ค่มู อื การใช้ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเตม็ ศึกษา (STEM Education)
สาหรบั ครู
เรอื่ ง แรงและพลังงาน ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5
กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ธรี ะศกั ดิ์ อินตัน
ครูชานาญการพิเศษ
โรงเรยี นเทศบาล ๑ (บา้ นสะเตง)
สานักการศึกษา เทศบาลนครยะลา
แผนการจัดการเรยี นร้โู ดยใช้ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้
แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education)
เร่อื ง แรงและพลังงาน ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
STEM BY KRULOH
คำนำ
สะเตม็ ศึกษา เป็นนวัตกรรมการเรียนรู้รูปแบบหน่ึงท่ีบูรณาการวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์
เทคโนโลยี และคณิตศาสตรเ์ ขา้ ดว้ ยกัน ให้ผู้เรียนนาํ ความรู้ไปใชแ้ กป้ ญั หาในชีวิตจริง รวมทั้งการพัฒนา
กระบวนการหรือผลผลิตใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อการดําเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ ผ่านประสบการณ์
ในการทํากิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) หรือกิจกรรมการ
เรียนรู้ แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning)
ผู้จัดทําได้จัดทําชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) เร่ือง แรงและ
พลังงาน สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 ได้จัดทําสําหรับนักเรียน
เพ่ือใช้ประกอบการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเน้นให้
ผู้เรียนได้ฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อันเป็นประโยชน์แก่นักเรียน และเพื่อให้นักเรียนมี
ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนวทิ ยาศาสตร์ เรือ่ ง แรงและพลังงาน สงู ขึ้น
ธีระศักดิ์ อินตัน
ผูจ้ ดั ทํา
ห น้ า ก
STEM BY KRULOH
สำรบญั หน้า
เรือ่ ง ก
ข
คาํ นํา 1
สารบญั 2
คาํ แนะนําในการใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education)
คาํ ช้แี จงขั้นตอนในการเรียนด้วยชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบสะเตม็ ศึกษา (STEM 5
Education) 11
วิเคราะห์หลกั สูตร ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรู้ 15
แบบทดสอบกอ่ นเรยี นเรอ่ื ง แรงและพลังงาน 26
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 เร่ือง หุ่นยนต์ซูโม่ 28
ใบความรู้ที่ 1.1 เรื่อง แรง (Force) 30
ใบความรู้ท่ี 1.2 เรื่องหนุ่ ยนต์ Botzees 36
กิจกรรม STEM ที่ 1 เรอื่ ง หุ่นยนตซ์ ูโม่ 46
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง หุ่นยนต์จอมพลัง 49
ใบความรู้ท่ี 2 เรื่องแรงเสยี ดทาน 55
กจิ กรรม STEM ที่ 2 เร่ือง หุ่นยนต์จอมพลัง 65
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3 เรื่อง หุ่นยนต์บอกรกั 69
ใบความร้ทู ่ี 3 เร่ือง ตัวกลางของเสียงและเสยี งดงั เสยี งค่อย 75
กจิ กรรม STEM ที่ 3 เรือ่ ง หุ่นยนต์บอกรัก 86
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 4 เรอ่ื ง หนุ่ ยนต์นักดนตรี (Robot music) 89
ใบความรทู้ ี่ 4 เร่ือง การไดย้ ินเสยี งของคน 95
กิจกรรม STEM ท่ี 4 เรื่อง หุ่นยนต์นักดนตรี (Robot music) 99
แบบทดสอบหลังเรยี นเร่ือง แรงและพลงั งาน 100
อา้ งอิง 101
ภาคผนวก 102
106
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น 110
เฉลยกจิ กรรม STEM ที่ 1 เรอ่ื ง หนุ่ ยนต์ซูโม่ 114
เฉลยกจิ กรรม STEM ที่ 2 เร่อื ง หุ่นยนต์จอมพลงั 118
เฉลยกิจกรรม STEM ท่ี 3 เรอ่ื ง หนุ่ ยนต์บอกรัก 119
เฉลยกจิ กรรม STEM ท่ี 4 เร่อื ง หุน่ ยนต์นักดนตรี (Robot music)
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน
เกณฑ์และกติกาการแขง่ ขันต่างๆ
ห น้ า ข
STEM BY KRULOH
คำแนะนำในกำรใช้
ชดุ กจิ กรรมกำรเรยี นรแู้ บบสะเตม็ ศกึ ษำ
(STEM Education)
1. ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) เรื่อง แรงและพลังงาน สาระการ
เรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เป็นชุดกิจกรรมที่มุ่งเน้น ให้นักเรียนได้เข้าถึงข้อมูลข้อมูล
และปฏิบัตกิ ิจกรรมดว้ ยตนเอง ประกอบดว้ ยกิจกรรมดังนี้
กจิ กรรม STEM ที่ 1 เรื่อง ห่นุ ยนต์ซูโม่
กจิ กรรม STEM ท่ี 2 เรอื่ ง หุ่นยนต์จอมพลงั
กจิ กรรม STEM ที่ 3 เรือ่ ง หนุ่ ยนตบ์ อกรกั
กจิ กรรม STEM ที่ 4 เร่อื ง หุน่ ยนต์นักดนตรี (Robot music)
2. ให้นักเรียนอ่านคาแนะนา คาชี้แจงขั้นตอนการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา
(STEM Education) ให้เขา้ ใจ ถ้ายงั ไม่เขา้ ใจให้ปรกึ ษาครผู ูส้ อน
3. ให้นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง แรงและพลังงาน เพื่อวัดพ้ืนฐานความรู้ของ
นกั เรยี น
4. แบ่งกลุ่มนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 2-3 คน ให้นักเรียนทุกคนตั้งจิตให้สงบมีสมาธิในการเรียน
ศึกษาใบความรู้ และปฏบิ ตั กิ จิ กรรมในใบงาน ดว้ ยความมุ่งมนั่ ตัง้ ใจ และมคี วามรับผิดชอบ
5. เม่ือศึกษาใบความรู้ และปฏิบัติกิจกรรม STEM ท่ี 1-4 ครบแล้ว ให้นักเรียนทาแบบทดสอบ
หลงั เรยี นซง่ึ เปน็ ชุดเดียวกนั กับแบบทดสอบก่อนเรยี นเพ่อื วัดความกา้ วหน้า
ห น้ า 1
STEM BY KRULOH
คำชแี้ จง้ ข้นั ตอนในกำรใช้
ชดุ กจิ กรรมกำรเรยี นรแู้ บบสะเตม็ ศกึ ษำ
(STEM Education)
สง่ิ ที่ครคู วรปฏิบัติก่อน – หลัง และขณะใช้ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้
แบบสะเต็มศกึ ษา (STEM Education) มีดงั นี้
ขนั้ เตรียมกอ่ นสอน
1. ครูควรศึกษาและทาความเข้าใจวิธีการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ข้ันตอนการดาเนินกิจกรรม
การใช้ส่อื และอปุ กรณ์ การวดั และประเมินผลของชุดกจิ กรรมการเรียนรูใ้ ห้ชดั เจน
2. ครูควรค้นคว้าและอ่านเน้ือหาท่ีเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ล่วงหน้าและเตรียมสถานท่ี ส่ือให้พร้อม
กอ่ นใชช้ ุดกจิ กรรมการเรยี นรู้
3. ก่อนสอนตอ้ งเตรียมชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ไวบ้ นโต๊ะ
4. ครูต้องเตรียมกระดาษคาตอบ หรือใช้สมุดจดบันทึกของนักเรียนในการทากิจกรรม เพ่ือ
ศึกษาความก้าวหนา้ ของนักเรียน
5. การจัดช้ันเรียน ครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 2-3 คน คละนักเรียน เก่ง อ่อน ปาน กลาง อยู่
รว่ มกันตามความเหมาะสม เพอื่ ฝึกทกั ษะการทางานรว่ มกับผอู้ ืน่
6. ให้นักเรียนทาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์เร่ือง แรงและพลังงาน ก่อน
เรยี นเพอื่ ประเมนิ ความรเู้ ดิม
ขน้ั สอน
7. ครูควรช้แี จงใหน้ ักเรยี นทราบเก่ียวกบั บทบาทนกั เรยี นในการทากิจกรรม
8. ครแู จ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรใู้ หน้ ักเรยี นทราบ
9. ครูแจกชุดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนศึกษาและแนะนาวิธีการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้
เพ่อื นักเรยี นจะได้ปฏิบัติไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
10. ดาเนนิ การสอนตามกิจกรรมการเรียนรแู้ บบ STEM ที่ 1 ถึง 4 (โดยเรยี งตามลาดบั )
11. ขณะท่ีนักเรียนทากิจกรรม ครูคอยให้คาแนะนากรณีท่ีนักเรียนไม่เข้าใจในกิจกรรมต่างๆ และ
กระตนุ้ ให้นกั เรียนปฏิบตั กิ ิจกรรมดว้ ยตนเองมากทส่ี ดุ หากกล่มุ ใดมปี ัญหาครตู อ้ งให้การชว่ ยเหลอื
12. การสรุปผลที่ได้จากการทากิจกรรมการเรียนรู้ควรเป็นกิจกรรมร่วมของนักเรียนทุกกลุ่ม
หรอื ตวั แทนของกลุ่มรว่ มกนั ครูควรเปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นแสดงออกมากทส่ี ุด
ห น้ า 2
STEM BY KRULOH
ขน้ั หลงั สอน
15. เมื่อปฏิบัติกิจกรรมการเรียนการสอนเรียบร้อยแล้ว ให้นักเรียนตรวจสอบและเก็บวัสดุอุปกรณ์
ให้เรยี บร้อย
16. หลังจากดาเนินการจัดกิจกรรมเรียบร้อยแล้ว ให้นักเรียนทาแบบทดสอบท้ายกิจกรรมเพื่อ
ตรวจสอบความเข้าใจของผู้เรียนอีกคร้ัง ครูควรตรวจคาตอบแล้วแจ้งคะแนน ให้นักเรียนทราบทันที
เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าของนักเรียน หากไม่ผ่านเกณฑ์ ครูให้นักเรียนรับแบบทดสอบท้ายชุด
กิจกรรมที่ไมผ่ า่ นเกณฑไ์ ปศกึ ษาเพิ่มเติมนอกเวลาเรียน
17. ครูสรุปผลการใช้ชุดกิจกรรม สภาพปัญหา และข้อเสนอแนะ หลังการใช้ชุดกิจกรรมแต่ละ
ครัง้ เพ่ือนาไปปรบั ปรุงแกไ้ ขตอ่ ไป
18. ให้นักเรียนทาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิทยาศาสตร์เรื่อง แรงและพลังงาน
หลังเรียนเพื่อประเมินความกา้ วหนา้ ของนักเรียน
ห น้ า 3
STEM BY KRULOH
คำชแ้ี จงขัน้ ตอนในกำรเรยี น
ด้วยชดุ กจิ กรรมกำรเรยี นรูแ้ บบสะเตม็ ศกึ ษำ
(STEM Education)
ศกึ ษาคาแนะนา/คาชี้แจง ศึกษาตัวช้ีวดั สาระสาคัญ
ข้นั ตอนในการเรียน จดุ ประสงคก์ ารเรียนรแู้ ละเนอื้ หา
ดว้ ยชดุ กิจกรรม เพอ่ื ใหท้ ราบว่าเมื่อศกึ ษาจบแลว้
การเรยี นรู้แบบ STEM
จะไดค้ วามรู้อะไรบา้ ง
ทาแบบทดสอบก่อนเรียน
ดาเนินการใช้ชดุ กิจกรรม STEM ท่ี 1-4
ทาแบบทดสอบหลงั เรยี น หมายเหตุ ใหน้ ักเรียนเกบ็ วัสดอุ ุปกรณ์ การใช้
งานเมื่อทากิจกรรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ห น้ า 4
STEM BY KRULOH
วเิ ครำะหส์ ำระมำตรฐำน
และขอบข่ำยกำรจัดกำรเรยี นรู้
กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์
ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ แรงและพลงั งาน
สาระสาคญั ตามมาตรฐาน 1. แรงลพั ธ์
การเรียนรู้ที่ ว 2.2 2. แรงเสยี ดทาน
3. เสยี งและการได้ยนิ
ลาดับแผนการจัดการเรยี นรู้
ทดสอบก่อนเรยี น ชวั่ โมงซ่อมเสรมิ *
เวลา 4 ชว่ั โมง
- แผนการเรยี นรู้แบบ STEM ท่ี 1 เรื่อง หนุ่ ยนต์ซโู ม่ เวลา 4 ช่ัวโมง
เวลา 4 ชัว่ โมง
- แผนการเรียนรู้แบบ STEM ที่ 2 เรื่อง หนุ่ ยนตจ์ อมพลงั เวลา 4 ชว่ั โมง
ชวั่ โมงซ่อมเสรมิ *
- แผนการเรียนรู้แบบ STEM ที่ 3 เรือ่ ง หุ่นยนต์นักบอกรัก
- แผนการเรยี นรู้แบบ STEM ที่ 4 เร่อื ง หุ่นยนต์นักดนตรี (Robot music)
ทดสอบหลงั เรียน
กระบวนการเรียนรหู้ ลกั - วิธสี อนแบบสะเต็มศึกษา
*แทรกกิจกรรมทดสอบในชั่วโมงซอ่ มเสรมิ โดยไม่นบั เป็นเวลาเรียน
สาระท่ี 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจาวัน ผลของแรงท่ีกระทาต่อวัตถุ ลักษณะการ
เคลื่อนท่ีแบบต่างๆ ของวัตถุ รวมท้ังนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรู้ การวเิ คราะห์ KPA (ทาอะไร)
1. อธบิ ายวิธกี าร ความรู้ (K) ทักษะ/กระบวนการ คุณลกั ษณะ (A)
หาแรงลพั ธ์ของ (P)
แรงหลายแรงใน
แนวเดยี วกนั ท่ี แรงลัพธ์ คอื ผลรวม 1. อธิบายการหา 1. ทาการทดลอง 1. มีความมุ่งมนั่
กระทาตอ่ วัตถุใน
กรณที ี่วตั ถุอยูน่ ิง่ ของแรงหลายแรงท่ี แรงลัพธ์ของแรง เกยี่ วกบั การหา ในการเรยี นรู้
กระทาตอ่ วตั ถเุ ดยี วกัน หลายแรงในแนว แรงลัพธ์ของแรง และการทางานที่
ในทิศทางเดยี วกัน หรือ เดยี วกันท่ีกระทา หลายแรงในแนว ไดร้ ับมอบหมาย
ผลตา่ งของแรงสองแงที่ ตอ่ วัตถุได้ เดยี วกนั ท่ีกระทา ตลอดเวลา
กระทาต่อวตั ถุในทิศ ตอ่ วัตถไุ ด้
ห น้ า 5
STEM BY KRULOH
ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรู้ การวิเคราะห์ KPA (ทาอะไร)
ความรู้ (K) ทักษะ/กระบวนการ คณุ ลกั ษณะ (A)
(P)
จากหลกั ฐานเชงิ ทางตรงข้ามกนั สาหรบั 2. เขยี น
ประจกั ษ์ วตั ถทุ อี่ ยู่นิ่งแรงลพั ธ์จะ แผนภาพแสดง
2. เขยี นแผนภาพ มีคา่ เป็นศนู ย์ แรงท่กี ระทาต่อ
แสดงแรงท่ีกระทา วตั ถทุ ีอ่ ย่ใู นแนว
ตอ่ วตั ถทุ ่ีอย่ใู นแนว เดียวกันได้
เดียวกนั และแรง 3. เขยี น
ลัพธท์ ก่ี ระทาต่อ แผนภาพแสดง
วตั ถุ แรงลพั ธท์ กี่ ระทา
3. ใช้เคร่อื งช่ัง ต่อวัตถไุ ด้
สปรงิ ในการวดั แรง
ที่กระทาต่อวัตถุ
4. ระบผุ ลของแรง แรงเสียดทาน คือ 1. สงั เกตและ 1. ทดลองและ 1. ให้ความสนใจ
เสียดทานทมี่ ตี ่อ แรงทเ่ี กิดข้นึ ระหว่าง ระบุผลของแรง สรุปผลเก่ยี วกบั แ ล ะ ใ ห้ ค ว า ม
การเปลยี่ นแปลง ผิวสัมผสั ของวตั ถุสอง เสียดทานที่มตี ่อ แรงเสยี ดทานที่มี ร่ว ม มือ ใ นก า ร
การเคลอ่ื นท่ีของ ชนิด เพือ่ ต้านการ การเปลีย่ นแปลง ต่อการ เรียนรตู้ ลอดเวลา
วัตถจุ ากหลกั ฐาน เคล่อื นท่ีของวัตถุน้ันๆ การเคลือ่ นทข่ี อง เปลีย่ นแปลงการ 2. มีความ
เชิงประจกั ษ์ และมที ิศทางตรงขา้ ม วัตถุได้ เคล่อื นที่ของวัตถุ รับผิดชอบตอ่
5. เขียนแผนภาพ กับการเคลื่อนที่ของ 2. ระบปุ ระโยชน์ ได้ งานทไ่ี ด้รับ
แสดงแรงเสียด วตั ถนุ ้ันๆ ของแรงเสียด มอบหมาย
ทานและแรงท่ีอยู่ ทานทม่ี ตี ่อการ
ในแนวเดยี วกนั ที่ เปลีย่ นแปลงการ
กระทาต่อวัตถุ เคลื่อนที่ของวตั ถุ
ได้
ห น้ า 6
STEM BY KRULOH
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน
ปฏสิ มั พนั ธ์ระหวา่ งสสาร และพลงั งาน พลังงานในชีวิตประจาวัน ธรรมชาติของคลื่น
ปรากฏการณท์ ่ีเก่ยี วขอ้ งกับเสยี ง แสง และคลนื่ แม่เหล็กไฟฟ้า รวมทงั้ นาความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้ การวิเคราะห์ KPA (ทาอะไร)
ความรู้ (K) ทักษะ/กระบวนการ คณุ ลกั ษณะ (A)
(P)
1. อธิบายการได้ เสยี งเกดิ จากการ 1. ระบตุ ัวกลาง 1. ทดลอง 1. มีความมุ่งมั่น
ยนิ เสียงผ่าน ส่นั สะเทือนของวัตถุที่ ของเสียงแตล่ ะ เกยี่ วกบั การ ในการทา
ตวั กลางจาก เป็นแหลง่ กาเนิดเสียง ประเภทได้ เคล่ือนที่ของ กิจกรรมอยา่ ง
หลกั ฐานเชงิ เสียงเคล่อื นที่ได้ทุก 2. อธิบายการ เสียงผา่ น ตั้งใจ
ประจักษ์ ทศิ ทางโดยอาศัย เคล่ือนที่ของ ตัวกลางต่างๆ ได้ 2. ให้ความสนใจ
2. ระบุตวั แปร ตัวกลาง ไดแ้ ก่ เสียงผ่าน ครบทกุ ขั้นตอน ในการเรียนรู้
ทดลองและอธิบาย ของแข็ง ของเหลว ตัวกลางต่าง ๆ 2. ทดลองเพ่ือ อยา่ งตั้งใจ
ลกั ษณะและการ และอากาศ มาถึงหู ได้ อธบิ ายการเกดิ 3. มกี ารทางาน
เกิด เสยี งสูง เสยี ง ของเรา 3. อธบิ าย เสียงสูง เสยี งต่า รว่ มกบั ผูอ้ ่ืนได้
ตา่ เสยี งจาก สว่ นประกอบหู ไดค้ รบทุก อย่างสร้างสรรค์
3. ออกแบบการ แหลง่ กาเนดิ เสยี ง และหนา้ ทข่ี อง ข้ันตอน 4. ตระหนักใน
ทดลองและอธบิ าย ต่างๆ จะมีเสยี งสงู แตล่ ะส่วนทใี่ ชใ้ น 3. ออกแบบการ คุณค่าของ
ลักษณะและการ เสยี งตา่ หรือมีเสยี งดงั การรับเสียงได้ ทดลองเพ่ือ ความรเู้ รอื่ ง
เกดิ เสียงดัง เสยี ง เสียงค่อย แตกต่างกัน 4. อธิบายการได้ อธิบายการเกดิ ระดบั เสยี ง
คอ่ ย หากเสยี งมีความดัง ยนิ เสยี งผา่ น เสียงดัง เสียง
4. วัดระดบั เสยี ง มากๆ จะก่อใหเ้ กิด ตัวกลางต่าง ๆ คอ่ ยได้
โดยใชเ้ ครื่องมือวัด อนั ตรายต่อการได้ยิน ได้ 4. ใช้เครื่องมือ
ระดบั เสยี ง เสยี งของเรา 5. อธบิ าย เพือ่ วัดระดบั
5. ตระหนักใน ลักษณะการเกดิ เสียงได้
คุณคา่ ของความรู้ เสยี งสงู เสยี งต่า 5. เสนอแนะ
เรื่องระดับเสยี ง ได้ แนวทางในการ
โดยเสนอแนะ 6. อธบิ าย หลีกเล่ยี งและลด
แนวทางในการ ลักษณะการเกดิ มลพิษทางเสยี ง
หลีกเลยี่ งและลด เสียงดงั เสียง ในรูปแบบตา่ ง ๆ
มลพษิ ทางเสยี ง ค่อยได้ ได้
7. อธิบาย
เก่ียวกบั มลพิษ
ทางเสียงและ
อันตรายจาก
ห น้ า 7
STEM BY KRULOH
ตวั ช้ีวดั สาระการเรียนรู้ การวเิ คราะห์ KPA (ทาอะไร)
ความรู้ (K) ทักษะ/กระบวนการ คณุ ลกั ษณะ (A)
(P)
มลพิษทางเสียง
ได้
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21
ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรู้ กิจกรรม STEM ที่
1234
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
S1 การสังเกต
S2 การวัด
S3 การใชจ้ านวน
S4 การจาแนกประเภท
S5 การหาความสัมพันธร์ ะหว่าง
- สเปซกบั สเปซ
- สเปซกบั เวลา
S6 การจัดกระทาและสื่อความหมายขอ้ มลู
S7 การพยากรณ์
S8 การลงความเห็นจากขอ้ มูล
S9 การตั้งสมมตฐิ าน
S10 การกาหนดนยิ ามเชงิ ปฏิบัตกิ าร
S11 การกาหนดและควบคุมตัวแปร
S12 การทดลอง
S13 การตีความหมายข้อมลู และลงข้อสรปุ
S14 การสร้างแบบจาลอง
ทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21
C1 การสรา้ งสรรค์
C2 การคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ
C3 การแก้ปัญหา
C4 การสอ่ื สาร
C5 ความรว่ มมือ
C6 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร
หมายเหต:ุ รหัสทกั ษะท่ปี รากฏนี้ ใชเ้ ฉพาะหนงั สือคู่มือครเู ล่มนี้
ห น้ า 8
STEM BY KRULOH
ความคดิ รวบยอด
เมอื่ เรียนจบหนว่ ยการเรียนรู้นแี้ ล้ว นกั เรยี นจะต้องมีความรคู้ วามเขา้ ใจที่คงทน ดังน้ี
1. แรงลัพธ์
แรงลพั ธ์ คือผลรวมของแรงต้ังแต่สองแรงขึ้นไป ที่ร่วมกันกระทาต่อวัตถุเดียวกันแล้วมีผลทา
ให้วัตถุเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนท่ีตามผลของแรงลัพธ์ ซึ่งในการหาแรงลัพธ์จะต้องพิจารณาจาก
ขนาดและทศิ ทางของแรงทก่ี ระทาต่อวตั ถุนน้ั โดยมี 3 กรณี ดงั นี้
1. แรงลัพธ์ที่เกิดจากแรง 2 แรงข้ึนไปมากระทาต่อวัตถุท่ีอยู่นิ่งในแนวเดียวกันและมีทิศทาง
เดยี วกนั ค่าของแรงลัพธ์จะเท่ากับผลบวกของแรงท้งั หมด และแรงลัพธ์จะมีทิศทางเดียวกันกับแรง
ที่กระทา
2. แรงลัพธ์ทเี่ กิดจากแรง 2 แรงท่ีมีขนาดไม่เท่ากัน มากระทาต่อวัตถุท่ีอยู่นิ่งในแนวเดียวกัน
แต่ทศิ ทางตรงกันขา้ ม ค่าของแรงลัพธ์จะไดจ้ ากการหักลา้ งกันของแรงท้ังสองบางส่วนและแรงลัพธ์
ทีเ่ กิดขึ้นจะมที ิศทางเดียวกันกบั ทิศทางของแรงที่มากกวา่
3. แรงลพั ธ์ทเี่ กดิ จากแรง 2 แรงทมี่ ขี นาดเท่ากัน มากระทาต่อวัตถุที่อยู่น่ิงในแนวเดียวกันแต่
ทิศทางตรงกันข้าม แรงท้ังสองจะหักหลังซึ่งกันจนหมด แรงลัพธ์จึงมีค่าเป็นศูนย์เมื่อแรงลัพธ์ที่
กระทาต่อวัตถุเท่ากับศูนย์ วัตถุจะรักษาสภาพการเคล่ือนที่ กล่าวคือวัตถุจะอยู่น่ิงหรือเคล่ือนที่
ด้วยความเร็วคงตัว ดังน้ันในกรณีวัตถุอยู่น่ิง ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีแรงใดๆ มากระทาต่อวัตถุ
เสมอไป อาจจะมแี รงหลายแรงมากระทา แต่แรงลพั ธ์เป็นศนู ย์ก็เป็นได้
2. แรงเสยี ดทาน
แรงเสียดทานคือ แรงที่เกิดข้ึนระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุสองชนิด โดยเป็นแรงที่ผิววัตถุหน่ึง
ตา้ นการเคล่อื นท่ีของผวิ วตั ถอุ กี ผวิ หน่ึง แรงเสียดทานเป็นแรงท่มี ีทิศทางตรงกันข้ามกับทิศทางของ
การเคล่ือนทีข่ องวตั ถุ
แรงเสยี ดทานทเ่ี กดิ ขึน้ กับวัตถจุ ะมคี ่ามากหรือนอ้ ย ขน้ึ อยูก่ บั ปัจจยั ดังน้ี
1. นา้ หนกั และแรงกดของวัตถุ
- เมื่อวัตถุมนี ้าหนกั นอ้ ย แรงกดของวัตถุท่กี ระทาตอ่ พืน้ ผิวจะมีค่าน้อย ทาให้แรงเสียดทานมีค่า
น้อย
- เมอ่ื วัตถมุ นี า้ หนกั มาก แรงกดของวตั ถทุ กี่ ระทาต่อผิวจะมีค่ามาก ทาใหแ้ รงเสยี ดทานมีค่ามาก
2. ชนดิ ของพ้นื ผวิ สมั ผัส
- หากพื้นผวิ สมั ผสั ของวัตถทุ งั้ สองชนดิ เรยี บ จะมีแรงเสียดทานนอ้ ย
- หากพ้นื ผิวสมั ผสั ของวัตถทุ ง้ั สองไม่เรยี บ จะเกดิ แรงเสยี ดทานมาก
ห น้ า 9
STEM BY KRULOH
ความคดิ รวบยอด (ตอ่ )
เมอื่ เรียนจบหนว่ ยการเรยี นรู้น้แี ล้ว นกั เรยี นจะต้องมีความรคู้ วามเขา้ ใจทค่ี งทน ดังนี้
เสียง เป็นพลังงานรูปแบบหน่ึงท่ีสามารถรับรู้ได้โดยการฟังผ่านหู เสียงเคล่ือนที่ออกจาก
แหล่งกาเนดิ เสียงและแผก่ ระจายได้ทุกทิศทาง เสียงเดินทางผ่านตัวกลางของเสียงเสมอ เม่ือแหล่งกาเนิด
เสียงเกิดการส่ันสะเทือนจะถ่ายโอนพลังงานไปยังอนุภาคใกล้เคียงให้ส่ันอย่างต่อเน่ืองมาถึงหูของผู้ฟัง
หากตัวกลางของเสยี งหยดุ ส่ัน ผ้ฟู งั กจ็ ะไม่ได้ยินเสียงใดๆ
ตัวกลางของเสียง คือวัตถุหรือสิ่งต่างๆ ที่เส่ียงสามารถเดินทางผ่านได้มี 3ประเภท ได้แก่
ของแข็ง ของเหลว และอากาศ โดยที่เสียงจากเคลื่อนท่ีผ่านตัวกลางท่ีเป็นของแข็งได้เร็วกว่าตัวกลางที่
เป็นของเหลวและอากาศ ตามลาดบั
โดยการที่ผู้ฟังจะได้ยินเสียงใดๆ ต้องมีองค์ประกอบครบ 3 อย่าง ได้แก่ แหล่งกาเนิดเสียง
ตัวกลางของเสียง และอวัยวะรับเสยี ง
ลักษณะของเสียง มดี งั น้ี
1. เสยี งสูง เสียงต่า เป็นสมบัติอย่างหน่ึงของเสียงท่ีสัมพันธ์กับแหล่งกาเนิดเสียง เรียกว่า ระดับ
เสียง เกิดจากความเร็วในการสั่นสะเทือนของแหล่งกาเนิดเสียง โดยจานวนคร้ังของการสั่นใน 1 วินาที
เรียกวา่ ความถขี่ องเสยี ง มหี น่วยเป็น ครง้ั ต่อวินาที หรอื เฮริ ตซ์ (Hz)
เสยี งสูงหรือเสยี งแหลม (ความถี่สงู ) คอื เสียงท่ีแหล่งกาเนิดเสียงท่ีสั่นด้วยความเรว็ สงู
เสียงตา่ หรอื เสียงทุ้ม (ความถต่ี า่ ) คอื เสยี งที่แหลง่ กาเนิดเสียงท่ีสน่ั ด้วยความเรว็ ตา่
2. เสียงดัง เสียงเบา เป็นสมบัติของเสียงท่ีเรียกว่า ความดังของเสียง เสียงต่างๆที่เราได้ยินจะ
เปน็ เสยี งดงั เสียงคอ่ ยข้นึ อยูก่ ับปัจจยั ดังน้ี
1. ระยะห่างจากแหล่งกาเนิดเสียง
ใกล้แหลง่ กาเนดิ เสยี ง เสียงจะดัง
ไกลแหล่งกาเนดิ เสียง เสียงจะคอ่ ย
2. พลังงานในการสั่นของแหลง่ กาเนดิ เสียง
สั่นดว้ ยพลังงานมาก เสยี งจะดงั
สัน่ ดว้ ยพลังงานนอ้ ย เสียงจะค่อย
เราสามารถใช้เครื่องวัดระดับเสียง (sound level meter) มาวัดความเข้มเสียงต่างๆ ได้ โดย
มีหน่วยเป็น เดซเิ บล (dB)
ห น้ า 10
STEM BY KRULOH
แบบทดสอบก่อนเรยี น
แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นวิทยาศาสตร์ เรอ่ื ง แรงและพลังงาน
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5
คาชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นเลอื กคำตอบที่ถกู ต้องทส่ี ดุ
1. ถ้ำมีแรง 2 นิวตนั และแรง 5 นิวตนั กระทำต่อโต๊ะในทศิ เดยี วกัน แรงลัพธจ์ ะมีคำ่ เท่ำไร
ก. 2 นวิ ตนั ข. 3 นวิ ตนั
ค. 5 นิวตนั ง. 7 นิวตนั
2. แรงย่อยสองแรงที่ขนำดเท่ำกันกระทำต่อวตั ถุในทิศทำงตรงข้ำมกัน จะมผี ลอยำ่ งไร
ก. วัตถไุ ม่เคล่ือนที่
ข. วตั ถจุ ะเปล่ยี นทิศทำงกำรเคล่อื นท่ี
ค. วตั ถุจะเปลี่ยนทิศทำงไปทำงแรงยอ่ ยทขี่ นำดมำกกว่ำ
ง. วัตถุจะเปล่ยี นทิศทำงไปทำงแรงยอ่ ยทีข่ นำดน้อยกวำ่
3. ขอ้ ใดไม่มีแรงเขำ้ มำเก่ียวข้อง
ก. กำรเล่นชักเย่อ ข. กำรเปิดประตู
ค. กำรเล่นตกุ๊ ตำลม้ ลุก ง. หนงั สอื วำงอยบู่ นโต๊ะ
4. ฟำดลี ะหก์ บั สุไลมำนชว่ ยกันห้วิ ถุงใสข่ องคนละด้ำน อยำกทรำบว่ำที่ฟำดลี ะห์กับสไุ ลมำนชว่ ยกนั หิ้ว
ถงุ เสมือนมีแรงมำกระทำต่อถุงกี่แรง
ก. 1 แรง ข. 2 แรง
ค. 3 แรง ง. 4 แรง
5. ส่ิงของในข้อใดใชป้ ระโยชน์จำกแรงลัพธ์
ก. กำรลักนำ้ ข. หลอดฉดี ยำ
ค. หลอดหยด ง. กระถำงต้นไม้แบบแขวน
6. เมอ่ื มีแรงมำกระทำต่อวัตถุ จะทำให้วตั ถเุ ปล่ียนแปลงอย่ำงไร
ก. วัตถหุ ยุดนิง่ ข. วัตถุเคล่ือนที่
ค. วตั ถเุ ปลย่ี นแปลงรูปรำ่ ง ง. ถกู ทุกขอ้
7. แรงมีหนว่ ยตรงกับข้อใด
ก. กรมั ข. นิวตัน
ค. เวกเตอร์ ง. เซนติเมตร
8. แรงเสยี ดทำนหมำยถึงข้อใด
ก. แรงท่ใี ชใ้ นกำรยกวัตถุ
ข. แรงทีใ่ ช้ในกำรผลักวตั ถุ
ค. แรงตำ้ นกำรเคลื่อนท่ีของวัตถุ
ง. แรงตำ้ นกำรเคลื่อนท่ีของวัตถทุ ีเ่ กิดขึน้ ระหวำ่ งผิวทสี่ ัมผัสกัน
ห น้ า 11
STEM BY KRULOH
9. เมอ่ื เบรกรถจักรยำนจะเกดิ แรงเสียดทำนขน้ึ ในทศิ ทำงใด
ก. ไปด้ำนหนำ้ ของรถจักรยำน ข. ไปด้ำนหลังของรถจักรยำน
ค. ไปดำ้ นซ้ำยของรถจักรยำน ง. ไปดำ้ นขวำของรถจักรยำน
10. ข้อใดไม่เก่ียวข้องกับขนำดของแรงเสียดทำนที่เกิดขึน้
ก. สสี ัน ข. ขนำด
ค. พนื้ ผิว ง. นำ้ หนกั
11. เพรำะเหตุใดขณะที่ฝนตกจึงเกิดอุบัตเิ หตุทำงรถยนต์ไดง้ ่ำย
ก. ผิวยำงรถยนตฝ์ ืด ข. ถนนมแี รงเสยี ดทำนมำก
ค. ถนนมแี รงเสียดทำนน้อย ง. เคร่ืองยนต์ทำงำนไมส่ ะดวก
12. กำรใช้ค้อนเคำะส้อมเสยี ง แล้วจ่มุ สอ้ มเสยี งลงในนำ้ ผิวน้ำจะสน่ั แหลง่ กำเนดิ เสียงคืออะไร
ก. นำ้ ข. คอ้ น
ค. อำกำศ ง. ส้อมเสยี ง
13. เสียงเกิดขึ้นได้อย่ำงไร
ก. กำรส่ันสะเทือนของเสยี ง ข. กำรส่นั สะเทือนของวตั ถุ
ค. กำรกระทบของอำกำศ ง. กำรกดดันของวตั ถุ
14. เสยี งเดินทำงผำ่ นตัวกลำงชนดิ ใดไดด้ ีทส่ี ดุ
ก. ของแข็ง ข. ของเหลว
ค. อำกำศ ง. ถูกทุกขอ้
15. พจิ ำรณำภำพตอ่ ไปนี้แล้วตอบคำถำม จำกภำพถ้ำฟุรกอนตะโกนดังๆ ใสถ่ ว้ ยกระดำษ จะเกดิ ผลตำม
ข้อใด
ถว้ ยกระดำษ ลวดเสน้ เลก็
ขำตงั้ น้ำ บกิ เกอร์
ก. เสน้ ลวดขำด ข. ถว้ ยกระดำษขำด
ค. ผิวน้ำเกดิ กำรสน่ั สะเทือน ง. น้ำกระเด็นออกจำกบีกเกอร์
16. อวยั วะสว่ นใดของหทู ีท่ ำให้เรำไดย้ นิ เสยี ง
ก. กระดกู คอ้ น ข. กระดูกค้อน
ค. เยื่อแกว้ หู ง. คอเคลยี
17. กำรทเ่ี สียงมลี ักษณะแตกต่ำงกนั เชน่ เสียงสงู เสยี งต่ำ เพรำะเหตุใด
ก. ตัวกลำงแตกต่ำงกนั ข. กำรไดย้ ินแตกตำ่ งกัน
ค. แหลง่ กำเนดิ เสียงแตกต่ำงกนั ง. สถำนท่ีใช้ออกเสียงแตกตำ่ งกนั
ห น้ า 12
STEM BY KRULOH
18. ถ้ำต้องกำรศึกษำกำรเกิดเสยี งสูง เสียงต่ำ ควรเลือกใชช้ ดทดลองชดุ ใด
ก. ข.
ค. ง.
19. หนว่ ยวัดควำมดังของเสยี ง เรยี กว่ำอะไร
ก. บีต้ำเบล ข. มลิ ลิเบล
ค. เซนตเิ บล ง. เดซิเบล
20. ถำ้ แหลง่ กำเนิดเสียงสั่นด้วยพลงั งำนน้อย จะทำใหเ้ สยี งเปน็ อย่ำงไร
ก. เสยี งคอ่ ย ข. เสียงดงั
ค. เสยี งสน่ั ง. เสียงก้อง
ห น้ า 13
STEM BY KRULOH
กระดาษคาตอบ
ชือ่ .....................................................................................................เลขท่ี......................
ขอ้ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง
1 11
2 12
3 13
4 14
5 15
6 16
7 17
8 18
9 19
10 20
ไดค้ ะแนน
ห น้ า 14
STEM BY KRULOH
แผนการจดั การเรียนร้โู ดยใชก้ ิจกรรมการเรยี นรู้แบบสะเต็มศกึ ษา (STEM Education)
รายวชิ า วิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1 เร่ือง หุ่นยนตซ์ โู ม่ เวลา 4 ชว่ั โมง
สาระสาคญั
แรงลัพธ์ คือ ผลรวมของแรงหลายแรงที่กระทาต่อวัตถุเดียวกันในทิศทางเดียวกัน หรือ
ผลต่างของแรงสองแรงที่กระทาต่อวัตถุในทิศทางตรงข้ามกัน สาหรับวัตถุที่อยู่น่ิงแรงลัพธ์จะมีค่าเป็น
ศูนย์
ตวั ชี้วดั หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน
วิทยาศาสตร์ (S) คณติ ศาสตร์ (M) เทคโนโลยี (T)
1. อธบิ ายวธิ กี ารหาแรงลัพธข์ อง 1. แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ 1. ใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะในการ
แรงหลายแรงในแนวเดยี วกนั ท่ี ปัญหาเกย่ี วกบั ความยาวท่ีมีการ แกป้ ญั หา การอธบิ ายการ
กระทาตอ่ วัตถุในกรณีทว่ี ัตถุอยู่ เปลย่ี นหนว่ ยและเขยี นในรปู ทางาน การคาดการณผ์ ลลพั ธ์
นงิ่ จากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ ทศนิยม (ค2.1 ป.5/1) จากปัญหาอย่างง่าย (ว4.2 ป.
(ว2.2 ป.5/1) 2. แสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ 5/1)
2. เขยี นแผนภาพแสดงแรงที่ ปญั หาเกยี่ วกบั นาหนักทีม่ ีการ 2. ออกแบบ และเขยี น
กระทาต่อวัตถุท่อี ยใู่ นแนว เปลย่ี นหน่วยและเขียนในรูป โปรแกรมทม่ี ีการใชเ้ หตุผล
เดียวกนั และแรงลัพธท์ ก่ี ระทาต่อ ทศนยิ ม (ค2.1 ป.5/2) เชงิ ตรรกะอย่างง่าย ตรวจหา
วตั ถุ (ว2.2 ป.5/2) ข้อผิดพลาดและแก้ไข (ว4.2 ป.
3. ใช้เครื่องชั่งสปริงในการวัดแรง 5/2)
ที่กระทาต่อวัตถุ 3. ใชอ้ ินเทอรเ์ น็ตคน้ หาข้อมูล
(ว2.2 ป.5/3) ติดตอ่ ส่ือสารและทางานร่วมกนั
ประเมนิ ความนา่ เชือ่ ถือของ
ขอ้ มลู (ว4.2 ป.5/3)
4. รวบรวม ประเมิน นาเสนอ
ข้อมลู และสารสนเทศ ตาม
วตั ถุประสงค์โดยใชซ้ อฟต์แวร์
หรอื บรกิ ารบนอนิ เทอร์เนต็ ท่ี
หลากหลาย เพ่อื แกป้ ัญหาใน
ชวี ิตประจาวัน (ว4.2 ป.5/4)
หมายเหตุ* วศิ วกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขันพืนฐาน แต่กระบวนการ
ออกแบบเชิงวิศวกรรมสามารถเทียบเคียงได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตวั ชวี ัดสาระที่ 4 เทคโนโลยี
ห น้ า 15
STEM BY KRULOH
สาระการเรยี นรู้
วทิ ยาศาสตร์ (S) คณติ ศาสตร์ (M) เทคโนโลยี (T)
- การทดลองแรงลพั ธ์เนื่องจากแรง - การคานวณขนาด นาหนัก - เขียนวธิ ีการแก้ปญั หาโดยใช้
เหตผุ ลเชิงตรรกะได้ถูกต้อง
สองแรงทกี่ ระทากับวตั ถุ ของห่นุ ยนต์ซโู ม่ - การออกแบบ
โปรแกรมควบคุมหุน่ ยนต์
- ประโยชนข์ องแรงลพั ธ์ - การเลือกใชว้ ัสดแุ ละสิ่งของ
ตา่ ง ๆ ให้เหมาะสมกับการ สร้าง
ชินงานควรพจิ ารณาจากสมบัติ
ของวสั ดนุ ัน
- ความรูท้ ใี่ ช้ในการสรา้ งชินงาน
ต้องอาศัยความรู้ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับ
ชินงานอน่ื อีก เชน่ กลไก และ
การควบคมุ ไฟฟา้ อิเล็กทรอนิกส์
- ทกั ษะการประกอบชนิ งานแต่
ละสว่ นเข้าด้วยกัน
กรอบแนวความคดิ
S: วิทยาศาสตร*์ T: เทคโนโลยี
• แรงลัพธ์ • การออกแบบโปรแกรมควบคมุ หุ่นยนต์
• การเลอื กใชว้ ัสดมุ าสรา้ งและประกอบหนุ่ ยนต์ซูโม่
หุ่นยนต์ซโู ม่
E: วิศวกรรมศาสตร์ M: คณิตศาสตร์
• กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม • การวัดขนาด และนาหนักหุ่นยนต์
(การสร้างหนุ่ ยนต์ซูโม่ทแี่ ข็งแรง ห น้ า 16
ทนทาน ขนาดเล็กและนาหนักนอ้ ย)
* เป็นวิชาหลักในการนากจิ กรรมนี
STEM BY KRULOH
จุดประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
1. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายหลักการทางวทิ ยาศาสตร์เกย่ี วกับแรงลัพธ์ทีก่ ระทาต่อวตั ถุได้
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
2. นักเรยี นสามารถออกแบบและสร้างห่นุ ยนต์ซูโม่ตามกระบวนการสะเต็มศกึ ษาได้
ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
3. นักเรยี นมีวินยั ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งม่ันในการทางาน
แนวการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ข้นั ระบปุ ญั หา
1.1 กิจกรรมนาเข้าสบู่ ทเรียน
- ครูนาเข้าสู่เนือหาเร่ือง แรงลัพธ์ โดยครูยกตัวอย่างสถานการณ์ให้นักเรียนฟังว่า
“หากมีโต๊ะ 1 ตวั อยู่ในห้องเรียน และต้องการเคล่ือนย้ายไปอยู่นอกห้อง นักเรียน
จะมีวิธีการเคล่ือนย้ายอย่างไรให้สะดวกและรวดเร็วที่สุด” จากนันให้นักเรียน
รว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูตงั ประเดน็ คาถาม ดงั นี
1) ถา้ นกั เรยี นพาเพ่อื นๆ ไปย้ายโต๊ะ นกั เรยี นจะใหเ้ พ่อื นช่วยดาเนนิ การอย่างไร
(แนวคาตอบ ช่วยกนั ออกแรงผลกั ดันและดงึ ตู้ใหเ้ คล่อื นท่ี)
2) นักเรยี นจะมีวิธีการออกแรงอย่างไรใหเ้ คล่ือนยา้ ยโต๊ะไดเ้ รว็ ขนึ
(แนวคาตอบ ช่วยกนั ออกแรงผลกั หรือดงึ ไปในทางเดียวกนั )
- ครูให้นักเรียน 2 คน ออกมาทาการสาธิตการเคล่ือนย้ายโต๊ะ โดยครูตังประเด็น
คาถามวา่
1) ถ้าใหน้ กั เรียนคนท่ี 1 ออกแรงดนั โตะ๊ ไปทางขวามือผลจะเป็นอยา่ งไร
(แนวคาตอบ โต๊ะมีการเคลือ่ นทไ่ี ปตามแนวเดียวกบั แรงที่กระทา)
2) แลว้ ให้นักเรยี นอีก 1 คน ออกแรงดันโต๊ะไปทางขวามือผลจะเปน็ อยา่ งไร
(แนวคาตอบ โตะ๊ มกี ารเคลือ่ นที่ไปตามแนวเดียวกับแรงที่กระทาและเคล่ือนท่ีเร็ว
กว่าเดมิ )
3) แลว้ ถ้าให้นักเรียนอกี 1 คน ออกแรงดันโต๊ะไปทางซา้ ยมอื ผลจะเปน็ อยา่ งไร
(แนวคาตอบ นกั เรียน ร่วมกันอภิปรายเพื่อตอบคาถาม)
- นักเรียนฟังครูอธิบายถึงความหมายของแรงลัพธ์ว่า หมายถึง ผลการรวมแรง
หลายแรง โดยมีรูปแบบการหาแรงลัพธ์ท่ีแตกต่างกัน จากนัน นักเรียนดู
ภาพประกอบคาอธิบายเก่ยี วกับการหาแรงลพั ธ์
- ครูชีแจงจุดประสงค์ของกิจกรรมว่านักเรียนจะได้สร้างหุ่นยนต์ซูโม่ โดยใช้ความรู้
ความเข้าใจ ในเร่ืองแรงลัพธ์ การสร้าง การประกอบและควบคุมหุ่นยนต์ โดยมี
เงือ่ นไขเป็นรูปแบบและระดับความแข็งแรงของหุ่นยนต์ซูโม่ แล้วทดสอบผ่านการ
แข่งขนั หุ่นยนต์ซโู ม่
ห น้ า 17
STEM BY KRULOH
- ครูแบง่ นกั เรยี นออกเปน็ กลุ่ม กล่มุ ละ 2-3 คน คละความสามารถและเพศ จากนัน
ครแู จกชดุ อปุ กรณ์ STEM1
1.2 กิจกรรมระบุปญั หา
- ครูกาหนดสถานการณ์ชวนคิดให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ดงั นี
“ทุกๆ เดือนสิงหาคมของทุกปี ทางโรงเรียนได้จัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ มีการ
นาเสนอกจิ กรรมตา่ งๆ มากมาย แตใ่ นปีนีมีกิจกรรมที่นักเรียนให้ความสนใจเป็นพิเศษ
นันคอื กิจกรรมการแขง่ ขันซโู ม่โรบอท โดยมีกติกาคือสร้างหุ่นยนต์ท่ีสามารถทาให้ส่วน
ใดส่วนหนึง่ ของหุน่ ยนต์ฝา่ ยตรงข้ามสัมผัสกับพืนที่นอกวงแหวนซูโม่ ซ่ึงก็คือ พืนที่ข้าง
สนาม ฝ่ายท่ีทาได้ก่อนจะเป็นผู้ชนะ นักเรียนจะมีวิธีออกแบบและการสร้างหุ่นยนต์ซู
โม่ทีแ่ ขง็ แรง ทนทาน ขนาดเลก็ และนาหนักน้อยไดอ้ ย่างไร”
- ครูให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา เงื่อนไข ข้อจากัด และข้อมูลที่ต้องการ จาก
สถานการณด์ งั กลา่ ว
- ครชู ีแจงเกณฑ์การประเมินการผ่านกิจกรรมการออกแบบและสร้างหุ่นยนต์ซูโม่ โดยมี
หัวข้อในการพิจารณา 4 หัวข้อ คือ ความแข็งแรง ขนาด นาหนักหุ่นยนต์และผลการ
แข่งขัน
2. ขน้ั รวบรวมข้อมลู และแนวคิดทีเ่ ก่ียวข้องกับปญั หา
- ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลท่ีสามารถแก้ปัญหานีได้ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุ
อุปกรณ์ วิธีการประกอบหุ่นยนต์ กลไกการเคลื่อนท่ีและการควบคุมหุ่นยนต์ แล้ว
นามาอภปิ รายกนั ในกลมุ่ เพื่อนาไปออกแบบห่นุ ยนต์ซูโม่
- ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันเสนอแนวคิดที่สามารถแก้ปัญหานีได้ แล้วนามา
อภิปรายกนั ในกลุ่มเพื่อเลอื กแนวทางในการแก้ปญั หา
3. ข้ันออกแบบวิธีการแก้ปัญหาโดยเช่ือมโยงความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตรแ์ ละคณติ ศาสตร์
- ครใู ห้แต่ละกลุ่มคิดออกแบบในการสร้างหุน่ ยนต์ซูโม่ โดยระบุรายการวัสดุและอุปกรณ์
ขันตอนวิธกี ารทาหนุ่ ยนต์ซูโม่ พร้อมทังวาดแบบหนุ่ ยนต์
- ครูให้แตล่ ะกลุ่มรว่ มกันอภิปรายกัน โดยเริ่มจากนาเสนอว่ามีปัญหาหรือความต้องการ
อะไร แล้วมีแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งประกอบด้วยรูปแบบของหุ่นยนต์ซูโม่
พรอ้ มทังรายละเอยี ดวัสดุและอปุ กรณ์
4. ข้ันวางแผนและดาเนนิ การแก้ปัญหา
- ครูให้แต่ละกลุ่มวางแผนการทางานก่อนลงมือสร้าง จากนันจึงสร้างหุ่นยนต์ซูโม่โดยใช้
วัสดุตามที่ได้ ออกแบบภายในเวลา 1 ชั่วโมง ทังนีนักเรียนทุกกลุ่มต้องทาการวัดขนาด
และนาหนักกอ่ นนาเข้าแขง่ ขัน
ห น้ า 18
STEM BY KRULOH
5. ขั้นทดสอบ ประเมินผลและปรบั ปรุงแกไ้ ขวธิ กี ารปญั หาหรือช้ินงาน
- เมอื่ สรา้ งเสร็จแลว้ แต่ละกลุ่มนาหุ่นยนตซ์ ูโม่มาทดสอบการทางาน หากพบข้อบกพร่อง
ให้ทาการปรับปรุงแก้ไขและบันทึกวิธีการปรับปรุงแก้ไขลงในใบกิจกรรม แล้วนามา
ทดสอบอีกครงั
- ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มเข้ารับการวัดขนาด และชั่งนาหนัก เพ่ือเป็นข้อมูลสาหรับใช้
ประเมินการผา่ นกจิ กรรมการออกแบบและสร้างหุ่นยนต์ซูโม่ ตามเกณฑ์ทก่ี าหนดไว้
- ครจู ัดแขง่ ขนั โดยตวั แทนแต่ละกล่มุ ประชันกนั เพือ่ หาผ้ชู นะ
6. ขน้ั นาเสนอวิธีการแก้ปัญหาและผลการแก้ปญั หา หรอื ชิ้นงาน
- ครูใหแ้ ตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลงาน และอธิบายในประเดน็ ตอ่ ไปนี
1) รปู แบบโครงสรา้ งหุ่นยนต์ซูโม่ เปน็ อยา่ งไร
2) วสั ดุอุปกรณท์ ีใ่ ช้มลี ักษณะอยา่ งไรบ้าง
3) มวี ิธกี ารสร้างและทดสอบอยา่ งไรบา้ ง
- ครูให้นักเรียนร่วมกันสรุปประเด็นและความรู้ท่ีได้จากการสร้างหุ่นยนต์ซูโม่ โดยครูใช้
คาถาม ดังนี
1) รปู แบบโครงสร้างหุ่นยนต์ซูโม่ เป็นอยา่ งไร
(แนวคาตอบ แขง็ แรง ทนทาน มนี าหนกั และมแี รงพ่งุ ไปด้านหน้าให้มาก)
2) วัสดุอปุ กรณ์ทีใ่ ชม้ ลี ักษณะอย่างไรบา้ ง
(แนวคาตอบ วัสดุที่ใช้ควรมีทงั วสั ดุมนี าหนกั และแข็งแรง ทนทานตอ่ การปะทะ)
การวดั ประเมินผล วธิ ีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์
ทดสอบ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ แบบทดสอบหลัง ตอบถูกรอ้ ยละ 80
1. อธิบายความหมายของหลักการ สงั เกตและตรวจ
ทางวทิ ยาศาสตร์เกย่ี วกบั แรงลพั ธ์ท่ี ใบกจิ กรรม ทากจิ กรรม STEM ขึนไป
กระทาตอ่ วตั ถุได้ STEM
2. ออกแบบและสรา้ งหุ่นยนต์ซูโม่ สงั เกต ที่ 1
กระบวนการสะเตม็ ศกึ ษาได้
แบบประเมิน ผา่ นเกณฑ์ระดับดี
3. นักเรียนมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และ
มุ่งม่ันในการทางาน กจิ กรรม STEM ขึนไป
แบบประเมนิ ผ่านเกณฑร์ ะดับดี
คณุ ลักษณะ ขึนไป
ห น้ า 19
STEM BY KRULOH
สอ่ื และแหล่งเรยี นรู้ 1.2 ชุดรีโมทควบคมุ
1. วัสดุอปุ กรณ์ ได้แก่ 1.4 สายวัด
1.6 ตาชง่ั สปริง
1.1 ชดุ อปุ กรณห์ นุ่ ยนต์ Botzees Core set 1.8 ผ้าเทป
1.3 สนามแข่งขันซโู ม่ 1.10 กาวร้อน
1.5 ไม้บรรทดั 1.12 กรรไกร
1.7 ฟองนา
1.9 แผ่นรองกันลนื่
1.11 มีดคตั เตอร์
2. ใบความรทู้ ี่ 1.1 เรือ่ ง แรง (Force)
3. ใบความรทู้ ่ี 1.2 เร่ืองหุ่นยนต์ Botzees
4. ใบกจิ กรรม STEM ท่ี 1 เรื่อง หุน่ ยนต์ซูโม่
ห น้ า 20
STEM BY KRULOH
แบบสังเกตและตรวจกิจกรรม STEM ที่ 1
คาชีแ้ จง : ให้สังเกตและประเมินผลงานจากแบบบันทกึ กิจกรรม STEM ของนักเรยี นในระหว่างเรยี น
แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดบั คะแนน
รายการท่ีประเมิน ระดบั คะแนน
4321
1. การระบุปญั หา และวิเคราะหข์ ้อมูลทีต่ ้องการ
2. การเลือกวิธกี าร รวม คะแนน
3. การออกแบบ ผลการประเมนิ
4. การวางแผนและดาเนินการ
5. การทดสอบและปรับปรงุ แก้ไข
6. การนาเสนอ
7. ความแขง็ แรง
8. ขนาด
9. นาหนกั
10. ผลการแข่งขนั
เกณฑ์การประเมิน :
ประเดน็ ประเมนิ 4 ระดับคะแนน 1
32
1. การระบุปัญหา ระบปุ ญั หา ระบปุ ัญหา ระบปุ ัญหา ระบุปญั หา
และวเิ คราะห์ เงอ่ื นไข ข้อจากดั เง่อื นไข ข้อจากดั เงอ่ื นไข ข้อจากดั เงอื่ นไข ข้อจากดั
ขอ้ มลู ทีต่ ้องการ และข้อมูลที่ความ และข้อมูลที่ความ และข้อมูลที่ความ และข้อมูลท่ีความ
ตอ้ งการได้ตรงกับ ตอ้ งการได้ตรงกบั ตอ้ งการได้ตรงกับ ต้องการได้ไม่
สถานการณ์ท่ี สถานการณ์ท่ี สถานการณ์ท่ี สอดคลอ้ งกบั
กาหนดได้ กาหนดได้ กาหนดได้ ไม่ สถานการณ์ที่
สามารถตัง สามารถตัง สามารถตัง กาหนดได้
สมมุติฐานหรือ สมมุติฐานหรือ สมมตุ ิฐานหรือ
คาตอบท่ี คาดคะเนคาตอบ คาดคะเนคาตอบ
คาดคะเนไว้อย่าง ไดแ้ ต่ไม่ ได้
สมเหตสุ มผล สมเหตุสมผล
2. การเลือกวิธกี าร เลอื กศึกษาขอ้ มูล เลือกศึกษาข้อมูล เลือกศึกษาข้อมูล เลือกศึกษาข้อมูล
ท่เี หมาะสมและ ทเ่ี หมาะสมและ ท่เี หมาะสมแต่ ไมเ่ หมาะสมและ
เลือกวธิ กี ารแกไ้ ข เลือกวธิ ีการแก้ไข เลือกวิธีการแกไ้ ข เลือกวิธกี ารแกไ้ ข
ห น้ า 21
STEM BY KRULOH
ประเด็นประเมิน 4 ระดับคะแนน 1
ไมส่ อดคลอ้ งกบั
3. การออกแบบ ได้สอดคล้องกับ 32 ปัญหาหรอื ความ
ปัญหาหรือความ ต้องการ
4. การวางแผน ต้องการ ตาม ไดส้ อดคลอ้ งกับ ไมส่ อดคล้องกบั
และดาเนินการ ขอ้ เท็จจรงิ อยา่ ง ปญั หาหรอื ความ ปญั หาหรือความ ได้ภาพร่างทไ่ี ม่
ตรงไปตรงมา ต้องการ ไมเ่ ป็นไป ต้องการ สอดคล้องกบั
5. การทดสอบ นาไปสกู่ าร ตามข้อเท็จจริง วิธีการแก้ปญั หา
และปรับปรงุ แกป้ ญั หาได้ อย่าง หรอื สนองความ
แกไ้ ข ตรงไปตรงมา ต้องการ
6. การนาเสนอ ได้ภาพรา่ ง
สอดคลอ้ งกบั ไดภ้ าพรา่ ง ไดภ้ าพร่าง สรา้ งชินงานโดย
วิธีการแกป้ ัญหา ไมม่ ีการวางแผน
หรือสนองความ สอดคล้องกับ สอดคลอ้ งกับ ในการทางานและ
ตอ้ งการ แสดง ปฏิบตั ิงานได้ แต่
รายละเอยี ดและ วิธีการแกป้ ัญหา วิธกี ารแก้ปัญหา ไมเ่ ป็น
บอกท่ีมาของ กระบวนการ
แนวความคดิ หรือ หรอื สนองความ หรอื สนองความ
สิง่ ประดษิ ฐ์ได้ ชินงานหรอื
อย่าง ต้องการ แสดง ต้องการ ไมแ่ สดง วิธีการ ใช้งาน
สมเหตสุ มผล ไมไ่ ด้
รายละเอยี ดและ รายละเอยี ดและ
สร้างชนิ งานโดย รูปแบบการ
มกี ารวางแผนใน บอกท่ีมาของ ทมี่ าของ นาเสนอ ส่อื
การทางานและ ความหมายไม่
ปฏิบตั ิงานตาม แนวความคดิ หรือ แนวความคิดหรือ ถกู ต้อง ไม่ชัดเจน
กระบวนการ
ทางานได้อย่าง สิ่งประดษิ ฐไ์ ด้ สิง่ ประดษิ ฐไ์ ด้
เหมาะสม
อย่างไม่
ชินงานหรือ
วิธีการ ใช้งานได้ดี สมเหตุสมผล
สามารถบอก
วธิ ีการพฒั นา สร้างชินงานโดย สร้างชินงานโดย
ชินงานไดอ้ ยา่ ง
ชดั เจน มกี ารวางแผนใน ไม่มีการวางแผน
รูปแบบการ การทางานเปน็ ในการทางาน
นาเสนอ ส่ือ
ความหมายเร่ือง ส่วนใหญ่และ และปฏิบตั งิ าน
การสร้าง
ปฏิบตั ิงานตาม ตามกระบวนการ
กระบวนการ ทางานได้
ทางานได้ บางส่วน
ชนิ งานหรอื ชนิ งานหรือ
วิธีการ ใชง้ านไดด้ ี วธิ ีการ ใช้งานไดด้ ี
สามารถบอก ไมส่ ามารถบอก
วิธกี ารพฒั นา วิธกี ารพัฒนา
ชินงานได้ไม่ ชนิ งานได้
ชัดเจน
รูปแบบการ รูปแบบการ
นาเสนอ ส่ือ นาเสนอ สอ่ื
ความหมายให้ผู้ ความหมายใหผ้ ู้
อื่นเขา้ ใจได้ อ่นื เขา้ ใจได้
ห น้ า 22
STEM BY KRULOH
ประเดน็ ประเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1
32
หนุ่ ยนต์ซโู ม่ ให้ ชดั เจน อธิบาย ชดั เจน แต่อธบิ าย อธิบายเหตผุ ล
ผู้อ่ืนเข้าใจถูก เหตผุ ลของ เหตุผลของ ของ แนวคดิ เรื่อง
ตอ้ งชัดเจน แนวคดิ เรื่องการ แนวคดิ เร่อื งการ การสร้าง
อธิบาย เหตผุ ล สรา้ งหนุ่ ยนต์ซูโม่ สรา้ งหนุ่ ยนต์ซโู ม่ หนุ่ ยนต์ซโู ม่ ไมไ่ ด้
ของแนวคดิ ได้ ได้ถูกตอ้ งบางส่วน ไมไ่ ด้
*7. ความแขง็ แรง ไมม่ ชี ินส่วน มีชินส่วน มีชนิ ส่วน มชี นิ สว่ น
หนุ่ ยนตซ์ โู ม่หลดุ หนุ่ ยนต์ซโู มห่ ลุด หนุ่ ยนต์ซูโมห่ ลุด ห่นุ ยนตซ์ ูโมห่ ลดุ
ระหวา่ งการ ระหวา่ งการ ระหวา่ งการ ระหว่างการ
แข่งขนั เลย แขง่ ขนั 1-2 ชิน แข่งขนั 3-4 ชนิ แขง่ ขันจนไม่
สามารถแข่งขันได้
*8. ขนาด ขนาดหนุ่ ยนต์ซูโม่ ขนาดหนุ่ ยนต์ซูโม่ ขนาดหุน่ ยนตซ์ ูโม่ ขนาดหุ่นยนต์ซูโม่
ท่ีสร้างขนึ มีขนาด ท่ีสรา้ งขนึ มีขนาด ที่สรา้ งขึนมีขนาด ทส่ี รา้ งขนึ มีขนาด
ตามเกณฑ์การ ตามเกณฑ์การ ตามเกณฑ์การ ตามเกณฑ์การ
แขง่ ขัน และเลก็ แข่งขันและเลก็ แขง่ ขนั และเล็ก แขง่ ขัน
ทีส่ ุด เป็นลาดับท่ี 2 เปน็ ลาดับที่ 3
*9. นาหนกั นาหนักหุน่ ยนต์ซู นาหนักหนุ่ ยนตซ์ ู นาหนกั หุน่ ยนต์ซู นาหนกั หนุ่ ยนตซ์ ู
โมท่ ่สี รา้ งขึนมี โมท่ ่ีสรา้ งขนึ มี โม่ทีส่ รา้ งขนึ มี โมท่ ีส่ รา้ งขึนมี
นาหนักตาม นาหนักตาม นาหนกั ตาม นาหนกั ตาม
เกณฑ์การแข่งขัน เกณฑ์การแข่งขัน เกณฑ์การแขง่ ขัน เกณฑ์การแข่งขนั
และน้อยทสี่ ุด และน้อยเปน็ และน้อยเปน็
ลาดับที่ 2 ลาดับท่ี 3
*10. ผลการ ผลการแขง่ ขนั ผลการแข่งขนั ผลการแขง่ ขนั ผลการแข่งขัน
แข่งขัน ชนะ 4 ทีม ชนะ 3 ทมี ชนะ 2 ทีม ชนะ 1 ทีม
หรอื ไม่มีผลชนะ
*เป็นเกณฑท์ รี่ ะบไุ ว้ในการประเมนิ การผา่ นกจิ กรรมการออกแบบและสรา้ งหนุ่ ยนต์ซโู ม่
เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนนรวม 31 - 40 คะแนน หมายถงึ ดมี าก
คะแนนรวม 21 - 30 คะแนน หมายถึง ดี
คะแนนรวม 11 - 20 คะแนน หมายถึง พอใช้
คะแนนรวม 1 - 10 คะแนน หมายถงึ ปรับปรงุ
ห น้ า 23
STEM BY KRULOH
แบบประเมินคุณลักษณะ
คาชี้แจง : ใหส้ งั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียน แล้วขีด ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั
คะแนน
คุณลักษณะอันพึง รายการท่ปี ระเมนิ ระดบั คะแนน
ประสงค์ด้าน 321
1. ตรงตอ่ เวลา
มวี ินยั 2. ปฏบิ ตั ิงานเรียบรอ้ ยเหมาะสม
3. ปฏิบตั ิตามข้อตกลง
ใฝ่เรียนรู้ 1. กระตือรือร้นในการแสวงหาข้อมูล
2. มกี ารจดบนั ทกึ ความรู้อย่างเป็นระบบ
มุ่งม่นั ในการทางาน 3. สรปุ ความรู้ได้อยา่ งมีเหตุผล
1. ตังใจและรบั ผิดชอบในหน้าทก่ี ารงาน
2. ทางานด้วยความเพยี รพยายาม และอดทนเพอ่ื ให้
งานสาเร็จตามเป้าหมาย
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ให้ 3 คะแนน
- พฤติกรรมที่ปฏบิ ตั ชิ ดั เจนและสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
- พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ิชดั เจนและบอ่ ยครงั ให้ 1 คะแนน
- พฤติกรรมท่ปี ฏิบตั ิบางครงั
เกณฑก์ ารประเมนิ : 19 - 24 คะแนน หมายถงึ ดีมาก
คะแนนรวม 13- 18 คะแนน หมายถึง ดี
คะแนนรวม 6 - 12 คะแนน หมายถงึ พอใช้
คะแนนรวม 1-6 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง
คะแนนรวม
ห น้ า 24
STEM BY KRULOH
ใบความรทู้ ่ี 1.1
แรง (Force)
แรง (Force)
แรง หมายถึง สิ่งท่ีทาให้วัตถุเปล่ียนแปลงการเคล่ือนท่ี หรือเปล่ียนแปลงรูปร่างไปจาก
เดิม แรงทาให้วตั ถเุ คลอ่ื นทีเ่ ร็วข้นึ ช้าลง หรือหยุดนงิ่ และทาให้วัตถเุ ปลีย่ นแปลงรูปรา่ งและขนาด
เราใช้เครื่องช่ังสปริงในการวัดแรงแรงมีหน่วยเป็น นิวตัน (N) ตามชื่อนักวิทยาศาสตร์
ชาวอังกฤษ คือ เซอร์ไอแซค นิวตัน ผู้ค้นพบแรงโน้มถ่วงของโลกและศึกษาเกี่ยวกับแรงและการ
เคลือ่ นทีข่ องวตั ถุ
รูป เครื่องชั่งสปรงิ
การเขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทาต่อวัตถุ ทิศทางของแรง
เขียนแทนด้วยลูกศรโดยความยาวของลูกสรแสดงขนาดของ
แรง และหัวลูกศรแสดงทิศทางของแรงท่ีกระทา เม่ือวัตถุถูก
แรงกระทาพร้อมๆ กันมากกว่าหนึ่งแรงข้ึนไป ผลของแรง 20 N
กระทาทั้งหมดจะส่งผลเสมือนเกิดจากแรงๆ เดียวซึ่งเป็นผล
จากการรวมกันของแรงทุกแรง เราเรียกแรงที่เกิดจากการรวม ขนาดของแรง
แรงหลายๆ แรงนี้ว่า แรงลพั ธ์
1. หากมี 2 แรงผลกั วตั ถุไปตามพ้นื ราบในทิศทางเดยี วกนั แรงทั้งสองแรงจะรวมเข้าด้วยกัน
เปน็ แรงลัพธ์ท่ีทาให้วตั ถเุ คล่ือนท่ี ดงั รูป
แรงลัพธ์ = แรง 1 + แรง 2
แรงลัพธ์ = 20 N + 40 N
แรงลัพธ์ = 60 N
กาหนดมาตราสว่ น 1 ซม. : 10 N
ห น้ า 26
STEM BY KRULOH
2. หากแรง 2 แรง ผลกั วตั ถุไปตามพืน้ ราบในทศิ ทางตรงข้ามกัน หากแรงดา้ นใดมมี ากกวา่ วัตถุจะ
เคลอ่ื นที่ไปตามทิศทางของแรงน้ัน ดงั รปู
แรงลัพธ์ = แรง 1 - แรง 2
แรงลัพธ์ = 40 N - 20 N
แรงลัพธ์ = 20 N
กาหนดมาตราส่วน 1 ซม. : 10 N
3. หากมีแรง 2 แรงผลักวัตถุไปตามพ้นื ราบในทิศทางตรงกันขา้ ม และแรงท้ังสองแรงมขี นาดเท่ากนั
วตั ถุจะไมเ่ คลือ่ นท่ี ดังรปู
แรงลัพธ์ = แรง 1 - แรง 2
แรงลัพธ์ = 40 N - 40 N
แรงลัพธ์ = 0 N
กาหนดมาตราสว่ น 1 ซม. : 10 N
ประโยชน์ของแรงลพั ธ์
ในชีวิตประจาวันของเรามีการนาแรงลัพธ์มาใช้ประโยชน์มากมาย ตัวอย่างเช่น การสร้าง
สะพานแขวน การป่ันจกั รยานพ่วง การใช้มา้ หลาย ๆ ตัวลากรถมา้ เปน็ ต้น
สะพานแขวน ม้าลากรถ
ทม่ี า https://pixabay.com/th/photos ท่ีมา https://pixabay.com/th/photos
ห น้ า 27
STEM BY KRULOH
ใบความรทู้ ่ี 1.2
หนุ่ ยนต์ BOTZEES
คมู่ อื การใช้งานเบื้องต้น
ยนิ ดีตอ้ นรบั สู่ BOTZEES
Botzees เป็นหุ่นยนต์ท่ีสามารถโปรแกรมได้น่ารักๆ ท่ีคุณสามารถออกแบบสร้างและควบคุม
ได้ผ่านโปรแกรมง่ายๆ และสนุกไปกับรูปร่างที่น่ารักเหล่าน้ี ผ่านอุปกรณ์เซ็นเซอร์ภายในและมอเตอร์
Botzees สามารถถกู โปรแกรมให้เคลอื่ นไหว ผลักดัน เต้น ส่งเสียง และฉายไฟ Botzees โดยการเขียน
Code มารว่ มกนั สร้างสรรค์ พัฒนาการเรียนรู้นอกจนิ ตนาการไปด้วยกนั
วิธีตง้ั คา่
1. ดาวนโ์ หลดแอพ
คน้ หา "Botzees AR" ใน App Store หรอื Play Store
2. เชือ่ มต่อผ่าน Bluetooth รองรบั กับ:
iOS 12+
เปดิ โปรแกรมและกดการเช่อื มต่อ Bluetooth iPhone 6s และมากกวา่ /iPad Pro (ทกุ รนุ่ )
ปุ่มบนสุดขวา ปมุ่ สแี ดงและแสดงคา "OFF" เมื่อ iPad Air (รุ่นท่ี 3)/iPad (ร่นุ ที่ 5 และ 6)
Bluetooth เป็นไม่เชื่อมต่อกัน iPad mini (รุน่ ท่ี 5)
Android 8.0 และรนุ่ หลงั
โปรดตรวจสอบวา่ Bluetooth ถูกเปดิ ใชง้ าน
บนเคร่อื งอปุ กรณอ์ เิ ล็กทรอนิกส์ท่คี ณุ กาลังใช้อยู่
ห น้ า 28
กดปมุ่ เปิด ด้านหลงั ของกลอ่ ง main STEM BY KRULOH
control จนกระทง่ั ไฟแสดงผลสวา่ ง
วางอุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกสท์ ี่เช่ือมต่อของคุณ
ห่างไม่เกิน 10 นว้ิ จากกลอ่ ง main control
เมอื่ ปรากฏตัวแสดงว่าประสบความสาเร็จ เมอ่ื Bluetooth ถกู เชอ่ื มต่อ ป่มุ ในมุมด้านบน
ในการเชอ่ื มต่ออปุ กรณก์ ับกล่อง main control ขวาเปน็ สเี ขียวและแสดงภาพคาวา่ "เปิด"
3. เชอ่ื มตอ่ เสยี ง Bluetooth ออกจากแอพและไป "ตัง้ ค่า" บนตวั ของคุณ
อปุ กรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์และกด "Bluetooth"
กดปุม่ ลาโพงสีเหลืองด้านบนของหนา้ จอ
อุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกสจ์ ะคน้ หาเสยี งบลทู ูธ เม่ือเสยี งถูกเชอ่ื มต่อ คานี้ "Connected" จะ
อัตโนมัติ จากน้ันคลิกบน "Pai Audio_xxxxx" ปรากฏตวั
เพอื่ เชื่อมต่อ
ห น้ า 29
STEM BY KRULOH
ใบกจิ กรรม STEM ที่ 1
เรอื่ ง หนุ่ ยนตซ์ โู ม่
สาระสาคญั
แรงลัพธ์ คือ ผลรวมของแรงหลายแรงท่กี ระทาต่อวัตถเุ ดยี วกนั ในทศิ ทาง
เดียวกัน หรือผลต่างของแรงสองแรงทก่ี ระทาต่อวตั ถใุ นทศิ ทางตรงข้ามกนั สาหรบั
วัตถทุ ี่อยนู่ ิ่งแรงลัพธจ์ ะมคี ่าเป็นศนู ย์
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. นกั เรียนสามารถอธบิ ายหลกั การทางวิทยาศาสตรเ์ ก่ยี วกับแรงลัพธ์ทกี่ ระทาต่อวัตถุได้ (K)
2. นกั เรยี นสามารถออกแบบและสร้างหนุ่ ยนตซ์ โู ม่ตามกระบวนการสะเตม็ ศึกษาได้ (P)
3. นักเรียนมีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ ม่นั ในการทางาน (A)
วธิ กี ารดาเนนิ กจิ กรรม
1. ศึกษาสถานการณ์ทกี่ าหนดให้
2. รว่ มกนั วเิ คราะห์ปญั หา เง่ือนไข
ขอ้ จากัด และข้อมลู ท่ตี อ้ งการ จาก
สถานการณ์ดังกลา่ ว
3. สบื คน้ ข้อมลู แนวความคิดหรอื
ความรู้ท่สี ามารถแกป้ ัญหาน้ีได้ แล้ว
อภปิ รายกลุ่ม
4. รว่ มกนั ออกแบบและวางแผนการ
ดาเนินงาน แลว้ อภิปรายกลมุ่ เพ่อื
เลอื กแนวทางการดาเนนิ งาน
5. ลงมือสร้างช้ินและพฒั นาชน้ิ งาน
ตามแบบและแนวทางท่ีวางแผนไว้
6. นาเสนอชน้ิ งานและรว่ มกนั
อภิปรายหนา้ หอ้ ง
ห น้ า 30
STEM BY KRULOH
สถานการณท์ ก่ี าหนดให้ มดี งั นี้
“ทุกๆ เดือนสิงหาคมของทุกปี ทางโรงเรียนได้จัดงาน
สัปดาหว์ ทิ ยาศาสตร์ มีการนาเสนอกจิ กรรมตา่ งๆ มากมาย แต่
ในปีน้ีมีกิจกรรมท่ีนักเรียนให้ความสนใจเป็นพิเศษ นั้นคือ
กิจกรรมการแข่งขันซูโม่โรบอท โดยมีกติกาคือสร้างหุ่นยนต์ท่ี
สามารถทาให้ส่วนใดส่วนหน่ึงของหุ่นยนต์ฝ่ายตรงข้ามสัมผัส
กบั พื้นท่ีนอกวงแหวนซูโม่ ซึ่งก็คือ พื้นท่ีข้างสนาม ฝ่ายที่ทาได้
ก่อนจะเป็นผู้ชนะ นักเรียนจะมีวิธีออกแบบและการสร้าง
หุ่นยนต์ซูโม่ที่แข็งแรง ทนทาน ขนาดเล็กและน้าหนักน้อยได้
อย่างไร”
1. ชดุ อุปกรณ์หนุ่ ยนต์ Botzees Core set วสั ดแุ ละอปุ กรณ์
3. สนามแขง่ ขันซูโม่
5. ไมบ้ รรทัด 2. ชดุ รโี มทควบคุม
7. ฟองนา้ 4. สายวดั
9. แผน่ รองกนั ลืน่ 6. ตาช่งั สปรงิ
11. มดี คัตเตอร์ 8. ผ้าเทป
10. กาวรอ้ น
12. กรรไกร
ห น้ า 31
STEM BY KRULOH
บนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม
ปญั หา
คือ
จากสถานการณ์ ปญั หาของนักเรียนมีเง่ือนไขและขอ้ จากดั อะไรบา้ ง
เงอื่ นไข ขอ้ จำกดั คอื
คอื คอื
นักเรียนคดิ วา่ ต้องศึกษาข้อมูลอะไรบา้ งจงึ จะสามารถแกป้ ัญหานไ้ี ด้
1 ขอ้ มูลที่
2
3
4 ต้องการ คอื
5
ห น้ า 32
นักเรียนมีแนวคดิ และออกแบบชิน้ งานได้อย่างไร STEM BY KRULOH
แนวคดิ แบบรำ่ งชนิ้ งำน
คอื
นักเรียนทดลองแล้วบนั ทึกผลเป็นอยา่ งไร
บนั ทกึ ผลงาน
ห น้ า 33
STEM BY KRULOH
นักเรียนประเมินการปฏบิ ัตงิ านและชนิ้ งานของตนเอง
ผลการประเมนิ เพ่ือให้คะแนนผลงานตนเอง
ระบายสีภาพ
ผลงานของตนเองมคี วามแข็งแรง
ทนทานได้มากแค่ไหน
ผลงานของตนเองมีขนาดเล็ก
และนา้ หนักน้อยแคไ่ หน
ผลงานของตนเองสามารถชนะ
การแข่งขนั ซโู ม่ไดม้ ากแค่ไหน
ชอบผลงานของตนเองมากแค่ไหน
หลงั จากเรียนร้กู ารสรา้ งหุ่นยนต์ซโู มม่ าแล้ว นักเรยี นได้ความร้ใู นเร่อื งใดบ้าง
สง่ิ ทไี่ ดเ้ รยี นรจู้ ากการทากจิ กรรม
ห น้ า 34
STEM BY KRULOH
แบบทดสอบหลงั ทากจิ กรรม STEM ที่ 1
ชื่อ…………………………………………………………….…………………………..ชน้ั ………………เลขท…่ี ………………..
คาชแี้ จง ใหน้ ักเรียนตอบคาถามท่ีกาหนดให้
1. ซูโม่ A และซู่โม่ B ออกแรงผลักลังใบหน่ึงในทิศทางตรงข้ามด้วยแรง 10 นิวตัน เท่ากัน จงเขียน
แผนภาพแสดงแรงทีก่ ระทาต่อลงั พรอ้ มทง้ั แสดงวธิ ีการหาแรงลัพธ์
วิธกี ารหาแรงลพั ธ์
ซูโม่ A ซโู ม่ B
กาหนดมาตราส่วน 1 ซม. : 5 นวิ ตนั
2. จากข้อที่ 1 จงอธบิ ายผลของแรงลัพธท์ ก่ี ระทาตอ่ ลงั
3. การหาแรงลพั ธ์ตอ้ งพิจารณาจากสง่ิ ใด
ห น้ า 35
STEM BY KRULOH
แผนการจัดการเรียนร้โู ดยใชก้ ิจกรรมการเรยี นร้แู บบสะเต็มศึกษา (STEM Education)
รายวิชา วิทยาศาสตรพ์ ้ืนฐาน ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 เรอื่ ง หนุ่ ยนต์จอมพลัง เวลา 4 ชัว่ โมง
สาระสาคญั
แรงเสียดทาน คือแรงทเ่ี กิดข้นึ ระหว่างผิวสัมผสั ของวัตถุ 2 ชนิด เพื่อต้านการเคลื่อนที่ของ
วัตถนุ นั้ ๆ และมที ศิ ทางตรงขา้ มกับการเคล่ือนที่ของวัตถนุ นั้ ๆ
ปัจจัยที่มีผลต่อแรงเสียดทาน ได้แก่ 1.น้าหนักหรือแรงกดของวัตถุท่ีกดลงบนพื้น ถ้า
นา้ หนกั หรอื แรงกดของวตั ถมุ าก จะเกดิ แรงเสียดทานมาก แต่ถา้ น้าหนักหรือแรงกดของวัตถุน้อย จะเกิด
แรงเสยี ดทานน้อย 2. ลักษณะของพนื้ ผิวสัมผสั ถา้ พื้นผวิ เรียบก็จะเกิดแรงเสียดทานน้อย แต่ถ้าพื้นผิวไม่
เรียบก็จะเกิดแรงเสยี ดทานมาก
ตวั ชีว้ ดั หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน
วทิ ยาศาสตร์ (S) คณติ ศาสตร์ (M) เทคโนโลยี (T)
1. ระบุผลของแรงเสยี ดทานท่ีมี 1. แสดงวธิ ีหาค้าตอบของโจทย์ 1. ใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะในการ
ตอ่ การเปลี่ยนแปลงการ ปัญหาเก่ียวกบั ความยาวท่มี ีการ แกป้ ัญหา การอธบิ ายการ
เคล่ือนที่ของวัตถุจากหลกั ฐาน เปลี่ยนหน่วยและเขยี นในรูป ทา้ งาน การคาดการณผ์ ลลัพธ์
เชิงประจกั ษ์ (ว 2.2 ป.5/4) ทศนยิ ม (ค2.1 ป.5/1) จากปัญหาอย่างง่าย (ว4.2 ป.
2. เขยี นแผนภาพแสดงแรง 2. แสดงวธิ ีหาค้าตอบของโจทย์ 5/1)
เสยี ดทานและแรงที่อยู่ในแนว ปญั หาเกีย่ วกบั นา้ หนักที่มีการ 2. ออกแบบ และเขยี น
เดยี วกันท่ีกระทา้ ต่อวัตถุ (ว เปลย่ี นหน่วยและเขยี นในรูป โปรแกรมท่ีมีการใช้เหตผุ ล
2.2 ป.5/5) ทศนยิ ม (ค2.1 ป.5/2) เชิงตรรกะอยา่ งงา่ ย ตรวจหา
ข้อผิดพลาดและแก้ไข (ว4.2 ป.
5/2)
3. ใชอ้ ินเทอรเ์ นต็ คน้ หาข้อมลู
ตดิ ตอ่ สอ่ื สารและทา้ งานรว่ มกัน
ประเมนิ ความน่าเชอื่ ถือของ
ขอ้ มูล (ว4.2 ป.5/3)
4. รวบรวม ประเมนิ น้าเสนอ
ขอ้ มลู และสารสนเทศ ตาม
วตั ถุประสงค์โดยใชซ้ อฟต์แวร์
หรอื บรกิ ารบนอินเทอร์เนต็ ที่
หลากหลาย เพือ่ แก้ปัญหาใน
ชวี ติ ประจา้ วัน (ว4.2 ป.5/4)
หมายเหตุ* วศิ วกรรมศาสตร์ (E) ไม่ได้ปรากฏในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่กระบวนการ
ออกแบบเชิงวิศวกรรมสามารถเทียบเคยี งได้จากกระบวนการเทคโนโลยีในตวั ชีว้ ดั สาระที่ 4 เทคโนโลยี
ห น้ า 36
STEM BY KRULOH
สาระการเรยี นรู้
วิทยาศาสตร์ (S) คณติ ศาสตร์ (M) เทคโนโลยี (T)
- การทดลองเกย่ี วกับแรงเสียด - การค้านวณขนาด น้าหนัก - เขียนวธิ ีการแก้ปัญหาโดยใช้
ทานและการอภิปรายผลของแรง ของหนุ่ ยนต์จอมพลัง เหตุผลเชงิ ตรรกะได้ถกู ต้อง
เสยี ดทานที่เกิดขน้ึ ใน - การออกแบบ
ชีวิตประจ้าวัน โปรแกรมควบคุมหนุ่ ยนต์
- ประโยชน์ของแรงเสยี ดทานและ - การเลอื กใช้วัสดแุ ละสิ่งของ
ผลทีเ่ กิดจากแรงเสียดทานและ ต่าง ๆ ใหเ้ หมาะสมกบั การ สร้าง
เสนอวิธีป้องกนั ความเสยี หายจาก ชนิ้ งานควรพิจารณาจากสมบัติ
ผลนัน้ ของวสั ดุน้นั
- ความรทู้ ใ่ี ชใ้ นการสร้างชิ้นงาน
ต้องอาศยั ความรู้ทเี่ ก่ยี วขอ้ งกับ
ชิ้นงานอ่ืนอีก เช่น กลไก และ
การควบคมุ ไฟฟา้ อิเล็กทรอนิกส์
- ทกั ษะการประกอบชิน้ งานแต่
ละส่วนเขา้ ด้วยกนั
กรอบแนวความคดิ
S: วทิ ยาศาสตร์* T: เทคโนโลยี
• แรงเสยี ดทาน • การออกแบบโปรแกรมควบคมุ หนุ่ ยนต์
• การเลอื กใช้วสั ดุมาสรา้ งและประกอบหุ่นยนตจ์ อมพลงั
หนุ่ ยนตจ์ อมพลัง
E: วิศวกรรมศาสตร์ M: คณติ ศาสตร์
• กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม • การวัดขนาด และน้าหนักหุ่นยนต์
(การสร้างหุ่นยนตจ์ อมพลังทแี่ ข็งแรง สามารถ
ลากจงู ของได้ ขนาดเล็กและน้าหนกั น้อย) ห น้ า 37
* เปน็ วชิ าหลักในการนา้ กจิ กรรมนี้
STEM BY KRULOH
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
1. สงั เกตและระบุผลของแรงเสียดทานทมี่ ีต่อการเปลีย่ นแปลงการเคลือ่ นท่ีของวตั ถุได้
ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
2. นักเรียนสามารถออกแบบและสรา้ งหนุ่ ยนตจ์ อมพลังตามกระบวนการสะเต็มศึกษาได้
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
3. นักเรียนมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั่ ในการท้างาน
แนวการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ขน้ั ระบปุ ญั หา
1.1 กจิ กรรมนา้ เขา้ สู่บทเรยี น
- ครูน้าเข้าสู่เน้ือหาเร่ือง แรงดันและความดัน โดยครูต้ังประเด็นค้าถามกระตุ้น
ความคดิ วา่
1) ในชีวิตประจ้าวันนักเรียนคิดว่ากิจกรรมใดบ้างที่จะท้าให้เกิดแรงเสียดทาน ให้
นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น
(แนวคาตอบ การเขน็ รถ การเดิน การปั่นจกั รยาน)
- ครขู ออาสาสมคั รนักเรียน 1 คน ออกมาสาธิต โดยให้ออกมาโยนบอลให้กล้ิงลงไป
บนพื้นที่เป็นสนามหญ้า และโยนบอลให้กลิ้งลงไปบนพื้นท่ีเป็นสนามปูนซีเมนต์
เรยี บ ๆ ด้วยแรงเทา่ ๆ กนั แลว้ ครตู ้งั ค้าถามใหน้ กั เรียนร่วมกันอภปิ ราย ดังนี้
1) ผลทไี่ ดจ้ ะเป็นอยา่ งไร
(แนวคาตอบ ลูกบอลเคล่อื นท่ไี ปข้างหน้า แล้วหยุด)
2) ลูกบอลที่กล้งิ ไปกบั พนื้ หญ้าและพนื้ ปนู ซีเมนตแ์ ตกต่างกันอย่างไร
(แนวคาตอบ ต่างกนั ลกู บอลท่ีกลิ้งไปกับพ้ืนหญ้าจะได้ระยะทางน้อยกว่าลูกบอล
ทีก่ ลงิ้ ไปกับพืน้ ปนู ซีเมนต)์
3) ลกู บอลลูกใดหยดุ กอ่ น เพราะเหตุใดจงึ เปน็ เช่นน้นั
(แนวคาตอบ ลูกบอลที่กลิ้งไปกับพ้ืนหญ้า เพราะมีแรงต้านการคลื่อนที่ของลูก
บอล)
- นกั เรียนฟังครอู ธิบายถงึ ความหมายของแรงเสียดทาน
แรงเสยี ดทาน คอื แรงที่เกดิ ขน้ึ ระหวา่ งผิวสมั ผัสของวัตถุ 2 ชนิด โดยเป็นแรง
ท่ีต้านการเคล่ือนที่ของวัตถุนั้น ซึ่งแรงเสียดทานเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสกัน
ระหวา่ งผวิ ของวัตถกุ ับพน้ื ผวิ ทีว่ ตั ถุเคลอ่ื นท่ไี ป
- ครูอธิบายเก่ียวกับปัจจัยท่ีมีผลต่อแรงเสียดทานเพิ่มเติมจากส่ือดิจิทัลในหนังสือ
เรยี น โดยใช้โทรศัพท์มือถือสแกน QR Code เรื่อง ปัจจัยท่ีมีผลต่อแรงเสียดทาน
จากหนังสอื เรยี น หน้า 86 ดงั น้ี
ห น้ า 38
STEM BY KRULOH
1. น้าหนักหรือแรงกดของวัตถุท่ีกดลงบนพ้ืน ถ้าน้าหนักหรือแรงกดของวัตถุ
มาก จะเกิดแรงเสียดทานมาก แต่ถ้าน้าหนักหรือแรงกดของวัตถุน้อย จะเกิดแรง
เสียดทานนอ้ ย
2. ลักษณะของพื้นผิวสัมผัส ถ้าพื้นผิวเรียบก็จะเกิดแรงเสียดทานน้อย แต่ถ้า
พ้ืนผวิ ไมเ่ รยี บก็จะเกิดแรงเสียดทานมาก
- ครูและนกั เรียนร่วมกันอภิปรายเก่ยี วกับขอ้ ดแี ละข้อเสยี ของแรงเสยี ดทาน ดังนี้
ข้อดี แรงเสียดทานระหว่างรองเท้ากับพ้ืนท้าให้เราเดินหรือว่ิงไปได้ ถ้าแรง
เสียดทานน้อยจะทา้ ใหล้ นื่ หกลม้ ไดง้ ่าย ดังนน้ั พน้ื รองเท้าจึงต้องมีลวดลายเพื่อให้
เกิดแรงเสียดทาน การเคลื่อนที่ของยานพาหนะในขณะที่รถแล่นน้ัน ล้อกับถนน
จะต้องมีแรงเสียดทาน เพ่ือท้าให้รถเคลื่อนท่ีไปได้ตามทิศที่ต้องการ ถ้าไม่มีแรง
เสียดทานรถจะแล่นไปไม่ได้ ล้อรถจะหมุนอยู่กับท่ี และถ้ามีแรงเสียดทานน้อย
จะทา้ ให้รถเกิดอบุ ัติเหตุได้ง่าย เช่น เวลาฝนตกถนนลื่นรถที่ว่ิงด้วยความเร็วสูงจะ
หยดุ ไดย้ าก ยางรถยนตจ์ ึงต้องมีดอกยางเปน็ ลวดลายเพอ่ื เพ่ิมแรงเสยี ดทาน
ข้อเสีย แรงเสียดทานท้าให้วัตถุเคล่ือนที่ช้าจึงต้องใช้แรงมากข้ึน เพื่อเอาชนะ
แรงเสียดทานทา้ ให้สิน้ เปลอื งพลังงานมาก
- ครูช้ีแจงจุดประสงค์ของกิจกรรมว่านักเรียนจะได้สร้างหุ่นยนต์จอมพลัง โดยใช้
ความรู้ความเข้าใจ ในเร่ืองแรงเสียดทาน โดยมีเง่ือนไขเป็นรูปแบบและระดับ
ความสามารถในลากจูงของหุ่นยนต์ตามภารกิจต่างๆ
- ครูแบง่ นักเรียนออกเป็นกลมุ่ กลมุ่ ละ 2-3 คน คละความสามารถและเพศ จากน้ัน
ครแู จกชดุ อุปกรณ์ STEM2
1.2 กจิ กรรมระบุปัญหา
- ครกู ้าหนดสถานการณช์ วนคดิ ให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ดงั น้ี
“ในชนเผ่าแห่งหน่ึงที่มีนามว่า สปาร์ตา ชนเผ่าน้ีถือว่าเป็นชนเผ่าท่ีได้รับการ
ขนานนามในเรื่องนักรบท่ีแข็งแรง ทุกๆ หลังฤดูใบไม้ผลิ ชนเผ่าน้ีจะท้าการ
คัดเลอื กนักรบทแ่ี ขง็ แกรง่ เพื่อด้ารงต้าแหน่งแม่ทัพและรางวัลทองค้า 10 ช่ัง การ
คัดเลือกครั้งนี้จึงเป็นเกมท่ีต้องใช้ความคิดในการประดิษฐ์และออกแบบหุ่นยนต์ท่ี
แข็งแรง ขนาดเล็ก น้าหนักเบา และสามารถลากวัตถุได้อย่างดี รวดเร็ว สมมุติให้
หุ่นยนต์เปรียบเสมือนนักรบ โดยหุ่นยนต์จะต้องลากจูงวัตถุตามภารกิจต่างๆ ท่ี
กา้ หนดไว้”
- ครใู ห้นกั เรยี นร่วมกนั วิเคราะห์ปญั หา เงื่อนไข ข้อจ้ากัด และข้อมูลท่ีต้องการ จาก
สถานการณ์ดังกล่าว
- ครูช้ีแจงเกณฑ์การประเมินการผ่านกิจกรรมการออกแบบและสร้างหุ่นยนต์จอม
พลัง โดยมีหัวข้อในการพิจารณา 4 หัวข้อ คือ ความแข็งแรง ขนาด น้าหนัก
หุ่นยนตแ์ ละผลการทดสอบความสามารถในลากจูงของหุ่นยนตต์ ามภารกิจตา่ งๆ
ห น้ า 39
STEM BY KRULOH
2. ขัน้ รวบรวมข้อมลู และแนวคิดที่เก่ยี วข้องกับปญั หา
- ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลที่สามารถแก้ปัญหาน้ีได้ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุ
อุปกรณ์ วิธีการประกอบหุ่นยนต์ กลไกการเคล่ือนที่และการควบคุมหุ่นยนต์ แล้ว
นา้ มาอภิปรายกนั ในกลุ่มเพอื่ น้าไปออกแบบหุ่นยนตจ์ อมพลัง
- ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันเสนอแนวคิดที่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ แล้วน้ามา
อภิปรายกนั ในกลุม่ เพือ่ เลอื กแนวทางในการแกป้ ญั หา
3. ข้ันออกแบบวิธีการแก้ปัญหาโดยเช่ือมโยงความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี วศิ วกรรมศาสตรแ์ ละคณติ ศาสตร์
- ครูให้แต่ละกลุ่มคิดออกแบบในการสร้างหุ่นยนต์จอมพลัง โดยระบุรายการวัสดุและ
อปุ กรณ์ ขั้นตอนวธิ กี ารท้าห่นุ ยนตจ์ อมพลงั พร้อมทั้งวาดแบบหุ่นยนต์
- ครูใหแ้ ต่ละกลมุ่ ร่วมกนั อภิปรายกัน โดยเริ่มจากน้าเสนอว่ามีปัญหาหรือความต้องการ
อะไร แล้วมแี นวทางในการแกป้ ญั หาอย่างไร ซึ่งประกอบด้วยรูปแบบของหุ่นยนต์จอม
พลงั พรอ้ มท้งั รายละเอยี ดวัสดุและอุปกรณ์
4. ขนั้ วางแผนและดาเนินการแกป้ ัญหา
- ครูให้แต่ละกลุ่มวางแผนการท้างานก่อนลงมือสร้าง จากน้ันจึงสร้างหุ่นยนต์จอมพลัง
โดยใช้วัสดุตามที่ได้ออกแบบภายในเวลา 1 ชั่วโมง ทั้งน้ีนักเรียนทุกกลุ่มต้องท้าการวัด
ขนาดและน้าหนกั ก่อนน้าหุ่นยนต์เข้ารับการทดสอบตามภารกจิ ต่างๆ
5. ขัน้ ทดสอบ ประเมนิ ผลและปรบั ปรุงแก้ไขวธิ ีการปัญหาหรอื ชิ้นงาน
- เมื่อสร้างเสร็จแล้วแต่ละกลุ่มน้าหุ่นยนต์จอมพลังมาทดสอบการท้างาน หากพบ
ข้อบกพร่อง ให้ท้าการปรับปรุงแก้ไขและบันทึกวิธีการปรับปรุงแก้ไขลงในใบกิจกรรม
แลว้ น้ามาทดสอบอกี ครั้ง
- ครูให้นักเรียนทุกกลุ่มเข้ารับการวัดขนาด และช่ังน้าหนัก เพ่ือเป็นข้อมูลส้าหรับใช้
ประเมนิ การผา่ นกิจกรรมการออกแบบและสร้างหุ่นยนต์จอมพลัง ตามเกณฑ์ที่ก้าหนด
ไว้
- ครจู ดั แขง่ ขนั โดยตวั แทนแตล่ ะกลุม่ สง่ ห่นุ ยนต์เข้ารับการทดสอบตามภารกิจต่างๆ เพื่อ
หาผชู้ นะ
6. ข้ันนาเสนอวธิ ีการแก้ปัญหาและผลการแก้ปญั หา หรือช้นิ งาน
- ครใู ห้แตล่ ะกล่มุ น้าเสนอผลงาน และอธบิ ายในประเด็นต่อไปนี้
1) รูปแบบโครงสรา้ งหุ่นยนต์จอมพลงั เปน็ อยา่ งไร
2) วัสดอุ ปุ กรณท์ ่ใี ช้มลี กั ษณะอย่างไรบ้าง
3) มีวิธกี ารสร้างและทดสอบอยา่ งไรบา้ ง
- ครูให้นักเรียนร่วมกันสรุปประเด็นและความรู้ท่ีได้จากการสร้างหุ่นยนต์จอมพลัง โดย
ครูใช้ค้าถาม ดังนี้
ห น้ า 40
STEM BY KRULOH
1) รปู แบบโครงสรา้ งหุ่นยนตจ์ อมพลังจะตอ้ งเป็นอย่างไร
(แนวคาตอบ แข็งแรง มีน้าหนักเบา และสามารถลากจูงวัตถุในการทดสอบตาม
ภารกจิ ต่างๆ ได้)
2) ปัจจยั ที่มผี ลต่อการลากจงู วตั ถุในการทดสอบตามภารกจิ ตา่ งๆ ได้น้ันมอี ะไรบ้าง
(แนวคาตอบ นา้ หนักหรือแรงกดของวัตถุทีก่ ดลงบนพนื้ และลักษณะของพ้ืนผิวสมั ผัส)
การวดั ประเมนิ ผล วธิ กี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ทดสอบ
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ แบบทดสอบหลงั ท้า ตอบถูกรอ้ ยละ 80
1. สังเกตและระบผุ ลของแรง สังเกตและตรวจใบ
เสยี ดทานที่มีต่อการ กิจกรรม STEM กจิ กรรม STEM ท่ี 2 ขน้ึ ไป
เปล่ยี นแปลงการเคล่ือนท่ขี อง
วัตถไุ ด้ สังเกต แบบประเมนิ ผ่านเกณฑร์ ะดบั ดีข้นึ
2. ออกแบบและสร้างห่นุ ยนต์ กิจกรรม STEM ไป
จอมพลังตามกระบวนการสะ
เต็มศึกษาได้ แบบประเมนิ ผ่านเกณฑร์ ะดับดีขน้ึ
3. นักเรยี นมวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ คณุ ลกั ษณะ ไป
และมงุ่ มั่นในการท้างาน
สอ่ื และแหล่งเรยี นรู้ 1.2 ชดุ รโี มทควบคมุ
1. วัสดุอุปกรณ์ ได้แก่ 1.4 สายวดั
1.6 ตาชง่ั สปริง
1.1 ชุดอุปกรณ์หนุ่ ยนต์ Botzees Core set 1.8 ผา้ เทป
1.3 สนามทดสอบความสามารถในการลากจูง 1.10 กาวร้อน
1.5 ไมบ้ รรทดั 1.12 กรรไกร
1.7 ฟองนา้
1.9 แผ่นรองกันล่ืน
1.11 มีดคัตเตอร์
2. ใบความร้ทู ่ี 2 เร่ืองแรงเสยี ดทาน
3. ใบกิจกรรม STEM ท่ี 2 หุ่นยนตจ์ อมพลัง
ห น้ า 41
STEM BY KRULOH
แบบสงั เกตและตรวจกจิ กรรม STEM ที่ 2
คาช้ีแจง : ใหส้ งั เกตและประเมนิ ผลงานจากแบบบนั ทึกกจิ กรรม STEM ของนักเรยี นในระหว่างเรียน
แล้วขีด ลงในชอ่ งทตี่ รงกับระดับคะแนน
รายการที่ประเมนิ ระดับคะแนน
4321
1. การระบุปญั หา และวิเคราะห์ข้อมูลท่ตี ้องการ
2. การเลือกวิธีการ คะแนน
3. การออกแบบ
4. การวางแผนและดา้ เนนิ การ
5. การทดสอบและปรับปรุงแก้ไข
6. การนา้ เสนอ
7. ความแข็งแรง
8. ขนาด
9. น้าหนกั
10. ผลการทดสอบความสามารถตามภารกจิ ต่างๆ
รวม
ผลการประเมนิ
เกณฑ์การประเมนิ :
ประเด็นประเมนิ 4 ระดับคะแนน 1
32
1. การระบุปัญหา ระบุปญั หา ระบุปญั หา ระบปุ ญั หา ระบปุ ญั หา
และวเิ คราะห์ เงอื่ นไข ข้อจา้ กดั เง่อื นไข ข้อจา้ กดั เงอ่ื นไข ข้อจ้ากัด เงอ่ื นไข ข้อจา้ กัด
ขอ้ มลู ที่ต้องการ และข้อมลู ท่ีความ และข้อมลู ที่ความ และข้อมลู ที่ความ และข้อมลู ท่ีความ
ต้องการไดต้ รงกบั ต้องการไดต้ รงกับ ตอ้ งการได้ตรงกบั ตอ้ งการได้ไม่
สถานการณ์ที่ สถานการณ์ท่ี สถานการณ์ท่ี สอดคล้องกับ
กา้ หนดได้ กา้ หนดได้ ก้าหนดได้ ไม่ สถานการณ์ท่ี
สามารถตัง้ สามารถต้งั สามารถตั้ง ก้าหนดได้
สมมตุ ฐิ านหรือ สมมุติฐานหรอื สมมตุ ิฐานหรอื
คา้ ตอบท่ี คาดคะเนค้าตอบ คาดคะเนคา้ ตอบ
คาดคะเนไว้อยา่ ง ได้แต่ไม่ ได้
สมเหตสุ มผล สมเหตุสมผล
2. การเลือกวธิ ีการ เลอื กศึกษาข้อมลู เลอื กศึกษาข้อมลู เลือกศึกษาขอ้ มลู เลอื กศึกษาข้อมลู
ทีเ่ หมาะสมและ ท่ีเหมาะสมและ ทีเ่ หมาะสมแต่ ไมเ่ หมาะสมและ
เลอื กวิธีการแกไ้ ข เลือกวธิ กี ารแกไ้ ข เลอื กวิธีการแกไ้ ข เลือกวธิ กี ารแก้ไข
ห น้ า 42
STEM BY KRULOH
ประเดน็ ประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
ไมส่ อดคล้องกบั
3. การออกแบบ ได้สอดคล้องกับ 32 ปญั หาหรอื ความ
ปญั หาหรือความ ตอ้ งการ
4. การวางแผน ตอ้ งการ ตาม ไดส้ อดคล้องกับ ไมส่ อดคลอ้ งกบั
และดา้ เนนิ การ ข้อเท็จจริงอยา่ ง ปญั หาหรือความ ปญั หาหรอื ความ ได้ภาพรา่ งทไ่ี ม่
ตรงไปตรงมา ต้องการ ไมเ่ ป็นไป ตอ้ งการ สอดคลอ้ งกับ
5. การทดสอบ นา้ ไปสู่การ ตามข้อเทจ็ จริง วิธกี ารแกป้ ญั หา
และปรบั ปรุง แก้ปัญหาได้ อยา่ ง หรอื สนองความ
แกไ้ ข ตรงไปตรงมา ต้องการ
6. การนา้ เสนอ ไดภ้ าพรา่ ง
สอดคล้องกับ ได้ภาพร่าง ไดภ้ าพร่าง สร้างชิ้นงานโดย
วธิ กี ารแก้ปญั หา ไม่มีการวางแผน
หรือสนองความ สอดคล้องกบั สอดคลอ้ งกับ ในการท้างานและ
ตอ้ งการ แสดง ปฏบิ ัตงิ านได้ แต่
รายละเอียดและ วิธกี ารแก้ปญั หา วธิ ีการแก้ปญั หา ไม่เปน็
บอกท่ีมาของ กระบวนการ
แนวความคิดหรือ หรอื สนองความ หรือสนองความ
สิ่งประดิษฐ์ได้ ชิ้นงานหรือ
อย่าง ต้องการ แสดง ตอ้ งการ ไมแ่ สดง วธิ กี าร ใชง้ าน
สมเหตุสมผล ไมไ่ ด้
รายละเอยี ดและ รายละเอียดและ
สรา้ งช้ินงานโดย รปู แบบการ
มกี ารวางแผนใน บอกท่ีมาของ ที่มาของ น้าเสนอ สอ่ื
การทา้ งานและ ความหมายไม่
ปฏบิ ัติงานตาม แนวความคิดหรือ แนวความคดิ หรือ ถูกต้อง ไมช่ ดั เจน
กระบวนการ
ท้างานได้อยา่ ง ส่งิ ประดิษฐไ์ ด้ ส่ิงประดิษฐไ์ ด้
เหมาะสม
อย่างไม่
ชิน้ งานหรือ
วธิ กี าร ใช้งานไดด้ ี สมเหตสุ มผล
สามารถบอก
วธิ ีการพฒั นา สร้างชิ้นงานโดย สร้างช้นิ งานโดย
ชิ้นงานไดอ้ ย่าง
ชัดเจน มกี ารวางแผนใน ไม่มีการวางแผน
รปู แบบการ การทา้ งานเป็น ในการท้างาน
น้าเสนอ สอ่ื
ความหมายเรื่อง สว่ นใหญแ่ ละ และปฏบิ ตั ิงาน
การสรา้ งหนุ่ ยนต์
ปฏบิ ัตงิ านตาม ตามกระบวนการ
กระบวนการ ทา้ งานได้
ทา้ งานได้ บางส่วน
ชิ้นงานหรอื ช้นิ งานหรือ
วธิ กี าร ใช้งานได้ดี วธิ ีการ ใชง้ านได้ดี
สามารถบอก ไมส่ ามารถบอก
วิธกี ารพฒั นา วธิ กี ารพัฒนา
ชิ้นงานได้ไม่ ช้นิ งานได้
ชดั เจน
รูปแบบการ รูปแบบการ
นา้ เสนอ สอ่ื น้าเสนอ สือ่
ความหมายใหผ้ ู้ ความหมายใหผ้ ู้
อื่นเข้าใจได้ อนื่ เข้าใจได้
ห น้ า 43
STEM BY KRULOH
ประเดน็ ประเมนิ 4 ระดับคะแนน 1
32
จอมพลัง ให้ผอู้ ื่น ชดั เจน อธบิ าย ชัดเจน แต่อธบิ าย อธบิ ายเหตุผล
เข้าใจถูก ต้อง เหตุผลของ เหตุผลของ ของ แนวคดิ เรือ่ ง
ชัดเจน อธบิ าย แนวคดิ เรื่องการ แนวคิดเร่ืองการ การสร้างหุ่นยนต์
เหตุผลของ สร้างหุ่นยนต์จอม สรา้ งหุ่นยนต์จอม จอมพลังไม่ได้
แนวคดิ ได้ พลงั ได้ถกู ต้อง พลังไม่ได้
บางส่วน
*7. ความแขง็ แรง ไมม่ ีชิ้นสว่ น มีชน้ิ สว่ นหุ่นยนต์ มีชิน้ ส่วนหนุ่ ยนต์ มชี ้นิ ส่วนหุน่ ยนต์
หุ่นยนต์จอมพลัง จอมพลังหลดุ จอมพลงั หลุด จอมพลังหลุด
หลุดระหว่างการ ระหว่างการ ระหว่างการ ระหว่างการ
แขง่ ขันเลย แขง่ ขัน 1-2 ชิ้น แข่งขนั 3-4 ชิ้น แข่งขันจนไม่
สามารถแข่งขนั ได้
*8. ขนาด ขนาดหุ่นยนต์ ขนาดหนุ่ ยนต์ ขนาดหุ่นยนต์ ขนาดหุ่นยนต์
จอมพลังทีส่ รา้ ง จอมพลังทส่ี รา้ ง จอมพลังท่สี ร้าง จอมพลงั ท่สี รา้ ง
ข้ึนมขี นาดตาม ขน้ึ มขี นาดตาม ข้ึนมขี นาดตาม ขน้ึ มขี นาดตาม
เกณฑ์การแขง่ ขัน เกณฑ์การแขง่ ขัน เกณฑ์การแข่งขนั เกณฑ์การแขง่ ขัน
และเลก็ ท่ีสุด และเลก็ เปน็ ลา้ ดับ และเลก็ เป็นล้าดับ
ท่ี 2 ท่ี 3
*9. น้าหนัก น้าหนักหุ่นยนต์ น้าหนกั ห่นุ ยนต์ น้าหนกั หุ่นยนต์ น้าหนักหุ่นยนต์
จอมพลังทีส่ รา้ ง จอมพลังทส่ี ร้าง จอมพลงั ทสี่ ร้าง จอมพลังท่สี ร้าง
ข้นึ มีน้าหนกั ตาม ขน้ึ มนี า้ หนกั ตาม ขึน้ มนี ้าหนักตาม ข้ึนมีนา้ หนักตาม
เกณฑ์การแขง่ ขนั เกณฑ์การแขง่ ขัน เกณฑ์การแข่งขนั เกณฑ์การแขง่ ขัน
และนอ้ ยทีส่ ุด และนอ้ ยเปน็ และนอ้ ยเป็น
ลา้ ดบั ท่ี 2 ล้าดบั ท่ี 3
*10. ผลการ สามารถลากจูง สามารถลากจงู สามารถลากจงู สามารถลากจงู
ทดสอบ วัตถุผา่ นทกุ วตั ถผุ า่ น 3 วัตถุผา่ น 2 วัตถุไม่ผา่ นทุก
ความสามารถ ภารกิจ ภารกิจ ภารกิจ ภารกจิ
ตามภารกจิ ตา่ งๆ
*เปน็ เกณฑ์ทรี่ ะบไุ ว้ในการประเมนิ การผา่ นกิจกรรมการออกแบบและสร้างหุน่ ยนต์จอมพลัง
เกณฑก์ ารประเมิน
คะแนนรวม 31 - 40 คะแนน หมายถึง ดีมาก
คะแนนรวม 21 - 30 คะแนน หมายถึง ดี
คะแนนรวม 11 - 20 คะแนน หมายถึง พอใช้
คะแนนรวม 1 - 10 คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง
ห น้ า 44
STEM BY KRULOH
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ
คาช้ีแจง : ให้สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรียน แลว้ ขดี ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั
คะแนน
คณุ ลักษณะอนั พึง รายการท่ปี ระเมนิ ระดบั คะแนน
ประสงคด์ า้ น 321
มวี นิ ัย 1. ตรงตอ่ เวลา
2. ปฏบิ ัตงิ านเรยี บรอ้ ยเหมาะสม
3. ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง
ใฝเ่ รยี นรู้ 1. กระตอื รือร้นในการแสวงหาข้อมลู
2. มกี ารจดบนั ทกึ ความรู้อยา่ งเปน็ ระบบ
3. สรปุ ความรูไ้ ด้อยา่ งมเี หตผุ ล
ม่งุ ม่นั ในการ 1. ตั้งใจและรบั ผิดชอบในหน้าท่กี ารงาน
ทางาน 2. ท้างานดว้ ยความเพยี รพยายาม และอดทนเพอ่ื ให้
งานส้าเร็จตามเปา้ หมาย
เกณฑ์การใหค้ ะแนน : ให้ 3 คะแนน
- พฤติกรรมที่ปฏิบตั ชิ ัดเจนและสม่า้ เสมอ ให้ 2 คะแนน
- พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ิชดั เจนและบอ่ ยครง้ั ให้ 1 คะแนน
- พฤติกรรมทีป่ ฏบิ ัติบางครงั้
เกณฑก์ ารประเมนิ : 19 - 24 คะแนน หมายถงึ ดีมาก
คะแนนรวม 13- 18 คะแนน หมายถงึ ดี
คะแนนรวม 6 - 12 คะแนน หมายถึง พอใช้
คะแนนรวม 1-6 คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง
คะแนนรวม
ห น้ า 45
STEM BY KRULOH
2ใบความรทู้ ่ี
แรง (Force)
แรงเสียดทาน
แรงเสียดทาน หมายถึง แรงที่เกิดข้ึนระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ 2 ช้ินท่ีสัมผัสกัน ซ่ึง
แรงน้เี ป็นแรงทีผ่ ิววัตถุผิวหนงึ่ ต้านทานการเคล่ือนทขี่ องผวิ วัตถอุ ีกผิวหนึ่ง ส่งผลทาให้วัตถุเคล่ือนที่ช้าลง
เรือ่ ยๆ จนกระทั่งหยุดนิง่ ในท่สี ุด
ธรรมชาติของแรงเสียดทาน
แรงเสียดทานจะกระทาในทิศตรงข้ามกับการเคล่ือนที่ของวัตถุ ถ้าไม่มีแรงเสียดทานวัตถุจะ
เคล่ือนทีด่ ้วยอัตราคงตวั ตลอดการเคล่อื นที่ แตเ่ มือ่ มีแรงเสียดทานวัตถุจะเคลื่อนท่ีช้าลงเร่ือย ๆ จนหยุด
น่ิงในท่สี ุด
ขนาดของแรงเสยี ดทานจะมากหรอื น้อย ขนึ้ อยู่กับลกั ษณะของผิวสัมผัส และน้าหนักของวัตถุที่
กดลงบนอีกพื้นผิวหน่ึงเป็นหลัก หากน้าหนักของวัตถุมาก แรงที่กดลงบนพ้ืนผิวอีกพื้นผิวหนึ่งก็จะมาก
แรงเสียดทานที่เกิดข้ึนก็จะมีมาก อีกทั้งหากวัตถุต้องเคลื่อนที่บนพ้ืนผิวขรุขระมาก ก็จะมีแรงเสียดทาน
เกดิ ขึ้นมากกว่าตอนเคลอ่ื นทอ่ี ยู่บนพ้นื ผวิ ท่ีขรุขระน้อย
แรงผลัก
รูป ทศิ ทางของแรงเสียดทาน
แรงเสียดทาน
ปัจจัยทีม่ ผี ลตอ่ แรงเสยี ดทาน
1. นา้ หนกั หรอื แรงกดของวตั ถทุ ่ีกดลงบนพน้ื
ถ้าน้าหนักหรือแรงกดของวัตถุมาก จะเกิดแรงเสียดทานมาก ถ้าน้าหนักหรือแรงกดของวัตถุ
น้อยจะเกิดแรงเสียดทานน้อย
รูป น้าหนักมีผลต่อของแรงเสียดทาน
ห น้ า 46