The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

กฎกระทรวง(ออกตามความใน ระราชบัญญัติศัพท์ พ.ศ.2560)

กฎกระทรวง

(ออกตามความใน
พระราชบัญญัติราชทัณฑ์

พ.ศ. ๒๕๖๐)

+

สารบญั

กฎกระทรวงกำหนดประของนกั โทษเด็ดขำด และเง่ือนไขท่ีนกั โทษเด็ดขำดซึ่งไดร้ บั ฯ พ.ศ. ๒๕๖๒ หนา้
3
 ประกำศกระทรวงยุติธรรม เรอ่ื ง กำหนดควำมผดิ ในคดอี ุจกรรจ์ คดีสะเทือนขวญั หรือคดีที่ 21
เปน็ ทีส่ นใจของประชำชน พ.ศ. ๒๕๖๓

กฎกระทรวงกำหนด ประเภท ชนดิ และเคร่อื งพนั ธนำกำรทใี่ ช้แกผ่ ู้ตอ้ งขัง พ.ศ. ๒๕๖๓ 23

กฎกระทรวงกำหนดประเภทหรือชนดิ ของอำวุธอ่นื นอกจำกอำวธุ ปืนทเ่ี จ้ำพนักงำนเรือนจำ จะพงึ มไี ว้ 40
ในครอบครองหรอื ใช้ในกำรปฏบิ ตั ิหน้ำท่ี พ.ศ. ๒๕๖๓

กฎกระทรวงกำหนดสถำนทค่ี ุมขงั พ.ศ. ๒๕๖๓ 42

กฎกระทรวงกำหนดระบบกำรจำแนกลกั ษณะของผตู้ ้องขงั กำรควบคมุ และกำรแยกคมุ ขัง และกำร 45
ย้ำยผูต้ อ้ งขงั พ.ศ. ๒๕๖๓

กฎกระทรวงกำรร้องทกุ ข์ กำรยน่ื เรื่องรำวใด ๆ หรือกำรทูลเกล้ำฯ ถวำยฎกี ำของผู้ต้องขัง พ.ศ. ๒๕๖๓ 50

กฎกระทรวงกำรปฏิบัตติ ่อผ้ตู ้องขงั ซ่งึ ถกู ล่วงละเมิดทำงเพศ พ.ศ. ๒๕๖๓ 53

กฎกระทรวงกำรคำนวณรำยได้เป็นรำคำเงินและกำรจำ่ ยเงนิ รำงวลั ให้แก่ผู้ตอ้ งขังซง่ึ กำรงำนทีไ่ ดท้ ำน้นั 57
กอ่ ใหเ้ กิดรำยได้ซ่ึงคำนวณเปน็ รำคำเงนิ ได้ พ.ศ. ๒๕๖๓

กฎกระทรวงกำรรับเงินทำขวญั ของผตู้ อ้ งขังซง่ึ ได้รับบำดเจ็บ เจบ็ ป่วย หรือตำย เน่อื งจำกกำรทำงำน 60
พ.ศ. ๒๕๖๓

กฎกระทรวง กำรส่งตัวผูต้ ้องขงั ไปรกั ษำตัวนอกเรือนจำ พ.ศ. ๒๕๖๓ 63

กฎกระทรวง กำหนดทรพั ย์สนิ ของผ้ตู อ้ งขงั เปน็ สงิ่ ของที่อนุญำต หรือไม่อนญุ ำตใหเ้ ก็บรกั ษำไวใ้ น 68
เรอื นจำ พ.ศ. ๒๕๖๓

กฎกระทรวง กำรดำเนนิ กำรทำงวนิ ยั ผูต้ อ้ งขัง พ.ศ. ๒๕๖๓ 71

กฎกระทรวง กำรดำเนินกำรกับสง่ิ ของต้องหำ้ มตำมมำตรำ ๗๓ ในกรณีท่ีไม่มกี ำรดำเนนิ กำรฟ้องรอ้ ง 76
ตำมกฎหมำย พ.ศ. ๒๕๖๓

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๓ ก หน้า ๑ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานเุ บกษา

กฎกระทรวง

กำหนดประโยชนข์ องนักโทษเด็ดขำด และเง่อื นไขทน่ี กั โทษเดด็ ขำด
ซ่งึ ได้รบั กำรลดวันตอ้ งโทษจำคุกหรือกำรพกั กำรลงโทษและได้รบั กำรปลอ่ ยตัวต้องปฏิบตั ิ

พ.ศ. 2562

อำศัยอำนำจตำมควำมในมำตรำ ๗ วรรคหนงึ่ มำตรำ ๕๒ วรรคสอง และมำตรำ ๕๓ วรรคหนง่ึ
แห่งพระรำชบัญญัติรำชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงยุติธรรมโดยได้รับควำมเห็นชอบ
จำกคณะกรรมกำรรำชทณั ฑ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังตอ่ ไปน้ี

หมวด ๑
บททัว่ ไป

ขอ้ ๑ นักโทษเด็ดขำดซึ่งแสดงให้เห็นว่ำมีควำมประพฤติดี มีควำมอุตสำหะ มีควำมก้ำวหนำ้
ในกำรศึกษำ และทำกำรงำนเกิดผลดี หรือทำควำมชอบแก่ทำงรำชกำรเป็นพิเศษ อำจได้รับ
กำรพิจำรณำเลือ่ นชั้น กำรแต่งตงั้ ใหม้ ตี ำแหนง่ หน้ำท่ผี ้ชู ่วยเหลอื เจ้ำพนกั งำนเรือนจำ กำรลดวนั ต้องโทษ
จำคกุ กำรลดวนั ตอ้ งโทษจำคกุ ลงอกี ไมเ่ กนิ จำนวนวนั ทท่ี ำงำนสำธำรณะ หรอื ทำงำนอน่ื ใดเพ่อื ประโยชน์
ของทำงรำชกำรนอกเรอื นจำ กำรพักกำรลงโทษ กำรฝึกวชิ ำชพี ในสถำนประกอบกำรนอกเรอื นจำ หรือ
กำรรับกำรศึกษำอบรมนอกเรือนจำ โดยให้นำพฤติกำรณ์กำรกระทำควำมผิด ลักษณะควำมผิด
ควำมรุนแรงของคดี และกำรกระทำควำมผิดท่ีได้กระทำมำก่อนแล้ว มำประกอบกำรพิจำรณำ
ใหป้ ระโยชน์ในแตล่ ะกรณีด้วย

ขอ้ ๒ กำรแบง่ ช้ันนกั โทษเด็ดขำดมดี ังตอ่ ไปน้ี
(๑) ชั้นเยย่ี ม
(๒) ชั้นดมี ำก
(๓) ชัน้ ดี
(๔) ช้ันกลำง
(๕) ชน้ั ต้องปรับปรุง
(๖) ชั้นต้องปรับปรงุ มำก

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก หน้า ๒ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานุเบกษา

ข้อ ๓ นกั โทษเด็ดขำดเขำ้ ใหม่ ให้จัดอยู่ในชั้นกลำง เว้นแตก่ รณดี ังต่อไปน้ี
(๑) นักโทษเด็ดขำดสัญชำติไทยซึ่งถูกคุมขังนอกรำชอำณำจักรมำแล้วไม่เกินสำมปี เมื่อรับ
โอนตัวมำคุมขังในรำชอำณำจักร ให้จัดอยู่ในช้ันกลำง หำกถูกคุมขังมำแล้วมำกกวำ่ สำมปี ให้จัดอยู่ใน
ชั้นดี โดยใหจ้ ดั ช้ันนักโทษเดด็ ขำดต้งั แตว่ ันทีร่ บั ตัวเข้ำมำคุมขังในเรือนจำ
(๒) ศำลมีคำพิพำกษำถึงที่สุดให้เพ่ิมโทษฐำนกระทำควำมผิดซ้ำตำมมำตรำ ๙๒ หรือ
มำตรำ ๙๓ แหง่ ประมวลกฎหมำยอำญำ หรือตำมกฎหมำยอ่ืน ใหจ้ ดั อยใู่ นช้นั ตอ้ งปรบั ปรุง
(๓) กรณีปรำกฏข้อเท็จจริงว่ำนักโทษเด็ดขำดซึ่งเคยต้องโทษจำคุกและพ้นโทษแล้ว กลับมำ
กระทำควำมผิดอีกภำยในห้ำปีนับแต่วันท่ีพ้นโทษจำคุกครำวก่อน โดยควำมผิดทั้งสองครำวน้ัน
ไมใ่ ช่ควำมผิดทกี่ ระทำโดยประมำทหรอื ควำมผิดลหุโทษ ใหจ้ ัดอยใู่ นชน้ั ตอ้ งปรบั ปรงุ
(๔) กรณีปรำกฏข้อเท็จจริงว่ำนักโทษเด็ดขำดซึ่งเคยต้องโทษจำคุกและพ้นโทษแล้ว กลับมำ
กระทำควำมผดิ และตอ้ งโทษจำคกุ ในครำวน้อี กี เปน็ คร้ังทส่ี ำมหรอื มำกกวำ่ โดยควำมผิดน้ันไม่ใชค่ วำมผดิ
ท่ีกระทำโดยประมำทหรือควำมผิดลหุโทษ ให้จดั อยู่ในชน้ั ตอ้ งปรับปรงุ มำก
(๕) นักโทษเด็ดขำดซ่ึงกระทำควำมผิดในคดีอุกฉกรรจ์ คดีสะเทือนขวัญ หรือคดีท่ีเป็นท่ีสนใจ
ของประชำชน ตำมท่รี ัฐมนตรปี ระกำศกำหนด ให้จดั อยู่ในช้ันตอ้ งปรบั ปรุงมำก
ข้อ ๔ นกั โทษเดด็ ขำดซ่งึ กระทำควำมผดิ หลำยคดี ให้จัดชน้ั ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) เมื่อคดีใดคดีหนึ่งมีคำพิพำกษำถึงท่ีสุด ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำพิจำรณำจัดชั้นตำมข้อ ๓
และอำจได้รบั กำรพิจำรณำเลอื่ นชนั้ แม้คดีอนื่ ยังไมถ่ งึ ทีส่ ุด
(๒) คดีท่ีนกั โทษเดด็ ขำดไดร้ ับกำรพิจำรณำจัดชัน้ และอำจได้รบั กำรพิจำรณำเล่อื นชน้ั ตำม (๑)
แม้จะครบกำหนดโทษแล้ว แต่ถ้ำนักโทษเด็ดขำดผู้นั้นยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำในคดีอ่ืนท่ียังไม่ถึงท่ีสุด
ใหค้ งช้ันนักโทษเด็ดขำดผู้น้ันไวจ้ นกว่ำคดีอืน่ ถึงท่ีสดุ และให้จดั ชน้ั ตำมชั้นเดิมทีค่ งไว้
ข้อ ๕ คดีตำมข้อ ๔ เม่ือศำลได้มีคำพิพำกษำถึงที่สุดในภำยหลังและเป็นกรณีที่จะต้องมี
กำรจัดชั้นตำมข้อ ๓ (๒) หรือ (๕) ให้ดำเนินกำรจัดช้ันนักโทษเด็ดขำดผู้นั้น โดยถือเสมือนเป็นนักโทษ
เด็ดขำดเข้ำใหม่ตำมข้อ ๓ (๒) หรือ (๕) แล้วแต่กรณี เว้นแต่เป็นนักโทษเด็ดขำดซ่ึงอยู่ใน
ชั้นตอ้ งปรับปรงุ มำก ใหค้ งช้ันต้องปรบั ปรุงมำกไวต้ ำมเดิม

หมวด ๒
กำรเลื่อนชนั้ นักโทษเดด็ ขำด

ส่วนที่ ๑
กำรเลอ่ื นชน้ั นกั โทษเดด็ ขำดกรณปี กติ

ข้อ ๖ กำรเล่ือนชัน้ นกั โทษเด็ดขำดกรณปี กติ ให้เลือ่ นตำมลำดับช้นั คร้งั ละหนง่ึ ชน้ั

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก หน้า ๓ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานเุ บกษา

ข้อ ๗ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำดำเนนิ กำรเล่ือนช้นั นักโทษเด็ดขำดกรณีปกตติ ำมกำหนดเวลำ
และเงือ่ นไข ดังตอ่ ไปน้ี

(๑) นักโทษเด็ดขำดซึ่งมีกำหนดโทษจำคุกไม่เกินสำมปีและต้องโทษจำคุกเพียงคดีเดียว
ให้เล่ือนชั้นได้ปีละสำมครั้ง คือ ในวันสิ้นเดือนเมษำยนครั้งหน่ึง ในวันส้ินเดือนสิงหำคมครั้งหน่ึง
และในวนั สนิ้ เดอื นธนั วำคมอีกครั้งหนง่ึ

(๒) นักโทษเด็ดขำดซ่ึงมีกำหนดโทษจำคุกเกินกว่ำสำมปีหรือต้องโทษจำคุกหลำยคดี
ใหเ้ ล่อื นช้ันไดป้ ีละสองครั้ง คอื ในวนั สน้ิ เดือนมถิ ุนำยนครง้ั หนง่ึ และในวันส้ินเดอื นธันวำคมอีกครัง้ หนึ่ง

ขอ้ ๘ กำรพจิ ำรณำเล่อื นชั้นนักโทษเด็ดขำดตำมขอ้ ๗ (๑) ใหด้ ำเนินกำร ดังต่อไปน้ี

(๑) นักโทษเดด็ ขำดเขำ้ ใหม่ซึ่งถูกจัดอยูใ่ นชั้น ดงั ตอ่ ไปนี้
(ก) ช้ันกลำง จะเลื่อนช้ันได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขำดซ่ึงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมำแล้ว

ไม่น้อยกว่ำสี่เดือนนับแต่วันที่คดีถึงท่ีสุด หรือเป็นนักโทษเด็ดขำดมำแล้วน้อยกว่ำสี่เดือนนับแต่วันที่
คดีถึงทีส่ ุด แตถ่ ูกคุมขงั อยใู่ นเรอื นจำมำแล้วไม่นอ้ ยกวำ่ แปดเดอื น

(ข) ชั้นต่ำกว่ำช้ันกลำง จะเลื่อนชั้นได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขำดซ่ึงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ
มำแล้วไม่น้อยกว่ำแปดเดือนนับแต่วันที่คดีถึงท่ีสุด หรือเป็นนักโทษเด็ดขำดมำแล้วน้อยกว่ำแปดเดือน
นับแตว่ นั ทค่ี ดีถงึ ทสี่ ดุ แต่ถกู คมุ ขงั อยใู่ นเรอื นจำมำแลว้ ไมน่ ้อยกว่ำหนงึ่ ปสี ่ีเดอื น

(๒) นกั โทษเด็ดขำดกรณีอ่นื นอกจำก (๑) ซ่ึงถูกจดั อย่ใู นช้ัน ดงั ตอ่ ไปนี้
(ก) ช้ันกลำงข้ึนไป จะเลื่อนชั้นได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขำดในชั้นเดิมมำแล้วไม่น้อยกว่ำ

ส่ีเดือน
(ข) ช้ันต่ำกว่ำช้ันกลำง จะเลื่อนช้ันได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขำดในช้ันเดิมมำแล้ว

ไม่น้อยกว่ำแปดเดือน

ข้อ ๙ กำรพิจำรณำเล่ือนชั้นนักโทษเด็ดขำดตำมขอ้ ๗ (๒) ใหด้ ำเนนิ กำร ดงั ต่อไปน้ี
(๑) นกั โทษเดด็ ขำดเขำ้ ใหม่ซ่งึ ถูกจัดอย่ใู นชัน้ ดงั ต่อไปนี้

(ก) ช้ันกลำง จะเล่ือนชั้นได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขำดซ่ึงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมำแล้ว
ไม่น้อยกว่ำหกเดือนนับแต่วันท่ีคดีถึงท่ีสุด หรือเป็นนักโทษเด็ดขำดน้อยกว่ำหกเดือนนับแต่วันที่
คดถี ึงทสี่ ุด แต่ถกู คุมขังอยู่ในเรือนจำมำแล้วไม่น้อยกว่ำหนงึ่ ปี

(ข) ชั้นต้องปรับปรุง จะเล่ือนชั้นได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขำดซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ
มำแล้วไม่น้อยกว่ำหน่ึงปีนับแต่วันที่คดีถึงท่ีสุด หรือเป็นนักโทษเด็ดขำดน้อยกว่ำหนึ่งปีนับแต่วันที่
คดถี งึ ที่สุด แต่ถกู คุมขงั อยใู่ นเรือนจำมำแลว้ ไมน่ อ้ ยกวำ่ สองปี

(ค) ช้ันต้องปรบั ปรุงมำกตำมขอ้ ๓ (๔) จะเล่ือนช้ันไดต้ อ้ งเป็นนกั โทษเด็ดขำดซง่ึ ถกู คุมขัง
อยู่ในเรือนจำมำแล้วไม่น้อยกว่ำสองปีนับแต่วันท่ีคดีถึงที่สุด หรือเป็นนักโทษเด็ดขำดน้อยกว่ำสองปี
นับแตว่ ันทีค่ ดีถึงท่สี ุด แตถ่ ูกคมุ ขังอยู่ในเรอื นจำมำแล้วไมน่ ้อยกวำ่ สำมปี

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก หน้า ๔ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานุเบกษา

(ง) ช้ันต้องปรับปรุงมำกตำมข้อ ๓ (๕) จะเลื่อนชั้นได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขำดซ่ึงถูก
คุมขังอยู่ในเรือนจำมำแล้วไม่น้อยกว่ำสำมปีนับแต่วันที่คดีถึงท่ีสุด หรือเป็นนักโทษเด็ดขำดน้อยกว่ำ
สำมปีนับแต่วนั ท่ีคดีถงึ ท่สี ดุ แต่ถกู คุมขังอยใู่ นเรือนจำมำแลว้ ไม่นอ้ ยกวำ่ สป่ี ี

(๒) นักโทษเด็ดขำดกรณีอนื่ นอกจำก (๑) ซ่ึงถูกจัดอยูใ่ นชนั้ ดงั ต่อไปน้ี
(ก) ชั้นกลำงข้ึนไป จะเลื่อนช้ันได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขำดในช้ันเดิมมำแล้วไม่น้อยกว่ำ

หกเดอื น
(ข) ชั้นต้องปรับปรุง จะเลื่อนชั้นได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขำดในช้ันเดิมมำแล้วไม่น้อยกว่ำ

หน่งึ ปี

(ค) ช้ันต้องปรับปรุงมำก จะเลื่อนชั้นได้ต้องเป็นนักโทษเด็ดขำดในชั้นเดิมมำแล้ว
ไมน่ อ้ ยกว่ำสองปี

ข้อ ๑๐ กำรพิจำรณำเล่ือนชั้นนักโทษเด็ดขำด ให้คำนึงถึงผลดีต่อกำรปกครองบังคับบัญชำ
และกำรรักษำวินัยของเรือนจำ ประโยชน์ต่อกำรพัฒนำพฤตินิสัยของนักโทษเด็ดขำดผู้น้ันให้กลับตน
เป็นคนดี กำรเสียสละทำงำนเพ่ือส่วนรวม มีควำมวริ ิยะอตุ สำหะ มีควำมขยันหมน่ั เพียร มีควำมมำนะ
อดทน หรือทำกำรงำนใหเ้ กิดผลดแี กท่ ำงรำชกำรและส่วนรวม

ใ น ก ำ ร พิ จ ำ ร ณ ำ เ ล่ื อ น ชั้ น นั ก โ ท ษ เ ด็ ด ข ำ ด น อ ก จ ำ ก จ ะ ค ำ นึ ง ถึ ง เ ห ตุ ต ำ ม ว ร ร ค ห น่ึ ง แ ล้ ว
ตอ้ งพิจำรณำปัจจัยดงั ตอ่ ไปนี้ดว้ ย

(๑) ผำ่ นกำรจำแนกลกั ษณะของผู้ต้องขงั ตำมที่กรมรำชทณั ฑก์ ำหนด
(๒) ผ่ำนกำรประเมินพฤติกรรม กำรพัฒนำพฤตินิสัย หรือหลักสูตรกำรศึกษำอบรมและ
กำรฝึกวิชำชีพ กำรฝึกทักษะกำรทำงำน กำรทำงำนสำธำรณะ หรือกำรทำงำนอ่ืนใดตำมท่ีได้รับ
มอบหมำย ท้งั น้ี ตำมเกณฑก์ ำรประเมนิ ท่ีอธิบดีกำหนด

(๓) ไมอ่ ย่ใู นระหว่ำงถกู ดำเนนิ กำรทำงวนิ ัยหรือถกู ลงโทษทำงวนิ ัยในระหว่ำงกำรพิจำรณำเลอ่ื นชั้น
ขอ้ ๑๑ นักโทษเด็ดขำดซ่ึงเจ็บป่วยหรือพิกำร หรือโดยสภำพแห่งร่ำงกำยไม่สำมำรถเข้ำรับ
กำรศกึ ษำอบรม กำรฝกึ วิชำชพี หรอื กำรฝกึ ทกั ษะกำรทำงำน หรือไดร้ ับกำรพัฒนำพฤตนิ สิ ัย อำจได้รบั
กำรพิจำรณำเล่ือนชั้นกรณีปกติได้ โดยให้เสนอใบรับรองแพทย์ของทำงรำชกำรเพื่อประกอบกำรพิจำรณำ
ของคณะทำงำนเพ่อื ตรวจสอบกำรเลือ่ นช้ันนักโทษเดด็ ขำดประจำเรอื นจำ
ขอ้ ๑๒ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำแต่งต้ังคณะทำงำนเพื่อตรวจสอบกำรเลื่อนช้ันนักโทษเด็ดขำด
ประจำเรือนจำ ประกอบดว้ ยผู้บัญชำกำรเรือนจำเป็นประธำน และเจำ้ พนักงำนเรือนจำจำนวนไมน่ ้อยกว่ำ
ห้ำคนเปน็ คณะทำงำน และใหเ้ จำ้ พนกั งำนเรือนจำคนหนงึ่ เปน็ เลขำนกุ ำร
กำรแต่งตั้งคณะทำงำนตำมวรรคหนึ่ง อำจมีผู้แทนจำกหน่วยงำนหรือบุคคลภำยนอกร่วมเป็น
คณะทำงำนดว้ ยกไ็ ด้
ขอ้ ๑๓ ให้คณะทำงำนตำมข้อ ๑๒ ดำเนินกำรตรวจสอบบัญชีรำยช่ือนักโทษเด็ดขำด
ซ่งึ สมควรไดร้ บั กำรเลื่อนช้ันและเอกสำรหลกั ฐำนท่เี กี่ยวขอ้ ง แล้วเสนอควำมเหน็ ต่อผู้บญั ชำกำรเรือนจำ

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๓ ก หน้า ๕ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานเุ บกษา

ขอ้ ๑๔ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำเสนอบัญชีกำรเลื่อนช้ันนักโทษเด็ดขำด พร้อมทั้งเอกสำร
หลกั ฐำนทีเ่ กย่ี วขอ้ ง และรำยงำนขอควำมเห็นชอบตอ่ อธิบดีตำมกำหนดเวลำ ดงั ต่อไปนี้

(๑) กำรเล่ือนช้ันในวนั สิ้นเดอื นเมษำยน ใหร้ ำยงำนขอควำมเหน็ ชอบภำยในเดือนพฤษภำคม
(๒) กำรเลอื่ นช้นั ในวันสน้ิ เดือนมถิ นุ ำยน ใหร้ ำยงำนขอควำมเหน็ ชอบภำยในเดอื นกรกฎำคม
(๓) กำรเลื่อนชัน้ ในวนั สิ้นเดือนสิงหำคม ให้รำยงำนขอควำมเห็นชอบภำยในเดือนกนั ยำยน
(๔) กำรเล่ือนชั้นในวันสิ้นเดือนธันวำคม ให้รำยงำนขอควำมเห็นชอบภำยในเดือนมกรำคม
ของปีถัดไป
ข้อ ๑๕ เม่ืออธิบดีให้ควำมเห็นชอบในกำรเล่ือนชั้นนักโทษเด็ดขำดแล้ว ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำ
ออกคำสั่งและแจ้งให้นักโทษเด็ดขำดทรำบผลกำรเลื่อนชั้น และปิดประกำศรำยชื่อนักโทษเด็ดขำด
ซึ่งได้รบั กำรเล่ือนชั้นในที่เปิดเผยตำมทผ่ี ู้บญั ชำกำรเรอื นจำเห็นสมควร ในกรณีทน่ี กั โทษเด็ดขำดไมไ่ ด้รบั
กำรเล่ือนช้ัน ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำแจ้งให้นักโทษเด็ดขำดผู้นั้นทรำบ พร้อมทั้งเหตุผลท่ีไม่ได้รับ
กำรเลื่อนช้นั
ผลของคำสัง่ เห็นชอบตำมวรรคหนงึ่ ใหถ้ ือวำ่ นกั โทษเดด็ ขำดผู้นัน้ ไดร้ บั กำรเลอ่ื นชั้น ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) ตง้ั แต่วันที่ ๑ พฤษภำคม สำหรับกำรเลอื่ นชน้ั ในวันสิ้นเดอื นเมษำยน
(๒) ตงั้ แต่วันท่ี ๑ กรกฎำคม สำหรับกำรเล่อื นชั้นในวันส้ินเดอื นมิถนุ ำยน
(๓) ตั้งแต่วนั ท่ี ๑ กันยำยน สำหรบั กำรเลื่อนช้นั ในวนั สิ้นเดอื นสิงหำคม
(๔) ตั้งแต่วนั ท่ี ๑ มกรำคมของปีถดั ไป สำหรับกำรเลือ่ นช้นั ในวนั สิ้นเดอื นธนั วำคม
ข้อ ๑๖ กำรนับระยะเวลำกำรเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขำดกรณีศำลมีคำพิพำกษำถึงท่ีสุดแล้ว
แต่ยงั ไม่ได้ตัวมำคมุ ขงั ในเรือนจำ ให้เริ่มนบั แตว่ นั ทร่ี ับตวั นักโทษเด็ดขำดผนู้ ้นั เขำ้ มำคุมขงั ในเรือนจำ

ส่วนท่ี ๒
กำรเลื่อนชน้ั นักโทษเดด็ ขำดกรณมี เี หตพุ เิ ศษ

ขอ้ ๑๗ กำรพิจำรณำเลื่อนช้ันนักโทษเด็ดขำดกรณีมีเหตุพิเศษนอกจำกจะเป็นผู้มีควำมประพฤติดี
มีควำมอุตสำหะ มีควำมก้ำวหน้ำในกำรศึกษำ และทำกำรงำนเกิดผลดี หรือทำควำมชอบแก่ทำงรำชกำร
เป็นพิเศษแล้ว จะต้องปรำกฏข้อเท็จจริงว่ำนักโทษเด็ดขำดผู้น้ันมีควำมเสียสละอุทิศตนช่วยเหลือ

ทำงรำชกำร โดยกำรเข้ำต่อสู้ ขัดขวำง หรือป้องกันกำรหลบหนีของผู้ต้องขังจำกเรือนจำ ช่วยเหลือ
เจ้ำพนักงำนเรือนจำหรือผู้อ่ืนในขณะท่ีตกอยู่ในภำวะอันตรำย หรือเส่ียงอันตรำย เข้ำทำกำรป้องกัน
จับกมุ ผูต้ ้องขงั ทกี่ อ่ กำรจลำจลหรอื ก่อเหตรุ ้ำยขนึ้ ภำยในเรอื นจำ หรือทำกำรดับเพลงิ ในกรณีทีเ่ กิดเพลงิ ไหม้
อำคำรสถำนทขี่ องเรอื นจำ

นอกจำกข้อเท็จจริงตำมวรรคหนึ่ง ปลัดกระทรวงยุติธรรมอำจพิจำรณำอนุมัติให้นักโทษ
เด็ดขำดเลื่อนชั้นเป็นกรณีพิเศษ เพื่อประโยชน์ด้ำนควำมมั่นคงปลอดภัยของรัฐหรือควำมสัมพันธ์อันดี
ระหว่ำงประเทศก็ได้

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๓ ก หน้า ๖ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานเุ บกษา

ขอ้ ๑๘ กำรเล่ือนช้ันนักโทษเด็ดขำดกรณีมีเหตุพิเศษ อำจเล่ือนช้ันก่อนเวลำหรือ
เล่อื นขำ้ มช้ันกไ็ ด้

กำรพิจำรณำเล่ือนชั้นตำมวรรคหน่ึง ให้คณะทำงำนตำมข้อ ๑๒ ดำเนินกำรตำมข้อ ๑๓
และใหเ้ ล่ือนชนั้ นกั โทษเด็ดขำดเมอื่ ไดร้ บั อนมุ ัติจำกปลดั กระทรวงยตุ ธิ รรม

ผลกำรเลื่อนชั้นตำมวรรคหนึ่ง ให้ถือว่ำนักโทษเด็ดขำดผู้นั้นได้รับกำรเลื่อนช้ัน นับแต่วันที่
ปลัดกระทรวงยตุ ธิ รรมอนุมตั ิ และให้นำควำมในขอ้ ๑๕ วรรคหนึง่ มำใช้บงั คับกับกำรแจ้งผลกำรเล่อื นชนั้
โดยอนุโลม

หมวด ๓
กำรแต่งต้งั นกั โทษเด็ดขำดให้มตี ำแหนง่ หน้ำท่ีผูช้ ว่ ยเหลอื เจ้ำพนกั งำนเรอื นจำ

ขอ้ ๑๙ กรณีมีควำมจำเป็นต้องแต่งต้ังนักโทษเด็ดขำดให้มีตำแหน่งหน้ำท่ีผู้ช่วยเหลือ
เจ้ำพนักงำนเรือนจำในกิจกำรเรือนจำ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำแต่งตั้งคณะทำงำนเพ่ือคัดเลือกนักโทษ
เด็ดขำดให้มีตำแหน่งหน้ำที่ผู้ช่วยเหลือเจ้ำพนักงำนเรือนจำประจำเรือนจำประกอบด้วย ผู้บัญชำกำร

เรือนจำเป็นประธำน และเจ้ำพนักงำนเรือนจำจำนวนไม่น้อยกว่ำห้ำคนเป็นคณะทำงำน และ
ให้เจำ้ พนักงำนเรอื นจำคนหน่ึงเป็นเลขำนกุ ำร

ข้อ ๒๐ กำรคัดเลือกนักโทษเด็ดขำดซึ่งจะได้รับกำรแต่งต้ังให้มีตำแหน่งหน้ำที่ผู้ช่วยเหลือ
เจ้ำพนักงำนเรอื นจำ ต้องดำเนินกำรตำมหลกั เกณฑ์ ดงั ตอ่ ไปนี้

(๑) อัตรำส่วนของนักโทษเด็ดขำดซ่ึงผู้บัญชำกำรเรือนจำจะแต่งตั้งให้มีตำแหน่งหน้ำที่
ผูช้ ว่ ยเหลือเจ้ำพนักงำนเรอื นจำตอ้ งไม่เกนิ ร้อยละสำมของจำนวนผตู้ ้องขงั ในเรอื นจำ

(๒) มคี ณุ สมบตั แิ ละไม่มลี กั ษณะต้องหำ้ ม ดังตอ่ ไปน้ี
(ก) เป็นนักโทษเดด็ ขำดชั้นเยี่ยม เว้นแต่มนี ักโทษเด็ดขำดชั้นเย่ียมไม่เพียงพอ ให้แต่งต้งั

จำกนักโทษเดด็ ขำดช้นั ดีมำกหรอื ช้ันดตี ำมลำดับ
(ข) เป็นผู้ได้รับมอบหมำยให้ทำหน้ำที่ผู้ช่วยงำนเจ้ำพนักงำนเรือนจำเป็นระยะเวลำ

ไม่น้อยกว่ำหนงึ่ ปี ท้ังน้ี ตำมหลกั เกณฑ์และวธิ ีกำรทอ่ี ธบิ ดกี ำหนด
(ค) ไม่อยู่ในระหว่ำงถูกดำเนินกำรทำงวินัยหรือมีประวัติถูกลงโทษทำงวินัย หรือเคยถูก

ถอดถอนจำกตำแหน่งหนำ้ ทีผ่ ชู้ ว่ ยเหลือเจำ้ พนักงำนเรอื นจำหรอื ผ้ชู ว่ ยงำนเจ้ำพนกั งำนเรอื นจำ
(ง) ไม่เป็นนักโทษเด็ดขำดซ่ึงกระทำควำมผิดในคดีอุกฉกรรจ์ หรือเป็นอำชญำกร

โดยอำชีพ หรือเป็นผู้กระทำควำมผิดในคดียำเสพติดให้โทษท่ีเข้ำข่ำยรำยสำคัญและมีอิทธิพล
ตำมที่อธิบดปี ระกำศกำหนด

ข้อ ๒๑ ให้คณะทำงำนตำมข้อ ๑๙ ดำเนินกำรคัดเลือกนักโทษเด็ดขำดซึ่งมีคุณสมบัติและ
ไม่มีลักษณะต้องห้ำมตำมข้อ ๒๐ และจัดทำแบบรำยงำนกำรแต่งตัง้ นกั โทษเด็ดขำดใหม้ ีตำแหนง่ หน้ำท่ี
ผชู้ ว่ ยเหลอื เจ้ำพนักงำนเรือนจำ และเสนอขออนมุ ัตติ ่ออธบิ ดี

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๓ ก หน้า ๗ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานุเบกษา

ข้อ ๒๒ เม่ืออธิบดีอนุมัติแล้ว ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำออกคำส่ังแต่งต้ังนักโทษเด็ดขำดผู้น้ัน
ใหม้ ีตำแหนง่ หนำ้ ทผี่ ชู้ ่วยเหลือเจ้ำพนกั งำนเรอื นจำ และให้คำสั่งดงั กล่ำวมีผลนับแต่วันทอี่ ธบิ ดีอนมุ ตั ิ

ข้อ ๒๓ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำจัดฝึกอบรมนักโทษเด็ดขำดซ่ึงได้รับกำรแต่งต้ังให้มีตำแหน่ง
หนำ้ ทีผ่ ้ชู ่วยเหลือเจ้ำพนกั งำนเรือนจำก่อนทำหนำ้ ท่ี โดยใหค้ วำมรคู้ วำมเข้ำใจในหน้ำที่และควำมรับผิดชอบ
ระเบียบวินยั และขอ้ บังคบั ของเรือนจำ

ขอ้ ๒๔ นกั โทษเดด็ ขำดซงึ่ ได้รบั กำรแต่งตง้ั ให้มตี ำแหนง่ หน้ำท่ผี ูช้ ่วยเหลอื เจำ้ พนักงำนเรอื นจำ
ผู้ใดประพฤติตนเสียหำยหรือมีพฤติกำรณ์ไม่เหมำะสม ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำส่ังระงับกำรปฏิบัติหน้ำที่
แล้วสอบสวนและรำยงำนไปยงั อธิบดเี พ่ือพจิ ำรณำอนุมัตถิ อดถอนโดยทันที

เม่ืออธิบดีอนุมัติแล้ว ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำออกคำส่ังถอดถอน และให้คำสั่งดังกล่ำวมีผล
นบั แตว่ ันท่ีผูบ้ ัญชำกำรเรอื นจำส่ังระงับกำรปฏบิ ัติหน้ำท่ี

ขอ้ ๒๕ เคร่ืองแตง่ กำยผ้มู ตี ำแหน่งหนำ้ ที่ผชู้ ว่ ยเหลือเจำ้ พนกั งำนเรือนจำ ให้เปน็ ไปตำมระเบยี บ
ทอี่ ธบิ ดกี ำหนด

หมวด ๔
กำรลดวนั ตอ้ งโทษจำคกุ และกำรปล่อยตวั

ขอ้ ๒๖ นักโทษเด็ดขำดซ่ึงได้รับโทษจำคุกตำมคำพิพำกษำถึงท่ีสุดมำแล้วไม่น้อยกว่ำ
หกเดือนหรือหนึ่งในสำมของกำหนดโทษตำมหมำยศำลในขณะน้ันแล้วแต่อย่ำงใดจะมำกกว่ำ หรือ
ไม่น้อยกว่ำสิบปีในกรณีที่ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตที่มีกำรเปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก
มีกำหนดเวลำ อำจได้รบั กำรลดวันต้องโทษจำคุกตำมช้นั และตำมจำนวนวัน ดังตอ่ ไปนี้

(๑) ชัน้ เยีย่ ม เดอื นละหำ้ วนั
(๒) ชน้ั ดีมำก เดือนละส่วี ัน
(๓) ชน้ั ดี เดือนละสำมวัน
นักโทษเด็ดขำดซ่ึงกระทำผิดวินัยจะไม่ได้รับประโยชน์จำกกำรสะสมวันลดวันต้องโทษจำคุก
ตำมช้ันเฉพำะเดอื นที่กระทำผิดวนิ ัย
ขอ้ ๒๗ นักโทษเด็ดขำดซ่ึงได้รับกำรลดวันต้องโทษจำคุกตำมข้อ ๒๖ จะได้รับกำรพิจำรณำ

ปล่อยตัว ตอ้ งมีคุณสมบตั ิ ดงั ต่อไปน้ี
(๑) เปน็ นกั โทษเดด็ ขำดต้ังแตช่ น้ั ดีข้ึนไป
(๒) เหลือโทษจำคุกเท่ำกับจำนวนวันที่ได้รับกำรสะสมลดวันต้องโทษจำคุกตำมข้อ ๒๖

และหำกมวี ันลดวนั ตอ้ งโทษจำคกุ ตำมมำตรำ ๕๒ (๖) ใหน้ ำมำรวมด้วย
(๓) ไดร้ บั กำรแก้ไข บำบัด ฟ้นื ฟู และพฒั นำพฤตนิ ิสยั ตำมท่ีอธบิ ดกี ำหนด
(๔) มผี อู้ ุปกำระ
(๕) ผำ่ นกำรคดั เลือกจำกคณะทำงำนเพอ่ื พิจำรณำวินจิ ฉัยลดวันต้องโทษจำคกุ ประจำเรือนจำ

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก หน้า ๘ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานุเบกษา

ข้อ ๒๘ กำรพิจำรณำปล่อยตัวนักโทษเด็ดขำดจำกกำรลดวันต้องโทษจำคุก ให้นำเหตุปัจจัย
ดงั ต่อไปนม้ี ำพจิ ำรณำดว้ ย

(๑) ระยะเวลำกำรคุมประพฤติ
(๒) ควำมน่ำเช่ือถือและควำมเหมำะสมของผู้อุปกำระในกำรควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขำด
ให้ปฏิบัติตำมเงื่อนไขจนกว่ำจะพ้นโทษ
(๓) ผลกระทบดำ้ นควำมปลอดภยั ของสังคม
(๔) มพี ฤตกิ ำรณ์ในระหวำ่ งถกู คุมขงั จนนำ่ เช่ือวำ่ ไดก้ ลบั ตนเปน็ คนดี
ขอ้ ๒๙ ให้มีคณะทำงำนเพื่อพิจำรณำวินิจฉัยลดวันต้องโทษจำคุกประจำเรือนจำ

ประกอบด้วยผู้บัญชำกำรเรือนจำเป็นประธำน ผู้แทนกรมกำรปกครอง ผู้แทนกรมคุมประพฤติ
ผู้แทนสำนักงำนคณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมยำเสพติด ผู้แทนสำนักงำนตำรวจแห่งชำติ และ
เจ้ำพนักงำนเรือนจำซึ่งผู้บัญชำกำรเรือนจำแต่งตง้ั จำนวนสองคน เป็นคณะทำงำน และให้เจ้ำพนักงำน
เรอื นจำคนหน่งึ เปน็ เลขำนุกำร

ข้อ ๓๐ กำรประชุมของคณะทำงำนตำมข้อ ๒๙ ต้องมีคณะทำงำนมำประชุมไม่น้อยกว่ำ
กง่ึ หนงึ่ ของจำนวนคณะทำงำนทงั้ หมด จงึ จะเปน็ องคป์ ระชุม

ในกำรประชุมของคณะทำงำนตำมวรรคหน่ึง ห้ำมมิให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำมอบหมำยให้ผู้อื่น
ทำหน้ำที่เป็นประธำนแทน หำกผู้บัญชำกำรเรือนจำไม่สำมำรถทำหน้ำที่เป็นประธำนได้ ให้เลื่อน
กำรประชมุ ครำวนน้ั ออกไป โดยให้คำนึงถึงประโยชน์ของนกั โทษเด็ดขำดผู้นนั้ เป็นสำคัญ

กำรวินิจฉัยช้ีขำดของท่ีประชุมให้ถือเสียงข้ำงมำก คณะทำงำนคนหนึ่งให้มีเสียงหน่ึงในกำรลง
คะแนน ถำ้ คะแนนเสยี งเทำ่ กนั ใหป้ ระธำนในท่ีประชุมออกเสยี งเพ่ิมขนึ้ อีกเสยี งหน่ึงเปน็ เสียงช้ขี ำด

ข้อ ๓๑ ให้คณะทำงำนตำมข้อ ๒๙ ดำเนินกำรตรวจสอบบัญชีรำยชื่อนักโทษเด็ดขำด

ซ่ึงสมควรได้รับกำรลดวันต้องโทษจำคุกตำมมำตรำ ๕๒ (๕) และเอกสำรหลักฐำนท่ีเกี่ยวข้อง
แล้วเสนอควำมเหน็ ตอ่ อธบิ ดี

ขอ้ ๓๒ เม่ืออธิบดีได้รับควำมเห็นของคณะทำงำนแล้ว ให้เสนอคณะอนุกรรมกำร
เพอ่ื พจิ ำรณำวนิ ิจฉยั ลดวันตอ้ งโทษจำคกุ พิจำรณำอนมุ ัติให้ปล่อยตวั

อธิบดอี ำจต้งั คณะทำงำนเพอื่ พจิ ำรณำกลั่นกรองก่อนเสนอควำมเหน็ ตำมวรรคหนง่ึ กไ็ ด้
กำรพิจำรณำของคณะอนุกรรมกำรตำมวรรคหนึ่ง ให้นำเหตุปจั จัยตำมข้อ ๒๘ มำพิจำรณำดว้ ย
ควำมเหน็ ของคณะอนุกรรมกำรตำมวรรคหนง่ึ ให้เปน็ ท่ีสุด
ขอ้ ๓๓ เมื่อคณะอนุกรรมกำรเพื่อพิจำรณำวินิจฉัยลดวันต้องโทษจำคุกอนุมัติให้ปล่อยตัว
นักโทษเด็ดขำดซง่ึ ได้รับกำรลดวนั ต้องโทษจำคุกแล้ว ให้อธิบดีแจ้งผลกำรอนุมัติใหผ้ ู้บัญชำกำรเรือนจำทรำบ
ในกำรนี้ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำออกหนังสือสำคัญให้แก่นักโทษเด็ดขำดผู้นั้นและมีหนังสือ
แจ้งพนักงำนคุมประพฤติในท้องที่ท่ีนักโทษเด็ดขำดซ่ึงได้รับกำรปล่อยตัวเข้ำไปพักอำศัยทรำบภำยใน

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๓ ก หน้า ๙ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานุเบกษา

เวลำอนั สมควร โดยนักโทษเดด็ ขำดผนู้ ้นั ตอ้ งไปรำยงำนตัวตอ่ พนกั งำนคมุ ประพฤตใิ นท้องท่ีท่ีไปพักอำศยั
ภำยในสำมวันนบั แต่วนั ท่ีไดร้ บั กำรปลอ่ ยตัว

หนังสือสำคัญตำมวรรคหนง่ึ ต้องระบเุ ง่ือนไขตำมหมวด ๙ เงื่อนไขที่นักโทษเดด็ ขำดซ่ึงได้รับ
กำรปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษต้องปฏิบัติ ในกรณีท่ีหนังสือสำคัญสูญหำย ให้รีบแจ้งต่อพนักงำน
คุมประพฤติและขอรบั ใบแทนหนงั สือสำคัญ

เมื่อเจ้ำพนักงำนเรือนจำหรือพนักงำนฝ่ำยปกครองหรือตำรวจเรียกให้นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับ
กำรปล่อยตัวแสดงหนังสือสำคัญ ให้นักโทษเด็ดขำดผู้น้ันแสดงหนังสือสำคัญต่อบุคคลดังกล่ำว
ถำ้ ไมแ่ สดงหนังสือสำคัญ พนักงำนฝำ่ ยปกครองหรือตำรวจจะจบั นักโทษเดด็ ขำดผนู้ น้ั ส่งเรือนจำกไ็ ด้

ขอ้ ๓๔ กรณีที่นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรลดวันต้องโทษจำคุกและปล่อยตัวไป ฝ่ำฝืนหรือ
ไม่ปฏิบัติตำมเง่ือนไขท่ีกำหนดในหมวด ๙ เง่ือนไขท่ีนักโทษเด็ดขำดซ่ึงได้รับกำรปล่อยตัวก่อนครบ
กำหนดโทษต้องปฏิบตั ิ ให้พนักงำนคุมประพฤตริ ำยงำนให้อธบิ ดที รำบโดยเรว็ เพ่ือใหค้ ณะอนกุ รรมกำร
เพ่ือพจิ ำรณำวนิ จิ ฉัยลดวนั ต้องโทษจำคกุ พิจำรณำสงั่ เพกิ ถอนกำรลดวันต้องโทษจำคุก

หมวด ๕
กำรลดวนั ตอ้ งโทษจำคุกลงอกี ไม่เกนิ จำนวนวันที่ทำงำนสำธำรณะหรือทำงำนอน่ื ใด

เพอื่ ประโยชนข์ องทำงรำชกำรนอกเรอื นจำ

ขอ้ ๓๕ นักโทษเด็ดขำดซ่ึงถูกส่งออกไปทำงำนสำธำรณะหรือทำงำนอ่ืนใดเพ่ือประโยชน์ของ
ทำงรำชกำรนอกเรือนจำ ให้ไดร้ บั กำรลดวนั ต้องโทษจำคุกลงเท่ำจำนวนวนั ทที่ ำงำนนนั้

วันทำงำนตำมวรรคหน่ึง ตอ้ งไมน่ อ้ ยกว่ำแปดช่ัวโมง โดยให้นบั รวมเวลำเดนิ ทำงทั้งไปและกลบั ด้วย
ขอ้ ๓๖ งำนสำธำรณะตำมหมวดน้ี ได้แก่
(๑) งำนท่ีต้องใช้งบประมำณแผ่นดนิ เงินของรำชกำรบริหำรส่วนท้องถิน่ เงินของรัฐวสิ ำหกจิ
หรอื เงนิ ของหน่วยงำนอื่นของรัฐ
(๒) งำนนอกเหนือจำก (๑) ซึ่งมีลักษณะเป็นกำรก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชำชนท่ัวไป
กำรจัดทำบรกิ ำรสำธำรณะ กำรชว่ ยเหลอื บรรเทำสำธำรณภัย หรือกำรอนื่ ใดท่ีมลี ักษณะเปน็ กำรบริกำรสงั คม
ทั้งน้ี ไมว่ ่ำงำนน้ันจะมีผลประโยชน์ตอบแทนหรอื ไม่

งำนสำธำรณะที่จะจัดให้นักโทษเด็ดขำดออกไปทำนอกเรือนจำตำมวรรคหน่ึง ต้องเสนอให้
อธบิ ดีพิจำรณำให้ควำมเห็นชอบกอ่ น

ขอ้ ๓๗ งำนอ่นื ใดเพอ่ื ประโยชน์ของทำงรำชกำรตำมหมวดน้ี ได้แก่
(๑) งำนรักษำควำมสะอำด งำนสุขำภิบำล หรืองำนบำรุงรักษำสถำนท่ีหรือหน่วยงำน
ของรำชกำรนอกเรือนจำ
(๒) งำนอน่ื ใดตำมที่กำหนดในระเบยี บกรมรำชทัณฑ์

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๓ ก หน้า ๑๐ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานเุ บกษา

ข้อ ๓๘ นักโทษเด็ดขำดผู้ใดมีวันลดวันต้องโทษจำคุกสะสมจำกกำรออกไปทำงำนสำธำรณะ
หรือทำงำนอ่ืนใดเพื่อประโยชนข์ องทำงรำชกำรนอกเรือนจำเท่ำกับโทษจำคุกที่เหลืออยู่ ให้ผู้บัญชำกำร
เรือนจำเสนออธิบดเี พ่อื พจิ ำรณำส่ังปลอ่ ยตวั จำกกำรลดวันต้องโทษจำคกุ สะสมนนั้

ให้นำควำมในข้อ ๓๓ ข้อ ๓๔ ขอ้ ๗๒ ข้อ ๗๓ และขอ้ ๗๔ มำใช้บังคบั โดยอนโุ ลม
ข้อ ๓๙ กำรส่งนักโทษเด็ดขำดผู้ใดออกไปทำงำนสำธำรณะหรือทำงำนอ่ืนใดเพื่อประโยชน์
ของทำงรำชกำรนอกเรือนจำ คณะอนุกรรมกำรเพื่อพิจำรณำคัดเลือกนักโทษเด็ดขำดที่จะสั่งให้ออกไป
ทำงำนสำธำรณะหรือทำงำนอ่ืนใดเพ่ือประโยชน์ของทำงรำชกำรนอกเรือนจำ อำจกำหนดให้ใช้อุปกรณ์
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์หรืออปุ กรณ์อ่นื ใดเพอื่ สนับสนนุ กำรควบคมุ ตัวนักโทษเดด็ ขำดผนู้ น้ั กไ็ ด้

หมวด ๖
กำรพักกำรลงโทษ

ข้อ ๔๐ นักโทษเดด็ ขำดซึง่ ไดร้ บั โทษจำคกุ ตำมคำพิพำกษำถงึ ท่ีสุดมำแลว้ ไม่น้อยกวำ่ หกเดอื น
หรือหน่ึงในสำมของกำหนดโทษตำมหมำยศำลในขณะนั้นแล้วแต่อย่ำงใดจะมำกกว่ำ หรือไม่น้อยกว่ำสิบปี

ในกรณีท่ีต้องโทษจำ คุกตลอดชีวิตท่ีมีกำรเปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุกมีกำ หนดเวลำ
อำจไดร้ ับกำรพกั กำรลงโทษ

ขอ้ ๔๑ นักโทษเด็ดขำดซึ่งจะไดร้ ับพิจำรณำกำรพักกำรลงโทษกรณีปกติ จะต้องเป็นนักโทษ
เด็ดขำดซ่ึงต้องโทษจำคุกเป็นคร้ังแรก เว้นแต่โทษจำคุกในคร้ังก่อนนั้นเป็นควำมผิดที่กระทำ
โดยประมำทหรอื ควำมผิดลหโุ ทษ

นกั โทษเดด็ ขำดซงึ่ ไดร้ บั กำรล้ำงมลทินตำมกฎหมำยลำ้ งมลทนิ ไมถ่ อื เป็นกำรตอ้ งโทษจำคกุ ครง้ั แรก
ข้อ ๔๒ ในกรณปี กติ นักโทษเด็ดขำดอำจไดร้ ับกำรพกั กำรลงโทษ ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) ชน้ั เยีย่ ม ไมเ่ กนิ หนึ่งในสำมของกำหนดโทษทร่ี ะบไุ ว้ในหมำยแจ้งโทษเด็ดขำด
(๒) ชั้นดีมำก ไมเ่ กินหนงึ่ ในส่ขี องกำหนดโทษทรี่ ะบุไวใ้ นหมำยแจง้ โทษเด็ดขำด
(๓) ชั้นดี ไมเ่ กินหน่งึ ในห้ำของกำหนดโทษทีร่ ะบไุ ว้ในหมำยแจ้งโทษเด็ดขำด
กรณีตำม (๑) (๒) หรือ (๓) หำกมีกำรพระรำชทำนอภัยโทษ ให้ถือกำหนดโทษตำมหมำย
แจ้งโทษเดด็ ขำดฉบับหลงั สุด

ในกรณีที่นักโทษเด็ดขำดมีวันลดวันต้องโทษจำคุกตำมมำตรำ ๕๒ (๖) ให้นำมำรวมกับ
ระยะเวลำพักกำรลงโทษตำมวรรคหนึ่งด้วย

ข้อ ๔๓ ในกรณีท่ีอธิบดีพิจำรณำแล้วเห็นว่ำมีเหตุพิเศษที่จะพักกำรลงโทษนักโทษเด็ดขำด
มำกกว่ำทก่ี ำหนดในขอ้ ๔๒ ให้เสนอคณะอนุกรรมกำรเพ่ือพิจำรณำวินจิ ฉยั กำรพักกำรลงโทษพิจำรณำ
ให้ควำมเหน็ ชอบและเสนอรฐั มนตรีพจิ ำรณำอนมุ ัติ

ขอ้ ๔๔ กำรพิจำรณำกำรพักกำรลงโทษให้กับนักโทษเด็ดขำด ให้นำเหตุปัจจัยดังต่อไปน้ี
มำพิจำรณำดว้ ย

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก หน้า ๑๑ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานุเบกษา

(๑) พฤติกำรณ์แหง่ คดที ีไ่ ดก้ ระทำและกำรกระทำควำมผิดท่ไี ด้กระทำมำก่อนแล้ว
(๒) ระยะเวลำกำรคมุ ประพฤติ
(๓) ควำมน่ำเช่ือถือและควำมเหมำะสมของผู้อุปกำระในกำรควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขำด
ให้ปฏิบตั ติ ำมเง่ือนไขจนกว่ำจะพน้ โทษ
(๔) ผลกระทบด้ำนควำมปลอดภยั ของสังคม
(๕) มพี ฤตกิ ำรณใ์ นระหวำ่ งถกู คมุ ขังจนนำ่ เชอื่ ว่ำได้กลบั ตนเปน็ คนดี
(๖) ผำ่ นกำรแกไ้ ข บำบัด ฟ้ืนฟู และพัฒนำพฤตนิ ิสยั
ข้อ ๔๕ ใหม้ คี ณะทำงำนเพอื่ พจิ ำรณำวนิ ิจฉัยกำรพกั กำรลงโทษประจำเรือนจำ ประกอบด้วย

ผู้บัญชำกำรเรือนจำเป็นประธำน ผู้แทนกรมกำรปกครอง ผู้แทนกรมคุมประพฤติ ผู้แทนสำนักงำน
คณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมยำเสพติด ผู้แทนสำนักงำนตำรวจแห่งชำติ และเจ้ำพนักงำน
เรือนจำซึ่งผู้บัญชำกำรเรือนจำแต่งตั้งจำนวนสองคน เป็นคณะทำงำน และให้เจ้ำพนักงำนเรือนจำ
คนหนงึ่ เป็นเลขำนกุ ำร

ให้นำควำมในข้อ ๓๐ มำใชบ้ ังคับกบั กำรประชมุ ของคณะทำงำนตำมวรรคหนึง่ โดยอนโุ ลม
ขอ้ ๔๖ ให้คณะทำงำนตำมข้อ ๔๕ ดำเนินกำรตรวจสอบบัญชีรำยชื่อนักโทษเด็ดขำด
ซ่ึงสมควรได้รับกำรพักกำรลงโทษและเอกสำรหลักฐำนที่เก่ียวข้อง แล้วเสนอควำมเห็นต่อผู้บัญชำกำร
เรือนจำ
ขอ้ ๔๗ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำเสนอรำยชื่อนกั โทษเด็ดขำดซ่ึงสมควรได้รับกำรพักกำรลงโทษ
พร้อมควำมเหน็ ต่ออธิบดเี พอ่ื พจิ ำรณำใหค้ วำมเห็นชอบ
อธบิ ดีอำจตง้ั คณะทำงำนเพ่ือพจิ ำรณำกล่ันกรองกอ่ นเสนอควำมเห็นตำมวรรคหนง่ึ กไ็ ด้
ในกรณีที่อธิบดีไม่เห็นด้วยกับควำมเห็นของคณะทำงำนตำมข้อ ๔๕ ให้ทำควำมเห็นแย้งแล้ว

ส่งเร่ืองกลับไปให้คณะทำงำนพิจำรณำใหแ้ ล้วเสร็จภำยในสำมสิบวันนบั แต่วนั ท่ีผู้บัญชำกำรเรอื นจำได้รับเรอ่ื ง
หำกไม่สำมำรถดำเนินกำรภำยในกำหนดเวลำดังกล่ำวได้ ใหข้ ยำยระยะเวลำได้อีกไม่เกนิ สบิ ห้ำวนั

เมื่อคณะทำงำนตำมข้อ ๔๕ พิจำรณำเสร็จแล้ว ให้ทำควำมเห็นแจ้งอธิบดีทรำบ เพ่ือเสนอ
ควำมเห็นต่อคณะอนุกรรมกำรเพ่ือพจิ ำรณำวินิจฉัยกำรพกั กำรลงโทษพจิ ำรณำ

ขอ้ ๔๘ ให้อธิบดีกำกับดูแลกำรคัดเลือกนักโทษเด็ดขำดซึ่งจะได้รับกำรพักกำรลงโทษ ท้ังน้ี
ตำมหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ โดยนักโทษเดด็ ขำดซึ่งจะได้รับกำรพักกำรลงโทษ
จะตอ้ งเปน็ ผ้ทู ่สี ำมำรถปรับเปล่ียนทศั นคตแิ ละพฤติกรรมไปในทำงท่ีดขี ึ้นได้

ข้อ ๔๙ เม่ืออธิบดีพิจำรณำควำมเห็นของคณะทำงำนตำมข้อ ๔๕ และเห็นชอบด้วย
ให้เสนอควำมเห็นต่อคณะอนุกรรมกำรเพ่ือพิจำรณำวินิจฉัยกำรพักกำรลงโทษพิจำรณำอนุมัติ
พกั กำรลงโทษ

กำรพจิ ำรณำของคณะอนกุ รรมกำรตำมวรรคหนง่ึ ให้นำเหตุปจั จยั ตำมข้อ ๔๔ มำพจิ ำรณำด้วย
ควำมเห็นของคณะอนกุ รรมกำรตำมวรรคหนงึ่ ใหเ้ ป็นทสี่ ุด

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๓ ก หน้า ๑๒ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานเุ บกษา

ข้อ ๕๐ เมื่อคณะอนุกรรมกำรเพื่อพิจำรณำวินิจฉัยกำรพักกำรลงโทษหรือรัฐมนตรีอนุมัติ
พักกำรลงโทษและให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขำดซ่ึงไดร้ ับกำรพักกำรลงโทษแล้ว ให้อธิบดีแจง้ ผลกำรอนมุ ตั ิ
ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำทรำบ ในกำรน้ี ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำออกหนังสือสำคัญให้แก่นักโทษเด็ดขำด
ผู้น้ันและมีหนังสือแจ้งพนักงำนคุมประพฤติและพนักงำนฝ่ำยปกครองหรือตำรวจในท้องท่ีที่นักโทษ
เด็ดขำดซึง่ ไดร้ บั กำรปล่อยตัวเขำ้ ไปพกั อำศยั ทรำบภำยในเวลำอันสมควร โดยนักโทษเด็ดขำดผู้นนั้ ตอ้ งไป
รำยงำนตัวตอ่ พนกั งำนคุมประพฤติในทอ้ งทท่ี ไี่ ปพักอำศัยภำยในสำมวนั นบั แตว่ นั ท่ีไดร้ ับกำรปล่อยตวั

ถ้ำนักโทษเด็ดขำดซ่ึงได้รบั กำรพักกำรลงโทษและปล่อยตัวตำมวรรคหน่ึง ย้ำยที่อยู่หรือเข้ำไป
ทำงำนในท้องท่ีอ่ืนท่ีมิใช่สถำนท่ีหรือท้องท่ีตำมข้อ ๗๓ (๒) หรือ (๕) ให้พนักงำนคุมประพฤติ
แห่งท้องที่ที่มีกำรย้ำยเข้ำไปมีหนังสือแจ้งพนักงำนฝ่ำยปกครอง หรือตำรวจในท้องที่ท่ีนักโทษเด็ดขำด
ผนู้ ั้นไดย้ ้ำยทีอ่ ยหู่ รือเข้ำไปทำงำนในทอ้ งที่นั้นทรำบภำยในเวลำอนั สมควร

ขอ้ ๕๑ หนังสือสำคัญตำมข้อ ๕๐ ต้องระบุเงอื่ นไขตำมหมวด ๙ เง่ือนไขทีน่ กั โทษเดด็ ขำด
ซ่ึงได้รับกำรปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษต้องปฏิบัติ ในกรณีที่หนังสือสำคัญสูญหำย ให้รีบแจ้ง
ต่อพนักงำนคุมประพฤติและขอรับใบแทนหนังสอื สำคัญ

เม่ือเจ้ำพนักงำนเรือนจำหรือพนักงำนฝ่ำยปกครองหรือตำรวจเรียกให้นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับ
กำรปล่อยตัวแสดงหนังสือสำคัญ ให้นักโทษเด็ดขำดผู้น้ันแสดงหนังสือสำคัญต่อบุคคลดังกล่ำว
ถ้ำไมแ่ สดงหนงั สือสำคญั พนกั งำนฝำ่ ยปกครองหรอื ตำรวจจะจับนักโทษเดด็ ขำดผูน้ นั้ สง่ เรอื นจำก็ได้

ข้อ ๕๒ กรณีที่นักโทษเด็ดขำดซ่ึงได้รับกำรพักกำรลงโทษและปล่อยตัวไปฝ่ำฝืนหรือไม่ปฏิบตั ิ
ตำมเง่ือนไขที่กำหนดในหมวด ๙ เงื่อนไขท่ีนักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษ
ต้องปฏบิ ตั ิ ให้พนกั งำนคมุ ประพฤติรำยงำนใหอ้ ธบิ ดที รำบโดยเร็ว เพื่อให้คณะอนกุ รรมกำรเพ่อื พจิ ำรณำ
วนิ จิ ฉยั กำรพกั กำรลงโทษพจิ ำรณำสง่ั เพิกถอนกำรพักกำรลงโทษ

หมวด ๗
กำรฝึกวชิ ำชีพในสถำนประกอบกำรนอกเรอื นจำ

ขอ้ ๕๓ นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับโทษจำคุกตำมคำพิพำกษำถึงที่สุดมำแล้วไม่น้อยกว่ำ
หน่ึงในสำมของกำหนดโทษตำมหมำยจำคุกเมื่อคดีถึงท่ีสุดในขณะน้ัน และเหลือโทษจำคุกไม่เกินสำมปี

หกเดือน อำจไดร้ บั อนุญำตให้ออกไปฝึกวิชำชีพในสถำนประกอบกำรนอกเรือนจำ
คำว่ำ “สถำนประกอบกำร” ให้หมำยควำมรวมถึงสถำนที่ของทำงรำชกำร รัฐวิสำหกิจ

วสิ ำหกิจชมุ ชน หรอื หนว่ ยงำนอ่ืนของรฐั ด้วย
ขอ้ ๕๔ นักโทษเด็ดขำดซ่ึงได้รับอนุญำตให้ออกไปฝึกวิชำชีพในสถำนประกอบกำรนอกเรือนจำ

ต้องมีคณุ สมบัตแิ ละไม่มลี ักษณะต้องหำ้ ม ดงั ต่อไปนี้
(๑) เป็นนกั โทษเดด็ ขำดตัง้ แตช่ ั้นดีขึ้นไป
(๒) ได้รบั กำรฝกึ อบรมและผ่ำนกำรทดสอบควำมรูจ้ ำกผู้ใหก้ ำรฝึกอบรมแล้ว

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก หน้า ๑๓ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานุเบกษา

(๓) ไม่อยู่ในระหว่ำงถูกดำเนินกำรทำงวินัยหรือถูกลงโทษทำงวินัยในรอบหกเดอื นก่อนออกไป
ฝกึ วิชำชพี

(๔) ไม่อยู่ในระหว่ำงถูกดำเนนิ คดอี ำญำในคดีอน่ื หรอื ถกู อำยัดตวั เพ่อื ดำเนนิ คดอี ำญำอ่ืน
(๕) ไม่มีพฤติกำรณ์ท่ีแสดงให้เห็นว่ำเม่ือได้รับอนุญำตให้ออกไปแล้วอำจจะหลบหนีหรือ
ก่อใหเ้ กดิ ควำมเสยี หำยแกท่ ำงรำชกำร
ข้อ ๕๕ นักโทษเด็ดขำดซ่ึงกระทำควำมผิดดงั ต่อไปน้ีไม่ได้รับกำรพิจำรณำคัดเลือกให้ออกไป
ฝกึ วชิ ำชพี ในสถำนประกอบกำรนอกเรือนจำ
(๑) ควำมผดิ เกยี่ วกับควำมมัน่ คงแหง่ รำชอำณำจกั รตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๑๐๗

ถงึ มำตรำ ๑๓๕
(๒) ควำมผิดเกี่ยวกับกำรก่อกำรร้ำยตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๑๓๕/๑ ถึง

มำตรำ ๑๓๕/๔
(๓) ควำมผิดเก่ียวกับเพศตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๒๗๖ วรรคสำม มำตรำ ๒๗๗

มำตรำ ๒๗๗ ทวิ มำตรำ ๒๗๗ ตรี มำตรำ ๒๘๐ มำตรำ ๒๘๒ หรือมำตรำ ๒๘๓
(๔) ควำมผดิ เกีย่ วกบั ชวี ิตและร่ำงกำยตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๒๘๙ มำตรำ ๒๙๗

หรือมำตรำ ๒๙๘
ข้อ ๕๖ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำแต่งต้ังคณะทำงำนเพ่ือพิจำรณำคัดเลือกนักโทษเด็ดขำด

ให้ออกไปฝึกวิชำชีพในสถำนประกอบกำรนอกเรือนจำ ประกอบด้วยผู้บัญชำกำรเรือนจำเป็นประธำน
และเจ้ำพนักงำนเรือนจำจำนวนไม่น้อยกวำ่ สำมคนเป็นคณะทำงำน และให้เจ้ำพนักงำนเรอื นจำคนหนึง่
เปน็ เลขำนกุ ำร

ขอ้ ๕๗ ให้คณะทำงำนตำมข้อ ๕๖ ดำเนินกำรคัดเลือกนักโทษเด็ดขำดซึ่งสมควรให้ออกไป

ฝึกวิชำชีพในสถำนประกอบกำรนอกเรือนจำ แล้วเสนอผู้บัญชำกำรเรือนจำใหค้ วำมเห็นชอบ
ข้อ ๕๘ กำรฝึกวิชำชพี ในสถำนประกอบกำรนอกเรือนจำตำมลักษณะงำนดงั ต่อไปน้ตี อ้ งไดร้ บั

ควำมเหน็ ชอบจำกอธิบดีกอ่ น โดยให้คำนึงถงึ ควำมปลอดภัยของนักโทษเดด็ ขำดประกอบด้วย
(๑) งำนทีต่ อ้ งทำใต้ดนิ ใต้นำ้ ในถ้ำ ในอโุ มงค์ หรือในที่อบั อำกำศ
(๒) งำนที่ทำบนทีส่ ูง
(๓) งำนเก่ียวกบั กัมมันตภำพรังสี
(๔) งำนเช่อื มโลหะ
(๕) งำนขนสง่ วัตถุอนั ตรำย
(๖) งำนผลติ สำรเคมีอันตรำย
(๗) งำนที่ต้องทำด้วยเคร่ืองมือหรอื เคร่ืองจักรซึ่งผู้ทำได้รับควำมสั่นสะเทือนอันอำจเป็นอันตรำย

และงำนทม่ี เี สียงดังเกินเกณฑท์ ี่จะสง่ ผลกระทบต่อสขุ ภำพของผ้ตู ้องขัง
(๘) งำนทีต่ ้องห้ำมเกีย่ วกับควำมรอ้ นจดั หรอื เย็นจดั อนั อำจเปน็ อันตรำย

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก หน้า ๑๔ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานเุ บกษา

(๙) งำนอน่ื ตำมทอ่ี ธิบดกี ำหนด
ข้อ ๕๙ กำรให้นักโทษเด็ดขำดหญิงออกไปฝึกวิชำชีพในสถำนประกอบกำรนอกเรือนจำ
ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำพิจำรณำลักษณะงำนและสถำนประกอบกำรดว้ ยควำมรอบคอบ และเสนออธบิ ดี
พจิ ำรณำใหค้ วำมเห็นชอบกอ่ นอนญุ ำตใหอ้ อกไปฝึกวิชำชีพ
ขอ้ ๖๐ ในกรณีท่ีปรำกฏในภำยหลังว่ำนักโทษเด็ดขำดซ่ึงได้รับอนุญำตให้ออกไปฝึกวิชำชีพ
ในสถำนประกอบกำรนอกเรือนจำขำดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ำม หรือฝ่ำฝืนหรือไม่ปฏิบัติ
ตำมระเบียบของสถำนประกอบกำรหรือกรมรำชทัณฑ์ ตลอดจนข้อตกลงที่กรมรำชทัณฑ์ทำกับ
สถำนประกอบกำร ให้ผ้บู ัญชำกำรเรือนจำเพกิ ถอนกำรอนุญำตและนำตัวนักโทษเดด็ ขำดผ้นู ั้นกลับเขำ้ เรอื นจำ
พร้อมทง้ั รำยงำนใหอ้ ธบิ ดีทรำบเพอื่ ดำเนนิ กำรต่อไป
ขอ้ ๖๑ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำรำยงำนผลกำรอนุญำตให้นักโทษเด็ดขำดออกไปฝึกวิชำชีพ
ในสถำนประกอบกำรนอกเรอื นจำต่ออธบิ ดตี ำมระยะเวลำและรูปแบบท่ีอธิบดีกำหนด และผู้บัญชำกำร
เรือนจำอำจกำหนดให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่นใดเพ่ือสนับสนุนกำรควบคุมตัวนักโทษ
เด็ดขำดผ้นู น้ั ก็ได้

หมวด ๘
กำรรบั กำรศึกษำอบรมนอกเรือนจำ

ขอ้ ๖๒ นักโทษเด็ดขำดซ่ึงได้รบั โทษจำคุกตำมคำพิพำกษำถึงที่สดุ มำแลว้ ไมน่ ้อยกวำ่ หนงึ่ ในสำม
ของกำหนดโทษตำมหมำยจำคุกเมื่อคดีถึงท่ีสุดในขณะนั้น และเหลือโทษจำคุกไม่เกินสำมปีหกเดือน
อำจไดร้ บั อนญุ ำตให้ออกไปศกึ ษำอบรมนอกเรอื นจำ

ขอ้ ๖๓ นักโทษเด็ดขำดซ่ึงได้รับอนุญำตให้ออกไปศึกษำอบรมนอกเรือนจำในหลักสูตร
กำรศึกษำอบรมที่กรมรำชทัณฑ์หรือเรือนจำทำควำมตกลงกับสถำนศึกษำ ต้องมีคุณสมบัติและ
ไมม่ ีลกั ษณะต้องห้ำม ดังตอ่ ไปน้ี

(๑) ต้องโทษจำคกุ เป็นครงั้ แรก
(๒) เป็นนกั โทษเดด็ ขำดตัง้ แตช่ น้ั ดขี ึ้นไป
(๓) อยู่ระหว่ำงกำรศึกษำอบรมก่อนต้องโทษ และยังสำมำรถศึกษำอบรมต่อเน่ืองเพ่ือให้

จบหลักสตู รได้
(๔) ไดร้ ับกำรศกึ ษำอบรมในเรอื นจำและจำเปน็ ตอ้ งได้รบั กำรศกึ ษำอบรมตอ่ เนอื่ งนอกเรอื นจำ
(๕) ไม่อยู่ในระหว่ำงถูกดำเนนิ กำรทำงวนิ ัยหรือถูกลงโทษทำงวินัยในรอบหกเดือนก่อนออกไป

ศกึ ษำอบรมนอกเรอื นจำ
(๖) ไมอ่ ยใู่ นระหว่ำงถกู ดำเนนิ คดีอำญำในคดอี น่ื หรอื ถกู อำยดั ตัวเพือ่ ดำเนนิ คดอี ำญำอน่ื
(๗) ไม่มีพฤติกำรณ์ท่ีแสดงให้เห็นว่ำเมื่อได้รับอนุญำตให้ออกไปแล้วอำจจะหลบหนีหรือ

ก่อให้เกิดควำมเสียหำยแกท่ ำงรำชกำร

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก หน้า ๑๕ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานุเบกษา

หลักสูตรกำรศึกษำอบรมท่ีอนุญำตให้นักโทษเด็ดขำดออกไปศึกษำอบรมนอกเรอื นจำตำมวรรคหนึง่
ให้เปน็ ไปตำมที่อธิบดีประกำศกำหนด

ขอ้ ๖๔ นักโทษเด็ดขำดซึ่งกระทำควำมผิดดงั ต่อไปนี้ไม่ได้รับกำรพิจำรณำคัดเลือกให้ออกไป
ศึกษำอบรมนอกเรือนจำ

(๑) ควำมผิดเก่ียวกับควำมมั่นคงแหง่ รำชอำณำจักรตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๑๐๗
ถึงมำตรำ ๑๓๕

(๒) ควำมผิดเกย่ี วกับกำรกอ่ กำรร้ำยตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๑๓๕/๑ ถงึ มำตรำ ๑๓๕/๔
(๓) ควำมผิดเกี่ยวกับเพศตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๒๗๖ วรรคสำม มำตรำ ๒๗๗

มำตรำ ๒๗๗ ทวิ มำตรำ ๒๗๗ ตรี มำตรำ ๒๘๐ มำตรำ ๒๘๒ หรอื มำตรำ ๒๘๓
(๔) ควำมผดิ เกยี่ วกบั ชวี ิตและร่ำงกำยตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๒๘๙ มำตรำ ๒๙๗

หรือมำตรำ ๒๙๘
ขอ้ ๖๕ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำแต่งตั้งคณะทำงำนเพื่อพิจำรณำคัดเลือกนักโทษเด็ดขำด

ให้ออกไปรับกำรศึกษำอบรมนอกเรือนจำ ประกอบด้วยผู้บัญชำกำรเรือนจำเป็นประธำน และ
เจ้ำพนักงำนเรือนจำจำนวนไม่น้อยกว่ำสำมคนเป็นคณะทำงำน และให้เจ้ำพนักงำนเรือนจำคนหน่ึง
เป็นเลขำนุกำร

ขอ้ ๖๖ ให้คณะทำงำนตำมข้อ ๖๕ ดำเนินกำรคัดเลือกนักโทษเด็ดขำดซึง่ สมควรให้ออกไปรับ
กำรศกึ ษำอบรมนอกเรือนจำ แลว้ เสนอผ้บู ัญชำกำรเรือนจำให้ควำมเห็นชอบกอ่ นเสนออธบิ ดีพจิ ำรณำอนุมัติ

ข้อ ๖๗ ใหน้ ักโทษเดด็ ขำดซึ่งไดร้ บั อนุญำตให้ออกไปศกึ ษำอบรมนอกเรอื นจำปฏิบัติ ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) แตง่ กำยตำมท่ีสถำนศึกษำหรือผูบ้ ญั ชำกำรเรือนจำกำหนด
(๒) กลับเข้ำเรือนจำไมเ่ กินเวลำ ๑๗.๐๐ นำฬิกำในวันเดียวกัน

ขอ้ ๖๘ ในกรณีท่ีนักโทษเด็ดขำดซ่ึงได้รับอนุญำตให้ออกไปศึกษำอบรมนอกเรือนจำไม่มี
ผู้ควบคุมในเวลำท่ีออกไปศึกษำอบรม ให้นักโทษเด็ดขำดผู้นั้นปฏิบัติตำมเง่ือนไขที่สถำนศึกษำหรือ
ผู้บัญชำกำรเรอื นจำกำหนด

ข้อ ๖๙ กรณีที่มีค่ำใชจ้ ่ำยอื่นนอกจำกท่ีสถำนศกึ ษำหรือผ้บู ัญชำกำรเรอื นจำจัดให้ ให้นกั โทษ
เดด็ ขำดซง่ึ ได้รับอนญุ ำตให้ออกไปศึกษำอบรมนอกเรือนจำรับผิดชอบค่ำใชจ้ ำ่ ยดังกล่ำว

ขอ้ ๗๐ ในกรณีท่ีปรำกฏในภำยหลังว่ำนักโทษเด็ดขำดซง่ึ ไดร้ ับอนุญำตให้ออกไปศึกษำอบรม
นอกเรือนจำขำดคุณสมบัตหิ รือมีลกั ษณะตอ้ งหำ้ ม หรือฝ่ำฝืนหรือไม่ปฏิบัติตำมระเบียบของสถำนศึกษำ
หรือกรมรำชทัณฑ์ ตลอดจนข้อตกลงท่กี รมรำชทณั ฑ์ทำกับสถำนศึกษำ ให้ผบู้ ญั ชำกำรเรอื นจำเพิกถอน
กำรอนุญำตและนำตัวนักโทษเด็ดขำดผู้นั้นกลับเข้ำเรือนจำ พร้อมท้ังรำยงำนให้อธิบดีทรำบ
เพอื่ ดำเนนิ กำรต่อไป

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก หน้า ๑๖ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานุเบกษา

ข้อ ๗๑ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำรำยงำนผลกำรอนุญำตให้นักโทษเด็ดขำดออกไปศึกษำอบรม
นอกเรือนจำต่ออธิบดีตำมระยะเวลำและรูปแบบท่ีอธิบดีกำหนด และผู้บัญชำกำรเรือนจำอำจกำหนด
ให้ใช้อปุ กรณอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์หรืออุปกรณอ์ ื่นใด เพื่อสนบั สนุนกำรควบคมุ ตวั นกั โทษเดด็ ขำดผูน้ ั้นกไ็ ด้

หมวด ๙
เง่อื นไขทน่ี ักโทษเดด็ ขำดซงึ่ ไดร้ บั กำรปลอ่ ยตวั ก่อนครบกำหนดโทษตอ้ งปฏบิ ตั ิ

ข้อ ๗๒ เง่ือนไขท่ีเป็นข้อห้ำมมิให้นักโทษเด็ดขำดซ่ึงได้รับกำรปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษ
กระทำกำร มีดังตอ่ ไปนี้

(๑) ห้ำมเข้ำไปในเขตทอ้ งที่ สถำนที่ หรอื ตำมเวลำทีก่ ำหนด
(๒) หำ้ มคบหำสมำคมกบั บุคคลทอี่ ำจนำไปส่กู ำรกระทำควำมผิดอกี
(๓) ห้ำมเก่ียวข้องกับสำรระเหย วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสำท หรือยำเสพติดให้โทษ
ทุกประเภท รวมทง้ั อำวุธปนื เคร่ืองกระสนุ ปืน หรือวตั ถุระเบิดทกุ ชนดิ
(๔) ห้ำมประพฤติตนในทำงเสื่อมเสีย โดยกำรเสพสุรำหรือเล่นกำรพนันที่อำจนำไปสู่

กำรกระทำผดิ กฎหมำยอกี
(๕) ห้ำมเย่ียมหรอื ติดต่อกบั ผูต้ อ้ งขัง ผตู้ อ้ งกักขงั หรือผู้ตอ้ งกกั กันอ่นื ทีไ่ มใ่ ช่ญำติ ซึง่ ถกู คุมขงั

อยู่ในเรอื นจำ สถำนกกั ขงั สถำนกักกัน หรอื สถำนคมุ ขังอืน่ ใด
(๖) ห้ำมเดินทำงออกนอกเขตท้องที่จังหวัด เว้นแต่มีธุระสำคัญเป็นคร้ังครำว ให้ขออนุญำต

พนกั งำนคมุ ประพฤติ หำกจะย้ำยทอี่ ยหู่ รอื เปลยี่ นแปลงผ้อู ปุ กำระ ให้ยน่ื คำรอ้ งตอ่ พนกั งำนคุมประพฤติ
ในท้องท่ีเดมิ และตอ้ งไดร้ ับอนุญำตก่อน

(๗) เง่ือนไขอ่ืนตำมท่ีคณะอนุกรรมกำรเพื่อพิจำรณำวินิจฉัยลดวันต้องโทษจำคุกหรือ
คณะอนุกรรมกำรเพอื่ พจิ ำรณำวนิ จิ ฉัยกำรพักกำรลงโทษกำหนด

ข้อ ๗๓ เงื่อนไขให้นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษกระทำกำร
มีดงั ตอ่ ไปน้ี

(๑) รำยงำนตวั ตอ่ พนักงำนคุมประพฤติ
(๒) พักอำศัยอยู่กับผู้อุปกำระตำมสถำนท่ีท่ีแจ้ง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นให้ย่ืนคำร้องต่อพนักงำน

คมุ ประพฤตใิ นท้องทเี่ ดิมและต้องไดร้ ับอนญุ ำตก่อน
(๓) ปฏิบัติตำมคำแนะนำและคำตักเตือนของพนักงำนคุมประพฤติและเข้ำร่วมกิจกรรมเพื่อ

กำรแกไ้ ขฟน้ื ฟูตำมหลักเกณฑ์และวิธกี ำรทอี่ ธิบดีกรมคุมประพฤตกิ ำหนด
(๔) ปฏิบัติตำมกฎหมำย ระเบียบ และข้อบังคับ หำกมีกำรฝ่ำฝืนและถูกลงโทษ

โดยเจำ้ พนักงำนผู้มีหน้ำที่และอำนำจตำมกฎหมำย ระเบียบ หรอื ขอ้ บังคับน้นั ไม่วำ่ จะเปน็ โทษสถำนใด
นกั โทษเด็ดขำดหรือผู้อุปกำระนกั โทษเด็ดขำดผูน้ น้ั ต้องแจ้งให้พนกั งำนคมุ ประพฤตทิ รำบทกุ ครั้ง

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก หน้า ๑๗ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานุเบกษา

(๕) ประกอบอำชีพสุจริต หำกจะเปล่ียนสถำนที่ทำงำนหรอื ย้ำยงำนใหม่ ต้องแจ้งใหพ้ นักงำน
คุมประพฤติทรำบทุกคร้ัง เว้นแต่มีเหตุจำเป็น ให้แจ้งพนักงำนคุมประพฤติทรำบภำยในกำหนด
ระยะเวลำกำรรำยงำนตัวคร้ังต่อไป

(๖) เง่ือนไขอื่นตำมที่คณะอนุกรรมกำรเพื่อพิจำรณำวินิจฉัยลดวันต้องโทษจำคุกหรือ
คณะอนุกรรมกำรเพ่ือพจิ ำรณำวินิจฉัยกำรพกั กำรลงโทษกำหนด

ขอ้ ๗๔ กำรกำหนดเงอ่ื นไขตำมข้อ ๗๒ หรอื ขอ้ ๗๓ จะกำหนดขอ้ เดียว หรือหลำยข้อกไ็ ด้
แล้วแต่ควำมเหมำะสมแก่ลักษณะของนักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษและ
พฤติกำรณข์ องนกั โทษเดด็ ขำดผู้นั้น

กำรดำเนินกำรตำมเงอื่ นไขตำมวรรคหนงึ่ คณะอนกุ รรมกำรเพือ่ พจิ ำรณำวินจิ ฉัยลดวนั ตอ้ งโทษ
จำคุกหรือคณะอนุกรรมกำรเพื่อพิจำรณำวินิจฉัยกำรพักกำรลงโทษอำจกำหนดให้ใช้อุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อ่ืนใดในกำรติดตำมตัวนักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรปล่อยตัวก่อนครบกำหนด
โทษกไ็ ด้

ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ี 27 ธนั วำคม พ.ศ. ๒๕๖2
สมศักดิ์ เทพสทุ นิ

รฐั มนตรีวำ่ กำรกระทรวงยุตธิ รรม

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๓ ก หน้า ๑๘ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานเุ บกษา

หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้กฎกระทรวงฉบับน้ี คือ โดยที่มำตรำ ๕๒ แห่งพระรำชบัญญัติ
รำชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้กำรดำเนินกำรเล่ือนชั้นนักโทษเด็ดขำด กำรแต่งตั้งให้มีตำแหน่งหน้ำท่ี
ผู้ช่วยเหลือเจ้ำพนักงำนเรือนจำ กำรลดวันต้องโทษจำคุก กำรลดวันต้องโทษจำคุกลงอีกไม่เกินจำนวนวันท่ี
ทำงำนสำธำรณะหรือทำงำนอ่ืนใดเพื่อประโยชน์ของทำงรำชกำรนอกเรือนจำ กำรพักกำรลงโทษ และ
กำรฝึกวิชำชีพในสถำนประกอบกำรหรือรับกำรศึกษำอบรมนอกเรือนจำ ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์ วิธีกำร
และเง่ือนไขท่ีกำหนดในกฎกระทรวงโดยได้รับควำมเห็นชอบจำกคณะกรรมกำรรำชทัณฑ์ และมำตรำ ๕๓
แห่งพระรำชบัญญัติดังกล่ำว บัญญัติให้นักโทษเด็ดขำดซึ่งได้รับกำรลดวันต้องโทษจำคุกตำมมำตรำ ๕๒ (๕)
หรือ (๖) หรือได้รับกำรพักกำรลงโทษตำมมำตรำ ๕๒ (๗) และได้รับกำรปล่อยตัวไปก่อนครบกำหนดโทษ
ตำมหมำยศำลในขณะนั้น ต้องปฏิบัติตนโดยเคร่งครัดตำมเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็น
ต้องออกกฎกระทรวงน้ี

หน้า ๑๑ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓
เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๐๓ ง ราชกิจจานุเบกษา

ประกาศกระทรวงยตุ ิธรรม

เร่อื ง กาหนดความผิดในคดอี กุ ฉกรรจ์ คดสี ะเทอื นขวญั หรือคดีทเี่ ป็นท่สี นใจของประชาชน
พ.ศ. ๒๕๖๓

โดยที่เป็นการสร้างความเช่ือม่ันและป้องกันผลกระทบด้านความปลอดภัยให้กับสังคม
ในกระบวนการแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังตามหลักอาชญาวิทยาและทัณฑวิทยา และ
ให้การปฏิบัติงานตามภารกิจของกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ในด้านการควบคุม แก้ไข
พัฒนาพฤตนิ ิสัยของผู้ตอ้ งขัง เพอ่ื คืนคนดมี คี ณุ คา่ สูส่ งั คม เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

อาศัยอานาจตามความในข้อ ๓ (๕) แห่งกฎกระทรวงกาหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด
และเง่ือนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซ่ึงได้รับการลดวันต้องโทษจาคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับ
การปล่อยตัวตอ้ งปฏบิ ัติ พ.ศ. ๒๕๖๒ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงยตุ ิธรรมจงึ ออกประกาศไว้ ดงั ต่อไปน้ี

ขอ้ ๑ ความผิดในคดีอุกฉกรรจ์ คดีสะเทือนขวัญ หรือคดีที่เป็นที่สนใจของประชาชน
ดงั ตอ่ ไปน้ี ใหจ้ ัดชัน้ นักโทษเด็ดขาดเข้าใหมอ่ ยใู่ นชน้ั ต้องปรับปรุงมาก

(๑) ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา
(ก) ความผิดเก่ียวกับการก่อการร้าย ตามมาตรา ๑๓๕/๑ มาตรา ๑๓๕/๒

มาตรา ๑๓๕/๓ และมาตรา ๑๓๕/๔
(ข) ความผิดเก่ียวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ตามมาตรา ๒๑๘

มาตรา ๒๒๒ และมาตรา ๒๒๔
(ค) ความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามมาตรา ๒๗๖ วรรคสอง วรรคสาม มาตรา ๒๗๗

วรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสาม วรรคส่ี มาตรา ๒๗๗ ทวิ มาตรา ๒๗๗ ตรี มาตรา ๒๗๘
วรรคสาม วรรคส่ี มาตรา ๒๗๙ วรรคสี่ วรรคห้า วรรคหก วรรคเจด็ มาตรา ๒๘๐ มาตรา ๒๘๒
วรรคสาม มาตรา ๒๘๓ วรรคสาม และมาตรา ๒๘๕

(ง) ความผดิ เกย่ี วกบั ชีวติ และร่างกาย ตามมาตรา ๒๘๘ เว้นแตเ่ ป็นกรณตี ามมาตรา ๖๙
(จ) ความผดิ เกีย่ วกบั ชวี ติ และรา่ งกาย ตามมาตรา ๒๘๙
(ฉ) ความผิดเกย่ี วกบั เสรีภาพและชื่อเสียง ตามมาตรา ๓๑๓
(ช) ความผิดเก่ียวกับทรัพย์ ตามมาตรา ๓๓๙ วรรคส่ี วรรคห้า มาตรา ๓๓๙ ทวิ
วรรคสี่ วรรคห้า มาตรา ๓๔๐ วรรคสาม วรรคสี่ วรรคห้า มาตรา ๓๔๐ ทวิ วรรคสี่ วรรคห้า
วรรคหก และมาตรา ๓๔๐ ตรี

หน้า ๑๒ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓
เล่ม ๑๓๗ ตอนพเิ ศษ ๑๐๓ ง ราชกิจจานุเบกษา

(๒) ความผิดฐานผลิต นาเข้าหรือส่งออก หรือผลิต นาเข้าหรือส่งออกเพ่ือจาหน่าย
หรือจาหน่ายหรือมีไว้ครอบครองเพ่ือจาหน่าย ตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ กฎหมาย
ว่าด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทาความผิดเก่ียวกับยาเสพติด หรือกฎหมายว่าด้วยวัตถุ
ท่ีออกฤทธิ์ตอ่ จิตและประสาท และศาลมคี าพิพากษาถึงท่ีสุดให้จาคุกต้ังแต่ ๓๐ ปีขึ้นไป ถึงตลอดชวี ติ
หรอื ประหารชวี ิต

ประกาศ ณ วนั ที่ 24 มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖3
สมศักดิ์ เทพสทุ ิน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุตธิ รรม

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๑๗ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานุเบกษา

กฎกระทรวง

กำหนดประเภท ชนดิ และขนำดของเคร่ืองพันธนำกำรท่ีใชแ้ กผ่ ตู้ ้องขัง
พ.ศ. ๒๕๖๓

อำศัยอำนำจตำมควำมในมำตรำ ๗ วรรคหนึ่ง และมำตรำ ๒๑ วรรคห้ำ
แห่งพระรำชบัญญัติรำชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้
ดังตอ่ ไปน้ี

ขอ้ ๑ ให้ยกเลิก
(๑) หมวด ๓ เครื่องพันธนำกำร ของส่วนที่ ๒ อำนำจและหน้ำที่เจ้ำพนักงำนเรือนจำ
ข้อ ๒๕ ข้อ ๒๖ ข้อ ๒๗ ข้อ ๒๘ ข้อ ๒๙ และข้อ ๓๐ แห่งกฎกระทรวงมหำดไทย
ออกตำมควำมในมำตรำ ๕๘ แห่งพระรำชบญั ญัติรำชทณั ฑ์ พทุ ธศักรำช ๒๔๗๙
(๒) กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตำมควำมในพระรำชบัญญัติรำชทัณฑ์
พุทธศักรำช ๒๔๗๙
(๓) กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๕๘) ออกตำมควำมในพระรำชบัญญัติรำชทัณฑ์
พทุ ธศกั รำช ๒๔๗๙
ข้อ ๒ ประเภทของเครอ่ื งพนั ธนำกำรทใี่ ช้แก่ผู้ตอ้ งขงั มี ดังต่อไปน้ี
(๑) สำยรดั ขอ้ มือ
(๒) เส้ือพนั ธนำกำร
(๓) กญุ แจมือ
(๔) กญุ แจเท้ำ
(๕) ชดุ กญุ แจมอื และกญุ แจเทำ้
(๖) ตรวน
(๗) โซล่ ำ่ ม
ข้อ ๓ สำยรัดขอ้ มอื มี ๒ แบบ ดังตอ่ ไปนี้
(๑) สำยรัดข้อมือแบบท่ี ๑ ได้แก่ สำยรัดข้อมือพลำสติกข้ึนรูปเป็นชิ้นเดียวกันทั้งหมด
แบบตวัดรัดให้แน่นด้วยตัวเอง โดยใช้ปลำยพลำสติกพันรอบข้อมือซ้ำยและข้อมือขวำ และต้องสอด

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๘๔ ก หน้า ๑๘ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานุเบกษา

ปลำยสำยพลำสติกเข้ำกับช่อง ๒ ช่องตรงกลำงของอุปกรณ์ เม่ือปลำยสำยพลำสติกเข้ำช่องแล้ว
จะไม่สำมำรถดึงสำยรัดข้อมือกลับออกมำอีกได้ โดยบริเวณฐำนของสำยรัดข้อมือมีขนำด
เส้นผ่ำนศูนย์กลำงไม่นอ้ ยกว่ำ ๑ เซนติเมตร ส่วนสำยรัดข้อมือมีควำมกว้ำงไม่น้อยกว่ำ ๐.๕ เซนติเมตร
และมคี วำมยำวโดยรวมไม่นอ้ ยกว่ำ ๘๕ เซนตเิ มตร แตไ่ ม่เกิน ๑๐๐ เซนติเมตร

(๒) สำยรัดข้อมือแบบท่ี ๒ ได้แก่ สำยรัดข้อมือพลำสติกขึ้นรูปเป็นช้ินเดียวกันท้ังหมด
แบบตวัดรัดให้แน่นด้วยตัวเอง โดยใช้ปลำยพลำสติกพันรอบข้อมือซ้ำยและข้อมือขวำ และต้องสอด
ปลำยสำยพลำสติกเข้ำกับช่อง ๑ ช่องตรงปลำยของอุปกรณ์ เมื่อปลำยสำยพลำสติกเข้ำช่องแล้ว
จะไม่สำมำรถดึงสำยรัดข้อมือกลับออกมำอีกได้ โดยบริเวณฐำนของสำยรัดข้อมือมีขนำด

เส้นผ่ำนศูนย์กลำงไม่น้อยกว่ำ ๑ เซนติเมตร ส่วนสำยรัดข้อมือมีควำมกวำ้ งไม่น้อยกว่ำ ๐.๕ เซนติเมตร
และมคี วำมยำวโดยรวมไม่นอ้ ยกว่ำ ๑๔ เซนติเมตร แตไ่ ม่เกนิ ๒๐ เซนตเิ มตร

ข้อ ๔ เสื้อพันธนำกำร ได้แก่ เส้ือท่ีทำด้วยผ้ำอย่ำงหนำหรือวัสดุอ่ืนใดที่มีควำมคงทน
แข็งแรง ลำตัวมีควำมกว้ำงระหว่ำง ๙๐ เซนติเมตร ถึง ๑๒๕ เซนติเมตร แขนเสื้อมีควำมยำว
จำกหัวไหล่ถึงปลำยแขนไม่น้อยกว่ำ ๑๐๐ เซนติเมตร โดยด้ำนหน้ำของตัวเส้ือประกอบด้วยบริเวณ
ปลำยแขนเส้ือท้ังสองขำ้ งเย็บปิดและตดิ ตัง้ ห่วงโลหะท่ีมขี นำดเส้นผ่ำนศูนยก์ ลำงไม่น้อยกวำ่ ๒ เซนติเมตร
ข้ำงละ ๑ ห่วง เพื่อใช้ร้อยสำยรัดที่มีควำมยำวไม่น้อยกว่ำ ๑๒๐ เซนติเมตร และมีควำมกว้ำง
ไม่น้อยกว่ำ ๒ เซนติเมตร ตัวสำยรัดทำจำกผ้ำอย่ำงหนำหรือวัสดุอื่นใดท่ีมีควำมคงทนแข็งแรง
ไม่น้อยกวำ่ วัสดทุ ่ีใชท้ ำตัวเสอื้ ด้ำนหลังของตัวเส้ือประกอบด้วยสำยรัดและหว่ งโลหะติดตง้ั ไวไ้ ม่นอ้ ยกว่ำ
๓ จุด โดยสำยรัดมีควำมยำวไมน่ อ้ ยกว่ำ ๕๐ เซนติเมตร และมีควำมกวำ้ งไมน่ ้อยกว่ำ ๒ เซนติเมตร
ด้ำนข้ำงของตัวเส้ือบริเวณก่ึงกลำงด้ำนหน้ำ และด้ำนหลังติดตั้งสำยรัดและจุดยึดเพ่ือใช้รัดใต้หว่ำงขำ
จำนวน ๑ จุด โดยสำยรัดมีควำมยำวไม่น้อยกว่ำ ๕๐ เซนติเมตร และมีควำมกว้ำงไม่น้อยกว่ำ

๒ เซนติเมตร
ขอ้ ๕ กุญแจมอื มี ๕ แบบ ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) กุญแจมือแบบท่ี ๑ ได้แก่ ห่วงทำด้วยโลหะ มีฟันเฟืองโลหะเพื่อใช้ตวัดรัดข้อมือซ้ำย

และข้อมือขวำให้แน่น ระหว่ำงตัวห่วงโลหะทั้งสองข้ำงเช่ือมติดกันด้วยลูกโซ่โลหะท่ีมีขนำด
เส้นผ่ำนศูนย์กลำงไม่เกิน ๔.๗๕ มิลลิเมตร และมีควำมยำวไม่น้อยกว่ำ ๓ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน
๑๐ เซนติเมตร

(๒) กุญแจมือแบบท่ี ๒ ได้แก่ ห่วงทำด้วยโลหะ มีฟันเฟืองโลหะเพ่ือใช้ตวัดรัดข้อมือซ้ำย
และข้อมือขวำให้แน่น ระหว่ำงตัวห่วงโลหะท้ังสองข้ำงเชื่อมติดกันด้วยบำนพับโลหะที่มีจุดยึดติดกับ
ตัวห่วงโลหะอยำ่ งนอ้ ยข้ำงละสองจดุ

(๓) กุญแจมือแบบที่ ๓ ได้แก่ ห่วงทำด้วยโลหะ มีฟันเฟืองโลหะเพ่ือใช้ตวัดรัดข้อมือซ้ำย
และข้อมือขวำให้แน่น ตัวห่วงโลหะแต่ละข้ำงเชื่อมติดกับห่วงโลหะท่ีมีขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำงไม่เกิน
๔.๗๕ มิลลิเมตร สอดเข้ำกับบำนพับโลหะที่มีจุดยึดติดกับสำยเข็มขัดรัดเอวที่มีจุดยึดไม่น้อยกว่ำสี่จุด

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๑๙ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานุเบกษา

สำยเข็มขัดรัดเอวยำวไม่เกิน ๑๓๐ เซนติเมตร และมีระยะห่ำงระหว่ำงบำนพับโลหะท่ียึดติดกับ
สำยเขม็ ขดั รดั เอวด้ำนซ้ำยและเอวด้ำนขวำไมน่ อ้ ยกวำ่ ๓๐ เซนติเมตร แตไ่ ม่เกิน ๑๐๐ เซนติเมตร

(๔) กุญแจมือแบบที่ ๔ ได้แก่ ห่วงทำด้วยโลหะ มีฟันเฟืองโลหะเพ่ือใช้ตวัดรัดข้อมือซ้ำย
และข้อมือขวำให้แน่น ตัวห่วงโลหะแต่ละข้ำงเชื่อมติดกับลูกโซ่โลหะท่ีมีขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำงไม่เกิน
๔.๗๕ มิลลิเมตร และมีควำมยำวไม่น้อยกว่ำ ๓ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร ยึดติดกับ
สำยเข็มขัดรัดเอวท่ีทำจำกลูกโซ่โลหะท่ีมีขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำงไม่เกิน ๔.๗๕ มิลลิเมตร และมีควำมยำว
ไม่เกิน ๑๓๐ เซนติเมตร และมีระยะห่ำงระหว่ำงตัวห่วงโลหะที่อยู่ที่เอวด้ำนซ้ำยและเอวด้ำนขวำ
ไมน่ อ้ ยกว่ำ ๓๐ เซนตเิ มตร แต่ไม่เกนิ ๑๐๐ เซนตเิ มตร ปลำยท้ังสองข้ำงของสำยเข็มขดั รัดเอวลูกโซ่

โลหะมหี ว่ งสำหรับใชส้ อดแม่กญุ แจโลหะเพ่อื ยดึ สำยเข็มขัดรัดเอวลูกโซ่โลหะทง้ั สองข้ำงเข้ำดว้ ยกัน
(๕) กุญแจมือแบบท่ี ๕ ได้แก่ ห่วงทำด้วยโลหะ มีฟันเฟืองโลหะเพ่ือใช้ตวัดรัดข้อมือซ้ำย

และข้อมือขวำให้แน่น ตัวห่วงโลหะแต่ละข้ำงเช่ือมติดกับลูกโซ่โลหะที่มีขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำงไม่เกิน
๔.๗๕ มิลลิเมตร และมีควำมยำวไม่น้อยกว่ำ ๓ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร ยึดติดกับ
สำยเข็มขัดรัดเอวท่ีทำจำกลูกโซ่โลหะที่ด้ำนหน้ำลำตัว ลูกโซ่โลหะมีขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำงไม่เกิน
๔.๗๕ มิลลิเมตร สำยเข็มขัดรัดเอวลูกโซ่โลหะมีควำมยำวไม่เกิน ๑๓๐ เซนติเมตร ปลำยทั้งสองข้ำง
ของสำยเข็มขัดรัดเอวลูกโซโ่ ลหะมีห่วงสำหรับใช้สอดแม่กญุ แจโลหะเพ่ือยึดสำยเข็มขดั รัดเอวลูกโซ่โลหะ
ทงั้ สองขำ้ งเข้ำดว้ ยกัน

กำรคลำยห่วงโลหะท่ีใช้ตวัดรัดข้อมือของกุญแจมือตำมวรรคหน่ึง ให้ใช้ลูกกุญแจโลหะไขที่
ตัวห่วงโลหะท้ังสองข้ำงด้วยลูกกุญแจโลหะดอกเดียวกัน ส่วนกำรคลำยแม่กุญแจโลหะของกุญแจมือ
แบบท่ี ๔ และแบบท่ี ๕ ให้ใช้ลูกกุญแจโลหะดอกเดยี วกันกบั ท่ใี ช้ในกำรคลำยหว่ งโลหะ

ข้อ ๖ กุญแจเท้ำ ได้แก่ ห่วงทำด้วยโลหะ มีฟันเฟืองโลหะเพ่ือใช้ตวัดรัดข้อเท้ำซ้ำยและ

ข้อเท้ำขวำให้แน่น ระหว่ำงตัวห่วงโลหะท้ังสองข้ำงเช่ือมติดกันด้วยลูกโซ่โลหะที่มีขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำง
ไมเ่ กิน ๔.๗๕ มิลลเิ มตร และมคี วำมยำวไมน่ ้อยกวำ่ ๓๘ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๕๐ เซนตเิ มตร

กำรคลำยห่วงโลหะท่ีใช้ตวัดรัดข้อเท้ำของกุญแจเท้ำตำมวรรคหน่ึง ให้ใช้ลูกกุญแจโลหะ
ไขท่ีตวั หว่ งโลหะทงั้ สองขำ้ งดว้ ยลูกกุญแจโลหะดอกเดียวกนั

ขอ้ ๗ ชุดกุญแจมือและกุญแจเท้ำ ได้แก่ กุญแจมือแบบที่ ๑ ตำมข้อ ๕ (๑) และกุญแจเทำ้
ตำมข้อ ๖ ที่ระหว่ำงกึ่งกลำงของลูกโซ่โลหะของกุญแจมือแบบท่ี ๑ และลูกโซ่โลหะของกุญแจเท้ำ
เช่ือมติดกับลูกโซโ่ ลหะท่ีมขี นำดเส้นผำ่ นศูนย์กลำงไมเ่ กิน ๔.๗๕ มิลลิเมตร และมีควำมยำวไม่นอ้ ยกว่ำ
๘๐ เซนติเมตร แตไ่ ม่เกนิ ๑๐๐ เซนตเิ มตร

ข้อ ๘ ตรวนมี ๓ ขนำด ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) ขนำดที่ ๑ วัดเส้นผ่ำนศูนย์กลำงเหล็กวงแหวน ๑๐ มิลลิเมตร โซ่ระหว่ำงวงแหวน
มีควำมยำวไม่น้อยกว่ำ ๕๐ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๗๕ เซนติเมตร และมีขนำดของลูกโซ่ท่ีวัด
เสน้ ผำ่ นศนู ยก์ ลำงเหลก็ ไม่เกนิ ๑๐ มลิ ลิเมตร

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๒๐ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานเุ บกษา

(๒) ขนำดท่ี ๒ วัดเส้นผ่ำนศูนย์กลำงเหล็กวงแหวน ๑๒ มิลลิเมตร โซ่ระหว่ำงวงแหวน
มีควำมยำวไม่น้อยกว่ำ ๕๐ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๗๐ เซนติเมตร และมีขนำดของลูกโซ่ท่ีวัด
เสน้ ผ่ำนศนู ย์กลำงเหลก็ ไม่เกิน ๔.๗๕ มิลลเิ มตร

(๓) ขนำดที่ ๓ วัดเส้นผ่ำนศูนย์กลำงเหล็กวงแหวน ๑๗ มิลลิเมตร โซ่ระหว่ำงวงแหวน
มีควำมยำวไม่น้อยกว่ำ ๕๐ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน ๗๕ เซนติเมตร และมีขนำดของลูกโซ่ท่ีวัด
เส้นผำ่ นศนู ยก์ ลำงเหลก็ ไม่เกิน ๑๗ มิลลเิ มตร

ข้อ ๙ โซ่ล่ำม ให้มีขนำดตำมท่ีกำหนดไว้สำหรับตรวนขนำดท่ี ๑ และขนำดที่ ๓ โดยมี
ควำมยำวของโซ่ไม่นอ้ ยกวำ่ ๙๐ เซนตเิ มตร แต่ไม่เกนิ ๑๓๐ เซนติเมตร

ขอ้ ๑๐ สำยรัดข้อมือ เส้ือพันธนำกำร กุญแจมือ กุญแจเท้ำ ชุดกุญแจมือและกุญแจเท้ำ
ตรวน และโซล่ ำ่ ม ใหเ้ ปน็ ไปตำมแบบท้ำยกฎกระทรวง

ให้ไว้ ณ วนั ที่ 25 กนั ยำยน พ.ศ. ๒๕๖3
สมศกั ด์ิ เทพสทุ นิ

รฐั มนตรีว่ำกำรกระทรวงยตุ ธิ รรม



แบบเครื่องพนั ธนาการท้ายกฎกระทรวงกาหนดประเภท ชนิด และขนาด
ของเครื่องพันธนาการท่ีใช้แก่ผู้ต้องขัง
พ.ศ. ๒๕๖๓

๑. สายรัดขอ้ มือ
๑.๑ สายรัดข้อมือแบบที่ ๑



๑.๒ สายรดั ข้อมือแบบท่ี ๒



๒. เสือ้ พนั ธนาการ

ด้านหนา้


ดา้ นหลัง



๓. กุญแจมือ
๓.๑ กญุ แจมือแบบท่ี ๑



๓.๒ กุญแจมือแบบท่ี ๒



๓.๓ กุญแจมือแบบท่ี ๓





๓.๔ กุญแจมือแบบท่ี ๔





๓.๕ กุญแจมือแบบท่ี ๕





๔. กุญแจเทา้

๑๐

๕. ชุดกุญแจมอื และกญุ แจเทา้

ส่วนของกุญแจมือ

สว่ นของกุญแจเท้า



๖. ตรวน

๑๑



๗. โซ่ล่าม

๑๒

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๘๔ ก หน้า ๒๑ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานุเบกษา

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับน้ี คือ โดยท่ีมาตรา ๒๑ วรรคห้า
แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้การกาหนดประเภท ชนิด และขนาดของ
เคร่อื งพนั ธนาการท่ีใชแ้ กผ่ ตู้ ้องขงั ใหเ้ ป็นไปตามทีก่ าหนดในกฎกระทรวง จึงจาเป็นตอ้ งออกกฎกระทรวงนี้

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๘๔ ก หน้า ๒๒ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานเุ บกษา

กฎกระทรวง

กำหนดประเภทหรือชนดิ ของอำวธุ อื่นนอกจำกอำวธุ ปนื
ท่ีเจำ้ พนกั งำนเรอื นจำจะพึงมไี วใ้ นครอบครองหรือใชใ้ นกำรปฏบิ ตั หิ นำ้ ท่ี

พ.ศ. ๒๕๖๓

อำศัยอำนำจตำมควำมในมำตรำ ๗ วรรคหนึ่ง และมำตรำ ๒๒ วรรคสอง
แห่งพระรำชบัญญัติรำชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้
ดังตอ่ ไปนี้

ขอ้ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงมหำดไทยออกตำมควำมในพระรำชบัญญัติรำชทัณฑ์
พทุ ธศักรำช ๒๔๗๙ (ฉบับที่ ๔)

ขอ้ ๒ อำวุธอื่นนอกจำกอำวุธปืนท่ีเจ้ำพนักงำนเรือนจำจะพึงมีไว้ในครอบครอง หรือ
ใช้ในกำรปฏบิ ตั ิหน้ำท่มี ี ดังต่อไปน้ี

(๑) ตะบองไม้กลม ขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำงไม่น้อยกว่ำ ๒.๕ เซนติเมตร แต่ไม่เกิน
๓ เซนติเมตร มีควำมยำวไม่เกิน ๗๐ เซนติเมตร มีลักษณะผิวเรียบและมีขนำดเท่ำกันตลอด
จำกด้ำมจบั ถงึ ปลำย

(๒) ตะบองโลหะชนิดยืดหดได้ มีควำมยำวยดื สดุ ไมเ่ กนิ ๗๐ เซนตเิ มตร
(๓) ตะบองพลำสติกหรือไฟเบอรห์ รือทำจำกวัสดุสงั เครำะห์อ่นื ท่ีคลำ้ ยกนั มีควำมยำวไมเ่ กนิ
๗๐ เซนตเิ มตร มีลกั ษณะกลมและมีผวิ เรยี บ จะมีก่งิ สำหรบั จบั หรือไม่กไ็ ด้

ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ี 25 กันยำยน พ.ศ. ๒๕๖3
สมศักดิ์ เทพสุทนิ

รฐั มนตรวี ่ำกำรกระทรวงยตุ ธิ รรม

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๘๔ ก หน้า ๒๓ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานุเบกษา

หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้กฎกระทรวงฉบับน้ี คือ โดยท่ีมำตรำ ๒๒ วรรคสอง
แห่งพระรำชบัญญัติรำชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้ประเภทหรือชนิดของอำวุธอื่นนอกจำกอำวุธปืน
ที่เจ้ำพนักงำนเรือนจำจะพึงมีไว้ในครอบครอง หรือใช้ในกำรปฏิบัติหน้ำท่ี ให้เป็นไปตำมที่กำหนด
ในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๘๔ ก หน้า ๒๔ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานเุ บกษา

กฎกระทรวง

กำหนดสถำนทคี่ มุ ขัง
พ.ศ. ๒๕๖๓

อำศัยอำนำจตำมควำมในมำตรำ ๗ วรรคหนึ่ง และมำตรำ ๓๓ แห่งพระรำชบัญญัติ
รำชทณั ฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ รฐั มนตรีว่ำกำรกระทรวงยตุ ธิ รรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ขอ้ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
“สถำนท่ีคุมขัง” หมำยควำมว่ำ สถำนท่ีอื่นท่ีมิใช่เรือนจำซ่ึงเป็นสถำนท่ีของทำงรำชกำรหรือ
เอกชนที่เจ้ำของหรือผู้ปกครองดูแลรักษำสถำนท่ีอนุญำตหรือยินยอมเป็นหนังสือให้ใช้ประโยชน์
ในกำรควบคุมผู้ต้องขัง ท้ังนี้ ต้องไม่ใช่สถำนท่ีตำมมำตรำ ๘๙/๒ แห่งประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำ
ควำมอำญำ
ข้อ ๒ กำรกำหนดอำณำเขตของสถำนท่ีคุมขัง จะกำหนดอำณำเขตของอสังหำริมทรัพย์
ท้ังแปลง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของอำคำรหรือส่ิงปลูกสร้ำงที่ต้ังอยู่บนอสังหำริมทรัพย์นั้นก็ได้
โดยอสังหำริมทรพั ย์ อำคำร หรอื สิ่งปลกู สรำ้ งดังกลำ่ ว ตอ้ งมลี ักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีอสงั หำรมิ ทรัพย์ ตอ้ งมขี อบเขตทีแ่ นน่ อน และมีอำคำรหรือส่งิ ปลกู สรำ้ งที่มลี กั ษณะ
เป็นกำรถำวรต้ังอยู่ สำมำรถใช้ประโยชน์จำกอำคำรหรือส่ิงปลูกสร้ำงดังกล่ำวได้ โดยไม่ต้องทำ
กำรก่อสร้ำง ซอ่ มแซม หรือปรับปรุงใหม่
(๒) กรณีอำคำรหรือส่ิงปลูกสร้ำง ต้องมีลักษณะเป็นกำรถำวรและต้ังอยู่บนอสังหำริมทรัพย์
โดยส่วนที่จะกำหนดเป็นอำณำเขตของสถำนท่ีคุมขังต้องสำมำรถใช้ประโยชน์ได้ โดยไม่ต้องทำ
กำรกอ่ สร้ำง ซ่อมแซม หรือปรับปรุงใหม่
ข้อ ๓ สถำนท่ีคุมขังต้องมีวัตถุประสงค์ในกำรใช้คุมขังผู้ต้องขังเพื่อประโยชน์อย่ำงหน่ึง
อยำ่ งใด ดงั ต่อไปน้ี
(๑) กำรปฏบิ ัตติ ำมระบบกำรจำแนกและกำรแยกคมุ ขงั
(๒) กำรดำเนินกำรตำมระบบกำรพัฒนำพฤตนิ ิสยั
(๓) กำรรกั ษำพยำบำลผู้ต้องขัง
(๔) กำรเตรียมควำมพร้อมกอ่ นปลอ่ ย

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๘๔ ก หน้า ๒๕ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานุเบกษา

ข้อ ๔ สถำนทคี่ มุ ขังตำมข้อ ๓ (๑) ไดแ้ ก่
(๑) สถำนที่สำหรบั อย่อู ำศัย
(๒) สถำนที่สำหรับควบคุม กกั ขัง หรือกักตัวตำมกฎหมำยของทำงรำชกำรทม่ี ใิ ชเ่ รือนจำ
ข้อ ๕ สถำนทค่ี มุ ขงั ตำมขอ้ ๓ (๒) ได้แก่
(๑) สถำนท่รี ำชกำร หรือสถำนที่ทส่ี ่วนรำชกำรหรอื หน่วยงำนของรฐั ใช้ประโยชนใ์ นกำรจดั ทำ
บริกำรสำธำรณะ
(๒) สถำนศึกษำตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรศึกษำแหง่ ชำติ
(๓) วัดตำมกฎหมำยว่ำดว้ ยคณะสงฆ์

(๔) มัสยดิ ตำมกฎหมำยว่ำดว้ ยกำรบริหำรองคก์ รศำสนำอสิ ลำม
(๕) สถำนทท่ี ำกำรหรือสถำนประกอบกำรของเอกชน
(๖) สถำนที่ทำกำรของมูลนธิ ิ สถำนสงเครำะห์ หรือสถำนที่ท่ีใช้สำหรับกำรสังคมสงเครำะห์
ไม่วำ่ จะเป็นของทำงรำชกำรหรอื เอกชน
ข้อ ๖ สถำนทคี่ ุมขงั ตำมข้อ ๓ (๓) ไดแ้ ก่ สถำนพยำบำลประเภทท่รี ับผปู้ ่วยไว้คำ้ งคนื
ขอ้ ๗ สถำนที่คุมขังตำมข้อ ๓ (๔) ได้แก่ สถำนท่ีคุมขังตำมข้อ ๓ (๑) (๒) หรือ (๓)
ที่ใช้สำหรับคุมขังนักโทษเด็ดขำดที่เหลือกำหนดโทษจำคุกไม่เกินสำมปีหกเดือน หรือต้องโทษจำคุก
มำแล้วไม่น้อยกว่ำสองในสำมของกำหนดโทษคร้ังหลังสุด ในกรณีท่ีเหลือกำหนดโทษจำคุกเกินสำมปี
หกเดอื น
ข้อ ๘ เม่ืออธิบดีได้วำงระเบียบตำมมำตรำ ๓๔ วรรคหน่ึง เกี่ยวกับกำรบริหำรงำนและ
กำรอื่นอันจำเป็นในสถำนท่ีคุมขงั ใดตำมขอ้ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๖ หรือข้อ ๗ แล้วแตก่ รณี แล้วใหอ้ ธิบดี
จัดให้มีบัญชีสถำนที่คุมขังน้ันและประกำศในระบบสำรสนเทศของกรมรำชทัณฑ์ให้ทรำบถึงอำณำเขต

และวัตถปุ ระสงค์ของสถำนทคี่ ุมขังแตล่ ะแหง่ ดว้ ย

ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ี 25 กันยำยน พ.ศ. ๒๕๖3
สมศักดิ์ เทพสทุ ิน

รฐั มนตรีวำ่ กำรกระทรวงยุตธิ รรม

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๒๖ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานเุ บกษา

หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยท่ีมำตรำ ๓๓ แห่งพระรำชบัญญัติ
รำชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้กำรกำหนดอำณำเขตในสถำนที่อ่ืนที่มิใช่เรือนจำให้เป็นสถำนที่คุมขัง
เพื่อดำเนินกิจกำรตำมภำรกิจของกรมรำชทัณฑ์ ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์ วิธีกำร และเงื่อนไขที่กำหนด
ในกฎกระทรวง จงึ จำเป็นต้องออกกฎกระทรวงน้ี


Click to View FlipBook Version