คำนำ หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ตัวกลางของแสง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 รายวิชาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี (ว 14101) ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้น จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางใน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ตัวกลางของแสงและวัตถุทึบแสง ที่ จัดการเรียนรู้แบบ Active learning โดยใช้รูปแบบการสอนแบบ Activity Based-Learning : ABL ซึ่งนำ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทั้งทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์วิธีการทางวิทยาศาสตร์และจิต วิทยาศาสตร์ มาประยุกต์ใช้ให้ผู้เรียนค้นหาคำตอบของสิ่งที่สงสัยอย่างเป็นระบบ โดยใช้ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน ก่อเกิดให้ผู้เรียนมีจิตวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ซึ่งสอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านโป่งน้ำร้อน (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566) ผู้จัดทำจึงได้ศึกษา สาระการเรียนรู้พื้นฐานให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ และนำปัญหาที่พบจากประสบการณ์ในการสอนและความรู้ที่ได้ จากการอบรมสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคนิคและวิธีการสอน การวัดผลประเมินผล จิตวิทยาการเรียนรู้ ตลอดจนความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เทคโนโลยีต่าง ๆ มาจัดทำแผนการ จัดการเรียนรู้ในครั้งนี้ ผู้จัดทำขอขอบคุณ ผู้บริหารโรงเรียน ผู้เชี่ยวชาญ และคณะครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี โรงเรียนบ้านโป่งน้ำร้อน ที่ให้ความอนุเคราะห์ ตรวจสอบ ให้ข้อเสนอนะ คำแนะนำในการปรับปรุง แก้ไข พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้นี้จนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แผนการจัดการ เรียนรู้เรื่อง ตัวกลางของแสง จะเป็นประโยชน์สำหรับครูผู้สอนตลอดจนเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่อไป (นางสาวรุ่งนภา แสนเสนาะ) ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ใบงานที่ 1 การวิเคราะห์มาตกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์แลสาระที่1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลําเลียงสารสัตว์และมนุษย์ที่ทํางานสัมพันธ์กันความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ผู้เรียนรู้อะไร ผู้เรียนทำอว 1.2 ป.4/1 บรรยายหน้าที่ของราก ลําต้น ใบ และดอกของพืช ดอก โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ หน้าที่ของราก ลําต้น ใบ และดอกของพืชดอก บรรยายหน้าที่ของรและดอกของพืชดอข้อมูลที่รวบรวมได้
ตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ละเทคโนโลยี ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 รเข้าและออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่างๆ ของ าง ๆ ของพืชที่ทํางานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ อะไรได้ ความคิดหลัก สาระการเรียนรู้แกนกลาง ราก ลําต้น ใบ อก โดยใช้ พืชดอกมีส่วนต่าง ๆ ที่สำคัญ ได้แก่ ราก ลำต้น ใบ ดอก และ เมื่อดอกมีการสืบพันธุ์ได้รับการ ผสมเกสรจะเจริญเติบโตเป็นผล และเมล็ดต่อไป ซึ่งส่วนต่าง ๆ เหล่านี้จะทำหน้าที่ต่างกันไป • ส่วนต่างๆ ของพืชดอกทําหน้าที่ แตกต่างกัน • รากทําหน้าที่ดูดน้ำและธาตุอาหาร ขึ้นไปยังลําต้น • ลําต้นทําหน้าที่ลําเลียงน้ำต่อไปยัง ส่วนต่างๆ ของพืช • ใบทําหน้าที่สร้างอาหาร อาหารที่ พืชสร้างขึ้น คือ น้ำตาลซึ่งจะ เปลี่ยนเป็นแป้ง • ดอกทําหน้าที่สืบพันธุ์ประกอบด้วย ส่วนประกอบต่าง ๆ ได้แก่ กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมีย ซึ่งส่วนประกอบแต่ละส่วนของดอก ทําหน้าที่แตกต่างกัน
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ผู้เรียนรู้อะไร ผู้เรียนทำอว 1.3 ป.4/1 จําแนกสิ่งมีชีวิตโดยใช้ ความเหมือน และความ แตกต่างของลักษณะของ สิ่งมีชีวิตออกเป็นกลุ่มพืช กลุ่มสัตว์และกลุ่มที่ไม่ใช่พืช และสัตว์ สิ่งมีชีวิตออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มพืช กลุ่มสัตว์และ กลุ่มที่ไม่ใช่พืชและสัตว์ จําแนกสิ่งมีชีวิตโดยเหมือน และความแลักษณะของสิ่งมีชีวิกลุ่มพืช กลุ่มสัตว์แลพืชและสัตว์ ว 1.3 ป.4/2 จําแนกพืชออกเป็นพืช ดอกและพืชไม่มีดอกโดยใช้ การมีดอกเป็นเกณฑ์โดยใช้ ข้อมูลที่รวบรวมได้ พืชแบ่งออกเป็นพืชดอกและ พืชไม่มีดอก จําแนกพืชออกเป็นพืชไม่มีดอกโดยใช้กเกณฑ์โดยใช้ข้อมูลที
นธุกรรม สารพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความ อะไรได้ ความคิดหลัก สาระการเรียนรู้แกนกลาง ยใช้ความ แตกต่างของ วิตออกเป็น ละกลุ่มที่ไม่ใช่ สิ่งมีชีวิตรอบตัวเรามีหลายชนิด ซึ่งสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดจะมี ลักษณะสำคัญบางอย่าง เหมือนกัน และมีลักษณะ สำคัญบางอย่างแตกต่างกันไป โดยเราสามารถใช้ความเหมือน และความแตกต่างของลักษณะ ต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิต มาจัดกลุ่ม สิ่งมีชีวิตออกจากกันได้ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ และกลุ่ม ที่ไม่ใช่พืชและสัตว์ • สิ่งมีชีวิตมีหลายชนิด สามารถจัด กลุ่มได้โดยใช้ความเหมือนและความ แตกต่างของลักษณะต่างๆเช่น กลุ่ม พืชสร้างอาหารเองได้และเคลื่อนที่ ด้วยตนเองไม่ได้กลุ่มสัตว์กินสิ่งมีชีวิต อื่นเป็นอาหารและเคลื่อนที่ได้กลุ่มที่ ไม่ใช่พืชและสัตว์ เช่น เห็ด รา จุลินทรีย์ พืชดอกและ การมีดอกเป็น ที่รวบรวมได้ การจำแนกพืช เราสามารถใช้ ลักษณะภายนอกของพืชที่ สังเกตได้มาเป็นเกณฑ์ในการ จำแนกพืชออกเป็นกลุ่ม เช่น ใช้การมีดอก มาจำแนกพืชได้ • การจําแนกพืช สามารถใช้การมีดอก เป็นเกณฑ์ในการจําแนก ได้เป็นพืช ดอกและพืชไม่มีดอก
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ผู้เรียนรู้อะไร ผู้เรียนทำอว 1.3 ป.4/3 จําแนกสัตว์ออกเป็น สัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ ไม่มีกระดูกสันหลัง โดยใช้การ มีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ สัตว์แบ่งออกเป็นสัตว์มี กระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มี กระดูกสันหลัง จําแนกสัตว์ออกเป็นสันหลังและสัตว์ไม่มีหลัง โดยใช้การมีกรเป็นเกณฑ์โดยใช้ข้อได้ ว 1.3 ป.4/4 บรรยายลักษณะ เฉพาะที่สังเกตได้ของสัตว์มี กระดูกสันหลังในกลุ่มปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำ สะเทินบก กลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน กลุ่มนก และ กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วย น้ำนม และยกตัวอย่าง สิ่งมีชีวิตในแต่ละกลุ่ม ลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ ของสัตว์มีกระดูกสันหลังใน กลุ่มปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำ สะเทินบก กลุ่มสัตว์ เลื้อยคลาน กลุ่มนก และ กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม บรรยายลักษณะเฉพได้ของสัตว์มีกระดูกกลุ่มปลา กลุ่มสัตว์สสะเทินบก กลุ่มสัตวกลุ่มนก และ กลุ่มสัด้วยน้ำนม และยกตสิ่งมีชีวิตในแต่ละกล
อะไรได้ ความคิดหลัก สาระการเรียนรู้แกนกลาง นสัตว์มีกระดูก มีกระดูกสัน ระดูกสันหลัง อมูลที่รวบรวม สัตว์ต่างๆ มีมากมายหลายชนิด ในการจำแนกสัตว์ออกเป็นกลุ่ม สามารถใช้การมีกระดูกสันหลัง เป็นเกณฑ์ จึงจำแนกสัตว์ได้ เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังและ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง • การจําแนกสัตว์สามารถใช้การมี กระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ในการ จําแนกได้เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลัง และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง พาะที่สังเกต กสันหลังใน สะเทินน้ำ ว์เลื้อยคลาน สัตว์เลี้ยงลูก ตัวอย่าง ลุ่ม สัตว์มีกระดูกสันหลังมีหลาย กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มปลา กลุ่มสัตว์ สะเทินน้ำสะเทินบก กลุ่ม สัตว์เลื้อยคลาน กลุ่มนก และ กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ซึ่ง สัตว์แต่ละกลุ่มจะมีลักษณะ เฉพาะที่สังเกตได้แตกต่างกัน ไป • สัตว์มีกระดูกสันหลังมีหลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำ สะเทินบก กลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน กลุ่ม นก และกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีลักษณะเฉพาะที่ สังเกตได้
สาระที่2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ผู้เรียนรู้อะไร ผู้เรียนทำอว 2.1 ป.4/1 เปรียบเทียบสมบัติทาง กายภาพด้านความแข็งสภาพ ยืดหยุ่น การนําความร้อน และการนําไฟฟ้าของวัสดุโดย ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์จาก การทดลองและระบุการนํา สมบัติเรื่องความแข็งสภาพ ยืดหยุ่น การนําความร้อน และการนําไฟฟ้าของวัสดุไป ใช้ในชีวิตประจําวันผ่าน กระบวนการออกแบบชิ้นงาน สมบัติทางกายภาพด้าน ความแข็งสภาพยืดหยุ่น การ นําความร้อน และการนํา ไฟฟ้าของวัสดุโดยใช้ หลักฐานเชิงประจักษ์จาก การทดลองและระบุการนํา สมบัติเรื่องความแข็งสภาพ ยืดหยุ่น การนําความร้อน และการนําไฟฟ้าของวัสดุ เปรียบเทียบสมบัติทด้านความแข็งสภาพนําความร้อน และกของวัสดุโดยใช้หลักประจักษ์จากการทดการนําสมบัติเรื่องคยืดหยุ่น การนําควาการนําไฟฟ้าของวัสชีวิตประจําวันผ่านกออกแบบชิ้นงาน ว 2.1 ป.4/2 แลกเปลี่ยนความคิด กับผู้อื่นโดยการอภิปราย เกี่ยวกับสมบัติทางกายภาพ ของวัสดุอย่างมีเหตุผลจาก การทดลอง สมบัติทางกายภาพของวัสดุ แลกเปลี่ยนความคิดการอภิปรายเกี่ยวกักายภาพของวัสดุอยจากการทดลอง
สมบัติของสสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติ อะไรได้ ความคิดหลัก สาระการเรียนรู้แกนกลาง ทางกายภาพ พยืดหยุ่น การ การนําไฟฟ้า กฐานเชิง ดลองและระบุ วามแข็งสภาพ ามร้อน และ สดุไปใช้ใน กระบวนการ วัสดุมีหลายชนิดสามารถแบ่ง ออกเป็น โลหะ เซรามิก และ พอลิเมอร์ ซึ่งแต่ละชนิดอาจมี สมบัติเหมือนกันหรือแตกต่าง กัน • วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติทางกายภาพ แตกต่างกันวัสดุที่มีความแข็งจะทน ต่อแรงขูดขีด วัสดุที่มีสภาพยืดหยุ่น จะเปลี่ยนแปลงรูปร่างเมื่อมีแรงมา กระทําและกลับสภาพเดิมได้วัสดุที่นํา ความร้อนจะร้อนได้เร็วเมื่อได้รับ ความร้อนและวัสดุที่นําไฟฟ้าได้จะให้ กระแสไฟฟ้าผ่านได้ดังนั้นจึงอาจนํา สมบัติต่างๆ มาพิจารณาเพื่อใช้ใน กระบวนการออกแบบชิ้นงานเพื่อใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจําวัน ดกับผู้อื่นโดย กับสมบัติทาง ย่างมีเหตุผล วัสดุมีหลายชนิดสามารถแบ่ง ออกเป็น โลหะ เซรามิก และ พอลิเมอร์ ซึ่งแต่ละชนิดอาจมี สมบัติเหมือนกันหรือแตกต่าง กัน • วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติทางกายภาพ แตกต่างกันวัสดุที่มีความแข็งจะทนต่อ แรงขูดขีด วัสดุที่มีสภาพยืดหยุ่นจะ เปลี่ยนแปลงรูปร่างเมื่อมีแรงมา กระทําและกลับสภาพเดิมได้วัสดุที่นํา
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ผู้เรียนรู้อะไร ผู้เรียนทำอว 2.1 ป.4/3 เปรียบเทียบสมบัติของ สสารทั้ง 3 สถานะ จากข้อมูล ที่ได้จากการสังเกตมวล การ ต้องการที่อยู่ รูปร่างและ ปริมาตรของสสาร สมบัติของสสารทั้ง 3 สถานะ เปรียบเทียบสมบัติขสถานะ จากข้อมูลทีสังเกตมวล การต้องรูปร่างและปริมาตรว 2.1 ป.4/4 ใช้เครื่องมือเพื่อวัดมวล และปริมาตรของสสารทั้ง 3 สถานะ การใช้เครื่องมือเพื่อวัดมวล และปริมาตรของสสารทั้ง 3 สถานะ ใช้เครื่องมือเพื่อวัดมปริมาตรของสสารทั้ได้
อะไรได้ ความคิดหลัก สาระการเรียนรู้แกนกลาง ความร้อนจะร้อนได้เร็วเมื่อได้รับความ ร้อนและวัสดุที่นําไฟฟ้าได้จะให้ กระแสไฟฟ้าผ่านได้ ของสสารทั้ง 3 ที่ได้จากการ งการที่อยู่ รของสสาร สสารในชีวิตประจำวันมี มากมายหลายชนิด แต่ละชนิด มีสถานะที่แตกต่างกัน สสาร บางชนิดอยู่ในสถานะของแข็ง ของเหลว หรือแก๊ส • วัสดุเป็นสสารเพราะมีมวลและ ต้องการที่อยู่สสารมีสถานะเป็น ของแข็ง ของเหลว หรือแก๊สของแข็ง มีปริมาตรและรูปร่างคงที่ของเหลวมี ปริมาตรคงที่แต่มีรูปร่างเปลี่ยนไป ตามภาชนะเฉพาะส่วนที่บรรจุ ของเหลว ส่วนแก๊สมีปริมาตรและ รูปร่างเปลี่ยนไปตามภาชนะที่บรรจุ มวล และ ทั้ง 3 สถานะ เครื่องมือเพื่อวัดมวลของทั้ง 3 สถานะ สามารถทำได้โดยการ ชั่งซึ่งมีรายละเอียดของขั้นตอน ในการชั่งแตกต่างกันออกไปใน แต่ละสถานะ ส่วนการหา ปริมาตรของสสารของแข็งทำ ได้โดยการใช้สูตรคำนวณ เรขาคณิตและการแทนที่น้ำ ของเหลวหาปริมาตรโดยใช้ กระบอกตวง แก๊สหาปริมาตร • วัสดุเป็นสสารเพราะมีมวลและ ต้องการที่อยู่สสารมีสถานะเป็น ของแข็ง ของเหลว หรือแก๊สของแข็ง มีปริมาตรและรูปร่างคงที่ของเหลวมี ปริมาตรคงที่แต่มีรูปร่างเปลี่ยนไป ตามภาชนะเฉพาะส่วนที่บรรจุ ของเหลว ส่วนแก๊สมีปริมาตรและ รูปร่างเปลี่ยนไปตามภาชนะที่บรรจุ
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ผู้เรียนรู้อะไร ผู้เรียนทำอมาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจําวัน ผลของแรงที่กระทําต่อวัตถมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ผู้เรียนรู้อะไร ผู้เรียนทำอว 2.2 ป.4/1 ระบุผลของแรงโน้ม ถ่วงที่มีต่อวัตถุจากหลักฐาน เชิงประจักษ์ ผลของแรงโน้มถ่วงที่มีต่อ วัตถุ ระบุผลของแรงโน้มวัตถุจากหลักฐานเชิว 2.2 ป.4/2 ใช้เครื่องชั่งสปริงใน การวัดน้ำหนักของวัตถุ การใช้เครื่องชั่งสปริงในการ วัดน้ำหนักของวัตถุ ใช้เครื่องชั่งสปริงในน้ำหนักของวัตถุได้
อะไรได้ ความคิดหลัก สาระการเรียนรู้แกนกลาง โดยการแทนที่น้ำเช่นเดียวกับ ของแข็ง ถุลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ อะไรได้ ความคิดหลัก สาระการเรียนรู้แกนกลาง มถ่วงที่มีต่อ ชิงประจักษ์ แรงโน้มถ่วงของโลกเป็นแรง ดึงดูดที่โลกกระทำต่อมวลของ วัตถุทุกชนิดที่อยู่บนโลกและที่ อยู่ใกล้โลก ซึ่งเป็นแรงไม่สัมผัส และมีทิศทางเข้าสู่จุดศูนย์กลาง ของโลก แรงโน้มถ่วงของโลกทำ ให้วัตถุต่าง ๆ บนโลกมีน้ำหนัก และตกลงสู่พื้นโลกเสมอ • แรงโน้มถ่วงของโลกเป็นแรงดึงดูดที่ โลกกระทําต่อวัตถุมีทิศทางเข้าสู่ ศูนย์กลางโลก และเป็นแรงไม่สัมผัส แรงดึงดูดที่โลกกระทํากับวัตถุหนึ่งๆ ทําให้วัตถุตกลงสู่พื้นโลกและทําให้ วัตถุมีน้ำหนักวัดน้ำหนักของวัตถุได้ จากเครื่องชั่งสปริง น้ำหนักของวัตถุ ขึ้นกับมวลของวัตถุโดยวัตถุที่มีมวล มากจะมีน้ำหนักมากวัตถุที่มีมวลน้อย จะมีน้ำหนักน้อย นการวัด แรงโน้มถ่วงของโลกทำให้วัตถุต่าง ๆ มีน้ำหนัก ซึ่งสามารถวัดน้ำหนัก ของวัตถุได้โดยใช้เครื่องชั่งสปริง • แรงโน้มถ่วงของโลกเป็นแรงดึงดูดที่ โลกกระทําต่อวัตถุมีทิศทางเข้าสู่ ศูนย์กลางโลก และเป็นแรงไม่สัมผัส แรงดึงดูดที่โลกกระทํากับวัตถุหนึ่งๆ ทําให้วัตถุตกลงสู่พื้นโลกและทําให้
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ผู้เรียนรู้อะไร ผู้เรียนทำอว 2.2 ป.4/3 บรรยายมวลของวัตถุที่มี ผลต่อการเปลี่ยนแปลงการ เคลื่อนที่ของวัตถุจากหลักฐาน เชิงประจักษ์ มวลของวัตถุที่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของ วัตถุ บรรยายมวลของวัตถุเปลี่ยนแปลงการเคลื่จากหลักฐานเชิงประ
อะไรได้ ความคิดหลัก สาระการเรียนรู้แกนกลาง วัตถุมีน้ำหนักวัดน้ำหนักของวัตถุได้ จากเครื่องชั่งสปริง น้ำหนักของวัตถุ ขึ้นกับมวลของวัตถุโดยวัตถุที่มีมวล มากจะมีน้ำหนักมากวัตถุที่มีมวลน้อย จะมีน้ำหนักน้อย ถุที่มีผลต่อการ อนที่ของวัตถุ จักษ์ มวลของวัตถุ คือ ปริมาณเนื้อ ของสารทั้งหมดที่ประกอบกัน เป็นวัตถุ ซึ่งมีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของ วัตถุถ้ามวลของวัตถุมากจะ สามารถเคลื่อนที่ได้ยาก แต่ถ้า มวลของวัตถุน้อยจะสามารถ เคลื่อนที่ได้ง่าย • มวล คือ ปริมาณเนื้อของสสาร ทั้งหมดที่ประกอบกันเป็นวัตถุซึ่งมีผล ต่อความยากง่ายในการเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนที่ของวัตถุวัตถุที่มีมวลมาก จะเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ได้ยาก กว่าวัตถุที่มีมวลน้อย ดังนั้นมวลของ วัตถุนอกจากจะหมายถึงเนื้อทั้งหมด ของวัตถุนั้นแล้วยังหมายถึงการต้าน การเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ นั้นด้วย
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลัคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารวมทั้งนําความรู้ไปมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ผู้เรียนรู้อะไร ผู้เรียนทำอว 2.3 ป.4/1 จําแนกวัตถุเป็น ตัวกลางโปร่งใสตัวกลางโปร่ง แสง และวัตถุทึบแสง จาก ลักษณะการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ผ่านวัตถุนั้นเป็นเกณฑ์โดยใช้ หลักฐานเชิงประจักษ์ วัตถุแบ่งออกเป็นตัวกลาง โปร่งใสตัวกลางโปร่งแสง และวัตถุทึบแสง จําแนกวัตถุเป็นตัวกตัวกลางโปร่งแสง แแสง จากลักษณะกาต่าง ๆ ผ่านวัตถุนั้นใช้หลักฐานเชิงประจสาระที่3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ผู้เรียนรู้อะไร ผู้เรียนทำอว 3.1 ป.4/1 อธิบายแบบรูปเส้นทาง การขึ้นและตกของดวงจันทร์ โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ เส้นทางการขึ้นและตกของ ดวงจันทร์ อธิบายแบบรูปเส้นทและตกของดวงจันทหลักฐานเชิงประจัก
ังงานปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจําวัน ธรรมชาติของ ปใช้ประโยชน์ อะไรได้ ความคิดหลัก สาระการเรียนรู้แกนกลาง กลางโปร่งใส และวัตถุทึบ ารมองเห็นสิ่ง เป็นเกณฑ์โดย จักษ์ เมื่อมองสิ่งต่าง ๆ โดยมีวัตถุต่าง ชนิดกันมากั้นแสง จะทำให้ มองเห็นสิ่งนั้น ๆ ชัดเจนได้ แตกต่างกันไป จึงจำแนก วัตถุ ที่กั้นแสงได้เป็นตัวกลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และวัตถุทึบ แสง • เมื่อมองสิ่งต่างๆโดยมีวัตถุต่างชนิด กันมากั้นแสงจะทําให้ลักษณะการ มองเห็นสิ่งนั้น ๆ ชัดเจนต่างกัน จึง จําแนกวัตถุที่มากั้นออกเป็นตัวกลาง โปร่งใสซึ่งทําให้มองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ ชัดเจนตัวกลางโปร่งแสงทําให้มองเห็นสิ่ง ต่างๆ ได้ไม่ชัดเจน และวัตถุทึบแสงทํา ให้มองไม่เห็นสิ่งต่างๆ นั้น อกภพกาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ อะไรได้ ความคิดหลัก สาระการเรียนรู้แกนกลาง ทางการขึ้น ทร์โดยใช้ กษ์ การขึ้นและตกของดวงจันทร์ เกิดจากดวงจันทร์หมุนรอบ ตัวเองในทิศทางทวนเข็ม นาฬิกาเช่นเดียวกับโลก โดยที่ • ดวงจันทร์เป็นบริวารของโลก โดยดวง จันทร์หมุนรอบตัวเองขณะโคจรรอบโลก ขณะที่โลกก็หมุนรอบตัวเองด้วยเช่นกัน การหมุนรอบตัวเองของโลกจากทิศ
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ผู้เรียนรู้อะไร ผู้เรียนทำอว 3.1 ป.4/2 สร้างแบบจำลองที่ อธิบายแบบรูปการ เปลี่ยนแปลงรูปร่างปรากฏ ของดวงจันทร์ และพยากรณ์ รูปร่างปรากฏของดวงจันทร์ การเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ปรากฏของดวงจันทร์ และ พยากรณ์รูปร่างปรากฏของ ดวงจันทร์ สร้างแบบจำลองที่อรูปการเปลี่ยนแปลงปรากฏของดวงจันทพยากรณ์รูปร่างปราจันทร์
อะไรได้ ความคิดหลัก สาระการเรียนรู้แกนกลาง ดวงจันทร์ใช้เวลาการโคจรรอบ โลกนานกว่าเวลาที่โลก หมุนรอบตัวเอง ซึ่งดวงจันทร์ ปรากฏขึ้นทางด้านทิศ ตะวันออกและตกทางด้านทิศ ตะวันตกหมุนเวียนเป็นแบบรูป ซ้ำ ๆ ตะวันตกไปทิศตะวันออกในทิศทางทวน เข็มนาฬิกาเมื่อมองจากขั้วโลกเหนือทํา ให้มองเห็นดวงจันทร์ปรากฏขึ้นทางด้าน ทิศตะวันออกและตกทางด้านทิศ ตะวันตกหมุนเวียนเป็นแบบรูปซ้ำๆ อธิบายแบบ งรูปร่าง ทร์ และ ากฏของดวง ดวงจันทร์ที่มองเห็นหรือรูปร่าง ปรากฏของดวงจันทร์บน ท้องฟ้าแตกต่างกันไปในแต่ละ วัน โดยบางวันดวงจันทร์จะมี รูปร่างปรากฏเป็นเสี้ยว เต็ม ดวง หรือบางวันมองไม่เห็นดวง จันทร์เลย การเปลี่ยนแปลง เช่นนี้เป็นแบบรูปซ้ำกันทุก เดือน • ดวงจันทร์เป็นวัตถุที่เป็นทรงกลม แต่ รูปร่างของดวงจันทร์ที่มองเห็นหรือ รูปร่างปรากฏของดวงจันทร์บนท้องฟ้า แตกต่างกันไปในแต่ละวัน โดยในแต่ละ วันดวงจันทร์จะมีรูปร่างปรากฏเป็นเสี้ยว ที่มีขนาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเต็ม ดวงจากนั้นรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์ จะแหว่งและมีขนาดลดลงอย่างต่อเนื่อง จนมองไม่เห็นดวงจันทร์จากนั้นรูปร่าง ปรากฏของดวงจันทร์จะเป็นเสี้ยว ใหญ่ขึ้นจนเต็มดวงอีกครั้ง การ เปลี่ยนแปลงเช่นนี้เป็นแบบรูปซ้ำกัน ทุกเดือน
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ผู้เรียนรู้อะไร ผู้เรียนทำอว 3.1 ป.4/3 สร้างแบบจำลองแสดง องค์ประกอบของระบบสุริยะ และอธิบายเปรียบเทียบคาบ การโคจรของดาวเคราะห์ ต่าง ๆ จากแบบจำลอง องค์ประกอบของระบบสุริยะ และคาบการโคจรของดาว เคราะห์ต่าง ๆ สร้างแบบจำลองแสองค์ประกอบของระและอธิบายเปรียบเโคจรของดาวเคราะแบบจำลอง
อะไรได้ ความคิดหลัก สาระการเรียนรู้แกนกลาง สดง ะบบสุริยะ เทียบคาบการ ะห์ต่าง ๆ จาก ระบบสุริยะเป็นระบบของ ดวงดาวที่ตั้งอยู่ในดาราจักร ทางช้างเผือก ซึ่งมีดวงอาทิตย์ เป็นศูนย์กลาง และมีดาว บริวารโคจรอยู่โดยรอบ คือ ดาวเคราะห์ แปดดวง คือ ดาว พุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาว ยูเรนัส และดาวเนปจูน นอกจากนี้ระบบสุริยะยังมีดวง จันทร์ที่เป็นดาวบริวารของดาว เคราะห์ ดาวเคราะห์แคระ ดาว เคราะห์น้อย ดาวหาง อุกกาบาต และวัตถุขนาดเล็ก อื่นๆ • ระบบสุริยะเป็นระบบที่มีดวง อาทิตย์เป็นศูนย์กลางและมีบริวาร ประกอบด้วย ดาวเคราะห์แปดดวง และบริวาร ซึ่งดาวเคราะห์แต่ละดวงมี ขนาดและระยะห่างจากดวงอาทิตย์ แตกต่างกัน และยังประกอบด้วย ดาว เคราะห์แคระ ดาวเคราะห์น้อย ดาว หาง และวัตถุขนาดเล็กอื่นๆ โคจรอยู่ รอบดวงอาทิตย์ วัตถุขนาดเล็กอื่น ๆ เมื่อเข้ามาในชั้นบรรยากาศเนื่องจาก แรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้เกิดเป็น ดาวตกหรือผีพุ่งไต้และอุกกาบาต
สาระที่4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างการทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ผู้เรียนรู้อะไร ผู้เรียนทำอว 4.2 ป.4/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะใน การแก้ปัญหา การอธิบายการ ทำงาน การคาดการณ์ ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่างง่าย เหตุผลเชิงตรรกะในการ แก้ปัญหา การอธิบายการ ทำงาน การคาดการณ์ ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่างง่าย ใช้เหตุผลเชิงตรรกะแก้ปัญหา การอธิบาการคาดการณ์ผลลัปัญหาอย่างง่ายได้
งเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ อะไรได้ ความคิดหลัก สาระการเรียนรู้แกนกลาง ะในการ ายการทำงาน ลัพธ์ จาก การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็น การนำกฎเกณฑ์ หรือเงื่อนไขที่ ครอบคลุมทุกกรณีมาใช้ พิจารณาในการแก้ปัญหา การ อธิบายการทำงาน หรือการ คาดการณ์ผลลัพธ์ • การปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้ อินเทอร์เน็ตจะทำให้ ไม่เกิดความเสียหายต่อตนเองและ ผู้อื่น เช่น ไม่ใช้คำ หยาบ ล้อเลียน ด่าทอ ทำให้ผู้อื่น เสียหายหรือเสียใจ • ข้อดีและข้อเสียในการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ และการสื่อสาร • การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นการนำ กฎเกณฑ์ หรือเงื่อนไขที่ครอบคลุมทุก กรณีมาใช้พิจารณาในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน หรือการ คาดการณ์ผลลัพธ์ • สถานะเริ่มต้นของการทำงานที่ แตกต่างกันจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน • ตัวอย่างปัญหา เช่น เกม OX โปรแกรมที่มีการคำนวณ โปรแกรมที่มี ตัวละครหลายตัวและมีการสั่งงานที่
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ผู้เรียนรู้อะไร ผู้เรียนทำอว 4.2 ป.4/2 ออกแบบ และเขียน โปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ ซอฟต์แวร์หรือสื่อ และ ตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไข การออกแบบ และเขียน โปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ ซอฟต์แวร์หรือสื่อ และ ตรวจหาข้อผิดพลาดและ แก้ไข ออกแบบ และเขียนอย่างง่าย โดยใช้ซอสื่อ และตรวจหาข้อแก้ไข
อะไรได้ ความคิดหลัก สาระการเรียนรู้แกนกลาง แตกต่างหรือมีการสื่อสารระหว่างกัน การเดินทางไปโรงเรียน โดยวิธีการ ต่างๆ นโปรแกรม ฟต์แวร์หรือ อผิดพลาดและ การออกแบบโปรแกรมอย่าง ง่าย การเขียนโปรแกรมเป็น การสร้างลำดับของคำสั่ง ให้ คอมพิวเตอร์ทำงาน เพื่อให้ได้ ผลลัพธ์ตาม ความต้องการ หากมีข้อผิดพลาดให้ตรวจสอบ การทำงานทีละคำสั่ง เมื่อพบ จุดที่ทำให้ผลลัพธ์ ไม่ถูกต้อง ให้ทำการแก้ไขจนกว่าจะได้ ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง การฝึก ตรวจหาข้อผิดพลาดจาก โปรแกรมของผู้อื่นจะช่วย พัฒนาทักษะการหาสาเหตุของ ปัญหาได้ดียิ่งขึ้น • การออกแบบโปรแกรมอย่างง่าย เช่น การออกแบบโดยใช้ storyboard หรือ การออกแบบอัลกอริทึม • การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลำดับ ของคำสั่ง ให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตาม ความต้องการ หากมีข้อผิดพลาดให้ตรวจสอบ การ ทำงานทีละคำสั่ง เมื่อพบจุดที่ทำให้ผล ลัพธ์ ไม่ถูกต้อง ให้ทำการแก้ไขจนกว่า จะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง • ตัวอย่างโปรแกรมที่มีเรื่องราว เช่น นิทานที่มีการโต้ตอบกับผู้ใช้ การ์ตูนสั้น เล่ากิจวัตรประจำวันภาพเคลื่อนไหว • การฝึกตรวจหาข้อผิดพลาดจาก โปรแกรมของผู้อื่นจะช่วยพัฒนาทักษะ การหาสาเหตุของปัญหาได้ดียิ่งขึ้น • ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น Scratch, logo
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ผู้เรียนรู้อะไร ผู้เรียนทำอว 4.2 ป.4/3 ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหา ความรู้ และประเมินความ น่าเชื่อถือของข้อมูล การใช้อินเทอร์เน็ตค้นหา ความรู้ และประเมินความ น่าเชื่อถือของข้อมูล ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหประเมินความน่าเชื่ข้อมูลได้ ว 4.2 ป.4/4 รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ โดยใช้ซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย เพื่อแก้ปัญหาใน ชีวิตประจำวัน วิธีการรวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและ สารสนเทศ โดยใช้ซอฟต์แวร์ ที่หลากหลาย เพื่อแก้ปัญหา ในชีวิตประจำวัน รวบรวม ประเมิน นและสารสนเทศ โดยที่หลากหลาย เพื่อแชีวิตประจำวัน
อะไรได้ ความคิดหลัก สาระการเรียนรู้แกนกลาง หาความรู้ และ อถือของ การใช้คำค้นที่ตรงประเด็น กระชับ จะทำให้ได้ ผลลัพธ์ที่ รวดเร็วและตรงตามความ ต้องการประเมินความ น่าเชื่อถือของข้อมูล แล้วเลือก ข้อมูลที่มีความสอดคล้องและ สัมพันธ์กันทำรายงานหรือ นำเสนอข้อมูล เป็นภาษาของ ตนเอง ที่เหมาะสมกับ กลุ่มเป้าหมาย การรวบรวม ข้อมูลทำได้โดยกำหนดหัวข้อที่ ต้องการและอุปกรณ์ในการจด บันทึก • การใช้คำค้นที่ตรงประเด็น กระชับ จะ ทำให้ได้ ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและตรงตาม ความต้องการ • การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล เช่น พิจารณาประเภทของเว็บไซต์ (หน่วยงานราชการ สำนักข่าว องค์กร) ผู้เขียน วันที่เผยแพร่ข้อมูล การอ้างอิง • เมื่อได้ข้อมูลที่ต้องการจากเว็บไซต์ ต่าง ๆ จะต้องนำ เนื้อหามาพิจารณา เปรียบเทียบ แล้วเลือกข้อมูลที่มีความ สอดคล้องและสัมพันธ์กัน • การทำรายงานหรือการนำเสนอข้อมูล จะต้องนำข้อมูลมาเรียบเรียง สรุป เป็น ภาษาของตนเอง ที่เหมาะสมกับวิธีการ นำเสนอ นำเสนอข้อมูล ยใช้ซอฟต์แวร์ แก้ปัญหาใน การใช้ซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน • การรวบรวมข้อมูล ทำได้โดยกำหนด หัวข้อที่ต้องการ เตรียมอุปกรณ์ในการ จดบันทึก • การประมวลผลอย่างง่าย เช่น เปรียบเทียบ จัดกลุ่ม เรียงลำดับ การ หาผลรวม
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ผู้เรียนรู้อะไร ผู้เรียนทำอว 4.2 ป.4/5 ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศอย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู้อื่น แจ้ง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิ และหน้าที่ของตน เคารพใน สิทธิของผู้อื่น แจ้งผู้เกี่ยวข้อง ใช้เทคโนโลยีสารสนปลอดภัย เข้าใจสิทิของตน เคารพในสิท
อะไรได้ ความคิดหลัก สาระการเรียนรู้แกนกลาง • วิเคราะห์ผลและสร้างทางเลือกที่ เป็นไปได้ ประเมินทางเลือก (เปรียบเทียบ ตัดสิน) • การนำเสนอข้อมูลทำได้หลาย ลักษณะตามความเหมาะสม เช่น การ บอกเล่า เอกสารรายงาน โปสเตอร์ โปรแกรมนำเสนอ • การใช้ซอฟต์แวร์เพื่อแก้ปัญหาใน ชีวิตประจำวัน เช่น การสำรวจ เมนูอาหารกลางวันโดยใช้ซอฟต์แวร์ สร้างแบบสอบถามและเก็บข้อมูล ใช้ ซอฟต์แวร์ตารางทำงานเพื่อ ประมวลผลข้อมูล รวบรวมข้อมูล เกี่ยวกับคุณค่าทางโภชนาการและ สร้างรายการอาหารสำหรับ 5 วัน ใช้ ซอฟต์แวร์นำเสนอผลการสำรวจ รายการอาหารที่เป็นทางเลือกและ ข้อมูลด้านโภชนาการ นเทศอย่าง ธิและหน้าที่ ทธิของผู้อื่น การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิ และ หน้าทีของตน อีกทั้งการเคารพ ในสิทธิของผู้อื่น เรียนรู้เกี่ยวกับ • การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง ปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของ ตน เคารพในสิทธิของผู้อื่น เช่น ไม่ สร้างข้อความเท็จและส่งให้ผู้อื่น ไม่
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ผู้เรียนรู้อะไร ผู้เรียนทำอผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบข้อมูลหรือ บุคคลที่ไม่เหมาะสม เมื่อพบข้อมูลหรือบุคคลที่ไม่ เหมาะสม แจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบุคคลที่ไม่เหมาะสม
อะไรได้ ความคิดหลัก สาระการเรียนรู้แกนกลาง พบข้อมูลหรือ ม พระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบ คอมพิวเตอร์ และPDPA สร้าง ความเดือดร้อนต่อผู้อื่นโดยการ ส่งสแปมข้อความลูกโซ่ ส่งต่อโพสต์ที่ มีข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น ส่งคำเชิญ เล่นเกม ไม่เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวหรือ การบ้านของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับ อนุญาต ไม่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์/ชื่อ บัญชีของผู้อื่น • การสื่อสารอย่างมีมารยาทและรู้ กาลเทศะ • การปกป้องข้อมูลส่วนตัว เช่น การ ออกจากระบบเมื่อเลิกใช้งาน ไม่บอก รหัสผ่าน ไม่บอกเลขประจำตัว ประชาชน
ใบงานที่ 2 การออกแชื่อหน่วยการเรียนรู้ตัวกลางของแสง กลุ่มสรหัสวิชา ว 14101 รายวิชา วิทยาศาสตภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา มาตรฐาน/ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ แกนกลาง/ท้องถิ่น สาระสำคัญ/ ความคิดรวบ ยอด สมรรถนะ สำคัญ ของผู้เรียน ว 2.3 ป.4/1 จําแนก วัตถุเป็นตัวกลาง โปร่งใสตัวกลาง โปร่งแสง และ วัตถุทึบแสง จากลักษณะการ มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ผ่านวัตถุนั้น เป็นเกณฑ์โดยใช้ หลักฐานเชิง ประจักษ์ เมื่อมองสิ่งต่างๆโดยมี วัตถุต่างชนิดกันมากั้น แสงจะทําให้ลักษณะ การมองเห็นสิ่งนั้น ๆ ชัดเจนต่างกัน จึง จําแนกวัตถุที่มากั้น ออกเป็นตัวกลางโปร่งใส ซึ่งทําให้มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจนตัวกลาง โปร่งแสงทําให้มองเห็น สิ่งต่างๆ ได้ไม่ชัดเจน และวัตถุทึบแสงทําให้ มองไม่เห็นสิ่งต่างๆ นั้น เมื่อมองสิ่งต่าง ๆ โดยมีวัตถุต่าง ชนิดกันมากั้น แสง จะทำให้ มองเห็นสิ่งนั้น ๆ ชัดเจนได้ แตกต่างกันไป จึงจำแนก วัตถุที่ กั้นแสงได้เป็น ตัวกลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และวัตถุทึบแสง 1. ความสามารถ ในการสื่อสาร 2. ความสามารถ ในการคิด 3. ความสามารถ ในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต
แบบหน่วยการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตร์และเทคโนโลยีชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 2566 เวลา 3 ชั่วโมง คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ชิ้นงาน/ภาระงาน กิจกรรมการเรียนรู้/ แผนการจัดการเรียนรู้ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน 1. แบบบันทึกผลการทดลอง 2. My mapping สรุป สาระสำคัญเกี่ยวกับตัวกลางของ แสงและวัตถุทึบแสง 3. พัดคลายร้อนซ่อนความรู้ 4. ใบงานออนไลน์ Liveworksheet เรื่อง การ จำแนกตัวกลางของแสงและวัตถุ ทึบแสง (https://www.liveworksheets .com/w/th/withyasastr/ 1436683) 1. ตัวกลางของแสงและวัตถุทึบ แสง จำนวน 3 ชั่วโมง
การวัดและประเมินผล ชิ้นงาน/ภาระงาน วิธีการวัดผล และประเมินผล 1. แบบบันทึกผลการทดลอง - ตรวจแบบบันทึกผลการทดลอง -2. My mapping สรุปสาระสำคัญเกี่ยวกับ ตัวกลางของแสงและวัตถุทึบแสง - ตรวจ My mapping สรุป สาระสำคัญเกี่ยวกับตัวกลางของ แสงและวัตถุทึบแสง -สข3. พัดคลายร้อนซ่อนความรู้ - ตรวจชิ้นงานพัดคลายร้อนซ่อน ความรู้ -ร้4. ใบงานออนไลน์ Liveworksheet เรื่อง การจำแนกตัวกลางของแสงและวัตถุทึบแสง (https://www.liveworksheets .com/w/th/withyasastr/ 1436683) - ตรวจใบงาน -Lจำทึ
เครื่องมือการวัดผล และประเมินผล เกณฑ์การวัดผล และประเมินผล แบบบันทึกผลการทดลอง - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ แบบประเมิน My mapping สรุปสาระสำคัญเกี่ยวกับตัวกลาง ของแสงและวัตถุทึบแสง - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ แบบประเมินชิ้นงานพัดคลาย ร้อนซ่อนความรู้ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ใบงานออนไลน์ Liveworksheet เรื่อง การ จำแนกตัวกลางของแสงและวัตถุ ทึบแสง - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
โครงสร้างรายวิชา รหัสวิชา ว 14101 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 เวลา 80 ชั่วโมง / ปี ลำดับ ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สาระสำคัญ จำนวน (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 1 เรียนรู้ กระบวนการ วิทยาศาสตร์ - วิทยาศาสตร์เป็นการศึกษาเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว วิธีการ และขั้นตอนที่ใช้เพื่อตอบปัญหาที่สงสัย เรียกว่า วิธีการทาง วิทยาศาสตร์ ในการสืบเสาะหาความรู้อย่างเป็นระบบ ผู้เรียน ควรฝึกฝนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้เกิดความ ชำนาญ เพื่อให้สามารถค้นหาคำตอบได้อย่างถูกต้อง เมื่อ ทำการศึกษาและแสวงหาความรู้ โดยใช้กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์แล้ว ผู้เรียนจะเกิดจิตวิทยาศาสตร์ 4 - 2 ความ หลากหลาย ของสิ่งมีชีวิต มฐ. ว 1.3 ป.4/1-4 สิ่งมีชีวิตมีหลายชนิด สามารถจัดกลุ่มได้โดยใช้ความเหมือน และความแตกต่างของลักษณะต่างๆ การจำแนกพืช สามารถใช้ การมีดอกเป็นเกณฑ์ในการจำแนกได้เป็นพืชดอกและพืชไม่มี ดอก ส่วนการจำแนกสัตว์สามารถใช้การมีกระดูกสันหลังเป็น เกณฑ์ในการจำแนกได้เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มี กระดูกสันหลังซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ 11 7 3 โครงสร้างและ หน้าที่ส่วน ต่าง ๆ ของพืช มฐ. ว 1.2 ป.4/1 ส่วนต่าง ๆ ของพืชดอกทำหน้าที่แตกต่างกัน คือ รากทำ หน้าที่ดูดน้ำและธาตุอาหาร ลำต้นทำหน้าที่ลำเลียงน้ำ ใบทำ หน้าที่สร้างอาหาร ดอกทำหน้าที่สืบพันธุ์ 12 8 4 ตัวกลางของ แสง มฐ. ว 2.3 ป.4/1 วัตถุต่างชนิดกันมากั้นแสงจะทำให้ลักษณะการมองเห็นสิ่ง นั้นๆ ชัดเจนต่างกัน จึงจำแนกวัตถุที่มากั้นออกเป็นตัวกลาง โปร่งใสซึ่งทําให้มองเห็นสิ่งต่างๆได้ชัดเจน ตัวกลางโปร่งแสงทํา ให้มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ไม่ชัดเจน และวัตถุทึบแสงทําให้มองไม่ เห็นสิ่งต่าง ๆ นั้น 3 3 5 แรงโน้มถ่วง ของโลก มฐ. ว 2.2 ป.4/1-3 แรงดึงดูดที่โลกกระทำกับวัตถุหนึ่งๆ ทำให้วัตถุมีน้ำหนัก น้ำหนักของวัตถุขึ้นกับมวลของวัตถุ โดยวัตถุที่มีมวลมากจะมีน้ำหนัก มากวัตถุที่มีมวลน้อยจะมีน้ำหนักน้อย วัตถุที่มีมวลมากจะ เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ได้ยากกว่าวัตถุที่มีมวลน้อย 10 7 6 ประเภทของ วัสดุและ สมบัติของ วัสดุ มฐ. ว 2.1 ป.4/1-2 วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติทางกายภาพแตกต่างกัน วัสดุที่มี ความแข็งจะทนต่อแรงขูดขีด วัสดุที่มีสภาพยืดหยุ่นจะ เปลี่ยนแปลงรูปร่างเมื่อมีแรงมากระทําและกลับสภาพเดิมได้ วัสดุที่นําความร้อนจะร้อนได้เร็วเมื่อได้รับความร้อน และวัสดุที่ นําไฟฟ้าได้จะให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้ 14 8
ลำดับ ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สาระสำคัญ จำนวน (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 7 สสารและ คุณสมบัติของ สสาร มฐ. ว 2.1 ป.4/3-4 สสารมีสถานะเป็นของแข็ง ของเหลว หรือแก๊ส ของแข็งมี ปริมาตรและรูปร่างคงที่ของเหลวมีปริมาตรคงที่แต่มีรูปร่าง เปลี่ยนไปตามภาชนะเฉพาะส่วนที่บรรจุของเหลว ส่วนแก๊สมี ปริมาตรและรูปร่างเปลี่ยนไปตามภาชนะที่บรรจุ 14 7 8 ระบบสุริยะ มฐ. ว 3.1 ป.4/3 ระบบสุริยะเป็นระบบที่มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางและมี บริวารประกอบด้วย ดาวเคราะห์แปดดวงและบริวาร ซึ่งดาว เคราะห์แต่ละดวงมีขนาดและระยะห่างจากดวงอาทิตย์แตกต่าง กัน และยังประกอบด้วย ดาวเคราะห์แคระ ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง และวัตถุขนาดเล็กอื่นๆ โคจรอยู่รอบดวงอาทิตย์ วัตถุ ขนาดเล็กอื่นๆ เมื่อเข้ามาในชั้นบรรยากาศเนื่องจากแรงโน้มถ่วง ของโลก ทำให้เกิดเป็นดาวตกและอุกกาบาต 6 5 9 การปรากฏ ของดวงจันทร์ มฐ. ว 3.1 ป.4/1-2 ดวงจันทร์เป็นบริวารของโลก โดยดวงจันทร์หมุนรอบ ตัวเองขณะโคจรรอบโลก ขณะที่โลกก็หมุนรอบตัวเองด้วย เช่นกัน การหมุนรอบตัวเองของโลกจากทิศตะวันตกไปทิศ ตะวันออกในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาเมื่อมองจากขั้วโลกเหนือทํา ให้มองเห็นดวงจันทร์ปรากฏขึ้นทางด้านทิศตะวันออกและตก ทางด้านทิศตะวันตก รูปร่างของดวงจันทร์ที่มองเห็นบนท้องฟ้า แตกต่างกันไปในแต่ละวัน 6 5 10 เทคโนโลยี มฐ. ว 4.2 ป.4/1-5 การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นการนำกฎเกณฑ์ หรือเงื่อนไข ที่ครอบคลุมทุกกรณีมาใช้พิจารณาในการแก้ปัญหา การอธิบาย การทำงาน หรือการคาดการณ์ผลลัพธ์ การออกแบบโปรแกรมอย่างง่าย การเขียนโปรแกรมเป็น การสร้างลำดับของคำสั่ง ให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เพื่อให้ได้ ผลลัพธ์ตาม ความต้องการ หากมีข้อผิดพลาดให้ตรวจสอบ การ ทำงานทีละคำสั่ง เมื่อพบจุดที่ทำให้ผลลัพธ์ ไม่ถูกต้อง ให้ทำการ แก้ไขจนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง การฝึกตรวจหาข้อผิดพลาด จากโปรแกรมของผู้อื่นจะช่วยพัฒนาทักษะการหาสาเหตุของ ปัญหาได้ดียิ่งขึ้น การใช้คำค้นที่ตรงประเด็น กระชับ จะทำให้ได้ ผลลัพธ์ที่ รวดเร็วและตรงตามความต้องการประเมินความน่าเชื่อถือของ ข้อมูล แล้วเลือกข้อมูลที่มีความสอดคล้องและสัมพันธ์กันทำ รายงานหรือนำเสนอข้อมูล เป็นภาษาของตนเอง ที่เหมาะสมกับ กลุ่มเป้าหมาย การรวบรวมข้อมูลทำได้โดยกำหนดหัวข้อที่ บูรณา การกับ กิจกรรม วิทยาการ คำนวณ 20
ลำดับ ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สาระสำคัญ จำนวน (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ต้องการ เตรียมอุปกรณ์ในการจดบันทึก รวบรวม ประเมิน และนำเสนอข้อมูลโดยการใช้ซอฟต์แวร์ ที่หลากหลายเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิ และหน้าทีของตน อีกทั้งการเคารพในสิทธิของผู้อื่น เรียนรู้ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบคอมพิวเตอร์ และPDPA รวม 80 70 สอบปลายปี 30 รวมทั้งสิ้นตลอดปี 80 100
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ตัวกลางของแสง เวลา 3 ชั่วโมง เรื่อง ตัวกลางของแสงและวัตถุทึบแสง เวลา 3 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวรุ่งนภา แสนเสนาะ ภาคเรียนที่ 1 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 2.3 ป.4/1 จำแนกวัตถุเป็นตัวกลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และวัตถุทึบแสง โดยใช้ ลักษณะการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ผ่านวัตถุนั้นเป็นเกณฑ์จากหลักฐานเชิงประจักษ์ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. สังเกตและอธิบายการมองเห็นแสงผ่านวัตถุต่าง ๆ ได้(K) 2. จำแนกวัตถุที่นำมาใช้กั้นแสงได้เป็นวัตถุโปร่งใส วัตถุโปร่งแสง และวัตถุทึบแสง (P) 3. มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายและส่งงานตรงเวลา (A) 3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง เมื่อนำวัตถุต่างชนิดกันมากั้นแสงจะทำให้มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ผ่านวัตถุนั้นได้ต่างกัน จึงจำแนกวัตถุได้ เป็นตัวกลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และวัตถุทึบแสง 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เมื่อมองสิ่งต่าง ๆ โดยมีวัตถุต่างชนิดกันมากั้นแสง จะทำให้มองเห็นสิ่งนั้น ๆ ชัดเจนได้แตกต่างกันไป จึงจำแนก วัตถุที่กั้นแสงได้เป็นตัวกลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และวัตถุทึบแสง ตัวกลางของแสง คือ วัตถุที่กั้นทางเดินของแสง แล้วแสงสามารถเดินทางผ่านไปได้ ส่วนวัตถุทึบแสง คือ วัตถุที่เมื่อนำมากั้นแสงแล้วมองไม่เห็นแสงที่ผ่านมาได้ และไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหลังวัตถุที่ นำมากั้นแสงนั้นได้ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน
6. กิจกรรมการเรียนรู้(Activity Based-Learning : ABL) ขั้นทบทวนประสบการณ์เดิม 1. นักเรียนช่วยกันสังเกตภาพในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.4 หน้า 117 จากนั้นให้นักเรียนร่วมกัน อ่านบทสนทนาในภาพระหว่างพ่อแม่และลูก พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นร่วมกันว่า บทสนทนานี้ เกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร โดยครูคอยเสริมข้อมูลในส่วนที่บกพร่อง 2. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดแสง โดยครูคอยกระตุ้นถามคำถามเพื่อ ทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับแสงและการเคลื่อนที่ของแสง โดยถามคำถามว่า นักเรียนรู้หรือไม่ว่า แหล่งกำเนิดแสงที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะคือสิ่งใด และแสงเคลื่อนที่แบบใด 3. นักเรียนเรียนรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการเรียน ตัวกลางของแสงจากภาพในนี้ โดยครูอ่านและให้ นักเรียนอ่านตาม ดังนี้ 4. ครูถามคำถามสำคัญประจำบทเพื่อกระตุ้นนักเรียนก่อนเข้าสู่เนื้อหาว่า เด็ก ๆ รู้หรือไม่ว่า ตัวกลาง ของแสงคืออะไร แล้ววัตถุใดบ้างที่จัดเป็นตัวกลางของแสง แล้วให้นักเรียนแต่ละคนแสดงความ คิดเห็นอย่างอิสระ 5. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง ตัวกลางของแสง ขั้นกิจกรรม (วิธีการทางวิทยาศาสตร์ : ขั้นรวบรวมข้อมูล) 1. นักเรียนศึกษาข้อมูลและสังเกตภาพจากหนังสือเรียนหน้า 118 จากนั้นครูให้นักเรียนทำกิจกรรม ลองทำดูแล้วร่วมกันตอบคำถามว่า วัตถุในภาพเป็นตัวกลางของแสงและวัตถุที่เป็นวัตถุทึบแสงมี ชื่อว่าอะไรบ้าง 2. ให้คำชมเชยหรือรางวัลเพื่อเป็นการเสริมแรงนักเรียนที่ตอบคำถามได้ถูกต้อง 3. นักเรียนศึกษากิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 1 เรื่อง การจำแนกตัวกลาง ของแสง โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการดำเนินกิจกรรมแต่ละขั้นตอน ซึ่งจะสนทนาเกี่ยวกับ จุดประสงค์ และระบุปัญหาของกิจกรรม พร้อมทั้งตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับปัญหาที่เราสงสัย 4. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4 คน แล้วชี้แจงว่า ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาขั้นตอนและวิธีการ เรื่อง ตัวกลางของแสง จากนั้นให้แต่ละกลุ่มเตรียมอุปกรณ์คือ กระดาษปฏิทิน กระดาษฟอยด์ หนังสือเรียน พลาสติกใส ถุงร้อน และซองจดหมายสีขาว ให้ครบถ้วน แล้วให้ช่วยกันปฏิบัติกิจกรรม จนครบทุกขั้นตอน โดยให้บันทึกผลการทำกิจกรรมลงในแบบบันทึกผลการทดลองที่ครูแจกให้ ชั่วโมงที่ 1 Transparent object (ทรานพาเรนท์ ออบเจ็ค) วัตถุโปร่งใส Translucent object (ทรานลูเซนท์ ออบเจ็ค) วัตถุโปร่งแสง Opaque object (โอเพค ออบเจ็ค) วัตถุทึบแสง
ขั้นสะท้อนคิด (วิธีการทางวิทยาศาสตร์ : ขั้นวิเคราะห์ข้อมูล) 1. นักเรียนร่วมกันอภิปรายของการทำกิจกรรมจนสรุปให้ได้ว่า ตัวกลางของแสง คือ วัตถุชนิดต่างๆ ที่นำมากั้นทางเดินของแสง แล้วแสงสามารถเดินทางผ่านไปได้มากหรือได้บางส่วนเช่น กระจกฝ้า กระจกใส เป็นต้น ส่วนวัตถุทึบแสง คือ วัตถุชนิดต่างๆ ที่นำมากั้นแสงแล้วมองไม่เห็นแสงที่ผ่านมาได้ และทำให้ไม่ สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ ด้านหลังวัตถุที่นำมากั้นแสงนั้น เช่น แผ่นกระเบื้อง สมุดกล่องลัง เป็นต้น 2. นักเรียนแต่ละคนทำ My Mapping สรุปสาระสำคัญเกี่ยวกับตัวกลางของแสงและวัตถุทึบแสง 3. นักเรียนศึกษาเนื้อหาจาก PPT เรื่อง ตัวกลางของแสง จากนั้นร่วมกันสรุปความรู้เพื่อเชื่อมโยงกับ ผลการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 1 4. ให้นักเรียนทำกิจกรรมแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้ที่ 1 จากหนังสือเรียน หน้า 124 - 125 ใน แบบฝึกหัด 5. ครูขยายความเข้าใจของนักเรียนเพิ่มเติม โดยนำน้ำที่บรรจุอยู่ในภาชนะต่างๆ ได้แก่ ขวดพลาสติก ใส ขวดพลาสติกขุ่น และถ้วยกระเบื้อง มาให้นักเรียนทุกคนได้สังเกตหน้าชั้นเรียน แล้วตั้งคำถาม ดังนี้ 1) นักเรียนสามารถมองเห็นน้ำผ่านภาชนะใดได้ชัดเจนที่สุด เพราะอะไร 2) การมองเห็นน้ำที่บรรจุอยู่ในภาชนะเกี่ยวข้องกับการเดินทางของแสงผ่านภาชนะหรือไม่ อย่างไร 6. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและตอบคำถามที่ครูตั้งไว้ 7. ครูสุ่มเรียกนักเรียนทีละคนเพื่อให้ยกตัวอย่างวัตถุที่เป็นตัวกลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง หรือ วัตถุทึบแสงมาคนละ 1 ตัวอย่าง โดยต้องไม่ซ้ำกับตัวอย่างที่อยู่ในหนังสือเรียนหน้านี้ ขั้นประเมินผล 1. นักเรียนทบทวนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาที่ได้เรียนผ่านมาจากหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ตัวกลางของแสง โดยสุ่มเรียกชื่อนักเรียนให้ออกมาเล่าว่าตนเองได้รับความรู้อะไรบ้าง 2. นักเรียนทำภาระงาน สื่อการเรียนรู้พัดคลายร้อนซ่อนความรู้ 3. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง ตัวกลางของแสง เพื่อตรวจสอบความรู้ความเข้าใจหลัง เรียน 4. นักเรียนฝึกทำข้อสอบ O-NET และข้อสอบปลายปีเกี่ยวกับ เรื่อง ตัวกลางของแสง 5. นักเรียนได้รับการมอบหมายภาระงานให้ทำใบงานออนไลน์Liveworksheet เรื่อง การจำแนก ตัวกลางของแสงและวัตถุทึบแสง (https://www.liveworksheets.com/w/th/withyasastr/ 1436683) ขั้นประยุกต์ใช้(วิธีการทางวิทยาศาสตร์ : ขั้นสรุปผล) 1. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดเกี่ยวกับสาระสำคัญประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 2. นักเรียนและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการนำความรู้เรื่อง ตัวกลางของแสงไปประยุกต์ใช้ในการใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจำวันของนักเรียนได้อย่างไรบ้าง ชั่วโมงที่ 3 ชั่วโมงที่ 2
7. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 7.1 การประเมินก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน เรื่อง ตัวกลางของแสง - แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง ตัวกลางของแสง - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 7.2 ประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรม การเรียนรู้ 1) ผลบันทึกการทำ กิจกรรมที่ 1 - ตรวจแบบบันทึกผลการ ทดลง - แบบบันทึกผล - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) กิจกรรมลองทำดู - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3) กิจกรรมพัฒนาการ เรียนรู้ - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 4) ใบงานออนไลน์เรื่อง ตัวกลางของแสง - ตรวจใบงานออนไลน์ - ใบงานออนไลน์ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 5) พัดคลายร้อนซ่อน ความรู้ - ตรวจภาระชิ้นงาน - แบบประเมินชิ้นงาน - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 6) พฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 7) พฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในการทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 7.3 การประเมินหลัง เรียน - แบบทดสอบหลัง เรียน หน่วยการ เรียนรู้ที่ 2 แรงโน้ม ถ่วงของโลกและ ตัวกลางของแสง - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียนหน่วยการ เรียนรู้ที่ 2 - แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 1 2) วัสดุ-อุปกรณ์การทดลองในกิจกรรมที่ 1 เช่น ไฟฉาย กระดาษปฏิทิน กระดาษฟอยด์ หนังสือ เรียน พลาสติกใส ถุงร้อน และซองจดหมายสีขาว 3) PowerPoint เรื่อง ตัวกลางของแสง 4) สมุดประจำตัวนักเรียน 5) กระดาษ A4 6) แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน 7) ใบงานออนไลน์ Liveworksheet เรื่อง การจำแนกตัวกลางของแสงและวัตถุทึบแสง (https://www.liveworksheets.com/w/th/withyasastr/1436683) 8) พัดคลายร้อนซ่อนความรู้ 9) ข้อสอบ O – NET และข้อสอบปลายปี เกี่ยวกับเรื่องตัวกลางของแสงและวัตถุทึบแสง 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) ห้องสมุด 3) อินเทอร์เน็ต
แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน ตัวกลางของแสง คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดเป็นการใช้ประโยชน์จากตัวกลางโปร่งแสง ก. ใช้กระจกใสทำตู้ปลา ข. ใช้แผ่นไม้กั้นผนังห้อง ค. ใช้กระดาษสีห่อของขวัญ ง. ใช้กระดาษไขลอกลายภาพวาด 2. ข้อใด ไม่ใช่ผลจากแรงดึงดูดของโลก ก. ใบพัดของกังหันลมหมุน ข. น้ำตกไหลลงสู่แอ่งน้ำ ค. รถวิ่งลงภูเขาอย่างรวดเร็ว ง. ใบไม้ร่วงจากต้นไม้ลงสู่พื้นโลก 3. วัตถุทึบแสง มีลักษณะอย่างไร ก. วัตถุที่ไม่ยอมให้แสงผ่านได้เลย ข. วัตถุที่ยอมให้แสงผ่านได้บางส่วน ค. วัตถุที่ยอมให้แสงผ่านได้มากที่สุด ง. ข้อ ก. ข. และ ค. ถูก 4. วัตถุต่างๆ มีน้ำหนักมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสิ่งใด ก. สีของวัตถุ ข. มวลของวัตถุ ค. พื้นผิวของวัตถุ ง. ความแข็งของวัตถุ 5. ครูก้อย ทดลองนำวัตถุชนิดหนึ่งมาวางกั้น ทางเดินของไฟฉาย จากนั้นเขามองแสงไฟฉายผ่าน วัตถุชนิดนั้น พบว่า เขามองเห็นแสงไฟฉายได้ไม่ ชัดเจน วัตถุดังกล่าวน่าจะเป็นข้อใด ก. แผ่นไม้ ข. ขวดน้ำพลาสติก ค. กระจกฝ้า ง. กระจกใส 6.ข้อใดเรียงลำดับความสามารถในการให้แสงผ่านของ ตัวกลางแต่ละชนิดจากมากไปน้อยได้ถูกต้อง ก. ทึบแสง โปร่งแสง โปร่งใส ข. ทึบแสง โปร่งใส โปร่งแสง ค. โปร่งแสง โปร่งใส ทึบแสง ง. โปร่งใส โปร่งแสง ทึบแสง 7. เพราะเหตุใดเมื่อนำวัตถุประเภทหนึ่งมากั้นแสงแล้ว จะเกิดเงาขึ้นบริเวณด้านหลังของวัตถุนั้น ก. เพราะแสงเดินทางอ้อมไปด้านหลัง ข. เพราะแสงเดินทางผ่านไปบริเวณด้านหลัง ค. เพราะแสงไม่สามารถทะลุผ่านไปได้ ง. เพราะแสงสีดำสามารถทะลุผ่านวัตถุไปได้ 8. หากต้องการให้ห้องนั่งเล่นมีความสว่างและประหยัด พลังงานไฟฟ้า ควรเลือกใช้วัสดุใดเป็นส่วนประกอบใน การทำกำแพงห้อง ก. ปูนซีเมนต์ ข. อิฐมอญ ค. กระจกใส ง. แผ่นพลาสติกใส 9. การเกิดเงาด้านหลังวัตถุสามารถสรุปสมบัติใดของ แสง ก. แสงเดินทางเป็นเส้นโค้ง ข. แสงเดินทางออกจากแหล่งกำเนิดได้ทุกทิศทาง ค. แสงประพฤติตัวเป็นอนุภาคได้ ง. แสงเดินทางเป็นเส้นตรง 10. หมอก เป็นตัวกลางชนิดใด ก. ตัวกลางโปร่งแสง ข. ตัวกลางโปร่งใส ค. วัตถุทึบแสง ง. ข้อ ก. และ ข. ถูก 1. ง 2. ก 3. ก 4. ข 5. ค 6. ง 7. ค 8. ค 9. ง 10. ก หมายเหตุสลับข้อระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน
9.บันทึกผลการสอน จากการทำกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง ตัวกลางของแสง พบว่า นักเรียนสามารถสังเกตและอธิบายการมองเห็น แสงผ่านวัตถุต่าง ๆ ได้สามารถใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการจำแนกวัตถุที่นำมาใช้กั้นแสงได้ เป็นวัตถุโปร่งใส วัตถุโปร่งแสง และวัตถุทึบแสง อีกทั้งมีวินัยรับผิดชอบต่อภาระงานที่ได้รับมอบหมาย มีการ ทำงานเป็นทีม และภาระงานส่วนตัวได้เป็นอย่างดีมีบางส่วนที่ใช้คำว่าตัวกลางทึบแสง ซึ่งต้องเรียกว่า วัตถุทึบ แสง เพราะไม่ยอมให้แสงผ่าน ครูผู้สอนได้เน้นย้ำในเรื่องดังกล่าว จึงทำให้นักเรียนรับทราบและเข้าใจสามารถ ใช้คำได้ถูกต้องในเวลาต่อมา 1.1 ผู้เรียนที่ ผ่าน ตัวชี้วัด มีจำนวน 60 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 s 1.2 ผู้เรียนที่ ไม่ผ่าน ตัวชี้วัด มีจำนวน . คน คิดเป็นร้อยละ . ฟ สาเหตุ - แนวทางแก้ปัญหา - ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ ได้แก่ - 1.3 แนวทางการพัฒนา / ส่งเสริม .............................................................................................................................................................................. 1.4 ผู้เรียนได้รับความรู้ (K) สังเกตและอธิบายการมองเห็นแสงผ่านวัตถุต่าง ๆ ได้ ............................................................................................................................. ................................................. 1.5 ผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการ (P) จำแนกวัตถุที่นำมาใช้กั้นแสงได้เป็นวัตถุโปร่งใส วัตถุโปร่งแสง และวัตถุทึบแสง 1.6 ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม (A) มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายและส่งงาน ตรงเวลา ปัญหา / อุปสรรค - ข้อเสนอแนะ - ลงชื่อ...........................................................ผู้สอน (นางสาวรุ่งนภา แสนเสนาะ)
10. ความคิดเห็นผู้บริหาร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ...........................................................ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโป่งน้ำร้อน (นายโท จินากูล)
ภาคผนวก
สื่อการสอนเรื่อง ตัวกลางของแสง