เนอื้ เรอ่ื งนริ าศภูเขาทอง
ถึงบา้ นญวนล้วนแตโ่ รงแลสะพรัง่ มขี ้องขังกงุ้ ปลาไว้ค้าขาย
ตรงหน้าโรงโพงพางเขาวางราย พวกหญงิ ชายพรอ้ มเพรยี งมาเมยี งมอง
ถึงบ้านญวนเห็นมีโรงแลมากมาย มีคนค้าขายของ เช่น กุ้ง
หรือปลา โดยการขังไว้ในข้อง ข้างหน้าโรงวางที่สาหรับดัก
ปลาวางเรยี งไว้ มีทงั้ ผหู้ ญงิ และผูช้ ายมาจบั จ่ายซื้อของ
เน้อื เรือ่ งนริ าศภูเขาทอง
จะเหลียวกลับลบั เขตประเทศสถาน ทรมานหมน่ ไหม้ฤทัยหมอง
ถึงเขมาอารามอร่ามทอง พงึ่ ฉลองเลิกงานเมอ่ื วานซืนฯ
จะมองกลับไปยังประเทศบ้านเกิดก็ทรมานเหมือนโดนไฟไหม้
จติ ใจก็หมน่ หมอง ล่องเรือมาจนถึงวัดเขมา ก็รู้ว่าเพิ่งเลิกงาน
ฉลองไปเมอ่ื วานซนื
เน้อื เรอ่ื งนิราศภเู ขาทอง
วดั เขมาภริ ตาราม
เนอ้ื เร่ืองนิราศภเู ขาทอง
โอ้ปางหลังครงั้ สมเด็จพระบรมโกศ มาผูกโบสถก์ ไ็ ด้มาบูชาชืน่
ชมพระพิมพร์ ิมผนงั ยงั ยง่ั ยนื ท้งั แปดหมืน่ สพ่ี ันไดว้ ันทา
คิดถึงเมื่อก่อนซึ่งรัชกาลที่ ๒ ได้มาตัดหวายลูกนิมิต ได้ชม
พระพิมพ์ทั้ง ๘๔,๐๐๐ องค์ ซึ่งเท่ากับจานวนพระธรรมที่อยู่
ในพระไตรปิฎกท่อี ยรู่ ิมผนัง
เนื้อเรือ่ งนริ าศภเู ขาทอง
โอค้ รัง้ นมี้ ไิ ดเ้ ห็นเล่นฉลอง เพราะตัวตอ้ งตกประดาษวาสนา
เป็นบญุ น้อยพลอยนกึ โมทนา พอนาวาตดิ ชลเข้าวนเวียน
แต่คร้งั นไี้ ม่ได้เหน็ การเลน่ ฉลองเพราะสุนทรภู่ต้องหมดวาสนา
และลาบาก เป็นเพราะบุญน้อยก็นึกเศร้า แต่แล้วเรือก็ติด
น้าวน
เนือ้ เรอ่ื งนิราศภเู ขาทอง
ดนู ้าว่งิ กลิง้ เช่ียวเปน็ เกลียวกลอก กลับกระฉอกฉาดฉนั ฉวัดเฉวียน
บ้างพลุ่งพลงุ่ วุ้งวงเหมอื นกงเกวียน ดูเวยี นเวียนคว้างควา้ งเปน็ หว่างวน
มองเห็นน้าวงิ่ เชีย่ วหมุนเป็นเกลียว พงุ่ ไปมาตดั กนั บางส่วนก็
พุ่งวนเหมอื นกงเกวียน ดเู วยี น ๆ เป็นเหมือนพายุวน
เน้อื เรอ่ื งนิราศภูเขาทอง
ทง้ั หัวทา้ ยกรายแจวกระชากจว้ ง ครรไลลว่ งเลยทางมากลางหน
โอ้เรือพน้ วนมาในสาชล ใจยงั วนหวังสวาทไม่คลาดคลาฯ
ทั้งหัวท้ายเรือได้รับแจวเรือดังนั้นเรือจึงหลุดน้าว นออกมาได้
แตถ่ ึงเรือจะพน้ นา้ วนมาแล้วแตใ่ จกย็ งั ไมพ่ น้ จากความรัก
เนื้อเรื่องนิราศภเู ขาทอง
ตลาดแกว้ แล้วไม่เหน็ ตลาดตั้ง สองฟากฝ่งั ก็แตล่ ้วนสวนพฤกษา
โอร้ ินรนิ กลิน่ ดอกไม้ใกลค้ งคง เหมือนกล่นิ ผา้ แพรดาร่ามะเกลือ
ถึงตลาดแก้วแต่ไม่เห็นมีตลาดตั้งขายของทั้งสองฝั่งเ ห็นแต่
ต้นไม้พืชพันธุ์ต่าง ๆ ได้กลิ่นดอกไม้หอมไปเรื่อย ๆ ตลอด
ทางและกลิ่นเหมอื นผา้ แพรท่ีย้อมดว้ ยมะเกลือ
เน้อื เร่อื งนริ าศภเู ขาทอง
มะเกลอื
เนื้อเรอื่ งนริ าศภูเขาทอง
เหน็ โศกใหญใ่ กล้น้าระกาแฝง ทง้ั รกั แซงแซมสวาทประหลาดเหลอื
เหมือนโศกพี่ทช่ี า้ ระกาเจอื เพราะรักเรื้อแรมสวาทมาคลาดคลาย
เห็นต้นโศกใหญ่และต้นระกาเป็นแผงแต่แปลกที่มีต้นรักขึ้น
แซมอยู่ด้วย เหมือนความโศกเศร้าระกาใจที่สุนทรภู่ต้องเป็น
เพราะรักแม่จัน
เน้อื เร่ืองนริ าศภเู ขาทอง
ถึงแขวงนนทช์ ลมารคตลาดขวญั มพี ่วงแพแพรพรรณเขาค้าขาย
ทง้ั ของสวนลว้ นเรืออยเู่ รียงราย พวกหญิงชายประชมุ กันทกุ วนั คนื ฯ
ถึงจังหวัดนนทบุรีก็เห็นมีตลาดน้า มีแพอยู่ซึ่งขายเสื้อผ้า
เครื่องนุ่งห่ม มีทั้งเรือจอดอยู่เพื่อขายผลไม้จากสวน มีทั้ง
ผ้หู ญิงผ้ชู ายมาซอ้ื ของกนั ทกุ วนั ทุกคืน
เนอ้ื เร่ืองนริ าศภูเขาทอง
มาถึงบางธรณีทวีโศก ยามวิโยคยากใจให้สะอื้น
โอ้สธุ าหนาแนน่ เปน็ แผ่นพน้ื ถึงสหี่ มน่ื สองแสนทัง้ แดนไตร
มาถึงหมู่บ้านบางธรณีก็โศกเศร้ามากขึ้นมาก เพราะ
ตอนลาบากพาให้ใจสะอื้นมาก ทั้งที่แผ่นดินหนาขนาด
สองแสนสห่ี มื่นโยชน์
เนอ้ื เรือ่ งนริ าศภเู ขาทอง
เมอื่ เคราะหร์ า้ ยกายเรากเ็ ท่าน้ี ไม่มที ีพ่ สธุ าจะอาศยั
ลว้ นหนามเหนบ็ เจ็บแสบคบั แคบใจ เหมือนนกไร้รงั เรอ่ ยู่เอกาฯ
เม่อื ถงึ คราวที่เราเคราะหร์ า้ ย เปรียบเหมือนไมม่ ที ่ีจะอาศยั
เหมือนทาใหเ้ จบ็ ใจ เหมือนนกไรร้ งั
เน้อื เร่อื งนริ าศภูเขาทอง
ถงึ เกร็ดย่านบ้านมอญแต่กอ่ นเกา่ ผหู้ ญิงเกล้ามวยงามตามภาษา
เดีย๋ วนม้ี อญถอนไรจกุ เหมอื นตุ๊กตา ทัง้ ผดั หนา้ จบั เขม่าเหมอื นชาวไทย
ถึงตาบลปากเกร็ดซึ่งเป็นบริเวณที่ชาวมอญอพยพมา ตามธรรมเนียม
ผู้หญิงมอญจะเกล้าผม แต่สมัยนี้ผู้หญิงมอญมาถอนไรผมเหมือนตุ๊กตา
ทงั้ ยังใชเ้ ครอ่ื งสาอาง ใช้แป้งผดั หนา้ ซ่งึ เหมอื นกบั ชาวไทย
เนอ้ื เรอื่ งนริ าศภเู ขาทอง
โอ้สามัญผันแปรไมแ่ ท้เท่ยี ง เหมอื นอยา่ งเยี่ยงชายหญิงทง้ิ วสิ ัย
นห่ี รอื จิตคดิ หมายมหี ลายใจ ท่จี ติ ใครจะเปน็ หน่ึงอยา่ พงึ คิดฯ
ทาให้เห็นได้ว่าสมัยนี้ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีความเที่ยงแท้ เหมือนดังที่ชาว
มอญละทิ้งประเพณีวัฒนธรรมของตนเอง แล้วจะนับประสาอะไรกับจิตใจ
ของคน ซ่งึ ไม่มีใครมีใจเดียวแตม่ หี ลายใจ
เนอื้ เรอ่ื งนริ าศภเู ขาทอง
ถึงบางพูดพดู ดีเป็นศรีศกั ดิ์ มคี นรักรสถอ้ ยอร่อยจติ
แมน้ พดู ชั่วตัวตายทาลายมิตร จะชอบผดิ ในมนุษยเ์ พราะพดู จาฯ
ถึงหมู่บ้านบางพูดสุนทรภู่ก็นึกถึงคาว่าพูด ดังว่า ถ้าใครพูดดีก็จะมี
คนรัก แต่ถ้าพูดไม่ดีก็อาจจะเป็นภัยต่อตนเองได้ อีกทั้งยังไม่มีใครคบ
ไมม่ ีเพอ่ื นสนทิ มติ รสหาย ทง้ั การจะดูวา่ ใครดีไม่ดดี ูได้จากการพูด
เนอื้ เร่ืองนริ าศภเู ขาทอง
ถึงบา้ นใหมใ่ จจติ ก็คิดอา่ น จะหาบ้านใหม่มาดเหมอื นปรารถนา
ขอใหส้ มคะเนเถดิ เทวา จะได้ผาสุกสวัสดิ์จากัดภัย
ถึงหมู่บ้านบ้านใหม่สุนทรภู่ก็คิดอยากจะได้บ้านซักหลังตาม
ที่ต้องการ โดยขอกับเทวดาให้สมดังปรารถนา เพราะการมีบ้านใหม่
จะไดม้ ีความสขุ และมีท่อี าศยั อย่างปลอดภัย
เนื้อเรื่องนิราศภเู ขาทอง
ถึงบางเดือ่ โอ้มะเดื่อเหลือประหลาด บงั เกดิ ชาติแมลงหวมี่ ีในไส้
เหมือนคนพาลหวานนอกย่อมขมใน อุปไมยเหมอื นมะเดอ่ื เหลอื ระอา
ถึงหมู่บ้านบางเดื่อก็คิดถึงลูกมะเดื่อ ที่ภายนอกนั้นดูสวยงาม
น่ารับประทาน แตภ่ ายในกลับมีแมลงมีหนอนชอนไชอยู่ เหมอื นกับคนพาล
ทีป่ ากพดู ดแี ต่ในใจคิดทาอนั ตราย
เน้อื เร่อื งนริ าศภเู ขาทอง
มะเดอื่
เน้ือเรอื่ งนิราศภเู ขาทอง
ถงึ บางหลวงเชงิ รากเหมือนจากรกั สู้เสียศกั ดิส์ งั วาสพระศาสนา
เปน็ ลว่ งพน้ รนราคราคา ถงึ นางฟา้ จะมาใหไ้ มไ่ ยดฯี
ถึงบางหลวงเหมือนจากนางจันมานานแล้ว เราต้องสละจาก
ยศถาบรรดาศักดิ์เพื่อมาบวช เพื่อจะได้พ้นจากกิเลสทั้งหลายทั้งปวง
ถงึ จะมนี างฟา้ มายวั่ ก็ไมส่ นใจ
เนอ้ื เร่ืองนริ าศภูเขาทอง
ถึงสามโคกโศกถวลิ ถึงป่นิ เกลา้ พระพทุ ธเจา้ หลวงบารุงซึ่งกรงุ ศรี
ประทานนามสามโคกเปน็ เมืองตรี ชอื่ ปทมุ ธานเี พราะมบี ัว
ถึงสามโคกก็คิดถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยซึ่งพระอง ค์
ปกครองเมืองกรุงเทพฯ พระองค์ได้พระราชทานนามเมืองจากสามโคกซึ่ง
เป็นหัวเมอื งชั้นสามเป็นเมอื งปทุมธานเี ปน็ เพราะมีบวั เยอะ
เน้ือเรอ่ื งนริ าศภูเขาทอง
โอพ้ ระคณุ สญู ลับไม่กลบั หลงั แตช่ อ่ื ตง้ั กย็ ังอยเู่ ขารู้ท่ัว
โอ้เราน้ีทส่ี นุ ทรประทานตัว ไม่รอดชว่ั เช่นสามโคกยง่ิ โศกใจ
ถึงพระองคจ์ ะเสด็จสวรรคตไปแลว้ แต่ชื่อปทุมธานีคงอยู่ตลอดไป แต่ทาไม
ชื่อของสุนทรภู่ชื่อขุนสุนทรโวหารที่ได้รับพระราชทานนามมาแต่กลับ
ไม่มีชื่อในแผ่นดนิ หลังจากพระองคส์ วรรคตเลยซึง่ ตา่ งกับปทุมธานี
เน้อื เรื่องนิราศภเู ขาทอง
สิ้นแผน่ ดนิ สิ้นนามตามเสดจ็ ตอ้ งเที่ยวเตร็ดเตรห่ าทอ่ี าศยั
แม้นกาเนิดเกดิ ชาติใดใด ขอใหไ้ ดเ้ ป็นข้าฝา่ ธลุ ี
สุนทรภู่ต้องเรร่ ่อนหาทอี่ าศยั เพราะขณะนไ้ี ม่มีบ้าน
สนุ ทรภขู่ อให้เกดิ ทกุ ชาตไิ ดเ้ ป็นขา้ รับใชพ้ ระองค์ตลอดไป
เนื้อเรอ่ื งนิราศภเู ขาทอง
สนิ้ แผน่ ดนิ ขอให้สนิ้ ชีวติ บา้ ง อย่ารู้รา้ งบงกชบทศรี
เหลืออาลัยใจตรมระทมทวี ทุกวันนีก้ ็ซังตายทรงกายมาฯ
พอพระองค์สวรรคตสุนทรภู่ก็ขออยากตายตามบ้างเพื่อจะได้รับใช้และพึ่ง
พระองค์ เดี๋ยวนี้ก็เศร้าโศกใจทุกข์ระทมอย่างทวีคูณมากต้องเร่ร่อนไป
เรือ่ ย ๆ ชีวติ ไม่มจี ุดมงุ่ หมาย
เนอ้ื เรื่องนริ าศภเู ขาทอง
ถึงบา้ นง้ิวเห็นแตง่ ้ิวละลิว่ สงู ไม่มีฝงู สัตวส์ งิ กิ่งพฤกษา
ดว้ ยหนามดกรกดาษระดะตา นึกก็นา่ กลัวหนามขามขามใจ
ถึงหมู่บ้านบ้านงิ้วก็เห็นมีแต่ต้นงิ้วซึ่งไม่มีนกหรือสัตว์อื่ นๆอยู่บนกิ่งเลย
เพราะต้นงิ้วมีหนามขึ้นอยู่มากมายนึกถึงก็น่ากลัวหนาม เพราะ
ถา้ โดนคงเจ็บมาก
เน้อื เร่อื งนริ าศภเู ขาทอง
ต้นงวิ้
เนือ้ เรื่องนริ าศภูเขาทอง
งิ้วนรกสบิ หกองคลุ แี หลม ดงั ขวากแซมเส้ยี มแทรกแตกไสว
ใครทาชู้คทู่ ่านคร้นั บรรลยั ก็ต้องไปปนี ตน้ นา่ ขนพอง
งิ้วในนรกยาวถึง ๑๖ ข้อนิ้ว แหลมเหมือนกับไม้ไผ่เหลาทากับดัก
ซงึ่ ใครมีชู้เมื่อตายไปแลว้ ก็ตอ้ งไปปีนต้นงว้ิ ในนรกในนรก
เนอ้ื เรื่องนิราศภเู ขาทอง
เราเกิดมาอายเุ พยี งนี้แล้ว ยงั คลาดแคลว้ ครองตัวไมม่ ัวหมอง
ทกุ วนั นวี้ ปิ รติ ผดิ ทานอง เจยี นจะตอ้ งปนี บ้างหรืออย่างไรฯ
แต่สุนทรภู่เกิดมาอายุมากแล้วแต่ยังครองตัวอยู่ในศีลธรรม
ไม่มีชู้ แต่ทุกวันนี้ผู้คนวิปริตมีชู้กันมากคงต้องไปปีนต้นงิ้วในนรก
กันบา้ ง
เนื้อเร่อื งนริ าศภเู ขาทอง
โอ้คิดมาสารพดั จะตัดขาด ตดั สวาทตัดรักมยิ กั ไหว
ถวลิ หวงั นงั่ นกึ อนาถใจ ถึงเกาะใหญร่ าชครามพอยามเย็น
ทงั้ หมดทค่ี ดิ มาน้นั สนุ ทรภู่สามารถตัดขาดได้แต่การตัดความรักนั้น
ยากย่ิงนักนั่งนึกอนาถใจไปจนเย็นก็ถึงเกาะใหญร่ าชคราม
เนอื้ เร่ืองนริ าศภเู ขาทอง
ดูห่างย่านบา้ นชอ่ งท้งั สองฝง่ั ระวงั ทงั้ สตั วน์ า้ จะทาเขญ็
เป็นทอ่ี ย่ผู รู้ ้ายไม่วายเวน้ เทีย่ วซอ่ นเรน้ ตเี รอื เหลอื ระอาฯ
มองไปเหน็ บ้านเรือนตา่ ง ๆ อยู่ห่างจากสองฝั่งมากในที่นี้ต้องระวัง
จระเข้จะทาร้าย ทั้งที่นี่ยังเป็นที่อยู่ของผู้ร้ายซึ่งมาคอยดักตีเรือ
สนุ ทรภูค่ ดิ แลว้ น่าเบ่อื ยง่ิ นัก
เน้อื เรอ่ื งนริ าศภเู ขาทอง
พระสรุ ยิ งลงลบั พยับฝน ดูมวั มนมดื มิดทกุ ทิศา
ถงึ ทางลัดตัดทางมากลางนา ทั้งแฝกคาแขมกกข้นึ รกเร้ยี ว
เมื่อพระอาทิตย์ตกก็มีเมฆมืดครึ้มมาจนดูมืดมัวไปทุกทิศทุกทาง
พายเรือถึงทางลัดซึ่งเป็นทางตัดกลางนาก็เห็นมีต้นแฝกต้นคา
ต้นแขมต้นกกขนึ้ ปะปนกนั อยมู่ ากมาย
เนือ้ เร่ืองนิราศภูเขาทอง
เปน็ เงาง้านา้ เจ่งิ ดเู วงิ้ ว้าง ทงั้ กว้างขวางขวญั หายไมว่ ายเหลียว
เห็นดมุ่ ดมุ่ หนุ่มสาวเสียงกราวเกรียว ลว้ นเรอื เพรยี วพร้อมหนา้ พวกปลาเลย
เงาของต้นพวกนี้ทอดลงน้าทาให้ดูเวิ้งว้างดูกว้างขวางเหลียวมอง
ทีไรก็รู้สึกขวัญหายทุกที มองเห็นเงาของหญิงชายทั้งยังมีเสียงคุย
กนั เรอื ของพวกเขาเพรียวเลก็ และมีปลาอยบู่ นเรอื อกี ด้วย
เนือ้ เรือ่ งนริ าศภูเขาทอง
เขาถ่อคล่องวอ่ งไวไปเป็นยืด เรือเราฝืดเฝือมานจิ จาเอย๋
ต้องถ่อค้ารา่ ไปทง้ั ไม่เคย ประเดย๋ี วเสยสวบตรงเขา้ พงรก
พวกเขาถ่อเรือคล่องแคล่วเดินทางไปอย่างรวดเร็ว แต่เรือของสุนทรภู่ไป
ชา้ มากช่างนา่ สงสารลกู ศิษยท์ ่ตี อ้ งถอ่ เรืออย่างเหน็ดเหนือ่ ยทง้ั ๆ ท่ไี มเ่ คย
เส้นทาง บางทเี รอื กเ็ สยเข้าพงหญ้ารกรงุ รงั
เนื้อเรือ่ งนิราศภูเขาทอง
กลับถอยหลงั ร้งั รอเฝ้าถอ่ ถอน เรือขยอ่ นโยกโยนกระโถนหก
เงยี บสงดั สตั วป์ ่าคณานก นา้ ค้างตกพรา่ งพรายพระพายพดั
จะถอยหลังก็ถอยยาก เรอื กโ็ คลงจนกระโถนใสห่ มากหก
พอเงย่ี หฟู งั กไ็ ม่ได้ยนิ เสยี งสัตวเ์ ลยซักตัว มีแตน่ า้ ค้างตก
เพราะลมพัด
เน้อื เรอ่ื งนิราศภูเขาทอง
ไมเ่ หน็ คลองตอ้ งคา้ งอยูก่ ลางทงุ่ พอหยดุ ยงุ ฉูช่ มุ มารุมกดั
เป็นกลมุ่ กลุม่ กลุ้มกายเหมือนทรายซดั ต้องนัง่ ปัดแปะไปมิไดน้ อนฯ
มองไปไม่เห็นคลองเลยต้องค้างอยู่กลางทุ่ง แต่พอหยุดเรือหยุดก็
มารุมกัดเจบ็ เหมอื นโดนทรายซดั เลยไมไ่ ดน้ อนเพราะตอ้ ง
น่ังตบยงุ
เนอื้ เรื่องนิราศภูเขาทอง
แสนวติ กอกเอ๋ยมาอา้ งวา้ ง ในทงุ่ กวา้ งเห็นแต่แขมแซมสลอน
จนดึกดาวพราวพรา่ งกลางอัมพร กระเรียนร่อนรอ้ งกอ้ งเมื่อสองยาม
สุนทรภู่รู้สึกอ้างว้างมาก มองไปในทุ่งกว้างเห็นมีแต่ต้นแขมขึ้นอยู่
ปะปนกนั จนดกึ กม็ ีดาวอยูก่ ลางท้องฟ้า มนี กกระเรียนบนิ ร่อน
และรอ้ งกอ้ งเม่อื ตอนเท่ยี งคืน
เน้อื เรอ่ื งนิราศภเู ขาทอง
นกกระเรยี น
เนื้อเร่ืองนริ าศภูเขาทอง
ทั้งกบเขยี ดเกรยี ดกรดี จงั หรีดเรื่อย พระพายเฉอื่ ยฉวิ ฉวิ วะหววิ หวาม
วงั เวงจติ คดิ คะนงึ ราพึงความ ถงึ เมือ่ ยามยงั อุดมโสมนสั
มีเสียงกบเขียดร้องเรื่อย ๆ มีลมพัดเฉื่อย ๆ สุนทรภู่รู้สึก
วังเวงกค็ ิดราพึงเมือ่ ตอนมยี ศถาบรรดาศกั ดิ์
เนอ้ื เรอ่ื งนริ าศภเู ขาทอง
สารวลกบั เพอื่ นรักสะพรกั พร้อม อย่แู วดลอ้ มหลายคนปรนนบิ ตั ิ
โอย้ ามเขญ็ เหน็ อยแู่ ต่หนพู ัด ช่วยน่ังปัดยงุ ใหไ้ มไ่ กลกาย
ไดห้ ัวเราะเฮฮากับเพ่ือน มคี นคอยปรนนิบตั ริ ับใช้
แตย่ ามลาบากเหน็ แตห่ นูพัดลกู ชายคอยช่วยนัง่ ปัดยุงให้
เน้อื เรือ่ งนริ าศภเู ขาทอง
จนเดอื นเดน่ เห็นกอกระจบั จอก ระดะดอกบัวเผอื่ นเมื่อเดอื นหงาย
เหน็ ร่องน้าลาคลองท้ังสองฝ่าย ข้างหน้าทา้ ยถอ่ มาในสาคร
จนพระจันทร์ขึ้นก็เห็นต้นกระจับจอก มีดอกบัวเผื่อนขึ้นมาก
เมื่อคนื เดอื นหงาย มองเห็นคลองทัง้ สองดา้ นหวั ท้ายเรือ
กร็ บี ถอ่ เรือลงคลอง
เน้อื เรอื่ งนิราศภูเขาทอง
จนแจ่มแจง้ แสงตะวันเหน็ พันธุผ์ ัก ดูนา่ รกั บรรจงส่งเกสร
เหล่าบวั เผื่อนแลสล้างริมทางจร กา้ มกุง้ ซ้อนเสยี ดสาหรา่ ยใต้คงคา
จนพระอาทิตย์ขึ้นก็เห็นพันธุ์ผักดูน่ารักส่งเกสรแก่กัน มีบัว
เผื่อนอยู่ สองข้างทางที่เรือพายไป มีต้นก้ามกุ้งขึ้นอยู่กับ
สาหร่ายใต้น้า
เนอ้ื เร่อื งนริ าศภเู ขาทอง
สายต่ิงแกมแซมสลบั ตน้ ตับเต่า เปน็ เหล่าเหลา่ แลรายท้ังซา้ ยขวา
กระจบั จอกดอกบวั บานผกา ดาษดาดูขาวดง่ั ดาวพราย
มีต้นสายติ่งขึ้นสลับกับต้นตับเต่าเป็นกลุ่ม ๆ มองไป
เหมือนกับดาวบนท้องฟ้า
เนอ้ื เรื่องนิราศภเู ขาทอง
โอเ้ ช่นนสี้ กี าได้มาเห็น จะลงเลน่ กลางทงุ่ เหมือนม่งุ หมาย
ที่มีเรอื นอ้ ยน้อยจะลอยพาย เทย่ี วถอนสายบัวผนั สันตะวา
เหลา่ น้ถี า้ ผ้หู ญิงได้มาเหน็ กค็ งจะลงเล่นกลางทุ่ง ท่ีมเี รอื กค็ งจะ
พายไปเกบ็ สายบัว
เนือ้ เร่อื งนริ าศภูเขาทอง
ถงึ ตัวเราเล่าถ้ายงั มีโยมหญงิ ไหนจะนิ่งดดู ายอายบุปผา
คงจะใช้ให้ศิษยท์ ีต่ ิดมา อุตสา่ หห์ าเอาไปฝากตามยากจน
ถา้ สนุ ทรภู่มโี ยมผู้หญิงก็คงไมน่ ่ิงเฉยให้อายดอกไม้ คงจะใช้ให้
ศษิ ย์ไปเก็บของฝากเท่าทีท่ าได้ในตอนน้ี
เน้ือเร่อื งนริ าศภเู ขาทอง
นีจ่ นใจไม่มีเท่าขเ้ี ล็บ ขีเ้ กียจเก็บเลยทางมากลางหน
พอรอนรอนอ่อนแสงพระสรุ ยิ น ถงึ ตาบลกรุงเกา่ ยง่ิ เศร้าใจฯ
แตน่ ี่จนใจไม่มีเงินซักนิด ทงั้ ยังขเี้ กียจเก็บจงึ เลยมา
พอมแี สงออ่ น ๆ ของพระอาทติ ย์กถ็ งึ กรุงศรีอยธุ ยา
สนุ ทรภู่รู้สกึ เศร้าใจ
เน้อื เรอ่ื งนิราศภเู ขาทอง
มาทางท่าหน้าจวนจอมผู้รง้ั คิดถงึ ครง้ั ก่อนมาน้าตาไหล
จะแวะหาถ้าท่านเหมือนเมือ่ เป็นไวย กจ็ ะไดร้ บั นิมนต์ขึ้นบนจวน
เมื่อถึงหน้าจวนของเพื่อนของสุนทรภู่ สุนทรภู่ก็คิดถึง
เมื่อก่อนจนน้าตาไหล สุนทรภู่ตั้งใจจะแวะหาถ้ายังเหมือน
เม่อื ก่อนกค็ งจะได้รับนิมนตข์ นึ้ บนจวน
เน้อื เรื่องนริ าศภูเขาทอง
แต่ยามยากหากวา่ ถา้ ทา่ นแปลก อกมิแตกเสยี หรอื เราเขาจะสรวล
เหมือนเขญ็ ใจใฝ่สูงไมส่ มควร จะตอ้ งมว้ นหน้ากลับอัประมาณฯ
แต่ถ้าหากว่าทา่ นแปลกไปกค็ งจะโดนหัวเราะเยาะจะตอ้ ง
อายมาก รู้สึกไม่กล้าใฝ่สูงเป็นเพื่อนได้ จึงได้เดินทางต่อไปยัง
เจดียภ์ เู ขาทอง
เน้อื เร่ืองนิราศภเู ขาทอง
มาจอดทา่ หน้าวัดพระเมรุข้าม รมิ อารามเรอื เรียงเคียงขนาน
บา้ งขึน้ ลอ่ งร้องลาเล่นสาราญ ท้ังเพลงการเก้ียวแกก้ นั แซ่เซง็
จอดเรือทีข่ ้างวดั พระเมรุซึง่ ริมวดั มีเรอื จอดเรียงอยู่
บางลามคี นร้องเลน่ เต้นสาราญ บางลาก็ร้องเพลงเกีย้ วกัน
เน้อื เรือ่ งนิราศภูเขาทอง
วดั หน้าพระเมรุ
เน้ือเรื่องนิราศภเู ขาทอง
บ้างฉลองผา้ ป่าเสภาขบั ระนาดรับรัวคลา้ ยกับนายเสง็
มโี คมรายแลอร่ามเหมอื นสาเพ็ง เมอ่ื คราวเคร่งกม็ ิใครจ่ ะได้ดู
บางลาฉลองผ้าป่าด้วยการขับเสภา ทั้งยังมีคนตีระนาดซึ่งตีเก่ง
เหมือนนายเส็ง (คนเก่งระนาดสมัยสุนทรภู่) มีโคมแขวนอยู่เรียง
รายเหมอื นอยสู่ ามเพ็ง เม่อื คราวเครง่ ในพระศาสนาก็ไมไ่ ด้ดู