134
ผลการดำเนินงานตามตวั ชีว้ ัด
อัตราการเสียชีวติ ของผู้ปว่ ยวิกฤตฉุกเฉิน (Triage level 1) ภายใน 24 ชั่วโมง ในโรงพยาบาลระดบั A, S, M1
(ท้ังท่ี ER และ Admit) เปา้ หมาย < รอ้ ยละ 12
เขต จำนวนผ้เู จบ็ ป่วยวิกฤตฉกุ เฉิน จำนวนผู้เจ็บปว่ ยวิกฤตฉุกเฉิน (A/B) × 100
สุขภาพที่ (ทง้ั Trauma และ non-trauma (ท้ัง trauma และ non-trauma)
ทเ่ี สยี ชีวิตภายใน 24 ชวั่ โมง) (A) 11.71
ท้งั หมด (B) 9.88
1 371 3,168 20.33
4,473 12.63
2 442 3,148 15.85
3,310 10.56
3 640 2,202 11.57
6,394 7.21
4 418 2,239 5.59
3,730 14.22
5 349 4,166 17.47
3,051 16.47
6 675 1036 11.72
1166
7 259
38,083
8 269
9 233
10 434
11 181
12 192
ภาพรวม 4,463
ท่มี า: HDC ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2565
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
135
ปัญหา/สาเหตุ แผน/กิจกรรมการแกไ้ ขปญั หา ความก้าวหนา้ /
ผลการดำเนินงาน
Fast track trauma / traumatic - Protocol สำหรับ traumatic head injury with A = 4,463
brain injury ขาดความเชื่อมโยง multiple trauma B = 38,083
ตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายนำ้ - ทบทวนสาเหตขุ องการเสียชวี ิตในผู้ป่วย trauma ร้อยละ 11.72
- พัฒนา fast track trauma เชื่อมโยงตั้งแต่ รพช.
รพศ. และในเขตสขุ ภาพ
- กำหนดตัวชีว้ ัดในเชิงกระบวนการในการดูแลผู้ป่วย
Trauma
การเข้าถึงระบบบริการภาวะ - เพิม่ ประสิทธภิ าพการเข้าถึง การส่งตอ่ และบริการ
ฉุกเฉินทางการแพทย์ 1669 ยัง การแพทย์ฉุกเฉินผ่านการประสานความรว่ มมือกับ
ไม่ไดต้ ามเปา้ หมาย หนว่ ยงานปฐมภมู ิและหนว่ ยงานอื่นๆ ที่เก่ียวข้อง
ER/ Trauma audit ขาดความ - บทบาทของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพห้อง
ต่อเนอื่ ง ฉุกเฉินซึ่งมีรองผู้อำนวยด้านการแพทย์เป็น
ประธาน ในการกำกับติดตาม
ขอ้ มูลผ้ปู ่วยฉกุ เฉิน level 1 ไมไ่ ด้ - ประชุมทำความเข้าใจ/ อบรมในการเก็บข้อมูล
ส่งผา่ นแฟ้ม accident และตวั ช้วี ดั โรงพยาบาลระดบั A, S, M
- กำหนด job สำหรับผู้ดูแลข้อมูลตัวชี้วัดของห้อง
ฉกุ เฉนิ
5. นวัตกรรม/ ตัวอยา่ งทด่ี ี
Patient care - มกี ารกำหนดกลุ่มโรคสำคัญในการทำ fast track เช่น pneumonia, UGIB,
NSTEMI, จติ เวช
- มกี ารกำหนด fast pass protocol ในกล่มุ โรค เช่น pneumonia, sepsis,
Trauma ท่เี ช่ือมโยงกับโรงพยาบาลชุมชน
Patient flow - การเพ่ิมห้องตรวจสำหรับโรคไม่ฉกุ เฉินนอกเวลาราชการ
- การจดั การเตียง ICU โดยมีคณะกรรมการ bed management
Preparedness - ER new normal ห้องฉุกเฉนิ ทกุ แห่งในโรงพยาบาลระดบั A, S, M
Information system - TEA unit มีการใชข้ ้อมลู ในการพัฒนาคุณภาพระบบบริการ และนวัตกรรมในห้อง
ฉุกเฉิน เชน่ mapping cardiac arrest, Application 270 Stroke Fast Tract
Timer
6. ขอ้ เสนอแนะของผูน้ เิ ทศ
- ห้องฉุกเฉนิ มีการทบทวนการดูแลผปู้ ว่ ย ER audit ตอ่ เน่ืองอย่างน้อย 1-2 คร้งั ต่อเดือน
- ห้องฉุกเฉนิ สง่ ข้อมูลรบั บรกิ ารผ้ปู ่วยวกิ ฤตฉิ กุ เฉิน (triage level 1) ทกุ ราย ผา่ นแฟ้ม accident ในระบบ
ข้อมูล 43 แฟ้ม
- ห้องฉกุ เฉินมีการซ้อมแผนรองรับภาวะวกิ ฤติ ในสถานการณ์ตา่ งๆ เชน่ Mass casualty, Violence
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
136
- ห้องฉุกเฉินผา่ นการประเมนิ TEA unit คุณภาพ และสามารถนำข้อมูลมาวเิ คราะหเ์ พ่อื พัฒนาระบบ
การดแู ลผู้ป่วยห้องฉุกเฉินได้
- ห้องฉุกเฉินทุกแหง่ มีระบบ fast pass ทีเ่ ช่ือมโยง อย่างไร้รอยตอ่ อยา่ งน้อย 1 กลมุ่ โรค (Sepsis,
STEMI, STROKE, Trauma)
- ห้องฉุกเฉินมรี ะบบ Fast track ในกล่มุ โรคสำคัญทส่ี อดคล้องกับบริบทของพนื้ ท่ี
- หอ้ งฉกุ เฉนิ โรงพยาบาลศูนย์กำกบั ตดิ ตามและนิเทศงานห้องฉกุ เฉนิ โรงพยาบาลชุมชน
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
137
บทสรปุ สำหรับผู้บรหิ าร ปีงบประมาณ 2565 รอบที่ 2
ประเดน็ ท่ี 5 ลดแออัด ลดรอคอย ลดป่วย ลดตาย
ประเด็นตรวจราชการ : Service Plan สาขามะเร็ง
หัวขอ้ / ตวั ชีว้ ดั : ร้อยละของผู้ปว่ ยมะเร็งทุกโรคไดร้ ับการรกั ษาภายในระยะเวลาที่กำหนด
รอ้ ยละของผูป้ ว่ ยมะเรง็ ทุกโรคไดร้ บั การรักษาภายในระยะเวลาท่ีกำหนด
1. ร้อยละของผ้ปู ่วยทไี่ ด้รับการรกั ษาดว้ ยการผ่าตดั ภายในระยะเวลา 4 สปั ดาห์ ≥ 75%
2. รอ้ ยละของผปู้ ว่ ยทีไ่ ด้รบั การรกั ษาดว้ ยเคมบี ำบัดภายในระยะเวลา 6 สัปดาห์ ≥ 75%
3. รอ้ ยละของผู้ป่วยทไี่ ด้รับการรักษาด้วยรังสีรักษาภายในระยะเวลา 6 สัปดาห์ ≥ 60%
1) เป้าหมาย และผลงาน
1.1 รอ้ ยละของผูป้ ว่ ยท่ีไดร้ บั การรกั ษาด้วยการผา่ ตดั ภายในระยะเวลา 4 สัปดาห์ ≥ 75%
ผลงาน รอ้ ยละ 72.85 ไม่ผ่านเกณฑ์
1.2 ร้อยละของผปู้ ่วยท่ีได้รับการรักษาดว้ ยเคมีบำบัดภายในระยะเวลา 6 สัปดาห์ ≥ 75%
ผลงาน ร้อยละ 73.20 ไมผ่ า่ นเกณฑ์
1.3 ร้อยละของผูป้ ่วยท่ีไดร้ ับการรักษาด้วยรงั สีรกั ษาภายในระยะเวลา 6 สัปดาห์ ≥ 60%
ผลงาน ร้อยละ 60.11 ผ่านเกณฑ์
2) สรปุ สถานการณ์
ผู้ป่วยมะเรง็ ในประเทศไทย พบอุบตั ิการณ์ 5 อนั ดับแรก ได้แก่ มะเร็งตบั และท่อนำ้ ดี มะเรง็ หลอดคอ
หลอดลมใหญแ่ ละปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไสใ้ หญ่และทวารหนกั และมะเรง็ ปากมดลูก
โดยผลการดำเนินงานในตัวชี้วัด ร้อยละของผู้ป่วยมะเร็งทุกโรคได้รับการรักษาภายในระยะเวลาที่ก ำหนด
มเี ขตสุขภาพทผ่ี ่านเกณฑ์ ดงั นี้
- การเข้าถึงการรักษาดว้ ยการผ่าตัดภายใน 4 สัปดาห์
ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75 ในเขตสุขภาพท่ี 1, 4, 7, 8 และ 10
- การเขา้ ถงึ การรักษาด้วยเคมบี ำบัดภายใน 6 สัปดาห์
ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 75 ในเขตสขุ ภาพที่ 1, 5, 6, 7, 8, 9, 10 และ 12
- การเขา้ ถงึ การรักษาดว้ ยรงั สีรักษาภายใน 6 สปั ดาห์
ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 60 ในเขตสุขภาพท่ี 1, 2, 3, 4, 6, 7, 8, 9, 10 และ 12
3) ปญั หา/จุดร่วมที่สะท้อนปัญหา หรอื ความเสี่ยงต่อความไมส่ ำเรจ็ ของงาน
1) ระบบการส่งต่อ Cancer Anywhere การบันทึกข้อมูล บางโรงพยาบาล ไม่ได้เข้ารับการอบรมการบันทึก
ข้อมลู ทำใหเ้ กิดความเข้าใจทีค่ ลาดเคลอื่ นในการดำเนนิ งาน
2) ระยะเวลาการรอคอยการรักษาของผู้ป่วยมะเร็งด้วยวิธีการผ่าตัด เคมีบำบัด และรังสีรักษา พบว่า
ยังมีหลายจังหวัดที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์เป้าหมายที่กำหนด (เนื่องจากการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19
สง่ ผลให้การดำเนินงานไมเ่ ปน็ ไปตามวัตถปุ ระสงค)์
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
138
3) ด้านระบบการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศ ยังขาดความเชื่อมโยงข้อมูล ความถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา
และขาดผู้รับผดิ ชอบ และขาดบุคลากรด้านมะเรง็ ทง้ั แพทย์ พยาบาลและบคุ ลากรในสาขาทเี่ ก่ียวขอ้ ง
4) การตรวจคัดกรองยังต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ทำให้ต้องชะลอ
การตรวจคดั กรอง ผู้ป่วยไม่มาตรวจตามนดั ขาดการรักษาอย่างตอ่ เนื่อง
4) ข้อเสนอเชงิ นโยบาย/ข้อเสนอเพื่อปรับปรุงพัฒนา
เขตสุขภาพ
1) เขตสุขภาพ ควรมีการประชุมวางแผนการดำเนินการร่วมกันทุกไตรมาส วิเคราะห์ปัญหาอุปสรรค
การใช้ทรพั ยากรร่วมกนั ในเขตสขุ ภาพเพอื่ เพิ่มผลสัมฤทธ์ิการดำเนินงาน หากในเขตสขุ ภาพมที รัพยากร
ไม่เพยี งพอ เชน่ ศนู ย์การฉายแสง อาจมขี ้อตกลงขอความร่วมมือจัดระบบการรบั ส่งไปยังศนู ยบ์ รกิ ารที่ใกล้
2) เพิ่มศักยภาพการคัดกรองและรณรงค์ โดยการเพิ่มศักยภาพเครือข่ายทุกระดับ ในการคัดกรอง
ด้านโรคมะเร็ง มีการจัดประชุม ทบทวนแนวทางการคัดกรอง โรคมะเร็งและการส่งต่อในเครือข่าย
บริการ การออกหน่วยคัดกรอง มะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกเชิงรุก ในพื้นที่ให้มีความต่อเนื่อง
การส่งเสริมการใช้บริการในคลินิกเลิกบุหรี่ การจัดงานรณรงค์วัดงดสูบบุหรี่โลก และการตระหนัก
การส่งเสรมิ สุขภาพในการลดความเสีย่ งโรคมะเร็ง
3) การใช้ระบบ cancer anywhere ร่วมกับนวัตกรรม Telemedicine และ e-refer เพื่อเพิ่มการเข้าถึง
การรักษาการลดคิวรอคอย และ seamless referral system ระหว่างจังหวัดในเขตสุขภาพ รวมถึง
จัดต้ังศูนยบ์ ญั ชาการเพื่อการส่งตอ่ ผปู้ ่วยในเขต และออกนอกเขตสขุ ภาพ
4) พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลที่ดีมีการอบรมการใช้โปรแกรม TCB ในโรงพยาบาล มีผู้รับผิดชอบ
ชัดเจนและดาเนินการอยา่ งต่อเนอ่ื ง
5) การดูแลอัตรากำลังคน การส่งฝึกอบรมเฉพาะด้านตามแผนที่วางไว้ จัดให้มีกรอบความก้าวหน้า
ในวชิ าชีพสำหรบั ผทู้ ีผ่ ่านการอบรมและปฏบิ ัติงานตรงตามทอ่ี บรม
6) การพฒั นาโปรแกรม TCB และ TCB Plus ให้เป็นโปรแกรมเดียวกนั
สว่ นกลาง
1) จัดฝกึ อบรม หลักสตู รตา่ ง ๆ รวมถึงคู่มือแนวทางการดำเนนิ งานให้กบั บุคลากรทางการแพทย์ทีเ่ กยี่ วข้อง
ทุกสาขารวมถึงการจดั เก็บตวั ชีว้ ดั
2) ร่วมกับพ้ืนทว่ี ิเคราะห์ปญั หาให้ข้อมูลและใหก้ ารสนบั สนนุ เขตสุขภาพในการดำเนินงาน
3) จดั เวทีการแลกเปลี่ยนประสบการณค์ วามสำเร็จรวมถงึ แนวทางการแก้ปญั หาระหว่างเขตสุขภาพ
5) ปจั จัยความสำเร็จ
- การใชง้ านโปรแกรม TCB, TCB Plus และ The One ได้อย่างมีประสิทธภิ าพ
- มีบุคลากรและครุภัณฑ์ด้านโรคมะเร็งที่เพียงพอและกระจายทั่วถึงทุกภูมิภาคเพื่อใช้ในการรักษา
โรคมะเรง็ และบคุ ลากรมีความรู้ ทักษะในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง มีความเขม้ แข็งในการขับเคล่ือน
Service Plan และบูรณาการงานร่วมกับภาคเี ครือขา่ ย
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
139
6) ประเดน็ ที่ควรกำกบั ตดิ ตามการตรวจราชการในปีตอ่ ไป
- ติดตามผลตามการดำเนนิ การตามตวั ชว้ี ดั
- การดำเนนิ การตามนโยบาย Cancer Anywhere
- การขับเคลื่อนเชิงนโยบายให้มีการใช้โปรแกรม TCB, TCB Plus และ The One ทั้งประเทศ
ใหค้ รอบคลุมทุกโรงพยาบาล
- การส่งเสริมให้มี Cancer Coordinator ในทุกโรงพยาบาล และการเร่งรัดการดำเนินงานคัดกรอง
โรคมะเรง็ ในปีงบประมาณถัดไป
- การเปลี่ยนแปลงตวั ช้ีวดั หลักจาก ร้อยละของผู้ปว่ ยมะเรง็ ทกุ โรคไดร้ ับการรกั ษาภายในระยะเวลาทีก่ ำหนด
เป็นร้อยละของผู้ที่ได้รับการคัดกรองมะเร็ง ซึ่งตัวชี้วัดหลกั เดิมเปลี่ยนเป็นตัวชี้วัดรองที่ยังคงต้องกำกับ
ติดตามผลการดำเนนิ งานต่อไป
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
140
รายงานผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ปีงบประมาณ 2565 รอบที่ ๒
ประเดน็ ที่ 5 ลดแออดั ลดรอคอย ลดปว่ ย ลดตาย
1. ประเดน็ ตรวจราชการ : ลดแออดั ลดรอคอย
2. หวั ข้อ : Service Plan สาขามะเรง็
3. หนว่ ยงานที่รบั ผดิ ชอบ (กรม/กอง/ศูนยว์ ชิ าการ)
หน่วยงานผรู้ ับผิดชอบหลกั กรมการแพทย์
4. วิเคราะหส์ ถานการณ์
ผู้ป่วยมะเร็งในประเทศไทย พบอุบัติการณ์ 5 อันดับแรก ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งหลอดคอ
หลอดลมใหญแ่ ละปอด มะเรง็ เตา้ นม มะเรง็ ลำไสใ้ หญ่และทวารหนัก และมะเรง็ ปากมดลกู
• การเข้าถึงการรกั ษาด้วยการผ่าตัดภายใน 4 สปั ดาห์
ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 75 ในเขตสุขภาพที่ 1, 4, 7, 8 และ 10
• การเขา้ ถงึ การรกั ษาด้วยเคมีบำบดั ภายใน 6 สปั ดาห์
ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 75 ในเขตสุขภาพท่ี 1, 5, 6, 7, 8, 9, 10 และ 12
• การเข้าถึงการรักษาดว้ ยรงั สรี กั ษาภายใน 6 สปั ดาห์
ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ 60 ในเขตสขุ ภาพท่ี 1, 2, 3, 4, 6, 7, 8, 9, 10 และ 12
ผลการดำเนินงานตามตวั ชี้วัด
(1) ร้อยละของผปู้ ว่ ยท่ีได้รับการรกั ษาดว้ ยการผา่ ตัดภายในระยะเวลา 4 สัปดาห์ ≥ร้อยละ 75
จำนวนผปู้ ่วยมะเรง็ จำนวนผปู้ ว่ ย รอ้ ยละของผู้ปว่ ยที่ได้รับการ
5 อันดับทไ่ี ดร้ บั การรกั ษาดว้ ยการ
มะเร็ง 5 อนั ดับ รกั ษาด้วยการผา่ ตัดภายใน
ผ่าตดั ภายในระยะเวลา
เขตสขุ ภาพ 4 สปั ดาห์ (A) ทงั้ หมด (B) ระยะเวลา 4 สปั ดาห์
732
เขต 1 637 (A/B) × 100
เขต 2 395
เขต 3 1171 940 77.87
เขต 4 1234
เขต 5 449 950 67.05
เขต 6 210
เขต 7 1576 616 64.12
เขต 8 719
เขต 9 697 1475 79.39
เขต 10 870
เขต 11 857 1721 71.7
เขต 12 9547
ภาพรวม 681 65.93
259 81.08
1970 80
1071 67.13
877 79.48
1274 68.29
1270 67.48
13104 72.85
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
141
(2) ร้อยละของผูป้ ่วยที่ไดร้ ับการรักษาดว้ ยเคมีบำบัดภายในระยะเวลา 6 สปั ดาห์ ≥ร้อยละ 75
เขตสขุ ภาพ จำนวนผูป้ ่วยมะเรง็ จำนวนผู้ปว่ ยมะเรง็ รอ้ ยละของผู้ปว่ ยท่ีได้รับการ
5 อนั ดับที่ไดร้ บั การรกั ษา 5 อันดบั ท้งั หมด รักษาด้วยเคมีบำบัดภายใน
เขต 1
เขต 2 ด้วยเคมีบำบดั ภายใน (B) ระยะเวลา 6 สัปดาห์
เขต 3 ระยะเวลา 6 สัปดาห์ (A) (A/B) × 100
เขต 4 1231
เขต 5 1038 1572 84.32
เขต 6 1102 843 70.10
เขต 7 601 2365 71.29
เขต 8 1250 2002 52.85
เขต 9 1545 1182 77.17
เขต 10 938 295 79.36
เขต 11 280 2198 94.92
เขต 12 1832 1509 83.35
ภาพรวม 1209 1011 80.12
781 2341 77.25
1457 1473 62.24
1159 18022 78.68
13192 73.20
(3) ร้อยละของผูป้ ว่ ยท่ีได้รบั การรักษาด้วยรังสรี กั ษาภายในระยะเวลา 6 สัปดาห์ ≥ร้อยละ 60
เขตสขุ ภาพ จำนวนผปู้ ว่ ยมะเร็ง จำนวนผปู้ ว่ ยมะเรง็ รอ้ ยละของผปู้ ว่ ยที่ได้รบั การ
5 อันดับที่ไดร้ บั การรกั ษา 5 อันดับทงั้ หมด รกั ษาดว้ ยรังสรี กั ษาภายใน
เขต 1
เขต 2 ด้วยรงั สีรกั ษาภายใน (B) ระยะเวลา 6 สปั ดาห์
เขต 3 ระยะเวลา 6 สัปดาห์ (A) (A/B) × 100
เขต 4
เขต 5 1007 1378 73.08
เขต 6 73 118 61.86
เขต 7 296 471 62.84
เขต 8 1502 2277 65.96
เขต 9 47 269 17.47
เขต 10 578 764 75.65
เขต 11 36 37 97.3
เขต 12 543 818 66.38
ภาพรวม 512 782 65.47
439 495 88.69
193 941 20.51
248 358 69.27
5474 9107 60.11
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
142
ปัญหา/สาเหตุ แผน/กจิ กรรมการแก้ไขปัญหา ความก้าวหนา้ /
ผลการดำเนินงาน
1. ระบบการส่งต่อ Cancer Anywhere 1) การใช้ระบบ cancer anywhere
การบันทึกข้อมูล บางโรงพยาบาล ไม่ได้ ร่วมกับนวัตกรรม Telemedicine และ
เข้ารับการอบรมการบันทึกข้อมูล ทำให้ e-refer เพอ่ื เพิม่ การเขา้ ถงึ การรักษาการ
เกิดความเข้าใจไม่ครบถว้ น
ลดคิวรอคอย และ seamless referral
ประชาชนยังไม่ตระหนักใน การตรวจคัด
กรองมะเร็ง, การเข้าถึงข้อมูลการคัด system ระหว่างจังหวัดในเขตสุขภาพ
กรอง การรกั ษาของ ประชาชนในเขตเมือง รวมถึงจัดตั้งศูนย์บัญชาการเพื่อการส่ง
เขต บา้ นจดั สรร ยงั เข้าถึงไดไ้ ม่ ครอบคลุม ต่อผู้ป่วยในเขต และออกนอกเขต
สุขภาพ
2. ระยะเวลาการรอคอยการรักษาของ 2.1) ดำเนินการวางแผนจัดทำคิวรังสี
ผู้ป่วยมะเร็งด้วยวิธีการผ่าตัด เคมีบำบัด รักษา โดยเริ่มจากรพ.มะเร็งภูมิภาค 7
และรังสีรักษา พบว่ายังมีหลายอำเภอที่ยัง แห่ง และในเบื้องต้นสถาบันมะเร็ง
ไมผ่ ่านเกณฑ์เปา้ หมายทกี่ ำหนด แห่งชาติ ไดแ้ นะนำใหท้ กุ โรงพยาบาล สง่
ขอคิวรังสีรักษาหลังการผ่าตัด หรือก่อน
การรกั ษาดว้ ยเคมเี ขม็ ส้นิ สดุ
2.2) สร้างความตระหนักในกลุ่มภาคี
เครือข่าย บูรณาการการดำเนินงาน
ร่วมกัน สนับสนุนการใช้สื่อรณรงค์การ
ให้ความรู้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
สุขภาพในกลุ่มเสี่ยงมะเร็ง โดยเฉพาะใน
กลุ่มเด็กและเยาวชนให้เป็นนโยบาย
ระดับประเทศ
3. ด้านระบบการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศ 3.1) ปรับแผนการส่งต่อคนไข้ไปยัง
ยังขาดความเชื่อมโยงข้อมูล ความถูกต้อง โรงพยาบาลที่พร้อมรับ และการลง
ครบถ้วน ทันเวลา และขาดผู้รับผิดชอบ ขอ้ มลู TCB plus ให้มากขน้ึ
และขาดบุคลากรด้านมะเร็ง ทั้งแพทย์ 3.2) วางแผนการการจัดการทรัพยากร
พยาบาลและบคุ ลากรในสาขาทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง และการใช้ทรพั ยากรรว่ มกนั ในเครอื ข่าย
3 . 3 ) ส น ั บ ส น ุ น ใ ห ้ ม ี Cancer
Coordinator ให้เพียงพอครอบคลุม เพ่ือ
ทำให้ข้อมูลมะเร็งมีความสมบูรณ์ รวมถึง
การใช้โปรแกรม TCB Plus/The One
เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการรักษาที่มี
คณุ ภาพ
3.4) ติดตามการลงข้อมูลสารสนเทศด้าน
โรคมะเร็งให้ครอบคลุมทุกโรงพยาบาล มี
การเชื่อมโยงข้อมูลในระดับจงั หวัด
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
143
ปญั หา/สาเหตุ แผน/กิจกรรมการแกไ้ ขปัญหา ความกา้ วหนา้ /
ผลการดำเนนิ งาน
4. การตรวจคัดกรองยังต่ำกว่าเป้าหมาย 4.1) ปรับรูปแบบการคัดกรอง ให้มี
เนื่องจากการระบาดของโรคไวรัสโควิด- ประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นใน รพ.
19 ทำให้ต้องชะลอการตรวจคัดกรอง เครือข่าย เช่น ตรวจคัดกรอง COVID-
ผู้ป่วยไม่มาตรวจตามนัด ขาดการรักษา 19 ATK หากไม่พบเชื้อ ให้ทำการ
อยา่ งต่อเนื่อง
วินิจฉัยให้เร็ว และจัดลำดับความสำคัญ
4.1. ประชาชนยังไม่ตระหนักใน การ
ตรวจคัดกรองมะเร็ง, การเข้าถึงขอ้ มูลการ ของผปู้ ่วยมะเร็งก่อน
คัด กรอง การรักษาของ ประชาชนในเขต 4.2) วางแผนแนวทางการคัดกรอง การ
เมือง เขต บ้านจัดสรร ยังเข้าถึงได้ไม่ จัดแบบบริการแบบวิถีใหม่ การกำกับ
ครอบคลุม การคัดกรองใหเ้ ป็นไปตามเป้าหมายและ
มุ่งเน้นการติดตามผู้ป่วยที่พบความ
ผิดปกติจากการคัดกรองใหอ้ ยใู่ นระบบ
5. นวตั กรรม/ตวั อยา่ งทด่ี ี
สถาบนั มะเร็งแห่งชาติ
- พฒั นาโปรแกรม TCB, TCB Plus, The One, Cancer Anywhere
- พฒั นาโปรแกรมการคดั กรองมะเร็งปากมดลูกดว้ ยวิธี HPV DNA Test (HPVcxs2020)
เขตสขุ ภาพที่ 1
- จ.แมฮ่ อ่ งสอน จดั อบรมการทำทะเบียนมะเร็งทง้ั จังหวัดปีละ 1 คร้งั เพ่ือพฒั นาระบบบันทกึ
ขอ้ มลู ให้ถูกต้องครบถว้ น ร่วมกันวเิ คราะหแ์ ก้ปัญหา
- จ. ลำพนู (1). การคัดกรองมะเร็ง : - ในแตล่ ะพื้นที่มี case manager ของรพช.เป็นแกนหลกั ใน
การดำเนนิ การและติดตามผลการดำเนินการ คัดกรองมะเรง็ แต่ละชนิด (Colorectal Cancer /
Cervical Cancer Screening) - Case manager รพ.ลำพนู ตดิ ตามผลในภาพรวมของจังหวดั -
เริ่มจัดทำโครงการคัดกรองมะเร็งตับในกลุ่มเสี่ยง (2) การลดระยะเวลารอคอยการผ่าตัด :
- ลดระยะเวลารอคอยผลช้ินเนอื้ ใหไ้ ดภ้ ายใน 1 สปั ดาห์ - จัดทำควิ ผ่าตดั กรณีมะเรง็ เป็นควิ รวม
ของกลุม่ งานศลั ยกรรม
- จ.เชียงใหม่ - ผลของการอธิบายโดยประยุกต์กระบวนการพยาบาลและสื่อ Power point
สำหรับสตรีที่มีผลผิดปกติ จากการตรวจ HPV testing ร่วมกับการตรวจ Cervical cytology
โดยพยาบาลวชิ าชพี โรงพยาบาลสนั ป่าตอง - ปจั จยั ทีส่ มั พันธ์กับการเกิดความผดิ ปกติของเซลล์
เยื่อบุผิวปากมดลูกและการทำนายโอกาสเกิดรอยโรค ปากมดลูกขั้นสูง โดยสูตินรีแพทย์
โรงพยาบาลนครพงิ ค์
- จ.น่าน - Incubator ช่วยได้ลดฟุ้งกระจายยาเคมีบำบัดชนิด Cyclophosphamide ,
Ifosphamide และได้รับ รางวัล Best Practice สาขาโรคมะเร็ง จากศูนย์มะเร็งแห่งชาติ
กรมการแพทย์ - Home Chemotherapy ผลการดำเนินงานจำนวนผู้ป่วยเข้าร่วมโครงการ
จำนวน 4 ราย อ.เมือง 1 ราย อ.ภูเพียง 1 ราย อ.ปัว 1 ราย และ อ.นานอ้ ย 1 ราย ประเมินผล
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
144
ความพึงพอใจ ไดร้ ้อยละ 98 ยังมผี ูป้ ว่ ยทสี่ นใจเข้า ร่วมโครงการเพิ่มอีกยังติดปัญหาที่โรคไม่ตรง
กบั ทสี่ ปสช. กำหนดจงึ ไมส่ ามารถเข้ารว่ มโครงการได้ เช่น มะเร็งตบั และท่อนำ้ ดี มะเรง็ กล่องเสียง
หรือมะเร็งกระเพาะอาหาร - การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกมะเร็งเต้านมด้วยวิธี ABUS
และ Tumour board Conference & Collaboration รว่ มกบั เครอื ข่ายราชวทิ ยาลยั จุฬาภรณ์
- ใหค้ วามรแู้ ละประชาสัมพนั ธ์วธิ กี ารตรวจต่อมน้ำเหลืองดว้ ยตนเอง, แผ่นพับ หรอื สอื่ สำหรับการสอน
ตรวจต่อมน้ำเหลือง, พัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยเพื่อการวินิจฉัยเมื่อตรวจคัดกรองพบ
ต่อมน้ำเหลือง - พัฒนาการเก็บข้อมูลและการสื่อสารระหว่าง รพ.สต รพช. เพื่อให้ข้อมูล
ไมส่ ูญหายมีระบบท่ีสามารถ ระบไุ ด้ว่า ผู้ปว่ ยรายไหนมาจากการตรวจคัดกรองเพื่อการใช้ข้อมูล
อย่างมีประสิทธิภาพ
- จ.แพร่ - การลดจำนวนผู้ป่วยมะเร็งในระยะลุกลาม (การคัดกรอง (Screening) เพื่อค้นหา
Precancerous lesion (ระยะก่อนเป็นโรคมะเร็ง), การตรวจค้นหามะเร็งในระยะเริ่มแรก
(Early Detection) ในผู้ป่วยมะเร็งปาก มดลูก, มะเร็งเต้านม, มะเร็งลำไส้และมะเร็งท่อน้ำดี,
สนับสนนุ ให้มีการสร้างความรอบรูด้ ้านสุขภาพ (Health Literacy) การป้องกันโรคมะเร็งแตล่ ะ
ชนิดในทุกกลุ่มเป้าหมาย) - การพัฒนาระบบการจัดเก็บและการส่งชิ้นเนื้อรวมทั้งการรายงาน
ผลช้ินเนือ้ ให้มปี ระสิทธิภาพและ ระยะเวลา 7-10 วนั - การบรหิ ารจดั การห้องผ่าตัดเพอ่ื รองรับ
ผู้ป่วยโรคมะเร็งและโรคอื่นๆอย่างเหมาะสม - การพัฒนาระบบการให้ข้อมูลผู้ป่วยโรคมะเร็ง
ตั้งแต่ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัย การรักษา และการดูแล ต่อเนื่องที่บ้าน - การพัฒนาระบบ
สารสนเทศและการส่งต่อข้อผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อรองรับ นโยบาย
โรคมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ที่พร้อม ( Cancer Anywhere ) - การพัฒนาบุคลากร
ผู้ประสานงานด้านโรคมะเร็ง (Cancer Coordination) การบันทึกข้อมูลผู้ป่วย มะเร็ง
ในโปรแกรม TCB และ TCB Plus
- จ.ลำปาง - ได้รบั รางวลั Best Practice Service Plan สาขาโรคมะเรง็ “ระดับดีเด่น” ประจำปี
งบประมาณ 2564 ในการประชุมเชิงปฏิบัติการสรุปผลการดำเนินงาน Service Plan สาขา
โรคมะเร็ง สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการ แพทย์ - ผู้ป่วยมะเร็งที่ส่งนัดคิว CT ภายใน
โรงพยาบาลำปางมีระยะเวลารอคอยคิว CT นานมากกว่า 1 เดือน → แนวทางแก้ไข
ประสานงานเครือข่ายภายใน จ.ลำปาง โดย : 1. ผู้ป่วยสิทธิบัตรสุขภาพ เขตอำเภอโซนเหนือ
จ.ลำปาง ส่งทำ CT ที่ รพ.เกาะคํา 2. ผู้ป่วยสิทธิบัตรสุขภาพ อื่นๆ ประสานส่งทำ CT ท่ี
รพ.มะเร็งลำปางผ่านโปรแกรม Cancer Anywhere - โรงพยาบาลมะเร็งลําปาง จัดอบรม
การฟื้นฟูความรู้ทักษะ การอบรมเฉพาะทางด้านโรคมะเร็ง 1. ประชุมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร
“การจัดทำทะเบียนมะเร็งระดับโรงพยาบาล” วันที่ 23-24 ธันวาคม 2564 ณ โรงแรมทรีธารา
อ.เมอื ง จ.ลําปาง 2. การอบรมหลักสูตร การพยาบาลเฉพาะทาง สาขาการพยาบาลผูป้ ว่ ยมะเร็ง
หลักสูตร 4 เดือน วันท่ี 31 มกราคม – 27 พฤษภาคม 2565 โดย รพ.มะเร็งลําปาง ร่วมกับ
วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี พะเยา และ โรงพยาบาลเชยี งรายประชานเุ คราะห์
- จ.พะเยา - โรงพยาบาลพะเยา ได้เร่มิ ดำเนินงานมะเร็งรกั ษาได้ทุกท่ี ตัง้ แต่ เดือนกุมภาพันธ์ 2564
จนถึงปัจจุบัน โดยมี Coordinator nurse เป็นผู้รับผิดชอบ ดำเนินการลงทะเบียนผู้ป่วยมะเร็ง
รายใหมท่ ุกรายใน TCB Plus และ Complete ในโปรแกรม TCB Hos. base และเปิดโปรแกรม
The one และประสานงานหน่วยบริการ แนะนำ การส่งต่อเพื่อ Investigation หรือ
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
145
Treatment ตอ่ ไป - โรงพยาบาลพะเยาจดั ทำแผนรองรบั Chemotherapy Ward ภายใน 5 ปี
(2565-2569)
- จ.เชยี งราย - ระบบ Teleconsultation ท่ที ำร่วมกบั โรงพยาบาลเชียงคำ โดยมีแผนจะขยายไป
โรงพยาบาลชุมชน ในเขตจังหวัดเชียงราย ที่มีศัลยแพทย์ประจำ - พัฒนาระบบจองเตียง
“Admit Online” (อยู่ระหว่างดำเนินการ) เพื่อลดปัญหาอัตราการครองเตียง ในหอผู้ป่วยเคมี
บำบัด ดำเนินการโดยคณะทำงานพัฒนาระบบบริการสุขภาพสาขามะเร็งและคณะกรรมการ
ฝ่าย IT โรงพยาบาลเชียงรายประชานเุ คราะห์ - พฒั นาระบบการให้บริการ สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง
ชนิด Solid tumor ระยะเริ่มต้นที่รับยาเคมีบำบัด เพื่อให้สามารถบริการแก่ประชาชน
อย่างมีประสิทธิภาพ ลดระยะเวลารอคอยท่ีหอ้ งตรวจผูป้ ่วยนอก และลด visit ของการมาพบแพทย์
เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของโรงพยาบาลและกระทรวงสาธารณสุข ผ่านโครงการ คลินิก
เคมีคลนี ิกออนไลน์ (Televisit)
เขตสขุ ภาพท่ี 6
- จ.ฉะเชงิ เทรา : Prognostic Impact of the Advanced Lung Cancer Inflammation Index
(ALI) in Metastatic Non-Small Cell Lung Cancer Treated with First Line
Chemotherapy (The Asian Pacific Journal of Cancer Prevention (Asian Pacific
Journal of Cancer Prevention 2021) และ Correlation Between Age and Prognostic
Factors in Thai Breast Cancer Women : A Single Institute Analysis (Manuscript
accepted in The Journal of Medical Association of Thailand 2021)
- จ.จนั ทบุรี : ดา้ นงานวิจัยเปิดศูนย์วจิ ัยทางคลนิ ิก (Clinical Research Center) เพ่ือเป็นองค์กร
สนับสนุนการทำวิจัยทางคลินิกให้มีคุณภาพอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งในปัจจุบันศูนย์ความเป็นเลิศ
ด้านมะเร็งมีงานวิจัยที่ทำอยู่ทั้งหมดจำนวน 4 trial ด้าน Genomic Lab เปิดห้องปฏิบัติการ
จีโนมกิ ส์แห่งแรกในเขตสุขภาพที่ 6 โดยให้บรกิ ารตรวจวเิ คราะห์การกลายพันธ์ของยีนส์ (Gene
mutation) เพ่ือรองรบั การรกั ษาแบบ Precision medicine ในผูป้ ว่ ยแต่ละกลุ่มโรค โดยเฉพาะ
ในผู้ปว่ ยโรคมะเร็ง ปจั จุบันตรวจไปแล้วประมาณ 200 คน
- จ.ตราด : การสื่อสารผู้ป่วยด้วยระบบ Telemedicine เรื่องการแจ้งผลการตรวจคัดกรอง และ
การสื่อสารต่าง ๆ (Line ID : trat_cancer)
เขตสขุ ภาพท่ี 7
- โปรแกรม “FIT Test@Khon Kaen มะเร็งลำไส้ใหญ่” เป็นโปรแกรมการส่งต่อผู้ปว่ ยท่ีตรวจคัดกรอง
มะเร็งลำไสใ้ หญด่ ว้ ยวิธี FIT Test ผล Positive ท่ตี อ้ งส่งต่อ Colonoscopy ท่ีโรงพยาบาลแม่ข่าย
- การนำโครงการ CA Breast Fast Track นำมาพฒั นาระบบการดแู ลผูป้ ่วยมะเร็งเตา้ นม
- งานวิจัยโรคมะเร็งตับและท่อทางเดินน้ำดี วิจัยด้านรังสีรักษา วิจัยมะเร็งปอด วิจัยมะเร็งลำไส้
วิจยั เคมีบำบัดมะเรง็ เตา้ นม วิจัยมะเร็งช่องปาก
เขตสุขภาพท่ี 8
- จ.บงึ กาฬ : ชนะเลศิ ระดับประเทศตำบลตน้ แบบจดั การสขุ ภาพการปอ้ งกนั โรคพยาธิใบไมต้ ับฯ
- จ.สกลนคร : สง่ พยาบาลอบรมหลักสตู ร Nurse Sonographer 7 คน, มีบอ่ บำบดั ใชไ้ ด้ 19 แห่ง
- จ.หนองคาย : นวัตกรรม“นักสืบพาขา้ ว”
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
146
เขตสุขภาพที่ 9
- จ.สุรินทร์ : (1) เข้าร่วมโครงการวิจัย GecciCA ร่วมกับ CASCAP มหาวิทยาลัยขอนแก่น
เป็นการศึกษาเปรียบเทียบการให้ยาเคมีบำบัดในผู้ป่วย CCA ระหว่าง Gemcitabine กับ
Gemcitabine + Cisplatin (2) มโี ครงการส่งตรวจ GENOMICS Thailand รว่ มกับคณะอนุพนั ธ์ศาสตร์
โรงพยาบาลศิริราช
- จ.ชยั ภูมิ : ได้รบั การคัดเลือกข้อมูลท่ีมคี ณุ ภาพในการทำหนังสือ Cancer in Thailand
- จ. นครราชสีมา : (1) การมี MMG Fast Track (2) Tele consult
- จ.บุรรี มั ย์ : การลงข้อมลู TCB Plus บุรรี มั ย์
เขตสขุ ภาพที่ 10
- จัดพมิ พเ์ ลม่ ทะเบยี นมะเร็ง ประจำปี 2564 (ดำเนินการจดั ทำทะเบยี นมะเร็งระดับโรงพยาบาล
Hospital based ตั้งแต่ ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน) - พัฒนาเป็นหน่วยตรวจ HPV DNA test
ผ่านการรับรองแล้ว - มีศูนย์ Consult รพ.ศรีสะเกษ ประสานแม่ข่าย รพ.มะเร็ง For RT และ
ลงข้อมูล Cancer anywhere - ระบบประสานให้คิวนัดทำ Colonoscope/ เตรียมลำไส้
ระหวา่ งศูนย์ Consult รพ.ศรีสะเกษ /เครือข่าย รพช.
เขตสุขภาพที่ 11
- จ.นครศรีธรรมราช : มศี กั ยภาพในการดำเนินงานด้านรังสีรักษา และสามารถรองรับการส่งต่อจาก
จังหวัดอนื่ ๆ ในเขตสขุ ภาพท่ี 11
- จ.ระนอง : มี Cancer Center ที่ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา เป็นหน่วยประสานส่งต่อและเยี่ยม
ตดิ ตาม ผู้ป่วยมะเร็ง
- มีการจดั ทำ Tumor Teleconference เพอ่ื ลด Refer out
- จ.สุราษฎร์ธานี : รถตรวจมะเร็งสตรีเคลื่อนที่ (Mobile Lady Check) และมีการพัฒนา
ผลงานวจิ ยั เกีย่ วกบั โปรแกรม การสง่ เสรมิ พฤตกิ รรมการตรวจมะเร็งเตา้ นมและมะเร็งปากมดลูก
6. ขอ้ เสนอแนะของผูน้ ิเทศ
6.1) เขตสขุ ภาพ
1) เขตสุขภาพ ควรมีการประชุมวางแผนการดำเนินการร่วมกันทุกไตรมาส วิเคราะห์ปัญหาอุปสรรค
การใชท้ รัพยากรร่วมกันในเขตสุขภาพเพอ่ื เพ่ิมผลสมั ฤทธิ์การดำเนินงาน หากในเขตสขุ ภาพมีทรัพยากร
ไม่เพียงพอ เชน่ ศูนยก์ ารฉายแสง อาจมีขอ้ ตกลงขอความรว่ มมอื จดั ระบบการรับส่งไปยังศูนยบ์ ริการทใี่ กล้
2) เพิ่มศักยภาพการคัดกรองและรณรงค์ โดยการเพิ่มศักยภาพเครือข่ายทุกระดับ ในการคัดกรองด้าน
โรคมะเร็ง มีการจัดประชุม ทบทวนแนวทางการคัดกรอง โรคมะเร็งและการส่งต่อในเครอื ข่ายบรกิ าร
การออกหน่วยคัดกรอง มะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกเชิงรุก ในพื้นที่ให้มีความต่อเนื่อง
การส่งเสริมการใช้บริการในคลินิกเลิกบุหรี่ การจัดงานรณรงค์วัดงดสูบบุหรี่โลก และการตระหนัก
การสง่ เสรมิ สขุ ภาพในการลดความเส่ยี งโรคมะเรง็
3) การใช้ระบบ cancer anywhere ร่วมกับนวัตกรรม Telemedicine และ e-refer เพื่อเพิ่มการเข้าถึง
การรักษาการลดคิวรอคอย และ seamless referral system ระหว่างจังหวัดในเขตสุขภาพ รวมถึง
จดั ต้งั ศนู ยบ์ ัญชาการเพ่อื การส่งตอ่ ผู้ป่วยในเขต และออกนอกเขตสุขภาพ
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
147
4) พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลที่ดีมีการอบรมการใช้โปรแกรม TCB ในโรงพยาบาล มีผู้รับผิดชอบ
ชัดเจนและดาเนินการอย่างต่อเน่อื ง
5) การดูแลอัตรากำลังคน การส่งฝึกอบรมเฉพาะด้านตามแผนที่วางไว้ จัดให้มีกรอบความก้าวหน้า
ในวิชาชพี สำหรับผู้ทีผ่ า่ นการอบรมและปฏบิ ตั งิ านตรงตามที่อบรม
6.2) ส่วนกลาง
1) จัดฝึกอบรม หลักสูตรต่าง ๆ รวมถึงคู่มือแนวทางการดำเนินงานให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง
ทุกสาขารวมถึงการจดั เกบ็ ตวั ชี้วดั
2) ร่วมกับพ้นื ท่วี ิเคราะหป์ ญั หาใหข้ ้อมลู และใหก้ ารสนับสนนุ เขตสุขภาพในการดำเนนิ งาน
3) จัดเวทกี ารแลกเปลย่ี นประสบการณค์ วามสำเรจ็ รวมถงึ แนวทางการแกป้ ัญหาระหวา่ งเขตสุขภาพ
7. ประเด็นท่คี วรกำกบั ตดิ ตามการตรวจราชการ
1) ติดตามผลการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ให้ได้ตามเกณฑ์
เปา้ หมาย
2) ติดตามผลการดำเนินงานการให้บริการ ด้านการรักษาด้วยเคมีบำบัด ภายใน 6 สัปดาห์ให้ผ่านเกณฑ์
ตัวช้ีวัด
3) ติดตามผลการดำเนินงานการให้บริการ ด้านการรักษาด้วยการให้รังสีรักษา ภายใน 6 สัปดาห์ให้ผ่าน
เกณฑต์ ัวชวี้ ัด
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
148
บทสรปุ สำหรับผบู้ รหิ าร ปงี บประมาณ 2565 รอบท่ี 2
ประเดน็ ที่ 5 ลดแออัด ลดรอคอย ลดปว่ ย ลดตาย
ประเดน็ ตรวจราชการ : ลดแออดั ลดรอคอย ลดป่วย ลดตาย
หัวขอ้ / ตวั ชวี้ ัด: สาขาทารกแรกเกดิ (Newborn)
1) เปา้ หมายและผลงาน
อตั ราตายทารกแรกเกิดอายุ ≤ 28 วัน นำ้ หนัก ≥ 500 กรัม
(เปา้ หมาย < 3.60 : 1,000 ทารกเกิดมีชีพ)
ผลการดำเนินการ
7
6
5
4
3
2
1
0
เขต 1 เขต 2 เขต 3 เขต 4 เขต 5 เขต 6 เขต 7 เขต 8 เขต 9 เขต 10 เขต 11 เขต 12 ประเทศ
HDC 3.35 3.71 3.98 3.07 5.02 5.94 3.35 3.69 3.15 4.60 6.45 3.75 4.27
จำนวนทารกท่ีเสยี ชีวติ ≤ 28 วัน (A) = 973 ราย
จำนวนทารกแรกเกดิ มชี พี (B) = 227,702 ราย
ท่มี าข้อมูล : Health Data Center (HDC) วนั ที่ 1 กรกฎาคม 2565
2) สรปุ สถานการณ์
อัตราตายทารกแรกเกิดอายุ ≤ 28 วนั ท่รี อดออกมาน้ำหนัก ≥ 500 กรมั เป้าหมาย < 3.60 : 1,000
ทารกเกิดมีชีพ ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 (1 ตุลาคม 2564 – 30 มิถุนายน 2565) พบว่า ภาพรวม
ประเทศไม่ผ่านเกณฑ์ คิดเป็นอัตราตาย 4.27 : 1,000 ทารกเกิดมีชีพ (จำนวนทารกที่เสียชีวิต ≤ 28 วัน
973 ราย จากจำนวนทารกแรกเกิดมีชีพ 227,702 ราย) โดยดำเนินการผ่านเกณฑ์ 4 เขตสุขภาพ ได้แก่
เขตสุขภาพที่ 1, 4, 7, และ 9
3) ปญั หา/จดุ รว่ มทส่ี ะท้อนปญั หา หรือความเสีย่ งต่อความไมส่ ำเร็จของงาน
1. ปญั หาการเสยี ชีวติ สว่ นใหญเ่ กิดจาก Preterm, PPHN, ภาวะเสี่ยงจากครรภ์มารดา และมารดาตดิ เชื้อ
COVID-19 จึงทำให้อตั ราการเกดิ Preterm birth สงู ขึ้น
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
149
2. อตั ราตายทารกแรกเกดิ มีแนวโน้มเพม่ิ ขึน้
3. ระบบ ANC คุณภาพยงั ไม่ครอบคลุม
4. ระบบ Refer Back ขาดแนวทางการปฏิบตั ิท่ชี ดั เจน
4) ขอ้ เสนอเชิงนโยบาย/ข้อเสนอเพอื่ ปรับปรงุ พัฒนา
ต้นน้ำ:
1. พยายามลดจำนวนทารกท่ีเกิดก่อนกำหนดโดยประสานงานกับราชวิทยาลัยสูตินรีเวช และ Service Plan
สาขาสูติกรรม เพื่อออกแนวทางเชิงนโยบายให้กับแพทย์เวชปฏิบัติได้มีแนวทางมาตรฐานเดียวกัน
ในการให้การป้องกันการคลอดก่อนกำหนดรวมทั้งการใช้ยาและกลยุทธ์อื่นๆ เพื่อลดจำนวนทารก
ทเี่ กิดก่อนกำหนดตัง้ แตต่ ้นทาง
2. พัฒนาและประสานงานการทำงานของ MCH Board ในทุกเขตสุขภาพบริการให้มีความต่อเนื่อง
ในการทำงานร่วมกันของบคุ ลากรทีเ่ กยี่ วข้อง
3. มกี ารรณรงค์ให้มีการฝากครรภ์คณุ ภาพอย่างน้อย ANC 5 ครั้งในสถานพยาบาล และสนับสนนุ ให้มารดา
ที่ตงั้ ครรภ์หลงั 12 สปั ดาห์ รบั วคั ซนี ป้องกนั การติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เนอื่ งจาก
เป็นสาเหตุหนึง่ ทที่ ำใหเ้ กิดการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด
กลางนำ้ :
1. ให้การสนับสนุนในการจัดสร้างหอผู้ป่วยทารกแรกเกิดภาวะวิกฤตเพิ่มเตมิ รวมถึงครุภัณฑ์ทางการแพทย์
ที่จำเป็นและมีการปรับปรุงท้ังระบบโครงสร้าง ระบบการดูแลความปลอดภัยและความเชี่ยวชาญ
ของบุคลากรในการต้ังรับเพื่อดูแลทารกแรกเกิดท่ีเกิดจากมารดาติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
2. พฒั นาศักยภาพของบคุ ลากรทั้งทางด้านสูตติ ิกรรม และกมุ ารเวชกรรมท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั การดูแลทารกแรกเกิด
โดยเฉพาะกลุ่มทารกแรกเกิดก่อนกำหนด เช่น การจัดอบรมการกู้ชีพทารกแรกเกิด NCPR ตาม
แนวทางปี 2020 เพื่อลดภาวะ Asphyxia และอบรมการส่งต่อ Refer ทารกแรกเกิดอย่างปลอดภัย
ตามมาตรฐาน STABLE program
3. มีการตรวจประเมนิ กำกบั ติดตาม ใหม้ กี ารดูแลมาตรฐานทัง้ มารดาทีม่ ีการเจบ็ ครรภ์คลอดก่อนกำหนด
และทารกแรกเกิดโดยเฉพาะกลุ่มทารกแรกเกิดก่อนกำหนดให้เป็นไปตามแนวทางมาตรฐาน
ของราชวิทยาลัยท่กี ำหนดขึ้น
4. พฒั นาระบบเครือข่ายการส่งต่อทั้ง Refer in และ Refer back โดยเพิ่มศักยภาพของโรงพยาบาลระดับ M
หรือ Nodes ใหส้ ามารถดูแลทารกแรกเกิดที่พ้นภาวะวิกฤตและรับกลับมาจากโรงพยาบาลขนาดใหญ่
กว่าเพื่อดแู ลตอ่ ได้เพมิ่ ขน้ึ
ปลายนำ้ :
1. เพิ่มขีดความสามารถในการดูแลรักษาทารกแรกเกิดภาวะวิกฤตโดยเฉพาะกลุ่มทารกแรกเกิดก่อน
กำหนดน้ำหนกั ตวั น้อย ซึ่งเปน็ สาเหตุการตายอนั ดับหน่ึง และกลุ่มทารกแรกเกดิ ครบกำหนดซ่ึงมีภาวะ
ความดันเลือดปอดสูง PPHN และ Asphyxia โดยการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ จัดสรรงบประมาณ
เพื่อจัดหาครุภัณฑ์ เช่น Inhaled Nitric Oxide ซึ่งใช้ในการดูแลรักสาภาวะ PPHN และ Cooling
System ซึ่งใช้รกั ษาในทารกแรกเกดิ ทมี่ ีภาวะขาดออกซเิ จนรนุ แรง
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
150
2. สร้างแนวทางมาตรฐานในระดับจังหวัด เขตสุขภาพบริการ ในการดูแลรักษาภาวะเจ็บป่วยที่เป็น
สาเหตุการเสียชีวิตของทารกแรกเกิดในแต่ละเขตและผลักดัน ติตามกำกับ ให้มีการใช้เป็นแนวทาง
มาตรฐานเดียวกัน
3. เตรียมการในการรับกับสถานการณ์โควิด ในทารกที่เกิดจากมารดาติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
(COVID-19) โดย
- Structure: ปรับปรงุ โครงสร้างหอผ้ปู ว่ ยให้มคี วามปลอดภยั ปอ้ งกนั การตดิ เชื้อมาสู่บุคลากร
- Staffs: อบรมทกั ษะเชิงปฎิบัติการให้บุคลากรท่ีเกี่ยวข้องทุกระดับมีความสามารถในการดูแล
รักษาทารกในกลุ่มนี้ รวมถึงการป้องกันการติดเชื้อที่แพร่กระจายจากทั้งคนไข้และบุคลากร
ลดความเสีย่ งของการแพร่ระบาดของเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ในบุคลากรและ
คนไข้
- Services system and Supplies: จัดระบบแนวทางในการดูแลรักษาทารกกลุ่มเสี่ยงและ
มีการพัฒนาปรับปรุงตามองค์ความรู้ใหม่เป็นระยะรวมทั้งจัดทำแผน BCP Business Care
Plan เพ่อื เตรยี มการตง้ั รับลว่ งหน้าในด้านระบบการส่งตัวคนไข้ การดแู ลป้องกัน รวมท้ังวัสดุ
ครภุ ณั ฑ์เวชภณั ฑ์ต่างๆ ที่ตอ้ งใชใ้ นการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
4. จัดทำโครงการเพื่อของบประมาณในด้านวัสดุ ครุภัณฑ์ เพิ่มเติม รวมถึงอัตรากำลังที่จำเป็น
ตามการคาดประมาณในเขตสุขภาพบริการทีไ่ ม่เพยี งพอ
5) ปจั จยั ความสำเร็จ
1. ได้รบั การสนับสนุนเชิงนโยบายจากสำนักปลัดกระทรวงเพื่อผลักดันให้ลดอัตราการตายของทารกแรก
เกิดเปน็ หนงึ่ ในห้าของสาขาหลัก
2. บุคลากรทางดา้ นสตู กิ รรมและกุมารเวชกรรม มีความรว่ มมือในการทำงานผา่ น MCH Board
3. มีการประสานงานกับภาคส่วนอื่นๆ เช่น ราชวิทยาลัยต่างๆ กรมอนามัย กรมควบคุมโรคติดต่อ
กองบรหิ ารงานสาธารณสุข ในการสนับสนุนโครงการดำเนนิ งานต่างๆ
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
151
6) ประเด็นทค่ี วรกำกับติดตามการตรวจราชการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
Objectives มาตราการในการดำเนนิ การ
ลดปว่ ย ➢ การลด preterm delivery: การให้การศึกษา รณรงค์ให้มีการฝากครรภ์และ
จัดระบบการฝากครรภ์คุณภาพ เพิ่มมาตรการแนวทางการลดการคลอดก่อนกำหนด
ลดตาย ดว้ ยกลยุทธต่างๆ รวมทง้ั การใช้ยา progesterone เพ่ือลดภาวะคลอดก่อนกำหนด มีการ
ลดการรอคอย พิจารณานำเสนอโครงการเพื่อผลักดันให้เป็นชุดสิทธิประโยชน์ Reimbursement
หรือชุดสิทธปิ ระโยชน์ในภาวะกล่มุ โรคท่ีมผี ลกระทบต่อสุขภาวะ และภาระโรค กลุ่มโรค
PPHN ความดันเลือดปอดสูง ได้ดำเนินการของบประมาณจากสำนักงานหลักประกัน
สุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการใช้แก๊สไนตริกออกไซด์เพื่อรักษาภาวะนี้ ได้ผ่าน
การพิจารณาจากกรรมการของ สปสช. แล้ว อยู่ในระหว่างดำเนินการ และนอกจากน้ี
ยังมีแผนจะนำเสนอชดุ สิทธิประโยชน์ หรอื Optimum reimbursement ของการดูแล
รักษาทารก Preterm ท้ังในช่วงแรกเกิดและชว่ งรอเลี้ยงโต
➢ ลด birth asphyxia ลดการติดเชื้อ: การฝากครรภ์คุณภาพ จัดอบรมห้องคลอด
คุณภาพ การกู้ชีพทารกแรกเกิด NCPR การส่งต่อทารกให้มีความปลอดภัย (STABLE
program) เน้นการอบรมเชิงปฏิบตั ิการทัง้ Online และ Onsite
➢ ลดความพิการแต่กำเนิด: การฝากครรภ์คุณภาพ การให้ folic acid แก่หญิง
มีครรภ์ และการใหค้ วามรู้แกห่ ญงิ ทพ่ี ร้อมจะมบี ตุ ร
➢ ลดอัตราตายของทารกแรกเกิด (Neonatal mortality rate) ด้วยการฟื้นฟู
ความรู้ ทักษะ เพ่มิ ศักยภาพในการดูแลทารกป่วยให้บุคลากร
➢ วางระบบเครือข่ายการรับส่งตอ่ ภายในเขตและส่งออกนอกเขต สนบั สนุนให้มี
intrauterine transfer
➢ มรี ะบบฐานข้อมลู และระบบปรกึ ษาทางไกล ชว่ ยเหลอื เก้อื กูลกนั ของแต่ละจังหวัด
ภายในเขต และจงั หวัดนอกเขตทเี่ ป็นจงั หวัดรอยต่อ
➢ จดั ระบบการ refer และบริหารเตยี งแบ real-time
➢ เพิ่มจำนวนเตียง NICU และเตียง sick-newborn พร้อมครุภัณฑ์ ให้แก่
สถานพยาบาล
➢ จัดอบรมหลักสูตรเฉพาะทาง เพื่อเพิ่มบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ กุมารแพทย์ NNP
พยาบาลวชิ าชีพ และแพทยส์ าขาอืน่ ตามความเหมาะสม
➢ จัดอบรมฟื้นฟูวิชาการในพื้นที่ เพิ่มขีดความสามารถในการดูแลผู้ป่วย
ใหส้ ถานพยาบาลโดยการ เพ่มิ จำนวนทุนเรยี นต่อ ทำให้มจี ำนวนผู้ใหบ้ ริการเพ่มิ มากขึน้
➢ เพิ่ม reimbursement ให้แกส่ ถานพยาบาล
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
152
รายงานผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ปีงบประมาณ 2565 รอบที่ ๒
ประเด็นท่ี 5 ลดแออดั ลดรอคอย ลดป่วย ลดตาย
1.ประเดน็ ตรวจราชการ: ลดแออดั ลดรอคอย ลดปว่ ย ลดตาย
2. หวั ข้อ: สาขาทารกแรกเกิด (Newborn)
3. หน่วยงานทีร่ ับผิดชอบ (กรม/กอง/ศูนย์วชิ าการ)
หน่วยงานผ้รู ับผิดชอบหลัก : กรมการแพทย์
4. วิเคราะหส์ ถานการณ์
อตั ราตายทารกแรกเกิดอายุ ≤ 28 วัน น้ำหนัก ≥ 500 กรัม
ปี จำนวนทารกท่ี จำนวนทารกแรกเกิดมชี ีพ อัตราตาย : 1000 การ
(2558 – เสยี ชวี ิต ≤ 28 วนั (B) เกิด
2565)
(A) 421,103 มชี ีพ (A/B) x 1000)
2558 3.68
1,548
9.97
2559 1,931 486,789
4.37
2560 2,135 489,035
4.41
2561 1,979 448,345
4.52
2562 1,850 409,150
2563 1,747 414,664 4.21
2564 1,747 363,038
2565 (9 เดือน) 973 227,702 4.81
4.27
ที่มา: HDC ณ วนั ท่ี 1 กรกฎาคม 2565
4.1 อตั ราตายทารกแรกเกดิ อายุ ≤ 28 วัน นำ้ หนัก ≥ 500 กรมั (เป้าหมาย < 3.60 : 1,000 ทารกเกดิ มชี ีพ)
เขตสุขภาพ จำนวนทารกที่เสียชีวติ ≤ 28 จำนวนทารกแรกเกิดมชี ีพ อตั ราตาย : 1000 การเกิดมี
วัน (A) (B) ชีพ (A/B) x 1000)
1 68 3.35
2 55 20,322 3.71
3 31 14,816 3.98
4 52 7,788 3.07
5 118 16,942 5.02
6 169 23,525 5.94
7 47 28,467 3.35
14,040
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
153
เขตสุขภาพ จำนวนทารกทีเ่ สียชีวิต ≤ 28 จำนวนทารกแรกเกิดมีชีพ อัตราตาย : 1000 การเกดิ มี
วัน (A) (B) ชีพ (A/B) x 1000)
8 65 3.69
9 69 17,628 3.15
10 21,874
11 69 4.60
12 126 15,013 6.45
ประเทศ 19,545
104 3.75
27,742
973 4.27
227,702
ท่มี า: HDC ณ วนั ท่ี 1 กรกฎาคม 2565
4.2 เพมิ่ เตียง NICU ใหไ้ ดต้ ามเกณฑ์ (เป้าหมาย 1 : 500 ทารกเกิดมีชพี )
เขตสขุ ภาพ จำนวนเตยี งNICU (A) จำนวนทารกแรกเกดิ มีชพี อัตรา 1 : 500 (B/A)
เฉลยี่ ปี 2561-2563 (B)
1 95 377
2 76 35,816 296
3 34 22,489 417
4 96 14,188 300
5 124 28,768 349
6 112 43,293 454
7 68 50,843 380
8 75 25,829 412
9 107 30,888 348
10 62 37,263 402
11 94 24,895 366
12 76 34,401 618
ประเทศ 46,943 388
1019
395,618
ทีม่ า: การตรวจราชการรอบ 2/2565
ปญั หา/สาเหตุ แผน/กจิ กรรมการแก้ไขปัญหา ความก้าวหน้า/
ผลการดำเนินงาน
1. ปัญหาการเสียชีวิตส่วน - มีการรวบรวมข้อมูลสาเหตุการตายของ รอ้ ยละ 4.27
ใหญ่เกิดจาก Preterm, PPHN, ทารก การคลอดก่อนกำหนด การมีภาวะเจ็บ A = 973 ราย
ภาวะเสี่ยงจากครรภ์มารดา และ ครรภ์คลอดก่อนกำหนดเพื่อแก้ไขปัญหาและ B = 227,702
มารดาติดเชื้อ COVID-19 จึงทำ ราย
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
154
ปญั หา/สาเหตุ แผน/กิจกรรมการแกไ้ ขปญั หา ความก้าวหนา้ /
ผลการดำเนินงาน
ให้อัตราการเกิด Preterm birth ป้องกันการเกดิ เหตุซ้ำ หามาตรการลด Preterm
สูงข้นึ birth เช่น การใช้ Progesterone, ASA x
- มีการทบทวน MCH Broad ทุกปี และมี
ระบบบริหารจัดการแนวทางการให้บริการ
Progesterone เพื่อแก้ปัญหาการเสียชีวิตจาก
Preterm
2. อัตราตายทารกแรกเกิดมี - จัดอบรมการกู้ชีพทารกแรกเกิดให้กับ
แนวโน้มเพ่ิมข้ึน บุคลากรที่เกี่ยวข้องในโรงพยาบาลระดับ A, S ทุกปี
ทั้งแผนกสูติกรรมและกุมารเวชกรรม
- เพิ่มจำนวนเตียง NICU ให้เพียงพอต่อการ
คลอดในทกุ เขตสขุ ภาพบริการ
- โรงพยาบาลระดับ M1 สามารถให้บริการ
ดูแลรกั ษาทารกภาวะกงึ่ วิกฤตได้
3 . ร ะบบ ANC คุณ ภ า พ มีการบูรณาการดำเนินงานร่วมกันระหว่าง
ยงั ไมค่ รอบคลมุ สาขาสูติกรรม และสาขาทารกแรกเกิด
ตามกระบวนการ 6 Value MCH Program
4. ระบบ Refer Back ขาด - มีการประชุมพัฒนาระบบ refer และ
แนวทางการปฏบิ ัตทิ ชี่ ัดเจน การประสานงานเพื่อการส่งต่อ ทั้งในระดับจังหวัด
และระดับเขต
- เพิ่มศักยภาพการดูแลทารก ไ ป ที่
โรงพยาบาลเครือข่ายระดับ M1 เพื่อลดความ
แออัด
5. นวัตกรรม/ตัวอย่างทีด่ ี
เขตสุขภาพท่ี ๑
➢ จงั หวัดเชียงใหม่: Neonatal emergency box เปน็ กล่องทีใ่ ช้บรรจุ ยา สารน้ำ และอุปกรณท์ ่จี ำเป็น
ในการกชู้ ีพ
➢ จังหวัดน่าน: โปรแกรมคำนวณและสั่งการรักษาให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำ สามารถคำนวณ
TPN จากสตู รท่มี ที ำใหส้ ะดวกต่อการใชง้ านของแพทย์ ลดขอ้ ผดิ พลาดในการคำนวณ และเช่ือมต่อผ่าน
google drive ทำใหแ้ พทยส์ ามารถสั่ง TPN ทเ่ี ตียงคนไขไ้ ด้ในขณะที่ round
➢ จังหวัดเชียงราย: Application การคัดกรองภาวะความผิดปกติของการตรวจคัดกรองการได้ยิน
(OAE)
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
155
เขตสขุ ภาพที่ 5
➢ จังหวัดสุพรรณบุรี: นวัตกรรม SNB Blood Transfusion monitoring แนวทางการติดตามสัญญาณชีพ
ในทารกที่ได้รับเลือดเพื่อปฏิบัติในแนวทางเดียวกันตามมาตรฐาน ประเมินอาการได้อย่างรวดเร็ว และ
นวตั กรรมถุงปลอดภยั สายไม่เล่ือนหลุด (Safety bag) : ปอ้ งกนั ปัญหา tube, line เล่อื นหลดุ
เขตสุขภาพท่ี ๖
➢ จังหวัดตราด : หมวกลมหายใจ (Inspiration Hood) ใช้สำหรับตรงึ อปุ กรณก์ ารใหอ้ อกชเิ จนแรงดันบวก
อย่างต่อเนื่องทางจมูกในทารกที่ใช้ noninvasive ventilator แทนหมวกที่ต้องซื้อจากบริษัท (ราคา
ใบละ ๑,๐๐๐ บาท)
เขตสุขภาพท่ี ๙
➢ จังหวัดสุรินทร์ : คลินิกเจ้าตัวน้อยติดตามดูแลทารกน้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่+า 5,000 กรัม
หลังจำหนา่ ยแบบ One stop service โดยทมี สหสาขาวิชาชีพ
➢ จังหวดั ชยั ภูมิ :
- Nest สำเร็จรูปใชสำหรับเป็นเบาะรองท่ีนอนทารกคลอดก่อนกำหนด
- หมวก Super cap ใชสำหรบั เปน็ ระบบปดในผูป้ ว่ ยทใ่ี ส่ CPAP
- กางเกง Minizumo ใชแทนผา้ ออ้ มในทารกคลอดกอ่ นกำหนดเพ่ือวดั ปริมาณปัสสาวะ
- ผ้าคลุมเคร่ืองสองไฟเพิม่ ประสิทธภิ าพการดูแลรกั ษาเด็กตัวเหลอื ง
6. ขอ้ เสนอแนะของผนู้ ิเทศ
1. มีข้อสั่งการเชิงนโยบายลงไปในระดับเขต จังหวัด และอำเภอ โดยประสานงานกับ Service Plan
สาขาสูติกรรม ให้เป็นเกณฑ์ตัวชี้วัดหลักระดับประเทศ ให้มีอัตราการคลอดทารกก่อนกำหนด
(อายุครรภ์ < 37 สปั ดาห์) ไม่เกนิ รอ้ ยละ 5 ภายในระยะเวลา 3 ปี
2. แตง่ ตง้ั คณะทำงานวเิ คราะห์ ศึกษา หาปจั จยั เสย่ี งที่ทำให้มารดาคลอดก่อนกำหนดและออกมาตรการ
ป้องกันใหเ้ ปน็ รปู ธรรม โดยร่วมมอื กบั องคก์ รวชิ าชพี ชมรม สมาคมวิชาชีพทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง
3. ตั้งเกณฑ์ตัวชี้วัดระดับเขตลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่พบว่ามีความสัมพันธ์ทำให้เกิดการคลอด
ก่อนกำหนดโดยมีงบประมาณสนบั สนนุ จดั เป็นโครงการเรง่ ด่วนพิเศษ
4. รณรงค์ทำ Campaign ใหม้ กี ารสือ่ สารสสู่ าธารณะ ให้มี Public Awareness ในเรอื่ งการฝากครรภ์
คุณภาพ ลดการต้ังครรภ์ในวัยร่นุ และอน่ื ๆ โดยประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เก่ียวข้อง เชน่ กรมอนามัย
แผนกสูตกิ รรม โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลโรงเรยี นแพทยใ์ นพ้นื ที่ต่างๆ
5. M & E: แต่งตั้งคณะทำงานติดตาม ประเมินผลการใช้มาตรการต่างๆ เพื่อลดการคลอด
กอ่ นกำหนดในระดับเขต และระดับประเทศ มีการตดิ ตามแบบ Online Onsite และมกี ารรายงานผล
การตดิ ตามสง่ มาทีส่ ่วนกลางในทกุ ไตรมาส
6. จัดตั้งคณะกรรมการแม่และเด็กในการกำหนดแนวทางมาตรฐานในระดับชาติ ในการออก
แนวปฏบิ ตั ิในการดูมารดาท่ีตดิ เช้ือโควิดและลทารกท่ีเกิดจากมารดาโควิดใหเ้ ป็นมาตรฐานเดยี วกัน
7. กำหนดให้แพทยแ์ ละพยาบาลเฉพาะทางไดเ้ ป็นสาขาขาดแคลน เพ่มิ ค่าตอบแทนให้ไดใ้ กล้เคียง
องค์กรอน่ื ๆ สนบั สนุนโควตา้ การเขา้ รบั การฝกึ อบรมเป็นกรณีพิเศษ
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
156
บทสรุปสำหรับผบู้ รหิ าร ปงี บประมาณ 2565 รอบที่ 2
ประเดน็ ที่ 5 ลดแออัด ลดรอคอย ลดป่วย ลดตาย
ประเดน็ ตรวจราชการ : ลดแออัด ลดรอคอย ลดป่วย ลดตาย
หัวข้อ / ตัวชวี้ ัด : การดูแลระยะกลาง (Intermediate Care : IMC)
1. เป้าหมายและผลงาน
รอ้ ยละของผู้ปว่ ย Intermediate care* ไดร้ ับการบริบาลฟ้ืนสภาพและตดิ ตามจนครบ 6 เดือน
หรือจน Barthel index = 20 ก่อนครบ 6 เดือน (เป้าหมาย ร้อยละ 70)
ผลการดำเนินงาน
- จำนวนผู้ป่วย Intermediate care* ทุกราย ภายในจังหวัดที่รอดชีวิตและมีคะแนน Barthel index<15
ได้รับการบรบิ าลฟน้ื สภาพระยะกลางและตดิ ตามจนครบ 6 เดอื นหรือจน Barthel index=20 (A)
= 24,631 ราย
- จำนวนผู้ป่วย Intermediate care* รายใหม่ หรือกลับเป็นซ้ำภายในระยะเวลา 6 เดือน และ Fracture
Hip (Fragility fracture) ทุกราย ที่เข้าสู่ระบบการดูแลระยะกลางอย่างต่อเนื่องจนครบ 6 เดือน หรือ
จนกวา่ Barthel index = 20 (B)
= 29,831 ราย
ที่มาข้อมลู : จากการรายงานของพ้นื ทีแ่ ละการนิเทศงานรอบที่ 2 ปีงบประมาณ 2565 (ไตรมาสท่ี 3)
2. สรปุ สถานการณ์
ร้อยละของผู้ป่วย Intermediate care* ได้รับการบริบาลฟื้นสภาพและติดตามจนครบ 6 เดือน หรือจน
Barthel index = 20 ก่อนครบ 6 เดือน (เป้าหมาย ร้อยละ 70) ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 3 พบว่า
ภาพรวมประเทศผ่าน คิดเป็นร้อยละ 82.57 โดยมีผู้ป่วยได้รับการบริบาลฟื้นสภาพฯ ทั้งหมด 24,631 ราย
จากผู้ป่วยฯรายใหม่หรือกลับเป็นซ้ำทั้งหมดที่เข้าสู่ระบบทั้งหมด 29,831 ราย เมื่อพิจารณารายเขตสุขภาพ
พบว่า เขตสุขภาพที่มีผลการดำเนินงานสูงสุด ได้แก่ เขตสุขภาพท่ี 8 (ร้อยละ 90.97) รองลงมา ได้แก่
เขตสุขภาพที่ 7 (ร้อยละ 89.12) และเขตสุขภาพที่ 2 (ร้อยละ 88.67) ตามลำดับ ซึ่งหากพิจารณา
รายจังหวัด พบว่า มีจังหวัดที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์เป้าหมาย จำนวน 7 จังหวัด ได้แก่ พะเยา (ร้อยละ 69.34)
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
157
เพชรบูรณ์ (ร้อยละ 69.28) พังงา (ร้อยละ 68.39) ระนอง (ร้อยละ 64.52) สมุทรปราการ (ร้อยละ
55.27) ยะลา (ร้อยละ 51.48) และ ตราด (รอ้ ยละ 39.39)
3. ปัญหา/จดุ ร่วมทสี่ ะท้อนปัญหา หรือความเสี่ยงต่อความไมส่ ำเรจ็ ของงาน
1) ด้านระบบบรกิ าร
- จากสถานการณ์ COVID-19 สง่ ผลให้การดแู ลและตดิ ตามขาดความต่อเนือ่ ง
- การส่งกลบั ผู้ป่วย (refer back) เพือ่ รักษาตอ่ ที่ รพช. มีจำนวนนอ้ ย
- กรณีผปู้ ว่ ยถกู ส่งตอ่ ข้ามจงั หวดั ไม่สามารถตดิ ตามได้
- ผปู้ ่วยและญาตบิ างรายขาดความตระหนกั ในการดูแลและฟืน้ ฟูระยะกลาง
2) ดา้ นบคุ ลากร:
- บุคลากรเชี่ยวชาญเฉพาะด้านยงั ไม่เพยี งพอ ไดแ้ ก่ พยาบาลฟืน้ ฟู (4 เดือน) แพทยเ์ วชศาสตร์ฟืน้ ฟู
นกั กจิ กรรมบำบัด นกั กายภาพบำบดั เปน็ ต้น
- บุคลากรยังขาดความร้คู วามเข้าใจในการดแู ลผปู้ ่วย IMC
- การพัฒนาศกั ยภาพบคุ ลากรที่เก่ยี วขอ้ งยงั ไมเ่ พียงพอและครอบคลุม
3) ดา้ นระบบสารสนเทศ
- การสง่ ตอ่ ขอ้ มลู และดูแลต่อเน่ืองมีความลา่ ชา้
- ยังไม่มีระบบส่งต่อและติดตามข้อมูลผู้ป่วยระหว่าง รพ.แม่ข่ายและลูกข่ายที่เป็นรูปแบบเดียวกัน
และสะดวกต่อการใช้งาน
4) ดา้ นการเข้าถงึ ยาและเวชภณั ฑท์ จ่ี ำเป็น
- Intermediate bed/ward สว่ นใหญ่ยังไม่มยี าลดเกร็ง (ยา Baclofen บญั ชี ข)
- ขาดแคลนเครือ่ งมอื อปุ กรณ์ วสั ดุทางการแพทย์สำหรับการดูแลผปู้ ่วย IMC
5) ภาวะผูน้ ำและธรรมาภิบาล
- มีการเปลยี่ นผู้รบั ผิดชอบงาน IMC ในพ้นื ทท่ี ำให้การดำเนินงานไม่ต่อเนื่อง
- บางพ้นื ที่ขาดนโนบาย/ การสนบั สนนุ ทช่ี ดั เจนจากผ้บู รหิ าร
6) ดา้ นงบประมาณ
- ปีงบ 2565 สปสช. ไม่ได้สนับสนุนงบ IP rate พิเศษ ทำให้เขตสุขภาพไม่สามารถเบิกจ่าย
คา่ บรกิ ารแบบ on top IMC ได้
4. ข้อเสนอเชิงนโยบาย/ข้อเสนอเพือ่ ปรับปรงุ พฒั นา
1) ด้านระบบบรกิ าร
- พัฒนาระบบบริการในรูปแบบ New Normal เพอื่ รองรับสถานการณ์ COVID-19
- พัฒนาระบบดูแลและติดตามผ้ปู ่วย โดยใช้ Telemedicine/ Telerehabilitation
- มรี ะบบปรึกษาทางไกล (Teleconsultation) ระหว่าง รพ.แมข่ า่ ยและลูกข่าย
- พัฒนาเครือข่าย/เช่ือมโยงการดแู ลผ้ปู ่วยในชมุ ชน เพ่ือให้เกิดระบบการดูแลตอ่ เน่ือง
2) ดา้ นการพฒั นาบคุ ลากร
- พน้ื ที่: จัดทำแผนเพมิ่ อตั รากำลงั /แผนพฒั นาบุคลากรในวิชาชพี ท่ขี าดแคลน
- ส่วนกลาง: เสนอกรอบอัตรากำลงั ของวชิ าชีพท่ีเกีย่ วข้องใน รพ. แต่ละระดับ เพื่อให้เพยี งพอและ
เหมาะสมกบั ภาระงาน
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
158
3) ดา้ นระบบสารสนเทศ
- พ้ืนท่:ี พัฒนาระบบสารสนเทศเพ่ือรองรับการส่งต่อและติดตามข้อมูลผู้ปว่ ย IMC ระหว่าง รพ.แม่ข่าย
และลกู ข่าย เพื่อใหผ้ ปู้ ว่ ยได้รับการดูแลและตดิ ตามต่อเน่ือง (พจิ ารณาตามความพร้อมของพน้ื ท่ี เชน่
โปรแกรมท่ีพฒั นาข้นึ เอง Line, Google sheet เป็นต้น)
- สว่ นกลาง: พฒั นาระบบสารสนเทศทเ่ี ป็นระบบเดียวกนั ทงั้ ประเทศ
4) ด้านงบประมาณ
- ส่วนกลาง: ผลกั ดันขอ้ เสนอรูปแบบการจา่ ยค่าบรกิ ารผู้ปว่ ยระยะกลาง (IMC) ทเี่ หมาะสม
5. ปจั จัยความสำเร็จ
1) มีเครือข่ายบริการภายในจังหวัดที่เข้มแข็ง และมีการบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/
ชมุ ชน
2) การพัฒนาระบบสารสนเทศสำหรับการส่งต่อและระบบ teleconsultation เพื่อติดตามข้อมูลผู้ป่วย
และเชอ่ื มต่อข้อมลู ของผู้ปว่ ย
3) การจัดอตั รากำลงั คนทเี่ หมาะสมและจดั อบรมเพิ่มศักยภาพการดูแลผปู้ ่วย
4) มกี ารจา่ ยค่าบริการสำหรับผ้ปู ่วย IMC ทเ่ี หมาะสม เพื่อสนบั สนุนใหเ้ ปดิ บรกิ าร
6. ประเด็นทีค่ วรกำกับตดิ ตามการตรวจราชการ
1) การพัฒนาการให้บริการ IMC ใหไ้ ดค้ ุณภาพ ท้ังทางดา้ นโครงสร้าง ระบบบรกิ าร และบคุ ลากร
- จังหวัดมีการจัดหาวัสดุ ครุภัณฑ์ ยาและเวชภัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการให้เพียงพอ
ต่อการให้บรกิ าร
- เย่ยี มเสรมิ พลงั ในแตล่ ะเขตสุขภาพ
- มีระบบส่งต่อและติดตามข้อมูลผู้ป่วย ผ่านระบบสารสนเทศที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลภายใน
จังหวัดเพือ่ ใหผ้ ้ปู ่วยไดร้ ับบริการอย่างต่อเนอ่ื ง
2) การบรหิ ารจัดการกำลงั คนดา้ นสุขภาพ
- มแี ผนการบรหิ ารกรอบอตั รากำลงั ของเขตสขุ ภาพ ตามวชิ าชพี ท่ขี าดแคลน
- มีแผนพฒั นาศักยภาพบคุ ลากรในวิชาชีพที่ขาดแคลน และดำเนนิ การตามแผนท่กี ำหนดไว
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
159
รายงานผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ปีงบประมาณ 2565 รอบท่ี ๒
ประเดน็ ท่ี 5 ลดแออดั ลดรอคอย ลดป่วย ลดตาย
1. ประเดน็ ตรวจราชการ: ลดแออัด ลดรอคอย ลดป่วย ลดตาย
2. หวั ข้อ: การดแู ลระยะกลาง (Intermediate Care: IMC)
3. หน่วยงานท่รี ับผิดชอบ (กรม/กอง/ศูนย์วชิ าการ)
หนว่ ยงานผู้รบั ผดิ ชอบหลกั : กรมการแพทย์
4. วิเคราะหส์ ถานการณ์
ร้อยละของผู้ปว่ ย Intermediate care* ไดร้ ับการบริบาลฟืน้ สภาพและติดตามจนครบ 6 เดือน
หรอื จน Barthel index = 20 ก่อนครบ 6 เดือน (เป้าหมาย ร้อยละ 70)
- จำนวนผู้ป่วย Intermediate care* ทุกราย ภายในจังหวัดที่รอดชีวิตและมีคะแนน Barthel index < 15
ไดร้ บั การบริบาลฟืน้ สภาพระยะกลางและติดตามจนครบ 6 เดือนหรอื จน Barthel index=20 (A)
= 24,631 ราย
- จำนวนผ้ปู ว่ ย Intermediate care* รายใหม่ หรือกลับเปน็ ซ้ำภายในระยะเวลา 6 เดือน และ Fracture Hip
(Fragility fracture) ทุกราย ที่เข้าสู่ระบบการดูแลระยะกลางอย่างต่อเนื่องจนครบ 6 เดือน หรือจนกว่า
Barthel index = 20 (B)
= 29,831 ราย
ท่ีมาขอ้ มูล : จากการรายงานของพื้นทแี่ ละการนเิ ทศงานรอบท่ี 2 ปงี บประมาณ 2565 (ไตรมาสท่ี 3)
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
160
ปัญหา/สาเหตุ แผน/กิจกรรมการแก้ไขปัญหา ความก้าวหน้า/
ผลการดำเนินงาน
เขตสขุ ภาพท่ี 1 ร้อยละ 77.90
A = 2,930 ราย
1. จากสถานการณ์ของโรค COVID-19 1. พัฒนาระบบบริการฟื้นฟูผู้ป่วยระยะกลาง ให้ได้ B = 3,761 ราย
ทำให้ไม่สามารถติดตามเยี่ยมบ้านและ รบั การดูแลและตดิ ตามจนครบ 6 เดอื น ตาม KPI ร้อยละ 88.67
A = 1,737 ราย
ให้การฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องได้ รวมท้ัง 2. พัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อการลงทะเบียนส่งต่อ B = 1,959 ราย
ผู้ป่วยไม่สามารถออกมารับบริการได้ แ ล ะ ต ิ ด ต า ม ผ ู ้ ป ่ ว ยอ ย ่ า ง ค รอ บ ค ล ุ ม และมี
ส่งผลให้ขาดการกำกับติดตามและ ประสทิ ธิภาพ
intensive program ขาดความตอ่ เนื่อง 3. พัฒนาศักยภาพบุคลากรสหวิชาชีพทั้งองค์ความรู้
2. การส่งกลับผู้ป่วย (refer back) เพื่อรักษา และทกั ษะเพอื่ การดแู ลและฟ้นื ฟูสมรรถภาพ
ต่อที่ รพช. ตามแนวทางของ IMC 4. ดำเนินการพัฒนาจัดทำระบบเชื่อมโยงข้อมูลของ
3. ข้อจำกัดด้านบุคลากรที่ไม่เพียงพอ ผู้ป่วยที่ส่งกลับระหว่าง รพ.แม่ข่ายและ รพช.
และภาระงานที่มากขึ้นโดยเฉพาะจาก (ในจังหวัดที่มีปัญหาเรื่องการใช้โปรแกรมในการเก็บ
สถานการณข์ องโรค COVID-19 ข้อมูลและติดตามผู้ป่วย) เช่น การพัฒนาโปรแกรม
4. ขาดแคลนยาทจ่ี ำเป็น โดยเฉพาะ PIMC, COC-link 2020 หรอื CM-IMC เปน็ ต้น
ยาสำหรบั การลดเกร็ง 5. ควรมกี ารกำหนดเงินสนับสนุนการใหบ้ รกิ าร on top
5. ขาดอปุ กรณ/์ ครุภัณฑ์ทจี่ ำเป็น อปุ กรณ์ IMC ใหค้ รอบคลุมและเทา่ เทยี มท้งั 12 เขตสขุ ภาพ
ในการฟื้นฟผู ูป้ ่วยยงั ไม่ครบถ้วนและ
เพียงพอตามเกณฑ์ท่ีกำหนด และยัง
ขาดอปุ กรณ์ท่ีใช้ในการบำบัดฟืน้ ฟูท่ี
โรงพยาบาลและทบี่ า้ น
6. การสนับสนุนเงินชดเชยการให้บริการ
on top IMC
เขตสุขภาพท่ี 2
1. แนวทางการรับส่งต่อและจำหน่าย 1. มแี ผนการดแู ล (Care plan) จาก รพ. แม่ขา่ ย สู่ รพ.
ผู้ป่วยยังมีความไม่สอดคล้องกัน ลูกข่าย และแผนการจำหน่ายสู่การดูแลต่อเนื่องใน
ระหว่างโรงพยาบาลแม่ข่ายและ ชมุ ชน (Discharge plan)
โรงพยาบาลลูกข่าย ทำให้ไม่สามารถ 2. มีแผนการบูรณาการดูแลผู้ป่วยจากระยะกลางสู่การ
ส่งกลับผู้ป่วยที่มีความพร้อมในการฝึก ดูแลผู้ป่วยระยะยาว (Long term care) และแบบ
แบบ IPD ประคบั ประคอง (Palliative care) อย่างต่อเนอื่ ง
2. อุปสรรคในการลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน และ 3. มแี ผนพฒั นาบุคลากร ได้แก่ แพทย์ พยาบาล
การประเมินความคืบหน้า เนื่องจาก นักกายภาพบำบัด โดยจัดรวมในภาพเขตสุขภาพ
สถานการณ์โควิด ระยะทางไกล และ 4. พัฒนาการเก็บข้อมูลระดับจังหวัดเป็นฐานข้อมูล
ไม่มรี ถออกใหบ้ ริการ เดียวกัน เพื่อง่ายต่อการติดตามผู้ป่วย โดยเป็น
3. ขาดทีมฟื้นฟูสภาพระยะกลาง ได้แก่ “โปรแกรมเกบ็ ขอ้ มูล New IMC Program”
พยาบาลวิชาชีพทีผ่ ่านการอบรมหลักสูตร
พยาบาลฟื้นฟู 5 วัน หรือ 4 เดือน
นักกจิ กรรมบำบัด
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
161
ปัญหา/สาเหตุ แผน/กจิ กรรมการแกไ้ ขปัญหา ความกา้ วหน้า/
ผลการดำเนนิ งาน
4. ระบบข้อมูลท่ีผิดพลาด ระบบฐานข้อมูล
ท่ีไมเ่ ชื่อมโยงกนั
เขตสุขภาพที่ 3
1. ขาดแคลนบุคลากรทางการแพทยท์ ี่ดูแล 1. จัดทำแผนกำลังคน IMC โดยของบสนับสนุนจากเขต
ต่อเน่ืองทีต่ ึกผู้ปว่ ย นกั กายภาพบำบดั มี สุขภาพ ส่งบุคลากรอบรมพยาบาลฟื้นฟูสภาพ หลักสูตร ร้อยละ 85.20
จำนวนน้อย ไมเ่ พียงพอต่อการ A = 927 ราย
จัดบริการ 4 เดอื น ใหค้ รบทุก รพช. อย่างนอ้ ย รพช.ละ 1 คน B = 1,088 ราย
2. การจัดระบบเชื่อมโยงข้อมูลการดูแล 2. มีการบันทึกข้อมูลทะเบียน IMC โดย การเขียน Note
และการส่งต่อระหว่างโรงพยาบาลยังไม่
ชดั เจนและ ไม่มี Data center ใน HosXp ทุกรายและมีการบันทึกข้อมูล Barthel
3. ขาดแคลนวสั ดุ อปุ กรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ index หลังจำหน่ายจากโรงพยาบาล 7 วัน และทุก 1,
3, 6 เดือนหลังจากที่ทีมกายภาพบำบัด และ รพ.สต
ในโรงพยาบาลชุมชน ทำให้การดูแล ลงติดตามเยย่ี มบา้ นทนั ที
ผู้ปว่ ยไมต่ อ่ เนอื่ ง 3. สรา้ งเครือขา่ ยระบบการดแู ล สง่ ตอ่ และ consult
เขตสขุ ภาพท่ี 4
1. การส่งกลับผู้ป่วย ระบบ Refer Back 1. ทำแผนทบทวนแนวทางการ Refer Back เพื่อรับ รอ้ ยละ 85.59
A = 1,099 แห่ง
เพื่อรับบริการ IMC bed/ward ใน บริการ IMC bed/ward ในจังหวัด ผ่านระบบ B = 1,284 แหง่
จังหวดั Smart COC รอ้ ยละ 80.28
A = 2,691 ราย
2. ส่วนใหญ่ Intermediate bed/ward 2. พัฒนาระบบเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างศูนย์ประสาน B = 3,352 ราย
ส่วนใหญ่ไม่มียาลดเกร็ง (ยา Baclofen IMC แมข่ า่ ยกบั รพท./รพช. ในจงั หวดั
บัญชี ข) 3. พัฒนาระบบมาตรฐาน Intermediate Bed/Ward
3. ศูนย์ร่วมสุขบางแห่งยังขาด เครื่องมือ ทช่ี ัดเจน ท้งั ทางดา้ นโครงสรา้ ง ยา เวชภณั ฑท์ ่ีจำเปน็
และอุปกรณ์ที่จำเป็น และยังไม่มีคลัง วัสดทุ างการแพทย์ และระบบบรกิ าร
อุปกรณ์ ศูนย์ซ่อมแซ่มอุปกรณ์ รวมไป 4. อบรมทกั ษะการดูแลผปู้ ว่ ย IMC ระยะสนั้
ถึงงบในการการปรบั สภาพบ้าน 5. สนบั สนุนการส่งอบรมภายในเขตสุขภาพ เพ่ือพัฒนา
4. การพัฒนาศักยภาพ ทักษะการดูแล ศักยภาพของทีมสหวิชาชีพ นักกายภาพบำบัด และ
ผู้ป่วยระยะกลาง แก่สหวิชาชีพ พยาบาลฟนื้ ฟู (หลกั สูตร 4 เดือน)
เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและอาสาสมัคร 6. จัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือที่จำเป็นประจำศูนย์ รวมทั้ง
ฟน้ื ฟูชมุ ชน พฒั นาศูนยย์ ืม-คนื อปุ กรณ์และศนู ยซ์ ่อมแซมในจังหวัด
5. ผู้ป่วยและญาติบางรายขาดความ 7. จัดกิจกรรมเยี่ยมเสริมพลัง สร้างแรงจูงใจและให้
ตระหนักในการดูแลและฟื้นฟูสภาพ กำลังใจแก่ผู้ป่วยและญาติ (Empowerment &
ในชว่ งระยะกลาง Psycho Support) สร้างเป้าหมายในการรักษาร่วมกัน
และจดั อบรมให้ความรู้ ความเข้าใจแก่ Care giver
เขตสุขภาพท่ี 5
1. การส่งกลบั ผปู้ ่วย (refer back) เพื่อรักษา 1. เพิ่ม node IMC ในแต่ละ รพช. และพัฒนาระบบ
ตอ่ ที่ รพช. นอ้ ย refer back ให้ชัดเจนและปฏิบัติได้ พร้อมทั้งสนับสนุน
Telemedicine
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
162
ปญั หา/สาเหตุ แผน/กจิ กรรมการแกไ้ ขปัญหา ความกา้ วหนา้ /
ผลการดำเนนิ งาน
2. ระบบส่งต่อข้อมลู ระหวา่ งหนว่ ยงานอยู่ 2. พัฒนาระบบส่งตอ่ และตดิ ตามข้อมลู และสรา้ งเครอื ข่าย
ในช่วงพัฒนาและผู้ป่วยและญาติ การดแู ลผู้ปว่ ย IMC ในชมุ ชน
ไม่พรอ้ มที่จะอยรู่ ักษาจนครบ 14 วนั 3. พฒั นาบุคลากรและตดิ ตามการใช้เตยี ง IMC ที่ รพช.
3. ขาดแคลนบุคลากร และเครื่องมือ
อปุ กรณ์ยังไมเ่ พียงพอ
เขตสขุ ภาพที่ 6
1. จากสถานการณ์ของโรค COVID-19 1. สนับสนุนให้โรงพยาบาลสร้างช่องทางเชื่อมต่อกับ ร้อยละ 74.63
A = 2,380 ราย
ทำให้ไม่สามารถติดตามเยี่ยมบ้านและ หน่วยบริการและผู้ป่วยเพื่อติดตามและให้การดูแล B = 3,189 ราย
ใหก้ ารฟน้ื ฟูอยา่ งต่อเนอ่ื งได้ ต่อเนื่องที่บ้าน เช่น video call Facebook และ ร้อยละ 89.12
A = 1,565 ราย
2. ผู้ป่วยและญาติปฏิเสธการเข้ารับ ใหบ้ รกิ าร home program เป็นตน้ B = 1,756 ราย
บรกิ ารฟน้ื ฟู 2. สร้างเครือข่ายด้านสุขภาพให้มีความรู้ทักษะในการ
3. การส่งกลับผู้ป่วย (refer back) เพ่ือ ฟื้นฟูผู้ป่วยขั้นพื้นฐานในระดับปฐมภูมิให้ครอบคลุม
รักษาต่อที่ รพช. น้อย และมีความ ทกุ ตำบล
กังวลเรื่องการดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะใน 3. จัดอบรมให้ความรู้และฝึกทักษะการฟื้นฟูผู้ป่วย
รายมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ปัญหาทาง ให้แกญ่ าติหรอื ผู้ดูแลผู้ป่วยในครัวเรือน
ระบบหายใจ เปน็ ต้น 4. ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น และประสานงานกับ
4. ปัญหาเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่บ้าน สปสช. เขต 6 โดยตรง
ผู้ป่วย หรือผู้ป่วยไม่มีโทรศัพท์ ทำให้ 5. แนะนำทีมเยี่ยมบ้านออกเยี่ยมบ้านเพื่อแนะนำให้
ตดิ ตามในรปู แบบออนไลนไ์ ม่ได้ ผู้ป่วยกลับมารับการรักษาต่อเนื่องที่ รพ.ในจังหวัด
5. ไม่ได้รับเงิน on top IMC ตามที่ลง หรือ รพ.เอกชน ทั้งนี้ ทีมเยี่ยมสำรวจสามารถบันทึก
ข้อมูลในระบบ ข้อมูลผู้ป่วยทางระบบ COC เพื่อให้รับการดูแล
6. ขาดบุคลากรเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น ตอ่ เน่ืองได้
แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นักกิจกรรม 6. เพิ่มพูนทักษะที่จำเป็นแก่ผู้ดูแลหรือญาติผู้ป่วย
บำบัด นักกายอุปกรณ์ พยาบาลฟื้นฟู เฉพาะราย และสนบั สนนุ การสงอบรมพยาบาลฟนฟู
หลกั สูตร 1 เดอื น และ 4 เดือน
เขตสขุ ภาพท่ี 7
1. จากสถานการณ์ของโรค COVID-19 1. เปลีย่ นรูปแบบบรกิ ารเป็น Telemedicine
ทำใหร้ ะบบบริการแบบ intensive 2. มีการเชอื่ มโยงดว้ ยระบบสามหมอ โดยการเยีย่ มบ้าน
rehab ลดลง ส่งผลกระทบต่อคณุ ภาพ แบบ New Normal (Telemedicine)
ชวี ิตของผูป้ ว่ ยและมีผลกระทบตอ่ 3. มีศูนย์ฝึกการดูแลก่อนจำหน่าย มีศูนย์อุปกรณ์
ระบบบริการการฟื้นฟูทั้ง 3 รูปแบบ ทางการแพทยท์ ่จี ำเป็นตอ้ งใช้
2. บุคลากรไม่เพียงพอและขาดการ 4. การพัฒนาศักยภาพสหสาขา สนับสนุนงบประมาณ
พฒั นาศักยภาพบคุ ลากรในทมี ฟนื้ ฟู และสนับสนุนด้านฝึกอบรมทั้งระยะสั้น และระยะ
ยาว
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
163
ปญั หา/สาเหตุ แผน/กจิ กรรมการแก้ไขปัญหา ความก้าวหน้า/
ผลการดำเนินงาน
3. ระบบข้อมูลการเขา้ ถึงผปู้ ว่ ย การส่งต่อ 5. พฒั นาระบบเช่ือมต่อกับทาง Service plan: Capture
และเชื่อมโยงบริการ 3 หมอ จาก the fracture (FLS) เพื่อความครอบคลุมเป็นระบบ
โรงพยาบาลทมี่ ศี ักยภาพสงู กวา่ 6. มีการแลกเปลีย่ นเรียนรูภ้ ายในจังหวัดและระดับเขต
4. รูปแบบการส่งออกข้อมูลผู้ป่วย IMC และจัดทำฐานข้อมูลที่จำเป็นในการดูแลผู้ป่วยของ
ของแต่ละหอผู้ป่วยไม่เป็นไปตามแนว ระบบการส่งตอ่ ในเขตสุขภาพ
ปฏิบัติที่วางไว้ และ รพช.ได้รับข้อมูล
ไม่ครบถว้ นเมอื่ รับ refer ผู้ป่วยกลับ
เขตสุขภาพที่ 8
1. ขาดแคลนอัตรากำลงั ในระบบบรกิ าร 1. มีแผนสนับสนุนบุคลากรให้เพียงพอสำหรับการให้ รอ้ ยละ 90.97
ฟน้ื ฟู ได้แก่ นักกิจกรรมบำบดั นักแก้ไข บรบิ าลฟืน้ สภาพเพิม่ ข้นึ A = 3,786 ราย
การพดู นักกายอุปกรณ์ 2. มีแผนเพิ่มการติดตามผู้ป่วยที่กลบั ไปรกั ษาตัวท่ีบา้ น B = 4,162 ราย
นกั กายภาพบำบดั และพยาบาลฟนื้ ฟู ใหไ้ ดร้ บั การฟ้ืนฟใู น รพ.ใกลบ้ ้าน อยา่ งต่อเน่ือง
หลกั สูตร 4 เดอื น 3. มีแผนรายการครุภัณฑ์เพื่อเตรียมขอสนับสนุนงบ
2. การติดตามการบริบาลฟื้นสภาพผู้ป่วย จากเขตสุขภาพ
ยงั ไม่ครอบคลมุ ทุกพื้นที่
3. จำนวนเตียงและอุปกรณ์การแพทย์
ยังไมเ่ พียงพอ
เขตสขุ ภาพที่ 9
1. ขาดการติดตามข้อมูลการเยี่ยมผู้ป่วย 1. เพิ่มบทบาทของ รพ. A และ S ในการประสานงาน รอ้ ยละ 87.92
IMC ทจ่ี ำหน่ายจาก รพศ. ไป รพ.สต. ติดตามขอ้ มลู ผู้ปว่ ยและการให้บริการปรึกษาทางไกล A = 1,979 ราย
2. การติดตามเยี่ยมบ้านในสถานการณ์ 2. เพมิ่ การเย่ียม นเิ ทศ สร้างความเขา้ ใจการดำเนินงาน B = 2,251 ราย
ของโรค COVID-19 การดูแลผูป้ ว่ ย IMC ในระดับหน่วยบรกิ ารปฐมภมู ิ
3. ความเพยี งพอของอตั รากำลงั คน 3. พฒั นาศกั ยภาพการดูแลผปู้ ว่ ย IMC แก่ อสม.
4. เพิ่มช่องทางการติดต่อในสถานการณ์ของโรค
COVID-19 ผ่านระบบ Line official
เขตสขุ ภาพท่ี 10
1. ขาดแคลนอัตรากำลังในระบบบริการ 1. มีแผนพัฒนาศักยภาพบุคลกรในการดำเนินงาน ร้อยละ 75.53
ฟ้ืนฟู เชน่ แพทย์เวชศาสตรฟ์ ื้นฟู ภายในจงั หวัด มแี ผนสง่ บุคลากรอบรมเฉพาะทาง A = 1,605 ราย
นกั กิจกรรมบำบัด นักแก้ไขการพดู 2. จดั เครือข่ายใหบ้ รกิ าร IMC ในจังหวัด B = 2,125 ราย
พยาบาลฟ้ืนฟู และนักกายภาพบำบัด 3. ติดตามคุณภาพระบบการดูแลผู้ป่วย IMC ทั้ง
2. ระบบการส่งต่อหลากหลายโปรแกรม OPD/IPD/ home visit
(PRM / COC/ Pt soft /Smart refer) 4. พัฒนาระบบ Refer Back ให้ครอบคลุมทุกฟื้นท่ี
3. ขาดระบบฐานข้อมูลสำหรับผู้ป่วย IMC โดยผา่ นระบบ Telemedicine
ทส่ี ะดวกต่อการใช้งานและสรุปงาน
4. อุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการไม่เพียงพอ
และท่วั ถึง
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
164
ปัญหา/สาเหตุ แผน/กจิ กรรมการแก้ไขปัญหา ความก้าวหนา้ /
ผลการดำเนินงาน
5. เงินสนับสนุนการให้บริการ On top เขตสขุ ภาพท่ี 11
IMC ในปี 2564 ถกู ยกเลกิ 1. จัดอบรมสหสาขาวิชาชีพและพยาบาลฟื้นฟูให้ได้ ร้อยละ 84.25
A = 2,028 ราย
1. ขาดแคลนอัตรากำลงั ได้แก่ แพทยเ์ วช ตามหลกั สตู รที่กำหนด B = 2,407 ราย
ศาสตรฟ์ น้ื ฟู พยาบาลฟน้ื ฟู 2. จัดทำระบบยืม-คืนอุปกรณ์ เครื่องช่วยความพิการ
นกั กายภาพบำบัด นกั กจิ กรรมบำบัด รอ้ ยละ 76.25
จาก รพ.แม่ขา่ ย A = 1,904 ราย
2. การจัดเก็บข้อมูลยังไม่เป็นระบบ 3. ปรับปรุงโครงสร้างห้องคนพิการและจัดทำแนวทาง B = 2,497 ราย
และใช้โปรแกรมที่หลากหลายภายใน
จงั หวัด ปฏบิ ตั ใิ หเ้ ปน็ ไปตามมาตรฐานท่ีกำหนด
4. พิจารณาเพิ่มอัตรากำลังสหสาขาวิชาชีพให้ครบตาม
3. ไม่มีห้องน้ำคนพกิ ารในหอผปู้ ว่ ยใน
4. ขาดแคลนเครอ่ื งช่วยความพกิ าร กรอบทีก่ ำหนด
5. ไม่มีแนวทางการปฏิบัติในการให้บริการ
เขตสขุ ภาพที่ 12
IMC bed/ward 1. พฒั นาระบบบริการ new normal rehabilitation
6. การส่งต่อข้อมูลระหว่างโรงพยาบาล 2. พัฒนาระบบสารสนเทศ การส่งต่อข้อมูล แบบ two
ตน้ ทางและโรงพยาบาลปลายทาง และ way communication
การจัดเก็บข้อมูลยังไม่เป็นระบบ ใช้ 3. พัฒนาเช่ือมต่อขอ้ มลู กบั HHC, COC
โปรแกรมทีห่ ลากหลายภายในจังหวัด 4. พ ั ฒ น า ร ู ป แ บ บ Telemedicine, Tele consult
1. สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ร่วมกับ รพช. / Primary care
Covid-19 ทำให้การบริการลดลง ใน 5. พฒั นาศกั ยภาพทีมด้านการดูแล Hip fracture
รพ.ระดับ M และ F ส่งผลต่อการ refer
back เพื่อทำ intensive rehab ซึ่งอาจ
มีผลตอ่ Quality of life
2. ความพร้อมการให้บริการ IMC แต่ละ
โรงพยาบาลชุมชนแตกตา่ งกัน
3. ขาดแคลนครุภัณฑ์ทางการแพทย์
สำหรบั ดูแลผูป้ ว่ ยระยะกลาง
4. ในโครงสร้างกลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟูไม่
มตี ำแหน่งพยาบาลฟ้นื ฟู
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
165
5. นวัตกรรม/ตัวอยา่ งทด่ี ี
เขตสุขภาพ
นวัตกรรม/ตัวอยา่ งทดี่ ี
เขตสขุ ภาพท่ี 1 แมฮ่ ่องสอน :
1. การสอนผ่าน VDO call ในผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการพูด โดยนักแก้ไขการพูด โรงพยาบาลเวชชารักษ์
ลำปาง (อยรู่ ะหวา่ งดำเนนิ การ) มีการวางแผนการสอนทำกายอปุ กรณ์ จาก รพ.แม่ข่ายใหแ้ ก่ รพช.
2. การจัดทำรายงานทาง Google Sheet
3. จัดทำส่อื การสอนโปสเตอร์รูปภาพ “การฟื้นฟูสมรรถภาพ”
4. การทำ Shoulder – Bobath sling จากวสั ดเุ หลือใชเ้ พ่ิม
ลำพูน : พัฒนา protocol ในการดแู ลผู้ปว่ ยแบบผู้ป่วยตามบริบทของพน้ื ที่ โดยการนำ
telemedicine เพอ่ื แกไ้ ขปัญหาผูป้ ่วยท่ไี ม่สามารถเขา้ ถึงบริการทโี่ รงพยาบาล
เชยี งใหม่ :
1. โปรแกรมการวางแผนจำหน่าย (Speedy Plan) สำหรบั โรงพยาบาลสนั ป่าตองและโรงพยาบาลใน
เครือข่าย และโปรแกรมระบบกายภาพบำบัด / ฟื้นฟูสภาพทางไกล (Speedy Tele) สำหรับ
ผูร้ ับบริการ
2. การอบรมพัฒนาศกั ยภาพการบริบาลฟ้ืนฟูผูป้ ่วยระยะกลาง รูปแบบ E-Learning สำหรบั พยาบาล
ประจำหอผูป้ ่วย และพยาบาล รพ.สต. ของเครอื ขา่ ยบรกิ ารสุขภาพที่ 2 จ.เชยี งใหม่
3. โครงการวจิ ัยรูปแบบการพฒั นาระบบการบริการการบริบาลฟนื้ ฟูผปู้ ว่ ยระยะกลาง
(Intermediate Care) ระดบั แม่ขา่ ยโรงพยาบาลสนั ทราย และการเชื่อมโยงสู่เครือข่ายบรกิ ารโซน
สอง จังหวัดเชยี งใหม่
4. โปรแกรมการบันทึกการใหบ้ รกิ ารและการส่งต่อข้อมูลผปู้ ่วย (โปรแกรม CM-IMC)
5. App sheet for IMC และ โปรแกรมบนั ทกึ ขอ้ มูลคนพิการอำเภอสารภี
น่าน :
1. ประสานการใช้ข้อมูลผา่ นระบบ Thai COC ของผู้รับผิดชอบงานมากขึน้ มกี ารเพิ่มชอ่ งทางการส่ง
ต่อข้อมูลผู้ป่วยจาก รพ.แม่ข่าย ผ่านกลุ่ม Line หรือโทรประสานงานโดยตรงกรณีเร่งด่วน และ
การส่งตอ่ ขอ้ มลู ผปู้ ่วยเม่ือกลับบ้าน ไปยงั โรงพยาบาลชุมชน
2. การรายงานติดตามผู้ป่วยจนครบ 6 เดือนหรือจน BI = 20 โดยการสร้างระบบ google form
เพอื่ ความสะดวกและต่อเนื่องของข้อมลู ในการรายงานของทีมเยย่ี มติดตาม เชน่ กรณี OPD Case
ให้กับเจ้าหน้าที่ รพ.สต. และ OPD/IPD Case ให้กับทีมกายภาพบำบัด รพ.ชุมชนทุกแห่ง ส่ง
ข้อมลู เข้าระบบผู้ประสานงานสำนกั งานสาธารณสุขจังหวัด
3. การพัฒนาหอผู้ป่วยใน รพ.ภูเพียง (10 เตียง) เพื่อรองรับผู้ป่วยในเขตอำเภอเมืองน่าน ภูเพียง
และใกล้เคียงในการดูแลฟื้นฟูต่อเนื่องของผู้ป่วย IMC (และวางแผนเปิด IMC ward (6 เตียง)
ที่ รพร.ปัว เม่อื อาคารผู้ปว่ ยใน 114 เตยี งสร้างแลว้ เสรจ็ )
แพร่ :
1. มีโปรแกรม PIMC ทั้ง 5 กลุ่มโรค ได้แก่ Hip fracture , Ischemic stroke, Hemorrhagic
stroke, Spinal cord injury, Traumatic brain injury ใชใ้ นการส่งต่อ ติดตาม ดแู ลใหก้ ารรักษา
ต่อเนื่องในแต่ละพื้นที่ของจังหวัดแพร่ โดยข้อตกลงระหว่างเขตสุขภาพที่ 1 เมื่อวันที่ 24/6/65
จะใช้โปรแกรม PIMC ในการดแู ลสง่ ตอ่ ผู้ป่วย IMC ทงั้ เขตสุขภาพที่ 1
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
166
เขตสขุ ภาพ นวตั กรรม/ตวั อย่างท่ดี ี
2. มีการเปิด IMC ward ที่ส่งจาก รพ.แพร่ จำนวน 2 แห่งคือ รพ.สูงเม่น จำนวน 6 เตียง (1 ต.ค
65) และ รพ.ร้องกวาง จำนวน 4 เตียง (1 ก.ค 65)
3. มี Line OA แตล่ ะกลมุ่ โรค ทีใ่ ห้ความรแู้ ละคำปรกึ ษาโดยทีมนกั กายภาพบำบดั เวยี งโกศัย
4. มรี ะบบ Tele consult ระหว่างนักกายภาพบำบัดโรงพยาบาลแพรแ่ ละโรงพยาบาลชมุ ชน 1คร้งั /เดือน
5. มรี ะบบติดตามผปู้ ่วยทางโทรศัพท์ และ Tele rehabilitation ในการติดตามเยีย่ มผู้ปว่ ยในชมุ ชน
ลำปาง :
1. จัดทำแผนบูรณาการพัฒนาระบบการดูและผู้ป่วยระยะกลาง (IMC) จ.ลำปาง และแผนพัฒนา
ศักยภาพผู้ท่ีดูแลรักษาผู้ป่วย IMC รวมถึงมีการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการติดตาม และฝึกผู้ป่วย
แบบ Tele-rehab
2. ทบทวน และ Update แนวทางการดูแลและการส่งต่อผู้ป่วย IMC ของจังหวัดลำปาง จาก
โรงพยาบาลลำปาง โรงพยาบาลชุมชน (admit for less intensive rehab) และการส่งต่อผู้ป่วย
ไปดแู ลต่อเนอ่ื งที่โรงพยาบาลเวชชารกั ษ์ ลำปาง ในรปู แบบของ IMC ward (admit for intensive
rehab)
3. มีการพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูล การรักษา และติดตามผล โดยโปรแกรม COC link 2020
และเชื่อมข้อมูลกับโรงพยาบาลชุมชน และ Application เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการวาง
แผนการดแู ลตอ่ ไป
4. ประเมินผลการดูแลรักษา ฟื้นฟู และติดตามผู้ป่วย IMC ของจ.ลำปาง โดยรูปแบบโครงการวิจัย
ของรพ.เวชชารักษ์ ลำปาง ร่วมกบั รพ.ทกุ แห่งในจังหวดั (กำลงั อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูลสรุป
ผลการวจิ ยั )
พะเยา : กลุ่มโรคที่เข้ารบั บริการ IMC มี 5 กลุ่มโรค โดยเพิ่มเติมจาก Stroke, TBI, SCI ได้แก่ Post-
op ortho (hip fracture) และ chronic wound
เชียงราย : โครงการวจิ ยั “ประสิทธิผลของการฟ้นื ฟสู มรรถภาพระยะกลางแบบผู้ป่วยในสำหรบั
ผู้ป่วยโรคหลอดเลอื ดสมองในหอฟ้ืนฟูผู้ป่วยระยะกลาง เมอ่ื เทียบกับการฟ้ืนฟแู บบเดิมที่
โรงพยาบาลระดับชมุ ชน”
เขตสขุ ภาพท่ี 2 พิษณุโลก :
1. การพัฒนาการบันทึกข้อมูลการให้บริการผู้ป่วยหลอดเลือดสมองให้ครบถ้วนในโปรแกรมบริการ
(Hosxp) ได้แก่ จำนวนครั้งการฟื้นฟูสภาพและการประเมิน Barthel index ในการจัดสรรงบ
พฒั นาคณุ ภาพการจดั บริการ (QOF) ของ สปสช.
2. ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 มีการให้บริการผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข้ารับบริการแบบ
OPD หรอื ชุมชน โดยสอบถามชอ่ งทางทผี่ ูป้ ว่ ยสะดวก มกี ารโทรศัพท์หรอื ไลนต์ ดิ ตามเดือนละ 1-2 ครั้ง
สุโขทยั : มธี นาคารยมื กายอุปกรณ์ของโรงพยาบาลสุโขทยั และศรีสงั วรสโุ ขทัย
อตุ รดติ ถ์ :
1. มีการปรับการดูแลผู้ปว่ ยโดยมีการประเมินผูป้ ว่ ยและแบ่งกลุม่ ย่อยตาม BI เพื่อปรับการให้บริการ
ในสถานการณท์ มี กี ารแพร่ระบาดของโรคโควิด 19
2. มีการบรู ณาการการดำเนินงานดา้ น IMC- LTC – PC
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
167
เขตสขุ ภาพ นวตั กรรม/ตัวอย่างท่ีดี
3. มีการนำโปรแกรม UTT care และ UTT seamless care มาใช้ ทำให้การส่งต่อผู้ป่วยและ
รวบรวมขอ้ มูลมคี วามสะดวกและถูกต้องมากขนึ้
เขตสุขภาพที่ 3 นครสวรรค์ : โรงพยาบาลชุมชนในจังหวดั นครสวรรค์ สามารถให้การดูแลรกั ษา และฟืน้ ฟสู ภาพ
ผูป้ ่วยระยะกลางไดเ้ อง (ส่งทำ CT Scan ทโ่ี รงพยาบาลสวรรคป์ ระชารกั ษ์ แลว้ รบั ผ้ปู ่วยกลบั ไปดูแล
เองทโี่ รงพยาบาลชุมชนตอ่ ไป)
เขตสุขภาพที่ 4 1. การบริการ Tele – Rehabilitation : ฟน้ื ฟูและติดตามทางไกลผา่ น VDO call
2. คลิปวิดโี อการทำกายภาพบำบดั ในผ้ปู ว่ ยโรคหลอดเลือดสมอง
3. คลปิ วิดโี อในการปฏบิ ัตติ ัวสำหรบั ผปู้ ่วยผา่ ตดั ข้อสะโพกมาใช้ให้ความรู้และคำแนะนำในการดูแล
ผู้ป่วย
4. พัฒนา Home Program และคู่มือสำหรบั ผปู้ ว่ ยและญาติ Care giver อสม. และการดูแล
ผู้สูงอายุ ให้งา่ ย สะดวกต่อการเข้าถงึ เชน่ คลิปวดิ โี อ ผ่าน YouTube เพิ่มช่องทางการให้คำแนะนำ
และตดิ ตามผู้ปว่ ยให้สามารถตดิ ตอ่ นกั กายภาพบำบัดผ่านทาง Line Open chat ช่วยสง่ ผลตอ่ การ
ฟ้ืนฟูอยา่ งต่อเนื่องได้ดี ผู้ปว่ ยและญาติเกิดความพงึ พอใจ
เขตสุขภาพท่ี 6 สระแก้ว :
1. จดั ทำค่มู ือแนวทางเวชปฏิบัตกิ ารดูแลผู้ปว่ ยระยะกลาง (Intermediate care) ดว้ ยการแพทย์แผน
ไทยและการแพทย์ทางเลอื กแบบบูรณาการ จังหวัดสระแก้ว
2. บูรณาการตดิ ตามเยย่ี มบ้านผู้ป่วย IMC รว่ มกับระบบการดูแลตอ่ เน่ือง (Continuity of care:
COC) และส่งต่อข้อมลู การติดตามเยยี่ มบา้ นในโปรแกรม Thai COC โดยมแี พทย์
แผนไทยร่วมเปน็ Manager กับทีมสหวิชาชีพ IMC
สมทุ รปราการ :
1. นวัตกรรมที่นอน "สบายใจ" เป็นที่นอนที่ทำจากถุงน้ำยาล้างไตบรรจุเจล ซึ่งใช้แทนที่นอนลม
ประหยดั คา่ ใช้จา่ ยและลดปรมิ าณขยะ (ไดร้ บั รางวัลชนะเลิศระดบั เขตสุขภาพท่ี 6 ปี 2562)
2. นวัตกรรมผ้าอ้อม "ร่วมใจ" ผ้าอ้อมเย็บจากผ้าและใช้แผ่นรองใช้แทนผ้าอ้อมสำเร็จรูปทำให้
ประหยัดค่าใช้จ่ายและลดปริมาณขยะ (ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับเขตสุขภาพที่ 6 และได้รับ
รางวลั รองชนะเลศิ อันดับ 2 ระดบั ประเทศ)
3. ที่ยกแขนสูง ลดอาการบวมบริเวณปลายมือ เริ่มทดลองใช้ปี 2563 (ร่วมกับผู้ป่วยผ่าตัดกระดูก
แขนทีล่ ดอาการบวมบริเวณปลายมอื )
ปราจนี บรุ ี : ใช้ระบบ Telemedicine เพ่ือใชท้ รัพยากรร่วมกนั มกี ารจัดโปรแกรมการกระตนุ้ กลืนให้
ผปู้ ่วยแบบออนไลน์ โดยในข้นั ต้นทำการสอนนกั กายภาพบำบัดใน รพช. ผา่ นระบบออนไลนก์ ่อน เมื่อ
นกั กายภาพบำบดั มีความพร้อม จึงให้ฝกึ ผู้ปว่ ยร่วมกบั นักกจิ กรรมบำบดั แนะนำผา่ นระบบออนไลน์
จากโรงพยาบาลศูนย์
ชลบุรี :
1. เปิดบริการ Day care ทีอ่ งค์การบริการส่วนตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหบี เพื่อใหบ้ ริการผ้ปู ่วย
Intermediate Care และ Long Term Care ต่อเนื่องจากโรงพยาบาล โดยองค์กรปกครอง
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
168
เขตสุขภาพ นวตั กรรม/ตัวอย่างที่ดี
เขตสขุ ภาพที่ 7
เขตสุขภาพท่ี 8 ท้องถนิ่ เปน็ เจ้าภาพตงั้ แต่ 14 กันยายน 2563 และโรงพยาบาลชลบรุ ีร่วมลงนาม MOU กับ
เขตสุขภาพท่ี 9
เทศบาลบา้ นสวน อำเภอ เมอื งชลบุรี เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2564 เพอื่ รว่ มดำเนนิ การเตรียม
เขตสุขภาพที่ 10
เขตสุขภาพที่ 11 ความพร้อม และเปิดบริการ Day care ใน ปลายปีงบประมาณ 2564
2. Telerehabilitation ในงานบรกิ าร OPD IMC โรงพยาบาลชลบรุ ีต้ังแต่มิถุนายน 2564
ขอนแก่น : มีภาคีเครือขา่ ย Stroke ที่สามารถดำเนินการค้นหาและติดตามผู้ปว่ ย IMC เชิงรกุ ใน
ชมุ ชน ประสานงานและทำการฟ้นื ฟูสมรรถภาพต่อเนื่อง และมกี ารใช้โปรแกรม Stroke@BI ในการ
ส่งตอ่ และตดิ ตามเยย่ี มผู้ป่วย acute, intermediate และ long term care
ร้อยเอ็ด : มโี ปรแกรม Nemocare Roi-ET เป็นโปรแกรมส่งตอ่ และติดตามเยี่ยมผู้ป่วย IMC ที่
เชือ่ มโยงทัง้ ระบบ
หนองคาย :
1. มกี ารประสานงานเช่ือมโยงกนั ระหว่าง รพ.แม่ข่าย และ รพ. Node
2. มแี ผนและแนวทางการดำเนนิ งานทชี่ ดั เจน
3. มี QR code for Home PT program สำหรับผูป้ ่วยในการดูแลตวั เองทบี่ ้าน
สกลนคร : จัดทำโปรแกรม IMC SAKON NAKHON (google.com) สำหรับการใช้ส่งต่อและตอบ
กลับขอ้ มลู ผูป้ ่วย IMC ในจงั หวัดสกลนคร
นครราชสีมา :
1. การจัดบริการและจัดระบบศูนย์สุขภาพ “สุขใจใกล้บ้าน” สนับสนุนการสร้างเครือข่าย เปิดศูนย์
สุขใจใกลบ้ ้าน โดยการมีส่วนรว่ มจากองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน (อปท.) 1แหง่ /อำเภอ ทกุ อำเภอ
2. จัดระบบการติดตามการดูแลผู้ป่วย IMC ที่ส่งกลับจากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และ
โรงพยาบาล NODE ระบบ Zoom meeting : IMC Tele Consult ทุกวันพฤหัสบดี
ชัยภูมิ :
1. IMC Notification พัฒนาระบบการสร้าง IMC code แบบอัตโนมัติผ่าน Line notification เพ่ือ
เป็นระบบการส่งปรึกษา (consult) ทีมสหวิชาชีพอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดการลงข้อมูลซ้ำซ้อน ส่งผล
ใหเ้ จ้าหนา้ ท่มี ีเวลาในการดแู ลผ้ปู ่วยมากย่ิงข้ึน
2. Tele-rehabilitation เพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการฟื้นฟูสภาพ ให้แก่ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการดูแล
ระยะกลาง
3. PMIC โปรแกรมการดูแลต่อเนื่องระยะกลาง ซึ่งเป็นโปรแกรมซึ่งสามารถเชื่อมต่อข้อมูลบางส่วนจาก
แมข่ า่ ยในการส่งต่อ ชว่ ยลดขั้นตอนในการบนั ทึกข้อมูล ซึง่ จะเพิ่มเวลาในการใหบ้ ริการผปู้ ่วยได้
1. การพฒั นาการให้บรกิ ารฟื้นฟูสภาพโดยใชน้ วัตกรรมสวนฝึกเดินสามมิติอินดอร์ โรงพยาบาลศรสี ะเกษ
2. มหาวิทยาลัยราชภัฏ ร่วมกับโรงพยาบาลศรีสะเกษเตรียมเปิดศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพและการดูแล
ตอ่ เนือ่ ง ณ ตกึ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ศรสี ะเกษปี 2565
3. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์กรมหาชน) ได้เลือกโรงพยาบาลศรีสะเกษ และ
อำนาจเจรญิ เขา้ ร่วมโครงการชว่ ยฝึกเดนิ ในผสู้ ูงอายแุ ละคนไข้ในระยะ Intermediate Care
1. มีการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ในการจัดตั้ง Day care Center จำนวน 9 แห่ง ในจังหวัดกระบ่ี
สุราษฎร์ธานี ภเู กต็ และนครศรธี รรมราช
2. มีการใช้ทรัพยากรร่วมกันภายในจังหวัด (แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู พยาบาลฟื้นฟู นักกายภาพบำบัด
นักกิจกรรมบำบัด)
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
169
เขตสุขภาพ นวัตกรรม/ตวั อยา่ งท่ดี ี
เขตสุขภาพท่ี 12
3. ทุกจังหวัดมีการใช้ระบบสารสนเทศในการเก็บข้อมูล ติดตามผู้ป่วย และการดูแลผู้ป่วยผ่านระบบ
Tele – Raheb
ตรัง : บริการ new normal rehabilitation ในช่วง COVID-19 ทีม IMC รพ.ตรัง วางแผนทำระบบ
Tele consult กับ ทีม IMC รพช. ทีม IMC รพ.ตรัง ทำระบบ Telemedicine เยี่ยมบ้านผู้ป่วย
ร่วมกบั ทีม รพ.สต.และทีม HHC
พัทลุง : ไดร้ บั สนบั สนุนจากกองทุนฟื้นฟจู ังหวัดจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูในชมุ ชน 3 ศนู ยต์ ามโซนเหนือ กลาง ใต้
(อำเภอควนขนนุ เขาชัยสน ปากพะยนู ) โดย รพ.พัทลงุ เป็นพ่ีเลย้ี งในการอบรมความรใู้ นการฟื้นฟู
ผูป้ ่วยแกอ่ าสาสมัคร และมแี ผนจดั ตง้ั ศนู ยฟ์ น้ื ฟูเพ่ิมเตมิ อีก 3 ศูนย์ในปี 2566
สงขลา: นำโปรแกรม PRM referral network มาใชใ้ นการสง่ ตอ่ ข้อมูล จากโรงพยาบาลแม่ขา่ ย ระดบั A
และ S ไปยังโรงพยาบาลลูกข่าย ระดับ M และ F และธนาคารศูนย์สร้างสุข โดยการจัดตั้งศูนย์
สาธติ ยืมอุปกรณเ์ ครอื่ งชว่ ยความพิการ
สตลู : พัฒนาระบบ Community based IMC : ศนู ย์ CBR มศี ูนย์ CBR 5 ศนู ย์ ครอบคลมุ 5 อำเภอ
(71%) พฒั นาระบบ Tele-consul ในเครอื ขา่ ย และพฒั นาระบบการติดตามผปู้ ว่ ยผ่าน
Telemedicine ครอบคลมุ ทุกอำเภอ
ยะลา: มีการจัดระบบการดูแลผู้ป่วย IMC แบบ New Normal พัฒนาให้เกิด Application- Yala IMC
กับโปรแกรม Home Health Care สนบั สนนุ การดำเนนิ งาน IMC Ward 2 แหง่ ท่ี รพ.ยะหา และรพศ.ยะลา
นราธิวาส: สามารถสง่ ต่อข้อมูลระหว่างหนว่ ยงานทุตยิ ภูมิ และปฐมภมู อิ ย่างเปน็ ระบบ รวมทงั้ ยงั
สามารถสง่ ตอ่ ผปู้ ่วย จาก Intermediate cate ไปสู่ Long term care ไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
ปัตตานี: มีการ Refer back ผู้ป่วยโดยใช้ โปรแกรม Thai refer ให้ รพช.ดูแลผู้ป่วยต่อเนื่อง ทำให้
ผ้ปู ่วยเขา้ ถึงการบริการ IMC ง่ายขนึ้
6. ขอ้ เสนอแนะของผนู้ ิเทศ
เขตสขุ ภาพ ขอ้ เสนอแนะของผูน้ เิ ทศ
เขตสุขภาพท่ี 1 สำหรับพ้นื ที่ :
1. ลดแออัด ลดรอคอย ในผู้ปว่ ยกลุ่ม NCDs, กระจายผปู้ ่วย DM, HT ท่ีควบคุมได้ดี ไมม่ ีภาวะแทรกซ้อน
รบั การดูแลรกั ษาใน รพช.และ รพ.สต. ส่วน รพท.รับดแู ล เฉพาะ DM, HT ทีม่ ีภาวะแทรกซ้อน
2. ทบทวนแนวทางการส่งต่อผู้ป่วย เพิ่มการประสานงานกับชุมชนในการดูแลผู้ป่วย IMC รวมถึง
การจัดทำเกณฑ์ และ Flow การรับและส่งต่อผู้ป่วย IMC ระหว่างวิชาชีพ/แผนก/สาขา ในแต่ละ
โรงพยาบาล ระหวา่ งโรงพยาบาลแมข่ ่ายกับลกู ขา่ ย
3. ดำเนินการประชุม/ทบทวนและพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยฟื้นฟูสภาพระยะกลาง การเก็บ
ข้อมูลผลลัพธ์การดูแลและตดิ ตามตอ่ เนอื่ งจนครบ 6 เดือน รว่ มกันระหว่างทีมสหสาขาวิชาชีพ
4. เสนอขอเพิ่มแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูในโรงพยาบาลแม่ข่าย และใช้บุคลากรร่วมกันระหว่าง
โรงพยาบาล กรณเี กดิ เหตุฉกุ เฉินหรอื ขาดแคลน
5. การพัฒนาบุคลากรของทีมสหวิชาชีพ เพื่อให้ได้รับการเพิ่มพูนความรู้ และพัฒนาทักษะด้านการฟื้นฟู
ประชมุ แลกเปล่ียนเรียนรู้ และฝกึ ปฏบิ ัติ พัฒนา IMC ของทมี นกั กายภาพบำบดั และนักกิจกรรมบำบัด
การอบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่ รพ.สต. อสม. ภาคีเครือข่ายและผู้ดูแล และการเพิ่มกรอบบุคลากรที่
จำเป็นสำหรับงาน IMC ภายในจังหวัด เช่น พยาบาลฟื้นฟูหลักสูตร 4 เดือน นักกายภาพบำบัด
นักกิจกรรมบำบดั เป็นต้น
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
170
เขตสขุ ภาพ ข้อเสนอแนะของผูน้ เิ ทศ
6. จัดคอร์สฟื้นฟูความรู้ในการดูแลผู้ป่วยกลุ่ม IMC ในรูปแบบ online/onsite เพื่อเพิ่มศักยภาพใน
การดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ เช่น จัดประชุมเชิงวชิ าการ โดย case conference เสริมวิชาการ เช่น OT,
PO, speech และแลกเปลี่ยนเรียนรู้สิ่งที่ดีในแต่ละ รพช. เช่น telehealth อย่างน้อย ทุก 3
เดอื น (ทง้ั แบบ online + onsite) เป็นต้น
7. พฒั นาการดำเนินงานตามมาตรฐาน Intermediate Bed โดยเฉพาะขัน้ ตอนการวางแผนจำหน่าย
ควรมีการเตรียมความพร้อมผู้ป่วย/ผู้ดูแล ภาคส่วนต่างๆ เช่น สังคมสงเคราะห์ พมจ. อปท.
ชมรม/เครอื ขา่ ยต่างๆ ใหเ้ ขา้ มามีสว่ นรว่ มในการดแู ลผูป้ ่วย เป็นตน้
8. สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้มีความยากในการติดตามรักษาผู้ป่วยในพื้นที่
การพัฒนาระบบ Teleconsultation/rehabilitation เพื่อเพิ่มคุณภาพการดูแลผู้ป่วยต่อเนื่อง
ปรับรูปแบบการดูแลฟื้นฟูต่อเนื่องที่บ้านในสถานการณ์การระบาด COVID-19 หากมีการเตรียม
ความพร้อมในการวางระบบ Tele-Rehab consult ดังกล่าวจะพัฒนาใช้ในรูปแบบเครือข่ายทั้ง
จังหวัดและเขตสขุ ภาพต่อไป
9. พัฒนาระบบ Telemedicine service เพื่อร่วมกันดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องทุกระยะ ขยายระบบ
Tele consult โดยเฉพาะในกลุ่มที่ต้องได้ intensive rehabilitation และการสนับสนุนให้
เกิดระบบ Telehealth ให้มากขึ้น (ซึ่งทางจังหวัดลำปางได้มีการปรับรูปแบบการใช้เทคโนโลยี
มาช่วยในการติดตาม โดยวางระบบ Tele- Rehab consult ซึ่งจะพัฒนาใช้ในรูปแบบ
เครือข่ายทั้งจังหวัดต่อไป)
สำหรบั สว่ นกลาง :
1. ส่ือสารผลกั ดัน ให้ สปสช. เขต 1 พิจารณาเรื่อง ระบบการเบกิ จ่าย IP On top สำหรบั case IMC
ที่ refer ไป admit เหมือน สปสช. เขตอื่นๆ เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการ refer ผู้ป่วย IMC ใน
ภาพรวมของจังหวดั และเขตสุขภาพท่ี 1
2. การเพมิ่ กรอบบุคลากรทีจ่ ำเปน็ สำหรับงาน IMC ภายในจงั หวัด เช่น พยาบาลฟ้ืนฟหู ลักสตู ร 4 เดือน
นกั กายภาพบำบัด นักกจิ กรรมบำบดั นกั แก้ไขการพดู และนักกายอปุ กรณ์ (บางรพช.) เป็นต้น
3. การจดั สรรตำแหนง่ เพ่ิมของนักกายภาพบำบัด นักกจิ กรรมบำบัด พยาบาลฟนื้ ฟู เนื่องจากจำนวน
นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัดที่ไม่เพียงพอต่อการให้บริการ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วย Stroke
ที่มจี ำนวนคอ่ นข้างมาก
4. การสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพทีมผู้ดูแลในการให้บริการหรือดูแลผู้ป่วยระยะกลางใน
โรงพยาบาลและในชุมชน รวมถึงการเพ่ิมช่องทางการเรียนรใู้ ห้สะดวกและทนั สมยั ต่อสถานการณ์
5. สนับสนนุ การพัฒนาโปรแกรม PIMC ใหส้ ามารถใช้ส่งต่อ ตดิ ตาม ดแู ลใหก้ ารรักษาผปู้ ่วย IMC ได้
เป็นอย่างดี หากมีการขยายขอบเขตการส่งต่อกันในเขตสุขภาพที่ 1 เพื่อส่งผู้ป่วยข้ามจังหวัดได้
น่าจะทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ต่อเนื่องต่อไป (มีข้อตกลงระหว่างเขตสุขภาพที่ 1 เมื่อวันท่ี
24 มิถนุ ายน 2565 จะใช้โปรแกรม PIMC ในการดแู ลส่งต่อผู้ปว่ ย IMC ท้งั เขตสขุ ภาพท่ี 1)
6. พัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ป่วยที่ส่งกลับระหว่าง รพ.แม่ข่าย และ รพช. (ในจังหวัดที่มี
ปัญหาเรื่องการใช้โปรแกรมในการเก็บข้อมูลและติดตามผู้ป่วย) เช่น การพัฒนาโปรแกรม PIMC,
COC-link 2020 หรอื CM-IMC ซึ่งสามารถใช้ส่งต่อ ตดิ ตาม ดูแลใหก้ ารรักษาผู้ป่วย IMC ได้เป็น
อยา่ งดี หากมกี ารขยายขอบเขตการส่งต่อกนั ในเขตสุขภาพที่ 1 เพ่อื ส่งผูป้ ว่ ยข้ามจังหวัดได้ น่าจะ
ทำใหผ้ ้ปู ่วยได้รับการรักษาท่ีต่อเน่ืองต่อไป หรอื อาจพิจารณาให้ระบบเครือข่ายนักกายภาพบำบัด
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
171
เขตสุขภาพ ข้อเสนอแนะของผนู้ ิเทศ
ใช้เป็น google sheet ทำให้ข้อมูลตอบกลับจาก รพช. ไม่สูญหาย เพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบ
การเกบ็ ข้อมูลและดึงนำกลบั มาวิเคราะห์
7. การสนับสนุนการพัฒนาการวางแผนจำหน่ายโดยใช้ D-METHOD-FP และติดตามเยี่ยมบ้านโดย
Telemedicine / Tele-Rehabilitation ใหค้ รอบคลมุ ท้งั จังหวดั (เชยี งใหม่)
8. การเพิ่มกลุ่มโรคเพื่อให้ได้รับการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง โดยการเชื่อมโยงกับระบบบริการสุขภาพ
สาขาอ่นื ๆ เชน่ IMC Newborn/Chronic wound เปน็ ตน้
เขตสุขภาพที่ 2 สำหรบั พน้ื ที่ :
1. จัดประชมุ Video Conference case ทุกเดอื น
2. พัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทยใ์ หส้ ามารถให้การดูแลระยะกลางตามบริบทจงั หวดั ได้ และ
ตอ้ งมีการสอื่ สารระหว่างโรงพยาบาลตน้ ทาง และปลายทางใหช้ ัดเจน ทบทวนผลการดำเนนิ งาน
ภายในจังหวัด
สำหรบั ส่วนกลาง : สนบั สนนุ การพัฒนาโปรแกรมการบันทึกข้อมูลการดูแลผปู้ ่วยให้ต่อเน่ืองแบบบูรณา
การณ์ IMC LTC & Palliative care
เขตสขุ ภาพที่ 3 สำหรับพนื้ ที่ :
เขตสขุ ภาพท่ี 4 1. เพม่ิ การเขา้ ถงึ บริการใหม้ ากขึ้น โดยการปรบั กลยทุ ธ์ใหม่เพ่อื ใหป้ ระชาชนเขา้ ถงึ บริการไดแ้ ม้จะมี
การระบาดของโรค COVID-19
เขตสขุ ภาพท่ี 5 2. เพมิ่ พูนทักษะของชมุ ชนในการมสี ว่ นรว่ มพฒั นาระบบ IMC มากขึ้น
3. ใช้ Telemedicine เพ่อื เพิ่มการเข้าถึงบริการใหม้ ากขึน้
1. ประชุม/หารือ ประเด็น Refer Back เพื่อรับบริการ IMC bed/ward ในจังหวัด ให้เกิดระบบที่
ชัดเจนในแต่ละกลุ่มโรค เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการนำไปใช้หรือกำหนดเป็น CPG รายโรค ใช้
เป็นมาตรฐานและมีทิศทางเดียวกันทั้งเขตสุขภาพ เพื่อช่วยให้เกิดการ Refer Back เพิ่มมากขึ้น
อยา่ งมีประสิทธิภาพ
2. ศูนย์ร่วมสุขบางแห่งมีความพร้อมด้านบริการและศักยภาพบุคลากรมาก ควรขยายบริการไปยัง
กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่ม Long-term Care และกลุ่ม Palliative Care หรือพื้นที่ข้างเคียง โดยใช้
ทรัพยากรร่วมกันเพือ่ ใหเ้ กิดความค้มุ คา่ คุ้มทนุ และเปน็ ประโยชนต์ ่อชุมชนมากทีส่ ุด
3. พัฒนาแนวทางร่วมเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลชุมชน
เชน่ สนบั สนุนการจา้ งงานนักกายภาพบำบัดเพื่อดูแลผู้ป่วยในพื้นท่ีอย่างท่วั ถึง การบริการรถรับส่ง
ของบประมาณสนับสนุนจากกองทุนฟื้นฟูฯ จังหวดั ให้ชว่ ยสนบั สนุนระบบคลงั อปุ กรณ์ชุมชน ศูนย์
ซ่อมอุปกรณ์ และการปรับสภาพบ้าน ขอความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายร่วมสนับสนุนการ
ปรับปรุงสถานที่ เป็นต้น ส่วนในจังหวัดใดที่มีการดำเนินการร่วมกันได้ดีอยู่เดิมแล้ว ควรร่วมกัน
ถอดบทเรียนเพือ่ นำมาเปน็ ขอ้ มลู ขยายผลให้พนื้ ท่ีอน่ื ๆ และในเขตสุขภาพเปน็ ข้อมูลพฒั นาต่อไป
สำหรบั พืน้ ท่ี :
1. การพัฒนา Service Mapping และการ Share ขอ้ มูลระหว่างโรงพยาบาล และ สสจ. สสอ.
2. การทำงานเปน็ ภาพรวมของจังหวดั โดยเฉพาะการรับการส่งต่อของผู้ป่วย
3. การเชื่อมโยงของ Service Plan กับ ระบบการเงนิ นวตั กรรม ปฐมภูมิ เป็นตน้
สำหรบั สว่ นกลาง :
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
172
เขตสขุ ภาพ ข้อเสนอแนะของผนู้ ิเทศ
เขตสุขภาพที่ 6
1. การพฒั นา Service Mapping และการ Share ข้อมูลระหว่างจงั หวดั
เขตสุขภาพท่ี 7 2. การตดิ ตามการส่งผูป้ ว่ ยออกนอกเขตสุขภาพ
3. การมองภาพรวมของเขตสขุ ภาพ ในเรื่องของผู้สงู อายุ กับ Service Plan สาขาอืน่ ๆ ทเ่ี ก่ียวข้อง
สำหรบั พน้ื ท่ี :
1. พัฒนาและขบั เคลื่อน รพช. จัดระบบบรบิ าลฟนื้ สภาพผูป้ ว่ ยระยะกลางแบบผปู้ ่วยใน (IMC
Bed/Ward) ตามเกณฑม์ าตรฐาน
2. การเชื่อมโยงข้อมูล และระบบบริการที่เชื่อมต่อกับแม่ข่ายให้ครอบคลุมครบถ้วน รวมทั้งการ
จัดระบบการดแู ล IMC ทีเ่ ช่อื มโยงกบั 3 หมอ
3. เตรยี มสถานที่ใหเ้ หมาะสมกบั การดแู ลต่อเนอ่ื งสำหรับผ้ปู ว่ ย IMC เชน่ ห้องนำ้ คนพกิ าร เป็นตน้
4. การสร้างความรว่ มมือร่วมกับหน่วยงานเครอื ข่ายในพนื้ ที่ เพอื่ ตดิ ตามผ้ปู ว่ ย IMC
สำหรบั ส่วนกลาง :
1. การสนับสนนุ ครุภณั ฑท์ ่ีใช้ในงานบรกิ าร Tele-rehabilitation
2. กำหนดการจา่ ยค่าบริการ Tele-rehabilitation อย่างเหมาะสม
1. ระบบข้อมลู เชื่อมโยง refer out/refer back/service plan/การเบกิ จา่ ย
2. การมสี ่วนร่วมของชุมชน และ รพ.ลูกข่าย ในการพัฒนารูปแบบการใหบ้ ริการผูป้ ่วย IMC
3. แนวทางการเพม่ิ รายได้ รพช. จากการทำ IMC
เขตสุขภาพที่ 8 สำหรับพืน้ ท่ี :
เขตสุขภาพท่ี 9 1. สนับสนนุ บุคลากรใหเ้ พียงพอสำหรบั การใหบ้ ริบาลฟื้นสภาพเพ่ิมข้นึ
2. เพ่ิมการติดตามผ้ปู ่วยท่ีกลบั ไปรกั ษาตวั ทบ่ี า้ นให้ไดร้ ับการฟื้นฟใู น รพ.ใกลบ้ ้าน อย่างต่อเนอื่ ง
เขตสุขภาพที่ 10 3. สนบั สนนุ ครภุ ณั ฑแ์ ละอุปกรณก์ ารแพทย์ใหเ้ พียงพอ
เขตสุขภาพที่ 11
สำหรับพน้ื ที่ :
1. การสนับสนนุ องค์ความร้แู ละชอ่ งทางในการให้คำปรึกษาจากผเู้ ชยี่ วชาญในการดูแลผปู้ ว่ ยท่ี
ซับซอ้ น
2. พฒั นาให้มรี ะบบจดั สรรอปุ กรณเ์ ครื่องช่วยความพิการให้เพียงพอ
3. พฒั นาการส่งต่อและตดิ ตามผูป้ ่วยผา่ นระบบ R9 gateway ทั้งไปและกลบั
สำหรับสว่ นกลาง :
1. พัฒนาศักยภาพการดูแลผปู้ ว่ ย Caregiver และ อสม. อบรม IMC Nurse ให้ครบทุกโรงพยาบาลชมุ ชน
2. ออกแบบการเก็บขอ้ มลู ระบบ Thai COC และ E-Claim เรียกเกบ็ เงนิ สนบั สนนุ ใหอ้ ยใู่ นระบบเดยี วกัน
3. ปรับปรงุ เชอื่ มโยงข้อมลู การลงทะเบียน เพอื่ ใหเ้ ป็นชุดเดียวกัน และทนั สมัย
สำหรับพนื้ ท่ี : พฒั นาระบบการดแู ลผูป้ ว่ ยผ่านระบบ Telemedicine
สำหรับส่วนกลาง : พฒั นาระบบฐานข้อมูลสำหรับผู้ป่วย IMC ทสี่ ะดวกต่อการใชง้ านและสรุปงาน
สำหรบั พืน้ ท่ี :
1. พฒั นาและควบคุมคณุ ภาพการดำเนนิ งานในจงั หวดั
2. ส่งเสรมิ ให้มีการสรา้ งศูนยส์ ขุ ภาพชมุ ชนร่วมกบั อปท.เพ่อื การดูแลตอ่ เนอื่ งและยงั่ ยนื
3. พัฒนาระบบในการดูแลผู้ป่วย IMC ที่มีข้อจำกัดไม่สามารถเข้ารับบริการใน รพช.ได้ ใช้ระบบ
Tele – Rehab ระบบ 3 หมอ หรือการมีส่วนรว่ มของชมุ ชน
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
173
เขตสุขภาพ ข้อเสนอแนะของผู้นิเทศ
เขตสุขภาพท่ี 12
4. เชื่อมโยงข้อมูลการดำเนินงาน การส่งต่อผู้ป่วยในภาพรวมจังหวัด และส่งข้อมูลย้อนกลับเพื่อการ
ดูแลตอ่ เนอ่ื ง
5. สง่ เสรมิ การใชเ้ ทคโนโลยีในการติดตาม และ ควบคมุ คณุ ภาพการให้บริการ IMC หลงั refer back
เชน่ PRM referral network ของสถาบันสิรินธรฯ เป็นต้น
6. ส่งเสรมิ การจัดตัง้ ศูนย์ IMC ชมุ ชน เพอื่ ความย่งั ยนื
สำหรับสว่ นกลาง :
1. ผลักดันงบประมาณหรือเชงิ นโยบายในการจา่ ยเงนิ ชดเชย IPD On Top ใน รพ.ท่ีมกี ารรับผ้ปู ว่ ย IMC
2. สนับสนุนงบประมาณ สถานที่ ในการจัดตั้ง IMC Ward และจัดสรรแพทย์ นักกายภาพบำบัดให้
คลอบคลุมทกุ พนื้ ท่ี
3. จัดอบรมพยาบาลและสหสาขาวชิ าชีพตามหลักสูตร
สำหรบั พนื้ ท:่ี
1. พฒั นาระบบบรกิ าร new normal rehabilitation
2. พฒั นาระบบสารสนเทศ การส่งตอ่ ขอ้ มลู แบบ two way communication
3. พฒั นาเชื่อมต่อขอ้ มูลกับ HHC, COC
4. พฒั นารปู แบบ Tele-medicine, Tele-consult ร่วมกบั รพช. / Primary care
5. พัฒนาศักยภาพทมี ด้านการดแู ล Hip fracture
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
ประเด็นท่ี 6
ระบบธรรมาภิบาล
- ตรวจสอบภายใน (แผนเงนิ บำรงุ ในโรงพยาบาล)
- การเงนิ การคลังสุขภาพ (วกิ ฤตการเงินระดับ 7 และ ระดับ 6,
ระบบจัดเก็บรายได้)
- การพฒั นาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT)
- องคก์ รแหง่ ความสุข
จัดทำโดย คณะกรรมการกำหนดประเด็นและติดตามผลการตรวจราชการ
174
บทสรปุ สำหรบั ผบู้ ริหาร ปงี บประมาณ 2565 รอบที่ 2
ประเด็นท่ี 6 ระบบธรรมาภิบาล
ประเดน็ ตรวจราชการ : แผนเงินบำรุง
หวั ข้อ / ตวั ชว้ี ดั : การกำกับ ตดิ ตาม การใชจ้ ่ายเงินตามแผนเงนิ บำรงุ
1) เปา้ หมาย และผลงาน
ประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงนิ นอกงบประมาณ (เงินบำรงุ ) ผ่านเกณฑ์ไมน่ ้อยกว่าร้อยละ ๘๐ โดย
๑. ระดับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด มีผู้รับผิดชอบสอบทานแผนเงินบำรุงก่อนเสนอนายแพทย์
สาธารณสุขจังหวัดอนุมัติ มีแนวทาง/กระบวนการกำกับ ติดตามแผน - ผลเงินบำรุงของโรงพยาบาลศูนย์
โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง รวมถึงมีการทบทวนปรับแผนเงินบำรุงให้สอดคล้อง
และเหมาะสมกับสถานการณอ์ ยา่ งนอ้ ยปลี ะ ๑ ครงั้ และเสนอผมู้ ีอำนาจพิจารณาอนมุ ัติ
๒. ระดับโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน มีการควบคุมการใช้จ่ายเงิน
ตามแผนเงินบำรุงอย่างมีประสิทธิภาพ แผนเงินบำรุงสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการประจำปี และแผนจัดซื้อ/
จัดจ้าง กรณีมีการก่อหนี้ผูกพันที่มีระยะเวลามากกว่า ๑ ปี มีแผนกลยุทธ์ทางการเงินรองรับ และประเมินผล
ประสิทธิภาพการบริหารแผนเงินบำรุง แผนจัดซื้อจัดจ้าง และแผนปฏิบัติการประจำปี รอบ ๖ เดือน
โดยประเมินการกำกับการใชจ้ ่ายเงินตามแผนเงินบำรุงตามหลัก 4P คอื การจดั ทำและการกำกบั แผนเงินบำรุง
แผนจัดซื้อจัดจ้าง (Plan) การปฏิบัติตามขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement) การรับของเข้าคลัง
การรายงานคลังย่อย (Port) การรับรู้เจ้าหนี้และการบริหารการจ่ายหนี้ (Pay) และการวิเคราะห์ 3S
คือ Structure System และ Staff โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยบริการมีการดำเนินการด้านรายจ่าย
และการก่อหนี้ผูกพันเป็นไป ตามระเบียบ และมีข้อมูลสำหรับผู้บริหารควบคุม กำกับ การใช้จ่ายเงิน
อย่างมปี ระสิทธภิ าพตามพระราชบัญญตั วิ นิ ยั การเงินการคลงั ของรฐั พ.ศ. ๒๕๖๑
2) สรุปสถานการณ์
๒.๑ การกำกบั ติดตามการใช้จา่ ยเงินตามแผนเงินบำรุง
การตรวจราชการและนิเทศงานรอบที่ ๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ท่ตี รวจประเมิน เสรจ็ เรียบร้อยแล้ว
จำนวน ๗๖ จังหวัด คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ โดยกลุ่มเป้าหมายในการตรวจราชการและนิเทศงาน คือ ระดับ
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ระดับโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป จำนวน ๑ แห่ง ระดับโรงพยาบาล
ชุมชน จำนวน ๑ แห่ง รวมกลุ่มเป้าหมายจำนวน ๑๐๘ แห่ง และได้กำหนดเป้าหมายประสิทธิภาพ
การใช้จ่ายเงินตามแผนเงินบำรุงผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ซึ่งผลการตรวจราชการ และนิเทศงาน
มดี ังน้ี
- ระดับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จำนวนทั้งสิ้น ๗๖ จังหวัด พบว่า ผู้รับผิดชอบสอบทาน
แผนเงินบำรงุ มีทั้ง กลุ่มงานประกันสุขภาพ งานการเงินและบัญชี งานยุทธศาสตร์และแผน รวมถึงเจ้าหนา้ ที่
ที่ปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ทำหน้าที่สอบทานแผนเงินบำรุงก่อนเสนอให้นายแพทย์
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
175
สาธารณสุขจังหวัดลงนามอนุมัติแผน ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการจัดทำแผนเงินบำรุงที่ถูกต้อง
ไม่สามารถเป็นพี่เลี้ยงให้กับหน่วยบริการในกำกับได้ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ยังไม่มีแนวทาง
การกำกับ ติดตามการใช้จ่ายเงินตามแผนเงนิ บำรุงที่ชัดเจนอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม รวมถงึ ไม่ได้มีการกำหนด
นโยบายการปรับแผนเงินบำรุงในระหว่างปีที่ชัดเจน แต่มีหน่วยบริการหลายแห่งที่เริ่มมีการนำเทคโนโลยี
ดา้ นโปรแกรมมาเป็นเครื่องมือช่วยในการกำกับ ติดตามการใช้จ่ายเงินบำรุงตามแผน เพอ่ื ลดภาระและความซ้ำซ้อน
ในการปฏบิ ตั งิ าน
๒.๒ ประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินบำรุงตามแผน ตามกระบวนการ 4P มีดงั น้ี
- ระดับโรงพยาบาลศูนย/์ โรงพยาบาลทัว่ ไป/โรงพยาบาลชมุ ชน
PLAN พบว่า รายการวัสดุที่ใช้ในแผนงาน วัสดุในโครงการไม่นำมารวมในแผนจัดซื้อ/จ้าง
การสำรวจความต้องการใช้ไม่ครอบคลุมทุกกลุ่มงานในหน่วยงาน ไม่ตั้งงบกลางสำรองกรณีฉุกเฉิน
จำเป็นเร่งด่วน แผนเงินบำรุงไม่สอดคล้องกับแผนจัดซื้อ เนื่องจากรายการพัสดุที่จะซื้อนอกแผนยังไม่ได้รับ
การอนุมัติให้ปรับแผนซื้อจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด แผนปฏิบัติการและแผนซื้อครุภัณฑ์ไม่สอดคล้อง
กับแผนเงินบำรุง แผนจัดซอ้ื จัดจ้างรายการวสั ดุทันตกรรม และวสั ดุวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ เสนอผู้อำนวยการ
โรงพยาบาลซึ่งผู้มีอำนาจอนุมัติเป็นนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด การจัดซื้อจัดจ้างมีการจัดทำสัญญา
ข้ามปีงบประมาณ (ปีงบประมาณ ๒๕๖๕ - ๒๕๖๖) ไม่มีแผนกลยุทธ์ทางการเงินรองรับของรายการก่อหน้ี
ผูกพันปงี บประมาณ ๒๕๖๖ หนว่ ยงานนำเงินของศนู ย์แพทย์มารวมไว้ในแผนเงินบำรุง ไม่จัดทำแผนจัดซื้อจัดจ้าง
รายการวัสดุทั่วไป ครุภัณฑ์และจ้างเหมาบริการ เสนอผู้มีอำนาจอนุมัติ รายการจ้างเหมาบริการจัดทำ
งบประมาณเป็นภาพรวม โดยไม่แยกเป็นแต่ละรายการ ทำให้ไม่สามารถทราบรายการทีจ่ ัดจ้าง เช่น จ้างเหมา
เก็บขยะ จ้างเหมาประกอบอาหาร จ้างเหมาบริการอื่น ๆ จัดทำแผนด้านรับงบลงทุน(ค่าเสื่อม) สูงกว่า
แผนขาลงที่ได้รับอนุมัติ ไม่นำรายรับสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอกมารวมกับการจัดทำแผนเงินบำรุง
แผนรายจ่ายไม่ครอบคลุมรายจ่ายที่สนับสนุน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แผนเงินบำรุง
ไม่สอดคล้องครอบคลุมกับแผนจัดซื้อจัดจ้าง เช่น ด้านรายจ่ายของแผนเงินบำรุงไม่มีรายการจ้าง เช่า เหมา
ซอ่ ม ตามแผนซื้อจ้าง เป็นตน้
PROCUREMENT จากการตรวจสอบภาพรวม พบว่า หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุหน่วยบริการ
ขาดความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงานตามที่ระเบียบพัสดุกำหนด ไม่ดำเนินการตามระเบียบกำหนด เช่น
ไม่มคี ำสั่งแต่งตัง้ ผูร้ บั ผิดชอบกำหนดรายละเอยี ดคุณลักษณะของพสั ดุ รายละเอยี ดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ
ใบสง่ ของไม่ระบผุ ู้รับของและวันท่ี มกี ารแก้ไขวันทีใ่ นประกาศผชู้ นะการเสนอราคาใบส่ังซื้อ ใบสั่งซือ้ ผขู้ า่ ยไม่ได้
ลงนามรับใบสั่งซื้อแต่เจ้าหน้าที่พัสดุของหน่วยบริการลงนามแทนผู้ขาย และไม่ปิดประกาศผู้ชนะเสนอราคา
ณ สถานท่ปี ิดประกาศหนว่ ยงาน ใบตรวจรับรายการจา้ งเหมาประกอบอาหารไม่ปฏิบัติตามแนวทางการจัดหา
อาหารสำหรับผู้ป่วยโรงพยาบาลสนามและเอกสารประกอบการเบิกจ่ายไม่ครบถ้วน การจัดซื้อวัสดุบริโภค
วัสดุงานบ้าน และการจ้างบริการทำความสะอาดยังมีความเสี่ยงต่อการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง มีการรับวัสดุเข้าคลัง
โดยจัดทำเอกสารย้อนหลัง รายงานขอซื้อขอจ้างยังไม่ได้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ รายการที่ซื้อไม่อยู่
แผนการจัดซื้อประจำปี และไม่มีบันทึกเพื่อขออนุมัติในกรณีที่รายการที่ซื้อไม่ได้อยู่ในแผน กระบวนการ
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
176
ดำเนินการจัดซื้อไม่เป็นไปตามระเบียบฯ จัดซื้อโดยไม่ผ่านการอนุมัติจากผู้มีอำนาจ คณะกรรมการตรวจรับ
ลงลายมือชื่อไม่ครบถ้วนและมีการเบิกจ่ายวัสดุออกจากคลัง เอกสารชุดจัดซื้อยาบางรายการสูญหาย ผู้ขาย
จดั สง่ พสั ดใุ หห้ น่วยงานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนไดร้ บั อนุมตั ิให้มีการจัดซื้อจดั จา้ ง การจัดซอื้ จัดจ้าง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ แต่นำมาเบกิ จ่ายในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งไม่ไดอ้ ยู่ในแผนปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๖๕ กระบวนการในการจัดซื้อ/จัดจ้าง ระบุวันที่วันเดียวกัน ตั้งแต่กระบวนการขั้นต้นจนถึงสิ้นสุด
การแต่งตั้งผู้กำหนดคณุ ลกั ษณะของวัสดุการแพทย์ วัสดุทนั ตกรรม แต่ผทู้ ี่ได้รบั แตง่ ต้ังไมม่ คี วามรคู้ วามสามารถ
ในด้านน้ัน เรียกรบั ใบเสรจ็ รับเงนิ กอ่ นการเบิกจ่าย เปน็ ต้น
PORT จากการตรวจสอบภาพรวม พบวา่ การบรหิ ารคลังพัสดุ การเบิกจ่ายพัสดุจากคลัง ไม่ถูกต้อง
ครบถว้ น ไม่เป็นไปตามท่ีระเบียบกำหนด เช่น ใบเบกิ พสั ดุไม่มเี ลขที่ใบเบกิ และลงลายมือผ้มู สี ิทธเิ บิกชื่อ - สกุล
ไม่ชัดเจน ลงลายมือชื่อผู้อนุมัตสิ ั่งจ่ายในใบเบิกพัสดุ ไม่เป็นไปตามคำสั่งแต่งตั้ง ไม่จัดทำบัญชีวสั ดุ หรือจัดทำ
บัญชีวัสดุ ไม่ครบทุกรายการ/ไม่เป็นปัจจุบัน ขาดการรายงานคลังย่อยทุกสิ้นเดือนจากคลังวัสดุบริโภค
(ประเภทอาหารแหง้ ) คลงั วสั ดุ OR คำสัง่ แต่งตัง้ เจ้าหนา้ หวั หนา้ เจา้ หน้าท่ี และคำส่งั แตง่ ตงั้ หวั หน้าหน่วยพัสดุ
(คลังบริหารทวั่ ไป และคลงั วิทยาศาสตร)์ เปน็ บคุ คลคนเดยี วกนั ซึ่งไม่เหมาะสม จัดทำรายงานยอดวัสดุคงเหลือ
แต่ไม่ถูกต้องตรงกับงานบัญชี คณะกรรมการตรวจรับครบถ้วนแต่ของฝากไว้ท่ีบริษัท เนื่องจากใช้ไม่ทัน และ
ไม่มสี ถานที่จดั เก็บ เก็บ รวมทัง้ หัวหน้าหนว่ ยคลงั อนญุ าตให้บริษทั ยมื ยาออกจากคลงั ซ่งึ ไมป่ ฏิบัติตามระเบียบฯ
น้ำยาไตเทียม/วัสดุ OR เมื่อคณะกรรมการตรวจรับแล้ว มีการเบิกจ่ายให้กับหน่วยที่ใช้ทั้งจำนวน โดยไม่มี
การรายงานคลังย่อย จัดทำบัญชีวัสดุด้วย Manual รายงานการเบิกใช้และรายงานมูลค่าคงเหลือด้วยวิธี
หักกลบลบกัน ทำใหข้ ้อมลู การเบกิ จา่ ยและบญั ชีคลาดเคลื่อนไมถ่ ูกตอ้ ง
PAY พบวา่ งานบญั ชีเปน็ ผ้จู ดั ทำทะเบียนคุมเจ้าหน้รี ายตัว การบันทึกบัญชรี ับรูเ้ จ้าหนีโ้ ดยไมม่ ีเอกสาร
จัดซื้อจดั จ้าง (รบั รจู้ ากใบส่งของ) ไม่มคี ำส่ังแตง่ ตัง้ คณะกรรมการบรหิ ารจดั การเจา้ หน้ีการค้า และไม่ได้กำหนด
หลักเกณฑ์การชำระหนี้ที่เป็นรูปธรรม บางแห่งมีการกำหนดแนวทางการจ่ายชำระหนี้จากผู้บริหาร
และพบมีเจ้าหนี้ค้างนานตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๖๓ และระยะเวลาในการชำระหนี้เกินกว่า ๙๐ วัน
ไม่รายงานเจ้าหนี้ค้างชำระเสนอผู้บริหารทราบทุกสิ้นเดือน ขาดกระบวนการบริหารจัดการเจ้าหนี้อย่างเป็น
ระบบขาดการยืนยันเพื่อสอบทานความมีอยู่จริงของเจ้าหนี้ การจัดส่งเอกสารการเบิกจ่ายเงินให้งานการเงิน
ล่าช้า
3) ปัญหา/จุดรว่ มทส่ี ะท้อนปัญหา หรอื ความเสีย่ งตอ่ ความไมส่ ำเร็จของงาน
Structure
๑. การถ่ายทอดนโยบายหรือแนวทางการจัดทำแผนเงินบำรุงให้ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้เกี่ยวข้อง
เพอื่ นำไปสูก่ ารปฏบิ ัติไม่ชดั เจน ขาดการส่อื สาร ช้ีแจงประชาสัมพนั ธ์ เกี่ยวกบั การจดั ทำแผนเงนิ บำรุง
๒. ขาดการบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณ (แผนเงินบำรุง) ในภาพรวมที่เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับ
หน่วยบรกิ าร ระดบั จงั หวัด และระดับเขตสขุ ภาพ
๓. ผู้บริหาร/คณะกรรมการบริหารของหน่วยบริการไม่เห็นความสำคัญในการควบคุม กำกับติดตาม
แผนเงินบำรงุ และการบริหารพสั ดุภาครัฐ
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
177
๔. ขาดการนำแผนเงินบำรุง แผนปฏิบัติการประจำปี และแผนการจัดซื้อจัดจ้าง ในการขับเคลื่อน
เพอื่ ปฏิบตั ิงาน ไมม่ ีระบบการควบคมุ กำกับ แผนฯ ภายหลงั จากได้รับการอนุมตั แิ ผนเรียบรอ้ ยแลว้
๕. การมอบหมายผู้รับผดิ ชอบในการควบคมุ กำกับ ติดตามแผนเงนิ บำรงุ ของหน่วยงานยงั ไม่ชดั เจน
๖. กำหนดหน่วยจดั ซอื้ /หนว่ ยคลัง หลายหน่วยงาน ส่งผลทำให้การบริหารจัดการคลังขาดประสทิ ธภิ าพ
System
๑. ขาดการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำแผนเงินบำรุง การควบคุม กำกับ ติดตาม
การใช้จ่ายเงินตามแผนเงินบำรุงรวมถึงการก่อหนี้ผูกพันตามแผนจัดซื้อ/จ้าง เพื่อให้การใช้จ่ายเป็นไปตาม
กรอบวงเงินทไ่ี ดร้ ับอนุมตั ิ
๒. หน่วยงานเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับแผนประมาณรายได้และควบคุมค่าใช้จ่าย (Plan fin) กับ
แผนเงินบำรงุ ข้อมลู นำเขา้ แผนท้ังสองดังกล่าวขา้ งต้น เป็นขอ้ มลู เดยี วกนั
๓. มีการนำโปรแกรมที่หลากหลายมาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการคลังพัสดุ ซึ่งส่งผลให้มี
ความเสี่ยงของระบบการควบคุมคลังพัสดุ และการปฏิบัติงานด้านพัสดุไม่เป็นระบบและไม่ไปตามที่ระเบียบ
กำหนด เกดิ ความเสย่ี งและขอ้ ผดิ พลาดสูง
๔. ขาดเครื่องมือด้านเทคโนโลยีช่วยในการปฏิบัติงานในการควบคุม กำกับ ติดตามการใช้จ่ายเงิน
ตามแผนเงินบำรงุ ใหม้ ีความสะดวก รวดเร็วถูกต้อง และลดภาระงานทซ่ี ำ้ ซอ้ น และเปน็ ไปแนวทางเดียวกนั
Staff
๑. บุคลากรผเู้ กยี่ วขอ้ งขาดความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และความเขา้ ใจในเรื่องแผนเงินบำรงุ
๒. ทีมพี่เลี้ยง (Coaching) ในระดับจังหวัด ขาดความรู้ ทักษะประสบการณ์เกี่ยวกับแผนเงินบำรุง จึงไม่
สามารถใหค้ ำปรึกษาท่ีถูกต้องกับโรงพยาบาลชมุ ชนในกำกับได้
๓. ผู้ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลการปฏิบัติงานจัดซื้อ/จ้าง ขาดความเข้าใจวิธีปฏิบัติงานตามที่ระเบียบ
พสั ดุกำหนด
๔. ในระดบั โรงพยาบาลชุมชนภาระงานดา้ นพัสดุเกินกรอบอตั รากำลัง (รพช.)
4) ข้อเสนอเชิงนโยบาย/ข้อเสนอเพอ่ื ปรับปรงุ พฒั นา
๑) เห็นควรมอบให้เขตสุขภาพ/สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด กำกับติดตามแผนเงินบำรุงภาพรวม
เขตสุขภาพและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด กำหนดนโยบายหรือแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับแผนเงินบำรุง
ให้ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้เกี่ยวข้องเป็นประจำทุกปี เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติงานให้ชัดเจน เพื่อให้หน่วยบริการ
สามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวง
สาธารณสุขเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ถูกต้องตามกฎหมายและ
ระเบียบที่เกี่ยวข้อง
๒) มอบผู้รับผิดชอบพัฒนาระบบเทคโนโลยีด้านโปรแกรมให้กับหน่วยบริการ ได้แก่ โปรแกรม
ดา้ นบริหารคลงั พัสดุ โปรแกรมกำกับแผนรับ - จา่ ยเงนิ บำรุง โปรแกรมบริหารจดั การเจ้าหน้ี ให้เปน็ ไปในทิศทาง
เดียวกัน ลดขั้นตอนระยะเวลาการปฏิบัติงานและสะดวกต่อการกำกับ ติดตาม รวมถึงการมีฐานข้อมูลด้าน
ทรัพยากรทุกระบบของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่ผู้บริหารแต่ละระดับสามารถนำไปใช้เป็น
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
178
เครื่องมือสำหรับการบริหารงาน ได้สะดวก รวดเร็วขึ้น รวมถึงขอทำความตกลงกับกรมบัญชีกลาง ในภาพรวม
ในการนำเทคโนโลยีมาใช้ปฏบิ ตั งิ านในการบริหารจดั การคลัง เพ่ือใหเ้ ป็นไปตามทร่ี ะเบียบกำหนด และสามารถ
บรหิ ารจัดการคลงั ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
5) ปัจจยั ความสำเรจ็
๑. ผู้บริหารให้ความสำคัญ กำหนดนโยบายและมอบหมายผู้รับผิดชอบชัดเจนและกำกับ ติดตาม
อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
๒. มีการรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริหารของหน่วยงาน รับทราบปัญหา
เพอื่ กำหนดมาตรการ/แนวทางเพ่ือใหเ้ กดิ การขบั เคลื่อนทัง้ องค์กร
๓. มีเครื่องมือทางด้านเทคโนโลยีช่วยในการปฏิบัติงาน ช่วยลดขั้นตอนระยะเวลาการปฏิบัติงาน
ลดขอ้ ผิดพลาดและสะดวกต่อการควบคมุ และกำกับ ติดตาม
๔. เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติมีความเข้าใจ ให้ความร่วมมือ และมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น
ในกระบวนการปรบั ปรุงแกไ้ ข เพอื่ ให้เกิดผลลัพธท์ ี่ดีขึ้น
6) ประเดน็ ท่ีควรกำกับตดิ ตามการตรวจราชการ
๑. ติดตามการพัฒนาประสิทธิภาพการกำกับ ติดตามการใช้จ่ายเงินตามแผนเงินบำรุงที่เชื่อมโยง
และสอดคลอ้ งกับแผนปฏบิ ัติการประจำปี และแผนจัดซอ้ื จัดจ้าง
๒. กำกับ ติดตามการใช้จ่ายเงินตามแผนเงินบำรุง ได้แก่ การดำเนินการด้านรายจ่ายและก่อหน้ี
ผูกพันให้เป็นไปตามระเบียบที่กำหนด ตั้งแต่การจัดทำแผนจัดซื้อ (Plan) การปฏิบัติตามขั้นตอนการจัดซ้ือ
(Procurement) การรับของเข้าคลัง การรายงานคลังย่อย (Port) การรับรู้เจ้าหนี้และการบริหารการจ่ายหน้ี
(Pay) โดยผูต้ รวจสอบภายในประจำเขตสขุ ภาพ และผู้ตรวจสอบภายในเครือขา่ ยระดับจังหวดั
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
179
รายงานผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ปีงบประมาณ 2565 รอบท่ี ๒
ประเดน็ ท่ี 6 ระบบธรรมาภิบาล
๑. หน่วยงานที่รบั ผิดชอบ (กรม/กอง/ศนู ยว์ ชิ าการ)
หน่วยงานผรู้ บั ผดิ ชอบหลกั : กลุ่มตรวจสอบภายใน สานกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
๒. วิเคราะหส์ ถานการณ์ในพื้นที่
๒.๑ การกำกบั ติดตามการใช้จา่ ยเงินตามแผนเงนิ บำรงุ
การตรวจราชการและนิเทศงานรอบที่ ๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ที่ตรวจประเมินเสร็จ
เรียบร้อยแล้ว จำนวน ๗๖ จังหวัด คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ โดยกลุ่มเป้าหมายในการตรวจราชการและนเิ ทศงาน
คือ ระดับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ระดับโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป จำนวน ๑ แห่ง ระดับ
โรงพยาบาลชุมชน จำนวน ๑ แห่ง รวมกลุ่มเป้าหมายจำนวน ๑๐๘ แห่ง และได้กำหนดเป้าหมาย
ประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินตามแผนเงินบำรุงผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ซึ่งผลการตรวจราชการ และ
นิเทศงาน มดี ังนี้
จากกราฟ พบว่า ประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินตามแผนเงินบำรุงภาพรวมเขตที่ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า
ร้อยละ ๘๐ มีจำนวน ๑๐ เขต ได้แก่ เขตสุขภาพที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๖ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ และไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน ๒ เขต
ไดแ้ ก่ เขตสุขภาพที่ ๕ และ ๗ ซ่งึ ตรวจพบสถานการณด์ งั นี้
- ระดับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จำนวนทั้งสิ้น ๗๖ จังหวัด พบว่า ผู้รับผิดชอบสอบทานแผน เงินบำรงุ
มีทั้ง กลุ่มงานประกันสุขภาพ งานการเงินและบัญชี งานยุทธศาสตร์และแผน รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
180
ด้านการตรวจสอบ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ทำหน้าที่สอบทานแผนเงินบำรุงก่อนเสนอให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลงนาม
อนุมัติแผน ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการจัดทำแผนเงินบำรุงที่ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ยังไม่มี
แนวทางการกำกับ ตดิ ตามการใชจ้ า่ ยเงินตามแผนเงนิ บำรงุ ท่ชี ดั เจนอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม รวมถงึ ไมไ่ ด้มีการกำหนด
นโยบายการปรับแผนเงินบำรุงในระหวา่ งปีที่ชดั เจน แต่มีหน่วยบรกิ ารหลายแหง่ ทเี่ ริม่ มกี ารนำเทคโนโลยีด้านโปรแกรม
มาเป็นเคร่ืองมือชว่ ยในการกำกบั ตดิ ตามการใชจ้ า่ ยเงนิ บำรุงตามแผน เพื่อลดภาระและความซำ้ ซอ้ นในการปฏิบตั งิ าน
๒.๒ ประสิทธภิ าพการใชจ้ า่ ยเงนิ บำรงุ ตามแผน ตามกระบวนการ 4P มีดงั นี้
- ระดับโรงพยาบาลศนู ย์/โรงพยาบาลท่ัวไป/โรงพยาบาลชมุ ชน
PLAN พบว่า รายการวัสดทุ ี่ใชใ้ นแผนงาน วัสดุในโครงการไมน่ ำมารวมในแผนจัดซื้อ/จ้าง การสำรวจ
ความตอ้ งการใช้ไมค่ รอบคลุมทุกกล่มุ งานในหนว่ ยงาน ไม่ต้ังงบกลางสำรองกรณีฉุกเฉนิ จำเป็นเร่งดว่ น แผนเงิน
บำรุงไม่สอดคล้องกับแผนจัดซื้อ เนื่องจากรายการพัสดุที่จะซื้อนอกแผนยังไม่ได้รับ การอนุมัติให้ปรับแผนซ้ือ
จากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด แผนปฏิบัติการและแผนซื้อครุภัณฑ์ไม่สอดคล้องกับแผนเงินบำรุง
แผนจัดซื้อจัดจ้างรายการวัสดุทันตกรรม และวัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์ เสนอผู้อำนวยการโรงพยาบาล
ซง่ึ ผู้มีอำนาจอนุมัติเปน็ นายแพทยส์ าธารณสุขจงั หวัด การจัดซ้อื จัดจา้ งมีการจดั ทำสญั ญาข้ามปี (ปีงบประมาณ
๒๕๖๕ - ๒๕๖๖) ไม่มีแผนกลยุทธท์ างการเงนิ รองรับของรายการกอ่ หนผ้ี ูกพนั ปีงบประมาณ ๒๕๖๖ หนว่ ยงาน
นำเงินของศูนย์แพทย์มารวมไว้ในแผนเงินบำรุง ไม่จัดทำแผนจัดซื้อจัดจ้างรายการวัสดุทั่วไป ครุภัณฑ์และ
จ้างเหมาบริการ เสนอผู้มีอำนาจอนุมัติ รายการจ้างเหมาบริการจัดทำงบประมาณเป็นภาพรวม โดยไม่แยก
เป็นแต่ละรายการ ทำให้ไม่สามารถทราบรายการที่จัดจ้าง เช่น จ้างเหมาเก็บขยะ จ้างเหมาประกอบอาหาร
จ้างเหมาบริการอื่น ๆ จัดทำแผนด้านรับงบลงทุน(ค่าเสื่อม) สูงกว่าแผนขาลงที่ได้รับอนุมัติ ไม่นำรายรับ
สนับสนุนจากหน่วยงานภายนอกมารวมกับการจัดทำแผนเงินบำรุง แผนรายจ่ายไม่ครอบคลุมรายจ่าย
ท่สี นับสนุน โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตำบล (รพ.สต.) แผนเงนิ บำรงุ ไม่สอดคลอ้ งครอบคลมุ กบั แผนจัดซ้ือจัดจ้าง
เช่น ด้านรายจ่ายของแผนเงินบำรงุ ไม่มีรายการจา้ ง เชา่ เหมา ซ่อม ตามแผนซ้อื จ้าง เป็นต้น
PROCUREMENT จากการตรวจสอบภาพรวม พบว่า หวั หนา้ เจา้ หนา้ ที่พสั ดหุ น่วยบริการ ขาดความรู้
ความเข้าใจในการปฏิบัติงานตามที่ระเบียบพัสดุกำหนด ไม่ดำเนินการตามระเบียบกำหนด เช่น ไม่มีคำส่ัง
แต่งตง้ั ผรู้ บั ผดิ ชอบกำหนดรายละเอยี ดคุณลกั ษณะของพสั ดุ รายละเอยี ดคณุ ลักษณะเฉพาะของพัสดุ ใบสง่ ของ
ไม่ระบุผู้รับของและวันที่ มีการแก้ไขวันที่ในประกาศผู้ชนะการเสนอราคาใบสั่งซื้อ ใบสั่งซื้อผู้ข่ายไม่ได้ลงนาม
รับใบสั่งซื้อแต่เจ้าหน้าที่พัสดุของหน่วยบริการลงนามแทนผู้ขาย และไม่ปิดประกาศผู้ชนะเสนอราคา
ณ สถานทีป่ ิดประกาศหนว่ ยงาน ใบตรวจรับรายการจา้ งเหมาประกอบอาหารไมป่ ฏบิ ัติตามแนวทางการจัดหา
อาหารสำหรับผู้ป่วยโรงพยาบาลสนามและเอกสารประกอบการเบิกจ่ายไม่ครบถ้วน การจัดซื้อวัสดุบริโภค
วัสดุงานบ้าน และการจ้างบริการทำความสะอาดยังมีความเสี่ยงต่อการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง มีการรับวัสดุเข้าคลัง
โดยจัดทำเอกสารย้อนหลัง รายงานขอซื้อขอจ้างยังไม่ได้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ รายการที่ซื้อไม่อยู่
สรปุ ผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบที่ 2
181
แผนการจัดซื้อประจำปี และไม่มีบันทึกเพื่อขออนุมัติในกรณีที่รายการที่ซื้อไม่ได้อยู่ในแผน กระบวนการ
ดำเนินการจัดซื้อไม่เป็นไปตามระเบียบฯ จัดซื้อโดยไม่ผ่านการอนุมัติจากผู้มีอำนาจ คณะกรรมการตรวจรับ
ลงลายมือชื่อไม่ครบถ้วนและมีการเบิกจ่ายวัสดุออกจากคลัง เอกสารชุดจัดซื้อยาบางรายการสูญหาย ผู้ขาย
จดั สง่ พัสดใุ หห้ น่วยงานและคณะกรรมการตรวจรบั พัสดุก่อนได้รับอนุมตั ใิ ห้มกี ารจัดซ้ือจัดจ้าง การจัดซอ้ื จดั จ้าง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ แต่นำมาเบิกจ่ายในปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึง่ ไมไ่ ด้อยูใ่ นแผนปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๖๕ กระบวนการในการจัดซื้อ/จัดจ้าง ระบุวันที่วันเดียวกัน ตั้งแต่กระบวนการขั้นต้นจนถึงสิ้นสุด
การแต่งตง้ั ผกู้ ำหนดคณุ ลักษณะของวัสดกุ ารแพทย์ วัสดุทันตกรรม แต่ผทู้ ไี่ ดร้ บั แตง่ ตง้ั ไม่มีความรคู้ วามสามารถ
ในดา้ นน้ัน เรยี กรับใบเสร็จรับเงนิ ก่อนการเบกิ จ่าย เปน็ ต้น
PORT จากการตรวจสอบภาพรวม พบว่า การบริหารคลังพัสดุ การเบิกจ่ายพัสดุจากคลัง ไม่ถูกต้อง
ครบถ้วน ไมเ่ ปน็ ไปตามท่รี ะเบียบกำหนด เช่น ใบเบิกพัสดุไมม่ ีเลขทใ่ี บเบิกและลงลายมือผูม้ ีสิทธเิ บิกช่อื - สกุล
ไม่ชัดเจน ลงลายมือชื่อผู้อนมุ ัติสั่งจา่ ยในใบเบิกพัสดุ ไม่เป็นไปตามคำสั่งแต่งตัง้ ไม่จัดทำบัญชีวสั ดุ หรือจัดทำ
บัญชีวัสดุ ไม่ครบทุกรายการ/ไม่เป็นปัจจุบัน ขาดการรายงานคลังย่อยทุกสิ้นเดือนจากคลังวัสดุบริ โภค
(ประเภทอาหารแห้ง) คลังวัสดุ OR คำส่งั แต่งตง้ั เจา้ หนา้ หวั หนา้ เจา้ หน้าท่ี และคำสงั่ แต่งต้ังหวั หน้าหน่วยพัสดุ
(คลงั บริหารท่ัวไป และคลงั วทิ ยาศาสตร์) เป็นบคุ คลคนเดียวกนั ซึ่งไม่เหมาะสม จดั ทำรายงานยอดวัสดุคงเหลือ
แต่ไม่ถูกต้องตรงกับงานบัญชี คณะกรรมการตรวจรับครบถ้วนแต่ของฝากไว้ที่บริษัท เนื่องจากใช้ไม่ทัน และ
ไมม่ สี ถานท่ีจดั เก็บ เก็บ รวมทั้ง หวั หนา้ หน่วยคลังอนญุ าตให้บริษทั ยืมยาออกจากคลงั ซ่ึงไม่ปฏิบัติตามระเบียบฯ
น้ำยาไตเทียม/วัสดุ OR เมื่อคณะกรรมการตรวจรับแล้ว มีการเบิกจ่ายให้กับหน่วยที่ใช้ทั้งจำนวน โดยไม่มี
การรายงานคลงั ย่อย จดั ทำบญั ชีวัสดดุ ้วย Manual รายงานการเบิกใช้และรายงานมูลคา่ คงเหลือดว้ ยวธิ ีหักกลบลบกัน
ทำให้ขอ้ มูลการเบิกจา่ ยและบญั ชคี ลาดเคลื่อนไมถ่ ูกต้อง
PAY พบวา่ งานบัญชีเป็นผูจ้ ัดทำทะเบยี นคุมเจ้าหนรี้ ายตวั การบนั ทกึ บญั ชีรับรู้เจ้าหน้โี ดยไม่มีเอกสาร
จัดซอ้ื จัดจ้าง (รบั รจู้ ากใบสง่ ของ) ไม่มคี ำสง่ั แตง่ ตงั้ คณะกรรมการบริหารจดั การเจา้ หนี้การคา้ และไมไ่ ด้กำหนด
หลักเกณฑ์การชำระหนี้ที่เป็นรูปธรรม บางแห่งมีการกำหนดแนวทางการจ่ายชำระหนี้จากผู้บริหาร
และพบมีเจ้าหนี้ค้างนานตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๖๓ และระยะเวลาในการชำระหนี้เกินกว่า ๙๐ วัน
ไม่รายงานเจ้าหนี้ค้างชำระเสนอผู้บริหารทราบทุกสิ้นเดือน ขาดกระบวนการบริหารจัดการเจ้าหนี้อย่างเป็น
ระบบขาดการยืนยันเพื่อสอบทานความมีอยู่จริงของเจ้าหนี้ การจัดส่งเอกสารการเบิกจ่ายเงินให้งานการเงิน
ล่าชา้
ปัญหา/สาเหตุ
Structure
๑. การถ่ายทอดนโยบายหรือแนวทางการจัดทำแผนเงินบำรุงให้ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้เกี่ยวข้อง
เพือ่ นำไปสูก่ ารปฏิบตั ไิ ม่ชดั เจน ขาดการสือ่ สาร ช้ีแจงประชาสมั พนั ธ์ เกี่ยวกับการจดั ทำแผนเงนิ บำรงุ
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2
182
๒. ขาดการบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณ (แผนเงินบำรุง) ในภาพรวมที่เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับ
หนว่ ยบริการ ระดบั จงั หวดั และระดับเขตสขุ ภาพ
๓. ผู้บริหาร/คณะกรรมการบริหารของหน่วยบริการไม่เห็นความสำคัญในการควบคุม กำกับติดตาม
แผนเงินบำรุง และการบรหิ ารพสั ดุภาครฐั
๔. ขาดการนำแผนเงินบำรุง แผนปฏิบัติการประจำปี และแผนการจัดซื้อจัดจ้าง ในการขับเคลื่อน
เพอ่ื ปฏบิ ัติงาน ไมม่ ีระบบการควบคมุ กำกับ แผนฯ ภายหลงั จากไดร้ ับการอนุมัตแิ ผนเรยี บร้อยแล้ว
๕. การมอบหมายผรู้ บั ผดิ ชอบในการควบคมุ กำกบั ติดตามแผนเงินบำรงุ ของหนว่ ยงานยังไมช่ ดั เจน
๖. กำหนดหน่วยจัดซื้อ/หน่วยคลัง หลายหน่วยงาน ส่งผลทำให้การบริหารจัดการคลังขาด
ประสทิ ธภิ าพ
System
๑. ขาดการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำแผนเงินบำรุง การควบคุม กำกับ ติดตาม
การใช้จ่ายเงินตามแผนเงินบำรุงรวมถึงการก่อหนี้ผูกพันตามแผนจัดซื้อ/จ้าง เพื่อให้การใช้จ่ายเป็นไปตาม
กรอบวงเงนิ ที่ได้รับอนมุ ตั ิ
๒. หน่วยงานเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับแผนประมาณรายได้และควบคุมค่าใช้จ่าย (Plan fin) กับ
แผนเงนิ บำรงุ ข้อมูลนำเข้าแผนทัง้ สองดงั กลา่ วขา้ งตน้ เปน็ ขอ้ มูลเดียวกนั
๓. มีการนำโปรแกรมที่หลากหลายมาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการคลังพัสดุ ซึ่งส่งผลให้มี
ความเสี่ยงของระบบการควบคุมคลังพัสดุ และการปฏิบัติงานด้านพัสดุไม่เป็นระบบและไม่ไปตามที่ระเบียบ
กำหนด เกดิ ความเสย่ี งและขอ้ ผดิ พลาดสงู
๔. ขาดเครื่องมือด้านเทคโนโลยีช่วยในการปฏิบัติงานในการควบคุม กำกับ ติดตามการใช้จ่ายเงิน
ตามแผนเงินบำรงุ ให้มคี วามสะดวก รวดเรว็ ถกู ต้อง และลดภาระงานที่ซำ้ ซอ้ น และเป็นไปแนวทางเดียวกัน
Staff
๑. บคุ ลากรผ้เู กย่ี วข้องขาดความรู้ ทกั ษะ ประสบการณ์ และความเข้าใจในเรื่องแผนเงนิ บำรงุ
๒. ทีมพี่เลี้ยง (Coaching) ในระดับจังหวัด ขาดความรู้ ทักษะประสบการณ์เกี่ยวกับแผนเงินบำรุง
จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาทีถ่ ูกตอ้ งกบั โรงพยาบาลชุมชนในกำกับได้
๓. ผู้ทำหนา้ ท่ใี นการกำกับดูแลการปฏิบัติงานจัดซื้อ/จ้าง ขาดความเข้าใจวธิ ีปฏบิ ัติงานตามท่ีระเบียบ
พัสดุกำหนด
๔. ในระดบั โรงพยาบาลชมุ ชนภาระงานด้านพัสดเุ กนิ กรอบอัตรากำลงั (รพช.)
แผน/กิจกรรมการแก้ไขปญั หา
สำหรับส่วนกลาง ผู้รับผิดชอบควรกำหนดแนวทางปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และพัฒนา
ระบบโปรแกรมใช้ในการกำกับ ติดตามการใช้จ่ายเงินตามแผนเงินบำรุงประมวลผลข้อมูลการดำเนินงานตาม
แผนทก่ี ำหนด เพื่อไม่เป็นภาระงานในพนื้ ท่ี มชี อ่ งทางในการแลกเปล่ียนเรยี นรู้การปฎบิ ัตงิ านดา้ นพสั ดุ
สรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสขุ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 รอบท่ี 2