The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือนักเรียน ผู้ปกครองและครู โรงเรียนปรางค์กู่ ปีการศึกษา 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nithikorntiengtad, 2021-06-08 12:24:04

คู่มือนักเรียน ผู้ปกครองและครู โรงเรียนปรางค์กู่

คู่มือนักเรียน ผู้ปกครองและครู โรงเรียนปรางค์กู่ ปีการศึกษา 2564

1

คำนำ

ค่มู ือนักเรยี น ผ้ปู กครอง และครูโรงเรียนปรางคก์ ู่ ประจำปีการศึกษา 2564 จัดทำขนึ้
โดยรวบรวมข้อมูลระเบียบข้อบังคับที่นักเรียนควรรู้จากฝ่ายบริหารงานทั้ง 4 ฝ่าย เพื่อให้นักเรียนประพฤติ
ปฏิบัติตนตามระเบียบของโรงเรียนได้อย่างถูกต้อง ตลอดจนสร้างความเข้าใจสำหรับผู้ปกครองของนักเรียน
ได้ศึกษาทำความเข้าใจข้อมูลและรายละเอียดระเบียบของโรงเรียน เพื่อประโยชน์แก่ตัวนักเรียนตลอด
ระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนปรางค์กู่ และเป็นแนวปฏิบัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
โรงเรยี นปรางค์กู่ ได้สัง่ สอนพัฒนานักเรียนให้เป็นคนดี คนเกง่ อย่ใู นสังคมได้อย่างมีความสุข ประสบผลสำเร็จ
ในส่งิ ทมี่ งุ่ หวัง และเป็นกำลังสำคญั ในการพัฒนาประเทศชาตสิ ืบไป

โรงเรยี นขอขอบคุณคณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพ้นื ฐานโรงเรยี นปรางค์กู่ คณะกรรมการ
สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนปรางค์กู่ คณะผู้บริหาร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียน
ปรางค์กู่ ที่ให้ความร่วมมือในการจัดทำครูมือนักเรียน ผู้ปกครอง และครู ประจำปีการศึกษา 2564 จนสำเร็จ
เป็นสมบูรณ์

โรงเรยี นปรางค์กู่
1 พฤษภาคม 2564

2

สารบญั 4
9
ประวตั ิโรงเรียนปรางค์กู่ 10
วสิ ยั ทัศนข์ องโรงเรยี น 22
ทำเนยี บบคุ ลากรโรงเรยี นปรางค์กู่ 23
กลุม่ บริหารงานนโยบายและแผน
25
- การดำเนนิ งานจ่ายเงนิ ตามโครงการสนบั สนนุ คา่ ใชจ้ า่ ยในการจดั การศกึ ษา 26
ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษา ปกี ารศึกษา 2564 27
- รายการเกบ็ เงนิ ของสถานศึกษา ปกี ารศกึ ษา 2564 28
- แนวปฏิบตั เิ กยี่ วกบั ธนาคารโรงเรียนปรางคก์ ู่ 29
กลมุ่ บริหารงานวชิ าการ
- หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 30
- มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชว้ี ดั กลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ 31
32
และสาระภมู ิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 34
40
(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551
54
- ประกาศโรงเรยี นปรางค์กู่ใช้หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนปรางค์กู่ พุทธศักราช 2564 53
54
- โครงสร้างหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นปรางคก์ ู่ 60
- แผนการเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาตอนตน้ 66
- แผนการเรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
- ระเบียบโรงเรยี นปรางคก์ ู่ ว่าด้วยการวัดและประเมนิ ผลการเรียนตามหลกั สูตรแกนกลาง 68
71
การศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช2551 (ปรบั ปรุง 2564) 73
- แผนการเรยี นประกาศนียบัตรวิชาชพี (ปวช.) 73
- ประกาศโรงเรียนปรางคก์ ู่ เรื่อง ใช้หลกั สตู รประกาศนียบัตรวิชาชพี พุทธศักราช 2562 74
- ประกาศโรงเรยี นปรางคก์ ู่ เรื่อง การกำหนดค่าเปา้ หมายการพัฒนา 74
- หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชพี พุทธศักราช 2562 75
- ตามมาตรฐานการศกึ ษาระดับการศึกษาขัน้ พืน้ ฐานของสถานศกึ ษา 76
84
เพ่อื การประกนั คุณภาพภายในของสถานศึกษา ประจำปี 2564
กลมุ่ บริหารงานทวั่ ไป

- ระเบยี บการใชอ้ าคารสถานที่ของโรงเรียน
- งานโสตทัศนศึกษา
- งานหอ้ งสมดุ
- งานโภชนาการและสวสั ดกิ าร
- งานอนามัยโรงเรียน
- งานประชาสมั พันธ์
- ข้อบังคับของสมาคมผู้ปกครอง – ครูโรงเรยี นปรางค์กู่
- คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพืน้ ฐานโรงเรียนปรางคก์ ู่

ฝ่ายบริหารงานกจิ การนักเรยี น 3
- ระเบียบกระทรวงศึกษาธกิ ารว่าดว้ ยการลงโทษนกั เรยี นและนกั ศึกษา พ.ศ. 2548
- กฎกระทรวงกำหนดความประพฤตขิ องนักเรยี นและนักศึกษา พ.ศ. 2548 85
- ระเบียบโรงเรียนปรางค์กู่วา่ ดว้ ยความประพฤตแิ ละการปฏิบัติตนของนักเรยี น 86
โรงเรียนปรางค์ก่พู ุทธศกั ราช 2564 88
- ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียนพ.ศ. 2563 89
- ระเบียบโรงเรยี นปรางค์กวู่ า่ ดว้ ยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2564
- ประกาศโรงเรียนปรางค์กู่ เร่ือง แนวปฏิบัติการฝากคะแนนความดขี องนกั เรียน 103
105
“ธนาคารความดีตามค่านยิ มหลกั ของคนไทย 12 ประการ “สูโ่ รงเรียนคุณธรรม” 114

ประจำปีการศึกษา 2564 123

ภาพกจิ กรรม

4

ข้อมลู ทว่ั ไปของโรงเรยี นปรางค์กู่

ประวตั ิโรงเรยี นปรางคก์ ู่

โรงเรียนปรางค์กไู่ ดร้ ับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการให้จดั ต้งั ขนึ้ เป็นโรงเรียนสหศึกษา ณ บ้านเลขท่ี
414 หมู่ที่ 1 บ้านพิมาย ตำบลพิมาย อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2510
ในปแี รกใชห้ อประชุมอำเภอปรางค์กู่เปน็ ทดี่ ำเนินการสอน มีนักเรียน 15 คน ในปีการศึกษา 2513 ได้จัดสร้าง
อาคารแบบ 212 เป็นอาคารเรยี นหลังแรกบนเนื้อท่ี 67 ไร่ 1 งาน 60 ตารางวา จดั การเรียนการสอนในระดับ
มัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากนั้นในปีการศึกษา 2524 โรงเรียนปรางค์กู่ ได้ขยายชั้นเรียน
ถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และในปีการศึกษา 2546 เปิดหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปัจจุบัน
ในปีการศึกษา 2564 เปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย และระดับประกาศนียบัตร
วิชาชพี รวมจำนวน 69 ห้อง มีครูและบคุ ลากรทางการศึกษา จำนวน 119 คน นักเรยี น จำนวน 1,976 คน

สัญลกั ษณ์ประจำโรงเรียน

ตราประจำโรงเรยี น

- แฉก 15 แฉก หมายถึง ความเจริญร่งุ เรือง
- รปู คบเพลงิ หมายถึง ความฉลาดปราชเปรอ่ื ง
- รปู ปรางค์ 3 หลงั หมายถึง เป็นแหลง่ ที่มคี วามเจริญทางวฒั นธรรม

สภุ าษติ ประจำโรงเรยี น วปิ ตฺติ นรมจเฺ จติ สกิ ฺขา
การศกึ ษา พาให้ตน พน้ วิบตั ิ

5

พระพุทธรูปประจำโรงเรยี น พระพทุ ธปรางคม์ หาฑฆี ราชานสุ รณ์

สีประจำโรงเรียน ฟ้า-ม่วง ฟ้า : ผมู้ จี ติ ใจสูงส่ง มคี วามคิดกวา้ งไกล
มว่ ง : ผู้มปี ัญญา จิตใจหนักแน่น
คติพจน์ วปิ ตตฺ ิ นรมจฺเจติ สกิ ขา “การศึกษาพาให้คนพน้ วิบัติ”
คำขวญั เรียนดี กฬี าเดน่ เน้นคณุ ธรรม
ปรชั ญา รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ เพ่ือมงุ่ ม่นั พัฒนาการศึกษา และสงั คม
อกั ษรย่อ ป.ก.
อัตลกั ษณ์ คณุ ธรรม นำความรู้ อยอู่ ย่างพอเพียง
เอกลักษณ์ โรงเรียนคุณธรรม
ขนาดโรงเรียน เปน็ โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ

ตน้ ไมป้ ระจำโรงเรยี น ต้นทองกวาว (ตน้ จาน)

6

ที่ตงั้ และผงั การเดินทาง

แผนผงั แสดงอาคารสถานทโี่ รงเรยี นปรางคก์ ู่

7

สถานทีต่ ้งั เลขท่ี 414 หมทู่ ี่ 1 ถนนประชาพฒั นา ตำบลพิมาย อำเภอปรางค์กู่ จงั หวัดศรีสะเกษ 33170
ลกั ษณะทตี่ ้ังของโรงเรียนปรางคก์ ู่

โรงเรียนปรางคก์ ตู่ ัง้ อย่ใู นเขตเทศบาลตำบลปรางคก์ ู่ บ้านพมิ าย ตำบลพิมาย อำเภอปรางค์กู่
จังหวัดศรสี ะเกษ มอี าณาเขตติดตอ่ ดงั นี้

- ทศิ เหนือ ถนนไปโรงพยาบาลปรางค์กู่
- ทศิ ใต้ ที่ว่าการอำเภอปรางค์กู่ และสถานตี ำรวจภูธรอำเภอปรางค์กู่
- ทิศตะวนั ออก ถนนประชาพัฒนา
- ทศิ ตะวนั ตก สหกรณ์การเกษตรสาขาปรางค์กู่
ระยะทางหา่ งจากจังหวดั ศรีสะเกษ 60 กิโลเมตร
การตดิ ต่อสือ่ สาร
โทรศัพท์/โทรสาร 0-4569-7088
เว็บไซต์ prangku.ac.th E-mail: [email protected] Facebook : โรงเรยี นปรางค์กู่ 4G

รายชอื่ ผู้บริหาร โรงเรยี นปรางคก์ ู่

1. นายอำไพ ธานี ตำแหน่ง ครใู หญ่ พ.ศ.2510 - พ.ศ.2511
2. นายชาญณรงค์ อนิ ทรยี ์ ตำแหน่ง ครใู หญ่ พ.ศ.2511 - พ.ศ.2518
3. นายสุข มีกลุ ตำแหนง่ ครใู หญ่ พ.ศ.2518 - พ.ศ.2525
4. นายโสฬส วรรณวงษ์ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการ พ.ศ.2525 - พ.ศ.2531
5. นายสกล ชัยชาญ ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการ พ.ศ.2531 - พ.ศ.2532
6. นางสาวสมพร เทศะบำรงุ ตำแหนง่ ผู้อำนวยการ พ.ศ.2532 - พ.ศ.2534
7. นายเกรยี งศักด์ิ สุมาลี ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการ พ.ศ.2534 - พ.ศ.2540
8. นายสมบูรณ์ ธงสนั เทยี ะ ตำแหนง่ ผู้อำนวยการ พ.ศ.2540 - พ.ศ.2545
9. นายวรรณกจิ อินทรประพงศ์ ตำแหนง่ ผู้อำนวยการ พ.ศ.2545 - พ.ศ.2554
10. นายดำรงค์ ภมุ มา ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการ พ.ศ.2554 - พ.ศ.2555
11. นายพงษ์อนันต์ ธรรมศิริ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการ พ.ศ.2555 - พ.ศ.2559
12. นายยง่ิ ยง นนั ทวณชิ ชากร ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการ พ.ศ.2559 - พ.ศ.2563
13. นายจติ ตนาถ สิงห์โต ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการ พ.ศ.2563 – ปจั จบุ นั

การบริหารงานโรงเรียนปรางคก์ ู่

การแบง่ สายงานการบรหิ ารประกอบดว้ ย 4 ฝา่ ย
1) ฝ่ายบรหิ ารงานนโยบายและแผนงานงบประมาณ
2) ฝ่ายบรหิ ารงานกิจการนักเรยี น
3) ฝา่ ยบรหิ ารงานวิชาการ
4) ฝา่ ยบริหารงานทว่ั ไป

8

9

ทิศทางการพฒั นาการศึกษาโรงเรยี นปรางค์กู่

วสิ ัยทัศน์ (VISION)
โรงเรียนปรางคก์ ู่ คู่คุณธรรม ตามมาตรฐานสากล ดำรงตนตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

อธิบายกรอบวิสยั ทัศน์
คู่คณุ ธรรม : จัดการเรยี นการสอนทเ่ี นน้ พฒั นาคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

คา่ นิยมหลัก 12 ประการ และบรู ณาการโรงเรยี นวิถพี ุทธ โรงเรยี นคุณธรรม จริยธรรม ตน้ แบบภาค
ตะวนั ออกเฉยี งเหนือซ่ึงมีอัตลักษณโ์ รงเรียนคุณธรรม “ซ่ือสตั ย์ รับผดิ ชอบ จิตอาสา”

ตามมาตรฐานสากล : โรงเรียนปรางค์กู่พฒั นาคุณภาพการศกึ ษาตามหลกั การพฒั นาโรงเรียน
มาตรฐานสากล การศึกษาศตวรรษที่ 21 และไทยแลนด์ 4.0 พฒั นาบุคลากรดว้ ยนวัตกรรม จัดการเรียนการ
สอนนกั เรียนห้องเรียนพเิ ศษ บรหิ ารจดั การศกึ ษาอย่างเปน็ ระบบตามวงจรคุณภาพ PDCA และกำกบั ติดตาม
ตรวจสอบ ประเมนิ ผลการดำเนินการกิจกรรม โครงการ พร้อมทงั้ นำผลท่ีได้ไปใชป้ รับปรุงพฒั นาการศึกษา
ตอ่ ไป

ดำรงตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง : โรงเรยี นปรางค์กจู่ ัดการเรยี นการสอนบูรณาการ
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงสู่การปฏบิ ตั ทิ ง้ั ผูบ้ รหิ าร ครู
นักเรยี น พรอ้ มขยายผลส่ชู ุมชน มงุ่ พฒั นาโรงเรียนเปน็ ศนู ย์เศรษฐกจิ พอเพียง

พนั ธกิจ (MISSION)
1. สง่ เสริม ครูและบคุ ลากรทางการศึกษา ผ้เู รยี น ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และการอนุรักษค์ วาม

เปน็ ไทย อย่างต่อเน่อื ง
2. ส่งเสรมิ ครูและบคุ ลากรทางการศึกษาใหส้ ามารถจัดการเรียนรู้มุ่งสู่มาตรฐานสากล ด้วยนวัตกรรมและ

เทคโนโลยี
3. ส่งเสริมการบรหิ ารจดั การตามกระบวนการบริหารโรงเรียนมาตรฐานสากล
4. ส่งเสริมครูและบคุ ลากรทางการศึกษา นักเรยี นชุมชนให้ดำรงตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
5. ส่งเสริมการอนุรกั ษ์ทรัพยากร ส่ิงแวดล้อม และสรา้ งสงั คมแห่งการเรยี นรู้
6. สง่ เสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ
7. บรหิ ารจดั การตามนโยบาย กลยทุ ธ์ จดุ เน้นของหนว่ ยงานตน้ สังกัด

เป้าประสงค์ (GOALS)
1. ผู้เรียนทุกคนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพทั้งด้านคุณธรรม วิชาการตามมาตรฐานสากล

จิตสำนึกในการอนรุ ักษ์ความเป็นไทย อนรุ ักษท์ รัพยากรสิง่ แวดล้อม สามารถดำรงตนอย่างมีความสุขตามหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ

2. ครบู คุ ลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนา ส่งเสรมิ ให้มีมาตรฐานคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานวชิ าชีพ
3. มุ่งม่ันพัฒนาโรงเรยี นปรางค์กู่ส่โู รงเรียนคุณธรรม โรงเรยี นมาตรฐานสากล และสถานศึกษาพอเพยี ง

อัตลกั ษณ์ : คณุ ธรรม นำความรู้ อยู่อย่างพอเพียง
เอกลักษณ์ : โรงเรยี นคุณธรรม

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

การดำเนนิ งานจ่ายเงิน ตามโครงการสนับสนุนค่าใชจ้ า่ ยในการจัดการศึกษา
ระดับช้นั มัธยมศกึ ษา ปกี ารศึกษา 2564

โรงเรียนปรางคก์ ู่ อำเภอปรางค์กู่ จงั หวัดศรีสะเกษ
สังกัดสำนกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษามธั ยมศกึ ษาศรสี ะเกษ ยโสธร

คา่ อุปกรณก์ ารเรียน

ค่าอุปกรณ์การเรียน หมายถงึ อปุ กรณก์ ารเรียนทจี่ ำเป็นและสง่ ผลตอ่ การพฒั นาคุณภาพผเู้ รียน ได้แก่

สีเทียน สีนำ้ ดินน้ำมันไร้สารพิษ กระดาษ สมุด ดินสอ ปากกา ยางลบ ไมบ้ รรทดั กระเปา๋ นกั เรียน อนิ เทอรเ์ น็ต

ซมิ เพ่อื ใชใ้ นการเรียนการสอน ฯลฯ ในอัตราดังน้ี

ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 420 บาท/คน/ปี (ภาคเรยี นละ 210 บาท)

ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 460 บาท/คน/ปี (ภาคเรียนละ 230 บาท)

ระดบั ปวช.1-3 จำนวน 460 บาท/คน/ปี (ภาคเรียนละ 230 บาท)

ทงั้ นี้ ผู้ปกครอง/นกั เรียนสามารถถวั จา่ ยระหว่างอปุ กรณก์ ารเรยี นและเคร่อื งแบบนักเรยี นได้

คา่ เครอ่ื งแบบนักเรียน

คา่ เครอ่ื งแบบนักเรียน ประกอบด้วย เสอ้ื กางเกง กระโปรง ในอัตรา ดังน้ี

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 450 บาท/คน/ปี

ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย จำนวน 500 บาท/คน/ปี

ระดบั ปวช. 1-3 จำนวน 500 บาท/คน/ปี

ทั้งนี้ ผู้ปกครอง/นักเรียนสามารถถัวจ่ายระหว่างเครื่องแบบนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนได้

กรณีนักเรียนมีชุดนักเรียนเพียงพอแล้ว สามารถซื้อเข็มขัด รองเท้า ถุงเท้า ชุดลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด

ชุดกีฬา ชุดฝึกงาน ชุดประจำท้องถนิ่ และอุปกรณ์การเรยี นทจ่ี ำเปน็ ได้

แนวทางดำเนนิ การคา่ อุปกรณ์การเรยี นและค่าเครอื่ งแบบนกั เรยี น

1) สถานศึกษาจ่ายเงินสด ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าหนังสือเรียน ให้กับนักเรียนและ /หรือผู้ปกครอง

ตามวัน เวลา ท่ีสถานศกึ ษากำหนด โดยนกั เรียนและ /หรอื ผ้ปู กครอง เตรียมเอกสารหลักฐานการรับเงนิ ดงั น้ี

1.1) สำเนาบัตรประจำตวั ประชาชน และ /หรอื สำเนาทะเบียนบ้าน นักเรยี น จำนวน 1 ฉบับ

1.2) สำเนาบตั รประจำตัวประชาชน และ /หรอื สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน

1 ฉบบั

2) ผู้ปกครองสามารถใช้จ่ายเงินค่าอุปกรณ์การเรียนตามความต้องการให้เหมาะสมกับนักเรียนในแต่

ระดบั ช้นั โดยสง่ ผลต่อคุณภาพการเรียน ได้แก่ สีเทยี น สนี ำ้ ดินนำ้ มันไรส้ ารพิษ กระดาษ สมุด ดินสอ ปากกา

ยางลบ ไม้บรรทัด เครื่องมือเรขาคณิต วัสดุฝึกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ วัสดุฝึกอาชีพ วัสดุด้าน ICT กระเป๋า

นกั เรยี น ฯลฯ เป็นตน้

3) ผู้ปกครองสามารถนำเงินที่ได้รับไปจัดซื้อเข็มขัด รองเท้า ถุงเท้า ชุดลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด

ผู้บำเพ็ญประโยชน์ ชดุ กฬี า ชดุ ฝกึ งาน ชดุ ประจำท้องถนิ่ และอปุ กรณ์การเรยี นทจี่ ำเป็นได้

4) ผู้ปกครองที่มีความประสงค์บริจาคเงินค่าอุปกรณ์การเรียนและเงินค่าเครื่องแบบนักเรียนให้แก่

สถานศึกษา สามารถบริจาคได้ตามแนวทางการบริจาคเงินที่ได้รับสิทธิ์ค่าอุปกรณ์การเรียนและค่าเครื่องแบบ

นักเรียน โดยบริจาคเงินที่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าวให้กับโรงเรียนด้วยความสมัครใจ เพื่อให้โรงเรียนนำไปพัฒนา

คุณภาพการศึกษาตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค เพื่อนำไปเลือกซื้ออุปกรณ์การเรียนที่จำเป็นต้องใช้ในการ

เรยี นการสอนได้

24

เงินอดุ หนุนปัจจัยพ้นื ฐานสำหรบั นกั เรียนยากจน
เงนิ อุดหนุนปจั จยั พนื้ ฐานสำหรับนกั เรียนยากจน คือ เงนิ งบประมาณท่จี ดั สรรใหแ้ กส่ ถานศกึ ษาที่มีนักเรียน
ยากจน เพื่อจัดหาปัจจยั พื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและเพิ่มโอกาสทางการศึกษา เป็นการชว่ ยเหลือนักเรยี นที่
ยากจนในระดับชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 1 ถึงชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 ใหม้ ีโอกาสได้รับการศกึ ษาในระดบั ท่สี งู ขน้ึ
นักเรียนยากจน หมายถึง นักเรียนยากจนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนไม่เกิน 3,000 บาท/เดือน และ
ผา่ นเกณฑร์ ะบบการคัดกรองปัจจัยพ้ืนฐานนักเรยี นยากจนที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐานกำหนด
การจา่ ยเงินอดุ หนนุ ปจั จัยพ้นื ฐานสำหรับนักเรยี นยากจน จะจัดสรรให้นกั เรียนยากจน 2 กลมุ่ ดงั นี้
1) กลมุ่ ระดบั ยากจน โดยจดั สรรระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ (ม.1-ม.3) ทผี่ ่านการคดั กรองแลว้ คนละ
1,500 บาท/ภาคเรยี น (3,000 บาท/ป)ี
แนวทางดำเนินการ เงนิ อุดหนนุ ปจั จยั พ้ืนฐานสำหรบั นกั เรยี นยากจน
สถานศึกษาจ่ายเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน ให้กับนักเรียนและ /หรือผู้ปกครอง
ตามวัน เวลา ท่ีสถานศกึ ษากำหนด โดยนกั เรยี นและ /หรือผปู้ กครอง เตรยี มเอกสารหลกั ฐานการรับเงิน ดงั นี้

(1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และ /หรือ สำเนาทะเบยี นบ้านนักเรยี น จำนวน 1 ฉบับ
(2) สำเนาบตั รประจำตัวประชาชน และ /หรอื สำเนาทะเบยี นบ้านผู้ปกครองนักเรียน
จำนวน 1 ฉบบั
2) กลุ่มระดับยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข โดยสำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
(กสศ.) ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดทำโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียน
ยากจนพิเศษแบบมเี ง่ือนไข (Conditional Cash Transfer : CCT) สนบั สนุนเงินอุดหนุนแบบมีเงอื่ นไข โดยนำ
ขอ้ มลู เด็กกลมุ่ ระดับยากจนพเิ ศษมาคดั กรองดว้ ยวิธีการวดั รายไดท้ างอ้อม (Proxy Means Test) เปน็ นักเรียน
ยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข โดยจะจัดสรรให้กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-ม.3) เพิ่มเติม คนละ
3,000 บาท/คน/ปี โดยเงินอุดหนุนดังกล่าว สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เป็น
ผู้ดำเนินการจดั สรรและกำหนดแนวทางการบริหารงบประมาณ
แนวทางดำเนินการ เงินอดุ หนนุ ปัจจัยพน้ื ฐานสำหรบั นักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข
(1) สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ดำเนินการจดั สรรเงินอุดหนุน
แบบมีเงื่อนไข โดยการโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์ของนักเรยี นทุนเสมอภาค ซึ่งนักเรียนสามารถเปิดบัญชีธนาคาร
โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการเปิดบัญชีเฉพาะธนาคาร ธกส. ตามหลักเกณฑ์ที่ กสศ. กำหนด โดยสถานศึกษา
จะแจ้งให้นกั เรียนเตรียมเอกสารหลักฐานการเปดิ บัญชธี นาคาร ตามวนั เวลาท่ีสถานศึกษากำหนด ดงั นี้

(1.1) บตั รประชาชนตวั จรงิ ของนักเรียน
(1.2) สำเนาบัตรประจำตวั ประชาชนนกั เรียน จำนวน 3 ฉบับ
(2) กรณีที่นักเรียนไม่สามารถเปิดบัญชีพร้อมเพย์ได้ทันตามกำหนด กสศ.จะโอนเงินค่าครอง
ชีพเข้าบัญชธี นาคารของสถานศึกษา เพื่อใหน้ กั เรียนทุนเสมอภาคไปรับเงินสดผ่านสถานศึกษา โดยดำเนินการ
การเบิกจ่ายเงินค่าครองชีพให้แก่นักเรียนทุนเสมอภาค ตามหลักเกณฑ์ที่ กสศ.กำหนด ภายใน 20 วันทำการ
หลงั จากทรี่ ะบบคัดกรองนักเรียนทนุ เสมอภาคแจ้งผลการจัดสรรเงนิ โดยนักเรยี นและ /หรอื ผปู้ กครอง เตรียม
เอกสารหลกั ฐานการรับเงิน ดงั น้ี
(2.1) สำเนาบตั รประจำตัวประชาชน และ /หรอื สำเนาทะเบยี นบ้านนักเรียน
จำนวน 1 ฉบบั
(2.2) สำเนาบัตรประจำตวั ประชาชน และ /หรอื สำเนาทะเบยี นบา้ น ผู้ปกครอง
นกั เรียน จำนวน 1 ฉบบั

25

รายการเก็บเงินของสถานศกึ ษา ปกี ารศึกษา 2564

โรงเรียนปรางคก์ ู่ อำเภอปรางค์กู่ จงั หวัดศรสี ะเกษ

สังกัดสำนกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษามธั ยมศึกษา ศรสี ะเกษ ยโสธร

ตามหลักเกณฑ์เงนิ บำรงุ การศึกษาของสถานศกึ ษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน

ท่ี รายการเก็บเงินบำรุงการศกึ ษา อัตราการเก็บ/คน/ภาคเรียน หมายเหตุ

1 ค่าบำรงุ การศกึ ษาห้องเรยี นพิเศษวทิ ยาศาสตร์

คณิตศาสตร์ เทคโนโลยแี ละสง่ิ แวดล้อม

SMTE

1.1 ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น 5,000 บาท / ภาคเรียน ชำระทุกภาคเรียน

1.2 ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย 5,000 บาท / ภาคเรียน ชำระทุกภาคเรียน

2 โครงการมีส่วนร่วมสรา้ งสำนึกรักบา้ นเกิดเชิด

ชทู อ้ งถน่ิ สมู่ าตรฐานการศกึ ษา ปี 2564

2.1 ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 1,600 บาท/ปี ชำระในวนั มอบตวั

2.2 ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 1,300 บาท/ปี ชำระภายในภาคเรยี นที่ 1

2.3 ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 1,300 บาท/ปี ชำระภายในภาคเรียนที่ 1

2.4 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 1,600 บาท/ปี ชำระในวนั มอบตวั

2.5 ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 1,300 บาท/ปี ชำระภายในภาคเรยี นที่ 1

2.6 ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 6 1,300 บาท/ปี ชำระภายในภาคเรยี นที่ 1

2.7 ระดับชน้ั ประกาศนยี บตั รวิชาชีพ ปที ่ี 1 1,600 บาท/ปี ชำระในวันมอบตวั

2.8 ระดบั ชน้ั ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ ปีท่ี 2 1,300 บาท/ปี ชำระภายในภาคเรียนท่ี 1

2.9 ระดบั ชน้ั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ปีที่ 3 1,300 บาท/ปี ชำระภายในภาคเรียนท่ี 1

3 คา่ บำรุงสมาคมผ้ปู กครองผู้ปกครองและครู

โรงเรยี นปรางคก์ ู่

3.1 สมาชกิ รายปี 200 บาท/ปี ชำระภายในภาคเรยี นท่ี 1

3.2 สมาชิกใหมร่ ายปีพรอ้ มค่าธรรมเนยี ม 250 บาท/ปี ชำระภายในภาคเรยี นที่ 1

3.3 สมาชกิ ตลอดชพี พรอ้ มคา่ ธรรมเนียม 550 บาท ชำระภายในภาคเรียนท่ี 1

4 ค่าประกันอุบัตเิ หตุนักเรียน

4.1 ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1-6 200 บาท/ปี ภายในเดือนมถิ นุ ายน 2564

4.2 ระดบั ช้ันประกาศนียบัตรวชิ าชีพ ปีที่ 1-3 200 บาท/ปี ภายในเดือนมิถุนายน 2564

5 ค่าวัสดอุ ืน่ ๆ

5.1 เส้อื โปโล 180/ตวั

5.2 เสอ้ื กีฬา 180/ตวั

5.3 กางเกงวอรม์ 180/ตวั

5.4 เสื้อวถิ ีพุทธ 180/ตวั

5.5 กระเปา๋ เป้ 250/ใบ

5.6 เข็มกลัดตราโรงเรยี น 50/อัน

26

แนวปฏบิ ัตเิ กี่ยวกับธนาคารโรงเรียนปรางค์กู่
1. การเปดิ บญั ชี

1.1 นักเรยี นทกุ คนจะต้องออมเงนิ กบั ธนาคารโรงเรยี น โดยแจ้งความประสงค์ตอ่ เจ้าหนา้ ที่
ธนาคาร โรงเรียน

1.2 กรอกรายละเอียดลงในแบบกรอกข้อมูลเปิดบัญชีธนาคารของนักเรียน ได้แก่ นามผู้ฝากเงิน
ที่อยู่และตัวอย่างลายมอื ช่ือ

1.3 กรอกรายละเอียดลงในแบบฝากเงิน โดยระบุช่อื ผู้ฝากและจำนวนเงนิ ทีต่ ้องการฝาก
ท้ังตวั เลขและตัวอกั ษร โดยในการเปดิ บญั ชคี ร้งั แรกจะต้องฝากข้ันตำ่ 100 บาท

1.4 เจา้ หน้าที่ธนาคารโรงเรียนดำเนนิ การลงทะเบียนและจดั ทำสมุดบัญชธี นาคารโรงเรียน
ให้กบั นกั เรียนผู้รบั บริการ

2. การรับฝาก – ถอนเงนิ
2.1 ธนาคารโรงเรียนเปิดใหบ้ รกิ ารทกุ วนั จันทร์ – ศุกร์ เวลา 11.10 – 12.50 น.

ยกเวน้ วนั หยดุ และวนั สอบ
2.2 นกั เรียนที่ต้องการฝาก – ถอนเงนิ กรอกขอ้ มลู ลงในแบบฝากเงนิ / แบบถอนเงิน พรอ้ ม

นำสมดุ บญั ชธี นาคารโรงเรียนยน่ื ต่อเจ้าหนา้ ท่ธี นาคาร
2.3 เจ้าหนา้ ท่ีธนาคารตรวจสอบความถูกตอ้ ง จากนั้นลงบันทึกยอดการฝาก – ถอนเงินลงใน

ทะเบียนคมุ
2.4 นกั เรียนผรู้ บั บริการรบั สมุดบัญชีธนาคารโรงเรยี นคืน

การฝากเงิน ของธนาคารโรงเรียนนั้นเป็นประเภทฝากเผื่อเรียก หรือที่เราเข้าใจว่าฝากออมทรัพย์ซึ่ง
นักเรียนสามารถฝากเงินได้อย่างสม่ำเสมอในวันเปิดทำการโรงเรียน ซึ่งการฝากเงินก็สามารถฝากได้ตั้งแต่
5 บาท ขึ้นไปโดยให้ดอกเบี้ยอัตราเดียวกับประกาศธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ประเภท
เงินฝากเผอ่ื เรียก

การถอนเงิน จะถอนเงินได้ไม่จำกัดวงเงิน แต่ต้องมียอดเงินคงเหลือไว้ในบัญชี 10 บาท ในการถอน
เงนิ แตล่ ะครัง้ ต้องแสดงบตั รประจำตวั ประชาชนหรือบัตรประจำตวั นักเรยี นทุกคร้งั

3. ตรวจสอบรายการฝาก-ถอนเงิน ของธนาคารโรงเรียนทกุ วนั และทุกสิน้ ภาคเรยี น

27

28

คำสั่งกระทรวงศึกษาธกิ าร
ท่ี สพฐ 293/2551

เรือ่ ง ให้ใช้หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551
………………………………………...........…………..

เพื่อให้การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสอดคล้องกับสภาพความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสังคม
และความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ เป็นการสร้างกลยุทธ์ใหม่ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สามารถ
ตอบสนองความต้องการของบุคคล สังคมไทย ผู้เรียนมีศักยภาพในการแข่งขันและร่วมมืออย่างสร้างสร รค์
ในสงั คมโลก ปลูกฝังใหผ้ เู้ รยี นมจี ิตสำนึกในความเป็นไทย มีระเบยี บวนิ ยั คำนงึ ถงึ ประโยชน์ส่วนรวมและยึดม่ัน
ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นไปตามเจตนารมณ์มาตรา 80
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
และทีแ่ กไ้ ขเพมิ่ เติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2545

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 12 และมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร
ราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มีมติเห็นชอบให้ใช้
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กระทรวงศึกษาธิการจึงประกาศใช้หลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ดังปรากฏแนบท้ายคำสั่งนี้แทนหลักสูตรการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน พุทธศักราช 2544 เงื่อนไขและระยะเวลาการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 ใหเ้ ป็นไปดงั น้ี

1. โรงเรยี นต้นแบบการใช้หลักสตู ร และโรงเรยี นทม่ี ีความพร้อมตามรายชือ่ ทีก่ ระทรวงศึกษาธิการ
ประกาศ

(1) ปกี ารศึกษา 2552 ให้ใช้หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ในช้ันประถมศึกษาปีที่ 1-6 และชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 และ 4

(2) ปีการศึกษา 2553 ให้ใช้หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ในช้ันประถมศึกษาปีที่ 1-6 และชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 และ 2 และ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 และ 5

(3) ปกี ารศึกษา 2554 ให้ใชห้ ลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ทกุ ชน้ั เรียน
2. โรงเรยี นท่ัวไป
(1) ปกี ารศึกษา 2553 ให้ใชห้ ลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
ในชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 1-6 และชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 1 และ 4
(2) ปีการศึกษา 2554 ให้ใชห้ ลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551
ในชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 1-6 และชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 และ 2 และ ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 4 และ 5
(3) ปกี ารศึกษา 2555 ให้ใชห้ ลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 ทกุ ชั้นเรยี น
ใหเ้ ลขาธกิ ารคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั
พ้ืนฐานมีอำนาจในการยกเลิก เพม่ิ เตมิ เปลย่ี นแปลงหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช
2551 ใหเ้ หมาะสมกบั กลุ่มเป้าหมายและวิธีการจัดการศึกษา

สงั่ ณ วันท่ี 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

(นายสมชาย วงศ์สวัสด์ิ)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

29

คำสัง่ กระทรวงศกึ ษาธิการ
ที่ สพฐ. 1239 /2560

เร่ือง ให้ใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้วี ดั กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภมู ศิ าสตร์
ในกล่มุ สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551
…………………………………………..…..

เพื่อให้การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม
สภาพแวดล้อม และความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นการพัฒนาและ
เสรมิ สรา้ งศักยภาพคนของชาติใหส้ ามารถเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศการยกระดับคุณภาพ
การศกึ ษาและการเรียนรู้ให้มีคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล สอดคล้องกบั ประเทศไทย 4.0 โลกในศตวรรษ
ที่ 21 และทัดเทียมกับนานาชาติ ผู้เรียนมีศักยภาพในการแข่งขันและดำรงชีวิตอย่างสร้างสรรค์ในประชาคม
โลก ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2514 และ
ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และมาตรา12 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ
กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 กระทรวงศกึ ษาธิการจงึ ประกาศใช้มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้ีวัดกลุ่มสาระ
การเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ
วัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ดังปรากฏแนบท้ายคำสั่งนี้ แทนมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
และสาระภูมศิ าสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551

เงือ่ นไขและระยะเวลาการใช้มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชว้ี ดั กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมศิ าสตร์ ในกลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (ฉบบั ปรับปรุง
พ.ศ. 2560) ใหเ้ ป็นไป ดังน้ี

1. ปกี ารศึกษา 2561 ให้ใช้ในชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 1 และ 4 และชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 และ 4
2. ปีการศกึ ษา 2562 ให้ใชใ้ นช้ันประถมศึกษาปที ี่ 1 2 4 และ 5 และชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 2 4
และ 5
3. ตงั้ แต่ปกี ารศึกษา 2563 เปน็ ต้นไป ให้ใช้ในทุกช้นั เรียน
ใหเ้ ลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้นั พืน้ ฐานมีอำนาจในการยกเลิก เพิม่ เติม เปลยี่ นแปลง
มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวชว้ี ัด กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่ม
สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551

ทง้ั นี้ ต้ังแตบ่ ัดนี้เป็นต้นไป

สัง่ ณ วันท่ี 7 สงิ หาคม พ.ศ. 2560

(นายธีระเกียรติ เจรญิ เศรษฐศิลป์)
รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ

30

ประกาศโรงเรียนปรางค์กู่
เรื่อง ให้ใชห้ ลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นปรางค์กู่ พุทธศักราช 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)

............................................................................
เพื่อให้การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสอดคล้องกับสภาพความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมและ
ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ และการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สามารถตอบสนองความต้องการของ
บุคคล สังคมไทย ผู้เรียนมีศักยภาพในการแข่งขัน และร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ในสังคมโลก ปลูกฝัง
ให้ผู้เรียนมีจิตสำนึกในความเป็นไทย มีระเบียบวินัย คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมและยึดมั่นในการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเป็นไปตามเจตนารมณ์ มาตรา 80 แห่งรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2545
ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 12 , 15 และมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร
ราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ.293/2551 เรื่ อง ให้ใช้
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ 1239/2560
คณะกรรมการสถานศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐานโรงเรียนปรางคก์ ู่ไดม้ มี ตเิ ห็นชอบ ดงั น้ี
1. ใหใ้ ชห้ ลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนปรางค์กู่ พทุ ธศักราช 2564 (ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษา
ขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ) ในปกี ารศกึ ษา 2564 ในช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ปกี ารศกึ ษา 2565 ในชั้น
มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 , 2 , 4 , 5 และปกี ารศึกษา 2566 ใชใ้ นทกุ ระดบั ชั้น
2. ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนปรางค์กู่ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
โรงเรยี นปรางคก์ ู่ ดำเนินการใหเ้ ป็นไปตามประกาศนี้

ท้ังนี้ ตง้ั แต่บดั นเ้ี ป็นตน้ ไป

ประกาศ ณ วนั ที่ 1 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2564

(นายจรญั สิทธิรกั ษ)์ (นายจติ ตนาถ สิงห์โต)
ประธานกรรมการสถานศึกษาข้ันพน้ื ฐาน ผ้อู ำนวยการโรงเรียนปรางคก์ ู่

31

โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นปรางคก์ ู่
โครงสร้างเวลาเรยี น

กลุม่ สาระการเรียนรู้ ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย

ภาษาไทย ม.1 ม.2 ม.3 ม.4-6
คณติ ศาสตร์
วทิ ยาศาสตรแ์ ละ 120(3 นก.) 120(3 นก.) 120(3 นก.) 240(6 นก.)
เทคโนโลยี
สังคมศึกษา ศาสนาและ 120(3 นก.) 120(3 นก.) 120(3 นก.) 240(6 นก.)
วัฒนธรรม
สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 120(3 นก.) 120(3 นก.) 120(3 นก.) 240(6 นก.)
ศลิ ปะ
การงานอาชีพ 40(1 นก.) 40(1 นก.) 40(1 นก.)
ภาษาต่างประเทศ
160(4 นก.) 160(4 นก.) 160(4 นก.) 320(8 นก.)
รวมเวลาเรยี น
(พนื้ ฐาน) 80(2นก.) 80(2นก.) 80(2นก.) 120(3นก.)
รายวิชาสาระเพิ่มเติม 80(2นก.) 80(2นก.) 80(2นก.) 120(3นก.)
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน 40(1นก.) 40(1นก.) 40(1นก.) 120(3นก.)
รวมเวลาเรยี นทง้ั หมด 120(3 นก.) 120(3 นก.) 120(3 นก.) 240(6 นก.)

880 880 880 1,640
(22 นก.) (22 นก.) (22 นก.) (41 นก.)
ไมน่ อ้ ยกว่า 1,600 ชั่วโมง
ปลี ะไม่น้อยกวา่ 200 ชัว่ โมง
120 120 120 360
รวม 3 ปไี ม่น้อยกวา่
ไม่น้อยกวา่ 1,200 ช่ัวโมง/ปี
3,600 ช่ัวโมง

32

33

34

35

36

37

38

39

40

ระเบยี บโรงเรยี นปรางคก์ ู่
วา่ ด้วยการวดั และประเมินผลการเรียนตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช2551

(ปรับปรุง 2564)
---------------------------------
โดยที่โรงเรียนปรางค์กู่ได้ประกาศใช้หลักสูตรโรงเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขึ้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่สพฐ 293/2551 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขึ้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จึงสมควรที่จะกำหนดระเบียบโรงเรียน
ปรางคก์ ู่ วา่ ด้วยการวัดและประเมนิ ผลการเรียนตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
เพ่อื ใหส้ ามารถดำเนนิ การไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพและสอดคล้องกบั คำสัง่ ดังกลา่ ว
ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ
กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2551 และกำกระทรวงแบ่งส่วนราชการ คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและ
วิชาการของสถานศึกษา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงวางระเบียบไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนปรางค์กู่ ว่าด้วยการวัดผลและประเมินผลการเรียน
ตามหลกั สตู รแกนกลางพุทธศกั ราช 2551 (ปรับปรุง พ.ศ. 2564)
ข้อ 2 ระเบยี บน้ใี ห้ใช้บงั คบั ตั้งแตป่ ีการศกึ ษา 2564 เป็นต้นไป
ข้อ 3 ระเบียบนี้ให้ใช้ควบคู่กับหลักสูตรโรงเรียนปรางค์กู่ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ปรับปรุง 2564)
ขอ้ 4 ให้หวั หนา้ สถานศกึ ษารกั ษาการให้เป็นไปตามระเบยี บน้ี

หมวด 1
หลกั การในการประเมนิ ผลการเรยี น
ข้อ 5 การประเมินผลการเรียนให้เปน็ ไปตามหลกั การตอ่ ไปนี้
5.1 สถานศึกษามีหน้าที่ประเมินผลการเรียน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
สถานศึกษาขั้นพ้ืนฐานในเร่อื งของเกณฑ์และแนวปฏบิ ัตใิ นการประเมนิ ผลการเรียนตามกลุ่มสาระทงั้ 8 กลมุ่
5.2 ประเมินผลการเรียนเป็นรายวิชา โดยคิดเป็นหน่วยกิต การคิดจำนวนหน่วยกิตให้ถือ
ปฏิบตั ดิ ังนี้
5.2.1 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1-3) กำหนดให้มีการประเมินผล
เป็นรายภาคเรียน จำนวน 40 ช่วั โมง ใหค้ ดิ เปน็ 1 หนว่ ยกติ และรายวิชาใดทกี่ ำหนดใหเ้ รยี นมากกว่าหรือนอ้ ย
กวา่ 40 ช่ัวโมง ให้คิดหน่วยกิตเพิม่ ขน้ึ หรอื ลดลงตามสดั สว่ น
5.2.2 ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย (ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6) กำหนดใหม้ ีการประเมินผล
เปน็ รายภาคเรยี น รายวิชาใดท่ีกำหนดให้เรียนตลอดภาคเรียนเท่ากับ 40 ช่ัวโมง
ให้คิดเปน็ 1 หน่วยกิต และรายวชิ าใดทกี่ ำหนดให้เรยี นตลอดภาคมากกวา่ หรือน้อยกว่า 40 ช่วั โมง ใหค้ ิดหน่วย
กติ เพ่ิมขนึ้ หรอื ลดลงตามส่วน
5.3 การวดั และประเมินผลการเรียนใหส้ อดคล้องกับตัวชีว้ ัด และผลการเรยี นร้รู ายภาคของแต่
ละรายวิชา
5.4 การวดั และประเมินผลทงั้ เพ่ือปรับปรงุ พัฒนาการเรียนและเพอื่ ตดั สินผลการเรยี น
5.5 เกณฑ์และแนวปฏิบัติในการวัดผลและประเมินผลการเรียนเป็นมาตรฐานเดียวกัน

41

ต้องสอดคล้องและครอบคลมุ มาตรฐานการศกึ ษาที่กำหนดในหลักสตู ร
5.6 เปิดโอกาสใหผ้ ูเ้ กย่ี วขอ้ งทุกระดับตรวจสอบการประเมินผลได้
5.7 การวัดและการประเมนิ ผลดำเนินการด้วยวิธีทห่ี ลากหลายต้องคำนึงถงึ ผ้เู รียนแตล่ ะคน

เปน็ หลัก เหมาะสมกบั ส่งิ ทต่ี ้องการวดั ธรรมชาติของวชิ าและระดบั ชัน้ ของผเู้ รียน
5.8 ใหม้ กี ารประเมนิ ความสามารถของผ้เู รยี นในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขียนสอื่ ความ

เปน็ รายปี สำหรบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1-3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6
5.9 ให้มกี ารประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของผู้เรยี นในแต่ละระดบั ช้นั
5.10 ให้มีการประเมินคุณภาพผู้เรยี นระดบั ชาติในระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 3 (ตามความ

สมัครใจ) และระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 (ทุกคน)
5.11 ใหม้ กี ารเทยี บโอนผลการเรียนระหวา่ งสถานศึกษาและรูปแบบการศึกษาตา่ ง ๆ

หมวด 2
วิธีการวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ข้อ 6 สถานศึกษาต้องดำเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ให้ครบองค์ประกอบ ทั้ง 4 ด้าน คือ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระ การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และ
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน การวดั และประเมินผลการเรียนรูต้ ามกลุ่มสาระทง้ั 8 กลุม่ สาระใหถ้ อื ปฏบิ ตั ิ ดังนี้
6.1 ผสู้ อนแจง้ ให้ผู้เรียนทราบมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วดั /ผลการเรียนรู้ วิธีการประเมินผล
การเรียนรู้ เกณฑ์การผ่านตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ และเกณฑ์ขั้นต่ำของการผ่านรายวิชานั้น ก่อนที่จะทำ
การสอนในรายวิชาน้นั
6.2 การประเมินผลก่อนเรียน การประเมินผลก่อนเรียนเป็นหนา้ ท่ีของครผู ู้สอนในแตล่ ะรายวชิ า
ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ต้องประเมินผลก่อนเรียน เพื่อค้นหาข้อมูลของผู้เรียนแต่ละคนในเบื้องต้น
การประเมินผลกอ่ นเรียนประกอบด้วยการประเมนิ ดงั ต่อไปน้ี
6.2.1 การประเมินความพร้อมและพื้นฐานของผู้เรียน เป็นการตรวจสอบความรู้
ทักษะและความพร้อมต่าง ๆ ของผู้เรียนที่เป็นพื้นฐานของเรื่องใหม่ ที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้โดยใช้วิธีการ
ที่เหมาะสม แล้วนำผลการประเมินมาปรับปรุงซ่อมเสริมหรือตระเตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อมและพื้นฐาน
พอเพยี ง
6.2.2 การประเมนิ ความรอบรู้ในเรื่องทจ่ี ะเรียนก่อนเรียน เป็นการประเมินผู้เรียนใน
เรอื่ งทจี่ ะทำการสอนเพอ่ื ตรวจสอบวา่ ผู้เรยี นมีความรู้และทักษะในเรอื่ งที่จะเรียนมากน้อยเพยี งใด
6.3 การประเมินผลระหว่างเรียน การประเมินระหว่างเรียนมีแนวทางในการปฏิบัติตาม
ขน้ั ตอน ดังน้ี
6.3.1 วางแผนการเรยี นรูแ้ ละการประเมินผลระหวา่ งเรยี น
6.3.2 เลือกวิธีการประเมินที่สอดคล้องกับภาระงาน หรือกิจกรรมหลักที่กำหนดให้
ผูเ้ รยี นปฏบิ ตั ิ
6.3.3 กำหนดอัตราส่วนคะแนนการประเมินผลระหว่างเรียน กับการประเมินผล
ปลายภาคเรียนหรือปลายปี โดยให้น้ำหนักความสำคัญของการประเมินผลระหว่างเรียนในสัดส่วนที่มากกว่า
การประเมินผลปลายภาคเรียนหรือปลายปี ซึ่งมีหลักเกณฑ์ให้น้ำหนักคะแนนการประเมินผลระหว่างเรียน
เปน็ ไปตามแผนการวัดและประเมินผลของหลักสูตรแต่ละรายวชิ า
6.3.4 การบันทึกคะแนนระหว่างเรียนให้บันทึกคะแนนแยกตามผลการเรียนรู้ท่ี
คาดหวังของแตล่ ะหนว่ ยการเรยี นรู้
6.4 การประเมนิ เพอ่ื สรุปผลการเรียน การประเมินเพือ่ สรปุ ผลการเรียน ประกอบด้วย

42

6.4.1 การประเมินผลหลังเรียน เป็นการประเมินผู้เรียนในเรื่องที่ได้เรียนจบแล้ว

เพ่อื ตรวจสอบว่าผ้เู รียนเกิดการเรียนรู้ตามผลการเรียนรู้ท่คี าดหวังหรือไม่ ข้อมูลท่ไี ดน้ ำไปปรับปรุงผู้เรียนให้มี

ประสิทธภิ าพยง่ิ ขึน้ และพัฒนากจิ กรรมการเรียนรู้

6.4.2 การประเมินผลการเรียนปลายปี หรือปลายภาคเรียน เป็นการประเมินผล

เพื่อตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนในการเรียนรายวิชาต่าง ๆ ตามตัวชี้วัดและผลการเรียนรู้รายภาค

สำหรบั ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาตอนตน้ (ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 1-3) ตามตวั ชีว้ ัดและผลการเรยี นรู้รายภาค สำหรับ

ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4-6)

ให้นำผลการประเมินระหว่างเรียนไปใช้เป็นข้อมูลในการประเมินผลการเรียนปลายปี หรือปลาย

ภาคเรียน โดยสัดส่วนคะแนนการประเมินผลระหว่างเรียนมากกว่าการประเมินผลปลายภาคเรียน และ

สอดคล้องกบั ธรรมชาตขิ องรายวิชา

ขอ้ 7 แนวดำเนินการประเมนิ ผลการเรียนของโรงเรียนปรางค์กู่

เพอื่ ให้การวดั และประเมินผลการเรยี นของโรงเรียนปรางคก์ สู่ อดคล้องกับหลักสูตรการศึกษา

ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีการดำเนินการตามหลักการกระจายอำนาจ มีการประเมินผู้เรียนตามหลัก

การวัดและประเมินผลการเรียน มีการตรวจสอบและกำกับติดตามประเมินคุณภาพการประเมินผลการเรียน

อยา่ งเปน็ ระบบและมีประสิทธภิ าพ จงึ กำหนดแนวดำเนินการวัดและประเมินผลการเรียนของโรงเรียนปรางค์กู่

ดงั น้ี

7.1 สถานศึกษาโดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของโรงเรียนปรางค์กู่

โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พื้นฐาน กำหนดรูปแบบ ระบบ และระเบียบประเมินผล

ของสถานศึกษา เพอ่ื ใช้เป็นแนวปฏิบตั ใิ นการประเมนิ ผลการเรียนของโรงเรียนปรางคก์ ู่

7.2 โรงเรียนปรางค์กู่โดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของโรงเรียนปรางค์กู่

กำหนดเกณฑ์การผา่ นตวั ช้ีวดั และผลการเรยี นรู้รายภาค แตล่ ะกล่มุ สาระการเรยี นรู้โดยวเิ คราะหจ์ ากมาตรฐาน

การเรียนรู้แกนกลาง คุณลักษณะอันพึงประสงค์และมาตรฐานการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน เพื่อใช้เป็น

เปา้ หมายในการวัดและการประเมินผลการเรยี นรรู้ ายภาค

7.3 คณะอนุกรรมการระดบั กลุม่ วชิ าใหค้ วามเห็นชอบของรปู แบบ วธิ กี าร เครื่องมือสำหรับ

การประเมิน และผลการตดั สนิ การประเมนิ ผลการเรียนรายวชิ าของผูส้ อน

7.4 ผู้สอนจัดการเรียนการสอน ตรวจสอบพฒั นาการของผู้เรยี น และประเมนิ สรุปผลสัมฤทธ์ิ

ของผู้เรียนด้วยวิธีการหลากหลายตามสภาพจริง โดยนำผลการเรียนรู้ระหว่างเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70

ไปใชเ้ ปน็ ขอ้ มูลรวมกบั การประเมินปลายภาค / ปลายปี

7.5 หัวหน้าสถานศึกษาอนุมตั ิผลการเรียน ปลายภาคและการผา่ นชัน้ ปี

7.6 โรงเรียนปรางค์ก่จู ัดทำรายงานผลการดำเนนิ การประเมินผลการเรียนประจำปี โดยความ

เห็นชอบของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของโรงเรียนปรางค์กู่ เสนอต่อคณะกรรมการ

สถานศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน

ข้อ 8 การประเมินผลการเรียนปลายภาคเรียน ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1-3 และระดับช้ัน

มัธยมศึกษาปีท่ี 4-6 ให้แจ้งผลเป็นระดับผลการเรียน โดยใช้ตัวเลขแสดงระดับผลการเรียนในแต่ละรายวิชา

ดังนี้ “4” หมายถงึ ผลการเรียนดเี ย่ยี ม

“ 3.5 ” หมายถึง ผลการเรียนดมี าก

“3” หมายถงึ ผลการเรียนดี

“ 2.5 ” หมายถึง ผลการเรยี นคอ่ นขา้ งดี

“2” หมายถงึ ผลการเรยี นปานกลาง

“ 1.5 ” หมายถึง ผลการเรียนพอใช้

“1” หมายถงึ ผลการเรยี นผ่านเกณฑข์ ั้นตำ่

“0” หมายถึง ผลการเรียนตำ่ กว่าเกณฑ์

43

การกำหนดช่วงระดบั ผลการเรียนเป็นดังน้ี

ระดบั ผลการเรยี น ความหมาย ช่วงคะแนนเป็นร้อยละ

4 ผลการเรยี นดเี ยย่ี ม 80 – 100
75 – 79
3.5 ผลการเรียนดมี าก 70 – 74
65 - 69
3 ผลการเรียนดี 60 – 64
55 - 59
2.5 ผลการเรยี นค่อนข้างดี 50 – 54
0 – 49
2 ผลการเรยี นนา่ พอใจ

1.5 ผลการเรียนพอใช้

1 ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ข้ันตำ่ ทกี่ ำหนด

0 ผลการเรยี นตำ่ กว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ

ขอ้ 9 ใหใ้ ชอ้ ักษรแสดงผลการเรียนและกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นทมี่ ีเงอ่ื นไข ดงั น้ี
ร หมายถึง รอการตดั สิน และยงั ตดั สนิ ผลการเรียนไม่ได้ เนือ่ งจากผูเ้ รียนไม่มีข้อมูลผลการเรียน

รายวชิ านน้ั ครบถ้วน ได้แก่ ไม่ได้วดั ผลกลางภาคเรยี น / ปลายภาคเรียน ไม่ได้สง่ งานที่มอบหมายให้ทำซึ่งงานนั้น
เปน็ ส่วนหนง่ึ ของการตดั สนิ ผลการเรยี น หรอื มีเหตสุ ุดวิสัยทท่ี ำใหป้ ระเมินผลการเรยี นไมไ่ ด้

ผ (ผ่าน) หมายถึง ผ่านเกณฑ์การประเมิน โดยมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
ของเวลาทั้งหมดที่จัดกิจกรรมของแต่ละภาคเรียน หรือแต่ละปี และผ่านจุดประสงค์สำคัญของกิจกรรม
ตามทก่ี ำหนด

มผ (ไม่ผ่าน) หมายถึง ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน โดยมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่ถึงร้อยละ 80
ของเวลาทั้งหมดที่จัดกิจกรรมของแต่ละภาคเรียน/ปี หรือไม่ผ่านจุดประสงค์สำคัญ ของกิจกรรมตามท่ี
กำหนด

ดย ( ดีเยีย่ ม) หมายถงึ มผี ลงานทแี่ สดงถงึ ความสามารถในการอา่ น คิดวิเคราะหแ์ ละเขยี นสื่อความ
ท่ีมีคณุ ภาพดเี ลศิ อยู่เสมอ

ด (ดี ) หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนที่มีคุณภาพ
เปน็ ทย่ี อมรับ

มส หมายถึง ผู้เรียนไม่มสี ิทธิเขา้ รับการวัดผลปลายภาคเรยี น เนื่องจากผู้เรียนมีเวลาเรียนไม่ถงึ
ร้อยละ 80 ของเวลาเรียนในแต่ละรายวิชา และไม่ไดร้ ับการผ่อนผนั ใหร้ ับการวดั ผลปลายภาคเรียน

มก หมายถงึ เรียนโดยไม่นับหนว่ ยการเรียน และมีเวลาเรยี นครบร้อยละ 80 ของเวลาเรียนแต่ละ
ภาคเรียน

ข้อ 10 การประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นการประเมินความสามารถและพัฒนาการของ
ผูเ้ รียน ในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนในแตล่ ะภาคเรยี นตามเกณฑ์ของแต่ละกจิ กรรมมีวธิ กี ารดำเนินการ
ประเมิน ดังน้ี

10.1 ประเมนิ การเข้าร่วมกจิ กรรมไมน่ อ้ ยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนท้ังหมด
10.2 ครูที่ปรึกษากิจกรรมเป็นผู้ประเมิน และตัดสินการปฏิบัติกิจกรรมของผู้เรียนเป็น
รายกจิ กรรม
10.3 คณะอนุกรรมการกลุ่มสาระกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นกำหนดจุดประสงค์ของกิจกรรมแต่ละ
กิจกรรม และเกณฑก์ ารประเมินกิจกรรม
10.4 ประมวลผลการปฏิบัติกิจกรรม และตัดสินการผ่านกิจกรรม ตามเกณฑ์ที่กำหนดเป็น
รายภาคเรยี น

44

10.5 เกณฑ์การประเมิน มี 2 ลักษณะ คอื
ผ่าน หมายถงึ ผูเ้ รียนมีเวลาเข้าร่วมกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ปฏิบัติกจิ กรรม

และมีผลงานตามเกณฑ์ ตามท่ีสถานศึกษากำหนด
ไม่ผ่าน หมายถงึ ผ้เู รยี นมเี วลาเขา้ ร่วมกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น ปฏบิ ัตกิ ิจกรรม

และมผี ลงานไมเ่ ปน็ ไปตามเกณฑ์ ตามทีส่ ถานศึกษากำหนด
ข้อ 11 การประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนสื่อความ เป็นการประเมินทักษะการคิดและ
การถ่ายทอดความคิดด้วยทักษะการอ่าน การคิด วิเคราะห์ ตามเงื่อนไข และวิธีการที่สถานศึกษากำหนด
มีวธิ กี ารดำเนนิ การประเมิน ดังน้ี

11.1 สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนนิ การประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน
ส่ือความ

11.2 คณะกรรมการดำเนนิ การประเมนิ กำหนดแนวทางการประเมิน
11.3 วิธีการประเมิน และเกณฑ์การตัดสินการผ่าน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
สถานศึกษาให้ประเมินเป็นรายปีหรือรายภาค และซ่อมเสริม ปรับปรุงแก้ไข ผู้ที่ไม่ผ่านการประเมินสำหรับ
การตดั สนิ การผ่านระดับชัน้ ปีใหถ้ ือผลการประเมินปลายปีในปีสดุ ทา้ ยของระดับช้ันน้ัน
11.4 ตัดสนิ ผลการประเมินเปน็ 4 ระดบั ดังนี้
ดเี ยีย่ ม หมายถึง มผี ลงานที่แสดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียน

ทีม่ คี ณุ ภาพดเี ลิศอยเู่ สมอ
ดี หมายถงึ มีผลงานที่แสดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขียน

ท่มี ีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ
ผา่ น หมายถงึ มีผลงานที่แสดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียน

ทม่ี ีคุณภาพเป็นทีย่ อมรับ แตย่ งั มีข้อบกพร่องบางประการ
ไม่ผา่ น หมายถึง ไม่มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และ

เขียนหรือถ้ามีผลงานยังมีข้อบกพร่องต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข
หลายประการ
เมื่อจบระดับชั้นปีให้พิจารณาจากผลการประเมิน “ผ่าน” และ “ไม่ผ่าน” โดยการประเมินจะต้องมี
ผลการประเมิน“ผ่าน”
ข้อ 12 การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นการประเมินพัฒนาทางด้านคุณธรรม จริยธรรม
ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ตามคุณลักษณะที่สถานศึกษากำหนด การประเมิน
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์จะประเมนิ เปน็ รายคุณลักษณะทุกภาคเรียนมีวธิ กี ารดำเนนิ งาน ดังนี้
12.1 คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวชิ าการสถานศึกษา กำหนดคณุ ลักษณะอันพึง
ประสงคข์ องสถานศกึ ษา มี 8 ขอ้ ดังนี้
12.2.1 รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
12.2.2 ซ่อื สัตยส์ จุ รติ
12.2.3 มีวนิ ยั
12.2.4 ใฝ่เรียนรู้
12.2.5 อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
12.2.6 มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
12.2.7 รักความเปน็ ไทย
12.2.8 มจี ติ สาธารณะ
12.2 สถานศึกษาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินงานการประเมินคุณลักษณะ อันพึง
ประสงค์

45

12.3 วิธีการประเมนิ ดำเนินการดงั น้ี
12.3.1 ครูที่ปรึกษา ครูแนะแนว และครูผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้การอบรมปลูกฝัง

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยให้ผูเ้ รยี นนำไปถอื ปฏบิ ัตใิ นชีวิตประจำวัน
12.3.2 ครูประจำวชิ าทำการประเมินในแตล่ ะรายวชิ า ในคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

และใหถ้ ือวา่ เปน็ ส่วนหนง่ึ ของการประเมนิ ระหว่างเรยี น
12.4 คณะอนุกรรมการรวบรวมผลการประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนแต่ละคน

เพอ่ื สรุปผลการประเมิน ( โดยแต่งตง้ั คณะอนกุ รรมการทกุ ภาคเรียนจากครูผู้สอนแตล่ ะระดับช้นั )
12.5 รายงานผลการประเมนิ ใหน้ ักเรยี น และผู้ปกครองทราบ
12.6 นำผลการประเมินรายปีมาประมวลสรุปเพื่อตัดสินให้ผู้เรียนผ่านระดับชั้นตามเกณฑ์ท่ี

กำหนด
12.7 ตัดสินผลการประเมินเปน็ 4 ระดบั ดงั น้ี
ดเี ยีย่ ม หมายถงึ ผู้เรยี นปฏิบัตติ ามคณุ ลักษณะจนเปน็ นิสยั และนำไปใช้ใน
ชวี ิตประจำวนั เพอื่ ประโยชน์สุขของตนเองและสังคมโดยพจิ ารณา
ผลการประเมินระดบั ดีเยย่ี ม จำนวน 5-8 คุณลกั ษณะและไม่มี
คุณลักษณะใดได้ผลการประเมนิ ตำ่ กว่าระดบั ดี
ดี หมายถงึ ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามเกณฑ์เพื่อให้เป็นการยอมรับ
ของสงั คม โดยพิจารณาจาก
1. ไดผ้ ลการประเมนิ ระดับดเี ย่ยี ม จำนวน 1-4 คณุ ลักษณะ
2. ได้ผลการประเมนิ ระดับดี จำนวน 5-8 คณุ ลกั ษณะ
ผา่ น หมายถงึ ผ้เู รยี นรบั รแู้ ละปฏิบตั ิตามเกณฑแ์ ละเงือ่ นไขท่ีสถานศึกษากำหนด
โดยพจิ ารณาจากได้ผลการประเมนิ ระดบั ผา่ น จำนวน 5-8
คุณลกั ษณะ
ไม่ผ่าน หมายถึง ผ้เู รียนรับรู้และปฏบิ ัตไิ ด้ไมค่ รบตามเกณฑ์และเง่ือนไขทส่ี ถานศึกษา
กำหนด โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดับไม่ผ่าน ตั้งแต่ 1
คุณลกั ษณะ
เมื่อจบระดับชั้นปีจะพิจารณาจากผลการประเมนิ “ผา่ น” และ “ไม่ผ่าน” โดยการประเมิน

“ผา่ น” ตอ้ งมีผลการประเมินอยูใ่ นระดับ “ผา่ น” ขนึ้ ไป

หมวด 3
เกณฑก์ ารวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
ข้อ 13 เกณฑ์การตัดสินผลการเรยี นใหถ้ ือปฏิบัตดิ ังน้ี
13.1 พิจารณาตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียน
ไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 80 ของเวลาเรยี นทง้ั หมดในแต่ละรายวิชานั้น ๆ
13.2 พจิ ารณาตัดสนิ ว่าผู้เรียนได้หนว่ ยการเรียนเฉพาะผทู้ ส่ี อบไดร้ ะดับผลการเรยี น
1 ถึง 4 เท่านั้น จงึ จะพิจารณานบั จำนวนชัว่ โมง / จำนวนหนว่ ยกติ
13.3 ผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่กำหนดไว้ (คะแนนรวมไม่ถึง 50 คะแนน) ให้ได้
ระดบั ผลการเรยี น “0”
13.4 ผู้เรียนทีท่ ุจริตในการสอบหรือทุจริตในงานทีม่ อบหมายใหท้ ำในรายวิชาใด และครั้งใด
ก็ตามใหไ้ ด้คะแนน “0” ในครง้ั น้ัน
13.5 ผู้เรียนที่ประสงค์จะเรียนรายวิชาใด โดยไม่ต้องการหน่วยการเรียนให้อยู่ในดุลยพินิจ
ของหัวหน้าสถานศึกษาที่จะอนุญาตให้เข้าเรียนได้ และถ้ามีเวลาเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียน
ทง้ั หมด ใหไ้ ด้ผลการเรียน “มก”

46

13.6 ผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และผ่านเกณฑ์การประเมิน ให้ได้ผล
การเรยี น “ผ” ถา้ ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ให้ไดผ้ ลการเรียน “มผ”

13.7 ได้รับการประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน เป็นรายปี หรือรายภาค และ
นำไปตัดสินการผา่ นชว่ งชนั้ โดยผ่านเกณฑ์การประเมินให้ได้ระดับผลการประเมิน “ผา่ น” ถา้ ไมผ่ ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ ให้ได้ผลการประเมนิ “ไมผ่ ่าน”

13.8 ได้รับการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนเป็นรายปี หรือรายภาค และ
นำไปตัดสินการผ่านระดับชั้น โดยถ้าผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดให้ได้ผลการประเมินเป็น ดีเยี่ยม ดี และ
ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ถ้าไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมินใหไ้ ด้ผลการประเมินเปน็ “ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ”

13.9 ผู้เรียนมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในแต่ละรายวิชา ไม่ได้รับ
การผ่อนผนั ใหเ้ ข้ารับการวดั ผลปลายภาคเรยี น ใหไ้ ดผ้ ลการเรยี น “มส”

13.10 ผู้เรียนไม่ได้วัดผลกลางภาคเรียน ปลายภาคเรียนไม่ได้ส่งงานที่ได้รับมอบหมายให้
ทำ ซึ่งงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินผลการเรียนหรือมีเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ประเมินผลการเรียนไม่ได้
ให้ได้ผลการเรยี น “ร” กรณีท่ผี ู้เรยี นได้ผลการเรียน “ร” เพราะไมส่ ง่ งานจะตอ้ งไดร้ ับความเหน็ ชอบจากหัวหน้า
สถานศึกษาก่อน

ข้อ 14 นักเรียนที่ได้รับการเลื่อนชั้นจะต้องได้รับการประเมินผลปลายปี หรือได้รับการประเมินผล
ปลายภาคเรียนที่ 1 และ 2 ถ้านักเรียนไม่ได้เข้ารับการประเมินผลการเรียนปลายปีหรือปลายภาคเรียน
เพราะสาเหตุจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัย ให้โรงเรียนจัดให้นักเรียนเข้ารับประเมินผลปลายภาคเรียนในภายหลัง
นักเรียนที่ไม่ไดร้ ับการประเมินปลายปหี รือปลายภาคให้มผี ลการเรียนเปน็ “ร”

ขอ้ 15 การเปลยี่ นระดับผลการเรยี น ใหถ้ ือปฏิบตั ดิ ังน้ี
15.1 การเปล่ียนระดบั ผลการเรยี นจาก “0” ใหป้ ฏิบตั ดิ งั น้ี
15.1.1 ถา้ เป็นรายวิชาในกลุ่มสาระพน้ื ฐาน ใหเ้ รียนซำ้ รายวชิ าน้นั
15.1.2 ถ้าเป็นรายวิชาในกลุ่มสาระเพิ่มเติม ให้เรียนซ้ำหรอื เปล่ียนรายวิชาเรยี น

ใหม่ ท้งั นีใ้ หอ้ ย่ใู นดุลยพินิจของหวั หน้าสถานศึกษา (ในกรณีที่เปลย่ี นรายวชิ าเรยี นใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียน
แสดงผลการเรียน(ปพ. 1) ว่าใหเ้ รียนแทนรายวิชาใด)

15.2 การเปลี่ยนระดับผลการเรียนจาก “ร” ให้ดำเนินการดงั นี้
15.2.1 ใหค้ รผู ้สู อนประจำรายวิชาอนุญาตให้ผ้เู รยี นดำเนนิ การแกไ้ ข “ร” ตาม

สาเหตุของการตดิ “ร” เมื่อผ้เู รยี นได้ดำเนินการแกไ้ ขแล้วใหไ้ ดร้ ะดับผลการเรยี น ต้ังแต่ 0-4
ถ้าผู้เรียนไม่ดำเนินการแก้ไข “ร” ให้ครูผู้สอนนำข้อมูลที่มีอยู่ตัดสินผลการเรียน

ยกเว้นเหตุสุดวิสัยให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะขยายเวลาการแก้ “ร” ออกไปอีก 1 ภาคเรียน ทั้งน้ี
ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีการศึกษานั้น เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้า
สถานศกึ ษาที่จะพิจารณาปรับผลการเรียนเป็น “0” และใหด้ ำเนินการแกไ้ ขตามหลักเกณฑ์

15.3 การเปล่ียนผลการเรียน “มส”
การเปล่ียนผลการเรียน “มส” มี 2 กรณี

15.3.1 กรณผี เู้ รยี นได้ผลการเรียน “มส” เพราะมเี วลาเรยี นไม่ถึงร้อยละ 80 แตไ่ มน่ ้อย
กว่าร้อยละ 60 ของเวลาเรียนทั้งหมด ให้สถานศึกษาจัดให้เรียนเพิ่มเติมโดยใช้ชั่วโมงสอนซ่อมเสริม หรือใช้
เวลาว่าง หรือวันหยุด หรือมอบหมายงานให้ทำจนมีเวลาเรียนครบตามกำหนดสำหรับรายวิชานั้น แล้วจึงให้
วัดผลเป็นกรณพี ิเศษ ผลการแก้ “มส” ให้ได้ระดับผลการเรยี นไม่เกิน “1” การแก้ “มส” ในกรณีนี้ให้กระทำ
ให้เสรจ็ สิ้นในปีการศึกษานัน้ ถา้ ผู้เรยี นไม่มาดำเนินการแก้ “มส” ตามระยะเวลาที่กำหนดไวใ้ ห้เรียนซ้ำ ยกเว้น
เหตุสุดวิสัยให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะขยายเวลาการแก้ “มส” ออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาคเรียน
แต่เมอื่ พน้ กำหนดนี้แล้วให้ปฏบิ ัตดิ งั น้ี

1. ถา้ เปน็ รายวิชาพ้ืนฐานให้เรียนซำ้

47

2. ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติมให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาให้เรียนซ้ำหรือเปลี่ยน
รายวชิ าเรยี นใหม่

15.3.2 กรณผี เู้ รยี นได้ผลการเรียน “มส” เพราะมีเวลาเรยี นนอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 60
ของเวลาเรยี น 60 ของเวลาเรียนทงั้ หมดให้สถานศกึ ษาดำเนินการดงั น้ี

1. ถา้ เป็นรายวิชาพืน้ ฐานใหเ้ รยี นซ้ำ
2. ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติมให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาให้เรียนซ้ำหรือเปลี่ยน
รายวิชาเรยี นใหม่
ในกรณีที่เปลีย่ นรายวชิ าเรียนใหม่ ให้หมายเหตใุ นระเบียนแสดงผลการเรยี นวา่ เรียนแทนรายวิชาใด
การเรียนซ้ำรายวิชาหากผู้เรียนได้รับการสอนซ่อมเสริมและสอบแก้ตัว 2 ครั้งแล้ว ไม่ผ่านเกณฑ์
การประเมินให้เรียนซำ้ รายวชิ านน้ั ทัง้ นใี้ หอ้ ย่ใู นดลุ ยพนิ ิจของสถานศกึ ษาในการจดั ให้เรยี นซ้ำในชว่ งใดช่วงหน่ึง
ทส่ี ถานศึกษาเห็นว่าเหมาะสม เช่น พกั กลางวนั วันหยุด ชัว่ โมงว่างหลงั เลกิ เรียนภาคฤดรู อ้ น เปน็ ตน้
ในกรณภี าคเรียนที่ 2 หากผู้เรียนมีผลการเรียน “0” “ร” “มส” ให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนเปิดภาคเรียน
ปีการศึกษาถัดไป สถานศึกษาอาจเปิดการเรียนการสอนในฤดูร้อนเพื่อแก้ไขผลการเรียนของผู้เรียนได้ ทั้งนี้
หากสถานศึกษาไม่สามารถดำเนินการสอนภาคฤดูร้อนได้ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้นสังกัด
เป็นผู้พิจารณาประสานงานใหม้ ีการดำเนินการสอนในภาคฤดรู ้อนเพ่ือแก้ไขผลการเรียนของผูเ้ รียน
15.4 การเปลย่ี นผลการประเมิน “มผ” เป็น “ผ”
ในกรณีที่ผู้เรียนมีผลการประเมิน “มผ” สถานศึกษาต้องจัดสอนซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทำ
กจิ กรรมในส่วนทผี่ ้เู รียนไม่ไดเ้ ขา้ รว่ มหรือไมไ่ ด้ทำจนครบถว้ น แล้วจงึ เปลย่ี นผลการเรยี นจาก “มผ” เปน็ “ผ”
ได้ ทั้งนี้ให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในภาคเรียนนั้น ๆ ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษา
ที่จะขยายเวลาออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาคเรียน แต่ตอ้ งดำเนินการให้แลว้ เสร็จภายในปีการศึกษานั้น
16. การเรยี นซำ้ ชน้ั
ผู้เรียนทีม่ ผี ลการประเมินรายวชิ าอยูใ่ นระดบั ไม่ผ่านจำนวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะมีปัญหา
ต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงข้ึน ให้สถานศึกษาตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำชั้น โดยคำนึงถึงวุฒิภาวะ
และความร้คู วามสามารถของผูเ้ รยี นเป็นสำคญั
การเรียนซ้ำชน้ั มี 2 ลกั ษณะ คอื
๑) ผู้เรียนมีระดบั ผลการเรียนเฉลีย่ ในปกี ารศกึ ษานัน้ ต่ำกว่า 1.00 และมแี นวโนม้ ว่าจะเปน็
ปญั หาตอ่ การเรยี นในระดับสงู ขน้ึ
๒) ผ้เู รียนมผี ลการเรียน 0 , ร , มส เกนิ คร่ึงของรายวชิ าทลี่ งทะเบยี นเรียนในปีการศกึ ษาน้นั
ทง้ั น้หี ากเกิดลกั ษณะใดลักษณะหนึ่ง หรือทั้ง 2 ลกั ษณะ ใหส้ ถานศึกษาต้ังคณะกรรมการพิจารณา หากเห็นว่า
ไมม่ เี หตผุ ลอันสมควรก็ให้ซำ้ ชน้ั โดยยกเลกิ ผลการเรยี นเดิมและใหใ้ ช้ผลการเรียนใหม่แทน หากพจิ ารณาแล้วไม่
ต้องเรยี นซ้ำชนั้ ใหอ้ ยใู่ นดุลพนิ ิจของสถานศึกษาในการแก้ไขผลการเรยี น

หมวด 4
การผ่านระดบั ชน้ั ปีและการจบหลกั สตู รการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
ข้อ 17 การอนุมัติการจบหลักสูตรการจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขัน้ พื้นฐาน ผู้เรียนสามารถ
จบการศึกษาได้ 2 ช่วง คอื จบชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 (ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น) ถอื วา่ จบการศึกษาภาคบังคับ
และจบช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 (ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย) ถอื วา่ จบการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
17.1 ผู้เรียนที่จะได้รับพิจารณาอนุมัติให้จบหลักสูตรโรงเรียนปรางค์กู่ พุทธศักราช 2564
ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนต้น ได้ ตอ้ งมคี ณุ สมบตั ิดงั นี้
17.1.1 ตัดสนิ ผลการเรยี นเป็นรายวิชา ผเู้ รียนต้องมีเวลาเรยี นตลอดภาคเรียนไมน่ ้อยกว่า
รอ้ ยละ 80 ของเวลาเรียนท้ังหมดในรายวชิ านน้ั ๆ
17.1.2 ผ้เู รียนตอ้ งได้รับการประเมนิ ทกุ ตัวช้ีวดั และผา่ นตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด

48

17.1.3 ผูเ้ รียนตอ้ งไดร้ บั การตัดสินผลการเรยี นทกุ รายวิชา
17.1.4 ผเู้ รียนเรียนรายวชิ าพ้ืนฐานและเพิ่มเติมไม่น้อยกวา่ 81 หน่วยกิต โดยเป็น
รายวชิ าพืน้ ฐาน 66 หนว่ ยกิต และรายวชิ าเพ่ิมเติมตามทีส่ ถานศึกษากำหนด
17.1.5 ผูเ้ รียนต้องได้หนว่ ยกติ ตลอดหลกั สูตรไม่น้อยกวา่ 77 หน่วยกิต โดยเป็น
รายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกติ และรายวชิ าเพ่มิ เติมไมน่ อ้ ยกว่า 11 หน่วยกิต
17.1.6 ผ้เู รียนเขา้ ร่วมกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียนและมผี ลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมิน
ตามสถานศกึ ษากำหนด
17.1.7 ผเู้ รียนต้องได้รบั การประเมิน และมีผลการประเมนิ ผา่ นตามเกณฑท์ สี่ ถานศึกษา
กำหนด ในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
การพิจารณาเลื่อนชั้นมัธยมศึกษา ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และพิจารณาเห็นว่าสามารถพัฒนา
และสอนซ่อมเสริมได้ ให้โรงเรียนผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้ แต่หากผู้เรียนไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมาก และมี
แนวโน้มวา่ จะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับช้ันที่สูงข้ึน สถานศกึ ษาต้องตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำ
ช้นั (ทง้ั น้ีให้คำนงึ ถงึ วฒุ ิภาวะและความร้คู วามสามารถของผเู้ รยี นเป็นสำคัญ)
17.2 ผู้เรียนท่ีจะได้รับพิจารณาอนุมัติให้จบหลักสูตรโรงเรียนปรางคก์ ู่ พุทธศักราช 2564
ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ได้ ตอ้ งมคี ณุ สมบัตดิ งั น้ี
17.2.1 ตดั สนิ ผลการเรียนเปน็ รายวชิ า ผู้เรียนตอ้ งมเี วลาเรียนตลอดภาคเรยี นไม่น้อยกวา่
รอ้ ยละ 80 ของเวลาเรียนทัง้ หมดในรายวชิ านั้น ๆ
17.2.2 ผูเ้ รียนตอ้ งไดร้ บั การประเมนิ ทกุ ตัวชีว้ ดั และผ่านตามเกณฑท์ ่สี ถานศึกษากำหนด
17.2.3 ผเู้ รียนต้องไดร้ ับการตัดสินผลการเรียนทกุ รายวิชา
17.2.4 ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม ไม่น้อยกว่า 81 หน่วยกิต โดยเป็น
รายวชิ าพน้ื ฐาน 41 หน่วยกติ และรายวชิ าเพิม่ เติมตามท่สี ถานศกึ ษากำหนด
17.2.5 ผ้เู รียนตอ้ งได้หน่วยกติ ตลอดหลกั สูตรไมน่ ้อยกว่า 77 หนว่ ยกติ โดยเป็นรายวชิ า
พน้ื ฐาน 41 หนว่ ยกติ และรายวชิ าเพ่มิ เติมไมน่ ้อยกวา่ 36 หนว่ ยกติ
17.2.6 ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่าเกณฑ์การประเมิน
ตามสถานศึกษากำหนด
17.2.7 ผ้เู รยี นต้องได้รับการประเมิน และมผี ลการประเมนิ ผา่ นตามเกณฑท์ สี่ ถานศึกษา
กำหนด ในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
การพิจารณาเลื่อนชั้นมัธยมศึกษา ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และพิจารณาเห็นว่าสามารถพัฒนา
และสอนซ่อมเสริมได้ ให้โรงเรียนผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้ แต่หากผู้เรียนไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมาก และ
มีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น โรงเรียนต้องตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำ
ชนั้ ทั้งนใ้ี หค้ ำนึงถึงวฒุ ิภาวะและความรคู้ วามสามารถของผู้เรียนเปน็ สำคัญ )
การตัดสินผลการเรียนการผ่านระดับชั้น (จบการศึกษาภาคบังคับ และจบหลักสูตร
การศึกษาขั้นพื้นฐาน) ผู้เรียนต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานครบทั้ง 7 เกณฑ์ ซึ่งสะสมมาจากการประเมินผล
การเรียนปลายภาคเรยี น
ถ้าผู้เรียนไม่ผ่านระดับชั้นปีให้ดำเนินการสอนซ่อมเสริม แล้วทำการประเมินจนผู้เรียน
สามารถผ่านเกณฑ์การประเมนิ ทสี่ ถานศึกษากำหนด
17.3 ใหห้ ัวหน้าสถานศกึ ษาเปน็ ผูอ้ นุมัตผิ ลการเรียน และการจบหลกั สูตร

49

หมวด 5
เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา
ข้อ 18 ให้สถานศึกษาจัดใหม้ ีเอกสารการประเมินผลการเรยี นตา่ ง ๆ ดงั นี้
18.1 เอกสารการศกึ ษาควบคุมและบังคับแบบตามรปู แบบท่ีกระทรวงศึกษาธิการกำหนด
ดังน้ี
18.1.1 ระเบียนแสดงผลการเรียน(Transcript) ( ปพ.1 ) เป็นเอกสารบันทึกผลการ
เรียนของผู้เรียนตามสาระการเรียนรู้กลุ่มวิชา และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้เรียนในแต่ละช่วงชั้นของหลักสูตร
การศึกษาขั้นพื้นฐาน เพ่ือใช้เป็นหลักฐานแสดงสถานภาพ และความสำเร็จในการศึกษาของผู้เรียนแต่ละคน
และใช้เป็นหลกั ฐานในการสมัครเข้าศึกษาต่อ สมคั รเขา้ ทำงาน หรอื ดำเนนิ การในเร่ืองอ่นื ท่ีเกีย่ วขอ้ ง
18.1.2 หลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา หรือใบประกาศนียบัตร ( ปพ.2 ) เป็นเอกสาร
ที่สถานศกึ ษาออกใหก้ ับผสู้ ำเรจ็ การศึกษาภาคบังคับ 9 ปี และผู้สำเร็จการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน เพอ่ื แสดงศักด์ิและ
สทิ ธิ์ของผสู้ ำเรจ็ การศึกษา และรับรองวุฒกิ ารศึกษาของผู้เรยี น ให้ผู้เรียนนำไปใช้เปน็ หลักฐานแสดงระดับวุฒิ
การศกึ ษาของตน
18.1.3 แบบรายงานผู้สำเร็จการศกึ ษา ( ปพ.3 ) เปน็ แบบรายงานชื่อและข้อมูลของ
ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับและหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นหลักฐาน
สำหรับตรวจสอบ ยืนยันและรับรองความสำเร็จ และวุฒิการศึกษาของผู้สำเร็จการศึกษาแต่ละคน
ต่อสำนักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการ
18.2 เอกสารหลกั ฐานการศึกษาท่ีสถานศกึ ษาดำเนนิ การเอง
18.2.1 แบบแสดงผลการพฒั นาคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (ปพ.4 ) เป็นเอกสารรายงาน
พัฒนาการด้านคุณลักษณะของผู้เรียนที่เกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ ทสี่ ถานศึกษากำหนดขึน้ เพื่อพฒั นาผู้เรยี นเป็นพเิ ศษ เพ่ือการแกป้ ญั หาหรอื สร้างเอกลกั ษณใ์ ห้ผู้เรียน
ตามวิสัยทัศน์ของสถานศึกษา ซึ่งจะต้องจัดทำเอกสารนี้ให้ผู้เรียนทุก ๆ คน ควบคู่กับระเบียนแสดงผลการ
เรียนของผู้เรียน เพอื่ นำไปใช้เป็นหลักฐานแสดงคุณลักษณะของ ผ้เู รียนเพ่อื ประกอบในการสมัครเข้าศึกษาต่อ
หรือสมัครทำงาน
18.2.2 เอกสารบันทึกผลการพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี น ( ปพ.5 ) เป็นเอกสารสำหรบั ผ้สู อน
ใช้บันทึกเวลาเรียน ข้อมูลผลการวัดและประเมินผลการเรียน และข้อมูลการพัฒนา คุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ของผู้เรียนแต่ละคนที่เรียนในห้องหรือกลุ่มเดียวกัน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดกิจกรรมการเรียนการ
สอน ปรับปรุง แก้ไข ส่งเสริม และตัดสินผลการเรียนของผู้เรียน รวมทั้งใช้เป็นหลักฐานสำหรับตรวจสอบ
ยืนยัน สภาพการเรยี น การมีสว่ นร่วมในกิจกรรมตา่ ง ๆ และผลสมั ฤทธ์ิของผู้เรียนแตล่ ะคน
18.2.3 เอกสารรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี นรายบุคคล ( ปพ.6 ) เปน็ เอกสาร
สำหรับบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผลการเรยี น พัฒนาการในด้านตา่ ง ๆ และข้อมูลอ่ืน ๆ ของผ้เู รียน ท้ังท่ีสถานศึกษา
และทบี่ า้ น เพือ่ ใช้สำหรบั ส่อื สารระหวา่ งสถานศึกษากับผู้ปกครองของผเู้ รียน ใหร้ ับทราบและเกดิ ความเข้าใจ
ในตัวผู้เรียนรว่ มกนั
18.2.4 ใบรบั รองผลการศึกษา ( ปพ.7 ) เปน็ เอกสารที่สถานศกึ ษาออกให้กบั ผู้เรียนเป็น
การเฉพาะกิจ เพื่อรองรับสถานภาพทางการศึกษาของผู้เรียนเป็นการชั่วคราว ทั้งกรณีผู้เรียนยังไม่สำเร็จ
การศึกษา และสำเรจ็ การศึกษาแล้ว
18.2.5 เอกสารระเบียนสะสม ( ปพ.8 ) เป็นเอกสารสำหรับบนั ทึกข้อมูลเก่ยี วกับพัฒนา
ทางการเรียน และผลงานด้านต่าง ๆ ของผู้เรียน ทั้งที่สถานศึกษาและที่บ้าน เพื่อประโยชน์ในการแนะแนว
ผู้เรยี นทุก ๆ ดา้ น
18.2.6 สมุดบันทึกผลการเรยี นรู้ (ปพ. 9) เป็นสมดุ บนั ทึกผลการเรียนรทู้ ่ีสถานศึกษา
จัดทำขึ้นเพื่อบันทึกรายการรายวิชาต่าง ๆ ที่ผู้เรียนจะต้องเรียนในแต่ละช่วงชั้น ตามโครงสร้างหลักสูตรของ
สถานศึกษา พร้อมด้วยผลการประเมินการเรียนของแต่ละรายวิชา และสถานศึกษาออกให้ผู้เรียนสำหรับใช้


Click to View FlipBook Version