The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 6 แรงไฟฟ้าและพลังงาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sonicboomloh007, 2022-06-29 18:18:17

คู่มือครู AR

หน่วยที่ 6 แรงไฟฟ้าและพลังงาน

AR BY KRULOH

5) นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันอภิปรำยผลกำรทำกิจกรรม
4. ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบๆ บริเวณท่ีนักเรียน
สังเกตและเปิดโอกำสใหน้ ักเรยี นทุกคนซกั ถำมเม่ือมปี ัญหำ

ช่วั โมงที่ 2
ข้นั ที่ 3 ข้ันอภปิ รำยและสรปุ ผล (Explanation Phase)

1. ทบทวนข้อมลู เดมิ ตดิ ตำมภำระงำนที่มอบหมำยจำกชั่วโมงทแี่ ลว้ โดยหยิบยกตัวอย่ำงผลงำน
นักเรยี นมำ 1 กลมุ่

2. ตรวจสอบควำมสนใจของนกั เรยี นโดยคำถำมต่อไปนี้
- วัสดแุ ตล่ ะชนดิ สำมำรถนำไฟฟ้ำได้เหมือนกันหรือไม่ (แนวคำตอบ ไม่เหมือนกัน เพรำะสมบัติ
ของวสั ดทุ นี่ ำไฟฟ้ำได้นน้ั ต้องสำมำรถถำ่ ยโอนพลังงำนไฟฟำ้ ผำ่ นวัสดุได้)
- จำกกิจกรรม วัสดุท่ีนำไฟฟ้ำมีอะไรบ้ำง และลักษณะของวัสดุท่ีนำไฟฟ้ำเหมือนกันอย่ำงไร
(แนวคำตอบ เหรยี ญบำท ตะปู ลวดทองแดง วัสดุทัง้ 3 ชนดิ เป็นโลหะ)
3. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลกำรทำกิจกรรมว่ำ จำกกิจกรรม เหรียญบำท ตะปู
ลวดทองแดง ซึ่งเป็นวัสดุประเภทโลหะและเป็นตัวนำไฟฟ้ำ เพรำะวัสดุยอมให้กระแสไฟฟ้ำไหลผ่ำนได้
สว่ นไมจ้ ้ิมฟัน หนังยำง หลอดดูดพลำสตกิ เป็นฉนวนไฟฟำ้ เพรำะไมย่ อมใหก้ ระแสไฟฟ้ำไหลผ่ำน เมื่อต่อ
เข้ำกบั วงจรไฟฟ้ำหลอดไฟฟำ้ จึงไม่สวำ่ ง
4. ครูอธิบำยเพม่ิ เตมิ กบั นักเรยี นว่ำ วัสดทุ ีม่ สี มบัติเป็นตัวนำไฟฟ้ำและเป็นฉนวนไฟฟ้ำ สำมำรถ
นำไปใช้ประโยชน์ในกำรผลิตเคร่ืองใช้ต่ำงๆ ได้ เช่น สำยไฟฟ้ำจะประกอบด้วยทองแดงท่ีนำไฟฟ้ำได้
และมวี สั ดุทเ่ี ป็นฉนวนไฟฟ้ำหุ้มลวดทองแดงเพื่อปอ้ งกันไฟรวั่ ไฟดูด
ขน้ั ที่ 4 ขัน้ ขยำยควำมรู้ (Expansion Phase)
1. ครูเชือ่ มโยงควำมรดู้ ังกล่ำวกับผลกำรศึกษำเก่ียวกับตัวนำไฟฟ้ำและฉนวนจำกสื่อกำรเรียนรู้
เทคโนโลยีเสมือนจริง Augmented Reality (AR) หน่วยที่ 6 แรงไฟฟ้ำและพลังงำนไฟฟ้ำ กับกำรต่อ
วงจรไฟฟ้ำแบบต่ำงๆ ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน โดยให้นักเรียนสังเกตเคร่ืองใช้ไฟฟ้ำรอบๆ ตัว
แล้วตอบคำถำมตอ่ ไปน้ี
- นักเรียนคิดว่ำ เคร่ืองใช้ไฟฟ้ำสำมำรถทำงำนได้อย่ำงไร (แนวคำตอบ เสียบปล๊ักแล้วเปิดใช้
งำน จะมีกระแสไฟฟำ้ ไหลผำ่ นเคร่อื งใช้ไฟฟ้ำ ทำใหเ้ คร่อื งใชไ้ ฟฟำ้ ทำงำนได้)
- ปลั๊กไฟมีหน้ำท่ีอย่ำงไร (แนวคำตอบ ทำหน้ำท่ีเชื่อมต่อระหว่ำงแหล่งกำเนิดไฟฟ้ำกับ
เครอื่ งใชไ้ ฟฟ้ำเข้ำดว้ ยกนั )
2. ครูตรวจสอบควำมเข้ำใจของนกั เรยี น โดยให้นักเรยี นแตล่ ะคนเขียนสรุปควำมรู้เก่ียวกับเรื่อง
ที่ได้เรยี นรจู้ ำกหน่วยที่ 6 แรงไฟฟ้ำและพลังงำนไฟฟ้ำ ในรูปแบบต่ำงๆ เช่น แผนผังควำมคิด แผนภำพ
ลงในสมดุ ประจำตวั นกั เรียน
ขั้นท่ี 5 ข้นั ประเมนิ ผล (Evaluation Phase)
1. ครูตรวจใบงำน วสั ดใุ ดนำไฟฟ้ำ
2. ครตู รวจสอบแผนผงั ควำมคดิ หน่วยท่ี 6 แรงไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟำ้

ห น้ า 87

AR BY KRULOH

สือ่ / แหลง่ การเรยี นรู้
1) ส่ือกำรเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง Augmented Reality (AR) หน่วยท่ี 6 แรงไฟฟ้ำและ
พลังงำนไฟฟ้ำ
2) หนังสอื เรยี นรำยวิชำพืน้ ฐำนวทิ ยำศำสตร์ ช้ันประถมศึกษำปที ่ี 6
3) ภำพวสั ดตุ ำ่ งๆ ในชีวติ ประจำวนั
4) ใบงำน “วสั ดุใดนำไฟฟ้ำ”

การวดั และประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรยี นรู้ วิธีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์

- ระบตุ ัวนำไฟฟ้ำและ 1. ตรวจงำนจำกใบงำน - ใบงำนกำรต่อหลอด ร้อยละ 60

ฉนวนไฟฟ้ำได้ กำรตอ่ หลอดไฟฟ้ำ ไฟฟำ้ แบบอนกุ รม ผำ่ นเกณฑ์

แบบอนุกรมและแบบ และแบบขนำน

ขนำน

- เลอื กใช้วัสดุในกำรต่อหลอด สงั เกต - แบบวัดทักษะ ผำ่ นเกณฑ์

ไฟฟ้ำให้สวำ่ งได้ กระบวนกำรทำง ระดบั ดีข้นึ ไป

วิทยำศำสตร์

- มคี วำมสนใจใฝ่รูห้ รอื อยำกรู้ สงั เกต - แบบประเมนิ ผำ่ นเกณฑ์

อยำกเหน็ คณุ ลักษณะอนั พงึ ระดับดีข้ึนไป

ประสงค์

เอกสารอ้างองิ
- หนงั สอื เรยี นรำยวิชำพื้นฐำนวทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศึกษำปีท่ี 6 ตำมหลักสูตร
แกนกลำงกำรศึกษำขั้นพนื้ ฐำน พุทธศักรำช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พทุ ธศักรำช 2560) สสวท.
- ส่ืออนิ เตอร์เน็ต

ห น้ า 88

AR BY KRULOH

แบบประเมิน
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

คาช้ีแจง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่ำงเรยี นและนอกเวลำเรียน แล้วขดี  ลง

ในช่องทตี่ รงกับระดบั คะแนน

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์*

เลขที่ ชื่อ-นามสกุล S1 การสงั เกต S12 การทดลอง

3 2 1321

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

*ทกั ษะกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ที่เก่ยี วกบั กำรเรียนกำรสอนนี้

ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน
............../.................../................

ห น้ า 89

AR BY KRULOH

เกณฑ์การประเมิน

กระบวนการ รายการประเมิน ระดับความสามารถ
ทางวิทยาศาสตร์
ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรบั ปรงุ (1)
สำมำรถใช้
S1 กำรสังเกต กำรบรรยำย ประสำทสมั ผัส สำมำรถใช้ สำมำรถใชป้ ระสำท
และแว่นขยำย
รำยละเอยี ดของ เก็บรำยละเอยี ด ประสำทสมั ผัส สัมผัสและแวน่ ขยำย
ข้อมูลของสง่ิ ที่
สิ่งที่สังเกต สงั เกตไดด้ ว้ ย และแวน่ ขยำย เกบ็ รำยละเอยี ด
ตนเอง โดยไม่
เพ่ิมควำมคดิ เห็น เกบ็ รำยละเอยี ด ขอ้ มูลของสงิ่ ทสี่ งั เกต

ออกแบบกำร ข้อมูลของส่ิงที่ ไดเ้ พียงบำงส่วน
ทดลอง
ดำเนินกำร สงั เกตได้ จำก แมว้ ำ่ จะได้รับคำ
ทดลอง และ
สรปุ ผลกำร กำรชแี้ นะของครู ชีแ้ นะจำกครูหรือ
ทดลองเพือ่ หำ
คำตอบในคำถำม หรือผู้อื่นหรือมี ผ้อู ่ืน
ที่สงสยั ได้
ด้วยตนเอง กำรเพ่ิมเตมิ ควำม

คดิ เห็น

S12 กำรทดลอง กำรออกแบบกำร ออกแบบกำร ไมส่ ำมำรถออกแบบ
ทดลอง
ดำเนนิ กำร ทดลอง กำรทดลอง
ทดลอง และ
สรปุ ผลกำร ดำเนนิ กำร ดำเนินกำรทดลอง
ทดลองเพื่อหำคำ
ตอบใน ทดลองและ และสรปุ ผลกำร
คำถำมทีส่ งสยั
สรปุ ผลกำร ทดลองเพื่อหำ

ทดลองเพื่อหำคำ คำตอบในคำถำมท่ี

ตอบในคำถำมที่ สงสยั แมว้ ่ำจะได้รบั

สงสัย ทงั้ นี้โดย คำแนะนำจำกครู

อำศยั กำรช้ีแนะ หรอื ผูอ้ ื่น

จำกครหู รือผู้อนื่

เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดี
5-6
3-4 พอใช้
1-2 ปรับปรงุ

ห น้ า 90

AR BY KRULOH

แบบประเมนิ
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

คาชแ้ี จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่ำงเรยี นและนอกเวลำเรียน แลว้ ขดี  ลง
ในช่องทต่ี รงกับระดับคะแนน

คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321

3. มีวินัยรับผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัตติ ำมข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คับ
ของครอบครวั มคี วำมตรงตอ่ เวลำในกำรปฏิบัติกจิ กรรม
ตำ่ งๆ ในชีวิตประจำวัน

4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รจู้ ักใชเ้ วลำว่ำงใหเ้ ปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้

4.2 รูจ้ ักจัดสรรเวลำใหเ้ หมำะสม

4.3 เช่ือฟังคำส่ังสอนของบดิ ำ-มำรดำ โดยไม่โต้แย้ง

4.4 ตง้ั ใจเรียน

6. มุ่งมั่นในการทางาน 6.1 มคี วำมตง้ั ใจและพยำยำมในกำรทำงำนท่ีไดร้ ับ
มอบหมำย
6.2 มีควำมอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพื่อให้งำน
สำเรจ็

*คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ท่ีเกีย่ วกบั กำรเรียนกำรสอนนี้

ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ 1 คะแนน

เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
16 – 21 ดี

10 – 15 พอใช้
ตำ่ กว่ำ 10 ปรบั ปรงุ

ห น้ า 91

AR BY KRULOH

ภาพวัสดุต่างๆ ในชีวติ ประจาวนั

ทองแดง อะลูมเิ นยี ม

พลาสติก ไม้

ผ้า

ห น้ า 92

AR BY KRULOH

ใบงาน
วสั ดุใดนาไฟฟ้า

ชอ่ื ............................................................................................................ ช้ัน.......... เลขท.ี่ .......

คาช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นปฏิบตั ติ ำมขั้นตอนและบนั ทกึ ผลลงในใบงำน

วัสดทุ ่ีใช้ในการทดลอง การคาดคะเน ผลการทดสอบ
หลอดไฟสว่าง หลอดไฟไมส่ ว่าง
1.ไม้จมิ้ ฟัน

2.เหรียญบำท

3.หนังยำง

4.ตะปู

5.หลอดดดู พลำสตกิ

6.ลวดทองแดง

สรปุ ผล

............................................................................................................................. ..................
................................................................................................................. ..............................
............................................................................................................................. ..................

ห น้ า 93

AR BY KRULOH

ใบงาน เฉลย
วัสดใุ ดนาไฟฟ้า

ชอื่ ............................................................................................................ ชั้น.......... เลขท.่ี .......

คาช้แี จง ใหน้ กั เรยี นปฏบิ ตั ติ ำมขน้ั ตอนและบันทึกผลลงในใบงำน

วสั ดทุ ่ใี ชใ้ นการทดลอง การคาดคะเน ผลการทดสอบ
ฉนวนไฟฟ้ำ หลอดไฟสว่าง หลอดไฟไมส่ วา่ ง
1.ไมจ้ ม้ิ ฟัน


2.เหรียญบำท นำไฟฟำ้ 

3.หนงั ยำง ฉนวนไฟฟ้ำ 

4.ตะปู นำไฟฟ้ำ 

5.หลอดดดู พลำสตกิ ฉนวนไฟฟำ้ 

6.ลวดทองแดง นำไฟฟำ้ 

สรุปผล
...............จ..ำ..ก...ก..ิจ..ก...ร..ร..ม...เ..ห..ร..ีย...ญ...บ...ำ.ท....ต...ะ..ป...ู .ล...ว..ด..ท...อ..ง..แ..ด...ง...ซ..งึ่..เ.ป...น็...ว..สั ..ด..ุป...ร..ะ..เ..ภ..ท...โ.ล...ห..ะ..แ..ล...ะ..เ.ป...น็ ..ต...วั ..น..ำ.......
.ไ.ฟ...ฟ...ำ้...เ..พ..ร..ำ..ะ...ว..สั ..ด..ยุ...อ..ม...ใ.ห...ก้ ..ร..ะ..แ...ส..ไ..ฟ..ฟ...้ำ..ไ..ห..ล...ผ..่ำ..น...ไ.ด..้..ส..่ว..น...ไ.ม...จ้ ..ิ้ม...ฟ..นั....ห..น...งั..ย..ำ..ง...ห...ล..อ...ด..ด...ูด..พ...ล..ำ..ส...ต..ิก....เ.ป...็น...
.ฉ..น...ว..น...ไ.ฟ...ฟ...้ำ..เ.พ...ร..ำ..ะ..ไ.ม...่ย..อ...ม..ใ..ห..้ก...ร..ะ..แ..ส..ไ..ฟ...ฟ...ำ้ ..ไ.ห...ล..ผ..่ำ..น....เ..ม..ื่อ..ต...อ่..เ..ข..้ำ..ก..ับ...ว..ง..จ..ร..ไ..ฟ..ฟ...้ำ..ห...ล..อ..ด..ไ..ฟ...ฟ..ำ้..จ...ึง.ไ..ม..ส่...ว..ำ่ ..ง.

ห น้ า 94

คำแนะนำในกำรใช้

ชดุ กจิ กรรมกำรเรียนรูส้ ำมมติ แิ บบมปี ฏสิ มั พนั ธเ์ สมอื นจริง
โดยใช้เทคโนโลยีควำมเปน็ จริง Augmented Reality (AR)

กลุ่มสำระกำรเรยี นรวู้ ทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี

AR BY KRULOH

คำแนะนำในกำรใช้
ชดุ กจิ กรรมกำรเรยี นรสู้ ำมมติ แิ บบมีปฏิสมั พันธเ์ สมอื นจริง
โดยใช้เทคโนโลยีควำมเปน็ จริง Augmented Reality (AR)

1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้สามมิติแบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือนจริง
โดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริง Augmented Reality (AR) รายวิชา
วิทยาศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ว16101 ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 เป็นชุด
กิจกรรมที่มุ่งเน้น ให้นักเรียนได้เข้าถึงข้อมูลและปฏิบัติกิจกรรมด้วย
ตนเอง ประกอบด้วย

หนว่ ยท่ี 1 อาหารและการย่อยอาหาร
หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเน้ือผสม
หนว่ ยท่ี 3 หินและซากดกึ ดาบรรพ์
หนว่ ยที่ 4 ปรากฏการณข์ องโลกและภัยธรรมชาติ
หน่วยที่ 5 เงา อุปราคา และเทคโนโลยีอวกาศ
หนว่ ยท่ี 6 แรงไฟฟา้ และพลังงาน

2. ให้นักเรียนอ่านคาแนะนา คาช้ีแจงข้ันตอนการ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้สามมิติแบบมี
ปฏิสัมพันธ์เสมือนจริงโดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริง Augmented Reality (AR) ให้เข้าใจ ถ้ายังไม่
เข้าใจใหป้ รึกษาครูผสู้ อน

3. ใหน้ ักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เพอื่ วดั พืน้ ฐานความรขู้ องนกั เรียน
4. ศึกษาส่ือการเรียนให้ครบแล้วให้นักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียนซึ่งเป็นชุดเดียวกันกับ
แบบทดสอบก่อนเรียนเพอื่ วัดความกา้ วหน้า

ห น้ า 96

AR BY KRULOH

เทคโนโลยเี สมอื นจรงิ
Augmented Reality

เทคโนโลยเี สมือนจรงิ Augmented Reality

เทคโนโลยีเสมือนจริง หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “เทคโนโลยี AR” (Augmented Reality) เป็น
เทคโนโลยีท่ีผสมผสานโลกในความเป็นจริง และโลกเสมือนท่สี รา้ งขนึ้ มาผสานเข้าด้วยกันผ่านซอฟต์แวร์
และอุปกรณ์เช่ือมต่อต่าง ๆ ซ่ึงถือว่าเป็นการสร้างข้อมูลอีกข้อมูลหน่ึง
ท่ีเป็นส่วนประกอบบนโลกเสมือน (virtual world) เช่น ภาพกราฟิก
วดิ ีโอ รปู ทรงสามมติ ิ และขอ้ ความ ตัวอักษร ให้ผนวกซ้อนทับกับภาพ
ในโลกจริงที่ปรากฏบนกล้อง

เทคโนโลยี AR แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ แบบท่ีใช้ภาพ
สัญลักษณ์และแบบที่ใช้ระบบพิกัดในการวิเคราะห์ข้อมูลเพ่ือสร้าง
ข้อมูลบนโลกเสมือนจริง ซ่ึงในทางเทคนิคแล้วภาพสัญลักษณ์ท่ีใช้ จะ
นิยมเรียกวา่ “Marker” (อ่านวา่ มารค์ เกอร)์ หรอื อาจจะเรียกว่า “AR
Code” ก็ได้ โดยใช้กล้องเว็บแคมในการรับภาพ เมื่อซอฟท์แวร์ที่เรา
ใช้งานอยู่ประมวลผลรูปภาพเจอสัญลักษณ์ท่ีกาหนดไว้ก็จะแสดง
ข้อมูลภาพสามมิติที่ถูกระบุไว้ในโปรแกรมให้เห็น เราสามารถท่ีจะ
หมุนดูภาพทีป่ รากฏได้ทกุ ทิศทางหรือเรยี กวา่ หมุนได้ 360 องศา

ยนิ ดตี อ้ นรบั V-player application

V-Player เป็นแอพพลิเคชั่นท่ีนาชีวิตมาสู่โลกที่คุณรับชมผ่านโทรศัพท์ เพียงแค่ชี้โทรศัพท์หรือ
แท็บเลต็ ของคุณไปที่ภาพสัญลักษณ์ที่เรียกว่า “Marker” (อ่านว่า มาร์คเกอร์) หรืออาจจะเรียกว่า “AR
Code” ก็ได้ คุณก็สามารถเพลิดเพลินกับภาพวิดีโอและเกมได้ราวกับอยู่ที่น่ันจริง ๆ ประสบการณ์ใหม่
และยอดเย่ียมจะเรมิ่ ขึ้นรอบตัวคณุ

ห น้ า 97

AR BY KRULOH

คำชแ้ี จง้ ขัน้ ตอนกำรติดตง้ั
แอพพลเิ คชน่ั

1 คน้ หำ " V-Player "
ใน App Store หรอื Play Store

2

ดำวนโ์ หลด แอพพลิเคชนั่

“V-Player”

3 ติดตงั้ แอพพลิเคชัน่

“เปดิ แอพพลิเคชัน่ ”

สอ่ งภำพทมี่ ีสัญลักษณ์ 4
และสมั ผสั ท่เี มนู

5
สนุกไปกับสือ่ AR

ห น้ า 98

AR BY KRULOH

หนว่ ยที่ 6
แรงไฟฟา้ และพลงั งาน

ขนั้ ตอนการเรยี นรู้

เปิดแอพพลเิ คชน่ั V-Player แล้วสอ่ ง Marker

หลังจากน้นั จะปรากฏเมนูหลักดงั นี้

ใหน้ ักเรียนคลกิ ทีเ่ มนู
“แบบทดสอบก่อนเรียน”

เม่อื นักเรยี นทาเสรจ็ แลว้
“กดสง่ ”

ห น้ า 99

AR BY KRULOH

หลังจากนน้ั ให้นกั เรียนคลกิ เมนู “เนือ้ หาบทเรียน”

เมื่อคลกิ “เน้ือหาบทเรียน” จะปรากฏหัวข้อย่อยดังนี้

สาหรับเน้ือหาในบทนี้จะประกอบไปดว้ ยหวั ขอ้ ย่อย 2 หัวข้อ ให้นักเรยี นเลือกเรียนรู้ ดงั น้ี

คลกิ กลบั เมนูเน้อื หาหลกั
ห น้ า 100

- หากนักเรยี นคลกิ AR BY KRULOH

จะปรากฏหนา้ ตา่ งแบบน้ี
ข้อมูลเนอ้ื หาตา่ งๆ
ปรากฏภาพ 3 มติ ิ
เมอ่ื กดถดั ไป
จะปรากฏ

ขอ้ มูลเนอื้ หาต่างๆ
ปรากฏภาพ 3 มิติ
เมือ่ กดกลบั ไป

ห น้ า 101

AR BY KRULOH

- หากนกั เรยี นคลิก จะปรากฏหน้าต่างแบบนี้

ข้อมูลเน้อื หาต่างๆ
ปรากฏภาพ 3 มิติ

- หากนักเรยี นคลิก จะปรากฏหนา้ ต่างแบบนี้

ขอ้ มูลเนื้อหาต่างๆ

ปรากฏภาพ 3 มิติ

- หากนกั เรยี นคลกิ จะปรากฏหน้าต่างแบบนี้

ข้อมูลเน้อื หาตา่ งๆ
ปรากฏภาพ 3 มติ ิ

ห น้ า 102

AR BY KRULOH

- หากนกั เรยี นคลกิ จะปรากฏหน้าตา่ งแบบนี้

ขอ้ มูลเนอื้ หาตา่ งๆ

ปรากฏภาพ 3 มติ ิ
เมอื่ กด

เพอื่ กลบั ไปเมนเู นอ้ื หาบทเรียน

เม่ือกด
จะปรากฏหน้าตา่ งคลิปบรรยาย

คลปิ บรรยาย
เม่อื กดกลบั ไป

ห น้ า 103

- หากนักเรียนคลิก AR BY KRULOH

จะปรากฏหนา้ ต่างแบบน้ี
ข้อมูลเนอ้ื หาตา่ งๆ
ปรากฏภาพ 3 มติ ิ

เมอ่ื กดถดั ไป
จะปรากฏ

ปรากฏภาพ 3 มติ ิ

ขอ้ มูลเน้อื หาต่างๆ
เมอ่ื กดกลับไป

ห น้ า 104

AR BY KRULOH

- หากนักเรยี นคลิก จะปรากฏหน้าตา่ งแบบนี้

หัวข้อ วงจรไฟฟ้าอยา่ งงา่ ย
ประกอบดว้ ยเน้อื หา 6 สว่ นได้แก่

หากนกั เรียนคลิก นกั เรียนสามารถศึกษารายละเอยี ดได้
โดยคลกิ

จะปรากฏหน้าตา่ งแบบน้ี

ข้อมูลเน้ือหาต่างๆ
เมื่อคลิกภาพจะแสดง

ในรปู แบบ 3 มิติ

นกั เรยี นสามารถศึกษารายละเอียดสว่ นประกอบของ
วงจรไฟฟ้าอยา่ งงา่ ยแตล่ ะประเภทได้ โดยคลิกที่

ห น้ า 105

ตัวอยา่ ง AR BY KRULOH
มเี สียงบรรยาย
รายละเอยี ด จะปรากฏหนา้ ต่างแบบน้ี
หวั ข้อ การเขยี นแผนภาพ
ปรากฏภาพ 3 มิติ
วงจรไฟฟ้า
หากนักเรียนคลกิ ประกอบดว้ ยเนื้อหา 2 ส่วนไดแ้ ก่

นักเรยี นสามารถศึกษารายละเอียดการเขียนแผนภาพ
วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายแต่ละประเภทได้ โดยคลิกที่

ห น้ า 106

- หากนักเรยี นคลิก AR BY KRULOH
จะปรากฏหน้าต่างแบบน้ี

ข้อมูลเนอ้ื หาต่างๆ

นักเรียนสามารถศึกษารายละเอยี ด เม่อื กดถดั ไป
แตล่ ะประเภทได้ โดยคลิก จะปรากฏ

ขอ้ มูลเนือ้ หาตา่ งๆ

นักเรยี นสามารถศกึ ษารายละเอียด
แต่ละประเภทได้ โดยคลิก

ห น้ า 107

ตัวอย่าง AR BY KRULOH
ถ้านักเรยี นคลิก ห น้ า 108

จะปรากฏหน้าตา่ งแบบนี้
มเี สียงบรรยาย
รายละเอียด

ถา้ นักเรยี นคลกิ

จะปรากฏหน้าตา่ งแบบน้ี
มีเสยี งบรรยาย
รายละเอียด

ถา้ นกั เรียนคลกิ

จะปรากฏหน้าต่างแบบน้ี
มเี สยี งบรรยาย
รายละเอยี ด

- หากนกั เรียนคลกิ AR BY KRULOH
จะปรากฏหน้าตา่ งแบบนี้

ขอ้ มูลเนื้อหาตา่ งๆ

เมื่อกดถัดไป
จะปรากฏ

ขอ้ มูลเนอ้ื หาต่างๆ
เมอื่ กดกลบั ไป

เพ่อื กลบั ไปเมนูยอ่ ย

ห น้ า 109

หากนกั เรียนคลกิ AR BY KRULOH
จะปรากฏหน้าต่างแบบนี้

ขอ้ มูลเนอ้ื หาต่างๆ

เมอื่ กดถดั ไป
จะปรากฏ
ข้อมูลเนื้อหาตา่ งๆ

เมื่อกดถัดไป
จะปรากฏ
ขอ้ มูลเน้ือหาตา่ งๆ

เมือ่ กดถดั ไป
จะปรากฏ

ห น้ า 110

AR BY KRULOH
ขอ้ มูลเนอื้ หาต่างๆ

เมอ่ื กดกลับไป จะปรากฏหน้าตา่ งแบบนี้

เพอื่ กลบั ไปเมนยู ่อย หัวข้อ เซลล์ไฟฟา้
หากนกั เรยี นคลิก ประกอบด้วยเน้อื หา 2 ส่วนได้แก่

นักเรยี นสามารถศกึ ษารายละเอียดเซลลไ์ ฟฟ้าได้
โดยคลกิ ท่ี

ห น้ า 111

- หากนักเรยี นคลิก AR BY KRULOH

จะปรากฏหนา้ ตา่ งแบบนี้
ข้อมูลเน้ือหาต่างๆ

- หากนักเรยี นคลกิ จะปรากฏหน้าต่างแบบน้ี

เมอื่ คลิกสัญลกั ษณ์จะแสดงใน
รูปแบบ 3 มิติ

คลิกกลับ เมนูเนอ้ื หาหลกั

ตัวอยา่ งเมือ่ คลิกดูโมเดลภาพ 3 มติ ิ

นักเรียนสามารถเปลี่ยนมุมมอง
โดยรอบผา่ นปลายนิว้ สมั ผัส

ห น้ า 112

หากนักเรียนคลิก AR BY KRULOH

จะปรากฏหนา้ ต่างแบบนี้

หวั ข้อ อุปกรณไ์ ฟฟ้า
ประกอบด้วยเนือ้ หา 2 สว่ นไดแ้ ก่

นักเรยี นสามารถศกึ ษารายละเอยี ด
อุปกรณ์ไฟฟ้าได้ โดยคลิกท่ี

- หากนักเรียนคลิก จะปรากฏหนา้ ตา่ งแบบน้ี

ข้อมูลเนือ้ หาตา่ งๆ
ปรากฏภาพ 3 มิติ

ห น้ า 113

- หากนักเรยี นคลิก AR BY KRULOH

จะปรากฏหน้าต่างแบบน้ี

หัวข้อ หลอดไฟ
ประกอบดว้ ยเนือ้ หา 2 สว่ นได้แก่

นกั เรยี นสามารถศึกษารายละเอยี ด
การต่อหลอดไฟได้ โดยคลิกที่

- ถ้านกั เรียนคลิก จะปรากฏหน้าตา่ งแบบนี้

ขอ้ มูลเนือ้ หาตา่ งๆ

นกั เรยี นสามารถศึกษาข้อดีข้อเสยี
โดยคลิกที่

ห น้ า 114

AR BY KRULOH

ตัวอยา่ ง
ถา้ นักเรยี นคลกิ

จะปรากฏหน้าต่างแบบนี้
มเี สียงบรรยาย
รายละเอยี ด

ถ้านักเรียนคลกิ

จะปรากฏหน้าตา่ งแบบน้ี

มีเสียงบรรยาย
รายละเอียด

- ถา้ นักเรยี นคลกิ จะปรากฏหน้าตา่ งแบบนี้

ข้อมูลเนื้อหาต่างๆ

นักเรยี นสามารถศกึ ษาข้อดีข้อเสยี
โดยคลกิ ที่

ห น้ า 115

ตวั อย่าง AR BY KRULOH
ถ้านักเรียนคลิก
จะปรากฏหนา้ ตา่ งแบบนี้
จะปรากฏหนา้ ตา่ งแบบนี้ หัวข้อ ตัวนาและฉนวน
มีเสียงบรรยาย
รายละเอียด ประกอบดว้ ยเน้ือหา 2 สว่ นไดแ้ ก่

ถา้ นกั เรียนคลิก

จะปรากฏหน้าต่างแบบน้ี
มเี สยี งบรรยาย
รายละเอยี ด

หากนกั เรียนคลิก

นกั เรยี นสามารถศึกษารายละเอยี ด ห น้ า 116
ตัวนาและฉนวนได้ โดยคลกิ ที่

AR BY KRULOH

- หากนกั เรยี นคลกิ จะปรากฏหนา้ ต่างแบบนี้

ข้อมูลเนื้อหาต่างๆ

ปรากฏภาพ 3 มติ ิ

- หากนักเรยี นคลิก จะปรากฏหน้าตา่ งแบบน้ี
ขอ้ มูลเนือ้ หาต่างๆ
ปรากฏภาพ 3 มิติ

กด
เพื่อกลับไปเมนยู ่อย

ห น้ า 117

AR BY KRULOH

เมื่อนักเรียนศกึ ษาเน้ือหาบทเรยี นเสร็จแล้ว

ให้นักเรียนคลกิ ที่เมนู
“แบบทดสอบหลงั เรียน”

เมอ่ื นกั เรยี นทาเสรจ็ แล้ว
“กดส่ง”

ห น้ า 118

AR BY KRULOH

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน

สว่ นท่ี 1 จาก 1

แบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยท่ี 6 แรงไฟฟำ้ และ
พลงั งำนไฟฟำ้

ออกแบบโดย ครูธรี ะศักด์ิ อนิ ตนั

1. แรงทเี่ กิดจากการขัดถู แล้วเกิดแรงดงึ ดดู หรือแรงผลักกัน เรยี กวา่ อะไร
o แรงแมเ่ หล็ก
o แรงเสยี ดทาน
o แรงโนม้ ถว่ ง
o แรงไฟฟ้า 

2. เมอื่ นาไมบ้ รรทดั พลาสติกทีถ่ ูด้วยกระดาษเย่ือเข้าใกล้กับวตั ถุ A ทแ่ี ขวนดว้ ยเส้นเอ็นพบว่าวัตถุ
A เบนออกห่างจากไม้บรรทดั พลาสตกิ วตั ถุ A คือ อะไร
o เศษโฟมทรงกลมทม่ี นี า้ หนักเบา
o ลวดเสียบกระดาษที่ถดู ว้ ยกระดาษเย่ือ
o ไมบ้ รรทัดพลาสติกทถี่ ูด้วยกระดาษเยื่อ 
o ไมบ้ รรทัดพลาสตกิ ทไ่ี ม่ได้ถูด้วยกระดาษเย่ือ

3. เมอ่ื นาวตั ถุ C เข้าใกล้เศษกระดาษ สามารถดึงดดู เศษกระดาษได้ เม่ือนาวัตถุ D เขา้ ใกลเ้ ศษ
กระดาษ สามารถดึงดดู เศษกระดาษได้เชน่ กนั ข้อใดสรปุ ถูกตอ้ ง
o C และ D เปน็ กลางทางไฟฟา้
o C และ D มีประจไุ ฟฟา้ รวมต่างชนิดกนั
o C และ D มปี ระจุไฟฟ้ารวมเป็นชนดิ เดยี วกัน
o C และ D อาจมปี ระจุไฟฟ้ารวมเปน็ ชนดิ เดียวกันหรอื ต่างชนดิ กนั ก็ได้ 
o

ห น้ า 119

AR BY KRULOH

4. ถา้ ทาเม็ดโฟมหกกระจายเตม็ โต๊ะ จะเก็บเม็ดโฟมโดยใช้ความรู้เกย่ี วกับแรงไฟฟ้าได้อย่างไร
o ใชผ้ า้ ขนสตั ว์ถกู ับแม่เหลก็ แล้วนาแมเ่ หลก็ มาดึงดดู เม็ดโฟม
o ใชผ้ ้าสกั หลาดถกู บั ตะเกียบไม้ แลว้ นาตะเกียบไมม้ าดึงดดู เม็ดโฟม
o ใช้ผ้าแพรถูกับแผ่นพลาสติก แลว้ นาแผน่ พลาสติกมาดงึ ดูดเมด็ โฟม 
o ใชผ้ ้าแหง้ ถกู บั ไม้บรรทัดเหล็ก แลว้ นาไม้บรรทัดเหล็กมาดึงดูดเม็ดโฟม

5. ข้อใดกลา่ วไมถ่ ูกต้องเกย่ี วกับการเกิดแรงไฟฟา้
o วตั ถทุ ม่ี ปี ระจุไฟฟา้ เป็นบวกสามารถผลักวตั ถุที่เป็นกลางทางไฟฟ้าได้ 
o วตั ถุท่มี ปี ระจุไฟฟา้ รวมเป็นบวกจะมีประจไุ ฟฟ้าลบน้อยกว่าประจุไฟฟ้าบวก
o การขดั ถวู ัตถจุ ะทาให้เกิดการถ่ายโอนประจุไฟฟา้ ลบระหวา่ งวตั ถทุ ีน่ ามาขัดถู
o ถ้าหลอดพสาสติก 2 อัน มแี รงผลักซึง่ กันและกัน แสดงวา่ หลอดพลาสติกทั้งสองมปี ระจุ

ไฟฟ้าชนิดเดียวกัน

6. "เม่อื นาลูกโปงมาถกู บั พรม และนาท่อพวี ีซีมาถูกับผ้าปูโต๊ะ จากนน้ั จึงนาลูกโปง่ และท่อพีวีซมี า
เข้าใกล้เศษกระดาษ เศษกระดาษจะตดิ ขน้ึ มากบั ลูกโปง่ และท่อพวี ซี "ี เหตุการณ์ใดต่อไปน้ีอาจ
เกดิ ข้ึนได้
o ท่อพีวซี ีและลกู โป่งผลักเส้นผมได้
o ลูกโปง่ และท่อพวี ซี เี ปน็ กลางทางไฟฟ้า
o พรมและผ้าปูโต๊ะมีประจุไฟฟ้าลบและประจุไฟฟ้าบวกเทา่ เดิม ไมเ่ ปลยี่ นแปลง
o เมื่อนาลกู โป่งและท่อพีวีซีด้านท่ถี ูมาเขา้ ใกล้กัน ลูกโป่งอาจเบนออกจากทอ่ พวี ซี ี 

7. จากการตอ่ วงจรไฟฟา้ ดงั รูป ถา้ หลอดไฟฟ้า C ชารดุ หลอดไฟฟ้าดวงใดบ้างที่สวา่ ง

o หลอด A และ B
o หลอด D และ E
o หลอด A D และ E 
o หลอด A B R และ E

ห น้ า 120

AR BY KRULOH

8. วงจรไฟฟา้ รูปใดท่ีทาให้ออดไฟฟ้ามีเสยี งดัง

o เฉพาะรูปที่ 1
o เฉพาะรูปท่ี 3 
o รูปที่ 1 และ 2
o รปู ท่ี 2 และ 3

9. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ต้องเกี่ยวกบั วงจรไฟฟ้า
o การต่อแหล่งกาเนดิ ไฟฟ้าแบบอนกุ รม ทาใหม้ ีพลังงานไฟฟ้าในวงจรไฟฟา้ เพมิ่ ขนึ้ 
o เม่ือยกสวิตซ์ข้ึนใหเ้ ป็นวงจรไฟฟ้าเปิด กระแสไฟฟ้าทีอ่ ยู่ในวงจรไฟฟ้าจะไปหยุดรวมกันที่

สวิตช์
o เมอ่ื วงจรไฟฟ้าปิด กระแสไฟฟา้ ภายในเซลล์ไฟฟ้าจะเคลื่อนท่ีจากข้ัวบวกไปหาขั้วลบของ

เซลลไ์ ฟฟา้ โดยตรง
o เบรกเกอร์เปน็ อุปกรณ์ทจ่ี ะตัดกระแสไฟฟา้ ในบ้าน ทาให้อุปกรณ์ไฟฟา้ ทุกชน้ิ ในบ้านใช้งาน

ไม่ได้ แสดงว่าเบรกเกอร์ต่อแบบขนานในวงจรไฟฟ้า

10. จากรูปการต่อวงจรไฟฟ้า ขอ้ ใดเขยี นแผนภาพวงจรไฟฟา้ ได้ถกู ต้อง

o o
o o

สง่ คาตอบ

ห น้ า 121

AR BY KRULOH

6MARKER หนว่ ยที่

4แรงไฟฟา้ และพลงั งาน

ดาวโหลด Marker ได้ที่
https://drive.google.com/file/d/1y4gGGaL_6cwJ6CUz

-xeme-EtSnR61I3T/view?usp=sharing

ห น้ า 122

แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นวทิ ยาศาสตร์

หลงั เรยี น (Post-Test)

หนว่ ยที่ 6 แรงไฟฟา้ และพลงั งานไฟฟ้า

AR BY KRULOH

แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นวทิ ยาศาสตร์ หลังเรยี น

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6 แรงไฟฟา้ และพลงั งานไฟฟา้
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6

คาชี้แจง ให้นกั เรียนเลอื กคำตอบที่ถกู ต้องที่สุด
1. แรงทีเ่ กดิ จากการขัดถู แล้วเกิดแรงดึงดูดหรือแรงผลกั กนั เรียกวา่ อะไร

1. แรงแม่เหล็ก
2. แรงเสียดทำน
3. แรงโนม้ ถ่วง
4. แรงไฟฟำ้

2. เมอ่ื นาไมบ้ รรทดั พลาสติกที่ถูด้วยกระดาษเย่ือเขา้ ใกลก้ ับวตั ถุ A ทแ่ี ขวนด้วยเส้นเอ็นพบวา่ วตั ถุ
A เบนออกห่างจากไม้บรรทัดพลาสตกิ วัตถุ A คอื อะไร

1. เศษโฟมทรงกลมท่ีมีนำหนักเบำ
2. ลวดเสียบกระดำษท่ีถดู ว้ ยกระดำษเยือ่
3. ไม้บรรทดั พลำสติกท่ีถดู ว้ ยกระดำษเยื่อ
4. ไมบ้ รรทัดพลำสตกิ ท่ีไม่ไดถ้ ูดว้ ยกระดำษเยือ่

3. เมื่อนาวตั ถุ C เข้าใกลเ้ ศษกระดาษ สามารถดึงดดู เศษกระดาษได้ เมื่อนาวัตถุ D เขา้ ใกลเ้ ศษ
กระดาษ สามารถดึงดดู เศษกระดาษได้เช่นกัน ข้อใดสรุปถกู ตอ้ ง

1. C และ D เปน็ กลำงทำงไฟฟ้ำ
2. C และ D มปี ระจุไฟฟ้ำรวมตำ่ งชนิดกัน
3. C และ D มีประจุไฟฟำ้ รวมเปน็ ชนดิ เดยี วกัน
4. C และ D อำจมีประจไุ ฟฟ้ำรวมเปน็ ชนดิ เดียวกนั หรอื ตำ่ งชนิดกันกไ็ ด้

4. ถา้ ทาเมด็ โฟมหกกระจายเต็มโตะ๊ จะเก็บเมด็ โฟมโดยใช้ความรเู้ กีย่ วกบั แรงไฟฟา้ ไดอ้ ย่างไร
1. ใช้ผำ้ ขนสัตวถ์ ูกบั แม่เหล็ก แล้วนำแมเ่ หล็กมำดึงดูดเม็ดโฟม
2. ใช้ผ้ำสกั หลำดถูกับตะเกียบไม้ แล้วนำตะเกียบไมม้ ำดึงดูดเมด็ โฟม
3. ใช้ผ้ำแพรถกู บั แผน่ พลำสติก แลว้ นำแผน่ พลำสตกิ มำดึงดูดเม็ดโฟม
4. ใช้ผำ้ แห้งถูกบั ไมบ้ รรทดั เหลก็ แล้วนำไม้บรรทดั เหล็กมำดึงดดู เม็ดโฟม

ห น้ า 124

AR BY KRULOH

5. ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ กู ต้องเก่ียวกบั การเกิดแรงไฟฟา้
1. วัตถุทีม่ ีประจุไฟฟ้ำเป็นบวกสำมำรถผลักวตั ถทุ เ่ี ปน็ กลำงทำงไฟฟ้ำได้
2. วัตถทุ ม่ี ีประจุไฟฟำ้ รวมเป็นบวกจะมปี ระจไุ ฟฟ้ำลบนอ้ ยกว่ำประจไุ ฟฟ้ำบวก
3. กำรขัดถูวตั ถุจะทำใหเ้ กดิ กำรถำ่ ยโอนประจุไฟฟำ้ ลบระหว่ำงวตั ถุท่นี ำมำขัดถู
4. ถำ้ หลอดพสำสติก 2 อัน มแี รงผลกั ซึ่งกันและกนั แสดงวำ่ หลอดพลำสติกทังสองมีประจุไฟฟำ้ ชนดิ
เดียวกนั

6. "เม่อื นาลกู โปงมาถูกับพรม และนาทอ่ พีวีซีมาถูกับผา้ ปโู ตะ๊ จากนั้นจึงนาลกู โปง่ และทอ่ พวี ีซีมา
เขา้ ใกลเ้ ศษกระดาษ เศษกระดาษจะติดขึ้นมากับลกู โป่งและทอ่ พีวซี ี" เหตกุ ารณใ์ ดตอ่ ไปน้ีอาจ
เกดิ ขนึ้ ได้

1. ท่อพวี ซี แี ละลูกโป่งผลักเส้นผมได้
2. ลูกโป่งและท่อพวี ซี เี ป็นกลำงทำงไฟฟ้ำ
3. พรมและผ้ำปูโต๊ะมีประจไุ ฟฟำ้ ลบและประจุไฟฟ้ำบวกเท่ำเดมิ ไมเ่ ปล่ียนแปลง
4. เมอ่ื นำลกู โป่งและท่อพีวีซีดำ้ นท่ถี มู ำเขำ้ ใกล้กัน ลกู โปง่ อำจเบนออกจำกท่อพวี ีซี

7. จากการตอ่ วงจรไฟฟา้ ดังรูป ถา้ หลอดไฟฟ้า C ชารุด หลอดไฟฟา้ ดวงใดบ้างที่สวา่ ง

1. หลอด A และ B 2. หลอด D และ E
3. หลอด A D และ E 4. หลอด A B R และ E

8. วงจรไฟฟา้ รูปใดที่ทาให้ออดไฟฟา้ มีเสยี งดงั

1. เฉพำะรูปท่ี 1 2. เฉพำะรปู ท่ี 3
3. รปู ที่ 1 และ 2 4. รูปที่ 2 และ 3

ห น้ า 125

AR BY KRULOH
9. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ต้องเกยี่ วกับวงจรไฟฟ้า

1. กำรตอ่ แหลง่ กำเนดิ ไฟฟำ้ แบบอนุกรม ทำให้มีพลงั งำนไฟฟ้ำในวงจรไฟฟ้ำเพ่ิมขนึ
2. เมื่อยกสวติ ซ์ขึนให้เป็นวงจรไฟฟ้ำเปดิ กระแสไฟฟำ้ ท่ีอยู่ในวงจรไฟฟ้ำจะไปหยดุ รวมกันที่สวติ ช์
3. เมื่อวงจรไฟฟ้ำปิด กระแสไฟฟำ้ ภำยในเซลลไ์ ฟฟ้ำจะเคลื่อนทจ่ี ำกขวั บวกไปหำขัวลบของ
เซลลไ์ ฟฟำ้ โดยตรง
4. เบรกเกอรเ์ ป็นอุปกรณท์ จี่ ะตดั กระแสไฟฟำ้ ในบำ้ น ทำให้อุปกรณ์ไฟฟำ้ ทกุ ชินในบำ้ นใช้งำนไม่ได้
แสดงวำ่ เบรกเกอร์ต่อแบบขนำนในวงจรไฟฟ้ำ
10. จากรปู การต่อวงจรไฟฟ้า ข้อใดเขียนแผนภาพวงจรไฟฟา้ ไดถ้ กู ตอ้ ง

1. 2.

3. 4.

ห น้ า 126

AR BY KRULOH

กระดาษคาตอบ

ช่อื .....................................................................................................เลขท่ี......................

ขอ้ 1. 2. 3. 4.
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

ได้คะแนน

ห น้ า 127

AR BY KRULOH

เฉลยคาตอบ

ช่อื .....................................................................................................เลขท่ี......................

ขอ้ 1. 2. 3. 4.
1X
2X
3X
4X
5X
6X
7X
8X
9X
10 X

ไดค้ ะแนน

ห น้ า 128

บรรณานกุ รม

AR BY KRULOH

บรรณานกุ รม

เกรียงศักด์ิ เจรญิ วงศ์ศักดิ.์ (2551). สอนทักษะแก้ปัญหาใหเ้ ดก็ ไทย. เขา้ ถงึ เมอ่ื 16 กรกฎาคม.
เข้าถึงได้จาก http://blog.eduzones.com/drkrieng/7336.

ชัยวัฒน์ สทุ ธริ ัตน์. (2553). 80 นวัตกรรมการจัดการเรยี นรทู้ เี่ นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคัญ. กรงุ เทพฯ :
แดเน็กซ์ อินเตอร์คอรป์ อเรชั่น จากัด.

ทิศนา แขมมณี. (2557). ศาสตร์การสอน. กรงุ เทพมหานคร: สานักพิมพ์แห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
. (2548). การจดั การเรียนรโู้ ดยผูเ้ รียนใช้การวิจยั เป็นสว่ นหนึง่ ของกระบวนการเรยี นรู้ :

หลกั การแนวทางและวธิ ีการ. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พ์คุรุสภาลาดพรา้ ว.
ธรี วดี ถังคบตุ ร. (2552). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานโดยใชแ้ ผนผังทางปัญญา

เพอื่ เพมิ่ พนู ความสามารถในการคดิ อย่างมีวิจารณญาณสาหรับนักศึกษาปริญญาบณั ฑิต.
วทิ ยานิพนธ์ปรญิ ญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวชิ าเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา บัณฑติ วทิ ยาลยั
จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
นิวัฒน์ บญุ สม.(2556).การพัฒนารปู แบบการเรยี นการสอนตามแนวคดิ ของกระบวนการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมดา้ นสุขภาพของนกั เรยี นท่ีมคี วามสามารถพเิ ศษทางวทิ ยาศาสตร์.
วิทยานิพนธป์ รญิ ญาการศึกษาดุษฏี สาขาวชิ าหลกั สตู รและการสอนบณั ฑิตวทิ ยาลัยมหาวทิ ยาลยั
ศลิ ปากร.
บุญธรรม กจิ ปรีดาบริสทุ ธิ์. (2543). รวมบทความการวิจัย การวัดผลและประเมินผล. พิมพค์ รง้ั ท่ี 2.
กรุงเทพฯ : ศรีอนนั ต์.
บปุ ผชาติ ทัฬหิกรณ.์ (2552). การประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการเรยี นการสอน. พมิ พ์ครั้งที่ 2
กรุงเทพมหานคร: สานักเทคโนโลยีเพ่ือการเรียนการสอนสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน.
ปณติ า วรรณพิรุณ. (2554). การพัฒนารปู แบบการเรยี นแบบผสมผสานโดยใช้เครอื่ งมือทางปญั ญา
เพ่ือพัฒนาทกั ษะการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ. วทิ ยานพิ นธ์คณะครุศาสตร์มหาบัณฑิต,
สาขาวชิ าเทคโนโลยีทางการศึกษา บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.
ปรณฐั กจิ รงุ่ เรือง. (2553). การพฒั นารปู แบบการสอนโดยใชก้ รณศี ึกษาทางศาสตร์การเรยี นการสอน
เพ่ือส่งเสริมความสามารถด้านการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณของนักศึกษาวิชาชีพครู.
วิทยานิพนธ์ปริญญาการศกึ ษาดุษฏี สาขาวชิ าหลกั สตู รและการสอน บณั ฑิตวทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั
ศิลปากร.
ปรเมธี วมิ ลศริ ิ (2559). ยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี อนาคตประเทศไทย เพ่อื ความมัน่ คง มั่งคั่ง ยั่งยนื .
สืบค้นเม่อื 6 มกราคม 2560, สืบค้นจาก http://www.oic.or.th/sites/
ประพนั ธศ์ ิริ สเุ สารจั . (2551). การพฒั นาการคดิ . พิมพค์ ร้งั ที่ 2. กรงุ เทพมหานคร: หา้ งหุ้นส่วนจากดั
9919 เทคนคิ พรน้ิ ติง้ .
ประสาท อิศรปรดี า. (2547). สารัตถะจติ วิทยาการศึกษา. มหาสารคาม : คลงั นานาวิทยา.

ห น้ า 130

AR BY KRULOH

ประสาร มาลากุล ณ อยธุ ยา.(2537). บทสนทนาเกย่ี วกับการสอนให้คิด. นวัตกรรมทางการศึกษา
เพ่ือพฒั นาการเรียนการสอน : เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ เนื่องในโอกาสวันคลา้ ยวัน
สถาปนาคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย, 10-12 กรกฎาคม.

ประเวศ วะสี. (2545). วถิ มี นุษย์ในศตวรรษท่ี 21 สู่ภพภมู ิใหมแ่ ห่งการพัฒนา. กรุงเทพมหานคร :
มูลนิธิสดศรี- สฤษด์วิ งศ์.

พชั รา พ่มุ พชาต.ิ (2552). การพฒั นารปู แบบการจัดประสบการณก์ ารแก้ปัญหาอย่างสรา้ งสรรค์
สาหรบั เดก็ ปฐมวัย. วทิ ยานพิ นธป์ ริญญาการศึกษาดุษฏี สาขาวชิ าหลักสูตรและการสอน
บัณฑติ วิทยาลยั มหาวิทยาลัยศิลปากร.

พมิ พนั ธ์ เดชะคุปต์, และ พเยาว์ ยินดสี ขุ . (2558ก). รเู้ น้ือหาก่อนสอนเก่ง. กรงุ เทพฯ: จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรพจน์ วงศ์กิจร่งุ เรือง และอธิป จติ ตฤกษ์. (2554). ทกั ษะแห่งอนาคตใหม่ การศึกษาเพื่อศตวรรษ 21.

แปลจาก 21st century skills: Rethinking How Students Learn. กรุงเทพฯ: สานกั พิมพ์ open
worlds.
วชั รา เล่าเรยี นดี. (2554). รูปแบบและกลยุทธ์การจัดการเรียนรู้ เพอื่ พฒั นาทกั ษาการคิด. นครปฐม :
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร.
วิจารณ์ พานชิ . (2555) วถิ สี ร้างการเรยี นร้เู พอ่ื ศิษย์ในศตวรรษท่ี 21. กรงุ เทพมหานคร : บริษทั
ตถาตา พับลเิ คช่ันจากัด.
วิชยั วงษ์ใหญ่. (2553.) หลกั การสอน. กรงุ เทพมหานคร: มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒประสานมติ ร.
วิโรจน์ สารรัตนะ. (2556). กระบวนทศั นใ์ หม่ทางการศึกษา กรณีทัศนะต่อการศึกษาศตวรรษท่ี 21.
กรงุ เทพมหานคร: ทิพยวิสุทธิ.์
สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท). (2543). มาตรฐานการเรยี นรู้และสาระ
การเรียนรู้กลมุ่ วิชาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. กรุงเทพฯ : หน่วยการพิมพ์ สถาบันส่งเสรมิ
การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี.
สมศกั ดิ์ ภ่วู ภิ าดาวรรธน์. (2537). เทคนคิ การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์. พมิ พ์คร้งั ที่ 7.
กรุงเทพมหานคร : ไทยวัฒนาพานิช.
สมเกียรติ พรพิสุทธมิ าศ. (2557). การประเมนิ ผลการเรยี นรูช้ ่วยสง่ เสริมผเู้ รยี นให้มีประสทิ ธิภาพการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตร์ในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างไร?. วารสารวิชาการ มทร.สวุ รรณภูมิ, 2(1). 86.
สานกั งานเลขาธิการสภาการศกึ ษา. (2552). การปฏิรูปการศกึ ษาในทศวรรษท่สี อง (พ.ศ. 2552-2561).
กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธกิ าร.
สานักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้. (2550). แนวทางการจัดการเรียนรู้ แบบใช้ปัญหา
เป็นฐาน. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์ชมุ นุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษา. (2560). ตัวช้วี ัดและสาระการเรียนรแู้ กนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551.
กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พช์ ุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย
สชุ า จันทน์หอม. 2541. จิตวทิ ยาท่ัวไป. กรงุ เทพฯ : ไทยวฒั นาพานิช.
สรุ างค์ โค้วตระกูล. (2536). จติ วทิ ยาการศึกษา. พมิ พค์ รั้งท่ี 2. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .

ห น้ า 131

AR BY KRULOH
สุวชิ า ศรมี งคล. (2557). การสง่ เสริมทกั ษะการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี 21: ทักษะการส่ือสารและความร่วมมอื ใน

ชั้นเรียนวทิ ยาศาสตร์ เรื่องเซลลแ์ ละองคป์ ระกอบของเซลล์ด้วยสถานการณจ์ าลอง.
(วทิ ยานิพนธ์ปรญิ ญาศกึ ษาศาสตรม์ หาบณั ฑติ , มหาวิทยาลยั ขอนแก่น).
สุวทิ ย์ มลู คา และอรทยั มูลคา. (2547). 21 วธิ จี ัดการเรยี นรู้ : เพื่อพฒั นากระบวนการคดิ .
กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพ์ภาพพิมพ.์
อารี พนั ธ์มณ.ี (2540). คิดอย่างสร้างสรรค์. กรงุ เทพมหานคร: ต้นอ้อ แกรมม.่ี
เอมอร จรัสพนั ธ.์ (2550). การสรา้ งชุดการเรียนกลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ หนว่ ยการเรียน
สิ่งมีชีวติ และส่ิงแวดล้อมโดยใช้รปู แบบการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน สาหรับนักเรียน
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 6. (วทิ ยานพิ นธ์ปรญิ ญาการศึกษามหาบัณฑติ , มหาวิทยาลยั บูรพา).

ห น้ า 132

ประวตั ิผ้ศู กึ ษา

AR BY KRULOH

ชอ่ื -สกลุ ประวตั ผิ ศู้ กึ ษา
วนั เดือน ปเี กิด
ที่อยู่ปจั จบุ นั นายธรี ะศักดิ์ อนิ ตนั
11 กันยายน 2527
สถานท่ที างาน 141/21 ถนนจารพู ัฒนา ตาบลสะเตง อาเภอเมือง
จงั หวดั ยะลา
ตาแหนง่ โรงเรียนเทศบาล ๑ (บ้านสะเตง) สานักการศกึ ษา
เทศบาลนครยะลา จงั หวัดยะลา
ประวัติการศึกษา ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพิเศษ
พ.ศ. 2546 ตาแหน่งเลขที่ 462086500067

พ.ศ. 2550 มธั ยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนธรรมวทิ ยามูลนธิ ิ
จงั หวดั ยะลา
พ.ศ. 2551 วิทยาศาสตรบัณฑติ วิชาเอก ฟสิ กิ ส์
มหาวิทยาลยั ทกั ษิณ จงั หวัดสงขลา
ประกาศนยี บัตรบัณฑิตทางการสอน
มหาวิทยาลยั ทกั ษิณ จังหวัดสงขลา

ห น้ า 134


Click to View FlipBook Version