กาพย์เรอ่ื งพระไชยสุริยา
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑
ผแู้ ต่ง พระสุนทรโวหาร (สุนทรภู่)
ทานองแต่ง - กาพยย์ านี ๑๑
- กาพยฉ์ บงั ๑๖
- กาพยส์ ุรางคนางค์ ๒๘
เริม่ ตน้ จากบทไหวค้ รู และเร่ิมเรอ่ื งกลา่ วถงึ พระไชยสุริยาเปน็ พระราชา
ครองเมืองสาวัตถมี มี เหสีช่อื พระนางสุมาลี แตเ่ ดมิ บ้านเมอื งมีความสงบ
สขุ ดเี พราะทกุ ฝ่ายต่างเปน็ คนดี แมแ้ ต่ชาวเมอื งอื่นก็เขา้ มาคา้ ขาย ราษฎร
ก็ทาไรน่ าไดผ้ ลผลติ ดี
ต่อมาเสนาอามาตย์ ข้าราชการ และประชาชนพลเมืองเกดิ ความโลภ
ประพฤตติ นเหลวไหล ไมร่ จู้ ักบญุ คณุ ไมต่ ั้งมน่ั ในศีลในธรรม แม้กระทงั่ นกั
บวชกไ็ มป่ ฏบิ ัติตามคาสอนของศาสนา บา้ นเมืองจงึ เกดิ ความเดือนร้อนไป
ทวั่ จนกระท่งั วนั หนึง่ เกดิ นา้ ป่าไหลเขา้ ทว่ มบ้านเมอื ง บ้างก็ตาย บา้ งกห็ นี
ไปอยู่เมืองอ่ืน
พระไชยสรุ ิยาพาพระมเหสแี ละข้าราชบริพาร เสนาอามาตย์ นาเสบียงอาหารลงเรือ
สาเภา“แTลhน่ isออisกไaปqในuทoะteเล, wแoตrถ่ dกู sพายพุ ัดอับปางลง ผ้ตู ดิ ตามทง้ั หลายตกเปน็
เหย่ือfuเตllา่ oปf ลwาisแdลoะจmมนth้าaตtายหมด เหลอื แตพ่ ระไชยสุรยิ าทีว่ า่ ยนา้ พานางสุมาลี
เขา้ ฝง่ั soแลmะeไดoร้nบั eคiวmามpลoาrบtaาnกt sแaตiก่ dอ็ ดทนอย่ใู นปา่ อยา่ งสงบ
and can make the reader
gพeรtะอinนิ sทpรi์เrกeดิ dค.”วามเมตตาตอ่ พระไชยสรุ ยิ า จงึ ลงมาสง่ั สอนทั้งสองพระองค์
ใอหยต้่างั้งมเ—คง่ั Sรอ่งoยคm่ใู รนeดั ศoีลnจธeนรสFรามaเรmค็จวoมาuมรsรดคี ทผล้ังสเอมงอื่ พตราะยอไงปคจจ์ งึ งึไบดข้วชึน้ เสปว็นรฤราคษ์ ี บาเพ็ญภาวนา
และอยู่อยา่ งมี
ความสขุ
ลกั ษณะเด่นของกาพย์พระไชยสรุ ิยา
กาพย์พระไชยสรุ ยิ าเร่ิมต้นดว้ ยบทไหว้ครู ซงึ่ เป็นประเพณีทดี่ งี ามและชว่ ยให้ผอู้ ่าน
เร่ิมตน้ อา่ นอยา่ งมสี มาธแิ ละศรทั ธานับเป็นมงคลอยา่ งยง่ิ จากน้นั จะกลา่ วถึง
สาเหตุของความหายนะในบา้ นเมอื ง จนพระยาไชยสรุ ยิ าได้ตั้งม่ันในธรรม
ลกั ษณะเดน่ จากเนื้อเรือ่ งของกาพยพ์ ระไชยสรุ ิยามดี งั น้ี
๑. ใหค้ วามเคารพสง่ิ ที่ควรเคารพ ซง่ึ ได้แก่ พระรตั นตรัย พ่อแม่ ครอู าจารย์ ส่ิง
ศกั ดสิ์ ิทธิ์ ดงั เริม่ ตน้ เร่อื งว่า
“สะธุสะจะขอไหว้ พระศรไี ตรสรณา
พ่อแมแ่ ลครบู า เทวดาในราศี ”
ลกั ษณะเด่นของกาพยพ์ ระไชยสรุ ิยา
๒. มกี ารใช้ถอ้ ยคาภาษาท่งี า่ ย กะทดั รัดเป็นคาไทยแท้ เช่น
“ผีปา่ มากระทา มรณะกรรมชาวบุรี
นา้ ปา่ เข้าธานี กไ็ มม่ ที อ่ี าศัย”
๓. มจี ังหวะของคาทาให้งา่ ยแกก่ ารจา และไพเราะ เช่น
“วันนั้นจนั ทร มีดารากร เปน็ บรวิ าร
เหน็ ส้นิ ดินฟ้า ในป่าท่าธาร มาลคี ลีบ่ านใบกา้ นอรชร
“เยน็ ฉา่ น้าฟ้า ช่นื ชะผะกาวายุพาขจร
สารพันจันอนิ รน่ื กล่ินเกสร แตนต่อคล้อร่อน วา้ วอ่ นเวยี นระวนั ”
๔. มกี ารใช้คาทีเ่ ปน็ สานวนไทย เชน่
โงเ่ งา่ เต่าตุ่น หมายถึงโงท่ สี่ ดุ ในบทท่ีกล่าวว่า
“ท่ีเชือ่ ถือพระเจา้ วา่ โงเ่ ง่าเตา่ ปูปลา”
ใหญโ่ ตมฬาร์ หมายถึงใหญม่ าก ในบทท่กี ล่าวว่า
“วา่ มพี ระยาสกณุ า ใหญ่โตมโหฬาร์ กายาเท่าเขาคีรี”
๕. มีสานวนทีเ่ ปน็ การเลียนเสยี งธรรมชาติของสตั ว์ ทาให้เกดิ ภาพพจน์ เช่น
“ยูงทองร้องกะโต้งโหง่ ดัง” “คอ้ นทองเสยี งร้องป๋องเปง๋ ”
“ลกู นกยกปกี ป้อง อา้ ปากรอ้ งซอ้ งแซเ่ สียง
๖. มบี ทชมนก ชมไมท้ ่ไี พเราะ เช่น
“ไกรกรา่ งยางยูงสงู ระหง ตะลงิ ปลงิ ปรงิ ประยงค์
คันทรงส่งกลน่ิ ฝิ่นฝาง”
“กะลงิ กะลางนางนวลนอนเรียง พระยาลอคลอเคยี ง
แอ่นเอ้ยี งอโี กง้ โทงเทง”
๗. มีการใชโ้ วหารเปรียบเทยี บทาให้เห็นภาพพจน์
มีอยูห่ ลายแห่ง เชน่
“ยงู ทองร้องกะโตง้ โหง่ ดงั เพยี งฆ้องกลองระฆัง
แตรสงั ขก์ ังสดาลขานเสียง”
“รอนรอนออ่ นอัสดง พระสุริยงเยน็ ยอแสง
ช่วงดังน้าครั่งแดง แฝงเมฆเขาเงาเมธร”
แนวเร่ือง
ในคร้งั แรกบ้านเมอื งอยูเ่ ย็นเป็นสุข เพราะมีกษตั ริย์ดี
เสนาอามาตยด์ ี ชาวเมอื งอยู่ดกี ินดี แตต่ อ่ มาบรรดา
เสนาอามาตยไ์ มอ่ ยู่ในศลี ในธรรม ชาวบ้านชาวเมืองตา่ ง
ทาความชวั่ ไม่ฟงั คาผใู้ หญ่แก่งแยง่ กนั จนกระทงั่ เกิด
นา้ ปา่ ไหลเขา้ ท่วม ชาวเมืองลม้ ตาย บา้ งก็หนไี ปอยู่
เมืองอน่ื เข้ากบั สานวนว่า “ผบี ้านไม่ดผี ีป่าพลอย หรอื ผี
ซ้าด้าพลอย” จนเกดิ เหตุ “บา้ นแตกสาแหรกขาด” คอื มี
เหตุการณร์ า้ ยแรงเกิดขึน้ ในเมอื งหรอื ครอบครวั ทาให้
ตอ้ งล้มหายตายจากหรือหลัดพรากจากกัน
เริม่ ตน้ จากบทไหวค้ รู และเร่ิมเรอ่ื งกลา่ วถงึ พระไชยสุริยาเปน็ พระราชา
ครองเมืองสาวัตถมี มี เหสีช่อื พระนางสุมาลี แตเ่ ดมิ บ้านเมอื งมีความสงบ
สขุ ดเี พราะทกุ ฝ่ายต่างเปน็ คนดี แมแ้ ต่ชาวเมอื งอื่นก็เขา้ มาคา้ ขาย ราษฎร
ก็ทาไรน่ าไดผ้ ลผลติ ดี
ต่อมาเสนาอามาตย์ ข้าราชการ และประชาชนพลเมืองเกดิ ความโลภ
ประพฤตติ นเหลวไหล ไมร่ จู้ ักบญุ คณุ ไมต่ ั้งมน่ั ในศีลในธรรม แม้กระทงั่ นกั
บวชกไ็ มป่ ฏบิ ัติตามคาสอนของศาสนา บา้ นเมืองจงึ เกดิ ความเดือนร้อนไป
ทวั่ จนกระท่งั วนั หนึง่ เกดิ นา้ ป่าไหลเขา้ ทว่ มบ้านเมอื ง บ้างก็ตาย บา้ งกห็ นี
ไปอยู่เมืองอ่ืน
พระไชยสรุ ิยาพาพระมเหสแี ละข้าราชบริพาร เสนาอามาตย์ นาเสบียงอาหารลงเรือ
สาเภา“แTลhน่ isออisกไaปqในuทoะteเล, wแoตrถ่ dกู sพายพุ ัดอับปางลง ผ้ตู ดิ ตามทง้ั หลายตกเปน็
เหย่ือfuเตllา่ oปf ลwาisแdลoะจmมนth้าaตtายหมด เหลอื แตพ่ ระไชยสุรยิ าทีว่ า่ ยนา้ พานางสุมาลี
เขา้ ฝง่ั soแลmะeไดoร้nบั eคiวmามpลoาrบtaาnกt sแaตiก่ dอ็ ดทนอย่ใู นปา่ อยา่ งสงบ
and can make the reader
gพeรtะอinนิ sทpรi์เrกeดิ dค.”วามเมตตาตอ่ พระไชยสรุ ยิ า จงึ ลงมาสง่ั สอนทั้งสองพระองค์
ใอหยต้่างั้งมเ—คง่ั Sรอ่งoยคm่ใู รนeดั ศoีลnจธeนรสFรามaเรmค็จวoมาuมรsรดคี ทผล้ังสเอมงอื่ พตราะยอไงปคจจ์ งึ งึไบดข้วชึน้ เสปว็นรฤราคษ์ ี บาเพ็ญภาวนา
และอยู่อยา่ งมี
ความสขุ
ลกั ษณะเด่นของกาพย์พระไชยสรุ ิยา
กาพย์พระไชยสรุ ยิ าเร่ิมต้นดว้ ยบทไหว้ครู ซงึ่ เป็นประเพณีทดี่ งี ามและชว่ ยให้ผอู้ ่าน
เร่ิมตน้ อา่ นอยา่ งมสี มาธแิ ละศรทั ธานับเป็นมงคลอยา่ งยง่ิ จากน้นั จะกลา่ วถึง
สาเหตุของความหายนะในบา้ นเมอื ง จนพระยาไชยสรุ ยิ าได้ตั้งม่ันในธรรม
ลกั ษณะเดน่ จากเนื้อเรือ่ งของกาพยพ์ ระไชยสรุ ิยามดี งั น้ี
๑. ใหค้ วามเคารพสง่ิ ที่ควรเคารพ ซง่ึ ได้แก่ พระรตั นตรัย พ่อแม่ ครอู าจารย์ ส่ิง
ศกั ดสิ์ ิทธิ์ ดงั เริม่ ตน้ เร่อื งว่า
“สะธุสะจะขอไหว้ พระศรไี ตรสรณา
พ่อแมแ่ ลครบู า เทวดาในราศี ”
ลกั ษณะเด่นของกาพยพ์ ระไชยสรุ ิยา
๒. มกี ารใช้ถอ้ ยคาภาษาท่งี า่ ย กะทดั รัดเป็นคาไทยแท้ เช่น
“ผีปา่ มากระทา มรณะกรรมชาวบุรี
นา้ ปา่ เข้าธานี กไ็ มม่ ที อ่ี าศัย”
๓. มจี ังหวะของคาทาให้งา่ ยแกก่ ารจา และไพเราะ เช่น
“วันนั้นจนั ทร มีดารากร เปน็ บรวิ าร
เหน็ ส้นิ ดินฟ้า ในป่าท่าธาร มาลคี ลีบ่ านใบกา้ นอรชร
“เยน็ ฉา่ น้าฟ้า ช่นื ชะผะกาวายุพาขจร
สารพันจันอนิ รน่ื กล่ินเกสร แตนต่อคล้อร่อน วา้ วอ่ นเวยี นระวนั ”
๔. มกี ารใช้คาทีเ่ ปน็ สานวนไทย เชน่
โงเ่ งา่ เต่าตุ่น หมายถึงโงท่ สี่ ดุ ในบทท่ีกล่าวว่า
“ท่ีเชือ่ ถือพระเจา้ วา่ โงเ่ ง่าเตา่ ปูปลา”
ใหญโ่ ตมฬาร์ หมายถึงใหญม่ าก ในบทท่กี ล่าวว่า
“วา่ มพี ระยาสกณุ า ใหญ่โตมโหฬาร์ กายาเท่าเขาคีรี”
๕. มีสานวนทีเ่ ปน็ การเลียนเสยี งธรรมชาติของสตั ว์ ทาให้เกดิ ภาพพจน์ เช่น
“ยูงทองร้องกะโต้งโหง่ ดัง” “คอ้ นทองเสยี งร้องป๋องเปง๋ ”
“ลกู นกยกปกี ป้อง อา้ ปากรอ้ งซอ้ งแซเ่ สียง
๖. มบี ทชมนก ชมไมท้ ่ไี พเราะ เช่น
“ไกรกรา่ งยางยูงสงู ระหง ตะลงิ ปลงิ ปรงิ ประยงค์
คันทรงส่งกลน่ิ ฝิ่นฝาง”
“กะลงิ กะลางนางนวลนอนเรียง พระยาลอคลอเคยี ง
แอ่นเอ้ยี งอโี กง้ โทงเทง”
๗. มีการใชโ้ วหารเปรียบเทยี บทาให้เห็นภาพพจน์
มีอยูห่ ลายแห่ง เชน่
“ยงู ทองร้องกะโตง้ โหง่ ดงั เพยี งฆ้องกลองระฆัง
แตรสงั ขก์ ังสดาลขานเสียง”
“รอนรอนออ่ นอัสดง พระสุริยงเยน็ ยอแสง
ช่วงดังน้าครั่งแดง แฝงเมฆเขาเงาเมธร”
แนวเร่ือง
ในคร้งั แรกบ้านเมอื งอยูเ่ ย็นเป็นสุข เพราะมีกษตั ริย์ดี
เสนาอามาตยด์ ี ชาวเมอื งอยู่ดกี ินดี แตต่ อ่ มาบรรดา
เสนาอามาตยไ์ มอ่ ยู่ในศลี ในธรรม ชาวบ้านชาวเมืองตา่ ง
ทาความชวั่ ไม่ฟงั คาผใู้ หญ่แก่งแยง่ กนั จนกระทงั่ เกิด
นา้ ปา่ ไหลเขา้ ท่วม ชาวเมืองลม้ ตาย บา้ งก็หนไี ปอยู่
เมืองอน่ื เข้ากบั สานวนว่า “ผบี ้านไม่ดผี ีป่าพลอย หรอื ผี
ซ้าด้าพลอย” จนเกดิ เหตุ “บา้ นแตกสาแหรกขาด” คอื มี
เหตุการณร์ า้ ยแรงเกิดขึน้ ในเมอื งหรอื ครอบครวั ทาให้
ตอ้ งล้มหายตายจากหรือหลัดพรากจากกัน
ทพี่ งึ่ ทั้งสาม คอื พระพุทธ
พระธรรม และพระสงฆ์
เร่มิ ตน้ แนะนาตัวละคร
บา้ นเมืองมีความสงบสุข พอ่ ค้าจากต่าง
แดนเขา้ มาค้าขาย ทาไรท่ านา
ความโลภ สาวรุ่น
โกง,เคร่ืองจองจานักโทษ เรือน ท่ีอยู่
นกั ปราชญ์ เวทมนตร์คาถา
พระยาราชสภุ าวดี ตลุ าการสมยั โบราณ
ประเพณี
พระธรรม
ฉลาดเกมโกง
สรุป ตอ่ มาเหล่าขุนนางตา่ งพากันหาหญิงสาวทม่ี หี นา้ ตาดมี าขับกล่อมเลน่ ดนตรี
ที่บา้ น ตกตอนเย็นมีการเลน่ ดนตรี สซี อขับกลอ่ ม เข้าห้องหอเสพกามกบั
หญงิ สาวเหลา่ นนั้ จนทาใหเ้ หลา่ ภรรยาโกรธไม่เชื่อถอื คาทพ่ี ระเจา้ สัง่ สอน
หันไปเชื่อเร่อื งไสยศาสตร์ ถอื ตัวดีว่ามีขา้ ทาสบรวิ าร คนใดทาไมถ่ ูกใจก็
จบั ไปจองจา คดีใดทม่ี ีการตดิ สนิ บนให้ผูพ้ ิพากษาก็มกี ารเปลีย่ นแปลงคดี
จากแพ้กลายเปน็ ชนะ ไม่ยดึ ถือเอาตามประเพณี ใครที่เห็นดเี หน็ งามด้วย
กับตนกม็ คี วามดีความชอบ ผู้ใดเช่ือถอื พระเจ้า กลบั กลายเปน็ คนโง่ คน
แก่ ขนุ นางอาวุโส กลายเปน็ คนโง่ไปดว้ ยด้วย พระภิกษุ ผทู้ รงศีล ตา่ ง
พากนั ละทิ้งพระธรรม บทสวดคาถาตา่ ง ๆ
มากมาย อวดดี
บันเทิง ยินดี
มรณกรรม = ตาย
อาศัย
นักบวช
สรุป
ไมจ่ าคาสั่งสอนของผู้ใหญ่ เป็นคนหัวด้ือ ยโสโอหัง สง่ิ ใดดกี ไ็ มน่ ับถื-
ชาวเมืองสาวะถีตา่ งไมม่ ีใครปราณตี ่อใคร ต่างคนเอาแต่ใจตนเอง ใครมอื
ยาวสาวได้สาวเอา คนท่มี กี าลังมาก ก็ถอื เอาสิง่ ท่ตี นต้องการโดยไมม่ กี าร
ซ้อื หรือขอเห็นอะไรล่อตาล่อใจ เช่น ผ้าผูกคอก็หยบิ เอาตามท่ตี นตอ้ งการ
เหลา่ เสนาอามาตยต์ า่ งไมย่ ดึ ถือตามคาท่ตี นเองทาพิธดี ่มื นา้ สาบานตนก่อน
รบั ราชการ ต่างคนหาอะไรไดก้ ็หาเอา ประชาชนพากนั โศกเศร้า คนทม่ี ี
ตาแหน่งสาคัญต่างพากนั ไล่ตีดา่ ผู้ท่ีอ่อนแอกวา่ ผปี า่ มาทาใหช้ าวเมืองถงึ
แก่ความตาย โดยมนี ้าป่าไหลท่วมเขา้ มาในเมืองจนชาวเมืองไม่มีทจ่ี ะอาศัย
เหล่าเสนาอามาตย์หนีไปอยเู่ มอื งอ่นื ไกลออกไป นกั บวชผรู้ อบรตู้ า่ งพากัน
หนไี กลจนไมม่ ีคนอยู่ในเมือง
(๑) พระไชยสุรยิ าเปน็ ใคร ?
เป็นพระราชาปกครองเมืองสาวัตถี
(๒) เมอื งสาวตั ถเี คยเป็นอย่างไร ?
เมอื งสาวตั ถเี คยสงบสขุ มีความอุดมสมบรู ณ์ การค้าขายรุ่งเรือง
(๓) เหลา่ ขุนนางในเมอื งสาวัตถี
ประพฤตติ นอยา่ งไร ?
ไมใ่ ส่ใจบา้ นเมอื ง ฉอ้ ราษฎร์บังหลวง คดโกง ไม่ยุตธิ รรม หมกหมุ่น
อยู่กบั ความสนุกสนานเพลิดเพลิน มวั เมาในกาม
(๔) เหตกุ ารณใ์ ดบา้ งทาใหเ้ มอื ง
สาวตั ถีลม่ สลาย ?
นา้ ท่วม
มเหสี
เรอื สาเภา
สายนา้
สรปุ
- พระไชยสุรยิ าพาพระมเหสีลงเรอื สาเภา
- ข้าวปลาอาหารพร้อมกบั เด็กหญงิ สาววยั รนุ่ กข็ นลงไปในเรือ
- คนแก่พรอ้ มหญงิ สงู อายุในวงั เหล่าเสนาอามาตยก์ ็มาพรอ้ มกบั ลาเรอื
- เมือ่ ตเี คาะโลหะให้มีเสยี งดงั แล้วกช็ ักใบเรอื ขึน้ ประจวบเวลาทพ่ี ายพุ ดั
ใบเรอื จึงทาให้เรือแลน่ ออกไป
- เรอื ลอยมาตามน้าไหล ในตอนค่าตอนเช้าทาให้เปลี่ยวใจเมือ่ อยู่ท่ใี น
ท้องทะเล-พน้ื แผ่นดนิ ทจ่ี ะอาศัยไมม่ ี
อาศยั
หนา้ ต่าง
จติ ใจ
โดดเดีย่ ว
นัยนา/ดวงตา
อย่างนน้ั /เชน่ น้ัน
[เห-รา] ดู แมงดาทะเล.
ความหมายที่เกีย่ วขอ้ ง ดู แมงดาทะเล แมงดาทะเล
[เห-รา] น. สัตว์ในนยิ ายมีรปู ครงึ่ นาคครงึ่ มังกร.
ลกู คาของ "เหรา ๒" คือ เหราเลน่ น้า
สรปุ
- พระราชาและมเหสีเฝา้ มองดูทข่ี อบหนา้ ต่างเรือ
- ปลากะโห้ ปลาโลมา ปลาราหู ปลาเหรา ปลาทู มีอยู่เต็มท้อง
นา้
- พระราชารสู้ ึกหว้าเหวใ่ จ ลมพายพุ าเรือลอยล่องไปตามทอ้ งทะเล
แต่เพียงลาเดียว
- พระราชาไดต้ รัสกับเหลา่ เสนาอามาตยว์ ่าใครรขู้ อ้ เท็จจรงิ บ้างว่า
ทะเลนีม้ ีความเปน็ มาใหญ่โตเพียงใด
- เหลา่ เสนาอามาตย์ทลู พระราชาว่าทอ้ งทะเลนใี้ หญโ่ ตยิง่ นัก-
มโหฬาร ปากววั
บาลี
พญานก
ภเู ขา
พญาสัมพาที(เป็น
ลกู พญาครุฑ)
สรปุ
- น้าไหลมาจากดา้ นปากวัวแผ่ไหลออกไปลงสู่แม่นา้ ใหญ่
- ความเชื่อตามคัมภีรน์ ีไ้ ม่มกี ารเปลย่ี นแปลง ขา้ พระพทุ ธเจา้ ยึดถอื
ตามคาท่ีผ้เู ฒ่าผแู้ ก่เลา่ สืบตอ่ กันมา
- แต่ก่อนมีพญานกร่างกายใหญโ่ ตเทา่ ภเู ขาเปน็ ผู้ดูแล
- ชอื่ ว่าพญาสมั พาที(เปน็ ลูกพญาครฑุ ) ตอ้ งการรู้ขอ้ เทจ็ จริงว่าทอ้ ง
ทะเลน้ีกว้างเท่าใด
มอดมว้ ย พระอาทิตย์
อาศยั /แผ่นดิน แผ่นดิน
นก
ขอโทษ ขออภัย
มรคา
เยาว์วยั
สรปุ
- มคี วามยโสบินออกไปจนดวงอาทติ ยใ์ กลค้ า่
- มองไปทางใดไม่พบพืน้ ดนิ จนร้สู กึ ย่อท้อ ใกลจ้ ะสิ้นใจ
- พอดีมปี ลาว่ายมาตามนา้ พญานกก็โผไปเกาะท่ีหวั ปลา
- มองออกไปจนสุดสายตา จึงของอ้ ปลา ว่าข้าขออภยั ทา่ นด้วย
- แมน่ า้ ทเ่ี ราอยูใ่ กล้หรือไกลเพียงใดข้าขอถามทางทา่ นด้วยเถิด
- ปลาตอบว่าข้ายังอายนุ ้อยอยู่ ไมไ่ ดไ้ ปมาที่อืน่ เลยไม่รู้ จวบ
จนกระทัง่ มาอยู่ริมฝั่งไมไ่ กลจากแผ่นดนิ
อาลัย เดนิ ทาง
ดวงใจ/โดดเด่ยี ว
เจา้ กรรม
พระนางสุมาลี