นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ๒) การเลือกเสือ้ ผา้ ใหเ้ หมาะสมกับวัย ควรพจิ ารณา ดงั น้ี
ขน้ั ท่ี 2 ขนั้ วางแผนปฏบิ ตั ิ วัยทารก เป็นวัยท่ีต้องดูแลและทะนุถนอมอย่างใกล้ชิด เพราะ
ภูมิคุ้มกันต่าง ๆ ของร่างกายยังมีน้อย ควรเลือกเส้ือผ้าท่ีผลิตจาก
7. ครูนําภาพการแตงกายของผูหญิงและผูชาย เส้นใยธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีท่ีใช้ในการตกแต่งเนื้อผ้า และมี
ในแตละชวงวัยมาใหนักเรียนดู จากน้ันครูให ความเหมาะสมกับทุกสภาวะอากาศอยา่ งผา้ ฝา้ ยแท้ธรรมชาติ ๑๐๐%
นักเรียนรวมกันวิเคราะหความแตกตางของ ซึง่ เปน็ ผ้าที่มีคุณภาพสูงและปลอดภยั ตอ่ ผสู้ วมใส่
การแตงกายของผูหญิงและผูชายในแตละ
ชวงวยั โดยมีครเู ปนผคู อยเสนอแนะเพิ่มเตมิ วยั เดก็ 1เปน็ วยั ทช่ี อบเรยี นรสู้ งิ่ ใหม่ ๆ ชอบเลยี นแบบ ชอบทา� กจิ กรรม
8. ครถู ามนกั เรียนวา ควรเลอื กเสอ้ื ผา้ ใหเ้ หมาะสมกบั กจิ กรรมตา่ งๆ เชน่ กจิ กรรมกลางแจง้
• เพราะเหตใุ ด เสอ้ื ผา และเครอ่ื งแตง กายของ ควรเลือกเสื้อผ้าท่ีสามารถป้องกันแสงยูวีได้ เพื่อช่วยลดผลกระทบ
เด็กวัยทารกจึงตองมีความพิถีพิถันในการ ท่ีอาจเกิดขึ้นกับผิวหนัง หรือกิจกรรมภาคสนาม ควรเลือกเส้ือผ้าที่
เลอื กใชเปนอยา งมาก สามารถซกั ท�าความสะอาดส่งิ สกปรกออกได้งา่ ย
(แนวตอบ เด็กวัยทารกเปนวัยที่ตองไดรับ วยั รนุ่ เปน็ วยั ทมี่ คี วามคดิ เปน็ อสิ ระ กลา้ แสดงออก ชอบแตง่ กายตาม
การดแู ลและทะนถุ นอมเปน พเิ ศษ เนอ่ื งจาก สมัยนิยม เพื่อเสริมสร้างจุดเด่นให้กับตนเอง เส้ือผ้าของวัยรุ่นควรมี
ภูมิคุมกันในรางกายมีนอย ผิวมีความ สสี นั ทส่ี ดใส หรอื มสี อี อ่ น ๆ รปู แบบของเสอ้ื ผา้ จะเปน็ ไปตามความนยิ ม
บอบบาง และเกิดอาการแพไดงาย จึงควร ของแต่ละบคุ คล แต่ควรเลอื กเส้อื ผ้าแบบท่สี ภุ าพ ไม่รัดรปู หรือเนน้
เลือกใชเสื้อผาที่มีความออนนุม ผลิตจาก รูปร่างมากจนเกนิ ไป และตอ้ งค�านงึ ถงึ ความปลอดภัย
เสนใยธรรมชาติ ควรเลือกใหมีขนาดใหญ วยั ทา� งาน เปน็ วยั ทตี่ อ้ งทา� งานหารายได้ เพอื่ เลย้ี งตนเองและครอบครวั
พอท่ีจะทําใหการเคลื่อนไหวเปนไปอยาง เสอื้ ผา้ ทเี่ หมาะสมกบั คนในวยั น้ี ควรสวมใสเ่ สอ้ื ผา้ ทม่ี สี สี ภุ าพ เรยี บรอ้ ย
สะดวก) เพ่ือให้ดูภูมิฐานและสง่างาม ควรเลือกเส้ือผ้าที่สะดวกต่อการท�า
• นักเรียนคิดวาตนเองแตงกายไดเหมาะสม กจิ กรรมต่าง ๆ โดยดูจากโอกาสใช้สอยวา่ เป็นชุดในโอกาสใด และควร
กับชว งวัยของตนเองหรือไม เพราะเหตุใด เลือกให้เหมาะสมกับสผี ิว
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอยางอิสระ เชน แตงกายเหมาะสม วัยสูงอาย2ุ เป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกาย เส้ือผ้า
กับวัยของตนเอง โดยเส้ือผาและเคร่ือง
แตงกายที่สวมใส สวนใหญจะเปนเส้ือผา ส�าหรับวัยสูงอายุควรเน้นเนื้อผ้าท่ีเบาสบายเป็นหลัก รูปทรงท่ีหลวม
ตามสมยั นยิ มทมี่ คี วามสภุ าพ เรยี บรอ ย และ ไม่ควรสวมใส่เสื้อผ้าท่ีคับมากจนเกินไป เพราะจะท�าให้หายใจล�าบาก
มีสีสนั ที่สดใส) และเคลอื่ นไหวรา่ งกายไมส่ ะดวก อาจทา� ใหห้ กลม้ หรอื เกดิ อบุ ตั เิ หตไุ ด้
• หากตอ งการเลอื กซอ้ื เสอ้ื ผา และเครอื่ งแตง กาย
เปนของขวัญวันเกิดใหกับคุณพอ คุณแม 34
นกั เรยี นจะมแี นวทางในการเลอื กซอ้ื อยา งไร
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอ ยา งอสิ ระ เชน เลอื กซอื้ เสอ้ื ผา ทม่ี สี สี ภุ าพ
เรยี บรอ ย เพอ่ื ใหด ภู มู ฐิ านและมคี วามสงา งาม
สะดวกตอการทํากิจกรรมตางๆ ในชีวิต
ประจําวัน)
นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคิด
1 วัยเด็ก ควรสวมใสเส้ือผาท่ีเน้ือผามีความออนนุม ไมควรสวมใสเส้ือผาที่ เพราะเหตุใดจึงควรเลือกซื้อเส้ือผาที่ผลิตจากผาฝายใหเด็ก
เน้ือผาแข็งกระดาง เพราะจะทําใหเกิดการระคายเคืองตอผิวได ควรเลือกที่มี วยั ทารกสวมใส
ตะเข็บนอย เนื่องจากตะเข็บอาจทําใหเกิดอาการคัน ควรเลือกสวมใสเส้ือผา
ท่ีมีขนาดใหญกวาลําตัว เพ่ือใหเกิดความรูสึกสบาย และสามารถเคล่ือนไหว (แนวตอบ เนอ่ื งจากผวิ ของเดก็ ทารกมคี วามบอบบางและแพง า ย
รางกายไดอยางสะดวกในขณะปฏิบัติกิจกรรมตางๆ กอนนําเสื้อผามาสวม หากเลอื กเสอ้ื ผา ใหส วมใสไ มเ หมาะสม อาจทาํ ใหเ กดิ การระคายเคอื ง
ใสควรซักดวยน้ํายาซักผาเด็กๆ เพ่ือปองกันการระคายเคือง ชวยใหผานุมขึ้น ตอผิว ควรเลือกเส้ือผาท่ีผลิตจากเสนใยธรรมชาติ เชน ผาฝาย
และชว ยกาํ จัดเชอื้ โรคตา งๆ ทตี่ ิดมากับเสอ้ื ผา ผาปาน เพราะเน้ือผามีความบางเบา สวมใสสบาย ชวยระบาย
2 วัยสงู อายุ ควรสวมใสเ ส้อื ผาทีเ่ น้ือผามีความบางเบา สวมใสสบาย ระบาย อากาศ และซมึ ซับเหงื่อไดดี)
อากาศไดดี สีสุภาพเรียบรอย รูปทรงของเสื้อผาตองไมรัดแนนจนเกินไป
รูปแบบมีความเรียบหรู มีการตกแตงเพื่อเพิ่มความสวยงามเพียงเล็กนอย
เพอื่ ใหดูภมู ิฐานและมคี วามสงา งามสมวยั
T40
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
๓) การเลอื กเสอ้ื ผา้ ให้เหมาะสมกบั บคุ ลิกภาพ ควรพจิ ารณา ดังน้ี ขน้ั สอน
บุคลิกภาพ เส้ือผ้า ขน้ั ที่ 2 ขนั้ วางแผนปฏบิ ตั ิ
สภุ าพ เรียบรอย
ควรเลือกเส้ือผ้าท่ีมีน้�าหนักท้ิงตัว แบบเรียบ อาจมีการติดโบ หรือ 9. ครูขออาสาสมัครนักเรียนหญิงและนักเรียน
แข็งแรงแบบนกั กฬี า มีลายปกั เล็กนอ้ ย เพ่อื ใหเ้ กิดจดุ เดน่ ชายอยา งละ 3 คน ท่ีมบี ุคลกิ ภาพและสีผิวท่ี
เชน่ 1 แตกตางกันออกมาเปนแบบ เพ่ือใหเพ่ือน
เคสว้ือรยเลดื อื คกอสกวลมมใ2สหเ่ สรอ้ือื ผคา้อสวพีี นื้ และมลี ายเสน้ ตรงแบบเรยี บ รวมกันวิเคราะหเกี่ยวกับการเลือกเสื้อผาให
เสอื้ โปโล เหมาะสมกับบุคลิกภาพและการเลือกเสื้อผา
ใหเ หมาะสมกบั สผี วิ โดยครใู หอ าสาสมคั รเลา
เชื่อมั่นในตนเองสงู ควรเลอื กเสอื้ ผ้าทม่ี สี สี นั สวยงาม สะดุดตา ออกแบบอยา่ งทันสมยั ตาม เกี่ยวกับการแตงกายของตนเองใหเพื่อนฟง
ความนยิ มของคนในยุคปจั จุบนั จากนนั้ ใหเ พอื่ นรว มชนั้ เรยี นรว มกนั วเิ คราะห
วาลักษณะการแตงกายดังกลาวมีความ
วองไว ปราดเปรียว ควรเลอื กเสอ้ื ผ้าท่สี ะดวกต่อการเคล่อื นไหวร่างกาย ไม่ควรตกแตง่ มาก เหมาะสมกับบุคลิกภาพและสีผิวของเพ่ือน
จนดูรกรงุ รงั เน้นผ้าสีเข้ม เน้ือผ้าทรงตัว หรือไม
สุขมุ ลุมลกึ ควรเลอื กเสื้อผ้าที่เนน้ ความสง่างาม มคี วามภมู ฐิ าน 10. ครูถามนกั เรยี นวา
ออกแบบเรียบหรู ไม่ตกแต่งมากจนดูรกรงุ รัง • นักเรียนมีแนวทางอยางไรในการเลือก
เสื้อผาใหเหมาะสมกับบุคลิกภาพและการ
๔) การเลือกเสอื้ ผ้าใหเ้ หมาะสมกบั สีผิว ควรพจิ ารณา ดงั น้ี เลอื กเสอื้ ผา ใหเ หมาะสมกบั สผี วิ ของตนเอง
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
สผี ิว เสือ้ ผา้ ไดอยา งอสิ ระ)
ขาวอมชมพู • ผหู ญงิ ท่มี รี ปู รางแข็งแรงแบบนกั กฬี า ควร
เป็นผิวที่เปล่งปลั่ง ดูส3ุขภาพดี สามารถเลือกสวมใส่เส้ือผ้าได้หลายสี เลือกสวมใสเสื้อผาอยางไรจึงจะเหมาะสม
กับบุคลิกภาพ
โดยเฉพาะโทนสที ส่ี ดใส ซ่ึงจะช่วยขบั ผิวให้ดูผดุ ผอ่ งย่ิงขึ้น (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอ ยา งอสิ ระ เชน ควรสวมใสเ สอ้ื ผา สีพื้น
ขาวอมเหลือง เป็นสีผิวของคนเอเชียโดยส่วนใหญ่ สามารถเลือกสวมใส่เสื้อผ้าได้ เรียบๆ ไมควรสวมใสเ สอื้ ทีม่ ีลายดอกโตๆ
หลายสเี ชน่ เดยี วกบั ผทู้ ีม่ ผี วิ ขาวอมชมพู มีระบาย และมเี นอ้ื ผาทบี่ างเบา)
• เพราะเหตุใดผูท่ีมีผิวคลํ้าจึงไมควรสวมใส
ขาวซดี เป็นสีผิวท่ีขาวมาก ซึ่งอาจดูเหมือนผู้ท่ีมีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง เคร่อื งแตง กายทมี่ สี โี ทนรอ น
ควรเลอื กสวมใสเ่ สอ้ื ผา้ โทนสคี อ่ นขา้ งเขม้ เพอ่ื ขบั สผี วิ ใหด้ เู ขม้ ขนึ้ เลก็ นอ้ ย (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอ ยา งอสิ ระ เชน เพราะจะทาํ ใหผ วิ ดคู ลาํ้
สองสี หรือสีนํ้าผง้ึ ควรเลอื กสวมใสเ่ สื้อผา้ ท่มี ีสีค่อนข้างออ่ น โดยเฉพาะสีผสมตา่ ง ๆ ทีด่ ู มากขนึ้ มองดแู ลว ไมส ะอาดตา จงึ ควรเลอื ก
ไม่ร้อนแรงจนเกนิ ไป ซงึ่ จะช่วยขับผิวใหด้ สู ว่างข้ึน สวมใสเ สอ้ื ผา ทม่ี โี ทนสกี ลางๆ เพอื่ ชว ยทาํ ให
สีผิวกับสีของเสื้อผามีความกลมกลืนกัน
คล้าํ ควรเลอื กสวมใส่เสอ้ื ผ้าสโี ทนกลาง ๆ ไม่อ่อนจนเกนิ ไป และไม่สดจน และชว ยใหผ วิ ดูขาวมากขึน้ )
เกินไป หรือเลือกโทนสีที่ค่อนข้างเข้ม เพราะสีโทนนี้จะช่วยท�าให้ผิว
ดูกลมกลนื กับเสือ้ ผา้ และยงั ทา� ใหผ้ ิวดูขาวข้ึนอีกดว้ ย
35เส้ือผ้าและเครื่องแต่งกาย
ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู
“นานาเปน ผหู ญิงวยั ทาํ งานที่มบี คุ ลิกแบบ Working Women” 1 เส้ือโปโล หากเปนเส้ือกีฬาควรเลือกที่สามารถซับเหง่ือไดดี เพ่ือใหเกิด
การแตง กายในขอใดบง บอกถงึ ลกั ษณะของนานาไดชดั เจนทีส่ ดุ ความรสู ึกเย็นสบาย ควรหลีกเล่ยี งเสื้อสขี าว หรือสีออ น เพราะจะทาํ ใหสกปรก
ไดง า ย คุณภาพของเนือ้ ผาอยูในระดับปานกลางถึงดี
1. สวมเสอื้ ยดื คอกลมสขี าว กางเกงยนี สเี ขม สวมรองเทา ผา ใบ 2 คอกลม เปนลกั ษณะของคอเส้ือท่ตี ัดกลม ไมม ีปก สวนใหญจ ะเปนเสอ้ื ยืด
2. สวมเสอ้ื เชติ้ มเี สอื้ สทู สวมทบั กางเกงเขา รปู สวมรองเทา สน สงู การสวมใสเส้ือคอกลมจะมีความเหมาะสมกับผูที่มีรูปรางผอม เนื่องจากชวย
3. สวมเสอื้ เชติ้ สอี อ น กระโปรงยาวสดี าํ คลมุ เขา สวมรองเทา สน สงู ปกปดชวงคอไมใหดูโดดเดนมากจนเกินไป จะชวยเสริมใหรูปหนามีความ
4. สวมเสอื้ แขนยาวคอเตา กระโปรงสดี าํ เหนอื เขา สวมรองเทา เรียวยาว ใบหนา และคางดูสมสวนมากยง่ิ ขน้ึ
3 สีท่ีสดใส เปนสีที่แสดงใหเห็นถึงความสนุกสนาน ร่ืนเริง เชน สีแดง
สนเต้ยี (ความกระตอื รอื รน ความมชี วี ติ ชวี า) สเี ขยี ว (ความสดชน่ื ) สเี หลอื ง (ความรน่ื เรงิ
ความสดใส) สีสม (ความมีชีวิตชีวา ความสนุกสนาน) สงเสริมใหบุคลิกดู
(วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะลักษณะของผูหญิงแบบ โดดเดน มีความคลอ งแคลว วอ งไว
Working Women จะมคี วามคลอ งแคลว สงู มคี วามมน่ั ใจในตวั เอง
ดังนั้น เส้ือผาท่ีสวมใสจึงตองมีขนาดพอดีกับตัว เพ่ือเสริมสราง
บคุ ลิกภาพและความมน่ั ใจทีเ่ พม่ิ มากขึ้น)
T41
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน รูปรา่ ง เสือ้ ผา้ เครอ่ื งแต่งกาย
ขนั้ ท่ี 2 ขน้ั วางแผนปฏบิ ตั ิ เลอื กเสอื้ ผา้ ทมี่ ลี วดลายตามขวาง จะชว่ ย สวมรองเท้าส้นเต้ีย ถือกระเป๋าใบใหญ่
สงู อ�าพรางหุ่นให้ดูกว้างขึ้น หรือเต้ียลง หสู ั้น คาดเข็มขดั ขนาดใหญ่ ไม่ใส่ต่างหู
11. ครูใหนักเรียนรวมกันวิเคราะหเก่ียวกับการ เช่น เสื้อลายขวาง กระโปรงบาน แบบห้อยยาว สรอ้ ยคอควรมีลักษณะสัน้
เลอื กเสอื้ ผา ใหเหมาะสมกับรปู ราง การเลอื ก
เสื้อผาเพื่ออําพรางจุดบกพรองของรูปหนา เลือกเสื้อผ้าที่มีลวดลายตามแนวยาว สวมรองเทา้ สน้ สงู ถอื กระเปา๋ ขนาดกลาง
และคอ และการเลอื กเส้ือผา ใหเ หมาะสมกบั เตย้ี ชว่ ยใหห้ นุ่ ดสู งู เพรยี วยง่ิ ขนึ้ เชน่ เสอื้ ลาย คาดเข็มขัดเส้นเล็กสีเดียวกับเสื้อผ้า
ฤดูกาล จากอาสาสมัครนักเรียนหญิงและ ตรงแนวต้ัง กระโปรงบานเลก็ นอ้ ย เคร่ืองประดบั ไมค่ วรใช้ชิ้นใหญ่
นกั เรยี นชายกลุมเดิม
เลือกเสื้อผ้าแบบเรียบเน้นสีเข้ม ควรมี สวมรองเท้าส้นสูง ถือกระเป๋าและคาด
12. ครถู ามนักเรียนวา อว น ลวดลายไม่เด่นมาก เช่น เส้อื คอแหลม เขม็ ขัดแบบเรยี บ ใชเ้ ขม็ กลดั ตดิ เสื้อเพอ่ื
• หากเพื่อนมีรูปรางเล็ก นักเรียนจะแนะนํา กระโปรงแคบรดั รปู ให้มจี ดุ สะดุดตา
ใหเพ่อื นแตงกายอยา งไร
(แนวตอบ ควรแตง กายดว ยเสอื้ ผา ทม่ี รี ปู แบบ เลือกเส้ือผ้าที่มีสีอ่อน ปกตั้ง แขนพอง สวมรองเทา้ ส้นเต้ีย หรือส้นสูงปานกลาง
สภุ าพและมสี สี นั เรยี บรอ ย ควรสวมใสเ สอื้ ผา ผอม จะชว่ ยใหด้ อู ว้ นขน้ึ เชน่ เสอ้ื ทตี่ กแตง่ ดว้ ย ถือกระเปา๋ หสู ้ัน ใช้ผ้าพันคอ สวมสรอ้ ย
ทมี่ ีลายตามแนวยาว เพราะจะชว ยใหด ูสูง ลูกไม้ระบาย กระโปรงบานยว้ ย ขอ้ มือ สรอ้ ยคอประดับแนบลา� คอ
มากข้ึน หากสวมเส้ือท่ีมีปก ปกเส้ือควร
มีขนาดท่ีเหมาะสม ไมเล็ก หรือใหญมาก ๖) การเลอื กเสอื้ ผา้ เพอ่ื อาํ พรางจดุ บกพรอ งของรปู หนา้ และคอ ควรพจิ ารณา ดงั น้ี
เกินไป จะทําใหคอดูส้ันลง)
• คนทช่ี ว งขาสน้ั ควรแตง กายอยา งไร เพอื่ เปน ลกั ษณะใบหน้า เสือ้ ผ้า
การอําพรางจุดบกพรอ งของตนเอง
(แนวตอบ ควรสวมใสกระโปรงสนั้ ท่มี ีความ หนา กลม เลือกสวมใสเ่ ส้ือคอวี เสอ้ื คอกวา้ ง เส้ือคอเปิด
ยาวเหนือเขา หรือคลุมเขา เปนกระโปรง
หรือกางเกงเอวสูง มลี ายตามแนวยาว เปน หนา เหล่ยี ม เลือกสวมใส่เสอ้ื คอวี เสื้อคอรูปตัวยู เสอ้ื คอเปิด
กระโปรงทรงสอบ หรอื กางเกงขาเดฟ)
• นกั เรยี นชอบฤดใู ดมากทส่ี ดุ และในฤดูนั้น หนา ยาว เลือกสวมใส่เสือ้ คอกลม
นักเรยี นจะแตงกายอยางไร
(แนวตอบ คําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของ คอสนั้ เลอื กสวมใส่เสือ้ คอเปดิ เส้อื คอต่า�
นักเรียน เชน ชอบฤดูหนาว เพราะจะได
สวมใสเสื้อผาที่มีความหนา เพื่อปองกัน คอใหญ เลอื กสวมใส่เสอื้ คอจนี เสอื้ คอต้ัง เสือ้ ทีม่ คี อแคบแตล่ ึก
อากาศเยน็ เสอ้ื ผา มรี ปู แบบทปี่ กปด รา งกาย
ไดอยางมิดชิด ชวยใหรางกายเกิดความ คอยาว เลือกสวมใส่เส้อื ปกตัง้ และใช้ผ้าพันคอทพี่ นั ชดิ กับคอ
อบอุน และปอ งกันการเกดิ โรคไขหวัดได)
• จากสภาพอากาศในปจจุบัน นักเรียนควร ๗) การเลอื กเสือ้ ผ้าให้เหมาะสมกับฤดูกาล ควรพิจารณา ดังนี้
เลอื กสวมใสเสอื้ ผาแบบใดจึงจะเหมาะสม
(แนวตอบ คําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของ ฤดรู ้อน ฤดฝู น ฤดหู นาว
นกั เรียน)
นิยมใส่สีสดใส เน้ือผ้าเบา ควรใส่สีเข้ม เนื้อผ้าไม่บาง นยิ มใส่สหี มน่ สีเข้ม เนอ้ื ผา้
สบาย เพื่อช่วยระบายความ จนเกินไป เพื่อช่วยอ�าพราง หนา เพื่อเพ่ิมความอบอุ่นให้
ร้อนให้กับร่างกาย รปู รา่ งเมื่อเสือ้ ผา้ เปยี กฝน แก่รา่ งกาย
3๖
เกร็ดแนะครู กิจกรรม สรางเสริม
ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกี่ยวกับลักษณะของคอเส้ือใหนักเรียนฟงวาคอเส้ือเปน ใหนักเรียนเขียนอธิบายรูปแบบและลักษณะการแตงกายของ
สวนของเส้ือที่ชิดคอ หรือควานเปนวง เพ่ือใชสวมศีรษะมีหลายประเภท เชน ตนเอง รวมถึงวิธีการเลือกสวมใสเสื้อผา พรอมติดภาพประกอบ
คอกลม เปน คอเสอื้ ทต่ี ดั กลม ไมม ปี ก คอวี เปน คอเสอ้ื ทต่ี ดั แหลมตรงกลางคลา ย ลงในกระดาษรายงาน จากนน้ั ออกมานําเสนอผลงานใหเ พอ่ื นชม
ตวั วี เรียกอกี อยางหนึง่ วา คอแหลม คอถว งเปนคอเสือ้ ท่ใี ชผ าเฉลยี งตดั ทําให หนาชั้นเรียน โดยใหเพ่ือนรวมช้ันเรียนรวมกันวิเคราะหลักษณะ
มลี กั ษณะจีบถวงเปนช้นั ๆ คอปาด เปน คอเสอื้ ท่ตี ดั ปาดตรงจากไหลซ า ยไปยงั การแตงกายของของตนวามคี วามเหมาะสมกบั รูปราง สผี ิว และ
ไหลขวา คอกระเชา เปน คอเสื้อทคี่ วานใหก วา งและลึก ทั้งขา งหนาและขา งหลัง บุคลิกภาพหรือไม
ในลกั ษณะของวงกลม และมจี ีบรูดบริเวณคอพับ คอเช้ติ เปน ปกเสอ้ื แบบตดิ คอ
ปลายปกแหลม จะมสี าบเชอ่ื มระหวางปกกับตวั เสอ้ื เพ่ือใหปกต้ังขน้ึ คอฮาวาย กจิ กรรม ทา ทาย
เปน ปกเสอื้ ชนดิ ปลายแหลม สาบตอนบนจะแบะออก เพอ่ื ใหร บั กบั ปก คอกะลาสี
เปน ปกเสอื้ แบบกะลาสี ดา นหนา มลี กั ษณะแหลมแบะออกดา นขา ง สว นดา นหลงั ใหน กั เรยี นจบั คู จากนนั้ ออกแบบเครอื่ งแตง กายใหก นั และกนั
เปน รูปสี่เหลยี่ ม โดยคํานึงถึงรูปราง สีผวิ และบคุ ลิกภาพเปนหลกั จากนนั้ ออกมา
นําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาช้ันเรียน พรอมอธิบายแนวคิด
T42 ในการออกแบบเครอื่ งแตง กายดังกลาว
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
การ¢¨ัดรอÂเปœอ„ ¹º¹เสอ้ื ผ้า กอ่ นขจดั รอยเปอ นบนเสอ้ื ผา้ ควร ขน้ั สอน
พิจารณาก่อนว่ารอยเปอนนั้นเกิดจาก
สิ่งใด และควรเลือกใช้สารให้ถูกต้อง ขน้ั ท่ี 2 ขน้ั วางแผนปฏบิ ตั ิ
ตามชนดิ ของรอยเปอ นนน้ั ๆ ซงึ่ รอยเปอ น
ทพี่ บเหน็ บอ่ ยๆ ในชวี ติ ประจา� วนั มดี งั นี้ 13. ครใู หน กั เรยี นแตล ะกลมุ สง ตวั แทนกลมุ ละ 1 คน
ออกมาจับสลากหัวขอสถานการณตางๆ ที่
ñ. รอÂเปอ„œ ¹ËมÖกËÂด ö. รอÂเปอœ„ ¹¹í้ามั¹ ครูกําหนดขึ้น เพื่อรวมกันออกแบบเครื่อง
ถา เปน รอยเปอ นใหม ใหข ยใ้ี นนาํ้ ผสมสารซกั ฟอก เชด็ ดว ยเปอรคลอโรเอทิลีนและซกั ในนํา้ สบู หรือ แตงกายใหเหมาะสมกบั สถานการณดังกลาว
หากมีรอยเปอนตกคางใหใชกรดออกซาลิกผสมนํ้า สารละลายอน่ื ๆ หรอื ใชผ า ขนหนู หรอื ผา ฝา ยรองดา นลา ง โดยสถานการณที่ครูกําหนดข้ึน คือ การไป
หรือไฮโดรเจนเปอรออกไซด แชเฉพาะสวนท่ีเปอน เทคารบอนเตตระคลอไรดลงไปท่ีรอยเปอน เช็ดดวย สัมภาษณงาน การไปรวมงานมงคลสมรส
บบี มะนาวลงไป ทงิ้ ไว ๒ นาที นาํ ไปผงึ่ แดด ๓ ช่ัวโมง สาํ ลี หรอื ผาแหง นาํ ไปซักในนาํ้ อนุ ท่ผี สมสารซักฟอก การไปติดตอสถานที่ราชการ การไปซ้ือของ
แลว นําไปซักตามปกติ ที่หางสรรพสินคา การไปรวมงานสวดพระ
÷. รอÂเป„อœ ¹äอÈกรมÕ อภิธรรม การไปรวมงานทําบุญขึ้นบานใหม
ò. รอÂเปœอ„ ¹ลÔปสตÔก 1 เช็ดดวยแอลกอฮอล หรือนําไปตมในน้ําผสม และการไปวัด เน่ืองในเทศกาลสําคัญทาง
เชด็ ดว ยคารบ อนเตตระคลอไรด โดยกลบั เอาดา น สารละลายโซเดยี มไทโอซลั เฟต หรอื นําไปซกั ในน้ําอนุ ศาสนา
ผสมดวยผงซักฟอก หรือใชมะนาวถูบริเวณรอยเปอน
ในออก ดา นลา งรองดว ย2ผา ฝา ย เชด็ ทางกลบั ดา น ซกั ดว ย แลวนําไปซักตามปกติ ขนั้ ที่ 3 ลงมอื ปฏบิ ตั ิ
น้ํารอนผสมผงซักฟอก หรือใชวาสลีนทาตรงท่ีเปอน ø. รอÂเปœอ„ ¹¹มและ¤รมÕ 3 14. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันออกแบบ
แชใ นน้ําผสมเกลือ ทิง้ ไว ๑ คนิื รอยเปอนจะหายไป เชด็ ดว ยสารฟอกขาวไฮเปอรค ลอไรด ซกั ในนาํ้ อนุ เครื่องแตงกายใหเหมาะสมกับสถานการณ
ผสมสารซกั ฟอก หรอื นาํ แปง ฝนุ มาโรย ใชก ระดาษชาํ ระ ที่จับสลากไดกลุมละ 1 ชุด พรอมท้ังเลือก
ó. รอÂเป„œอ¹ªา กาแ¿ วางทับ นําเตารีดท่ีรอนพอสมควรวางทับบนกระดาษ ตวั แทนกลมุ เพอ่ื เปน ตน แบบในการใสช ดุ ตาม
ถารอยเปอนยังไมแหง ใหนําแปงขาวเจา หรือ จนแปง ดดู คราบมันออกหมด จงึ นําไปซักตามปกติ ท่ีไดออกแบบไว โดยจะตองคํานึงถึงรูปราง
แปง ขา วเหนยี ว หรอื แปง ฝนุ โรยลงบนรอยเปอ น เพอื่ ให สผี วิ บคุ ลกิ ภาพ เพศ วยั ฤดกู าล โอกาส และ
แปงดูดซบั รอยเปอ น ทิง้ ไวใ หแหง ใชแปรงปด แปง ออก กาลเทศะรว มดว ย จากนน้ั บนั ทกึ ขนั้ ตอนการ
แลวซกั ดวยสารซกั ฟอกตามปกติ ปฏิบัติงานลงในใบงานท่ี 3.1.1 การเลือกใช
เสื้อผาและเคร่ืองแตงกาย
ô. รอÂเปœ„อ¹เลอื ด
ถา เปน ผา ฝาย หรอื ผา ลินนิ ใหน ําไปแชน ํ้าและใช 15. ครูใหนักเรียนแตละกลุมแบงหนาที่ความ
แอมโมเนียเจือจางเช็ด แลวนําไปซัก หรือใชแปงมัน รับผิดชอบในการจัดเตรียมเสื้อผาตามที่ได
ผสมน้ําใหขนเหมือนแปงเปยกทารอยเปอน ท้ิงไว ออกแบบไว เพอ่ื นาํ มาใหต น แบบเปน ผสู วมใส
ประมาณ ๔ ช่วั โมง แลวนาํ ไปซกั ตามปกติ และนาํ เสนอผลงานในช่วั โมงถัดไป
õ. รอÂเปœ„อ¹Ëมาก½รงั่ 16. ครใู หน กั เรยี นแตล ะกลมุ รว มกนั แตง กายใหก บั
ใชน้ําแข็งถูใหหมากฝรั่งจับตัวเปนกอน แลวใช ตนแบบในชุดที่ไดออกแบบไว โดยใหแตละ
สันมีดขดู หมากผรง่ั ออก เชด็ ดว ยสารละลายเปอรค ลอ- กลุมผลัดกันออกมานําเสนอผลงานใหเพ่ือน
โรเอทลิ นี หรอื คารบ อนเตตระคลอไรด หรอื แอลกอฮอล ชมหนา ชนั้ เรยี น จากนนั้ ใหเ พอื่ นรว มชน้ั เรยี น
แลวจงึ นําไปซักในนาํ้ สบูออน รวมกนั เสนอแนะเพมิ่ เตมิ
37เสื้อผ้าและเคร่ืองแต่งกาย
ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู
ถา หากเสอ้ื มรี อยเปอ นหมกึ ปากกาลกู ลนื่ ควรแกป ญ หาดงั กลา ว 1 คารบอนเตตระคลอไรด เปน สารเคมที ี่นาํ มาใชในอตุ สาหกรรมหลายอยา ง
อยา งไร ในอดตี เชน เปนนา้ํ ยาซักแหง กาํ จัดคราบสกปรกบนเส้อื ผา เปน นา้ํ ยาทําความ
สะอาดลางคราบมัน เปนสารกําจัดศัตรูพืช เปนสารดับเพลิง ซ่ึงกอใหเกิด
1. เช็ดดว ยไฮโดรเจนเปอรออกไซด อนั ตรายตอ รา งกาย หากสมั ผสั ถูกผิวหนังจะทาํ ใหเ กดิ การอักเสบ ระคายเคอื ง
2. แชในนา้ํ อนุ แลวซกั ดว ยน้าํ ยาซกั แหง สงผลตอ ระบบทางเดินหายใจ และทาํ ลายโอโซน ปจ จุบันสารเคมีชนิดนถี้ ูกจัด
3. ใชฟ องนํ้าชุบแอลกอฮอลเ ช็ดรอยเปอ น แลว นําไปซักตาม ใหเปนสารอันตรายตามพระราชบัญญัติวัตถอุ ันตราย
2 ผงซกั ฟอก หากซกั ไมส ะอาด หรอื ลา งผงซกั ฟอกไมห มด สารเคมที ห่ี ลงเหลอื
ปกติ อยูบนเนื้อผา อาจกอใหเ กดิ การระคายเคืองตอผวิ หนังได
4. ใชผ าฝาย หรือผาขนหนเู ชด็ รอยเปอ น และใชกอนน้ําแขง็ 3 สารฟอกขาวไฮเปอรค ลอไรด เปน สารเคมที ใ่ี ชใ นอตุ สาหกรรมการฟอกยอ ม
เสนดาย เย่ือกระดาษ ใชเปนสารฆาเช้ือโรคในน้ํา ขอควรระมัดระวังในการ
ถูแรงๆ ใชงาน คือ หา มไมใหสมั ผัสถูกผวิ หนงั เพราะจะทาํ ใหเ กดิ การระคายเคืองได
(วเิ คราะหคาํ ตอบ ตอบขอ 3. เพราะผา ทเ่ี ปอนหมกึ ปากกาลกู ล่ืน T43
สามารถกําจัดรอยเปอนได โดยการใชฟองนํ้าชุบแอลกอฮอล
เชด็ บรเิ วณรอยเปอ น แลว นําไปซักตามปกติ หรือใชน าํ้ มนั เบนซิน
เช็ดรอยเปอน แลวโรยผงซักฟอก ขย้ีบริเวณรอยเปอน น้ําหมึก
ปากกาจะคอยๆ จางลง)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ò การเลือกซ้ือเส้อื ผา และเครอ่ื งแตง กาย
การซอื้ เสอื้ ผา้ และเครอื่ งแตง่ กาย ควรเลอื กซอื้ ตามความจา� เปน็ และความเหมาะสม นอกจากน้ี
ขนั้ ที่ 3 ลงมอื ปฏบิ ตั ิ ควรพจิ ารณาอยา่ งรอบคอบกอ่ นตดั สนิ ใจซอ้ื ทกุ ครงั้ โดยคา� นงึ ถงึ รปู รา่ ง สผี วิ เพศ วยั บคุ ลกิ ภาพของ
ผสู้ วมใส่ โอกาสในการใชง้ าน ราคา ตลอดจนวธิ กี ารดแู ลรกั ษาเสอื้ ผา้ และเครอ่ื งแตง่ กายอยา่ งถกู ตอ้ ง
17. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันวิเคราะห
หลักการเลือกซ้ือเส้ือผาและเคร่ืองแตงกาย ๒.๑ หลักการเลอื กซอื้ เส้ือผา้ และเคร่อื งแตง่ กาย
จากสถานการณที่จับสลากได จากน้ันสง
ตัวแทนกลุมละ 1 คน ออกมานาํ เสนอผลการ กอ่ นการเลอื กซอ้ื เสอ้ื ผา้ และเครอ่ื งแตง่ กาย ควรคา� นงึ ถงึ ประโยชนใ์ นการใชส้ อย ความสะดวกสบาย
วิเคราะหใ หเ พื่อนฟง หนา ช้ันเรียน ในการสวมใส่ ความเหมาะสมกบั วยั และบคุ ลกิ ภาพ หลกั การเลอื กซอ้ื เสอื้ ผา้ และเครอ่ื งแตง่ กาย มดี งั นี้
18. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การเลือกซื้อเสื้อผา ๑ 2
และเคร่ืองแตงกาย ควรเลือกซื้อตามความ
จาํ เปน และความเหมาะสมในการใชง าน และ ตรวจดแู นวตะเข็บ โดยตะเขบ็ สังเกตลายตามรอยต่อแต่ละ
ควรพิจารณาอยางรอบคอบกอนตัดสินใจซื้อ ต้องเย็บเรียบร้อยและถ่ี เพ่ือ สว่ นใหต้ รงพอดี ดแู ลว้ ไมข่ ดั ตา
โดยคาํ นึงถึงรปู ราง สผี ิว บุคลิกภาพ เพศ วยั ความแขง็ แรง ทนทาน
ฤดูกาล โอกาส และกาลเทศะ ตลอดจนวิธี
การดแู ลรกั ษาเสอ้ื ผา และเครอ่ื งแตง กายอยา ง 3 4
ถูกตอง”
ควรตรวจสอบเส้ือผ้าในแสง เลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับ
19. ครถู ามนักเรียนวา ธรรมชาติ หรือใต้แสงสีขาว รูปร่างของตนเอง เพ่ือเพ่ิม
• นักเรียนเคยเลือกซ้ือเส้ือผาและเคร่ือง ความมัน่ ใจ
แตง กายดว ยตนเองหรอื ไม ถา เคย มวี ธิ กี าร
ในการเลอื กซ้อื อยา งไร 5 ๖
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอ ยางอสิ ระ) ตรวจสอบความเรยี บรอ้ ยของ ตรวจสอบสัญลักษณ์บนป้าย
• เมอ่ื ตอ งเลอื กซอ้ื เสอ้ื ผา ควรพจิ ารณาถงึ สงิ่ ใด ตะเขบ็ ดา้ นใน โดยตะเขบ็ ตอ้ ง เส้ือผ้าจะได้ใช้งานและดูแล
เปน สาํ คญั ไมข่ าด หรอื หลุดลุย่ ง่าย รักษาไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
(แนวตอบ พิจารณาจากราคาของสินคา
พิจารณาจากคณุ ภาพของสินคา) 7 ๘
20. ครูขออาสาสมัคร 2-3 คน ออกมาเลา น�ากระดาษจดบันทึกสัดส่วน เลอื กเครอ่ื งแตง่ กายทส่ี ามารถ
ประสบการณเ กยี่ วกบั การเลอื กซอื้ เสอื้ ผา และ ไปด้วย ในกรณฝี ากผอู้ น่ื ซ้ือ น�ามาประยุกต์ได้กับทุกยุค
เคร่ืองแตงกายของตนเองวามีวิธีการอยางไร ทกุ สมัย
ใหเ พอ่ื นฟง หนา ชน้ั เรยี น จากนนั้ ใหเ พอ่ื นรว ม
ช้ันเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นวาเพื่อน 9 ๑0
คนดงั กลา วมวี ธิ กี ารเลอื กซอื้ เสอ้ื ผา และเครอื่ ง
แตง กายที่ถูกตอ ง เหมาะสมหรือไม อยางไร เลอื กเสอื้ ผา้ ทมี่ สี สี นั สดใส หรอื จดรายการเสื้อผ้าที่ซ้ือไว้
เลือกให้เหมาะสมกับเสื้อผ้า เพอ่ื ปอ้ งกนั การซอื้ ซา้� หรอื ซอ้ื
ท่มี อี ยเู่ ดมิ เกินความจา� เป็น
3๘
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกย่ี วกบั วธิ กี ารเลอื กขนาดของเสอ้ื ผา สาํ เรจ็ รปู ใหน กั เรยี น ผทู ม่ี รี ปู รา งผอม สงู ควรเลอื กสวมใสเ สอ้ื ผา แบบใดจงึ จะมคี วาม
ฟง วา เสอ้ื ผา สาํ เรจ็ รปู จะมขี นาดระบไุ ว อาจอยบู รเิ วณคอปก ขอบเอว ตะเขบ็ ขา ง เหมาะสม
โดยมีการระบขุ นาดเปนนว้ิ หรอื ใชอ กั ษรยอ S, M, L, XL เชน
1. เนน โทนสดี าํ รดั รูป
• S ชาย รอบอก 36 น้วิ ยาว 27 น้วิ หญิง รอบอก 34 น้ิว ยาว 24 น้ิว 2. ใสเสอ้ื ลายดอกไมเ ล็กๆ
• M ชาย รอบอก 38 นิ้ว ยาว 27 น้วิ หญงิ รอบอก 36 น้ิว ยาว 27 นวิ้ 3. เลือกทม่ี เี สนลายแนวดิง่ ตามลําตัว
• L ชาย รอบอก 40 น้ิว ยาว 28 นิ้ว หญงิ รอบอก 38 นิ้ว ยาว 27 นวิ้ 4. โทนสีสวา งและพ้นื เปนเสนลายขวาง
• XL ชาย รอบอก 42 นว้ิ ยาว 29 นว้ิ หญงิ รอบอก 40 นิ้ว ยาว 28 น้ิว
(วเิ คราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 4. เพราะผทู ม่ี รี ปู รา งผอม สงู ควรเลอื ก
สื่อ Digital สวมใสเส้ือผา ท่ีมโี ทนสีสวาง มลี วดลายโดยเฉพาะลายขวาง ควร
หลกี เลยี่ งการสวมใสเ สอ้ื ผา ทม่ี โี ทนสเี ขม อยา งสดี าํ เพราะจะทาํ ให
ศกึ ษาเพมิ่ เตมิ เกย่ี วกบั มาตรฐานขนาดเสอ้ื ผา สาํ เรจ็ รปู ไดท ่ี https://www. เหน็ ความผอมเดนชัด แตถ า หากตองการสวมใส ควรเลอื กเสื้อผา
monamafifia.com/shirt-size-chart/ ใหม ีขนาดใหญก วาลาํ ตัว)
T44
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
๒.๒ วิธกี ารเลือกซื้อชุดช้ันใน1 ขนั้ สอน
การเลอื กซอื้ ชดุ ชนั้ ใน ควรคา� นงึ ถงึ ความสะดวกสบายในการสวมใส่ ซง่ึ ชดุ ชน้ั ในมที งั้ ชนดิ ทท่ี า� ดว้ ย ขน้ั ท่ี 3 ลงมอื ปฏบิ ตั ิ
ใยฝา้ ยและใยสงั เคราะห์ ดงั นน้ั การเลอื กชดุ ชน้ั ในแตล่ ะชนดิ ควรพจิ ารณาตามความเหมาะสม ดงั นี้
21. ครูถามนกั เรียนวา
เส้ือชัน้ ในสตรี • แนวตะเข็บแนน่ หนา ทนทาน • ในการเลอื กซอ้ื เสอ้ื ชนั้ ในสตรี ควรพจิ ารณา
• เกบ็ รูปทรงได้มิดชดิ แนบกับตวั จากสง่ิ ใด
• สายแขนเสอ้ื รน่ ใหส้ นั้ -ยาวได้ หรอื เลอื กแบบทเี่ หมาะสม (แนวตอบ ควรพิจารณาแบบที่เก็บรูปทรง
เป็นเสื้อที่ใชป้ กปดิ หนา้ อกและยกหน้าอก เพื่อ กับรูปร่างของผสู้ วมใส่ มีขนาดพอดีกับตัว สวมใส่สบาย ไดมิดชิด เมื่อใสตองแนบกับตัว มีการ
ใหไ้ ดร้ ปู ทรง ซงึ่ ควรเลอื กเสอ้ื ชน้ั ในทร่ี อบอกและ • เลือกทมี่ ตี ะขอเกีย่ วด้านหลงั มากกวา่ ๑ แถว เย็บตะเข็บแนนหนา ทนทาน เลือกแบบ
รอบใตอ้ กสมดลุ กนั • ควรลองใส่ทกุ ครง้ั กอ่ นตดั สนิ ใจซือ้ ที่เหมาะสมกับรูปราง มีขนาดพอดีตัว
สวมใสสบาย และควรเลือกที่มีตะขอเก่ียว
เสื้อทบั ชนั้ ในสตรี • เนอื้ ผา้ นมุ่ สวมใสส่ บาย ไมห่ นาจนเกนิ ไป แนบตวั ผสู้ วมใส่ ดา นหลงั มากกวา 1 แถว)
• แนวตะเข็บเรยี บเนยี น ตะเขบ็ ทัง้ ๒ ข้างยาวเทา่ กนั และ • ในการเลือกซ้ือเสื้อทับชั้นในสตรี ควร
ชายเสื้อทกุ ด้านอยู่ในแนวเดียวกนั พิจารณาจากสง่ิ ใด
• แบบมคี วามเหมาะสมกบั รปู รา่ งของผสู้ วมใสแ่ ละเหมาะสม (แนวตอบ ควรพจิ ารณาแบบทม่ี คี วามเหมาะสม
เปน็ เสอื้ ทสี่ วมทบั ดา้ นใน เพอื่ ปกปดิ สดั สว่ นและ กับเสือ้ ชนั้ นอก กับรูปรางของผูส วมใส เม่ือใสตอ งแนบกบั
เสื้อชน้ั ใน ใชส้ วมเมอื่ เสอื้ ชนั้ นอกเป็นเสื้อผ้าที่มี • ความยาวของตวั เส้ือทับในควรส้นั กวา่ เส้อื ช้นั นอก ตวั มลี กั ษณะเนยี นนมุ สวมใสส บาย ตะเขบ็
เน้อื บาง หรอื มรี อยฉลุของผ้าลูกไม้ • ท�าความสะอาดได้ง่าย เช่น ซักธรรมดาได้ แห้งเร็ว ทงั้ 2 ขางยาวเทากนั และชายเส้อื ทุกดา น
ซับเหง่อื ไดด้ ี อยูใ นแนวเดียวกัน)
• ในการเลอื กซอ้ื กางเกงใน ควรพจิ ารณาจาก
กางเกงใน • เลือกแบบทีย่ างรอบโคนขาไม่ระคายต่อผิว วงขากว้าง ส่งิ ใด
พอดี ขอบมยี างยืดกระชับ (แนวตอบ ควรพิจารณาแบบท่ีมีวงขากวาง
• แนวตะเขบ็ แนน่ หนาและประณีต เรยี บรอ้ ย พอดี ขอบยางยดื กระชบั เมอ่ื สวมใส การเยบ็
เป็นชุดช้ันในท่ีมีเน้ือผ้าระบาย ช่วยปกปิด • ท�าด้วยผา้ ฝ้าย ซบั เหง่ือไดด้ ี ยดื หย่นุ ดี สวมใส่สบาย ตะเขบ็ แนนหนา ทาํ ดวยผา ฝา ย ยืดหยุน ได
ชว่ งขาหนบี และบรเิ วณอวยั วะเพศ มชี อ่ งเปดิ ให้ • หากเป็นกางเกงในชายขอบเอวยางยืดควรมีขนาดกว้าง ดี สวมใสสบาย)
ขาท้งั ๒ ข้างลอดได้ ขอบกางเกงเปน็ ยางยดื อย่างนอ้ ย ๑ น้ิว ส่วนกางเกงในสตรขี อบเอวยางยืดควร • “การเลือกซ้ือชุดชั้นในควรเลือกซื้อให
กวา้ งไม่เกนิ ๐.๕ น้ิว เหมาะสมกบั การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมในแตล ะวนั ”
จากขอความนี้ นักเรียนเห็นดวยหรือไม
เสอ้ื กล้ามชาย • ท�าจากผ้าฝา้ ย ซมึ ซบั เหงื่อได้ดี มีความยืดหยนุ่ ดี อยางไร
• ชายเสือ้ ยาวเสมอกนั โดยรอบ (แนวตอบ เห็นดว ย เพราะในแตละวันจะมี
• มขี นาดเหมาะสมกับผสู้ วมใส่ ได้แก่ กจิ กรรมทตี่ อ งปฏบิ ตั แิ ตกตา งกนั ไป จงึ ควร
ขนาดเลก็ เบอร์ S รอบอก ๓๔-๓๖ นว้ิ เลือกซื้อชุดชั้นในใหเหมาะสมกับกิจกรรม
เปน็ เสอื้ ทส่ี วมทับดา้ นใน มกั ใสเ่ ป็นเส้อื ล�าลอง ขนาดกลาง เบอร์ M รอบอก ๓๘-๔๐ นิว้ ที่ตองปฏิบัติ เชน หากตองออกกําลังกาย
ส่วนใหญจ่ ะสวมใสเ่ ปน็ สีขาวและสีดา� มวี งแขน ขนาดใหญ่ เบอร์ L รอบอก ๔๒-๔๔ นวิ้ หรือตองเคล่ือนไหวรางกายมากเปนพิเศษ
กว้าง คอลึก ขนาดใหญ่พิเศษ เบอร์ XL รอบอก ๔๖ นิ้ว ควรเลือกสวมใสชุดช้ันในท่ีมีความกระชับ
หรือชุดชั้นในสําหรับการออกกําลังกาย
39เส้ือผ้าและเคร่ืองแต่งกาย โดยเฉพาะ)
ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
ผหู ญงิ และผชู ายควรเลอื กสวมใสช ดุ ชนั้ ในอยา งไร เพอื่ สขุ ภาพ ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกี่ยวกับวิธีการเลือกซ้ือชุดช้ันในใหนักเรียนฟงวา การ
อนามยั ทีด่ ี เลอื กซอ้ื ชดุ ชน้ั ในควรเนน ทส่ี วมใสส บาย ไมค บั หรอื หลวมจนเกนิ ไป ซงึ่ ชดุ ชนั้ ใน
บางชนิดอาจทาํ ใหเกดิ อาการแพและเกิดผืน่ ขน้ึ ได ดังน้นั จึงควรพิจารณาอยา ง
(แนวตอบ ผูหญิง มหี ลักในการเลอื ก ดงั นี้ รอบคอบกอ นตดั สนิ ใจซือ้ เพ่อื สุขภาพอนามัยทีด่ ี
• เส้ือช้ันใน ควรเลือกที่เก็บทรงหนาอกไดอยางมิดชิด เลือก
นักเรียนควรรู
ขนาดใหพ อดกี บั หนา อกและรอบตวั ไมค บั หรอื หลวมเกนิ ไป
• กางเกงใน ควรเลือกขนาดใหพอดีตัว เน้ือผานุม ระบาย 1 ชุดชน้ั ใน การทําความสะอาดทําไดห ลายวิธี เชน หากซักดวยมอื ใหเปดนํ้า
เบาๆ โดยปลอ ยใหนา้ํ ไหลผานเส้ือชน้ั ใน เพอื่ ปองกนั ไมใหเ สียทรง บบี ฟองนา้ํ
อากาศไดด ี เบาๆ เพื่อไลนา้ํ ออก ซักดว ยนา้ํ ยาซักผา หรอื สบูเหลว หากซกั ดวยเครอ่ื งซักผา
ผชู าย มหี ลักในการเลอื ก ดงั น้ี ใหใสในถุงถนอมผา เพ่ือปองกันไมใหเสียทรง เก็บสายใหเรียบรอย นําเขา
• เสอื้ กลา ม ควรเลอื กทผี่ ลติ จากผา ฝา ย ขนาดใหพ อดกี บั รอบตวั เคร่ืองปน ในโหมดถนอมผา ซักดวยนํ้ายาซักผาสาํ หรับชดุ ชั้นใน
ไมคับ หรือหลวมจนเกินไป ซึมซับเหง่ือและระบายอากาศ T45
ไดด ี มีความยืดหยุน
• กางเกงใน ควรเลอื กขนาดใหพ อดตี วั ขอบเอวกวา งอยา งนอ ย
1 น้ิว เนอ้ื ผานุม ระบายอากาศไดด ี ไมระคายเคอื งผวิ )
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน ๒.๓ วิธกี ารเลอื กซื้อชุดช้ันนอก
ขน้ั ท่ี 3 ลงมอื ปฏบิ ตั ิ ชดุ ชน้ั นอกเปน็ เสอื้ ผา้ ทม่ี จี า� หนา่ ยโดยทวั่ ไป มกี ารบอกขนาดโดยใชอ้ กั ษรยอ่ เชน่ ขนาดเลก็ ใช้
อกั ษร A ขนาดกลางใช้อักษร B ขนาดใหญ่ใช้อักษร C หรือมกี ารบอกขนาดเป็นนวิ้ โดยใช้สดั ส่วน
22. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “เส้ือผาท่ีมีจําหนาย จากรอบเอว เชน่ ๒๔ นว้ิ ๒๖ นว้ิ หรือบอกขนาดรอบอก เช่น ๓๒ นิ้ว ๓๔ นิว้ ซง่ึ การเลือกซ้ือ
ทว่ั ไปบางชนิดจะบอกขนาด โดยใชอ ักษรยอ ชดุ ชน้ั นอกควรพจิ ารณา ดังน้ี
เชน ขนาดเล็กใชอักษร A ขนาดกลางใช
อกั ษร B ขนาดใหญใ ชอกั ษร C บางชนิดจะ เสอ้ื ผหู้ ญิง • แบบ สี ขนาดเหมาะสมกบั รปู รา่ ง1และบคุ ลกิ ภาพของผสู้ วมใส่
บอกขนาดเปนน้ิว โดยใชสัดสวนจากรอบเอว
เชน 24 นว้ิ 26 นิ้ว 28 นิ้ว หรือบางชนิดจะ เปน็ เครอ่ื งแตง่ กายทม่ี แี บบ • เส้อื มกี ระดุม การเย็บกระดุมและรังดุมจะต้องมีความแขง็ แรง
บอกขนาดรอบอก เชน 32 นว้ิ 34 น้ิว 36 น้วิ ” ให้เลือกสวมใส่หลากหลาย • เนอื้ ผา้ มคี วามทนทาน สไี มล่ อก สไี มต่ ก เกรนผา้ ตอ้ งตรงไปในทศิ ทางเดยี วกนั
เพ่ือให้ผู้สวมใส่สามารถ • การเย็บตะเข็บสม่�าเสมอ เรียบ และมีขนาดเท่ากัน ด้ายเย็บใช้สีเดียวกัน
23. ครูถามนักเรียนวา เลือกสวมใส่ได้ตามความ
• หากตองการซื้อเส้ือ นักเรียนจะมีหลัก เหมาะสมกับโอกาส กับเนือ้ ผา้
ในการเลือกซือ้ อยา งไร • ชายเสื้อทงั้ ๒ ดา้ นเทา่ กนั และพบั ชายมขี นาดเหมาะสมกบั แบบ
(แนวตอบ คําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของ • ถา้ เปน็ เสอื้ ทส่ี อยชายเสอ้ื และปลายแขน จะตอ้ งสอยเรียบร้อย แน่นหนา
นกั เรยี น เชน พจิ ารณาเลอื กซอื้ จากรปู แบบ • สะดวกสบายในการสวมใส่ สามารถเคล่ือนไหวร่างกายได้อย่างคลอ่ งแคล่ว
สี ขนาด ทเี่ หมาะสมกับรูปรา ง บุคลกิ ภาพ • เนอ้ื ผา้ เหมาะสมกบั การใชง้ าน เหมาะสมกบั สภาพแวดล้อม หรอื ฤดูกาล
สีผวิ และวยั ของตนเอง การตดั เยบ็ มคี วาม
เรยี บรอย ความทนทานของเนื้อผา) กระโปรง • แบบ สี ขนาดเหมาะสมกบั รปู รา่ งและบคุ ลกิ ภาพของผสู้ วมใส่
• นักเรียนหญิงควรมีหลักในการเลือกซ้ือ • เนื้อผา้ มคี วามทนทาน ไมบ่ างจนเกนิ ไป สีไม่ลอก สีไมต่ ก
กระโปรงของตนเองอยางไร เป็นเครื่องแต่งกายส�าหรับ • ตะเขบ็ ขา้ งทัง้ ๒ ข้างยาวเท่ากนั การกนั ร่ยุ ริมตะเขบ็ เรยี บร้อย แน่นหนา
(แนวตอบ คําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของ สตรีทุกวัย มีรูปแบบการ • การเย็บตะเข็บสม�่าเสมอ ด้ายเย็บใช้สีเดียวกับเน้ือผ้า ถ้าเป็นกระโปรง
นกั เรยี น เชน เนอ้ื ผา ไมบ างเกนิ ไป ขนาดและ ตัดเย็บที่หลากหลาย เช่น
ความยาวของกระโปรงมีความเหมาะสม กระโปรงทรงตรง กระโปรง สอยชาย จะตอ้ งสอยเรยี บร้อย แน่นหนา
กบั รปู รา ง และบคุ ลกิ ภาพของตน การตดั เยบ็ ทรงเอ กระโปรงจบี รอบตวั • ความยาวของกระโปรงเหมาะสมกบั รปู ร่างและกาลเทศะ
ทีป่ ระณตี เรยี บรอ ย) • หากเน้ืิอผ้าท่ีน�ามาตัดเย็บกระโปรงบางจนเกินไปต้องมีการตัดซับใน
• นักเรียนชายควรมีหลักในการเลือกซื้อเสื้อ
ของตนเองอยางไร หรืออดั กาวเพม่ิ
(แนวตอบ คําตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของ
นักเรียน เชน รอบวงแขนกวางพอดี ไหล เส้อื ผ้ชู าย • เน้ือผา้ มคี วามทนทาน สีไม่ลอก สีไม่ตก รอบวงแขนกว้างพอดี
ทัง้ 2 ขางยาวเทากัน ไมต ึง หรอื ยน มีการ • การกันร่ยุ ริมตะเข็บประณตี เรยี บรอ้ ย ไหลท่ ั้ง ๒ ข้างยาวเทา่ กนั ไมต่ งึ
เย็บตะเข็บท่ีประณีต เรียบรอย หากเปน เปน็ เครอื่ งแตง่ กายทม่ี แี บบ
เส้ือแขนยาวควรยาวปดขอมือ สาบปลาย ให้เลือกสวมใส่หลากหลาย หรอื ไม่ยน่
แขนเสอื้ เยบ็ เรยี บรอย) เพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถ
เลือกสวมใส่ได้ตามความ • เสือ้ มกี ระดุม ก2ารเยบ็ กระดมุ และรังดมุ จะต้องมีความแขง็ แรง ทนทาน
เหมาะสมกบั โอกาส
• ถ้าเป็นเสือ้ เช้ิต หรอื เสือ้ ฮาวาย ปกทงั้ ๒ ขา้ งตอ้ งเท่ากันและเหมอื นกัน
• การเย็บตะเข็บประณตี เรยี บร้อย ความยาวแขนพอดี ถ้าเปน็ แขนยาวควร
ยาวปดิ ข้อมือ สาบปลายแขนเย็บเรียบร้อย
• ควรอ่านป้ายท่ีเย็บติดกับคอเสื้อด้านหลัง ซึ่งจะมีรายละเอียดเก่ียวกับ
ช่ือทางการค้า บริษัทผู้ผลิต บอกขนาดของเส้ือ เช่น SIZE ๑๕, ๓๓
หมายถงึ รอบคอ ๑๕ น้ิว และความยาวแขนถึงข้อมอื ยาว ๓๓ น้ิว
40
นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคดิ
1 ขนาดเหมาะสมกับรูปราง การเลือกกระโปรงใหมีความเหมาะสมกับ ผหู ญงิ ทม่ี รี ปู รา งอว นและผหู ญงิ ทมี่ รี ปู รา งผอม จะมหี ลกั ในการ
รูปราง ควรพิจารณาจากผูท่ีตนขาใหญ ควรเลือกกระโปรงทรงตรงแบบเรียบ เลือกใชและเลอื กซอ้ื กระโปรงท่ีแตกตางกันอยางไร
ยาวประมาณนอง หรือกระโปรงทรงเอ ควรหลีกเล่ียงกระโปรงรัดพอดีตัว
ผูท่ีเอวหนา ควรเลือกกระโปรงทรงเอวสูง ผูที่ขาส้ัน ควรเลือกกระโปรงทรงเอ (แนวตอบ ผูหญิงที่มีรูปรางอวน ควรเลือกกระโปรงทรงเรียบ
สวมรองเทาสนสูง จะชวยใหขาดูยาวข้ึน ผูท่ีสะโพกใหญ ควรเลือกกระโปรง ยาวประมาณนอง ควรหลีกเล่ียงการสวมใสกระโปรงรัดรูป
ทพี่ อดตี วั ยาวประมาณเขา จะชว ยใหดเู พรียวบางมากยิง่ ขนึ้ สั้นเลยเขา เพราะจะยง่ิ เนน รปู รางใหชดั เจนยง่ิ ขนึ้ สวนผหู ญงิ ท่มี ี
2 เสื้อเชิ้ต การเลือกเสื้อเชิ้ต ใหทดลองติดกระดุมคอแลวสังเกตวากระชับ รูปรางผอม ควรเลือกกระโปรงทรงบาน หรือพอง กระโปรง
หรือไม ควรหลีกเลี่ยงเส้ือท่ีคอคับจนเกินไป เพราะจะทําใหหายใจไมสะดวก คอ นขา งยาว ควรหลกี เลย่ี งการสวมใสก ระโปรงทรงแคบแนบลาํ ตวั
ตะเข็บขอบไหลควรอยูบริเวณหัวไหลพอดี วงแขนกวางพอที่จะเคลื่อนไหว เพราะจะยงิ่ เนนรูปรางใหดผู อมมากย่งิ ขน้ึ )
ไดอยางสะดวก รอบอกและรอบเอวตองพอดีตัว ไมคับ หรือหลวมจนเกินไป
และไมค วรเลอื กเส้อื เชต้ิ ทีม่ ีขนาดใหญก วาตัว เพราะจะดหู ลวมโครง
T46
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
กางเกงขายาว • ผ้าเนอื้ แนน่ ทนทาน สไี มล่ อก สีไมต่ ก ขน้ั สอน
• สีมคี วามเหมาะสมกับเพศ วัย โอกาส กาลเทศะในการสวมใส่
เปน็ เครอื่ งแตง่ กายทที่ กุ เพศ ทกุ วยั นยิ ม • การเย็บตะเข็บประณีต เรยี บรอ้ ย ไมห่ า่ งจนเกินไป ขนั้ ท่ี 3 ลงมอื ปฏบิ ตั ิ
สวมใส่ มหี ลายรปู แบบใหเ้ ลอื ก แบง่ เปน็ • มีขนาดเหมาะสมกบั ผ้สู วมใส่ ขาและเอวไม่คบั สวมใสส่ บาย
กางเกงขายาวส�าหรับสตรีและบุรุษจะ • ในขณะนง่ั เป้าไมต่ ึง หรือหยอ่ นจนเกนิ ไป • หากตองการซื้อกางเกง นักเรียนจะมีหลัก
แตกตา่ งกนั ทขี่ นาดและแบบของกางเกง ในการเลือกซอ้ื อยา งไร
(แนวตอบ คําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของ
ชุดนอน • การเยบ็ ตะเขบ็ และกันรุ่ยเรยี บรอ้ ย นักเรียน เชน พิจารณาเลือกขนาดใหมี
• กางเกงนอนควรมียางยืดที่ขอบกางเกงและสวมใส่สบาย ความเหมาะสมกับรูปรางของตนเอง โดย
เป็นเคร่ืองแต่งกายท่ีสวมใส่ในตอน ขาและเอวจะตอ งไมค บั แนน เปา ไมต งึ หรอื
กลางคืน สวมใส่สบาย ท�าจากผ้าที่มี ไมค่ วรคบั และแน่นจนเกนิ ไป หยอ นจนเกนิ ไป มกี ารเยบ็ ตะเขบ็ ทปี่ ระณตี
นา�้ หนกั เบา เนอ้ื ผา้ ไมห่ นามาก • เส้ือนอนมีกระดุม การเย็บกระดุมและรังดุมจะต้องแข็งแรง เรยี บรอ ย)
เสือ้ กนั หนาว ทนทาน • เพราะเหตใุ ดในเวลานอน เราจงึ ควรสวมใส
• ควรเลอื กเสอื้ ตวั หลวมทส่ี วมใสส่ บาย ทา� จากผา้ ทมี่ ผี วิ สมั ผสั นมุ่ ชุดนอนแทนการสวมใสเส้ือยืดและกางเกง
เป็นเคร่ืองแต่งกายที่สวมใส่เพื่อเพ่ิม • ดดู ซบั เหงอื่ ได้ดี ซกั รดี งา่ ย แห้งเร็ว สีไมล่ อก สีไมต่ ก ขาส้ัน
ความอบอนุ่ ใหแ้ กร่ า่ งกาย มที งั้ ทที่ า� จาก • แบบ สี ขนาด และการตกแตง่ เหมาะสมกบั ผสู้ วมใส่ โดยทว่ั ไป (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ใยสงั เคราะหแ์ ละทา� จากใยผสมระหวา่ ง ไดอยางอิสระ เชน เน้ือผาของชุดนอนมี
ใยขนสัตว์และออร์ลอน รวมท้ังชนิดที่ มี ๒ คอื แบบผ่าหนา้ ตลอดและแบบสวมหวั ความบางเบา สวมใสสบาย ระบายอากาศ
ทา� จากขนสัตว์แท้ • ลองสวมกอ่ นตดั สนิ ใจซอ้ื เลอื กขนาดใหญก่ วา่ รอบอกประมาณ ไดดี การสวมใสชุดนอนท่ีสบายจะดีตอ
ระบบไหลเวยี นเลอื ด ซง่ึ สง ผลใหร ะบบตา งๆ
๘ นวิ้ รอบขอ้ มอื คอ เอว ถกั แนน่ เพอื่ ใหค้ งรปู แตย่ ดื หยนุ่ ไดด้ ี ในรางกายทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพ
• ตะเขบ็ เยบ็ แนน่ หนา ไมเ่ ปน็ กระจกุ ถา้ เปน็ ชนดิ พบั ขอ้ มอื จะตอ้ ง และชวยปรับอุณหภูมิในรางกายใหคงที่ได
อกี ดวย)
ไมเ่ หน็ ตะเขบ็ ดา้ นนอกที่พบั
• เมื่อสวมใสแ่ ล้วบรเิ วณบา่ และหลังควรเรียบตลอด 24. ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ วา “ในการเลอื กซอื้ ชดุ ชน้ั ใน
และชุดชั้นนอก นักเรียนจะสังเกตเห็นปาย
Tip สญั ลกั ษณท่ีกาํ กบั อยบู นเส้ือผา ซึง่ สัญลักษณ
เหลานนั้ จะเรียกวา Laundry symbols หรือ
ชนดิ ของผา้ Care Label เปน สญั ลกั ษณท ใ่ี ชบ อกขนาดหรอื
เบอรข องเสอ้ื ผา เพอ่ื ความสะดวกในการเลอื ก
ผ้าท่ีนา� มาใชใ้ นการตัดเส้อื ผ้ามอี ย่มู ากมายหลายชนดิ แต่ส่วนใหญ่จะนยิ มใช้กนั อยู่ ๓ ชนิด ได้แก่ ชนดิ เสน ใยทใี่ ชผ ลติ ผา คาํ แนะนาํ ในการดแู ล
๑. ผา้ ฝา ย (Cotton) เนอ้ื ผา้ มลี กั ษณะดา้ น ซบั เหงอ่ื ระบายอากาศไดด้ ี สวมใสส่ บาย เหมาะแกผ่ ทู้ อี่ ยกู่ ลางแจง้ รักษา การทําความสะอาด การซัก การรีด
การใชน้ํายาในการทําความสะอาด เพ่ือให
และโดนแสงแดดบ่อย ๆ ผใู ชส ามารถดแู ลรกั ษาเสอ้ื ผา ไดอ ยา งถกู ตอ ง
๒. ผ้าใยสังเคราะห์ หรือผ้า TK (Polyester) เน้ือผ้ามีลักษณะมัน ไม่ค่อยยับ อยู่ทรง ไม่หด ไม่ย้วย และเพื่อเปนการถนอมเส้ือผาใหสามารถ
ใชง านไดย าวนานยิ่งขน้ึ ”
สีไม่ตก ระบายอากาศได้ไม่ดี เม่ือสวมใส่จะร้สู กึ ร้อน เหมาะแกผ่ ู้ทอี่ ยู่ในห้องแอร์
๓. ผา้ ฝา ยผสมผา้ ใยสงั เคราะห ์ หรอื ผา้ TC (Cotton ผสม Polyester) เนอื้ ผา้ มลี กั ษณะมนั นอ้ ยกวา่ ผา้ TK
ระบายอากาศไดไ้ มด่ ี นยิ มทอผา้ ใหเ้ ปน็ รเู ลก็ ๆ เพอื่ ชว่ ยในการระบายอากาศและเพอื่ ความสบายขณะสวมใส่
4๑เส้ือผ้าและเคร่ืองแต่งกาย
กิจกรรม สรางเสรมิ เกร็ดแนะครู
ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเพ่ิมเติมเกี่ยวกับกางเกงขายาว ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเลือกกางเกงยีนใหเหมาะสมกับรูปราง
รปู แบบตา งๆ ในปจ จบุ นั วา มลี กั ษณะอยา งไร กางเกงแตล ะรปู แบบ ใหนักเรียนฟงวา การเลือกกางเกงยีนควรพิจารณาใหเหมาะสมกับรูปราง เชน
มีความเหมาะกับบุคคลที่มีรูปราง สีผิว บุคลิกภาพ กิจกรรม ผูที่มีชวงขาส้ัน ควรเลือกกางเกงยีนทรงตรง หรือทรงกระบอก จะชวยพราง
และโอกาสใด โดยใหจัดทําเปนสมุดภาพ ตกแตงใหสวยงาม ตาใหขาดูยาวขึ้น ควรหลีกเลี่ยงกางเกงยีนสามสวน เพราะจะทําใหขาดูสั้นลง
นําสง ครูผสู อน ผูท่มี สี ะโพกใหญ ควรเลอื กกางเกงยีนที่มกี ระเปาหลัง จะชว ยพรางบน้ั ทา ยให
ดูเลก็ ลง และควรเลือกท่ีมตี ะเข็บยาวลงมา เพราะจะทาํ ใหข าดูเรียวยาวมากขน้ึ
กจิ กรรม ทาทาย ผทู มี่ บี น้ั ทายแบนราบ ควรเลือกกางเกงยีนทมี่ ีลายเสน โคง สสี วา ง จะชว ยเนน
สัดสวนใหดูชัดเจนยิ่งข้ึน ควรหลีกเลี่ยงกางเกงยีนทรงตรง เพราะจะทําให
ใหน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละเทา ๆ กนั เลอื กตวั แทนกลมุ 1 คน บน้ั ทา ยแบบราบลงไปอกี ทง้ั นี้ ความยาวของขากางเกงกม็ สี ว นชว ยทาํ ใหข าดยู าว
เพอื่ เปน ตน แบบ และรว มกนั เลอื กแบบกางเกงทเ่ี หมาะสมกบั รปู รา ง และเพรยี วมากขนึ้ และทสี่ าํ คญั การใสก างเกงยนี ควรใสใ หพ อดตี วั ไมค วรใสท มี่ ี
สีผิว บุคลิกภาพของเพ่ือนท่ีเปนตนแบบ โดยครูกําหนดลักษณะ ขนาดเล็กกวา เพราะจะทําใหกางเกงปริ ดอู วน เต้ยี ตัน มากข้นึ
ของกางเกงให คอื กางเกงขาสน้ั กางเกงขายาว (ผาทวั่ ไป) และ
กางเกงยนี จากนน้ั ออกมานาํ เสนอผลงานใหเ พอื่ นชมหนา ชน้ั เรยี น T47
พรอ มทั้งอธิบายวิธกี ารเลอื กกางเกงประกอบ
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ๒.๔ วิธกี ารเลือกซือ้ เคร่อื งแตง่ กาย
ขนั้ ที่ 3 ลงมอื ปฏบิ ตั ิ เครือ่ งแต่งกายที่นยิ มใชโ้ ดยทว่ั ไป เชน่ รองเท้า กระเป๋า เขม็ ขัด สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ซ่งึ
การเลอื กซอื้ เครอื่ งแตง่ กายควรเลอื กใชใ้ หเ้ หมาะสมและซอื้ ตามความจา� เปน็ ในทน่ี จ้ี ะขอยกตวั อยา่ ง
25. ครูใหนักเรียนแตละคนสํารวจตนเองวาใน การเลือกซอ้ื เคร่อื งแต่งกายในบางประเภท ดังน้ี
รางกายของนักเรียนปรากฏเคร่ืองแตงกาย
ชนดิ ใดบา ง ครขู ออาสาสมคั ร 2-3 คน ออกมา ถงุ เท้า • ผ้าทอตรง ส้นเท้าและปลายเท้าทอแน่นกวา่ ส่วนอนื่ ๆ
เลาประสบการณเก่ียวกับการเลือกซื้อเครื่อง • ขอบทอผสมยางยดื เส้นเล็ก ยดื หยุ่น กระชบั และทนทาน
แตงกายของตนเองวามีวิธีการอยางไรให นิยมใส่ท้ังหญิงและชาย • เลอื กขนาดใหเ้ หมาะสมกบั ขนาดเทา้ และรองเทา้ ถา้ เทา้ กวา้ งควรใชเ้ บอร์ใหญ่
เพื่อนฟงหนาช้ันเรียน จากน้ันใหเพื่อนรวม เพ่ือป้องกันส่ิงสกปรกและ
ช้ันเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นวาเพื่อน ท�าให้เกิดความสวยงามแก่ กว่าจะช่วยให้สวมใสส่ บายขึ้น
คนดังกลาวมีวิธีการเลือกซื้อเครื่องแตงกาย ผู้สวมใส่ มีทั้งแบบส้ันและ • ถงุ เทา้ ผใู้ หญม่ กั จะเปน็ Free Size ซงึ่ สามารถยดื หยนุ่ ไดต้ ามขนาดเทา้ ของ
ที่ถกู ตอ ง เหมาะสมหรอื ไม อยางไร แบบยาว
ผู้สวมใส่
26. ครถู ามนักเรียนวา • ไมย่ ดื จนเสียรปู ทรงเม่อื นา� ไปซัก
• หากตองการเลือกซื้อถุงเทา ควรมีหลัก
ในการเลอื กซื้ออยางไร รองเท้า1 • ฝมี อื การตดั เยบ็ มคี วามละเอียด ประณตี เรยี บร้อย พนื้ รองเทา้ ทา� จากวสั ดุ
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็ อ่อนน่มุ
ไดอยางอิสระ เชน ควรเลือกที่มีขนาด ท�ามาจากวัสดุหลายชนิด
เหมาะสมกับเทาและรองเทา มีความ เชน่ หนงั พลาสตกิ ผา้ ซง่ึ • มคี วามแขง็ แรง ทนทาน น้�าหนกั เบา สวมใสส่ บาย
ยืดหยุนดี สวมใสกระชับ มีความทนทาน รองเท้าแต่ละชนิดมีราคา • มีความยาวและความกว้างพอเหมาะกับรูปเท้าของผูส้ วมใส่
ระบายอากาศไดด ี) และคณุ สมบตั ทิ แ่ี ตกตา่ งกนั • เม่อื สวมใสจ่ ะตอ้ งแนบกบั เท้าทง้ั ๒ ด้าน รวมถึงฝา่ เทา้ ดว้ ย
• หากตองการเลือกซ้ือรองเทา ควรมีหลัก • กอ่ นตดั สนิ ใจเลอื กซอ้ื ควรทดลองสวมทกุ ครง้ั เพอ่ื ความสบายและกระชบั เทา้
ในการเลอื กซ้ืออยา งไร • เลอื กแบบและวัสดใุ หเ้ หมาะสมกบั การใชง้ าน เชน่ รองเท้าใส่กบั บา้ น ควร
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอยางอิสระ เชน ควรเลอื กซอ้ื รองเทา ท่ีมี เลอื กเป็นรองเท้าแตะท่ีสวมใส่สบาย
ขนาดพอดกี บั เทา เหมาะสมกับรูปเทา ของ • เลอื กแบบใหเ้ หมาะสมกบั รปู รา่ ง เชน่ รปู รา่ งสงู ใหญ่ ควรเลอื กรองเทา้ สน้ เตย้ี
ตนเอง สวมใสสบาย มนี ํ้าหนกั เบา อากาศ
ถายเทไดดี การตัดเย็บประณีต เรียบรอย ส่วนรูปรา่ งอ้วน ควรเลอื กรองเท้าส้นสูง
และมีความทนทาน)
• การเลือกซ้ือเครื่องแตงกายดวยตนเองมี นาฬิกา • ขอ้ มอื เลก็ ไมค่ วรใสน่ าฬกิ าสายเหลก็ และสายหนงั เพราะจะทา� ใหต้ อ้ งตดั สาย
ประโยชนหรือไม เพราะเหตุใด นาฬิกาออก จนอาจท�าให้สายนาฬิกาบิดไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือไม่อยู่
(แนวตอบ มปี ระโยชน เพราะชว ยใหไ ดเ ครอ่ื ง เป็นส่วนหน่ึงของเคร่ือง กึ่งกลางของข้อมือ ควรใส่นาฬิกาแบบก�าไลขนาดพอดีกับข้อมือ หน้าปัด
แตงกายที่มีลักษณะเหมาะสมกับรูปราง แต่งกายที่มีความจ�าเป็น สีเ่ หลีย่ มจัตุรสั หรือวงรเี ล็ก สขี องหน้าปัดควรเลือกโทนสีขาว หรอื สีครีม
บุคลกิ ภาพ สผี วิ เพศ และวยั ของตนเอง) ส�าหรับทุกเพศ ทุกวัย ใช้ เพราะจะชว่ ยใหข้ อ้ มือดูสว่างขึ้น
บอกเวลา ช่วยเสริมสร้าง
บคุ ลกิ ภาพให้กบั ผู้สวมใส่ • ข้อมือใหญ่ สามารถเลือกใส่ได้ทุกแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าปัดแบบ
สี่เหล่ยี มผนื ผ้า จะท�าให้ขอ้ มอื ดเู รียวยาวและสวยงามย่งิ ขึ้น
42
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ
ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกี่ยวกับการใสถุงเทาใหนักเรียนฟงวา การใสถุงเทา ขอ ใดเปนวิธีการรกั ษารองเทา ทีไ่ มถกู ตอ ง
ไมควรใสซํ้า เพราะจะทําใหเกิดการอับชื้น ซึ่งเปนสาเหตุสําคัญของการเกิด 1. เกบ็ รองเทา ไวใ นกลอง หรอื ในถงุ ผา
กล่ินเทาและการเกิดเช้ือราที่เทา หลังจากสวมใสถุงเทาแลว ควรถอดผึ่งไว 2. นาํ รองเทาเกบ็ ใสตทู ันทีเมื่อกลับถึงบา น
โดยแยกจากเสอื้ ผา ชนดิ อน่ื เพอื่ ปอ งกนั ไมใ หก ลนิ่ ตดิ เสอ้ื ผา ชน้ิ อน่ื ในการซกั ถงุ เทา 3. ใสทยี่ ดึ รองเทาไว เพอื่ ใหร องเทา คงรปู ทรง
ควรนาํ ถุงเทาไปแชใ นน้ําผงซกั ฟอก แลว ซกั ใหส ะอาด โดยแยกซักเฉพาะถงุ เทา 4. นาํ รองเทา ออกมาผึ่งแดดเปน ประจาํ เพอ่ื เปนการฆา เชอ้ื โรค
เทา นัน้ ไมค วรนําไปซกั รวมกับเส้ือผา ชนิดอน่ื แลว ผงึ่ ใหแหง
(วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะรองเทาอาจมีเหงื่อและ
นักเรียนควรรู ความช้ืน ซ่ึงเปนสาเหตุหลักที่กอใหเกิดเช้ือโรคตา งๆ ได ดังนน้ั
ควรวางรองเทา ทิ้งไวบริเวณดานนอกกอ น 1 วนั โดยจะตองปลอย
1 รองเทา การดแู ลรองเทา หนัง ใหใ ชผ านุมสะอาดเชด็ รองเทา กอ น แลวปา ย รองเทา ใหแหงกอน แลวจึงทาํ ความสะอาดรองเทา กอ นนาํ ไปเก็บ
นํ้ายาขัดรองเทาในลักษณะวนเปนวงใหทั่ว ใชแปรงเนื้อนุมขัดเบาๆ ใชผานุม เขาตใู หเรียบรอ ย)
สะอาดเช็ดเบาๆ อีกครัง้ แลวนําไปผึง่ แดดทกุ สัปดาห เพอ่ื ปองกันความอบั ชน้ื
T48
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
กระเปา๋ ถือ • ฝีมือการตดั เย็บประณีต เรยี บร้อย มคี วามแขง็ แรง ทนทาน ขนั้ สอน
• สีของกระเปา๋ ควรเลอื กให้เขา้ กับสีของเส้อื ผ้าท่สี วมใส่
มีหลายขนาด มีรูปร่าง • เลือกแบบให้เหมาะสมกับโอกาสท่ีใช้ ซ่ึงจะช่วยประหยดั รายจา่ ย ขน้ั ที่ 3 ลงมอื ปฏบิ ตั ิ
และสีที่แตกต่างกัน เช่น • กระเป๋าท่ีมีสายสะพาย หรือกระเป๋าหหู ิ้ว จะตอ้ งมีความแข็งแรง ทนทาน
กระเป๋าสะพาย กระเป๋า • เลือกแบบให้เหมาะสมกับรูปร่าง เช่น รูปร่างสูงใหญ่ ไม่ควรเลือกกระเป๋า • หากตองการเลือกซ้ือกระเปา ควรมีหลัก
หนบี กระเป๋าหูหิ้ว ในการเลอื กซื้ออยา งไร
ใบใหญ่จนเกนิ ไป (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
เข็มขดั • มขี นาดพอเหมาะ บรรจุของทตี่ ้องใช้โดยกระเปา๋ ไมเ่ สยี รปู ทรง ไดอ ยา งอสิ ระ เชน ควรเลอื กแบบทเ่ี หมาะสม
• มซี ปิ และมชี อ่ งจดั เกบ็ สงิ่ ของตา่ ง ๆ เพอ่ื สะดวกในการจดั เกบ็ และการหยบิ ใช้ กับรูปรางของตนเอง มีขนาดพอเหมาะ
เป็นองค์ประกอบส�าคัญ • เลอื กโทนสขี องเขม็ ขดั ใหม้ คี วามใกลเ้ คยี งกบั เสอื้ ผา้ ทส่ี วมใส่ สามารถบรรจุของไดโดยไมเสียรูปทรง
ในการแต่งกายและมี • ความยาวของสายเข็มขัดควรเหลือปลายเขม็ ขดั ออกมาประมาณ ๑-๒ นิว้ มคี วามแขง็ แรง ทนทาน)
สว่ นชว่ ยในการเสรมิ สรา้ ง • ไมค่ วรเลอื กหวั เขม็ ขดั ทด่ี ูใหญ่ ควรเลอื กสขี องหวั เขม็ ขดั ใหเ้ ขา้ กบั เครอื่ งประดบั
บุคลกิ ภาพให้แก่ผู้สวมใส่ ขน้ั ที่ 4 พฒั นาความรู ความเขา ใจ
ทสี่ วมใสอ่ ยู่
หมวก • เลอื กเขม็ ขดั ใหม้ รี ปู แบบเหมาะสมกบั รปู รา่ ง เชน่ ชว่ งตวั หนาและกวา้ ง ไมค่ วร 27. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําใบงานท่ี 3.1.2
เร่ือง การเลอื กซื้อเสือ้ ผา และเคร่ืองแตงกาย
ส่ิงท่ีใช้สวมบนศีรษะเพื่อ เลอื กเขม็ ขดั ทม่ี สี โี ทนเขม้ และมสี ายเขม็ ขดั กวา้ งกวา่ ปกติ
ปอ้ งกนั แดดลมฝนทา� จาก • สายของเข็มขัดควรเป็นสเี ขม้ เพราะจะชว่ ยให้รปู รา่ งของผสู้ วมใส่มีลักษณะ ขน้ั สรปุ
วั ส ดุ ห ล า ก ห ล า ย ช นิ ด
มีให้เลือกหลายรูปแบบ ทีเ่ พรยี วบางมากกวา่ เขม็ ขัดสอี อ่ น 1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกันสรุปความรู เรือ่ ง การ
หลายขนาด แลว้ แตค่ วาม • ต้องผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพดี หนังนุ่ม ยืดหยุ่นได้ดี การตัดเย็บประณีต เลือกใชเสื้อผาและเครื่องแตงกายและการซ้ือ
เหมาะสมในการใชง้ าน เสอื้ ผาและเครื่องแตง กาย
เรยี บรอ้ ย
• ควรเลอื กหวั เขม็ ขดั แบบเรยี บ เพราะสามารถนา� มาใชใ้ นโอกาสสา� คญั ตา่ งๆ ได้ 2. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนกั เรยี น
จากการนําเสนอผลการวิเคราะห วิจารณ
มากกวา่ หวั เขม็ ขดั ทตี่ กแตง่ มาก ๆ และการสรุปความรู
• เลอื กแบบของหมวกใหเ้ หมาะสมกบั โอกาสทใ่ี ช้ รวมถงึ เวลาและฤดกู าลรว่ มดว้ ย
• เลือกให้เหมาะสมกบั รูปหน้า เช่น ใบหน้ากลม ควรเลอื กหมวกทีม่ ีปกี กว้าง ขนั้ ประเมนิ
จะชว่ ยใหใ้ บหนา้ ดเู รยี วยาวขึน้ 1å . ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบกอนเรียน
• เลือกให้เหมาะสมกับทรงผม เช่น มัดผม หรือมวยต�่า ควรสวมหมวก เพอื่ ตรวจสอบความเขา ใจกอ นเรยี นของนกั เรยี น
แบบ Fedora มดั หางม้าต่า� ควรสวมหมวกแบบ Newsboy 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 3.1.1 เรอ่ื ง การเลือกใช
• เลอื กใหเ้ หมาะสมกบั สผี วิ เชน่ ผวิ ขาวและผมสดี า� ธรรมชาติ ควรเลอื กหมวก เสอ้ื ผา และเครื่องแตงกาย
สสี วา่ ง ๆ จะชว่ ยขบั ใบหนา้ ใหด้ สู ดใสและโดดเดน่ ยงิ่ ขนึ้ 3. ครตู รวจสอบใบงานท่ี 3.1.2 เร่อื ง การเลอื กซ้ือ
เส้ือผาและเคร่ืองแตงกาย
การแต่งกายให้สวยงามและเหมาะสมกับบคุ ลิกภาพ ผู้สวมใส่จ�าเปน็ ตอ้ งคา� นึงถึงปัจจยั ตา่ ง ๆ
เช่น รูปร่าง วัย สีผิว บุคลิกภาพ โอกาสท่ีจะสวมใส่ รวมทั้งเลือกเคร่ืองประกอบการแต่งกาย 4. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการ
ใหเ้ หมาะสมกบั เส้อื ผา้ ท่สี วมใส่ ซ่งึ ควรท่จี ะพจิ ารณาและเลือกซือ้ อยา่ งละเอียดรอบคอบ เรยี นรู จากการสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ
การนําเสนอผลงาน การสังเกตคุณลักษณะ
43เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย อันพึงประสงค
ขอ สอบเนน การคดิ แนวทางการวัดและประเมินผล
บุคคลในขอ ใดทําความสะอาดเข็มขัดหนังไดเ หมาะสมมากทีส่ ุด ครสู ามารถสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ การนาํ เสนอผลงาน โดยศกึ ษา
1. พมิ ใชแอลกอฮอลเช็ดสายเขม็ ขัด แลวนาํ ไปผง่ึ แดดใหแ หง เกณฑก ารวดั และประเมนิ ผลทแ่ี นบทา ยแผนการจดั การเรยี นรู หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3
2. พลอยใชผ งซักฟอกและแปรงซักผาขัดคราบสกปรก แลว นําไป
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน
ผ่ึงลม
3. แพรใชนํ้าสบูกับผานุมเช็ดทําความสะอาด แลวใชผาแหงเช็ด คาช้แี จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในช่องท่ีตรงกบั ระดบั คาชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนประเมนิ ผลการนาเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขดี ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
คะแนน
ซํ้าอกี คร้ัง
4. เพลงใชครมี ทาผิวทาและใชแ ปรงสีฟนขัด นาํ ไปลา งน้าํ ลาดบั ที่ ชื่อ-สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมี การมี รวม ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
ของนกั เรียน ความ ฟังคนอน่ื ตามทไี่ ดร้ บั นา้ ใจ ส่วนร่วมใน 15 321
แลวผึ่งแดดใหแหง คิดเหน็ มอบหมาย คะแนน 1 ความถูกต้องของเน้อื หา
การ 2 การลาดบั ขัน้ ตอนของเรื่อง รวม
(วเิ คราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 3. เพราะการทาํ ความสะอาดเขม็ ขดั หนงั ปรบั ปรุง 3 วธิ กี ารนาเสนอผลงานอยา่ งสร้างสรรค์
ใหถูกตอง ควรใชผานุมกับน้ําสบูออนๆ เช็ดทําความสะอาด ผลงานกล่มุ 4 การใช้เทคโนโลยใี นการนาเสนอ
แลวใชผานุมสะอาดเช็ดซ้ําอีกคร้ัง และควรหลีกเลี่ยงการใชครีม 5 การมสี ว่ นร่วมของสมาชิกในกล่มุ
น้ํายาขัดเงาที่ไมใชสําหรับขัดเคร่ืองหนัง เพราะมีฤทธิ์เปนกรด 3 2 13 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1
สงผลทาํ ใหห นังเข็มขัดเกิดความเสยี หายได)
ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมนิ
............/................./................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิ หรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ............./.................../............... ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ สมบูรณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัติ หรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัติ หรือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางส่วน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
12-15 ดี 12-15 ดี
8-11 พอใช้ 8-11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ
T49
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั นาํ (แบบใชโครงการเปนฐาน) ó การซอ มแซม ตกแตง และดดั แปลงเสื้อผา
การซอ่ มแซม ตกแตง่ และดดั แปลงเสอ้ื ผา้ เปน็ วธิ กี ารหนง่ึ ทช่ี ว่ ยใหเ้ สอื้ ผา้ อยใู่ นสภาพทส่ี มบรู ณ์
ขัน้ ท่ี 1 ข้ันใหค วามรูพื้นฐาน สามารถใชง้ านไดต้ ามปกติ รวมถงึ ทา� ใหเ้ สอื้ ผา้ ดสู วยงาม มคี วามแปลกใหม่ และนา่ สวมใสม่ ากยงิ่ ขนึ้
ซง่ึ มหี ลักเกณฑ์ ดงั น้ี
1. ครูอธิบายใหนักเรียนฟงวา “ในอดีตคนไทย
สวนใหญนิยมสวมใสชุดที่ตัดเย็บจากผาไทย คา� นึงถงึ ผูใ้ ช้ คา� นงึ ถงึ สภาพวสั ดทุ ตี่ อ้ งการซอ่ มแซม ตกแตง่ และดดั แปลง
เชน ผา ไหมผา ซนิ่ ผา ฝา ยเพราะเปน ผา ทผี่ ลติ ขนึ้
ในทองถน่ิ เนอ้ื ผาสวมใสสบาย เหมาะสมกบั เมื่อซ่อมแซม ตกแต่ง และ พิจารณาว่ามีเสื้อผ้าเก่า หรือเส้ือผ้าท่ีช�ารุดพอที่จะน�ามาซ่อมแซม
สภาพภูมิอากาศของประเทศ รูปแบบและ ดดั แปลงเสอื้ ผา้ แลว้ ผใู้ ชย้ นิ ดี ตกแตง่ และดัดแปลงใหม่ตามทตี่ ้องการหรือไม่
รปู ทรงของเสอื้ ผา จะมลี กั ษณะทสี่ ภุ าพ เรยี บรอ ย ท่ีจะสวมใสห่ รอื ไม่
สามารถสวมใสไดทุกสถานท่ี แตในปจจุบัน
เกิดการแพรหลายทางวัฒนธรรมท่ีมากขึ้น คา� นงึ ถงึ คา่ ใชจ้ า่ ย ค�านึงถงึ เวลา คา� นงึ ถึงอปุ กรณ
จงึ สง ผลใหร ปู แบบของการแตง กายเปลย่ี นแปลง
ไปจากเดิม” หรืองบประมาณว่าคุ้มค่ากับ พิจารณาว่าต้องใช้เวลามาก เคร่ืองมือ เครอ่ื งใช้
เงนิ ทีจ่ ่ายไปในการซ่อมแซม น้อยเพียงใดในการซ่อมแซม
ขน้ั ที่ 2 ขั้นกระตนุ ความสนใจ ตกแตง่ และดัดแปลงหรือไม่ ตกแต่ง และดัดแปลงเส้ือผ้า พจิ ารณาวา่ มอี ปุ กรณ์ เครอ่ื งมอื
เมื่อแก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้ว เคร่ืองใช้ พร้อมส�าหรับการ
2. ครูเปดคลิปวิดีโอเกี่ยวกับวิธีการซอมแซม ใชต้ ่อไปได้อกี นานหรือไม่ ซอ่ มแซม ตกแตง่ และดดั แปลง
ตกแตง ดัดแปลง ตัดเย็บเสื้อผาและของใช หรอื ไม่
ภายในบานใหนักเรียนดู จากนั้นครูถาม
นกั เรยี นวา Tip
• การซอ มแซมสิ่งของเครอ่ื งใชตางๆ ภายใน
บา นทไี่ ดช มไปนนั้ นกั เรยี นคดิ วา ผปู ฏบิ ตั งิ าน วิธีการเยบ็ ซ่อมแซมผา้
ปฏบิ ัตไิ ดถ กู ตอ งและปลอดภัยหรอื ไม
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็ การซอ่ มแซมเสอื้ ผา้ จา� เปน็ ตอ้ งมคี วามรพู้ น้ื ฐานเกย่ี วกบั การเยบ็ ผา้ เบอื้ งตน้ เพอ่ื นา� ไปพจิ ารณาเลอื ก
ไดอยา งอสิ ระ) วธิ กี ารซ่อมแซมเสอ้ื ผ้าได้อยา่ งถูกต้อง ซง่ึ การเยบ็ ผ้ามอี ยู่หลายวิธี เชน่
ขน้ั สอน ๑. การเนา เป็นการเย็บผ้าด้วย ๒. การสอย เป็นการเยบ็ ผา้ ดว้ ย ๓. การด้น เป็นการเย็บผ้าด้วย
มอื ใหต้ ดิ กนั ชวั่ คราว เพอ่ื การเยบ็ มือท่ีมองเห็นรอยเย็บด้านนอก มือที่ใช้แทนการเย็บด้วยจักร
ขัน้ ที่ 3 จัดกลุม รวมมือ ถาวร หรอื การสอย เชน่ การเนา น้อยท่ีสุด นิยมใช้สอยชายเส้ือ รอยทเี่ ยบ็ จะมคี วามทนทานมาก
ตะเข็บ การเนาชายเสือ้ การเนา ชายกระโปรง ปลายขากางเกง นยิ มนา� มาใชใ้ นการเยบ็ ผา้ ๒ ชนิ้
1. ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ ออกเปน 5 กลมุ กลมุ ละ ชายกระโปรง หรอื ชายผา้ อน่ื ๆ ทตี่ อ้ งการความ ให้ติดกนั
เทาๆ กัน ใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทน ประณตี สวยงาม
กลมุ ละ1คนออกมาจบั สลากเพอื่ จดั ทาํ โครงงาน
ในหัวขอ ท่ไี ดร บั คือ การซอ มแซมเสอ้ื ผา การ การเนาแบบเทา่ กัน การสอยฟันปลา การด้นตะลยุ
ตกแตง เสอื้ ผา การดดั แปลงเสอ้ื ผา การตดั เยบ็
เสือ้ ผา และการตดั เย็บของใชภายในบา น 44
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด
ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั วธิ กี ารซอ มแซมเสอื้ ผา ดว ยวธิ กี ารสอยใหน กั เรยี น ขอ ใดเปน การกระทาํ ทไ่ี มเ หมาะสมในการเยบ็ กระดมุ ตดิ กบั ตวั เสอ้ื
ฟงวา การสอยเปนวิธีการซอมแซมเสื้อผาที่ชํารุดบริเวณรอยพับปลายแขนเสื้อ 1. เย็บกระดมุ ตดิ กับตัวเสื้อใหดายตึง
ชายกระโปรง ปลายขากางเกง โดยการเย็บสว นที่ขาดใหติดกัน แตจะไมปรากฏ 2. ใชเ ศษผา รองใตผ าใหต รงกับตาํ แหนง กานกระดมุ
รอยเยบ็ ใหเ หน็ จะเหน็ เปน เพยี งรอยจดุ เลก็ ๆ อยหู า งกนั เปน ระยะๆ ทผ่ี า ดา นนอก 3. ใชเ ข็มแทงรกู ระดมุ ขน้ึ -ลงทุกรู ประมาณ 2-3 ครง้ั
เทา นั้น ซง่ึ การสอยมีอยดู วยกันหลายวิธี เชน การสอยซอ นดาย ใชสาํ หรบั สอย 4. ใชชอลก เขยี นผา ทําเครอ่ื งหมายตาํ แหนง ที่ตอ งการตดิ กระดุม
ชายเสือ้ สอยปลายแขนเสอื้ สอยชายกระโปรง สอยชายกางเกง เปนการสอย
ทม่ี องเหน็ เสน ดา ยเพยี งเลก็ นอ ยเทา นน้ั การสอยฟน ปลา ใชส าํ หรบั สอยผา ยดื และ (วิเคราะหค ําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการเย็บกระดุมตดิ กับตวั เสื้อ
ผาเนื้อหนาท่ีริมผาไมรุย โดยไมตองพับริมผากอนสอย เปนการสอยที่มองเห็น ดวยดายที่ตึงเกินไปจะทําใหเส้ือยน และตําแหนงกระดุมกับ
เสนดายดานในที่มีลักษณะไขวหักมุม การสอยพันใชสําหรับสอยชายกางเกง รังกระดมุ อาจคลาดเคลอื่ นกัน สง ผลใหเสอื้ ไมส วยได)
เปน การสอยท่ีมองเห็นเสนดายทางดา นในมากกวา ดานนอก
T50
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
๓.๑ การซอ่ มแซมเสอ้ื ผา้ ขนั้ สอน
การซ่อมแซมเส้อื ผ้า เป็นการซอ่ มแซมเสอ้ื ผ้าที่ช�ารดุ ใหอ้ ยู่ในสภาพทีส่ ามารถใช้งานได้ เชน่ ขนั้ ท่ี 4 ขนั้ แสวงหาความรู
การซ่อมแซมปลายแขน การซ่อมแซมชายเสื้อและชายกระโปรง ยกตวั อยา่ งการซอ่ มแซมเสื้อผ้า
ง่าย ๆ ด้วยตนเอง มีดังนี้ 2. ครเู ปด คลปิ วดิ โี อเกย่ี วกบั วธิ กี ารซอ มแซมเสอื้ ผา
ใหน กั เรยี นดู จากนั้นครถู ามนกั เรยี นวา
วสั ดุ อปุ กรณ์ทใ่ี ช้ กา รซอ่ มแซม • นักเรียนเคยซอมแซมเส้ือผาดวยตนเอง
๑. เข็มสอย/เขม็ หมดุ หรอื ไม หากเคย ซอ มแซมสง่ิ ใดและซอ มแซม
๒. ดา้ ยสีเดียวกับผ้า กระเป๋าเสือ้ อยา งไร
ขาด (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
หรอื สีใกลเ้ คยี ง ไดอ ยา งอสิ ระ เชน เคยซอ มแซมชายกระโปรง
๓. กรรไกรตัดผ้า นักเรียนที่ขาดหลุดรยุ ดว ยวิธกี ารสอย)
ข้นั ตอนการซอ มแซม 3. ครูใหนักเรียนแบงกลุม (กลุมเดิม) ศึกษา
๑. ตรวจสอบวา่ เปน็ รอยขาดแบบใด หากเนอื้ ผา้ ขาด เร่ืองการซอมแซมเสื้อผา จากหนังสือเรียน
หนวยการเรียนรูท่ี 3 หรือศึกษาเพ่ิมเติมจาก
หายไปใหป้ ะรอยขาดใหเ้ รยี บรอ้ ยกอ่ น ใชเ้ ขม็ หมดุ อนิ เทอรเ น็ต
กลดั กระเปา๋ ตดิ กบั ตวั เสอ้ื ใหแ้ นน่ หรอื ใชว้ ธิ กี ารเนา
4. ครใู หน กั เรยี นศกึ ษาเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั การซอ มแซม
๑ ตามแนวเย็บแทนได้ เสอื้ ผา จาก PowerPoint ม.5 หนว ยการเรยี นรู
๒. ใช้เข็มสอยเย็บด้วยวิธีการด้นถอยหลัง หรือใช้ ท่ี 3
2 จกั รเยบ็ ตามแนวเยบ็ เดมิ ตดั ดา้ ยออกใหเ้ รยี บรอ้ ย 5. ครนู าํ เสอ้ื ทก่ี ระเปา เสอื้ ชาํ รดุ พรอ มทงั้ อปุ กรณ
น�าไปรดี ใหเ้ รยี บ ในการซอมแซมเส้ือผามาใหนักเรียนดู เพื่อ
ทําการสาธิตวิธีการซอมแซมเส้ือที่กระเปาเส้ือ
45 ชํารุด เพื่อใหสามารถกลับมาใชงานไดตาม
ปกติ
6. ครูแจกอุปกรณในการซอมแซมเสื้อผาใหกับ
นักเรียนแตละกลุม เม่ือนักเรียนแตละกลุม
ไดรับอุปกรณในการซอมแซมเสื้อผาครบแลว
ครทู าํ การสาธติ วธิ ี หรอื ขนั้ ตอนในการซอ มแซม
เสอ้ื ทก่ี ระเปา เสอื้ ชาํ รดุ ใหน กั เรยี นดอู ยา งละเอยี ด
โดยครูใหนักเรียนแตละกลุมปฏิบัติตามใน
แตละขัน้ ตอนอยา งพรอมเพรยี งกนั
7. ครูตรวจสอบความถูกตองและลักษณะการ
ซอมแซมของนักเรียนแตละกลุม หากพบวา
นักเรียนกลุมใดยังปฏิบัติไมถูกตอง ครูควร
แนะนํา หรืออธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนกลุม
ดังกลา วมีความเขาใจทีช่ ดั เจน
ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
หากกระเปาเส้ือมีรอยขาดเปนรู ควรเริ่มตนซอมแซมดวย ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับวิธีการซอมแซมเสื้อผาใหนักเรียนฟงวา กอน
ขัน้ ตอนใดกอนเปนลาํ ดับแรก ลงมือปฏบิ ัติการซอมแซมเสอ้ื ผา ดวยตนเอง นกั เรียนควรฝก การตดั เย็บเบ้อื งตน
เพ่อื นาํ มาใชเ ปนพนื้ ฐานในการซอ มแซมเส้ือผาท่ีชาํ รดุ โดยใชผา ดบิ หรอื เศษผา
1. ปะรอยขาดทเี่ ปนรดู ว ยเศษผา เหลอื ใชท เ่ี ปน สพี นื้ มาทาํ การฝก ซง่ึ การตดั เยบ็ มอี ยดู ว ยกนั หลายวธิ ี เชน การเนา
2. เนากระเปาที่ขาดใหต ิดกับตัวเสอ้ื ไดแก การเนาตะเข็บเทา เปนการเย็บตะเข็บเทากันตลอดท้ังดานหนาและ
3. พับรมิ แลวเย็บรทู ขี่ าดตดิ กับตัวเสื้อ ดเปาน นกหาลรังเยโบ็ ดทย่ีฝฝเเ ขข็มม็ จจะะถถี่แ่แี ลละะหหาางงสสลลบัับกกันันปโรดะยมฝาเขณ็มห21างนอวิ้ ยูด กาานรหเนนาาตะมเคีขวบ็ าไมมยเทาวา
4. ใชช อลกเขียนผาขดี ตรงตําแหนงที่ตองการเย็บ กปาระรดมานณตะ12ลุยนิ้วฝฝเขเข็มม็ จถะีอ่มยีลดู ักาษนณหะลเงั หมมีคือวนากมับยตาวะปเขร็บะมเนาาณเท12า นว้ิ การดน ไดแก
แตจะมีระยะท่ีถ่ี
(วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะหากพบวากระเปาเส้ือขาด มากกวาการดนถอยหลัง ดานหนาฝเข็มจะเหมือนตะเข็บท่ีเย็บดวยจักร สวน
เปน รู ควรเริ่มตน ซอ มแซมดว ยข้นั ตอนการปะรอยขาดท่เี ปน รูดว ย ดา นหลงั ดายเยบ็ จะซอนกันแนน
เศษผากอนเปนลําดับแรก จากนั้นจึงเนากระเปาใหติดกับตัวเส้ือ
ใหเ ปนแนว เพ่อื จะไดเย็บดวยฝเข็มของจกั ร)
T51
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน วสั ดุ อุปกรณ์ทใี่ ช้ รซอ่ มแซม
ขนั้ ท่ี 4 ขนั้ แสวงหาความรู ๑. เข็มสอย/เข็มหมดุ กาเปา กางเกง
ขาด
8. ครูนํากางเกงที่เปากางเกงชํารุด พรอมทั้ง ๒. ดกรา้ รยไสกเี รดตยี ดัวผกา้บั1ผา้ หรอื สีใกลเ้ คยี ง
อปุ กรณใ นการซอ มแซมเสอื้ ผา มาใหน กั เรยี นดู ๓.
เพื่อทําการสาธิตวิธีการซอมแซมกางเกงท่ี
เปา กางเกงชาํ รดุ เพอ่ื ใหส ามารถกลบั มาใชง าน ๑
ไดต ามปกติ 23
9. ครูแจกอุปกรณในการซอมแซมเส้ือผาใหกับ ข้นั ตอนการซอ มแซม
นักเรียนแตละกลุม เม่ือนักเรียนแตละกลุม ๑. ตรวจสอบว่าเป็นรอยขาดแบบใด หากเนอ้ื ผ้าขาดหายไปให้ใช้เศษผ้า
ไดรบั อุปกรณในการซอมแซมเสื้อผาครบแลว
ครทู าํ การสาธติ วธิ ี หรอื ขน้ั ตอนในการซอ มแซม มาปะแนวตะเขบ็ ทข่ี าดกอ่ น เยบ็ ตดิ กนั ใหแ้ นน่ ตดั เศษผา้ ทป่ี ะใหเ้ สมอ
กางเกงทเ่ี ปา กางเกงชาํ รดุ ใหน กั เรยี นดูอยาง ริมผ้ากางเกง ใช้กรรไกรตดั ชายผา้ ท่ีหลดุ ลยุ่ ออกใหเ้ รียบรอ้ ย
ละเอยี ด โดยครกู าํ หนดใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ ๒. พลิกกางเกงกลับด้านใน ใช้เข็มหมุดกลัดบริเวณเป้ากางเกงท่ีขาด
ปฏบิ ตั ติ ามในแตล ะขน้ั ตอนอยา งพรอ มเพรยี งกนั ให้ติดกัน หรือใชว้ ิธกี ารเนาตามแนวเย็บแทนได้
๓. ใชเ้ ขม็ สอยเยบ็ ดว้ ยวธิ กี ารดน้ ถอยหลงั หรอื ใชจ้ กั รเยบ็ ตามแนวเยบ็ เดมิ
10. ครูตรวจสอบความถูกตองและลักษณะการ และกนั รยุ่ รมิ ตะเขบ็ ใหเ้ รยี บรอ้ ย พลกิ กางเกงกลบั ดา้ นนอก เพอ่ื ตรวจดู
ซอมแซมของนักเรียนแตละกลุม หากพบวา ความเรียบรอ้ ยอกี คร้ัง
นักเรียนกลุมใดยังปฏิบัติไมถูกตอง ครูควร
แนะนํา หรืออธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนกลุม 4๖
ดงั กลา วมคี วามเขาใจทช่ี ดั เจน
11. ครูอธิบายเพื่อเปนการสรุปความรูใหนักเรียน
เขา ใจวา “การซอ มแซมเสอ้ื ผา เปน การแกไ ข
เสอื้ ผา ทชี่ าํ รดุ ใหอ ยใู นสภาพทสี่ ามารถใชง าน
ไดต ามปกติ อาจทาํ การซอ มแซมดว ยมอื หรอื
อาจซอมแซมโดยการใชจักรก็ได ขึ้นอยูกับ
ลักษณะของรอยชํารุดและเครื่องมือท่ีมีอยู
อยา งเหมาะสม เพอ่ื ใหไดชิ้นงานทม่ี ีคณุ ภาพ
ซ่ึงควรเลือกวิธีการซอมแซมใหเหมาะสมกับ
สว นท่ชี าํ รดุ ”
12. ครูถามนกั เรียนวา
• จากการฝก ซอ มแซมเสอ้ื ทก่ี ระเปา เสอื้ ชาํ รดุ
และกางเกงที่เปากางเกงชํารุด นักเรียน
คดิ วา ตนเองสามารถซอ มแซมงานในลกั ษณะ
อ่นื ๆ ไดหรือไม
(แนวตอบ คําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของ
นักเรยี น)
เกร็ดแนะครู กจิ กรรม สรา งเสริม
ครูควรแนะนําใหน กั เรยี นฝกปฏิบัติการซอ มแซมเสื้อผา ดวยตนเอง ซง่ึ อาจ ใหนักเรียนศึกษาคนควาเพ่ิมเติมเก่ียวกับวิธีการซอมแซม
เปนเสื้อผาของตนเอง หรือเสื้อผาของสมาชิกในครอบครัว โดยเลือกเส้ือผา เสอ้ื ผา ในลกั ษณะตา งๆ ทนี่ อกเหนอื จากทไี่ ดศ กึ ษาในหนงั สอื เรยี น
ที่เกิดการชาํ รุดเสยี หายมาทาํ การซอมแซม พรอ มทงั้ จัดเตรยี มวัสดุ อปุ กรณทใี่ ช จัดทําเปน รปู เลม รายงาน สง ครผู ูสอน
ในการซอ มแซมเส้ือผา ใหพ รอม เชน เข็มสอย เข็มหมุด ดา ยสีเดียวกับผา หรือ
สีใกลเคียง กรรไกรตัดผา จากนั้นปฏิบัติการซอมแซมเส้ือผาท่ีชํารุด โดยมีครู กจิ กรรม ทาทาย
เปนผูคอยใหคําแนะนําและเนนย้ําใหนักเรียนใชงานอุปกรณตางๆ ในการ
ซอมแซมเส้อื ผาอยางระมดั ระวัง เพื่อใหเกดิ ความปลอดภยั ใหน กั เรยี นนาํ เสอ้ื ผา ทเ่ี กดิ การชาํ รดุ เสยี หายมาทาํ การซอ มแซม
โดยออกแบบวิธีการซอมแซมดวยตนเอง เชน การซอมแซม
นักเรียนควรรู รอยขาดของกระเปากางเกงดวยเศษผาหลากสี โดยใชความคิด
รเิ รม่ิ สรา งสรรคใ นการซอ มแซมเสอ้ื ผา ใหอ อกมามรี ปู แบบสวยงาม
1 กรรไกรตัดผา ควรเลือกทท่ี าํ ดวยเหลก็ ทม่ี ีคุณภาพดี มคี วามคมตงั้ แตโ คน มีความแปลกใหม จากน้ันออกมานําเสนอผลงานใหเพ่ือนชม
ถงึ ปลายกรรไกร ไมค วรนําไปตดั วสั ดอุ ืน่ ๆ ใชส ําหรบั ตัดผาเพียงอยางเดยี ว หนาชั้นเรียน พรอมท้ังอธิบายแนวคิดในการออกแบบวิธีการ
ซอมแซมเส้อื ผาที่ชํารุดของตนเอง
T52
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
๓.๒ การตกแตง่ เสอื้ ผา้ ขนั้ สอน
เสื้อผ้าท่ีสวมใส่จะมีความล้าสมัยไปตามกาลเวลา ท�าให้ต้องมีการตกแต่งเส้ือผ้า เพื่อท�าให้ ขน้ั ท่ี 4 ขนั้ แสวงหาความรู
เสอื้ ผา้ น้นั ดูทันสมยั มีความแปลกใหม่ และสวยงามมากยิง่ ข้ึน นอกจากน้ี ยงั เปน็ การประหยดั
คา่ ใชจ้ า่ ยในการซอ้ื เสอ้ื ผา้ ตวั ใหม่ ซงึ่ วธิ กี ารตกแตง่ เสอื้ ผา้ จะแตกตา่ งกนั ไปตามความคดิ สรา้ งสรรค์ 13. ครนู าํ ผลงานการตกแตง เสอ้ื ผา ในลกั ษณะตา งๆ
ของแต่ละบคุ คล ดงั น้ี มาใหนักเรียนดู จากนั้นครถู ามนกั เรยี นวา
• ท่ีบานของนักเรียนมีผลงานในลักษณะน้ี
การปกั 1 บา งหรอื ไม หากมี เปนผลงานใด
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
เปน็ การตกแตง่ เสอื้ ผา้ โดยใชว้ สั ดุ ไดอยางอิสระ เชน หมอน กระเปา เส้ือ
ต่าง ๆ มาเย็บลงบนผ้า เพ่ือให้ ผา กนั เปอ น ถงุ มอื ไมโครเวฟ ผา คลมุ ตเู ยน็ )
เกดิ ลวดลายท่ีสวยงาม ซึ่งมีท้ัง • นกั เรยี นเคยสรา งสรรคผ ลงานในลกั ษณะน้ี
การปักด้วยไหม ด้าย และวัสดุ บา งหรอื ไม
อื่น ๆ เช่น เปลือกหอย ลูกปัด (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
เมลด็ พชื แหง้ ไดอยางอิสระ เชน เคยสรางสรรคผลงาน
ในลักษณะนี้ โดยใชวิธีการปกกับปกของ
การปะ เสือ้ เช้ติ )
• การตกแตง เสือ้ ผา มีประโยชนอยา งไร
เปน็ การนา� ผา้ หรอื วสั ดอุ น่ื ๆ ทมี่ ี (แนวตอบ ทําใหเส้ือผามีความสวยงาม
ลวดลาย หรือต้องการให้เกิด มีความแปลกตา และดูทันสมัยมากขึ้น
ลวดลายมาวางทับเสื้อผ้า และ นอกจากนี้ ยังชวยประหยัดคาใชจาย
ปกริม โดยวิธีใดวิธีหน่ึงตาม ในการซอ้ื เส้อื ผา ตวั ใหมอ กี ดว ย)
ตอ้ งการทา� ใหผ้ า้ ๑ ชนิ้ มลี วดลาย
ทีแ่ ตกต่างกนั ออกไป 14. ครูใหนักเรียนแบงกลุม (กลุมเดิม) ศึกษา
เร่ือง การตกแตงเส้ือผา จากหนังสือเรียน
การกนุ๊ หนวยการเรยี นรูท่ี 3 หรือศึกษาเพม่ิ เตมิ จาก
อินเทอรเนต็
เป็นการน�าผ้าเฉลียงมาเย็มมุม
ริมผ้า เพื่อให้เกิดลวดลายที่ 15. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเก่ียวกับการ
สวยงาม รวมถึงเป็นการเก็บ ตกแตง เสื้อผา จาก PowerPoint ม.5 หนว ย
ริมผ้าให้มีความเรียบร้อย ซึ่ง การเรียนรทู ่ี 3
สามารถพบเห็นได้จากของใช้
ทั่ว ๆ ไป 16. ครอู ธิบายเพิ่มเตมิ วา “การตกแตง เสอ้ื ผาเปน
วิธีการท่ีทําใหเสื้อผามีความแปลกใหมและ
47เส้ือผ้าและเคร่ืองแต่งกาย สวยงามมากยิ่งขึ้น ดวยวิธีการปก การปะ
และการกนุ ผปู ฏบิ ตั งิ านสามารถนาํ ความคดิ
สรางสรรคของตนเองมาใชในการปฏิบัติงาน
ไดอ ยา งอิสระ ชว ยประหยัดคา ใชจ ายในการ
ซอื้ เสือ้ ผาไดอ กี ทางหนงึ่ ”
ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู
วัตถปุ ระสงคสําคัญของการตกแตงเส้ือผา ดว ยวิธีการกนุ คอื ส่งิ ใด 1 การปก เปนการตกแตงเสื้อผา โดยการนําวัสดุตางๆ มาเย็บลงบนผา
เพื่อใหเกิดลวดลายทส่ี วยงาม แบง ออกเปน 2 ลกั ษณะ คือ
(แนวตอบ การกนุ มวี ตั ถปุ ระสงคส าํ คญั คอื เพอื่ เกบ็ รมิ ผา ใหเ กดิ
ความเรยี บรอย โดยเฉพาะในสวนที่โคงและเวา เชน คอเส้ือ และ • การปก ดว ยไหม หรอื ดา ย มที งั้ การปก ดว ยมอื และการปก ดว ยจกั ร หากใช
เพ่ือความสวยงาม ใชเปนสวนตกแตงทําใหชายผาไมรุย ซึ่งการ จกั รแบบธรรมดาจาํ เปน ตอ งอาศยั ความชาํ นาญเปน อยา งมากจงึ จะสามารถปก ได
กุนผามี 2 แบบ คือ การกุนผาตามแนวโคง เชน ผาที่ตัดเปน อยางสวยงามและประณีต แตในปจจุบันสามารถทําไดโดยการใชจักรอัตโนมัติ
วงกลม เวลาเยบ็ ไมค วรดงึ ผา ควรใชว ธิ เี นากอ น โดยใหร มิ ผา กนุ กบั ซึ่งมีราคาสงู กวาจักรธรรมดา สว นการปก ดว ยมอื เปนการปก ทงี่ าย มขี ้นั ตอนท่ี
แนวโคงของชิ้นงานเสมอกัน และการกุนผาที่เวา เชน คอเสื้อ ไมยุงยาก และสามารถเลือกปกลวดลายที่ตองการได ซึ่งมีอยูดวยกันหลายวิธี
ใหด ึงผา เฉลยี งเลก็ นอย จะทาํ ใหแนวกุน กระชับกบั สว นเวา ซงึ่ จะ เชน การปก เดนิ เสน การปก ไขว การปกโซ การปกทึบ การปก จุดกลม การปก
ทําใหไดผ ลงานท่ีสวยงามมากยง่ิ ขน้ึ ) คัตเวิรก
• การปก ดว ยวสั ดอุ น่ื ๆ ปจ จบุ นั นยิ มนาํ วสั ดอุ นื่ ๆ มาทาํ เปน ลวดลายบนผา
เชน ใชเ ลอื่ มปก ชดุ ราตรี นอกจากน้ี ยงั มีการนําเปลือกหอย กระดกู สัตว ลกู ปด
เมล็ดพืชแหง มาใชอีกดว ย จึงสง ผลทําใหเกิดลวดลายทีส่ วยงามแปลกตา
T53
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน การตกแต่ง
ขัน้ ที่ 4 ข้นั แสวงหาความรู เขียนสบี น
กระโปรง
17. ครนู าํ กระโปรง พรอ มทง้ั อปุ กรณใ นการตกแตง
มาใหน กั เรยี นดู เพอ่ื ทาํ การสาธติ วธิ กี ารตกแตง วสั ด ุ อปุ กรณท์ ่ใี ช้ ขน้ั ตอนการตกแตง
กระโปรงดวยวิธกี ารเขยี นสี ๑. กระโปรง ๑. ใช้ดินสอรา่ งภาพตามตอ้ งการลงบนกระโปรง โดยวาดเป็นเสน้ บาง ๆ
๒. สอี ะครลิ กิ ส�าหรบั ๒. ร่างภาพตามต้องการลงบนกระโปรงให้เต็มพ้ืนที่ โดยวาดเก็บรายละเอียด
18. ครูแจกอุปกรณในการตกแตงเส้ือผาใหกับ
นักเรียนแตละกลุม เมื่อนักเรียนแตละกลุม เพนตผ์ ้า ที่ตอ้ งการใหค้ รบ
ไดรับอุปกรณในการตกแตงเสื้อผาครบแลว ๓. พู่กนั /จานสี ๓. ใชส้ อี ะครลิ กิ สา� หรบั เพนตผ์ า้ ระบายสตี ามตอ้ งการลงบนกระโปรงใหเ้ รยี บเนยี น
ครทู าํ การสาธติ วธิ ี หรอื ขนั้ ตอนในการตกแตง ๔. ดนิ สอ ๔. ใช้สขี าวระบายทบั สพี ้นื เพ่อื ใหส้ ีดูอ่อนลงและภาพมมี ิตเิ พมิ่ มากขึน้ ทิ้งไว้
กระโปรงดว ยวธิ กี ารเขยี นสใี หน กั เรยี นดอู ยา ง
ละเอยี ด โดยครกู าํ หนดใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ ให้แห้ง น�าไปรีดโดยใช้ผ้าปูทับบริเวณท่ีวาดภาพ จากนั้นจึงน�าไปซักให้
ออกแบบผลงานดวยตนเองจากอุปกรณที่มี เรยี บร้อย
อยา งสรางสรรค
๑2
19. ครูตรวจสอบความถูกตองและลักษณะการ 34
ตกแตงของนักเรียนแตละกลุม หากพบวา
นักเรียนกลุมใดยังปฏิบัติไมถูกตอง ครูควร 4๘
แนะนํา หรืออธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนกลุม
ดงั กลาวมคี วามเขาใจทช่ี ัดเจน
20. ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับเทคนิคการใช
สีอะคริลิกใหนักเรียนฟงวา “สีอะคริลิกเปน
สีท่ีแหงเร็ว ติดทนนาน จึงนิยมนํามาใชใน
การเพนตล งบนวสั ดตุ า งๆ อยา งมากมาย เชน
ผา รองเทาผา จานเซรามิก โลหะ พลาสติก
ไม เทคนิคสําคัญในการใชสีอะคริลิก คือ
ควรเลือกใชพูกันสังเคราะห เพราะจะชวย
อมุ นาํ้ ไดด กี วา พกู นั ขนสตั ว ชว ยใหส แี หง ชา ลง
ใชพ กู นั เบอรใ หญร ะบายสบี รเิ วณทวี่ า ง จะชว ย
ประหยดั เวลาในการระบายสี ใชว ธิ กี ารระบายสี
แบบเปนเลเยอรในบริเวณสําคัญกอน แลว
จึงกลับมาเก็บรายละเอียดในภายหลัง ใช
สเปรยฉีดนํ้าฉีดอยูเสมอ เพ่ือปองกันไมให
สีแหงเร็วจนเกินไป และผสมนํ้า หรือน้ํามัน
ลงในสีอะคริลกิ จะชวยใหส ีแหงชาลง”
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ
การตกแตงเสอื้ ผา เพือ่ ใหเ กิดความสวยงาม ควรคาํ นึงถงึ ส่ิงใด
ครแู นะนาํ เกย่ี วกบั วธิ กี ารตกแตง เสอื้ ใหส วยงามใหน กั เรยี นฟง วา การตกแตง เปนหลัก
เสอ้ื ผา เปน วธิ กี ารทที่ าํ ใหเ สอ้ื ผา มคี วามสวยงามและแปลกใหม ซงึ่ นอกเหนอื จาก
การปก การปะ และการกนุ แลว นกั เรยี นสามารถนาํ วสั ดอุ น่ื ๆ มาใชใ นการตกแตง (แนวตอบ ในการตกแตง เส้ือผา เพื่อใหเ กดิ ความสวยงาม ควร
เสื้อผา เพ่ือใหเกิดความสวยงามได เชน การใชเครื่องประดับในการตกแตง คาํ นึงถึงสง่ิ สําคญั ตา งๆ ดังนี้
เชน การติดเข็มกลัด การตกแตงบริเวณใดบริเวณหน่ึงของเสื้อ เชน ปกเส้ือ
กระเปาเสือ้ การใชว ัสดุชนดิ อ่นื ๆ ติดเพิ่มไปกบั ตัวเสอื้ เชน การตดิ ผา ลูกไมท ่ี • การตกแตง ตอ งมคี วามสมั พนั ธก บั รปู แบบและรปู ทรงของเสอ้ื
ชายเสอ้ื หรือปลายแขนเสอื้ เพือ่ ปองกนั ไมใหเ กดิ การรกรุงรัง
สื่อ Digital • วัสดุท่ีนํามาใชในการตกแตงจะตองมีความกลมกลืนกับ
ตัวเสอื้ เพอ่ื ใหเ กดิ ความสอดคลองกลมกลืนกัน
ศกึ ษาเพ่มิ เตมิ เกยี่ วกับวธิ กี ารตกแตง เสอ้ื ผา ไดท ี่ https://www.youtube.
com/watch?v=mMdYXQQJy90 • จะตอ งมคี วามสวยงาม มเี อกภาพ มคี วามโดดเดน และมคี วาม
นา สนใจกวา แบบเส้อื ของเดิม สีมคี วามเหมาะสม ไมข ดั กับ
T54 สีเสือ้ เดมิ
• วัสดุท่ีนํามาใชตกแตงตองมีขนาดเหมาะสมและสัมพันธกับ
บรเิ วณทตี่ อ งการตกแตง เพอื่ ใหเ กดิ ความสวยงาม กลมกลนื
กับตวั เสื้อ)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
การตกแตง่ ขน้ั สอน
แตง่ เสือ้ ขนั้ ท่ี 4 ขนั้ แสวงหาความรู
ด้วยดอกไม้
21. ครูนําเส้ือแขนกุด พรอมท้ังอุปกรณในการ
๑2 3 ตกแตงมาใหนักเรียนดู เพ่ือทําการสาธิต
4 วิธีการตกแตง เสอ้ื ดวยดอกไม
วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้
22. ครูแจกอุปกรณในการตกแตงเสื้อผาใหกับ
๑. เสื้อ ๒. เศษผา้ ยีน นักเรียนแตละกลุม เมื่อนักเรียนแตละกลุม
๓. ผา้ ลกู ไม้ ๔. เข็มสอย/เข็มหมดุ ไดรับอุปกรณตกแตงเส้ือผาครบแลว ครูทํา
๕. ชด้าอยลส์กีเเดขยียี วนกผบั า้ 1ผ้า หรือสีใกล้เคียง ๖. กสรารยไวกัด2รตัดผา้ การสาธิตวิธี หรือขั้นตอนในการตกแตงเส้ือ
๗. ๘. ดว ยดอกไม ใหน กั เรยี นดอู ยา งละเอยี ด โดยครู
๙. กระดมุ กาํ หนดใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ ออกแบบผลงาน
ไดด ว ยตนเองจากอปุ กรณท มี่ อี ยา งสรา งสรรค
ข้นั ตอนการตกแตง ๓. นา� ผา้ ลกู ไมม้ าวางทาบบรเิ วณ
๑. ตัดเศษผ้ายนี กว้าง ๓ ซม. ยาว ๒๕ ซม. ตัดผ้าลกู ไม้กว้าง ๑.๕ ซม. กระเปา๋ และตวั เสอื้ ใชเ้ ขม็ หมดุ 23. ครูตรวจสอบความถูกตองและลักษณะการ
กลดั ใหแ้ นน่ เยบ็ ดว้ ยวธิ กี ารดน้ ตกแตงของนักเรียนแตละกลุม หากพบวา
ยาว ๑๕ ซม. อย่างละ ๘ เส้น พับผ้าเป็นทบ ตัดชายผ้าให้เป็น ถอยหลงั หรอื ใชจ้ กั รเยบ็ แทน นักเรียนกลุมใดยังปฏิบัติไมถูกตอง ครูควร
เสน้ โคง้ เนาใหเ้ รียบร้อย จากนนั้ รูดผ้าเขา้ หากนั ขดใหเ้ ปน็ วงกลม แนะนํา หรืออธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนกลุม
มัดปลายเชือกและเย็บชายผ้าติดกันให้แน่น น�าผ้าลูกไม้ท่ีขดแล้ว ๔. วางต�าแหน่งดอกไม้บริเวณ ดังกลา วมีความเขา ใจที่ชัดเจน
วางบนเศษผ้ายีนท่ีขดเป็นวงกลม เย็บติดกัน โดยเย็บกระดุมไว้ คอเส้อื โดยใชช้ อลก์ เขยี นผา้
ดา้ นบน จะได้ดอกไม้ส�าหรับติดเส้ือ ก�าหนดจุดที่ต้องการเย็บ 24. ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกี่ยวกับการทําดอกไม
๒. ตดั เศษผ้ายนี เปน็ รปู สเ่ี หล่ียมกวา้ ง ๑๓ ซม. ยาว ๑๒ ซม. พับชายผา้ จากนั้นเย็บดอกไม้ให้ติดกับ จากเศษผาใหนักเรียนฟงวา “เศษผาท่ี
ทง้ั ๔ ด้าน ดา้ นละ ๑ ซม. โดยสอยผา้ ดา้ นหน่ึงให้เรยี บร้อย จากนั้น คอเสื้อใหแ้ นน่ เหลอื ใชส ามารถนาํ มาประดษิ ฐเ ปน ดอกไมไ ด
นา� มาวางบนเสอ้ื ใชเ้ ขม็ หมดุ กลดั ใหแ้ นน่ เยบ็ ดว้ ยวธิ กี ารดน้ ถอยหลงั หลากหลายรปู แบบ ซง่ึ นกั เรยี นสามารถศกึ ษา
เพอื่ ทา� เป็นกระเปา๋ เสื้อ 49 เพ่ิมเติมเก่ียวกับการประดิษฐดอกไมจาก
เศษผา ผานทางเวบ็ ไซตต างๆ เชน
• https://www.youtube.com/
watch?v=paDYqUmke3A
• https://www.youtube.com/
watch?v=wPzi-RtDJao
• https://www.youtube.com/
watch?v=MugeskrvIM0
เพื่อนํามาใชเปนแนวทางในการสรางสรรค
ผลงานของตนเอง ใหเกิดความสวยงามและ
มคี วามหลากหลายมากยิ่งขนึ้ ”
กิจกรรม สรา งเสรมิ นักเรียนควรรู
ใหนักเรียนเลือกวิธีการตกแตงเสื้อผาตามความสนใจ 1 ชอลก เขยี นผา มีลักษณะเปนแทง สามเหลี่ยม มี 4 สี ไดแ ก สเี หลอื ง สีฟา
1 ประเภท ไดแ ก การปก การปะ และการกนุ ลงมือปฏิบตั ิการ สชี มพู และสขี าว ในการใชง านตอ งระมดั ระวงั มากเปน พเิ ศษเนอ่ื งจากเปราะบาง
ตกแตงเสื้อผาตามความคิดสรางสรรคและจินตนาการ จากนั้น และแตกหักไดงาย นํามาใชในการขีดเพื่อทําเคร่ืองหมายบนผา หรือทําแบบ
ออกมานําเสนอผลงานใหเพ่ือนชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบาย บนผา หลังจากใชงานเสรจ็ ควรเก็บลงในกลอ งอปุ กรณใหเรยี บรอ ย
แนวคดิ ในการสรางสรรคผ ลงานของตน 2 สายวดั เปนเสนยาว 60 น้ิว และ 150 เซนติเมตร ปลายหมุ ดวยโลหะ มขี ีด
แบงไวมองเห็นชัดเจน ซึ่งควรเลือกชนิดท่ีมีมาตรวัดท้ังน้ิวและเซนติเมตรอยู
กิจกรรม ทา ทาย ในหนาเดียวกัน เพราะจะชวยใหเกิดความสะดวกสบายในการวัดตัว ไมควร
ใชสายวัดผูกเอว หรือผูกสง่ิ ของ เพราะจะทําใหสายบดิ เบย้ี ว และควรเกบ็ ดวย
ใหนักเรียนคนหาคลิปวิดีโอการตกแตงเส้ือผาจากเว็บไซต วิธีการแขวน เพื่อสะดวกตอการใชง าน
ตา งๆ แลว เลอื กคลปิ วิดโี อทีต่ วั เองชนื่ ชอบ 1 คลปิ ทาํ การรางภาพ
เพื่อออกแบบการตกแตงเส้ือผา พรอมท้ังเขียนอธิบายเหตุผลท่ี T55
เลอื กคลปิ วิดีโอนีเ้ ปนตนแบบในการตกแตงเส้อื ผา จากนัน้ ออกมา
นาํ เสนอผลงานใหเพ่อื นชมหนา ชน้ั เรียน
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ๓.๓ การดดั แปลงเสื้อผ้า1
ข้ันที่ 4 ขน้ั แสวงหาความรู การน�าเสื้อผ้าท่ีมีอยู่มาเปลี่ยนแปลง ต่อเติม และแก้ไขให้ได้รูปแบบใหม่ เพื่อช่วยประหยัด
รายจ่าย ซ่งึ การดดั แปลงเสอ้ื ผ้ามีหลายรูปแบบ เช่น
25. ครูเปดคลิปวิดีโอการดัดแปลงเส้ือผาใน
รูปแบบตางๆ ใหนักเรียนดู จากน้ันครูถาม การดดั แปลงขนาดของเสื้อผ้า
นกั เรยี นวา
• นักเรียนเห็นดวยหรือไมในการนําเสื้อผา เป็นการดัดแปลงเส้ือผ้าให้มีขนาด
ตวั เกา มาดดั แปลงใหเ กดิ เปน เสอื้ ผา ตวั ใหม ใหญ่ข้ึน หรือมีขนาดเล็กลง การ
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็ ดัดแปลงในลักษณะน้ี ท�าได้โดย
ไดอยา งอสิ ระ เชน เหน็ ดวย เพราะเปนการ การเลาะตะเขบ็ ขา้ งออก เนาและเยบ็
ชวยประหยัดคาใชจายในการซื้อเสื้อผา ให้พอดีกับตัว หรือตามที่ต้องการ
ตวั ใหม) เหมาะสา� หรบั เส้อื และกางเกง
• นกั เรยี นเคยดดั แปลงเสอื้ ผา ดว ยตนเองบา ง
หรือไม หากเคย ดัดแปลงในรูปแบบใด การดดั แปลงส่วนประกอบ
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอยา งอิสระ) เป็นการแกไ้ ขส่วนท่ีประกอบกันเปน็
• การดัดแปลงเสื้อผา มปี ระโยชนอ ยา งไร ตัวเสอ้ื เป็นกางเกง ใหเ้ ปลี่ยนแปลง
(แนวตอบ ทําใหเส้ือผามีความสวยงาม ไปจากแบบเดิม เช่น น�าเส้ือยืด
มีความแปลกตา และดูทันสมัยมากข้ึน ตวั เกา่ มายอ้ มสีใหเ้ ปน็ เสอื้ ยดื ตวั ใหม่
นอกจากน้ี ยงั ชว ยประหยดั คา ใชจ า ยในการ ดัดแปลงกระโปรงยาวให้กลายเป็น
ซ้ือเสอ้ื ผา ตัวใหมอีกดวย) กระโปรงส้ัน
26. ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ (กลมุ เดมิ ) ใหน กั เรยี น การดดั แปลงด้วยการลงสี
แตละกลมุ รวมกันศกึ ษา เร่อื ง การดัดแปลง
เส้ือผา จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูท่ี เปน็ การนา� สมี าตกแตง่ เพมิ่ ลวดลาย
3 หรือศกึ ษาเพ่ิมเตมิ จากอนิ เทอรเ นต็ ลงบนเนื้อผ้าให้มีความสวยงามมาก
ยงิ่ ขน้ึ ซงึ่ สามารถทา� ไดห้ ลายวธิ ี เชน่
27. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเก่ียวกับการ การมดั ยอ้ ม การเพนต์ การเขยี นเทยี น
ดดั แปลงเสอื้ ผา จาก PowerPoint ม.5 หนวย การสะบัดสี การพิมพ์ลาย โดยสีท่ี
การเรียนรทู ่ี 3 น�ามาใช้ควรเป็นสีส�าหรับงานเขียน
ผา้ เท่านน้ั
28. ครูอธิบายเพ่ิมเติมวา “การดัดแปลงเสื้อผา
เปนการนําเสื้อผาท่ียังมีสภาพดีมาแกไข การซอ่ มแซม ตกแต่ง และดดั แปลงเสื้อผา้ สามารถชว่ ยยดื อายกุ ารใช้งานของเส้อื ผ้า ทา� ให้
เปล่ียนแปลง เพื่อใหไดรูปแบบและรูปทรงที่ ไมล่ า้ สมยั ในการซอ่ มแซมเสอื้ ผา้ มวี ธิ กี ารทห่ี ลากหลาย ดงั นน้ั ควรเลอื กใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั ลกั ษณะ
ที่มีความเหมาะสมกับผูสวมใส โดยเลือก การชา� รดุ นอกจากน้ี การตกแตง่ และดดั แปลงเสอ้ื ผา้ ยงั ขน้ึ อยกู่ บั ความคดิ สรา้ งสรรคแ์ ละความชอบ
วิธีการดัดแปลงใหเหมาะสมกับสภาพของ ส่วนบุคคลอีกด้วย
เสอื้ ผา ชดุ นน้ั ๆ และคาํ นงึ ถงึ ความคมุ คา ของ
เวลาและคาใชจา ยท่เี สียไปดวย” 50
นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคิด
1 การดดั แปลงเสอื้ ผา เปน การนาํ เสอื้ ผา ทยี่ งั คงสภาพดอี ยมู าแกไ ขเปลย่ี นแปลง เสื้อผาในขอใดเหมาะสาํ หรบั นํามาใชใ นการดัดแปลงเสื้อผา
เพื่อใหไดเส้ือผารูปแบบใหมท่ีเหมาะสมกับผูสวมใสและเหมาะสมกับยุคสมัย 1. เสอื้ ดาํ กระโปรงดําเขา ชดุ ยาวคลุมเขา
สามารถปฏบิ ัติไดหลายวธิ ี เชน 2. เสอ้ื ตัวใหม ยห่ี อ ดงั นําเขา จากตางประเทศ ใสเขา รปู พอดีตัว
3. เดรสสีชมพเู ปดไหลเ ขา รูป ซอ้ื มาเตรียมใสในงานแตง งานของ
• การดัดแปลงกระโปรงยาวใหเปนกระโปรงส้ัน โดยการตัดชายกระโปรง
และพับสอยตามตองการ หรือการทํากระโปรงส้ันใหเปนกระโปรงยาว โดยใช พ่ีสาว
ผา ลกู ไม หรอื ผาท่มี ีลวดลายสวยงามมาตอ ท่ีชายกระโปรง 4. กระโปรงยีนสนี ํ้าเงินทซี่ อ้ื มาเมอื่ 2 ปท แี่ ลว แตป จ จุบนั ไมไ ดใส
• การดดั แปลงเสอ้ื แขนยาวใหเ ปน เสอื้ แขนสนั้ ซง่ึ อาจเปน เสอื้ แขนยาวทแี่ ขน เพราะส้นั
สวนลา งชํารุด หรือลาสมยั สามารถนาํ มาดดั แปลงโดยการตดั แขนใหกลายเปน
เสอื้ แขนส้นั ได (วิเคราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 4. เพราะกระโปรงยีนทส่ี ้นั สามารถนาํ
มาดดั แปลงใหก ลายเปน กระโปรงตวั ใหมได เชน การนาํ ผา ลกู ไม
• การดดั แปลงชายเสอื้ ท่ยี าว หรอื คบั สะโพก โดยการนาํ มาตัดใหส ั้น หรอื มาตอที่ชายกระโปรงจะทําใหกระโปรงยาวขึ้น สามารถนํามา
เลาะปลายตะเข็บดานขา งออกท้ัง 2 ขา ง ทาํ เปนเส้ือผา ขา ง สวมใสไ ดต ามปกติ)
T56
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน
ขน้ั ที่ 4 ขน้ั แสวงหาความรู
วสั ดุ อุปกรณ์ทใี่ ช้ 29. ครนู ํากางเกงขายาว พรอมทั้งอปุ กรณใ นการ
ดัดแปลงเสื้อผามาใหนักเรียนดู เพ่ือทําการ
๑. กางเกงขายาว สาธิตวิธีการดัดแปลงกางเกงขายาวเปน
กางเกงขาสน้ั
๒. เผขา้ ม็ กส�าอมยะ2ห/เขย็ม่ี หมุด
๓. 30. ครูแจกอุปกรณในการดัดแปลงเสื้อผาใหกับ
นักเรียนแตละกลุม เม่ือนักเรียนแตละกลุม
๔. ดา้ ยสเี ดยี วกบั ผา้ หรอื สีใกลเ้ คยี ง ไดรับอุปกรณในการดัดแปลงเสื้อผาครบแลว
ครทู าํ การสาธติ วธิ ี หรอื ขน้ั ตอนในการดดั แปลง
๕. กรรไกรตดั ผา้ กางเกงขายาวเปนกางเกงขาสั้นใหนักเรียนดู
อยา งละเอยี ด โดยครกู าํ หนดใหน กั เรยี นแตล ะ
๖. ชอล์กเขียนผา้ กลุมออกแบบผลงานดวยตนเองจากอุปกรณ
ที่มอี ยางสรา งสรรค
กางเกง ๗. สายวดั
ขายาวเป็น 31. ครูตรวจสอบความถูกตองและลักษณะการ
การดัดแปลง ดัดแปลงของนักเรียนแตละกลุม หากพบวา
กางเกง นักเรียนกลุมใดยังปฏิบัติไมถูกตอง ครูควร
ขาส้นั 1 ๑2 แนะนํา หรืออธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนกลุม
34 ดังกลา วมีความเขาใจทีช่ ดั เจน
Trick
การลับกรรไกรตดั ผ้า 32. ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับการสอยผาให
ดว้ ยอะลมู ิเนียมฟอยล์ นกั เรยี นฟง วา “การสอยเปน การซอ มแซมเสอื้ ผา
ทช่ี าํ รดุ บรเิ วณรอยพบั ปลายแขน ชายกระโปรง
เตรยี มอะลมู เิ นยี มฟอยลย์ าว ๘-๑๐ นวิ้ ปลายขากางเกง โดยการเย็บสวนที่ขาดให
พับตามความยาวหลาย ๆ ทบ ตัด ตดิ กนั แตจ ะไมป รากฏรอยเยบ็ ใหเ หน็ จะเหน็
อะลูมิเนียมฟอยล์ตามความยาวไป เปนจุดเล็กๆ อยูหางกันเปนระยะๆ ท่ีผา
เร่ือย ๆ จนหมดแผ่น ต้องตัดให้เตม็ ดานนอกเทาน้ัน การสอยมีอยูดวยกันหลาย
ใบมีด ใช้ผ้าสะอาดชุบน้�าบิดหมาด รูปแบบ เชน การสอยซอ นดาย เปนการสอย
เชด็ ใหส้ ะอาด เพอ่ื ขจดั เศษฝนุ่ ท่ีมองเห็นเสนดายเย็บเล็กนอย โดยแทงเข็ม
ใหส อดเขา ไปในพบั ทบของผา ใหก วา งชว งละ
ขนั้ ตอนการดัดแปลง ประมาณ 1 เซนตเิ มตร ซงึ่ กอ นแทงเขม็ ออกให
๑. พบั ขากางเกงใหเ้ รยี บเสมอกนั ใชส้ ายวดั วดั ความยาวของขากางเกงทต่ี อ้ งการและสว่ นทีไ่ มต่ อ้ งการใหต้ ดั ออก สะกดิ เสน ดา ยจากผา ชนิ้ ลา งประมาณ 1-3 เสน
๒. พลิกดา้ นใน พบั ชายขากางเกงขนึ้ ๒.๕ ซม. ท้ัง ๒ ขา้ ง ใชเ้ ข็มหมุดกลัดให้แน่น แลว้ ใชเ้ ข็มสอยเนาชายขา แลวสอดเข็มเขาไปในสันทบผา จากนั้นแทง
เข็มออกสะกิดเสนดายจากผา ชิน้ ลาง โดยทํา
กางเกง เชนน้ีเร่อื ยไปจนสุดแนวที่ตอ งการสอย”
๓. พลิกดา้ นนอก ใชผ้ า้ ก�ามะหย่กี นุ๊ ชายขากางเกง โดยวดั ขนาดของผ้าให้มคี วามยาวเทา่ กบั ปลายขากางเกง
ใชเ้ ขม็ หมดุ กลดั ใหแ้ น่น ตลบผา้ ด้านที่ไมม่ ลี ายข้นึ ด้านบน ใชเ้ ข็มสอยสอยผา้ และชายกางเกงให้ติดกัน
๔. พลิกด้านใน ตลบเศษผา้ ดา้ นทม่ี ลี ายลง เลาะด้ายเนาออก ใชเ้ ข็มสอยสอยชายผา้ และชายกางเกงใหต้ ดิ กัน
พลกิ ด้านนอก ใช้ผา้ ก�ามะหยตี่ ดั เปน็ เส้นตรงความยาวใหม้ ากกว่าเอวของผ้สู วมใส่ พับชายผ้าท้ัง ๔ ดา้ น
ใชเ้ ขม็ หมดุ กลดั ใหแ้ นน่ ใชเ้ ขม็ สอยสอยผา้ หรอื ใชจ้ กั รเยบ็ แทนได้ น�าไปรอ้ ยในหกู างเกง เพอ่ื ใชแ้ ทนเขม็ ขดั
5๑
ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู
ขอ ใดกลา วถึงกรรไกรตดั ผา ไดอ ยางถกู ตอง 1 กางเกงขายาวเปนกางเกงขาส้ัน เปนการดัดแปลงเส้ือผาในรูปแบบหน่ึง
1. กรรไกรตดั ผา จะมคี วามคมไมม าก โดยการนาํ กางเกงขายาวทม่ี สี ภาพดี แตป ลายขาขาดจนไมส ามารถซอ มแซมได
2. กรรไกรตัดผา ใชต ดั ผา ไดเ พยี งอยางเดยี ว หรอื ไมอ ยากสวมใสอ กี มาดดั แปลงใหเ ปน กางเกงขาสน้ั เพอ่ื ใสอ ยบู า น ดว ยวธิ กี าร
3. กรรไกรตัดผาใชต ดั กระดาษข้นึ แบบเสอ้ื ได ตดั ขากางเกงและพับเยบ็
4. กรรไกรตัดผา ใชตดั กระดาษและตัดพลาสตกิ ได 2 เขม็ สอย ทาํ ดว ยเหลก็ เมอื่ ถกู ความชนื้ จะเกดิ สนมิ มอี ยดู ว ยกนั หลายขนาด
สาํ หรบั ขนาดทใ่ี ชโ ดยทว่ั ไปจะใชต ง้ั แตเ บอร 7-11 โดยเขม็ เลก็ จะมเี บอรเ ลขมาก
(วเิ คราะหคาํ ตอบ ตอบขอ 2. เพราะกรรไกรตดั ผาควรใชต ัดผา เขม็ ใหญจ ะมเี ลขเบอรนอ ย ดังน้ัน เข็มเบอร 11 จึงมขี นาดเลก็ กวาเขม็ เบอร 9
เพยี งอยา งเดยี ว ไมค วรนาํ ไปใชต ดั วสั ดปุ ระเภทอน่ื ๆ เชน กระดาษ โดยเขม็ เบอร 7-8 จะใชเ ยบ็ ผา ทมี่ คี วามหนาและถกั รงั ดมุ เขม็ เบอร 9-11 ใชเ ยบ็ ผา
พลาสติก เน่ืองจากกรรไกรมีความคมมาก หากนําไปใชตัดวัสดุ ทว่ั ไปและใชส อย หลงั จากการใชง าน ควรเชด็ ดว ยนาํ้ มนั จกั ร หรอื เชด็ ใหแ หง สนทิ
อนื่ ๆ ทไ่ี มใชผา จะทําใหกรรไกรไมค มและทอ่ื เม่อื นาํ มาตัดผาจะ อยา ใหเ ปอ นเหง่อื และเกบ็ ใสก ลอง หรือปก ไวทีห่ มอนปก เขม็ แทนได
ทาํ ใหผ า รุย ซึง่ จะเปน อุปสรรคตอการเยบ็ )
T57
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน วสั ดุ อปุ กรณท์ ่ีใช้ การ ัดดแปลง เปลี่ยน
๑. เสอ้ื ยืด เสอ้ื ตัวเกา่
ขัน้ ท่ี 4 ขั้นแสวงหาความรู ๒. กรรไกรตดั ผา้ เป็นเสอ้ื
๓. ชอลก์ เขียนผ้า
33. ครนู าํ เสอื้ ยดื พรอ มทงั้ อปุ กรณใ นการดดั แปลง ๔. ลูกปดั รอ้ ยผมสีต่าง ๆ ตัวใหม่
เส้ือผามาใหนักเรียนดู เพื่อทําการสาธิตวิธี ๕. ไมบ้ รรทดั ตรง/ไม้บรรทดั โค้ง
การเปลย่ี นเสือ้ ตวั เกาเปนเสื้อตวั ใหม
๑2
34. ครูแจกอุปกรณในการดัดแปลงเส้ือผาใหกับ 34
นักเรียนแตละกลุม เมื่อนักเรียนแตละกลุม
ไดรับอุปกรณในการดัดแปลงเส้ือผาครบแลว ขั้นตอนการดดั แปลง ๓. ใช้กรรไกรตัดผ้าตัดชายเสื้อ
ครทู าํ การสาธติ วธิ ี หรอื ขน้ั ตอนในการดดั แปลง ๑. ใช้ไม้บรรทัดโค้งวางทาบบริเวณไหล่ ใช้ชอล์กเขียนผ้าลากเส้นตาม บรเิ วณกงึ่ กลางของเสอื้ ยาวมา
เส้ือตัวเกาเปนเสื้อตัวใหมใหนักเรียนดูอยาง ถงึ แนวทกี่ า� หนดไว้ เปน็ เสน้ ตรง
ละเอยี ด โดยครกู าํ หนดใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ วงโค้งของแขนเส้ือที่ต้องการตัดออก ใช้กรรไกรตัดผ้าตัดตามรอย โดยแบง่ การตดั ออกเปน็ ๔ ชนิ้
ออกแบบผลงานไดดวยตนเองจากอุปกรณ ทว่ี าด พบั กง่ึ กลางของเสอ้ื เพอื่ ดวู า่ บรเิ วณทต่ี ดั เทา่ กนั หรอื ไม่ หากไม่ ใหญ่ ตดั ชายเสอ้ื เปน็ เสน้ ตรง
ท่มี ีอยา งสรางสรรค เทา่ กันควรตัดให้เรยี บรอ้ ย ขนาดประมาณ ๑ ซม. จนครบ
๒. ใช้ไม้บรรทัดตรงวัดกึ่งกลางของคอเส้ือ ใช้ชอล์กเขียนผ้าก�าหนด ทั้งตวั เสอ้ื
35. ครูตรวจสอบความถูกตองและลักษณะการ จุดก่ึงกลางจากเส้นตรงเข้าหาจุดทก่ี �าหนดใหเ้ ปน็ ตัววี ใช้กรรไกรตดั
ดัดแปลงของนักเรียนแตละกลุม หากพบวา คอเสอ้ื จากนนั้ ใชไ้ มบ้ รรทดั ตรงวางทาบ วดั ระยะความสงู ตามตอ้ งการ ๔. ขมวดชายเสื้อแต่ละเส้นเป็น
นักเรียนกลุมใดยังปฏิบัติไมถูกตอง ครูควร ใช้ชอลก์ เขยี นผ้าขดี เสน้ ไว้ เพือ่ ใหก้ ารตดั มคี วามสูงเท่ากัน ปม มดั ใหแ้ นน่ จนครบทกุ เสน้
แนะนํา หรืออธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนกลุม น�าลูกปัดร้อยผมสีต่าง ๆ มา
ดังกลา วมคี วามเขาใจที่ชดั เจน 52 รอ้ ยทช่ี ายเสอื้ แตล่ ะเสน้ ขมวด
ชายเส้ือแต่ละเส้นเป็นปม
36. ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับการเปลี่ยนเส้ือ มดั ใหแ้ นน่ จนครบทกุ เสน้ เพอื่
ตัวเกาเปนเสื้อตัวใหมใหนักเรียนฟงวา “เสื้อ ปอ้ งกันลูกปัดหลุด
ตัวเกาท่ีไมไดใชงานสามารถนํามาออกแบบ
และสรางสรรคเปน เสอ้ื ตวั ใหมไ ดห ลากหลาย
รูปแบบ ซึ่งนักเรียนสามารถศึกษาเพ่ิมเติม
เกี่ยวกบั การเปล่ยี นเส้อื ตวั เกา เปนเส้ือตวั ใหม
ผานทางเว็บไซตตา งๆ เชน
• https://www.youtube.com/
watch?v=_J5DPoiw6i4
• https://www.youtube.com/
watch?v=8dqrm-3yyvQ
• https://www.youtube.com/
watch?v=4qrEQX3bZbQ
เพ่ือนํามาใชเปนแนวทางในการสรางสรรค
ผลงานของตนเองใหด ยี งิ่ ขึ้น”
เกร็ดแนะครู กจิ กรรม สรางเสรมิ
ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ เกย่ี วกบั ความแตกตา งของไมบ รรทดั ตรงและไมบ รรทดั โคง ใหน กั เรยี นฝก ปฏบิ ตั กิ ารดดั แปลงเสอื้ ผา ในรปู แบบทสี่ นใจตาม
ใหนกั เรยี นฟง วา ไมบ รรทดั ตรง ทําจากไม หรอื พลาสติก มีอยูดวยกนั 3 ขนาด ความคดิ และจินตนาการ 1 ชน้ิ เขยี นอธิบายข้ันตอนการดัดแปลง
ไดแ ก ขนาดยาว 12 นวิ้ ขนาดยาว 18 น้ิว และขนาดยาว 24 นวิ้ ใชส าํ หรับ เสอ้ื ผาลงในกระดาษรายงาน สงครผู ูสอน จากนั้นออกมานําเสนอ
ขีดเสนในการสรา งแบบตัดทเ่ี ปน เสนตรงและยาว เชน เสนตะเขบ็ ขา ง เสนกลาง ผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบายแนวคิดในการ
หนาและกลางหลัง เพ่อื ความสะดวกในการใชงานควรมี 2 อนั คอื ขนาดยาว สรา งสรรคผลงานของตน
12 นว้ิ และขนาดยาว 18 นวิ้ หรอื 24 นว้ิ ควรระมดั ระวงั รอยขดี ขดู เพราะจะทาํ ให
ตวั เลขเลอื นหายได ควรเกบ็ ดว ยวธิ กี ารแขวน สว นไมบ รรทดั โคง ทาํ จากไม หรอื กจิ กรรม ทาทาย
พลาสตกิ มอี ยดู ว ยกนั หลายรปู แบบ สามารถเลอื กใชง านไดต ามความเหมาะสม
ใชส ําหรบั ขดี เสนโคง สวนตางๆ ของแบบตัดเส้ือ กระโปรง หรือกางเกง ควรเก็บ ใหนักเรียนฝกปฏิบัติการดัดแปลงเส้ือผาตามความคิดและ
ดว ยวธิ กี ารแขวน หรือวางราบบนพื้น จนิ ตนาการ 1 ชนิ้ จดั ทาํ เปน คลปิ วดิ โี ออธบิ ายขน้ั ตอนการดดั แปลง
เสื้อผาประกอบการสาธิตอยางถูกตอง โดยจัดทําเปนคลิปวิดีโอ
T58 สั้นๆ ความยาวไมเกิน 7 นาที พรอ มท้ังอัปโหลดคลิปวิดโี อลงใน
สื่อโซเชียลท่ีสามารถกดติดตามได จากนั้นออกมานําเสนอคลิป
วิดีโอใหเ พ่ือนชมหนา ชั้นเรียน
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน
ขนั้ ที่ 4 ขนั้ แสวงหาความรู
เ·¤¹Ô¤การเลือกซื้อกางเกงÂÕ¹ กางเกงยนี 1เปน็ กางเกงทห่ี ลายคน 37. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ
1-2 คน ออกมานําเสนอผลงานที่ไดจากการ
นิยมสวมใส่มีให้เลือกหลายสี หลาย ฝก ปฏบิ ตั กิ ารตกแตง เสอื้ ผา และการดดั แปลง
ยี่ห้อ ควรเลือกซ้ือให้เหมาะสมกับ เส้ือผาใหเพ่ือนชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้ง
บุคลิกภาพของตนเอง รวมท้ังค�านึง อธิบายแนวคิดในการสรางสรรคผลงาน
ถึงหลัก หรือเทคนิคในการเลือกซ้ือ โดยครูเปดโอกาสใหนักเรียนรวมกันวิพากษ
กางเกงยีน ดงั น้ี วจิ ารณ และแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั ผลงาน
ท่ีไดชม เพอื่ ใหแตล ะกลุม นําคาํ ตชิ มไปใชใ น
ñ. มÕ¢¹าดเลกç กÇ่าเอǨรÔง õ. ดÙกระเป‰าËลังก่อ¹ซ้ือ ควรตรวจดู การพฒั นาผลงานใหดยี งิ่ ข้นึ
ควรเลือกกางเกงยีนใหมีขนาดเล็กกวาเอวจริง รายละเอียดของเสนดายลวดลายท่ีปรากฏบน 38. ครูและนักเรียนรวมกันคัดเลือกผลงานการ
๑-๒ ไซส เน่ืองจากกางเกงยีนถูกทอแบบ Twill กระเปาวามีความเหมาะสมหรือไม กระเปาหลัง ตกแตงเส้ือผาและการดัดแปลงเสื้อผาของ
ทําใหผายืดตัวไดเม่ือสวมใสจะพอดีตัว ทําใหดู มขี นาดพอดี ไมเ ล็ก หรือใหญจ นเกินไป นกั เรียนแตล ะกลุม เพอื่ ใหนกั เรยี นนาํ ผลงาน
สวยงามกวาการใสแ บบหลวมๆ ที่ไดรับการคัดเลือกมาจัดแสดงในรูปแบบ
ö. äม่¤ÇรกังÇลเรื่องรÙปร่าง ควรเลือก แฟชั่นโชว โดยใหนักเรียนประชุมวางแผน
ò. ¹Ø่ง·รงเ¢้ารÙปควรเปนทรงเล็กๆ ที่เขารูป การทาํ งานรว มกัน พรอ มทั้งแบงหนาท่ีความ
ตามความชอบและใสแลวพอดีหรือไม ไมควรใส รับผิดชอบตามความสามารถและความถนัด
ตั้งแตโคนขาลงมาถึงปลายขาแตไมรัดแนนแบบ กางเกงยนี ทหี่ ลวมและรดั จนเกนิ ไป เพราะจะทาํ ให ของแตล ะบุคคล
เลกกงิ (กางเกงผา ยดื เนอื้ บาง ขอบยางยดื แนบเนอื้ ) ไมส วยงาม
เพื่อชวยเกบ็ ขาใหม ขี นาดเลก็ ลง 39. ครูอธิบายเพื่อเปนการสรุปความรูใหนักเรียน
ศพั ทน า่ รเู้ กย่ี วกบั กางเกงยนี เขา ใจวา “ประโยชนทไี่ ดร ับจากการซอมแซม
ó. เ¹¹้ ãสส่ Õเ¢้ม ควรเปนสีเขม เพราะ Rise : ความยาวระหวางเปาถึง ตกแตง และดดั แปลงเสอื้ ผา มอี ยดู ว ยกนั หลาย
ขอบเอว เพอ่ื ดเู อวสงู หรอื เอวตาํ่ ประการ เชน เปนการชวยประหยดั รายจาย
เมื่อสวมใสจะดสู ุภาพและสวมใสได Whiskering : ลายทางบนกางเกง ในการซอมแซมเส้ือผาของตนเองและของ
ทกุ โอกาสมากกวาสอี อกสวา ง หรือ ชวยอําพรางจุดบกพรองบริเวณ สมาชิกในครอบครัว เปนการยืดอายุการใช
ถูกฟอกมาแลว ทัง้ นีค้ วรหลีกเล่ยี ง สะโพก เส้ือผาและเคร่ืองแตงกายใหยาวนานย่ิงข้ึน
การสวมกางเกงยนี ขาดๆ เพราะจะ Inseam : รอยตะเขบ็ ดา นขา งจาก เปน การใชเวลาวา งใหเ กดิ ประโยชน สงเสริม
ทาํ ใหเ สยี บุคลิกภาพ เปา ถงึ ปลายขากางเกง ความมีน้ําใจและการใหการชวยเหลือซ่ึงกัน
Wash : สสี นั และการฟอกสกี างเกง และกนั ระหวา งสมาชกิ ในครอบครวั กอ ใหเ กดิ
ô. ดปÙ า‡ ÂสÇ่ ¹ประกอº¢องเ¹้ือผ้า Boot-cut : ทรงกางเกงเขารูป ความรสู ึกภาคภมู ิใจรว มกนั สรา งเสริมความ
บรเิ วณสะโพก บานออกใตห วั เขา อดทน ความมีระเบียบวินัยในการทํางานให
ควรมสี วนผสมของผา ยืด โดยที่ กับสมาชิกในครอบครัว เปนแนวทางในการ
พบท่วั ไป จะเปน Lycra ประมาณ ประกอบอาชพี เกย่ี วกบั การตดั เยบ็ เสอ้ื ผา และ
๒% จะทาํ ใหก างเกงเขา รปู และ เครอ่ื งแตงกายไดในอนาคต”
มคี วามยดื หยุนมากขึน้ หากมี
องคประกอบอยา งอน่ื มากกวา Cotton
กางเกงจะไมค อยระบายอากาศ
53เส้ือผ้าและเคร่ืองแต่งกาย
ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
ผูที่มีเอวคอดเล็กและสะโพกผาย ควรเลือกสวมใสกางเกงยีน ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับวิธีการจัดเก็บและวิธีการทําความสะอาด
ท่ีมีลกั ษณะตรงตามขอใด เพอ่ื ชว ยเสริมสรา งบคุ ลกิ ภาพใหด ูดี กางเกงยนี ใหน กั เรยี นฟง วา การจดั เกบ็ กางเกงยนี ทถ่ี กู ตอ ง ควรแขวนไวใ นทโี่ ลง
โปรง ระบายอากาศไดดี เพ่ือเปนการรักษาทรงของกางเกงใหไดรูป สวนการ
1. กางเกงยนี สกินนี ทาํ ความสะอาด ควรแยกซกั กบั เสอ้ื ผา ชนดิ อนื่ ๆ โดยกลบั ดา นในของกางเกงออก
2. กางเกงยีนเอวสูง ซักดวยน้ําเย็น ใชผงซักฟอกแบบออนๆ ซ่ึงจะชวยรักษากางเกงยีนไมใหไดรับ
3. กางเกงยนี ทรงขาบาน ความเสียหาย รวมถึงการเกิดรอยยบั อนั ไมพ ึงประสงคอ ีกดว ย
4. กางเกงยนี ทรงกระบอก
(วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะผูท่ีมีเอวคอดเล็กและ นักเรียนควรรู
สะโพกผาย ควรเลือกสวมใสกางเกงยีนท่ีชวยกระชับสะโพก
นนั่ กค็ ือ “กางเกงยีนเอวสูง” เนื่องจากชวยเก็บสะโพกไดด ี ทัง้ ยงั 1 กางเกงยีน ไมควรนํากางเกงยีนเขาตูอบ เนื่องจากลมรอนของเคร่ืองอบ
ชวยทําใหเอวดูเล็กลงอกี ดว ย) เปนสาเหตทุ ่ีทําใหเ น้ือผาของกางเกงยีนหดได ควรนาํ ไปตากในทอ่ี ากาศถา ยเท
ไดสะดวกและไมถูกแสงแดด เพอ่ื ปอ งกนั แดดเลยี จนสีซีด
T59
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน ô ตัวอยา งการตัดเย็บเสื้อผาและของใชภ ายในบาน
การตัดเย็บเสื้อผาและของใช เปน การฝก การตดั เยบ็ และเรยี นรกู ระบวนการตดั เยบ็ การรจู กั
ขนั้ ท่ี 4 ข้นั แสวงหาความรู เลอื กผา การคาํ นวณผา การวางแบบและการตดั ผา รวมถงึ การรจู กั เลอื กใชและเกบ็ รักษาอุปกรณ
ตัดเย็บไดอยางถูกวิธี ซ่ึงเปนแนวทางท่ีนําความรูไปใชไดในชีวิตประจําวัน ตัวอยางการตัดเย็บ
40. ครูตั้งคําถามกระตุนความสนใจของนักเรียน ของใชใ นบาน มดี งั น้ี
วา
• นกั เรยี นเคยตดั เยบ็ เสอื้ ผา และของใชภ ายใน เส้ือคลุมใชสําหรับสวมใสในโอกาสตางๆ เชน
บานหรือไม หากเคย ตดั เยบ็ ในรูปแบบใด คลุมทับชุดอาบน้ํา มีหลายแบบ และเนื่องจาก
และมีแนวทางในการปฏิบัติงานอยา งไร ขั้นตอนการสรางแบบและการตัดเย็บไมยุงยาก
(แนวตอบ คําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของ จงึ ตดั เยบ็ ไดง า ย เราควรฝก ปฏบิ ตั กิ ารตดั เยบ็ เพอ่ื นาํ
นักเรยี น) ความรูที่ไดไปใชประโยชนในชีวิตประจําวัน ท้ังยัง
ชวยประหยัดรายจายเรอ่ื งเส้อื ผาดว ย
41. ครูขออาสาสมัครนักเรียนท่ีมีประสบการณ
ในการตัดเย็บเสื้อผาและของใชภายในบาน วัสดุ อปุ กรณทีใ่ ช การตัดเย็บ
ออกมาเลา ประสบการณข องตนเองในการตดั ๑. ผาสําหรับเยบ็
เย็บเสื้อผาและของใชภายในบานใหเพ่ือนฟง ๒. สายวดั
หนาชั้นเรยี น ในประเดน็ ทค่ี รกู าํ หนดให คอื ๓. กระดาษสรางแบบ ดินสอ เสอ้ื คลุม
รูปแบบการตัดเย็บ การจัดเตรียมเครื่องมือ
วสั ดุ อปุ กรณใ นการตดั เยบ็ ขน้ั ตอนการตดั เยบ็ ๔. ยไลมากู งบกลรลบริ้งทกัดระไดมาบษรครทารัดบ โคองน12 อาบนาํ้
และประโยชนที่ไดรับจากการตัดเย็บ โดย ๕.
ครูเปดโอกาสใหนักเรียนรวมกันซักถามหาก ๖. ดายสเี ดียวกบั ผา หรอื สีใกลเ คียง
เกดิ ขอสงสัย ๗. กรรไกรตัดผา ขัน้ ตอนเตรยี มการ
๘. เข็มสอย/เขม็ หมดุ ๑. วิธวี ดั ตัว ประกอบดวยวดั รอบอก คอื วดั สวนที่
42. ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ (กลมุ เดมิ ) ศกึ ษา เรอื่ ง ๙. ดายเนา
การตดั เยบ็ เสอื้ ผา และของใชภ ายในบา น จาก ๑๐. จักรเยบ็ ผา กวางท่ีสุด วัดความยาวจากขางคอถึงเอว และ
หนงั สือเรยี น หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3 หรอื ศึกษา วดั ความยาวตวั เสอื้ คอื วดั จากขางคอลงไปตาม
เพ่มิ เติมจากอนิ เทอรเ นต็ ตอ งการ
๒. การคํานวณผา คิดจากแบบวัดตัวแผนหนา +
43. ครูใหนักเรียนศึกษาเพ่ิมเติมเกี่ยวกับการ Trick แบบวดั ตวั แผน หลงั + เผอื่ ตะเขบ็ ๑๐ เซนตเิ มตร
ตัดเย็บเส้ือผาและของใชภายในบาน จาก เทคนิคการซักผาท่ีเปอ นชอลก เขียนผา เชน แบบวัดตวั แผน หนา ๘๐ เซนติเมตร จะใช
PowerPoint ม.5 หนวยการเรียนรทู ี่ 3 ผา ๘๐ + ๘๐ + ๑๐ = ๑๗๐ เซนติเมตร หรือ
นาํ ผา ทเี่ ปอ นไปแชในนาํ้ สบอู อ น ๆ หรอื นา้ํ ทผี่ สมผงซกั ฟอก ๑.๗๐ เมตร
44. ครูนําผา พรอมท้ังอุปกรณในตัดเย็บเสื้อผา ขย้บี ริเวณรอยเปอนจนกวา คราบชอลกจะหลดุ ออก แลวจึง
และของใชภ ายในบา น เชน กระดาษสรา งแบบ นําไปซักใหส ะอาด
ดินสอ ยางลบ สายวัด กระดาษคารบอน
ไมบ รรทดั ตรง ไมบ รรทดั โคง ลกู กลงิ้ เขม็ สอย ๕๔
เข็มหมุด ดายสีเดียวกับผา หรือสีใกลเคียง
ดายเนา กรรไกรตัดผา ชอลกเขียนผา จักร
เย็บผาขนาดพกพา มาใหนักเรียนดู เพ่ือ
ทําการสาธติ วิธีการตดั เยบ็ เส้อื คลุมอาบนํา้
นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคดิ
1 ไมบรรทดั โคง มลี ักษณะเหมือนไมบรรทัดท่ัวไป แตจะมีความโคงตรงชวง ขอใดเปน ข้ันตอนการเตรียมการตัดเยบ็ เสอื้ คลมุ
ดา นบนของไม และมีความกวางกวาชว งปลาย มที ั้งชนิดท่ีทาํ ดว ยไมแ ละชนดิ ที่ 1. วดั ตัว
ทาํ จากพลาสตกิ นิยมนํามาใชสาํ หรบั โคงแนวสะโพกและแนวตะเข็บขา ง 2. ลอกแบบ
2 กระดาษคารบ อน เปนกระดาษกอปปส าํ หรบั การตดั เสื้อ วิธีการใชงาน คือ 3. สรา งแบบ
วางแบบลงบนกระดาษคารบ อน แลว วางทบั บนผา ทตี่ อ งการลอกลาย ใชล กู กลงิ้ 4. ตดั เยบ็ เส้ือ
หรือของปลายแหลมกล้ิงไปตามแนวแบบ จะปรากฏเปน รอยแนวลายเสนบนผา
สามารถตดั ออกมาเปนชิ้นสว น เพอ่ื ใชใ นการเย็บตอไปได (วเิ คราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 1. เพราะกอ นทจ่ี ะลงมอื ตดั เยบ็ เสอื้ คลมุ
ขนั้ ตอนแรกจะตอ งมกี ารเตรยี มการ โดยวดั ตวั ไดแ ก การวดั รอบอก
สื่อ Digital การวดั ความยาวจากขา งคอถงึ เอว และการวดั ความยาวของตวั เสอื้
จากนน้ั จงึ คาํ นวณผา สรางแบบ ลอกแบบ แลว จงึ ตดั เยบ็ เส้อื คลุม
ศึกษาเพม่ิ เติมเก่ยี วกับการตัดเยบ็ เสอื้ คลมุ แบบงายๆ ดวยผา ไทย ไดท่ี ตามลําดบั )
https://www.youtube.com/watch?v=FnF2H8PTtdY
T60
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
เสน กลางตัว ขนั้ สอน
เสน ตะเขบ็ ไหล ขน้ั ท่ี 4 ขน้ั แสวงหาความรู
เสน เอว
45. ครูแจกอุปกรณในการตัดเย็บเสื้อผาและ
เสน ชายเสอ้ื ของใชภ ายในบา นใหก บั นกั เรยี น เมอื่ นกั เรยี น
1 ไดรับอุปกรณในการตกแตงเส้ือผาครบแลว
ครูทาํ การสาธติ วิธี หรอื ขนั้ ตอนในการตัดเยบ็
เสนตะเข็บขาง เส้ือผาและของใชภายในบานใหนักเรียนดู
อยางละเอียด โดยครูกําหนดใหนักเรียน
เสน ปลายแขน แตล ะกลุมออกแบบผลงานไดด วยตนเองจาก
อุปกรณท ี่มอี ยา งสรา งสรรค
ขนั้ ตอนการสร้างแบบเสอ้ื คลมุ ๔. การสรา้ งคอเสื้อ
๑. การสร้างแบบความกวา้ งและความยาวเสอ้ื ● ระยะจดุ ๑ - ๑๐ = ๓ เซนติเมตร 46. ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับข้ันตอนการสราง
● ก�าหนดจุด ๑ จากริมกระดาษดา้ นบนวัด ● ระยะจดุ ๑ - ๑๑ ยาวประมาณ ๘-๑๐ แบบและแยกแบบใหนักเรียนฟงวา “ในการ
ลงมา ๕ เซนติเมตร และจากริมกระดาษ เซนติเมตร สรางแบบสามารถทําไดโดยนําขนาดของ
ดา้ นซา้ ยวดั เขา้ มา ๑๒ เซนตเิ มตร ● จุด ๑๐ - ๑๑ ลากเสน้ โค้งเปน็ เส้นคอหลัง สดั สว นทว่ี ดั มาไดส รา งขน้ึ เปน แบบตดั พนื้ ฐาน
ระยะจุด ๑ - ๒ = ๔๑ ของรอบอกบวก ๑๐ กอนท่ีจะแยกแบบ เพื่อใหไดแบบตัดตาม
● เซนตเิ มตร ๕. การสร้างแผ่นหนา้ แบบเสอื้ ทตี่ อ งการ การสรา งแบบมที งั้ การสรา ง
● ระยะจุด ๕ - ๑๒ และ ๓ - ๑๓ = ๑๐ ลงบนผืนผาและการสรางลงบนกระดาษแลว
● ระยะจุด ๑ - ๓ และจุด ๒ - ๔ = ความยาว เซนติเมตร จึงนําแบบตัดท่ีถูกสรางจากกระดาษไปวาง
เส้ือ ● จากจดุ ๑๑ - ๑๒ - ๑๓ ลากเส้นปา้ ยแผ่นหน้า ลงบนผา หลงั จากไดตรวจสอบความถูกตอ ง
● ระยะจดุ ๓ - ๔ และจดุ ๑ - ๒ = ความกวา้ ง ● จากจดุ ๑๒ วดั เขา้ มาประมาณ ๒ เซนตเิ มตร เรียบรอยแลว สําหรับผูท่ีกําลังฝกตัดเย็บ
เสอื้ ลากเส้นโค้งตามแบบ เสื้อผา ควรสรางแบบตัดบนกระดาษและ
๒. การหาต�าแหน่งเอว ควรตรวจสอบความถูกตองของแบบตัดให
● ระยะจดุ ๑ - ๕ และ ๒ - ๖ = ความยาวของ ๖. การสรา้ งเผอ่ื พับ เรียบรอยกอ นนาํ ไปวางลงบนผา เพื่อปองกัน
ไหล่ถงึ เอวประมาณ ๓๓-๓๖ เซนตเิ มตร ● จากจุด ๘ - ๙ วัดออกไปยาว ๓ เซนตเิ มตร การผิดพลาด และควรเขียนเครื่องหมายท่ี
● ระยะจดุ ๕ - ๖ เป็นแนวเสน้ เอว ลากเสน้ ปลายแขนเผื่อพับ จําเปนตางๆ พรอมท้ังรายละเอียดท่ีจําเปน
๓. การสร้างแขนเสอ้ื ● จากจุด ๔ -๑๓ วัดออกไปยาว ๓ เซนตเิ มตร ในการตัดลงบนแบบตดั ดวย”
● ระยะจดุ ๒ - ๗ ยาวประมาณ ๒๕-๓๐ ลากเส้นชายเสื้อเผ่อื พับ
เซนตเิ มตร 47. ครูอธิบายเพ่ือเปนการสรุปความรูใหนักเรียน
● ระยะจดุ ๗ - ๘ และ ๒ - ๙ = ๑๐ ๗. การสร้างสาบเสื้อ เขา ใจวา “การสรางแบบเสื้อคลุมอาบน้าํ จะ
เซนติเมตร ● ระยะจากจดุ ๑๐ - ๑๑ - ๑๒- ๑๓ เปน็ เสน้ ระยะ ตองสรางแบบความกวางและความยาวเสื้อ
● จากจดุ ๗ วดั ออกมาประมาณ ๒ เซนติเมตร คอหลงั ผ่านคอหน้าจดชายเสอ้ื เทา่ กบั หาตาํ แหนง ของเอว สรา งแขนเสอื้ สรา งคอเสอื้
ขดี เสน้ โค้งใต้วงแขน ความยาวสาบเสื้อ สรา งแผน หนา สรา งเผอื่ พบั สรา งสาบเสอ้ื และ
Trick ● ระยะความกว้างสาบเสอ้ื = ๘ เซนติเมตร สรางสายผูกเอว โดยทั้งหมดนี้จะตองมีการ
กําหนดจุดตางๆ เพ่ือใหไดตําแหนงในการ
วิธกี ารกลดั เข็มหมดุ ๘. การสร้างสายผูกเอว ตดั เย็บทีถ่ ูกตอง”
● ระยะความยาวสายผูกเอว = รอบเอวบวก
ควรกลัดให้ห่างจากเส้นท่ีต้องการกดรอย ๓-๔ ซม. เพ่ือ ๒๐-๒๕ เซนตเิ มตร
ไม่ให้เสียเวลาในการถอดเข็มหมุดออก และควรกลัดให้มี ● ระยะความกวา้ ง = ๘ เซนติเมตร
ระยะหา่ งเทา่ ๆ กัน
55
กิจกรรม สรางเสรมิ เกร็ดแนะครู
ใหนักเรียนสืบคนวิธีการสรางแบบเส้ือคลุมจากส่ือการเรียนรู ครอู าจนาํ ตวั อยา งการเขยี นแบบเสอ้ื หลายๆ แบบมาใหน กั เรยี นดู และอธบิ าย
ทหี่ ลากหลาย จากนั้นเลอื กแบบเสื้อคลุมตามความสนใจ 1 แบบ เพ่ิมเติมเก่ียวกับขั้นตอนการสรางแบบเสื้อใหนักเรียนฟง เชน การกําหนดจุด
ฝกปฏิบัติการทดลองสรางแบบเส้ือตามท่ีไดเลือกมา จากนั้น ระยะจุดในแตละสวน เพื่อใหนักเรียนเกิดความรู ความเขาใจที่เพิ่มมากขึ้น
ออกมานําเสนอผลงานใหเ พื่อนชมหนา ชั้นเรียน โดยครสู ามารถสาธติ วธิ กี ารสรางแบบเสอ้ื ใหน กั เรียนดูเปนตัวอยา ง แลวอาจให
นักเรยี นแบง กลมุ รวมกันทดลองสรา งแบบเส้ือ
กจิ กรรม ทาทาย นักเรียนควรรู
ใหนกั เรยี นสรา งแบบเสอ้ื ตามความสนใจ 1 แบบ โดยจะตอง 1 ตะเขบ็ ปญ หาตะเขบ็ รยุ พบไดท งั้ ชดุ เกา และชดุ ใหม ซงึ่ อาจเกดิ จากคณุ ภาพ
สรา งแบบใหค รบองคป ระกอบ เชน ความกวา ง ความยาว แขนเสอื้ ของการตัดเย็บท่ีไมดีมากพอ หากพบวาตะเข็บเกิดการหลุดรุย สามารถแกไข
คอเส้ือ สาบเส้ือ โดยระบุจุด หรือระยะจุดในการหาตําแหนงให ไดด ว ยวธิ ีการเย็บดว ยมอื หรือการเยบ็ ดว ยจกั ร โดยสามารถศกึ ษาตวั อยา งไดท่ี
ชัดเจน จากน้นั ออกมานําเสนอผลงานใหเพ่ือนชมหนา ชัน้ เรียน https://www.youtube.com/watch?v=4IawLRFbCto
T61
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ขั้นตอนการลอกแบบเสอื้ คลมุ ๑
ขน้ั ที่ 4 ข้นั แสวงหาความรู ๑. ก●ากรดลรออกยแเบสบน้ แดผ้วย่นลหกู ลกงั ล้งิ1ตามแบบ
48. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลอกแบบให ● เขยี นเครอ่ื งหมายบนแบบตดั
นักเรยี นฟงวา “การลอกแบบเส้อื คลุมอาบนํ้า หมายถงึ แนวเส้นด้ายในผนื ผา้
จะตองลอกแบบแผนหลังและลอกแบบ ● เขียนเคร่ืองหมายบนแบบตัด ✕
แผนหนาโดยการลอกแบบทั้ง 2 แบบนี้ จะ หมายถึง สันทบ
ตองกดรอยเสนดวยลูกกล้ิงตามแบบ และ ● เขยี นก�ากบั แผน่ หลงั และตดั ๑ ชิน้ บนแบบตดั
เขียนเครอื่ งหมายบนแบบตัด” โดยครูอธิบาย ๒. การลอกแบบแผน่ หน้า
พรอมกับสาธิตการลอกแบบเส้ือคลุมอาบนํ้า ● กดรอยเสน้ ด้วยลกู กล้ิงตามแบบ
ใหน กั เรยี นดอู กี ครง้ั จากนน้ั ครขู ออาสาสมคั ร ● เขยี นเครื่องหมายบนแบบตดั
2-3 คน ออกมาสาธิตการลอกแบบคลุมเส้ือ หมายถงึ แนวเสน้ ด้ายในผนื ผ้า
อาบนาํ้ ใหเพอื่ นชมหนา ชนั้ เรยี น เมอื่ นักเรียน ● เขียนกา� กับแผน่ หน้า และตัด ๒ ชน้ิ บนแบบตดั
ปฏิบัติการลอกแบบเสร็จส้ิน ครูจะทําหนาที่ ● แบบสาบและสายผูกเอวตัดเทา่ แบบ
ในการตรวจสอบความถูกตองของชิ้นงาน
หากพบวานักเรียนยังปฏิบัติไมถูกตอง ครู ๓๕ ข้นั ตอนการวางแบบตดั บนผ้าและการเผอ่ื ตะเข็บ
ควรแนะนาํ การปฏบิ ตั ทิ ถ่ี กู ตอ งใหก บั นกั เรยี น ๗ ๑. วางแบบตดั เอาดา้ นทมี่ ลี ายชดั เจนออกดา้ นนอก
๒. แผ่นหลัง วางแบบตัดตามยาว หรือตามแนว
49. ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับการลอกแบบให ตัด ๑ ชิ้น
นกั เรยี นฟง วา “การวางแบบตดั จะตอ งปฏบิ ตั ิ ริมผ้า วางผา้ ทบกนั เอาดา้ นทีม่ ลี วดลายชดั เจน
ดงั น้ี แผน่ หลงั ออกดา้ นนอกเผอ่ื ตะเขบ็ ๑เซนตเิ มตรหรอื เทา่ กบั
• วางแบบตัดเอาดานที่มีลายชัดเจนออก ซีกตนี ฝจี ักรเย็บผา้ ทง้ั ๓ ดา้ น คอื ชายแขนเสอื้
ดา นนอก ผา้ สาบ และตะเข็บข้าง ส่วนกลางตัวแผ่นหลังวางผ้า
• แผน หลงั วางแบบตดั ตามยาว หรอื แนวรมิ ผา สายผกู เอว สนั ทบ ตดั ผา้ ๑ ชน้ิ
วางผาทบกัน เอาดานที่มีลวดลายชัดเจน 5๖ ๓. แผ่นหน้า วางผ้าทบกัน เอาด้านที่มีลวดลาย
ออกดานนอก เผื่อตะเข็บ 1 เซนติเมตร ชัดเจนออกด้านนอก เผ่ือตะเขบ็ ๑ เซนตเิ มตร
หรอื เทา กับซกี ตนี ผจี กั รเย็บผาท้งั 3 ดา น โดยรอบ ตดั ๒ ชิน้ ซ้อนกัน
• แผนหนา วางผาทบกัน โดยเอาดานท่ีมี ๔. สาบเส้ือ วางผ้าทบกัน ๒ ช้ัน เผ่ือตะเข็บ
ลวดลายชัดเจนออกดานนอก เผ่ือตะเข็บ ๑ เซนตเิ มตรโดยรอบ จะใชผ้ า้ เฉลยี ง ผา้ ตามขวาง
1 เซนติเมตร โดยรอบ ตดั 2 ช้นิ ซอนกนั หรือผ้าตามยาวก็ได้
• สาบเส้ือ วางผาทบกัน 2 ชั้น เผ่ือตะเข็บ ๕. สายผูกเอว วางผ้าทบกัน ๒ ชั้น เผื่อตะเข็บ
1 เซนตเิ มตรโดยรอบ จะใชผ า เฉลยี ง ผา ตาม ๑ เซนตเิ มตรโดยรอบ จะใชผ้ า้ เฉลยี ง ผา้ ตามขวาง
ขวาง หรอื ผาตามยาวก็ได หรอื ผ้าตามยาวก็ได้
• สายผูกเอว วางผาทบกนั 2 ชัน้ เผอื่ ตะเข็บ
1 เซนตเิ มตรโดยรอบ จะใชผ า เฉลยี ง ผา ตาม
ขวาง หรอื ผา ตามยาวกไ็ ด”
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
ครูอธิบายเก่ียวกับข้ันตอนการลอกแบบเส้ือใหนักเรียนฟงวา การปฏิบัติ ขอใดคอื ขั้นตอนการลอกแบบเสือ้ คลุม
ตามข้นั ตอนการลอกแบบเสือ้ คลุมน้ัน นกั เรยี นควรลงมือปฏิบตั ิดว ยความตง้ั ใจ 1. เนาผา ใหต ิดกันเปนตัวเส้อื
มคี วามละเอยี ด รอบคอบ เนอื่ งจากจะตอ งนาํ แบบมาลอกลงบนผา และใชล กู กลง้ิ 2. กดรอยเสน ดวยลกู กลิ้งตามแบบ
กดรอยเสน ซงึ่ ขนั้ ตอนนคี้ วรกดลกู กลง้ิ ใหแ นน เพราะหากกดไมแ นน จะทาํ ใหผ า 3. วางผาทบกัน 2 ช้ัน เพื่อทาํ สาบเส้ือ
และกระดาษทเ่ี ปนแบบเลอ่ื นออกจากกนั สง ผลใหเ กิดรอยเสนท่ผี ดิ เพ้ียนไปได 4. นําผาชนิ้ หนา และผาชิ้นหลังวางปะกบกนั
นักเรียนควรรู (วเิ คราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะการลอกแบบเสอ้ื คลมุ เปน
การลอกแบบแผนหนาและแผนหลังของตัวเสื้อ โดยใชลูกกลิ้ง
1 ลูกกลง้ิ ใชส าํ หรับกล้งิ รอยบนผา หรอื งานตัดเย็บ มหี วั กล้งิ หลายแบบ เชน กดรอยเสน ตามแบบทีเ่ ขียนไวใ นขนั้ ตอนการสรา งแบบเสื้อคลุม)
• หัวแบบเรียบ ใชก ลิง้ รอยผา ใหเปนเสน
• หัวฟน แหลม ใชก ล้งิ ผาเนอ้ื บางกวา ปกติ
• หัวดอกไม ใชกลิ้งผาทมี่ เี น้ือบางๆ
T62
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ ตอนการเย็บตวั เสือ้ ขนั้ สอน
๑. นตะาํ เผขา็บชกน้ิ วหานงา๑แลเะซผนา ตชเิ ิ้นมหตลรงั หวารงอื ปเทระากกบบั กซนักี ตโนี ดผ1ยที นาํางผขาวดาามนือที่มตลีดั าแยตชง ดัตเะจเขน็บไวไดหาลนซใึง่นเยบ็เนแาลตว ะเแขลบ็ ะไกหันลรแุยลระิมเยผ็บา ขน้ั ท่ี 4 ขนั้ แสวงหาความรู
เนาปลายแขนเสอ้ื ท้งั ๒ ขา ง และเยบ็ ตามรอยเนา 50. ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับการเย็บตัวเสื้อให
๒. เนาผาใหผ า ติดกันเปน ตัวเสื้อและเยบ็ ตามรอยเนา นักเรียนฟงวา “การเย็บตัวเสื้อจะตองปฏิบัติ
๓. กลับผาดา นที่ลายไมช ดั เจนไวด า นใน เนาตามแนวรอยเย็บ ดงั นี้
๔. สอยพับริม หรอื เยบ็ ตามแนวเนา • นําผาช้ินหนาและผาชิ้นหลังมาวางประกบ
๕. พบั ชายเสอ้ื และเยบ็ จากนั้นจงึ คอยเย็บสายผูกเอว โดยการพับทบผา และเย็บ กนั โดยวางรมิ ผา ใหเ ทา กนั
๖. เส้ือท่เี ย็บเรยี บรอ ยแลว • เนาตะเข็บไหล และเย็บตะเข็บกวาง
ประมาณ 1 เซนตเิ มตร หรือเทากบั ซกี ตีนผี
๑๒ ๕ จกั รเยบ็ ทางขวามอื
๓๔ ๖ • ตัดแตงตะเข็บไหล ซึ่งเย็บเสร็จเรียบรอย
แลว และกนั รยุ ริมผาใหเ รยี บรอ ย
สรปุ การเลอื กใชเ สอื้ ผา และเครอ่ื งแตง กาย ตอ งรจู กั อาํ พรางสว นทบ่ี กพรอ งและเนน จดุ เดน • เนาปลายแขนเส้ือทง้ั 2 ขาง จากนั้นใหเย็บ
รวมถงึ สวมใสเ สื้อผา ท่ีมีความประณีต สะอาด เรยี บรอย เหมาะสมกบั รปู ราง โอกาส และกาลเทศะ ตามรอยเนา
มีการดูแลรักษาอยางถูกวิธี รูจักซอมแซมสวนท่ีชํารุด เพื่อชวยใหเส้ือผาอยูในสภาพดี สามารถ • เนาผา ติดกบั ตวั เสื้อและเย็บ
ใชง านไดต ามปกติ รวมทง้ั ตกแตง และดดั แปลงเสอื้ ผา เพอื่ ใหด สู วยงามและมคี วามทนั สมยั การตดั เยบ็ • พบั ผา เขาดานใน เนาตามรอยเยบ็
เสื้อผา และของใชใ นบานเปนงานท่ตี อ งใชค วามประณีต ละเอยี ดออน ดงั นนั้ จงึ ควรศกึ ษาเกย่ี วกบั • สอยรมิ ผา หรือเย็บตามแนวเนา
อุปกรณ เคร่ืองมอื เคร่ืองใช และวธิ ีการปฏิบัติงานตามข้นั ตอนทถ่ี ูกตอ ง ผลงานทไ่ี ดจ งึ จะมคี วาม • พับชายเสื้อและเย็บ จากนั้นจึงเย็บสาย
สวยงามและมคี ณุ ภาพ ซึ่งสามารถนําความรูไปปรับใชในชีวติ ประจาํ วนั ได ผกู เอว โดยการพบั ทบผาและเยบ็
๕๗เส้ือผ้าและเคร่ืองแต่งกาย • ตรวจสอบความเรียบรอยและนําไปใชได
ในชีวิตประจําวัน”
51. ครูตรวจสอบความถูกตองและลักษณะการ
ตัดเย็บเส้ือผาและของใชภายในบานของ
นกั เรยี นแตล ะกลมุ หากพบวา นกั เรยี นกลมุ ใด
ยงั ปฏบิ ตั ไิ มถ กู ตอ ง ครคู วรแนะนาํ หรอื อธบิ าย
เพม่ิ เตมิ ใหน กั เรยี นกลมุ ดงั กลา วมคี วามเขา ใจ
ที่ชดั เจน
52. ครใู หน กั เรยี นนาํ ความรทู ไี่ ดร บั จากการศกึ ษา
และฝก ปฏบิ ตั กิ ารซอ มแซม ดดั แปลง ตกแตง
ตัดเย็บเสอื้ ผา และของใชภ ายในบาน มาเปน
แนวทางในการปฏิบัติโครงงานตามหัวขอ
ทีไ่ ดรับมอบหมาย
กิจกรรม 21st Century Skills เกร็ดแนะครู
1. ใหน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละเทา ๆ กนั รว มกนั ออกแบบเสอื้ คลมุ ครูควรแนะนํานักเรียนวา ในขณะปฏิบัติการตัดเย็บตัวเส้ือไมวาจะดวย
ตามความสนใจ 1 ตัว ท่นี อกเหนอื จากตวั อยางในหนังสอื เรียน วธิ กี ารเยบ็ ดว ยมอื หรอื การเยบ็ ดว ยจกั รเยบ็ ผา ควรระมดั ระวงั ในการใชอ ปุ กรณ
โดยสามารถสบื คน ขอ มูลไดจ ากแหลง การเรียนรูทีห่ ลากหลาย เคร่อื งมือในการเย็บดว ย เนื่องจากอุปกรณ เครอ่ื งมอื บางชนดิ มคี วามแหลมคม
บางชนิดเปน อปุ กรณไฟฟา ดังนน้ั จึงควรปฏบิ ตั งิ านดวยความระมดั ระวัง เพอ่ื
2. ใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันสรางแบบและลอกแบบเสื้อคลุม ใหเ กดิ ความปลอดภยั ในขณะปฏบิ ัติงาน
ตามทกี่ ลมุ ของตนเองไดเลือกไว จากนัน้ รวมกนั ตดั เยบ็ เสื้อคลุม
(อาจใชว ธิ ีการเยบ็ ดวยมอื หรอื วิธกี ารเยบ็ ดว ยจักรเยบ็ ผากไ็ ด) นักเรียนควรรู
3. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ รว มกนั ประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ านกลมุ ของ 1 ตีนผี มีหลายแบบและมีคุณสมบัติที่แตกตางกัน เชน ตีนผีเหล็ก ใชเย็บ
ตนเอง หากพบปญ หา หรืออปุ สรรคในการทํางาน ใหจดบนั ทึก ตะเข็บท่ัวไป เย็บไดท้ังผาหนาและผาบาง ตีนผีมวนกลม ใชเย็บกันรุยริมผา
ไว เพ่อื หาแนวทางการแกไ ข โดยตนี ผจี ะมว นเก็บริมผา ใหเ รียบรอย สวยงาม เหมาะสําหรบั เยบ็ ริมผา พนั คอ
ระบายตกแตงเสื้อ ระบายหมอน และระบายผามา น
4. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ สง ตวั แทนกลมุ ละ 1-2 คน ออกมานาํ เสนอ
ผลงานใหเพ่ือนชมหนา ชนั้ เรยี น T63
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั สรปุ ก¨Ô กรรม
ขน้ั ท่ี 5 สรปุ สง่ิ ท่ีไดเ รยี นรู สราé งสรร¤ì¾²ั ¹าการเรÕ¹รéÙ
1. ครแู ละนักเรยี นรว มกันสรุปความรู เรอ่ื ง การ 3.๑ใบมอบหมายงานที่ คา� ชีแ้ จง : ใหน้ กั เรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเปน็ รายบคุ คล โดยการเขยี น
ซอมแซม ตกแตง ดัดแปลง ตัดเย็บเส้ือผา ตอบตามที่กา� หนด
และของใชภ ายในบา น เร่อื ง การเลือกãªเ้ ส้อื ผา้
และเ¤รอ่ื งแต่งกาÂ
2. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําชิ้นงาน/ภาระงาน
(รวบยอด) เร่อื ง การซอมแซม ตกแตง และ ๑. ในการแตง่ กายของตนเองใหด้ ูสวยงามและเหมาะสมกับบุคลกิ ภาพ ควรยดึ หลักการแต่งกายอย่างไร
ดดั แปลงเสอื้ ผา ๒. ควรเลือกเส้ือผ้าท่ีสวมใส่อยู่กับบ้านในลักษณะใด เพ่ือให้เกิดความสะดวกสบายในการท�ากิจกรรมต่าง ๆ
ภายในบา้ น
3. ครูใหน กั เรยี นทําแบบทดสอบหลังเรยี น หนวย ๓. เสอ้ื ผา้ ทส่ี วมใส่ไปทา� งาน หรือไปท�ากิจธรุ ะ ควรเลอื กที่มีรูปแบบอย่างไร เพราะเหตุใด
การเรยี นรทู ่ี 3 ๔. เสอ้ื ผ้าทส่ี วมใสไ่ ปงานเล้ียงต่าง ๆ ควรเลอื กทม่ี รี ูปแบบอย่างไรจึงจะมีความเหมาะสม
๕. ถ้ามีน้องวยั ๑๒ ขวบ นกั เรยี นควรเลือกเสื้อผ้าสีใดใหส้ วมใสจ่ ึงจะเหมาะสม
4. ครูตรวจสอบความรู ความเขา ใจของนักเรียน ๖. การเลอื กซ้ือชุดชน้ั ในควรคา� นงึ ถงึ ส่ิงใดเปน็ หลกั
จากการนาํ เสนอผลการปฏบิ ตั งิ านและการสรปุ ๗. กกาารรเเลลอือื กกซซ้ื้ืออเถคงุ รเท่อื งา้1แแตลง่ะกรอายงเปทรา้2ะเคภวทรกพริจะาเปรณ๋า าคจวารกพสิจ่งิ าใรดณเปา็นเลหือลกักให้เหมาะสมอย่างไร
ความรู ๘.
๙. การซ่อมแซมเส้ือผา้ เช่น การซอ่ มแซมซปิ การซอ่ มแซมเน้�อผา้ ท่ีขาด การซ่อมแซมตะเข็บ การเยบ็
ขนั้ ท่ี 6 นาํ เสนอผลงาน ตะขอ การเย็บกระดมุ การปะ ควรใช้หลักเกณฑ์ใดในการซ่อมแซมเสอื้ ผ้าดังกลา่ ว
๑๐. การตกแต่งเส้ือผ้ามีหลายรูปแบบ ถ้าต้องการตกแต่งเสื้อยืดตัวเก่าให้เป็นเส้ือยืดตัวใหม่จะเลือกใช้วิธีใด
5. ครูใหนักเรียนแตละกลุมออกมานําเสนอ
ผลงานตามหัวขอโครงการทไ่ี ดร ับมอบหมาย
6. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนแตละกลุมรวมกัน
ซักถามในประเด็นทสี่ งสยั ในแตล ะโครงการ
เพราะเหตุใด
5๘
นักเรียนควรรู กิจกรรม Mini Project
1 ถงุ เทา ควรเลอื กสวมใสถ งุ เทา ทผี่ ลติ จากเสน ใยธรรมชาติ 100% เชน ผา ฝา ย 1. ใหน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละเทา ๆ กนั โดยใหส มาชกิ ภายในกลมุ
หรือผาคอตตอน ไมควรใชถุงเทาท่ีผลิตจากไนลอน หรือเสนใยพอลิเอสเตอร แตละคนสํารวจและคัดเลือกเสื้อผาที่ชํารุด หรือเส้ือผาท่ีตนเอง
เนื่องจากไมซับเหง่ือและระบายอากาศไดไมดีเทาท่ีควร นอกจากนี้ ควรซัก ไมไดสวมใสมาใหสมาชิกในกลุมรวมกันคัดเลือก เพื่อนํามา
ทําความสะอาดถุงเทาทุกวัน ไมควรปลอยท้ิงไว และหม่ันแชถุงเทาในนํ้ายา ดดั แปลงเสือ้ ผา
ฆา เชือ้ โรคอยางนอย 1 ครั้ง ตอ 2 สัปดาห
2 รองเทา ควรเลือกสวมใสรองเทาที่มีความแข็งแรง ทนทาน น้ําหนักเบา 2. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ รว มกนั คดิ และออกแบบเสอื้ ผา ใหม โดยนาํ
ระบายอากาศไดดี ไมควรสวมรองเทาคูเดิมทุกวนั เพราะหากสวมคเู ดิมทกุ วนั เสอ้ื ผา ตวั เกา มาดดั แปลง จากนัน้ รว มกนั สรางแบบ คดั ลอกแบบ
โดยไมมีการนําออกมาผึ่งใหแหง เพ่ือระบายความอับช้ืน อาจทําใหเกิดเชื้อรา และลงมือตดั เยบ็ เสอ้ื ผา
และเชื้อแบคทีเรียที่สงผลทําใหเกิดกลิ่นเทาไดงาย ควรซักและทําความสะอาด
รองเทาอยา งนอยเดือนละ 1 ครั้ง และควรนําไปผ่งึ แดดจนแหงสนทิ กอ นนํามา 3. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ รว มกนั ประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ านกลมุ ของ
ใชง าน ตนเอง หากพบปญ หา หรอื อปุ สรรคในการทาํ งาน ใหจ ดบนั ทกึ ไว
เพือ่ หาแนวทางการแกไ ข
T64
4. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ สง ตวั แทนกลมุ ละ 1-2 คน ออกมานาํ เสนอ
ผลงานใหเ พ่อื นชมหนาชั้นเรยี น
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
3.2ใบมอบหมายงานที่ ขน้ั ประเมนิ
เรอ่ื ง ก ารซ่อมแซม ตกแต่ง คา� ช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเปน็ กลมุ่ โดยปฏบิ ตั งิ านตาม 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบหลังเรียน
และดัดแปลงเสื้อผา้ เพอื่ ตรวจสอบความเขา ใจหลงั เรยี นของนกั เรยี น
ทีก่ �าหนดให้
2. ครูตรวจสอบชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
๑. สา� รวจเสอ้ื ผา้ ของตนเองทช่ี า� รดุ หรอื เสอ้ื ผา้ ทต่ี อ้ งการตกแตง่ หรอื ดดั แปลงใหส้ วยงามอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ เรื่อง การซอมแซม ตกแตง และดัดแปลง
เพยี ง ๑ ชน้ิ เส้ือผา
๒. นา� เส้ือผ้าที่ได้มาคัดเลือกในกลุ่มเพ่ือทา� การซ่อมแซม หรอื ตกแต่ง หรอื ดดั แปลงเสือ้ ผ้าท่เี ลือกไว้ 3. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการ
๓. แสวงหาความรเู้ พ่ือการทา� งานจากสือ่ ที่หลากหลาย เชน่ หนงั สือเรยี น นติ ยสาร ปรกึ ษาผู้รู้ ผชู้ �านาญการ เรียนรู จากการสังเกตพฤติกรรมการทํางาน
กลุม การนําเสนอผลงาน และการสังเกต
ในท้องถ่นิ ครูผสู้ อน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
๔. วางแผนการท�างานในรปู แบบโครงงานและน�าสง่ เอกสารพร้อมผลงาน โดยมีรายละเอียด ดังน้ี
• ช่อื กลุม่
• รายชื่อหัวหนา้ กลมุ่ และสมาชิกในกล่มุ
• การแบง่ หนา้ ทกี่ ารท�างานภายในกล่มุ
• รปู แบบงานทท่ี �า
• หลักการและเหตุผลทที่ า� งาน
• วตั ถปุ ระสงค์
• ระยะเวลาในการท�างาน
• งบประมาณท่ีใช้
• บญั ชีรายรบั -รายจ่าย
• วิธีการดา� เนนิ งาน
• บนั ทึกผลการปฏบิ ัติงาน
• ปญั หา หรืออปุ สรรคในการทา� งาน
• วธิ ีแก้ไขปญั หา
• ผลการปฏิบัติงาน
• ความภาคภูมิใจในการท�างาน
59เสื้อผ้าและเคร่ืองแต่งกาย
ขอสอบเนน การคดิ แนวทางการวัดและประเมินผล
หากพบวาเส้ือผาที่นักเรียนสวมใสมีสภาพชํารุด หรือไมได ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน โดยศึกษา
สวมใสแ ลว นกั เรยี นสามารถนาํ มาทาํ สงิ่ ใด เพอื่ ใหเ กดิ ความคมุ คา เกณฑก ารวดั และประเมนิ ผลทแ่ี นบทา ยแผนการจดั การเรยี นรู หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3
มากทส่ี ุด
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน
1. นําไปทําเปน พรมเชด็ เทา
2. ดดั แปลงใหเปนเสอ้ื ผาตัวใหม คาชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดับ คาชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนประเมินผลการนาเสนอผลงานของนักเรยี นตามรายการ แล้วขีด ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน
3. จาํ หนายเปน เสือ้ ผา มอื สองในตลาด คะแนน
4. ตดั ใหเ ปนเศษผาช้ินเล็กๆ แลว นาํ ไปรองวสั ดุประเภทแกว
ลาดบั ที่ ช่ือ-สกลุ การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมี การมี รวม ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
(วเิ คราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 2. เพราะเปน การสรา งสรรคเ สอื้ ผา ตวั เกา ของนกั เรยี น ความ ฟงั คนอน่ื ตามท่ีได้รบั น้าใจ สว่ นรว่ มใน 15 321
ใหเปน เสอื้ ผาตัวใหมท่มี คี วามสวยงาม แปลกใหม ไมเ หมอื นใคร คดิ เห็น มอบหมาย คะแนน 1 ความถกู ตอ้ งของเนือ้ หา
ซึ่งเกิดจากความคิดสรางสรรคของผูประดิษฐ ทําใหไมตองซ้ือ การ 2 การลาดบั ขน้ั ตอนของเร่ือง รวม
เสอื้ ผา ใหม จงึ เกิดความคมุ คา มากทีส่ ุด) ปรับปรุง 3 วธิ กี ารนาเสนอผลงานอยา่ งสร้างสรรค์
ผลงานกลุ่ม 4 การใชเ้ ทคโนโลยใี นการนาเสนอ
5 การมีส่วนร่วมของสมาชกิ ในกลมุ่
3 2 13 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1
ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมนิ
............/................./................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงช่ือ...................................................ผ้ปู ระเมนิ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติ หรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ............./.................../............... ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัติ หรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิ หรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ บางส่วน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12-15 ดี 12-15 ดี
8-11 พอใช้ 8-11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ ต่ากว่า 8 ปรับปรุง
T65
Chapter Overview
แผนการจัด สื่อท่ีใช้ จุดประสงค์ วธิ ีสอน ประเมนิ ทักษะท่ีได้ คุณลักษณะ
การเรียนรู้ อนั พงึ ประสงค์
แผนฯ ท่ี 1 - หนังสือเรยี น 1. อธบิ ายความหมายและ แบบกระบวน - ต รวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - ท ักษะการส�ำรวจ - รกั ชาติ ศาสน์
ความส�ำคัญ
และประเภทของ การงานอาชพี ม.5 คุณคา่ ของงานประดิษฐ์ การเรยี น - ตรวจใบงานที่ 4.1.1 ค้นหา กษตั รยิ ์
งานประดษิ ฐ์
เอกลกั ษณ์ไทย - แ บบทดสอบก่อนเรียน ทีเ่ ปน็ เอกลักษณไ์ ทยได้ ความรู้ - ป ระเมนิ การนำ� เสนอผลงาน - ท กั ษะการสังเกต - ซื่อสัตย์ สจุ ริต
1 - PowerPoint 2. เหน็ คุณค่าของงาน ความเข้าใจ - ส งั เกตพฤตกิ รรมการทำ� งาน วธิ กี ารท�ำงาน - ม วี นิ ยั
ช่วั โมง ประดิษฐ์ทเ่ี ป็น รายบุคคล เพอ่ื การด�ำรงชีวิต - ใฝเ่ รยี นรู้
เอกลักษณ์ไทย - ส งั เกตพฤตกิ รรม - ท ักษะการคิด - อยอู่ ย่าง
3. อ อกแบบงานประดษิ ฐ์ การท�ำงานกลมุ่ วเิ คราะห์ พอเพียง
ทเี่ ปน็ เอกลกั ษณ์ไทยได้ - สังเกตคุณลักษณะ - ทักษะกระบวน - ม ุ่งม่ันใน
อันพึงประสงค์ การคิดแกป้ ญั หา การท�ำงาน
- ทกั ษะการสรุป - ร กั ความ
ลงความเห็น เปน็ ไทย
- ท กั ษะการประเมนิ - มจี ติ สาธารณะ
T66
แผนการจัด สือ่ ที่ใช้ จุดประสงค์ วธิ สี อน ประเมนิ ทกั ษะท่ีได้ คุณลักษณะ
การเรียนรู้ อนั พึงประสงค์
แผนฯ ที่ 2 - หนังสอื เรยี น 1. เ ลอื กใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ แบบใช้ - ต รวจแบบทดสอบหลงั เรยี น - ทกั ษะการส�ำรวจ - รักชาติ ศาสน์
งานประดษิ ฐ์
เอกลกั ษณ์ไทย การงานอาชีพ ม.5 และเครือ่ งมอื เคร่ืองใช้ โครงการ - ตรวจโครงงาน คน้ หา กษัตริย์
2 - แบบทดสอบหลงั เรยี น ในงานประดิษฐท์ ีเ่ ป็น เปน็ หลกั - ประเมนิ การน�ำเสนอผลงาน - ทักษะการสงั เกต - ซ อื่ สัตย์ สุจริต
ชวั่ โมง - PowerPoint เอกลกั ษณ์ไทย (Project- - ส ังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน วิธกี ารทำ� งาน - มีวินยั
ได้เหมาะสมกับ Based รายบคุ คล เพอ่ื การดำ� รงชีวติ - ใฝ่เรยี นรู้
ประเภทของงาน Instruction) - ส งั เกตพฤติกรรม - ท กั ษะการคิด - อ ยอู่ ย่าง
2. ออกแบบและประดิษฐ์ การท�ำงานกลุม่ วิเคราะห์ พอเพยี ง
ช้นิ งานทีเ่ ป็น - ส ังเกตคณุ ลกั ษณะ - ทักษะกระบวน - ม ุ่งม่ันใน
เอกลกั ษณ์ไทย อนั พึงประสงค์ การคิดแก้ปญั หา การท�ำงาน
ได้อยา่ งสวยงาม - ทักษะการสรุป - ร กั ความ
ลงความเห็น เปน็ ไทย
- ทกั ษะการประเมนิ - ม จี ติ สาธารณะ
T67
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ นาํ (เนน กระบวนการเรยี นความรู ความเขา ใจ) ๔หน่วยการเรียนรู้ท่ี
1. ครแู จง ชือ่ เร่ืองทจ่ี ะเรยี นรแู ละผลการเรยี นรูให งานประดษิ ฐเ์ อกลกั ษณ์ ไทย
นกั เรยี นทราบ จากนน้ั ใหนักเรยี นแตละคนทาํ
แบบทดสอบกอนเรียน หนวยการเรียนรูที่ 4 ตวั ช้วี ดั ถ้าต้องการประดิษฐ์ของใช้ที่
เรือ่ ง งานประดษิ ฐเอกลกั ษณไทย ■ สร้างผลงานอย่างมคี วามคดิ สรา้ งสรรค์และมีทักษะการท�างานร่วมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) เป็นเอกลักษณ์ไทย เพ่ือนÓไป
■ มีทักษะการจัดการในการทา� งาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) เป็นของขวัญผูใ้ หญ่ ควรเลอื ก
2. ครูเปดคลิปวิดีโอการทํางานประดิษฐท่ีเปน ■ มที ักษะกระบวนการแกป้ ัญหาในการทา� งาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ประดษิ ฐง์ านประเภทใด เพราะ
เอกลกั ษณไ ทยในลักษณะตา งๆ ใหนกั เรยี นดู ■ มีทกั ษะในการแสวงหาความรูเ้ พือ่ การดา� รงชวี ิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) เหตใุ ด
■ มีคุณธรรมและลกั ษณะนสิ ัยในการทา� งาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖)
3. ครตู งั้ คาํ ถามกระตนุ ความสนใจของนกั เรยี นวา ■ ใช้พลงั งาน ทรัพยากรในการทา� งานอย่างคุม้ คา่ และย่งั ยนื เพอ่ื การอนุรกั ษ์สง่ิ แวดลอ้ ม
• นกั เรยี นรจู กั และเคยเหน็ งานประดษิ ฐท เ่ี ปน
เอกลักษณไทยประเภทใดจากการชมคลิป (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗)
วดิ โี อ
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็ สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ไดอ ยา งอสิ ระ เชน งานแกะสลกั ผกั และผลไม
งานแกะสลักไม งานดอกไมสด งานใบตอง ■ ค วามคดิ สรา้ งสรรคม์ ี ๔ ลกั ษณะ ประกอบดว้ ยความคดิ รเิ รมิ่ ความคลอ่ งในการคดิ ความยดื หยนุ่
งานปน ดิน งานจักสาน) ในการคดิ และความคดิ ละเอียดลออ
• จากคลิปวิดีโอ นักเรียนเคยประดิษฐงาน
ประดิษฐที่เปนเอกลักษณไทยในลักษณะน้ี ■ ท กั ษะการท�างานรว่ มกัน เปน็ การท�างานกลุ่ม ทา� งานรว่ มกบั ผู้อน่ื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข ท�างาน
บางหรือไม ถาเคย นักเรียนประดิษฐงาน อย่างมีกระบวนการตามขั้นตอน และฝึกหลักการท�างานกลุ่ม เช่น การประดิษฐ์ของใช้ที่เป็น
ประเภทใด และรูสึกอยางไรท่ีไดประดิษฐ เอกลักษณไ์ ทย
งานชน้ิ นนั้
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็ ■ ท ักษะการจัดการ เป็นการจัดระบบงานและระบบคน เพื่อให้การท�างานส�าเร็จตามเป้าหมาย
ไดอยางอิสระ เชน เคยทํางานใบตอง อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
โดยการทํากระทง เพ่ือใชในงานประเพณี
ลอยกระทง มคี วามรสู กึ ภาคภมู ใิ จทส่ี ามารถ ■ ท กั ษะกระบวนการการแกป้ ญั หาในการทา� งาน มขี นั้ ตอน คอื การสงั เกต วเิ คราะห ์ สรา้ งทางเลอื ก
สรางสรรคงานประดิษฐเอกลักษณไทยที่มี และประเมนิ ทางเลอื ก
ความสวยงาม ประณตี ละเอยี ดออ น เพอื่ ใช
ในงานประเพณที สี่ าํ คญั ของไทย เคยทาํ งาน ■ ท ักษะการแสวงหาความรู้เพ่ือการด�ารงชีวิต ประกอบด้วยการศึกษาค้นคว้า รวบรวม สังเกต
แกะสลกั ผกั และผลไม เพอ่ื ใชใ นการตกแตง ส�ารวจ และบนั ทึก
ภาชนะใสอ าหาร เพอ่ื เลย้ี งตอ นรบั เพอ่ื นของ
คุณแม ซ่ึงเปนชาวตางชาติท่ีเดินทางมา ■ การใชพ้ ลงั งาน ทรพั ยากรอยา่ งคุ้มค่าและยงั่ ยนื เป็นคณุ ธรรมในการทา� งาน
ทอ งเทย่ี วยงั ประเทศไทย มคี วามรสู กึ ภาคภมู ใิ จ
ทส่ี ามารถสรา งสรรคง านประดษิ ฐเ อกลกั ษณ ๑ ความสา� คญั ของงานประดิษฐ์ที่เปน็ เอกลักษณ ์ไทย
ไทยที่มีความสวยงาม เพื่อใชในการตกแตง งานประดิษฐ์ท่ีเป็นเอกลักษณ์ ไทย เป็นผลงานที่สะท้อนให้เห็นถึงขนบธรรมเนียม ประเพณี
ภาชนะใสอ าหารใหน า รับประทานย่งิ ขึน้ ) วฒั นธรรม และความเปน็ อยขู่ องคนไทยตง้ั แตส่ มยั โบราณจนถงึ ปจั จบุ นั ซง่ึ มคี วามงามและมคี ณุ คา่
ทางศลิ ปะควรค่าแก่การอนุรกั ษ ์ไวเ้ พอ่ื ไม่ ใหส้ ญู หาย
60
เกร็ดแนะครู
ครูควรจัดการเรียนรู โดยอธิบายเก่ียวกับงานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทยใหนักเรียนฟง เพ่ือใหเกิดความรู ความเขาใจเรื่องความสําคัญและประเภทของ
งานประดิษฐที่เปนเอกลักษณไทยมากข้ึน สามารถเลือกใชเครื่องมือในงานประดิษฐไดอยางถูกตองและปลอดภัย ลงมือปฏิบัติงานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทย
เชน งานแกะสลัก งานดอกไมสด ไดอยางสรางสรรค เพื่อใหเกิดความชํานาญ ใชทรัพยากรอยางคุมคาและย่ังยืน เพ่ือเปนการอนุรักษสิ่งแวดลอม นําทักษะ
การจัดการมาประยุกตใชในการทํางาน ใชทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางานอยางเปนขั้นตอน รวมถึงทักษะในการแสวงหาความรูเพ่ือการดํารงชีวิต
ในการคน หาขอ มลู ทีเ่ ปน ประโยชน เพ่ือใหผ ลงานสาํ เรจ็ ตรงตามเปา หมายอยา งมปี ระสิทธิภาพ โดยสามารถจดั กิจกรรมได ดงั นี้
• ใหน กั เรยี นตอบคําถามและรว มกนั แสดงความคดิ เหน็ เพ่อื ใหนกั เรยี นเกิดความรู ความเขาใจเกย่ี วกบั งานประดษิ ฐท ่ีเปน เอกลกั ษณไ ทย
• ใหน ักเรียนปฏบิ ัตงิ านประดษิ ฐท ่เี ปนเอกลกั ษณไทย เชน งานแกะสลกั งานดอกไมส ด อยางสรางสรรค
T68
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ ไทย เป็นชิ้นงานที่จัดท�า หรือ ขนั้ นาํ
สร้างขึ้น เพ่ือน�ามาใช้ประดับตกแต่งให้เกิดความสวยงาม • จากคลปิ วดิ โี อทไ่ี ดช มไปนน้ั นกั เรยี นชนื่ ชอบ
งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ ไทยมีอยูม่ ากมาย เช่น เครือ่ งประดบั งานประดษิ ฐท เี่ ปน เอกลกั ษณไ ทยในลกั ษณะใด
จากเปลือกหอย งานจักสาน แกะสลักผักและผลไม้ มาลัย (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ดอกไมส้ ด โดยงานประดษิ ฐเ์ ปน็ ขมุ ทรพั ยท์ างปญั ญาทมี่ คี ณุ คา่ ไดอ ยา งอสิ ระเชน ชอบงานดอกไมส ดโดยเฉพาะ
ควรแกก่ ารอนุรกั ษ์ การรอ ยมาลยั และการจดั ดอกไม เพราะชอบ
ดอกไมท ีม่ สี สี ันสวยงาม ชอบกลิ่นหอมของ
๑.๑ ความหมายของงานประดษิ ฐท์ เ่ี ปน็ เอกลักษณ์ ไทย1 ดอกไม ชอบรอ ยมาลัย เพอื่ นําไปถวายพระ
และชอบนาํ ดอกไมม าจดั ใสแ จกนั เพอ่ื ใชใน
ป ระเพงาณน2 ี ปแรละะดวถิิษชี ฐวี์เติปแ็นบงบานไททยี่ส เืบปทน็ องดานตท่อมี่กคีันวมาามตป้ังรแะตณ่สตี ม ลัยะโเบอรยี าดณออ่ นส ะมทคี ้อวนามใหงด้เหงา็นมถ ึงแวลัฒะมนคี ธณุ รรคมา่ การจัดและตกแตงหองใหมีความสวยงาม
ทางศิลปะ สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์อันดีงามของชาติไทย ส่วนใหญ่จะเป็นงานท่ีเกี่ยวข้องกับ ยงิ่ ขน้ึ ชว ยเพม่ิ บรรยากาศทดี่ ภี ายในบา นได)
ชีวติ ประจา� วนั สอื่ ความหมายถงึ ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี งานประดษิ ฐป์ ระเภทนเ้ี ป็นมรดกไทย
ทสี่ บื ทอดกนั มาแตช่ า้ นาน สามารถฝกึ ทา� ไดด้ ว้ ยตนเอง โดยศกึ ษาขนั้ ตอนการประดษิ ฐจ์ ากหนงั สอื • นกั เรยี นคดิ วา งานประดษิ ฐท เ่ี ปน เอกลกั ษณ
นติ ยสาร คลปิ วดิ โี อ หรอื ฝกึ จากผทู้ ม่ี คี วามร ู้ มปี ระสบการณ ์ในทอ้ งถนิ่ นน้ั ๆ เมอื่ ฝกึ ฝนจนเกดิ ความ ไทยมีความสําคัญหรอื ไม อยา งไร
ชา� นาญแลว้ สามารถนา� ความรู ้ไปประกอบเปน็ อาชีพได้ ในอนาคต (แนวตอบ มคี วามสาํ คญั เนอ่ื งจากงานประดษิ ฐ
ที่เปนเอกลักษณไทย เปนงานประดิษฐท่ี
61งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ไดร บั การสบื ทอดมาจากบรรพบรุ ษุ ซงึ่ สะทอ น
ใหเห็นถึงเอกลักษณอันดีงามของชาติไทย
รวมถงึ วฒั นธรรม ประเพณี ภมู ิปญ ญา และ
วถิ ชี วี ิตของคนไทยท่มี มี าตง้ั แตอ ดีต)
4. ครูใหนักเรียนรวมกันยกตัวอยางงานประดิษฐ
ท่ีเปนเอกลักษณไทยท่ีนักเรียนเคยเห็น โดยมี
ครูเปนผคู อยเสนอแนะเพิ่มเติม
5. ครูถามนกั เรยี นวา
• งานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทยจัดเปน
งานท่มี ลี กั ษณะอยา งไร
(แนวตอบ งานประดิษฐเอกลักษณไทยเปน
ผลงานที่มีความงามและมีคุณคาทางศิลปะ
เปนผลงานท่ีบรรพบุรุษไดสรางสรรคขึ้น
มกี ารสบื ทอดมาจนถงึ ปจ จบุ นั ผลงานสว นใหญ
จะมีความเก่ียวของกับชีวิตประจําวัน และ
การสื่อความหมายถึงขนบธรรมเนียม
ประเพณี และวฒั นธรรมไทย)
ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู
ขอ ใดกลาวถึงงานประดษิ ฐท่ีเปน เอกลกั ษณไทยไดอ ยางถกู ตอง 1 งานประดษิ ฐท เ่ี ปน เอกลกั ษณไทย เปน การนําวัสดตุ างๆ เชน ผัก ผลไม
1. เปนผลงานท่เี ลยี นแบบมาจากวัฒนธรรมตะวันตก ใบไม ดอกไม ตน ไม ดินเหนียว มาประดษิ ฐเปน ผลงานในลกั ษณะตา งๆ เพอ่ื
2. เปนผลงานทมี่ ีขนาดใหญ ไมสามารถเคลือ่ นยา ยได ประโยชนในการใชสอย เชน เปนของเลน ของใช ของตกแตง เพื่อความ
3. เปนผลงานท่มี ีมูลคา สงู จึงตองเกบ็ รักษาไวในพิพธิ ภณั ฑ สวยงาม จดั เปนผลงานท่ีไดรบั การถา ยทอดมาจากบรรพบุรษุ ทงั้ ในครอบครวั
4. เปน ผลงานที่แสดงออกถึงเอกลกั ษณทางวฒั นธรรมของชาติ และในทองถน่ิ หรอื จัดทําข้นึ เพือ่ ใชในงานประเพณี หรอื เทศกาลสําคัญตางๆ
ทแ่ี สดงใหเ ห็นถงึ ความโดดเดน เปนเอกลักษณประจําชาติ เชน มาลัย บายศรี
(วเิ คราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 4. เพราะงานประดษิ ฐท เ่ี ปน เอกลกั ษณไ ทย งานแกะสลกั งานใบตอง ซงึ่ ผลงานเหลา นจ้ี ะถูกสรา งขน้ึ อยางประณตี งดงาม
เปนผลงานท่ีมีมาตั้งแตสมัยโบราณ จัดเปนผลงานท่ีเกิดข้ึนจาก 2 ประเพณี ในงานประเพณีสําคัญของไทย ไดมีการนํางานประดิษฐที่เปน
ภูมิปญ ญาของบรรพบรุ ุษที่ไดส รางสรรคชิ้นงานดว ยความประณีต เอกลักษณไทยมาใชหลากหลายรูปแบบ เชน ประเพณีลอยกระทง นิยมนํา
วิจิตรบรรจง แสดงใหเห็นถึงเอกลักษณทางวัฒนธรรมของชาติ ใบตองมาทําเปนกระทงใชลอย เพ่ือเปนการสะเดาะเคราะหและขอขมาตอ
ทม่ี ีความสวยงาม และไดม ีการสบื ทอดมาจนถึงปจ จุบนั ) พระแมค งคา
T69
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน ๑.๒ ประโยชน์ของงานประดษิ ฐท์ ีเ่ ป็นเอกลักษณ์ไทย
ขน้ั ท่ี 1 สงั เกต ตระหนกั งานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ ไทย นอกจากจะมีความงดงาม แสดงให้เห็นถึงความประณีต
ละเอยี ดอ่อนในการทา� งานประดษิ ฐ์แลว้ ยงั สามารถนา� มาใช้งานได้อย่างหลากหลาย ซึ่งประโยชน ์
1. ครตู ง้ั คาํ ถามกระตนุ ความสนใจของนกั เรยี นวา ของงานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ ์ไทย มดี งั น้ี
• งานประดษิ ฐท เี่ ปน เอกลกั ษณไ ทยมปี ระโยชน
อยางไร 1 ๒ ๓
(แนวตอบ มีประโยชนหลายประการ เชน
ชวยใหเกิดความเพลิดเพลิน เปนการใช น�าไปใช้ประโยชน์ในชีวิต ส่งเสริมให้เกิดความคิดริเริ่ม ฝกึ นสิ ยั ใหม้ คี วามอดทน ขยนั
เวลาวางใหเกิดประโยชน ชวยเพ่ิมคุณคา ประจ�าวันและช่วยอ�านวย สรา้ งสรรค ์ เพอื่ เปน็ การพฒั นา หมั่นเพยี ร มคี วามรับผิดชอบ
ของวัสดุที่นํามาใช นําไปใชเปนของขวัญ ความสะดวกในการทา� งาน ทางดา้ นสตปิ ญั ญา
เพื่อมอบใหแกผูอ่ืนในโอกาสสําคัญตางๆ รพอิถบพี คิถอันบ 1ใแนลกะามรทคี ว�าางมานละเอยี ด
ชว ยประหยดั คา ใชจ า ย โดยนาํ สงิ่ ของทมี่ อี ยู
มาใชใ หเ กดิ ประโยชนอ ยา งสงู สดุ และคมุ คา ๔
สง เสรมิ ความคดิ รเิ รมิ่ สรา งสรรค ชว ยอนรุ กั ษ
ศลิ ปวัฒนธรรมของไทยไมใหสญู หาย) ชว่ ยประหยัดคา่ ใชจ้ า่ ย โดยนา�
• นักเรียนเคยนําผลงานประดิษฐท่ีเปน สง่ิ ของท่มี อี ย ู่ สงิ่ ของเหลอื ใช้
เอกลักษณไทยประเภทใดไปใชในชีวิต มาใช ้ให้เกิดประโยชนส์ ูงสุด
ประจําวัน ใชในโอกาสใด และนําไปใช
อยางไร ๕
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอยางอิสระ เชน นํางานดอกไมสด ช่วยให้เกิดความสนุกสนาน
คือ พวงมาลัย มาไหวคุณพอและคุณแม เพลิดเพลิน เป็นการใช้เวลา
เพ่ือขอพรในชวงเทศกาลปใหมไทยหรือ ว่างให้เกิดประโยชน์
วนั สงกรานต)
งานแกะสลกั ผกั และผลไม ้ สามารถนา� มาใช ้ในการตกแตง่ อาหารใหม้ คี วามสวยงาม
2. ครูใหนักเรียนดูงานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณ และนา่ รับประทานมากยิ่งขน้ึ
ไทยในลักษณะตางๆ ทีค่ รูนาํ มา เชน ผกั และ
ผลไมแกะสลัก พวงมาลัยดอกไมสด กระทง ช่วยเพ่ิมคุณค6่าของวัสด2ุและ ๗ ๘
ใบตองสําหรับใสอาหารหรือขนม จากน้ันให
นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็น ช่วยให้ตนเองและครอบครัว น�าไปใช้เป็นของขวัญ หรือ ชว่ ยอนรุ กั ษศ์ ลิ ปวฒั นธรรมทม่ี ี
ท่ีครูกําหนดให ดงั นี้ มีรายไดท้ ีเ่ พม่ิ มากขนึ้ ของกา� นลั เพอ่ื มอบใหแ้ กผ่ อู้ น่ื คุณค่าของไทย ไม่ ใหส้ ญู หาย
• งานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทยดังกลาว ในโอกาสส�าคญั ตา่ ง ๆ ไปตามกาลเวลา
มปี ระโยชนต อ ชีวิตประจาํ วนั อยางไร
• หากตองการแบงประเภทของงานประดิษฐ 6๒
ทเี่ ปน เอกลกั ษณไ ทย สามารถแบง ออกไดเ ปน
กีป่ ระเภท ประกอบไปดวยสิง่ ใดบาง
นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคิด
1 ความละเอียดรอบคอบ การฝกปฏิบัติงานประดิษฐที่เปนเอกลักษณไทย ในการประดษิ ฐช นิ้ งานท่ีเปนเอกลกั ษณไทย ควรคาํ นงึ ถงึ สิ่งใด
นอกจากจะชวยฝกใหผูประดิษฐมีความอดทนแลว ยังชวยใหเปนคนที่ทํางาน เปนสาํ คญั
ไดอยางละเอียดรอบคอบ เน่ืองจากชิ้นงานหลายประเภท จําเปนตองใชความ
ประณีตและความละเอียดออนในการปฏิบัติงาน เพื่อใหไดช้ินงานที่มีความ 1. ช้นิ งานนน้ั ทําไดห รือไม
สวยงาม เชน การรอ ยมาลยั การแกะสลักผกั และผลไม นอกจากน้ี ยงั สามารถ 2. ช้ินงานนั้นจาํ หนา ยไดหรอื ไม
นําประโยชนที่ไดรับจากการประดิษฐช้ินงานไปประยุกตใชกับการเรียนรูในวิชา 3. ชน้ิ งานน้นั ใชป ระโยชนไ ดหรอื ไม
อน่ื ๆ หรอื การปฏบิ ัติกจิ กรรมในชวี ติ ประจําวันได 4. ชนิ้ งานนัน้ หาเศษวสั ดุมาประดิษฐไดห รือไม
2 เพ่มิ คุณคา ของวัสดุ เปนการนาํ วัสดุชนิดอ่ืนๆ มาใชท ดแทน เพื่อประดิษฐ
ชนิ้ งานทเี่ ปน เอกลกั ษณไ ทย นยิ มนาํ มาใชเ พอ่ื ประดษิ ฐเ ปน ของทร่ี ะลกึ ของฝาก (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะการประดิษฐช้ินงานที่เปน
ของกํานัล เชน การประดิษฐมาลัยจากดนิ ญป่ี นุ การสานตะกราจากไมไผ เอกลักษณไทย ควรคํานึงถึงประโยชนของการนําไปใชเปนหลัก
โดยการนําวสั ดุเหลือใชท ี่มอี ยใู นบา น ในโรงเรยี น หรอื ในทอ งถน่ิ
T70 มาประดิษฐเ ปน ชิ้นงานในลักษณะตางๆ เพ่อื อํานวยความสะดวก
ในการดําเนินชีวิต เชน นําใบตองมาประดิษฐเปนถาดหรือจาน
เพอื่ ใชบ รรจอุ าหาร นาํ ใบลานมาสานเปน ปลาตะเพยี น เพอื่ ใชเ ปน
ของเลนของเดก็ ๆ)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
๒ ประเภทของงานประดษิ ฐ์ทเ่ี ปน็ เอกลกั ษณ์ไทย ขน้ั สอน
งานประดษิ ฐท์ เี่ ปน็ เอกลกั ษณ ์ไทยมอี ยดู่ ว้ ยกนั หลายประเภท มรี ปู แบบ ขน้ั ตอนการทา� การนา�
ไปใชป้ ระโยชนท์ แ่ี ตกตา่ งกนั จงึ ควรเลอื กใช ้ใหเ้ หมาะสมกบั ลกั ษณะของงาน โดยงานประดษิ ฐท์ เี่ ปน็ ขน้ั ท่ี 2 วางแผนปฏบิ ตั ิ
เอกลักษณ ์ไทย สามารถแบ่งออกได้ ดังนี้
3. ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละเทา ๆ กนั รว มกนั
งานดอกไม้สด งานใบตอง วางแผนปฏิบัติงาน พรอมท้ังแบงหนาท่ีความ
รับผิดชอบตามความถนัดและความสามารถ
มีหลายชนิดและหลายรูปแบบ เช่น งานประดิษฐ์ท่ีคนไทยนิยม ของแตละบุคคล เพ่ือสืบคนขอมูลเก่ียวกับ
การร้อยตาข่าย การร้อยอุบะ การร้อย ประดิษฐ์เพื่อน�ามาใช้ ในการ ความหมาย ความสาํ คญั และประเภทของงาน
พวงมาลัย เพื่อน�ามาใช้ประดับตกแต่ง บรรจอุ าหาร ห่อขนม ตลอดจน ประดษิ ฐทเ่ี ปน เอกลกั ษณไทย
ท�าให้เกิดความสวยงาม ซ่ึงสามารถ น�ามาใช้ ในงานพิธีต่าง ๆ เช่น
ศึกษาจากผู้รู้ หรือศึกษาด้วยตนเอง ทา� กระทงในประเพณลี อยกระทง ขนั้ ท่ี 3 ลงมอื ปฏบิ ตั ิ
จากหนังสือ นิตยสารต่าง ๆ และฝึก ทา� พานในวนั ไหวค้ ร ู ทา� บายศรี
ประดษิ ฐอ์ ยา่ งสมา�่ เสมอเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความ ในพิธีตา่ ง ๆ ทา� กระทงสลากภัต 4. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันสืบคนขอมูล
ชา� นาญ สามารถนา� ไปประกอบอาชพี ได ้ ถาดใบตองใส่ขนมถวายพระ เกย่ี วกบั ความหมาย ความสาํ คญั และประเภท
ในอนาคต ทา� พานขนั หมากงานมงคลสมรส ของงานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทย จาก
หนงั สอื เรียน หนวยการเรียนรทู ่ี 4 หรือศึกษา
งานแกะสลักผักและผลไมั เพิม่ เติมจากอนิ เทอรเน็ต
เป็นการแกะลวดลายลงบนผัก หรือ 5. ครใู หน กั เรยี นศกึ ษาเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั ความหมาย
ผลไม้ โดยการใช้มีดแกะ เพื่อให้เกิด ความสําคัญ และประเภทของงานประดิษฐ
ลวดลายขน้ึ เชน่ ดอกไม ้ ใบไม ้ แลว้ นา� ท่ีเปนเอกลักษณไทย จาก PowerPoint ม.5
มาตกแต่งในจาน ถาด หรือพานให้ หนวยการเรยี นรทู ี่ 4
สวยงาม เชน่ การแกะสลกั ฟกั ทองเปน็
ภาชนะใส่อาหาร การแกะสลักผักจิ้ม 6. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันอภิปราย
น�า้ พรกิ การแกะสลกั หยวกกลว้ ย หรอื ความรตู ามทไี่ ดศ กึ ษามา จากนนั้ สรปุ สาระสาํ คญั
ที่เรียกวา่ “การแทงหยวก” ในรูปแบบของแผนผังความคิด เพ่ือเตรียม
นําเสนอหนาชนั้ เรยี น
งานแกะสลกั ไม้
ขนั้ ที่ 4 พฒั นาความรู ความเขา ใจ
การแกะลวดลายลงบนเน้อื ไม้ โดยการใชส้ วิ่ คอ้ น
ในการแกะ เช่น การแกะสลักไม้ท�าบานประตู 7. ครใู หน กั เรยี นแตล ะกลมุ สง ตวั แทนกลมุ ละ 1 คน
การแกะสลักภาพประดับฝาผนัง แกะสลักเป็น ออกมานําเสนอแผนผังความคิดเก่ียวกับ
ลวดลายต่าง ๆ เพ่ือใช้ประดับตกแต่งอาคาร ความหมาย ความสําคัญ และประเภทของ
บา้ นเรอื น และสถานทตี่ า่ ง ๆ เปน็ งานทตี่ อ้ งอาศยั งานประดิษฐที่เปนเอกลักษณไทยใหเพ่ือนฟง
ความช�านาญและประสบการณอ์ ยา่ งมาก เพราะ หนาชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมช้ันเรียน
จะชว่ ยให้ผลงานมคี ุณภาพมากยิ่งขึน้ รวมกันเสนอแนะเพิ่มเตมิ
6๓งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย
ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
งานประดษิ ฐท เ่ี ปน เอกลกั ษณข องไทย มคี วามสาํ คญั และมคี ณุ คา ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับศิลปะการแทงหยวกใหนักเรียนฟงวา
อยางไร การแทงหยวก เปนการนําหยวกกลวยมาแทงเปนลวดลายตางๆ เชน
ลายกระจัง ฟน ปลา ลายนองสงิ ห ลายหนา กระดาน ลายเสา โดยหยวกกลว ย
(แนวตอบ มีความสําคัญและมีคุณคาหลายประการ เชน ท่ีนิยมนํามาใชจะเปนหยวกกลวยตานี ศิลปะการแทงหยวกจะถูกนํามาใช
สามารถนําไปใชประโยชนและอํานวยความสะดวกในการทํางาน ในการประดับตกแตงในงานพิธีกรรมตางๆ ซึ่งผูคนสวนใหญมักเขาใจกันวา
และการดําเนินชีวิตประจําวัน นําไปใชในงานประเพณี เทศกาล จะตองนํามาใชประดับในงานศพเทาน้ัน แตการแทงหยวกสามารถนํามา
สําคัญ พิธีกรรมทางศาสนา หรือนําไปประกอบอาชีพ เพื่อสราง ใชประดับตกแตงในงานมงคลตางๆ ได เชน งานบวช งานทอดกฐิน
รายไดเลี้ยงตนเองและครอบครัว เปนการอนุรักษภูมิปญญา งานข้ึนบานใหม
ของไทยทเ่ี ปน มรดกทางวฒั นธรรมของชาติ สบื สาน และเผยแพร
ไวใ หค นรุนหลังไดศึกษาเรียนร)ู
ส่ือ Digital
ศกึ ษาเพมิ่ เตมิ เกยี่ วกบั ศลิ ปะการแทงหยวก ไดท ่ี https://www.stou.ac.th/
study/sumrit/7-58/page2-7-58.html
T71
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
ขน้ั สอน งานป้ันดนิ
ขน้ั ท่ี 4 พฒั นาความรู ความเขา ใจ งานที่ได้จากการน�าดินเหนียว หรือดินชนิดอ่ืน ๆ มาปั้น
ให้เป็นรูป หรือชิ้นงานตามต้องการ เช่น งานเครื่องปั้น
8. ครูเนนยํ้าใหนักเรียนเขาใจวา “งานประดิษฐ ดินเผา งานปั้นตุ๊กตาชาววัง งานปั้นถ้วยชาม ซึ่งงาน
ท่ีเปนเอกลักษณไทยจัดเปนภูมิปญญาของ ประดิษฐ์ประเภทนี้ถือเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน
บรรพบุรุษท่ีไดนําส่ิงตางๆ มาสรางสรรคเปน ประเภทหน่ึงทม่ี อี ยู่ในทอ้ งถิ่นตามภาคต่าง ๆ เช่น ชุมชน
ผลงานทีม่ ีความสวยงาม” เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบรุ ี
ขนั้ สรปุ งานจักสาน
ขนั้ ท่ี 5 สรปุ งานประดษิ ฐจ์ ากวัสดุธรรมชาต ิ เชน่ หวาย ไม้ ไผ่ ใบลาน
กก เพ่ือประโยชน์ใช้สอยในชีวิตประจ�าวัน เช่น การ
1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง ประดิษฐ์เคร่ืองใช้ เช่น งอบ กระด้ง กระจาด กระเป๋า
ความหมาย ความสําคัญ และประเภทของ การประดิษฐ์เคร่ืองดักสัตว์ เช่น กระชัง ลอบ ไซ ข้อง
งานประดิษฐท ่ีเปนเอกลักษณไทย การประดิษฐ์เคร่ืองเล่น เช่น ตะกร้อ ปลาตะเพียน นก
ตั๊กแตน
2. ครมู อบหมายใหน กั เรยี นทาํ ใบงานที่ 4.1.1 เรอ่ื ง
ความสําคัญและประเภทของประดิษฐที่เปน Tip
เอกลกั ษณไทย
งานปั้นตุ๊กตาชาววงั
3. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนกั เรยี น
จากการนาํ เสนอผลการวเิ คราะห วจิ ารณ และ การปั้นตุ๊กตาชาววัง จัดเป็นผลงานหัตถศิลป์ของไทยประเภทหนึ่งที่มีมาต้ังแต่สมัยพระบาทสมเด็จ
การสรปุ ความรู พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอย่หู ัว โดยจดั ทา� ข้นึ เพอื่ นา� มาเล่นกนั เฉพาะเจ้านายในพระบรมมหาราชวัง ตอ่ มาไดม้ ี
คุณข้าหลวงน�าออกมาปั้นบริเวณนอกพระบรมมหาราชวัง จึงท�าให้ตุ๊กตาชนิดน้ีเริ่มเป็นที่รู้จักของคน
ขน้ั ประเมนิ อยา่ งแพรห่ ลาย ตกุ๊ ตาชาววงั มอี ย ู่ ๓ ขนาด คอื เลก็ กลาง และใหญ ่ แตท่ นี่ ยิ มกนั มากจะเปน็ ขนาดเลก็ ซง่ึ มี
ความสูงประมาณ ๒ เซนติเมตร ปั้นเป็นรูปหญิงชายในวัยต่าง ๆ แสดงอิริยาบถในลักษณะท่ีแตกต่างกัน
1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบกอนเรียน ไปตามจินตนาการของผู้ปั้น ช่างปั้นจะปั้นตุ๊กตาจากส่วนขาก่อน จากนั้นจึงต่อข้ึนเป็นล�าตัวและแขน
เพอื่ ตรวจสอบความเขา ใจกอ นเรยี นของนกั เรยี น ซ่งึ จะใช้ดินกอ้ นเล็ก ๆ เพยี งกอ้ นเดยี ว หัวและใบหน้าจะกดจากแมพ่ ิมพ ์ จงึ ทา� ให ้ใบหน้าของตุ๊กตาชาววงั
มีลักษณะที่เหมือนกันท้ังหมด เมื่อปั้น
2. ครูตรวจสอบใบงานท่ี 4.1.1 เรื่อง ความสําคญั เสร็จน�าไปผ่ึงแดดให้แห้งก่อนน�าไปเผา
และประเภทของงานประดษิ ฐท เ่ี ปน เอกลกั ษณ เมือ่ เย็นแลว้ จึงลงสีให้สวยงาม
ไทย
6๔
3. ครูประเมินผลการสรุปสาระสําคัญในรูปแบบ
แผนผงั ความคดิ เรอื่ ง ความหมาย ความสาํ คญั
และประเภทของงานประดษิ ฐท เ่ี ปน เอกลกั ษณ
ไทย
4. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการ
เรยี นรู จากการสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ
การนาํ เสนอผลงาน และการสงั เกตคณุ ลกั ษณะ
อนั พึงประสงค
แนวทางการวัดและประเมินผล ขอสอบเนน การคดิ
ครสู ามารถสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ การนาํ เสนอผลงาน โดยศกึ ษา หากตองประดิษฐช้ินงานท่ีเปนเอกลักษณไทยโดยคํานึงถึง
เกณฑก ารวดั และประเมนิ ผลทแี่ นบทา ยแผนการจดั การเรยี นรู หนว ยการเรยี นรทู ี่ 4 ทรัพยากรและสิ่งแวดลอม เพื่อนําไปใชเปนของเลนสําหรับเด็ก
ควรเลือกประดิษฐช้ินงานประเภทใดจึงจะมีความเหมาะสม
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน มากทส่ี ุด
คาช้ีแจง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในช่องทตี่ รงกับระดับคะแนน คาชแี้ จง : ใหผ้ สู้ อนประเมนิ ผลการนาเสนอผลงานของนักเรยี นตามรายการ แล้วขดี ลงในช่องท่ตี รงกับระดับคะแนน (แนวตอบ สามารถเลือกประดิษฐช้ินงานที่เปนเอกลักษณไทย
ประเภทงานจักสาน หรืองานปนจากดิน เพราะเปนการนําวัสดุ
การมี ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน ที่มีอยูในธรรมชาติ หรือในทองถิ่น มาสรางสรรคเปนชิ้นงานท่ี
321 ไมก อ ใหเ กดิ อนั ตรายตอ ผใู ช โดยชนิ้ งานจะมรี ปู แบบทแ่ี ตกตา งกนั
ลาดับท่ี ชือ่ – สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมี ส่วนร่วมใน รวม 1 ความถูกตอ้ งของเนื้อหา ไปตามความคดิ สรา งสรรคข องผปู ระดษิ ฐ จดั เปน ชนิ้ งานทมี่ คี วาม
ของนักเรยี น ความ ฟงั คนอื่น ตามท่ีไดร้ ับ นา้ ใจ การ 15 2 การลาดับขัน้ ตอนของเร่ือง รวม ประณีต สวยงาม และมคี ณุ คาทางศิลปะอกี ประเภทหนึง่ )
คิดเหน็ มอบหมาย คะแนน 3 วธิ ีการนาเสนอผลงานอยา่ งสรา้ งสรรค์
ปรับปรุง 4 การใชเ้ ทคโนโลยใี นการนาเสนอ
5 การมสี ่วนรว่ มของสมาชิกในกลมุ่
ผลงานกลุม่
3 2 13 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1
ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน
............/................./................
ลงช่ือ...................................................ผปู้ ระเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
............./.................../............... ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ สมบรู ณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางส่วน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ปฏิบตั ิ หรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั ิ หรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
12-15 ดี
ปฏบิ ัติ หรอื แสดงพฤติกรรมบางครงั้
8-11 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรุง
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12-15 ดี
8-11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ
T72
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
๓ ตวั อยา่ งงานประดษิ ฐ์ทเี่ ปน็ เอกลกั ษณ์ ไทย : งานแกะสลกั ขนั้ นาํ (ใชโครงการเปนหลัก)
งานแกะสลักผักและผลไม้จ�าเป็นต้องใช้ฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ เราสามารถน�าผักและ
ผลไม้มาแกะสลกั ได ้ในหลากหลายรูปแบบ ท้งั ใบไม้ ดอกไม้ รปู สัตวต์ า่ ง ๆ งานแกะสลกั ในปัจจบุ ัน ขน้ั ที่ 1 ใหค วามรพู นื้ ฐาน
ทน่ี ยิ มกนั แพรห่ ลาย เชน่ การจดั จานตกแตง่ อาหารในโรงแรม ในงานเลยี้ งรบั รองแขกตา่ งประเทศ
ใช้ ในการตกแตง่ สถานที่ในโอกาสสา� คญั ตา่ ง ๆ การเลือกวัสดุ อุปกรณ ์ในงานแกะสลัก มดี งั น้ี 1. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางงานประดิษฐ
ท่ีเปนเอกลักษณไทยประเภทงานแกะสลัก
ผักและผลไม้ มดี แกะสลักดา้ มแบน จากหนังสือเรยี น หนวยการเรยี นรทู ี่ 4
เลอื กผกั และผลไมต้ ามฤดกู าล มคี วามสดใหม ่ ซงึ่ จะ ใช ้ในการแกะ บาก ห่นั เป็น 2. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเก่ียวกับตัวอยาง
ท�าให้แกะได้ง่ายและเกบ็ ได้นาน เลอื กชนิดของผกั ลวดลายตา่ ง ๆ ใบมดี เรยี วแหลม งานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทยประเภท
และผลไม ้ใหต้ รงกบั ความตอ้ งการ และความเหมาะสม ยาวประมาณ ๑-๒ นวิ้ ควร งานแกะสลัก จาก PowerPoint ม.5 หนวย
กับงานแกะสลักน้นั ๆ เลือกใช้เนื้อสเตนเลส เพ่ือ การเรยี นรทู ี่ 4
ไม่ใหเ้ กิดปฏกิ ริ ยิ ากับผักและ
ผลไม ้ และควรเลอื กชนดิ ดา้ ม 3. ครใู หน กั เรยี นรว มกนั เสนอแนะวา ตวั อยา งงาน
แบน เพราะควบคมุ ไดง้ า่ ยกวา่ แกะสลกั ดงั กลา วจะตอ งใชว สั ดุ อปุ กรณช นดิ ใด
ด้ามแบบอืน่ ๆ และมขี ้นั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอยา งไร
มีดแกะสลักด้ามกลม มดี ปอกผลไม้ ขน้ั ที่ 2 กระตนุ ความสนใจ
เหมาะส�าหรับผู้ท่ีแกะสลัก • มีดปอก หรือห่ันผักและผลไม้ ควรเลือกใช้ 4. ครเู ปด คลปิ วดิ โี อเกย่ี วกบั การแกะสลกั แครร อต
ได้เบื้องต้นแล้ว ใบมีดมี เนื้อสเตนเลส เพ่ือไม่ ให้ผักและผลไม้ด�า ควรมี การแกะสลักแตงกวา การแกะสลักแอปเปล
ลักษณะเรียวแหลม ยาว ความคม ใบมดี มคี วามยาวประมาณ ๔-๕ นิ้ว และการแกะสลักมะมวงใหนักเรียนดู เพื่อให
ประมาณ ๑.๕-๒.๕ นิ้ว • ม ีดปอกสองคมใช้ปอกเปลือกผลไม้ ควรเลือก นักเรยี นไดเรียนรูข ้ันตอนการปฏบิ ตั งิ านแตละ
มีท้ังเน้ือสเตนเลสและ ขนาดให้เหมาะสมกบั ชนิดผักและผลไม้ ประเภท
เนื้อเหล็ก ควรเลือกใช้ ให้
เหมาะสมกบั การใช้งาน 5. ครูถามนกั เรยี นวา
• ความสวยงามของการแกะสลกั ผกั และผลไม
ช้อนกลม เขยี ง อยูที่ส่ิงใด เพราะเหตุใดจึงเปนเชนนั้น
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ใช้ตักไส้ผักและผลไม้ ควรเลือกใช้เน้ือสเตนเลส ใ ช ้ ส� า ห รั บ ร อ ง ผั ก แ ล ะ ไดอยางอสิ ระ)
เพราะจะไม่เป็นสนิม เช่น ตักเน้ือสแี ดงของแตงโม ผ ล ไ ม ้ เ ว ลา แ ก ะ ส ลั ก • นักเรียนรูสึกอยางไรหากตองรับประทาน
ออก เพ่ือนา� แตงโมไปแกะสลกั เป็นภาชนะ ค ว ร เ ลื อ ก ที่ มี น้� า ห นั ก ผักและผลไมท ี่ผา นการแกะสลักมากอ น
พอประมาณ มีขนาด (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
พอเหมาะกับขนาดของ ไดอ ยา งอิสระ)
ผกั และผลไม้ • นกั เรยี นมวี ธิ กี ารเลอื กซอ้ื มดี แกะสลกั อยา งไร
(แนวตอบ ควรเลอื กซอื้ มดี แกะสลกั ทม่ี ปี ลายมดี
6๕งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย เรยี วแหลมคม และบาง ผลติ จากวสั ดปุ ระเภท
สเตนเลสหรอื ทองเหลือง ซึง่ จะชว ยปอ งกัน
ไมใหผ ักและผลไมม สี ีดาํ ในขณะแกะสลกั )
กจิ กรรม สรางเสรมิ เกร็ดแนะครู
ใหน กั เรยี นเขยี นอธบิ ายความสาํ คญั และประโยชนท ไี่ ดร บั จาก ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับขอควรระวังในการใชและการเก็บรักษามีด
การศกึ ษา เรือ่ ง งานประดษิ ฐท ี่เปนเอกลกั ษณไ ทย ประเภทงาน แกะสลักเพื่อความปลอดภัยใหนักเรียนฟงวา ในการแกะสลักผักและผลไม
แกะสลัก ในรูปแบบแผนผังความคิด ตกแตงใหสวยงาม นําสง มขี อ ควรระวงั ในการใชม ดี แกะสลกั คอื ควรจบั มดี ใหอ ยใู นทา ทส่ี บาย ไมค วรจบั
ครูผูส อน จนแนน หรอื เกร็งมอื ขณะใชค วรหันคมมดี ออกนอกลําตวั เสมอ ไมว างมดี ท้ิงไว
บนพ้ืน และสวมปลอกมีดทุกครั้งเม่ือไมไดใชงาน หามสงดานคมมีดใหกับ
กจิ กรรม ทา ทาย ผอู นื่ ควรปด หรือใสปลอกมีดใหเ รียบรอยกอนทกุ ครง้ั และสง ดา นทเี่ ปนดา มจับ
กอนเสมอ รวมถึงหม่ันตรวจสอบสภาพแวดลอมรอบขาง เพื่อปองกันอันตราย
ใหนักเรียนรวบรวมภาพงานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทย ที่อาจเกิดข้ึน ไมควรใชมีดขูดหรือแคะวัสดุที่มีเนื้อแข็ง เพราะอาจทําใหใบมีด
ประเภทงานแกะสลักผัก งานแกะสลักผลไม และงานแกะสลกั ไม ชํารุดได สวนการเก็บรักษามีด สามารถทําไดโดยเช็ดมีดใหแหงและสะอาด
เขยี นอธบิ ายเกย่ี วกบั วสั ดุ อปุ กรณท นี่ าํ มาใชใ นการแกะสลกั วธิ กี าร หยอดนํ้ามนั เล็กนอ ย ลับมดี อยา งถูกวธิ ี ควรเก็บมดี ใหหางจากไฟ เกบ็ มดี ไวใ น
แกะสลกั และเทคนคิ ในการแกะสลักช้นิ งานประเภทตา งๆ จัดทํา ทปี่ ลอดภยั และใหพนจากมือเดก็
เปน รูปเลมรายงาน นําสง ครผู สู อน
T73
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน วัสดุ อุปกรณ์ท่ใี ช้ การแก ะสลัก
๑. แครร์ อต
ขนั้ ที่ 3 จดั กลมุ รว มมอื ๒. มดี แกะสลัก แคร์รอต
๓. มีดปลายแหลม
1. ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละเทา ๆ กนั ศกึ ษา ๔. เขยี ง
ตัวอยางงานประดิษฐที่เปนเอกลักษณไทย : ๕. จาน
การแกะสลกั แครร อต จากหนงั สือเรยี น หนว ย
การเรยี นรทู ี่ 4 หนา 66 จากนน้ั รว มกนั อภปิ ราย 1
ถึงขั้นตอนการแกะสลักแครรอตทีละขั้นตอน
โดยครูขออาสาสมคั ร 1-2 คน ออกมาอธิบาย ขั้นตอนการแกะสลัก
ข้ันตอนการแกะสลักแครรอตใหเพื่อนฟง ๑. เกลาแครร์ อตเป็นรปู หยดน้�า โดยเกลาส่วนโคนดอกใหเ้ ป็นวงกลม เซาะร่อง แบง่ กลบี ดอกให้เทา่ ๆ กัน
หนา ชนั้ เรียน ๒. ปาดร่องกลบี ใช้ปลายมีดวาดกลีบดอกให้ปลายแหลมลงในร่องกลบี ปาดเน้ือแครร์ อตใต้กลบี ดอกออก
๓. ป าดรอ่ งกลบี ตอ่ ไป ใชป้ ลายมดี วาดกลบี ดอกใหป้ ลายแหลมลงในรอ่ งกลบี ปาดเนอ้ื แครร์ อตใตก้ ลบี ดอกออก
2. ครนู าํ วสั ดุ อปุ กรณท ใ่ี ชใ นการแกะสลกั แครร อต
มาใหน กั เรยี นดู ทา� เชน่ นี้จนครบชั้นแรก
๔. ป าดร่องกลีบดอกในชั้นต่อไป โดยสับหว่างกับกลีบดอกในชั้นแรก ท�าเช่นน้ีจนสุดปลายแคร์รอต ซ่ึงใน
3. ครสู าธติ การแกะสลกั แครร อตใหน กั เรยี นดเู ปน
ตวั อยา ง พรอ มทงั้ อธบิ ายประกอบทลี ะขนั้ ตอน ช้ันสุดท้ายกลบี ดอกจะเลก็ มาก จึงควรท�าแบบเบามือ
อยา งชา ๆ เพอื่ ใหน กั เรยี นไดส งั เกตและตดิ ตาม
แตล ะขัน้ ตอนไดท ัน 1๒
๓๔
4. ครูใหนักเรียนแตละกลุมแกะสลักแครรอต
หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะปฏิบัติงาน 66
หรือตองการความชวยเหลือใหสอบถามครู
โดยครจู ะคอยสงั เกตการปฏบิ ตั งิ านของนกั เรยี น
อยางใกลชิดและคอยใหความชวยเหลือ และ
เนนยํ้าใหตระหนักถึงความปลอดภัยในขณะ
ปฏบิ ตั ิงานรวมดว ย
5. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ ขนั้ ตอนงานประดษิ ฐ
ท่ีเปนเอกลักษณไทย : การแกะสลักแครรอต
โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง และ
อธิบายเพ่ิมเติมในสวนท่ียังขาดตกบกพรอง
จากการปฏบิ ตั ิงาน
6. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การเลือกแครร อตมาใช
ในงานแกะสลักควรเลือกที่มีผิวเรียบ สีผิว
สมํา่ เสมอกัน ผลมีลกั ษณะตรง ไมโคงงอ ไมม ี
รอยชํ้า ไมมีตําหนิ หรือมีรอยเนา เนื้อแนน
ขนาดไมเ ล็กหรอื ใหญจนเกินไป จับพอดมี ือ”
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด
ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ เกย่ี วกบั การแกะสลกั ผกั ใหน กั เรยี นฟง วา การแกะสลกั ผกั บคุ คลในขอใดปฏบิ ัติตนไมเหมาะสมในการแกะสลักแครร อต
เปน ศิลปะที่บรรพบุรษุ ไดส รางสรรคข ้นึ เปน วิธกี ารตดั แตงผกั ใหส ะดวกและงาย 1. วิมเลอื กแครรอตทมี่ ีผวิ เรียบ เปน แทงตรง
ตอการนํามารับประทาน และยังคงความประณีต ละเอียดออนไว นับต้ังแต 2. แววนําแครร อตไปแชน า้ํ กอ นนาํ มาแกะสลัก
สมัยสุโขทัยเปนตนมา ทั้งนี้ ในสมัยรัตนโกสินทรตอนตนไดปรากฏเร่ืองราว 3. วา นใชม ดี ปลายแหลมเกลาแครรอตเปน รูปหยดนํ้า
ของงานแกะสลักผักอยูในงานพระราชนิพนธกาพยเหชมเครื่องคาวหวาน และ 4. วนุ ใชผ า ขาวบางชบุ นา้ํ บดิ หมาดคลมุ แครร อตทแี่ กะสลกั เสรจ็ แลว
เรอื่ งสงั ขท อง ซง่ึ เปน พระราชนพิ นธข องพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา นภาลยั
(วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะกอนแกะสลักไมควรนํา
นักเรียนควรรู แครรอตไปแชนํ้า เพราะจะทําใหเน้ือของแครรอตแข็ง ทําให
แกะสลักเปนลวดลายตางๆ ไดยาก ควรนําแครรอตไปแชนํ้า
1 การแกะสลัก สําหรับผูท่ีเร่ิมตนแกะสลัก ควรนําผักหรือผลไมที่มีเนื้อแข็ง หลังจากท่ีแกะสลักเสร็จแลว ซึ่งจะชวยใหสีสดขึ้นและกลีบดอก
มาใชในการฝกการใชนํ้าหนกั มือของตนเอง หากผกั หรือผลไมท ีน่ ํามาแกะสลัก แข็งตวั ไดด ี)
มีเนื้อนิ่ม อาจทําใหเกิดความผิดพลาดกับช้ินงานได หากใชผักหรือผลไมท่ีมี
เนอ้ื แขง็ เมื่อลงมดี ไปเร่อื ยๆ จะทาํ ใหร นู ้ําหนกั มอื ของตนเอง
T74
นาํ สอน ก สรปุ ประเมนิ
๑วสั. ดแุตองปุ กกวรา1ณ์ที่ใช้ การแกะสลั ขนั้ สอน
๒. มีดแกะสลกั แตงกวา ขนั้ ท่ี 3 จดั กลมุ รว มมอื
๓. มีดปลายแหลม
๔. เขยี ง ข๑้นั. หตอั่นนแกตางรกแวกาตะสามลักความยาวของลูก แลว้ ปาดแตงกวา2ให้เป็นรูปคลา้ ยใบไม้ 7. ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาตัวอยางงาน
๕. จาน ประดิษฐทีเ่ ปนเอกลักษณไ ทย : การแกะสลัก
๒. วาดเส้นกลางใบ ๒ เสน้ คกู่ นั แลว้ เซาะใหเ้ ป็นรอ่ งกลางใบ แตงกวา จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรู
๓. เซาะร่องลายใบระหวา่ งเสน้ กลาง โดยท�าเหมอื นกนั ทง้ั ๒ ข้าง ที่ 4 หนา 67 จากนน้ั รว มกนั อภปิ รายถงึ ขนั้ ตอน
๔. หยกั ขอบใบทง้ั ๒ ขา้ ง โดยจะหยกั ใบระหว่างเสน้ ลายใบตามภาพ การแกะสลักแตงกวาทีละขั้นตอน โดยครขู อ
อาสาสมัคร 1-2 คน ออกมาอธิบายขั้นตอน
1๒ การแกะสลกั แตงกวาใหเ พอ่ื นฟง หนา ชนั้ เรยี น
๓๔
8. ครนู าํ วสั ดุ อปุ กรณท ใ่ี ชใ นการแกะสลกั แตงกวา
6๗ มาใหน กั เรยี นดู
9. ครูสาธิตการแกะสลักแตงกวาใหนักเรียนดู
เปนตัวอยาง พรอมท้ังอธิบายประกอบทีละ
ข้ันตอนอยางชาๆ เพ่ือใหนักเรียนไดสังเกต
และติดตามแตละขั้นตอนไดท ัน
10. ครูใหนักเรียนแตละกลุมแกะสลักแตงกวา
หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะปฏิบัติงาน
หรือตองการความชวยเหลือใหสอบถามครู
โดยครูจะคอยสังเกตการปฏิบัติงานของ
นักเรียนอยางใกลชิดและคอยใหความ
ชวยเหลือ และเนนย้ําใหตระหนักถึงความ
ปลอดภยั ในขณะปฏบิ ัติงานรวมดวย
11. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปข้ันตอนงาน
ประดิษฐท ีเ่ ปน เอกลักษณไ ทย : การแกะสลัก
แตงกวา โดยครเู ปน ผตู รวจสอบความถกู ตอ ง
และอธบิ ายเพมิ่ เตมิ ในสว นทยี่ งั ขาดตกบกพรอ ง
จากการปฏิบัตงิ าน
12. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “เน่ืองจากแตงกวา
มีผวิ ท่ีบาง เนอ้ื ออ น และช้าํ งา ย ดงั นัน้ มดี
ท่ีนํามาใชในการแกะสลักแตงกวาจึงตอง
ลับใหคมอยูเสมอ เพ่ือปองกันไมใหผิวและ
เนอ้ื ของแตงกวาชาํ้ ในขณะทที่ าํ ลวดลายตา งๆ
ลงบนผลของแตงกวา”
ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู
“หากตอ งการแกะสลักแตงกวา เพ่ือนํามาใชในการจัดตกแตง 1 แตงกวา ในการเลือกซ้ือแตงกวา ควรเลือกลูกท่ีมีผิวเรียบ ผิวเปลือกสด
จานอาหาร” ควรปฏบิ ัตอิ ยางไรจงึ จะเหมาะสม มสี ีเขยี วออ นสลบั กบั สีขาว ลกู กลมกลงึ เสมอกนั และควรเลอื กลูกท่อี วบ เพราะ
เน้ือจะหนาและมีไสน อย
1. นาํ แตงกวามาลางนํา้ ใหสะอาด ใชผา สะอาดซบั น้ําใหแหง 2 ปาดแตงกวา หากผูประดิษฐยังไมมีความชํานาญมากพอ ควรรางเสน
แลว แกะทนั ที ลงบนผลของแตงกวากอนใชมีดปาดท่ีเนื้อ หากปาดเบ้ียวสามารถแกไขไดโดย
การปาดเก็บขอบใบใหกินเนื้อเขามา แตอาจทําใหรูปใบไมเรียวยาว เมื่อลง
2. นําแตงกวาแชนาํ้ ดา งทับทมิ หอผา ขนหนู เก็บเขา ตเู ยน็ ลวดลายบนผลแตงกวาจึงไมสวยงาม จึงควรปาดอยางเบามือและระมัดระวัง
และแกะในวันรุงขึน้ เปนพิเศษ
3. นําแตงกวาแชในนํ้าเยน็ จัด 10 นาที เกบ็ เขาตเู ยน็ ส่ือ Digital
และแกะในวันรุงขน้ึ
ศกึ ษาเพมิ่ เตมิ เกย่ี วกบั การแกะสลกั แตงกวาเปน รปู ใบไม ไดท ่ี https://www.
4. นาํ แตงกวามาลา งกบั นา้ํ เกลอื หยบิ ใสต ะกรา ผง่ึ แดดใหแ หง youtube.com/watch?v=AriDYqBJg9A
แลวแกะทันที T75
(วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการนําแตงกวามาลางน้ํา
ใหสะอาด ใชผาสะอาดซับนํ้าใหแหง แลวแกะทันที จะทําใหได
ชิ้นงานท่มี คี วามสวยงาม สีเขยี วสวย และกลีบใบแข็ง)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน วัสดุ อปุ กรณ์ท่ใี ช้ การแก ะสลัก
๑. แอปเปิล
ขนั้ ท่ี 3 จดั กลมุ รว มมอื ๒. มีดแกะสลกั แอปเปิล
๓. เขยี ง
13. ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาตัวอยางงาน ๔. จาน
ประดิษฐที่เปนเอกลักษณไทย:การแกะสลัก
แอปเปล จากหนงั สือเรยี น หนวยการเรียนรู ข้นั ตอนการแกะสลกั
ท่ี 4 หนา 68 จากน้ันรวมกันอภิปรายถึง ๑. ใชป้ ลายมีดวาดกลบี ดอกโค้งปลายแหลมจ�านวน ๔ กลบี แลว้ ปาดเนอื้ ใต้กลีบดอกออก
ข้ันตอนการแกะสลักแอปเปลทีละขั้นตอน ๒. ใ ช้ปลายมีดวาดกลีบชน้ั ท ่ี ๒ โดยทา� สับหวา่ งกับกลบี ดอกชน้ั แรก ปาดเนื้อแอปเปลิ ใตก้ ลีบดอกออกและ
โดยครูขออาสาสมัคร 1-2 คน ออกมาอธบิ าย
ข้ันตอนการแกะสลักแอปเปลใหเพื่อนฟง เซาะรอ่ งตรงกลางในกลบี ดอกชั้นแรก
หนา ช้ันเรียน ๓. ปาดรอ่ งกลีบในกลบี ดอกชนั้ ที่ ๒ แล้วทา� ลายหยักในร่องกลบี ท้ัง ๒ ข้าง ให้ครบทง้ั ๔ กลีบ
๔. วาดเส้นโค้งจนถงึ กน้ ลูกแอปเปิลและเซาะรอ่ ง จากนนั้ วาดเส้นโคง้ อกี ๑ เส้นคกู่ ัน แล้วเซาะร่องพรอ้ มกับ
14. ครูนําวัสดุ อุปกรณท่ีใชในการแกะสลัก ท�าลายหยกั ในเสน้ ที่ ๒ โดยทา� เชน่ นีจ้ นหมดท้งั ลกู
แอปเปล มาใหนกั เรยี นดู
1๒
15. ครูสาธิตการแกะสลักแอปเปลใหนักเรียนดู ๓๔
เปนตัวอยาง พรอมท้ังอธิบายประกอบทีละ
ข้ันตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกต 6๘
และตดิ ตามแตละขนั้ ตอนไดท ัน
16. ครูใหนักเรียนแตละกลุมแกะสลักแอปเปล
หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะปฏิบัติงาน
หรือตองการความชวยเหลือใหสอบถามครู
โดยครจู ะคอยสงั เกตการปฏบิ ตั งิ านของนกั เรยี น
อยา งใกลช ิดและคอยใหค วามชว ยเหลอื และ
เนนย้ําใหตระหนักถึงความปลอดภัยในขณะ
ปฏบิ ัตงิ านรว มดว ย
17. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงาน
ประดิษฐที่เปนเอกลักษณไทย:การแกะสลัก
แอปเปล โดยครูเปนผูตรวจสอบความ
ถูกตอง และอธิบายเพ่ิมเติมในสวนท่ียัง
ขาดตกบกพรองจากการปฏบิ ตั ิงาน
18. ครูอธิบายเพ่ิมเติมวา “กอนนําแอปเปลมา
ชโแดกอยะนใสชชลานักํ้าซสใ่ึงะหจอนะาชําดผวยล1ใแหถอเวปนยเื้อปตขลวองไงปแกแอับชปเใกนเปลนอืล้ําปไเมกนลดือ21ํา
เม่ือตองสัมผัสกับอากาศในขณะท่ีกําลัง
แกะสลัก
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ
ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแกะสลักท่ีปรากฏอยูในงานพระราชนิพนธ การเลอื กมดี แกะสลักที่ถกู ตอ ง ควรเลอื กตามขอใด
กาพยเหชมเครื่องคาวหวาน ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย 1. เลอื กมดี ทีท่ าํ จากไม มีการฉลลุ วดลาย น้ําหนกั พอดมี ือ
ใหนักเรียนฟงวา กาพยเหชมเคร่ืองคาวหวาน เปนความงดงามของวรรณคดี 2. เลือกมีดดามแบน ดา มทําจากพลาสติก นํา้ หนกั เบา
ที่สะทอนใหเห็นถึงความประณีตและความละเอียดออนในการประกอบอาหาร 3. เลอื กมดี ดามกลม ใบมดี เรียวยาว น้าํ หนกั พอดมี อื
ใหม รี สชาตทิ เี่ ลศิ รสและการจดั ตกแตง อาหารอยา งงดงาม เพอื่ ใหด นู า รบั ประทาน 4. เลอื กดา มจับที่ถนดั มือ ใบมีดบาง นาํ้ หนกั เบา
มากย่งิ ขึ้น นอกจากน้ี ยงั มีการบรรยายถงึ ศลิ ปะการแกะสลัก (แกะ ปอก ควา น)
ผลไมข องหญิงไทยทีม่ ีความงดงามแทรกอยูในบทกวีดว ย ดังตัวอยาง (วเิ คราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 4. เพราะการเลอื กมดี แกะสลกั ทถี่ กู ตอ ง
นอยหนา นําเมล็ดออก ปลอ นเปลือกปอกเปนอัศจรรย ควรเลอื กมดี ทม่ี ดี า มจบั ถนดั มอื ซง่ึ ใชไ ดท ง้ั ดา มกลมและดา มแบน
มอื ใครไหนจักทัน เทยี บเทียมทีฝ่ มอื นาง ใบมดี บาง และมีน้าํ หนักเบา จะชวยใหส ามารถแกะสลักลวดลาย
ผลเงาะไมงามแงะ ลอนเมล็ดและเหลอื ปญ ญา ไดอยางละเอียด ไมเกิดรอยชํ้าจากรอยมีด มีดมีความคมและ
หวนเหน็ เชน รจนา จา เจา เงาะเพราะเห็นงาม ไมเ ปน สนมิ )
T76
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
การแกะสลัก วัสดุ อปุ กรณ์ท่ใี ช้ ขนั้ สอน
มะม่วง ๒๑.. มมดีะมแว่กงะสลกั 1 ขนั้ ท่ี 3 จดั กลมุ รว มมอื
๓. มดี ปลายแหลม
๔. จาน 19. ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาตัวอยางงาน
๕. เขยี ง ประดษิ ฐทเ่ี ปน เอกลักษณไทย : การแกะสลัก
มะมว ง จากหนงั สอื เรยี น หนว ยการเรยี นรทู ่ี 4
ขนั้ ตอนการแกะสลัก หนา 69 จากนั้นรวมกันอภิปรายถึงขั้นตอน
๑. ใช้ปลายมีดกรีดลากเส้นวงกลมตรงกลางเป็นเกสร เซาะเน้ือรอบเส้นนอกวงกลมออก เกลาเกสรให้กลม การแกะสลักมะมวงทีละขั้นตอน โดยครูขอ
ใช้ปลายมีดวาดกลีบโค้งลงบนขอบวงกลม ปาดเนอ้ื มะมว่ งใตก้ ลีบออก แกะกลีบต่อไปใหซ้ อ้ นกลีบแรกจน อาสาสมัคร 1-2 คน ออกมาอธบิ ายขน้ั ตอน
ครบรอบ และแกะชั้นในใหส้ ับหว่างกัน การแกะสลักมะมวงใหเพอ่ื นฟงหนา ชน้ั เรยี น
๒. ป าดเนื้อมะม่วงรอบนอกเกสรเป็นร่องกลีบดอกสบั หวา่ งกับเกสร ใชป้ ลายมีดวาดกลบี ดอกโคง้ ปลายแหลม
ลงในร่องกลีบ จากนน้ั ปาดเนอื้ มะม่วงใต้กลบี ดอกออก 20. ครนู าํ วสั ดุ อปุ กรณท ใี่ ชใ นการแกะสลกั มะมว ง
๓. ปาดรอ่ งกลบี และแกะสลกั กลบี ดอกจนครบรอบช้ันแรก จ�านวน ๕ กลีบ โดยใหป้ ลายกลีบซอ้ นกนั เล็กน้อย มาใหน ักเรียนดู
๔. แ กะสลักกลีบดอกชั้นที่ ๒ ปาดรอ่ งกลีบสับหว่างกับชัน้ แรก ใชป้ ลายมดี วาดกลบี ดอกโค้งปลายแหลมลงใน
ร่องกลบี แกะสลกั กลีบดอกสบั หว่างกนั จนถงึ ขอบท่ีปอกเปลอื กไว้ 21. ครสู าธติ การแกะสลกั มะมว งใหน กั เรยี นดเู ปน
ตวั อยา ง พรอ มทงั้ อธบิ ายประกอบทลี ะขน้ั ตอน
1๒ อยา งชา ๆ เพอื่ ใหน กั เรยี นไดส งั เกตและตดิ ตาม
๓๔ แตละข้ันตอนไดท นั
69 22. ครใู หน กั เรยี นแตล ะกลมุ แกะสลกั มะมว ง หาก
นักเรยี นเกิดขอสงสัยในขณะปฏิบตั งิ าน หรือ
ตองการความชวยเหลือใหสอบถามครู โดย
ครูจะคอยสังเกตการปฏิบัติงานของนักเรียน
อยา งใกลชิดและคอยใหค วามชวยเหลอื และ
เนนยํ้าใหตระหนักถึงความปลอดภัยในขณะ
ปฏิบตั ิงานรวมดว ย
23. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปข้ันตอนงาน
ประดิษฐทีเ่ ปน เอกลกั ษณไทย : การแกะสลัก
มะมวง โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง
และอธบิ ายเพมิ่ เตมิ ในสว นทย่ี งั ขาดตกบกพรอ ง
จากการปฏิบตั ิงาน
24. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ วา “ในขณะแกะสลกั มะมว ง
ควรมกี ารเตรยี มนา้ํ ผสมนาํ้ เกลอื เจอื จาง หรอื
นาํ้ มะนาวเจอื จางไวใหพ รอ ม จากนน้ั ใหห มนั่ นาํ
ผลมะมว งทแี่ กะสลกั มาลา งนา้ํ ทเ่ี ตรยี มไวบ อ ยๆ
ซงึ่ จะชวยไมใหผวิ และเนอ้ื ของมะมวงดํา”
กิจกรรม 21st Century Skills เกร็ดแนะครู
1. ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ใหแตละกลุมรวมกัน ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับวิธีการเก็บรักษาผักและผลไมที่แกะสลักเสร็จ
ศึกษาเกี่ยวกับลวดลายตางๆ ที่นิยมนํามาใชในการแกะสลัก เรียบรอยแลวใหนักเรียนฟงวา เมื่อแกะสลักผักและผลไมเสร็จแลว ควรนําไป
ผักและผลไม จากสือ่ การเรียนรทู หี่ ลากหลาย เชน หนงั สือเรียน ลา งดว ยน้าํ เย็นจดั กอนนําไปใชง าน หากยังไมไ ดใ ชง านควรใชผ า ขาวบางชบุ น้ํา
อินเทอรเนต็ บิดหมาดคลุมไว วางไวในบริเวณทไ่ี มมลี มพดั ผาน และไมร อ นอบอาวจนเกินไป
เพราะจะทําใหชิ้นงานเหี่ยวเร็ว หรือเก็บใสกลองเขาตูเย็น เม่ือตองการใชงาน
2. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ นาํ ความรทู ไ่ี ดจ ากการศกึ ษามาแลกเปลยี่ น จึงนํามาลางในน้ําเย็นจัดอีกครั้ง จะชวยใหช้ินงานคงความสดและคงความ
เรียนรูซง่ึ กนั และกันภายในกลมุ สวยงามไดน านยง่ิ ขึ้น
3. ใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันออกแบบลวดลายในการแกะสลัก นักเรียนควรรู
ผักและผลไม 1 ลาย โดยนําลวดลายตางๆ ตามท่ีไดศึกษา
มาสรางสรรคใ หเกดิ ลวดลายใหมต ามความคดิ และจินตนาการ 1 มีดแกะสลัก ในการแกะสลกั ผักและผลไม ควรเลือกใชมีดแกะสลักที่ผลิต
จากวัสดปุ ระเภทสเตนเลส เพราะหากใชม ดี ทัว่ ไปจะทําใหเนอ้ื ของผกั และผลไม
4. ใหนักเรียนแตล ะกลมุ สง ตวั แทนกลุมละ 1 คน ออกมานาํ เสนอ
ผลงานใหเ พ่อื นชมหนา ช้นั เรยี น พรอ มทง้ั อธิบายแนวคดิ ในการ
สรางสรรคล วดลายในงานแกะสลักผกั และผลไม
มีสดี าํ คลาํ้ สง ผลใหงานแกะสลกั ไมสวยงาม T77
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน เทคนคิ การแกะสลกั ผักและผลไม้ที่นิยมน�ามาใช้ ใน
งานแกะสลกั มอี ยดู่ ว้ ยกนั หลายชนิด ซ่ึง
ขนั้ ที่ 3 จดั กลมุ รว มมอื แต่ละชนิดจะมีลักษณะและคุณสมบัติท่ี
แตกต่างกัน ดังนั้น ในการแกะสลักจึง
25. ครูใหนักเรียนศึกษาเพ่ิมเติมเกี่ยวกับเทคนิค ตอ้ งเรยี นรเู้ ทคนคิ และวธิ กี ารทถ่ี กู ตอ้ ง จะ
การแกะสลัก ในกรอบ Know More จาก ช่วยให้ผลงานแกะสลักมีความสวยงาม
หนงั สอื เรียน หนว ยการเรียนรูท ่ี 4 หนา 70 คงทนมากย่งิ ข้นั ดงั น้ี
จากนนั้ ครถู ามนักเรียนวา
• จากการศกึ ษาเกย่ี วกบั เทคนคิ การแกะสลกั ๑. แคร์รอต ๔.ขงิ
ทําใหนักเรยี นไดร บั ประโยชนอ ยา งไร
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็ กอ่ นแกะไมค่ วรแชน่ า�้ เพราะจะทา� ใหเ้ นอ้ื แขง็ เลือกขงิ ท่ีมีลักษณะอวบอว้ น
ไดอยางอิสระ เชน ทําใหทราบข้ันตอน และหลงั แกะควรนา� ไปแชน่ า�้ โ ด ย ดู จ า ก แ ง่ ง ท่ี ดู อ่ิ ม น�้ า แ ล ะ
หรือวิธีการตางๆ ท่ีชวยใหการแกะสลัก เพราะจะทา� ใหก้ ลบี แขง็ และสสี ด น�้าหนัก เพราะจะมีเนื้อมาก
ผักและผลไมค งความสวยงามอยเู สมอ) หลังแกะควรน�าไปแช่น้�าผสม
• หากสามารถเลอื กผกั และผลไมไ ดเ พยี ง 1 ชนดิ ๒. บที รตู ๓. หวั ไชเทา้ มะนาวจะเปลี่ยนเป็นสชี มพู
นกั เรยี นจะเลอื กผกั และผลไมช นดิ ใดมาใช
ในการแกะสลกั เพราะเหตใุ ดจงึ เปน เชน นนั้ ห ลั ง ป อ ก เ ป ลื อ ก ค ว ร ล้ า ง ด้ ว ย เลอื กทม่ี หี วั มน ผวิ เรยี บ มนี า�้ หนกั
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็ น�้าเกลือเจือจาง เพ่ือไม่ให้
ไดอยางอิสระ เชน แตงโม เพราะผลของ สีตก ในระหว่างแกะควร จบั แนน่ มอื มสี ปี กตไิ มข่ าวใสแบบ
แตงโมมขี นาดใหญ เนอ้ื มสี แี ดงสวย สามารถ ฉีดน้�าอยู่เสมอจะช่วยไม่ โปร่งใส หลังแกะควรน�าไปแช่น�้า
แกะสลกั เปน ลวดลายตา งๆ ไดง า ย และเมอื่ ใหผ้ ิวด�า เยน็ จดั เพราะจะ
นํามาแกะสลักเปนลวดลายตางๆ จะเห็น ทา� ใหส้ ดนาน
เปน สขี าวและสแี ดงสลบั กนั ทาํ ใหผ ลงานมี
ความสวยงามมากยงิ่ ขึน้ ) ๕.ฟกั ทอง ๖. หอมหัวใหญ่ ๗. ชมพู่
26. ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ วา “กอ นแกะสลกั ควรศกึ ษา หลังแกะไม่ควรน�าไปแช่น�้า เพราะ ก่อนแกะให้น�าไปแช่น้�า จะช่วย ในขณะแกะไม่ควรน�าไปแช่น้�า
เกี่ยวกับเทคนิคท่ีนํามาใชในการแกะสลัก จะทา� ใหเ้ ปลย่ี นสแี ละเนา่ เรว็ ควรใช้ ไมใ่ หเ้ กดิ การแสบตา หรอื นา� ไปแช่ เพราะจะทา� ใหเ้ นอื้ เปน็ ขยุ เมอ่ื แกะ
ใหเ ขา ใจ เพอ่ื ทจี่ ะสามารถปฏบิ ตั งิ านไดอ ยา ง ผ้าขาวบางชุบน้�าบิดหมาดคลุมไว้ ในตูเ้ ย็นอย่างนอ้ ย ๓๐ นาท ี กอ่ น เสร็จให้น�ามาล้างด้วยน�้ามะนาว
ถกู ตอ ง และผลงานมคี วามสวยงาม นอกจากนี้ หรอื แช่ตู้เยน็ จะทา� ให้สดนานข้นึ นา� มาปอกเปลอื ก เจอื จาง แล้วตามดว้ ยน�้าเย็น
ยังตองรูจักวิธีการดูแลรักษาผลงานแกะสลัก
ใหค งความสดใหมอ ยเู สมอ เชน การแกะสลกั ๗0
ผักและผลไมท่ีมีขนาดใหญ ไมสามารถเก็บ
เขา ตเู ยน็ ได ควรใชผ า ขาวบางชบุ นาํ้ บดิ หมาด
คลมุ ไว แลว เกบ็ ในทท่ี อี่ ากาศถา ยเทไดส ะดวก
ไมร อ นอบอา ว ไมม ลี มพดั ผา น จะชว ยคงความ
สดใหมของผกั และผลไมไมใ หเหยี่ วเฉาเรว็ ”
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ
ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกย่ี วกบั การแกะสลกั ผกั และผลไมข องประเทศตา งๆ ให ประโยชนที่ไดร บั จากการฝก แกะสลกั ผกั และผลไมค อื สิ่งใด
นักเรียนฟงวา ประเทศจีนเปน ประเทศท่ีมีการสบื ทอดทางวฒั นธรรมในรปู แบบ
ตา งๆ มาอยา งยาวนาน และหนง่ึ ในนน้ั กค็ อื การแกะสลกั ผกั และผลไม ทเ่ี รยี กวา (แนวตอบ ไดรับประโยชนจากการฝกแกะสลักผักและผลไม
“ฉยุ กวั่ เตยี วเคอ ” ซง่ึ ศลิ ปะการแกะสลกั ผกั และผลไมข องชาวจนี จะนยิ มแกะเปน หลายประการ เชน ชวยฝกสมาธิ เสรมิ สรางและพัฒนาความคดิ
รปู สตั วม งคลตา งๆ ตามความเช่อื เชน เตา มงั กร หงส สว นในประเทศญป่ี ุน สรา งสรรค เปน การใชเ วลาวา งใหเ กดิ ประโยชน เกดิ ความภาคภมู ใิ จ
จะเรียกผลงานการแกะสลักผักและผลไมวา “มุกิโมโนะ” โดยนิยมนําผักและ ในตนเอง เพ่ิมความสวยงามใหกับอาหารหรอื สถานทีต่ างๆ ชวย
ผลไมมาแกะสลักเปนลายดอกซากูระ ลายพัด ลายคลื่น หรือรูปสัตวประเภท อนรุ ักษ สบื สาน เผยแพรศิลปะการแกะสลักใหบคุ คลทว่ั ไปไดร จู กั
ตางๆ เพ่ือนํามาใชในการประดับตกแตงอาหาร ส่ิงที่ทําใหการแกะสลักผัก และพฒั นาเปนอาชพี ไดใ นอนาคต)
และผลไมของประเทศญ่ีปุนมีความโดดเดน คือ การเลือกใชวัตถุดิบ ซ่ึงจะมี
ความหลากหลายและหมุนเวียนไปตามฤดูกาล เพ่ือแสดงออกถึงอารมณและ
ความรูสึกของฤดกู าลทแ่ี ตกตา งกนั
T78
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
๔ ตัวอย่างงานประดษิ ฐท์ ี่เป็นเอกลักษณ ์ไทย : งานดอกไมส้ ด ขนั้ สอน
งานดอกไม้สดเป็นการน�าดอกไม้ชนิดต่าง ๆ มาประดิษฐ์เป็นชิ้นงานในหลากหลายรูปแบบ
เชน่ การรอ้ ยพวงมาลยั การจดั แจกนั ดอกไม ้ เพอื่ สรา้ งความสดชน่ื ความสวยงาม สรา้ งบรรยากาศ ขนั้ ที่ 3 จดั กลมุ รว มมอื
ที่ดใี นโอกาสส�าคัญตา่ ง ๆ นับเปน็ งานศิลปะอย่างหนึง่ ที่มีความงดงามมาก โดยการจดั ดอกไม้สด
จะแตกต่างกันไปตามจนิ ตนาการของผู้จัด การเลือกวสั ดุ อปุ กรณ ์ในงานดอกไมส้ ด มดี ังนี้ 27. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางงานประดิษฐ
ที่เปนเอกลักษณไทยประเภทงานดอกไมสด
ดอกไม้1 กรรไกร มีด คีม จากหนังสือเรยี น หนวยการเรยี นรทู ่ี 4
ดอกไม้ต้องสด ก้านแข็งตรง กระเปาะดอกแข็ง • กรรไกรใช้ส�าหรับตัดก้าน 28. ครูใหนักเรยี นศึกษาเพม่ิ เติมเกย่ี วกบั ตวั อยาง
กลีบดอกไม่ช�้า ท้ังใบและดอกสามารถเก็บไว้ได้ ดอกไม้ ก่ิงไม้ เลือกที่คม งานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทยประเภท
นาน ไม่เหี่ยวเฉา หรือช้�าง่าย ขนาดของดอกไม้ และใบมีดไม่เปน็ สนมิ งานดอกไมส ดจาก PowerPoint ม.5 หนวย
เหมาะกับภาชนะ สถานที่ตัง้ และแบบของการจัด • ม ีดใช้ส�าหรับตัดโอเอซิส การเรียนรูท่ี 4
และรดิ หนามกหุ ลาบ เลอื ก
ทีค่ ม 29. ครูใหนักเรียนรวมกันเสนอแนะวา ตัวอยาง
• ค มี ใชต้ ดั ลวด มหี ลายขนาด งานดอกไมส ดดงั กลา วจะตอ งใชว สั ดุ อปุ กรณ
เลอื กใชต้ ามความเหมาะสม ชนดิ ใด และมีข้ันตอนการปฏบิ ตั ิงานอยา งไร
ของลักษณะงาน
30. ครเู ปด คลปิ วดิ โี อเกย่ี วกบั การรอ ยมาลยั การจดั
แจกนั ริบบ้ิน พานดอกไม การจดั ดอกไมในลกั ษณะตา งๆ
ใหน กั เรยี นดู เพอื่ ใหน กั เรยี นไดเ รยี นรขู น้ั ตอน
เลือกให้เหมาะสมกับงาน ใช้ ในการผูกช่อดอกไม้และท�าใบตกแต่ง เพ่ือให้ การปฏิบตั งิ านแตละประเภท
ท้ังรูปแบบและขนาดของ ดอกไมด้ สู วยงาม การเลอื กใชง้ านใหเ้ ลอื กความกวา้ ง
แจกัน เช่น แจกันทรง และความยาวตามความเหมาะสมของช่อดอกไม้ 31. ครถู ามนักเรยี นวา
กระบอก นยิ มใชจ้ ดั ดอกไม้ • ความสวยงามของงานดอกไมส ดอยทู ส่ี ง่ิ ใด
ที่มีลักษณะเป็นช่อ หรือ กระดาษสา เพราะเหตุใดจงึ เปนเชนน้ัน
พมุ่ โดยมกี า้ นตรงแขง็ แรง (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
มีท้ังกระดาษสาแท้และ ไดอยางอสิ ระ)
ฟลอรา่ โฟม หรือโอเอซิส2 แบบสังเคราะห์ การใช้ • นกั เรยี นสามารถนาํ ดอกไมส ดมาใชป ระโยชน
กระดาษสาแท้ควรระวัง ในชีวติ ประจําวันไดอยางไร
ใชป้ ักดอกไม ้ มคี ณุ สมบตั ิดูดซมึ และอุม้ น�า้ กอ่ นใช้ ไม่ให้โดนน�้า เพราะจะ (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ตเตอ้ ็มงทแ่ี ชคน่ ว�า้ รใเหลช้อื ุมกปทรีช่ ะ่มุ มนา้า�ณได ๒้ง๑่า ยช่ัวโมง เพือ่ ใหด้ ดู นา้� ขาดยุ่ยได้ง่าย ไดอยางอิสระ เชน จัดใสแจกันรวมกับ
ดอกไมชนิดอื่นๆ เพื่อประดับตกแตงบาน
๗1งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ใหส วยงาม นาํ มาจดั เปน ชอ เพอ่ื มอบใหแ ก
บคุ คลอนั เปน ทร่ี กั นาํ มารอ ยเปน พวงมาลยั
ในลักษณะตางๆ เพ่อื บูชาพระ)
• หากไมม ีฟลอราโฟม หรือโอเอซิส นักเรยี น
สามารถใชสง่ิ ใดแทนได เพราะเหตุใด
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอยา งอสิ ระ)
กิจกรรม เสริมสรา งคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค นักเรียนควรรู
ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน รวมกันสํารวจดอกไม 1 ดอกไม การเลือกดอกไมมาใชเพื่อจัดแจกัน ควรเลือกดอกไมท่ีใกลบาน
ทปี่ ลกู ในบรเิ วณบา นของตนเอง รวมถงึ ดอกไมท ม่ี ใี นทอ งถน่ิ จากนน้ั มาจัด ควรหลีกเล่ียงการเลือกใชดอกตูม เนื่องจากดอกตูมจะไมดูดซึมน้ํา
นําขอมูลท่ีไดมาประชุมวางแผนการทํางานรวมกัน เพ่ือประดิษฐ และเหี่ยวเฉาไดอยา งรวดเรว็ จากนัน้ ใชก รรไกรสําหรับตัดกานดอกไม ตัดกาน
ชนิ้ งานทเ่ี ปน เอกลกั ษณไ ทยประเภทงานดอกไมส ดตามความสนใจ ใหเฉียงประมาณ 45 องศา เพ่ือใหดอกไมดูดซึมน้ําไดดีข้ึน เม่ือตัดเสร็จแลว
กลมุ ละ 1 ชน้ิ โดยจดั ทาํ เปน คลปิ วดิ โี อสน้ั ๆ ความยาวไมเ กนิ 7 นาที ควรจมุ กานลงในนํา้ ทนั ที โดยใหกา นจมนาํ้ ประมาณ 1 น้ิว และวางไวในท่ีรม
จากน้ันออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนา ช้ันเรียน 2 ฟลอราโฟม หรือโอเอซิส นํามาใชงานไดทั้งแบบเปยกและแบบแหง โดย
แบบเปย กใชส าํ หรบั ยดึ กา นและเปน แหลง นาํ้ ใหก บั ดอกไม ไมส ามารถนาํ กลบั มา
(กิจกรรมนี้เสริมสรางคุณลักษณะดานมีวินัย อยูอยางพอเพียง ใชงานซํ้าได เน่ืองจากมีรูท่ีเกิดจากกานของดอกไม จึงทําใหไมกักเก็บน้ํา
และมงุ มัน่ ในการทาํ งาน) กอนนํามาใชง านควรนาํ ไปแชนํา้ ทีผ่ สมสารจาํ พวก Clear flfloral preservative
เพอื่ ชว ยรกั ษาและคงความสดใหก บั ดอกไม สว นแบบแหง ใชส าํ หรบั ยดึ ดอกไมแ หง
หรอื ดอกไมผา
T79
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน แผนผังมาลัยตุ้มแบบไม่มีลาย
ขน้ั ท่ี 3 จดั กลมุ รว มมอื แถว หรือช้ันท่ี
32. ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาตัวอยาง ๙ ๕
งานประดษิ ฐท ี่เปน เอกลักษณไ ทย : การรอย ๘ ๖
มาลยั ตมุ จากหนงั สือเรียน หนวยการเรียนรู วสั ดุ อุปกรณท์ ี่ใช้ ๗ ๗
ท่ี 4 หนา 72 จากนั้นรวมกันอภิปรายถึง ๑. ดอกมะลิ ๖ ๘
ขน้ั ตอนการรอ ยมาลยั ตมุ ทลี ะขน้ั ตอน โดยครู ๒. ดอกบานไม่ร้โู รย ๕ ๘
ขออาสาสมคั ร 1-2 คน ออกมาอธบิ ายขนั้ ตอน ๓. ก้านมะพรา้ ว ๔ ๘
การรอ ยมาลัยตมุ ใหเพ่อื นฟง หนาชั้นเรยี น ๓ ๗
๒ ๖
33. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการรอยมาลัยตุม งานดอกไม้สด ๑ ๕
มาใหน กั เรียนดู ๑ ๒ ๓ ๔ ๕
34. ครูสาธิตการรอยมาลัยตุมใหนักเรียนดูเปน ดอกท่ี
ตวั อยา ง พรอ มทงั้ อธบิ ายประกอบทลี ะขน้ั ตอน
อยา งชา ๆ เพอื่ ใหน กั เรยี นไดส งั เกตและตดิ ตาม มาลยั ตุ้ม = ดอกมะลิ
แตล ะขัน้ ตอนไดท ัน
1๒ ๓
35. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรอยมาลัยตุม หาก
นักเรยี นเกิดขอ สงสยั ในขณะปฏิบตั ิงาน หรือ ข้ันตอนการรอ้ ยมาลยั
ตองการความชวยเหลือใหสอบถามครู โดย ๑. ใ ชด้ อกบานไมร่ ้ ูโรยเปน็ ฐานรอง หรอื ใชใ้ บตอง หรือใช้ดอกอ่ืน ๆ ตามความเหมาะสม โดยในช้ันท่ี ๑ ให้รอ้ ย
ครูจะคอยสังเกตการปฏิบัติงานของนักเรียน
อยางใกลชิดและคอยใหค วามชว ยเหลอื และ ดอกมะลิ ๕ ดอก จดั วางระยะหา่ งระหว่างแตล่ ะดอกใหเ้ ทา่ กัน
เนนยํ้าใหตระหนักถึงความปลอดภัยในขณะ ๒. ในช้นั ท่ ี ๒-๘ ให้ปฏบิ ัตติ ามขนั้ ตอน ดงั น้ี
ปฏบิ ตั ิงานรว มดว ย ชน้ั ท ่ี ๒ รอ้ ยดอกมะล ิ ๖ ดอก (ดอกแรกอยรู่ ะหวา่ งดอกสดุ ทา้ ยกบั ดอกท ่ี ๑ ของชนั้ ท ่ี ๑ ดอกตอ่ ๆ ไป ใหร้ อ้ ย
สับหว่างกัน)
36. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปข้ันตอนงาน ชน้ั ท ี่ ๓ ร้อยดอกมะล ิ ๗ ดอก (ดอกแรกอยรู่ ะหวา่ งดอกสุดทา้ ยกับดอกท ่ี ๑ ของชน้ั ที่ ๒)
ประดษิ ฐท เี่ ปน เอกลกั ษณไ ทย : การรอ ยมาลยั ช้ันท ่ี ๔ ร้อยดอกมะลิ ๘ ดอก (ดอกแรกอยู่ระหว่างดอกสดุ ท้ายกับกลบี ที ่ ๑ ของชัน้ ท ่ี ๓)
ตมุ โดยครเู ปน ผตู รวจสอบความถกู ตอ ง และ ชน้ั ท ่ี ๕ รอ้ ยดอกมะลิ ๘ ดอก (ดอกแรกอยูร่ ะหว่างดอกสดุ ท้ายกบั ดอกท ี่ ๑ ของชน้ั ท่ี ๔)
อธิบายเพ่ิมเติมในสวนท่ียังขาดตกบกพรอง ชน้ั ที่ ๖ รอ้ ยดอกมะลิ ๘ ดอก (ดอกแรกอยู่ระหว่างดอกสดุ ทา้ ยกับดอกที่ ๑ กับ ๒ ของชั้นท ่ี ๕)
จากการปฏบิ ตั ิงาน ช้นั ที ่ ๗ รอ้ ยดอกมะล ิ ๗ ดอก (ดอกแรกอย่รู ะหว่างดอกสดุ ทา้ ยกับดอกท ่ี ๑ กบั ๒ ของช้นั ท่ี ๖)
ชั้นท ่ี ๘ ร้อยดอกมะล ิ ๖ ดอก (ดอกแรกอยรู่ ะหว่างดอกสดุ ท้ายกับดอกท่ ี ๑ กบั ๒ ของช้นั ที่ ๗)
37. ครูอธบิ ายเพม่ิ เตมิ วา “การรอยมาลยั ตมุ ตอง ๓. ร้อยดอกมะลิในช้ันท่ี ๙ โดยร้อยดอกมะลิ ๕ ดอก (ดอกแรกอยู่ระหว่างดอกท่ี ๑ กับ ๒ ของช้ันท่ี ๘)
เร่ิมตนรอยดวยดอกมะลิท่ีมีขนาดเล็กกอน เม่ือรอ้ ยเสรจ็ ใหใ้ ชด้ อกบานไมร่ โู้ รยรอ้ ยปดิ ดา้ นบน
ช้ันตอๆ ไปใหสงกานยาวข้ึนทีละนอยจนถึง
ชวงท่ีมาลัยมีความปองเต็มที่ตามตองการ ๗๒ การรอ้ ยมาลยั กลม
จึงสงกานใหส้ันลงทีละนอยยอนกลับมา
เหมือนตอนท่เี ร่ิมปฏบิ ตั ิ”
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด
ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ เกยี่ วกบั วธิ กี ารเกบ็ รกั ษามาลยั ใหค งความสดและสวยงาม รอ ยมาลยั ควรเลือกใชดอกไมท ี่มีสใี ด จึงจะชวยใหไ ดม าลัยทมี่ ี
อยูเสมอใหนกั เรียนฟงวา การเกบ็ รักษามาลยั สามารถปฏิบัตไิ ดห ลายวิธี เชน สสี ันสวยงาม
• นาํ มาลยั วางลงในถาดทร่ี องดว ยใบตอง ใชผ า ขาวบางชบุ นาํ้ บดิ หมาดคลมุ (แนวตอบ ควรเลอื กใชดอกไมท มี่ สี สี นั สดใส อาจเปนดอกไมท ี่มี
เกบ็ ไวใ นทเี่ ยน็ ไมม ลี มโกรก นยิ มนาํ มาใชก บั การเกบ็ ในระยะเวลาไมน าน สีกลมกลืนกัน หรือมีสีตัดกันก็ได หากชวงใดของมาลัยตองการ
เนนใหเกิดจุดเดน ควรเลือกใชดอกไมที่มีสีตัดกันกับดอกไมที่ใช
• นาํ มาลัยใสในถงุ พลาสตกิ วาง หรือแขวนไวในท่ีเย็น ไมม ลี มโกรก วิธีน้ี เปนหลัก ซงึ่ สขี องดอกไมท่ีตดั กนั จะชวยเพิม่ ความสวยงามใหกบั
จะชว ยทําใหเ ก็บรักษามาลยั ไดนานกวาวธิ แี รก มาลัยมากยงิ่ ข้ึน)
• นํามาลัยใสในถงุ พลาสตกิ นาํ ไปเกบ็ ไวในชอ งเก็บผกั สดของตูเย็น วิธีนี้
จะชวยทาํ ใหเ กบ็ รักษามาลัยไดน านหลายชั่วโมงไปจนถึงเกบ็ คางคนื ได
T80
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
วัสดุ อุปกรณ์ทีใ่ ช้ ขน้ั สอน
๑. พาน
๒. ดอกมะลิ ขน้ั ท่ี 3 จดั กลมุ รว มมอื
๔๓.. ดดออกกบสเาปนรไยม ์ ่รู้โรย1
งานดอ 38. ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาตัวอยาง
๕. ดอกคตั เตอร ์ งานประดิษฐทีเ่ ปนเอกลกั ษณไทย : พานตมุ
กไม้สด ๖. ใบโปรง่ ฟา้ ประดษิ ฐ จากหนังสือเรยี น หนว ยการเรียนรู
พานตมุ้ ๗. ใบสนซงู ิ ที่ 4 หนา 73 จากน้ันรวมกันอภิปรายถึง
ประดิษฐ์ ขั้นตอนการจัดพานตุมประดิษฐทีละข้ันตอน
๘. กลีบพลับพลึง โดยครูขออาสาสมัคร 1-2 คน ออกมาอธบิ าย
๙. โอเอซสิ ข้ันตอนการจัดพานตุมประดิษฐใหเพื่อนฟง
๑๐. ก้านมะพร้าว หนาชัน้ เรยี น
ขั้นตอนการจดั ดอกไม้ 39. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการจัดพานตุม
๑. ตดั โอเอซสิ ให้มขี นาดเหมาะสมกบั พาน น�าไปแช่น้�าท้ิงไว้สักพัก เมือ่ ช่มุ น�้าดแี ลว้ จึงนา� มาใส่พาน จากน้ันนา� ประดษิ ฐม าใหนักเรียนดู
ใบโปรง่ ฟ้ามาเสยี บรอบ ๆ พาน กะระยะความห่างใหเ้ หมาะสม เพื่อความสวยงาม
๒. น�าใบสนซูงมิ าเสยี บทับบนใบโปร่งฟ้า โดยเสยี บรอบ ๆ พาน กะระยะความหา่ งใหเ้ หมาะสม 40. ครูสาธิตการจัดพานตุมประดิษฐใหนักเรียน
๓. นา� กลีบพลับพลึงประดษิ ฐม์ าเสียบตกแต่งบรเิ วณมมุ ทั้ง ๔ ด้าน และก่งึ กลางใหส้ วยงาม ดูเปนตวั อยาง พรอ มทั้งอธบิ ายประกอบทลี ะ
๔. น�าดอกสเปรยม์ าเสยี บตกแต่งบริเวณรอบ ๆ พาน เพ่ือปกปดิ ชอ่ งวา่ งของกลบี พลบั พลงึ ขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกต
๕. น�ามาลยั ตุม้ ทร่ี ้อยส�าเร็จแล้วมาเสียบบรเิ วณกึ่งกลางของพาน กะระยะความสูงใหพ้ อดี และตดิ ตามแตล ะขัน้ ตอนไดทนั
๖. เ สยี บมาลยั ตมุ้ ใหค้ รบตามต�าแหน่งที่ต้องการ ตกแตง่ เพ่มิ เตมิ ด้วยใบโปร่งฟ้า ดอกสเปรย์ และดอกคัตเตอร์
ให้สวยงาม 41. ครูใหนักเรียนแตละกลุมจัดพานตุมประดิษฐ
หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะปฏิบัติงาน
1๒ ๕ หรือตองการความชวยเหลือใหสอบถามครู
๓๔ 6 โดยครจู ะคอยสงั เกตการปฏบิ ตั งิ านของนกั เรยี น
อยางใกลช ดิ และคอยใหค วามชว ยเหลอื และ
๗๓ เนนยํ้าใหตระหนักถึงความปลอดภัยในขณะ
ปฏิบตั ิงานรว มดว ย
42. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ ขนั้ ตอนงานประดษิ ฐ
ท่เี ปน เอกลักษณไทย : พานตมุ ประดษิ ฐ โดย
ครเู ปน ผูตรวจสอบความถูกตอง และอธบิ าย
เพ่ิมเติมในสวนที่ยังขาดตกบกพรองจากการ
ปฏบิ ตั ิงาน
43. ครูอธิบายเพ่ิมเติมวา “การจัดพานดอกไม
ควรจัดใหมีความสมดุลกัน ไมหนัก หรือ
เอยี งไปดา นใดดานหน่ึง ความสงู ของดอกไม
เหมาะสมกับขนาดของพาน ดอกไม ใบไม
หรือของประดับตกแตงอ่ืนๆ ที่นํามาใชมี
ความกลมกลืนกนั ”
ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
ส่ิงสําคญั ทค่ี วรคํานึงถึงมากท่สี ุดในการจัดพานดอกไมค ือขอ ใด ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั วธิ กี ารเกบ็ มะลิ เพอ่ื ใหส ามารถใชง านไดน านขน้ึ
1. คา ใชจายในการซอ้ื วสั ดุ อุปกรณ ใหนักเรียนฟงวา การเก็บมะลิควรเก็บในชวงท่ีแดดไมจัด เพราะจะชวยไมให
2. ขนาดและสีของภาชนะ มะลบิ าน โดยเกบ็ ใสใ นกะละมงั แลว คดั ดอกทเี่ สยี ออก เตมิ นา้ํ แขง็ และนาํ้ สะอาด
3. สัดสวนของช้ินงาน ลงในกะละมัง คนใหเขากันจนน้ําแข็งละลายจนหมด นํามะลิมาใสในตะกรา
4. ชนิดของดอกไม เพื่อใหสะเด็ดน้ํา จากนั้นนําไปใสในถุงพลาสติกและไลอากาศออกจนหมด
ปด ปากถุงใหแนนสนทิ แชไวในตูเย็น หรือถงั นํ้าแข็ง
(วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะสัดสวนเปนเร่ืองสําคัญ
ทผ่ี จู ดั พานจะตอ งคาํ นงึ ถงึ มากทสี่ ดุ เปน สงิ่ ทสี่ ามารถกาํ หนดไดว า นักเรียนควรรู
พานดอกไมท ่จี ัดเสรจ็ แลว จะมีความสวยหรอื ไม หากพานดอกไม
มสี ัดสว นท่ีไมส มดลุ กนั ผลงานทจ่ี ัดออกมาก็จะไมส วยงาม) 1 บานไมรูโรย เลือกดอกท่ีมีสีและกลีบเล้ียงสด กลีบไมรวง กานดอกแข็ง
หากยังไมไดใชงานใหตัดกานดอกเหลือไวประมาณ 1 น้ิวครึ่ง ใสถุงพลาสติก
รดั ปากถงุ ใหแ นน แลว เกบ็ เขา ตเู ยน็ หากไมม ตี เู ยน็ ใหใ สถ าดแลว คลมุ ดว ยผา ชนื้
T81
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน วัสดุ อุปกรณ์ทใ่ี ช้ ๔๒.. ดโฟอมกรรปูกั 1หัวใจงานดอ
๑. พาน
ขนั้ ที่ 3 จดั กลมุ รว มมอื กไมส้ ด
๓๕.. ดดออกกมกุหัม2ล าบ
44. ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาตัวอยาง พาน
งานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทย : พานรด ๖. ดอกคัตเตอร์ รดน้า� สงั ข์
น้ําสังข จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรู ๗. ใบเฟนิ นาคราช
ท่ี 4 หนา 74 จากนน้ั รว มกนั อภปิ รายถงึ ขน้ั ตอน ๘. โอเอซิส
การจัดพานรดน้ําสังขทีละขั้นตอน โดยครู ๙. ตะปเู ข็ม
ขออาสาสมคั ร 1-2 คน ออกมาอธบิ ายขน้ั ตอน
การจดั พานรดนา้ํ สงั ขใ หเ พอ่ื นฟง หนา ชน้ั เรยี น ข้ันตอนการจดั ดอกไม้
๑. ต ดั โอเอซสิ ใหม้ ขี นาดเหมาะสม ๒. น า� ดอกรกั มาเสยี บดว้ ยตะปเู ขม็ แลว้ นา� ไปเสยี บบนโฟมใหเ้ ตม็ โดยเรมิ่ ตน้
45. ครูนําวัสดุ อุปกรณท่ีใชในการจัดพานรด กบั พาน นา� ไปแชน่ า�้ ทง้ิ ไวส้ กั พกั จากการเสียบบริเวณก่ึงกลางของโฟม กะระยะช่องว่างให้เหมาะสม
น้าํ สังขมาใหน ักเรียนดู เมอื่ ชมุ่ นา�้ ดแี ลว้ จงึ นา� มาใสพ่ าน เพ่อื ความสวยงาม
จากนั้นใช้ ไม้แหลมเสียบโฟม ๓. นา� ใบเฟนิ นาคราชมาเสยี บรอบ ๆ พาน กะระยะความหา่ งใหเ้ หมาะสม
46. ครูสาธิตการจัดพานรดนํ้าสังขใหนักเรียน แล้วน�ามาเสียบท่ีโอเอซิส จัด ๔. น�าดอกกหุ ลาบมาเสียบลงในพาน จัดวางต�าแหน่งใหเ้ หมาะสม
ดูเปนตัวอยา ง พรอ มทัง้ อธบิ ายประกอบทลี ะ ตา� แหนง่ ตามตอ้ งการ ๕. นา� ดอกมัมมาเสยี บตกแตง่ ลงในพาน จัดวางต�าแหน่งให้เหมาะสม
ข้ันตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกต
และตดิ ตามแตละขัน้ ตอนไดทัน ๖. น า� ดอกคตั เตอรม์ าเสยี บตกแตง่ ลงในพาน จดั วางตา� แหนง่ ใหเ้ หมาะสม
47. ครูใหนักเรียนแตละกลุมจัดพานรดนํ้าสังข 1๒ ๕
หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะปฏิบัติงาน ๓๔ 6
หรือตองการความชวยเหลือใหสอบถามครู
โดยครจู ะคอยสงั เกตการปฏบิ ตั งิ านของนกั เรยี น ๗๔
อยา งใกลชิดและคอยใหความชวยเหลอื และ
เนนยํ้าใหตระหนักถึงความปลอดภัยในขณะ
ปฏบิ ัตงิ านรวมดว ย
48. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงาน
ประดษิ ฐท เ่ี ปน เอกลกั ษณไ ทย : พานรดนาํ้ สงั ข
โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตองและ
อธิบายเพ่ิมเติมในสวนท่ียังขาดตกบกพรอง
จากการปฏิบัติงาน
49. ครูอธิบายเพ่ิมเติมวา “หากซ้ือดอกไม หรือ
ใบไมมาจากตลาด กอนการจัดพานควรนํา
ดอกไมหรือใบไมมาแชน้ําทิ้งไวอยางนอย
1-2 ชว่ั โมง จากนั้นปลิดกลบี หรือใบทไ่ี มสวย
หรือไมจําเปนออก แลวจึงนําไปจัดพานตาม
ทไ่ี ดอ อกแบบไว”
นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคิด
1 ดอกรัก มีท้ังดอกสีขาวและดอกสีมวง นิยมนํามาใชในงานมงคลตางๆ ขอ ควรคาํ นงึ ในการจดั ดอกไมเ พอ่ื ใหเ กดิ ความสวยงามคอื สง่ิ ใด
การเก็บดอกรักจากตน ควรเก็บอยางระมัดระวัง เนื่องจากยางของตนรักเปน
เอนไซมป ระเภทหนงึ่ ทอี่ นั ตราย มฤี ทธก์ิ ดั กรอ น หากสมั ผสั ถกู ผวิ หนงั จะทาํ ใหเ กดิ (แนวตอบ การจดั ดอกไมเ พื่อใหเ กิดความสวยงาม ควรคาํ นึงถึง
การระคายเคอื ง แสบ คนั หากถกู ศรี ษะจะทาํ ใหผ มรว ง หากเขา ปากจะสง ผลตอ ส่งิ ตา งๆ ดงั นี้
ระบบทางเดินอาหาร ทําใหอาเจียนและถายอยางรุนแรง หากยางกระเด็น
เขา ตาจะทําใหต าพรามวั หรือตาบอดได • สัดสวนและความสูงของดอกไม ควรมีความเหมาะสมกับ
2 ดอกมัม หรือดอกเบญจมาศ จัดเปนดอกไมมงคลของประเทศจีนและ ความสูงของภาชนะ
เปนสัญลักษณของฤดูใบไมรวง มีหลายสายพันธุและหลายสีสันใหเลือกใชงาน
ซงึ่ สแี ตล ะสขี องดอกเบญจมาศจะมคี วามหมายทแี่ ตกตา งกนั เชน สแี ดง หมายถงึ • ความสมดุล ควรจดั จาํ นวนดอกไมภ ายในภาชนะใหม คี วาม
ความรักการรักใครชอบพอกัน สีขาว หมายถึง ความซื่อสัตย ความจริงใจ สมดุลกนั
สีเหลือง หมายถึงความโชคดี
• ความกลมกลืน ควรเลือกชนิดของดอกไมใหเหมาะสมกับ
T82 รูปแบบท่ตี อ งการ
• ความแตกตาง ควรจัดดอกไมใหม จี ดุ เดน เพื่อใหเกิดความ
สวยงามและสะดุดตา
• จังหวะ ควรไลขนาดของดอกไม เร่ิมจากดอกตมู ดอกแยม
จนถงึ ดอกบาน)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
งานดอกไม้สด วสั ดุ อปุ กรณท์ ใี่ ช้ ขนั้ สอน
๑. ดอกบวั
ดอกไม้ ๒. ใบเตย ขนั้ ที่ 3 จดั กลมุ รว มมอื
ถวายพระ ๓. ดอกมะลิ
๔. ดอกสรอ้ ยทองญป่ี ุ่น 50. ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาตัวอยางงาน
ขน้ั ตอนการจดั ดอกไม้ ๕. ใบตอง ประดษิ ฐท เี่ ปน เอกลกั ษณไ ทย : ดอกไมถ วายพระ
๑. จ บั กลบี ดอกบวั ๑ กลบี พบั ครงึ่ ทบ ๖. ธปู เทยี น จากหนงั สอื เรยี น หนว ยการเรยี นรทู ่ี 4 หนา 75
๗. กา้ นมะพรา้ ว จากน้ันรวมกันอภิปรายถึงขั้นตอนการจัด
ตามขวาง สอดปลายกลีบเข้าท่ี ดอกไมถวายพระทีละข้ันตอน โดยครูขอ
โคนดอกให้ลึก พับในลักษณะ 1๒ อาสาสมัคร 1-2 คน ออกมาอธิบายขนั้ ตอน
เดยี วกนั จบครบทุกกลบี ๓๔ การจัดดอกไมถวายพระใหเพื่อนฟงหนา
๒. นา� ใบเตยและดอกสรอ้ ยทองญป่ี นุ่ ชนั้ เรยี น
มามัดรวมกันให้เป็นช่อ จัดให้
สวยงาม 51. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการจัดดอกไม
๓. น า� ดอกมะลริ อ้ ยดว้ ยกา้ นมะพรา้ ว ถวายพระมาใหน ักเรียนดู
น�าธปู เทียนมดั รวมกนั กับใบเตย
และดอกสรอ้ ยทองญี่ปนุ่ 52. ครูสาธิตการจัดดอกไมถวายพระใหนักเรียน
๔. น�าซองพลาสติกใสมาสวมทับ ดเู ปน ตวั อยา ง พรอมทง้ั อธบิ ายประกอบทีละ
มัดโคนให้แน่น พันด้วยใบตอง ข้ันตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกต
เพื่อปกปิดก้านดอกไม้ ติดโบ และติดตามแตละขั้นตอนไดทัน
ให้สวยงาม
53. ครูใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ จัดดอกไมถ วายพระ
สรปุ งาน ประดษิ ฐท์ เี่ ปน็ เอกลักษณ์ ไทย เปน็ ผลงานท่สี ะท้อนให้เหน็ ถงึ ชีวิตความเป็นอยู ่ หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะปฏิบัติงาน
วัฒนธรรม ประเพณขี องคนไทยตั้งแตส่ มัยโบราณจนถึงปัจจบุ ัน งานประดษิ ฐท์ ่ีเป็นเอกลักษณ์ไทย หรือตองการความชวยเหลือใหสอบถามครู
มีท้ังของเล่น ของใช้ และของประดับตกแต่ง ซึ่งมีความงามท่ีเป็นเอกลักษณ์และสามารถพบเห็น โดยครจู ะคอยสงั เกตการปฏบิ ตั งิ านของนกั เรยี น
ได้ทั่วไป เช่น พวงมาลัยดอกไม้สด เครื่องแขวน พานพุ่ม กระเช้าดอกไม้ ช่อดอกไม้ งานใบตอง อยา งใกลชิดและคอยใหค วามชว ยเหลอื และ
งานจักสาน งานแกะสลักผักและผลไม้ ในการฝึกประดิษฐ์ช้ินงานที่เป็นเอกลักษณ์ ไทยจ�าเป็นต้อง เนนย้ําใหตระหนักถึงความปลอดภัยในขณะ
อาศัยความรู้ ทกั ษะการฝึกปฏิบัติจนเกิดความชา� นาญ จงึ จะทา� ใหผ้ ลงานมปี ระสทิ ธภิ าพ สามารถ ปฏิบตั ิงานรวมดวย
น�ามาใช้ประโยชน์ ในชวี ิตประจา� วนั หรอื ประกอบเป็นอาชีพได้ ในอนาคต
๗๕งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย 54. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ ขน้ั ตอนงานประดษิ ฐ
ทเ่ี ปน เอกลกั ษณไ ทย : ดอกไมถ วายพระ โดยครู
เปนผูตรวจสอบความถูกตอง และอธิบาย
เพิ่มเติมในสวนท่ียังขาดตกบกพรองจาก
การปฏิบัตงิ าน
55. ครูอธิบายเพ่ิมเติมวา “ดอกไมที่นิยมนํามา
ถวายพระมหี ลายชนดิ เชน ดอกมะลิ สอ่ื ถึง
ความรกั อนั บรสิ ทุ ธ์ิ ความสขุ สมบรู ณ ดอกพดุ
ส่ือถึงความบริสุทธิ์ เจริญมั่นคง ดอกแกว
สื่อถึงความดี จิตใจผองใส ดอกเบญจมาศ
สอ่ื ถึงความย่งั ยนื ”
ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
ววิ ฒั นาการของงานประดษิ ฐท เี่ ปน เอกลกั ษณไ ทยสะทอ นใหเ หน็ ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั ความเชอื่ ในการเลอื กดอกไมถ วายพระใหน กั เรยี น
ถึงคณุ คาในดานใดมากท่ีสดุ ฟง วา การกราบไหวบ ชู าสงิ่ ศกั ดสิ์ ทิ ธทิ์ เี่ คารพและนบั ถอื เชน พระพทุ ธรปู นอกเหนอื
จากการนําธูปเทียนและการตั้งจิตม่ันอันเปนกุศลเพื่อนอมสักการะแลว สิ่งที่
1. การตอบสนองคณุ คาทางดานจติ ใจ ขาดไมไดก็คือดอกไม โดยมีความเชื่อท่ีสืบทอดตอกันมาวา ดอกไมท่ีนํามา
2. การสบื สานภมู ิปญ ญาทางวัฒนธรรม ถวายพระควรเปน ดอกไมท สี่ วยงาม สดใหม ไมเ หย่ี วเฉา เพอ่ื ชว ยใหช วี ติ มคี วาม
3. การเลือกใชวัสดจุ ากธรรมชาตทิ ม่ี ใี นทองถน่ิ สวยงามดงั เชน ดอกไม หากใชด อกไมท เ่ี หยี่ วเฉาจะทาํ ใหช วี ติ เหย่ี วเฉาตามไปดว ย
4. ความคิดสรา งสรรคและคานยิ มของคนในสังคม หากดอกไมท่ีนํามาบูชาพระเหี่ยวเฉา ควรนําไปลอยแมนํ้าแทนการท้ิงลงใน
ถังขยะ พรอมทั้งตั้งจิตอธิษฐานวา “ขาแตพระแมคงคา บัดนี้ ขาพเจาชื่อ...
(วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะวิวัฒนาการของงาน นามสกลุ ... ไดน ําดอกไมบ ชู าทหี่ งิ้ พระทีบ่ านของลกู ซง่ึ เหี่ยวเฉาแลว มาทาํ การ
ประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทยไดสะทอนใหเห็นถึงคุณคาทางดาน จําเริญท่ีแมนํ้า (หรือลําคลอง) แหงน้ี ขอพระแมคงคาทรงโปรดอนุญาตใหลูก
การสืบสานภูมิปญญาทางวัฒนธรรมจากบรรพบุรุษ มาจนถึง ไดท ําการจําเริญพวงมาลยั และดอกไมเ หลานี้ดว ยเถดิ ”
ในยุคปจจุบัน ท้ังยังสะทอนใหเห็นถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และ
ประเพณอี นั ดีงามของชาติที่มีมาต้งั แตอ ดีตไดเปนอยางดี)
T83
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน กจิ กรรม
ขนั้ ท่ี 3 จดั กลมุ รว มมอื สรา้ งสรรค์พัฒนาการเรียนรู้
56. ครูใหนักเรียนแตละกลุมลงความเห็นวา ๔.1ใบมอบหมายงานที่ ตอนที่ ๑
จะประดิษฐชิ้นงานท่ีเปนเอกลักษณไทย
ประเภทใด ไดแก งานแกะสลักผักและ เรื่อง งานประดิษฐ์ ค�าชี้แจง : ใ หน้ กั เรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเปน็ รายบคุ คล โดยเขยี นตอบ
ผลไม และงานดอกไมสด ตามความสนใจ เอกลักษณ์ไทย ตามที่ก�าหนด
1 ประเภท เพื่อจัดทําโครงงาน เร่ือง งาน
ประดษิ ฐเ อกลกั ษณไ ทย ๑. งานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ ไทยมีลกั ษณะอย่างไร
๒. ของประดับตกแต่งที่เปน็ เอกลักษณ์ไทยมคี ณุ คา่ ต่อนกั เรียน สังคม และประเทศชาตอิ ยา่ งไร
57. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ ๓. ย กตัวอย่างช้ินงานท่ีเป็นเอกลักษณ์ ไทยที่นักเรียนเคยพบเห็นและประทับใจ พร้อมทั้งบอกลักษณะการน�า
1-2 คน ออกมาเลือกวัสดุ อปุ กรณท ี่นาํ มาใช
ในงานประดษิ ฐเ อกลกั ษณไ ทยตามทก่ี ลมุ ของ ไปใช้มา ๕ ชนิด
ตนเองเลือกท่ีหนาช้ันเรียน โดยครูเปนผูจัด ๔. ถ า้ ครอบครวั ของนกั เรยี นตอ้ งการตกแตง่ หอ้ งนง่ั เลน่ ทแ่ี สดงถงึ ความเปน็ ไทยควรตกแตง่ อยา่ งไร เพราะเหตใุ ด
เตรยี มวสั ดุ อปุ กรณดังกลา วไวใหก ับนกั เรียน
จึงเปน็ เช่นนั้น
58. ครูใหนักเรียนแบงหนาท่ีความรับผิดชอบ ๕. ใ นการฝกึ ประดษิ ฐช์ น้ิ งานทเ่ี ปน็ เอกลกั ษณ ์ไทย นกั เรยี นมวี ธิ กี ารอยา่ งไรทจี่ ะใชท้ รพั ยากรอยา่ งประหยดั และ
ตามความถนัดและความสามารถของแตละ
บุคคล โดยครูเปน ผูใหค าํ ปรกึ ษาเก่ียวกับการ เป็นการช่วยอนรุ ักษส์ ง่ิ แวดล้อม
วางแผนการแบง หนา ทกี่ ารทาํ งานของสมาชกิ
ในแตละกลมุ ตอนท่ี ๒
59. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันปฏิบัติการ คา� ช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเปน็ กลมุ่ เพอื่ จดั ทา� รายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ เรอื่ งงานประดษิ ฐท์ แ่ี สดง
ประดิษฐชิ้นงานที่ไดเลือกและเตรียมไวตาม ความเป็นเอกลกั ษณ์ของทอ้ งถนิ่ หรือของไทย โดยปฏิบัติตามข้นั ตอน ดังน้ี
หนาท่ีท่ีไดรับมอบหมาย โดยชวยกันปฏิบัติ
ตามขั้นตอนอยางเครงครัด และครูคอยให • เลอื กหวั หน้ากลุ่ม ระดมความคิดในการคิดหัวข้อการทา� รายงาน
คาํ ปรกึ ษา หรอื แนะนาํ ขนั้ ตอนในการประดษิ ฐ • แบง่ งานใหส้ มาชิกในกลุ่มแตล่ ะคนไปปฏิบัต ิ โดยแบ่งงานตามความถนดั และความสมัครใจ
ช้นิ งานดังกลา ว • สบื คน้ ขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นร ู้ในทอ้ งถน่ิ หรอื ศกึ ษาคน้ ควา้ เพมิ่ เตมิ จากหนงั สอื ตา่ ง ๆ หรอื อนิ เทอรเ์ นต็
• จดั ท�าเป็นรูปเล่มรายงาน
ขน้ั ที่ 4 แสวงหาความรู • นา� เสนอผลงานหนา้ ช้ันเรียน
• ครูและเพือ่ น ๆ รว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น และประเมนิ ผลงาน
60. ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ วา “ในการประดษิ ฐช น้ิ งาน
ท่ีเปนเอกลักษณไทยประเภทงานแกะสลัก ๗6
ผแู กะสลกั จะตอ งจบั ผกั หรอื ผลไมอ ยา งเบามอื
ไมควรจับแรง เพราะจะทําใหผักหรือผลไม
ช้ําได สวนงานดอกไมสด ผูจัดไมควรจับ
ทดี่ อกโดยตรง เพราะจะทําใหด อกไมช า้ํ และ
กลบี ดอกรว งโรย ซงึ่ จะทาํ ใหด อกไมข าดความ
สวยงามได”
เกร็ดแนะครู กิจกรรม สรางเสริม
ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ เกย่ี วกบั เครอ่ื งแขวน ซง่ึ จดั อยใู นประเภทของงานดอกไมส ด ใหนักเรียนฝกปฏิบัติงานดอกไมสดตามความสนใจ 1 ชนิด
ใหน กั เรยี นฟง วา เครอ่ื งแขวน เปน งานหตั ถศลิ ปแ ขนงหนงึ่ ทม่ี คี วามวจิ ติ รงดงาม จากน้ันออกมานําเสนอผลงานใหเพ่ือนชมหนาช้ันเรียน พรอมท้ัง
และทรงคณุ คา มมี าตัง้ แตสมยั อยธุ ยากอนท่จี ะเสือ่ มถอยลงและไดรับการฟนฟู อธิบายขัน้ ตอนการปฏิบัติงานดอกไมส ดประกอบอยางถูกตอง
ขน้ึ ในสมยั รัตนโกสนิ ทรต อนตน และมคี วามเจรญิ สูงสุดในสมยั รัชกาลท่ี 5 ดงั
จะเห็นไดจ ากการจดั ประกวดทาํ เครื่องแขวนในงานพระราชพธิ ตี า งๆ ในสมยั นี้ กิจกรรม ทาทาย
ไทยไดติดตอคาขายกับชาวตางชาติมากข้ึน ทําใหไดรับอิทธิพลของวัฒนธรรม
ตางชาติเขามาผสมผสาน สงผลใหรูปแบบของเคร่ืองแขวนมีการผสมผสาน ใหนักเรียนฝกปฏิบัติงานดอกไมสดในรูปแบบที่แปลกใหม
และพัฒนาข้ึนตามสมัยนิยม งานเครื่องแขวนนิยมจัดทําขึ้นเพ่ือถวายเปน จากความคิดสรางสรรคและจินตนาการของตนเองตามความ
พุทธบูชา เน่ืองในเทศกาลและวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา ใชประดับตาม สนใจ 1 ชนิด จดั ทาํ เปนคลปิ วดิ ีโออธิบายขน้ั ตอนการปฏิบตั งิ าน
พระท่นี ง่ั องคต า งๆ โดยแขวนไวต ามชองประตู หนาตาง หรอื ระเบียงโบสถ ดอกไมสดประกอบการสาธิตอยางถูกตอง โดยจัดทําเปนคลิป
วิดีโอสัน้ ๆ ความยาวไมเกิน 7 นาที พรอ มทัง้ อปั โหลดคลปิ วดิ โี อ
T84 ลงในส่ือโซเชียลท่ีสามารถกดติดตามได จากน้ันออกมานําเสนอ
คลิปวิดีโอใหเพ่ือนชมหนา ชน้ั เรยี น
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
๔.๒ใบมอบหมายงานที่ คา� ชีแ้ จง : ใหน้ กั เรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเปน็ กลมุ่ โดยปฏบิ ตั งิ านตาม ขนั้ สรปุ
ท่ีกา� หนดให้
เร่ือง การประดิษฐ์ช้ินงาน ขนั้ ที่ 5 สรุปส่ิงท่ีไดเ รยี นรู
เอกลกั ษณ์ ไทย
1. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันสรุปส่ิงที่ได
๑. ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มประดษิ ฐข์ องตกแต่งบ้านที่เปน็ เอกลกั ษณ ์ไทยตามความสนใจ ๑ ชนดิ เรยี นรจู ากการประดษิ ฐช น้ิ งานทเ่ี ปน เอกลกั ษณไ ทย
๒. แ สวงหาความรู้เพ่ือการท�างานจากส่ือท่ีหลากหลาย เช่น หนังสือเรียน นิตยสารต่าง ๆ ปรึกษาผู้รู้ ตามทกี่ ลมุ ของตนเองเลอื ก เพอ่ื เตรยี มนาํ เสนอ
ผลงานหนา ชนั้ เรยี นในประเดน็ ทค่ี รกู าํ หนดให
ผูช้ า� นาญการในทอ้ งถ่นิ ครูผูส้ อน คือ ประเภทของงานประดิษฐเอกลักษณไทย
๓. วางแผนการท�างานในรูปแบบโครงงาน จากน้นั นา� สง่ เอกสารพร้อมผลงาน โดยมรี ายละเอยี ด ดงั น้ี ทเ่ี ลอื ก วสั ดุ อปุ กรณท นี่ าํ มาใชใ นการประดษิ ฐ
• ชือ่ กลมุ่ ชิ้นงาน ขน้ั ตอนการปฏบิ ัติ ปญหาท่พี บ และ
• รายชือ่ หัวหนา้ กลุม่ และสมาชิกในกลมุ่ แนวทางการแกปญ หา
• การแบ่งหนา้ ท่ีการทา� งานภายในกลุ่ม
• รปู แบบงานทท่ี �า 2. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ ความรู และครชู ว ย
• หลักการและเหตผุ ลทที่ า� งาน เสนอแนะเพิม่ เตมิ
• วัตถปุ ระสงค์
• ระยะเวลาในการท�างาน ขน้ั ท่ี 6 นาํ เสนอผลงาน
• งบประมาณที่ใช้
• บัญชรี ายรับ-รายจ่าย 3. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ
• วธิ กี ารด�าเนนิ งาน 1 คน ออกมานําเสนอผลงานหนาช้ันเรียน
• บันทกึ ผลการปฏบิ ัตงิ าน โดยสรุปสิ่งท่ีไดเรียนรูจากการปฏิบัติงานใน
• ปัญหา หรอื อปุ สรรคในการทา� งาน ประเด็นท่ีครูกําหนดให โดยครูเปดโอกาสให
• วิธีแก้ปญั หา นักเรียนกลุมอ่ืนรวมกันซักถามในประเด็นที่
• ผลการปฏิบตั ิงาน สงสัย
• ความภาคภูมิใจในการท�างาน
4. ครใู หน กั เรียนทาํ แบบทดสอบหลังเรียน หนว ย
๗๗งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย การเรยี นรทู ่ี 4 เรอ่ื ง งานประดษิ ฐเ อกลกั ษณไ ทย
ขน้ั ประเมนิ
1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบหลังเรียน
เพอ่ื ตรวจสอบความเขา ใจหลงั เรยี นของนกั เรยี น
2. ครูตรวจสอบช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
โครงงาน เรอื่ ง งานประดษิ ฐท เ่ี ปน เอกลกั ษณไ ทย
3. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการ
เรยี นรู จากการสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ
การนาํ เสนอผลงาน และการสงั เกตคณุ ลกั ษณะ
อันพึงประสงค
กิจกรรม Mini Project แนวทางการวัดและประเมินผล
1. ใหน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละเทา ๆ กนั ใหแ ตล ะกลมุ เลอื กประดษิ ฐ ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ การนําเสนผลงาน โดยศึกษา
ชิ้นงานท่ีเปนเอกลักษณไทยตามความสนใจกลุมละ 1 ชิ้น เกณฑก ารวดั และประเมนิ ผลทแี่ นบทา ยแผนการจดั การเรยี นรู หนว ยการเรยี นรทู ่ี 4
เพื่อนาํ มาจดั แสดงภายในช้นั เรยี น โดยกําหนดใหใ น 1 ช้นิ งาน
จะตองประกอบไปดวยงานแกะสลักผักและผลไม และงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน
ดอกไมสดรวมกัน
คาชแี้ จง : ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งทีต่ รงกับระดับคะแนน คาชแี้ จง : ใหผ้ ูส้ อนประเมินผลการนาเสนอผลงานของนักเรยี นตามรายการ แล้วขีด ลงในชอ่ งท่ีตรงกับระดบั คะแนน
2. ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ รว มกนั วางแผนในการดาํ เนนิ งาน พรอ มทงั้
มอบหมายหนาที่ในการปฏิบัติงานตามความถนัดและความ การมี ลาดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
สามารถของแตล ะบุคคล 321
ลาดับที่ ช่ือ – สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมี ส่วนรว่ มใน รวม 1 ความถูกตอ้ งของเนื้อหา
3. ใหนักเรียนแตละกลุมนําเสนอผลงาน เพื่อแลกเปล่ียนเรียนรู ของนักเรียน ความ ฟงั คนอนื่ ตามทีไ่ ด้รบั น้าใจ การ 15 2 การลาดับข้ันตอนของเรื่อง รวม
ภายในชั้นเรียน โดยมีครูเปนผูใหคําแนะนําและช้ีแนะเพิ่มเติม คดิ เหน็ มอบหมาย คะแนน 3 วธิ ีการนาเสนอผลงานอยา่ งสร้างสรรค์
เพื่อใหน ักเรียนเกดิ ความรู ความเขา ใจที่ถกู ตอง ปรับปรงุ 4 การใชเ้ ทคโนโลยีในการนาเสนอ
5 การมีสว่ นรว่ มของสมาชกิ ในกลุม่
ผลงานกลุ่ม
3 2 13 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1
ลงชอื่ ...................................................ผ้ปู ระเมิน
............/................./................
ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
............./.................../............... ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ เป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ บางสว่ น
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ปฏบิ ัติ หรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั ิ หรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้
12-15 ดี
ปฏิบตั ิ หรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง
8-11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12-15 ดี
8-11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรับปรงุ
T85
Chapter Overview
แผนการจดั สอื่ ที่ใช้ จดุ ประสงค์ วิธสี อน ประเมิน ทกั ษะท่ีได้ คณุ ลกั ษณะ
การเรียนรู้ อันพงึ ประสงค์
แผนฯ ท่ี 1 - หนังสอื เรียน 1. อ ธบิ ายเกยี่ วกบั ประเภท แบบเนน้ - ต รวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - ท ักษะการส�ำรวจ - รักชาติ ศาสน์
การปลกู พชื
การงานอาชีพ ม.5 ของพืชท่ีปลูกได้อย่าง กระบวนการ - ตรวจใบงานที่ 5.1.1 ค้นหา กษัตรยิ ์
2
- แบบทดสอบก่อนเรียน ถูกต้อง ปฏิบตั ิ - ป ระเมินการน�ำเสนอผลงาน - ทกั ษะการสังเกต - ซ อ่ื สตั ย์ สุจรติ
ช่ัวโมง
- PowerPoint 2. วางแผนการปลกู พืช - ส งั เกตพฤติกรรมการทำ� งาน วธิ กี ารท�ำงาน - ม วี นิ ัย
ได้อย่างถกู วธิ ี รายบุคคล เพอ่ื การด�ำรงชีวติ - ใฝเ่ รยี นรู้
3. รู้จกั วธิ ขี ยายพนั ธุ์พชื - สงั เกตพฤตกิ รรม - ท ักษะการคิด - อยู่อย่าง
และสามารถขยาย การทำ� งานกล่มุ วเิ คราะห์ พอเพียง
พนั ธ์พุ ืชได้ - ส งั เกตคณุ ลักษณะ - ทกั ษะกระบวน - ม ุ่งมัน่ ใน
อนั พึงประสงค์ การคดิ แกป้ ัญหา การท�ำงาน
- ท กั ษะการสรุป - ร ักความ
ลงความเหน็ เปน็ ไทย
- ทกั ษะการประเมนิ - ม จี ติ สาธารณะ
T86
แผนการจดั สือ่ ที่ใช้ จดุ ประสงค์ วธิ สี อน ประเมิน ทักษะที่ได้ คณุ ลักษณะ
การเรียนรู้ อนั พงึ ประสงค์
แผนฯ ที่ 2 - หนงั สอื เรยี น 1. ระบปุ ัจจยั ท่ีมผี ลตอ่ การ แบบใช้ - ต รวจแบบทดสอบหลงั เรยี น - ทกั ษะการส�ำรวจ - รกั ชาติ ศาสน์
การเล้ียงสตั ว์
การงานอาชพี ม.5 เลย้ี งสัตวไ์ ด้ โครงการ - ตรวจโครงงาน ค้นหา กษตั ริย์
2
- แ บบทดสอบหลงั เรยี น 2. เล้ียงสตั วไ์ ดอ้ ยา่ งถูกวิธี เป็นฐาน - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - ท กั ษะการสงั เกต - ซ ่ือสตั ย์ สจุ ริต
ชวั่ โมง
- PowerPoint 3. ป ฏิบัตงิ านเกษตร (Project- - ส งั เกตพฤติกรรมการท�ำงาน วิธีการทำ� งาน - มวี นิ ยั
ทส่ี นใจได้ Based รายบคุ คล เพ่ือการดำ� รงชีวิต - ใฝเ่ รยี นรู้
Instruction) - สงั เกตพฤตกิ รรม - ท กั ษะการคดิ - อ ยู่อยา่ ง
การท�ำงานกลุ่ม วิเคราะห์ พอเพียง
- ส ังเกตคุณลักษณะ - ท ักษะกระบวน - ม ุ่งมัน่ ใน
อันพงึ ประสงค์ การคดิ แกป้ ญั หา การท�ำงาน
- ทักษะการสรุป - ร ักความ
ลงความเหน็ เปน็ ไทย
- ทกั ษะการประเมนิ - มจี ติ สาธารณะ
T87
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั นาํ (แบบเนน กระบวนการปฏบิ ตั ิ) ๕หน่วยการเรียนรู้ท่ี
ขนั้ ท่ี 1 สงั เกตและรบั รู งานเกษตร
1. ครูแจงช่ือเรื่องท่ีจะเรียนรูและผลการเรียนรู ตัวชว้ี ัด นักเรียนสามารถปลูกพืชและ
ใหน ักเรยี นทราบ จากนน้ั ใหน ักเรียนแตละคน ■ สร้างผลงานอยา่ งมคี วามคดิ สรา้ งสรรคแ์ ละมที ักษะการท�างานร่วมกัน (ง ๑.๑ ม. ๔-๖/๒) เล้ียงสัตว์ชนดิ ใดได้ และมี
ทาํ แบบทดสอบกอ นเรยี น หนว ยการเรยี นรทู ่ี 5 ■ มที ักษะการจดั การในการท�างาน (ง ๑.๑ ม. ๔-๖/๓) วิธีการปลูกพืชและเล้ียงสัตว์
เร่อื ง งานเกษตร ■ มีทักษะในการแสวงหาความรเู้ พื่อการด�ารงชวี ติ (ง ๑.๑ ม. ๔-๖/๕) ชนดิ น้ันอยา่ งไร
■ มคี ุณธรรมและลกั ษณะนสิ ยั ในการทา� งาน (ง ๑.๑ ม. ๔-๖/๖)
2. ครนู าํ ภาพพชื ชนดิ ตา งๆ มาใหน กั เรยี นดู ไดแ ก
พืชไร เชน ขา วโพด มนั สําปะหลัง ออ ย ขา ว สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
บวั แหว กระจับ มะพรา ว หมาก ตาล มะมว ง
มะนาว พืชสวน เชน มังคุด ลองกอง สม ■ ท ักษะการทา� งานร่วมกนั เป็นการท�างานกลุ่ม ทา� งานร่วมกับผู้อืน่ ไดอ้ ย่างมคี วามสุข ทา� งาน
แกว มงั กร ผกั กาดขาว ตะไคร กวางตงุ ไมด อก อย่างมกี ระบวนการตามขั้นตอน และฝกึ หลกั การทา� งานกลมุ่
เชน กลว ยไม กหุ ลาบ คารเนชัน ชบา บานชื่น
หงอนไก ไมประดบั เชน บอนสี วาสนา เฟน ■ ท ักษะการจัดการ เป็นการจัดระบบงานและระบบคน เพ่ือให้การท�างานส�าเร็จตามเป้าหมาย
ลน้ิ มงั กร เดหลี บลั เดยี นมั ชวนชม ขอย มะสงั อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ เช่น การปลกู พืช ขยายพันธพุ์ ืช หรือเลี้ยงสตั ว์
3. ครถู ามนกั เรียนวา ■ ทักษะการแสวงหาความรเู้ พ่อื การด�ารงชวี ติ ประกอบด้วยการศึกษา คน้ ควา้ รวบรวม สงั เกต
• นักเรยี นชอบภาพใดมากท่ีสดุ เพราะเหตุใด ส�ารวจ และบันทกึ เชน่ การเลย้ี งสตั ว์
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอ ยางอสิ ระ เชน ชอบกหุ ลาบ เพราะเปน ■ คุณธรรมและลกั ษณะนิสัยในการทา� งาน เปน็ การสรา้ งคุณงามความดี และควรฝกึ ให้ผู้เรียนมี
ดอกไมที่มีกลิ่นหอม มีสีสันสวยงาม และ คุณภาพที่สา� คัญๆ เช่น ขยัน อดทน รบั ผดิ ชอบ และซอ่ื สัตย์
สีของกุหลาบแตละสีจะมีความหมายที่ดี
แตกตา งกนั ไป เชน สขี าว สอ่ื ความหมายถงึ ๑ การปลกู พืช
ความรักที่บริสุทธิ์ ความจริงใจ) การเพมิ่ จา� นวนตน้ พชื ใหม้ ปี รมิ าณมากขน้ึ โดยน�าพชื ทปี่ ลกู ได้ไปใชป้ ระโยชนต์ ามวตั ถปุ ระสงค์
• จากภาพทน่ี กั เรยี นไดช มไปนน้ั นกั เรยี นรจู กั ทีต่ งั้ ไว้ เช่น การปลกู กุหลาบ เพอื่ ตดั ดอกขาย การปลกู ไม้ประดบั เพอ่ื ใช้ตกแตง่ สถานที่ การปลกู
พชื ชนิดใดบาง มะม่วงพันธุ์น�้าดอกไม้ เพื่อไว้บริโภค หรือส่งออกไปจ�าหน่ายยังต่างประเทศ ซ่ึงการเพาะปลูก
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็ เพ่อื ให้ไดผ้ ลผลิตท่ีดี จดุ เรม่ิ ต้นมาจากการขยายพนั ธพุ์ ืช
ไดอ ยางอิสระ)
• ทบ่ี า นของนกั เรยี นมกี ารปลกู พชื เหมอื นภาพ 78
ทไี่ ดช มหรอื ไม หากไมม ี ทบ่ี า นของนกั เรยี น
ปลูกพชื ชนดิ ใด
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอ ยา งอสิ ระ)
เกร็ดแนะครู
ครูควรจดั การเรียนรู โดยอธิบายเกยี่ วกับงานเกษตรใหน กั เรยี นฟง เพ่อื ใหเ กดิ ความรู ความเขาใจเรอื่ งการปลูกพชื และการเล้ียงสัตวท ี่เพิ่มขนึ้ สามารถอธบิ าย
ขอมลู จาํ แนกประเภท และวางแผนการปลกู พืชไดอยางถกู ตอง เลือกใชเครอ่ื งมือ วัสดุ อปุ กรณใ นการปลูกพืชและการขยายพันธุพืชไดอ ยา งถูกตอ งและปลอดภยั
ลงมือปฏิบัติการปลูกพืชในทองถิ่นและการขยายพันธุพืชไดอยางถูกตอง เพ่ือใหเกิดความชํานาญ อธิบายประโยชนและปจจัยท่ีมีผลตอการเล้ียงสัตวไดอยาง
ถกู ตอ ง เลอื กใชเ ครอ่ื งมอื วสั ดุ อปุ กรณใ นการเลยี้ งสตั วไ ดอ ยา งถกู ตอ งและปลอดภยั ลงมอื ปฏบิ ตั กิ ารเลยี้ งสตั วใ นครวั เรอื นไดอ ยา งถกู ตอ ง เพอื่ ใหเ กดิ ความชาํ นาญ
ใชท รพั ยากรอยา งคมุ คา และยง่ั ยนื เพอ่ื เปน การอนรุ กั ษส งิ่ แวดลอ ม นาํ ทกั ษะการทาํ งานรว มกนั มาประยกุ ตใ ชใ นการทาํ งาน ใชท กั ษะการจดั การในการจดั ทง้ั ระบบงาน
และระบบคน รวมถึงทกั ษะในการแสวงหาความรูเพ่อื การดํารงชีวติ ในการคนหาขอ มลู ทเี่ ปน ประโยชน เพอื่ ใหผ ลงานสําเร็จตรงตามเปาหมายอยางมปี ระสิทธภิ าพ
โดยสามารถจดั กิจกรรมได ดังน้ี
• ใหน ักเรียนตอบคําถามและรวมกันแสดงความคิดเหน็ เพื่อใหนักเรยี นเกิดความรู ความเขาใจเกยี่ วกับงานเกษตร
• ใหน กั เรียนปฏิบตั กิ ารปลกู พชื การขยายพนั ธพุ ืช และการเลย้ี งสตั วในครวั เรอื น
T88
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
งานเกษตรเป็นการปลูกพืชและเล้ียงสัตว์ ผู้ปลูก ขน้ั นาํ
และผเู้ ลยี้ งจา� เปน็ ตอ้ งมคี วามรพู้ นื้ ฐานเกยี่ วกบั การปลกู พชื และ ขั้นท่ี 1 สังเกตและรบั รู
การเลย้ี งสตั วช์ นดิ นน้ั ๆ สามารถลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
ตามขั้นตอน และได้ผลสัมฤทธิ์ของงานตามวัตถุประสงค์ • นกั เรยี นเคยปลกู พชื ชนดิ ใดและคดิ วา ตนเอง
ตลอดจนสามารถพัฒนาผลงานท่ีเกิดจากการเรียนรู้ ได้อย่าง สามารถปลูกพืชตางๆ ดังภาพไดหรือไม
สร้างสรรค์ เป็นมติ รกับธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม เพราะเหตุใด
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
การปลกู พชื มีความส�าคัญต่อเศรษฐกิจและสงั คมไทยในหลาย ๆ ด้าน เชน่ เป็นแหลง่ กา� เนดิ ไดอยางอิสระ เชน เคยปลูกมะลิ กุหลาบ
ปัจจัย ๔ ที่มีความจ�าเป็นต่อการด�ารงชีวิตของมนุษย์ ได้แก่ อาหาร ท่ีอยู่อาศัย ยารักษาโรค กลวยไม ดาวเรือง มะมวง ขนนุ และคิดวา
แปพลอ้ืชะงบเกคานังรชอ่ือันนงนติด่มุรใชาหย้เม่ปจ็นาชกสว่นินย�้าครท้าักส่วษม่งาอฉสอับภกพ3าลพเพันแ1่ือวลดนดล�าปรอ้ ามญั ยแหไลดาะ้มภธายัรพแรมลัฒ้งช2นาาสตปริใรหา้ ะงม้ เรทีคาศวยาไมดเป้สให็นมแ้แดกหุล่ปลรช่งะอว่ เายทชใศหีพชอ้ ขาาตอกงิ าปเศนรบอื่ะรชงสิจาทุกากธริ์ ตนเองสามารถปลูกพืชดังภาพไดบางชนิด
เน่ืองจากประชากรส่วนใหญข่ องประเทศประกอบอาชีพทางดา้ นเกษตรกรรม เชน พชื สวน ไมด อก ไมป ระดบั เพราะเปน พชื
ที่สามารถหาซอ้ื ตน พันธุไ ดงา ย และมีขอมลู
79งานเกษตร เกี่ยวกับวิธีการปลูก การดูแลบํารุงรักษา
และการปองกันโรคใหศึกษาอยางมากมาย
จากแหลงการเรียนรูที่หลากหลาย เชน
หนงั สอื เกีย่ วกับการเกษตร อินเทอรเ น็ต)
4. ครูใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นวา
พืชแตละชนิดจากภาพที่ไดชมไปน้ันมีวิธีการ
ปลูกและการดูแลบํารุงรักษาอยางไร โดยยก
ตวั อยา งพชื ทมี่ กี ารปลกู อยใู นทอ งถนิ่ ทน่ี กั เรยี น
อาศัยอยู เพื่อใหนักเรียนเกิดความรู ความ
เขา ใจทเี่ พ่มิ มากขึ้น
5. ครอู ธิบายเพ่มิ เตมิ วา “การปลกู พชื จัดเปนการ
ปลกู พชื ผลทางการเกษตรอยา งหนง่ึ ซง่ึ สามารถ
นํามาเปนปจจัยในการดํารงชีวิตของมนุษยได
ดงั นัน้ เราจึงควรศึกษาและเรยี นรูเ กย่ี วกบั การ
ปลกู พชื ซงึ่ นอกจากจะสามารถนาํ มาใชใ นการ
ดํารงชีวิตของตนเองไดแลว ยังสามารถนํา
ผลผลิตพืชมาจําหนาย เพื่อสรางรายไดใหแก
ตนเอง ครอบครวั และชมุ ชน ตลอดจนสามารถ
พฒั นาเปนอาชีพไดใ นอนาคต ซึ่งการปลูกพชื
นั้นจําเปนตองมีความรูเก่ียวกับความหมาย
และความสําคัญของการปลูกพืช เพื่อนํามา
ใชเปน แนวทางในการปลูกพืชท่ีมคี ุณภาพและ
ตรงตามความตอ งการ”
ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู
เพราะเหตุใดประชากรสวนใหญของประเทศไทยจึงประกอบ 1 นํ้าทว มฉับพลัน เกดิ จากฝนตกหนักตอเน่ืองเปนเวลานาน ทําใหจ าํ นวนน้ํา
อาชพี ทางดา นเกษตรกรรม สะสมมีปริมาณมากจนพ้ืนดินและตนไมดูดซับไมไหว จึงไหลบาลงสูที่ราบตํ่า
เบอ้ื งลา งอยา งรวดเรว็ สง ผลทาํ ใหบ า นเรอื นพงั ทลายเสยี หาย และอาจทาํ ใหเ กดิ
1. เปนอาชีพที่สบื ทอดมาจากบรรพบุรุษ อันตรายถงึ แกชีวติ ได
2. เปน สิ่งท่ีทําไดง า ย ไมตองใชเงนิ ลงทนุ สงู 2 ภยั แลง เกดิ จาก 2 สาเหตุ ไดแ ก ธรรมชาติ เชน การเปลย่ี นแปลงอณุ หภมู โิ ลก
3. เปน พน้ื ทท่ี ม่ี คี วามอดุ มสมบรู ณ มสี ภาพภมู อิ ากาศเหมาะสม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเกิดจากการกระทําของมนุษย เชน
4. เปน ส่งิ ทช่ี ว ยใหค รอบครวั มคี วามสุข ไมตองแยกกนั ไป การพัฒนาทางดานอุตสาหกรรม การตัดไมทําลายปา สงผลใหขาดแคลนน้ํา
เปนเวลานาน จนกอใหเกิดความแหงแลง สงผลกระทบตอชุมชนที่ตองการ
ทาํ งานในเมือง นาํ น้ํามาใชในการอปุ โภค บริโภค
(วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะประเทศไทยมีลักษณะ 3 พชื บางชนดิ ใชเ ปน สนิ คา สง ออก ประเทศไทยมกี ารสง ออกขา วเปน อนั ดบั ท่ี 1
ภูมิประเทศท่ีเอื้อตอการเพาะปลูกพืช ดินมีความอุดมสมบูรณ ซงึ่ มีมูลคา กวา 51,069.50 ลานบาท ตามดว ยยางพารา และมนั สาํ ปะหลัง
ประกอบกับการมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม จึงสงผลทําให
สามารถปลูกพืชไดทั่วทุกภาคของประเทศ ประชาชนสวนใหญ T89
จึงนยิ มประกอบอาชพี ทางดา นเกษตรกรรม)