The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 2 การแยกสารเนื้อผสม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sonicboomloh007, 2022-06-29 17:54:56

คู่มือครู AR

หน่วยที่ 2 การแยกสารเนื้อผสม

AR BY KRULOH

แผนการจดั การเรยี นรู้

รายวิชา วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 6

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 การแยกสารเน้อื ผสม แผนท่ี 6 เรื่อง การแยกสารท่ีเปน็ ของแข็งออกจากของเหลว (3)

เวลา 2 ชว่ั โมง ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564

มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรยี นรู้ : ว 2.1

ตัวชีว้ ดั : ป.6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้
แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์
รวมทัง้ ระบวุ ิธแี กป้ ญั หาในชีวติ ประจาวันเกยี่ วกบั การแยกสาร

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
 ดา้ นความรู้ ความเข้าใจ (Knowledge)
- อธบิ ายการแยกสารโดยการระเหยแหง้ ได้
 ด้านทักษะกระบวนการ (Process)
- สังเกตลักษณะของสารและแยกสารทเ่ี ป็นของแข็งออกจากเหลวได้
 ด้านเจตคติ (Attribute)
- ยกตัวอย่างการนาวิธีการแยกสารแบบตา่ งๆ ไปปรับใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน
 รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ มีวินัย  อยู่อย่างพอเพยี ง  รักความเปน็ ไทย
 ซื่อสตั ยส์ ุจรติ  ใฝเ่ รยี นรู้  มุง่ มั่นในการทางาน  มจี ติ สาธารณะ

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี นตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน

 ความสามารถในการสอื่ สาร  ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

 ความสามารถในการคิด  ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

 ความสามารถในการแก้ปัญหา

ทักษะในศตวรรษท่ี 21  การร่วมมือร่วมใจ
 การคดิ อยา่ งสร้างสรรค์  การแก้ปญั หา  การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
 การคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ  การสือ่ สาร

สาระสาคญั
สารผสมทป่ี ระกอบด้วยของแขง็ และของเหลวโดยของแข็งละลายในของเหลวนั้น หรือท่ีเรียกว่า
สารละลาย เช่น น้าเกลือ น้าเชื่อม สามารถแยกได้โดยระเหยแห้ง การระเหยแห้งเป็นการใช้ความร้อน
จนทาให้สารท่ีเป็นของเหลวระเหยออกจากสารที่เป็นของแข็ง ซ่ึงวิธีการแยกสารโดยการระเหยแห้ง
สามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ในชีวติ ประจาวนั ได้

ห น้ า 90

AR BY KRULOH

สาระการเรียนรู้
- การแยกสารท่ีเป็นของแข็งออกจากของเหลว โดยการระเหยแหง้

กิจกรรม / กระบวนการเรียนรู้
จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ 5 ขั้น โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่ัวโมง
ดงั น้ี

ชว่ั โมงที่ 1
ขน้ั ท่ี 1 ข้นั นำเข้ำส่บู ทเรียน (Engagement Phase)

1. ทบทวนข้อมูลเดิมจากชั่วโมงท่ีแล้ว โดยนักเรียนตอบคาถามเกี่ยวกับประสบการณ์เดิมของ
นกั เรียน เช่น

- นักเรียนรู้จักวิธคี ้นั กะทหิ รือไม่ (แนวคาตอบ ร้จู ัก)
- ถ้าต้องการกะทิต้องทาวิธีใด (แนวคาตอบ นามะพร้าวขูดมาขยากับน้า จากนั้นจึงนามากรอง
ดว้ ยผ้าขาวบาง)
2. นักเรียนร่วมกันตอบคาถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคาตอบ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การ
เรียนรเู้ รื่องการแยกของแขง็ ท่ีละลายในของเหลวออกจากของเหลว
3. ครกู ระตุน้ ความสนใจของนักเรยี น ดังนี้
- นาน้าเชือ่ มหรอื นา้ หวานข้ึนมาแสดงหนา้ กระดาน
- รว่ มกันพิจารณาลกั ษณะทางกายภาพ และหาข้อสรปุ วา่ มสี ว่ นประกอบอะไรบ้าง
- ตง้ั คาถามช่วยให้นกั เรียนสงสัย ถ้าเราจะเอาสว่ นประกอบนนั้ ออกมาจะตอ้ งทาอยา่ งไร
4. นักเรยี นรว่ มกันอภิปรายหาคาตอบเกี่ยวกบั คาถามตามความคดิ เหน็ ของแต่ละคน
ข้นั ท่ี 2 ขน้ั สำรวจและคน้ หำ (Exploration Phase)
1. ให้นักเรียนศึกษาวิธีการแยกสารผสม ด้วยวิธีการระเหยแห้งในสื่อการเรียนรู้เทคโนโลยี
เสมอื นจรงิ Augmented Reality (AR) หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเน้ือผสม
2. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ ละ 3-4 คน จากน้ันศึกษาข้ันตอนการทากิจกรรม “แยกสารท่ี
เป็นของแข็งออกจากของเหลว (3)”
3. ให้นกั เรยี นปฏบิ ัติกิจกรรม แยกสารทเ่ี ป็นของแข็งออกจากของเหลว (3) โดยปฏบิ ัติ ดังนี้
- แตล่ ะกล่มุ สง่ ตวั แทนมารับอปุ กรณ์ ดงั นี้

1) บกิ เกอร์
2) ตะเกยี งแอลกอฮอล์
3) สารผสม (น้าเกลือ)
- สังเกตลักษณะทางกายภาพ เช่น สถานะของสารผสม (น้าเกลือ) แล้วบันทึกผลลงในใบ
กิจกรรมแยกสารทีเ่ ปน็ ของแขง็ ออกจากของเหลว (3)
4. ครูสาธิตการติดตั้งชดุ การระเหยแหง้
5. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือทาการทดลอง และบันทึกวิธีการแยกสารลงในใบกิจกรรมแยก
สารทีเ่ ป็นของแข็งออกจากของเหลว (3)
6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับวิธีการท่ีใช้แยกสารผสม แล้วนาข้อมูลมาจัดทา
ในรูปแบบต่างๆ เช่น แผนภาพ ลงในใบกิจกรรมแยกสารที่เป็นของแข็งออกจากของเหลว (3) เพ่ือ
นาเสนอผลการทากจิ กรรม

ห น้ า 91

AR BY KRULOH

ชวั่ โมงที่ 2
ขน้ั ที่ 3 ข้ันอภิปรำยและสรุปผล (Explanation Phase)

1. ทบทวนข้อมูลเดิมจากชั่วโมงทแี่ ล้ว โดยนกั เรียนตอบคาถามต่อไปนี้
- นักเรียนวางแผนการแยกสารผสม (น้าเกลือ) อย่างไร (แนวคาตอบ ใส่บิกเกอร์และต้มให้น้า
เดอื ด)
2. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอข้อมูลกิจกรรม แยกสารท่ีเป็นของแข็งออกจากของเหลว (3)
ในประเด็นต่อไปน้ี
- ลกั ษณะทางกายภาพของสารผสม
- วธิ ีทใ่ี ชแ้ ยกสารผสม และเหตุผลทเี่ ลือกวธิ นี ้นั
- ผลการทดลอง
3. นักเรียนร่วมกันสรุปกิจกรรม การระเหยแห้ง เป็นการใช้ความร้อนจนทาให้สารท่ีเป็น
ของเหลวระเหยออกจากสารท่ีเป็นของแข็ง ซึ่งวิธีการแยกสารโดยการระเหยแห้งสามารถนาไปใช้
ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวันได้
4. จากนั้นใหน้ กั เรียนสรุปองคค์ วามรู้เป็นผังความคิดลงในสมุด
ขั้นที่ 4 ขั้นขยำยควำมรู้ (Expansion Phase)
1. ครเู ช่อื มโยงความร้เู ข้ากับเหตกุ ารณใ์ นชีวิตประจาวนั เชน่ การทานาเกลอื เป็นตน้
2. ครกู ระต้นุ ความอยากรู้ของนกั เรยี น โดยการเปดิ คลิปการทานาเกลือ จากนั้นให้นักเรียนสรุป
องคค์ วามรู้โดยทาใบงานการแยกสารในชวี ิตประจาวนั
ขั้นท่ี 5 ขัน้ ประเมินผล (Evaluation Phase)
1. ครตู รวจใบกิจกรรมแยกสารท่ีเป็นของแขง็ ออกจากของเหลว (3)
2. ครูตรวจแผนผังความคดิ
3. ครตู รวจใบงาน การแยกสารในชีวิตประจาวนั
4. ครทู ดสอบความเข้าใจของนกั เรียนโดยการใหต้ อบคาถาม เชน่
- นักเรียนมวี ธิ ีการแยกน้าตาลออกจากน้าอ้อยได้อย่างไรบ้าง (แนวคาตอบ การระเหย โดยการ
คั่นนา้ ออ้ ย ใชผ้ ้าขาวบางกรองเศษฝุ่นและแมลงออก จากนน้ั นาไปตม้ ใหเ้ ดอื ด)
- ปัจจัยในการใช้วิธีการแยกสารผสมด้วยการระเหยคืออะไร (แนวคาตอบ สารผสมที่
ประกอบด้วยของแข็งและของเหลวโดยของแข็งละลายในของเหลวน้ัน หรือที่เรียกว่า สารละลาย และ
ความร้อน)

ส่อื / แหลง่ การเรยี นรู้
1) สื่อการเรียนรู้เทคโนโลยเี สมือนจรงิ Augmented Reality (AR) หนว่ ยที่ 2 การแยกสารเน้ือผสม
2) หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6
3) ใบกิจกรรมแยกสารทเี่ ป็นของแข็งออกจากของเหลว (2)
4) ใบงาน การแยกสารในชีวิตประจาวัน
4) คลปิ การทานาเกลอื จาก https://youtu.be/7t4eNs1foWw

ห น้ า 92

AR BY KRULOH

การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์
จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. ซกั ถามความรู้เรอ่ื ง ผ่านเกณฑ์
- อธิบายการแยกสารโดยการ การแยกของแข็งออก - ใบกิจกรรมแยกสาร ระดับดขี ้ึนไป
ระเหยแหง้ ได้ จากของเหลว ท่เี ปน็ ของแข็งออก
2. ตรวจชิน้ งานหรือ จากของเหลว (3) ผ่านเกณฑ์
- สังเกตลักษณะของสารและ ภาระงานระหวา่ งเรยี น - ผงั ความคิด ระดับดขี ึน้ ไป
แยกสารทเ่ี ปน็ ของแข็งออก - ใบงานการแยกสาร
จากเหลวได้ สงั เกต ในชีวติ ประจาวัน
- แบบวัดทักษะ
กระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์

เอกสารอ้างองิ
- หนงั สือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศกั ราช 2560) สสวท.
- สือ่ อนิ เตอรเ์ นต็

ห น้ า 93

AR BY KRULOH

แบบประเมิน
การนาเสนอผลงาน

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน ประเมินการนาเสนอผลงานของนกั เรียนตามรายการท่ีกาหนด แลว้ ขีด  ลงใน
ช่องทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

กลมุ่ ที่ ..........................................................

สมาชกิ ในกลุ่ม (ระบุเลขที)่ ......................................................................................................................

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
321
1 เน้ือหาละเอียดชัดเจน
2 ความถูกต้องของเนื้อหา รวม
3 ภาษาท่ีใช้เข้าใจงา่ ย
4 ประโยชนท์ ่ีได้จากการนาเสนอ
5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน

ลงชอ่ื .................................................... ผปู้ ระเมนิ

................ /................ /................ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน

ผลงานหรอื พฤติกรรมสมบรู ณ์ชดั เจน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมมขี ้อบกพร่องบางส่วน
ผลงานหรือพฤติกรรมมขี ้อบกพรอ่ งเป็นสว่ นใหญ่

เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11
พอใช้
ตา่ กวา่ 8
ปรับปรงุ

ห น้ า 94

AR BY KRULOH

แบบประเมนิ
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คาชีแ้ จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี  ลง
ในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดับคะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อันพงึ ประสงค์ด้าน 321

1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้
กษตั ริย์ 1.2 เขา้ รว่ มกิจกรรมทส่ี รา้ งความสามัคคี ปรองดอง และ
เป็นประโยชน์ ตอ่ โรงเรยี น

1.3 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถือ ปฏบิ ัติตาม
หลกั ศาสนา

1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมท่เี กีย่ วกับสถาบันพระมหากษตั รยิ ์
ตามที่โรงเรียนจัดข้นึ

2. ซือ่ สัตย์ สจุ ริต 2.1 ใหข้ ้อมลู ท่ีถกู ต้อง และเป็นจริง

2.2 ปฏิบตั ใิ นสง่ิ ทีถ่ กู ต้อง

3. มวี ินัยรับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คับ
ของครอบครัวมีความตรงตอ่ เวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรม
ต่างๆ ในชีวิตประจาวนั

4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รจู้ กั ใชเ้ วลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ิได้

4.2 รจู้ ักจดั สรรเวลาให้เหมาะสม

4.3 เชอ่ื ฟงั คาสง่ั สอนของบดิ า-มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ย้ง

4.4 ต้ังใจเรยี น

5. อยู่อย่างพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รัพย์สินและส่งิ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด
5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรู้คุณค่า
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเก็บออมเงนิ

6. ม่งุ มน่ั ในการทางาน 6.1 มคี วามต้งั ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั
มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ตอ่ อุปสรรคเพ่ือให้งาน
สาเรจ็

7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มจี ติ สานึกในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญา
ไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจติ สาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน
8.2 รู้จักการดแู ล รกั ษาทรัพย์สมบตั ิและส่ิงแวดล้อมของ
หอ้ งเรยี น โรงเรยี น

ลงชอื่ ...................................................ผู้ประเมิน
............../.................../................

ห น้ า 95

AR BY KRULOH

เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
46 - 60 ดี

30 - 45 พอใช้
ตา่ กว่า 30 ปรับปรุง

ห น้ า 96

AR BY KRULOH

แบบสงั เกตและตรวจผลงาน
ผังความคิดการแยกสารผสมดว้ ยวธิ กี ารระเหยแหง้

คาชแี้ จง : ให้ ผูส้ อน ประเมินการนาเสนอผลงานของนกั เรียนตามรายการทกี่ าหนด แลว้ ขดี  ลงใน
ช่องทีต่ รงกับระดบั คะแนน

กลมุ่ ท่ี ..........................................................
สมาชกิ ในกลุ่ม (ระบเุ ลขที)่ ......................................................................................................................

ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
321

1 การคดิ วเิ คราะห์
2 การเขียนสอื่ ความ
3 มีความคดิ สร้างสรรค์
4 ประโยชน์ของการนาข้อมูลไปใช้

คะแนนเต็ม 12 คะแนน ได้

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

ประเดน็ ประเมิน 3 ระดับคะแนน 1
2

1. การคิดวเิ คราะห์ มีการจบั ประเดน็ สาคัญ มีการจับประเดน็ สาคญั ได้ มกี ารจบั ประเดน็

ขยายความ ยกตัวอย่าง แต่ขยายความหรือ สาคัญไดน้ ้อย

เปรียบเทียบและสรุป ยกตัวอย่างไม่ได้

ความคดิ รวบยอคได้ดี

2. การเขยี นส่ือความ เขียนสือ่ ความได้ถูกต้อง เขยี นสอ่ื ความไม่ถกู ต้อง เขียนส่อื ความไดน้ ้อย

ตามอักขรวิธี ตรง ตามอักขรวธิ ี 2-3 แห่ง ไม่ตรงประเด็น

ประเด็นและ เข้าใจงา่ ย ตรงประเด็น

3. มีความคดิ ผลงานมีรปู แบบนา่ สนใจ ผลงานมคี วามสัมพันธ์กบั ผลงานมคี วามสัมพันธ์

สรา้ งสรรค์ มคี วามสมั พนั ธก์ ับหวั ข้อ หวั ข้อท่ีกาหนด แต่ไมค่ ึ กับหวั ขอ้ ท่ีกาหนดน้อย

ทกี่ าหนด ระบายสีได้ งดดู ความสนใจ มาก

สวยงาม

4. ประโยชนข์ องการ สามารถนาไปประยุกต์ สามารถนาไปประยุกต์กับ สามารถนาไปใช้

นาข้อมลู ไปใช้ กบั สถานการณใ์ น สถานการณ์ใน ประโยชนไ์ ด้นอ้ ยมาก

ชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ย่าง ชีวิตประจาวันได้บ้าง

เหมาะสม

เกณฑ์การประเมินผล

คะแนน 9-12 คะแนน หมายถงึ ดี (3) ลงชื่อ...................................................ผูป้ ระเมนิ

คะแนน 5-8 คะแนน หมายถึง พอใช้ (2) ............../.................../................

คะแนน 0-4 คะแนน หมายถงึ ควรปรบั ปรุง (1)  ตนเอง  เพือ่ น  ครู

ห น้ า 97

AR BY KRULOH

แบบประเมิน
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

คาช้ีแจง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี  ลง

ในช่องทตี่ รงกับระดบั คะแนน

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์*

เลขที่ ชื่อ-นามสกุล S1 การสงั เกต S12 การทดลอง

3 2 1321

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

*ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ที่เก่ยี วกบั การเรียนการสอนนี้

ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน
............../.................../................

ห น้ า 98

AR BY KRULOH

เกณฑ์การประเมิน

กระบวนการ รายการประเมิน ระดับความสามารถ
ทางวิทยาศาสตร์
ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรบั ปรงุ (1)
สามารถใช้
S1 การสังเกต การบรรยาย ประสาทสมั ผัส สามารถใช้ สามารถใชป้ ระสาท
และแว่นขยาย
รายละเอยี ดของ เก็บรายละเอยี ด ประสาทสมั ผัส สัมผัสและแวน่ ขยาย
ข้อมูลของสง่ิ ที่
สิ่งที่สังเกต สงั เกตไดด้ ว้ ย และแวน่ ขยาย เกบ็ รายละเอยี ด
ตนเอง โดยไม่
เพ่ิมความคดิ เห็น เกบ็ รายละเอยี ด ขอ้ มูลของสงิ่ ทสี่ งั เกต

ออกแบบการ ข้อมูลของส่ิงที่ ไดเ้ พียงบางส่วน
ทดลอง
ดาเนินการ สงั เกตได้ จาก แมว้ า่ จะได้รับคา
ทดลอง และ
สรปุ ผลการ การชแี้ นะของครู ชีแ้ นะจากครูหรือ
ทดลองเพือ่ หา
คาตอบในคาถาม หรือผู้อื่นหรือมี ผ้อู ่ืน
ที่สงสยั ได้
ด้วยตนเอง การเพ่ิมเตมิ ความ

คดิ เห็น

S12 การทดลอง การออกแบบการ ออกแบบการ ไมส่ ามารถออกแบบ
ทดลอง
ดาเนนิ การ ทดลอง การทดลอง
ทดลอง และ
สรปุ ผลการ ดาเนนิ การ ดาเนินการทดลอง
ทดลองเพื่อหาคา
ตอบใน ทดลองและ และสรปุ ผลการ
คาถามทีส่ งสยั
สรปุ ผลการ ทดลองเพื่อหา

ทดลองเพื่อหาคา คาตอบในคาถามท่ี

ตอบในคาถามที่ สงสยั แมว้ ่าจะได้รบั

สงสัย ทงั้ นี้โดย คาแนะนาจากครู

อาศยั การช้ีแนะ หรอื ผูอ้ ื่น

จากครหู รือผู้อนื่

เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดี
5-6
3-4 พอใช้
1-2 ปรับปรงุ

ห น้ า 99

AR BY KRULOH

ใบกจิ กรรม
“แยกสารท่ีเปน็ ของแข็งออกจากของเหลว (3)”

จดุ ประสงค์

1. ทดลองเพ่อื อธบิ ายการแยกสารผสมดว้ ยวธิ ีการระเหยแห้ง

ตอ้ งเตรียมตอ้ งใช้

1) บกิ เกอร์
2) ตะเกียงแอลกอฮอล์
3) สารผสม (น้าเกลอื )

ลองทาดู

1. ครแู บง่ นกั เรยี นออกเป็นกลมุ่ ๆ ละ 3-4 คน จากน้ันใหต้ งั้ ช่อื กล่มุ
2. ให้นักเรียนศึกษาวิธีการแยกสารผสมออกจากกันในส่ือการเรียนรู้เทคโนโลยีเสมือนจริง
Augmented Reality (AR) หนว่ ยท่ี 2 การแยกสารเนอ้ื ผสม
3. แตล่ ะกลมุ่ สง่ ตัวแทนมารับอุปกรณ์
4. สงั เกตลกั ษณะทางกายภาพ เช่น สถานะของสารผสม (นา้ เกลอื ) แล้วบนั ทึกผล
5. ให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มลงมือทาการทดลอง และบันทึกผล

บนั ทึกข้อมลู

1) สังเกตลกั ษณะทางกายภาพของสารผสม ผลการสังเกตลักษณะเนือ้ สาร
สาร สถานะ
มองเหน็ เปน็ เนอื้ เดยี ว มองเห็นไมเ่ ปน็ เน้อื เดียว

2) ตารางบนั ทกึ การทากิจกรรม

กจิ กรรม วธิ ีการแยกสาร ผลการทากิจกรรม

แยกของเหลวออกจาก .................................... ลักษณะของสารท่แี ยกได้ คอื
...........................................................................
ของแขง็ (น้าเกลอื ) .................................... ...........................................................................

.................................... ลกั ษณะของสารผสมทเี่ หลือ คอื
...........................................................................
.................................... ...........................................................................

....................................

....................................

ห น้ า 100

AR BY KRULOH

สรุปผล (ผังความคิด)

ห น้ า 101

AR BY KRULOH

ใบงาน
เร่ือง การแยกสารในชีวิตประจาวัน

ชื่อ-นามสกุล................................................................................เลขท.ี่ ........ชน้ั ....................

คาช้แี จง : ให้นักเรยี นตอบคาถามต่อไปนีใ้ หถ้ กู ต้องสมบรู ณ์

1. พิจารณาสารผสมในชวี ติ ประจาวนั ทีก่ าหนดให้ จากนน้ั บนั ทึกข้อมูล

ชนดิ ของสาร ประเภทของสาร วธิ ีและข้นั ตอนในการแยกสาร
1. นา้ เกลอื สารเนื้อผสม สารละลาย

2. นา้ เช่ือม

3. ขา้ วสารผสมน้า

4. ถ่วั แดงผสมกรวด

5. พมิ เสนผสมเกลอื

2. จบั คู่สารผสมกบั วิธกี ารแยกสารต่อไปนี้ ก. การรอ่ น
ข. การกรอง
..........1) เกลอื กับน้า ค. การรนิ ออก
..........2) ผงขี้เถ้ากับน้า ง. การหยบิ ออก
..........3) ใบชากับน้าชา จ. การตกตะกอน
..........4) น้าซักผา้ กับเส้อื ผา้ ฉ. การระเหยแห้ง
..........5) ผงตะไบเหลก็ กับขี้เถ้า ช. การใชแ้ มเ่ หล็กดึงดดู
..........6) เมลด็ งาขาวกับแปง้ ข้าวเจา้
..........7) เปลือกถวั่ ลสิ งกบั เมลด็ ถว่ั ลสิ ง

ห น้ า 102

AR BY KRULOH

ใบงาน เฉลย
เรื่อง การแยกสารในชีวิตประจาวัน

ช่ือ-นามสกลุ ................................................................................เลขท.่ี ........ชน้ั ....................

คาชี้แจง : ใหน้ ักเรียนตอบคาถามตอ่ ไปน้ใี หถ้ ูกตอ้ งสมบูรณ์

1. พจิ ารณาสารผสมในชีวติ ประจาวนั ทกี่ าหนดให้ จากนน้ั บันทึกข้อมลู

ชนดิ ของสาร ประเภทของสาร วธิ ีและขัน้ ตอนในการแยกสาร
1. นา้ เกลือ สารเนือ้ ผสม สารละลาย
แยกโดยใช้การระเหยแห้ง ข้ันตอนในการแยก
2. นา้ เชื่อม  สาร คือ นาสารใสภ่ าชนะแลว้ นาไปใหค้ วาม
ร้อนจะทาใหน้ ้าเกดิ การระเหยไปเหลอื แต่เกลือ
3. ขา้ วสารผสมน้า  ในภาชนะ
4. ถ่ัวแดงผสมกรวด
5. พิมเสนผสมเกลอื  แยกโดยใชก้ ารระเหยแหง้ ขน้ั ตอนในการ
 แยกสาร คือ นาสารใสภ่ าชนะแล้วนาไปให้
 ความรอ้ นจะทาให้น้าเกิดการระเหยไปเหลือ
แตเ่ กลือในภาชนะ
แยกโดยใช้การรนิ ออก ขัน้ ตอนในการแยก
สาร คือ รินศาลสว่ นทเ่ี ปน็ ของเหลวออก
จากส่วนที่เป็นของแข็ง
แยกโดยการหยบิ ออก ขั้นตอนในการแยก
สาร คือ ใช้มือหยิบหรือใชอ้ ปุ กรณม์ าชว่ ย
หยบิ กรวดออกจากเมลด็ ถั่วแดง
แยกโดยใชก้ ารระเหดิ ขนั้ ตอนในการแยก
สาร คือ นาสารใสภ่ าชนะ เช่น บิกเกอร์
แล้วนาไปให้ความร้อนจะทาให้พมิ เสนเกดิ
การระเหิดไปเหลือแต่เหลอื ในภาชนะ

2. จับคู่สารผสมกับวธิ ีการแยกสารตอ่ ไปนี้ ก. การรอ่ น
....ฉ......1) เกลอื กับน้า ข. การกรอง
....ง......2) ผงขเี้ ถา้ กับนา้ ค. การรินออก
....ข......3) ใบชากับนา้ ชา ง. การหยบิ ออก
....ค......4) น้าซักผา้ กับเสื้อผ้า จ. การตกตะกอน
....ช......5) ผงตะไบเหล็กกบั ขเี้ ถา้ ฉ. การระเหยแหง้
....ก......6) เมลด็ งาขาวกับแป้งข้าวเจา้ ช. การใชแ้ ม่เหล็กดึงดดู
....ง.....7) เปลือกถัว่ ลสิ งกบั เมล็ดถ่วั ลิสง

ห น้ า 103

คำแนะนำในกำรใช้

ชดุ กจิ กรรมกำรเรียนรูส้ ำมมติ แิ บบมปี ฏสิ มั พนั ธเ์ สมอื นจริง
โดยใช้เทคโนโลยีควำมเปน็ จริง Augmented Reality (AR)

กลุ่มสำระกำรเรยี นรวู้ ทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี

AR BY KRULOH

คำแนะนำในกำรใช้
ชุดกิจกรรมกำรเรยี นรู้สำมมติ ิแบบมีปฏิสมั พนั ธ์เสมอื นจริง
โดยใช้เทคโนโลยคี วำมเป็นจรงิ Augmented Reality (AR)

1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้สามมิติแบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือนจริง
โดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริง Augmented Reality (AR) รายวิชา
วิทยาศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ว16101 ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 เป็นชุด
กิจกรรมที่มุ่งเน้น ให้นักเรียนได้เข้าถึงข้อมูลและปฏิบัติกิจกรรมด้วย
ตนเอง ประกอบดว้ ย

หนว่ ยที่ 1 อาหารและการย่อยอาหาร
หน่วยที่ 2 การแยกสารเนอ้ื ผสม
หน่วยท่ี 3 หนิ และซากดึกดาบรรพ์
หน่วยที่ 4 ปรากฏการณ์ของโลกและภัยธรรมชาติ
หน่วยที่ 5 เงา อปุ ราคา และเทคโนโลยีอวกาศ
หน่วยที่ 6 แรงไฟฟ้าและพลังงาน

2. ให้นักเรียนอ่านคาแนะนา คาช้ีแจงขั้นตอนการ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้สามมิติแบบมี
ปฏิสัมพันธ์เสมือนจริงโดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริง Augmented Reality (AR) ให้เข้าใจ ถ้ายังไม่
เขา้ ใจใหป้ รกึ ษาครูผ้สู อน

3. ให้นักเรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพ่ือวดั พ้นื ฐานความร้ขู องนักเรียน
4. ศึกษาสื่อการเรียนให้ครบแล้วให้นักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียนซึ่งเป็นชุดเดียวกันกับ
แบบทดสอบก่อนเรียนเพือ่ วัดความก้าวหนา้

ห น้ า 105

AR BY KRULOH

เทคโนโลยเี สมอื นจรงิ
Augmented Reality

เทคโนโลยเี สมอื นจรงิ Augmented Reality

เทคโนโลยีเสมือนจริง หรือเรียกส้ัน ๆ ว่า “เทคโนโลยี AR” (Augmented Reality) เป็น
เทคโนโลยีทผี่ สมผสานโลกในความเปน็ จรงิ และโลกเสมือนทส่ี รา้ งข้ึนมาผสานเข้าด้วยกันผ่านซอฟต์แวร์
และอุปกรณ์เชื่อมต่อต่าง ๆ ซ่ึงถือว่าเป็นการสร้างข้อมูลอีก
ข้อมูลหนึ่งท่ีเป็นส่วนประกอบบนโลกเสมือน (virtual world)
เช่น ภาพกราฟิก วิดีโอ รูปทรงสามมิติ และข้อความ ตัวอักษร
ให้ผนวกซอ้ นทับกบั ภาพในโลกจริงทป่ี รากฏบนกล้อง

เทคโนโลยี AR แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ แบบที่ใช้
ภาพสัญลักษณ์และแบบท่ีใช้ระบบพิกัดในการวิเคราะห์ข้อมูล
เพ่ือสร้างข้อมูลบนโลกเสมือนจริง ซึ่งในทางเทคนิคแล้วภาพ
สัญลักษณ์ที่ใช้ จะนิยมเรียกว่า “Marker” (อ่านว่า มาร์คเกอร์)
หรืออาจจะเรียกว่า “AR Code” ก็ได้ โดยใช้กล้องเว็บแคมใน
การรับภาพ เม่ือซอฟท์แวร์ที่เราใช้งานอยู่ประมวลผลรูปภาพ
เจอสัญลักษณ์ที่กาหนดไว้ก็จะแสดงข้อมูลภาพสามมิติที่ถูกระบุ
ไวใ้ นโปรแกรมใหเ้ หน็ เราสามารถทจี่ ะหมุนดูภาพที่ปรากฏได้ทุก
ทศิ ทางหรอื เรียกวา่ หมุนได้ 360 องศา

ยนิ ดตี อ้ นรบั V-player application

V-Player เป็นแอพพลิเคชั่นที่นาชีวิตมาสู่โลกท่ีคุณรับชมผ่านโทรศัพท์ เพียงแค่ช้ีโทรศัพท์หรือ
แท็บเลต็ ของคุณไปทีภ่ าพสัญลักษณ์ที่เรียกว่า “Marker” (อ่านว่า มาร์คเกอร์) หรืออาจจะเรียกว่า “AR
Code” ก็ได้ คุณก็สามารถเพลิดเพลินกับภาพวิดีโอและเกมได้ราวกับอยู่ที่นั่นจริง ๆ ประสบการณ์ใหม่
และยอดเย่ียมจะเร่มิ ขน้ึ รอบตวั คุณ

ห น้ า 106

AR BY KRULOH

คำชแ้ี จง้ ข้ันตอนกำรตดิ ตงั้
แอพพลเิ คชนั่

1 ค้นหำ " V-Player "
ใน App Store หรอื Play Store

2

ดำวนโ์ หลด แอพพลเิ คชน่ั

“V-Player”

3 ติดตัง้ แอพพลิเคช่ัน

“เปิด แอพพลเิ คช่ัน”

สอ่ งภำพท่มี สี ัญลกั ษณ์ 4
และสมั ผสั ที่เมนู

5
สนุกไปกับสื่อ AR

ห น้ า 107

AR BY KRULOH

หนว่ ยที่ 2
การแยกสารเนอื้ ผสม

ขั้นตอนการเรยี นรู้

เปดิ แอพพลเิ คช่ัน V-Player แลว้ สอ่ ง Marker

หลังจากนัน้ จะปรากฏเมนูหลักดังนี้

ใหน้ กั เรียนคลกิ ที่เมนู
“แบบทดสอบก่อนเรยี น”

เมอ่ื นักเรยี นทาเสร็จแลว้
“กดสง่ ”

ห น้ า 108

AR BY KRULOH

หลังจากนัน้ ใหน้ กั เรียนคลกิ เมนู “เน้อื หาบทเรียน”

เม่อื คลกิ “เนื้อหาบทเรียน” จะปรากฏหวั ข้อย่อยดังนี้

สาหรบั เนอื้ หาในบทนีจ้ ะประกอบไปดว้ ยหวั ข้อย่อย 8 หัวข้อ ใหน้ ักเรียนเลือกเรยี นรู้ ดังนี้

เมอื่ กดถัดไป

จะปรากฏ

ห น้ า 109

AR BY KRULOH

- หากนักเรียนคลิก จะปรากฏหนา้ ต่างแบบนี้

ขอ้ มูลเนอ้ื หาต่างๆ
เม่อื คลิกภาพจะแสดงข้นึ
ขัน้ ตอนในรูปแบบ 3 มิติ

- หากนักเรียนคลกิ จะปรากฏหนา้ ต่างแบบนี้
ข้อมูลเนอ้ื หาต่างๆ
เมอื่ คลิกภาพจะแสดง
ขน้ึ ข้นั ตอนในรูปแบบ

3 มิติ

ห น้ า 110

- หากนกั เรยี นคลกิ AR BY KRULOH
จะปรากฏหน้าต่างแบบน้ี
ข้อมูลเน้ือหาตา่ งๆ
เม่ือคลิกภาพจะแสดงข้นึ ขัน้ ตอน

ในรูปแบบ 3 มิติ

- หากนักเรยี นคลกิ จะปรากฏหน้าตา่ งแบบนี้

ข้อมูลเน้อื หาตา่ งๆ
เม่ือคลิกภาพจะแสดงขึน้
ข้นั ตอนในรูปแบบ 3 มติ ิ

ห น้ า 111

- หากนกั เรยี นคลิก AR BY KRULOH
จะปรากฏหน้าต่างแบบน้ี
ข้อมูลเนอื้ หาตา่ งๆ
เม่ือคลิกภาพจะแสดงข้นึ ขัน้ ตอน

ในรูปแบบ 3 มิติ

- หากนักเรียนคลิก จะปรากฏหน้าตา่ งแบบนี้

ข้อมูลเน้อื หาตา่ งๆ
เม่ือคลิกภาพจะแสดงขึน้
ข้นั ตอนในรูปแบบ 3 มติ ิ

ห น้ า 112

- หากนกั เรยี นคลกิ AR BY KRULOH
จะปรากฏหน้าต่างแบบน้ี
ข้อมูลเน้ือหาตา่ งๆ
เม่ือคลิกภาพจะแสดงข้นึ ขัน้ ตอน

ในรูปแบบ 3 มิติ

- หากนักเรยี นคลกิ จะปรากฏหน้าตา่ งแบบนี้

ข้อมูลเน้อื หาตา่ งๆ
เม่ือคลิกภาพจะแสดงขึน้
ข้นั ตอนในรูปแบบ 3 มติ ิ

ห น้ า 113

AR BY KRULOH

เมอ่ื นักเรียนศกึ ษาเน้อื หาบทเรยี นเสร็จแล้ว

ให้นกั เรยี นคลกิ ที่เมนู
“แบบทดสอบหลงั เรียน”

เมอ่ื นกั เรยี นทาเสรจ็ แล้ว
“กดส่ง”

ห น้ า 114

AR BY KRULOH

เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน

สว่ นที่ 1 จาก 1

แบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยท่ี 2 กำรแยกสำรเน้ือผสม

ออกแบบโดย ครธู รี ะศกั ดิ์ อนิ ตนั
1. ขอ้ ใดเป็นสารผสมทั้งหมด
o นา้ เหลก็ ทองแดง
o น้าเกลอื น้าโคลน น้าเชื่อม 
o ฟวิ ส์ ทองแดง น้าตาล
o ทองเหลือง เหล็ก ทอง
2. ถา้ ต้องการแยกสารผสมชนิดหนึง่ ทป่ี ระกอบด้วย เกลือ ทรายและผงตะไบเหล็ก นักเรียนจะแยก
สารโดวธิ ีการใดตามลาดบั
o การกรอง การหยบิ ออก การใชแ้ มเ่ หลก็
o การตกตะกอน การใช้แม่เหล็ก การหยบิ ออก
o การละลาย การระเหยแหง้ การใชแ้ ม่เหลก็
o การใช้แม่เหลก็ การละลาย การกรอง 

3. ข้อใดกลา่ วถึงการรนิ ออกและการกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
o การรินออกและการกรองเปน็ การแยกสารเนื้อเดียว
o การรนิ ออกไม่ต้องใช้อปุ กรณ์อนื่ แต่การกรองต้องเทสารผ่านอปุ กรณ์ทีม่ ีรูพรนุ 
o การรนิ ออกและการกรองเปน็ การแยกสารระหว่างของเหลวกบั ของเหลว
o การกรองใช้แยกสารผสมระหวา่ งของเหลวกบั ของเหลว สว่ นการรินออกใชแ้ ยกสารผสม

ระหวา่ งของแข็งกับของเหลว

ห น้ า 115

AR BY KRULOH

4. ถ้าแปง้ สาลีมีกรวดผสมอยู่ นกั เรยี นจะมีวธิ แี ยกอยา่ งไร
o การรอ่ น 
o การกรอง
o การตกตะกอน
o การระเหยแห้ง

5. ข้อใดไม่ใชว่ ธิ กี ารแยกสารผสมเนือ้ เดยี ว
o การระเหยแหง้
o การกลั่น
o การระเหดิ
o การกรอง 

6. สารในขอ้ ใดท่ีนามาแยกสารโดยการระเหยแหง้ ได้ทั้งหมด
o น้าส้มสายชู นา้ ประปา
o นา้ กลั่น นา้ มนั พชื
o น้าเกลือ นา้ ด่างทับทิม 
o น้าอดั ลม นา้ โคลน

7. ใครเลอื กใช้วธิ กี ารแยกสารผสมไดเ้ หมาะสม
o อามนี าใช้การระเหยแห้งในการแยกนา้ เชือ่ ม 
o รอมฎอนใช้การระเหิดในการแยกนา้ เกลือ
o อฟั ฎอลใชก้ ารรอ่ นในการแยกผงถ่านกับผงตะไบเหลก็
o ซอบารยี ะห์ใชก้ ารหยบิ ออกในการแยกเกลด็ ไอโอดีนกับกรวด

8. สารผสมในขอ้ ใดใช้การระเหิดแยกไม่ได้
o การบูรและน้าตาล
o ลูกเหมน็ และเกลือแกง
o พมิ เสนและเกล็ดไอโอดี
o เอทานอลและผงถา่ น 

ห น้ า 116

AR BY KRULOH

9. ข้อใดใชก้ ารหยบิ ออกในการแยกสารได้
o ขา้ วเปลอื กกับทราย 
o เกลือแกงกบั ทราย
o นา้ ตาลกับทราย
o ตะปกู บั ทราย

10. จากรูปเป็นการแยกสารเนือ้ ผสมแบบใด

o การรอ่ น
o การกรอง 
o การตกตะกอน
o การรินออก

สง่ คาตอบ

ห น้ า 117

AR BY KRULOH

2MARKER หนว่ ยที่

การแยกสารเนอื้ ผสม

ดาวโหลด Marker ไดท้ ี่
https://drive.google.com/file/d/1T6F8RH7_r_9nZtY2

YvrwFHgo3BmOxzsV/view?usp=sharing

ห น้ า 118

แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นวทิ ยาศาสตร์

หลงั เรยี น (Post Test)

หน่วยที่ 2 การแยกสารเนอ้ื ผสม

AR BY KRULOH

แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวทิ ยาศาสตร์ หลงั เรียน

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 2 การแยกสารเนอ้ื ผสม
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 6

คาชี้แจง ให้นกั เรียนเลือกคำตอบท่ีถกู ต้องท่สี ดุ
1. จากรปู เป็นการแยกสารเน้ือผสมแบบใด

1. กำรรอ่ น 2. กำรกรอง

3. กำรตกตะกอน 4. กำรรนิ ออก

2. ใครเลือกใช้วธิ ีการแยกสารผสมได้เหมาะสม

1. อำมนี ำใชก้ ำรระเหยแห้งในกำรแยกนำเช่ือม

2. รอมฎอนใชก้ ำรระเหิดในกำรแยกนำเกลือ

3. อฟั ฎอลใช้กำรร่อนในกำรแยกผงถ่ำนกับผงตะไบเหล็ก

4. ซอบำรยี ะหใ์ ช้กำรหยิบออกในกำรแยกเกล็ดไอโอดนี กับกรวด

3. ถา้ ตอ้ งการแยกสารผสมชนดิ หน่ึงทปี่ ระกอบด้วย เกลือ ทรายและผงตะไบเหลก็ นักเรียนจะแยก

สารโดยวธิ ีการใดตามลาดบั

1. กำรกรอง กำรหยบิ ออก กำรใช้แมเ่ หลก็

2. กำรตกตะกอน กำรใชแ้ ม่เหล็ก กำรหยบิ ออก

3. กำรละลำย กำรระเหยแหง้ กำรใชแ้ ม่เหลก็

4. กำรใชแ้ ม่เหลก็ กำรละลำย กำรกรอง

4. ถา้ แป้งสาลีมกี รวดผสมอยู่ นกั เรียนจะมีวิธแี ยกอย่างไร

1. กำรรอ่ น 2. กำรกรอง

3. กำรตกตะกอน 4. กำรระเหยแหง้

ห น้ า 120

AR BY KRULOH

5. ข้อใดใช้การหยบิ ออกในการแยกสารได้
1. ข้ำวเปลอื กกับทรำย
2. เกลือแกงกบั ทรำย
3. นำตำลกบั ทรำย
4. ตะปกู ับทรำย

6. ขอ้ ใดไม่ใช่วธิ กี ารแยกสารผสมเนื้อเดียว
1. กำรระเหยแห้ง
2. กำรกลั่น
3. กำรระเหิด
4. กำรกรอง

7. ข้อใดกลา่ วถงึ การรนิ ออกและการกรองได้ถกู ตอ้ ง
1. กำรรนิ ออกและกำรกรองเปน็ กำรแยกสำรเนือเดยี ว
2. กำรรนิ ออกไมต่ ้องใชอ้ ุปกรณ์อน่ื แต่กำรกรองต้องเทสำรผำ่ นอปุ กรณ์ทีม่ ีรูพรนุ
3. กำรรินออกและกำรกรองเปน็ กำรแยกสำรระหวำ่ งของเหลวกบั ของเหลว
4. กำรกรองใชแ้ ยกสำรผสมระหว่ำงของเหลวกับของเหลว ส่วนกำรรนิ ออกใชแ้ ยกสำรผสมระหวำ่ ง
ของแขง็ กบั ของเหลว

8. ข้อใดเปน็ สารผสมท้ังหมด
1. นำ เหลก็ ทองแดง
2. นำเกลือ นำโคลน นำเช่ือม
3. ฟิวส์ ทองแดง นำตำล
4. ทองเหลือง เหล็ก ทอง

9. สารในขอ้ ใดทน่ี ามาแยกสารโดยการระเหยแห้งไดท้ ้งั หมด
1. นำส้มสำยชู นำประปำ
2. นำกลัน่ นำมันพืช
3. นำเกลือ นำดำ่ งทบั ทมิ
4. นำอัดลม นำโคลน

10. สารผสมในข้อใดใชก้ ารระเหิดแยกไมไ่ ด้
1. กำรบรู และนำตำล
2. ลกู เหม็นและเกลอื แกง
3. พิมเสนและเกลด็ ไอโอดี
4. เอทำนอลและผงถำ่ น

ห น้ า 121

AR BY KRULOH

กระดาษคาตอบ

ช่อื .....................................................................................................เลขท่ี......................

ขอ้ 1. 2. 3. 4.
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

ได้คะแนน

ห น้ า 122

AR BY KRULOH

เฉลยคาตอบ

ช่อื .....................................................................................................เลขที่......................

ขอ้ 1. 2. 3. 4.
1X
2X
3X
4X
5X
6X
7X
8X
9X
10 X

ไดค้ ะแนน

ห น้ า 123

บรรณานกุ รม

AR BY KRULOH

บรรณานกุ รม

เกรียงศักด์ิ เจรญิ วงศ์ศักดิ.์ (2551). สอนทักษะแก้ปัญหาใหเ้ ดก็ ไทย. เขา้ ถงึ เมอ่ื 16 กรกฎาคม.
เข้าถึงได้จาก http://blog.eduzones.com/drkrieng/7336.

ชัยวัฒน์ สทุ ธริ ัตน์. (2553). 80 นวัตกรรมการจัดการเรยี นรทู้ เี่ นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคัญ. กรงุ เทพฯ :
แดเน็กซ์ อินเตอร์คอรป์ อเรชั่น จากัด.

ทิศนา แขมมณี. (2557). ศาสตร์การสอน. กรงุ เทพมหานคร: สานักพิมพ์แห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
. (2548). การจดั การเรียนรโู้ ดยผูเ้ รียนใช้การวิจยั เป็นสว่ นหนึง่ ของกระบวนการเรยี นรู้ :

หลกั การแนวทางและวธิ ีการ. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พ์คุรุสภาลาดพรา้ ว.
ธรี วดี ถังคบตุ ร. (2552). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานโดยใชแ้ ผนผังทางปัญญา

เพอื่ เพมิ่ พนู ความสามารถในการคดิ อย่างมีวิจารณญาณสาหรับนักศึกษาปริญญาบณั ฑิต.
วทิ ยานิพนธ์ปรญิ ญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวชิ าเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา บัณฑติ วทิ ยาลยั
จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
นิวัฒน์ บญุ สม.(2556).การพัฒนารปู แบบการเรยี นการสอนตามแนวคดิ ของกระบวนการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมดา้ นสุขภาพของนกั เรยี นท่ีมคี วามสามารถพเิ ศษทางวทิ ยาศาสตร์.
วิทยานิพนธป์ รญิ ญาการศึกษาดุษฏี สาขาวชิ าหลกั สตู รและการสอนบณั ฑิตวทิ ยาลัยมหาวทิ ยาลยั
ศลิ ปากร.
บุญธรรม กจิ ปรีดาบริสทุ ธิ์. (2543). รวมบทความการวิจัย การวัดผลและประเมินผล. พิมพค์ รง้ั ท่ี 2.
กรุงเทพฯ : ศรีอนนั ต์.
บปุ ผชาติ ทัฬหิกรณ.์ (2552). การประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการเรยี นการสอน. พมิ พ์ครั้งที่ 2
กรุงเทพมหานคร: สานักเทคโนโลยีเพ่ือการเรียนการสอนสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน.
ปณติ า วรรณพิรุณ. (2554). การพัฒนารปู แบบการเรยี นแบบผสมผสานโดยใช้เครอื่ งมือทางปญั ญา
เพ่ือพัฒนาทกั ษะการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ. วทิ ยานพิ นธ์คณะครุศาสตร์มหาบัณฑิต,
สาขาวชิ าเทคโนโลยีทางการศึกษา บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.
ปรณฐั กจิ รงุ่ เรือง. (2553). การพฒั นารปู แบบการสอนโดยใชก้ รณศี ึกษาทางศาสตร์การเรยี นการสอน
เพ่ือส่งเสริมความสามารถด้านการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณของนักศึกษาวิชาชีพครู.
วิทยานิพนธ์ปริญญาการศกึ ษาดุษฏี สาขาวชิ าหลกั สตู รและการสอน บณั ฑิตวทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั
ศิลปากร.
ปรเมธี วมิ ลศริ ิ (2559). ยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี อนาคตประเทศไทย เพ่อื ความมัน่ คง มั่งคั่ง ยั่งยนื .
สืบค้นเม่อื 6 มกราคม 2560, สืบค้นจาก http://www.oic.or.th/sites/
ประพนั ธศ์ ิริ สเุ สารจั . (2551). การพฒั นาการคดิ . พิมพค์ ร้งั ที่ 2. กรงุ เทพมหานคร: หา้ งหุ้นส่วนจากดั
9919 เทคนคิ พรน้ิ ติง้ .
ประสาท อิศรปรดี า. (2547). สารัตถะจติ วิทยาการศึกษา. มหาสารคาม : คลงั นานาวิทยา.

ห น้ า 125

AR BY KRULOH

ประสาร มาลากุล ณ อยธุ ยา.(2537). บทสนทนาเกย่ี วกับการสอนให้คิด. นวัตกรรมทางการศึกษา
เพ่ือพฒั นาการเรียนการสอน : เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ เนื่องในโอกาสวันคลา้ ยวัน
สถาปนาคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย, 10-12 กรกฎาคม.

ประเวศ วะสี. (2545). วถิ มี นุษย์ในศตวรรษท่ี 21 สู่ภพภมู ิใหมแ่ ห่งการพัฒนา. กรุงเทพมหานคร :
มูลนิธิสดศรี- สฤษด์วิ งศ์.

พชั รา พ่มุ พชาต.ิ (2552). การพฒั นารปู แบบการจัดประสบการณก์ ารแก้ปัญหาอย่างสรา้ งสรรค์
สาหรบั เดก็ ปฐมวัย. วทิ ยานพิ นธป์ ริญญาการศึกษาดุษฏี สาขาวชิ าหลักสูตรและการสอน
บัณฑติ วิทยาลยั มหาวิทยาลัยศิลปากร.

พมิ พนั ธ์ เดชะคุปต์, และ พเยาว์ ยินดสี ขุ . (2558ก). รเู้ น้ือหาก่อนสอนเก่ง. กรงุ เทพฯ: จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรพจน์ วงศ์กิจร่งุ เรือง และอธิป จติ ตฤกษ์. (2554). ทกั ษะแห่งอนาคตใหม่ การศึกษาเพื่อศตวรรษ 21.

แปลจาก 21st century skills: Rethinking How Students Learn. กรุงเทพฯ: สานกั พิมพ์ open
worlds.
วชั รา เล่าเรยี นดี. (2554). รูปแบบและกลยุทธ์การจัดการเรียนรู้ เพอื่ พฒั นาทกั ษาการคิด. นครปฐม :
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร.
วิจารณ์ พานชิ . (2555) วถิ สี ร้างการเรยี นร้เู พอ่ื ศิษย์ในศตวรรษท่ี 21. กรงุ เทพมหานคร : บริษทั
ตถาตา พับลเิ คช่ันจากัด.
วิชยั วงษ์ใหญ่. (2553.) หลกั การสอน. กรงุ เทพมหานคร: มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒประสานมติ ร.
วิโรจน์ สารรัตนะ. (2556). กระบวนทศั นใ์ หม่ทางการศึกษา กรณีทัศนะต่อการศึกษาศตวรรษท่ี 21.
กรงุ เทพมหานคร: ทิพยวิสุทธิ.์
สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท). (2543). มาตรฐานการเรยี นรู้และสาระ
การเรียนรู้กลมุ่ วิชาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. กรุงเทพฯ : หน่วยการพิมพ์ สถาบันส่งเสรมิ
การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี.
สมศกั ดิ์ ภ่วู ภิ าดาวรรธน์. (2537). เทคนคิ การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์. พมิ พ์คร้งั ที่ 7.
กรุงเทพมหานคร : ไทยวัฒนาพานิช.
สมเกียรติ พรพิสุทธมิ าศ. (2557). การประเมนิ ผลการเรยี นรูช้ ่วยสง่ เสริมผเู้ รยี นให้มีประสทิ ธิภาพการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตร์ในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างไร?. วารสารวิชาการ มทร.สวุ รรณภูมิ, 2(1). 86.
สานกั งานเลขาธิการสภาการศกึ ษา. (2552). การปฏิรูปการศกึ ษาในทศวรรษท่สี อง (พ.ศ. 2552-2561).
กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธกิ าร.
สานักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้. (2550). แนวทางการจัดการเรียนรู้ แบบใช้ปัญหา
เป็นฐาน. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์ชมุ นุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สานกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษา. (2560). ตัวช้วี ัดและสาระการเรียนรแู้ กนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551.
กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พช์ ุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย
สชุ า จันทน์หอม. 2541. จิตวทิ ยาท่ัวไป. กรงุ เทพฯ : ไทยวฒั นาพานิช.
สรุ างค์ โค้วตระกูล. (2536). จติ วทิ ยาการศึกษา. พมิ พค์ รั้งท่ี 2. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .

ห น้ า 126

AR BY KRULOH
สุวชิ า ศรมี งคล. (2557). การสง่ เสริมทกั ษะการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี 21: ทักษะการส่ือสารและความร่วมมอื ใน

ชั้นเรียนวทิ ยาศาสตร์ เรื่องเซลลแ์ ละองคป์ ระกอบของเซลล์ด้วยสถานการณจ์ าลอง.
(วทิ ยานิพนธ์ปรญิ ญาศกึ ษาศาสตรม์ หาบณั ฑติ , มหาวิทยาลยั ขอนแก่น).
สุวทิ ย์ มลู คา และอรทยั มูลคา. (2547). 21 วธิ จี ัดการเรยี นรู้ : เพื่อพฒั นากระบวนการคดิ .
กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพ์ภาพพิมพ.์
อารี พนั ธ์มณ.ี (2540). คิดอย่างสร้างสรรค์. กรงุ เทพมหานคร: ต้นอ้อ แกรมม.่ี
เอมอร จรัสพนั ธ.์ (2550). การสรา้ งชุดการเรียนกลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ หนว่ ยการเรียน
สิ่งมีชีวติ และส่ิงแวดล้อมโดยใช้รปู แบบการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน สาหรับนักเรียน
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 6. (วทิ ยานพิ นธ์ปรญิ ญาการศึกษามหาบัณฑติ , มหาวิทยาลยั บูรพา).

ห น้ า 127

ประวตั ิผ้ศู กึ ษา

AR BY KRULOH

ชอ่ื -สกลุ ประวตั ผิ ศู้ กึ ษา
วนั เดือน ปเี กิด
ที่อยู่ปจั จบุ นั นายธรี ะศักดิ์ อนิ ตนั
11 กันยายน 2527
สถานท่ที างาน 141/21 ถนนจารพู ัฒนา ตาบลสะเตง อาเภอเมือง
จงั หวดั ยะลา
ตาแหนง่ โรงเรียนเทศบาล ๑ (บ้านสะเตง) สานักการศกึ ษา
เทศบาลนครยะลา จงั หวัดยะลา
ประวัติการศึกษา ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพิเศษ
พ.ศ. 2546 ตาแหน่งเลขที่ 462086500067

พ.ศ. 2550 มธั ยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนธรรมวทิ ยามูลนธิ ิ
จงั หวดั ยะลา
พ.ศ. 2551 วิทยาศาสตรบัณฑติ วิชาเอก ฟสิ กิ ส์
มหาวิทยาลยั ทกั ษิณ จงั หวัดสงขลา
ประกาศนยี บัตรบัณฑิตทางการสอน
มหาวิทยาลยั ทกั ษิณ จังหวัดสงขลา

ห น้ า 129


Click to View FlipBook Version