วารสารราชทัณฑ์
ว า ร ส า ร เ พ่ื อ ค ว า ม ก ้ า ว ห น ้ า แ ล ะ ร อ บ รู ้ ใ น ง า น ร า ช ทั ณ ฑ ์
วัตถปุ ระสงค์ สารจากบรรณาธกิ าร
1. เพอ่ื เสรมิ สร้างความร้แู ละทัศนะเกยี่ วกับงานราชทัณฑ์ สวัสดีท่านผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน
2. เพ่ือเผยแพร่กจิ กรรมเก่ยี วกับงานราชทัณฑ์ กองบรรณาธกิ ารได้จัดทำ� วารสารราชทัณฑ์
3. เพอ่ื เป็นสื่อกลางในการแสดงความคดิ เห็นและแลกเปลีย่ นความรู้ เป็นฉบับท่ี 2 ประจ�ำปี 2564 เพ่ือเผยแพร่
ประสบการณแ์ ละปัญหาขัดข้องในการบริหาร ค ว า ม รู ้ เ รื่ อ ง ร า ว ส� ำ คั ญ ท่ี ก ร ม ร า ช ทั ณ ฑ ์
ได้ก�ำหนดนโยบายการปฏิบัติงาน ให้ก้าวทันต่อ
คณะกรรมการอำ� นวยการวารสารราชทณั ฑ์ สถานการณ์ของโลกปัจจุบัน ซึ่งประเด็นท่ีต้องเกาะติดสถานการณ์
กันอย่างใกล้ชิดคือสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา
• อธิบดกี รมราชทณั ฑ์ ประธานท่ปี รึกษา 2019 (โควดิ -19) ทปี่ จั จบุ นั มกี ารกระจายเชอื้ ไปอยา่ งรวดเรว็ และเปน็
• รองอธิบดีกรมราชทณั ฑ์ ท่ปี รกึ ษา วงกวา้ ง ดังนั้น ทกุ หนว่ ยงาน ทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมถึงบุคลากร
• รองอธบิ ดกี รมราชทณั ฑ์ ทีร่ ับผิดชอบ ประธานคณะกรรมการ ทเี่ กยี่ วขอ้ ง ยงั คงตอ้ งทำ� งานหนกั อยา่ ง ตอ่ เนอื่ ง สถานบรกิ ารสขุ ภาพ
การปฏิบัติราชการของสถาบันพฒั นา อ�ำนวยการ ทุกระดับจึงต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับการระบาด อย่างเต็ม
ข้าราชการราชทัณฑ์ กำ� ลงั และความสามารถ เพอื่ หยดุ ยง้ั การแพรร่ ะบาดของไวรสั โคโรนา
• หวั หน้าผู้ตรวจราชการกรม กรรมการ 2019 (โควดิ -19) ใหเ้ รว็ ทสี่ ดุ สำ� หรบั กรมราชทณั ฑ์ ไดม้ มี าตรการตา่ ง ๆ
• ผอู้ ำ� นวยการกองทัณฑวิทยา กรรมการ ในการควบคุมการระบาด ซ่ึงได้มีการประสานงานและช่วยเหลือให้
• ผู้อำ� นวยการกองทัณฑปฏบิ ัติ กรรมการ ผตู้ อ้ งขงั สามารถเขา้ ถงึ การรกั ษาและการดแู ลจากแพทยอ์ ยา่ งเหมาะสม
• ผอู้ �ำนวยการกองพัฒนาพฤตนิ สิ ยั กรรมการ และเท่าเทียมกับประชาชนท่ัวไป เช่น การงดเยี่ยมญาติแบบปกต ิ
• ผอู้ �ำนวยการกองบริหารการคลัง กรรมการ ที่เรือนจ�ำ การพิจารณาแนวทางอื่นแทนการน�ำผู้ต้องขังออกศาล
• ผู้อ�ำนวยการกองบริหารทรัพยากรบุคคล กรรมการ การงดนำ� บคุ คลภายนอกเขา้ เรอื นจำ� การแยกกกั โรคผตู้ อ้ งขงั เขา้ ใหม่
• ผูอ้ �ำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรรมการ โดยห้ามย้ายหรือออกจากห้องเป็นระยะเวลา 14-21 วัน และการ
• ผู้อำ� นวยการกองกฎหมาย กรรมการ ประสานโรงพยาบาลแมข่ า่ ยในการเขา้ ตรวจหาเชอื้ ในผตู้ อ้ งขงั เขา้ ใหม่
• ผอู้ ำ� นวยการสถาบนั พฒั นา บรรณาธิการ ทุกรายอย่างน้อย 2 ครง้ั กอ่ นออกจากหอ้ งแยกกักโรค เป็นตน้
ข้าราชการราชทัณฑ ์ และเลขานกุ าร สำ� หรบั เนอ้ื หาภายในของวารสารราชทณั ฑฉ์ บบั นี้ ยงั คงเขม้ ขน้
• หวั หนา้ ศนู ยส์ ่งเสรมิ และพัฒนาการเรยี นร้ ู ผชู้ ว่ ยบรรณาธกิ ารและ ด้วยเนอ้ื หาสาระและเรอ่ื งราวตา่ ง ๆ ท่นี า่ สนใจในงานราชทัณฑท์ ไ่ี ด้
ผู้ชว่ ยเลขานกุ าร คัดสรรมาน�ำเสนอต่อท่านผู้อ่านเหมือนเช่นเดิม อาทิ หลักจิตวิทยา
การบริหารในการควบคุมผู้ต้องขังช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด
คณะเจา้ หน้าทป่ี ระจ�ำกองบรรณาธกิ ารวารสารราชทณั ฑ์ ของไวรสั โคโรนา 2019 (โควิด-19) การปล่อยตวั ผ้ตู อ้ งขัง และการ
ประสานงานส่งต่อผ้พู ้นโทษทไ่ี ด้รบั การปล่อยตวั ในสถานการณก์ าร
• นายปรชี า เครอื จนั ทร ์ ประจำ� กองบรรณาธกิ าร แพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (โควดิ -19) และเลาะรว้ั
• นางสาวสภุ รภคั พยคั ฆาคม ประจำ� กองบรรณาธิการ ราชทัณฑ์รอบโลก (Corrections around the World)
• นางรติรส ทองสขุ ประจำ� กองบรรณาธกิ าร ในโอกาสนี้ กองบรรณาธกิ ารวารสารราชทณั ฑ์ ขออวยพรให้
• นางสาววรี นุช นิม่ เงิน ประจ�ำกองบรรณาธกิ าร ทา่ นผอู้ า่ นทกุ ทา่ นมสี ขุ ภาพดแี ละผา่ นวกิ ฤตจิ ากการแพรร่ ะบาดของ
• นายพษิ ณุพงค ์ ห่อมกระโทก หวั หนา้ การเงนิ และบัญชี ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ไปด้วยกัน แม้ว่าเม่ือสถานการณ ์
• นายธีรศักดิ ์ อนิ ทรช์ ว่ ย เจา้ หน้าทีก่ ารเงินและบัญชี ผ่อนคลาย เราก็ยังคงต้องใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท รวมท้ังขอให ้
• นางสาวสตรีรัตน์ กองทิพย์ เจา้ หนา้ ทกี่ ารเงนิ และบญั ชี ทุกท่านประสบกับความส�ำเร็จในภารกิจหน้าที่ภายใต้เง่ือนไขของ
• นางนรศิ รา คงสมพฒั เจา้ หนา้ ที่การเงินและบญั ชี วกิ ฤตโิ รคตดิ ตอ่ การแพรร่ ะบาด ทง้ั นี้ ตอ้ งขอขอบคณุ ทกุ กำ� ลงั ใจทา่ น
• นางณมณ เครือจันทร ์ เจ้าหน้าทพี่ ัสดุ ผอู้ า่ น ทไี่ ดส้ มคั รเขา้ มาเปน็ สมาชกิ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง รวมทง้ั ทกุ ทา่ นทไ่ี ด้
• นายอานนท ์ วงษร์ ักษา เจ้าหน้าที่พัสดุ สง่ ขา่ วสารและบทความทางวชิ าการตา่ ง ๆ ทนี่ า่ สนใจ ทางคณะผจู้ ดั ทำ�
• นางสาวขวญั ใจ ไกรสงั ข ์ พิสจู น์อกั ษร หวงั เปน็ อยา่ งยง่ิ วา่ สมาชกิ และผทู้ สี่ นใจทกุ ทา่ น คงจะไดร้ บั ประโยชน์
• นางสาวยวุ พร วชิ ยั ดษิ ฐ พิสูจนอ์ กั ษร จากวารสารราชทณั ฑ์ฉบบั นี้
• นางสาวศรัณยา จิรวบิ ูลยส์ นิ พสิ ูจนอ์ กั ษร
• นางสาวณิฏฐา วรดิลก พิสูจน์อกั ษร ดร.กลยทุ ธ พานาสนั ต์
บรรณาธกิ ารวารสารราชทณั ฑ์
สารบัญ
3 ข่าวกรมราชทณั ฑ์
7 ข่าวพัฒนาบคุ ลากร
8 หลักจิตวิทยาการบรหิ ารในการควบคุมผู้ต้องขงั ชว่ งสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา่
2019 (โควดิ -19)
13 แนวทางการปอ้ งกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) ของเรอื นจำ� จังหวัดนราธิวาส
18 การปลอ่ ยตวั ผตู้ ้องขังและการประสานงานส่งต่อผพู้ น้ โทษท่ีได้รับการปลอ่ ยตัว ในสถานการณก์ ารแพร่
ระบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (โควดิ -19)
21 ผลกระทบจากโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (โควิด-19)ตอ่ ผู้ต้องขังและเจ้าพนักงานเรอื นจ�ำ 26
การจดั การดา้ นอนามยั สิง่ แวดล้อมกบั สถานการณ์โควิดในเรอื นจ�ำ
31 เล่าเร่อื งโควิด-19 ในเรอื นจำ� ตา่ งประเทศ:วคั ซีนและกองก�ำลังพิทักษม์ าตุภมู ิ
39 กระบวนการดูแลและปฏบิ ตั ติ อ่ ผูก้ ระท�ำผดิ ในคดรี ้ายแรงท่มี ลี ักษณะสะเทือนขวัญในต่างประเทศ
(ประเทศสงิ คโปร)์
44 เลาะร้วั ราชทณั ฑร์ อบโลก
49 เจ้าพนักงานเรือนจ�ำในฐานะเจา้ พนักงานควบคมุ โรคตดิ ตอ่
54 สวัสดิการสหกรณ์ออมทรัพย์กรมราชทัณฑ์ทส่ี มาชกิ ควรทราบ
58 โครงการประกวดนวัตกรรมการพัฒนางานราชทัณฑ์ ตอนท่ี 1
64 ตะแลงแกงกรุงเก่า ตามลอยลานประหารนางวันทอง
68 มติ รแท้ “ยา่ เหล” สุนขั ทรงเลย้ี งรัชกาลท่ี 6 ท่ีมีชาติก�ำเนิดในเรอื นจ�ำ
72 มองความยตุ ธิ รรมผ่านวรรณกรรม “หยาดน�้ำค้างพันปี”: ความยุติธรรมทลี่ ่าช้า คือ ความอยุตธิ รรม
77 อาหารกบั สถานการณ์โควดิ -19
82 สองดา้ นของเหรยี ญเดยี วกันCovid-19 และธรรมชาตบิ ำ� บดั
86 Covid 19 กบั ธรรมะสอนให้เรารู้
88 เรือนจ�ำไทยในอดีต “เรอื นจ�ำจังหวัดสตูล”
90 Good Products Good People 100 ใบสมคั รสมาชกิ วารสารราชทัณฑ์ ปีที่ 69
ประจำ� ปี พ.ศ. 2564
2 วารสารราชทัณฑ์
ขา่ วกรมราชทัณฑ์
วนั ท่ี 27 พฤษภาคม 2564 นายสมศกั ด์ิ เทพสทุ นิ รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงยตุ ิธรรม รับมอบหนา้ กากอนามัย
และผลิตภัณฑ์อาหารส�ำเร็จรูป ภายใต้ “โครงการ CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19” จาก นายประสิทธิ์
บญุ ดวงประเสรฐิ ประธานคณะผบู้ รหิ าร บรษิ ทั เจรญิ โภคภณั ฑอ์ าหาร จำ� กดั (มหาชน) เพอื่ สนบั สนนุ การปฏบิ ตั หิ นา้ ที่
ของทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหนา้ ที่ในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทณั ฑ์ โดยมี วา่ ที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารียร์ ัตน์
เลขานกุ ารรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงยตุ ธิ รรม นายอายตุ ม์ สนิ ธพพนั ธ์ุ อธบิ ดกี รมราชทณั ฑ์ นายวรี ะกติ ต์ิ หาญปรพิ รรณ์
รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ฝ่ายปฏิบัติการ และนายสิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ฝ่ายพัฒนา ร่วมรับมอบ
ณ กรมราชทัณฑ์ อำ� เภอเมืองนนทบรุ ี จังหวัดนนทบรุ ี
วารสารราชทัณฑ์ 3
วนั ท่ี 27 พฤษภาคม 2564 พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มพระราชทาน
พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์พระราชทานแก่กรมราชทัณฑ์ เพ่ือบรรเทาปัญหา
การขาดแคลนเคร่ืองมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ส�ำหรับรองรับและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือ
ไวรัสโคโรนา 2019 ท่ีแพร่กระจายในทัณฑสถานและเรือนจ�ำต่าง ๆ ที่ส่งผลให้พบผู้ติดเช้ือในหมู่ผู้ต้องขังเพิ่มมากข้ึน
ซงึ่ ตอ้ งไดร้ บั การรกั ษาพยาบาลโดยใชอ้ ปุ กรณท์ างการแพทยพ์ เิ ศษ ณ กรมราชทณั ฑ์ อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี จงั หวดั นนทบรุ ี
วันท่ี 1 มิถุนายน 2564 พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชทรัพย์
ส่วนพระองค์จัดซื้อยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir)
พระราชทานแก่กรมราชทัณฑ์เพื่อใช้รักษาผู้ติดเช้ือ
ไวรัสจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 ในเรือนจ�ำและทัณฑสถาน พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรด
กระหม่อมให้ นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดี
กรมราชทัณฑ์ เข้ารับพระราชทานยาฟาวิพิราเวียร์
(Favipiravir) จ�ำนวน 200,000 เม็ด หน้าพระบรม
ฉายาลักษณ์ โดยมีคณะผู้บริหารกรมราชทัณฑ์
เข้ารว่ มในพธิ ี ณ ส�ำนกั งานราชเลขานุการในพระองค์
904 (อาคาร 2) พระทนี่ งั่ อมั พรสถาน พระราชวงั ดสุ ติ
4 วารสารราชทัณฑ์
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2564 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานพิธีเปิด
โครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) แก่ผู้ต้องขังเรือนจ�ำกลางสมุทรปราการ โดยมี
วา่ ทร่ี อ้ ยตรธี นกฤต จติ รอารยี ร์ ตั น์ เลขานกุ ารรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงยตุ ธิ รรม นายวนั ชยั คงเกษม ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั
สมทุ รปราการ นายยงยทุ ธ สวุ รรณบตุ ร ส.ส.สมทุ รปราการ พรรคพลงั ประชารฐั นายวรี ะกติ ต์ิ หาญปรพิ รรณ์ รองอธบิ ดี
กรมราชทัณฑ์ และนายยุทธนา นาคเรืองศรี ผู้บัญชาการเรือนจ�ำกลางสมุทรปราการ เข้าร่วมพิธีการดังกล่าว
ณ เรอื นจ�ำกลางสมุทรปราการ
วนั ที่ 14 มถิ นุ ายน 2564 นายอายตุ ม์ สนิ ธพพนั ธ์ุ อธบิ ดกี รมราชทณั ฑ์
ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดการศึกษาทางไกล ระหว่าง
ส�ำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)
และหนว่ ยงานภาคเี ครอื ขา่ ย พรอ้ มทง้ั การแสดงนทิ รรศการ “เปดิ บา้ น สทก.”
โดยมี นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เปน็ ประธานในพธิ ลี งนามฯ เพอื่ เปา้ หมายขยายโอกาสทางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
(ระดบั ประถมศึกษา - มัธยมศกึ ษาตอนปลาย) ใหก้ บั ผ้ตู ้องขัง ณ ห้องประชมุ
ราชวัลลภ ชน้ั 2 อาคารราชวลั ลภ กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชด�ำเนนิ นอก
เขตดสุ ติ กรงุ เทพมหานคร
วารสารราชทัณฑ์ 5
วันท่ี 8 กรกฏาคม 2564
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รฐั มนตรวี า่ การ
กระทรวงยุติธรรม แถลงข่าวการสร้าง
ความร่วมมือกับภาคเอกชนรับแรงงาน
ท่ี อ ยู ่ ใ น ก า ร คุ ม ค ว า ม ป ร ะ พ ฤ ติ
เขา้ ทำ� งานที่ บรษิ ทั เดลตา้ อเิ ลคโทรนคิ ส์
(ประเทศไทย) จำ� กดั (มหาชน) 1,000 คน
เป็นโครงการน�ำร่อง หลังพ้นโควิด
ลุยได้ทันที พร้อมด้วย นายอายุตม์
สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์
นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดี
กรมคุมประพฤติ นายโฆสิต สุวินิจจิต
ประธานอนุกรรมการศึกษาแนวทาง
การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์
และนายอนุสรณ์ มุทราอิศ กรรมการบรษิ ทั เดลตา้ อิเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จ�ำกดั (มหาชน) ณ ห้องสนฉัตร ช้นั 3
กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
วันที่ 2 สิงหาคม 2564
นายสมศกั ด์ิ เทพสทุ ิน รัฐมนตรวี ่าการ
กระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการ
ประชุมติดตามผลการด�ำเนินงาน
โครงการปลูกฟ้าทะลายโจรในเรือนจ�ำ
และทัณฑสถาน โดยได้มอบยา
ฟ้าทะลายโจร “สมุนไพร...สู้ภัย
โควิด-19” เพ่ือกระจายไปยังเรือนจ�ำ
และทัณฑสถานท่ัวประเทศ ส�ำหรับ
ดแู ลรกั ษาผตู้ อ้ งขงั จำ� นวน 100,000 คน
( 6 ล ้ า น แ ค ป ซู ล ) โ ด ย มี อ ธิ บ ดี
กรมราชทณั ฑ์ และผบู้ ญั ชาการเรอื นจำ�
ประธานเขตเป็นผู้แทนรับมอบ ณ
ห้องประชุม 1 ช้ัน 2 อาคารกรม
ราชทัณฑ์ อ�ำเภอเมือง จังหวดั นนทบุรี
6 วารสารราชทัณฑ์
ข่าวพฒั นาบคุ ลากร
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ไดม้ ีการ
แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
ในประเทศอีกคร้ัง ซึ่งส่งผลกระทบต่อคนไทย
ทั้งประเทศ ในส่วนของสถาบันพัฒนา
ขา้ ราชการราชทณั ฑท์ เ่ี ปน็ หนว่ ยงานในการฝกึ
อบรมและพัฒนาบุคลากรของกรมราชทัณฑ์
ก็ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ
โรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 เชน่ กัน ส่งผลให้
มีการปรับเปลี่ยนแนวทางในการฝึกอบรมให้
สอดคล้องกับสถานการณ์และบริบทงาน
ราชทัณฑ์ที่เปล่ียนแปลงไป โดยปรับเปลี่ยน
รปู แบบการฝกึ อบรมในลกั ษณะ New Normal
คือ ปรับเปล่ียนการฝึกอบรมที่ผู้เข้ารับการ
ฝกึ อบรมตอ้ งเขา้ มานัง่ เรียนรวมกันในหอ้ งบรรยาย ณ สถานทฝ่ี ึกอบรม
มาสู่การน�ำระบบการเรียนการสอนรูปแบบการเรียนทางไกล หรือ
e-training ชว่ ยในการฝกึ อบรม ฉะนนั้ การพฒั นาหลกั สตู รการฝกึ อบรม
ในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตร 1) หลักสูตร
“เจ้าพนักงานเรือนจ�ำ” 2) หลักสูตร “การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง
ตามข้อกำ� หนดกรุงเทพ (Bangkok Rule) 3) หลักสตู ร “พัศดเี รอื นจำ� ”
4) หลักสตู ร “นักศึกษาผู้บญั ชาการเรือนจำ� (นผบ.)” และ 5) หลกั สูตร
“พนกั งานราชการและลกู จา้ งภาครฐั ฯลฯ จงึ ปรบั หลกั สตู รการฝกึ อบรม
เพื่อให้น�ำไปใช้ในการฝึกอบรมได้จริงในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ยังคงเนื้อหาครบทุกหมวดการเรียนการสอนท่ี ได้รับ
ความเห็นชอบจากคณะกรรมการราชทัณฑ์ (Board of Corrections) โดยแบ่งเป็น ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ
โดยภาคทฤษฎใี ชก้ ารเรยี นรปู แบบการเรยี นทางไกล หรอื e-training สว่ นภาคปฏบิ ตั สิ ดั สว่ นประมาณ 80% เปน็ การให้
ผู้เข้าอบรมมาฝึกภาคปฏิบัติ ณ สถานท่ีฝึก โดยมีสัดส่วนประมาณ 20 % ของเน้ือหาหลักสูตรท่ีใช้การฝึกอบรม
ท้ังหลักสูตร และมีการควบคุม
มาตรฐานและคุณภาพการฝึกอบรม
โดยมีการประมินผลการฝึกอบรม
ท้ังก่อนอบรม ระหว่างการฝึกอบรม
และหลังการฝึกอบรม เพื่อให้การ
ฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรของ
กรมราชทณั ฑส์ ามารถดำ� เนนิ การไปได้
อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธผิ ล
วารสารราชทัณฑ์ 7
หลักจติ วทิ ยาการบรหิ ารในการควบคมุ ผู้ต้องขัง
ชว่ งสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เช้อื ไวรัสโคโรน่า 2019 (โควดิ -19)
ดร.พงษ์อภนิ ันทน์ จนั กล่ิน
กองทัณฑปฏิบัติ
ผตู้ อ้ งโทษจ�ำคกุ ถอื เป็นผ้ทู ส่ี ญู เสยี อิสรภาพและความสัมพันธ์กบั ครอบครัว ชุมชน และสงั คม ทั้งในระยะเวลา
สนั้ และระยะยาว และเปน็ สภาวการณท์ เี่ กดิ การเปลยี่ นแปลงในทางลบหลาย ๆ อยา่ งทเี่ กดิ ขน้ึ ในชวี ติ ของคนนนั้ ๆ เชน่
ต้องเปล่ียนสภาพแวดล้อมทางสังคมและท่ีอยู่อาศัยมีผู้ต้องขังจ�ำนวนมาก ได้แสดงเห็นถึงสภาวะจิตใจที่ผิดปกติอันมี
สาเหตมุ าจากผลกระทบของความเครยี ด โดยเฉพาะการต้องถูกจำ� คุกในเรือนจ�ำ ตอ้ งอยใู่ นห้องคุมขัง ต้องถกู แยกออก
จากสมาชกิ ในครอบครวั การทตี่ อ้ งอยกู่ บั คนแปลกหนา้ อยา่ งแออดั ยดั เยยี ด สภาวะทถี่ กู บบี บงั คบั บบี คนั้ ทางดา้ นจติ ใจ
จากการถูกลงโทษ การสูญเสยี อาชพี ความกลวั จากการถกู ลงโทษ ความไมแ่ น่นอนในผลลัพธ์ทางคดี โดยเฉพาะในช่วง
ระยะเวลาของการพิจารณาคดีจะเป็นช่วงเวลาท่ีผู้ต้องขังแต่ละคนจะมีความเครียดสูง และการที่ช่วงเวลาดังกล่าวมี
ระยะเวลาหลายเดอื นก็จะท�ำใหส้ ง่ ผลรา้ ยยิ่งข้นึ ตอ่ ผูต้ ้องขังคนน้ัน กฎ ระเบยี บ ข้อบังคบั ตา่ ง ๆ ทกี่ �ำหนดไวใ้ นเรือนจำ�
ท่ีมีไว้ให้กลุ่มคนจ�ำนวนมากสามารถอยู่ร่วมกันได้ และมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดี
ซึ่งลว้ นเป็นปจั จัยท่ีก่อให้เกดิ ความเครียดไดท้ ั้งสน้ิ
8 วารสารราชทัณฑ์
ดังนั้น เม่ือพวกเขาก้าวพลาดใน
ชีวิตท�ำให้ต้องมาใช้เวลาอยู่ภายในก�ำแพง
เรือนจ�ำหรือทัณฑสถาน น้อยคนนักที่จะ
ท�ำใจยอมรับได้ หากแต่พวกเขาเม่ือเริ่ม
ปรบั ตวั ปรบั ใจ และยอมรบั ในกำ� หนดโทษ
และมีการสร้างการเห็นคุณค่าในตนเอง
มากข้ึน พร้อมที่จะปรับเข้าหาบริบทของ
เรือนจ�ำในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบริบท
ดา้ นกฎระเบยี บขอ้ บงั คบั บรบิ ทดา้ นสภาพ
แวดลอ้ มของเรอื นจำ� บรบิ ทดา้ นปฏสิ มั พนั ธ์
กับบุคคลต่าง ๆ ในเรือนจ�ำ บริบทด้าน
ครอบครวั จากภายนอก หากผตู้ อ้ งขงั เหลา่ นนั้
ปรับตัวเข้ากับบริบทด้านต่าง ๆ เหล่านี้
ได้ส�ำเร็จ การใช้ชีวิตในร้ัวเรือนจ�ำย่อมท�ำได้ง่ายข้ึน และมีก�ำลังใจที่จะอยู่รอโอกาสของชีวิตที่จะพ้นโทษ สู่ชุมชน
ครอบครวั และสงั คม กลบั ตัวกลับใจเป็นสมาชิกทดี่ ขี องสังคมอกี คร้งั
การควบคมุ ปกครองผตู้ อ้ งขงั อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพในสถานการณป์ จั จบุ นั ตงั้ แตเ่ ดอื นมกราคม 2563 เปน็ ตน้ มา เมอ่ื
สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 เรมิ่ รนุ แรงสงู ขน้ึ กรมราชทณั ฑไ์ ดป้ รบั เพมิ่ มาตรการ
ใหเ้ ขม้ ขน้ ตามสถานการณ์ประเทศทเ่ี ปล่ยี นแปลงไป เพื่อปอ้ งกนั การแพรร่ ะบาดภายในเรือนจ�ำรว่ มกับ กรม
ควบคุมโรค โดยมีการรายงานสถานการณ์ของโรครายวันจากเรือนจำ� และทณั ฑสถาน เขา้ สกู่ ารประชุม WAR ROOM
ในระดับผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ เพื่อแก้ไขปญั หา ควบคมุ ติดตามสถานการณ์อย่างทันทว่ งที จงึ ได้ก�ำหนดกระบวนการ
จัดการภาวะวิกฤติสุขภาพ โดยใช้ปัจจัยพื้นฐานส�ำคัญมาจาก “ปัจจัยสามระบาดทางวิทยา” กล่าวคือ ต้องมีปัจจัย
ดา้ นตวั มนุษย์ (Host) ปัจจยั ดา้ นสงิ่ กอ่ โรค (Agent) และปจั จยั ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ถา้ ปจั จยั ท้งั สามอยูใ่ น
ภาวะสมดุล ปัญหาทางสุขภาพในชุมชนจะไม่เกิด กรมราชทัณฑ์ จึงได้ก�ำหนดแนวทางการจัดการภาวะวิกฤติสุขภาพ
การแพร่ระบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019 ดังนี้
1) การจดั การด้านบคุ คล (Host)
เปน็ การจดั การเกยี่ วกบั ปจั จยั ดา้ นตวั มนษุ ยท์ เ่ี กย่ี วขอ้ ง ไดแ้ ก่ เจา้ หนา้ ท่ี ผตู้ อ้ งขงั และบคุ คลทวั่ ไปทเี่ กยี่ วขอ้ ง
กบั เรอื นจำ� ทง้ั นรี้ วมถึงพฤตกิ รรมการป้องกันโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 โดยด�ำเนนิ การ
- คนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า มีมาตรการงดเยี่ยมญาติ งดผู้ต้องขังออกท�ำงานนอกเรือนจ�ำหรือ
การฝกึ วชิ าชีพในสถานประกอบการนอกเรอื นจำ� ห้ามมิให้บุคคลภายนอกเขา้ มาในเรอื นจ�ำโดยไม่จ�ำเป็น เชน่ วิทยากร
ในการฝกึ อบรมวิชาชพี วิทยากรด้านอ่ืน ๆ เปน็ ตน้
มมี าตรการเกีย่ วข้องกบั เจ้าหน้าท่ี ซ่ึงอาจพาเช้ือเขา้ สภู่ ายในเรอื นจ�ำ จงึ ไดก้ ำ� หนดกลุ่มเจา้ หน้าที่กลุ่มเส่ียง
ต่อการตดิ เช้ือ เช่น เจา้ หนา้ ทคี่ วบคมุ ผู้ต้องขังป่วยท่ีโรงพยาบาล ใหป้ ฏบิ ัตงิ านแตภ่ ายนอกเรือนจ�ำเทา่ น้นั
- เจ้าหน้าท่ยี ดึ หลกั การเวน้ ระยะห่างทางสงั คม (Social distancing) ระหวา่ งเจ้าหนา้ ที่ดว้ ยกัน ผตู้ ้องขัง
และบคุ คลภายนอก ให้ด�ำเนนิ การตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข
- จดั หาหนา้ กากอนามยั ใหก้ บั เจา้ หนา้ ทแี่ ละผตู้ อ้ งขงั ทกุ ราย จดั เตรยี มหอ้ งแยกโรคหรอื พน้ื ทส่ี ำ� หรบั รองรบั
การระบาด จดั เตรยี มหนา้ กากอนามัยให้พร้อมทัง้ ในเรือนจำ� และในรถขนส่งผู้ต้องขงั ออกศาล
วารสารราชทัณฑ์ 9
- การเฝา้ ระวงั กลมุ่ ผตู้ อ้ งขงั ทเี่ สย่ี งตอ่ การตดิ เชอ้ื เชน่ ผตู้ อ้ งขงั สงู อายุ ผตู้ อ้ งขงั มโี รคประจำ� ตวั จดั หอ้ งแยก
ออกจากกลมุ่ ผตู้ ้องขงั ท่วั ไป งดกิจกรรมเสี่ยงตอ่ การสัมผสั เชอ้ื เปน็ ต้น
- สรา้ งความเขา้ ใจ โดยการจดั ทำ� วดี ทิ ศั น์ ใหค้ วามรแู้ กผ่ ตู้ อ้ งขงั จดั ทำ� เรอ่ื งเลา่ ชาวเรอื นจำ� เพอื่ สรา้ งความรู้
ความเข้าใจทถ่ี กู ตอ้ ง ลดความวติ กกังวล เกิดภูมิคุ้มกนั ในใจกบั ผ้ตู อ้ งขัง
2) การจดั การด้านสิง่ กอ่ ใหเ้ กดิ โรค (Agent)
- สงสัยไว้ก่อนว่าคนเข้าใหม่เป็นผู้ติดเช้ือ เกิดมาตรการกักโรคท่ีเข้มข้นในกลุ่มผู้ต้องขังเข้าใหม่ทุกราย
จะได้รับการแยกกักโรค 14 วัน
- ผ้ตู อ้ งขังทไ่ี ดร้ บั การปล่อยตัว จะไดร้ บั การคดั กรองก่อนปล่อยตวั และแบบคดั กรองกอ่ นปล่อยตัวว่าไม่มี
อาการเข้าข่ายติดเชอื้ สรา้ งความม่นั ใจกบั สังคม
- ประสานความรว่ มมอื กบั หนว่ ยงานตา่ งๆ เชน่ กรมควบคมุ โรค โรงพยาบาลแมข่ า่ ย สำ� นกั งานสาธารณสขุ
ในพื้นที่ ส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ในการตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อ โดยการตรวจ
ทางหอ้ งปฏิบตั กิ าร
3) การจดั การด้านสิง่ แวดล้อมภายในเรอื นจำ� (Environment)
- ลดความแออดั โดยการเพมิ่ พนื้ ทเี่ รอื นนอน จดั ทำ� เตยี งนอน 2 ชน้ั เตามนโยบายรฐั มนตรวี า่ การกระทรวง
ยตุ ธิ รรม
- การท�ำความสะอาดเรือนจ�ำอย่างสม�่ำเสมอ จัดเตรียมห้องแยกโรคหรือพื้นที่ส�ำหรับรองรับการระบาด
จดั เตรยี มหนา้ กากอนามยั ไวใ้ นรถขนสง่ ผตู้ อ้ งขงั ออกศาลสำ� หรบั สวมใสใ่ หผ้ ตู้ อ้ งขงั รบั ใหมจ่ ากศาลทกุ ราย มกี ารจดั ระบบ
อาสาสมัครสาธารณสขุ เรือนจ�ำ (อสรจ.) ช่วยงานสถานพยาบาลดา้ นการปอ้ งกัน
- การจัดท�ำห้องแยกกักให้มีประสิทธิภาพ โดยการกั้นด้วยพลาสติกระหว่างห้อง มีการติดตั้งพัดลม
ดูดอากาศ ก�ำหนดมาตรฐานการแยกกกั โรค 14 วัน โดยการยึดผู้ตอ้ งขังคนสดุ ทา้ ยให้ครบ 14 วนั
- โครงการการตรวจรกั ษาผา่ นระบบเทคโนโลยกี ารสอื่ สารทางไกลสำ� หรบั ผตู้ อ้ งขงั (Telemedicine) เปน็
โครงการท่ีใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในระบบสาธารณสุขในเรือนจ�ำและมีความสัมพันธ์กับการควบคุมผู้ต้องขัง
ในเรือนจ�ำ โครงการดังกล่าวด�ำเนินการเพ่ือใช้ในการตรวจรักษาผู้ต้องขังป่วยผ่านระบบ Telemedicine ร่วมกับ
โรงพยาบาลในพ้ืนที่เพื่อให้ผู้ต้องขังเข้าถึงการรักษาพยาบาล และช่วยในการแบ่งเบาภาระในการควบคุมผู้ต้องขังป่วย
ไปรกั ษาทีโ่ รงพยาบาลภายนอกเรือนจ�ำ
การควบคุมผู้ต้องขังภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 จึงต้องเร่ิมต้นจาก
การควบคุม “ปัจจัยสามระบาดทางวิทยา” ดังกล่าวข้างต้น ผนวกกับการด�ำเนินการจ�ำแนกลักษณะผู้ต้องขัง
(Classification) ที่ให้ความส�ำคัญกับการแยกการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังแต่ละรายอย่างเหมาะสม เพ่ือให้เรือนจ�ำสามารถ
รจู้ กั ผตู้ อ้ งขงั แตล่ ะรายโดยละเอยี ดจนสามารถกำ� หนดแผนการปฏบิ ตั ติ อ่ ผตู้ อ้ งขงั รายบคุ คล (Sentence Plan) ไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสมกบั ความเสีย่ ง (Risk) ในการควบคุม และความตอ้ งการในการพัฒนาพฤตินิสยั (Need) รายบคุ คล
ดงั นนั้ เมอื่ เรอื นจำ� ดำ� เนนิ การจำ� แนกลกั ษณะผตู้ อ้ งขงั ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ผตู้ อ้ งขงั
ท่ีผ่านการจัดการด้านบุคคล (Host) และการจัดการด้านสิ่งก่อให้เกิดโรค (Agent) ซ่ึงจะท�ำให้เจ้าพนักงานเรือนจ�ำ
ทราบวา่ ผตู้ อ้ งขงั รายใดมคี วามเสย่ี งในการควบคมุ ในสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 เพอื่
แบ่งระดับความเส่ียงในการควบคมุ ผตู้ อ้ งขังในแต่ละรายวา่ จะอยูใ่ นระดับความเสีย่ งในการควบคมุ แบบใดใน 4 ระดบั
10 วารสารราชทัณฑ์
ตั้งแต่ความเส่ียงในการควบคุมสูงสุดจนถึงความเสี่ยงในการ
ควบคมุ ระดบั ตำ่� เพอื่ ประโยชนใ์ นการวางแผนควบคมุ ดแู ลใกลช้ ดิ
เข้มงวด หรือตอ้ งใหค้ วามดแู ลเป็นพิเศษ ตลอดจนการวิเคราะห์
ผตู้ อ้ งขงั เพอ่ื การจดั กลมุ่ ผตู้ อ้ งขงั เพอื่ การแกไ้ ข โดยทำ� การจดั กลมุ่
ผตู้ อ้ งขงั เปน็ 4 กลมุ่ ทงั้ กลมุ่ มแี นวโนม้ ไมก่ ระทำ� ผดิ ซำ้� กลมุ่ แกไ้ ข
ได้ กลุม่ ยากตอ่ การแก้ไข และกล่มุ พิเศษ (ซ่ึงผ้ตู อ้ งขงั ปว่ ยหรอื มี
อาการจากโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 รวมอยู่ในกลุ่มแก้ไข
ดังกล่าว) เพื่อจะได้น�ำกลุ่มผู้ต้องขังเหล่านั้นไปสู่กระบวนการ
พัฒนาพฤตนิ ิสัยที่เหมาะสมตอ่ ไป
เม่ือดำ� เนินการจ�ำแนกลักษณะผตู้ ้องขังรายบคุ คลได้อยา่ งเหมาะสมผตู้ อ้ งขงั ทป่ี รบั ตัวไดด้ ี จะสง่ ผลใหเ้ กดิ การ
เห็นคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem) ซึ่งการเห็นคุณค่าในตนเองจะมีความสัมพันธ์กับ การปรับตัว (Adjustment)
ของแต่ละบคุ คล โดยที่การเหน็ คุณค่าในตนเอง เปน็ การทบี่ คุ คลประเมินและตดั สนิ ตนเองว่ามคี ณุ คา่ มคี วามสามารถ
มีความส�ำคัญ ได้รับการยอมรับจากผู้อ่ืน และมีความเชื่อม่ันในตนเองท่ีจะกระท�ำสิ่งต่างๆ ให้ลุล่วง ซึ่งสอดคล้องกับ
งานวจิ ยั ของนชุ จริ า สมุ ณฑา ทพ่ี บวา่ ความรสู้ กึ เหน็ คณุ คา่ ในตนเองมคี วามสมั พนั ธท์ างบวกกบั การปรบั ตวั ในดา้ นตา่ งๆ
ซึ่งผู้ต้องขังก็เช่นเดียวกัน หากผู้ต้องขังเม่ือเข้ามาอยู่ในเรือนจ�ำย่อมต้องเผชิญกับสภาพปัญหาความอึดอัด ความคับ
ข้องใจ ความเครยี ด ความวิตกกงั วลตา่ ง ๆ แตเ่ มอื่ ผตู้ อ้ งขงั มีการปรับตวั เข้ากับบรบิ ทของเรอื นจ�ำไดย้ อ่ มทำ� ใหผ้ ู้ตอ้ งขัง
น้นั ยังมกี ารเหน็ คุณคา่ ในตนเองอยู่
การทำ� ใหผ้ ตู้ อ้ งขงั เหน็ คณุ คา่ ในตนเองจงึ เปน็ เรอื่ งสำ� คญั ดงั ผลการวจิ ยั ของ Negy และคณะ1 ทพี่ บวา่ การเหน็
คณุ คา่ ในตนเองของผตู้ อ้ งขงั หญงิ ทเี่ ปน็ กลมุ่ เปา้ หมายในเรอื นจำ� ทศ่ี กึ ษามคี วามสมั พนั ธเ์ ชงิ บวกกบั การปรบั ตวั ของผตู้ อ้ ง
ขงั หญงิ โดยผตู้ อ้ งขังหญิงทมี่ ีการเห็นคุณคา่ ในตนเองสูงจะมีการปรบั ตัวเขา้ กับเรอื นจ�ำไดด้ ี
นอกจากน้ีแนวคิดของการปรับตัว (Adjustment) และการเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem) ยังมีความ
สัมพันธ์กับแนวคิดในเร่ืองความต้องการของมนุษย์อีกด้วยดังที่ Maslow ได้แบ่งความต้องการของมนุษย์เป็น 5 ขั้น
โดยเฉพาะในขั้นท่ี 4 ท่เี ปน็ ความต้องการของมนุษย์เกอื บทกุ คนในสังคมทต่ี ้องการในเรอื่ งของการเป็นท่ียอมรับยกยอ่ ง
(The Esteem Needs) มนษุ ยต์ อ้ งการไดร้ บั การยกยอ่ งนบั ถอื จากบคุ คลอน่ื ตอ้ งการเกยี รตยิ ศชอ่ื เสยี ง หรอื ความภมู ใิ จ
เมือ่ ประสบความส�ำเร็จ อกี ท้งั รู้สกึ ว่าตนเปน็ คนมีประโยชนแ์ ละมีคณุ คา่ ของสังคม ตอ้ งการให้คนอื่นมองวา่ ตนมีคณุ ค่า
มีความสามารถ มคี วามภาคภูมใิ จในตนเอง
เจา้ พนักงานเรอื นจำ� จงึ ตอ้ งนำ� หลักจติ วทิ ยาในเร่อื งของการปรับตัว และการสรา้ งการเหน็ คุณคา่ ในตนเองมา
ใช้ในการปฏิบัติงานกับผู้ต้องขัง เจ้าพนักงานเรือนจ�ำต้องท�ำให้ผู้ต้องขังสามารถปรับตัวและเห็นคุณค่าในตนเอง
เมอื่ ผตู้ อ้ งขงั มกี ารเหน็ คณุ คา่ ในตนเอง รสู้ กึ วา่ ตนเองมคี ณุ คา่ จงึ นำ� ไปสกู่ ารมคี วามเชอื่ มน่ั ในตนเอง มที ศั นคตใิ นแงบ่ วก
ตอ่ ตนเอง เหน็ วา่ ตนเองมคี วามสามารถ มคี วามคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์ สามารถปรบั ตวั และเรยี นรทู้ จ่ี ะใชช้ วี ติ อยใู่ นเรอื นจำ�
อยา่ งมคี วามหวงั เรยี นรฝู้ กึ วชิ าชพี พฒั นาตนเองเพอื่ ใหส้ ามารถปลอ่ ยตวั พน้ โทษกลบั ไปเปน็ พลเมอื งดขี องสงั คมไมห่ วน
กลับมากระท�ำผิดซ�้ำอีก ซ่ึงการน�ำหลักจิตวิทยาเบื้องต้นดังกล่าวมาใช้ในกระบวนการเตรียมความก่อนปล่อยเพื่อกลับ
คนื สสู่ งั คม หรอื ทเ่ี รยี กวา่ “Prisoner Reentry” ถอื เปน็ กระบวนการในการชว่ ยใหผ้ ตู้ อ้ งขงั สามารถปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรม
1 รชั นนั หวงั โภคา. ปจั จยั ทมี่ ผี ลตอ่ ความเครยี ดและพฤตกิ รรมการเผชญิ ความเครยี ดของผตู้ อ้ งขงั หญงิ : ศกึ ษาเฉพาะกรณที ณั ฑสถาน
หญิงกลาง. วิทยานพิ นธ์ศลิ ปศาสตรมหาบณั ฑิต, (อาชญาวิทยาและงานยุติธรรม) (บณั ฑิตวทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลยั มหิดล), 2548.
วารสารราชทัณฑ์ 11
จากการใช้ชีวิตในเรือนจ�ำให้มีความพร้อม เพื่อกลับคืนสู่สังคม ผ่านการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัวจากเรือนจ�ำ
(Prisoner release) และการเตรียมความพร้อมหลังปล่อย (Post release) ซึ่งเป็นการช่วยเหลือผู้กระท�ำผิดให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงสามารถปรับตัวเม่ือกลับเข้าสูส่ งั คมภายหลงั ปล่อยตวั พ้นโทษ
ท้ังนี้เป้าหมายสูงสุดของกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยเหลือให้ผู้ต้องขังท่ีจะปล่อย
ตวั พน้ โทษไมห่ วนกลบั ไปกระทำ� ผดิ ซำ�้ โดยเรม่ิ ตน้ จากกระบวนการจำ� แนกลกั ษณะผตู้ อ้ งขงั จนถงึ การเตรยี มความพรอ้ ม
ก่อนปลอ่ ยซง่ึ เปน็ กระบวนการทสี่ ำ� คัญในการช่วยผตู้ อ้ งขังให้มคี วามพรอ้ มที่จะกลบั คนื สูส่ งั คมอีกคร้ัง
ดังนน้ั เจ้าพนกั งานเรือนจำ� จึงตอ้ งน�ำหลกั จิตวทิ ยาเบอ้ื งตน้ หลักการจำ� แนกลกั ษณะผตู้ ้องขงั หลักการเตรยี ม
ความพรอ้ มกอ่ นปลอ่ ยมาใชใ้ นการควบคมุ ปกครองผตู้ อ้ งขงั ภายใตส้ ถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา
2019 นอกจากน้ียังจ�ำเป็นต้องถือหลักการปฏิบัติที่ส�ำคัญมาใช้ในการควบคุมปกครองผู้ต้องขังในปัจจุบัน จึงจะท�ำให้
การควบคมุ ผตู้ อ้ งขังในสถานการณ์ปจั จุบันมปี ระสิทธิภาพ ไดแ้ ก่
1) หลัก Duty of Care คือ การดูแลเอาใจใสผ่ ตู้ อ้ งขงั เหมอื นญาติมติ รของตนเอง เจ้าพนักงานเรือนจ�ำต้องให้
ความสำ� คญั ในเรอ่ื งศกั ดศ์ิ รคี วามเปน็ มนษุ ยข์ องผตู้ อ้ งขงั ใชห้ ลกั เมตตาธรรม และคดิ เสมอวา่ ผตู้ อ้ งขงั ยงั เปน็ บคุ คลทยี่ งั
สามารถแก้ไขได้ หากเราใหโ้ อกาสและเวลา โดยต้องให้เขาได้ส�ำนึกในการกระท�ำความผดิ ของตนเอง และให้โอกาสได้
กลับตนกลบั ใจเป็นคนดี และมีความพรอ้ มท่จี ะกลับคนื ส่สู ังคม เน่อื งจาก ตอ้ งมที ัศนคตทิ ่ดี ีตอ่ ผูต้ ้องขงั เพราะผตู้ ้องขงั
มีความบกพร่อง และมีความเต็มใจที่จะให้บริการตลอดจนต้องค�ำนึงในการให้ความส�ำคัญกับสิ่งจ�ำเป็นขั้นพื้นฐาน
ในการด�ำเนินชวี ิตหรอื ปจั จัย 4 ใหแ้ กผ่ ู้ตอ้ งขงั ตามสถานภาพทคี่ วรจะไดร้ บั และทรัพยากรการบรหิ ารของเรือนจำ� ท่ีมี
จ�ำกัดใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ ก่ผู้ต้องขังอย่างสงู สดุ
2) หลกั Be friendly, but not friend คือ เจา้ พนักงานเรอื นจ�ำจะตอ้ ง
ให้ความเป็นมิตรแก่ผู้ต้องขังเท่าท่ีมนุษย์ด้วยกันจะปฏิบัติได้ โดยอยู่ภายใต้
กฎระเบียบ ข้อบังคับของเรือนจ�ำอย่างเคร่งครัด ไม่เอาความสัมพันธ์ส่วนตัว
มาปนกับการปฏิบัติหน้าท่ีต้องรู้จักบทบาท และหน้าท่ีของตนเองในการท�ำงาน
กับผู้ต้องขัง และใช้การบังคับใช้กฎระเบียบ หลักเกณฑ์ของราชทัณฑ์นั้นอย่าง
เปน็ ธรรม และท�ำงานโดยยึดหลกั “ธรรมาภบิ าล” และหลกั “เสมอภาค” มาใช้
ในการปฏบิ ตั ิงานกับผตู้ ้องขงั ใหม้ ากที่สุด
ท้ายสุด หากเจ้าพนักงานเรือนจ�ำน�ำหลักการข้างต้นท่ีผู้เขียนกล่าวไว้ไป
ปฏิบัติ อย่างน้อยย่อมท�ำให้การควบคุมผู้ต้องขังในสถานการณ์ปัจจุบันมี
ประสิทธิภาพมากข้ึน นอกจากน้ีเจ้าพนักงานเรือนจ�ำ จ�ำเป็นต้องนำ� หลักการของผู้บริหารระดับสูงมาใช้ในการปฏิบัติ
หนา้ ทใ่ี หม้ ากย่งิ ข้นึ โดยเฉพาะนโยบายเนน้ หนกั ของอดตี อธบิ ดกี รมราชทัณฑ์ (พนั ตำ� รวจเอก ดร.ณรชั ต์ เศวตนันทน์)
โดยการปฏิบตั งิ านใหย้ ดึ หลัก 3 ส. 7 ก. เช่น หลกั เสมอภาค ปฏิบัติตอ่ ผู้ต้องขังทกุ คนอย่างเท่าเทยี มกัน และยดึ มน่ั ใน
หลกั กฎหมาย ระเบียบ รวมท้ังการควบคมุ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ไดแ้ ก่ ข้อกำ� หนดมาตรฐานข้นั ตำ่� ขององค์การ
สหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหรือข้อก�ำหนดแมนเดลาและข้อก�ำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อ
ผ้ตู ้องขงั หญงิ ในเรอื นจ�ำ หรอื ขอ้ ก�ำหนดกรุงเทพ
ตลอดจนนโยบายเน้นหนักของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ (ดร.อายุตม์ สินธพพันธุ์) ในการปฏิบัติงานราชทัณฑ์ให้
ปฏิบัติงาน QUICK WIN 4 ด้าน เช่น การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังให้เป็นมาตรฐาน โดยด�ำเนินการควบคุมผู้ต้องขังให้มี
ประสิทธิภาพและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังให้กลับคืนสู่สังคมไม่กระท�ำผิดซ้�ำ และการกลับคืนสู่สังคมและติดตาม
ผพู้ น้ โทษ โดยการเตรียมความพร้อมกอ่ นปลอ่ ย และสร้างนวตั กรรมการใหโ้ อกาส ให้มากยงิ่ ขน้ึ ตอ่ ไป
12 วารสารราชทัณฑ์
แนวทางการปอ้ งกนั โรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (covid-19)
ของเรือนจ�ำจังหวัดนราธวิ าส
วรศิ รา กญุ ชร ณ อยธุ ยา
สถาบันพัฒนาขา้ ราชการราชทณั ฑ์
จากสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 ทก่ี ำ� ลงั แพรร่ ะบาดในประเทศไทย โดยเฉพาะ
ในเรือนจ�ำท่ัวประเทศที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดของเช้ือสู่ผู้ต้องขังในเรือนจ�ำ ซ่ึงเห็นได้จากจ�ำนวนผู้ต้องขัง
ติดเช้ือรายใหม่ และผู้ต้องขังป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนามที่มีจ�ำนวนเพ่ิมข้ึนอย่างต่อเน่ือง โดยเรือนจ�ำ
จังหวดั นราธิวาส ถือเปน็ เรอื นจำ� ที่ประสบปญั หาและได้รับผลกระทบจากการแพรร่ ะบาดของเช้ือเป็นล�ำดับแรก ไม่วา่
จะเปน็ การบรหิ ารจัดการเรอื นจ�ำ ดา้ นการจดั ต้ังโรงพยาบาลสนาม ดา้ นการจัดเตรียมหอ้ งกกั โรคส�ำหรบั รับตวั ผตู้ อ้ งขงั
เขา้ ใหม่ ดา้ นบคุ ลากรทางการแพทย์ ดา้ นเตยี งผตู้ อ้ งขงั ปว่ ย และดา้ นอปุ กรณท์ างการแพทยท์ ร่ี องรบั ผตู้ อ้ งขงั ปว่ ยอาการหนกั
หรอื ผตู้ อ้ งขงั ปว่ ยภาวะฉกุ เฉนิ รอสง่ ตอ่ โรงพยาบาลนราธวิ าสราชนครนิ ทร์ (โรงพยาบาลแมข่ า่ ย) ซง่ึ ไมเ่ พยี งพอตอ่ จำ� นวน
ผู้ต้องขังที่ติดเช้ือในแต่ละวัน ประกอบกับช่วงท่ีเรือนจ�ำจังหวัดนราธิวาสประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือ
ไวรัสโคโรนา 2019 เป็นช่วงเดือนรอมฎอน หรือเดือนบวช ของผู้ต้องขังชาวไทยมุสลิม ซ่ึงต่างก็ต้องปฏิบัติศาสนกิจ
ดว้ ยการถอื ศลี อดอยา่ งเครง่ ครดั เปน็ ระยะเวลา 1 เดอื น สง่ ผลตอ่ การบรหิ ารจดั การเรอื่ งอาหาร นำ้� และเครอ่ื งใชส้ ว่ นตวั
ของผขู้ ้องขงั ชาวไทยมสุ ลิม ทต่ี ้องใชส้ �ำหรบั ปฏิบัติศาสนกจิ ในช่วงเดือนรอมฎอน ซ่งึ การบรหิ ารในเร่อื งดังกลา่ วมคี วาม
ยากลำ� บากมากทส่ี ดุ เนอื่ งจากสถานประกอบการทกุ แหง่ ตา่ งกลวั วา่ หากมาสง่ อาหารหรอื นำ�้ ทเ่ี รอื นจำ� อาจตดิ เชอื้ จาก
เรือนจ�ำได้ ซ่ึงปัญหาท่ีกล่าวมาข้างต้น ถือเป็นปัญหาท่ียากล�ำบากและหนักมากท่ีสุด เพราะหากบริหารจัดการปัญหา
ดงั กลา่ วไมด่ ี หรอื แมแ้ ตบ่ รหิ ารผดิ พลาดเพยี งนดิ เดยี ว อาจทำ� ใหเ้ รอื นจำ� ตอ้ งประสบปญั หาอน่ื ๆ ตามมา อาทเิ ชน่ ผตู้ อ้ งขงั
ก่อเหตรุ า้ ยหรือก่อจลาจลขึ้นในเรือนจ�ำ จนกอ่ ให้เกดิ ความเสียหายตอ่ ทรพั ยส์ นิ ของทางราชการอย่างมหาศาล
วารสารราชทัณฑ์ 13
เรือนจ�ำจังหวัดนราธิวาส ได้
ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ร่วมมือ
กั บ บุ ค ล า ก ร ท า ง ก า ร แ พ ท ย ์ จ า ก
โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
(โรงพยาบาลแม่ข่าย) สาธารณสุขจังหวัด
นราธิวาส เพ่ือเตรียมความพร้อมรับมือ
และ “ชะลอ” การแพร่ระบาดของเชอ้ื ให้
ได้มากที่สุด พร้อมท้ังวางแนวทางการ
ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือ
ไวรัสโคโรนา 2019 โดยแยกออกเป็น
แตล่ ะดา้ น ๆ ดงั น้ี
1. ดา้ นเจ้าหนา้ ที่
1.1 สร้างความตระหนักรู้เก่ียวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อให้เจ้าหน้าท่ีทุกนายมีความรู้
ความเข้าใจ และมีแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยเรือนจ�ำได้เชิญทีมงานของ
นายแพทย์ส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส และผู้อ�ำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์มาสร้างความรู้
เกี่ยวกับโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 ณ เรือนจำ� จังหวัดนราธวิ าส
1.2 ให้เจา้ หน้าที่เรือนจำ� ทุกนายปฏบิ ัติต่อผอู้ ื่น เสมือนวา่ เป็นผ้ตู ิดเชื้อ และให้ตระหนัก อย่เู สมอว่าทกุ คน
เป็นผู้ท่ีติดเชื้อแล้ว รวมทั้ง ให้ถือปฏิบัติตามข้อส่ังการกรมราชทัณฑ์ และส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส
เกี่ยวกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่
หนา้ กากอนามยั ตลอดเวลาทสี่ ำ� คญั ตอ้ งไมด่ งึ หนา้ กากลงมาอยใู่ ตค้ างเดด็ ขาด การลา้ งมอื บอ่ ย ๆ ดว้ ยสบหู่ รอื แอลกอฮอล์
เจล และการเวน้ ระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) การตรวจวดั อุณหภูมิกอ่ นเขา้ เรอื นจำ� หากเจา้ หนา้ ท่รี ายใด
มีไข้สูง ไอ มีน�้ำมกู ฯลฯ ให้รายงานผู้บญั ชาการตามลำ� ดบั ชัน้ ทันที
1.3 หา้ มมใิ หเ้ จา้ หนา้ ทเ่ี ดนิ ทางออกนอกพนื้ ที่ หรอื เดนิ ทางเขา้ ไปในพนื้ ทเ่ี สยี่ งหรอื พนื้ ทช่ี มุ ชนทม่ี คี นจำ� นวนมาก
และใหง้ ดการจดั กจิ กรรมรวมกลมุ่ สงั สรรค์ รบั ประทานอาหารและเครอ่ื งดมื่ มนึ เมา จนกวา่ สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาด
ขอโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 จะคลค่ี ลาย หรอื จนกวา่ จะมคี ำ� สง่ั เปลยี่ นแปลง กรณจี ำ� เปน็ ใหข้ ออนญุ าตผบู้ ญั ชาการ
เรอื นจ�ำ เป็นกรณีไป
1.4 ให้เจ้าหน้าท่ีท่ีเดินทางออกนอกพ้ืนที่ ซึ่งเป็นพ้ืนท่ีที่มีความเส่ียงในการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา 2019 กกั ตวั เป็นระยะเวลา 14 วนั เพอื่ เฝ้าสงั เกตอาการตามพระราชบัญญัตโิ รคตดิ ตอ่ พ.ศ.2558
1.5 ในกรณที เ่ี จา้ หนา้ ทข่ี องเรอื นจำ� ตดิ เชอื้ จนเปน็ เหตใุ หต้ อ้ งมกี ารกกั ตวั เจา้ หนา้ ทอ่ี นื่ ๆ ทม่ี คี วามเสย่ี งไป
ดว้ ยน้ัน ใหเ้ จา้ หนา้ ท่เี รือนจำ� ด�ำเนนิ การ ดังน้ี
1.5.1 ให้เจ้าหน้าที่ที่มีความเสี่ยงสูงแยกไปกักตัวในสถานท่ีกักกัน (Local Quarantine) บ้านพัก
แฟลตหรือสถานที่อื่นใด ที่เรือนจ�ำก�ำหนดไว้ โดยได้รับความเห็นชอบจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตาม
พระราชบญั ญัติโรคตดิ ต่อ พ.ศ. 2558
1.5.2 ให้เจ้าหน้าที่ท่ีมีความเส่ียงสูง ถือปฏิบัติตามค�ำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อดังกล่าว
อยา่ งเคร่งครดั เพ่ือปอ้ งกันไม่ให้เจา้ หน้าทีไ่ ปสัมผัสกับบคุ คลในครอบครวั และบุคคลอน่ื
14 วารสารราชทัณฑ์
1.6 งดกิจกรรมท่ียังไม่มีความจ�ำเป็นเร่งด่วน เช่น งานด้านการอบรมและฝึกวิชาชีพ การศึกษา การจ่าย
นกั โทษเดด็ ขาดออกไปท�ำงานนอกเรอื นจ�ำ หรอื ออกท�ำงานสาธารณะนอกเรือนจำ� เปน็ ต้น เว้นแต่ กรณจี ำ� เป็นเร่งด่วน
ที่เป็นนโยบายส�ำคัญของผู้บริหาร หรือของรัฐ ทั้งน้ี เพ่ือให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติหน้าท่ีในเรือนจ�ำได้อย่างต่อเน่ือง
เช่น งานด้านการควบคมุ เป็นตน้
1.7 ใหเ้ จา้ หนา้ ทที่ กุ ราย ชว่ ยกนั ปดิ แอร์ และเปดิ หนา้ ตา่ งในหอ้ งทำ� งาน เพอ่ื เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพในการระบาย
อากาศและระบายความรอ้ น และให้น่งั ท�ำงานห่างกัน อยา่ งนอ้ ย 1 - 2 เมตร
1.8 ให้เจ้าหน้าท่ีทุกนาย นั่งรับประทานอาหารภายในอาคารที่ท�ำการ ซึ่งเป็นท่ีนั่งท�ำงาน เพื่อหลีกเล่ียง
การรวมตวั กนั รับประทานอาหาร
1.9 หา้ มมใิ หเ้ จา้ หนา้ ทที่ ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ใหป้ ฏบิ ตั หิ นา้ ทคี่ วบคมุ ตวั ผตู้ อ้ งขงั ไปดำ� เนนิ กระบวนการพจิ ารณา
ของศาล หรอื ไดร้ บั มอบหมายใหป้ ฏบิ ตั หิ นา้ ทน่ี ำ� ผตู้ อ้ งขงั ออกไปรกั ษาอาการปว่ ยทโี่ รงพยาบาลภายนอกเรอื นจำ� เขา้ ไป
ปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ภายในเรือนจ�ำเดด็ ขาด
1.10 ในขณะพักอาศัยอยู่ท่ีบ้านพัก ขอความร่วมมือเจ้าหน้าท่ีทุกนาย แยกตัวออกจากบุคคล
ในครอบครวั และใหแ้ ยกของใชส้ ว่ นตวั ไมใ่ หป้ ะปนกบั ผอู้ น่ื จนกวา่ สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา
2019 จะคลคี่ ลาย
1.11 ให้เจ้าหน้าท่ีทุกนายหม่ันท�ำความสะอาดบริเวณโดยรอบเรือนจ�ำ บ้านพักและแฟลตของเจ้าหน้าท่ี
อย่างสม�่ำเสมอ โดยเฉพาะในบริเวณทีเ่ ปน็ จดุ สัมผัสร่วม เชน่ ราวบนั ได ลูกบิดประตู ก๊อกนำ้� เป็นต้น
1.12 ใหเ้ จา้ หนา้ ทท่ี กุ นาย เลย่ี งการพบปะพดู คยุ โดยไมม่ คี วามจำ� เปน็ และหา้ มไมใ่ หเ้ จา้ หนา้ ทท่ี กุ นายเดนิ
ไปในฝา่ ย/แดน และสว่ นอนื่ อย่างเด็ดขาด ทัง้ นี้ เพ่ือป้องกันมิใหเ้ จา้ หน้าท่เี ดนิ ไปมา ลดการปนเปอ้ื นนอกเขตท่กี �ำหนด
วารสารราชทัณฑ์ 15
1.13 กรณีเจ้าหน้าท่ีภายในเรือนจ�ำ
เสนองานผู้บัญชาการเรือนจ�ำ ให้รวบรวมเอกสาร
ไวท้ บ่ี รเิ วณประตเู รอื นจำ� และแจง้ ฝา่ ยบรหิ ารทว่ั ไป
ทราบ เพื่อให้ฝ่ายบริหารฯ ลงไปรับและส่งคืน
เอกสารไว้ทบี่ รเิ วณประตูเรอื นจำ�
2. ดา้ นผตู้ ้องขัง
ความตงึ เครยี ด รวมท้ังลดความวิตกกังวลแกผ่ ู้ตอ้ งขงั ในเรอื นจำ� 2.1 สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ
โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 เพ่ือให้ผู้ต้องขัง
ทุกคนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว เพ่ือให้
ผู้ต้องขังมีแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของ
โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 และผ่อนคลาย
2.2 ใหผ้ ูต้ อ้ งขังทกุ คนต้องสวมหน้ากากท่ที างเรอื นจ�ำจดั หาให้ตลอดเวลาท่สี ำ� คัญต้องไม่ดึงหน้ากากลงมา
อยใู่ ตค้ างเดด็ ขาด การลา้ งมอื บอ่ ยๆ ดว้ ยสบหู่ รอื แอลกอฮอลเ์ จล และการเวน้ ระยะหา่ งทางสงั คม (Social Distancing)
การตรวจวดั อณุ หภมู ิทกุ ครง้ั ตามทเ่ี รือนจ�ำกำ� หนดไว้ รวมท้ังปฏิบัติตามระเบยี บ ข้อบงั คับของเรอื นจ�ำ โดยเครง่ ครัด
2.3 กรณีที่ผตู้ ้องขังรายใด มไี ขร้ ว่ มกับทางเดินหายใจ เชน่ ไอ มนี ้�ำมกู เจ็บคอ หอบ เหนอ่ื ย ใหร้ บี รายงาน
ผู้บังคบั แดนและรายงานผบู้ งั คับบัญชาตามล�ำดบั ชัน้ จนถึงผบู้ ญั ชาการเรอื นจ�ำ เพ่อื พิจารณาส่ังการตอ่ ไป
2.4 กรณรี บั ตวั ผตู้ อ้ งขงั เขา้ ใหมไ่ วใ้ นเรอื นจำ� ฯ ใหเ้ จา้ หนา้ ทที่ ไ่ี ดร้ บั มอบหมายดำ� เนนิ การตรวจสอบประวตั ิ
ผตู้ ้องขงั และนำ� ตัวผตู้ ้องขงั ไปกักตัว ณ เรือนจ�ำจงั หวดั นราธิวาส (แหง่ เดิม) เปน็ ระยะเวลา 21 วนั จากนั้น ใหเ้ รือนจ�ำ
ประสานโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ (โรงพยาบาลแม่ข่าย) เพื่อตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19 จ�ำนวน 2 ครั้ง
โดยคร้ังแรกจะด�ำเนินการตรวจหาเช้ือ เม่ือผู้ต้องขังกักตัวมาแล้วจ�ำนวน 3-4 วัน นับตั้งแต่วันท่ีรับตัวผู้ต้องขังเข้าไว้
ในเรือนจ�ำ คร้ังท่ีสองจะด�ำเนินการตรวจหาเชื้อ เมื่อผู้ต้องขังกักตัวมาแล้ว จ�ำนวน 11-14 วัน นับต้ังแต่วันท่ีรับตัว
ผู้ต้องขังเข้าไว้ในเรือนจ�ำ หลังจากน้ัน โรงพยาบาลแม่ข่าย จะแจ้งผลการตรวจหาเช้ือมายังเรือนจ�ำ โดยเรือนจ�ำ
จะมีแนวทางปฏบิ ตั ิ ดงั นี้
2.4.1 กรณีผลตรวจเชื้อโรคโควิด-19 ของผู้ต้องขังเป็นลบ (ไม่ติดเชื้อ) เรือนจ�ำจะกักตัวผู้ต้องขัง
จนครบจ�ำนวน 21 วัน เพือ่ เฝ้าสงั เกตอาการตอ่ ไป
2.4.2 กรณผี ลตรวจเชือ้ โรคโควิด-19 ของผู้ต้องขงั เป็นบวก (ติดเช้อื ) เรอื นจ�ำจะดำ� เนินการ ดงั น้ี
1) หากอาการไม่รุนแรง เรือนจ�ำจะน�ำตัวผู้ต้องขังป่วยติดเช้ือเข้ารับการรักษาอาการท่ี
โรงพยาบาลสนาม และให้พักรกั ษาอาการตดิ เชอื้ จนกวา่ อาการจะหายเป็นปกตแิ ละแพทย์อนุญาตให้กลบั เรือนจ�ำได้
2) หากอาการรนุ แรง เรอื นจำ� จะนำ� ตวั ผตู้ อ้ งขงั ปว่ ยตดิ เชอื้ เขา้ รบั การรกั ษาอาการทโี่ รงพยาบาล
แมข่ า่ ยจนกว่าจะหายเป็นปกติ และแพทย์อนญุ าตให้กลับเรือนจำ� ได้
2.5 กรณีผู้ต้องขังพ้นโทษ เม่ือผู้ต้องขังรายใดครบก�ำหนดปล่อยตัว เรือนจ�ำจะประสานไปยังส�ำนักงาน
สาธารณสขุ จงั หวดั นราธวิ าส เพอื่ ใหม้ ารบั ตวั ผตู้ อ้ งขงั ทพ่ี น้ โทษไปกกั ตวั หรอื เฝา้ สงั เกตอาการ อยา่ งนอ้ ยเปน็ เวลา 14 วนั
นับตั้งแต่วันที่ผู้ต้องขังพ้นโทษเข้ารับการกักตัว ณ สถานที่ท่ีส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาสก�ำหนดไว้
16 วารสารราชทัณฑ์
เพอื่ ลดโอกาสการแพร่ระบาดของโรคตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 ของผู้พน้ โทษสชู่ มุ ชนหรือครอบครัว
เมอ่ื ผพู้ น้ โทษกกั ตวั ครบ 14 วนั ทมี แพทยจ์ ากสำ� นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั นราธวิ าสจะดำ� เนนิ การตรวจหาเชอื้
โรคโควดิ -19 (Sweb) และในกรณีทผี่ ู้พ้นโทษรายใด มผี ลการตรวจเช้ือโรคโควิด-19 เป็นลบ กส็ ามารถกลับภูมิลำ� เนา
ไดท้ นั ที แตห่ ากกรณที ผี่ พู้ น้ โทษรายใด มผี ลการตรวจเชอื้ โรคโควดิ -19 เปน็ บวก กจ็ ะเขา้ สกู่ ระบวนการบำ� บดั รกั ษาทนั ที
3. ด้านการจัดต้ังโรงพยาบาลสนามข้นึ ในเรือนจำ� จงั หวัดนราธิวาส (แห่งใหม)่
เรือนจ�ำจังหวัดนราธิวาส ได้ประสาน
ไปยังส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส
โรงพยาบาลแม่ข่าย และทีมแพทย์อาสาสมัคร
จากภาคใต้ เพ่ือระดมทีมแพทย์ในการวางแผนจัด
ต้ังโรงพยาบาลสนาม ซ่ึงเรือนจ�ำสามารถจัดตั้ง
โรงพยาบาลสนามข้ึนภายในแดน 2 และแดน 6
โดยแดน 2 สามารถรองรับผู้ต้องขังท่ีติดเชื้อโรค
โควดิ -19 ไดจ้ ำ� นวน 200 เตยี ง และแดน 6 สามารถ
รองรบั ผตู้ อ้ งขงั ปว่ ยตดิ เชอ้ื โรคโควดิ -19 ไดจ้ ำ� นวน
600-800 เตียง รวมท้ังสิ้นจ�ำนวน 900 เตียง
เพอ่ื รองรบั และใหก้ ารดแู ล รกั ษา และเฝา้ สงั เกตอาการผตู้ อ้ งขงั ทต่ี ดิ เชอื้ โรคโควดิ -19 เปน็ ระยะเวลา 14 วนั หรอื ภายใน
ระยะเวลาท่แี นใ่ จว่าผ้ตู ้องขงั ทีต่ ดิ เชื้อ จะหายจากเชือ้ โรคโควดิ -19
ในระหวา่ งทผี่ ตู้ อ้ งขงั ปว่ ยรกั ษาตวั อยใู่ นโรงพยาบาลสนาม หากผตู้ อ้ งขงั ทต่ี ดิ เชอื้ โรคโควดิ -19 มอี าการปว่ ย
วกิ ฤตสิ ามารถสง่ ตวั ไปรบั การรกั ษาอาการปว่ ย ทโ่ี รงพยาบาลแมข่ า่ ยไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ และปลอดภยั ลดการแพรก่ ระจาย
เชื้อสู่คนอ่ืน ซ่ึงจะเป็นการลดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และลดการเพ่ิมขึ้นของผู้ต้องขังท่ี
ตดิ เชื้อฯ รายใหม่ไดใ้ นวงกว้าง
4. ด้านการจัดตงั้ สถานท่ี Local Quarantine ขึน้ ในเรอื นจำ� จังหวัดนราธวิ าส (แหง่ เดมิ )
เรอื นจำ� ไดจ้ ดั ตงั้ สถานที่ Local Quarantine ขน้ึ ในเรอื นจำ� จงั หวดั นราธวิ าส (แหง่ เดมิ ) ซง่ึ ใชเ้ ปน็ สถานที่
เตรียมความพร้อมในการกักตัวเจ้าหน้าที่ ที่เป็นกลุ่มเส่ียงสูง เพื่อเป็นการเฝ้าสังเกตอาการเจ้าหน้าท่ีที่มีความเสี่ยงสูง
และกลมุ่ ผตู้ ดิ เชอื้ โรคโควดิ -19 เปน็ ระยะเวลา 14 วนั ซง่ึ ในระหวา่ งกกั ตวั ตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามคำ� สงั่ เรอื นจำ� จงั หวดั นราธวิ าส
ขอ้ สั่งการกรมราชทัณฑ์ และประกาศของกระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครดั
5. ดา้ นการจัดสถานที่
2.1 จัดให้มีจุดตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิร่างกาย แอลกอฮอล์ชนิดเจลหรือชนิดน�้ำ ให้แก่บุคลากร
ทางการแพทย์ และประชาชนทกุ คนทเ่ี ขา้ มายงั เรือนจำ�
2.2 ให้เจ้าหน้าท่ี ที่มีหน้าท่ีท�ำความสะอาดทุกคน เพ่ิมความถี่ในการท�ำความสะอาดสถานท่ีให้บริการ
ประชาชน เชน่ ประตู ราวบนั ได เกา้ อบ้ี รกิ ารหรอื เกา้ อน้ี ง่ั รอรบั บรกิ ารของประชาชน หอ้ งนำ�้ และสถานทอ่ี น่ื ๆ ทม่ี กี าร
ใชร้ ว่ มกนั ของคนจำ� นวนมาก
วารสารราชทัณฑ์ 17
การปลอ่ ยตัวผูต้ ้องขงั
และการประสานงานสง่ ตอ่ ผพู้ น้ โทษ
ที่ไดร้ บั การปล่อยตวั
ในสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาด
ของโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา 2019
(โควิด-19)
ศศิ คล่องวถิ ี
กองพัฒนาพฤตนิ ิสัย
กรมราชทณั ฑ์ โดย ดร.อายตุ ม์ สนิ ธพพันธุ์ อธบิ ดีกรมราชทณั ฑ์ ได้มีนโยบายสำ� คัญ
ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังให้เป็นมาตรฐาน และให้ความส�ำคัญกับการกลับคืนสู่สังคมหลัง
พน้ โทษ โดยเฉพาะในสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (โควดิ -19)
กรมราชทณั ฑ์ ไดม้ มี าตรการดแู ลผตู้ อ้ งขงั ทต่ี ดิ เชอื้ ทง้ั ในดา้ นการรกั ษาพยาบาลและการปอ้ งกนั
การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว ท้ังยังค�ำนึงถึงการปล่อยตัวผู้ต้องขัง และการประสานงาน
สง่ ตอ่ ผพู้ น้ โทษทไี่ ดร้ บั การปลอ่ ยตวั ในสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา
2019 (โควดิ -19)
โดยกรมราชทัณฑ์ ได้ด�ำเนินการจัดต้ังศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานท�ำ
(CARE : Center for Assistance to Reintegration and Employment) หรือศูนย์ CARE
โดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื เปน็ ศนู ยป์ ระสานงานและชว่ ยเหลอื ผพู้ น้ โทษใหม้ งี านทำ� ทงั้ ขณะตอ้ งโทษ
และการน�ำความรู้จากการอบรมวิชาชีพไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษ รวมท้ังเป็น
ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้พ้นโทษในด้านต่าง ๆ เป็นการให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าจะได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษไปแล้ว เพ่ือให้สามารถเข้าถึงบริการของหน่วยงานภาครัฐ
และป้องกันการกระท�ำผดิ ซ้�ำอีก
18 วารสารราชทัณฑ์
ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรมราชทัณฑ์ได้จัดท�ำ
แนวทางในการปล่อยตัว และการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้พ้นโทษ ระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
โรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 (โควดิ -19) ดังนี้
1. มอบหมายให้ศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานท�ำ (ศูนย์ CARE) ท่ีต้ังอยู่ในเรือนจ�ำ/
ทณั ฑสถาน แจง้ ชอ่ งทางการตดิ ตอ่ หมายเลขโทรศพั ทข์ องศนู ย์ CARE จำ� นวน 137 แหง่ ทวั่ ประเทศ และจดั ทำ�
ข้อมูลการติดต่อหน่วยงานเครือข่ายในพื้นท่ีให้ผู้พ้นโทษทราบ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่แนบมา
พร้อมน้ี เพอ่ื ใหผ้ พู้ น้ โทษสามารถขอรับความชว่ ยเหลือจากหน่วยงานที่เกยี่ วข้องได้
2. กรณีการปล่อยตัวผูต้ ้องขงั ให้ด�ำเนนิ การดังนี ้
2.1 การปล่อยตัวผู้ต้องขังที่ไม่มีการติดเชื้อ แต่มีความจ�ำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ ให้มีการ
ประสานงานส่งตอ่ ไปยังหนว่ ยงานทเี่ ก่ียวขอ้ ง เพื่อเปน็ การใหก้ ารสงเคราะหช์ ว่ ยเหลอื ต่อไป
(1) กรณีจำ� เป็นตอ้ งเดินทางขา้ มจงั หวดั ในการกลบั ภมู ิลำ� เนาใหป้ ระสานญาตใิ หม้ ารบั หรอื
ช่วยประสานงานกับหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง เพื่อช่วยในการอ�ำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับภูมิล�ำเนา
เชน่ สถานีตำ� รวจ คณะกรรมการโรคติดต่อประจ�ำจังหวัด หรือสำ� นกั งานสาธารณสขุ จังหวดั
(2) กรณีไม่สามารถเดินทางกลับภูมิล�ำเนา และมีความประสงค์เข้าพักบ้านกึ่งวิถี สังกัด
กรมคมุ ประพฤติ ใหเ้ รอื นจำ� /ทณั ฑสถาน ตดิ ตอ่ สำ� นกั งานคมุ ประพฤตใิ นพน้ื ท่ี หรอื มคี วามประสงคเ์ ขา้ พกั บา้ นพกั
ชว่ั คราว สงั กดั กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนษุ ย์ ใหเ้ รอื นจำ� /ทณั ฑสถาน ตดิ ตอ่ สายดว่ น 1300
หรือส�ำนักงานพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์จังหวัด ในพื้นท่ีเพ่ือให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือ
ตามความเหมาะสมตอ่ ไป
วารสารราชทัณฑ์ 19
2.2 การปลอ่ ยตวั ผูต้ อ้ งขังทีม่ ีการติดเชื้อ
2.2.1 หากผู้พ้นโทษยินยอมให้กักตัวภายในเรือนจ�ำ/ทัณฑสถาน ให้กักตัวภายในเรือนจ�ำ/
ทัณฑสถาน ให้ครบก�ำหนด 14 วัน แจ้งให้ญาติทราบข้อมูล เพื่อบรรเทาความห่วงใยของญาติ ทั้งน้ีต้องให้
ผพู้ ้นโทษยินยอมดว้ ย เมอ่ื ครบก�ำหนดใหเ้ รือนจ�ำ/ทณั ฑสถาน ออกใบรับรองครบก�ำหนดกกั ตวั แจง้ ผพู้ น้ โทษ
ให้ไปรายงานตวั ต่อสาธารณสุขในพืน้ ท่ี และกักตวั ใหค้ รบกำ� หนด 14 วนั ในทพี่ กั อาศยั และใหต้ ิดตามอาการ
หลังสิ้นสุดการรักษา แล้วบันทึกข้อมูลทุกรายท่ีติดเชื้อระหว่างการปล่อยตัวพ้นโทษในระบบรายงานผล
การพฒั นาและสง่ เสรมิ อาชพี ผู้พ้นโทษ/ผู้ถูกคมุ ประพฤติ (Care Support)
2.2.2 หากผพู้ น้ โทษไมย่ นิ ยอมใหก้ กั ตวั ภายในเรอื นจำ� /ทณั ฑสถาน ใหด้ ำ� เนนิ การตามขอ้ (1)
หรอื ขอ้ (2) ดงั น้ี
(1) ให้ประสานโรงพยาบาลแม่ข่าย หรือส�ำนักงานสาธารณสุขพ้ืนที่ ส่งต่อไปกักตัว
หรือรักษาพยาบาล ในพื้นที่ท่ีสาธารณสุขก�ำหนด แจ้งให้ญาติทราบข้อมูล เพื่อบรรเทาความห่วงใยของญาติ
ทง้ั นต้ี อ้ งใหผ้ พู้ น้ โทษยนิ ยอมดว้ ย และใหต้ ดิ ตามอาการหลงั สน้ิ สดุ การรกั ษา แลว้ บนั ทกึ ขอ้ มลู ทกุ ราย ทตี่ ดิ เชอ้ื
ระหว่างการปล่อยตัวพ้นโทษ ในระบบรายงานผลการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพผู้พ้นโทษ/ผู้ถูกคุมประพฤติ
(Care Support)
(2) ให้กักตัวหรือรักษาพยาบาลในพ้ืนท่ีภายนอกเรือนจ�ำ/ทัณฑสถานท่ีก�ำหนดเป็น
ศนู ยพ์ กั พงิ ชว่ั คราว (shelter) แจง้ ใหญ้ าตทิ ราบขอ้ มลู เพอ่ื บรรเทาความหว่ งใยของญาติ ทงั้ นตี้ อ้ งใหผ้ พู้ น้ โทษ
ยินยอมด้วย เมื่อครบก�ำหนดให้เรือนจ�ำ/ทัณฑสถาน ออกใบรับรองครบก�ำหนดกักตัว แจ้งผู้พ้นโทษให้ไป
รายงานตวั ตอ่ สาธารณสุขในพื้นท่ี และกักตัวให้ครบก�ำหนด 14 วัน ในทพี่ ักอาศัย และให้ติดตามอาการหลัง
สนิ้ สดุ การรกั ษา แลว้ บันทกึ ขอ้ มลู ทกุ รายทีต่ ดิ เชอ้ื ระหวา่ งการปลอ่ ยตวั พน้ โทษในระบบรายงานผลการพฒั นา
และสง่ เสริมอาชีพผู้พน้ โทษ/ผู้ถูกคมุ ประพฤติ (Care Support)
3. ใหเ้ รอื นจำ� /ทณั ฑสถาน ทพี่ บการระบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (โควดิ -19) จดั หาสถานที่
กักตัวหรือรักษาพยาบาล ในพ้ืนที่ภายนอกเรือนจ�ำ/ทัณฑสถาน ก�ำหนดเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว (shelter)
จดั เตรยี มสถานทตี่ ามบรบิ ทของพน้ื ที่ โดยคำ� นงึ ถงึ ความเหมาะสมของพน้ื ทด่ี ำ� เนนิ การ จำ� นวนเตยี งทสี่ ามารถ
รองรับได้ ความพร้อมของอาคารสถานที่ ส่ิงอ�ำนวยความสะดวก การควบคุมดูแลและการรักษาพยาบาล
เพ่ือเตรียมการรองรับผู้พ้นโทษท่ีมีการติดเช้ือ นอกจากน้ี กรมราชทัณฑ์มีการบูรณาการกับภาคสังคมในการ
ยอมรับและให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษ โดยเป็นการท�ำงานแบบมีส่วนร่วม ค�ำนึงถึงความม่ันคงทางสังคม
การเสริมสรา้ งความปลอดภัยใหก้ บั สงั คม และการส่งเสรมิ คุณภาพชีวิตทีด่ ีของผู้ไดร้ ับการปล่อยตัวดว้ ย
20 วารสารราชทัณฑ์
ผลกระทบจากโรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (โควิด-19)
ต่อผ้ตู อ้ งขงั และเจา้ พนักงานเรอื นจำ�
อคริ าห์ งามเจรญิ
กองบริการทางการแพทย์
การแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (โควดิ -19) เรม่ิ ตน้ เมอื่ เดอื นธนั วาคม 2562 โดยถกู พบ
คร้งั แรก ณ เมอื งอู่ฮั่น มณฑลหเู ปย่ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และไดแ้ พรร่ ะบาดเปน็ วงกวา้ งขยายไปยงั
หลายประเทศ มผี ตู้ ิดเชอื้ ทั่วโลกจนถงึ ปัจจุบันกว่า 175 ลา้ นราย และเสยี ชวี ติ จากการตดิ เช้อื กว่า 3.7 ล้านราย
(ข้อมูล ณ วันท่ี 10 มิถุนายน 2564, www.worldometers.info) โดยองค์การอนามัยโลก (World Health
Organization : WHO) ได้ออกแถลงการการเข้าสู่สภาวะการระบาดใหญ่ของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019
(โควิด-19) เป็นสภาวะวิกฤตด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ซ่ึงไม่ได้ส่งผลกระทบแต่เพียงด้านสุขภาพของ
ประชาชนท่วั โลกเท่านั้น แต่ยังท�ำให้เกิดผลกระทบอยา่ งหนกั ต่อสภาพเศรษฐกจิ และสงั คมทั่วโลกอกี ด้วย
ในประเทศไทย เริ่มมีผู้ติดเชื้อจากโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เมื่อเดือนมีนาคม 2563
ปจั จุบันพบผ้ตู ิดเชอ้ื ในประเทศไทยรวม 185,228 ราย เสียชีวติ 1,332 ราย (ขอ้ มลู ณ วันที่ 10 มถิ ุนายน 2564,
กรมควบคุมโรค) ซึ่งรฐั บาลไทยได้มกี ารจัดตัง้ ศนู ยบ์ ริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 (โควิด-19) ขึ้นเม่อื วนั ท่ี 12 มนี าคม 2563 โดยมีนายกรฐั มนตรเี ป็นประธานกรรมการ เพอ่ื กำ� หนดนโยบาย
และมาตรการเรง่ ดว่ นในการปอ้ งกนั และชว่ ยเหลอื เยยี วยาอนั เกดิ จากการแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา
2019 (โควิด-19) ต่อมาในช่วงการระบาดระลอก 3 ในประเทศไทย ในเดือนเมษายน 2564 จาก คลัสเตอร์
สถานบนั เทิงย่านทองหล่อ ซ่ึงเปน็ เช้อื ทีร่ นุ แรงและขยายวงกวา้ งอย่างรวดเรว็ ทำ� ให้สง่ ผลกระทบถึงเรือนจ�ำและ
ทัณฑสถานในประเทศไทย และได้พบผู้ต้องขังติดเช้ือ 30,762 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2564,
กรมควบคมุ โรค)
วารสารราชทัณฑ์ 21
การระบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (โควดิ -19) ในเรอื นจำ� เพม่ิ จำ� นวนขน้ึ อยา่ งรวดเรว็ เนอ่ื งจากปจั จยั
หลายอย่าง ถึงแมเ้ รือนจ�ำจะเปน็ สถานทีป่ ิด ทด่ี ูเหมอื นจะป้องกนั การแพร่ระบาดของเชอื้ ได้งา่ ย แต่ในทางปฏิบัตแิ ล้ว
ไม่สามารถปิดก้ันได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุที่ต้องมีการรับผู้ต้องขังเข้าใหม่ทุกวัน การน�ำตัวผู้ต้องขังออกไปศาล
รวมทั้งเจ้าหน้าท่ีเรือนจ�ำที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าท�ำงาน ท�ำให้มีโอกาสที่เช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
จะเขา้ สเู่ รอื นจำ� ได้ และเมอื่ เชอื้ ไดเ้ ขา้ สภู่ ายในเรอื นจำ� แลว้ ความแออดั ภายในเรอื นจำ� จากสภาวะผตู้ อ้ งขงั หนาแนน่ สง่ ผล
ใหก้ ารแพรร่ ะบาดในเรอื นจำ� เปน็ ไปอยา่ งรวดเรว็ แตท่ ง้ั น้ี กรมราชทณั ฑ์ กไ็ มไ่ ดน้ ง่ิ นอนใจ ไดม้ กี ารจดั ตงั้ ศนู ยบ์ ญั ชาการ
การแกไ้ ขปญั หาการแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 กรมราชทณั ฑ์ (ศบค.รท.) โดยมอี ธบิ ดกี รมราชทณั ฑ์
เป็นหัวหน้าศูนย์ฯ มีหน้าที่ด�ำเนินงานในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
ในเรือนจ�ำและทัณฑสถานทั่วประเทศ โดยมีการออกมาตรการต่างๆ เพ่ือระงับการแพร่เช้ือ เช่น การงดเย่ียมญาติ
การระงบั ย้ายผ้ตู อ้ งขงั การไมน่ ำ� ผ้ตู ้องขังออกไปทำ� งานนอกเรอื นจ�ำ มหี ้องกักโรคสำ� หรับผตู้ ้องขงั เข้าใหม่ หรอื ผตู้ อ้ งขัง
ออกศาลเพ่ือกกั โรคอย่างน้อย 21 วัน และมกี ารตรวจหาเช้อื 2 คร้ัง คอื แรกเขา้ เรือนจ�ำและก่อนปล่อยผตู้ อ้ งขังเข้าไป
ยงั แดนตา่ ง ๆ ในเรอื นจำ� และกรมราชทณั ฑย์ งั มแี นวทางการรกั ษาผตู้ ดิ เชอื้ อยา่ งชดั เจน เชน่ มกี ารซกั ซอ้ มแผนเผชญิ เหตุ
กรณพี บการแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (โควดิ -19) มแี นวทางจดั ตง้ั โรงพยาบาลสนามภายในเรอื นจำ�
เป็นตน้
ผลกระทบตอ่ ผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจ�ำ
ดว้ ยมาตรการทกี่ รมราชทณั ฑจ์ ำ� เปน็ ตอ้ งกำ� หนดขน้ึ เพอ่ื ระงบั การแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019
(โควิด-19) ส่งผลต่อการปรับตัวในการใช้ชีวิตประจ�ำวันของผู้ต้องขังในเรือนจ�ำและทัณฑสถาน เช่น การงดเย่ียมญาติ
การงดออกไปท�ำงานนอกเรือนจำ� การกักตวั หากตอ้ งออกไปศาล ท�ำใหผ้ ู้ตอ้ งขังอาจเกดิ ความเครยี ดข้ึนได้
ท้ังนี้ กรมราชทณั ฑจ์ ึงมนี โยบายการลดความเครยี ดของผตู้ อ้ งขงั ดังน้ี
- มีการใหเ้ ย่ียมญาตผิ ่านทางแอพพลเิ คชัน่ ไลนแ์ ทนการเย่ียมแบบพบปะที่เรอื นจ�ำ
22 วารสารราชทัณฑ์
- อนุญาตให้ผู้ต้องขังใช้เงินได้ไม่เกินวันละ 600 บาท ในช่วงระหว่างการงดเยี่ยมญาติ จากเดิมตามระเบียบ
กรมราชทณั ฑ์วา่ ด้วยการรับจ่ายเงินฝากของผตู้ อ้ งขังในเรอื นจำ� พ.ศ.2563 ใหใ้ ช้จ่ายไดไ้ มเ่ กนิ วันละ 500 บาท
- เร่งประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขในการด�ำเนินการฉีดวัคซีนให้ผู้ต้องขังทุกราย โดยเน้นในผู้ต้องขัง
กล่มุ เปราะบางกอ่ นและอยู่ในพนื้ ทจี่ งั หวดั ทพ่ี บการระบาดมาก
- มีการจัดหายา เวชภณั ฑ์ อุปกรณท์ างการแพทย์และส่งิ ของท่จี ำ� เปน็ เพื่อใชส้ ำ� หรับการดแู ลปอ้ งกันการแพร่
ระบาดของเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (โควดิ -19) ในเรอื นจำ�
- มกี ารสงเคราะหผ์ ู้ต้องขังที่ได้รับการปลอ่ ยตวั โดยหากจำ� เปน็ ตอ้ งเดนิ ทางข้ามจงั หวดั มีการประสานญาตใิ ห้
มารับ หรือหน่วยงานที่เก่ียวข้อง เช่น ต�ำรวจ คณะกรรมการโรคติดต่อประจ�ำจังหวัด ส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
เพอื่ ชว่ ยอำ� นวยความสะดวกในการเดนิ ทางกลบั ภมู ลิ ำ� เนา หรอื หากผตู้ อ้ งขงั ทไี่ ดร้ บั การปลอ่ ยตวั ไมส่ ามารถเดนิ ทางกลบั
ภูมิล�ำเนาได้ เรือนจ�ำจะมีการประสานบ้านพักก่ึงวิถี สังกัดกรมคุมประพฤติ หรือบ้านพักช่ัวคราว สังกัดกระทรวง
การพฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนษุ ย์ เพอื่ ใหก้ ารสงเคราะหช์ ว่ ยเหลอื ในกรณที ผี่ ตู้ อ้ งขงั มคี วามประสงคจ์ ะเขา้ พกั
ในสถานทีด่ ังกลา่ ว
จากมาตรการต่าง ๆ ท่ีกล่าวมาข้างต้น เป็นการด�ำเนินการเพื่อลดความตึงเครียดของผู้ต้องขัง ป้องกันการ
ก่อจลาจล และการประท้วงต่าง ๆ และยังเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
ในเรอื นจ�ำอีกดว้ ย
ผลกระทบตอ่ เจ้าพนกั งานเรือนจ�ำผปู้ ฏิบัตงิ าน
บุคคลท่ีอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีความ
เสยี่ งสงู และเปน็ ดา่ นหนา้ ดา่ นหนงึ่ ทส่ี ำ� คญั ทจี่ ะลมื ไมไ่ ด้
คือ เจ้าพนักงานเรอื นจ�ำ ไมเ่ พยี งแต่ผู้ต้องขังเท่าน้ัน
ที่ ไ ด ้ รั บ ผ ล ก ร ะ ท บ จ า ก ก า ร ใ ช ้ ชี วิ ต ป ร ะ จ� ำ วั น
เจ้าพนักงานเรือนจ�ำก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
เจา้ พนกั งานเรอื นจำ� ทตี่ อ้ งดแู ลผตู้ อ้ งขงั กไ็ ดร้ บั ความ
เสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
เจา้ พนกั งานเรอื นจำ� บางรายทต่ี อ้ งสมั ผสั ดแู ลผตู้ อ้ งขงั
ตรวจพบตดิ เชอื้ ดว้ ย ในสว่ นของเจา้ พนกั งานเรอื นจำ�
ตรวจแล้วยังไม่ติดเชื้อก็ต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต
ประจำ� วัน และท�ำงานหนกั ขึ้นเพื่อทำ� หน้าทีค่ วบคุมดแู ลผู้ต้องขงั
กรมราชทัณฑ์ก�ำหนดแนวทางปฏิบัติของเจ้าพนักงานเรือนจ�ำเพ่ือป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัส
โคโรนา 2019 (โควิด-19) ในเรอื นจ�ำ โดยห้ามมิให้เจา้ พนักงานเรือนจ�ำเดินทางเขา้ ไปในพื้นทเี่ สีย่ งหรือพนื้ ทช่ี มุ ชนท่ีมี
คนจำ� นวนมาก ขอความรว่ มมอื ใหเ้ จา้ พนกั งานเรอื นจำ� แยกตวั ออกจากบคุ คลในครอบครวั ในการเดนิ ทางกลบั ภมู ลิ ำ� เนา
หรอื เดนิ ทางออกนอกพน้ื ทต่ี ง้ั ของเรอื นจำ� ตอ้ งไดร้ บั การอนญุ าต และเขยี นรายงานการเดนิ ทางเพอ่ื เสนอตอ่ ผบู้ งั คบั บญั ชา
ทุกคร้ัง ให้เจ้าพนักงานเรือนจ�ำเตรียมความพร้อมอยู่ในพื้นท่ี เผื่อกรณีเกิดเหตุร้ายในเรือนจ�ำ ดังน้ัน เจ้าพนักงาน
เรอื นจำ� จงึ ตอ้ งเตรยี มความพรอ้ มในการทำ� งานอยตู่ ลอดเวลา รวมไปถงึ ในบางเรอื นจำ� และทณั ฑสถานทพี่ บผตู้ อ้ งขงั และ
วารสารราชทัณฑ์ 23
เจา้ พนกั งานเรอื นจำ� ตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (โควดิ -19) ทำ� ใหเ้ จา้ พนกั งาน
เรอื นจ�ำท่ตี รวจไม่พบเชื้อ ต้องเข้าเวรและปฏบิ ตั ิหนา้ ทีท่ ดแทนเจา้ พนกั งาน
เรือนจ�ำที่ตรวจพบเชื้ออีกด้วย ซึ่งในยามปกติแล้ว หน้าท่ีการควบคุมดูแล
ผตู้ อ้ งขงั กถ็ อื เปน็ งานทม่ี ลี กั ษณะยากลำ� บากและมคี วามพเิ ศษอยแู่ ลว้ เนอ่ื งจาก
เปน็ งานทต่ี อ้ งควบคมุ ผตู้ อ้ งขงั 24 ชว่ั โมง ตอ้ งปฏบิ ตั งิ านดแู ลควบคมุ ผกู้ ระทำ�
ความผดิ ซงึ่ เจา้ พนกั งานเรอื นจำ� ตอ้ งปฏบิ ตั งิ านดว้ ยความรอบคอบอยตู่ ลอดเวลา
ไม่ให้เกิดความผิดพลาดได้ เพราะหากเกิดความผิดพลาดขึ้น นั่นหมายถึงอาจเกิด
อันตรายต่อตนเอง ชุมชนหรือสังคมได้ และย่ิงในสถานการณ์แพร่ระบาดปัจจุบัน ท�ำให้
ผู้ต้องขังอาจเกิดความเครียด เจ้าพนักงานเรือนจ�ำต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังเพ่ิมมากยิ่งข้ึน เพราะเส่ียงต่อ
การกอ่ จลาจล การประท้วงของผู้ต้องขงั ทอี่ าจเกิดขนึ้ ได้ในสถานการณก์ ารแพร่ระบาดในปัจจุบนั
อย่างไรก็ตามกรมราชทัณฑ์ให้ความส�ำคัญและสนับสนุนในการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานเรือนจ�ำในขณะน้ี
กรมราชทณั ฑไ์ ดเ้ รง่ ดำ� เนนิ การจดั การฉดี วคั ซนี ใหแ้ กเ่ จา้ พนกั งานเรอื นจำ� ผปู้ ฏบิ ตั งิ านอยา่ งเรง่ ดว่ น รวมไปถงึ การจดั หา
วัคซีนให้ครอบครัวผู้อยู่ร่วมอาศัยกับเจ้าพนักงานเรือนจ�ำด้วย มีการมอบกรมธรรม์ประกันภัยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 (โควิด-19) ใหเ้ จ้าพนกั งานเรอื นจ�ำ และมกี ารเน้นยำ้� ให้ผูบ้ ังคบั บัญชาคอยดแู ลขวัญและกำ� ลังใจของเจา้ พนักงาน
เรือนจำ� ผู้ปฏิบตั งิ านอยเู่ สมอ
แนวทางการดูแลจิตใจผู้ปฏิบัติงานในช่วงการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
(กรมสขุ ภาพจติ กระทรวงสาธารณสขุ )
เจ้าพนักงานเรือนจ�ำผู้ปฏิบัติงานต้องท�ำหน้าท่ีอย่างสุดความสามารถท่ามกลางการระบาดของโรคติดเชื้อ
ไวรสั โคโรนา 2019 (โควดิ -19) อยา่ งหลกี เลย่ี งไมไ่ ด้ และเปน็ งานทต่ี อ้ งใหค้ วามสำ� คญั กบั ผอู้ นื่ มากกวา่ ตนเอง ทำ� ใหเ้ กดิ
ความรู้สึกเครยี ด เศร้าหมอง อึดอัด เหนด็ เหนอ่ื ยจากการปฏิบัติงาน ต้องห่างครอบครัว ความกังวลในการเปน็ ผู้น�ำเช้ือ
ไปสูค่ รอบครวั ขอ้ กงั วลเหล่านีอ้ าจส่งผลใหเ้ กดิ ปัญหาสขุ ภาพกายและสุขภาพจติ ในเวลาตอ่ มาได้
ดังนั้น การหม่ันส�ำรวจสุขภาพจิตใจตนเองของผู้ปฏิบัติงานจึงเป็นเร่ืองส�ำคัญ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการ
ความเครียดและสามารถดูแลตนเอง ครอบครัว และปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ีได้อย่างมีประสิทธภิ าพตอ่ ไป ผูป้ ฏบิ ัตงิ านมีแนวทาง
ในการจดั การดูแลจิตใจตนเอง ดังน้ี
- หมนั่ สำ� รวจตวั เองเปน็ ระยะ
- หม่นั ไถ่ถามสารทุกขส์ กุ ดบิ กับเพ่อื นร่วมงาน ครอบครัว และเพ่ือนเปน็ ประจำ�
- ทำ� งานร่วมกบั ผอู้ ื่นอยา่ งเปน็ ทมี หรือเป็นคูห่ ู
- หยดุ พกั ส้นั ๆ เพื่อผอ่ นคลายและจดั การความเครียด
- ปรกึ ษาหารอื หรือขอรับคำ� แนะนำ� จากผู้รว่ มงานเป็นประจ�ำ
- แบ่งเวลาเพ่ือดูแลรา่ งกายและท�ำให้รา่ งกายสดช่นื
- หมน่ั คน้ คว้าข้อมลู ทถ่ี ูกต้องและปรกึ ษาผ้เู ชีย่ วชาญเพ่ือช่วยในการตดั สินใจตา่ ง ๆ
- ไมต่ ระหนกเกนิ กวา่ สถานการณจ์ ริง
24 วารสารราชทัณฑ์
- คงความรสู้ ึกที่ดโี ดยหมัน่ พูดคยุ เพอ่ื กระตุน้ ตนเอง (self-talk) และหลกี เลย่ี งการกลัวมากเกนิ ไป
- ปฏบิ ตั ิงานโดยมุ่งเน้นสง่ิ ทค่ี วบคุมได้
- ยอมรับในสถานการณ์ทตี่ วั เองไม่สามารถเปลย่ี นแปลงแก้ไขได้
- ปฏิบัตงิ านดว้ ยความอดทน มงุ่ มั่น และมคี วามหวงั
ในขณะเดยี วกนั ผปู้ ฏบิ ตั ิงานควรหลีกเลี่ยงสงิ่ ต่อไปน้ี
- การท�ำงานคนเดียวโดยล�ำพังนานเกนิ ไป โดยไมม่ ปี ฏิสัมพันธก์ บั เพอ่ื นรว่ มงาน
- การปฏบิ ัตงิ านตลอดเวลาจนไมม่ ีเวลาพักผอ่ น
- คดิ ว่าตวั เองยังท�ำได้ไม่ดพี อ
- การบริโภคของหวานและคาเฟอนี มากเกินไป
- การพดู คยุ เพ่ือกระต้นุ ตัวเอง (self-talk) และทศั นคติทีเ่ ป็นอปุ สรรคตอ่ การดแู ลตนเอง เชน่ “การหยุดพกั
เปน็ การเหน็ แกต่ วั ” “คนอน่ื ทำ� งานโดยไมห่ ยดุ พกั ฉนั ตอ้ งทำ� แบบนน้ั เหมอื นกนั ” “ฉนั สามารถทำ� ประโยชนไ์ ดม้ ากทสี่ ดุ
ด้วยการทำ� งานตลอดเวลา” “ต้องเปน็ ฉนั เทา่ นนั้ ทตี่ อ้ งทำ� เร่ืองน”้ี
วารสารราชทัณฑ์ 25
การจดั การดา้ นอนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม
กับสถานการณ์โควดิ ในเรอื นจ�ำ
สริ ิพัฒน์ เลิศไพศาลพพิ ัฒน์
กองบริการทางการแพทย์
โรคติดเช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVOD-19) เรมิ่ มีการระบาดต้ังแตเ่ ดือนธันวาคม 2562 เปน็ ตน้ มา โดยเร่ิมท่ี
มณฑลหเู ปย่ สาธารณรฐั ประชาชนจนี และแพรร่ ะบาดไปหลายประเทศทวั่ โลก เปน็ ทเี่ ชอื่ กนั วา่ การตดิ เชอ้ื นน้ั สามารถ
ตดิ ต่อผา่ นทางหยดของเหลวหรอื ละอองฝอยจากระบบทางเดนิ หายใจ และสาเหตุหลัก คือ การติดต่อผา่ นทางการไอ
จาม การสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหล่ังของคนหรือสัตว์ที่อาจเป็นแหล่งเช้ือโรค โดยองค์การอนามัยโลกได้ประเมิน
สถานการณ์ และเหน็ วา่ การระบาดของโรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 แพร่กระจายได้อย่างรวดเรว็ จนน่ากงั วล ในวนั ที่
30 มกราคม 2563 องคก์ ารอนามยั โลกจงึ ไดป้ ระกาศให้ โรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 เปน็ ภาวะฉกุ เฉนิ ทางสาธารณสขุ
ระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern) และแนะน�ำทุกประเทศให้เร่งรัด
การเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคมุ โรค
ในประเทศไทยมีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มจ�ำนวนมากข้ึนอย่างต่อเน่ืองเช่นกัน ดังน้ัน เพ่ือลดความเสี่ยงของ
ประชาชนทุกคนต่อการสัมผัสเชื้อโรค และป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ การจัดการด้านอนามัย
สงิ่ แวดลอ้ มอยา่ งถกู สขุ ลกั ษณะและเหมาะสมในสถานทตี่ า่ ง ๆ และการรกั ษาสขุ วทิ ยา สว่ นบคุ คลของประชาชน โดยเฉพาะ
ในบุคคลกลมุ่ เสย่ี งจงึ มคี วามส�ำคัญอยา่ งยง่ิ
ส�ำหรับประเทศไทยมีจ�ำนวนผู้ต้องขังใน
เรอื นจำ� ทวั่ ประเทศมากกวา่ สามแสนคนในขณะที่
เรอื นจำ� สามารถรองรบั ผตู้ อ้ งขงั ไดป้ ระมาณหนงึ่ แสน
สองหมื่นคน ส่งผลให้ความเป็นอยู่ในเรือนจ�ำ
มคี วามแออดั และเปน็ พนื้ ทปี่ ดิ ทม่ี กี ารรวมตวั ของ
ผตู้ อ้ งขงั ทจี่ ำ� ตอ้ งใชช้ วี ติ อยรู่ ว่ มกนั ตลอด 24 ชว่ั โมง
อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปิดและอยู่ใกล้ชิดกัน
ซึ่งเป็นสภาวะที่เอ้ือต่อการแพร่เช้ืออีกท้ัง
ผู้ตอ้ งขงั อาจจะมโี รคประจ�ำตัว สขุ ภาวะที่แยก่ ว่า
26 วารสารราชทัณฑ์
บคุ คลทว่ั ไป และบอ่ ยครงั้ ทตี่ อ้ งเผชญิ กบั ปจั จยั เสยี่ งตา่ ง ๆ เชน่ สขุ อนามยั ทไ่ี มด่ ี และภมู ติ า้ นทานทอี่ อ่ นแออนั เนอื่ งมาจาก
ความเครยี ด หรอื โรคทม่ี อี ยเู่ ดมิ ปจั จยั ทงั้ หมดทก่ี ลา่ วมา ทำ� ใหผ้ ทู้ ใ่ี ชช้ วี ติ ในเรอื นจำ� มคี วามเสยี่ งตอ่ การตดิ เชอ้ื ไดม้ ากขน้ึ
หากไม่มีการด�ำเนินการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม สุขาภิบาลอาหารและน้�ำที่สะอาด เพียงพอและถูกสุขลักษณะ
การขาดแคลนสง่ิ จำ� เปน็ ในการด�ำรงชวี ติ จะทำ� ให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพหลาย ๆ อย่างตามมา การจดั การด้านอนามัย
สง่ิ แวดลอ้ มจะใหค้ วามสำ� คญั กบั การจดั การเพอ่ื ปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ ชอ้ื โรคเขา้ สรู่ า่ งกายซงึ่ ผา่ นชอ่ งทางตา่ ง ๆ ดงั ทไี่ ดก้ ลา่ วมา
ขา้ งตน้ ซงึ่ ในสถานการณก์ ารระบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 จำ� เปน็ อยา่ งยง่ิ ทจ่ี ะตอ้ งมกี ารจดั การ ดา้ นอนามยั
สง่ิ แวดลอ้ มทถ่ี กู สขุ ลกั ษณะ สำ� หรบั พนื้ ทที่ มี่ กี ารรวมตวั ของคนจำ� นวนมาก มจี ดุ สมั ผสั รว่ มทอี่ าจจะทาํ ใหเ้ กดิ การแพรร่ ะบาด
ของเช้ือโรคได้งา่ ย โดยเน้นการควบคุมเก่ียวกบั สขุ ลกั ษณะการท�ำความสะอาด จุดเส่ยี ง พนื้ ทสี่ ่วนรวม การจัดการสว้ ม
การจัดการขยะมูลฝอย การระบายอากาศ และสุขวิทยาส่วนบุคคล นอกจากน้ี มาตรการด้านสุขวิทยาส่วนบุคคล
(Personal Hygiene) หมายถึง การท่ีแต่ละบุคคลจะต้องดูแลร่างกายของตนเองให้สะอาดต้ังแต่ศีรษะจรดเท้า
ตลอดจนสภาพแวดลอ้ มตา่ ง ๆ รอบตวั ใหส้ ะอาดนบั เปน็ มาตรการทสี่ ำ� คญั อยา่ งยง่ิ ทแี่ ตล่ ะบคุ คลตอ้ งชว่ ยกนั ดแู ล โดยเฉพาะ
ในการดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากเช้ือโรค โดยการรักษาความสะอาดของมือและร่างกาย มาตรการน้ีนับว่าเป็น
เกราะในการป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย และป้องกันการแพร่กระจายของเช้ือโรคไปสู่คนอ่ืนได้ง่าย ท�ำได้ทุกคน
มปี ระสทิ ธภิ าพมากทส่ี ดุ สำ� หรบั การจดั การดา้ นอนามยั สงิ่ แวดลอ้ มในเรอื นจำ� คอื การจดั การอนามยั สง่ิ แวดลอ้ มในเรอื นจำ�
ให้เหมาะสมตามความต้องการข้ันพ้ืนฐานของการด�ำรงชีวิต เพื่อการป้องกันการเกิดโรคและจัดสภาพแวดล้อมที่เอ้ือ
ต่อการมีสุขภาพกายและจิตท่ีดีของผู้ต้องขัง ครอบคลุมการจัดการเก่ียวกับการสุขาภิบาลที่พักอาศัยและสุขอนามัย
การจดั การมูลฝอย การจดั การส้วม ส่งิ ปฏกิ ลู และน�ำ้ เสยี การควบคมุ สัตวแ์ ละแมลงพาหะน�ำโรค การเข้าถึงการจดั การ
ดา้ นอนามัยส่งิ แวดลอ้ มในเรอื นจำ� เปน็ สิทธขิ นั้ พน้ื ฐานทผี่ ตู้ ้องขังพงึ ไดร้ ับอยา่ งเหมาะสมต่อการใช้ชวี ิตประจ�ำวนั และ
เป็นปัจจัยส�ำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพของผู้ตัองขัง การจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมท่ีปลอดภัย ก็เป็นปัจจัยที่ส�ำคัญ
ในการป้องกันสุขภาพของผู้ท่ีใช้ชีวิตในเรือนจ�ำในช่วงที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อทุกชนิด รวมทั้งการระบาดของ
โรคตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา 2019
วารสารราชทัณฑ์ 27
กรมราชทัณฑ์ เล็งเห็นถึงความส�ำคัญในด้านการจัดการอนามัย
สง่ิ แวดลอ้ มในเรอื นจำ� ทเี่ ปน็ ปจั จยั สำ� คญั ทม่ี ผี ลตอ่ สขุ ภาพของผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจำ�
โดยความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกด�ำเนินการเฝ้าระวังการจัดการ
ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในเรือนจ�ำ รวมถึงการเฝ้าระวังมาตรการการลด
ความเส่ียงในการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายในเรือนจ�ำ
โดยปัจจุบันทางเรือนจ�ำ ได้มีการปฏิบัติการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
โดยการทำ� ความสะอาดตามสถานทต่ี า่ ง ๆ เพอ่ื ลดการแพรก่ ระจายของเชอื้ โรค
โดยเฉพาะจุดเส่ียงท่ีสามารถการแพร่กระจายของเช้ือโรคได้ เช่น มีการท�ำ
ความสะอาดตามสถานท่ีต่าง ๆ เช่น ห้องเย่ียมญาติ เรือนนอน ห้องน�้ำห้องส้วม
โรงอาหาร ลานกิจกรรม พาหนะรับส่งผู้ต้องขังไปศาล หรือออกไปโรงพยาบาลอุปกรณ์เครื่องใช้ที่มีผู้สัมผัส รวมถึง
การจดั อา่ งลา้ งมอื พรอ้ มสบปู่ ระจำ� เพอ่ื ลดการแพรก่ ระจายของเชอ้ื โรค และมกี ารจดั เตรยี มหอ้ งแยกโรคหรอื พนื้ ทสี่ ำ� หรบั
รองรับการระบาดเป็นวงกว้าง จัดเตรียมพ้ืนที่แดนกักตัวส�ำหรับแยกผู้ท่ีเส่ียงต่อการป่วยรุนแรงแต่ยังไม่มีอาการ
สถานพยาบาลเรือนจ�ำจัดเตรียมอุปกรณ์คัดกรองอาการไข้ หรือเคร่ืองมือทางการแพทย์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอและ
มีการคัดกรองผู้ต้องขัง กรณีผู้ต้องขังใหม่ ให้แยกกักโรค 21 วัน และจัดให้มีการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา
รวมถงึ การวดั ไข้ทกุ วนั
ผลการดำ� เนนิ งานด้านอนามัยส่งิ แวดลอ้ มในเรือนจ�ำของกรมราชทณั ฑ์
1. การดำ� เนนิ การจดั ทำ� แบบประเมนิ สงิ่ จำ� เปน็ ขนั้ พน้ื ฐานสำ� หรบั ผตู้ อ้ งขงั โดยใหค้ วามสำ� คญั ในเรอื่ งการดแู ล
สภาพความเปน็ อยขู่ องผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจำ� เพอ่ื ใหผ้ ตู้ อ้ งขงั มคี ณุ ภาพชวี ติ ทด่ี เี ปน็ ไปตามมาตรฐานสากล ซง่ึ ประกอบดว้ ย
มาตรฐาน ดา้ นเรอื นนอน สูทกรรม โรงเลย้ี งอาหาร สถานพยาบาล การกำ� จัดขยะและสิ่งปฏกิ ลู
2. การเฝ้าระวังคุณภาพน�้ำอุปโภคและบริโภคภายในเรือนจ�ำ เพ่ือสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพอนามัยของ
ผู้ต้องขัง โดยมีเป้าหมายให้ผู้ต้องขังมีน้�ำบริโภคท่ีสะอาด ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึนหากมีการตรวจพบการ
ปนเปอ้ื นจลุ นิ ทรยี เ์ ปน็ สาเหตใุ หเ้ กดิ ปญั หาสขุ ภาพของผตู้ อ้ งขงั อาจเกดิ ปว่ ยฉบั พลนั ไดพ้ รอ้ มทงั้ เรง่ ดำ� เนนิ การตรวจสอบ
ซ�้ำทางห้องปฏิบัติการท่ีได้มาตรฐานในพ้ืนที่ และตรวจสอบระบบกรองท่อส่งน้�ำรวมท้ังการท�ำความสะอาดถังเก็บน้�ำ
อยา่ งเรง่ ดว่ นเพอ่ื ป้องกันผลกระทบในวงกวา้ งทอี่ าจเกิดขนึ้
3. การเฝ้าระวังและตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้�ำเสีย น้�ำทิ้งในเรือนจ�ำและทัณฑสถาน โดยกรมราชทัณฑ์
ไดข้ อความอนเุ คราะหก์ รมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ ในการเกบ็ และวเิ คราะหค์ ณุ ภาพ
น้�ำเสีย น้�ำทิ้งทางห้องปฏิบัติการในเรือนจ�ำและทัณฑสถาน เพ่ือวางแผนการ
พฒั นาการจัดการน�ำ้ เสยี ในเรือนจ�ำให้ถูกตอ้ งตามหลกั วิชาการ เพือ่ ไมใ่ หส้ ่งผล
กระทบต่อเจ้าหน้าที่ ผตู้ อ้ งขงั และชุมชนภายนอกท่ีอย่ใู กล้บรเิ วณเรือนจำ�
4. กรมราชทัณฑ์ ร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
การดำ� เนนิ การจดั ทำ� แนวทางการปฏบิ ตั ดิ า้ นการจดั การดา้ นอนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม
และสขุ าภบิ าลอาหารและนำ้� ในเรอื นจำ� ทอี่ าจสง่ ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพผตู้ อ้ งขงั
และเจา้ หนา้ ทีใ่ นเรอื นจำ�
28 วารสารราชทัณฑ์
แนวทางการในการดูแลด้านอนามัยส่ิงแวดล้อม ในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา
2019 (COVOD-19) ดังน้ี
1. การเยี่ยมญาติของผตู้ ้องขัง
1.1 จดั ให้มจี ุดคัดกรองญาติผู้ตอ้ งขงั ท่เี ขา้ มาเย่ยี ม กรณีพบผทู้ ่เี ข้าข่ายมอี าการไข้ ไอ จาม มนี ำ้� มกู หายใจ
เหน่อื ยหอบหรอื มปี ระวัตไิ ปในพ้นื ทีเ่ สี่ยง ให้งดการเขา้ เยย่ี มผตู้ อ้ งขัง และแนะนำ� ให้พบเจ้าหน้าทส่ี าธารณสุข
1.2 จัดให้มีจุดบริการแอลกอฮอล์เจลส�ำหรับท�ำความสะอาดมือบริเวณจุดเสี่ยงต่าง ๆ เช่น บริเวณจุดท่ี
ญาตผิ ตู้ อ้ งขงั หรอื เจา้ หนา้ ทมี่ โี อกาสสมั ผสั จดุ ทม่ี กี ารใชร้ ว่ มกนั เปน็ ตน้ เพอ่ื ปอ้ งกนั และลดการแพรก่ ระจายของเชอ้ื โรค
1.3 การเย่ยี มผู้ต้องขงั กำ� หนดใหญ้ าติ รวมทง้ั ผ้ตู ้องขงั ใสห่ นา้ กากอนามัยหรอื หน้ากากผา้ ทุกคร้ัง ที่เข้า
มาเยี่ยมผู้ตอ้ งขงั ในเรือนจ�ำตามเวลาทเ่ี รอื นจำ� ก�ำหนด
2. การดูแลอาคารสถานที่
2.1 อาคารสถานที่ ควรมีการทําความสะอาดบริเวณพื้นท่ีโดยรอบ
อาคารจดุ เสย่ี งทม่ี กี ารใชร้ ว่ มกนั เชน่ บรเิ วณกลอนหรอื ลกู บดิ ประตู ราวจบั ราวบนั ได
จุดประชาสัมพันธ์ จุดช�ำระเงิน สวิตช์ไฟ ปุ่มกดลิฟต์เป็นต้น โดยบริเวณพื้นผิว
ท่ีเป็นโลหะ สามารถใช้แอลกอฮอล์ 70% ,บริเวณพ้ืนผิวท่ัวไป ใช้น�้ำยาฟอกขาว
เจอื จาง 1 ส่วน ในนำ้� 99 ส่วน (ความเขม้ ขน้ 0.05%) จัดให้มนี �ำ้ สบู่ ส�ำหรบั การ
ลา้ งมอื หรอื แอลกอฮอลเ์ จลในบรเิ วณทมี่ กี ารอยรู่ ว่ มกนั เชน่ เรอื นนอน โรงอาหาร
ลานกจิ กรรม โรงเลยี้ งสถานพยาบาล พนื้ ทห่ี รอื บรเิ วณเยย่ี มญาติ สำ� หรบั หอ้ งหรอื
สถานท่ที ่ีมกี ารใช้บริการร่วมกัน ควรดแู ลให้มกี ารระบายอากาศอยา่ งเพียงพอ
วารสารราชทัณฑ์ 29
2.2 หอ้ งสว้ ม ทอี่ าบนำ�้ ควรมกี ารทาํ ความสะอาดบรเิ วณหอ้ งสว้ มโดยสามารถใชแ้ อลกอฮอล์ 70% สำ� หรบั
พื้นห้องสว้ ม โถส้วม ที่กดชักโครกหรอื โถปสั สาวะ สายฉีดช�ำระ ฝารองนั่ง ก๊อกนำ�้ อ่างล้างมือ ใชน้ �้ำยาฟอกขาวเจอื จาง
1 ส่วนในน�ำ้ 9 สว่ น (ความเขม้ ข้น 0.5%) ราดทง้ิ ไว้อยา่ งนอ้ ย 15 นาที แลว้ ล้างด้วยนำ้� สะอาด สำ� หรับอ่างท่ีใสน่ �้ำอาบ
ของผู้ต้องขัง ให้ทําความสะอาดทุกวัน ท�ำความสะอาดและจัดให้มีสบู่ส�ำหรับล้างมืออย่างเพียงพอ พร้อมท้ังทํา
ความสะอาดอุปกรณท์ าํ ความสะอาดท่ีต้องนำ� กลับมาใชใ้ หม่ เชน่ ไมถ้ ูพืน้ ผ้าถพู น้ื โดยซักด้วยผงซักฟอก หรือแช่น้ำ� ยา
ฟอกขาว แล้วซักดว้ ยน้ำ� สะอาดอกี ครงั้ และนำ� ไปตากแดดให้แห้ง
2.3 เรือนนอน ควรมีการท�ำความสะอาดอาคารและบริเวณโดยรอบ เช่น พื้น ผนัง ประตูห้องนอน
ดว้ ยน�ำ้ ยาทำ� ความสะอาดอยา่ งสม�่ำเสมอ
2.4 สทู กรรม เจา้ หน้าท่ีผู้ปฏบิ ัติงานตอ้ งดำ� เนนิ การใหถ้ ูกสุขลกั ษณะ เฝา้ ระวังผูส้ ัมผัสอาหาร ไมไ่ อ จาม
สวมหน้ากากขณะปฏิบัติงาน และล้างมือสม่�ำเสมอ หากมีอาการไข้ ไอ จาม ไม่ควรปฏิบัติงานเพ่ือป้องกันการแพร่
กระจายของเช้อื โรค
2.5 โรงเลยี้ งอาหาร ควรมกี ารทำ� ความสะอาดบรเิ วณโดยรอบโรงเลยี้ ง โตะ๊ และเกา้ อ้ี มกี ารนง่ั เวน้ ระยะหา่ ง
ท่ีเหมาะสม และมีการจดั ภาชนะและของใช้ส่วนบุคคลเพ่ือป้องกนั การปนเปื้อนของเชอื้ โรค
2.6 สถานพยาบาล มีการกำ� หนดเส้นทางเขา้ - ออก อย่างชัดเจนเพ่ือสามารถคัดกรองได้อยา่ งครอบคลมุ
กำ� หนดระยะห่างระหวา่ งที่นง่ั รอของผู้ตอ้ งขัง หรือกำ� หนดจ�ำนวนของผตู้ อ้ งขงั ในการใชบ้ ริการ
2.7 ทพี่ กั ขยะ จดั ใหม้ ฝี าปดิ และมกี ารเกบ็ รวบรวมขยะเปน็ ประจำ� รวมถงึ ดแู ลความสะอาดบรเิ วณโดยรอบ
3. สขุ อนามัยส่วนบุคคลผตู้ ้องขัง
3.1 ซักทาํ ความสะอาดเสือ้ ผ้า เครือ่ งนงุ่ หม่ และตากแดดเป็นประจำ� ทุกวนั
3.2 จัดให้มีภาชนะและของใช้ส่วนบุคคลส�ำหรับผู้ต้องขัง และดูแล
ใหส้ ะอาดเสมอ เชน่ แกว้ นำ้� ด่ืม ช้อน จาน ถาดข้าว
3.3 จัดให้มีสถานที่ และน้�ำส�ำหรับล้างมือ พร้อมสบู่ ที่สามารถใช้ได้
ตลอดเวลา ทง้ั กอ่ นรบั ประทานอาหาร หลงั การใชส้ ว้ ม หรอื หลงั จากไอ จาม หรอื หลงั จาก
การท�ำกจิ กรรมที่มีโอกาสสมั ผสั กบั เชือ้ โรค
3.4 หลกี เลยี่ งการใช้มือสัมผสั ใบหน้า ตา ปาก จมกู โดยไม่จำ� เป็น เพอ่ื ปอ้ งกันเชือ้ โรคเขา้ สรู่ ่างกาย
3.5 ดแู ลตัวเองดว้ ยการออกก�ำลงั กายสมำ�่ เสมอ และพกั ผ่อนให้เพียงพอ
3.6 หมน่ั สงั เกตตนเอง หากพบมอี าการไข้ ไอ จาม มนี ำ้� มกู หรอื เหนอื่ ยหอบ ใหแ้ จง้ เจา้ หนา้ ทสี่ ถานพยาบาล
เพ่อื รับการตรวจวินิจฉยั และรักษาต่อไป
อา้ งองิ
- ส�ำนักอนามัยส่ิงแวดล้อม. (2563). คู่มือแนวทางการจัดอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขาภิบาลอาหารและน้�ำใน
เรอื นจำ� (พิมพค์ รงั้ ที่ 1). กรุงเทพฯ : โครงการผลิตสือ่ และมัลติมเี ดีย สมาคมส่งเสรมิ เทคโนโลยี (ไทย-ญปี่ ่นุ ).
- กรมอนามยั . (2564). ค่มู อื มาตรการและแนวทางในการดแู ล ดา้ นอนามัยสงิ่ แวดลอ้ ม ในสถานการณก์ ารระบาด
ของโรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
30 วารสารราชทัณฑ์
เลา่ เรอ่ื งโควิด-19 ในเรอื นจ�ำต่างประเทศ:
วคั ซนี และกองก�ำลังพทิ ักษม์ าตภุ ูมิ
ดร. พิมพพ์ ร เนตรพกุ กณะ
ผอู้ ำ� นวยการกลุ่มงานราชทัณฑต์ า่ งประเทศ
กองทณั ฑวทิ ยา
นับตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2562 จนถึงปัจจุบัน
โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ยังคง
แพร่ระบาดในวงกว้าง สร้างความยากล�ำบากให้กับ
ระบบงานราชทัณฑ์ท่ัวโลกในการป้องกันมิให้เกิด
การแพร่ระบาดเข้าสู่เรือนจ�ำ ซึ่งในวารสารราชทัณฑ์
ฉบับก่อนหน้าน้ีผู้เขียนได้เคยสรุปสถานการณ์การแพร่
ระบาดโควดิ -19 ในเรอื นจำ� ตา่ งประเทศมาแลว้ จงึ ขอมา
อพั เดทขอ้ มลู ใหเ้ ปน็ ปจั จบุ นั ยงิ่ ขน้ึ ทง้ั ในสว่ นของภาพรวม
การติดเชื้อโควิด-19 และบอกเล่าเร่ืองราวความ
เคลื่อนไหวเพิ่มเติมใน 2 ประเด็น ของประเทศ
สหรัฐอเมริกา นั่นคือ วัคซีนโควิด-19 และการจัดส่ง
กำ� ลงั พลของกองกำ� ลงั พทิ กั ษม์ าตภุ มู ิ (National Guard)
เขา้ มาชว่ ยปฏบิ ตั งิ านในเรอื นจำ� สบื เนอ่ื งจากสภาวะการณ์
ขาดแคลนเจ้าหน้าท่รี าชทณั ฑ์
วารสารราชทัณฑ์ 31
จ�ำนวนผ้ตู ิดเชอ้ื โควิด-19
จากข้อมูลในเดือนพฤษภาคม 2564 พบว่า
สถานการณ์ การติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลา
เดยี วกนั ในปี 2563 คอ่ นขา้ งมาก จำ� นวนผตู้ ดิ เชอื้ ขยบั จาก
หลักพันคน กลายเป็นหม่ืนคน ซึ่งสอดคล้องกับ
สถานการณ์จ�ำนวนผู้ติดเช้ือท่ีมีมากข้ึนภายนอก ทั้งนี้
หากพจิ ารณาจากสดั สว่ นผตู้ อ้ งขงั ตดิ เชอื้ กบั ยอดผตู้ อ้ งขงั
ท้ังหมดพบว่า มีอัตราการติดเช้ือที่หลากหลาย ต้ังแต่
ร้อยละ 4 ในประเทศแคนาดาท่ถี อื วา่ นอ้ ยทส่ี ดุ ในตาราง
ไปจนถึงมากทีส่ ุดในมลรฐั มชิ แิ กน หรอื ร้อยละ 79
จำ� นวนการติดเช้อื และเสียชวี ติ ของผ้ตู อ้ งขงั และเจา้ หนา้ ที่จากโควดิ – 19 ในเรอื นจ�ำต่างประเทศ
ประเทศ จ�ำนวน ผตู้ อ้ งขงั (คน) เจ้าหนา้ ท่ีเรือนจ�ำ (คน)
ผู้ต้องขงั ตดิ เชอ้ื เสยี ชวี ติ
ตดิ เชอ้ื เสียชีวติ
ท้งั หมด (% ของผู้ตอ้ งขัง
(คน) ทงั้ หมด)
สหรัฐอเมริกา (รัฐบาลกลาง) 128,573 46,041 (35%) 235 6,937 4
สหรฐั อเมรกิ า (มลรฐั ) 4,334 6
16,485 28
- มชิ แิ กน 33,370 26,658 (79%) 141 5,970 9
950
- แคลิฟอร์เนีย 91,341 49,239 (53%) 222 5,189 -
1,733
- ฟลอรดิ ้า 79,322 18,069 (22%) 218 11,695 8
4,525 4
- แมสซาชูเซตส์ 6,524 3,022 (46%) 21 4,934 46
3,942 1
- นวิ ยอรก์ 33,376 6,557 (19%) 35 2,874 6
2,768 13
- จอร์เจีย 47,027 3,864 (8%) 93 3
493 1
- เท็กซสั 120,873 34,611 (28%) 265
225 8
- อิลลนิ อยส์ 29,151 10,892 (37%) 88 -
- เพนซลิ วาเนีย 40,088 11,344 (28%) 137
- นอร์ทแคโรไลนา 29,023 10,047 (34%) 55
- นิวเจอรซ์ ีย์ 12,800 4,797 (37%) 53
- อรโิ ซนา 37,396 12,296 (32%) 60
อังกฤษและเวลส์ 77,900 16,676 (21%) 193
แคนาดา 44,979 1,577 (4%) 6
หมายเหตุ ขอ้ มูลจากการสบื คน้ ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2564
32 วารสารราชทัณฑ์
ส�ำหรับเรือนจ�ำรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา มีอัตราผู้ติดเชื้ออยู่ที่ร้อยละ 35 ของผู้ต้องขัง
ท้ังหมด ซ่ึงหากเปรียบเทียบกับสถานการณ์การติดเช้ือของเรือนจ�ำประเทศไทยจะพบว่า
มอี ตั ราการตดิ เชอ้ื ของผตู้ อ้ งขงั ทนี่ อ้ ยกวา่ พอสมควร กลา่ วคอื ณ วนั ที่ 26 กรกฎาคม 2564
ในประเทศไทย มีผู้ต้องขังติดเช้ือสะสมรวม 45,028 คน คิดเป็นประมาณ ร้อยละ 14.5
ของผตู้ อ้ งขงั ทว่ั ประเทศ 308,904 คน ถอื วา่ เปน็ อตั ราสว่ นทนี่ อ้ ยกวา่ การตดิ เชอื้ ในสหรฐั อเมรกิ า
ทั้งในรัฐบาลกลาง และมลรัฐต่างๆ แทบทั้งส้ิน แม้กระท่ังในอังกฤษและเวลส์ก็มีผู้ต้องขัง
ติดเชื้อสูงถึงร้อยละ 21 เช่นเดียวกับสถานการณ์การเสียชีวิตของผู้ต้องขังและการติดเช้ือ
ของเจ้าหน้าที่ ที่ประเทศไทยมีตัวเลขท่ีน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด ฉะนั้น อาจกล่าวได้ว่า
กรมราชทณั ฑไ์ ทยสามารถบรหิ ารจดั การสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโควดิ -19 ไดค้ อ่ นขา้ ง
มีประสิทธิภาพ แม้ในความเป็นจริงอาจมีปัจจัยอื่นๆ ที่เก่ียวข้อง และยังคงต้องติดตาม
บทสรุปของสถานการณก์ นั อยา่ งใกลช้ ิดต่อไปอกี หลายเดอื น
การฉีดวัคซีนโควดิ -19
เร่ืองของวัคซีนส�ำหรับผู้ต้องขังและเจ้าหน้าท่ีเรือนจ�ำ เป็นอีกประเด็นที่คนให้ความสนใจ และมีการพูดถึงกัน
มากหลังจากที่วัคซีนถูกผลิตออกมา องค์การอนามัยโลกเอง ได้ออกแถลงการณ์ชัดเจนว่าผู้ต้องขังในเรือนจ�ำไม่ควร
ถูกทอดทิ้ง หรือถูกตัดออกจากกลุ่มประชากรที่ต้องได้รับวัคซีนโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ต้องขังถือเป็นกลุ่มท่ีมี
ความเส่ียงสูงท่ีจะได้รับการแพร่เช้ือมากกว่าประชาชนภายนอก รวมถึงเจ้าหน้าที่ท่ีท�ำงานในเรือนจ�ำเช่นกัน
องค์กรอนามัยโลกเน้นย�้ำว่าควรถูกบรรจุไว้ในแผนการฉีดวัคซีนของทุกประเทศโดยด่วน เน่ืองจากในบางประเทศ
กลุ่มผู้ต้องขังและเจ้าหน้าท่ีเรือนจ�ำไม่ได้อยู่ในแผนงานสร้างภูมิคุ้มกันแห่งชาติ ท�ำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกัน
ในการค้มุ ครองสขุ ภาพของประชาชน
ในประเทศสหรัฐอเมริกา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ ท�ำงานร่วมกันกับกรมราชทัณฑ์รัฐบาลกลาง
ในการพฒั นาแผนการฉดี วคั ซนี และใหค้ ำ� แนะนำ� เกยี่ วกบั การปรบั เปลยี่ นใชว้ คั ซนี เปน็ ระยะ ๆ อยา่ งไรกด็ ี ศนู ยค์ วบคมุ
และปอ้ งกนั โรคแหง่ ชาติ ไมไ่ ดม้ หี นา้ ทใี่ นวางแผนจดั สรร จดั สง่ หรอื บรหิ ารจดั การวคั ซนี ใหแ้ กเ่ รอื นจำ� และสถานทค่ี มุ ขงั
ของมลรฐั หรอื ของท้องถ่ิน โดยศนู ยค์ วบคุมฯ แนะน�ำให้ผ้ทู ีเ่ กย่ี วขอ้ งทกุ คน ทง้ั ผูต้ อ้ งขงั และเจ้าหน้าที่ ควรไดร้ ับวคั ซนี
ไปพร้อม ๆ กัน โดยไม่มีการชะลอ หรือสะดุด ทั้งนี้ หากเรือนจำ� มีขนาดใหญ่ มีจ�ำนวนผู้ต้องขังเยอะ และมีบุคลากร
ทางการแพทย์จ�ำนวนมาก อาจสามารถด�ำเนินการฉีดวัคซีนได้โดยตรง แต่หากไม่สามารถท�ำได้ เรือนจ�ำควรติดต่อ
หนว่ ยงานสาธารณสุขในพน้ื ทใ่ี หเ้ ขา้ มาด�ำเนินการ ซึง่ หากได้รับวัคซีนครบ 2 โดส เปน็ เวลา 14 วนั หรือไดร้ ับโดสแรก
ในกรณีประเภทวัคซีนเข็มเดียวครบ 14 วัน
ทางการจะถือว่าเป็นบุคคลที่ได้รับวัคซีน
ครบถ้วน และให้เรือนจ�ำบันทึกข้อมูล
การได้รับวัคซีนในระบบฐานข้อมูลภูมิคุ้มกัน
ของประเทศ หรอื ของมลรัฐโดยเรว็
ส� ำ ห รั บ วั ค ซี น ท่ี ผู ้ ต ้ อ ง ขั ง ใ น
สหรัฐอเมริกาได้รับจะมีทั้งประเภทเข็มเดียว
คอื Johnson & Johnson’s Janssen และ
ประเภท 2 โดส คอื Pfizer-BioNTech หรือ
วารสารราชทัณฑ์ 33
Moderna ทัง้ นี้ ไมม่ กี ารระบุความต้องการให้ฉีดย่หี อ้
ใดยี่ห้อหน่ึงเป็นพิเศษ ขึ้นอยู่กับความสามารถของ
เรือนจ�ำน้ัน ๆ ในการจัดหา และความเหมาะสมของ
กลุ่มผู้ต้องขัง เช่น หากเป็นประเภทเข็มเดียว อาจ
สะดวกและเหมาะกบั ผตู้ อ้ งขงั ทใี่ กลไ้ ดร้ บั การปลอ่ ยตวั
มากกวา่ เน่อื งจากไมส่ ามารถรอรับวัคซีนเขม็ ทีส่ องใน
เรือนจำ� ได้
จากการตดิ ตามขา่ วสารและประมวลเรอื่ งราว
ต่างๆท่ีออกมาเกี่ยวกับวัคซีนส�ำหรับผู้ต้องขังและ
เจา้ หนา้ ทเี่ รอื นจำ� ในประเทศสหรฐั อเมรกิ า พบประเดน็
ทน่ี ่าสนใจ ดงั นี้
1) การจัดกจิ กรรมสรรหาแรงจงู ใจเพ่ือกระตนุ้ ใหผ้ ูต้ อ้ งขังและเจ้าหน้าทฉี่ ดี วัคซีน
เพือ่ ดึงดดู ใจใหม้ ีการรบั วัคซนี โควิด-19 หลายมลรัฐไดจ้ ัดกิจกรรมเชิญชวนดว้ ยวิธกี ารตา่ ง ๆ ตวั อยา่ งเช่น
ในมลรฐั เวอรจ์ เิ นยี ประกาศใหแ้ ตม้ คะแนนสำ� หรบั ใชโ้ ทรศพั ทใ์ นเรอื นจำ� ฟรี และแจกของในรา้ นคา้ สงเคราะหเ์ พอื่ กระตนุ้
ให้ผู้ต้องขังรับการฉีดวัคซีนรวมถึงเจ้าหน้าท่ี และชุมชนข้างนอกเรือนจ�ำ จากสถิติพบว่า มีเจ้าหน้าที่ 1,177 คนและ
ผตู้ อ้ งขัง 648 คน ได้รบั วัคซนี แลว้ ซงึ่ หากผูต้ ้องขงั เลือกรับวัคซนี ครบทั้ง 2 โดส หา่ งกนั 28 วนั ทางกรมราชทณั ฑ์
จะเริ่มแจกจ่ายชุดของขวัญให้ได้ในตอนต้นเดือนมีนาคม หรือ กรณีกิจกรรมที่เมืองพิสเบิร์ก ได้มอบเงินจ�ำนวน
25 เหรียญสหรัฐ เข้าบัญชีผู้ต้องขังในมลรัฐทุกคนท่ีฉีดวัคซีนครบ 2 โดส ซึ่งเงินจ�ำนวนนี้น�ำมาจากกองทุนสวัสดิการ
ผู้ต้องขัง ไม่ใชเ่ งินภาษขี องประชาชนทั่วไป
ทมี่ ลรฐั แคลฟิ อรเ์ นยี เพม่ิ แรงจงู ใจเจา้ พนกั งานเรอื นจำ� ใหย้ นิ ยอมรบั วคั ซนี ดว้ ยบตั รรางวลั ชงิ โชคสลากกนิ แบง่
มลู คา่ 1,000 เหรยี ญสหรฐั ซงึ่ ณ ปจั จบุ นั มเี จา้ หนา้ ทปี่ ระมาณรอ้ ยละ 44 ของผทู้ ท่ี ำ� งานในกรมราชทณั ฑแ์ คลฟิ อรเ์ นยี
ทั้งหมด 65,000 คน ทฉ่ี ีดวัคซนี แลว้ อนงึ่ แคลฟิ อร์เนียไดร้ บั ผลกระทบจากโควดิ -19 ค่อนข้างมากในชว่ ง 16 เดอื น
ท่ีผ่านมา โดยมีผู้ต้องขังเสียชีวิต 224 คน และติดเชื้อรวมกว่า 49,000 คน มีเจ้าหน้าที่กว่า 15,000 คน ที่ติดเชื้อ
โควิด-19 และกรมราชทัณฑ์คาดการณ์ว่า มีเรือนจ�ำอย่างน้อย 7 แห่งที่มีการติดเช้ือโควิด- 19 มากจนสามารถเกิด
ภมู ิคุม้ กันหม่ไู ด้
ส�ำหรับแรงจูงใจที่ให้แก่เจ้าหน้าท่ี
ราชทัณฑ์ คือ บัตรของขวัญมูลค่า 20 เหรียญสหรัฐ
จำ� นวน 90 ใบตอ่ เรอื นจำ� หรืออาจเป็นบัตรของขวัญ
ใบเดียวมูลค่า 500 เหรียญสหรัฐ นอกจากรางวัล
รายบคุ คลแล้ว ยงั มีรางวลั ส�ำหรับเรอื นจ�ำด้วย 2 สว่ น
นั่นคือ เรือนจ�ำท่ีมีร้อยละเจ้าหน้าท่ีท่ีได้รับวัคซีน
มากท่ีสุด และเรือนจ�ำท่ีมีร้อยละการฉีดวัคซีนให้
เจ้าหน้าท่ีเพิ่มขึ้นมากที่สุดในเดือนพฤษภาคม โดย
การด�ำเนินงานเหล่าน้ี ถือเป็นความพยายามในการ
สรา้ งความเชือ่ มนั่ ใหแ้ กเ่ จ้าหน้าทใี่ นการรบั วัคซนี
34 วารสารราชทัณฑ์
2) เจา้ หนา้ ทเี่ รอื นจำ� มกั มจี ำ� นวนการ
ฉดี วคั ซนี ทน่ี อ้ ยกวา่ ผตู้ อ้ งขงั
ในหลายมลรัฐ ก�ำลังประสบ
ปัญหาเจ้าหน้าท่ีเรือนจ�ำไม่ยินยอมฉีดวัคซีน
อยา่ งเชน่ ที่ เพนซลิ วาเนยี แมผ้ ตู้ อ้ งขงั สว่ นใหญ่
ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว แต่เจ้าหน้าท่ียังคง
คอ่ ย ๆ ทยอยเข้ารับการฉดี ทงั้ ๆ ทเี่ จ้าหนา้ ท่ี
กรมราชทัณฑ์เพนซิลวาเนียติดเชื้อโควิด-19
แลว้ กว่า 4,700 คน และเสียชวี ิต 8 คน โดย
เมอ่ื ชว่ งกลางเดอื นมถิ นุ ายน ค.ศ. 2021 พบวา่
ในภาพรวมมเี จ้าหน้าท่สี มคั รใจรบั การฉีดวัคซีนเพยี ง 1,300 คน หรือคิดเปน็ ร้อยละ 22 ของเจา้ หน้าที่ทงั้ หมด และที่
น่าตกใจคือ ในเรือนจ�ำแห่งหน่ึง มีเจ้าหน้าท่ีฉีดวัคซีนเพียงร้อยละ 7 เท่าน้ัน ทว่าเมื่อเปรียบเทียบกับจ�ำนวนผู้ต้องขัง
พบว่า มากกว่าร้อยละ 75 ของผู้ต้องขัง 39,000 คน ทั้งหญิงและชายใน 24 เรือนจ�ำของเพนซิลวาเนียได้รับวัคซีน
โควิด-19 แล้ว ซึ่งปรากฏการณ์ในลักษณะเช่นน้ี ยังพบเห็นได้ในอีกหลายมลรัฐ ท่ีผู้ต้องขังส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนแล้ว
แตส่ ถานะการฉีดวัคซนี ของเจา้ หน้าทก่ี ลับเป็นไปในทิศทางตรงกันขา้ ม
อย่างไรก็ดี สาเหตุที่มีอัตราการฉีดวัคซีนน้อย อาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ในฟิลาเดลเฟียมองว่า
มเี จา้ หนา้ ทร่ี บั วคั ซนี จำ� นวนมากแลว้ เพยี งแตอ่ าจไมไ่ ดแ้ จง้ ใหก้ รมราชทณั ฑท์ ราบ หรอื เจา้ หนา้ ทบ่ี างคน ยงั คงไมม่ น่ั ใจ
เพราะวัคซีนเหล่านี้ ได้รับการอนุมัติภายใต้เง่ือนไขการทดลอง ดังน้ัน จึงถือเป็นการตัดสินใจเลือกส่วนบุคคล หรือ
อย่างกรณีเจ้าหน้าที่รายหน่ึงที่กรมราชทัณฑ์นิวยอร์ก ต้องรอจนกระท่ังปลายเดือนมิถุนายน จึงตัดสินใจฉีดวัคซีน
เนื่องจากเพิ่งหายจากติดเชื้อโควิด-19 และรู้สึกว่าตนเองและภรรยาน่าจะมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติจากไวรัสแล้ว
ทส่ี ำ� คญั คอื กลมุ่ ตอ่ ตา้ นการฉดี วคั ซนี มกั เผยแพรว่ ดี โี อสมั ภาษณแ์ พทยเ์ กย่ี วกบั การเสยี ชวี ติ หรอื การเกดิ ลม่ิ เลอื ดอดุ ตนั
จากการฉดี วคั ซีน ซึ่งเป็นขอ้ กงั วลจากคณะกรรมการอาหารและยาทมี่ ตี อ่ การอนญุ าตใหใ้ ช้วคั ซนี ในสถานการณ์ฉุกเฉนิ
มากกว่าเป็นการอนุญาตให้ใช้ในสถานการณ์ปกติ รวมถึงเหตุผลที่เจ้าหน้าที่บางคนแจ้งว่า มีความรู้สึกไม่ต้องการ
ใหค้ นอนื่ คิดวา่ ตนเองออ่ นแอหรือเกรงกลวั ตอ่ เชื้อไวรัสโควิด-19
การทเ่ี จา้ หนา้ ทไี่ มฉ่ ดี วคั ซนี สง่ ผลกระทบโดยตรงตอ่ สขุ ภาพของผตู้ อ้ งขงั
โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดกรณีการฟ้องร้องในมลรัฐ
แคลิฟอร์เนีย ท่ีว่าเจ้าหน้าที่ที่ติดเช้ือและไม่ได้รับการฉีดวัคซีนสร้างความเส่ียงและ
เป็นอันตรายต่อผู้ต้องขัง รวมถึงชุมชนโดยรอบเรือนจ�ำ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหาก
เจ้าหน้าท่ีไม่ได้รับวัคซีน จะกลายเป็นปัจจัยส�ำคัญที่ก่อให้เกิดการติดเช้ือในเรือนจ�ำ
เพราะเจา้ หนา้ ทตี่ อ้ งเดนิ ทางไปกลบั เรอื นจำ� และชมุ ชน และหากเกดิ การแพรเ่ ชอ้ื จาก
เจา้ หนา้ ทไี่ ปใหเ้ จา้ หนา้ ทดี่ ว้ ยกนั กจ็ ะสง่ ผลกระทบเปน็ วงจร กลา่ วคอื การขาดแคลน
เจา้ หนา้ ที่ เกิดการล็อคดาวน์ การลดโปรแกรมกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในเรือนจำ� และส่งผล
ตอ่ สขุ ภาพทางจติ ใจของผตู้ อ้ งขงั นอกเหนอื จากการระงบั การเยย่ี มญาติ ซง่ึ สง่ ผลลบ
ตอ่ จติ ใจของผู้ตอ้ งขังอย่กู อ่ นแลว้
วารสารราชทัณฑ์ 35
ฉะน้ัน แม้ว่าจะไม่บงั คบั ให้เจ้าหน้าท่เี รือนจำ� ทุกคนตอ้ งฉีดวคั ซีน แต่กรมราชทณั ฑ์เพนซิลวาเนยี จะใชว้ ธิ ี
การกระตนุ้ และกดดนั เชน่ การใหค้ วามรกู้ บั เจา้ หนา้ ท่ี และสนบั สนนุ ใหฉ้ ดี เพอื่ ปอ้ งกนั ตนเองและผอู้ น่ื ทอ่ี ยใู่ กลช้ ดิ ฯลฯ
อย่างไรก็ดี มีหลายหน่วยงานอยากให้ก�ำหนดเป็นกฎระเบียบในการฉีดวัคซีนให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคน เน่ืองจากถือเป็น
ส่ิงจ�ำเป็นอันส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ต้องขัง แม้ว่าทางการอาจก�ำหนดเงื่อนไขหรือข้อยกเว้นให้เจ้าหน้าที่บางคน
ไม่ต้องรบั วคั ซีนได้
สมาชิกกองก�ำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (National Guard)1 หรือหน่วยก�ำลังพลส�ำรองของสหรัฐอเมริกา
เขา้ มาชว่ ยปฏบิ ตั ิหนา้ ทท่ี ดแทนเจา้ หน้าที่ราชทัณฑท์ ่ีตดิ โควดิ -19
ในห้วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
ในสหรัฐอเมริกา มีหลายมลรัฐท่ีได้ส่งสมาชิก
กองก�ำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (National Guard)
ซึ่งเป็นหน่วยก�ำลังพลส�ำรองของประเทศเข้าช่วย
ปฏิบัติงานในเรือนจ�ำ เนื่องจากการขาดแคลน
เจ้าหน้าท่ีราชทัณฑ์จ�ำนวนมากที่ติดเชื้อโควิด-19
รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่กลุ่มเสี่ยงท่ีต้องกักตัวเฝ้าระวัง
การตดิ เชอ้ื ทำ� ใหไ้ มส่ ามารถปฏบิ ตั งิ านไดต้ ามปกติ
ในมอนแทนา
ทหารอาสาสมคั ร 67 นาย
เข ้ า ช ่ ว ย ป ฏิ บั ติ ง า น
ในเรือนจ�ำมลรัฐมอนแทนา โดยท�ำหน้าที่ต่าง ๆ ตั้งแต่แจกจ่ายอาหารและจัดส่งจดหมาย
จนถึงการนับยอดผู้ต้องขัง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์สามารถไปปฏิบัติหน้าท่ีในส่วนอื่นได้
การดำ� เนนิ การดงั กลา่ วเกดิ จากการรอ้ งขอของกรมราชทณั ฑม์ อนแทนาใหห้ นว่ ยกำ� ลงั พลเหลา่
นเี้ ขา้ มาชว่ ยในฐานะเปน็ สว่ นหนงึ่ ของแผนเผชญิ เหตโุ ควดิ -19 ซงึ่ เจา้ หนา้ ทจ่ี ะถกู แบง่ ออกเปน็
2 ทีม แต่ละทีมท�ำงานเวรละ 14 ชวั่ โมง เป็นระยะเวลาเกือบ 1 เดอื น
อีกตัวอย่างคือ มลรัฐเซาท์แคโรไลนา ที่ระบบงานราชทัณฑ์ได้รับผลกระทบจากโควิด-19
อย่างหนัก เจ้าหน้าท่ีหลายคนติดเชื้อและต้องเข้ารับการรักษา ท�ำให้สมาชิกก�ำลังพลส�ำรอง
จำ� นวนหนึง่ ได้เขา้ มาชว่ ยทเี่ รอื นจ�ำ Goodman เชน่ ทมี หน่ึงทม่ี กี ำ� ลังพล 16 นาย ท�ำหน้าที่
ประกอบอาหารทุกวันรวม 750 ม้ือ ตอ่ สัปดาหใ์ ห้แก่ผู้ต้องขัง หรอื ทหารอีก 5 ทมี ปฏิบัตงิ าน
1 กองก�ำลังพิทักษ์มาตุภูมิ ไม่ใช่ทหารอาชีพ แต่เป็นกองก�ำลังหน่วยพิเศษในระบบก�ำลังส�ำรองของสหรัฐฯ ซ่ึงสามารถประจ�ำการ
เต็มเวลาหรือประจ�ำการช่ัวคราวได้ ปัจจุบันมีกองก�ำลังพิทักษ์มาตุภูมิประจ�ำการใน 50 มลรัฐและเขตปกครองพิเศษของสหรัฐฯ
กว่า 4.6 แสนนาย การเรียกใช้ก�ำลังพลน้ี ผู้ว่าการมลรัฐจะเป็นผู้ออกค�ำสั่งเพ่ือให้ปฏิบัติหน้าที่ โดยภารกิจส่วนใหญ่เป็นการรักษา
ความสงบและช่วยเหลือด้านความมั่นคงภายในรัฐท่ีประจ�ำอยู่เป็นหลัก อาจกล่าวได้ว่า กองก�ำลังพิทักษ์มาตุภูมิ คือกองทหารของ
มลรัฐและเขตปกครองพิเศษของสหรัฐฯ ซ่ึงมีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและบรรเทาสาธารณภัยภายในมลรัฐเป็นหลัก
ไมใ่ ชก่ ารท�ำสงครามกับศตั รูภายนอกประเทศโดยตรง (ฐานเศรษฐกิจ, 2 มิถนุ ายน 2563)
36 วารสารราชทัณฑ์
ตรวจเช็คสัญญาณชีพทางการแพทย์แก่ผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการกักตัว ท้ังการวัด
อณุ หภมู ริ า่ งกาย การวดั ระดบั ออกซเิ จนในเลอื ดและความดนั โลหติ ถอื เปน็ การชว่ ย
เช็คอาการเบื้องต้นก่อนท่ีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะด�ำเนินตามมาตรการป้องกันอื่น ๆ
ส�ำหรับการปฏิบัติหน้าท่ีดังกล่าวถือเป็นการออกปฏิบัติงานที่ยาวนานท่ีสุดใน
ประวัติศาสตร์ของกองก�ำลังพิทักษ์มาตุภูมิของเซาท์แคโรไลนา และความสัมพันธ์
สว่ นบคุ คลทเี่ กดิ ขนึ้ ในเรอื นจำ� และการไดช้ ว่ ยชวี ติ คนมสี ว่ นชว่ ยใหก้ ำ� ลงั พลมกี ำ� ลงั ใจ
ในการทำ� หน้าที่ แตกต่างจากภารกิจอน่ื ๆ ทเี่ คยทำ� เช่น การทำ� ความสะอาดถนน
หรอื เคลียร์พืน้ ทีภ่ ายหลงั เกิดพายุเฮอริเคน หรอื อทุ กภยั ครัง้ ใหญ่
แม้ว่าส่วนใหญ่จะได้รับผลตอบรับที่ดี แต่ก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์บ้าง
เชน่ กนั ดงั เชน่ ทมี่ ลรฐั โอไฮโอ สมาชกิ กองกำ� ลงั พทิ กั ษม์ าตภุ มู ไิ ดเ้ ขา้ เวรปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ี
ในเรือนจ�ำมลรัฐ ทดแทนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ท่ีติดเช้ือ แต่ได้รับการฝึกอบรมก่อน
เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในเรือนจ�ำอย่างเป็นทางการเพียง 1 วันและการปฐมนิเทศ
12 ชวั่ โมง ณ สถาบนั ฝกึ อบรมกรมราชทณั ฑข์ องมลรฐั ซง่ึ กำ� ลงั พลหลายนายรสู้ กึ ไมไ่ ดร้ บั การเตรยี มการทเ่ี พยี งพอในการ
เข้าท�ำหน้าท่ี เพราะปกติเจ้าหน้าท่ีราชทัณฑ์ของมลรัฐต้องเข้ารับการฝึกอบรมแรกรับจ�ำนวน 40 ชั่วโมง ตลอดจน
การฝึกอบรมทักษะในชั้นเรียนและภาคสนาม 160 ชั่วโมง เทียบเท่ากับการสอนประมาณ 5 สัปดาห์ และการอบรม
ภาคฝกึ งานจริง 2 สัปดาหใ์ นเรือนจำ� อย่างไรกด็ ี ทั้งกรมราชทัณฑ์และกองกำ� ลังพิทกั ษม์ าตภุ มู ิ ยนื ยนั ว่า การฝกึ อบรม
เจ้าหน้าท่ีราชทัณฑ์ ถือเป็นส่วนเสริมการฝึกปกติของสมาชิกกองก�ำลังพิทักษ์มาตุภูมิ ซ่ึงสมาชิกต่างมีทักษะที่ได้รับ
ระหว่างการฝึกทางทหารอยู่แล้ว รวมถึงเทคนิค
ในการป้องกันตนเอง และการลดระดับความ
รนุ แรงของสถานการณ์อยา่ งสนั ติ
นอกจากน้ัน ยังมีประเด็นเรื่องขอบเขต
การท�ำหน้าที่ เพราะในมลรัฐอื่น ๆ สมาชิก
กองก�ำลังพิทักษ์มาตุภูมิมักถูกจ�ำกัดบทบาท
เพียงการติดตามดสู ขุ ภาพของผู้ตอ้ งขงั การจดั สง่
อาหารและยารักษาโรค หรือการลาดตระเวน
บริเวณรอบนอกเรือนจ�ำ ตัวอย่างเช่น ที่อินเดยี นา
ระบวุ า่ หนว่ ยกำ� ลงั สำ� รองจะรบั ผดิ ชอบเฉพาะงาน
ธรุ การและความปลอดภัยรอบ ๆ บริเวณเรือนจ�ำ
โดยมีการปฏิสัมพันธ์กับผู้ต้องขังน้อยที่สุด แต่ที่
มลรัฐโอไฮโอ เพ่ิงประกาศต้นเดือนน้ีท่ีผ่านมา
วา่ กำ� ลงั พลสำ� รองจะเขา้ ไปทำ� หนา้ ทค่ี วบคมุ ผตู้ อ้ งขงั
โดยตรง เพ่ือแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่
ราชทณั ฑ์ ทตี่ ดิ เชอ้ื โควดิ -19 ในขณะนนั้ กวา่ 700 คน
โดยคาดว่าจะปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวไปจนถึง
เดอื นกุมภาพันธ์ปหี นา้
วารสารราชทัณฑ์ 37
ท้ังนี้ สมาชิกกองก�ำลังพิทักษ์มาตุภูมิ
เลา่ ว่า ผู้ต้องขังส่วนใหญ่ปฏิบตั ติ อ่ สมาชิกอย่าง
เคารพและใหเ้ กยี รติ และมกั กลา่ วขอบคณุ บอ่ ยครงั้
ที่เข้ามาช่วยท�ำหน้าท่ีนี้ ในขณะที่ผู้ต้องขัง
หลายคนในเรือนจ�ำที่โอไฮโอ ยินดีต้อนรับการ
มาท�ำงานของสมาชิกกองก�ำลังพิทักษ์มาตุภูมิ
มากกว่าเจ้าหน้าท่ีราชทัณฑ์รายเดิม ๆ ท่ีเคย
ปฏิบัติหน้าท่ี และผู้ต้องขังบางคนให้ความเห็น
ว่าสมาชิกกองก�ำลังพิทักษ์มาตุภูมิ จะไม่มี
ทศั นคตเิ กลยี ดผตู้ อ้ งขงั แตแ่ รก หรอื มองผตู้ อ้ งขงั
ในระดับที่แย่กว่ามนุษย์ ทหารเหล่านี้ค่อนข้าง
เป็นมิตร ไม่ข้ีอายหรอื น่ากลวั
อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องขังบางคนแสดงความกังวลว่ากลุ่มก�ำลังพลส�ำรองผู้ท่ีมาใหม่เหล่านี้อาจเพ่ิมความเส่ียงใน
การแพร่กระจายเช้ือไวรัส ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เองก็เป็นห่วงว่าจะติดเช้ือโรคจากการเข้าปฏิบัติงานในเรือนจ�ำ
แตส่ มาชกิ กำ� ลงั พลสำ� รองจำ� นวนหนง่ึ แจง้ วา่ ทราบดถี งึ ความเสยี่ งทจี่ ะไดร้ บั เพราะในขณะลงชอื่ เขา้ เปน็ สมาชกิ กองกำ� ลงั
ได้ทราบอยูแ่ ล้วว่าอาจไดร้ ับการส่งตัวไปปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ในสถานการณท์ มี่ ีความเส่ียง รวมถงึ ศึกสงครามเช่นกัน
เรยี บเรียงข้อมูลจาก
- https://www.themarshallproject.org/2020/12/21/the-national-
guard-is-using-force-on-prisoners-after-little-training
- https://www.armytimes.com/news/your-army/2020/10/26/
montana-national-guard-to-help-with-covid-19-outbreak-at-
state-prison/
- https://www.bop.gov/coronavirus/
- https://www.themarshallproject.org/2020/05/01/a-state-by-
state-look-at-coronavirus-in-prisons
- https://www.gov.uk/government/statistics/hmpps-covid-19-
statistics-april-2021
- https://www.canada.ca/en/correctional-service/campaigns/
covid-19/inmate-testing.html
- https://www.thansettakij.com/content/world/436918
38 วารสารราชทัณฑ์
กระบวนการดูแลและปฏิบตั ิตอ่ ผกู้ ระท�ำผดิ ในคดรี ้ายแรง
ท่ีมีลกั ษณะสะเทือนขวัญในต่างประเทศ (ประเทศสิงคโปร)์
เอกกมล ลวดลาย
กองพฒั นาพฤตนิ สิ ยั
ในการกอ่ เหตคุ ดอี าชญากรรมทมี่ ลี กั ษณะเปน็ เหตกุ ารณส์ ะเทอื นขวญั ในหลาย ๆ คดนี นั้ สง่ ผลตอ่ ความรสู้ กึ ตอ่
ประชาชนในดา้ นความปลอดภยั ในชวี ติ และสงั คมเปน็ อยา่ งมาก ทส่ี ำ� คญั ยงั กอ่ ใหเ้ กดิ ผลตอ่ ความเชอื่ มนั่ ของประชาชน
ในกระบวนการยุติธรรมในการที่จะแก้ไขผู้กระท�ำผิด โดยเฉพาะกลุ่มผู้กระท�ำผิดซ้�ำที่ก่อคดีอาชญากรรมท่ีมีลักษณะ
ใช้ความรุนแรงหรือเป็นคดีท่ีมีลักษณะอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ซึ่งน�ำไปสู่ผลที่ตามมานั้นก็คือการท่ีสังคมยังไม่ยอมรับ
ผู้พ้นโทษกล่มุ อนื่ ๆ ทไี่ มไ่ ด้กลับไปกระท�ำผิดซำ้� และอย่างในกรณีท่เี กดิ คดที สี่ ะเทอื นขวัญและเปน็ การกระท�ำผิดซำ�้ นนั้
ย่ิงก่อให้เกิดความหวาดกลัวให้กับคนในสังคม (Fear of crime) รวมถึงยังสร้างปัญหาและความไม่ม่ันคงปลอดภัย
ต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในสังคม ดังน้ันการดูแลแก้ไขผู้กระท�ำผิดที่เป็นกลุ่มผู้ต้องขังท่ีก่อคดีอาชญากรรม
ท่ีมลี ักษณะสะเทือนขวัญ จึงมคี วามสำ� คัญทีผ่ ู้ต้องขงั กลมุ่ นี้จะต้องไดร้ บั การดูแลและปฏบิ ตั ิที่มีลักษณะแตกตา่ งไปจาก
ผตู้ อ้ งขงั โดยทวั่ ไป โดยในบทความนจี้ ะนำ� เสนอแนวทางการดแู ลและการปฏบิ ตั ติ อ่ ผตู้ อ้ งขงั กลมุ่ ดงั กลา่ วในตา่ งประเทศ
โดยบทความนี้จะขอน�ำเสนอแนวทางการดูแลและการปฏิบัติต่อผู้กระท�ำผิดในคดีร้ายแรงที่มีลักษณะสะเทือนขวัญ
ในประเทศสิงคโปร์ ซง่ึ มแี นวทางการดำ� เนนิ งานดงั ต่อไปน้ี
วารสารราชทัณฑ์ 39
ส�ำหรับประเทศสิงคโปร์เป็นหนึ่งประเทศท่ีมีกระบวนการในการดูแลและปฏิบัติต่อผู้ต้องขังได้ อย่างมี
ประสิทธิภาพ โดยในแต่ละปีมีจ�ำนวนผู้ต้องขังกระท�ำผิดซ้�ำลดลงอย่างต่อเน่ือง โดยเหลืออัตราการกระท�ำผิดซ้�ำเพียง
24 เปอร์เซ็นต์ ท่ีส�ำคัญประเทศสิงคโปร์ยังเน้นให้การดูแลและปฏิบัติต่อผู้กระท�ำผิดท่ีก่อคดีที่มีลักษณะสะเทือนขวัญ
โดยจะเรมิ่ ต้นการคัดกรองผู้ตอ้ งขังเพอื่ การควบคมุ และการพฒั นาพฤตินสิ ัย โดยเนน้ ถึงการจ�ำแนกลกั ษณะผ้ตู ้องขงั ใน
กลุ่มผู้ต้องขังเข้าใหม่ ซึ่งการจ�ำแนกลักษณะผู้ต้องขังเป็นกระบวนการที่ส�ำคัญซ่ึงมีวัตถุประสงค์เพ่ือให้เข้าใจถึง
ความต้องการเฉพาะของผู้ต้องขัง อีกทั้ง เพื่อท่ีจะจัดโปรแกรมต่าง ๆ ท่ีเหมาะสมและสามารถพัฒนาพฤตินิสัยให้แก่
ผู้ต้องขัง ท้ังนี้ เจ้าหน้าท่ีเรือนจ�ำจะด�ำเนินการตรวจสอบและวิเคราะห์ภูมิหลังของผู้ต้องขัง หลังจากที่มีการวิเคราะห์
ภูมิหลังผู้ต้องขังเข้าใหม่ รวมถึงเจ้าหน้าท่ีจะต้องก�ำหนดแผนและกิจกรรมต่าง ๆ ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง ให้เป็น
ไปตามความตอ้ งการของผตู้ อ้ งขงั ใหม่ ทสี่ ำ� คญั แผนสำ� หรบั ผตู้ อ้ งขงั นนั้ ครอบคลมุ ระยะเวลาทถี่ กู คมุ ขงั อยภู่ ายในเรอื นจำ�
หลกั เกณฑส์ ำ� หรบั การจำ� แนกผตู้ อ้ งขงั ถกู กำ� หนดโดยคณะกรรมการ ผบู้ ญั ชาการเรอื นจำ� เปน็ ประธานของคณะกรรมการ
ซงึ่ คณะกรรมการประกอบไปดว้ ย นกั สงั คมสงเคราะห์ นกั จติ วทิ ยา แพทย์ จติ แพทย์ พนกั งานคมุ ประพฤตแิ ละเจา้ หนา้ ท่ี
ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง
โดยขน้ั ตอนกระบวนการจำ� แนกลกั ษณะผตู้ อ้ งขงั ทเ่ี ขา้ ใหม่ จะถกู สง่ ตวั ไปทศี่ นู ยต์ รวจรบั และวนิ จิ ฉยั เปน็ สถานที่
ท่ีผู้ต้องขังจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งผู้ต้องขังจะต้องใช้เวลาอยู่ในสถานท่ีดังกล่าว เป็นเวลา 4-8 สัปดาห์
ศนู ยต์ รวจรบั และวนิ จิ ฉยั จะจดั ใหผ้ เู้ ชยี่ วชาญเฉพาะดา้ นอยา่ ง นกั จติ วทิ ยา นกั สงั คมสงเคราะห์ แพทยแ์ ละเจา้ หนา้ ทอ่ี นื่
ท่ีเก่ียวข้อง ซึ่งมีการแต่งต้ังคณะกรรมการในการเตรียมแผนการไว้ส�ำหรับผู้ต้องขัง หลังจากนั้นข้อมูลของผู้ต้องขัง
จะถกู ส่งรวบรวมและส่งตอ่ ใหค้ ณะกรรมการตอ่ ไป คณะกรรมการจะพจิ ารณาและก�ำหนดวิธใี นการช่วยเหลือผตู้ อ้ งขัง
ในลำ� ดบั ต่อไป ซึ่งในขัน้ ตอนน้ีจะศกึ ษาวิเคราะหถ์ ึงสาเหตุการกระท�ำผิดของผ้ตู อ้ งขงั รวมทัง้ ประสบการณก์ ารท�ำงาน
และความสามารถด้านวชิ าชีพทผี่ ้ตู ้องขงั มคี วามสนใจ
40 วารสารราชทัณฑ์
การวิเคราะห์จะช่วยให้คณะกรรมการสามารถ
ออกแบบโปรแกรมในการพัฒนาพฤตินิสัยให้แก่ผู้ต้องขัง
ในกรณที เี่ ปน็ ผตู้ อ้ งขงั ทม่ี พี ฤตกิ ารณร์ า้ ยแรง หรอื ตอ้ งโทษจำ� คกุ
ในคดีที่มีความร้ายแรงผู้ต้องขังเหล่านั้นจะถูกส่งไปยัง
เรือนจ�ำความม่ันคงสูง เพื่อป้องกันต่อความเสี่ยงในการ
หลบหนีของผู้ต้องขังเหล่าน้ัน อย่างไรก็ตาม โปรแกรม
การพัฒนาพฤตนิ สิ ัย เนน้ ถงึ การฝกึ วชิ าชพี ซง่ึ มวี ัตถุประสงค์
ในการช่วยเหลือผู้ต้องขังเตรียมความพร้อมในการท�ำงาน
หลังจากพ้นโทษ รวมถึงมีโปรแกรมการจ�ำแนกผู้ต้องขังซ�้ำ
ซึ่งใช้ในกรณีที่ผู้ต้องขังมีพฤติกรรมลักษณะเบี่ยงเบน เช่น
แนวโน้มท่ีจะหลบหนี หรอื กอ่ การจลาจลภายในเรือนจ�ำ
กรมราชทัณฑส์ ิงคโปร์ไดก้ ำ� หนดประเมินความเส่ยี งระยะสน้ั ซึ่งถือได้วา่ เป็นเครอื่ งมือทีม่ ีความส�ำคญั ในฐานะ
เปน็ เครอ่ื งมอื สำ� หรบั กระบวนการจำ� แนกลกั ษณะผตู้ อ้ งขงั โดยการประเมนิ ความเสยี่ งดงั กลา่ วจะนำ� สกู่ ระบวนการแกไ้ ข
พัฒนาพฤตินิสัย เพื่อก�ำหนดโปรแกรมเพื่อการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังตามรายกรณี ทั้งน้ีเพ่ือใช้พิจารณาถึงแนวโน้ม
สำ� หรบั การกระท�ำผดิ ซำ�้ ของผตู้ อ้ งขงั ต่อไป
การแบง่ ชั้นผตู้ อ้ งขัง/ประเภทของผ้ตู อ้ งขัง
การจำ� แนกผูต้ อ้ งขังในประเทศสงิ คโปร์สามารถแบง่ ได้ เป็น 3 ประเภทหลัก เพื่อทีผ่ ้ตู ้องขงั จะไดร้ บั การดูแลที่
เหมาะสม
ประเภทเอ (Class A) ผตู้ อ้ งขงั เป็นกลุ่มทีม่ คี วามเสย่ี งต่ำ� และเปน็ กลุ่มที่ไมม่ แี นวโน้มจะกระท�ำความผดิ ซำ้�
ประเภทบี (Class B) ผตู้ อ้ งขงั ทมี่ คี วามเสย่ี งระดบั กลางเปน็ กลมุ่ ผตู้ อ้ งขงั ทม่ี แี นวโนม้ กระทำ� ผดิ ซำ�้ ซง่ึ ผตู้ อ้ งขงั
กลุ่มน้ตี อ้ งไดร้ ับโปรแกรมสำ� หรับการพัฒนาพฤตินสิ ัย
ประเภทซี (Class C) ผู้ต้องขังที่มีความเส่ียงสูงยากต่อการฟื้นฟู พัฒนาพฤตินิสัยกลุ่มดังกล่าว มีแนวโน้ม
กระทำ� ผดิ ซำ�้ แม้วา่ จะไดร้ ับโปรแกรมพัฒนาพฤตินิสัย
โดยเฉพาะกลมุ่ ผตู้ อ้ งขงั ประเภทบี และซี เปน็ กลมุ่ เปา้ หมายหลกั สำ� หรบั ในการใหโ้ ปรแกรมในการพฒั นาพฤติ
นิสยั วัตถุประสงค์เพือ่ ท่จี ะชว่ ยผตู้ อ้ งขังกลุม่ ดงั กลา่ วพฒั นาพฤตินิสยั และกลับไปเป็นคนดขี องชมุ ชน การจ�ำแนกผูต้ อ้ ง
ขงั จะช่วยให้ผูต้ ้องขังได้รบั โปรแกรมท่เี หมาะสม
โดยจากการจ�ำแนกลักษณะผู้ต้องขังแล้ว ผู้ต้องขังจะถูกประเมินโดยเครื่องมือการประเมินในการน�ำไปสู่
การจัดโปรแกรมท่ีเหมาะสม โดยเคร่ืองมือที่ใช้ในการประเมินของประเทศสิงคโปร์จะเน้นถึง 4 หลักท่ีส�ำคัญ คือ
1. การกลับมากระทำ� ผดิ ซำ้� 2. ความต้องการเฉพาะทเ่ี สี่ยงตอ่ การกระท�ำผิดซำ้� 3. ความตอ้ งการพืน้ ฐาน 4. การท่ีจะ
สามารถดำ� เนินการได้ โดยผตู้ อ้ งขังแต่ละคนจะไดผ้ า่ นการทดสอบการประเมนิ ผา่ นเครอ่ื งมอื ต่าง ๆ ดังนี้
1. Level of Service Inventory–Revised (LSI-R) The Level of Service Inventory–Revised (LSI-R)
เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินผู้ต้องขังโดยทั่วไป ซึ่งในปัจจุบันกรมราชทัณฑ์สิงคโปร์ได้น�ำมาใช้กับการประเมิน
ผตู้ อ้ งขงั ท่เี ตรยี มความพรอ้ มก่อนปลอ่ ย ซึง่ ใชเ้ ป็นขอ้ มลู ส�ำหรบั ศาลในการกำ� หนดการตัดสนิ ใจอีกดว้ ย
วารสารราชทัณฑ์ 41
2. Level of Service/Case Management Inventory (LS/CMI) The Level of Service/Case
Management Inventory (LS/CMI) เป็นแบบประเมินที่ได้รับการพัฒนาให้มีฟังก์ช่ันในการวางแผนปฏิบัติต่อ
ผ้ตู ้องขงั โดยเป็นแบบประเมนิ ทีบ่ รู ณาการพัฒนามาจากองคค์ วามรู้และประสบการณ์ของหน่วยงานทเี่ กี่ยวขอ้ งต่าง ๆ
ในการน�ำมาจัดแผนปฏิบัติให้ผู้ต้องขัง โดยเครื่องมือดังกล่าวจะเน้นถึงการพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับผู้กระท�ำผิด
ทั้งในเรื่องประวัติการก่ออาชญากรรม การศึกษา การจ้างงาน ครอบครัว สถานภาพ การใช้เวลาว่าง ผู้ที่ใช้ชีวิตร่วม
แอลกอฮอล์ และยาเสพตดิ รวมถงึ ทศั นคตแิ ละความตอ้ งการเฉพาะดา้ น ซงึ่ เปน็ สาเหตกุ ารกอ่ อาชญากรรม ซง่ึ ปจั จบุ นั
แบบประเมนิ ดงั กลา่ วได้น�ำมาใชแ้ ทนแบบประเมนิ Level of Service Inventory–Revised (LSI-R)
3. Singapore Prison Short Risk Scale (SPSRS) The Singapore Prison Short Risk Scale (SPSRS)
เป็นเครื่องมือที่ถูกพัฒนา เป็นเครื่องมือทางเลือก ซ่ึงเป็นเคร่ืองมืออีกเครื่องมือหนึ่งท่ีได้รับการพัฒนามาจาก LSIR
ในรูปแบบขนาดย่อ ท่ีจะเน้นศึกษา ถึงประวัติการกระท�ำผิด การศึกษา การจ้างงาน ครอบครัว การใช้ยาเสพติด
ซ่ึงปจั จบุ ันเครื่องมือดงั กล่าวถูกน�ำมาใชใ้ นการประเมนิ เบอื้ งตน้
4. Institutional Violence Risk Prediction Scale (IVRPS) The Institutional Violence Risk Prediction
Scale (IVRPS) เปน็ แบบประเมนิ ทใี่ ชส้ ำ� หรบั ประเมนิ ผตู้ อ้ งขงั ทเี่ คยมปี ระวตั กิ อ่ ความรนุ แรงภายในเรอื นจำ� โดยนำ� มาใช้
ประเมินหาความเส่ียงในการท่ีผู้ต้องขังจะก่อความรุนแรงภายในเรือนจ�ำ โดยเน้ือหาของแบบประเมินดังกล่าว
จะแบ่งออกเป็น ระดับความรุนแรงและสามารถก่อให้เกิดการกระท�ำผิดซ้�ำได้ โดยปัจจุบันน�ำมาใช้ในการวางแผน
การจัดโปรแกรมส�ำหรบั ผูต้ ้องขังที่มีความรนุ แรงและมีแนวโน้มกลับไปกระท�ำผดิ ซำ้�
5. STATIC-99 and SVR-20 for Sex Offenders เป็นเครื่องมือประเมินเฉพาะส�ำหรับกลุ่มผู้กระท�ำผิด
ทางเพศ ซึ่งใช้ในการประเมินผู้ต้องขังที่มีประวัติการก่ออาชญากรรมทางเพศ หรือใช้ความรุนแรงทางเพศ โดย
แบบประเมินดังกล่าวยังจะช่วยในการวางแผนป้องกันการกระท�ำผิดซ�้ำท่ีเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศ หรือการ
ก่ออาชญากรรมทางเพศอีกด้วย โดยแบบประเมินดังกล่าวพัฒนามาจากแบบประเมินที่คิดค้นโดยนักจิตวิทยา
ซง่ึ ใชค้ วบคกู่ บั แบบประเมนิ SVR-20 for Sex Offenders ทเ่ี ปน็ แบบประเมนิ ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั การใชค้ วามรนุ แรงทางเพศ
จากการประเมินผลผู้ต้องขังน�ำไปสู่การจัดโปรแกรม
สำ� หรบั ผตู้ อ้ งขงั ซง่ึ เปน็ สว่ นหนง่ึ ทสี่ ำ� คญั ในการปอ้ งกนั และชว่ ย
แก้ไขฟื้นฟูผู้กระท�ำผิดโดยเฉพาะอย่างย่ิงในกลุ่มผู้ต้องขังท่ีมี
ความรุนแรงหรือมีการประเมินว่าเป็นกลุ่มที่มีความเส่ียงสูง
โดยมักเป็นผู้ต้องขังที่มีพฤติการณ์ร้ายแรงหรือมีคดีอุกฉกรรจ์
จะถกู จดั ในกลมุ่ ทม่ี คี วามเสยี่ งสงู จะถกู ควบคมุ ตวั อยใู่ นเรอื นจำ�
ความมั่นคงสูงใน Cluster A ส�ำหรับโปรแกรมท่ีจัดให้กับ
ผ้ตู ้องขังกลมุ่ ดังกล่าว
ส�ำหรับโปรแกรมที่จะเน้นให้ส�ำหรับผู้ต้องขังคดีท่ีใช้
ความรนุ แรงและสะเทอื นขวญั นน้ั จะเปน็ โปรแกรมเฉพาะดา้ น
ดังนี้
1. โปรแกรมด้านความรู้ความเข้าใจ เป็นโปรแกรม
ทสี่ ำ� คญั ในการนำ� มาใชเ้ ปน็ โปรแกรมพน้ื ฐานในการปรบั สภาพ
จติ ใจผูต้ อ้ งขงั
42 วารสารราชทัณฑ์
2. โปรแกรมการจัดการด้านความรุนแรง
โปรแกรมดงั กลา่ วเนน้ ถงึ การเอาชนะการใชค้ วามรนุ แรง
ซ่ึ ง น� ำ เ อ า ม า ใ ช ้ กั บ ก ลุ ่ ม ผู ้ ต ้ อ ง ขั ง ที่ มี พ ฤ ติ ก า ร ณ ์
ความรุนแรง และกลุ่มที่ใช้ความรุนแรงทางเพศ
โดยเฉพาะโปรแกรม, the DATP (Drug Abuse)
เป็นโปรแกรมเฉพาะในการดูแลเร่ืองการติดยาเสพติด
และโปรแกรม the STAR-CT ท่ีเป็นโปรแกรมเฉพาะ
สำ� หรบั ผตู้ อ้ งขงั ทม่ี คี วามรนุ แรงโดยเนน้ ในกลมุ่ ผตู้ อ้ งขงั
ท่ีพฤติการณ์ใช้ความรุนแรงและกลุ่มที่มีความเส่ียงสูง
ต่างจากพฤติการณ์ผู้ต้องขังโดยท่ัวไป โดยมุ่งเน้นให้
ผู้ต้องขังได้คิดและปรับเปล่ียนพฤติกรรมโดยโปรแกรม
ดงั กลา่ วระยะปรบั เปลย่ี นและสรา้ งแรงจงู ใจ โดยจะเนน้
ให้ผตู้ อ้ งขงั ได้เรียนรู้และเขา้ ใจ
3.นอกจากน้ียังมีโปรแกรมเฉพาะด้าน
ความรุนแรง “MANALIVE” โดยโปรแกรมดังกล่าว
จะเปน็ โปรแกรมทเี่ นน้ ถงึ การเปลยี่ นแปลงและความหวงั
ซ่ึงโปรแกรมดังกล่าวเป็นโปรแกรมที่ประยุกต์จาก
ในด้านความต้องการของผู้ต้องขังในด้านความเส่ียง
ความต้องการ และความสามารถที่จะด�ำเนินการได้
ซึ่งจากการน�ำโปรแกรมดังกล่าวมาใช้กับผู้ต้องขังท่ีก่อความผิดที่เก่ียวข้องกับความรุนแรง โดยการศึกษายังพบว่า
โปรแกรมดังกลา่ วประสิทธภิ าพในการใชก้ บั ผตู้ อ้ งขงั ทมี่ ีความเส่ียงสงู ทีม่ ีพฤตกิ รรมการใชค้ วามรนุ แรงในการกอ่ คดี
ซ่ึงเมื่อผู้ต้องขังผ่านการประเมินและการอบรมต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว ผู้ต้องขังจะได้รับโอกาสในการฝึกอบรม
ในหลกั สตู รหรอื โปรแกรมพฒั นาพฤตนิ สิ ยั อนื่ ๆ ทท่ี างกรมราชทณั ฑส์ งิ คโปรไ์ ดจ้ ดั เตรยี มไว้ ทงั้ นเ้ี พอ่ื ใหเ้ กดิ การดำ� เนนิ การ
เปน็ ไปตามกระบวนการพฒั นาพฤตนิ สิ ยั และนำ� สกู่ ารเตรยี มความพรอ้ มกอ่ นปลอ่ ย อกี ทงั้ เพอ่ื ใหผ้ ตู้ อ้ งขงั ไดเ้ กดิ การแกไ้ ข
พัฒนาพฤตินิสัยอย่างต่อเนื่องต่อไป ซึ่งจะเห็นได้ว่าประเทศสิงคโปร์ได้มีการวางระบบในการแนวทางการดูแลและ
การปฏบิ ตั ติ อ่ ผกู้ ระทำ� ผดิ ในคดรี า้ ยแรงทมี่ ลี กั ษณะสะเทอื นขวญั ไดอ้ ยา่ งเปน็ ระบบ และเกดิ การพฒั นาใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ
สามารถช่วยเหลอื ผกู้ ระท�ำผิดเหล่านี้ได้รบั โอกาสเปน็ คร้ังท่ีสองเพ่ือคนื สู่สงั คม และครอบครัวต่อไปได้อยา่ งแท้จริง
แหล่งข้อมลู
- เอกกมล ลวดลาย , มาตรการทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพในการปฏบิ ตั ติ อ่ ผกู้ ระทำ� ผดิ ในคดรี า้ ยแรงทม่ี ลี กั ษณะสะเทอื นขวญั ,
ส�ำนักงานกิจการยตุ ิธรรม, 2563
- https://www.sps.gov.sg/docs/default-source/publication/sps_ar_2019_desktop-laptop.pdf
- https://www.unafei.or.jp/publications/pdf/RS_No88/No88_14VE_Leo_Current.pdf
วารสารราชทัณฑ์ 43
เลาะรัว้ รวบรวมและเรยี บเรยี ง
โดย กลมุ่ งานราชทณั ฑต์ ่างประเทศ
รราอชบทโณั ลกฑ์
กองทณั ฑวทิ ยา
ท่ามกลางสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคติดเช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ทีย่ งั คงไมม่ ใี ครทราบ
วา่ จะยุติลงเม่ือใด ระบบงานราชทณั ฑข์ องแตล่ ะประเทศต่างได้รับผลกระทบกันทกุ ท่ี มากนอ้ ยแตกต่างกนั ออกไปตาม
บรบิ ทของแตล่ ะแหง่ อยา่ งไรกด็ ี ภารกจิ หลกั ในการควบคมุ และพฒั นาพฤตนิ สิ ยั ผตู้ อ้ งขงั ลว้ นดำ� เนนิ ตอ่ ไปอยา่ งไมห่ ยดุ นงิ่
ซ่งึ ในฉบับน้ี คณะผูเ้ ขียนไดร้ วบรวมข่าวสารความเคลือ่ นไหวทีน่ า่ สนใจจาก 2 ประเทศและ 1 เขตบริหารพิเศษ ดงั นี้
1. สหรฐั อเมรกิ า
เพนซิลวาเนยี เตรียมเปดิ แดนผตู้ อ้ งขงั ภาวะสมองเสื่อม (dementia) แหง่ แรกในมลรฐั
เนอ่ื งจากปญั หาการเพม่ิ ขนึ้ ของจำ� นวนผตู้ อ้ งขงั
สูงอายุในมลรัฐเพนซิลวาเนีย ทางการจึงวางแผนเปิด
แดนเฉพาะในเรือนจ�ำส�ำหรับผู้ต้องขังสมองเส่ือมและ
ผู้มีปัญหาโรคเก่ียวกับการสูญเสียความจ�ำภายในปีนี้
โดยก�ำหนดเปิดท่ีเรือนจ�ำมลรัฐ Rockview เพ่ือดูแล
ผตู้ อ้ งขงั จำ� นวนไมเ่ กนิ 12 คนทปี่ ระสบปญั หาสมองเสอ่ื ม
ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยเม่ือเปรียบเทียบกับจ�ำนวน
ผตู้ อ้ งขงั สงู อายเุ กอื บ 400 คนทถี่ กู คมุ ขงั ในแดนพยาบาล
ณ เรือนจำ� ตา่ ง ๆ ในมลรฐั
44 วารสารราชทัณฑ์
เพนซลิ วาเนยี ต้องประสบปญั หาสัดสว่ นผู้ตอ้ งขงั
สูงอายุเพิ่มข้ึนต่อเน่ือง โดยในปี ค.ศ. 2000 มีจ�ำนวน
ประมาณร้อยละ 10 และเพิ่มเป็นร้อยละ 23.3 ในปี
ค.ศ. 2020 สวนทางกับจ�ำนวนผู้ต้องขังท้ังหมดท่ีลดลง
จาก 51,500 คน เมอื่ ทศวรรษทแ่ี ล้ว เหลอื เพียง 39,122
เม่ือเดือนมิถุนายน 2021 ท�ำให้รัฐจ�ำเป็นต้องแบก
ภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ต้องขังกลุ่มนี้ ประมาณ
500 เหรยี ญสหรฐั ตอ่ คนตอ่ วนั
ท้ังนี้ กรมราชทัณฑ์คาดว่า การเปิดแดนส�ำหรับผู้ต้องขังภาวะสมองเสื่อมโดยเฉพาะจะเกิดประโยชน์
หลายประการ เชน่ ประสทิ ธภิ าพในการดแู ลรกั ษาผตู้ อ้ งขงั ทส่ี ญู เสยี ความจำ� และสามารถจดั สรรทรพั ยากรหรอื งบประมาณ
ใหมใ่ นเรอื นจำ� แหง่ อนื่ ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมมากขนึ้ นอกจากนน้ั ยงั สามารถมงุ่ เนน้ การดแู ลรกั ษาผตู้ อ้ งขงั เปน็ รายบคุ คล
เพื่อให้เกิดผลดีสูงสุดในทุกมิติ ทั้งด้านการบ�ำบัดรักษา การแพทย์ การท�ำงาน และทางด้านสังคม เนื่องจากผู้ต้องขัง
ในแดนน้ีจะได้รับบริการจากทีมงาน เช่น แพทย์อ�ำนวยการ พยาบาลวิชาชีพ ผู้ช่วยพยาบาล เจ้าพนักงานเรือนจ�ำ
นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และเจ้าหน้าท่ีกิจกรรมบ�ำบัด เป็นต้น ภารกิจของแดนน้ี อยู่ภายใต้ค�ำว่า CARE
ทีย่ ่อมาจาก ความเห็นอกเห็นใจ ความชว่ ยเหลอื การท�ำให้วางใจ และการทำ� ใหด้ ียง่ิ ข้ึน (Compassion, Assistance,
Reassurance, and Enhancement)
ผลการศกึ ษาในปี ค.ศ. 2018 พบวา่ ประเทศสหรฐั อเมรกิ า กำ� ลงั เผชญิ กบั ปญั หาจำ� นวนผตู้ อ้ งขงั ทอี่ ายมุ ากกวา่
55 ปี เพ่มิ สงู ขน้ึ อยา่ งมาก โดยเพ่ิมมากกวา่ รอ้ ยละ 500 ในชว่ ง 20 ปี สง่ ผลต่อความยากล�ำบากหลายประการ เชน่
การดำ� เนนิ ชวี ติ ในเรอื นจำ� ความเครยี ดจากการถกู จำ� คกุ การขาดแคลนการดแู ลทางการแพทยเ์ ชงิ ปอ้ งกนั สขุ ภาพอนามยั
ของผ้ตู อ้ งขังสูงอายทุ มี่ กั เจบ็ ปว่ ยมากกวา่ ผูต้ อ้ งขงั กลุ่มอายอุ ืน่ ฯลฯ ดงั น้นั มีถึง 16 มลรฐั ทม่ี ีกลไกการพักการลงโทษ
ให้แก่ผู้ต้องขังท่ีมีอายุมากกว่าเกณฑ์ท่ีก�ำหนด และไม่เป็นภัยต่อสังคม ส�ำหรับมลรัฐเพนซิลวาเนียเอง แม้จะมีระบบ
พักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ แต่กฎเกณฑ์ค่อนข้างเข้มงวดมาก กล่าวคือ ผู้ต้องขังจะต้องเจ็บป่วยเรื้อรัง และอาจ
เสียชีวิตภายใน 6 เดือน หรือไม่สามารถขยับเขย้ือนร่างกายได้อีกต่อไป จึงจะได้รับการพักการลงโทษให้ออกไปอยู่
ในโรงพยาบาลหรือสถานพักฟื้นผู้ป่วย ซึ่งคาดว่า หากมีการพักการลงโทษส�ำหรับผู้ต้องขังที่มีปัญหาทางสุขภาพ
จะสามารถประหยัดงบประมาณของมลรฐั ได้มากถึง 44 ล้านเหรยี ญสหรฐั ตอ่ ปี
ผู้ต้องขังในมลรัฐวอร์ชิงตันท่ีสมัคร
เรียนหลักสูตรของวิทยาลัยชุมชนท้องถ่ิน
สามารถใช้คอมพิวเตอร์พกพาได้ขณะเรียน
ท่ีทัณฑสถานหญิงวอร์ชิงตัน มูลนิธิ
Andrew W. Mellon ได้มอบเงินช่วยเหลือ
250,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อเพิ่มบทบาทของ
เทคโนโลยสี มยั ใหมใ่ หเ้ กดิ ประโยชนแ์ กผ่ ตู้ อ้ งขงั
โดยเงนิ จำ� นวนดงั กลา่ วถกู นำ� ไปใชใ้ นหลายสว่ น
วารสารราชทัณฑ์ 45
กล่าวคือ ส่วนแรกถูกน�ำไปซื้อคอมพิวเตอร์พกพาใหม่จ�ำนวน 100 เคร่ือง เพื่อให้ผู้ต้องขังท่ีลงเรียนในหลักสูตรของ
วทิ ยาลยั ชมุ ชน Tacoma ภายใตโ้ ครงการ Freedom Education Project of Puget Sound (FEPPS) ไดใ้ ชใ้ นระหวา่ ง
การศึกษา
สำ� หรบั FEPPS เปน็ องคก์ รทจี่ ดั หลกั สตู รการเรยี นใหก้ บั ผตู้ อ้ งขงั หญงิ และผตู้ อ้ งขงั ขา้ มเพศในมลรฐั วอรช์ งิ ตนั
รวมท้ังช่วยสนับสนุนเส้นทางการศึกษาในระดับที่สูงข้ึนให้คนกลุ่มนี้ภายหลังพ้นโทษ ด้วยความเช่ือว่า การเสริมสร้าง
ศักยภาพส่วนบุคคลของผู้ต้องขังผ่านการเรียนหลักสูตรวิทยาลัยจะสามารถช่วยให้เกิดเสถียรภาพของครอบครัวและ
ลดการกระท�ำผดิ ซำ�้ ได้
นอกจากน้ัน เงินส่วนท่ีเหลือที่ได้รับจากมูลนิธิฯ ยังถูกน�ำไปใช้ในการจ้างลูกจ้างชั่วคราว 2 คน เพื่อมาช่วย
สนับสนุนการด�ำเนินงานด้านสารสนเทศ และช่วยสอนการใช้คอมพิวเตอร์พกพาแก่ผู้ต้องขัง และเงินอีกส่วนได้ถูกใช้
ในการประเมนิ ความจำ� เป็นดา้ นเทคโนโลยอี ่ืน ๆ ที่ควรนำ� มาใช้ส�ำหรับผู้ต้องขงั ท่บี กพรอ่ งในการเรยี นรู้
2. สหราชอาณาจกั ร
กระทรวงยุติธรรมอังกฤษรับสมัครผู้คิดค้นนวัตกรรมเข้าร่วมโครงการ Prison Leaver
Innovation Challenge
กระทรวงยตุ ธิ รรมองั กฤษเปดิ รบั สมคั รผคู้ ดิ คน้
นวตั กรรมเพอื่ สนบั สนนุ ผทู้ จ่ี ะไดร้ บั การปลอ่ ยตวั โดยผทู้ ่ี
ได้รับเลือกจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณสูงถึง
350,000 ปอนด์ ( ประมาณ 15.37 ล้านบาท) ภายใต้
โครงการ Prison Leaver Innovation Challenge ซง่ึ
มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานวัตกรรมท่ีจะตัดวงจรการ
กระทำ� ผดิ ซำ�้ ผา่ นการใชป้ ระโยชนข์ องภาคสว่ นเทคโนโลยี
โดยยดึ หลกั สามประการ ไดแ้ ก่ 1) การสรา้ งทมี ระดบั ชาติ
และระหว่างภาคส่วนเพื่อทดสอบหาแนวทางแก้ปัญหา
ทนี่ ำ� ไปสกู่ ารกระทำ� ผดิ ซำ�้ 2) การใหง้ บประมาณแกผ่ นู้ ำ�
และหน่วยงานส่วนท้องถิ่นในการทดสอบใช้แนวทางเพื่อลดการกระท�ำผิดซ้�ำในท้องท่ี และ 3) ความท้าทาย
ด้านนวัตกรรม ทัง้ น้ี ความท้าทายที่กระทรวงฯ ตอ้ งการใหผ้ ู้เขา้ รับสมคั รหาทางรับมอื และแก้ไขปญั หา ได้แก่
ความท้าทาย 1 – การตามรอยจุดม่งุ หมาย (Goal Tracking)
คิดหาวิธีท่ีจะให้ผู้ที่ก�ำลังได้รับการปล่อยตัวสามารถตามรอยจุดมุ่งหมายของตนเอง สะท้อนให้เห็นถึงความ
ก้าวหนา้ ในการดำ� เนินการ และเปลยี่ นแปลงพฤติกรรมเชงิ บวกได้ ไมว่ ่าจะเป็นดว้ ยตนเอง หรือมผี ้ดู แู ล
ความท้าทาย 2 – วนั นดั ปลอ่ ยตัว (Day of release appointments)
คิดหาวิธีแจ้ง ประสาน และให้ข้อมูลท่ีส�ำคัญและเป็นปัจจุบันแก่หน่วยงานหรือบุคคลที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับ
ผทู้ จ่ี ะไดร้ บั การปลอ่ ยตวั ทำ� อยา่ งไรใหเ้ กดิ ความรว่ มมอื ระหวา่ งผทู้ ไ่ี ดร้ บั การปลอ่ ยตวั และหนว่ ยงานตา่ ง ๆ เพอื่ ปอ้ งกนั
ไมใ่ หก้ ระทำ� ผดิ ซำ�้
46 วารสารราชทัณฑ์
ความทา้ ทาย 3 – คลังข้อมูล (Data Store)
คิดหาวิธีจัดเก็บ ควบคุมและแบ่งปันข้อมูลกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เน่ืองจากการขาดข้อมูลและเอกสารส�ำคัญ
เช่น บตั รประจำ� ตัวประชาชน ใบสูติบตั ร จะเป็นอุปสรรคในการสมคั รงาน การหาทีอ่ ยู่ และการท�ำธุรกรรมของผู้ไดร้ ับ
การปล่อยตวั ซึง่ จะนำ� มาสู่การก่ออาชญากรรม
ความท้าทาย 4 – ความสัมพนั ธ์ในครอบครวั (Family relationships)
คิดหาวิธีในการเสริมสร้างและด�ำรงความสัมพันธ์ในครอบครัว เพราะครอบครัวคือปัจจัยหลักในการสร้าง
สิ่งแวดลอ้ มท่ีดนี �ำไปสกู่ ารหา่ งไกลจากการก่ออาชญากรรม
ความทา้ ทาย 5 – กลมุ่ เครือขา่ ยทางสงั คม (Social Groups)
คดิ หาวธิ สี รา้ งเครอื ขา่ ยทดี่ ขี องผทู้ เ่ี คยกระทำ� ความผดิ เพอื่ ใหก้ ารสนบั สนนุ ดา้ นสทิ ธปิ ระโยชนท์ างสงั คมซงึ่ กนั
และกนั
ความท้าทาย 6 – ปัญหาและความบกพรอ่ งทางการเรยี นรู้ (Learning difficulties and disabilities)
ขอ้ มลู สำ� คญั เกย่ี วกบั เงอื่ นไขการปลอ่ ยตวั อาจทา้ ทายตอ่ ผทู้ จ่ี ะไดร้ บั การปลอ่ ยตวั ทม่ี ปี ญั หาและความบกพรอ่ ง
ทางการเรียนรู้ ซึง่ อาจก่อใหเ้ กดิ การกระท�ำผดิ ซ้ำ� ดงั นน้ั จะทำ� อย่างไรให้เจ้าหนา้ ทีค่ ุมประพฤติสามารถรับมอื กบั ผทู้ ีไ่ ด้
รบั การปลอ่ ยตัวทม่ี ีปัญหาและความบกพร่องดา้ นการเรยี นรู้
โครงการ Prison Leaver Innovation Challenge กำ� หนดการดำ� เนนิ การเป็น 2 ระยะ ได้แก่
ระยะท่ี 1 บรษิ ทั ทไ่ี ดร้ บั เลอื กจะไดง้ บประมาณจากรฐั บาล จำ� นวนสงู ถงึ 25,000 ปอนด์ (ประมาณ 1.1 ลา้ นบาท)
เพ่อื ออกแบบวิธีแก้ไขปัญหาและสรุปผลตามวนั ที่ก�ำหนดไว้
ระยะท่ี 2 บรษิ ทั ทไ่ี ดร้ บั คดั เลอื ก (ไมเ่ กนิ 4 บรษิ ทั ) จะไดร้ บั งบประมาณจากรฐั บาล จำ� นวนสงู ถงึ 350,000 ปอนด์
(ประมาณ 15.3 ล้านบาท) โดยมีผู้ดูแลสนับสนุน เพ่ือพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาและออกแบบต้นแบบ และเมื่อมี
การจดั ตัง้ ระบบเรยี บร้อยแลว้ จะด�ำเนินการตามแผนทกี่ �ำหนดไว้โดยไมม่ กี ารเปล่ยี นแปลงเปน็ เวลา 1 ปี
ทง้ั น้ี กลมุ่ เปา้ หมายของบรษิ ทั คอื กลมุ่ ธรุ กจิ ตงั้ ใหม่ (start-ups) และวสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม(SMEs)
ซ่ึงผู้แทนกระทรวงยุติธรรมจะให้ข้อมูลโครงการโดยย่อ เกณฑ์การประเมิน โครงสร้างโครงการ และเน้นย้�ำให้เห็น
จุดส�ำคัญของโอกาสส�ำหรับผู้สมัคร เช่น การเป็นพี่เลี้ยงให้ค�ำปรึกษา การให้เงินทุนสนับสนุน การเข้าถึงเจ้าหน้าท่ี
ผ้ปู ฏิบตั ิงานด่านหนา้ เพอื่ สามารถประเมินผลกระทบและโอกาสส�ำหรบั โครงการนำ� ร่องกับกระทรวงยตุ ธิ รรม
3. เขตบรหิ ารพเิ ศษฮ่องกง
แหง่ สาธารณรฐั ประชาชนจนี
ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกงร่วมพิธี
เปิดเรอื นจำ� อัจฉรยิ ะ (Smart Prison)
เมอ่ื วนั ที่ 22 พฤษภาคม 2564 ทผ่ี า่ นมา
นาง Carrie Lam ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง
ร่วมพิธีเปิดเรือนจ�ำอัจฉริยะ (Smart Prison)
รุ่นที่ 1 อย่างเป็นทางการ โดยมี นาย Woo
วารสารราชทัณฑ์ 47
Ying-ming อธิบดีกรมราชทัณฑ์ฮ่องกง
ให้การต้อนรับ ณ เรอื นจ�ำ Tai Tam Gap
ปนี ค้ี รบรอบ 100 ปขี องกรมราชทณั ฑ์
ฮ่องกง โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งม่ันในการพัฒนา
องค์กรให้ทันสมัยอยู่เสมอ ส�ำหรับแนวคิด
เ รื อ น จ� ำ อั จ ฉ ริ ย ะ ถู ก บ ร ร จุ ไ ว ้ ใ น แ ผ น
ยุทธศาสตร์เมื่อปี ค.ศ. 2018 และต่อมา
กรมราชทณั ฑจ์ งึ ไดเ้ รม่ิ บรู ณะปรบั ปรงุ เรอื นจำ�
Tai Tam Gap ในปี ค.ศ. 2019 เพอ่ื ใหเ้ ปน็
เรือนจ�ำอจั ฉรยิ ะแห่งแรกในฮอ่ งกง
ภายในเรอื นจ�ำอจั ฉริยะแห่งนี้ จะมี
การใช้เทคโนโลยีที่หลากหลายในการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงปลอดภัยและการบริหารจัดการเรือนจ�ำประจ�ำวัน
เพื่อเพิม่ ประสิทธิภาพในงานราชทัณฑ์ ประกอบด้วย 4 ระบบหลัก ไดแ้ ก่ (1) ระบบความมัน่ คงปลอดภยั และตดิ ตาม
ควบคมุ ดแู ล (2) ระบบปฏิบัตกิ ารและบริหารจดั การ (3) ระบบบริหารจดั การตนเองของผู้ตอ้ งขัง และ (4) ระบบเพิ่ม
สมรรถภาพเจ้าหน้าที่
กรมราชทณั ฑฮ์ อ่ งกงใชร้ ะยะเวลา 3 ปใี นการบรู ณาการความรว่ มมอื กบั ภาคสว่ นตา่ ง ๆ เพอ่ื ใหก้ ารจดั ตง้ั เรอื นจำ�
อัจฉริยะแห่งแรกนี้ประสบผลส�ำเร็จ โดยเฉพาะความช่วยเหลือจากกรมบริการเครื่องยนต์และไฟฟ้า กรมบริการ
สถาปตั ยกรรม และสำ� นกั งานเจา้ หนา้ ทข่ี อ้ มลู รฐั บาล ทรี่ ว่ มจดั ทำ� โครงการทดลองนำ� รอ่ งทางเทคโนโลยกี วา่ 40 โครงการ
ครอบคลมุ ทกุ มติ ใิ นหลายพนื้ ทเ่ี รอื นจำ� ซง่ึ มหี ลายโครงการทป่ี ระสบผลสำ� เรจ็ และไดผ้ ลเปน็ ทนี่ า่ พอใจ เชน่ ระบบตรวจจบั
หุ่นยนต์ ระบบวิเคราะห์การเคลื่อนไหว ระบบการสื่อสารอย่างชาญฉลาด เป็นต้น ต่อมากรมราชทัณฑ์จึงได้รวบรวม
โครงการเหล่านี้ พัฒนาเป็นระบบ ๆ เดียวที่เรือนจ�ำ Tai Tam Gap และยังพร้อมท่ีจะพัฒนาระบบเทคโนโลยีอื่น ๆ
เพื่อเสริมต่อยอดตอ่ ไปในอนาคต
ท่มี าของข้อมูล
- https://www.gov.uk/guidance/prison-leavers-innovation-challenge
- https://www.corrections1.com/correctional-healthcare/articles/pennsylva-
nia-to-open-states-first-prison-dementia-unit-IJ0QumFtW9F2ZFnz/
- https://fepps.org/
- https://www.csd.gov.hk/english/news/news_pr/20210522.html
48 วารสารราชทัณฑ์
เจ้าพนกั งานเรอื นจำ� ในฐานะเจ้าพนักงานควบคมุ โรคติดตอ่
1. บทนำ� วัชรากร ชาวตะโปน
กองกฎหมาย
หากจะกลา่ วถงึ “เจา้ พนักงานเรือนจ�ำ” คงจะเป็นค�ำที่คุน้ ชนิ ในกรมราชทณั ฑ์ แต่เมื่อกล่าวถึง “เจา้ พนักงาน
ควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ” คงจะเปน็ คำ� ทแ่ี ปลกใหมส่ ำ� หรบั ชาวราชทณั ฑ์ แตเ่ มอ่ื ไมน่ านมาน้ี กระทรวงสาธารณสขุ ไดม้ ปี ระกาศ
กระทรวงสาธารณสุข เรอื่ ง แต่งตงั้ เจา้ พนกั งานควบคุมโรคติดต่อตามพระราชบัญญตั โิ รคติดตอ่ พ.ศ. 2558 (ฉบับท่ี 6)
พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 25641 แต่งตั้งให้ข้าราชการสังกัดกรมราชทัณฑ์ซ่ึงด�ำรงต�ำแหน่งต่อไปน้ี
เป็นเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เฉพาะในเขตท้องท่ีที่ตนมีอ�ำนาจหน้าท่ี
ดแู ล และรบั ผดิ ชอบในการปฏิบัตริ าชการ
(1) ผ้บู ญั ชาการเรอื นจำ�
(2) ผูอ้ ำ� นวยการทัณฑสถาน
(3) ผอู้ ำ� นวยการสถานกักกนั
(4) ผอู้ ำ� นวยการสถานกกั ขงั
(5) ข้าราชการสงั กัดกองบรกิ ารทางการแพทย์
(6) ข้าราชการสังกัดกรมราชทัณฑ์หรือข้าราชการท่ีได้รับมอบหมายให้ไปช่วยราชการ หรือปฏิบัติราชการ
ในสังกดั กรมราชทัณฑ์ ซ่ึงปฏบิ ัตงิ านด้านระบาดวทิ ยา การเฝา้ ระวงั การปอ้ งกัน หรือการควบคมุ โรคติดตอ่ ณ เรอื นจ�ำ
ทณั ฑสถาน สถานกกั กนั หรอื สถานกกั ขัง
โดยประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ฉบบั น้ี จงึ ท�ำให้ขา้ ราชการข้างตน้ นอกจากเปน็ “เจ้าพนักงานเรอื นจ�ำ”แลว้
ยงั เปน็ “เจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ” ดว้ ย ดงั นน้ั ในบทความนี้ ผเู้ ขยี นจงึ ขอนำ� เสนอเกย่ี วกบั ความรเู้ บอ้ื งตน้ หนา้ ท่ี
และอำ� นาจของเจา้ พนกั งานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ รวมถงึ สอดคลอ้ งขอ้ กฎหมายทอี่ าจเปน็ ประโยชนต์ อ่ “เจา้ พนกั งานเรอื น
จ�ำในฐานะเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ” โดยหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าพนักงานเรือนจ�ำซ่ึงได้รับแต่งตั้งเป็น
เจา้ พนักงานควบคุมโรคติดตอ่ เจ้าพนกั งานเรอื นจำ� อนื่ และผ้ทู ส่ี นใจ หากผดิ พลาดประการใด ผ้เู ขยี นขออภยั มา ณ ท่ีนี้
1 ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ 138 ตอนพเิ ศษ 109 ง วนั ท่ี 20 พฤษภาคม 2564
วารสารราชทัณฑ์ 49