แผนธุรกิจร้านท าเล็บ Beauty Nail Shop โดย “ กลุ่มสายชน ” 1. นายวุฒิชัย คงปันนา 64706619 ประธานกลุ่ม 2. นายนิวัฒน์ อาวะโห 64700013 สมาชิกกลุ่ม 3. นางกฤศญา ไชยานุพัทธกุล 64706657 สมาชิกกลุ่ม 4. นางสาวอัญชลี อันทะเกต 64702140 สมาชิกกลุ่ม 5. นางสาววิลาวัลย์ วงศ์ใหญ่ 64708897 สมาชิกกลุ่ม 6. นางสาวนารีรัตน์ เมืองพรม 64702164 สมาชิกกลุ่ม 7. นางสาวอรวรรณ ยิงรัมย์ 64709474 สมาชิกกลุ่ม 8. นางสาวเก็จมณี พลเขตร์ 64707289 สมาชิกกลุ่ม แผนธุรกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา BUS402_Strategic Management and Business plan (การจัดการเชิงกลยุทธ์และแผนธุรกิจ) คณะบริหารธุรกิจ สาขาการบริหารและการจัดการสมัยใหม่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี ประจ าปีการศึกษา 2/2565
แผนธุรกิจร้านท าเล็บ Beauty Nail Shop โดย “ กลุ่มสายชน ” แผนธุรกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา BUS402_Strategic Management and Business plan (การจัดการเชิงกลยุทธ์และแผนธุรกิจ) คณะบริหารธุรกิจ สาขาการบริหารและการจัดการสมัยใหม่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี ประจ าปีการศึกษา 2/2565
P a g e | A เนื้อหา หน้า บทที่ 1 บทสรุปผู้บริหาร 1 บทที่ 2 ภาพรวมกิจการ 4 2.1 การแนะนำธุรกิจ 4 2.2 ตราสินค้าหรือโลโก้แบรนด์ร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop 5 2.3 ทำเลที่ตั้งร้าน Beauty Nail Shop 5 2.4 รูปแบบธุรกิจและสินค้า/บริการ 6 2.5 วิสัยทัศน์และพันธกิจของธุรกิจ 6 2.6 รายละเอียดของสินค้า/บริการ 7 2.7 รายนามผู้ถือหุ้นและผู้ก่อตั้ง Beauty Nail Shop 11 2.8 ภาพรวมของผลประกอบการ 12 บทที่ 3 วัตถุประสงค์และเป้าหมายทางธุรกิจ 13 3.1 วัตถุประสงค์ 13 3.2 เป้าหมายทางธุรกิจ 14 บทที่ 4 การวิเคราะห์อุตสาหกรรมและวิเคราะห์ตลาด 16 4.1 การวิเคราะห์อุตสาหกรรม 16 4.2 การวิเคราะห์ตลาด 18 บทที่ 5 การวิเคราะห์สถานการณ์ 20 5.1 ธุรกิจด้านสุขภาพและความงาม สร้างแบรนด์ความงาม 21 5.2 สร้างแบรนด์ธุรกิจที่เกี่ยวกับอาหารที่มีประโยชน์ 21 5.3 ธุรกิจการค้าปลีกทั้งออนไลน์และออฟไลน์ 21 5.4 ธุรกิจนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ช่วยให้ประหยัดพลังงานและการลดมลพิษ 21 5.5 ธุรกิจสุขภาพและคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง 21 5.6 ธุรกิจท่องเที่ยว ขนส่งผู้โดยสาร ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจเพื่อความบันเทิง 22 สารบัญ
P a g e | B เนื้อหา หน้า บทที่ 6 การวิเคราะห์ปัจจัยภายใน 23 6.1 SWOT Analysis 23 - จุดแข็งของกิจการ (Strengths) 23 - จุดอ่อนของกิจการ (Weakness) 23 - โอกาสของกิจการ (Opportunities) 24 - อุปสรรคของกิจการ (Threats) 24 6.2 TOWS Matrix 25 - กลยุทธ์เชิงรุก (Strengths + Opportunities) 25 - กลยุทธ์เชิงรับ (Weaknesses + Threats) 25 - กลยุทธ์เชิงป้องกัน (Strengths + Threats) 25 - กลยุทธ์เชิงแก้ไข (Weaknesses + Opportunities) 26 บทที่ 7 การวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก 27 7.1 ปัจจัยทางด้านการเมือง (Political Factor) 27 7.2 ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ (Economic Factor) 28 7.3 ปัจจัยทางด้านสังคม (Social Factor) 28 7.4 ปัจจัยทางด้านเทคโนโลยี (Technology Factor) 29 7.5 ปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อม (Environment Factor) 30 7.6 ปัจจัยทางด้านกฎหมายและกฎระเบียบ (Legal Factor) 30 บทที่ 8 แผนการบริหารจัดการ 31 8.1 ข้อมูลทางธุรกิจ 32 8.2 โครงสร้างการบริหารจัดการธุรกิจ 32 8.2.1 หน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละตำแหน่ง 32 - กรรมการบริหารธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop 32 - ผู้จัดการร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop 33 - ช่างทำเล็บ Zone A 34 - ช่างทำเล็บ Zone B 34 - ช่างทำเล็บ Zone C 34 8.2.2 อัตราเงินเดือนค่าจ้างของแต่ละตำแหน่ง 35
P a g e | C เนื้อหา หน้า บทที่ 9 แผนการตลาด 36 9.1 เป้าหมายทางการตลาด 37 9.2 การกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย 38 9.3 กลยุทธ์ทางการตลาด 39 - Product (ผลิตภัณฑ์) 39 - Price (ราคา) 39 - Place (ช่องทางการให้บริการ) 40 - Promotion (การส่งเสริมการขาย) 41 - People (บุคลากร) 42 - Process (กระบวนการ) 42 - Physical Evidence (องค์ประกอบทางกายภาพ) 43 บทที่ 10 แผนการผลิต/แผนการบริการ 44 10.1 ขั้นตอนการเตรียมการบริการ 44 10.2 ขั้นตอนระหว่างการให้การบริการที่ดี Service mind 45 10.3 ขั้นตอนการบริการหลังการขาย 45 10.4 ตำแหน่งหรือสถานที่ตั้งของร้าน 46 10.5 แผนผังรูปแบบการทำงานของร้าน 46 10.6 ขั้นตอนการให้บริการการทำเล็บ 47 10.7 อุปกรณ์ เครื่องมือและผลิตภัณฑ์ต่างๆ 47 10.8 ขีดความสามารถในการให้บริการ 49 บทที่ 11 แผนการเงิน 50 11.1 ขนาดเงินทุนและแหล่งเงินทุน 50 11.2 รายละเอียดของการลงทุน 51 11.3 สมมติฐานทางการเงิน 51 11.4 การประมาณการรายได้ 52 11.5 การประมาณการด้านต้นทุน 52 บทที่ 12 แผนฉุกเฉิน 54 12.1 วัตถุประสงค์ 54
P a g e | D เนื้อหา หน้า 12.2-การสรุปเหตุการณ์สภาวะวิกฤตและผลกระทบจากเหตุการณ์ 54 12.3 กลยุทธ์และแนวทางในการบริหารธุรกิจให้เกิดความต่อเนื่อง 55 12.4 แผนฉุกเฉินหรือแผนปฏิบัติการทางธุรกิจ 56 บรรณานุกรม 57
P a g e | 1 บทที่ 1 Beauty Nail Shop เป็นธุรกิจการให้บริการการทำเล็บ โดยมีแนวคิดหลักคือ การดึงความเป็นตัวตนของ ลูกค้าออกมาประกอบการออกแบบลวดลายบนเล็บ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจ และบ่งบอกความเป็นตัวตนของ ลูกค้าได้อีกทาง โดยผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้รังสรรค์และให้บริการ ด้วยวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย รวมไปถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี โดยการมอบคุณค่าให้แก่ลูกค้า ทั้งในด้านการบริการที่ดี การออกแบบสี ลวดลายที่มีเอกลักษณ์ที่เหมาะสมกับแต่ ละบุคคล มอบความสะดวกสบาย ความผ่อนคลายในด้านต่างๆ ขณะเข้ารับบริการ ตลอดไปจนถึงการให้ คำแนะนำลูกค้าเกี่ยวกับการมีสุขภาพเล็บที่ดีด้วย ในปัจจุบันนี้ ความสวยความงามเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับสุภาพสตรี โดยค่านิยมในด้านการให้ ความสำคัญกับรูปลักษณ์มากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้หญิงในยุคนี้ ใส่ใจในการดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้นด้วย รวมไปถึง พฤติกรรมการเข้าร้านเสริมสวย คลินิกเสริมความงาม หรือไปพบแพทย์ทางด้านความงาม เป็นต้น จาก แหล่งข้อมูลของทางสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการจัดอันดับ 10 ธุรกิจ ดาวรุ่งและดาวร่วง ในปี 2565 จาก 10 ธุรกิจ ปรากฎว่า ธุรกิจการแพทย์และความงาม รวมถึงอีคอมเมิร์ชนั้น ครองอันดับที่ 1 จึงทำให้เห็นโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการลงทุนการให้บริการด้านความงามสำหรับ ผู้หญิงโดยเฉพาะ จึงมีแนวความคิดเกี่ยวกับการสร้างธุรกิจการบริการในด้านความสวยความงามเกี่ยวกับเล็บ โดย มุ่งเน้นและให้ความสำคัญไปในเรื่องการทำเล็บ การบำรุงรักษาเล็บด้วยวิถีธรรมชาติ และใช้แนวคิดในการดึง ความเป็นตัวตนจากภายในของลูกค้า ออกมาใส่ในการออกแบบลวดลายบนเล็บ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า และการแสดงออกความเป็นตัวตน สไตล์ของตัวเองผ่านลวดลายบนเล็บ ดังคำกล่าวที่ว่า “ ไก่งามเพราะขน คน งามเพราะแต่ง ” ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายหลักของธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop คือ กลุ่มผู้หญิงวัยทำงาน อายุ 20-45 ปีที่มีระดับรายได้อยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป ที่ให้ความสำคัญกับบุคลิกภาพ และภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัย ตลอดเวลา พร้อมรูปแบบการใช้ชีวิตแบบคนเมือง ชอบความสะดวกสบาย โดย Beauty Nail Shop จะเจาะไป ยังกลุ่มคนที่อยู่ย่านใจกลางเมืองศรีราชา โดยช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายก็คือ การประชาสัมพันธ์ผ่าน ช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook , Instagram , TikTok , Twitter และออฟไลน์คือป้ายโฆษณาหน้าร้าน เพื่อให้ กลุ่มลูกค้าได้ทราบถึงการมีอยู่ของร้าน Beauty Nail Shop บทสรุปผู้บริหาร
P a g e | 2 Beauty Nail Shop เปิดให้บริการอยู่ในย่านใจกลางเมืองศรีราชา สามารถเดินทางไปมาได้อย่างสะดวก มีที่จอดรถกว้างขวางสามารถจอดได้มากถึง 15 คัน และบริเวณข้างเคียงก็ยังใกล้กับลานจอดรถเอกชนขนาดใหญ่ ใกล้โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เซลทรัล ฯลฯ สามารถเดินทางด้วยบริการรถ สาธารณะ หรือรถยนต์ส่วนตัวก็ได้ ภายในร้านเองมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 50 ตร.ม. นอกจากการบริการด้านการ ทำเล็บแล้ว ยังมีบริการเกี่ยวกับการนวดสปาอีกด้วย พื้นที่ส่วนใหญ่ภายในร้านนั้นจะเน้นความโปร่ง โล่ง ไม่เก็บ สะสมวัสดุอุปกรณ์ไว้มากเกินไป การออกแบบเน้นสไตล์มินิมอลและโมเดิร์น ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการ ผ่อนคลายให้กับลูกค้าทั้งสิ้น ตั้งแต่รูปแบบร้านที่ทันสมัย ผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรอย่างดี มีกลิ่นหอมจากธรรมชาติที่ให้ ความผ่อนคลาย เสียงดนตรีที่คลอเบาๆ การให้บริการสปามือเท้า ที่ทำอย่างนุ่มนวล และปิดท้ายด้วยการเสิร์ฟน้ำ ผลไม้รสชาติดี เพื่อให้ลูกค้าได้ความรู้สึกสดชื่นจากรสชาติหลังการรับบริการ จากการสำรวจตลาดพบว่า ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ร้านทำเล็บส่วนใหญ่นั้น มีพื้นที่ค่อนข้างเล็ก มี บริการเฉพาะการทำสี และออกแบบลวดลายเล็บแบบธรรมดาๆ เท่านั้น ไม่มีบริการสปา หรือ การบำรุงดูแล รักษาเล็บชนิดเต็มรูปแบบ ซึ่งหากอ้างอิงจากประสบการณ์การเข้ารับบริการการทำเล็บตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สามารถเข้าใจปัญหาที่เคยพบเจอ ข้อดี และข้อเสียต่างๆ นาๆ ในฐานะลูกค้าได้และหลังจากที่มีร้าน Beauty Nail Shop ก็ได้นำปัญหาที่เคยพบเจอ ข้อดี และข้อเสียเหล่านั้น มาปรับใช้ในฐานะผู้ให้บริการ เพื่อให้เกิดความพึง พอใจของลูกค้าอย่างสูงที่สุด ส่วนในด้านการลงทุนของ Beauty Nail Shop นั้น ได้วางแผนจัดการอย่างมีประสิทธิภาพมีงบประมาณ การเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 4 แสนบาท ซึ่งเป็นเงินลงทุนจากผู้ถือหุ้นทั้งหมดจำนวน 8 คน ซึ่งงบประมาณดังกล่าวก็ นำใช้ในการก่อสร้าง ตกแต่งร้าน และจัดหาเครื่องมือ วัสดุและอุปกรณ์ในการให้บริการ โดยมีการควบคุมต้นทุน วัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆ ให้อยู่ในระดับที่ไม่สูงจนเกินไป เน้นการลงทุนและค่าใช้จ่ายให้ตรงกับกลุ่ม ลูกค้าเป้าหมายให้มากที่สุด ในปัจจุบันที่สภาวะทางเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้การจับจ่ายใช้สอยในสินค้าฟุ่มเฟือยมีแนวโน้มชะลอตัว ลง แต่จากข้อมูลการตลาดพบว่า สินค้าสิ้นเปลืองบางชนิด หรือการบริการบางประเภทกลับมีแนวโน้มการใช้จ่าย ที่เพิ่มสูงขึ้น จากข้อมูลของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์พบว่า อุตสาหกรรมความงาม ของไทย มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี มีมูลค่าการตลาดถึง 2.8 แสนล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นตลาด ภายในประเทศร้อยละ 60 หรือ 1.68 แสนล้านบาท และตลาดภายนอกประเทศหรือการส่งออกที่ทำรายได้ให้ ประเทศถึงร้อยละ 40 หรือกว่า 1.12 แสนล้านบาท ประกอบกับค่าความนิยมของคนไทย ที่ให้ความสำคัญกับ รูปลักษณ์มากขึ้น ทำให้ผู้หญิงในยุคนี้ชอบใช้จ่ายไปกับการดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านที่เกี่ยวกับ รูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ รวมทั้งการทำผม ทำเล็บ เสมือนเป็นปัจจัยที่ 5 เพื่อเพิ่มความมั่นใจสำหรับการดำรงชีวิตประจำวันของ นั่นเอง
P a g e | 3 จากประสบการณ์การใช้บริการเสริมความงามและการดูแลเล็บ พบว่าผู้ให้บริการส่วนใหญ่ยังมีการนำ ผลิตภัณฑ์ที่คุณภาพ ไม่ได้มาตรฐาน หรือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการรับรองมาให้บริการ และให้บริการอย่างไม่ เป็นมืออาชีพอีก ทั้งในเรื่องของความเข้าใจในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ เช่น โทนสีที่ลูกค้าต้องการ หรือคำแนะนำต่างๆ ที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งผู้ให้บริการบางกลุ่มละเลยในการให้ความสำคัญเกี่ยวกับความสะอาดของเครื่องมือที่นำมาให้ บริการ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ให้บริการกลับคิดราคาสูงเกินคุณภาพที่มอบให้กับลูกค้าอีกด้วย จากงานวิจัยและการสัมภาษณ์กลุ่มผู้รับบริการร้านทำเล็บแฟชั่นพบว่า บริการที่ลูกค้าเข้ารับบริการส่วน ใหญ่คือ การทาสีเจล สปาเท้า สปามือ และทาสีธรรมดาตามลำดับ โดยปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือก ร้าน จากผลสำรวจตามแบบสอบถามพบว่าจาก 14 ปัจจัย คือ การบริการเป็นมิตร บริการที่รวดเร็ว บรรยากาศ ภายในร้าน สถานที่ตั้งของร้าน คุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่นำมาให้บริการ ความหลากหลายของสีทาเล็บ ความติด ทนนาน ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นพิษน้อย เช่น สินค้าธรรมชาติ ไม่มีฝุ่นหรือกลิ่นรุนแรงภายในร้าน ราคาสมเหตุสมผล มี บริการที่หลากหลาย เช่น มีต่อขนตา นวดเท้า แว็กซ์รีวิว ในอินเตอร์เน็ต เพื่อน หรือ ครอบครัว แนะนำ และ สุดท้ายความสะดวกในการเดินทาง และที่จอดรถ พบว่าปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกร้าน สำคัญมาก ที่สุด คือความติดทนนาน ราคาสมเหตุสมผล ความสะดวกในการเดินทาง และที่จอดรถ ความหลากหลายของสี ทาเล็บ และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ในร้านตามลำดับ ยิ่งไปกว่านั้นพบว่ากลุ่มลูกค้า ยังได้ให้ข้อมูล เกี่ยวกับราคาที่เหมาะสมต่อบริการแต่ละชนิดดังนี้ การทาสีเจล อยู่ที่ระหว่าง 379-559 บาท ทาสธรรมดา 200- 350 บาท ต่อเล็บด้วยอะคริลิค (Acrylic) อยู่ที่ 800-950 บาท ต่อเล็บเจลอยู่ที่ 550-750 บาท สปามือและสปา เท้าอยู่ที่ 500-700 บาท ฉะนั้น จากการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมความงามและพฤติกรรมดังกล่าวทำให้กลุ่มธุรกิจของร้านทำ เล็บ Beauty Nail Shop มองเห็นช่องทางและโอกาสที่จะเข้ามาลงทุนทำธุรกิจในกลุ่มประเภทความงาม ประกอบกับแรงบันดาลใจที่ต้องการสนับสนุนให้ทุกคนนั้น มีความมั่นใจในตัวเอง และกล้าแสดงออกถึงความเป็น ตัวตนผ่านการเติมแต่งสีและลวดลายลงบนเล็บให้เหมาะสมตามบุคลิกภาพของแต่ละบุคคล เพื่อเน้นย้ำความเป็น ตัวของตัวเองและเสริมความมั่นใจในแต่ละวัน
P a g e | 4 บทที่ 2 ปัจจุบันธุรกิจนี้ ร้านทำเล็บกำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และตลาดในด้านความงามก็ให้การตอบ รับเป็นอย่างดี เพราะความสวยความงาม เป็นอีกหนึ่งความต้องการ ที่ผู้บริโภคในยุคนี้ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะ กลุ่มผู้หญิงที่รักสวยรักงาม ชอบความหาอะไรใหม่ๆ มาเสริมเติมแต่งให้ตัวเองดูดีเพิ่มความมั่นใจมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการทำเล็บเป็นการตกแต่งร่างกายที่ห่างไกลใบหน้า จึงทำให้ผู้บริโภคกล้าที่จะทดลองใช้สินค้าใหม่ๆ มากกว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้ตกแต่งใบหน้าที่ต้องแบ่งประเภทสินค้าตามความเหมาะสมของสภาพผิว อีก ทั้งสื่อสังคมออนไลน์ใน ปัจจุบันอย่าง YouTube Facebook และ Instagram ยังเป็นตัวช่วย ผลักดันให้เกิด กระแสนิยมของแฟชั่นการทำเล็บและเพ้นท์เล็บ ส่งผลให้การทำเล็บมีความนิยมที่สูงมากขึ้น จึงส่งผลให้การทำ เล็บหรือเพ้นท์เล็บกลายเป็นกระแสแฟชั่นหรือแม้กระทั่งเป็นกิจกรรม ยามว่างของผู้หญิงในยุคปัจจุบัน จากที่ได้กล่าวมาข้างต้น ทำให้มองเห็นถึงช่องทางการสร้างธุรกิจ และคาดว่าน่าจะเป็นธุรกิจที่มีโอกาส ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคล้วนมีความต้องการความงามที่นับวันจะมีเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ ธุรกิจด้านความสวยความงามก็ยังมีการปรับปรุงคุณภาพและพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน อีกทั้งยัง มีการบริการที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุดและรวดเร็วมากขึ้น จนทำให้ ผู้บริโภคบางกลุ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเริ่มจากการชื่นชอบ ใช้บริการบ่อย กระทั่งบางรายใช้บริการ เป็นประจำจนกลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมยามว่าง และกลายเป็นสมาชิกประจำของร้านได้ในที่สุด 2.1 การแนะนำธุรกิจ ธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop เป็นธุรกิจที่ให้บริการด้านความสวยความงามที่เกี่ยวกับการทำเล็บ ตกแต่งและออกแบบลวดลายเล็บให้กับลูกค้า หรือทำตามความประสงค์ของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึง พอใจในผลิตภัณฑ์หรือผลงานของร้านให้มากที่สุด เพราะในปัจจุบันนี้ ธุรกิจด้านความสวยความงาม รวมไปถึง ร้านทำเล็บ มีการแข่งขันกันสูงมาก และมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ จึงเกิดแนวคิดอยากจะทำธุรกิจบริการ ร้านทำเล็บขึ้นมาและได้เริ่มดำเนินการมาสักระยะหนึ่งแล้ว สุภาษิตที่ว่า “ ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง ” สุภาษิตนี้มีความสอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจ ความสวยความงามในปัจจุบันอย่างมาก ถึงแม้จะไม่ใช่สิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับทุกคนก็ตาม แต่สำหรับคุณ ผู้หญิงที่รักสวยรักงามทั้งหลายแล้ว เรื่องนี้ถือว่ายอมกันไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องให้ตัวเองดูดีไว้ก่อน การถือกำเนิด ของธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop จึงเกิดขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน ภาพรวมกิจการ
P a g e | 5 2.2 ตราสินค้าหรือโลโก้แบรนด์ร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop 2.3 ทำเลที่ตั้งร้าน Beauty Nail Shop ร้าน Beauty Nail Shop เลขที่ 128/15 ถนนศรีราชานคร 3 ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20110 Beauty Nail Shop
P a g e | 6 2.4 รูปแบบธุรกิจและสินค้า/บริการ ธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop ให้บริการการเขียนลายลงบนเล็บมือหรือการเพ้นท์เล็บ การต่อ เล็บด้วยอะคริลิค (Acrylic) หรือเจลทั้งเล็บมือ-เล็บเท้า อีกทั้งยังมีบริการเกี่ยวกับสปามือ-สปาเท้าด้วย โดยเน้นไป ที่การบริการทำความสะอาด พร้อมทั้งให้คำแนะนำการบำรุงดูแลรักษาเล็บ ทำการออกแบบและตกแต่งเล็บให้ เหมาะสมกับบุคลิกของแต่ละบุคคล และใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ (ออแกนิค) ที่ทั้งสะอาดและมีความปลอดภัย พร้อมทั้งจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมความงามด้านอื่นๆ ด้วย 2.5 วิสัยทัศน์และพันธกิจของธุรกิจ วิสัยทัศน์ทางธุรกิจ คือการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ในเรื่องการบริการด้านการทำเล็บ เพราะเรามีความมุ่งมั่นที่จะทำสิ่งนี้ ให้สำเร็จด้วยช่างทำเล็บที่มีฝีมือ ที่ผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดี มีการการันตี รับรองจากสถาบันสอนทำเล็บชั้นนำ อีกทั้งยังสภาพแวดล้อมภายในร้านที่สะอาด ปลอดโปร่ง โล่ง สะดวกสบาย มีสไตล์ที่มุ่งเน้นการออกแบบในเชิงบ่งบอกความเป็นตัวตนของลูกค้าผ่านลวดลายและสีสันบนเล็บ พันธกิจของธุรกิจ คือการควบคุมและรักษามาตรฐานการให้บริการที่ดีอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง ใส่ใจใน รายละเอียดและความต้องการของลูกค้าทุกคนและให้บริการอย่างเท่าเทียม เลือกใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์รวมถึงวัสดุ อุปกรณ์ที่สะอาด ทันสมัย และปลอดภัยต่อผู้เข้ารับบริการ ทำหน้าที่ให้บริการลูกค้าด้วยความซื่อสัตย์ ใส่ใจ จริงใจ โดยให้เปรียบเสมือนคนในครอบครัว มีการพัฒนาและนำเสนอลวดลายต่างๆที่ทันสมัย โดยการศึกษา ไอเดียจากต่างประเทศนำมาประยุกต์กับความต้องการลูกค้าอยู่เสมอ รวมไปถึงมีการส่งเสริมให้พนักงานได้เข้า อบรม พัฒนาฝีมือความรู้ใหม่ๆ เพื่อนำมาพัฒนากิจการร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop ต่อไป
P a g e | 7 2.6 รายละเอียดของสินค้า/บริการ ธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop ภายใต้แบรนด์ Beauty Nail Shop ให้บริการการเขียนลายบน เล็บมือหรือการเพ้นท์เล็บ ในระดับ Premium ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไร้สารเคมี มีคุณภาพ ผลิตจากต่างประเทศ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ยังปราศจากสารเคมีที่มีผลกระทบต่อร่างกายดังนี้ คือ - Toluene หากสูดดมมาก จะเกิดการสะสมที่ตับและไต มีผลต่อการทำงานของระบบประสาท - Formaldehyde สารเคมีชนิดนี้ทำลายภูมิคุ้มกันของร่างกาย และเป็นสารก่อมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งเม็ด ในเลือดขาว - Dibutyl phthalate เป็นสารที่นิยมใช้เป็นส่วนผสมของการผลิตสี ยาฆ่าแมลง และพลาสติก ส่วนในสีทำ เล็บนั้น จะนิยมใช้เพื่อช่วยเพิ่มการยึดเกาะระหว่างสีกับหน้าเล็บให้ทนทานแข็งแรง ทนต่อน้ำ การขูดขีด แต่สารเคมีชนิดนี้จัดเป็นสารก่อมะเร็งชนิดหนึ่ง ทั้งยังเป็นพิษต่อตับ ไต และปอด เป็นต้น เพราะฉะนั้นธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop จึงให้ความสำคัญกับการเลือกใช้สารเคมีที่จะนำมาใช้ กับเล็บของลูกค้า เพื่อให้เล็บของลูกค้านั้น จะได้สวยควบคู่ไปกับสุขภาพดีโดยมีตัวอย่างของสินค้า/บริการ ดังนี้ 2.6.1 อุปกรณ์ตัดเล็บ เป็นอุปกรณ์เบื้องต้นที่ธุรกิจร้านทำเล็บจะต้องมี เพื่อนำไปใช้ในการตัดแต่งเล็บให้ได้ตามทรงที่ต้องการ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนเสริมสวยถัดไป ตั้งแต่กรรไกรตัดเล็บ กรรไกรตัดหนัง และตะไบตัดเล็บ 2.6.2 อุปกรณ์ทำความสะอาดเล็บ นอกจากการทำเล็บที่สวยงาม โดดเด่นแล้ว การล้างเล็บก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากสีที่ใช้ทำเล็บนั้น มีคุณสมบัติในด้านความคงทน จึงทำให้มีวิธีในการล้างนั้นแตกต่างจากน้ำยาทำเล็บแบบปกติ โดยเราจำเป็นที่ จะต้องสัมผัสกับยาล้างเล็บเป็นระยะเวลานาน ซึ่งน้ำยาล้างเล็บที่มีอยู่ส่วนมากจะออกฤทธิ์ค่อนข้างแรงทำให้โคน
P a g e | 8 เล็บและผิวรอบๆ เกิดอาการแห้ง ลอกหรืออักเสบได้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพิถีพิถันในการเลือกซื้อน้ำยาล้าง เล็บให้มากที่สุด 2.6.3 น้ำยาเคลือบเล็บ น้ำยาเคลือบเล็บนั้น ก็เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ สำหรับสุขภาพเล็บเช่นกัน ซึ่งน้ำยาเคลือบเล็บจะเอาไว้ทา ก่อนลงน้ำยาทาเล็บ ทั้งนี้ก็เพื่อความติดทนทานและป้องกันเล็บไม่ให้เหลือง 2.6.4 น้ำยาทาเล็บ น้ำยาทาเล็บนั้น มีให้เลือกใช้หลากหลายโทนสี ซึ่งมีตั้งแต่สีพาสเทลหวาน ๆ สีเมทัลลิกเก๋ ๆ สีผสมกลิต เตอร์ฟรุ้งฟริ้ง ทั้งยังมีน้ำยาทาเล็บหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นน้ำยาทาเล็บแบบลอกสีออกได้น้ำยาทาเล็บ
P a g e | 9 แบบแมตต์ น้ำยาทาเล็บแบบเจลหรือน้ำยาทาเล็บแบบมีทรีตเมนต์บำรุงเล็บในตัว 2.6.5 อุปกรณ์เพ้นท์เล็บ อุปกรณ์หลัก ๆ ที่ใช้นั้นมีจานผสมสี พู่กันขนาดเล็ก และสีอะคริลิก ซึ่งเป็นสีที่แห้งไวและไม่เจือจาง เวลา โดนน้ำจึงนิยมนำมาใช้ในงานเพ้นท์เล็บ อยากเพิ่มลวดลายน่ารัก ๆ ก็สามารถหาซื้อไม้ดอทสำหรับทำลายจุดเป็น ดอกไม้หรือลวดลายการ์ตูนต่างๆ ได้หลากหลาย
P a g e | 10 2.6.6 ของตกแต่งเล็บ ผงอะคริลิก ใช้สำหรับงานต่อเล็บเพราะสามารถปั้นทรงเล็บให้ยาวหรือสั้นได้ตามใจ วันไหนอยากได้เล็บ ปลายตัดหรือปลายโค้งก็เนรมิตให้ได้ทันที ผงปั้นนูน ใช้ปั้นรูปทรงต่าง ๆ อย่าง ตุ๊กตาการ์ตูน ดอกไม้ หรือสัตว์น่ารัก ๆ มาติดให้เล็บกลายเป็นงาน สามมิติ (3D) กากเพชร สำหรับแต่งเล็บให้ดูหรูหราวิบวับ มีทั้งแบบเป็นผงละเอียด ผงหยาบหรือกากเพชรโฮโลแกรมที่ เป็นรูปอื่น ๆ อย่าง เปลือกหอย ดอกไม้ และหัวใจ เพชรหรือโลหะทองเหลือง เพิ่มลูกเล่นวิบวับเหมือนกากเพชร แต่ช่วยให้ดูหรูหราขึ้นมาอีกระดับแบบ สามมิติ (3D) สติ๊กเกอร์ ทางออกที่ดีและสะดวกที่สุดของสาว ๆ ที่ทักษะงานศิลป์ไม่แข็งแรง อยากได้ลายไหนก็แค่ เลือกสติ๊กเกอร์ลายนั้นมาแปะปุ๊บ เคลือบปั๊บได้เลย กาวเจล สำหรับติดของตกแต่งจุกจิกให้ติดทนอยู่บนหน้าเล็บ อย่างสวยงาม 2.6.7 เครื่องอบสีเจลทาเล็บ ในการทำเล็บเจลทุกครั้งนั้น จำเป็นที่จะต้องมีไฟ LED หรือ UV เอาไว้สาหรับอบสีเล็บให้แห้ง โดยไฟ LED นั้นจะใช้ระยะเวลาอบน้อยกว่าไฟแบบ UV โดยจะมีด้วยกันหลากหลายขนาด หลายราคา มีทั้งขนาดพกพา
P a g e | 11 ขนาดใหญ่ตั้งโต๊ะได้ และขนาดกลางกำลังพอดี เวลาซื้อไฟอบก็ควรเลือกซื้อของแท้ที่ได้มาตรฐาน เพื่อที่จะได้ไม่ เป็นอันตรายต่อผิวหนังและเล็บของลูกค้า 2.7 รายนามผู้ถือหุ้นและผู้ก่อตั้ง Beauty Nail Shop - ผู้ถือหุ้นและผู้ก่อตั้ง ลำดับที่ 1 คุณอัญชะลี อันทะเกต เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและถือหุ้น 20% - ผู้ถือหุ้นและผู้ก่อตั้ง ลำดับที่ 2 คุณกฤศญา ไชยานุพัทธกุล เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและถือหุ้น 10% - ผู้ถือหุ้นและผู้ก่อตั้ง ลำดับที่ 3 คุณวิลาวัลย์ วงศ์ใหญ่ เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและถือหุ้น 10% - ผู้ถือหุ้นและผู้ก่อตั้ง ลำดับที่ 4 คุณนารีรัตน์ เมืองพรม เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและถือหุ้น 10% - ผู้ถือหุ้นและผู้ก่อตั้ง ลำดับที่ 5 คุณเก็จมณี พลเขตร์ เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและถือหุ้น 10% - ผู้ถือหุ้นและผู้ก่อตั้ง ลำดับที่ 6 คุณอรวรรณ ยิงรัมย์ เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและถือหุ้น 10% - ผู้ถือหุ้นและผู้ก่อตั้ง ลำดับที่ 7 คุณนิวัฒน์ อาวะโห เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและถือหุ้น 10% - ผู้ถือหุ้นและผู้ก่อตั้ง ลำดับที่ 8 คุณวุฒิชัย คงปันนา เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและถือหุ้น 10% 2.8 ภาพรวมของผลประกอบการ ภาพรวมด้านผลประกอบการของธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop ในช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ถือว่าคงที่ ไม่มีกำไรมาก แต่ก็ไม่ได้ขาดทุน อาจจะเป็นเพราะความกังวลในเรื่องของโควิด-19 และค่าครองชีพที่ กำลังปรับเพิ่มสูงขึ้น ราคน้ำมัน คงามผันผวนของค่าเงิน รวมไปถึงคู้แข่งทางธุรกิจที่มากมาย ที่แต่ล่ะแห่งก็ใช้กล
P a g e | 12 ยุทธ์ต่างๆ นาๆ นำออกมาดึงดูดลูกค้าให้เข้าร้านของตน ธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop ในช่วงเวลานั้นก็ ไม่ได้มีการปรับตัวอะไร ใช้แต่การประชามสัมพันธ์และฐานลูกค้าประจำเท่านั้น จึงส่งผลทำให้ภาพรวมด้านผล ประกอบการของธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop อยู่ในระดับคงที่จนถึงปัจจุบัน มูลค่าการลงทุน 1 ล้านบาท ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 งบกำไรขาดทุน (บาท) • รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ - - - 256,525.50 • รายได้จากการให้บริการ - - - 408,952.25 • รายได้รวม - - - 665,477.75 • กำไร (ขาดทุน) ก่อนหักชำระ - - - 334,522.25 • กำไร (ขาดทุน) หลังหักชำระ - - - 284,343.91 • คงเหลือกำไร (ขาดทุน) สุทธิ - - - 28,434.39 งบดุล (บาท) • สินทรัพย์รวม - - - 1,000,000.00 • หนี้สินรวม - - - 0 • ส่วนผู้ถือหุ้น - - - 255,909.52 ดังนั้น ภาพรวมของธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ที่มีการแข่งขันกันสูง ถือว่า มีความท้าทายเป็นอย่างมาก ต้องมีคุณภาพในหลายๆ ด้านไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นฝีมือ ลวดลาย สภาพแวดล้อมภายในร้าน ภายในนอก และภาพรวมการบริการต่างๆ เพราะธุรกิจร้านทำเล็บไม่ใช่ธุรกิจที่ใครจะ เริ่มต้นก็ทำได้ ซึ่งก่อนจะเปิดร้านได้นั้น จำเป็นที่จะต้องมีการฝึกฝนทักษะจนมั่นใจ หากเป็นมือใหม่ในธุรกิจด้านนี้ ก่อนเปิดร้านก็อาจจะลองทำเล็บให้เพื่อนสนิท มิตรสหาย เพื่อเป็นการฝึกฝีมือในเบื้องต้น ธุรกิจนี้ยิ่งคนทำมี ประสบการณ์มาก ก็จะทำให้คิดสร้างสรรค์ผลงานได้มากขึ้นและขายงานได้ในราคาที่แพงมากขึ้นด้วยเช่นกัน
P a g e | 13 บทที่ 3 3.1 วัตถุประสงค์ ธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop มีวัตถุประสงค์หลักในการทำแผนธุรกิจในครั้งนี้ คือ เพื่อการขอ สินเชื่อสำหรับใช้ในการขยายธุรกิจและปรับปรุงกิจการ โดยมีวงเงินที่ต้องการ คือ 2,000,000 บาท (สองล้านบาท ถ้วน) ซึ่งงบประมาณดังกล่าว จะนำมาบริหารจัดการตามรายละเอียดที่ได้อธิบายไว้ ดังนี้ 1) เพื่อการสร้างรูปแบบร้านทำเล็บที่มีมาตรฐาน ทั้งในด้านการบริการ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการบริการ ลูกค้าให้มีความสะดวก สบาย และทันสมัย เช่น เปลี่ยนเก้าอี้ โต๊ะ เตียง เฟอร์นิเจอร์ ซื้อเครื่องล้างเล็บ เครื่องอบสีเล็บ เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยรายการเปลี่ยนและซื้อใหม่ในครั้งนี้ ก็เพื่อปรับปรุง ธุรกิจให้เป็นไปในแนวทางที่ทันสมัยมากขึ้น และงบประมาณคร่าวๆ ที่จะใช้ก็คือ 1,000,000 บาท (หนึ่ง ล้านบาทถ้วน) 2) เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละคน โดยการดึงความเป็นตัวตนของแต่ละคนออกมา สื่อสารผ่านสี และลวดลายบนเล็บ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจและความเป็นตัวตนของลูกค้าแต่ละคนให้ มากที่สุด โดยวัตถุประสงค์ของการขอสินเชื่อในส่วนนี้นั้น จะนำมาว่าจ้างนักออกแบบหรือดีไซน์เนอร์ ให้ คิดค้นแบบเล็บที่ตรงตามลักษณะของลูกค้า และแบบที่ได้นั้นก็จะนำไปไว้ในแอบพลิเคชั่นหรือเพจของ ร้าน พร้อมทั้งอธิบายรายละเอียดต่างๆ ของเล็บแต่ละแบบไว้อย่างละเอียด เพื่อความสะดวกแก่ลูกค้า ใน การตัดสินใจเลือกและจองคิวก่อนเข้ามาทำเล็บจริงที่ร้าน โดยงบประมาณที่คิดว่าจะใช้ ก็คือ 400,000 บาท (สี่แสนบาทถ้วน) 3) เพื่อต้องการที่จะพัฒนาร้านทำเล็บให้มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในกลุ่มคนที่ชื่นชอบการทำเล็บ วัตถุประสงค์ของการขอสินเชื่อในส่วนนี้ จะใช้ในเรื่องการประชาสัมพันธ์ธุรกิจทั้งสิ้น ไม่ว่าจะ ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบออนไลน์ ออฟไลน์ โดยงบประมาณที่คิดว่าจะใช้ ก็คือ 200,000 บาท (สองแสน บาทถ้วน) 4) เพื่อพัฒนาระบบการทำงานให้เป็นระบบมากขึ้น ทำให้ลูกค้ารู้สึกสบาย และผ่อนคลายขณะมารับบริการ วัตถุประสงค์ของการขอสินเชื่อในส่วนนี้นั้น มีเป้าหมายหลักคือการปรับปรุงและสร้างสิ่งอำนวยความ สะดวกให้แก่ลูกค้า อาทิเช่น - จุดจอดรถ จากเดิมนั้นเป็นพื้นหินธรรมดา ก็จะมีการปรับปรุงให้เป็นพื้นคอนกรีต วัตถุประสงค์และเป้าหมายทางธุรกิจ
P a g e | 14 - การติดตั้งระบบ EV-Charger สำหรับไว้บริการรองรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า - การพัฒนาแอบพลิเคชั่นหรือเพจของร้านให้สามารถจองคิว ล๊อคคิว และเช็คคิวว่างได้ - การพัฒนากิจกรรมระหว่างการรอคิวที่ร้าน เช่น มีอินเตอร์เน็ต WIFI ให้ใช้ฟรี มีเก้าอี้นวดไฟฟ้า มี ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม เป็นต้น โดยงบประมาณที่คิดว่าจะใช้ในส่วนนี้ ก็คือ 200,000 บาท (สอง แสนบาทถ้วน) 3.2 เป้าหมายทางธุรกิจ ทั้งนี้ จากการประมาณการงบประมาณดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ยังเหลืองบประมาณอยู่บางส่วน คือ 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) ทางกลุ่มธุรกิจก็จะสำรองไว้สำหรับการบริหารจัดการธุรกิจ เพื่อให้เกิดสภาพ คล่อง มีเสถียรภาพในการดำเนินงาน เพราะถ้าหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน ก็จะสามารถนำงบประมาณดังกล่าวนั้นมา ใช้ได้ทันที เป้าหมายทางธุรกิจของ Beauty Nail Shop นับว่าสิ่งแรกที่ควรทำในการวางแผนการบริหารธุรกิจ คือ “ การกำหนดเป้าหมายหรือกำหนดสิ่งที่ต้องการ ” ซึ่งเป้าหมายนั้นอาจจะแตกต่างกันไปตามความต้องการของแต่ ละกลุ่มธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงร้านใหม่ ขยายร้าน ขยายกิจการ รมมไปถึงยอดขายที่ต้องการ เป็นต้น ไม่ ว่าจะมีความต้องการแบบใดก็ตาม ให้ลองเลือกมาสักข้อ สองข้อแล้ววางแผนที่จะไปถึงมันให้ได้ ก็จะช่วยให้มี กำลังใจในการดำเนินการตามแผนที่วางไว้นั้นมากขึ้น โดยที่เป้าหมายนี้ จะสามารถทำให้มองเห็นถึงความต้องการของธุรกิจอย่างชัดเจน และจะช่วยให้ สามารถคาดคะเนระยะเวลาที่จะต้องวางแผนบริหารจัดการรายรับ-รายจ่ายได้ หรือการลงทุนเพิ่ม เพื่อให้บรรลุ เป้าหมายที่วางไว้ และยังเป็นตัวกำหนดให้รู้จักคิดคำนวณล่วงหน้าด้วยว่า จะวางแผนอย่างไรต่อไป และจะ กระทบกับแผนที่วางไว้หรือไม่ โดยการกำหนดเป้าหมายนั้น ก็ควรแบ่งออกเป็น “เป้าหมายระยะสั้น , เป้าหมาย ระยะกลาง ” และ “ เป้าหมายระยะยาว ” 3.2.1 เป้าหมายระยะสั้น ในช่วงแรกๆ นั้น จะเน้นการสร้าง Brand Awareness ไปที่กลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เป็นที่รู้จักสนใจ โดยมีการสร้างแคมเปญ โปรโมชั่น ส่วนลดการขาย เหตุผลก็เพื่อเป็นการเชิญชวนให้ลูกค้า เข้ามาใช้บริการ และแนะนำต่อให้คนรอบข้างมาใช้บริการ โดยในแต่ละเดือนจะมีโปรโมชั่นที่ไม่ซ้ำกัน เพื่อให้ ลูกค้าอยากติดตาม และมาใช้บริการซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้นอาจจะมีการหาพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเป็นตัวช่วยในการให้ ลูกค้าได้เห็นการบริการ และผลิตภัณฑ์ของร้านให้มากยิ่งขึ้น 3.2.2 เป้าหมายระยะกลาง จะมุ่งเน้นไปที่การสร้าง Brand Awareness ให้มากยิ่งขึ้น และมีการนำเสนอ การบริการในรูปแบบใหม่ ตัวอย่างเช่น การนำเครื่อง 3D printing หรือการทำแบบหรือลายเล็บ โดยการใช้ภาพ จริงจากมือถือ แล้วส่งเข้าไปที่ตัวเครื่องเพื่อปริ้นลงบนเล็บได้อย่างเหมือนจริง มาให้บริการภายในร้าน เพื่อเพิ่ม
P a g e | 15 ความแปลกใหม่ให้ลูกค้าด้วย โดยในระหว่างนั้นก็ไม่ลืมที่จะมีการวัดมาตรฐานภายในร้าน ทั้งเรื่องความสะอาด ความชำนาญของช่างระบบ และระเบียบในการปฏิบัติด้วย รวมไปถึงการฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ พนักงานในร้านทุกคน มีความรู้ ความสามารถเพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้สูงสุด 3.2.3 เป้าหมายระยะยาว คือ การขยายสาขาไปตามแหล่งที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเราอยู่ มีการ ให้บริการ Service @ home หรือการที่ลูกค้าสามารถโทรมาจองหรือหรือจองออนไลน์ เพื่อให้ช่างของ Beauty Nail Shop เข้าไปบริการแบบส่วนตัวที่บ้านของลูกค้าได้ และยิ่งไปกว่านั้น อาจจะมีการรับงานตามองค์กรที่มีการ บริการภายในออฟฟิศได้ด้วย รวมไปถึงสร้างยอดขายให้เติบโตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ต่อปี ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าธุรกิจอะไรก็ตาม รวมถึงธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop จะสามารถบรรลุเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ได้ จะต้องประกอบด้วยภารกิจที่จะต้องทำ คือ - การให้บริการอย่างมืออาชีพและสร้างสรรค์แก่ลูกค้าเพื่อตอบสนองความต้องการด้านความงามของลูกค้า ตลอดเวลา - สร้างมาตรฐานและรูปแบบการให้บริการที่ดีเยี่ยมเพื่อให้บริการลูกค้าให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด - ออกแบบลวดลายและสีสันบนเล็บที่สามารถบ่งบอกความเป็นตัวตนของลูกค้าได้อย่างชัดเจนเพื่อ เสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าทุกคนได้ - สร้างสภาพแวดล้อมภายในร้านที่มีลักษณะเฉพาะ แปลกใหม่ สะอาด และสะดวกสบาย ให้ลูกค้าได้รู้สึก ได้ผ่อนคลายทุกครั้งที่เข้ามารับบริการ - สนับสนุนให้บุคลากรมีความรู้ ความสามารถ ใหม่ๆ และพัฒนาตัวเองเสมอเพื่อการให้บริการลูกค้าได้ อย่างดีที่สุด โดยการจัดอบรม และทดสอบมาตรฐานการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอเช่นกัน
P a g e | 16 บทที่ 4 4.1 การวิเคราะห์อุตสาหกรรม ธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nails Shop จัดเป็นธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมด้านความงาม ซึ่งหาก อ้างอิงจากบทความในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ได้พูดถึงธุรกิจบริการด้านความงามว่า วิสาหกิจขนาดกลาง และ ขนาดย่อม (SMEs) กลุ่มสุขภาพและความงามที่ครอบคลุมทั้งภาคการผลิตและภาคการบริการของไทยนั้น มีขีด ความสามารถสูง ซึ่งในธุรกิจสุขภาพและความงามของไทยนั้น มีอัตราการเจริญเติบโตอย่างสูงต่อเนื่องมาเป็น ระยะเวลาหลายปี จากการอ้างอิงจากข้อมูลของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ พบว่า อุตสาหกรรมความงามของไทยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 10% ต่อปี ปัจจุบัน ธุรกิจประเภทนี้มีมูลค่าทาง การตลาดในประเทศถึง 2.8 แสนล้านบาท ภาพรวมของธุรกิจด้านการให้บริการเกี่ยวกับความสวยความงามนั้น มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย ได้รับปัจจัยสนับสนุนในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว หรือด้านแนวโน้มการให้ ความสำคัญกับภาพลักษณ์ ความสวยความงามที่มากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าในตลาดยังมีโอกาส และความต้องการของ ผู้บริโภคอยู่มาก ยิ่งไปกว่านั้น การสนับสนุนธุรกิจ SME จากภาครัฐโดยเฉพาะธุรกิจสปาที่คาดว่าจะมีมูลค่าถึง 3.8 หมื่นล้านบาทในปี พ.ศ. 2566 โดยมีการจัดโครงการส่งเสริมธุรกิจสปาไทย เพื่อสนับสนุนและเพิ่มมูลค่าให้แก่ ธุรกิจสปาในประเทศไทย จึงทำให้กลุ่มธุรกิจสปาเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตมากขึ้น จึงส่งผลให้ธุรกิจที่ เกี่ยวข้องกับด้านความสวยความงามได้รับผลดีจากปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ด้วย 4.1.1 Five Forces Model Five forces model คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เป็นแนวคิดพื้นฐานของการประเมิน ธุรกิจของตัวเองว่าในอุตสาหกรรมมีการแข่งขันกันรุนแรงมากน้อยแค่ไหน คู่แข่งมีศักยภาพเหนือกว่าเราด้านไหน บ้าง และเราควรพัฒนาสินค้าหรือบริการให้ดีขึ้นได้อย่างไร ซึ่งในยุคปัจจุบันนี้ ปัจจัยที่เข้ามามีบทบาทต่อการ แข่งขันก็คือ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เข้ามาขับเคลื่อนให้ธุรกิจแข่งขันกันอย่างดุเดือดมากขึ้น เพื่อให้ธุรกิจ ของเรารอดพ้นจากการถูก Disrupt จากคู่แข่งที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการแข่งขัน และสร้างองค์กรให้แข็งแกร่ง ขึ้นในอุตสาหกรรมที่เราอยู่ การวิเคราะห์ด้วย Five forces model จะทำให้เราพบทางออกและทางรอดในการ บริหารจัดการสภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล จึงได้เลือกใช้แนวคิดและทฤษฎี 5 แรงกดดันทางการ แข่งขัน (Five Forces Model) ของ Michael Potter เข้ามาวิเคราะห์การแข่งขันทางอุตสาหกรรม การวิเคราะห์อุตสาหกรรมและวิเคราะห์ตลาด
P a g e | 17 4.1.1.1 การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม (Rivalry Among Current Competitors) การให้บริการร้านทำเล็บในประเทศไทยนั้น มีการแข่งขันกันในระดับค่อนข้างรุนแรง มักจะแข่งขันกันใน ด้านราคา โดยใช้ของที่มีคุณภาพลดลง หรือด้านการโฆษณาโดยใช้ดารานักแสดงมาเป็น influencer โดยเฉพาะ ในสองปีที่ผ่านมา การแข่งขันภายในตลาดเพิ่มระดับความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากความต้องการภายในตลาดมี มากขึ้น คนเราดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน รวมไปถึงการสนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อมของทางภาครัฐ ทั้งด้านความงามและธุรกิจสปา ทำให้มีผู้ประกอบการรายใหม่ที่ไม่มีมาตรฐานเข้าสู่ ตลาดมากขึ้น 4.1.1.2 อำนาจการต่อรองของซัพพลายเออร์ (Bargaining Power of Supplier) ซัพพลายเออร์หลักที่ เป็นตัวแทนนำเข้าผลิตภัณฑ์ด้านเล็บอย่างครบวงจร ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีเป็น การส่วนตัวต่อกัน ทำให้เชื่อว่าในการต่อรองทั้งในด้านราคาและปริมาณการสั่งซื้อจะเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจ หาก มีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีต้นทุนสูงจะทำให้ราคาสูงตามไปด้วย มิเช่นนั้น ส่วนต่างในด้านกำไรอาจลดลงและอาจ ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาลดลง 4.1.1.3 ภัยคุกคามจากสินค้าทดแทนหรือผลิตภัณฑ์ทดแทน (Threat of Substitute Product) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่อาจจะเหมือนหรือแตกต่างกันหรือคนละชนิดกัน แต่สามารถสนองความต้องการ ของลูกค้าได้ สินค้าอื่นที่สามารถนำมาใช้ทดแทนได้นั้น เป็นตัวที่ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น และเป็นตัวจำกัด โอกาสในการกำหนดราคา ซึ่งทำให้ความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจลดลง ซึ่งในปัจจุบันมีสินค้าทดแทน อย่างเช่น เล็บปลอม การทำเล็บเองแบบง่าย ๆ ที่บ้านข้อดีคือลดระยะเวลาและค่าใช้จ่าย อาจสะดวกรวดเร็วใน เวลาที่เร่งรีบ แต่ข้อเสียคือสินค้าเหล่านี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพเล็บเนื่องจากใช้กาวที่ทำลายหน้าเล็บ ซึ่งอาจะ เป็นสินค้าที่เหมาะสำหรับกลุ่มคนทั่วไป ที่ไม่ได้คำนึงถึงสุขภาพเล็บ หรือต้องการความสะดวกสบาย ความรู้สึก เหมือนได้พักผ่อนจากการเข้ารับบริการที่ร้าน จึงมองว่าสินค้าทดแทนที่มีในตลาดอาจจะยังไม่สามารถตอบโจทย์ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของ Beauty Nail Shop ได้ 4.1.1.4 การต่อรองของผู้บริโภค (Bargaining Power of Buyer) เนื่องในตลาดของอุตสาหกรรมนี้มีผู้ให้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้บริโภคสามารถแสดงอำนาจ ต่อรองที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจด้วยการใช้อำนาจต่อรองราคาสินค้าและบริการให้มีราคาต่ำลง ลดความถี่ในการ เข้ารับบริการหรือเรียกร้องให้ธุรกิจเพิ่มคุณภาพผลิตภัณฑ์ หรือเรียกร้องบริการเพิ่มขึ้นโดยให้คงราคาเท่าเดิม เมื่อผู้บริโภคมีอำนาจต่อรองสูง ก็จะเป็นเหตุให้ คู่แข่งขันต่างหันมาเอาใจผู้บริโภคทำให้ผู้ซื้อมีอำนาจในการ ต่อรองมากขึ้นในที่สุด อย่างไรก็ดี ในรูปแบบของธุรกิจ Beauty Nail Shop ที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์และเครื่องมือ ทุกอย่างในร้านที่มีคุณภาพและต้นทุนค่อนข้างสูง ทำให้เชื่อว่ากลุ่มลูกค้าของร้านจะมองว่าสิ่งที่ทาง Beauty Nail
P a g e | 18 Shop นำเสนอสมเหตุสมผล เพราะมีความแตกต่างจากร้านส่วนใหญ่ในตลาด ทำให้อำนาจการต่อรองอาจอยู่ใน ระดับปานกลาง 4.1.1.5 ภัยคุกคามจากผู้แข่งขันรายใหม่ (Threat of New Entrants) ในอุตสาหกรรมความงามและสปา เป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างมาก และเป็นตลาดที่มีมูลค่า สูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เห็นผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาอย่างเสมอ ยิ่งไปกว่านั้นธุรกิจนี้ไม่มีสิ่งกีดขวางทั้งในแง่กฎหมายและ การลงทุนทำให้ภัยคุกคามนี้ค่อนข้างสูงมากในยุคนี้ รวมถึงวัตถุดิบ หรืออุปกรณ์ที่นำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจก็ สามารถหาได้ง่ายมีหลากหลายระดับราคา ทำให้ผู้แข่งขันรายใหม่สามารถเข้ามาได้ไม่ยาก และในอนาคตอาจมี เทคโนโลยีใหม่หรือทำเลใหม่ๆที่สะดวกสบายเกิดขึ้นด้วย 4.2 การวิเคราะห์ตลาด จากรายงานการวิเคราะห์ตลาดอุตสาหกรรมเล็บปี 2565 อุตสาหกรรมธุรกิจร้านทำเล็บ มีอัตรากำไร มหาศาลตามรายงานจากนักสำรวจมืออาชีพ ตลาดการทำเล็บในประเทศ กำลังมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วโดยมี อัตราการเติบโตประมาณ 200% ทุกปี ซึ่งในประเทศไทยเรานั้นมีกลุ่มผู้บริโภคจำนวนมาก และอุตสาหกรรม ธุรกิจร้านทำเล็บ ก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ทำกำไรได้สูง และให้ผลตอบแทนที่สูง จนกลายเป็น โครงการลงทุนที่มีแนวโน้มดี จากสุภาษิตที่ว่า “ ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง ” จะเห็นได้ว่า สุภาษิตนี้สอดคล้องกับการเติบโต ของธุรกิจความสวยความงามอย่างมากในปัจจุบัน ถึงแม้จะไม่ใช่สิ่งสำคัญและมีความจำเป็นสำหรับทุกคนก็ตาม แต่สำหรับคุณผู้หญิงที่รักสวยรักงามทั้งหลายแล้ว เรื่องนี้ถือว่ายอมกันไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องให้ตัวเองดูดีก่อน เสมอไว้ก่อน ธุรกิจประเภทร้านทำเล็บหรือเสริมสวย จึงยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ให้การ สนับสนุน ซึ่งหากจะถามว่าวิธีเปิดร้านเสริมความงามให้ได้กำไรต้องทำอย่างไรนั้น ขอตอบสั้นๆ ง่ายๆ ว่า “ บริการดี คุณภาพดี ราคาเหมาะสม ” รวมถึงถ้ามีทำเลในย่านชุมชนล่ะก็ โอกาสที่จะมีกำไรสูงก็มีมาก เชื่อว่า หลายๆ คนคงมองโอกาสของธุรกิจนี้ว่าจะยังเติบโตได้อย่างสดใส แต่เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า ราคาในการให้บริการ ของแต่ละร้านนั้น ทำไมถึงไม่เท่ากัน มันเกิดจากปัจจัยอะไรบ้างทั้ง ๆ ที่ก็เป็นเรื่องการทาสีเล็บ เพ้นท์เล็บ ทำเล็บ คล้ายๆ กันแต่ทำไมร้านนี้ ต้องตั้งราคาแบบนี้ ในขณะบางร้านก็ตั้งราคาอีกแบบ อะไรคือตัวแปรของราคาเหล่านี้ ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจของรูปแบบการลงทุนการทำธุรกิจร้านทำเล็บที่มี 3 รูปแบบ คือ 4.2.1 ธุรกิจร้านทำเล็บขนาดเล็ก ถือว่าเป็นร้านสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ และผู้ลงทุนก็ยังคงเน้นหา ประสบการณ์อยู่ โดยส่วนส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นร้านที่เปิดตามตลาดนัด ตามชุมชนทั่วไป หรือเปิดแบบเคลื่อนที่ก็
P a g e | 19 ได้ การให้บริการภายในร้านก็มีไม่หลากหลาย ส่วนใหญ่เป็นการเพ้นท์เล็บ ต่อเล็บ ทาสีเล็บ ค่าบริการก็ไม่สูง หรือ อยู่ที่ประมาณ 60-200 บาท 4.2.2 ธุรกิจร้านทำเล็บขนาดกลาง จะมีพื้นที่ประมาณ 4x4 เมตร (โดยประมาณ) อาจใช้พื้นที่ในอาคาร พาณิชย์ หรืออาคารเช่าในตลาดนัดขนาดใหญ่ และจะมีการตกแต่งให้สวยงามมากขึ้น มีสิ่งอำนวยความ สะดวกสบายให้ลูกค้ามากขึ้น มีบริการที่หลากหลายและรูปแบบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพ้นท์เล็บ ทำเล็บ ก็จะมี ลวดลายให้เลือกมากยิ่งขึ้น อัตราค่าบริการก็จะสูงขึ้น โดยเฉลี่ยแล้วก็ประมาณครั้งละ 80-400 บาท 4.2.3 ธุรกิจร้านทำเล็บขนาดใหญ่ จัดว่าเป็นธุรกิจธุรกิจร้านทำเล็บที่ครบวงจรก็ว่าได้ ที่อาจจะมีบริการ เสริมความงามอื่นๆ เข้ามาเสริมด้วย ร้านเสริมสวยขนาดใหญ่จะมีพื้นที่ประมาณ 30-40 ตารางเมตร ส่วนใหญ่จะ อยู่ในห้างสรรพสินค้า หรือหากเป็นร้านนอกห้าง ก็จะต้องมีการตกแต่งแบบพรีเมี่ยม หรูหราส่วนอัตราค่าบริการ ของร้านในลักษณะนี้ ไม้ต้องพูดถึง ซึ่งโดยเฉลี่ยต่อคนต่อครั้งแล้ว ก็จะประมาณ 500-2,000 บาท
P a g e | 20 บทที่ 5 ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (TTB analytics) เปิดกลุ่มธุรกิจที่คาดว่าจะมาแรงในปี 2566 จากการที่ ภาครัฐผ่อนคลายมาตรการรับมือกับโรคระบาดที่ผ่านมา โดยมีการเปิดประเทศให้ชาวต่างประเทศเข้ามาใน ประเทศไทยได้ รวมถึงแรงงานต่างด้าว ก็ยังได้เข้าระบบประกันสังคมได้ตามกฎหมายแล้ว ทำให้ภาพรวมรายได้ ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนฟื้นตัว เติบโตได้ 8-10% และสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยที่มีการประกาศ ปรับอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) เพิ่มขึ้นและยังมีแนวโน้มพุ่งสูงต่อเนื่อง คนเริ่มมาหาหนทางประหยัดพลังงาน จึง ส่งผลให้ผู้ประกอบการหันมาทำธุรกิจติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์สำหรับภาคครัวเรือนและธุรกิจ SME จึงส่งผลทำให้ ตลาดโซลาร์รูฟท็อปเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉลี่ยที่ 22% ต่อปี หรืออาจจะแตะระดับ 6.7 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2568 ก็เป็นได้ ฉะนั้นจากข้อมูลดังกล่าวจึงทำให้เกิด 5 เทรนด์ธุรกิจที่มาแรงปี 2566 ดังนี้ • กลุ่ม Health & Wellness การดูแลสุขภาพ • การค้าปลีก รวมถึง E-commerce • นวัตกรรมประหยัดพลังงาน • Patriarchy หรือที่เรียกกันว่า “ ทาสหมา ทาสแมว ” • การดำเนินชีวิตแบบอิสระ เช่น การท่องเที่ยว และธุรกิจบริการอื่น ๆ การวิเคราะห์สถานการณ์
P a g e | 21 และด้วยเหตุผลเหล่านี้เอง จึงทำให้โอกาสในการประกอบธุรกิจเกิดขึ้นมา 6 กลุ่มธุรกิจ ดังต่อไปนี้ 5.1 ธุรกิจด้านสุขภาพและความงาม สร้างแบรนด์ความงาม เป็นดาวเด่นแชมป์ธุรกิจตั้งแต่ปี 2564 และได้รับการตอบรับอย่างดีมาตลอด เพราะถึงแม้สถานการณ์ กว่า 2 ปีที่ผ่านมาอย่างโรคระบาดที่เกิดขึ้นผู้บริโภคก็ยังคงจับจ่ายสินค้าเพื่อใช้ดูแลสุขภาพผิวพรรณได้เองที่บ้าน สำหรับในปี 2566 การที่สามารถออกมาใช้ชีวิตข้างนอกได้แล้วก็ยิ่งทำให้ธุรกิจนี้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เช่น สปา นวด ไทย นวดหน้า คลีนิคความงาม ฟิตเนส เพราะผู้คนมีความเข้าใจและปรับตัวจัดการกับโรคระบาดโควิดได้ดีมาก ขึ้นจึงกล้าที่จะใช้ชีวิตมากขึ้น แต่ยังมีความระมัดระวัง 5.2 สร้างแบรนด์ธุรกิจที่เกี่ยวกับอาหารที่มีประโยชน์ คนยังคงตระหนักถึงการมีสุขภาพที่ดีและต้องการอาหารที่ดีมีประโยชน์ ทั้งประโยชน์ต่อสุขภาพและ ประโยชน์ต่อโลก (Sustainable) กลุ่มร้านอาหารเพื่อสุขภาพ เครื่องปรุงคุณภาพ เช่น กลุ่มโซเดียมต่ำ โปรตีน จากพืช ธุรกิจอาหารที่ได้มาจากการปลูกพืชที่ไม่ได้เกิดจากการเผาไร่หรือทำลายผิวดิน อาหารที่ลดการใช้ สารเคมีทั้งในอาหาร และไม่ทิ้งสารเคมีไว้ให้สิ่งแวดล้อม 5.3 ธุรกิจการค้าปลีกทั้งออนไลน์และออฟไลน์ จากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมาทำให้การซื้อจ่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่มตัวสูงขึ้นและคนเคยชินกับ การซื้อของหรือค้นหาสินค้าบนออนไลน์จนติดเป็นนิสัยไปแล้ว แต่จากการศึกษาพบว่าผู้บริโภคจำนวนไม่น้อย ไม่ได้ตัดสินใจซื้อในทันที ยังคงต้องการสัมผัสสินค้าตัวจริงที่หน้าร้านอยู่ ก่อนจะตัดสินใจซื้อ เพราะฉะนั้นธุรกิจ ร้านค้าปลีกต่าง ๆ ต้องพร้อมที่จะรองรับการบริการของลูกค้าทุกรูปแบบ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ แบบ Omni Channel 5.4 ธุรกิจกลุ่มนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ช่วยให้ประหยัดพลังงานและลดการปล่อยมลพิษ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงในด้านของราคาที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้เกิดความต้องการประหยัดพลังงานพร้อม กับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้นวัตกรรมประหยัดพลังงานยังคงมาแรง เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์พลังงาน ไฟฟ้า และธุรกิจที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เช่น แบตเตอรี่ เหล็ก กลุ่มนวัตกรรมประหยัดพลังงานอื่น ๆ เช่น แผงโซลาร์ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน เช่น เซ็นเซอร์เปิด-ปิดไฟอัตโนมัติเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน หม้อหุงข้าวเชื่อมสมาท์โฟน เทคโนโลยี Smart Home ต่างๆ 5.5 ธุรกิจสุขภาพและคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง จากการสำรวจของ Morgan Stanley Research ระบุว่า เกือบ 70% ของผู้เลี้ยงให้ความสำคัญกับสัตว์ เลี้ยงของตัวเองเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว ดังนั้น ธุรกิจที่เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงทั้งหมดจึงมี โอกาสที่จะเติบโต ทั้งการกิน อยู่ นอน ขับถ่าย พักผ่อน ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง อาหารสัตว์
P a g e | 22 คุณภาพสูง อุปกรณ์เกี่ยวกับการทำความสะอาดสัตว์เลี้ยง ของเล่น เสื้อผ้า ที่นอน ที่ให้อาหารอัตโนมัติ สถานที่ ท่องเที่ยว ร้านอาหารแบบ Pet Friendly รวมถึงกิจกรรมสัตว์เลี้ยง เช่น สระว่ายน้ำสำหรับสัตว์เลี้ยง เป็นต้น 5.6 ธุรกิจท่องเที่ยว ขนส่งผู้โดยสาร ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจเพื่อความบันเทิง จากการที่ภาครัฐเปิดประเทศทำให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่าการท่องเที่ยวจะ กลับมาเกือบเหมือนปกติก่อนโควิด ดังนั้น กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับเดินทาง ท่องเที่ยวทั้งใกล้-ไกล กิจกรรมสันทนา การ อีเว้นท์ต่างๆ การขนส่ง ธุรกิจรถเช่า การพักผ่อน ร้านอาหาร เป็นต้น ดังนั้น หากสรุปภาพรวมก็คือ ตลาดร้านทำเล็บเป็นตลาดที่เทียบกับตลาดความงามอื่นๆ ได้ยาก การ เติบโตของธุรกิจไม่ได้อิงจากการโตด้วยการทำเล็บโดยตรง แต่อิงจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมอื่น เช่น ทำขนตา ดึงแว็กซ์ สักคิ้ว เข้ามาในร้าน เพื่อให้ธุรกิจดูโตขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ธุรกิจนี้จะมีผู้ให้บริการออกไปและเข้าใหม่ อยู่เรื่อย ๆ ปัญหาจุดใหญ่ที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ ประเทศไทยยังไม่มีองค์กรในการดูแลด้านนี้โดยเฉพาะ และ ยังไม่มีการออกใบรับรองความเป็นมืออาชีพในแบบเดียวกับต่างประเทศ และสืบเนื่องมาจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 สงครามรัสเชีย-ยูเครน และราคาน้ำมันที่พุงสูงขึ้นธุรกิจ ของ Beauty Nail Shop กลับต้องเผชิญความท้าทายในหลายๆ ด้าน เริ่มตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ความ เสี่ยงต่อการโดน Disruption จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ คู่แข่งที่มีสินค้าจัดจำหน่ายอยู่ในไลน์เดียวกัน รวมไปถึงความเสี่ยงที่ใกล้ตัวที่สุด จากสถานการณ์ในธุรกิจทำเล็บที่ทรงตัว และไม่มีวี่แววจะเติบโตเมื่อเทียบกับ ประเทศอย่างญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ หรือแม้แต่การเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เวียดนาม ก็ยังดูห่างไกล เป็นเหตุผลหลักที่เป็นจุดอ่อนในตลาดทำเล็บประเทศไทยที่ยังไม่มีบรรทัดฐานที่ดีพอ
P a g e | 23 บทที่ 6 การวิเคราะห์ปัจจัยทางธุรกิจ เป็นกระบวนการของการดูและประเมินความมั่งคั่งของข้อมูล ที่ธุรกิจของ คุณมีอยู่ในมือ และนำข้อมูลนั้นมาใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึก ว่าทำไมสิ่งต่างๆ จึงเกิดขึ้น และใช้เพื่อแนะนำขั้นตอนในการดำเนินการต่อไป ส่วนประโยชน์ของการวิเคราะห์ปัจจัยทางธุรกิจนั้น ยังช่วยให้ ธุรกิจประหยัดงบประมาณได้ ช่วยให้มีการตัดสินใจที่ดีขึ้น ช่วยให้ทราบถึงความสามารถในการวัดความสำเร็จกับ เป้าหมายโดยรวมได้ ช่วยให้รู้ทันข่าวสารตลอดเวลา และช่วยสร้างประสิทธิภาพที่ดีให้แก่ธุรกิจ โดยการวิเคราะห์ ปัจจัยทางธุรกิจนั้น ทางธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop ได้เลือกใช้การวิเคราะห์ SWOT Analysis & TOWs Matrix เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์และวางแผนกลยุทธ์ ดังนี้ 6.1 SWOT Analysis SWOT Analysis มีหน้าที่หลักๆ คือวิเคราะห์สถานการณ์ภายในและภายนอกขององค์กรในการดำเนิน ธุรกิจต่างๆ และเรียบเรียงข้อมูลเหล่านั้นเพื่อให้เห็นภาพรวมที่เป็นอยู่ โดยมีองค์ประกอบดังนี้ 6.1.1 จุดแข็งของกิจการ (Strengths) • ให้บริการโดยผู้เชี่ยวชาญ ชำนาญ และมีประสบการณ์สูง หรือแต่ละคนมีประสบการณ์ในการทำเล็บ มามากกว่า 5 ปี • ตั้งอยู่บนพื้นที่ใจกลางเมือง สะดวกแก่การเดินทางทั้งทางรถสาธารณะ หรือรถยนต์ส่วนตัว • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม • มีบริการหลากหลาย สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ • มีมาตรฐานในการอบรมพนักงาน เนื่องจากมีการอบรม และทดสอบการให้บริการอย่างสม่ำเสมอ • ธุรกิจมีช่องทางที่จะพัฒนาการให้บริการและการขายแพ็คเกจได้หลากหลายรูปแบบสามาร ปรับเปลี่ยนได้ง่ายตามความต้องการของลูกค้า 6.1.2 จุดอ่อนของกิจการ (Weakness) • เป็นธุรกิจที่ต้องใช้บุคลากรที่มีควารมชำนาญ ซึ่งบุคลากรด้านนี้ยังมีจำนวนจำกัด • ค่าครองชีพ ค่าน้ำ ค่าไฟ ปัจจัยอื่นๆ ในพื้นที่มีราคาสูง อาจจะทำให้ลูกค้าคิดว่าอัตราค่าบริการก็สูง ด้วยเช่นกัน การวิเคราะห์ปัจจัยภายใน
P a g e | 24 • ราคาของเครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ มักจะมีราคาสูง ส่งผลทำให้ความสามารถในการแข่งขัน ทางด้านราคาของร้านมีน้อย • ไม่มีประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจบริการของผู้ก่อตั้ง ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบทำให้การบริหารงาน ในช่วงแรกไม่ค่อยจะราบรื่น 6.1.3 โอกาสของกิจการ (Opportunities) • ผู้บริโภคให้ความนิยมและใส่ใจในการดูแลตัวเอง และให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์มากขึ้น ทำให้ ขนาดของตลาดในอุตสาหกรรมนี้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง • มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปจากเดิมมาก มีความทันสมัย สะดวก และรวดเร็ว ซึ่งเรา สามารถนำมาใช้เพื่อให้ก่อประโยชน์แก่ตัวธุรกิจนี้ได้ • วัตถุดิบมีความหลากหลาย สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการบริการการเพ้นท์เล็บ หรือทำเป็น ลวดลายต่าง ๆ ได้ตามความต้องการของลูกค้า • เป็นอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยร้อยละ 5 ต่อปี 6.1.4 อุปสรรคของกิจการ (Threats) • ในอนาคตอาจมีการแข่งขันกันสูง เพราะเป็นธุรกิจที่เปิดได้ง่าย ไม่ซับซ้อน • มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปจากเดิม อนาคตอาจมีนวัตกรรมที่ทำให้การทำเล็บเป็นเรื่องที่ สามารถทำเองได้ง่ายในต้นทุนที่ต่ำลงได้ เช่น เครื่องอบเล็บเจลแบบทำได้ที่บ้าน หรือสีเจลของคนไทย ที่ขายในราคาย่อมเยาว์กว่าการเข้ารับบริการในร้านอยู่มาก • ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ หากในอนาคตเศรษฐกิจยังไม่ดีอาจส่งผลให้ลูกค้ามีความถี่ในการเข้า ร้านทำเล็บลดลง
P a g e | 25 6.2 TOWS Matrix TOWS Matrix มีหน้าที่หลักคือ การนำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ SWOT มาสร้างกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อ นำไปสู่การกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ โดยมีองค์ประกอบดังนี้ 6.2.1 กลยุทธ์เชิงรุก (Strengths + Opportunities) • นำเสนอ Content เกี่ยวกับทักษะและความสามารถในการทำเล็บของพนักงาน ผ่านแพลตฟอร์มของ ร้านอย่างต่อเนื่อง • สร้างจุด Touchpoint ให้ผู้คนที่เข้ามาในเขต อ.ศรีราชาได้เห็น ตั้งแต่เส้นทางหลัก ปากซอย จุดเลี้ยว จนกระทั่งถึงหน้าร้าน • ออกแบบร้านและออกแบบการบริการ ให้สอดคล้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และนำเสนอต่อผู้คน ทั่วไปผ่านช่องทางออนไลน์ ออฟไลน์ • จัดทำ Menu Service Book (Electronic & Paper) ไว้ให้ลูกค้าค้นหา และใช้ประกอบการนำเสนอ บริการแก่ลูกค้า • ให้สถาบันที่ดูแลเกี่ยวกับงานบริการเข้ามาประเมิน ตรวจสอบ คุณภาพการบริการในทุกๆ ด้านของ ร้าน เพื่อเป็นการการันตีและรับรองการเป็นธุรกิจบริการที่ดี • จัดทำและออกแบบการบริการนอกสถานที่ เพื่อตอบสนองต่อลูกค้าที่มาสามารถเดินทางมาที่ร้านได้ 6.2.2 กลยุทธ์เชิงรับ (Weaknesses + Threats) • ฝึกอบรมกันภายในองค์กร เพื่อให้สามารถทำงานทดแทนกันได้ ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน • ชี้แจงรายละเอียดของอัตราค่าสินค้าและบริการต่างๆ ให้ละเอียด ผ่านช่องทางออนไลน์ ออฟไลน์ พร้อมทั้งเสนอสิทธิพิเศษให้กับผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกประจำร้าน • ทำแผนการซ่อมแซมบำรุงรักษาเครื่องมือ อุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อการใช้งานที่ยาวนาน คงทน และปลอดภัยต่อการใช้งานกับผู้เข้ารับบริการ • เรียนเพิ่มในด้านการบริหารธุรกิจ โดยเน้นไปที่หลักสูตรการตลาด เพราะจะได้เจาะลึกถึงการทำธุรกิจ ได้ดีกว่าหลักสูตรอื่นๆ 6.2.3 กลยุทธ์เชิงป้องกัน (Strengths + Threats) • รักษาคุณภาพของสินค้าและบริการให้อยู่ในมาตราฐานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งพัฒนานวัตกรรม รูปแบบการบริการใหม่ๆ
P a g e | 26 • อัพเกรดเทคโนโลยีของกิจการ ให้เข้ากับยุคสมัย และเพิ่มความหลากหลายในการบริการให้กับลูกค้า หลายๆ กลุ่ม • เน้นการใช้วัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติเท่านั้น เพื่อเป็นการการันตีถึงจุดยืนของธุรกิจที่ มุ่งเน้นการเป็นมิตรกับธรรมชาติ และไม่ให้มีผลกระทบกับลูกค้า • จัดทำแผนขยายกิจการ โดยในช่วงเริ่มต้นของการขยายกิจการนั้น จะขยายไปทีล่ะสาขาก่อน เพื่อ พิจารณาและคาดการณ์แนวโน้มการเข้ารับบริการจากลูกค้า 6.2.4 กลยุทธ์เชิงแก้ไข (Weaknesses + Opportunities) • สร้างความแตกต่าง และโดดเด่น มีแคมเปญใหม่ๆ ออกมาให้ลูกค้าได้พิจารณาอย่างสม่ำเสมอ • อธิบายเปรียบเทียบ หรือแยกแยะข้อดี-ข้อเสียของการทำเล็บด้วยตนเอง กับการบริการของทางร้าน เพื่อการรักษาฐานของลูกค้าให้มั่นคงต่อแบรนด์ให้นานที่สุด • กระตุ้นการเข้ารับบริการด้วยการจัดโปรโมชั่น ส่วนลด หรือสะสมแต้ม เพื่อชิงรางวัลเป็นต้น
P a g e | 27 บทที่ 7 ในการทำธุรกิจมักจะมีปัจจัยหลายๆ อย่างที่เข้ามากระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบกับธุรกิจของเรา ที่เรา จำเป็นต้องพิจารณาก่อนจะดำเนินแผนธุรกิจใดๆ ทั้งสิ้นโดยมีทั้งปัจจัยภายในองค์กรเองและรวมไปถึงปัจจัย ภายนอกด้วย PESTEL Analysis คือ การวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบต่อองค์กรและธุรกิจของเรา ซึ่ง สะท้อนให้เห็นทั้งอุปสรรคและโอกาสในการทำธุรกิจ ซึ่งประกอบไปด้วย 6 ปัจจัย ในด้านต่างๆ ดังนี้ 7.1 ปัจจัยทางด้านการเมือง (Political Factor) ปัจจัยทางด้านการเมืองที่ส่งผลกระทบและโอกาสต่อธุรกิจนั้น กล่าวคือ นโยบายของภาครัฐ ความมั่นคง ทางการเมือง การคอรัปชั่นทางการเมือง นโยบายการค้าระหว่างประเทศ นโยบายภาษีต่างๆ กฎหมายแรงงาน ข้อจำกัดทางการค้า เป็นต้น การเมืองของประเทศไทย ณ ปัจจุบันนี้ ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจมากพอสมควร ทำให้ผู้ที่ประกอบธุรกิจนั้น ได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ตลอดจนธุรกิจขนาดใหญ่ แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามออกนโยบายหรือแคมเปญต่างๆ นาๆเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วก็ตาม การฟื้นตัวจาก วิกฤตโควิด-19 สงครามรัสเชีย-ยูเครน ราคาน้ำมัน และสภาวะเศรษฐกิจทดถอย ก็ยังส่งผลทำให้เศรษฐกิจ ในตอนนี้เกิดการชะลอตัวอยู่ดี สรุปปัจจัยทางการเมืองมีผลกระทบต่อธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะในช่วงนี้มีปัญหาการเมืองหลายด้าน และวิกฤตโควิด-19 ทำให้ผู้คนไม่ค่อยจะออกมา ข้างนอก เนื่องจากทั้งกลัวโรคระบาดและราคาน้ำมัน ภาวะเงินเฟ้อ จึงส่งผลกระทบโดยตรงกับธุรกิจ แต่รัฐบาลก็ มีมาตรการรับมือที่ดีกับธุรกิจประเภทนี้ จึงทำให้มีผู้คนเข้ามารับบริการตามปกติและมากขึ้น การวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก
P a g e | 28 7.2 ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ (Economic Factor) ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบและโอกาสต่อธุรกิจ ได้แก่ แนวโน้มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา อัตราดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อ อัตราการว่างงาน เป็นต้น เศรษฐกิจไทยในปี 2565 เป็นปี ที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว อีกทั้งยังมีวิกฤตโควิด-19 ที่ยังมีอยู่ ซึ่งไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบแต่ทั่วทั้งโลก ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ทำให้เกิดการล็อคดาวน์ครั้งใหญ่ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เพื่อจำกัดการแพร่ระบาด ทำให้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของผู้คนและทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของทั่วโลกหยุดชะงักและชะลอตัวไปพร้อมๆ กัน จนเป็นเหตุทำให้เกิดการลุกลามเป็นวิกฤตทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ประเทศไทยสามารถควบคุมสถานการณ์ ได้ดีกว่าที่คาด เศรษฐกิจอาจจะไม่หดตัว แต่จะกลับมาเป็นบวกเร็วขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคมีความต้องการใช้อยู่ ตลอดเวลา เมื่อมีโควิด-19 ยิ่งทำให้ผู้บริโภคยิ่งเกิดความต้องการมากขึ้นและต้องการที่จะใช้มากขึ้น จึงเป็นผลดี ต่อผู้ประกอบการ ดังนั้นปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจของธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop ได้รับผลกระทบทาง เศรษฐกิจโดยตรงในเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัส อัตราเงินเฟ้อ อัตราการว่างงาน แต่ในตอนนี้การแพร่ระบาดใน ไทยไม่มีแล้ว ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันกลับมาเป็นปกติ ธุรกิจได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นและได้ผลตอบรับดีขึ้น 7.3 ปัจจัยทางด้านสังคม (Social Factor) ในส่วนเรื่องของปัจจัยทางด้านสังคมที่ส่งผลกระทบและโอกาสต่อธุรกิจนั้น ได้แก่ อัตราการเติบโตของ ประชากร อายุเฉลี่ยของประชากร ทัศนคติต่อการทำงาน การใส่ใจในสุขภาพ ทัศนคติต่อการใช้ชีวิต วัฒนธรรม เป็นต้น ในสังคมปัจจุบันนี้ ผู้คนหันมาให้ความสนใจในเรื่องสุขภาพ ผิวพรรณ รูปร่างและการดูแลตัวเองกันมาก ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากโลกในปัจจุบันของเราเปิดกว้าง ผู้คนสนใจเทรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอๆ ทั้งเรื่องเสื้อผ้า หน้า ผม หรือแม้กระทั่งเล็บ ที่ต้องเปลี่ยนสีเปลี่ยนลายอยู่ตลอด เพื่อที่จะให้เกิดความสวยงามและโพสน์ลง โซเชี่ยลของตัวเอง ดังนั้นสรุปปัจจัยทางด้านสังคมมีผลดีต่อธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop อย่างมาก
P a g e | 29 เพราะความนิยมของผู้คนยุคปัจจุบันในเรื่องของการทำเล็บ ดูแลบำรุงรักษาเล็บมีมากขึ้นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะตกแต่ง ให้สวยงามหรือการทำสปาเพื่อให้เกิดความผ่อนคลายและได้ผิวพรรณที่ดี และยิ่งเทรนด์ใหม่ๆ ที่มีเข้ามาเรื่อย ๆ ยิ่งทำให้ผู้บริโภคอยากทำตามเพราะไม่อยากตกเทรนด์ 7.4 ปัจจัยทางด้านเทคโนโลยี (Technology Factor) ปัจจัยทางด้านเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบและโอกาสต่อธุรกิจ ได้แก่ นวัตกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้น การวิจัย และพัฒนาต่างๆ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การรับรู้ในเทคโนโลยี ระบบเทคโนโลยีอัตโนมัติ การเข้ามาของ ดิจิทัลและ AI เป็นต้น ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญมากในการใช้ชีวิตของผู้คน เนื่องจาก เทคโนโลยีได้เข้ามามีส่วนช่วยในการอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ เช่น การสื่อสาร การค้นคว้า ตลอดไปจน นวัตกรรมต่าง ๆ ที่จะมาอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ปัจจัยทางด้านเทคโนโลยีย่อมส่งผลดีต่อธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop เพราะในปัจจุบันนี้การอัปเดตเท รนด์ต่าง ๆ ได้มีการอัปเดตผ่านทางออนไลน์ และการโฆษณา ซึ่งทำให้ง่ายต่อการมองเห็น ทำให้ธุรกิจเป็นที่รู้จัก ได้ง่ายขึ้น และมีผู้คนสนใจมากขึ้น
P a g e | 30 7.5 ปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อม (Environment Factor) ปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบและโอกาสต่อธุรกิจ ได้แก่ สภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลง ของฤดูกาล สภาวะของโลก กฎระเบียบและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่ม NGO ต่างๆ เป็นต้น สภาพแวดล้อม ด้านสถานที่เป็นสิ่งสำคัญของการทำธุรกิจประเภทการบริการ เนื่องจากในยุคปัจจุบันผู้คนใช้ชีวิตแบบรักความ สะดวกสบายมากขึ้น เมื่อต้องการไปไหน หากมีรถยนต์ก็จะนำรถยนต์ไปหรืออาจจะใช้ขนส่งสาธารณะเพื่อง่ายต่อ การเดินทาง ดังนั้นเรื่องสถานที่ และสภาพแวดล้อมจึงสำคัญมากกับธุรกิจนี้ เพราะหากตั้งในที่ที่หายาก ไม่มีที่ จอดรถ ก็เป็นภัยต่อธุรกิจได้เลย และที่สำคัญรูปลักษณ์ภายนอกและภายในร้านก็ต้องดูดี เมื่อเห็นภายนอกต้อง เกิดการกระตุ้นให้อยากเข้ารับบริการ ดังนั้น พอจะสรุปปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมได้ว่า ปัจจัยนี้มีผลดีต่อธุรกิจ ร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop อย่างมาก เพราะตำแหน่งที่ตั้งของร้านนั้น ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีผู้คนอยู่เยอะ ง่ายต่อ การเดินทาง มีที่จอดรถ และที่สำคัญร้านยังเป็นจุดสนใจเมื่อผู้คนผ่านมาเห็น ทำให้เกิดความสนใจในการรับ บริการ 7.6 ปัจจัยทางด้านกฎหมายและกฎระเบียบ (Legal Factor) ปัจจัยด้านกฎหมายที่ส่งผลกระทบและโอกาสต่อธุรกิจ ได้แก่ กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมาย ลิขสิทธิ์ กฎหมายเกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัย กฎหมายคุ้มครองแรงงาน เป็นต้น ธุรกิจที่การบริการที่ทำ เกี่ยวกับร่างกาย ต้องมีความปลอดภัยและเชื่อถือได้ เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจ ดังนั้นจึงต้องมีใบอนุญาต รับรองการเปิดร้าน ใบอนุญาตรับรองช่างที่ชำนาญการ และสิ่งที่สามารถนำมาแสดงและยืนยันให้แก่ผู้บริโภคได้ และที่สำคัญต้องเรียนรู้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคอย่างละเอียดด้วย เพื่อตัวของธุรกิจเอง ฉะนั้นสรุปปัจจัย ทางด้านกฎหมายและกฎระเบียบได้ว่า ย่อมมีผลต่อร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop อย่างมาก เนื่องจากเป็น ธุรกิจที่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่าร้านนี้ มีมาตรฐานที่ดีจริง
P a g e | 31 บทที่ 8 8.1 ข้อมูลทางธุรกิจ ชื่อธุรกิจ ร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop วันที่ก่อตั้ง วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ประเภทการดำเนินงานทางธุรกิจ ธุรกิจบริการด้านความสวย ความงาม ประเภทการจดทะเบียนบริหาร ห้างหุ้นส่วนจำกัด (เจ้าของหลายคน) รูปแบบของการดำเนินธุรกิจ ล้าง ตัด แต่ง ทำสี เขียนลวดลาย เคลือบ บำรุงรักษาเล็บ และบริการด้านอื่นๆ ที่ เกี่ยวกับเล็บ เพื่อความพึงพอใจของลูกค้า ที่เข้ามาใช้บริการ สถานที่ตั้ง 128/15 ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20110 โทร. 038-954259 ทุนจดทะเบียนหรือก่อตั้ง ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาทถ้วน สัญลักษณ์ทางธุรกิจ แผนการบริหารจัดการ
P a g e | 32 8.2 โครงสร้างการบริหารจัดการธุรกิจ โครงสร้างการบริหารจัดการของธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop เป็นโครงสร้างองค์การตามหน้าที่ การงาน (Functional Organization Structure) หมายถึง โครงสร้างที่จัดตั้งขึ้นโดยแบ่งไปตามประเภทหรือ หน้าที่การงาน เพื่อแสดงให้เห็นว่าในแต่ละส่วนงานนั้นๆ มีหน้าที่ต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งผลดีก็คือก่อให้เกิดการได้คน มีความสามารถทำงานในส่วนงานนั้น ๆ ทั้งยังฝึกบุคคลในส่วนงานนั้น ๆ ให้มีความเชี่ยวชาญกับหน้าที่ของงานนั้น อย่างลึกซึ้ง สำหรับฝ่ายบริหารระดับสูงนั้น จะเป็นเพียงผู้กำหนดนโยบายไว้กว้าง ๆ เพราะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ด้าน คอยป้อนข้อมูลที่ถูกต้องให้เสมอ เพื่อพิจารณาตัดสินใจในการบริหารและการวางกลยุทธ์ต่างๆ โดยมีลำดับ แผนภาพของโครงสร้างองค์กร ดังนี้ 8.2.1 หน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละตำแหน่ง กรรมการบริหารธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop มีหน้าที่ศึกษารายละเอียดและกลั่นกรองงานให้ คณะกรรมการแต่ละคนกำกับดูแลการดำเนินงานของธุรกิจ โดยเฉพาะในรายละเอียดเชิงนโยบาย เพื่อให้ สอดคล้องกับแนวทางหรือนโยบายของคณะกรรมการบริหารธุรกิจ ตลอดจนให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะแก่ เจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปตามนโยบายที่คณะกรรมการได้กำหนดไว้ หรือปฏิบัติงานอื่นใด ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ โดยคณะกรรมการบริหารมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบหลักๆ ดังต่อไปนี้ 1) กำหนดนโยบาย ทิศทาง กลยุทธ์ และโครงสร้างการบริหารงานหลักในการดำเนินธุรกิจของธุรกิจที่ กำหนดให้สอดคล้องและสนับสนุนต่อสภาพเศรษฐกิจและการแข่งขัน กรรมการบริหาร ช่างท าเล็บ Zone A ช่างท าเล็บ Zone B ช่างท าเล็บ Zone C ผู้จัดการร้าน
P a g e | 33 2) กำหนดแผนธุรกิจ งบประมาณ และอำนาจการบริหารต่างๆ ของธุรกิจ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการท่าน อื่นๆ เห็นชอบ 3) กำหนดโครงสร้างองค์กรและการบริหาร โดยให้ครอบคลุมถึงภาพรวมในการคัดเลือก การฝึกอบรม การ ว่าจ้าง และการเลิกจ้างพนักงาน 4) ตรวจสอบ ติดตามนโยบาย และแนวทางการบริหารงานต่างๆ ของธุรกิจ ที่กำหนดให้เป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ เอื้อต่อสภาพการดำเนินธุรกิจ 5) ตรวจสอบ ติดตามผลการดำเนินงานที่กำหนด ให้เป็นไปตามแผนธุรกิจที่ได้รับอนุมัติไว้ 6) จัดทำธุรกรรมทางการเงินกับสถาบันการเงินในการเปิดบัญชี กู้ยืม จำนำ จำนอง ค้ำประกัน รวมถึงการซื้อ ขายและจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด ก็เพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของ ธุรกิจ ภายใต้อำนาจวงเงินแต่ละรายการให้เป็นไปตามอำนาจอนุมัติดำเนินการของธุรกิจ 7) ดำเนินการอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการท่านอื่นๆ มอบหมายเป็นคราวๆ ไป หมายเหตุกรรมการบริหารธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop มีทั้งหมด 8 คน ดังนี้ • คุณวุฒิชัย คงปันนา ประธานกรรมการบริหาร • คุณนิวัฒน์ อาวะโห รองประธานกรรมการบริหาร • คุณกฤศญา ไชยานุพัทธกุล กรรมการบริหารและผู้จัดการ • คุณอัญชลี อันทะเกต กรรมการบริหาร • คุณวิลาวัลย์ วงศ์ใหญ่ กรรมการบริหาร • คุณนารีรัตน์ เมืองพรม กรรมการบริหาร • คุณอรวรรณ ยิงรัมย์ กรรมการบริหาร • คุณเก็จมณี พลเขตร์ กรรมการบริหาร ผู้จัดการร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้ 1) เป็นผู้นำและเป็นต้นแบบที่ดีในการทำงานให้กับพนักงาน (Shadow of Leader) เช่น การต้อนรับลูกค้า การบริการลูกค้า จนถึงการอำลาลูกค้า เป็นต้น 2) ปฏิบัติงานในทุกๆ ตำแหน่งแทนพนักงานที่ขาดทักษะได้หรือแทนงานพนักงานที่ลา เพื่อให้ร้านสามารถ ส่งมอบมาตรฐานการบริการที่ดีให้กับลูกค้าได้ 3) จัดวางตำแหน่งการทำงานของพนักงานให้เหมาะสมกับเวลา ทักษะ และการเรียนรู้ เช่น ในช่วงเวลาที่ ลูกค้ายังไม่เข้าร้าน ผู้จัดการจะทำหน้าที่นำพนักงานฝึกฝนงาน ในจุดที่ยังเป็นจุดอ่อนของทางร้านอยู่
P a g e | 34 4) จัดตารางการทำงาน การหยุดงาน ของพนักงานให้เหมาะสมกับการเปิดบริการของร้านในแต่ละวัน 5) จัดการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะให้กับพนักงานอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงมีการทดสอบทักษะของพนักงาน ด้วย เพราะการทำงานไปนานๆ อาจเกิดความผิดพลาดหรือการลัดขั้นตอนในการทำงานได้ 6) คอยสอดส่องดูแลความเป็นอยู่ของพนักงาน พฤติกรรมส่วนตัวของพนักงานในขณะปฏิบัติงาน เกี่ยวกับ ทัศนคติต่อการบริการลูกค้า และเรื่องความสามัคคีในการทำงานร่วมกับผู้อื่น 7) ดูแลความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของพนักงาน และภาพรวมของร้าน ช่างทำเล็บ Zone A มีหน้าที่ความรับผิดชอบดังนี้ 1) ต้อนรับลูกค้า พาลูกค้าไปทำความสะอาดเล็บมือ เล็บเท้าด้วยน้ำยาชนิดพิเศษ และเช็ดให้แห้งสนิท 2) ระหว่างรอกระบวนการทำเล็บในขั้นตอนถัดไป เจ้าหน้าที่ก็จะให้บริการทำสปาในระหว่างนั้นด้วย 3) เสริฟน้ำ ชา กาแฟ ของทานเล่น และอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าเกิดความ ประทับใจ และมีความผ่อนคลาย 4) ให้คำแนะนำการให้บริการ อธิบายรายละเอียดการเข้าใช้บริการให้กับลูกค้า เพื่อที่ลูกค้าจะได้เข้าใจใน กระบวนการต่างๆ ของการทำเล็บกับ Beauty Nail Shop ช่างทำเล็บ Zone B มีหน้าที่ความรับผิดชอบดังนี้ 1) ตัดแต่ง กำจัดหนัง เพื่อให้ได้รูปทรงที่สวยงามตามความต้องการของลูกค้า และช่วยกำจัดหนังที่ตายแล้ว ออก เพื่อการผลัดเซลล์ผิวใหม่ที่ดีกว่า และบำรุงเพื่อให้ผิวเนียนนุ่ม อ่อนโยน ด้วยสารบำรุงจากธรรมชาติ 2) เสริมเพิ่มปลายเล็บเทียมที่ปลายเล็บ หรืออาจติดทับเล็บธรรมชาติของลูกค้า เพื่อเพิ่มความยาว และเสริม ความแข็งแรง โดยการหุ้มด้วยอะคริลิกหรือโพลีเจล ที่สามารถปรับแต่งทรง สร้างรูปเล็บให้สวยตามความ ต้องการของลูกค้า 3) การทาสีเล็บเจล ซึ่งทางร้านใช้สีเจลธรรมชาติที่นำเข้ามาจากอเมริกา และนำเข้าจากประเทศเกาหลี ช่างทำเล็บ Zone C มีหน้าที่ความรับผิดชอบดังนี้ 1) วิเคราะห์ลักษณะ บุคลิกภาพ และสอบถามลูกค้า ว่าชอบสไตล์การแต่งตัวเป็นแบบไหน เทรนด์การทำ เล็บชอบลักษณะใด เพื่อให้ได้ข้อมูลมาประกอบกับการออกแบบลวดลายเล็บ 2) ตกแต่งลวดลายตามความต้องการของลูกค้า อาทิเช่น แบบเพ้นท์เล็บเจลด้วยโทนสีและลวดลายยอดนิยม สไตล์มินิมอล แต่งลวดลายด้วยสติกเกอร์ลายดอกไม้ สไตล์คุณหนู หรือไม่มีลวดลายแต่ทำออกมาแล้ว เรียบ หรู ดูแพง แต่งลวดลายด้วยสติกเกอร์ลายการ์ตูน เป็นต้น
P a g e | 35 8.2.2 อัตราเงินเดือนค่าจ้างของแต่ละตำแหน่ง ธุรกิจความสวยความงามเป็นสิ่งที่ไม่มีวันตาย โดยเฉพาะสำหรับด้วยแล้ว เรื่องความสวยความงามเป็นสิ่ง สำคัญ ตั้งแต่เสื้อผ้า หน้าผม รองเท้า และที่ขาดไม่ได้ก็คือ “ เล็บ ” จึงทำให้ช่างทำเล็บในปัจจุบันนี้ เป็นที่เรียกหา เรียกมาบริการเป็นอย่างมาก ในยามที่ผู้หญิงทุกคนต้องการจะดูแลสุขภาพ หรือตกแต่งสีสันเล็บของพวกเธอ ทำ ให้ทุกวันนี้เราแทบจะเจอร้านทำเล็บอยู่เยอะทุกซอกมุม ซึ่งคำถามมันอยู่ที่ว่ามันคุ้มจริงหรือ กับการที่ต้องมานั่ง ทำเล็บมือเล็บเท้าให้คนอื่น แถมยังต้องอยู่กับสารเคมีตลอดทั้งวัน แล้วค่าตอบแทนที่พวกเขาได้รับนั้น มันจะเยอะ กันซักเท่าไหร่เชียว ฉะนั้นเราลองมาดูกันว่า ค่าตอบแทนหรือรายได้ของพนักงานธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop จะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ จากการจำแนกโครงสร้างของธุรกิจจะพบได้ว่า ธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop มีการจ้างงานอยู่ 5 ตำแหน่ง ซึ่งแต่ล่ะตำแหน่งก็มีหน้าที่ที่แตกต่างกัน หากคิดเป็นอัตราเงินเดือนที่ต้องจ่าย ก็จะอยู่ที่ประมาณเดือน ล่ะ 63,500 บาท (หกหมื่นสามพันห้าร้อยบาท) หรือหากจะแยกออกทีล่ะตำแหน่ง ก็สามารถแยกอธิบายได้ดังนี้ • ประธานกรรมการบริหาร รองประธานกรรมการบริหาร และกรรมการบริหาร จำนวนทั้งหมด 8 คนไม่รับเงินเดือน แต่จะเลือกรับเป็นเงินปันผลปลายปีแทน • ผู้จัดการร้าน อัตราเงินเดือนอยู่ที่ 20,000 บาท/เดือน • ช่างทำเล็บ Zone A อัตราเงินเดือนอยู่ที่ 14,500 บาท/เดือน • ช่างทำเล็บ Zone B อัตราเงินเดือนอยู่ที่ 14,500 บาท/เดือน • ช่างทำเล็บ Zone C อัตราเงินเดือนอยู่ที่ 14,500 บาท/เดือน
P a g e | 36 บทที่ 9 ในการวางแผนการทางธุรกิจนั้น แผนการตลาดถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทุกธุรกิจให้ความสำคัญเป็น อันดับต้นๆ ซึ่งสาเหตุหลักก็เพราะว่า มันสามารถอธิบายวิธีสร้างรายได้ให้กับธุรกิจได้อย่างชัดเจน ว่าทำอย่างไร ลูกค้าถึงจะซื้อผลิตภัณฑ์หรือเข้าใช้บริการร้านของเรา ซึ่งโดยมากแล้วตัวแผนการตลาดนี้จะต้องมีองค์ประกอบ ต่างๆ ดังต่อไปนี้คือ คำอธิบายผลิตภัณฑ์หรือบริการและจุดขายที่แตกต่าง (หรือ USP – Unique Selling Point) โครงสร้างทางด้านราคา แผนการขาย/การกระจายสินค้า และแผนการโฆษณา/ประชาสัมพันธ์เป็นต้น ผลิตภัณฑ์หรือบริการและจุดขายที่แตกต่างของธุรกิจของร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop เน้นการทำ ร้านให้มีความสะดวกสบาย บรรยากาศในร้านตกแต่งด้วยวัสดุอุปกรณ์ที่ทันสมัยในโทนสีเขียวอ่อนทอง และมี โซฟาที่นั่งรับบริการที่มีดีไซน์ในการคำนึงถึงการรองรับสรีระของลูกค้าเป็นสำคัญ เพื่อให้คุณลูกค้ารู้สึกผ่อนคลาย ที่สุดระหว่างที่กำลังรับบริการท่ามกลางสวนสวยแสนรื่นรมย์พร้อมจิบน้ำผลไม้ปั่นที่เลือกสั่งได้ตามใจคุณ เสมือน การมาพักผ่อนไปในตัว อีกทั้งหัวใจหลักในการให้บริการเสริมความงามเล็บที่ทางร้านยึดถือมาโดยตลอด ก็คือ “เราใส่ใจในทุกรายละเอียดของเล็บคุณ” จึงมีความพร้อมให้บริการลูกค้า ด้วยช่างทำเล็บมืออาชีพ ที่เชี่ยวชาญ และสามารถให้คำแนะนำลูกค้าได้อย่างเหมาะสมจากบริการที่หลากหลาย นอกจากนั้น ทางร้านก็มีลวดลายที่ เป็นเอกลักษณ์นานาชนิด ซึ่งจะผสมผสานความเป็นวินเทจและความร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ปัจจุบัน ร้านเรามีอยู่ 1 สาขา ตั้งอยู่ที่เขตอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ใกล้ๆ กับสนามกีฬากลางอำเภอศรีราชาเวลาทำ การนั้นเปิดให้บริการ วันจันทร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 11.30-21.00 น.และหากพูดถึงจุดขายหรือจุดเด่นของร้านทำ เล็บ Beauty Nail Shop ล่ะก็ มีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน คือ 1) Comfortable หรือความสะดวกสบาย ที่ทางร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop ได้มอบให้กับลูกค้าที่ เข้ามารับบริการ โดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายส่วนต่างของสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านั้นแต่อย่างใด ยกตัวอย่างเช่น ที่ จอดรถ เบาะนวดไฟฟ้า QR-Code สแกนจ่าย ขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่ม ฟรี Wi-Fi และ Netflix และล่าสุดที่ ทางร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop กำลังจะติดตั้งเพิ่มก็คือ EV Charger 2) Fast หรือความรวดเร็วในการให้บริการ ร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop เน้นในเรื่องการบริการที่ไม่ น่าเบื่อหรือจำเจให้กับลูกค้า บุคลากรของร้านจึงต้องมีการพัฒนาและกระตือรือร้นอยู่เสมอ เพื่อการให้บริการที่ รวดเร็วและตรงตามความประสงค์ของลูกค้าให้มากที่สุด และยึดหลักการทำงานที่ว่า รวดเร็ว เชี่ยวชาญ ตรงเวลา คล่องตัว พิถีพิถัน และแห้งเร็ว แผนการตลาด
P a g e | 37 3) Modern process คือ กระบวนการทำงานที่ทันสมัย ร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop เน้นไปที่การ เลือกใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาให้บริการลูกค้าเสมอ เหตุผลเพราะว่าความต้องการทางด้านการใช้ บริการของลูกค้าในยุคปัจจุบัน จะให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพ ประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และความ รวดเร็ว ร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop จึงไม่หยุดที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน ยกตัวอย่าง เช่น เครื่องขัดเล็บ เครื่องอบเล็บ พัดลมดูดฝุ่นเล็บ อ่างล้างมือไฟฟ้า เครื่องฆ่าเชื้อและเครื่องจักรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น 9.1 เป้าหมายทางการตลาด เป้าหมายทางการตลาด (Marketing goals) หมายถึง วัตถุประสงค์เฉพาะที่กำหนดไว้ในแผนการตลาด ในปัจจุบันนี้หลายธุรกิจมักจะร่างออกมาเป็นแบบแผนที่ชัดเจน เพื่อให้บุคลากรในทีมได้รู้ว่า ธุรกิจนั้นมีเป้าหมาย เป็นแบบนี้ เพื่อจะได้ช่วยกันระดมความคิดหากลยุทธ์ต่างๆ ที่สามารถพาให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายนั้นให้ได้ ธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop ก็เช่นเดียวกัน ที่มีเป้าหมายทางการตลาดที่ชัดเจน คือผลกำไรที่ เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยแนวคิดและกลยุทธ์ที่จะทำให้ธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop ไปถึงขอบเขตที่ตั้ง เอาไว้นั้น สามารถอธิบายได้ดังนี้ • อยากให้ธุรกิจเกิดการรับรู้ถึงการมีอยู่ของธุรกิจ (Brand Awareness) อย่างกว้างขวาง
P a g e | 38 • มีลูกค้าเข้าใช้บริการอย่างต่อเนื่อง • สามารถขยายสาขาในพื้นที่ใกล้เคียงได้ • สามารถสร้างการบริการแบบส่วนตัวที่บ้านของลูกค้าได้ • สามารถรับงานตามองค์กรที่มีการบริการภายในออฟฟิศได้ • ธุรกิจสามารถสร้างยอดขายให้เติบโตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ต่อปี 9.2 การกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย หมายถึง กลุ่มบุคคลที่มีโอกาสจะเป็นลูกค้า ซึ่งเราต้องการขายสินค้าหรือบริการไป ยังคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ซึ่งการระบุว่าใครคือลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการนั้น โดยปกติแล้วจะกำหนดได้ด้วย ข้อมูลประชากรเช่น อายุ เพศ ที่อยู่ ระดับรายได้และไลฟ์สไตล์เป็นต้น ธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop ก็ เช่นเดียวกัน ที่ได้กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายไว้หลายระดับ โดยสามารถอธิบายได้ดังนี้ • กลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่มีอายุระหว่าง 18-23 ปีและอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตจังหวัดชลบุรี ระยอง • กลุ่มพนักงานบริษัท พนักงานโรงงาน ในเขตนิคมอุตสาหกรรมชลบุรี ระยอง ที่มีอายุระหว่าง 24-45 ปี • กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ที่อาศัยอยู่ในเขตจังหวัดชลบุรี ระยอง • กลุ่มลูกค้าทั่วไปที่มาตามรีวิว ตามการค้นหาจากแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่มีใจรักสวยรักงาม
P a g e | 39 9.3 กลยุทธ์ทางการตลาด กลยุทธ์การตลาด (Marketing Strategy) คือการเลือกวิธีการ การวางแผน การลำดับขั้นตอนในการลง มือทำการตลาดอย่างมีชั้นเชิง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการตลาด หรือเป้าหมายทางธุรกิจที่ตั้งไว้ซึ่งกลยุทธ์ทาง การตลาดก็มีอยู่หลากหลายวิธีการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกช่องทางการใช้สื่อต่างๆ ร่วมกันในการนำเสนอ การวางแคมเปญ การเลือกวิธีโฆษณา ฯลฯ โดยกลยุทธ์การตลาดของธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop ที่ใช้ มาโดยตลอดก็คือ 7P Marketing Strategy 9.3.1 Product (ผลิตภัณฑ์) เนื่องด้วยธุรกิจ Beauty Nail Shop เป็นร้านทำเล็บ ธุรกิจนี้จึงจัดอยู่ในกลุ่ม ประเภทธุรกิจบริการ ผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าจับต้องได้ก็คือ การบริการล้วน ๆโดยกลยุทธ์ด้านการบริการของธุรกิจเรา ที่โดดเด่น และเป็นที่กล่าวถึงของลูกค้าหลายๆท่านนั้น ก็ได้แก่ • การทำความสะอาดเล็บมือ เล็บเท้าด้วย Nail cleaner machine ที่ทันสมัย • มีบริการทำสปามือและเท้าด้วยเทคโนโลยีทำสปาจากประเทศญี่ปุ่น • มีเล็บปลอมสำเร็จรูป ที่ออกแบบด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และสามารถเปลี่ยนได้ตามใจชอบ • การออกแบบลวดลายของเล็บ สามารถทำได้โดยผ่านแอบพลิเคชั่นหรือแฟลตฟอร์มเฉพาะของร้าน • มีผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลรักษา เล็บมือ เล็บเท้าที่ผลิตจากธรรมชาติ100% ไว้จำหน่าย • บรรยากาศโดยรอบและสภาพแวดล้อมภายในร้านโล่ง โปร่ง สบาย มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยครบครับ และร้าน ออกแนวสไตล์โมเดิร์น 9.3.2 Price (ราคา) กลยุทธ์ทางด้านราคาของธุรกิจร้านเรา ได้มีการกำหนดราคาจากการเปรียบเทียบ ราคากับคู่แข่งในย่านเดียวกัน และเราจะปรับราคาให้ต่ำกว่าคู่แข่งในย่านเดียวกันลงเล็กน้อย เพื่อให้ลูกค้าได้นำ ราคาดังกล่าว ไปเปรียบเทียบกับร้านอื่นๆ ก่อนที่จะตัดสินใจเข้ารับบริการ โดยอัตราค่าบริการของร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop นั้น มีรายละเอียดอธิบายดังนี้ การบริการ อัตราค่าบริการ บริการทำเล็บแบบธรรมดา 400 บาท/ครั้ง บริการทำเล็บแบบเจล 600 บาท/ครั้ง บริการทำเล็บแบบติดสติกเกอร์ 1,000 บาท/ครั้ง บริการทำเล็บแบบเพ้นท์ลวดลาย 1,200 บาท/ครั้ง
P a g e | 40 รูปแบบของการชำระเงิน ลูกค้าสามารถชำระเป็นเงินสด บัตรเครดิต หรือโอนชำระผ่านบัญชีธนาคารของทางร้าน (โดยไม่มีขั้นต่ำ) ชื่อบัญชีร้าน ห้างหุ้นส่วนจำกัด Beauty Nail Shop ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 002-9–69945–8 ประเภทบัญชี ออมทรัพย์ สาขา เซ็นทรัล ศรีราชา พร้อมเพย์ที่เบอร์095-609-9999 9.3.3 Place (ช่องทางการให้บริการ) เนื่องจากธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop เป็นธุรกิจบริการ การเข้ารับบริการหลักๆ ก็คือ ลูกค้าจะต้องมาที่ร้าน แต่ประเด็นเหล่านั้นจะหมดไป เพราะในยุคปัจจุบันนี้ธุรกิจ หลายๆ ธุรกิจรวมถึงธุรกิจของเรา ได้มีการปรับตัวไปตามยุคตามสมัย มีการใช้เทคโนโลยีและโซเซียลเข้ามาใช้ใน การให้บริการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกค้า สามารถเข้าถึงการมาใช้บริการจากทางร้านได้ง่าย และสะดวกมาก ยิ่งขึ้น โดยสถานที่หรือช่องทางการให้บริการของร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop ที่ใช้อยู่ ณ ปัจจุบันก็คือ • ร้าน Beauty Nail Shop เลขที่ 128/15 ถนนศรีราชานคร 3 ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรีอยู่ใกล้ๆ กลับสนามกีฬากลางเทศบาลศรีราชา ซึ่งมองเห็นร้านได้ง่าย มีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ และมีที่จอด รถกว้างขวาง • บ้านของลูกค้าเอง ซึ่งการให้บริการทำเล็บตามบ้านของลูกค้านั้น ย่อมมีเงื่อนไขอยู่บ้าง ยกตัวอย่างเช่น ให้บริการทำเล็บเฉพาะลูกค้าขาประจำ ลูกค้าที่อยู่อาศัยในเขตรัศมีของร้านประมาณ 2 กิโลเมตร ลูกค้าที่ ได้รางวัลหรือสิทธิพิเศษจากโปรโมชั่น เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของพนักงาน และลดค่าใช้จ่ายใน การเดินทาง จะได้ไม่ต้องไปชาร์จเพิ่มจากลูกค้า ลูกค้าจะได้เกิดความพึงพอใจในการบริการ เครื่องมือที่จะช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของทางร้านนั้น ร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop เองก็ได้เลือกใช้สื่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยมีรายละเอียดดังนี้ • Facebook ใช้ชื่อเพจว่า Beauty Nail Shop
P a g e | 41 • Instagram ใช้ชื่อเพจว่า Beauty Nail Shop • Website ใช้ชื่อเว็ปว่า hhtp//www.beautynailshop.com • สื่อแบบออฟไลน์ ก็มีป้ายหน้าร้าน ทางแยกเข้าร้าน และตามท้ายรถตุ๊กๆ ประมาณ 20 คัน 9.3.4 Promotion (การส่งเสริมการขาย) โปรโมชั่นไม่ได้หมายถึงการลด แลก แจก แถมสินค้าหรือ บริการเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่หมายถึงการใช้วิธีการใดก็ตามที่จะช่วยส่งเสริมการขายสินค้าหรือบริการ ให้มี ยอดจำหน่ายสูงยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาสินค้า เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดความอยากซื้อ หรือการสะสม แต้มเพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำ วิธีการต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับตัวสินค้า และกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการจะสร้างสรรค์ขึ้นมา การ สร้างการส่งเสริมการขายที่ดี จะช่วยโน้มน้าวใจผู้บริโภค ให้เลือกซื้อสินค้าและบริการของเราได้ ธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจบริการ ที่มีโปรโมชั่นแบบผลิตภัณฑ์หรือบริการ อื่นๆ เช่นกัน ซึ่งได้แก่ • บริการ Care Gel รองพื้นก่อนทาสีเจล เสริมความแข็งแรง เพิ่มความหนาของหน้าเล็บ ราคาเพียง 69 บาท จากปกติ 99 บาท • Glitter + Mirror ขัดผงหรือทาสีกลิตเตอร์ไม่อั้น คละสีและคละเทคนิคกลิตเตอร์ได้ไม่อั้น
P a g e | 42 ราคาเพียง 409 บาท จากปกติ 499 บาท • Extension ต่อเล็บเจลและทาสีเล็บเจลได้ไม่อั้น ต่อเล็บเจลทุกความยาว ทาสีเจลไม่อั้น ราคาเพียง 1,500 จากปกติ 1,850 บาท • ใช้บริการทุกประเภทรวม 10 ครั้ง ฟรีบริการทำเล็บและทำสปา 1 ครั้ง 9.3.5 People (บุคลากร) หากพูดถึงธุรกิจบริการ หัวใจสำคัญของธุรกิจบริการก็คือ บุคลากร เนื่องจาก เป็นตำแหน่งที่มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าโดยตรง หากสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้ ลูกค้าจะเกิดความ ประทับใจในแบรนด์และนำไปสู่การซื้อซ้ำและบอกต่อ แต่ในทางตรงกันข้ามหากบริการลูกค้าได้แย่ ก็อาจจะ นำไปสู่การเสียฐานลูกค้าได้ ดังนั้นธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop จึงให้ความสำคัญและใส่ใจเรื่องบุคลากร เป็นหลัก ทั้งการเพิ่มพูนความรู้ การพัฒนาศักยภาพ และการปลูกฝังให้รักการบริการ โดยสามารถอธิบายได้ดังนี้ • ฝึกฝน อบรมพนักงาน ให้มีความรู้และทักษะในการบริการอย่างสม่ำเสมอ • ปรับทัศนคติ(Mindset) และประเมินสภาวะทางอารมณ์ของพนักงาน เพื่อให้พนักงานมีความสอดคล้อง กับศักยภาพของตนเอง ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างมีคุณธรรมจริยธรรม • ฝึกฝน อบรมพนักงาน ให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจและฝึกทักษะการบริหารจัดการงานของตนเองได้ อย่างมีประสิทธิภาพ 9.3.6 Process (กระบวนการ) กล่าวคือ ลำดับขั้นตอนตั้งแต่ลูกค้าเดินเข้าร้านมา จนกระทั่งลูกค้าออก จากร้านไป ลำดับขั้นตอนดังกล่าวจะต้องถูกออกแบบให้มีมาตรฐาน เป็นระบบ มีระเบียบ มีการแบ่งแยกหน้าที่ ความรับผิดชอบของพนักงานอย่างชัดเจน มีขั้นตอนที่เหมาะสม และแบบแผนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ การ สร้างกระบวนการภายในที่ดีนั้น นอกจากจะสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าแล้ว ยังทำให้พนักงานทำงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ และอาจช่วยลดต้นทุนค่าบริหารจัดการลงอีกด้วย ธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop จึง ให้ความสำคัญและใส่ใจในเรื่องกระบวนการทำงานเช่นเดียวกัน จึงได้นำวิธีการ 7 อย่างเหล่านี้มาใช้ คือ • S = Smiling & Sympathy ยิ้มแย้มและเอาใจเขามาใส่ใจเรา เห็นอกเห็นใจต่อความลำบากยุ่งยากของผู้ มารับการบริการ • E = Early Response ตอบสนองต่อความประสงค์จากผู้รับบริการอย่างรวดเร็ว • R = Respectful แสดงออกถึงความนับถือและให้เกียรติผู้รับบริการ • V = Voluntariness Manner การให้บริการที่ทำอย่างสมัครใจ เต็มใจทำ ไม่ใช่ทำงานไปหน้าบูดไป • I = Image Enhancing การรักษาภาพลักษณ์ของผู้ให้บริการและภาพลักษณ์ขององค์กร • C = Courtesy มีความอ่อนน้อม อ่อนโยน สุภาพ มีมารยาทดี
P a g e | 43 • E = Enthusiasm มีความกระฉับกระเฉง กระตือรือร้นขณะให้บริการและให้บริการมากกว่าผู้รับบริการ คาดหวังเอาไว้ 9.3.7 Physical Evidence (องค์ประกอบทางกายภาพ) สิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่ผู้บริโภคสามารถ สัมผัสได้ ทั้งการมองเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น การรู้รส และความรู้สึกทางร่างกายเช่น การตกแต่งร้าน ความ สะอาด บรรยากาศภายในร้าน เสียงดนตรี กลิ่นหอมของดอกไม้ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้สามารถสร้างความประทับใจ ให้แก่ลูกค้าได้ทั้งสิ้น องค์ประกอบต่างๆ ภายในร้านล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น ดังนั้นธุรกิจร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop จึงใส่ใจกับรายละเอียดต่างๆ เหล่านี้อยู่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ลูกค้าที่มาใช้บริการ กลับไปพร้อมความ ประทับใจอย่างสูงสุด ซึ่งองค์ประกอบทางกายภาพของร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop มีอยู่ก็คือ • ร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop เป็นร้านสไตล์โมเดิร์น ตกแต่งผนังด้วยโทนสีขาวคาดน้ำตาลเข้ม มีเก้าอี้ และโซฟาแบบ Modern Luxury มีเอกลักษณ์ไปในแนวทางหรูหรา • ภายในร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop จะเปิดเพลงเบาๆ สบายๆ โดยเพลงที่เปิดนั้น จะเน้นไปในแนว เพลงบรรเลงด้วยเปียโน ไวโอลิน และ Cello เป็นต้น • ร้านทำเล็บ Beauty Nail Shop เลือกใช้บริการเครื่องพ่นกระจายกลิ่นหอมอโรม่าจาก aristo aroma เพื่อสร้างบรรยากาศภายในร้านให้มีกลิ่นหอมสดชื่น โล่ง โปร่ง สบาย สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียในอากาศ ได้และยังสร้างความน่าดึงดูด และสร้างความผ่อนคลายให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการได้ รวมไปถึงช่างและ พนักงานภายในร้านได้ดีอีกด้วย