AR BY KRULOH
- สงั เกตลักษณะทางกายภาพ เช่น สถานะของสารผสม (เมล็ดถ่ัวเขียวผสมกับทรายหยาบและ
ทรายละเอยี ด) แล้วบนั ทกึ ผลลงในใบกจิ กรรมแยกสารที่เปน็ ของแข็งออกจากของแขง็ (1)
- คิดวธิ ีแยกเมล็ดถวั่ เขียวออกจากสารผสม จากนั้นแยกเมล็ดถั่วเขียวออกจากสารผสมตามวิธีท่ี
วางแผนไว้ จากนัน้ บันทกึ วธิ กี ารแยกสารลงในใบกจิ กรรมแยกสารทเ่ี ป็นของแข็งออกจากของแขง็ (1)
- คิดวิธีแยกทรายหยาบออกจากทรายละเอียด จากน้ันแยกทรายหยาบออกจากทรายละเอียด
ตามวิธีท่ีวางแผนไว้ แล้วบันทึกวิธีการแยกสารลงในใบกิจกรรมแยกสารท่ีเป็นของแข็งออกจากของแข็ง
(1)
- นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับวิธีการที่ใช้แยกเมล็ดถ่ัวเขียวออกจากสารผสม
และวธิ แี ยกทรายหยาบออกจากทรายละเอยี ด
- จากนั้นเปรียบเทียบความแตกต่างของสารผสมและวิธีการที่ใช้ในการแยกสาร แล้วนาข้อมูล
มาจัดทาในรูปแบบต่างๆ เช่น แผนภาพ ลงในใบกิจกรรมแยกสารท่ีเป็นของแข็งออกจากของแข็ง (1)
เพอื่ นาเสนอผลการทากจิ กรรม
ช่ัวโมงท่ี 2
ขั้นท่ี 3 ขนั้ อภปิ รำยและสรุปผล (Explanation Phase)
1. ทบทวนข้อมูลเดิมจากชั่วโมงที่แล้ว โดยนักเรียนตอบคาถามว่า นักเรียนมีวิธีแยกเมล็ดถั่ว
เขยี วออกจากสารผสมได้อยา่ งไร (แนวคาตอบ วิธหี ยบิ ออก การรอ่ น)
2. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอข้อมูลกิจกรรม แยกสารท่ีเป็นของแข็งออกจากของแข็ง ใน
ประเดน็ ต่อไปนี้
- ลักษณะทางกายภาพของสารผสม
- วิธที ่ีใชแ้ ยกเมลด็ ถั่วเขยี วออกจากสารผสม
- วธิ ีท่ใี ช้แยกทรายหยาบออกจากทรายละเอยี ด
- การเปรยี บเทียบความแตกต่างของวิธที ่ีใช้แยกสารผสม
3. นักเรยี นรว่ มกันสรปุ กจิ กรรม แยกสารทเี่ ปน็ ของแข็งออกจากของแข็งว่า สารผสมที่ประกอบ
ไปด้วยของแข็งปนกับของแข็งที่มีลักษณะแตกต่างกันชัดเจน แยกสารโดยใช้วิธีการหยิบออก การร่อน
โดยใช้ตะแกรงรอ่ น จากนน้ั ให้นกั เรยี นสรุปองค์ความรู้เป็นผังความคิดลงในสมุด
ช่วั โมงท่ี 3
ขั้นที่ 2 ข้นั สำรวจและคน้ หำ (Exploration Phase)
1. ให้นักเรียนศึกษาวิธีการแยกสารผสมออกจากกันในส่ือการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง
Augmented Reality (AR) หน่วยท่ี 2 การแยกสารเน้ือผสม
2. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ ละ 3-4 คน จากน้ันศึกษาข้ันตอนการทากิจกรรม “แยกสารท่ี
เป็นของแขง็ ออกจากของแข็ง (2)”
3. ให้นักเรยี นปฏิบัติกจิ กรรม แยกสารทีเ่ ปน็ ของแขง็ ออกจากของแข็ง (2) โดยปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
- แต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนมารบั อุปกรณ์ ดงั น้ี
1) จาน 3 ใบ 2) แม่เหล็ก
3) สารผสม (ทรายกบั ผงตะไบ)
ห น้ า 40
AR BY KRULOH
- สังเกตลกั ษณะทางกายภาพ เชน่ สถานะของสารผสม (ทรายกับผงตะไบ) แล้วบันทึกผลลงใน
ใบกจิ กรรมแยกสารทเี่ ปน็ ของแขง็ ออกจากของแข็ง (2)
- คิดวิธแี ยกทรายกับผงตะไบ จากน้นั แยกทรายกับผงตะไบตามวิธีท่ีวางแผนไว้โดยใช้อุปกรณ์ท่ี
มี จากน้ันบันทกึ วิธกี ารแยกสารลงในใบกิจกรรมแยกสารที่เปน็ ของแขง็ ออกจากของแข็ง (2)
ข้ันท่ี 3 ข้นั อภปิ รำยและสรุปผล (Explanation Phase)
1. ให้นักเรยี นแต่ละกลุม่ นาเสนอขอ้ มูลกิจกรรม
2. นักเรียนร่วมกันสรุปกิจกรรม แยกสารท่ีเป็นของแข็งออกจากของแข็งว่า สารผสมที่
ประกอบดว้ ยของแข็งแต่มสี ารแมเ่ หล็กเปน็ ส่วนประกอบ อาจแยกสารโดยใชว้ ิธีการใช้แม่เหล็กดึงดูดสาร
แม่เหลก็
ข้ันที่ 4 ข้นั ขยำยควำมรู้ (Expansion Phase)
ครูยกตัวอย่างการแยกของแข็งออกจากของแข็งในชีวิตประจาวัน แล้วอธิบายเพ่ิมเติมให้
นักเรียนเข้าใจว่า การแยกสารบางคร้ังอาจใช้วิธีการแยกสารมากกว่า 1 วิธีเพ่ือให้ได้สารท่ีต้องการ เช่น
การผลิตข้าวสาร เมื่อตาข้าวเปลือกให้เปลือกหลุดออกจากเมล็ดข้าวแล้ว ผู้ผลิตจะทาการฝัดเพ่ือให้
เปลือกปลวิ ไปเหลือแต่ข้าวสารจากน้นั จะนาข้าวสารมาร่อนเพื่อแยกข้าวสารที่เต็มเมล็ดออกจากข้าวสาร
ทีห่ กั
ข้ันท่ี 5 ขั้นประเมินผล (Evaluation Phase)
1. ครตู รวจใบกิจกรรมแยกสารที่เปน็ ของแข็งออกจากของแขง็ (1) และ (2)
2. ครูตรวจแผนผังความคดิ
3. ครทู ดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคาถาม เชน่
- เราสามารถแยกเปลือกหุ้มเมล็ดออกจากถั่วลิสงคั่วด้วยการฝัดได้เพราะอะไร (แนวคาตอบ
เพราะเปลอื กหมุ้ เมล็ดเบา เมอ่ื ใช้การฝดั เปลอื กหุ้มเมลด็ จะถกู แรงลมพดั ใหป้ ลิวไปได้)
- การร่อนเหมาะกับสารผสมที่มีลักษณะใด (แนวคาตอบ สารผสมระหว่างของแข็งท่ีมีขนาด
แตกตา่ งกัน)
สื่อ / แหลง่ การเรยี นรู้
1) สื่อการเรยี นรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง Augmented Reality (AR) หน่วยท่ี 2 การแยกสารเน้ือ
ผสม
2) หนังสือเรยี นรายวชิ าพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
3) ใบกจิ กรรมแยกสารทีเ่ ป็นของแข็งออกจากของแข็ง (1)
4) ใบกจิ กรรมแยกสารทีเ่ ป็นของแข็งออกจากของแข็ง (2)
ห น้ า 41
AR BY KRULOH
การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. ซักถามความรู้เร่ือง ผ่านเกณฑ์
- อธบิ ายการแยกสารโดยการ การแยกของแข็งออก - ใบกิจกรรมแยกสาร ระดับดขี ึ้นไป
หยิบออก การร่อน และการ จากของแข็ง ทเ่ี ป็นของแข็งออก
ใชแ้ ม่เหลก็ ดึงดดู ออกได้ 2. ตรวจช้นิ งานหรอื จากของแข็ง (1) ผา่ นเกณฑ์
ภาระงานระหวา่ งเรียน - ใบกจิ กรรมแยกสาร ระดบั ดขี น้ึ ไป
- สงั เกตลักษณะของสารและ ท่เี ป็นของแข็งออก
แยกสารทเี่ ปน็ ของแขง็ ออก สงั เกต จากของแข็ง (2)
จากของแข็งได้ - ผงั ความคดิ
- แบบวัดทักษะ
กระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์
เอกสารอา้ งองิ
- หนงั สอื เรยี นรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พุทธศักราช 2560) สสวท.
- สื่ออนิ เตอร์เนต็
ห น้ า 42
AR BY KRULOH
แบบประเมิน
การนาเสนอผลงาน
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน ประเมินการนาเสนอผลงานของนกั เรียนตามรายการท่ีกาหนด แลว้ ขีด ลงใน
ช่องทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
กลมุ่ ที่ ..........................................................
สมาชกิ ในกลุ่ม (ระบุเลขที)่ ......................................................................................................................
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
321
1 เน้ือหาละเอียดชัดเจน
2 ความถูกต้องของเนื้อหา รวม
3 ภาษาท่ีใช้เข้าใจงา่ ย
4 ประโยชนท์ ่ีได้จากการนาเสนอ
5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
ลงชอ่ื .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสมบรู ณ์ชดั เจน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมมขี ้อบกพร่องบางส่วน
ผลงานหรือพฤติกรรมมขี ้อบกพรอ่ งเป็นสว่ นใหญ่
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11
พอใช้
ตา่ กวา่ 8
ปรบั ปรุง
ห น้ า 43
AR BY KRULOH
แบบประเมนิ
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คาชีแ้ จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ลง
ในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อันพงึ ประสงค์ด้าน 321
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้
กษตั ริย์ 1.2 เข้ารว่ มกิจกรรมทีส่ รา้ งความสามัคคี ปรองดอง และ
เป็นประโยชน์ ตอ่ โรงเรยี น
1.3 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถือ ปฏบิ ัติตาม
หลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมท่ีเกีย่ วกับสถาบันพระมหากษตั รยิ ์
ตามที่โรงเรียนจัดข้นึ
2. ซือ่ สัตย์ สจุ ริต 2.1 ให้ข้อมลู ท่ีถกู ต้อง และเป็นจริง
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทีถ่ กู ต้อง
3. มวี ินัยรับผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คับ
ของครอบครัวมีความตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม
ต่างๆ ในชีวิตประจาวนั
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รจู้ ักใชเ้ วลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ิได้
4.2 รจู้ ักจดั สรรเวลาให้เหมาะสม
4.3 เช่ือฟงั คาสง่ั สอนของบดิ า-มารดา โดยไม่โตแ้ ย้ง
4.4 ตั้งใจเรยี น
5. อยู่อย่างพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและส่ิงของของโรงเรียนอย่างประหยัด
5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรู้คณุ ค่า
5.3 ใช้จา่ ยอยา่ งประหยดั และมีการเก็บออมเงิน
6. ม่งุ มน่ั ในการทางาน 6.1 มคี วามต้งั ใจและพยายามในการทางานที่ไดร้ บั
มอบหมาย
6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แท้ตอ่ อุปสรรคเพ่ือให้งาน
สาเรจ็
7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มีจติ สานึกในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญา
ไทย
7.2 เห็นคณุ คา่ และปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจติ สาธารณะ 8.1 รจู้ ักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน
8.2 รูจ้ กั การดแู ล รกั ษาทรัพย์สมบตั ิและสง่ิ แวดล้อมของ
หอ้ งเรยี น โรงเรยี น
ลงชอื่ ...................................................ผู้ประเมิน
............../.................../................
ห น้ า 44
AR BY KRULOH
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
46 - 60 ดี
30 - 45 พอใช้
ตา่ กว่า 30 ปรับปรุง
ห น้ า 45
AR BY KRULOH
แบบสังเกตและตรวจใบงาน
คาช้ีแจง : ให้ ผ้สู อน ประเมินการนาเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการท่ีกาหนด แล้วขดี ลงใน
ชอ่ งท่ตี รงกับระดับคะแนน
กลมุ่ ท่ี ..........................................................
สมาชกิ ในกลุ่ม (ระบุเลขท)่ี ......................................................................................................................
ลาดับท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 การคิดวเิ คราะห์
2 การเขียนสื่อความ
3 มีความคิดสรา้ งสรรค์
4 ประโยชน์ของการนาข้อมูลไปใช้
คะแนนเต็ม 12 คะแนน ได้
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ประเดน็ ประเมนิ 3 ระดบั คะแนน 1
2
1. การคดิ วเิ คราะห์ มีการจบั ประเด็น สาคัญ มกี ารจบั ประเด็นสาคัญได้ มกี ารจบั ประเดน็
ขยายความ ยกตวั อย่าง แต่ขยายความหรือ สาคัญไดน้ ้อย
เปรียบเทียบและสรุป ยกตัวอย่างไม่ได้
ความคิดรวบยอคได้ดี
2. การเขยี นส่อื ความ เขียนสอ่ื ความได้ถกู ต้อง เขียนสื่อความไม่ถกู ต้อง เขยี นสื่อความไดน้ ้อย
ตามอักขรวธิ ี ตรง ตามอักขรวธิ ี 2-3 แหง่ ไมต่ รงประเดน็
ประเด็นและ เขา้ ใจง่าย ตรงประเดน็
3. มีความคิด ผลงานมีรูปแบบน่าสนใจ ผลงานมคี วามสัมพันธ์กับ ผลงานมคี วามสัมพันธ์
สร้างสรรค์ มคี วามสมั พันธ์กบั หัวข้อ หวั ขอ้ ที่กาหนด แตไ่ ม่คึ กบั หวั ขอ้ ท่ีกาหนดน้อย
ทีก่ าหนด ระบายสไี ด้ งดูดความสนใจ มาก
สวยงาม
4. ประโยชน์ของการ สามารถนาไปประยุกต์ สามารถนาไปประยุกตก์ ับ สามารถนาไปใช้
นาขอ้ มลู ไปใช้ กับสถานการณ์ใน สถานการณ์ใน ประโยชนไ์ ดน้ ้อยมาก
ชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ย่าง ชีวติ ประจาวนั ไดบ้ า้ ง
เหมาะสม
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
คะแนน 9-12 คะแนน หมายถึง ดี (3) ลงชือ่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ
คะแนน 5-8 คะแนน หมายถึง พอใช้ (2) ............../.................../................
คะแนน 0-4 คะแนน หมายถงึ ควรปรับปรุง (1) ตนเอง เพ่อื น ครู
ห น้ า 46
AR BY KRULOH
แบบประเมิน
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
คาช้ีแจง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลง
ในช่องทตี่ รงกับระดบั คะแนน
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์*
เลขที่ ชื่อ-นามสกุล S1 การสงั เกต S4 การจาแนกประเภท
3 2 1321
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
*ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เก่ียวกบั การเรียนการสอนนี้
ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
ห น้ า 47
AR BY KRULOH
เกณฑ์การประเมนิ
กระบวนการ รายการประเมิน ระดบั ความสามารถ
ทางวิทยาศาสตร์
ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรบั ปรงุ (1)
สามารถใช้
S1 การสงั เกต การบรรยาย ประสาทสัมผัส สามารถใช้ สามารถใช้ประสาท
และแวน่ ขยาย
รายละเอียดของ เกบ็ รายละเอยี ด ประสาทสมั ผัส สมั ผัสและแวน่ ขยาย
ข้อมลู ของสง่ิ ท่ี
ส่ิงที่สังเกต สงั เกตได้ด้วย และแว่นขยาย เกบ็ รายละเอยี ด
ตนเอง โดยไม่
เพิม่ ความคิดเหน็ เกบ็ รายละเอียด ขอ้ มูลของสงิ่ ทส่ี งั เกต
สามารถจาแนก ขอ้ มลู ของส่ิงท่ี ไดเ้ พยี งบางส่วน
ตวั ตอ่ โดยใช้
รูปร่างเปน็ เกณฑ์ สังเกตได้ จาก แมว้ า่ จะได้รับคา
ไดถ้ ูกตอ้ งทง้ั หมด
ดว้ ยตนเอง การช้ีแนะของครู ชแ้ี นะจากครูหรือ
หรอื ผู้อื่นหรือมี ผอู้ ่นื
การเพิ่มเติมความ
คิดเหน็
S4 การจาแนก การจาแนกตัวต่อ สามารถจาแนก สามารถจาแนกตวั
ประเภท โดยใชร้ ูปรา่ งเปน็
เกณฑ์ ตวั ตอ่ โดยใช้ ตอ่
รปู ร่างเป็นเกณฑ์ โดยใช้รูปร่างเปน็
ไดถ้ ูกต้องทั้งหมด เกณฑ์ไดถ้ ูกต้องเป็น
จากการชี้แนะ บางส่วนแม้ว่าจะมี
ของครูหรอื ผอู้ ื่น ครูหรอื ผอู้ ื่นชแี้ นะ
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ ระดบั คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ดี
5-6
3-4 พอใช้
1-2 ปรบั ปรงุ
ห น้ า 48
AR BY KRULOH
ใบกจิ กรรม
“แยกสารทีเ่ ปน็ ของแข็งออกจากของแขง็ (1)”
จุดประสงค์
1. ทดลองเพ่อื อธิบายและเปรยี บเทยี บการแยกสารผสมดว้ ยหยิบออกและการร่อน
ตอ้ งเตรยี มต้องใช้
1) ตะแกรงร่อน 2) กระดาษแข็งแผ่นใหญ่
3) จาน 3 ใบ
4) สอ่ื การเรยี นร้เู ทคโนโลยีเสมือนจริง Augmented Reality (AR) หน่วยที่ 2 การแยกสารเนอื้
ผสม
3) สารผสม (เมล็ดถ่ัวเขยี วผสมกับทรายหยาบและทรายละเอียด)
ลองทาดู
1. ครแู บ่งนักเรียนออกเป็นกลุม่ ๆ ละ 3-4 คน จากนัน้ ให้ต้งั ชือ่ กล่มุ
2. ให้นักเรียนศึกษาวิธีการแยกสารผสมออกจากกันในสื่อการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง
Augmented Reality (AR) หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเนื้อผสม
3. แตล่ ะกลมุ่ สง่ ตัวแทนมารับอุปกรณ์ ดังน้ี
1) ตะแกรงร่อน
2) กระดาษแขง็ แผน่ ใหญ่
3) สารผสม (เมล็ดถ่วั เขียวผสมกบั ทรายหยาบและทรายละเอยี ด)
4. สงั เกตลกั ษณะทางกายภาพ เชน่ สถานะของสารผสม (เมลด็ ถ่วั เขยี วผสมกับทรายหยาบและ
ทรายละเอียด) แลว้ บันทกึ ผล
5. คดิ วิธีแยกเมล็ดถวั่ เขียวออกจากสารผสม จากนั้นแยกเมล็ดถ่ัวเขียวออกจากสารผสมตามวิธี
ทว่ี างแผนไว้ จากนน้ั บันทึกวธิ กี ารแยกสาร
6. คดิ วธิ แี ยกทรายหยาบออกจากทรายละเอียด จากน้ันแยกทรายหยาบออกจากทรายละเอียด
ตามวธิ ีที่วางแผนไว้ แลว้ บันทกึ วธิ ีการแยกสาร
7. จากน้ันร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับวิธีการที่ใช้แยกเมล็ดถ่ัวเขียวออกจากสารผสม และวิธีแยก
ทรายหยาบออกจากทรายละเอยี ด
8. จากน้นั เปรียบเทยี บความแตกต่างของสารผสมและวิธีการท่ีใช้ในการแยกสาร แล้วนาข้อมูล
มาจัดทาในรูปแบบต่างๆ เช่น แผนภาพ
9. นาเสนอผลการทากจิ กรรม
ห น้ า 49
บนั ทกึ ข้อมลู AR BY KRULOH
1) สังเกตลักษณะทางกายภาพของสารผสม
ผลการสังเกตลักษณะเนอื้ สาร
สาร สถานะ มองเห็นเปน็ เนือ้ มองเหน็ ไมเ่ ปน็ เนือ้
เดยี ว เดยี ว
2) ตารางบันทึกการทากิจกรรม
กิจกรรม วิธกี ารแยกสาร ผลการทากิจกรรม
1. แยกเมล็ดถ่ัวเขียวออก
.................................... ลักษณะของสารที่แยกได้ (เมลด็ ถั่วเขียว) คือ
จากสารผสม .................................... ...........................................................................
.................................... ...........................................................................
2. แยกทรายหยาบออก ....................................
จากทรายละเอยี ด .................................... ลกั ษณะของสารผสมท่ีเหลอื คอื
.................................... ...........................................................................
...........................................................................
....................................
.................................... ลกั ษณะของทรายหยาบ) คือ
.................................... ...........................................................................
.................................... ...........................................................................
....................................
.................................... ลกั ษณะของทรายละเอียด คือ
...........................................................................
...........................................................................
ห น้ า 50
AR BY KRULOH
สรุปผล (ผังความคิด)
ห น้ า 51
AR BY KRULOH
ใบกิจกรรม
“แยกสารท่เี ป็นของแขง็ ออกจากของแข็ง (2)”
จดุ ประสงค์
1. ทดลองและอธบิ ายการแยกสารผสมด้วยวธิ กี ารใชแ้ ม่เหลก็ ดูด
ต้องเตรียมต้องใช้
1) ตะแกรงร่อน
2) กระดาษแข็งแผน่ ใหญ่
3) จาน 3 ใบ
4) ส่อื การเรียนรเู้ ทคโนโลยีเสมอื นจรงิ Augmented Reality (AR) หนว่ ยท่ี 2 การแยกสารเน้ือผสม
3) สารผสม (ทรายกับผงตะไบ)
ลองทาดู
1. ครูแบง่ นกั เรยี นออกเป็นกลมุ่ ๆ ละ 3-4 คน จากน้นั ให้ต้ังช่อื กลมุ่
2. ให้นักเรียนศึกษาวิธีการแยกสารผสมออกจากกันในส่ือการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง
Augmented Reality (AR) หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเนือ้ ผสม
3. แตล่ ะกลมุ่ สง่ ตัวแทนมารบั อุปกรณ์ ดังนี้
1) จาน 3 ใบ
2) แม่เหล็ก
3) สารผสม (ทรายกับผงตะไบ)
4. สงั เกตลกั ษณะทางกายภาพ เช่น สถานะของสารผสม (ทรายกบั ผงตะไบ) แล้วบนั ทกึ ผล
5. คดิ วิธีแยกทรายกับผงตะไบ จากนั้นแยกทรายกับผงตะไบตามวิธีท่ีวางแผนไว้โดยใช้อุปกรณ์
ทม่ี ี จากนนั้ บนั ทกึ วธิ ีการแยกสาร
6. จากน้นั รว่ มกันอภปิ รายเกี่ยวกบั วิธีการท่ใี ช้แยกเทรายกับผงตะไบ
7. นาเสนอผลการทากจิ กรรม
บนั ทึกข้อมูล
1) สังเกตลักษณะทางกายภาพของสารผสม
ผลการสงั เกตลกั ษณะเนอื้ สาร
สาร สถานะ มองเห็นเป็นเน้อื มองเหน็ ไมเ่ ปน็ เน้อื
เดยี ว เดียว
ห น้ า 52
AR BY KRULOH
2) ตารางบันทกึ การทากิจกรรม
กจิ กรรม วิธีการแยกสาร ผลการทากิจกรรม
1. แยกผงตะไบเหล็กออก .................................... ลักษณะของสารทแ่ี ยกได้ (ผงตะไบเหล็ก) คือ
จากทราย โดยใช้แท่ง .................................... ...........................................................................
แมเ่ หล็ก .................................... ...........................................................................
....................................
.................................... ลกั ษณะของสารผสมที่เหลอื (ทราย) คือ
.................................... ...........................................................................
...........................................................................
สรปุ ผล (ผงั ความคดิ )
ห น้ า 53
AR BY KRULOH
แผนการจดั การเรียนรู้
รายวชิ า วิทยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 การแยกสารเนอื้ ผสม แผนที่ 3 เร่อื ง การแยกของแข็งออกจากของแข็ง (2)
เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564
มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรียนรู้ : ว 2.1
ตวั ช้ีวัด : ป.6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้
แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์
รวมทัง้ ระบวุ ิธแี ก้ปญั หาในชวี ิตประจาวันเกี่ยวกับการแยกสาร
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ดา้ นความรู้ ความเข้าใจ (Knowledge)
- อธิบายการแยกสารโดยการระเหดิ ได้
ดา้ นทักษะกระบวนการ (Process)
- สังเกตลักษณะของสารและแยกสารที่เปน็ ของแข็งออกจากของแข็งได้
ด้านเจตคติ (Attribute)
- ยกตัวอย่างการนาวิธีการแยกสารท่ีเป็นของแข็งออกจากของแข็งไปปรับใช้ในชีวิตประจาวัน
ได้
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ มีวนิ ยั อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง รักความเปน็ ไทย
ซ่ือสัตยส์ จุ ริต ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ มัน่ ในการทางาน มจี ติ สาธารณะ
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียนตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน
ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ทักษะในศตวรรษท่ี 21 การร่วมมอื รว่ มใจ
การคดิ อย่างสร้างสรรค์ การแกป้ ญั หา การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ การสอื่ สาร
สาระสาคัญ
สารผสมประกอบด้วยสารต้ังแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมอยู่รวมกัน เช่น ข้าวสารปนกรวดทราย
วิธีการท่ีเหมาะสม ในการแยกสารผสมข้ึนอยู่กับลักษณะและสมบัติของสารที่ผสมอยู่ร่วมกัน ถ้า
องค์ประกอบของสารผสมเป็นของแข็งท่ีระเหิดได้กับของแข็งที่ระเหิดไม่ได้ อาจใช้วิธีการระหิดในการ
แยกสารผสมน้นั
ห น้ า 54
AR BY KRULOH
สาระการเรยี นรู้
- การแยกสารทีเ่ ปน็ ของแขง็ ออกจากของแขง็ โดยการระเหดิ
กจิ กรรม / กระบวนการเรียนรู้
จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ 5 ข้ัน โดยแบ่งออกเป็น 2 ชั่วโมง
ดงั น้ี
ช่ัวโมงที่ 1
ขั้นท่ี 1 ขั้นนำเข้ำสบู่ ทเรียน (Engagement Phase)
1. ทบทวนข้อมูลเดิมจากชั่วโมงที่แล้ว โดยนักเรียนตอบคาถามว่า นักเรียนมีวิธีแยกเมล็ดถั่ว
เขียวออกจากสารผสมไดอ้ ย่างไร (แนวคาตอบ วิธหี ยบิ ออก การร่อน)
2. กระตุ้นความสนใจของนกั เรยี นดว้ ยเกม ดังน้ี
- แบ่งนักเรยี นออกเปน็ 2 ทมี (ชาย-หญิง)
- ใหแ้ ต่ละทมี ส่งตัวแทนมาทีมละ 1 คน
- ครชู แี้ จงกตกิ า ดังน้ี
ใหต้ วั แทนแตล่ ะทีมปดิ ตา แลว้ แยกลกู ปงิ ปองจากกล่องกระดาษ A4 พรอ้ มกัน (ภายใน
มีลกู ปงิ ปองคละสีและวัสดุอื่นๆ) โดยทีมชายลูกปิงปองสีขาว ทีมหญิงลูกปิงปองสีส้ม จับเวลาทีมใดแยก
ลูกปงิ ปองได้มากทีส่ ดุ เปน็ ผู้ชนะ
3. ครูประกาศผลการแข่งขนั จากนั้นใหน้ ักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับการแยกสาร
ผสมมีลกั ษณะคลา้ ยคลงึ กบั เกมท่เี ล่นอย่างไร
4. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า สารผสมประกอบด้วยสารต้ังแต่ 2 ชนิดข้ึนไปผสมอยู่รวมกัน เช่น
ข้าวสารปนกรวดทราย วิธีการที่เหมาะสม ในการแยกสารผสมข้ึนอยู่กับลักษณะและสมบัติของสารที่
ผสมอยู่ร่วมกัน ถ้าองค์ประกอบของสารผสมเป็นของแข็งกับของแข็งที่มีขนาดแตกต่างกันอย่างชัดเจน
อาจใช้วิธีการหยิบออกหรือการร่อนผ่านวัสดุท่ีมีรู ถ้ามีสารใดสารหน่ึงเป็นสารแม่เหล็กอาจใช้วิธีการใช้
แม่เหล็กดงึ ดดู วันนคี้ ุณครูจะมานาเสนอการแยกสารผสมอกี รปู แบบหนึง่
ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นหำ (Exploration Phase)
1. ให้นักเรียนศึกษาวิธีการแยกสารผสม ด้วยวิธีการระเหิดในสื่อการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือน
จริง Augmented Reality (AR) หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเนือ้ ผสม
2. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ ละ 3-4 คน จากน้ันศึกษาข้ันตอนการทากิจกรรม “แยกสารท่ี
เป็นของแข็งออกจากของแข็ง (3)”
3. ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม แยกสารท่เี ป็นของแขง็ ออกจากของแข็ง (3) โดยปฏบิ ัติ ดงั นี้
- แต่ละกลมุ่ สง่ ตวั แทนมารับอปุ กรณ์ ดังน้ี
1) บิกเกอร์
2) ตะเกียงแอลกอฮอลล์
3) สารผสม (เกล็ดไอโอดีนกบั ทรายหยาบ)
- สังเกตลักษณะทางกายภาพ เช่น สถานะของสารผสม (เกล็ดไอโอดีนกับทรายหยาบ) แล้ว
บนั ทึกผลลงในใบกจิ กรรมแยกสารที่เปน็ ของแข็งออกจากของแข็ง (3)
- คิดวิธีแยกเกล็ดไอโอดีนออกจากทรายหยาบ จากน้ันทาการทดลองตามวิธีท่ีวางแผนไว้ และ
บนั ทึกวิธกี ารแยกสารลงในใบกจิ กรรมแยกสารทเี่ ปน็ ของแขง็ ออกจากของแข็ง (3)
ห น้ า 55
AR BY KRULOH
- นักเรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับวิธีการท่ีใช้แยกเกล็ดไอโอดีนกับทรายหยาบ แล้ว
นาข้อมูลมาจัดทาในรูปแบบต่างๆ เช่น แผนภาพ ลงในใบกิจกรรมแยกสารที่เป็นของแข็งออกจาก
ของแข็ง (3) เพื่อนาเสนอผลการทากจิ กรรม
ชวั่ โมงที่ 2
ขั้นท่ี 3 ข้ันอภิปรำยและสรปุ ผล (Explanation Phase)
1. ทบทวนข้อมูลเดิมจากช่ัวโมงที่แล้ว โดยนักเรียนตอบคาถามว่า นักเรียนมีวิธีแยกเกล็ด
ไอโอดีนกบั ทรายหยาบได้อยา่ งไร (แนวคาตอบ วธิ ีหยบิ ออก การรอ่ น)
2. ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนาเสนอข้อมูลกจิ กรรม แยกสารทเ่ี ป็นของแขง็ ออกจากของแข็ง (3) ใน
ประเดน็ ต่อไปนี้
- ลกั ษณะทางกายภาพของสารผสม
- วิธีที่ใช้แยกสารผสม และเหตผุ ลท่เี ลือกวธิ นี ั้น
3. นักเรียนร่วมกันสรปุ กจิ กรรม แยกสารที่เป็นของแข็งออกจากของแข็งว่า สารผสมท่ีประกอบ
ไปดว้ ยของแขง็ ปนกบั ของแข็งทมี่ ลี กั ษณะองคป์ ระกอบของสารผสมเปน็ ของแข็งที่ระเหิดได้กับของแข็งที่
ระเหิดไม่ได้ อาจใช้วิธีการระหิดในการแยกสารผสมน้ัน จากนั้นให้นักเรียนสรุปองค์ความรู้เป็นผัง
ความคิดลงในสมดุ
ขน้ั ท่ี 4 ขัน้ ขยำยควำมรู้ (Expansion Phase)
ครูยกตัวอย่างการแยกของแข็งออกจากของแข็งในชีวิตประจาวัน แล้วอธิบายเพิ่มเติมให้
นักเรียนเข้าใจว่า การแยกสารบางคร้ังอาจใช้วิธีการแยกสารมากกว่า 1 วิธีเพ่ือให้ได้สารที่ต้องการ เช่น
การผลิตข้าวสาร เม่ือตาข้าวเปลือกให้เปลือกหลุดออกจากเมล็ดข้าวแล้ว ผู้ผลิตจะทาการฝัดเพ่ือให้
เปลือกปลวิ ไปเหลือแต่ขา้ วสารจากนนั้ จะนาข้าวสารมาร่อนเพอ่ื แยกข้าวสารท่ีเต็มเมล็ดออกจากข้าวสาร
ที่หกั
ขนั้ ท่ี 5 ข้นั ประเมนิ ผล (Evaluation Phase)
1. ครตู รวจใบกิจกรรมแยกสารทเี่ ป็นของแขง็ ออกจากของแขง็ (3)
2. ครตู รวจแผนผงั ความคิด
3. ครทู ดสอบความเขา้ ใจของนกั เรยี นโดยการใหต้ อบคาถาม เช่น
- เราสามารถแยกเกล็ดไอโอดีนกับทรายหยาบเพราะอะไร (แนวคาตอบ เพราะเกล็ดไอโอดีนมี
คณุ สมบตั ิระเหิดได)้
สอื่ / แหล่งการเรียนรู้
1) สอื่ การเรียนรเู้ ทคโนโลยีเสมอื นจรงิ Augmented Reality (AR) หน่วยท่ี 2 การแยกสารเน้ือ
ผสม
2) หนังสอื เรยี นรายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
3) ใบกจิ กรรมแยกสารทีเ่ ป็นของแขง็ ออกจากของแขง็ (3)
ห น้ า 56
AR BY KRULOH
การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ - ใบกิจกรรมแยกสาร ผา่ นเกณฑ์
- อธิบายการแยกสารโดยการ 1. ซักถามความรเู้ รื่อง ที่เปน็ ของแข็งออก ระดับดขี ึ้นไป
ระเหดิ ได้ การแยกของแขง็ ออก จากของแข็ง (3)
จากของแข็ง - ผังความคดิ ผา่ นเกณฑ์
- สังเกตลักษณะของสารและ 2. ตรวจชน้ิ งานหรือ ระดบั ดขี น้ึ ไป
แยกสารท่ีเป็นของแข็งออก ภาระงานระหว่างเรยี น - แบบวัดทักษะ
จากของแข็งได้ กระบวนการทาง
สังเกต วทิ ยาศาสตร์
เอกสารอ้างองิ
- หนงั สือเรยี นรายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พุทธศักราช 2560) สสวท.
- ส่อื อนิ เตอรเ์ นต็
ห น้ า 57
AR BY KRULOH
แบบประเมิน
การนาเสนอผลงาน
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน ประเมินการนาเสนอผลงานของนกั เรียนตามรายการท่ีกาหนด แลว้ ขีด ลงใน
ช่องทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
กลมุ่ ที่ ..........................................................
สมาชกิ ในกลุ่ม (ระบุเลขที)่ ......................................................................................................................
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
321
1 เน้ือหาละเอียดชัดเจน
2 ความถูกต้องของเนื้อหา รวม
3 ภาษาท่ีใช้เข้าใจงา่ ย
4 ประโยชนท์ ่ีได้จากการนาเสนอ
5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
ลงชอ่ื .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสมบรู ณ์ชดั เจน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมมขี ้อบกพร่องบางส่วน
ผลงานหรือพฤติกรรมมขี ้อบกพรอ่ งเป็นสว่ นใหญ่
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11
พอใช้
ตา่ กวา่ 8
ปรับปรงุ
ห น้ า 58
AR BY KRULOH
แบบประเมนิ
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คาชีแ้ จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ลง
ในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อันพงึ ประสงค์ด้าน 321
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้
กษตั ริย์ 1.2 เขา้ รว่ มกิจกรรมทส่ี รา้ งความสามัคคี ปรองดอง และ
เป็นประโยชน์ ตอ่ โรงเรยี น
1.3 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถือ ปฏบิ ัติตาม
หลกั ศาสนา
1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมท่เี กีย่ วกับสถาบันพระมหากษตั รยิ ์
ตามที่โรงเรียนจัดข้นึ
2. ซือ่ สัตย์ สจุ ริต 2.1 ใหข้ ้อมลู ท่ีถกู ต้อง และเป็นจริง
2.2 ปฏิบตั ใิ นสง่ิ ทีถ่ กู ต้อง
3. มวี ินัยรับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คับ
ของครอบครัวมีความตรงตอ่ เวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรม
ต่างๆ ในชีวิตประจาวนั
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รจู้ กั ใชเ้ วลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ิได้
4.2 รจู้ ักจดั สรรเวลาให้เหมาะสม
4.3 เชอ่ื ฟงั คาสง่ั สอนของบดิ า-มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ย้ง
4.4 ต้ังใจเรยี น
5. อยู่อย่างพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รัพย์สินและส่งิ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด
5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรู้คุณค่า
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเก็บออมเงนิ
6. ม่งุ มน่ั ในการทางาน 6.1 มคี วามต้งั ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั
มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ตอ่ อุปสรรคเพ่ือให้งาน
สาเรจ็
7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มจี ติ สานึกในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญา
ไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจติ สาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน
8.2 รู้จักการดแู ล รกั ษาทรัพย์สมบตั ิและส่ิงแวดล้อมของ
หอ้ งเรยี น โรงเรยี น
ลงชอื่ ...................................................ผู้ประเมิน
............../.................../................
ห น้ า 59
AR BY KRULOH
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
46 - 60 ดี
30 - 45 พอใช้
ตา่ กว่า 30 ปรับปรุง
ห น้ า 60
AR BY KRULOH
แบบสงั เกตและตรวจใบกจิ กรรม
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน ประเมินการนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการท่ีกาหนด แล้วขีด ลงใน
ชอ่ งที่ตรงกับระดบั คะแนน
กลุ่มที่ ..........................................................
สมาชกิ ในกลุ่ม (ระบเุ ลขที่)......................................................................................................................
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
321
1 การคิดวเิ คราะห์
2 การเขยี นสอื่ ความ
3 มีความคิดสรา้ งสรรค์
4 ประโยชน์ของการนาข้อมูลไปใช้
คะแนนเตม็ 12 คะแนน ได้
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ประเดน็ ประเมนิ 3 ระดับคะแนน 1
2
1. การคดิ วเิ คราะห์ มกี ารจับประเด็น สาคัญ มกี ารจับประเดน็ สาคัญได้ มกี ารจบั ประเดน็
ขยายความ ยกตัวอยา่ ง แต่ขยายความหรือ สาคัญไดน้ ้อย
เปรียบเทยี บและสรปุ ยกตวั อยา่ งไม่ได้
ความคิดรวบยอคได้ดี
2. การเขียนสอื่ ความ เขยี นสือ่ ความได้ถกู ต้อง เขยี นสอ่ื ความไม่ถูกต้อง เขียนสื่อความไดน้ ้อย
ตามอักขรวิธี ตรง ตามอักขรวธิ ี 2-3 แห่ง ไมต่ รงประเดน็
ประเดน็ และ เข้าใจง่าย ตรงประเดน็
3. มีความคิด ผลงานมรี ปู แบบน่าสนใจ ผลงานมีความสมั พันธก์ ับ ผลงานมคี วามสัมพันธ์
สร้างสรรค์ มีความสัมพันธก์ ับหวั ข้อ หัวขอ้ ที่กาหนด แตไ่ ม่คึ กบั หวั ข้อท่ีกาหนดน้อย
ทก่ี าหนด ระบายสีได้ งดดู ความสนใจ มาก
สวยงาม
4. ประโยชนข์ องการ สามารถนาไปประยุกต์ สามารถนาไปประยุกตก์ บั สามารถนาไปใช้
นาข้อมลู ไปใช้ กับสถานการณใ์ น สถานการณ์ใน ประโยชนไ์ ดน้ ้อยมาก
ชวี ิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ ง ชีวติ ประจาวันไดบ้ ้าง
เหมาะสม
เกณฑ์การประเมนิ ผล
คะแนน 9-12 คะแนน หมายถึง ดี (3) ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมนิ
คะแนน 5-8 คะแนน หมายถึง พอใช้ (2) ............../.................../................
คะแนน 0-4 คะแนน หมายถึง ควรปรับปรุง (1) ตนเอง เพื่อน ครู
ห น้ า 61
AR BY KRULOH
แบบประเมิน
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
คาช้ีแจง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลง
ในช่องทตี่ รงกับระดบั คะแนน
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์*
เลขที่ ชื่อ-นามสกุล S1 การสงั เกต S4 การจาแนกประเภท
3 2 1321
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
*ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เก่ียวกบั การเรียนการสอนนี้
ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
ห น้ า 62
AR BY KRULOH
เกณฑ์การประเมนิ
กระบวนการ รายการประเมิน ระดบั ความสามารถ
ทางวิทยาศาสตร์
ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรบั ปรงุ (1)
สามารถใช้
S1 การสงั เกต การบรรยาย ประสาทสัมผัส สามารถใช้ สามารถใช้ประสาท
และแวน่ ขยาย
รายละเอียดของ เกบ็ รายละเอยี ด ประสาทสมั ผัส สมั ผัสและแวน่ ขยาย
ข้อมลู ของสง่ิ ท่ี
ส่ิงที่สังเกต สงั เกตได้ด้วย และแว่นขยาย เกบ็ รายละเอยี ด
ตนเอง โดยไม่
เพิม่ ความคิดเหน็ เกบ็ รายละเอียด ขอ้ มูลของสงิ่ ทส่ี งั เกต
สามารถจาแนก ขอ้ มลู ของส่ิงท่ี ไดเ้ พยี งบางส่วน
ตวั ตอ่ โดยใช้
รูปร่างเปน็ เกณฑ์ สังเกตได้ จาก แมว้ า่ จะได้รับคา
ไดถ้ ูกตอ้ งทง้ั หมด
ดว้ ยตนเอง การช้ีแนะของครู ชแ้ี นะจากครูหรือ
หรอื ผู้อื่นหรือมี ผอู้ ่นื
การเพิ่มเติมความ
คิดเหน็
S4 การจาแนก การจาแนกตัวต่อ สามารถจาแนก สามารถจาแนกตวั
ประเภท โดยใชร้ ูปรา่ งเปน็
เกณฑ์ ตวั ตอ่ โดยใช้ ตอ่
รปู ร่างเป็นเกณฑ์ โดยใช้รูปร่างเปน็
ไดถ้ ูกต้องทั้งหมด เกณฑ์ไดถ้ ูกต้องเป็น
จากการชี้แนะ บางส่วนแม้ว่าจะมี
ของครูหรอื ผอู้ ื่น ครูหรอื ผอู้ ื่นชแี้ นะ
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ ระดบั คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ดี
5-6
3-4 พอใช้
1-2 ปรบั ปรงุ
ห น้ า 63
AR BY KRULOH
ใบกจิ กรรม
“แยกสารที่เปน็ ของแขง็ ออกจากของแข็ง (3)”
จุดประสงค์
1. ทดลองเพื่ออธบิ ายและเปรียบเทยี บการแยกสารผสมด้วยระเหิด
ต้องเตรียมต้องใช้
1) บกิ เกอร์ 2) ตะเกียงแอลกอฮอลล์
3) สารผสม (เกล็ดไอโอดนี กับทรายหยาบ)
4) สื่อการเรียนรเู้ ทคโนโลยเี สมอื นจรงิ Augmented Reality (AR) หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเนื้อผสม
ลองทาดู
1. ครแู บ่งนักเรยี นออกเป็นกลุ่มๆ ละ 3-4 คน จากน้นั ให้ตง้ั ชอ่ื กลมุ่
2. ให้นักเรียนศึกษาวิธีการแยกสารผสมออกจากกันในสื่อการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง
Augmented Reality (AR) หนว่ ยท่ี 2 การแยกสารเน้อื ผสม
3. แต่ละกลมุ่ สง่ ตวั แทนมารับอปุ กรณ์ ดงั นี้
1) บิกเกอร์
2) ตะเกยี งแอลกอฮอลล์
3) สารผสม (เกลด็ ไอโอดีนกบั ทรายหยาบ)
4. สังเกตลักษณะทางกายภาพ เช่น สถานะของสารผสม (เกล็ดไอโอดีนกับทรายหยาบ) แล้ว
บันทกึ ผล
5. คดิ วธิ แี ยกเกลด็ ไอโอดนี ออกจากทรายหยาบ จากน้ันทาการทดลองตามวิธีที่วางแผนไว้ และ
บนั ทกึ วธิ ีการแยกสาร
นักเรียนแต่ละกล่มุ รว่ มกนั อภปิ รายเกี่ยวกับวธิ ีการท่ใี ช้แยกเกล็ดไอโอดีนกับทรายหยาบ แล้วนา
ข้อมูลมาจดั ทาในรปู แบบตา่ งๆ เช่น แผนภาพ บนั ทึกผลเพือ่ นาเสนอผลการทากจิ กรรม
บนั ทึกข้อมูล
1) สงั เกตลกั ษณะทางกายภาพของสารผสม
ผลการสงั เกตลักษณะเนอ้ื สาร
สาร สถานะ มองเหน็ เป็นเนือ้ มองเหน็ ไมเ่ ป็นเน้ือ
เดยี ว เดยี ว
ห น้ า 64
AR BY KRULOH
2) ตารางบันทึกการทากิจกรรม
กจิ กรรม วิธีการแยกสาร ผลการทากิจกรรม
1. เกล็ดไอโอดนี กับทราย .................................... ลกั ษณะของสารทีแ่ ยกได้ (เกล็ดไอโอดีน) คือ
หยาบ .................................... ...........................................................................
.................................... ...........................................................................
.................................... ลกั ษณะของสารผสมท่ีเหลอื (ทรายหยาบ) คือ
.................................... ...........................................................................
.................................... ...........................................................................
สรปุ ผล (ผงั ความคิด)
ห น้ า 65
AR BY KRULOH
แผนการจดั การเรียนรู้
รายวชิ า วิทยาศาสตรพ์ ้นื ฐาน ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 การแยกสารเนือ้ ผสม แผนท่ี 4 เร่ือง การแยกสารท่ีเปน็ ของแขง็ ออกจากของเหลว (1)
เวลา 3 ชวั่ โมง ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564
มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชี้วดั
มาตรฐานการเรียนรู้ : ว 2.1
ตัวชวี้ ดั : ป.6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้
แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์
รวมท้ังระบวุ ิธีแก้ปญั หาในชวี ติ ประจาวนั เกี่ยวกบั การแยกสาร
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ดา้ นความรู้ ความเข้าใจ (Knowledge)
- อธบิ ายการแยกสารโดยการรินออกและการตกตะกอนได้
ด้านทักษะกระบวนการ (Process)
- สงั เกตลักษณะของสารและแยกสารทเ่ี ปน็ ของแขง็ ออกจากเหลวได้
ดา้ นเจตคติ (Attribute)
- ยกตวั อยา่ งการนาวิธกี ารแยกสารแบบต่างๆ ไปปรบั ใช้ในชวี ิตประจาวันได้
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน
รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ มีวินยั อยอู่ ย่างพอเพยี ง รักความเปน็ ไทย
ซื่อสัตยส์ จุ รติ ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มั่นในการทางาน มจี ิตสาธารณะ
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียนตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน
ความสามารถในการสอื่ สาร ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
ความสามารถในการแกป้ ญั หา
ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 การรว่ มมอื ร่วมใจ
การคิดอยา่ งสรา้ งสรรค์ การแก้ปญั หา การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การสอ่ื สาร
สาระสาคญั
สารผสมท่ีประกอบด้วยของแข็งและของเหลวโดยของแข็งไม่ละลายในของเหลวน้ัน แยกได้โดย
การตกตะกอน การรนิ ออก และการกรอง ซงึ่ วธิ ีการแยกสารสามารถนาไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน
ได้
ห น้ า 66
AR BY KRULOH
สาระการเรยี นรู้
- การแยกสารที่เป็นของแขง็ ออกจากของเหลว โดยการตกตะกอน และการรินออก
กิจกรรม / กระบวนการเรียนรู้
จัดกิจกรรมการเรยี นรโู้ ดยใชก้ ารจดั การเรยี นรแู้ บบสืบเสาะ 5 ขน้ั โดยแบง่ ออกเป็น 3 ชัว่ โมงดังน้ี
ชวั่ โมงท่ี 1
ขัน้ ท่ี 1 ขน้ั นำเข้ำส่บู ทเรียน (Engagement Phase)
1. ทบทวนข้อมูลเดิมจากช่ัวโมงที่แล้ว โดยนักเรียนตอบคาถามว่า นักเรียนมีวิธีแยกเกล็ด
ไอโอดีนกบั ทรายหยาบไดอ้ ยา่ งไร (แนวคาตอบ การระเหดิ )
2. กระตนุ้ ความสนใจของนักเรียน โดยการนานา้ เกลอื มาให้นกั เรยี นสงั เกต ตอบคาถามต่อไปน้ี
- น้าเกลือมีลักษณะอย่างไร และมีสารชนิดใดบ้าง (แนวคาตอบ ของเหลวใสไม่มีสี มีน้าและ
เกลือผสมกนั )
- นักเรียนคิดว่า จะแยกเกลือออกจากน้าได้อย่างไร (แนวคาตอบ ตอบตามความคิดเห็นของ
นกั เรยี น)
3. ครูสนทนากับนักเรยี นวา่ วิธกี ารแยกสารท่ีเป็นของแข็งออกจากของแข็งสามารถทาได้หลาย
วิธี เชน่ การรอ่ น การหยิบออก การใช้แม่เหล็กดึงดูด ส่วนการแยกสารที่เป็นของแข็งออกจากของเหลว
มีวิธีท่ีแยกต่างจากการแยกสารท่ีเป็นของแข็งออกจากของแข็ง ซึ่งนักเรียนจะได้เรียนรู้จากการทา
กจิ กรรมตอ่ ไปน้ี
ข้นั ท่ี 2 ขัน้ สำรวจและคน้ หำ (Exploration Phase)
1. ให้นักเรียนศึกษาวิธีการแยกสารผสม ด้วยวิธีการระเหิดในสื่อการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือน
จรงิ Augmented Reality (AR) หน่วยที่ 2 การแยกสารเน้ือผสม
2. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ ละ 3-4 คน จากนั้นศึกษาขั้นตอนการทากิจกรรม “แยกสารที่
เป็นของแข็งออกจากของเหลว (1)”
3. ให้นกั เรียนปฏิบัติกิจกรรม แยกสารทเี่ ปน็ ของแข็งออกจากของเหลว (1) โดยปฏิบัติ ดงั นี้
- แตล่ ะกล่มุ ส่งตวั แทนมารบั อุปกรณ์ ดังนี้
1) บิกเกอร์ 2 ใบ
2) สารส้ม
3) แทง่ แก้วคนสาร 1 อนั
4) สารผสม (น้าคลองหรอื นา้ ผสมดิน)
- สังเกตลักษณะทางกายภาพ เช่น สถานะของสารผสม (น้าคลองหรือน้าผสมดิน) แล้วบันทึก
ผลลงในใบกิจกรรมแยกสารท่เี ปน็ ของแขง็ ออกจากของเหลว (1)
- คิดวิธีแยกน้าคลองหรือน้าผสมดิน จากนั้นทาการทดลองตามวิธีที่วางแผนไว้ และบันทึก
วิธีการแยกสารลงในใบกิจกรรมแยกสารท่ีเปน็ ของแขง็ ออกจากของเหลว (1)
- นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับวิธีการที่ใช้แยกน้าคลองหรือน้าผสมดิน แล้วนา
ข้อมลู มาจดั ทาในรปู แบบต่างๆ เชน่ แผนภาพ ลงในใบกจิ กรรมแยกสารที่เป็นของแข็งออกจากของเหลว
(1) เพื่อนาเสนอผลการทากิจกรรม
ห น้ า 67
AR BY KRULOH
ช่ัวโมงท่ี 2
ขนั้ ที่ 3 ข้ันอภิปรำยและสรปุ ผล (Explanation Phase)
1. ทบทวนข้อมูลเดิมจากช่ัวโมงท่ีแล้ว โดยนักเรียนตอบคาถามว่า นักเรียนมีวิธีแยกน้าคลอง
หรอื น้าผสมดนิ ไดอ้ ยา่ งไร (แนวคาตอบ การตกตะกอนและรนิ ออก)
2. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอข้อมูลกิจกรรม แยกสารท่ีเป็นของแข็งออกจากของเหลว (1)
ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
- ลักษณะทางกายภาพของสารผสม
- วธิ ีทใี่ ชแ้ ยกสารผสม และเหตผุ ลท่เี ลอื กวธิ ีน้นั
3. นักเรียนร่วมกนั สรปุ กจิ กรรม แยกสารทเี่ ป็นของแข็งออกจากของเหลวว่า การแยกสารที่เป็น
ของแข็งออกจากของเหลวที่เรียกว่าการตกตะกอนและการรินออกมักเป็นวิธีที่ใช้ร่วมกัน โดยพักสาร
ผสมใหข้ องแข้งในสารผสมตกตะกอน หลังจากันจะทาการรินแยกของเหลวออกจาก จากนั้นให้นักเรียน
สรุปองค์ความรู้เป็นผังความคิดลงในสมดุ
ชัว่ โมงท่ี 3
ขัน้ ท่ี 4 ข้นั ขยำยควำมรู้ (Expansion Phase)
1. ครยู กตวั อย่างการแยกของแข็งออกจากของเหลวในชีวิตประจาวัน เช่น การนาคลองในการ
อปุ โภคและบริโภค เราควรจะต้องทานาคลองในสะอาดกอ่ น โดยวิธีการแยกตกตะกอนเพื่อให้สิ่งสกปรก
ตกกน้ ภาชนะทังนอี าจจะตอ้ งเติมสารส้มเพื่อใหต้ ะกอนจบั ตวั และหนักขนึ ทาให้นาใสเรว็ ขนึ
2. ครูจาลองสถานการณ์ว่าหมู่บ้านนักเรียนไม่มีระบบนาประปาหมู่บ้าน จากนันให้นักเรียน
ออกแบบโรงผลติ นาหมบู่ า้ นจากนาคลองเพือ่ ใช้ในหมู่บ้าน แล้วบนั ทึกลงในสมดุ
3. ครูสุม่ นักเรียน 2-4 คนเพอ่ื นาเสนอผลงานการออกแบบโรงผลติ นาหม่บู า้ นจากนาคลอง
4. ครู นกั เรยี นร่วมกันสรปุ กจิ กรรม แยกสารทเี่ ปน็ ของแข็งออกจากของเหลว
ขั้นท่ี 5 ขน้ั ประเมนิ ผล (Evaluation Phase)
1. ครตู รวจใบกิจกรรมแยกสารทเี่ ป็นของแข็งออกจากของเหลว (1)
2. ครตู รวจแผนผังความคดิ
3. ครตู รวจผลงานการออกแบบโรงผลิตน้าหมบู่ ้านจากน้าคลอง
4. ครูทดสอบความเขา้ ใจของนักเรยี นโดยการใหต้ อบคาถาม เชน่
- เราเติมสารส้มเพ่ืออะไร (แนวคาตอบ เพื่อให้ตะกอนจับตัวและหนักขึน ตกตะกอนเร็ว ทาให้
นาใสเร็วขนึ )
สอื่ / แหลง่ การเรียนรู้
1) ส่ือการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง Augmented Reality (AR) หน่วยท่ี 2 การแยกสารเน้ือ
ผสม
2) หนังสือเรยี นรายวชิ าพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6
3) ใบกจิ กรรมแยกสารทเี่ ปน็ ของแขง็ ออกจากของเหลว (1)
ห น้ า 68
AR BY KRULOH
การวัดและประเมินผล วิธีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์
จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ซกั ถามความรู้เรือ่ ง ผา่ นเกณฑ์
- อธิบายการแยกสารโดยการ การแยกของแข็งออก - ใบกจิ กรรมแยกสาร ระดับดขี นึ้ ไป
รนิ ออกและการตกตะกอนได้ จากของเหลว ที่เปน็ ของแข็งออก
2. ตรวจช้ินงานหรือ จากของเหลว (1) ผา่ นเกณฑ์
- สังเกตลกั ษณะของสารและ ภาระงานระหว่างเรียน - ผังความคดิ ระดับดขี นึ้ ไป
แยกสารที่เป็นของแข็งออก - แบบประเมนิ ผล
จากเหลวได้ สังเกต งานการออกแบบโรง
ผลติ นา้ หมูบ่ ้านจาก
นา้ คลอง
- แบบวดั ทกั ษะ
กระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
- หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พทุ ธศักราช 2560) สสวท.
- สือ่ อนิ เตอรเ์ นต็
ห น้ า 69
AR BY KRULOH
แบบประเมิน
การนาเสนอผลงาน
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน ประเมินการนาเสนอผลงานของนกั เรียนตามรายการท่ีกาหนด แลว้ ขีด ลงใน
ช่องทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
กลมุ่ ที่ ..........................................................
สมาชกิ ในกลุ่ม (ระบุเลขที)่ ......................................................................................................................
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
321
1 เน้ือหาละเอียดชัดเจน
2 ความถูกต้องของเนื้อหา รวม
3 ภาษาท่ีใช้เข้าใจงา่ ย
4 ประโยชนท์ ่ีได้จากการนาเสนอ
5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
ลงชอ่ื .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสมบรู ณ์ชดั เจน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมมขี ้อบกพร่องบางส่วน
ผลงานหรือพฤติกรรมมขี ้อบกพรอ่ งเป็นสว่ นใหญ่
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11
พอใช้
ตา่ กวา่ 8
ปรับปรงุ
ห น้ า 70
AR BY KRULOH
แบบประเมนิ
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คาชีแ้ จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ลง
ในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อันพงึ ประสงค์ด้าน 321
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้
กษตั ริย์ 1.2 เขา้ รว่ มกิจกรรมทส่ี รา้ งความสามัคคี ปรองดอง และ
เป็นประโยชน์ ตอ่ โรงเรยี น
1.3 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถือ ปฏบิ ัติตาม
หลกั ศาสนา
1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมท่เี กีย่ วกับสถาบันพระมหากษตั รยิ ์
ตามที่โรงเรียนจัดข้นึ
2. ซือ่ สัตย์ สจุ ริต 2.1 ใหข้ ้อมลู ท่ีถกู ต้อง และเป็นจริง
2.2 ปฏิบตั ใิ นสง่ิ ทีถ่ กู ต้อง
3. มวี ินัยรับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คับ
ของครอบครัวมีความตรงตอ่ เวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรม
ต่างๆ ในชีวิตประจาวนั
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รจู้ กั ใชเ้ วลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ิได้
4.2 รจู้ ักจดั สรรเวลาให้เหมาะสม
4.3 เชอ่ื ฟงั คาสง่ั สอนของบดิ า-มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ย้ง
4.4 ต้ังใจเรยี น
5. อยู่อย่างพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รัพย์สินและส่งิ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด
5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรู้คุณค่า
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเก็บออมเงนิ
6. ม่งุ มน่ั ในการทางาน 6.1 มคี วามต้งั ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั
มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ตอ่ อุปสรรคเพ่ือให้งาน
สาเรจ็
7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มจี ติ สานึกในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญา
ไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจติ สาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน
8.2 รู้จักการดแู ล รกั ษาทรัพย์สมบตั ิและส่ิงแวดล้อมของ
หอ้ งเรยี น โรงเรยี น
ลงชอื่ ...................................................ผู้ประเมิน
............../.................../................
ห น้ า 71
AR BY KRULOH
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
46 - 60 ดี
30 - 45 พอใช้
ตา่ กว่า 30 ปรับปรุง
ห น้ า 72
AR BY KRULOH
แบบสงั เกตและตรวจผลงาน
การออกแบบโรงผลิตนา้ หมบู่ ้านจากนา้ คลอง
คาชแ้ี จง : ให้ ผู้สอน ประเมินการนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทีก่ าหนด แล้วขีด ลงใน
ช่องทตี่ รงกับระดับคะแนน
กล่มุ ที่ ..........................................................
สมาชกิ ในกลุ่ม (ระบเุ ลขที)่ ......................................................................................................................
ลาดับที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 การคดิ วเิ คราะห์
2 การเขียนสือ่ ความ
3 มีความคดิ สร้างสรรค์
4 ประโยชน์ของการนาข้อมลู ไปใช้
คะแนนเตม็ 12 คะแนน ได้
เกณฑ์การให้คะแนน
ประเดน็ ประเมิน 3 ระดบั คะแนน 1
2
1. การคิดวเิ คราะห์ มีการจับประเดน็ สาคัญ มกี ารจับประเดน็ สาคญั ได้ มีการจบั ประเด็น
ขยายความ ยกตัวอยา่ ง แต่ขยายความหรือ สาคญั ได้น้อย
เปรียบเทยี บและสรุป ยกตวั อยา่ งไม่ได้
ความคิดรวบยอคได้ดี
2. การเขยี นสอ่ื ความ เขียนสือ่ ความได้ถูกต้อง เขยี นส่ือความไม่ถูกต้อง เขยี นสือ่ ความได้น้อย
ตามอักขรวธิ ี ตรง ตามอักขรวิธี 2-3 แห่ง ไมต่ รงประเดน็
ประเดน็ และ เขา้ ใจง่าย ตรงประเด็น
3. มคี วามคดิ ผลงานมรี ปู แบบนา่ สนใจ ผลงานมีความสมั พันธ์กบั ผลงานมีความสมั พันธ์
สรา้ งสรรค์ มีความสัมพนั ธก์ บั หัวข้อ หัวขอ้ ทกี่ าหนด แตไ่ ม่คึ กับหวั ขอ้ ท่ีกาหนดน้อย
ที่กาหนด ระบายสีได้ งดูดความสนใจ มาก
สวยงาม
4. ประโยชน์ของการ สามารถนาไปประยุกต์ สามารถนาไปประยุกตก์ บั สามารถนาไปใช้
นาขอ้ มูลไปใช้ กับสถานการณใ์ น สถานการณ์ใน ประโยชน์ไดน้ ้อยมาก
ชวี ิตประจาวันได้อยา่ ง ชวี ติ ประจาวนั ได้บ้าง
เหมาะสม
เกณฑ์การประเมินผล
คะแนน 9-12 คะแนน หมายถงึ ดี (3) ลงชือ่ ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
คะแนน 5-8 คะแนน หมายถึง พอใช้ (2) ............../.................../................
คะแนน 0-4 คะแนน หมายถึง ควรปรบั ปรุง (1) ตนเอง เพอ่ื น ครู
ห น้ า 73
AR BY KRULOH
แบบประเมิน
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
คาช้ีแจง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลง
ในช่องทตี่ รงกับระดบั คะแนน
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์*
เลขที่ ชื่อ-นามสกุล S1 การสงั เกต S12 การทดลอง
3 2 1321
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
*ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ที่เก่ยี วกบั การเรียนการสอนนี้
ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน
............../.................../................
ห น้ า 74
AR BY KRULOH
เกณฑ์การประเมิน
กระบวนการ รายการประเมิน ระดับความสามารถ
ทางวิทยาศาสตร์
ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรบั ปรงุ (1)
สามารถใช้
S1 การสังเกต การบรรยาย ประสาทสมั ผัส สามารถใช้ สามารถใชป้ ระสาท
และแว่นขยาย
รายละเอยี ดของ เก็บรายละเอยี ด ประสาทสมั ผัส สัมผัสและแวน่ ขยาย
ข้อมูลของสง่ิ ที่
สิ่งที่สังเกต สงั เกตไดด้ ว้ ย และแวน่ ขยาย เกบ็ รายละเอยี ด
ตนเอง โดยไม่
เพ่ิมความคดิ เห็น เกบ็ รายละเอยี ด ขอ้ มูลของสงิ่ ทสี่ งั เกต
ออกแบบการ ข้อมูลของส่ิงที่ ไดเ้ พียงบางส่วน
ทดลอง
ดาเนินการ สงั เกตได้ จาก แมว้ า่ จะได้รับคา
ทดลอง และ
สรปุ ผลการ การชแี้ นะของครู ชีแ้ นะจากครูหรือ
ทดลองเพือ่ หา
คาตอบในคาถาม หรือผู้อื่นหรือมี ผ้อู ่ืน
ที่สงสยั ได้
ด้วยตนเอง การเพ่ิมเตมิ ความ
คดิ เห็น
S12 การทดลอง การออกแบบการ ออกแบบการ ไมส่ ามารถออกแบบ
ทดลอง
ดาเนนิ การ ทดลอง การทดลอง
ทดลอง และ
สรปุ ผลการ ดาเนนิ การ ดาเนินการทดลอง
ทดลองเพื่อหาคา
ตอบใน ทดลองและ และสรปุ ผลการ
คาถามทีส่ งสยั
สรปุ ผลการ ทดลองเพื่อหา
ทดลองเพื่อหาคา คาตอบในคาถามท่ี
ตอบในคาถามที่ สงสยั แมว้ ่าจะได้รบั
สงสัย ทงั้ นี้โดย คาแนะนาจากครู
อาศยั การช้ีแนะ หรอื ผูอ้ ื่น
จากครหู รือผู้อนื่
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดี
5-6
3-4 พอใช้
1-2 ปรับปรงุ
ห น้ า 75
AR BY KRULOH
ใบกจิ กรรม
“แยกสารทีเ่ ป็นของแข็งออกจากของเหลว (1)”
จุดประสงค์
1. ทดลองเพ่อื อธิบายและเปรยี บเทยี บการแยกสารโดยการรินออกและการตกตะกอน
ต้องเตรยี มตอ้ งใช้
1) บกิ เกอร์ 2) ตะเกียงแอลกอฮอลล์
3) แท่งแก้วคนสาร 1 อนั
4) สารส้ม
5) สารผสม (น้าคลองหรือนา้ ผสมดนิ )
6) สือ่ การเรยี นรูเ้ ทคโนโลยีเสมือนจรงิ Augmented Reality (AR) หนว่ ยท่ี 2 การแยกสารเน้ือผสม
ลองทาดู
1. ครูแบง่ นกั เรียนออกเปน็ กล่มุ ๆ ละ 3-4 คน จากนน้ั ใหต้ งั้ ช่อื กลุม่
2. ให้นักเรียนศึกษาวิธีการแยกสารผสมออกจากกันในสื่อการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง
Augmented Reality (AR) หนว่ ยท่ี 2 การแยกสารเนื้อผสม
3. แต่ละกลมุ่ สง่ ตัวแทนมารับอุปกรณ์
4. สังเกตลักษณะทางกายภาพเชน่ สถานะของสารผสม (น้าคลองหรอื นา้ ผสมดิน) แล้วบนั ทึกผล
5. คิดวิธีแยกน้าคลองหรือน้าผสมดิน จากน้ันทาการทดลองตามวิธีท่ีวางแผนไว้ และบันทึก
วิธีการแยกสาร
6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับวิธีการท่ีใช้แยกน้าคลองหรือน้าผสมดิน แล้วนา
ขอ้ มูลมาจัดทาในรปู แบบต่างๆ เชน่ แผนภาพ เพื่อนาเสนอผลการทากิจกรรม
บนั ทึกขอ้ มูล
1) สงั เกตลักษณะทางกายภาพของสารผสม
ผลการสงั เกตลักษณะเนอ้ื สาร
สาร สถานะ มองเหน็ เปน็ เนือ้ มองเหน็ ไมเ่ ป็นเนื้อ
เดียว เดียว
ห น้ า 76
AR BY KRULOH
2) ตารางบนั ทกึ การทากิจกรรม
กจิ กรรม วิธีการแยกสาร ผลการทากิจกรรม
น้าคลองหรือนา้ ผสมดิน
.................................... ลกั ษณะของสารทแ่ี ยกได้ คือ
.................................... ...........................................................................
.................................... ...........................................................................
....................................
.................................... ลกั ษณะของสารผสมทีเ่ หลอื คือ
.................................... ...........................................................................
...........................................................................
สรปุ ผล (ผงั ความคิด)
ห น้ า 77
AR BY KRULOH
แผนการจดั การเรยี นรู้
รายวชิ า วิทยาศาสตรพ์ ื้นฐาน ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 การแยกสารเน้อื ผสม แผนที่ 5 เรื่อง การแยกสารที่เปน็ ของแข็งออกจากของเหลว (2)
เวลา 1 ชวั่ โมง ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564
มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้ : ว 2.1
ตัวชี้วดั : ป.6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้
แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์
รวมท้งั ระบวุ ิธีแก้ปญั หาในชวี ติ ประจาวนั เกี่ยวกบั การแยกสาร
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ดา้ นความรู้ ความเขา้ ใจ (Knowledge)
- อธิบายการแยกสารโดยการกรองได้
ด้านทักษะกระบวนการ (Process)
- สงั เกตลกั ษณะของสารและแยกสารทเี่ ป็นของแขง็ ออกจากเหลวได้
ดา้ นเจตคติ (Attribute)
- ยกตัวอยา่ งการนาวธิ ีการแยกสารแบบต่างๆ ไปปรบั ใช้ในชวี ติ ประจาวนั ได้
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน
รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ มีวนิ ยั อยอู่ ย่างพอเพยี ง รักความเปน็ ไทย
ซ่อื สตั ยส์ จุ ริต ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ มนั่ ในการทางาน มีจติ สาธารณะ
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี นตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน
ความสามารถในการสอ่ื สาร ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
ความสามารถในการแกป้ ญั หา
ทักษะในศตวรรษที่ 21 การรว่ มมอื ร่วมใจ
การคิดอยา่ งสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ
การคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ การสื่อสาร
สาระสาคัญ
สารผสมท่ีประกอบด้วยของแข็งและของเหลวโดยของแข็งไม่ละลายในของเหลวน้ัน แยกได้โดย
การตกตะกอน การรนิ ออก และการกรอง ซึ่งวิธกี ารแยกสารสามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจาวันได้
ห น้ า 78
AR BY KRULOH
สาระการเรยี นรู้
- การแยกสารทเี่ ป็นของแขง็ ออกจากของเหลว โดยการกรอง
กิจกรรม / กระบวนการเรยี นรู้
จัดกิจกรรมการเรยี นร้โู ดยใชก้ ารจัดการเรยี นรูแ้ บบสบื เสาะ 5 ขน้ั ดงั นี้
ข้นั ท่ี 1 ขนั้ นำเข้ำสู่บทเรียน (Engagement Phase)
1. ทบทวนข้อมูลเดิมจากชั่วโมงที่แล้ว โดยนักเรียนตอบคาถามเกี่ยวกับประสบการณ์เดิมของ
นกั เรยี น เช่น
- นกั เรียนเคยคัน้ น้าสม้ หรอื ไม่ (แนวคา้ ตอบ เคย)
- ถ้านักเรียนต้องการเฉพาะน้าส้มโดยไม่มีกากส้มเลย นักเรียนจะท้าวิธีใด (แนวค้าตอบ น้า
น้าส้มทคี่ นั้ แลว้ ไปกรองดว้ ยกระชอน)
2. นักเรียนร่วมกันตอบค้าถามและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับค้าตอบ เพ่ือเช่ือมโยงไปสู่การ
เรียนรเู้ ร่ืองการแยกของแขง็ ที่ไม่ละลายในของเหลวออกจากของเหลว
3. ครูถามคาถามกระตนุ้ ความสนใจของนักเรยี น ดังนี้
- นกั เรยี นรู้จักวิธคี นั้ กะทิหรอื ไม่ (แนวคา้ ตอบ รจู้ กั )
- ถ้าต้องการกะทิต้องท้าวิธีใด (แนวค้าตอบ น้ามะพร้าวขูดมาขย้ากับน้า จากน้ันจึงน้ามากรอง
ด้วยผ้าขาวบาง)
4. นกั เรียนร่วมกันอภปิ รายหาคา้ ตอบเก่ยี วกับค้าถามตามความคดิ เห็นของแต่ละคน
ขัน้ ท่ี 2 ขน้ั สำรวจและค้นหำ (Exploration Phase)
1. ให้นักเรยี นศึกษาวิธีการแยกสารผสม ดว้ ยวธิ กี ารกรองในส่ือการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง
Augmented Reality (AR) หน่วยที่ 2 การแยกสารเนอื้ ผสม
2. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ ละ 3-4 คน จากน้ันศึกษาข้ันตอนการทากิจกรรม “แยกสารท่ี
เป็นของแข็งออกจากของเหลว (2)”
3. ให้นักเรยี นปฏบิ ัติกิจกรรม แยกสารท่เี ปน็ ของแขง็ ออกจากของเหลว (2) โดยปฏิบตั ิ ดงั น้ี
- แต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนมารบั อุปกรณ์ ดงั นี้
1) บกิ เกอร์ 2 ใบ
2) กรวยกรอง 1 อัน
3) กระดาษกรอง 1 แผ่น
4) แท่งแก้วคนสาร 1 อนั
5) ขาต้งั และยึดวงแหวน
6) สารผสม (น้าคลองหรอื น้าผสมดินทผ่ี ่านการตกตะกอนแล้ว)
- สังเกตลักษณะทางกายภาพ เช่น สถานะของสารผสม (น้าคลองหรือน้าผสมดินท่ีผ่านการ
ตกตะกอนแลว้ ) แลว้ บันทึกผลลงในใบกจิ กรรมแยกสารท่ีเป็นของแข็งออกจากของเหลว (2)
4. ครสู าธติ การพบั กระดาษกรองและการตดิ ต้ังชุดกรอง
5. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือทาการทดลอง และบันทึกวิธีการแยกสารลงในใบกิจกรรมแยก
สารท่เี ปน็ ของแขง็ ออกจากของเหลว (2)
ห น้ า 79
AR BY KRULOH
6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับวิธีการท่ีใช้แยกสารผสม แล้วนาข้อมูลมาจัดทา
ในรูปแบบต่างๆ เช่น แผนภาพ ลงในใบกิจกรรมแยกสารท่ีเป็นของแข็งออกจากของเหลว (2) เพื่อ
นาเสนอผลการทากจิ กรรม
ข้นั ท่ี 3 ขน้ั อภิปรำยและสรปุ ผล (Explanation Phase)
1. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอข้อมูลกิจกรรม แยกสารที่เป็นของแข็งออกจากของเหลว (2)
ในประเด็นตอ่ ไปนี้
- ลักษณะทางกายภาพของสารผสม
- วธิ ที ใ่ี ชแ้ ยกสารผสม และเหตุผลที่เลือกวธิ นี ้นั
2. นักเรียนร่วมกันสรุปกิจกรรม การกรอง เป็นวิธีการแยกสารผสมที่มีของแข็งผสมอยู่กับ
ของเหลวหรือใช้ในการแยกสารแขวนลอยออกจากน้า ซ่ึงการกรองจะต้องเทสารผสมผ่านอุปกรณ์ท่ีมีรู
พรุน เช่นกระดาษกรอง สาลี ผ้าขาวบาง โดยอนุภาคของของแข็งที่ลอดผ่านรูไม่ได้จะติดอยู่บนภาชนะ
นัน้ สว่ นน้าและสารละลายน้าไดจ้ ะลอดผ่านรูลงส่ภู าชนะทีเ่ ตรียมไว้
3. จากนัน้ ใหน้ กั เรยี นสรุปองค์ความรู้เป็นผงั ความคดิ ลงในสมดุ
ขน้ั ที่ 4 ข้ันขยำยควำมรู้ (Expansion Phase)
1. ครขู ยายความรู้เพมิ่ เติมเก่ยี วกับ สารแขวนลอย ดังน้ี
สารแขวนลอย (Suspension) คือสารเนือ้ ผสมท่ขี องแขง็ ไม่เกดิ การละลายในของเหลว โดยเน้ือ
สารทเี่ ป็นของแขง็ กระจายตัวอยู่ในของเหลว เม่อื ต้ังทง้ิ ไวจ้ ะตกตะกอน เช่น นา้ แปง้ มนั น้าโคลน
2. ครเู ชื่อมโยงความรู้เข้ากับเหตุการณใ์ นชวี ติ ประจา้ วนั เชน่ การกรองกาแฟออกจากน้า กรอก
กากมะพรา้ ว
3. ครกู ระตนุ้ ความอยากรูข้ องนักเรียน โดยการเปดิ คลิปการทา้ เครอ่ื งกรองน้าอย่างง่าย จากนั้น
ให้นักเรียนสรุปองคค์ วามรู้เป็นผงั ความคดิ เครือ่ งกรองของฉันลงในสมดุ
ขน้ั ท่ี 5 ขนั้ ประเมินผล (Evaluation Phase)
1. ครตู รวจใบกิจกรรมแยกสารทเ่ี ป็นของแขง็ ออกจากของเหลว (2)
2. ครูตรวจแผนผังความคิด
3. ครูตรวจผงั ความคดิ เคร่ืองกรองของฉนั
4. ครูทดสอบความเข้าใจของนกั เรียนโดยการใหต้ อบคาถาม เช่น
- การแยกของแข็งท่ไี ม่ละลายในของเหลวออกจากของเหลววิธีใดต้องใช้อุปกรณ์ช่วยแยก (แนว
คา้ ตอบ การกรอง)
- ขนาดของรูของวัสดุกรองมีผลต่อการแยกสารอย่างไร (แนวค้าตอบ ถ้าขนาดของรูใหญ่ข้ึน
ของแข็งท่มี ขี นาดเลก็ จะมีโอกาสรอดผ่านรขู องวสั ดุกรองได้มากขนึ้ )
- การแยกของแข็งท่ีไม่ละลายในของเหลวออกจากของเหลววิธีใดมักใช้ร่วมกัน (แนวค้าตอบ
การตกตะกอนและการรนิ ออก)
ห น้ า 80
AR BY KRULOH
สอื่ / แหล่งการเรยี นรู้
1) สอื่ การเรยี นรเู้ ทคโนโลยีเสมอื นจรงิ Augmented Reality (AR) หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเน้ือผสม
2) หนงั สือเรียนรายวชิ าพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6
3) ใบกจิ กรรมแยกสารท่เี ป็นของแขง็ ออกจากของเหลว (2)
4) คลิปการทา้ เคร่อื งกรองนา้ อยา่ งงา่ ยจาก https://youtu.be/gSNWA5hfJWc
การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี าร เครื่องมอื เกณฑ์
จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. ซกั ถามความรู้เรือ่ ง ผา่ นเกณฑ์
- อธิบายการแยกสารโดยการ การแยกของแข็งออก - ใบกิจกรรมแยกสาร ระดับดีขน้ึ ไป
กรองได้ จากของเหลว ทีเ่ ปน็ ของแข็งออก
2. ตรวจชิ้นงานหรอื จากของเหลว (2) ผา่ นเกณฑ์
- สงั เกตลักษณะของสารและ ภาระงานระหวา่ งเรียน - ผังความคิด ระดับดีขน้ึ ไป
แยกสารทเี่ ปน็ ของแข็งออก - แบบประเมินผล
จากเหลวได้ สงั เกต งานผงั ความคิด
เคร่ืองกรองของฉนั
- แบบวดั ทกั ษะ
กระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
- หนงั สอื เรียนรายวชิ าพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พทุ ธศักราช 2560) สสวท.
- สื่ออนิ เตอร์เน็ต
ห น้ า 81
AR BY KRULOH
แบบประเมิน
การนาเสนอผลงาน
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน ประเมินการนาเสนอผลงานของนกั เรียนตามรายการท่ีกาหนด แลว้ ขีด ลงใน
ช่องทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
กลมุ่ ที่ ..........................................................
สมาชกิ ในกลุ่ม (ระบุเลขที)่ ......................................................................................................................
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
321
1 เน้ือหาละเอียดชัดเจน
2 ความถูกต้องของเนื้อหา รวม
3 ภาษาท่ีใช้เข้าใจงา่ ย
4 ประโยชนท์ ่ีได้จากการนาเสนอ
5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
ลงชอ่ื .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสมบรู ณ์ชดั เจน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมมขี ้อบกพร่องบางส่วน
ผลงานหรือพฤติกรรมมขี ้อบกพรอ่ งเป็นสว่ นใหญ่
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11
พอใช้
ตา่ กวา่ 8
ปรบั ปรุง
ห น้ า 82
AR BY KRULOH
แบบประเมนิ
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คาชีแ้ จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ลง
ในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อันพงึ ประสงค์ด้าน 321
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้
กษตั ริย์ 1.2 เข้ารว่ มกิจกรรมทีส่ รา้ งความสามัคคี ปรองดอง และ
เป็นประโยชน์ ตอ่ โรงเรยี น
1.3 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถือ ปฏบิ ัติตาม
หลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมท่ีเกีย่ วกับสถาบันพระมหากษตั รยิ ์
ตามที่โรงเรียนจัดข้นึ
2. ซือ่ สัตย์ สจุ ริต 2.1 ให้ข้อมลู ท่ีถกู ต้อง และเป็นจริง
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทีถ่ กู ต้อง
3. มวี ินัยรับผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คับ
ของครอบครัวมีความตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม
ต่างๆ ในชีวิตประจาวนั
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รจู้ ักใชเ้ วลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ิได้
4.2 รจู้ ักจดั สรรเวลาให้เหมาะสม
4.3 เช่ือฟงั คาสง่ั สอนของบดิ า-มารดา โดยไม่โตแ้ ย้ง
4.4 ตั้งใจเรยี น
5. อยู่อย่างพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและส่ิงของของโรงเรียนอย่างประหยัด
5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรู้คณุ ค่า
5.3 ใช้จา่ ยอยา่ งประหยดั และมีการเก็บออมเงิน
6. ม่งุ มน่ั ในการทางาน 6.1 มคี วามต้งั ใจและพยายามในการทางานที่ไดร้ บั
มอบหมาย
6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แท้ตอ่ อุปสรรคเพ่ือให้งาน
สาเรจ็
7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มีจติ สานึกในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญา
ไทย
7.2 เห็นคณุ คา่ และปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจติ สาธารณะ 8.1 รจู้ ักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน
8.2 รูจ้ กั การดแู ล รกั ษาทรัพย์สมบตั ิและสง่ิ แวดล้อมของ
หอ้ งเรยี น โรงเรยี น
ลงชอื่ ...................................................ผู้ประเมิน
............../.................../................
ห น้ า 83
AR BY KRULOH
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
46 - 60 ดี
30 - 45 พอใช้
ตา่ กว่า 30 ปรับปรุง
ห น้ า 84
AR BY KRULOH
แบบสังเกตและตรวจผลงาน
ผงั ความคดิ เครือ่ งกรองของฉนั
คาชีแ้ จง : ให้ ผู้สอน ประเมินการนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการท่ีกาหนด แล้วขีด ลงใน
ชอ่ งที่ตรงกบั ระดับคะแนน
กล่มุ ท่ี ..........................................................
สมาชกิ ในกลุ่ม (ระบุเลขที)่ ......................................................................................................................
ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
321
1 การคดิ วิเคราะห์
2 การเขียนสือ่ ความ
3 มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์
4 ประโยชน์ของการนาข้อมูลไปใช้
คะแนนเต็ม 12 คะแนน ได้
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ประเดน็ ประเมนิ 3 ระดบั คะแนน 1
2
1. การคิดวเิ คราะห์ มกี ารจบั ประเด็น สาคัญ มีการจบั ประเด็นสาคัญได้ มกี ารจบั ประเดน็
ขยายความ ยกตัวอยา่ ง แตข่ ยายความหรือ สาคัญไดน้ ้อย
เปรยี บเทียบและสรุป ยกตัวอย่างไม่ได้
ความคิดรวบยอคได้ดี
2. การเขียนสื่อความ เขยี นสือ่ ความได้ถกู ต้อง เขียนส่ือความไม่ถกู ต้อง เขียนสื่อความไดน้ ้อย
ตามอักขรวธิ ี ตรง ตามอักขรวธิ ี 2-3 แหง่ ไมต่ รงประเดน็
ประเดน็ และ เข้าใจง่าย ตรงประเด็น
3. มคี วามคดิ ผลงานมีรปู แบบนา่ สนใจ ผลงานมคี วามสมั พนั ธก์ ับ ผลงานมคี วามสัมพันธ์
สรา้ งสรรค์ มคี วามสัมพันธก์ บั หัวข้อ หัวข้อท่กี าหนด แตไ่ มค่ ึ กบั หวั ข้อท่ีกาหนดน้อย
ทีก่ าหนด ระบายสีได้ งดูดความสนใจ มาก
สวยงาม
4. ประโยชนข์ องการ สามารถนาไปประยุกต์ สามารถนาไปประยุกตก์ บั สามารถนาไปใช้
นาข้อมลู ไปใช้ กับสถานการณ์ใน สถานการณ์ใน ประโยชนไ์ ดน้ ้อยมาก
ชวี ิตประจาวนั ไดอ้ ย่าง ชีวติ ประจาวันไดบ้ า้ ง
เหมาะสม
เกณฑก์ ารประเมินผล
คะแนน 9-12 คะแนน หมายถงึ ดี (3) ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมนิ
คะแนน 5-8 คะแนน หมายถงึ พอใช้ (2) ............../.................../................
คะแนน 0-4 คะแนน หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ (1) ตนเอง เพื่อน ครู
ห น้ า 85
AR BY KRULOH
แบบประเมิน
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
คาช้ีแจง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลง
ในช่องทตี่ รงกับระดบั คะแนน
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์*
เลขที่ ชื่อ-นามสกุล S1 การสงั เกต S12 การทดลอง
3 2 1321
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
*ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ที่เก่ยี วกบั การเรียนการสอนนี้
ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน
............../.................../................
ห น้ า 86
AR BY KRULOH
เกณฑ์การประเมิน
กระบวนการ รายการประเมิน ระดับความสามารถ
ทางวิทยาศาสตร์
ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรบั ปรงุ (1)
สามารถใช้
S1 การสังเกต การบรรยาย ประสาทสมั ผัส สามารถใช้ สามารถใชป้ ระสาท
และแว่นขยาย
รายละเอยี ดของ เก็บรายละเอยี ด ประสาทสมั ผัส สัมผัสและแวน่ ขยาย
ข้อมูลของสง่ิ ที่
สิ่งที่สังเกต สงั เกตไดด้ ว้ ย และแวน่ ขยาย เกบ็ รายละเอยี ด
ตนเอง โดยไม่
เพ่ิมความคดิ เห็น เกบ็ รายละเอยี ด ขอ้ มูลของสงิ่ ทสี่ งั เกต
ออกแบบการ ข้อมูลของส่ิงที่ ไดเ้ พียงบางส่วน
ทดลอง
ดาเนินการ สงั เกตได้ จาก แมว้ า่ จะได้รับคา
ทดลอง และ
สรปุ ผลการ การชแี้ นะของครู ชีแ้ นะจากครูหรือ
ทดลองเพือ่ หา
คาตอบในคาถาม หรือผู้อื่นหรือมี ผ้อู ่ืน
ที่สงสยั ได้
ด้วยตนเอง การเพ่ิมเตมิ ความ
คดิ เห็น
S12 การทดลอง การออกแบบการ ออกแบบการ ไมส่ ามารถออกแบบ
ทดลอง
ดาเนนิ การ ทดลอง การทดลอง
ทดลอง และ
สรปุ ผลการ ดาเนนิ การ ดาเนินการทดลอง
ทดลองเพื่อหาคา
ตอบใน ทดลองและ และสรปุ ผลการ
คาถามทีส่ งสยั
สรปุ ผลการ ทดลองเพื่อหา
ทดลองเพื่อหาคา คาตอบในคาถามท่ี
ตอบในคาถามที่ สงสยั แมว้ ่าจะได้รบั
สงสัย ทงั้ นี้โดย คาแนะนาจากครู
อาศยั การช้ีแนะ หรอื ผูอ้ ื่น
จากครหู รือผู้อนื่
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดี
5-6
3-4 พอใช้
1-2 ปรับปรงุ
ห น้ า 87
AR BY KRULOH
ใบกิจกรรม
“แยกสารท่ีเปน็ ของแข็งออกจากของเหลว (2)”
จุดประสงค์
1. ทดลองเพอ่ื อธบิ ายการแยกสารผสมด้วยวิธีการกรอง
ตอ้ งเตรยี มต้องใช้
1) บกิ เกอร์ 2 ใบ
2) กรวยกรอง 1 อัน
3) กระดาษกรอง 1 แผ่น
4) แท่งแก้วคนสาร 1 อัน
5) ขาตง้ั และยดึ วงแหวน
6) สารผสม (น้าคลองหรือน้าผสมดนิ ท่ีผ่านการตกตะกอนแล้ว)
ลองทาดู
1. ครูแบง่ นกั เรียนออกเป็นกลุ่มๆ ละ 3-4 คน จากนั้นให้ตง้ั ชื่อกล่มุ
2. ให้นักเรียนศึกษาวิธีการแยกสารผสมออกจากกันในสื่อการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง
Augmented Reality (AR) หน่วยท่ี 2 การแยกสารเนื้อผสม
3. แต่ละกลมุ่ ส่งตัวแทนมารบั อุปกรณ์
4. สังเกตลักษณะทางกายภาพเช่นสถานะของสารผสม (น้าคลองหรือน้าผสมดินท่ีผ่านการ
ตกตะกอนแลว้ ) แลว้ บันทกึ ผล
5. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือทาการทดลอง และบันทึกวิธีการแยกสารลงในใบกิจกรรมแยก
สารทเี่ ปน็ ของแข็งออกจากของเหลว (2)
บันทึกขอ้ มลู
1) สงั เกตลกั ษณะทางกายภาพของสารผสม
ผลการสงั เกตลกั ษณะเน้ือสาร
สาร สถานะ มองเห็นเป็นเนือ้ มองเห็นไม่เป็นเนอ้ื
เดยี ว เดยี ว
ห น้ า 88
AR BY KRULOH
2) ตารางบนั ทกึ การทากิจกรรม
กิจกรรม วิธกี ารแยกสาร ผลการทากิจกรรม
แยกของเหลวออกจาก .................................... ลักษณะของสารทีแ่ ยกได้ คือ
ของแขง็ (นา้ คลองหรือน้า .................................... ...........................................................................
.................................... ...........................................................................
ผสมดินท่ผี า่ นการ ....................................
ตกตะกอนแล้ว) .................................... ลักษณะของสารผสมทีเ่ หลือ คือ
.................................... ...........................................................................
...........................................................................
สรุปผล (ผงั ความคิด)
ห น้ า 89