วารสารราชทัณฑ์
ว า ร ส า ร เ พ่ื อ ค ว า ม ก ้ า ว ห น ้ า แ ล ะ ร อ บ รู ้ ใ น ง า น ร า ช ทั ณ ฑ ์
วัตถุประสงค์ สารจากบรรณาธกิ าร
1. เพือ่ เสรมิ สรา้ งความรู้และทัศนะเก่ยี วกบั งานราชทัณฑ์ สวัสดีท่านสมาชิกและท่านผู้ติดตาม
2. เพือ่ เผยแพร่กจิ กรรมเก่ียวกับงานราชทัณฑ์ อา่ นวารสารราชทณั ฑ์ ปที ี่ 69 ฉบบั ที่ 3 เลม่ ทท่ี า่ น
3. เพือ่ เปน็ สือ่ กลางในการแสดงความคดิ เหน็ และแลกเปลี่ยนความรู้ สมาชิกและท่านผู้ติดตามก�ำลังจะอ่านฉบับน ้ี
ประสบการณแ์ ละปญั หาขดั ขอ้ งในการบรหิ าร กองบรรณาธิการ มีความภูมิใจที่จะน�ำเรียนให้
ทราบว่า เน้ือหาใจความส�ำคัญหรือแกนของเล่มน ี้
คณะกรรมการอำ� นวยการวารสารราชทัณฑ์ นำ� เสนอแนวทางตามนโยบายอธบิ ดกี รมราชทณั ฑ์ ในปงี บประมาณ 2565
วถิ ีถัดไป หรอื Next Normal เพ่ือพาไปสกู่ าร “ลดความแออัดในเรอื นจ�ำ
• อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ประธานท่ีปรกึ ษา ป้องกันการกระท�ำผิดซ�้ำ สร้างโอกาสกลับสู่สังคม พัฒนาสิทธิผู้ต้องขัง
• รองอธิบดีกรมราชทณั ฑ ์ ทปี่ รกึ ษา พัฒนาบุคลากร น�ำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ แก้ไขปัญหาทุจริตในระบบ
• รองอธบิ ดกี รมราชทัณฑ์ ท่ีรับผิดชอบ ประธานคณะกรรมการ ราชทัณฑ์” ซึ่งต้องควบคู่ไปกับการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาด
การปฏบิ ัติราชการของสถาบนั พัฒนา อำ� นวยการ ของไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ดว้ ย เนน้ หนกั เปา้ หมาย 5 ดา้ นสำ� คญั
ข้าราชการราชทณั ฑ์ ประกอบดว้ ย (1) ดา้ นการบรหิ ารสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของเชอื้ ไวรสั
• หัวหนา้ ผตู้ รวจราชการกรม กรรมการ โคโรนา 2019 (COVID-2019) (2) ดา้ นการแก้ปญั หาผ้ตู ้องขังล้นเรือนจ�ำ
• ผอู้ ำ� นวยการกองทัณฑวิทยา กรรมการ (3) ดา้ นคณุ ภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขงั (4) ดา้ นเทคโนโลยแี ละ
• ผู้อ�ำนวยการกองทณั ฑปฏิบตั ิ กรรมการ ดจิ ทิ ลั (5) ดา้ นการตอ่ ตา้ นและปอ้ งกนั การทจุ รติ นอกจากนโยบายดงั กลา่ ว
• ผู้อ�ำนวยการกองพฒั นาพฤตนิ สิ ยั กรรมการ แล้ว ยังมีเน้ือหาบทความที่น่าสนใจอื่น ๆ ท่ีมีความสอดคล้องกับเน้ือหา
• ผู้อ�ำนวยการกองบรหิ ารการคลัง กรรมการ บทความทางวิชาการและท่ีเก่ียวข้องกับงานราชทัณฑ์ในปัจจุบัน อาท ิ
• ผ้อู �ำนวยการกองบริหารทรัพยากรบุคคล กรรมการ ฟ้าทะลายโจรสมุนไพรทางเลือก เลาะรั้วราชทัณฑ์รอบโลก “PRISON
• ผู้อ�ำนวยการกองยทุ ธศาสตร์และแผนงาน กรรมการ PRODUCT” ผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ รวมถึง บทความการจัดตั้งเรือนจ�ำ
• ผอู้ ำ� นวยการกองกฎหมาย กรรมการ ชั่วคราวเพ่ือการท่องเท่ียวเชิงนิเวศสังคม (Ecotourism Society) เพ่ือ
• ผอู้ �ำนวยการสถาบันพฒั นา บรรณาธกิ าร ตอบสนองแนวทางนโยบายของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ในด้านการพัฒนา
ขา้ ราชการราชทณั ฑ ์ และเลขานุการ คุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง ตลอดจนการประชาสัมพันธ์
• หัวหนา้ ศูนยส์ ง่ เสรมิ และพฒั นาการเรยี นร้ ู ผู้ชว่ ยบรรณาธกิ ารและ ขา่ วสารต่าง ๆ ที่สำ� คัญของกรมราชทณั ฑ์
ผชู้ ว่ ยเลขานกุ าร กองบรรณาธิการ ใคร่ขอขอบพระคุณสมาชิกทุกท่านท่ีได้
ใหก้ ารสนบั สนนุ การดำ� เนนิ งานการจดั ทำ� วารสารราชทณั ฑม์ าดว้ ยดตี ลอด
คณะเจ้าหน้าที่ประจำ� กองบรรณาธกิ ารวารสารราชทณั ฑ์ และท่ีจะขาดเสียมิได้ คือ นักเขียนที่เป็นนักวิชาการทั้งในส่วนของ
กรมราชทัณฑ์/เรือนจ�ำ/ทัณฑสถานหรือนักวิชาการจากภายนอกท ่ี
• นายปรีชา เครอื จันทร์ ประจ�ำกองบรรณาธกิ าร ให้การสนับสนุนมอบบทความทางวิชาการต่างๆ มาอย่างต่อเน่ือง
• นางสาววริศรา กุญชร ณ อยธุ ยา ประจ�ำกองบรรณาธกิ าร ทางกองบรรณาธิการ ใคร่ขอเชิญชวนนักเขียน/นักวิชาการ ทั้งภายใน
• นางสาวสภุ รภคั พยัคฆาคม ประจำ� กองบรรณาธกิ าร กรมราชทัณฑ์ เรือนจ�ำ/ทัณฑสถานหรือนักวิชาการจากภายนอกที่สนใจ
• นางรตริ ส ทองสุข ประจ�ำกองบรรณาธิการ ร่วมส่งบทความหรือความรู้ทางวิชาการต่าง ๆ ท้ังในส่วนท่ีเก่ียวข้องกับ
• นางสาววรี นชุ น่ิมเงิน ประจำ� กองบรรณาธิการ งานราชทัณฑ์หรือกระบวนการยุติธรรมไทย ให้กับกองบรรณาธิการ
• นายพิษณุพงค ์ ห่อมกระโทก หัวหน้าการเงนิ และบญั ชี วารสารราชทัณฑ์เพ่ือเป็นคลังความรู้ใหม่ ๆ ให้กับสมาชิกผู้ติดตามอ่าน
• นายธีรศักดิ์ อนิ ทร์ช่วย เจา้ หน้าท่ีการเงนิ และบญั ชี วารสารราชทัณฑ์ในการจดั พมิ พ์ต่อไป
• นายตุลาชัย วีรสุนทรสกลุ เจา้ หน้าท่ีการเงนิ และบญั ชี สดุ ทา้ ยน้ี กองบรรณาธกิ าร หวงั เปน็ อยา่ งยง่ิ วา่ ทา่ นผอู้ า่ นจะไดร้ บั
• นางนริศรา คงสมพัฒ เจา้ หน้าท่กี ารเงินและบัญชี ประโยชน์จากบทความที่น�ำเสนอ และสามารถน�ำไปพัฒนาองค์ความรู ้
• นางณมณ เครอื จนั ทร ์ เจา้ หนา้ ที่พัสดุ ได้ดีย่ิงข้ึนไป ด้วยในสถานการณ์แพร่ระบาดของเช้ือไวรัสโคโรนา 2019
• นายอานนท์ วงษ์รักษา เจา้ หน้าทีพ่ สั ดุ แม้จะเริ่มผ่อนคลาย ยังขอให้ผู้อ่านและสมาชิกทุกท่านใช้ชีวิตประจ�ำวัน
• นางสาวขวัญใจ ไกรสงั ข์ พิสูจน์อักษร ดว้ ยความระมดั ระวงั ไมป่ ระมาท ขอใหท้ กุ ทา่ นมสี ขุ ภาพแขง็ แรง ผา่ นพน้
• นางสาวยุวพร วชิ ยั ดษิ ฐ พิสจู นอ์ ักษร วิกฤตอนั เลวร้ายนีไ้ ปดว้ ยกัน
• นางสาวศรณั ยา จริ วบิ ลู ยส์ นิ พิสูจน์อักษร
• นางสาวณิฏฐา วรดลิ ก พสิ จู น์อักษร สาธกิ า สามศรี
บรรณาธิการวารสารราชทณั ฑ์
CสารOบัญ NTENTS
3 ข่าวกรมราชทณั ฑ์
7 ขา่ วพฒั นาบคุ ลากร
8 นโยบายอธบิ ดีกรมราชทณั ฑ์ (นายอายตุ ม์ สินธพพันธ)์ุ ประจำ� ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
13 “ฟ้าทะลายโจร” พชื สมุนไพรทางเลือก : Exit…Covid-19
17 เที่ยวเรอื นจ�ำชว่ั คราวหนองเรยี ง “เรือนจำ� ท่องเท่ียวเชงิ เกษตรแหลง่ เรยี นรตู้ ามรอยศาสตรพ์ ระราชา”
22 การจดั ตงั้ เรือนจ�ำชว่ั คราวเพอื่ การท่องเทีย่ วเชงิ นเิ วศสังคม (Ecotourism Society)
31 นโยบายการปรับปรงุ ภาพลักษณ์สนิ ค้าและเพ่ิมชอ่ งทางในการจ�ำหนา่ ยสินคา้ ผลติ ภณั ฑข์ องผกู้ ระทำ� ผิด
ผ่านชอ่ งทางออนไลน์ กบั การจ�ำหนา่ ยผลิตภัณฑ์ราชทณั ฑ์ในปจั จบุ นั
36 การด�ำเนนิ โครงการความร่วมมอื ระหวา่ งกรมราชทณั ฑแ์ ละสถาบนั เทคโนโลยปี อ้ งกนั ประเทศ
41 กระบวนการดแู ลและปฏิบัตติ อ่ ผกู้ ระทำ� ผิดในคดีรา้ ยแรงที่มลี ักษณะสะเทือนขวัญในตา่ งประเทศ
(ประเทศออสเตรเลีย)
45 เลาะร้วั ราชทณั ฑร์ อบโลก
50 โครงการประกวดนวัตกรรมการพฒั นางานราชทณั ฑ์
53 กฎหมายว่าดว้ ยพชื กระทอ่ ม: อดีต ปจั จบุ นั อนาคต
60 สรุปรายงานผลการศกึ ษา“ปจั จยั ทส่ี ่งผลกระทบตอ่ ความสมดลุ ระหวา่ งชีวิตและการท�ำงาน
ของขา้ ราชการกรมราชทัณฑ์”
69 คกุ หลวงนครบาล
73 ท�ำอะไรก็ธรรม ในบริบทงานเรือนจ�ำ : ธรรมท่เี กิดจากท�ำ
77 บทความโลกหลังกำ� แพงเรอื นจ�ำจังหวดั บุรรี ัมย์
80 สู้สังคม ด้วยความดี
82 “พฤติกรรมเปลยี่ น” ไลฟส์ ไตลก์ ารใช้ชีวติ หลังผ่านวิกฤตโควดิ -19
87 เรอื นจ�ำไทยในอดตี “เรอื นจ�ำจังหวดั ชยั ภูม”ิ
90 Good Products Good People 100 ใบสมัครสมาชกิ วารสารราชทัณฑ์ ปที ่ี 70
ประจำ� ปี พ.ศ. 2565
2 วารสารราชทัณฑ์
ข่าวกรมราชทณั ฑ์
วันที่ 22 กนั ยายน 2564 นายอายุตม์ สินธพพนั ธุ์ อธบิ ดี
กรมราชทัณฑ์ และ นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์
รว่ มลงนามบนั ทึกข้อตกลง (MOU) ว่าดว้ ยการพฒั นาความรว่ มมอื
ในการใช้ประโยชน์ท่ีราชพัสดุ ระหว่างกรมราชทัณฑ์ กับ
กรมธนารกั ษ์ เพอื่ ยกระดบั ความรว่ มมอื การใชพ้ นื้ ทรี่ าชพสั ดทุ อี่ ยใู่ น
ความครอบครองของกรมราชทัณฑ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ
ทางราชการ โดยมีนายวารุจ ศิริวัฒน์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธี ณ หอ้ งประชมุ ชั้น 8
อาคาร 72 ปี กรมธนารกั ษ์
วันที่ 30 กันยายน 2564 เวลา
12.00 นาฬกิ า ศาสตราจารยพ์ เิ ศษวศิ ษิ ฏ์
วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม
เป็นประธานในพิธีเปิดห้องปฏิบัติการ
อณชู วี โมเลกลุ ของโรงพยาบาลเรอื นจำ� กลาง
บางขวาง โดยมีนายอายุตม์ สินธพพันธุ์
อธบิ ดกี รมราชทณั ฑ์ พรอ้ มดว้ ยเจา้ หนา้ ที่
ของกรมราชทณั ฑ์ เขา้ รว่ มในพธิ ดี งั กลา่ ว
ณ เรือนจ�ำกลางบางขวาง อ�ำเภอ
เมอื งนนทบุรี จังหวัดนนทบรุ ี
วารสารราชทัณฑ์ 3
วันท่ี 11 ตลุ าคม 2564 นายสมศกั ดิ์ เทพสทุ นิ รฐั มนตรีวา่ การ
กระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีลงนามฯ ความร่วมมือ ระหว่าง
กรมราชทณั ฑ์ กบั สถานประกอบการ ในโครงการ “สรา้ งงาน สรา้ งอาชพี
ฝึกทักษะการท�ำงานในภาคอุตสาหกรรม เรือนจ�ำกลางสมุทรปราการ
(โครงการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ)” โดยมีว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต
จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายอายุตม์
สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดี
กรมคุมประพฤติ นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ
ตลอดจนเจา้ หนา้ ท่ี ผบู้ รหิ ารหนว่ ยงานเอกชนและผปู้ ระกอบการในจงั หวดั
สมุทรปราการ ร่วมในพิธี ณ เรือนจ�ำกลางสมุทรปราการ อ�ำเภอบางบ่อ
จงั หวัดสมุทรปราการ
4 วารสารราชทัณฑ์
วันที่ 6 ตุลาคม 2564 สมเด็จพระเจา้ ลกู เธอ เจา้ ฟา้ พชั รกติ ยิ าภา-
นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จไป
ทรงเปดิ ศนู ยเ์ รยี นรแู้ ละแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วเชงิ เกษตร และตดิ ตามการดำ� เนนิ งาน
ตามโครงการกำ� ลงั ใจฯ ทอดพระเนตรรา้ นแคนอ้ ยฟารม์ รา้ นจำ� หนา่ ยอาหาร
ครัวชวนชม โครงการต่าง ๆ และพระราชทานรางวัล ของท่ีระลึกผู้แทน
ผสู้ นบั สนนุ โครงการกำ� ลงั ใจฯ และพระราชทานถงุ กำ� ลงั ใจฯ ใหแ้ กค่ นตน้ แบบ
โครงการก�ำลังใจฯ โดยมีผู้บริหารจากกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม
หัวหน้าหน่วยงานในจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมรับเสด็จ ณ เรือนจ�ำชั่วคราว
แคนอ้ ย จังหวัดเพชรบูรณ์
วันท่ี 13 ตุลาคม 2564 นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลา
เนอื่ งในวนั คลา้ ยวนั สวรรคตพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร จากนนั้
กล่าวนอ้ มรำ� ลึกในพระมหากรณุ าธิคณุ เพอื่ แสดงความจงรักภักดี และนอ้ มรำ� ลึกในพระมหากรณุ าธคิ ุณอนั หาทส่ี ุดมไิ ด้
โดยมเี จ้าหน้าทกี่ รมราชทัณฑ์ เขา้ รว่ มพิธี ณ ห้องสัมมนากรมราชทัณฑ์ ชน้ั 3 อาคารกรมราชทัณฑ์ จังหวัดนนทบรุ ี
วารสารราชทัณฑ์ 5
วนั ท่ี 5 พฤศจกิ ายน 2564 เวลา 14.00 นาฬกิ า พระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน
ผ้าพระกฐินให้ นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์
พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ และ
เจ้าหน้าท่ีกรมราชทัณฑ์ น�ำไปถวายพระสงฆ์ท่ีจ�ำพรรษากาล
ถ้วนไตรมาส เพื่อเปน็ การทำ� นุบ�ำรุงพระพทุ ธศาสนา จ�ำนวนเงิน
รวมทั้งสิ้น 1,262,261.50 บาท (หน่ึงล้านสองแสนหกหมื่น
สองพนั สองรอ้ ยหกสิบเอด็ บาทห้าสบิ สตางค)์ ณ วดั เทพธดิ าราม
วรวิหาร แขวงส�ำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ
วนั พฤหสั บดที ี่ 25 พฤศจกิ ายน 2564 นายอายตุ ม์
สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยนายธวัชชัย
ชยั วฒั น์ รองอธบิ ดกี รมราชทณั ฑ์ นายวรี ะกติ ต์ิ หาญปรพิ รรณ์
รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายสิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดี
กรมราชทณั ฑ์ นายณรงค์ จยุ้ เสย่ รองอธบิ ดกี รมราชทณั ฑ์
และผู้บัญชาการเรือนจ�ำ ผู้อ�ำนวยการทัณฑสถาน
ร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เน่ืองในวันคล้ายวันสวรรคต
และวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า โดยมีข้าราชการ และ
เจ้าหน้าท่ีกรมราชทัณฑ์เข้าร่วมพิธีดังกล่าว ณ บริเวณ
หน้าพระบรมราชานุสาวรยี ์ รชั กาลท่ี 6 กรมราชทณั ฑ์
6 วารสารราชทัณฑ์
ขา่ วพฒั นาบคุ ลากร
หลักสตู ร พนกั งานราชการและลูกจา้ งภาครฐั ร่นุ ที่ 5
ด�ำเนินการฝกึ อบรมระหวา่ งวนั ที่ 16 - 27 สิงหาคม 2564
จ�ำนวน 80 คน ณ สถาบันพัฒนาขา้ ราชการราชทณั ฑ์
หลกั สูตร พนกั งานราชการและลูกจ้างภาครัฐ รุ่นที่ 6
ดำ� เนินการฝึกอบรมระหวา่ งวันที่ 30 สงิ หาคม - 10 กันยายน 2564
จ�ำนวน 100 คน ณ สถาบันพัฒนาขา้ ราชการราชทัณฑ์
วารสารราชทัณฑ์ 7
นโยบายอธบิ ดีกรมราชทัณฑ์ (นายอายุตม์ สนิ ธพพันธุ์)
ประจำ� ปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กรมราชทัณฑ์ยังคงมุ่งมั่นท่ีจะปฏิบัติงานให้บรรลุผลส�ำเร็จต่อเนื่อง
มาจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ทั้งภารกิจด้านการควบคุมดูแลและการแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง
โดยเฉพาะอย่างย่ิงการให้ความส�ำคัญกับโครงการพระราชทาน และโครงการท่ีสืบเนื่องกับพระบรมวงศานุวงศ์
อาทิ โครงการราชทณั ฑป์ นั สขุ ทำ� ความ ดี เพอ่ื ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ และโครงการพระราชทานในพระบาทสมเดจ็
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โคก หนอง นา แห่งน้�ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์ เป็นต้น รวมถึงการขับเคลื่อน
นโยบายของรัฐบาล และของกระทรวงยุติธรรมให้เกิดผลเป็นรูปธรรมดังเช่นที่ได้ด�ำเนินการในปีงบประมาณ
ท่ีผ่านมา
สำ� หรบั นโยบายของอธบิ ดกี รมราชทณั ฑป์ นี ้ี อยภู่ ายใตแ้ นวคดิ Next Normal ชวี ติ วถิ ถี ดั ไป เนอ่ื งจาก
สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ท่ีส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม
ตอ่ การบริหารงานราชทณั ฑแ์ ละการปฏบิ ตั งิ านต่าง ๆ ในเรือนจำ� ฉะน้ัน การดำ� เนนิ นโยบายทกุ มติ ติ ่อจากนไี้ ป
ทง้ั วธิ คี ดิ วธิ ปี ฏบิ ตั ิ และวธิ บี รหิ ารจดั การ จะตอ้ งมกี ารปรบั ตวั ใหส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณฯ์ ดงั กลา่ ว ใหไ้ ดโ้ ดยเรว็
ทุกคนในระบบงานราชทัณฑ์ต้องปรับความคุ้นชินใหม่ โดยปีนี้อธิบดีกรมราชทัณฑ์จะเน้นหนัก นโยบาย
“ลดความแออัดในเรือนจำ� ปอ้ งกันการกระทำ� ผดิ ซ�ำ้ สร้างโอกาสกลับสู่สงั คม พัฒนาสทิ ธผิ ตู้ อ้ งขัง พัฒนา
บคุ ลากร น�ำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใชแ้ ก้ไขปญั หาทจุ ริตในระบบราชทัณฑ”์ ซ่งึ สามารถแบ่งเปา้ หมาย 5 ดา้ น
สำ� คัญ ประกอบด้วย
1. ด้านการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเช้ือไวรัสโคโรนา 2019
(Covid-19)
ในปงี บประมาณทผี่ า่ นมา กรมราชทณั ฑต์ อ้ งเผชญิ กบั วกิ ฤตการแพรร่ ะบาดของเชอื้ โควดิ -19 ทม่ี คี วาม
รุนแรงมากขึ้นกว่าในระยะแรก สอดคล้องกับสถานการณ์ท่ีเกิดขึ้นในสังคมภายนอก โดยคาดว่าในปีหน้านี้
เชอื้ โควดิ -19 จะยงั คงไมห่ ายไป แตอ่ าจเกดิ การระบาดระลอกใหม่ หรอื มกี ารพบสายพนั ธใ์ุ หม่ ๆ ทอ่ี าจมรี ะดบั ความ
รุนแรงและรวดเร็วในการแพร่กระจายเชื้อ ดังน้ัน กรมราชทัณฑ์จะต้องยึดม่ันปฏิบัติตามมาตรการและแนวทาง
8 วารสารราชทัณฑ์
การดาํ เนนิ การที่ ศบค.ยธ. และ ศบค.รท. กำ� หนด
ไวอ้ ยา่ งเครง่ ครดั ตง้ั แตก่ ระบวนการรบั ตวั ผตู้ อ้ งขงั
เข้าใหม่ การกักโรคก่อนเข้าเรือนจ�ำ การตรวจ
หาเชอื้ การจดั ทำ� แผนเผชญิ เหตุ การควบคมุ เมอ่ื
เกิดการแพร่ระบาดภายใน การประสานงาน
กบั โรงพยาบาลแมข่ า่ ยและหนว่ ยงานสาธารณสขุ
ในพนื้ ทใี่ นการเขา้ ดแู ลรกั ษาผตู้ ดิ เชอ้ื การ X-ray
ให้เร็วเพ่ือคัดแยกกลุ่มเปราะบาง การเร่งรัด
การฉดี วคั ซนี ใหผ้ ตู้ อ้ งขงั ทกุ คนไดร้ บั จนครบ ไปจน
กระท่ังการปล่อยตัวตามกระบวนการที่ก�ำหนด
ทง้ั กลุ่มเรือนจ�ำสีแดง และเรือนจําสขี าว
เป้าหมายหลัก คือ การดูแลรักษาชีวิตของทุกคนให้เต็มความสามารถ และท�ำทุกวิถีทางให้เกิด
การสูญเสียน้อยท่ีสุด ดังนั้น เรือนจ�ำทัณฑสถานทุกแห่งต้องพยายามป้องกันเช้ือมิให้เข้าไปภายในให้ได้ ไม่ว่า
จากคน สัตว์ หรือสิ่งของ เช่น การสร้างห้องกักโรคให้เพียงพอ และถูกต้องตามหลักระบาดวิทยา อีกทั้งต้องมี
ความม่ันคงแข็งแรงมิให้เกิดการหลบหนีได้ระหว่างการควบคุม การบริหารจัดการก�ำลังพลและป้องกันมิให้
เจา้ หนา้ ทนี่ ำ� เชอื้ เขา้ ไปแพรห่ รอื นำ� ออกมาจากเรอื นจำ� สคู่ รอบครวั และสงั คม รวมถงึ การรบี แจกจา่ ยยาฟา้ ทะลายโจร
และยาฟาวพิ ิราเวยี ร์ตามแผนการรกั ษาเพือ่ ป้องกันและรกั ษาผูต้ ดิ เชือ้ โดยเรว็ ทส่ี ดุ
2. ด้านการแก้ไขปญั หาผตู้ อ้ งขังล้นเรือนจำ�
เรอ่ื งนยี้ งั คงเปน็ สงิ่ ทใี่ หค้ วามสำ� คญั สบื
เนื่องมาจากนโยบาย Quick Win ปีทีแ่ ลว้ โดย
ปนี จ้ี ะผลกั ดนั อยา่ งเตม็ ทเ่ี พอ่ื ใหจ้ ำ� นวนผตู้ อ้ งขงั
ท่ัวประเทศลดลงอีก ท่ีผ่านมากรมราชทัณฑ์
สามารถบรรเทาสถานการณค์ วามแออดั ในเรอื นจำ�
ได้เป็นที่น่าพอใจ จนจ�ำนวนผู้ต้องขังลดลงมา
เหลือประมาณ 290,000 คน ตลอดจน พ้ืนที่
อัตราความจุภายในเรือนจ�ำก็สามารถรองรับ
ผตู้ อ้ งขงั ไดเ้ พม่ิ สงู ขนึ้ ถงึ 310,000 กวา่ คน ดงั นน้ั
กลไกตา่ ง ๆ ทดี่ ำ� เนนิ มายงั คงตอ้ งขบั เคลอ่ื นตอ่ ไป
ท้ังการพักการลงโทษกรณีปกติ และกรณีมีเหตุพิเศษ การลดวันต้องโทษจ�ำคุก แต่ที่จะเน้นย้�ำเป็นพิเศษ คือ
การใช้พนื้ ทเี่ รือนจำ� ชวั่ คราวใหเ้ กดิ ประโยชน์สงู สุด การบรหิ ารความจขุ องเรือนจ�ำ แม้ในภาพรวมตัวเลขจำ� นวน
ผู้ต้องขังอาจดูไม่แออัดมาก แต่ต่อไปนี้ จะดูข้อมูลเป็นรายเรือนจ�ำ และรายเขต มิให้มีการกระจุกตัวของความ
แออัดหนาแน่นที่เรือนจ�ำแห่งหน่ึงแห่งใด ต้องระบายเกล่ียย้ายตามอัตราความจุท่ีกรมราชทัณฑ์ได้ปรับใหม่
เปน็ 1.6 ตารางเมตรต่อคน และกำ� หนดไมใ่ หเ้ รือนจาํ ทณั ฑสถานทมี่ ลี กั ษณะทางกายภาพเปน็ เรอื นจ�ำแดนเดียว
มีผู้ต้องขังเกินอัตราความจุเป็นอันขาด เพ่ือสนับสนุนช่วยในการบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
โควดิ -19 รวมทั้งเพอ่ื ยกระดบั คณุ ภาพชวี ิตของผ้ตู ้องขังไปพรอ้ มกนั
วารสารราชทัณฑ์ 9
3. ด้านคณุ ภาพชีวติ ของเจา้ หน้าทแ่ี ละผูต้ อ้ งขงั
ส่ิ ง ที่ ต ้ อ ง มุ ่ ง เ น ้ น เ ป ็ น พิ เ ศ ษ ใ น
ปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 คอื คำ� วา่ คณุ ภาพชวี ติ
ทงั้ ของผตู้ อ้ งขงั และเจา้ หนา้ ทรี่ าชทณั ฑ์ “คณุ ภาพ
ชวี ติ ทด่ี ”ี หมายถงึ การมชี วี ติ อยใู่ นสภาพแวดลอ้ ม
ท่ีดี มีความสุข มีความสมบูรณ์ท้ังกายและใจ
สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพสังคมท่ีตนอยู่ได้
อยา่ งดี ขณะเดยี วกนั กส็ ามารถเผชญิ ปญั หาตา่ ง ๆ
ได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งสามารถใช้ศักยภาพ
ส่วนบุคคลสร้างสรรค์พัฒนาตนเองและสังคม
ใหอ้ ยรู่ ่วมกันได้อย่างสันตสิ ุข
3.1 คุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง แม้ผู้ต้องขังจะเป็นผู้กระท�ำผิดและถูกศาลพิพากษาลงโทษ
แต่ก็สามารถมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ท่ีดีได้ในระดับที่เหมาะสมตามความจ�ำเป็นพื้นฐานที่พึงได้รับ
ภายใต้การปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน กรมราชทัณฑ์จึงต้องยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังให้ดียิ่งข้ึน เช่น
การลดอตั ราการเสยี ชวี ติ ของผตู้ อ้ งขงั และการเขา้ ถงึ การรกั ษาพยาบาลไดท้ วั่ ถงึ การเขา้ ถงึ ปจั จยั ส่ี อาหาร ทน่ี อน
เคร่ืองนุ่งห่ม ยารักษาโรค การได้รับสวัสดิการความช่วยเหลือต่าง ๆ การได้รับการเย่ียมญาติ การพบปะ
ทนายความโดยสะดวกและรวดเร็ว ฯลฯ ที่ส�ำคัญ คือ การปรับปรุงพ้ืนท่ีนอนต่อผู้ต้องขังให้เพิ่มมากขึ้น
เป็น 1.6 ตารางเมตรตอ่ คน และการก�ำหนดให้ห้องนอนแต่ละหอ้ งมีสว้ มอย่างนอ้ ย 2 ที่ สงิ่ เหล่านี้ ถอื เปน็ ปจั จัย
พื้นฐานหลักท่ีจะท�ำให้คุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังดีย่ิงข้ึน มีสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้น ลดความตึงเครียดและ
ความรนุ แรงทอ่ี าจเกิดขน้ึ จากสภาพความแออดั ภายในเรือนจ�ำ มสี ภาพแวดล้อมท่ีเอื้อตอ่ การพฒั นาพฤตินสิ ยั
อีกเรื่องที่ต้องการผลักดัน คือ การพยายามแยกการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี
ให้ชดั เจน ออกจากนกั โทษเดด็ ขาด เพือ่ ใหเ้ ป็นไปตามหลกั การปฏบิ ตั ติ อ่ ผู้ต้องขงั ท่เี ป็นสากล
คุณภาพชีวิตท่ีดีภายในเรือนจ�ำยังครอบคลุมถึงกิจกรรมการพัฒนาพฤตินิสัย จึงต้องยกระดับ
การพัฒนาพฤตนิ ิสัย เนน้ การสรา้ งงาน สรา้ งอาชพี การฝึกวชิ าชีพ การศึกษาทางไกล นำ� ศาสนามาพัฒนาจิตใจ
ให้เป็นคนดี ช่วยเหลือสังคม การพัฒนาห้องสมุด การส่งเสริมกีฬา และดนตรี กระท่ังการเตรียมความพร้อม
ก่อนปล่อยตัว ซ่ึงเป็นส่วนส�ำคัญท่ีจะช่วยให้ผู้ต้องขังมีคุณภาพชีวิตท่ีดีต่อเนื่องไปจนหลังพ้นโทษโดยไม่หวน
กลับมากระท�ำผิดซ้�ำอีก ดังน้ัน สถิติการกระท�ำผิดซ้�ำจะถูกน�ำมาใช้ประกอบการพิจารณาประสิทธิภาพ
ผลการด�ำเนินงานของผบู้ รหิ ารงานเรือนจ�ำและทณั ฑสถานมากข้นึ
ทงั้ น้ี การสง่ ตอ่ ผพู้ น้ โทษ การตดิ ตามเพอ่ื ใหค้ วามชว่ ยเหลอื และการรณรงคเ์ สรมิ สรา้ งวฒั นธรรม
แห่งการให้โอกาสในการกลับคืนสู่สังคม จะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายต่อเนื่องจากปีท่ีแล้ว แต่จะเน้นเพ่ิม
กลไกช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม เช่น หน่วยเฝ้าระวังการกระท�ำผิดซ้�ำ หรือ ศูนย์ Helpline พร้อมให้
ความชว่ ยเหลือและใหค้ ำ� ปรกึ ษาผพู้ น้ โทษทกุ ด้านเพื่อป้องกนั ยบั ยงั้ มิให้ผพู้ ้นโทษกระทำ� ผดิ ซำ้� อีก
10 วารสารราชทัณฑ์
3.2 คุณภาพชีวิตเจ้าหน้าท่ี กรมราชทัณฑ์ต้ังเป้าพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคลากรเจ้าหน้าท่ี
ทุกระดับให้มีคุณภาพชีวิตท่ีดี ทั้งทางร่างกายและจิตใจ มีความสุขมีความสมดุลระหว่างชีวิตครอบครัวและ
การท�ำงาน (Work-Life Balance) ลดภาระหน้ีสิน มีความพอเพียง พอประมาณ มีโอกาสได้รับการฝึกอบรม
เพ่ิมพูนศักยภาพและทักษะต่าง ๆ อย่างต่อเน่ือง มุ่งพัฒนาให้ผู้บัญชาการเรือนจ�ำมีภาวะความเป็นผู้น�ำ
ตลอดจนการเสริมสร้างขวัญก�ำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ โดยขอให้เช่ือม่ันว่ากรมราชทัณฑ์จะยึดมั่นการแต่งตั้ง
โยกยา้ ยที่ยึดหลกั คุณธรรมเปน็ ส�ำคญั
4. ด้านเทคโนโลยีและดจิ ทิ ลั
เทคโนโลยีมีบทบาทมากในงาน
ราชทัณฑ์ โดยเฉพาะการช่วยใหก้ ารปฏิบตั ิ
งานในเรอื นจำ� และ ทณั ฑสถานงา่ ย สะดวก
ปลอดภัย และมีประสทิ ธิภาพมากขึ้น และ
ย่ิงในห้วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19
กรมราชทัณฑ์จ�ำเป็นต้องพ่ึงพาเทคโนโลยี
อุ ป ก ร ณ ์ ท่ี ทั น ส มั ย เ พ่ิ ม ม า ก ขึ้ น ใ น ก า ร
สนับสนุนภารกิจการควบคุมและการ
พฒั นาพฤตนิ สิ ยั ผตู้ อ้ งขงั เชน่ ระบบการเยยี่ ม
ญาติให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่
ระบาด และการเชอ่ื มตอ่ กับศาลด้วยระบบ
วดิ โี อคอนเฟอร์เรนซ์ อย่างไรกด็ ี กรมราชทัณฑ์สามารถน�ำเทคโนโลยใี หม่ ๆ มาช่วยมากขน้ึ กวา่ เดิม เชน่ ระบบ
สารสนเทศภมู ศิ าสตรข์ อง GISTDA มาชว่ ยเรอื่ งผงั เรอื นจำ� ระบบอนิ ฟราเรดดอู ณุ หภมู ริ า่ งกายของผตู้ อ้ งขงั หรอื
เจา้ หนา้ ทใี่ นเรอื นจำ� หรอื แมก้ ระทงั่ หนุ่ ยนตเ์ พอื่ พน่ สเปรยฆ์ า่ เชอื้ โรค และทำ� ความสะอาดในพนื้ ทภี่ ายในเรอื นจำ�
นอกจากน้ี ตอ้ งคำ� นงึ ถงึ การแสวงหาเทคโนโลยตี า่ ง ๆ มาทดแทนการปฏบิ ตั งิ านแบบเดมิ ทอ่ี าจเปน็ อนั ตรายหรอื
อาจเกิดการแพร่เชอื้ โรคได้ เชน่ การหลกี เลย่ี งการตรวจคน้ ตวั แบบสัมผสั รา่ งกายระหว่างเจ้าหน้าท่ีและผตู้ ้องขงั
แล้วใช้อปุ กรณ์เทคโนโลยีสมยั ใหมใ่ นการตรวจคน้ แทน
เช่นเดียวกันกับการน�ำเทคโนโลยีมาใช้มากข้ึนในการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังเพื่อมาช่วยใน
การฝกึ อบรมและฝึกวิชาชพี ทางไกล โดยที่วทิ ยากรบุคคลภายนอกไม่จำ� เป็นตอ้ งเข้ามาในเรือนจ�ำ
ตอ่ ไปน้ี กรมราชทณั ฑจ์ ะเขา้ สกู่ ารทำ� งานแบบยคุ ดจิ ทิ ลั โดยการทำ� งานของทกุ หนว่ ยงาน ไมว่ า่ จะเปน็
ส่วนกลางกรม หรอื เรอื นจำ� และทัณฑสถาน จะเน้นเทคโนโลยแี ละการส่ือสารสมยั ใหม่มากขนึ้ เชน่ การประชมุ
ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อลดการเดินทาง และการรวมตัวของคนหมู่มาก ช่วยให้เกิดการเว้นระยะห่างทางสังคม
ซึ่งเปน็ แนวโน้มท่จี ะเกิดข้นึ ในทกุ ภาคส่วน ไมใ่ ชเ่ ฉพาะงานราชทณั ฑเ์ ท่านนั้ ด้วยเหตนุ ้ี เรอื นจําและทัณฑสถาน
ต้องให้ความส�ำคัญกับระบบเทคโนโลยกี ารส่อื สารให้สามารถติดต่อกันได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน
วารสารราชทัณฑ์ 11
5. ด้านการต่อตา้ นและป้องกนั การทจุ ริต
สืบเนื่องจากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่า
เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์มีการเรียกรับเงินผู้ต้องขัง
เพื่อสิทธิ ประโยชน์และการอ�ำนวยความสะดวก
ต่าง ๆ ภายในเรือนจ�ำ ถือว่าสร้างความเสื่อมเสีย
ต่อภาพลักษณ์และความเช่ือม่ันของประชาชนต่อ
กรมราชทัณฑ์อย่างมาก ดังนั้น ในปีงบประมาณ
พ.ศ. 2565 จะมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาการทุจริต
ในงานราชทัณฑ์ทุกมิติ ผู้บริหารงานเรือนจ�ำและ
ผู้อ�ำนวยการทัณฑสถานต้องก�ำชับสอดส่องดูแล
ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาอยา่ งใกลช้ ดิ อยา่ ปลอ่ ยปละละเลย
ใหม้ กี ารทจุ รติ เกดิ ขน้ึ เปน็ อนั ขาด และกรมราชทณั ฑ์
จะเปิดช่องทางเพื่อรับเร่ืองราวร้องทุกข์โดยตรง
ถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ทั้งนี้ ผู้ท่ีกระท�ำผิด หรือ
เกยี่ วขอ้ งกบั การกระทำ� ผดิ ทง้ั เจา้ หนา้ ทแี่ ละผตู้ อ้ งขงั
จะถูกลงโทษข้ันเด็ดขาด ฉะน้ัน ทุกกระบวนการ
ภายในเรือนจ�ำต้องโปร่งใสเป็นไปตามระเบียบ
ข้อบงั คับ หา้ มมใิ ห้มีการเรียกรับผลประโยชน์ใด ๆ
กรมราชทัณฑ์ยังคงให้ความส�ำคัญ คือ การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการด�ำเนินงาน
ของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
จะต้องมผี ลการประเมนิ ทด่ี ีขน้ึ กวา่ ปีทผี่ า่ นมา และควรได้คะแนนในระดับตน้ ๆ ของกระทรวงยุตธิ รรม รวมถึง
การยกระดับหน่วยงานให้มีผลการด�ำเนินงานท่ีเป็นเลิศทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐ
การพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจัดการภายในองค์กร เพอื่ ให้ได้รับรางวัลเลิศรฐั ของส�ำนกั งาน กพร.
ดังที่กล่าวไปในตอนต้นว่าการขับเคลื่อนนโยบายท้ัง 5 ด้านน้ี ต้องเร่ิมจากการปรับตัวและเข้าใจ
ต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นส�ำคัญ ต่อไปนี้ ระบบงานราชทัณฑ์
จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ถือเป็นการท�ำความคุ้นชินให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้ภายใต้บริบทใหม่ ซึ่งจะเป็น
Next Normal ชวี ิตวิถีต่อไปของชาวราชทัณฑ์
12 วารสารราชทัณฑ์
“ฟ้าทะลายโจร”
พชื สมุนไพรทางเลือก : Exit…Covid-19
สาธกิ า สามศรี
ผูอ้ �ำนวยการ สถาบนั พัฒนาขา้ ราชการราชทัณฑ์
1. ความเปน็ มา
จากสถานการณ์โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ท่ีระบาดอย่างรุนแรงไปท่ัวโลก ลุกลามมาถึงใน
เรอื นจำ� ทา่ มกลางการรอวคั ซนี การรกั ษาตวั อยทู่ บี่ า้ น และการรอเตยี งของผปู้ ว่ ยตดิ เชอ้ื สง่ิ หนง่ึ ทจี่ ะเปน็ ทพี่ ง่ึ ของคนไทย
ในเวลาน้ีเพ่ือสู้กับโควิด ก็คือ ฟ้าทะลายโจร และกระชายขาว โดยเฉพาะฟ้าทะลายโจร ซึ่งหาง่าย ราคาถูก และ
มคี วามปลอดภยั สงู หากใชใ้ หถ้ กู ตอ้ ง ถกู อาการ ยง่ิ ใชเ้ รว็ ยงิ่ ไดผ้ ล กำ� จดั โรคไดเ้ ดด็ ขาดเปน็ เครอ่ื งมอื หลกั ในการควบคมุ โรค
ในกล่มุ ผปู้ ่วยไม่แสดงอาการ หรืออาการไมร่ นุ แรง หรือกลมุ่ ผปู้ ว่ ยสีเขยี ว ควบคไู่ ปกบั การรักษาโดยแพทย์แผนปจั จุบนั
ในผ้ปู ่วยท่ีอาการรนุ แรง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (นายสมศักดิ์ เทพสุทิน) ได้มอบนโยบายให้กรมราชทัณฑ์ส่งเสริมการปลูก
พชื สมนุ ไพร โดยนายอายตุ ม์ สนิ ธพพนั ธ์ุ อธบิ ดกี รมราชทณั ฑ์ ไดส้ ง่ั การขบั เคลอ่ื นโครงการสง่ เสรมิ การปลกู พชื สมนุ ไพร
ในเรือนจ�ำดังกล่าวทันที โดยเฉพาะกลุ่มพืชสมุนไพรที่มีฤทธ์ิยับย้ังกลุ่มโรคหวัด ทางเดินหายใจส่วนบน โดยเฉพาะ
“ฟ้าทะลายโจร” กระชายขาว ขิง ขา่ ฯลฯ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนยาฟาวพิ ิราเวยี ร์ และขณะรอวคั ซีน
ปอ้ งกนั โควิด ซง่ึ ตอ้ งน�ำเขา้ จากตา่ งประเทศ มจี ำ� กดั และราคาแพงเป็นการใชเ้ พอื่ ประโยชน์ในทางเสริมภูมิค้มุ กนั และ
การรักษาบรรเทาอาการเจบ็ ป่วยของผู้ตอ้ งขงั ในเรอื นจ�ำ/ทัณฑสถานในกลุ่มทไ่ี มม่ อี าการ หรอื อาการไม่รุนแรง
ประกอบกบั สมนุ ไพรเปน็ ทรพั ยากรธรรมชาตใิ กลต้ วั เปน็ ภมู ปิ ญั ญาชาวบา้ นทอี่ ยกู่ บั วถิ ชี วี ติ คนไทยมาแตโ่ บราณ
ประชาชนสามารถเข้าถึงวิธีการแปรรูปการผลิตได้โดยง่าย ท�ำไว้รับประทานเองในครัวเรือนได้ กรมราชทัณฑ์จึงได้
สง่ เสริมให้ผู้ตอ้ งขงั ได้เรียนรู้ ฝกึ อบรมเพือ่ น�ำไปต่อยอด พฒั นาเป็นอาชีพหลงั พน้ โทษต่อไป
วารสารราชทัณฑ์ 13
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (นายสมศักด์ิ เทพสุทิน)
ใหค้ วามสำ� คญั สงู สดุ และยกเปน็ นโยบายเรง่ ดว่ นในบรหิ ารสถานการณ์
วิกฤติการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 จึงได้มอบนโยบายเกี่ยวกับ
การดแู ลรกั ษาผตู้ อ้ งขงั ทตี่ ดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 ดว้ ยยาฟา้ ทะลายโจร
ความว่า “ผู้ต้องขังต้องเข้าถึงสิทธิ์การใช้ฟ้าทะลายโจรในการรักษา
โควิด-19 ข้ันต�่ำที่คนละ 50 เม็ด ขอยืนยัน..เราไม่ทอดทิ้ง และจะท�ำ
ให้ดีท่ีสดุ ”
2. แผนงานการขับเคล่ือน
กรมราชทัณฑ์ ได้ก�ำหนดแผนงานในการขับเคลื่อน 3 ระยะ
ดังนี้
ระยะที่ 1 สง่ เสรมิ ใหเ้ รอื นจำ� /ทณั ฑสถานเปดิ รวมพนื้ ทเ่ี พาะปลกู
300 ไร่ เพือ่ ใช้เองในเรอื นจ�ำแบบพง่ึ พาตนเองดว้ ยวิธีแพทย์แผนไทย
ระยะท่ี 2 รว่ มมือกบั สถาบนั หนว่ ยงาน องคก์ ร หรือโรงพยาบาล (MOU) เพอื่ จัดต้งั ศูนยก์ ารศึกษา วิจยั ผลติ
และแปรรูปสมุนไพร “ฟา้ ทะลายโจร” ในเรอื นจำ� น�ำรอ่ ง เชน่ ทัณฑสถานเปิดหว้ ยโป่ง จังหวัดระยอง ทัณฑสถานเปิด
บ้านเนินสูง จงั หวัดปราจีนบุรี เรือนจ�ำช่ัวคราวเขาระกำ� จังหวัดตราด ทัณฑสถานเกษตรอตุ สาหกรรมเขาพรกิ เปน็ ตน้
ระยะที่ 3 การพฒั นาและยกระดบั เรอื นจำ� ใหเ้ ปน็ ศนู ยเ์ รยี นรกู้ ารปลกู พชื สมนุ ไพรแบบครบวงจร เพอ่ื ใหบ้ รกิ าร
แก่ประชาชนได้เข้ามาศึกษาดูงาน โดยเชื่อมโยงกับการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติโดยขับเคล่ือนคู่ขนานในพ้ืนท่ี
เรอื นจำ� ทอ่ งเท่ยี วทก่ี รมราชทณั ฑไ์ ด้ด�ำเนนิ การแล้ว
อยา่ งไรกต็ าม เมอ่ื มผี ลผลติ ตา่ ง ๆ ออกมากพอ กรมราชทณั ฑไ์ ดค้ ดิ ตอ่ ยอดอาชพี ใหก้ บั ผตู้ อ้ งขงั โดยการสง่ เสรมิ
ใหม้ กี ารฝกึ งานไมท้ ำ� กลอ่ งอปุ กรณบ์ รรจแุ คปซลู ยาฟา้ ทะลายโจร ซงึ่ เปน็ สง่ิ ประดษิ ฐแ์ บบงา่ ย DIY ใชใ้ นครวั เรอื นไดเ้ อง
และหากท่ีเรือนจ�ำใดท�ำได้ดี มีมาตรฐานตามท่ีตลาดต้องการ ก็จะสามารถส่งจ�ำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์ New Release
ของเรือนจ�ำนน้ั ๆ ได้ เนื่องจากปจั จุบนั ยังขาดตลาดอยมู่ าก
เรือนจ�ำ/ทัณฑสถานทั่วประเทศ 143 แห่ง ได้ตอบรับและสนองนโยบายดังกล่าว โดยเร่ิมจากการเพาะปลูก
การดูแลบ�ำรุงรักษา การเก็บเก่ียว การแปรรูปเป็นยาและน�ำไปสู่การรักษาผู้ต้องขังในเรือนจ�ำ ภายใต้การก�ำกับดูแล
คุณภาพ มาตรฐานการผลิตจากหน่วยงานด้านสาธารณสุข การแพทย์ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการแพทย์แผนไทยและ
การแพทย์ทางเลือก กรมส่งเสริมวิชาการเกษตร สถาบันการศึกษาด้านแพทย์แผนไทย องค์การอาหารและยา (อย.)
เปน็ ต้น
ในส่วนกรมราชทัณฑ์ มีหน่วยงานแพทย์ สาธารณสุข
ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และสถานพยาบาลประจ�ำเรือนจ�ำ
เปน็ ผดู้ แู ลการผลติ ในแตล่ ะเรอื นจำ� รว่ มกบั แพทยแ์ ละสาธารณสขุ ในพนื้ ท่ี
เมอื่ ไดผ้ ลผลติ มากพอกจ็ ะแบง่ ปนั ไปสปู่ ระชาชนทวั่ ไป และหาก
ชมุ ชนมกี ารเพาะปลกู แตข่ าดแรงงาน/เครอื่ งมอื ในการชว่ ยบรรจแุ คปซลู
เรือนจ�ำกจ็ ะช่วยเหลอื ประชาชนในส่วนน้ดี ้วย สรปุ ได้ ดังนี้
14 วารสารราชทัณฑ์
1. พื้นท่ใี นการเพาะปลกู ประมาณ 200 ไร่ และก�ำลังขยายพ้นื ทปี่ ลูกเพม่ิ เตมิ ให้ครบ 300 ไร่
2. ประมาณการในการเกบ็ เกี่ยวผลผลติ และการแปรรูปเปน็ แคปซลู ในช่วง 3 เดือน ดงั น้ี
- เกบ็ เก่ียวภายในเดอื นกนั ยายน 2564 ประมาณ 20 ไร่ หรอื 120,000 ตน้ (เฉลยี่ 6,000 ต้น : 1 ไร)่
และเม่ือบรรจุแคปซลู แล้ว จะไดร้ าว 5 ลา้ นแคปซูล
- เก็บเกี่ยวภายในเดือนตุลาคม 2564 ประมาณ 39 ไร่ หรือ 230,000 ต้น (เฉลี่ย 6,000 ต้น : 1 ไร่)
และเม่ือบรรจแุ คปซูลแล้ว จะได้ราว 9 ลา้ นแคปซูล
- เกบ็ เกย่ี วภายในเดอื นพฤศจกิ ายน 2564 ประมาณ 100 ไร่ หรอื 600,000 ตน้ (เฉลยี่ 6,000 ตน้ : 1 ไร)่
และเมื่อบรรจแุ คปซลู แล้ว จะไดร้ าว 24 ลา้ นแคปซลู
ผลผลิตท่คี าดวา่ สามารถผลติ เปน็ ยาเพ่ือจดั สรร แจกจ่ายรักษาใหก้ ับผ้ตู อ้ งขังในเรอื นจ�ำ ในรอบ 3 เดอื นแรกน้ี
ประมาณ 38 ลา้ นแคปซลู ซงึ่ เพยี งพอตอ่ ผตู้ อ้ งขงั ทกี่ รมราชทณั ฑด์ แู ลกวา่ 300,000 คน ไดอ้ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง อยา่ งนอ้ ย 2 รอบ
ของการแจกจา่ ยจดั สรร จนกวา่ สถานการณก์ ารระบาดโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา (Covid-19) จะคลคี่ ลายและเขา้ สสู่ ภาวะปกติ
3. เปา้ หมายท่ีกรมราชทัณฑ์ต้ังไว้
(1) เปา้ หมายเชิงพนื้ ท่ี
ปัจจุบันเป้าหมายในการเพาะปลูกนับว่าเป็นไปตามแผนงาน
ที่วางไว้ แต่อย่างไรก็ตาม กรมราชทัณฑ์ยังมีพ้ืนท่ีท่ีจะสามารถขยาย
การเพาะปลูกได้มากถึง 300 ไร่ และได้ด�ำเนินการไปแล้วในเรือนจ�ำ
หลายแห่ง อาทิ เรือนจ�ำช่ัวคราวเขาระก�ำ จังหวัดตราด เรือนจ�ำ
ช่ัวคราวเขาไม้แก้ว จังหวัดระยอง ทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง จังหวัด
ระยอง ทณั ฑสถานเกษตรอตุ สาหกรรมเขาพรกิ เรอื นจำ� ชวั่ คราวรอ่ งหา้
จังหวัดพะเยา ทัณฑสถานเปิดบ้านนาวง เรือนจ�ำช่ัวคราวห้วยพระ
จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นต้น โดยกรมราชทัณฑ์ จะเป็น
“คลงั สมนุ ไพรฟ้าทะลายโจร” ต่อไป
(2) เป้าหมายเชงิ การปอ้ งกัน/รักษาผตู้ ้องขังในเรือนจ�ำ
เรือนจ�ำ/ทัณฑสถานท่ัวประเทศ จะต้องมีการส�ำรองยา
ฟา้ ทะลายโจรไวส้ ำ� หรบั การรกั ษาผตู้ อ้ งขงั อยา่ งนอ้ ยคนละ 50 เมด็ คอื ประมาณ 15 ลา้ นเมด็ แตเ่ นอ่ื งจากสถานการณ์
โควดิ -19 ยงั ระบาดอยอู่ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง เรอื นจำ� จงึ จำ� เปน็ ตอ้ งสำ� รองยาไวเ้ พอ่ื การรกั ษาไปอกี ระยะเวลาหนง่ึ โดยไมใ่ หข้ าดชว่ ง
การมี “ยาส�ำรองจะเป็นทางเลือก และทางรอดหนึ่ง” การให้ยาเร็ว และปริมาณสารส�ำคัญแอนโดรกาโฟร์ไลด์
ทเ่ี พยี งพอ ถกู ตอ้ งจะทำ� ใหผ้ ตู้ อ้ งขงั ทเี่ จบ็ ปว่ ยลดลง และจะประกาศเปน็ เรอื นจำ� สขี าว ปลอดเชอื้ โควดิ -19 (Exit) ไดต้ อ่ ไป
(3) เปา้ หมายด้านการสง่ เสรมิ ต่อยอดเป็นอาชพี หลงั พน้ โทษ
ผู้ต้องขังท่ีเข้าร่วมโครงการ สามารถน�ำความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ องค์ความรู้ต่าง ๆ ต้ังแต่กรรมวิธีการ
เตรยี มพน้ื ที่ การเพาะปลกู การดแู ล บำ� รงุ รกั ษา การแปรรปู และการนำ� ไปรกั ษา รวมถงึ เมอ่ื เกดิ ความเชยี่ วชาญ ชำ� นาญ
มากพอ การผลิตได้มาตรฐาน ก็สามารถผลิตส�ำหรับแบ่งปนั และจำ� หนา่ ยเป็นรายไดต้ อ่ ไปไมก่ ลับมากระท�ำผิดซ้ำ�
วารสารราชทัณฑ์ 15
4. การพัฒนาพ้ืนท่ี การยกระดับต่อไปในอนาคต >>>เพื่อเป็นแหล่งศึกษาดูงานและ
การท่องเท่ยี ว
กรมราชทัณฑ์ มีเรือนจ�ำท่องเที่ยวกระจายอยู่ทั่วประเทศ อาทิ เรือนจ�ำช่ัวคราวเขาไม้แก้ว จังหวัดระยอง
ทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง จังหวัดระยอง เรือนจ�ำช่ัวคราวเขาบิน จังหวัดราชบุรี ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรม
เขาพริก เรือนจำ� ชว่ั คราวเขาระก�ำ จังหวดั ตราด ทัณฑสถานเปิดทุ่งเบญจา จงั หวดั จันทบุรี เปน็ ต้น
กรมราชทณั ฑ์ จงึ มแี ผนงานยกระดบั ใหเ้ รอื นจำ� ทอ่ งเทยี่ วดงั กลา่ วทมี่ คี วามพรอ้ มดา้ นตา่ ง ๆ เปน็ ศนู ยก์ ารเรยี นรู้
เชิงท่องเที่ยว โดยจับมือกับองค์กร หน่วยงานภาคีในพื้นท่ี เปิดให้บริการแก่ประชาชน นักเรียน นักศึกษาในเร่ือง
พืชสมุนไพรครบวงจร ทง้ั กระบวนการเพาะปลกู การดแู ลบำ� รุงรักษา การเกบ็ เก่ียว การแปรรูป รวมถงึ การพฒั นาไป
เป็นอาชีพได้ ซงึ่ จะเปน็ อีกมิตขิ องการท่องเที่ยวในยุคปจั จบุ ัน และจะเปดิ ให้บรกิ ารประชาชนไดท้ นั ที เม่ือสถานการณ์
การระบาดโควิด-19 คล่ีคลายและเข้าสู่สภาวะปกติต่อไป
5. ผลการบรหิ ารจัดการฟ้าทะลายโจรทผี่ า่ นมา
16 วารสารราชทัณฑ์
เทยี่ วเรอื นจำ� ช่ัวคราวหนองเรียง
“เรอื นจำ� ท่องเทีย่ วเชิงเกษตรแหล่งเรยี นรู้ตามรอยศาสตร์พระราชา”
ดร.ฐิติพนั ธุ์ มนจู ันทรัถ ดร.ฐติ พิ ันธ์ุ มนูจนั ทรัถ
ขณะดำ� รงต�ำแหนง่ ขณะด�ำรงตำ� แหนง่
ผบู้ ญั ชาการเรอื นจ�ำอำ� เภอสวรรคโลก
ผู้บญั ชาการเรือนจำ� อำ� เภอสวรรคโลก
รางวัลชนะเลิศประเภทการบริหารจัดการเรือนจ�ำ
นวัตกรรม “เรือนจ�ำท่องเท่ียวเชิงเกษตรตามรอยศาสตร์
พระราชา” และศูนย์การเรียนรู้โครงการพระราชทาน
ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าอยู่หัว “โคก หนอง นา
แห่งน�้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” (เรือนจ�ำต้นแบบ
โคก หนอง นา โมเดล) ปัจจุบันเรือนจ�ำช่ัวคราวหนองเรียง
สังกัดเรือนจ�ำอ�ำเภอสวรรคโลก อ�ำเภอสวรรคโลก จังหวัด
สุโขทัย ได้กลายเป็นแหล่งท่องเท่ียวส�ำคัญแห่งหนึ่งของ
จงั หวดั ทใ่ี ครผา่ นมาจะตอ้ งแวะเยีย่ มเยยี นกนั ซึ่งมีทีม่ าจาก
แนวคดิ ของ นายสมศกั ด์ิ เทพสทุ นิ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวง
ยุติธรรม และนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์
ในการน�ำพื้นที่ว่างเปล่าท่ีไม่ได้ใช้ประโยชน์ในเรือนจ�ำและ
ทัณฑสถานมาพัฒนาให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้และแหล่ง
ท่องเท่ียวเชิงเกษตร เพื่อสร้างโอกาสแก่ผู้ต้องขังได้ฝึกฝน
ทักษะอาชีพต่าง ๆ ให้สามารถน�ำไปใช้ต่อยอดเป็นอาชีพ
ภายหลังพน้ โทษหลงั ออกจากเรือนจ�ำได้”
วารสารราชทัณฑ์ 17
ในเรอื นจำ� ชวั่ คราวหนองเรยี ง มสี ถานทพ่ี กั ผอ่ นหยอ่ นใจ
ท่ีรายล้อมไปด้วยธรรมชาติและอากาศบริสุทธ์ิเหมาะกับทุกคน
ในครอบครวั มที ัง้ รา้ นกาแฟอาหารอร่อยอย่างกว๋ ยเตย๋ี วผัดไทย
ปลาย่าง รวมถึงจุดเช็คอินชมวิวไว้รอต้อนรับผู้มาเยือน
อีกหลายแห่งไม่ว่าจะเป็นต้นแอปเปิ้ลต้นแรกของเรือนจ�ำ
ในประเทศไทย บริเวณสะพานไม้ท่ีทอดยาวจากร้านกาแฟ
ผ่านทงุ่ ดอกบานไมร่ โู้ รย ทงุ่ ดอกทองอไุ ร และทงุ่ ดอกบานชน่ื หรอื
จะเดนิ ออกกำ� ลงั กายอกี นดิ เพอ่ื เจออโุ มงคน์ ำ้� เตา้ ขาควาย ฟารม์ สตั ว์
ขนาดเลก็ แปลงนาสาธติ เหมาะสำ� หรบั การบนั ทกึ ภาพในโมเมนตส์ ำ� คญั อยา่ งยงิ่
ไมเ่ พยี งแคน่ น้ั ภายในพนื้ ทเ่ี รอื นจำ� ชวั่ คราวหนองเรยี ง ขนาดพน้ื ท่ี 35 ไร่ แบง่ ออกเปน็ 3 สว่ นดว้ ยกนั คอื 1) พนื้ ท่ี
สว่ นของงานบรกิ าร ทม่ี ศี นู ยก์ ารเรยี นรศู้ าสตรพ์ ระราชา ฟารม์ สตั วข์ นาดเลก็ ครวั หนองเรยี ง และรา้ นกาแฟ 2) พนื้ ทส่ี ว่ น
การประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยนอ้ มนำ� พระราชดำ� รขิ องในหลวง ร.9 และ ร.10 มาปรบั ใช้ เพอ่ื ฝกึ อาชพี
ผตู้ อ้ งขงั ประกอบไปดว้ ย โครงการ “1 ไร่ 1 แสน” และโครงการพระราชทาน “โคก หนอง นา แหง่ นำ้� ใจและความหวงั
กรมราชทณั ฑ”์ (เรอื นจำ� ตน้ แบบ โคก หนอง นา โมเดล) แปลงนาสาธติ พนื้ ทปี่ ศสุ ตั ว์ เลยี้ งไก่ ววั หมู และการปลกู ไมเ้ ศรษฐกจิ
ไมผ้ ล เชน่ แอปเปล้ิ ทเุ รยี น เงาะ มงั คดุ ฯลฯ พนื้ ทพ่ี ฒั นาแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว 3) แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วสำ� หรบั ใหน้ กั ทอ่ งเทยี่ วไดร้ ปู
ทร่ี ะลกึ สวนดอกไม้ ปลกู พนั ธไ์ุ มด้ อก เชน่ บานไมร่ โู้ รย ทองอไุ ร
บานช่ืน ฟ้าประทานพร ฯลฯ โดยกรมราชทัณฑ์ได้คัดเลือก
ผู้ต้องขังท่ีมีความประพฤติดี ใกล้พ้นโทษตามเกณฑ์ของ
กรมราชทณั ฑ์ มาพฒั นาพฤตนิ สิ ยั และการเรยี นรวู้ ชิ าชพี หลกั สตู ร
ตา่ ง ๆ ตามปณธิ านความคดิ “เราจะทำ� ใหไ้ ด้ (WE CAN DO)”
เพอื่ คนื คนดมี คี ณุ คา่ สสู่ งั คม โดยไดร้ บั ความรว่ มมอื จากหนว่ ยงาน
ภาครฐั เอกชน และชมุ ชนทอ่ี ยโู่ ดยรอบใหก้ ารสนบั สนนุ เครอ่ื งมอื
จกั รกล วสั ดอุ ปุ กรณต์ า่ ง ๆ
.
.
18 วารสารราชทัณฑ์
1) การเรยี นรศู้ าสตรพ์ ระราชาโครงการพระราชทาน
โคก หนอง นา แหง่ นำ้� ใจและความหวงั กรมราชทณั ฑ์ (เรอื นจำ�
ตน้ แบบ โคก หนอง นา โมเดล) โครงการ 1 ไร่ 1 แสน เพื่อ
สนับสนุนให้ผู้ต้องขังได้น�ำความรู้ท่ีใช้ในการอบรมไปปรับใช้
ในการประกอบอาชพี ภายหลงั พน้ โทษ
2) ฝึกวิชาชีพเล้ียงสัตว์ ประกอบด้วย แพะ โค
กระบือ ไก่พื้นเมือง ไก่ไข่ ไก่ชนพันธุ์ไทยเหลืองหางขาว สุนัข
เพอื่ เตรยี มความพรอ้ มดา้ นอาชพี ภายหลงั พน้ โทษ และนำ� ไปสู่
อาชพี เกษตรกรทพี่ ง่ึ พาตนเอง สรา้ งรายไดเ้ ลยี้ งครอบครวั และ
มอี าชพี ทม่ี นั่ คง ยง่ั ยนื โดยไมห่ วนกลบั มากระทำ� ผดิ ซำ้� อกี
3) ฝกึ วชิ าชพี ปลกู พชื เศรษฐกจิ แอปเปล้ิ เงาะ มงั คดุ
ทุเรียน ในพ้ืนท่ีแปลงสาธิต เพื่อฝึกอบรมให้ความรู้ผู้ต้องขัง
ด้านการปลูกเงาะ มังคุด และทุเรียน สามารถน�ำไปใช้ใน
การประกอบอาชพี ภายหลงั พน้ โทษได้ และเปน็ แหลง่ ศกึ ษาดงู าน
ของหนว่ ยงานภายนอกทส่ี นใจปลกู ผลไมเ้ ชงิ เศรษฐกจิ
4) ฝึกวิชาชีพปลูกพืชผักแบบผสมผสาน เพ่ือ
ฝึกอบรมให้ความรู้ผู้ต้องขังในการปลูกพืชผักแบบผสมผสาน
สามารถน�ำความรู้ไปปรับปรุงพื้นที่ของตนเองในการท�ำ
การเกษตรแบบผสมผสาน และพฒั นาตอ่ ยอดเปน็ อาชพี หลกั
ตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง
วารสารราชทัณฑ์ 19
5) ฝึกวิชาชีพด้านการบริการร้านอาหาร
รา้ นกาแฟ มคั คเุ ทศก์ เพอ่ื เตรยี มความพรอ้ มดา้ นอาชพี
กอ่ นพน้ โทษ ซง่ึ ชว่ ยใหผ้ ตู้ อ้ งขงั เมอ่ื พน้ โทษออกไปแลว้
สามารถน�ำความรู้ไปปรับปรุงพื้นท่ีของตนเองใน
การทำ� การเกษตรแบบผสมผสานได้ สว่ นผทู้ ไี่ มม่ ที ด่ี นิ
ก็สามารถนำ� วิชาชพี การปรุงอาหาร ชงกาแฟ ออกไป
ประกอบอาชพี ไดเ้ ชน่ กนั
20 วารสารราชทัณฑ์
โครงการเรือนจ�ำท่องเที่ยวหนองเรียง เปิดให้บริการ
เบเกอร่ี อาหารทานเลน่ และเครอ่ื งดมื่ ในราคายอ่ มเยา ตงั้ แตเ่ วลา
08.30–16.00 น. อีกท้ังยังมีฟาร์มสัตว์ขนาดเล็กให้ชม มีสวน
ดอกไม้หมุนเวียนให้ถ่ายรูป มีโครงการโคก หนอง นา โมเดล
เกษตรทฤษฎใี หมใ่ หศ้ กึ ษา ซงึ่ ถอื เปน็ เรอื นจำ� ทอ่ งเทย่ี วแหง่ แรก
ในจงั หวดั สโุ ขทยั
เรือนจ�ำอ�ำเภอสวรรคโลก ได้จัดท�ำโครงการเรือนจ�ำ
ทอ่ งเท่ยี วหนองเรียงขึ้นเพื่อส่งเสริมและสร้างโอกาสใหผ้ ูต้ อ้ งขงั
ได้ฝึกทักษะด้านต่าง ๆ ต่อยอดเป็นอาชีพหลังพ้นโทษได้อย่าง
ยงั่ ยนื ซง่ึ ถอื เปน็ จดุ เรม่ิ ตน้ ทสี่ ำ� คญั สรา้ งประกายแหง่ ความหวงั
และความเชอ่ื มน่ั ทดี่ ขี องสงั คม ในการหยบิ ยนื่ โอกาสแกผ่ ตู้ อ้ งขงั
ด้วยการฝึกปฏิบัติจริงในการให้บริการแก่ประชาชนท่ัวไป เช่น
เบเกอรี่และอาหาร เครื่องด่ืม มัคคุเทศก์ เป็นต้น เพ่ือให้
ผพู้ ลงั้ พลาดเหล่านี้ได้มีโอกาสปรับตัวกับสภาพสังคมภายนอก
เรอื นจำ� กอ่ นพน้ โทษตลอดจนมวี ชิ าชพี ตดิ ตวั รวมทงั้ เปดิ โอกาส
ใหค้ นเหลา่ นก้ี ลบั ตนเปน็ คนดขี องสงั คมและลดการกระทำ� ผดิ ซำ�้
สามารถพงึ่ พาตนเองไดภ้ ายหลงั พน้ โทษและไดร้ บั การพจิ ารณาจา้ งงานภายหลงั จากพน้ โทษอกี ดว้ ย
“ทา้ ยน้ี เรอื นจำ� ชว่ั คราวหนองเรยี ง สงั กดั เรอื นจำ� อำ� เภอสวรรคโลก จงึ ขอเชญิ ชวนใหท้ กุ คนมาเทย่ี วชมสมั ผสั
ภาพลกั ษณใ์ หมข่ องเรอื นจำ� ในเมอื งไทย เพราะไมใ่ ชแ่ คไ่ ดร้ บั ความประทบั ใจเพลดิ เพลนิ กลบั ไป แตย่ งั ชว่ ยหยบิ ยนื่ โอกาส
สรา้ งกำ� ลงั ใจใหผ้ ตู้ อ้ งโทษ ไดม้ พี ลงั ออกไปใชช้ วี ติ หลงั พน้ โทษอกี ครง้ั ดว้ ย”
เรอื นจ�ำชว่ั คราวหนองเรียง
โสทังรก.ัด0เร5ือ5น-0จ1ำ� 0อ-�ำ3เ0ภ3อสวรรคโลก
FaceBook : NongriangPrisonCamp
วารสารราชทัณฑ์ 21
การจดั ตั้งเรอื นจำ� ชว่ั คราว
เพอื่ การทอ่ งเท่ยี วเชิงนิเวศสังคม
(Ecotourism Society)
ดร.พงษ์อภนิ นั ทน์ จนั กล่นิ
กองทณั ฑปฏิบัติ
พลเอกประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา นายกรฐั มนตรี ไดม้ ขี อ้ สง่ั การเมอื่ เดอื นมถิ นุ ายน พ.ศ. 2558 มอบหมายใหก้ ระทรวง
มหาดไทย กระทรวงยตุ ิธรรม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณากำ� หนดมาตรการแนวทางปอ้ งกนั
ปัญหาการกระท�ำผิดซ้�ำของผู้ต้องขังท่ีได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจ�ำ เพ่ือสร้างความมั่นใจให้ทุกฝ่าย โดยผู้ได้รับ
การปล่อยตัวจากเรือนจ�ำ ต้องสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีเกียรติ มีงาน มีศักดิ์ศรี ตลอดจนสังคมโดยรวมต้องได้รับ
ความสบายใจ ไม่วิตกกังวลว่า บุคคลเหล่านั้นจะกลับมาสร้างความเดือดร้อนหรือกลับไปกระท�ำผิดซ�้ำ จึงน�ำไปสู่
การดำ� เนนิ งานในสว่ นทเ่ี ปน็ ภารกจิ สำ� คญั ของกระทรวงยตุ ธิ รรม ในประเดน็ สำ� คญั ทสี่ ดุ คอื การมรี ะบบและกระบวนการ
เตรียมความพรอ้ ม สำ� หรับผู้ต้องขงั ใกลพ้ ้นโทษกอ่ นทีจ่ ะได้รบั การปล่อยตวั กลบั คนื ส่ชู ุมชนและสงั คม
22 วารสารราชทัณฑ์
พลอากาศเอกประจนิ จน่ั ตอง อดตี รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงยตุ ธิ รรม จงึ กำ� หนดนโยบายเรง่ ดว่ นในการยกระดบั
การแก้ไขฟื้นฟูผู้กระท�ำผิด โดยมุ่งเน้นการฝึกวิชาชีพให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน ตลอดจนมอบนโยบายเร่ืองการใช้
ประโยชน์จากศักยภาพของเรือนจ�ำช่ัวคราวและทัณฑสถานเปิดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งกรมราชทัณฑ์จะต้องน�ำ
ผู้ต้องขังที่ใกลพ้ ้นโทษ เขา้ ส่รู ะบบการเตรียมความพรอ้ มก่อนปล่อยในพน้ื ท่เี รอื นจำ� ชวั่ คราวและทณั ฑสถานเปิด อันจะ
เปน็ การลดความแออดั ในเรือนจำ� และเป็นการเตรยี มความพรอ้ มกอ่ นปลอ่ ยใหก้ ับผตู้ อ้ งขงั ก่อนจะปลอ่ ยตวั สู่สังคม
ต่อมาสมัย นายสมศกั ด์ิ เทพสทุ ิน รฐั มนตรีว่าการกระทรวงยุตธิ รรม คนปจั จบุ นั ไดด้ ำ� เนินการอย่างต่อเนอื่ ง
ในเร่ืองของการปฏิบัติงานราชทัณฑ์ท่ีส�ำคัญ ได้แก่ การคืนคนดีสู่สังคม พัฒนาศักยภาพผู้ต้องขัง โดยการฝึกวิชาชีพ
การด�ำเนินการเรือนจ�ำด้านเกษตรหรือปศุสัตว์ และการสร้างเรือนจ�ำอุตสาหกรรม เพื่อการฝึกทักษะวิชาชีพผู้ต้องขัง
ให้มีรายได้ ส�ำหรับเป็นทุนประกอบอาชีพหลังพ้นโทษ และการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยอย่างเป็นระบบและ
มีประสิทธิภาพ ตลอดจนนโยบายในการพัฒนาพ้ืนที่เรือนจ�ำ/ทัณฑสถาน ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศสังคม
เพ่ือส่งเสริมและให้โอกาสผู้ต้องขังได้เตรียมความพร้อมก่อนปล่อยในอาชีพและฝึกทักษะเกี่ยวกับการท่องเท่ียว และ
บริการ สามารถต่อยอดเป็นอาชีพหลังพ้นโทษได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน สร้างการรับรู้ ส่งเสริมค่านิยมใหม่ของชุมชน
และสงั คมให้เกิดการยอมรับ ใหโ้ อกาสแกผ่ กู้ า้ วพลาดมากยิ่งขึ้น
รวมทั้งนโยบายของ ดร.อายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย
การพฒั นาผตู้ อ้ งขงั เพอ่ื คนื คนดสี สู่ งั คม พฒั นาเรอื นจำ� เกษตรอตุ สาหกรรม ขบั เคลอ่ื นนคิ มอตุ สาหกรรมราชทณั ฑร์ องรบั
การพัฒนาศกั ยภาพใหก้ ับผูต้ อ้ งขัง เพ่อื การฝึกวชิ าชีพและสร้างรายได้ระหว่างต้องโทษมีทนุ ส�ำรองเริม่ ตน้ ชวี ติ ภายหลัง
พน้ โทษตามข้อส่ังการของนายกรัฐมนตรแี ละรฐั มนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
วารสารราชทัณฑ์ 23
ประกอบกับความจ�ำเป็นในส่วนของกรมราชทัณฑ์ ซ่ึงประสบปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ� โดยพบว่า ผู้ต้องขัง
มีจ�ำนวนเพ่ิมข้ึนเฉล่ียประมาณเดือนละ 4,000 คน (เปรียบเทียบข้อมูลสถิติผู้ต้องราชทัณฑ์ย้อนหลัง 6 เดือน
กองยทุ ธศาสตรแ์ ละแผนงาน กรมราชทณั ฑ)์ ปจั จบุ นั มจี ำ� นวนผตู้ อ้ งขงั สงู ถงึ 344,161 คน (ขอ้ มลู ณ วนั ที่ 1 ธนั วาคม 2563)
จึงน�ำมาสู่แนวคิดการใช้ประโยชน์ของเรือนจ�ำช่ัวคราว ซึ่งเป็นสถานท่ีท่ีใช้ควบคุมผู้ต้องขังท่ีเหลือก�ำหนดโทษน้อย
(ไม่เกิน 5 ป)ี เพอ่ื การทอ่ งเท่ยี วเชิงนเิ วศสงั คมให้เกิดประโยชนส์ ูงสุด
จากการน�ำนโยบายดังกล่าวลงสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมภายใต้การตรวจราชการและค�ำแนะน�ำของ
รองอธิบดกี รมราชทณั ฑฝ์ า่ ยบรหิ าร (พนั ต�ำรวจโทประวุธ วงศส์ ีนลิ ) (ตำ� แหนง่ ขณะน้นั ปจั จบุ ันเป็นรองปลดั กระทรวง
ยุติธรรม) ได้เข้าตรวจเย่ียมเรือนจ�ำในเขตบริหารเรือนจ�ำที่ 8 และ 9 โดยได้มอบนโยบายส�ำคัญให้เรือนจ�ำด�ำเนินการ
ใช้พื้นที่ส่วนใดส่วนหน่ึงของเรือนจ�ำเพื่อจัดตั้งเป็นเรือนจ�ำชั่วคราว โดยเน้นให้เป็นแหล่งท่องเท่ียวเชิงประวัติศาสตร์
ศาสนา และแหล่งท่องเท่ียวเชิงพันธุ์พืชและสัตว์ เนื่องจากบางจังหวัดมีพื้นท่ีที่มีสถานท่ีท่องเท่ียวเชิงประวัติศาสตร์
สถานทท่ี ่องเที่ยวทางทะเล และระบบนเิ วศวิทยา เหมาะสมกบั การใชพ้ น้ื ที่เรือนจำ� ใหเ้ กิดประโยชน์ต่อชมุ ชนใกล้เคียง
ดังเช่น เรือนจ�ำอ�ำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ได้แก่ พระบรมธาตุไชยา
วดั สวนโมกขพลาราม จงึ ไดเ้ รง่ ดำ� เนนิ การจดั หาพนื้ ทขี่ องเรอื นจำ� เพอ่ื ดำ� เนนิ การตามนโยบายการจดั ตง้ั เรอื นจำ� ชวั่ คราว
เพื่อการท่องเท่ียวเชิงสังคม ในพื้นที่เรือนจ�ำหรือขอใช้พื้นที่หน่วยงานราชการอ่ืน ตามนโยบายของกระทรวงยุติธรรม
และกรมราชทัณฑ์ ดังนั้น เรือนจ�ำอ�ำเภอไชยา ได้ประสานขออนุญาตใช้พื้นท่ีจากกรมป่าไม้ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
ป่าใสไช ท้องที่ต�ำบลพุมเรียง อ�ำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพ่ือจัดต้ังเรือนจ�ำชั่วคราวบนเนื้อที่ 147 ไร่ 2 งาน
ตั้งอยู่ใกล้ชายทะเล หมู่ที่ 5 ต�ำบลพุมเรียง อ�ำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพ่ือใช้เป็นพื้นท่ีที่เหมาะสมส�ำหรับ
การจดั ตงั้ เปน็ เรอื นจำ� ชว่ั คราวเพอื่ การทอ่ งเทยี่ วเชงิ นเิ วศสงั คมตามนโยบาย เบอ้ื งตน้ อยรู่ ะหวา่ งการประสานขอความเหน็ ชอบ
จากผู้ว่าราชการจังหวัด องค์การบริหารสว่ นท้องถนิ่ และหนว่ ยงานภาคประชาสังคมต่าง ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง เปน็ ต้น
24 วารสารราชทัณฑ์
วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งเรือนจ�ำช่ัวคราวเพ่ือการท่องเท่ียวเชิงนิเวศสังคม (Ecotourism
Society)
1. เพ่ือแยกขังผูต้ อ้ งขงั (Separation) ทีอ่ ยใู่ นเรอื นจำ� ตามหลกั เกณฑ์ทีก่ รมราชทัณฑก์ ำ� หนด ซ่งึ เป็นผตู้ อ้ งขงั
ท่ีมีก�ำหนดโทษเหลือจ�ำต่อไปไม่มากในระบบเรือนจ�ำปิด ให้ได้รับการจ�ำแนกลักษณะไปฝึกวิชาชีพในเรือนจ�ำชั่วคราว
เพื่อการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความเช่ือม่ันให้แก่ชุมชน สังคม ในการป้องกัน
การกระทำ� ผดิ ซำ�้ รวมทง้ั สามารถระบายความแออดั ของผตู้ อ้ งขงั ในระบบเรอื นจำ� ปกตไิ ดท้ นั ทตี ามขอ้ สงั่ การของรฐั บาล
กระทรวงยุตธิ รรม และกรมราชทัณฑ์
2. เพอื่ ประโยชนส์ งู สดุ (Optimizing) ในการใชพ้ นื้ ทข่ี องเรอื นจำ� ชว่ั คราวซง่ึ เปน็ เรอื นจำ� ความมนั่ คงตำ�่ ไดอ้ ยา่ งเตม็
ประสิทธิภาพ (Optimizing Capacity) โดยเฉพาะการแก้ไขสถานการณ์ผู้ต้องขังล้นเรือนจ�ำ และการด�ำเนินการเป็น
เรอื นจำ� ท่องเท่ยี วเชงิ สังคม
3. เพอื่ ประโยชนส์ งู สดุ แกผ่ ตู้ อ้ งขงั ไดร้ บั การปฏบิ ตั อิ ยา่ งเหมาะสมทง้ั ดา้ นการควบคมุ (Custody Aspect) และ
โปรแกรมการเตรียมความพรอ้ มกอ่ นปล่อย (Pre - release Program) ป้องกันการกระทำ� ผิดซ้ำ�
4. เพ่ือประโยชน์สูงสุด (Outcome) ของประชาชน หมู่บ้าน ชุมชนในพื้นที่ในการบริหารและการใช้พ้ืนที่
ของรฐั ให้เกดิ ประโยชน์สงู สุดเชิงสังคมและเศรษฐกิจอย่างยัง่ ยนื
ประโยชนท์ ่คี าดวา่ จะได้รับ
1. ผลทีไ่ ด้รับ : ผูต้ อ้ งขัง
ผู้ต้องขังได้รับการยอมรับจากสังคม เนื่องจากผู้ต้องขังเป็นผู้ปฏิบัติโดยตรงในการเป็นผู้เข้ารับการอบรม
และฝกึ วชิ าชพี ดา้ นการเตรยี มความพรอ้ มกอ่ นปลอ่ ยจากเรอื นจำ� ชวั่ คราว สามารถนำ� ความรู้ ทกั ษะไปใชใ้ นการประกอบ
อาชพี ได้จรงิ ภายหลังการปล่อยตวั พ้นโทษ ปอ้ งกนั การกระท�ำผิดซ�้ำอยา่ งยงั่ ยนื
2. ผลท่ีได้รบั : เรือนจำ�
2.1 เกดิ ภาพลกั ษณท์ ดี่ รี ะหวา่ งเรอื นจำ� กบั ประชาชน โดยใชส้ ถานทใี่ นการควบคมุ ผตู้ อ้ งขงั ทมี่ กี ำ� หนดโทษ
เหลือจ�ำต่อไปในเรือนจ�ำไม่มาก สามารถใช้เป็นสถานท่ีท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ เป็นสถานท่ีศึกษาดูงานและอบรม
ใหค้ วามรแู้ กป่ ระชาชนผสู้ นใจดา้ นเกษตรกรรม ปศสุ ตั ว์ และการเรยี นรตู้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในอนาคต
2.2 เกดิ ประสทิ ธภิ าพตอ่ การบรหิ ารงานเรอื นจำ� การบรหิ ารความจผุ ตู้ อ้ งขงั อยา่ งมปี ระสทิ ธฺ ภิ าพ ผตู้ อ้ งขงั
ได้รับการปฏิบัติตามแผนการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังรายบุคคล (Sentence Plan) อย่างเหมาะสมท้ังด้านการควบคุม
และการพฒั นาพฤตนิ ิสยั
3. ผลทไ่ี ดร้ บั : ชุมชนและสังคม
3.1 ใชเ้ ปน็ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วเชงิ นเิ วศสงั คม รวมทงั้ ดา้ นเกษตรกรรม ปศสุ ตั ว์ ตลอดจนสง่ เสรมิ การทอ่ งเทย่ี ว
ของชมุ ชนใหเ้ ปน็ ทร่ี จู้ กั แกส่ งั คมภายนอก อกี ทงั้ ยงั เปน็ การสรา้ งงาน สรา้ งอาชพี สรา้ งรายไดใ้ หแ้ กป่ ระชาชนทอ่ี ยอู่ าศยั
ใกลเ้ รือนจ�ำอยา่ งม่นั คงและยัง่ ยนื
3.2 ใช้เป็นแหล่งศึกษาดูงาน และการเข้ารับการฝึกอบรมตามหลักสูตรต่าง ๆ ที่ทางเรือนจ�ำจัดข้ึนหรือ
หลักสูตรทหี่ นว่ ยงานราชการอน่ื ๆ จัดขน้ึ โดยใช้วทิ ยากรและการฝึกปฏิบตั จิ รงิ ภายในเรือนจำ� ชว่ั คราว
วารสารราชทัณฑ์ 25
3.3 ใชเ้ ปน็ แหลง่ รวบรวมองคค์ วามรแู้ ละการพฒั นานวตั กรรมใหม่ ๆ ของชมุ ชน เชน่ หอ้ งสมดุ พรอ้ มปญั ญา
ศูนยเ์ รียนรบู้ ้านดนิ ศูนย์เรยี นรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เปน็ ต้น
3.4 ใชเ้ ปน็ พน้ื ทส่ี ำ� หรบั การฝกึ วชิ าชพี และการพฒั นาพฤตนิ สิ ยั ของผตู้ อ้ งขงั ทมี่ ภี มู ลิ ำ� เนาเดมิ ในจงั หวดั นนั้
เป็นการป้องกนั การกระท�ำผดิ ซ้�ำ
3.5 เป็นการพัฒนาการใช้พ้ืนที่ของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการปลูกสวนป่า เพ่ิมพื้นท่ีสีเขียวให้แก่
ประชาชน หมบู่ ้าน และชมุ ชน
แนวคดิ ทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับการจดั ตัง้ เรอื นจ�ำช่ัวคราวเพื่อการท่องเทีย่ วเชิงนิเวศสังคม
1. กรมราชทัณฑ์ โดยเรือนจ�ำ/ทัณฑสถาน สามารถประสานงานกับหน่วยงานของกรมป่าไม้ในพ้ืนท่ี
(ตามกรอบการบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมป่าไม้ กับ กรมราชทัณฑ์ ระยะเวลา 5 ปี
ลงวนั ท่ี 14 มนี าคม พ.ศ. 2562) ในการรว่ มกนั เสรมิ สรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจในการอนรุ กั ษท์ รพั ยากรปา่ ไมใ้ หแ้ กผ่ ตู้ อ้ งขงั
การสร้างงาน สร้างอาชพี ใหผ้ ตู้ ้องขังและผพู้ น้ โทษคืนคนดีสู่สงั คม และการอำ� นวยความสะดวกในการประกอบกิจการ
ทีเ่ กีย่ วข้องกับระเบียบ หรอื ข้อกฎหมายทเี่ ก่ยี วขอ้ งใหเ้ หมาะสมกบั การทำ� งาน
2. การใช้พ้ืนท่ีในเรือนจ�ำชั่วคราวของกรมราชทัณฑ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Maximizing Capacity)
โดยเรือนจ�ำชัว่ คราว (Temporary Prison)1 เปน็ เรอื นจ�ำประเภทหน่งึ ท่มี คี วามมั่นคงแขง็ แรงในระดับตำ่� ไมม่ วี ตั ถหุ รอื
เครอ่ื งปอ้ งกนั การหลบหนี เชน่ กำ� แพง กญุ แจ ลกู กรงเหลก็ สงิ่ กดี ขวางทม่ี นั่ คงพเิ ศษอนื่ ๆ โดยเรอื นจำ� ชวั่ คราวจดั ตง้ั ขนึ้
ณ บรเิ วณชานเมอื งทม่ี คี วามสะดวกในการคมนาคม เพอ่ื ทำ� การคดั เลอื กผกู้ ระทำ� ผดิ ทมี่ โี ทษและความประพฤตเิ หมาะสม
โดยมุ่งส่งเสริมให้ผู้กระท�ำผิดได้ใช้ชีวิตอิสระภายใต้การควบคุมระเบียบวินัยตนเอง และได้รับการฝึกฝนวิชาชีพ
ทางเกษตรกรรม ปลูกและรักษาป่า และมีการบริหารไม่เป็นเอกเทศอยู่ภายใต้สังกัดของเรือนจ�ำแม่ที่ต้ังอยู่ใน
จังหวดั ตา่ ง ๆ ปจั จบุ นั ทีม่ ีเรอื นนอนใชค้ วบคมุ ผ้ตู ้องขงั ได้ประมาณ 46 แหง่ อ�ำนาจการควบคุมผู้ตอ้ งขงั ท่มี กี ำ� หนดโทษ
เหลือจำ� ไมเ่ กิน 5 ปี
3. การใช้ระบบการด�ำเนินการของเรือนจ�ำความม่ันคงต่�ำ (Minimum Security Prison) ซ่ึงสอดคล้องกับ
หลักทัณฑวิทยา ท่มี งุ่ เนน้ ให้ผตู้ อ้ งขังสามารถปรับตัวจากภาวะกระบวนการขดั เกลาของเรือนจำ� (Prisonization) มาสู่
การเตรยี มความพรอ้ มก่อนเข้าสสู่ งั คมซึ่งเป็นขนั้ ตอนแรกของกระบวนการสง่ ต่อกลบั สูส่ งั คม (Re-entry Process)
4. การทอ่ งเท่ยี วเชิงนเิ วศ2
การท่องเท่ียวเชิงนิเวศ หรือ Ecotourism เป็นแนวความคิดท่ีพ่ึงปรากฏข้ึนเมื่อไม่นานมานี้ และยังมีการใช้
คำ� ภาษาองั กฤษอ่ืน ๆ ทใี่ หค้ วามหมายเช่นเดยี วกัน ทสี่ �ำคัญ ไดแ้ ก่ Nature Tourism, Bio Tourism, Green Tourism
เปน็ ตน้ อยา่ งไรกต็ าม การทอ่ งเทย่ี วดงั กลา่ วลว้ นแตเ่ ปน็ การบง่ บอกถงึ การทอ่ งเทยี่ วแบบยงั่ ยนื (Sustainable Tourism)
ซึ่งจากการประชุม Globe ค.ศ. 1990 ณ ประเทศแคนาดา ได้ให้ค�ำจ�ำกัดความของการท่องเที่ยวแบบย่ังยืนว่า
“การพฒั นาทีส่ ามารถตอบสนองความต้องการของนกั ทอ่ งเทีย่ วและผูเ้ ปน็ เจ้าของท้องถิ่นในปจั จุบัน โดยมีการปกป้อง
และสงวนรักษาโอกาสต่าง ๆ ของอนุชนรุ่นหลังด้วย การท่องเที่ยวน้ีมีความหมายรวมถึงการจัดการทรัพยากร
เพื่อตอบสนองความจ�ำเป็นทางเศรษฐกิจสังคมและความงามทางสุนทรียภาพ ในขณะท่ีสามารถรักษาเอกลักษณ์
ทางวฒั นธรรมและระบบนเิ วศดว้ ย” (สฤษฎ์ แสงอรัญ, 2548)
1 กรมราชทณั ฑ,์ คมู่ อื การจ�ำแนกลักษณะผ้ตู อ้ งขัง. พิมพ์คร้ังที่ 1 (กรงุ เทพฯ: ส�ำนกั พิมพจ์ ฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย, 2563), 33-34.
2 เอกสารประกอบการบรรยาย หลกั สตู ร “การบรหิ ารจดั การปา่ ชมุ ชนและการพฒั นาอาชพี ดา้ นปา่ ไม”้ ประจำ� ปงี บประมาณ พ.ศ. 2549.
26 วารสารราชทัณฑ์
การทอ่ งเทย่ี วเชงิ นเิ วศมลี กั ษณะทส่ี ำ� คญั คอื เปน็ การทอ่ งเทยี่ วทดี่ ำ� เนนิ การภายใตข้ ดี จำ� กดั ความสามารถของ
ธรรมชาติ และตอ้ งตระหนกั ถงึ การมสี ว่ นรว่ มของประชากร ชมุ ชน ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ทมี่ ตี อ่ กระบวนการทอ่ งเทย่ี ว
อกี ทงั้ ตอ้ งยอมรบั ใหป้ ระชาชนทกุ สว่ นไดร้ บั ผลประโยชนท์ างเศรษฐกจิ ทเ่ี กดิ จากการทอ่ งเทย่ี วอยา่ งเสมอภาคเทา่ เทยี มกนั
และต้องช้ีนำ� ภายใตค้ วามปรารถนาของประชาชนทอ้ งถ่นิ และชุมชนในพ้นื ที่ทอ่ งเท่ียวน้นั ๆ (สถาบนั วิจยั วิทยาศาสตร์
และสงิ่ แวดลอ้ มแห่งประเทศไทย, 2539 อ้างใน สฤษฎ์ แสงอรัญ, 2548)3
สำ� หรบั ความหมายของการทอ่ งเทยี่ วเชิงนเิ วศ ได้มีบคุ คลหรอื องคก์ รต่าง ๆ ใหค้ วามหมายและค�ำจ�ำกดั ความ
ไว้มากมาย เปน็ ทีย่ อมรับในระดับหนง่ึ และไดร้ ับการอา้ งอิงถงึ เสมอ ที่สำ� คญั มีดังน้ี
Ceballos Lascurain (1991) อาจจะเปน็ คนแรกทไ่ี ดใ้ หค้ ำ� จำ� กดั ความของการทอ่ งเทยี่ วเชงิ นเิ วศวา่ “เปน็ การ
ท่องเท่ียวรูปแบบหนึ่งที่เก่ียวข้องกับการเดินทางไปยังแหล่งธรรมชาติ โดยไม่ให้เกิดการรบกวนหรือท�ำความเสียหาย
แก่ธรรมชาติ แต่มีวัตถุประสงค์ เพื่อชื่นชม ศึกษาเรียนรู้ และเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพ พืชพรรณ และสัตว์ป่า
ตลอดจนลกั ษณะทางวฒั นธรรมทีป่ รากฏในแหลง่ ธรรมชาตเิ หล่าน้ัน”
The Ecotourism Society (1991) ไดใ้ หค้ �ำจำ� กดั ความการท่องเท่ยี วเชิงนเิ วศสังคมวา่ “การเดนิ ทางไปเยอื น
แหล่งธรรมชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการเรียนรู้ถึงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงหรือท�ำลายคุณค่าของระบบนิเวศ และในขณะเดียวกันก็ช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่ส่งผลให้
การอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาตเิ กิดประโยชนต์ อ่ ประชาชนทอ้ งถิน่ ”
3 สฤษฎ์ แสงอรัญ. 2548. การท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์หรือเชิงนิเวศ (Ecotourism). http://www.dnp.go.th/NPO/html/Tour/
Eco_Tour.html
วารสารราชทัณฑ์ 27
Western (1993) ได้ปรับปรุงค�ำจ�ำกัดความ
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศของ The Ecotourism Society
ให้สั้นและกะทัดรัด แต่มีความหมายสมบูรณ์มากข้ึน คือ
“การเดินทางท่องเท่ียวท่ีรับผิดชอบต่อแหล่งธรรมชาติ
ซึ่งมีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และท�ำให้ชีวิตความเป็นอยู่
ของประชาชนท้องถน่ิ ดีขึน้ ”
The Common Wealth Department of
Tourism (1994) ได้ให้ค�ำจ�ำกัดความการท่องเที่ยว
เชิงนเิ วศ คือ การทอ่ งเทยี่ วธรรมชาติทคี่ รอบคลมุ ถึงสาระ
ดา้ นการศกึ ษา การเขา้ ใจธรรมชาตสิ งิ่ แวดลอ้ ม และการจดั การเพอ่ื รกั ษาระบบนเิ วศใหย้ งั่ ยนื คำ� วา่ ธรรมชาตสิ งิ่ แวดลอ้ ม
ยงั ครอบคลมุ ถงึ ขนบธรรมเนยี มประเพณที อ้ งถน่ิ ดว้ ย สว่ นคำ� วา่ การรกั ษาระบบนเิ วศใหย้ ง่ั ยนื นนั้ หมายถงึ “การปนั ผล
ประโยชน์ต่าง ๆ กลบั สูช่ ุมชนทอ้ งถ่ินและการอนุรักษท์ รพั ยากรธรรมชาต”ิ
กรมปา่ ไม้ (2548)4 ใหค้ วามหมายของการทอ่ งเทย่ี วเชงิ นเิ วศวา่ เปน็ “การทอ่ งเทย่ี วรปู แบบหนง่ึ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั
การเดินทางไปยังแหล่งธรรมชาติและแหล่งวัฒนธรรมอย่างมีความรับผิดชอบ โดยไม่ก่อให้เกิดการรบกวนหรือ
ความเสยี หายแกท่ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม แตม่ วี ตั ถปุ ระสงคอ์ ยา่ งมงุ่ มน่ั เพอ่ื ชน่ื ชม ศกึ ษาเรยี นรู้ และเพลดิ เพลนิ
ไปกบั ทศั นยี ภาพ พชื พรรณ และสตั วป์ า่ ตลอดจนลกั ษณะทางวฒั นธรรมทปี่ รากฏในแหลง่ ธรรมชาตนิ น้ั อกี ทงั้ ชว่ ยสรา้ ง
โอกาสทางเศรษฐกิจทสี่ ่งผลให้การอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ มเกดิ ประโยชน์ตอ่ ชมุ ชนอีกด้วย”
โดยสรุปก่อนอ่ืนมีข้อสังเกตจากความหมายของการท่องเท่ียวเชิงนิเวศ ซ่ึงมาจากนิยามศัพท์และความหมาย
ของคำ� “ Ecotourism” นนั้ ขน้ึ อยกู่ บั พน้ื ฐานอาชพี ความเขา้ ใจ และวตั ถปุ ระสงคข์ องแตล่ ะคนหรอื องคก์ ร ซงึ่ ในภาษาไทย
อาจเรียกว่า “การท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์” แต่ในที่สุดราชบัณฑิตยสถานได้พิจารณาก�ำหนดค�ำศัพท์ Ecotourism
ว่า “การทอ่ งเที่ยวเชงิ นิเวศ”
ข้อพิจารณาต่อมา คือ ความหมายของการท่องเท่ียวเชิงนิเวศดังกล่าวข้างต้น เกือบท้ังหมดให้การยอมรับว่า
การทอ่ งเทยี่ วเชิงนเิ วศเปน็ เพียงรปู แบบหนงึ่ ของการท่องเทย่ี วแบบยง่ั ยนื (Sustainable Tourism) ทม่ี ลี ักษณะพเิ ศษ
เป็นของตวั เอง และแตกตา่ งไปจากการท่องเทยี่ วในรปู แบบอื่น คือ
1. การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นการท่องเที่ยวท่ีอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-Based Tourism) เช่น
แหล่งท่องเที่ยวประเภท อุทยาน วนอุทยาน เกาะแก่ง และชายทะเล เป็นต้น แต่อาจหมายรวมถึง ศิลปวัฒนธรรม
ประวตั ศิ าสตร์ และวถิ ชี ีวติ ของคนท้องถิ่น หากส่ิงเหล่าน้ีปรากฏอยู่ในหรอื เกีย่ วขอ้ งกบั ระบบนิเวศธรรมชาติ
2. การทอ่ งเทยี่ วเชงิ นเิ วศ เปน็ การทอ่ งเทยี่ วทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ ผลกระทบตอ่ ระบบนเิ วศนอ้ ยหรอื ตำ่� หรอื ไมม่ ผี ลกระทบ
ต่อวิถีทางธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถ่ิน จนท�ำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ เพราะฉะน้ันการป้องกันและ
ควบคุมผลกระทบอนั เกิดจากการทอ่ งเที่ยว จึงเป็นหวั ใจส�ำคัญของการบรหิ ารจัดการ เช่น ไมเ่ นน้ ปรมิ าณนักท่องเทยี่ ว
ไม่สนับสนุนให้มีการพัฒนาส่ิงอ�ำนวยความสะดวกเกินความจ�ำเป็น เน้นธรรมชาติและองค์ประกอบของธรรมชาติ
เป็นสงิ่ ดงึ ดดู เปน็ ตน้
4 กรมปา่ ไม.้ 2548. การทอ่ งเท่ยี วเชิงอนุรกั ษ.์ http://www.forest.go.th/WEFCOM /Part2TAT.html
28 วารสารราชทัณฑ์
จากความหมายและลักษณะดังกล่าวข้างต้น ผู้เขียนสรุปความหมายของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศได้ ดังนี้
“การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ” หมายถึง “การเดินทางท่องเที่ยวไปตามแหล่งธรรมชาติท่ีมีเอกลักษณ์ และมีการอนุรักษ์
สภาพแวดลอ้ ม โดยมกี ารควบคมุ ผลกระทบและสรา้ งบรรยากาศของการศกึ ษาเรยี นรู้ ธรรมชาตแิ วดลอ้ ม พรอ้ มใหช้ มุ ชน
ท้องถน่ิ เขา้ มามีส่วนรว่ มและได้รับประโยชนเ์ พือ่ เพม่ิ พนู คณุ ภาพชวี ิต”
ผู้เขียนได้ศึกษาและวิเคราะห์ถึงการจัดต้ังเรือนจ�ำช่ัวคราวเพ่ือการท่องเท่ียวเชิงนิเวศเรือนจ�ำท่ีด�ำเนินการ
ควรมีแผนการดำ� เนนิ งานเบ้อื งตน้ ทส่ี ำ� คญั ดงั นี้
แผนระยะที่ 1 กรณีการขอใช้พืน้ ทจี่ ัดตั้งเรือนจ�ำชัว่ คราวจากหน่วยงานอืน่ ท่ีเกยี่ วข้อง
1) จัดประชุมหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องในพ้ืนที่ที่จะจัดต้ังเรือนจ�ำชั่วคราว และส่วนกลางเพ่ือชี้แจงรายละเอียด
วตั ถปุ ระสงค์ และประโยชนท์ คี่ าดวา่ จะไดร้ บั จากการขอใชพ้ นื้ ทขี่ องหนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ งเปน็ พน้ื ทจี่ ดั ตงั้ เรอื นจำ� ชว่ั คราว
ในสังกัดของเรือนจำ�
2) ส�ำรวจพื้นที่จริง เพ่ือส�ำรวจความพร้อมและความเหมาะสมในการจัดต้ังเรือนจ�ำช่ัวคราวในพื้นท่ีของ
หนว่ ยงานที่เกย่ี วขอ้ ง
3) การส�ำรวจความคดิ เห็นของประชาชนในพื้นที่ดำ� เนนิ การ
4) นำ� เสนอการขอใชพ้ ื้นทข่ี องหนว่ ยงานทีเ่ กี่ยวขอ้ งเสนอทป่ี ระชมุ ผ้บู ริหารจังหวัด
5) จดั ท�ำแผนงานการใชป้ ระโยชน์ในพ้ืนทอ่ี นญุ าตจัดตัง้ เรอื นจ�ำชวั่ คราว
แผนระยะที่ 2 การดำ� เนนิ การใช้ประโยชน์พนื้ ท่ขี องหน่วยงานทเี่ กีย่ วขอ้ งในการจดั ตง้ั เรอื นจำ� ช่ัวคราวภายใต้
แผนการพฒั นาพ้ืนทใ่ี นความดแู ลของเรือนจำ� ใหเ้ ปน็ แหลง่ ทอ่ งเที่ยวเชงิ นเิ วศสังคม
1) การจัดท�ำบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างหน่วยงานที่เก่ียวข้องเพื่อด�ำเนินการส่วนต่าง ๆ เพ่ือการใช้
ประโยชนร์ ว่ มกนั อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพสงู สดุ และยงั่ ยนื เพอ่ื ประชาชน หมบู่ า้ น ชมุ ชน ภายหลงั การจดั ตง้ั เรอื นจำ� ชวั่ คราว
สังกดั เรือนจำ�
2) การจดั ท�ำรายงาน EIA (Environmental Impact Assessment Report) หรือการท�ำรายงานวิเคราะห์
ผลกระทบสงิ่ แวดล้อม เปน็ การศึกษาเพือ่ คาดการณ์ผลกระทบท้งั ในทางบวกและทางลบจากการพัฒนาโครงการจดั ต้ัง
เรือนจ�ำช่ัวคราว เพ่ือก�ำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและใช้ในการประกอบการตัดสินใจ
โดยด�ำเนนิ การศกึ ษาครอบคลุมระบบสิ่งแวดลอ้ ม 4 ดา้ น คือ
2.1 ทรพั ยากรกายภาพ เปน็ การศกึ ษาถงึ ผลกระทบ เชน่ ดนิ น้�ำ อากาศ เสียง ว่าจะมกี ารเปลีย่ นแปลง
อยา่ งไรบ้าง
2.2 ทรพั ยากรชีวภาพ การศกึ ษาถึงการเปล่ียนแปลงในดา้ นตา่ ง ๆ ท่มี ตี อ่ ระบบนเิ วศ เช่น ปา่ ไม้ สัตว์ปา่
สัตว์น้�ำ ปะการงั เป็นตน้
2.3 คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ เป็นการศึกษาถึงการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทั้งทางกายภาพ
และชีวภาพของมนษุ ย์ เชน่ การใช้ประโยชน์ท่ีดนิ
2.4 คุณค่าต่อคุณภาพชีวิต จะเป็นการศึกษาถึงผลกระทบท่ีจะเกิดต่อมนุษย์ ชุมชน ระบบเศรษฐกิจ
การประกอบอาชีพ วัฒนธรรมประเพณี ความเช่ือ ค่านยิ ม รวมถงึ ทัศนยี ภาพ คณุ คา่ ความสวยงาม
วารสารราชทัณฑ์ 29
แผนระยะท่ี 3 เรอื นจ�ำไดน้ �ำนโยบายรัฐมนตรวี า่ การกระทรวงยุตธิ รรม (นายสมศกั ด์ิ เทพสุทิน) ในการพฒั นา
พ้ืนที่เรือนจ�ำ ให้เป็นแหล่งท่องเท่ียวเชิงสังคมและให้โอกาสแก่ผู้ต้องขัง ได้ฝึกทักษะและสามารถต่อยอดเป็นอาชีพ
หลังพ้นโทษได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน ตลอดจนน�ำนโยบายของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ (ดร.อายุตม์ สินธพพันธุ์) ในเร่ือง
ของการเตรยี มความพรอ้ มกอ่ นปลอ่ ยทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพใหแ้ กผ่ ตู้ อ้ งขงั ผา่ นการดำ� เนนิ การเรอื นจำ� ทอ่ งเทยี่ วเชงิ นเิ วศสงั คม
ในเรอื นจ�ำชัว่ คราว
โดยเรอื นจำ� ตอ้ งดำ� เนนิ การตามแผนการดำ� เนนิ งานการจดั พฒั นาพนื้ ทเ่ี รอื นจำ� ใหเ้ ปน็ เรอื นจำ� ชวั่ คราวทอ่ งเทย่ี ว
เชิงนิเวศสังคมของกระทรวงยุติธรรม และกรมราชทัณฑ์ ภายใต้แนวคิด “เท่ียวสุขใจ ให้โอกาส ผู้ก้าวพลาดสู่สังคม”
โดยต้องก�ำหนดแผนงาน/กิจกรรมในเรือนจ�ำชั่วคราวที่จะด�ำเนินการหลังได้รับอนุญาตให้ใช้พ้ืนท่ีจากหน่วยงานท่ี
เก่ียวข้องดังน้ี
1) จัดทำ� รา้ นอาหาร กาแฟ เบเกอร่ี รปู แบบ Cook & Coff
2) ร้านจ�ำหน่ายผลติ ภัณฑ์ผตู้ ้องขัง และมมุ ดดู วงโหราศาสตรพ์ ยากรณจ์ ากผูต้ อ้ งขงั
3) จัดทำ� ร้านจำ� หนา่ ยผลิตผลและผลิตภณั ฑท์ างการเกษตร
4) จัดท�ำพนื้ ทป่ี ลกู พชื เศรษฐกิจ เช่น ทุเรยี น อนิ ทผลมั เปน็ ต้น
5) จดั ท�ำจุดเช็คอนิ /มุมพักผอ่ น เพื่อประชาชน หมบู่ า้ น ชุมชน
6) จดั ทำ� จดุ ทอ่ งเทย่ี วและใหอ้ าหารสตั วท์ เ่ี หมาะสมกบั ทอ้ งถนิ่ เชน่ เลยี้ งสนุ ขั สวยงาม แพะ แกะ นกกระจอกเทศ
โคเนื้อ นกเขา ไก่ชน ปลาทะเล ฯลฯ
7) จัดท�ำร้านนวดสขุ ภาพ เพ่อื ประชาชน หม่บู า้ น ชุมชน
8) จัดท�ำคารแ์ คร์ เพ่ือประชาชน หมู่บา้ น ชมุ ชน
9) จัดท�ำสวนสมนุ ไพรและแปลงสาธติ ต่าง ๆ เชน่ ฟ้าทะลายโจร พชื สวนครวั ขิง ขา่ เป็นต้น
10) จัดทำ� ลานอเนกประสงค์ในการคา้ ขาย เพื่อประชาชน หมบู่ า้ น ชุมชน
11) จดั ท�ำรา้ นตัดผมและเสริมสวย เพื่อหมบู่ ้าน ชุมชน และประชาชน
12) จัดท�ำเป็นศูนย์ศึกษาดูงานด้านปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศสังคม วัฒนธรรม
ประเพณี ศาสนา ของชมุ ชน
ทา้ ยสดุ ในประเทศไทยมกี ารดำ� เนนิ การระบบเรอื นจำ� ความมนั่ คงตำ่� อยแู่ ลว้ ในเรอื นจำ� ชวั่ คราวและทณั ฑสถานเปดิ
หลายแห่งท่ัวทุกภูมิภาคในประเทศไทย โดยได้เน้นโปรแกรมเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย (Pre-release Program)
เพ่ือเตรียมความพร้อมผู้ต้องขังให้สามารถกลับไปด�ำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ อย่างไรก็ตาม ระบบเรือนจ�ำ
ความม่นั คงต่�ำในประเทศไทย ยงั ไมไ่ ด้รับการพฒั นาใหส้ ามารถใชง้ านได้อย่างเต็มประสิทธภิ าพ ดงั นน้ั การพฒั นาพน้ื ท่ี
เรอื นจำ� ชว่ั คราวใหเ้ ปน็ ทท่ี อ่ งเทยี่ วเชงิ นเิ วศวทิ ยา จะสง่ ผลดตี อ่ การปรบั ปรงุ ระบบเรอื นจำ� ความมนั่ คงตำ�่ ของไทย ทง้ั ใน
แง่ของการปรับปรุงโครงสร้างทางกายภาพให้สามารถควบคุมผู้ต้องขังอย่างเหมาะสม (Custodial Aspect) และ
การสร้างบรรยากาศแห่งการส่งเสริมในด้านการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Intensive
Pre-release Aspect) โดยการนำ� ภาคประชาสงั คมในพนื้ ทข่ี องเรอื นจำ� ชวั่ คราวเขา้ มามสี ว่ นรว่ มในกระบวนการเตรยี ม
ความพรอ้ มก่อนปลอ่ ยเพือ่ ปอ้ งกนั การกลับไปกระท�ำผิดซ้ำ� ของผ้ตู ้องขงั อย่างยงั่ ยืน
30 วารสารราชทัณฑ์
นโยบายการปรับปรุงภาพลกั ษณส์ นิ ค้า
และเพ่ิมช่องทางในการจ�ำหน่ายสินคา้
ผลติ ภณั ฑข์ องผู้กระท�ำผิดผ่านช่องทางออนไลน์
กบั การจ�ำหนา่ ยผลิตภณั ฑ์ราชทณั ฑ์ในปัจจบุ นั
กองพฒั นาพฤตินิสยั
กรมราชทัณฑ์ มีภารกิจเก่ียวกับการควบคุมและแก้ไขพฤตินิสัยผู้ต้องขังและบุคคลที่อยู่ในความควบคุมหรือ
ดแู ลตามหนา้ ทแ่ี ละอาํ นาจของกรมฯ โดยมงุ่ พฒั นาเปน็ องคก์ รพฒั นาทรพั ยากรมนษุ ย์ เพอ่ื แกไ้ ขหรอื ฟน้ื ฟผู ตู้ อ้ งขงั และ
บุคคลท่อี ยู่ในความควบคุมหรอื ดูแลตามหนา้ ที่ และอํานาจของกรมราชทัณฑ์ใหก้ ลับตน เป็นพลเมอื งดี มีสขุ ภาพกาย
และจติ ทดี่ ี ไมห่ วนกลบั มากระทาํ ผดิ ซำ้� ไดร้ บั การพฒั นาทกั ษะฝมี อื ในการประกอบอาชพี ทส่ี จุ รติ และสามารถดาํ รงชวี ติ
ในสังคมภายนอกได้อย่างปกติโดยสังคมให้โอกาสและการยอมรับ ซ่ึงการฝึกวิชาชีพเป็นหนึ่งกระบวนการแก้ไขพัฒนา
พฤตินิสัย เพ่ือให้ผู้ต้องขังมีวิชาชีพติดตัวสามารถน�ำไปประกอบอาชีพได้ภายหลังพ้นโทษ ซ่ึงในการสร้างโอกาสและ
คุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ต้องขังโดยผ่านกระบวนการฝึกวิชาชีพเพ่ิมทักษะความรู้ ความเชี่ยวชาญให้เป็นที่ต้องการของ
ตลาดแรงงาน หรอื สามารถประกอบอาชพี อสิ ระได้ กรมราชทณั ฑเ์ พยี งหนว่ ยงานเดยี วไมอ่ าจดำ� เนนิ การหรอื มอบโอกาส
ท่ีดีแก่ผู้ต้องขังได้ท้ังหมด จ�ำเป็นที่จะต้องมีหน่วยงานอื่น ๆ ร่วมมือกันด�ำเนินการเพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับโอกาสแก้ไข
ปรับปรุงตนเอง และฝึกฝนวิชาชีพ จากหน่วยงานท้ังภาครัฐและเอกชน โดยการสนับสนุนวิทยากรผู้มีความรู้
ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ เข้ามาด�ำเนินการสอน รวมท้ังสนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ในการฝึกวิชาชีพส�ำหรับ
ผู้ต้องขัง และอีกความร่วมมือหนึ่งท่ีส�ำคัญ คือ จากสถานประกอบการหรือนายจ้าง ท่ีได้มอบโอกาสในการเข้าไป
ฝกึ วชิ าชีพทั้งในเรือนจ�ำ และในสถานประกอบการ และการใหโ้ อกาสจ้างงานผตู้ ้องขังท่ใี กล้พน้ โทษอกี ดว้ ย
วารสารราชทัณฑ์ 31
จากการท่ีกรมราชทัณฑม์ ุ่งเนน้ ให้เรือนจ�ำ/ทัณฑสถาน ฝึกวิชาชพี ใหผ้ ้ตู อ้ งขังซ่งึ เปน็ หนึง่ ในกระบวนการแก้ไข
พัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังในระหว่างท่ีถูกคุมขังในเรือนจ�ำเพ่ือให้เขาเหล่าน้ันได้กลับตัว กลับใจ ปรับเปลี่ยนทัศนคติ
สามารถอยู่ในสังคมได้เมื่อพ้นโทษ ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการฝึกวิชาชีพไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องเรือนไม้
ท่ีเป็นงานเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน และผลิตภัณฑ์ประเภทงานผ้าที่เกิดจากฝีมือของผู้ต้องขังหญิง ในปัจจุบัน
มีความสวยงาม โดดเดน่ และมีความเปน็ เอกลักษณ์ แต่ขาดการประชาสมั พันธ์และช่องทางที่เข้าถงึ กลมุ่ ลกู ค้าไดท้ ว่ั ถงึ
เนือ่ งจากบางเรอื นจำ� อยหู่ ่างไกล การขนยา้ ยผลิตภัณฑ์เพือ่ มาจ�ำหนา่ ยตามสถานที่ต่าง ๆ มีค่าใชจ้ า่ ยสูง อกี ทงั้ ในเรอ่ื ง
ระยะเวลาการจ�ำหน่ายต้องด�ำเนินการตามช่วงท่ีก�ำหนดเท่านั้น ช่องทางการจัดจ�ำหน่ายออนไลน์จึงเป็นส่วนส�ำคัญ
ในการเพมิ่ โอกาสในการประชาสมั พนั ธผ์ ลติ ภณั ฑท์ เี่ กดิ จากการฝกึ วชิ าชพี ผตู้ อ้ งขงั ใหส้ งั คมภายนอกไดร้ บั ทราบ รวมทงั้
ยังเป็นช่องทางการจัดจ�ำหน่ายท่ีสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ตลอด 24 ช่ัวโมง ไม่มีข้อจ�ำกัดเรื่องระยะเวลา ไม่จ�ำเป็น
ตอ้ งขนย้ายผลิตภัณฑ์เพ่อื ไปจดั จ�ำหนา่ ยตามสถานทต่ี ่าง ๆ
ดว้ ยกระทรวงยตุ ธิ รรม มนี โยบายในการดำ� เนนิ งานปรบั ปรงุ ภาพลกั ษณส์ นิ คา้ และเพมิ่ ชอ่ งทางในการจำ� หนา่ ย
สินค้าผลิตภัณฑ์ของผู้กระท�ำผิดผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือส�ำรวจความเป็นไปได้ในการจัดจ�ำหน่าย
ผลิตภัณฑ์ผู้ต้องขังบนเว็บส่ือกลางการจัดจ�ำหน่ายสินค้าออนไลน์ (e-marketplace) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและ
เกดิ ประสิทธิผลสงู สุดแหง่ ทางราชการ
ระยะแรก กระทรวงยตุ ธิ รรมไดล้ งนามในสญั ญาจา้ งโครงการสำ� รวจความเปน็ ไปไดใ้ นการจดั จำ� หนา่ ยผลติ ภณั ฑ์
ผตู้ อ้ งขงั บนเวบ็ สอ่ื กลางการจดั จำ� หนา่ ยสนิ คา้ ออนไลน์ (e-marketplace) รว่ มกบั บรษิ ทั เอน็ -สแควร์ อคี อมเมริ ซ์ จำ� กดั
โดยมีก�ำหนดระยะเวลาระหว่างวันที่ 8 ตุลาคม 2563 – 5 เมษายน 2564 บริษัท เอ็น-สแควร์ อีคอมเมิร์ซ จ�ำกัด
ไดป้ ระสานความรว่ มมอื กบั สถาบนั เพอื่ การยตุ ธิ รรมแหง่ ประเทศไทย TIJ และบรษิ ทั GREYnJ UNITED นำ� ขน้ึ บนตลาด
สนิ ค้าออนไลน์ https://shopee.co.th/ ภายใต้ชอ่ื “Wansook” (วันสขุ )
- นิยามของ “Wansook” (วันสุข) คือ ร้านค้า “Wansook” (วันสุข) สุขท่ีได้ให้โอกาสกับผู้กระท�ำผิด
การสนับสนุนสินค้าแฮนด์เมดคุณภาพจากผู้กระท�ำผิด เป็นผลงานที่ทรงคุณค่า โดยสินค้าแต่ละช้ินจะมีความเป็น
เอกลกั ษณโ์ ดดเดน่ เฉพาะตวั ทไี่ มเ่ หมอื นใครและไมม่ ใี ครเหมอื น ใหค้ วามเปน็ ธรรมชาตแิ ละออ่ นโยนกวา่ สนิ คา้ ทที่ ำ� จาก
เคร่อื งจักร 100%
32 วารสารราชทัณฑ์
- โลโก้ เวบ็ สอื่ กลางการจดั จำ� หนา่ ยสนิ คา้ ออนไลน์ (e-marketplace) ขนึ้
ภายใต้ชื่อร้าน “Wansook” (วันสขุ )
- บรษิ ทั เอน็ -สแควร์ อคี อมเมริ ซ์ จำ� กดั ไดป้ ระสานงานกรมราชทณั ฑ์
กองพัฒนาพฤตินิสัย น�ำผลิตภัณฑ์จากเรือนจ�ำ/ทัณฑสถาน น�ำข้ึนบนตลาด
สินค้าออนไลน์ผ่านช่องทางการจัดจ�ำหน่าย ในช่องทาง ดังนี้ Shopee,
Lazada, และ Facebook ภายใตช้ อื่ “Wansook” (วนั สขุ )
- https://shopee.co.th/wansook_official
- https://www.lazada.co.th/shop/wansook-1603182148/...
- https://www.facebook.com/Wansook 100855728583959/…
วารสารราชทัณฑ์ 33
กระทรวงยุติธรรมเห็นว่าผลิตภัณฑ์ท่ีน�ำข้ึนจ�ำหน่าย บนตลาดสินค้าออนไลน์ผ่านช่องทางการจัดจ�ำหน่าย
Shopee, Lazada, และ Facebook ภายใต้ช่ือ “Wansook” (วันสุข) เป็นผลิตภัณฑ์ของกรมราชทัณฑ์ท้ังหมด
กระทรวงยุติธรรมจึงมีแนวนโยบายส่งมอบเว็บสื่อกลางการจัดจ�ำหน่ายสินค้าออนไลน์ (e-marketplace) ภายใต้ชื่อ
“Wansook” (วนั สขุ ) ใหก้ ับกรมราชทณั ฑ์ดแู ลต่อไปภายหลังเสร็จสน้ิ สัญญาจา้ งดงั กล่าว
สรปุ ผลการดำ� เนนิ งานในระยะสอง กรมราชทณั ฑส์ ง่ ผลติ ภณั ฑร์ าชทณั ฑเ์ ขา้ คลงั สนิ คา้ ใหก้ บั บรษิ ทั เอน็ -สแควร์
อคี อมเมริ ซ์ จำ� กดั เพอ่ื ดำ� เนนิ การถา่ ยภาพผลติ ภณั ฑ์ เพอื่ เตรยี มจำ� หนา่ ยสนิ คา้ ผา่ นชอ่ งทางออนไลน์ ในครงั้ แรก มลู คา่
17,272 บาท (หน่ึงหม่ืนเจ็ดพันสองร้อยเจ็ดสิบสองบาทถ้วน) และคร้ังท่ีสอง มูลค่า 1,950 บาท (หน่ึงพันเก้าร้อย
ห้าสบิ บาทถ้วน)
34 วารสารราชทัณฑ์
“Wansook” (วันสุข) เริ่มเปิดจ�ำหน่ายบน
Lazada ต้ังแต่เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563
ซ่ึงกรมราชทัณฑ์ได้ส�ำรวจผลิตภัณฑ์ของเรือนจ�ำ/
ทัณฑสถาน ที่มีความสวยงามโดดเด่น และสนใจ
น�ำผลิตภัณฑ์เข้าร่วมจ�ำหน่ายบน Lazada จ�ำนวน
ท้ังส้ิน 95 แห่ง ซึ่งในเบื้องต้นได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์
ร่วมจ�ำหน่ายสินค้าออนไลน์ (e-marketplace)
จ�ำนวน 11 แห่ง ได้แก่ เรือนจ�ำกลางเชียงราย
เรือนจ�ำกลางก�ำแพงเพชร เรือนจ�ำจังหวัดร้อยเอ็ด
ทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช ทัณฑสถานหญิงกลาง ทัณฑสถานบ�ำบัดพิเศษหญิง ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่
ทัณฑสถานหญิงนครราชสมี า ทณั ฑสถานหญิงสงขลา ทณั ฑสถานบ�ำบัดพิเศษสงขลา และทัณฑสถานหญงิ พิษณุโลก
- มูลค่าของผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ที่เข้าร่วมจ�ำหน่ายสินค้าออนไลน์ (e-marketplace) ผ่านช่องทางการจัด
จำ� หนา่ ยออนไลน์ ภายใตช้ ่ือ “Wansook” (วนั สุข) ระหวา่ งเดือนพฤศจิกายน 2563 - เมษายน 2564 มีจำ� นวนท้ังสิ้น
1,037,523 บาท (หนึง่ ลา้ นสามหม่ืนเจ็ดพนั หา้ ร้อยย่สี ิบสามบาทถว้ น)
- ยอดขายสะสมตั้งแต่วนั ที่ 2 พฤศจกิ ายน 2563 - วนั ท่ี 19 เมษายน 2564 มมี ูลคา่ ทงั้ ส้นิ 367,147 บาท
(สามแสนหกหมน่ื เจด็ พันหนง่ึ รอ้ ยส่สี บิ เจด็ บาทถว้ น)
- จ�ำนวนผูส้ งั่ ซอื้ ทัง้ ส้นิ 641 คน
- จำ� นวนผเู้ ขา้ เยย่ี มชมชอ่ งทางการจดั จำ� หนา่ ยผา่ นชอ่ งทางออนไลน์ ภายใตช้ อ่ื “Wansook” (วนั สขุ ) 56,157 คน
ผลติ ภัณฑ์ราชทณั ฑท์ ่ีไดร้ ับความนยิ ม 3 อันดบั แรก มีดังน้ี
12 3
กระเป๋าสายร้งุ เก้าอน้ี ง่ั เล็ก รองเท้าสลิปเปอร์
ทณั ฑสถานบ�ำบัดพิเศษหญิง ทณั ฑสถานวยั หนมุ่ นครศรีธรรมราช ทณั ฑสถานหญงิ เชยี งใหม่
กรมราชทัณฑม์ นี โยบายดำ� เนินงานดา้ นออนไลน์เพ่ือต่อยอดการทำ� งาน พัฒนารูปแบบผลติ ภณั ฑ์ของเรือนจ�ำ
และทัณฑสถาน ใหม้ คี วามทนั สมัย เหมาะสมทีจ่ ะน�ำขึน้ จำ� หน่ายบนแพลตฟอรม์ Lazada ให้มากขน้ึ เพ่ือเปิดโอกาส
ให้สังคม และประชาชนภายนอกได้รับทราบถึงความต้ังใจของกรมราชทัณฑ์ รวมท้ังผู้ต้องขังท่ีอยากกลับตนเป็นคนดี
มีอาชีพที่สุจริตในการหาเล้ียงตนเองและครอบครัว ซ่ึงยังถือเป็นการเพิ่มจ�ำนวนผลิตภัณฑ์ท่ีสามารถจัดจ�ำหน่าย
อีกทางหนง่ึ ด้วย
วารสารราชทัณฑ์ 35
การดำ� เนินโครงการความรว่ มมือระหวา่ งกรมราชทณั ฑ์
และสถาบันเทคโนโลยีปอ้ งกนั ประเทศ
กลมุ่ งานพฒั นาระบบดา้ นทัณฑวทิ ยา
กองทัณฑวิทยา
ตามทก่ี รมราชทณั ฑไ์ ดร้ ว่ มพธิ ลี งนามใน บนั ทกึ ความเขา้ ใจ (MOU) วา่ ดว้ ยการบรู ณาการผลงานวจิ ยั และพฒั นา
เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการเรือนจ�ำ ระหว่างกรมราชทัณฑ์และสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
ตามพระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562 เพ่ือให้การส่งเสริม สนับสนุน การฝึกอบรม การวิจัย
เผยแพรค่ วามรทู้ างวชิ าการ ประสานความรว่ มมอื ดา้ นเทคโนโลยแี ละอตุ สาหกรรมปอ้ งกนั ประเทศ ใหก้ รมราชทณั ฑไ์ ด้
เพมิ่ มติ ดิ า้ นความมน่ั คง การพฒั นาองคค์ วามรทู้ างวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยที เี่ กย่ี วขอ้ ง เรยี นรู้ และนำ� เทคโนโลยใี หม่
มาใช้ในการปฏิบัติงาน เพ่ิมประสิทธิภาพในการบริหารงานจัดการเรือนจ�ำ ส่งเสริมให้การปฏิบัติงานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพสูงสุดด้วย โดยกลุ่มงานพัฒนาระบบด้านทัณฑวิทยา กองทัณฑวิทยา ได้สรุปผลการด�ำเนินโครงการ
ความร่วมมอื ระหว่างกรมราชทณั ฑ์และสถาบันเทคโนโลยปี อ้ งกันประเทศ เพอื่ ให้สมาชกิ วารสารราชทณั ฑแ์ ละผู้สนใจ
ไดร้ บั รู้ เป็นประโยชน์ในการนำ� ไปประกอบการศึกษาได้ต่อไป
36 วารสารราชทัณฑ์
สถาบันเทคโนโลยปี ้องกันประเทศ หรือ Defence Technology Institute (DTI) เป็นหน่วยงานดา้ นวิจัยและ
พฒั นาชนั้ นำ� ของประเทศ ทมี่ ผี ลงานทไี่ ดร้ บั การรบั รองมาตรฐานทางการทหาร ซง่ึ นบั วา่ เปน็ เทคโนโลยรี ะดบั สงู ซงึ่ เดมิ
เป็นองค์การมหาชนที่จัดตั้งขึ้นเม่ือปี พ.ศ. 2551 มีวัตถุประสงค์หลักในการวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ต้นแบบ
เพ่ือสนบั สนนุ ภารกิจของกระทรวงกลาโหม ต่อมาจงึ ไดม้ กี ารยกระดบั ฐานะของหนว่ ยงานขนึ้ เพ่ือให้สามารถสนบั สนุน
อตุ สาหกรรมป้องกนั ประเทศ รวมถึงตอ่ ยอดงานวิจัยและพฒั นาไปจนถงึ ขนั้ การผลติ และจ�ำหนา่ ยในเชงิ พาณิชย์ได้
โดยในปี พ.ศ. 2562 ได้มกี ารประกาศใช้ “พระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562” สง่ ผลให้
DTI สามารถใหก้ ารสง่ เสรมิ สนบั สนนุ กจิ การ การฝกึ อบรม การวจิ ยั การแผยแพรค่ วามรทู้ างวชิ าการ และการประสาน
ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศกับหน่วยงานของรัฐอ่ืน ๆ นอกจากกระทรวงกลาโหม
ตลอดจนสถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อันเป็นประโยชน์ในมิติด้านความมั่นคง
ของประเทศ ทั้งในเร่ืองการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศ
รวมถงึ การลดการใช้จ่ายงบประมาณของภาครฐั ในการจดั หายทุ โธปกรณต์ า่ ง ๆ อีกด้วย
ผลจากการปรบั ปรงุ เพมิ่ เตมิ ภารกจิ ของ DTI นี้ จงึ เปน็ ทมี่ าของการจดั พธิ ลี งนามใน “บนั ทกึ ความเขา้ ใจ (MOU)
วา่ ดว้ ยการบรู ณาการผลงานวจิ ยั และพฒั นาเพอ่ื เสรมิ สรา้ งประสทิ ธภิ าพการบรหิ ารจดั การเรอื นจำ� ระหวา่ งกรมราชทณั ฑ์
และสถาบนั เทคโนโลยปี ้องกันประเทศ” ซงึ่ จดั ขนึ้ เม่อื วันที่ 22 เมษายน 2562 ณ กรมราชทัณฑ์ โดยได้รับเกยี รตจิ าก
พันตำ� รวจเอกณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ (ในขณะนั้น) และพลอากาศเอกปรีชา ประดบั มขุ ผู้อำ� นวยการ
สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับดังกล่าว ทั้งน้ี กรมราชทัณฑ์ได้ก�ำหนดให้
การด�ำเนนิ การภายใต้ MOU ฉบบั ดังกลา่ วอยู่ภายใตค้ วามรับผิดชอบของกองทณั ฑวิทยา
ส�ำหรบั ขอบเขตของความร่วมมือน้ัน เปน็ ไปเพ่อื การแลกเปลี่ยน เสริมสรา้ ง และบรู ณาการองคค์ วามรู้ ข้อมลู
ทางวิชาการ การศึกษาดูงาน การวิจัยและพัฒนา การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ตลอดจนการพัฒนาบุคลากร
ของท้ังสองหน่วยงานให้มีความรู้ความเช่ียวชาญ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเรือนจ�ำ
โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 – 2564 กรมราชทณั ฑ์ และ DTI ได้ดำ� เนินการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยี เพือ่ นำ�
มาใช้ในภารกจิ ของกรมราชทัณฑ์ จ�ำนวน 3 โครงการ ไดแ้ ก่
วารสารราชทัณฑ์ 37
1. โครงการจดั หาระบบวเิ คราะหแ์ ผน่ ปา้ ยทะเบยี นรถยนต์ สบื เนอื่ งจากในปจั จบุ นั กรมราชทณั ฑป์ ระสบปญั หา
ผู้ต้องขังหลบหนีบ่อยคร้ัง ซ่ึงบางกรณีได้รับการสนับสนุนยานพาหนะช่วยในการหลบหนีจากบุคคลภายนอก รวมถึง
สถานการณป์ จั จบุ นั ยงั คงเกดิ เหตคุ วามไมส่ งบในพนื้ ทจ่ี งั หวดั ชายแดนภาคใตอ้ ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง โดยเฉพาะเหตวุ างระเบดิ ใน
รถยนต์ (Car Bomb) ซึ่งเรอื นจ�ำถอื เปน็ หน่งึ ในสถานท่ีเปา้ หมายเนอื่ งจากเปน็ สถานท่ีราชการ หากกอ่ เหตสุ ำ� เร็จกจ็ ะ
ก่อให้เกิดความเสยี หายแกป่ ระชาชนและทรัพยส์ ินของทางราชการ ส่งผลกระทบตอ่ ความมน่ั คงของประเทศ
อย่างไรกด็ ี เนอ่ื งจากเรอื นจ�ำมีข้อจ�ำกดั ในเรอ่ื งการรกั ษาความปลอดภัยพืน้ ทอี่ าณาบรเิ วณโดยรอบ เนื่องจาก
ตอ้ งอำ� นวยความสะดวกแกญ่ าตแิ ละผมู้ าตดิ ตอ่ ราชการอนื่ ๆ แตท่ วา่ มาตรการรกั ษาความปลอดภยั ของเรอื นจำ� เปน็ ไป
ในเชงิ รบั โดยมเี พยี งการจดบนั ทกึ ทะเบยี นรถและแลกบตั รประชาชนของญาตเิ ทา่ นน้ั ไมม่ กี ารใชเ้ ทคโนโลยเี ชงิ รกุ ทที่ นั สมยั
เพ่อื ชว่ ยตรวจสอบขอ้ มูลของรถท่ีเขา้ มาในพน้ื ท่ีของทางเรอื นจ�ำแต่อยา่ งใด ด้วยเหตนุ ี้ ในปี พ.ศ. 2563 กรมราชทัณฑ์
จึงได้ขอรับการสนับสนุนระบบวิเคราะห์แผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ท่ีคิดค้นและผลิตข้ึนโดย DTI น�ำมาติดตั้ง
นำ� ร่องในเรือนจ�ำ 3 แหง่ ได้แก่ เรือนจำ� กลางสงขลา เรอื นจำ� กลางคลองเปรม และเรือนจ�ำกลางปตั ตานี เพ่ือทดสอบ
ประสิทธิภาพในการปอ้ งกันการกอ่ เหตรุ ้ายทอ่ี าจเกิดข้ึนในอาณาเขตพน้ื ทขี่ องเรือนจำ�
นอกจากนี้ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความเปน็ รปู ธรรม
ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านทะเบียนรถยนต์
ย่ิงขึ้น จึงได้มีการจัดท�ำ “บันทึกข้อตกลงว่าด้วย
การประสานความร่วมมือในการเชื่อมโยงระบบ
คอมพิวเตอร์เก่ียวกับข้อมูลทะเบียนยานพาหนะ
ระหว่างกรมการขนส่งทางบก กรมราชทัณฑ์
สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ” เม่ือวันที่
29 ตลุ าคม 2563 เพอ่ื เปน็ ขอ้ ตกลงในการเชอ่ื มตอ่
ข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ผ่านทาง Web Service
ของกรมการขนสง่ ทางบก และในอนาคตจะขยาย
ขอบเขตความร่วมมือไปยังหน่วยงานอื่นที่เก่ียวข้อง หากระบบวิเคราะห์แผ่นป้ายทะเบียนได้รับการติดต้ังในเรือนจ�ำ
ต่าง ๆ อยา่ งแพรห่ ลายตอ่ ไป ท้งั นี้ กรมราชทัณฑ์มเี ป้าหมายทจี่ ะจัดหาระบบวเิ คราะห์แผ่นปา้ ยทะเบยี นเพิม่ เตมิ ใหแ้ ก่
เรือนจำ� ในภาคใตอ้ กี จ�ำนวน 3 แห่ง ได้แก่ เรือนจำ� กลางยะลา เรอื นจำ� จังหวดั นราธิวาส และเรอื นจ�ำอ�ำเภอนาทวี
38 วารสารราชทัณฑ์
2. โครงการจัดท�ำแผนที่เรือนจ�ำสามมิติ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบแปลนของเรือนจ�ำต่าง ๆ ให้เป็น
โปรแกรมแผนท่ีสามมิติ เพื่อน�ำมาใช้ประโยชน์ในการก�ำหนดยุทธศาสตร์ในการควบคุมและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง
การวางแผนยทุ ธการในสถานการณ์ต่าง ๆ ซึ่งสามารถกำ� หนดเป็นพน้ื ที่เสมอื นจรงิ ในสถานการณต์ า่ ง ๆ ที่อาจเกิดข้นึ
ภายในเรือนจ�ำ เช่น การจู่โจมตรวจค้น หรือการป้องกันและระงับเหตุร้ายภายในเรือนจ�ำ ร่วมกับการใช้ห้องจ�ำลอง
สถานการณ์ (Simulation Room) เพอ่ื ฝกึ อบรมใหค้ วามรแู้ ละสรา้ งทกั ษะการปฏบิ ตั งิ านและการตดั สนิ ใจใหก้ บั บคุ ลากร
ทเี่ กยี่ วขอ้ งในระดับต่าง ๆ ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
ด้วยเหตุนี้ กรมราชทัณฑ์และ DTI จึงได้ร่วมกันจัดท�ำ “แผนท่ีเรือนจ�ำสามมิติต้นแบบ” น�ำร่อง ณ เรือนจ�ำ
กลางบางขวาง โดยได้ลงพื้นที่เรือนจ�ำเพื่อถ่ายภาพท้ังภาคพ้ืนดินและทางอากาศ (จากโดรนถ่ายภาพ) และน�ำข้อมูล
ที่ได้มาสร้างเป็นแผนที่สามมิติโดยโปรแกรมเฉพาะของ DTI ส�ำหรับการใช้งานจะต้องมีการใส่รหัสผู้เข้าใช้โปรแกรม
โดยสามารถเลอื กรปู แบบการใชง้ านไดท้ งั้ แบบ 3D Map (ภาพถา่ ยทางอากาศ) และแบบ STREET (เสน้ ทางเสมอื นจรงิ )
ซ่ึงทาง DTI ได้ส่งมอบแผนท่ีสามมิติของเรือนจ�ำกลางบางขวางให้แก่กรมราชทัณฑ์เพื่อน�ำมาทดลองใช้ เม่ือวันท่ี
22 มถิ ุนายน 2563 ท่ีผา่ นมา สำ� หรบั การดำ� เนินการในระยะต่อไป กรมราชทัณฑ์มแี ผนที่จะจดั ท�ำแผนที่สามมติ ิใหแ้ ก่
เรือนจ�ำรนุ่ ใหมท่ ีม่ ีโครงสรา้ งแบบแบง่ แดน จำ� นวน 48 แห่ง
3. โครงการจัดหาอากาศยานไร้คนขับเพ่ือ
ลาดตระเวนและติดตามผู้ต้องขังหลบหนี เนื่องจากเรือนจ�ำ
ทไี่ ดร้ บั การกอ่ สรา้ งใหมใ่ นยคุ ปจั บุ นั มขี นาดใหญ่ มพี น้ื ทภี่ ายใน
เฉลี่ยอยู่ระหว่าง 50 – 70 ไร่ รวมถึงมีพ้ืนท่ีภายนอกอกี เป็น
จ�ำนวนเทา่ ตวั ส่งผลใหก้ ารตรวจตราลาดตระเวนพน้ื ท่ตี ่าง ๆ
ท้ังภายในและภายนอกเรือนจ�ำกระท�ำได้ยากย่ิงข้ึน ถึงแม้ว่า
พนื้ ทดี่ า้ นในสว่ นใหญจ่ ะมกี ารตดิ ตง้ั กลอ้ งวงจรปดิ จำ� นวนมาก
แต่ก็ยังมีพ้ืนที่บางต�ำแหน่งเป็นจุดอับสายตา ส่วนพ้ืนท่ี
ภายนอกจะมแี ต่กล้องวงจรปดิ บรเิ วณแนวกำ� แพงเทา่ นั้น
นอกจากนี้ กรณีท่ีเกิดเหตุจลาจลภายในเรือนจ�ำ ท�ำให้ระบบไฟฟ้าเสียหาย ท�ำให้กล้องวงจรปิดไม่สามารถ
ท�ำงานได้ ส่งผลให้ผู้บริหารไม่สามารถบัญชาการเหตุการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงหากเกิดกรณีท่ีมีผู้ต้องขัง
หลบหนีออกจากเรือนจ�ำ ถึงแม้จะมีข้อมูลด้านการข่าว แต่หากไม่มีเทคโนโลยีท่ีช่วยในการติดตามตัวหรือช่วยค้นหา
กจ็ ะท�ำใหก้ ารตดิ ตามตวั เปน็ ไปด้วยความล่าชา้ ไมส่ ามารถจบั กุมตวั ไดภ้ ายใน 48 ช่ัวโมงตามกฎหมายราชทณั ฑ์
วารสารราชทัณฑ์ 39
ดว้ ยเหตนุ ้ี กรมราชทณั ฑ์จงึ ไดร้ ่วมมอื กบั DTI ในการศึกษาข้อมูลและ
ทดลองนำ� โดรนประเภทปกี หมนุ ซงึ่ ไดร้ บั การผลติ และพฒั นาประสทิ ธภิ าพโดย
DTI มาสาธิตการบินลาดตระเวนเหนอื พน้ื ท่เี รือนจำ� และตดิ ตามเบือ้ งต้นกรณี
มีผู้ต้องขังหลบหนี ณ เรือนจ�ำกลางนครปฐม เม่ือวันท่ี 29 มิถุนายน 2563
และวันที่ 9 กรกฎาคม 2563 ซึ่งผลการสาธิตเป็นที่น่าพอใจ อันน�ำไปสู่
การก�ำหนดเป็นคุณลักษณะพ้ืนฐานของโดรนที่จะน�ำมาใช้ในภารกิจของ
กรมราชทัณฑ์ ดงั น้ี
- เปน็ โดรนประเภทปกี หมนุ สามารถขนึ้ -ลงทางดง่ิ ได้ ตามลกั ษณะทาง
กายภาพของเรือนจำ�
- สามารถบนิ ได้เป็นระยะเวลานาน อย่างนอ้ ย 30 นาที
- รศั มีทำ� การไกลครอบคลุมพ้นื ท่เี รอื นจ�ำ 2 - 4 ตารางกโิ ลเมตร
- กล้องมีความคมชัดสูงและมรี ะบบอินฟราเรด
- มีระบบถ่ายทอดสัญญาณภาพที่มีความเสถียรมายังศูนย์บัญชาการ
ของเรือนจำ� (War Room)
- ภาพบนจอมคี วามชดั เจน สามารถนำ� ไปใชป้ ระกอบการตดั สนิ ใจของ
ผูบ้ ัญชาการเหตกุ ารณ์หรือเจา้ หนา้ ทีไ่ ดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
- สามารถติดตามสัญญาณ GPS จากตรวน หรือจากก�ำไล EM
ท่ผี ้ตู ้องขงั สวมใสอ่ ยูไ่ ดด้ ว้ ย
ในส่วนของการด�ำเนินการในระยะต่อไป กรมราชทัณฑ์มีแผนที่จะ
จัดหาอากาศยานไร้คนขับ (UAV/Drone) เพ่ือป้องกันเหตุร้ายในเรือนจ�ำและ
ตดิ ตามผู้ตอ้ งขังหลบหนี จำ� นวน 10 ระบบ เพอ่ื ประจำ� การ ณ เรือนจำ� กลาง
ประจำ� เขตทกุ แห่ง
ส�ำหรับในปีงบประมาณ
พ.ศ. 2564 กรมราชทัณฑ์ ไดม้ ีการ
ประชุมร่วมกับสถาบันเทคโนโลยี
ปอ้ งกนั ประเทศ เพือ่ หารอื ถึงกรอบ
การศึกษาวิจัยร่วมกันเม่ือวันท่ี 8
มิถุนายน 2564 ซ่ึงที่ประชุมได้ให้
ความเห็นชอบที่จะด�ำเนินการ
ศึกษาวิจัยในเร่ืองการน�ำเทคโนโลยี
ตดิ ตามตวั Electronic Monitoring
(EM) มาใช้กับผู้ต้องขัง เช่น
การควบคุมไปศาล โรงพยาบาล หรือออกท�ำงานภายนอกเรือนจ�ำ และการศึกษาวิจัยในเร่ืองการพัฒนาอาวุธ
ทไ่ี มเ่ ปน็ อันตรายถึงแก่ชีวติ (Non-lethal Weapons/Less Lethal Weapons) เพ่ือมาใชใ้ นภารกิจของกรมราชทณั ฑ์
เชน่ การระงับเหตรุ ้ายในเรอื นจ�ำ และขนย้ายผ้ตู ้องขงั เปน็ ต้น
40 วารสารราชทัณฑ์
กระบวนการดูแลและปฏิบตั ิตอ่ ผูก้ ระทำ� ผิดในคดีร้ายแรง
ที่มลี ักษณะสะเทือนขวัญในต่างประเทศ (ประเทศออสเตรเลยี )
เอกกมล ลวดลาย
กองพัฒนาพฤตนิ ิสยั
สำ� หรบั ฉบบั ทแี่ ลว้ ไดน้ ำ� เสนอกระบวนการ
ดูแลและปฏิบัติต่อผู้กระท�ำผิดในคดีร้ายแรงท่ีมี
ลกั ษณะสะเทอื นขวญั ในตา่ งประเทศ โดยนำ� เสนอ
ถึงแนวทางกระบวนการดูแลและปฏิบัติต่อ
ผกู้ ระทำ� ผดิ ในคดรี า้ ยแรงทมี่ ลี กั ษณะสะเทอื นขวญั
ในประเทศสิงคโปร์ ส�ำหรับฉบับนี้จะขอน�ำท่าน
ผูอ้ า่ นมาทราบถึงกระบวนการดแู ลและปฏบิ ัติต่อ
ผู้กระท�ำผิดในคดีร้ายแรงที่มีลักษณะสะเทือนขวัญในประเทศออสเตรเลีย ท่ีมีแนวทางในการจัดการดูแลกลุ่มผู้ต้องขัง
กลุ่มดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกประเทศหน่ึง โดยเฉพาะอย่างย่ิงการดูแลกลุ่มผู้ต้องขังที่เป็นคดีร้ายแรงนับว่า
เปน็ กลมุ่ ส�ำคัญท่ตี ้องดำ� เนินการโดยเรว็ เน่อื งจากเปน็ กลมุ่ ทม่ี ผี ลต่อความรสู้ กึ ของประชาชนในดา้ นความปลอดภยั ใน
สังคม (Public Safety)
ส�ำหรับประเทศออสเตรเลียนั้นนับเป็นประเทศหนึ่งที่ให้ความส�ำคัญในการป้องกันการหวนกลับมา
กระท�ำผิดซ�้ำ และมีเป้าหมายในการลดอัตราการกระท�ำผิดซ�้ำ โดยในรัฐนิวเซาท์เวล กรมราชทัณฑ์ได้มีเป้าหมาย
ที่จะลดอัตราการกระท�ำผิดซ้�ำ 25 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี พ.ศ. 2563 โดยการจ�ำแนกลักษณะผู้ต้องขัง นับเป็น
กระบวนการเร่มิ ในการดแู ลและปฏิบัตติ ่อผูต้ อ้ งขงั โดยจากกระบวนการจำ� แนกลักษณะผตู้ อ้ งขัง
วารสารราชทัณฑ์ 41
การจ�ำแนกลกั ษณะผู้ตอ้ งขงั ในประเทศออสเตรเลียสามารถแบ่งลักษณะผู้ต้องขงั ออกเปน็ 7 ระดบั ดังน้ี
1. ระดับ AA Extreme High Risk
2. ระดับ E1/E2 Escape Risk Category
3. ระดบั A1/A2 Maximum Security
4. ระดบั B1/B2 Medium Security
5. ระดับ C1 Minimum Security
6. ระดบั C2 Minimum Security
7. ระดับ C3 Minimum Security
โดยผตู้ อ้ งขงั ในกลมุ่ ผตู้ อ้ งขงั ประเภท AA เปน็ กลมุ่ ผตู้ อ้ งขงั ทมี่ คี วามเสยี่ งสงู สดุ โดยกลมุ่ ผตู้ อ้ งขงั กลมุ่ ดงั กลา่ ว
เป็นผู้ต้องขังในคดีที่มีความรุนแรง ร้ายแรง หรือความเสี่ยงสูงในการกระท�ำผิดซ�้ำ รวมถึงกลุ่มผู้ก่อการร้าย โดยเป็น
กลุ่มที่ผา่ นการประเมนิ ความเสยี่ งท่จี ัดอยู่กลุ่ม AA โดยผู้ต้องขงั กลุ่มดังกลา่ วจะถกู แยกการควบคุมในเรือนจำ� ประเภท
เรอื นจำ� ความม่ันคงสงู สดุ (Super Maximum Security) หรือเรอื นจำ� ความมน่ั คงสงู (Maximum Security) ท่ีต้องมี
การแยกขังเด่ียวผู้ต้องขังในแต่ละห้องโดยผู้ต้องขังเหล่านี้จะต้องถูกเฝ้าระวังเป็นพิเศษ นอกจากน้ี ยังมีกลุ่มท่ีต้อง
เฝ้าระวังต่อการแหกหักหลบหนี ประเภทกลุ่ม E1/E2 เป็นกลุ่มท่ีมีพฤติการณ์หรือเคยมีประวัติท่ีจะหลบหนีออกจาก
สถานคุมขัง ซ่ึงเป็นอีกกลุ่มที่ถูกให้อยู่ในกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง โดยกลุ่มผู้ต้องขังจะถูกขังในพื้นที่เรือนจ�ำความมั่นคงสูง
ท่ีมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยอ�ำนาจการพิจารณาในการควบคุมผู้ต้องขังท้ังสองกลุ่มที่เป็นกลุ่มพิเศษในการเฝ้าระวัง
จะอยภู่ ายใต้อ�ำนาจของอธบิ ดีกรมราชทัณฑใ์ นการก�ำหนดพ้ืนที่เขตการควบคมุ ดังกลา่ ว
ปัจจุบันผู้ต้องขังที่ก่อความผิดเป็นคดีร้ายแรงหรือสะเทือนขวัญในรัฐนิวเซาส์เวล ประเทศออสเตรเลีย น้ันจะ
ถกู ควบคมุ ในเรอื นจำ� Goulburn Correctional Center ซงึ่ เปน็ เรอื นจำ� ความมนั่ คงสงู สดุ (Super Maximum Security)
หรือเรือนจ�ำความมั่นคงสูง (Maximum Security) แห่งต่าง ๆ โดยผู้ต้องขังท่ีอยู่ภายในเรือนจ�ำดังกล่าวจะเป็นกลุ่ม
ผู้ต้องขัง AA ที่จะถูกจ�ำกัดการใช้ชีวิตประจ�ำวัน และอยู่ภายใต้การดูแลและเฝ้าระวังอย่างเคร่งครัด โดยผู้ต้องขัง
จะอยไู่ ดแ้ ตเ่ ฉพาะในพนื้ ทห่ี อ้ งขงั ตนเองเทา่ นนั้ ไมส่ ามารถตดิ ตอ่ สอื่ สารกบั ผตู้ อ้ งขงั คนอนื่ ๆ ทงั้ นเ้ี พอื่ ปอ้ งกนั การตดิ ตอ่
ระหว่างผตู้ อ้ งขงั ท้ังน้ี ผู้ตอ้ งขังทีต่ อ้ งโทษจำ� คุกตลอดชวี ติ จะถูกกำ� หนดและดแู ลจัดการจาก the Serious Offenders
Review Council ที่อยูภ่ ายใต้พระราชบญั ญตั ิ the Crimes (Administration of Sentences) Act 1999 ผตู้ อ้ งขงั
ท่ีก�ำหนดโทษตลอดชีวิตในประเทศออสเตรเลียสามารถถูกจ�ำแนกลักษณะผู้ต้องขังจากการถูกจ�ำคุกในเรือนจ�ำ
ความม่ันคงสูงไปเรือนจ�ำระดับความมั่นคงปานกลาง แต่การควบคุมผู้ต้องขังดังกล่าวจะต้องไม่ควบคุมในเรือนจ�ำ
ทีต่ ำ่� กว่าเรือนจำ� ระดับความมน่ั คงปานกลาง
โดยผตู้ อ้ งขงั แตล่ ะคนจะตอ้ งไดร้ บั การประเมนิ เพอื่ จดั แผนการปฏบิ ตั ติ น หรอื ทเี่ รยี กวา่ Case Plan ซง่ึ ผตู้ อ้ งขงั
แต่ละคนจะได้รับการประเมินไม่เกิน 5 สัปดาห์ เพ่ือจะส่งตัวไปคุมขังตามประเภทการประเมินผู้ต้องขัง โดยผู้ต้องขัง
แต่ละคนจะมีการเซ็นยินยอมในการเข้าด�ำเนินการตาม Case Plan ในกรณีที่ผู้ต้องขังมีพฤติการณ์ความรุนแรงหรือ
ไดร้ ับการประเมินใหเ้ ฝา้ ระวงั อย่างใกล้ชดิ โดยผูต้ อ้ งขังทเ่ี ปน็ กลุม่ AA จะตอ้ งเขา้ รับโปรแกรมทท่ี างเรอื นจ�ำกำ� หนดให้
ซ่ึงในกรณีท่ีเก่ียวข้องกับความรุนแรงหรือกับทางเพศ ผู้ต้องขังจะต้องเข้ารับโปรแกรมท่ีเก่ียวข้องกับการกระท�ำผิด
ทง้ั ทางเพศและความรนุ แรง โดยมขี นั้ ตอนต่าง ๆ ดังน้ี
42 วารสารราชทัณฑ์
1. ผตู้ อ้ งขงั จะตอ้ งผา่ นการประเมนิ ความเสยี่ งเพอ่ื ดำ� เนนิ การจดั โปรแกรมสำ� หรบั การบำ� บดั การใชค้ วามรนุ แรง
ทางเพศ และการใชค้ วามรุนแรงในการกระท�ำความผดิ
2. การประเมนิ และการใหค้ ำ� ปรกึ ษาใหผ้ กู้ ระทำ� ผดิ ทเี่ กย่ี วกบั ทางเพศและความรนุ แรงตามอำ� นาจของกฎหมาย
ในกรณีทเ่ี ป็นผู้กระทำ� ผดิ รา้ ยแรง
3. มีการดำ� เนนิ การจดั โปรแกรมใหแ้ กผ่ ้ตู ้องขงั ที่กระท�ำผดิ ทางเพศและทีใ่ ชค้ วามรุนแรงในการกอ่ คดี
4. มกี ารประชมุ กลมุ่ ผเู้ กยี่ วขอ้ งทงั้ นกั จติ วทิ ยาในการประเมนิ ผลเพอ่ื สง่ ใหศ้ าลและจดั ทำ� รายงานคณะกรรมการ
พกั การลงโทษเพอื่ แจง้ การปลอ่ ยตัว
โปรแกรมสำ� หรับผูต้ ้องขงั คดีทางเพศ และคดคี วามรนุ แรง มดี ังน้ี
1. Violent Offenders Therapeutic Program
โปรแกรมท่ีใช้บ�ำบัดผู้ต้องขังท่ีใช้ความรุนแรงในการก่อคดี
โดยใช้ในกล่มุ ผตู้ ้องขังก�ำหนดโทษสูง
2. Self-Regulation Program โปรแกรมส�ำหรับ
ผตู้ อ้ งขงั คดคี วามรนุ แรงโดยจะเนน้ ในการสง่ เสรมิ ดา้ นความรู้
ความเขา้ ใจ
3. Custody-based VOTP Maintenance and
Outreach for Violent Offenders เป็นโปรแกรมเฉพาะ
ในการควบคมุ สำ� หรับผตู้ ้องขงั ท่กี อ่ คดีความรนุ แรง
4. PREP - a preparatory program for sexual
offenders เป็นโปรแกรมส�ำหรับผู้ต้องขังที่ก่อคดีทางเพศ
ในการเตรยี มความพรอ้ มและกระตนุ้ ใหผ้ ตู้ อ้ งขงั กลมุ่ ดงั กลา่ ว
สามารถเข้าร่วมโปรแกรมและบ�ำบัดในโปรแกรมท่ีเก่ียวข้อง
กบั การกระท�ำผิดทางเพศ
5. CUBIT Outreach (CORE) เป็นโปรแกรมสำ� หรบั ผูต้ อ้ งขังคดีทางเพศ
6. Custody-Based Maintenance for Sexual Offenders เป็นโปรแกรมต่อเนื่องส�ำหรับผู้ต้องขังที่ผ่าน
การอบรมการบ�ำบดั ดา้ นการกระท�ำผดิ ทางเพศ
7. Self-Regulation Program: Sexual Offenders เปน็ โปรแกรมสง่ เสรมิ ความรคู้ วามเขา้ ใจตอ่ การกระทำ� ผดิ
ทางเพศ
8. Deniers Program เป็นโปรแกรมเฉพาะส�ำหรับผตู้ ้องขังชายท่ปี ฏิเสธตอ่ การกระท�ำผดิ ทางเพศ
ซ่ึงผู้ต้องขังจะต้องได้รับการปฏิบัติตามหลักข้อก�ำหนดแมนเดลา (Mandela Rules) ซ่ึงเป็นหลักการปฏิบัติ
ต่อผู้ต้องขังตามหลักสากลอีกด้วย นอกจากนี้ ส�ำหรับผู้ต้องขังที่จะได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษ จะได้รับการเตรียม
ความพร้อมก่อนปล่อยในด้านต่าง ๆ และมีการประเมินการเตรียมความพร้อมโดยเฉพาะในเรื่องการท�ำงานผู้ต้องขัง
จะต้องได้รับการประเมินตาม a Job Seeker Classification Instrument (JSCI) ซ่ึงเป็นเคร่ืองมือในการประเมิน
ความสามารถในการออกไปทำ� งานภายหลงั พน้ โทษตอ่ ไป นอกจากน้ี ในอตุ สาหกรรมการบรกิ ารราชทณั ฑย์ งั เปดิ โอกาส
วารสารราชทัณฑ์ 43
ให้ผู้ต้องขังได้เข้าร่วมกิจกรรมในการจ้างงานจากกว่า 100 บริษัท ท้ังในอุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมไม้
อุตสาหกรรมขนม ด้านอาหาร ด้านเหล็ก ด้านส่ิงพิมพ์ ด้านเกี่ยวกับผ้า ซ่ึงผู้ต้องขังท่ีผ่านการรับรองจะได้รับโอกาส
ในการเขา้ ทำ� งาน และมีโอกาสในการเช่ือมโยงหน่วยงานกับสถาบันการศึกษาทางเทคนิคในพื้นที่ของตนเพอ่ื ทจี่ ะไดร้ ับ
โอกาสในการท�ำงาน ก่อนท่ีจะได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษ หรือเข้าสู่โปรแกรมการปล่อยตัวเพ่ือการท�ำงาน นอกจากนี้
ผตู้ อ้ งขงั ยงั จะไดร้ บั โอกาสในการศกึ ษารปู แบบทางไกลในระดบั มหาวทิ ยาลยั ขณะตอ้ งโทษจำ� คกุ อกี ดว้ ย ซง่ึ จะเหน็ ไดว้ า่
ประเทศออสเตรเลียน้ันมีการวางแผนในการดูแลผู้ต้องขังท่ีกระท�ำผิดในคดีร้ายแรงที่มีลักษณะสะเทือนขวัญ
ท้ังนี้ เพ่ือเสริมสร้างความเชื่อม่ัน และความม่ันใจให้แก่ประชาชนและสังคมต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ
ออสเตรเลยี ในการมสี ังคมแหง่ ความปลอดภัย (Public Safety) ต่อไป
แหล่งข้อมูล
- เอกกมล ลวดลาย, มาตรการทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพในการปฏบิ ตั ติ อ่ ผกู้ ระทำ� ผดิ ในคดรี า้ ยแรงทมี่ ลี กั ษณะสะเทอื นขวญั ,
ส�ำนักงานกิจการยุติธรรม, 2563.
- Australian Government. (2018). Servicing pre-release prisoners. Retrieved February 25, 2020
from https://docs-jobs.govcms.gov.au/system/files/doc/other/servicing_pre-release_prisoners.pdf
- Gotocourt. (2018). Imprisonment in new south whales. Retrieved February 27, 2020 from
https://www.gotocourt.com.au/criminal-law/nsw/imprisonment/
- Justice Inspector of Custodial Services. (2015). Lifers: classification and regression. Retrieved
February 28, 2020 from http://www.custodialinspector.justice.nsw.gov.au/Documents/
Lifers%20Classification%20and%20regression.pdf
- NSW government. (2016). Sex and Violent Offender Therapeutic Programs. Retrieved
February 28, 2020 from https://www.correctiveservices.justice.nsw.gov.au/Pages/Corrective-
Services/programs/sex-and-violent-offender-therapeutic-programs/sex-and-violent-offend-
er-therapeutic-programs.aspx
44 วารสารราชทัณฑ์
เลาะรว้ั รวบรวมและเรยี บเรยี ง
โดย กลมุ่ งานราชทณั ฑ์ต่างประเทศ
รราอชบทโณั ลกฑ์
กองทณั ฑวทิ ยา
ทม่ี าของขอ้ มูล
- กรมราชทัณฑ์แคนาดา
- กรมราชทณั ฑม์ ลรัฐฟลอริดา
- กรมราชทณั ฑม์ ลรฐั ควีนสแ์ ลนด์
- กรมราชทณั ฑน์ วิ ซแี ลนด์
ในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา มีข่าวสารการด�ำเนินโครงการกิจกรรมท่ีน่าสนใจในหลาย ๆ ประเทศ ซึ่งฉบับน้ี
จะพาไปตดิ ตามความคบื หนา้ ทเ่ี กดิ ขนึ้ ในระบบงานราชทณั ฑป์ ระเทศแคนาดา สหรฐั อเมรกิ า ออสเตรเลยี และนวิ ซแี ลนด์
โดยมงุ่ เน้นการดำ� เนนิ งาน ทัง้ ทางดา้ นการพัฒนาพฤตินสิ ัย การฝกึ วชิ าชพี การฝกึ อบรมเจ้าหนา้ ท่ี และการผลติ ชน้ิ งาน
ของผูต้ ้องขงั ทกี่ ่อใหเ้ กดิ ประโยชนต์ ่อสังคม ซงึ่ ข่าวสารเหลา่ นี้อาจเปน็ แรงบันดาลใจ หรือจุดประกายใหห้ นว่ ยงานของ
กรมราชทณั ฑ์ไทยไดน้ ำ� ไปเปน็ ตน้ แบบการดำ� เนนิ การในเรือนจ�ำทัณฑสถานได้ไมม่ ากก็น้อย
วารสารราชทัณฑ์ 45
1. ประเทศแคนาดา
กรมราชทัณฑ์แคนาดา แถลงความกา้ วหน้าของโครงการเรือนจ�ำกสิกรรม
กรมราชทณั ฑแ์ คนาดาแถลงความกา้ วหนา้ ของ
โครงการเรือนจ�ำกสิกรรม (Penitentiary Farm)
ทด่ี ำ� เนนิ การในเรอื นจำ� Joyceville และเรอื นจำ� Collins
Bay ท่ีเมืองออนตาริโอ โดยผู้ต้องขังที่เข้าร่วมใน
โครงการจะมีโอกาสได้เรียนรู้องค์ความรู้ ทักษะเชิง
เทคนิค และทักษะเชิงสังคมผ่านการฝึกอบรมวิชาชีพ
ในลกั ษณะเรยี นรงู้ าน ณ สถานทจี่ รงิ นนั่ คอื การปฏบิ ตั งิ าน
ดา้ นเกษตรและกสิกรรม
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2019 กรมราชทัณฑ์แคนาดา
คอ่ ย ๆ ด�ำเนินโครงการเรือนจ�ำกสิกรรม โดยผู้ต้องขังจะได้รับมอบหมายหน้าที่การท�ำงานท่ีหลากหลายเกี่ยวเนื่องกับ
การเกษตร จวบจนถึงปัจจุบัน ได้มีการมอบประกาศนียบัตรฝึกวิชาชีพ แก่ผู้ต้องขังที่เข้าร่วมแล้ว 247 คน และยังมี
ประกาศนียบัตรเพิ่มเติมส�ำหรับการท�ำงานท่ีเก่ียวข้องกับโครงการเรือนจ�ำกสิกรรม เช่น การก่อสร้างหรือปรับปรุง
สิ่งต่าง ๆ ทจ่ี �ำเป็น
หลังจากไดร้ บั งบประมาณจำ� นวน 4.3 ล้านเหรียญ เมื่อปี ค.ศ. 2018 กรมราชทณั ฑ์แคนาดาเริม่ วางแผนที่จะ
ปัดฝุ่นเปิดโครงการเรือนจ�ำกสิกรรมน้ีอีกคร้ัง ภายหลังปรึกษาหารือกับสมาชิกในชุมชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องท้ังหมด
จึงได้สร้างอาคารส�ำหรับเล้ียงและรีดนมวัวเมื่อปี ค.ศ. 2019 ซึ่งปัจจุบันได้ถูกเลี้ยงไว้ท่ีโรงนาปรับปรุงใหม่ในเรือนจ�ำ
Collins Bay และก�ำลังไดข้ ้อยตุ ิส�ำหรบั แผนทจ่ี ะสร้างโรงรีดนมแห่งใหม่ท่เี รอื นจำ� Joyceville
กรมราชทณั ฑท์ ำ� งานอยา่ งพถิ พี ถิ นั เพอื่ วางแผนและได้
ขอ้ สรปุ การออกแบบโรงนารดี นม ขณะทโ่ี ปรแกรมฝกึ วชิ าชพี อนื่ ๆ
เชน่ การปลกู พชื การเลย้ี งผง้ึ และการรดี นมววั กด็ ำ� เนนิ การไปดว้ ย
พร้อม ๆ กัน อย่างไรก็ดี เนื่องจากความท้าทายทางการเงิน
ในการแก้ไขปญั หาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของหนว่ ยงาน
ซ่ึงไม่ได้วางแผนมาก่อนล่วงหน้า กรมราชทัณฑ์ จึงตัดสินใจ
มุ่งเน้นไปที่โปรแกรมการรีดนมวัว และระงับการรีดนมแพะ
ไว้เป็นการชว่ั คราว
โปรแกรมรีดนมแพะจะกลับมาด�ำเนินการอีกครั้ง
หากผลกระทบของโควิด-19 สามารถแก้ไขได้ดีข้ึนแล้ว
ในขณะเดียวกัน กรมราชทัณฑ์จะยังคงเข้าไปมีส่วนร่วมกับ
สมาชกิ ของชมุ ชนและผมู้ สี ว่ นเกย่ี วขอ้ งเพอ่ื ดำ� เนนิ การรดี นมววั
รวมท้ังการก่อสร้างโรงนาแห่งใหม่ท่ีเรือนจ�ำ Joyceville ซ่ึง
ผู้ต้องขังจะเข้าร่วมในกิจกรรมทางเกษตรต่าง ๆ ท่ีหลากหลาย
เช่น การปลูกพืช การเล้ียงผ้ึง การผลิตน�้ำเช่ือมไซรัป
การซอ่ มแซมรวั้ ไม้ กจิ กรรมทางสง่ิ แวดลอ้ ม การบรหิ ารจดั การปา่
และการเลีย้ งและดูแลปศสุ ตั ว์ เป็นตน้
46 วารสารราชทัณฑ์
2. ประเทศสหรฐั อเมริกา
กรมราชทณั ฑม์ ลรฐั ฟลอรดิ า จดั การแขง่ ขนั ชงิ แชมปก์ อ่ อฐิ ประจำ� ปสี ำ� หรบั ผตู้ อ้ งขงั เปน็ ครงั้ ทส่ี อง
กรมราชทัณฑ์มลรัฐฟลอริดา ประกาศ
จดั งานชงิ แชมปก์ อ่ อฐิ ประจำ� ปี เพอื่ นำ� เสนอผลงาน
โปรแกรมฝึกอบรมวิชาชีพช่างก่ออิฐจากเรือนจ�ำ
8 แหง่ รวมทงั้ รบั การทดสอบความรกู้ ารปฏบิ ตั งิ าน
ทางอตุ สาหกรรม โดยมกี ารพจิ ารณาตดั สนิ คะแนน
โดยสมาชิกมูลนิธิการศึกษาและการฝึกงานก่ออิฐ
แห่งมลรัฐฟลอรดิ า Florida Masonry Appren-
ticeship and Educational Foundation
(FMAEF).
ก ร ม ร า ช ทั ณ ฑ ์ ฟ ล อ ริ ด า เ ป ิ ด เ ผ ย ว ่ า
ต้องการให้ผู้ต้องขังได้รับโอกาสเลือกท�ำสิ่งดี ๆ ระหว่างถูกคุมขัง ซ่ึงการแข่งขันในงานนี้เป็นไปด้วยบรรยากาศแบบ
เป็นมิตร ผู้เข้าร่วมแข่งขันต่างต่ืนเต้นท่ีจะได้แสดงทักษะที่ได้รับการฝึกอบรมมา และกรมราชทัณฑ์เองก็ดีใจท่ีได้จับคู่
ผตู้ อ้ งขังกบั ผู้น�ำในอตุ สาหกรรมเพ่ือทีจ่ ะช่วยกรุยทางสำ� เรจ็ ใหไ้ ด้รบั การจ้างงานภายหลังพน้ โทษ
ผู้ต้องขังที่เข้าร่วมแข่งขันจะได้รับการสอนให้สร้างอิฐและโบกปูนข้ึนโครงสร้างในรูปแบบท่ีดึงดูดสายตาของ
คณะกรรมการซงึ่ จะตดั สนิ จากทกุ องคป์ ระกอบของชน้ิ งานสดุ ทา้ ย โดยทว่ั ไปแลว้ การแขง่ ขนั กอ่ อฐิ ถกู ใชใ้ นอตุ สาหกรรม
อย่างกว้างขวางเพ่ือเน้นย้�ำคุณภาพ ทักษะและความเชื่อม่ันต่อโปรแกรมการศึกษาก่ออิฐ ซึ่งโปรแกรมฝึกก่ออิฐของ
กรมราชทัณฑ์มลรัฐฟลอริดาจะมอบประกาศนียบัตรที่ได้รับการรับรองหากผู้ต้องขังได้อบรมในหลักสูตรและส่ังสม
ประสบการณ์จริง เมื่อถึงเวลาใกล้ปล่อยตัว ผู้ต้องขังจะถูกจับคู่กับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมผ่านมูลนิธิฯ เพื่อช่วย
เสริมสรา้ งโอกาสในการทำ� งานโดยทนั ที
สำ� หรบั ปนี ี้ ผเู้ขา้ รว่ มการแขง่ ขนั ประกอบดว้ ย
ผู้ต้องขังจากเรือนจ�ำ Baker เรือนจ�ำ Columbia
เรือนจ�ำ Charlotte CI เรือนจ�ำ DeSoto Annex
เรือนจ�ำ Lancaster เรือนจ�ำ Lowell เรือนจ�ำ
Liberty และเรอื นจำ� Tomoka โดยคณะกรรมการฯ
จะคัดเลอื กผทู้ ม่ี ผี ลงานดีทส่ี ดุ จ�ำนวน 3 รางวลั
วารสารราชทัณฑ์ 47
3. ประเทศออสเตรเลยี
เจ้าหน้าที่บรรจุใหม่ 46 นาย และเจ้าหน้าที่ชุดฝึกสุนัข 8 นาย พร้อมด้วยสุนัขของตนเอง
เข้าร่วมพิธีสาบานตนในการเร่มิ ปฏิบัติหนา้ ที่เพ่ือปกป้องคุ้มครองสงั คม
ที่สถาบันฝึกเจ้าหน้าท่ีราชทัณฑ์
รัฐควีนส์แลนด์ ได้มีการจัดพิธีสาบานตน
เพื่อเร่ิมปฏิบัติหน้าที่ ซ่ึงในพิธีดังกล่าว
ยงั ไดม้ กี ารประกาศใหท้ ราบถงึ ผไู้ ดร้ บั มอบ
รางวัลราชทัณฑ์แห่งออสเตรเลีย 3 ราย
ล่าสุด ตลอดจนผู้ได้รับเหรียญข้าราชการ
พลเรือน 1 ราย
รัฐมนตรี Ryan ได้ตระหนักถึง
ความมุ่งม่ันและอุทิศตนของเจ้าหน้าที่
กรมราชทัณฑ์มลรัฐควีนส์แลนด์ในการ
ปฏิบัติหน้าท่ีส�ำคัญเพ่ือความปลอดภัย
ของสาธารณะ พรอ้ มกลา่ ววา่ “ผมรบั ทราบดถี งึ การทำ� งานทยี่ ากลำ� บากของเจา้ หนา้ ทบี่ รรจใุ หม่ เจา้ หนา้ ทฝ่ี กึ สนุ ขั และ
เพอื่ นสขี่ าของพวกเขา รวมถงึ ผไู้ ดร้ บั รางวลั ราชทณั ฑอ์ อสเตรเลยี และเหรยี ญขา้ ราชการพลเรอื น ผมขอขอบคณุ ในนาม
ของพลเมอื งมลรฐั ควนี สแ์ ลนด์ส�ำหรบั ความทมุ่ เทเพือ่ ให้ชุมชนของพวกเราปลอดภยั มากย่งิ ข้นึ ”
รัฐมนตรี Ryan เน้นย้�ำว่าเจ้าหน้าท่ีกรมราชทัณฑ์รัฐควีนส์แลนด์มีความเป็นมืออาชีพมาก โดยรับผิดชอบ
การปฏิบัติต่อสมาชิกของชุมชนในเรือนจ�ำท่ีอาจมีความซ�้ำซ้อนในทุก ๆ วัน เพื่อสร้างความปลอดภัยของชุมชน ส่ิงน้ี
จ�ำเป็นตอ้ งประกาศให้รบั ทราบโดยทัว่ กนั
ในขณะทีอ่ ธบิ ดกี รมราชทณั ฑ์ Martin ไดก้ ล่าวขอบคุณเจา้ หนา้ ทีใ่ หม่ทุกท่านทีเ่ ข้ารว่ มภารกจิ แถวหนา้ ในการ
สร้างความปลอดภัยให้สาธารณะ “เจ้าหน้าที่ของพวกเราอยากที่จะช่วยเปลี่ยนชีวิตของคนท่ีเราดูแล ในขณะเดียวกัน
ก็ปฏิบัติหน้าที่ช่วยให้ชุมชนควีนส์แลนด์ของเราปลอดภัย” อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าวอีกว่า “การฝึกอบรมนี้ มีความ
เขม้ ขน้ มาก เพอ่ื ใหม้ นั่ ใจวา่ เจา้ หนา้ ทใี่ หมท่ กุ รายพรอ้ มทจ่ี ะปฏบิ ตั ิ
หน้าท่ีและรับมือกับความท้าทายมากมายท่ีสามารถเกิดขึ้นได้
ในสภาพแวดลอ้ มของเรอื นจำ� ในแต่ละวัน”
ทั้งน้ี เจ้าหน้าท่ีบรรจุใหม่จะถูกส่งตัวไปปฏิบัติหน้าที่
ในเรือนจ�ำต่าง ๆ ประกอบดว้ ยเรือนจำ� Arthur Gorrie 19 นาย
เรอื นจำ� Brisbane 19 นาย และเรอื นจำ� Wolston 8 นาย สำ� หรบั
สนุ ขั ผชู้ ว่ ยเจา้ หนา้ ท่ี มที ง้ั สนุ ขั เพอื่ ปฏบิ ตั หิ นา้ ทว่ี ตั ถปุ ระสงคท์ วั่ ไป
และสนุ ขั เพือ่ แจง้ เตือนตรวจจบั เป็นการเฉพาะ
48 วารสารราชทัณฑ์
4. ประเทศนวิ ซีแลนด์
ครูผูฝ้ กึ อบรมทักษะเยบ็ ผา้ และผูต้ ้องขัง ช่วยสนับสนนุ ชมุ ชนดว้ ยการลดขยะ
ท่ีเรือนจ�ำภูมิภาค Hawke’s Bay ครู
Catering Cheryl Hall และผู้ต้องขังชายท่ีเรียน
ในหลักสูตรจ�ำนวน 3 คน ซึ่งรู้จักกันในนาม
“ทีมห้องเย็บผ้า” ก�ำลังช่วยกันเย็บชิ้นงาน
ท่ีสวยงามต่าง ๆ เพื่อมอบให้การกุศล ในขณะ
เดียวกัน ก็สามารถลดขยะจ�ำนวนมากที่จะถูกส่ง
ไปยงั หลุมฝงั กลบขยะ
“ชิ้นงานท่ีสวยงามเหล่าน้ีประกอบด้วย
ผา้ ปทู น่ี อน ผา้ หม่ หมอน เตยี งสตั วเ์ ลย้ี ง สสี นั สดใส
กำ� ลงั ถกู แจกจา่ ยไปยงั ครอบครวั ทต่ี อ้ งการและจำ� เปน็ ตอ้ งใช”้ คณุ Nadine จากองคก์ รการกศุ ลทอ้ งถน่ิ Re Source HB
กล่าวชื่นชมสงิ่ ดี ๆ ที่ผตู้ อ้ งขังเหล่านี้ไดส้ ร้างผลบวกแก่ชมุ ชน “การเยบ็ ผ้าถือเป็นการสรา้ งความแตกตา่ งใหก้ ับผู้ท่ไี ม่มี
ดังนั้น องค์กรของเราต่ืนเต้นและดีใจมากท่ีจะได้ส่งมอบชิ้นงานสวยงามของผู้ต้องขังให้กับคนท่ีจ�ำเป็นต้องใช้
รางวัลนอกเหนือจากน้ี ยังเปน็ ประโยชน์จากการป้องกนั ขยะจำ� นวนมากที่จะถกู สง่ ตอ่ ไปยังหลมุ กลบขยะ”
เมือ่ ไดร้ ับวสั ดอุ ปุ กรณ์สำ� หรับเยบ็ ชนิ้ งานมาจากการบริจาคของประชาชนและธุรกิจทอ้ งถนิ่ ครู Cheryl และ
ผตู้ อ้ งขงั ชายจะชว่ ยกนั ทำ� ความสะอาด เยบ็ ผา้ ใหมแ่ ละพฒั นาวสั ดตุ า่ ง ๆ ทไ่ี มใ่ ชแ้ ลว้ ใหส้ วยงาม กอ่ นสง่ ไปใหช้ มุ ชนทอ้ งถน่ิ
ท่ีขาดแคลนหรือต้องการ วัสดุมีหลากหลาย เช่น หมอนเก่า ผ้าห่มเก่า ผ้าคลุม ผ้านวมปรับเปลี่ยนเป็นท่ีนอนของ
สตั วเ์ ลย้ี ง ผา้ ขนหนปู ระยุกต์เป็นผ้าเชด็ จาน ตลอดจนท�ำเป็นถงุ มอบใหแ้ ก่เด็ก ๆ ฯลฯ
คร้ังหน่ึง เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ที่บ้านของครอบครัวหนึ่ง เม่ือองค์กรฯ มอบชิ้นงาน ทั้งผ้าห่ม ที่นอนถุงผ้า
ใหค้ รอบครวั และสตั วเ์ ล้ยี งได้ใช้ไปก่อน สรา้ งความดีใจให้แกส่ มาชกิ ในครอบครัวอยา่ งมาก
ผลเชิงบวกท่ีเกิดกับผู้ต้องขังก็มีมากมาย
ครู Cheryl เล่าว่าผู้ต้องขังในทีมมีความ
กระตือรือร้นที่จะเข้าห้องเย็บผ้าเพื่อสร้างสรรค์
ผลงาน และยังมีความรู้สึกประสบความส�ำเร็จ
เมอ่ื ทำ� ชนิ้ งานเสรจ็ นอกจากนน้ั ความรสู้ กึ เชงิ บวก
ยังเกิดข้ึนเมื่อผู้ต้องขังรู้สึกว่าได้ใช้ความสามารถ
ทต่ี นเองมชี ว่ ยเหลอื ใหแ้ กช่ มุ ชนหรอื คนทต่ี อ้ งการ
ทงั้ น้ี ครู Cheryl จะพมิ พ์ความเหน็ และขอ้ ความ
ขอบคุณท่ีได้รับจากผู้ท่ีได้รับช้ินงานไปใช้ออกมา
ใหผ้ ตู้ อ้ งขงั ไดอ้ า่ น เพอ่ื ใหผ้ ตู้ อ้ งขงั ไดร้ บั ทราบและเหน็ ถงึ ความสำ� คญั ในชนิ้ งานและคณุ คา่ ทเี่ กดิ ตอ่ ทกุ ครอบครวั ในชมุ ชน
ชิ้นงานของผู้ต้องขังทีมนี้ได้ถูกส่งมอบไปยังมูลนิธิองค์กรอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน เช่น องค์กรการกุศลของคริสเตียน
The Salvation Army, มะเรง็ เตา้ นม BOP, Aroha in Anzac Park, SPCA และองคก์ รชว่ ยชวี ติ สตั วแ์ ละสตั วป์ า่ เปน็ ตน้
วารสารราชทัณฑ์ 49