The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

SAR 2565 ฉบับสมบูรณ์ pdf

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wongmanees1979, 2023-04-25 05:24:16

SAR 2565 ฉบับสมบูรณ์ pdf

SAR 2565 ฉบับสมบูรณ์ pdf

รายงานการประเมินตนเอง (Self-Assessment Report : SAR) ของ โครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (Mini English Program : MEP) ประจำปีการศึกษา 2565 โรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ


บันทึกข้อความ ส่วนราชการ โรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ ที่ วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2566 เรื่อง ส่งรายงานพัฒนาคุณภาพการศึกษา SAR (Self-Assessment Report) ตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (Mini English Program : MEP) ปีการศึกษา 2565 ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ ด้วย ข้าพเจ้า นางจันทนา วิเวกหัสกัณฑ์ ตำแหน่ง ครูชำนาญการพิเศษ ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติ หน้าที่หัวหน้าโครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (Mini English Program : MEP) ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครสวรรค์ เขต 1 ได้จัดทำรายงานพัฒนาคุณภาพการศึกษา SAR (Self-Assessment Report) ตามหลักสูตร กระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (Mini English Program : MEP) ประจำปีการศึกษา 2565 บัดนี้ ข้าพเจ้าได้จัดทำรายงานดังกล่าว เพื่อรายงานต่อผู้บังคับบัญชา ตามแนวทางการประกันคุณภาพ การศึกษา มาตราที่ ๕๐ หมวด ๖ ว่าด้วยมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา มาตรฐานวิชาชีพครู การปฏิบัติงานตามที่โรงเรียนกำหนด ตลอดจนเป็นสารสนเทศทางการศึกษาของตนเองเพื่อพัฒนาคุณภาพ การศึกษาในโอกาสต่อไปให้มีคุณภาพสูงขึ้น รายละเอียดตามเอกสารที่ส่งมาพร้อมนี้ จึงเรียนมาเพื่อทราบ (ลงชื่อ)…………………….....…………..... (นางจันทนา วิเวกหัสกัณฑ์) ตำแหน่ง ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการโรงเรียน …………………….........................………………........…… ……………………………………................................…..... (ลงชื่อ)…………….…………….......................……………. (นางธินรา อู๋สูงเนิน) รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ ความคิดเห็นของผู้อำนวยการโรงเรียน …………………….........................………………........…… ……………………………………................................…..... (ลงชื่อ)…………….…………….......................……………. (นายสมศักดิ์ ศิริวัฒพงศ์) ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์


รายงานการประเมินตนเอง (Self-Assessment Report : SAR) ของ โครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (Mini English Program : MEP) ประจำปีการศึกษา 2565 โรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ


ประกาศโรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ เรื่อง การให้ความเห็นชอบรายงานการประเมินตนเอง (Self-Assessment Report : SAR) ตามโครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (Mini English Program : MEP) ประจำปีการศึกษา 2565 -------------------------------------------------- ตามที่โครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (Mini English Program : MEP) ของโรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ ได้ดำเนินการจัดทำรายงานการประเมิน ตนเอง (Self-Assessment Report : SAR) ตามมาตรฐานการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีการศึกษา 2565 ทางคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า โครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (Mini English Program : MEP) ได้ดำเนินการโครงการ กิจกรรม ตามที่กำหนดในแผนปฏิบัติการประจำปี ปีการศึกษา 2565 ส่งผลให้ทางโรงเรียนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของนักเรียนบรรลุตามวัตถุประสงค์ตามที่สถานศึกษากำหนด ดังผลงานที่ปรากฏในรายงานการประเมินตนเอง (Self-Assessment Report : SAR) ประจำปีการศึกษา 2565 นี้ จึงเห็นชอบตามรายงานดังกล่าว ประกาศ ณ วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 (นายปิยชาติ อ้นสุวรรณ์) ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์


คำนำ เอกสารรายงานการประเมินตนเอง (Self-Assessment Report : SAR) ประจำปีการศึกษา 2565 โครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (Mini English Program : MEP ของโรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ ได้จัดทำขึ้นเพื่อรายงานผลการจัดการศึกษาในปีการศึกษา 2565 ตามกฎกระทรวงประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2561 และเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการประเมินคุณภาพ ภายนอกรอบสี่ โดยคณะกรรมการจัดทำรายงานประกอบด้วยครู ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา นักเรียน ตลอดจนบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ข้อมูลแบบสอบถามตามมาตรฐานสถานศึกษา มาตรฐาน สถานศึกษามีสองระดับคือ ระดับปฐมวัยและระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 3 มาตรฐาน ซึ่งข้อมูลการรายงานตามมาตรฐานสถานศึกษาประกอบด้วย ระดับคุณภาพ กระบวนการพัฒนา จุดเด่นและ จุดที่ควรพัฒนา ขอขอบพระคุณ ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่รวบรวมข้อมูล สรุปข้อมูล จัดทำรายงาน เสนอแนะแนวทาง การพัฒนาเพื่อเป็นประโยชน์ในการพัฒนาโครงการฯของสถานศึกษาต่อไป คณะครูในโครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ เป็นภาษาอังกฤษ (Mini English Program : MEP) ของโรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์


สารบัญ หน้า ส่วนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐาน........................................................................................................... 1 ประวัติโรงเรียน........................................................................................................ 1 ข้อมูลผู้บริหาร......................................................................................................... 5 ข้อมูลนักเรียน.......................................................................................................... 6 ข้อมูลครูและบุคลากรสองภาษา.............................................................................. 6 ข้อมูลอาคารสถานที่................................................................................................ 9 ข้อมูลสภาพชุมชนโดยรวม....................................................................................... 9 โครงสร้างหลักสูตร.................................................................................................. 10 บทสรุปผู้บริหาร...................................................................................................... 11 ส่วนที่ 2 ผลการประเมินตนเองของโครงการฯ………………………………….......................…..…. 14 ผลการประเมินตนเองระดับปฐมวัย......................................................................... 14 มาตรฐานที่ 1 คุณภาพเด็ก...................................................................................... 17 มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ…………………......................……. 23 มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ…......................…………….. 31 ผลการประเมินตนเองระดับประถมศึกษา……………….....................……………………. 35 มาตรฐานที่ 1 คุณภาพผู้เรียน.................................................................................. 37 มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ………………......................………. 44 มาตรฐานที่ 3 การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ.............................. 52 ส่วนที่ 3 สรุปผลแนวทางการพัฒนาและความต้องการช่วยเหลือ……………......................…… 54 ส่วนที่ 4 ภาคผนวก…………………………………………………………………….....................………….. 59 เอกสารอ้างอิง.......................................................................................................... 59 ผลการดำเนินงานปฐมวัย........................................................................................ 65 ผลการดำเนินงานประถมศึกษา............................................................................... ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน........................................................................................... ผลการจัดการศึกษา................................................................................................. ทะเบียนคุมผลการแข่งขันทักษะทางวิชาการ………………………………………………….. ภาพประกอบ.......................................................................................................... 69 74 86 90 157


1 ส่วนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐาน ชื่อโรงเรียน โรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ (โครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (Mini English Program : MEP) ที่ตั้ง อาคารศรีนวภูมิบงกชและอาคารจงกลปณตภูมี 211 ม.1 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 60000 เบอร์โทร 056-881490 โทรสาร 056-881269 website : https://www.anuban-nsw.ac.th/ Facebook Page : https://www.facebook.com/anubannakhonsawanmep ระดับชั้นที่เปิดสอน : เปิดสอนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เนื้อที่ : 22 ไร่ 3 งาน 70 ตารางวา เขตพื้นที่บริการ เขตปริมณฑล จังหวัดนครสวรรค์ ประวัติโรงเรียนโดยย่อ โรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ก่อตั้งขึ้นตามคำสั่งของกระทรวงศึกษาธิการเมื่อ พ.ศ.2491 โดยใช้สถานที่ ร่วมกับโรงเรียนสตรีนครสวรรค์ตั้งอยู่ ณ ถนนโกสีย์ปัจจุบันเป็นตลาดสดเทศบาลนครสวรรค์เปิดทำการสอนวันแรก เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2491 มีนักเรียนจำนวน 25 คน ครู 1 คน สังกัดกองการศึกษาพิเศษกรมสามัญศึกษาโดย อยู่ในความดูแลของ นางเติมมา ณ มหาชัยครูใหญ่โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ต่อมา พ.ศ.2495 โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ ย้ายมาอยู่ ณ ถนนสวรรค์วิถีคือสถานที่ปัจจุบัน โรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ จึงได้ย้ายติดตามมาด้วยและยังอยู่ใน ความดูแลของ นางสาวไพฑูรย์ เที่ยงศิริครูใหญ่โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ในขณะนั้น พ.ศ. 2505 โรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ ได้รับมอบที่ดินราชพัสดุ ในความครอบครองของกรมป่าไม้ ตั้งอยู่ใกล้สี่แยกสะพานเดชาติวงศ์ บนเนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 30 ตารางวา ให้ก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ สามารถ เปิดทำการเรียนการสอนได้ พ.ศ. 2507 ขณะนั้นมี นางยวงรัชฏ์ จันทรชุม เป็นครูใหญ่และสถานที่แห่งนี้ปัจจุบันเป็น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1 พ.ศ. 2508 นางอุษา ตันสุวัฒน์ มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่ มีการก่อสร้างอาคารเรียนเพิ่มเติม พ.ศ. 2523 โอนมาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติและด้วยสถานที่เดิม คับแคบ แต่มี จำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงขอใช้ที่ดินราชพัสดุ ในความครอบครองของมณฑลทหารบกที่ 4 จำนวน 20 ไร่ตั้งอยู่ ณ ถนนเรียบริมแม่น้ำเจ้าพระยา หมู่ที่ 1 ตำบลนครสวรรค์ตกอำเภอเมืองฯ จังหวัด นครสวรรค์ คือ สถานที่ปัจจุบันและเริ่มทำการก่อสร้าง อาคารเรียนหลังแรกเมื่อปี พ.ศ. 2525 จนถึง พ.ศ. 2526 จึงได้ย้ายนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และประถมศึกษาปีที่ 6 เข้ามาเรียนเป็นครั้งแรกและได้ ทำการก่อสร้างอาคารเรียน อาคารประกอบต่างๆ จนสามารถย้ายนักเรียนมาเรียนรวมกันได้ทั้งหมด


2 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2529 และมีการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องจนได้รับ พระราชทานรางวัล “โรงเรียนรางวัลพระราชทานระดับประถมศึกษาขนาดใหญ่ปีการศึกษา 2530 ” พ.ศ. 2535 นางสาวชโลมใจ กัลยาณมิตร มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการได้มีการก่อสร้างอาคาร เรียนและโรงครัวขึ้นใหม่เพื่อรองรับการขยายตัวของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง พ.ศ. 2542 นายประเทือง เหมือนเตย มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ มีการพัฒนาระบบการเรียน การสอนให้ทันสมัย และเปิดสอนภาษาจีนกลางเป็นครั้งแรกในปีการศึกษา 2544 และดำเนินการปรับปรุง ภูมิทัศน์ให้เหมาะสมกับ “การเรียนรู้อย่าง มีความสุข” พ.ศ. 2546 นายบุญส่ง เพ่งผล มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ และเริ่มเปิดโครงการ Mini English Program เป็นโรงเรียนแรกของจังหวัด มีการนำระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงมาใช้จัดให้มีการเรียน การสอนและประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านระบบเคเบิลทีวีมีความเข้มข้นในการบริหารจัดการโดยใช้ระบบ ประกันคุณภาพการศึกษาเป็นตัวขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ในปีการศึกษา 2549 – 2556 สถานศึกษาผ่านการประเมินเป็นโรงเรียนรางวัลพระราชทาน ระดับประถมศึกษาขนาดใหญ่ 2 ครั้งต่อเนื่องกัน คือ และปีการศึกษา 2550-2553 สถานศึกษาผ่านการ ประเมินโรงเรียนรางวัลพระราชทานก่อนประถมศึกษาขนาดใหญ่ 2 ครั้ง พ.ศ. 2552 ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท บิ๊กซี ซุปเปอร์เซนเตอร์ จำกัดมหาชน โดยมูลนิธิบิ๊กซี จำนวน 2,500,000 บาทและผู้มีอุปการะสนับสนุนงบประมาณสมทบให้สร้างอาคารเรียน โดยใช้ชื่อ “อาคารบิ๊กซี 14” ฉลอง 60 ปีอนุบาลนครสวรรค์ มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น “กว่า 10 ล้านบาท”และเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2552 จนถึงปัจจุบัน โรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้รับพระราทานรางวัล “โรงเรียนรางวัล พระราชทาน ระดับประถมศึกษาขนาดใหญ่ ปีการศึกษา 2552” โดยเข้ารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จ พระเทพรัตราชสุดา สยามบรมราชกุมารีณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 ยังความปลื้มปิติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แก่โรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ อย่างหาที่สุดมิได้และโรงเรียน อนุบาลนครสวรรค์ได้นำโครงการสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการมาพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ ปัจจุบันรับคัดเลือก เป็น “โรงเรียนมาตรฐานสากล (World Class Standard School)” ปี 2555 ผ่านการประเมินเป็นโรงเรียน มาตรฐานสากลที่พัฒนาอย่างเข้มข้น (Intensive school) ต้นแบบการการบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพ ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนผ่านการประเมินได้รับรางวัล “ โรงเรียนรางวัลพระราชทานโล่ ทองคำ ระดับประถมศึกษาขนาดใหญ่” นำความปลาบปลื้มใจมายังคณะผู้บริหาร ครู นักเรียน กรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง ชุมชน หน่วยงาน ที่สนับสนุนทุกภาคส่วนเป็นที่สุด พ.ศ. 2558 นางศรินทิพย์ งามนิล มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ มีการพัฒนา ปรับปรุงภูมิทัศน์ ภายในสถานศึกษาให้มีความร่มรื่นพร้อมต่อการจัดการเรียนการสอน มีการวางระบบประชาสัมพันธ์ในสถานศึกษาที่ ทันสมัย พ.ศ. 2559 ได้จัดทำห้องศูนย์ MEP Activity Room เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของนักเรียนตาม โครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ จนถึงปัจจุบัน


3 วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 นางสาคร คล้ายแท้ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญโรงเรียนพยุหะศึกษาคาร ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบานครสวรรค์ พ.ศ. 2563 เปิดโปรแกรมห้องเรียนพิเศษ วิทยาศาสตร์ –คณิตศาสตร์ ในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ ประถมศึกษาปีที่ 1 วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 นายสมศักดิ์ ศิริวัฒพงศ์ผู้อำนวยการ วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้าน เขาจั๊กจั่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 2 ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน อนุบาลนครสวรรค์มีการพัฒนา ปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในสถานศึกษาให้มีเอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียน เปิดโครงการห้องเรียนวัดแวว วิทยาศาสตร์ -คณิตศาสตร์ ชั้น ป.3 - ป.6 (ห้องเรียนที่ 6-7) ปรับปรุงซ่อมแซมโต๊ะเก้าอี้ นักเรียนทุกห้องเรียน (2,000 ชุด) งบประมาณ 1,000,000 บาท ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ห้องพิเศษ และห้องเรียน ทุกห้องเรียน (งบประมาณ5,000,000 บาท) จัดซื้อคอมพิวเตอร์ สำหรับนักเรียนและครู จำนวน 65 เครื่อง งบประมาณ 1,170,000 บาท พ.ศ. 2565 จัดสรรจอ Active board เพื่อใช้ในการจัดการเรียนสอนให้กับนักเรียนสองภาษา ตั้งแต่อนุบาล 2 – ประถมศึกษาปีที่ 6 และ จัดทำห้องสุขา ให้กับนักเรียนหญิงในอาคารห้องเรียน 2 ภาษา / จัดซื้อเครื่องพิมพ์ให้ห้องเรียน สองภาษาทุกห้องเรียน พ.ศ. 2565 ปรับปรุงภูมิทัศน์สองภาษา สร้างบ่อน้ำ บ่อทราย ให้กับนักเรียนอนุบาลสองภาษา สร้าง – ปรับปรุง สนามเด็กเล่นหน้าอาคารศรีนวภูมิบงกช สร้างห้องเรียนบ้านวิทยาศาสตร์น้อย (little scientist house) สร้างศูนย์สื่อปฐมวัยอนุบาลสองภาษา (Kindergarten Media Center) ปรับปรุงห้องศูนย์ภาษาต่างประเทศ พ.ศ. 2565 จัดทำห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ของสองภาษา (Science Lab) ณ ชั้น 2 อาคารศรีนวภูมิบงกชเพื่อใช้เป็นห้องเรียนแบบปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียนในโครงการสองภาษาและนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 –3/5


4 แผนผังโรงเรียน


5 2. ข้อมูลผู้บริหาร 1) ผู้อำนวยการโรงเรียน นายสมศักดิ์ ศิริวัฒพงศ์วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ วุฒิการศึกษาสูงสุด กศ.ม. การศึกษามหาบัณฑิต สาขา บริหารการศึกษา โทรศัพท์ 08-6216-1796 e-mail : [email protected] ย้ายมาดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 1 ปี 7 เดือน 2) รองผู้อำนวยการโรงเรียน 4 คน 2.1 นางธินรา อู๋สูงเนิน วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ วุฒิการศึกษาสูงสุด กศ.ม. การศึกษามหาบัณฑิต สาขา การบริหารการศึกษา โทรศัพท์087-315-2547 e-mail : [email protected] ย้ายมาดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนนี้ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2563 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 2 ปี7 เดือน รับผิดชอบกลุ่มงานบริหารวิชาการ 2.2 นางสาวศิริลักษณ์ คชสิทธิ์ วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ วุฒิการศึกษาสูงสุด กศ.ม. การศึกษามหาบัณฑิต สาขา การบริหารการศึกษา โทรศัพท์ 087-1985832 e-mail [email protected] ย้ายมาดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนนี้ ตั้งแต่ วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 2 ปี รับผิดชอบกลุ่มงานงบประมาณ 2.3 นายสมมารถ จีนเขตร์การ วิทยฐานะ ชำนาญการ วุฒิการศึกษาสูงสุด กศ.ม. การศึกษา มหาบัณฑิต สาขา การบริหารการศึกษา โทรศัพท์ 084-621-5624 e-mail : [email protected] ย้ายมาดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนนี้ ตั้งแต่ วันที่ 3 มีนาคม 2564 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 1 ปี 2 เดือน รับผิดชอบกลุ่มงานบุคคล 2.4 นางสุรีรัตน์ โชติวิชาศิริกุล วิทยฐานะ ชำนาญการ วุฒิการศึกษาสูงสุด ค.ม. หลักสูตร และการสอน / ค.ม. การบริหารการศึกษา โทรศัพท์ 092-8070077 e-mail : [email protected] ย้ายมาดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนนี้ ตั้งแต่ วันที่ 11 ตุลาคม 2565 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 6 เดือน รับผิดชอบกลุ่มงานบริหารทั่วไป


6 3. ข้อมูลนักเรียน จำนวนนักเรียนสองภาษา ปีการศึกษา 2565 จำแนกตามระดับชั้นที่เปิดสอน ข้อมูลนักเรียนสองภาษา (ข้อมูลวันที่ 26 เมษายน 2565) ระดับชั้นเรียน จำนวนห้อง เพศ รวม ชาย หญิง อนุบาลปีที่ 2/7 1 9 16 25 อนุบาลปีที่ 3/7 1 13 12 25 รวม 2 22 28 50 ประถมศึกษาปีที่ 1/8 1 17 13 30 ประถมศึกษาปีที่ 2/8 1 16 14 30 ประถมศึกษาปีที่ 3/8 1 12 18 30 ประถมศึกษาปีที่ 4/8 1 14 16 30 ประถมศึกษาปีที่ 5/8 1 14 16 30 ประถมศึกษาปีที่ 6/8 1 11 19 30 รวม 6 84 96 180 รวมทั้งหมด 8 106 124 230 4. ข้อมูลครูและบุคลากรสองภาษา ปีการศึกษา 2565 4.1 ครูประจำชั้นห้องสองภาษา ลำดับ รายชื่อ ประจำชั้น 1 นางสาวจุฑาภรณ์ ภักดีรัตน์ อนุบาลปีที่ 2/7 2 นางวรรณดี มีมุข อนุบาลปีที่ 3/7 3 นางพัชรินทร์ เจริญไทย ประถมศึกษาปีที่ 1/8 4 นางน้ำทิพย์ ทองน้อย ประถมศึกษาปีที่ 2/8 5 นางประนอม แย้มฉาย ประถมศึกษาปีที่ 3/8 6 นางนพรัตน์ ทวี ประถมศึกษาปีที่ 4/8 7 นางจันทนา วิเวกหัสกัณฑ์ ประถมศึกษาปีที่ 5/8 8 นางอนุตรา สัตระ ประถมศึกษาปีที่ 6/8 รวมครูประจำชั้นสองภาษา ทั้งสิ้น 8 คน


7 4.2 ครูชาวต่างชาติ ลำดับ รายชื่อ ระดับชั้นที่รับผิดชอบ 1 Miss Elma Ming Parcia Pinto Kindergarten 2-3 2 Mr. Anthony Charles Justice Kindergarten 2-3 3 Miss Kathryn Leigh Porch Grade 1 4 Mr. Emyr Gruffydd Ap Sion Grade 2 5 Mr. Tyrone Peter Heaney Grade 3 6 Miss Zenande Zolenka Ndima Grade 4 7 Mr. Jordan Peach Grade 5 8 Miss Chelsea Lynn Kammer Grade 6 รวมครูต่างชาติสองภาษา ทั้งสิ้น 8 คน 4.3 พี่เลี้ยงครูชาวต่างชาติ ลำดับ รายชื่อ ระดับชั้นที่รับผิดชอบ 1 นางสาวอัจฉรา รัตนโฆษิตนรากุล Kindergarten 2-3 2 นางสาวนรีรัตน์ แจ่มดี Kindergarten 2-3 3 นางสาวสุภาภรณ์ ฤกษ์ยินดี Grade 1 4 นางสาวศราพร โพธิเอม Grade 2 5 นางสาวปภาวดี พันขอ Grade 3 6 นางสาวสุทธิดา พัฒนธรรมานันต์ Grade 4 7 นางสาววราคุณ ทิมรอด Grade 5 8 นายชนกฤติ วงษ์มณี Grade 6 รวมพี่เลี้ยงสองภาษา ทั้งสิ้น 8 คน


8 4.4 ผู้ช่วยครูประจำชั้นห้องเรียนสองภาษา ลำดับ รายชื่อ ประจำระดับชั้น 1 นางสาวนฤมล สุวัฒนา อนุบาลปีที่ 2/7 2 นางสาวอภิชญา พุ่มเงิน อนุบาลปีที่ 3/7 3 นางสาวนันทิพร กิ่งตุ๋ย ประถมศึกษาปีที่ 1/8 4 นางสาวศิริลักษณ์ ชิตประเสริฐ ประถมศึกษาปีที่ 2/8 5 นางสาวสมใจ กายสิทธิ์ ประถมศึกษาปีที่ 3/8 6 นางสาวพิกุลแก้ว คำเอี่ยม ประถมศึกษาปีที่ 4/8 7 นายปฏิภาณ ปลดทุกข์สิ้น ประถมศึกษาปีที่ 5/8 8 นางสาวอุสา สกุลนุ่ม ประถมศึกษาปีที่ 6/8 รวมผู้ช่วยครูประจำชั้นสองภาษา ทั้งสิ้น 8 คน


9 5. ข้อมูลอาคารสถานที่ - อาคารเรียนสองภาษามี2 อาคาร ได้แก่ อาคารศรีนวมะภูมิบงกช และ อาคารจงกลปณตภูมี - สนามเด็กเล่นปฐมวัยสองภาษา 1 สนาม - ห้องน้ำ 2 หลัง และ โรงจอดรถครู 1 แห่ง - ห้อง Activity room - ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ Science Lab. 6. ข้อมูลสภาพชุมชนโดยรวม 1) สภาพชุมชนรอบบริเวณโรงเรียนมีลักษณะ เป็นชุมชนเมือง มีประชากรประมาณ 11,000 คน บริเวณใกล้เคียงโดยรอบโรงเรียน ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา ตลาดขายส่งผักผลไม้และอาหารคาวหวาน วัด อาชีพหลักของชุมชน คือ ค้าขาย ธุรกิจส่วนตัว ข้าราชการ ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ประเพณี/ ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป คือ แข่งเรือยาว แห่มังกรทองศาลเจ้าจีนตลาดศรีนคร 2) ผู้ปกครองส่วนใหญ่ จบการศึกษาระดับ ปริญญาตรี อาชีพหลัก คือ ค้าขาย รับราชการและ นักธุรกิจ ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ฐานะทางเศรษฐกิจ/รายได้โดยเฉลี่ยต่อครอบครัว ต่อปี 240,000 บาท จำนวนคนเฉลี่ยต่อครอบครัว 4 คน 1) โอกาสและข้อจำกัดของโรงเรียน โอกาส ข้อจำกัด 1. ชุมชนและผู้ปกครองมีความเชื่อมั่นในการจัดการศึกษาของโรงเรียน 2. โรงเรียนได้เป็นโรงเรียนแกนนำในด้านต่างๆ เช่น แกนนำการใช้ หลักสูตรแกนนำปฐมวัยของจังหวัด แกนนำการเป็นโรงเรียนนิติบุคคล 3. มีเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็งทั้งสมาคมผู้ปกครองครูและชมรมศิษย์เก่า 4. มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ให้ความร่วมมือที่เข้มแข็ง และ หลากหลาย 5. ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรในท้องถิ่น ให้ความร่วมมือสนับสนุนส่งเสริม การบริหารจัดการของสถานศึกษา 6. เศรษฐกิจภาพรวมของผู้ปกครองและชุมชนอยู่ในค่อนข้างดี 7. ชุมชนมีแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เอื้อต่อการเรียนรู้ 8. สังคมวัฒนธรรมผู้ปกครองเอาใจใส่ต่อบุตรหลาน 9. ชุมชนเมือง ที่มีแหล่งบริการต่าง ๆ ด้านคุณภาพชีวิตที่ใกล้สะดวก รวดเร็ว ต่อการใช้บริการ 1. รถบริการสาธาระณะมีค่อนข้างจำกัดที่ จะผ่านหน้าโรงเรียน 2. การจราจรติดขัดช่วงเวลาเร่งด่วน ช่วง ผู้ปกครองรับ-ส่งนักเรียนตอนเช้าและ ตอนเย็น 3. การจัดสรรงบประมาณของราชการและมี จำกัดต่อการดำเนินกิจกรรมการจัด การศึกษา เนื่องจากการเกิดโรคระบาดใหญ่ โควิด-19


10 7. โครงสร้างหลักสูตร MEP โครงสร้างเวลาเรียนหลักสูตร โรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียน ดังนี้ • กลุ่มสาระการเรียนรู้/กิจกรรม เวลาเรียน /ระดับชั้น ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖ • รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย 200 200 200 160 160 160 คณิตศาสตร์ 200 200 160 160 160 160 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 80 80 120 120 120 120 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม - สังคมศึกษา(หน้าที่พลเมืองเข้าบูรณาการ) - ประวัติศาสตร์ 40 40 40 40 40 40 80 40 80 40 80 40 สุขศึกษาและพลศึกษา 40 40 80 80 80 80 ศิลปะ - ทัศนศิลป์ (ป.5-ป.6 บูรณาการ Art) - ดนตรี - นาฏศิลป์ 40 40 40 40 40 40 40 40 40 40 40 40 การงานพื้นฐานอาชีพ 40 40 40 40 40 40 ภาษาต่างประเทศ (ครูไทยสอน) 80 80 80 80 80 80 รวมเวลาเรียนรายวิชาพื้นฐาน 880 880 880 840 840 840 • กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน • - แนะแนว (Activity Room เสริมทักษะภาษาอังกฤษป.1-6) • - ลูกเสือ – ยุวกาชาด • - ชุมนุม/กิจกรรมเพื่อสังคมฯ (บูรณาการ STEM / IS ป.5) *40 40 *40 *40 40 *40 *40 40 *40 *40 40 *40 *40 40 *40* *40 40 *40 รวมเวลากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 120 120 120 120 120 120 • รายวิชาเพิ่มเติม - ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร - ภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร - คอมพิวเตอร์ - การศึกษาเพื่อเรียนรู้ด้วยตนเอง ป.5 *บูรณาการกิจกรรมชุมนุม* - Math - Science - P.E. (ป.1-6 บูรณาการกับสุขศึกษาและพลศึกษา) - Art (ป.5-6 บูรณาการกับทัศนศิลป์) 120 40 40 - 80 80 40 40 120 40 40 - 80 80 40 40 120 40 40 - 80 80 40 40 120 40 40 - 80 80 40 40 120 40 40 *- 80 80 40 *- 120 40 40 - 80 80 40 *- รวมเวลารายวิชาเพิ่มเติม 400 400 400 400 400 400 กิจกรรมเสริมเพิ่มพูนประสบการณ์“ตามจุดเน้น” - กิจกรรมเสริมทักษะคณิตศาสตร์ (การคิด คำนวณ) - กิจกรรม STEM Education (ป.3-4, ป.6 บูรณาการกิจกรรมชุมนุม) - 40 - 40 40 *- 40 *- 40 40 40 40 รวมกิจกรรมเสริมทักษะ “ตามจุดเน้น” 40 40 40 40 80 80 รวมเวลาเรียนทั้งสิ้น 1,400 1,400 1,400 1,400 1,400 1,400 หมายเหตุ 1. รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง – บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา/กิจกรรมหน้าเสาธง/กิจกรรมวันสำคัญต่าง 2. รายวิชาเพิ่มเติม การศึกษาเพื่อเรียนรู้ ป.5 (IS) (บูรณาการกิจกรรม STEM และ ป.3 - 4 บูรณาการกิจกรรม STEM Education) 3. กิจกรรมเสริมทักษะภาษาต่างประเทศ ป.1 - 6 บูรณาการเวลาเรียนในกิจกรรมชุมนุม (Activity Room เสริมทักษะภาษาอังกฤษ บูรณาการในกิจกรรมแนะแนว 4. สาระการเรียนรู้วิทยาการคำนวณ ชั้น ป.1 - ป.2 (บูรณาการกับรายวิชาเพิ่มเติมกับคอมพิวเตอร์)


11 บทสรุปผู้บริหาร ผลการประเมินตนเองในระดับปฐมวัย ผลการตรวจสอบ ทบทวนคุณภาพประเมินตนเองตามมาตรฐานสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ที่ มาตรฐานสถานศึกษาระดับปฐมวัย ระดับคุณภาพประกันภายใน (ยอดเยี่ยม,ดีเลิศ,ดี,ปานกลาง,กำลังพัฒนา) 1 คุณภาพเด็ก ยอดเยี่ยม 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ยอดเยี่ยม 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ดีเลิศ จุดเด่น ของสถานศึกษา 1. เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกายแข็งแรง คล่องแคล่ว เหมาะสมตามวัย มีสุขภาพแข็งแรง มีสุขอนามัย และสุขนิสัยที่ดีแต่งกายสะอาด โรงเรียนมีสถานที่และอุปกรณ์ที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรมในชั้นเรียนและกิจกรรม ตามโครงการ 2. เด็กมีอารมณ์ ร่าเริงแจ่มใส กล้าแสดงออก มีความมั่นใจในตนเอง กล้าพูดกล้าซักถามสามารถใช้ ชีวิตและปฏิบัติกิจกรรมได้อย่างมีความสุขเด็กปรับตัวเข้ากับสังคมได้ดี 3. เด็กช่วยเหลือตนเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทย เช่น การไหว้ การยิ้ม ทักทาย และมีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่ เล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ 4. เด็กสนทนาโต้ตอบและเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ ถามในสิ่งที่ตนเองสนใจหรือสงสัย และพยายาม ค้นหาคำตอบ มีนิสัยใฝ่รู้ ชอบฟังนิทาน อ่านนิทานและเล่าเรื่องที่ตนเองอ่านได้เหมาะสม 5. ครูมีความตั้งใจ มุ่งมั่นในการทำงาน มีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมตามวัย และพัฒนาการ มีการประเมินตามสภาพจริงที่หลากหลาย มีความรับผิดชอบต่องานในหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่ อย่างเต็มความสามารถ รักเอาใจใส่เด็ก เสียสละการทำงานอย่างเต็มเวลา มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อเด็กและ ผู้ปกครอง 6. ผู้บริหารมีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการศึกษาเป็นระบบและมีความมุ่งมั่นในการ พัฒนาเด็กปฐมวัยให้ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ จุดที่ควรพัฒนา 1. เร่งจัดให้มีกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็กที่มีน้ำหนักและส่วนสูง เป็นไปตามเกณฑ์และช่วยเหลือเด็กที่มี ปัญหาด้านพัฒนาการด้านร่างกายให้เหมาะสมกับวัย 2. จัดกิจกรรมที่ปลูกฝังพฤติกรรมให้เด็กมีความรับผิดชอบ รับผิดชอบต่อสังคม ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน 3. จัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา (STEM Education) สอดคล้องกับประเทศไทย 4.0 4. หมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม นำความรู้ใหม่ทันสมัยนำมาใช้ในการพัฒนาเด็ก พัฒนาตนเอง เกี่ยวกับเทคนิคการจัดการเรียนการสอนวิธีการต่างๆ ที่หลากหลาย นำมาปรับใช้ห้องเรียนให้เกิดประสิทธิภาพ


12 ข้อเสนอแนะในการพัฒนาคุณภาพ 1. หน่วยงานต้นสังกัดจัดทีมนิเทศ ติดตามที่มีความรู้ สามารถ เชี่ยวชาญ ให้ข้อเสนอ ชี้แนะ งานวิชาการ เช่น โครงการโรงเรียนปฐมวัยต้นแบบ โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย โครงการสะเต็มศึกษา และโครงการสำคัญที่รับนโยบายจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. ให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคลอย่างแท้จริงในการคัดเลือกครูและบุคลากรที่มีความสามารถตรงกับ ความต้องการของโรงเรียน 3. จัดระบบสารสนเทศแหล่งข้อมูลในการสืบค้นที่มีประสิทธิภาพ ระบบสารสนเทศย้อนกลับแก่ครู ในการพัฒนาตนเอง และสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ให้เป็นวัฒนธรรมขององค์กรที่ยั่งยืน 4. ยกระดับการนิเทศ กำกับติดตามประสิทธิผลของงาน งานประกันคุณภาพภายในให้มีความ เข้มแข็ง ต่อเนื่องและยั่งยืน


13 ผลการประเมินตนเองในระดับประถมศึกษา ผลการตรวจสอบ ทบทวนคุณภาพประเมินตนเองตามมาตรฐานการศึกษาระดับประถมศึกษา ที่ มาตรฐานสถานศึกษาระดับประถมศึกษา ระดับคุณภาพประกันภายใน 1 คุณภาพของผู้เรียน ดีเลิศ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ยอดเยี่ยม 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ดีเลิศ จุดเด่นของสถานศึกษา 1. ผู้เรียนสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสารทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ความสามารถในการคิดคำนวณ ได้เหมาะสม มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ อย่างเหมาะสมมีประสิทธิภาพ มีความก้าวหน้าทางการเรียนเพิ่มขึ้นทุกปี ค่าเฉลี่ยผลการทดสอบระดับชาติของ ผู้เรียนสูงขึ้น ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ และเจตคติที่ดี พร้อมที่จะศึกษาต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้น 2. สถานศึกษามียุทธศาสตร์ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยกำหนด เป้าประสงค์และกลยุทธ์ที่ชัดเจน ได้แก่ กลยุทธ์สร้างความเข็มแข็งให้กับการพัฒนาผู้เรียนอย่างมีคุณภาพสร้าง การมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 3. สถานศึกษามีการรายงานโครงการ กิจกรรม อย่างต่อเนื่อง โครงการทบทวนและพัฒนาหลักสูตร สถานศึกษา ทุกสิ้นปีการศึกษาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ครูผู้สอนทุกคนมีความรู้ความเข้าใจและมีสมรรถนะใน การออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับมาตรฐาน ตัวชี้วัดและจุดเน้นของสถานศึกษา 4. ครูผู้สอนในสถานศึกษามีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์การสอนตามวิชาเอกที่สอน และมี คุณธรรม มีความรับผิดชอบ ดูแลเอาใจใส่นักเรียนและมีความมุ่งมั่น เสียสละ ประพฤติปฏิบัติตนตาม จรรยาบรรณ 5. ผู้บริหารมีความรู้ความสามารถในการวางระบบการพัฒนาสถานศึกษาทั้งองค์กรให้เป็นไปใน แนวทางเพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกัน จุดที่ควรพัฒนา 1. จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะการคิดขั้นสูงให้กับนักเรียนอย่างต่อเนื่องและเพิ่มจำนวนนักเรียนที่มี ความ ในการเข้าแข่งขันในระดับนานาชาติมากขึ้น 2. จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ทักษะการเรียนรู้แล การคิดเชิงระบบ ให้กับนักเรียน 3. การจัดระบบนิเทศ ติดตาม การดำเนินงานของสถานศึกษา จัดตั้งทีมที่เข้มแข็ง และกำกับติดตาม การจัดการเรียนการสอนของครู เพื่อให้เกิดการพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน อย่างทั่วถึง 4. เนื่องจากเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษมีนักเรียนจำนวนมาก ทำให้การพัฒนาด้านกายภาพมี ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แหล่งเรียนรู้ ห้องปฏิบัติการและการจัดการเรียนการสอนของเด็ก จึงต้องพัฒนา ในช่วงปิดเรียนและต้องทำอย่างรวดเร็ว


14 5. ส่งเสริมการจัดห้องเรียนพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ให้เป็นรูปธรรมเพื่อสอดรับกับ โรงเรียนมาตรฐานสากลและส่งนักเรียนเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง 6. สถานศึกษาจัดหาสื่ออุปกรณ์ เทคโนโลยีและส่งเสริมครูใช้อย่างมีประสิทธิภาพ 7. ส่งเสริมให้ครูทุกคนมีนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาผู้เรียน ข้อเสนอแนะในการพัฒนาคุณภาพ 1. หน่วยงานต้นสังกัดจัดทีมนิเทศ ติดตามที่มีความรู้ สามารถ เชี่ยวชาญ ให้ข้อเสนอ ชี้แนะ งานวิชาการ เช่น โครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล โครงการโรงเรียนคุณภาพวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และ เทคโนโลยีตามมาตรฐาน สสวท. 2. ให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคลอย่างแท้จริงในการคัดเลือกครูและบุคลากรที่มีความสามารถตรงกับ ความต้องการของโรงเรียน


14 ส่วนที่ 2 ผลการประเมินตนเองของโครงการฯ โครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (Mini English Program : MEP) ของโรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ได้ดำเนินการพัฒนาโครงการตามมาตรฐานของ สถานศึกษาและเมื่อสิ้นปีการศึกษาได้ประเมินคุณภาพตนเองของสถานศึกษาทั้งระดับปฐมวัยและระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ดังนี้ ผลการประเมินตนเองในระดับปฐมวัย ผลการตรวจสอบ ทบทวนคุณภาพประเมินตนเองตามมาตรฐานสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ที่ มาตรฐานสถานศึกษาระดับปฐมวัย ระดับคุณภาพประกันภายใน (ยอดเยี่ยม,ดีเลิศ,ดี,ปานกลาง,กำลังพัฒนา) 1 คุณภาพเด็ก ยอดเยี่ยม 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ยอดเยี่ยม 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ดีเลิศ ผลการประเมินตนเองในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน : ประถมศึกษา ผลการตรวจสอบ ทบทวนคุณภาพประเมินตนเองตามมาตรฐานการศึกษา ระดับประถมศึกษา ที่ มาตรฐานสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับประถมศึกษา ระดับคุณภาพประกันภายใน (ยอดเยี่ยม,ดีเลิศ,ดี,ปานกลาง,กำลังพัฒนา) 1 คุณภาพของผู้เรียน ดีเลิศ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ยอดเยี่ยม 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ดีเลิศ โรงเรียนได้รายงานผลการประเมินตนเอง ตามมาตรฐานสถานศึกษา ประกอบด้วย ระดับคุณภาพ กระบวนการพัฒนา แนวทางการพัฒนา ผลการพัฒนาตามรายละเอียดตามรายมาตรฐานสถานศึกษา มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก 1.1 มีพัฒนาการด้านร่างกายแข็งแรง มีสุขนิสัยที่ดีและดูแลความปลอดภัยของตนเองได้ ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ยอดเยี่ยม


15 ค่าเป้าหมาย มาตรฐาน สถานศึกษา กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนินการ 1. เด็กร้อยละ 90 มี น้ำหนักส่วนสูงเป็นไป ตามเกณฑ์กระทรวง สาธารณสุข 2. เด็กร้อยละ 90 มีสุข นิสัยที่ดีหลีกเลี่ยงต่อ สภาวะที่เสี่ยงการเกิด โรค สิ่งเสพติดทั้งภัย จากบุคคลสิ่งแวดล้อม และดูแลความ ปลอดภัยของตนเองได้ 3. เด็กร้อยละ 90 ผ่าน เกณฑ์การประเมิน สมรรถนะ กล้ามเนื้อ ใหญ่และกล้ามเนื้อเล็ก (ค่าเป้าหมายรวมร้อย ละ 90) โรงเรียนได้จัด โครงการอนุบาลสดใสใส่ใจสุขภาพ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย โดยได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ 1.กิจกรรมหลักประจำวัน 6 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรม เสริมประสบการณ์ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ กิจกรรมเล่นตามมุม กิจกรรมเล่น กลางแจ้งและกิจกรรมเกมการศึกษา 2.กิจวัตรประจำวัน เพื่อสร้างสุขนิสัยที่ดีให้แก่เด็ก เช่น การล้างมือก่อนรับประทาน อาหาร ล้างมือหลังเข้าห้องส้วมทุกครั้ง แปรงฟันหลังรับประทานอาหารกลางวัน 3.กิจกรรมอาหารกลางวันและอาหารเสริม (นม) ส่งเสริมให้เด็กได้ รับประทานอาหารที่ สะอาดมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ดื่มนมโรงเรียนครบถ้วนทุกคนทุกวัน 4.กิจกรรมจักรยานหรรษา มีจักรยานสำหรับเด็กปฐมวัยให้เด็กได้ปั่นออกกำลังกายรอบ บริเวณโรงเรียน 5.กิจกรรม Exercise Kid เป็นกิจกรรมออกกำลังกายประกอบเพลง สำหรับเด็ก 6.กิจกรรมโยคะเด็กเพื่อการยืด เหยียดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ซึ่งเด็กทุกคนได้ออกกำลัง กายพร้อมกันทั้งสายชั้นทุกวันอังคาร 7.กิจกรรมกลางแจ้ง โดยผ่านการเรียนรู้ในกิจกรรมประจำวัน ส่งเสริมการทำงานของ กล้ามเนื้อมัดใหญ่ มีลานสมรถภาพร่างกายฝึกการเดินทรงตัว กิจกรรมการเรียนรู้ใน กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ การเล่นตามมุม และการส่งเสริมการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ในการเล่นในศูนย์การเรียนรู้ของศูนย์พัฒนาเด็ก ก่อนประถมศึกษา 8.จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับสุขภาพอนามัย เช่น โรงอาหารที่สะอาด เพียงพอสำหรับเด็ก มีอาหารกลางวัน อาหารว่าง อาหารเสริม(นม) มีอ่างล้างมือ มี สถานที่แปรงฟัน มีห้องน้ำสะอาดและเพียงพอกับจำนวนเด็ก 9.มีสนามเด็กเล่นที่มีเครื่องเล่นสนาม มีลานสมรถภาพร่างกายที่ปลอดภัย 10.กิจกรรมตรวจสุขภาพนักเรียนก่อนเข้าเรียน ครูประจำชั้นตรวจความสะอาดของ ร่างกาย เช่น ผม ฟัน มือ เล็บ ความสะอาดเสื้อผ้า และกิจกรรมการตรวจคัดกรอง โรคติดต่อที่แพร่ระบาดง่าย เช่น โรคโควิด 19 โรคมือ เท้า ปาก โรคไข้หวัดใหญ่ โรค อีสุกอีใส โรคตาแดง 11.ตรวจสุขภาพปากและฟัน ส่งเสริมการแปรงฟันหลังรับประทานอาหาร กลางวัน 11.จัดให้มียาสามัญประจำห้องเรียน เพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทุกห้องเรียนมีปรอทวัด ไข้ และเจลแอลกอฮอล์ จัดทำแนวทางมาตรการป้องกันโรคติดต่อหรือโรคระบาด เช่น ถ้าในห้องเรียนมีเด็กป่วยโรคมือ เท้าปาก/ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ต่างๆ เกินจำนวน 2 คน ขึ้นไปในครั้งเดียวกัน จะต้องปิดห้องเรียนเพื่อทำความสะอาดใหญ่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค 12. โรงเรียนจัดกิจกรรมส่งเสริมการเล่นกีฬาและการออกกำลังกาย ในกิจกรรม กลางแจ้งของทุกวันและมีการจัดแข่งขันกีฬาภายใน “ดอกบัวเกมส์” ส่งเสริมการดูแล สุขภาพอนามัยและการแข่งขันภายใต้กติกามารยาท การรู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกายบรรลุตาม เป้าหมายมีความพร้อมในการศึกษาต่อในชั้น ต่อไป 1. เด็กร้อยละ 94.87 มีน้ำหนักส่วนสูงเป็นไป ตามเกณฑ์กระทรวงสาธารณสุข 2. เด็กร้อยละ 93.74 มีสุขนิสัยที่ดีหลีกเลี่ยง ต่อสภาวะที่เสี่ยงการเกิดโรคสิ่งเสพติดทั้งภัย จากบุคคลสิ่งแวดล้อมและดูแลความ ปลอดภัยของตนเองได้ 3. เด็กร้อยละ 92.71 ผ่านเกณฑ์การประเมิน สมรรถนะ กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็ก 4.เด็กที่จบชั้นอนุบาล3 มีพัฒนาการทาง ร่างกายสมบูรณ์สมวัยมีความพร้อมที่จะเรียน ในชั้นประถมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 100 5.เด็กปฐมวัยทุกคนมีผลการประเมิน คุณลักษณะที่พึงประสงค์เป็นไปตามหลักสูตร สถานศึกษา คิดเป็นร้อย 100 สรุปผลการดำเนินการเฉลี่ย 96.27 (สูงกว่าเป้าหมาย)


16 เอกสารอ้างอิง/ข้อมูลเชิงประจักษ์ -สมุดรายงานประจำตัวเด็ก -บันทึกน้ำหนัก ส่วนสูงของเด็ก -บันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายของเด็กปฐมวัย (การงอตัว,ยืนเขย่งปลายเท้า,ยืนกระโดดไกล,วิ่ง 20 เมตร) –บันทึกผลการจัดประสบการณ์ - แบบประเมินพัฒนาการเด็ก - บันทึกการแปรงฟัน – ภาพกิจกรรม –รายงานการจัดกิจกรรม -สถานที่จริงจักรยานและลานปั่นจักรยาน ฯลฯ แนวทางการพัฒนาต่อไป 1. เร่งจัดให้มีกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็กที่มีน้ำหนักและส่วนสูง เป็นไปตามเกณฑ์และช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหา ด้านพัฒนาการด้านร่างกายให้เหมาะสมกับวัย 2. จัดกิจกรรมที่ปลูกฝังพฤติกรรมให้เด็กมีความรับผิดชอบ รับผิดชอบต่อสังคม ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและ สุขอนามัยตนเองให้เป็นนิสัยอย่างยั่งยืน 3.ปรับสภาพแวดล้อมภายนอกห้องเรียนโดยจัดปรับปรุง บ่อน้ำ บ่อทราย ให้มีมาตรฐานเหมาะสมกับวัย 4.ปรับสถานที่บริเวณอาคารอนุบาลให้เป็นห้องนักวิทนยาศาสตร์น้อย สำหรับเด็กอนุบาลสองภาษา


17 มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก 1.2 มีพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคุม และแสดงออกทาง อารมณ์ได้ ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ยอดเยี่ยม ค่าเป้าหมาย มาตรฐานสถานศึกษา กระบวนการดำเนินการ ผลการดำเนินการ 1. เด็กร้อยละ90 ผ่าน การประเมินพัฒนาการ ด้านอารมณ์ จิตใจ 2. เด็กร้อยละ 90 ชื่นชมและแสดงออกทาง ศิลปะ ดนตรี และการ เคลื่อนไหว 3. เด็กร้อยละ 90 มีคุณธรรม จริยธรรมมี จิตใจที่ดีงามและตาม คุณธรรมอัตลักษณ์ ของโรงเรียน (ค่าเป้าหมายรวม ร้อยละ 90) โรงเรียนได้จัดโครงการและกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กด้านอารมณ์และ จิตใจ ดังนี้ 1.กิจกรรมหลักประจำวัน 6 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ กิจกรรมเล่นตามมุม กิจกรรมเล่นกลางแจ้งและกิจกรรมเกมการศึกษา 2.โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาปฐมวัย ได้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริม พัฒนาการเด็กอย่างต่อเนื่องตลอดปี เด็กปฐมวัยทุกคน ร่าเริง แจ่มใส ได้ชื่นชมและ มีความสุข กับกิจกรรมดนตรี ศิลปะ เคลื่อนไหวร่างกายจากกิจกรรมประจำวัน และกิจกรรมในโครงการ ได้แก่ (1) กิจกรรมเล่าข่าวเช้านี้ กิจกรรมบอกให้รู้ว่าหนู เป็นเด็กดี เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้ออกมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเอง บอกเล่า ความดีของตนเอง (2) กิจกรรมหนึ่งห้องเรียนหนึ่งโครงการ เปิดโอกาสให้เด็กได้ เรียนรู้จากความสนใจ บอกเล่า/นำเสนอผลงานการจัดนิทรรศการของห้องเรียน (3) กิจกรรมศึกษาแหล่งเรียนรู้ เด็กได้รับประสบการณ์ตรงมีความสุข สนุกสนานใน การเรียนรู้ในสถานที่แปลกใหม่ 3. โครงการเด็กน้อยวัยใสก้าวไกลสู่ประชาคมโลกส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยทุกคน ได้มี โอกาสร่วมออกรายการโทรทัศน์โรงเรียน ACTV (Anuban Cable Television) เช่น รายการนิทานดีทวีปัญญา รายการหนูน้อยคนเก่ง และรายการภาษาพาสนุก เด็กทุกคนได้รับโอกาสร่วมกิจกรรมของทุกห้องเรียน กิจกรรมดนตรีหรรษา ส่งเสริมให้เด็กได้เรียนดนตรี ได้เหมาะสมกับวัย 4.โครงการส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้สู่เศรษฐกิจพอเพียงของเด็กปฐมวัย เช่น (1) กิจกรรมต้นกล้าคุณธรรม เป็นกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ให้เด็กทุกคนได้ เข้าค่ายคุณธรรม ได้เรียนรู้ตามฐานการเรียนรู้ วิธีการปฏิบัติตนที่เหมาะสม พุทธศาสนิกชน โดยมีพระสงฆ์เป็นวิทยากร (2) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนกน้อย (little bird) เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กมี ระเบียบวินัย รู้จักการจัดระบบแถว การแสดงความเคารพ และการปฏิญานตน ส่งเสริมให้มีความรับผิดชอบต่อตนเองและส่วนร่วม เด็กปฐมวัยทุกคนเรียนรู้เนื้อหา แบบบูรณาการซึ่งสอดคล้องกับความมีวินัยและมีความรับผิดชอบ เป็นคุณธรรม อัตลักษณ์ของโรงเรียนอนุบาลได้กำหนดไว้ เด็กมีพัฒนาการด้าน อารมณ์ จิตใจ ควบคุม และ แสดงออกทางอารมณ์บรรลุ ตามเป้าหมายมีความพร้อม ในการศึกษาต่อในชั้นต่อไป ผลประเมินดังนี้ 1.เด็กร้อยละ 100 ผ่านการ ประเมินพัฒนาการด้าน อารมณ์ จิตใจ 2.เด็กร้อยละ 92.23 มีสุขภาพจิตดี และมี ความสุข 3. เด็กร้อยละ 93.19ชื่นชม และแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว 4. เด็กร้อยละ 93.29 มี คุณธรรม จริยธรรมมีจิตใจ ที่ดีงามตามคุณธรรมอัต ลักษณ์ของโรงเรียน


18 ค่าเป้าหมาย มาตรฐานสถานศึกษา กระบวนการดำเนินการ ผลการดำเนินการ 5. โครงการพัฒนาศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบเป็นกิจกรรมศูนย์การเรียนที่จัดไว้ เพื่อให้เด็กปฐมวัยทุกคน ได้เรียนรู้ โดยผ่านการเล่น เป็นศูนย์การเรียน สื่อของเล่น การเรียนรู้ที่หลากหลาย จัดไว้ในรูปแบบการเรียนรู้ศูนย์การเรียน เด็กทุกคนต้อง ปฏิบัติตามกติกาข้อตกลง รู้จักการอดทนในการรอคอย และแบ่งปันของเล่น 6.โครงการสานสัมพันธ์บ้านและโรงเรียน กิจกรรมประชุมปฐมนิเทศ/ปัจฉิมนิเทศ ผู้ปกครอง ครูพบผู้ปกครองเพื่อชี้แจง สร้างความเข้าใจในการพัฒนาเด็กไปใน ทิศทางเดียวกัน สนับสนุนให้พ่อแม่ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็ก ขอความ ร่วมมือผู้ปกครอง ดูแล ฝึกฝน ส่งเสริมพัฒนาเด็กทุกคน จากกิจกรรมต่างๆ ใน ห้องเรียนและโครงการต่าง ๆ ของโรงเรียน และกิจกรรมสานสัมพันธ์บ้านโรงเรียน เป็น การสื่อสารในรูปแบบเอกสารแผ่นพับการเรียนรู้ของลูกๆในแต่ละสัปดาห์ ที่ โรงเรียนบอกข่าวกิจกรรมในโรงเรียน และแบบฝึกทบทวน ถามตอบให้เด็กกับ ผู้ปกครองได้ร่วมกันทำกิจกรรมตามหน่วยการเรียนรู้ และส่งคืนคุณครู สรุปผลการดำเนินการ เฉลี่ย 94.68 (สูงกว่าเป้าหมาย) เอกสารอ้างอิง/ข้อมูลเชิงประจักษ์ -บันทึกพฤติกรรมเด็ก –แผนการจัดประสบการณ์และบันทึกผลหลังการสอน - แบบประเมินพัฒนาการเด็ก -บันทึกพฤติกรรมเด็ก - ชิ้นงาน/ผลงานเด็ก - บันทึกความดี – ภาพกิจกรรม –รายงานโครงการ กิจกรรม แนวทางการพัฒนาต่อไป 1. สนับสนุนงบประมาณ เพื่อการจัดประสบการณ์ของคณะครู 2. ส่งเสริมบุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ให้มีความรู้ความเข้าใจตามหน้าที่บทบาทของตนเอง เพื่อจัดการ และดูแลเด็กปฐมวัย 3. มุ่งพัฒนาเด็กให้มีความพร้อมตามเกณฑ์มาตรฐานสถานศึกษาปฐมวัยครบทุกคน 4. จัดระบบสารสนเทศแหล่งข้อมูลในการสืบค้นที่มีประสิทธิภาพ ระบบสารสนเทศย้อนกลับแก่ครูในการ พัฒนาตนเอง และสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ(PLC)ให้เป็นวัฒนธรรมขององค์กรที่ยั่งยืน 5. ยกระดับการนิเทศ กำกับติดตามประสิทธิผลของงาน งานประกันคุณภาพภายในให้มีความเข้มแข็ง ต่อเนื่องและยั่งยืน


19 มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก 1.3 มีพัฒนาการด้านสังคม ช่วยเหลือตนเอง และเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ยอดเยี่ยม ค่าเป้าหมาย มาตรฐานสถานศึกษา กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนินการ 1. เด็กร้อยละ 90 ผ่านการ ประเมินการมีพัฒนาการด้าน สังคม ช่วยเหลือตนเอง และ เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม 2. เด็กร้อยละ 90มีทักษะชีวิต และปฏิบัติตนตาม หลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3. เด็กร้อยละ90 รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมวัฒนธรรมและ ความเป็นไทย 4. เด็กร้อยละ90 อยู่ร่วมกับ ผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ยอมรับความแตกต่างระหว่าง บุคคล และปฏิบัติตนเป็น สมาชิกที่ดีของสังคม ใน ระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข (ค่าเป้าหมายรวมร้อยละ 90) โรงเรียนได้จัดโครงการและกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาเด็กด้านสังคม ช่วยเหลือ ตนเอง โดยจัดโครงการ กิจกรรม ดังนี้ 1.กิจกรรมหลักประจำวัน 6 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรม เสริมประสบการณ์ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ กิจกรรมเล่นตามมุม กิจกรรมเล่น กลางแจ้งและกิจกรรมเกมการศึกษา 2.การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน เช่น การใส่รองเท้า การทำความสะอาดรองเท้าตนเอง การเก็บของใช้เข้าที่ การล้างมือก่อนรับประทานอาหาร ล้างมือหลังเข้าห้องส้วมทุก ครั้ง แปรงฟันหลังรับประทานอาหารกลางวัน 3.โครงการส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้สู่เศรษฐกิจพอเพียงของเด็กปฐมวัย เช่น (1) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนกน้อย (little bird) เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กมีระเบียบ วินัย มีความรับผิดชอบต่อตนเอง เด็กปฐมวัยทุกคน เรียนรู้เนื้อหาแบบบูรณาการ มี กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม มีส่วนร่วมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในและนอก ห้องเรียน (2) กิจกรรมวันสำคัญทางศาสนาและการปฏิบัติตนตามประเพณีไทย เด็ก ปฐมวัยทุกคนได้ร่วมกิจกรรมวันสำคัญทางศาสนา เช่นกิจกรรมเวียนเทียน ทำบุญวัน พระ ทำบุญใส่บาตรวันเด็ก กิจกรรมสวดมนต์สุดสัปดาห์ กิจกรรมการเรียนรู้ในหน่วย การเรียน จัดกิจกรรมให้เด็กได้เรียนรู้วันสำคัญประเพณีไทย เช่น วันลอยกระทง ประกวดหนูน้อยนพมาศ ประเพณีท้องถิ่นเช่นวันตรุษจีน ร่วมกิจกรรมขบวนแห่มังกร นครสวรรค์ (3)การกล่าวคำทักทาย ขอบคุณ ขอโทษ เป็นนิสัยประจำตัวจนเกิดเป็น กิจวัตรประจำวัน 4.โครงการพัฒนาศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบเป็นกิจกรรมที่ให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้เรียนรู้ โดยผ่านการเล่น จัดไว้ในรูปแบบการเรียนรู้ศูนย์การเรียน เล่นของเล่นส่งเสริม พัฒนาการ การปฏิบัติตามกติกาข้อตกลงในการใช้บริการ รู้จักการรอคอยเล่นร่วมกับ ผู้อื่น ฝึกการวางแผนการเล่น 5.โครงการสานสัมพันธ์บ้านและโรงเรียน กิจกรรมประชุมปฐมนิเทศ/ กิจกรรมปัจฉิม ผู้ปกครอง ครูพบผู้ปกครองชี้แจงสร้างความเข้าใจในการพัฒนาเด็กไปในทิศทาง เดียวกัน สนับสนุนให้พ่อแม่ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็ก ขอความร่วมมือ ผู้ปกครอง ดูแล ฝึกฝน ส่งเสริมพัฒนาเด็กทุกคน ตามกิจกรรมต่างๆที่โรงเรียนจัด รายงานผลการพัฒนาเด็ก พ่อแม่มีส่วนร่วมในการส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม ปรับ พฤติกรรมด้านสังคม เด็กมีพัฒนาการด้านสังคมบรรลุตาม เป้าหมายมีความพร้อมในการศึกษาต่อ ในชั้นต่อไป ผลประเมินดังนี้ 1. เด็กร้อยละ 100 ผ่านการประเมิน การมีพัฒนาการด้านสังคม ช่วยเหลือ ตนเอง และเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม 2. เด็กร้อยละ 93.67 มีทักษะชีวิตและ ปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง 3. เด็กร้อยละ 93.70 รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมวัฒนธรรมและความเป็น ไทย 4. เด็กร้อยละ 93.32 อยู่ร่วมกับผู้อื่น ได้อย่างมีความสุขยอมรับความ แตกต่างระหว่างบุคคล และปฏิบัติตน เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข สรุปผลการดำเนินการเฉลี่ย 95.17 (สูงกว่าเป้าหมาย) สรุปผลการดำเนินการเฉลี่ย 97.17 (สูงกว่าเป้าหมาย) เอกสารอ้างอิง/ข้อมูลเชิงประจักษ์ -แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม-บันทึกคำพูดของเด็ก -สมุดรายงานพัฒนาการเด็ก -ผลงานเด็ก -รายงานสรุปโครงการกิจกรรม -รูปภาพภาพถ่าย ฯลฯ


20 แนวทางการพัฒนาต่อไป: 1. หมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม นำความรู้ใหม่ทันสมัยนำมาใช้ในการพัฒนาเด็ก พัฒนาตนเองเกี่ยวกับ เทคนิคการจัดการเรียนการสอนวิธีการต่างๆที่หลากหลาย นำมาปรับใช้กับเด็กให้เกิดประสิทธิภาพ 2. จัดระบบให้ครูทุกคนจัดทำแผนพัฒนาตนเอง 3. จัดระบบสารสนเทศ ทำข้อมูลย้อนกลับแก่ครูในการพัฒนาตนเอง ในการจัดประสบการณ์เพื่อยกระดับ คุณภาพของเด็ก 4. จัดสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน ให้เอื้อต่อการเรียน โดยจัดทำตู้เก็บอุปกรณ์ในห้องเรียน และจัดซื้อ สื่อเพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 5. จัดทำห้องศูนย์สื่อปฐมวัย


21 มาตรฐานที่1 คุณภาพของเด็ก 1.4 มีพัฒนาการด้านสติปัญญา สื่อสารได้มีทักษะการคิดพื้นฐานและแสวงหาความรู้ได้ ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ยอดเยี่ยม ค่าเป้าหมาย มาตรฐานสถานศึกษา กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนินการ 1. เด็กร้อยละ 85 ใช้ภาษา สื่อสารได้เหมาะสมกับวัย 2. เด็กร้อยละ 85 มีความสามารถ ในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการ เรียนรู้ 3. เด็กร้อยละ 85 มีจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ 4.เด็กร้อยละ 85 มีเจตคติที่ดีต่อ การเรียนรู้และมีความสามารถใน การแสวงหาความรู้ได้เหมาะสม กับวัย (ค่าเป้าหมายรวมร้อยละ 85) โรงเรียนได้จัด โครงการและ กิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กทางด้าน สติปัญญา สื่อสารได้ มีทักษะการคิดพื้นฐาน ดังนี้ 1.กิจกรรมหลักประจำวัน 6 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมเคลื่อนไหวและ จังหวะ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ กิจกรรมเล่นตามมุม กิจกรรมเล่นกลางแจ้งและกิจกรรมเกมการศึกษา 2.โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาปฐมวัย จัดกิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมเล่าข่าวเช้านี้ หนูน้อยรักการอ่าน บอกให้รู้ว่าหนูเป็นเด็กดี เรียนรู้ปฏิทินประจำวัน ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ที่ดี 3.กิจกรรมหนึ่งห้องเรียนหนึ่งโครงการ (Project Approach) เด็กได้ เรียนรู้จากความสนใจ บอกเล่า/นำเสนอผลงานการจัดนิทรรศการของ ตนเองร่วมกับเพื่อน ให้ผู้อื่นรับทราบประสบการณ์การเรียนรู้ของตน 4.กิจกรรมส่งเสริมคุณภาพทักษะคอมพิวเตอร์ /ทักษะดนตรี 5.กิจกรรมส่งเสริมคุณภาพวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสารจากครูชาวต่างชาติ กิจกรรมศึกษาแหล่งเรียนรู้ 6.กิจกรรมบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยและหนึ่งห้องเรียนหนึ่งโครงงาน เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะและเจตคติทางวิทยาศาสตร์ ปลูกฝัง การคิดอย่างมีเหตุผล 7.โครงการพัฒนาศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบเป็นกิจกรรมศูนย์การเรียนที่ โรงเรียนได้จัดห้องศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบ ไว้เพื่อให้เด็กปฐมวัยทุกคน ได้เรียนรู้ โดยผ่านการเล่นของเล่นรูปแบบการเรียนรู้ศูนย์การเรียน 8.โครงการเด็กน้อยวัยใสก้าวไกลสู่ประชาคมโลก ส่งเสริมให้เด็ก ปฐมวัยทุกคนได้ร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์กล้าแสดงออกทางความคิด สร้างความเชื่อมั่นในตนเอง และนำเสนอผลงานตามความคิดและ จินตนาการ 9.โครงการสานสัมพันธ์บ้านและโรงเรียน มีกิจกรรมประชุมปฐมนิเทศ/ ปัจฉิมผู้ปกครอง ครูพบผู้ปกครองชี้แจง สร้างความเข้าใจในการพัฒนา เด็กไปในทิศทางเดียวกัน สนับสนุนให้พ่อแม่ผู้ปกครองมีส่วนร่วมใน การพัฒนาเด็ก ขอความร่วมมือผู้ปกครอง ดูแล ฝึกฝน ส่งเสริมพัฒนา เด็กทุกคนตามกิจกรรมต่างๆที่โรงเรียนจัด รายงานผลการพัฒนาเด็ก พ่อแม่มีส่วนร่วมในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ด้านสติปัญญา ด้าน กระบวนการคิด ภาษา การสื่อสาร การแสวงหาความรู้เพื่อให้มีความ พร้อมในระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ต่อไป 10.จัดกิจกรรมสุขสันต์ขึ้นชั้นใหม่ ร่วมแสดงความยินดีการจบ การศึกษาระดับชั้นอนุบาล 3 จัดนิทรรศการผลงานนักเรียน กราบลา ครูเก่าพบครูชั้นใหม่ สร้างความเข้าใจประสานความร่วมมือเชื่อม รอยต่ออนุบาลและประถมศึกษาปีที่ 1 เด็กมีพัฒนาการด้านสติปัญญา สื่อสาร มีทักษะการคิดพื้นฐานและแสวงหา ความรู้ได้ บรรลุตามเป้าหมายมีความ พร้อมในการศึกษาต่อในชั้นต่อไป ผล ประเมินดังนี้ 1. เด็กร้อยละ 100 ผ่านการประเมิน การมีพัฒนาการด้านสติปัญญา 2.เด็กร้อยละ 89.39 ใช้ภาษาสื่อสารได้ เหมาะสมกับวัย 3. เด็กร้อยละ 90.16 มีความสามารถใน การคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ 4เด็กร้อยละ 90.49 มีจินตนาการและ ความคิดสร้างสรรค์ 5. เด็กร้อยละ 90.51 มีผลงานที่เกิดจาก ทักษะการคิดพื้นฐานและการแสวงหา ความรู้มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับวัย สรุปผลการดำเนินการเฉลี่ย 92.11 (สูงกว่าเป้าหมาย)


22 แนวทางการพัฒนาต่อไป 1. เน้นจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา (STEM Education) สอดคล้องกับประเทศไทย 4.0 2. ส่งเสริมการจัดประสบการณ์ที่เน้นทักษะพื้นฐานการคิดให้มากขึ้น เพื่อนำไปสู่การคิดขั้นสูง ในระดับต่อไป 3. ฝึกทักษะการสื่อสาร การให้การนำเสนอข้อมูล จัดหาเวทีการแข่งขัน การนำเสนอผลงาน ของเด็ก


23 มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ 2.1 มีหลักสูตรครอบคลุมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านสอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ยอดเยี่ยม ค่าเป้าหมาย มาตรฐานสถานศึกษา กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนินการ 1. มีหลักสูตรครอบคลุม พัฒนาการทั้ง 4 ด้าน สอดคล้องกับบริบทของ ท้องถิ่น โรงเรียนได้ดำเนินงานบริหารจัดการและดำเนินงานตามระบบ ประกันคุณภาพภายใน โดยเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วน ร่วมในการจัดการศึกษา รายละเอียดกระบวนการพัฒนา ดังนี้ 1.จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาปฐมวัยมีกิจกรรมพัฒนา หลักสูตรสถานศึกษา เพื่อจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560 โดย (1) แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำหลักสูตรและผ่านการเห็นชอบจาก คณะกรรมการสถานศึกษา (2) กำหนดหน่วยการเรียนรู้ และจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญส่งเสริมพัฒนาการทั้ง4 ด้าน ผ่านกิจกรรมหลัก และกิจวัตรประจำวัน (3) มีการนิเทศ กำกับติดตามตรวจสอบและการประเมินหลักสูตร เมื่อสิ้นปีการศึกษา โดยมีการประเมินผลการใช้หลักสูตรจากผู้ที่ เกี่ยวข้อง ครู ผู้ปกครอง ทุกฝ่าย 2.นำผลการประเมินหลักสูตรสถานศึกษามาพัฒนาตามแนวทาง ปรับ/เปลี่ยน พัฒนารูปแบบตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของ สังคม ตามความต้องการของเด็กตามความคิดเห็นของผู้มีส่วน เกี่ยวข้องและสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น โดยเพิ่มเติม สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 3.นำประสบการณ์สำคัญมาออกแบบกิจกรรมการจัดประสบการณ์ เตรียมความพร้อมเหมาะสมกับวัย พัฒนาการและความแตกต่าง ระหว่างบุคคล 1. มีหลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย ปีพุทธศักราช 2562 ครอบคลุม พัฒนาการ ทั้ง 4 ด้าน ด้านสติปัญญา ด้านอารมณ์และจิตใจด้านสังคม ด้าน ร่างกาย 2.หลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย ปี พุทธศักราช 2562 ยืดหยุ่นสอดคล้องกับ หลักสูตรปฐมวัย 3.จัดทำสาระการเรียนรู้ท้องถิ่นเพิ่มเติม มีกิจกรรมเสริมหลักสูตร 4.มีโครงการ/กิจกรรมตามแผนปฏิบัติ การที่ส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ภายใต้บริบทท้องถิ่น เช่น วันสำคัญตาม ประเพณีไทย ตรุษจีนนครสวรรค์ 3. มีการประเมินการใช้หลักสูตรทุกปี การศึกษา และรายงานผลการประเมิน 4.มีการทบทวน วิเคราะห์ ปรับปรุง พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย ทุก 3 ปี เอกสารอ้างอิง/ข้อมูลเชิงประจักษ์: -หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยของสถานศึกษา –รายงานติดตามผลการใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ของสถานศึกษา -สรุปผลและรายงานการทบทวนปรับปรุงและพัฒนา แบบประเมินหลักสูตร -กรอบโครงสร้าง หน่วยการเรียนรู้ -บันทึกการประชุม คำสั่ง ภาพถ่าย ฯลฯ แนวทางการพัฒนาต่อไป มีการทำวิจัยเกี่ยวกับรูปแบบการใช้สูตรปฐมวัย หรือวิจัยพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นปฐมวัย คิดนวัตกรรม หลักสูตรเพื่อนำผลวิจัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์และทันกับความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี


24 มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ 2.2 จัดครูให้เพียงพอกับชั้นเรียน ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ยอดเยี่ยม ค่าเป้าหมายมาตรฐานสถานศึกษา กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนินการ 2. มีครูปฐมวัยครบทุกชั้นเรียน โรงเรียนจัดครูเพียงพอครบชั้นเรียน และ มีคุณภาพ โดยมีกระบวนการดังนี้ 1. จัดทำอัตรากำลังครู การทดแทน การ ส่งต่อในระยะ 5 ปี จัดครูลงชั้นเรียนตาม ความรู้ความสามารถ ความถนัด 2.สำรวจครูมีวุฒิและความรู้ ความสามารถในด้านการศึกษาปฐมวัย จัดให้มีกิจกรรมตามโครงการพัฒนา บุคลากรปฐมวัย กิจกรรมพัฒนาตนเอง ตามความถนัดและความสนใจ 3.พัฒนาครูปฐมวัยให้มีความรู้ ความสามารถ ด้วยการประชุมและการ อบรม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 4.พัฒนาครูด้วยกระบวนการ PLC ใน สายชั้น ตามความสนใจ และตามงาน พิเศษที่ได้รับมอบหมาย 5.ครูปฐมวัยนำความรู้จากการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประชุม อบรมนำมา พัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียนการ สอนให้ดียิ่งขึ้น โรงเรียนได้บริหารอัตรากำลัง มีครู ปฐมวัยครบทุกชั้นเรียน ดังนี้ 1.จำนวนนักเรียนอนุบาล ห้องเรียนปกติ 10 ห้องเรียน นักเรียน ห้องละ 30 คน ห้องเรียนพิเศษ 4 ห้องเรียน นักเรียน ห้องละ 25 คน มีครูทั้งหมด 14 คน ครบทุกห้องเรียน 2.จำนวนครูที่สอนตรงวิชาเอกจำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 100 3. ครูจบป.ตรีปฐมวัยหรือได้รับการ พัฒนาความรู้ด้านปฐมวัย 20 ชม./ปี ทุกคน 4.ครูทุกคนได้เข้ารับการพัฒนาเข้ารับ การอบรมตามที่หน่วยงานเกี่ยวข้องจัด และการอบรมหลักสูตรออนไลน์ ตาม ความสนใจ สรุปจัดครูเพียงพอและ เหมาะสมกับชั้นเรียน (สูงกว่าเป้าหมาย) เอกสารอ้างอิง/ข้อมูลเชิงประจักษ์: -ข้อมูลการจัดชั้นเรียน DMC –ตารางสอน ข้อมูลการจัดชั้นเรียน -ข้อมูลอัตรากำลัง - สถานที่/ห้องเรียนของเด็กปฐมวัย แนวทางการพัฒนาต่อไป 1.พัฒนาครูที่มีประสบการณ์สูงและพัฒนาครูที่บรรจุใหม่ จัดให้มีการถ่ายองค์ความรู้ระหว่างบุคคล จาก รุ่นพี่สู่รุ่นน้อง 2. ผลักดันให้โรงเรียนสามารถเป็นนิติบุคคลอย่างแท้จริงเพื่อให้การคัดเลือกครุตรงกับความต้องการของ โรงเรียน


25 มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ 2.3 ส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ยอดเยี่ยม ค่าเป้าหมาย มาตรฐานสถานศึกษา กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนินการ 3. ส่งเสริมให้ครูมีความ เชี่ยวชาญด้านการจัด ประสบการณ์ โรงเรียนส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญ ด้านการสอนปฐมวัย ดังนี้ 1. สำรวจความต้องการของครู 2. พัฒนาครูทุกคนด้านวิชาการความรู้ ความสามารถในการสอนและ ด้าน คุณธรรม 3. จัดกิจกรรมการจัดการความรู้KM (Knowledge Management) 4.จัดให้ชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพ PLC จัดชั่วโมง มีการแลกเปลี่ยนปัญหาที่ เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานของสมาชิกแต่ ละคน เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหา ทุกปัญหา 5. สร้างขวัญ กำลังใจ นิเทศ ติดตาม การ ปฏิบัติงานของครู 6.ส่งเสริม ยกย่องเชิดชูเกียรติ ให้รางวัล ส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ที่ส่งผลต่อ คุณภาพเด็ก ตรงตามความต้องการของครูและโรงเรียน มีชุมชน การเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และครูปฐมวัยทุกคน มีผลการ ดำเนิน ดังนี้ 1. มีแผนการจัดประสบการณ์ที่สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษา ปฐมวัยของสถานศึกษา 2 จัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลายสอดคล้องกับความ แตกต่าง ระหว่างบุคคล 3. วัดและประเมินพัฒนาการของเด็ก 4. สรุปรายงานผลพัฒนาการของเด็กแก่พ่อแม่ผู้ปกครอง 5. ครูทำการวิจัยและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ 6. ครูนำผลวิจัยไปใช้ในการจัดประสบการณ์ประยุกต์ใช้และ เชื่อมโยงสู่การจัดทำหน่วยการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ มีการ วิเคราะห์ผู้เรียน เพื่อการจัดกิจกรรมประจำวันและการประเมิน พัฒนาการเด็กได้เหมาะสมกับวัย 7. ครูแสดงความรู้สึกที่ดีสอบถามและรับฟังความคิดเห็นชื่นชม พูดคุยด้วย ความเป็นมิตรต่อเด็กและผู้ปกครอง 8. ครูแสดงน้ำใจไมตรียิ้มแย้มแจ่มใสต่อเด็กและผู้ปกครอง 9. สนับสนุนให้ผู้ปกครองแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับเด็ก 10.ให้คำแนะนำและบริการแก่ผู้ปกครองในการพัฒนาเด็ก 11. ผลจากครูที่เชี่ยวชาญด้านการสอนทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี เหมาะสมกับวัย ในกิจกรรม กิจกรรมวาดภาพระบายสี และการ ร่วมกิจกรรมการแสดงความสามารถพิเศษของนักเรียนปฐมวัย ใน กิจกรรมวันสำคัญต่าง ๆ 12. ครูทุกคนใช้นวัตกรรมการสอน แบบไฮสโคป ที่ส่งเสริมการ เรียนรู้ผู้เรียนในการวางแผน และแก้ปัญหาในการเรียนรู้ เอกสารอ้างอิง/ข้อมูลเชิงประจักษ์: -แฟ้มข้อมูลครู /ระเบียนบุคคลของครู –บันทึกการประชุมครูปฐมวัย –ข้อมูลกระบวนการ PLC –แผนการจัดประสบการณ์ -หลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย -หลักฐานข้อมูลการประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ฯลฯ บันทึกการติดต่อสัมพันธ์กับผู้ปกครอง (แฟ้มงาน) -บันทึกข้อมูลพัฒนาการของเด็ก -สมุดรายงานประจำตัวเด็ก -สมุดบันทึกนิเทศ สมุดเยี่ยม SAR ครู


26 แนวทางการพัฒนาต่อไป 1.พัฒนาครูเรื่องการจัดประสบการที่เน้นทักษะการคิด 2.ส่งเสริมครูให้สร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้อย่างหลากหลาย 3. ส่งเสริมให้ครูมีความก้าวหน้าในอาชีพมีวิทยฐานะที่สูงขึ้น 4. จัดระบบสารสนเทศแหล่งข้อมูลในการสืบค้นที่มีประสิทธิภาพ ระบบสารสนเทศย้อนกลับแก่ครูในการ พัฒนาตนเอง และสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ(PLC)ให้เป็นวัฒนธรรมขององค์กรที่ยั่งยืน


27 มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ 2.4 จัดสภาพแวดล้อมและสื่อเพื่อการเรียนรู้อย่างปลอดภัยและเพียงพอ ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ยอดเยี่ยม ค่าเป้าหมายตามมาตรฐาน สถานศึกษา กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนินการ 4. จัดสภาพแวดล้อมและสื่อ เพื่อการเรียนรู้ อย่างปลอดภัย และเพียงพอ โรงเรียนพัฒนาการจัดสภาพแวดล้อมใน โรงเรียน โดย 1.จัดกิจกรรมตามโครงการพัฒนาสิ่งแวดล้อม สำหรับเด็กปฐมวัย 2.พัฒนาการจัดสภาพแวดล้อมภายในและ ภายนอกห้องเรียนให้เอื้อต่อการจัดการ เรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย เช่น จัดหาเครื่อง เล่นสนาม ปรับสนามเด็กเล่น สนามหญ้า ธรรมชาติ 3.จัดโครงการพัฒนาศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบ จัดหาสื่อการเรียนรู้ เครื่องเล่นสัมผัส นิทาน ของเล่นที่เพียงพอและหลากหลาย สื่อ เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับเด็ก 3. จัดมุมประสบการณ์ในห้องเรียน 4. จัดสื่อคอมพิวเตอร์ให้เด็กได้เรียน คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง/คน 5.จัดหาวัสดุ ครุภัณฑ์ ที่จำเป็นในห้องเรียน อย่างเพียงพอ เช่น โทรทัศน์ป้ายนิเทศ อุปกรณ์เครื่องใช้ เครื่องนอน ฯลฯ 6. ปรับปรุงสภาพแวดล้อมเพื่อสุขภาพ เช่น พื้นที่สำหรับการแปรงฟันล้างมือและทำความ สะอาดร่างกายพร้อม อุปกรณ์ทำความ สะอาดที่จำเป็นและเหมาะสมกับเด็ก 7.สถานที่รับประทานอาหารที่เพียงพอและ ถูกสุขลักษณะ โรงเรียนจัดสภาพแวดล้อมอย่างปลอดภัย และมีสื่อเพื่อ การเรียนรู้เพียงพอและหลากหลาย ผลการดำเนินการ ดังนี้ 1. มีสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกห้องเรียน มี ความปลอดภัย จัดการเรียนรู้เป็นรายบุคคลและกลุ่ม เล่นแบบร่วมมือร่วมใจ 2. มีมุมประสบการณ์หลากหลาย มีสื่อการเรียนรู้ เช่น ของเล่น หนังสือนิทาน สื่อจากธรรมชาติ สื่อสำหรับเด็ก มุด ลอด ปีนป่าย สื่อเทคโนโลยี สื่อเพื่อการสืบเสาะหา ความรู้ 3. มีมุมหนังสือและจำนวนหนังสือนิทานเพียงพอและ เหมาะสมกับวัย (เด็ก 1 คน : นิทาน 8 เล่ม) 4. มีพื้นที่สนามเด็กเล่นและมีเครื่องเล่นที่เหมาะสม ปลอดภัย 5. มีพื้นที่สำหรับการแปรงฟันล้างมือและทำความ สะอาดร่างกายพร้อม อุปกรณ์ทำความสะอาดที่จำเป็น และเหมาะสมกับเด็ก 6. มีมุมพยาบาลหรือห้องพยาบาลที่สะอาดเหมาะสมใน การความให้ช่วยเหลือ เด็กเบื้องต้น 7. มีอุปกรณ์ของเล่นของใช้/เครื่องนอนจำนวนเพียงพอ และขนาดเหมาะสม กับเด็กสะอาดและปลอดภัย 8.โต๊ะ เก้าอี้ สถานที่ในการรับประทานอาหารที่สะอาด เหมาะสมเพียงพอกับจำนวนเด็ก เอกสารอ้างอิง/ข้อมูลเชิงประจักษ์ - สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น อุปกรณ์ของเล่นของใช้เครื่องนอนหนังสือสนามเด็กเล่น เครื่องเล่นพื้นที่สำหรับการแปรงฟันล้างมือ/ทำความสะอาดร่างกายอุปกรณ์ทำความสะอาด -มุมพยาบาลหรือห้องพยาบาล -บัญชีวัสดุทะเบียนครุภัณฑ์ -ทะเบียนสื่อการเรียนรู้ -แบบสอบถามความต้องการ สิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อพัฒนาเด็ก - สถานที่นอกห้องเรียน ได้แก เครื่องเล่น/สนามเด็กเล่น/บ่อน้ำ/บ่อทราย/สวนหย่อม/บริเวณภายโรงเรียน –แผนการจัดประสบการณ์ -หลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย -หลักฐาน ข้อมูลการประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ห้องACTV ฯลฯ แนวทางการพัฒนาต่อไป 1. ปรับปรุงสวนหย่อมให้ร่มรื่น สวยงาม ตลอดปี 2. ฝึกคุณลักษณะนิสัยของเด็กให้มีรักสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


28 มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ 2.5 ให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการจัดประสบการณ์และเป็นศูนย์กลาง การเรียนรู้ปฐมวัยต้นแบบ ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ยอดเยี่ยม ค่าเป้าหมาย ตามมาตรฐาน สถานศึกษา กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนินการ 5. ให้บริการสื่อ เทคโนโลยี สารสนเทศและ สื่อการเรียนรู้ เพื่อสนับสนุน การจัด ประสบการณ์ และเป็น ศูนย์กลางการ เรียนรู้ปฐมวัย ต้นแบบ โรงเรียนได้พัฒนาแหล่งเรียนรู้ภายในสถานศึกษา โดยให้การส่งเสริมสนับสนุน ให้เด็กและครูบุคลากรในโรงเรียน ได้ใช้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศในการ สอน ดังนี้ 1. จัดซื้อ จัดหาวัสดุและอุปกรณ์ สื่อการเรียนรู้จัดระบบในห้องศูนย์ปฐมวัย 2.จัดระบบอินเทอร์เน็ต สถานีโทรทัศน์ของโรงเรียน ACTV ให้ครู ได้ส่งเสริม เด็กให้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ผ่านเวทีคนเก่ง ได้แสดงความสามารถ สื่อสารเรื่องราวที่เป็นสาระความรู้ ความบันเทิงร่วมกันกับบุคลากรในโรงเรียน 3.จัดห้องคอมพิวเตอร์ และครูสาขาคอมพิวเตอร์ เพื่อจัดการเรียนรู้ด้านการใช้ คอมพิวเตอร์พื้นฐานสำหรับเด็กปฐมวัย 4. จัดโทรทัศน์ ที่เข้าระบบอินเตอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูลในการเรียนรู้ของ ทุกห้องเรียน 5.จัดระบบการบริหารคุณภาพที่เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม โดยมีการระดมผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายและให้บริการสื่อเทคโนโลยีและสารสนเทศ สนับสนุนจัดประสบการณ์และพัฒนาครูปฐมวัย ให้บริการสื่อเทคโนโลยี สารสนเทศและสื่อการเรียนรู้ เพื่อสนับสนุนการจัด ประสบการณ์และเป็น ศูนย์กลางการเรียนรู้ปฐมวัย ต้นแบบ ผลการดำเนินการดังนี้ 1. อำนวยความสะดวก และ ให้บริการสื่อเทคโนโลยี สารสนเทศ วัสดุ และอุปกรณ์ เพื่อสนับสนุนการจัด ประสบการณ์และพัฒนาครู ทุกห้องเรียน 2. มีการเลือกใช้สื่อและ เทคโนโลยีที่เหมาะสมและ สอดคล้องกับพัฒนาการของ เด็ก 3.โรงเรียนในกลุ่มเครือข่าย โรงเรียนต่างๆ และโรงเรียน อนุบาลประจำจังหวัด มา ศึกษาดูงานและมาใช้สื่อห้อง ศูนย์ปฐมวัย -แบบสำรวจข้อมูลสื่อนวัตกรรมเทคโนโลยี- แหล่งเรียนรู้/ทะเบียนสื่อ -แผนการจัดประสบการณ์ -แบบประเมินการใช้สื่อ -สื่อตามมุมประสบการณ์ ์-รายงานผลการปฏิบัติงาน -โครงการกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก -แฟ้มภาพถ่ายจัดสิ่งแวดล้อม - มุมส่งเสริม ประสบการณ์ทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน แนวทางการพัฒนาต่อไป 1.จัดหาสื่อการสอนที่ทันสมัยทุกห้องเรียน เช่นกระดาน ACTIVE BOARD และสื่อเทคโนโลยีระบบสัมผัส 2.อบรมพัฒนาครูในการใช้สื่อรุ่นใหม่ ๆ และนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้เด็ก 3. จัดห้องศูนย์สื่อปฐมวัยของสองภาษา


29 มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ 2.6 มีระบบบริหารคุณภาพระบบประกันภายในที่มีประสิทธิภาพที่เกิดจาการมีส่วนร่วมจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง อย่างหลากหลาย ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ยอดเยี่ยม ค่าเป้าหมาย มาตรฐานสถานศึกษา กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนินการ 6.มีระบบบริหารคุณภาพ ระบบประกัน ภายในที่มีประสิทธิภาพที่เกิดจาการมีส่วน ร่วมจากบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างหลากหลาย โรงเรียนจัดระบบประกันคุณภาพภายในให้มีประสิทธิภาพ ได้แก่ 1.วิเคราะห์มาตรฐานการศึกษาของชาติ มาตรฐานการศึกษา ปฐมวัย มาตรฐานการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา หลักสูตร สถานศึกษาปฐมวัย นโยบายจุดเน้นของหน่วยงานต้นสังกัด อัต ลักษณ์ที่สถานศึกษาต้องการและจัดทำมาตรฐานสถานศึกษา2. จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา แผนปฏิบัติ การประจำปี ที่แสดงแผนงาน โครงการ กิจกรรม วิธีการ งบประมาณ และผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ จัดทำระบบสารสนเทศ ที่ครอบคลุมภารกิจด้านการบริหาร วิชาการ การบริหารงบประมาน การบริหารงานบุคคล และการ บริหารงานทั่วไป 3. ดำเนินการตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี 4. แต่งตั้งคณะกรรมการในการปฏิบัติงานตามโครงการ /กิจกรรม ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบความก้าวหน้าของปฏิบัติงานตาม แผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา 5. ประเมินผลการดำเนินงานของสถานศึกษาตามมาตรฐาน การศึกษาของสถานศึกษา และจัดทำรายงานผลการประเมิน ตนเองประจำปี นำผลการประเมินไปปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพ สถานศึกษา โดยผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและ จัดส่งรายงานผลการประเมินตนเอง ให้หน่วยงานต้นสังกัด โรงเรียนระบบบริหารคุณภาพ ระบบประกัน ภายในที่มีประสิทธิภาพที่เกิดจากการมีส่วนร่วม จากบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างหลากหลายที่เหมาะสม และต่อเนื่องมีการประเมินชี้แนะระหว่าง การ ปฏิบัติงาน ส่งผลให้เกิดความร่วมมือจากผู้ที่ เกี่ยวข้องเป็นแบบอย่างที่ดีได้รับการยอมรับจาก ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1. มีมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาที่ สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาปฐมวัยและอัต ลักษณ์ที่สถานศึกษากำหนด 2. มีแผนพัฒนาการศึกษาที่สอดรับกับมาตรฐาน ที่สถานศึกษากำหนดและดำเนินการตามแผน 3. มีการประเมินผลและการตรวจสอบคุณภาพ ภายในสถานศึกษา ติดตามผลการดำเนินงาน และจัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง ประจำปี 4. นำผลการประเมินไปปรับปรุงและพัฒนา คุณภาพสถานศึกษา โดยผู้ปกครองและ ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและจัดส่งรายงาน ผลการประเมินตนเองต่อ สพป.นครสวรรค์ เขต 1 5. โรงเรียนได้รับการยอมรับเกี่ยวกับระบบการ บริหารงานระดับปฐมวัย ทำให้โรงเรียนต่างๆและ ขอเข้าเยี่ยมชมศึกษาดูงานการจัดการเรียนการสอน และการบริหารจัดการด้านการศึกษาปฐมวัย เอกสารอ้างอิง/ข้อมูลเชิงประจักษ์ - แผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาและแผน ปฏิบัติการประจำปีของสถานศึกษาระดับการศึกษา ปฐมวัย -คำสั่งแต่งตั้งผู้รับผิดชอบ ในการติดตามตรวจสอบและ ประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา -หลักฐานที่เกี่ยวข้องในการติดตามตรวจสอบและ ประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา -เอกสารสรุปผล การติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา -คำสั่งมอบหมายงานตามแผนงาน/ งาน/โครงการ/กิจกรรมที่กำหนดไว้ -รายงานประจำปี - หลักฐานการเผยแพร่-เอกสารรายงานการ นิเทศติดตามผลการดำเนินงาน -หนังสือเชิญบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ -รายงานการประชุมกับชุมชนหรือหน่วยงานภายนอก-รายงานสรุปผล การประเมินโครงการ -ภาพถ่ายกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกียรติบัตร โล่รางวัล -เอกสารการเผยแพร่ความรู้ เช่นสารอนุบาล แผ่นพับ -ป้ายนิเทศการจัด กิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ แนวทางการพัฒนาต่อไป ยกระดับการนิเทศ กำกับติดตามประสิทธิผลของงาน งานประกันคุณภาพภายในให้มี ความเข้มแข็ง ต่อเนื่องและยั่งยืน


30 มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ 3.1. จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการ ทุกด้านอย่างสมดุลเต็มศักยภาพ ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ดีเลิศ ค่าเป้าหมาย มาตรฐานสถานศึกษา กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนินการ 1. ครูทุกคนจัดประสบการณ์ที่ ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้าน อย่างสมดุลเต็มศักยภาพ 1.จัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ผ่านการจัดกิจกรรม หลักประจำวัน 6 กิจกรรมตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 2.โครงการและกิจกรรมรองรับเพื่อพัฒนาเด็กอย่างต่อเนื่อง ตลอดปีการศึกษา 3.จัดกิจกรรมวิเคราะห์ข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคล โดยครูปฐมวัย ได้รวบรวมข้อมูลเด็กรายบุคคล จากประวัติส่วนตัวประวัติ สุขภาพและข้อมูลพัฒนาการ แบบเยี่ยมบ้าน แฟ้มสะสม ผลงาน นำมาวิเคราะห์ข้อมูลเด็กรายบุคคล 4.กิจกรรมพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนมีหลักสูตร สถานศึกษาปฐมวัยที่สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2560 ครูทำการวิเคราะห์มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 5.จัดทำแผนการจัดประสบการณ์ นำประสบการณ์สำคัญมา กำหนดออกแบบกิจกรรมจัดประสบการณ์ส่งเสริมพัฒนาการ ด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาครบทุกด้าน 6.โรงเรียนมีกิจกรรมบริหารจัดการชั้นเรียน เกี่ยวข้องกับการ จัดทำแผนประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย มีระบบการส่ง แผนการจัดประสบการณ์ให้ผู้บริหารตรวจลงนามให้ ข้อเสนอแนะก่อนนำแผนการจัดประสบการณ์ไปใช้กับเด็ก ปฐมวัย 7.ครูจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา อย่างสมดุล เต็มศักยภาพ โดยความร่วมมือของพ่อแม่ และครอบครัว ชุมชน และ ผู้เกี่ยวข้องและเป็นแบบอย่าง ที่ดี 1.ครูทุกคนจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้ เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ ด้านสังคมและสติปัญญา ทุกด้านอย่าง สมดุลเต็มศักยภาพ โดยความร่วมมือของ พ่อแม่และครอบครัว ชุมชน คณะกรรมการสถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้อง สามารถเป็นแบบอย่างที่ดี (1) ครูทุกคนมีการวิเคราะห์ข้อมูลเด็กเป็น รายบุคคลบันทึกพัฒนาการและรายงานผล พัฒนาการ (2) ครูทุกคนร่วมกำหนดหน่วยการจัด ประสบการณ์ ที่ส่งเสริมพัฒนาการทั้ง4 ด้าน ตามหลักสูตรสถานศึกษาระดับ ปฐมวัย (3)ครูทุกคนจัดทำแผนการจัด ประสบการณ์ ที่ส่งเสริมพัฒนาการทั้ง4 ด้าน ตามหลักสูตรสถานศึกษาระดับ ปฐมวัย (4) ครูทุกคนจัดทำรายงานผลการจัดการ เรียนรู้แบบโครงงานและการจัดการเรียนรู้ แบบโครงการ ครู (5)ครูทุกคนพัฒนางานวิจัยในชั้นเรียน เอกสารอ้างอิง/ข้อมูลเชิงประจักษ์ - หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย - การวิเคราะห์หลักสูตร -แผนการจัดประสบการณ์–แฟ้มข้อมูลเด็กเป็น รายบุคคล -สื่อ/แหล่งเรียนรู้ -เครื่องมือประเมินพัฒนาการ -ชิ้นงาน/ผลงานเด็ก -บันทึกการสอนของครู -รายงานผลการพัฒนาเด็ก – ทะเบียนการใช้แหล่งเรียนรู้พื้นที่การจัดประสบการณ์ -แบบสำรวจ/แบบประเมินสื่อนวัตกรรมเทคโนโลยี -การ วิเคราะห์ผลงาน เด็กทั้งรายบุคคลและกลุ่ม -สรุปผลและรายงานการทบทวนปรับปรุงและพัฒนา รายงานสรุปผลการประเมินโครงการหรือ รายงานผลการปฏิบัติงาน -ภาพกิจกรรม แนวทางทางการพัฒนาต่อไป ส่งเสริมการจัดทำแผนแบบบูรณาการกับโครงการ กิจกรรม การเป็นโรงเรียนต้นแบบและจุดเน้นของ สถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม


31 มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ 3.2 สร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติอย่างมีความสุข ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ดีเลิศ ค่าเป้าหมาย มาตรฐานสถานศึกษา กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนินการ 2. ครูทุกคนสร้างโอกาสให้ เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติอย่างมี ความสุข โรงเรียนได้ส่งเสริมให้สร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติกิจกรรม เรียนรู้ลงมือทำและสร้างองค์ความรู้ด้วย ตนเองอย่างมีความสุข โดยจัดโครงการ กิจกรรม ดังนี้ 1.โรงเรียนจัดกิจกรรมหนึ่งห้องเรียนหนึ่งโครงการ 2.กิจกรรมศึกษาแหล่งเรียนรู้นอกสถานที่ เป็นกิจกรรมที่ ตอบสนองรูปแบบการจัดประสบการณ์ยึดเด็กเป็นสำคัญ ครู ปฐมวัยสอบถามประสบการณ์เดิมของเด็กก่อนเรียนเพื่อเป็น ข้อมูลพื้นฐานสิ่งที่เด็กรู้แล้ว นำมาเชื่อมโยงในการจัด ประสบการณ์ทุกครั้ง 3.ครูจัดประสบการณ์โดยให้เด็กมีโอกาสเลือก ทำกิจกรรมอย่าง อิสระ ตอบสนองการเรียนรู้ของเด็ก จากแหล่งเรียนรู้หลากหลาย ทั้งแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนและนอกโรงเรียน 4.จัดประสบการณ์แบบโครงการ(Project Approach) การทดลองบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยและโครงงานเกี่ยวกับการ ทดลอง ทำให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงจากการเรียนรู้ เล่น ปฏิบัติกิจกรรม เรียนรู้ลงมือทำและสร้างความรู้อย่างมีความสุข ครูทุกคน จัดประสบการณ์สร้างโอกาสให้ เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่น และ ปฏิบัติอย่างมีความสุข 1. ครูทุกคนจัดประสบการณ์เดิมเชื่อมโยง ประสบการณ์เดิม 2.ครูทุกคนให้โอกาสทำกิจกรรมอิสระ ตามความต้องการ ความสนใจ ความสามารถ 3.ครูทุกคนอบสนองการเรียนรู้เด็กเป็น รายบุคคลหลากหลายรูปแบบ 4.มีแหล่งเรียนรู้หลากหลาย 5.นักเรียนได้เลือกเล่น เรียนรู้ลงมือ กระทำ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง เอกสารอ้างอิง/ข้อมูลเชิงประจักษ์ -แผนการจัดประสบการณ์–แฟ้มข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคล -สื่อ/แหล่งเรียนรู้ -เครื่องมือประเมิน พัฒนาการ -ชิ้นงาน/ผลงานเด็ก -บันทึกการสอนของครู -รายงานผลการพัฒนาเด็ก - สนามเด็กเล่นเครื่องเล่น -ฐานข้อมูลแหล่งเรียนรู้ – ทะเบียนการใช้แหล่งเรียนรู้-พื้นที่การจัดประสบการณ์ -การวิเคราะห์ผลงาน เด็กทั้งรายบุคคลและกลุ่ม -สรุปผลและรายงานการ ทบทวนปรับปรุงและพัฒนา -รายงานการประชุมกับชุมชนหรือหน่วยงานภายนอก-รายงานสรุปผลการประเมินโครงการหรือรายงานผล การปฏิบัติงาน -ภาพถ่ายกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แนวทางทางการพัฒนาต่อไป ครูทุกคนจัดประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิมให้เด็กมีโอกาสเลือกทำกิจกรรมอย่างอิสระ ตาม ความต้องการ ความสนใจ ความสามารถ ตอบสนองต่อวิธีการเรียนรู้ของเด็กเป็นรายบุคคลหลากหลายรูปแบบจาก แหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย เด็กได้เลือกเล่น เรียนรู้ ลงมือกระทำ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองและเด็กสามารถ สร้างสรรค์มีผลงานที่โดดเด่นเพื่อเข้าสู่โรงเรียนมาตรฐานสากล


32 มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ 3.3 จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ดีเลิศ ค่าเป้าหมาย มาตรฐานสถานศึกษา กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนินการ 3. ครูทุกคนจัดบรรยากาศที่เอื้อต่อ การเรียนรู้ ใช้สื่อและเทคโนโลยีที่ เหมาะสมกับวัย 1.จัดโครงการพัฒนาสิ่งแวดล้อมสำหรับเด็ก ปฐมวัยรองรับมีระบบดูแลพัฒนาสิ่งแวดล้อม นอกห้องเรียน ตรวจสอบ บำรุงรักษา อย่างมี ประสิทธิภาพและปรับปรุงให้มีคุณภาพอย่าง ต่อเนื่อง 2.ครูจัดห้องเรียนสะอาด ปลอดภัย มีพื้นที่ แสดงผลงานเด็ก พื้นที่มุมประสบการณ์ พื้นที่ การจัดกิจกรรม ป้ายนิเทศ สวนหย่อม สนาม หญ้า ต้นไม้ร่มรื่น สนามเด็กเล่นเพียงพอ 3.จัดโครงการพัฒนาศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบ เป็นห้องจัดกิจกรรมศูนย์การเรียน มีของเล่น และสื่อหลากหลาย สื่อเทคโนโลยีกระดาน อัจฉริยะ และมีสื่อทั่วไปสำหรับบริการให้ยืม ครู ใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับอายุ 4.จัดโครงการเด็กน้อยวัยใสก้าวไกลสู่ประชาคม โลก โดยให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการใช้สื่อ เช่น การนำเสนองานโดยใช้สถานีโทรทัศน์โรงเรียนช่อง ACTV 1.ครูทุกคนจัดบรรยากาศและ สภาพแวดล้อมในห้องเรียนที่เอื้อต่อการ เรียนรู้ โดยเด็กมีส่วนร่วม ใช้สื่อและ เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย 2.นักเรียนใช้สื่อการเรียนรู้ในห้องเรียน ห้องศูนย์ปฐมวัยต้นแบบ ห้องคอมพิวเตอร์ 3.การเผยแพร่นำเสนอความรู้ เช่น การใช้ สื่อผ่านสถานีโทรทัศน์โรงเรียนช่องACTV ในการรับข้อมูลข่าวสาร และนำเสนอ ความสามารถในเชิงสร้างสรรค์ให้ผู้อื่น รับทราบ เอกสารอ้างอิง/ข้อมูลเชิงประจักษ์ –แฟ้มข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคล -สื่อ/แหล่งเรียนรู้ -ชิ้นงาน/ผลงานเด็ก -บันทึกการสอน -รายงานผลการพัฒนาเด็ก - สนามเด็กเล่นเครื่องเล่น แบบประเมินสื่อนวัตกรรมเทคโนโลยี -การวิเคราะห์ผลงาน -รายงาน สรุปผลการประเมินโครงการหรือรายงานผลการปฏิบัติงาน -ภาพกิจกรรม สภาพจริงบรรยากาศในห้องเรียน แนวทางทางการพัฒนาต่อไป ครูจัดห้องเรียนให้พื้นที่สำหรับมุมประสบการณ์และการจัดกิจกรรม เด็กมีส่วนร่วม ในการจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียน เช่น การดูแลต้นไม้ ครูทุกคนควรใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับ ช่วงอายุ ระยะความสนใจ และวิถีการเรียนรู้ของเด็ก


33 มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ 3.4 ประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงและนำผลการประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรุงการจัด ประสบการณ์และพัฒนาเด็ก ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ดีเลิศ ค่าเป้าหมาย มาตรฐานสถานศึกษา กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนินการ 4. ครูทุกคนประเมิน พัฒนาการเด็กตามสภาพจริง โดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วน ร่วมในการประเมินผลและนำ ผลการประเมินพัฒนาการ เด็กไปปรับปรุงการจัด ประสบการณ์และพัฒนาเด็ก ครูมีความรู้ความสมารถประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงและนำผล การประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรุงการจัดประสบการณ์และพัฒนา เด็ก ดังนี้ 1.จัดโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาปฐมวัย กิจกรรมบริหารจัดการ ชั้นเรียน เกี่ยวข้องกับการประเมินพัฒนาการครูประเมินพัฒนาการเด็ก ด้วยเครื่องมือวิธีการที่หลากหลาย และจากแหล่งข้อมูลที่มาจาก ผู้เกี่ยวข้องพ่อแม่ ครอบครัว เพื่อนำผลมาปรับปรุงวิธีการจัด ประสบการณ์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 2.จัดโครงการสานสัมพันธ์บ้านและโรงเรียน เพื่อรองรับในการพัฒนา เด็กจากผู้มีส่วนร่วมและเกี่ยวข้อง 3.กิจกรรมประชุมปฐมนิเทศผู้ปกครองนักเรียน จัดขึ้นเพื่อชี้แจงแนว ทางการพัฒนาเด็กไปในทิศทางเดียวกันในต้นปีการศึกษา และกิจกรรม ปัจฉิมนิเทศผู้ปกครองนักเรียน จัดในปลายปีการศึกษาเป็นการรายงาน พฤติกรรม/กำหนดแนวทางการพัฒนาเด็ก และสร้างความร่วมมือกับ ผู้ปกครอง การใช้บทบาทของแต่ละฝ่ายในการส่งเสริมสนับสนุนหรือ พัฒนาปรับปรุงพฤติกรรมเด็กร่วมกัน 4. จัดกิจกรรมสุขสันต์ขึ้นชั้นใหม่ เมื่อเด็กจบชั้นอ. 3 เป็นการสร้าง ความภูมิใจตนเอง ความสำเร็จจากชั้นอนุบาลไปสู่ชั้นประถม จัดให้มี การแสดงนิทรรศการผลงานเด็กทุกห้องเรียน การอำลาครูเก่าและ แนะนำครูชั้นใหม่ ครูอนุบาลได้ประสานส่งมอบเด็กให้ครูป.1 เป็นการ สร้างรอยเชื่อมต่อระหว่างอนุบาลและป.1 ครู2 ช่วงชั้นร่วมประชุมส่ง ต่อข้อมูลนักเรียนร่วมกันเพื่อการเชื่อต่อสู่การเรียนระดับประถมศึกษาได้ อย่างมั่นคงของนักเรียนอนุบาล 3 1. ครูทุกคน ประเมินพัฒนาการเด็กตาม สภาพจริงด้วยวิธีที่หลากหลาย โดยพ่อแม่ ผู้ปกครองและครอบครัว มีส่วนร่วมและนำ ผลการประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรุง การจัดประสบการณ์และพัฒนาเด็ก 2.ครูทุกคนประเมิน และพัฒนา สู่งานวิจัยใน ชั้นเรียน เอกสารอ้างอิง/ข้อมูลเชิงประจักษ์ -แผนการจัดประสบการณ์–แฟ้มข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคล -สื่อ/แหล่งเรียนรู้ -เครื่องมือประเมินพัฒนาการ - ชิ้นงาน/ผลงานเด็ก -รายงานผลการพัฒนาเด็ก -การวิเคราะห์ผลงาน เด็กทั้งรายบุคคล และกลุ่ม -รายงานสรุปผลการประเมินโครงการหรือรายงานผลการปฏิบัติงาน -ภาพกิจกรรม แบบบันทึกการประชุมผู้ปกครอง แบบประเมินความ พึงพอใจ แนวทางทางการพัฒนาต่อไป ครูทุกคนประเมินพัฒนาการเด็กจากกิจกรรมและกิจวัตรประจำวันด้วยเครื่องมือและวิธีการที่หลากหลาย ไม่ใช้แบบทดสอบ วิเคราะห์ผลการประเมินพัฒนาการเด็กโดยผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม และนำผลการ ประเมินที่ได้ไปพัฒนาคุณภาพเด็กและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดประสบการณ์ที่มีประสิทธิภาพ


34 มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ (ต่อ) 3.5 ประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงและนำผลการประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรุงการจัด ประสบการณ์และพัฒนาเด็ก ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ดีเลิศ ค่าเป้าหมาย มาตรฐานสถานศึกษา กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนินการ 5. ครูทุกคนเข้าร่วมโครงการพัฒนาตนเองตาม สมัครใจหรือตามหน่วยงานต้นสังกัดจัด 6. ครูทุกคนสอดแทรกการจัดประสบการณ์ บูรณาการการสอนตามแนวทางสะเต็มศึกษา (STEM) หรือกระบวนการ Active Leaning หรือการสอนแบบโครงการ(Project Approach) หรือโครงงาน หรือการใช้กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์(Project- based learning)และ ภาษาธรรมชาติ(whole language) 7. ครูทุกคนสอดแทรกการสอนคุณธรรม จริยธรรมใน 6 กิจกรรมหลักและกิจวัตร ประจำวัน 8. ครูทุกคน มีความสามารถด้าน ICT และ ภาษาอังกฤษ นำมาใช้ในการสอนเหมาะสมกับ ระดับชั้นเรียน 1.สำรวจความต้องการการพัฒนาของครู 2.รับความรู้เรื่องที่ต้องการพัฒนา เช่น การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตาม แนวคิดไฮสโคป วิทยาการคำนวณ สะ เต็มศึกษา กระบวนการ Active Leaning การสอนแบบโครงการ (Project Approach) การใช้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์โครงงาน วิทยาศาสตร์(Project- based learning)และภาษาธรรมชาติ (whole language) 3. ครูเขียนแผนการจัดประสบการณ์ แบบบูรณาการและนำไปใช้จริง 4.ครูสอนโดยสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมใน 6 กิจกรรมหลักและกิจวัตร ประจำวัน 5.ครูสอดแทรกการสอนทักษะการ สื่อสารภาษาอังกฤษที่ใช้ใน ชีวิตประจำวัน 6.มีการจัดทำคลิปวีดีโอ การสอน ส่งให้ เด็กปฐมวัย และมีการสอนแบบ OnLine กับนักเรียนตามตารางการจัด ประสบการณ์ ในสถานการณ์ช่วง โควิด - 19 1.ครูทุกคนเข้าร่วมโครงการพัฒนาตนเอง ตามสมัครใจตามที่หน่วยงานต้นสังกัดจัด และเข้ารับการอบรมและอบรมออนไลน์ ตามที่สถาบันคุรุพัฒนารับรอง 2.ครูทุกคนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ตามแนวคิดไฮสโคป สอดแทรกบูรณาการ การสอนตามแนวทางสะเต็มศึกษา (STEM) หรือกระบวนการ Active Leaning จัดการสอนแบบโครงการ(Project Approach) หรือโครงงาน หรือการใช้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์(Projectbased learning)และภาษาธรรมชาติ 3.ครูทุกคนสอดแทรกการสอนคุณธรรม จริยธรรมใน 6 กิจกรรมหลักและกิจวัตร ประจำวัน 4.ครูทุกคน มีความสามารถด้าน ICT และ ภาษาอังกฤษ นำมาใช้ในการสอนเหมาะสม กับระดับชั้นเรียน เอกสารอ้างอิง/ข้อมูลเชิงประจักษ์ -แผนการจัดประสบการณ์-เครื่องมือประเมินพัฒนาการ -ชิ้นงาน/ผลงานเด็ก สื่อการเรียนรู้ การสื่อสารภาษาอังกฤษ โครงการ/กิจกรรม รายงานโครงการ/กิจกรรม ภาพกิจกรรม แนวทางทางการพัฒนาต่อไป ครูทุกคนต้องสอดแทรกการใช้ภาษาอังกฤษในการจัดการเรียนในชีวิตประจำวันเพื่อเป็นพื้นฐานของ โรงเรียนมาตรฐานสากล


35 ผลการประเมินตนเองในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน : ประถมศึกษา ผลการตรวจสอบ ทบทวนคุณภาพประเมินตนเองตามมาตรฐานการศึกษา ระดับประถมศึกษา ที่ มาตรฐานสถานศึกษาระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษา ระดับคุณภาพประกันภายใน (ยอดเยี่ยม,ดีเลิศ,ดี,ปานกลาง,กำลังพัฒนา) 1 คุณภาพของผู้เรียน ดีเลิศ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ยอดเยี่ยม 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียน เป็นสำคัญ ดีเลิศ ผลการดำเนินการ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน 1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน 1) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ดีเลิศ ค่าเป้าหมายมาตรฐาน กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนินการ 1.นักเรียนมีทักษะในการอ่าน การเขียน การสื่อสารภาษาไทย ระดับดี ร้อยละ 78 2.นักเรียนมีทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษใน ชีวิตประจำวันระดับดี ร้อยละ 75 สื่อสารภาษาจีนระดับดี ร้อยละ 80 3.นักเรียนมีทักษะการคิดคำนวณ ระดับดี ค่าเฉลี่ยร้อยละ 70 (ค่าเป้าหมายรวมร้อยละ 75) 1.จัดทำหลักสูตรที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่สอดแทรกความ เป็นท้องถิ่น อาเซียน มาตรฐานสากล และ จุดเน้นตามยุทธศาสตร์การศึกษาระดับชาติ 2.พัฒนาครูทุกคนด้านวิชาการและด้านคุณธรรม ให้มีความสามารถในการนำเทคนิควิธีสอนด้วย กระบวนการ PLC ตามสายชั้น ตามกลุ่มสาระ การเรียนรู้ และตามกลุ่มสมัครใจ ร่วมกันเพื่อ พัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้เป็นไปตามมาตรฐาน และตัวชี้วัดของหลักสูตร 3.จัดทำโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน เพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการและ ศักยภาพนักเรียนสู่มาตรฐานสากล 4.พัฒนานักเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่าน การเขียน และการคิดคำนวณอย่างหลายหลาย 1.นักเรียนมีทักษะในการอ่าน การเขียน การสื่อสารภาษาไทย ระดับดี ร้อยละ 83.79 2.นักเรียนมีทักษะการสื่อสาร ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันระดับดี ร้อยละ 87.36 สื่อสารภาษาจีนระดับดี ร้อยละ 85.87 3.นักเรียนมีทักษะการคิดคำนวณ ระดับดี ร้อยละ 86.62 สรุปผลการดำเนินการเฉลี่ยร้อยละ 84.05 (สูงกว่าเป้าหมาย) เอกสารอ้างอิง/ข้อมูลเชิงประจักษ์ : ข้อมูลจาก -ปพ.5 การประเมินสมรรถนะนักเรียน -การทดสอบการอ่านเขียนของ สพป.นว.1 -ผลงานนักเรียน -การประเมินทักษะการอ่านเขียน รายห้องเรียน รายชั้นเรียนและสรุปผลการประเมินนักเรียนของโรงเรียนอนุบาล นครสวรรค์ -รายงานโครง การกิจกรรม แบบฝึกทักษะการอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ -ภาพกิจกรรม แนวทางการพัฒนา 1.จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการสร้างนิสัยรักการอ่านอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย 2.ส่งเสริมด้านการอ่าน การเขียน ในแต่ละสายชั้นครูผู้สอนร่วมกันจัดทำสื่อ นวัตกรรมการอ่าน และการเขียนในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างต่อเนื่องสถานศึกษา


36 3.จัดแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกที่ส่งเสริมสนับสนุนให้เป็นแหล่งสืบค้น อาทิ เช่น ห้องสมุด E–Library สื่อเทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอน ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูผู้สอนนำนักเรียนแต่ละสาย ชั้นนำนักเรียนศึกษาแหล่งเรียนรู้ทั้งในและนอกสถานที่ 4.จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะการคิดขั้นสูงให้กับนักเรียนอย่างต่อเนื่องและเพิ่มจำนวนนักเรียนที่มีความ ในการเข้าแข่งขันในระดับนานาชาติมากขึ้น


37 มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน 1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน 2) มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และ แก้ปัญหา ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ดีเลิศ ค่าเป้าหมายมาตรฐาน กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนินการ 4. นักเรียนร้อยละ 75 มีความสามารถใน การแยกแยะ เรื่องราวต่าง ๆนำเรื่องราวที่ รับทราบมาอธิบายให้เข้าใจได้ แสดงความ คิดเห็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสรุปบทเรียน ได้กระชับ ชัดเจน 5. นักเรียนร้อยละ 75 มีผลงานที่แสดงถึง ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิด สังเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณและ แก้ปัญหาได้ และรายงานผลการศึกษา ค้นคว้าด้วยตนเอง (IS) เช่น แผนภาพการคิด โครงงาน บทความ วีดีทัศน์ (ค่าเป้าหมายรวมร้อยละ 75) 1.จัดทำโครงการการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้ครูสามารถออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมพัฒนา ศักยภาพของผู้เรียน ในลักษณะ Active Learning ใน รูปแบบต่าง ๆ ของแต่กลุ่มสาระการเรียนรู้และในแต่ละ ระดับชั้น ที่มีรูปแบบและวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้น ให้ผู้เรียนเป็นผู้มีบทบาทในการเรียนรู้ด้วยตนเองและ สามารถสร้างองค์ความรู้ใหม่ โดยครูเป็นผู้ชี้แนะชี้นำอาทิ เช่น การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning)การเรียนรู้เชิงประสบการ (Experiential Learning) การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (ProblemBased Learning) การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) การเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning)การเรียนรู้จากการสืบค้น (Inquiry-Based Learning) การเรียนรู้แบบ IS (Independent Study) และ การรู้แบบ BBL (Bearn-Based Learning) 2.เปิดรายวิชาเพิ่มเติมคอมพิวเตอร์ทุกระดับชั้นเพื่อ พัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างมี ประสิทธิภาพเหมาะสมกับวัย รายวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาจีน เพื่อการสื่อสาร กิจกรรมเสริมทักษะการ เรียนรู้วิทย์-คณิต กิจกรรมการศึกษาค้นคว้าด้วย ตนเอง (IS) ในด้านการพัฒนาผลสัมฤทธิ์และผลการ ทดสอบระดับชาติ โรงเรียนมีกิจกรรมค่ายวิชาการใน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 -6 เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ให้สูงขึ้นและเพื่อเตรียมพร้อม นักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 นักเรียนความสามารถในการคิด วิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ใช้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และแก้ปัญหาได้ ดังผลการ ประเมิน 1. นักเรียนร้อยละ 84.48 มีความสามารถในการแยกแยะ เรื่องราวต่าง ๆนำเรื่องราวที่รับทราบ มาอธิบายให้เข้าใจได้ แสดงความ คิดเห็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสรุป บทเรียนได้กระชับ ชัดเจน 2. นักเรียนร้อยละ 77.06 มีผลงานที่ แสดงถึงความสามารถในการคิด วิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดอย่างมี วิจารณญาณและแก้ปัญหาได้ และ รายงานผลการศึกษาค้นคว้าด้วย ตนเอง (IS) เช่น แผนภาพการคิด โครงงาน บทความ วีดีทัศน์ (สูงกว่าเป้าหมาย) เอกสารอ้างอิง/ข้อมูลเชิงประจักษ์ : -แบบสรุปข้อมูลการประเมินการคิดวิเคราะห์ (ปพ.5 สมรรถนะหลักสูตร รายห้องเรียน) -แบบสรุปโครงการ/กิจกรรม -ผลงานนักเรียนที่เกี่ยวกับการคิดวิเคราะห์ โครงงาน ผังความคิด แผนภาพการคิด บันทึกการอ่าน


38 แนวทางการพัฒนา ครูทุกคนจัดการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ขั้นสูงให้กับนักเรียนและบูรณาการตัวชี้วัดโรงเรียน มาตรฐานสากลอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน ในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีรายวิชาเพิ่มเติม IS เพื่อให้นักเรียนได้ สืบค้นข้อมูลต่างๆ ด้วยตนเอง


39 มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน 1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน 3) มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ดีเลิศ ค่าเป้าหมายมาตรฐาน กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนินการ 6.นักเรียนชั้น ป 4 – 6 ร้อยละ 70 สามารถสร้าง นวัตกรรม (โครงงาน, สิ่งประดิษฐ์ เป็นกลุ่มหรือ บุคคล) ตลอดจนนำเสนอ เผยแพร่ (ค่าเป้าหมายรวมร้อยละ 70) 1.เปิดภาคเรียนที่ 1 คัดกรอง/วัดแวว นักเรียนด้านวิชาการ 2.สำรวจนักเรียนที่ต้องการพัฒนา ความสามารถพิเศษ 3.จัดกลุ่มนักเรียนชุมนุมสนใจพัฒนา ความสามารถตนเองชั่วโมงชุมนุม ชั่วโมง หลังเลิกเรียนระบบดูนักเรียนหลังเลิกเรียน 4.พัฒนานักเรียนในชั่วโมงเรียน ชั่วโมงสนใจยามว่าง ชั่วโมงชุมนุม 5.จัดกิจกรรมการเรียนรู้การสร้างนวัตกรรม กับการเรียนการสอนปกติ 6.ส่งนักเรียนเข้าแข่งกิจกรรมตามความ ถนัดและความวาสมารถพิเศษ 7.ส่งนักเรียนร่วมกิจกรรมการนำเสนองาน เผยแพร่งานผลงาน เช่น งานเวทีศักยภาพโรงเรียนมาตรฐานสากล (World – Class Standard School Symposium) นักเรียนมีผลงานเผยแพร่ ทั้งระดับ ภาค และระดับประเทศ ได้แก่ (1) การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (2) โครงงานวิทยาศาสตร์ (3) กิจกรรมนักบินน้อย (4) การแข่งขันยอดปัญญาอนุบาล ภาคเหนือ (สูงกว่าเป้าหมาย) เอกสารอ้างอิง/ข้อมูลเชิงประจักษ์ : -นวัตกรรม โครงงานสิ่งประดิษฐ์ งานกลุ่มหรือบุคคล -เอกสารการเผยแพร่ -ภาพกิจกรรม แนวทางการพัฒนา ขยายแนวทางการสร้างนวัตกรรมของนักเรียนอย่างคลอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ภายใต้สถานการณ์โควิด ทำให้นักเรียนมีเวทีการแข่งขันที่ไม่หลากหลายเท่าที่ควร


40 มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน 1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน 4) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ดีเลิศ ค่าเป้าหมายตามมาตรฐาน กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนินการ 7. นักเรียนร้อยละ 70 มีความสามารถ ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร (ค่าเป้าหมายรวมร้อยละ70) 1. จัดกลุ่มสนใจและพัฒนานักเรียนที่ มีความสามารถพิเศษสนใจการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2. เปิดรายวิชาเพิ่มเติมคอมพิวเตอร์ 3. บูรณาการจัดการเรียนรู้ใน 8 กลุ่ม สาระการเรียนรู้ 4. ส่งเสริมนักเรียนที่มีความสมารถ พิเศษ นอกเวลาเรียน 5. ส่งนักเรียนเข้าแข่งขันในระดับ ต่าง ๆ นักเรียนร้อยละ 84.84 มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในระบบออนไลน์ เช่น โครงการส่งเสริมความสามารถ ทางด้านวิทยาศาสตร์และคณิศาสตร์ (สส.วท) (สูงกว่าเป้าหมาย) เอกสารอ้างอิง/ข้อมูลเชิงประจักษ์ : -ตัวอย่างผลงานนักเรียนจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ผลงานนักเรียนจากการ ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แนวทางการพัฒนา ส่งเสริมให้นักเรียนทุกกลุ่มเป้าหมายมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่าง ปลอดภัย


41 มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน 1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน 5) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ดีเลิศ ค่าเป้าหมายตามมาตรฐาน กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนินการ 8.นักเรียน ได้ระดับผลการเรียนเกรด เฉลี่ย 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ระดับ 3 ขึ้นไปร้อยละ 75 (ค่าเป้าหมายรวมผลสัมฤทธิ์ 8 กลุ่มสาระ เกรด 3 ร้อยละ 75) 9. นักเรียนมีผลการทดสอบระดับชาติ ชั้น ป.3 (NT) ในแต่ละด้าน และชั้น ป.6 (O-NET) ในแต่ละกลุ่มสาระการ เรียนรู้ สูงกว่าระดับชาติหรือค่าเฉลี่ย ร้อยละ 50 หรือสูงกว่าในปีการศึกษา ที่ผ่านมา (ค่าเป้าหมายรวม O-NET , NT *สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา หรือ *สูงกว่า ระดับชาติ หรือ *ค่าเฉลี่ยร้อยละ 50) 1.จัดทำโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน เพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศ ทางวิชาการและศักยภาพนักเรียนสู่ มาตรฐานสากล 2.จัดทำโครงการการจัดการเรียนรู้ที่เน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้ครูสามารถ ออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริม พัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ในลักษณะ Active Learning ในรูปแบบต่าง ๆ ของ แต่กลุ่มสาระการเรียนรู้และในแต่ละ ระดับชั้น ที่มีรูปแบบและวิธีการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนเป็นผู้ มีบทบาทในการเรียนรู้ด้วยตนเองและ สามารถสร้างองค์ความรู้ใหม่ โดยครูเป็น ผู้ชี้แนะชี้นำอาทิเช่น การเรียนรู้โดยใช้ กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning)การเรียนรู้เชิงประสบการ (Experiential Learning) การเรียนรู้ โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) การเรียนรู้โดยใช้โครงงาน เป็นฐาน (Project-Based Learning) การเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning)การเรียนรู้ จากการสืบค้น (Inquiry-Based Learning) การเรียนรู้แบบ IS (Independent Study) และการรู้แบบ BBL (Bearn-Based Learning) 1.นักเรียน ได้ระดับผลการเรียนเกรด เฉลี่ย 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ระดับ 3 ขึ้นไปร้อยละ 86.90 2. นักเรียนมีผลการทดสอบระดับชาติ ชั้น ป.3 (NT) ในแต่ละด้านและชั้น ป.6 (O-NET) ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ สูงกว่าระดับชาติหรือค่าเฉลี่ยร้อยละ 50 หรือสูงกว่าในปีการศึกษาที่ผ่านมาทุก กลุ่มสาระการเรียนรู้ ผลการ สอบNT ป.3 ปี 2565 คะแนน เฉลี่ย ระดับชั้น ป.3/8 คะแนน เฉลี่ย ระดับ โรงเรียน คะแนน เฉลี่ย ระดับ ประเทศ ภาษา คำนวณ เหตุผล เฉลี่ย รวม ระดับรายวิชา สอบ O-NET ปี 2565 คะแนน เฉลี่ย ระดับชั้น ป.6/8 คะแนน เฉลี่ย ระดับ โรงเรียน คะแนน เฉลี่ย ระดับ ประเทศ ภาษาไทย 76.85 64.80 53.89 คณิตศาสตร์ 67.38 43.09 28.06 วิทยาศาสตร์ 64.17 50.81 39.34 ภาษาอังกฤษ 92.40 51.99 37.62 จากข้อมูล ผล O-NET ของ สทศ. ปี 2565 (สูงกว่าเป้าหมาย) เอกสารอ้างอิง/ข้อมูลเชิงประจักษ์ : -ผลการสอบปลายปีของนักเรียนทุกชั้น –ผลการสอบ O-NET ปี2564 แนวทางการพัฒนา จัดห้องเรียนสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถสอนเสริมในตอนเช้า / พักกลางวัน และวันเสาร


42 มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน 1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน 6) มีความรู้ทักษะพื้นฐานและเจตคติที่ดีต่ออาชีพ ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ดีเลิศ ค่าเป้าหมายตามมาตรฐาน กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนินการ 10.นักเรียนร้อยละ 90 มีความรู้และ ทักษะพื้นฐานงานอาชีพกิจกรรม1 โรงเรียน 1 อาชีพได้เหมาะสมกับวัย 11. นักเรียนได้รับเกียรติบัตรและ เหรียญรางวัล จากการแข่งขัน ศิลปหัตถกรรมและทักษะทางวิชาการ ในระดับชาติและนานาชาติ 12. นักเรียนสอบเข้าเรียนต่อ ม.1 ใน โรงเรียนระดับมัธยมที่มีการแข่งขันสูง ในร้อยละที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่าน มา 1.บูรณาการงานอาชีพในกลุ่มสาระ ต่าง ๆ 2.จัดให้มีชุมนุม ชมรม กลุ่มสนใจ เกี่ยวกับการสร้างานพื้นฐานอาชีพ 3.จัดนิทรรศการแสดงผลงานทาง วิชาการ 4.ส่งนักเรียนเข้าแข่งขันในระดับ ต่าง ๆ ผู้เรียนมีความรู้ทักษะพื้นฐานและ เจตคติที่ดีต่ออาชีพ พร้อมที่จะศึกษาต่อใน ระดับชั้นที่สูงขึ้นและการทำงานและงาน อาชีพ ผลการประเมิน ดังนี้ 1.นักเรียนร้อยละ 87.88 มีความรู้และ ทักษะพื้นฐานงานอาชีพกิจกรรม 1 โรงเรียน 1 อาชีพได้เหมาะสมกับวัย 1 นักเรียนสอบเข้าเรียนต่อ ม.1 ในโรงเรียน ระดับมัธยมที่มีการแข่งขันสูง ได้ครบทุกคน เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ปีการศึกษา ผลต่าง ค่า 2564 2565 ร้อยละ 30 30 0 0


43 มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน 1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน 1) การมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษากำหนด 2) ความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย 3) การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย 4) สุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคม ผลการประเมินตนเอง ระดับคุณภาพ : ดีเลิศ ค่าเป้าหมายตามมาตรฐาน กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนินการ 13.นักเรียนร้อยละ 80 มีผลการประเมิน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตร และค่านิยมหลัก 12 ประการ ในระดับดี 14. นักเรียนร้อยละ 80 มีผลการประเมิน เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ และค่านิยมของ โรงเรียนในระดับ ดี 15.นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมกิจกรรม บำเพ็ญประโยชน์และกิจกรรมประเพณี ของท้องถิ่น 16.นักเรียนร้อยละ 80 มีจิตอาสา ช่วยงานโรงเรียนและชุมชน คำนึงถึง ผลประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติ 17.นักเรียนร้อยละ 80 มีสุขภาพร่างกาย แข็งแรง และสามารถอยู่ร่วมกับคุณครู และเพื่อน ๆอย่างมีความสุข 18.นักเรียนทุกคนไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพ ติด (ค่าเป้าหมายรวมร้อยละ80) 1.เก็บข้อมูลจาการสังเกตพฤติกรรม แบบสอบถาม นักเรียน ถึงพฤติกรรม นักเรียนโดยครูประจำชั้น 2.พัฒนาลักษณะนิสัยนักเรียน โดย บูรณาการในการจัดการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้บูรณาการใน กิจกรรมประจำวัน เช่น การเคารพธง ชาติ การสวดมนต์ ฯลฯ และจัด โครงการ กิจกรรม 3.ครูทุกคนบูรณาการการสร้าง คุณธรรมกับการสอนรายวิชาตนเอง 4.ประเมินพฤติกรรมโดยครูประจำชั้น ประจำวิชา 5.จัดโครงการ กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมประชาธิปไตยในโรงเรียน โครงการคุณธรรมนำความรู้คู่ไทยเทิด ไท้องค์ราชัน โครงการโรงเรียน สีเขียว โครงการบรรพชาสามเณร เฉลิมพระเกียรติ 1. นักเรียนร้อยละ 97.30 มีผลการ ประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตาม หลักสูตรและค่านิยมหลัก 12 ประการ ใน ระดับ ดีเลิศ 2. นักเรียนร้อยละ 95.67 มีผลการ ประเมิน เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ และ ค่านิยมของโรงเรียนในระดับ ดีเลิศ 3. นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมกิจกรรม บำเพ็ญประโยชน์และกิจกรรมประเพณี ของท้องถิ่น 4. นักเรียนร้อยละ 100 มีจิตอาสาช่วยงาน โรงเรียนและชุมชน คำนึงถึงผลประโยชน์ ของส่วนรวมและของชาติ 5. นักเรียนร้อยละ 95.57 มีสุขภาพ ร่างกายแข็งแรง และสามารถอยู่ร่วมกับ คุณครูและเพื่อน ๆอย่างมีความสุขร้อยละ 92.25 6. นักเรียนทุกคนไม่เกี่ยวข้องกับ ยาเสพติด 7. นักเรียนมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีสูง กว่าเป้าหมายและเป็นแบบอย่างได้ (สูงกว่าเป้าหมาย) เอกสารอ้างอิง/ข้อมูลเชิงประจักษ์: -ผลการประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตร (สรุปข้อมูลจาก ปพ.5 และการประเมินการ ปฏิบัติจริง) - ผลการประเมิน เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ และค่านิยมของโรงเรียน -สรุปโครงการ กิจกรรม ปี 2564 เช่น 1. โครงการพัฒนา คุณภาพนักเรียนและกระบวนการจัดการเรียนรู้โครงการพัฒนาระบบบริหารและการจัดการของโครงการสองภาษา โครงการพัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษา และ โครงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ฯลฯ แนวทางการพัฒนา พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนเน้นการรักษาสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น


Click to View FlipBook Version