ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เล่มท่ี 2 องคป์ ระกอบของลมฟา้ อากาศ 1
วิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน ว21102 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ เล่มท่ี 2 องค์ประกอบของลมฟา้ อากาศ 2
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
เรอื่ ง องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ
คาชแี้ จง 1. ข้อสอบเป็นปรนัยเลือกตอบ 4 ตวั เลือก จานวน 15 ขอ้ ใช้เวลา
2. จงเลอื กคาตอบที่ถกู ต้องท่ีสดุ เพยี งข้อเดียว 10 นาที
1. กราฟในข้อใดแสดงความสัมพนั ธ์ระหว่าง 2. นักวทิ ยาศาสตรค์ น้ พบว่าโดยเฉลี่ยทุกระดับ
ความกดอากาศกบั ระดบั ความสูงจากระดบั ความสูงที่เพ่มิ ขึน้ 11 เมตร ระดบั ความดนั อากาศ
นา้ ทะเลได้ถกู ตอ้ ง จะลดลง 1 มลิ ลิเมตรปรอท ท่ีสงู กว่าระดับน้าทะเล
22 เมตร ความดันอากาศมีคา่ เท่าไร
ก. ความกดอากาศ ความก.ด7อ5ากมาลิ ศลเิ มตรปรอท
ข. 79 มลิ ลเิ มตรปรอท
ค. 758 มิลลิเมตรปรอท
ข ความกดอากาศ ง. 762 มิลลเิ มตรปรอท
3. ขอ้ ใดกล่าวถกู ต้อง
ก. เมือ่ ความสงู เพิ่มขน้ึ ความดันอากาศจะเพ่มิ ขึ้น
ข. เม่อื ความสงู เพ่ิมขนึ้ ความหนาแน่นของอากาศ
ค. ความกดอากาศ
จะมคี ่าลดลง
ค. ในชัน้ โทรโพสเฟยี ร์ เม่ือความสงู เพิ่มขน้ึ
ง. ความกดอากาศ อุณหภมู จิ ะเพิม่ ข้นึ
ง. ท่ีระดับความสูงเดียวกัน ความดนั อากาศ
มีคา่ ไมเ่ ทา่ กัน
4. ปจั จัยใดมีผลต่ออุณหภูมิของอากาศ
ก. ช่วงเวลาทไี่ ดร้ บั พลงั งานความร้อน
จากดวงอาทิตย์
ข. ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ
ค. ระดบั ความสงู จากน้าทะเล
ง. ถูกทุกข้อ
วทิ ยาศาสตร์พ้นื ฐาน ว21102 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เล่มที่ 2 องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ 3
5. ท่ีระดบั ความสงู 330 เมตร ระดบั ปรอท 11. ถ้าเทอรโ์ มมิเตอร์แบบกระเปาะแห้ง วดั ได้
ในบารร์ อมิเตอรจ์ ะลดลงก่ีมิลลิเมตร 26 ๐C และอุณหภูมเิ ทอรโ์ มมิเตอร์แบบกระเปาะ
เปียกวดั ได้ 21 ๐C ความชน้ื สัมพัทธม์ ีค่าเทา่ ใด
ก. 10 ข. 20
ค. 30 ง. 40 (ดูตารางจากบตั รเนือ้ หาท่ี 2.3 หนา้ 52 )
6. ที่ใดเวลาใดอากาศมอี ุณหภมู ติ า่ สดุ
ก. เหนอื พน้ื ดิน เวลา 8.00 น. ก. 62 % ข. 64 %
ข. เหนอื พืน้ ดนิ เวลา 24.00 น.
ค. เหนอื พ้ืนนา้ เวลา 8.00 น. ค. 67 % ง. 71 %
ง. เหนอื พนื้ น้า เวลา 24.00 น.
7. อณุ หภมู ขิ องอากาศมคี วามสัมพันธก์ บั 12. นักเรยี นสองคนซักผ้าตากไวใ้ นทโี่ ล่งพร้อมกนั
ความดันอากาศ อยา่ งไร
ก. อณุ หภูมิสงู ความดนั อากาศต่า ถ้านกั เรยี นคนท่หี นึ่งวัดคา่ ความชนื้ สัมพทั ธ์
ข. อณุ หภูมิสงู ความดนั อากาศสูง
ค. อุณหภูมติ า่ ความดนั อากาศต่า ของอากาศที่บา้ นได้ 45 % คนทีส่ องวดั ได้ 75 %
ง. อุณหภมู ิของอากาศไมม่ ีความสมั พนั ธ์
ผา้ ทต่ี ากไว้ของนักเรยี นคนใดจะแห้งเรว็ กวา่ กัน
กบั ความดันอากาศ
8. ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งความหนาแน่น เพราะเหตุใด
อากาศกบั ความดันอากาศเป็นไปตามข้อใด
ก. คนท่ี 1 เพราะปริมาณไอน้าในอากาศ
ก. ความหนาแน่นมาก ความดันนอ้ ย
ข. ความหนาแนน่ มาก ความดนั มาก นอ้ ยกวา่
ค. ความหนาแนน่ น้อย ความดันมาก
ง. ความหนาแน่นน้อย ความดนั สงู ข้ึน ข. คนที่ 1 เพราะปริมาณไอนา้ ในอากาศ
9. ข้อใด ไมไ่ ด้ นาความดันอากาศ
มาใช้ประโยชน์ มากกวา่
ก. กาลักนา้
ข. รินนา้ ใส่ขวด ค. คนที่ 2 เพราะปริมาณไอน้าในอากาศ
ค. ตัวดดู กระจก
ง. สายยางวดั ระดบั ความสงู น้อยกวา่
10. การทตี่ ากผา้ ไวแ้ หง้ เร็ว แสดงว่าอากาศ
ในขณะนน้ั มสี ภาพเป็นอยา่ งไร ง. คนท่ี 2 เพราะปริมาณไอนา้ ในอากาศ
ก. อากาศมีความชนื้ สงู
ข. อากาศมีความชน้ื ตา่ มากกวา่
ค. อากาศมีไอน้ามาก
ง. อากาศมีความชน้ื สมั พัทธ์สงู กวา่ 80% 13. เครื่องมือวัดความชื้นของอากาศเรยี กวา่ อะไร
ก. บารร์ อมเิ ตอร์ ข. แอมมิเตอร์
ค. ไซครอมเิ ตอร์ ง. ศรลม
14. หอ้ งหน่งึ มีปริมาตร 10 m3 มีไอนา้ 150 g
ความชน้ื สมั บูรณ์ ของอากาศขณะน้นั มคี า่ เท่าไร
ก. 10 g/m3 ข. 15 g/m3
ค. 15 g/cm3 ง. 150 g/m3
15. ความสัมพัทธ์ มีค่าเท่าใดที่ทาให้อากาศมี
ความช้นื พอเหมาะ อากาศเย็นสบาย
ก. 40 % ข. 60 %
ค. 80 % ง. 90 %
วทิ ยาศาสตร์พนื้ ฐาน ว21102 ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ เล่มที่ 2 องคป์ ระกอบของลมฟา้ อากาศ 4
กระดาษคาตอบแบบทดสอบก่อนเรยี น
เร่ือง องคป์ ระกอบของลมฟา้ อากาศ
ชอื่ ..............................................สกุล................................เลขท่ี……………………
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบที่ถูกตอ้ งทีส่ ุด แลว้ ทาเคร่อื งหมายกากบาท (X) ลงใน
กระดาษคาตอบ
ขอ้ ก ข ค ง
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
เกณฑ์การวดั ผล คะแนนเตม็ คะแนนทไ่ี ด้
15
นกั เรียนตอ้ งได้คะแนน ร้อยละ 80
12-15 คะแนน ผ่านเกณฑ์
0-11 คะแนน ไมผ่ า่ นเกณฑ์
วทิ ยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 1
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ เล่มที่ 2 องคป์ ระกอบของลมฟ้าอากาศ 5
บตั รกจิ กรรมท่ี 2.1 เรอ่ื ง อุณหภมู อิ ากาศ
จุดประสงค์ ใชเ้ วลา 20 นาที
1. เลือกและใชเ้ คร่ืองมือวดั อุณหภมู ิอากาศได้
2. อธิบายความสมั พนั ธ์ระหว่างอุณหภูมิอากาศกบั
ระดับความสงู จากผิวโลกได้
คาส่ัง
ให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มปฏบิ ัติกิจกรรมตามข้นั ตอนวธิ กี ารปฏิบตั กิ จิ กรรม
วัสดุอุปกรณ์
1. เทอร์มอมเิ ตอรแ์ บบธรรมดา จานวน 1 อันต่อกลุ่ม
2. ขาตง้ั พร้อมไม้หนีบ จานวน 1 ชุดต่อกลมุ่
วธิ ีการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม
1. ให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ เลอื กเครอื่ งมอื ที่ใช้วัดอุณหภมู ิของอากาศ ทค่ี รูจัดเตรยี มไว้ให้ถูกต้อง
พร้อมทัง้ ระบชุ ่อื ของเคร่ืองมือให้ถกู ต้อง
2. ให้นกั เรียนวดั อณุ หภูมิของอากาศภายในห้องขณะน้นั โดยใชเ้ คร่ืองมือทเ่ี ลือก
แล้วนาเสนอวิธีการวดั อุณหภมู ิของอากาศ
3. นกั เรียนบนั ทกึ ข้อมลู การปฏิบัตกิ จิ กรรมตามหวั ข้อท่กี าหนด ลงในแบบบันทึกบัตรกิจกรรม
ท่ี 2.1 เร่ือง อุณหภมู ิอากาศ
วทิ ยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ เล่มท่ี 2 องคป์ ระกอบของลมฟ้าอากาศ 6
วสั ดุอุปกรณ์ทีจ่ ัดไวเ้ พ่ือให้นักเรียนเลือกใช้
4. นกั เรียนศึกษากราฟแสดงอุณหภมู ขิ องอากาศกับความสูงระดับตา่ งๆพร้อมนาเสนอ
ความสมั พนั ธ์ของกราฟ ดา้ นลา่ งนี้
กราฟแสดงความสมั พนั ธ์ระหวา่ งอุณหภมู ขิ องอากาศกับความสูงระดบั ต่าง ๆ
อุณหภูมิของอากาศ ( องศาเซลเ ีซยส )40 Line 1
30
20
10
0
-10 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
-20
-30
-40
ความสูงจากระดับนา้ ทะเล (กโิ ลเมตร)
( Km )
วทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน ว21102 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เล่มท่ี 2 องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ 7
แบบบนั ทกึ บตั รกจิ กรรมที่ 2.1 เร่ือง อุณหภมู อิ ากาศ
จุดประสงค์
1. เลือกและใชเ้ ครื่องมือวดั อุณหภมู ิของอาอากาศได้
2. อธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหว่างอณุ หภมู ิอากาศกบั ความสูงจากผวิ โลกได้
คาสง่ั
ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุม่ นาขอ้ มูลจากการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมบตั รกิจกรรมที่ 2.1
เรอื่ ง อุณหภูมิอากาศ บันทึกลงในแบบบนั ทึก ด้านล่างนี้
1. เครือ่ งมือท่ใี ชว้ ัดอุณหภมู ขิ องอากาศ เรียกวา่ อะไร
............................................................................................................................. .........
2. อณุ หภูมขิ องอากาศภายในห้องขณะนั้น นักเรียนวดั คา่ ได้เท่าไร
.....................................................................................................................................
2. วธิ กี ารวัดอุณหภมู ขิ องอากาศภายในหอ้ งขณะนั้น ทาอย่างไร
......................................................................................................................................
............................................................................................................................. .........
......................................................................................................................................
............................................................................................................................. .........
3. อุณหภมู ขิ องอากาศกบั ระดับความสูงจากผิวโลกขนึ้ ไป 0 – 10 km มคี วามสัมพันธ์กัน
อย่างไร
............................................................................................................................. .........
......................................................................................................................................
วทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน ว21102 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เล่มที่ 2 องคป์ ระกอบของลมฟ้าอากาศ 8
บัตรเนอื้ หาที่ 2.1
เรอื่ ง อุณหภูมิอากาศ
อุณหภูมิอากาศ
อุณหภูมิอากาศ เป็นระดับปริมาณความร้อนที่อากาศมีอยใู่ นแต่ละช่วงเวลา
และแตล่ ะสถานท่ี นกั วิทยาศาสตร์ศึกษาและตรวจวัดอุณหภูมิของอากาศจากระดบั ผวิ โลก
ขน้ึ ไปในช้นั บรรยากาศทรี่ ะดับความสูง 10 กิโลเมตร พบว่า ย่งิ สูงขึน้ ไปอุณหภมู ิของอากาศ
ย่ิงลดลง ท้ังนี้อธบิ ายได้วา่ ในเวลากลางวันผวิ โลกรบั แสงแดดหรือแสงจากดวงอาทิตย์
ผิวโลกจะดูดกลืนความร้อนไว้ และคายความรอ้ นให้แก่บรรยากาศโลกในตอนกลางคนื
จึงทาใหอ้ ุณหภมู ิของบรรยากาศชั้นท่ีอยใู่ กลผ้ วิ โลกสงู กวา่ บรรยากาศช้นั ที่อยู่สูงขึ้นไป
อณุ หภูมิของบรรยากาศในชั้นบรรยากาศตา่ ง ๆ ตามระดับความสงู จากผวิ โลก
จะมีความแตกต่างกัน ดังตารางที่ 2.1
ตารางท่ี 2.1 ตารางแสดงอุณหภูมขิ องอากาศทร่ี ะดบั ความสงู ต่าง ๆ กนั จากระดบั นา้ ทะเล
ระดบั ความสูงจากระดบั น้าทะเล (km) อณุ หภมู ขิ องอากาศ ( ๐C)
0 27.5
1 22.0
2 16.5
3 11.0
4 5.5
5 0
6 -5.5
7 -11.0
8 -16.5
9 -22.0
10 -27.5
ทมี่ า : สมพงษ์ จนั ทรโ์ พธิศ์ รี. คมู่ อื เตรยี มสอบ วทิ ยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 2 . 2554.
วทิ ยาศาสตร์พ้นื ฐาน ว21102 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เล่มท่ี 2 องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ 9
จากข้อมลู ตามตารางที่ 2.1 เมอ่ื นามาเขยี นกราฟความสมั พันธ์ระหว่างอุณหภมู ิ
ของอากาศทรี่ ะดับความสูงตา่ ง ๆ จะได้กราฟดังนี้
) 40
30
๐ 20
C 10
( 0
-10 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
อุณหภู ิมของอากาศ -20 Line 1
-30
-40
ความสูงจากระดับนา้ ทะเล (km)
ภาพที่ 2.1 กราฟแสดงอุณหภูมิอากาศทีร่ ะดับความสงู ตา่ งๆ
ทม่ี า : สมพงษ์ จันทรโ์ พธิ์ศร.ี คู่มือเตรยี มสอบ วทิ ยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 2 . 2554.
สรา้ งกราฟโดย นภิ าวดี นว่ มอินทร์ โดยใช้ โปรแกรม Micro softword
ปจั จัยสาคัญที่มผี ลต่ออุณหภมู ิอากาศ
1. พลงั งานความร้อนจากดวงอาทิตย์ทถ่ี กู ดูดกลนื และคายในแต่ละชว่ งเวลาไม่เทา่ กนั
สูงอุณหภูมิสูงสดุ จะเปน็ ชว่ งเวลาบา่ ย และช่วงอณุ หภมู ิตา่ สุดจะเป็นชว่ งเวลาเช้ามืด
2. ลักษณะของผิวโลกที่แตกต่างกัน บรเิ วณทีเ่ ป็นพ้ืนดินและพ้ืนนา้ รับและ
คายพลังงานความร้อนได้แตกต่างกัน
3. สภาพแวดลอ้ มที่แตกต่างกัน บรเิ วณท่เี ป็นป่าทบึ จะดูดพลงั งานความร้อนไปใชใ้ น
การสังเคราะห์ด้วยแสง อุณหภมู ิจะต่ากวา่ มีต้นไมน้ ้อย
4. สภาพแวดล้อมโดยทวั่ ไปของบรรยากาศ เช่น ปรมิ าณเมฆในท้องฟ้า บรเิ วณที่มี
เมฆมากจะให้ร่มเงา และทาหนา้ ท่สี ะท้อนและดูดกลนื พลงั งานจากดวงอาทติ ย์ ทาให้อณุ หภูมิ
ของอากาศตา่ กวา่ บริเวณท่ีมีปริมาณเมฆเบาบาง
วิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน ว21102 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ เล่มที่ 2 องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ 10
5. ในรอบปกี ารหมุนของโลกรอบดวงอาทติ ย์ สง่ ผลให้พืน้ ท่ีบนโลกไดร้ บั พลงั งาน
ความรอ้ นแตกต่างกนั เนอื่ งจากแกนของโลกเอียงจากเส้นตั้งฉากกับระนาบวงโคจรของโลก
รอบดวงอาทติ ย์
เกณฑอ์ ุณหภูมิอากาศประเทศไทย
อากาศหนาวจดั อุณหภูมิต่ากวา่ 8 ๐c
อากาศหนาว อุณหภมู ิระหวา่ ง 8 ๐c - 15.9 ๐c
อากาศเยน็ อุณหภูมิระหวา่ ง 16 ๐c - 22.9 ๐c
อากาศร้อน อุณหภูมิระหว่าง 35.0 ๐c - 39.9 ๐c
อากาศรอ้ นจดั อุณหภูมิต้ังแต่ 40.0 ๐c ขน้ึ ไป
วทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน ว21102 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ เล่มที่ 2 องค์ประกอบของลมฟา้ อากาศ 11
บตั รกจิ กรรมที่ 2.2 เรอื่ ง การทดลองวัดอณุ หภูมอิ ากาศ
จุดประสงค์การทดลอง ใช้เวลา 30 นาที
1. ทาการทดลองใช้เทอร์มอมิเตอร์วดั อณุ หภูมิของอากาศได้ถูกต้อง
2. เขยี นกราฟแสดงความสมั พนั ธ์ระหวา่ งอณุ หภูมิกับเวลาได้
3. แปลความหมายข้อมลู และอธบิ ายความแตกต่างของอณุ หภูมอิ ากาศ
ในเวลาท่ีแตกต่างกันได้
วัสดอุ ุปกรณ์ในการทดลอง
1. เทอรม์ อมิเตอรแ์ บบธรรมดา 1 อนั ตอ่ กลุ่ม
2. ขาต้ังพร้อมไม้หนีบ 1 ชดุ ต่อกลุ่ม
3. นาฬกิ าจบั เวลา 1 เรอื น ตอ่ กล่มุ
วธิ ีการทดลอง
1. วัดและบันทกึ อุณหภูมิของอากาศ บรเิ วณท่ีต้องการศกึ ษาทกุ หนึง่ ชั่วโมง
ต้ังแต่เวลา 06.00 น. จนถึง 18.00 น. โดยใชเ้ ทอรม์ อมิเตอร์
2. นาข้อมูลจากการวดั อุณหภมู ิในข้อ 1 มาเขยี นกราฟหาความสมั พนั ธ์
ระหว่างอณุ หภมู ิกับเวลา
เทอร์มอมิเตอร์
แบบธรรมดา
วทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน ว21102 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เล่มที่ 2 องคป์ ระกอบของลมฟา้ อากาศ 12
แบบบนั ทึกบตั รกิจกรรมที่ 2.2
เรอ่ื ง การทดลองวดั อุณหภมู อิ ากาศ
วนั ที่ทาการทดลอง...........เดอื น........................พ.ศ..........................
กลุ่มที.่ ............ช้ัน ม.1/.........
1………………………………………………………………………………เลขท.่ี ...................
2………………………………………………………………………………เลขที่....................
3………………………………………………………………………………เลขท.่ี ...................
4………………………………………………………………………………เลขท.่ี ...................
5………………………………………………………………………………เลขท.ี่ ...................
6………………………………………………………………………………เลขที่....................
7………………………………………………………………………………เลขที่....................
วธิ ีการทดลอง
1.วัดและบันทกึ อุณหภูมิของอากาศ บรเิ วณที่ต้องการศึกษาทกุ ๆหนึ่งช่ัวโมง ต้ังแตเ่ วลา
06.00 น. จนถึง 18.00 น. โดยใช้เทอรม์ อมเิ ตอร์แบบธรรมดา
2.นาขอ้ มลู จากการวัดอุณหภูมิในข้อ 1 มาเขียนกราฟหาความสมั พันธร์ ะหว่างอุณหภูมิ
กับเวลา
วทิ ยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เล่มที่ 2 องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ 13
ตารางบันทึกผลการทดลอง เวลา (นาฬกิ า)
ชว่ งเวลา6.00
อณุ หภมู ิ (๐C)7.00
8.00
9.00
10.00
11.00
12.00
13.00
14.00
15.00
16.00
17.00
18.00
วทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน ว21102 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เล่มที่ 2 องคป์ ระกอบของลมฟา้ อากาศ 14
เขียนกราฟแสดงความสมั พันธ์ระหว่างเวลากับอุณหภูมิอากาศ
คาถามหลงั การทดลอง
1. จากกราฟการเปลี่ยนแปลงอณุ หภูมิต้ังแตเ่ วลา 06.00 น. จนถึง 18.00 น. เป็นอยา่ งไร
ตอบ...........................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
2. ค่าอณุ หภูมิตา่ สุด และคา่ อุณหภมู สิ งู สดุ มีคา่ เท่าไร อยู่ในช่วงเวลาใด
ตอบ..................................................................................................... .....................................
3. อณุ หภูมิหลัง 18.00 นาฬกิ า ควรเปน็ อย่างไร เพราะเหตุใด
ตอบ............................................................................................................ ...............................
วิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว21102 ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 1
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ เล่มที่ 2 องคป์ ระกอบของลมฟา้ อากาศ 15
สรุปผลการทดลอง
........................................................................................ ..........................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
.................................................................................................................. ................................
................................................................................................................... ...............................
.................................................................................................................. ...............................
วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว21102 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เล่มที่ 2 องคป์ ระกอบของลมฟ้าอากาศ 16
บตั รกจิ กรรมพฒั นาทกั ษะการสื่อสารทางวทิ ยาศาสตร์ท่ี 2.1
เรือ่ ง อุณหภูมขิ องอากาศ
ใชเ้ วลา 10 นาที
จุดประสงค์
1. อธบิ าย เปรยี บเทยี บเกย่ี วกับการเปลีย่ นแปลงอุณหภมู ขิ องอากาศ
ในช่วงเวลาต่างๆ ได้
2. อธบิ ายความสมั พนั ธ์ระหวา่ งอณุ หภมู ิของอากาศกับความสงู จากระดบั น้าทะเล
ได้
คาชี้แจง ให้นกั เรยี นตอบคาถามตอ่ ไปน้ี ( 5 คะแนน )
ใหน้ ักเรยี นศึกษาตารางแสดงการบันทกึ อณุ หภมู ิทุกๆ 3 ช่วั โมง ต้ังแต่เวลา 6.00 น.
ถงึ 24.00น. ตอบคาถามข้อ 1- 5
ช่วงเวลา อณุ หภูมิ ( ๐C )
6.00 น. 21
9.00 น. 25
12.00 น. 27
15.00น. 31.5
18.00น. 26
21.00น. 23
24.00น. 22
1. จากขอ้ มลู ในตารางอณุ หภูมิในแตล่ ะชว่ งเวลาแตกตา่ งกันหรือไม่ อุณหภูมชิ ่วงเวลาใด
ต่าสดุ และชว่ งเวลาใดสงู สดุ (1 คะแนน)
ตอบ.......................................................................................................................... ........
2 เวลา 13.00 นาฬกิ า ควรมีค่าเท่าไร เพราะเหตุใด (1 คะแนน)
ตอบ.......................................................................................................................... ........
วิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน ว21102 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เล่มท่ี 2 องค์ประกอบของลมฟา้ อากาศ 17
3. ขอ้ มูลในตาราง อุณหภูมิของอากาศเปล่ียนแปลงอย่างไร เพราะเหตุใด (1 คะแนน)
ตอบ.......................................................................................................................... ........
………………………………………………………………………………………………………………………….
4. บรรยากาศชัน้ โทรโพสเฟยี ร์ อณุ หภูมิอากาศมคี วามสมั พันธก์ ับระดบั ความสูงอย่างไร
(1 คะแนน)
ตอบ................................................................................................ .................................
5. ปัจจัยใดท่ีมผี ลตอ่ อณุ หภูมิของอากาศ (1 คะแนน)
ตอบ........................................................................................................ .........................
………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………….….
วิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน ว21102 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เล่มที่ 2 องคป์ ระกอบของลมฟา้ อากาศ 18
บตั รกจิ กรรมที่ 2.3
เรอ่ื ง การทดลองอากาศมีแรงดัน
จดุ ประสงค์ 10 นาที
1.ทาการทดลองเพ่อื ศกึ ษาอากาศมแี รงดัน
2.อธบิ ายความหมายของแรงดันอากาศ
วัสดุอุปกรณ์ 1 ใบ ตอ่ กลุ่ม
500 cm3 ต่อกลุ่ม
1. แกว้ ใสทรงสูง 1 แผ่น ตอ่ กลุม่
2. น้า
3. กระดาษแข็งกลม
ให้นกั เรียนออกแบบการทดลอง เพื่อพสิ ูจน์ ว่า อากาศมแี รงดนั จากวัสดุอุปกรณ์ที่จดั ไวใ้ ห้
วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว21102 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ เล่มท่ี 2 องคป์ ระกอบของลมฟ้าอากาศ 19
แบบบนั ทึกบตั รกจิ กรรมท่ี 2.3
เร่ือง การทดลองอากาศมแี รงดนั
วนั ทท่ี าการทดลอง...........เดอื น........................พ.ศ..................
กลมุ่ ท.ี่ ............ช้ัน ม.1/.........
1………………………………………………………………………………………….………เลขท่.ี ...................
2…………………………………………………………………………………….……………เลขท.ี่ ...................
3………………………………………………………………………………………….………เลขท.่ี ...................
4………………………………………………………………………………………….………เลขท.่ี ...................
5…………………………………………………………………………………………….……เลขที่....................
6……………………………………………………………………………………………….…เลขที่....................
7………………………………………………………………………………....................เลขท.่ี .....................
จดุ ประสงค์
1. ทาการทดลองเพอ่ื ศึกษาอากาศมีแรงดนั
2. อธบิ ายความหมายของแรงดันอากาศ
วิธีการทดลอง (วาดภาพ หรอื เขียนให้เห็นขน้ั ตอนทดลอง)
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………….
วทิ ยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 1
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เล่มที่ 2 องค์ประกอบของลมฟา้ อากาศ 20
บนั ทกึ ผลการทดลอง
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
สรุปผลการทดลอง
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
วทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน ว21102 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เล่มท่ี 2 องค์ประกอบของลมฟา้ อากาศ 21
บัตรเนอื้ หาท่ี 2.2
เรื่อง ความดนั อากาศ
ความหมายของความดนั อากาศ
อากาศประกอบด้วยโมเลกุลของแก๊สชนดิ ต่างๆ ที่เคล่ือนที่ตลอดเวลา เมื่อโมเลกุล
ของอากาศชนกบั พน้ื ผวิ ของวัตถุ จะทาให้เกดิ แรงกระทาบนพ้นื ผวิ นั้น เรยี กแรงท่ีเกดิ ข้ึนว่า
แรงดันอากาศ แรงดนั อากาศตอ่ หนว่ ยพ้ืนที่ เรียกว่า ความดันอากาศ ดงั นนั้ ความดนั อากาศ
จงึ หมายถึง แรงดันของอากาศท่กี ดลงบนพ้นื ผิวของวตั ถุต่อหนึง่ หน่วยพ้นื ที่ ในอตุ นุ ิยมวทิ ยา
เรยี กความดันอากาศ วา่ ความกดอากาศ
ประวัติการศกึ ษาเกี่ยวกับความดนั อากาศ
กาลเิ ลโอ กาลเิ ลอิ นักวิทยาศาสตรช์ าวอิตาเล่ียน เกดิ ข้อสงสยั เม่อื สูบน้าขนึ้ ไปท่สี ูง
สามารถสูบนา้ ข้นึ ไปดว้ ยความสงู ไม่เกิน 10.33 เมตร ไมว่ ่าจะสบู ให้สงู ข้นึ เข้าไปเทา่ ไรก็ตาม
ตอ่ มา เอวันเจลสิ ตา ทอร์ริเชลลิ (Evangelista Torricelli) นกั วิทยาศาสตร์ชาวอิตาลี
เป็นผู้ตอบข้อสงสยั ของกาลเิ ลโอ โดยอธบิ ายว่า นา้ ถกู ดนั เข้าไปในท่อได้เพราะ ความดนั ของ
อากาศ หรอื ความกดอากาศ แต่ความดนั นส้ี ามารถดันนา้ เข้าไปในทอ่ ไดส้ ูง 10.33 เมตร
เทา่ นัน้ และทอรร์ เิ ชลลิ ทาการทดลองต่อโดยใช้ปรอทที่มคี ่าหนาแนน่ 15.5 กรัมตอ่ ลูกบาศก์
เซนตเิ มตร ท่ี 20 องศาเซลเซียส แทนน้าซงึ่ มีความหนาแน่น 15.5 กรัมตอ่ ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร
ใสห่ ลอดแก้วปลายเปดิ ท่มี ีพืน้ ท่หี นา้ ตัด 1 ตารางเซนตเิ มตร ยาว 1 เมตร จนเต็มใช้นิว้
ปิดปากหลอดแกว้ แลว้ ควา่ ลงในอา่ งปรอท
วทิ ยาศาสตร์พนื้ ฐาน ว21102 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ เล่มท่ี 2 องค์ประกอบของลมฟา้ อากาศ 22
ภาพที่ 2.2 แสดงการทดลองของทอร์ริเชลลิ (Torricelli )
https://th.fehrplay.com/domashniy-uyut/8814-kak-polzovatsya-
barometrom-ustroystvo-i-princip-raboty-barometra.html, 8 ตลุ าคม 2558.
ผลการทดลอง พบว่า ระดบั ปรอทจะไม่ไหลออกจากหลอดจนหมด แตจ่ ะหยดุ อยทู่ ี่
ระดับสงู ประมาณ 76 เซนตเิ มตร หรือ 760 มิลลเิ มตร เนอ่ื งจากอากาศภายนอกกดดัน
พ้ืนทีห่ นา้ ตัดของอ่างปรอทไว้ แต่เน่ืองจากปรอทมีความหนาแน่นมากกวา่ นา้ 13.6 เทา่
ความกดอากาศจงึ ดนั ปรอทในหลอดแก้วให้ขึ้นสงู ได้น้อยกว่านา้
ความดันบรรยากาศ 760 mm
อา่ งปรอท
ภาพท่ี 2.3 แสดงผลการทดลองของทอร์รเิ ชลลิ
https://medium.com/sathittham/android-barometer-2f1769ea3067,8 ตลุ าคม 2558.
วิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เล่มท่ี 2 องคป์ ระกอบของลมฟ้าอากาศ 23
เครือ่ งมือวัดความดันอากาศ
จากหลกั การที่ทอรร์ ิเชลลิค้นพบ จึงนาไปสร้างเครือ่ งมือวดั ความดันอากาศ เรยี กว่า
บารอมิเตอร์ (Barometer) ทอร์รเิ ชลลี เปน็ ผ้ปู ระดิษฐ์บารอมเิ ตอร์เครื่องแรกของโลก เครื่องมอื
ประกอบด้วย อ่างทเี่ ตมิ สารปรอท และหลอดแก้วข้างในบรรจดุ ้วยปรอทให้เตม็ แล้วคว่า
หลอดแกว้ ลงในอา่ งปรอท ดังภาพท่ี 2.4
ภาพท่ี 2.4 ภาพจาลองบารอมิเตอร์ของเทอริเชอลี
http://www.neutron.rmutphysics.com/news/index. php?option=com_
content&task=view&id=2182&Itemid=3, 8 ตลุ าคม 2558.
นักอุตุนยิ มวทิ ยาใช้บารอมิเตอร์ เป็นอุปกรณ์วัดความกดอากาศ ซึง่ มีหลายชนิด ดังนี้
1. บารอมิเตอรแ์ บบปรอท (Mercury Barometer) เปน็ บารอมิเตอร์แบบงา่ ย ๆ ทีม่ ี
หลอดแกว้ สุญญากาศ ปลายดา้ นหนึ่งเปิดจมุ่ อยูใ่ นอา่ งปรอท ใชห้ ลักการท่อี ากาศสามารถดัน
ของเหลวให้เขา้ ไปในหลอดแก้วได้ โดยทปี่ รอทจะสูงขึ้นหรือต่าลง ข้ึนอยกู่ ับความเปลยี่ นแปลง
ของความดันอากาศภายนอก
วทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน ว21102 ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เล่มที่ 2 องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ 24
สญุ ญากาศ
ปรอท
หลอดแก้ว
สงู 76 cm
ภาพที่ 2.5 แสดงบารอมิเตอร์แบบปรอท
http://www.lesa.biz/earth/atmosphere/air-pressure, 8 ตลุ าคม 2558.
2. แอนริ อยดบ์ ารอมเิ ตอร์ (Aneroid Barometer)
แอนนิรอยด์บารอมเิ ตอร์ เปน็ บารอมเิ ตอร์ที่ทาเป็นตลบั โลหะแล้วนาเอา อากาศออก
จนเหลอื นอ้ ย (คล้ายทาให้เป็นสญุ ญากาศ) เมื่อมแี รงจากอากาศมากดตลับโลหะ จะทาให้
ตลับโลหะมีการเคลื่อนไหว เข็มทต่ี ิดไวท้ ี่ตัวตลับจะชี้บอกความดันของอากาศ แอนนิรอยด์
บารอมเิ ตอรม์ ีขนาดเล็กพกพาไปไดส้ ะดวก
ภาพที่ 2.6 แสดงแอนิรอยด์บารอมิเตอร์
http://www.lacoonline.com/cgi-bin/lacoonline/00216.html, 8 ตลุ าคม 2558.
วทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน ว21102 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ เล่มที่ 2 องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ 25
3. บารอกราฟ (Barograph) เปน็ เครอ่ื งมือท่ีใช้ในการวดั ความดันอากาศ ซ่ึงใช้
หลกั การเดยี วกับแอนนริ อยด์บารอมเิ ตอร์ แตจ่ ะบันทกึ ความกดดนั อากาศแบบต่อเน่ืองลงบน
กระดาษในลักษณะเป็นเส้นกราฟ
ภาพท่ี 2.7 แสดงบารอกราฟ
http://www.phukhieo.ac.th/obec-media/2554/manual, 8 ตลุ าคม 2558.
หน่วยวดั ความกดอากาศ
ความกดอากาศมหี นว่ ยวัดเป็น “มลิ ลเิ มตรปรอท” “นว้ิ ปรอท” และ “มลิ ลบิ าร์”
ในปจั จุบนั นักอุตุนิยมวทิ ยานิยมใช้ “มิลลิบาร์” เป็นหนว่ ยมาตรฐานในการวดั ความกดอากาศ
เพราะเป็นหน่วยที่สะดวกกว่า
หน่วยความดนั 1 บรรยากาศ
1 บรรยากาศ = 760 มิลลเิ มตรปรอท
หน่วยความดนั ทอรร์ ( torr )
1 ทอรร์ = 760 มลิ ลเิ มตรปรอท
ระบบเอสไอ (SI) กาหนดความดันเปน็ ปาสคาล (Pascal) ใชอ้ ักษรย่อ Pa
โดยกาหนดวา่ 1 ปาสคาล = 1 นวิ ตัน/ตารางเมตร (N/m2)
101,325 ปาสคาล = 1 บรรยากาศ
ความดนั บรรยากาศเปน็ บาร์ (bar)
1 บาร์ = 1,000 มลิ ลิบาร์
1,013.25 มลิ ลบิ าร์ = 1 บรรยากาศ
วทิ ยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ เล่มที่ 2 องคป์ ระกอบของลมฟ้าอากาศ 26
ปจั จัยท่ีมผี ลต่อความดนั อากาศ
จากความหมายของความดนั อากาศ ดงั น้ัน ความดันอากาศจะมากหรอื น้อย
ขึน้ อยู่กับจานวนโมเลกุลอากาศ ถ้าจานวนโมเลกลุ อากาศมากหรอื ความหนาแน่นของอากาศ
มาก ความดนั อากาศมาก จานวนโมเลกลุ อากาศน้อยหรือความหนาแน่นของอากาศน้อย
ความดันอากาศน้อย นอกจากน้ี ยังมปี จั จยั อืน่ ๆ ท่มี ีผลต่อความดนั อากาศ ได้แก่ อุณหภูมิ
อากาศ และระดบั ความสูงจากผิวโลก ซ่งึ จะได้ศึกษาในหัวขอ้ ต่อไป
ความสัมพันธ์ความกดอากาศกบั ความสูงจากระดับน้าทะเล
ใหน้ กั เรียนพจิ ารณาข้อมูลในตารางท่ี 2.3 แสดงคา่ ความดันอากาศท่รี ะดับ
ความสงู ต่าง ๆ
ตารางที่ 2.2 แสดงค่าความดันอากาศที่ระดับความสงู ตา่ ง ๆ
ความสงู จากระดับน้าทะเล ความดนั อากาศ
(กโิ ลเมตร) มลิ ลิเมตรปรอท นวิ ตันตอ่ ตารางเมตร
0 760 1.01 x105
1 675 1.01 x105
2 600 1.01 x105
3 530 1.01 x105
4 470 1.01 x105
5 410 1.01 x105
6 360 1.01 x105
7 320 1.01 x105
8 280 1.01 x105
9 245 1.01 x105
10 210 1.01 x105
11 185 1.01 x105
12 160 1.01 x105
13 140 1.01 x105
วทิ ยาศาสตร์พนื้ ฐาน ว21102 ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 1
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เล่มที่ 2 องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ 27
จากตาราง เม่ือนา้ ข้อมูลไปเขียนเป็นกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความกดอากาศ ( ิมล ิลเมตรปรอท)
ความดนั บรรยากาศกบั ระดบั ความสูง จะไดก้ ราฟทีม่ ีลักษณะ ดังกราฟที่ 2.7
800
700
600
500
400
300
200
100
0
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14
ระดับความสงู จากระดับนา้ ทะเล (กิโลเมตร)
ภาพที่ 2.8 กราฟแสดงความสัมพนั ธ์ระหวา่ งความสงู กับความกดอากาศ
ท่ีมา : สมพงศ์ จนั ทรโ์ พธิศ์ รี. 2554.
สร้างกราฟโดย นภิ าวดี นว่ มอนิ ทร์. โดยใช้โปรแกรม Microsolf word.
ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งความดันอากาศกบั ความสูงจากระดับนา้ ทะเล สรุปได้ดังนี้
1. ความสงู ทีร่ ะดบั เดยี วกนั ความดนั อากาศมีค่าเท่ากัน
2. เมื่อระดบั ความสงู เพมิ่ ขนึ้ ความดันของอากาศลดลง เพราะความหนาแนน่
ของอากาศลดลง
3. โดยเฉลีย่ ความดันของอากาศ จะลดลง 1 มลิ ลิเมตรของปรอท เมื่อความสูง
เพิม่ ข้ึน 11 เมตร
วิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เล่มที่ 2 องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ 28
จากข้อสรปุ ท่ไี ด้ นักเรียนสามารถประมาณความสูงของอาคารและความสงู
ของภเู ขาได้จากการคานวณ
ตวั อยา่ ง
โจทย์ เม่ือใช้บารอมเิ ตอรว์ ดั ความดนั อากาศทีย่ อดเขาแห่งหนึ่ง ได้ 560 มิลลเิ มตรปรอท
ยอดเขาแหง่ น้อี ยสู่ งู จากระดับนา้ ทะเลกเี่ มตร
วิธคี ิด ความดันอากาศท่ีระดับน้าทะเล = 760 มลิ ลิเมตรปรอท
ดงั นน้ั ความดันของอากาศบนยอดเขาลดลง เทา่ กบั 760-560 = 200 มลิ ลเิ มตรปรอท
เมอ่ื ความดนั ของปรอทลดลง 1 มลิ ลเิ มตร จะมีความสงู เพมิ่ ข้นึ 11 เมตร
เม่ือความดนั ของปรอทลดลง 200 มลิ ลเิ มตร จะมีความสงู เพิม่ ขน้ึ
= 11 เมตร x 200 มิลลิเมตรปรอท = 2200 เมตร
1 มลิ ลเิ มตร
ยอดเขาอย่สู งู จากระดับนา้ ทะเล 2,200 เมตร
ปจั จยั ที่มีผลต่อความดันอากาศ
1. จานวนโมเลกลุ อากาศ
2. อุณหภูมอิ ากาศ
3. ระดับความสูงจากผวิ โลก
ประโยชน์ของความดนั อากาศในชวี ิตประจาวนั
1. การดดู น้าออกจากขวดโดยใชห้ ลอดดูด
2. การดูดของเหลวเข้าหลอดหยดหรือเข็มฉีดยา
3. การเจาะกระป๋องนมต้องเจาะ 2 รู เพื่อให้อากาศในกระป๋องนมมีความดนั อากาศ
เท่ากับความดนั ภายนอกกระปอ๋ งนมทาใหส้ ามารถเทนมออกจากกระป๋องนมได้
วทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน ว21102 ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ เล่มท่ี 2 องค์ประกอบของลมฟา้ อากาศ 29
4. การถา่ ยของเหลวโดยสายยางจากภาชนะหนึ่งไปยงั อกี ภาชนะหนงึ่ ท่ีอยู่ตา่ งระดับกนั
เรียกว่า กาลักน้า
5. การใชแ้ ปน้ ยางดดู ติดกบั กระจกเพอ่ื ยดึ สิ่งของให้ติดกบั กระจก เน่ืองจากความดัน
อากาศภายนอกมากกว่าความดันอากาศภายในแปน้ ยาง จึงกดหวั แปน้ ยางใหด้ ูดติด
กบั กระจก
6. อปุ กรณว์ ดั ระดบั นา้ ใช้การก่อสรา้ ง
ภาพที่ 2.9 เครอื่ งวดั ระดับนา้
http://www.stanley-thailand.com/%E0%B8%A3%E0%, 15 ตุลาคม2558.
ภาพท่ี 2.10 การดดู ของเหลวเขา้ หลอดหยด ภาพท่ี 2.11 ตัวดูดกระจก
http://www.thaigoodview.com/node/45981, 15 ตุลาคม 2558.
วทิ ยาศาสตร์พ้นื ฐาน ว21102 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ เล่มที่ 2 องค์ประกอบของลมฟา้ อากาศ 30
บตั รกจิ กรรมท่ี 2.4
เร่ือง การทดลองความดันอากาศท่ีระดบั ความสูงเทา่ กนั
จดุ ประสงค์ ใชเ้ วลา 30 นาที
1. ทาการทดลองเพื่อศึกษาความสมั พนั ธ์ระหว่างความกดอากาศ
กับระดับความสูงท่ีเทา่ กันได้
2. อธิบายความสมั พันธ์ระหว่างความกดอากาศกบั ระดบั ความสงู ได้
วัสดอุ ุปกรณ์
1. สายพลาสตกิ ขนาดเสน้ ผ่าศนู ย์กลาง 1.5 cm ยาว 2 m 1 เสน้ ต่อกลมุ่
2. น้า 1 ใน 3 ของสายยาง
3. กะละมังพลาสติก 1 ใบ ตอ่ กลุ่ม
วิธกี ารทดลอง
1. จ่มุ สายพลาสติกลงในน้า ใหน้ ้าเข้าไปอยูใ่ นสายพลาสติกประมาณ 1ใน3 ของสายยาง
จับปลายสายพลาสตกิ ท้ังสองข้างให้สงู เทา่ กัน สังเกตระดบั น้าทีป่ ลายสายพลาสติกทัง้ สองข้าง
บนั ทกึ ผล
2. จับปลายสายพลาสตกิ ใหส้ ูงไม่เท่ากัน สังเกตระดบั น้าทปี่ ลายสายพลาสตกิ ทั้งสองข้าง
บันทึกผล
3. เปา่ ลมเข้าปลายขา้ งหน่ึงของสายพลาสติก สังเกตระดับน้าที่ปลายสายพลาสติกท้งั สองข้าง
บนั ทกึ ผล
วิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน ว21102 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เล่มท่ี 2 องคป์ ระกอบของลมฟา้ อากาศ 31
วทิ ยาศาสตร์พ้นื ฐาน ว21102 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เล่มที่ 2 องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ 32
แบบบนั ทกึ บัตรกิจกรรมที่ 2.4
เรื่อง การทดลองความดันอากาศทีร่ ะดับความสูงเทา่ กนั
วนั ที่ทาการทดลอง...........เดือน........................พ.ศ..................
กลมุ่ ที่.............ช้ัน ม.1/.........
1………………………………………………………………………………เลขท่.ี .............................
2………………………………………………………………………………เลขที่..............................
3………………………………………………………………………………เลขที่..............................
4………………………………………………………………………………เลขที่..............................
5………………………………………………………………………………เลขท่ี..............................
6………………………………………………………………………………เลขท่.ี .............................
7………………………………………………………………………………เลขที.่ .............................
วธิ กี ารทดลอง
1. จมุ่ สายพลาสตกิ ลงในนา้ ใหน้ ้าเข้าไปอยูใ่ นสายพลาสตกิ ประมาณ 1 ใน 3 ของสายยาง
จับปลายสายพลาสตกิ ทงั้ สองขา้ งใหส้ ูงเทา่ กัน สังเกตระดบั น้าทป่ี ลายสายพลาสติกทัง้ สองข้าง
บันทึกผล
2. จับปลายสายพลาสตกิ ให้สูงไมเ่ ท่ากัน สังเกตระดบั น้าท่ปี ลายสายพลาสตกิ ทัง้ สองข้าง
บนั ทกึ ผล
3. เปา่ ลมเขา้ ปลายข้างหน่ึงของสายพลาสติก สงั เกตระดับน้าที่ปลายสายพลาสติก
ทงั้ สองขา้ ง บันทึกผล
วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว21102 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ เล่มที่ 2 องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ 33
บนั ทึกผลการทดลอง ผลการทดลอง
การทดลอง
จับปลายสายพลาสตกิ ใหส้ ูงเท่ากัน
จับปลายสายพลาสตกิ ใหส้ ูงไม่เท่ากนั
เปา่ ลมเขา้ ทางปลายด้านหน่ึง
คาถามหลงั การทดลอง
1. เมื่อยกปลายสายพลาสตกิ ทัง้ สองข้างใหส้ ูงเท่ากัน แล้วสงั เกตระดบั นา้ พบวา่ ระดบั น้า
ในสายท้ังสองเทา่ กนั หรือไม่
ตอบ…………………………………………………………………..…………………………………………….…………
2. เมอ่ื ยกปลายสายพลาสตกิ ทงั้ สองข้างให้สงู ไมเ่ ท่ากัน แล้วสังเกตระดับน้า พบวา่
ระดับน้าในสายทั้งสองเทา่ กันหรือไม่ เพราะเหตุใด
ตอบ…………………………………..…………………………………………………………………..…………………..
3. เมอื่ เปา่ ลมเขา้ ทางปลายข้างหนงึ่ ของสายพลาสติก พบว่าระดบั นา้ ทีป่ ลายทง้ั สองขา้ ง
เปน็ อยา่ งไร เพราะเหตุใด
ตอบ…………………………………..…………………………………………………………………..……….…………
………………………………………………………………………………………………………………………………….
4. ที่ระดบั ความสูงเดียวกัน ความดนั อากาศจะมีคา่ เท่ากนั หรอื ไม่
ตอบ…………………………………..……………………………………………………………………………..………
5. หลกั การในเรอ่ื งความกดอากาศกบั ความสงู ของพน้ื ที่ สามารถนาไปใชป้ ระโยชนใ์ น
การประดิษฐ์อุปกรณใ์ ชใ้ นชวี ิตประจาวนั อะไรไดบ้ า้ ง
ตอบ…………………………………..…………………………………………………………………….....……………
…………………..……………………………………………………………………………………………..…………….
สรปุ ผลการทดลอง
.............................................................................................................. .....................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................... .............................
................................................................................................. ..................................................
...................................................................................................................................................
วทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน ว21102 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 1
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เล่มท่ี 2 องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ 34
บตั รกจิ กรรมท่ี 2.5
เรอ่ื ง การทดลองอุณหภมู กิ ับแรงดันอากาศ
จดุ ประสงค์ ใชเ้ วลา 30 นาที
1. ทาการทดลองและสรปุ ความสัมพนั ธ์ระหว่างอณุ หภูมิอากาศ
กบั แรงดันอากาศได้
2. อธบิ ายความสัมพันธร์ ะหวา่ งอณุ หภมู อิ ากาศกบั การเคลือ่ นท่ี
โมเลกุลของอากาศ
3. อธิบายความสัมพันธร์ ะหว่างอณุ หภมู ิอากาศกบั แรงดนั อากาศ
วสั ดุอุปกรณ์ 1 ใบ ตอ่ กลุ่ม
1 ใบ ต่อกลุ่ม
1. ลกู โป่ง 500 cm3 ตอ่ กล่มุ
2 ขันนา้ พลาสตกิ 500 cm3 ตอ่ กลุ่ม
3. นา้ อุน่ (60-80 ๐C)
4. นา้ เย็น หรอื น้าแข็ง
วทิ ยาศาสตร์พนื้ ฐาน ว21102 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เล่มท่ี 2 องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ 35
วิธีการทดลอง
1. เปา่ ลูกโป่งให้มีอากาศเข้าไปพองเพยี งเลก็ น้อย มัดปากลูกโปง่ ใหแ้ นน่
2. เทนา้ อนุ่ ปริมาตร 500 cm3 และนา้ เย็นปรมิ าตร 500 cm3 ใส่ในขนั พลาสติกใบที่ 1 และ 2
3. นาลกู โป่งท่ีมัดปากทเ่ี ตรยี มได้ ในข้อ 1 วางในขันพลาสติกท่ีมีน้าอ่นุ สงั เกตลักษณะของลูกโปง่
และ เปลี่ยนลูกโปง่ จากขันนา้ อนุ่ ไปใส่ในขนั น้าเยน็ สังเกตและบนั ทึกผล
วิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เล่มท่ี 2 องคป์ ระกอบของลมฟา้ อากาศ 36
แบบบนั ทึกบตั รกิจกรรมท่ี 2.5
เรอ่ื ง การทดลองอุณหภูมกิ ับแรงดนั อากาศ
วันท่ที าการทดลอง...........เดอื น........................พ.ศ..................
กลุม่ ที่.............ช้ัน ม.1/.........
1…………………………………………………………………………………….. เลขที่………..
2…………………………………………………………………………………….. เลขท่ี………..
3…………………………………………………………………………………….. เลขที่………..
4…………………………………………………………………………………….. เลขท่ี………..
5…………………………………………………………………………………….. เลขที่………..
6……………………………………………………………………………………... เลขที่………..
7……………………………………………………………………………………… เลขท่ี………..
8………………………………………………………………………………………. เลขท่ี………..
วธิ ีการทดลอง
1. เป่าลูกโป่งใหม้ ีอากาศเข้าไปพองเพียงเล็กน้อย มัดปากลูกโปง่ ใหแ้ น่น
2. เทน้าอ่นุ ปริมาตร 500 cm3 และน้าเย็นปริมาตร 500 cm3 ใส่ในขันพลาสติกใบท่ี 1 และ 2
3. นาลูกโปง่ ที่มัดปากที่เตรียมได้ ในข้อ 1 วางในขันพลาสติกที่มีนา้ อุ่น และ เปลย่ี นลูกโป่งจาก
ขนั น้าอุ่นไปใส่ในขันน้าเย็น สงั เกตและบันทึกผล
วิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว21102 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เล่มที่ 2 องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ 37
บันทกึ ผลการทดลอง ผลการทดลอง
การทดลอง
ลกู โปง่ ก่อนใส่นา้ ร้อน
ลูกโปง่ วางบนนา้ รอ้ น
ลกู โป่งวางบนนา้ เย็น
คาถามหลังการทดลอง
1. ขนาดของลูกโป่งก่อนและหลงั วางบนน้าอนุ่ แตกต่างกนั หรอื ไม่ อยา่ งไร
ตอบ...................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
2. ขนาดของลูกโป่งหลงั วางบนน้าอนุ่ เป็นอย่างไร เพราะเหตใุ ด
ตอบ.................................................................................................. .................................
........................................................................................... ................................................
3. ขนาดของลูกโป่งหลงั วางบนน้าเยน็ เปน็ อยา่ งไร เพราะเหตใุ ด
ตอบ...................................................................................................................................
........................................................................................... ................................................
4. อณุ หภูมิของอากาศมผี ลต่อแรงดนั อากาศหรอื ไม่ อย่างไร
ตอบ.................................................................................................. .................................
...........................................................................................................................................
........................................................................................... ................................................
สรปุ ผลการทดลอง
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
........................................................................................... ......................................................
.................................................................................................................................................
วิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว21102 ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 1
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เล่มท่ี 2 องคป์ ระกอบของลมฟ้าอากาศ 38
บัตรกจิ กรรมพัฒนาทักษะการสอื่ สารทางวิทยาศาสตร์ที่ 2.2
เรอื่ ง ความดันอากาศ
จุดประสงค์ ใชเ้ วลา 20 นาที
1. อธิบายความหมายและการวัดความดนั อากาศ
2. อธบิ ายความสัมพันธ์ของความดันอากาศกับระดบั ความสูง
3. อธบิ ายความสมั พนั ธ์อุณหภูมิของอากาศกับแรงดันอากาศ
คาชี้แจง ให้นักเรียนตอบคาถามต่อไปน้ี (10 คะแนน)
1. ความดนั อากาศ หมายถึงอะไร และใช้เคร่อื งมืออะไรวดั ความดันอากาศ (2 คะแนน)
ตอบ......................................................................................................................................
2. ความดันอากาศมีความสัมพันธก์ บั ระดับความสูงหรือไม่ อย่างไร (2 คะแนน)
ตอบ......................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………..
3. เฮลคิ อปเตอร์ลาหนงึ่ บนิ อยูเ่ หนอื ยอดเขาแห่งหนึ่ง อ่านคา่ อัลตมิ เิ ตอร์ ได้ 2,600 เมตร
ความดนั อากาศภายในของเฮลิคอปเตอร์ลาน้ี มีค่าเทา่ ไร (2 คะแนน)
ตอบ.......................................................................................................................................
4. อุณหภมู ขิ องอากาศมีความสมั พันธ์กับแรงดันอากาศอย่าง ไร เพราะเหตุใด (2 คะแนน)
ตอบ......................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………….……..
5. จงยกตวั อย่างการนาความรเู้ รอื่ งความดันอากาศมาใชป้ ระโยชน์ 2 อยา่ ง (2 คะแนน)
ตอบ......................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………….……………..
วทิ ยาศาสตร์พนื้ ฐาน ว21102 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ เล่มท่ี 2 องคป์ ระกอบของลมฟา้ อากาศ 39
บัตรเนอื้ หาที่ 2.3
เรอ่ื ง ความชื้นอากาศ
ความชนื้ อากาศ คืออะไร
ความชนื้ อากาศ หรอื ความชืน้ ในบรรยากาศ คอื ปรมิ าณไอน้าทมี่ อี ยู่ในอากาศ
บรเิ วณใดบรเิ วณหนึ่ง ซง่ึ เมื่อโลกได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ น้าจากแหล่งนา้ ต่าง ๆ
บนโลกจะระเหยกลายเปน็ ไอน้าลอยอยใู่ นอากาศปะปนกบั แก๊สตา่ ง ๆ ปรมิ าณไอน้าที่มี
อยู่ในอากาศนี้ เรียกว่า ความชนื้ อากาศ
ความชื้นอากาศกับการระเหยของนา้
ความชนื้ อากาศ มีสดั ส่วนท่ีแตกต่างกันไปในแตล่ ะท้องท่ี ถ้าอากาศมีความช้นื ตา่
น้าจะเกิดการระเหยไดม้ าก เส้อื ผา้ ทตี่ ากไวจ้ ะแหง้ เร็ว แต่ถา้ อากาศมีความชนื้ สงู น้าจะ
ระเหยไดน้ ้อย เสอ้ื ผา้ ท่ีตากไวจ้ ะแหง้ ชา้ ขณะท่นี ้าเกดิ การระเหยจะทาใหอ้ ุณหภูมขิ อง
สิง่ แวดล้อมลดตา่ ลง เน่ืองจากน้าทร่ี ะเหยจะดูดความร้อนจากสงิ่ แวดลอ้ มไปใชใ้ นการระเหย
เชน่ อุณหภูมขิ องเทอรม์ อร์มิเตอร์กระเปราะเปียกลดตา่ ลง อณุ หภมู ิของน้าในตุ่มดินเผา
ลดต่าลง เป็นตน้
นา้ ในตุ่มดนิ เผาเยน็ กว่าน้าทเี่ ก็บ
ในภาชนะอื่น เนอ่ื งจากตมุ่ ดินเผา
มีลกั ษณะรูพรนุ ซึ่งนา้ สามารถระเหย
ออกมาได้ จึงทาให้อุณหภมู ิของตุม่
และนา้ ลดต่าลง น้าในตุ่มดินเผาจงึ
เย็นกวา่ น้าท่เี กบ็ ในภาชนะอื่นๆ
วิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน ว21102 ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เล่มที่ 2 องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ 40
อากาศอม่ิ ตัวด้วยไอนา้
ปริมาณไอน้าท่ีอากาศรับไว้จะมากหรอื น้อยขึน้ อยู่กับอุณหภูมขิ องบรรยากาศ
ถ้าอุณหภูมสิ ูงอากาศจะรับไอน้าไดม้ าก อณุ หภูมติ ่าอากาศจะรับไอน้าได้น้อย
อากาศอยู่ในสภาพท่ีไม่สามารถรับไอน้าได้อกี แสดงวา่ อากาศขณะนนั้ อ่มิ ตัวดว้ ยไอน้า
เรียกสภาวะนวี้ ่า อากาศอม่ิ ตัวด้วยไอนา้ หรอื อากาศอิ่มตัว ซงึ่ เป็นสภาวะที่อากาศ
มคี วามชน้ื มากทีส่ ุด
อากาศอ่ิมตวั คอื อากาศ
ท่ีมไี อนา้ อยเู่ ต็มที่ และ
ไมส่ ามารถรบั เพ่ิมได้อีกแล้ว
ณ อุณหภมู ิหนึง่
วิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 1
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เล่มท่ี 2 องคป์ ระกอบของลมฟา้ อากาศ 41
การวัดความชื้นของอากาศ
มวี ธิ ีบอกค่าความชน้ื ของอากาศได้ 2 วิธี คอื
1 ) ความช้ืนสมั บูรณ์ หมายถึง อตั ราสว่ นระหว่าง
มวลของไอนา้ อากาศกับปริมาตรของอากาศน้นั ณ อุณหภมู เิ ดียวกัน มีหน่วย
เปน็ กรมั ต่อลูกบาศก์เมตร (g/m3)
ความช้ืนสมั บูรณ์ มวลของไอนา้ ในอากาศ
ปรมิ าตรของอากาศ ณ อณุ หภูมิเดียวกัน
ตัวอยา่ ง อากาศในทแี่ หง่ หนึ่งมีปรมิ าตร 8 ลูกบาศกเ์ มตร ณ อุณหภมู ิ 20
องศาเซลเซียส มไี อน้าอยู่ 32 กรัม ความชื้นสัมบรู ณ์มีค่าเท่าไร
ความช้นื สมั บูรณ์ = 32 g
8 m3
= 4 กรมั ต่อลกู บาศก์เมตร
ความชนื้ สัมบรู ณข์ องอากาศในหอ้ งมีค่าเท่ากับ 4 กรมั ต่อลกู บาศก์เมตร
2) ความชนื้ สมั พัทธ์ คอื ปรมิ าณเปรยี บเทียบระหว่างมวลของไอน้าที่มีอยู่จริง
ในอากาศขณะน้ันกับมวลไอน้าในอากาศอม่ิ ตวั ท่ีอณุ หภูมิและปริมาตรเดียวกัน
ความช้นื สมั พัทธ์ = มวลของไอนา้ ท่ีมีอยู่จริง x 100
มวลของไอน้าในอากาศอิม่ ตวั ท่ีอุณหภมู ิและปรมิ าตรเดยี วกัน
ความชนื้ สมั พัทธ์
นิยมบอกค่าเป็น
รอ้ ยละ หรอื
เปอร์เซ็นต์ นะคะ
วทิ ยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 1
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ เล่มที่ 2 องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ 42
ตัวอย่าง ทอ่ี ุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส อากาศอ่ิมตวั ด้วยไอน้า 180 กรัมตอ่
ลกู บาศกเ์ มตร แต่ขณะนั้น มไี อน้าอยจู่ ริงเพียง 135 กรัมต่อลูกบาศกเ์ มตร
ความชน้ื สมั พัทธม์ ีค่าเทา่ ไร
ความชื้นสมั พัทธ์ 135g / m3 x 100
180g / m3
= 75 %
ความชืน้ สัมพทั ธ์ของอากาศมคี ่าเทา่ กับ 75 เปอรเ์ ซน็ ต์
อุปกรณ์ที่ใช้วัดความช้นื อากาศ
การหาคา่ ความชืน้ อากาศวัดเปน็ ความชน้ื สัมพัทธ์โดยใชเ้ ครื่องมือ ทีเ่ รียกว่า ไฮโกรมเิ ตอร์
(hygrometer) ซง่ึ มีทงั้ แบบเส้นผมและแบบกระเปาะเปยี ก – กระเปาะแหง้
1. ไฮโกรมิเตอร์แบบเสน้ ผม ใช้หลักการยดึ หดตวั ของเสน้ ผม (เสน้ ผมท่ีสะอาด
ปราศจากไขมัน) ถา้ ค่าความชน้ื สมั พทั ธ์สงู เสน้ ผมจะยืดตัวออก เม่อื ค่าความชนื้
สัมพทั ธ์ต่าเสน้ ผมจะหดตวั สั้นลง ไฮโกรมเิ ตอร์นี้อาจนาไปรวมกับเทอร์โมมิเตอร์
เรียกวา่ เทอรโ์ มไฮโกรมิเตอร์
ภาพท่ี 2.12 เครื่องวดั อุณหภูมิและความชน้ื “เทอร์โมไฮโกรมเิ ตอร์”
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/0/0e/Umidaderelativa.jpg,
20 ตลุ าคม 2558.
วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว21102 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เล่มที่ 2 องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ 43
2. ไฮโกรมิเตอร์แบบกระเปาะเปยี ก – กระเปาะแห้ง หรือไซครอมิเตอร์
(psychrometer) ประกอบด้วยเทอร์มอมิเตอร์ 2 อัน กระเปาะเทอร์มอมเิ ตอร์
อนั หน่งึ หุม้ ด้วยผา้ ช้นื จึงเรียกวา่ กระเปาะเปยี ก ผลต่างระหว่างอุณหภมู กิ ระเปาะแหง้
และกระเปาะเปียกจะสามารถนามาคานวณคา่ ความช้ืนสัมพัทธไ์ ด้ จากการเทียบกับตาราง
ภาพที่ 2.13 ไซครอมเิ ตอร์
http://modern4gear.tarad.com/product.detail_1019361_th_5538285#, 20 ตุลาคม 2558.
วทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน ว21102 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เล่มท่ี 2 องค์ประกอบของลมฟา้ อากาศ 44
ตารางที่ 2.3 ตารางแสดงความช้ืนสมั พัทธเ์ ป็นเปอรเ์ ซน็ ต์
ผลตา่ งของ อณุ หภูมิของเทอรม์ อมิเตอร์กระเปราะแหง้ ( ๐C )
อุณหภมู ิ (๐C) 10-14 15-19 20-24 25-29 30-34 35-39 40-44
1 89 90 92 93 93 94 94
2 77 81 83 85 86 88 89
3 67 72 75 78 80 82 83
4 56 63 68 71 74 76 78
5 46 54 60 62 68 71 73
6 36 46 53 57 62 65 68
7 26 38 46 51 57 60 63
8 15 29 39 46 51 55 59
9 5 21 32 41 46 51 54
10 - 13 25 36 41 46 50
11 - 5 19 31 36 42 46
12 - - 13 28 31 37 43
ท่มี า : ศรลี กั ษณ์ ผลวัฒนะ และเจียมจิต กุลมาลา. 2558. หน้า 116.
จากตารางเราสามารถหาค่าความชน้ื สัมพัทธไ์ ดด้ ังน้ี
ตวั อยา่ ง อ่านคา่ อณุ หภมู จิ ากเทอรม์ อมเิ ตอร์กระเปาะแหง้ ได้ 29 องศาเซลเซียส
อ่านค่าอุณหภมู ิจากเทอร์มอมิเตอร์กระเปาะเปียกได้ 25 องศาเซลเซยี ส
ดงั นนั้ ผลตา่ งของอุณหภูมิ คอื 29 – 25 = 4 องศาเซลเซียส
1. แนวนอนสังเกตอุณหภูมิของเทอรม์ อมเิ ตอร์กระเปาะแหง้ ในชอ่ ง 25 – 29
2. แนวตง้ั สังเกตผลตา่ งของอุณหภูมิในแถว 4
3. ตัวเลขท่ตี ัดกนั ในแนวนอนและแนวตั้ง คือ 71 ดงั นั้น ค่าความชืน้ สมั พัทธ์
เท่ากบั 71 %
เมื่ออากาศมีความช้ืนมากจะทาใหน้ ้าจากแหลง่ น้าต่าง ๆ ระเหยได้น้อย รวมทงั้
เหงือ่ จากตวั เราด้วย ทาให้เรารสู้ กึ อึดอัดและเหนียวตัว แต่ถ้าอากาศมีความชนื้ น้อย
น้าจากแหล่งน้าตา่ ง ๆ จะระเหยได้มาก เหง่ือจากตวั เราระเหยได้มากทาใหร้ สู้ กึ เยน็
จนบางครัง้ อาจทาใหผ้ วิ หนังแห้ง
วิทยาศาสตร์พื้นฐาน ว21102 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เล่มท่ี 2 องค์ประกอบของลมฟา้ อากาศ 45
ประโยชน์ความชื้นอากาศ
เน่อื งจากความชืน้ ในอากาศมีความสมั พนั ธก์ ับปรมิ าณไอนา้ ในอากาศ ไอนา้ ส่วนหน่ึง
จะกลายเปน็ ฝนซึ่งฝนจะตกได้กต็ ่อเมอื่ อุณหภมู ิเหมาะสม และมปี ริมาณไอนา้ ในอากาศเพียงพอ
ปัจจัยที่ช่วยใหอ้ ากาศมคี วามชืน้ อยเู่ สมอ คือ ต้นไม้ เพราะใบไม้มกี ารคายน้าออกสู่อากาศ
ชว่ ยให้อากาศมีความช้นื และทาให้ฝนตกตามฤดูกาล นอกจากนี้ ความชื้นอากาศมีประโยชน์
ตอ่ มนุษย์ในดา้ นอ่นื ๆ เช่น
- ความชน้ื อากาศที่พอเหมาะชว่ ยให้เมลด็ พชื งอก และทาใหพ้ ชื เจริญเติบโตได้ดี
- ความชืน้ ในอากาศต่า ทาให้น้าระเหยได้เรว็ ทาใหเ้ สื้อผา้ และผลผลิตทางการเกษตร
ทีต่ ากไว้แหง้ เร็ว
มาช่วยกันอนุรักษป์ ่าไม้กัน
เถอะ เพื่อชว่ ยให้อากาศ
มคี วามชนื้ มากข้นึ ค่ะ
วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว21102 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ เล่มท่ี 2 องค์ประกอบของลมฟา้ อากาศ 46
บตั รกจิ กรรมท่ี 2.6
เรอ่ื ง การทดลองความช้นื อากาศกับการระเหยของนา้
จดุ ประสงค์การทดลอง ใชเ้ วลา 30 นาที
1. ทาการทดลองศึกษาความชนื้ ในบรรยากาศกบั การระเหยของนา้ ได้
2. เปรยี บเทียบอุณหภูมขิ องเทอรม์ อมเิ ตอร์ทห่ี มุ้ ดว้ ยสาลเี ปยี กที่อยู่
ภายนอกกล่องพลาสตกิ และภายในกล่องพลาสตกิ ใสน่ ้า และแปลความหมายได้
3. อธิบายความหมายของความช้นื ของอากาศและอากาศอ่ิมตวั ดว้ ยไอน้าได้
วัสดุ อุปกรณ์ และสารเคมี
1. เทอร์มอมิเตอร์ จานวน 2 อนั ต่อกลมุ่
2. กลอ่ งพลาสติก จานวน 1 กล่อง ต่อกลุ่ม
3. ขาต้งั พร้อมไมห้ นบี 2 ขา้ ง จานวน 1 ชดุ ตอ่ กลุ่ม
4. สาลี จานวน 2 กอ้ น ต่อกลุ่ม
5. ยางรัด จานวน 2 เส้น ตอ่ กลุ่ม
6. นา้ กลน่ั จานวน 50 cm3 ต่อกลุ่ม
วิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน ว21102 ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 1
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ เล่มที่ 2 องคป์ ระกอบของลมฟ้าอากาศ 47
วธิ ที ดลอง
1. ใช้สาลขี นาดเท่ากันสองก้อนชุบนา้ หุ้มกระเปาะเทอรม์ อมเิ ตอร์กอ้ นละ 1 อัน
อา่ นค่าอุณหภูมิ บันทึกผล
2. ใส่น้าในกล่องพลาสตกิ แล้วนาแผ่นกระดาษแขง็ มาเจาะรูตรงกลาง
เสียบเทอรม์ อมิเตอร์ อันที่ 1 ทร่ี ตู รงกลางของกระดาษแขง็ ใหค้ า้ งอยู่แลว้ นามาปิด
ปากกล่องพลาสติกแทนฝา จัดใหก้ ระเปราะเทอรม์ อมเิ ตอร์อย่เู หนอื นา้ และต่อเทอร์มอมิเตอร์
กับขาตั้ง ส่วนเทอร์มอมเิ ตอร์อนั ที่ 2 ต่อกับขาตง้ั ไวใ้ กล้ ๆ กัน ดังรูป ตั้งทิ้งไว้ 5 นาที
อ่านคา่ อุณหภมู ิ บันทึกผล
วทิ ยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 1
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ เล่มท่ี 2 องคป์ ระกอบของลมฟ้าอากาศ 48
แบบบนั ทึกบตั รกจิ กรรมที่ 2.6
เรอ่ื ง การทดลองความชืน้ ในอากาศกับการระเหยของนา้
วนั ท่ีทาการทดลอง...........เดือน........................พ.ศ..................
กลุ่มท่ี.............ช้นั ม.1/.........
1…………………………………………………………เลขท.ี่ .............................
2…………………………………………………………เลขที.่ .............................
3…………………………………………………………เลขที่..............................
4…………………………………………………………เลขท.ี่ .............................
5…………………………………………………………เลขท่.ี .............................
6…………………………………………………………เลขท.่ี .............................
7…………………………………………………………เลขท่.ี .............................
วธิ ีทดลอง
1. ใช้สาลขี นาดเทา่ กันสองก้อนชุบนา้ หมุ้ กระเปาะเทอรม์ อมเิ ตอร์ก้อนละ 1 อนั
อ่านค่าอุณหภมู ิ บันทึกผล
2. ใส่น้าในกล่องพลาสติกแล้วนาแผน่ กระดาษแข็งมาเจาะรูตรงกลาง
เสยี บเทอร์มอมิเตอร์ อนั ท่ี 1 ทร่ี ตู รงกลางของกระดาษแข็ง ใหค้ า้ งอย่แู ลว้ นามาปิด
ปากกล่องพลาสติกแทนฝา จัดให้กระเปราะเทอรม์ อมิเตอร์อยเู่ หนือนา้ และต่อเทอร์มอมิเตอร์
กับขาต้งั ส่วนเทอร์มอมเิ ตอร์อันท่ี 2 ต่อกับขาตง้ั ไวใ้ กล้ ๆ กนั ดังรูป ตั้งทงิ้ ไว้ 5 นาที
อา่ นคา่ อุณหภูมิ บนั ทึกผล
วทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน ว21102 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เล่มที่ 2 องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ 49
ตารางบันทกึ ผลการทดลอง
เทอรม์ อมเิ ตอร์ อณุ หภูมิท่ีอ่านได้
เริ่มตน้ ทดลอง หลงั จากตั้งทง้ิ ไว้ 5 นาที
อันที่ 1 (ในกลอ่ งพลาสติก)
อนั ที่ 2 (นอกกลอ่ งพลาสติก)
คาถามหลงั การทดลอง
1. เมื่อเวลาผา่ นไป 5 นาที อุณหภูมิของเทอร์มอมเิ ตอรใ์ ดต่ากวา่ กนั เพราะเหตุใด
ตอบ…………………………..……………………………………………………………………..………….……………
………………………………………………………………………………………………………………….…..………….
2. เพราะเหตใุ ดอุณหภมู ิของเทอรม์ อมิเตอร์อันท่เี สยี บอยู่ในกล่องพลาสตกิ (อนั ที่ 1)
จึงไมค่ ่อยเปล่ียนแปลง
ตอบ……………………………..……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………….…………
3. จากการทดลองนส้ี ภาพอากาศภายในกล่องหรอื สภาพอากาศภายนอกกล่องที่ควรจะเรียกไดว้ ่า
เปน็ สภาพอากาศอมิ่ ตัวดว้ ยไดน้ า้
ตอบ…………………………………..………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………….………………
อภิปรายและสรุปผลการทดลอง
……………………………………………………………………………………………………………………….…………
…………………………………………………………………………………………………………………………….……
……………………………………………………………………………………………………………………….…………
…………………………………………………………………………………………………………………………….……
……………………………………………………………………………………………………………………….…………
วิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เล่มท่ี 2 องค์ประกอบของลมฟา้ อากาศ 50
บตั รกิจกรรมท่ี 2.7
เรอ่ื ง การหาค่าความช้ืนสัมพทั ธ์โดยใช้ไซครอมิเตอร์
จุดประสงค์ ใชเ้ วลา 1 ช่วั โมง
1. ทดลองและอธบิ ายการหาคา่ ความช้ืนสมั พทั ธ์ด้วยไซครอมเิ ตอร์
2. แปลความหมาย และอธบิ ายคา่ ความช้ืนสมั พทั ธ์ของอากาศที่วัดได้
วัสดอุ ุปกรณ์และสารเคมี
1. ไซครอมเิ ตอร์ จานวน 1 อนั ตอ่ กลุ่ม
2. กระบอกฉดี ยา จานวน 1 อัน ต่อกลมุ่
3. นา้ จานวน 20 cm3 ตอ่ กลมุ่
วิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1