The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Mukrawee K., 2023-10-02 04:01:46

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษม.1 หน่วยที่ 1-3

แผนม.1-2566 1-3

48 4. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 5. การประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 6. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ................................................................................................................................................................ .............. ..................................................................................................................... ......................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ ................................................................ (นางสาววิจิตรา สัมณีย์) หัวหน้างานวิชาการ ความเห็นผู้อำนวยการโรงเรียน อนุญาตให้ใช้จัดการเรียนการสอนได้ ยังไม่เหมาะสม ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ลงชื่อ ว่าที่ร้อยตรี................................................................ (ธรณินทร์ ชมภู่) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตะแบง


49 แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ21101 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา ....................... หน่วยการเรียนรู้ที่2 ชื่อหน่วย Back to school จำนวน 14 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่5 เรื่อง Countries and capital cities จำนวน 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวมุกรวี กุลนาแพง วัน/เดือน/ปี ที่สอน............................................. ................................................................................................................................................................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูด และการเขียน มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็น พื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก ตัวชี้วัด ต 1.3 ม. 1/1 พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์และสิ่งแวดล้อม ใกล้ตัว ต 3.1 ม. 1/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจาก แหล่งการเรียนรู้ และนำเสนอด้วยการพูด/การเขียน ต 4.2 ม. 1/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/ค้นคว้า ความรู้/ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่ง การเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 2. สาระสำคัญ การเรียนรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นเป็นพื้นฐานในการค้นคว้าหาข้อมูล และ นำเสนอด้วยการพูดและการเขียน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ความรู้ (Knowledge: K) บอกชื่อเมืองหลวงของประเทศต่างๆได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process: P) พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับชื่อเมืองหลวงของประเทศต่าง ๆ และนำเสนอได้


50 3.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude: A) ร่วมมือและมีความกระตือรือร้นในชั้นเรียน 4. สาระการเรียนรู้ การรู้และให้ข้อมูลเกี่ยวกับชื่อเมืองหลวงของประเทศต่างๆได้ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการใช้ทักษะภาษา 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (โปรดเลือกจุดเน้นมีความสัมพันธ์กับแผนการจัดการเรียนรู้ และโปรด ลบข้อความหรือประโยคที่ไม่เกี่ยวข้องกับแผนการจัดการเรียนรู้) 7.1 ทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 คือการเรียนรู้ 3R X 8C Reading (อ่านออก) (W) Riting (เขียนได้) 7.2 ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ ของคนในศตวรรษที่ 21 ทักษะสังคมและสังคมข้ามวัฒนธรรม 7.3 คุณลักษณะของคนในศตวรรษที่ 21 คุณลักษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การชี้นำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง 8. การบูรณาการ อาเซียนศึกษา 9. ชิ้นงานหรือภาระงาน - แบบฝึกหัด / ใบงาน 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up) 1. ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกชื่อทวีปต่าง ๆ แล้วครูเขียนตามที่นักเรียนบอกบนกระดาน ครูกระตุ้นให้ นักเรียนบอกให้ครบทุกทวีป ได้แก่ Asia, Europe, North America, South America, Australia, Africa, Antarctica โดยครูขีดเส้นใต้คำพยางค์ที่ออกเสียงเน้นหนัก แล้วให้นักเรียนอ่านออกเสียงตามครู 2. ครูนำแผนที่โลกหรือลูกโลกมาให้นักเรียนชี้ตำแหน่งของทวีปต่าง ๆ จากนั้นครูถามว่า Which continent is Thailand in?


51 ขั้นนำเสนอ (Presentation) 1. หนังสือเรียน หน้า 16 Ex. 1 ครูเปิด CD ให้นักเรียนฟังคำศัพท์ชื่อประเทศ โดยตั้งใจฟังว่าพยางค์ ใดที่เน้นเสียงหนัก แล้วครูเปิด CD ให้นักเรียนออกเสียงตาม 2-3 ครั้ง โดยออกเสียงเน้นหนักให้ถูกต้อง จากนั้น ครูสุ่มเรียกนักเรียนหลาย ๆ คน ให้อ่านชื่อประเทศ แล้วให้นักเรียนช่วยกันพูดชื่อประเทศเหล่านี้เป็นภาษาไทย 2. ครูเขียนคำว่า capital city บนกระดาน แล้วถามความหมายของคำนี้ ถ้านักเรียนไม่รู้ครูช่วยด้วย การเขียนคำถามและคำตอบ ดังนี้ What is the capital city of Thailand? Bangkok is the capital city of Thailand. แต่ถ้านักเรียนสามารถบอกความหมายได้ ให้ครูถามนักเรียนว่า What is the capital city of Thailand? แล้วให้นักเรียนบอกคำตอบ ขั้นฝึก (Practice) 1. หนังสือเรียน หน้า 16 Ex. 2 ครูอ่านชื่อเมืองหลวงที่กำหนด แล้วให้นักเรียนอ่านตาม ครูให้ นักเรียนจับคู่ประเทศกับเมืองหลวง เสร็จแล้วฟัง CD เพื่อตรวจคำตอบ จากนั้นให้นักเรียนพูดบอกชื่อเมืองหลวงของแต่ละประเทศพร้อมกัน โดยครูพูดชื่อเมืองหลวงของ Ankara เป็นตัวอย่าง (Ankara is the capital city of Turkey.) Athens 11 Moscow 12 Ottawa 1 Beijing 16 Lisbon 6 Paris 9 Berlin 10 London 5 Tokyo 17 Brasilia 4 Madrid 7 Rome 8 Cairo 14 Mexico City 3 Washington, DC 2 Canberra 18 New Delhi 15 2. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 ทีม เพื่อเล่นเกม โดยครูทำสลากชื่อประเทศและเมืองหลวงไว้ จากนั้นให้ แต่ละทีมผลัดกันจับสลากและถามว่าเมืองหลวงของประเทศที่จับได้ชื่ออะไร เพื่อให้อีกทีมหนึ่งบอกชื่อเมือง หลวง ถ้าบอกชื่อเมืองหลวงถูกต้องจะได้1 คะแนน ทีมที่ได้ 10 คะแนนก่อนจะเป็นผู้ชนะ เช่น Team A S1: What is the capital city of Ireland? Team B S1: Dublin is the capital city of Ireland. Team A S1: Correct. 3. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 ทีม เพื่อเล่นเกม แล้วให้ตัวแทนแต่ละทีมผลัดกันถามคำถามว่าประเทศ ต่าง ๆ ใน Ex. 1 อยู่ในทวีปใด เพื่อให้อีกทีมหนึ่งบอกชื่อทวีป ถ้าบอกชื่อทวีปถูกต้องจะได้1 คะแนน ทีมที่ได้ 10 คะแนนก่อนจะเป็นผู้ชนะ เช่น Team A S1: Which continent is France in? Team B S1: France is in Europe. Team A S1: Correct.


52 ครูอาจเพิ่มความท้าทายด้วยการให้นักเรียนออกมาชี้ตำแหน่งของประเทศต่าง ๆ ในแผนที่โลกหรือ ลูกโลกด้วย ขั้นการใช้ภาษา (Production) 1. หนังสือเรียน หน้า 16 Ex. 3 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน ค้นคว้าเกี่ยวกับเมืองหลวง ของประเทศที่อยู่ในทวีปยุโรปจากอินเทอร์เน็ต ครูแนะนำนักเรียนว่าอาจจะใช้คำสำคัญคือ Europe capital cities ช่วยในการค้นคว้า แล้วให้แต่ละกลุ่มเตรียมนำเสนอในชั่วโมงหน้า พร้อมทั้งเตรียม quiz จำนวน 5-6 ข้อ เพื่อให้เพื่อนทำหลังจากนำเสนอจบ หรือครูอาจจะทำสลากชื่อทวีปต่าง ๆ ได้แก่ ทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปอเมริกาใต้ ทวีปเอเชีย ทวีป แอฟริกา และทวีปยุโรป แล้วให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาจับสลาก ครูให้แต่ละกลุ่มค้นคว้า เมืองหลวงของ ประเทศที่อยู่ในทวีปที่จับสลากได้ Amsterdam is the capital city of the Netherlands. Budapest is the capital city of Hungary. Chisinau is the capital city of Moldova. Dublin is the capital city of Ireland. Helsinki is the capital city of Finland. Kiev is the capital city of the Ukraine. Ljubljana is the capital city of Slovenia. Monaco is the capital city of Monaco. Oslo is the capital city of Norway. Rome is the capital city of Italy. Stockholm is the capital city of Sweden. Tirana is the capital city of Albania. Vienna is the capital city of Austria. Warsaw is the capital city of Poland. Zagreb is the capital city of Croatia. ขั้นสรุป (Wrap up) 1. นักเรียนทำ Vocabulary Bank 1 ในแบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 88 Exs. 1-3 ร่วมกันในชั้น 2. แบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 10 Ex. 1 ให้นักเรียนทำเป็นการบ้าน 11. สื่อการสอน 1.หนังสือเรียน SPARK 1 ม. 1 2.Class Audio CDs ประกอบสื่อฯ ชุด SPARK 1 ม. 1 3.แบบฝึกหัด SPARK 1 ม. 1


53 4.พจนานุกรมอังกฤษ-อังกฤษ 5.พจนานุกรมออนไลน์ 6.ลูกโลกและแผนที่โลก 12. แหล่งเรียนรู้ในหรือนอกสถานที่ อินเทอร์เน็ต (Internet) 13. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1.บอกชื่อเมืองหลวงของประเทศต่างๆได้(K) ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด ทำแบบฝึกหัดได้ ถูกต้องร้อยละ 70 ถือว่าผ่าน 2. พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับชื่อเมืองหลวงของประเทศ ต่าง ๆ และนำเสนอได้(P) ถาม – ตอบ คำถาม ตอบคำถามได้ถูกต้อง ร้อยละ 70 ถือว่าผ่าน 3. ร่วมมือและมีความกระตือรือร้นในชั้นเรียน (A) การสังเกต พฤติกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม ได้คะแนนระดับ 2 ถือว่าผ่าน 14. บันทึกผลหลังการสอน สรุปผลการเรียนการสอน 1. นักเรียนจำนวน .....................................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ...................คน คิดเป็นร้อยละ .................................................. ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ............................................................................................................... .................... 2. .......................................................................................................................... ......... 2. นักเรียนผ่านจุดประสงค์ด้านความรู้ความเข้าใจ ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ...................คน คิดเป็นร้อยละ .................................................. ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ....................................................................................................................................... 2. .......................................................................................................................... ............. 3. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ...................คน คิดเป็นร้อยละ .................................................. ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ .................................................


54 ได้แก่ 1. .......................................................................................................................... ............... 2. ......................................................................................................................................... 15. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. 16. เสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ....................................................... ( นางสาวมุกรวี กุลนาแพง ) ตำแหน่ง ครู ความเห็นของหัวหน้างานวิชาการโรงเรียน ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวมุกรวี กุลนาแพงแล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 2. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ยังเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 4. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป


55 5. การประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 6. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ ................................................................ (นางสาววิจิตรา สัมณีย์) หัวหน้างานวิชาการ ความเห็นผู้อำนวยการโรงเรียน อนุญาตให้ใช้จัดการเรียนการสอนได้ ยังไม่เหมาะสม ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ลงชื่อ ว่าที่ร้อยตรี................................................................ (ธรณินทร์ ชมภู่) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตะแบง


56 แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ21101 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา ....................... หน่วยการเรียนรู้ที่2 ชื่อหน่วย Back to school จำนวน 14 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่6 เรื่อง Capital letter and e-mail จำนวน 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวมุกรวี กุลนาแพง วัน/เดือน/ปี ที่สอน............................................. ................................................................................................................................................................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูด และการเขียน มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา กับวัฒนธรรมไทยและนำมาใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตัวชี้วัด ต 1.1 ม. 1/4 ระบุหัวข้อเรื่อง (topic) ใจความสำคัญ (main idea) และตอบคำถามจากการฟัง และอ่านบทสนทนา นิทาน และเรื่องสั้น ต 1.2 ม. 1/1 สนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ต 1.3 ม. 1/1 พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ และ สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว ต 2.2 ม. 1/1 บอกความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่าง ๆ การใช้ เครื่องหมายวรรคตอน และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย 2. สาระสำคัญ นักเรียนเรียนรู้และเข้าใจการใช้ capital letters และโครงสร้างของอีเมล จะช่วยให้สามารถเขียน สื่อสารได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ


57 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ความรู้ (Knowledge: K) ตอบคำถามจากการอ่านได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process: P) เขียนอีเมลให้ข้อมูลของตนเองได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude: A) ร่วมมือและมีความกระตือรือร้นในชั้นเรียน 4. สาระการเรียนรู้ การรู้และเข้าใจหลักการเขียนตัวพิมพ์ใหญ่ – พิมพ์เล็กในภาษาอังกฤษ และการเขียน e-mail 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการใช้ทักษะภาษา 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทำงาน 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (โปรดเลือกจุดเน้นมีความสัมพันธ์กับแผนการจัดการเรียนรู้ และโปรด ลบข้อความหรือประโยคที่ไม่เกี่ยวข้องกับแผนการจัดการเรียนรู้) 7.1 ทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 คือการเรียนรู้ 3R X 8C Reading (อ่านออก) (W) Riting (เขียนได้) ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทักษะด้านความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural Understanding) 7.2 ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ ของคนในศตวรรษที่ 21 ทักษะสังคมและสังคมข้ามวัฒนธรรม 7.3 คุณลักษณะของคนในศตวรรษที่ 21 คุณลักษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การชี้นำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง 8. การบูรณาการ อาเซียนศึกษา 9. ชิ้นงานหรือภาระงาน - แบบฝึกหัด / ใบงาน


58 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up) 1. ครูให้นักเรียนเล่นเกม Bingo โดยเขียนตาราง 9 ช่องลงในกระดาษ และเขียนชื่อประเทศลงใน แต่ละช่องไม่ให้ซ้ำกัน จากนั้นครูพูดชื่อประเทศ ตารางของใครมีชื่อประเทศดังกล่าวให้กา ทับชื่อประเทศ นั้น คนที่กา ทับชื่อประเทศได้ 3 ช่องติดต่อกันก่อนเป็นคนแรกให้พูดดัง ๆ ว่า Bingo 2. ครูเขียนคำว่า email บนกระดาน ให้นักเรียนช่วยกันอธิบายว่าอีเมลคืออะไร (electronic mail) ขั้นนำเสนอ (Presentation) 1. ครูนำเสนอโครงสร้างของอีเมล โดยเขียน From, To, Subject และ email address บนกระดาน แล้วให้นักเรียนช่วยกันอธิบายว่าคืออะไร จากนั้นครูสรุปว่า From คือ ผู้ส่งอีเมล, To คือ ผู้รับอีเมล, Subject คือ เรื่องของอีเมลว่าเกี่ยวกับอะไร และ email address คือ ที่อยู่ในอินเทอร์เน็ต ใช้บอกตำแหน่งของผู้ส่งและ ผู้รับอีเมลว่าอยู่ที่ไหน เช่น [email protected], [email protected] 2. ครูสอนวิธีการอ่าน email address โดยยกตัวอย่างบนกระดาน แล้วอ่านให้นักเรียนฟัง เช่น [email protected] อ่านว่า suwit underscore fifty five at yahoo dot com [email protected] อ่านว่า Mint dot love at gmail dot com จากนั้นครูให้ตัวอย่างเพิ่มเติม แล้วให้นักเรียนอ่านพร้อมกัน 3. ครูให้นักเรียนดูข้อความใน Ex. 1 แล้วครูถามว่าข้อความนี้คืออะไร (It’s an email.) นักเรียน สังเกตจากอะไร จากนั้นให้นักเรียนอ่าน email address ในช่อง From และ To 4. นักเรียนอ่านคำศัพท์ในกรอบ Check these words หนังสือเรียน หน้า 17 แล้วช่วยกันอธิบาย ความหมาย ขั้นฝึก (Practice) หนังสือเรียน หน้า 17 Ex. 1 นักเรียนอ่านหัวข้อในกรอบสีเขียว เพื่อให้รู้ว่าข้อมูลอะไรที่นักเรียนต้อง นำมาเติม แล้วครูให้นักเรียนอ่านอีเมลและเติมข้อมูลลงในกรอบ เสร็จแล้วครูขออาสาสมัครบอกคำตอบ 1 9 (years old) 3 English and maths 2 Blackhill School 4 Avril Lavigne ขั้นการใช้ภาษา (Production) 1. ครูให้นักเรียนช่วยกันตั้งคำถามเพื่อถามข้อมูลของ Peter ที่เติมในกรอบ Ex. 1 แล้วครูเขียนคำถาม บนกระดาน จากนั้นให้นักเรียนจับคู่ ผลัดกันพูดถาม-ตอบ What’s his name? How old is he? Where does he study? What’s his favourite school subjects?


59 Who’s his favourite singer? 2. นักเรียนอ่าน Study Skills เรื่องการใช้ capital letters ในหนังสือเรียน หน้า 17 และบอกครูว่าจะ ใช้ capital letters ในภาษาอังกฤษอย่างไร จากนั้นครูสรุปให้ฟังว่า จะใช้ capital letters กับชื่อคน ประเทศ เชื้อชาติวันในสัปดาห์เดือน คำสรรพนาม I และเมื่อขึ้นต้นประโยค 3. ครูให้นักเรียนหา capital letters ในอีเมล Ex. 1 และช่วยกันบอกครู จากนั้นครูให้นักเรียน เปรียบเทียบว่าในภาษาไทยมีการใช้capital letters เหมือนในภาษาอังกฤษหรือไม่ ขั้นสรุป (Wrap up) 1. หนังสือเรียน หน้า 17 Ex. 2 นักเรียนเขียนประโยคใหม่โดยใช้capital letters ให้ถูกต้อง เสร็จ แล้วครูสุ่มเรียกนักเรียนออกมาเขียนประโยคบนกระดาน ให้นักเรียนที่เหลือช่วยกันตรวจความถูกต้อง 1 This is Maria Jones. 3 Shakira is from Colombia. 2 Paolo is Italian. 4 My favourite day is Friday. 2. แบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 11 Exs. 1-2 ให้นักเรียนทำเป็นการบ้าน ชั่วโมงที่ 2 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up) 1. ครูทบทวนคำศัพท์ชื่อวิชา โดยเขียนตัวอักษรตัวแรกของคำศัพท์บนกระดาน แล้วขีดเส้นเท่าจำนวน ตัวอักษรที่เหลือ เพื่อให้นักเรียนทายชื่อวิชา เช่น s _ _ _ _ _ _ (science) ขั้นนำเสนอ (Presentation) 1. ครูทบทวนโครงสร้างของอีเมล โดยให้นักเรียนช่วยกันบอกว่าในช่อง From, To และ Subject จะต้องใส่ข้อมูลอะไร 2. ครูทบทวนการใช้capital letters โดยยกตัวอย่างบนกระดาน พร้อมทั้งขีดเส้นใต้capital letters จากนั้นครูชี้คำที่ขีดเส้นใต้ทีละคำ ให้นักเรียนบอกว่าทำไมคำนั้นจึงใช้ capital letters 1) Her name is Maria. 2) I live in Spain. I’m Spanish. 3) You are from Madrid. 4) Today is Monday. 5) She’s going to Phuket in March. 3. ครูให้นักเรียนจับคู่ช่วยกันแต่งประโยค 5 ประโยค จากคำที่ครูกำหนดให้บนกระดาน เช่น English, Poland, Sunday, August, Japanese ครูย้ำให้นักเรียนใช้capital letters ให้ถูกต้อง เสร็จแล้วครูสุ่มเรียก นักเรียนออกมาเขียนประโยคบนกระดาน ให้นักเรียนในชั้นช่วยกันตรวจความถูกต้อง 4. หนังสือเรียน หน้า 17 Ex. 3 นักเรียนจับคู่กัน พูดถาม-ตอบข้อมูลส่วนตัวโดยใช้คำถามที่กำหนดให้ ครูเดินสังเกตการทำกิจกรรมรอบ ๆ ชั้นเรียน แล้วให้นักเรียน 4-5 คู่ ออกมาพูดถาม-ตอบที่หน้าชั้น 1 What’s your name? My name’s Marinee Tulakan.


60 2 How old are you? I am 10 years old. 3 What is the name of your school? My school is Aksornwittaya School. 4 What are your favourite school subjects? My favourite school subjects are maths and science. 5 Who’s your favourite singer? My favourite singer is Taylor Swift. 5. ครูอธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หน้า 17 Ex. 4 ว่า นักเรียนจะได้เขียนอีเมลตอบ Peter โดย สมมติว่า Peter คือ penfriend ของนักเรียน ครูอธิบายคำว่า penfriend (a friend you write to and receive letters/emails from, you may not meet in person = เพื่อนทางจดหมาย) ขั้นฝึก (Practice) 1. หนังสือเรียน หน้า 17 Ex. 4 นักเรียนเขียนอีเมลตอบ Peter โดยใช้คำตอบของตนเอง จาก Ex. 3 ครูย้ำให้นักเรียนเขียนตามโครงสร้างของอีเมล คือต้องมี From, To, Subject และให้ใช้ email address: your [email protected] ถ้านักเรียนในชั้นมีอีเมลทุกคน ครูอาจจะให้นักเรียน เขียนอีเมลและส่งถึงครู From: [email protected] To: [email protected] Subject: Hi! Hi Peter, My name’s Marinee Tulakan and I’m from Thailand. I’m 10 years old and I’m a student at Aksornwittaya School. My favourite school subjects are maths and science. My favourite singer is Taylor Swift. She’s great! Please write back soon. Marinee ขั้นการใช้ภาษา (Production) 1. ครูให้นักเรียนตรวจทานงานเขียนของตนเอง โดยดูการสะกดคำ ไวยากรณ์ การใช้capital letters การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และปรับแก้งานเขียนให้เรียบร้อย แล้วนำส่งครูตรวจ ขั้นสรุป (Wrap up) 1. นักเรียนทำ Self-Check 1 ในหนังสือเรียน หน้า 113 2. แบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 11 Ex. 3 ให้นักเรียนทำเป็นการบ้าน 11. สื่อการสอน 1. หนังสือเรียน SPARK 1 ม. 1 2. Class Audio CDs ประกอบสื่อฯ ชุด SPARK 1 ม. 1


61 12. แหล่งเรียนรู้ในหรือนอกสถานที่ อินเทอร์เน็ต (Internet) 13. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1.ตอบคำถามจากการอ่านได้(K) ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด ทำแบบฝึกหัดได้ ถูกต้องร้อยละ 70 ถือว่าผ่าน 2.เขียนอีเมลให้ข้อมูลของตนเองได้(P) ถาม – ตอบ คำถาม ตอบคำถามได้ถูกต้อง ร้อยละ 70 ถือว่าผ่าน 3. ร่วมมือและมีความกระตือรือร้นในชั้นเรียน (A) การสังเกต พฤติกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม ได้คะแนนระดับ 2 ถือว่าผ่าน 14. บันทึกผลหลังการสอน สรุปผลการเรียนการสอน 1. นักเรียนจำนวน .....................................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ...................คน คิดเป็นร้อยละ .................................................. ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. .......................................................................................................................... ......... 2. ................................................................................................................................... 2. นักเรียนผ่านจุดประสงค์ด้านความรู้ความเข้าใจ ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ...................คน คิดเป็นร้อยละ .................................................. ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. .......................................................................................................................... ............. 2. ............................................................................................................................. .......... 3. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ...................คน คิดเป็นร้อยละ .................................................. ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ......................................................................................................................................... 2. .......................................................................................................................... ...............


62 15. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 16. เสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ....................................................... ( นางสาวมุกรวี กุลนาแพง ) ตำแหน่ง ครู ความเห็นของหัวหน้างานวิชาการโรงเรียน ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวมุกรวี กุลนาแพงแล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 2. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ยังเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 4. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 5. การประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป


63 6. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................. ................................................ ลงชื่อ ................................................................ (นางสาววิจิตรา สัมณีย์) หัวหน้างานวิชาการ ความเห็นผู้อำนวยการโรงเรียน อนุญาตให้ใช้จัดการเรียนการสอนได้ ยังไม่เหมาะสม ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ลงชื่อ ว่าที่ร้อยตรี................................................................ (ธรณินทร์ ชมภู่) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตะแบง


64 แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ21101 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา ....................... หน่วยการเรียนรู้ที่2 ชื่อหน่วย Back to school จำนวน 14 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่7 เรื่อง ASEAN corner (education) จำนวน 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวมุกรวี กุลนาแพง วัน/เดือน/ปี ที่สอน............................................. ................................................................................................................................................................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูด และการเขียน มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก ตัวชี้วัด ต 1.1 ม. 1/4 ระบุหัวข้อเรื่อง (topic) ใจความสำคัญ (main idea) และตอบคำถามจากการฟัง และอ่านบทสนทนา นิทาน และเรื่องสั้น ต 1.2 ม. 1/5 พูดและเขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว กิจกรรมต่าง ๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลสั้น ๆ ประกอบอย่างเหมาะสม ต 1.3 ม. 1/2 พูด/เขียนสรุปใจความสำคัญ /แก่นสาระ (theme) ที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง / เหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจของสังคม ต 4.2 ม. 1/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/ค้นคว้าความรู้/ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่ง การเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 2. สาระสำคัญ นักเรียนการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบการศึกษาของประเทศต่าง ๆ เป็นเครื่องมือพื้นฐานในการค้นคว้า ข้อมูลสำหรับการศึกษาต่อ


65 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ความรู้ (Knowledge: K) อ่านเรื่องและตอบคำถามได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process: P) พูดสนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude: A) ร่วมมือและมีความกระตือรือร้นในชั้นเรียน 4. สาระการเรียนรู้ การรู้เกี่ยวกับความหลายหลายและความสำคัญของการศึกษาในระดับอาเซียนและระดับโลก 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการใช้ทักษะภาษา 5.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทำงาน 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (โปรดเลือกจุดเน้นมีความสัมพันธ์กับแผนการจัดการเรียนรู้ และโปรด ลบข้อความหรือประโยคที่ไม่เกี่ยวข้องกับแผนการจัดการเรียนรู้) 7.1 ทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 คือการเรียนรู้ 3R X 8C ทักษะด้านความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural Understanding) 7.2 ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ ของคนในศตวรรษที่ 21 ทักษะสังคมและสังคมข้ามวัฒนธรรม 7.3 คุณลักษณะของคนในศตวรรษที่ 21 คุณลักษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การชี้นำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง 8. การบูรณาการ อาเซียนศึกษา 9. ชิ้นงานหรือภาระงาน - แบบฝึกหัด / ใบงาน


66 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up) 1. ครูสอบถามความรู้พื้นฐานของนักเรียนเกี่ยวกับอาเซียน โดยถามนักเรียนว่า Which countries are in ASEAN? 2. ครูให้นักเรียนเล่นเกม Noughts and Crosses หรือเกม OX โดยครูเขียนชื่อเมืองหลวงของ ประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียนลงในตาราง 9 ช่องบนกระดาน จากนั้นแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 ทีม ให้แต่ละ ทีมผลัดกันบอกว่าชื่อเมืองหลวงในแต่ละช่องคือเมืองหลวงของประเทศใด โดยครูพูดประโยคเป็นตัวอย่าง เช่น Kuala Lumper is the capital city of Malaysia. ทีมใดตอบได้ 3 ช่องติดต่อกันเป็นผู้ชนะ 3. ครูถามนักเรียนว่า What do you know about Singapore? จากนั้นครูถามต่อว่า What do you know about Malaysia? ขั้นนำเสนอ (Presentation) 1. หนังสือเรียน หน้า 18 Ex. 1 ครูถามคำถาม Why do you think education is important? ให้ นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น (e.g. It is important because it helps improve people’s lives in our country, it helps us create new things) 2. หนังสือเรียน หน้า 18 Ex. 2 ครูอ่านคำศัพท์ 1-5 ให้นักเรียนอ่านตาม ครูบอกนักเรียนว่าคำศัพท์ เหล่านี้ปรากฎอยู่ในบทอ่าน แล้วให้นักเรียนเดาความหมายของคำศัพท์โดยการจับคู่ เสร็จแล้วครูเฉลยคำตอบ 1 b 2 e 3 d 4 c 5 a 3. ครูให้นักเรียนอ่านชื่อเรื่อง Education แล้วเดาว่าเรื่องที่จะอ่านน่าจะเกี่ยวข้องกับอะไร ขั้นฝึก (Practice) 1. หนังสือเรียน หน้า 18 Ex. 3 นักเรียนอ่านคำถามที่ให้มา เมื่ออ่านจนเข้าใจแล้วให้ขีดเส้นใต้คำ สำคัญในคำถาม แล้วอ่านบทอ่านเพื่อหาเนื้อเรื่องส่วนที่เกี่ยวข้องกับคำสำคัญที่ขีดเส้นไว้ เมื่อพบแล้วให้อ่าน ประโยคหรือข้อความที่คำถามนั้นพาดพิงไปถึง หรืออาจจะอ่านข้อความแวดล้อมประมาณ 1-2 ประโยคก่อน หน้าหรือถัดไปที่มีข้อมูลพาดพิงไปถึง เมื่อเข้าใจแล้วจึงตอบคำถามที่ให้มา 1 Because the Singaporean government thinks that the citizens are the country’s most valuable resource. 2 The education system in Singapore is flexible and diverse. 3 The Singaporean students have to study at least two languages. They are English and their mother tongue – Mandarin Chinese, Malay or Tamil. 4 Students complete the first part of their studies in Malaysia and the remaining part they study at a partner university in another country.


67 5 Singaporean schools teach school subjects, critical-thinking skills and life skills. ขั้นการใช้ภาษา (Production) 1. หนังสือเรียน หน้า 18 Ex. 4 ครูให้นักเรียนอ่านคำถามพร้อมกัน ถ้ามีคำถามข้อใดที่นักเรียนไม่ เข้าใจ ให้ครูช่วยอธิบาย จากนั้นให้นักเรียนจับคู่กันอภิปรายคำถามเหล่านี้ หรือครูอาจให้นักเรียนอภิปราย เป็นกลุ่ม A: What subjects are you good at and bad at? B: I’m good at science, but I’m bad at art. And you? A: I’m good at music, but I’m bad at maths. What do you want to study in the future? B: I want to study astronomy. I like stars. How about you? A: I want to study music. Do you want to study abroad? B: Yes. A: Where would you like to go? B: I would like to go to the USA. A: Why would you like to go there? B: I would like to visit NASA. 2. หนังสือเรียน หน้า 18 Ex. 5 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ให้แต่ละกลุ่มค้นคว้าข้อมูล จากอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับระบบการศึกษาของไทย หรือของประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียน โดยเลือกมา 1 ประเทศ แล้วเขียนสรุปข้อมูลส่งครู Education in Thailand Basic education in Thailand consists of six years of primary education, three years of lower secondary education and three years of upper secondary education. Upper secondary education is divided into academic and vocational streams. Students entering the academic stream usually intend to further their studies at a university. Vocational schools offer programs that prepare students for employment or further studies. According to Thailand’s education policy there are nine years of compulsory basic education which include six years of primary education and three years of lower secondary education. The State provides free education for 15 years of schooling which includes three years of early childhood education and 12 years of basic education.


68 The basic education curriculum covers Thai language, maths, science, social studies, religion and culture, health and physical education, art, career and technology and foreign languages. Seventy-six standards were set for assessing learning quality. The Education Service Area offices have the flexibility to choose the substance that suits the local contexts. Schools can develop the curricular contents according to the needs, aptitude and interests of their students. The Office of the Basic Education Commission (OBEC) encourages schools to adopt a varietyof teaching-learning models such as the Montessori Method and learning through development of the thinking process. 12 Standard Thai is the language of instruction at all levels of education. Local languages are not prohibited in the schools in Thailand and some schools teach local languages as additional subjects. Schools can use a local language and Standard Thai as languages of instruction if the schools find them appropriate for use in the classes. ที่มา: http://ic.payap.ac.th/graduate/linguistics/theses/Tan_Hoong_Yen_Thesis. pdf ขั้นสรุป (Wrap up) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับความสำคัญของภาษาอังกฤษและภาษาที่สามที่ส่งผลต่อการศึกษา ต่อ และการต่อยอดอาชีพในอนาคตเพื่อเป็นแนวทางกับนักเรียนในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น 11. สื่อการสอน 1. หนังสือเรียน SPARK 1 ม. 1 2. Class Audio CDs ประกอบสื่อฯ ชุด SPARK 1 ม. 1 12. แหล่งเรียนรู้ในหรือนอกสถานที่ อินเทอร์เน็ต (Internet)


69 13. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1.บอกคำศัพท์เกี่ยวกับส่วนต่างๆของใบหน้าได้ (K) ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด ทำแบบฝึกหัดได้ถูกต้อง ร้อยละ 70 ถือว่าผ่าน 2.พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับส่วนต่างๆของใบหน้า (P) ถาม – ตอบ คำถาม ตอบคำถามได้ถูกต้อง ร้อยละ 70 ถือว่าผ่าน 3. ร่วมมือและมีความกระตือรือร้นในชั้นเรียน (A) การสังเกต พฤติกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม ได้คะแนนระดับ 2 ถือ ว่าผ่าน 14. บันทึกผลหลังการสอน สรุปผลการเรียนการสอน 1. นักเรียนจำนวน .....................................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ...................คน คิดเป็นร้อยละ .................................................. ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. .......................................................................................................................... ......... 2. ................................................................................................................................... 2. นักเรียนผ่านจุดประสงค์ด้านความรู้ความเข้าใจ ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ...................คน คิดเป็นร้อยละ .................................................. ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ....................................................................................................................................... 2. .......................................................................................................................... ............. 3. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ...................คน คิดเป็นร้อยละ .................................................. ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ................................................................................................................................. ........ 2. ....................................................................................................................... ..................


70 15. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 16. เสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ....................................................... ( นางสาวมุกรวี กุลนาแพง ) ตำแหน่ง ครู ความเห็นของหัวหน้างานวิชาการโรงเรียน ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวมุกรวี กุลนาแพงแล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 2. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ยังเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 4. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 5. การประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป


71 6. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ ................................................................ (นางสาววิจิตรา สัมณีย์) หัวหน้างานวิชาการ ความเห็นผู้อำนวยการโรงเรียน อนุญาตให้ใช้จัดการเรียนการสอนได้ ยังไม่เหมาะสม ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ลงชื่อ ว่าที่ร้อยตรี................................................................ (ธรณินทร์ ชมภู่) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตะแบง


72 แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ21101 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา ....................... หน่วยการเรียนรู้ที่3 ชื่อหน่วย Cool Stuff! จำนวน 14 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่1 เรื่อง Things and appearance จำนวน 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวมุกรวี กุลนาแพง วัน/เดือน/ปี ที่สอน............................................. ................................................................................................................................................................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ต 1.1 ม. 1/3 เลือก/ระบุประโยคและข้อความให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง (non-text information) ที่อ่าน ต 1.1 ม. 1/4 ระบุหัวข้อเรื่อง (topic) ใจความสำคัญ (main idea) และตอบคำถามจากการฟัง และอ่านบทสนทนา นิทาน และเรื่องสั้น ต 1.2 ม. 1/1 สนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณ์ต่าง ๆ ใน ชีวิตประจำวัน ต 1.2 ม. 1/4 พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่าน อย่างเหมาะสม 2. สาระสำคัญ นักเรียนเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับสิ่งของ ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย adjectives ที่ใช้บรรยายลักษณะของ บุคคล จะช่วยให้เข้าใจและบอกรายละเอียดของเรื่องที่อ่านและฟังได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำคำศัพท์ที่เรียน ไปใช้พูดและเขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของบุคคลได้อย่างถูกต้อง 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ความรู้ (Knowledge: K) ตอบคำถามและเขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านและฟังได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process: P) พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับพูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของบุคคลได้


73 3.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude: A) ร่วมมือและมีความกระตือรือร้นในชั้นเรียน 4. สาระการเรียนรู้ การรู้และเข้าใจคำศัพท์เกี่ยวกับส่วนต่างๆบนใบหน้าของตนเองและผู้อื่น 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการใช้ทักษะภาษา 5.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 ใฝ่เรียนรู้ 6.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (โปรดเลือกจุดเน้นมีความสัมพันธ์กับแผนการจัดการเรียนรู้ และโปรด ลบข้อความหรือประโยคที่ไม่เกี่ยวข้องกับแผนการจัดการเรียนรู้) 7.1 ทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 คือการเรียนรู้ 3R X 8C Reading (อ่านออก) (W) Riting (เขียนได้) 7.2 ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ ของคนในศตวรรษที่ 21 ความยืดหยุ่นและการปรับตัว 7.3 คุณลักษณะของคนในศตวรรษที่ 21 คุณลักษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การชี้นำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง 8. การบูรณาการ อาเซียนศึกษา 9. ชิ้นงานหรือภาระงาน - แบบฝึกหัด / ใบงาน 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up) 1. ครูพูดทักทายนักเรียนว่า How’s it going? ให้นักเรียนตอบด้วยสำนวนอื่นที่ไม่ใช้ I’m fine. เช่น Good./I’m OK./So so./Not (too) bad. 2. นักเรียนอ่านชื่อหน่วยการเรียนรู้ (Cool Stuff!) ในหนังสือเรียน หน้า 21 และเดาความหมาย (cool stuff เป็นภาษาที่ใช้ในกลุ่มวัยรุ่น หมายถึง สิ่งที่เท่ ยอดเยี่ยม) จากนั้นให้นักเรียนดูหัวข้อต่าง ๆ ที่จะได้เรียนใน หน่วยการเรียนรู้นี้เพื่อดึงความสนใจของนักเรียนเข้าสู่บทเรียน


74 3. Find the page numbers for หน้า 21 ครูอธิบายคำศัพท์ที่นักเรียนไม่รู้ความหมาย แล้วให้ นักเรียนหาว่าภาพที่เกี่ยวกับหัวข้อเหล่านี้อยู่ในหนังสือเรียนหน้าใด เมื่อหาพบแล้วครูถามคำถามเพื่อตรวจสอบ ความเข้าใจของนักเรียน cartoon characters (p. 23) Do you know these characters? Who is your favourite cartoon character? a film review (p. 22) What sort of films do you like? What do you know about this film? souvenirs (p. 27) Have you got any of these souvenirs? Which countries are they from? ขั้นนำเข้าสู่การอ่าน (Pre-reading) 1. หนังสือเรียน หน้า 21 Ex. 1 ให้นักเรียนดูภาพสิ่งของต่าง ๆ แล้วครูเปิด CD ให้นักเรียนฟังคำศัพท์ และออกเสียงตามพร้อมกัน แล้วครูสุ่มเรียกนักเรียนออกเสียงทีละคน จากนั้นให้นักเรียนบอกความหมายของ คำศัพท์โดยดูจากภาพ 2. ครูทบทวนการใช้ have got ในการแสดงความเป็นเจ้าของสิ่งต่าง ๆ โดยให้นักเรียนสำรวจสิ่งของ ของตนเอง จากนั้นครูถามเกี่ยวกับสิ่งของของนักเรียน เช่น T: Ann, have you got a watch? Ann: Yes, I have. T: Nick, What have you got? Nick: I have got a pencil case, books and a mobile phone. 3. หนังสือเรียน หน้า 21 Ex. 2 ครูเปิด CD ให้นักเรียนฟัง Peter พูดเกี่ยวกับสิ่งของของเขา และเติม ประโยคให้สมบูรณ์ เสร็จแล้วครูให้นักเรียนอ่านประโยคที่เติมสมบูรณ์แล้วพร้อมกัน He has got a scarf and a helmet. He hasn’t got gloves and a basketball. 4. หนังสือเรียน หน้า 21 Ex. 3 ให้นักเรียนดูภาพสิ่งของที่ให้มา และเขียนประโยคบอกสิ่งของที่ ตนเองมีและไม่มี เสร็จแล้วครูสุ่มถามนักเรียน 2-3 ว่า What have you got? ให้นักเรียนบอกคำตอบของ ตนเอง I’ve got a watch, a cap and trainers. I haven’t got a guitar and a digital camera. 5. ครูนำเสนอคำคุณศัพท์บรรยายลักษณะรูปร่าง ได้แก่ young, old, long, short, tall, big, small, thin, plump, fat โดยพูดคำศัพท์ พร้อมทั้งแสดงภาพประกอบหรือวาดภาพให้นักเรียนดู เช่น ภาพคนแก่ ภาพ คนอ้วน แล้วให้นักเรียนบอกความหมาย


75 ต่อมาครูยกตัวอย่างประโยคบนกระดาน เช่น It’s big. These girls are young. He is an old man. ให้นักเรียนสังเกตตำแหน่งของ adjective ในประโยค และบอกครู จากนั้นครูสรุปให้ฟังว่า adjective จะวางไว้ หลัง verb to be และวางไว้หน้าคำนามที่ adjective นั้นไปขยาย 6. ครูให้นักเรียนคิดว่า การใช้คำคุณศัพท์ หรือ adjective เพื่อขยายคำนาม ตำแหน่งของคำคุณศัพท์ ในประโยคภาษาอังกฤษกับภาษาไทยเหมือนกันหรือไม่ เมื่อได้คำตอบว่าไม่เหมือนกัน ครูยกตัวอย่างประโยค เพื่อให้นักเรียนเข้าใจมากยิ่งขึ้น เช่น a fat cat ในภาษาอังกฤษคำคุณศัพท์ (fat) จะวางไว้หน้าคำนาม (cat) แต่ ในภาษาไทย แมวอ้วน คำคุณศัพท์ (อ้วน) จะวางไว้หลังคำนาม (แมว) 7. ครูนำเสนอสำนวนที่ใช้ถามลักษณะของบุคคล โดยให้นักเรียนหญิงคนหนึ่งยืนขึ้น แล้วครูสุ่มถาม นักเรียนคนหนึ่งว่า What does she look like? ให้นักเรียนบอกลักษณะของเพื่อนคนที่ยืนอยู่ เช่น T: What does she look like? S1: She is tall. ครูเขียนโครงสร้างประโยคคำถามบนกระดาน What do/does + noun/pronoun + look like? และอธิบาย ว่าคำถามนี้ใช้ถามลักษณะภายนอกของบุคคล จากนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียน 2-3 คู่ พูดถาม-ตอบลักษณะของ เพื่อนร่วมชั้น 8. หนังสือเรียน หน้า 22 Ex. 1 นักเรียนดูภาพตัวละคร แล้วครูถามว่า Who’s the man in the picture? (Iron Man) จากนั้นครูอ่านชื่อบุคคลที่ให้มา แล้วให้นักเรียนฟัง CD พร้อมทั้งอ่านบทอ่านตามไปด้วย เพื่อหาความเกี่ยวข้องของบุคคลเหล่านี้กับ Iron Man Tony Stark is Iron Man when he put on a special metal suit. Stark Industries is his father’s company. Pepper Potts is Tony Stark’s secretary. Iron Monger is Iron Man’s enemy. ขั้นการอ่าน (Reading) 1. หนังสือเรียน หน้า 22 Ex. 2 นักเรียนอ่านคำถามที่กำหนดให้ แล้วคิดว่าน่าจะตอบอะไร จากนั้นให้ นักเรียนอ่านบทอ่านเพื่อหาเนื้อเรื่องส่วนที่เกี่ยวข้องกับคำถาม เมื่อพบแล้วให้อ่านให้เข้าใจ แล้วจึงตอบคำถาม 1 Tony is an engineer. 2 His job is at Stark Industries in the USA. 3 Pepper Potts is Tony’s loyal secretary. 4 Tony has got a special metal suit. 5 Iron Man can fly. 6 His enemy is Iron Monger.


76 ขั้นหลังการอ่าน (Post-reading) 1. หนังสือเรียน หน้า 22 Ex. 3 นักเรียนปิดหนังสือเรียนและพยายามนึกถึง 2 สิ่งที่จำได้จากบทอ่าน แล้วเขียนลงในสมุด จากนั้นให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนผลัดกันบอกสิ่งที่จำได้ แล้วครูสุ่มเรียกนักเรียน3-4 คน บอกให้เพื่อนในชั้นฟัง และให้เพื่อนเปิดหนังสือเรียนเพื่อตรวจว่าถูกต้องหรือไม่ Iron Man can fly. His enemy is Iron Monger. ขั้นสรุป (Wrap up) 1. แบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 12 Exs. 1, 4 ให้นักเรียนทำเป็นการบ้าน ชั่วโมงที่ 2 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up) ครูเปิดคลิปวิดีโอจาก https://www.youtube.com/watch?v=h4eueDYPTIg เพื่อดึงความสนใจ ของนักเรียนเข้าสู่บทเรียน โดยครูอาจให้นักเรียนยืนขึ้นและทำท่าประกอบตามบทเพลง ขั้นนำเสนอ (Presentation) 1. ครูนำเสนอคำศัพท์เกี่ยวกับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ได้แก่ head, hair, face, eye, nose, ear, mouth, teeth, lips, beard, moustache, arm, hand, knee, leg, ankle, foot โดยติดภาพคนบน กระดาน แล้วชี้ที่อวัยวะทีละส่วน ให้นักเรียนออกเสียงคำศัพท์ตามครู 2. หนังสือเรียน หน้า 23 Ex. 5 ครูเปิด CD ให้นักเรียนฟังคำศัพท์เกี่ยวกับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และออกเสียงตาม จากนั้นครูพูดคำศัพท์ทีละคำ ให้นักเรียนบอกความหมาย 3. ครูสุ่มถามคำถามนักเรียนทีละคน พร้อมทั้งชี้ที่อวัยวะทีละส่วน เช่น T: Non, is it a nose? (ชี้ที่จมูก) Non: Yes, it is. T: Fa, are they eyes? (จับหูทั้ง 2 ข้าง) Fa: No, they aren’t. They are ears.


77 4. ครูอธิบายการเรียงลำดับคำคุณศัพท์ในการบรรยายลักษณะรูปร่าง โดยยกตัวอย่างบนกระดาน เช่น Annie is a young short girl with short black hair. Sam is old with long white beard. แล้วชี้ที่ คำคุณศัพท์ ให้นักเรียนบอกว่าคำคุณศัพท์นั้นบรรยายอะไร ในภาษาอังกฤษการใช้คำคุณศัพท์หลาย ๆ คำมาขยายคำนาม จะเรียงลำดับคำคุณศัพท์ดังนี้ ลำดับที่ 1: article เช่น a, an, the หรือ possessive (คำแสดงความเป็นเจ้าของ) เช่น his, her, their, my, your ลำดับที่ 2: number (จำนวน) เช่น one, two, three, four ลำดับที่ 3: opinion (ความคิดเห็น) เช่น beautiful, pretty, smart, colorful ลำดับที่ 4: size (ขนาด) เช่น huge, slim, big ลำดับที่ 5: shape (รูปทรง) เช่น round, triangle ลำดับที่ 6: age (อายุ) เช่น old, new, young ลำดับที่ 7: colour (สี) เช่น red, blue, black, yellow ลำดับที่ 8: nationality (สัญชาติ) เช่น Chinese, Dutch, American, British ลำดับที่ 9: material (วัสดุ) เช่น silver, cotton ลำดับที่ 10: คำนามที่นำมาใช้เป็นคำคุณศัพท์ หรือ participle (v + -ing) เช่น swimming, running ที่มา: http://www.enghelpme.com/grammar ขั้นฝึก (Practice) 1. หนังสือเรียน หน้า 23 Ex. 6 ให้นักเรียนดูภาพตัวการ์ตูน และครูถามว่า Do you know these cartoon characters? What film are they from? (Shrek III) จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันบอกลักษณะของ ตัวการ์ตูนเหล่านี้ แล้วให้นักเรียนอ่านประโยค a-e และจับคู่ประโยคกับตัวการ์ตูนที่สัมพันธ์กันเสร็จแล้วครู เฉลยคำตอบโดยพูดชื่อตัวการ์ตูน และสุ่มเรียกนักเรียนอ่านประโยคที่บรรยายลักษณะของตัวการ์ตูนตัวนั้น a. Shrek c. Rapunzel e. Prince Charming b. Princess Fiona d.Merlin 2. หนังสือเรียน หน้า 23 Ex. 7 ครูเปิด CD ให้นักเรียนฟัง John พูดเกี่ยวกับตัวการ์ตูนที่เขาชื่นชอบ ในเรื่อง Shrek เมื่อฟังจบครูถามนักเรียนว่า Which two characters is John talking about? Merlin and Princess Fiona 3. ให้นักเรียนเล่นเกม โดยครูให้เวลานักเรียน 2 นาที จดจำลักษณะตัวการ์ตูนจากเรื่อง Shrek III แล้ว ปิดหนังสือเรียน จากนั้นให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน และให้แต่ละคนเลือกตัวการ์ตูนมา 1 ตัว แล้ว บรรยายลักษณะตัวการ์ตูนให้สมาชิกในกลุ่มฟัง โดยบรรยายลักษณะทีละอย่าง เพื่อให้แข่งกันทายว่าคือตัว การ์ตูนตัวใด เช่น


78 S1: He is big. S2: Prince Charming. S1: No. He is fat. S3: Shrek S1: Correct. 4. หนังสือเรียน หน้า 23 Ex. 8 ให้นักเรียนเลือกตัวการ์ตูนในภาพจากเรื่อง Shrek III มาคนละ 1 ตัว แล้วพูดบรรยายลักษณะของตัวการ์ตูนที่เลือกให้เพื่อนในชั้นฟัง ครูแนะนำให้นักเรียนบรรยายลักษณะทั่วไป ก่อน เช่น รูปร่าง ความสูง อายุ แล้วจึงบอกรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจง เช่น สีผม สีดวงตา Merlin is old and thin with short white hair and a long white beard. Rapunzel is tall, thin and young with very long fair hair. Prince Charming is tall, thin and young with short fair hair. Princess Fiona is short and plump with long red hair, blue eyes and green skin. Shrek is big and fat with red eyes and green skin. ขั้นการใช้ภาษา (Production) 1. หนังสือเรียน หน้า 23 Ex. 9 ให้นักเรียนหาภาพตัวการ์ตูนที่ตนเองชื่นชอบจากอินเทอร์เน็ต แล้ว พิมพ์หรือเขียนบรรยายลักษณะของตัวการ์ตูนลงในกระดาษ โดยใช้คำศัพท์ที่เรียนไป จากนั้นครูสุ่มเรียก นักเรียน 5 คน ออกมาแสดงภาพตัวการ์ตูนให้เพื่อนดูที่หน้าชั้น พร้อมทั้งพูดบรรยายลักษณะของตัวการ์ตูน Fred Flintstone is from The Flintstones. He is short and big with black hair, a big nose and a big mouth. ขั้นสรุป (Wrap up) 1. นักเรียนทำ Language Review 2a Exs. 1-3 ในหนังสือเรียน หน้า 106 ร่วมกันในชั้น 2. แบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 12-13 Exs. 2-3, 5-8 ให้นักเรียนทำเป็นการบ้าน 11. สื่อการสอน 1. หนังสือเรียน SPARK 1 ม. 1 2. Class Audio CDs ประกอบสื่อฯ ชุด SPARK 1 ม. 1 3. แบบฝึกหัด SPARK 1 ม. 1 12. แหล่งเรียนรู้ในหรือนอกสถานที่ อินเทอร์เน็ต (Internet)


79 13. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1.ตอบคำถามและเขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน และฟังได้(K) ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด ทำแบบฝึกหัดได้ ถูกต้องร้อยละ 70 ถือว่าผ่าน 2.พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับพูดขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับลักษณะของบุคคลได้(P) ถาม – ตอบ คำถาม ตอบคำถามได้ถูกต้อง ร้อยละ 70 ถือว่าผ่าน 3. ร่วมมือและมีความกระตือรือร้นในชั้นเรียน (A) การสังเกต พฤติกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม ได้คะแนนระดับ 2 ถือว่าผ่าน 14. บันทึกผลหลังการสอน สรุปผลการเรียนการสอน 1. นักเรียนจำนวน .....................................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ...................คน คิดเป็นร้อยละ .................................................. ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ............................................................................................................... .................... 2. .......................................................................................................................... ......... 2. นักเรียนผ่านจุดประสงค์ด้านความรู้ความเข้าใจ ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ...................คน คิดเป็นร้อยละ .................................................. ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ....................................................................................................................................... 2. ............................................................................................................................. .......... 3. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ...................คน คิดเป็นร้อยละ .................................................. ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. .......................................................................................................................... ............... 2. .........................................................................................................................................


80 15. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. 16. เสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................................ .. ลงชื่อ....................................................... ( นางสาวมุกรวี กุลนาแพง ) ตำแหน่ง ครู ความเห็นของหัวหน้างานวิชาการโรงเรียน ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวมุกรวี กุลนาแพงแล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 2. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ยังเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 4. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 5. การประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป


81 6. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ ................................................................ (นางสาววิจิตรา สัมณีย์) หัวหน้างานวิชาการ ความเห็นผู้อำนวยการโรงเรียน อนุญาตให้ใช้จัดการเรียนการสอนได้ ยังไม่เหมาะสม ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ลงชื่อ ว่าที่ร้อยตรี................................................................ (ธรณินทร์ ชมภู่) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตะแบง


82 แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ21101 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา ....................... หน่วยการเรียนรู้ที่3 ชื่อหน่วย Cool Stuff! จำนวน 14 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่2 เรื่อง Have got/has got จำนวน 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวมุกรวี กุลนาแพง วัน/เดือน/ปี ที่สอน............................................. ................................................................................................................................................................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูด และการเขียน ตัวชี้วัด ต 1.1 ม. 1/3 เลือก/ระบุประโยคและข้อความ ให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง (non-text information) ที่อ่าน ต 1.2 ม. 1/1 สนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ต 1.3 ม. 1/1 พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ และ สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว 2. สาระสำคัญ นักเรียนรู้และเข้าใจโครงสร้างภาษา ช่วยให้สามารถพูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งของใกล้ตัวได้ อย่างถูกต้อง 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ความรู้ (Knowledge: K) พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งของที่ตนเองมีหรือไม่มีได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process: P) เขียนประโยคตามโครงสร้างที่เรียนได้


83 3.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude: A) ร่วมมือและมีความกระตือรือร้นในชั้นเรียน 4. สาระการเรียนรู้ การใช้ have got และ has got 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 ใฝ่เรียนรู้ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (โปรดเลือกจุดเน้นมีความสัมพันธ์กับแผนการจัดการเรียนรู้ และโปรด ลบข้อความหรือประโยคที่ไม่เกี่ยวข้องกับแผนการจัดการเรียนรู้) 7.1 ทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 คือการเรียนรู้ 3R X 8C Reading (อ่านออก) (W) Riting (เขียนได้) 7.2 ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ ของคนในศตวรรษที่ 21 ทักษะสังคมและสังคมข้ามวัฒนธรรม 7.3 คุณลักษณะของคนในศตวรรษที่ 21 คุณลักษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การชี้นำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง 8. การบูรณาการ อาเซียนศึกษา 9. ชิ้นงานหรือภาระงาน - แบบฝึกหัด / ใบงาน 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up) 1. ครูให้นักเรียนเล่นเกม Bingo ทบทวนคำศัพท์ โดยเขียนตาราง 9 ช่องลงในกระดาษ และเขียน คำศัพท์เกี่ยวกับส่วนต่าง ๆ ของร่างกายลงในแต่ละช่องไม่ให้ซ้ำกัน จากนั้นครูพูดส่วนต่าง ๆ ของร่างกายครั้งละ 1 คำ ตารางของใครมีคำศัพท์ดังกล่าวให้ทำเครื่องหมายกากบาททับคำศัพท์นั้น นักเรียนคนใดที่ทำเครื่องหมาย ทับคำศัพท์ได้ 3 ช่องติดต่อกันก่อนเป็นคนแรกคือผู้ชนะ 2. ครูนำเข้าสู่บทเรียนเรื่อง have got/has got โดยให้นักเรียนดูคลิปวิดีโอจาก https://www.youtube.com/watch?v=LicMWzUceuQ


84 ขั้นนำเสนอ (Presentation) 1. ครูทบทวนการใช้ have got เพื่อบรรยายลักษณะ โดยชี้ที่ตาของตนเองและพูดว่า I have got black eyes. แล้วเขียนประโยคบนกระดาน ครูชี้ไปที่ผมของนักเรียนหญิงคนหนึ่งและพูดว่า She has got short hair. She hasn’t got long hair. แล้วเขียนประโยคบนกระดาน ขีดเส้นใต้คำว่า hasn’t got ครูชี้ไปที่นักเรียนชายคนหนึ่ง และถามนักเรียนที่เหลือว่า Has he got short hair? (Yes, he has.) Has he got blue eyes? (No, he hasn’t.) แล้วเขียนประโยคบนกระดาน ขีดเส้นใต้ has got ในประโยค คำถาม จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันบอกโครงสร้างประโยค have got ในการบรรยายลักษณะ 2. ครูสุ่มเรียกนักเรียนแต่งประโยคจากคำที่ครูกำหนดให้ เช่น T: Mary/long hair S1: Mary has got long hair. T: I/short hair S2: I haven’t got short hair. 3. ครูบอกนักเรียนว่า have got นอกจากจะใช้บรรยายลักษณะแล้ว ยังใช้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ได้ด้วย แล้วครูยกตัวอย่าง เช่น I have got a watch. พร้อมทั้งชูนาฬิกาข้อมือให้นักเรียนดู จากนั้นสุ่มเรียก นักเรียน 5 คน ให้บอกสิ่งของที่ตนเองมี เสร็จแล้วครูถามคำถามนักเรียนในชั้นเกี่ยวกับสิ่งของของเพื่อนทั้ง 5 คน เช่น T: Has Nan got a digital camera? Ss: Yes, she has. T: Has Tom got a bicycle? Ss: No, he hasn’t. He has got a skateboard. ขั้นฝึก (Practice) 1. หนังสือเรียน หน้า 24 Ex. 1 ให้นักเรียนอ่านประโยคในตารางเพื่อดูรูปประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และคำถามที่ใช้ have got เพื่อบรรยายลักษณะ รวมทั้งการตอบคำถามแบบสั้น 2. หนังสือเรียน หน้า 24 Ex. 2 ให้นักเรียนดูภาพตัวละคร แล้วครูถามว่า What film are they from? (Star Wars) Who are they? (Luke Skywalker - ลุค สกายวอล์คเกอร์, Queen Amidala - ควีนอมิ ดาล่า, Jar Jar Binks - จาร์ จาร์ บิงคส์, Princess Leia - ปริ๊นเซสเลอา, Yoda - โยดา) จากนั้นให้นักเรียนเติม ประโยคบรรยายลักษณะตัวละครให้สมบูรณ์ เสร็จแล้วครูตรวจคำตอบโดยสุ่มเรียกนักเรียนอ่านประโยค 1 haven’t got 3 has got, has got 2 hasn’t got, has got 4 has got, hasn’t got 3. ครูวาดภาพเด็กผู้หญิงคนหนึ่งบนกระดาน แล้วบอกนักเรียนว่า เด็กผู้หญิงคนนี้ชื่อ Pam จากนั้นครู แจกกระดาษข้อความข้างล่างนี้ให้นักเรียน เพื่อเติม has got/have got, hasn’t got/haven’t got ลงใน ช่องว่าง


85 Pam is 21. She (l)………. fair hair and blue eyes. She (2)………… two brothers, Will and Carl, but she (3)…………. any sisters. Her brothers (4)............... brown hair and brown eyes. One of her brothers, Will, is married. He (5)………… two children, so Pam is an aunt. She lives with her parents in a house. It (6)………. five rooms, but it (7) ……………a garden. She (8) …………. a small room in the house. 5. ครูถามคำถามนักเรียนเกี่ยวกับลักษณะของตัวละครจากเรื่อง Star Wars เช่น T: Who has got big ears? Ss: Yoda has got big ears. T: Has Luke Skywalker hot a moustache? Ss: No, he hasn’t. 6. หนังสือเรียน หน้า 24 Ex. 4 ให้นักเรียนเติม have got หรือ has got ลงในประโยคคำถามให้ ถูกต้อง แล้วตอบคำถามโดยดูข้อมูลที่กำหนดให้ จากนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียนอ่านคำถามและบอกคำตอบ 2 Has Bob got a skateboard? Yes, he has. 3 Has Jane got a cap? Yes, she has. 4 Have Jane & Bob got sunglasses? Yes, they have. 5 Have Jane & Bob got cars? No, they haven’t. ขั้นการใช้ภาษา (Production) 1. ครูเขียนตารางตามนี้บนกระดาน ให้นักเรียนลอกลงในสมุด guitar sunglasses trainers digital camera basketball helmet cap watch bicycle gloves skateboard แล้วให้นักเรียน 2 คน อ่านตัวอย่างให้เพื่อนฟัง จากนั้นให้นักเรียนจับคู่กันพูดถาม-ตอบเกี่ยวกับสิ่งของ จาก Ex. 4 ที่ตนเองมีหรือไม่มี แล้วทำเครื่องหมาย ลงในตารางถ้าเพื่อนมีสิ่งของนั้น ขณะที่นักเรียนทำ กิจกรรมครูเดินสังเกตรอบ ๆ ชั้นเรียน แล้วสุ่มเรียกนักเรียน 2-3 คู่ ออกมาพูดรายงานสิ่งของที่คู่ของตนเองมี และไม่มี A: Have you got a guitar? B: Yes, I have. A: Have you got a digital camera? B: No, I haven’t. etc.


86 Jim has got a guitar, a cap, gloves, sunglasses, a basketball, a watch and trainers. He hasn’t got a digital camera, a skateboard, a helmet or a bicycle. ขั้นสรุป (Wrap up) 1. แบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 14 Exs. 1-2 ให้นักเรียนทำเป็นการบ้าน ชั่วโมงที่ 2 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up) ครูให้นักเรียนเล่นเกม Beginning with โดยแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 ทีม จากนั้นครูอธิบายว่าให้นักเรียน แต่ละทีมช่วยกันบอกคำศัพท์เกี่ยวกับสิ่งของที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรที่ครูบอก เช่น T: Can you tell me a thing beginning with b? Team A Team A: Basketball T: Can you tell me a thing beginning with c? Team B Team B: Comic book ขั้นนำเสนอ (Presentation) 1. ครูทบทวน possessive adjective ซึ่งเป็นคำคุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของ โดยเขียนตาราง 2 ช่อง บนกระดาน ช่องแรกครูเขียน subject pronouns และให้นักเรียนช่วยกันบอก possessive determiners แล้วครูเขียนเติมลงในช่องที่ 2 Subject pronouns Possessive determiners I, you, he, she, it, we, you, they my, your, his, her, its, our, your, their ต่อมาครูเขียนประโยค This is my notebook. Your pen is on the desk. บนกระดาน ให้นักเรียน ดูและบอกครูว่า possessive adjective จะวางไว้หน้าคำประเภทใด (คำนาม) จากนั้นครูตรวจสอบความเข้าใจ โดยให้สุ่มเรียกนักเรียนแต่งประโยคที่ใช้ possessive adjective 2. ครูทบทวนการเปลี่ยนคำนามเอกพจน์เป็นพหูพจน์ โดยยกตัวอย่างคำนามเอกพจน์และให้นักเรียน บอกว่าจะทำเป็นพหูพจน์ได้อย่างไร เช่น box, ear, child, day แล้วครูทบทวนกฎการเปลี่ยนคำนามเอกพจน์ เป็นพหูพจน์ 3. ครูสอนการออกเสียงคำนามพหูพจน์ โดยเขียนคำศัพท์บนกระดาน เช่น hats, boxes, names, dogs, watches และออกเสียงให้นักเรียนฟัง ให้นักเรียนบอกว่าคำนามพหูพจน์สามารถออกเสียงได้กี่แบบ ต่อมาครูอธิบายกฎการออกเสียงคำนามพหูพจน์ แล้วให้นักเรียนออกเสียงคำศัพท์บนกระดานพร้อมกันและทีละ คน จากนั้นครูให้นักเรียนเปรียบเทียบว่าในภาษาไทยมีการออกเสียงท้ายคำนามพหูพจน์เหมือนกับภาษาอังกฤษ หรือไม่ เมื่อได้คำตอบว่าไม่เหมือน ครูยกตัวอย่าง เช่น one box, two boxes และ กล่อง 1 ใบ, กล่อง 2 ใบ เพื่อให้นักเรียนเข้าใจมากยิ่งขึ้น


87 4. ครูทบทวนการใช้ this - these/that - those โดยชูหนังสือ 1 เล่ม พูดว่า This is a book. และชี้ ไปที่หนังสือบนโต๊ะนักเรียนแถวริมสุด พูดว่า That is a book. แล้วครูถามนักเรียนว่ารูปพหูพจน์ของ this คือ อะไร (these) รูปพหูพจน์ของ that คืออะไร (those) ต่อมาครูถามคำถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของ นักเรียนว่า What do we use for things that are near to us? (this/these) What do we use for things that are far away from us? (that/those) จากนั้นครูชี้ไปที่สิ่งของต่าง ๆ ในชั้นเรียน ให้นักเรียนพูด ประโยคโดยใช้ this - these/that - those ขั้นฝึก (Practice) 1. หนังสือเรียน หน้า 25 Ex. 6 ให้นักเรียนดู possessive determiners ในตาราง แล้วบอก ความหมายของแต่ละคำเป็นภาษาไทย 2. หนังสือเรียน หน้า 25 Ex. 7 ให้นักเรียนอ่านประโยคที่ให้มา และเลือกคำตอบที่ถูกต้อง เสร็จแล้ว ครูตรวจคำตอบ และให้นักเรียนบอกว่าคำตอบเป็น personal pronoun (PP) หรือ possessive adjective (PA) 1 She (PP), her (PA) 3 My (PA) 5 Our (PA) 2 He (PP) 4 They (PP) 6 Your (PA) 3. หนังสือเรียน หน้า 25 Ex. 8 ให้นักเรียนอ่านกฎการเปลี่ยนคำนามเอกพจน์เป็นพหูพจน์และ ช่วยกันคิดว่าในภาษาไทยมีการเปลี่ยนคำนามเอกพจน์เป็นพหูพจน์หรือไม่ 4. หนังสือเรียน หน้า 25 Ex. 9 ให้นักเรียนเขียนรูปพหูพจน์ของคำนามที่กำหนดให้เสร็จแล้วครูเฉลย คำตอบบนกระดาน และถามนักเรียนว่าคำใดเป็น irregular plural (I) scarf – scarves, day – days, cap – caps, boy – boys, student – students, eye – eyes, school – schools, ear – ears, match – matches, knife – knives, fox – foxes, man – men (I), baby – babies, name – names, ball – balls, glass – glasses, foot – feet (I), child – children (I) 5. หนังสือเรียน หน้า 25 Ex. 10 ให้นักเรียนอ่านกฎและตัวอย่างการใช้ this/these - that/those จากนั้นให้นักเรียนดูภาพ และใช้ this/these - that/those เขียนประโยคบอกสิ่งของต่าง ๆ ที่ Jean และ Tom มี โดยสมมติว่าตนเองเป็น Jean และ Tom Tom: This is my digital camera. This is my cap. These are my trainers. Jean: Those are my gloves. That is my scarf. That is my handbag. 6. หนังสือเรียน หน้า 25 Ex. 11 ครูชี้ไปที่สิ่งของต่าง ๆ รอบชั้นเรียน ให้นักเรียนบอกคำศัพท์ ภาษาอังกฤษ เช่น window, desk, handbag, blackboard, chair, door, map, pen, pencil, notebook, book แล้วให้นักเรียนจับคู่ผลัดกันชี้สิ่งของ และพูดบอกว่าสิ่งของนั้นคืออะไร โดยใช้ this/these - that/those ครูเดินตรวจสอบว่านักเรียนพูดประโยคถูกต้องหรือไม่


88 A: (points to the desk near you) B: This is a desk. (points to the door which is far from you) A: That is a door. 7. หนังสือเรียน หน้า 25 Ex. 13 ให้นักเรียนเขียนเกี่ยวกับสิ่งของที่ตนเองมีและไม่มีโดยใช้ have got แล้วครูสุ่มเรียกนักเรียนอ่านประโยคให้เพื่อนฟัง I’ve got a guitar, a helmet and a bicycle. I haven’t got sunglasses. ขั้นการใช้ภาษา (Production) 1. ให้นักเรียนแต่งประโยคโดยใช้ possessive determiners และ this/these – that/those มา 5 ประโยค เสร็จแล้วครูสุ่มเรียกนักเรียนอ่านประโยคให้เพื่อนฟัง My sister has a pink scarf. These are their bicycles. His cap is on the table. That is our digital camera. Her cap is red but my cap is blue ขั้นสรุป (Wrap up) 1. นักเรียนทำ Grammar Bank 2 ในแบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 71 ร่วมกันในชั้น 2. แบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 14-15 Exs. 3-8 ให้นักเรียนทำเป็นการบ้าน 11. สื่อการสอน 1. หนังสือเรียน SPARK 1 ม. 1 2. Class Audio CDs ประกอบสื่อฯ ชุด SPARK 1 ม. 1 3. แบบฝึกหัด SPARK 1 ม.1 4. คลิปวิดีโอ 12. แหล่งเรียนรู้ในหรือนอกสถานที่ อินเทอร์เน็ต (Internet) 13. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1.บอกคำศัพท์เกี่ยวกับส่วนต่างๆของใบหน้าได้ (K) ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด ทำแบบฝึกหัดได้ ถูกต้องร้อยละ 70 ถือว่าผ่าน 2.พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับส่วนต่างๆของใบหน้า (P) ถาม – ตอบ คำถาม ตอบคำถามได้ถูกต้อง ร้อยละ 70 ถือว่าผ่าน


89 3. ร่วมมือและมีความกระตือรือร้นในชั้นเรียน (A) การสังเกต พฤติกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม ได้คะแนนระดับ 2 ถือว่าผ่าน 14. บันทึกผลหลังการสอน สรุปผลการเรียนการสอน 1. นักเรียนจำนวน .....................................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ...................คน คิดเป็นร้อยละ .................................................. ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. .......................................................................................................................... ......... 2. ................................................................................................................................... 2. นักเรียนผ่านจุดประสงค์ด้านความรู้ความเข้าใจ ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ...................คน คิดเป็นร้อยละ .................................................. ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ....................................................................................................................................... 2. .......................................................................................................................... ............. 3. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ...................คน คิดเป็นร้อยละ .................................................. ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ................................................................................................................................. ........ 2. ....................................................................................................................... .................. 15. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................. ................. 16. เสนอแนะ .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................... ...........................................


90 ลงชื่อ....................................................... ( นางสาวมุกรวี กุลนาแพง ) ตำแหน่ง ครู ความเห็นของหัวหน้างานวิชาการโรงเรียน ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวมุกรวี กุลนาแพงแล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 2. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ยังเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 4. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 5. การประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 6. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ ................................................................ (นางสาววิจิตรา สัมณีย์) หัวหน้างานวิชาการ


91 ความเห็นผู้อำนวยการโรงเรียน อนุญาตให้ใช้จัดการเรียนการสอนได้ ยังไม่เหมาะสม ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ลงชื่อ ว่าที่ร้อยตรี................................................................ (ธรณินทร์ ชมภู่) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตะแบง


92 แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ21101 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา ....................... หน่วยการเรียนรู้ที่3 ชื่อหน่วย Cool Stuff! จำนวน 14 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่3 เรื่อง Talking about abilities จำนวน 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวมุกรวี กุลนาแพง วัน/เดือน/ปี ที่สอน............................................. ................................................................................................................................................................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูด และการเขียน ตัวชี้วัด ต 1.1 ม. 1/4 ระบุหัวข้อเรื่อง (topic) ใจความสำคัญ (main idea) และตอบคำถามจากการฟัง และอ่านบทสนทนา นิทาน และเรื่องสั้น ต 1.2 ม. 1/1 สนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณ์ต่าง ๆ ใน ชีวิตประจำวัน ต 1.3 ม. 1/1 พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ และ สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว 2. สาระสำคัญ นักเรียนเรียนรู้คำศัพท์และโครงสร้างภาษาเกี่ยวกับการบอกความสามารถ จะช่วยให้เข้าใจและบอก รายละเอียดของเรื่องที่ฟังได้ รวมถึงสามารถนำความรู้ที่เรียนไปใช้พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและผู้อื่นได้ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ความรู้ (Knowledge: K) ตอบคำถามจากการฟังได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process: P) พูดขอ ให้และเขียนข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถที่ทำได้และไม่สามารถทำได้ของตนเองและผู้อื่นได้


93 3.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude: A) ร่วมมือและมีความกระตือรือร้นในชั้นเรียน 4. สาระการเรียนรู้ การรู้และเข้าใจคำศัพท์เกี่ยวกสิ่งที่สามารถทำและไม่สามารถทำได้ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (โปรดเลือกจุดเน้นมีความสัมพันธ์กับแผนการจัดการเรียนรู้ และโปรด ลบข้อความหรือประโยคที่ไม่เกี่ยวข้องกับแผนการจัดการเรียนรู้) 7.1 ทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 คือการเรียนรู้ 3R X 8C Reading (อ่านออก) (W) Riting (เขียนได้) 7.2 ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ ของคนในศตวรรษที่ 21 ความยืดหยุ่นและการปรับตัว ทักษะสังคมและสังคมข้ามวัฒนธรรม 7.3 คุณลักษณะของคนในศตวรรษที่ 21 คุณลักษณะด้านการทำงาน ได้แก่ การปรับตัว ความเป็นผู้นำ คุณลักษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การชี้นำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง 8. การบูรณาการ อาเซียนศึกษา 9. ชิ้นงานหรือภาระงาน - แบบฝึกหัด / ใบงาน 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up) 1. ครูพูดทักทายนักเรียนว่า How’s it going? ให้นักเรียนตอบ I’m fine./I’m good./I’m OK. จากนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียนทีละคู่ให้พูดทักทายกัน 2.ครูทบทวนคำนามพหูพจน์ โดยครูพูดคำนามเอกพจน์และให้นักเรียนพูดคำนามพหูพจน์ เช่น


94 T: I have got a pen. S1: I have got two pens. T: He has got a watch. S2: He has got two watches. 3. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 ทีม แล้วพูดคำศัพท์เกี่ยวกับสิ่งของต่าง ๆ ให้แต่ละทีมแต่งประโยคโดย ใช้ this - these/that - those ถ้าแต่งประโยคถูกต้องจะได้1 คะแนน ทีมที่ได้คะแนนมากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ เช่น T: windows Team A S1: These are the windows. T: Correct. Team A gets 1 point. table Team B S1: This is my table. ขั้นนำเสนอ (Presentation) 1. ครูนำเสนอคำศัพท์เกี่ยวกับความสามารถ ให้นักเรียนดูภาพในหนังสือเรียน หน้า 26 และบอกครูว่า บุคคลในแต่ละภาพทำอะไร แล้วครูพูดคำศัพท์ภาษาอังกฤษ 2. หนังสือเรียน หน้า 26 Ex. 1 ครูเปิด CD ให้นักเรียนฟังคำศัพท์เกี่ยวกับความสามารถ และฝึก ออกเสียงตามพร้อมกันหรือทีละคน 3. ครูทบทวนการใช้ can เพื่อบอกความสามารถ โดยพูดว่า She can drive a car. พร้อมทั้งเขียน ประโยคบนกระดาน แล้วถามนักเรียนว่าจะทำเป็นปฏิเสธได้อย่างไร (เติม not หลัง can) ครูให้นักเรียนทำ ประโยคบนกระดานเป็นปฏิเสธ (She can’t drive a car.) ต่อมาครูถามว่าจะทำเป็นประโยคคำถามได้อย่างไร (นำ can มาขึ้นต้นประโยค) แล้วให้นักเรียนทำเป็นประโยคคำถาม (Can she drive a car?) 4. ครูสุ่มถามคำถามนักเรียน 3-4 คน เช่น T: Can you drive a car? S1: No, I can’t. T: Can you swim? S2: Yes, I can. 5. ครูเขียนคำตอบแบบสั้นบนกระดาน Yes, I can. และ No, I can’t. แล้วบอกนักเรียนว่าการตอบ ปฏิเสธสามารถตอบ No, I can’t. หรือ No, I cannot. ครูชี้ให้นักเรียนสังเกต cannot จะต้องเขียนติดกัน 6. หนังสือเรียน หน้า 26 Ex. 2 ให้นักเรียนอ่านประโยคในตาราง แล้วครูชี้ให้นักเรียนเห็นว่า can และ can’t ใช้รูปเหมือนกันกับประธานทุกตัว จากนั้นให้นักเรียนพูดประโยคเหล่านี้เป็นภาษาไทย


95 ขั้นฝึก (Practice) 1. ให้นักเรียนจับคู่กันเพื่อเล่นเกม โดยให้แต่ละคนเลือกความสามารถจาก Ex. 1 แล้วผลัดกันทำ ท่าทางใบ้คำให้คู่ของตนทายว่าสามารถทำอะไรได้ เช่น S1: (ทำท่าขี่จักรยาน) S2: You can ride a bike. S1: correct. 2. หนังสือเรียน หน้า 26 Ex. 4 ให้นักเรียนอ่านชื่อบุคคลและคำศัพท์เกี่ยวกับความสามารถที่ให้มา แล้วครูเปิด CD ให้นักเรียนฟังบทสนทนาและจับคู่บุคคลกับสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้ จากนั้นครูตรวจคำตอบ โดยให้นักเรียนพูดประโยคบอกสิ่งที่แต่ละคนสามารถทำได้เช่น Tony can dance very well. Sue can run very fast. 1 d 2 a 3 b 4 g 5 e ขั้นการใช้ภาษา (Production) 1. หนังสือเรียน หน้า 26 Ex. 3 ครูให้นักเรียน 2 คน อ่านตัวอย่างการถาม-ตอบให้เพื่อนฟัง แล้วให้ นักเรียนจับคู่ผลัดกันพูดถาม-ตอบเกี่ยวกับความสามารถโดยใช้คำศัพท์ใน Ex. 1 จากนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียน 3- 4 คู่ ออกมาพูดถาม-ตอบที่หน้าชั้นเรียน A: Can you drive a car? B: No, I can’t. Can you jump? A: Yes, I can. Can you run fast? B: Yes, I can. Can you fly a plane? A: No, I can’t. Can you ski? B: No, I can’t. Can you dive? A: No, I can’t. Can you play the guitar? B: No, I can’t. Can you swim? A: Yes, I can. Can you climb a mountain? B: No, I can’t. Can you balance on a ball? A: No, I can’t. Can you spin a ball? B: Yes, I can. ขั้นสรุป (Wrap up) 1. นักเรียนทำ Language Review 2c Ex. 4 ในหนังสือเรียน หน้า 106 ร่วมกันในชั้น 2. แบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 16-17 Exs. 1-2, 4-5 ให้นักเรียนทำเป็นการบ้าน


96 ชั่วโมงที่ 2 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up) 1. ครูดึงความสนใจของนักเรียนเข้าสู่บทเรียน โดยนักเรียนดูคลิปวิดีโอจากเว็บไซต์ https://www.youtube.com/watch?v=8-PQ7_yGa08 ขั้นนำเสนอ (Presentation) 1. ครูถามนักเรียนว่า What can you do? แล้วให้นักเรียนออกมาทำท่าทางให้เพื่อนทาย 2. ครูสุ่มถามคำถามนักเรียนนักเรียนหลาย ๆ คน เพื่อทบทวนรูปคำถามของ can T: What can you do? S1: I can ride a motorbike. T: Can you cook? S1: No, I can’t. T: Can you dance? S1: yes, I can. ขั้นฝึก (Practice) 1. นักเรียนทำแบบสำรวจความสามารถของเพื่อน โดยครูเขียนตารางตามนี้บนกระดาน ให้นักเรียน ลอกลงในสมุด แล้วอ่านวลีในตารางพร้อมกัน จากนั้นให้นักเรียนรวมกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ให้แต่ละกลุ่มผลัดกัน ความสามารถของสมาชิกในกลุ่ม โดยใช้คำถาม Can you … Ability Name Can Can’t play rollerblade draw a picture play the guitar use a computer take a photo


97 sing a song cook 2. เมื่อทุกกลุ่มถามคำถามครบทุกคนแล้ว ให้เขียนรายงานความสามารถของเพื่อนในกลุ่ม แล้วส่ง ตัวแทนออกมารายงานหน้าชั้น เช่น Ann can draw a picture and sing a song. She can’t play rollerblade ขั้นการใช้ภาษา (Production) 1. หนังสือเรียน หน้า 26 Ex. 5 ให้นักเรียนเขียนสิ่งที่ตนเองสามารถทำได้และไม่สามารถทำได้ จากนั้นครุสุ่มเรียกนักเรียน 5-6 คน พูดให้เพื่อนฟัง I can play basketball. I can dance. I can play the guitar. I can’t fly a plane. I can’t drive a car. ขั้นสรุป (Wrap up) 1. แบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 16 Ex. 3 ให้นักเรียนฟัง CD แล้วเติมข้อมูลลงในช่องว่าง 2. แบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 17 Ex. 6 ให้นักเรียนฟัง CD แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้อง 11. สื่อการสอน 1. หนังสือเรียน SPARK 1 ม. 1 2. Class Audio CDs ประกอบสื่อฯ ชุด SPARK 1 ม. 1 3. แบบฝึกหัด SPARK 1 ม.1 4. คลิปวิดีโอ 12. แหล่งเรียนรู้ในหรือนอกสถานที่ อินเทอร์เน็ต (Internet) 13. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1.ตอบคำถามจากการฟังได้(K) ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด ทำแบบฝึกหัดได้ ถูกต้องร้อยละ 70 ถือว่าผ่าน 2.พูดขอ ให้และเขียนข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถที่ ทำได้และไม่สามารถทำได้ของตนเองและผู้อื่นได้(P) ถาม – ตอบ คำถาม ตอบคำถามได้ถูกต้อง ร้อยละ 70 ถือว่าผ่าน 3. ร่วมมือและมีความกระตือรือร้นในชั้นเรียน (A) การสังเกต พฤติกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม ได้คะแนนระดับ 2 ถือว่าผ่าน


Click to View FlipBook Version