The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วารสารนโยบายพลังงาน ฉบับที่ 128

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thanadej1, 2020-10-21 05:02:44

วารสารนโยบายพลังงาน ฉบับที่ 128

วารสารนโยบายพลังงาน ฉบับที่ 128

1

EPPO TALK

New normal, Renewable Energy

จากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด - 19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก เจา้ ของ
ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาคพลังงานของประเทศไทยอย่าง สำ� นกั งานนโยบายและแผนพลงั งาน (สนพ.)
หลกี เลยี่ งไมไ่ ดต้ งั้ แตต่ น้ ปี 2563 ความตอ้ งการใชพ้ ลงั งานลดลงกวา่ รอ้ ยละ 10
ในชว่ งครง่ึ ปแี รก มกี ารคาดการณว์ า่ การใชพ้ ลงั งานจะลดลงเกอื บทกุ ประเภท ที่ปรกึ ษา
อาทิ น�ำ้ มันลดลงร้อยละ 14.2 กา๊ ซธรรมชาติ ลดลงรอ้ ยละ 5.4 ถา่ นหิน/ ผอู้ �ำนวยการส�ำนกั งานนโยบายและแผนพลังงาน
ลิกไนต์ลดลงร้อยละ 1.0 ขณะที่การใช้พลังงานไฟฟ้าในปี 2563 คาดว่า รองผอู้ ำ� นวยการสำ� นกั งานนโยบายและแผนพลงั งาน
จะลดลงร้อยละ 2.3 เมอ่ื เทียบกบั ปกี อ่ น
ขณะทป่ี ระเทศกำ� ลงั เผชญิ กบั ปญั หาวกิ ฤตสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาด จัดท�ำโดย
ไวรสั โควดิ - 19 ทสี่ รา้ งผลกระทบไปทกุ ภาคสว่ น รวมไปถงึ ภาคพลงั งาน จงึ ไดเ้ หน็ คณะท�ำงานวารสารดา้ นนโยบายพลงั งาน
ทิศทางของอุตสาหกรรมพลังงานในรูปแบบ New Normal ท่ีชัดเจนขึ้น เลขท่ี 121/1-2 ถนนเพชรบรุ ี แขวงทุ่งพญาไท เขต
ด้วยเทคโนโลยีด้านพลังงานท่ีมีความก้าวไกลและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ราชเทวี กรงุ เทพฯ 10400
สรา้ งกลมุ่ ผผู้ ลติ พลงั งาน (Prosumer) ทงั้ ภาคเอกชน และประชาชนเพมิ่ สงู ขน้ึ โทร.0 2612 1555 โทรสาร 0 2612 1357
แบบก้าวกระโดด ท่ีส�ำคัญความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหล่าน้ีท�ำให้ต้นทุน www.eppo.go.th
ของพลังงานหมุนเวียนลดลง โดยเฉพาะพลังงานจากแสงอาทิตย์ที่เมื่อก่อน
ต้องลงทุนสูง ใช้พื้นที่มาก แต่ปัจจุบันประชาชนสามารถติดต้ังได้เองแล้ว
บนหลงั คาบา้ น ( Solar Rooftop)
สำ� หรบั วารสารนโยบายพลงั งาน ฉบับนกี้ ลับมาพบกับท่านผู้อา่ น
อกี ครงั้ ในรูปแบบใหม่ เปน็ หนงั สืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) ทไี่ มต่ ้องใช้
กระบวนการตีพิมพ์ให้เกิดการส้ินเปลืองทรัพยากร โดยทุกท่านสามารถ
เขา้ ไปอา่ นไดท้ างออนไลน์ ผา่ นเวบ็ ไซต์ eppo.go.th ซงึ่ ทำ� ใหเ้ ขา้ ถงึ ขอ้ มลู ไดง้ า่ ย
และสะดวกมากขึ้น ท้ังยังเป็นการลดการใช้พลังงาน ไม่ท�ำลายส่ิงแวดล้อม
ซึง่ ก็ถือเปน็ อกี หนึ่ง New Normal ดา้ นรูปแบบข่าวสารในยคุ ปัจจบุ ัน

2

CONTENS

4 ENERGY NEWS ข่าวสารแวดวงพลงั งาน 32

6NewSNcoormoapl บทความดา้ นสถานการณพ์ ลังงาน

อุตสาหกรรมพลังงาน สถานการณพ์ ลงั งานไทยในชว่ ง 6 เดอื นแรกของ ปี 2563
สถานการณก์ ารปล่อยกา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2)
จากภาคการใช้พลังงานในชว่ ง 6 เดือนแรกของปี 2563

10 46 แบลทะคพวลาังมงดาา้ นนทอดนแุรทกั นษพ์ ลังงาน
Fuel Cell พลงั งานแห่งอนาคตของประเทศญี่ป่นุ
Exclusive เปลย่ี นบรรจุภัณฑ์ เปล่ยี นเรา

เปิดนโยบาย รมว.พลังงาน
“สพุ ฒั นพงษ์ พนั ธม์ เี ชาว์”

บทความดา้ นไฟฟา้ 58 เคลด็ ลบั ประหยดั พลงั งาน
59 แบบสอบถาม
โครงการศกึ ษาทบทวนนโยบายการกำ� หนดอัตราค่าไฟฟ้า 60 เกมพลังงาน
ตามชว่ งเวลาการใช้ (TOU Rate)

15

21 บทความด้านปโิ ตรเลียม
สถานการณร์ าคาน้�ำมนั เชอื้ เพลงิ
(มกราคม 2563 – สงิ หาคม 2563 )
แนวทางการชว่ ยเหลอื รถโดยสารสาธารณะ NGV

3

ENERGY NEWS ข่าวสารพลงั งาน

กระทรวงพลังงาน ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไมห้ น้าพระบรมฉายาลักษณ์ ในโอกาส
วนั เฉลมิ พระชนมพรรษา พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ

28 กรกฎาคม 2563 นายกลุ ศิ สมบตั ศิ ริ ิ ปลดั กระทรวงพลงั งาน ทลู เกลา้ ฯ ถวายแจกนั ดอกไมห้ นา้ พระบรมฉายาลกั ษณ์
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ เนอื่ งในโอกาสวนั เฉลมิ พระชนมพรรษา พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ พรอ้ มดว้ ย นายวฒั นพงษ์
คโุ รวาท ผอู้ ำ� นวยการสำ� นกั งานนโยบายและแผนพลงั งาน และผบู้ รหิ ารกระทรวงพลงั งาน ณ ศาลาสหทยั สมาคม

สำ� นกั งานนโยบายและแผนพลงั งาน (สนพ.) ประชมุ แลกเปลย่ี น
ความรดู้ า้ นกฎหมาย เตรยี มรบั มอื ภยั คกุ คามทางไซเบอร์

20 กรกฎาคม 2563 นายวฒั นพงษ์ คโุ รวาท ผอู้ ำ� นวยการ
สำ� นกั งานนโยบายและแผนพลงั งาน เปน็ ประธานในการประชมุ
เพอ่ื แลกเปลย่ี นองคค์ วามรู้ เกย่ี วกบั กฎหมาย ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั
ดา้ นความม่ันคงปลอดภยั ทางไซเบอร์ เพือ่ เปน็ การเตรียม
ความพรอ้ ม ในการการดำ� เนนิ งาน ซง่ึ จะใชเ้ ปน็ กรอบแนวทาง
ในการปอ้ งกนั และรบั มอื ตอ่ ภยั คกุ คามทางไซเบอรต์ า่ ง ๆ โดยมี
ผู้เข้าร่วมประชุมแลกเปล่ียนความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน
ทเี่ กยี่ วขอ้ ง ณ โรงแรมพลแู มน คงิ พาวเวอร์ กรงุ เทพฯ

แสลนะพเผ. ยสทรปศุิ สทถางาพนกลางั รงณานพ์ ปลี 6งั 3ง าน 6 เดอื นแรก

11 สงิ หาคม 2563 นายวฒั นพงษ์ คโุ รวาท ผอู้ ำ� นวยการ
สำ� นกั งานนโยบายและแผนพลงั งาน เปดิ เผยสถานการณพ์ ลงั งาน
ในชว่ ง 6 เดอื นแรกของปี 2563 พบภาพรวมการใช้พลังงาน
ข้ันต้นลดลงร้อยละ 10.1 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง
เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของเช้ือ
ไวรสั โควดิ - 19 สง่ ผลใหค้ วามตอ้ งการใชพ้ ลงั งานและการเตบิ โต
ทางเศรษฐกจิ ภายในประเทศหยุดชะงกั พร้อมท้ัง กลา่ วถึง
แนวโน้มการใชพ้ ลังงานปี 2563 โดยมสี ือ่ มวลชนเข้ารว่ มงาน
เปน็ จำ� นวนมาก ณ อาคารสำ� นกั งานนโยบายและแผนพลงั งาน

4

รมว. พลงั งาน เขา้ สกั การะพระพรหมสง่ิ ศกั ดส์ิ ทิ ธิ์
ประจำ� กระทรวงพลงั งาน

วนั ท่ี 14 สงิ หาคม 2563 นายสพุ ฒั นพงษ์ พนั ธม์ เี ชาว์
รองนายกรฐั มนตรี และรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงพลงั งาน ไดเ้ ขา้
สกั การะศาลพระพรหม สงิ่ ศักดส์ิ ทิ ธ์ปิ ระจ�ำกระทรวงพลังงาน
โดยมี นายกลุ ศิ สมบตั ศิ ริ ิ ปลดั กระทรวงพลงั งาน และผบู้ รหิ าร
กระทรวงพลงั งานและหนว่ ยงานในสงั กดั ใหก้ ารตอ้ นรบั และ
รว่ มสกั การะสง่ิ ศกั ดสิ์ ทิ ธ์ิ ณบรเิ วณหนา้ อาคาร A ศนู ยเ์ อนเนอรย์ ี่
คอมเพลก็ ซ์

สนพ.รว่ มอภปิ รายในงานสมั มนา
ทศิ ทางยานยนตไ์ ฟฟา้ ของประเทศไทย

17 สงิ หาคม 2563 นายวฒั นพงษ์ คโุ รวาท ผอู้ ำ� นวยการ
สำ� นกั งานนโยบายและแผนพลงั งาน รว่ มเปน็ วทิ ยากรการอภปิ ราย
เรอ่ื ง “นโยบายอตุ สาหกรรมยานยนตไ์ ฟฟา้ การสง่ เสรมิ การลงทนุ
การสง่ เสรมิ สถานอี ดั ประจไุ ฟฟา้ การพฒั นายานยนตไ์ ฟฟา้ และ
ปญั หาฝนุ่ PM 2.5 กบั แนวทางการแกไ้ ขดว้ ยยานยนตไ์ ฟฟา้ ”
พรอ้ มดว้ ย นายเพทาย หมดุ ธรรม รองผอู้ ำ� นวยการ สนพ. รว่ มเปน็
วทิ ยากรอภปิ ราย “ทิศทางยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย”
ในงานสัมมนาทิศทางยานยนต์ไฟฟา้ ของประเทศไทย พรอ้ ม
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเร่ืองดังกล่าวกับผู้เข้าร่วมสัมมนา
ซ่ึงจัดโดย คณะกรรมาธกิ ารการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร
ณ โรงแรมมริ าเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

รมว. พลงั งาน ขบั เคลอื่ นนโยบายพลงั งาน กระตนุ้
เศรษฐกจิ สรา้ งงาน วางรากฐานสอู่ นาคต

20 สงิ หาคม 2563 นายสพุ ฒั นพงษ์ พนั ธม์ เี ชาว์
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ประเดมิ งานแรกรว่ มประชมุ เวริ ค์ ชอ็ ปเพอ่ื ขบั เคลอื่ นเศรษฐกจิ
“พลงั งานรว่ มใจ รวมไทยสรา้ งชาต”ิ ประกาศเดนิ หนา้ นโยบาย
ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม
ประกอบด้วยข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระในสังกัด
ภาคเอกชน เพ่ือประชุมแผนร่วมกันฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย
และให้หน่วยงานกลับมาน�ำเสนอแผนงานในการประชุม
ครงั้ ตอ่ ๆ ไป จดั ขนึ้ ณ อาคาร A ศนู ยเ์ อนเนอรย์ คี่ อมเพลก็ ซ์

5

COVER STORY

New Normal อุตสาหกรรมพลังงาน

สถานการณพ์ ลงั งานโลกในยคุ การแพรร่ ะบาดของ Covid - 19 (โควดิ - 19) สง่ ผลกระทบตอ่ การใชพ้ ลงั งานทลี่ ดลง
รวมถงึ การถอยหลงั ของเศรษฐกจิ ไทยทจ่ี ดี พี ตี ิดลบในคร่ึงปแี รกกวา่ 12% ด้านก๊าซธรรมชาติ เตรยี มถ่ายทอดสู่พลงั งาน
สะอาด ขณะที่อุตสาหกรรมพลงั งานหมุนเวียนถูกมองวา่ จะเปน็ New Normal ของอุตสาหกรรมในอนาคต
ปจั จบุ นั ทวั่ โลกกำ� ลงั ใหค้ วามสำ� คญั กบั สงิ่ แวดลอ้ ม เลง็ เหน็ ถงึ ปญั หาเรอ่ื ง Global Warming จงึ มงุ่ เนน้ ลดการใชเ้ ชอ้ื เพลงิ
จากฟอสซลิ และหนั มาลงทนุ ดา้ นพลังงานสะอาดอย่างพลังงานหมนุ เวยี น เรยี กไดว้ า่ อุตสาหกรรมพลังงานโลก ก�ำลงั อยู่ในชว่ ง
Transition แตก่ า๊ ซธรรมชาติกย็ งั มคี วามสำ� คญั ในฐานะ Transition Fuel ทจี่ ะชว่ ยสนบั สนนุ การเปลยี่ นผา่ นไปยงั พลงั งานสะอาด

6

ขอ้ มลู จาก IEA Global Energy Review 2020 (released on 4/30/2020) ระบวุ ่าผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ
โควิด - 19 ท�ำให้ Demand เช้ือเพลิงทุกประเภทลดลง ยกเว้นพลังงานหมุนเวียน โดยมีรายละเอียดแต่ละประเภทดังนี้
1).ถา่ นหนิ -7.7% 2).นำ�้ มนั -9.1% 3).ก๊าซธรรมชาติ -5.0% 4).นิวเคลยี ร์ -2.5% 5).พลังงานหมนุ เวียน 0.8%

ผลกระทบต่อ Demand พลังงาน ท่ัวโลก 2020

ซงึ่ ความตอ้ งการใชน้ ำ�้ มนั ทว่ั โลก ลดลงเฉลย่ี 5 - 8 ลา้ น
บาร์เรลตอ่ วัน ขณะท่ี EIA ได้ประมาณความต้องการใช้น�ำ้ มัน
ปี 2020 จะเฉลยี่ อยทู่ ่ี 93 ลา้ นบารเ์ รลตอ่ วนั ลดลง 8 ลา้ นบารเ์ รล
ตอ่ วนั ประกอบกบั สงครามราคานำ�้ มนั ซาอดุ อิ าระเบยี – รสั เซยี
ไดก้ อ่ ใหเ้ กดิ วกิ ฤตซำ้� สองในอตุ สาหกรรมนำ้� มนั และหากเศรษฐกจิ
ยงั ไมส่ ามารถฟน้ื ตวั หรอื ฟน้ื ตวั อยา่ งชา้ ๆ กจ็ ะทำ� ใหร้ าคานำ�้ มนั
ยังคงออ่ นแอ
สำ� หรบั ตลาดกา๊ ซธรรมชาติ กไ็ ดร้ บั ผลกระทบจากการแพร่
ระบาดของโควิด - 19 เช่นกัน โดยภูมภิ าคเอเชยี - แปซิฟกิ
เปน็ ตลาดสำ� คญั ทท่ี ำ� ให้ LNG Demand ลดลง เนอ่ื งจากมสี ดั สว่ น
70% ของ Demand ทง้ั โลก แตถ่ งึ แมป้ นี จี้ ะคาดวา่ การซอื้ ขาย
LNG ทวั่ โลกจะชะลอตัวลง แตก่ ็ยงั สามารถเตบิ โตได้ 3%
จากปี 2019 ทำ� ให้ Supply LNG ยงั คงลน้ ตลาดตอ่ ไปอกี แต่
ราคา LNG ถกู กดดนั จากเหตกุ ารณก์ ารแพรร่ ะบาดของโควดิ - 19
และ Supply ท่ีลน้ ตลาดน้นั ก็สง่ ผลใหม้ ีการปรบั ราคาท่ตี �ำ่ ลง
ซงึ่ เปน็ ประวตั กิ ารณไ์ ปทัว่ โลก

7

อย่างไรก็ดี ก๊าซธรรมชาติ / LNG ยังคงมีบทบาท ความต้องการใชพ้ ลังงานไทยในชว่ งไตรมาส 2 หลัง
ส�ำคัญมาก เพราะมีปริมาณที่เพียงพอต่อการใช้ในท่ัวโลก เหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิด - 19 น้ันมีผลลัพธ์ท่ี
และมีราคาถูกกว่าน้�ำมันและเชื้อเพลิงปิโตรเลียมอ่ืน ๆ ใกล้เคียงึืุ้่กับตลาดโลก คือ สัดส่วนการใช้พลังงานเชื้อเพลิง
และท่ีส�ำคัญก๊าซธรรมชาติปล่อยมลพิษน้อยกว่าเชื้อเพลิง ลดลงทุกประเภท ขณะท่ีพลังงานหมุนเวียนกลับไม่กระทบ
ปิโตรเลียมประเภทอ่ืน จึงเหมาะกับระบบเศรษฐกิจแบบ และยงั มคี วามหวงั มากข้นึ ในการเข้าส่รู ูปแบบ New Normal
Low Carbon ชว่ ยลดปญั หาภาวะโลกรอ้ น ดงั นน้ั ผลตอบแทน ของอุตสาหกรรมพลังงาน ถือเป็นความท้าทายในอนาคต
จากการลงทนุ โครงการนำ้� มนั และกา๊ ซฯ ทล่ี ดตำ�่ ลงจะเปน็ ตชั ว่ ย ท่ีพลังงานหมุนเวียนจะเป็นทางเลือกของเชื้อเพลิงในการ
ใหเ้ กดิ Energy Transition ไดเ้ รว็ ขนึ้ ซงึ่ มบี รษิ ทั IOCs ตา่ ง ๆ ผลิตไฟฟ้าและพลังงานต้ังต้น ไม่ว่าจะเป็น น�้ำ แสงอาทิตย์
หนั มาลงทนุ ในธรุ กจิ Low Carbon กนั มากขนึ้ ไม่ว่าจะเป็น ลม ชวี มวล ขยะ ฯลฯ
Bp, Shell, Eni, Total เป็นตน้ อกี ทง้ั ในปจั จบุ นั เทคโนโลยี ววิ ฒั นาการดา้ นพลงั งาน
ส�ำหรับประเทศไทย หลังเหตุการณ์การแพร่ระบาด ทม่ี กี ารพฒั นาอยา่ งไมห่ ยุดย้ัง ท�ำใหต้ น้ ทนุ พลงั งานหมนุ เวียน
โควิด - 19 ไดส้ ่งผลกระทบตอ่ ตลาดกา๊ ซธรรมชาติ โดยปรมิ าณ มรี าคาถกู ลง และสามารถเขา้ ถงึ ไดจ้ ากหลายแหลง่ ทง้ั ภาครฐั
ความต้องการใช้รายเดือนลดลงจากปี 2562 ซ่ึงข้อมูล ยังได้ส่งเสริมการน�ำพลังงานหมุนเวียนมาใช้อย่างต่อเนื่อง
ประมาณการจากปตท.ระบุรายกลุ่มลกู ค้า อยา่ งดา้ นไฟฟา้ จากแผนขับเคลื่อนพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก
ตดิ ลบ 8% อุตสาหกรรมตดิ ลบ 6% โรงแยกก๊าซฯ ตดิ ลบ (AEDP2018) ในช่วงปี 2561 – 2580
9% และรถยนต์ทีใ่ ช้ก๊าซ NGV ตดิ ลบ 29% แต่ในแผน PDP โดยแผนพฒั นากำ� ลงั ผลติ ไฟฟา้ ของประเทศไทย พ.ศ.
2018 ระบุว่าภาคการไฟฟ้าระยะยาว ยงั มีความต้องการใช้ 2561 - 2580 (PDP2018) ได้รับความเห็นชอบจาก ครม.
กา๊ ซธรรมชาตสิ งู ซง่ึ ปจั จบุ นั การผลติ กา๊ ซธรรมชาตใิ นประเทศ เมอ่ื วนั ท่ี 30 เมษายน 2562 ซง่ึ กรมพฒั นาพลงั งงานทดแทน
กลบั ลดลง จงึ ตอ้ งพง่ึ พา LNG น�ำเข้ามากขน้ึ และอนรุ กั ษพ์ ลงั งาน (พพ.) ไดจ้ ดั ทำ� แผนพฒั นาพลงั งานทดแทน

8

และพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2561 - 2580 (AEDP2018) เปน็ 900 เมกะวตั ต์ เพือ่ ชว่ ยแก้ปญั หาการจดั การขยะซง่ึ เปน็
ให้สอดคล้องกับแผน PDP2018 โดยแผนการผลิตไฟฟ้า วาระแห่งชาติ
จากพลงั งานทดแทน จะมกี ารปรบั เปา้ หมายใหส้ งู ขน้ึ จากแผน สำ� นกั งานนโยบายและแผนพลงั งาน ระบวุ า่ เปา้ หมาย
AEDP2015 ตวั อยา่ งเช่น ของแผน PDP2018 จะมีกำ� ลังผลติ ไฟฟา้ ในปี 2580 จ�ำนวน
พลงั งานแสงอาทติ ย์ ตามแผนเดมิ ณ ปี 2579 77,211 เมกะวัตต์ ซงึ่ จากเป้าหมายนีจ้ ะต้องมกี ารเพมิ่ ก�ำลัง
จะตดิ ตง้ั ใหไ้ ดร้ วม 6,000 เมกะวตั ต์ ณ สนิ้ ปี 2560 ดำ� เนนิ การแลว้ ผลติ ไฟฟา้ 56,431 เมกะวตั ต์ รวมทงั้ จะพฒั นาระบบผลติ และ
2,849 เมกะวตั ต์ ในแผนใหมจ่ ะตดิ ตง้ั ระหวา่ งปี 2561– 2580 สง่ ไฟฟา้ ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพมากขน้ึ เพอื่ รองรบั การซอื้ ขายไฟฟา้
อกี 12,725 เมกะวตั ต์ (Solar Rooftop และ Solar cell แบบ กับเอกชนท่ีเพิ่มมากข้ึนและเกิดความมั่นคงทางพลังงาน และ
ทนุ่ ลอยนำ้� ) รวมมเี ปา้ หมาย ณ สนิ้ ปี 2580 อยทู่ ่ี 15,574 เมกะวตั ต์ แนวทางการพัฒนาพลังงานทดแทน ซึ่งเบ้ืองต้นได้ก�ำหนด
พลงั งานชวี มวล แผนเดมิ อยูท่ ี่ 5,570 เมกะวตั ต์ เป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ไม่น้อยกว่า
ณ สิ้นปี 2560 ด�ำเนินการแล้ว 2,290 เมกะวัตต์ มีแผน รอ้ ยละ 20 ซง่ึ จะเป็นระดบั ทส่ี ร้างความสมดุล การผลิตไฟฟา้
จะติดตั้งระหว่างปี 2561 – 2580 อกี 3,496 เมกะวตั ต์ รวมมี และการใชไ้ ฟฟา้ เพอื่ สรา้ งความมน่ั คงดา้ นพลงั งานของประเทศ
เปา้ หมาย ณ สน้ิ ปี 2580 อยู่ท่ี 5,786 เมกะวัตต์ ซง่ึ ในระยะยาวการพฒั นาพลงั งานทางเลอื กยงั คงเปน็ สง่ิ สำ� คญั
ทงั้ นี้ ในแผน AEDP2018 จะมกี ารผลติ ไฟฟา้ รปู แบบใหม่ ทท่ี ุกประเทศรวมถึงประเทศไทยเอง จะต้องเร่งเดินหน้าแผน
ทไี่ มม่ อี ยใู่ นแผน AEDP2015 คอื การผลติ ไฟฟา้ จากพลงั งานแสงอาทติ ย์ เพื่อสร้างความม่ันคงและย่ังยืนทางพลังงานให้เกิดข้ึนต่อไป
แบบลอยน้�ำ โดยมีเป้าหมายอยู่ท่ี 2,725 เมกะวัตต์ และมี ในอนาคต
การเพม่ิ เปา้ หมายของโรงไฟฟ้าขยะ จากเดมิ 500 เมกะวัตต์

แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2561 - 2580 (AEDP2018)

หมายเหตุ
(1) *เฉพาะเป้าหมายตามแผน AEDP2015 เป็นตัวเลขก�ำลังผลิตติดตั้ง (Installation capacity) นอกเหนือจากน้ันเป็นก�ำลังการผลิตตามสัญญา (Contract capacity)
(2) ให้รวมการพัฒนาพลังงานทดแทนเพื่อผลิตไฟฟ้า เช่น พลังน้�ำ ความร้อนใต้พิภพ ไฮโดรเจน เซลล์เช้ือเพลิง และอ่ืน ๆ ที่ไม่มีในแผนพัฒนาตาม PDP2018

เป็นเป้าหมายเพ่ิมเติมภายใต้แผน AEDP2018 ด้วย

9

EXCLUSIVE

รมเวป.ิดพนลโยังบงาานย

“สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์”

ขับเคล่ือนนโยบายพลังงานตามแผน PDP2018
เดินหน้าแผนไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ น้�ำมัน
หนุนเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้
วางรากฐานพลังงานสู่อนาคต

10


รวดเรว็ ข้อมลู ถกู ต้อง ครบถ้วน
หนว่ ยงานทเ่ี ก่ยี วข้องภายใต้กำ� กับ

”ต้องร่วมมอื กนั

สพุ ัฒนพงษ์ พนั ธ์มีเชาว์ รองนายกรฐั มนตรแี ละ
รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงพลงั งาน เปิดนโยบายขับเคลื่อน
แผนพลงั งาน พรอ้ มมอบนโยบายสขู่ า้ ราชการ ผบู้ รหิ าร หนว่ ยงาน
ในสังกดั กระทรวงพลงั งาน เพ่อื ขบั เคล่อื นเศรษฐกจิ และวาง
รากฐานดา้ นพลงั งานของประเทศในอนาคต
โดยนโยบายการขบั เคล่ือน ภายใตแ้ นวคิด “รวดเร็ว
ข้อมลู ถูกตอ้ ง ครบถว้ น หน่วยงานทเี่ ก่ยี วขอ้ งภายใต้กำ� กบั
ต้องร่วมมือกนั ” สอดคลอ้ งกบั แนวทางขับเคลือ่ นการท�ำงาน
ของรฐั บาลรปู แบบใหม่ หรอื New Normal “รวมไทย สรา้ งชาต”ิ
ที่จะผนึกก�ำลังทุกภาคส่วน ร่วมวางอนาคตของประเทศ
เพอ่ื ก้าวไปขา้ งหน้ารว่ มกัน
โดยมีทศิ ทางการขบั เคลื่อนดงั นี้
1. สานตอ่ นโยบายกระทรวงพลงั งานทไ่ี ดด้ ำ� เนนิ การ
มาอย่างต่อเนอ่ื ง
2. เดนิ หนา้ นโยบายแกไ้ ขปญั หา เยยี วยา ฟน้ื ฟเู ศรษฐกจิ ไทย
ชว่ งโควดิ - 19
3. อนาคตของธรุ กจิ พลงั งาน ตอ้ งมคี วามชดั เจน ในเรอ่ื ง
การขบั เคล่ือนพลังงาน

11

นโยบายขับเคลอื่ นตามแผน PDP2018 นโยบายขบั เคล่ือนดา้ นนำ�้ มนั

เล็งศึกษาจัดท�ำ PDP ฉบับใหม่ (2021) หลัง ส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ ดีเซล B10 และ
สถานการณผ์ ลกระทบโควดิ - 19 คล่คี ลาย แก๊สโซฮอล์ E20
โดยอาจจะไมต่ อ้ งแกไ้ ขรา่ งแผนพลงั งานฉบปั รบั ปรงุ การส่งเสริมการใชด้ ีเซล B10 และแก๊สโซฮอล์ E20
(PDP, AEDP, GAS, EEP) สำ� หรบั เรอ่ื งโรงไฟฟา้ ชมุ ชนใหน้ ำ� ไป เป็นการสานต่อนโยบายเดิม โดยจะลงไปดูเชิงลึกมากขึ้น
เปน็ บทแทรกในแผนได้ ไม่เพียงแต่แค่เร่ืองการสนับสนุนการใช้เพียงอย่างเดียว
แตจ่ ะลงไปดถู งึ วตั ถปุ ระสงคก์ ารทำ� ใหเ้ กดิ E20, B10 เพอื่ ให้
นโยบายดา้ นการขบั เคลอื่ นไฟฟ้า เกษตรกรสามารถยกระดบั รายได้ตนเองอาทิ ความแน่นอน
ของพืชทจี่ ะนำ� มาผลติ ได้อยา่ งย่ังยนื พน้ื ท่เี พาะปลูกมีความ
ดนั ไทยส่ฮู ับซอ้ื -ขายไฟฟ้าภูมภิ าค เร่งความชัดเจน เพียงพอหรอื ไม่ สงิ่ เหล่าน้ีจะไปแสวงหา ตรวจสอบ เพอ่ื ให้
ใน 1 ปี เหน็ ว่านโยบายทก่ี ระทรวงฯ สนบั สนนุ สง่ ไปถงึ เกษตรกรจรงิ ๆ
ยังเป็นรูปแบบของการแข่งขันของกิจการไฟฟ้า เพอ่ื ความมนั่ คงทางพลังงานของประเทศ
เร่งพัฒนาระบบการผลิต ยกระดับโครงข่ายไฟฟ้า ปัจจุบัน การขยายทอ่ ส่งน�ำ้ มนั – ยกระดับมาตรฐานยูโร 5
ยังมีปริมาณส�ำรองเกินอยู่จ�ำนวนมาก ซ่ึงมีความเป็นไปได้ที่ ยังคงสานต่อนโยบายขับเคลื่อนตามความเหมาะสม
กระทรวงพลังานจะเร่งผลักดันหน่วยงานกิจการไฟฟ้าอย่าง ตามสถานการณ์ ท้ังเรื่องขยายท่อส่งน้�ำมัน และพิจารณา
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัทผลิตไฟฟ้าเอกชน แผนปรับสเปคน�้ำมันยูโร 5 เนื่องจากผลกระทบจากการ
ยกระดับโครงขา่ ยไฟฟา้ ระดบั ภมู ิภาค นำ� ไฟฟ้าทีส่ �ำรองล้นอยู่ แพรร่ ะบาดของไวรสั โควดิ - 19 ซงึ่ อาจจะสง่ ผลกระทบต่อการ
ขณะน้ีไปขายใหก้ บั เพอื่ นบ้าน ซ่งึ โครงการนีต้ ้องใชเ้ งินลงทุนสูง ใช้พลงั งานในประเทศไทยดว้ ย
จะเรง่ สรา้ งความชดั เจนให้ไดใ้ น 1 ปี
โรงไฟฟา้ ชมุ ชน อยรู่ ะหวา่ งพจิ ารณาปรบั รปู แบบ
คาดเปิดรับซอื้ ได้ในปี 2564
โรงไฟฟ้าชุมชน นับว่าไม่ใช่เร่ืองใหม่ ซ่ึงกระทรวง
พลังงานได้ด�ำเนินการมายาวนาน และเป็นเรื่องท่ีละเอียด
อ่อนต้องใช้ความรอบคอบ จะท�ำอย่างไรให้ผลประโยชน์ใน
การทำ� โรงไฟฟา้ ชมุ ชนตกไปอยกู่ บั เกษตรกรเตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ย
ไมใ่ ชต่ กไปอยทู่ โี่ รงไฟฟา้ อยา่ งเดยี ว ใหโ้ รงไฟฟา้ เปน็ แคท่ างผา่ น
เช่น จะท�ำโรงไฟฟ้าพลังงาน ก็จะต้องมีพื้นที่ในการปลูก
ไปทดแทนพืชเศรษฐกิจเดิมที่คุ้มค่า ซึ่งขณะน้ีอยู่ระหว่าง
ปรบั รูปแบบ ตงั้ เปา้ สามารถเปิดรบั ซอ้ื ไฟฟ้าไดใ้ นปี 2564
โครงการโซลาร์ภาคประชาชน ศึกษาเพิ่มเติม
อตั รารบั ซอ้ื เพอื่ จงู ใจตดิ ตงั้
สำ� หรบั โครงการโซลารภ์ าคประชาชน มคี วามเปน็ ไปได้
ทจี่ ะปรบั ราคา เพอ่ื สรา้ งแรงจงู ใจในการตดิ ตงั้ และเพอื่ สรา้ งรายได้
ให้ผปู้ ระกอบการรายยอ่ ยต่าง ๆ

12

นโยบายขบั เคลือ่ นด้านก๊าซธรรมชาติ ระบาดของไวรัสโควิด - 19 ยงั คงสง่ ผลกระทบตอ่ เศรษฐกจิ
ทงั้ ระดับโลกและประเทศไทย รวมถึงภาคพลังงานดว้ ย วกิ ฤต
มอบอธิบดีกรมเช้อื เพลงิ ธรรมชาตกิ ็จะพิจารณา คร้ังน้ีจะยังไม่หายไปได้ในเร็ววัน แต่อาจจะมีวันส้ินสุดใน
ความพร้อมในการเปิดสัมปทานปโิ ตรเลยี มรอบใหม่ 12 - 15 เดือนข้างหน้าแต่สิ่งท่ีภาครัฐรวมถึงกระทรวง
โดยมหี ลกั พจิ ารณาเรอื่ งราคากา๊ ซ จงู ใจตอ่ การลงทนุ พลังงานได้ด�ำเนินการแล้วในช่วงที่ผ่านมาเป็นการบรรเทา
หรอื ไม่ ปญั หาเฉพาะหน้า คอื มาตรการช่วยเหลอื ดา้ นรายได้ และลด
ดนั เปดิ เสรกี า๊ ซฯ คาดมกี ารนำ� เขา้ LNG โดย คา่ ใชจ้ ่ายของประชาชน ขณะเดียวกนั กจ็ ะตอ้ งดำ� เนนิ มาตรการ
ภาคเอกชนปลายปนี ้ี (2563) การฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้กลับคืนมาโดยเร็วและเดินหน้าต่อ
เรอ่ื งการเปดิ เสรีน�ำเข้าก๊าซ LNG ซึ่งคาดวา่ จะมี ไปอย่างม่ันคงโดยทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังในการ
บริษัทเอกชนเร่มิ น้ำ� เข้ากา๊ ซ LNG ปลายปนี ้ี เป็นการสรา้ ง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จึงต้องมีการร่วมกันวางแผนขับเคลื่อน
ความมั่นใจเร่ืองความเพียงพอของพลังงานในประเทศท่ีจะ ประเทศไทยไปสู่อนาคตทดี่ ีข้นึ
มใี ชใ้ นระยะยาว ในสว่ นของการดำ� เนนิ นโยบายดา้ นพลงั งานนน้ั จะเนน้
เดนิ หนา้ งานรอื้ ถอนแทน่ ผลติ สมั ปทานหมดอายุ นโยบายการกระตนุ้ เศรษฐกิจ การสร้างงานสร้างรายได้ รวม
เชอื่ มตอ่ ผรู้ บั สมั ปทานรายเดมิ กบั รายใหมผ่ ลติ กา๊ ซตอ่ เนอ่ื ง ถึงวางรากฐานด้านพลังงานของประเทศในอนาคต โดยจะ
ไมส่ ะดดุ เนน้ การลงมือท�ำให้สำ� เรจ็ (Execution) ซง่ึ ไดม้ อบใหผ้ บู้ รหิ าร
แมส้ ถานการณป์ จั จบุ นั ยงั ไมค่ ลค่ี ลายจากผลกระทบ ทำ� แผนระยะ 5 ปี ทกี่ ำ� หนดเปา้ หมายอยา่ งชดั เจน เพอ่ื ใหต้ ดิ ตาม
จากการแพรร่ ะบาดของไวรสั โควดิ - 19 ดีนัก แตก่ ็ให้พจิ ารณา ไดอ้ ยา่ งใกลช้ ดิ สำ� หรบั โครงการทไี่ ดด้ ำ� เนนิ การมาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง
ดูเรื่องการร้ือถอนแท่นผลิตท่ีหมดอายุเพื่อความปลอดภัย จะยงั คงเดนิ หนา้ ตอ่ ไป รวมถงึ การฟน้ื ฟเู ศรษฐกจิ โดยใชก้ องทนุ
อกี ทง้ั ดำ� เนนิ การประสานให้ ปตท.สผ. เขา้ พน้ื ทแ่ี หลง่ เอราวณั เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเป็นกลไกขับเคลื่อนก็ยัง
ตามแผนผลติ กา๊ ซฯ ทำ� ใหช้ ่วงรอยต่อไม่เกดิ การสะดดุ เดนิ หนา้ ต่อไป โดยเนน้ หนักใหเ้ กดิ การสรา้ งงาน สรา้ งรายได้
หาความชดั เจนเรอื่ งพน้ื ทท่ี บั ซอ้ นไทย - กมั พชู า กบั ประชาชน แกป้ ญั หาการวา่ งงาน และผลกั ดนั การสรา้ งงาน
เดินแผนเจรจาหาความชัดเจนเร่ืองพื้นที่ทับซ้อน ในนกั ศกึ ษาจบใหม่ นกั ศกึ ษาทีข่ าดแคลนทนุ ทรัพย์ประมาณ
ไทย – กมั พชู า เพอื่ ใหไ้ ดร้ บั ประโยชนร์ ว่ มกนั ทง้ั สองฝา่ ยโดยเรว็ ทสี่ ดุ 400,000 คน หรอื ธรุ กจิ SME ทไ่ี ดร้ บั ผลกระทบ มงุ่ เนน้ ใหเ้ กดิ
นอกจากน้ี รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงพลงั งาน ยงั มองวา่ การเคลอ่ื นตวั หมนุ เวยี นทางธรุ กจิ พลงั งาน และชว่ ยแกป้ ญั หา
ภาคพลงั งานสามารถเปน็ ตวั หลกั ดงึ เศรษฐกจิ ทอ่ี อ่ นแอใหก้ ลบั มา ความเดือดร้อนของประชาชนทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ
แขง็ แรงไดอ้ กี ครงั้ โดยสรา้ งการมสี ว่ นรว่ มบนฐานความเขา้ ใจ จากสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของไวรสั โควดิ -19 เพอ่ื ใหท้ กุ คน
เข้าถึงประชาชนซึ่งต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเป็น สามารถผา่ นพ้นวิกฤตนิ ไ้ี ปดว้ ยกัน
อนั หนงึ่ อนั เดยี วกนั ของทกุ ภาคสว่ น ทผี่ า่ นมาสถานการณก์ าร

13

14

ไฟฟา้

โครงการศึกษาทบทวน

นโยบายการก�ำหนดอัตราคา่ ไฟฟ้าตามชว่ งเวลาการใช้

(TOU Rate)

ความเปน็ มา ของการจัดทำ� โครงการศกึ ษาทบทวน มวี ตั ถปุ ระสงค์
นโยบายการก�ำหนดอตั ราค่าไฟฟา้ ตามชว่ งเวลาการใช้ (1) ใหอ้ ตั ราคา่ ไฟฟา้ สะทอ้ นตน้ ทนุ ทางเศรษฐศาสตร์
(TOU Rate) มากทส่ี ดุ และเพอื่ สง่ เสรมิ ใหม้ กี ารใชไ้ ฟฟา้ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
โดยเฉพาะสง่ เสรมิ ใหป้ ระชาชนไดต้ ระหนกั และมสี ว่ นรว่ มในการ
กลไกทางดา้ นราคาเปน็ เครอ่ื งมอื ทางนโยบายทส่ี ง่ ผล ใช้ไฟฟ้าน้อยลงในช่วงท่ีมีการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของระบบไฟฟ้า
ต่อพฤตกิ รรมการใชพ้ ลงั งานของผบู้ รโิ ภคอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ (Peak) ซง่ึ จะชว่ ยลดการลงทนุ ในการผลติ และการจดั จำ� หนา่ ย
และสามารถวัดผลทางปฏบิ ตั ิไดอ้ ย่างชัดเจน ภาครัฐจึงมีการ ไฟฟา้ ได้ในระยะยาว
ก�ำหนดนโยบายและกลไกทางด้านราคาเพื่อส่งสัญญาณให้ (2) ให้การไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง มีฐานะการเงินท่ีมั่นคง
ผู้ใช้ไฟฟ้ามีความรับผิดชอบต่อพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าอย่าง และสามารถขยายการด�ำเนินงานในอนาคตไดอ้ ยา่ งเพยี งพอ
มปี ระสทิ ธภิ าพ โดยการกำ� หนดอตั ราคา่ ไฟฟา้ ใหแ้ ตกต่างกัน (3) ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ
ตามชว่ งเวลาของวนั (Time of Day : TOD) ในปี 2534 และ มากขึ้นโดยการลดการอุดหนุนค่าไฟฟ้าจากผู้ใช้ไฟกลุ่มหนึ่ง
ก�ำหนดอัตราค่าไฟฟ้าให้แตกต่างกันตามช่วงเวลาของการใช้ โดยผใู้ ชไ้ ฟฟา้ อกี กลมุ่ (Cross subsidy) และ
(Time of Use: TOU) ในโครงสร้างอัตราค่าไฟฟา้ ต้งั แต่ปี (4) ให้การปรบั อตั ราค่าไฟฟ้ามคี วามคล่องตวั และ
2540 เปน็ ตน้ มา และได้มกี ารทบทวนลกั ษณะการใชไ้ ฟฟ้า เป็นไปโดยอตั โนมตั ิ สอดคลอ้ งกบั ราคาเชื้อเพลงิ ตน้ ทนุ การ
ในการกำ� หนดอตั รา TOU ลา่ สดุ ในปี 2548 และประกาศใช้ ผลติ และตน้ ทุนการรบั ซื้อไฟฟ้าท่เี ปล่ยี นแปลงไป
โดยทีย่ งั ไม่ได้มกี ารทบทวนมาจนถงึ ปจั จบุ ัน
ปจั จบุ นั นโยบายการกำ� หนดโครงสรา้ งอตั ราคา่ ไฟฟา้

15

เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งตามวตั ถปุ ระสงคข์ องการดำ� เนนิ การ สรปุ สาระส�ำคญั ของผลการศกึ ษา
นโยบายกำ� หนดโครงสรา้ งอตั ราคา่ ไฟฟา้ ภาครฐั จงึ มคี วามจำ� เปน็
ท่จี ะต้องปรบั ปรุงข้อมูลพ้ืนฐานส�ำหรับเปลี่ยนแปลงช่วงเวลา อตั ราคา่ ไฟฟา้ ตามชว่ งเวลาการใช้ (TOU) ของประเทศไทยในปจั จบุ นั
การใช้ (TOU) ทง้ั นเ้ี พอื่ ใช้ในการออกนโยบายกำ� หนดอตั ราคา่
ไฟฟา้ ตามชว่ งเวลาการใช้ (TOU Rate) ให้มีความเหมาะสมกับ ปัจจบุ ัน อัตราค่าไฟฟา้ ตามช่วงเวลาการใช้ (TOU)
สถานการณ์ในปัจจุบัน เพ่ือส่งเสริมให้มีการใช้ไฟฟา้ อย่างมี ของประเทศ เป็นอัตราทางเลือกส�ำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท
ประสทิ ธภิ าพ โดยจะสามารถสนบั สนนุ ใหป้ รมิ าณการใชไ้ ฟฟา้ บา้ นอยอู่ าศยั และธรุ กจิ ขนาดเลก็ แตส่ ำ� หรบั ผใู้ ชไ้ ฟฟา้ ประเภทอนื่
สงู สุดของระบบไฟฟา้ (Peak) ลดลง สง่ ผลใหล้ ดการลงทุน ทข่ี อตดิ ตงั้ ไฟฟา้ หลงั เดอื นตลุ าคม 2543 เปน็ ตน้ ไป ตอ้ งใชอ้ ตั รา
ในการผลิตและการจัดจ�ำหน่ายไฟฟ้าได้ในระยะยาว ซึ่ง คา่ ไฟฟา้ ตามชว่ งเวลาเทา่ นน้ั โดยแบง่ อตั ราคา่ ไฟฟา้ ออกเปน็
เป็นกลไกทางดา้ นราคาของโครงสรา้ งอัตราค่าไฟฟา้ รวมถงึ 2 ชว่ ง ไดแ้ ก่ ชว่ งทมี่ กี ารใชไ้ ฟฟา้ สงู (Peak Period) ต้ังแต่
การศึกษาผลกระทบท่ีอาจจะเกิดข้ึนจากการปรับเปล่ียน 9:00 – 22:00 น. ของวนั จนั ทรถ์ งึ ศกุ ร์ ยกเวน้ วนั หยดุ ราชการ
นโยบายดังกล่าว ให้มีความเหมาะสมกับทิศทางของการ ตามปกติ และช่วงที่มีการใชไ้ ฟฟา้ ไม่สงู (Off-Peak Period)
พัฒนาประเทศในปัจจุบัน และใช้เป็นเคร่ืองมือสง่ สญั ญาณ ระหวา่ ง 22:00 – 9:00 น. ของวนั จันทร์ถงึ ศกุ ร์ และ 0:00 -
ทางด้านราคาให้ผู้ใช้ไฟฟ้าปรับเปล่ียนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า 24:00 น. ของวันเสาร์ วนั อาทิตย์ วนั แรงงานและวันหยดุ
อยา่ งมปี ระสิทธิภาพและยัง่ ยืน อนั จะเป็นผลดีตอ่ การอนุรกั ษ์ ราชการ ปัจจุบนั ความแตกตา่ งระหว่างอตั ราคา่ ไฟฟา้ ในช่วง
สง่ิ แวดลอ้ ม และลดการลงทนุ ของประเทศในระยะยาว Peak Period และชว่ ง Off-Peak Period จะสงู กวา่ 1.6 : 1.0
ดังนั้น ส�ำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน จึงได้ โดยประมาณ และอัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาจะแตกต่าง
จดั ทำ� โครงการศกึ ษาทบทวนนโยบายการกำ� หนดอตั ราคา่ ไฟฟา้ ตามประเภทของผู้ใช้ไฟฟ้าที่เป็นอัตราทางเลือกและอัตรา
ตามชว่ งเวลาการใช้ (TOU Rate) ใหเ้ หมาะสมกบั บริบทของ ภาคบังคับ
ประเทศไทยทม่ี กี ารเปลยี่ นแปลงทง้ั ทางดา้ นเศรษฐกจิ และสงั คม
รวมถงึ กอ่ ใหเ้ กดิ การใชไ้ ฟฟา้ อยา่ งประหยดั และมปี ระสทิ ธภิ าพ การวิเคราะห์ลักษณะการใช้ไฟฟ้า (Load Curve Analysis)
โดยได้วา่ จ้างบรษิ ทั ทป่ี รึกษาดำ� เนินการ ของประเทศไทยในปัจจุบัน

วัตถุประสงค์ ลักษณะการใช้ไฟฟ้าของประเทศเฉลี่ยในแต่ละ
ชว่ งเวลาของวนั มกี ารเปลยี่ นแปลงไปจาก ปี 2551 อยา่ งชดั เจน
เพ่ือรวบรวมข้อมูลส�ำคัญที่ใช้ในการจัดท�ำอัตรา ลักษณะการใช้ไฟฟ้าในปัจจุบันมีระยะเวลาการใช้ไฟฟ้าสูง
ค่าไฟฟา้ ตามช่วงเวลาการใช้ (TOU Rate) ยาวนานขน้ึ จากชว่ งเวลา 9:00-22:00 น. เปน็ 8:00 - 23:00 น.
เพอ่ื ศกึ ษาลกั ษณะความตอ้ งการไฟฟา้ (Load Curve) ปจั จบุ นั ช่วงเวลาที่มกี ารใชไ้ ฟฟา้ สูงมาก (Peak)
ทงั้ ในภาพรวมของทง้ั ประเทศ และแยกเปน็ รายภมู ภิ าค รายจงั หวดั จะประกอบดว้ ย 3 ชว่ งไดแ้ ก่ 1) ชว่ งเชา้ ระหวา่ ง 8:00 – 12:00 น.
และแยกตามกลมุ่ ประเภทผใู้ ชไ้ ฟฟา้ 2) ชว่ งบา่ ยระหวา่ ง 13:00 – 17:00 น. 3) ชว่ งหวั คำ�่ ระหวา่ ง
เพื่อทบทวนช่วงเวลาการใช้ (TOU) ให้มีความ 19:00 - 23:00 น. ถึงแม้ว่าช่วงเวลาการใช้ไฟฟ้าสูงมาก
เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน จำ� นวน 3 ชว่ งดงั กลา่ ว จะเคยเกดิ ขนึ้ มาแลว้ ในอดตี แตป่ จั จบุ นั
เพอื่ จดั ทำ� ขอ้ เสนอนโยบายการกำ� หนดอตั ราคา่ ไฟฟา้ ช่วงเวลาท่ีมีการใช้ไฟฟ้าสูงสุดได้ย้ายจากช่วงบ่ายมาเป็นช่วง
ตามชว่ งเวลาการใช้ (TOU Rate) ทีเ่ หมาะสม หวั ค่�ำแลว้ โดยในปี 2559 ช่วงเวลาทม่ี ีการใชไ้ ฟฟา้ สูงสุดของ
เดอื น เกดิ ขน้ึ ในชว่ งบา่ ยจำ� นวน 3 เดอื นจาก 12 เดอื น และ
ชว่ งเวลาทเ่ี หลอื เป็นการเกิดใช้ไฟฟ้าสูงสุดในช่วงหัวค่�ำท้ังสิ้น

16

การใชไ้ ฟฟา้ ของผู้ใชไ้ ฟฟ้าในวนั เสาร์ ซึ่งในอดตี 20 แตใ่ นชว่ งเวลากลางคืน ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบา้ นอยูอ่ าศยั
มีลักษณะการใชไ้ ฟฟา้ ทแี่ ตกตา่ งจากการใชไ้ ฟฟา้ ในชว่ งวนั ทำ� งาน มีการใช้ไฟฟ้าสูงถึงร้อยละ 40 และภาคธุรกิจมีการใช้ไฟฟ้า
(วนั จนั ทร์ - วนั ศกุ ร)์ แตใ่ นปจั จบุ นั วนั เสารม์ ลี กั ษณะการใชไ้ ฟฟา้ ลดลงเหลอื เพียง รอ้ ยละ 60 เท่านน้ั
คล้ายกับวนั ท�ำงานนอกจากน้ี ในปี 2560 วนั ท่ีมกี ารใชไ้ ฟฟ้า การสำ� รวจความเห็นของผใู้ ชไ้ ฟฟา้ กลมุ่ ต่าง ๆ
สูงสุดในเดือนมิถุนายนและเดือนพฤศจิกายนได้เกิดข้ึน การสำ� รวจความเหน็ ของผใู้ ชไ้ ฟฟา้ กลมุ่ ตา่ งๆ ในพนื้ ท่ี
ในวนั เสาร์ดว้ ย ภาคตา่ งๆ ของประเทศ เพอ่ื ประเมนิ ความสำ� เรจ็ ของนโยบาย
ในปัจจุบัน อัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาการใช้ ผ่านการยอมรับและรับรู้ของผู้ใช้ไฟฟ้าต่ออัตรา TOU Rate
สำ� หรบั บา้ นอยู่อาศัยและภาคธุรกิจ อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน ความรวมถงึ พงึ พอใจและทัศนคติต่ออตั รา TOU Rate ซง่ึ เรา
ท้ังท่ีในข้อเท็จจริงท่ีปรากฏในแผนภาพด้านล่างแสดงให้เห็น ได้ผลลัพธ์ท่ีได้จากการส�ำรวจความเห็นสามารถอธิบาย
อยา่ งชดั เจนว่า ในชว่ งเวลากลางวัน ภาคธรุ กิจ มีสดั ส่วนการ ปรากฏการณข์ องจำ� นวนผใู้ ชไ้ ฟฟา้ ทใ่ี ชอ้ ตั ราภาคสมคั รใจและ
ใชไ้ ฟฟา้ สงู ถงึ รอ้ ยละ 80 และบา้ นอยอู่ าศยั ใชไ้ ฟฟา้ เพยี งรอ้ ยละ อตั ราภาคบงั คบั ไดด้ ใี นระดบั หนง่ึ โดยความเหน็ จากกลมุ่ ตวั อยา่ ง

17

ภาคสมัครใจได้สะท้อนปัญหาของการส่ือสารเข้าถึงผู้ใช้ไฟฟ้า การทบทวนอตั ราคา่ ไฟฟ้าตามช่วงเวลาการใช้
โดยมเี พยี งรอ้ ยละ 6 - 7 ของกลมุ่ ตวั อยา่ งผใู้ ชไ้ ฟฟา้ ประเภทบา้ น สรุปข้อสังเกตประกอบการทบทวนอัตราค่าไฟฟ้า
อยอู่ าศยั และประเภทธุรกิจขนาดเล็กท่ีใช้อัตราปกติและรู้จัก ตามช่วงเวลาการใช้และช่วงเวลาการใช้ให้สอดคล้องกับ
อตั ราคา่ ไฟฟา้ แบบ TOU นอกจากนี้ ผใู้ ชไ้ ฟฟา้ ไดร้ ะบถุ งึ อปุ สรรค ลกั ษณะการใชไ้ ฟฟา้ ของกลมุ่ ผใู้ ชไ้ ฟฟา้ ในปจั จบุ นั ประกอบดว้ ย
ทท่ี ำ� ใหไ้ มต่ อ้ งเปลีย่ นมาใช้อตั รา TOU อาทิ ค่าติดตัง้ มเิ ตอร์
TOU แพงเกินไป ขาดความรู้ความเข้าใจเกยี่ วกับอตั รา TOU เสนอใหท้ บทวนชว่ งเวลาการใชแ้ ละวนั ทใี่ ช้ (TOU
ไม่สามารถปรับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าได้ และกลัวจะจ่าย Period & Day) ให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้ไฟฟ้าของ
คา่ ไฟฟ้าแพงขึ้น เป็นตน้ แต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มบ้านอยู่อาศัยและกลุ่มที่ไม่ใช่
กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ ทั้งกลุ่มบ้านอยู่อาศัย บา้ นอยอู่ าศัย เนอ่ื งจากลักษณะการใช้ไฟฟ้ามคี วามแตกต่าง
และกลุ่มธรุ กจิ จะมคี วามเหน็ ตรงกนั วา่ ชว่ งเวลาการใชข้ องอตั รา กันอย่างชัดเจน ทั้งน้ี การก�ำหนดช่วงเวลาการใช้ของกลุ่ม
คา่ ไฟฟา้ แบบ TOU ค่อนข้างยาวนานเกนิ ไป ทำ� ให้ไม่สามารถ บา้ นอยอู่ าศยั ควรคำ� นงึ ถงึ การสง่ เสรมิ ใหผ้ ใู้ ชไ้ ฟฟา้ กลมุ่ ดงั กลา่ ว
บริหารจัดการแผนการผลิตหรอื เปลยี่ นพฤตกิ รรมการใชไ้ ฟฟา้ เขา้ รว่ มในนโยบายอตั ราคา่ ไฟฟา้ ตามชว่ งเวลาการใชม้ ากยง่ิ ขน้ึ
เพอื่ ทำ� ใหค้ า่ ไฟฟา้ ทใ่ี ชใ้ นปจั จบุ นั เช่น อัตราคงท่ี อัตราปกติ ประกอบกันด้วย ท้ังน้ีการทบทวนอัตราค่าไฟฟ้าตามช่วง
หรอื อตั รา TOD เปน็ ตน้ ลดลงได้ โดยเฉพาะความเหน็ สว่ นใหญ่ เวลาการใช้ควรเป็นไปเพ่ือการส่งสัญญาทางด้านราคาให้
มากกวา่ รอ้ ยละ 80 ระบวุ า่ อตั ราคา่ ไฟฟา้ เปน็ อปุ สรรคการทำ� งาน ผใู้ ชไ้ ฟฟา้ มสี ว่ นรว่ มรบั ผดิ ชอบตน้ ทนุ ของระบบไฟฟา้ มากกวา่
จากชว่ งเวลาทยี่ าวนานเกนิ ไป ดงั นนั้ ควรกำ� หนดให้ชว่ งเวลา เป็นการสร้างภาระค่าไฟฟา้ เพ่มิ เตมิ ใหแ้ กผ่ ใู้ ชไ้ ฟฟา้
การใช้ท่สี น้ั ลง เท่าท่ีเป็นไปได้ การไฟฟา้ ควรกำ� หนดใหค้ า่ ธรรมเนยี มในการขอใช้
ผู้ใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ในภาคธุรกิจมีความพึงพอใจ ไฟฟ้าแบบอตั รา TOU สะทอ้ นต้นทนุ ของการจัดหาในปจั จุบนั
กบั อตั ราค่าไฟฟา้ แบบ TOU และส่วนน้อย (ระหว่างรอ้ ยละ โดยคา่ ธรรมเนยี มดงั กลา่ ว ควรกำ� หนดอยา่ งเปน็ ธรรมและเสมอ
3 -10 ของกลุ่มตวั อย่างกลุ่มธุรกจิ ) ทเ่ี หน็ ความแตกตา่ งของ ภาคตอ่ ผใู้ ชไ้ ฟฟา้ ในทกุ พนื้ ทข่ี องประเทศไทยและมกี ารทบทวน
ชว่ งเวลา Peak และ Off-Peak เปน็ อปุ สรรคต่อการทำ� งาน ความเหมาะสมอย่างสม�ำ่ เสมอ
ดังนนั้ เพอื่ ให้ชว่ งเวลาที่สนั้ ลง อาจจำ� เปน็ ตอ้ งทบทวนให้สว่ น กำ� หนดใหก้ ารไฟฟา้ ตอ้ งปรบั ปรงุ การรบั รขู้ องผใู้ ช้
ต่างของช่วงเวลา Peak และ Off-Peak สงู ขนึ้ ในระดบั หนงึ่ ไฟฟ้าภาคสมัครใจ ถึงประโยชน์ของนโยบายอัตราค่าไฟฟ้า
จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.6 : 1.0 เพิ่มขึ้นเป็น 1.7 - 1.8 : 1.0 แบบ TOU Rate เปรียบเทียบกับอัตราค่าไฟฟ้าแบบปกติ
ขนึ้ อยกู่ บั จำ� นวนชั่วโมงท่ีลดลงไป เสนอใหล้ ดขนั้ ตอนทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การเปลยี่ นแปลง
อตั ราคา่ บรกิ ารทเ่ี ปน็ ประโยชนต์ อ่ ผใู้ ชไ้ ฟฟา้ โดยตรง เพอ่ื ตอบสนอง
การเปลย่ี นแปลงของเทคโนโลยแี ละตน้ ทนุ ของอปุ กรณท์ เ่ี กยี่ วขอ้ ง
ทม่ี ีแนวโน้มลดลงอยา่ งต่อเน่อื งในอนาคต

18

ข้อเสนอในการทบทวนชว่ งเวลาการใชแ้ ละวันทีใ่ ช้

ตัวอย่างของขอ้ เสนอในการทบทวนช่วงเวลาการใชแ้ ละวันท่ใี ช้ ดังตาราง

อัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาการใช้สามารถช่วย จากช่วงเวลาการใชป้ จั จบุ นั ระหวา่ ง 9:00 - 22:00 น. ของวนั
ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยและธุรกิจขนาดเล็ก จนั ทร์ ถงึ วนั ศกุ ร์ ไปเปน็ ชว่ งเวลา ระหวา่ ง 18:00 - 24:00 น.
สามารถประหยดั คา่ ไฟฟา้ รายเดอื นได้ โดยผทู้ ม่ี กี ารใชไ้ ฟฟา้ มาก ของทกุ วนั เพอื่ สะทอ้ นลกั ษณะ ของการใชไ้ ฟฟา้ สูงของกลมุ่
จะได้ประโยชน์จากการประหยัดดังกล่าวมากตามไปด้วย ดงั กลา่ วในปจั จบุ นั จะสง่ ผลใหเ้ กดิ การประหยดั คา่ ไฟฟา้ เพมิ่ ขนึ้
และสามารถชดเชยกับค่าธรรมเนียมในการติดต้ังมิเตอร์แบบ สว่ นหนงึ่ เกดิ จากจำ� นวนชว่ั โมงของชว่ งเวลาทม่ี อี ตั ราคา่ ไฟฟา้ สงู
TOU Rate ได้ภายใน 1 - 2 ปี แล้วแตข่ นาดการใช้ไฟฟ้าตอ่ (Peak Rate) นอ้ ยลง จาก 65 ชว่ั โมงตอ่ สปั ดาห์ เหลือเพียง
เดอื นของผใู้ ชไ้ ฟฟา้ ขณะทผี่ ใู้ ชไ้ ฟฟา้ ทใ่ี ชไ้ ฟฟา้ ในปรมิ าณนอ้ ย 42 ชั่วโมงตอ่ สัปดาห์
เชน่ ตำ�่ กวา่ 600 หนว่ ยตอ่ เดอื น เปน็ ตน้ จะไดร้ บั ผลประโยชน์ ข้อเสนอในการทบทวนช่วงเวลาการใช้ของกลุ่ม
ท่ีไม่คุ้มค่าในการเปล่ียนแปลงอัตราค่าไฟฟ้าจากอัตราค่า ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดใหญ่และ
ไฟฟา้ คงที่ (Flat Rate) ไปอตั ราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาการใช้ กิจการเฉพาะอย่าง พบว่าการเปลย่ี นแปลงชว่ งเวลา จากชว่ ง
ขณะท่ีการส่งเสริมให้ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มธุรกิจขนาด เวลาการใชป้ จั จบุ นั ระหวา่ ง 9:00 - 22:00 น. ของวนั จนั ทร์ ถงึ
กลางที่ใช้อัตราค่าไฟฟ้าคงที่เปลี่ยนมาใช้อัตราค่าไฟฟ้าตาม วันศุกร์ ไปเป็นช่วงเวลา 8:00 - 21:00 น.ของวันจันทร์ถึงวัน
ชว่ งเวลาการใช้ พบวา่ ในทกุ ชว่ งการใชไ้ ฟฟา้ มคี า่ ไฟฟา้ ทสี่ งู ขน้ึ เสาร์ จ�ำเป็นต้องมีการปรับลดค่าไฟฟ้าในช่วงที่มีอัตราค่า
จงึ ไมส่ ามารถจงู ใจใหผ้ ใู้ ชไ้ ฟฟา้ กลมุ่ ดงั กลา่ วเปลย่ี นมาใชอ้ ตั รา ไฟฟ้าสูง เพ่ือชดเชยต้นทุนค่าไฟฟ้าท่ีเพ่ิมสูงขึ้นเนื่องจาก
คา่ ไฟฟา้ ตามชว่ งเวลาการใชไ้ ด้ ยกเวน้ จะตอ้ งลดคา่ ไฟฟา้ ในชว่ ง จำ� นวนชวั่ โมงของชว่ งเวลาทมี่ อี ตั ราคา่ ไฟฟา้ สงู (Peak Rate)
ของการใชไ้ ฟฟา้ สงู (Peak Rate) ลงมาประมาณ 5 - 6% เพอ่ื ให้ เพิ่มข้ึน จาก 65 ช่ัวโมงต่อสัปดาห์ เหลือเพียง 78 ชั่วโมง
คา่ ไฟฟา้ อยใู่ นระดับใกลเ้ คยี งกับอัตราค่าไฟฟ้าคงที่ ต่อสัปดาห์ ซึ่งสะท้อนกับลักษณะการใช้ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้า
ขอ้ เสนอในการทบทวนชว่ งเวลาการใช้ (TOU Rate) ภาคธรุ กจิ ในปจั จุบัน
ของกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยและธุรกิจขนาดเล็ก

19

กลมุ่ เปา้ หมายของการเพม่ิ จำ� นวนผใู้ ชไ้ ฟฟา้ ประเภท
อัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาการใช้ ได้แก่ ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มบ้าน
อยู่อาศัยและธุรกิจขนาดเล็ก เน่ืองจากสามารถลดค่าไฟฟ้า
รายเดือนไดอ้ ยา่ งชดั เจน ประกอบกบั จำ� นวนผใู้ ช้ไฟฟา้ กลมุ่ นี้ที่
ใช้อัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาการใช้ยังอยู่เกณฑ์ที่ต�่ำมาก
(น้อยกว่า 2%) โดยมีเป้าหมายท่ีกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท
บา้ นอยอู่ าศยั ทใี่ ชไ้ ฟฟา้ เกนิ 150 หนว่ ยตอ่ เดอื น (ประเภท 1.2)
และกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทธุรกิจขนาดเล็กที่ใช้อัตราค่าไฟฟ้า
แบบคงท่ี (ประเภท 2.1) ดงั แสดงในตาราง
ทงั้ นผี้ ลการศกึ ษาดงั ท่ีกล่าวมาข้างต้น ยังไม่ได้น�ำไป
ใชจ้ รงิ ซึ่งในการจะนำ� ไปปรบั ใช้จริงน้ัน จะต้องผ่านข้นั ตอน
การหารือร่วมกับหน่วยงานที่เก่ียวข้องเพ่ือให้ได้ข้อสรุปในการ
นำ� ไปปรบั ใชท้ ช่ี ดั เจน กอ่ นทจี่ ะนำ� เสนอตอ่ ผมู้ อี ำ� นาจตามขน้ั ตอน
ตอ่ ไป

ท่ีมาภาพ :
https://www.power-technology.com/comment/power-sector-decline-electricity-demand-covid-19/
https://allabout-japan.com/en/article/6236/
https://www.egat.co.th/en/index.php?option=com_content&view=article&id=423:let-s-get-to-know-transmission-sys-
tem-development-project&catid=23&Itemid=203
20

ปโิ ตรเลียม

สราถคาานนก�้ำามรันณเช์ ้ือเพลิง

(มกราคม – สงิ หาคม 2563)

1. ราคานำ้� มนั ดบิ ราคานำ�้ มนั ปรับตัวลดลงตำ่� สดุ ในรอบมากกวา่ 1 ปี หลังการ
แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 สร้างความกังวลต่อเศรษฐกิจ
มกราคม 2563 ราคานำ�้ มนั ดบิ ดไู บ และเวสตเ์ ทก็ ซสั และความตอ้ งการใชน้ ำ้� มนั ทวั่ โลก ขณะทซ่ี าอดุ อิ าระเบยี ลดปรมิ าณ
เฉลยี่ อยทู่ ร่ี ะดบั $64.29 และ $57.52 ตอ่ บารเ์ รล ปรบั ตวั ลดลง ส่งออกน�้ำมันดิบไปจีนลง 500,000 บาร์เรล/วัน ในเดือน
จากเดือนที่แล้ว$0.60 และ $2.29 ต่อบาร์เรล ตามล�ำดับ ม.ี ค. 2563 หลงั โรงกลนั่ ในจนี ปรบั ลดกำ� ลงั การผลติ ลง จากการ
จากตลาดกังวลกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด - 19 แพร่ระบาดของไวรัสโควิด - 19 รวมท้ัง WHO ยกระดับการ
ท่ีส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้�ำมัน เตอื นภยั ของไวรสั โควดิ - 19 จากระดบั สงู มาเปน็ ระดบั ทส่ี งู มาก
โดยหลายประเทศไดเ้ รมิ่ มมี าตรการควบคมุ การเดนิ ทางจากจนี ถือเป็นการประเมินความเสี่ยงในการระบาดของโรคระดับ
เพอื่ ปอ้ งกนั การแพรร่ ะบาด ประกอบกบั นกั ลงทนุ คาดการณว์ า่ สงู สดุ เนอื่ งจากหลายประเทศทวั่ โลกกำ� ลงั เผชญิ หนา้ กบั ปญั หา
ผลกระทบของเหตคุ วามไมส่ งบในลเิ บยี สง่ ผลใหก้ ำ� ลงั การผลติ ในการจดั การกบั การระบาดดงั กลา่ ว โดยรายงานพบผตู้ ดิ เชอื้
นำ้� มนั ดบิ ปรบั ลดลงไปอยทู่ รี่ ะดบั 72,000 บารเ์ รล/วนั จากระดบั โควิด - 19 เพิ่มขึ้นกว่าร้อยคนในยุโรปและตะวันออกกลาง
1.2 ล้านบาร์เรล/วัน คาดว่าจะได้รับการชดเชยจากผู้ผลิต ส่งผลให้สหรัฐฯ กังวลต่อการแพร่ระบาดท่ีอาจลุกลามมายัง
ในกลมุ่ โอเปก ทงั้ น้ี กลมุ่ โอเปกมกี ำ� ลงั การผลติ สำ� รอง (spare ประเทศมากขน้ึ เปน็ สาเหตใุ หค้ วามตอ้ งการใชน้ ำ้� มนั มแี นวโนม้
capacity) อยู่ที่ระดบั สูงกว่า 3 ล้านบารเ์ รล/วนั อีกทั้ง รมว. ปรับลดลง
กระทรวงน�้ำมันของอิหร่านแถลงปริมาณส�ำรองน้�ำมันดิบที่ มนี าคม 2563 ราคานำ้� มันดบิ ดูไบและเวสต์เท็กซสั
ผลติ จากแหลง่ Azadegan เพมิ่ ขน้ึ 3,500 ลา้ นบาร์เรล อยู่ท่ี เฉลยี่ อยทู่ ร่ี ะดบั $33.70 และ $29.87 ตอ่ บารเ์ รล ปรบั ตวั ลดลง
8,700 ลา้ นบารเ์ รล โดยอตั ราการผลติ เพม่ิ ขน้ึ เปน็ รอ้ ยละ 10 จากเดอื นทแ่ี ลว้ $20.52 และ $20.66 ตอ่ บารเ์ รล ตามลำ� ดบั
จากเดมิ รอ้ ยละ 5 - 6 จากตลาดยังคงกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส
โควดิ - 19 หลงั จำ� นวนผตู้ ดิ เชอื้ ยงั มแี นวโนม้ เพมิ่ ตอ่ เนอ่ื ง อาจสง่ ผล
กมุ ภาพนั ธ์ 2563 ราคานำ�้ มนั ดบิ ดไู บและเวสตเ์ ทก็ ซสั ท�ำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยและกดดันต่อความ
เฉลยี่ อยทู่ รี่ ะดบั $54.22 และ $50.53 ตอ่ บารเ์ รล ปรบั ตวั ลดลง
จากเดือนท่แี ล้ว $10.07 และ $6.99 ต่อบารเ์ รล ตามล�ำดบั

21

ตอ้ งการใช้นำ้� มนั กอปรกับรฐั บาลซาอุฯ วางแผนเตรียมเพิ่ม ราคา WTI สญั ญาเดอื น มิ.ย. 2563 ยงั คงปดิ ตลาดเป็นบวก
การสง่ ออกน�ำ้ มนั ดิบทีร่ ะดบั 10.6 ล้านบาร์เรล/วัน ในเดือน และบรษิ ัท Rystad Energy ปรบั ลดคาดการณค์ วามตอ้ งการ
พ.ค. 2563 เน่อื งจากความต้องการใช้น�ำ้ มนั ในประเทศลดลง ใชน้ ำ�้ มนั ในปี 2563 ลงรอ้ ยละ 10 สรู่ ะดบั 89.2 ลา้ นบารเ์ รล/วนั
ขณะที่ซาอุดิ อารามโค ประกาศกอ่ นหนา้ นีว้ า่ จะเพ่มิ ก�ำลัง จากการแพรร่ ะบาดของเชอ้ื ไวรสั โควดิ - 19 ทสี่ ง่ ผลกระทบ
การผลิตน�้ำมันดิบท่ี 13 ล้านบาร์เรล/วัน จากเดิมที่ 12 ตอ่ เศรษฐกจิ เป็นวงกว้าง
ลา้ นบาร์เรล/วนั นอกจากนี้ ส�ำนักงานพลงั งานสากล (IEA) พฤษภาคม 2563 ราคานำ�้ มนั ดบิ ดไู บและเวสตเ์ ทก็ ซสั
คาดวา่ ความตอ้ งการใช้นำ้� มันในปีน้ปี รบั ลดลงกวา่ 20 ล้าน เฉลย่ี อยทู่ ร่ี ะดบั $30.47 และ $28.57 ตอ่ บารเ์ รล ปรบั ตวั เพมิ่ ขนึ้
บาร์เรล/วัน จากปีท่ีแล้ว เน่ืองจากประชากรท่ัวโลกกว่า จากเดอื นทแ่ี ลว้ $10.08 และ $12.04 ตอ่ บารเ์ รล ตามลำ� ดบั
3 พันล้านคน จ�ำกัดการเดินทางและกักตัวอยู่บ้าน เน่ืองจาก โดยก�ำลงั การผลิตน้�ำมันดบิ ท่ัวโลกปรบั ตัวลดลง ขณะทค่ี วาม
ความกังวลการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด - 19 รวมท้ัง ตอ้ งการใชน้ ำ�้ มนั มแี นวโนม้ ปรบั ตวั สงู ขน้ึ จากการคลายมาตรการ
สหรฐั ฯ ประกาศยตุ แิ ผนการซอื้ นำ้� มนั เพอื่ กกั เกบ็ ในคลงั สำ� รอง ปดิ เมอื งในหลายประเทศ โดยนวิ ยอรก์ ซติ ซี้ งึ่ เปน็ เมอื งทไ่ี ดร้ บั
ทางยทุ ธศาสตร์ (SPR) เป็นจำ� นวน 30 ลา้ นบาร์เรล จากที่ ผลกระทบหนกั ทสี่ ดุ จากการแพรร่ ะบาดของโควดิ - 19 ในสหรฐั ฯ
กระทรวงพลงั งานสหรฐั ฯ ไดป้ ระกาศไปกอ่ นหนา้ น้ี เนอ่ื งจาก จะเรมิ่ ผอ่ นคลายขอ้ จำ� กดั ตา่ งๆ กบั ภาคธรุ กจิ อกี ทง้ั กลมุ่ โอเปก
สภาคองเกรสไม่อนุมัติงบประมาณในการด�ำเนินโครงการ และประเทศพนั ธมติ รเตรยี มพจิ ารณาขยายระยะเวลาขอ้ ตกลง
ซึ่งอาจสูงถึง 2 พันลา้ นเหรียญสหรัฐฯ ในการปรบั ลดกำ� ลงั การผลติ ลงราว 9.7 ลา้ นบารเ์ รล/วนั ในเดอื น
เมษายน 2563 ราคาน�้ำมนั ดิบดูไบและเวสตเ์ ทก็ ซสั พ.ค. - ม.ิ ย. 2563 ออกไป โดยกลมุ่ ผผู้ ลติ จะมกี ารประชมุ ครง้ั ถดั ไป
เฉลยี่ อยทู่ รี่ ะดบั $20.39 และ $16.54 ตอ่ บารเ์ รล ปรบั ตวั ลดลง ในตน้ เดอื น ม.ิ ย. 2563 นอกจากนโี้ รงกลนั่ ในสหรฐั ฯ หลายแหง่
จากเดอื นทแ่ี ลว้ $13.31 และ $13.33 ตอ่ บารเ์ รล ตามลำ� ดบั ปรบั เพม่ิ ก�ำลงั การผลิตอยา่ งตอ่ เนอื่ ง สรู่ ะดบั ร้อยละ 71.3
จากราคา WTI ปรบั ตวั ลดลงตดิ ลบเปน็ ครงั้ แรกในประวตั ศิ าสตร์ ขณะท่ีจำ� นวนแทน่ ขดุ เจาะนำ้� มนั และกา๊ ซของสหรัฐฯ และ
หลงั ไดร้ บั แรงกดดนั จากการเทขายทำ� กำ� ไรของนกั ลงทนุ กอ่ นท่ี แคนาดาลดลงส่รู ะดบั ต�่ำสุดเป็นประวตั ิการณ์ ส่งผลให้กำ� ลัง
สญั ญาเดอื น พ.ค. จะสนิ้ สดุ วนั ท่ี 21 เม.ย. 2563 และความ การผลติ นำ�้ มนั ดบิ มแี นวโนม้ ปรบั ลดลง โดยบรษิ ทั เบเกอร์ ฮวิ จ์
ต้องการใช้น้�ำมันในสหรัฐฯ ท่ีปรับตัวลดลงอย่างมากจาก รายงานแทน่ ขดุ เจาะนำ้� มนั และกา๊ ซในสหรฐั ฯ ประจำ� สปั ดาห์
การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด - 19 ส่งผลให้ตลาดกังวลว่า สิ้นสดุ วนั ท่ี 29 พ.ค. 2563 ลดลง 17 แทน่ สู่ระดบั ตำ�่ สุด
ปรมิ าณนำ้� มนั ดบิ คงคลงั ของสหรฐั ฯ จะเตม็ ซงึ่ อาจทำ� ใหผ้ ผู้ ลติ เป็นประวัตกิ ารณท์ ่ี 301 แทน่ ในขณะทจ่ี ำ� นวนแทน่ ขุดเจาะ
นำ�้ มันดิบต้องจ่ายเงินเพื่อระบายนำ้� มันดิบแทน อย่างไรก็ตาม น้�ำมันและกา๊ ซของแคนาดาลดลง 20 แทน่

22

มถิ นุ ายน 2563 ราคานำ้� มนั ดบิ ดไู บและเวสตเ์ ทก็ ซสั ส่งผลให้ผู้ผลิตน้�ำมันในอ่าวเม็กซิโกจ�ำเป็นต้องปิดแหล่งผลิต
เฉลี่ยอยู่ท่ีระดับ $40.79 และ $38.30 ต่อบาร์เรล ปรับตัว นำ้� มนั ดิบราว 1.56 ล้านบาร์เรล/วัน หรือ รอ้ ยละ 84 ของ
เพ่ิมขึ้นจากเดือนที่แล้ว $10.32 และ $9.73 ต่อบาร์เรล กำ� ลงั การผลติ ในอา่ วเมก็ ซโิ ก ประกอบกบั สำ� นกั ขา่ วรอยเตอร์
ตามลำ� ดบั ราคานำ�้ มนั ดบิ ปรบั ตวั สงู ขนึ้ หลงั ตวั เลขทางเศรษฐกจิ รายงานปริมาณการส่งออกน้�ำมันดิบจากท่าส่งออกทางใต้
ทว่ั โลกเดอื น ม.ิ ย. มที ศิ ทางทดี่ ขี น้ึ อาทิ ดชั นกี จิ กรรมการผลติ ของอริ กั วนั ท่ี 1 - 25 ส.ค. 2563 อยทู่ ี่ 2.63 ลา้ นบารเ์ รล/วนั
ภาคอตุ สาหกรรมของสหรฐั ฯ ปรบั ตัวขน้ึ ไปแตะระดับ 52.6 ลดลงจากเดือน ก.ค. 2563 ซึ่งอยทู่ ่ี 2.67 ล้านบารเ์ รล/วัน
สงู สดุ ในรอบ 1 ปี และดชั นรี วมของยโู รโซนปรบั ตวั เพมิ่ ขนึ้ มา ทงั้ น้ี เปน็ ความพยายามลดการผลิตและการส่งออก รวมทงั้
อยทู่ ่ี 75.7 รวมทง้ั จนี ทเี่ ผยกำ� ไรภาคอตุ สาหกรรมในเดอื น พ.ค. กลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตรให้ความร่วมมือกันในการ
ปรบั ตวั เพม่ิ ขน้ึ รอ้ ยละ 6 เปน็ สญั ญาณบง่ บอกถงึ ความตอ้ งการ ปรับลดก�ำลังการผลิตน�ำ้ มันดบิ ในเดอื น ก.ค. 2563 ท่ีร้อยละ
ใชน้ ำ้� มนั ทเี่ รม่ิ ฟน้ื ตวั รวมทงั้ ตลาดคาดความตอ้ งการใชน้ ำ�้ มนั ดบิ 97 ของปรมิ าณทตี่ กลงไว้ โดยยงั ตอ้ งจบั ตาการประชมุ JMMC
ปรบั เพม่ิ ขน้ึ หลงั หลายประเทศเรม่ิ มมี าตรการคลายลอ็ คดาวน์ ของกลุ่มโอเปกและประเทศพันธมติ ร ซ่ึงจะมีข้ึนในวันท่ี 19
โดยเฉพาะสหรัฐฯ ซ่ึงจะท�ำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวข้ึน ส.ค. 2563 เพอื่ ตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อตกลงในการปรบั
อยา่ งรวดเรว็ แมว้ า่ จะมรี ายงานวา่ ยอดตดิ เชอื้ ไวรสั โควดิ - 19 ลดกำ� ลังการผลติ อย่างไรกต็ าม นกั ลงทนุ คาดว่ากล่มุ ผผู้ ลิต
ยงั คงเพมิ่ ขนึ้ กต็ าม อกี ทง้ั คาดการณป์ รมิ าณนำ�้ มนั ดบิ จะปรบั ลดลง อาจไมป่ รับลดกำ� ลังการผลติ เพ่ิมจากขอ้ ตกลงเดมิ
ในเดอื น ก.ค. 2563 จากขอ้ ตกลงการลดกำ� ลงั การผลติ นำ�้ มนั
ของกลมุ่ โอเปกและพนั ธมติ รนอกกลมุ่ (OPEC+) โดยเฉพาะ 2. ราคากลางนำ�้ มนั สำ� เรจ็ รปู ตลาดภมู ภิ าคเอเชยี
อริ กั และคาซคั สถานทยี่ นื ยนั วา่ จะปรบั ลดกำ� ลงั การผลติ เพมิ่ ขน้ึ
อกี ในชว่ งเวลาอนั ใกล้ มกราคม 2563 ราคาน�้ำมันเบนซนิ ออกเทน 95,
กรกฎาคม 2563 ราคานำ�้ มนั ดบิ ดไู บและเวสตเ์ ทก็ ซสั 92, 91 (Non-Oxy) และนำ้� มนั ดเี ซล เฉลย่ี อยทู่ ร่ี ะดบั $71.27,
เฉลยี่ อยทู่ ร่ี ะดบั $43.28 และ $40.85 ตอ่ บารเ์ รล ปรบั ตวั เพ่ิมข้ึน $69.11, $70.50 และ $76.50 ตอ่ บาร์เรล ปรับตัวลดลงจาก
จากเดอื นท่ีแลว้ $2.49 และ $2.54 ต่อบาร์เรล ตามลำ� ดับ เดอื นทแ่ี ล้ว $3.53, $2.18, $2.53 และ $2.18 ตอ่ บารเ์ รล
จากส�ำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐฯ (EIA)
รายงานการผลิตน�้ำมันดิบของสหรัฐฯ ในเดือน พ.ค. 2563
ปรับลดลงมากที่สุดเป็นประวตั ิการณถ์ งึ 2 ลา้ นบารเ์ รล/วนั
ไปอยทู่ รี่ ะดบั 10 ลา้ นบารเ์ รล/วนั และการลดกำ� ลงั การผลติ
ของกลมุ่ โอเปกและประเทศพนั ธมติ รยงั คงไดร้ บั ความรว่ มมอื
เปน็ อย่างดี ซงึ่ สง่ ผลให้ปรมิ าณน้�ำมันดิบคงคลังสหรฐั ฯ และ
ท่วั โลกปรบั ลดลงโดยนกั วิเคราะห์คาดวา่ ผลจากความร่วมมอื
ดงั กลา่ ว จะทำ� ใหน้ ำ้� มนั ดบิ คงคลงั ทว่ั โลกมแี นวโนม้ ลดลงตอ่ ไป
ได้ในอนาคต อีกท้ังตลาดน้�ำมันเร่ิมมีสัญญาณที่ดีข้ึนจาก
ความคืบหนา้ เกย่ี วกบั การทดลองวัคซนี ตา้ นไวรสั โควดิ - 19
โดยหลายบรษิ ทั เรมิ่ มคี วามคบื หนา้ ในการทดลองแลว้ นำ� โดย
บรษิ ทั แอสตรา้ เซนเนกา้ (AstraZeneca) รว่ มกบั มหาวทิ ยาลยั
ออกซฟ์ อรด์ ทส่ี ามารถพฒั นาวคั ซนี ซง่ึ ชว่ ยกระตนุ้ ระบบภมู คิ มุ้ กนั
ภายในรา่ งกายของอาสาสมคั รจำ� นวนกวา่ 1,077 คน ไดส้ ำ� เรจ็
สงิ หาคม 2563 ราคานำ�้ มนั ดบิ ดไู บและเวสตเ์ ทก็ ซสั
เฉลย่ี อยทู่ ่ีระดบั $43.99 และ $42.37 ต่อบารเ์ รล ปรบั ตัว
เพม่ิ ขนึ้ จากเดอื นทแ่ี ลว้ $0.71 และ $1.52 ตอ่ บารเ์ รล ตามลำ� ดบั
จากเฮอรร์ เิ คนลอรา่ พดั เขา้ กระหนำ่� อา่ วเมก็ ซโิ กและรฐั หลยุ เซยี นา
นับเป็นพายุท่ีรุนแรงท่ีสุดนับตั้งแต่เฮอร์ริเคนริตาในปี 48

23

ตามลำ� ดบั จากตลาดกังวลว่าปรมิ าณส่งออกเบนซินจากจีน มนี าคม 2563 ราคาน้�ำมนั เบนซนิ ออกเทน 95, 92,
จะปรบั ตัวเพม่ิ ข้นึ จากอุปสงคใ์ นประเทศท่ีลดลง นอกจากนี้ 91 (Non-Oxy) และน้�ำมนั ดีเซล เฉลย่ี อยูท่ ่ีระดับ $36.45,
นกั วิเคราะห์คาดการณว์ า่ เบนซินคงคลงั สหรฐั ฯ จะปรับเพ่มิ $35.19, $36.35 และ $45.48 ต่อบาร์เรล ปรับตวั ลดลง
สงู สดุ ในรอบเฉล่ีย 5 ปี ในชว่ งสิน้ เดือน ม.ค. 2563 ขณะท่ี จากเดือนทแ่ี ล้ว $28.00, $27.37, $27.63 และ $20.49
ราคาน้�ำมันดีเซลลดลงจากตลาด คาดว่าความต้องการใช้ ต่อบาร์เรล ตามลำ� ดับ จากอปุ สงคเ์ บนซินจากอนิ โดนีเซีย
ดเี ซลในภมู ภิ าคจะถกู กดดนั จากการระบาดของไวรสั โควดิ - 19 ซ่ึงเป็นผู้ซ้ือน�้ำมันรายใหญ่ท่ีสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออก
อย่างไรก็ตาม ราคาดีเซลยังได้รับแรงหนุนจากปริมาณดีเซล เฉยี งใตม้ แี นวโนม้ ลดลง หลงั เตรยี มยกระดบั มาตรการปอ้ งกนั
ที่ลดลงจากชว่ งปดิ ซอ่ มบำ� รุงโรงกลนั่ การแพร่ระบาดของไวรสั โควิด - 19 กอปรกบั จีนมแี นวโนม้
กุมภาพนั ธ์ 2563 ราคานำ�้ มนั เบนซนิ ออกเทน 95, ส่งออกเบนซนิ เพ่มิ ขณะทค่ี วามตอ้ งการใชเ้ บนซินในภูมิภาค
92, 91 (Non-Oxy) และนำ�้ มนั ดเี ซล เฉลยี่ อยทู่ รี่ ะดบั $64.45, แอฟริกาตะวันตกปรับตัวลดลงจากการแพร่ระบาดของไวรัส
$62.57, $63.97 และ $65.97 ต่อบารเ์ รล ปรบั ตัวลดลงจาก โควดิ - 19 ส่วนราคาน้�ำมนั ดีเซลปรับลดลงจากอปุ ทานดเี ซล
เดือนที่แล้ว $6.82, $6.54, $6.52 และ $10.53 ตอ่ บารเ์ รล ในภมู ภิ าคทมี่ าจากอนิ เดยี และเกาหลใี ตเ้ พมิ่ มากขนึ้ หลงั ความ
ตามล�ำดับ จากตลาดถูกกดดันจากปริมาณเบนซินในเอเชีย ตอ้ งการใชน้ ำ�้ มนั ลดลงจากการแพรร่ ะบาดของไวรสั โควดิ - 19
ทส่ี งู ขนึ้ จากความตอ้ งการทอ่ี อ่ นตวั ลงจากการแพรร่ ะบาดของ และความต้องการใช้ดเี ซลของจีนในเดือน ม.ค. และ ก.พ.
เชือ้ ไวรสั โควิด-19 และ Platts คาดการณค์ วามตอ้ งการใช้ 2563 ปรับตัวลดลง จากการแพรร่ ะบาดของไวรสั โควิด - 19
น�้ำมันส�ำเร็จรูปของภูมิภาคเอเชียในปี 2563 เฉล่ียอยู่ท่ี รวมทงั้ รฐั บาลอนิ เดยี ประกาศสง่ั ปดิ เมอื งทว่ั ประเทศเปน็ เวลา
380,000 บาร์เรล/วัน ต่ำ� สดุ ตง้ั แต่เกดิ วกิ ฤตการเงนิ ปี 2552 3 สปั ดาห์ เพอื่ ควบคมุ การระบาดของไวรสั โควดิ - 19 ซง่ึ อาจ
จากการแพร่ระบาดของเช้ือไวรัสโควิด - 19 อีกท้ังปริมาณ สง่ ผลกระทบต่อความตอ้ งการใช้ดเี ซล
การสง่ ออกเบนซนิ จากจนี ในเดอื น ม.ี ค. 2563 ปรบั ตวั เพม่ิ ขนึ้ เมษายน 2563 ราคาน้�ำมนั เบนซนิ ออกเทน 95, 92,
3 เทา่ เมอ่ื เทยี บกบั ปรมิ าณในเดอื นทผี่ า่ นมา สว่ นราคานำ�้ มนั ดเี ซล 91 (Non-Oxy) และน้�ำมันดีเซล เฉล่ียอยู่ที่ระดับ $20.52,
ปรับลดลงจากอุปทานดีเซลในภูมิภาคเอเชียอยู่ในระดับสูง $19.44, $20.06 และ $31.42 ตอ่ บารเ์ รล ปรบั ตวั ลดลงจาก
อนั เปน็ ผลมาจากความตอ้ งการใชด้ เี ซลทล่ี ดลงโดยเฉพาะในจนี เดอื นทแ่ี ลว้ $15.93, $15.75, $16.29 และ $14.06 ตอ่ บารเ์ รล
รวมทงั้ คาดการณเ์ ศรษฐกจิ โลกจะถกู กดดนั จากการแพรร่ ะบาด ตามลำ� ดบั จากตลาดคาดวา่ ความตอ้ งการใชน้ ำ�้ มนั เบนซนิ ปรบั ตวั
ของเชอื้ ไวรสั โควดิ - 19 นอกประเทศจนี ประกอบกับมีการ สงู ขน้ึ หลงั รฐั บาลหลายประเทศเรม่ิ มกี ารผอ่ นคลายมาตรการ
สง่ ออกดเี ซลจากอินเดยี มากขน้ึ

24

ปดิ เมอื ง ประกอบกบั รายงานปรมิ าณสำ� รองเบนซนิ เชงิ พาณชิ ย์ จากอุปสงค์ในภูมิภาคท่ีเพ่มิ มากข้นึ ขณะท่อี ุปทานในภมู ิภาค
ทว่ั โลกอยใู่ นระดบั สงู จากการแพรร่ ะบาดของเชอ้ื ไวรสั โควดิ - 19 ปรบั ตวั ลดลง และแรงหนนุ จากปรมิ าณนำ�้ มนั ดเี ซลในตลาดลดลง
ท่ีท�ำให้ความต้องการใช้น�้ำมันปรับตัวลดลงจากการล็อคดาวน์ หลังมีความเป็นไปได้ในการส่งออกไปภูมิภาคอ่ืนได้มากขึ้น
ต่อเน่อื งในหลายประเทศ ขณะท่ีราคาน้�ำมันดีเซลปรับลดลง รวมท้ังจากการปรับลดกำ� ลังการผลิตของโรงกลั่นและการปิด
จากความต้องการใช้น้�ำมันดีเซลในภูมิภาคยังอยู่ในระดับต�่ำ ซอ่ มบ�ำรุงในเอเชยี
จากผลกระทบของไวรสั โควดิ - 19 อยา่ งไรกต็ าม ตลาดยงั ไดร้ บั มถิ ุนายน 2563 ราคานำ้� มันเบนซินออกเทน 95,
แรงหนนุ จากอุปทานที่ลดลง หลงั โรงกล่ันในภมู ภิ าคปดิ ซ่อม 92, 91 (Non-Oxy) และนำ�้ มนั ดเี ซล เฉลยี่ อยทู่ ร่ี ะดบั $45.33,
บำ� รุงและปรับลดก�ำลังการผลิต รวมทัง้ ปริมาณนำ้� มันดเี ซล $42.79, $43.89 และ $46.60 ตอ่ บารเ์ รล ปรบั ตวั เพม่ิ ขน้ึ จาก
ในเอเชยี มแี นวโนม้ ปรบั ตวั เพมิ่ ขนึ้ หลงั ตะวนั ออกกลางมคี วาม เดอื นทแี่ ลว้ $11.85, $11.96, $12.19 และ $10.53 ตอ่ บารเ์ รล
คมุ้ คา่ ทางเศรษฐศาสตรใ์ นการสง่ นำ�้ มนั ดเี ซลมายงั เอเชยี มากกวา่ ตามลำ� ดบั จากความตอ้ งการใชน้ ำ้� มันเบนซนิ จากอินโดนีเซยี
ไปยโุ รป ปรับตัวสูงข้ึน ประกอบกับนักวิเคราะห์คาดการณ์ปริมาณ
พฤษภาคม 2563 ราคาน้ำ� มนั เบนซนิ ออกเทน 95, นำ�้ มนั เบนซนิ คงคลงั ในสหรฐั ฯ มแี นวโนม้ ปรบั ตวั ลดลง รวมทง้ั
92, 91 (Non-Oxy) และนำ้� มนั ดเี ซล เฉลย่ี อยทู่ รี่ ะดบั $33.48, ความต้องการใชน้ ้ำ� มันเบนซนิ ในภูมภิ าคเอเชยี ปรบั ตวั เพ่ิมขึ้น
$30.84, $31.70 และ $36.07 ตอ่ บารเ์ รล ปรบั ตวั เพมิ่ ขนึ้ จาก ท้ังจากการผ่อนคลายนโยบายปิดเมืองของหลายประเทศ
เดอื นทแ่ี ลว้ $12.96, $11.39, $11.64 และ $4.65 ตอ่ บารเ์ รล ในภูมิภาคเอเชียและการยกเลิกเคอร์ฟิวของไทย ส่วนราคา
ตามลำ� ดบั จาก Euroilstock รายงานปรมิ าณการผลิตน้�ำมนั น้�ำมันดีเซลปรับลดลงจากอุปทานตึงตัวจากการปรับลดก�ำลัง
เบนซนิ ในยุโรป เดอื น เม.ย. 2563 ลดลง รอ้ ยละ 10.8 อยู่ท่ี การผลติ ของโรงกลนั่ ในภมู ภิ าคชว่ งกอ่ นหนา้ ทา่ มกลางอปุ สงค์
1.76 ลา้ นบาร์เรล/วนั อีกทั้งคาดการณป์ ริมาณน�ำ้ มันเบนซิน ที่ฟื้นตัวอย่างต่อเน่ือง หลังจีนยังคงไม่ส่งออกน�้ำมันดีเซล
คงคลงั สหรฐั ฯ ลดลงตามความตอ้ งการใชน้ ำ้� มนั เบนซนิ ในสหรฐั ฯ ออกสตู่ ลาด
ทป่ี รบั ตวั เพม่ิ ขน้ึ สว่ นราคานำ�้ มนั ดเี ซลปรบั ลดลงจากแรงหนนุ

25

กรกฎาคม 2563 ราคาน�้ำมันเบนซินออกเทน 95, $2.17, $1.92 ต่อบารเ์ รล ตามลำ� ดับ จากแรงหนนุ จากความ
92, 91 (Non-Oxy) และนำ้� มนั ดเี ซล เฉลยี่ อยทู่ ร่ี ะดบั $46.61, ต้องการใช้น้�ำมันเบนซินในภูมิภาคเพ่ิมสูงขึ้นและคาดการณ์
$44.80, $46.02 และ $50.14 ตอ่ บาร์เรล ปรบั ตวั เพ่มิ ขน้ึ ปริมาณการผลิตน้�ำมันเบนซินสหรัฐฯ ปรับลดลงเน่ืองจาก
จากเดอื นทแี่ ลว้ $1.29, $2.01, $2.14 และ $3.54 ตอ่ บารเ์ รล ผลกระทบของเฮอรเิ คน และความตอ้ งการใช้น้ำ� มนั เบนซนิ ใน
ตามลำ� ดบั โดยสำ� นกั สถติ แิ หง่ ชาตจิ นี (National Bureau of ภูมิภาคเพมิ่ สงู ขน้ึ และนำ้� มนั เบนซนิ คงคลงั ในเอเซยี ตะวนั ออก
Statistics : NBS) รายงานปรมิ าณการผลิตน�้ำมันเบนซิน เฉยี งใตป้ รบั ลดลง รอ้ ยละ 6 ณ สปั ดาหส์ น้ิ สดุ 19 ส.ค. 2563
ในประเทศ เดอื น ม.ิ ย. 2563 อยทู่ รี่ ะดบั 3.03 ลา้ นบารเ์ รล/วนั รวมทง้ั โรงกลน่ั อาจขยายเวลาการปดิ ซอ่ มบำ� รงุ โรงกลนั่ หลงั คา่
ปรับลดลง ร้อยละ 3 จากปีก่อน (-3% YoY) ขณะทอ่ี ุปทาน การกล่นั ต�่ำตอ่ เนอื่ ง ขณะท่ีราคาน�้ำมนั ดีเซลเฉลีย่ อย่ทู ่ีระดับ
นำ�้ มนั ดเี ซลในภมู ภิ าคยงั คงตงึ ตวั ทา่ มกลางความกงั วลตอ่ อปุ สงค์ $49.43 ต่อบาร์เรล ปรับตัวลดลงจากเดือนท่ีแล้ว $0.71
จากการแพร่ระบาดของไวรสั โควิด - 19 และจากการปิดซอ่ ม ตอ่ บาร์เรล จากความตอ้ งการใช้ทีอ่ อ่ นแอท้ังใตะวนั ออกกลาง
บ�ำรุงโรงกลั่นประจ�ำปีและปิดซ่อมบ�ำรุงฉุกเฉินของไต้หวัน และเอเชยี และอปุ ทานทลี่ น้ ตลาด ประกอบกบั ปรมิ าณสำ� รอง
ตลอดจนการปรับลดก�ำลงั การผลติ อยา่ งไรก็ตามตลาดยังถกู น้�ำมันดีเซลท่ัวโลกที่อยู่ในระดับสูงเป็นปัจจัยกดดัน อีกทั้ง
กดดันจากอุปสงค์ทล่ี ดลงเนอื่ งจากปัญหาอทุ กภัยทางตอนใต้ ความไม่คุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ในการส่งออกน�้ำมันดีเซล
ของจนี จากเอเชียสู่ยุโรป และตลาดยังคงกังวลการฟื้นตัวของความ
สงิ หาคม 2563 ราคาน�ำ้ มนั เบนซินออกเทน 95, 92, ตอ้ งการใชน้ ำ้� มนั ดเี ซล เนอ่ื งจากตวั เลขผตู้ ดิ เชอ้ื ไวรสั โควดิ - 19
91 (Non-Oxy) เฉล่ียอยู่ที่ระดับ $48.21, $46.97 และ ในหลายประเทศท่วั เอเชยี เริ่มกลบั มาเพิ่มสงู ข้ึน
$47.94 ต่อบารเ์ รล ปรบั ตวั เพม่ิ ขึ้นจากเดือนทแี่ ลว้ $1.60,

26

3. ราคาขายปลกี นำ้� มนั เชอื้ เพลงิ ของไทย

มกราคม – สงิ หาคม 2563 จากสถานการณร์ าคานำ�้ มนั ในตลาดโลกและภาวะเงนิ เฟอ้ ของคา่ เงนิ บาทของไทย รวมทงั้ การ
ส่งเสรมิ พลงั งานทดแทน อัตรากองทุนน้ำ� มันเชอ้ื เพลงิ ส่งผลใหร้ าคาขายปลกี นำ้� มนั เบนซนิ ออกเทน 95, แก๊สโซฮอล 95 E10,
E20, E85, แกส๊ โซฮอล 91, ดเี ซล, ดีเซล B10, ดีเซล B20 และดเี ซลพรีเมยี ม ณ วนั ที่ 31 สิงหาคม 2563 อยู่ท่รี ะดับ 29.66,
22.25, 20.74, 18.34, 21.98, 22.29, 19.29, 19.04 และ 26.74 บาท/ลติ ร ตามลำ� ดบั

ราคาเฉลย่ี น้ำ� มันเช้อื เพลิง

27

คา่ การตลาดและคา่ การกลน่ั เฉลย่ี ของผคู้ า้ นำ้� มนั หนว่ ย : บาทตอ่ ลติ ร

4.สถานการณเ์ อทานอลและไบโอดเี ซล

การผลิตเอทานอล ก�ำลังการผลิตเอทานอล รวม 6.10 ล้านลิตร/วัน มีปริมาณการผลิต เอทานอลประมาณ 4.30
ล้านลิตร/วัน โดยราคาเอทานอลแปลงสภาพเดือนมกราคม – สิงหาคม 2563 อยู่ท่ี 22.61, 22.61, 22.61, 23.28, 23.28,
23.28, 23.16 และ 23.16 บาท/ลติ ร ตามลำ� ดบั
การผลติ ไบโอดเี ซล กำ� ลงั การผลติ ไบโอดเี ซล รวม 8.27 ลา้ นลติ ร/วนั มปี รมิ าณการผลติ อยทู่ ปี่ ระมาณ 5.07 ลา้ นลติ ร/วนั
ราคาไบโอดเี ซลในประเทศเฉลี่ยเดือนมกราคม – สิงหาคม 2563 อยทู่ ่ี 39.90, 39.28, 35.44, 28.20, 25.07, 25.88, 23.63
และ 24.44 บาท/ลิตร ตามลำ� ดับ

ปรมิ าณการจำ� หนา่ ยและราคาเชอื้ เพลงิ ชวี ภาพ

5.ฐานะกองทนุ นำ้� มนั เชอ้ื เพลงิ หมายเหตุ : ราคาน�้ำมันดเี ซลหมุนเรว็ บี10 เร่มิ จำ� หน่าย วันที่ 16 พ.ค. 62
ราคาน�้ำมนั ดีเซลหมนุ เรว็ บ2ี 0 เริ่มจ�ำหนา่ ย วนั ที่ 2 ก.ค. 61

ฐานะกองทุนนำ้� มนั ฯ ณ วนั ท่ี 30 สงิ หาคม 2563 มีสนิ ทรพั ย์รวม 57,424 ล้านบาท หนีส้ ินกองทนุ 25,122 ลา้ นบาท
ฐานะกองทุนน�้ำมนั สุทธิ 32,302 ล้านบาท แยกเป็นบัญชนี ำ้� มัน 39,536 ลา้ นบาท และบญั ชี LPG - 7,234 ล้านบาท

28

มาตรการช่วยเหลือ

รถโดยสารสาธารณะ NGV

ก๊าซธรรมชาตสิ �ำหรับยานยนต์ หรือ Natural Gas Vehicles : NGV เกิดข้นึ จากการน�ำกา๊ ซธรรมชาติ (สว่ นใหญเ่ ปน็ กา๊ ซมเี ทน)
มาอดั จนมคี วามดนั สงู ประมาณ 3,000 ปอนดต์ อ่ ตารางนว้ิ แลว้ นำ� ไปเกบ็ ไวใ้ นถงั ทม่ี คี วามแขง็ แรงทนทานสงู เปน็ พเิ ศษ เชน่ เหลก็ กลา้ เพอ่ื นำ� มาเปน็
เชอ้ื เพลงิ ใชท้ ดแทนนำ้� มนั เบนซนิ หรอื ดเี ซลในรถยนตป์ ระเภทตา่ งๆ ซงึ่ สากลเรยี กวา่ Compressed Natural Gas (CNG) หรอื กา๊ ซธรรมชาตอิ ดั

29

ก๊าซ NGV เปน็ เชอื้ เพลงิ ทางเลือกและเปน็ เช้อื เพลิง ปรับราคาก๊าซ NGV ในปี พ.ศ. 2554 กระทรวงพลังงานและ
หนว่ ยงานท่เี กี่ยวข้อง คอื บริษทั ปตท. จำ� กัด (มหาชน)
ที่สะอาด ไม่ก่อให้เกิดควันด�ำหรือสารพิษท่ีเป็นอันตราย (ปตท.) และ ธนาคารกรุงไทย จึงได้ด�ำเนนิ การตามนโยบาย
ตอ่ สขุ ภาพ ลดปญั หาสภาวะแวดลอ้ ม รฐั จงึ มนี โยบายสง่ เสรมิ ของรัฐบาล โดยร่วมกนั จัดทำ� โครงการบตั รเครดติ พลงั งาน
การใช้ NGV ในภาคขนสง่ เพอ่ื ทดแทนนำ้� มนั ตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2543 สำ� หรบั ผปู้ ระกอบอาชพี รถรบั จา้ งขนสง่ ผโู้ ดยสารสาธารณะ
โดยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการปรับเปล่ียนเครื่องยนต์ กลมุ่ รถแทก็ ซี่ รถสามลอ้ และรถตรู้ ว่ ม ขสมก. ในเขตกรงุ เทพฯ
เป็น NGV รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ใช้ NGV และปริมณฑลข้ึน ในวงเงินที่เหมาะสมกับค่าใช้จ่ายน�้ำมัน
ในรถแทก็ ซ่ีด้วย ท�ำใหป้ ริมาณการใช้ NGV ในภาคขนส่งเพม่ิ เช้ือเพลิงท่ีใช้จริงต่อเดือน เพ่ือแก้ปัญหาความเดือดร้อน
ขน้ึ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง และมนี โยบายการชว่ ยเหลอื ผใู้ ช้ NGV ทงั้ หมด จากการปรับขึ้นราคาก๊าซ NGV ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
โดยการตรงึ ราคาขายปลกี NGV ในระดบั 8.50 บาท/กโิ ลกรมั โดยโครงการบัตรเครดิตพลังงาน NGV ได้ท�ำให้ผู้ขับขี่
มาตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2549 และจากการทรี่ าคาขายปลกี กา๊ ซ NGV รถรบั จา้ งสาธารณะ โดยเฉพาะกลุม่ รถแทก็ ซ่ี รถสามลอ้ และ
ถูกก�ำหนดไว้ให้ต�่ำกว่าต้นทุนมาเป็นระยะเวลานาน รัฐจึงมี รถตู้ร่วม ขสมก. ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล และรับสิทธิ
นโยบายปรับราคา NGV ให้สะท้อนกับต้นทุน เพ่ือให้เกิด สว่ นลดราคาขายปลกี กา๊ ซ NGV 50 สตางค์ ถึง 2 บาทตอ่
ความเปน็ ธรรมกบั ผู้มีสว่ นได้สว่ นเสยี ทุกภาคส่วน กโิ ลกรัม ต้ังแต่ปี พ.ศ. 2554 - 2558 ดงั น้ี
อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย
ท่ีใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ได้รับผลกระทบจากการ

30

ปจั จบุ นั โครงการบตั รเครดติ พลงั งาน NGV สนิ้ สดุ ลงแลว้ สถานแี ม่ 19 สถานแี ละสถานีบริการ 414 สถานี (สถานีลูก
โดยตั้งแต่ในปี พ.ศ.2559 กระทรวงพลงั งานได้ช่วยเหลอื 289 สถาน,ี สถานแี นวท่อ 125 สถาน)ี ทัง้ น้ี ตั้งแต่เดือน
ผา่ นโครงการบตั รสว่ นลดของบรษิ ทั ปตท. จำ� กดั (มหาชน) มกราคม – กรกฎาคม 2563 มปี รมิ าณการจำ� หนา่ ยกา๊ ซ NGV
(ปตท.) โดยปรบั เพม่ิ วงเงนิ ชว่ ยเหลอื สำ� หรบั กลมุ่ รถโดยสาร ท้ังหมดเฉล่ียเท่ากับ 3,996 ตันต่อวัน โดยมีปริมาณการ
สาธารณะขนาดเลก็ จาก 9,000 เปน็ 10,000 บาทตอ่ เดอื น จ�ำหน่ายก๊าซ NGV รถโดยสารสาธารณะเฉล่ีย 1,097 ตัน
และกลุ่มรถโดยสารสาธารณะขนาดใหญ่จาก 35,000 เป็น ตอ่ วนั โดยมจี �ำนวนบัตรส่วนลดราคาขายปลีก NGV สำ� หรบั
40,000 บาทต่อเดือน และให้ใช้คุณสมบัติของผู้สมัครและ รถโดยสารสาธารณะ ณ เดอื นกรกฎาคม 2563 ทพ่ี รอ้ มใชง้ าน
หลักเกณฑ์การสมัครตามเดิม โดยขอความร่วมมือ ปตท. จำ� นวน 60,061 ใบ แบง่ เปน็ บัตรส�ำหรับรถแทก็ ซจี่ �ำนวน
เป็นผดู้ ำ� เนินการ และเป็นผรู้ บั ผิดชอบค่าใช้จ่ายท่เี กดิ ขึ้นจาก 46,120 ใบ และรถใหญ่ จำ� นวน 13,941 ใบ
การใช้บัตรส่วนลดราคาก๊าซ NGV ต่อไป โดยให้ช่วยเหลือ โดยสรปุ ธรุ กจิ NGV ประกอบดว้ ยผมู้ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี
รถโดยสารสาธารณะไปจนกวา่ จะมกี ลไกถาวรอน่ื มาดแู ลแทน หลายฝา่ ย การเปล่ียนแปลงนโยบายใดก็มักจะกระทบท้งั เชิง
เช่น พระราชบัญญัติกองทุนน้�ำมันเช้ือเพลิง โดยได้ให้ความ บวกและลบตอ่ กลุ่มผู้มสี ่วนเสีย ซง่ึ กระทรวงพลงั งานมีความ
ชว่ ยเหลอื มาอยา่ งตอ่ เนอื่ งจนถงึ ปจั จบุ นั โดยมกี ลมุ่ รถโดยสาร มงุ่ มน่ั เปน็ อยา่ งยงิ่ ทจ่ี ะทำ� ใหก้ จิ การนเ้ี ปน็ กจิ การทมี่ กี ารแขง่ ขนั
สาธารณะ ทีช่ ่วยเหลอื ดังนี้ อย่างเป็นธรรมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างย่ิง
1) เขต กทม./ปริมณฑล : รถแท็กซ่ี/ตุ๊กตุ๊ก/รถตู้ กับประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ
รว่ ม ขสมก. ในชีวิตประจ�ำวัน เพื่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
2) ต่างจังหวัด : รถโดยสาร/มินิบัส/สองแถว ร่วม กับประชาชนคนไทยโดยทั่วกนั
ขสมก. รถโดยสาร/รถตู้ รว่ ม บขส. และรถแทก็ ซ่ี
สถานการณ์ NGV ณ วันท่ี 31 กรกฎาคม 2563
ประเทศไทยมสี ถานบี รกิ าร NGV จำ� นวน 433 สถานี แบง่ เปน็

ทมี่ าภาพ : Bangkokbusclub.com ชมุ ชนคนรกั รถเมล์
ทมี่ า http://www.pttplc.com/th/Products-Services/Consumer/For-Vehicle/NGV/OtherServices/Pages/energy-card.aspx

31

สถานการณพ์ ลงั งาน

สรุปสถานการณ์พลังงานไทย

ชข่อวงงป6ี 2เ5ด6ือ3นแรก

“ ในชว่ ง 6 เดอื นแรกของปี 2563 ความต้องการใช้
พลังงานเชิงพาณิชย์ข้ันต้น ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 8.3
ซ่ึงสอดคล้องกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจอันเน่ืองมาจาก
ผลกระทบจากการแพรร่ ะบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 โดย
เปน็ การลดลงของการใชพ้ ลงั งานเกอื บทกุ ประเภท โดยเฉพาะ
การใช้นำ้� มนั ส�ำเร็จรปู และการใช้กา๊ ซธรรมชาติ ส�ำหรบั การใช้
พลังงานเชิงพาณิชย์ข้ันสุดท้ายลดลงร้อยละ 9.7 โดยลดลง
ในทกุ ประเภทพลงั งาน ด้านการใชไ้ ฟฟา้ ลดลงรอ้ ยละ 3.9
โดยเฉพาะสาขาอตุ สาหกรรม และธุรกิจ จากปัญหาการแพร่
ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมท้ังภาคการท่องเท่ียว
อยา่ งไรก็ตาม ภาคครัวเรือนมีการใชไ้ ฟฟ้าเพม่ิ ข้ึนคอ่ นข้างสูง
เนอื่ งจากอณุ หภมู ทิ ส่ี งู ขน้ึ เมอื่ เทยี บกบั ปที ผี่ า่ นมา ประกอบกบั
มาตรการ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ และมาตรการท�ำงาน
ทบ่ี า้ น (Work From Home)”

32

1.ภาพรวมเศรษฐกจิ 2.อปุ สงค์และอุปทานพลงั งาน

สำ� นกั งานสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ความตอ้ งการใช้พลังงานเชงิ พาณชิ ยข์ ัน้ ตน้ ชว่ ง 6
(สศช.) ได้รายงานอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไทย เดอื นแรกของปี 2563 ลดลงจากปกี อ่ นรอ้ ยละ 8.3 ตามภาวะ
ไตรมาสท่ี 2 ของปี 2563 ปรบั ตวั ลดลงรอ้ ยละ 12.2 ตอ่ เนอื่ ง เศรษฐกจิ ทชี่ ะลอตัว จากผลกระทบของการแพรร่ ะบาดของ
จากการลดลงร้อยละ 2.0 ในไตรมาสกอ่ นหนา้ โดยได้รบั เชื้อไวรัสโควิด - 19 โดยเป็นการลดลงของการใช้พลังงาน
ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกจิ ถดถอยของเศรษฐกจิ โลก เนอื่ งจาก เกือบทุกประเภท ทั้งการใช้น้�ำมันส�ำเร็จรูปซึ่งลดลงร้อยละ
การแพรร่ ะบาดของโควดิ - 19 ซงึ่ กดดนั ตอ่ ภาวะเศรษฐกจิ ไทย 13.1 การใช้ก๊าซธรรมชาติลดลงร้อยละ 7.7 การใช้ลิกไนต์
ด้านการใชจ้ า่ ย การสง่ ออกสนิ ค้าและบรกิ าร และการบรโิ ภค ลดลงร้อยละ 5.4 การใช้ไฟฟ้าพลังน�้ำ/ไฟฟ้าน�ำเข้า ลดลง
และการลงทนุ ภาคเอกชนปรบั ตวั ลดลง ขณะทก่ี ารใชจ้ า่ ยและ รอ้ ยละ 1.3 ในขณะที่การใชถ้ ่านหนิ เพ่มิ ข้ึนรอ้ ยละ 2.1
การลงทนุ ภาครฐั กลบั มาขยายตวั ดา้ นการผลติ สาขาทพี่ กั แรม การผลิตพลังงานเชิงพาณิชย์ข้ันต้น ลดลงจาก
และบรกิ ารดา้ นอาหาร สาขาอุตสาหกรรมสาขาเกษตรกรรม ชว่ งเดยี วกนั ของปกี อ่ นรอ้ ยละ 10.0 โดยการผลติ พลงั นำ�้ ลดลง
สาขาการขนสง่ สาขาการขายปลกี สาขาไฟฟา้ และกา๊ ซ ปรบั ตวั รอ้ ยละ 29.3 การผลติ คอนเดนเสท ลดลงรอ้ ยละ 16.1 การผลติ
ลดลง ในขณะทสี่ าขาก่อสร้าง การเงินประกันภยั ขยายตวั กา๊ ซธรรมชาตลิ ดลงรอ้ ยละ 10.4 การผลติ ลกิ ไนตล์ ดลงรอ้ ยละ
รวมครง่ึ ปแี รกของปี 2563 เศรษฐกิจไทยปรบั ตวั ลดงรอ้ ยละ 9.5 และการผลติ นำ้� มันดบิ ลดลงรอ้ ยละ 1.6
6.9 จากปจั จัยดังกลา่ วขา้ งต้น สง่ ผลตอ่ สถานการณ์พลังงาน การนำ� เขา้ (สทุ ธ)ิ พลงั งานเชงิ พาณชิ ยข์ น้ั ตน้ ลดลง
ของประเทศในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 ดงั น้ี จากชว่ งเดยี วกันของปีกอ่ นร้อยละ 3.1 โดยการน�ำเขา้ น�้ำมัน
สำ� เรจ็ รปู ลดลงรอ้ ยละ 40.4 การนำ� เขา้ นำ้� มนั ดบิ ลดลงรอ้ ยละ
6.8 การน�ำเข้าก๊าซธรรมชาติและ LNG ลดลงร้อยละ 1.1
ถ่านหินน�ำเข้าลดลงร้อยละ 0.9 ในขณะท่ีการน�ำเข้าไฟฟ้า
จากประเทศเพ่อื นบ้านและคอนเดนเสทเพิม่ ขึน้

การใช้ การผลิต และการน�ำเข้าพลังงานเชิงพาณชิ ย์ขัน้ ตน้ (1)

หนว่ ย : พนั บารเ์ รลเทยี บเทา่ นำ�้ มนั ดบิ ตอ่ วนั

(1) พลงั งานเชิงพาณิชยข์ ้นั ตน้ ประกอบด้วย น�ำ้ มันดบิ กา๊ ซธรรมชาติ คอนเดนเสท ผลิตภัณฑ์นำ้� มันส�ำเร็จรปู ไฟฟา้ จากพลังนำ้� และถ่านหิน/ลกิ ไนต์
(2) การใชไ้ ม่รวมการเปล่ยี นแปลงสตอ็ ก และการใช้ท่ีไมเ่ ป็นพลังงาน (Non-Energy use) ไดแ้ ก่ การใชย้ างมะตอย กา๊ ซโซลนี ธรรมชาติ (NGL) คอนเดนเสท LPG และแนฟทา ซ่งึ เป็นวัตถดุ บิ ใน

อุตสาหกรรมปิโตรเคมี
(3) การน�ำเขา้ /การใช้ ไม่รวมพลงั งานทดแทน

33

การใชพ้ ลงั งานเชงิ พาณชิ ยข์ น้ั สดุ ทา้ ย

หนว่ ย : พนั บารเ์ รลเทยี บเทา่ นำ�้ มนั ดบิ ตอ่ วนั

การใชพ้ ลงั งานเชงิ พาณชิ ยข์ น้ั สดุ ทา้ ย ชว่ ง 6 เดอื น การใชก้ า๊ ซธรรมชาติ อยทู่ ร่ี ะดบั 4,424 ลา้ นลกู บาศก์
แรกของปี 2563 ลดลงรอ้ ยละ 9.7 ซง่ึ สอดคลอ้ งกบั การเศรษฐกจิ ฟตุ ตอ่ วนั ลดลงรอ้ ยละ 8.2 โดยลดลงทกุ สาขาเศรษฐกจิ ทงั้ การ
ของประเทศทชี่ ะลอตวั ลง โดยการใชน้ ำ�้ มนั สำ� เรจ็ รปู ซง่ึ มสี ดั สว่ น ใชเ้ ปน็ เชอ้ื เพลงิ ในอตุ สาหกรรมปโิ ตรเคมี การใชเ้ พอื่ ผลติ ไฟฟา้
สงู สดุ ร้อยละ 54 ของการใชพ้ ลงั งานขนั้ สดุ ทา้ ยมกี ารใชล้ ดลง การใชใ้ นโรงงานอุตสาหกรรม ซึง่ ลดลงตามภาวะเศรษฐกจิ ที่
รอ้ ยละ 13.1 การใชไ้ ฟฟา้ ซง่ึ คดิ เปน็ สดั สว่ นรองลงมารอ้ ยละ 23 ชะลอตวั ดา้ นการใชเ้ ปน็ เชอื้ เพลงิ สำ� หรบั รถยนต์ (NGV) ลดลง
มีการใช้ลดลงร้อยละ 4.2 เช่นเดียวกับ ถ่านหินน�ำเข้า รอ้ ยละ 28.8 จากการทผี่ ใู้ ชร้ ถยนต์ NGV บางสว่ นเปลย่ี นมาใช้
กา๊ ซธรรมชาติ และลกิ ไนตท์ กี่ ารใชล้ ดลงร้อยละ 0.2 11.7 นำ�้ มนั เนอ่ื งจากราคาอยใู่ นระดบั ไมส่ งู มากนกั อกี ทงั้ ผลจาก
และ 63.0 ตามล�ำดับ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 ท�ำให้การใช้ NGV
ในการเดินทางลดลง
3.กา๊ ซธรรมชาติ และกา๊ ซโซลีนธรรมชาติ (NGL) การผลิตก๊าซโซลีนธรรมชาติ (NGL) การผลิต
กา๊ ซโซลนี ธรรมชาติ (NGL) อยทู่ รี่ ะดบั 15,347 บารเ์ รลตอ่ วนั
การจัดหากา๊ ซธรรมชาติ ชว่ ง 6 เดอื นแรกของปี ลดลงรอ้ ยละ 11.6 โดยน�ำไปใชใ้ นอตุ สาหกรรมตวั ทำ� ละลาย
2563 รวมทงั้ ประเทศอยทู่ ร่ี ะดบั 4,677 ลา้ นลกู บาศกฟ์ ตุ ตอ่ วนั (Solvent) ภายในประเทศปริมาณ 14,137 บาร์เรลต่อวัน
ลดลงรอ้ ยละ 7.2 โดยเปน็ การผลติ ภายในประเทศรอ้ ยละ 69 คดิ เปน็ สดั สว่ นรอ้ ยละ 92 ของการผลติ ทงั้ หมด ทเ่ี หลอื รอ้ ยละ 8
และน�ำเขา้ จากต่างประเทศรอ้ ยละ 31 ส่งออกไปจำ� หน่ายตา่ งประเทศ จำ� นวน 1,210 บาร์เรลต่อวนั

34

การใชก้ า๊ ซธรรมชาติ รายสาขา หนว่ ย : ลกู บาศกฟ์ ตุ ตอ่ วนั

4.ผลติ ภณั ฑ์น�้ำมันสำ� เร็จรปู 28 พันบาร์เรลตอ่ วนั ลดลงร้อยละ 21.2 โดยลดลงจากภาค
ขนส่งทางทะเลเป็นหลัก การน�ำเข้าและส่งออกน้�ำมันเตา
ภาพรวมน้�ำมันส�ำเร็จรูป การผลิตน้�ำมันส�ำเร็จรูป การนำ� เขา้ ลดลงรอ้ ยละ 75.7 ในขณะทีก่ ารส่งออกน้�ำมนั เตา
ชว่ ง 6 เดือนแรกของปี 2563 อยู่ท่ีระดบั 1,164 พันบาร์เรล ลดลงรอ้ ยละ 3.7
ต่อวนั เพิ่มข้นึ รอ้ ยละ 1.0 โดยเป็นการเพมิ่ ขน้ึ ของการผลิต นำ้� มนั เครอ่ื งบนิ การผลติ นำ�้ มนั เครอ่ื งบนิ อยทู่ ร่ี ะดบั
นำ�้ มนั เบนซนิ 95 รอ้ ยละ 0.2 และนำ�้ มนั ดเี ซล ร้อยละ 25.9 73 พนั บารเ์ รลตอ่ วนั ลดลงรอ้ ยละ 42.3 การใชน้ ำ้� มเั ครอ่ื งบนิ
ดา้ นการใชน้ ำ�้ มนั สำ� เรจ็ รปู อยทู่ ร่ี ะดบั 870 พนั บารเ์ รลตอ่ วนั อยทู่ ร่ี ะดบั 64 พนั บารเ์ รลตอ่ วนั ลดลงรอ้ ยละ 48.6 เนอ่ื งจาก
ลดลงรอ้ ยละ 13.1 ซงึ่ เปน็ การลดลงของการใชน้ ำ�้ มนั สำ� เรจ็ รปู ข้อจ�ำกัดของการอนุญาตให้ท�ำการบินในช่วงสถานการณ์
ทกุ ชนดิ การนำ� เขา้ และสง่ ออกนำ�้ มันสำ� เรจ็ รปู การน�ำเขา้ โควิด - 19 ส่งผลให้ความต้องการใช้น�้ำมันเคร่ืองบินลดลง
น้�ำมันสำ� เรจ็ รูป อยทู่ ร่ี ะดบั 31 พันบาร์เรลต่อวัน ลดลงรอ้ ละ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง การนำ� เขา้ และสง่ ออกนำ�้ มนั เครอื่ งบนิ การนำ� เขา้
62.2 ดา้ นการสง่ ออกนำ�้ มนั สำ� เรจ็ รปู อยทู่ ร่ี ะดบั 204 พนั บารเ์ รล น้�ำมันเครื่องบนิ ลดลงรอ้ ยละ 39.1 และการส่งออกเพม่ิ ขึน้
ตอ่ วนั เพมิ่ ขน้ึ รอ้ ยละ 19.4 รอ้ ยละ 2.2
นำ�้ มนั เบนซนิ การผลติ นำ�้ มนั เบนซนิ อยทู่ ร่ี ะดบั 213 กา๊ ซปโิ ตรเลยี มเหลว (LPG โพรเพน และบวิ เทน)
พนั บารเ์ รลตอ่ วนั ลดลงรอ้ ยละ 5.5 การใชน้ ำ้� มนั เบนซนิ อยทู่ ี่ การผลติ LPG อยทู่ ร่ี ะดบั 162 พนั บารเ์ รลตอ่ วนั ลดลงรอ้ ยละ
ระดบั 187 พนั บารเ์ รลตอ่ วนั ลดลงรอ้ ยละ 7.1 ตามความตอ้ งการ 14.7 การใช้ LPG อยทู่ รี่ ะดบั 179 พนั บารเ์ รลตอ่ วนั ลดลง
ใชท้ ล่ี ดลง ทงั้ น้ี ปจั จยั หลกั มาจากผลกระทบของการแพรร่ ะบาด รอ้ ยละ 14.5 ทงั้ นกี้ ารใช้ LPG ลดลงเกอื บทกุ สาขา โดยเฉพาะ
ของเชือ้ ไวรัสโควดิ - 19 ท่สี ่งผลให้ประเทศไทยต้องประกาศ การใชใ้ นภาคขนส่ง ลดลงร้อยละ 30.2 จากการปรบั ลดลง
สถานการณฉ์ กุ เฉนิ ตงั้ แตว่ นั ที่ 26 มนี าคม 2563 เพอ่ื ควบคมุ ของราคาขายปลกี น้ำ� มนั สง่ ผลใหผ้ ู้ใชร้ ถยนต์ LPG บางสว่ น
การแพรร่ ะบาด โดยภาครฐั ไดอ้ อกมาตรการทม่ี กี ารเวน้ ระยะหา่ ง หันมาใช้น้�ำมันทดแทน ประกอบกับปริมาณรถยนต์ LPG
ทางสังคม การทำ� งานจากท่ีบ้าน (Work From Home) และ ทมี่ แี นวโนม้ ลดลง การใชเ้ ปน็ วตั ถดุ บิ ในอตุ สาหกรรมปโิ ตรเคมี
ลดการเดินทางข้ามจังหวัด สง่ ผลให้ความตอ้ งการใชน้ �้ำมนั ซึ่งมีสัดส่วนการใช้สูงสุดคิดเป็นร้อยละ 39 มีการใช้ลดลง
เบนซนิ ลดลง ร้อยละ 18.8 ส่วนภาคอุตสาหกรรม มีการใช้ลดลงร้อยละ
นำ�้ มนั ดีเซล การผลติ น�้ำมนั ดีเซล อย่ทู ร่ี ะดบั 600 9.9 ตามการชะลอตวั ของเศรษฐกจิ และภาคครวั เรอื นมกี ารใช้
พนั บารเ์ รลตอ่ วนั เพมิ่ ขนึ้ รอ้ ยละ 25.9 การใชน้ ำ�้ มนั ดเี ซล อยทู่ ่ี ลดลงรอ้ ยละ 5.9 การนำ� เขา้ และสง่ ออก LPG การนำ� เขา้ ลดลง
ระดบั 413 พนั บารเ์ รลตอ่ วนั ลดลงรอ้ ยละ 4.3 ตามควาตอ้ งการ รอ้ ยละ 59.3 ดา้ นการสง่ ออกลดลงรอ้ ยละ 22.7
ใชน้ ำ้� มนั ดเี ซลลดลงจากการแพรร่ ะบาด ของเชอ้ื ไวรสั โควดิ - 19 การใชพ้ ลงั งานภาคขนสง่ ทางบก อยทู่ รี่ ะดบั 12,086
อกี ทง้ั การลดลงของผลผลติ สนิ คา้ เกษตรเนอ่ื งจากปญั หาภยั แลง้ พนั ตนั เทยี บเทา่ นำ้� มนั ดบิ ลดลงรอ้ ยละ 8.1 ซงึ่ เปน็ การลดลง
จึงทำ� ใหก้ ารขนส่งสินคา้ ลดลง การนำ� เขา้ และสง่ ออกน�้ำมนั ของการใชน้ ำ�้ มนั สำ� เรจ็ รปู ทกุ ประเภท ทง้ั การใชเ้ บนซนิ ดเี ซล
ดเี ซล การนำ� เขา้ ลดลงรอ้ ยละ 94.6 ดา้ นการสง่ ออก เพม่ิ ขน้ึ LPG และ NGV เนอื่ งจากไดร้ บั ผลกระทบจากปัญหาการแพร่
รอ้ ยละ 54.2 ระบาดของเช้ือไวรสั โควิด-19
นำ้� มนั เตา การผลติ นำ้� มนั เตา อยทู่ ร่ี ะดบั 87 พนั บารเ์ รล
ต่อวัน ลดลงร้อยละ 14.1 การใช้น้�ำมันเตา อยู่ท่ีระดบั 35

การจดั หาและการใชน้ ำ�้ มนั สำ� เรจ็ รปู

*รวมการใชเ้ พอ่ื เปน็ วตั ถดุ บิ ในอตุ สาหกรรมปโิ ตรเคมี

5.ถา่ นหิน/ลกิ ไนต์ เพมิ่ ข้ึนเลก็ น้อย รอ้ ยละ 1.1 โดยการใช้ถ่านหินนำ� เขา้ เพม่ิ ขน้ึ
ร้อยละ 2.7 จากการผลิตกระแสไฟฟ้า และภาอตุ สาหกรรม
การจดั หาลกิ ไนต/์ ถา่ นหนิ ปรมิ าณการจดั หาลกิ ไนต์ ในขณะที่การใช้ลิกไนตล์ ดลงรอ้ ยละ 4.9 ท้ังน้ี ร้อยละ 98
/ถา่ นหนิ อยทู่ รี่ ะดบั 9,064 พนั ตนั เทยี บเทา่ นำ�้ มนั ดบิ ลดลง ของการใช้ลิกไนต์เป็นการใช้ในการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.
รอ้ ยละ 2.0 การผลติ ลกิ ไนต์ ลดลงรอ้ ยละ 8.6 ซงึ่ เปน็ การผลติ สว่ นทเ่ี หลือรอ้ ยละ 2 น�ำไปใช้ภาคอุตสาหกรรม
ลกิ ไนตใ์ นประเทศทผี่ ลติ จากเหมอื งแมเ่ มาะของ กฟผ. การใช้
ลกิ ไนต/์ ถา่ นหนิ อยทู่ ร่ี ะดบั 8,669 พนั ตนั เทยี บเทา่ น�ำ้ มนั ดิบ

การผลติ และการใชล้ กิ ไนต/์ ถา่ นหนิ

หนว่ ย : พนั ตนั เทยี บเทา่ นำ้� มนั ดบิ

36

6.ไฟฟา้ การทอ่ งเท่ียว โดยกลุ่มธุรกจิ หลกั ท่ีมีการใช้ไฟฟ้าลดลงอยา่ ง
ชัดเจน ซึง่ มีผลมาจากมาตรการ Lock Down ไดแ้ ก่ โรงแรม
กำ� ลงั ผลติ ในระบบ 3 การไฟฟา้ ณ สนิ้ เดอื นมถิ นุ ายน และหา้ งสรรพสนิ คา้ อยา่ งไรกต็ าม ภาคครวั เรอื นมกี ารใชไ้ ฟฟา้
2563 อยทู่ ี่ 50,344 เมกะวตั ต์ โดยสดั สว่ นกำ� ลงั การผลติ สงู สดุ เพม่ิ ขนึ้ คอ่ นขา้ งสงู และอณุ หภมู ทิ ส่ี งู ขนึ้ เมอ่ื เทยี บกบั ปที ผี่ า่ นมา
คือ กฟผ. 32% รองลงมา คือ IPP 30% SPP 19% นำ� เขา้ / ประกอบกบั มาตรการอยบู่ า้ น หยดุ เชอื้ เพอื่ ชาติ และมาตรการ
แลกเปล่ียนไฟฟา้ จากต่างประเทศ 11% และ VSPP 8% ท�ำงานทบ่ี า้ น (Work From Home)
การผลติ พลงั งานไฟฟา้ ชว่ ง 6 เดอื นแรกของปี 2563 ค่าเอฟที ช่วง 6 เดอื นแรกของปี 2563 อยทู่ ี่อัตรา
อยูท่ ่ีจำ� นวน 105,231 กิกะวัตต์ชัว่ โมง (รวม VSPP) ลดลง -11.60 สตางค์ต่อหน่วย ไม่มีการเปล่ียนแปลงตั้งแต่เดือน
รอ้ ยละ 2.6 โดยการผลิตไฟฟา้ จากถ่านหิน/ลิกไนต์ พลังงาน มกราคม - สงิ หาคม 2563 เปน็ ตน้ มา โดยมรี ายละเอียดดงั น้ี
หมุนเวียนและไฟฟ้าน�ำเข้าเพิ่มขึ้น ในขณะท่ีการผลิตไฟฟ้า ครง้ั ท่ี 1 : เดอื นมกราคม – เมษายน 2563 อยทู่ อี่ ตั รา
จากก๊าซธรรมชาติ พลงั น้�ำ และนำ้� มนั ลดลง -11.60 สตางคต์ ่อหนว่ ย ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ความตอ้ งการพลงั ไฟฟา้ สงู สดุ ของระบบ 3 การไฟฟา้ คร้ังที่ 2 : เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2563 อยทู่ ี่
ของปี 2563 เกดิ ขนึ้ เมอื่ วนั ท่ี 13 มนี าคม 2563 เวลา 14.14 น. อตั รา -11.60 สตางค์ต่อหนว่ ย ไมม่ กี ารเปลยี่ นแปลง
อยทู่ รี่ ะดบั 30,342 เมกะวตั ต์ ลดลงรอ้ ยละ 6.0 เมอื่ เทยี บกบั
ความตอ้ งการพลงั ไฟฟา้ สงู สดุ ในระบบ 3 การไฟฟา้ ของปกี อ่ น 7. ฐานะกองทุนน�้ำมนั เช้ือเพลิง
การใช้ไฟฟ้า ช่วง 6 เดอื นแรกของปี 2563 รวมท้งั
สิ้น 94,198 กกิ ะวตั ตช์ วั่ โมง ลดลงร้อยละ 3.9 โดยลดลง ฐานะกองทนุ นำ�้ มันเชอ้ื เพลงิ ณ วันที่ 28 มถิ นุ ายน
ในเกือบทกุ สาขา โดยเฉพาะสาขาธุรกิจ และอตุ สาหกรรม 2563 กองทนุ นำ�้ มนั มสี นิ ทรพั ยร์ วม 55,967 ลา้ นบาท หนส้ี นิ
จากปญั หาการแพรร่ ะบาดของเชอ้ื ไวรสั โควดิ - 19 ไดส้ ง่ ผลกระทบ กองทนุ 22,146 ลา้ นบาท ฐานะกองทุนน้ำ� มันสทุ ธิ 33,821
ต่อภาวะเศรษฐกิจทงั้ ในประเทศ และต่างประเทศ และภาค ล้านบาท แยกเป็น บัญชีน�้ำมัน 40,356 ล้านบาท และ
บัญชี LPG -6.535 ลา้ นบาท

การใชไ้ ฟฟา้ รายสาขา หนว่ ย : กกิ ะวตั ตช์ วั่ โมง

37

การปล่อยก๊าซ

คจาากรก์บารอใชน้พไลดังองอานกไ6ซเดดือ์ น(CแรOก2ข)องปี 2563

การปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 จากการใชพ้ ลงั งานของประเทศไทย
6 เดอื นแรกของปี 2563 ลดลงเม่อื เทียบกับช่วงเดียวกนั ของ
ปีก่อน เน่ืองจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัส
โคโรนา 2019 (COVID - 19) ท่มี กี ารแพรร่ ะบาดอยา่ งรุนแรง
ในประเทศจนี ตั้งแตช่ ่วงปลายเดอื นมกราคม 2563 เปน็ ตน้
มา และเร่ิมแพร่ระบาดไปยังประเทศตา่ ง ๆ ท่วั โลก สง่ ผลให้
เกิดการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกรวมถึงเศรษฐกิจภายใน
ประเทศ ทงั้ น้ี ประเทศไทยไดม้ กี ารประกาศสถานการณฉ์ กุ เฉนิ
ในทกุ เขตทอ้ งทท่ี วั่ ราชอาณาจกั ร ตงั้ แตว่ นั ที่ 26 มนี าคม 2563
เพ่ือควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส
COVID - 19 ซงึ่ ปจั จัยดังกลา่ ว สง่ ผลต่อการใช้พลงั งานของ
ประเทศอยา่ งชดั เจน และสง่ ผลใหก้ ารปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 ลดลง
ในทกุ ภาคเศรษฐกจิ
ท้ังนี้ เม่ือเปรียบเทียบดัชนีการปล่อยก๊าซ CO2
ภาคพลงั งานของประเทศไทยกบั ตา่ งประเทศพบวา่ ประเทศไทย
มีอตั ราการปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 ตอ่ การใช้พลงั งาน และอัตราการ
ปลอ่ ยก๊าซ CO2 ต่อหน่วยการผลติ ไฟฟ้า (kWh) ต�่ำกวา่ คา่
เฉลี่ยของกลุ่มประเทศอาเซียน และประเทศจีน โดยมี
รายละเอียดดงั น้ี

38

1.ภาพรวมการปลอ่ ยก๊าซ CO2 จากการใช้พลังงาน เศรษฐกจิ ทง้ั ภาคการผลติ ไฟฟา้ ภาขนสง่ ภาคอตุ สาหกรรมและ
ของประเทศ ภาคเศรษฐกจิ อื่น ๆ

การปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 จากการใชพ้ ลงั งานของประเทศ 2.การปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 จากการใชพ้ ลงั งานแยกรายภาค
ในชว่ งทผี่ า่ นมา มแี นวโนม้ เพมิ่ ขนึ้ นบั ตงั้ แตห่ ลงั ภาวะเศรษฐกจิ เศรษฐกิจและรายชนิดเช้อื เพลงิ
ตกตำ่� จาก 145.5 ลา้ นตนั CO2 ในปี 2541 เปน็ 263.4 ลา้ นตนั
CO2 ในปี 2561 หรอื เพม่ิ ขนึ้ เฉลยี่ รอ้ ยละ 3.0 ตอ่ ปี สอดคลอ้ ง สำ� นกั งานสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ
กบั การใชพ้ ลงั งานของประเทศทเ่ี พมิ่ ขน้ึ เฉลย่ี รอ้ ยละ 3.7 ตอ่ ปี (สศช.) รายงานอตั ราการเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกจิ ของประเทศไทย
อยา่ งไรกต็ ามในปี 2562 การปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 จากการใชพ้ ลงั งาน (GDP) ครงึ่ ปแี รกของปี 2563 ปรบั ตวั ลดลงรอ้ ยละ 6.9 โดยมี
อย่ทู ่ี 250.6 ล้านตัน CO2 ซง่ึ ลดลง 4.8 เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุมาจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรค COVID - 19
เนื่องจากการใช้พลังงานทดแทนที่เพ่ิมมากขึ้นตามนโยบาย ท้ังในและต่างประเทศ สง่ ผลใหก้ ารส่งออกสินคา้ และบริการ
สง่ เสรมิ พลงั งานทดแทนของรฐั บาล จงึ ทำ� ใหก้ ารปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนปรับตัวลดลง รวมถึง
จากการใช้พลังงานลดลงแม้ว่าจะมีการใช้พลังงานเพิ่มข้ึน ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการผลิตทั้งภาคอุตสาหกรรม
สำ� หรบั การปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 จากการใชพ้ ลงั งานในชว่ ง 6 เดอื นแรก และภาคบริการ นอกจากนั้น การด�ำเนินมาตรการควบคุม
ของปี 2563 อย่ทู ่ี 113.9 ลา้ นตัน CO2 ซงึ่ ลดลงรอ้ ยละ 11.2 การแพร่ระบาดของโรค COVID - 19 ในประเทศ ยงั สง่ ผลให้
เมอื่ เทยี บกบั ชว่ งเดยี วกนั ของปกี อ่ น โดยเปน็ การลดลงในทกุ ภาค กจิ กรรมทางดา้ นบรกิ ารลดลงเปน็ วงกวา้ ง สง่ ผลตอ่ การปลอ่ ยกา๊ ซ
CO2 จากการใช้พลังงาน ดงั นี้

การปลอ่ ยกา๊ ซ co2 และการใชพ้ ลงั งานของไทย

39

การปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 จากการใชพ้ ลงั งานแยกรายภาค ร้อยละ 26 มีการปล่อยก๊าซ CO2 ลดลงจากช่วงเดียวกัน
เศรษฐกจิ ในชว่ ง 6 เดอื นแรกของปี 2563 ภาคการผลติ ไฟฟา้ มี ของปกี อ่ น ถงึ รอ้ ยละ 21.6 เนอ่ื งจากมาตรการจำ� กดั การเดนิ ทาง
สดั สว่ นการปล่อยก๊าซ CO2 สูงสุด คอื รอ้ ยละ 41 ของการ ในชว่ งของการแพรร่ ะบาดของโรค COVID - 19 และมาตรการ
ปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 ท้งั หมด มกี ารปล่อยก๊าซ CO2 ลดลงร้อยละ ท�ำงานจากท่ีบ้าน (Work from home) ท�ำให้การใชร้ ถยนต์
3.6 จากชว่ งเดียวกันของปีก่อน ส�ำหรับภาอุตสาหกรรมซ่งึ มี ในการเดนิ ทางนอ้ ยลง สำ� หรบั ภาคเศรษฐกจิ อน่ื ๆ ซงึ่ มสี ดั สว่ น
สัดส่วนการปล่อยก๊าซ CO2 ร้อยละ 28 มีการปล่อยก๊าซ การปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 ร้อยละ 5 มีการปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 ลดลง
CO2 ลดลงรอ้ ยละ 9.3 เนื่องจากการใชพ้ ลงั งานทีล่ ดลงตาม จากชว่ งเดยี วกันของปกี ่อนรอ้ ยละ 18.2 ตามการลดลงของ
การผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลง โดยปัจจัยส�ำคัญมาจาก การใชพ้ ลงั งานในภาคเกษตรกรรมทไี่ ดร้ บั ผลกระทบจากปญั หา
การลดลงของอุปสงค์ ท้ังภายในและต่างประเทศ ส่งผลให้ ภัยแล้ง และการใชพ้ ลงั งานของภาคพาณิชยกรรมทไี่ ดร้ ับ
การผลิตลดลงในทกุ กลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งอุตสาหกรรมวตั ถุดบิ ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค COVID - 19 ส่งผล
อตุ สาหกรรมสินคา้ ทุนและเทคโนโลยี และอตุ สาหกรรมเบา ต่อภาคการท่องเทีย่ ว จากการหดตัวของจำ� นวนนกั ท่องเท่ยี ว
ในส่วนของภาคการขนส่งซึ่งมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซ CO2 ตา่ งชาติรวมถึงการทอ่ งเทีย่ วในประเทศ

40

การปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 จากการใชพ้ ลังงานแยกราย กา๊ ซธรรมชาติ รอ้ ยละ 34 และถา่ นหนิ /ลิกไนต์ รอ้ ยละ 31
ชนิดเชอ้ื เพลงิ เชื้อเพลิงหลักทก่ี อ่ ใหเ้ กิดการปลอ่ ยก๊าซ CO2 ทง้ั น้ี นำ้� มนั สำ� เรจ็ รปู และกา๊ ซธรรมชาติ มกี ารปลอ่ ยกา๊ ซ CO2
ได้แก่ น�้ำมนั สำ� เร็จรูป กา๊ ซธรรมชาติ และถา่ นหนิ /ลิกไนต์ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 21.6 และ 9.1
โดยในชว่ ง 6 เดอื นแรกของปี 2563 นำ�้ มนั สำ� เรจ็ รปู มสี ดั สว่ น ตามลำ� ดบั ในขนะทถี่ า่ นหนิ /ลกิ ไนต์ มกี ารปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 เพมิ่ ขน้ึ
การปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 สูงท่ีสุด คือ รอ้ ยละ 35 รองลงมา คอื รอ้ ยยละ 1.0 เนอื่ งจากมกี ารใช้ถา่ นหนิ ในการผลิตไฟฟ้าเพม่ิ ขึ้น

ภาคการผลิตไฟฟ้า การปล่อยก๊าซ CO2 ในช่วง การใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าที่ลดลง ในขณะที่การ
6 เดอื นแรกของปี 2563 ลดลงร้อยละ 3.6 เมอื่ เทียบกบั ชว่ ง ปล่อยกา๊ ซ CO2 จากการใช้ถ่านหิน/ลกิ ไนต์ อย่ทู ่รี ะดับ 18.4
เดยี วกนั ของปกี อ่ น สอดคลอ้ งกบั การผลติ ไฟฟา้ ทลึ่ี ดลงรอ้ ยละ ล้านตนั CO2 เพ่ิมข้นึ จากช่วงเดียวกันของปีกอ่ นรอ้ ยละ 3.1
2.6 ตามการใชไ้ ฟฟา้ ท่ลี ดลงในภาคเศรษฐกจิ ส�ำคัญ ทง้ั ภาค เนือ่ งจากในชว่ งครึ่งปีแรกของปี 2563 มีการใช้ถา่ นหนิ และ
อุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ เนื่องจากได้รับผลกระทบจาก ลกิ ไนตใ์ นการผลติ ไฟฟา้ เพม่ิ มากขน้ึ สำ� หรบั การปลอ่ ยกา๊ ซ CO2
ปญั หาการแพร่ระบาดของโรค COVID - 19 จากการใช้น้�ำมันส�ำเร็จรูปในการผลิตไฟฟ้ามีปริมาณเพียง
ในชว่ ง 6 เดอื นแรกของปี 2563 การปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 เลก็ นอ้ ยท่รี ะดบั 0.06 ลา้ นตัน CO2 คิดเป็นสดั สว่ น รอ้ ยละ
จากการใช้กา๊ ซธรรมชาตใิ นการผลิตไฟฟา้ ซึ่งมีสดั ส่วนสูงสดุ 0.2 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด มีการปล่อย CO2 ลดลง
ร้อยละ 60 มีการปล่อย CO2 อย่ทู ่ีระดบั 28.2 ล้านตนั CO2 รอ้ ยละ 25.5
ลดลงจากชว่ งเดียวกนั ของปกี ่อนรอ้ ยละ 7.4 ตามปรมิ าณ

41

ภาคการขนสง่ การปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 ภาคการขนสง่
มแี นวโน้มเพ่มิ ข้ึนอย่างตอ่ เน่ืองต้งั แต่ปี 2541 ก่อนจะลดลง
ในปี 2551 จากภาวะวกิ ฤตเิ ศรษฐกจิ ของสหรฐั อเมรกิ า ซง่ึ สง่ ผล
กระทบตอ่ ประเทศไทย และปจั จบุ นั เรมิ่ กลบั มามแี นวโนม้ เพมิ่ ขน้ึ
อย่างไรก็ตาม การเพม่ิ ขน้ึ หรอื ลดลงของการปลอ่ ยก๊าซ CO2
ภาคขนส่งจะสอดคล้องกับการใช้น�้ำมันซึ่งมีทิศทางเดียวกับ
ราคาน�้ำมันทเ่ี พ่ิมข้ึนหรอื ลดลงในแตล่ ะชว่ งเวลา เน่ืองจาก
เชอ้ื เพลงิ หลกั ทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ การปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 ในภาคการขนสง่
เกดิ จากการใชน้ ำ�้ มนั สำ� เรจ็ รปู ไดแ้ ก่ นำ้� มนั เบนซนิ ดเี ซล LPG
นำ�้ มนั เตา และนำ�้ มนั เครอื่ งบนิ (เฉพาะใชใ้ นประเทศซง่ึ มปี รมิ าณ
ไม่มากนกั ) ซึง่ คดิ เป็นสัดส่วนถงึ รอ้ ยละ 95 ของปรมิ าณการ
ปล่อยก๊าซ CO2ในภาคการขนสง่ ท้ังหมด
ในชว่ ง 6 เดอื นแรกของปี 2563 ภาคการขนสง่ มกี าร
ปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 อยทู่ รี่ ะดบั 29.1 ลา้ นตนั CO2 ลดลงรอ้ ยละ
21.6 เนอ่ื งจากการเดนิ ทางทลี่ ดลง ในชว่ งของการแพรร่ ะบาด
ของโรค COVID - 19 ทงั้ น้ี การปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 จากการใชน้ ำ�้ มนั
สำ� เรจ็ รปู อยทู่ รี่ ะดบั 27.6 ลา้ นตนั CO2 ลดลงรอ้ ยละ 21.1 ใน
ขณะทก่ี ารปล่อยกา๊ ซ CO2 จากการใชก้ า๊ ซธรรมชาตใิ นภาค
ขนสง่ (NGV) ซง่ึ คดิ เปน็ สดั สว่ นรอ้ ยละ 5 มกี ารปลอ่ ยกา๊ ซ
CO2 ทรี่ ะดบั 1.5 ลา้ นตนั CO2 ลดลงรอ้ ยละ 28.8 ตามปรมิ าณ
การใช้ NGV ทล่ี ดลง เนอ่ื งจากนโยบายการปรบั โครงสรา้ งราคา
NGV ใหส้ ะทอ้ นตน้ ทนุ ทแี่ ทจ้ รงิ ประกอบกบั เปน็ ชว่ งทร่ี าคานำ้� มนั
ไมส่ งู มากนกั จึงทำ� ให้ผ้ใู ชร้ ถยนต์ NGV บางสว่ นหนั กลบั ไป
ใชน้ �ำ้ มันแทน

42

ภาคอุตสาหกรรม เชือ้ เพลงิ หลักที่กอ่ ให้เกิดการ ใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์ อยู่ที่ระดับ 17.2 ล้านตัน CO2 ลดลง
จากปีก่อนรอ้ ยละ 1.2 การใช้กา๊ ซธรรมชาติ อยูท่ ่ีระดบั 9.2
ปล่อยกา๊ ซ CO2 ในภาคเศรษฐกจิ น้ี ได้แก่ ถา่ นหนิ /ลกิ ไนต์ ลา้ นตนั CO2 ลดลงจากปกี อ่ นรอ้ ยละ 10.1 และการใชน้ ำ้� มนั
ก๊าซธรรมชาตแิ ละน้ำ� มันสำ� เรจ็ รูป คดิ เปน็ สัดส่วนรอ้ ยละ 54, สำ� เรจ็ รปู (นำ�้ มนั ดเี ซล นำ้� มนั เตา นำ�้ มนั กา๊ ด และ LPG) อยทู่ ่ี
29 และ 17 ตามลำ� ดบั ระดบั 5.5 ลา้ นตนั CO2 ลดลงรอ้ ยละ 27.0 จากชว่ งเดยี วกนั
ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 มีการปล่อยก๊าซ ของปกี อ่ น
CO2 ในภาคอตุ สาหกรรมรวมทง้ั สนิ้ 31.9 ลา้ นตนั CO2 ลดลง ภาคเศรษฐกจิ อนื่ ๆ การปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 ในภาค
จากปกี ่อนร้อยละ 9.3 ตามการปรับตัวลดลงของการสง่ ออก เศรษฐกิจอื่นๆ (ภาคธุรกิจและครัวเรือน) เกิดจากการใช้
ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า และอุปสงค์ นำ้� มนั ส�ำเร็จรปู เพยี งอยา่ งเดยี ว (สว่ นใหญ่เปน็ LPG) ในช่วง
ในประเทศเน่ืองจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรค 6 เดือนแรกของปี 2563 มีการปล่อยกา๊ ซ CO2 จากการใช้
COVID - 19 ท�ำให้การผลิตสาขาอุตสาหกรรมปรับตัวลดลง นำ้� มนั สำ� เรจ็ รปู รวม 6.3 ลา้ นตนั CO2 ลดลงจากชว่ งเดยี วกนั
ทงั้ ในสว่ นของการผลติ เพอ่ื การสง่ ออกและการผลติ เพอ่ื บรโิ ภค ของปีก่อนร้อยละ 18.2 สอดคล้องกับข้อมูลการใช้ LPG
ในประเทศ จงึ ทำ� ใหก้ ารใชพ้ ลงั งานในภาคอตุ สาหกรรมลดลง ในภาคครัวเรือนที่ลดลงร้อยละ 5.9
จากชว่ งเดยี วกนั ของปกี อ่ น ทง้ั น้ี การปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 จากการ

43

3.ดชั นีการปลอ่ ยก๊าซ CO2 ภาคพลังงานของไทย การใช้เช้ือเพลิงชีวภาพมาผสมเพื่อทดแทนการใช้น�้ำมันดีเซล
และเบนซิน และการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน
การปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 ตอ่ การใชพ้ ลงั งาน ในช่วง 6 ในการผลิตไฟฟ้า รวมท้ังการสนับสนุนการใช้พลังงาน
เดอื นแรกของปี 2563 มกี ารปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 เฉลย่ี 1.81 พนั ตนั หมุนเวยี นในรปู แบบตา่ ง ๆ ทเ่ี ปน็ พลงั งานสะอาด เปน็ มติ รตอ่
CO2 ตอ่ การใชพ้ ลงั งาน 1 KTOE ซงึ่ ลดลงรอ้ ยละ 4.5 เมอ่ื เทยี บ สงิ่ แวดลอ้ ม ไมก่ อ่ ใหเ้ กดิ มลพษิ ทางอากาศตามหลกั เกณฑข์ อง
กับชว่ งเดยี วกนั ของปีก่อน Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC)
เมอื่ เปรยี บเทยี บการปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 ตอ่ การใชพ้ ลงั งาน นอกจากน้ี แผนอนุรักษพ์ ลังงาน (EEP) ไดม้ ีการ
ของประเทศไทยกับต่างประเทศ พบว่า ประเทศไทยมอี ัตรา สนับสนนุ การผลติ และการใช้อปุ กรณท์ ่มี ีประสิทธภิ าพ ทำ� ให้
การปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 ในชว่ ง 6 เดอื นแรกของปี 2563 ทร่ี ะดบั ภาพรวมการปล่อยกา๊ ซ CO2 ของประเทศไทยอยู่ในระดับ
เฉล่ีย 1.81 พนั ตัน CO2 ตอ่ การใช้พลงั งาน 1 KTOE นับเปน็ ค่อนขา้ งต่ำ� ทง้ั น้ี ในสว่ นของประเทศจนี มกี ารปลอ่ ยก๊าซ
อัตราท่ีค่อนข้างต�่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของประเทศในกลุ่ม CO2 สงู สดุ ท่รี ะดับ 3.05 พนั ตนั CO2 ต่อการใช้พลังงาน
สหภาพยุโรป ประเทศในภูมิภาคเอเชยี (ไมร่ วมประเทศจนี ) 1 KTOE เนอื่ งจากจนี ใชพ้ ลงั งานจากถา่ นหนิ สงู ถงึ รอ้ ยละ 64
ประเทศสหรัฐอเมรกิ า ประเทศจนี รวมทั้งคา่ เฉลีย่ ของโลก สง่ ผลใหป้ ระเทศจนี เปน็ ประเทศทม่ี กี ารปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 สงู สดุ
ซงึ่ มกี ารปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 ปี 2560 ในชว่ ง 2.02 – 3.05 พนั ตนั ในโลก อย่างไรกต็ ามสาเหตุหลกั ท่ีดชั นกี ารปลอ่ ยก๊าซ CO2
CO2 ตอ่ การใชพ้ ลงั งาน 1 KTOE การทป่ี ระเทศไทยมกี ารปลอ่ ย ต่อการใช้พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 ลดลง
CO2 ต่อการใช้พลังงานคอ่ นข้างต่�ำเป็นผลสบื เนื่องมาจาก คอ่ นข้างมาก เนือ่ งมาจากการใช้พลังงานของประเทศที่ลดลง
นโยบายของกระทรวงพลงั งาน อาทิ แผนพัฒนาพลังงาน จากปญั หาการแพรร่ ะบาดของโรค COVID - 19 ทสี่ ่งผลให้
ทดแทนและพลงั งานทางเลอื ก (AEDP) และแผนพัฒนากำ� ลงั เกิดการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศและเศรษฐกิจโลก
ผลติ ไฟฟา้ ของประเทศไทย (PDP) ซงึ่ แผนดงั กลา่ วมกี ารสง่ เสรมิ
การใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกมากขึ้น เช่น

44

การปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 ตอ่ หนว่ ยการผลติ ไฟฟา้ (kWh) กต็ ามยงั สูงกวา่ ประเทศสหรัฐอเมริกา และกล่มุ สหภาพยโุ รป
ทม่ี กี ารปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 อยทู่ ร่ี ะดบั 0.353 และ 0.286 กโิ ลกรมั
ในชว่ ง 6 เดอื นแรกของปี 2563 มกี ารปล่อยกา๊ ซ CO2 ต่อ CO2 ตอ่ 1 kWh ตามลำ� ดบั เนอื่ งจากปจั จยั ด้านเช้อื เพลิง
หนว่ ยการผลติ ไฟฟ้าเฉลีย่ ท่รี ะดับ 0.443 กิโลกรัม CO2 ตอ่ ในการผลิตไฟฟ้าของประเทศพัฒนาแล้วท่ีมีการใช้นิวเคลียร์
1 kWh ลดลงรอ้ ยละ 1.02 เมอ่ื เทยี บกบั ชว่ งเดยี วกนั ของปกี อ่ น ซงึ่ เปน็ เชอื้ เพลงิ ทไี่ มก่ อ่ ใหเ้ กดิ การปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 ซงึ่ ประเทศ
เมื่อเปรยี บเทยี บการปล่อยกา๊ ซ CO2 ต่อ kWh ของ สหรัฐอเมริกา และกลุ่มสหภาพยุโรป มีการใช้นิวเคลียร์
ประเทศไทยกับตา่ งประเทศ ในปี 2560 ซึ่งเปน็ ขอ้ มลู ลา่ สุด ในการผลติ ไฟฟา้ คดิ เปน็ สดั สว่ นรอ้ ยละ 20 และ 22 ตามลำ� ดบั
ของส�ำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (International รวมถึงการผลักดันและสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน
Energy Agency : IEA) พบว่าประเทศไทยมกี ารปล่อยก๊าซ เพ่ือลดผลกระทบจากปัญหาการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิ
CO2 ต่อหน่วยการผลิตไฟฟ้า อย่ทู ่ีระดบั 0.471 กิโลกรัม อากาศท่ีทวีความรุนแรงขึ้น ท�ำให้หลายประเทศรวมทั้ง
CO2 ตอ่ 1 kWh ตำ�่ กวา่ คา่ เฉลยี่ ของประเทศในภมู ภิ าคเอเชยี ประเทศไทย มีการใช้พลงั งานทดแทนในการผลิตไฟฟา้ เพิม่
(ไมร่ วมประเทศจนี ) และประเทศจนี ซงึ่ มกี ารปลอ่ ยกา๊ ซ CO2 มากขนึ้ จงึ ทำ� ให้การปล่อยก๊าซ CO2 ต่อ kWh มแี นวโนม้
เฉล่ียทีร่ ะดับ 0.610 และ 0.623 กโิ ลกรัม CO2 ต่อ 1 kWh ลดลงอยา่ งตอ่ เน่ือง
ตามลำ� ดบั และต�่ำกว่าคา่ เฉลย่ี ของโลกเลก็ นอ้ ย แต่อยา่ งไร

ทมี่ าขอ้ มูล : ศนู ย์เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร สนพ. ข้อมูล ณ วันท่ี 14 กันยายน 2563

ศนู ยเ์ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร สนพ.
ขอ้ มลู ณ วนั ท่ี 18 มนี าคม 2563

45

อนุรกั ษพ์ ลังงาน

พFลuังeงlานCแeห่งllอนาคต

ของประเทศญ่ีปุ่น

ประเทศญปี่ นุ่ เปน็ ประเทศในอนั ดบั ตน้ ๆ ทป่ี ระสบปญั หา นายกรฐั มนตรี ชนิ โซ อาเบะ (ณ ปจั จบุ นั ลาออกจากตำ� แหนง่ )
การระบาดของโควดิ - 19 เปน็ ประเทศทค่ี นไทยอยากไปเยอื น ภายใตห้ ลกั 3E + S (Safety, Energy security, Environment,
มีสถานท่ีเหมาะส�ำหรับการศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยี Economic) มงุ่ เปา้ หมายเพม่ิ สดั สว่ นการใชพ้ ลงั งานหมนุ เวยี น
ด้านการบริหารจัดการ หลังจากการระบาดของโควิด - 19 ผลิตไฟฟ้า อาทิ แสงอาทติ ย์และลมเปน็ แหล่งพลงั งานส�ำคญั
ถา้ ญป่ี นุ่ เปดิ ประเทศคาดวา่ นกั ทอ่ งเทยี่ วคงจะไปยลโฉม ฟจู ซิ งั แม้จะมีการระบุว่า การบังคับน�ำพลังงานหมุนเวียนมาใช้
ไปดูดอกซากุระบาน ไปอาบออนเซน กินปู กินเน้ือโกเบ จ�ำนวนมากมีข้อจ�ำกัดด้านสภาพอากาศท่ีไม่แน่นอน ทั้งน้ี
เทยี่ วสวนผลไมห้ ลากหลาย และไปชอ็ ปปง้ิ สนิ คา้ หลากหลายชนดิ ในแผนยงั กำ� หนดวา่ การใชพ้ ลงั งานหมนุ เวยี นตอ้ งควบคไู่ ปกบั
กลับประเทศ เทคโนโลยีแบตเตอร่ีเก็บพลังงานและไฮโดรเจนด้วย โดย
มาดูด้านนโยบายพลังงานบา้ ง รฐั บาลญี่ปุน่ ไดอ้ นุมตั ิ ในแผนดงั กลา่ วได้ก�ำหนดนโยบายพลังงานของประเทศท้ังใน
แผนพฒั นาพลงั งาน (5th Strategy Energy Plan) ฉบบั ใหม่ ระยะกลางและระยะยาว มีการต้ังเป้าลดการปล่อยก๊าซ
เมอ่ื วนั ที่ 3 กรกฎาคม 2561 ซง่ึ เปน็ ฉบบั ที่ 5 โดยมกี ารทบทวน เรือนกระจกลงร้อยละ 26 ในปี 2030 และร้อยละ 80 ในปี
ทกุ 2 - 3 ปี และนบั เปน็ แผนฉบบั ท่ี 2 ทปี่ ระกาศใชใ้ นสมยั ของ 2550 เมอ่ื เทียบกบั ปรมิ าณการปลอ่ ยในปี 2013

คณะรฐั บาลของญีป่ ุน่ ในการประชุมเพอื่ อนุมัตแิ ผนพัฒนาพลงั งานฉบบั ใหม่ เม่อื วันท่ี 3 กรกฏาคม 2561
46

3E + S Sophisticated 3E + S

Safety + Safety innovation by technology/governance reform

Energy security + Raise technical self-su ciency rate and ensure diversity of choice

Environment + Work towards decarbonisation

Economic + Enhance domestic industrial competitiveness

ในแผนฉบับปรับปรงุ ใหม่น้ยี งั ระบดุ ว้ ยว่า ญปี่ นุ่ จะยงั พ่งึ พาถ่านหนิ เปน็ แหลง่ พลงั งานหลกั (base load) ในการผลิต
ไฟฟ้า สัดส่วนการใช้พลังงานผลิตไฟฟ้าในปี 2573 ว่าจะประกอบด้วยนิวเคลียร์ร้อยละ 20 - 22 พลังงานหมุนเวียนร้อยละ
22 - 24 และถา่ นหนิ รอ้ ยละ 26 และนำ้� มนั รอ้ ยละ 3 จะเหน็ ไดว้ า่ ญป่ี นุ่ ยงั พง่ึ พาถา่ นหนิ และกา๊ ซธรรมชาตใิ นสดั สว่ นใกลเ้ คยี งกนั
และยังคงพ่ึงพาพลังงานนิวเคลียร์ควบคู่ไปกับพลังงานทดแทน ส�ำหรับพลังงานในอนาคต ได้มีการท�ำวิจัยเปล่ียนถ่านหิน
ใหเ้ ป็นกา๊ ซไฮโดรเจน เพื่อใช้กับรถยนต์

“ นอกจากน้ัน ญี่ปุ่นยังร่วมท�ำวิจัยเปล่ียนถ่านหินให้เป็น“

ก๊าซไฮโดรเจน เพื่อใช้กับรถยนต์ โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง
บรษิ ัท Kawasaki Heavy Industries และประเทศออสเตรเลยี
ใชง้ บวจิ ยั 390 ลา้ นเหรยี ญสหรฐั พฒั นาโครงการนำ� รอ่ งทเ่ี มลเบริ น์
ประเทศออสเตรเลีย

47

สบื เนอื่ งจากการไปศกึ ษาดงู าน “World Smart Energy ไฮโดรเจน เป็นธาตุแรกในตารางธาตุ เป็นธาตุทเี่ บา
Week 2019” ทจ่ี ดั ขน้ึ ระหวา่ งวนั ที่ 27 กมุ ภาพนั ธ์ – 1 มนี าคม ทสี่ ุดในโลก เน่อื งจากมนั เบามาก มนั มักจะลอยขึน้ ไปในชนั้
2562 ณ Tokyo International Exhibition Center เปน็ งานใหญ่ บรรยากาศ จงึ ยากทจี่ ะไดเ้ หน็ มนั ในรปู บรสิ ทุ ธค์ิ อื H2 ในเปลว
ท่จี ดั แสดง 9 Theme หลัก คอื Hydrogen & Fuel Cell, แกส๊ ไฮโดรเจนหรอื ในขณะท่กี ำ� ลงั ไหม้ในอากาศ H2 จะท�ำ
Solar Cell / Module, PV Systems, Rechargeable Battery, ปฏิกริ ิยากับ O2 เปน็ น้�ำ (H2O) และปล่อยความร้อนออกมา
Smart Grid, Wind Energy, Biomass Power, Thermal กับไนโตรเจนออกไซด์อีกเลก็ นอ้ ย
Power และ Recycling of Renewable Energy Resources เช้ือเพลิงไฮโดรเจน ถูกน�ำไปใช้ในเซลล์ไฟฟ้าเคมี
โดยผู้เขียนจะขอเล่าถึงประเด็นท่ีเก่ียวข้องกับ Hydrogen หรอื จดุ ระเบดิ ในเครอ่ื งสนั ดาปภายในเพอื่ ใหพ้ ลงั งานกบั อปุ กรณ์
& Fuel Cell ซึ่งญ่ีปุ่นให้ความส�ำคัญไม่น้อยหน้า Electric อิเล็กโทรนิกส์ หรือรถไฟฟ้า มันยังถูกใช้ในการขับเคล่ือน
Vehicle : EV จากการที่ไปเยี่ยมชม Panasonic Center ยานอวกาศ และมศี กั ยภาพทจ่ี ะถกู ผลติ ในเชงิ พาณชิ ย์ เพอื่ ใช้
ก็ไดจ้ �ำลอง Life Style ในอนาคตของคนญีป่ นุ่ ยงั มกี ารบรรจุ กบั การขนสง่ ทงั้ ภาคพน้ื ดนิ และทางอากาศ เชอ้ื เพลงิ ไฮโดรเจน
การใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนในบ้านด้วย ซ่ึงจะขอเล่าถึงเรื่อง ไม่ปลอ่ ยมลภาวะในส่ิงแวดล้อม ไมป่ ล่อย Co2 เทยี บเทา่ กบั
Fuel Cell เพราะเรอื่ ง EV กบั Solar มกี ารนำ� เสนอความกา้ วหนา้ เป็นพลังงานทดแทน ปัจจุบันน�ำมาใช้แพร่หลายในรถยนต์
มาค่อนขา้ งเยอะแล้ว จกั รยานยนต์ หรอื ในโดรนในอนาคต นอกจากนี้ ยงั เปน็ เชอื้ เพลงิ
ในการผลิตไฟฟา้ ได้อกี ดว้ ย

Hydrogen Society

48

”?อะไรคือ Fuel Cells

Fuel Cells กลา่ วไดว้ า่ เปน็ เชอื้ เพลงิ สะอาดเปน็ การ
ใชเ้ ชอ้ื เพลงิ ไฮโดรเจน และระบบทที่ ำ� ปฏกิ ริ ยิ าระหวา่ ง Hydrogen
กบั Oxygen ในอากาศ กำ� เนดิ ไฟฟา้ และความรอ้ น การทำ� ปฏกิ ริ ยิ า
เคมีไฮโดรเจนกับออกซิเจน ท�ำใหเ้ กดิ นำ�้ ร้อนมีประสทิ ธิภาพ
เปลย่ี นเปน็ พลงั งานไฟฟา้ ไปขบั เคลอื่ นมอเตอร์ และยงั ทำ� ให้
เกดิ ประสทิ ธภิ าพในการใชค้ วามรอ้ นในการผลติ ไฟฟา้ รวมทง้ั
ใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพในกระบวนการผลติ กลา่ วไดว้ า่ Fuel Cells
เป็นพลังงานสะอาดทีย่ ่งั ยนื มปี ระสิทธิภาพ และส่งผลให้มี
การลด CO2 อยา่ งดยี ิง่

หลายคนคิดว่านา่ จะอันตรายจากการตดิ ไฟ หรืออนั ตรายกว่าเบนซิน
แต่ความเป็นจริงปลอดภัยกว่าเชื้อเพลิงอ่ืน ๆ ตราบใดท่มี ีการปฏบิ ัตตามมาตรฐาน
การบรรจุ หลีกเล่ียงการทำ� ใหร้ ั่วไหลหา่ งจากการติดไฟ ไฮโดรเจนเปน็ กา๊ ซเบาระเหยเร็ว

ในกรณีท่ีก๊าซรั่วไหล หรือแม้แต่ในอาคารหากมีการระบายอากาศทดี่ ี การบรรจุ

”และการขนสง่ คลา้ ย ๆ กบั ถงั NGV ในรถยนต์

49

อะไรคือ Fuel Cells Vehicle : FCVs

Hydrogen Fueled Fuel Vehicles (FCVs)
จะปลดปลอ่ ย Zero pollution หรอื มีมลพิษเท่ากับศูนย์ (0)
คอื ไมม่ ี CO2 หรอื ก๊าซพิษอ่นื ๆ จะปลดปล่อยเพียงนำ้� เพื่อ
ขบั เคลื่อน FCV เปน็ มติ รตอ่ สิ่งแวดล้อม เนื่องจากปลดปล่อย
เพยี งนำ�้ ออกมา ยง่ิ กวา่ นนั้ ยงั เปน็ การใชพ้ ลงั งานอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
มากกวา่ 2 เทา่ ของเครอ่ื งยนตเ์ บนซนิ ไฮโดรเจนมาจากสถานี
เตมิ เชอื้ เพลงิ เชน่ เดยี วกบั สถานเี ตมิ นำ้� มนั ทำ� ใหร้ ถยนตพ์ ลงั งาน
เซลล์เชื้อเพลิง หรือ FCV เป็นอีกทางเลือกท่ีเป็นมิตรกับ
สงิ่ แวดลอ้ มอยา่ งมาก สำ� หรบั สงั คมยานยนตใ์ นอนาคต ยงิ่ กวา่ นน้ั
การเดนิ เครอื่ งคอ่ นขา้ งเงยี บ สะดวกสบาย สนกุ กบั การขบั ขด่ี ว้ ย

50


Click to View FlipBook Version