The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยในชั้นเรียน วิชาสังคมศึกษา เรื่องทวีปอเมริกาใต้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 63040110128, 2024-01-30 23:08:59

วิจัยในชั้นเรียน วิชาสังคมศึกษา เรื่องทวีปอเมริกาใต้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

วิจัยในชั้นเรียน วิชาสังคมศึกษา เรื่องทวีปอเมริกาใต้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

Keywords: วิจัยในชั้นเรียน วิชาสังคม

42 อิงสู่ประชากรได้การดําเนินการในการใช้แบบทดสอบมาตรฐานต้องทําตามคู่มือทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การแจก การอธิบาย การใช้เวลา การตรวจและการแปลคะแนนของข้อสอบ 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ที่ครูสร้างขึ้น โดยสร้างตามจุดประสงค์ของ ครูผู้สอนเป็นคําถามที่เกี่ยวกับความรู้ที่นักเรียนได้เรียนในห้องเรียน ซึ่งเป็นการทดสอบว่านักเรียนมี ความรู้มากแค่ไหนเกี่ยวกับความรู้ที่นักเรียนได้เรียนในห้องเรียน ซึ่งเป็นการทดสอบว่านักเรียนมี ความรู้มากแค่ไหนบกพร่องในส่วนใด เพื่อจะได้สอนซ่อมเสริมหรือเป็นการวัดเพื่อดูความพร้อมที่จะ เรียนในเนื้อหาใหม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของครูผู้สอน บางฉบับอาจจะไม่ได้ทดลองสอบมาก่อน กลุ่มตัวอย่างไม่คลุมประชากรสามารถแก้ไขได้ทุกระยะ และครูผู้สอนไม่จําเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญใน การสร้างข้อสอบ แบบทดสอบที่ครูสร้างนี้จึงเชื่อถือได้น้อยกว่าแบบทดสอบมาตรฐาน สถาบันส่งเสริมการสอนคณิตศาสตร์และเทคโนโลยี(2555) ได้อธิบายไว้ว่า แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ครูสร้างขึ้น จําแนกออกเป็น 8 ประเภท โดยสามารถสรุปแต่ ละประเภทได้ดังนี้ 1) แบบทดสอบแบบเลือกตอบ ใช้วัดผลได้ทั้งด้านความรู้ความคิด ทฤษฎี หลักการ การ ตัดสินใจตลอดจนความสามารถด้านทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ 2) แบบทดสอบแบบถูกผิด โดยมีการนําเสนอข้อความเกี่ยวกับความรู้ความ เข้าใจในหลักการทฤษฎีการแปลความหมายหรือการกําหนดตัวแปร 3) แบบทดสอบแบบจับคู่ เป็นแบบทดสอบที่มีลักษณะการนําเสนอข้อความ 2 ส่วน ให้เลือกเพื่อจับคู่กัน ซึ่งโดยทั่วไปจํานวนข้อของคําตอบจะมีมากกว่าคําถาม 4) แบบทดสอบแบบเปรียบเทียบ เป็นแบบทดสอบที่ประกอบด้วยข้อความที่ ต้องการให้ผู้เรียนพิจารณาในรูปของ มากกว่า เท่ากับ น้อยกว่า หรือสรุปไม่ได้ 5) แบบทดสอบแบบเติมคํา โดยผู้ตอบต้องแสดงความรู้ความสามารถด้วยการ เขียนตอบที่เป็นผลลัพธ์ของปัญหา ซึ่งแบบทดสอบแบบเติมคํายังใช้ในการคิดเลขในใจได้ 6) แบบทดสอบแบบเขียนตอบ โดยให้ผู้สอบแสดงความรู้ความสามารถด้วยการ เขียนตอบแสดงวิธีทําหรือสรุปผลจากวิธีทําโดยแสดงเหตุผลประกอบ 7) แบบทดสอบแบบต่อเนื่อง เป็นการผสมผสานแบบทดสอบหลายรูปแบบไว้ ด้วยกัน เช่นแบบทดสอบแบบเลือกตอบกับแบบถูกผิด แบบทดสอบแบบเลือกตอบกับแบบเขียนตอบ 8) แบบทดสอบแบบแสดงวิธีทา เป็นแบบทดสอบที่ให้ผู้เรียนแสดงวิธีการ แก้ปัญหาใช้ประเมินได้ครอบคลุมทั้งมโนทัศน์และวิธีการคิด การว่างแผน รวมทั้งความสามารถของ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในด้านต่าง ๆ จากประเภทของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนที่มีนักการศึกษาได้จําแนกแต่ละประเภทไว้ดังกล่าวข้างต้น


43 จากที่กล่าวมาข้างต้น จึงสรุปได้ว่า แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็น เครื่องมือสําคัญที่ครูผู้สอนใช้วัดพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนด้านความรู้ทักษะ และกระบวนการ รวมไปถึงสมรรถภาพทางสมองด้านต่าง ๆ แต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะที่สามารถนําไปใช้เพื่อ ประเมินความรู้ความสามารถของผู้เรียนได้แตกต่างกัน ครูผู้สอนจึงต้องตระหนักถึงจุดประสงค์การ เรียนรู้ที่ต้องการวัดและประเมิน ครูจะต้องเลือกแบบทดสอบที่สอดคล้องกับเนื้อหาสาระที่เรียน และมี ความเหมาะสมกับผู้เรียน รวมทั้งเลือกใช้แบบทดสอบที่ได้มาตรฐาน เพื่อนําผลการประเมินไปใช้เป็น แนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ต่อไป


44 2.6.2 แนวความคิดและทฤษฎีที่เป็นแนวทางในการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน ในการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแนวความคิดที่สําคัญ ได้แก่ การเขียน ข้อสอบวัดตามการจัดประเภทจุดมุ่งหมายทางการศึกษา ด้านพุทธิพิสัย (Cognitive) ของบลูม (สํานัก วิชาการและมาตรฐานการศึกษา, 2546) ซึ่งจําแนกเป็น 6 ประเภท คือ 1) ความรู้(Knowledge) เป็นเรื่องที่ต้องการรู้ว่า ผู้เรียนระลึกได้จําข้อมูลที่เป็น ข้อเท็จจริงได้เพราะขอเท็จจริงบางอย่างมีคุณค่าต่อการเรียนรู้ 2) ความเข้าใจ (Comprehension) แสดงถึงระดับความสามารถ การแปลความ การ ตีความ และขยายความ ในเรื่องราวและเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้เช่น การจับใจความได้อธิบายความหมาย และขยายเนื้อหาได้ 3) การนําไปใช้(Application) ต้องอาศัยความเข้าใจเป็นพื้นฐานในการตีความของ ข้อมูล เมื่อต้องการทราบว่าข้อมูลนั้นมีประเด็นสําคัญอะไรบ้างต้องอาศัย และรู้จักเปรียบเทียบ แยกแยะ ความแตกต่าง พิจารณานําข้อมูลไปใช้โดยให้เหตุผลได้ 4) การวิเคราะห์ (Analysis) เป็นทักษะทางปัญญาในระดับสูง จะเน้นการแยกแยะ ข้อมูลออกเป็นส่วนย่อย ๆ และพยายามมองหาส่วนประกอบว่ามีความสัมพันธ์และการจัด รวบรวมบลูม (Bloom) ได้แยกจุดมุ่งหมายของการวิเคราะห์ออกเป็น 3 ระดับ คือ การพิจารณาหรือ การจัดประเภทองค์ประกอบต่าง ๆ การสร้างความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันระหว่างองค์ประกอบเหล่านั้น และการ คํานึงถึงหลักการที่ได้จัดรวบรวมไว้แล้ว 5) การสังเคราะห์ (Synthesis) การนําเอาองค์ประกอบต่าง ๆ ที่แยกแยะกันอยู่มา รวมเข้ากันในรูปแบบใหม่ ถ้าสามารถสังเคราะห์ได้ก็สามารถประเมินได้ด้วย 6) การประเมินค่า (Evaluation) เป็นการใช้เกณฑ์และมาตรฐานเพื่อพิจารณาว่า จุดมุ่งหมายที่ต้องการนั้นบรรลุผลหรือไม่ การที่ให้นักเรียนสามารถประเมินค่าได้ต้องอาศัยเกณฑ์หรือ มาตรฐานเป็นแนวทางในการตัดสินคุณค่าการตัดสินใด ๆ ที่ไม่ต้องอาศัยเกณฑ์น่าจะเป็น ลักษณะ ความคิดมากกว่าเป็นการประเมินค่า 2.6.2.1 คุณลักษณะของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ในการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจําเป็นต้องคํานึงถึงคุณลักษณะ ของแบบทดสอบที่ดีซึ่งมีนักการศึกษาได้กล่าวถึงคุณลักษณะของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน ดังนี้ สิริพร ทิพย์คง (2545) ได้อธิบายไว้ว่า คุณลักษณะของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนที่ดีพิจารณาได้ดังนี้


45 1) ความตรง แบบทดสอบที่มีความตรงเป็นแบบทดสอบที่สามารถนําไปวัด ในสิ่งที่ต้องการวัดได้อย่างถูกต้อง ตรงตามจุดประสงค์ที่ต้องการวัด ครอบคลุมเนื้อหาที่มีในหลักสูตร 2) ความเชื่อมั่น แบบทดสอบที่มีความเชื่อมั่นเป็นแบบทดสอบที่สามารถ ให้ผลการวัดได้คงที่ ไม่ว่าจะนําแบบทดสอบนั้นไปวัดกี่ครั้ง 3) ความเป็นปรนัย แบบทดสอบที่มีความเป็นปรนัยเป็นแบบทดสอบที่มี คําถามชัดเจน สามารถตรวจให้คะแนนและแปลความหมายของคะแนนได้ตรงกัน 4) การถามลึก หมายถึง ถามให้ครอบคลุมพฤติกรรมขั้นความรู้ความจํา ความเข้าใจ การนํา ไปใช้การวิเคราะห์การสังเคราะห์และการประเมินค่า 5) ความยุติธรรม คําถามของแบบทดสอบต้องไม่มีช่องทางชี้แนะให้เดาได้ ถูกต้องและต้องเป็นข้อสอบที่ไม่มีความลําเอียงต่อกลุ่มนักเรียนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ 6) อํานาจจําแนก แบบทดสอบนี้สามารถแยกกันเรียนได้ว่าใครเก่งใครอ่อน โดยสามารถจําแนกนักเรียนออกเป็นประเภท ๆ ได้ทุกระดับอย่างละเอียดตั้งแต่อ่อนสุดจนถึงเก่งสุด 7) ความยากง่ายพอเหมาะ แบบทดสอบนี้จะต้องไม่ยากเกินไปและไม่ง่าย เกินไป 8) ความยั่วยุหมายถึง แบบทดสอบที่นักเรียนทําด้วยความสนุกเพลิดเพลิน โดยไม่รู้สึกเบื่อหน่ายในการทําแบบทดสอบ 9) ประสิทธิภาพ เป็นแบบทดสอบที่มีจํานวนข้อสอบพอประมาณ จัดทํา แบบทดสอบด้วยความประณีต ตรวจให้คะแนนได้รวดเร็ว รวมถึงสิ่งแวดล้อมในการสอบที่ดี สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(2555) ได้อธิบายไว้ว่า การ เลือกใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่มีประสิทธิภาพ ครูผู้สอนควรพิจารณาคุณลักษณะที่ สําคัญในด้านความเที่ยงตรงในการวัดเนื้อหาหรือประสบการณ์การเรียนรู้การวัดพฤติกรรม การวัด สภาพที่แท้จริงคุณลักษณะหรือความสามารถของนักเรียน นอกจากนี้ข้อทดสอบในแบบทดสอบวัดผล สัมฤทธิ์ทางการเรียน ควรมีอัตราส่วนของความยากอยู่ในช่วง 0.20 - 0.80 ถ้าข้อทดสอบใดอยู่นอก ขอบเขตนี้ถือว่ายากหรือง่ายเกินไป ครูผู้สอนไม่ควรนํามาใช้ จากที่กล่าวมาข้างต้น จึงสรุปได้ว่า การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จําเป็นต้องคํานึงถึงคุณลักษณะของแบบทดสอบที่ดีสามารถนําไปวัดในสิ่งที่ต้องการวัดได้อย่างถูกต้อง ตรงตามจุดประสงค์ที่ต้องการวัด ครอบคลุมเนื้อหาที่มีในหลักสูตร และแบบทดสอบจะต้องไม่ยาก เกินไปและไม่ง่ายเกินไป


46 2.6 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.6.1. งานวิจัยในประเทศ พงษ์ศักดิ์ไชยศรีจันทร์(2556 : 46 - 75) ได้ทำการศึกษาเรื่อง การพัฒนาการเรียนรู้เรื่อง ปฏิสัมพันธ์เชิงภูมิศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT มีจุดมุ่งหมาย เพื่อ (1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง ปฏิสัมพันธ์เชิงภูมิศาสตร์ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์80/80 (2) เพื่อ ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง ปฏิสัมพันธ์เชิงภูมิศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT (3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้กิจกรรม การเรียนรู้แบบ 4 MAT เรื่อง ปฏิสัมพันธ์เชิงภูมิศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่5 ก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียน (4) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถทางการคิด อย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้กิจกรรมการ เรียนรู้แบบ 4 MAT เรื่อง ปฏิสัมพันธ์เชิงภูมิศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ก่อนเรียนและหลังเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มี3 ชนิด ได้แก่ (1) แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง ปฏิสัมพันธ์ เชิงภูมิศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้กิจกรรม การเรียนรู้แบบ 4 MAT จำนวน 6 แผน (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นแบบเลือกตอบ ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 50 ข้อ (3) แบบทดสอบวัดความสามารถด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ของนักเรียน ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าเป็นนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเสือโก้กวิทยา สรรค์อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 36 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม ผลการศึกษา ค้นคว้าปรากฏดังนี้(1) ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง ปฏิสัมพันธ์เชิงภูมิศาสตร์ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT มีค่าเท่ากับ 83.47/81.56 ซึ่งเป็นไปตาม เกณฑ์ที่กำหนดไว้(2) ดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง ปฏิสัมพันธ์เชิงภูมิศาสตร์ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT มีค่าเท่ากับ 0.6144 แสดงว่าผู้เรียนมี ความก้าวหน้าในการเรียนเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 61.44 (3) นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 มี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ปฏิสัมพันธ์เชิงภูมิศาสตร์โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT หลัง เรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (4) นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 มี ความสามารถทางการคิดอย่างมีวิจารณญาณที่เรียน เรื่อง ปฏิสัมพันธ์เชิงภูมิศาสตร์โดยใช้กิจกรรม การเรียนรู้แบบ 4 MAT หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สิริรัตน์ดีใจ (2556 : 51 - 84 ) ได้ทำการศึกษาเรื่องการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้และ การ คิดวิเคราะห์เรื่อง ประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT มีจุดมุ่งหมาย เพื่อ (1) พัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง ประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์กลุ่มสาระ การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้รูปแบบการจัด กิจกรรม


47 การเรียนรู้แบบ 4 MAT ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์80/80 (2) เพื่อศึกษาค่าดัชนีประสิทธิผล ของ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT เรื่อง ประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 (3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ประวัติศาสตร์ไทย สมัย รัตนโกสินทร์กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 โดยใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT ระหว่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน (4) เพื่อเปรียบเทียบการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง ประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดย ใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบ 4 MAT เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ (1) แผนการจัด กิจกรรมการเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4MAT จำนวน 6 แผน (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ประวัติศาสตร์ไทย สมัยรัตนโกสินทร์ชนิด เลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ (3) แบบทดสอบวัดการคิดวิเคราะห์เรื่อง ประวัติศาสตร์ไทย สมัยรัตนโกสินทร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนมัธยมพรสำราญ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์จำนวน 30 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม ผลการศึกษาค้นคว้าปรากฏ ดังนี้(1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT มีประสิทธิภาพ (E1/E2 ) เท่ากับ 87.03/80.58 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์80/80 ที่กำหนดไว้(2) ดัชนีประสิทธิผลการเรียนรู้แผนการจัด กิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง ประวัติศาสตร์ไทยสมัย รัตนโกสินทร์กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT ที่ วิเคราะห์จากคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีค่าเท่ากับ 0.6205 และวิเคราะห์จากแบบทดสอบวัด การคิดวิเคราะห์มีค่าเท่ากับ 0.6405 หมายความว่า ผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 62.05 และ มีการคิดวิเคราะห์เพิ่มขึ้นร้อยละ 64.05 (3) นักเรียนที่เรียนด้วยแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง ประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้รูปแบบการจัด กิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 (4) นักเรียนที่เรียนด้วยแผนการจัด กิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง ประวัติศาสตร์ไทย สมัยรัตนโกสินทร์กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โดยใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT มีการคิด วิเคราะห์หลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


48 พระมหาก้องนภา สิงห์ศร. (2560) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบ 4 MAT หลังการทดลองอยู่ในระดับสูง แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการ จัดการเรียนรู้แบบ 4 MAT กลุ่ม สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หลังการทดลอง อยู่ในระดับสูง ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (6) ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบ 4 MAT หลังการทดลองสูงกว่าก่อน การทดลอง แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบ 4 MAT หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง เพชรรัตน์คําสมจิตร (2557) ศึกษาการพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณและ ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนภูกระดึงวิทยาคม โดยใช้รูปแบบ การสอน 4 MAT รายวิชา ส23101 สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อ พัฒนาการคิด อย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 รายวิชา ส23101 สังคมศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรม โดยใช้รูปแบบการสอน 4 MAT โดยให้นักเรียนร้อยละ 70 ของนักเรียน ทั้งหมด มีคะแนน สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป 2) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 รายวิชา ส23101 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โดยใช้รูปแบบการสอน 4 MAT โดยให้ นักเรียนร้อยละ 70 ของนักเรียนทั้งหมด มีคะแนนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป กลุ่ม ตัวอย่างเป็น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ห้อง 1 โรงเรียนภูกระดึงวิทยาคมที่กําลังศึกษาในภาคเรียน ที่ 1 ปี การศึกษา 2556 จํานวน 30 คน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) จํานวน 3 วงจร เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT จํานวน 9 แผน 2) แบบสังเกตพฤติกรรมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบันทึกผลการจัด กิจกรรมการเรียนรู้แบบสัมภาษณ์นักเรียน แบบทดสอบท้ายวงจร 3) แบบทดสอบวัดการคิดอย่างมี วิจารณญาณ 4) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่า นักเรียนจํานวนร้อยละ 83.33 ของ นักเรียนทั้งหมด มีคะแนนการคิดอย่างมีวิจารณญาณร้อยละ 70 ขึ้นไป ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่กําหนดไว้คือ นักเรียนร้อยละ 70 ของนักเรียนทั้งหมด มีคะแนนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป และนักเรียนจํานวน 56 ร้อยละ 86.67 ของนักเรียนทั้งหมด มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนร้อยละ 70 ขึ้นไป ซึ่งผ่าน เกณฑ์ที่กําหนดไว้คือ นักเรียนร้อยละ 70 ของนักเรียนทั้งหมด มีคะแนนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้น ไป ศิริสุดา คณะศิริวงษ์(2556) ได้ศึกษาการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การคิดวิเคราะห์ และเจตคติต่อรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สาระภูมิศาสตร์โดยการจัดการเรียนรู้แบบ 4MAT และแบบสืบเสาะหาความรู้7 ขั้นตอน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 5 ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด คิดเป็น


49 ร้อยละ 84.21 และมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่าน เกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 77.36 ซึ่งสูงกว่า เกณฑ์ที่ตั้งไว้นักเรียนมีคะแนนการคิดวิเคราะห์หลังเรียน ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจากจำนวนนักเรียน ทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 76.31 และมีคะแนนการคิดวิเคราะห์ผ่านเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 72.50 ซึ่งสูง กว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้นักเรียนที่เรียนโดยใช้การจัดการ เรียนรู้แบบ 4MAT และแบบสืบเสาะหา ความรู้7 ขั้น มีเจตคติต่อรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สาระภูมิศาสตร์หลังเรียนมี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.34 ซึ่งอยู่ในระดับดีมาก พงษ์ศักดิ์ ไชยศรีจันทร์ (2556) ได้ศึกษา การพัฒนาการเรียนรู้เรื่อง ปฏิสัมพันธ์เชิง ภูมิศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4MAT มีวัตถุประสงค์เพื่อหา ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องปฏิสัมพันธ์เชิงภูมิศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 5 โดยใช้ กิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4MAT เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ แบบ 4MAT เรื่องปฏิสัมพันธ์เชิงภูมิศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ก่อนเรียน และหลังเรียนของ นักเรียนเปรียบความสามารถทางการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ของนักเรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ แบบ 4MAT กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2555 โรงเรียนเสือโก้กวิทยาสรรค์อำเภอวาปีปทุม จังหวัด มหาสารคาม จำนวน 36 คน จาก 1 ห้องเรียน ได้มาโดยจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) ผลการวิจัยพบว่า ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องปฏิสัมพันธ์เชิงภูมิศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้ กิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4MAT มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์80/80 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางกาเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นักเรียนที่เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4MAT ความสามารถทางการคิดอย่างมีวิจารณญาณหลัง เรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 อรพรรณ เหมสุวรรณ (2558) ได้ศึกษา การพัฒนาแผนการจัดการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ รายวิชาพระพุทธศาสนา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้4MAT ผลการวิจัยพบว่า ประสิทธิภาพของการ จัดการเรียนรู้แผนการ เรียนรู้รายวิชาพระพุทธศาสนา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้4MAT มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.27/83.56 ซึ่งเป็นไปตาม เกณฑ์ที่ตั้งไว้การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .01 ทั้งนี้เนื่องจากการจัดการเรียนการสอน แผนการจัดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4MAT กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรม เรื่องระบบการปกครอง ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 ช่วยให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สูงขึ้น มีพัฒนาการในการเรียนรู้ที่ดีมีความ เหมาะสมที่จะนำไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรม และกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ


50 2.6.2 งานวิจัยต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง McCarthy, Bernice: (2014) ได้ศึกษารูปแบบ 4 MAT ตามพื้นฐาน 2 ทฤษฎีคือ ตาม แนวคิดรูปแบบผู้เรียน 4 แบบของ Kolb และแนวคิดเกี่ยวกับซีก 57 สมองของ McCarthy โดยสรุป เป็นรูปแบบการเรียนรู้และรวมกิจกรรมเข้ากับผู้เรียน 4 แบบ ด้วยการ ใช้สมองซีกซ้ายและซีกขวา เน้นแบบของผู้เรียน การหมุนรอบระหว่างกิจกรรมสมองซีกซ้ายและซีก ขวา มีการจัดเวลาเข้ากับ สิ่งแวดล้อมทั้งหมด ผลการวิจัยพบว่า สามารถนําไปใช้เป็นเครื่องมือออก แบบการสอน รวมทั้งพัฒนา ผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทฤษฎีนี้มีความเชื่อมั่นและถูกต้อง Delaney (2013, อ้างถึงใน พงษ์ศักดิ์ไชยศรีจันทร์, 2556) ได้ศึกษาปัญหา เพื่อให้ทราบ ความต้องการ การเรียนรู้ที่มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ สำหรับนักเรียน วิชาวิทยาศาสตร์โรงเรียน มัธยมศึกษาตอนต้นเพื่อให้ตรงกับความคาดหวังที่ตั้งไว้ในเป้าหมาย 2000 โดยได้ศึกษาการใช้วิธีการ สอนแบบ 4MAT ซึ่งเป็นวิธีที่เป็นไปได้เพื่อให้บรรลุมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ปัจจุบัน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ห้องเรียนของครูผู้สอน วิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษา ตอนต้น คนหนึ่งซึ่งมีนักเรียนที่เข้าร่วมการวิจัย จำนวน 89 คน วิธีการศึกษาทำการวัดและ การเปรียบเทียบโดยใช้วิธีการประเมิน 3 วิธีเพื่อกำหนดว่า คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และคะแนนเจตคติที่ได้รับการปรับปรุงแล้วนั้นส่งผลหรือไม่ ผลการ วิเคราะห์ข้อมูลไม่ได้ข้อสรุป ที่มีนัยสำคัญ ในผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหรือการปรับปรุงเจตคติอย่างไร ก็ตามการสังเกต ของผู้วิจัยบ่งชี้ว่ามีประโยชน์ทางศักยภาพของวิธีการสอนแบบ 4MAT ค่า t ที่ คำนวณในวิธีการ ประเมินไม่เพียงพอกับความน่าจะเป็นของข้อคลาดเคลื่อนที่ปรากฏในข้อค้นพบที่ .05 ข้อจำกัด ของการศึกษาทำให้ผลการศึกษาผิดเพี้ยนไป และทำให้ความเข้าใจจากการสังเกตที่ เป็นไปได้มีน้ำหนักมากเกินไป McCarthy Bernice. (2015) ศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้แบบ 4MAT ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนและเจตคติต่อวิชาเศรษฐศาสตร์วิศวกรรม ของนักศึกษาระดับ ปริญญาตรีโดยการ เปรียบเทียบระหว่างการสอนแบบ 4MAT กับการสอนแบบดั้งเดิมผลการวิจัย พบว่า นักเรียนที่ได้รับ การสอนแบบ 4MAT มีประสบการณ์ทางการเรียนที่หลากหลายมีคะแนน ผลสัมฤทธิ์และเจตคติต่อ วิชาเศรษฐศาสตร์วิศวกรรมพื้นฐานเพิ่มขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นการจัดการเรียนรู้แบบ 4MAT ช่วยเพิ่มความ มีเหตุผลในตัวนักเรียนที่ขาดความมั่นใจในการแสดงความคิดสร้างสรรค์ ในชั้นเรียน และช่วยพัฒนา กิจกรรมการเรียนการสอนแบบดั้งเดิม โดยผู้วิจัยได้สรุปว่า การจัดการ เรียนรู้แบบ 4MAT มี ประสิทธิภาพต่อการเพิ่มคะแนนผลสัมฤทธิ์และเจตคติวิชาเศรษฐศาสตร์วิศวกรรม มีประโยชน์ต่อ ผู้สอน และเหมาะแก่การนำไปใช้ในการเรียนการสอนวิชาอื่น ๆ


51 2.7 กรอบแนวคิดการวิจัย กรอบแนวคิดในการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิด หลักการและขั้นตอนของ การจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการสอนแบบ 4 MAT เพื่อนำมากำหนดเป็นกรอบแนวคิดในการวิจัย การ เรียนรู้โดยใช้วิธีการสอนแบบ 4 MAT เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนเกิดการ เรียนโดยผสมผสานระหว่างเกมกับเนื้อหาอย่างลงตัว ในการสอนออนไลน์จะช่วยกระตุ้นให้นักเรียน ตื่นตัวระหว่างการเรียนในคาบเรียน รวมถึงช่วยสรุปเนื้อหาที่ได้เรียนในคาบเรียน ผ่านคำถามที่จะใช้ เล่นในเกม เพื่อให้นักเรียนได้ทบทวนเนื้อหาทั้งหมดก่อนเลิก ผู้สอนกำหนด รูปแบบการใช้เกม เช่น ใช้ เพื่อเรียนรู้เนื้อหา ใช้เพื่อเป็นแบบฝึกหัต ใช้เพื่อประเมินผลการเรียนรู้และ จัดทำเป็นคู่มือการเล่นเกม ประกอบด้วย วัตถุประสงค์ของเกม อุปกรณ์วิธีการเล่น การตัดสินแพ้ชนะ และระบบการให้รางวัล เมื่อพัฒนารูปแบบการสอนโตยใช้วิธีการ สอนข้างต้นจะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ที่ดีขึ้นใน เนื้อหาการศึกษาที่กำหนดไว้ดังแสดงไว้ในภาพที่ 1 ภาพที่1 กรอบแนวคิดในการวิจัย ตัวแปรต้น การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT วิชาภูมิศาสตร์ เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตัวแปรตาม ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนวิชาภูมิศาสตร์ เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้


52 บทที่3 วิธีดำเนินการวิจัย การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สาระภูมิศาสตร์ เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ของนักเรียน ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT ผู้วิจัยได้กำหนดหัวข้อการดำเนินการ วิจัยตามลำดับ ดังนี้ 1) ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3) การสร้างและการหาคุณภาพของเครื่องมือ 4) การเก็บรวบรวมข้อมูล 5) การวิเคราะห์ข้อมูล 6) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.1.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.1.1.1 ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ จำนวน 11 ห้อง รวม 328 คน ในปีการศึกษา 2566 3.1.1.2 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 จำนวน 29 คน ซึ่งได้มา โดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Purposive Sampling) 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้ 3.2.1 แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 3 จำนวน 6 แผน แผนละ 1 ชั่วโมง จำนวน 6 ชั่วโมง (ไม่รวมเวลาทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน) 3.2.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แบบเลือกตอบ ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ 3.3 การสร้างและการหาคุณภาพของเครื่องมือ ผู้วิจัยได้สร้างเครื่องมือ 3 ชนิด และดำเนินการหา คุณภาพเครื่องมือ ดังนี้ 3.3.1 แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 3 3.3.1.1 ศึกษาคำอธิบายรายวิชาและจุดประสงค์การเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม


53 ศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช่วงชั้นที่ 3 สาระที่ 5 มาตรฐานที่ 5.1 และ มาตรฐานที่ 5.2 เพื่อ กำหนดขอบเขตสาระการเรียนรู้และหน่วยการเรียนรู้ที่ทำการวิจัย เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ประจำภาค เรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 3.3.1.2 วิเคราะห์ความสัมพันธ์หน่วยการเรียนรู้เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้โดยแบ่งเป็น ชื่อเรื่องย่อยประจำบท ดังตาราง ตารางที่5 แสดงความสัมพันธ์ระหว่างชื่อเรื่อง ความคิดรวบยอด และจุดประสงค์การเรียนรู้ประจำ หน่วยการเรียนรู้เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ เรื่อง ความคิดรวบยอด จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ความรู้ ทั่วไปของ ทวีปอเมริกา ใต้ ทวีปอเมริกาใต้มีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ทาง ซีกโลกใต้เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ ด้วย ทรัพยากรธรรมชาติ หลายชนิด แต่ เนื่องจากความแตกต่าง ทางด้านสังคม และปัญหาเกี่ยวกับ คุณภาพประชากร ทำให้การพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ยัง ไม่ เจริญก้าว หน้าเท่าที่ควร 1. อธิบายประวัติศาสตร์โดยย่อของ ทวีป อเมริกาใต้ได้ 2. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่าง ลักษณะที่ตั้ง กับภูมิภาคใน ทวีปอเมริกา ใต้ได้ 3. แสดงความสนใจในการสืบค้นข้อมูล เกี่ยวกับทวีปอเมริกาใต้ 2 ลักษณะ ทางกายภาพ ทวีปอเมริกา ใต้ ทวีปอเมริกาใต้มีลักษณะภูมิประเทศ เป็นเทือกเขาสูง ที่ราบกว้างใหญ่และ มีชายฝั่งทะเล ประกอบมีลักษณะ ภูมิอากาศ ที่หลากหลาย ส่งผลให้พืช พรรณธรรมชาติมีความแตกต่างกันใน แต่ละพื้น ซึ่งลักษณะ ทางกายภาพ ดังกล่าวส่งผลต่อวิถีการ ดำเนินชีวิต ของประชากรในทวีปอเมริกาใต้ 1. อธิบายลักษณะทางกายภาพ ทวีป อเมริกาใต้ 2. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ลักษณะ ทาง กายภาพต่อวิถีชีวิตของผู้คน ในทวีป อเมริกาใต้ 3. แสดงความสนใจในการศึกษาข้อมูล ทางภูมิศาสตร์ของทวีปอเมริกาใต้ 3.4 กำหนดรูปแบบของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 6 แผน โดยแต่ละแผนมีองค์ประกอบของแผน ดังนี้ 3.4.1 สาระสำคัญ (ความคิดรวบยอด) 3.4.2 ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง (จุดประสงค์ปลายทาง) 3.4.3 จุดประสงค์การเรียนรู้(จุดประสงค์นำทาง หรือจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม)


54 3.4.4 สาระการเรียนรู้(เนื้อหา) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT ซึ่งขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างประสบการณ์หมายถึง การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนเห็นคุณค่า ของเรื่องที่จะเรียนด้วยตนเอง ขั้นที่ 2 ขั้นวิเคราะห์ประสบการณ์หมายถึง การสะท้อนความคิดจากประสบการณ์ ช่วยให้ผู้เรียนเกิดความตระหนักรู้และยอมรับความสำคัญของเรื่องที่เรียน ขั้นที่ 3 ขั้นการพัฒนาประสบการณ์เป็นความคิดรวบยอดหรือแนวคิด หมายถึง การ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนสามารถสร้างความคิดรวบยอดขึ้นด้วยตนเอง ขั้นที่ 4 การพัฒนาความรู้ความคิดรวบยอด หมายถึง การสอนเพื่อกระตุ้นให้ ผู้เรียนพัฒนาความรู้ความคิดของตนให้กว้างขวางขึ้นและลึกซึ้งขึ้น โดยการให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ที่หลากหลาย ขั้นที่ 5 การปฏิบัติตามแนวคิดที่ได้เรียนรู้หมายถึง การที่ผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียน นำความรู้ความคิดที่ได้รับจากการเรียนรู้ในขั้นที่ 3 – 4 มาทดลองปฏิบัติจริงและศึกษาผลที่เกิดขึ้น ขั้นที่ 6 การสร้างสรรค์ชิ้นงานของตนเอง หมายถึง การที่ผู้สอนกระตุ้นให้ผู้เรียน พัฒนาความสามารถของตน โดยการน าความรู้ความเข้าใจนั้นไปใช้หรือปรับประยุกต์ใช้ในการสร้าง ชิ้นงานที่เป็นความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง ขั้นที่ 7 การวิเคราะห์ผลงานและแนวทางในการนำไปประยุกต์ใช้หมายถึง เปิด โอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงผลงานของตน ชื่นชมกับความสำเร็จ และเรียนรู้ที่จะวิพากษ์วิจารณ์อย่าง สร้างสรรค์รวมทั้งรับฟังข้อวิพากษ์วิจารณ์เพื่อการปรับปรุงงานของตนให้ดีขึ้น ขั้นที่ 8 การแลกเปลี่ยนความรู้ความคิด หมายถึง การขยายขอบข่ายของความรู้โดย การแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดแก่กันและกัน และร่วมกันอภิปรายเพื่อการนำการเรียนรู้ 3.4.5 สร้างแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT ประกอบการใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ให้มีความสอดคล้องระหว่างสาระการเรียนรู้กับ จำนวน 6 แผน เวลา 1 ชั่วโมง ตามเนื้อหาที่จะทำการวิจัย โดยให้สอดคล้องระหว่างจุดประสงค์การ เรียนรู้และเนื้อหากับระยะเวลาที่กำหนดไว้ 3.4.6 นำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT ที่สร้างขึ้นเสนอต่อที่ปรึกษาเพื่อ ตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมของเนื้อหา ความสอดคล้องระหว่างกิจกรรมการเรียนรู้กับ จุดประสงค์สื่อการเรียนรู้การวัดและประเมินผล รวมทั้งรูปแบบของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 3.4.7 นำแผนการจัดการเรียนรู้เสนอผู้เชี่ยวชาญ พร้อมแบบประเมินและความเหมาะสม โดยใช้แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 อันดับ ครอบคลุมผลการเรียนรู้ที่คาดหวังสาระการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้สื่อการสอน การวัดผลประเมินผล โดยให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินที่ละแผน ซึ่งมี ผู้เชี่ยวชาญประกอบด้วย


55 3.4.8 นำคะแนนที่ได้จากแบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ของผู้เชี่ยวชาญ ทั้ง 3 ท่าน มาหาค่าเฉลี่ยเทียบกับเกณฑ์ตามวิธีของลิเคร์ท ดังนี้(บุญชม ศรีสะอาด 2553: 103) ตารางที่6 เกณฑ์ประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ ค่าเฉลี่ย เกณฑ์พิจารณา 4.51 – 5.00 มีคุณภาพและความเหมาะสมมากที่สุด 3.51 – 4.50 มีคุณภาพและความเหมาะสมมาก 2.51 – 3.50 มีคุณภาพและความเหมาะสมปานกลาง 1.51 – 2.50 มีคุณภาพและความเหมาะสมน้อย 1.00 – 1.50 มีคุณภาพและความเหมาะสมน้อยที่สุด 3.4.9 นำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปจัดพิมพ์เป็นฉบับจริง แล้ว นำไปทดลองใช้(Try Out ) เพื่อหาประสิทธิภาพ จำนวนอย่างละ 1 แผน โดยดำเนินการใช้กับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสม 3.4.10 จัดพิมพ์เป็นฉบับสมบูรณ์เพื่อนำไปทดลองกับกลุ่มตัวอย่างต่อไป 3.5 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผู้วิจัยได้ ดำเนินการดังต่อไปนี้ 3.5.1 ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักสูตร แผนการสอน คู่มือการวัดและ ประเมินผล กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 3.5.2 ศึกษาวิธีการเขียนข้อสอบชนิดเลือกตอบจากตำรา การวัดผลการศึกษา (สมนึก ภัทธิยธนี: 2556) 3.5.3 กำหนดจำนวนข้อสอบ ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก ที่เขียนทั้งหมดและต้องการ ใช้จริง (จำนวนที่เขียนเผื่อไว้20% - 50% ) แล้วทำการเขียนข้อสอบ ให้สอดคล้องกับชื่อเรื่องและจุดประสงค์ การเรียนรู้แต่ละข้อ 3.5.4 นำตาราง ซึ่งแสดงความสัมพันธ์ที่วิเคราะห์ไว้แล้วในขั้นที่ 3 และข้อสอบ ที่สร้าง ขึ้นตามตาราง 3 ไปให้ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 คนพิจารณาตัดสินว่าหัวข้อเรื่องเหล่านั้นสัมพันธ์กัน หรือไม่ และข้อสอบแต่ละข้อสอดคล้องกับเนื้อหาและจุดประสงค์การเรียนรู้ดังกล่าวหรือไม่ โดยใช้ เกณฑ์ดังต่อไปนี้ +1 เมื่อแน่ใจว่า ข้อสอบวัดตรงตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวังข้อนั้น 0 เมื่อไม่แน่ใจว่า ข้อสอบวัดตรงตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวังข้อนั้น -1 เมื่อแน่ใจว่า ข้อสอบไม่วัดตรงกับผลการเรียนรู้ข้อนั้น โดยผู้เชี่ยวชาญชุดเดิม


56 3.5.5 นำข้อสอบที่ผ่านการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญ มาพิมพ์เป็นแบบทดสอบแล้วนำไป ทดลองสอบ (Try Out) กับนักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 40 คน เพื่อนำผลการทดลอง มาหา คุณภาพของข้อสอบ 3.5.6 หาคุณภาพของข้อสอบ โดยการหาค่าความยาก และอำนาจจำแนกเป็นรายข้อ ของ ตัวถูกแบบอิงเกณฑ์ถ้าได้ค่าความยากตั้งแต่ 0.20 ถึง 0.80 และค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.20 ถึง 0.80 จะคัดเลือกไว้ใช้พบว่า ได้ข้อสอบเข้าเกณฑ์จำนวน 35 ข้อ จึงคัดเลือกไว้จำนวน 30 ข้อ ตามที่ ต้องการ มีค่าความยากรายข้อตั้งแต่ 0.40 ถึง 0.60 และอำนาจจำแนกรายข้อตั้งแต่ 0.22 ถึง 0.66 3.5.7 นำข้อสอบที่คัดเลือกไว้จำนวน 30 ข้อ มาหาค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับแบบอิงเกณฑ์ ผลปรากฏว่าได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.82 3.5.8 พิมพ์แบบทดสอบเป็นฉบับจริงเพื่อนำไปเก็บข้อมูล 3.6 การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้ 3.6.1 ทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้แบบทดสอบ วัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สาระภูมิศาสตร์เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ผู้วิจัย ได้ พัฒนาขึ้นจำนวน 20 ข้อ ใช้เวลา 40 นาทีเพื่อศึกษาประสบการณ์เดิมของนักเรียน แล้วบันทึก คะแนนที่ได้จากแบบทดสอบไว้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลในขั้นต่อไป 3.6.2 ดำเนินการสอนด้วยแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT เรื่อง ทวีปอเมริกา ใต้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 6 แผน แผนละ 1 ชั่วโมง รวมเวลา 6 ชั่วโมงและในระหว่างการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ผู้วิจัยจะทำการประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียน ผลงานนักเรียนและทดสอบย่อย ท้ายแผน 3.6.3 ทดสอบหลังเรียน (Post-test) กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างโดยใช้แบบทดสอบวัดผล สัมฤทธิ์ทางการเรียนชุดเดียวกันกับแบบทดสอบก่อนเรียน ทำการตรวจให้คะแนนแล้วนำไปวิเคราะห์ ผลทางสถิติ 3.7 การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับขั้นตอนการ จัดกระทำกับ ข้อมูล นำข้อมูลที่ได้จากการทดลองสอน มาวิเคราะห์โดยใช้เครื่องคำนวณ และเกณฑ์การแปลค่าช่วย ในการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 3.7.1 วิเคราะห์ประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT เรื่อง ทวีป อเมริกาใต้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตามเกณฑ์80/80 3.7.2 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียนของนักเรียน ที่ เรียนด้วยแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดย ใช้t-test แบบ Dependent Samples


57 3.7.3 วิเคราะห์ค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยนำคะแนนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน เปรียบเทียบกับคะแนนจากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน เพื่อศึกษาพัฒนาการ ของ การเรียนรู้จากการใช้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT 3.8 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยในครั้งนี้ผู้วิจัยใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ 3.8.1 สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3.8.2 ร้อยละ (Percentage) คำนวณจากสูตรดังนี้(สมนึก ภัททิยธนี. 2556 : 260) = × 100 เมื่อ แทน ร้อยละ แทน ความถี่หรือคะแนนที่ต้องการแปลงให้เป็น คะแนนร้อยละ แทน จำนวนความถี่หรือคะแนนรวมทั้งหมด 3.8.3 ค่าเฉลี่ย (Mean) ใช้สูตรดังนี้(สมนึก ภัททิยธนี. 2556 : 237) ̅= Σx เมื่อ ̅ แทน ค่าเฉลี่ย Σx แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดในกลุ่ม แทน จำนวนคนในกลุ่ม 3.8.4 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ใช้สูตรดังนี้(สมนึก ภัททิยธนี. 2556 : 249 ) 2 = √ Σ( − ̅) − 1 เมื่อ แทน ข้อมูล ( ตัวที่ 1,2,3...,n) ̅ แทน ค่าเฉลี่ยเลขคณิต แทน จำนวนข้อมูลทั้งหมด


58 3.9 สถิติที่ใช้ในการตรวจสอบเครื่องมือ 3.9.1 หาความเที่ยงตรงตามเนื้อหาของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้ สูตร IOC (Item Objective Congruence) (สมนึก ภัททิยธนี. 2556 : 220) IOC = ΣR เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์ กับเนื้อหา ΣR แทน ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด 3.9.2 การหาค่าอำนาจจำแนก (Discrimination) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนโดยหาค่าดัชนี(B) ตามวิธีของ Brennan ดังนี้(สมนึก ภัททิยธนี. 2556 : 214) B = 1 2 เมื่อ B แทน ค่าอำนาจจำแนก U แทน จำนวนผู้ที่ตอบถูกในกลุ่มเก่ง แทน จำนวนผู้ที่ตอบถูกในกลุ่มอ่อน 1 แทน จำนวนผู้รอบรู้หรือสอบผ่านเกณฑ์ 2 แทน จำนวนผู้รอบรู้หรือสอบผ่านเกณฑ์ 3.9.3 การหาค่าความยาก (Difficulty) ของแบบทดสอบ วิเคราะห์โดยใช้สูตร p ดังนี้ (สมนึก ภัททิยธนี. 2556 : 195) p = เมื่อ p แทน ค่าความยากของข้อสอบ แทน จำนวนผู้ตอบถูก แทน จำนวนคนทั้งหมด


59 3.9.4 การหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้วิเคราะห์โดยใช้สูตร ดังนี้(เผชิญ กิจ ระการ. 2544 : 46 – 51) 1 = × 100 เมื่อ 1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการ แทน คะแนนของแบบฝึกหัด แทน คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดทุกชุด รวมกัน แทน จำนวนนักเรียนทั้งหมด 2 = × 100 เมื่อ 1 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ แทน คะแนนรวมของแบบทดสอบหลังเรียน แทน จำนวนเต็มของแบบทดสอบหลังเรียน แทน จำนวนนักเรียนทั้งหมด 3.9.5 ดัชนีประสิทธิผล (Effectiveness) ของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิเคราะห์โดย ใช้วิธีการของ Goodman , Fletcher and Schnieder (เผชิญ กิจระการ 2542 : 44 -45) E.I. = 3.9.6 ค่าความเชื่อมั่นของแบบวัดทั้งฉบับ คำนวณได้จากสูตรสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha Coefficient) ตามวิธีของ ครอนบาค (Cronbach) (สมนึก ภัททิยธนี. 2556 : 225) = ∑ −∑ ∑ √[ ∑ 2−(Σ) 2][ ∑ 2−() 2] รวมของคะแนนทดสอบหลังเรียน - ผลรวมของคะแนนทดสอบ ก่อนเรียน จำนวนนักเรียนคะแนนเต็ม - ผลรวมของคะแนนทดสอบก่อน เรียนก่อนเรียน


60 เมื่อ a แทน ค่าความเชื่อมั่นของแบบวัด แทน จำนวนข้อของแบบวัดทั้งฉบับ 2 แทน ความแปรปรวนของคะแนนรายข้อ 2 แทน ความแปรปรวนของคะแนนทั้งฉบับ 3.2.7 สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมุติฐาน ใช้สูตร t - test (Dependent Samples) (สมนึก ภัททิยธนี. 2551 :72) = ∑ √ ∑ 2 − (∑ ) 2 − 1 เมื่อ แทน ความแตกต่างระหว่างคะแนนแต่ละคู่ แทน จำนวนคู่ df แทน ความเป็นอิสระมีค่าเท่ากับ N-1


61 บทที่4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สาระภูมิศาสตร์เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT ผู้วิจัยได้นำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 1) สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 2) ลำดับขั้นที่ใช้ในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 3) ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4.1 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการแปลความหมายผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้กำหนด สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ N แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง x แทน ค่าเฉลี่ย x แทน รวมคะแนน S.D แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ᴱ₁ แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการ ᴱ₂ แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์t แทน การทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ย * แทน มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ลำดับขั้นตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล และ แปลความหมายตามลำดับขั้นตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 วิเคราะห์หาประสิทธิภาพแผนการจัดการเรียนรู้สาระภูมิศาสตร์ เรื่อง ทวีปอเมริกา ใต้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT ที่มีประสิทธิภาพ 80/80 ตอนที่ 2 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อ การ จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT สาระภูมิศาสตร์เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ก่อนเรียนและหลังเรียน 4.2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 วิเคราะห์หาประสิทธิภาพแผนการจัดการเรียนรู้สาระภูมิศาสตร์ เรื่อง ทวีป อเมริกาใต้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT ที่มีประสิทธิภาพ 80/80 การหาประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สาระภูมิศาสตร์เรื่อง ทวีปอเมริกา ใต้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT


62 ผู้วิจัยได้ทำการทดลองกับ นักเรียนกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร จำนวน 29 คน ระยะเวลา 8 ชั่วโมง จากการสังเกต คุณลักษณะอันพึงประสงค์การประเมินผลงานนักเรียน และแบบทดสอบย่อยประจำเนื้อหาท้ายแผน (ᴱ ₁) และจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน (ᴱ ₂) ปรากฏผลดัง ตารางที่ 7 ตารางที่ 7 ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาสังคมศึกษา เรื่อง ทวีป อเมริกาใต้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 เลข ที่ คะแนน ก่อน เรียน (20) แผนที่ 1 (10) แผนที่ 2 (10) แผนที่3 (10) แผนที่ 4 (10) แผนที่ 5 (10) แผนที่6 (10) รวมผล ระหว่าง เรียน ᴱ ₁ (60) คะแนน หลัง เรียน ᴱ ₂ (20) 1 8 8 8 10 9 8 6 52 18 2 9 8 8 9 9 9 8.5 51.5 17 3 7 9 8 9 8 9 8 51 18 4 1 9 7 8 9 8.5 10 51.5 18 5 4 8 8 9 8 9 9 51 17 6 8 7 9 8 9 7.5 10 51 18 7 5 9 8 9 8 8 9 50.5 16 8 9 8 9 8 9 10 8 51 16 9 7 9 8 9 10 9 8 52 17 10 9 9 10 8 8 8 8.5 53 17 11 6 10 8 9 8 7.5 9 51.5 18 12 7 8 9 8 9 9 8.5 51.5 17 13 8 7 9 7 8 9 9.5 51.5 17 14 11 9 7.5 8 9 7 8 49.5 18 15 10 8 9 8 7 8 9 48.5 16 16 16 7 8 9 9 10 8.5 49 18 17 13 8 9 9 8 9 9 51.5 17 18 8 6.5 8 9 9 8 10 50.5 17 19 7 7 10 8 7 9 7 48 18 20 8 8 9 9 8 7.5 9 50.5 17 21 10 6 7 9 8 10 9 49 17 22 9 7 8 9 8 9 9 50 18 23 6 6 7 8 9 10 7.5 49.5 18 คะแนนจากการวัดระหว่างเรียน


63 ตารางที่ 7 ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาสังคมศึกษา เรื่อง ทวีป อเมริกาใต้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 เลข ที่ คะแนน ก่อน เรียน (20) แผนที่ 1 (10) แผนที่ 2 (10) แผนที่3 (10) แผนที่ 4 (10) แผนที่ 5 (10) แผนที่6 (10) รวมผล ระหว่าง เรียน ᴱ ₁ (60) คะแนน หลัง เรียน ᴱ ₂ (20) 24 7 7 8 9 8 8.5 8 50.5 17 25 8 8 10 9 8 8.5 8 51.5 18 26 10 9 8 9 9 7 9 51 17 27 9 10 8 9 9 9 10 55 18 28 14 8 9 8 10 9 9 53 17 29 13 9 8 10 9 9 9 54 17 รวม 267 236.5 242.5 251 247 250 254 1481 502 ̅ 8.52 8.02 8.36 8.66 8.52 8.62 8.66 51.03 17.31 S.D. 3.02 1.07 0.83 0.67 0.74 0.85 0.91 1.54 0.66 ร้อย ละ 46.01 81.54 83.63 86.50 85.13 86.20 87.52 85.16 86.52 ประสิทธิภาพกระบวนการ (ᴱ ₁) = 85.1 ประสิทธิภาพผลลัพธ์ (ᴱ ₂) = 86.5 จากตารางที่ 7 แสดงว่า คะแนนจากกิจกรรมระหว่างเรียนในแต่ละครั้ง มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 85.1 และคะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ค่าเฉลี่ยร้อยละ 86.5 ซึ่ง พบว่า ประสิทธิภาพแผนการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ 4 MAT มีค่าเป็น 85.1/86.5 ซึ่งสูง กว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ในข้อ 1 ค่าเฉลี่ย ( ̅ ) ก่อนเรียนมีค่า 8.52 และหลังเรียนมีค่า 17.31 ซึ่งหลังเรียนมี ค่ามากกว่าก่อนเรียน ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ก่อนเรียนมีค่า 3.02 และหลังเรียนมีค่า 1.54 ซึ่งหลังเรียนมีค่าน้อยกว่าก่อนเรียน ตอนที่2 ผลการหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ โดยนำวิธีการสอนแบบ 4 MAT ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3/2 ผู้วิจัยได้นำคะแนนผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ วิธีการสอนแบบ 4 MAT ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 จำนวน 29 คน คะแนนเต็ม 20 คะแนน มาวิเคราะห์ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แสดงในตารางที่ 8 คะแนนจากการวัดระหว่างเรียน


64 ตารางที่8 คะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง ทวีป อเมริกาใต้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปีที่ 3/2 คะแนนทดสอบ เลขที่ คะแนนก่อนเรียน คะแนนหลังเรียน D D 2 1 8 18 10 100 2 9 17 8 64 3 7 18 11 121 4 11 18 7 49 5 14 17 3 9 6 8 18 10 100 7 5 16 11 121 8 9 16 7 49 9 7 17 10 100 10 9 17 8 64 11 6 18 12 144 12 7 17 10 100 13 8 17 9 81 14 11 18 7 49 15 15 16 1 1 16 16 18 2 4 17 13 17 4 16 18 8 17 9 81 19 7 18 11 121 20 8 17 9 81 21 10 17 7 49 22 9 18 9 81 23 6 18 12 121 24 7 17 10 100 25 8 18 10 100 26 10 17 7 49 27 9 18 9 81 28 14 17 3 9 29 13 17 4 12


65 รวม 267 502 230 2057 ̅̅ 9.2 17.3 - - S.D. 2.6 0.6 - - รวม ∑ D = 230 ∑ = 2057 จากตารางที่ 8 พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 มีผลสัมฤทธิ์ทางการ เรื่อง ทวีป อเมริกาใต้มีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 8.52 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 17.31 จะ เห็นได้ ว่านักเรียนมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อน ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ก่อนเรียนมีค่า 3.02 และหลังเรียนมีค่า 1.54 ซึ่งหลังเรียนมีค่าน้อยกว่าก่อนเรียน ตารางที่10 คะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบทีแบบไม่อิสระของผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนเรียนและหลังเรียน การทดสอบ N ̅̅ S.D. t df sing 1 tailed ก่อนเรียน 29 8.52 3.02 9.1201 9 0.028 หลังเรียน 29 17.31 1.54 **มีนัยส ำคัญทำงสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 10 พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 ที่เรียนเรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ ด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบ 4 MAT มีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 8.52 และคะแนน เฉลี่ยหลัง เรียนเท่ากับ 17.31ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ก่อนเรียนมีค่า 3.02 และหลังเรียนมีค่า 1.54 ซึ่งหลังเรียนมีค่าน้อยกว่าก่อนเรียน เมื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่า หลังเรียนสูง กว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


66 บทที่5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาสังคมศึกษา สาระภูมิศาสตร์ เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้โดยนำวิธีการสอนแบบ 4 MAT ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นการวิจัยเชิง ทดลอง สรุปได้ดังนี้ 5.1 สรุปผลการวิจัย 5.1.1 ผลการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ โดยวิธีการสอนแบบ 4 MAT ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3/2 มีประสิทธิภาพ (ᴱ ₁ ⁄ ᴱ ₂) 85.1/86.5 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ในสมมติฐานข้อที่ 1 5.2.2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน รายวิชา สังคม ศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม วัฒนธรรม เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ โดยวิธีการสอนแบบ 4 MAT ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3/2 พบว่า คะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน เป็นไปตามสมมติฐาน ข้อที่ 2 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางการเรียนที่ระดับ .50 5.2 การอภิปรายผล ผลจากการวิจัยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาสังคมเรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ โดยวิธีการสอน แบบ 4 MAT ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3/2 เมื่อนำไปจัด กิจกรรมการเรียนการสอนใน รายวิชาตามเนื้อหาสาระทั้ง 6 แผนการจัดการเรียนรู้สามารถทำให้ผู้เรียนมีการพัฒนาด้านความรู้ ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น และจากผลการวิจัยดังกล่าว ผู้วิจัยขออภิปรายสาเหตุที่ทำให้ การวิจัยครั้งนี้เป็นไปตามสมมติฐาน ดังนี้ 1) แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม วัฒนธรรม เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ โดยวิธีการสอนแบบ 4 MAT ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3/2 พบว่า มี ประสิทธิภาพ (ᴱ ₁ ⁄ ᴱ ₂) 85.1/86.5 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ในสมมติฐาน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ แผนการ จัดการเรียนรู้วัฒนธรรม เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ โดยวิธีการสอนแบบ 4 MAT ของนักเรียน ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3/2 ที่ผู้วิจัยได้สร้างแผนการจัดการเรียนรู้ขึ้นตามขั้นตอนอย่างมีระบบ โดย มี การศึกษา วิเคราะห์หลักสูตร แนวทางการสร้างแผนการจัดการเรียนรู้วิโดยใช้วิธีการสอนแบบ 4 MAT และมีเกมในการจัดการเรียนการสอน มีสื่อที่ชัดเจนน่าดึงดูดเหมาะสมกับเนื้อหาและ วัยของนักเรียน และได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน แล้วนำไปปรับปรุง แก้ไขตาม คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ก่อนนำไปทดลองกับกลุ่มเป้าหมาย ในการศึกษา นอกจากนี้การ จัด กิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิค 4 MAT ยังเป็นสื่อการสอนที่จะช่วยในการจัดการเรียนการ


67 สอนในสาระวิชาสังคมศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง มีการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม มีการแข่งขันระหว่างกลุ่ม และมีความหลากหลาย เหมาะสมกับผู้เรียนที่ มีความแตกต่างระหว่างบุคคลได้ดีเพราะจะช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนอย่างเต็มที่ ผู้เรียนได้ศึกษาหาความรู้และเกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และได้ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น ได้ฝึก ทักษะกระบวนการคิด การแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งจากเหตุผลที่กล่าวมาทำให้แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ โดยนำวิธีการสอนแบบ 4 MAT ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์80/80 ซึ่ง สอดคล้องกับ งานวิจัยของ (2562 : บทคัดย่อ) ได้ทำการวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สาระ ภูมิศาสตร์เรื่อง ทวีปยุโรป ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MATโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาหน้าที่ พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยวิธีการสอนแบบ 4 MAT ตามเกณฑ์80/80 ผลการวิจัยปรากฏดังนี้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยวิธีการสอน แบบ 4 MAT มีประสิทธิภาพ 85.1/86.5 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้ง และสอดคล้องกับ พงษ์ศักดิ์ ไชยศรี จันทร์ (2564 : บทคัดย่อ) ได้ทำการวิจัยเรื่อง การพัฒนาการเรียนรู้เรื่อง ปฎิสัมพันธ์เชิงภูมิศาสตร์ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและ ทักษะการทำงานเป็น ทีม ผลการวิจัยพบว่า กิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคการแข่งขัน เป็นทีมแบบออนไลน์ เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการทำงานเป็นทีม มี ประสิทธิภาพเท่ากับ 82.15/86.90 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้80/80 2. นักเรียนที่เรียนด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาสังคมศึกษา เรื่อง ทวีป อเมริกาใต้ โดยวิธีการสอนแบบ 4 MAT ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3/2 พบว่า มีคะแนนเฉลี่ย ก่อนเรียน เท่ากับ 8.52 คิดเป็นร้อยละ 46.01 และมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เท่ากับ 17.31 คิดเป็น ร้อยละ 86.5 เมื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่า คะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อน เรียน เป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 1 ซึ่งมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแตกต่างกัน อาจเป็นเพราะการจัดการ เรียนรู้รายวิชาสังคมศึกษา เรื่องการผลิตสินค้าและบริการ โดยใช้วิธีการสอนแบบ 4 MAT ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 มีความน่าสนใจ และสามารถกระตุ้นความสนใจของนักเรียนได้ เพราะนักเรียนได้มีการทำกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่ม มีการแข่งขันระหว่างกลุ่ม สืบค้นข้อมูลด้วยตนเอง ทำให้นักเรียนได้ใช้ความสามารถได้อย่างเต็มที่และเหมาะสม จึงส่งผลให้ผลการเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางการเรียนที่ระดับ .05 ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ อัมพร ชัยสวัสดิ์ (2558 : บทคัดย่อ) ได้ทำการวิจัย เรื่อง ผลการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โดยใช้การเรียนรู้แบบวัฎจักร การเรียนรู้ 4 MAT เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาชั้น มัธยมศึกษา ปีที่ 1 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาเศรษฐศาสตร์ของนักเรียนชั้น


68 มัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการจัดการเรียนรู้แบบ 4 MAT หลังเรียนกับเกณฑ์กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการ วิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 32 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้พระพุทธศาสนา ของนักเรียนขั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1 โดยการจัดการเรียนรู้แบบ 4 MAT จำนวนทั้งสิ้น 6 แผน แบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน วิชาภูมิศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการ จัดการเรียนรู้แบบ 4 MAT เป็น แบบทดสอบชนิคเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและทดสอบ t-test (Dependent Samples) ผลการวิจัย พบว่า นักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ 4 MAT มีผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อน เรียนอย่างมีนัยที่ระดับ .05 5.3 ข้อเสนอแนะ 5.3.1 ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 5.3.1.1 การทำกิจกรรมการเรียนการสอนควรมีความชัดเจน ครูต้องแจ้งวัตถุ ประสงค์การเรียนรู้ชี้แจงกติกา ขั้นตอน ในการทำกิจกรรมระหว่างเรียน และครูควรกำหนดเวลาใน การทำ กิจกรรมการเรียนรู้อย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่ายในการร่วมทำกิจกกรม ใน ชั่วโมงนั้นๆ 5.3.1.2 ขณะที่นักเรียนทำกิจกรรมระหว่างเรียน ครูควรดูแลควบคุมอย่างใกล้ชิด และคอยแนะนำในประเด็นที่นักเรียนไม่ยังไม่เข้าใจ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในการทำกิจกรรม และเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ 5.3.1.3 การแจ้งผลการปฏิบัติกิจกรรม ควรแจ้งผลทันทีหลังปฏิบัติกิจกรรมเสร็จสิ้น การปฏิบัติทุกแผนการเรียนรู้การทำใบงาน การปฏิบัติกิจกรรมระหว่างเรียน และการทำแบบทดสอบ หลังเรียน จะเป็นเครื่องมือในการสะท้อนผลการวิจัย และเป็นการประเมินว่านักเรียนมีความรู้ความ เข้าใจในเนื้อหามากน้อยเพียงใด เพื่อให้เป็นข้อมูลในการนำไปพัฒนาตนเองต่อไป 5.3.2 ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 5.3.2.1 ผลการวิจัย พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้สูงขึ้น เมื่อใช้วิธีการ สอน แบบ 4 MAT ดังนั้นในรายวิชาอื่น ๆ อาจจะมีการสอบแบบ 4 MAT ไปใช้ในการจัดกิจกรรมการ เรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น 5.3.2.2 จากการศึกษางานวิจัย และทำการวิจัย พบว่า การใช้วิธีการสอนแบบ 4 MAT ในการจัดการเรียนการสอนส่งผลช่วยให้เกิดการพัฒนาทางด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน เนื่องจาก เป็นการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง มีการร่วมทำงานและเล่นเกมเป็นกลุ่ม แต่หากผู้สอน ใช้เวลา ในการจัดกิจกรรมนานเกินไปอาจจะทำให้นักเรียนเกิดความเบื่อหน่าย ดังนั้น ครูผู้สอนต้อง แสวงหา รูปแบบกิจกรรม เกม ใหม่ๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย และกระตุ้นให้ผู้เรียนได้เกิด การ


69 พัฒนาอย่างเต็มที่ 5.3.2.3 หากครูผู้สอนหรือผู้ที่สนใจ จะนำผลการวิจัยไปใช้ในการศึกษาค้นคว้า และ พัฒนาต่อไป ควรเพิ่มระยะเวลาการศึกษา และเพิ่มจำนวนกลุ่มตัวอย่างให้มากขึ้นกว่าเดิม 5.3.2.4 ควรจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และเลือกเกมให้เหมาะสมกับวัยของ ผู้เรียน


71 ภาคผนวก


72 ภาคผนวก ก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย


73 แผนการจัดการเรียนรู้ที่20 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 รายวิชาสังคมศึกษา (รหัสวิชา ส 23102) จำนวน 1.0 หน่วยกิต สาระการเรียนรู้ที่5 ภูมิศาสตร์ ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่3 ทวีปอเมริกาใต้ เวลา 17 ชั่วโมง เรื่อง ที่ตั้ง อาณาเขตและลักษณะทั่วไปของทวีปอเมริกาใต้1 เวลา 1 ชั่วโมง วันที่.......... เดือน...................... พ.ศ............... นางสาวศุภมาศ นาฬิกุล ผู้สอน 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ส 5.1 เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพ สิ่งซึ่งมีผลต่อกัน ใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์และสรุปข้อมูลตาม กระบวนการทางภูมิศาสตร์ตลอดจนใช้ภูมิสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ม.3/1 วิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพของทวีปอเมริกาเหนือและทวีป อเมริกาใต้โดยเลือกใช้แผนที่เฉพาะเรื่องและเครื่องมือทางภูมิศาสตร์สืบค้นข้อมูล 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถระบุที่ตั้ง และอาณาเขตของทวีปอเมริกาใต้ได้อย่างถูกต้อง (K) 2. นักเรียนสามารถใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ระบุที่ตั้งสำคัญทางภูมิศาสตร์ของทวีปอเมริกา ใต้ได้ถูกต้อง (P) 3. นักเรียนแสดงความสนใจเกี่ยวกับที่ตั้ง อาณาเขตของทวีปอเมริกาใต้(A) 3. คุณลักษณะที่พึงประสงค์/สมรรถนะผู้เรียน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1.ซื่อสัตย์สุจริต 2. มีวินัย 3. ใฝ่เรียนรู้ 4. มุ่งมั่นในการทำงาน


74 สมรรถนะผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2.ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 4. สาระสำคัญ ทวีปอเมริกาใต้มีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ทางซีกโลกใต้เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ด้วย ทรัพยากรธรรมชาติหลายชนิด พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและที่ราบสูง มีที่ราบเฉพาะเขตชายฝั่งและ ลุ่มแม่น้ำ ภูมิอากาศมีทั้งเขตร้อนและเขตอบอุ่น ซึ่งเหมาะแก่การดำรงชีวิต จึงเป็นทวีปที่มีประชากร อาศัยมากแห่งหนึ่งของโลก 5. สาระการเรียนรู้ 1) ที่ตั้งของทวีปอเมริกาใต้ 2) ขนาดของทวีปอเมริกาใต้ 3) อาณาเขตของทวีปอเมริกาใต้ 4) ลักษณะทั่วไปของทวีปอเมริกาใต้ 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้(วิธีการสอนแบบ 4 MAT) ขั้นที่1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียนก่อนเริ่มเรียน 2. ครูนำภาพที่เกี่ยวข้องกับทวีปอเมริกาใต้มาให้นักเรียนดูประกอบด้วยรูปภาพดังนี้ - ภาพป่าแอมะซอน - ภาพงูอนาคอนดา - ภาพปลาปิรันยา - น้ำตกแองเจิล 3. จากนั้นครูตั้งคำแล้วถามกระตุ้นความคิดของนักเรียน โดยใช้คำถามดังนี้ - ภาพที่นักเรียนได้เห็นมีสิ่งใดที่นักเรียนรู้จักบ้าง - ภาพที่นักเรียนได้เห็นนั้น น่าจะอยู่ที่ใดของโลกนี้(พิจารณาจากคำตอบ ของนักเรียน อาจตอบเป็นประเทศหรือ สถานที่ตั้งก็ได้) 4. ครูกล่าวเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน “สิ่งที่นักเรียนได้เห็นนั้น สามารถพบเห็นได้ใน ทวีปอเมริกาใต้ดังนั้นในวันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่อง ที่ตั้ง ขนาด อาณาเขตและลักษณะทั่วไปของทวีป อเมริกาใต้ ขั้นที่2 สอน 5. ครูอธิบายเรื่อง ที่ตั้งอาณาเขตและขนาดของทวีอเมริกาใต้โดยใช้Power Point


75 แผนที่ทวีปอเมริกาใต้และหนังสือเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ม.3 ประกอบการ อธิบาย 6. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สอบถาม ถึงเนื้อหาที่ยังไม่เข้าใจ 7. ครูทบทวนความเข้าใจของนักเรียนด้วยการสุ่มถามนักเรียน โดยมีคำถามดังนี้ - ทวีปอเมริกาใต้มีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ซีกโลกใด - พื้นที่ทางด้านทิศตะวันออกของทวีปอเมริกาใต้ติดกับอะไร 8. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มละ 5 คน เพื่อทำกิจกรรมกลุ่ม โดยครูให้นักเรียนนับ 1 - 5 นับต่อกันไปเรื่อยๆ 9. ครูมอบหมายงานเกี่ยวกับเรื่อง ที่ตั้ง อาณาเขต ขนาดและลักษณะทั่วไปของทวีป อเมริกาใต้ในหนังสือเรียนรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ม.3 ให้นักเรียนแต่กลุ่มร่วมกัน ศึกษา (5-10 นาที) 10. ครูให้จัดกิจกรรมเกมการแข่นขัน โดยครูจะมีสลากคำถามให้นักเรียนได้ เลือกตอบ 10 ข้อคำถาม ซึ่งในการแข่งขันแต่ละครั้งครูให้นักเรียนสุ่มจับสลากคำถามจากครูจากข้อ ครูจะอ่านคำถามให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันหาคำตอบ กลุ่มใดตอบถูกก่อน จะได้มาทอยลูกเต๋าเพื่อ สะสมคะแนนในกลุ่ม เมื่อจบเกมแข่งขันตอบคำถามครบ 10 ข้อแล้ว กลุ่มใดมีคะแนนสะสมมากที่สุด จะเป็นผู้ชนะ 11. ครูสรุปคะแนนของแต่ละกลุ่ม และประกาศผลการแข่งขันให้นักเรียนได้ทราบ ขั้นที่3 สรุป 12. ครูทบทวนคำตอบโดยการอธิบายคำตอบที่ถูกต้องของคำถาม 10 คำถาม (คำถาม 10 ข้อ เรื่อง ที่ตั้ง อาณาเขต ขนาดและลักษณะทั่วไปของทวีปอเมริกาใต้) และสรุปความรู้ใน วันนี้โดยใช้Power Point ประกอบหรือสรุปบนหน้ากระดาน ขั้นที่4 ฝึกฝนผู้เรียน 13. ครูมอบหมายให้นักเรียนทำใบงานที่ 3.1 เรื่อง ที่ตั้ง อาณาเขต ขนาดและ ลักษณะทั่วไปของทวีปอเมริกาใต้ไปทำเป็นการบ้าน ขั้นที่5 นำไปใช้ 14. ครูให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นโดยการตั้งคำถามให้นักเรียนได้เขียนตอบลงใน สมุด โดยใช้คำถามดังนี้“ในวันนี้นักเรียนได้รับความรู้เรื่องอะไรบ้างและจะนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างไร” จากนั้นครูสุ่มถามนักเรียน 2-3 คน ให้ตอบคำถาม 7.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ม.3 2. สลากคำถาม 10 ข้อถาม (เรื่อง ที่ตั้ง อาณาเขต และลักษณะทั่วไปของทวีปอเมริกาใต้)


76 3. Power Point เรื่อง ที่ตั้ง อาณาเขต ขนาดและลักษณะทั่วไปของทวีปอเมริกาใต้ 4. ใบงานที่ 3.1 เรื่อง ที่ตั้ง อาณาเขต ขนาดและลักษณะทั่วไปของทวีปอเมริกา 5. ภาพที่เกี่ยวข้องกับทวีปอเมริกาใต้ 6. แผนที่ทวีปอเมริกาใต้ 7. ลูกเต๋าสะสมคะแนน 8. กระบวนการวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ ชิ้นงาน/ภาระ งาน เครื่องมือ วัด วิธีการวัด เกณฑ์การวัดและ การประเมินผล 1. นักเรียนสามารถระบุ ที่ตั้ง และอาณาเขตของ ทวีปอเมริกาใต้ได้อย่าง ถูกต้อง (K) ทำใบงาน ใบงานที่ 3.1 ตรวจใบงาน การประเมินคะแนน ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 2. นักเรียนสามารถใช้ เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ร ะ บ ุ ท ี ่ ต ั ้ ง ส ำ ค ั ญ ท า ง ภูมิศาสตร์ของทวีปอเมริกา ใต้ได้ถูกต้อง (P) กิจกรรม แบบสังเกต ความสนใจ และความ ตั้งใจในการ ทำงานกลุ่ม การสังเกต การประเมินคุณภาพ ตั้งแต่ระดับพอใช้ขึ้น ไป ผ่านเกณฑ์ 3. นักเรียนแสดงความ สนใจเกี่ยวกับที่ตั้ง อาณา เขตของทวีปอเมริกาใต้(A) การสังเกต พฤติกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม การสังเกต การประเมินคุณภาพ ตั้งแต่ระดับพอใช้ขึ้น ไป ผ่านเกณฑ์ 9. บันทึกผลหลังสอน 1.ปัญหาที่เกิด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………


77 2. วิธีการแก้ปัญหา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ผลของการแก้ปัญหา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 10. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ...................................................... (นางศิริวรรณ มาตรเลี่ยม) ครูพี่เลี้ยง ….….../………………./………. ลงชื่อ.................................................... (นางสาวศุภมาศ นาฬิกุล) ครูผู้สอน .….….../……..….…./………..


78 11. ความคิดเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษาฯ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 12. ความคิดเห็นของผู้บริหาร/ผู้ที่ได้รัมอบหมาย ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ.................................................... (ว่าที่ ร.อ.ดร.วรันธร ทองบ่อ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ ............/..................../............. ลงชื่อ...................................................... (ดร.ชนากานต์ จันทร์มงคล) รองผู้อำนวยการบริหารวิชาการ ............/..................../.............


79 ภาพที่เกี่ยวข้องกับทวีปอเมริกาใต้ ภาพป่าแอมะซอน ภาพน้ำตกแองเจิล ภาพปลาปิรันยา ภาพงูอนาคอนดา


80 แผนที่เขตการปกครองของทวีปอเมริกาใต้


81 แผนที่ตั้งและอาณาเขตติดต่อของทวีปอเมริกาใต้


82 คำชี้แจง: ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. ทวีปอเมริกาใต้มีพื้นที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ซีกโลกใดของโลก 2. ทวีปอเมริกาใต้มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับใดของโลก 3. พื้นที่ทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้มีพื้นที่ติดกับทะเลใด 4. รูปร่างของทวีปอเมริกาใต้มีลักษณะคล้ายกับรูปอะไร 5. ช่องแคบที่อยู่ทางตอนใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ชื่อว่าอะไร 6.พื้นที่ทางตอนเหนือสุดของทวีปอเมริกาใต้มีผืนแผ่นดินติดกับประเทศอะไรของทวีปอเมริกาเหนือ 7.ทวีปอเมริกาใต้มีทั้งหมดกี่ประเทศที่นานาชาติให้การรับรอง 8. ประเทศใดมีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ 9. หมู่เกาะฟอล์กแลนด์เป็นดินแดนของประเทศอะไร 10.ทางด้านทิศตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ติดกับมหาสมุทรใด เฉลย 1. ตอบ ซีกโลกใต้ 2. ตอบ มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก 3. ตอบ ทะเลแคริเบียน 4. ตอบ คล้ายรูปสามเหลี่ยม 5. ตอบ ช่องแคบเดรก 6. ตอบ ประเทศปานามา 7. ตอบ มี13 ประเทศ 8. ตอบ ประเทศบารซิล 9. ตอบ สหราชอาณาจักร 10. ตอบ มหาสมุทรแปซิฟิก คำถาม (ใช้ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ที่20 ) รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 หน่วยการเรียนรู้ที่3 ทวีปอเมริกาใต้เรื่องที่ตั้ง อาณาเขต ขนาด และลักษณะทั่วไปของทวีปอเมริกาใต้มีจำนวน 10 ข้อ(ซองคำถาม 10 คำถาม)


83 แบบทดสอบก่อนเรียน รายวิชาภูมิศาสตร์รหัส ส23102 เรื่อง ทวีปอเมริกาใต้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 1. ทวีปอเมริกาใต้มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับใด ของโลก ก. ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก ข. ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ค. ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ง. ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก 2. ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับทวีป อเมริกา ใต้ ก. มีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ซีกโลกใต้ ข. มีพื้นที่ส่วนใหญ่ติดกับทวีป อเมริกาเหนือ ค. มีภูมิประเทศแบบทะเล ทรายทางทิศ ตะวันออก ง. ประเทศส่วนใหญ่เป็นอาณา นิคมของอังกฤษ 3. ลักษณะภูมิประเทศใดที่ครอบคลุมพื้นที่1 ใน 3 ของทวีปอเมริกาใต้ ก. ที่ราบสูงบราซิล ข. ที่ราบลุ่มเกรตเพลนส์ ค. ที่ราบสูงปาตาโกเนีย ง. ที่ราบลุ่มแม่น้าแอมะซอน 4. พื้นที่ทางตอนเหนือสุดของทวีปอเมริกาใต้ มีผืนแผ่นดินติดกับประเทศอะไรของทวีป อเมริกาเหนือ ก. ชิลี ข. แม็กซิโก ค. ปานามา ง. คิวบา 5. หากนักธรณีวิทยาต้องการศึกษาลักษณะ ชายฝั่งแบบฟยอร์ด (fjord) ของทวีป อเมริกาใต้ควรไปศึกษาในพื้นที่ตามข้อใด ก. บริเวณปากแม่น้าอุรุกวัย ข. บริเวณปากแม่น้าแอมะซอน ค. ชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของ ประเทศชิลี ง. ชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้รอบๆ อ่าวรีโอ เดลาปลาตา 6. ปัจจัยด้านตำแหน่งที่ตั้งตามละติจูดของ ทวีป อเมริกาใต้ทำให้ภายในทวีปมีลักษณะ ภูมิอากาศ แบบใดบ้าง ก. ภูมิอากาศแบบเขตร้อน เขตอบอุ่น เขตสะวันนา ข. ภูมิอากาศแบบเขตร้อน เขตอบอุ่น เขตหนาว ค. ภูมิอากาศแบบเขตร้อน เขตอบอุ่น เขตกึ่งทะเลทราย ง. ภูมิอากาศแบบเขตร้อน เขตอบอุ่น เขตแห้งแล้ง 7. อิทธิพลจากกระแสน้ำเย็นมีความสัมพันธ์ กับ กิจกรรมทางเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่ อย่างไร ก. พื้นที่ชายฝั่งตะวันตกมีอากาศ แห้ง – เป็น แหล่งประมงสำคัญ ข. ที่สูงทางตะวันตกมีอากาศเย็น สบาย – เป็น แหล่งปศุสัตว์ที่ สำคัญ ค. บริเวณฝั่งตะวันตกมีน้ำแข็งกัด เซาะชายฝั่ง – เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวที่สวยงาม


84 ง. ที่ราบเชิงเขาฝั่งตะวันตกมีอากาศ เย็นตลอดปี– เป็นแหล่งปลูกองุ่น แหล่งใหญ่ 8. เพราะเหตุใดป่าแอมะซอนจึงเป็นป่าดิบ ชื้นที่ มีขนาดพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ก. เป็นพื้นที่ทุรกันดารที่ยากต่อการ บุกรุก ข. มีทรัพยากรดินและน้ำที่มีความ อุดม สมบูรณ์ ค. รัฐบาลในหลายประเทศร่วมกัน อนุรักษ์พื้นที่ป่า ง. เป็นที่ลุ่มขนาดใหญ่ที่เป็นด้านรับ ลมจากมหาสมุทรแอตแลนติก 9. พื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปอเมริกาใต้ตั้งอยู่ ใน เขตภูมิอากาศแบบใด และส่งผลต่อทวีป อย่างไร ก. เขตอบอุ่น – เกิดป่าดิบชื้นอุดม สมบูรณ์ ข. เขตร้อน – เกิดกระแสน้ำอุ่น ทำ ให้มีฝนตก ค. เขตร้อน – เกิดทะเลทรายตาม แนวชายฝั่งตะวันตก ง. เขตอบอุ่น – ทำให้มีอากาศแบบ อบอุ่นชื้นฝนตกชุก 10. สัตว์ประจำถิ่นที่อาศัยอยู่บริเวณป่าดิบ ชื้น แอมะซอน ได้แก่สัตว์ชนิดอะไร ก. อิกัวนาทะเล นกฟินช์ ข. นกแก้วมาคอว์เต่ายักษ์ ค. แอนาคอนดา ปลาปิรันยา ง. อิกัวนาทะเล เต่ายักษ์ 11. หากนักเรียนต้องการศึกษาสัตว์ประจำ ถิ่น ของทวีปอเมริกาใต้จำพวกอิกัวนาทะเล เต่ายักษ์และนกฟินช์นักเรียนควรไปศึกษาใน พื้นที่ตามข้อมูล ก. ป่าเมดิเตอร์เรเนียน ข. เทือกเขาแอนดีส ค. หมู่เกาะกาลาปาโกส ง. ป่าดิบชื้นแอมะซอน 12. หากนักเรียนต้องการศึกษาเกี่ยวกับถิ่นที่ อยู่อาศัยของปลาปิรันยา นักเรียนควร เดินทางไป ศึกษาในพื้นที่ใดของทวีปอเมริกา ใต้จึงจะ เหมาะสมที่สุด ก. พื้นที่ทางตอนใต้ของทวีป ข. พื้นที่ในหมู่เกาะกาลาปาโกส ค. พื้นที่ป่าแอมะซอน ง. พื้นที่ในทุ่งหญ้าปัมปัส 13. หากต้องการจับสัตว์ทะเลเพื่อทำการ ส่งออก อาหารทะเล ควรทำที่บริเวณใดของ ทวีปอเมริกา ใต้จึงจะเหมาะสมที่สุด ก. บริเวณทะเลสาบในประเทศ โบลิเวีย ข. บริเวณตามแนวชาย ฝั่งมหาสมุทร แอตแลนติกของประเทศ อาร์เจนตินา ค. บริเวณตามแนวชายฝั่งมหาสมุทร แปซิฟิก ของประเทศเปรูและชิลี ง. ถูกทุกข้อ


85 14.มาติเนส เป็นชาวอินเดียนพื้นเมือง แต่งงาน กับนิซามัวร์ซึ่งเป็นชาวแอฟริกา ลูกที่เกิดมาจัดอยู่ในกลุ่มเลือดผสมตามข้อใด ก. มูแลตโต ข .เมสติโซ ค. ซัมโบ ง. เอสกิโม 15. ข้อใดเป็นแนวทางการแก้ปัญหาขยะ และสิ่ง ปฏิกูลของประเทศบราซิล ก. การกำหนดนโยบายเพื่อการ จัดการขยะแห่งชาติ(NPSW) ข. การสนับสนุนให้มีการใช้พลาสติก ชีวภาพ (Bio Plastic) ค. การออกกฎหมายเกี่ยวกับการ จัดการขยะมูลฝอยแบบบูรณาการ ง. การใช้แผงโซลาเซลล์ที่ท้าจากขยะ พลาสติกมาผลิตน้ำเพื่อใช้อุปโภค บริโภค 16. เพราะเหตุใดเส้นทางรถยนต์ในทวีป อเมริกาใต้จึงไม่ได้รับการพัฒนา ก. เพราะประชาชนนิยมเดินทางด้วย เครื่องบิน ข. เพราะมีทางรถไฟที่ได้มาตรฐาน เป็นอย่างดีแล้ว ค. เพราะมีสภาพพื้นที่ที่เป็นอุปสรรค ต่อการสร้างถนน ง. เพราะไม่ได้รับการช่วยเหลือจาก ประเทศสหรัฐอเมริกา 17. ข้อใดเป็นผลกระทบตามมาที่หลาย ประเทศ ทั่วโลกได้รับหลังจากไฟไหม้ป่าแอ มะซอนครั้ง ใหญ่ในปีพ.ศ.2562 ก. ปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรป่า ไม้ ข. ปัญหาทรัพยากรสัตว์ป่ามีจำนวน ลดลง ค. ปัญหาดินเสื่อมสภาพจากการโดน เผาไหม้ของหน้าดิน ง. ปัญหาหมอกควันและฝุ่นพิษในชั้น บรรยากาศ 18. ข้อใดเป็นแนวทางการจัดการหลังจาก การ เกิดภัยพิบัติของทวีปอเมริกาใต้ ก. การอพยพประชาชน ข. การแจ้งเตือนภัย ค. การฟื้นฟูบูรณะ ง. เตรียมพร้อมรับมือ 19. ข้อใดไม่ใช่ความร่วมมือระหว่างประเทศ ที่ เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ในทวีปอเมริกาใต้ ก. ข้อตกลงเอสกาซู ข. องค์การสนธิสัญญาปกป้องแอมะ- ซอน ค. อนุสัญญาเวียนนาว่าด้วยการ พิทักษ์ชั้นโอโซน ง. สมาคมสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์ สัตว์น้ำแห่งลาตินอเมริกา 20. กรอบการดำเนินการตามเป้าหมายการ พัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่หลายประเทศทั่ว โลก รวมตัวกันเพื่อหาแนวทางการพัฒนา อย่างยั่งยืน มีแผนการครอบคลุมระยะเวลากี่ ปี ก. 14 ปี ข. 15 ปี ค. 16 ปี ง. 17 ปี


86 เฉลยแบบทดสอบ 1. ง 2. ก 3. ง 4. ก 5. ก 6. ข 7. ข 8. ง 9. ข 10. ค 11. ค 12. ค 13. ค 14. ค 15. ก 16. ค 17. ง 18. ก 19. ค 20. ข


87 ภาคผนวก ข รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ


88 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ ผู้เชี่ยวชาญคนที่ 1 นายวรันธร ทองบ่อ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒณธรรม โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศึกษาอุดรธานี ผู้เชี่ยวชาญคนที่ 2 นางศิริวรรณ มาตรเลี่ยม ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศึกษา อุดรธานี ผู้เชี่ยวชาญคนที่ 3 นางบัวเงิน มหาเพรช ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศึกษา อุดรธานี


89 ภาคผนวก ค ผลการหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย


90 ค่า IOC ของแผนการจัดการเรียนรู้ ตาราง แสดงการคำนวณค่า IOC จากผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดของแผนการจัดการเรียนรู้เรียน เรื่อง ทวีป อเมริกาใต้ จากผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด แผนการสอนที่ รายการ ผู้เชี่ยวชาญ ค่า IOC แปล คนที่1 คนที่2 คนที่3 ผล 1.ลักษณะภูมิ ประเทศของทวีป อเมริกาใต้ 1.มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 2.จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.สาระสำคัญ 6.สาระการเรียนรู้ 7.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 8.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 9.ชิ้นงาน/ภาระงาน 10.การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 1 ใช้ได้ +1 +1 +1 1 ใช้ได้ +1 +1 +1 1 ใช้ได้ +1 +1 +1 1 ใช้ได้ +1 +1 +1 1 ใช้ได้ +1 +1 +1 1 ใช้ได้ +1 +1 0 0.67 ใช้ได้ +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 1 1 1 ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ 2.ลักษณะภูมิอากาศ และพืชพรรณ ธรรมชาติของทวีป อเมริกาใต้ 1.มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 2.จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.สาระสำคัญ 6.สาระการเรียนรู้ 7.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 8.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 9.ชิ้นงาน/ภาระงาน 10.การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 0 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 1 1 1 1 1 1 1 0.67 1 1 ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ 3.ลักษณะทรัพยากร 1.มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 2.จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 1 1 1 ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้


91 แผนการสอนที่ รายการ ผู้เชี่ยวชาญ ค่า IOC แปล คนที่1 คนที่2 คนที่3 ผล ธรรมชาติในทวีป อเมริกาใต้ 4.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.สาระสำคัญ 6.สาระการเรียนรู้ 7.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 8.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 9.ชิ้นงาน/ภาระงาน 10.การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 1 1 1 1 1 1 1 ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ 4.ลักษณะประชากร ของทวีปอเมริกาใต้ 1.มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 2.จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.สาระสำคัญ 6.สาระการเรียนรู้ 7.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 8.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 9.ชิ้นงาน/ภาระงาน 10.การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ 5.ลักษณะสังคมและ วัฒนธรรมของทวีป อเมริกาใต้ 1.มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 2.จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.สาระสำคัญ 6.สาระการเรียนรู้ 7.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 8.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 9.ชิ้นงาน/ภาระงาน 10.การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 0 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 1 1 1 0.67 1 1 1 1 1 1 ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้


92 แผนการสอนที่ รายการ ผู้เชี่ยวชาญ ค่า IOC แปล คนที่1 คนที่2 คนที่3 ผล 6.ลักษณะทั่วไปทาง เศรษฐกิจของทวีป อเมริกาใต้ 1.มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 2.จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.สาระสำคัญ 6.สาระการเรียนรู้ 7.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 8.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 9.ชิ้นงาน/ภาระงาน 10.การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 +1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ สรุปผล จากตาราง สรุปได้ว่าค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแผนการจัดการเรียนรู้แผนที่ 1-6 อยู่ ระหว่าง 0.67-1.00 ทุกแผน สามารถนำไปใช้สอนได้


Click to View FlipBook Version