AR BY KRULOH
ใบกจิ กรรม
“การเกดิ แรงไฟฟ้า”
จดุ ประสงค์
1. สงั เกตและอธบิ ายการเกดิ แรงไฟฟา้ ที่เกิดจากการนาวัตถุมาขดั ถูกัน
ตอ้ งเตรียมตอ้ งใช้
1. ผ้าแหง้ 1 ผนื 2. ผ้าชุบน้าบิดหมาด
3. ไมบ้ รรทัดพลาสตกิ 1 อัน 4. เศษกระดาษช้นิ เลก็ ๆ 10-20 ช้นิ
5. สือ่ การเรียนรเู้ ทคโนโลยีเสมอื นจริง Augmented Reality (AR) หน่วยที่ 6 แรงไฟฟ้าและ
พลังงานไฟฟา้
ลองทาดู
1. แบ่งกลุ่ม พร้อมต้ังชื่อกลุ่ม จากน้ันช่วยกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับแรงไฟฟ้าจากสื่อการเรียนรู้
เทคโนโลยเี สมือนจริง Augmented Reality (AR) หน่วยท่ี 6 แรงไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า
2. ช่วยกันทาการทดลองโดยวางเศษกระดาษช้ินเล็กๆ บนโต๊ะ จากน้ันนาไม้บรรทัดพลาสติก
เข้าใกล้กบั เศษกระดาษ สังเกตการเปล่ียนแปลงและบนั ทึกผลในสมดุ
3. ใช้ผา้ แหง้ ถปู ลายไมบ้ รรทัดด้านหนึ่งหลายคร้ัง จากนั้นนาปลายไม้บรรทัดด้านน้ันเข้าใกล้กับ
เศษกระดาษทีว่ างบนโตะ๊ สงั เกตการเปล่ียนแปลงและบันทึกผล
4. ใชผ้ ้าเปียกถูปลายไม้บรรทัดอีกด้านหนึ่งหลายครั้ง จากน้ันนาปลายไม้บรรทัดด้านนั้นไปเข้า
ใกลก้ บั เศษกระดาษที่วางบนโต๊ะอีกคร้ัง สงั เกตการเปลยี่ นแปลงและบันทึกผล
5. ร่วมกันอภิปรายและสรปุ ผลการทดลองภายในชนั้ เรยี น
ภาพที่ 1 ใช้ผ้าแห้งถูไม้บรรทัดพลาสติก ภาพท่ี 2 นาปลายไม้บรรทัดพลาสติกเข้า
หลายๆ คร้ัง
ใกล้กับเศษกระดาษ
ห น้ า 38
บนั ทึกข้อมลู AR BY KRULOH
ผลการทดลอง
การทดลอง
1. นาปลายไม้บรรทัดพลาสติกด้านหนึ่งจ่อใกล้ๆ
กบั เศษกระดาษช้ินเลก็ ๆ
2. นาปลายไม้บรรทัดพลาสติกด้านหน่ึงที่ถูด้วยผ้า
แห้งหลายๆ ครั้ง ไปจ่อใกล้ๆ กับเศษกระดาษขึ้น
เลก็ ๆ
3. นาปลายไมบ้ รรทัดพลาสติกอีกด้านหน่ึงที่ถูด้วย
ผ้าเปียกหลายๆ คร้ัง ไปจ่อใกล้ๆ กับเศษกระดาษ
ข้ึนเลก็ ๆ
สรุปผลการทดลอง
ห น้ า 39
AR BY KRULOH
ใบกิจกรรม
“ผลของแรงไฟฟา้ ”
จุดประสงค์
1. สงั เกตและอธิบายผลของแรงไฟฟ้าทีเ่ กิดจากการนาวตั ถุมาขัดถูกนั
ตอ้ งเตรยี มต้องใช้
1. ลกู โปง้ 2 ใบ 2. ผา้ แห้ง 1 ผนื
3. ด้าย 1 หลอด 4. หนงั ยาง 2 เส้น
5. เทปกาวใส 1 ม้วน
6. ส่อื การเรียนรู้เทคโนโลยีเสมอื นจรงิ Augmented Reality (AR) หน่วยท่ี 6 แรงไฟฟ้าและ
พลงั งานไฟฟา้
ลองทาดู
1. แต่ละกลมุ่ เป่าลูกโปง่ 2 ใบ ให้มีขนาดเทา่ ๆ กนั แลว้ ใช้หนังยางรดั ปากลกู โป้งใหแ้ นน่
2. ผูกเชอื กกบั ลกู โป่ง และใช้เทปกาวใสตดิ กบั เชอื กห้อยลูกโปงไว้ท่ขี อบโต๊ะห่างกันประมาณ
6-8 เซนติเมตร จากนัน้ เขียนอกั ษร ก และ ข ท่ีลกู โป่ง แล้วสงั เกตลูกโปงทั้ง 2 ใบ
3. ใช้ผา้ แห้งถูลูกโป้ง ก และ ข ด้านใน แล้วห้อยไวอ้ ยา่ งเดมิ สงั เกตลกู โป่งท้ัง 2 ใบ แลว้ บันทกึ ผล
4. ใช้ผา้ แหง้ ถลู ูกโป่ง ก และใช้มือที่แห้งถูลูกโป่ง ข ด้านใน แล้วห้อยไว้อย่างเดิม สังเกตลูกโป่ง
ทั้ง 2 ใบ แล้วบนั ทึกผล จากน้นั ร่วมกนั อภปิ รายและสรุปผลภายในชั้นเรียน
ภาพที่ 1 ใชผ้ ้าแห้งถลู ูกโป่ง 2 ใบเหมือนกนั ภาพที่ 2 ถลู ูกโป่งด้วยมอื ทแี่ หง้ และผา้ แหง้
ห น้ า 40
บนั ทึกข้อมลู AR BY KRULOH
การเปล่ียนแปลงท่ีสงั เกตได้
การทดลอง
1. ห้อยลกู โป่งท้งั 2 ใบ ไวท้ ่ีขอบโต๊ะ
2. ใช้ผ้าแห้งขดั ถลู กู โป่ง ก และ ข ท่ดี า้ นในหลายๆ
ครั้ง
3. ใข้ผ้าแหง้ ขัดถลู ูกโปง่ ก ด้านในหลายๆ ครง้ั
และใชม้ ือท่แี ห้งขดั ถูลูกโป่ง ข ด้านในหลายๆ ครั้ง
สรปุ ผลการทดลอง
ห น้ า 41
AR BY KRULOH
ใบงาน
เร่ือง การเกดิ แรงไฟฟา้
ช่อื ............................................................................................................ ชัน้ .......... เลขท.่ี .......
ตัวชวี้ ัด ว 2.2 ป.6/1 อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟ้าซึ่งเกิดจากวัตถุที่ผ่านการขัดถูโดยใช้
หลกั ฐานเชิงประจกั ษ์
คาช้แี จง ตอบคาถามตอ่ ไปนี้
1. ถา้ นาวตั ถุ 2 ชนิด ทีไ่ มเ่ ปน็ กลางทางไฟฟา้ มาเขา้ ใกลก้ นั จะเกิดสิง่ ใดข้นึ กบั วตั ถุทง้ั 2 ชนดิ
............................................................................................................................. ....................
.............................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ....................
2. ถา้ นาผ้าแห้งมาขัดถูกับหวี แล้วนาหวีนั้นไปเข้าใกล้กับเส้นผม นักเรียนคิดว่า จะเกิดส่ิงใด ขึ้นกับเส้น
ผม เพราะอะไร
............................................................................................................................. ....................
.................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................
.................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................
............................................................................................................................. ....................
.
3. ถ้าบ้านของนักเรียนมีขนแมวกระจายอยู่ตามพ้ืนบ้าน นักเรียนสามารถนาความรู้เกี่ยวกับผลของแรง
ไฟฟา้ ไปประยุกต์ใชไ้ ดอ้ ย่างไร
............................................................................................................................. ....................
............................................................................................................................. ....................
.............................................................................................................. ...................................
ห น้ า 42
AR BY KRULOH
ใบงาน เฉลย
เร่ือง การเกดิ แรงไฟฟา้
ช่ือ............................................................................................................ ชน้ั .......... เลขท.ี่ .......
ตวั ช้วี ดั ว 2.2 ป.6/1 อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟ้าซึ่งเกิดจากวัตถุที่ผ่านการขัดถูโดยใช้
หลกั ฐานเชิงประจักษ์
คาชแ้ี จง ตอบคาถามต่อไปน้ี
1. ถา้ นาวตั ถุ 2 ชนดิ ท่ไี มเ่ ปน็ กลางทางไฟฟ้ามาเข้าใกล้กนั จะเกดิ ส่ิงใดขน้ึ กับวตั ถุทัง้ 2 ชนิด
................ต...อ..บ....จ...ะ..เ.ก...ิด..แ...ร..ง..ร..ะ..ห...ว..่า...ง..ป..ร..ะ...จ..ุไ..ฟ...ฟ...้า..ข..ึ้น.....โ.ด...ย..ว...ัต..ถ...ุท...ี่ม..ีป...ร..ะ..จ...ุไ.ฟ...ฟ...้า...ช..น. .ิด...เ.ด...ีย..ว...ก..ัน.....
..จ...ะ..ผ..ล...ัก..ก..นั.....ส..ว่..น...ว..ัต...ถ..ุท...ี่ม...ปี ..ร..ะ..จ...ุไ.ฟ...ฟ...้า..ต...่า..ง..ช...น..ดิ...ก..นั...จ..ะ..ด...ึง..ด..ูด...ก..ัน............................................. .....
............................................................................................................................. ....................
2. ถา้ นาผา้ แห้งมาขัดถูกับหวี แล้วนาหวีน้ันไปเข้าใกล้กับเส้นผม นักเรียนคิดว่า จะเกิดสิ่งใด ข้ึนกับเส้น
ผม เพราะอะไร
..................ต..อ...บ....เ.ส...้น..ผ...ม..ข...อ..ง..เ..ร..า..จ..ะ..ล...อ..ย...ต..ขิ...้ึน..ม...า..ท...ี่ห..ว...ี .เ.น...ื่อ...ง..จ..า..ก..เ..ม..อื่...น..า...ผ..้า..แ...ห...้ง..ม..า..ข..ัด...ถ..ูก...ับ..ห...ว...ี
....จ..ะ..ท...า..ใ..ห...้ป..ร..ะ..จ...ไุ .ฟ...ฟ...้า..ท...ห่ี...ว..ี..เ.ก..ดิ...ก..า..ร..แ...ล..ก...เ.ป...ล..่ยี...น..ก...ัน....ห...ว..ีจ..ึง..ไ..ม...่เ.ป...็น..ก...ล..า..ง..ท...า..ง..ไ.ฟ...ฟ...้า....แ...ล..ะ..เ..ม..ื่อ...
....น...า..ห..ว...ีน..ัน้...ข...้า..ม..า..ใ..ก..ล...ก้ ..ับ...เ.ส...้น...ผ..ม...ซ..่งึ..เ..ป..็น...ว...ัต..ถ...ุท..ี่ม...ีน...้า..ห...น..ัก...เ.บ...า...ท...า..ใ..ห...้เ.ก...ิด..ก...า..ร..เ.ห...น..ี่ย..ว...น...า..ไ.ฟ...ฟ...้า..
....ห...ว..ีจ..งึ..ด...ึง..ด..ูด...เ.ส...้น..ผ...ม..ข...อ..ง..เ..ร..า..ใ.ห...้ล...อ..ย..ต...ิด..ม...า..ก..บั...ห.. .ว..ีไ.ด...้ ...............................................................
............................................................................................................................. ....................
.................................................................................................................................................
.
3. ถ้าบ้านของนักเรียนมีขนแมวกระจายอยู่ตามพื้นบ้าน นักเรียนสามารถนาความรู้เก่ียวกับผลของแรง
ไฟฟา้ ไปประยกุ ต์ใช้ไดอ้ ยา่ งไร
................ต..อ...บ....น..า...ผ..า้ ..แ...ห..้ง..ม...า..ข...ัด..ถ...ูก..ับ...ล..ู.ก..โ..ป..่ง...แ...ล..้.ว..น...า..ไ.ป...ว...า..ง..ใ.ก...ล..้ๆ.....ก..ับ...ข..น...แ...ม..ก...จ. ะ...ท..า..ใ..ห...้ข...น.....
..แ..ม...ว..ล...อ..ย..ต...ิด..ข...น้ึ...ม..า..ท...ี่ล..ูก...โ.ป...ง่..ไ..ด..้............................................................................................. ...
............................................................................................................................. ....................
ห น้ า 43
AR BY KRULOH
แผนการจัดการเรยี นรู้ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6
รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์พนื้ ฐาน แผนท่ี 2 เรอ่ื ง วงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6 แรงไฟฟ้าและพลงั งานไฟฟ้า
เวลา 3 ชัว่ โมง ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชว้ี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้ : ว 2.2
ตวั ชีว้ ัด : ป.6/1 ระบุส่วนประกอบและบรรยายหน้าที่ ของแต่ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้า
อย่างงา่ ยจากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์
ป.6/2 เขียนแผนภาพและตอ่ วงจรไฟฟ้าอย่างงา่ ย
จุดประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ ความเข้าใจ (Knowledge)
- ระบุสว่ นประกอบของวงจรไฟฟา้ อย่างง่ายได้
- บรรยายหนา้ ที่ของแตล่ ะส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอยา่ งงา่ ยได้
ด้านทักษะกระบวนการ (Process)
- เขียนแผนภาพและต่อวงจรไฟฟ้าอยา่ งง่ายได้
ด้านเจตคติ (Attribute)
- นกั เรยี นมีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งม่นั ในการทางาน
คุณลกั ษณะอันพึงประสงคต์ ามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ มวี ินยั อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง รักความเปน็ ไทย
ซ่อื สตั ยส์ จุ ริต ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ ม่นั ในการทางาน มจี ิตสาธารณะ
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียนตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน
ความสามารถในการส่อื สาร ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
ความสามารถในการแกป้ ญั หา
ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 การร่วมมือรว่ มใจ
การคดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์ การแก้ปญั หา การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
การคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ การสอ่ื สาร
สาระสาคญั
วงจรไฟฟา้ อยา่ งง่ายประกอบด้วยแหล่งกาเนิดไฟฟ้า สายไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์
ไฟฟา้ แหล่งกาเนดิ ไฟฟ้า เช่น ถ่านไฟฉายหรือแบตเตอร่ี ทาหน้าที่ให้พลังงานไฟฟ้า สายไฟฟ้าเป็นตัวนา
ไฟฟ้าทาหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างแหล่งกาเนิดไฟฟ้าและเคร่ืองใช้ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน เครื่องใช้ไฟฟ้ามีหน้าท่ี
เปลีย่ นพลงั งานไฟฟ้าเปน็ พลังงานอ่นื
ห น้ า 44
AR BY KRULOH
สาระการเรยี นรู้
- วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายประกอบด้วยแหล่งกาเนิดไฟฟ้า สายไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือ
อปุ กรณไ์ ฟฟา้
กจิ กรรม / กระบวนการเรยี นรู้
จดั กจิ กรรมการเรยี นรโู้ ดยใชก้ ารจัดการเรียนรูแ้ บบสืบเสาะ 5 ขนั้ โดยแบง่ ออกเป็น 3 ชว่ั โมงดงั นี้
ชัว่ โมงที่ 1
ข้นั ท่ี 1 ข้นั นำเข้ำสบู่ ทเรียน (Engagement Phase)
1. ทบทวนความรู้ เร่ือง การเกิดแรงไฟฟ้า โดยครูเตรียมอุปกรณ์สาหรับทากิจกรรม มายากล
หลอดไฟสว่าง ดงั น้ี
- ฝาขวดนา้ - หลอด LED ขนาดเลก็ - แผน่ โฟม
- กาวสองหน้า - เหรียญ 10 บาท
2. สมุ่ นกั เรยี นออกมา 1 คน ออกมาสาธติ กจิ กรรมการทดลอง ปฏบิ ตั ิดงั น้ี
1) ตดิ กาวสองหนา้ บนฝาขวดน้า ลอกเทปกาวสองหนา้ ออก แล้วนาเหรียญไปติดบนฝา
ขวดน้า
2) นาเหรยี ญทต่ี ดิ อยู่บนฝาขวดน้ามาถูกบั แผ่นโฟม
3) จับขาข้างหน่ึงของหลอด LED ขนาดเล็ก แล้วเอาเหรียญมาสัมผัสขาอีกข้างหน่ึง
จากนัน้ สงั เกตการเปลี่ยนแปลงของหลอดไฟ
3. นกั เรียนตอบคาถามต่อไปนี้
- เมื่อเอาเหรียญท่ีถูกับแผ่นโฟมมาสัมผัสขาอีกข้างหน่ึงของหลอด LED ขนาดเล็กผลเป็น
อยา่ งไร (แนวคาตอบ เกดิ แสงไฟสสี ้มวาบเปน็ เวลาสั้นๆ)
- เพราะเหตุใดหลอด LED ขนาดเล็ก จึงเกิดแสงไฟสีส้มเป็นช่วงเวลาส้ันๆ (แนวคาตอบ เพราะ
เม่ือนาเหรียญไปถูกับแผ่นโฟม เหรียญจะมีน้ีประจุลบ เมื่อนาเหรียญไปแตะกับขาข้างหน่ึงของหลอด
LED ขนาดเล็ก ประจลุ บจะเคล่ือนท่ผี ่าน LED ขนาดเล็กเพือ่ ให้ครบวงจร เมอ่ื ประจุผ่านจนหมด ไฟสีส้ม
กจ็ ะดับ เนือ่ งจากประจมุ จี านวนนอ้ ย หลอดจึงสว่างเป็นเวลาส้นั ๆ)
- ทาอย่างไรจึงจะทาให้หลอดไฟหลอดน้ีสว่างได้ระยะเวลาท่ีนานข้ึน (แนวคาตอบ ต่อ
วงจรไฟฟ้า)
- วงจรไฟฟ้าอย่างงา่ ยประกอบด้วยอะไรบา้ ง (แนวคาตอบ ตอบตามความคิดเหน็ ของนักเรียน)
4. ครหู ยิบไฟฉายแสดงให้นกั เรียนดู แลว้ ตง้ั คาถามชวนคิด ดังนี้
- นักเรียนคิดว่าไฟฉายน้ีมีส่วนประกอบอะไรบ้าง และมีวิธีการต่ออย่างไร (แนวคาตอบ ตอบ
ตามความคดิ เห็นของนกั เรยี นอย่างอสิ ระ)
- นอกจากไฟฉายแล้ว นักเรียนคิดว่ายังมีอุปกรณ์ไฟฟ้าอะไรบ้างท่ีมีส่วนประกอบคล้ายๆกัน
(แนวคาตอบ ตอบตามความคิดเห็นของนกั เรียนอยา่ งอสิ ระ)
5. ครูสนทนากับนักเรียนเพื่อนาเข้าสู่กิจกรรมการเรียนรู้ว่า ส่วนประกอบของไฟฉาย ได้แก่
สายไฟฟ้า หลอดไฟฟ้า สวิตช์ และถ่านไฟฉาย ต่อกันเป็นวงจรไฟฟ้า โดยเราจะมาเรียนรู้ว่าวงจรไฟฟ้า
เป็นอย่างไร จากกิจกรรมตอ่ ไปนี้
ห น้ า 45
AR BY KRULOH
ข้นั ที่ 2 ขั้นสำรวจและคน้ หำ (Exploration Phase)
1. ให้นักเรียนศึกษาเก่ียวกับวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายจากส่ือการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง
Augmented Reality (AR) หนว่ ยที่ 6 แรงไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า
2. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ ละ 3-4 คน จากน้ันศึกษาขั้นตอนการทากิจกรรม “การต่อ
วงจรไฟฟา้ อยา่ งง่าย”
3. ให้นกั เรียนปฏิบัติกจิ กรรม “การต่อวงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย” โดยปฏบิ ัติ ดงั นี้
- สง่ ตัวแทนออกมารับวสั ดุ-อปุ กรณใ์ นการทากจิ กรรม
- แต่ละกลุม่ ลงมือปฏบิ ัตกิ จิ กรรม การตอ่ วงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย ตามข้นั ตอนและบนั ทึกผล
- นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั อภปิ รายผลการทากิจกรรม และเตรยี มตวั นาเสนอในชั่วโมงหนา้
4. ครูคอยแนะนาช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบๆ บริเวณที่นักเรียน
สังเกตและเปดิ โอกาสให้นกั เรียนทกุ คนซกั ถามเมื่อมปี ญั หา
ชวั่ โมงท่ี 2
ข้ันที่ 3 ข้ันอภิปรำยและสรุปผล (Explanation Phase)
1. ทบทวนข้อมลู เดิมติดตามภาระงานที่มอบหมายจากชว่ั โมงทีแ่ ลว้ โดยหยิบยกตัวอย่างผลงาน
นกั เรยี นมา 1 กลมุ่
2. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน
3. ตรวจสอบความสนใจของนักเรียนโดยคาถามตอ่ ไปน้ี
- วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายท่ีนักเรียนต่อในกิจกรรม ประกอบด้วยอุปกรณ์ใดบ้าง (แนวคาตอบ
ถา่ นไฟฉาย หลอดไฟฟา้ สายไฟฟา้ )
- วงจรไฟฟ้าท่ีนักเรียนต่อในกิจกรรม มีอุปกรณ์ใดท่ีเป็นแหล่งกาเนิดไฟฟ้า (แนวคาตอบ
ถ่านไฟฉาย)
- เพราะเหตใุ ดเมอื่ ปลดสายไฟฟ้าออก 1 เส้น หลอดไฟจึงไม่สว่าง (แนวคาตอบ เพราะต่อวงจร
ไมค่ รบ ทาใหก้ ระแสไฟฟ้าไมส่ ามารถไหลผา่ นในวงจรไฟฟ้าได้ ทาใหห้ ลอดไฟจึงไม่สว่าง)
- การตอ่ วงจรไฟฟา้ ในลกั ษณะวงจรปดิ กับวงจรเปิดต่างกันอยา่ งไร (แนวคาตอบ การต่อจนครบ
วงจรไฟฟ้าจะทาให้เครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถใช้งานได้ เรียกว่า วงจรปิด ถ้าต่อวงจรไฟฟ้าไม่ครบวงจรจะ
ทาใหเ้ ครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ ไม่สามารถทางานได้ เรยี กวา่ วงจรเปดิ )
4. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า
วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายประกอบด้วยแหล่งกาเนิดไฟฟ้าสายไฟฟ้าหรือตัวนาไฟฟ้า และอุปกรณ์หรือ
เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเม่ือทาการต่อวงจรไฟฟ้าจนครบวงจรจะพบว่า กระแสไฟฟ้าเดินทางจากข้ัวบวกของ
ถ่านไฟฉายผ่านสายไฟฟ้าไปยังหลอดไฟและผ่านหลอดไฟกลับเข้ามายัง ขั้วลบของถ่านไฟฉาย หลอดไฟ
จึงจะสว่างเนอ่ื งจากกระแสไฟฟ้าเดินทางได้ครบวงจร ซึ่งเรียกว่า วงจรปิด แต่เมื่อปลดสายไฟฟ้าออก 1
เสน้ ทาใหก้ ระแสไฟฟา้ เดนิ ทางไดไ้ ม่ครบวงจร หลอดไฟฟา้ ไมส่ ว่างซง่ึ เรยี กวา่ วงจรเปดิ
5. ครูให้นักเรียนเช่ือมโยงความรู้จากการศึกษาเกี่ยวกับวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายจากสื่อการเรียนรู้
เทคโนโลยเี สมือนจริง Augmented Reality (AR) หน่วยท่ี 6 แรงไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้ากับผลการทา
กิจกรรม “การต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย”แล้วตรวจสอบความเข้าใจโดยให้นักเรียนทาใบงานการต่อ
วงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย
ห น้ า 46
AR BY KRULOH
ช่วั โมงที่ 3
ขน้ั ท่ี 2 ขั้นสำรวจและคน้ หำ (Exploration Phase)
1. ทบทวนข้อมลู เดิมติดตามภาระงานทม่ี อบหมายจากชั่วโมงที่แล้ว และทบทวนความรู้ว่า โดย
ตอบคาถามต่อไปนี้
- วงจรปิด มีลักษณะอย่างไร (แนวคาตอบ วงจรที่ต่อแบบครบวงจร กระแสไฟฟ้าเดินทางจาก
ข้ัวบวกของถ่านไฟฉายผ่านสายไฟฟ้าไปยังหลอดไฟและผ่านหลอดไฟกลับเข้ามายัง ขั้วลบของ
ถ่านไฟฉาย ทาให้หลอดไฟสวา่ ง)
2. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ ละ 3-4 คน จากนั้นศึกษาข้ันตอนการทากิจกรรม “แผนภาพ
วงจรไฟฟา้ อยา่ งง่ายเป็นอยา่ งไร”
3. ให้นักเรียนปฏิบัติกจิ กรรม “แผนภาพวงจรไฟฟา้ อยา่ งงา่ ยเป็นอย่างไร” โดยปฏิบตั ิ ดังนี้
- ศึกษาข้อมูลเก่ียวกับวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายจากส่ือการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง
Augmented Reality (AR) หนว่ ยท่ี 6 แรงไฟฟา้ และพลังงานไฟฟา้ อกี ครงั้
- ส่งตัวแทนออกมารับวัสดุ-อุปกรณใ์ นการทากิจกรรม
- แต่ละกลุ่มลงมือปฏิบัติกิจกรรม แผนภาพวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายเป็นอย่างไร ตามข้ันตอนและ
บนั ทึกผล
- นักเรียนแต่ละกล่มุ ร่วมกันอภิปรายผลการทากิจกรรม
4. ครูคอยแนะนาช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบๆ บริเวณท่ีนักเรียน
สงั เกตและเปิดโอกาสให้นกั เรียนทุกคนซกั ถามเมื่อมีปญั หา
ขน้ั ท่ี 3 ขัน้ อภปิ รำยและสรุปผล (Explanation Phase)
1. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ นาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าช้นั เรียน ตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
- บอกสัญลักษณ์ของอปุ กรณ์ไฟฟา้ ในแผนภาพวงจรไฟฟ้า
- อธิบายส่วนประกอบและหนา้ ทอ่ี ุปกรณแ์ ต่ละช้นิ ในแตล่ ะวงจร
- อธบิ ายผลเมอ่ื ตอ่ วงจรไฟฟา้ ตามแผนภาพอย่างงา่ ยของแตล่ ะวงจร
2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า เมื่อ
ทาการต่อวงจรไฟฟ้าจนครบวงจร พบว่า ถ้าสับสวิตช์ลงกระแสไฟฟ้าจะเดินทางจากขั้วบวกของ
ถ่านไฟฉายผ่านสายไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้า (หลอดไฟฟ้า มอเตอร์ติดใบพัด ออดไฟฟ้า) กลับเข้ามายัง
ขั้วลบของถ่านไฟฉาย เป็นผลทาให้อุปกรณ์ไฟฟ้าสามารถทางานได้ ถ้ายกสวิตช์ข้ึนจะทาให้วงจรไฟฟ้า
เปน็ วงจรเปิด เครอื่ งใชไ้ ฟฟ้าไม่สามารถทางานได้
ขน้ั ท่ี 4 ขนั้ ขยำยควำมรู้ (Expansion Phase)
1. จากน้นั แบง่ นกั เรยี นออกเป็นกลุ่มๆ ละ 3-4 คน เพื่อเล่นเกมการแข่งขัน “เขียนให้ถูก ต่อให้
ไว ถ้าทาไดใ้ ห้ 1 ดาว” โดยใชอ้ งค์ความรู้ทเี่ รยี นมา
3. ครูชแ้ี จงกติกาการแขง่ ขัน โดยปฏบิ ตั ดิ ังน้ี
1) แต่ละกล่มุ สง่ ตัวแทนออกมารบั อุปกรณใ์ นการทากิจกรรม
2) ครูสุ่มหยิบสลากวงจรไฟฟ้าขึ้นมาทีละ 1 วงจร แล้วอ่านให้นักเรียนฟัง จากน้ันให้
นกั เรยี นแต่ละกล่มุ เขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้าอย่างงา่ ย แลว้ ตอ่ วงจรไฟฟ้า ภายในเวลา 2-3 นาที
3) ตรวจสอบความถูกต้องของแผนภาพและการต่อวงจรไฟฟ้า ถ้าทาได้ถูกต้องให้ดาว
1 ดวงต่อรอบ
ห น้ า 47
AR BY KRULOH
4) นักเรียนทากิจกรรมจนครบทุกข้อ และรวบรวมจานวนดาว กลุ่มที่ได้ดาวมากท่ีสุด
ถือว่าเปน็ ผชู้ นะ
4. ดาเนนิ การแขง่ ขันและสรปุ ผลการแข่งขนั
ขนั้ ท่ี 5 ขน้ั ประเมินผล (Evaluation Phase)
1. ครตู รวจงานใบกิจกรรม “การต่อวงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย”
2. ครูตรวจใบงาน การต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
3. ครูตรวจงานใบกิจกรรม “แผนภาพวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายเปน็ อย่างไร”
4. ครตู รวจสอบและประเมนิ การมสี ่วนรวมในการแขง่ ขนั เขยี นให้ถูกต่อให้ไว ถ้าทาได้ให้ 1 ดาว
สอื่ / แหล่งการเรยี นรู้
1) สื่อการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง Augmented Reality (AR) หน่วยท่ี 6 แรงไฟฟ้าและ
พลังงานไฟฟา้
2) หนงั สอื เรียนรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
3) ใบกิจกรรม “การต่อวงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย”
4) ใบกิจกรรม “แผนภาพวงจรไฟฟ้าอยา่ งงา่ ยเป็นอยา่ งไร”
5) อปุ กรณม์ ายากลหลอดไฟสว่าง
การวดั และประเมนิ ผล
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
- ระบุส่วนประกอบของ 1. ตรวจผลการบันทึก - แบบประเมนิ การ ผ่านเกณฑ์
วงจรไฟฟ้าอยา่ งง่ายได้ ผลกจิ กรรม “การตอ่ นาเสนอผลงาน ระดบั ดขี ้ึนไป
- บรรยายหน้าทขี่ องแตล่ ะ วงจรไฟฟ้าอยา่ งงา่ ย”
สว่ นประกอบของวงจรไฟฟ้า 2. ตรวจผลการบันทึก
อย่างงา่ ยได้ ผลกจิ กรรม “แผนภาพ
วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
เป็นอยา่ งไร”
3. ตรวจใบงานการต่อ -ใบงานการเกิดแรง รอ้ ยละ 60
วงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย ไฟฟา้ ผา่ นเกณฑ์
- เขียนแผนภาพและต่อ 1. สงั เกตจากการมี - แบบสังเกต ผ่านเกณฑ์
วงจรไฟฟ้าอยา่ งง่ายได้ สว่ นรวมในการแขง่ ขนั พฤติกรรมการทางาน ระดบั ดขี น้ึ ไป
เขยี นให้ถูก ต่อให้ไว ถา้ กลุ่ม
ทาไดใ้ ห้ 1 ดาว
- มคี วามสนใจใฝ่รู้หรอื อยากรู้ สังเกต - แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์
อยากเห็น คุณลักษณะอนั พงึ ระดับดีขนึ้ ไป
ประสงค์
ห น้ า 48
AR BY KRULOH
เอกสารอา้ งองิ
- หนงั สอื เรยี นรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พทุ ธศักราช 2560) สสวท.
- สอื่ อินเตอรเ์ น็ต
แบบประเมนิ
การนาเสนอผลงาน
คาช้แี จง : ให้ ผู้สอน ประเมินการนาเสนอผลงานของนกั เรียนตามรายการท่ีกาหนด แล้วขดี ลงใน
ชอ่ งทีต่ รงกบั ระดับคะแนน
กลมุ่ ที่ ..........................................................
สมาชกิ ในกลุ่ม (ระบเุ ลขท)ี่ ......................................................................................................................
ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
321
1 เน้ือหาละเอยี ดชดั เจน
2 ความถกู ตอ้ งของเน้อื หา รวม
3 ภาษาท่ีใชเ้ ข้าใจงา่ ย
4 ประโยชนท์ ีไ่ ดจ้ ากการนาเสนอ
5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
ลงชื่อ .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสมบรู ณ์ชัดเจน
ผลงานหรือพฤติกรรมมขี ้อบกพร่องบางสว่ น
ผลงานหรือพฤตกิ รรมมขี ้อบกพร่องเป็นสว่ นใหญ่
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11
พอใช้
ต่ากว่า 8
ปรบั ปรุง
ห น้ า 49
AR BY KRULOH
แบบสังเกตพฤตกิ รรม
การทางานกลุม่
คาชแ้ี จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลง
ในช่องทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
กลุ่มที่ ..........................................................
สมาชกิ ในกลุ่ม (ระบเุ ลขที)่ ......................................................................................................................
ลาดับท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 การแบ่งหนา้ ท่ีกันอยา่ งเหมาะสม
2 ความรว่ มมือกนั ทางาน
3 การแสดงความคดิ เห็น
4 การรบั ฟงั ความคิดเห็น
5 ความมีน้าใจช่วยเหลอื กนั
รวม
ลงชื่อ .................................................... ผปู้ ระเมิน
................ /................ /................ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครั้ง
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11
พอใช้
ต่ากวา่ 8
ปรับปรงุ
ห น้ า 50
AR BY KRULOH
แบบประเมนิ
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชแ้ี จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ลง
ในช่องทต่ี รงกับระดับคะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321
3. มีวินัยรับผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คับ
ของครอบครวั มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏิบัติกจิ กรรม
ตา่ งๆ ในชีวิตประจาวัน
4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รจู้ ักใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนาไปปฏิบัติได้
4.2 รูจ้ ักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เช่ือฟังคาส่ังสอนของบดิ า-มารดา โดยไม่โต้แย้ง
4.4 ตง้ั ใจเรียน
6. มุ่งมั่นในการทางาน 6.1 มคี วามตง้ั ใจและพยายามในการทางานท่ีไดร้ ับ
มอบหมาย
6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพื่อให้งาน
สาเรจ็
*คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ท่ีเกีย่ วกบั การเรียนการสอนนี้
ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
16 – 21 ดี
10 – 15 พอใช้
ตา่ กว่า 10 ปรบั ปรงุ
ห น้ า 51
AR BY KRULOH
ใบกจิ กรรม
“การตอ่ วงจรไฟฟา้ อย่างงา่ ย”
จุดประสงค์
1. ระบสุ ่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย
2. บรรยายหนา้ ทขี่ องแตล่ ะสว่ นประกอบในวงจรไฟฟา้
3. ทดลองต่อวงจรไฟฟ้าอย่างงา่ ยเพ่ือทาให้หลอดไฟฟ้าสวา่ ง
ตอ้ งเตรยี มต้องใช้
1. ถา่ นไฟฉาย 1 ก้อน 2. กระบะใส่ถ่านไฟฉาย 1 อัน
3. หลอดไฟฟา้ พร้อมฐาน 1 ชดุ 4. สายไฟฟา้ พร้อมหวั หนบี ปากจระเข้ 2 เสน้
5. ส่ือการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมอื นจรงิ Augmented Reality (AR) หนว่ ยท่ี 6 แรงไฟฟ้าและ
พลงั งานไฟฟ้า
ลองทาดู
1. แบ่งกลุ่ม พร้อมตั้งช่ือกลุ่ม จากน้ันช่วยกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายจากสื่อ
การเรยี นรเู้ ทคโนโลยีเสมือนจรงิ Augmented Reality (AR) หนว่ ยที่ 6 แรงไฟฟา้ และพลงั งานไฟฟา้
2. ใหแ้ ต่ละกลุ่มนาถา่ นไฟฉายใสล่ งในกระบะใส่ถ่านไฟฉายให้ถูกต้อง แล้วนาสายไฟฟ้าเส้นท่ี 1
ตอ่ เข้ากบั กระบะใส่ถา่ นไฟฉาย โดยใชป้ ากจระเข้หนีบท่หี ัวของกระบะใสถ่ ่านไฟฉาย
3. นาหัวหนีบปากจระเข้ของปลายสายไฟฟ้าอีกด้านหนึ่งต่อเข้ากับฐานด้านหนึ่งของหลอด
ไฟฟา้
4. นาสายไฟฟ้าเสน้ ที่ 2 ต่อกับกระบะใสถ่ ่านไฟลายอีกด้านหนึ่ง โดยใช้หัวหนีบปากจระเข้หนีบ
ท่ีกระบะใสถ่ า่ นไฟฉาย
5. นาหัวหนีบปากจระเข้ของปลายสายไฟฟ้าอีกด้านหน่ึงหนีบต่อเข้ากับฐานอีกด้านหน่ึงของ
หลอดไฟฟ้า เสรจ็ แล้วสงั เกตความสว่างของหลอดไฟฟา้ และบันทึกผล
6. ปลดสายไฟฟา้ ออก 1 เส้น แล้วสงั เกตความสว่างของหลอดไฟฟา้ และบันทกึ ผล
7. รว่ มกนั อภปิ รายและสรุปผลการทดลองภายในช้ันเรียน
ห น้ า 52
บันทึกข้อมูล AR BY KRULOH
ผลการทดลอง
การทดลอง
1. เม่อื ต่อวงจรไฟฟา้ จนครบทุกข้นั ตอน
2. เมอ่ื ปลดสายไฟฟ้าออก 1 เสน้
สรปุ ผลการทดลอง
ห น้ า 53
AR BY KRULOH
ใบกจิ กรรม
“แผนภาพวงจรไฟฟ้าอย่างงา่ ยเปน็ อยา่ งไร”
จุดประสงค์
1. เขยี นแผนภาพวงจรไฟฟา้ อย่างงา่ ยได้
ตอ้ งเตรียมต้องใช้
1. หลอดไฟฟา้ พรอ้ มฐาน 1 ชดุ 2. ถ่านไฟฉาย 1 ก้อน
3. กระบะใสถ่ ่านไฟฉาย 1 อัน 4. ออดไฟฟ้า 1 อนั
5. มอเตอรต์ ิดใบพัด 1 ตัว 6. สายไฟฟา้ พร้อมหวั หน็บปากจระเข้ 2 เสน้
7. ส่ือการเรยี นรู้เทคโนโลยเี สมอื นจรงิ Augmented Reality (AR) หน่วยท่ี 6 แรงไฟฟ้าและ
พลังงานไฟฟา้
ลองทาดู
1. แบ่งกลุ่ม พรอ้ มต้งั ชื่อกลุ่ม จากนัน้ ชว่ ยกนั สบื คน้ ขอ้ มูลเก่ียวกับแผนภาพวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
จากส่ือการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง Augmented Reality (AR) หน่วยที่ 6 แรงไฟฟ้าและพลังงาน
ไฟฟา้ ดงั น้ี
- เซลล์ไฟฟ้า
- มอเตอรไ์ ฟฟ้า
- สายไฟฟ้า
- ออดไฟฟ้า
- หลอดไฟฟ้า
- สวิตซไ์ ฟฟา้
2. แต่ละกลุ่มเป่าร่วมกันออกแบบและเขียนแผนภาพการต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย โดยใช้
สัญลกั ษณ์แทนอุปกรณ์ไฟฟ้าตา่ ง ๆ มา 3 วงจร ดงั นี้
- วงจรไฟฟา้ ท่ที าใหห้ ลอดไฟฟา้ สว่าง
- วงจรไฟฟ้าทท่ี าใหม้ อเตอร์ติดใบพดั หมุน
- วงจรไฟฟา้ ท่ีทาให้ออดไฟฟา้ มเี สยี ง
3. ต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายโดยใช้อุปกรณ์ต่าง 9 ตามท่ีได้ออกแบบไว้ พร้อมสังเกตลักษณะการ
ทางานของอุปกรณไ์ ฟฟา้ และบนั ทกึ ผล จากนนั้ ร่วมกนั อภิปรายและสรปุ ผลภายในชนั้ เรียน
ห น้ า 54
AR BY KRULOH
บันทกึ ขอ้ มลู
แผนภาพวงจรไฟฟ้าทท่ี าใหห้ ลอดไฟฟ้าสว่าง (วาดภาพ)
แผนภาพวงจรไฟฟา้ ทีท่ าให้มอเตอรต์ ดิ ใบพดั หมุน (วาดภาพ)
แผนภาพวงจรไฟฟา้ ที่ทาให้ออดไฟฟา้ มเี สยี ง (วาดภาพ)
สรปุ ผลการทดลอง
ห น้ า 55
AR BY KRULOH
ใบงาน
การต่อวงจรไฟฟา้ อย่างง่าย
ชอื่ ............................................................................................................ ชั้น.......... เลขท.่ี .......
ตัวชวี้ ดั ว 2.2 ป.6/1 ระบุส่วนประกอบและบรรยายหน้าท่ี ของแต่ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้า
อยา่ งงา่ ยจากหลักฐานเชิงประจักษ์
ป.6/2 เขียนแผนภาพและต่อวงจรไฟฟ้าอยา่ งงา่ ย
คาชแ้ี จง ตอบคาถามต่อไปน้ี
1. อธบิ ายการไหลของกระแสไฟฟา้ ในวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายดว้ ยการเขยี นลูกศรแสดงทิศทางการไหล
2. วงจรปิดและวงจรเปดิ มีความแตง่ ตา่ งอย่างไร วงจรเปิด
วงจรปดิ .............................................................
.............................................................
............................................................. .............................................................
............................................................. .............................................................
............................................................. .............................................................
............................................................. .............................................................
............................................................. .............................................................
.............................................................
.............................................................
ห น้ า 56
AR BY KRULOH
ใบงาน เฉลย
การตอ่ วงจรไฟฟา้ อย่างง่าย
ชอ่ื ............................................................................................................ ชน้ั .......... เลขที่........
ตัวช้วี ดั ว 2.2 ป.6/1 ระบุส่วนประกอบและบรรยายหน้าที่ ของแต่ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้า
อยา่ งง่ายจากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์
ป.6/2 เขยี นแผนภาพและตอ่ วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
คาชแี้ จง ตอบคาถามตอ่ ไปนี้
1. อธิบายการไหลของกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟา้ อย่างง่ายด้วยการเขียนลูกศรแสดงทิศทางการไหล
2. วงจรปิดและวงจรเปดิ มีความแตง่ ต่างอย่างไร วงจรเปดิ
วงจรปดิ .............................................................
............................................................. .1......ว..ง..จ...ร..เ.ป...ิด.....ค...ือ..ก...า..ร..ต..่.อ..ว..ง..จ...ร..ไ.ฟ....ฟ..้.า...
..1.....ว...ง..จ..ร..ป...ิด......ค...ือ..ก...า..ร..ต...่อ..ว...ง..จ..ร..ไ..ฟ...ฟ...้า... .แ...บ..บ...ไ..ม..่ค...ร..บ..ว...ง..จ..ร..................................
..แ..บ...บ..ค...ร..บ...ว..ง..จ..ร...................................... .2......เ.ค...ร..อื่ ..ง..ใ..ช..ไ้..ฟ...ฟ...า้ ..ไ..ม..่ส...า..ม..า..ร...ถ..ท...า..ง..า..น....
..2.....เ..ค..ร..่อื...ง..ใ.ช...ไ้ .ฟ...ฟ...้า..ส...า..ม...า..ร..ถ..ท...า..ง..า..น...ไ.ด...้ . .ไ..ด..้........................................................
............................................................. .............................................................
............................................................. .............................................................
.............................................................
ห น้ า 57
AR BY KRULOH
แผนการจดั การเรยี นรู้
รายวิชา วทิ ยาศาสตร์พ้นื ฐาน ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 6 แรงไฟฟา้ และพลงั งานไฟฟ้า แผนที่ 3 เรอื่ ง การต่อเซลลไ์ ฟฟา้ แบบอนุกรม
เวลา 2 ช่ัวโมง ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชว้ี ดั
มาตรฐานการเรียนรู้ : ว 2.3
ตวั ช้ีวดั : ป.6/3 ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีท่ีเหมาะสมในการอธิบายวิธีการและผล
ของการต่อเซลล์ไฟฟา้ แบบอนุกรม
ป.6/4 ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมโดยบอก
ประโยชน์และการประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวนั
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ ความเข้าใจ (Knowledge)
- อธิบายวิธกี ารและผลของการต่อเซลล์ไฟฟา้ แบบอนุกรมได้
ดา้ นทักษะกระบวนการ (Process)
- ออกแบบการทดลองและทดลองต่อเซลล์ไฟฟา้ แบบอนุกรมได้
ด้านเจตคติ (Attribute)
- นักเรียนมวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งม่ันในการทางาน
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคต์ ามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน
รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ มวี นิ ัย อยู่อย่างพอเพยี ง รักความเปน็ ไทย
ซ่อื สัตย์สจุ รติ ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมั่นในการทางาน มจี ติ สาธารณะ
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี นตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน
ความสามารถในการสอื่ สาร ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 การรว่ มมอื ร่วมใจ
การคดิ อยา่ งสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ การสือ่ สาร
สาระสาคัญ
เม่อื นาเซลลไ์ ฟฟ้าหลายเซลลม์ าตอ่ เรียงกัน โดยใหข้ ั้วบวกของเซลล์ไฟฟ้าเซลล์หน่ึงต่อกับขั้วลบ
ของอีกเซลล์หน่ึงเป็นการต่อแบบอนุกรม ทาให้มีพลังงานไฟฟ้าเหมาะสมกับเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งการต่อ
เซลล์ไฟฟ้าแบบอนกุ รมสามารถนาไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจาวัน เชน่ การตอ่ เซลล์ไฟฟ้าในไฟฉาย
ห น้ า 58
AR BY KRULOH
สาระการเรียนรู้
- การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนกุ รม
กจิ กรรม / กระบวนการเรียนรู้
จดั กิจกรรมการเรยี นรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสบื เสาะ 5 ขน้ั โดยแบง่ ออกเปน็ 2 ชัว่ โมงดังน้ี
ช่ัวโมงที่ 1
ขน้ั ท่ี 1 ขัน้ นำเข้ำสบู่ ทเรียน (Engagement Phase)
1. ทบทวนความรู้ เร่ืองการเขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย โดยครูให้ดูบัตรภาพต่อ
วงจรไฟฟ้า หลังจากนน้ั สุ่มนกั เรียน 2 คน ออกมาเขยี นแผนภาพวงจรไฟฟ้าดงั กล่าว
2. ให้นักเรียนดูแผนภาพวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายท่ีหน้ากระดานอีกรูป แล้วให้บอกว่า 2 ภาพน้ี
ต่างกนั อยา่ งไร (แนวคาตอบ มถี ่านไฟฟฉาย 2 ก้อน)
3. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า หากเพ่ิมจานวนถ่านไฟฉายมากขึ้นจะมีผลต่อความ
สว่างของหลอดไฟหรือไม่
4. ครูสนทนากับนักเรียนเพ่ือนาเข้าสู่กิจกรรมการเรียนรู้ว่า เราจะหาคาตอบได้ว่า หากเพิ่ม
จานวนถ่านไฟฉายมากขนึ้ จะมีผลต่อความสว่างของหลอดไฟหรือไม่ จากกิจกรรมต่อไปน้ี
ขั้นท่ี 2 ขั้นสำรวจและค้นหำ (Exploration Phase)
1. ให้นักเรียนศึกษาเก่ียวกับเซลล์ไฟฟ้าจากส่ือการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง Augmented
Reality (AR) หน่วยท่ี 6 แรงไฟฟา้ และพลังงานไฟฟ้า
2. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ ละ 3-4 คน จากนั้นศึกษาข้ันตอนการทากิจกรรม “การต่อ
เซลล์ไฟฟ้าแบบอนกุ รม (1)”
3. ให้นักเรยี นปฏบิ ัติกิจกรรม “การตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้าแบบอนุกรม (1)” โดยปฏบิ ัติ ดงั นี้
- ส่งตัวแทนออกมารบั วัสดุ-อุปกรณใ์ นการทากจิ กรรม
- แตล่ ะกล่มุ ลงมอื ปฏบิ ัติกิจกรรม การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนกุ รม (1) ตามขนั้ ตอนและบนั ทึกผล
- นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั อภิปรายผลการทากจิ กรรม
4. ครูคอยแนะนาช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบๆ บริเวณท่ีนักเรียน
สงั เกตและเปดิ โอกาสให้นักเรยี นทุกคนซกั ถามเม่ือมีปัญหา
5. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอผลการทากิจกรรมว่า ลักษณะการต่อวงจรที่ใช้ถ่ายไฟฉาย 2
กอ้ น เรียงกนั ทั้ง 3 ลักษณะเปน็ อย่างไร และเมอื่ ต่อวงจรไฟฟ้าตามทอี่ อกแบบไวผ้ ลเปน็ อย่างไร
6. ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรยี นโดยตง้ั คาถามต่อไปนี้
- ถ้าต่อถ่านไฟฉาย โดยนาข้ัวบวกต่อกับขั้วลบ แล้วนามาต่อเข้ากับวงจรไฟฟ้า หลอดไฟฟ้าจะ
เป็นอย่างไร (แนวคาตอบ หลอดไฟสวา่ ง)
- ถ้าต่อถา่ นไฟฉาย โดยนาขัว้ บวกตอ่ กบั ข้ัวบวก แล้วนามาต่อเข้ากับวงจรไฟฟ้า หลอดไฟฟ้าจะ
เปน็ อย่างไร (แนวคาตอบ หลอดไฟไมส่ วา่ ง)
- ถ้าตอ่ ถ่านไฟฉาย โดยนาขั้วลบต่อกบั ขวั้ ลบ แล้วนามาต่อเขา้ กับวงจรไฟฟ้าหลอดไฟฟ้าจะเป็น
อย่างไร (แนวคาตอบ หลอดไฟไมส่ ว่าง)
3. ครู นักเรียนร่วมกันสรุปผลการทากจิ กรรมว่า เมอื่ นาถา่ นไฟฉายมาเรยี งตอ่ กัน โดยให้ขั้วบวก
ของเซลลไ์ ฟฟา้ เซลล์หนง่ึ ต่อกับขวั้ ลบของอีกเซลล์หน่ึงเรียงต่อกัน แล้วนาไปต่อเข้ากับวงจรไฟฟ้า จะทา
ห น้ า 59
AR BY KRULOH
ให้หลอดไฟฟ้าสว่างได้ แต่ถ้านาถ่านไฟฉายมาเรียงต่อกัน โดยให้ขั้วบวกต่อกับขั้วบวก หรือข้ัวลบต่อกับ
ขว้ั ลบ แล้วนามาตอ่ เขา้ กับวงจรไฟฟา้ หลอดไฟฟา้ จะไมส่ วา่ ง
ช่วั โมงที่ 2
ขนั้ ที่ 2 ขน้ั สำรวจและคน้ หำ (Exploration Phase)
1. ทบทวนความร้เู ดิมชั่วโมงท่ีแล้ว โดยครตู ่อวงจรไฟฟ้าโดยใช้ถา่ ยไฟฉาย 3 กอ้ น ให้หันข้ัวบวก
เขา้ หาขว้ั บวก และหันขั้วลบเข้าหาขัว้ ลบ จากนนั้ ครูใหน้ กั เรยี นร่วมกันสงั เกต หาข้อผิดพลาดของการต่อ
วงจรไฟฟ้าวา่ เพราะเหตุใดวงจรไฟฟ้าทตี่ อ่ หลอดไฟจงึ ไมส่ วา่ ง แล้วลงมือแก้ปญั หา
2. ตั้งคาถามชวนให้นักเรียนคิดว่า จากการทากิจกรรม จานวนถ่านไฟฉายท่ีเพิ่มขึ้นมีผลต่อ
ความสว่างของหลอดไฟหรือไม่ เพราะเหตุใด (แนวคาตอบ สว่างมากขึ้น เพราะมีพลังงานไฟฟ้าในวงจร
มากขนึ้ )
3. นักเรยี นปฏิบัติกิจกรรม “การต่อเซลลไ์ ฟฟ้าแบบอนุกรม (2)” โดยปฏบิ ัติ ดังนี้
- สง่ ตัวแทนออกมารบั วัสดุ-อุปกรณ์ในการทากิจกรรม
- แต่ละกลมุ่ ลงมอื ปฏิบตั กิ จิ กรรม การตอ่ เซลลไ์ ฟฟา้ แบบอนกุ รม (2) ตามขนั้ ตอนและบันทึกผล
- นักเรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั อภปิ รายผลการทากจิ กรรม
ขน้ั ท่ี 3 ขนั้ อภิปรำยและสรปุ ผล (Explanation Phase)
1. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ นาเสนอผลงานหน้าช้นั เรียน
2. ตรวจสอบความสนใจของนักเรียนโดยคาถามต่อไปน้ี
- เพราะเหตุใด เมื่อเพิ่มจานวนเซลล์ไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า หลอดไฟจึงสว่างเพิ่มขึ้น (แนวคาตอบ
หลอดไฟสว่างเพ่ิมข้ึนเพราะการต่อเซลล์ไฟฟ้าหลายเซลล์จะทาให้มีพลังงานในวงจรมากกว่าการต่อ
เซลล์ไฟฟ้าเพยี งเซลลเ์ ดียว)
3. ครอู ธบิ ายเพ่มิ เติมว่า การตอ่ เซลลไ์ ฟฟา้ แบบอนุกรม เปน็ การนาเซลล์ไฟฟ้าหลายๆ เซลล์ มา
ต่อเรยี งกันเพียงแถวเดียว ทาให้กระแสไฟฟา้ เดินทางไปทิศทางเดยี ว
4. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า การ
ต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมคือการเพิ่มจานวนถ่านไฟฉายในวงจรไฟฟ้า โดยการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบ
อนกุ รม ทาให้ในวงจรไฟฟา้ มีพลังงานไฟฟ้ามากข้นึ และปรมิ าณกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านหลอดไฟมีมากขึ้น
ด้วย สง่ ผลทาให้หลอดไฟฟา้ มีความสวา่ งมาก
ข้ันที่ 4 ขน้ั ขยำยควำมรู้ (Expansion Phase)
1. ครูเช่อื มโยงความรูจ้ ากการศึกษาเก่ียวกับเซลล์ไฟฟ้าจากสื่อการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง
Augmented Reality (AR) หน่วยท่ี 6 แรงไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า โดยให้นักเรียนดูถ่านไฟฉายขนาด
1.5 V และ 9 V ที่ครูเตรียมมาให้ จากน้ันให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า ใช้ถ่านแบบใดต่อกับ
วงจรไฟฟ้าแลว้ จะทาใหห้ ลอดไฟสว่างมากกว่า
2. ครอู ธิบายเพิ่มเติมว่า เซลล์ไฟฟ้ามีอยู่หลายแบบหลายขนาด ซ่ึงแต่ละแบบมีความเหมาะสม
ในการใช้งานแตกตา่ งกัน แต่ในเซลล์ไฟฟา้ ทกุ แบบจะมขี ัว้ ไฟฟา้ 2 ขัว้ คอื ขวั้ บวกและข้ัวลบ
3. ให้นักเรียนยกตัวอย่างอปุ กรณ์ไฟฟา้ หรอื เคร่อื งใชไ้ ฟฟา้ ทใี่ ช้เซลล์ไฟฟ้าหลายเซลล์
4. ครูสนทนากับนักเรียนว่า อุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละชนิดใช้เซลล์ไฟฟ้าจานวนแตกต่างกัน ให้
นักเรยี นทากิจกรรมเพอื่ เรียนร้เู กย่ี วกับการตอ่ เซลล์ไฟฟา้ หลายๆ เซลลใ์ นอปุ กรณไ์ ฟฟา้ ในชวี ติ ประจาวนั
5. นักเรยี นทากจิ กรรม “รวมพลงั เซลลไ์ ฟฟา้ ” โดยปฏิบตั ดิ ังนี้
ห น้ า 60
AR BY KRULOH
- นักเรียนแต่ละคนคือเซลล์ไฟฟ้า 1 เซลล์ มีพลังงานไฟฟ้า 1.5 V ด้านขวามือคือข้ัวบวก ด้าน
ซ้ายมือคอื ข้ัวลบ
- ครูจะสุ่มหยิบบัตรเงื่อนไขข้ึนมา 1 ชิ้น แล้วให้นักเรียนรวมกลุ่มกันให้มีพลังงานรวมมาก
พอที่จะทาให้อุปกรณ์ไฟฟ้าสามารถทางานได้ โดยต้องจับมือให้ถูกข้ัว และถ้ามีสมาชิกในห้องคนใดไม่มี
กลุม่ ทกุ คนจะถกู ลบคะแนนไปคนละ 1 คะแนน
6. นักเรียนร่วมกันสรุปผลการทากิจกรรมว่า การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมจะทาให้ผลรวม
แรงดันไฟฟ้า (โวลต์) หรือพลังงานไฟฟ้าในวงจรเพ่ิมข้ึน เมื่อเราต่อเซลล์ไฟฟ้าที่มีกาลังน้อยกว่า
เครือ่ งใช้ไฟฟ้าจะไมส่ ามารถทางานได้ ถา้ ต่อเซลล์ไฟฟ้าที่มีกาลังพอดี ก็จะทาให้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าทางานได้
ดี แต่ถ้าเราตอ่ เซลลไ์ ฟฟา้ ที่มีกาลังมากกว่าเครื่องใช้ไฟฟา้ อาจทางานหรือเคร่ืองใชไ้ ฟฟา้ อาจเสียหายได้
7. ครอู ธบิ ายเพิ่มเติมว่า เราไม่ควรนาเซลล์ไฟฟ้าเก่ามาใช้ร่วมกับเซลล์ไฟฟ้าใหม่ เพราะจะเป็น
สาเหตุทาให้กระแสไฟฟ้าในวงจรลดลงได้ เนื่องจากกระแสไฟฟ้ารวมของวงจรจะมีค่าเท่ากับ
กระแสไฟฟ้าของเซลลไ์ ฟฟ้าทต่ี า่ ทสี่ ดุ
8. ครูตั้งประเด็นให้นักเรียนอภิปรายว่า เซลล์ไฟฟ้าท่ีใช้หมดแล้วควรทาอย่างไร จนได้ข้อสรุป
วา่ เซลลไ์ ฟฟ้า เป็นหนึ่งในขยะอันตราย เพราะมสี ว่ นผสมของสารเคมี หากต้องการทงิ้ ควรแยกออกจาก
ขยะประเภทอื่นๆ แล้วทาสัญลักษณ์บอกว่าเป็นขยะอันตราย เพื่อให้หน่วยงานท่ีรับผิดชอบจะได้นาไป
กาจัดอยา่ งถูกวิธี
ข้ันท่ี 5 ขน้ั ประเมนิ ผล (Evaluation Phase)
1. ครตู รวจงานใบกิจกรรม “การตอ่ เซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม (1)”
2. ครูตรวจงานใบกจิ กรรม “การตอ่ เซลล์ไฟฟา้ แบบอนุกรม (2)”
3. ครตู รวจสอบและประเมินการมสี ว่ นรวมในกิจกรรม “รวมพลงั เซลล์ไฟฟา้ ”
สอ่ื / แหลง่ การเรยี นรู้
1) สื่อการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง Augmented Reality (AR) หน่วยที่ 6 แรงไฟฟ้าและ
พลังงานไฟฟ้า
2) หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6
3) ใบกจิ กรรม “การตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้าแบบอนกุ รม (1)”
4) ใบกจิ กรรม “การต่อเซลลไ์ ฟฟ้าแบบอนุกรม (2)”
5) แผนภาพวงจรไฟฟา้ อย่างง่าย
6) ถา่ นไฟฉายขนาด 1.5 V และ 9 V
7) บตั รเงอื่ นไข
ห น้ า 61
AR BY KRULOH
การวดั และประเมนิ ผล
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์
ผา่ นเกณฑ์
- อธบิ ายวธิ กี ารและผลของ 1. ตรวจผลการบนั ทึก - แบบประเมนิ การ ระดบั ดีขนึ้ ไป
การตอ่ เซลล์ไฟฟ้าแบบ ผลกิจกรรม “การต่อ นาเสนอผลงาน ผา่ นเกณฑ์
ระดับดขี ้ึนไป
อนุกรมได้ เซลลไ์ ฟฟา้ แบบอนุกรม
ผา่ นเกณฑ์
(1 และ 2)” ระดับดีขึน้ ไป
- ออกแบบการทดลองและ สังเกต - แบบวดั ทักษะ
ทดลองต่อเซลลไ์ ฟฟ้าแบบ กระบวนการทาง
อนกุ รมได้ วทิ ยาศาสตร์
- มีความสนใจใฝ่รู้หรอื อยากรู้ สงั เกต - แบบประเมนิ
อยากเห็น คุณลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์
เอกสารอา้ งองิ
- หนงั สือเรียนรายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ พุทธศักราช 2560) สสวท.
- สือ่ อนิ เตอรเ์ น็ต
ห น้ า 62
AR BY KRULOH
แบบประเมิน
การนาเสนอผลงาน
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน ประเมินการนาเสนอผลงานของนกั เรียนตามรายการท่ีกาหนด แลว้ ขีด ลงใน
ช่องทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
กลมุ่ ที่ ..........................................................
สมาชกิ ในกลุ่ม (ระบุเลขที)่ ......................................................................................................................
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
321
1 เน้ือหาละเอียดชัดเจน
2 ความถูกต้องของเนื้อหา รวม
3 ภาษาท่ีใช้เข้าใจงา่ ย
4 ประโยชนท์ ่ีได้จากการนาเสนอ
5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
ลงชอ่ื .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสมบรู ณ์ชดั เจน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมมขี ้อบกพร่องบางส่วน
ผลงานหรือพฤติกรรมมขี ้อบกพรอ่ งเป็นสว่ นใหญ่
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11
พอใช้
ตา่ กวา่ 8
ปรับปรงุ
ห น้ า 63
AR BY KRULOH
แบบประเมิน
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
คาช้ีแจง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลง
ในช่องทตี่ รงกับระดบั คะแนน
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์*
เลขที่ ชื่อ-นามสกุล S1 การสงั เกต S12 การทดลอง
3 2 1321
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
*ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ที่เก่ยี วกบั การเรียนการสอนนี้
ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน
............../.................../................
ห น้ า 64
AR BY KRULOH
เกณฑ์การประเมิน
กระบวนการ รายการประเมิน ระดับความสามารถ
ทางวิทยาศาสตร์
ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรบั ปรงุ (1)
สามารถใช้
S1 การสังเกต การบรรยาย ประสาทสมั ผัส สามารถใช้ สามารถใชป้ ระสาท
และแว่นขยาย
รายละเอยี ดของ เก็บรายละเอยี ด ประสาทสมั ผัส สัมผัสและแวน่ ขยาย
ข้อมูลของสง่ิ ที่
สิ่งที่สังเกต สงั เกตไดด้ ว้ ย และแวน่ ขยาย เกบ็ รายละเอยี ด
ตนเอง โดยไม่
เพ่ิมความคดิ เห็น เกบ็ รายละเอยี ด ขอ้ มูลของสงิ่ ทสี่ งั เกต
ออกแบบการ ข้อมูลของส่ิงที่ ไดเ้ พียงบางส่วน
ทดลอง
ดาเนินการ สงั เกตได้ จาก แมว้ า่ จะได้รับคา
ทดลอง และ
สรปุ ผลการ การชแี้ นะของครู ชีแ้ นะจากครูหรือ
ทดลองเพือ่ หา
คาตอบในคาถาม หรือผู้อื่นหรือมี ผ้อู ่ืน
ที่สงสยั ได้
ด้วยตนเอง การเพ่ิมเตมิ ความ
คดิ เห็น
S12 การทดลอง การออกแบบการ ออกแบบการ ไมส่ ามารถออกแบบ
ทดลอง
ดาเนนิ การ ทดลอง การทดลอง
ทดลอง และ
สรปุ ผลการ ดาเนนิ การ ดาเนินการทดลอง
ทดลองเพื่อหาคา
ตอบใน ทดลองและ และสรปุ ผลการ
คาถามทีส่ งสยั
สรปุ ผลการ ทดลองเพื่อหา
ทดลองเพื่อหาคา คาตอบในคาถามท่ี
ตอบในคาถามที่ สงสยั แมว้ ่าจะได้รบั
สงสัย ทงั้ นี้โดย คาแนะนาจากครู
อาศยั การช้ีแนะ หรอื ผูอ้ ื่น
จากครหู รือผู้อนื่
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดี
5-6
3-4 พอใช้
1-2 ปรับปรงุ
ห น้ า 65
AR BY KRULOH
แบบประเมนิ
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชแ้ี จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ลง
ในช่องทต่ี รงกับระดับคะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321
3. มีวินัยรับผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คับ
ของครอบครวั มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏิบัติกจิ กรรม
ตา่ งๆ ในชีวิตประจาวัน
4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รจู้ ักใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนาไปปฏิบัติได้
4.2 รูจ้ ักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เช่ือฟังคาส่ังสอนของบดิ า-มารดา โดยไม่โต้แย้ง
4.4 ตง้ั ใจเรียน
6. มุ่งมั่นในการทางาน 6.1 มคี วามตง้ั ใจและพยายามในการทางานท่ีไดร้ ับ
มอบหมาย
6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพื่อให้งาน
สาเรจ็
*คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ท่ีเกีย่ วกบั การเรียนการสอนนี้
ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
16 – 21 ดี
10 – 15 พอใช้
ตา่ กว่า 10 ปรบั ปรงุ
ห น้ า 66
AR BY KRULOH
ใบกจิ กรรม
“การต่อเซลลไ์ ฟฟ้าแบบอนกุ รม (1)”
จุดประสงค์
ออกแบบการทดลองและทดลอง เพือ่ อธบิ ายวธิ กี ารและผลของการต่อเซลลไ์ ฟฟ้าแบบอนุกรม
ตอ้ งเตรยี มต้องใช้
1. ถา่ นไฟฉาย 4 ก้อน 2. กระบะใสถ่ ่านไฟฉาย 4 อัน
3. หลอดไฟฟา้ พร้อมฐาน 1 ชุด 4. สายไฟฟ้าพร้อมหวั หนีบปากจระเข้ 2 เส้น
5 สวิตช์ 1 อัน
6. ส่ือการเรียนรูเ้ ทคโนโลยเี สมือนจรงิ Augmented Reality (AR) หนว่ ยท่ี 6 แรงไฟฟ้าและ
พลงั งานไฟฟา้
ลองทาดู
1. แบง่ กลุ่ม พร้อมต้ังชื่อกลุม่ จากนั้นช่วยกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเซลล์ไฟฟ้าจากสื่อการเรียนรู้
เทคโนโลยีเสมอื นจรงิ Augmented Reality (AR) หน่วยท่ี 6 แรงไฟฟ้าและพลงั งานไฟฟ้า
2. ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันออกแบบวิธีการทดลองในการต่อถ่านไฟฉาย 2 ก้อน ให้มีลักษณะการ
ตอ่ แบบเรียงกันมา 3 ลักษณะ เพ่ือทาให้หลอดไฟฟ้าสว่าง โดยใช้อุปกรณ์ ได้แก่ หลอดไฟฟ้าพร้อมฐาน
ถา่ นไฟฉาย สายไฟฟา้ พรอ้ มหัวหนีบปากจระเข้ กระบะใส่ถ่านไฟฉาย และสวิตช์
3. วาดภาพลกั ษณะการต่อถา่ นไฟฉายที่ออกแบบไว้
4. ช่วยกันคาดคะเนผลว่า การต่อถ่านไฟฉายในลักษณะที่ออกแบบไว้ เมื่อนามาต่อเข้ากับ
วงจรไฟฟา้ สามารถทาใหห้ ลอดไฟฟ้าสว่างได้หรือไม่ แลว้ บนั ทึกผล
5. ทดลองต่อถ่านไฟฉายเข้ากบั วงจรไฟฟา้ ตามท่ีออกแบบไว้ เพ่อื ตรวจสอบผลการคาดคะเน
6. รว่ มกันอภปิ รายและสรุปผลการทดลองภายในช้ันเรยี น
ห น้ า 67
AR BY KRULOH
บนั ทกึ ขอ้ มลู
ระบุปญั หา : การต่อถ่านไฟฉายแบบเรยี งตอ่ กนั แบบใด เมือ่ นามาต่อเข้ากับวงจรไฟฟ้า แล้วสามารถ
สมมตฐิ าน : ทาใหห้ ลอดไฟฟ้าสว่างได้
...................................................................................................................
.......................................................................................................................................
วาดภาพลกั ษณะการตอ่ ถ่านไฟฉายแบบเรยี งกนั
ตาราง บนั ทึกผลการทากิจกรรม การคาดคะเน ผลการทดลอง
กจิ กรรม
แบบที่ 1...................................
แบบท่ี 2...................................
แบบที่ 3...................................
สรปุ ผลการทดลอง
ห น้ า 68
AR BY KRULOH
ใบกิจกรรม
“การตอ่ เซลลไ์ ฟฟา้ แบบอนกุ รม (2)”
จดุ ประสงค์
ออกแบบการทดลองและทดลอง เพือ่ อธบิ ายวิธีการและผลของการตอ่ เซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม
ตอ้ งเตรยี มต้องใช้
1. ถ่านไฟฉาย 4 ก้อน 2. กระบะใส่ถ่านไฟฉาย 4 อนั
3. หลอดไฟฟ้าพรอ้ มฐาน 1 ชดุ 4. สายไฟฟ้าพร้อมหัวหนบี ปากจระเข้ 2 เส้น
5 สวติ ช์ 1 อัน
6. สอ่ื การเรยี นรู้เทคโนโลยีเสมอื นจริง Augmented Reality (AR) หนว่ ยที่ 6 แรงไฟฟา้ และ
พลงั งานไฟฟา้
ลองทาดู
1. แบง่ กลุ่ม พรอ้ มต้ังชอ่ื กลุ่ม จากนั้นช่วยกันสืบค้นข้อมูลเก่ียวกับเซลล์ไฟฟ้าจากสื่อการเรียนรู้
เทคโนโลยีเสมอื นจริง Augmented Reality (AR) หนว่ ยที่ 6 แรงไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า
2. แตล่ ะกล่มุ ร่วมกันระบุปญั หา แลว้ ตั้งสมมตฐิ านเกยี่ วกบั ความสมั พันธ์ของจานวนถา่ นไฟฉาย
ทเ่ี รียงตอ่ กันกับความสวา่ งของหลอดไฟฟา้ แลว้ บันทึกผล
3. ร่วมกันออกแบบการทดลองเกี่ยวกับการต่อถ่านไฟฉายในวงจรไฟฟ้า เพื่อทาให้หลอดไฟฟ้า
สวา่ งมากท่สี ดุ
4. ทาการทดลองตามวิธีการที่ออกแบบไว้ เพื่อตรวจสอบสมมติฐาน จากน้ันวาดภาพการต่อ
ถา่ นไฟฉายในวงจรไฟฟ้าตามการทดลองและสงั เกตความสวา่ งของหลอดไฟฟ้า แลว้ บันทึกผล
5. ร่วมกันอภิปรายและสรปุ ผลเกีย่ วกับวิธกี ารและผลของการตอ่ เซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม
ห น้ า 69
AR BY KRULOH
บันทกึ ขอ้ มลู
ระบุปญั หา : ...................................................................................................................
สมมติฐาน : .......................................................................................................................................
............................................................................................................. ......
.......................................................................................................................................
ตาราง บันทึกผลการทากจิ กรรม
กิจกรรม ผลการทดลอง
ถ่านไฟฉาย 1 ก้อน
ถ่านไฟฉาย 2 กอ้ น
ถ่านไฟฉาย 3 ก้อน
ถ่านไฟฉาย 4 กอ้ น
วาดภาพการต่อถ่านไฟฉายในวงจรไฟฟา้
สรุปผลการทดลอง
ห น้ า 70
AR BY KRULOH
แผนภาพวงจรไฟฟา้ อยา่ งงา่ ย
บตั รเงือ่ นไข
ไฟฉาย พัดลมพกพา
ปรมิ าณการใช้พลงั งานไฟฟ้า 12 V ปริมาณการใชพ้ ลังงานไฟฟา้ 6 V
รโี มตเครอ่ื งปรับอากาศ รถบงั คบั
ปรมิ าณการใชพ้ ลงั งานไฟฟา้ 3 V ปริมาณการใชพ้ ลังงานไฟฟ้า 9 V
วิทยุ นาฬิกาปลุก
ปรมิ าณการใช้พลังงานไฟฟา้ 4.5 V ปริมาณการใชพ้ ลังงานไฟฟ้า 1.5 V
ห น้ า 71
AR BY KRULOH
แผนการจัดการเรยี นรู้ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 6
รายวชิ า วิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 6 แรงไฟฟ้าและพลงั งานไฟฟ้า
แผนท่ี 4 เร่ือง การต่อหลอดไฟแบบอนุกรมและแบบขนาน
เวลา 3 ชวั่ โมง
มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู้ : ว 2.3
ตัวชวี้ ดั : ป.6/5 ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายการต่อหลอด
ไฟฟา้ แบบอนุกรมและแบบขนาน
ป.6/6 ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบ
ขนาน โดยบอกประโยชน์ ขอ้ จากัด และการประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจาวัน
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ดา้ นความรู้ ความเขา้ ใจ (Knowledge)
- อธิบายวิธีการและผลของการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและขนานได้
ด้านทักษะกระบวนการ (Process)
- ออกแบบการทดลองและทดลองต่อหลอดไฟฟา้ แบบอนุกรมและแบบขนานได้
ดา้ นเจตคติ (Attribute)
- นกั เรียนมวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมน่ั ในการทางาน
คุณลักษณะอนั พึงประสงคต์ ามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มีวนิ ยั อยอู่ ย่างพอเพยี ง รกั ความเป็นไทย
ซอื่ สัตยส์ ุจริต ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมั่นในการทางาน มจี ติ สาธารณะ
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน
ความสามารถในการสอื่ สาร ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ทักษะในศตวรรษที่ 21 การร่วมมอื ร่วมใจ
การคิดอย่างสรา้ งสรรค์ การแกป้ ญั หา การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ
การคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ การส่อื สาร
สาระสาคัญ
การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม เมื่อถอดหลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหน่ึงออกทาให้หลอดไฟฟ้าท่ี
เหลือดับทั้งหมด ส่วนการต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนาน เม่ือถอดหลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหน่ึงออก หลอด
ไฟฟ้าที่เหลือยังสว่างได้ การต่อหลอดไฟฟ้าแต่ละแบบสามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น การต่อหลอด
ห น้ า 71
AR BY KRULOH
ไฟฟ้าหลายดวงในบ้านต้องต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนาน เพ่ือเลือกใช้หลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหนึ่งได้ตาม
ตอ้ งการ
สาระการเรียนรู้
- การต่อหลอดไฟฟา้ แบบอนุกรมและแบบขนาน
กจิ กรรม / กระบวนการเรยี นรู้
จดั กจิ กรรมการเรยี นรโู้ ดยใช้การจดั การเรยี นรู้แบบสืบเสาะ 5 ข้นั โดยแบง่ ออกเปน็ 3 ชั่วโมงดงั นี้
ชวั่ โมงที่ 1
ขน้ั ท่ี 1 ขัน้ นำเขำ้ สบู่ ทเรียน (Engagement Phase)
1. ทบทวนความรู้ เร่ืองการต่อเซลล์ไฟฟ้า หลังจากนั้นครูให้ดูบัตรภาพวงจรไฟฟ้า แล้วสุ่ม
นักเรียน 2-3 คน ออกมามาตอ่ หลอดไฟฟา้ ตามแผนภาพวงจรไฟฟา้ ดงั กล่าว
2. ให้นักเรียนสังเกตความแตกต่างของวงจรไฟฟ้าท้ัง 2 แบบ (ดูจากผลงานการต่อวงจรไฟฟ้า
ดงั กลา่ ว)
3. นักเรียนร่วมกันอภิปรายว่า การต่อหลอดไฟฟ้าทั้ง 2 แบบน้ีแตกต่างกันอย่างไร โดยครูตั้ง
คาถามดงั น้ี
- นักเรยี นเคยเห็นการตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบนีใ้ นชีวติ ประจาวนั หรอื ไม่ อยา่ งไร (แนวคาตอบ ตอบ
ตามความคิดเห็นของนกั เรยี น)
- การต่อหลอดไฟท่ีใช้ประดับเป็นการต่อวงจรไฟฟ้าแบบใด และมีวิธีการต่ออย่างไร (แนว
คาตอบ การต่อหลอดไฟฟ้าแบบคร่อมกนั )
4. ครูสนทนากับนักเรียนเพ่ือนาเข้าสู่กิจกรรมการเรียนรู้ว่า ถ้านักเรียนอยากรู้ว่าการต่อหลอด
ไฟฟ้าท้ัง 2 แบบแตกต่างกันอย่างไร และไฟประดับเป็นการต่อแบบใด เราจะได้เรียนรู้จากกิจกรรม
ตอ่ ไปนี้
ข้นั ท่ี 2 ขน้ั สำรวจและคน้ หำ (Exploration Phase)
1. ให้นักเรียนศึกษาเก่ียวกับการต่อหลอดไฟฟ้าจากส่ือการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง
Augmented Reality (AR) หน่วยท่ี 6 แรงไฟฟ้าและพลงั งานไฟฟ้า
2. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ ละ 3-4 คน จากนั้นศึกษาขั้นตอนการทากิจกรรม “การต่อ
หลอดไฟฟา้ แบบอนกุ รมและแบบขนาน”
3. ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม “การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน” โดยปฏิบัติ
ดงั น้ี
- ส่งตวั แทนออกมารับวสั ดุ-อุปกรณใ์ นการทากิจกรรม
- แต่ละกลุ่มลงมือปฏิบัติกิจกรรม การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน ตามข้ันตอน
และบันทกึ ผล
- นักเรียนแตล่ ะกล่มุ รว่ มกันอภปิ รายผลการทากจิ กรรม
4. ครูคอยแนะนาช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบๆ บริเวณที่นักเรียน
สังเกตและเปดิ โอกาสใหน้ กั เรียนทุกคนซกั ถามเมื่อมีปญั หา
ห น้ า 72
AR BY KRULOH
ชวั่ โมงท่ี 2
ขนั้ ท่ี 3 ขน้ั อภปิ รำยและสรุปผล (Explanation Phase)
1. ทบทวนขอ้ มลู เดมิ ติดตามภาระงานท่ีมอบหมายจากชวั่ โมงทแ่ี ล้ว โดยหยิบยกตัวอย่างผลงาน
นกั เรยี นมา 1 กลมุ่
2. ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ นาเสนอผลการทากิจกรรมว่า ลักษณะการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม
และแบบขนานลกั ษณะเป็นอยา่ งไร และเมื่อต่อวงจรไฟฟา้ ตามท่อี อกแบบไวผ้ ลเปน็ อย่างไร
3. ตรวจสอบความสนใจของนกั เรยี นโดยคาถามต่อไปนี้
- ถา้ ตอ่ หลอดไฟฟา้ แบบเรยี งตอ่ กัน แล้วถอดหลอดไฟฟ้าดวงหนึ่งออก ผลจะเป็นอย่างไร (แนว
คาตอบ หลอดไฟทเ่ี หลอื จะดบั หมด)
- เพราะเหตุใด เม่ือถอดหลอดไฟฟ้าดวงหนึ่งออก หลอดไฟฟ้าท่ีเหลือก็จะดับ (แนวคาตอบ
ตอบตามความคดิ เหน็ ของนกั เรียน)
- การต่อหลอดไฟฟ้าแต่ละดวงคร่อมกัน เป็นการต่อหลอดไฟฟ้าแบบใด (แนวคาตอบ การต่อ
หลอดไฟฟ้าแบบขนาน)
- เพราะเหตุใดเม่ือต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนาน ถ้าถอดหลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหน่ึงออก หลอด
ไฟฟา้ ท่เี หลอื จึงไม่ดับเหมือนการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม (แนวคาตอบ กระแสไฟฟ้าแยกผ่านแต่ละ
เส้นทางตามสายไฟฟ้าท่ีผ่านหลอดไฟฟ้าแตล่ ะดวง)
4. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรปุ ผลจากการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่าการต่อ
หลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมเป็นการต่อหลอดไฟฟ้าแบบเรียงต่อกัน โดยกระแสไฟฟ้าท่ีผ่านหลอดไฟฟ้าแต่
ละดวงจะมีปริมาณเดียวกัน เม่ือถอดหลอดไฟฟ้า ดวงใดดวงหน่ึงออก จะทาให้หลอดไฟฟ้าที่เหลือดับ
ทั้งหมด เพราะทาให้วงจรไฟฟ้าไม่ครบวงจรและไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน การต่อหลอดไฟฟ้าแบบ
ขนาน เป็นการต่อหลอดไฟฟ้าแต่ละดวงคร่อมกัน ทาให้กระแสไฟฟ้าแยกผ่านแต่ละเส้นทางตาม
สายไฟฟ้าที่ผ่านหลอดไฟฟ้าแต่ละดวง เม่ือถอดไฟฟ้าดวงใดดวงหน่ึงออกจะไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน
เส้นน้ัน แต่เส้นทางอ่นื ยังมกี ระแสไฟฟ้าไหลอยู่ ทาให้หลอดไฟฟา้ ทเี่ หลอื ยังคงสวา่ งอยู่
5. ครูเชื่อมโยงความรู้ดังกล่าวกับผลการศึกษาศึกษาเก่ียวกับการต่อหลอดไฟฟ้าจากส่ือการ
เรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง Augmented Reality (AR) หน่วยท่ี 6 แรงไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า กับ
การต่อวงจรไฟฟ้าแบบต่างๆ ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน เช่น การต่อหลอดไฟฟ้าในบ้านนิยมต่อ
แบบขนาน เพราะเมอื่ หลอดไฟฟา้ ดวงใดดวงหนงึ่ เสีย หลอดไฟฟา้ ดวงอื่นยงั ใชง้ านได้
ชวั่ โมงที่ 3
ขนั้ ท่ี 4 ข้ันขยำยควำมรู้ (Expansion Phase)
1. ทบทวนความรู้เดมิ จากช่ัวโมงทแ่ี ลว้ โดยต้งั ถามว่า การตอ่ หลอดไฟฟ้าในบ้านนิยมต่อแบบใด
เพราะอะไร (แนวคาตอบ การต่อแบบขนาน เพราะเมื่อหลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหน่ึงเสีย หลอดไฟฟ้าดวง
อื่นยงั ใช้งานได)้
2. ครูสนทนากับนักเรียนว่า การต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าหรือหลอดไฟมี 2 ลักษณะ คือแบบอนุกรม
และแบบขนาน การต่อหลอดไฟฟา้ แบบอนกุ รมเปน็ การต่อหลอดไฟฟ้าแบบเรียงต่อกัน โดยกระแสไฟฟ้า
ที่ผ่านหลอดไฟฟ้าแต่ละดวงจะมีปริมาณเดียวกัน เม่ือถอดหลอดไฟฟ้า ดวงใดดวงหนึ่งออก จะทาให้
หลอดไฟฟ้าทีเ่ หลือดับท้ังหมด เพราะทาให้วงจรไฟฟา้ ไม่ครบวงจรและไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน การต่อ
ห น้ า 73
AR BY KRULOH
หลอดไฟฟ้าแบบขนาน เป็นการต่อหลอดไฟฟ้าแต่ละดวงคร่อมกัน ทาให้กระแสไฟฟ้าแยกผ่านแต่ละ
เส้นทางตามสายไฟฟ้าท่ีผ่านหลอดไฟฟ้าแต่ละดวง เม่ือถอดไฟฟ้าดวงใดดวงหน่ึงออกจะไม่มี
กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเส้นนนั้ แต่เส้นทางอ่ืนยังมีกระแสไฟฟา้ ไหลอยู่ ทาใหห้ ลอดไฟฟ้าท่ีเหลือยังคงสว่าง
อยู่
3. ครแู บ่งนกั เรยี นออกเป็นกลุม่ ๆ ละ 3-4 คน จากนั้นให้นักเรียนทากิจกรรม “ช่างไฟ ช่างคิด”
โดยปฏบิ ตั ดิ งั น้ี
- แต่ละกลมุ่ ส่งตัวแทนจับสลากสถานการณ์งานช่างไฟ กลุ่มละ 1 แผน่
- นกั เรยี นทาความเข้าใจกับสถานการณ์ที่กาหนดให้ แล้วเขียนแผนภาพการต่อวงจรไฟฟ้าตาม
สถานการณ์ที่ไดร้ ับลงในใบงาน การตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน
- แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมารบั วสั ดุ-อุปกรณส์ าหรบั ตอ่ หลอดไฟฟ้าตามสถานการณ์ท่ีไดร้ บั
- ร่วมกนั ตอ่ หลอดไฟฟา้ ตามสถานการณ์ท่ีได้รับ จากนั้นทดสอบเปิดไฟและตรจสอบว่า การต่อ
หลอดไฟฟา้ ของนกั เรยี นสามารถใช้งานไดห้ รอื ไม่ ถา้ มขี อ้ ผิดพลาดให้แกไ้ ขให้ถูกต้อง
- แตล่ ะกล่มุ นาเสนอผลการทากจิ กรรมในประเดน็ ต่อไปน้ี
1) ใชก้ ารต่อหลอดไฟฟา้ แบบใด พรอ้ มเหตุผล
2) มีวธิ กี ารตอ่ หลอดไฟฟา้ อยา่ งไร
4. ครูตั้งประเด็นปัญหาว่า การต่อหลอดไฟประดับเป็นการต่อวงจรไฟฟ้าแบบใด จากนั้นให้
นักเรียนร่วมกันอภิปรายจนได้ข้อสรปุ วา่ การต่อหลอดไฟประดบั เปน็ การตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม
5. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า ถ้าต่อหลอดไฟประดับจานวนไม่เกิน 50 ดวง ให้ต่อหลอดไฟฟ้าแบบ
อนุกรม แต่ถ้า ต่อหลอดไฟประดับจานวนมากกว่า 50 ดวงข้ึนไปใช้วิธีการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม
และแบบขนาน โดยแบ่งเป็นชุดๆ ชุดละประมาณ 50 ดวงต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมแล้วมาต่อขนาน
เน่ืองจากถ้าเกิดมีหลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหน่ึงเสียหลอดไฟฟ้าก็จะดับเฉพาะชุดนั้นหลอดไฟฟ้าชุดอื่นยัง
สวา่ งอยู่
6. ครู นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้จากกิจกรรมได้ว่า การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม เมื่อถอด
หลอดไฟฟา้ ดวงใดดวงหน่งึ ออก ทาให้หลอดไฟฟ้าที่เหลือดับทั้งหมด ส่วนการต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนาน
เมื่อถอดหลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหนึ่งออก หลอดไฟฟ้าที่เหลือยังสว่างได้ การต่อหลอดไฟฟ้าแต่ละแบบ
สามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น การต่อหลอดไฟฟ้าหลายดวงในบ้านต้องต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนาน
เพื่อเลอื กใช้หลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหนง่ึ ได้ตามต้องการ
ขน้ั ที่ 5 ข้นั ประเมนิ ผล (Evaluation Phase)
1. ครตู รวจงานใบกจิ กรรม “การตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน”
2. ครูตรวจสอบใบงาน การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนกุ รมและแบบขนาน
สอื่ / แหล่งการเรยี นรู้
1) ส่ือการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง Augmented Reality (AR) หน่วยที่ 6 แรงไฟฟ้าและ
พลังงานไฟฟ้า
2) หนงั สอื เรียนรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 6
3) ใบกิจกรรม “การตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน”
4) สลากสถานการณง์ านชา่ งไฟ
5) แผนภาพการตอ่ หลอดไฟฟา้ แบบอนุกรมและแบบขนาน
ห น้ า 74
AR BY KRULOH
6) ใบงานการตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน
การวัดและประเมินผล
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธกี าร เคร่อื งมอื เกณฑ์
- อธิบายวิธีการและผลของ 1. ตรวจผลการบนั ทกึ - แบบประเมินการ ผา่ นเกณฑ์
การตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบ ผลกิจกรรม “การตอ่ นาเสนอผลงาน ระดับดขี น้ึ ไป
อนกุ รมและขนานได้ หลอดไฟฟา้ แบบ
อนกุ รมและแบบ
ขนาน”
2. ตรวจงานจากใบงาน - ใบงานการต่อหลอด ร้อยละ 60
การตอ่ หลอดไฟฟ้า ไฟฟา้ แบบอนกุ รม ผ่านเกณฑ์
แบบอนกุ รมและแบบ และแบบขนาน
ขนาน
- ออกแบบการทดลองและ สังเกต - แบบวัดทักษะ ผ่านเกณฑ์
ทดลองต่อหลอดไฟฟ้าแบบ กระบวนการทาง ระดับดีขึน้ ไป
อนกุ รมและแบบขนานได้ วทิ ยาศาสตร์
- มคี วามสนใจใฝร่ หู้ รืออยากรู้ สังเกต - แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์
อยากเหน็ คุณลกั ษณะอนั พงึ ระดบั ดขี ึ้นไป
ประสงค์
เอกสารอ้างองิ
- หนงั สอื เรียนรายวชิ าพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6 ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พุทธศักราช 2560) สสวท.
- สอื่ อนิ เตอรเ์ นต็
ห น้ า 75
AR BY KRULOH
แบบประเมิน
การนาเสนอผลงาน
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน ประเมินการนาเสนอผลงานของนกั เรียนตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขีด ลงใน
ช่องทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
กลมุ่ ที่ ..........................................................
สมาชกิ ในกลุ่ม (ระบุเลขที)่ ......................................................................................................................
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
321
1 เน้ือหาละเอียดชัดเจน
2 ความถูกต้องของเนื้อหา รวม
3 ภาษาท่ีใช้เข้าใจงา่ ย
4 ประโยชนท์ ่ีได้จากการนาเสนอ
5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
ลงชอ่ื .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสมบรู ณ์ชดั เจน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมมขี ้อบกพร่องบางส่วน
ผลงานหรือพฤติกรรมมขี ้อบกพรอ่ งเป็นสว่ นใหญ่
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11
พอใช้
ตา่ กวา่ 8
ปรบั ปรุง
ห น้ า 76
AR BY KRULOH
แบบประเมิน
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
คาช้ีแจง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลง
ในช่องทตี่ รงกับระดบั คะแนน
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์*
เลขที่ ชื่อ-นามสกุล S1 การสงั เกต S12 การทดลอง
3 2 1321
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
*ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ที่เก่ยี วกบั การเรียนการสอนนี้
ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน
............../.................../................
ห น้ า 77
AR BY KRULOH
เกณฑ์การประเมิน
กระบวนการ รายการประเมิน ระดับความสามารถ
ทางวิทยาศาสตร์
ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรบั ปรงุ (1)
สามารถใช้
S1 การสังเกต การบรรยาย ประสาทสมั ผัส สามารถใช้ สามารถใชป้ ระสาท
และแว่นขยาย
รายละเอยี ดของ เก็บรายละเอยี ด ประสาทสมั ผัส สัมผัสและแวน่ ขยาย
ข้อมูลของสง่ิ ที่
สิ่งที่สังเกต สงั เกตไดด้ ว้ ย และแวน่ ขยาย เกบ็ รายละเอยี ด
ตนเอง โดยไม่
เพ่ิมความคดิ เห็น เกบ็ รายละเอยี ด ขอ้ มูลของสงิ่ ทสี่ งั เกต
ออกแบบการ ข้อมูลของส่ิงที่ ไดเ้ พียงบางส่วน
ทดลอง
ดาเนินการ สงั เกตได้ จาก แมว้ า่ จะได้รับคา
ทดลอง และ
สรปุ ผลการ การชแี้ นะของครู ชีแ้ นะจากครูหรือ
ทดลองเพือ่ หา
คาตอบในคาถาม หรือผู้อื่นหรือมี ผ้อู ่ืน
ที่สงสยั ได้
ด้วยตนเอง การเพ่ิมเตมิ ความ
คดิ เห็น
S12 การทดลอง การออกแบบการ ออกแบบการ ไมส่ ามารถออกแบบ
ทดลอง
ดาเนนิ การ ทดลอง การทดลอง
ทดลอง และ
สรปุ ผลการ ดาเนนิ การ ดาเนินการทดลอง
ทดลองเพื่อหาคา
ตอบใน ทดลองและ และสรปุ ผลการ
คาถามทีส่ งสยั
สรปุ ผลการ ทดลองเพื่อหา
ทดลองเพื่อหาคา คาตอบในคาถามท่ี
ตอบในคาถามที่ สงสยั แมว้ ่าจะได้รบั
สงสัย ทงั้ นี้โดย คาแนะนาจากครู
อาศยั การช้ีแนะ หรอื ผูอ้ ื่น
จากครหู รือผู้อนื่
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดี
5-6
3-4 พอใช้
1-2 ปรับปรงุ
ห น้ า 78
AR BY KRULOH
แบบประเมนิ
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชแ้ี จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ลง
ในช่องทต่ี รงกับระดับคะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321
3. มีวินัยรับผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คับ
ของครอบครวั มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏิบัติกจิ กรรม
ตา่ งๆ ในชีวิตประจาวัน
4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รจู้ ักใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนาไปปฏิบัติได้
4.2 รูจ้ ักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เช่ือฟังคาส่ังสอนของบดิ า-มารดา โดยไม่โต้แย้ง
4.4 ตง้ั ใจเรียน
6. มุ่งมั่นในการทางาน 6.1 มคี วามตง้ั ใจและพยายามในการทางานท่ีไดร้ ับ
มอบหมาย
6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพื่อให้งาน
สาเรจ็
*คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ท่ีเกีย่ วกบั การเรียนการสอนนี้
ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
16 – 21 ดี
10 – 15 พอใช้
ตา่ กว่า 10 ปรบั ปรงุ
ห น้ า 79
AR BY KRULOH
ใบกจิ กรรม
“การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน”
จุดประสงค์
1. ออกแบบการทดลองและทดลอง เพื่ออธิบายวิธีการและผลของการต่อหลอดไฟฟ้าแบบ
อนุกรมและแบบขนาน
2. ระบุประโยชนจ์ ากการตอ่ หลอดไฟฟา้ แบบอนุกรมและแบบขนาน
ตอ้ งเตรียมตอ้ งใช้
1. ถ่านไฟฉาย 4 ก้อน 2. กระบะใสถ่ า่ นไฟฉาย 4 อนั
3. หลอดไฟฟ้าพร้อมฐาน 4 ชุด 4. สายไฟฟ้าพร้อมหัวหนบี ปากจระเข้ 4 เส้น
5 กระดาษแข็งขนาด A4 1 แผ่น
6. สอ่ื การเรียนร้เู ทคโนโลยีเสมอื นจริง Augmented Reality (AR) หนว่ ยที่ 6 แรงไฟฟ้าและ
พลงั งานไฟฟ้า
ลองทาดู
1. แบ่งกลุ่ม พร้อมต้ังชอ่ื กลุ่ม จากนั้นช่วยกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเซลล์ไฟฟ้าจากส่ือการเรียนรู้
เทคโนโลยีเสมอื นจริง Augmented Reality (AR) หนว่ ยท่ี 6 แรงไฟฟ้าและพลงั งานไฟฟ้า
2. ให้แต่ละกลุ่มออกแบบวงจรไฟฟ้าที่ทาให้หลอดไฟฟ้า 2 ดวง สว่าง มา 2 วงจร โดยแต่ละ
วงจรตอ้ งมลี ักษณะการตอ่ ทีแ่ ตกต่างกัน จากนน้ั วาดภาพวงจรไฟฟา้ ทีอ่ อกแบบ
3. ช่วยกันดาดคะเนว่า หากถอดหลอดไฟฟ้าตวงหน่ึงออกจากวงจรไฟฟ้าในแต่ละแบบท่ี
ออกแบบไว้จะเกดิ ผลอยา่ งไร แลว้ บันทกึ ผล
4. ตรวจสอบผลการดาดคะเน โดยต่อวงจรไฟฟ้าท้ัง 2 วงจร ตามที่ออกแบบไว้ จากน้ันถอด
หลอดไฟฟ้าดวงหน่ึงออกจากวงจรไฟฟา้ ในแตล่ ะแบบ สังเกตและบนั ทึกผล
5. รว่ มกันอภิปรายและสรปุ ผลการทดลองภายในชั้นเรยี น
ห น้ า 80
AR BY KRULOH
บนั ทึกผลการทากจิ กรรม เม่ือถอดหลอดไฟฟ้าออก 1 ดวง
ภาพวงจรไฟฟ้า การคาดคะเน ผลการทดลอง
แบบท่ี 1
แบบที่ 2
.
สรปุ ผลการทดลอง
ห น้ า 81
AR BY KRULOH
แผนภาพวงจรไฟฟ้าอย่างงา่ ย
ห น้ า 82
AR BY KRULOH
สลากสถานการณ์งานชา่ งไฟ
ต้องการต่อหลอดไฟฟา้ จานวน 3 ดวง เพอ่ื ใช้ในบ้าน
ต้องการต่อไฟประดับตน้ คริสตม์ าสจานวน 6 ดวง
ตอ้ งการต่อหลอดไฟฟ้าจานวน 4 ดวง โดยที่สามารถถอดหลอดไฟฟ้า
ดวงใดดวงหนึ่งออกได้ โดยที่หลอดไฟฟ้าดวงท่ีเหลอื ยังสว่างอยู่
ต้องการต่อหลอดไฟฟา้ แขวนไว้ที่หน้าต่าง 4 ดวง โดยท่ีสามารถถอดดวง
ใดดวงหน่ึงออกได้ โดยท่ีหลอดไฟฟ้าดวงทเี่ หลอื ยงั สว่างอยู่
ตอ้ งการตอ่ หลอดไฟฟ้าจานวน 3 ดวง ไว้บนหัวเตียง แตเ่ พือ่ ความ
ปลอดภยั ถ้ามีหลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหน่งึ เสยี แลว้ ให้เปน็ วงจรไฟฟา้ เปิด
ทันที
ต้องการต่อหลอดไฟฟ้า จานวน 6 ดวง โดยถ้าถอดหลอดไฟฟ้าดวงใด
ดวงหนง่ึ ออกไฟจะยังสว่างอยู่ 3 ดวง
ห น้ า 83
AR BY KRULOH
ใบงาน เฉลย
การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนกุ รมและแบบขนาน
ชือ่ ............................................................................................................ ชน้ั .......... เลขที่........
ตัวชี้วัด : ป.6/5 ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีท่เี หมาะสมในการอธบิ ายการต่อหลอดไฟฟ้า
แบบอนุกรมและแบบขนาน
ป.6/6 ตระหนกั ถึงประโยชน์ของความรู้ของการต่อหลอดไฟฟา้ แบบอนุกรมและแบบขนาน
โดยบอกประโยชน์ ข้อจากดั และการประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน
คาชี้แจง ให้นกั เรียนเขียนสถานการณแ์ ละเขียนแผนภาพการต่อหลอดไฟฟา้ ตามสถานการณ์ท่ีไดร้ ับ
สถานการณ์
............................................................................................................................. ..................
................................................................................................................. ..............................
............................................................................................................................. ..................
แผนภาพการตอ่ หลอดไฟฟ้า
ห น้ า 84
AR BY KRULOH
แผนการจดั การเรยี นรู้
รายวชิ า วิทยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 6 แรงไฟฟา้ และพลังงานไฟฟ้า แผนที่ 5 เรือ่ ง ตัวนาไฟฟ้าและฉนวนไฟฟา้
เวลา 2 ชัว่ โมง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ช้วี ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้ : -
ตวั ชี้วดั : -
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ ความเขา้ ใจ (Knowledge)
- ระบุตัวนำไฟฟ้ำและฉนวนไฟฟ้ำได้
ด้านทกั ษะกระบวนการ (Process)
- เลือกใชว้ สั ดใุ นกำรตอ่ หลอดไฟฟำ้ ให้สว่ำงได้
ด้านเจตคติ (Attribute)
- นักเรียนมวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ ม่นั ในกำรทำงำน
คุณลักษณะอันพงึ ประสงคต์ ามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
รกั ชำติ ศำสน์ กษัตรยิ ์ มวี ินัย อย่อู ยำ่ งพอเพยี ง รกั ควำมเป็นไทย
ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในกำรทำงำน มจี ติ สำธำรณะ
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียนตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน
ควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร ควำมสำมำรถในกำรใชท้ กั ษะชีวิต
ควำมสำมำรถในกำรคิด ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี
ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ญั หำ
ทักษะในศตวรรษท่ี 21 กำรรว่ มมือรว่ มใจ
กำรคดิ อย่ำงสรำ้ งสรรค์ กำรแกป้ ญั หำ กำรใชเ้ ทคโนโลยีสำรสนเทศ
กำรคิดอย่ำงมีวิจำรณญำณ กำรสือ่ สำร
สาระสาคัญ
เม่ือนำวัสดุบำงชนิดมำต่อเข้ำกับวงจรไฟฟ้ำ จะทำให้หลอดไฟฟ้ำสว่ำง เรียกว่ำ ตัวนำไฟฟ้ำ
และเมอื่ นำวัสดบุ ำงชนิดต่อเข้ำกับวงจรไฟฟ้ำ จะทำให้หลอดไฟฟำ้ ไมส่ วำ่ ง เรยี กวำ่ ฉนวนไฟฟำ้
สาระการเรียนรู้
- ตวั นำไฟฟ้ำเปน็ วสั ดุท่ีกระแสไฟฟำ้ ผ่ำนได้ ส่วนฉนวนไฟฟ้ำเป็นวัสดทุ ีก่ ระแสไฟฟำ้ ผำ่ นไม่ได้
ห น้ า 85
AR BY KRULOH
กจิ กรรม / กระบวนการเรียนรู้
จัดกิจกรรมกำรเรยี นรู้โดยใช้กำรจดั กำรเรียนรู้แบบสืบเสำะ 5 ขน้ั โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วั โมงดงั น้ี
ชั่วโมงท่ี 1
ขน้ั ที่ 1 ขน้ั นำเข้ำสบู่ ทเรียน (Engagement Phase)
1. ทบทวนควำมรู้ เรอ่ื งกำรตอ่ หลอดไฟฟำ้ หลังจำกนน้ั ครตู ง้ั คำถำมดังนี้
- สำยไฟฟ้ำมีหน้ำที่อย่ำงไรบ้ำงในวงจรไฟฟ้ำ (แนวคำตอบ ทำหน้ำท่ีเชื่อมต่อระหว่ำง
แหลง่ กำเนิดไฟฟ้ำกบั อปุ กรณ์ไฟฟำ้ หรอื เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้ำเขำ้ กนั )
2. ให้นักเรียนสังเกตลักษณะของสำยไฟฟ้ำว่ำมีองค์ประกอบใดบ้ำง จำกน้ันร่วมกันอภิปรำย
แสดงควำมคดิ เหน็ ว่ำทำไมกระแสไฟฟ้ำถงึ สำมำรถไหลผ่ำนสำยไฟฟำ้ ไปได้
3. นักเรียนร่วมกับสรุปผลกำรอภิปรำยว่ำ กระแสไฟฟ้ำไหลผ่ำนสำยไฟฟ้ำได้ เพรำะทองแดง
เป็นวัสดทุ ่ียอมให้กระแสไฟฟำ้ ไหลผ่ำนได้
4. ครูใหน้ ักเรยี นดูภำพวัสดุต่ำงๆ ในชีวิตประจำวัน จำกน้ันให้นักเรียนบอกว่ำส่ิงของในภำพนำ
ไฟฟำ้ หรอื ไม่
5. ครสู นทนำกับนักเรียนเพ่อื เช่อื มโยงเข้ำสูก่ จิ กรรมกำรเรียนรูว้ ำ่ วสั ดแุ ตล่ ะชนดิ มีสมบัติกำรนำ
ไฟฟ้ำแตกต่ำงกัน วัสดุชนิดใดบ้ำงเป็นตัวนำไฟฟ้ำ และวัสดุชนิดใดบ้ำงเป็นฉนวนไฟฟ้ำ นักเรียนคิดว่ำ
ตวั นำไฟฟ้ำและฉนวนไฟฟ้ำมสี มบัติต่ำงกนั อย่ำงไร
ขน้ั ที่ 2 ขั้นสำรวจและคน้ หำ (Exploration Phase)
1. ให้นักเรียนศึกษำเก่ียวกับกำรต่อหลอดไฟฟ้ำจำกส่ือกำรเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง
Augmented Reality (AR) หน่วยท่ี 6 แรงไฟฟ้ำและพลงั งำนไฟฟ้ำ
2. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ ละ 3-4 คน ส่งตัวแทนกลุ่มออกไปรับใบงำน “วัสดุใดนำ
ไฟฟ้ำ” จำกน้ันศกึ ษำขน้ั ตอนกำรทำกจิ กรรมในใบงำน
3. นกั เรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมวัสดุใดนำไฟฟำ้ โดยปฏิบัติ ดังน้ี
1) สง่ ตวั แทนกล่มุ มำรบั วสั ดุ-อุปกรณใ์ นทำกิจกรรมวสั ดุใดนำไฟฟ้ำ
- ถำ่ นไฟฉำย 1 กอ้ น
- กระบะใสถ่ ำ่ นไฟฉำย 1 อนั
- หลอดไฟฟ้ำพรอ้ มฐำน 1 ชุด
- สำยไฟฟำ้ พรอ้ มหวั หนบี ปำกจระเข้ 3 เส้น
- วัสดุสำหรับทดสอบ ได้แก่ ไม้จิ้มฟัน เหรียญบำท หนังยำง ตะปู หลอดดูด
พลำสติก ลวดทองแดง
2) สังเกตวสั ดทุ ีน่ ำมำใชใ้ นกำรทดสอบ คอื ไมจ้ ม้ิ พัน เหรียญบำท หนังยำง ตะปู หลอด
ดูดพลำสติก ลวดทองแดง และคำดคะเนว่ำวัสดุชนิดใดบ้ำงเป็นตัวนำไฟฟ้ำ และวัสดุชนิดใดบ้ำงเป็น
ฉนวนไฟฟ้ำ พร้อมบันทึกผลลงในใบงำน วสั ดุใดนำไฟฟำ้
3) ทดสอบวัสดุเพ่ือตรวจสอบผลกำรคำดคะเน โดยกำรต่อหลอดไฟฟ้ำเข้ำกับ
วงจรไฟฟ้ำ แล้วนำหัวหนีบปำกจระเข้ข้ำงหนึ่งหนีบกับปลำยไม้จิ้มฟัน และนำหัวหนีบปำกจระเข้อีกข้ำง
หนีบปลำยไมจ้ ม้ิ ฟันอกี ดำ้ นจำกนนั้ สังเกตหลอดไฟฟ้ำสวำ่ งหรอื ไม่ และบันทกึ ผล
4) ทำกำรทดสอบซ้ำ ข้อ 3) โดยกำรเปลี่ยนวสั ดจุ นครบตำมลำดบั และบันทกึ ผล
ห น้ า 86