The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ วิทย์กาย ม.5 เทอม 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สุทธิราช วงศ์คำ, 2024-01-30 04:59:44

แผนการจัดการเรียนรู้ วิทย์กาย ม.5 เทอม 2

แผนการจัดการเรียนรู้ วิทย์กาย ม.5 เทอม 2

5.กิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ 5 E ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.1 นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ -เพราะเหตุใดที่อุณหภูมิห้อง น้ำ มีสถานะเป็นของเหลว ส่วนไฮโดรเจน ซัลไฟล์เป็น แก๊ส (แนวคำตอบ เพราะมีแรงยึดเหนี่ยวต่างกัน เพราะมีองค์ประกอบโมเลกุลต่างกัน) -ปรากฏการณ์นี้เป็นผลมาจากอะไร (แนวคำตอบ-พันธะไฮโดรเจน) ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 2.1 นักเรียนศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างจุดเดือดของสารโคเวเลนต์กับแรงดึงดูด ระหว่างโมเลกุลตามสภาพขั้วหรือการเกิดพันธะไฮโดรเจน จากสื่อ Power point มีผู้สอนอธิบาย เพิ่มเติม ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.1 นักเรียนฟังครูอธิบาย พันธะไฮโดรเจน ที่เกิดกับ F O N จะมีจุดเดือดและจุด หลอมเหลวสารที่มีขั้วขนาดโมเลกุลเท่ากัน ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 4.1 น้ำมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลเป็นพันธะไฮโดรเจนที่แข็งแรงจึงทำให้ต้องใช้ ความร้อนมากจึงจะกลายเป็นไอ ดังนั้นน้ำจึงช่วยรักษาอุณหภูมิของไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็ว และช่วยรักษาอุณห๓มิของร่างกาย 4.2 นักเรียนทำใบงาน เรื่อง พันธะไฮโดรเจน ขั้นที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) 5.1 นักเรียนส่งใบงาน เรื่อง พันธะไฮโดรเจน 5.2 นักเรียนตอบคำถามจากการสุ่มถามของผู้สอน -พันธะไฮโดรเจนเกิดกับธาตุใดจะมีจุดเดือดสูงกว่าปกติ ( F O N ) -ประโยชน์ของพันธะไฮโดรเจนมีอะไรบ้าง ( เกี่ยวข้องกับการปรับอุณภูมิโลก และร่างกายมนุษย์)


7.สื่อการเรียนรู้ 7.1 สื่อ Power point ความสัมพันธ์ระหว่างจุดเดือดของสารโคเวเลนต์กับแรงดึงดูดระหว่าง โมเลกุลตามสภาพขั้วหรือการเกิดพันธะไฮโดรเจน 7.2 ใบงาน เรื่อง พันธะไฮโดรเจน 8.การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือการวัด เกณฑ์การประเมิน 1.นักเรียนระบุสารที่เกิด พันธะไฮโดรเจนได้จาก สูตรโครงสร้าง (K) - -ใบงาน เรื่อง พันธะ ไฮโดรเจน -70% 2. อธิบายความสัมพันธ์ ระหว่างจุดเดือดของสาร โคเวเลนต์กับแรงดึงดูด ระหว่างโมเลกุลตามสภาพ ขั้วหรือการเกิดพันธะ ไฮโดรเจน (P) การตอบคำถาม ความถูกต้องในการตอบ คำถาม - 3. นักเรียนมีวินัยใฝ่เรียนรู้ (A) สังเกตพฤติกรรมระหว่าง เรียนของนักเรียน -แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึง ประสงค์ ระดับคุณภาพดี ผ่าน เกณฑ์


ใบงาน เรื่อง พันธะไฮโดรเจน


ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ................................................................ (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายประสิทธิ์ แก้วงาม) ครูพี่เลี้ยง ........./......../......... ความคิดเห็นของผู้บริหาร ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ................................................................ (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (..................................................) ผู้บริหารสถานศึกษา ........./......../.........


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ว32105 รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง น้ำ จำนวน 15 ชั่วโมง เรื่อง โมเลกุลของน้ำ จำนวน 3 ชั่วโมง สอนโดย นายสุทธิราช วงศ์คำ 1.มาตรฐาน ว2.1 เข้าใจสมบัติของสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะ ของ สาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2.ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/12 เขียนสูตรเคมีของสารไอออนและสารประกอบไอออนิก 3.สาระสำคัญ การละลายของสารในน้ำเกิดขึ้นเมื่อโมเลกุลของน้ำเข้าไปแทรกระหว่างโมเลกุลหรือไอออน ของตัวละลายได้สารผสมที่เป็นสารเนื้อเดียวเรียกว่าสารละลายโดยการละลายของสารในน้ำมี 2 ลักษณะคือการละลายแบบแตกตัวและการละลายแบบไม่แตกตัว 4.จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนอธิบายการเกิดพันธะไอออนิกนักเรียนเปรียบเทียบน้ำกลั่นและน้ำจากแหล่ง ธรรมชาติได้(K) 2. นักเรียนเขียนสูตรเคมีของไอออน เขียนสูตรเอมพิริคัลสารประกอบไอออนิกจากไอออนที่ กำหนดให้ได้(P) 3. นักเรียนมีวินัยใฝ่เรียนรู้(A)


5.กิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Design Thinking การคิดเชิงออกแบบ ขั้นที่ 1 Empathize เป็นการทำความเข้าใจต่อผู้ใช้งานหรือกลุ่มเป้าหมาย เพื่อค้นหา ปัญหา 1.1 นักเรียนชมคลิปวิดีโอการผลิตน้ำดื่มจากวิดีโอที่ครูเตรียมมา และภาพแหล่งน้ำ ในประเทศไทย 1.2 นักเรียนตอบคำถาม คำถาม-เพราะเหตุใดในการผลิตน้ำดื่มจึงมีขั้นตอนมากมาย (เพราะต้องการให้ น้ำดื่มสะอาดปลอดภัย) คำถาม-ระหว่างน้ำกลั่นและน้ำจากแหล่งธรรมชาติมีความแตกต่างกันอย่างไร (ปล่อยให้นักเรียนเกิดความสงสัย) ขั้นที่ 2 Define เป็นการสังเคราะห์ข้อมูลโดยการอธิบายปัญหาของผู้ใช้งานว่ามีปัญหา อย่างไร ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร เพื่อที่จะนําไปแก้ไขปัญหา 2.1 นักเรียนแบ่งกลุ่ม 7 คนจำนวน 8 กลุ่ม 2.2 นักเรียนศึกษาสารในแหล่งน้ำธรรมชาติตัวอย่าง (นาเกลือ) จากใบความรู้เรื่อง สารประกอบไอออนิกในนาเกลือ ขั้นที่ 3 Ideate เป็นการระดมสมองหรือหาไอเดียเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเน้นการหาแนวคิด ใน การแก้ปัญหาให้มากที่สุด 3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มระดมความคิดช่วยกันออกแบบการทดลอง การเปรียบเทียบ น้ำจากแหล่งธรรมชาติและน้ำกลั่น -โดยมีสารดังนี้ 1.น้ำกลั่น 2.น้ำโคลน 3.น้ำเกลือ 3.2 นักเรียนส่ง Plan การทดลอง


ขั้นที่ 4 ขั้น Prototype เป็นการสร้างแบบจําลองหรือการสร้างต้นแบบ 4.1 นักเรียนทำการทดลอง เรื่อง การเปรียบเทียบน้ำจากแหล่งธรรมชาติและน้ำ กลั่น -อุปกรณ์ 1. ตระเกียงแอลกอฮอล์ พร้อมที่ครอบ 2. กรวยกรอง 3. ไม้ขีดไฟ 4. ถาดหลุม 5. สารที่ใช้ในการทดลอง 1.น้ำกลั่น 2.น้ำโคลน 3.น้ำเกลือ 4.2 นักเรียนสรุลผลการทดลองในกระดาษโฟชาตตามผลการทดลองเรื่อง การ เปรียบเทียบน้ำจากแหล่งธรรมชาติและน้ำกลั่น 4.3 นักเรียนฟังครูอธิบาย Power point เรื่อง สูตรเอมพิริคัล สารประกอบไอออนิก และสมบัติไอออนิก ขั้นที่ 5 Test เป็นการทดสอบโดยนำชิ้นงานที่สร้างขึ้นมา มาทดสอบกับ ผู้ใช้งานหรือกลุ่มเป้าหมาย และประเมินผล 5.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทดลองหน้าชั้นเรียน 5.2 นักเรียนทำใบกิจกรรม เรื่อง สารประกอบไอออนิก 6.สื่อการเรียนรู้ 7.1 คลิปวิดีโอการผลิตน้ำดื่มจากวิดีโอที่ครูเตรียมมา 7.2 ใบความรู้เรื่อง สารประกอบไอออนิกในนาเกลือ 7.3 Power point เรื่อง สูตรเอมพิริคัล สารประกอบไอออนิกและสมบัติไอออนิกจาก 7.4 ใบกิจกรรม เรื่อง สารประกอบไอออนิก


7.การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือการวัด เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนเปรียบเทียบน้ำ กลั่นและน้ำจากแหล่ง ธรรมชาติได้(K) สังเกตจากการทำการ ทดลอง ผลการทดลองโฟชาต - 2. นักเรียนเขียนสูตรเอมพิ ริคัลของสารประกอบไอ ออนิกและสมบัติของ สารประกอบไอออนิกได้ (P) ตรวจใบกิจกรรม เรื่อง สารประกอบไอออนิก ใบกิจกรรม เรื่อง สารประกอบไอออนิก -70% 3. นักเรียนมีวินัยใฝ่เรียนรู้ (A) สังเกตพฤติกรรมระหว่าง เรียนของนักเรียน -แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึง ประสงค์ ระดับคุณภาพดี ผ่าน เกณฑ์


ใบความรู้เรื่องสารประกอบไอออนิกในนาเกลือ เกลือ หรือชื่อในทางเคมีคือ โซเดียมคลอไรด์(NaCl) เป็นของแข็งสีขาว มีรสเค็ม ถือเป็น หนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ มนุษย์จำเป็นต้องบริโภคเกลือเฉลี่ย 5-10 กรัม/วัน เพื่อรักษาสมดุลของน้ำในระบบต่างๆ ของร่างกายให้ทำงานได้อย่างปกติ นอกจากนี้เกลือยังมี ประโยชน์ในด้านต่างๆ มากมายเช่น ปรุงอาหาร ถนอมอาหาร และใช้ในอุตสาหกรรมผลิตสารแคมี ต่างๆ เช่น ผงฟู(NaHCO3 ) และ โซดาไฟ (NaOH) เป็นต้น การผลิตเกลือภายในประเทศไทยแบ่ง ออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. เกลือทะเล (sea salt) หรือ เกลือสมุทร คือ เกลือที่ผลิตโดยการนำน้ำทะเลมาตาก แดด ให้น้ำระเหยออกไปเหลือแต่ผลึกของเกลือ เกลือประเภทนี้มีการผลิตและใช้งาน มาตั้งแต่สมัยโบราณ และถือเป็นอาชีพเก่าแก่อีกหนึ่งอาชีพของชาวไทย โดยได้มีการ กำหนดเป็นสินค้าเกษตรกรรมขั้นต้นตามพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและ สหกรณ์การเกษตรตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 2. เกลือหิน (rock salt) หรือ เกลือสินเธาว์เป็นเกลือที่เกิดจากการชะของน้ำใต้ดิน ทำให้ดินละลายเกิดเป็นคราบเกลืออยู่บนผิวดิน เรียกว่า ดินเอียด หรือชาวอีสานจะ เรียกว่า ส่าดิน โดยในอดีตชาวบ้านจะนำดินเอียดมาละลายน้ำ และนำมาต้ม ทำให้ ได้เกลือสินเธาว์ ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. 2512 มีการศึกษาทางธรณีวิทยาและสำรวจพบ แหล่งเกลือสินเธาว์ในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ทำให้รูปแบบการ ผลิตเกลือสินเธาว์เปลี่ยนแปลงไปในเชิงอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองความ ต้องการ และความสะดวกของกระบวนการผลิต


หินตะกอนเคมี (chemical sedimentary rock) หมายถึง หินตะกอนที่เกิดจากการ ตกตะกอนและสะสมตัวของตะกอนที่ถูกพัดพามาในรูปของสารละลายในน้ำ ซึ่งโดยส่วนใหญ่หิน ตะกอนเคมีแทบจะไม่สามรถมองเห็นเม็ดของตะกอนได้เลยด้วยตาเปล่า ทั้งนี้เนื่อจากตะกอนมีขนาด เล็กมาก แต่อาจมองเห็นเม็ดของแร่ได้หากส่องดูภายใต้กล้องจลทรรศน์ ในธรรมชาติ หินตะกอนเคมีมี หลายชนิด และแต่ละชนิดก็เกิดในสภาพแวดล้อมที่เฉพาะแตกต่างกัน


ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................. ... ............................................................................................................................. ............................... (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายประสิทธิ์ แก้วงาม) ครูพี่เลี้ยง ........./......../......... ความคิดเห็นของผู้บริหาร ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................. ... ............................................................................................................................. ............................... (ลงชื่อ).............................................................. (นางสาวจุฑาทิพย์ รวมธรรม) รองผู้บริหารสถานศึกษา .........../........./.........


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ว32105 รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง น้ำ จำนวน 15 ชั่วโมง เรื่อง การละลายของสารในน้ำ จำนวน 2 ชั่วโมง สอนโดย นายสุทธิราช วงศ์คำ 1.มาตรฐาน ว2.1 เข้าใจสมบัติของสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะ ของ สาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2.ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/13 ระบุว่าสารเกิดการละลายแบบแตกตัวหรือไม่แตกตัวพร้อมให้เหตุผลและระบุ ว่าสารละลายที่ได้เป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์หรือนอนอิเล็กโทรไลต์ 3.สาระสำคัญ การละลายของสารในน้ำเกิดขึ้นเมื่อโมเลกุลของน้ำเข้าไปแทรกระหว่างโมเลกุลหรือไอออน ของตัวละลายได้สารผสมที่เป็นสารเนื้อเดียวเรียกว่าสารละลายโดยการละลายของสารในน้ำมี 2 ลักษณะคือการละลายแบบแตกตัวและการละลายแบบไม่แตกตัว 4.จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนระบุว่าสารเกิดการละลายน้ำ แบบแตกตัวหรือไม่แตกตัวจากสูตรเคมีของสาร และสารละลายที่ได้เป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์หรือนอนอิเล็กโทรไลต์(K) 2. นักเรียนเขียนสมการการแตกตัว และวาดภาพสื่อถึงการแตกตัวของสารละลายอิเล็กโทร ไลต์ได้(P) 3. นักเรียนมีวินัยใฝ่เรียนรู้(A)


5.กิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Design Thinking การคิดเชิงออกแบบ ขั้นที่ 1 Empathize เป็นการทำความเข้าใจต่อผู้ใช้งานหรือกลุ่มเป้าหมาย เพื่อค้นหา ปัญหา 1.1 นักเรียนดูรูปภาพสารละลายในชีวิตประจำวัน จากสื่อ Power point 1.2 นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ คำถาม-นักเรียนเห็นอะไรบ้างในรูปภาพ (น้ำเชื่อม น้ำโคลน) -สารเหล่านี้จัดเป็นสารประเภทใด (สารผสม สารละลาย) -สารละลายจะประกอบด้วยอะไรบ้าง (ตัวทำละลาย ตัวถูกละลาย) ขั้นที่ 2 Define เป็นการสังเคราะห์ข้อมูลโดยการอธิบายปัญหาของผู้ใช้งานว่ามีปัญหา อย่างไร ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร เพื่อที่จะนําไปแก้ไขปัญหา 2.1 นักเรียนแบ่งกลุ่ม 6 กลุ่มกลุ่มละ 7 คน 2.1 นักเรียนทำการทดลอง เรื่องการเตรียมเกลือแร่ (ตามอัตราส่วนที่โจทย์ กำหนดให้) -อุปกรณ์ 1. ตาชั่งสารเคมี 2. บีกเกอร์ขนาด 250 ml 3. แท่งแก้วคนสาร 4. สารที่ใช้ทดลอง เกลือแร่ 2.3 นักเรียนฟังครูอธิบายสารละลายอิเล็กโทรไลต์ และนอนอิเล็กโทรไลต์จากสื่อ Power point เรื่องสารละลายอิเล็กโทรไลต์ และนอนอิเล็กโทรไลต์ ขั้นที่ 3 Ideate เป็นการระดมสมองหรือหาไอเดียเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเน้นการหาแนวคิด ใน การแก้ปัญหาให้มากที่สุด 3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันคิดและออกแบบการนำเสนอผลการทดลอง เช่น การ สร้างแบบจำลอง การวาดภาพสื่อถึงการแตกตัวของสารละลายอิเล็กโทรไลต์และนอนอิเล็กโทรไลต์ โดยมีผู้สอนคอยให้คำแนะนำ ขั้นที่ 4 ขั้น Prototype เป็นการสร้างแบบจําลองหรือการสร้างต้นแบบ 4.1 นักเรียนช่วยกันสร้างต้นแบบผลการทดลอง เรื่องการเตรียมเกลือแร่ (ตาม อัตราส่วนที่โจทย์กำหนดให้)


ขั้นที่ 5 Test เป็นการทดสอบโดยนำชิ้นงานที่สร้างขึ้นมา มาทดสอบกับ ผู้ใช้งานหรือกลุ่มเป้าหมาย และประเมินผล 5.1 นักเรียนนำเสนอต้นแบบผลการทดลองหน้าชั้นเรียน 5.2 นักเรียนทำใบงานเรื่อง การละลายของสายในน้ำ 6.สื่อการเรียนรู้ 7.1 รูปภาพสารละลายในชีวิตประจำวัน 7.2 สื่อ Power point เรื่องสารละลายอิเล็กโทรไลต์และนอนอิเล็กโทรไลต์ 7.3 ใบงานเรื่อง การละลายของสายในน้ำ


7.การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือการวัด เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนระบุว่าสารเกิด การละลายน้ำ แบบแตก ตัวหรือไม่แตกตัวจากสูตร เคมีของสาร และ สารละลายที่ได้เป็น สารละลายอิเล็กโทรไลต์ หรือนอนอิเล็กโทรไลต์(K) ตรวจใบงานเรื่อง การ ละลายของสายในน้ำ ใบงานเรื่อง การละลายของ สายในน้ำ -70% 2. นักเรียนเขียนสมการ การแตกตัว และวาดภาพ สื่อถึงการแตกตัวของ สารละลายอิเล็กโทรไลต์ ได้(P) สังเกตการทำการทดลอง และความถูกต้องของการ สร้างต้นแบบผลการทดลอง การสร้างต้นแบบผลการ ทดลอง - 3. นักเรียนมีวินัยใฝ่เรียนรู้ (A) สังเกตพฤติกรรมระหว่าง เรียนของนักเรียน -แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึง ประสงค์ ระดับคุณภาพดี ผ่าน เกณฑ์


ตัวอย่างภาพสารละลายอิเล็กโทรไลต์และนอนอิเล็กโทรไลต์


ใบกิจกรรมการทดลอง เรื่องการเตรียมเกลือแร่ สมาชิกกลุ่ม 1.ชื่อ................................................................สกุล........................................เลขที่.......................... 2.ชื่อ................................................................สกุล........................................เลขที่.......................... 3.ชื่อ................................................................สกุล........................................เลขที่.......................... 4.ชื่อ................................................................สกุล........................................เลขที่.......................... 5.ชื่อ................................................................สกุล........................................เลขที่.......................... 6.ชื่อ................................................................สกุล........................................เลขที่.......................... 7.ชื่อ................................................................สกุล........................................เลขที่.......................... คำชี้แจ้ง:เมื่อนักเรียนได้โจทย์ปัญหาต้องคำนวณอัตราส่วนให้ถูกต้องก่อนลงมือทำการทดลอง โจทย์ที่ได้............................................................................................................................................... วิธิทำ(แสดงการหาอัตราส่วน) สารที่พบในเกลือแร่ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................


อุปกรณ์ 1. ตาชั่งสารเคมี 2. บีกเกอร์ขนาด 250 ml 3. แท่งแก้วคนสาร 4. สารที่ใช้ทดลอง เกลือแร่ สังเกตการทดลอง ก่อนละลาย หลังการละลาย เวลาที่ใช้ ผลที่สังเกตได้ สรุปผลการทดลอง ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ...................................................................................................................................................................


ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................. ... ............................................................................................................................. ............................... (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายประสิทธิ์ แก้วงาม) ครูพี่เลี้ยง ........./......../......... ความคิดเห็นของผู้บริหาร ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................. ... ............................................................................................................................. ............................... (ลงชื่อ).............................................................. (นางสาวจุฑาทิพย์ รวมธรรม) รองผู้บริหารสถานศึกษา .........../........./.........


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ว32105 รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง อาหาร จำนวน 15 ชั่วโมง เรื่อง ไขมันและน้ำมัน จำนวน ชั่วโมง สอนโดย นายสุทธิราช วงศ์คำ 1.มาตรฐาน ว2.1 : เข้าใจสมบัติของสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะ ของสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2.ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/14 ระบุสารประกอบอินทรีย์ประเภทไฮโดรคาร์บอนว่าอิ่มตัวหรือไม่อิ่มตัวจาก สูตรโครงสร้าง ว 2.1 ม.5/15 สืบค้นข้อมูลและเปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพระหว่างพอลิเมอร์และมอนอ เมอร์ของพอลิเมอร์ชนิดนั้น 3.สาระสำคัญ อาหารจัดเป็นปัจจัยที่มีสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และสัตว์ โดยอาหารที่มนุษย์บริภาค ทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 หมู่ คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมันและน้ำมัน วิตามิน และเกลือ แร่ ซึ่งการที่จะเข้าใจถึงองค์ประกอบ และโครงสร้างของสารอาหารเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องทำความ เข้าใจเกี่ยวกับ โครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ 4.จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.นักเรียนอธิบายความหมายของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนได้(K) 2. นักเรียนระบุสารประกอบอินทรีย์ประเภทไฮโดรคาร์บอนว่าอิ่มตัวหรือไม่อิ่มตัวจากสูตร โครงสร้างได้(P) 3. นักเรียนมีวินัยใฝ่เรียนรู้(A)


5.กิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ 5 E ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.1 นักเรียนดูคลิปวิดีโอการทำอาหาร (หมูหัน) จากคริปที่ครูเตรียมมาให้ 1.2 นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ -นักเรียนเห็นอะไรจากวิดีโอ (แนวคำตอบ-อาหาร หมูหัน น้ำจิ้ม) -นักเรียนคิดว่าสารอาหารประเภทใดให้พลังงานมาที่สุด( ไขมัน) -ไขมันและน้ำมันมักพบในอาหารจำพวกใด (น้ำมันพืช น้ำมันสัตว์ เนย นม) ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 2.1 นักเรียนแบ่งกลุ่ม 7 คนจำนวน 6 กลุ่ม 2.2 นักเรียนทำการทดลองเรื่อง การทดสอบกรดไขมันไม่อิ่มตัว -อุปกรณ์ 1.หลอดทดลอง 2.หลอดหยดสาร 3.สารที่ใช้ น้ำมันพืช น้ำมันสัตว์ สารไอโอดีน ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.1 นักเรียนสรุปผลการทดลองในใบกิจกรรมการทดลองเรื่อง การทดสอบกรดไขมัน ไม่อิ่มตัว ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 4.1 นักเรียนศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ ไขมันและน้ำมัน จากสื่อ Power Point มี ครูผู้สอนคอยอธิบายแนะนำ 1. ไขมันและน้ำมัน (Fat and Oil) ไขมันและน้ำมันเป็นเอสเทอร์ชนิดหนึ่งซึ่งมีอยู่ในธรรมชาติ จัดว่าเป็นสารอินทรีย์ประเภท เดียวกับไข (Wax) รวมเรียกว่า ไลปิด (Lipid)ไลปิด เป็นเอสเทอร์ที่โมเลกุลมีขนาดใหญ่ไม่มีขั้วจึงไม่ ละลายน้ำ แต่ละลายได้ในตัวทำละลายไม่มีขั้ว คือตัวทำละลายอินทรีย์ เช่น คลอโรฟอร์ม อีเทอร์ โพ รพาโนน เบนซีน เป็นต้น


ไลปิดซึ่งแบ่งเป็นไขมันและน้ำมันนั้นอาศัยสถานะเป็นเกณฑ์ ไขมันจะเป็นของแข็งที่ อุณหภูมิห้อง ในขณะที่น้ำมันจะเป็นของเหลว ทั้งไขมันและน้ำมันมีโครงสร้างอย่างเดียวกัน คือ เป็น เอสเทอร์ที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างกลีเซอรอล กับกรดไขมัน กลีเซอรอล (glycerol ) เป็นสารประเภทแอลกอฮอล์ กรดไขมัน (fatty acid) เป็นสารประเภทกรดอินทรีย์ เอสเทอร์ที่เป็นไขมัน และน้ำมัน เรียกกันทั่ว ๆ ไปว่ากลีเซอไรด์ (glyceride) หรือ กลีเซอริล เอสเทอร์ (glyceryl ester) ขั้นที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) 5.1 นักเรียนทำใบงานเรื่อง ไขมันและน้ำมัน 6.สื่อการเรียนรู้ 6.1 คลิปวิดีโอการทำอาหาร (หมูหัน) จากคริปที่ครูเตรียมมาให้ 6.2 ใบกิจกรรมการทดลอง 6.3 ใบงานเรื่อง ไขมันและน้ำมัน


7.การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือการวัด เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนอธิบาย ความหมายของ สารประกอบ ไฮโดรคาร์บอนได้(K) -ตรวจใบงานเรื่อง ไขมัน และน้ำมัน ใบงานเรื่อง ไขมันและน้ำมัน -70% 2.นักเรียนระบุ สารประกอบอินทรีย์ ประเภทไฮโดรคาร์บอนว่า อิ่มตัวหรือไม่อิ่มตัวจาก สูตรโครงสร้างได้(P) -การทดสอบกรดไขมันไม่ อิ่มตัว -ใบกิจกรรมการทดลองเรื่อง การทดสอบกรดไขมันไม่อิ่มตัว - 3. นักเรียนมีวินัยใฝ่เรียนรู้ (A) สังเกตพฤติกรรมระหว่าง เรียนของนักเรียน -แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึง ประสงค์ ระดับคุณภาพดี ผ่าน เกณฑ์


ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................. ... ............................................................................................................................. ............................... (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายประสิทธิ์ แก้วงาม) ครูพี่เลี้ยง ........./......../......... ความคิดเห็นของผู้บริหาร ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................. ... ............................................................................................................................. ............................... (ลงชื่อ).............................................................. (นางสาวจุฑาทิพย์ รวมธรรม) รองผู้บริหารสถานศึกษา .........../........./.........


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ว32105 รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง อาหาร จำนวน 15 ชั่วโมง เรื่อง คาร์โบไฮเดรต จำนวน 3ชั่วโมง สอนโดย นายสุทธิราช วงศ์คำ 1.มาตรฐาน ว2.1 : เข้าใจสมบัติของสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะ ของสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2.ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/14 ระบุสารประกอบอินทรีย์ประเภทคาร์โบไฮเดรตตัวจากสูตรโครงสร้างได้ 3.สาระสำคัญ อาหารจัดเป็นปัจจัยที่มีสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และสัตว์ โดยอาหารที่มนุษย์บริภาค ทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 หมู่ คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมันและน้ำมัน วิตามิน และเกลือ แร่ ซึ่งการที่จะเข้าใจถึงองค์ประกอบ และโครงสร้างของสารอาหารเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องทำความ เข้าใจเกี่ยวกับ โครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ 4.จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.นักเรียนระบุสารประกอบอินทรีย์ประเภทคาร์โบไฮเดรตตัวจากสูตรโครงสร้างได้(K) 2. นักเรียนทดสอบสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตได้(P) 3. นักเรียนมีวินัยใฝ่เรียนรู้(A)


5.กิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ 5 E 1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement Phase) 1.1 นักเรียนทำการทดลอง เรื่องการทดสอบน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว 1.2 ครูชี้แจงรายละเอียด พร้อมทำแนะนาํการใช้อุปกรณ์แจกแจงวิธีการทาํการ ทดลองให้นักเรียนทราบ 2. ขั้นสํารวจและค้นหา (Exploration Phase) 2.1 ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มทํากิจกรรมการทดลอง เรื่องการทดสอบน้ำตาลโมเลกุล เดี่ยว (ในระหว่างการทํากิจกรรมครูทําหน้าที่ให้คําแนะนําและควบคุมการใช้อุปกรณ์ ตลอดจนสํารวจ การทําการ ทดลองของนักเรียน) ครูอาจอธิบายความรู้ในการทาํกิจกรรมเชื่อมโยงเขา้สู่เนื้อหาบทเรียน ให้กับนักเรียน เพื่อทำให้นักเรียนเข้าใจในบทเรียนมากยิ่งขึ้น โดยระหว่างการอธิบายครูจะใชค้าํถาม กระตุน้ ให้นกัเรียน เกิดการเรียนรู้และคิดตาม - สารที่ใช้ทดสอบคาร์โบไฮเดรตคืออะไร ( สารละลายเบเนดิกต์) - จากปฏิกิริยาผลิตภัณฑ์เกิดขึ้นคืออะไร สังเกตไดอ้ย่างไร ( ตะกอนสีแดงอิฐของ Cu2O คอปเปอร์ (I) ออกไซด์ในสารละลายเบเนดิกต์ที=มีสีฟ้า -ปริมาณของตะกอนที่เกิดขึ้นนั้น ขึ้นอยู่กับอะไร (ตะกอนที=เกิดขึ้นจะมากหรือน้อย อยู่กับปริมาณของมอโนแซ็กคาไรด์) 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation Phase) 3.1 นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปผลการทดลองโดยใช้ข้อมูลจากตารางบันทึก ผลการ ทดลองของนักเรียนแต่ละกลุ่ม จากการทํากิจกรรมการทดลองควรได้ข้อสรุปว่า สารละลายที่มีน้ำตาลโมเลกุลเดียว จะเกิดตะกอนสีแดงอิฐในสารละลายสีฟ้า ดังนั้น สีของสารละลายจึงแปรเปลี่ยนขึ้นอยู่กับปริมาณของ ตะกอนสีแดงอิฐที่เกิดจากปฎิกิริยาและความเข้นข้นของ สารละลายสีฟ้าที่เกิดจากปฏิกิริยา ซึ่งมาก หรือนอ้ยตามปริมาณของน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวในสารที่นำมาทดสอบ 4.ขั้นขยายความรู้ (Expansion Phase) 4.1ครูอธิบายเพิ่มเติม -มอโนแซ็กคาไรด์ (Monosaccharide) เป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีโมเลกุลเล็กที่สุด ซึ่ง ร่างกายไม่สามารถย่อยได้อีกเมื่อรับประทานเข้าไปไม่ต้องผ่านการย่อย มอโนแซ็กคาไรด์มีหลายชนิด แตกต่างกันที่จํานวนอะตอมของคาร์บอนและโครงสร้างโมเลกุล มอโนแซ็กคาไรด์ทุกชนิดมีผลึกสีขาว ละลายในน้ำและ มีรสหวาน


5. ขั้นประเมินผล (Evaluation Phase) 5.1 ครูให้นักเรียนตอบคําถามท้ายการทดลองและส่งสมุดบันทึกการทดลอง ท้าย คาบ -เหตุใดสีที่สังเกตเห็นของแต่ละปฏิกิริยาจึงแตกต่างกัน (มอโนแซ็กคาไรด์ถูก ออกซิไดซ์ด้วยสารละลายเบเบดิกต์เกิดตะกอนสีแดงอิฐ คือ Cu2O คอปเปอร์ (I) ออกไซด์ตะกอนที่ เกิดขึ้นจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณของมอโนแซ็กคาไรด์ดังนั้นสีของตะกอนจะ ผสมกับสีฟ้าของ สารละลายเบเนดิกต์ที่เหลืออยู่ทําให้สีของสารในแต่ละหลอดแตกต่างกันไป แต่ถ้ามีมอโนแซ็กคาไรด์ มากพอ สารละลายเบเนดิกต์จะเปลี่ยนเป็นตะกอนสีแดงอิฐหมด -จัดลำดับสารที่ใช้ดสอบ โดยเรียงจากสารที่มีน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวจากมากไปหา น้อยขึ้นอยู่กับสารที่นำมาทดสอบ และผลการทดลองที่ได้) 5.2 ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยใบกิจกรรมและสรุปความรู้ที่ได้ 6.สื่อการเรียนรู้ 6.1 Power point เกี่ยวกับคาร์โบไฮเดรต 6.2 ใบกิจกรรมการทดลองเรื่อง การทดสอบน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว


7.การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือการวัด เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนระบุ สารประกอบอินทรีย์ ประเภทคาร์โบไฮเดรตตัว จากสูตรโครงสร้างได้(K) -การสุ่มถาม การตอบคำถาม -70% 2.นักเรียนทดสอบ สารอาหารประเภท คาร์โบไฮเดรตได้(P) -การทดสอบน้ำตาลโมเลกุล เดี่ยว -ใบกิจกรรมการทดลองเรื่อง การทดสอบน้ำตาลโมเลกุล เดี่ยว - 3. นักเรียนมีวินัยใฝ่เรียนรู้ (A) สังเกตพฤติกรรมระหว่าง เรียนของนักเรียน -แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึง ประสงค์ ระดับคุณภาพดี ผ่าน เกณฑ์


ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................. ... ............................................................................................................................. ............................... (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายประสิทธิ์ แก้วงาม) ครูพี่เลี้ยง ........./......../......... ความคิดเห็นของผู้บริหาร ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................. ... ............................................................................................................................. ............................... (ลงชื่อ).............................................................. (นางสาวจุฑาทิพย์ รวมธรรม) รองผู้บริหารสถานศึกษา .........../........./.........


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ว32105 รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง อาหาร จำนวน 15 ชั่วโมง เรื่อง โปรตีน จำนวน 3 ชั่วโมง สอนโดย นายสุทธิราช วงศ์คำ 1.มาตรฐาน ว2.1 : เข้าใจสมบัติของสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะ ของสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2.ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/14 ระบุสารประกอบอินทรีย์ประเภทโปรตีนจากสูตรโครงสร้าง ว 2.1 ม.5/15 สืบค้นข้อมูลและเปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพระหว่างพอลิเมอร์และมอนอ เมอร์ของพอลิเมอร์ชนิดนั้น 3.สาระสำคัญ อาหารจัดเป็นปัจจัยที่มีสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และสัตว์ โดยอาหารที่มนุษย์บริภาค ทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 หมู่ คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมันและน้ำมัน วิตามิน และเกลือ แร่ ซึ่งการที่จะเข้าใจถึงองค์ประกอบ และโครงสร้างของสารอาหารเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องทำความ เข้าใจเกี่ยวกับ โครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ 4.จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.นักเรียนระบุสารประกอบอินทรีย์ประเภทโปรตีนจากสูตรโครงสร้างได้(K) 2. นักเรียนทำการทำลองไบยูเรตได้(P) 3. นักเรียนมีวินัยใฝ่เรียนรู้(A)


5.กิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ 5 E ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.1 นักเรียนดูรูปอาหารที่ครูนำมาให้ดู รูปเนื้อ นม ไข่ไก่ 1.2 นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ -ในรูปภาพที่นักเรียนเห็นมีสารอาหารหลักประเภทใด (แนวคำตอบโปรตีน) -นักเรียนจะทราบได้อย่างไรว่าในสารอาหารมีโปรตีนอยู่ (ตอบตามความ เข้าใจของนักเรียน) ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 2.1 นักเรียนแบ่งกลุ่ม 7 คนจำนวน 6 กลุ่ม 2.2 นักเรียนทำการทดลอง ไบยูเรต ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.1 นักเรียนนำเสนอผลการทดลอง 3.2 นักเรียนศึกษา Power Point เกี่ยวกับโปรตีนพร้อมมีผู้สอนคอยให้คำแนะนำ -โปรตีน (อังกฤษ: protein) เป็นสารประกอบชีวเคมี ซึ่งประกอบด้วยพอลิ เพปไทด์หนึ่งสายหรือมากกว่า ที่พับกันเป็นรูปทรงกลมหรือเส้นใย โดยทำหน้าที่อำนวยกระบวนการ ทางชีววิทยา พอลิเพปไทด์เป็นพอลิเมอร์สายเดี่ยวที่เป็นเส้นตรงของกรดอะมิโนที่เชื่อมเข้ากันด้วย พันธะเพปไทด์ระหว่างหมู่คาร์บอกซิลและหมู่อะมิโนของกรดอะมิโนเหลือค้าง (residue) ที่อยู่ติดกัน ลำดับกรดอะมิโนในโปรตีนกำหนดโดยลำดับของยีน ซึ่งเข้ารหัสในรหัสพันธุกรรม โดยทั่วไป รหัส พันธุกรรมประกอบด้วยกรดอะมิโนมาตรฐาน 20 ชนิด


ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 4.1 นักเรียนตอบคำถาม -นักเรียนคิดในร่างกายมนุษย์โปรมีหน้าที่อะไรบ้าง (นักหาคำตอบได้จาก แหล่งอินเตอร์และหนังสือ) ขั้นที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) 5.1 ใบกิจกรรมผลการทดลอง ไบยูเรต 5.2 ใบงาน เรื่องโปรตีน 6.สื่อการเรียนรู้ 6.1 รูปภาพเนื้อ นม ไข่ไก่ 6.2 ใบกิจกรรมการทดลอง ไบยูเรต 6.3 ใบงานเรื่อง โปรตีน


7.การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือการวัด เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนระบุ สารประกอบอินทรีย์ ประเภทโปรตีนจากสูตร โครงสร้าง(K) -ตรวจใบงานเรื่อง โปรตีน -ใบงานเรื่อง โปรตีน -70% 2.นักเรียนทำการทำ ลองไบยูเรตได้(P) -สังเกตการทำกิจกรรมการ ทดลอง ไบยูเรต - ใบกิจกรรมการทดลอง ไบ ยูเรต - 3. นักเรียนมีวินัยใฝ่เรียนรู้ (A) สังเกตพฤติกรรมระหว่าง เรียนของนักเรียน -แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึง ประสงค์ ระดับคุณภาพดี ผ่าน เกณฑ์


ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................. ... ............................................................................................................................. ............................... (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายประสิทธิ์ แก้วงาม) ครูพี่เลี้ยง ........./......../......... ความคิดเห็นของผู้บริหาร ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................. ... ............................................................................................................................. ............................... (ลงชื่อ).............................................................. (นางสาวจุฑาทิพย์ รวมธรรม) รองผู้บริหารสถานศึกษา .........../........./.........


แผนการจัดการเรียนรู้ที่12 รายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 รหัสวิชา ว32105 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 อาหาร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง วิตามินและเกลือแร่ เวลา 3 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ครูผู้สอน สุทธิราช วงศ์คำ 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติ ของสสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและ ธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และ การเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/17 อธิบายสมบัติการละลายในตัวทำละลายชนิดต่างๆของสาร 2. สาระสำคัญ วิตามินเป็นสารประกอบอินทรีย์ ที่มีความจำเป็นต่อกระบวนการต่างๆ ของร่างกาย เช่น วิตามิน A ช่วยในการมองเห็น วิตามิน C ช่วยป้องกันโรคลักปิดลักเปิด วิตามิน D ช่วยเสริมสร้างความ แข็งแรงของกระดูก วิตามิน K ช่วยในการแข็งตัวของเลือด วิตามินบางชนิดละลายในน้ำ เช่น วิตามิน C และวิตามิน B1 แต่บางชนิดละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน A วิตามิน D วิตามิน E และวิตามิน K ดังนั้นการไม่รับประทานไขมันเลย อาจทำให้เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการขาดวิตามินด้วย 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 วิตามินและเกลือแร่ 1) วิตามินที่ละลายในน้ำและวิตามินที่ละลายในน้ำมัน 2) หลักการ like dissolves like 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 4.1 อธิบายสมบัติการละลายในตัวทำละลายชนิดต่างๆของวิตามินได้ (K) 4.2 ทำการทดลองเพื่อทดสอบวิตามินซีได้(P) 4.3 มีความซื่อสัตย์สุจริต ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน (A)


5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 1) มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ 5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 1) สามารถทำงานกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 ซื่อสัตย์สุจริต 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทำงาน 7. กิจกรรมการเรียนรู้ (3 ชั่วโมง) 7.1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1) ครูสุ่มถามนักเรียนจำนวน 5 คน ว่าอาหารที่นักเรียนรับประทานมาในตอนเช้าวัน นั้นมีอะไรบ้าง และมีใครบ้างที่รับประทานผักหรือผลไม้ในอาหารเช้าด้วย 2) ครูถามนักเรียนต่อไปว่า นักเรียนคิดว่าผักและผลไม้ที่รับประทานไปนั้น มีวิตามิน อยู่หรือไม่ และถ้าหากมีวิตามินอยู่ นักเรียนคิดว่าในผักและผลไม้ที่เรารับประทานเป็นวิตามินชนิดใด 7.2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 1) นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 7 กลุ่ม กลุ่มละ 4 - 5 คน 2) นักเรียนในแต่ละกลุ่ม ศึกษาค้นคว้าถึงความหมายของ วิตามิน รวมถึงผักและ ผลไม้ในชีวิตประจำวันที่มีวิตามิน จากนั้นขออาสาสมัครนักเรียน 2 กลุ่ม ในการอธิบายความหมาย ของวิตามิน และผักและผลไม้ในชีวิตประจำวันที่นักเรียนคิดว่ามีวิตามิน เป็นองค์ประกอบใน อาหารนั้น 3) จากนั้นครูถามนักเรียนต่อไปว่า เราจะมีวิธีการอย่างไร ในการทดสอบว่าในอาหาร ชนิดต่างๆ ที่เรารับประทาน ว่ามีวิตามินเป็นองค์ประกอบอยู่ เพื่อนำไปสู่กิจกรรมการทดลองเรื่อง การ ทดสอบวิตามิน C 4) นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนรับใบกิจกรรมการทดลองเรื่อง การทดสอบ


วิตามิน C จากนั้นให้นักเรียนศึกษาและออกแบบขั้นตอนการทดลอง เมื่อออกแบบการทดลองเสร็จ เรียบร้อยแล้ว ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมารับอุปกรณ์การทดลอง เพื่อนำไปทดลองตรวจสอบสารที่มี วิตามิน C ต่อไป 7.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 1) นักเรียนแต่ละกลุ่มทำการทดลองเรื่องการทดสอบวิตามิน C และบันทึกผลการ ทดลองที่ได้ลงในแบบบันทึกกิจกรรมการทดลอง 2) นักเรียนแต่ละกลุ่มตรวจสอบข้อมูลของเพื่อนๆแต่ละกลุ่ม โดยร่วมกันพิจารณาว่า ผลการทดลองที่ได้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร เพราะเหตุใด 3) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปว่า สารตัวอย่างชนิดใดบ้างที่มีวิตามิน C เป็น องค์ประกอบ 4) จากนั้นครูทำการเฉลยว่าสารตัวอย่างที่นำมาให้นักเรียนทดลอง มีอะไรบ้าง (น้ำสัปปะรด น้าส้มคั้น และน้ำมะพร้าว) 4) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลจากการทำกิจกรรมสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการละลายของวิตามิน และหลักการ like dissolves like โดยนักเรียนตอบคำถามดังนี้ - วิตามินสามารถละลายในสารใดได้บ้าง (แนวคำตอบ คือ ละลายในน้ำ และน้ำมัน) - วิตามินชนิดใดบ้างที่สามารถละลายในไขมันได้ (แนวคำตอบ คือ A, D, E และK) - หลักการ like dissolves like คืออะไร (แนวคำตอบ คือ การที่สารจะ ละลายได้ในตัวทำละลายที่มีขั้วใกล้เคียงกัน โดยการละลายของสารพิจารณาได้จากความมีขั้วของตัว ละลายและตัวทำละลาย โดยสารสามารถละลายได้ในตัวทำละลายที่มีขั้วใกล้เคียงกัน โดยสารมีขั้ว ละลายในตัวทำละลายที่มีขั้ว ส่วนสารไม่มีขั้วละลายในตัวทำละลายที่ไม่มีขั้ว และสารละลายที่มีขั้วไม่ ละลายในตัวทำละลายที่ไม่มีขั้ว) 5) นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและสรุปผลการทดลอง โดยให้ได้ข้อสรุปว่า จากการทดลองพบว่าถ้าน้ำผลไม้ชนิดใดใช้จำนวนหยดน้อย แสดงว่าผลไม้ ชนิดนั้นมีวิตามินซีมาก และถ้าใช้จำนวนหยดมากกว่าแสดงว่ามีวิตามินซีน้อย ดังนั้นน้ำผลไม้ที่มี วิตามินซีมากที่สุด คือ น้ำมะเขือเทศ ส่วนน้ำผลไม้ที่ที่วิตามินซีน้อยที่สุด คือ น้ำสับปะรด


6) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่าจากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มี จุดใดบ้างที่ยังไม่เข้าใจหรือยังมีข้อสงสัย ถ้ามี ครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมในส่วนของเนื้อหาที่ยังไม่ ครอบคลุมให้นักเรียนเข้าใจ 7.4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) 1) นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมารับสมุดเล่มเล็ก แล้วสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ ประโยชน์และโทษของการกินวิตามิน หรืออาหารเสริมในชีวิตประจำวันแข่งกันเป็นกลุ่ม ลงในสมุด เล่มเล็ก กลุ่มใดหาได้มากที่สุดและถูกต้องมากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ 7.5 ขั้นประเมินผล (Evaluation) 1) นักเรียนสรุปองค์ความรู้ที่ได้เรียนรู้จากการทำกิจกรรมเป็น mind mapping ลง ในกระดาษA4 เป็นการบ้านส่งในคาบถัดไป 8. สื่อ อุปกรณ์และแหล่งเรียนรู้ 8.1 ผ้าปิดตา และผักหรือผลไม้ เช่น แอปเปิล ฝรั่ง ผักบุ้ง ส้ม ผักคะน้า ฯลฯ 8.2 หนังสือเรียน รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิทยาศาสตร์กายภาพ เล่ม1 สสวท. ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 8.3 ใบกิจกรรมการทดลอง เรื่อง การทดสอบปริมาณวิตามินซีในน้ำผลไม้ 8.4 อุปกรณ์การทดลองต่อกลุ่ม เรื่อง การทดสอบปริมาณวิตามินซีในน้ำผลไม้ 8.5 สมุดเล่มเล็ก


9. การวัดผลประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์การผ่าน 1. อธิบายสมบัติการละลายในตัวทำ ละลายชนิดต่างๆของสารได้ (K) กาสังเกตการ นำเสนอหน้า ชั้นเรียน แบบประเมินการ นำเสนอหน้าชั้น เรียน ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป 2. ทำการทดลองเพื่อทดสอบวิตามินซี ได้(P) การสังเกตการ ทดลอง แบบสังเกตการ ทดลอง ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป 3. มีความซื่อสัตย์สุจริต ใฝ่เรียนรู้ และ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) การสังเกต แบบสังเกต คุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ได้คะแนนใน ระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป


ใบกิจกรรมการทดลอง เรื่อง การทดสอบปริมาณวิตามินซีในน้ำผลไม้ 1. ทดสอบวิตามินซีในน้ำผลไม้ได้ 2. เปรียบเทียบปริมาณวิตามินซีในน้ำผลไม้ชนิดต่างๆได้ 3. ทดลองเพื่อหาวิตามินบางชนิดได้ รายการ ปริมาณต่อกลุ่ม วัสดุและอุปกรณ์ 1. หลอดทดลองขนาดกลาง 2. หลอดหยด สารเคมี 1. สารละลายไอโอดีน 1% 2. น้ำแป้งสุก 3. น้ำส้ม 4. น้ำสับปะรด 5. น้ำมะเขือเทศ 6. น้ำมะละกอสุก 4 หลอด 4 หลอด 5 cm3 5 cm3 20 cm3 20 cm3 20 cm3 20 cm3 1. เตรียมน้ำผลไม้ คือ น้ำส้ม น้ำสับปะรด น้ำมะเขือเทศ และน้ำมะละกอสุก 2. ใส่น้ำแป้งสุกลงในหลอดทดลองขนาดกลาง 4 หลอด หลอดละ 1 cm3 แล้วหยดสารละลายไอโอดีนหลอด ละ 1 หยด สังเกตการณ์เปลี่ยนแปลง บันทึกผล จุดประสงค์การทดลอง วัสดุ อุปกรณ์และสารเคมี รายการ ปริมาณต่อกลุ่ม สารเคมี 1. แป้งมันส ำำปะหลัง 2. กลูโคส 3. น้ำ ำกลนั่ วัสดุและอุปกรณ์ 1. บีกเกอร์ ขนำด 50 mL 2. แท่งแก้วคน 3. เครื่องชงั่ 4. เตำแผ่นควำมร้อน 5. กระดำษขนำด 5 cm × 7 cm 5 g 5 g 25 mL 1 ใบ 1 แท่ง 1 เครื่อง 1 เครื่อง 1 แผ่น วัสดุ อุปกรณ์และสารเคมี วิธีการทดลอง ธธ วิธีการทดลอง ธธ


3. หยดน้ำส้มลงในหลอดที่ 1 โดยหยดเพิ่มทีละ 1 หยด แล้วเขย่าทุกครั้งที่หยด จนกระทั่งสารละลายสีน้ำเงิน ค่อยๆจางหายไป นับจำนวนหยดที่ทำให้สีน้ำเงินจางหายไป บันทึกผล 4. ทำการทดลองเช่นเดียวกับข้อ 3 กับสารในหลอดทดลองที่ 2 - 4 โดยเปลี่ยนจากน้ำส้ม เป็นน้ำสับปะรด น้ำ มะเขือเทศ และน้ำมะละกอสุก บันทึกผล ใบบันทึกผลการทดลอง เรื่อง การทดสอบปริมาณวิตามินซีในน้ำผลไม้ กลุ่มที่.......................... จำนวนสมาชิก........................ ชื่อผู้รายงาน ………………………………………………………………….......เลขที่…………………………. ชื่อผู้ร่วมรายงาน 1………………………………………………………………….......เลขที่…………………………. 2………………………………………………………………….......เลขที่…………………………. 3………………………………………………………………….......เลขที่…………………………. 4………………………………………………………………….......เลขที่…………………………. 5………………………………………………………………….......เลขที่…………………………. ชั้น………………………………… ผลการทดลอง หลอดที่ สารละลายที่ใช้ จำนวนหยดที่ทำให้สีน้ำเงินจางหายไป 1 2 3 4 อภิปรายผลการทดลอง


............................................................................................................................. ....................................................... ........................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. สรุปผลการทดลอง ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. .................................................


Click to View FlipBook Version