The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วารสารราชทัณฑ์ ฉบับ 3-64

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วารสารราชทัณฑ์ ฉบับ 3-64

วารสารราชทัณฑ์ ฉบับ 3-64

โกคารรงพกาฒั รปนราะกงาวนดรนาวชตั ทกณัรรฑม์

กลุ่มงานค้มุ ครองจรยิ ธรรมกรมราชทณั ฑ์

ตามที่กรมราชทัณฑ์ได้มีการจัดการประกวดนวัตกรรมการพัฒนางานราชทัณฑ์เป็นประจ�ำทุกปี เพื่อส่งเสริม
ใหห้ นว่ ยงานในสงั กดั กรมราชทณั ฑ์ คดิ คน้ และนำ� นวตั กรรมมาใชใ้ นการปฏบิ ตั งิ าน มกี ารนำ� แนวความคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์
ประดิษฐ์ส่ิงใหม่ ๆ หรือปรับปรุงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพย่ิงขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเวลาและแรงงาน
ในการปฏบิ ตั งิ าน ทงั้ น้ี ผปู้ ระดษิ ฐค์ ดิ คน้ และหนว่ ยงานเกดิ ความภาคภมู ใิ จในการคดิ คน้ เพอ่ื ใหเ้ กดิ นวตั กรรม (Innovation)
และเม่อื เกดิ มีการถ่ายทอดนวัตกรรมซ่งึ กันและกันก็จะทำ� ใหม้ กี ารพัฒนาตอ่ ยอดนวตั กรรม เป็นการส่งเสริมหนว่ ยงาน
ใหเ้ ป็นองคก์ รแห่งการเรยี นรู้

สำ� หรบั การจดั ประกวดนวตั กรรมการพัฒนางานราชทณั ฑ์ประจำ� ปงี บประมาณ พ.ศ. 2564 นั้น มีหนว่ ยงาน
ในสังกัดกรมราชทัณฑ์ให้ความสนใจในการส่งนวัตกรรมเข้าร่วมการประกวดเป็นจ�ำนวนมาก โดยมีผลงานนวัตกรรม
ส่งเข้ามาท้งั สิน้ จำ� นวน 40 นวัตกรรม จากนวัตกรรมทั้ง 3 ประเภท ประกอบดว้ ย 1) สิ่งประดษิ ฐ์ 2) การนำ� เทคโนโลยี
มาใชป้ รับปรุงหรือพัฒนาการท�ำงาน 3) การบรหิ ารจดั การเรือนจ�ำ ท้งั น้ี คณะกรรมการฯ ได้ดำ� เนินการพิจารณาและ
คดั เลอื กนวตั กรรมทไี่ ดร้ บั รางวลั เปน็ ทเ่ี รยี บรอ้ ยแลว้ โดยในวารสารฉบบั น้ี จะขอนำ� เสนอผลงานนวตั กรรมทไ่ี ดร้ บั รางวลั
ชนะเลศิ ของแตล่ ะประเภทใหส้ มาชกิ วารสารราชทณั ฑแ์ ละผสู้ นใจไดร้ บั รู้ และสามารถนำ� ไปเปน็ แนวทางในการปฏบิ ตั งิ าน
ด้านนวตั กรรมต่อไป

นวตั กรรมการพัฒนางานราชทัณฑ์
ที่ได้รับรางวลั ชนะเลิศประจ�ำปงี บประมาณ พ.ศ. 2564

1. ประเภทนวัตกรรมสงิ่ ประดษิ ฐ์

ผลงาน คุณนายส่องสะอาด
หนว่ ยงาน ทณั ฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์
รายละเอียดนวตั กรรม
เน่ืองจากปัจจุบัน มีเช้ือโรคมากมายที่สามารถติดต่อผ่านการสัมผัส
ซ่ึง “มือ” คือ อวัยวะที่ใช้ท�ำกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย จึงเป็นอวัยวะที่สัมผัส
กับร่างกายของตนเอง ร่างกายผู้อื่นและส่ิงแวดล้อมท่ัวไป ซึ่งมีท้ังท่ีสะอาดและ
สกปรก อาจนำ� เชื้อโรคเข้าสู่รา่ งกายไดโ้ ดยง่าย และสามารถแพร่กระจายเชื้อไปสู่
ผอู้ น่ื จากการสมั ผสั กนั โดยตรงหรอื สมั ผสั ผา่ นตวั กลาง การลา้ งมอื จงึ เปน็ เรอื่ งสำ� คญั
เปน็ การปฏบิ ตั ทิ งี่ า่ ยและราคาถกู แตม่ ปี ระสทิ ธภิ าพในการปอ้ งกนั การตดิ เชอื้ และ
แพร่กระจายเช้ือ โรคติดเช้ือเป็นสาเหตุการตายท่ีส�ำคัญซ่ึงเป็นผลมาจากการขาด

50 วารสารราชทัณฑ์

สขุ อนามยั ทดี่ แี ละละเลยการลา้ งมอื อยา่ งถกู ตอ้ งเปน็ ประจำ� มรี ายงานการศกึ ษาเกย่ี วกบั การลา้ งมอื พบวา่ การลา้ งมอื
ด้วยสบู่ก่อนรับประทานอาหาร หรือหลังการเข้าห้องน�้ำจะสามารถช่วยชีวิตผู้คนได้มากกว่าการฉีดวัคซีนหรือการใช้
ยารักษา และจากผลการวิจัย พบว่า การล้างมือด้วยสบู่เป็นประจ�ำ สามารถช่วยลดการสะสมของเช้ือโรค และ
เช้อื แบคทเี รยี บนฝ่ามือทก่ี ่อใหเ้ กดิ โรคต่าง ๆ ลงไดก้ ว่า 50 เปอรเ์ ซ็นต์ ท้ังน้ี โรคตดิ ต่อหลายชนิดทีเ่ กิดข้ึนใหมท่ �ำใหเ้ กิด
การต่ืนตัวทางการป้องกันโรคมากข้ึน มีการป้องกันการติดเชื้อทางด้านต่าง ๆ ทั้งทางด้านอาหาร น้�ำ ส่ิงแวดล้อม
การใช้เครื่องมือเพ่ือป้องกันโรค เช่น หน้ากากอนามัย ถุงมือ หรือความแพร่หลายของผลิตภัณฑ์เพ่ือสุขอนามัย เช่น
สเปรย์ฆ่าเช้ือ เจลแอลกอฮอล์ แต่หากพิจารณาจากความคุ้มค่าคุ้มราคากับวิธีการป้องกันโรคติดต่อ เห็นจะไม่มีวิธีใด
ท่ีดีไปกว่าการล้างมือ ดังนั้น เพ่ือป้องกันการแพร่กระจายเช้ือโรค งานการพยาบาลด้านการป้องกันและควบคุม
การติดเชื้อในโรงพยาบาล ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เล็งเห็นถึงความส�ำคัญของการล้างมือ จึงเกิดแนวคิด
นวัตกรรม เพื่อมากระตุ้นให้เจ้าหน้าท่ี บุคลากรทางการแพทย์ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ล้างมือได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ โดยอาศัยสง่ิ ประดษิ ฐ์ “คุณนายส่องสะอาด”

2. ประเภทนวัตกรรมการนำ� เทคโนโลยมี าใชป้ รบั ปรุงหรอื พฒั นาการท�ำงาน

ผลงาน การจดั ท�ำวีดิทัศน์ เร่อื ง “กระบวนการปฏิบัติงานด้านการพกั การลงโทษ”
ในรปู แบบภาพเคลอ่ื นไหว (Infographic 2D)
หนว่ ยงาน กลุม่ งานพกั การลงโทษ กองทณั ฑปฏิบตั ิ กรมราชทณั ฑ์

รายละเอียดนวตั กรรม
ส�ำหรับการจดั ทำ� วดี ทิ ัศน์ เรอื่ ง “กระบวนการปฏบิ ัตงิ านดา้ นการพักการลงโทษ” ในรปู แบบภาพเคล่อื นไหว
(Infographic 2D) ประกอบไปด้วย 3 ตอน ความยาวตอนละไม่เกิน 10 นาที โดยในแต่ละตอนนั้นจะมีรายละเอยี ดที่
ครบถ้วนในเรื่องของงานพักการลงโทษ ซึ่งกว่าวีดิทัศน์น้ีจะส�ำเร็จลุล่วงได้ ต้องผ่านกระบวนการรวบรวมข้อมูล
ในงานพกั การลงโทษ โดยละเอยี ดจากผเู้ ชยี่ วชาญ อกี ทงั้ ไดค้ ดิ วธิ แี ละรปู แบบการนำ� เสนอใหน้ า่ สนใจ ภายใตป้ ระเดน็ สำ� คญั
คือ จะต้องสื่อสารให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจง่ายและครบถ้วนในเร่ืองของเนื้อหาของงานพักการลงโทษ ตลอดจน
การบนั ทกึ เสยี งนน้ั เปน็ ขา้ ราชการในกลมุ่ งานพกั การลงโทษ จงึ มคี วามภมู ใิ จเปน็ อยา่ งยง่ิ ทจ่ี ะนำ� เสนอวดี ทิ ศั นช์ ดุ น้ี ดงั น้ี
ตอนท่ี 1 ท�ำความรูจ้ ักของการพกั การลงโทษ
ตอนท่ี 2 กฎหมายที่เก่ยี วข้องกบั การพักการลงโทษ
ตอนท่ี 3 กระบวนการและข้ันตอนการพักการลงโทษ

วารสารราชทัณฑ์ 51

3. ประเภทนวัตกรรมการบริหารจดั การเรอื นจ�ำ

ผลงาน เรอื นจำ� ท่องเทยี่ วเชงิ เกษตร ตามรอยศาสตรพ์ ระราชา
หนว่ ยงาน เรอื นจ�ำอ�ำเภอสวรรคโลก
รายละเอยี ดนวตั กรรม
เรือนจ�ำท่องเที่ยวเชิงเกษตรตามรอยศาสตร์พระราชา ได้ด�ำเนินการและจัดต้ังขึ้นตามนโยบายรัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงยุติธรรม (นายสมศักด์ิ เทพสุทิน) และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ (นายอายุตม์ สินธพพันธุ์) ส�ำหรับเป็น
แหลง่ เรยี นรแู้ ละฝกึ วชิ าชพี ใหก้ บั ผตู้ อ้ งขงั ดา้ นการเกษตรตามรอยศาสตรพ์ ระราชาภายในเรอื นจำ� ทอ่ งเทยี่ ว จะแบง่ พนื้ ท่ี
ออกเป็นส่วน ๆ ดังน้ี 1) โครงการพระราชทาน โคก หนอง นา แห่งน�้ำใจและความหวังกรมราชทัณฑ์ 2) โครงการ
1 ไร่ 1 แสน 3) แปลงสาธติ ปลกู ทุเรยี น, เงาะ, มงั คดุ 4) พ้นื ทีฝ่ ึกวชิ าชีพเล้ยี งปศุสตั ว์ (หมูหลุม, ไกช่ น, ไกพ่ ืน้ เมือง,
ไก่พันธุ์ไข่, โค, กระบือ, ปลา) 5) พ้ืนที่ปลูกพืชหมุนเวียน,พืชผสมผสาน 6) พื้นที่แปลงนา การท�ำนาเชิงอนุรักษ์
ดว้ ยการใชแ้ รงงานควายในการไถนา เปน็ การปลกู ฝงั จติ สำ� นกึ คา่ นยิ มใหร้ กั หวงแหนสถาบนั และบา้ นเกดิ ใหก้ บั ผตู้ อ้ งขงั
ผตู้ อ้ งขงั สามารถเรยี นรไู้ ดท้ งั้ ภาคทฤษฎแี ละภาคปฏบิ ตั ิ การแบง่ กลมุ่ ผตู้ อ้ งขงั ใหร้ บั ผดิ ชอบพน้ื ทขี่ องตนเอง จะเกดิ การ
แขง่ ขนั ในดา้ นการดแู ลรกั ษาและพฒั นาพน้ื ทใี่ หม้ คี วามสวยงามอยตู่ ลอดเวลา การนำ� พชื ผกั และผลติ ผลทางการเกษตร
ออกจำ� หนา่ ย แลว้ นำ� เงนิ รายไดม้ าปนั ผลใหก้ บั ผตู้ อ้ งขงั สง่ ผลดตี อ่ ตวั ผตู้ อ้ งขงั รวมถงึ แนวคดิ และทศั นคติ มคี วามพรอ้ ม
ในการกลบั คนื ส่สู ังคม
ในส่วนของประชาชนและผู้มาเท่ียวชมท่ัวไป จะได้รับทั้งความรู้และได้ศึกษาวิถีชีวิตวัฒนธรรมความเป็นอยู่
ของคนสโุ ขทัย มีทัศนคติท่ดี ีและพร้อมจะให้โอกาสในการกลับคืนสู่สงั คมของผูต้ ้องขงั ทพ่ี ้นโทษ จากการได้เหน็ ผลงาน
และไดเ้ หน็ การลงมือปฏิบัตอิ ยา่ งทมุ่ เทและต้งั ใจของผู้ตอ้ งขัง

52 วารสารราชทัณฑ์

กฎหมายว่าด้วยพืชกระท่อม :

อดีต ปัจจุบัน อนาคต

วัชรากร ชาวตะโปน
กองกฎหมาย

1. บทน�ำ

เดมิ นนั้ “พชื กระทอ่ ม” มไิ ดถ้ กู ควบคมุ หรอื กำ� หนดใหเ้ ปน็ ยาเสพตดิ แตอ่ ยา่ งใด โดยในอดตี พชื กระทอ่ มเปน็ พชื
ทมี่ บี ทบาทในสงั คมวฒั นธรรมและวถิ ชี วี ติ ของผคู้ นในอดตี โดยเฉพาะในทอ้ งถนิ่ ทางภาคใตข้ องประเทศไทย1 ถกู นำ� มาใช้
ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการท�ำงาน กดความรู้สึกเหน่ือยล้า เพ่ือให้ท�ำงานยาวนานมากขึ้น หรือเป็นยารักษาโรค
ต่าง ๆ เชน่ รกั ษาการติดเชอ้ื ในลำ� ไส้ แก้ท้องเสยี ท้องร่วง บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ลดไข้ บรรเทาอาการไอ ทำ� ให้
นอนหลับ โดยใช้ใบสดหรือใบแห้งน�ำมาเคี้ยว สูบ หรือชงเป็นน้�ำชา2 จนเม่ือปี พ.ศ. 2486 ประเทศไทยได้บัญญัติ
พระราชบญั ญตั พิ ชื กะทอ่ ม พทุ ธสกั ราช 2486 กำ� หนดใหผ้ ใู้ ชห้ รอื เสพใบกระทอ่ มมคี วามผดิ อาญา และควบคมุ การปลกู
ผลิต น�ำเข้า การจ�ำหน่ายและแลกเปลี่ยนพืชกระท่อม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานที่ได้รับแต่งต้ัง
ตามกฎหมาย3 ตอ่ มาปี พ.ศ. 2522 ไดย้ กเลกิ พระราชบญั ญตั พิ ชื กะทอ่ ม พทุ ธสกั ราช 2486 และบญั ญตั พิ ระราชบญั ญตั ิ
ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ก�ำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ผู้ผลิต น�ำเข้า หรือส่งออก
ซงึ่ พชื กระทอ่ มตอ้ งระวางโทษจำ� คกุ ไมเ่ กนิ สองปแี ละปรบั ไมเ่ กนิ สองแสนบาท สว่ นผเู้ สพพชื กระทอ่ มตอ้ งระวางโทษจำ� คกุ
ไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินส่ีหมื่นบาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ แต่เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติยาเสพติด
ให้โทษ พ.ศ. 2522 โดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับท่ี 8) พ.ศ. 25644 ยกเลิก “พืชกระท่อม” ออกจาก
การเป็นยาเสพตดิ ให้โทษประเภท 5

1 ไพศาล ลม้ิ สถติ ย,์ ‘แนวทางการปฏริ ปู กฎหมายยาเสพตดิ : กรณศี กึ ษาเปรยี บเทยี บ การจดั การพชื กระทอ่ มของไทยและตา่ งประเทศ’
(รายงานผลการวิจัยเสนอต่อแผนงานภาคีวิชาการสารเสพติด (ภวส.) หน่วยระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลา
นครนิ ทร์ และส�ำนักงานกองทุนสนบั สนุนการสร้างเสริมสขุ ภาพ (สสส.)) 20.

2 https://www.bbc.com/thai/thailand-58301713
3 ไพศาล ล้ิมสถิตย์, ‘ศึกษาทบทวนมาตรการทางกฎหมายเพ่ือการจัดการพืชกระท่อม : กรณีศึกษากฎหมายไทยและกฎหมายต่าง

ประเทศ’ (รายงานผลการวจิ ยั เสนอตอ่ แผนงานภาควี ชิ าการสารเสพตดิ (ภวส.) หนว่ ยระบาดวทิ ยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั
สงขลานครนิ ทร์ และสำ� นกั งานกองทนุ สนับสนนุ การสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)) 1.
4 มีผลใชบ้ ังคับตัง้ แต่วนั ท่ี 24 สิงหาคม 2564 เปน็ ต้นมา

วารสารราชทัณฑ์ 53

จึงอาจกล่าวได้ว่า การเปล่ียนแปลงของสถานะ “พืชกระท่อม” ในประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
กฎหมายมบี ทบาทสำ� คญั อยา่ งเหน็ ไดช้ ดั ดงั นนั้ เพอ่ื ทำ� ความเขา้ ใจและศกึ ษากฎหมายทเี่ กย่ี วกบั พชื กระทอ่ มตง้ั แตอ่ ดตี
จนถึงปัจจุบัน รวมท้ังแนวโน้มกฎหมายที่เกี่ยวกับพืชกระท่อมในอนาคตซ่ึงขณะอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา
ในบทความน้ีผู้เขยี นจึงขอน�ำเสนอกฎหมายว่าด้วยพืชกระทอ่ มทงั้ ในอดตี ปจั จบุ ัน และอนาคต โดยมีรายละเอียด ดงั นี้

2. กฎหมายว่าด้วยพืชกระท่อมในอดีต

ตามทกี่ ลา่ วมาขา้ งตน้ “พชื กระทอ่ ม” ไดถ้ กู ควบคมุ อยา่ งเขม้ งวดมาเปน็ ระยะเวลา 76 ปี ตงั้ แตพ่ ระราชบญั ญตั ิ
พชื กะทอ่ ม พทุ ธสกั ราช 2486 เปน็ ตน้ มา จากนน้ั พระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ้ ทษ พ.ศ. 2522 กไ็ ดบ้ ญั ญตั ใิ หพ้ ชื กระทอ่ ม
เป็นยาเสพติดให้โทษ และในท่ีสุดก็ได้ยกเลิกพืชกระท่อมออกจากการเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 โดยพระราช
บัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับท่ี 8) พ.ศ. 2564 ดังน้ัน ในหัวข้อจึงกล่าวถึง ความเป็นมา สาระส�ำคัญของกฎหมาย
ว่าด้วยพืชกระท่อมในอดีต ซ่ึงได้แก่ พระราชบัญญัติพืชกะท่อม พุทธสักราช 2486 และพระราชบัญญัติยาเสพติด
ใหโ้ ทษ พ.ศ. 2522 ก่อนมีการยกเลกิ พชื กระท่อมจากการเป็นยาเสพติดให้โทษ

2.1 พระราชบญั ญตั ิพชื กะทอ่ ม พทุ ธสกั ราช 2486
เดมิ “พชื กระทอ่ ม” ยงั มไิ ดถ้ กู ควบคมุ หรอื กำ� หนดใหเ้ ปน็ ยาเสพตดิ เนอื่ งจากพระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ้ ทษ
พทุ ธศักราช 24655 ได้กำ� หนดใหเ้ ฉพาะฝน่ิ ยา อัลกาลอยดส์ ของฝ่ิน ใบโคคา รวมถึงวตั ถทุ ่ไี ดจ้ ากอลั กาลอยดส์ ของฝ่นิ
และใบโคคาเปน็ ยาเสพติดเท่านนั้ 6

5 https://dl.parliament.go.th/backoffice/viewer2300/web/viewer.php
6 ไพศาล ล้ิมสถติ ย์ (เชิงอรรถ 3) 28.
54 วารสารราชทัณฑ์

ต่อมาไดม้ ีการตราพระราชบัญญัตพิ ชื กะทอ่ ม พทุ ธสักราช 2486 ซึง่ มีผลใชบ้ ังคับตง้ั แต่วนั ท่ี 2 สิงหาคม 2486
เหตุผลความจ�ำเป็นในการตรากฎหมายฉบับน้ี คือ เพ่ือคุ้มครองสุขภาพของประชาชน จึงสมควรควบคุมพืชกระท่อม
อันเป็นส่ิงให้โทษแก่ผู้เสพ โดยในขณะนั้นยังไม่มีประเทศใดก�ำหนดให้พืชกระท่อมเป็นส่ิงผิดกฎหมาย7 อย่างไรก็ตาม
ได้มีการวิเคราะห์กันว่า เหตุผลในการออกกฎหมายให้กระท่อมเป็นยาเสพติดต้องห้ามในสมัยนั้น มีวัตถุประสงค์
เพอื่ ปกป้องผลประโยชน์ทางการคา้ และภาษีของรฐั เนอ่ื งจากฝน่ิ ท่รี ฐั เปน็ ผผู้ ูกขาดการผลติ มรี าคาแพง ทำ� ให้คนหนั มา
สบู กระท่อมแทนฝิน่ มใิ ช่เป็นการออกกฎหมายเพือ่ ป้องกันการเสพตดิ พชื กระท่อม8

พระราชบัญญัติพืชกะทอ่ ม พุทธสักราช 2486 มสี าระสำ� คญั โดยสรุป ดังน9ี้
มาตรา 3 บญั ญตั นิ ยิ าม “พชื กะทอ่ ม” หมายความรวมตลอดถงึ ทกุ สว่ นของพชื กะทอ่ ม ซงึ่ เรยี กตามพฤกษศาสตร์
วา่ มิตรายิน สเปซโิ อซา ไมว่ า่ จะมีสว่ นอนื่ ผสมหย่ดู ว้ ยเปนรูปหรอื ของปรุงได ๆ
มาตรา 4 บัญญัติว่า “ห้ามมิไห้ผู้ไดน�ำเข้าไนราชอานาจักร หรือส่งออกนอกราชอานาจักรซึ่งพืชกะท่อม
เว้นแตจ่ ะได้รับไบอนุญาตจากเจ้าพนกั งาน”
มาตรา 5 บัญญัติว่า “ห้ามมิไห้ผู้ไดเสพ ปลูก มี ซ้ือ ขาย ไห้ หรือแลกเปลี่ยนพืชกะท่อม เว้นแต่จะได้รับ
ไบอนญุ าตจากเจ้าพนกั งาน เพอ่ื ประโยชนไนการประกอบโรคสลิ ป หรอื วิทยาสาตร”
มาตรา 6 บัญญัตวิ ่า “ผู้ไดฝา่ ฝนื มาตรา 4 หรือมาตรา 5 มคี วามผดิ ตอ้ งระวางโทสปรับไม่เกินสองร้อยบาท
หรอื จ�ำคกุ ไม่เกนิ หกเดือน หรือทัง้ ปรบั ท้งั จำ� ”
ดงั นน้ั จากบทบญั ญตั ขิ า้ งตน้ จงึ อาจกลา่ วไดว้ า่ “พระราชบญั ญตั พิ ชื กะทอ่ ม พทุ ธสกั ราช 2486” เปน็ กฎหมาย
ฉบับแรกที่บัญญัติควบคุมการน�ำเข้า หรือส่งออกพืชกระท่อม และควบคุมมิให้เสพ ปลูก มีไว้ครอบครอง ซื้อขาย
ให้หรือแลกเปลี่ยนพืชกระท่อม โดยก�ำหนดมาตรการบังคับทางอาญาส�ำหรับผู้ท่ีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติ
ของกฎหมาย แตห่ ากไดร้ บั อนญุ าตจากเจา้ พนกั งานใหน้ ำ� เขา้ หรอื สง่ ออกพชื กระทอ่ ม หรอื ไดร้ บั อนญุ าตจากเจา้ พนกั งาน
เพื่อประโยชน์ในการประกอบโรคศิลป์หรือเพ่ือประโยชน์ในทางวิทยาศาสตร์ให้เสพ ปลูก มีไว้ครอบครอง ซ้ือขาย
ให้หรือแลกเปลี่ยนพืชกระทอ่ ม ก็ไมม่ ีความผิดและไม่ตอ้ งรบั โทษแต่อย่างใด ทง้ั นี้ ตามทบ่ี ญั ญัตใิ นกฎหมาย
2.2 พระราชบัญญตั ยิ าเสพติดใหโ้ ทษ พ.ศ. 2522
พระราชบัญญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ้ ทษ พ.ศ. 2522 ไดบ้ ญั ญตั ิให้ “พืชกระทอ่ ม” เปน็ ยาเสพติดให้โทษ โดยยกเลกิ
พระราชบัญญัติพืชกะท่อม พุทธสักราช 248610 และก�ำหนดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ซึ่งเหตุผลส�ำคัญใน
การบญั ญตั ใิ หพ้ ชื กระทอ่ มเปน็ ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษนนั้ คณะกรรมการรา่ งกฎหมายเหน็ วา่ เนอ่ื งจากกฎหมายปจั จบุ นั ในขณะนน้ั
(พระราชบัญญัติพืชกะท่อม พุทธสักราช 2486) ยังบัญญัติให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดอยู่ จึงควรน�ำมาบัญญัติไว้
เปน็ ยาเสพติดใหโ้ ทษประเภท 5 ทม่ี ิไดจ้ ดั อยูใ่ นยาเสพตดิ ให้โทษประเภทที่ 1 ถงึ 411
ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2522 เปน็ ตน้ มา “พชื กระทอ่ ม” จงึ เปน็ ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ หา้ มมใิ หผ้ ลติ นำ� เขา้ สง่ ออก ครอบครอง
จำ� หนา่ ย หรือเสพ หากผ้ใู ดฝ่าฝืนหรือไมป่ ฏิบัตติ ามย่อมมีความผิดและรับโทษตามทก่ี ฎหมายบญั ญตั ไิ ว้

7 เพง่ิ อา้ ง.
8 ไพศาล ล้ิมสถติ ย์ (เชงิ อรรถ 1) 47-49.
9 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2486/A/007/241.PDF
10 พระราชบญั ญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 3
11 ไพศาล ล้มิ สถติ ย์ (เชงิ อรรถ 1) 53-54.

วารสารราชทัณฑ์ 55

ตอ่ มาปี พ.ศ. 2562 ไดม้ กี ารแกไ้ ขเพม่ิ พระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ้ ทษ พ.ศ. 2522 โดยพระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ
ให้โทษ (ฉบับท่ี 7) พ.ศ. 2562 เปิดโอกาสให้สามารถน�ำกัญชาและพืชกระท่อมไปท�ำการศึกษาวิจัยและพัฒนา
เพอ่ื ประโยชนท์ างการแพทยแ์ ละสามารถนำ� ไปใช้ในการรกั ษาโรคภายใตก้ ารดแู ลและควบคมุ ของแพทยไ์ ด1้ 2

พระราชบัญญตั ิยาเสพตดิ ให้โทษ พ.ศ. 2522 ซง่ึ แกไ้ ขเพิม่ เติมโดยพระราชบัญญตั ยิ าเสพติดใหโ้ ทษ (ฉบับท่ี 7)
พ.ศ. 2562 มีสาระส�ำคญั ที่เกยี่ วกับพชื กระทอ่ ม ดงั นี้

(1) พชื กระท่อม ยังคงเปน็ ยาเสพติดใหโ้ ทษประเภท 5 โดยผ่อนปรนใหส้ ามารถนำ� ไปศึกษาวจิ ยั และนำ� ไปใช้
ประโยชน์ในทางการแพทย์เท่าน้ัน แต่ยังคงก�ำหนดห้ามมิให้ผู้ใดผลิต น�ำเข้า ส่งออก จ�ำหน่าย หรือครอบครอง
โดยไมไ่ ด้รับอนุญาต ท้ังนี้ รวมถึงการห้ามมใิ ห้มีการเสพพืชกระท่อม เวน้ แตจ่ ะเป็นการเสพเพอ่ื การรักษาโรคตามค�ำส่งั
ของผปู้ ระกอบวิชาชพี ทางการแพทยท์ ีไ่ ดร้ ับใบอนุญาต หรือเปน็ การเสพเพอ่ื ศกึ ษาวิจัย

(2) กฎหมายก�ำหนดให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและ
ปราบปรามยาเสพตดิ อาจมมี ตใิ หร้ ฐั มนตรโี ดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการ ประกาศใหท้ อ้ งทใ่ี ดเปน็ ทอ้ งทท่ี ท่ี ำ� การ
เสพพืชกระท่อมได้โดยไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี ทั้งนี้ การเสพและการครอบครองพืชกระท่อมดังกล่าว
ใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงื่อนไขที่กำ� หนดในกฎกระทรวง

ดังนนั้ จากทีก่ ล่าวมาข้างต้น “พืชกระท่อม” ถกู ควบคุมตั้งแตพ่ ระราชบญั ญัตพิ ืชกะท่อม พุทธสกั ราช 2486
ต่อมาพระราชบญั ญัติยาเสพติใหโ้ ทษ พ.ศ. 2522 กำ� หนดใหเ้ ปน็ ยาเสพติดใหโ้ ทษประเภท 5 แมใ้ นปี พ.ศ. 2562 จะได้
แก้ไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญัตยิ าเสพตดิ ใหโ้ ทษ พ.ศ. 2522 ผ่อนปรนใหส้ ามารถนำ� ไปศึกษาวจิ ัย และน�ำไปใชป้ ระโยชน์
ในทางการแพทยภ์ ายใตก้ ารควบคมุ ของรฐั แตห่ ากกระทำ� การอน่ื ทน่ี อกเหนอื จากทกี่ ฎหมายกำ� หนดแลว้ ยอ่ มมคี วามผดิ
และรบั โทษอาญาตามท่ีกฎหมายบญั ญัติ

12 พระราชบญั ญตั ิยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 หมายเหตทุ ้ายพระราชบัญญัติ

56 วารสารราชทัณฑ์

3. กฎหมายว่าด้วยพชื กระทอ่ มในปจั จบุ นั

ในหวั ขอ้ ทแ่ี ลว้ ผเู้ ขยี นไดก้ ลา่ วถงึ กฎหมายวา่ ดว้ ย
พืชกระท่อมในอดีตก่อนท่ีจะมีการถอดหรือยกเลิก
พชื กระท่อมจากการเปน็ ยาเสพตดิ ให้โทษ ซึง่ ในหวั ขอ้ นี้
ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงกฎหมายว่าด้วยพืชกระท่อม
ในปัจจุบัน ซ่ึงได้แก่ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ
พ.ศ. 2522 ซงึ่ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ
ให้โทษ (ฉบบั ท่ี 8) พ.ศ. 2564 มีสาระสำ� คัญ ดงั นี้

พระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ้ ทษ (ฉบบั ท่ี 8) พ.ศ. 2564 มผี ลใชบ้ งั คบั เมอื่ วนั ที่ 24 สงิ หาคม 2564 โดยมเี หตผุ ล
ในการประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ฉิ บบั น้ี คอื โดยทปี่ จั จบุ นั พชื กระทอ่ มเปน็ ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษในประเภท 5 ตามพระราช
บัญญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ้ ทษ พ.ศ. 2522 แตใ่ นหลายประเทศมิไดก้ �ำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพตดิ ใหโ้ ทษประกอบกบั
อนสุ ญั ญาเดยี่ ววา่ ดว้ ยยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ ค.ศ. 1961 และพธิ สี ารแกไ้ ขอนสุ ญั ญาเดยี่ ววา่ ดว้ ยยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ ค.ศ. 1972
มิได้ก�ำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษ ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสากลและบริบทของสังคมไทย
ในบางพ้ืนที่ที่มีการบริโภคพืชกระท่อมตามวิถีชาวบ้าน สมควรยกเลิกพืชกระท่อมจากการเป็นยาเสพติดให้โทษ
ในประเภท 5 จึงจำ� เปน็ ต้องตราพระราชบญั ญัตนิ 1้ี 3

มีหลกั การส�ำคัญ ดงั ต่อไปน้ี
(1) ยกเลิกพืชกระทอ่ มจากการเป็นยาเสพติดใหโ้ ทษประเภท 5
(2) ยกเลิกบทบัญญัติเก่ียวกับการประกาศให้ท้องท่ีใดเป็นท้องที่ท่ีท�ำการเสพพืชกระท่อมได้โดยไม่เป็น
ความผดิ เพ่ือใหส้ อดคลอ้ งกับการยกเลิกพชื กระทอ่ มจากการเปน็ ยาเสพตดิ ให้โทษประเภท 514
(3) ยกเลิกบทก�ำหนดโทษส�ำหรับความผิดเกี่ยวกับการผลิต น�ำเข้า หรือส่งออกซึ่งพืชกระท่อม อันเป็นการ
ฝ่าฝืนมาตรา 26/2 และความผิดเกี่ยวกับการผลิต น�ำเข้า หรือส่งออกซ่ึงพืชกระท่อมเพ่ือจ�ำหน่าย อันเป็นการฝ่าฝืน
มาตรา 26/2 เพ่อื ใหส้ อดคลอ้ งกับการยกเลกิ พชื กระทอ่ มจากการเปน็ ยาเสพติดให้โทษประเภท 515
(4) ยกเลิกบทก�ำหนดโทษส�ำหรับความผิดเก่ียวกับการมีไว้ครอบครองซึ่งพืชกระท่อม อันเป็นการฝ่าฝืน
มาตรา 26/3 เพ่ือใหส้ อดคลอ้ งกับการยกเลกิ พืชกระท่อมจากการเปน็ ยาเสพติดใหโ้ ทษประเภท 516
(5) ยกเลิกบทก�ำหนดโทษส�ำหรับความผิดเกี่ยวกับการจ�ำหน่ายหรือการมีไว้ในครอบครองเพ่ือจ�ำหน่าย
ซง่ึ พชื กระทอ่ ม อนั เปน็ การฝา่ ฝนื มาตรา 26/3 เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งกบั การยกเลกิ พชื กระทอ่ มจากการเปน็ ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ
ประเภท 517
(6) ยกเลกิ บทกำ� หนดโทษสำ� หรบั ความผดิ เกยี่ วกบั การเสพพชื กระทอ่ ม อนั เปน็ การฝา่ ฝนื มาตรา 58 วรรคสอง
เพอ่ื ให้สอดคล้องกับการยกเลิกพืชกระทอ่ มจากการเปน็ ยาเสพติดให้โทษประเภท 518

13 พระราชบัญญัติยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ (ฉบบั ที่ 8) พ.ศ. 2564 หมายเหตุทา้ ยพระราชบัญญัติ
14 สำ� นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า, ตารางเปรยี บเทยี บพระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ้ ทษ พ.ศ. 2522 กบั รา่ งพระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ

ใหโ้ ทษ (ฉบบั ท่ี ..) พ.ศ. ....
15 เพง่ิ อา้ ง.
16 เพ่งิ อา้ ง.
17 เพ่ิงอา้ ง.
18 เพิง่ อา้ ง.

วารสารราชทัณฑ์ 57

จากการแก้ไขบทบัญญัตขิ า้ งต้น เปน็ ผลให้พชื กระทอ่ มถูกยกเลิกออกจากการเปน็ ยาเสพติดใหโ้ ทษประเภท 5
ส่งผลให้ชาวบ้าน ชาวไร่ ชาวสวน กลุ่มผู้ใช้แรงงาน สามารถใช้พืชกระท่อมในลักษณะวิถีชาวบ้าน เช่น การเคี้ยวใบ
กระท่อมสด หรือการน�ำมาชงชาหรือต้มน�้ำด่ืมส�ำหรับตนเองได้ โดยไม่เป็นความผิดอาญา ลดปริมาณคดียาเสพติด
และลดภาระหนา้ ทขี่ องหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง19 แตอ่ ยา่ งไรกด็ ี การยกเลกิ พชื กระทอ่ มออกจากการเปน็ ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษนนั้
มีข้อสงั เกตเก่ียวกบั การน�ำพืชกระทอ่ มไปใช้อย่างไมถ่ กู วธิ ี เช่น ใช้พืชกระทอ่ มในลกั ษณะ 4x100 ที่อาจน�ำไปสูก่ ารก่อ
อาชญากรรมตอ่ ไปได้20 ขอ้ สงั เกตนนี้ ำ� มาซงึ่ การเสนอรา่ งพระราชบญั ญตั พิ ชื กระทอ่ ม พ.ศ. .... เพอื่ ควบคมุ พชื กระทอ่ ม
ให้เหมาะสมและเป็นประโยชนต์ ่อสงั คมยง่ิ ขนึ้ ซึ่งจะกล่าวในหวั ขอ้ ถดั ไป

4. กฎหมายวา่ ด้วยพืชกระท่อมในอนาคต

แม้ปจั จบุ ันพระราชบญั ญตั ิยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ซึ่งแกไ้ ขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ให้โทษ
(ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2564 ได้ยกเลิกพืชกระทอ่ มออกจากการเป็นยาเสพติดใหโ้ ทษประเภท 5 อีกตอ่ ไป ส่งผลใหป้ ระชาชน
ผู้บริโภคพืชกระท่อมสามารถบริโภคได้โดยไม่มีความผิดและไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย ผู้บริโภคเกิดความรู้สึก
เป็นธรรมและได้รับการยอมรับจากสังคมว่าไม่ใช่ผู้เสพยาเสพติด เว้นแต่จะน�ำไปผสมกับสารเสพติดชนิดอ่ืนที่บัญญัติ
เปน็ ความผดิ อกี ทงั้ พชื กระทอ่ มคอื สมนุ ไพรซง่ึ เปน็ สว่ นหนงึ่ ของความหลากหลายทางชวี ภาพทมี่ ศี กั ยภาพทางเศรษฐกจิ
ของประเทศท่คี วรนำ� ไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์กับประเทศโดยเฉพาะเกษตรกร21

แต่อย่างไรก็ตาม คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร
เพอ่ื พิจารณาเปน็ เรอื่ งดว่ น22 โดยเหตผุ ลและความจ�ำเป็นในการเสนอร่างพระราชบญั ญัติ คอื สืบเนอื่ งจากการยกเลิก
พชื กระทอ่ มออกจากการเปน็ ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษประเภท 5 จงึ สามารถนำ� ไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ ประกอบกบั เปน็ พชื ทมี่ มี ลู คา่
ในทางเศรษฐกจิ กรณจี งึ สมควรกำ� หนดมาตรการกำ� กบั ดแู ลการเพาะหรอื ปลกู พชื กระทอ่ ม การขาย และการนำ� เขา้ หรอื
การส่งออกใบกระท่อม เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประชาชนมากที่สุด และโดยที่การบริโภคใบกระท่อม
มากเกินสมควรอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค สมควรก�ำหนดมาตรการก�ำกับดูแลการขาย การโฆษณาและการบริโภค
ใบกระทอ่ ม เพอ่ื คมุ้ ครองสขุ ภาพของบคุ คลซงึ่ มอี ายตุ ำ่� กวา่ สบิ แปดปแี ละบคุ คลกลมุ่ เสยี่ งอน่ื จากการบรโิ ภคใบกระทอ่ ม23

เม่ือวันที่ 7 กรกฎาคม 2564 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติในวาระที่ 1 รับหลักการแห่งร่างพระราช
บญั ญัตพิ ืชกระท่อม พ.ศ. .... ตามท่ีคณะรฐั มนตรีเสนอ และไดต้ ้งั คณะกรรมาธกิ ารวสิ ามัญเพื่อพิจารณา24 ตอ่ มาวนั ที่
8 กันยายน 2564 ทป่ี ระชุมสภาผแู้ ทนราษฎรไดพ้ ิจารณารา่ งพระราชบญั ญัตฉิ บบั นใ้ี นวาระที่ 2 โดยเร่มิ ตน้ ด้วย ชื่อร่าง
ค�ำปรารภ แล้วเรียงตามล�ำดับมาตราจนจบร่าง และได้ลงมติเห็นชอบในวาระที่ 3 เพ่ือเสนอวุฒิสภาพิจารณาต่อไป
ตามรฐั ธรรมนญู 25

19 สำ� นักงาน ป.ป.ส., บนั ทกึ วเิ คราะหส์ รุป สาระสำ� คญั ของร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบบั ท่.ี .) พ.ศ. ….
20 เพงิ่ อ้าง.
21 รายงานของคณะกรรมาธกิ ารวิสามญั พจิ ารณารา่ งพระราชบัญญัตยิ าเสพตดิ ให้โทษ (ฉบบั ที่..) พ.ศ. …. สภาผแู้ ทนราษฎร
22 หนงั สอื ส�ำนกั นายกรฐั มนตรี ท่ี นร 0503/20909 ลงวนั ที่ 15 มิถุนายน 2564
23 ส�ำนักงาน ป.ป.ส., บันทกึ วเิ คราะห์สรุป สาระส�ำคัญของร่างพระราชบัญญัตพิ ชื กระท่อม พ.ศ. ….
24 สภาผู้แทนราษฎร, บันทกึ การประชุม ครง้ั ท่ี 9 (สมยั สามญั ประจ�ำปคี ร้งั ทห่ี นึง่ ) (7 กรกฎาคม 2564) 4.
25 สภาผู้แทนราษฎร, บันทึกการประชมุ คร้งั ที่ 18 (สมยั สามัญประจำ� ปคี รง้ั ท่หี นง่ึ ) (8 กนั ยายน 2564) 1-2.

58 วารสารราชทัณฑ์

ดังนั้น แม้ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาขององค์กรท่ีเกี่ยวข้อง และยัง
ไม่เป็นท่ียุติว่ากฎหมายฉบับน้ีจะมีสาระส�ำคัญอย่างไร ควบคุมพืชกระท่อมมากน้อยเพียงใดนั้น คงจะต้องรอติดตาม
กันต่อไป26 แต่จากเหตุผลและความจ�ำเป็นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับน้ี ก็พอจะคาดหมายได้ว่า รัฐมีความ
ประสงค์จะควบคุมหรือก�ำกับการเพาะปลูกพืชกระท่อม การขาย และการน�ำเข้าหรือการส่งออกซึ่งใบกระท่อม
และก�ำกับดูแลการขาย การโฆษณาและการบริโภคใบกระท่อม เพื่อคุ้มครองสุขภาพของบุคคลซึ่งมีอายุต�่ำกว่า
สิบแปดปแี ละบุคคลกล่มุ เสีย่ งอ่นื จากการบรโิ ภคใบกระท่อม

5. บทสง่ ท้าย

จะเห็นได้ว่าพืชกระท่อมถูกควบคุมและก�ำหนดให้เป็นยาเสพติดให้โทษโดยกฎหมายมาเป็นล�ำดับ ซึ่งปัจจุบัน
ไดย้ กเลกิ ออกจากการเปน็ ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ สามารถบรโิ ภคไดโ้ ดยไมม่ คี วามผดิ เวน้ แตจ่ ะนำ� ไปผสมกบั สารเสพตดิ ชนดิ อน่ื
ที่บัญญัติเป็นความผิด เช่น เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบของ 4x100 เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม แม้พืชกระท่อม
จะมิใช่ยาเสพติดให้โทษแล้ว แต่พืชกระท่อมมีสารที่ออกฤทธ์ิต่อจิตและประสาท หากน�ำไปใช้ในทางที่ผิดหรือใช้อย่าง
แพร่หลายเกินสมควร หากไม่มีมาตรการในการควบคุมหรือก�ำกับดูแลพืชกระท่อมที่เหมาะสมแล้ว อาจกระทบต่อ
สขุ ภาพของประชาชน สรา้ งปญั หาสงั คม ซงึ่ สง่ ผลตอ่ สว่ นรวมได้27 ดงั นน้ั กฎหมายทจี่ ะกำ� หนดมาตรการในการควบคมุ
หรือก�ำกับดูแลพืชกระท่อมให้มีความเหมาะสมและเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม จะมีข้อจ�ำกัดมากน้อยเพียงใดน้ัน
ในอนาคตอันใกลน้ ้คี งจะไดท้ ราบกนั

26 หากกฎหมายฉบับดงั กลา่ วมผี ลใช้บงั คับแล้ว ผ้เู ขียนจะได้วิเคราะห์สาระส�ำคัญของกฎหมายฉบับดังกล่าวในล�ำดบั ถัดไป
27 ส�ำนกั งาน ป.ป.ส., รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบทอ่ี าจเกดิ ขนึ้ จากกฎหมาย รา่ งพระราชบัญญตั ิพืชกระท่อม พ.ศ. ….

วารสารราชทัณฑ์ 59

สรุปรายงานผลการศกึ ษา

“ปัจจยั ทส่ี ่งผลกระทบต่อความสมดลุ ระหวา่ งชวี ิต
และการท�ำงานของขา้ ราชการกรมราชทัณฑ”์

กองบริหารทรพั ยากรบุคคล
ตามทก่ี รมราชทณั ฑเ์ หน็ ชอบใหก้ องบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คลดำ� เนนิ การจดั ทำ� โครงการศกึ ษา “ปจั จยั ทส่ี ง่ ผลกระทบ
ต่อความสมดุลระหว่างชีวิตและการท�ำงานของข้าราชการกรมราชทัณฑ์” เพ่ือเก็บเป็นข้อมูลและใช้ในการก�ำหนด
แนวทางในการปฏิบัติงาน บริหารงาน และสร้างความสมดุลและสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากร
กรมราชทัณฑน์ ั้น

กองบริหารทรัพยากรบุคคลจึงได้เก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามออนไลน์
(Google form) น�ำมาสรุปเป็นข้อมูล ปัจจัย และตัวแปร รวมถึงข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ
ผลกระทบต่อความสมดุลระหว่างชีวิตและการท�ำงานของบุคลากรกรมราชทัณฑ์ รวมเป็น
ข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานในสังกัดสามารถน�ำไปปรับใช้ในการปรับปรุงและพัฒนา

ประสิทธิภาพในการท�ำงานได้อย่างต่อเนื่อง ปรับใช้ในการปฏิบัติงาน และ
นำ� ไปตอ่ ยอดในการพฒั นาการบรหิ ารงาน และพฒั นาบคุ ลากรกรมราชทณั ฑ์
ให้มีศกั ยภาพสูงข้นึ ต่อไป

60 วารสารราชทัณฑ์

การศึกษา “ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความสมดุลระหว่างชีวิตและการท�ำงานของข้าราชการกรมราชทัณฑ์”
วตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ศกึ ษาระดบั ปจั จยั ทส่ี ง่ ผลกระทบตอ่ ความสมดลุ ระหวา่ งชวี ติ และการทำ� งาน และเพอ่ื แสวงหาแนวทาง
ในการสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตและการท�ำงานของข้าราชการกรมราชทัณฑ์ โดยท�ำการเก็บรวบรวมข้อมูลจาก
แบบสอบถามออนไลน์ (Google form) แบง่ เปน็ 1) ขา้ ราชการเรอื นจำ� /ทณั ฑสถาน กรมราชทณั ฑ์ จำ� นวน 1,294 ราย
และ 2) ข้าราชการสว่ นกลางกรมราชทณั ฑ์ จำ� นวน 166 ราย สรปุ ผลการศกึ ษาได้ ดังนี้

1. ข้าราชการเรอื นจ�ำ/ทัณฑสถาน กรมราชทณั ฑ์

ขอ้ มลู ทั่วไป พบว่า กลุ่มตัวอยา่ งส่วนใหญเ่ ปน็ เพศชาย มอี ายุต้ังแต่ 40 - 50 ปี อายุราชการตัง้ แต่ 1 - 5 ปี
มสี ถานภาพสมรส/อยดู่ ว้ ยกนั และไมม่ บี ุตร เป็นข้าราชการประเภทวิชาการระดบั ช�ำนาญการ และข้าราชการประเภท
ท่ัวไประดบั ปฏิบัตงิ าน และส่วนใหญ่ปฏิบตั หิ น้าท่อี ยู่ฝา่ ยบรหิ ารทั่วไป และปฏิบตั ิหน้าท่ีเวรรกั ษาการณท์ วั่ ไป

โดยกลมุ่ ตวั อย่างมีความตอ้ งการสวสั ดิการเพมิ่ เติมมากท่ีสดุ 5 อันดับแรก คอื
1) การเพ่ิมค่าตอบแทนเวรรกั ษาการณ์
2) การสนับสนุนเครื่องแบบปลี ะ 2 ชดุ
3) การเพิ่มคา่ เสี่ยงภัย
4) การสนับสนนุ อาหารให้ครบ 3 มื้อ แกเ่ จา้ หน้าท่ีเวรรกั ษาการณ์
5) การจัดสรรบ้านพักให้เพยี งพอ
ระดับของตัวแปร พบว่า ตัวแปรตาม คือ ความสมดุลระหว่างชีวิตและการท�ำงาน
ในภาพรวม อยู่ในระดับสูง ส�ำหรับตัวแปรอิสระ พบว่า แรงจูงใจในภาพรวม อยู่ในระดับ
สูงมาก มาตรฐานคุณภาพชวี ิตเจา้ หนา้ ที่ 8 ดา้ นในภาพรวม อยู่ในระดับสงู และความยดึ มั่น
ผูกพนั ในงานในภาพรวม อยใู่ นระดบั สงู มาก

วารสารราชทัณฑ์ 61

การทดสอบสมมตฐิ าน พบวา่ แรงจงู ใจ มาตรฐานคณุ ภาพชวี ติ เจา้ หนา้ ที่ 8 ดา้ น และความยดึ มนั่ ผกู พนั ในงาน
มีความสัมพันธ์ในทางบวกกับความสมดุลระหว่างชีวิตและการท�ำงานของข้าราชการเรือนจ�ำ/ทัณฑสถาน อย่างมี
นัยส�ำคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 โดยแรงจูงใจ มาตรฐานคุณภาพชีวิตเจ้าหน้าท่ี 8 ด้าน และความยึดม่ันผูกพันในงาน
สามารถรว่ มกนั พยากรณค์ วามสมดลุ ระหวา่ งชวี ติ และการทำ� งานของขา้ ราชการเรอื นจำ� /ทณั ฑสถาน ไดอ้ ยา่ งมนี ยั สำ� คญั
ทางสถิตทิ ่ีระดับ .05

ขอ้ เสนอแนะเก่ยี วกบั สวัสดกิ ารเพมิ่ เตมิ สามารถสรปุ ได้ ดังนี้
1) ดา้ นทพ่ี กั ของทางราชการ : ควรจดั สรรบา้ นพกั ใหเ้ พยี งพอพรอ้ มทงั้ ดแู ลความสะอาดและความสมบรู ณข์ อง
บ้านพัก
2) ดา้ นความสะอาดของสถานท่ีท�ำงาน : ควรใหค้ วามส�ำคัญในการดูแลความสะอาด ความสะดวกสบาย และ
ความเป็นระเบียบของห้องพักเวร ความสะอาดของห้องน�้ำ ห้องอาบน�้ำของเจ้าหน้าที่ ความสะอาดของนำ้� ประปา
จัดทำ� ห้องนำ้� และความสะอาดของห้องนำ้� สำ� หรบั ป้อมรกั ษาการณ์
3) ด้านสภาพแวดล้อมการปฏิบัติงาน : ควรได้รับก�ำลังใจจากผู้บังคับบัญชา มีบรรยากาศท่ีดีในการท�ำงาน
มีรางวัลตอบแทนการปฏิบัติงาน หมุนเวียนงาน มอบหมายงานให้เท่าเทียมกัน และมอบหมายงานให้เหมาะสมกับ
ความสามารถของบคุ คล
4) ด้านส่ิงอ�ำนวยความสะดวก : ควรจัดท�ำมุมส�ำหรับให้เจ้าหน้าที่พักผ่อนหย่อนใจ สร้างหลังคาของสถานที่
จอดรถ หอ้ งพกั ผอ่ น อาบนำ้� แตง่ ตวั สำ� หรบั ผทู้ พ่ี กั เวร มหี อ้ งออกกำ� ลงั กายสำ� หรบั เจา้ หนา้ ทที่ เ่ี ขา้ เวร หอ้ งหรอื สถานท่ี
ออกก�ำลังกายของเจ้าหน้าที่ ห้องรับรองส�ำหรับบุคคลภายนอก และจัดรถรับ - ส่งเจ้าหน้าที่มาท�ำงานและเข้าเวร
รกั ษาการณ์

62 วารสารราชทัณฑ์

5) ด้านความพร้อมของอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติงาน : ควรมีการน�ำเทคโนโลยี
ที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการปฏิบัติงานเรือนจ�ำ จัดหาอุปกรณ์ส�ำนักงานท่ีเพียงพอและ
มีประสิทธิภาพ จัดหาอุปกรณ์ส�ำหรับควบคุมผู้ต้องขังและวิทยุส่ือสาร
ที่เพียงพอ จดั สรรงบสำ� หรบั ซ่อมแซมอปุ กรณ์เครือ่ งใช้ตา่ ง ๆ

6) ด้านค่าตอบแทน : ควรเพ่ิมค่าตอบแทนการปฏิบัติหน้าท่ี
นอกเวลาราชการ (ค่าเวร) และค่าเส่ียงภัย เพ่ิมค่าเสี่ยงภัยกรณีพิเศษ เช่น
คา่ เสย่ี งภยั ของพศั ดเี วร เพม่ิ คา่ ตอบแทนเพม่ิ เตมิ เชน่ คา่ ตอบแทนวชิ าชพี เฉพาะ
หรือค่าตอบแทนผู้ปฏิบัติงานด้านการพัสดุ โดยค่าเส่ียงภัยไม่ต้องนับชั่วโมง
การปฏบิ ตั งิ านใกลช้ ดิ ผตู้ อ้ งขงั มคี า่ ตอบแทนสำ� หรบั ผปู้ ฏบิ ตั งิ านตา่ งภมู ลิ ำ� เนา คา่ ตอบแทนเบยี้ กนั ดาร หรอื คา่ ครองชพี
รายเดือน

7) ด้านความเท่าเทียมของสวัสดิการระหว่างเรือนจ�ำต่าง ๆ : ควรจัดอาหารเที่ยงหรืออาหารให้ครบ 3 ม้ือ
จดั อาหารทม่ี คี ณุ ภาพและมปี รมิ าณทเี่ พยี งพอตอ่ การบรโิ ภค จดั สวสั ดกิ ารเครอ่ื งอปุ โภคบรโิ ภคในทกุ เรอื นจำ� แจกรองเทา้
ท�ำงานปีละ 1 คู่ แจกรองเท้าบู๊ทสำ� หรบั ฤดฝู น แจกผ้าตดั เคร่อื งแบบ

8) ด้านกองทุนและการเงิน : ควรจัดกองทุนกู้ยืม ขยายวงเงินกู้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ การกู้ยืมฉุกเฉิน
ดอกเบ้ียต�่ำที่เรือนจ�ำ เพ่ิมวงเงินกู้ในเรือนจ�ำ กองทุนออมทรัพย์เพื่อวัยเกษียณ มีเงินกู้เพ่ือท่ีอยู่อาศัยปลอดดอกเบ้ีย
15 ปี ยกเว้นดอกเบี้ยเงินกู้ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จัดท�ำประกันชีวิต
และประกันสุขภาพให้แก่เจ้าหนา้ ที่ หรอื จัดท�ำประกนั กล่มุ

9) ด้านการส่งเสริมสุขภาพ : ควรตรวจประเมินสุขภาพจิตและร่างกายของเจ้าหน้าที่ทุก ๆ 6 เดือน และ
ตรวจประเมนิ COVID-19 ทุก 14 วนั

10) ด้านการพัฒนาตนเอง : ควรจัดสื่อการเรียนรู้ซ่ึงมีเน้ือหาที่เป็นประโยชน์ หลักสูตรการฝึกอบรม
ทเี่ ปน็ ประโยชนต์ อ่ การปฏบิ ตั งิ าน นำ� เทคโนโลยมี าเปน็ เครอ่ื งมอื ในการศกึ ษาหรอื ฝกึ อบรม สง่ เสรมิ การศกึ ษา ฝกึ อบรม
และกจิ กรรมศึกษาดูงานหน่วยงานภายนอก

วารสารราชทัณฑ์ 63

11) ด้านกิจกรรมเช่ือมความสัมพันธ์ : ควรจัดกิจกรรมท่ีมีครอบครัวเจ้าหน้าท่ีได้มีส่วนร่วมด้วย จัดกิจกรรม
เช่อื มความสัมพันธภ์ ายในหน่วยงาน และกับหนว่ ยงานภายนอก และจดั กจิ กรรมทอ่ งเทยี่ วและนนั ทนาการ

12) ดา้ นครอบครวั เจา้ หน้าที่ : ควรจดั ใหเ้ จา้ หน้าทย่ี า้ ยกลับภมู ลิ �ำเนา มีการสง่ เสรมิ ใหค้ รอบครัวมรี ายไดเ้ สริม
การตรวจสขุ ภาพใหแ้ ก่ครอบครัวของเจ้าหน้าที่ จัดสนามเด็กเลน่ ใหล้ ูกเจ้าหน้าท่ี สรา้ งศนู ย์เด็กเลก็ ของเรอื นจ�ำ มีห้อง
หรอื สถานทอี่ อกกำ� ลงั กายให้ครอบคลุมถึงครอบครัวเจา้ หนา้ ท่ี เงนิ ชว่ ยเหลือบุตรเจา้ หน้าท่ี ทุนเรียนดี จดั รถรบั - ส่ง
นักเรยี น

13) ดา้ นการบรหิ ารงานของกรมราชทณั ฑ์ : ควรจดั แบง่ หรอื กระจายงบประมาณ เพอ่ื จดั สวสั ดกิ ารใหแ้ กเ่ รอื นจำ�
ที่มีรายได้น้อย จัดสรรอัตราก�ำลังให้เพียงพอ เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าท่ีเก่าได้ย้ายกลับภูมิล�ำเนา แทนการให้เจ้าหน้าที่
บรรจุใหม่ได้บรรจุตามภูมิล�ำเนาของตนเอง เพ่ิมวันลากรณีพิเศษ เช่น ลาดูแลบิดามารดาท่ีเจ็บป่วยคร้ังละ 15 วัน
วนั หยดุ พเิ ศษของกรมราชทณั ฑ์ เปน็ ตน้ สง่ เสรมิ ความกา้ วหนา้ ในอาชพี ออกมาตรการการเขา้ เวรเปน็ กะหรอื ผลดั ๆ ละ
8 ชว่ั โมง อบรมสรา้ งจติ สำ� นกึ ทด่ี แี กเ่ จา้ หนา้ ท่ี มสี วสั ดกิ ารดา้ นอาวธุ ปนื ผอ่ นอาวธุ ปนื จำ� หนา่ ยเครอ่ื งหมายและรองเทา้
ปฏบิ ตั งิ านที่มคี ณุ ภาพดี

ข้อเสนอแนะเกีย่ วกับการสรา้ งความสมดลุ ระหว่างชวี ิตและการทำ� งาน สามารถสรุปได้ ดังนี้
1) ขอ้ เสนอแนะตอ่ นโยบายกรมราชทณั ฑ์ : ควรกำ� หนดนโยบายทใ่ี หค้ วามสำ� คญั กบั สมั พนั ธภาพของครอบครวั
เจ้าหน้าที่เป็นล�ำดับแรก เพ่ิมจ�ำนวนเจ้าหน้าที่ให้เพียงพอ แทนการตอบแทนท่ีเป็นเงิน สรรหาบุคลากรที่รักในอาชีพ
ราชทัณฑ์ สนับสนุนข้าราชการย้ายกลับภูมิล�ำเนา เพ่ือเป็นการสร้างขวัญก�ำลังใจ และสร้างความสุขให้ครอบครัว
นอกจากน้ี ในการพิจารณาเลื่อนระดับควรค�ำนึงถึงผู้ท่ีรับราชการมานานหรือประสบการณ์ในงานสูง และวางระบบ
อาวโุ สใหช้ ัดเจนเป็นมาตรฐาน สร้างค่านยิ มความเคารพกันตามล�ำดับอาวโุ ส กำ� หนดเกณฑก์ ารเลื่อนระดับท่ีเป็นธรรม
และระยะเวลาในการดำ� เนินการไมค่ วรใชเ้ วลาเกิน 3 เดอื น มีกระบวนการดำ� เนินการทางวินัยทีเ่ ป็นธรรม เปิดโอกาส
ให้เจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงานมีส่วนร่วมโดยตรงในการพิจารณาเลื่อนเงินเดือน ควรสร้างโอกาสและความเท่าเทียมในสาย
ความก้าวหน้าให้แกข่ า้ ราชการตา่ งประเภท

64 วารสารราชทัณฑ์

นอกจากน้ี ควรกำ� หนดเกณฑเ์ กยี่ วกบั คา่ ตอบแทนตา่ ง ๆ โดยไมต่ อ้ งนบั ชว่ั โมงการปฏบิ ตั งิ านใกลช้ ดิ กบั ผตู้ อ้ งขงั
เพ่ิมค่าตอบแทนให้เท่าเทียมกับหน่วยงานอ่ืนในกระบวนการยุติธรรม ก�ำหนดอัตราค่าเส่ียงภัยแยกตามประเภทของ
เรือนจ�ำ ลดความเหลือ่ มล้ำ� ระหว่างค่าตอบแทนสายงานแพทยก์ บั ผู้คุม ก�ำหนดช่ัวโมงการท�ำงานและกรอบอัตราก�ำลัง
โครงสร้างเวรรักษาการณ์ของเรือนจ�ำให้เหมาะสม พิจารณาการทำ� งานเป็นผลัดหรือกะ นโยบายเพิ่มวันหยุดให้แก่
ขา้ ราชการเรอื นจำ� /ทณั ฑสถาน เพม่ิ สดั สว่ นเงนิ ปนั ผลจากการทำ� งานผตู้ อ้ งขงั ใหเ้ จา้ หนา้ ทเ่ี ปน็ รอ้ ยละ 50 อกี ทงั้ ปลกู ฝงั
หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง จติ สาธารณะ การใหบ้ รกิ าร ความเสยี สละ ความภาคภมู ใิ จในอาชพี ความรกั ความผกู พนั
ท่ีมีต่อองค์การแก่ข้าราชการบรรจุใหม่ พร้อมทั้งให้ความส�ำคัญแก่ความปลอดภัย สุขภาพกาย และสุขภาพใจ
ของเจ้าหน้าท่ี

กรมราชทณั ฑ์ควรก�ำหนดมาตรฐานการพัฒนาคณุ ภาพชวี ิตใหเ้ รอื นจำ� ทกุ แห่งถือปฏบิ ตั ิเหมือนกัน จดั ท�ำและ
ประเมินผล SOP ด้านสวัสดิการเจ้าหน้าท่ีของกรมราชทัณฑ์อย่างเป็นระบบ พร้อมท้ังจัดสวัสดิการระหว่างเรือนจำ�
ให้เปน็ มาตรฐานเดยี วกนั มกี ารศึกษา model การปฏิบัตติ ่อผู้ต้องขังของประเทศทพี่ ฒั นาแล้วมาประยกุ ต์ใชใ้ นบริบท
งานราชทณั ฑไ์ ทย เพอ่ื ลดความแออดั ในเรอื นจำ� ควรลดบทบาทงานราชทณั ฑท์ ม่ี ใิ ชบ่ ทบาทงานของเรอื นจำ� ลง นอกจากน้ี
นโยบายการบรหิ ารงานควรมคี วามตอ่ เนอื่ งกนั แมจ้ ะเปลย่ี นผบู้ รหิ าร มกี ารปรบั ใชส้ อื่ ดจิ ทิ ลั มาชว่ ยในการประสานงาน
หรือการทำ� งานมากย่งิ ขึน้

2) ข้อเสนอแนะต่อการบริหารงานของเรอื นจ�ำ : ผู้บญั ชาการเรือนจำ� ต้องเปน็ แบบอยา่ งท่ีดี เปิดโอกาส และ
รับฟังความคิดเห็นของผ้ใู ตบ้ งั คบั บญั ชาโดยเฉพาะผปู้ ฏิบตั ิงานโดยตรง ควรบริหารงานดว้ ยความยุติธรรม รับฟงั ขอ้ มลู
ดว้ ยใจเปน็ กลาง ประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ านและพจิ ารณาเลือ่ นเงนิ เดอื นดว้ ยความเปน็ ธรรม ตามผลการปฏบิ ัติงานจรงิ
มคี วามชดั เจนในนโยบายหรอื ขอ้ สง่ั การตา่ ง ๆ รวมถงึ สามารถใหค้ ำ� ปรกึ ษาแนะนำ� เรอื่ งการทำ� งานแกผ่ ใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาได้
นอกจากนี้ ผ้บู ัญชาการเรือนจำ� ควรรูเ้ ท่าทนั และนำ� เทคโนโลยีใหม่ ๆ มาช่วยเหลอื ในการปรบั กระบวนงาน สนบั สนุน
การเข้าร่วมฝึกอบรม เพื่อพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ โดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนให้เจ้าหน้าท่ีทุกคนมีโอกาสเข้ารับ
การฝกึ อบรม เมอ่ื มโี อกาสควรใหค้ ำ� ชมเชย ใหก้ ำ� ลงั ใจ และใสใ่ จดแู ลผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา อกี ทงั้ ควรใหค้ วามสำ� คญั กบั ทกุ งาน
อยา่ งเทา่ เทยี มกนั มอบหมายงานใหส้ อดคลอ้ งกบั ความสามารถของบคุ คล จดั ระบบหมนุ เวยี นงาน เชน่ เวยี นงานทกุ 2 ปี

วารสารราชทัณฑ์ 65

เพอ่ื ใหข้ า้ ราชการไดเ้ รยี นรงู้ านทหี่ ลากหลาย จดั สรรอตั รากำ� ลงั แตล่ ะฝา่ ยใหส้ อดคลอ้ งกบั ปรมิ าณงาน ดแู ลคณุ ภาพชวี ติ
ของเจา้ หนา้ ทแ่ี ละเตรียมความพรอ้ มดา้ นอตั ราก�ำลัง อาคารสถานท่ี อปุ กรณ์ส�ำนกั งาน นอกจากน้ี เรอื นจำ� ควรจัดใหม้ ี
สถานท่ีออกก�ำลังกาย กิจกรรมเชื่อมความสามัคคี การท�ำงานเป็นทีม กีฬา นันทนาการ อบรม สัมมนา ท่องเท่ียว
ร่วมกนั ลดการจดั กิจกรรมนอกเวลาราชการ หากมิใช่ภารกิจเร่งดว่ นจริง ๆ และจัดกิจกรรมทคี่ รอบครวั ของเจา้ หน้าที่
ไดเ้ ขา้ มามสี ว่ นร่วมดว้ ย

3) ขอ้ เสนอแนะตอ่ ตัวบคุ คลของขา้ ราชการราชทณั ฑ์ : ควรน�ำหลักธรรมมาใช้ในการทำ� งาน เชน่ การคดิ แบบ
ปล่อยวาง ปฏบิ ัติธรรม น่ังสมาธกิ อ่ นนอน เดินสายกลางไมต่ ึงหรือหยอ่ นเกนิ ไปมองโลกในแงด่ ี บ�ำเพ็ญทาน รกั ษาศลี
เป็นต้น น�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการด�ำรงชีวิต เพ่ือไม่ให้เป็นหนี้สินเกินตัว รู้จักการบริหารเงิน
ปรบั เปลยี่ นความคดิ ใหส้ อดคลอ้ งกบั จติ วญิ ญาณความเปน็ ขา้ ราชการราชทณั ฑ์ ใหค้ ดิ วา่ ทท่ี ำ� งานกเ็ หมอื นบา้ น หยดุ พกั
ระหว่างทำ� งานโดยการเดนิ ตรวจตรา ออกกำ� ลังกายพร้อมผู้ตอ้ งขัง ครงั้ ละ 30 นาที ท�ำงานด้วยความสนกุ เพ่อื สรา้ ง
สมดุลให้ตนเองกับครอบครัว แยกเวลางานกับครอบครัวให้ได้ ไม่ควรน�ำงานกลับไปท�ำต่อท่ีบ้าน หาเวลาในการ
ออกก�ำลงั กาย ท่องเทยี่ ว นัดพบเพือ่ นฝูง

2. ข้าราชการส่วนกลางกรมราชทัณฑ์

ข้อมูลทั่วไป พบวา่ กลมุ่ ตวั อย่างสว่ นใหญเ่ ป็นเพศหญงิ มีอายุตัง้ แต่ 40 - 49 ปี อายรุ าชการตั้งแต่ 1 - 9 ปี
มสี ถานภาพสมรส/อยดู่ ว้ ยกนั และไมม่ บี ตุ ร เปน็ ขา้ ราชการประเภทวชิ าการระดบั ปฏบิ ตั กิ ารและระดบั ชำ� นาญการ และ
ข้าราชการประเภทท่ัวไประดับปฏิบัติงาน และส่วนใหญ่ปฏิบัติหน้าท่ีสังกัดกลุ่มตรวจสอบภายในและส�ำนักงาน
เลขานกุ ารกรม

โดยกล่มุ ตัวอย่างมคี วามต้องการสวสั ดิการเพ่ิมเติมมากทสี่ ุด 5 อนั ดับแรก คอื
1) การจัดสรรทพี่ ักใหแ้ ก่เจ้าหนา้ ที่
2) การตรวจสขุ ภาพทุก 6 เดอื น
3) การพัฒนาระบบการท�ำงานให้
ทันสมัย โดยน�ำเทคโนโลยีมาปรับใช้ และ
สนบั สนุนอุปกรณ์ เคร่ืองมอื เช่น คอมพิวเตอร์
เครอ่ื ง Printer เครอ่ื งโทรสาร โทรศพั ท์ เปน็ ตน้
4) การเพมิ่ คา่ ตอบแทนพิเศษ
5) มมุ คาเฟ่ เครอื่ งดื่ม ชา กาแฟ และ
เบเกอรี่ พร้อมทีน่ ั่ง
ระดับของตัวแปร พบว่า ตัวแปรตาม
คือ ความสมดุลระหว่างชีวิตและการท�ำงาน
ในภาพรวม อยใู่ นระดบั สงู สำ� หรบั ตวั แปรอสิ ระ
พบว่า แรงจูงใจในภาพรวม มาตรฐานคุณภาพ
ชวี ติ เจา้ หนา้ ท่ี 8 ดา้ นในภาพรวม และความยดึ มน่ั
ผกู พันในงานในภาพรวม อยใู่ นระดับสงู

66 วารสารราชทัณฑ์

การทดสอบสมมตฐิ าน พบวา่ แรงจงู ใจ มาตรฐานคณุ ภาพชวี ติ เจา้ หนา้ ที่ 8 ดา้ น และความยดึ มนั่ ผกู พนั ในงาน
มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความสมดุลระหว่างชีวิตและการท�ำงานของข้าราชการส่วนกลางกรมราชทัณฑ์อย่างมี
นยั สำ� คญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั .01 โดยแรงจงู ใจและความยดึ มน่ั ผกู พนั ในงาน สามารถรว่ มกนั พยากรณค์ วามสมดลุ ระหวา่ ง
ชีวิตและการท�ำงานของข้าราชการสว่ นกลางกรมราชทัณฑ์ได้อยา่ งมนี ยั สำ� คญั ทางสถิติทีร่ ะดับ .05

ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสวัสดกิ ารเพม่ิ เตมิ สามารถสรุปได้ ดังน้ี
1) ด้านท่ีพักของทางราชการ และสวัสดิการท่ีเก่ียวข้องกับการด�ำรงชีพ : ควรจัดสรรที่พักให้แก่เจ้าหน้าที่
ส่วนกลางกรม และท่ีพักส�ำหรับเจ้าหน้าที่บรรจุใหม่ซ่ึงไม่สามารถเบิกค่าเช่าบ้านได้ หรือให้เจ้าหน้าที่บรรจุใหม่เบิก
คา่ เช่าบา้ นได้ จัดเครอื่ งอุปโภคบริโภครายเดือน เชน่ ข้าวสาร ไข่ น�้ำมันพืช เป็นตน้ ใหเ้ ทา่ เทียมกบั เรอื นจ�ำ มสี วัสดกิ าร
ตัดเคร่ืองแบบให้เจ้าหน้าที่ ลดราคาสินค้าร้านสวัสดิการ สวัสดิการอาหารกลางวันฟรีเช่นเดียวกับกระทรวงกลาโหม
หรือส่วนลดคา่ อาหารกลางวนั ค่าเครอื่ งดืม่ ให้แกข่ ้าราชการสว่ นกลางกรม
2) ด้านความสะอาด สิ่งอ�ำนวยความสะดวก และความพร้อมของอุปกรณ์ที่ใช้
ในการปฏิบัติงาน : ควรปรับปรุงห้องน้�ำใหม่ท้ังหมด ติดเครื่องปรับอากาศในโรงอาหาร
ให้ความส�ำคัญกับความสะอาดของสถานท่ีท�ำงาน ควรมีการก�ำจัดหนูเป็นประจ�ำ
สร้างหลังคาของสถานท่ีจอดรถ ปรับปรุงห้องออกก�ำลังกาย สร้างลานกีฬา สถานที่
ออกกำ� ลงั กาย มบี รกิ ารรถรบั -สง่ เจา้ หนา้ ทมี่ าทำ� งาน หรอื รบั จากทา่ นำ้� นนท์ สถานรี ถไฟฟา้
มายงั กรมราชทณั ฑ์ และจดั สรรอปุ กรณส์ ำ� นกั งานใหเ้ จา้ หนา้ ทเ่ี บกิ ใชร้ ะหวา่ งทต่ี อ้ งปฏบิ ตั งิ าน
ภายในทพ่ี กั เชน่ คอมพวิ เตอรพ์ กพา แทบ็ เล็ต เปน็ ตน้
3) ด้านค่าตอบแทน และกิจกรรมสร้างสัมพันธ์ : ควรเพ่ิมค่าตอบแทนพิเศษของ
เจา้ หนา้ ทส่ี ว่ นกลางใหเ้ หมอื นหนว่ ยงานอน่ื ในกระทรวงยตุ ธิ รรมโดยไมต่ อ้ งเปน็ สายวชิ าชพี เฉพาะ
หรือเพิ่มค่าตอบแทนพิเศษของเจ้าหน้าท่ีส่วนกลาง มีโบนัส นอกจากนี้ ควรมีค่าตอบแทน
การปฏิบัติงานนอกเวลาราชการตามการลงเวลาจริง และจัดกิจกรรมกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์
ภายในส่วนกลางกรม เพอื่ สร้างความรจู้ กั และความสามัคคี

วารสารราชทัณฑ์ 67

ข้อเสนอแนะเก่ยี วกับการสร้างความสมดุลระหว่างชวี ติ และการทำ� งาน สามารถสรปุ ได้ ดังน้ี
1) ข้อเสนอแนะต่อนโยบายกรมราชทัณฑ์ : ควรเพิ่มจ�ำนวนเจ้าหน้าที่ในส่วนกลางกรมราชทัณฑ์ให้เพียงพอ
และสอดคล้องกับภาระงาน ควรจัดมุมผ่อนคลายในส่วนกลางกรม หรือสวัสดิการอื่น ๆ โดยศึกษาเพ่ิมเติมจาก
ภาคเอกชน หรือเปิดเพลงเบา ๆ ระหว่างพักเท่ียง เพื่อผ่อนคลายความเครียดของเจ้าหน้าที่ ควรให้ความส�ำคัญกับ
สขุ อนามยั และสขุ ภาพจติ ทด่ี ี ใหค้ วามเอาใจใสใ่ นทกุ ระดบั ลดความเหลอ่ื มลำ้� ระหวา่ งบคุ คล และสนบั สนนุ ความสมั พนั ธ์
แบบพ่ีน้องมากกวา่ นายกับลูกน้อง ควรจดั ให้มีจติ แพทย์มาให้คำ� ปรึกษาหรอื ประเมนิ สขุ ภาพจติ ของเจ้าหน้าที่ เพ่อื ลด
ความเครยี ดในชวี ติ นอกจากน้ี ควรจดั สวัสดิการให้สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของบคุ คลตามช่วงอายุ เชน่ สวัสดกิ าร
อาหารกลางวนั ทพ่ี กั หรอื คา่ เชา่ บา้ นสำ� หรบั ขา้ ราชการบรรจใุ หม่ คา่ ตดั เครอ่ื งแบบ ทนุ สนบั สนนุ การศกึ ษาบตุ ร เปน็ ตน้
ควรเปดิ โอกาสใหม้ โี อกาสยา้ ยกลบั ภมู ลิ ำ� เนา สนบั สนนุ ใหน้ ำ� ระบบการทำ� งานแบบดจิ ทิ ลั มาใชใ้ นการทำ� งานอยา่ งจรงิ จงั
และจดั สรรเครอ่ื งสำ� รองไฟใหเ้ พยี งพอ และแกไ้ ขปญั หาสญั ญาณ WIFI ไมเ่ สถยี ร และควรกำ� หนดใหม้ คี า่ ตอบแทนพเิ ศษ
สำ� หรับเจ้าหน้าทสี่ ว่ นกลางกรม และการใหผ้ ู้รกั ษาการในตำ� แหน่งอยตู่ รงตามตน้ สงั กัดจริง
2) ขอ้ เสนอแนะตอ่ การบรหิ ารงานของกอง : ผบู้ งั คบั บญั ชาควรมอบหมายงานและเฉลยี่ จำ� นวนงานใหเ้ หมาะสม
กับวิทยฐานะ ความรู้ ความสามารถของบุคคล พร้อมท้ังจัดหาอุปกรณ์ท่ีใช้ส�ำหรับการท�ำงานให้เพียงพอ เสริมสร้าง
พลังบวก และความสามัคคใี ห้แก่เจ้าหนา้ ที่ ควรติดตอ่ งานนอกเวลาราชการเท่าทจ่ี ำ� เปน็ โดยเฉพาะทางแอปพลิเคชนั
Line หลกี เล่ียงการกา้ วลว่ งสทิ ธิและเวลาส่วนบุคคล รวมท้งั การบังคบั ใหม้ าท�ำงานทีไ่ มส่ �ำคญั เรง่ ด่วนจรงิ ๆ ในวนั หยุด
ราชการ ควรสนับสนุนกิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามกรอบ
นโยบายท่วี างไว้ และลดการแทรกแซงงานอ่นื ทีเ่ กินความรบั ผดิ ชอบของหนว่ ยงาน
3) ขอ้ เสนอแนะต่อตวั บุคคลของข้าราชการราชทัณฑ์ : ควรปฏิบตั งิ านโดยยดึ ม่นั ในกฎระเบียบ คณุ ธรรม และ
จรยิ ธรรม ปลกู ฝงั ความมงุ่ มน่ั ตงั้ ใจทำ� งาน ยดึ หลกั ทางสายกลาง ใหค้ วามสำ� คญั กบั ชวี ติ สว่ นตวั และการทำ� งานควบคกู่ นั
สร้างสมดลุ ให้ตนเองกบั ครอบครวั แยกเวลางานกับครอบครวั ใหไ้ ด้

68 วารสารราชทัณฑ์

คกุ หลวงนครบาล กิตติพงษ์ เกดิ นอ้ ย
กองทณั ฑวิทยา

สวสั ดคี รับท่านผู้อ่าน ในฉบับท่ีแลว้ เราได้พบกนั จากการตามรอยนางวันทอง สว่ นของแยกตะแลงแกง ท่เี ป็น
ลานตดั ศรี ษะนกั โทษในสมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยา สำ� หรบั ฉบบั นี้ เราจะมาพบกบั คกุ หลวงนครบาล เปน็ ทค่ี มุ ขงั นกั โทษการเมอื ง
และนักโทษร้ายแรงในสมัยกรุงศรีอยุธยา ยังใช้เป็นสถานที่ในการพิพากษาคดี โดยเฉพาะการด�ำน้�ำและลุยไฟพิสูจน์
ความสัตย์ซ่ือของคู่กรณีด้วย ซ่ึงปัจจุบันยังพอมีหลักฐานท่ีพอเชื่อถือได้ว่าการด�ำน�้ำลุยไฟน้ีมีอยู่จริง จากหลักฐานการ
ขุดแต่งโบราณสถานวัดเกษ ซึ่งต้ังอยู่ทางทิศใต้เป็นวัดประจ�ำของคุกในสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นบ่อน�้ำทรงแปดเหล่ียม
ขนาดใหญ่จ�ำนวน 1 สระ เมื่อปี พ.ศ. 2534 มีการขุดแต่งพบว่ามีการท�ำแนวอิฐเรียงให้สามารถลงไปในบ่อดังกล่าว
ซึ่งก่อนการขุดแต่งได้พบหลักไม้ จ�ำนวน 2 หลัก อยู่กลางบ่อ ปัจจุบันเสาไม้ดังกล่าวได้ผุพังไปตามกาลเวลา ส�ำหรับ
คุกหลวงนครบาลน้ีเป็นที่ต้ังที่มีผู้คนสัญจรไปมาและเป็นย่านท่ีพลุกพล่านที่สุดแห่งหน่ึงของกรุงศรีอยุธยา เนื่องจาก
มีตลาดท่ีหน้าตะแลงแกง หรือตลาดหน้าคุกหลวง และมีศาลพระกาฬที่สถิตแห่งเทพผู้มีอ�ำนาจ และศาลที่สถิต
แหง่ เทพยดาอารกั ษผ์ คู้ มุ้ ครองบา้ นเมอื ง ปจั จบุ นั ศาลนต้ี ง้ั อยบู่ รเิ วณดา้ นหลงั ของศาลหลกั เมอื งจงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา
สภาพท่ีต้งั ของคกุ หลวงจะมีสภาพเป็นเกาะเลก็ เกาะน้อยอยูก่ ลางบึงเพือ่ ใชใ้ นการแบง่ เขตควบคุมนักโทษ โดยมวี ดั เกษ
เป็นสถานที่ศักด์ิสิทธิ์ประจ�ำคุกหรือเรือนจ�ำและในบริเวณคุกหลวงหรือเรือนจ�ำน้ัน จะมีหอกลองท่ีจัดสร้างขึ้นเพื่อ
ส่งสัญญาณเตือนภัยเม่ือมีเหตุร้ายเกิดข้ึนในบ้านเมือง โดยหอกลองของกรุงศรีอยุธยาน้ัน อยู่ในความดูแลของ
กรมพระนครบาลอยบู่ รเิ วณตลาดหนา้ คกุ แถววดั เกษ เปน็ หอกลองสงู 3 ชน้ั แขวนกลองขนาดตา่ งกนั จำ� นวน 3 ใบ ไดแ้ ก่

วารสารราชทัณฑ์ 69

- ชั้นล่างสุดนน้ั เป็นกลองทมี่ ีช่อื วา่ “พระทวิ าราตรี” เป็นกลอง
ใบใหญส่ ุดในจ�ำนวนกลอง 3 ใบ ใช้ตีเวลาย่ำ� เท่ียง ยำ่� สันนิบาตเวลาย�่ำรงุ่
(ตอนเชา้ ) ยำ�่ คำ่� (ตอนเยน็ ) เปน็ การตสี ญั ญาณบอกเวลาเปน็ ประจำ� ทกุ วนั

- ชน้ั กลางแขวนกลองมชี อื่ วา่ “พระมหาระงบั ดบั เพลงิ ” ตเี ฉพาะ
เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ หากเกิดเพลิงไหม้นอกพระนครนับแต่ตลิ่งแม่น้�ำ
ออกไปด้านนอกคาดกลองเปน็ สัญญาณ 3 ครั้ง แตห่ ากเพลิงนัน้ เกดิ ไหม้
ในเกาะพระนคร อันเป็นท่ีมีสถานท่ีส�ำคัญทั้งพระราชวัง วัด ตลาด
บา้ นเรอื นราษฎร จะเกดิ เพลงิ ลกุ ลามไวท้ ำ� ใหต้ อ้ งคาดกลองตลอดจนกวา่
จะดับเพลิงได้

- ชนั้ บนสดุ แขวนกลองมชี อ่ื วา่ “พระมหาฤกษ”์ หากไดย้ นิ เสยี ง
กลองใบนี้เป็นอันว่าคงต้องเตรียมตัว โดยเร่งด่วนเพราะจะคาดกลองนี้
กต็ อ่ เมอื่ มศี กึ มาประชดิ ตดิ พระนครเทา่ นน้ั เมอ่ื เปน็ หอกระจายสญั ญาณสำ� คญั ของพระนครยอ่ มตอ้ งมกี ารดแู ลเขม้ งวด
แตม่ กั เกิดปัญหาด้วยสัตวต์ วั น้อยคอื มสุ ิกะ (หนู) ชอบกัดหนงั หน้ากลองใหไ้ ดร้ ับความเสียหาย ในแต่ละวันเจา้ พนักงาน
พระนครบาลผดู้ แู ลหอกลองจงึ ตอ้ งเรยี กเกบ็ เงนิ จากรา้ นคา้ ตลาดหนา้ คกุ รา้ นละหา้ เบยี้ เพอ่ื นำ� มาซอ้ื ปลายา่ งเลยี้ งวฬิ าร์
(แมว) ไว้คอยกัดหนู
ปัจจุบันผุพังสูญหายไปหมดส้ินแล้วคงเหลือแต่หลักฐานจากบันทึกของพระยาโบราณราชธานินทร์ ได้บันทึก
ไว้ว่าด้านทิศตะวันออกนอกคลองนครบาลมีหอกลองต้ังอยู่ อธิบายแผนที่พระนครศรีอยุธยาตอนหน่ึงว่า“ถนนสายน้ี
(ถนนหลวงกว้าง 5 วา ส�ำหรับมีการใหญ่แห่พระกฐินหลวง นากหลวง ต้ังพยุห์ยาตรา) ตามแผนท่ีเป็นถนนขวางอยู่
กึ่งกลางพระนครแต่เหนือไปใต้ และมีถนนมีแต่ด้านตะวันออก ตรงไปทางตะวันตกถึงหลังวังหลังซ่ึงอยู่ในบริเวณ
โรงทหารเดย๋ี วนเ้ี ปน็ ถนนสายทอี่ ยกู่ ง่ึ กลางพระนครเหมอื นกนั ตรงทถี่ นนสองสายนผี้ า่ นตดั กนั เปน็ ทาง 4 แพรง่ เรยี กวา่
ตะแลงแกง ริมถนนตะแลงแกงด้านเหนือฟากตะวันตกมีหอกลอง ซ่ึงผู้ตรวจสอบหนังสือเร่ืองน้ีเคยตรวจค้น ขุดพบ
โคนเสาขนาดใหญเ่ ทา่ กบั เสาพระเมรกุ ลางเมอื งแตก่ อ่ นเหลอื อยู่ 3 ตน้ และมรี ากกำ� แพงอฐิ รอบหา่ งจากหอกลองเขา้ ไป
ด้านหลังมีวัด เรียกว่า วัดเกษ ต่อจากหลังวัดเกษไปมีคุกมีคลองเล็กแยกจากคลองท่อ ท่ีถัดสะพานล�ำเหยมาทาง
ตะวันออกถึงคุกเรียกว่า คลองนครบาล ข้างฟากถนนตะแลงแกงทางใต้ด้านตะวันตก มีศาลพระกาฬหลังคาเป็น
ซมุ้ ปรางค์ และมศี าล อยตู่ อ่ กนั ไป เขา้ ใจวา่ จะเปน็ ศาลพระเสอื้ เมอื งพระทรงเมอื ง พระหลกั เมอื ง ทตี่ รงตะแลงแกงเหน็ จะ
ถอื กนั วา่ เป็นกลางพระนคร”

70 วารสารราชทัณฑ์

ส�ำหรับการปกครองในสมัยอยธุ ยา ทกุ คนนา่ จะพอจำ� กนั ได้นะครบั ตามที่คุณครไู ดส้ อนพวกเรามาต้ังแตร่ ะดบั
ประถมถึงมัธยม คือ การปกครองแบบจตุสดมภ์ แบ่งออกเป็น เวียง วัง คลัง นา เป็นการที่ใช้ส�ำหรับการปกครอง
อาณาจักร เช่นเดียวกับการแบ่งเขตการปกครองภายในพื้นท่ีชั้นในเมืองอยุธยาที่แบ่งพ้ืนท่ีตามกฎมณเฑียรบาล
ออกเป็น 4 พ้ืนที่ หรอื 4 แขวง มีขนุ นางต�ำแหนง่ ออกหลวง และออกขุนแขวง เปน็ นายกองต�ำรวจรับผดิ ชอบจ�ำนวน
4 คน เปน็ ผู้รบั ผดิ ชอบพน้ื ทีเ่ พื่อดูแลความสงบเรยี บร้อย โดยใชห้ อกลองหน้าคกุ หลวงเป็นจุดศูนยก์ ลางในการแบ่งเขต
พืน้ ที่ ไดแ้ ก่

- ขนุ ธรณีบาล รับผิดชอบพน้ื ที่หอกลองถึงเจ้าไสร รวมถึงตลาดยอด
- ขุนทราบาล รบั ผดิ ชอบพื้นที่หอกลองถึงประตไู ชย และเจ้าไสร
- ขุนโลกบาล รบั ผดิ ชอบพืน้ ทหี่ อกลอง ถึงป่ามะพร้าว ท่าชี และบางเอียน
- ขนุ นรบาล รับผิดชอบพื้นทีห่ อกลอง ถงึ บางเอียน และไปถงึ จวนวัง
นายต�ำรวจเหล่านี้จะถือดาบติดมือเสมอมีพวกแขนลายเป็นบริเวณในต�ำแหน่งนายขมังธนู เม่ือมีคนกระท�ำ
ความผิด ต�ำรวจแขวงจะเป็นผู้จับกุมผู้กระท�ำความผิดส่งเข้าไปกักขังในคุกหรือเรือนจ�ำของแต่ละแขวง แขวงต่าง ๆ
มีหน้าท่ีในการจับกุมผู้กระท�ำผิดขังคุกไว้รอการพิจารณาคดี ถ้าเป็นคดีเล็กน้อยที่มีบทลงโทษต่�ำกว่าเบี้ยแสนลงมา
(เบ้ีย คือ เงินท่ใี ช้ในสมัยอยธุ ยา) แขวงจะพจิ ารณาความพิพากษากันเอง ไดแ้ ก่ คดลี ักวิง่ ชิงปล้น การท�ำชู้ การท�ำเสนห่ ์
ยาแฝด โดยผู้เสียหายไม่ถึงแก่ชีวิต เป็นต้น จะมีขุนพรมสุภาซ่ึงเป็นขุนนางสังกัดตุลาการศาลกรมวัง ต้ังโรงศาลเพ่ือ
พิจารณาพิพากษาคดีความ เป็นแต่ถ้ามีโทษมากกว่านั้น ให้เจ้ากรมเจ้ากองเจ้าสังกัดของผู้กระท�ำผิดจ่ายค่าหญ้าช้าง
(การลงโทษปรบั สมยั อยธุ ยา) โดยจะมขี นุ นางในตำ� แหนง่ ขนุ ราชนกิ ลู นติ ยภกั ดี เปรยี บเทยี บอตั ราคา่ หญา้ ชา้ งตามสมควร
ไปเบกิ จา่ ยกบั เจา้ กรมเจา้ กองนนั้ กอ่ นจะสง่ ตวั ผกู้ ระทำ� ผดิ นนั้ ไปพจิ ารณากนั เองในแตล่ ะกรมกอง โดยจะมคี กุ นอกเหนอื จาก
คุกหลวงนครบาล สำ� หรบั คมุ ขังผูก้ ระท�ำผิดถึง 8 แหง่ และมตี ะรางหน้าคกุ ส�ำหรับขงั ลูกเมียผ้กู ระท�ำผดิ ด้วย เนอื่ งจาก
พระราชก�ำหนดเก่า ไดบ้ ัญญตั ิไวว้ ่า “ถา้ จับ “อา้ ยผ้รู ้าย” ไมไ่ ดก้ ใ็ ห้จับลูกเมีย พ่อแม่ พีน่ อ้ ง พ่อตา แม่ยาย พวกพ้อง
เพื่อนฝูงมาจ�ำแทน ถ้าเป็นชายให้ใส่คาไว้ถ้าเป็นหญิงให้ใส่ขื่อไว้” ส�ำหรับผู้รับผิดชอบดูแลคุกทั้ง 8 แห่งน้ัน ได้แก่
ขนุ สัสดี 1 ขนุ สารวตั ร 1 นายตำ� รวจซา้ ย 1 นายธ�ำมรงค์ 4 นายบัญชีกลาง 1 รวม 8 นาย ไพร่สม 80 เปน็ ผมู้ ีหน้าที่
ควบคุมผู้กระท�ำความผิด ส่วนโทษอ่ืน ๆ ท่ีนอกเหนือจากน้ัน ถ้าเป็นคดีส�ำคัญต้องพิจารณาว่าความกันในศาลหลวง
โดยพระยายมราช หรือออกญายมราช ผู้ถอื ตราพระยมข่ีสิงห์ มอี �ำนาจลงโทษโจรถึงตาย รวมทั้งลงโทษพวกข้าหนีเจา้

ทั้งในเมืองและหัวเมืองท้ังหมด การน�ำ
นักโทษร้ายแรงมาให้พระยายมราช
พิจารณาคดีความก็จะต้องน�ำมาเข้า
คุกหลวงนครบาลหรือเรือนจ�ำกลาง
เพอื่ รอการพจิ ารณาคดที กี่ ระทรวงนครบาล
ดงั นน้ั ในคกุ กลางหรือคกุ หลวงนครบาล
จึงมีแต่นักโทษการเมือง นักโทษท่ีมีคดี
อุกฉกรรจ์เป็นส่วนใหญ่ โดยศาลหลวง
และคุกหลวงนครบาลจะมีผู้รับผิดชอบ
ดูแล ได้แก่ พระยายมราช 1 หลวงขุน
หมืน่ 10 เสมยี นทนาย 20 ไพรส่ มก�ำลัง
200

วารสารราชทัณฑ์ 71

ส�ำหรับตัวอย่างรูปแบบการลงโทษนอกเหนือจากการประหารชีวิตท่ีตะแลงแกงและการลงโทษในลักษณะ
พระอัยการขบถศกึ แล้ว ยงั มโี ทษอ่นื ๆ ที่ปรากฏในพระราชก�ำหนดเก่า (พ.ศ. 2275) ทไี่ ดบ้ ัญญัติไวว้ ่า “ถ้าอา้ ยผรู้ ้าย
ลักของพระหรือโจรปล้นสะดมลักช้าง ม้า รับเป็นสัตย์ให้ขังคุกไว้และจ�ำ 5 ประการ คือ คา โซ่ ตรวน ร้อยคอ และ
ร้อยเทา้ จนกวา่ จะตาย ถา้ โทษปล้นสะดมครัง้ หนึ่งให้ตดั หูขา้ งหนง่ึ ถา้ คร้งั สองใหต้ ัดหอู ีกขา้ งหนงึ่ ถ้าครัง้ สามใหฆ้ า่ เลย
ส่วนโทษสถานเบาให้สักหน้าอกแล้วให้ติดพวง ถ้าโทษลักทรัพย์ในพระราชวัง โดยซ้ือขายกันในพระราชวังให้ตัดตีน
ตดั มอื ใหต้ ดั ตรงคุ้งขอ้ ถ้าลกั ออกไปนอกพระราชวังให้ฆ่าทัง้ โจรและนายประต”ู

สำ� หรบั สภาพความเปน็ อยขู่ องนกั โทษในคกุ หลวงนครบาล ชว่ งกลางวนั นกั โทษจะถกู ใสโ่ ซพ่ วงคอละ 9 - 10 คน
เพื่อออกไปท�ำราชการ เพ่ือจ่ายไปใช้ราชการในคุก หรือจ่ายไปราชการนอกคุก จะต้องไปท�ำการขนสิ่งปฏิกูล ล้างท่อ
ลา้ งทอี่ จุ จาระ ลากเสา ลากซงุ และท�ำงานหนกั ตา่ ง ๆ อกี หลายอยา่ งจงึ อยกู่ นั ดว้ ยความทรมานแสนสาหสั และกลบั มา
ท่ีคุกเพ่ือคุมขังในเวลาค่�ำ ห้องขังมีลักษณะเป็นคอกหรือกรงสร้างด้วยไม้ไผ่ ตั้งอยู่กลางแจ้งถูกฝนถูกลมอยู่ตลอดเวลา
สำ� หรบั อาหาร วนั พระห้าค�ำ่ แปดคำ่� สิบเอด็ คำ�่ สิบหา้ คำ่� นักโทษถูกน�ำไปจะใส่พวงคอละ 20 – 30 คน และลกู เมีย
นักโทษในตรวนเชือกผูกเอวต่อกันไปผูกติดท้ายพวงคอออกไปเที่ยวขอทานกินท่ีตลาดหน้าคุก และกลับมาในคุกเพื่อ
รับโทษ เว้นแตน่ ักโทษท่ีถกู ลงโทษจำ� 5 ประการ จะไมไ่ ด้รบั การอนญุ าตไปราชการข้างนอกคุก

จากจดหมายเหตุของคณะมิชชัน
นารีฝรงั่ เศส ท่ีไดม้ ีการบันทึกเหตุการณส์ มัย
กรงุ ศรอี ยธุ ยา พบวา่ คกุ หลวงนครบาลเป็น
คุกที่กักขังนักโทษการเมืองและนักโทษ
ร้ายแรง ในเหตุการณ์ตอนต้นรัชกาลสมเด็จ
พระเพทราชา ภายหลังจากเสด็จข้ึน
ครองราชยแ์ ลว้ ไดก้ วาดตอ้ นจบั พวกฝรง่ั เศส
และพวกเข้ารีตมากักขังไว้ โดยนายทหาร
และพลทหารฝรั่งเศสเข้าไปอยู่ในคุกน้ัน
นอกจากนี้ พระราชพงศาวดารกรงุ ศรอี ยธุ ยา
ได้กล่าวถึงเหตุการณ์คร้ังเกิดศึกกลางเมือง
ระหวา่ งพระมหาอปุ ราชวงั หนา้ กบั เจา้ ฟา้ อภยั ฝา่ ยวงั หลวง ซงึ่ เปน็ พระราชโอรสของพระเจา้ อยหู่ วั ทา้ ยสระ ใน พ.ศ. 2275
วา่ “ในครั้งน้ัน ฝา่ ยวังหน้าไดย้ กพลทหารวงั หน้าประมาณ 500 คน มาทางถนนป่าผา้ เขียว เข้าพงั คุกแลว้ ปลอ่ ยนักโทษ
ประมาณ 700 คน” นักโทษเหล่าน้ีคงเป็นกองก�ำลังของทัพวังหน้าเข้าต่อสู้วังหลวงจนได้รับชัยชนะ และได้ขึ้น
ครองราชย์เป็นพระเจา้ อยู่หัวบรมโกศตอ่ จากพระเจ้าอย่หู ัวทา้ ยสระในเวลาตอ่ มา

เมื่อแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาล่มสลาย ราชธานีโยกย้ายไปตั้งในที่แห่งใหม่ที่กรุงเทพฯ อยุธยาก็ถูกทอดท้ิงให้
รปู รา่ งเปน็ ปา่ รกทงั้ เกาะ ตราบจนกระทงั่ ราวปี พ.ศ. 2483 ภายหลงั เปลยี่ นแปลงการปกครองจากระบอบสมบรู ณาญา
สทิ ธริ าชยม์ าสรู่ ะบบประชาธปิ ไตย ดร.ปรดี ี พนมยงค์ ผนู้ ำ� คนหนง่ึ ของคณะราษฎรซ์ งึ่ เปน็ ชาวอยธุ ยา ไดท้ ำ� การยา้ ยจวน
สมุหเทศาภิบาลมณฑลอยุธยา ของพลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนมรุพงศ์สิริพัฒน์ ซ่ึงสร้างข้ึนในปี พ.ศ. 2437
จากวัดสะพานเกลือบริเวณเกาะลอย ตรงข้ามที่ว่าการมณฑล มาสร้างข้ึนในบริเวณคุกนครบาลเก่าแห่งนี้ และให้ชื่อ
บ้านทรงไทยกลมุ่ นีว้ า่ “คุ้มขนุ แผน” โดยตวั ของ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ก็มักจะมาพักอยู่เสมอ ๆ ระหว่างวนั หยดุ สปั ดาห์
ที่กลับมาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่อมาในปี พ.ศ. 2499 จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้บูรณะเรือนไทยกลุ่มน้ี และ
มอบใหอ้ ยใู่ นความดแู ลของกรมศิลปากรมาจนถึงปจั จุบนั น้ี ถา้ มโี อกาสลองมาสมั ผัสบรรยากาศคกุ เกา่ กนั นะครับ

72 วารสารราชทัณฑ์

ท�ำอะไรก็ธรรม ในบรบิ ทงานเรอื นจำ� :

ธรรมที่เกิดจากท�ำ
จตุพร ธิราภรณ์
กองพัฒนาพฤตินสิ ัย
คำ� กลา่ วทวี่ า่ “การทำ� งานคอื การปฏบิ ตั ธิ รรม” นนั้ เปน็ สง่ิ ทไ่ี ดย้ นิ เสมอในหมพู่ ทุ ธศาสนกิ ชนโดยเฉพาะอยา่ งยงิ่
ในวัยท�ำงาน ทว่าค�ำว่า “ธรรม” หรือ “ธรรมะ” หาได้เป็นเพียงค�ำสอนหรือแม้แต่เป็นช่ือค�ำสอนโดยเฉพาะของ
พระพทุ ธศาสนาไม่ ก็ด้วยเหตวุ ่า บรรดาค�ำสอนตา่ ง ๆ ในศาสนาตลอดจนความเชอ่ื ท่มี มี ากอ่ นพระพุทธศาสนาส่งิ นัน้ ก็
เรยี กวา่ “ธรรม” อกี นยั หนงึ่ “ธรรม” หรอื “ธรรมะ” อาจแปลความไดว้ า่ “หนา้ ท”ี่ กลา่ วคอื หนา้ ท่ี อนั จะยงั ผปู้ ระพฤตธิ รรม
น้นั ใหเ้ ป็นปกติ ยกตวั อยา่ งว่า พระอาทติ ย์ใหค้ วามร้อนหรือการที่โลกโคจรรอบดวงอาทติ ย์อยา่ งที่เราเขา้ ใจกนั อยา่ งน้ี
เรียกว่า ปกติ หน้าท่ี เป็นธรรม ธรรมะ หรือโดยธรรมชาติ กล่าวตอ่ ไปว่า ปกติ หนา้ ท่ียอ่ มใหค้ วามถูกต้องอยเู่ สมอ เช่น
วา่ การทโ่ี ลกโคจรรอบดวงอาทติ ยโ์ ดยไมไ่ ปชนกบั อะไรกเ็ ปน็ ถกู ตอ้ ง อนง่ึ พระอาทติ ยใ์ หค้ วามรอ้ น เราจงึ เรยี นรทู้ จ่ี ะอยู่
กับพระอาทิตย์ให้ได้ เรียกว่า เข้าใจธรรม แต่ในปัจจุบันที่เกิดความวุ่นวายเพราะว่าเราต้องการบีบบังคับพระอาทิตย์
ไม่ให้ท�ำให้เราร้อน เรียกว่า เราต้องการอยู่เหนือธรรมชาติเพื่อควบคุมธรรมชาติ ทั้งท่ีจริงมันเป็นไปไม่ได้เลยเราก็ยัง
สมมติกนั ว่ามันเป็นไปได้ เรียก “อวชิ ชา” บางทา่ นเรียกง่าย ๆ ว่า “โง”่ แตภ่ าษาวยั รนุ่ รว่ มสมัยอาจเรียกว่า “มโน”
คงไม่ผิดนัก ดังนั้น รวมความว่า “ธรรม” ท่ีกล่าวมาแล้วนี้ คือ หน้าท่ี ปกติ และถูกต้อง ไม่จ�ำกัดอยู่แต่เพียงว่าเป็น
คำ� สอนของศาสนาใดศาสนาหนง่ึ เท่านน้ั หากจะกล่าวอยา่ งหยาบ ๆ คอื ทุกศาสนาล้วนชท้ี างปกติ (สขุ ) ใหแ้ กผ่ ู้นับถือ
ศรทั ธาในแนวทางของศาสนาซึ่งตนนอ้ มนำ� มาปฏิบัตเิ ชน่ นน้ั เอง
ในยคุ ปจั จบุ นั ซงึ่ ผคู้ นทงั้ หลายจดจอ่ อยกู่ บั การทำ� งานวนั หนง่ึ ๆ หากจะคำ� นวณนบั กอ็ าจนบั ไดว้ า่ ในหนง่ึ วนั นน้ั
เราท�ำงานมากเกินครึ่งวนั ตัง้ แต่พระอาทติ ย์ขึน้ จนถึงพระอาทิตย์ตก บางคนเกนิ กว่านั้น โดยเฉพาะอย่างยงิ่ การทำ� งาน
ตามภารกจิ หนา้ ทขี่ องกรมราชทณั ฑแ์ ลว้ เรยี กไดว้ า่ ทำ� กนั ตอ่ วนั 24 ชวั่ โมงกว็ า่ ได้ หากเปรยี บเทยี บตำ� รวจไทยมคี ำ� กลา่ ว

วารสารราชทัณฑ์ 73

ทว่ี ่า “ภายใต้ดวงอาทติ ย์น้ีไมม่ อี ะไรทตี่ ำ� รวจไทยทำ� ไมไ่ ด”้
ก็เป็นเรื่องตลกร้ายท่ีมิจฉาชีพทั้งหลายคงเคยได้ยิน
คำ� กลา่ วนเ้ี ชน่ กนั จงึ มกั กอ่ เหตใุ นเวลากลางคนื สว่ นตำ� รวจไทยนน้ั
มักสวมหมวกนิรภัยสีขาว ๆ แล้วยืนหลบหลังเสาไฟฟ้า
ในเวลาแดดจดั ซงึ่ ภาพเหลา่ นม้ี ใี หเ้ หน็ ชนิ ตาทง้ั ในสอื่ ตา่ ง ๆ
และชีวิตจริง ทว่าภาพเหล่านั้นคงจะเป็นส่วนน้อยจาก
ส่วนดีท่ีมีมากมายแต่ผู้น�ำเสนอไม่ค่อยน�ำออกมาตีแผ่
ถงึ คณุ งามความดที ต่ี ำ� รวจไทยสรา้ งขน้ึ เพอ่ื เปน็ การใหก้ ำ� ลงั ใจ
ผู้ท�ำหน้าท่ีเพื่อหน้าที่อุทิศตนเพื่องานอย่างแท้จริง
เมื่อย้อนมามองงานราชทณั ฑ์ไทยกย็ ิง่ ท�ำให้พบว่า อยูใ่ นท่ี
ทแี่ มพ้ ระอาทติ ยส์ อ่ งอยา่ งแรงกลา้ ตลอดจนอาบแสงจนั ทร์
อนั หนาวเหนบ็ กไ็ มม่ ใี ครเหน็ คณุ งามความดเี ทา่ ทคี่ วร ซง่ึ พวกเขาเหลา่ นนั้ ทำ� หนา้ ทป่ี กปอ้ งอารกั ขาสงั คมจากอาชญากร
ตามคำ� พพิ ากษาของศาล และควบคมุ ผกู้ ระทำ� ความผดิ ตามผลของกฎหมายเอาไวม้ ใิ หก้ ระทำ� ผดิ ไดอ้ กี เพอ่ื ใหส้ งั คมปกตสิ ขุ
ตลอดกระทง่ั กลอ่ มเกลาผกู้ ระทำ� ผดิ ตามคำ� พพิ ากษาของศาลใหจ้ ติ ใจไดร้ บั การเยยี วยาฟน้ื ฟู นำ� ไปสกู่ ารพฒั นาพฤตนิ สิ ยั
ใหเ้ หน็ คณุ คา่ ของตนเองกอ่ นสง่ กลบั คนื สสู่ งั คมอยา่ งทเี่ รยี กกนั วา่ “คนื คนดสี สู่ งั คม” แตส่ งั คมกย็ งั คงกงั ขาตอ่ ไปวา่ ทำ� ไม
การท�ำให้คนเป็นคนดีนั้นเป็นแต่เพียงหน้าท่ีของกระบวนการยุติธรรมปลายสายธาร เช่นงานราชทัณฑ์เพียงฝ่ายเดียว
ตลอดสายธารกระบวนการยุติธรรมอันยาวเหยียดที่ใช้เวลาเสาะหาความจริงยาวนานนั้นไม่มีกระบวนการในการท�ำให้
คนเหน็ คณุ คา่ ในตนเองหรอื เปน็ คนดไี ดเ้ ลยหรอื ...หรอื เราตตี ราอยเู่ สมอวา่ มแี ตค่ นผดิ ทผ่ี า่ นกระบวนการยตุ ธิ รรมมาแลว้
โดยตลอดกระบวนการและคนผิดนั้นคือคนไม่ดีท่ีเราจะท�ำให้เป็นคนดีได้เมื่อสุดสายธารกระบวนการยุติธรรม ดังน้ัน
เมอื่ สงั คมกำ� หนดใหก้ รมราชทณั ฑต์ อ้ งมหี นา้ ทยี่ ง่ิ ใหญด่ งั กลา่ วมาแลว้ นี้ ภาระหนา้ ทข่ี องชาวราชทณั ฑจ์ งึ ใหญห่ ลวงยงิ่ นกั
ภาระงานจึงต้องมีความทุ่มเทและหนักหน่วงตามไปด้วย แน่นอนว่าผลพวงลูกโซ่ที่ตามมาคือเวลาในชีวิตที่หาย
โดยตอ้ งมาอยกู่ บั งาน ซง่ึ ถา้ จะกลา่ วใหล้ ะเอยี ดเวลาในชวี ติ นนั้ ไมไ่ ดห้ ายไปไหน กย็ งั คงอยเู่ ทา่ เดมิ เพยี งแคเ่ ราจะใชเ้ วลานน้ั
อย่างไรต่างหาก ในการน้ีถ้าจุดสิ้นสุดหนึ่งของมนุษย์ตามความเชื่อของศาสนาคือการด�ำเนินตามแนวทางของศาสนา
เราอาจกลา่ วอา้ งไดว้ า่ เราไมม่ เี วลาไปปฏบิ ตั ธิ รรมเพอื่ เขา้ ใจชวี ติ หรอื เขา้ ใจสจั ธรรม ความคดิ และคำ� กลา่ วเชน่ นจี้ ะหมดไป
ถ้าเราถอื คตทิ ีว่ า่ “การท�ำงานคือการปฏบิ ัตธิ รรม” น่นั เอง
ส�ำหรับการวิจารณ์หรือการตีประเด็นในเร่ืองธรรมะน้ีคงหาจุดสิ้นสุดได้ยาก ย่ิงคิดมากเขียนมากก็ยังมาซ่ึง
การพอกพูนความเป็น “อัตตา” หลงงมงายว่าเราเหนือธรรมน�ำไปสู่ “ความโง่” เสียมากกว่าหรืออีกทางเราอาจสนุก
เพลดิ เพลนิ กบั การขบคดิ จนเกนิ ไปแตท่ สี่ ดุ โดยตลอดแลว้ ไมเ่ กดิ ประโยชนเ์ ปน็ แตเ่ พยี ง “การสำ� เรจ็ ความใครท่ างปญั ญา”
ท่ีภาษาอังกฤษเขาว่า “Intellectual Masturbation” ไปเท่านัน้ เอง ดังนน้ั จึงมากลา่ วกนั เลยว่าส�ำหรับชาวราชทัณฑ์
แลว้ เราจะทำ� ใหก้ ารท�ำงานเปน็ การปฏบิ ตั ธิ รรมไดอ้ ยา่ งไร ก่อนอน่ื นน้ั เรอื่ งความเขา้ ใจในภารกจิ หนา้ ทข่ี องเรา ประเดน็
นไี้ มต่ อ้ งพดู กนั จนเกนิ ไปเพราะพวกเราลว้ นตระหนกั กนั ดอี ยแู่ ลว้ ในอกี มมุ หนง่ึ การทำ� งานในดา้ นการสงเคราะหแ์ กผ่ คู้ น
ซง่ึ เปรยี บเสมอื นเพอื่ นมนษุ ยผ์ ซู้ ง่ึ ตกทกุ ขไ์ ดย้ ากนนั้ เราถอื วา่ เปน็ การสรา้ งกศุ ลโดยสามญั สำ� นกึ อยแู่ ลว้ ทงั้ น้ี จากทกี่ ลา่ ว
ไปข้างต้นถึง “ธรรมะ” ในฐานะเป็นหน้าท่ีเช่นนี้จึงจะขอยกเอาหลักค�ำสอนของพระพุทธศาสนามาเป็นแนวทางและ
ขยายการทำ� หนา้ ทใี่ หเ้ ปน็ ปกติ ถกู ตอ้ ง ทวา่ จะขออธบิ ายเปน็ คำ� กลาง ๆ ไมย่ ดึ ตดิ รปู แบบโดยเฉพาะของพระพทุ ธศาสนา
มากเกนิ ไปด้วยตอ้ งการใหเ้ พอื่ นรว่ มเกิด แก่ เจ็บ ตาย ทุก ๆ ศาสนกิ ได้นำ� ไปเปน็ แนวทางไดด้ ้วยเชน่ กัน ไมว่ ่าจะเปน็
ครสิ ตชน มสุ ลมิ หรอื ผนู้ บั ถอื ลทั ธคิ วามเชอ่ื ใด ๆ กต็ าม กลา่ วคอื เมอื่ เราตอ้ งทำ� งานนน้ั เราควรมหี ลกั การหรอื หลกั ธรรม

74 วารสารราชทัณฑ์

เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานตามนิติปรัชญาของกฎหมายไทย มีหลักการอยู่หลักการหน่ึง เรียกว่า หลักอินทภาษ 4
หรืออคติ 4 ส�ำหรับ ค�ำว่า “อินทภาษ” น้ันสอบถามผู้รู้ท่านว่าเป็นค�ำสอนของพระอินทร์ ก็กล่าวกันไปในทางนิทาน
เปน็ หนา้ ทข่ี องเรอ่ื งในทางคตชิ นวทิ ยาทจ่ี ะตอ้ งหาความรคู้ วามจรงิ กนั ตอ่ ไปวา่ พระอนิ ทร์ ในทน่ี เี้ ปน็ ใครแลว้ จะสอนใคร
เพื่ออะไรซ่ึงจะไม่ขอกล่าวในท่ีนี้ อน่ึง ถ้าจะเอาความกันในตัวภาษาก็ได้ใจความว่าเราเป็นแนวทางแห่งการละเว้น
การกระท�ำในอคติ 4 ประการ หรือ คติ ที่ไมพ่ ึงปรารถนา ไม่พงึ กระท�ำ 4 ประการ ได้แก่

1. ฉนั ทาคติ คอื ลำ� เอยี งเพราะรกั ชอบเหน็ แกอ่ ามสิ สินบน
2. โทสาคติ คือ ล�ำเอียงเพราะโกรธ ไมล่ ่มุ หลงในยศถาบรรดาศักด์ิ โดยยดึ ม่ันในความสุจรติ เทย่ี งธรรม
3. โมหาคติ คอื ลำ� เอยี งเพราะหลง ไมใ่ หเ้ กดิ ความเอนเอยี งในใจดว้ ยเพราะมคี วามโกรธ ความอาฆาตเคยี ดแคน้
อยู่ในใจกบั ผ้ทู อี่ ยู่เบอ้ื งหน้าตน
4. ภยาคติ คือ ล�ำเอียงเพราะกลัว ไม่ให้เกิดความเอนเอียงในใจเพราะบังเกิดความกลัว ไม่ว่าจะกลัวตาย
กลัวจะเกดิ การเส่อื มยศถาบรรดาศกั ด์ิ เปน็ ต้น
ขยายความวา่ ในฐานะอนั เราชาวราชทณั ฑซ์ ง่ึ มหี นา้ ทอ่ี ยแู่ ลว้ จงึ ควรทำ� หนา้ ทข่ี องเราในการใหบ้ รกิ ารสาธารณะ
ตามอดุ มการณข์ องการทำ� หนา้ ทใ่ี นฐานะเปน็ เจ้าหน้าทีร่ ัฐทงั้ ตอ่ ระบบการท�ำงาน ต่อเพอื่ นร่วมงาน และตอ่ ผรู้ บั บริการ
โดยตรง คอื ผตู้ อ้ งขงั ตามคำ� พพิ ากษาของศาล โดยออ้ มคอื ผมู้ าตดิ ตอ่ ขอรบั บรกิ ารโดยทว่ั ไป ในภาษาธรรมรวมความวา่
เพ่อื นมนุษย์ ดังนัน้ ถา้ เราไปปฏิบตั ิ 4 ประการข้างตน้ กับเพ่ือนมนุษย์ดว้ ยกนั ย่อมยงั มาซงึ่ ความปกติก็แล้วเมือ่ เราเวน้
เสยี จากการกระทำ� แลว้ อยา่ งหนง่ึ เราควรทำ� อยา่ งไรเลา่ จงึ จะสอดคลอ้ งกบั คำ� วา่ “ละชวั่ ทำ� ด”ี กแ็ ลว้ นน้ั เราควรมหี ลกั
ซึง่ จะขอโอกาสยกคำ� กล่าวหนง่ึ ทวี่ ่า “สมานไมตรี วจไี พเราะ สงเคราะหป์ ระชาชน เสมอต้นเสมอปลาย” ขึ้นมากลา่ ว
ส�ำหรับเราชาวพุทธแล้วเมื่อจบความก็คงนึกได้ทันทีว่าค�ำกล่าวนี้ล้อมาจากหลักค�ำสอนชื่อว่า สังคหวัตถุ แปลความว่า
คำ� สอนท่เี ป็นที่ต้งั แหง่ การสงเคราะห์กัน คำ� สอนทเ่ี ปน็ เครอ่ื งยดึ เหน่ียวนำ�้ ใจกนั ประกอบดว้ ย
1. ทาน การให้ การเสยี สละ การแบง่ ปนั เพอื่ ประโยชนแ์ กค่ นอน่ื ชว่ ยปลกู ฝงั ใหเ้ ปน็ คนทไ่ี มเ่ หน็ แกต่ วั แบง่ ปนั กนั
(แบ่งปนั ไปมา)
2. ปิยวาจา การพดู จาดว้ ยถอ้ ยคำ� ไพเราะออ่ นหวาน จริงใจ ไม่พูดหยาบคายกา้ วรา้ ว พดู ในสงิ่ ท่เี ปน็ ประโยชน์
เหมาะกับกาลเทศะ พดู ดีต่อกนั (พดู จาจบั ใจ)

วารสารราชทัณฑ์ 75

3. อตั ถจรยิ า ช่วยเหลอื กนั (ชว่ ยกิจกนั ไป)
4. สมานัตตตา การเป็นผู้มีความสม�่ำเสมอ โดยประพฤติตัวให้มีความเสมอต้นเสมอปลาย วางตัวดีต่อกัน
(นิสัยเปน็ กนั เอง)
ในการที่เราชาวราชทัณฑ์ผู้มีหน้าที่ในการท�ำงานดังขยายความมาแล้ว หากจะพิจารณาโดยแยบคายก็จะ
พบว่าหลักการในสังคหวัตถุน้ี หากน�ำมาเป็นแนวทางปฏิบัติอยู่เป็นนิจย่อมยังมาซึ่งความปกติตลอดจนความผาสุก
ในการท�ำงานอย่างแท้จริง ส�ำหรับผู้ท่ีประพฤติอยู่เป็นประจ�ำเพียงทบทวนท�ำความเข้าใจไม่มากนักก็จะพบ “ธรรม”
ส�ำหรบั ผ้ทู ป่ี ฏิบัตติ รงกันขา้ มก็มสี ทิ ธิไดพ้ บ “ธรรม” เชน่ กัน หากจะยดึ ค�ำกลา่ วท่วี า่ “การท�ำงานคอื การปฏิบตั ิธรรม”
มาเปน็ เครอื่ งพจิ ารณา นัน่ เอง
โดยสรุปความ การท�ำงานคือการปฏิบัติธรรม และความหมายของธรรม คือ หน้าท่ีอันปกติถูกต้องน้ัน
เมอ่ื พจิ ารณาแลว้ จะพบวา่ หลกั ธรรมคำ� สอนเปน็ แตเ่ พยี งแนวทางในการนำ� ไปสคู่ วามเปน็ ปกตทิ ถี่ กู ตอ้ ง ทวา่ เรานำ� มาเปน็
เครื่องสมมติสวมใช้ว่า หน้าที่ กลายเป็นค�ำว่า หน้าท่ีการงานหรืออะไรท�ำนองอย่างน้ัน แต่ท้ายท่ีสุดตามธรรมชาติ
ค�ำว่าหน้าที่คือหน้าที่ หน้าที่ย่อมคุ้มครองผู้ท�ำหน้าท่ีโดยธรรมตามธรรมชาติอยู่อย่างนั้น การอรรถาธิบายก็เช่นกัน
เรมิ่ จากสง่ิ เลก็ ๆ แลว้ ขยายอยา่ งกวา้ งขวางตลอดจนเมอ่ื ทำ� ความเขา้ ใจแลว้ กจ็ ะกลบั ไปสปู่ ระเดน็ เดมิ เสมอื นชา่ งขดุ เรอื มาด
เรอื พายม้า ดว้ ยละแมะ ยอ่ มขดุ ใหห้ วั เรือและทา้ ยเรอื เล็ก ทวา่ กลางล�ำเรือปอ่ งกวา้ งเปน็ ฉันใด การเขา้ ใจในหลกั ธรรม
ก็ฉนั นนั้ เรม่ิ จากเลก็ ต้องอธบิ ายกนั อย่างกว้างขวา้ งเสยี ก่อนเพอ่ื ขมวดกลบั สคู่ วามเข้าใจเดิม หรือเรยี กวา่ สงู สุดส่สู ามญั
กน็ ่าจะพอเปน็ ประมาณได้ ดังนน้ั ในเมื่อธรรมเปน็ ของปกติอยู่แลว้ โดยธรรมดา ธรรมชาติ แลว้ ทำ� ไมเราถงึ ต้องกลา่ ววา่
ปฏบิ ตั ธิ รรม การปฏบิ ตั นิ น้ั คอื การทำ� ความเขา้ ใจกบั เรอื่ งธรรมดา ๆ ทอี่ าจไมธ่ รรมดา เพราะทงั้ หลายพยายามฝนื มนั กไ็ ด้
หลักอินทภาษ 4 และหลักสังคหวัตถุ 4 มันคือสิ่งท่ีควรจะเป็นตามธรรมดาของมันอยู่แล้วก็ได้ แต่เราท่านทั้งหลาย
ตา่ งหากท่พี ยายามฝา่ ฝืนมนั เพราะ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ปรงุ แต่งกันเอาเองจนเหน็ ผิดเป็นชอบ วา่ สิ่งผิด
เป็นสิ่งถูก ว่าส่ิงมิชอบเป็นของชอบกันอย่างน้ัน ถ้าเรากลับมามองหาธรรม เราอาจท�ำในทางที่ควรแก่การกระท�ำและ
ควรแก่ธรรม แม้เรามิใช่นักบวชก็ตามเพราะเราเป็นผู้ครองเรือนที่มีโอกาสได้ท�ำงานในกรมราชทัณฑ์ที่ด�ำเนินตาม
คำ� กล่าวท่ีวา่ “การท�ำงานคอื การปฏิบตั ิธรรม” นนั่ เอง

76 วารสารราชทัณฑ์

บทความโลกหลงั กำ� แพง ภกู ิจ สุดศิริ
เรือนจำ� จงั หวดั บุรรี มั ย์
เรอื นจ�ำจงั หวัดบุรีรัมย์

ชีวิตปกติของพวกเราทุกคนนั้น ต่างก็เป็นชีวิตท่ีมีความสะดวกสบายตามอัตภาพของแต่ละคน การหลง
เดนิ ทางผดิ ดว้ ยวธิ กี ารใด ๆ อนั ผดิ กฎหมายทง้ั ทตี่ งั้ ใจหรอื ไมต่ งั้ ใจ หรอื โดยประมาทหรอื อาจเปน็ แพะรบั บาปโดยไมร่ ตู้ วั
ก็ตามที และสถานท่ีท่ีผ้กู ระท�ำความผดิ นัน้ จะต้องยา้ ยสำ� มะโนครัว เข้าไปพกั พงิ เป็นทีต่ อ่ ไป นนั่ กค็ อื “ทัณฑสถาน”
หรือ “เรอื นจำ� ” หรอื ทีร่ ูจ้ ักกนั ดีท่ัว ๆ ไปวา่ “คุก” น่ันเอง

ดว้ ย นายภกู จิ สดุ ศริ ิ นกั ทณั ฑวทิ ยาชำ� นาญการ สงั กดั เรอื นจำ� จงั หวดั บรุ รี มั ย์ ไดจ้ ดั ทำ� เอกสารเผยแพรบ่ ทความ
จำ� นวน 2 เร่ือง ซึง่ กองบรรณาธกิ ารพจิ ารณาแล้ววา่ บทความดงั กลา่ ว เป็นบทความทม่ี คี วามน่าสนใจ จึงได้น�ำเสนอ
เผยแพร่ในวารสารราชทัณฑ์ ดังนี้

การคืนคนดีสูส่ ังคม

อาชีพผู้คุม นอกจากท�ำหน้าท่ีผู้คุมผู้ต้องขัง ซึ่งเรา
ถือว่าเป็นผู้กระท�ำที่ผิดกฎหมายบ้านเมือง และสร้างปัญหา
ให้กับสังคมหรืออาจจะเรียกว่า “คนท่ีสังคมไม่ต้องการ”
ก็น�ำมาขังรวมไว้ภายในเรือนจ�ำ เพื่อให้คนในสังคมภายนอก
เรือนจ�ำรู้สึกว่ามีความม่ันคง ปลอดภัย แต่บุคคลเหล่าน้ี
เขามิได้อยู่ในเรือนจ�ำตลอดชีวิต เขามาอยู่แค่ช่วงระยะ
เวลาหนงึ่ แล้วก็ต้องปล่อยตัวกลับคืนสู่สังคม ดังนั้น หน้าที่
อีกหน้าที่หน่ึงของผู้คุม คือ การแก้ไขคนหรือการคืนคนดี
สูส่ ังคม นั่นเอง

วารสารราชทัณฑ์ 77

ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ท่ีกระท�ำความผิดมักจะมีเหตุผลรองรับในการกระท�ำความผิดของตน ดังน้ัน
ผทู้ ก่ี ระทำ� ความผดิ สว่ นใหญ่ จงึ มกั จะไมส่ ำ� นกึ ในการกระทำ� วา่ การกระทำ� ของตนเปน็ ความผดิ เชน่ มกั จะโทษ
ว่าสังคมบีบคั้นบ้าง หรือถูกชักชวนบ้าง การที่จะแก้ไขให้คนเหล่านี้เปล่ียนความคิด หรือเปลี่ยนความเชื่อ
แบบผิด ๆ จึงถือว่าเป็นเรื่องยาก ภารกิจ “คืนคนดีสู่สังคม” จึงต้อง “มีจิตวิญญาณความเป็นครูสูงมาก”
มากกว่าอาชีพครูที่สอนนักเรียนนักศึกษาท่ัว ๆ ไปอีก เพราะเหตุว่าครูทั่วไปน้ัน ลูกศิษย์ส่วนใหญ่จะเป็น
คนดีอยู่ดีอยู่แล้วแต่ลูกศิษย์ของครูผู้คุมน้ัน คือ คนที่สังคมเรียกเขาว่า คนไม่ดี การจะเปล่ียนจากคนไม่ดี
เปน็ คนดี ตอ้ งอาศยั ความรคู้ วามสามารถ และความอดทนสงู สำ� คญั ทส่ี ดุ ตอ้ งใจรกั ดว้ ย นบั วา่ เปน็ ขอ้ ไดเ้ ปรยี บ
ของผู้คุมอย่างหนึ่ง คือ ลูกศิษย์ของเราจะอยู่กับเราเป็นระยะเวลานานหลายปี บางคนหลายสิบปี และอยู่
ภายในเรอื นจำ� ตลอด 24 ชว่ั โมง ไมม่ สี งิ่ อบายมขุ หรอื สงิ่ เปน็ ปญั หาอปุ สรรคมากนกั การทจ่ี ะใหเ้ ขาเปน็ คนดี
ตลอดระยะเวลาที่อยู่ภายในเรือนจ�ำ จึงถือเป็นเรื่องที่ง่าย เพราะผู้คุมทุกคนจะถือหลักท่ีว่าเม่ือผู้ต้องขัง
มาอยกู่ บั เราแล้ว มันเปน็ หน้าทที่ ี่จะต้องดูแลใหเ้ ขาอยู่รอดปลอดภยั ไมเ่ จบ็ ไม่ป่วย ไมต่ าย และจะต้องเป็น
ผมู้ รี ะเบยี บวนิ ยั นบั ตงั้ แตว่ นั แรกทเี่ ขา้ สเู่ รอื นจำ� ผตู้ อ้ งขงั ทกุ คนอยภู่ ายใตร้ ะเบยี บวนิ ยั และจะไดร้ บั การพฒั นา
จิตใจไปพร้อมกัน เราจึงมั่นใจว่าสามารถเปลี่ยนใจเขาให้คิดใหม่ ท�ำใหม่ แยกแยะได้ว่าสิ่งใดผิด ส่ิงใดถูก
ถึงจุดนี้การจะเรียกเขาว่าเป็นคนดีแล้วไม่ผิดเม่ือคนเหล่าน้ีมีความพร้อมเต็มท่ีจะเป็นคนดีสู่สังคม และผู้คุม
ไดท้ ำ� หน้าท่ี “คืนคนดสี ู่สงั คมแลว้ ” ก็เป็นหน้าท่ีของสังคม ที่จะเปิดใจยอมรบั และให้โอกาส ใหค้ นเหลา่ น้ี
มีพืน้ ท่ีได้แสดงความดีในสังคมบ้าง สว่ นผคู้ ุมเรากจ็ ะท�ำหนา้ ท่ี “แก้ไขคน” ภายในกำ� แพงตอ่ ไป
78 วารสารราชทัณฑ์

ถงั ขยะใบสดุ ทา้ ย

งานราชทณั ฑ์ เปน็ หนว่ ยงานสดุ ทา้ ยของกระบวนการยตุ ธิ รรม เมอื่ มกี ารกระทำ� ผดิ เกดิ ขน้ึ กระบวนการ
ยุติธรรมจะเร่ิมต้นจากต�ำรวจ อัยการ ศาล สุดท้ายเมื่อสิ้นสุดกระบวนการและจ�ำเลยถูกตัดสินว่าเป็น
ผกู้ ระทำ� ผดิ จำ� เลยจะตอ้ งถกู สง่ ตวั เขา้ สเู่ รอื นจำ� เรอื นจำ� เปรยี บเสมอื นสถานท่ี “รวมคนทก่ี ระทำ� ความผดิ อาญา
แผ่นดิน” หรือจะเรียกว่า “คนทส่ี งั คมไมต่ ้องการ” กอ็ าจจะไมผ่ ิด จึงมกั มคี นกล่าวไว้วา่ “เรือนจำ� คือถังขยะ
ใบสุดท้ายของสังคม”

คนที่ถูกส่งตัวเข้าสู่เรือนจ�ำ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ไม่สามารถคัดกรอง หรือไม่สามารถเลือกได้ว่า
จะรับหรือไม่รับ เมื่อศาลมีค�ำสั่งให้ส่งตัวไปคุมขังในเรือนจ�ำ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ก็จ�ำต้องรับตัวไว้ ต่างจาก
การรับเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา ซ่ึงมีการสอบคัดเลือกเอาคนเก่งเข้าไปจัดการศึกษาอบรม ถึงกระน้ัน
การเรยี นการสอนกย็ งั ไมส่ ามารถอบรมสงั่ สอนใหเ้ ดก็ เหลา่ นนั้ ไดด้ ที กุ คนได้ เมอื่ เปรยี บเทยี บกบั เรอื นจำ� ทตี่ อ้ ง
รบั ตวั คนตา่ งพอ่ ตา่ งแม่ ตา่ งเชอ้ื ชาติ ตา่ งศาสนา ตา่ งความคดิ ตา่ งวฒั นธรรม ตา่ งภาษา ตา่ งการศกึ ษา แถมยงั
เป็นคนท่ีหลงผิด ตัดสินใจผิด กระท�ำผิดกฎหมายบ้านเมืองด้วยแล้ว การควบคุมดูแลให้การอบรมส่ังสอน
หรอื แกไ้ ขพฤตนิ ิสัยให้แกค่ นเหล่านี้ ยิง่ ถือเป็นเรื่องยากกวา่ หลายเท่านกั

อยา่ งไรกต็ าม ตราบใดทสี่ งั คมยงั มขี ยะใหน้ ำ� มาทง้ิ อยทู่ กุ วนั สกั วนั ถงั ขยะกจ็ ะเตม็ และสกั วนั ขยะกจ็ ะ
ลน้ ถงั จงึ ตอ้ งมกี ารรไี ซเคลิ ขยะทด่ี ี และยงั ใชป้ ระโยชนไ์ ด้ เพอื่ นำ� ออกไปใหส้ งั คมไดใ้ ชป้ ระโยชน์ งานราชทณั ฑ์
จงึ ตอ้ งมกี ระบวนการในการจำ� แนก เพอื่ แยกปฏบิ ตั ติ อ่ ผตู้ อ้ งขงั และมกี ระบวนการแกไ้ ขเปลย่ี นแปลงพฤตนิ สิ ยั
หากเห็นว่าใครสกปรกและยังพอซักฟอกให้ขาวสะอาดได้ หรือเห็นว่ามันเก่าช�ำรุด และยังพอซ่อมแซมได้
กต็ ้องชว่ ยกนั ซอ่ ม อาจจะใชเ้ วลาแต่ถ้าสามารถรไี ซเคลิ “คนทีส่ งั คมไม่ต้องการ” ใหอ้ อกไปสรา้ งประโยชนใ์ ห้
แกส่ ังคมได้ นอกจากจะเป็นการแกไ้ ขปัญหาขยะลน้ ถังแล้ว เช่ือแน่ว่าสกั วันอาจจะไม่มใี ครน�ำขยะมาทง้ิ ลงถัง
อกี เลยกไ็ ด้

พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดคี รับ

วารสารราชทัณฑ์ 79

สสู้ ังคม ดว้ ยความดี ณิฏฐาวรดิลก
สถาบนั พัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์

กรมราชทัณฑ์ มีอ�ำนาจหน้าท่ีควบคุมดูแลผู้ต้องขัง ท่ีกระท�ำความผิดให้เป็นไปตามค�ำพิพากษาของศาล
ตามขอ้ กำ� หนดมาตรฐานขนั้ ตำ�่ สำ� หรบั ปฏบิ ตั ติ อ่ ผตู้ อ้ งขงั ของสหประชาชาติ ลกั ษณะอำ� นาจและการควบคมุ ดแู ลผตู้ อ้ งขงั
ของเรอื นจ�ำและทัณฑสถานต่าง ๆ แตกต่างกนั ทัง้ น้ี ขึน้ อยู่กับอตั ราโทษทีศ่ าลพิพากษาพจิ ารณาคดถี ึงที่สดุ แล้ว หรอื
ลักษณะแห่งการกระท�ำผิด ท่ีอยู่ระหว่างการพิจารณาพิพากษาคดี เรือนจ�ำและทัณฑสถานที่มีอ�ำนาจควบคุมสูง
ประกอบด้วย เรือนจ�ำกลางบางขวาง เรือนจำ� กลางคลองเปรม ทัณฑสถานหญงิ กลาง เป็นตน้

นอกจากนี้ ยังมีทัณฑสถานวัยหนุ่ม ใช้ควบคุมดูแลผู้ต้องขังท่ีอยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน อาจจะกระท�ำผิดโดย
รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพื่อให้โอกาสทุกคนกลับตนเป็นพลเมืองดี กลับไปสู่ครอบครัว สังคมภายหลังพ้นโทษได้อย่างปกติ
ได้รับการพัฒนาการเรียนรู้สูงขึ้นสามารถน�ำความรู้ที่ได้รับ ไปศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพ มีงานท�ำ ไม่หวนกลับมา
กระท�ำผิดซ�ำ้ เป็นภาระครอบครัวหรือเป็นปญั หาของสงั คมอีกตอ่ ไป

เรือนจ�ำและทัณฑสถานทั่วประเทศ มีจ�ำนวนท้ังส้ิน 143 แห่ง เรือนจ�ำและทัณฑสถานทุกแห่ง จะต้องมี
สง่ิ แวดลอ้ มทดี่ สี ะอาด ปลอดโปรง่ และสะดวกในการสอดสอ่ งดแู ลในพน้ื ทตี่ า่ ง ๆ โดยทว่ั ถงึ เปน็ การปอ้ งกนั การลกั ลอบ
กระทำ� ความผดิ ทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ ได้ หากขาดความระมดั ระวงั หรอื เกดิ จากความประมาทของเจา้ หนา้ ที่ ผตู้ อ้ งขงั ทเี่ ขา้ ใหม่
ทุกคน จะต้องได้รับการปฐมนิเทศ เพื่อเรียนรู้กฎระเบียบของเรือนจ�ำ
และทัณฑสถาน และผ่านการสัมภาษณ์ประวัติและสาเหตุแห่งการ
กระทำ� ผดิ ตามวิธกี ารจ�ำแนกลกั ษณะผ้ตู อ้ งขัง โดยนักสงั คมสงเคราะห์
หรือนักจิตวิทยาของเรือนจ�ำและทัณฑสถานแห่งน้ัน ต่อจากนั้นจะมี
การประชุมคณะกรรมการจ�ำแนกลักษณะผู้ต้องขังโดยคณะกรรมการ
ของเรอื นจำ� และทณั ฑสถานตา่ ง ๆ เพอ่ื พจิ ารณาในการปฏบิ ตั ติ อ่ ผตู้ อ้ งขงั
ตามความเหมาะสม จำ� แนกไปตามแดนตา่ ง ๆ เปน็ ตน้ เพอ่ื ประโยชนใ์ น

80 วารสารราชทัณฑ์

การดแู ล แกไ้ ข ฟน้ื ฟู จติ ใจ ในโปรแกรมตา่ ง ๆ ใหม้ ี
คณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ขี น้ึ โดยไมป่ ลอ่ ยใหว้ นั เวลาสญู เปลา่
โดยไร้ประโยชน์ ให้ทุกคนได้รับการเอาใจใส่
ทง้ั สภาพรา่ งกายและจติ ใจ ผตู้ อ้ งขงั เขา้ ใหมท่ กุ ราย
จะไดร้ บั การตรวจรา่ งกายจากแพทย์ พยาบาล หรอื
เจ้าพนักงานของเรือนจ�ำและทัณฑสถานที่ผ่าน
การอบรมดา้ นพยาบาล หากเจบ็ ปว่ ย จะไดร้ บั การดแู ล
รกั ษาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง เรอื นจำ� และทณั ฑสถานทกุ แหง่
มโี ครงการตา่ ง ๆ ซงึ่ ดำ� เนนิ การไปตามนโยบายของ
กรมราชทณั ฑ์ และการปฏบิ ตั ติ อ่ ผตู้ อ้ งขงั ขน้ั ตำ่� ของสหประชาติ อาทิ สนบั สนนุ ใหผ้ ตู้ อ้ งขงั ไดเ้ รยี นหนงั สอื อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
โดยเฉพาะผู้ต้องขงั วยั หน่มุ ไดเ้ รียนสายสามญั สายอาชีพ จนจบการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน และสามารถเรียนตอ่ ไปในระดบั
ปรญิ ญาตรขี องมหาวิทยาลัยสุโขทยั ธรรมาธิราชและสถาบนั อ่นื ๆ เปน็ ต้น ศึกษาวชิ าชีพอน่ื ๆ ทตี่ นเองถนัดและน�ำไป
ประกอบอาชพี ภายหลงั พน้ โทษได้ การฝกึ วชิ าชพี ในเรอื นจำ� มหี ลายอยา่ ง อาทิ การจดั ทำ� เฟอรน์ เิ จอรไ์ ม้ หวาย เชน่ โตะ๊
เกา้ อี้ เตยี งนอน โดยมแี บบทป่ี ระดษิ ฐข์ นึ้ มาดสู วยงาม และสะดวกตอ่ การใชส้ อย ไปจำ� หนา่ ยในงานนทิ รรศการราชทณั ฑ์
หรือร้านค้าของเรือนจ�ำและทัณฑสถาน ท�ำให้ผู้ต้องขังได้ใช้เวลาว่างอย่างเป็นประโยชน์ แม้แต่จิตรกรรมวาดภาพท่ี
วทิ ยากรภายนอกมาสอน ทำ� ใหผ้ ตู้ อ้ งขงั มจี ติ ใจละเอยี ดออ่ นขนึ้ มศี ลิ ปะทแ่ี ลดสู วยงาม สามารถนำ� ไปแสดงและจำ� หนา่ ย
ในงานนทิ รรศการไดเ้ ชน่ กนั การเรยี นดนตรหี รอื ขบั รอ้ ง เปน็ สงิ่ หนง่ึ ทฟ่ี น้ื ฟจู ติ ใจผตู้ อ้ งขงั มสี ขุ ภาพจติ ดขี น้ึ หรอื ทเี่ รยี กวา่
ดนตรบี ำ� บดั คลายความเครยี ด ความวติ กกงั วล กรมราชทณั ฑจ์ งึ จดั ใหม้ กี ารประกวดดนตรขี องเรอื นจำ� และทณั ฑสถานตา่ ง ๆ
ท�ำให้ผู้ต้องขังได้มีความรู้ทางวิชาชีพดนตรีอีกแขนงหน่ึง เม่ือสภาพจิตใจดี ได้รับการแก้ไข ก็ได้มีการพัฒนาทาง
รา่ งกายควบคกู่ นั ไป เรอื นจำ� และทณั ฑสถานทกุ แหง่ มสี นามกฬี าเปน็ สถานทสี่ ำ� หรบั ออกกำ� ลงั กายโดยสมำ�่ เสมอ ทำ� ให้
ผตู้ ้องขังมสี ุขภาพกายดคี วบคูก่ บั สุขภาพจิตทีด่ ี อาทิ สนามกีฬาประกอบดว้ ย สนามฟุตบอล สนามมวย เป็นตน้ จะมี
การแข่งขันกีฬาภายในเรือนจ�ำและทัณฑสถาน หรือระหว่างเรือนจ�ำและทัณฑสถานอยู่เสมอ การเสริมสร้างความรู้
เพือ่ พัฒนาจิตใจ อาทิ การเรียน ดนตรี กฬี า ธรรมะศึกษา ตรี โท เอก และการเรยี นรู้ ในทางศาสนาตา่ ง ๆ เชน่ ครสิ ต์
พุทธ อิสลาม เป็นต้น มีวิทยากรจากภายนอกมาบรรยายอบรมให้ความรู้แก่ผู้ต้องขังเสมอ ประกอบด้วยการเรียน
ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ เป็นการกล่อมเกลาพัฒนาจิตใจผู้ต้องขัง สามารถน�ำไปใช้ควบคุมอารมณ์ตนเองได้
ไมก่ ่อเหตวุ วิ าทกบั ผู้อ่ืน ไม่หวนกลับไปกระท�ำผิดซำ้� ตั้งใจ ท�ำแตส่ งิ่ ทีด่ ี เดินหนา้ ตอ่ ไปให้กบั ชวี ิตใหม่ที่มีคณุ คา่

เมอ่ื ผู้ต้องขังทุกคน มีจติ สำ� นึกทดี่ ี หากพ้นโทษไปแลว้ มีคุณสมบัติ ท่ไี ด้รับการพฒั นาแกไ้ ขระหว่างทถ่ี กู จ�ำคุก
สามารถนำ� ความรคู้ วามสามารถดา้ นวชิ าชพี สายสามญั และระดบั ปรญิ ญาตรี ไปดำ� เนนิ การปรบั ปรงุ ชวี ติ อยใู่ นครอบครวั
สงั คมอย่างปกตสิ ุขมคี ณุ ค่าตอ่ ไป อาจกลา่ วได้ว่า งานราชทณั ฑ์เปน็ งานหนัก เจ้าหน้าท่ที ุกคนต้องอดทนยดึ ถอื ระเบยี บ
แบบแผนและกฎหมายเป็นหลัก ตอ้ งใช้ความระมัดระวงั รอบคอบ ไม่ต้งั อยใู่ นความประมาท มีวิสัยทัศนใ์ นการท�ำงาน
เพื่อฟื้นฟูพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังให้กลับเข้าสู่สังคมได้อย่างปกติ คือ การคืนคนดีสู่สังคม เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทุกคน
ตอ้ งมพี ลงั ใจทเ่ี ขม้ แขง็ อดทน ไมท่ อ้ แท้ มจี ติ ใจเปดิ กวา้ งในการรบั ฟงั ปญั หาและรว่ มคน้ หาแนวทางการแกไ้ ขปญั หาอยา่ ง
รอบคอบ การท�ำงานทุกอย่างตอ้ งอยใู่ นระเบียบแบบแผน งานจะด�ำเนนิ ไปไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ ไมข่ าดตกบกพร่อง
หรือขอ้ ผิดพลาดใด ๆ การให้โอกาสและกำ� ลังใจกับทกุ คน เปน็ สงิ่ สำ� คญั ทีจ่ ะช่วยใหง้ านทุกอย่างกา้ วส่คู วามส�ำเรจ็ และ
ลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ การใช้กฎหมายที่ถูกต้องเป็นเครื่องมือหรือแนวทางในการแก้ไขผู้ผิดพลาดเป็นการคืนคนดี
สู่สงั คมอย่างมีคุณคา่

วารสารราชทัณฑ์ 81

“พฤติกรรมเปล่ียน”

ไลฟส์ ไตล์การใชช้ ีวติ หลังผ่านวกิ ฤตโควิด-19

สถาบนั พฒั นาขา้ ราชการราชทณั ฑ์
ในยคุ ทธี่ รุ กจิ เศรษฐกจิ และสงั คม ไดร้ บั ผลกระทบจากการแพรร่ ะบาดของโควดิ -19 แตส่ ง่ิ แรกทเี่ หน็ ไดช้ ดั เจน
ทีส่ ุด กค็ อื รูปแบบการใชช้ วี ิตท่ีเปลีย่ นแปลงเขา้ สสู่ ่ิงทีเ่ รียกวา่ “ความปกตใิ หม”่ หรือ “New Normal”
ส่ิงส�ำคัญในการใช้ชีวิตแบบ New Normal มีหลายอย่าง แต่หลักส�ำคัญอย่างหนึ่ง คือ การเว้นระยะห่าง
ทางสังคม หรือ Social Distancing เพื่อความปลอดภัย จึงยังส่งผลให้เกิดการปรับเปล่ียนพฤติกรรมในการใช้ชีวิต
ของเรา โดยคนไทยมแี นวโนม้ ซอื้ สนิ คา้ หรอื รบั ประทานอาหารทรี่ า้ นนอ้ ยลง ซอื้ กลบั บา้ นมากขนึ้ และลดกจิ กรรมเกยี่ วกบั
ศิลปะ วฒั นธรรม และกีฬาท่มี คี วามแออดั หรอื กจิ กรรมต่าง ๆ ท่มี ผี ู้คนจำ� นวนมากอย่รู วมกนั เราอยูต่ ดิ บา้ นมากขึ้น
บ้านจึงต้องเป็นมากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย ต้องเป็นทั้งพื้นท่ีใช้ชีวิต เป็นโรงเรียน เป็นท่ีท�ำงาน-ท�ำธุรกิจ เป็นพื้นที่สุขภาพ
ไปจนถงึ เป็นพน้ื ท่ที �ำอาหาร และอีกหลากหลายกจิ กรรม ท�ำให้มีเทรนดไ์ ลฟ์สไตลก์ ารใช้ชีวิต ไอเทมของใช้ และบริการ
ใหม่ ๆ เกดิ ข้นึ มากมาย

“นอ่ี าจเปน็ ชว่ งเวลาทีพ่ ฤตกิ รรมผู้บริโภคเปลีย่ นแปลงรวดเร็วที่สุดเทา่ ทีเ่ คยเปน็ มา
…โดยมกี ารแพรร่ ะบาดของโควิด-19 เป็นทั้งตวั เรง่ และบงั คบั ให้พฤติกรรมคนเรา

ตอ้ งเปลีย่ นแปลง”

82 วารสารราชทัณฑ์

บทความน้ีน�ำเสนอมุมมองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปของผู้คนหลังผ่านพ้นการแพร่ระบาดของเช้ือไวรัส
โควิด-19 เพราะการปรับตัวน้ันมีอยู่และเกิดข้ึนตลอดเวลา ดังน้ัน เราจึงควรศึกษาข้อมูลเพ่ือการปรับตัวให้สอดคล้อง
กับสถานการณ์ เพื่อการพัฒนาในการดำ� รงชีวิตอย่ตู ่อไป

เทรนด์พฤติกรรมการใช้ชีวติ แบบใหมท่ ่เี กิดขึน้

1. ช้อปป้ิงออนไลน์
การเติบโตของการช้อปปิ้งออนไลน์
เร่งตัวข้ึนในช่วงโควิด-19 จากพฤติกรรมของ
ผบู้ รโิ ภคทว่ั โลก สำ� หรบั สนิ คา้ ทนี่ ยิ มซอื้ ออนไลน์
เปน็ อนั ดบั ตน้ ๆ ไดแ้ ก่ สนิ คา้ แฟชน่ั ผลติ ภณั ฑ์
เพ่อื สขุ ภาพและความงาม และสินค้าประเภท
ทำ� ไดด้ ้วยตวั เอง (Do it Yourself: DIY) และ
การปรับปรุงบ้าน (Home Improvement)
โดยอนิ เตอรเ์ ฟส เวบ็ ไซต์ หรอื แอปฯ ทใี่ ชง้ านงา่ ย
ความรวดเร็วในการขนส่งและการบริการ
ที่น่าเชื่อถือ ปลอดภัย ล้วนเป็นปัจจัยท่ี
ผู้บริโภคชาวไทยใช้พิจารณาประกอบการ
ตดั สินใจเม่ือซอื้ สินคา้ ออนไลน์ รวมถงึ ผูป้ ระกอบการธรุ กจิ ทมี่ ีช่องทางการขายเป็นหน้าร้านเพียงช่องทางเดยี ว กม็ กี าร
เร่งปรับตัวเพ่ือไม่ให้เสียโอกาสทางธุรกิจ มีการขยายช่องทางการจ�ำหน่ายเพ่ือรองรับลูกค้าท่ีหันมาซื้อสินค้าออนไลน์
มากขึน้ แมใ้ นอนาคตวิกฤตโควดิ -19 จะผ่านพน้ ไปแลว้ ก็ตาม

2. เทรนด์ดูแลสุขภาพมาแรง
วงการสุขภาพเริ่มต่ืนตัวหลังการมาของเชื้อไวรัส
โควิด-19 ส่งผลให้เทรนด์การรักสุขภาพท่ีบ้านเติบโตข้ึน
เพราะเราหนั มาใชช้ วี ติ อยบู่ า้ นมากขนึ้ หลายคนปรบั เปลย่ี น
และลงทนุ กบั สนิ คา้ ตา่ ง ๆ เพอื่ ใหส้ ามารถออกกำ� ลงั กายได้
อย่างปลอดภัยและปราศจากเชื้อโรคมากท่ีสุด เราจึงมี
โอกาสจะได้เห็นแก็ดเจ็ต หรือเครื่องไม้เครื่องมือท่ีล�้ำ
ทนั สมยั มากขน้ึ ทมี่ ายกระดบั การออกกำ� ลงั กายใหเ้ ทยี บชน้ั
กับการเข้าฟิตเนส รวมถึงการให้บริการในรูปแบบสมาชิก
รายเดือนท่ีขายคอนเทนต์การออกก�ำลังกายรูปแบบใหม่
อย่างการไลฟส์ ตรมี มิ่งคลาสออกกำ� ลังกาย นอกเหนือจาก
การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงแล้ว ยังรวมไปถึง
หลักประกันสุขภาพแบบออนไลน์ บริการด้านเฮลธ์แคร์
บรกิ ารปรึกษาแพทย์ออนไลน์ เปน็ ตน้

วารสารราชทัณฑ์ 83

3. อาหารเพ่ือสุขภาพ
เน่ืองจากภาวการณ์แพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19
ท�ำให้ผู้บริโภคเน้นบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพท่ียั่งยืน ที่สะอาดและ
ปลอดภยั จงึ มรี ปู แบบอาหารสไตล์ Plant Forward เปน็ อาหารทเ่ี นน้
สว่ นผสมทเ่ี ปน็ ผกั ผลไม้ ธญั พชื เปน็ สว่ นประกอบหลกั ยงั มสี มนุ ไพรไทย
ทเ่ี ป็นหน่ึงในจดุ แข็งของประเทศไทย มกี ารใชก้ ันมายาวนาน ปจั จบุ ัน
ไดม้ กี ารศกึ ษาวจิ ยั ตอ่ ยอดจนเปน็ ทย่ี อมรบั กนั อยา่ งกวา้ งขวาง ยง่ิ ในชว่ ง
สถานการณ์โควิด-19 สมุนไพรบางชนิดได้รับการยอมรับจากท่ัวโลก
วา่ สามารถตา้ น ควบคมุ หรอื บรรเทาอาการเบอื้ งตน้ ทเี่ กดิ จากเชอื้ ไวรสั ได้
มีการตอ่ ยอดไปสูก่ ารหารายไดเ้ สรมิ เชน่ ขายอาหารเซตเพื่อสขุ ภาพ
หรือการเพาะพันธุ์สมุนไพรไทยชนิดต่าง ๆ จ�ำหน่ายเป็นรายได้เสริม
สามารถดึงความสนใจจากผู้บริโภคในประเทศ หรือนักท่องเท่ียว
ทร่ี ักสขุ ภาพจากตา่ งประเทศให้เข้ามาในประเทศไทยอีกด้วย

4. การใสใ่ จส่งิ แวดลอ้ ม
สนิ คา้ ทผี่ ลติ จากธรรมชาติ ปราศจากสารปรงุ แตง่ อยา่ งสตู ร “Organic” หรอื “Natural” จะเปน็ สง่ิ ทผี่ บู้ รโิ ภค
มองหา บรรจุภัณฑ์หรือส่วนหน่ึงของผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ไม่ก่อให้เกิดขยะส่วนเกิน สามารถบริโภคและหมดไป
ไมก่ อ่ ใหเ้ กดิ ปญั หาตอ่ ผบู้ รโิ ภค อตุ สาหกรรมเทคโนโลยที มี่ กี ารอพั เดทนวตั กรรมใหม่ ๆ อยเู่ ปน็ ประจำ� กห็ นั มาใสใ่ จเรอื่ ง
สิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน เช่น ไอโฟน12 ท่ีประกาศไม่ให้ที่ชาร์จแบตเตอร่ี ส�ำหรับลูกค้าท่ีซ้ือเคร่ืองใหม่เพื่อลดปัญหา
ขยะอเิ ล็กทรอนกิ ส์ แสดงให้เหน็ ความใส่ใจเรอ่ื งนีอ้ ยา่ งจริงจัง ร่วมถึงพลังงานทดแทน และพลงั งานหมุนเวยี นทแ่ี ตเ่ ดมิ
มคี วามสำ� คญั อยแู่ ลว้ จะทวคี วามสำ� คญั มากขนึ้ เนอ่ื งจากเทคโนโลยมี กี ารพฒั นาและมคี วามกา้ วหนา้ มากขน้ึ โดยเฉพาะ
พลังงานแสงอาทิตย์ และเช้อื เพลงิ ขยะ เป็นต้น

5. เทคโนโลยีเพ่อื ท่ีอยูอ่ าศยั
สมารท์ โฮม “Smart Home” ทม่ี กี ารนำ� เทคโนโลยี
มาช่วยให้เราใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ภายในบ้านได้อย่าง
สะดวกสบายและปลอดภยั กลายเปน็ เรอ่ื งพน้ื ฐาน การนำ� เอา
นวัตกรรมใหม่มาไว้ในบ้านท่ีผสานเทคโนโลยีเข้ากับ
การออกแบบพ้ืนท่ีส่วนตัวและพื้นท่ีส่วนรวมภายในบ้าน
หนงึ่ หลงั เชน่ เครอื่ งฟอกอากาศ อปุ กรณท์ ม่ี รี ะบบเซน็ เซอร์
เพื่อลดการสัมผัส กระเบ้ืองหรือพรมที่ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย
ฯลฯ อุปกรณ์ที่มีรายละเอียดการออกแบบท่ีตอบโจทย์
ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ตลอดจนฟังก์ชันส่วนกลางที่มีพ้ืนท่ีสีเขียวเพิ่มมุมพักผ่อนปลูกต้นไม้ใหญ่ได้จริง
หรอื พน้ื ทสี่ วนขา้ งบา้ นขนาดพอดสี ำ� หรบั ทำ� สวน หรอื บา้ นหลงั เลก็ สำ� หรบั สตั วเ์ ลยี้ งของครอบครวั แปลนบา้ นหนา้ กวา้ ง
ทส่ี ามารถเพมิ่ มมุ Work from Home หรอื เรยี นออนไลนพ์ รอ้ มรบั แสงธรรมชาติ เพราะทอี่ ยอู่ าศยั จะกลายเปน็ ออฟฟศิ
หอ้ งประชุม ฟติ เนส หรือแม้กระทงั่ โรงภาพยนตร์ และกิจกรรมตา่ ง ๆ อกี ดว้ ย
84 วารสารราชทัณฑ์

ปัจจยั รองรับเทรนด์ไลฟ์สไตล์ใหม่

1. โทรศัพทม์ ือถอื หรอื เคร่ืองมอื สื่อสาร
วิกฤตโควิด-19 นี้การติดต่อสื่อสารถือเป็น
สิ่งส�ำคัญเลยก็ว่าได้ โทรศัพท์มือถือจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
เน่ืองจากสามารถติดต่อกันผ่านทางช่องทางท่ีหลากหลาย
ได้อย่างรวดเร็วทันใจ ทั้งการโทร การส่งข้อความ หรือ
การส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชัน แม้ผู้สื่อสารน้ันจะอยู่
ห่างกันคนละทวีปก็ตาม ปัจจุบันจึงมีเทคโนโลยีเข้ามา
มากมาย ผูค้ นหันมาใช้โทรศัพทม์ อื ถือเพียงแคเ่ ครอ่ื งเดยี ว
ในการท�ำธุรกิจกิจการต่าง ๆ ในการท�ำงานหรือแม้แต่
ในการไปเทย่ี วพกั ผอ่ นกส็ ามารถนำ� โทรศพั ทม์ าใชไ้ ดเ้ ชน่ กนั
โทรศัพท์มือถือหรือเคร่ืองมือสื่อสารจึงมีความส�ำคัญ
เปน็ อนั ดับตน้ ๆ ในวกิ ฤตโควดิ -19 น้ี

2. โซเชียลมีเดีย
ส�ำหรับผู้ประกอบการแอปพลิเคชันจะมี
เพ่ิมข้ึน และปรับเปล่ียนรูปแบบ ฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพื่อ
ตอบสนองการใช้งานท่ีหลากหลาย มีแนวคิดทางการ
ตลาดเพอ่ื ดงึ ดดู การใชง้ านเพม่ิ ขนึ้ เชน่ youtube, tiktok
ท่ีท�ำให้เกิดช่องทางการหารายได้หรือผู้ประกอบการ
รายใหม่ ๆ เกดิ ขน้ึ เปน็ อกี ทางเลอื กใหผ้ บู้ รโิ ภคสามารถ
เข้าถึงสินค้าและบริการได้อีกด้วย ส�ำหรับการช�ำระ
ค่าสินค้าหรือบริการ จะมีแอปพลิเคชันท่ีเก่ียวกับ
การท�ำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ เพราะเราจะหันมา
จบั จา่ ยผา่ นทาง e-payment กนั มากขนึ้ ทงั้ ในรปู แบบ
e-money card payment หรอื internet & mobile
banking เพ่ือช�ำระค่าใช้จ่าย และการซื้อสินค้า
แอปพลเิ คชนั ดงั กลา่ วเปน็ เพยี งสว่ นหนงึ่ ในการปรบั ตวั
ทท่ี ำ� ใหเ้ ราสามารถตดิ ตอ่ ระหวา่ งผบู้ รโิ ภคกบั รา้ นคา้ ได้
อยา่ งสะดวก ตอบโจทยก์ ารเวน้ ระยะหา่ งทางสงั คมเพอ่ื
ความปลอดภัยอกี ด้วย

วารสารราชทัณฑ์ 85

3. ธุรกจิ การขนสง่ สนิ คา้ และขนส่งสาธารณะ
ธุรกิจขนส่งมีการขยายตัวตามการเติบโตของ
การค้าออนไลน์ สนิ ค้าแฟชั่น สนิ คา้ เกษตรและอตุ สาหกรรม
รวมถึงการรับส่งเอกสารและส่ิงของต่าง ๆ โดยเฉพาะ
การขนส่งสินค้าท้ังอาหารและเคร่ืองด่ืม Food Delivery
เปน็ ทนี่ ยิ มมากขน้ึ เพราะยง่ิ การคา้ ผา่ นชอ่ งทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
เติบโตมากข้ึนเท่าใด การส่งมอบยิ่งต้องพัฒนาเติบโตและ
มปี ระสทิ ธภิ าพมากขนึ้ เทา่ นน้ั ปจั จบุ นั รา้ นอาหารแทบทกุ ประเภท
และทุกขนาด (ต้ังแต่ร้านอาหารดัง ร้านอาหารสาขา จนถึง
ร้านรถเข็น) ก็มีบริการส่งอาหารแบบรวดเร็วในเวลาไม่เกิน
30 นาที ทางด้านการขนส่งสาธารณะจะมีรูปแบบรถยนต์
แบบใหม่ หรือยานยนต์ไร้คนขับ หรือแม้รถพลังงานไฟฟ้า
ท่เี คยเป็นส่ิงใหม่จะพบเหน็ ได้ทั่วไปหลังจากวกิ ฤตโควิด-19

การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม
ที่เปลี่ยนไปเป็นความสามารถพื้นฐานท่ีมีติดตัว
มนุษย์มาเสมอ เราต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับ
วถิ ชี วี ติ ในรปู แบบใหม่ เพยี งแตใ่ นยคุ ของโรคระบาด
เราจะตอ้ งปรบั ตวั กนั มากขน้ึ โดยทวี่ ถิ ชี วี ติ ของเรา
อาจจะไมเ่ หมอื นเดมิ อกี ตอ่ ไป นไ่ี มใ่ ชค่ รง้ั แรกทเี่ รา
ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด แต่จะเป็นอีก
บททดสอบที่จะช้ีถึงความส�ำเร็จของบุคคลหรือ
องคก์ รในระยะยาวไดต้ อ่ ไป บทความนอี้ าจจะเปน็
ประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกท่าน เป็นข้อมูลเพื่อให้
สามารถปรับตัวให้เหมาะสมต่อแนวโน้มท่ีอาจจะ
เกิดข้ึนในอนาคต เข้าใจการเปล่ียนแปลงปรับตัว
และปรับรปู แบบได้ทนั ต่อสถานการณป์ ัจจุบนั

อา้ งองิ
- https://marketeeronline.co/archives/231922
- https://www.tnnthailand.com/news/wealth/88355/
- https://www.bot.or.th/Thai/BOTMagazine/Pages/256306GlobalTrend.aspx

86 วารสารราชทัณฑ์

เรอื นจำ� ไทยในอดีต

“เรือนจ�ำจงั หวัดชยั ภมู ”ิ

กองบรรณาธกิ ารวารสารราชทัณฑ์
งานราชทณั ฑเ์ ปน็ งานสำ� คญั ของประเทศทกุ ประเทศ จะตอ้ งมวี ธิ กี ารอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ในการจดั การ
กับผู้กระท�ำความผิด ในประเทศไทยงานเรือนจ�ำจัดว่าเป็นงานราชทัณฑ์ที่เก่าแก่และมีพัฒนาการมานาน
เรือนจ�ำบางแห่งสร้างมาเป็นเวลากว่า 100 ปี และยังใช้งานมาจนถึงปัจจุบันบางแห่งได้ถูกยุบเลิกหรือ
ปรบั เปลย่ี นสภาพพน้ื ทไ่ี ปใชป้ ระโยชนเ์ พอื่ สงั คมในดา้ นอน่ื แตก่ ไ็ ดม้ กี ารสรา้ งเรอื นจำ� ขนึ้ มาใหมท่ มี่ คี วามทนั สมยั
ย่ิงขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน เรือนจ�ำทุกแห่งมีประวัติความเป็นมา มีเร่ืองราวเหตุการณ์
ท่เี กดิ ขนึ้ แต่ละหว้ งเวลาท่ผี ันผา่ นไป กล่าวไดว้ ่าเรือนจำ� ทกุ แห่งมจี ติ วญิ ญาณของงานราชทณั ฑ์

เรือนจ�ำจังหวัดชัยภูมิ เป็นราชการ
บริหารส่วนภูมิภาค เดิมต้ังอยู่เลขที่ 150
ถนนราชทัณฑ์ อ�ำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ
สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2440 มีพ้ืนที่ภายในเรือนจ�ำ
7 ไรเ่ ศษ มีขุนอาจเปน็ พัศดีคนแรก

วารสารราชทัณฑ์ 87

เมือ่ ปี พ.ศ. 2529 เรอื นจ�ำจังหวดั ชยั ภมู ิ ไดร้ บั
งบประมาณก่อสร้างเรือนจ�ำใหม่ เน่ืองจากเรือนจ�ำเก่า
สร้างมานานและอยู่ใจกลางเมืองไม่เหมาะสมที่จะเป็น
ท่ีตั้งเรือนจ�ำ จึงใช้ท่ีดินท่ีราชพัสดุ บริเวณสนามบินเก่า
ต�ำบลรอบเมือง อ�ำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ พื้นท่ี
ประมาณ 70 ไร่ เป็นสถานท่ีก่อสร้างเรือนจ�ำใหม่
สร้างเสร็จและเปิดด�ำเนินการเม่ือวันที่ 11 พฤษภาคม
พ.ศ. 2531 มพี น้ื ทภ่ี ายในเรอื นจำ� 14 ไร่ 3 งาน 40 ตารางวา
พ้ืนที่ภายนอกประมาณ 55 ไร่ 60 ตารางวา เป็นท่ีต้ัง
บ้านพักข้าราชการเรือนจ�ำโดยรอบ จ�ำนวน 46 หลัง
ที่เหลือเป็นพ้ืนท่ีสวนป่า และพ้ืนที่ส�ำหรับฝึกอาชีพ
ผูต้ ้องขังดา้ นเศรษฐกจิ พอเพยี ง

เรือนจ�ำจังหวัดชัยภูมิ มีประวัติความเป็นมา
ยาวนานกว่า 124 ปี (เร่ิมต้ังแต่ พ.ศ. 2440 - 2564)
จากข้อมูลท่ีสามารถรวบรวมได้และมีหลักฐานปรากฏ
แนช่ ดั เรอื นจำ� จงั หวดั ชยั ภมู มิ ปี ระวตั แิ บง่ ออกเปน็ 2 ยคุ
คือ

ยคุ ท่ี 1 เรือนจำ� เกา่
• เปดิ ด�ำเนินการเมือ่ ปี พ.ศ. 2440
• ปจั จบุ นั พนื้ ทเี่ รอื นจำ� เกา่ จงั หวดั ชยั ภมู ิ
ได้จัดสร้างเป็นสวนกาญจนาภิเษก ไม่เหลือ
เค้าโครงของเรือนจ�ำจังหวัดชัยภูมิในอดีต
ให้เห็นอกี ต่อไป

88 วารสารราชทัณฑ์

ยคุ ที่ 2 เรอื นจำ� ในปจั จุบัน
การก่อสร้างเรือนจ�ำจังหวัดชัยภูมิแห่งใหม่
เรม่ิ ดำ� เนนิ การ เมอ่ื วนั ที่ 20 ตลุ าคม 2529 กอ่ สรา้ งเสรจ็
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2530 งบประมาณก่อสร้าง
เป็นจ�ำนวนเงิน 30,582,000 บาท ต้ังอยู่เลขท่ี 239
หมู่ 7 ถนนองคก์ ารบรหิ ารจงั หวดั สาย 1 ต�ำบลในเมือง
อำ� เภอเมือง จังหวดั ชยั ภมู ิ มพี น้ื ที่ภายในก�ำแพง 14 ไร่
3 งาน 40 ตารางวา พื้นที่ภายนอกเรือนจ�ำ 55 ไร่
60 ตารางวา

วารสารราชทัณฑ์ 89

E-Commerce ราชทัณฑ์ GPGPTHAI WWW.GPGPTHAI.COM

เรือนจ�ำ 10 เขต

เขต 1

ของดีเรอื นจำ� จังหวดั ชยั นาท

“โต๊ะหมู่บูชาไมส้ ักทอง” ทางเรอื นจำ� มผี ลติ ภัณฑเ์ ครอื่ งเรอื นทร่ี ังสรรค์
จากฝมี ือผู้ต้องขัง ประเภทเฟอร์นเิ จอรอ์ กี หลากหลายชนดิ ดว้ ยกัน เช่น ตู้โบราณ
ไมส้ กั ทอง ทมี่ คี วามแขง็ แรง สวยงาม อายกุ ารใชง้ านทนทาน และรปู ทรงทที่ นั สมยั

036-411711

ของดีเรอื นจ�ำจงั หวดั ปทมุ ธานี

“งานรปู ปน้ั รปู สตั วต์ า่ ง ๆ” เนอ่ื งจากวตั ถดุ บิ ประเภทไมใ้ นพนื้ ที่
ภาคกลางหายากและมีราคาแพง ทางเรือนจ�ำฯจึงหันมาใช้วัตถุดิบ
ชนิดอ่นื แทน ได้แก่ งานปูนปน้ั รูปสัตวต์ า่ ง ๆ ทม่ี ีความละเอยี ด สวยงาม
ไดส้ ดั ส่วน เสมอื นจรงิ มหี ลายขนาด สามารถน�ำไปตกแตง่ สวน มมุ บา้ น
น้�ำตก ไดต้ ามต้องการ

02-5931981 ตอ่ 15

ของดีเรือนจ�ำจงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา

“ตู้โชว์ขาสิงห์” เป็นงานไม้ ซ่ึงผู้ต้องขังจากเรือนจ�ำฯ ได้รับการฝึกฝน
วิชาชีพ เป็นศิลปะการผนึกภาพลงบนพื้นไม้ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ
ผลิตภัณฑ์จึงเป็นผลิตภัณฑ์ท่ีหลอมรวมศิลปะและรูปลักษณ์ของความเป็นไทย
ผสมผสานกับศลิ ปะสมยั ใหมไ่ ดอ้ ยา่ งลงตวั

035-322244

90 วารสารราชทัณฑ์

เขต 2

ของดีเรือนจำ� กลางระยอง

“ผลิตภัณฑ์ด้านหัตถกรรม” ล้วนเป็นฝีมือจาก
ผตู้ อ้ งขงั หญงิ ทง้ั สน้ิ เพอื่ สง่ เสรมิ การฝกึ วชิ าชพี และขดั เกลาจติ ใจ
ให้มีความอ่อนโยน ผลงานมีหลากหลาย เช่น หมวกถักไหมพรม
หรือน�ำวัสดุเหลือใช้ หรือช้ินส่วนจากธรรมชาติมาประดิษฐ์
ของช�ำรว่ ย หรอื ของตกแตง่ อาคารบ้านเรอื น

038-637759 ตอ่ 109

ของดีทัณฑสถานหญงิ ชลบรุ ี

“ผลติ ภณั ฑ์ผา้ สาน” ทณั ฑสถานหญิงชลบรุ ี เปน็ สถานที่
ควบคมุ ผกู้ ระท�ำผิดท่เี ปน็ หญิงลว้ น วิชาชีพท่นี ำ� มาฝึกอบรมจงึ เนน้
ด้านงานฝีมือ ผลิตภัณฑ์ผ้าสาน เป็นการน�ำผ้ามาสานเป็น
ลวดลายต่าง ๆ อย่างสวยงาม ประณีต แล้วน�ำมาประดิษฐ์
เปน็ ผลิตภณั ฑห์ ลากหลายสี หลายรปู แบบ เช่น กระเปา๋ หมอนอิง
ผ้าปโู ตะ๊

038-282002 ต่อ 113

ของดีเรือนจ�ำกลางชลบุรี

“เรอื ใบจำ� ลอง” เนอื่ งจากจงั หวดั ชลบรุ เี ปน็ เมอื งทอ่ งเทย่ี ว
ติดทะเล จึงจุดประกายให้เรือนจ�ำกลางชลบุรีคิดประดิษฐ์
“เรือใบจ�ำลอง” ข้ึนจากฝมี อื ผู้ตอ้ งขัง เป็นผลิตภัณฑ์ท่ที ำ� จากไม้
ผสมความต้ังใจของผู้ต้องขัง จึงท�ำให้เรือใบจ�ำลองเสมือนมีชีวิต
โลดแลน่ อยา่ งเสรี งดงามมคี ณุ ค่าเหมาะจะเปน็ ของประดบั บ้าน

038-282692

วารสารราชทัณฑ์ 91

เขต 3

ของดีเรอื นจำ� กลางอุบลราชธานี

“คาร์แคร์” บรกิ ารคาร์แคร์ ตง้ั ข้ึนจากโครงการ
ฝึกวชิ าชพี ลา้ ง อัด ฉีด และบ�ำรุงรกั ษารถยนตท์ เ่ี รอื นจำ� ฯ
จดั ใหส้ ำ� หรบั ผตู้ อ้ งขงั ไดฝ้ กึ ฝนวชิ าชพี ตง้ั อยบู่ รเิ วณดา้ นหนา้
เรือนจ�ำฯ เปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไป พ้ืนที่กว้างขวาง
มพี น้ื ทรี่ ม่ สำ� หรบั จอดรถ บรกิ ารรวดเรว็ สะอาด ปลอดภยั
ในราคาถูก

045-240889

045-662218 ของดีเรอื นจ�ำอ�ำเภอกนั ทรลกั ษ์

“เครื่องเรือนไม้” ผู้ต้องขังได้น�ำความรู้ท่ีได้จาก
ก า ร ฝ ึ ก ฝ น วิ ช า ชี พ ม า ใ ช ้ ใ น ก า ร น� ำ ไ ม ้ ม า แ ป ร รู ป เ ป ็ น
เครื่องเรือนต่าง ๆ หลายรูปแบบ เช่น ชดุ สนาม ชุดโตะ๊ อาหาร
ตง่ั อเนกประสงค์ โตะ๊ หมบู่ ูชา เปน็ ตน้ ไมแ้ ปรรูปไดร้ ับการขดั
และเคลือบเงาจนสวยงาม จึงเป็นเคร่ืองเรือนท่ีมีคุณค่า และ
คงทนอยูน่ านนบั สบิ ปี

ของดีเรือนจำ� อ�ำเภอนางรอง

“ชุดรับแขกหลังโค้ง ไม้ซ่ีหลังยาว”
ชดุ รบั แขกหลังโคง้ 4 ท่ีนง่ั ผลิตจากไม้เน้อื แขง็
ทาสีขาวดูสะอาดตา การอ่อนโค้งของพนักพิง
และเท้าแขนดูรับกัน ชุดรับแขกไม้ซี่หลังยาว
ท�ำจากไม้เน้ือแข็งย้อมสี และเคลือบเงาด้วย
แลคเกอร์ได้รับการออกแบบให้ดูแปลกตา
ด้วยพนักทเี่ อียง และยาวรับกบั พน้ื เก้าอ้ี

044-632312

92 วารสารราชทัณฑ์

เขต 4

042-811491 ของดีเรือนจ�ำจงั หวัดเลย

“ผา้ ขาวมา้ ” การนำ� ปราชญช์ าวบา้ นมาฝกึ สอน
การทอผ้าแก่ผู้ต้องขัง เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถ่ิน
จึงสร้างผลงานเป็นผ้าขาวม้าผืนงาม หลากลายและ
มสี สี นั ทงั้ นำ� มาตดั เยบ็ เปน็ เสอ้ื ผา้ สำ� เรจ็ รปู สะทอ้ นถงึ
เอกลักษณ์ความเป็นไทย เหมาะเป็นของท่ีระลึก
ที่ทรงคุณค่าแก่ผู้รับ และผู้ใช้แสดงความเป็นไทย
อยา่ งน่าภาคภมู ิ

ของดีเรือนจำ� จงั หวดั หนองบัวลำ� ภู

“เปลสุขภาพ” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ประดิษฐ์ข้ึน
เพื่อเสริมสร้างพลังบวกให้กับทุกชีวิตท่ีเป็นเจ้าของ
เปลสุขภาพจากผู้ต้องขังเรือนจ�ำแห่งน้ีท�ำจากไม้
เนื้อแข็ง มีความแขง็ แรง ทนทาน นอกจากนี้ ยงั ได้รับ
การออกแบบให้สามารถนวดตัวในการผ่อนคลาย
กลา้ มเนอื้ เพ่ือความสดช่ืน กระปรี้กระเปร่า

042-314215 ตอ่ 13

ของดีเรือนจำ� อ�ำเภอพล

“ตุ๊กตาถักไหมพรม” ความอ่อนโยนท่ีแทรกในจิตใจของ
ผู้ต้องขังหญิง ได้ถูกถ่ายทอดสู่ตุ๊กตาใหมพรมหลากหลายแบบ
ในรปู ลกั ษณท์ ไี่ ดร้ บั การออกแบบใหม้ ปี ระโยชนใ์ ชส้ อย ทงั้ กระเปา๋ ถอื
ทว่ี างโทรศพั ท์มอื ถอื ท่ีบรรจุรีโมททีวี หรือใส่ของจุกจกิ ลว้ นแล้วแต่
เปน็ งานฝมี ือท้ังสนิ้

043-418563-4

วารสารราชทัณฑ์ 93

เขต 5

ของดีทัณฑสถานบ�ำบัดพิเศษลำ� ปาง

“ผลติ ภณั ฑเ์ ซรามคิ ” เปน็ ผลติ ภณั ฑท์ ข่ี น้ึ ชอ่ื ของจงั หวดั ลำ� ปาง
จึงจัดให้มีการฝึกวิชาชีพในการท�ำแก่ผู้ต้องขังของเรือนจ�ำ เพ่ือน�ำ
ความรไู้ ปประกอบอาชพี หลงั พน้ โทษ เกดิ ผลติ ภณั ฑห์ ลากหลาย เชน่ จาน
ชาม ถว้ ยกาแฟ ของชำ� รว่ ย ซงึ่ มรี ปู แบบทนั สมยั งดงามดว้ ยสสี นั สามารถ
นำ� ไปใช้ประโยชน์ได้อเนกประสงค์ และเป็นของท่ีระลกึ ท่นี า่ ประทบั ใจ

054-356676 ต่อ 15

053-221231 ตอ่ 17 ของดีทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่

ของดีเรือนจ�ำกลางลำ� ปาง “ครัวชวนชมเชียงใหม่” เปิดข้ึนบริเวณ
หน้าทัณฑสถานฯ เดิม เพื่อฝึกอบรมอาชีพให้แก่
“เคร่ืองเรือนไม้สัก” เรือนจ�ำกลางล�ำปาง ผู้ต้องขังอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนอกจากผู้ต้องขังจะได้
ได้มีการฝึกอบรมวิชาชีพแก่ผู้ต้องขัง เพื่อให้ความรู้ วิชาชีพแล้ว ยังได้รับเงินปันผลเพื่อเก็บไว้ใช้จ่าย
ฟน้ื ฟสู มรรถภาพ พฒั นาดา้ นจติ ใจ และสามารถนำ� ไป และเป็นทุนในการประกอบอาชีพหลังพ้นโทษ
ใช้หลังพน้ โทษ จงึ ไดม้ ีผลิตภัณฑฝ์ ีมอื ผตู้ ้องขงั เกดิ ข้นึ ด้วยรสชาติอาหารท่ีสุดยอดประกอบกับบรรยากาศ
เชน่ เครอื่ งเรอื นไมส้ กั ทไี่ ดแ้ ปรรปู จากไมส้ กั ทพ่ี บมาก ในสวนจะสร้างความประทับใจอย่างสูงสุดต่อผู้เข้ามา
ในทอ้ งถน่ิ เปน็ ผลติ ภณั ฑท์ ส่ี วยงาม คงทน และคมุ้ คา่ รับบริการอย่างมิรูล้ มื
กับการไดเ้ ปน็ เจ้าของ
054-217048 ต่อ 18

94 วารสารราชทัณฑ์

เขต 6

ของดีเรือนจําอำ� เภอแมส่ อด

“เตยี งนอนไมส้ กั โตะ๊ อาหาร 4-6 ทน่ี ง่ั ” เนอ่ื งจาก
ภูมิประเทศเป็นป่าเขา ไม้สักจึงเป็นวัตถุดิบท่ีหาง่าย
เรือนจ�ำอ�ำเภอแม่สอดจึงด�ำเนินโครงการฝึกวิชาชีพแก่
สมาชกิ เรอื นจำ� ดา้ นงานชา่ งไมเ้ ครอ่ื งเรอื น ซงึ่ ไดผ้ ลติ ภณั ฑ์
ที่สวยงามภูมิใจน�ำเสนอเป็นของดีของเรือนจ�ำ แต่ละชิ้น
ทรงคุณค่าด้วยความงดงาม เน้ือไม้ธรรมชาติ แข็งแรง
ทนทาน คมุ้ คา่ กับการได้จบั จองเปน็ เจา้ ของ

055-531226

ของดีเรอื นจ�ำอำ� เภอสวรรคโลก

“บรกิ ารนวดแผนโบราณ” เปิดบรกิ ารนวดแผนโบราณ
ทบี่ รเิ วณดา้ นหนา้ เรอื นจำ� มบี รกิ ารนวดตวั นวดฝา่ เทา้ โดยผตู้ อ้ งขงั
ทผี่ า่ นการฝกึ อบรมวชิ าชพี การนวดแผนโบราณมาแลว้ เปน็ อยา่ งดี
บรรยากาศ และสถานทที่ ส่ี ะอาด สะดวกสบาย บรกิ ารทป่ี ระทบั ใจ
และยังมีบริการจ�ำหน่ายเครื่องดื่มรสเลิศอยู่ในบริเวณติดกัน
อย่างครบวงจร

055-641674

ของดีเรือนจำ� อำ� เภอหล่มสัก

“บรกิ ารคารแ์ คร”์ มกี ารฝกึ ฝนวชิ าชพี ใหก้ บั ผตู้ อ้ งขงั เพอ่ื สามารถ
น�ำไปใช้ประกอบอาชีพที่สุจริตหลังพ้นโทษ ตามโครงการคืนคนดีสู่สังคม
เรือนจ�ำอ�ำเภอหล่มสักได้เปิดคาร์แคร์ให้บริการแก่บุคคลท่ัวไปท่ีบริเวณ
ด้านหน้าเรอื นจำ� ดว้ ยบรกิ ารล้าง อัด ฉดี รถยนต์ ท่สี ะอาด รวดเร็ว และ
ราคายอ่ มเยาว์

056-701764 ตอ่ 109

วารสารราชทัณฑ์ 95

เขต 7

ของดีเรือนจ�ำกลางเขาบิน

“เตียงนอนไม้ 6 ฟุต” เรือนจำ� แห่งน้ีมีการฝึกวิชาชีพให้แก่
ผู้ต้องขัง เพื่อใช้เวลาให้เกิดประโยชน์และฝึกทักษะอาชีพ ผลิตภัณฑ์
ท่ีมีจ�ำหน่าย ได้แก่ เตียงนอนไม้ 6 ฟุต เก้าอี้หัวโล้น ซ่ึงมีรูปลักษณ์
ที่สวยงาม ฝมี อื ประณตี แข็งแรง ทนทาน ใชง้ านได้อยา่ งสมบุกสมบนั

032-228106-8 ต่อ 105

032-228118-9 ตอ่ 105 ของดีเรือนจ�ำกลางราชบรุ ี

“ผลติ ภณั ฑห์ นิ ขดั ” จงั หวดั ราชบรุ ี ไดช้ อ่ื วา่
เปน็ จงั หวดั ทผ่ี ลติ โอง่ เปน็ สนิ คา้ ประจำ� จงั หวดั จงึ ไดม้ ี
การฝึกวิชาชีพให้แก่ผู้ต้องขัง โดยเน้นผลิตภัณฑ์
หินขัดในหลากหลายรูปแบบ เช่น กระถางต้นไม้
ท้ังรูปแบบทรงกลม ทรงสี่เหล่ียม อ่างบัว และโอ่ง
เปน็ ตน้ แตล่ ะชนิ้ ไดร้ บั การออกแบบ และลงลวดลาย
อย่างสวยงามด้วยฝีมือที่ประณีตสมเป็นของประดับ
ทีใ่ หค้ ุณค่าทัง้ ทางด้านจติ ใจและงานศลิ ป์

ของดีเรอื นจ�ำกลางนครปฐม

“โต๊ะอาหาร, โซฟาน่ังฉลุลาย” ชุดโต๊ะอาหาร
ไมส้ กั สวยงามดว้ ยรูปแบบ ลายไม้ มีความคงทนแข็งแรง
ด้วยฝีมือประณีต โซฟาน่ังฉลุลาย เป็นเครื่องเรือนที่เน้น
เอกลักษณ์ของความเป็นไทยที่สอดใส่ไว้ในลายฉลุ
อย่างวิจิตรบรรจง ประกอบกับการออกแบบให้มีท่ีน่ัง
อยา่ งกวา้ งขวาง นั่งสบาย สร้างความโอ่อ่า ภูมิฐานให้กบั
ทอี่ ยู่อาศัย

034-251972

96 วารสารราชทัณฑ์

ของดีเรือนจำ� กลางนครศรีธรรมราช เขต 8

“โซฟาหวาย” งดงามด้วยสีธรรมชาติของหวาย 075-358913 ต่อ 102
ดเู รยี บงา่ ยแตแ่ ฝงไวด้ ว้ ยความภมู ฐิ าน อาจสรา้ งความสดใส
หากเพ่ิมสีสันให้กับเบาะ สามารถเปล่ียนได้ตามรสนิยม
ของผู้เป็นเจ้าของ ความแน่นของลวดลายท�ำให้โซฟามี
ความแขง็ แรง มนั่ คง รบั นำ้� หนกั ไดด้ ี และไดร้ บั การออกแบบ
ใหด้ ูรว่ มสมยั เข้าไดก้ บั บรรยากาศของบ้านเรอื น

ของดีเรอื นจำ� กลางสุราษฎร์ธานี

“ชุดสนามรากไม้” ผลิตภัณฑ์จากรากไม้เน้ือแข็ง
ท�ำให้ได้ชุดสนามท่ีมีความแข็งแรง ทนทาน สวยงามด้วย
รปู ลกั ษณข์ องปมุ่ และลายไมต้ ามธรรมชาติ เหมาะจะใชเ้ ปน็
ท่ีพักผ่อนส�ำหรับพ้ืนที่สนาม และสถานท่ีต่าง ๆ ท่ัวไป
เหมาะและคมุ้ ค่ากบั การจบั จองเปน็ เจา้ ของ

077-272145 ตอ่ 112

ของดีเรอื นจ�ำอ�ำเภอหลังสวน

“นำ�้ ตาลจากมะพรา้ ว” ดว้ ยยดึ หลกั ตามแนว
พระราชดำ� รขิ องพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั การนำ�
พืชเศรษฐกิจในท้องถิ่นมาใช้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด
จึงริเริ่มให้มีการสร้างผลผลิตที่ท�ำจากงวงมะพร้าว
ความหวานหอมตามธรรมชาติ ไดก้ ลายเปน็ นำ�้ ตาล
มะพรา้ วจากภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ และไดเ้ ปน็ สนิ คา้ OTOP
เหมาะสำ� หรบั เปน็ ของก�ำนัลที่สร้างความประทับใจ
แกผ่ รู้ บั

077-541066

วารสารราชทัณฑ์ 97

เขต 9

ของดีทัณฑสถานบ�ำบัดพเิ ศษสงขลา 074-337514-5 ตอ่ 13

“ชุดรับแขกหวาย” ผลิตภัณฑ์เคร่ืองเรือนหวาย
จากฝีมือของสมาชิกทัณฑสถานบ�ำบัดพิเศษสงขลา
มีรางวัลจากการประกวดนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์
เป็นประกันทุกปี ชุดรับแขกและโซฟาหวายเป็นส่ิงท่ี
เรานำ� เสนอ หวายแตล่ ะเสน้ ถกู ถกั ทออยา่ งประณตี หรหู รา
สง่างาม ด้วยโครงสร้างท่ีม่ันคง แข็งแรง แต่ดูอ่อนหวาน
ให้บรรยากาศเบา ๆ สร้างความร่ืนรมย์แก่ผู้เป็นเจ้าของ
อย่างไม่เสอื่ มคลาย

074-336065 ต่อ 117 ของดีทัณฑสถานหญงิ สงขลา

“ผ้าบาติก ผลิตภัณฑ์จากผ้าทอ” ผ้าเกาะยอ
เป็นผ้าทอพื้นเมืองของจังหวัดสงขลา มีความประณีต
สสี นั สวยงาม มที อยกดอกทม่ี ลี วดลายเฉพาะเปน็ สญั ลกั ษณ์
หัตถกรรมพน้ื บ้านของภาคใต้ เชน่ ผา้ เช็ดหนา้ ผา้ ขาวมา้
ผา้ โสรง่ และผา้ ถงุ เกาะยอ ดว้ ยการทอยกดอกลายตา่ ง ๆ
เช่น ลายราชวัตร ลายลูกแก้ว ลายดอกพิกุล เป็นต้น
ซงึ่ มคี วามประณีตงดงาม มีคณุ ภาพ สไี มต่ ก และเนอื้ ผา้
ไมห่ ด

ของดีเรอื นจ�ำกลางปตั ตานี

“เคร่ืองเรือนไม้” เรือนจ�ำฯ ได้ด�ำเนินการ
ฝึกวชิ าชีพให้แกผ่ ู้ตอ้ งขังดา้ นชา่ งไม้เคร่อื งเรอื น โดยนำ�
ไม้เบญจพรรณที่มีในท้องถ่ินมาแปรรูป สร้างสรรค์
เคร่ืองเรือนแบบต่าง ๆ อาทิ ชุดอาหาร ชุดน�้ำชา
ชุดรับแขก ม้านั่ง ซ่ึงมีความแข็งแรง คงทน มีอายุการ
ใช้งานนาน เหมาะกับการใช้งานและวิถีชีวิตประจ�ำวัน
ของผคู้ น จำ� หนา่ ยในราคาย่อมเยาว์

073-414254

98 วารสารราชทัณฑ์

02-5884832 เขต 10

ของดีทัณฑสถานหญิงกลาง

“ชวนชมอาเขต” ตงั้ อยบู่ รเิ วณหนา้ เรอื นจำ� กลาง
คลองเปรม ริมถนนงามวงศ์วาน เป็นศูนย์รวมทักษะ
ฝีมอื และความสามารถของผ้ตู ้องขงั หญงิ ประกอบดว้ ย
นวดแผนโบราณ บริการโดยผู้ต้องขังหญิงที่ผ่าน
การฝึกอบรมวิชาชีพมาแล้ว มีร้านอาหารครัวชวนชม
เปดิ ใหบ้ รกิ ารอาหารนานาชนดิ พรอ้ มเครอ่ื งดม่ื ครบวงจร
ด้วยรสชาตทิ ยี่ อดเย่ยี ม

ของดีทัณฑสถานหญิงธนบุรี

“นวดแผนไทย อาหาร” เรอื นบษุ บนั อาคารคอนกรตี
2 ชั้นตั้งอยู่ด้านข้างอาคารที่ท�ำการทัณฑสถานหญิงธนบุรี
ออกแบบ ตกแตง่ เปน็ สถานทจ่ี ำ� หนา่ ยผลติ ภณั ฑฝ์ มี อื ผตู้ อ้ งขงั หญงิ
หลายชนดิ และเปดิ ใหบ้ รกิ ารนวดแผนไทย นวดนำ�้ มนั สปาเทา้
ด้วยบรรยากาศสุดเลิศหรู สะอาด และสวยงาม พร้อมด้วย
การบรกิ ารท่ปี ระทับใจ

02-453319

ของดีเรอื นจำ� พเิ ศษมีนบรุ ี

“เก้าอ้ีบันได” ผลิตภัณฑ์งานฝีมืออันเกิดจากการ
ฝึกอบรมวิชาชีพท่ีมีความโดดเด่นไม่ซ้�ำใคร ออกแบบพิเศษ
เพ่ือให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า เพราะนอกจากจะเป็น
เก้าอี้นั่งแล้ว สามารถยืดออกเป็นบันไดส�ำหรับใช้งานได้
อีกด้วย นับว่าเป็นสินค้าประเภท Two in one ท�ำให้
ประหยัดเงนิ ในกระเปา๋ ไดม้ ากทเี ดียว

02-407315-6

วารสารราชทัณฑ์ 99


Click to View FlipBook Version