The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ วิทย์กาย ม.5 เทอม 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สุทธิราช วงศ์คำ, 2024-01-30 04:59:44

แผนการจัดการเรียนรู้ วิทย์กาย ม.5 เทอม 2

แผนการจัดการเรียนรู้ วิทย์กาย ม.5 เทอม 2

บันทึกผลหลังสอน ผลการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................ ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ............................... (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายสุทธิราช วงศ์คำ) ครูผู้สอน ........./......../.........


ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................ (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายประสิทธิ์ แก้วงาม) ครูพี่เลี้ยง ........./......../......... ความคิดเห็นของผู้บริหาร ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................ (ลงชื่อ).............................................................. (นางสาวจุฑาทิพย์ รวมธรรม) รองผู้บริหารสถานศึกษา .........../........./.........


แผนการจัดการเรียนรู้ที่13 รายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 รหัสวิชา ว32105 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 อาหาร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร เวลา 3 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ครูผู้สอน นายสุทธิราช วงศ์คำ 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติ ข อ ง ส ส า ร ก ั บ โ ค ร ง ส ร ้ า ง แ ล ะ แ ร ง ย ึ ด เ ห น ี ่ ย ว ร ะ ห ว ่ า ง อ น ุ ภ า ค ห ล ั ก แ ล ะ ธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และ การเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/18 วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับสมบัติเทอร์มอพลาสติกและ เทอมอเซตของพอลิเมอร์ และการนำพอลิเมอร์ไปใช้ประโยชน์ ว 2.1 ม.5/19 สืบค้นข้อมูลและนำเสนอผลกระทบของการใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม พร้อมแนวทางป้องกันหรือแก้ไข 2. สาระสำคัญ โครงสร้างของพอลิเมอร์อาจเป็นแบบเส้น แบบกิ่ง หรือแบบร่างแห โดยพอลิเมอร์แบบเส้นและแบบกิ่ง มี สมบัติเทอร์มอพลาสติก ส่วนพอลิเมอร์แบบร่างแห มีสมบัติเทอร์มอเซต จึงมีการใช้ประโยชน์แตกต่างกัน การใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ในปริมาณมากก่อให้เกิดปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงควรตระหนักถึงการลดปริมาณการใช้ซ้ำและนำกลับมาใช้ใหม่ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 วิตามินและเกลือแร่ 1) วิตามินที่ละลายในน้ำและวิตามินที่ละลายในน้ำมัน 2) หลักการ like dissolves like


4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 4.1 วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับสมบัติเทอร์มอพลาสติกและเทอมอเซตของพอ ลิเมอร์ และการนำพอลิเมอร์ไปใช้ประโยชน์ได้ (K) 4.2 สืบค้นข้อมูลและแสดงละครเพื่อนำเสนอผลกระทบของการใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม พร้อมแนวทางป้องกันหรือแก้ไขได้(P) 4.3 ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน และมีจิตสาธารณะ (A) 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 1) มีทักษะในการคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ 5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 1) สามารถทำงานกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 ใฝ่เรียนรู้ 6.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 6.3 มีจิตสาธารณะ 7. กิจกรรมการเรียนรู้ (3 ชั่วโมง) 7.1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1) นักเรียนตอบคำถามจากภาพที่ครูกำหนดให้ ผ่านสไลด์นำเสนอ (ภาพร้านสะดวกซื้อ, กล่อง พลาสติกใส่อาหาร และใบบัว ใบตอง) เพื่อเป็นการนำเข้าสู่บทเรียน โดยครูใช้คำถาม ดังนี้ - นักเรียนเคยรับประทานอาหารจากร้านสะดวกซื้อหรือไม่ (เคย/ไม่เคย) - อาหารเหล่านั้นบรรจุอยู่วัสดุประเภทใด มีสมบัติอย่างไร เหมือนหรือแตกต่างจากวัสดุ ที่ได้จากธรรมชาติอย่างไร (แนวคำตอบ ควรได้ว่า อาหารจากร้านสะดวกซื้อจะบรรจุอยู่ในวัสดุประเภทพลาสติก ซึ่งมีน้ำหนักเบา ไม่แตกหักง่าย และไม่เน่าเปื่อยซึ่งแตกต่างจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ใบตอง ใบบัว) - นักเรียนรู้จักพอลิเมอร์หรือไม่ พอลิเมอร์คืออะไร (ตอบตามแนวความคิดของนักเรียน)


7.2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 1) นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 7 กลุ่ม กลุ่มละ 4 - 5 คน 2) นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมารับกระดาษปรู๊ฟ, ปากกาเคมี และสีไม้ 3) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับพอลิเมอร์ประเภทต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบพอลิ เมอร์แต่ละชนิด จากอินเทอร์เน็ตหรือหนังสือเรียน รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิทยาศาสตร์กายภาพ เล่ม1 สสวท. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ลงในกระดาษปรู๊ฟ (ออกแบบได้ตามความคิดของนักเรียน) โดยแต่ละกลุ่มต้องจัดทำในหัวข้อดังนี้ - ชื่อพอลิเมอร์ - โครงสร้างมอนอเมอร์ - โครงสร้างพอลิเมอร์ - สมบัติ - การใช้ประโยชน์ 4) นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนรับใบกิจกรรม เรื่อง ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดจาก ขยะพลาสติก (กิจกรรมนี้นักเรียนจะได้ทำการสืบค้นข้อมูลและนำเสนอโดยการเขียนบทละคร แล้วแสดงละคร เกี่ยวกับผลกระทบของการใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม พร้อมแนวทางป้องกันหรือแก้ไข) 5) นักเรียนลงมือทำกิจกรรมตามขั้นตอนการทดลองในใบกิจกรรม เรื่อง ปัญหาและแนวทางแก้ไข ปัญหาที่เกิดจากขยะพลาสติก โดยเขียนบทละครที่นักเรียนแต่งขึ้นลงในใบบันทึกกิจกรรม *** ระหว่างที่นักเรียนทำกิจกรรมครูสังเกตการทำงานกลุ่มของนักเรียน พร้อมทั้งให้คำแนะนำเมื่อนักเรียนมี ปัญหา 7.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 1) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับพอลิเมอร์ และแสดงละคร เรื่อง ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดจากขยะพลาสติก หน้าชั้นเรียน หลังจากนำเสนองานเสร็จ ให้นักเรียนแต่ละ กลุ่มติดผลงานของกลุ่มตนไว้ที่หน้าห้อง เพื่อให้เพื่อนๆแต่ละกลุ่มได้ตรวจสอบความถูกต้องช่วยกัน และชื่นชมการ แสดงละครของเพื่อนๆ 2) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลจากการทำกิจกรรมสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับพอลิเมอร์ และผลการ ทำกิจกรรม เรื่อง ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดจากขยะพลาสติก โดยนักเรียนตอบคำถามดังนี้ - พอลิเมอร์ คืออะไร (แนวคำตอบ คือ สารประกอบที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ และมีมวล โมเลกุลมากประกอบด้วยหน่วยเล็ก ๆ ของสารที่อาจจะเหมือนกันหรือต่างกันมาเชื่อมต่อกันด้วยพันธะโควาเลนต์)


- พอลิเมอร์แบ่งออกเป็นกี่ชนิด (แนวคำตอบ คือ 2 ชนิด คือ พอลิ- เมอร์ธรรมชาติ และพอลิเมอร์สังเคราะห์) - พลาสติกจัดเป็นพอลิเมอร์ชนิดใด (แนวคำตอบ คือ พอลิเมอร์สังเคราะห์) - โครงสร้างของพอลิเมอร์มีแบบใดบ้าง และมีสมบัติเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร (แนวคำตอบ คือ โครงสร้างของพอลิเมอร์มีแบบเส้น แบบกิ่ง และแบบร่างแห โดยพอลิเมอร์แบบเส้นและแบบกิ่ง มีสมบัติเทอร์มอพลาสติก คือ เมื่อได้รับความร้อนจะอ่อนตัว และเมื่อเย็นลงจะแข็งตัว สามารถเปลี่ยนรูปได้ส่วน พอลิเมอร์แบบร่างแห มีสมบัติเทอร์มอเซต คือ จะคงรูปหลังการผ่านความร้อนหรือแรงดันเพียงครั้งเดียว เมื่อเย็น ลงจะแข็งมาก ทนความร้อนและความดัน ไม่อ่อนตัวและเปลี่ยนรูปร่างไม่ได้ แต่ถ้าอุณหภูมิสูงก็จะแตกและไหม้เป็น ขี้เถ้าสีดำ จึงมีการใช้ประโยชน์แตกต่างกัน) 3) นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและสรุปผลการทำกิจกรรม โดยให้ได้ข้อสรุปว่า จากการทำกิจกรรมพบว่าการใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ในปริมาณมากก่อให้เกิดปัญหาที่ ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงควรตระหนักถึงการลดปริมาณการใช้ซ้ำและนำกลับมาใช้ใหม่ 4) นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่าจากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือยังมีข้อสงสัย ถ้ามี ครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมในส่วนของเนื้อหาที่ยังไม่ครอบคลุมให้นักเรียนเข้าใจ 7.4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) 1) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกแบบและประดิษฐ์ของใช้จากพลาสติกที่ถูกใช้แล้วมาส่งภายใน ระยะเวลาที่กำหนด (ให้เวลา 1 – 2 สัปดาห์) 7.5 ขั้นประเมินผล (Evaluation) 1) นักเรียนตอบคำถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจ โดยใช้แอพลิเคชัน Plickers โดยมีคำถาม ทั้งหมด 10 ข้อ (นักเรียนตอบคำถามโดยการยกป้ายคิวอาร์โค้ด โดยจะใช้ด้านตัวเลือกที่นักเรียนเลือกยกไว้ด้านบน เพื่อตอบคำถามข้อนั้นๆ) โดยนักเรียนที่ได้คะแนนสูงสุดจะได้รับรางวัลจากครูผู้สอน 8. สื่อ อุปกรณ์และแหล่งเรียนรู้ 8.1 ภาพร้านสะดวกซื้อ, กล่องพลาสติกใส่อาหาร และใบบัว ใบตอง 8.2 อุปกรณ์ในการบันทึกผลการสืบค้นข้อมูล ได้แก่ กระดาษปรู๊ฟ, ปากกาเคมี และสีไม้ 8.3 หนังสือเรียน รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิทยาศาสตร์กายภาพ เล่ม1 สสวท. ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 8.4 ใบกิจกรรม เรื่อง ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดจากขยะพลาสติก 8.5 คำถามผ่านแอพลิเคชัน Plickers และแผ่นคำตอบ


9. การวัดผลประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์การผ่าน 1. วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ ระหว่างโครงสร้างกับสมบัติเทอร์มอ พลาสติกและเทอมอเซตของพอลิเมอร์ และการนำพอลิเมอร์ไปใช้ประโยชน์ได้ (K) -การสังเกตการ นำเสนอผลงาน หน้าชั้นเรียน -การตอบ คำถามผ่าน แอพลิเคชัน Plickers -แบบประเมิน การนำเสนอหน้า ชั้นเรียน -แบบเฉลย คำถาม ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์การผ่าน 2. สืบค้นข้อมูลและแสดงละครเพื่อ นำเสนอผลกระทบของการใช้ ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม พร้อมแนวทางป้องกันหรือ แก้ไขได้(P) การสังเกตการ แสดงละคร หน้าชั้นเรียน แบบประเมินการ แสดงละครหน้า ชั้นเรียน ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป 3. ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน และมี จิตสาธารณะ (A) การสังเกต แบบสังเกต คุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ได้คะแนนใน ระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป


ใบกิจกรรม เรื่อง ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดจากขยะพลาสติก 1. สืบค้นข้อมูลและแสดงละครเพื่อนำเสนอผลกระทบของการใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ที่มีต่อสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อมได้ 2. หาแนวทางป้องกันหรือวิธีแก้ไขปัญหาได้ 1. สมาชิกภายในกลุ่มแบ่งหน้าที่กันโดยมีหน้าที่ดังนี้ - ผู้ประพันธ์ (1 คน มีหน้าที่ เขียนบทประพันธ์) - ผู้กำกับ (1 คน มีหน้าที่ ควบคุมการแสดง) - ดาราฮอลลีวู้ด (3 – 4 คน มีหน้าที่ แสดงละคร โดยผู้ประพันธ์หรือผู้กำกับสามารถแสดงร่วม ได้) 2. สมาชิกภายในกลุ่มร่วมกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบของการใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ที่มีต่อ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม พร้อมหาแนวทางป้องกันหรือวิธีแก้ไขปัญหาเพื่อนำมาแต่งบทละครช่วยกัน 3. แต่งบทละครร่วมกัน และเขียนบทละครลงในใบบันทึกผลการทำกิจกรรม 4. ซักซ้อมการแสดงละครเพื่อนำเสนอหน้าชั้นเรียน จุดประสงค์การทำกิจกรรม วิธีการทำกิจกรรม


ใบบันทึกผลการทำกิจกรรม เรื่อง ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดจากขยะพลาสติก กลุ่มที่..................... จำนวนสมาชิก................... รายชื่อสมาชิก 1. ……………………………….............………………………………หน้าที่.......................................... 2. ……………………………….............………………………………หน้าที่.......................................... 3. ……………………………….............………………………………หน้าที่.......................................... 4. ……………………………….............………………………………หน้าที่.......................................... 5. ……………………………….............………………………………หน้าที่.......................................... ชั้น.................................................... ละคร เรื่อง ................................................................................................................................................ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….


บันทึกผลหลังสอน ผลการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................ ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ............................... (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายสุทธิราช วงศ์คำ) ครูผู้สอน ........./......../.........


ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................ (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายประสิทธิ์ แก้วงาม) ครูพี่เลี้ยง ........./......../......... ความคิดเห็นของผู้บริหาร ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................ (ลงชื่อ).............................................................. (นางสาวจุฑาทิพย์ รวมธรรม) รองผู้บริหารสถานศึกษา .........../........./.... .....


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 เรื่อง เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ เวลา 2 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 พลังงาน รวม 15 ชั่วโมง วิชา ว 32105 วิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผู้สอน นายสุทธิราช วงศ์คำ สาระที่2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของ สสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/14 ระบุสารประกอบอินทรีย์ประเภทไฮโดรคาร์บอนว่าอิ่มตัวหรือไม่อิ่มตัวจากสูตรโครงสร้าง สาระสำคัญ การขุดเจาะปิโตรเลียมจะได้เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ จำพวกแก๊สธรรมชาติและน้ำมันดิบ เมื่อนำมาผ่าน กระบวนการแยกจะได้แก๊สธรรมชาติที่มีองค์ประกอบหลักเป็นมีเทน(CH4 ) ออกมาก่อน เนื่องจากมีเทนมีจุดเดือดต่ำ เพียง -161.5 องศาเซลเซียส ส่วนองค์ประกอบที่เหลือจะเข้าสู่กระบวนการกลั่นลำดับส่วน เพื่อแยกองค์ประกอบออก จากกันตามลำดับจุดเดือด


จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) 1. อธิบายความหมายของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนได้ ด้านทักษะกระบวนการ (P) 2. ทดลองเพื่อตรวจสอบความไม่อิ่มตัวของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนได้ ด้านคุณลักษณะ (A) 3. มีวินัย อยู่อย่างพอเพียง และมุ่งมั่นในการทำงาน สาระการเรียนรู้ เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 2.1 การวิเคราะห์ 2.2 การสังเคราะห์ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4.1 กระบวนการทำงานกลุ่ม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. อยู่อย่างพอเพียง 3. มุ่งมั่นในการทำงาน


ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการอ่าน (Reading) 2. ทักษะการเขียน (Writing) 3. ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and Problem solving) 4. ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collabolation, teamwork And leadership) กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นสร้างความสนใจ 1. นักเรียนจัดกลุ่มกลุ่มละ 4 คน มอบหมายหน้าที่ภายในกลุ่ม ได้แก่ หมายเลข 1 ผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) หมายเลข 2 ผู้วางแผนการทำงาน (Planner) หมายเลข 3 ผู้จัดการองค์ความรู้และนำเสนอ (Knowledge Management Manager and Present) และหมายเลข 4 ผู้นำเสนอ โดยให้นักเรียนภายในกลุ่มหมุนเวียนหน้าที่ กันทุกครั้ง 2. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ ภาระงาน/ชิ้นงาน และเกณฑ์การประเมินผล 3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ ในประเด็นดังนี้ - เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ หมายถึงอะไร ( แนวคำตอบ คือ เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ คือเชื้อเพลิงที่ได้จากสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่เกิด จากการทับถมของซากพืชซากสัตว์ ภายใต้พื้นโลก) - เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เชื้อเพลิงที่เราใช้คือเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ ( แนวคำตอบ คือ เชื้อเพลิงเกือบทุกชนิดที่มีธาตุคาร์บอนและไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบ คือ เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์)


2. ขั้นสำรวจและค้นหา 4. หลังจากอภิปรายความรู้เรื่องเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูทำการแจ้งจุดประสงค์ กิจกรรมการทดลอง เรื่องการทดสอบความไม่อิ่มตัวของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน รวมถึงภาระงาน/ชิ้นงาน และ เกณฑ์การประเมินผล 5. ให้นักเรียนหมายเลข 1 คือผู้อำนวยความสะดวกมารับอุปกรณ์เพื่อใช้ในการทดลอง เรื่องความไม่ อิ่มตัวของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน รวมถึงรับใบความรู้ที่ 18 เรื่องเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ และแบบบันทึก การทดลองที่ 18 เรื่อง ความไม่อิ่มตัวของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน เพื่อใช้ในการบันทึกผลที่ได้จากการทำการ ทดลอง วิธีการทดลอง 1) เตรียมสารแอลเคนและแอลไคน์ลงไปในหลอดทดลองอย่างละ 2 cm3 2) จากนั้นเติมสารละลาย ไอโอดีนลงไปพร้อมกับนับจำนวนหยดของไอโอดีนที่ใช้ 3) ทำการเปรียบจำนวนหยดที่ใช้จนสารตัวอย่างคือแอ ลเคนและแอลไคน์แสดงสีของสารละลายไอโอดีนคือสีน้ำตาลแดง 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มทำการทดลองและบันทึกผลการทดลอง 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป 7. นักเรียนในแต่ละกลุ่มร่วมกันสนทนาและสรุปความรู้เรื่องความไม่อิ่มตัวของสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอน ที่เกิดขึ้นจากการทดลอง โดยเขียนเป็นสมการแสดงปฏิกิริยา 4. ขั้นขยายความรู้ 8. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงสาเหตุที่สีของสารละลายไอโอดีนหายไป เมื่อหยดลงไปในสาร ตัวอย่าง เนื่องจากสารแอลไคน์มีโครงสร้างที่มีพันธะคู่ภายในโครงสร้าง เมื่อหยดไอโอดีนลงไป ไอโอดีนจะ เกิดปฏิกิริยาการเติม ทำให้สีของไอโอดีนหายไป ส่วนแอลเคนเป็นสารที่อิ่มตัวดังนั้นเมื่อเติมไอโอดีนสีของไอโอดีน จึงปรากฏได้เร็วกว่า 9. เรานำหลักการนี้ไปใช้ในการทดสอบว่า น้ำมันพืชชนิดใดมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวมากกว่ากัน 10. นักเรียนและครูร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมการทำงานกลุ่มและให้ข้อแนะนำสำหรับ พฤติกรรมที่ควรปรับปรุงในคราวต่อไป 11. ก่อนเลิกเรียนให้นักเรียนกลุ่มที่ได้รับมอบหมายให้ทำความสะอาดห้องเรียนให้เรียบร้อยโดย เรียงลำดับจากกลุ่มที่ 1 – 8 ไปเรื่อยๆ หากครบรอบก็ให้เริ่มที่กลุ่ม 1 ใหม่อีกครั้ง


5. ขั้นประเมิน 12. ครูตรวจบันทึกผลการทดลองเรื่อง ความไม่อิ่มตัวของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน 13. ครูสังเกตความร่วมมือในการทำงานของสมาชิกในกลุ่ม สื่อ/นวัตกรรม และแหล่งการเรียนรู้ 1. สไลด์นำเสนอเรื่องเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ 2. ใบความรู้เรื่องเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ 3. แบบบันทึกผลการทดลองเรื่อง ความไม่อิ่มตัวของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน 4. คอมพิวเตอร์ 5. ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ 6. เครื่องฉายภาพ Projector


การวัดผลและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge) 1. อธิบายความหมายของสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอนได้ 1. ตรวจแบบ บันทึกผลการ ทดลอง 2. สังเกตการ นำเสนอหน้าชั้น เรียน 1. แบบตรวจ บันทึกผลการ ทดลอง 18 เรื่อง ความไม่อิ่มตัว ของสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอน การนำเสนอ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ด้านทักษะ (Process) 2. ทดลองเพื่อตรวจสอบความไม่อิ่มตัว ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนได้ สังเกต พฤติกรรม กระบวนการ ทำงานกลุ่ม แบบสังเกต พฤติกรรม กระบวนการ ทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพ 2 ด้านคุณคุณธรรม จริยธรรม และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์(Attitude) 3. มีวินัย อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นใน การทำงาน สังเกต พฤติกรรม แบบประเมินด้าน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพ 2


วิชา ว 32103 วิทยาศาสตร์กายภาพ หน่วยการเรียนรู้ที่4 เชื้อเพลิง ใบความรู้ที่ 18 เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ เวลา 15 นาที จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมายของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนได้ เนื้อหา สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียมและแก๊สธรรมชาติ มีประโยชน์หลากหลายมีทั้ง ที่ใช้ในครัวเรือน ไปจนถึงใช้เป็นเชื้อเพลิงในเครื่องบินไอพ่น และใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอีกหลายประเภท นักเรียนจึงควรรู้จักลักษณะและสมบัติบางประการของสารประกอบเหล่านี้ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon compound) คือ สารที่ประกอบด้วยธาตุคาร์บอน (C) และ ไฮโดรเจน (H) เป็นองค์ประกอบเท่านั้น เช่น มีเทน (CH4 ) บิวเทน (C4H10) สารประกอบไฮโดรคาร์บอนมี จำนวนมากมายหลายชนิด เพราะคาร์บอนอะตอมสามารถร้างพันธะกับคาร์บอนด้วยกันเองได้ด้วยพันธะเดี่ยว พันธะคู่ พันธะสาม คาร์บอนต่อกันเป็นสายยาวหรือแตกเป็นกิ่งก้านสาขา หรือคาร์บอนต่อกันแบบปลายปิดขอเป็น วง เกิดเป็นสารประกอบอย่างมากมาย โครงสร้างของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนแบ่งตามการต่อกันของคาร์บอนอะตอมในโมเลกุลออกเป็น 2 แบบ คือ - สารประกอบไฮโดรคาร์บอนแบบโซ่เปิด (Open Chains) เป็นโครงสร้างของสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอนที่มีคาร์บอนต่อกันเป็นสาย ถ้าในสายของโซเปิดคาร์บอนทุกอะตอมต่อกันเป็นสายยาวไม่มี กิ่งก้านสาขา เรียกว่า แบบโซ่ตรง (Straight Chains) และถ้ามีคาร์บอนบางอะตอมต่อเป็นกิ่งกับคาร์บอนอะตอม ในสายยาว เรียกว่า แบบโซ่กิ่ง (Branched Chains) ตัวอย่าง แบบโซ่ตรง แบบโซ่กิ่ง


- สารประกอบไฮโดรคาร์บอนแบบวง (Closed Chains) เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีคาร์บอน ต่อกันเป็นวง สารประกอบไฮโดรคาร์บอนเป็นสารที่คาร์บอนต่อกันเป็นวง อาจเป็นสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ห้าเหลี่ยม หรือหกเหลี่ยมตัวอย่าง เช่น ประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ก า ร จำแนก ประเภท ข อ ง สารประกอบไฮโดรคาร์บอน โดยอาศัยลักษณะโครงสร้างโมเลกุลเป็นเกณฑ์ แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท 1.อะลิฟาติกไฮโดรคาร์บอน (Aliphatic Hydrocarbon) เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่อะตอมของ คาร์บอนต่อกันเป็นสายยาวต่อเนื่องกันไปเป็นโซ่ตรง หรือเป็นแขนงแตกกิ่งก้าน โดยมีพันธะของคาร์บอนเป็นพันธะ เดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสาม อะลิฟาติกไฮโดรคาร์บอน แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ 1.1 แอลเคน (alkane) เช่น methane (CH4 ) 1.2 แอลคีน (alkene) เช่น propene (C3H6 ) 1.3 แอลไคน์ (alkyne) เช่น ethyne (C2H2 ) methane (CH4 ) propene (C3H6 ) ethyne (C2H2 ) 2.ไซคลิกอะลิฟาติกไฮโดรคาร์บอน (Cyclicaliphatic Hydrocarbon) เป็นสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอนที่อะตอมต่อกันเป็นวงปิด จะเป็นสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ห้าเหลี่ยม และหกเหลี่ยม ภายในโมเลกุล จะต้องมีคาร์บอนอย่างน้อย 3 อะตอม และคาร์บอนแต่ละอะตอมจะเกิดพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสามก็ได้ ไซโคลแอลเคน ไซโคลแอลคีน หรือ


3.อะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (Aromatic Hydrocarbon) เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่เป็นเบน ซีน หรือมีวงของเบนซีนเป็นองค์ประกอบร่วมอยู่ด้วย สมบัติบางประการของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน 1. แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล สารประกอบไฮโดรคาร์บอนทุกชนิด จะประกอบด้วยธาตุ C และ H พันธะที่เกิดจาก C กับ C จะเป็น พันธะเดี่ยว (C - C), พันธะคู่ (C= C) หรือพันธะสาม (C = C) มีผลต่างของอิเล็ก โทรเนกาตีวิตีเป็นศูนย์ จึงเป็นพันธะไม่มีขั้วและพันธะที่เกิดจาก C กับ H มีผลต่างของค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีมีค่า น้อยมาก จึงถือว่าเป็นพันธะไม่มีขั้ว ดังนั้นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนทุกชนิดจัดเป็นโมเลกุลไม่มีขั้วแรงยึดเหนี่ยว ระหว่างโมเลกุลของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนเป็นแรงแวนเดอร์วาลส์ 2. จุดเดือด และจุดหลอมเหลว ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนต่ำ เมื่อเทียบกับสารอื่น ๆ ที่มีมวล โมเลกุล ใกล้เคียงกัน สารประกอบไฮโดรคาร์บอนพวกเดียวกัน จุดเดือด และจุดหลอมเหลวเปลี่ยนตามมวล โมเลกุล หรือจำนวนคาร์บอนอะตอมที่เกิดขึ้น เช่น CH3CH3 มีจุดเดือด จุดหลอมเหลวสูงกว่า CH4 สารประกอบ ไฮโดรคาร์บอนต่างชนิดที่มีคาร์บอนอะตอมเท่ากัน และคาร์บอนต่อกันเป็นโซ่ สายยาวเรียงลำดับ จุด เดือดสูง ---> ต่ำ ดังนี้ แอลไคน์ > แอลเคน > แอลคีน 3. ความหนาแน่น สารประกอบไฮโดรคาร์บอนมีความหนาแน่นต่ำ โดยทั่วไปความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ เช่น เพนเทน (C5H12) มีความหนาแน่น 0.626 g/cm3 ส่วนน้ำมีความหนาแน่น 1 g/cm3 4. สถานะ สารประกอบไฮโดรคาร์บอนจะมีสถานะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับมวลโมเลกุล หรือจำนวน คาร์บอน อะตอมเป็นเกณฑ์ สารประกอบไฮโดรคาร์บอนใดมีมวลโมเลกุลน้อย (จำนวนคาร์บอนอะตอมน้อย) จะมี แรงแวนเดอร์วาลส์ต่ำ โมเลกุลอยู่ห่างกัน จะมีสถานะเป็นก๊าซ ส่วนประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีมวลโมเลกุลมาก (จำนวนคาร์บอนอะตอมมาก) จะมีแรงแวนเดอร์วาลส์สูง โมเลกุลอยู่ใกล้ชิดกันทำให้สถานะเป็นของแข็ง สารประกอบไฮโดรคาร์บอนมีสถานะต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้ - ก๊าซ ได้แก่ สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มี C1 - C4 เช่น CH4 , C2H6 ,C2H4 - ของเหลว ได้แก่ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน C5 - C17 เช่น C6H14, C8H18 - ของแข็ง ได้แก่ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน C18 ขึ้นไป เช่น C20H42


5. การละลายน้ำ การที่สารใดละลายในอีกสารหนึ่งได้นั้น อนุภาคของตัวถูกทำลายจะต้องแทรกเข้าไปอยู่ ระหว่างอนุภาคของตัวทำละลาย โดยเกิดแรงดึงดูดระหว่างตัวถูกละลายและตัวทำละลาย แล้วผสมเป็นสารเนื้อ เดียว Rule of Thumb "Like dissolved like" จากกฎนี้จะได้ว่า โมเลกุลโคเวเลนต์มีขั้วจะละลายในโมเลกุลโค เวนเลนต์มีขั้ว โมเลกุลโคเวเลนต์ไม่มีขั้ว จะละลายในโมเลกุลโคเวเลนต์ไม่มีขั้ว โมเลกุล โคเวเลนต์ใดที่ละลายน้ำได้ ควรเป็นโมเลกุลมีขั้ว ส่วนสารประกอบไฮโดรคาร์บอนเป็นโมเลกุลโคเวเลนต์ไม่มีขั้ว ดังนั้นจึงไม่ละลายน้ำ สารประกอบไฮโดรคาร์บอนละลายได้ดีในตัวทำลายที่เป็นโมเลกุลโคเวเลนต์ไม่มีขั้ว เช่น เบนซีน คาร์บอนเตตระ คลอไรด์ คลอโรฟรอม และไฮโดรคาร์บอนอื่น ๆ 6. การเผาไหม้สารประกอบไฮโดรคาร์บอนทุกชนิดสามารถเกิดปฏิกิริยาการเผาไหม้ในอากาศได้ โดยทำ ปฏิกิริยากับก๊าซออกซิเจน ในการเกิดปฏิกิริยาการเผาไหม้อาจจะเกิดการเผาไหม้สมบูรณ์ หรือไม่สมบูรณ์ ขึ้นอยู่ กับจำนวนออกซิเจน ถ้าจำนวนออกซิเจนมากจะเกิดการ เผาไหม้อย่างสมบูรณ์ ได้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และไอ น้ำ ไม่มีเขม่า แต่ถ้าจำนวนออกซิเจนน้อย จะเกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ได้ผลิตภัณฑ์ เป็นก๊าซคาร์บอนมอนอออก ไซด์ หรือ คาร์บอน กับไอน้ำ ซึ่งจะเกิดเขม่าขึ้น เมื่อเปรียบเทียบเขม่าของ แอลเคน แอลคีน และแอลไคน์ โดย จำนวน คาร์บอนเท่ากันได้ ดังนี้ แอลไคน์>แอลคีน>แอลเคน


วิชา ว 32103 วิทยาศาสตร์กายภาพ หน่วยการเรียนรู้ที่4 เชื้อเพลิง การทดลองที่ 18 ความไม่อิ่มตัวของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน เวลา 15 นาที จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ทดลองเพื่อตรวจสอบความไม่อิ่มตัวของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนได้ วิธีการทดลอง 1. เตรียมสารแอลเคนและแอลไคน์ลงไปในหลอดทดลองอย่างละ 2 cm3 2. จากนั้นเติมสารละลายไอโอดีนลงไปพร้อมกับนับจำนวนหยดของไอโอดีนที่ใช้ 3. ทำการเปรียบจำนวนหยดที่ใช้จนสารตัวอย่างคือแอลเคนและแอลไคน์แสดงสีของสารละลายไอโอดีนคือสี น้ำตาลแดง 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มทำการทดลองและบันทึกผลการทดลอง


วิชา ว 32103 วิทยาศาสตร์กายภาพ หน่วยการเรียนรู้ที่4 เชื้อเพลิง แบบบันทึกผลการทดลองที่ 18 ความไม่อิ่มตัวของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน เวลา 20 นาที วันที่……เดือน……………………..พ.ศ……………………. ชื่อ-สกุล………………………….กลุ่ม……..เลขที่……………ชั้น………….. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3. มีการทำงานร่วมกันและเกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1. เราใช้เกณฑ์อะไรในการจำแนกว่าสารประกอบไฮโดรคาร์บอนนั้นเป็นสารอิ่มตัวหรือไม่อิ่มตัว ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. เพราะเหตุใดสีของไอโอดีนจึงหายไปเมื่อหยดลงไปในสารประกอบแอลไคน์ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………….


………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………. 3. จงเขียนแสดงปฏิกิริยาการเติมของไอโอดีนในโครงสร้างสารประกอบแอลไคน์ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………….


บันทึกผลหลังสอน ผลการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................ ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ............................... (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายสุทธิราช วงศ์คำ) ครูผู้สอน ........./......../.........


ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................ (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายประสิทธิ์ แก้วงาม) ครูพี่เลี้ยง ........./......../......... ความคิดเห็นของผู้บริหาร ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................ (ลงชื่อ).............................................................. (นางสาวจุฑาทิพย์ รวมธรรม) รองผู้บริหารสถานศึกษา .........../........./.... .....


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 เรื่อง ตัวเร่งและตัวหน่วงปฏิกิริยา เวลา 3 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 พลังงาน รวม 15 ชั่วโมง วิชา ว 32105 วิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผู้สอน นายสุทธิราช วงศ์คำ สาระที่2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของ สสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/21 ทดลองและอธิบายผลของความเข้มข้น พื้นที่ผิว อุณหภูมิ และตัวเร่งปฏิกิริยา ที่มีผลต่ออัตราการ เกิดปฏิกิริยา สาระสำคัญ ตัวเร่งปฏิกิริยา เป็นสารที่เติมลงไปในปฏิกิริยาโดยสารเหล่านี้จะไม่มีผลต่อการเกิดผลิตภัณฑ์ ของ ปฏิกิริยาทำให้ปฏิกิริยาแต่จะมีผลไปลดค่าพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยา แต่จะมีผลไปลดค่าพลังงานก่อกัมมันต์ ของปฏิกิริยาทำให้ปฏิกิริยานั้นเกิดได้ ง่ายมากขึ้น และหลังจากการเกิดปฏิกิริยาแล้ว ตัวเร่งปฏิกิริยาที่ใส่ลงไปจะ ยังคงมีสมบัติและปริมาณเหมือนเดิม ตัวหน่วงปฏิกิริยา เป็นสารที่เติมลงไปในปฏิกิริยาโดยที่สารเหล่านี้จะไม่มีผล ต่อการเกิด ผลิตภัณฑ์ของปฏิกิริยา แต่จะมีผลไปเพิ่มค่าพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยา จึงทำให้สารเกิดปฏิกิริยา ได้ยากขึ้นหรือมีผลยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาแล้ว ตัวหน่วงปฏิกิริยาทางเคมีและมีมวลเท่าเดิม แต่อาจมีสมบัติทางภาพ บางอย่างเปลี่ยนแปลงไป


จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) 2. อธิบายผลของตัวเร่งและตัวหน่วงปฏิกิริยาได้ ด้านทักษะกระบวนการ (P) 2. สืบค้นอภิปราย และนำเสนอผลของตัวเร่งและตัวหน่วงปฏิกิริยาได้ ด้านคุณลักษณะ (A) 3. มีวินัย อยู่อย่างพอเพียง และมุ่งมั่นในการทำงาน สาระการเรียนรู้ ตัวเร่งและตัวหน่วงปฏิกิริยา สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 2.1 การวิเคราะห์ 2.2 การสังเคราะห์ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4.1 กระบวนการทำงานกลุ่ม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4. มีวินัย 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทำงาน


ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 5. ทักษะการอ่าน (Reading) 6. ทักษะการเขียน (Writing) 7. ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and Problem solving) 8. ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collabolation, teamwork And leadership) กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นสร้างความสนใจ 1. นักเรียนจัดกลุ่มกลุ่มละ 4 คน มอบหมายหน้าที่ภายในกลุ่ม ได้แก่ หมายเลข 1 ผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) หมายเลข 2 ผู้วางแผนการทำงาน (Planner) หมายเลข 3 ผู้จัดการองค์ความรู้และนำเสนอ (Knowledge Management Manager and Present) และหมายเลข 4 ผู้นำเสนอ โดยให้นักเรียนภายในกลุ่มหมุนเวียนหน้าที่ กันทุกครั้ง 2. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ ภาระงาน/ชิ้นงาน และเกณฑ์การประเมินผล 3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับตัวเร่งปฏิกิริยา ในประเด็นดังนี้ - ตัวเร่งปฏิกิริยา หมายถึงอะไร ( แนวคำตอบ คือ ตัวเร่งปฏิกิริยา คือการทำให้ปฏิกิริยาเกิดเร็วขึ้น โดยการใส่วัตถุที่ทำให้ปฏิกิริยา เปลี่ยนแปลงความเร็วเรียกว่า ตัวเร่ง ซึ่งการเร่งปฏิกิรยาจะไม่มีผลต่อผลิตภัณฑ์เมื่อสิ้นสุดปฏิกิริยา มีทั้งตัวเร่ง ปฏิกิริยาทางเคมี เช่น โลหะ และตัวเร่งปฏิกิริยาทางชีวภาพ เช่น เอนไซม์) - ตัวหน่วงปฏิกิริยา หมายถึงอะไร ( แนวคำตอบ คือ สารที่เติมลงไปในปฏิกิริยาแล้วทำให้ปฏิกิริยาเกิดขึ้นช้าลง หรือทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลง และเมื่อสิ้นสุดปฏิกิริยา ตัวหน่วงปฏิกิริยาจะกลับคืนมาเหมือนเดิมและมีมวลคงที่ แต่สมบัติทางกายภาพอาจ เปลี่ยนแปลงไป)


2. ขั้นสำรวจและค้นหา 4. หลังจากอภิปรายความรู้เรื่องตัวเร่งและตัวหน่วงปฏิกิริยาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครูทำการแจ้ง จุดประสงค์กิจกรรม เรื่องตัวเร่งและตัวหน่วงปฏิกิริยา รวมถึงภาระงาน/ชิ้นงาน และเกณฑ์การประเมินผล 5. ให้นักเรียนหมายเลข 1 คือผู้อำนวยความสะดวกมารับอุปกรณ์กระดาษบรู๊ฟเพื่อใช้ในการสรุปองค์ ความรู้ เรื่องตัวเร่งและตัวหน่วงปฏิกิริยา รวมถึงรับใบความรู้ที่ 19 เรื่องตัวเร่งและตัวหน่วงปฏิกิริยาและแบบ บันทึกการทดลองที่ 19 เรื่อง ตัวเร่งและตัวหน่วงปฏิกิริยา 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มทำการการศึกษาค้นคว้าและสรุปองค์ความรู้เพื่อนำเสนอ 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป 7. นักเรียนในแต่ละกลุ่มร่วมกันสนทนาและสรุปความรู้เรื่องตัวเร่งและตัวหน่วงปฏิกิริยาโดยการนำเสนอ หน้าชั้นเรียน การแลกเปลี่ยนสอบถามและตอบคำถามแก่เพื่อนในชั้นเรียน 4. ขั้นขยายความรู้ 8. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงสาเหตุที่อาหารจะมีการเน่าเสียช้าหรือเร็ว ขึ้นอยู่กับชนิดของ อาหาร อุณหภูมิที่ใช้ในการเก็บรักษา และการสัมผัสกับอากาศและความชื้น 9. เรานำหลักการนี้ไปใช้ในการรักษาคุณภาพของออาหาร เช่น แช่ในตู้เย็นเพื่อให้อาหารเสียได้ช้าลง หรือใส่สารดูดความชื้นเพือป้องกันการขึ้นราของขนม 10. นักเรียนและครูร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมการทำงานกลุ่มและให้ข้อแนะนำสำหรับ พฤติกรรมที่ควรปรับปรุงในคราวต่อไป 11. ก่อนเลิกเรียนให้นักเรียนกลุ่มที่ได้รับมอบหมายให้ทำความสะอาดห้องเรียนให้เรียบร้อยโดย เรียงลำดับจากกลุ่มที่ 1 – 8 ไปเรื่อยๆ หากครบรอบก็ให้เริ่มที่กลุ่ม 1 ใหม่อีกครั้ง 5. ขั้นประเมิน 12. ครูตรวจบันทึกผลการทดลองเรื่อง ตัวเร่งและตัวหน่วงปฏิกิริยา 13. ครูสังเกตความร่วมมือในการทำงานของสมาชิกในกลุ่ม


สื่อ/นวัตกรรม และแหล่งการเรียนรู้ 7. สไลด์นำเสนอเรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยา 8. ใบความรู้เรื่องตัวเร่งและตัวหน่วงปฏิกิริยา 9. คอมพิวเตอร์ 10. ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ 11. เครื่องฉายภาพ Projector


การวัดผลและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge) 1. อธิบายผลของตัวเร่งและตัวหน่วง ปฏิกิริยาได้ 1. ตรวจแบบ บันทึกผลการ ทดลอง 2. สังเกตการ นำเสนอหน้าชั้น เรียน 1. แบบตรวจ บันทึกผลการ ทดลอง 19 เรื่อง ตัวเร่งและตัว หน่วงปฏิกิริยา ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ด้านทักษะ (Process) 2. สืบค้นอภิปราย และนำเสนอผลของ ตัวเร่งและตัวหน่วงปฏิกิริยาได้ สังเกต พฤติกรรม กระบวนการ ทำงานกลุ่ม แบบสังเกต พฤติกรรม กระบวนการ ทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพ 2 ด้านคุณคุณธรรม จริยธรรม และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์(Attitude) 3. มีวินัย อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นใน การทำงาน สังเกต พฤติกรรม แบบประเมินด้าน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพ 2


วิชา ว 32103 วิทยาศาสตร์กายภาพ หน่วยการเรียนรู้ที่4 เชื้อเพลิง ใบความรู้ที่ 19 ตัวเร่งและตัวหน่วงปฏิกิริยา เวลา 15 นาที จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายผลของตัวเร่งและตัวหน่วงปฏิกิริยาได้ เนื้อหา ตัวเร่งปฏิกิริยา (catalyst) ในบางกรณี การเพิ่มอัตราการเกิดปฏิกิริยาโดยเพิ่มอุณหภูมิหรือความเข้มข้นของ สารตั้งต้นอาจไม่เหมาะในเชิงปฏิบัติ วิธีที่เหมาะที่สุดคือ การเติมตัวเร่งปฏิกิริยาลงไป เช่น การเตรียมแก๊ส ออกซิเจน (O2 ) จากการเผาโพแทสเซียมคลอเรต (KClO3 ) จะได ้O2 ค่อนข้างช้า ถ้าเราเติมแมงกานีสไดออกไซด์ (MnO2 ) ลงไปด้วย MnO2 จะช่วยเร่งให้เกิด O2 ได้เร็วขึ้น แต่สุดท้ายแล้วมันเองจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง มีเพียง KClO3 เท่านั้นที่เปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ คือ KCl และ O2 เราจึงให้ความหมายของตัวเร่งปฏิกิริยาว่าเป็นสารที่ทำให้ อัตราการเกิดปฏิกิริยาสูงขึ้นโดยที่สารตัวเร่งปฏิกิริยาสามารถกลับคืนสู่รูปเดิมได้ ตัวเร่งปฏิกิริยาอาจจะเข้าทำ ปฏิกิริยาแล้วเกิดเป็นสารมัธยันตร์ (intermediate) แต่ก็จะกลับคืนรูปเดิมได้ในปฏิกิริยาย่อยขั้นต่อๆ ไป การอธิบายว่าตัวเร่งปฏิกิริยาเป็นปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา ก็ยังคงต้องใช้ทฤษฎีการชน และ กราฟการกระจายอนุภาคของแมกซ์เวล-โบลซ์มันน์เช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ดังนี้ ก า ร แ จ ก แจงพลังงานของอนุภาคเมื่อไม่มีตัวเร่งปฏิกิริยา การแจกแจงพลังงานของอนุภาคเมื่อมีตัวเร่งปฏิกิริยา


รูปแรกเราคงคุ้นเคยกันดีแล้ว ส่วนรูปที่สองเป็นกราฟการแจกแจงพลังงานของอนุภาคเมื่อมีตัวเร่งปฏิกิริยา จะสังเกตได้ว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไป สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ ตำแหน่งของพลังงานก่อกัมมันต์เลื่อนมาทางซ้ายมากขึ้น จำนวนอนุภาคทางขวาของพลังงานก่อกัมมันต์มีมากขึ้น จึงเพิ่มโอกาสให้อนุภาคเกิดปฏิกิริยามากขึ้น ดังนั้นการใช้ ตัวเร่งปฏิกิริยาจึงทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง โปรดระวังว่า ตัวเร่งปฏิกิริยาไม่ได้เป็นตัวลดหรือทำให้พลังงานก่อกัมมันต์ลดลง แต่เป็นวิถี (pathway) หรือเส้นทางเลือกซึ่งมีพลังงานก่อกัมมันต์ต่ำกว่าพลังงานก่อกัมมันต์เดิม ที่กล่าวเช่นนี้ได้ก็เพราะอนุภาคที่มี พลังงานสูง(อยู่แล้ว)ก็ยังสามารถชนกันแล้วเกิดปฏิกิริยาที่สภาวะเดิมที่ไม่มีตัวเร่งปฏิกิริยาได้ ถ้าพิจารณากราฟการเปลี่ยนแปลงพลังงานเมื่อปฏิกิริยาดำเนินไป จะเป็นดังตัวอย่างต่อไปนี้ สมมติว่าปฏิกิริยามีค่าคงที่อัตราเป็น k และมีพลังงานก่อกัมมันต์เป็น Ea ดังสมการ ถ้าใส่ตัวเร่งปฏิกิริยาลงไปด้วย จะได้ค่าคงที่อัตราเป็น kc ซึ่งเรียกว่า ค่าคงที่อัตราเมื่อถูกเร่ง (catalytic rate constant) อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่ถูกเร่งจะสูงกว่าอัตราการเกิดปฏิกิริยาที่ไม่มีตัวเร่ง เพราะตัวเร่งปฏิกิริยาจะช่วยเพิ่ม เส้นทางที่มีพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาลดลง ทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาสูงขึ้น แต่พลังงานรวมของสารตั้งต้น และสารผลิตภัณฑ์จะไม่เปลี่ยนแปลง ดังแสดงในกราฟ


ก ร า ฟ แ ส ด ง ก า ร เ ป ร ี ย บ เ ท ี ย บ พ ล ั ง ง า น ก ่ อ ก ั ม ม ั น ต ์ ข อ ง ป ฏ ิ ก ิ ร ิ ย า ก) เมื่อไม่มีตัวเร่งปฏิกิริยา ข) เมื่อมีตัวเร่งปฏิกิริยา จากกราฟ เราจะเห็นได้ว่า พลังงานก่อกัมมันต์ Ea ลดลงเป็น E'a และพลังงานก่อกัมมันต์ลดลงทั้งปฏิกิริยาที่ เกิดไปข้างหน้าและย้อนกลับ ดังนั้นตัวเร่งปฏิกิริยาจึงเพิ่มอัตราการเกิดปฏิกิริยาทั้งปฏิกิริยาที่เกิดไปข้างหน้าและ ปฏิกิริยาที่เกิดย้อนกลับ การดำเนินไปของ ปฏิกิริยา (reaction progress) การเปลี่ยนแปลงระหว่างสารตั้งต้นกับสารผลิตภัณฑ์ เมื่อเวลาดำเนินไป ซึ่งอาจเกิดขึ้น หลายขั้นตอนและอาจมีสารมัธยันตร์ (intermediate) เกิดขึ้นระหว่างปฏิกิริยาก็ได้


วิชา ว 32103 วิทยาศาสตร์กายภาพ หน่วยการเรียนรู้ที่4 เชื้อเพลิง ใบงานที่ 19 ตัวเร่งและตัวหน่วงปฏิกิริยา เวลา 20 นาที วันที่……เดือน……………………..พ.ศ……………………. ชื่อ-สกุล………………………….กลุ่ม……..เลขที่……………ชั้น………….. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2. สืบค้นอภิปราย และนำเสนอผลของตัวเร่งและตัวหน่วงปฏิกิริยาได้ 1. ให้นักเรียนเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้น ในการทดลองเรื่องอุณหภูมิกับอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 2. อุณหภูมิช่วยให้เกิดปฏิกิริยาเคมีได้เร็วขึ้นเพราะเหตุใด จงอธิบาย ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….


…………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 3. เพราะเหตุใดในการเกิดปฏิกิริยาเคมี บางปฏิกิริยาเกิดได้ดีที่อุณหภูมิสูงแต่บางปฏิกิริยาเกิดปฏิกิริยาได้ดีที่ อุณหภูมิต่ำ จงอธิบาย ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….


บันทึกผลหลังสอน ผลการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................ ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ............................... (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายสุทธิราช วงศ์คำ) ครูผู้สอน ........./......../.........


ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................ (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายประสิทธิ์ แก้วงาม) ครูพี่เลี้ยง ........./......../......... ความคิดเห็นของผู้บริหาร ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................ (ลงชื่อ).............................................................. (นางสาวจุฑาทิพย์ รวมธรรม) รองผู้บริหารสถานศึกษา .........../........./.... .....


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 เรื่อง อุณหภูมิกับการเกิดปฏิกิริยา เวลา 3 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 พลังงาน รวม 15 ชั่วโมง วิชา ว 32103 วิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผู้สอน นายสุทธิราช วงศ์คำ สาระที่2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของ สสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/21 ทดลองและอธิบายผลของความเข้มข้น พื้นที่ผิว อุณหภูมิ และตัวเร่งปฏิกิริยา ที่มีผลต่ออัตราการ เกิดปฏิกิริยา สาระสำคัญ เมื่อวางชิ้นโลหะแมกนีเซียมไว้ในอากาศที่อุณหภูมิห้อง ผิวของโลหะจะเปลี่ยนเป็นสีเทาอย่างช้าๆ เนื่องจาก เกิดปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจนในอากาศ ได้แมกนีเซียมออกไซด์ฉาบอยู่ที่ผิว แต่ถ้านำโลหะแมกนีเซียมไปเผาในอากาศ จะได้ผงแมกนีเซียมออกไซด์ภายในเวลาไม่กี่นาที ทำให้ตั้งข้อสังเกตได้ว่าอุณหภูมิน่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้ ปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นได้เร็วช้าหรือเร็ว


จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) 3. อธิบายผลของอุณหภูมิต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมีได้ ด้านทักษะกระบวนการ (P) 2. ทำการทดลองผลของอุณหภูมิที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมีได้ ด้านคุณลักษณะ (A) 3. มีวินัย อยู่อย่างพอเพียง และมุ่งมั่นในการทำงาน สาระการเรียนรู้ อุณหภูมิกับการเกิดปฏิกิริยา สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 2.1 การ วิเคราะห์ 2.2 การสังเคราะห์ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4.1 กระบวนการทำงานกลุ่ม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 7. มีวินัย 8. อยู่อย่างพอเพียง 9. มุ่งมั่นในการทำงาน


ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 9. ทักษะการอ่าน (Reading) 10. ทักษะการเขียน (Writing) 11. ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and Problem solving) 12. ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collabolation, teamwork And leadership) กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นสร้างความสนใจ 1. นักเรียนจัดกลุ่มกลุ่มละ 4 คน มอบหมายหน้าที่ภายในกลุ่ม ได้แก่ หมายเลข 1 ผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) หมายเลข 2 ผู้วางแผนการทำงาน (Planner) หมายเลข 3 ผู้จัดการองค์ความรู้และนำเสนอ (Knowledge Management Manager and Present) และหมายเลข 4 ผู้นำเสนอ โดยให้นักเรียนภายในกลุ่มหมุนเวียนหน้าที่ กันทุกครั้ง 2. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ ภาระงาน/ชิ้นงาน และเกณฑ์การประเมินผล 3. ครูให้นักเรียนสำรวจว่า ในชีวิตประจำวันของเราอุณหภูมิมีผลต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวเราอย่างไรบ้าง เช่น อุณหภูมิมีผลต่ออาหารอย่างไร อุณหภูมิมีผลต่อการเผาไหม้อย่างไร 2. ขั้นสำรวจและค้นหา 4. หลังจากที่ออกแบบการทดลอง และมอบหมายหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มแล้ว ผู้อำนวยความสะดวกจะ เป็นตัวแทนออกมารับอุปกรณ์การทดลอง เพื่อทำกิจกรรมในขั้นต่อไป 5. ใส่สารละลายกรดออกซาลิก 0.05 mol/dm3 10 หยด และสารละลายกรดซัลฟิวริก 1.0 mol.dm3 5 หยด ในหลอดทดลองขนาดเล็ก แล้วเติมสารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต 0.005 mol/dm3 ลงไป 10 หยด เขย่า วัดอุณหภูมิ และจับเวลาตั้งแต่เติมสารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตลงไป จนกระทั้งสารละลาย เปลี่ยนเป็นไม่มีสี 6. ทำการทดลองเช่นเดียวกับข้อ 1 แต่นำหลอดใส่สารละลายผสมระหว่างกรดออกซาลิกกับกรด ซัลฟิวริก ไปแช่น้ำร้อนที่ควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ประมาณ 60 ๐C เป็นเวลา 5 นาที แล้วจึงเติมสารละลาย โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตลงไป เขย่าและจับเวลา


7. ทำการทดลองเช่นเดียวกับข้อ 2 อีก 2 ครั้ง โดยควบคุมอุณหภูมิของน้ำประมาณ 40 ๐C และ 20 ๐C ตามลำดับ 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป 8. ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจะสังเกตได้จากการเปลี่ยนสีของสารละลาย จากสีม่วงเป็นสีชมพูอ่อน เนื่องจาก เปอร์แมงกาเนตไอออน (MnO4 - ) มีสีม่วง เมื่อทำปฏิกิริยาจะเปลี่ยนไปเป็นแมงกานีส (II) ไอออน (Mn2+) ซึ่งเป็น สารสีชมพูอ่อน แต่ถ้าเจือจางมากจะได้สารละลายใสไม่มีสี 9. จากการทดลองทำให้ทราบว่า ที่อุณหภูมิสูงปฏิกิริยาเคมีเกิดได้เร็วกว่าที่อุณหภูมิต่ำ แสดงว่าอุณหภูมิ มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 4. ขั้นขยายความรู้ 10. เรานำหลักการนี้ไปใช้ในการเร่งปฏิกิริยาให้เกิดเร็วขึ้น เช่นการบ่มมะม่วงโดยใช้แคลเซียมคาร์ไบด์ 11. นักเรียนและครูร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมการทำงานกลุ่มและให้ข้อแนะนำสำหรับ พฤติกรรมที่ควรปรับปรุงในคราวต่อไป 12. ก่อนเลิกเรียนให้นักเรียนกลุ่มที่ได้รับมอบหมายให้ทำความสะอาดห้องเรียนให้เรียบร้อยโดย เรียงลำดับจากกลุ่มที่ 1 – 8 ไปเรื่อยๆ หากครบรอบก็ให้เริ่มที่กลุ่ม 1 ใหม่อีกครั้ง 5. ขั้นประเมิน 13. ครูตรวจบันทึกผลการทดลองเรื่อง ความไม่อิ่มตัวของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน 14. ครูสังเกตความร่วมมือในการทำงานของสมาชิกในกลุ่ม สื่อ/นวัตกรรม และแหล่งการเรียนรู้ 12. สไลด์นำเสนอเรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยา 13. แบบบันทึกผลการทดลองเรื่อง อุณหภูมิกับการเกิดปฏิกิริยา 14. คอมพิวเตอร์ 15. ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ 16. เครื่องฉายภาพ Projector


การวัดผลและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge) 1. อธิบายผลของอุณหภูมิต่อการ เกิดปฏิกิริยาเคมีได้ 1. ตรวจแบบ บันทึกผลการ ทดลอง 2. สังเกตการ นำเสนอหน้าชั้น เรียน 1. แบบตรวจ บันทึกผลการ ทดลอง 20 เรื่อง อุณหภูมิกับการ เกิดปฏิกิริยา ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ด้านทักษะ (Process) 2. ทำการทดลองผลของอุณหภูมิที่มีผล ต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมีได้ สังเกต พฤติกรรม กระบวนการ ทำงานกลุ่ม แบบสังเกต พฤติกรรม กระบวนการ ทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพ 2 ด้านคุณคุณธรรม จริยธรรม และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์(Attitude) 3. มีวินัย อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นใน การทำงาน สังเกต พฤติกรรม แบบประเมินด้าน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพ 2


วิชา ว 32103 วิทยาศาสตร์กายภาพ หน่วยการเรียนรู้ที่4 เชื้อเพลิง ใบงานที่ 20 อุณหภูมิกับการเกิดปฏิกิริยา เวลา 15 นาที วันที่…………เดือน………………………………..พ.ศ. …………………….. ชื่อ-สกุล…………………………………………………..กลุ่ม………..เลขที่………….ชั้น……………. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายผลของอุณหภูมิต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมีได้ คำชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคำถามเรื่องอุณหภูมิ กับอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ให้ถูกต้อง 1. ให้นักเรียนเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้น ในการทดลองเรื่องอุณหภูมิกับอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….


2. อุณหภูมิช่วยให้เกิดปฏิกิริยาเคมีได้เร็วขึ้นเพราะเหตุใด จงอธิบาย ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 3. เพราะเหตุใดในการเกิดปฏิกิริยาเคมี บางปฏิกิริยาเกิดได้ดีที่อุณหภูมิสูงแต่บางปฏิกิริยาเกิดปฏิกิริยาได้ดีที่ อุณหภูมิต่ำ จงอธิบาย ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………


เฉลยใบงานที่ 20 1. ให้นักเรียนเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้น ในการทดลองเรื่องอุณหภูมิกับอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตอบ 5C2H2O4(aq) + 2MnO4- (aq) + 6H+(aq) 10CO2(g) + 2Mn2+(aq) + 8H2O(l) 2. อุณหภูมิช่วยให้เกิดปฏิกิริยาเคมีได้เร็วขึ้นเพราะเหตุใด จงอธิบาย ตอบ อุณหภูมิมีผลทำให้พลังงานจลน์ในการเคลื่อนที่ของโมเลกุลของอนุภาคของสาร ทำให้เคลื่อนที่ได้เร็วและ มากขึ้น ซึ่งช่วยให้มีโอกาสในการชนกันของอนุภาคของสารได้มากขึ้น ดังนั้นการเพิ่มอุณหภูมิจึงช่วยให้ปฏิกิริยาเคมี สามารถเกิดได้เร็วยิ่งขึ้น 3. เพราะเหตุใดในการเกิดปฏิกิริยาเคมี บางปฏิกิริยาจะทำให้สิ่งแวดล้อมอุณหภูมิสูงแต่บางปฏิกิริยาจะทำให้ สิ่งแวดล้อมมีอุณหภูมิต่ำ จงอธิบาย ตอบ เมื่อพิจารณาการเกิดปฏิกิริยาโดยใช้อุณหภูมิเป็นเกณฑ์ จะพบว่าปฏิกิริยาแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ 1) ปฏิกิริยาคายพลังงานคือปฏิกิริยาที่พลังงานของผลิตภัณฑ์ มีค่าสูงกว่าพลังงานรวมของสารตั้งต้น และ 2)ปฏิกิริยา ดูดพลังงานคือปฏิกิริยาที่พลังงานของผลิตภัณฑ์มรคาต่ำกว่าพลังงานของสารตั้งต้น


บันทึกผลหลังสอน ผลการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................ ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ............................... (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายสุทธิราช วงศ์คำ) ครูผู้สอน ........./......../.........


ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................ (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายประสิทธิ์ แก้วงาม) ครูพี่เลี้ยง ........./......../......... ความคิดเห็นของผู้บริหาร ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................ (ลงชื่อ).............................................................. (นางสาวจุฑาทิพย์ รวมธรรม) รองผู้บริหารสถานศึกษา .........../........./.... .....


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 18 เรื่อง แบตเตอรี่ เวลา 3 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 พลังงาน รวม 15 ชั่วโมง วิชา ว 32105 วิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผู้สอน นายสุทธิราช วงศ์คำ สาระที่2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร กับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของ สสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.5/23 อธิบายความหมายของปฏิกิริยารีดอกซ์ สาระสำคัญ เซลล์กัลวานิกแบ่งตามลักษณะปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ได้เป็น 2 ประเภทคือ เซลล์ปฐมภูมิ ซึ่งเป็น เซลล์กัลวานิกที่ปฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้วไม่สามารถเปลี่ยนผลิตภัณฑ์กลับมาเป็นสารตั้งต้นได้ จึงไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก เช่น ถ่านไฟฉาย เซลล์อัลคาไลน์ เซลล์ปรอท เซลล์เงิน ส่วนเซลล์กัลวานิกอีกประเภท หนึ่งคือ เซลล์ทุติยภูมิ เป็นเซลล์กลัวานิกที่นำไปใช้แล้วสามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาย้อนกลับโดยการอัดไฟหรือประจุ จึง นำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก เช่น เซลล์สะสมไฟฟ้าแบบตะกั่ว เซลล์นิกเกิล-แคดเมียม


Click to View FlipBook Version