The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

กฎกระทรวง(ออกตามความใน ระราชบัญญัติศัพท์ พ.ศ.2560)

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๘๔ ก หน้า ๒๗ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานเุ บกษา

กฎกระทรวง

กำหนดระบบกำรจำแนกลกั ษณะของผตู้ อ้ งขัง กำรควบคุมและกำรแยกคมุ ขงั และกำรย้ำยผตู้ อ้ งขงั
พ.ศ. ๒๕๖๓

อำศัยอำนำจตำมควำมในมำตรำ ๗ วรรคหน่ึง มำตรำ ๔๐ วรรคหน่ึง และมำตรำ ๔๑
แห่งพระรำชบัญญัตริ ำชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงยุติธรรมโดยได้รับควำมเห็นชอบ
จำกคณะกรรมกำรรำชทัณฑ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดงั ตอ่ ไปนี้

ขอ้ ๑ ให้ยกเลิกหมวด ๔ กำรควบคุมผู้ต้องขัง ของส่วนท่ี ๒ อำนำจและหน้ำท่ี
เจ้ำพนักงำนเรือนจำ ข้อ ๓๑ ข้อ ๓๒ ข้อ ๓๓ และข้อ ๓๔ และหมวด ๑ ข้อควำมทั่วไป
ของสว่ นที่ ๔ กำรแยกผูต้ อ้ งขงั ขอ้ ๔๐ ขอ้ ๔๑ ข้อ ๔๒ และขอ้ ๔๓ แห่งกฎกระทรวงมหำดไทย
ออกตำมควำมในมำตรำ ๕๘ แห่งพระรำชบญั ญัติรำชทัณฑ์ พทุ ธศักรำช ๒๔๗๙

หมวด ๑
กำรจำแนกลกั ษณะของผตู้ ้องขัง

ขอ้ ๒ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำจัดให้มีแดนแรกรับหรือสถำนที่แรกรับในเรือนจำโดยเฉพำะ
สำหรับแยกขังผู้ต้องขังเข้ำใหม่หรือรับย้ำยจำกเรือนจำอื่นเพื่อรอกำรจำแนกลักษณะของผู้ต้องขัง
รำยบุคคลก่อนท่ีจะส่งตัวไปรับกำรอบรม แก้ไข และฟ้ืนฟูจิตใจตำมควำมเหมำะสมของผู้ต้องขัง
รำยบคุ คล

ขอ้ ๓ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำแต่งตั้งเจ้ำพนักงำนเรือนจำจำนวนไม่น้อยกว่ำหนึ่งคน
ปฏิบัติหน้ำที่จำแนกลักษณะของผู้ต้องขัง โดยจะต้องเป็นนักจิตวิทยำ นักสังคมสงเครำะห์ หรือ
เจ้ำพนกั งำนเรือนจำซึง่ ผ่ำนกำรฝกึ อบรมด้ำนกำรจำแนกลกั ษณะของผู้ต้องขังจำกกรมรำชทัณฑ์

เจ้ำพนักงำนเรือนจำซึ่งได้รับกำรแต่งต้ังตำมวรรคหน่ึง มีหน้ำท่ีศึกษำและรวบรวมประวัติ
ของผู้ต้องขังแตล่ ะคนและสงั เกตพฤติกรรมของผู้ตอ้ งขงั ในกำรใช้ชวี ติ ในเรอื นจำ

ขอ้ ๔ กำรจำแนกลกั ษณะของผตู้ ้องขัง ใหด้ ำเนินกำร ดังต่อไปนี้
(๑) ข้ันพ้ืนฐำน ให้ดำเนินกำรกลั่นกรองผู้ต้องขัง โดยกำรจัดช้ัน จัดกลุ่ม ควบคุม และ
แยกคมุ ขังผู้ตอ้ งขงั

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๒๘ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานุเบกษา

(๒) ข้ันแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และพัฒนำพฤตินิสัยผู้ต้องขังให้กลับตนเป็นคนดี ให้นำข้อมูล
จำก (๑) และข้อมูลอ่ืนท่ีเกี่ยวข้องมำใช้ในกำรวิเครำะห์ กำรวำงแผน และกำรปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง
รำยบุคคลใหเ้ หมำะสม

(๓) ข้ันกำรเตรียมควำมพร้อมก่อนปล่อยตัวผู้ต้องขัง ให้นำข้อมูลจำก (๑) และ (๒)
มำใช้วำงแผนเพื่อเตรียมควำมพรอ้ มก่อนปลอ่ ยตวั ผตู้ อ้ งขังรำยบคุ คลให้เหมำะสม

กำรดำเนินกำรตำมวรรคหนงึ่ ใหเ้ ป็นไปตำมทีอ่ ธบิ ดกี ำหนด
ขอ้ ๕ ให้มีคณะทำงำนเพื่อจำแนกลักษณะของผู้ต้องขังประจำเรือนจำ ประกอบด้วย
ผู้บัญชำกำรเรือนจำเป็นประธำน และเจ้ำพนักงำนเรือนจำซ่ึงมีควำมรู้และควำมชำนำญในด้ำนกำรควบคุม

กำรศึกษำ กำรฝึกวิชำชีพ กำรบำบัดรักษำ กำรพัฒนำจิตใจ หรือกำรสำธำรณสุข จำนวนไม่น้อยกวำ่
ห้ำคน เป็นคณะทำงำน และให้เจ้ำพนักงำนเรือนจำผู้รับผิดชอบงำนจำแนกลักษณะของผู้ต้องขัง
เป็นคณะทำงำนและเลขำนุกำร

กำรแต่งต้ังคณะทำงำนตำมวรรคหน่ึง อำจมีผู้แทนจำกหน่วยงำนหรือบุคคลภำยนอกร่วมเป็น
คณะทำงำนด้วยกไ็ ด้

ข้อ ๖ คณะทำงำนเพ่ือจำแนกลกั ษณะของผูต้ ้องขงั มีหน้ำท่ีและอำนำจ ดังต่อไปน้ี
(๑) กำหนดแผนกำรปฏิบัติต่อผู้ต้องขังรำยบุคคล โดยคำนึงถึงประโยชน์ในกำรจัดช้ัน
จัดกลุ่ม ควบคุม แยกคุมขัง แก้ไข บำบัด ฟ้ืนฟู และพัฒนำพฤตินิสัยผู้ต้องขังให้กลับตนเป็นคนดี
และกำรเตรียมควำมพร้อมก่อนปล่อยตวั ผูต้ ้องขงั
(๒) พิจำรณำทบทวนและปรบั เปล่ียนแผนกำรปฏบิ ตั ติ อ่ ผู้ต้องขงั รำยบคุ คล
(๓) ดำเนินกำรอน่ื ใดเพ่อื ประโยชน์ในกำรจำแนกลกั ษณะของผู้ต้องขัง
ขอ้ ๗ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำจัดประชุมคณะทำงำนเพ่ือจำแนกลักษณะของผู้ต้องขัง

อยำ่ งน้อยเดือนละหนึ่งคร้งั
กำรประชุมของคณะทำงำนต้องมีคณะทำงำนมำประชุมไม่น้อยกว่ำก่ึงหน่ึงของจำนวน

คณะทำงำนทั้งหมด จงึ จะเป็นองค์ประชุม
กำรวินิจฉัยชี้ขำดของท่ีประชุมให้ถือเสียงข้ำงมำก คณะทำงำนคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งใน

กำรลงคะแนน ถ้ำคะแนนเสียงเทำ่ กัน ให้ประธำนในทปี่ ระชุมออกเสยี งเพม่ิ ข้นึ อีกเสียงหน่งึ เปน็ เสียงชีข้ ำด
ควำมเหน็ ของคณะทำงำนให้เป็นทีส่ ดุ
ขอ้ ๘ ให้เจ้ำพนกั งำนเรือนจำติดตำมผลกำรปฏิบตั ิตำมแผนกำรปฏบิ ัตติ อ่ ผตู้ ้องขงั รำยบุคคล

หลงั จำกท่ีผำ่ นกำรจำแนกลกั ษณะของผูต้ อ้ งขงั ไปแลว้ ไม่น้อยกว่ำหกเดือน
ขอ้ ๙ คณะทำงำนตำมข้อ ๕ อำจทบทวนแผนกำรปฏิบัตติ ่อผู้ต้องขงั รำยบคุ คล ก่อนครบ

ระยะเวลำตำมทก่ี ำหนดในขอ้ ๘ ได้ หำกปรำกฏขอ้ เท็จจรงิ ดังตอ่ ไปนี้
(๑) พบปัญหำขัดข้องจำกกำรปฏิบตั ติ ำมแผนกำรปฏบิ ัตติ ่อผตู้ ้องขังรำยบุคคล
(๒) พบข้อมูลใหม่ท่เี ป็นสำระสำคญั ต่อกำรจำแนกลักษณะของผู้ตอ้ งขัง

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๒๙ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานุเบกษา

ในกรณีผูต้ ้องขงั เจ็บป่วย มโี รคประจำตวั หรือมีเหตจุ ำเป็นจนไม่อำจปฏิบตั ติ ำมแผนกำรปฏบิ ตั ิ
ต่อผู้ต้องขังรำยบุคคลได้ ผู้บัญชำกำรเรือนจำอำจส่ังให้งดกำรปฏิบัติตำมแผนดังกล่ำวได้จนกว่ำจะมี
กำรรำยงำนตอ่ คณะทำงำนตำมข้อ ๕ เพ่อื พิจำรณำทบทวนแผนกำรปฏบิ ตั ิตอ่ ผู้ตอ้ งขังรำยบคุ คล

ขอ้ ๑๐ ให้เรือนจำจัดเก็บข้อมูลกำรจำแนกลักษณะของผู้ต้องขังเพ่ือกำรสืบค้น โดยให้นำ
เทคโนโลยีสำรสนเทศมำใช้ และนำข้อมูลดังกล่ำวมำประกอบกำรพิจำรณำกำรเล่ือนช้ัน หรือลดช้ัน
กำรย้ำยผู้ต้องขัง กำรงำนของผู้ต้องขัง กำรพักกำรลงโทษ กำรลดวันต้องโทษจำคุก และกำรให้
ประโยชน์แก่ผูต้ ้องขงั อย่ำงอื่นด้วย

หมวด ๒
กำรควบคมุ และกำรแยกคมุ ขัง

ขอ้ ๑๑ ในกำรควบคมุ ผตู้ ้องขัง ให้ดำเนินกำร ดงั ต่อไปน้ี
(๑) กรณีปกติ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำส่ังกำรหรือมอบหมำยให้เจ้ำพนักงำนเรือนจำควบคุม
ตรวจตรำ และป้องกันกำรกระทำควำมผิดของผู้ต้องขัง รวมถึงกำรปฏิบัติกำรอื่น ๆ ตำมที่กฎหมำย

กำหนดให้เปน็ หน้ำท่แี ละอำนำจของเจ้ำพนกั งำนเรอื นจำ ในกรณีทม่ี กี ำรจ่ำยผูต้ ้องขังออกไปนอกเรอื นจำ
ใหผ้ บู้ ญั ชำกำรเรอื นจำจดั ให้มเี จ้ำพนักงำนเรอื นจำท่ีเพยี งพอเพือ่ ป้องกนั กำรหลบหนี

(๒) กรณีมีเหตุกำรณ์ไม่สงบเกิดข้ึน ให้เจ้ำพนักงำนเรือนจำระงับเหตุหรือแก้ไขเหตุกำรณ์
พร้อมกับแจ้งให้พัศดีหรือผู้บัญชำกำรเรือนจำทรำบ หำกไม่สำมำรถควบคุมเหตุกำรณ์โดยกำลังของ
เจ้ำพนักงำนเรือนจำเพียงฝ่ำยเดียวได้ ให้ประสำนขอกำลังเสริมจำกพนักงำนฝ่ำยปกครอง ตำรวจ
ทหำร หรือหนว่ ยงำนอื่นท่ีเกี่ยวข้อง เพอ่ื ระงบั เหตดุ ังกล่ำว และรำยงำนใหอ้ ธบิ ดีทรำบ

ขอ้ ๑๒ เรือนจำใดมีผู้ต้องขังหญิง ให้เจ้ำพนักงำนเรือนจำหญิงเป็นผู้ควบคุม เว้นแต่
กรณีมีเหตุจำเป็น

ขอ้ ๑๓ ห้ำมผู้ต้องขังชำยหรือเจ้ำพนักงำนเรือนจำชำยเข้ำไปในเขตควบคุมผู้ต้องขังหญิง
เวน้ แต่กรณี ดงั ต่อไปนี้

(๑) มีเหตุกำรณ์ไม่สงบเกิดขึ้น ซ่ึงจำเป็นต้องเข้ำไประงับเหตุ และเม่ือเหตุกำรณ์เข้ำสู่
ภำวะปกตแิ ลว้ ใหเ้ จำ้ พนกั งำนเรอื นจำชำยออกจำกเขตควบคมุ ผูต้ อ้ งขังหญิงทนั ที

(๒) กำรปฏิบัติหน้ำท่ีตำมที่ผู้บัญชำกำรเรือนจำมอบหมำยหรือเพ่ือประโยชน์ของทำงรำชกำร
และต้องเข้ำไปในเวลำกลำงวัน โดยมีเจ้ำพนักงำนเรือนจำต้ังแต่ชนั้ พัศดีขึ้นไป และเจ้ำพนักงำนเรือนจำ
อีกจำนวนไม่น้อยกว่ำสองคนเข้ำไปด้วย หำกมีเหตุจำเป็นต้องเข้ำไปในเขตควบคุมผู้ต้องขังหญิง
ในเวลำกลำงคนื ต้องได้รับอนุญำตจำกผ้บู ญั ชำกำรเรอื นจำก่อน

ขอ้ ๑๔ เพื่อประโยชน์ในกำรบริหำรจัดกำรผู้ต้องขังภำยในเรือนจำ ให้ผู้บัญชำกำรเรือนจำ
จัดแบง่ สถำนท่ีของเรอื นจำออกเปน็ สว่ น ๆ โดยให้มีส่ิงกีดกั้นหรือขอบเขตทแี่ นน่ อน และจดั แยกผู้ตอ้ งขงั

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๓๐ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานเุ บกษา

แต่ละประเภทในส่วนท่ีได้จัดแบง่ หำกเรือนจำใดโดยสภำพไม่สำมำรถกระทำได้ ให้พยำยำมแยกคุมขัง
ผู้ตอ้ งขังใหใ้ กล้เคยี งกบั กำรจัดแบ่งสถำนท่ขี องเรอื นจำข้ำงต้นเท่ำที่จะกระทำได้

ข้อ ๑๕ ใหผ้ บู้ ญั ชำกำรเรอื นจำแยกคุมขงั ผู้ต้องขังในกรณี ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) ผตู้ อ้ งขงั มีพฤตกิ ำรณท์ ี่อำจจะกอ่ เหตรุ ำ้ ยหรอื อำจจะกอ่ ควำมไมส่ งบเรยี บรอ้ ยข้ึนในเรอื นจำ
หรือมีเหตุพิเศษอย่ำงอื่น ให้แยกผู้ต้องขังคนน้ันไปรวมกับผู้ต้องขังประเภทอ่ืน หรือสถำนที่อ่ืน
ภำยในเรอื นจำ
(๒) ผู้ต้องขังหลำยคนในคดีเดียวกัน ให้แยกผู้ต้องขังแต่ละคนมิให้ปะปนกัน เว้นแต่กรณี
มเี หตจุ ำเปน็
(๓) ผ้ตู ้องขงั ปว่ ยดว้ ยโรคติดต่อหรือโรคอนื่ ท่อี ยู่ในระยะอนั ตรำย ให้แยกผตู้ ้องขังป่วยออกจำก
ผตู้ ้องขงั คนอื่น

หมวด ๓
กำรย้ำยผตู้ ้องขงั

ขอ้ ๑๖ ให้อธิบดยี ้ำยผตู้ ้องขังจำกเรอื นจำหนึ่งไปอีกเรอื นจำหนึง่ ในกรณี ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) กำรควบคุมตำมอำนำจกำรคมุ ขงั
(๒) กำรบรหิ ำรควำมแออดั ภำยในเรอื นจำ
(๓) กำรควบคุมตำมเพศ สถำนะ พฤติกำรณ์ หรือวัตถุประสงค์ในกำรพัฒนำพฤตินิสัย
ผู้ตอ้ งขัง
(๔) กำรดำเนินคดหี รอื ตำมคำขอของสว่ นรำชกำรอืน่
(๕) เพื่อประโยชนอ์ ่นื ใดของทำงรำชกำร
กำรดำเนนิ กำรตำมวรรคหนงึ่ ใหเ้ ปน็ ไปตำมท่ีอธบิ ดกี ำหนด
ขอ้ ๑๗ กำรย้ำยผู้ต้องขังตำมข้อ ๑๖ หำกเป็นคนต้องขังหรือคนฝำกให้ขออนญุ ำตศำลก่อน
เวน้ แต่มีเหตจุ ำเปน็ จะย้ำยบคุ คลดังกลำ่ วก่อนกไ็ ด้ แต่ตอ้ งรำยงำนให้ศำลทรำบ

ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ี 25 กนั ยำยน พ.ศ. ๒๕๖3
สมศกั ดิ์ เทพสทุ ิน

รัฐมนตรวี ่ำกำรกระทรวงยุตธิ รรม

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๓๑ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานเุ บกษา

หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มำตรำ ๔๐ วรรคหนึ่ง และมำตรำ ๔๑
แห่งพระรำชบัญญัติรำชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้กำรจัดระบบกำรจำแนกลักษณะของผู้ต้องขัง
กำรควบคุมและกำรแยกคุมขัง และกำรย้ำยผู้ต้องขัง ให้เป็นไปตำมที่กำหนดในกฎกระทรวงโดยได้รับ
ควำมเห็นชอบจำกคณะกรรมกำรรำชทัณฑ์ จึงจำเป็นตอ้ งออกกฎกระทรวงน้ี

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๘๔ ก หน้า ๓๒ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานุเบกษา

กฎกระทรวง

การรอ้ งทุกข์ การยน่ื เรอื่ งราวใด ๆ
หรอื การทลู เกลา้ ฯ ถวายฎีกาของผูต้ อ้ งขัง

พ.ศ. ๒๕๖๓

อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๗ วรรคหน่ึง และมาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัติ
ราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงยตุ ิธรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังตอ่ ไปน้ี

ขอ้ ๑ ให้ยกเลิกหมวด ๖ การร้องทุกข์ ยื่นเรื่องราว และถวายฎีกาของผู้ต้องขัง
ของส่วนที่ ๗ วินัยของผู้ต้องขัง ข้อ ๑๒๐ ข้อ ๑๒๑ ข้อ ๑๒๒ ข้อ ๑๒๓ ข้อ ๑๒๔ ข้อ ๑๒๕
และข้อ ๑๒๖ แห่งกฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความในมาตรา ๕๘ แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์
พทุ ธศักราช ๒๔๗๙

ขอ้ ๒ ผตู้ ้องขังมสี ิทธยิ ื่นคารอ้ งทกุ ข์หรอื เรอื่ งราวใด ๆ ต่อเจ้าพนกั งานเรอื นจา ผู้บัญชาการ
เรือนจา อธิบดี รัฐมนตรี หรือหน่วยงานของรัฐท่ีเก่ียวข้อง หรือทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาต่อ
พระมหากษตั รยิ ์

การดาเนินการตามวรรคหน่ึง ให้ย่ืนต่อเจ้าพนักงานเรือนจาหรือสถานที่ท่ีเรือนจาจัดไว้
เพ่ือดาเนนิ การจดั ส่งไปยงั บุคคลหรอื หนว่ ยงานท่ผี ้ตู ้องขงั ประสงค์กไ็ ด้

ขอ้ ๓ ผู้ต้องขังจะย่ืนคาร้องทุกข์ด้วยวาจาหรือโดยทาเป็นหนังสือก็ได้ ถ้ากระทาด้วยวาจา
ให้เจ้าพนักงานเรือนจาซึ่งรับคาร้องทุกข์เป็นผู้บันทึกคาร้องทุกข์ในบันทึกคาร้องทุกข์หรือหนังสือ
รอ้ งทุกขน์ ้นั ต้องลงลายมือช่อื ผู้รอ้ งทุกขแ์ ละเจา้ พนกั งานเรอื นจาซึง่ รับคาร้องทกุ ขด์ ้วย

ขอ้ ๔ การเขียนหนงั สอื รอ้ งทุกข์หรอื เร่ืองราวใด ๆ หรือการทลู เกล้าฯ ถวายฎีกา ผู้ตอ้ งขัง
ต้องเขียนด้วยตนเอง เว้นแต่ไม่สามารถเขียนด้วยตนเองได้ ให้เจ้าพนักงานเรือนจาพิจารณา
ให้ความช่วยเหลือตามความประสงคข์ องผู้ตอ้ งขัง ในกรณีที่ผู้ต้องขังไม่สามารถจดั หาเครื่องเขยี นส่วนตวั ได้
ให้เจา้ พนักงานเรอื นจาจัดหาให้

การเขียนหนังสือร้องทุกข์หรือเรื่องราวใด ๆ หรือการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา ตามวรรคหนึ่ง
ผตู้ ้องขังต้องเขยี นในสถานท่ที เ่ี รอื นจาจัดให้

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๘๔ ก หน้า ๓๓ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานุเบกษา

ข้อ ๕ เมื่อเจ้าพนักงานเรือนจาได้รับคาร้องทุกข์หรือเรื่องราวใด ๆ หรือฎีกา ที่ทูลเกล้าฯ
ถวายแล้ว ให้เจ้าพนักงานเรือนจาซ่ึงได้รับมอบหมายตรวจดูข้อความและตรวจสอบข้อเท็จจริง
แล้วทาความเห็นเสนอผู้บัญชาการเรือนจา พร้อมกับแนวทางการแก้ไขหรือการให้ความช่วยเหลือ
เว้นแต่เป็นการทลู เกลา้ ฯ ถวายฎกี า ให้ส่งหนงั สือไปยังอธิบดีเพื่อดาเนินการตอ่ ไป

ขอ้ ๖ คาส่ังหรือคาช้ีแจงตอบคาร้องทุกข์หรือเรื่องราวใด ๆ หรือการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา
ต้องแจ้งใหผ้ ูต้ อ้ งขังซ่งึ ยน่ื คาร้องทกุ ขห์ รือเรือ่ งราวใด ๆ หรือทูลเกลา้ ฯ ถวายฎีกาทราบ และให้ผตู้ ้องขงั
คนนั้นลงลายมอื ช่ือรับทราบไวเ้ ป็นหลกั ฐาน

ให้ไว้ ณ วนั ท่ี 25 กันยายน พ.ศ. ๒๕๖3
สมศกั ด์ิ เทพสทุ นิ

รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงยุตธิ รรม

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๓๔ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานเุ บกษา

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัตริ าชทัณฑ์
พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติว่า ผู้ต้องขังมีสิทธิที่จะย่ืนคาร้องทุกข์หรือเรื่องราวใด ๆ ต่อเจ้าพนักงานเรือนจา
ผู้บัญชาการเรือนจา อธิบดี รัฐมนตรี หรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง หรือทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา
ต่อพระมหากษัตริย์ได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขท่ีกาหนดในกฎกระทรวง จึงจาเป็นต้องออก
กฎกระทรวงนี้

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๓๕ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานเุ บกษา

กฎกระทรวง

การปฏบิ ตั ติ อ่ ผู้ตอ้ งขงั ซงึ่ ถกู ลว่ งละเมดิ ทางเพศ
พ.ศ. ๒๕๖๓

อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๗ วรรคหน่ึง มาตรา ๔๗ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๕๙
แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปน้ี

ข้อ ๑ ผู้ต้องขังซงึ่ ถูกลว่ งละเมิดทางเพศ ได้แก่
(๑) ผูต้ ้องขังซ่ึงถูกลว่ งละเมดิ ทางเพศจากการปฏบิ ัติหนา้ ที่โดยมิชอบของเจ้าพนักงานเรอื นจา
(๒) ผู้ต้องขังหญิงซึ่งถกู ล่วงละเมิดทางเพศก่อนกรมราชทัณฑ์รับตัวไว้ ไม่ว่าจะมีการตั้งครรภ์
หรอื ไม่ก็ตาม
ข้อ ๒ ในกรณีที่ผู้ต้องขังถูกล่วงละเมิดทางเพศจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของ
เจ้าพนักงานเรือนจาตามข้อ ๑ (๑) ให้ร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปช้ันหนึ่งของเจ้าพนักงาน
เรอื นจาคนน้นั
การล่วงละเมิดทางเพศตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความเฉพาะกรณีที่เจ้าพนักงานเรือนจากระทา
การล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้ต้องขังโดยตรงในการกระทาความผิดเก่ียวกับเพศ ตามมาตรา ๒๗๖
มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๘ มาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๘๒ มาตรา ๒๘๓ มาตรา ๒๘๓ ทวิ
และมาตรา ๒๘๔ แหง่ ประมวลกฎหมายอาญา
ข้อ ๓ ผูต้ อ้ งขังตามขอ้ ๑ (๑) จะร้องเรยี นดว้ ยวาจาหรอื โดยทาเปน็ หนังสอื ก็ได้ ถา้ กระทา
ด้วยวาจา ใหผ้ บู้ ญั ชาการเรือนจาหรอื ผู้ไดร้ ับมอบหมายซง่ึ มใิ ชผ่ ถู้ กู กลา่ วหาเป็นผบู้ ันทกึ คาร้อง
ในคาร้องให้ระบุตัวเจ้าพนักงานเรือนจาผู้กระทาละเมิด พฤติการณ์แห่งการล่วงละเมิด
และความเสียหายทไ่ี ดร้ บั เทา่ ทจี่ ะสามารถระบุได้
การดาเนินการตามข้อนใี้ หร้ กั ษาเปน็ ความลบั

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๘๔ ก หน้า ๓๖ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานุเบกษา

ข้อ ๔ เมอื่ ผบู้ ัญชาการเรือนจาหรอื ผบู้ งั คบั บญั ชาเหนอื ขนึ้ ไปชนั้ หนง่ึ ของเจ้าพนกั งานเรอื นจา
ซ่ึงถกู กลา่ วหาวา่ กระทาการลว่ งละเมดิ ทางเพศตอ่ ผู้ตอ้ งขงั ทราบขอ้ ร้องเรียน หรอื ไดร้ ับคาร้องตามข้อ ๓ แลว้
ใหด้ าเนนิ การ ดงั ต่อไปน้ี

(๑) จัดแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าพนักงานเรือนจาซ่ึงผ่านการอบรมด้านการพยาบาล
ทาการตรวจร่างกายผู้ต้องขังคนนั้น เพ่ือหาร่องรอยการกระทาผิดและเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน
โดยเร็วเท่าที่จะกระทาได้ และรายงานไปยังผู้บัญชาการเรือนจาหรือผู้บังคับบัญชาเหนือข้ึนไปชั้นหน่ึง
ของเจ้าพนักงานเรือนจานั้น ในกรณีท่ีไม่สามารถดาเนินการได้ ให้ส่งตัวผู้ต้องขังออกไปรับการตรวจ
ที่โรงพยาบาลภายนอก ในกรณีการตรวจร่างกายผู้ต้องขังหญิง ถ้าไม่ใช่แพทย์หรือพยาบาล
ให้เจ้าพนักงานเรือนจาหญิงซึ่งผ่านการอบรมด้านการพยาบาลทาการตรวจร่างกาย ท้ังนี้ ผู้ต้องขังหญิง
จะขอใหน้ าบุคคลใดในเรือนจามาอยรู่ ่วมในการตรวจดว้ ยก็ได้

(๒) จัดให้ผู้ต้องขังได้พบนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์โดยทันที ในกรณีที่มีเหตขุ ดั ขอ้ ง
ทาให้ไมส่ ามารถดาเนนิ การได้ ใหเ้ จ้าพนกั งานเรือนจาใหค้ าปรกึ ษาในเบ้ืองต้นกอ่ น

ข้อ ๕ เมอ่ื ผู้บัญชาการเรือนจาหรอื ผบู้ ังคบั บัญชาเหนือขนึ้ ไปชัน้ หนงึ่ ของเจ้าพนักงานเรอื นจา
ซ่ึงถูกกล่าวหาว่ากระทาการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้ต้องขังได้รับรายงานเก่ียวกับการล่วงละเมิดทางเพศ
ต่อผู้ต้องขังตามข้อ ๔ (๑) แล้วให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ผู้บัญชาการเรือนจารายงานอธิบดี
เพื่อสง่ เรื่องให้พนักงานอยั การพจิ ารณาไต่สวนชข้ี าด

ในระหว่างน้ี หากผู้บัญชาการเรือนจาเห็นว่ามีความจาเป็นที่จะต้องคุ้มครองผู้ต้องขัง ซ่ึงถูก
ล่วงละเมิดทางเพศหรือพยาน ใหจ้ ดั มาตรการรกั ษาความปลอดภัยตามความเหมาะสม และให้เจ้าพนกั งาน
เรือนจาซง่ึ ถกู ร้องเรยี นไปทาหน้าที่อ่นื เพ่อื ป้องกนั ไมใ่ ห้เขา้ ไปเก่ยี วขอ้ งหรอื ย่งุ เหยงิ กบั พยานหลกั ฐาน

ขอ้ ๖ ในกรณีท่ีมผี ู้ต้องขังหญงิ ซงึ่ ต้ังครรภ์เน่อื งจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศจากการปฏิบัติ
หน้าที่โดยมิชอบของเจ้าพนักงานเรือนจาตามข้อ ๑ (๑) ให้ผู้บัญชาการเรือนจาจัดแพทย์ พยาบาล
หรือเจ้าพนักงานเรือนจาซึ่งผ่านการอบรมด้านการพยาบาลให้คาแนะนา หรือคาปรึกษา ดูแลสุขภาพ
ทางกายและทางจิต และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด โดยอาจแยกคุมขังผู้ต้องขังหญิงคนนั้นไว้ที่
สถานพยาบาลกไ็ ด้

ขอ้ ๗ ในกรณีท่ีมีผู้ต้องขังหญิงซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศก่อนที่กรมราชทัณฑ์จะรับตัวไว้
ไมว่ า่ จะมีการตง้ั ครรภ์หรอื ไม่กต็ ามตามขอ้ ๑ (๒) ใหแ้ จง้ ด้วยวาจาหรอื ทาเปน็ หนังสือย่ืนตอ่ ผู้บญั ชาการ
เรอื นจาเพอ่ื ขอรับความช่วยเหลอื ในการดาเนนิ การ ดังต่อไปนี้

(๑) จัดแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าพนักงานเรือนจาซึ่งผ่านการอบรมด้านการพยาบาล
ให้คาแนะนาหรือคาปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลและการฟื้นฟสู ุขภาพทางกาย

(๒) จัดนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์เข้าพบปะพูดคุย รวมท้ังให้คาแนะนาหรือ
คาปรกึ ษาเก่ียวกบั การดแู ลและการฟ้ืนฟสู ุขภาพทางจติ

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๓๗ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานเุ บกษา

(๓) จัดเจ้าพนักงานเรือนจาให้คาปรึกษาในเบ้ืองต้นเก่ียวกับการให้ความช่วยเหลือ
ด้านกฎหมาย สอบถามข้อเท็จจริง หรือขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานท่ีมีหน้าท่ีเพื่อให้มี
การดาเนนิ การทางกฎหมายตอ่ ไป

การดาเนินการตามวรรคหน่ึง ให้นาความในข้อ ๔ และขอ้ ๖ มาใชบ้ ังคบั ด้วยโดยอนุโลม

ใหไ้ ว้ ณ วนั ที่ 25 กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๖3
สมศักดิ์ เทพสทุ นิ

รฐั มนตรีว่าการกระทรวงยตุ ธิ รรม

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๘๔ ก หน้า ๓๘ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานุเบกษา

หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คอื โดยทีม่ าตรา ๔๗ วรรคหน่งึ แห่งพระราชบัญญัติ
ราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติว่า ผู้ต้องขังมีสิทธิร้องเรียนเกี่ยวกับการถูกล่วงละเมิดทางเพศจากการปฏิบัติ
หน้าท่ีโดยมิชอบของเจ้าพนักงานเรือนจาได้ โดยให้ได้รับความคุ้มครองและให้คาปรึกษาในทันที รวมทั้งคาร้อง
ดงั กลา่ วต้องรักษาเปน็ ความลับและได้รบั การไตส่ วนช้ขี าดโดยพนักงานอัยการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ
เง่ือนไขที่กาหนดในกฎกระทรวง และมาตรา ๕๙ แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติว่า
ผู้ต้องขังหญิงซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยเฉพาะผู้ท่ีตั้งครรภ์จากการถูกล่วงละเมิดดังกล่าว ต้องได้รับคาแนะนา
หรือคาปรึกษาทางการแพทย์ที่เหมาะสม และต้องได้รับการสนับสนุนการดูแลสุขภาพทางกายและทางจิต
ตามความจาเป็น รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายด้วย ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไข
ท่ีกาหนดในกฎกระทรวง จึงจาเปน็ ตอ้ งออกกฎกระทรวงนี้

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๘๔ ก หน้า ๓๙ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานุเบกษา

กฎกระทรวง

การคานวณรายไดเ้ ป็นราคาเงนิ และการจ่ายเงนิ รางวัลใหแ้ กผ่ ตู้ อ้ งขัง
ซงึ่ การงานท่ไี ด้ทาน้ันกอ่ ใหเ้ กดิ รายไดซ้ ่ึงคานวณเป็นราคาเงินได้
พ.ศ. ๒๕๖๓

อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๗ วรรคหน่ึง และมาตรา ๕๐ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้
ดงั ตอ่ ไปนี้

ขอ้ ๑ ให้ยกเลิก
(๑) หมวด ๑ การจัดให้ทางาน และหมวด ๒ รางวัล ของส่วนที่ ๕ การงาน ข้อ ๕๐
ถึงข้อ ๖๕ แห่งกฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความในมาตรา ๕๘ แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์
พทุ ธศักราช ๒๔๗๙
(๒) กฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความในมาตรา ๕๘ แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์
พทุ ธศักราช ๒๔๗๙ (ฉบับท่ี ๒)
(๓) กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๕ (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติราชทัณฑ์
พุทธศกั ราช ๒๔๗๙
(๔) กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๗ (พ.ศ. ๒๕๒๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติราชทัณฑ์
พุทธศักราช ๒๔๗๙
(๕) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๒๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติราชทัณฑ์
พุทธศกั ราช ๒๔๗๙
(๖) ข้อ ๗ แหง่ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบญั ญตั ิ
ราชทัณฑ์ พทุ ธศักราช ๒๔๗๙
(๗) ขอ้ ๒ แห่งกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๑๖ (พ.ศ. ๒๕๕๘) ออกตามความในพระราชบญั ญตั ิ
ราชทัณฑ์ พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๙
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงน้ี

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๘๔ ก หน้า ๔๐ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานุเบกษา

“ทนุ ” หมายความว่า บรรดาเงิน ทรพั ย์สนิ และแรงงานทใ่ี ชใ้ นการทางานนนั้
“คา่ ใช้จ่าย” หมายความว่า บรรดาเงินท่จี ่ายเพ่อื ใหง้ านน้ันบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์
“กาไร” หมายความว่า รายได้ซึ่งเกดิ จากผลของการงานเมอ่ื ไดห้ ักทนุ และค่าใชจ้ า่ ยท่ีเกี่ยวขอ้ ง
ท้ังหมดออกแล้ว
ข้อ ๓ ในกรณีที่การงานที่ได้จัดให้ผู้ต้องขังทาน้ันก่อให้เกิดรายได้ซ่ึงคานวณเป็นราคาเงินได้
ผตู้ อ้ งขงั อาจได้รบั เงินรางวลั ตอบแทนจากการงานน้นั
การคานวณรายได้เป็นราคาเงินตามวรรคหนึ่ง ให้คานวณราคาของงานเป็นทุน ค่าใช้จ่าย
และกาไร
ขอ้ ๔ ให้ผู้บัญชาการเรือนจาจ่ายเงินรางวัลให้แก่ผู้ต้องขังร้อยละเจ็ดสิบของกาไรทั้งหมด
โดยผูต้ ้องขังจะได้รับส่วนแบง่ ตอ่ วนั คนละเทา่ ๆ กนั สว่ นที่เหลอื ใหน้ าสง่ คลงั เป็นรายได้แผ่นดนิ
ขอ้ ๕ ในการคานวณจ่ายเงินรางวัลให้แก่ผู้ต้องขัง หากมีเศษเหลืออยู่ไม่สามารถเฉล่ียจ่าย
ใหแ้ กผ่ รู้ ับได้ ให้นาสง่ คลังเป็นรายไดแ้ ผน่ ดนิ

ใหไ้ ว้ ณ วนั ที่ 25 กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๖3
สมศักด์ิ เทพสุทนิ

รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงยตุ ธิ รรม

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๔๑ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานุเบกษา

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบบั นี้ คอื โดยทมี่ าตรา ๕๐ วรรคสอง แหง่ พระราชบัญญัติ
ราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้การคานวณรายได้เป็นราคาเงินและการจ่ายเงินรางวัลให้แก่ผู้ต้องขัง
ซ่ึงการงานท่ีได้ทานั้น ก่อให้เกิดรายได้ซึ่งคานวณเป็นราคาเงินได้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข
ทกี่ าหนดในกฎกระทรวง จึงจาเปน็ ตอ้ งออกกฎกระทรวงน้ี

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๔๒ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานุเบกษา

กฎกระทรวง

การรบั เงนิ ทาขวญั ของผู้ตอ้ งขังซง่ึ ไดร้ บั บาดเจ็บ เจบ็ ปว่ ย หรือตาย เน่อื งจากการทางาน
พ.ศ. ๒๕๖๓

อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๗ วรรคหน่ึง และมาตรา ๕๑ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้

ขอ้ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
“เงินทาขวัญ” หมายความว่า เงินที่จ่ายให้แก่ผู้ต้องขังหรือทายาทของผู้ต้องขัง ซึ่งได้รับ
บาดเจบ็ เจบ็ ป่วย หรือตาย เนอ่ื งจากการทางานตามมาตรา ๔๘ หรือมาตรา ๔๙ แลว้ แต่กรณี
ข้อ ๒ ในกรณที ่ีเจา้ พนกั งานเรือนจาซง่ึ ส่ังให้ผู้ต้องขังทางานตามมาตรา ๔๘ หรือมาตรา ๔๙
แลว้ แตก่ รณี พบว่าผ้ตู ้องขังได้รับบาดเจบ็ เจ็บป่วย หรอื ตาย เนื่องจากการทางานดงั กล่าว ใหร้ ายงาน
ผ้บู ัญชาการเรอื นจาทราบโดยเรว็
ขอ้ ๓ ให้ผู้บัญชาการเรือนจาแต่งตั้งคณะทางานเพ่ือตรวจสอบสิทธิการได้รับเงินทาขวัญ
ประกอบด้วย
(๑) เจ้าพนักงานเรือนจาซ่ึงดารงตาแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชานาญการขึ้นไป หรือ
ประเภททัว่ ไป ระดบั อาวุโสข้นึ ไป จานวนหนึ่งคน เปน็ ประธานคณะทางาน
(๒) เจ้าพนักงานเรือนจาซ่ึงดารงตาแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการข้ึนไป หรือ
ประเภทท่วั ไป ระดับปฏบิ ตั งิ านขน้ึ ไป จานวนไม่นอ้ ยกว่าสองคน เปน็ คณะทางาน
ขอ้ ๔ ให้คณะทางานตามข้อ ๓ ดาเนินการตรวจสอบสิทธิของผู้ต้องขังซึ่งสมควรได้รับ
เงินทาขวัญ และรายงานผลการตรวจสอบไปยงั ผบู้ ญั ชาการเรอื นจา
ในการตรวจสอบสิทธิตามวรรคหน่ึง ให้ตรวจสอบจากรายงานของเจ้าพนักงานเรือนจา
ตามขอ้ ๒ และเอกสารอน่ื ทเ่ี กี่ยวข้อง
ขอ้ ๕ เมื่อผู้บัญชาการเรือนจาได้รับรายงานผลการตรวจสอบจากคณะทางานตามข้อ ๔ แล้ว
ให้พจิ ารณาและเสนออธบิ ดเี พอื่ พจิ ารณาอนุมตั ิการจา่ ยเงินทาขวญั

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๘๔ ก หน้า ๔๓ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานุเบกษา

ข้อ ๖ การจ่ายเงินทาขวัญ ให้จา่ ยตามหลักเกณฑ์ ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) บาดเจ็บหรอื เจ็บปว่ ยจนเป็นอนั ตรายแก่กายหรือจติ ใจ ให้จา่ ยเงินทาขวัญไม่เกินหนึ่งหม่นื บาท
(๒) บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่าย่ีสิบวัน ให้จ่าย
เงินทาขวัญไม่เกินสองหม่นื บาท
(๓) บาดเจ็บจนพิการหรือทุพพลภาพ หรือเจ็บป่วยเร้ือรังซึ่งอาจถึงตลอดชีวิต ให้จ่าย
เงินทาขวัญไม่เกนิ สี่หม่นื บาท
(๔) ตาย ให้จ่ายเงินทาขวญั ไม่เกินหน่ึงแสนสองหมืน่ บาท
ขอ้ ๗ เมื่ออธิบดีอนุมัติให้จ่ายเงินทาขวัญตามข้อ ๖ (๑) (๒) หรือ (๓) แล้ว
ให้ผู้บัญชาการเรือนจานาเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้ต้องขัง และออกใบสาคัญให้แก่ผู้ต้องขัง
ไว้เปน็ หลักฐาน
ข้อ ๘ การจ่ายเงินทาขวัญตามข้อ ๖ (๔) ให้ผู้บัญชาการเรือนจาจ่ายให้แก่ทายาท
ของผู้ต้องขังคนน้ัน หากไม่มีทายาทมาขอรับเงินดังกล่าวภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ไดร้ ับแจ้ง หรือติดต่อ
ทายาทไม่ได้ภายในหน่ึงปี นับแต่วันที่ผู้ต้องขังคนนั้นถึงแก่ความตาย ให้ผู้บัญชาการเรือนจารายงาน
อธบิ ดีเพ่ือยตุ ิเรื่อง
ให้ทายาทของผู้ต้องขังซ่ึงได้รับแจ้งจากผู้บัญชาการเรือนจาตามวรรคหน่ึง นาหลักฐาน
มาแสดงต่อเจา้ พนักงานเรือนจาเพื่อขอรบั เงนิ ทาขวญั
ขอ้ ๙ เม่ือผู้บัญชาการเรือนจาดาเนินการตามข้อ ๗ หรือข้อ ๘ แล้ว ให้รายงานอธิบดี
เพ่ือทราบ

ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ี 25 กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๖3
สมศกั ด์ิ เทพสทุ ิน

รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงยตุ ธิ รรม

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๔๔ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานเุ บกษา

หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับน้ี คือ โดยทม่ี าตรา ๕๑ วรรคหนง่ึ แหง่ พระราชบัญญัติ
ราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติว่า ผู้ต้องขังซึ่งได้รับบาดเจ็บ เจ็บป่วย หรือตาย เนื่องจากการงาน
ตามมาตรา ๔๘ หรือมาตรา ๔๙ มีสิทธิได้รับเงินทาขวัญตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่กาหนด
ในกฎกระทรวง จึงจาเป็นตอ้ งออกกฎกระทรวงน้ี

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๔๕ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานเุ บกษา

กฎกระทรวง

การสง่ ตัวผตู้ ้องขังไปรักษาตวั นอกเรอื นจา
พ.ศ. ๒๕๖๓

อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๗ วรรคหน่ึง และมาตรา ๕๕ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมโดยได้รับความเห็นชอบ
จากคณะกรรมการราชทณั ฑอ์ อกกฎกระทรวงไว้ ดังตอ่ ไปน้ี

ขอ้ ๑ ให้ยกเลกิ ข้อ ๓๘ ขอ้ ๓๙ และขอ้ ๗๓ แห่งกฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความ
ในมาตรา ๕๘ แห่งพระราชบัญญตั ริ าชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙

ข้อ ๒ เม่ือผู้บัญชาการเรือนจาได้รับรายงานจากเจา้ พนกั งานเรือนจาว่า ผู้ต้องขังคนใดปว่ ย
มีปัญหาเก่ยี วกบั สขุ ภาพจิต หรือเป็นโรคติดต่อ ให้ส่งตวั ผู้ตอ้ งขงั คนนนั้ ไปรบั การตรวจในสถานพยาบาล
ของเรือนจาโดยเร็ว ถ้าผู้ต้องขังคนน้ันต้องได้รับการบาบัดรักษาเฉพาะด้านหรือถ้าคงรักษาพยาบาล
อยู่ในเรอื นจาจะไมท่ ุเลาดขี ้ึน ให้ดาเนินการ ดงั ตอ่ ไปนี้

(๑) กรณีผู้บัญชาการเรือนจาอนุญาตให้ส่งตัวผู้ต้องขังคนนั้นไปรับการรักษาใน
สถานบาบัดรักษาสาหรับโรคชนดิ นนั้ โดยเฉพาะ โรงพยาบาล หรือสถานบาบัดรักษาทางสุขภาพจิตของรฐั
นอกเรือนจา ตามท่ีแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าพนักงานเรอื นจาซึ่งผ่านการอบรมด้านการพยาบาลเสนอ
ใหเ้ จา้ พนกั งานเรอื นจาพาผูต้ ้องขังคนน้ันไปและกลับในวนั เดียวกนั

(๒) เม่ือผู้บัญชาการเรือนจาอนุญาตให้ส่งตัวผู้ต้องขังไปรับการรักษานอกเรือนจาตาม (๑)
หากแพทย์ผู้ทาการตรวจรักษามีความเห็นว่า สมควรรับตัวผู้ต้องขังคนนั้นไว้รักษาในสถานบาบัดรักษา
สาหรับโรคชนิดนน้ั โดยเฉพาะ โรงพยาบาล หรอื สถานบาบดั รักษาทางสขุ ภาพจติ ของรัฐ ใหเ้ จา้ พนักงาน
เรือนจาซึ่งพาผู้ต้องขังคนนั้นไปตรวจรักษาขอหลักฐานและความเห็นของแพทย์ผู้ทาการตรวจรักษา
ประกอบการจัดทารายงานเสนอผู้บัญชาการเรือนจาพิจารณา ถ้าผู้บัญชาการเรือนจาเห็นด้วยกับ
ความเหน็ ของแพทยผ์ ้ทู าการตรวจรกั ษา ใหม้ ีคาสั่งอนญุ าตใหร้ บั ตัวไว้รักษา

(๓) กรณีผู้บัญชาการเรอื นจาไม่เห็นดว้ ยกับความเห็นของแพทย์ผู้ทาการตรวจรักษาตาม (๒)
หรือมีเหตุฉุกเฉินอื่นอันอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตหรือความปลอดภัยของผู้ต้องขัง ให้เจ้าพนักงาน

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๔๖ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานเุ บกษา

เรือนจานาตัวผู้ต้องขังคนน้ันกลับเข้ารักษาพยาบาลภายในเรือนจา และจัดการช่วยเหลือประการอ่ืนเท่าที่
จาเปน็ แลว้ รายงานอธิบดีโดยเร็ว พร้อมกบั สาเนาความเห็นของแพทยแ์ ละสาเนาหลักฐานอน่ื ทีเ่ ก่ียวข้อง

(๔) กรณีท่ีผู้บัญชาการเรือนจามีข้อสงสัยเก่ียวกับรายงานของเจ้าพนักงานเรือนจาตาม (๒)
อาจสั่งให้เจ้าพนักงานเรือนจาทารายงานเพิ่มเติม หรือส่ังให้เจ้าพนักงานเรือนจาคนอ่ืน หรือ
ต้งั คณะทางานเพอ่ื ตรวจสอบและทารายงานกไ็ ด้

ขอ้ ๓ การส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจา ให้ผู้บัญชาการเรือนจาพิจารณา
สถานบาบัดรักษาสาหรับโรคชนดิ นน้ั โดยเฉพาะ โรงพยาบาล หรือสถานบาบัดรักษาทางสุขภาพจิตของรัฐ
ตามสิทธิการรักษาของผู้ต้องขังและอยู่ในพ้ืนที่ท่ีสามารถส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาได้เป็นลาดับแรก
เว้นแต่แพทย์ผู้ทาการตรวจรักษามีความเห็นให้ส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาในโรงพยาบาลเอกชน
เพราะสถานทีร่ กั ษาของรัฐดังกล่าวขาดเครอ่ื งมอื หรืออุปกรณใ์ นการรกั ษาผู้ต้องขงั

ในกรณีท่ีสถานท่ีรักษาของรัฐตามวรรคหน่ึงอยู่ห่างไกล และหากผู้ต้องขังไม่ได้รับการรักษา
อย่างทันท่วงทีอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตหรือทุพพลภาพ ให้ส่งตัวผู้ต้องขังคนนั้นไปรักษา
ในโรงพยาบาลเอกชน เม่ือผู้ต้องขังพ้นขีดอันตรายแล้ว ให้รีบส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาในสถานที่รักษา
ของรฐั ตามวรรคหน่งึ โดยเรว็

ขอ้ ๔ เมื่อผู้บัญชาการเรือนจาอนุญาตให้ส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจา
ให้ดาเนินการ ดังตอ่ ไปนี้

(๑) จัดเจ้าพนกั งานเรอื นจาอย่างนอ้ ยจานวนสองคนควบคมุ ผู้ตอ้ งขังป่วยหน่ึงคนให้อยู่ภายใน
เขตท่ีกาหนด เว้นแต่การออกนอกเขตนน้ั เป็นกรณีจาเป็นเร่งด่วนตามคาสั่งแพทย์ หรือกรณีมีเหตฉุ ุกเฉินอนื่
อันอาจเป็นอันตรายถงึ แก่ชีวติ หรือความปลอดภัยของผู้ต้องขัง ในกรณีท่ีมีผู้ต้องขังป่วยมากกว่าหน่งึ คน
ใหจ้ ดั เจา้ พนกั งานเรอื นจาควบคมุ ในอัตราส่วนตามความเหมาะสม โดยให้คานงึ ถึงความเส่ียงในการหลบหนี
หรือความปลอดภัยของบุคคลภายนอกประกอบด้วย กรณีผู้ต้องขังหญิงป่วย ให้เจ้าพนักงานเรือนจาหญิง
เป็นผู้ควบคุม เว้นแต่ในกรณีฉุกเฉินหรือจาเป็นไม่อาจจัดเจ้าพนักงานเรือนจาหญิงไปควบคุมได้
ให้เจ้าพนักงานเรือนจาชายเป็นผู้ควบคุมในระยะท่ีห่างแต่สามารถมองเห็นพฤติกรรมของผู้ต้องขังหญิง
ซึ่งป่วยได้ และแจ้งให้เจ้าหนา้ ท่ีของสถานท่ีรักษาผตู้ อ้ งขงั ตามขอ้ ๓ ทราบ ท้ังน้ี ให้ผู้บัญชาการเรือนจา
จดั เจา้ พนกั งานเรอื นจาหญงิ ไปควบคุมแทนโดยเร็ว

(๒) ตรวจสอบสทิ ธิการรักษาของผตู้ ้องขงั ให้เปน็ ไปตามที่ทางราชการจัดให้ และห้ามผูต้ อ้ งขงั
เข้าอยู่ในห้องพักพิเศษแยกจากผู้ป่วยทั่วไป เว้นแต่ต้องพักรักษาตัวในห้องควบคุมพิเศษตามที่สถานที่
รกั ษาผูต้ อ้ งขงั ตามข้อ ๓ จดั ให้

(๓) ให้เจ้าพนักงานเรือนจาซ่ึงมีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังตรวจสอบและควบคุมการรับประทาน
อาหารให้เป็นไปตามที่สถานที่รักษาผู้ต้องขังตามข้อ ๓ จัดให้ การรับประทานอาหารส่วนตัวนอกจาก
ท่จี ัดให้ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเรือนจาซึง่ มหี นา้ ที่ควบคุมผู้ตอ้ งขงั และผ่านการตรวจของแพทย์

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๔๗ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานเุ บกษา

หรือพยาบาลแล้ว และให้บันทึกรายละเอียดของอาหารและผู้ทาอาหารให้ครบถ้วนและสามารถ
ตรวจสอบได้

(๔) ให้เจ้าพนักงานเรือนจาซึ่งมีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังจดบันทึกข้อมูลผู้เข้าเย่ียม และเวลา
เข้าเยี่ยมโดยละเอยี ด และดแู ลให้ผเู้ ขา้ เยยี่ มปฏิบตั ิตามระเบยี บว่าดว้ ยการเย่ียมผตู้ อ้ งขงั ในเรือนจา

ในการควบคุมตัวผู้ต้องขังตามวรรคหนึ่ง ผู้บัญชาการเรือนจาอาจใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
หรืออปุ กรณ์อืน่ ใดตามความเหมาะสมก็ได้

ข้อ ๕ ผ้ตู อ้ งขงั ซ่ึงไดร้ ับอนุญาตให้ออกไปรักษาตัวนอกเรอื นจา ต้องปฏบิ ตั ิตัว ดังตอ่ ไปนี้
(๑) อยู่ภายในเขตที่กาหนด เว้นแต่การออกนอกเขตเป็นกรณจี าเป็นเรง่ ด่วนตามคาส่ังแพทย์
หรือกรณีมีเหตุฉุกเฉนิ อื่นอันอาจเป็นอนั ตรายถึงแก่ชวี ิตหรอื ความปลอดภัยของผตู้ ้องขงั
(๒) ใชส้ ิทธขิ องผู้ตอ้ งขังตามท่ที างราชการจัดใหแ้ ละหา้ มเขา้ อยู่ในหอ้ งพกั พิเศษแยกจากผู้ป่วย
ทัว่ ไป เว้นแตต่ อ้ งพกั รกั ษาตัวในหอ้ งควบคมุ พเิ ศษตามที่สถานท่ีรกั ษาผ้ตู ้องขังตามขอ้ ๓ จดั ให้
(๓) รบั ประทานอาหารตามที่สถานที่รกั ษาผู้ต้องขงั ตามข้อ ๓ จดั ให้ การรบั ประทานอาหาร
ส่วนตัวนอกจากที่จัดให้ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเรือนจา ซ่ึงมีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังและ
ผา่ นการตรวจของแพทยห์ รือพยาบาลแลว้
ข้อ ๖ ในกรณีท่ีผู้ต้องขังเจ็บป่วยร้ายแรงหรือประสบอุบัติเหตุขณะอยู่นอกเรือนจา และ
หากผู้ตอ้ งขงั ไม่ได้รบั การรักษาอย่างทันทว่ งทอี าจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตหรือทุพพลภาพได้ ใหเ้ จา้ พนักงาน
เรือนจาซึ่งมีหน้าท่ีควบคุมผู้ต้องขังรายงานผู้บัญชาการเรือนจาเพ่ือพิจารณา โดยให้ระบุรายละเอียด
เก่ียวกบั ผตู้ อ้ งขัง อาการปว่ ยเจ็บ และโรงพยาบาลทีจ่ ะทาการตรวจรกั ษา เมื่อผู้บัญชาการเรือนจาอนุญาต
ให้จัดเจ้าพนักงานเรือนจาดูแลและควบคุมผู้ต้องขังในโรงพยาบาล หากเป็นกรณีท่ีผู้ต้องขังไปศาล
ใหร้ ายงานศาลเพือ่ ทราบดว้ ย
ในกรณีเร่งด่วนอันอาจเปน็ อันตรายถงึ แก่ชีวติ หรือความปลอดภัยของผูต้ ้องขงั ให้เจ้าพนักงาน
เรือนจาซึ่งมีหน้าท่ีควบคุมผู้ต้องขังนาตัวผู้ต้องขังคนน้ันส่งโรงพยาบาลเพื่อทาการตรวจรักษาก่อน และ
รายงานผ้บู ัญชาการเรือนจาโดยทนั ที
ขอ้ ๗ กรณีผู้ต้องขังต้องพักรักษาตัวที่สถานที่รักษาผู้ต้องขังตามข้อ ๓ เป็นเวลานาน
ให้ผูบ้ ัญชาการเรือนจาดาเนนิ การ ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) พักรักษาตัวเกินกว่าสามสิบวัน ให้มีหนังสือขอความเห็นชอบจากอธิบดี พร้อมกับ
ความเหน็ ของแพทย์ผ้ทู าการรักษาและหลกั ฐานอ่ืนที่เกยี่ วขอ้ ง
(๒) พักรักษาตัวเกินกว่าหกสิบวัน ให้มีหนังสือขอความเห็นชอบจากอธิบดี พร้อมกับ
ความเหน็ ของแพทย์ผู้ทาการรักษาและหลักฐานอน่ื ท่ีเก่ียวขอ้ ง และรายงานใหป้ ลัดกระทรวงทราบ
(๓) พักรักษาตัวเกินกว่าหนึง่ ร้อยย่ีสิบวัน ให้มีหนังสือขอความเห็นชอบจากอธบิ ดี พร้อมกบั
ความเห็นของแพทยผ์ ู้ทาการรกั ษาและหลักฐานอน่ื ท่ีเกี่ยวข้อง และรายงานให้รฐั มนตรที ราบ

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๔๘ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานุเบกษา

ในกรณีที่ผู้บัญชาการเรอื นจาเห็นเป็นการสมควรเพ่ือความปลอดภัยของผู้ต้องขงั มาตรการควบคมุ
หรือเหตุผลในการรักษา ให้รายงานอธิบดีเพ่ือขอย้ายผู้ต้องขังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสังกัด
กรมราชทณั ฑห์ รือสถานพยาบาลอื่นท่ีเหมาะสม

ข้อ ๘ ในกรณีที่ผู้ต้องขังฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเง่ือนไขที่กาหนดหรือขัดคาส่ังเจ้าพนักงาน
เรือนจาซง่ึ มหี น้าที่ควบคุมผู้ตอ้ งขัง ให้เจ้าพนักงานเรือนจาตักเตือนให้ปฏิบตั ติ ามเงอ่ื นไขหรือคาสง่ั น้นั ก่อน
หากผู้ต้องขังยังคงฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ให้รายงานผู้บัญชาการเรือนจา และรายงานให้แพทย์
ผู้ทาการตรวจรักษาพิจารณาส่ังการตามท่เี หน็ สมควร

ใหไ้ ว้ ณ วนั ที่ 25 กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๖3
สมศกั ดิ์ เทพสุทนิ

รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงยุตธิ รรม

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๔๙ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานุเบกษา

หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบบั น้ี คอื โดยทีม่ าตรา ๕๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ
ราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้ผู้ต้องขังซ่ึงป่วย มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต หรือเป็นโรคติดต่อ
ต้องได้รับการบาบัดรักษาเฉพาะด้านหรือถ้าคงรักษาพยาบาลอยู่ในเรือนจาจะไม่ทุเลาดีขึ้น ให้ส่งตัวผู้ต้องขัง
ดังกล่าวไปยังสถานบาบัดรักษาสาหรับโรคชนิดน้ันโดยเฉพาะ โรงพยาบาล หรือสถานบาบัดรักษาทางสุขภาพจิต
นอกเรือนจาต่อไป ทั้งน้ี หลักเกณฑ์และวิธีการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจา ระยะเวลาการรักษาตัว
รวมท้ังผ้มู อี านาจอนญุ าต ใหเ้ ปน็ ไปตามที่กาหนดในกฎกระทรวงโดยไดร้ ับความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการราชทัณฑ์
จึงจาเปน็ ตอ้ งออกกฎกระทรวงน้ี

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๕๐ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานเุ บกษา

กฎกระทรวง

กำหนดทรพั ยส์ นิ ของผตู้ อ้ งขงั เป็นสง่ิ ของทีอ่ นุญำตหรอื ไม่อนญุ ำตใหเ้ ก็บรกั ษำไว้ในเรือนจำ
พ.ศ. ๒๕๖๓

อำศัยอำนำจตำมควำมในมำตรำ ๗ วรรคหนึ่ง และมำตรำ ๖๒ วรรคหนึ่ง
แห่งพระรำชบัญญัติรำชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้
ดงั ต่อไปนี้

ข้อ ๑ ใหย้ กเลิก
(๑) หมวด ๑ ส่ิงของตอ้ งหำ้ ม หมวด ๒ สิ่งของท่ีอนุญำต และหมวด ๓ ส่ิงของอยำ่ งอื่น
ของส่วนที่ ๘ ทรัพย์สินของผู้ต้องขัง ข้อ ๑๒๗ ข้อ ๑๒๘ ข้อ ๑๒๙ ข้อ ๑๓๐ และข้อ ๑๓๑
แห่งกฎกระทรวงมหำดไทยออกตำมควำมในมำตรำ ๕๘ แห่งพระรำชบัญญตั ริ ำชทัณฑ์ พทุ ธศกั รำช ๒๔๗๙
(๒) ขอ้ ๓ แหง่ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๔๗) ออกตำมควำมในพระรำชบญั ญตั ิ
รำชทณั ฑ์ พทุ ธศักรำช ๒๔๗๙
ขอ้ ๒ ทรัพย์สินดังต่อไปน้ีเป็นสิ่งของที่อนุญำตให้ผู้ต้องขังเก็บรักษำไว้ในเรือนจำ แต่ต้องมี
ปริมำณหรือจำนวนไม่เกนิ กวำ่ ท่ีอธบิ ดีอนญุ ำต
(๑) ส่ิงของเกี่ยวกับกำรรกั ษำอนำมัย เชน่ แปรงสฟี นั ยำสีฟนั สบู่ หวี ผ้ำเชด็ ตวั
(๒) อำหำรทปี่ รงุ แลว้ เสรจ็ ซึง่ อนุญำตใหผ้ ตู้ ้องขังรับประทำนได้
(๓) สิ่งของอ่ืนท่ีได้รับอนุญำตจำกผู้บัญชำกำรเรือนจำและผู้ต้องขังได้ปฏิบัติตำมเง่ือนไขท่ี
ผู้บัญชำกำรเรือนจำกำหนด
ข้อ ๓ ทรัพย์สินดังต่อไปนีเ้ ปน็ ส่ิงของทไ่ี ม่อนุญำตใหผ้ ตู้ อ้ งขงั เกบ็ รักษำไว้ในเรือนจำ
(๑) สิ่งของทีม่ สี ภำพเป็นของสด เสยี งำ่ ยหรือของอันตรำยหรือโสโครก
(๒) ผลิตภณั ฑ์ยำสบู ตำมกฎหมำยวำ่ ดว้ ยกำรควบคุมผลติ ภัณฑย์ ำสบู
(๓) ส่ิงของท่ีมีขนำด น้ำหนัก ปริมำณ จำนวน หรือสภำพ อันจะเก็บรักษำไว้
ในเรอื นจำไมไ่ ด้

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๕๑ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานเุ บกษา

(๔) วัตถุ เอกสำร สิ่งพิมพ์ หรือส่ิงอ่ืนใดท่ีส่ือไปในทำงลำมกอนำจำร หรืออำจก่อให้เกิด
ควำมไมส่ งบเรยี บร้อยหรือเสื่อมเสียต่อศลี ธรรมอนั ดี

(๕) ส่งิ ของอน่ื ที่มลี กั ษณะทำนองเดียวกบั (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ตำมทอี่ ธิบดีกำหนด

ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ี 25 กันยำยน พ.ศ. ๒๕๖3
สมศักด์ิ เทพสุทิน

รฐั มนตรวี ำ่ กำรกระทรวงยตุ ธิ รรม

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๕๒ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานเุ บกษา

หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยท่ีมำตรำ ๖๒ วรรคหน่ึง
แห่งพระรำชบัญญัติรำชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้ทรัพย์สินของผู้ต้องขังชนิดใดจะเป็นส่ิงของที่อนุญำต
หรือไม่อนุญำตให้เก็บรักษำไว้ในเรือนจำ ให้เป็นไปตำมท่ีกำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้อ งออก
กฎกระทรวงน้ี

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๘๔ ก หน้า ๕๓ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานุเบกษา

กฎกระทรวง

การดาเนนิ การทางวนิ ัยผ้ตู อ้ งขัง
พ.ศ. ๒๕๖๓

อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๗ วรรคหน่ึง และมาตรา ๖๙ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้
ดงั ตอ่ ไปนี้

ข้อ ๑ ให้ยกเลกิ
(๑) หมวด ๕ การลงโทษฐานผิดวินัย ของสว่ นที่ ๗ วนิ ัยของผูต้ อ้ งขัง ขอ้ ๙๙ ถงึ ข้อ ๑๑๙
แห่งกฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความในมาตรา ๕๘ แหง่ พระราชบญั ญตั ริ าชทณั ฑ์ พทุ ธศักราช ๒๔๗๙
(๒) ข้อ ๔ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๒๑) ออกตามความในพระราชบญั ญัติ
ราชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙
(๓) ข้อ ๔ และข้อ ๕ แห่งกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๑๔ (พ.ศ. ๒๕๕๓) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙
ข้อ ๒ เม่ือเจ้าพนักงานเรือนจาพบเห็นหรือทราบว่าผู้ต้องขังกระทาผิดวินัย ให้ทาบันทึก
รายงานพฤติการณ์แห่งการกระทาท่ีกล่าวหา หรือเป็นท่ีสงสัยว่ากระทาผิด ช่ือตัว และชื่อสกุล
ของผู้กระทาผดิ วนั เวลา และสถานที่เกดิ เหตุ และพยานหลักฐานท่เี กี่ยวข้องเทา่ ท่ีมี หรือรวบรวมได้
เสนอผูบ้ ังคับบญั ชาเหนอื ตนข้นึ ไปทราบ และเสนอผ้บู ญั ชาการเรือนจาพิจารณา
ข้อ ๓ เม่ือผู้บัญชาการเรือนจาได้รับบันทึกรายงานพฤติการณ์ตามข้อ ๒ แล้ว ให้แต่งตั้ง
เจ้าพนักงานเรือนจาจานวนไม่น้อยกว่าสามคนแต่ไม่เกินห้าคน เพ่ือสอบสวนการกระทาผดิ วินยั เวน้ แต่
การกระทาผดิ น้ันมกี ระบวนการในการพิจารณาลงโทษเปน็ การเฉพาะ
ข้อ ๔ ให้เจ้าพนักงานเรือนจาซ่ึงได้รับการแต่งตั้งตามข้อ ๓ แจ้งข้อกล่าวหา ให้ผู้ต้องขัง
ซึง่ ถกู กล่าวหาทราบ พรอ้ มท้ังสอบถามวา่ จะให้การรบั สารภาพหรอื ปฏิเสธ และให้จัดทาบันทกึ คาให้การ
ดังกล่าวไว้ รวมท้ังเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และนาพยานหลักฐานมาแสดง
เพอ่ื ประกอบคาให้การต่อส้ไู ด้อยา่ งเตม็ ที่

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๘๔ ก หน้า ๕๔ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานุเบกษา

ข้อ ๕ เจ้าพนักงานเรือนจาซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามข้อ ๓ ต้องดาเนินการสอบสวน
และรวบรวมพยานหลักฐานที่เกีย่ วข้องใหแ้ ล้วเสรจ็ โดยไม่ชกั ช้า แล้วเสนอความเหน็ ตอ่ ผู้บญั ชาการเรือนจา
ถงึ พฤตกิ ารณแ์ หง่ การกระทาผิดวินัย รวมทัง้ โทษทจี่ ะลงแกผ่ ้ตู ้องขัง

การดาเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานเรอื นจาดาเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา
ท่อี ธิบดีกาหนด

ขอ้ ๖ ผู้บัญชาการเรือนจามีอานาจลงโทษทางวินัยผู้ต้องขังซึ่งกระทาผิดวินัยตามท่ีบัญญัติ
ไวใ้ นมาตรา ๖๙

คาสัง่ ลงโทษทางวินยั ให้มีผลนับแตว่ ันท่ีผตู้ อ้ งขงั ได้รบั แจง้ คาสงั่
ข้อ ๗ ในกรณีท่ีเจ้าพนักงานเรือนจาเห็นว่า ผู้ต้องขังซึ่งจะได้รับโทษหรืออยู่ระหว่าง
การลงโทษทางวนิ ยั ตามมาตรา ๖๙ เจ็บปว่ ยหรอื มเี หตุจาเปน็ อื่นใดทสี่ มควรเพกิ ถอน เปลี่ยนแปลง งด
หรือรอการลงโทษ ใหร้ ายงานไปยังผบู้ ัญชาการเรอื นจา
เม่ือผู้บัญชาการเรือนจาได้รับรายงานตามวรรคหน่ึง อาจเรียกเจ้าพนักงานเรือนจา หรือ
ผู้ต้องขังมาชี้แจงเพ่ือประกอบการพิจารณาเพิกถอน เปล่ียนแปลง งด หรือรอการลงโทษก็ได้
และเม่ือผู้บัญชาการเรือนจาได้พิจารณาและมีคาสั่งประการใดแล้ว ให้เจ้าพนักงานเรือนจาปฏิบัติ
ตามคาสง่ั และบนั ทกึ เหตแุ ห่งการเพิกถอน เปลย่ี นแปลง งด หรอื รอการลงโทษ
คาส่ังของผ้บู ัญชาการเรอื นจาตามวรรคสอง ใหเ้ ป็นทสี่ ดุ
ข้อ ๘ ให้ผู้บัญชาการเรอื นจาภาคทัณฑ์ผตู้ อ้ งขงั ซง่ึ กระทาผดิ วนิ ยั ไมร่ า้ ยแรง และไดส้ านกึ ถงึ
ความผดิ ท่ีได้กระทาไปแลว้
การภาคทัณฑ์ตามวรรคหนงึ่ ให้กระทาโดยวิธเี รียกตวั ผู้ต้องขังมาวา่ กลา่ วสั่งสอน ให้ประพฤตติ วั
อย่ใู นวินัย
ข้อ ๙ ให้ผูบ้ ญั ชาการเรือนจางดการเลอ่ื นชน้ั ผตู้ ้องขงั ซ่ึงกระทาผดิ ดงั ต่อไปนี้
(๑) ประพฤติผิดระเบียบหรือข้อบังคับอันมีไว้สาหรับการเย่ียมเยียนหรือติดต่อกับ
บคุ คลภายนอก
(๒) นาสิ่งของซึ่งมิใชข่ องตนเขา้ หรอื ออกจากเรอื นจาโดยไม่ได้รบั อนุญาต
(๓) ทาใหเ้ กดิ เหตุตดิ ขัดในการงานของผูต้ อ้ งขังคนอื่นโดยประมาท
(๔) ทาให้ทรัพย์สินของทางราชการหรอื ของผู้อ่นื เสียหาย
(๕) กระทาผดิ เก่ียวกบั ส่ิงของต้องหา้ มตามมาตรา ๗๒ หรือมาตรา ๗๓
ขอ้ ๑๐ ใหผ้ ้บู ญั ชาการเรือนจาลดชัน้ ผตู้ ้องขังซ่ึงกระทาผดิ ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) จงใจทาใหเ้ กิดเหตตุ ดิ ขดั ในการงานของผู้ต้องขงั คนอ่ืน
(๒) จงใจทาใหท้ รพั ยส์ ินของทางราชการหรือของผ้อู น่ื เสียหาย
(๓) กระดา้ งกระเดอ่ื งต่อเจ้าพนกั งานเรอื นจา

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๕๕ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานเุ บกษา

(๔) พยายามหลบหนี
(๕) ทาร้ายหรือพยายามทารา้ ยรา่ งกายผู้อ่นื
(๖) ก่อการทะเลาะววิ าท
(๗) เล่นการพนัน
(๘) เสพของมึนเมา
(๙) กระทาผิดเกีย่ วกับส่ิงของตอ้ งห้ามตามมาตรา ๗๒ หรือมาตรา ๗๓
ขอ้ ๑๑ การลดชั้นผู้ต้องขังตามข้อ ๑๐ ให้ลดตามลาดับคร้ังละหน่ึงชั้น เว้นแต่กรณี
ดังต่อไปนี้
(๑) ประพฤติผิดเงื่อนไขการคุมประพฤติและได้ตัวกลับคืนมา ไม่ว่าขณะที่ปล่อยตัวนักโทษ
เดด็ ขาดคนนน้ั เพอื่ คมุ ประพฤติจะเป็นนกั โทษเดด็ ขาดช้นั ใด ใหล้ ดชนั้ เปน็ ชั้นต้องปรบั ปรุง
(๒) เสพยาเสพตดิ ให้ลดชัน้ เป็นชนั้ ตอ้ งปรับปรุงมาก
(๓) กระทาผดิ เกยี่ วกบั สง่ิ ของต้องห้ามตามมาตรา ๗๒ (๑) หรอื (๖) หรือร่วมกันกระทาผดิ
ท้ังในฐานะตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน หรือผู้ได้รับประโยชน์จากส่ิงของดังกล่าว ให้ลดชั้นเป็น
ช้นั ตอ้ งปรบั ปรุงมาก
(๔) หลบหนีไปและได้ตัวกลับคืนมา ไม่ว่าก่อนหลบหนีนักโทษเด็ดขาดคนน้ันจะเป็นนักโทษ
เดด็ ขาดช้นั ใด ให้ลดชนั้ เปน็ ช้ันตอ้ งปรบั ปรงุ มาก
(๕) ทาร้ายร่างกายเจ้าพนักงานเรือนจา เจ้าหน้าท่ีของรัฐซึง่ เขา้ ไปปฏิบัติหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติ
หนา้ ท่ีอยูใ่ นเรือนจา ให้ลดชัน้ เปน็ ช้ันตอ้ งปรบั ปรงุ มาก
(๖) ฆ่าผู้อื่น ก่อการทะเลาะวิวาท หรือทาร้ายร่างกายผู้อ่ืน ให้ลดช้ันนักโทษเด็ดขาด
ดงั ต่อไปนี้

(ก) ฆ่าผู้อื่น ก่อการทะเลาะวิวาท หรือทาร้ายร่างกายผูอ้ ื่นจนเป็นเหตุให้ถงึ แก่ความตาย
ให้ลดชน้ั เปน็ ชนั้ ต้องปรับปรุงมาก

(ข) ก่อการทะเลาะวิวาทหรือทาร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส
ให้ลดชั้นสองช้ัน เว้นแต่นักโทษเด็ดขาดคนนั้นเป็นนักโทษเด็ดขาดช้ันต้องปรับปรุง ให้ลดช้ันเป็น
ชน้ั ตอ้ งปรับปรุงมาก

(๗) กรณอี นื่ ตามท่ีรฐั มนตรีประกาศกาหนด
ข้อ ๑๒ ให้ผู้บัญชาการเรือนจาตัดการอนุญาตให้ได้รับการเย่ียมเยียนหรือติดต่อ
กบั บุคคลภายนอกแก่ผตู้ อ้ งขังซ่ึงกระทาผดิ ดังต่อไปนี้
(๑) ประพฤติผิดระเบียบหรือข้อบังคับอันมีไว้สาหรับการเยี่ยมเยียนหรือติดต่อ
กบั บคุ คลภายนอก
(๒) นาสิ่งของซง่ึ มิใชข่ องตนเขา้ หรือออกจากเรอื นจาโดยไม่ไดร้ ับอนญุ าต

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๘๔ ก หน้า ๕๖ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานุเบกษา

(๓) กระทาผิดเกยี่ วกบั สิ่งของต้องห้ามตามมาตรา ๗๒ หรอื มาตรา ๗๓
(๔) พยายามหลบหนหี รือหลบหนีไปแลว้ แตไ่ ดต้ วั กลบั คนื มา
ขอ้ ๑๓ ให้ผ้บู ญั ชาการเรือนจาลดประโยชน์และรางวลั แก่ผู้ต้องขังซึ่งกระทาผดิ ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) ละทิ้งหรือเพกิ เฉยตอ่ การงานอนั เปน็ หน้าที่
(๒) ทาใหท้ รพั ยส์ ินของผู้อน่ื เสยี หาย
(๓) ก่อการทะเลาะววิ าทในขณะทาการงาน
การลดประโยชน์และรางวัลตามวรรคหนึ่ง ใหพ้ ึงลดเพียงอยา่ งเดียวตามทเ่ี ห็นสมควร
ข้อ ๑๔ ให้ผู้บัญชาการเรือนจางดประโยชน์และรางวัลแก่ผู้ต้องขังซึ่งกระทาผิดตามข้อ ๑๓
โดยเจตนาและมคี วามเสียหายเกิดขน้ึ และจะงดเพียงอยา่ งเดียวกไ็ ด้
ข้อ ๑๕ ให้ผูบ้ ัญชาการเรือนจาขงั เดีย่ วผตู้ อ้ งขังซ่งึ กระทาผดิ ดงั ต่อไปนี้
(๑) เล่นการพนันโดยเป็นเจ้ามือหรอื สมคบกบั ผูอ้ ืน่ เลน่ การพนันต้ังแตส่ องครั้งขึน้ ไป
(๒) ทะเลาะวิวาทตงั้ แต่สองครง้ั ขนึ้ ไป
(๓) เสพยาเสพตดิ
(๔) กระทาผิดเก่ยี วกบั สง่ิ ของต้องหา้ มตามมาตรา ๗๒ (๑) หรอื (๖) หรอื รว่ มกันกระทาผดิ
ทง้ั ในฐานะตวั การ ผใู้ ช้ ผู้สนับสนนุ หรอื ผูไ้ ดร้ ับประโยชนจ์ ากส่ิงของดังกล่าว
(๕) พยายามหลบหนหี รอื หลบหนไี ปแล้วแตไ่ ดต้ วั กลับคนื มา
(๖) ทาร้ายรา่ งกายผ้อู ื่นจนเป็นเหตใุ ห้ไดร้ ับอันตรายสาหัสหรือถงึ แก่ความตาย
(๗) กระด้างกระเดอ่ื งตอ่ เจ้าพนักงานเรือนจาซึ่งมีตาแหน่งต้ังแต่ชัน้ พศั ดีขน้ึ ไป
การขังเดีย่ วตามวรรคหนง่ึ ใหก้ ระทาโดยวิธีแยกผู้ต้องขงั ซึง่ กระทาผิดจากผตู้ อ้ งขงั อน่ื และคมุ ขงั
ไวใ้ นท่ที จ่ี ดั ขึ้นเป็นพเิ ศษ และหา้ มการติดตอ่ หรอื พูดจากับผูอ้ ่ืน เวน้ แต่เปน็ สทิ ธติ ามท่กี ฎหมายกาหนด
ให้พัศดีจัดให้มีผู้คอยตรวจการขังเดี่ยวให้เป็นไปตามวรรคสอง ในกรณีท่ีผู้ต้องขังมีอาการ
เจ็บป่วย ให้มีการรักษาพยาบาล
หากการกระทาผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นความผิดที่จะต้องถูกลงโทษตามข้ออื่นด้วย ให้ลงโทษ
ตามข้อน้ันกอ่ น แลว้ จงึ ลงโทษขงั เด่ียวอกี สถานหนึ่ง
การลงโทษขังเด่ียวให้กระทาได้ไม่เกินหนึ่งเดือน ถ้าขังเด่ียวเกินกว่าสิบห้าวัน ให้กระทา
ต่อเน่อื งไดค้ รั้งละไม่เกนิ สิบห้าวัน โดยมีระยะเวลาเวน้ ช่วงในแต่ละครง้ั ไมน่ ้อยกวา่ ห้าวนั
ขอ้ ๑๖ นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจาคุกแล้ว ให้ผู้บัญชาการเรือนจา
ตดั จานวนวันท่ไี ด้รบั การลดวนั ตอ้ งโทษจาคกุ ในกรณีทก่ี ระทาผดิ ดังต่อไปน้ี
(๑) ไมเ่ กินสิบห้าวนั

(ก) ฝ่าฝืนระเบยี บหรอื ข้อบังคับของเรือนจา
(ข) เลน่ การพนนั

เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘๔ ก หน้า ๕๗ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานเุ บกษา

(ค) ก่อการทะเลาะวิวาทกับผู้ตอ้ งขงั
(ง) กระด้างกระเดอ่ื งต่อเจ้าพนกั งานเรือนจา
(๒) ต้ังแตส่ บิ หา้ วันแต่ไม่เกนิ สามสิบวัน
(ก) ละทิง้ หรอื เพกิ เฉยต่อการงานอันเป็นหนา้ ท่ี
(ข) พยายามทาให้ผอู้ ่ืนหรือกจิ การของเรอื นจาเสียหาย
(ค) ทะเลาะวิวาทตงั้ แต่สองครง้ั ขึน้ ไป
(ง) ทาร้ายหรือพยายามทาร้ายผู้อ่นื
(๓) ต้งั แตส่ ามสิบวันแตไ่ มเ่ กินหกสบิ วนั
(ก) ไม่ปฏบิ ัติตามคาสงั่ ที่ชอบด้วยกฎหมายของเจา้ พนกั งานเรอื นจา
(ข) กระทาผิดเกีย่ วกับส่ิงของตอ้ งหา้ มตามมาตรา ๗๒ หรือมาตรา ๗๓
(ค) สมคบกับผู้อื่นก่อความไม่สงบเรียบรอ้ ยขน้ึ
(ง) จงใจทาให้ผู้อืน่ หรอื กิจการของเรือนจาเสียหาย
(จ) พยายามหลบหนหี รอื หลบหนีไปแล้วแต่ได้ตวั กลับคนื มา
(ฉ) ทาร้ายหรือพยายามทาร้ายเจ้าพนักงานเรือนจา เจ้าหน้าท่ีของรัฐซึ่งเข้าไปปฏิบัติ
หนา้ ท่ี หรือผู้ปฏิบัติหนา้ ท่ีอย่ใู นเรือนจา
ในกรณที นี่ กั โทษเดด็ ขาดซ่ึงกระทาผดิ วินยั มวี ันท่ีไดร้ ับการลดวันต้องโทษจาคกุ นอ้ ยกวา่ ท่ีจะถูกตัด
ให้ตัดจานวนวันท่ไี ด้รับการลดวันตอ้ งโทษจาคุกที่มอี ยทู่ ้งั หมด
การตัดจานวนวันที่ได้รับการลดวันต้องโทษจาคุกตามข้อน้ี ไม่ให้ใช้บังคับแก่กรณีการได้รับ
การลดวนั ตอ้ งโทษจาคกุ ตามมาตรา ๕๒ (๖)
ข้อ ๑๗ ถ้ามีการกระทาผิดอย่างอ่ืนนอกจากที่กาหนดในกฎกระทรวงนี้ ให้ผู้บัญชาการ
เรอื นจาพจิ ารณาลงโทษทางวนิ ยั ตามทเ่ี ห็นสมควร
ขอ้ ๑๘ กรณีผู้ต้องขังครอบครองหรือใช้ส่ิงของต้องห้ามตามมาตรา ๗๒ หรือมาตรา ๗๓
ในขณะที่อยู่นอกเรือนจา ให้ผู้บัญชาการเรือนจาลงโทษทางวินัยเช่นเดียวกับการกระทาผิดวินัย
ในเรอื นจา
ขอ้ ๑๙ กรณีท่ีผู้ต้องขังกระทาผิดวินัยและความผดิ นัน้ มีโทษหลายสถาน ห้ามลงโทษเกนิ กวา่
สามสถาน
ข้อ ๒๐ กรณีท่ีผู้ต้องขังกระทาผิดวินัยและไม่อยู่ในสถานะท่ีจะลงโทษตามที่กฎหมายกาหนดได้
ให้ผ้บู ญั ชาการเรอื นจาลงโทษทางวนิ ยั สถานอื่นตามความเหมาะสม
ข้อ ๒๑ เม่อื ผตู้ ้องขังได้รบั คาสง่ั ลงโทษทางวนิ ยั แล้ว ไม่พอใจคาส่ังนั้น ให้มีสทิ ธิอุทธรณ์คาสงั่
โดยย่ืนหนังสอื ต่อผ้อู อกคาส่ังภายในสิบหา้ วนั นับแต่วนั ทีผ่ ตู้ ้องขงั ไดร้ บั แจ้งคาส่งั

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๘๔ ก หน้า ๕๘ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานุเบกษา

การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการปฏิบัติตามคาสั่งลงโทษของผู้บัญชาการ
เรอื นจา

ข้อ ๒๒ การออกคาสั่งลงโทษทางวินัย การเพิกถอน การอุทธรณ์ การพิจารณาอุทธรณ์
และการแจ้งคาวินิจฉัยอุทธรณ์คาส่ังลงโทษทางวินัย ให้นาความในกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการ
ทางปกครองมาใช้บังคบั โดยอนุโลม

ข้อ ๒๓ กรณีที่มีการเพิกถอนคาสั่งลงโทษผู้ต้องขังซ่ึงกระทาผิดวินัย ให้ผู้บัญชาการเรือนจา
ดาเนนิ การเยียวยาผู้ตอ้ งขังซึง่ ถกู ลงโทษ ดังตอ่ ไปนี้

(๑) โทษงดการเล่อื นช้ัน ใหเ้ ล่ือนช้ันย้อนหลังไปถึงงวดการเลอื่ นชนั้ ที่ถูกงด
(๒) โทษลดชั้น ให้คืนชั้นกลับสู่ช้ันเดิมก่อนถูกลงโทษและให้ย้อนหลังไปถึงวันที่คาสั่งลงโทษ
มีผลใชบ้ ังคบั
(๓) โทษตัดการอนุญาตให้ได้รับการเย่ียมเยียนหรือติดต่อกับบุคคลภายนอก ให้จัดวันเยี่ยม
ทดแทนนอกจากวันเย่ยี มปกตเิ ทา่ กบั จานวนวนั ทถ่ี กู ตัด
(๔) โทษขังเดี่ยว ให้จดั ให้ไดร้ บั การเยีย่ มเยยี นเพม่ิ ขนึ้ นอกจากวันเย่ียมปกติเปน็ จานวนสองเทา่
ของวันท่ีถูกขังเดย่ี ว หรอื เพ่มิ ระยะเวลาการเยยี่ มเยยี นเป็นสองเท่าของระยะเวลาตามปกติ
(๕) โทษตัดจานวนวันท่ีได้รับการลดวันต้องโทษจาคุก ให้คืนจานวนวันท่ีได้รับการลดวัน
ต้องโทษจาคุกเท่ากับจานวนวนั ท่ถี กู ตดั
เม่ือเพิกถอนคาส่ังลงโทษทางวินัยแล้ว ให้บันทึกการเพิกถอนคาส่ังในทะเบยี นประวตั ิผู้ต้องขัง
คนนนั้ และให้ไดร้ ับสทิ ธปิ ระโยชนท์ ่เี ป็นผลจากการถกู ลงโทษนนั้ คนื ด้วย

ใหไ้ ว้ ณ วนั ที่ 25 กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๖3
สมศกั ดิ์ เทพสทุ ิน

รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงยุตธิ รรม

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๘๔ ก หน้า ๕๙ ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานุเบกษา

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยท่ีมาตรา ๖๙ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้การดาเนินการพิจารณาลงโทษทางวินัย การลงโทษ
การเพิกถอน การเปล่ียนแปลง การงด หรือการรอการลงโทษ และการอุทธรณ์คาสั่งลงโทษทางวินัย
ของผู้ต้องขัง รวมท้ังผู้มีอานาจในการดาเนินการดังกล่าว ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข
ที่กาหนดในกฎกระทรวง จงึ จาเป็นตอ้ งออกกฎกระทรวงนี้

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๘๔ ก หน้า ๖๐ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกิจจานุเบกษา

กฎกระทรวง

การดาเนนิ การกบั ส่งิ ของต้องห้ามตามมาตรา ๗๓
ในกรณีท่ไี มม่ กี ารดาเนนิ การฟอ้ งรอ้ งตามกฎหมาย

พ.ศ. ๒๕๖๓

อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๗ วรรคหน่ึง และมาตรา ๗๔ วรรคสาม
แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้

ขอ้ ๑ ในกรณีท่ีเจ้าพนักงานเรือนจาตรวจพบสิ่งของต้องห้ามตามมาตรา ๗๓ และ
ไม่ดาเนินการฟ้องร้องผู้ต้องขังซึ่งเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งของต้องห้ามดังกล่าว ให้ผู้บัญชาการ
เรือนจาดาเนินการทางวินัยแก่ผู้ต้องขังนั้น และจัดทาบัญชีจัดเก็บสิ่งของต้องห้ามดังกล่าวเพ่ือใช้
เป็นหลักฐานในการดาเนินการทางวินัย

ในกรณีท่ีมีความจาเป็นต้องแยกเก็บรักษาสิ่งของต้องห้ามตามมาตรา ๗๓ ให้เรือนจา
จดั สถานที่เก็บรักษาส่ิงของตอ้ งหา้ มน้ันแยกตา่ งหากเพ่ือประโยชนใ์ นการดแู ลรักษาหลักฐาน

ขอ้ ๒ เมื่อผู้บัญชาการเรือนจาได้ดาเนินการทางวินัยแก่ผู้ต้องขังซึ่งเป็นเจ้าของ หรือ
ผู้ครอบครองสงิ่ ของตอ้ งหา้ มตามมาตรา ๗๓ แล้ว ให้ดาเนนิ การกับสงิ่ ของตอ้ งหา้ ม ดงั ต่อไปนี้

(๑) เงินตรา ให้นาส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ในกรณีที่เป็นเงินตราสกุลอ่ืนท่ีไม่ใช่เงินบาท
ใหแ้ ลกเปลี่ยนเปน็ เงนิ บาทแล้วนาสง่ คลงั เป็นรายไดแ้ ผ่นดนิ หากไมส่ ามารถแลกเปล่ียนได้ ใหด้ าเนินการ
ตามที่เห็นสมควร

(๒) สิง่ ของอ่ืน ให้ทาลาย ทาใหเ้ ส่ือมสภาพ หรอื ทาให้ใชก้ ารไมไ่ ด้

ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ี 25 กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๖3
สมศักดิ์ เทพสุทนิ

รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงยุตธิ รรม

เล่ม ๑๓๗ ตอนท่ี ๘๔ ก หน้า ๖๑ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ราชกจิ จานเุ บกษา

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยท่ีมาตรา ๗๔ วรรคสาม
แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติว่า ในกรณีสิ่งของต้องห้ามตามมาตรา ๗๓ หากไม่มี
การดาเนินการฟ้องร้องตามกฎหมาย ให้ผู้บัญชาการเรือนจามีอานาจดาเนินการกับส่ิงของต้องห้ามดังกล่าว
ตามหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงื่อนไขที่กาหนดในกฎกระทรวง จงึ จาเปน็ ตอ้ งออกกฎกระทรวงน้ี


Click to View FlipBook Version