหรอื สถานทีต่ างๆ ชวย
ผลไมมาแกะสลักเปนลายดอกซากูระ ลายพัด ลายคลื่น หรือรูปสัตวประเภท อนรุ ักษ สบื สาน เผยแพรศิลปะการแกะสลักใหบคุ คลทว่ั ไปไดร จู กั
ตางๆ เพ่ือนํามาใชในการประดับตกแตงอาหาร ส่ิงที่ทําใหการแกะสลักผัก และพฒั นาเปนอาชพี ไดใ นอนาคต)
และผลไมของประเทศญ่ีปุนมีความโดดเดน คือ การเลือกใชวัตถุดิบ ซ่ึงจะมี
ความหลากหลายและหมุนเวียนไปตามฤดูกาล เพ่ือแสดงออกถึงอารมณและ
ความรูสึกของฤดกู าลทแ่ี ตกตา งกนั

T78

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

๔ ตัวอย่างงานประดษิ ฐท์ ี่เป็นเอกลักษณ ์ไทย : งานดอกไมส้ ด ขนั้ สอน
งานดอกไม้สดเป็นการน�าดอกไม้ชนิดต่าง ๆ  มาประดิษฐ์เป็นชิ้นงานในหลากหลายรูปแบบ
เชน่  การรอ้ ยพวงมาลยั  การจดั แจกนั ดอกไม ้ เพอื่ สรา้ งความสดชน่ื  ความสวยงาม สรา้ งบรรยากาศ ขนั้ ที่ 3 จดั กลมุ รว มมอื
ที่ดใี นโอกาสส�าคัญตา่ ง ๆ  นับเปน็ งานศิลปะอย่างหนึง่ ที่มีความงดงามมาก  โดยการจดั ดอกไม้สด
จะแตกต่างกันไปตามจนิ ตนาการของผู้จัด การเลือกวสั ดุ อปุ กรณ ์ในงานดอกไมส้ ด มดี ังนี้ 27. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางงานประดิษฐ
ที่เปนเอกลักษณไทยประเภทงานดอกไมสด
ดอกไม้1 กรรไกร มีด คีม จากหนังสือเรยี น หนวยการเรยี นรทู ่ี 4

ดอกไม้ต้องสด  ก้านแข็งตรง  กระเปาะดอกแข็ง  •   กรรไกรใช้ส�าหรับตัดก้าน 28. ครูใหนักเรยี นศึกษาเพม่ิ เติมเกย่ี วกบั ตวั อยาง
กลีบดอกไม่ช�้า  ท้ังใบและดอกสามารถเก็บไว้ได้ ดอกไม้  ก่ิงไม้  เลือกที่คม  งานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทยประเภท
นาน  ไม่เหี่ยวเฉา  หรือช้�าง่าย  ขนาดของดอกไม้ และใบมีดไม่เปน็ สนมิ งานดอกไมส ดจาก PowerPoint ม.5 หนวย
เหมาะกับภาชนะ สถานที่ตัง้  และแบบของการจัด • ม  ีดใช้ส�าหรับตัดโอเอซิส การเรียนรูท่ี 4
และรดิ หนามกหุ ลาบ เลอื ก
ทีค่ ม 29. ครูใหนักเรียนรวมกันเสนอแนะวา ตัวอยาง
• ค  มี ใชต้ ดั ลวด มหี ลายขนาด  งานดอกไมส ดดงั กลา วจะตอ งใชว สั ดุ อปุ กรณ
เลอื กใชต้ ามความเหมาะสม ชนดิ ใด และมีข้ันตอนการปฏบิ ตั ิงานอยา งไร
ของลักษณะงาน
30. ครเู ปด คลปิ วดิ โี อเกย่ี วกบั การรอ ยมาลยั การจดั
แจกนั ริบบ้ิน พานดอกไม การจดั ดอกไมในลกั ษณะตา งๆ
ใหน กั เรยี นดู เพอื่ ใหน กั เรยี นไดเ รยี นรขู น้ั ตอน
เลือกให้เหมาะสมกับงาน ใช้ ในการผูกช่อดอกไม้และท�าใบตกแต่ง  เพ่ือให้ การปฏิบตั งิ านแตละประเภท
ท้ังรูปแบบและขนาดของ ดอกไมด้ สู วยงาม การเลอื กใชง้ านใหเ้ ลอื กความกวา้ ง 
แจกัน  เช่น  แจกันทรง และความยาวตามความเหมาะสมของช่อดอกไม้ 31. ครถู ามนักเรยี นวา
กระบอก นยิ มใชจ้ ดั ดอกไม้ • ความสวยงามของงานดอกไมส ดอยทู ส่ี ง่ิ ใด
ที่มีลักษณะเป็นช่อ  หรือ กระดาษสา เพราะเหตุใดจงึ เปนเชนน้ัน
พมุ่  โดยมกี า้ นตรงแขง็ แรง (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
มีท้ังกระดาษสาแท้และ ไดอยางอสิ ระ)
ฟลอรา่ โฟม หรือโอเอซิส2 แบบสังเคราะห์  การใช้ • นกั เรยี นสามารถนาํ ดอกไมส ดมาใชป ระโยชน
กระดาษสาแท้ควรระวัง ในชีวติ ประจําวันไดอยางไร
ใชป้ ักดอกไม ้ มคี ณุ สมบตั ิดูดซมึ และอุม้ น�า้  กอ่ นใช้ ไม่ให้โดนน�้า  เพราะจะ (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ตเตอ้ ็มงทแ่ี ชคน่ ว�า้ รใเหลช้อื ุมกปทรีช่ ะ่มุ มนา้า�ณได ๒้ง๑่า ยช่ัวโมง เพือ่ ใหด้ ดู นา้� ขาดยุ่ยได้ง่าย ไดอยางอิสระ เชน จัดใสแจกันรวมกับ
ดอกไมชนิดอื่นๆ เพื่อประดับตกแตงบาน
๗1งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ใหส วยงาม นาํ มาจดั เปน ชอ เพอ่ื มอบใหแ ก
บคุ คลอนั เปน ทร่ี กั นาํ มารอ ยเปน พวงมาลยั
ในลักษณะตางๆ เพ่อื บูชาพระ)
• หากไมม ีฟลอราโฟม หรือโอเอซิส นักเรยี น
สามารถใชสง่ิ ใดแทนได เพราะเหตุใด
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอยา งอสิ ระ)

กิจกรรม เสริมสรา งคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค นักเรียนควรรู

ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน รวมกันสํารวจดอกไม 1 ดอกไม การเลือกดอกไมมาใชเพื่อจัดแจกัน ควรเลือกดอกไมท่ีใกลบาน
ทปี่ ลกู ในบรเิ วณบา นของตนเอง รวมถงึ ดอกไมท ม่ี ใี นทอ งถน่ิ จากนน้ั มาจัด ควรหลีกเล่ียงการเลือกใชดอกตูม เนื่องจากดอกตูมจะไมดูดซึมน้ํา
นําขอมูลท่ีไดมาประชุมวางแผนการทํางานรวมกัน เพ่ือประดิษฐ และเหี่ยวเฉาไดอยา งรวดเรว็ จากนัน้ ใชก รรไกรสําหรับตัดกานดอกไม ตัดกาน
ชนิ้ งานทเ่ี ปน เอกลกั ษณไ ทยประเภทงานดอกไมส ดตามความสนใจ ใหเฉียงประมาณ 45 องศา เพ่ือใหดอกไมดูดซึมน้ําไดดีข้ึน เม่ือตัดเสร็จแลว
กลมุ ละ 1 ชน้ิ โดยจดั ทาํ เปน คลปิ วดิ โี อสน้ั ๆ ความยาวไมเ กนิ 7 นาที ควรจมุ กานลงในนํา้ ทนั ที โดยใหกา นจมนาํ้ ประมาณ 1 น้ิว และวางไวในท่ีรม
จากน้ันออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนา ช้ันเรียน 2 ฟลอราโฟม หรือโอเอซิส นํามาใชงานไดทั้งแบบเปยกและแบบแหง โดย
แบบเปย กใชส าํ หรบั ยดึ กา นและเปน แหลง นาํ้ ใหก บั ดอกไม ไมส ามารถนาํ กลบั มา
(กิจกรรมนี้เสริมสรางคุณลักษณะดานมีวินัย อยูอยางพอเพียง ใชงานซํ้าได เน่ืองจากมีรูท่ีเกิดจากกานของดอกไม จึงทําใหไมกักเก็บน้ํา
และมงุ มัน่ ในการทาํ งาน) กอนนํามาใชง านควรนาํ ไปแชนํา้ ทีผ่ สมสารจาํ พวก Clear flfloral preservative
เพอื่ ชว ยรกั ษาและคงความสดใหก บั ดอกไม สว นแบบแหง ใชส าํ หรบั ยดึ ดอกไมแ หง
หรอื ดอกไมผา

T79

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน แผนผังมาลัยตุ้มแบบไม่มีลาย

ขน้ั ท่ี 3 จดั กลมุ รว มมอื แถว หรือช้ันท่ี

32. ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาตัวอยาง ๙                     ๕ 
งานประดษิ ฐท ี่เปน เอกลักษณไ ทย : การรอย ๘                 ๖
มาลยั ตมุ จากหนงั สือเรียน หนวยการเรียนรู วสั ดุ อุปกรณท์ ี่ใช้ ๗             ๗
ท่ี 4 หนา 72 จากนั้นรวมกันอภิปรายถึง ๑. ดอกมะลิ ๖         ๘
ขน้ั ตอนการรอ ยมาลยั ตมุ ทลี ะขน้ั ตอน โดยครู ๒. ดอกบานไม่ร้โู รย ๕         ๘
ขออาสาสมคั ร 1-2 คน ออกมาอธบิ ายขนั้ ตอน ๓. ก้านมะพรา้ ว   ๔         ๘
การรอ ยมาลัยตมุ ใหเพ่อื นฟง หนาชั้นเรยี น ๓             ๗
๒                 ๖
33. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการรอยมาลัยตุม งานดอกไม้สด ๑                     ๕ 
มาใหน กั เรียนดู               ๑    ๒    ๓    ๔    ๕

34. ครูสาธิตการรอยมาลัยตุมใหนักเรียนดูเปน ดอกท่ี
ตวั อยา ง พรอ มทงั้ อธบิ ายประกอบทลี ะขน้ั ตอน
อยา งชา ๆ เพอื่ ใหน กั เรยี นไดส งั เกตและตดิ ตาม มาลยั ตุ้ม  = ดอกมะลิ
แตล ะขัน้ ตอนไดท ัน
1๒ ๓
35. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรอยมาลัยตุม หาก
นักเรยี นเกิดขอ สงสยั ในขณะปฏิบตั ิงาน หรือ ข้ันตอนการรอ้ ยมาลยั
ตองการความชวยเหลือใหสอบถามครู โดย ๑. ใ ชด้ อกบานไมร่ ้ ูโรยเปน็ ฐานรอง หรอื ใชใ้ บตอง หรือใช้ดอกอ่ืน ๆ ตามความเหมาะสม โดยในช้ันท่ี ๑ ให้รอ้ ย
ครูจะคอยสังเกตการปฏิบัติงานของนักเรียน
อยางใกลชิดและคอยใหค วามชว ยเหลอื และ ดอกมะลิ ๕ ดอก จดั วางระยะหา่ งระหว่างแตล่ ะดอกใหเ้ ทา่ กัน
เนนยํ้าใหตระหนักถึงความปลอดภัยในขณะ ๒. ในช้นั ท่ ี ๒-๘ ให้ปฏบิ ัตติ ามขนั้ ตอน ดงั น้ี
ปฏบิ ตั ิงานรว มดว ย   ชน้ั ท ่ี ๒ รอ้ ยดอกมะล ิ ๖ ดอก (ดอกแรกอยรู่ ะหวา่ งดอกสดุ ทา้ ยกบั ดอกท ่ี ๑ ของชนั้ ท ่ี ๑ ดอกตอ่  ๆ ไป ใหร้ อ้ ย
      สับหว่างกัน) 
36. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปข้ันตอนงาน   ชน้ั ท ี่ ๓ ร้อยดอกมะล ิ ๗ ดอก (ดอกแรกอยรู่ ะหวา่ งดอกสุดทา้ ยกับดอกท ่ี ๑ ของชน้ั ที่ ๒)
ประดษิ ฐท เี่ ปน เอกลกั ษณไ ทย : การรอ ยมาลยั   ช้ันท ่ี ๔ ร้อยดอกมะลิ ๘ ดอก (ดอกแรกอยู่ระหว่างดอกสดุ ท้ายกับกลบี ที ่ ๑ ของชัน้ ท ่ี ๓)
ตมุ โดยครเู ปน ผตู รวจสอบความถกู ตอ ง และ   ชน้ั ท ่ี ๕ รอ้ ยดอกมะลิ ๘ ดอก (ดอกแรกอยูร่ ะหว่างดอกสดุ ท้ายกบั ดอกท ี่ ๑ ของชน้ั ท่ี ๔)
อธิบายเพ่ิมเติมในสวนท่ียังขาดตกบกพรอง   ชน้ั ที่ ๖  รอ้ ยดอกมะลิ ๘ ดอก (ดอกแรกอยู่ระหว่างดอกสดุ ทา้ ยกับดอกที่ ๑ กับ ๒ ของชั้นท ่ี ๕)
จากการปฏบิ ตั ิงาน   ช้นั ที ่ ๗ รอ้ ยดอกมะล ิ ๗ ดอก (ดอกแรกอย่รู ะหว่างดอกสดุ ทา้ ยกับดอกท ่ี ๑ กบั  ๒ ของช้นั ท่ี ๖)
  ชั้นท ่ี ๘ ร้อยดอกมะล ิ ๖ ดอก (ดอกแรกอยรู่ ะหว่างดอกสดุ ท้ายกับดอกท่ ี ๑ กบั  ๒ ของช้นั ที่ ๗)
37. ครูอธบิ ายเพม่ิ เตมิ วา “การรอยมาลยั ตมุ ตอง ๓. ร้อยดอกมะลิในช้ันท่ี  ๙  โดยร้อยดอกมะลิ  ๕  ดอก (ดอกแรกอยู่ระหว่างดอกท่ี  ๑  กับ  ๒  ของช้ันท่ี  ๘)
เร่ิมตนรอยดวยดอกมะลิท่ีมีขนาดเล็กกอน   เม่ือรอ้ ยเสรจ็ ใหใ้ ชด้ อกบานไมร่ โู้ รยรอ้ ยปดิ ดา้ นบน
ช้ันตอๆ ไปใหสงกานยาวข้ึนทีละนอยจนถึง
ชวงท่ีมาลัยมีความปองเต็มที่ตามตองการ ๗๒ การรอ้ ยมาลยั กลม
จึงสงกานใหส้ันลงทีละนอยยอนกลับมา
เหมือนตอนท่เี ร่ิมปฏบิ ตั ิ”

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด

ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ เกยี่ วกบั วธิ กี ารเกบ็ รกั ษามาลยั ใหค งความสดและสวยงาม รอ ยมาลยั ควรเลือกใชดอกไมท ี่มีสใี ด จึงจะชวยใหไ ดม าลัยทมี่ ี
อยูเสมอใหนกั เรียนฟงวา การเกบ็ รักษามาลยั สามารถปฏิบัตไิ ดห ลายวิธี เชน สสี ันสวยงาม

• นาํ มาลยั วางลงในถาดทร่ี องดว ยใบตอง ใชผ า ขาวบางชบุ นาํ้ บดิ หมาดคลมุ (แนวตอบ ควรเลอื กใชดอกไมท มี่ สี สี นั สดใส อาจเปนดอกไมท ี่มี
เกบ็ ไวใ นทเี่ ยน็ ไมม ลี มโกรก นยิ มนาํ มาใชก บั การเกบ็ ในระยะเวลาไมน าน สีกลมกลืนกัน หรือมีสีตัดกันก็ได หากชวงใดของมาลัยตองการ
เนนใหเกิดจุดเดน ควรเลือกใชดอกไมที่มีสีตัดกันกับดอกไมที่ใช
• นาํ มาลัยใสในถงุ พลาสตกิ วาง หรือแขวนไวในท่ีเย็น ไมม ลี มโกรก วิธีน้ี เปนหลัก ซงึ่ สขี องดอกไมท่ีตดั กนั จะชวยเพิม่ ความสวยงามใหกบั
จะชว ยทําใหเ ก็บรักษามาลยั ไดนานกวาวธิ แี รก มาลัยมากยงิ่ ข้ึน)

• นํามาลัยใสในถงุ พลาสตกิ นาํ ไปเกบ็ ไวในชอ งเก็บผกั สดของตูเย็น วิธีนี้
จะชวยทาํ ใหเ กบ็ รักษามาลัยไดน านหลายชั่วโมงไปจนถึงเกบ็ คางคนื ได

T80

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

วัสดุ อุปกรณ์ทีใ่ ช้ ขน้ั สอน
  ๑. พาน 
 ๒. ดอกมะลิ ขน้ั ท่ี 3 จดั กลมุ รว มมอื
  ๔๓..  ดดออกกบสเาปนรไยม ์ ่รู้โรย1
งานดอ 38. ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาตัวอยาง
 ๕. ดอกคตั เตอร ์ งานประดิษฐทีเ่ ปนเอกลกั ษณไทย : พานตมุ
กไม้สด   ๖. ใบโปรง่ ฟา้ ประดษิ ฐ จากหนังสือเรยี น หนว ยการเรียนรู
พานตมุ้  ๗. ใบสนซงู  ิ ที่ 4 หนา 73 จากน้ันรวมกันอภิปรายถึง
ประดิษฐ์ ขั้นตอนการจัดพานตุมประดิษฐทีละข้ันตอน
 ๘. กลีบพลับพลึง โดยครูขออาสาสมัคร 1-2 คน ออกมาอธบิ าย
 ๙. โอเอซสิ   ข้ันตอนการจัดพานตุมประดิษฐใหเพื่อนฟง
 ๑๐. ก้านมะพร้าว หนาชัน้ เรยี น

ขั้นตอนการจดั ดอกไม้ 39. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการจัดพานตุม
๑.  ตดั โอเอซสิ ให้มขี นาดเหมาะสมกบั พาน น�าไปแช่น้�าท้ิงไว้สักพัก เมือ่ ช่มุ น�้าดแี ลว้ จึงนา� มาใส่พาน จากน้ันนา� ประดษิ ฐม าใหนักเรียนดู
ใบโปรง่ ฟ้ามาเสยี บรอบ ๆ พาน กะระยะความห่างใหเ้ หมาะสม เพื่อความสวยงาม
๒. น�าใบสนซูงมิ าเสยี บทับบนใบโปร่งฟ้า โดยเสยี บรอบ ๆ พาน กะระยะความหา่ งใหเ้ หมาะสม 40. ครูสาธิตการจัดพานตุมประดิษฐใหนักเรียน
๓. นา� กลีบพลับพลึงประดษิ ฐม์ าเสียบตกแต่งบรเิ วณมมุ ทั้ง ๔ ด้าน และก่งึ กลางใหส้ วยงาม ดูเปนตวั อยาง พรอ มทั้งอธบิ ายประกอบทลี ะ
๔. น�าดอกสเปรยม์ าเสยี บตกแต่งบริเวณรอบ ๆ พาน เพ่ือปกปดิ ชอ่ งวา่ งของกลบี พลบั พลงึ ขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกต
๕. น�ามาลยั ตุม้ ทร่ี ้อยส�าเร็จแล้วมาเสียบบรเิ วณกึ่งกลางของพาน กะระยะความสูงใหพ้ อดี และตดิ ตามแตล ะขัน้ ตอนไดทนั
๖. เ สยี บมาลยั ตมุ้ ใหค้ รบตามต�าแหน่งที่ต้องการ ตกแตง่ เพ่มิ เตมิ ด้วยใบโปร่งฟ้า ดอกสเปรย์ และดอกคัตเตอร์
ให้สวยงาม 41. ครูใหนักเรียนแตละกลุมจัดพานตุมประดิษฐ
หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะปฏิบัติงาน
1๒ ๕ หรือตองการความชวยเหลือใหสอบถามครู
๓๔ 6 โดยครจู ะคอยสงั เกตการปฏบิ ตั งิ านของนกั เรยี น
อยางใกลช ดิ และคอยใหค วามชว ยเหลอื และ
๗๓ เนนยํ้าใหตระหนักถึงความปลอดภัยในขณะ
ปฏิบตั ิงานรว มดว ย

42. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ ขนั้ ตอนงานประดษิ ฐ
ท่เี ปน เอกลักษณไทย : พานตมุ ประดษิ ฐ โดย
ครเู ปน ผูตรวจสอบความถูกตอง และอธบิ าย
เพ่ิมเติมในสวนที่ยังขาดตกบกพรองจากการ
ปฏบิ ตั ิงาน

43. ครูอธิบายเพ่ิมเติมวา “การจัดพานดอกไม
ควรจัดใหมีความสมดุลกัน ไมหนัก หรือ
เอยี งไปดา นใดดานหน่ึง ความสงู ของดอกไม
เหมาะสมกับขนาดของพาน ดอกไม ใบไม
หรือของประดับตกแตงอ่ืนๆ ที่นํามาใชมี
ความกลมกลืนกนั ”

ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

ส่ิงสําคญั ทค่ี วรคํานึงถึงมากท่สี ุดในการจัดพานดอกไมค ือขอ ใด ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั วธิ กี ารเกบ็ มะลิ เพอ่ื ใหส ามารถใชง านไดน านขน้ึ
1. คา ใชจายในการซอ้ื วสั ดุ อุปกรณ ใหนักเรียนฟงวา การเก็บมะลิควรเก็บในชวงท่ีแดดไมจัด เพราะจะชวยไมให
2. ขนาดและสีของภาชนะ มะลบิ าน โดยเกบ็ ใสใ นกะละมงั แลว คดั ดอกทเี่ สยี ออก เตมิ นา้ํ แขง็ และนาํ้ สะอาด
3. สัดสวนของช้ินงาน ลงในกะละมัง คนใหเขากันจนน้ําแข็งละลายจนหมด นํามะลิมาใสในตะกรา
4. ชนิดของดอกไม เพื่อใหสะเด็ดน้ํา จากนั้นนําไปใสในถุงพลาสติกและไลอากาศออกจนหมด
ปด ปากถุงใหแนนสนทิ แชไวในตูเย็น หรือถงั นํ้าแข็ง
(วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะสัดสวนเปนเร่ืองสําคัญ
ทผ่ี จู ดั พานจะตอ งคาํ นงึ ถงึ มากทสี่ ดุ เปน สงิ่ ทสี่ ามารถกาํ หนดไดว า นักเรียนควรรู
พานดอกไมท ่จี ัดเสรจ็ แลว จะมีความสวยหรอื ไม หากพานดอกไม
มสี ัดสว นท่ีไมส มดลุ กนั ผลงานทจ่ี ัดออกมาก็จะไมส วยงาม) 1 บานไมรูโรย เลือกดอกท่ีมีสีและกลีบเล้ียงสด กลีบไมรวง กานดอกแข็ง
หากยังไมไดใชงานใหตัดกานดอกเหลือไวประมาณ 1 น้ิวครึ่ง ใสถุงพลาสติก
รดั ปากถงุ ใหแ นน แลว เกบ็ เขา ตเู ยน็ หากไมม ตี เู ยน็ ใหใ สถ าดแลว คลมุ ดว ยผา ชนื้

T81

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน วัสดุ อุปกรณ์ทใ่ี ช้ ๔๒..  ดโฟอมกรรปูกั 1หัวใจงานดอ
๑. พาน 
ขนั้ ที่ 3 จดั กลมุ รว มมอื กไมส้ ด
๓๕..  ดดออกกมกุหัม2ล าบ 
44. ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาตัวอยาง พาน
งานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทย : พานรด ๖. ดอกคัตเตอร์ รดน้า� สงั ข์
น้ําสังข จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรู ๗. ใบเฟนิ นาคราช 
ท่ี 4 หนา 74 จากนน้ั รว มกนั อภปิ รายถงึ ขน้ั ตอน ๘. โอเอซิส
การจัดพานรดน้ําสังขทีละขั้นตอน โดยครู ๙. ตะปเู ข็ม
ขออาสาสมคั ร 1-2 คน ออกมาอธบิ ายขน้ั ตอน
การจดั พานรดนา้ํ สงั ขใ หเ พอ่ื นฟง หนา ชน้ั เรยี น ข้ันตอนการจดั ดอกไม้
๑. ต  ดั โอเอซสิ ใหม้ ขี นาดเหมาะสม ๒. น  า� ดอกรกั มาเสยี บดว้ ยตะปเู ขม็  แลว้ นา� ไปเสยี บบนโฟมใหเ้ ตม็  โดยเรมิ่ ตน้
45. ครูนําวัสดุ อุปกรณท่ีใชในการจัดพานรด กบั พาน นา� ไปแชน่ า�้ ทง้ิ ไวส้ กั พกั จากการเสียบบริเวณก่ึงกลางของโฟม  กะระยะช่องว่างให้เหมาะสม 
น้าํ สังขมาใหน ักเรียนดู   เมอื่ ชมุ่ นา�้ ดแี ลว้  จงึ นา� มาใสพ่ าน  เพ่อื ความสวยงาม
  จากนั้นใช้ ไม้แหลมเสียบโฟม ๓. นา� ใบเฟนิ นาคราชมาเสยี บรอบ ๆ พาน กะระยะความหา่ งใหเ้ หมาะสม
46. ครูสาธิตการจัดพานรดนํ้าสังขใหนักเรียน   แล้วน�ามาเสียบท่ีโอเอซิส  จัด ๔. น�าดอกกหุ ลาบมาเสียบลงในพาน จัดวางต�าแหน่งใหเ้ หมาะสม
ดูเปนตัวอยา ง พรอ มทัง้ อธบิ ายประกอบทลี ะ   ตา� แหนง่ ตามตอ้ งการ ๕. นา� ดอกมัมมาเสยี บตกแตง่ ลงในพาน จัดวางต�าแหน่งให้เหมาะสม
ข้ันตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกต
และตดิ ตามแตละขัน้ ตอนไดทัน ๖. น  า� ดอกคตั เตอรม์ าเสยี บตกแตง่ ลงในพาน จดั วางตา� แหนง่ ใหเ้ หมาะสม

47. ครูใหนักเรียนแตละกลุมจัดพานรดนํ้าสังข 1๒ ๕
หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะปฏิบัติงาน ๓๔ 6
หรือตองการความชวยเหลือใหสอบถามครู
โดยครจู ะคอยสงั เกตการปฏบิ ตั งิ านของนกั เรยี น ๗๔
อยา งใกลชิดและคอยใหความชวยเหลอื และ
เนนยํ้าใหตระหนักถึงความปลอดภัยในขณะ
ปฏบิ ัตงิ านรวมดว ย

48. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงาน
ประดษิ ฐท เ่ี ปน เอกลกั ษณไ ทย : พานรดนาํ้ สงั ข
โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตองและ
อธิบายเพ่ิมเติมในสวนท่ียังขาดตกบกพรอง
จากการปฏิบัติงาน

49. ครูอธิบายเพ่ิมเติมวา “หากซ้ือดอกไม หรือ
ใบไมมาจากตลาด กอนการจัดพานควรนํา
ดอกไมหรือใบไมมาแชน้ําทิ้งไวอยางนอย
1-2 ชว่ั โมง จากนั้นปลิดกลบี หรือใบทไ่ี มสวย
หรือไมจําเปนออก แลวจึงนําไปจัดพานตาม
ทไ่ี ดอ อกแบบไว”

นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคิด

1 ดอกรัก มีท้ังดอกสีขาวและดอกสีมวง นิยมนํามาใชในงานมงคลตางๆ ขอ ควรคาํ นงึ ในการจดั ดอกไมเ พอ่ื ใหเ กดิ ความสวยงามคอื สง่ิ ใด
การเก็บดอกรักจากตน ควรเก็บอยางระมัดระวัง เนื่องจากยางของตนรักเปน
เอนไซมป ระเภทหนงึ่ ทอี่ นั ตราย มฤี ทธก์ิ ดั กรอ น หากสมั ผสั ถกู ผวิ หนงั จะทาํ ใหเ กดิ (แนวตอบ การจดั ดอกไมเ พื่อใหเ กิดความสวยงาม ควรคาํ นึงถึง
การระคายเคอื ง แสบ คนั หากถกู ศรี ษะจะทาํ ใหผ มรว ง หากเขา ปากจะสง ผลตอ ส่งิ ตา งๆ ดงั นี้
ระบบทางเดินอาหาร ทําใหอาเจียนและถายอยางรุนแรง หากยางกระเด็น
เขา ตาจะทําใหต าพรามวั หรือตาบอดได • สัดสวนและความสูงของดอกไม ควรมีความเหมาะสมกับ
2 ดอกมัม หรือดอกเบญจมาศ จัดเปนดอกไมมงคลของประเทศจีนและ ความสูงของภาชนะ
เปนสัญลักษณของฤดูใบไมรวง มีหลายสายพันธุและหลายสีสันใหเลือกใชงาน
ซงึ่ สแี ตล ะสขี องดอกเบญจมาศจะมคี วามหมายทแี่ ตกตา งกนั เชน สแี ดง หมายถงึ • ความสมดุล ควรจดั จาํ นวนดอกไมภ ายในภาชนะใหม คี วาม
ความรักการรักใครชอบพอกัน สีขาว หมายถึง ความซื่อสัตย ความจริงใจ สมดุลกนั
สีเหลือง หมายถึงความโชคดี
• ความกลมกลืน ควรเลือกชนิดของดอกไมใหเหมาะสมกับ
T82 รูปแบบท่ตี อ งการ

• ความแตกตาง ควรจัดดอกไมใหม จี ดุ เดน เพื่อใหเกิดความ
สวยงามและสะดุดตา

• จังหวะ ควรไลขนาดของดอกไม เร่ิมจากดอกตมู ดอกแยม
จนถงึ ดอกบาน)

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

งานดอกไม้สด วสั ดุ อปุ กรณท์ ใี่ ช้ ขนั้ สอน
๑. ดอกบวั  
ดอกไม้ ๒. ใบเตย ขนั้ ที่ 3 จดั กลมุ รว มมอื
ถวายพระ ๓. ดอกมะลิ
๔. ดอกสรอ้ ยทองญป่ี ุ่น 50. ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาตัวอยางงาน
ขน้ั ตอนการจดั ดอกไม้ ๕. ใบตอง  ประดษิ ฐท เี่ ปน เอกลกั ษณไ ทย : ดอกไมถ วายพระ
๑. จ บั กลบี ดอกบวั  ๑ กลบี  พบั ครงึ่ ทบ ๖. ธปู  เทยี น จากหนงั สอื เรยี น หนว ยการเรยี นรทู ่ี 4 หนา 75
๗. กา้ นมะพรา้ ว จากน้ันรวมกันอภิปรายถึงขั้นตอนการจัด
ตามขวาง  สอดปลายกลีบเข้าท่ี ดอกไมถวายพระทีละข้ันตอน โดยครูขอ
โคนดอกให้ลึก  พับในลักษณะ 1๒ อาสาสมัคร 1-2 คน ออกมาอธิบายขนั้ ตอน
เดยี วกนั จบครบทุกกลบี ๓๔ การจัดดอกไมถวายพระใหเพื่อนฟงหนา
๒.  นา� ใบเตยและดอกสรอ้ ยทองญป่ี นุ่ ชนั้ เรยี น
มามัดรวมกันให้เป็นช่อ  จัดให้
สวยงาม 51. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการจัดดอกไม
๓. น  า� ดอกมะลริ อ้ ยดว้ ยกา้ นมะพรา้ ว ถวายพระมาใหน ักเรียนดู
น�าธปู  เทียนมดั รวมกนั กับใบเตย
และดอกสรอ้ ยทองญี่ปนุ่ 52. ครูสาธิตการจัดดอกไมถวายพระใหนักเรียน
๔.  น�าซองพลาสติกใสมาสวมทับ ดเู ปน ตวั อยา ง พรอมทง้ั อธบิ ายประกอบทีละ
มัดโคนให้แน่น  พันด้วยใบตอง ข้ันตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกต
เพื่อปกปิดก้านดอกไม้  ติดโบ และติดตามแตละขั้นตอนไดทัน
ให้สวยงาม
53. ครูใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ จัดดอกไมถ วายพระ
สรปุ งาน    ประดษิ ฐท์ เี่ ปน็ เอกลักษณ์ ไทย เปน็ ผลงานท่สี ะท้อนให้เหน็ ถงึ ชีวิตความเป็นอยู ่ หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะปฏิบัติงาน
วัฒนธรรม ประเพณขี องคนไทยตั้งแตส่ มัยโบราณจนถึงปัจจบุ ัน งานประดษิ ฐท์ ่ีเป็นเอกลักษณ์ไทย หรือตองการความชวยเหลือใหสอบถามครู
มีท้ังของเล่น  ของใช้  และของประดับตกแต่ง  ซึ่งมีความงามท่ีเป็นเอกลักษณ์และสามารถพบเห็น  โดยครจู ะคอยสงั เกตการปฏบิ ตั งิ านของนกั เรยี น
ได้ทั่วไป  เช่น  พวงมาลัยดอกไม้สด  เครื่องแขวน  พานพุ่ม  กระเช้าดอกไม้  ช่อดอกไม้  งานใบตอง  อยา งใกลชิดและคอยใหค วามชว ยเหลอื และ
งานจักสาน  งานแกะสลักผักและผลไม้  ในการฝึกประดิษฐ์ช้ินงานที่เป็นเอกลักษณ์ ไทยจ�าเป็นต้อง เนนย้ําใหตระหนักถึงความปลอดภัยในขณะ
อาศัยความรู้  ทกั ษะการฝึกปฏิบัติจนเกิดความชา� นาญ  จงึ จะทา� ใหผ้ ลงานมปี ระสทิ ธภิ าพ  สามารถ ปฏิบตั ิงานรวมดวย
น�ามาใช้ประโยชน์ ในชวี ิตประจา� วนั  หรอื ประกอบเป็นอาชีพได้ ในอนาคต
๗๕งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย 54. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ ขน้ั ตอนงานประดษิ ฐ
ทเ่ี ปน เอกลกั ษณไ ทย : ดอกไมถ วายพระ โดยครู
เปนผูตรวจสอบความถูกตอง และอธิบาย
เพิ่มเติมในสวนท่ียังขาดตกบกพรองจาก
การปฏิบัตงิ าน

55. ครูอธิบายเพ่ิมเติมวา “ดอกไมที่นิยมนํามา
ถวายพระมหี ลายชนดิ เชน ดอกมะลิ สอ่ื ถึง
ความรกั อนั บรสิ ทุ ธ์ิ ความสขุ สมบรู ณ ดอกพดุ
ส่ือถึงความบริสุทธิ์ เจริญมั่นคง ดอกแกว
สื่อถึงความดี จิตใจผองใส ดอกเบญจมาศ
สอ่ื ถึงความย่งั ยนื ”

ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

ววิ ฒั นาการของงานประดษิ ฐท เี่ ปน เอกลกั ษณไ ทยสะทอ นใหเ หน็ ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั ความเชอื่ ในการเลอื กดอกไมถ วายพระใหน กั เรยี น
ถึงคณุ คาในดานใดมากท่ีสดุ ฟง วา การกราบไหวบ ชู าสงิ่ ศกั ดสิ์ ทิ ธทิ์ เี่ คารพและนบั ถอื เชน พระพทุ ธรปู นอกเหนอื
จากการนําธูปเทียนและการตั้งจิตม่ันอันเปนกุศลเพื่อนอมสักการะแลว สิ่งที่
1. การตอบสนองคณุ คาทางดานจติ ใจ ขาดไมไดก็คือดอกไม โดยมีความเชื่อท่ีสืบทอดตอกันมาวา ดอกไมท่ีนํามา
2. การสบื สานภมู ิปญ ญาทางวัฒนธรรม ถวายพระควรเปน ดอกไมท สี่ วยงาม สดใหม ไมเ หย่ี วเฉา เพอ่ื ชว ยใหช วี ติ มคี วาม
3. การเลือกใชวัสดจุ ากธรรมชาตทิ ม่ี ใี นทองถน่ิ สวยงามดงั เชน ดอกไม หากใชด อกไมท เ่ี หยี่ วเฉาจะทาํ ใหช วี ติ เหย่ี วเฉาตามไปดว ย
4. ความคิดสรา งสรรคและคานยิ มของคนในสังคม หากดอกไมท่ีนํามาบูชาพระเหี่ยวเฉา ควรนําไปลอยแมนํ้าแทนการท้ิงลงใน
ถังขยะ พรอมทั้งตั้งจิตอธิษฐานวา “ขาแตพระแมคงคา บัดนี้ ขาพเจาชื่อ...
(วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะวิวัฒนาการของงาน นามสกลุ ... ไดน ําดอกไมบ ชู าทหี่ งิ้ พระทีบ่ านของลกู ซง่ึ เหี่ยวเฉาแลว มาทาํ การ
ประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทยไดสะทอนใหเห็นถึงคุณคาทางดาน จําเริญท่ีแมนํ้า (หรือลําคลอง) แหงน้ี ขอพระแมคงคาทรงโปรดอนุญาตใหลูก
การสืบสานภูมิปญญาทางวัฒนธรรมจากบรรพบุรุษ มาจนถึง ไดท ําการจําเริญพวงมาลยั และดอกไมเ หลานี้ดว ยเถดิ ”
ในยุคปจจุบัน ท้ังยังสะทอนใหเห็นถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และ
ประเพณอี นั ดีงามของชาติที่มีมาต้งั แตอ ดีตไดเปนอยางดี)

T83

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน กจิ กรรม

ขนั้ ท่ี 3 จดั กลมุ รว มมอื สรา้ งสรรค์พัฒนาการเรียนรู้

56. ครูใหนักเรียนแตละกลุมลงความเห็นวา ๔.1ใบมอบหมายงานที่ ตอนที่ ๑
จะประดิษฐชิ้นงานท่ีเปนเอกลักษณไทย
ประเภทใด ไดแก งานแกะสลักผักและ เรื่อง งานประดิษฐ์ ค�าชี้แจง : ใ หน้ กั เรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเปน็ รายบคุ คล โดยเขยี นตอบ
ผลไม และงานดอกไมสด ตามความสนใจ เอกลักษณ์ไทย ตามที่ก�าหนด
1 ประเภท เพื่อจัดทําโครงงาน เร่ือง งาน
ประดษิ ฐเ อกลกั ษณไ ทย ๑. งานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ ไทยมีลกั ษณะอย่างไร
๒. ของประดับตกแต่งที่เปน็ เอกลักษณ์ไทยมคี ณุ คา่ ต่อนกั เรียน สังคม และประเทศชาตอิ ยา่ งไร
57. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ ๓. ย กตัวอย่างช้ินงานท่ีเป็นเอกลักษณ์ ไทยที่นักเรียนเคยพบเห็นและประทับใจ  พร้อมทั้งบอกลักษณะการน�า
1-2 คน ออกมาเลือกวัสดุ อปุ กรณท ี่นาํ มาใช
ในงานประดษิ ฐเ อกลกั ษณไ ทยตามทก่ี ลมุ ของ ไปใช้มา ๕ ชนิด
ตนเองเลือกท่ีหนาช้ันเรียน โดยครูเปนผูจัด ๔. ถ า้ ครอบครวั ของนกั เรยี นตอ้ งการตกแตง่ หอ้ งนง่ั เลน่ ทแ่ี สดงถงึ ความเปน็ ไทยควรตกแตง่ อยา่ งไร เพราะเหตใุ ด
เตรยี มวสั ดุ อปุ กรณดังกลา วไวใหก ับนกั เรียน
จึงเปน็ เช่นนั้น
58. ครูใหนักเรียนแบงหนาท่ีความรับผิดชอบ ๕. ใ นการฝกึ ประดษิ ฐช์ น้ิ งานทเ่ี ปน็ เอกลกั ษณ ์ไทย นกั เรยี นมวี ธิ กี ารอยา่ งไรทจี่ ะใชท้ รพั ยากรอยา่ งประหยดั และ
ตามความถนัดและความสามารถของแตละ
บุคคล โดยครูเปน ผูใหค าํ ปรกึ ษาเก่ียวกับการ เป็นการช่วยอนรุ ักษส์ ง่ิ แวดล้อม
วางแผนการแบง หนา ทกี่ ารทาํ งานของสมาชกิ
ในแตละกลมุ ตอนท่ี ๒

59. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันปฏิบัติการ คา� ช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเปน็ กลมุ่  เพอื่ จดั ทา� รายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ เรอื่ งงานประดษิ ฐท์ แ่ี สดง
ประดิษฐชิ้นงานที่ไดเลือกและเตรียมไวตาม ความเป็นเอกลกั ษณ์ของทอ้ งถนิ่  หรือของไทย โดยปฏิบัติตามข้นั ตอน ดังน้ี
หนาท่ีท่ีไดรับมอบหมาย โดยชวยกันปฏิบัติ
ตามขั้นตอนอยางเครงครัด และครูคอยให   • เลอื กหวั หน้ากลุ่ม ระดมความคิดในการคิดหัวข้อการทา� รายงาน
คาํ ปรกึ ษา หรอื แนะนาํ ขนั้ ตอนในการประดษิ ฐ   • แบง่ งานใหส้ มาชิกในกลุ่มแตล่ ะคนไปปฏิบัต ิ โดยแบ่งงานตามความถนดั และความสมัครใจ
ช้นิ งานดังกลา ว   •  สบื คน้ ขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นร ู้ในทอ้ งถน่ิ  หรอื ศกึ ษาคน้ ควา้ เพมิ่ เตมิ จากหนงั สอื ตา่ ง ๆ หรอื อนิ เทอรเ์ นต็
  • จดั ท�าเป็นรูปเล่มรายงาน
ขน้ั ที่ 4 แสวงหาความรู   • นา� เสนอผลงานหนา้ ช้ันเรียน
  • ครูและเพือ่ น ๆ รว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น และประเมนิ ผลงาน
60. ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ วา “ในการประดษิ ฐช น้ิ งาน
ท่ีเปนเอกลักษณไทยประเภทงานแกะสลัก ๗6
ผแู กะสลกั จะตอ งจบั ผกั หรอื ผลไมอ ยา งเบามอื
ไมควรจับแรง เพราะจะทําใหผักหรือผลไม
ช้ําได สวนงานดอกไมสด ผูจัดไมควรจับ
ทดี่ อกโดยตรง เพราะจะทําใหด อกไมช า้ํ และ
กลบี ดอกรว งโรย ซงึ่ จะทาํ ใหด อกไมข าดความ
สวยงามได”

เกร็ดแนะครู กิจกรรม สรางเสริม

ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ เกย่ี วกบั เครอ่ื งแขวน ซง่ึ จดั อยใู นประเภทของงานดอกไมส ด ใหนักเรียนฝกปฏิบัติงานดอกไมสดตามความสนใจ 1 ชนิด
ใหน กั เรยี นฟง วา เครอ่ื งแขวน เปน งานหตั ถศลิ ปแ ขนงหนงึ่ ทม่ี คี วามวจิ ติ รงดงาม จากน้ันออกมานําเสนอผลงานใหเพ่ือนชมหนาช้ันเรียน พรอมท้ัง
และทรงคณุ คา มมี าตัง้ แตสมยั อยธุ ยากอนท่จี ะเสือ่ มถอยลงและไดรับการฟนฟู อธิบายขัน้ ตอนการปฏิบัติงานดอกไมส ดประกอบอยางถูกตอง
ขน้ึ ในสมยั รัตนโกสนิ ทรต อนตน และมคี วามเจรญิ สูงสุดในสมยั รัชกาลท่ี 5 ดงั
จะเห็นไดจ ากการจดั ประกวดทาํ เครื่องแขวนในงานพระราชพธิ ตี า งๆ ในสมยั นี้ กิจกรรม ทาทาย
ไทยไดติดตอคาขายกับชาวตางชาติมากข้ึน ทําใหไดรับอิทธิพลของวัฒนธรรม
ตางชาติเขามาผสมผสาน สงผลใหรูปแบบของเคร่ืองแขวนมีการผสมผสาน ใหนักเรียนฝกปฏิบัติงานดอกไมสดในรูปแบบที่แปลกใหม
และพัฒนาข้ึนตามสมัยนิยม งานเครื่องแขวนนิยมจัดทําขึ้นเพ่ือถวายเปน จากความคิดสรางสรรคและจินตนาการของตนเองตามความ
พุทธบูชา เน่ืองในเทศกาลและวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ใชประดับตาม สนใจ 1 ชนิด จดั ทาํ เปนคลปิ วดิ ีโออธิบายขน้ั ตอนการปฏิบตั งิ าน
พระท่นี ง่ั องคต า งๆ โดยแขวนไวต ามชองประตู หนาตาง หรอื ระเบียงโบสถ ดอกไมสดประกอบการสาธิตอยางถูกตอง โดยจัดทําเปนคลิป
วิดีโอสัน้ ๆ ความยาวไมเกิน 7 นาที พรอ มทัง้ อปั โหลดคลปิ วดิ โี อ
T84 ลงในส่ือโซเชียลท่ีสามารถกดติดตามได จากน้ันออกมานําเสนอ
คลิปวิดีโอใหเพ่ือนชมหนา ชน้ั เรยี น

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

๔.๒ใบมอบหมายงานที่ คา� ชีแ้ จง : ใหน้ กั เรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเปน็ กลมุ่  โดยปฏบิ ตั งิ านตาม ขนั้ สรปุ
    ท่ีกา� หนดให้
เร่ือง การประดิษฐ์ช้ินงาน ขนั้ ที่ 5 สรุปส่ิงท่ีไดเ รยี นรู
เอกลกั ษณ์ ไทย
1. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันสรุปส่ิงที่ได
๑. ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มประดษิ ฐข์ องตกแต่งบ้านที่เปน็ เอกลกั ษณ ์ไทยตามความสนใจ ๑ ชนดิ เรยี นรจู ากการประดษิ ฐช น้ิ งานทเ่ี ปน เอกลกั ษณไ ทย
๒. แ  สวงหาความรู้เพ่ือการท�างานจากส่ือท่ีหลากหลาย  เช่น  หนังสือเรียน  นิตยสารต่าง ๆ  ปรึกษาผู้รู้ ตามทกี่ ลมุ ของตนเองเลอื ก เพอ่ื เตรยี มนาํ เสนอ
ผลงานหนา ชนั้ เรยี นในประเดน็ ทค่ี รกู าํ หนดให
ผูช้ า� นาญการในทอ้ งถ่นิ  ครูผูส้ อน คือ ประเภทของงานประดิษฐเอกลักษณไทย
๓. วางแผนการท�างานในรูปแบบโครงงาน จากน้นั นา� สง่ เอกสารพร้อมผลงาน โดยมรี ายละเอยี ด ดงั น้ี ทเ่ี ลอื ก วสั ดุ อปุ กรณท นี่ าํ มาใชใ นการประดษิ ฐ
  • ชือ่ กลมุ่ ชิ้นงาน ขน้ั ตอนการปฏบิ ัติ ปญหาท่พี บ และ
  • รายชือ่ หัวหนา้ กลุม่ และสมาชิกในกลมุ่ แนวทางการแกปญ หา
  • การแบ่งหนา้ ท่ีการทา� งานภายในกลุ่ม
  • รปู แบบงานทท่ี �า 2. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ ความรู และครชู ว ย
  • หลักการและเหตผุ ลทที่ า� งาน เสนอแนะเพิม่ เตมิ
  • วัตถปุ ระสงค์
  • ระยะเวลาในการท�างาน ขน้ั ท่ี 6 นาํ เสนอผลงาน
  • งบประมาณที่ใช้
  • บัญชรี ายรับ-รายจ่าย 3. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ
  • วธิ กี ารด�าเนนิ งาน 1 คน ออกมานําเสนอผลงานหนาช้ันเรียน
  • บันทกึ ผลการปฏบิ ัตงิ าน โดยสรุปสิ่งท่ีไดเรียนรูจากการปฏิบัติงานใน
  • ปัญหา หรอื อปุ สรรคในการทา� งาน ประเด็นท่ีครูกําหนดให โดยครูเปดโอกาสให
  • วิธีแก้ปญั หา นักเรียนกลุมอ่ืนรวมกันซักถามในประเด็นที่
  • ผลการปฏิบตั ิงาน สงสัย
  • ความภาคภูมิใจในการท�างาน
4. ครใู หน กั เรียนทาํ แบบทดสอบหลังเรียน หนว ย
๗๗งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย การเรยี นรทู ่ี 4 เรอ่ื ง งานประดษิ ฐเ อกลกั ษณไ ทย

ขน้ั ประเมนิ

1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบหลังเรียน
เพอ่ื ตรวจสอบความเขา ใจหลงั เรยี นของนกั เรยี น

2. ครูตรวจสอบช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
โครงงาน เรอื่ ง งานประดษิ ฐท เ่ี ปน เอกลกั ษณไ ทย

3. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการ
เรยี นรู จากการสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ
การนาํ เสนอผลงาน และการสงั เกตคณุ ลกั ษณะ
อันพึงประสงค

กิจกรรม Mini Project แนวทางการวัดและประเมินผล

1. ใหน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละเทา ๆ กนั ใหแ ตล ะกลมุ เลอื กประดษิ ฐ ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ การนําเสนผลงาน โดยศึกษา
ชิ้นงานท่ีเปนเอกลักษณไทยตามความสนใจกลุมละ 1 ชิ้น เกณฑก ารวดั และประเมนิ ผลทแี่ นบทา ยแผนการจดั การเรยี นรู หนว ยการเรยี นรทู ่ี 4
เพื่อนาํ มาจดั แสดงภายในช้นั เรยี น โดยกําหนดใหใ น 1 ช้นิ งาน
จะตองประกอบไปดวยงานแกะสลักผักและผลไม และงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน
ดอกไมสดรวมกัน
คาชแี้ จง : ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งทีต่ รงกับระดับคะแนน คาชแี้ จง : ใหผ้ ูส้ อนประเมินผลการนาเสนอผลงานของนักเรยี นตามรายการ แล้วขีด ลงในชอ่ งท่ีตรงกับระดบั คะแนน
2. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ รว มกนั วางแผนในการดาํ เนนิ งาน พรอ มทงั้
มอบหมายหนาที่ในการปฏิบัติงานตามความถนัดและความ การมี ลาดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
สามารถของแตล ะบุคคล 321
ลาดับที่ ช่ือ – สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมี ส่วนรว่ มใน รวม 1 ความถูกตอ้ งของเนื้อหา
3. ใหนักเรียนแตละกลุมนําเสนอผลงาน เพื่อแลกเปล่ียนเรียนรู ของนักเรียน ความ ฟงั คนอนื่ ตามทีไ่ ด้รบั น้าใจ การ 15 2 การลาดับข้ันตอนของเรื่อง รวม
ภายในชั้นเรียน โดยมีครูเปนผูใหคําแนะนําและช้ีแนะเพิ่มเติม คดิ เหน็ มอบหมาย คะแนน 3 วธิ ีการนาเสนอผลงานอยา่ งสร้างสรรค์
เพื่อใหน ักเรียนเกดิ ความรู ความเขา ใจที่ถกู ตอง ปรับปรงุ 4 การใชเ้ ทคโนโลยีในการนาเสนอ
5 การมีสว่ นรว่ มของสมาชกิ ในกลุม่
ผลงานกลุ่ม

3 2 13 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1

ลงชอื่ ...................................................ผ้ปู ระเมิน
............/................./................

ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
............./.................../............... ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ เป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ บางสว่ น
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ปฏบิ ัติ หรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั ิ หรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้
12-15 ดี
ปฏิบตั ิ หรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
8-11 พอใช้

ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ

เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ

12-15 ดี

8-11 พอใช้

ต่ากว่า 8 ปรับปรงุ

T85

Chapter Overview

แผนการจดั สอื่ ที่ใช้ จดุ ประสงค์ วิธสี อน ประเมิน ทกั ษะท่ีได้ คณุ ลกั ษณะ
การเรียนรู้ อันพงึ ประสงค์

แผนฯ ท่ี 1 - หนังสอื เรียน 1. อ ธบิ ายเกยี่ วกบั ประเภท แบบเนน้ - ต รวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - ท ักษะการส�ำรวจ - รักชาติ ศาสน์
การปลกู พชื
การงานอาชีพ ม.5 ของพืชท่ีปลูกได้อย่าง กระบวนการ - ตรวจใบงานที่ 5.1.1 ค้นหา กษัตรยิ ์
2
- แบบทดสอบก่อนเรียน ถูกต้อง ปฏิบตั ิ - ป ระเมินการน�ำเสนอผลงาน - ทกั ษะการสังเกต - ซ อ่ื สตั ย์ สุจรติ
ช่ัวโมง
- PowerPoint 2. วางแผนการปลกู พืช - ส งั เกตพฤติกรรมการทำ� งาน วธิ กี ารท�ำงาน - ม วี นิ ัย

ได้อย่างถกู วธิ ี รายบุคคล เพอ่ื การด�ำรงชีวติ - ใฝเ่ รยี นรู้

3. รู้จกั วธิ ขี ยายพนั ธุ์พชื - สงั เกตพฤตกิ รรม - ท ักษะการคิด - อยู่อย่าง

และสามารถขยาย การทำ� งานกล่มุ วเิ คราะห์ พอเพียง

พนั ธ์พุ ืชได้ - ส งั เกตคณุ ลักษณะ - ทกั ษะกระบวน - ม ุ่งมัน่ ใน

อนั พึงประสงค์ การคดิ แกป้ ัญหา การท�ำงาน

- ท กั ษะการสรุป - ร ักความ

ลงความเหน็ เปน็ ไทย

- ทกั ษะการประเมนิ - ม จี ติ สาธารณะ

T86

แผนการจดั สือ่ ที่ใช้ จดุ ประสงค์ วธิ สี อน ประเมิน ทักษะที่ได้ คณุ ลักษณะ
การเรียนรู้ อนั พงึ ประสงค์

แผนฯ ที่ 2 - หนงั สอื เรยี น 1. ระบปุ ัจจยั ท่ีมผี ลตอ่ การ แบบใช้ - ต รวจแบบทดสอบหลงั เรยี น - ทกั ษะการส�ำรวจ - รกั ชาติ ศาสน์
การเล้ียงสตั ว์
การงานอาชพี ม.5 เลย้ี งสัตวไ์ ด้ โครงการ - ตรวจโครงงาน ค้นหา กษตั ริย์
2
- แ บบทดสอบหลงั เรยี น 2. เล้ียงสตั วไ์ ดอ้ ยา่ งถูกวิธี เป็นฐาน - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - ท กั ษะการสงั เกต - ซ ่ือสตั ย์ สจุ ริต
ชวั่ โมง
- PowerPoint 3. ป ฏิบัตงิ านเกษตร (Project- - ส งั เกตพฤติกรรมการท�ำงาน วิธีการทำ� งาน - มวี นิ ยั

ทส่ี นใจได้ Based รายบคุ คล เพ่ือการดำ� รงชีวิต - ใฝเ่ รยี นรู้

Instruction) - สงั เกตพฤตกิ รรม - ท กั ษะการคดิ - อ ยู่อยา่ ง

การท�ำงานกลุ่ม วิเคราะห์ พอเพียง

- ส ังเกตคุณลักษณะ - ท ักษะกระบวน - ม ุ่งมัน่ ใน

อันพงึ ประสงค์ การคดิ แกป้ ญั หา การท�ำงาน

- ทักษะการสรุป - ร ักความ

ลงความเหน็ เปน็ ไทย

- ทกั ษะการประเมนิ - มจี ติ สาธารณะ

T87

นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั นาํ (แบบเนน กระบวนการปฏบิ ตั ิ) ๕หน่วยการเรียนรู้ท่ี

ขนั้ ท่ี 1 สงั เกตและรบั รู งานเกษตร

1. ครูแจงช่ือเรื่องท่ีจะเรียนรูและผลการเรียนรู ตัวชว้ี ัด นักเรียนสามารถปลูกพืชและ
ใหน ักเรยี นทราบ จากนน้ั ใหน ักเรียนแตละคน ■ สร้างผลงานอยา่ งมคี วามคดิ สรา้ งสรรคแ์ ละมที ักษะการท�างานร่วมกัน (ง ๑.๑ ม. ๔-๖/๒) เล้ียงสัตว์ชนดิ ใดได้ และมี
ทาํ แบบทดสอบกอ นเรยี น หนว ยการเรยี นรทู ่ี 5 ■ มที ักษะการจดั การในการท�างาน (ง ๑.๑ ม. ๔-๖/๓) วิธีการปลูกพืชและเล้ียงสัตว์
เร่อื ง งานเกษตร ■ มีทักษะในการแสวงหาความรเู้ พื่อการด�ารงชวี ติ (ง ๑.๑ ม. ๔-๖/๕) ชนดิ น้ันอยา่ งไร
■ มคี ุณธรรมและลกั ษณะนสิ ยั ในการทา� งาน (ง ๑.๑ ม. ๔-๖/๖)
2. ครนู าํ ภาพพชื ชนดิ ตา งๆ มาใหน กั เรยี นดู ไดแ ก
พืชไร เชน ขา วโพด มนั สําปะหลัง ออ ย ขา ว สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
บวั แหว กระจับ มะพรา ว หมาก ตาล มะมว ง
มะนาว พืชสวน เชน มังคุด ลองกอง สม ■ ท ักษะการทา� งานร่วมกนั เป็นการท�างานกลุ่ม ทา� งานร่วมกับผู้อืน่ ไดอ้ ย่างมคี วามสุข ทา� งาน
แกว มงั กร ผกั กาดขาว ตะไคร กวางตงุ ไมด อก อย่างมกี ระบวนการตามขั้นตอน และฝกึ หลกั การทา� งานกลมุ่
เชน กลว ยไม กหุ ลาบ คารเนชัน ชบา บานชื่น
หงอนไก ไมประดบั เชน บอนสี วาสนา เฟน ■ ท ักษะการจัดการ เป็นการจัดระบบงานและระบบคน เพ่ือให้การท�างานส�าเร็จตามเป้าหมาย
ลน้ิ มงั กร เดหลี บลั เดยี นมั ชวนชม ขอย มะสงั อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ เช่น การปลกู พืช ขยายพันธพุ์ ืช หรือเลี้ยงสตั ว์

3. ครถู ามนกั เรียนวา ■ ทักษะการแสวงหาความรเู้ พ่อื การด�ารงชวี ติ ประกอบด้วยการศึกษา คน้ ควา้ รวบรวม สงั เกต
• นักเรยี นชอบภาพใดมากท่ีสดุ เพราะเหตุใด ส�ารวจ และบันทกึ เชน่ การเลย้ี งสตั ว์
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอ ยางอสิ ระ เชน ชอบกหุ ลาบ เพราะเปน ■ คุณธรรมและลกั ษณะนิสัยในการทา� งาน เปน็ การสรา้ งคุณงามความดี และควรฝกึ ให้ผู้เรียนมี
ดอกไมที่มีกลิ่นหอม มีสีสันสวยงาม และ คุณภาพที่สา� คัญๆ เช่น ขยัน อดทน รบั ผดิ ชอบ และซอ่ื สัตย์
สีของกุหลาบแตละสีจะมีความหมายที่ดี
แตกตา งกนั ไป เชน สขี าว สอ่ื ความหมายถงึ ๑ การปลกู พืช
ความรักที่บริสุทธิ์ ความจริงใจ) การเพมิ่ จา� นวนตน้ พชื ใหม้ ปี รมิ าณมากขน้ึ โดยน�าพชื ทปี่ ลกู ได้ไปใชป้ ระโยชนต์ ามวตั ถปุ ระสงค์
• จากภาพทน่ี กั เรยี นไดช มไปนน้ั นกั เรยี นรจู กั ทีต่ งั้ ไว้ เช่น การปลกู กุหลาบ เพอื่ ตดั ดอกขาย การปลกู ไม้ประดบั เพอ่ื ใช้ตกแตง่ สถานที่ การปลกู
พชื ชนิดใดบาง มะม่วงพันธุ์น�้าดอกไม้ เพื่อไว้บริโภค หรือส่งออกไปจ�าหน่ายยังต่างประเทศ ซ่ึงการเพาะปลูก
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็ เพ่อื ให้ไดผ้ ลผลิตท่ีดี จดุ เรม่ิ ต้นมาจากการขยายพนั ธพุ์ ืช
ไดอ ยางอิสระ)
• ทบ่ี า นของนกั เรยี นมกี ารปลกู พชื เหมอื นภาพ 78
ทไี่ ดช มหรอื ไม หากไมม ี ทบ่ี า นของนกั เรยี น
ปลูกพชื ชนดิ ใด
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอ ยา งอสิ ระ)

เกร็ดแนะครู

ครูควรจดั การเรียนรู โดยอธิบายเกยี่ วกับงานเกษตรใหน กั เรยี นฟง เพ่อื ใหเ กดิ ความรู ความเขาใจเรอื่ งการปลูกพชื และการเล้ียงสัตวท ี่เพิ่มขนึ้ สามารถอธบิ าย
ขอมลู จาํ แนกประเภท และวางแผนการปลกู พืชไดอยางถกู ตอง เลือกใชเครอ่ื งมือ วัสดุ อปุ กรณใ นการปลูกพืชและการขยายพันธุพืชไดอ ยา งถูกตอ งและปลอดภยั
ลงมือปฏิบัติการปลูกพืชในทองถิ่นและการขยายพันธุพืชไดอยางถูกตอง เพ่ือใหเกิดความชํานาญ อธิบายประโยชนและปจจัยท่ีมีผลตอการเล้ียงสัตวไดอยาง
ถกู ตอ ง เลอื กใชเ ครอ่ื งมอื วสั ดุ อปุ กรณใ นการเลยี้ งสตั วไ ดอ ยา งถกู ตอ งและปลอดภยั ลงมอื ปฏบิ ตั กิ ารเลยี้ งสตั วใ นครวั เรอื นไดอ ยา งถกู ตอ ง เพอื่ ใหเ กดิ ความชาํ นาญ
ใชท รพั ยากรอยา งคมุ คา และยง่ั ยนื เพอ่ื เปน การอนรุ กั ษส งิ่ แวดลอ ม นาํ ทกั ษะการทาํ งานรว มกนั มาประยกุ ตใ ชใ นการทาํ งาน ใชท กั ษะการจดั การในการจดั ทง้ั ระบบงาน
และระบบคน รวมถึงทกั ษะในการแสวงหาความรูเพ่อื การดํารงชีวติ ในการคนหาขอ มลู ทเี่ ปน ประโยชน เพอื่ ใหผ ลงานสําเร็จตรงตามเปาหมายอยางมปี ระสิทธภิ าพ
โดยสามารถจดั กิจกรรมได ดังน้ี

• ใหน ักเรียนตอบคําถามและรวมกันแสดงความคิดเหน็ เพื่อใหนักเรยี นเกิดความรู ความเขาใจเกยี่ วกับงานเกษตร
• ใหน กั เรียนปฏิบตั กิ ารปลกู พชื การขยายพนั ธพุ ืช และการเลย้ี งสตั วในครวั เรอื น

T88

นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ

งานเกษตรเป็นการปลูกพืชและเล้ียงสัตว์ ผู้ปลูก ขน้ั นาํ

และผเู้ ลยี้ งจา� เปน็ ตอ้ งมคี วามรพู้ นื้ ฐานเกยี่ วกบั การปลกู พชื และ ขั้นท่ี 1 สังเกตและรบั รู
การเลย้ี งสตั วช์ นดิ นน้ั ๆ สามารถลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
ตามขั้นตอน และได้ผลสัมฤทธิ์ของงานตามวัตถุประสงค์ • นกั เรยี นเคยปลกู พชื ชนดิ ใดและคดิ วา ตนเอง
ตลอดจนสามารถพัฒนาผลงานท่ีเกิดจากการเรียนรู้ ได้อย่าง สามารถปลูกพืชตางๆ ดังภาพไดหรือไม
สร้างสรรค์ เป็นมติ รกับธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม เพราะเหตุใด
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
การปลกู พชื มีความส�าคัญต่อเศรษฐกิจและสงั คมไทยในหลาย ๆ ด้าน เชน่ เป็นแหลง่ กา� เนดิ ไดอยางอิสระ เชน เคยปลูกมะลิ กุหลาบ
ปัจจัย ๔ ที่มีความจ�าเป็นต่อการด�ารงชีวิตของมนุษย์ ได้แก่ อาหาร ท่ีอยู่อาศัย ยารักษาโรค กลวยไม ดาวเรือง มะมวง ขนนุ และคิดวา
แปพลอ้ืชะงบเกคานังรชอ่ือันนงนติด่มุรใชาหย้เม่ปจ็นาชกสว่นินย�้าครท้าักส่วษม่งาอฉสอับภกพ3าลพเพันแ1่ือวลดนดล�าปรอ้ ามญั ยแหไลดาะ้มภธายัรพแรมลัฒ้งช2นาาสตปริใรหา้ ะงม้ เรทีคาศวยาไมดเป้สให็นมแ้แดกหุล่ปลรช่งะอว่ เายทชใศหีพชอ้ ขาาตอกงิ าปเศนรบอื่ะรชงสิจาทุกากธริ์ ตนเองสามารถปลูกพืชดังภาพไดบางชนิด
เน่ืองจากประชากรส่วนใหญข่ องประเทศประกอบอาชีพทางดา้ นเกษตรกรรม เชน พชื สวน ไมด อก ไมป ระดบั เพราะเปน พชื
ที่สามารถหาซอ้ื ตน พันธุไ ดงา ย และมีขอมลู
79งานเกษตร เกี่ยวกับวิธีการปลูก การดูแลบํารุงรักษา
และการปองกันโรคใหศึกษาอยางมากมาย
จากแหลงการเรียนรูที่หลากหลาย เชน
หนงั สอื เกีย่ วกับการเกษตร อินเทอรเ น็ต)

4. ครูใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นวา
พืชแตละชนิดจากภาพที่ไดชมไปน้ันมีวิธีการ
ปลูกและการดูแลบํารุงรักษาอยางไร โดยยก
ตวั อยา งพชื ทมี่ กี ารปลกู อยใู นทอ งถนิ่ ทน่ี กั เรยี น
อาศัยอยู เพื่อใหนักเรียนเกิดความรู ความ
เขา ใจทเี่ พ่มิ มากขึ้น

5. ครอู ธิบายเพ่มิ เตมิ วา “การปลกู พชื จัดเปนการ
ปลกู พชื ผลทางการเกษตรอยา งหนง่ึ ซง่ึ สามารถ
นํามาเปนปจจัยในการดํารงชีวิตของมนุษยได
ดงั นัน้ เราจึงควรศึกษาและเรยี นรูเ กย่ี วกบั การ
ปลกู พชื ซงึ่ นอกจากจะสามารถนาํ มาใชใ นการ
ดํารงชีวิตของตนเองไดแลว ยังสามารถนํา
ผลผลิตพืชมาจําหนาย เพื่อสรางรายไดใหแก
ตนเอง ครอบครวั และชมุ ชน ตลอดจนสามารถ
พฒั นาเปนอาชีพไดใ นอนาคต ซึ่งการปลูกพชื
นั้นจําเปนตองมีความรูเก่ียวกับความหมาย
และความสําคัญของการปลูกพืช เพื่อนํามา
ใชเปน แนวทางในการปลูกพืชท่ีมคี ุณภาพและ
ตรงตามความตอ งการ”

ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู

เพราะเหตุใดประชากรสวนใหญของประเทศไทยจึงประกอบ 1 นํ้าทว มฉับพลัน เกดิ จากฝนตกหนักตอเน่ืองเปนเวลานาน ทําใหจ าํ นวนน้ํา
อาชพี ทางดา นเกษตรกรรม สะสมมีปริมาณมากจนพ้ืนดินและตนไมดูดซับไมไหว จึงไหลบาลงสูที่ราบตํ่า
เบอ้ื งลา งอยา งรวดเรว็ สง ผลทาํ ใหบ า นเรอื นพงั ทลายเสยี หาย และอาจทาํ ใหเ กดิ
1. เปนอาชีพที่สบื ทอดมาจากบรรพบุรุษ อันตรายถงึ แกชีวติ ได
2. เปน สิ่งท่ีทําไดง า ย ไมตองใชเงนิ ลงทนุ สงู 2 ภยั แลง เกดิ จาก 2 สาเหตุ ไดแ ก ธรรมชาติ เชน การเปลย่ี นแปลงอณุ หภมู โิ ลก
3. เปน พน้ื ทท่ี ม่ี คี วามอดุ มสมบรู ณ มสี ภาพภมู อิ ากาศเหมาะสม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเกิดจากการกระทําของมนุษย เชน
4. เปน ส่งิ ทช่ี ว ยใหค รอบครวั มคี วามสุข ไมตองแยกกนั ไป การพัฒนาทางดานอุตสาหกรรม การตัดไมทําลายปา สงผลใหขาดแคลนน้ํา
เปนเวลานาน จนกอใหเกิดความแหงแลง สงผลกระทบตอชุมชนที่ตองการ
ทาํ งานในเมือง นาํ น้ํามาใชในการอปุ โภค บริโภค
(วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะประเทศไทยมีลักษณะ 3 พชื บางชนดิ ใชเ ปน สนิ คา สง ออก ประเทศไทยมกี ารสง ออกขา วเปน อนั ดบั ท่ี 1
ภูมิประเทศท่ีเอื้อตอการเพาะปลูกพืช ดินมีความอุดมสมบูรณ ซงึ่ มีมูลคา กวา 51,069.50 ลานบาท ตามดว ยยางพารา และมนั สาํ ปะหลัง
ประกอบกับการมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม จึงสงผลทําให
สามารถปลูกพืชไดทั่วทุกภาคของประเทศ ประชาชนสวนใหญ T89
จึงนยิ มประกอบอาชพี ทางดา นเกษตรกรรม)


Click to View FlipBook Version