คู่มือมาตรฐานพันธ ุ์พืช กองขยายพันธ ุ์พืช โดย กล ุ่มควบค ุมค ุณภาพและโรงงาน กองขยายพันธ ุ์พืช กรมส่งเสริมการเกษตร
คำนำ คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช ฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลมาตรฐาน การผลิตพันธุ์พืชของศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 1 – 10 กองขยายพันธุ์พืช กรมส่งเสริมการเกษตร ที่ได้รับนโยบาย ในการผลิตพืชพันธุ์ดี ใน 4 สายการผลิต คือ ต้นพันธุ์ ท่อนพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ และพืชจากการเพาะเลี้ยง เนื้อเยื่อ ของพืชผัก - พืชสมุนไพร พืชไร่ พืชอุตสาหกรรม ไม้ผล และไม้ดอก - ไม้ประดับ ที่มีการผลิตใน ศูนย์ขยายพันธุ์พืช ซึ่งกระจายอยู่ตามภาคต่าง ๆ ของประเทศไทยเพื่อตอบสนองต่อความต้องการชนิดพืช ของเกษตรกรและหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนในพื้นที่นั้น ๆ ได้ใช้ประโยชน์เพื่อประกอบการพิจารณา จัดซื้อและจัดหาพืชพันธุ์ดีทั้ง 4 สายการผลิต โดยข้อมูลและรายละเอียดของชนิดพืชต่าง ๆ ที่ได้จัดทำขึ้นนี้ เรียบเรียงจากกระบวนการผลิตพันธุ์พืชของศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 1 – 10 และอ้างอิงจากคู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กรมส่งเสริมการเกษตร พ.ศ. 2550 คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช ปี 2562 ประกาศกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดมาตรฐาน คุณภาพและวิธีเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 มาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 5704 - 2561 เอกสารจากกรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เป็นต้น คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือมาตรฐานพันธุ์พืชฯ ฉบับนี้ จะเป็นแหล่งข้อมูลในการผลิต พืชพันธุ์ดี ใน 4 สายการผลิต ที่ดีมีคุณภาพและได้มาตรฐานของศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 1 – 10 และเป็นประโยชน์ ต่อเจ้าหน้าที่ผู้การปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงผู้ที่สนใจสำหรับนำข้อมูลไปใช้เป็นข้อมูล อ้างอิงต่อไป กองขยายพันธุ์พืช กรมส่งเสริมการเกษตร สิงหาคม 2566
สารบัญ หน้า มาตรฐานต้นพันธุ์ ไม้ผล 2 กล้วย 2 - ต้นที่ได้จากการแยกหน่อ 2 - ต้นที่ได้จากการผ่าหน่อ 2 ขนุน 2 เงาะ 3 จำปาดะ 3 ชมพู่ 4 ทุเรียน 4 น้อยหน่า 5 ฝรั่ง 5 มะขามเทศ 6 มะขามเปรี้ยว 6 มะนาว 6 มะม่วง 7 มะยงชิด 7 มะละกอ 8 ลิ้นจี่ 8 ลองกอง 9 สตรอเบอรี่ 9 ส้มโอ 9 หม่อน 10 - หม่อนปักชำ 10 - หม่อนติดตา 10
สารบัญ (ต่อ) หน้า พืชผัก – พืชสมุนไพร 11 กระชาย 11 - หัวพันธุ์ 11 - ต้นพันธุ์ 11 กะเพรา 11 - กะเพรา (ถาดเพาะชำ) 11 - กะเพรา (ถุงเพาะชำ) 12 แคบ้าน 12 จิงจูฉ่าย 12 - ต้นกล้าล้างราก 12 - ต้นพันธุ์ 13 ตะไคร้ 13 ผักชีลาว 13 ผักหวานบ้าน 14 พริก 14 - พริก (ถาดเพาะชำ) 14 - พริก (ถุงเพาะชำ) 14 พริกไทย 15 ไพล 15 - เหง้าพันธุ์ 15 - ต้นพันธุ์ 15 ฟ้าทะลายโจร 16 มะเขือ 16 - มะเขือ (ถาดเพาะชำ) 16 - มะเขือ (ถุงเพาะชำ) 16 มะรุม 17 แมงลัก 17 - แมงลัก (ถาดเพาะชำ) 17 - แมงลัก (ถุงเพาะชำ) 17 สะเดาทะวาย สะเดามัน และสะเดาดำ 18 สะตอ 18
สารบัญ (ต่อ) หน้า โหระพา 18 - โหระพา (ถาดเพาะชำ) 18 - โหระพา (ถุงเพาะชำ) 19 พืชอุตสาหกรรม 20 ปาล์มน้ำมัน 20 ไผ่ 20 - ไผ่รวก ไผ่เลี้ยง ไผ่หวาน และไผ่ใช้สอยอื่น ๆ 20 - ไผ่ตง ไผ่กิมซุง (ไผ่ตงลืมแล้ง) ไผ่หม่าจู หรือไผ่อื่น ๆ 20 มะพร้าว 21 - มะพร้าวน้ำหอม 21 - มะพร้าวแกง 21 อ้อย 21 - อ้อยคั้นน้ำ 21 - อ้อยโรงงาน 22 ไม้ดอก – ไม้ประดับ 23 กระเจียว 23 - หัวพันธุ์ 23 - ต้นพันธุ์ 23 กระบองเพชร 23 กล้วยไม้ 23 - กล้วยไม้ (ไม้นิ้ว) 23 - กล้วยไม้(ไม้รุ่น) 24 - กล้วยไม้ (ไม้พร้อมออกดอก) 24 กวักมรกต 24 คล้า 24 ชวนชม 25 เบญจมาศ 25 - ยอดปักชำ 25
สารบัญ (ต่อ) หน้า ปทุมมา 25 - หัวพันธุ์ 25 - ต้นพันธุ์ 25 สับปะรดสี 26 หน้าวัว 26 มาตรฐานท่อนพันธุ์ พืชผัก – พืชสมุนไพร 28 ตะไคร้ 28 พืชอุตสาหกรรม 28 มันสำปะหลัง 28 อ้อย 29 - อ้อยคั้นน้ำ 29 - อ้อยโรงงาน 29 มาตรฐานเมล็ดพันธุ์ พืชผัก - พืชสมุนไพร 31 กระเจี๊ยบเขียว 31 กระเทียมใบ 31 กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก คะน้า บรอคโคลี 31 แคนตาลูป แตงเทศ เมล่อน 31 แตงกวา แตงร้าน 31 แตงโม 31 ถั่วฝักยาว 31 ถั่วลันเตา 31 บวบเหลี่ยม 31 ผักกาดกวางตุ้ง ผักกาดขาว 31 ผักกาดเขียว 31 ผักกาดหอม 31 ผักกาดหัว 31 ผักชี 31 ผักบุ้งจีน 31
สารบัญ (ต่อ) หน้า พริก 31 ฟักทอง 32 ฟัก แฟง 32 มะระจีน มะระขี้นก 32 มะเขือยาว มะเขือม่วง มะเขือเปราะ 32 มะเขือเทศ 32 หอมหัวใหญ่ 32 มะละกอ 32 กระเจี๊ยบแดง 32 ถั่วพูม่วง 32 ถั่วหรั่ง 32 พืชไร่ 33 ข้าวโพด 33 ข้าวโพดหวาน 33 ข้าวฟ่าง 33 ถั่วเขียว 33 ถั่วเขียวผิวดำ 33 ถั่วเหลือง 33 ทานตะวัน 33 ฝ้าย 33 ถั่วลิสง 33 มาตรฐานพืชเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ พืชผัก – พืชสมุนไพร 35 ขมิ้นชัน 35 - ต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (ในอาหารสังเคราะห์) 35 - ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 1 (ในถาดเพาะชำ) 35 - ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 2 (ในถุงเพาะชำ) 35 ไพล 36 - ต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (ในอาหารสังเคราะห์) 36 - ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 1 (ในถาดเพาะชำ) 36 - ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 2 (ในถุงเพาะชำ) 36
สารบัญ (ต่อ) หน้า หน่อไม้ฝรั่ง 36 - ต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (ในอาหารสังเคราะห์) 36 - ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 1 (ในถาดเพาะชำ) 37 - ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 2 (ในถุงเพาะชำ) 37 พืชอุตสาหกรรม 38 มันสำปะหลัง 38 - ต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (ในอาหารสังเคราะห์) 38 - ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 1 (ในถาดเพาะชำ) 38 - ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 2 (ในถุงเพาะชำ) 38 อ้อย 39 อ้อยคั้นน้ำ 39 - ต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (ในอาหารสังเคราะห์) 39 - ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 1 (ในถาดเพาะชำ) 39 - ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 2 (ในถุงเพาะชำ) 39 อ้อยโรงงาน 40 - ต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (ในอาหารสังเคราะห์) 40 - ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 1 (ในถาดเพาะชำ) 40 - ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 2 (ในถุงเพาะชำ) 40 ไม้ดอก – ไม้ประดับ 42 กระเจียว 42 - ต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (ในอาหารสังเคราะห์) 42 - ต้นที่ผ่านการอนุบาล (ในถุงเพาะชำ) 42 กล้วยไม้ 42 - กล้วยไม้ (ในอาหารสังเคราะห์) 42 เบญจมาศ 43 - ต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (ในอาหารสังเคราะห์) 43 - ต้นที่ผ่านการอนุบาล (ในถาดเพาะชำ) 43 ปทุมมา 43 - ต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (ในอาหารสังเคราะห์) 43 - ต้นที่ผ่านการอนุบาล (ในถุงเพาะชำ) 43
สารบัญ (ต่อ) หน้า ไม้ผล 44 กล้วย 44 - ต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (ในอาหารสังเคราะห์) 44 - ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 1 (ในถาดเพาะชำ) 44 - ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 2 (ในถุงเพาะชำ) 44 สตรอเบอรี่ 44 - ต้นที่ผ่านการอนุบาล (ในถุงเพาะชำ) 44 สับปะรด 45 - ต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (ในอาหารสังเคราะห์) 45 - ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 1 (ในถาดเพาะชำ) 45 - ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 2 (ในถุงเพาะชำ) 45 เอกสารและสิ่งอ้างอิง 46 ภาคผนวก 47
~ 1 ~ มาตรฐานต้นพันธุ์
~ 2 ~ ต้นที่ได้จากการแยกหน่อ 1) เป็นต้นพันธุ์จากหน่อของกล้วยน้ำว้า (เช่น พันธุ์ปากช่อง 50 มะลิอ่อง สุโขทัย 1 และพันธุ์กาบขาว เป็นต้น) กล้วยเล็บมือนาง กล้วยหอมทอง กล้วยไข่ เป็นต้น ที่ได้จากการแยกหน่อ 2) หน่อเป็นลักษณะหน่อใบแคบ (หน่อใบดาบ) 3) โคนหน่อขาว อวบ สมบูรณ์ แข็งแรง เส้นผ่านศูนย์กลางตรงโคนหน่อ (จุดที่อยู่เหนือ จากเหง้าขึ้นมา 10 เซนติเมตร) กว้างประมาณ 8 - 12 เซนติเมตร 4) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนหน่อถึงปลายใบ 5) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 6) ตัดแต่งรากออกจากส่วนของหน่อพันธุ์ทั้งหมด 7) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ต้นที่ได้จากการผ่าหน่อ 1) เป็นต้นพันธุ์จากหน่อของกล้วยน้ำว้า (เช่น พันธุ์ปากช่อง 50 มะลิอ่อง สุโขทัย 1 และพันธุ์กาบขาว เป็นต้น) กล้วยเล็บมือนาง กล้วยหอมทอง กล้วยไข่ เป็นต้น ที่ได้จากการผ่าหน่อ 2) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนหน่อถึงปลายใบ 3) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) วัสดุเพาะชำควรมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์ทองประเสริฐ ศรีบรรจง และพันธุ์ทองสุดใจ เป็นต้น 2) เป็นต้นพันธุ์ที่ได้จากการตอนกิ่ง หรือเสียบยอด หรือติดตา หรือทาบกิ่ง กรณีเสียบยอด หรือติดตาต้องมียอดพันธุ์ดียาวไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร และในกรณีที่ทาบกิ่ง ต้นตอและยอดพันธุ์ดี ควรมีขนาดใกล้เคียงกันและมีรอยแผลประสานกันสนิท คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช ไม้ผล มาตรฐานต้นพันธุ์ กล้วย ขนุน
~ 3 ~ 3) กรณีเสียบยอด หรือติดตา หรือทาบกิ่ง ต้นตอต้องมีเส้นรอบวงของลำต้นไม่น้อยกว่า 2 เซนติเมตร หรือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 0.6 เซนติเมตร และยอดพันธุ์ดีมีขนาดเส้น รอบวงของลำต้นไม่เกิน 3 เซนติเมตร หรือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 1 เซนติเมตร โดยวัดจาก เหนือระดับรอยเสียบยอด หรือติดตา หรือทาบกิ่ง ขึ้นไป 2.5 เซนติเมตร 4) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด และมีไม้ปักยึดลำต้น 5) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 6) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 7) ต้องเพาะชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 8) วัสดุเพาะชำควรมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 9) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์โรงเรียน สีชมพู และพันธุ์สีทอง เป็นต้น 2) เป็นต้นพันธุ์ที่ได้จากการตอนกิ่ง หรือติดตา หรือทาบกิ่ง กรณีติดตาต้องมียอดพันธุ์ดี ยาวไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร หรือในกรณีที่ทาบกิ่ง ต้นตอและยอดพันธุ์ดีควรมีขนาดใกล้เคียงกัน และมีรอยแผลประสานกันสนิท 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด และมีไม้ปักยึดลำต้น 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) ต้องเพาะชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 7) วัสดุเพาะชำควรมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์ขวัญสตูล น้ำดอกไม้ สตูลสีทอง และพันธุ์ทองเกษตร เป็นต้น 2) เป็นต้นพันธุ์ที่ได้จากการตอนกิ่ง หรือเสียบยอด หรือติดตา หรือทาบกิ่ง กรณีเสียบยอด หรือติดตาต้องมียอดพันธุ์ดียาวไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร และในกรณีที่ทาบกิ่ง ต้นตอและยอดพันธุ์ดี ควรมีขนาดใกล้เคียงกันและมีรอยแผลประสานกันสนิท คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช เงาะ จำปาดะ
~ 4 ~ 3) กรณีเสียบยอด หรือติดตา หรือทาบกิ่ง ต้นตอต้องมีเส้นรอบวงของลำต้นไม่น้อยกว่า 2 เซนติเมตร หรือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 0.6 เซนติเมตร และยอดพันธุ์ดีมีขนาดเส้น รอบวงของลำต้นไม่เกิน 3 เซนติเมตร หรือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 1 เซนติเมตร โดยวัดจาก เหนือระดับรอยเสียบยอด หรือติดตา หรือทาบกิ่ง ขึ้นไป 2.5 เซนติเมตร 4) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลาย ยอด และมีไม้ปักยึดลำต้น 5) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 6) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 7) ต้องเพาะชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 8) วัสดุเพาะชำควรมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 9) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์ทับทิมจันทร์ และพันธุ์ทูลเกล้า เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์ได้จากการตอนกิ่ง หรือปักชำ 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด และมีไม้ปักยึดลำต้น 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) ต้องเพาะชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 7) วัสดุเพาะชำควรมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์หมอนทอง ชะนี หลงลับแล และพันธุ์ก้านยาว เป็นต้น 2) เป็นต้นพันธุ์ที่ได้จากการเสียบยอด หรือติดตา หรือทาบกิ่ง กรณีเสียบยอดหรือติดตา ต้องมียอดพันธุ์ดียาวไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร หรือในกรณีที่ทาบกิ่ง ต้นตอและยอดพันธุ์ดีควรมี ขนาดใกล้เคียงกันและมีรอยแผลประสานกันสนิท 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด และมีไม้ปักยึดลำต้น 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช ทุเรียน ชมพู่
~ 5 ~ 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) ต้องเพาะชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 7) วัสดุเพาะชำควรมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์เพชรปากช่อง เป็นต้น 2) เป็นต้นพันธุ์ที่ได้จากการเสียบยอด หรือติดตา หรือทาบกิ่ง กรณีเสียบยอดหรือติดตา ต้องมียอดพันธุ์ดียาวไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร หรือในกรณีที่ทาบกิ่ง ต้นตอและยอดพันธุ์ดีควรมี ขนาดใกล้เคียงกันและมีรอยแผลประสานกันสนิท 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด และมีไม้ปักยึดลำต้น 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) ต้องเพาะชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 7) วัสดุเพาะชำควรมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์กลมสาลี่ ชมพูพันธุ์ทิพย์ แป้นสีทอง ไร้เมล็ด หวานพิรุณ กิมจู หงษ์เป่าซือ และพันธุ์แดงทับทิมสยาม เป็นต้น 2) เป็นต้นพันธุ์ที่ได้จากการตอนกิ่ง หรือปักชำ หรือติดตา หรือทาบกิ่ง กรณีที่ติดตาต้อง มียอดพันธุ์ดียาวไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร หรือในกรณีที่ทาบกิ่ง ต้นตอและยอดพันธุ์ดีควรมีขนาด ใกล้เคียงกันและมีรอยแผลประสานกันสนิท 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด และมีไม้ปักยึดลำต้น 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) ต้องเพาะชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 7) วัสดุเพาะชำควรมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต น้อยหน่า ฝรั่ง คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 6 ~ 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์เพชรโนนไทย และพันธุ์พระพุทธบาท เป็นต้น 2) เป็นต้นพันธุ์ที่ได้จากการตอนกิ่ง หรือปักชำ 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด และมีไม้ปักยึดลำต้น 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) ต้องเพาะชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 7) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์สระแก้ว และพันธุ์ศรีสะเกษ เป็นต้น 2) เป็นต้นพันธุ์ได้จากการเสียบยอด หรือทาบกิ่ง กรณีเสียบยอดต้องมียอดพันธุ์ดียาว ไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร ในกรณีที่ทาบกิ่ง ต้นตอและยอดพันธุ์ดีควรมีขนาดใกล้เคียงกันและมีรอยแผล ประสานกันดี 3) กรณีเสียบยอด หรือทาบกิ่ง ต้นตอต้องมีเส้นรอบวงของลำต้นไม่น้อยกว่า 2 เซนติเมตร หรือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 0.6 เซนติเมตร และยอดพันธุ์ดีมีขนาดเส้นรอบวงของลำต้น ไม่เกิน 3 เซนติเมตร หรือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 1 เซนติเมตร โดยวัดจากเหนือระดับรอย เสียบยอด หรือทาบกิ่ง ขึ้นไป 2.5 เซนติเมตร 4) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด และมีไม้ปักยึดลำต้น 5) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 6) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 7) ต้องเพาะชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 8) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 9) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์พิจิตร 1 แป้นรำไพ แป้นพวง แป้นดกพิเศษ แป้นสุขประเสริฐ ตาฮิติ และพันธุ์เลมอน เป็นต้น มะขามเทศ มะขามเปรี้ยว มะนาว คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 7 ~ 2) เป็นต้นพันธุ์ได้จากการตอนกิ่ง หรือปักชำ หรือเสียบยอด หรือติดตา กรณีที่เสียบยอด หรือติดตา จะต้องมียอดพันธุ์ดียาวไม่น้อยกว่า 25 เซนติเมตร และมีรอยแผลของต้นตอและยอดพันธุ์ดี ประสานกันดี 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด และมีไม้ปักยึดลำต้น 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) ต้องเพาะชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 7) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง น้ำดอกไม้เบอร์ 4 งามเมืองย่า เขียวเสวย และพันธุ์แก้วขมิ้น เป็นต้น 2) เป็นต้นพันธุ์ได้จากการทาบกิ่ง หรือติดตา หรือเสียบยอด กรณีที่ติดตาหรือเสียบยอด ต้องมียอดพันธุ์ดียาวไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร หรือในกรณีที่ทาบกิ่ง ต้นตอและยอดพันธุ์ดีควรมี ขนาดใกล้เคียงกันและมีรอยแผลประสานกันดี 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด และมีไม้ปักยึดลำต้น 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) ต้องเพาะชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 7) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์ทูลเกล้า เป็นต้น 2) เป็นต้นพันธุ์ได้จากการตอนกิ่ง หรือทาบกิ่ง หรือเสียบยอด กรณีที่เสียบยอดต้องมี ยอดพันธุ์ดียาวไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร หรือในกรณีที่ทาบกิ่ง ต้นตอและยอดพันธุ์ดีควรมีขนาด ใกล้เคียงกันและมีรอยแผลประสานกันดี 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด และมีไม้ปักยึดลำต้น มะม่วง มะยงชิด คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 8 ~ 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) ต้องเพาะชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 7) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์แขกดำ ฮอลแลนด์ เรดเลดี้ ครั่ง และพันธุ์แขกนวล เป็นต้น 2) เป็นต้นพันธุ์ได้จากการเพาะเมล็ด หรือเสียบยอด กรณีเสียบยอด ต้นตอและยอดพันธุ์ดี ควรมีขนาดใกล้เคียงกัน และมีรอยแผลของต้นตอและยอดพันธุ์ดีประสานกันดี 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 2.5 × 5 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) มีจำนวนต้นพันธุ์ต่อถุงไม่น้อยกว่า 1 ต้น 7) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์นครพนม 1 และพันธุ์จักรพรรดิ์เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์ได้จากการตอนกิ่ง 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด และมีไม้ปักยึดลำต้น 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) ต้องเพาะชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 7) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต มะละกอ ลิ้นจี่ คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 9 ~ 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์ตันหยงมัส เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์ได้จากการทาบกิ่ง หรือเสียบยอด กรณีที่เสียบยอดต้องมียอดพันธุ์ดี ยาวไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร หรือในกรณีที่ทาบกิ่ง ต้นตอและยอดพันธุ์ดีควรมีขนาดใกล้เคียงกัน และมีรอยแผลประสานกันดี 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด และมีไม้ปักยึดลำต้น 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) ต้องเพาะชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 7) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์พระราชทาน 80 เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยไหล 3) ต้นพันธุ์มีจำนวนใบไม่น้อยกว่า 4 ใบ 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 2 × 4 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 7) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์ทับทิมสยาม ขาวทองดีและพันธุ์ขาวแตงกวา เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์ได้จากการตอนกิ่ง หรือเสียบยอด หรือติดตา กรณีติดตาหรือเสียบยอดต้องมี ยอดพันธุ์ดียาวไม่น้อยกว่า 25 เซนติเมตร ต้นตอและยอดพันธุ์ดีควรมีขนาดใกล้เคียงกันและมีรอยแผล ประสานกันดี 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด และมีไม้ปักยึดลำต้น 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร ลองกอง สตรอเบอรี่ ส้มโอ คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 10 ~ 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) ต้องเพาะชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 7) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต หม่อนปักชำ 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจหรือพันธุ์ที่ได้รับการส่งเสริม เช่น พันธุ์เชียงใหม่ 60 บุรีรัมย์ 60 นครราชสีมา 60 ไต้หวัน แบล็คออสตุรกี ขาวอเมริกา หิมาลายัน หรือพันธุ์ส่งเสริมอื่น ๆ เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์มีจำนวนใบไม่น้อยกว่า 5 ใบ 3) ต้นพันธุ์มีอายุปักชำไม่น้อยกว่า 90 วัน หรือ 3 เดือน 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด และมีไม้ปักยึดลำต้น 6) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 7) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต หม่อนติดตา 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจหรือพันธุ์ที่ได้รับการส่งเสริม เช่น พันธุ์เชียงใหม่ 60 บุรีรัมย์ 60 นครราชสีมา 60 ไต้หวัน แบล็คออสตุรกี ขาวอเมริกา หิมาลายัน หรือพันธุ์ส่งเสริมอื่น ๆ เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์มีอายุติดตาไม่น้อยกว่า 90 วัน หรือ 3 เดือน 3) กิ่งพันธุ์ดีที่งอกจากส่วนตาของต้นหม่อนมีความยาวไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร 4) ต้นพันธุ์มีจำนวนใบไม่น้อยกว่า 5 ใบ 5) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 6) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 7) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต หม่อน คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 11 ~ หัวพันธุ์ 1) เป็นหัวหรือเหง้าพันธุ์กระชายที่มีตาสมบูรณ์ตรงตามพันธุ์/สายพันธุ์ มีความสมบูรณ์ แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย 2) หัวหรือเหง้าพันธุ์มีจำนวนตาไม่น้อยกว่า 3 ตา 3) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ต้นพันธุ์ 1) เป็นต้นพันธุ์กระชายที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยหัวหรือเหง้าพันธุ์ตรงตามพันธุ์/สายพันธุ์ 2) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 4) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 6 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 5) มีจำนวนต้นพันธุ์ 1 ต้นต่อถุง 6) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 7) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต กะเพรา (ถาดเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์กะเพราที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ หรือการเพาะเมล็ด 2) ต้นพันธุ์มีจำนวนใบไม่น้อยกว่า 3 ใบ 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถาดเพาะชำพลาสติกสีดำ ขนาดไม่เกิน 104 ต้น/หลุม/ถาด 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต พืชผัก - พืชสมุนไพร กระชาย กระเพรา คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 12 ~ กะเพรา (ถุงเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์กะเพราที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ หรือการเพาะเมล็ด 2) ต้นพันธุ์มีจำนวนใบไม่น้อยกว่า 5 ใบ 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 5) มีจำนวนต้นพันธุ์ไม่น้อยกว่า ๑ ต้นต่อถุง 6) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 2 × 4 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 7) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) เป็นต้นพันธุ์แคบ้านที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด 2) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 4) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 3 × 6 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 5) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ต้นกล้าล้างราก 1) เป็นต้นพันธุ์จิงจูฉ่ายที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ หรือการแยกต้น 2) สภาพของต้นกล้าและใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 3) ต้นกล้ามีจำนวนใบไม่น้อยกว่า 3 ใบ 4) ต้นกล้ามีอายุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 5) ต้นกล้ามีความสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต แคบ้าน จิงจูฉ่าย คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 13 ~ ต้นพันธุ์ 1) เป็นต้นพันธุ์จิงจูฉ่ายที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ หรือการแยกต้น 2) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 4) มีจำนวนต้นพันธุ์ไม่น้อยกว่า ๑ ต้นต่อถุง 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 2 x 4 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) ต้องเพาะชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 7) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) ไม่มีความเสียหายจากการใช้สารกำจัดวัชพืช และรอยไหม้จากการตากแดด 9) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) เป็นต้นพันธุ์ตะไคร้ที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำ 2) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 4) มีจำนวนต้นพันธุ์ต่อกอไม่น้อยกว่า 3 ต้นต่อกอ 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 6 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 7) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) เป็นต้นพันธุ์ผักชีลาวที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด 2) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 4) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 2 x 4 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 5) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ตะไคร้ ผักชีลาว คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 14 ~ 1) เป็นต้นพันธุ์ผักหวานบ้านที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำ หรือการเพาะเมล็ด 2) ต้นพันธุ์มีอายุประมาณ 30 - 60 วัน 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 2 x 4 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 7) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต พริก (ถาดเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์พริกที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด 2) ต้นพันธุ์มีจำนวนใบไม่น้อยกว่า 4 ใบ 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถาดเพาะชำพลาสติกสีดำ มีขนาดไม่เกิน 104 ต้น/หลุม/ถาด 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต พริก (ถุงเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์พริกที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด 2) ต้นพันธุ์มีจำนวนใบไม่น้อยกว่า 4 ใบ 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 2 x 4 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) วัสดุเพาะชำควรมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 7) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช ผักหวานบ้าน พริก
~ 15 ~ 1) ใช้พันธุ์พริกไทยเศรษฐกิจ เช่น พันธุ์ปะเหลียน ซาราวัค และพันธุ์ซีลอน เป็นต้น ซึ่งใช้วิธีการปลูกแบบการขึ้นค้าง 2) เป็นต้นพันธุ์ที่ได้จากการปักชำ หรือเสียบยอด กรณีเสียบยอด ใช้ต้นตอจากโคลูบรินั่ม (Colubrinum) และเลือกยอดพันธุ์ดีจากกิ่งไหล โดยต้นตอและยอดพันธุ์ดีควรมีขนาดใกล้เคียงกัน และรอยแผลประสานกันสนิท 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 45 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด และมีไม้ปักยึดลำต้น 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) ต้องเพาะชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 7) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) เอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต เหง้าพันธุ์ 1) ใช้เหง้าพันธุ์ไพลพันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์หยวก และพันธุ์พื้นเมือง เป็นต้น 2) สภาพของเหง้าพันธุ์มีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย 3) เหง้าพันธุ์มีจำนวนตาไม่น้อยกว่า 3 ตา 4) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ต้นพันธุ์ 1) เป็นต้นพันธุ์ไพลที่ได้จากการปลูกด้วยเหง้าพันธุ์ไพลพันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์หยวก และพันธุ์พื้นเมือง เป็นต้น 2) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด 4) มีจำนวนต้นพันธุ์ 1 ต้นต่อถุง 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 3 × 6 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 7) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต พริกไทย ไพล คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 16 ~ 1) เป็นต้นพันธุ์ฟ้าทะลายโจรที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด 2) ต้นพันธุ์มีจำนวนใบไม่น้อยกว่า 4 ใบ 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 2 × 4 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 7) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต มะเขือ (ถาดเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์มะเขือเปราะหรือมะเขือยาวที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด 2) ต้นพันธุ์มีจำนวนใบไม่น้อยกว่า 3 ใบ 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถาดเพาะชำพลาสติกสีดำ มีขนาดไม่เกิน 104 ต้น/หลุม/ถาด 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต มะเขือ (ถุงเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์มะเขือเปราะหรือมะเขือยาวที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด 2) ต้นพันธุ์มีจำนวนใบไม่น้อยกว่า 3 ใบ 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 2 × 4 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 7) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ฟ้าทะลายโจร มะเขือ คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 17 ~ 1) เป็นต้นพันธุ์มะรุมที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด 2) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 4) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 3 × 6 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 5) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต แมงลัก (ถาดเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์แมงลักที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด 2) ต้นพันธุ์มีจำนวนใบไม่น้อยกว่า 3 ใบ 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถาดเพาะชำพลาสติกสีดำ มีขนาดไม่เกิน 104 ต้น/หลุม/ถาด 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต แมงลัก (ถุงเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์แมงลักที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด 2) ต้นพันธุ์มีจำนวนใบไม่น้อยกว่า 5 ใบ 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 2 × 4 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 7) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต มะรุม แมงลัก คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 18 ~ 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจที่ได้จากการตอนกิ่ง 2) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด และมีไม้ปักยึดลำต้น 4) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 x 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 5) ต้องเพาะชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 6) วัสดุเพาะชำควรมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 7) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ หรือพันธุ์ดีจากกรมวิชาการเกษตร เช่น พันธุ์ตรัง 1 หรือพันธุ์ดี ที่คัดเลือกต้นพันธุ์จากแหล่งผลิตในพื้นที่ภาคใต้ที่มีลักษณะของฝักและเมล็ดดีเป็นที่นิยมในท้องถิ่น 2) เป็นต้นพันธุ์ที่ได้จากการปักชำ หรือติดตา หรือเสียบยอด กรณีติดตาหรือเสียบยอด ต้องมียอดพันธุ์ดียาวไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร ต้นตอและยอดพันธุ์ดีควรมีขนาดใกล้เคียงกันและมี รอยแผลประสานกันดี 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด และมีไม้ปักยึดลำต้น 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) ต้องเพาะชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 7) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต โหระพา (ถาดเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์โหระพาที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด หรือวิธีปักชำ 2) ต้นพันธุ์มีจำนวนใบไม่น้อยกว่า 3 ใบ 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร สะเดาทะวาย สะเดามัน และสะเดาดำ สะตอ โหระพา คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 19 ~ 4) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถาดเพาะชำพลาสติกสีดำ มีขนาดไม่เกิน 104 ต้น/หลุม/ถาด 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต โหระพา (ถุงเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์โหระพาที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด หรือวิธีปักชำ 2) ต้นพันธุ์มีจำนวนใบไม่น้อยกว่า 5 ใบ 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 2 × 4 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 7) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 20 ~ 1) ใช้พันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสมพันธุ์เศรษฐกิจ หรือพันธุ์ดีจากกรมวิชาการเกษตร เช่น พันธุ์เทเนร่า โกลด์เด้นเทเนอร่า สุราษฎร์ธานี 9 สุราษฎร์ธานี 8 และพันธุ์สุราษฎร์ธานี 7 เป็นต้น 2) เป็นต้นกล้าปาล์มน้ำมันที่ได้จากการเพาะเมล็ดของพันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสมชั่วที่ 1 (F1) 3) ต้นพันธุ์มีจำนวนทางใบไม่น้อยกว่าน้อย 8 ทาง 4) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด 5) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 6) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 6 x 12 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 7) ต้องเพาะชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 8) วัสดุเพาะชำควรมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 9) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ไผ่รวก ไผ่เลี้ยง ไผ่หวาน และไผ่ใช้สอยอื่น ๆ 1) เป็นต้นพันธุ์ไผ่ที่ได้จากการปักชำเหง้า 2) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด และต้องมีกิ่งแขนงแตกจากตาข้างของลำ และมีใบในแขนงที่คลี่แล้วหรือมีต้นจากการแตกหน่อขนาดเล็ก จากเหง้าด้านล่างกิ่งตอน 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 5) ต้องชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 6) วัสดุเพาะชำควรมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 7) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ไผ่ตง ไผ่กิมซุง (ไผ่ตงลืมแล้ง) ไผ่หม่าจู หรือไผ่อื่น ๆ 1) เป็นต้นพันธุ์ไผ่ที่ได้จากการปักชำหรือตอนกิ่งแขนง 2) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด และต้องมีแขนงที่แตกจากกิ่งตอนอย่างน้อย 2 แขนง หรือมีต้นจากการแตกหน่อขนาดเล็กจากเหง้า ด้านล่างของกิ่งตอน พืชอุตสาหกรรม ปาล์มน้ำมัน ไผ่ คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 21 ~ 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 5) ต้องชำในภาชนะบรรจุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 6) วัสดุเพาะชำควรมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 7) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต มะพร้าวน้ำหอม 1) ใช้พันธุ์มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ดีจากกรมวิชาการเกษตร หรือพันธุ์ดีจากแหล่งที่เชื่อถือได้ 2) เป็นหน่อพันธุ์ที่ได้จากการเพาะผลพันธุ์ 3) หน่อพันธุ์มีอายุ 4 - 8 เดือน หรือมีใบไม่น้อยกว่า 4 ใบ 4) หน่อพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 25 เซนติเมตร 5) เป็นหน่อพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ดีที่ได้จากการปาดหัวผลมะพร้าวเท่านั้น 6) สภาพของหน่อพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 7) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต มะพร้าวแกง 1) ใช้พันธุ์มะพร้าวแกงพันธุ์ดีจากกรมวิชาการเกษตร หรือพันธุ์ดีจากแหล่งที่เชื่อถือได้ 2) เป็นหน่อพันธุ์ที่ได้จากการเพาะผลพันธุ์ 3) สภาพของหน่อพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) หน่อพันธุ์มีอายุไม่เกิน 1 ปีหรือมีใบไม่น้อยกว่า 4 ใบ 5) หน่อพันธุ์มีก้านใบสีเขียวหรือสีน้ำตาล และมีใบแผ่กว้าง ไม่เรียวเล็ก 6) เป็นหน่อพันธุ์มะพร้าวแกงพันธุ์ดีที่ได้จากการปาดหัวผลมะพร้าวเท่านั้น 7) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต อ้อยคั้นน้ำ 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ หรือพันธุ์ดีจากกรมวิชาการเกษตร หรือพันธุ์ดีจากหน่วยงานปรับปรุง และพัฒนาพันธุ์อ้อยที่น่าเชื่อถือ เช่น พันธุ์ กวก. สุพรรณบุรี 1 และพันธุ์สุพรรณบุรี 50 เป็นต้น 2) เป็นต้นพันธุ์ที่ได้จากการชำข้อตาอ้อย โดยใช้ท่อนพันธุ์จากแปลงพันธุ์อ้อยที่ปลอด จากโรคและแมลงทำลาย 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด มะพร้าว อ้อย คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 22 ~ 4) ต้นพันธุ์มีอายุประมาณ 30 - 60 วัน 5) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 6) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 2.5 × 6 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 7) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต อ้อยโรงงาน 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ หรือพันธุ์ดีจากกรมวิชาการเกษตร หรือพันธุ์ดีจากหน่วยงานปรับปรุง และพัฒนาพันธุ์อ้อยที่น่าเชื่อถือ เช่น พันธุ์ขอนแก่น 3 เป็นต้น 2) เป็นต้นพันธุ์ที่ได้จากการชำข้อตาอ้อย โดยใช้ท่อนพันธุ์จากแปลงพันธุ์อ้อยที่ปลอด จากโรคและแมลงทำลาย 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 4) ต้นพันธุ์มีอายุประมาณ 30 - 60 วัน 5) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 6) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 2.5 × 6 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 7) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 23 ~ หัวพันธุ์ 1) ใช้หัวหรือเหง้าพันธุ์กระเจียวพันธุ์เศรษฐกิจที่มีตาสมบูรณ์ตรงตามพันธุ์/สายพันธุ์ มีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย 2) หัวหรือเหง้าพันธุ์มีจำนวนตาไม่น้อยกว่า 3 ตา 3) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ต้นพันธุ์ 1) เป็นต้นพันธุ์กระเจียวพันธุ์เศรษฐกิจที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยหัวหรือเหง้าพันธุ์ ตรงตามพันธุ์/สายพันธุ์ 2) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด 4) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 3 × 6 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 5) มีจำนวนต้นพันธุ์ 1 ต้นต่อถุง 6) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 7) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) เป็นต้นพันธุ์กระบองเพชรที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อหรือเพาะเมล็ด 2) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 3) ต้นพันธุ์บรรจุในกระถางพลาสติกสีดำที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 2 นิ้ว และมีรูระบายน้ำ 4) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต กล้วยไม้ (ไม้นิ้ว) 1) เป็นต้นพันธุ์กล้วยไม้สกุลรองเท้านารี สกุลอะแรนเธอรา สกุลหวาย สกุลออนซิเดียม และสกุลม็อคคาร่า เป็นต้น และนำไปปลูกเลี้ยงในโรงเรือนอนุบาลเป็นระยะเวลา 2 - 3 เดือน 2) ต้นพันธุ์มีจำนวนใบไม่น้อยกว่า 4 ใบ 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นถึงปลายใบ ไม้ดอก - ไม้ประดับ กระเจียว กระบองเพชร กล้วยไม้ คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 24 ~ 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต กล้วยไม้ (ไม้รุ่น) 1) เป็นต้นพันธุ์กล้วยไม้สกุลรองเท้านารี สกุลอะแรนเธอรา สกุลหวาย สกุลออนซิเดียม และสกุลม็อคคาร่า เป็นต้น ที่นำไปปลูกเลี้ยงในโรงเรือนอนุบาล มีอายุประมาณ 6 - 12 เดือน 2) ต้นพันธุ์มีจำนวนใบไม่น้อยกว่า 6 ใบ 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นถึงปลายใบ 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต กล้วยไม้ (ไม้พร้อมออกดอก) 1) เป็นต้นพันธุ์กล้วยไม้สกุลรองเท้านารี สกุลอะแรนเธอรา สกุลหวาย สกุลออนซิเดียม และสกุลม็อคคาร่า เป็นต้น ที่มีอายุไม่น้อยกว่า 12 เดือน พร้อมออกดอก 2) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นถึงปลายใบ 3) สภาพของต้นพันธุ์ในส่วนของลำต้น ใบ ราก ดอก มีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรค และแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) เป็นต้นพันธุ์กวักมรกตที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อ หรือปักชำ 2) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายใบ 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์บรรจุในกระถางพลาสติกสีดำที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 4 นิ้ว และมีรูระบายน้ำ 5) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) เป็นต้นพันธุ์คล้าที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อ 2) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายใบ 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 3 x 7 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 5) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต กวักมรกต คล้า คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 25 ~ 1) เป็นต้นพันธุ์ชวนชมพันธุ์เศรษฐกิจที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด หรือตอนกิ่ง หรือปักชำ หรือเสียบยอด 2) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายใบ 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์บรรจุในกระถางพลาสติกสีดำที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 4 นิ้ว และมีรูระบายน้ำ 5) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ยอดปักชำ 1) เป็นยอดพันธุ์เบญจมาศพันธุ์เศรษฐกิจที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ 2) ต้นพันธุ์มีอายุไม่น้อยกว่า 15 วัน 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 8 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด 4) ที่สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถาดเพาะชำพลาสติกสีดำ มีขนาดไม่เกิน 104 ต้น/หลุม/ถาด 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต หัวพันธุ์ 1) ใช้หัวหรือเหง้าพันธุ์ปทุมมาพันธุ์เศรษฐกิจที่มีตาสมบูรณ์ตรงตามพันธุ์/สายพันธุ์ มีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย 2) หัวหรือเหง้าพันธุ์มีจำนวนตาไม่น้อยกว่า 3 ตา 3) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ต้นพันธุ์ 1) เป็นต้นพันธุ์ปทุมมาพันธุ์เศรษฐกิจที่ได้จากการขยายพันธุ์ด้วยหัวหรือเหง้าพันธุ์ตรงตาม พันธุ์/สายพันธุ์ 2) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด ชวนชม เบญจมาศ ปทุมมา คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 26 ~ 4) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 3 × 6 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 5) มีจำนวนต้นพันธุ์ 1 ต้นต่อถุง 6) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 7) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) เป็นต้นพันธุ์สับปะรดสีที่ได้จากการแยกหน่อ 2) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายใบ 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร และมีรากเกาะวัสดุปลูกแน่นพอสมควร 4) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 5) วัสดุเพาะชำควรมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) เป็นต้นพันธุ์หน้าวัวที่ได้จากการแยกหน่อหรือปักชำยอด 2) ต้นพันธุ์มีจำนวนใบไม่น้อยกว่า 3 ใบ 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายใบ 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 × 8 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) วัสดุเพาะชำควรมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 7) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต สับปะรดสี หน้าวัว คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 27 ~ มาตรฐานท่อนพันธุ์
~ 28 ~ 1) เป็นท่อนพันธุ์ตะไคร้ที่มีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 2) ท่อนพันธุ์มีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน 3) ท่อนพันธุ์มีความยาวไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร 4) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ หรือพันธุ์ดีจากกรมวิชาการเกษตร หรือพันธุ์ดีจากหน่วยงานปรับปรุง และพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลังที่น่าเชื่อถือ เช่น พันธุ์ระยอง 1 ระยอง 72 ห้วยบง 80 ห้วยบง 60 และพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 เป็นต้น 2) เป็นท่อนพันธุ์ที่ได้จากต้นพันธุ์ดีตรงตามพันธุ์/สายพันธุ์จากแปลงพันธุ์มันสำปะหลัง ที่ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย 3) ท่อนพันธุ์มีตาที่สมบูรณ์ อายุประมาณ 8 - 14 เดือน จำนวนตาไม่น้อยกว่า 7 ตา ต่อความยาว 25 เซนติเมตร ในช่วงกึ่งกลางลำต้นของท่อนพันธุ์ 4) ท่อนพันธุ์มีความยาวไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร ไม่มีกิ่งแขนง และไม่มีส่วนของท่อนพันธุ์ ที่ยังอ่อน และมีความสด 5) ท่อนพันธุ์มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ไม่น้อยกว่า 2 เซนติเมตร ณ กึ่งกลางลำต้นของ ท่อนพันธุ์ 6) สภาพของท่อนพันธุ์ต้องสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏ อาการขาดธาตุอาหาร 7) ไม่มีความเสียหายจากการใช้สารกำจัดวัชพืช 8) ไม่มีรอยไหม้จากการตากแดด 9) ท่อนพันธุ์มันสำปะหลังต้องมีอายุการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม ในช่วง 8 – 14 เดือน นับจากวันที่ปลูก 10) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ปลูก และวันที่ตัดท่อนพันธุ์ พืชผัก - พืชสมุนไพร มาตรฐานท่อนพันธุ์ ตะไคร้ พืชอุตสาหกรรม มันสำปะหลัง คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 29 ~ อ้อยคั้นน้ำ 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ หรือพันธุ์ดีจากกรมวิชาการเกษตร หรือพันธุ์ดีจากหน่วยงานปรับปรุง และพัฒนาพันธุ์อ้อยที่น่าเชื่อถือ เช่น พันธุ์ กวก. สุพรรณบุรี 1 และพันธุ์สุพรรณบุรี 50 เป็นต้น 2) เป็นท่อนพันธุ์ที่ได้จากต้นพันธุ์อ้อยคั้นน้ำพันธุ์ดีตรงตามพันธุ์/สายพันธุ์จากแปลง พันธุ์อ้อยที่ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย 3) ท่อนพันธุ์มีตาที่สมบูรณ์ อายุประมาณ 8 - 10 เดือน 4) ท่อนพันธุ์มีความยาวไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร 5) สภาพของท่อนพันธุ์มีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อสายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต อ้อยโรงงาน 1) ใช้พันธุ์เศรษฐกิจ หรือพันธุ์ดีจากกรมวิชาการเกษตร หรือพันธุ์ดีจากหน่วยงานปรับปรุง และพัฒนาพันธุ์อ้อยที่น่าเชื่อถือ เช่น พันธุ์ขอนแก่น 3 เป็นต้น 2) เป็นท่อนพันธุ์ที่ได้จากต้นพันธุ์อ้อยคั้นน้ำพันธุ์ดีตรงตามพันธุ์/สายพันธุ์จากแปลง พันธุ์อ้อยที่ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย 3) ท่อนพันธุ์มีตาที่สมบูรณ์ อายุประมาณ 8 - 10 เดือน 4) ท่อนพันธุ์มีความยาวไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร 5) สภาพของท่อนพันธุ์มีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อสายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต อ้อย สำปะห คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 30 ~ มาตรฐานเมล็ดพันธุ์
~ 31 ~ 1) เป็นพันธุ์เศรษฐกิจ 2) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อสายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 3) ต้องเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีความบริสุทธิ์ตรงตามพันธุ์ หรือ สายพันธุ์ และมีรายละเอียดตามมาตรฐาน ดังนี้ ลำดับ ที่ ชนิด ชื่อพันธุ์ *ความงอก ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ **เมล็ดบริสุทธิ์ ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 1 กระเจี๊ยบเขียว (Abelmoschus esclentus (L.) Moench) ทุกพันธุ์ 75 98 2 กระเทียมใบ (Allium porrum L.) ทุกพันธุ์ 70 98 3 กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก คะน้า บรอคโคลี (Brassica oleracea L.) ทุกพันธุ์ 70 98 4 แคนตาลูป แตงเทศ เมล่อน (Cucumis melo L.) ทุกพันธุ์ 75 98 5 แตงกวา แตงร้าน (Cucumis sativus L.) ทุกพันธุ์ 75 98 6 แตงโม (Citrullus lanatus (Thunb.) Matsum. & Nakai) ทุกพันธุ์ 70 98 7 ถั่วฝักยาว (Vigna unguiculata (L.) Walp.) ทุกพันธุ์ 70 98 8 ถั่วลันเตา (Pisum sativum L.) ทุกพันธุ์ 70 98 9 บวบเหลี่ยม (Luffa acutangula (L.) Roxb.) ทุกพันธุ์ 75 98 10 ผักกาดกวางตุ้ง ผักกาดขาว (Brassica rapa L.) ทุกพันธุ์ 70 98 11 ผักกาดเขียว (Brassica juncea (L.) Czern.) ทุกพันธุ์ 70 98 12 ผักกาดหอม (Lactuca sativa L.) ทุกพันธุ์ 65 95 13 ผักกาดหัว (Raphanus sativus L.) ทุกพันธุ์ 75 96 14 ผักชี(Coriandrum sativum L.) ทุกพันธุ์ 60 98 15 ผักบุ้งจีน (Ipomoea aquatica Forssk.) ทุกพันธุ์ 50 94 16 พริก (Capsicum spp.) ทุกพันธุ์ 55 97 พืชผัก - พืชสมุนไพร มาตรฐานเมล็ดพันธุ์ คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 32 ~ ลำดับ ที่ ชนิด ชื่อพันธุ์ *ความงอก ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ **เมล็ดบริสุทธิ์ ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 17 ฟักทอง (Cucurbita moschata Duchesne. ex Poir. ; Cucurbita maxima Duchesne) ทุกพันธุ์ 75 98 18 ฟัก แฟง (Benincasa hispida (Thunb.) Cogn.) ทุกพันธุ์ 70 98 19 มะระจีน มะระขี้นก (Momordica charantia L.) ทุกพันธุ์ 70 98 20 มะเขือยาว มะเขือม่วง มะเขือเปราะ (Solanum melongena L.) ทุกพันธุ์ 70 98 21 มะเขือเทศ (Lycopersicon esculentum Mill.) ทุกพันธุ์ 65 98 22 หอมหัวใหญ่ (Allium cepa L.) ทุกพันธุ์ 70 98 23 มะละกอ (Carica papaya L.) ทุกพันธุ์ 70 98 ที่มา : ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดมาตรฐาน คุณภาพและวิธีเก็บรักษา เมล็ดพันธุ์ควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 ลำดับ ที่ ชนิด ชื่อพันธุ์ *ความงอก ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ **เมล็ดบริสุทธิ์ ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 1 กระเจี๊ยบแดง (Hibiscus sabdariffa L.) ทุกพันธุ์ 75 98 2 ถั่วพูม่วง (Psophocarpus tetragonolobus L.) ทุกพันธุ์ 70 98 3 ถั่วหรั่ง (Voandzeia subteranen L.) ทุกพันธุ์ 80 98 ที่มา : มาตรฐานและคุณภาพเมล็ดพันธุ์พืช (อัตราความงอก และความบริสุทธิ์ของเมล็ดพันธุ์) ที่กำหนดโดยกองขยายพันธุ์พืช กรมส่งเสริมการเกษตร หมายเหตุ * ความงอก หมายถึง ร้อยละของเมล็ดซึ่งเมื่อนำไปเพาะแล้วงอกเป็นต้นอ่อนที่มีส่วน ประกอบ ที่สำคัญต่าง ๆ ครบสมบูรณ์ ** เมล็ดบริสุทธิ์ หมายถึง ร้อยละโดยน้ำหนักของปริมาณเมล็ดพันธุ์พืชตามที่ระบุ เมื่อเทียบ กับน้ำหนักทั้งหมด คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 33 ~ 1) เป็นพันธุ์เศรษฐกิจ 2) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต 3) ต้องเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีความบริสุทธิ์ตรงตามพันธุ์ หรือ สายพันธุ์ และมีรายละเอียดตามมาตรฐาน ดังนี้ ลำดับ ที่ ชนิด ชื่อพันธุ์ **ความงอก ไม่น้อยกว่า ร้อยละ *เมล็ดบริสุทธิ์ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 1 ข้าวโพด (Zea mays L.) ทุกพันธุ์ 75 98 2 ข้าวโพดหวาน (Zea mays L. var. saccharate (Sturtev.) L.H. Bailey) ทุกพันธุ์ 60 96 3 ข้าวฟ่าง (Sorghum bicolor (L.) Moench) ทุกพันธุ์ 75 96 4 ถั่วเขียว (Vigna radiata (L.) R. Wilczek) ทุกพันธุ์ 75 98 5 ถั่วเขียวผิวดำ (Vigna mungo (L.) Hepper) ทุกพันธุ์ 75 98 6 ถั่วเหลือง (Glycine max (L.) Merr.) ทุกพันธุ์ 65 97 7 ทานตะวัน (Helianthus annuus L.) ทุกพันธุ์ 75 98 8 ฝ้าย (Gossypium spp.) ทุกพันธุ์ 70 98 ที่มา : ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดมาตรฐาน คุณภาพและวิธีเก็บรักษา เมล็ดพันธุ์ควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 ลำดับ ที่ ชนิด ชื่อพันธุ์ *ความงอก ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ **เมล็ดบริสุทธิ์ ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 1 ถั่วลิสง (Arachis hypogaea L.) ทุกพันธุ์ 70 96 ที่มา : สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร, 2537. หมายเหตุ * ความงอก หมายถึง ร้อยละของเมล็ดซึ่งเมื่อนำไปเพาะแล้วงอกเป็นต้นอ่อนที่มีส่วน ประกอบ ที่สำคัญต่าง ๆ ครบสมบูรณ์ ** เมล็ดบริสุทธิ์ หมายถึง ร้อยละโดยน้ำหนักของปริมาณเมล็ดพันธุ์พืชตามที่ระบุ เมื่อเทียบ กับน้ำหนักทั้งหมด พืชไร่ คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 34 ~ มาตรฐานพืชเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
~ 35 ~ ต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (ในอาหารสังเคราะห์) 1) เป็นต้นพันธุ์ขมิ้นชันที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เช่น พันธุ์ตรัง 1 ตรัง 2 ด้วง และพันธุ์แดงสยาม เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนหน่อถึงปลายยอด 3) สภาพของต้นพันธุ์มีระบบรากสมบูรณ์ ไม่ปรากฏอาการของการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์บรรจุในอาหารสังเคราะห์1 ถุง มีต้นพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จำนวน 5 ต้น 5) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 1 (ในถาดเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์ขมิ้นชันที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เช่น พันธุ์ตรัง 1 ตรัง 2 ด้วง และพันธุ์แดงสยาม เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์บรรจุในถาดเพาะชำพลาสติกสีดำ มีขนาดไม่เกิน 104 ต้น/หลุม/ถาด 5) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 2 (ในถุงเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์ขมิ้นชันที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เช่น พันธุ์ตรัง 1 ตรัง 2 ด้วง และพันธุ์แดงสยาม เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 2.5 x 6 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 5) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต พืชผัก - พืชสมุนไพร มาตรฐานพืชเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ขมิ้นชัน คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 36 ~ ต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (ในอาหารสังเคราะห์) 1) เป็นต้นพันธุ์ไพลพันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์หยวก และพันธุ์พื้นเมือง เป็นต้น ที่ได้จาก การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 2) ต้นพันธุ์มีอายุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นถึงปลายยอด 4) สภาพของต้นพันธุ์มีระบบรากสมบูรณ์ ไม่ปรากฏอาการของการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในอาหารสังเคราะห์1 ถุง มีต้นพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จำนวน 5 ต้น 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 1 (ในถาดเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์ไพลพันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์หยวก และพันธุ์พื้นเมือง เป็นต้น ที่ได้จาก การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 2) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์บรรจุในถาดเพาะชำพลาสติกสีดำ มีขนาดไม่เกิน 104 ต้น/หลุม/ถาด 5) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 2 (ในถุงเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์ไพลพันธุ์เศรษฐกิจ เช่น พันธุ์หยวก และพันธุ์พื้นเมือง เป็นต้น ที่ได้จาก การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 2) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด 3) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 4) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 3 x 6 นิ้วและมี การเจาะรูระบายน้ำ 5) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (ในอาหารสังเคราะห์) 1) เป็นต้นพันธุ์หน่อไม้ฝรั่งที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเช่น พันธุ์บร็อคอิมพรู๊ฟ เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์มีอายุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นถึงปลายยอด ไพล หน่อไม้ฝรั่ง คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 37 ~ 4) สภาพของต้นพันธุ์มีระบบรากสมบูรณ์ ไม่ปรากฏอาการของการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในอาหารสังเคราะห์1 ถุง มีต้นพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จำนวน 5 ต้น 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 1 (ในถาดเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์หน่อไม้ฝรั่งที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเช่น พันธุ์บร็อคอิมพรู๊ฟ เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์มีอายุไม่น้อยกว่า 2 เดือน 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถาดเพาะชำพลาสติกสีดำ มีขนาดไม่เกิน 60 ต้น/หลุม/ถาด 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 2 (ในถุงเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์หน่อไม้ฝรั่งที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเช่น พันธุ์บร็อคอิมพรู๊ฟ เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์มีอายุไม่น้อยกว่า 3 เดือน 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด 4) มีจำนวนต้นพันธุ์ต่อกอไม่น้อยกว่า 3 ต้นต่อกอ 5) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 6) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 2.5 x 6 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 7) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 8) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 38 ~ ต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (ในอาหารสังเคราะห์) 1) เป็นต้นพันธุ์มันสำปะหลังที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพันธุ์เศรษฐกิจ หรือพันธุ์ดีจาก กรมวิชาการเกษตร หรือพันธุ์ดีจากหน่วยงานปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลังที่น่าเชื่อถือ เช่น พันธุ์ระยอง 1 ระยอง 72 ห้วยบง 80 ห้วยบง 60 และพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์มีอายุไม่น้อยกว่า 1 เดือน หลังย้ายลงในอาหารชักนำราก 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นถึงปลายยอด 4) สภาพของต้นพันธุ์มีระบบรากสมบูรณ์ ไม่ปรากฏอาการของการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในอาหารสังเคราะห์1 ถุง มีต้นพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จำนวน 5 ต้น 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 1 (ในถาดเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์มันสำปะหลังที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพันธุ์เศรษฐกิจ หรือพันธุ์ดีจาก กรมวิชาการเกษตร หรือพันธุ์ดีจากหน่วยงานปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลังที่น่าเชื่อถือ เช่น พันธุ์ระยอง 1 ระยอง 72 ห้วยบง 80 ห้วยบง 60 และพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์มีอายุประมาณ 60 - 90 วัน 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถาดเพาะชำพลาสติกสีดำ มีขนาดไม่เกิน 60 ต้น/หลุม/ถาด 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 2 (ในถุงเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์มันสำปะหลังที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพันธุ์เศรษฐกิจ หรือพันธุ์ดีจาก กรมวิชาการเกษตร หรือพันธุ์ดีจากหน่วยงานปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลังที่น่าเชื่อถือ เช่น พันธุ์ระยอง 1 ระยอง 72 ห้วยบง 80 ห้วยบง 60 และพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์มีอายุไม่น้อยกว่า 2 เดือน 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงปลายยอด 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 2.5 x 6 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ พืชอุตสาหกรรม มันสำปะหลัง คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 39 ~ 6) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 7) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต อ้อยคั้นน้ำ ต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (ในอาหารสังเคราะห์) 1) เป็นต้นพันธุ์อ้อยที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพันธุ์เศรษฐกิจ หรือพันธุ์ดีจาก กรมวิชาการเกษตร หรือพันธุ์ดีจากหน่วยงานปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์อ้อยที่น่าเชื่อถือเช่น พันธุ์ กวก. สุพรรณบุรี 1 และพันธุ์สุพรรณบุรี 50 เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์มีอายุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นถึงคอใบที่อยู่บนสุด 4) สภาพของต้นพันธุ์มีระบบรากสมบูรณ์ ไม่ปรากฏอาการของการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในอาหารสังเคราะห์1 ถุง มีต้นพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จำนวน 5 ต้น 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 1 (ในถาดเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์อ้อยที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพันธุ์เศรษฐกิจ หรือพันธุ์ดีจาก กรมวิชาการเกษตร หรือพันธุ์ดีจากหน่วยงานปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์อ้อยที่น่าเชื่อถือเช่น พันธุ์ กวก. สุพรรณบุรี 1 และพันธุ์สุพรรณบุรี 50 เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์มีอายุประมาณ 45 - 60 วัน 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถาดเพาะชำพลาสติกสีดำ มีขนาดไม่เกิน 60 ต้น/หลุม/ถาด 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 2 (ในถุงเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์อ้อยที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพันธุ์เศรษฐกิจ หรือพันธุ์ดีจาก กรมวิชาการเกษตร หรือพันธุ์ดีจากหน่วยงานปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์อ้อยที่น่าเชื่อถือเช่น พันธุ์ กวก. สุพรรณบุรี 1 และพันธุ์สุพรรณบุรี 50 เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์มีอายุไม่น้อยกว่า 2 เดือน 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร อ้อย คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช
~ 40 ~ 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 2.5 x 6 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ 6) วัสดุเพาะชำต้องมีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของชนิดและอายุพืช 7) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต อ้อยโรงงาน ต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (ในอาหารสังเคราะห์) 1) เป็นต้นพันธุ์อ้อยที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพันธุ์เศรษฐกิจ หรือพันธุ์ดีจาก กรมวิชาการเกษตร หรือพันธุ์ดีจากหน่วยงานปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์อ้อยที่น่าเชื่อถือ เช่น พันธุ์ขอนแก่น 3 เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์มีอายุไม่น้อยกว่า 1 เดือน 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นถึงคอใบที่อยู่บนสุด 4) สภาพของต้นพันธุ์มีระบบรากสมบูรณ์ ไม่ปรากฏอาการของการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในอาหารสังเคราะห์1 ถุง มีต้นพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จำนวน 5 ต้น 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 1 (ในถาดเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์อ้อยที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพันธุ์เศรษฐกิจ หรือพันธุ์ดีจาก กรมวิชาการเกษตร หรือพันธุ์ดีจากหน่วยงานปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์อ้อยที่น่าเชื่อถือ เช่น พันธุ์ขอนแก่น 3 เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์มีอายุประมาณ 45 - 60 วัน 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถาดเพาะชำพลาสติกสีดำ มีขนาดไม่เกิน 60 ต้น/หลุม/ถาด 6) มีเอกสารระบุชนิดพืช ชื่อพันธุ์/สายพันธุ์ ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และระบุ เดือน ปี ที่ผลิต ต้นที่ผ่านการอนุบาลระยะที่ 2 (ในถุงเพาะชำ) 1) เป็นต้นพันธุ์อ้อยที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพันธุ์เศรษฐกิจ หรือพันธุ์ดีจาก กรมวิชาการเกษตร หรือพันธุ์ดีจากหน่วยงานปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์อ้อยที่น่าเชื่อถือ เช่น พันธุ์ขอนแก่น 3 เป็นต้น 2) ต้นพันธุ์มีอายุไม่น้อยกว่า 2 เดือน 3) ต้นพันธุ์มีความสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร โดยวัดจากโคนต้นระดับผิวดินถึงคอใบ ที่อยู่บนสุด 4) สภาพของต้นพันธุ์และใบมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปลอดจากโรคและแมลงทำลาย ไม่ปรากฏอาการขาดธาตุอาหาร 5) ต้นพันธุ์บรรจุในถุงพลาสติกเพาะชำสีดำพับข้าง ขนาดไม่น้อยกว่า 2.5 x 6 นิ้ว และมี การเจาะรูระบายน้ำ คู่มือมาตรฐานพันธุ์พืช กองขยายพันธุ์พืช