แผนการจดั การเรยี นรู้ 1
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
“ วชิ า ประวตั ศิ าสตร์ ”
1
นางสาวพรายรกั ษ์ เสมอญาติ
ก
คำนำ
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็น
แนวทางในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551
แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบด้วยเนื้อหาสาระดังต่อไปนี้ แผนการ จัดการเรียนรู้รายปีซ่ึง
ประกอบด้วยมาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แผนการจัดการ
เรียนรู้รายหน่วยทั้งหมด 3 แผนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย วันเวลาแห่งการเรยี นรู้ ตนเองและครอบครัว
ชาติไทย ซึ่งแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ได้ระบุมาตรฐาน ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้
กจิ กรรมการเรยี นรู้ตามรปู แบบการจัดการเรยี นรู้ที่หลากหลาย อนั ได้แก่ รปู แบบการเรียนร้แู บบการสืบเสาะหา
ความรู้ (Inquiry Method : 5E) วิธีการสอนโดยใช้เกม วิธีการสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการคิด
อย่างมีวิจารณญาณ วิธีการสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคคู่คิดสี่สหาย ซึ่งแต่ละรูปแบบมี
วิธีการจัดการเรียนการสอนที่มีความแตกต่างกัน แต่ทั้งหมดนำมาซึ่งการบรรลุจุดปร ะสงค์การเรียนรู้
นอกจากกนี้ยังมีใบงานและเกณฑ์การประเมินผล เพื่อใช้ในการประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนแต่ละคนวา่
หลังจากเสร็จสิ้นการเรียน นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาสาระมากน้อยเพียงใด ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ หรือไม่
ผู้จัดทำขอขอบพระคุณผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พัชรีภรณ์ บางเขียว เป็นอย่างยิ่ง ที่ให้คำปรึกษาและ
คำแนะนำตลอดระยะเวลาการจดั ทำแผนการจดั การเรียนรู้ และหวงั เป็นอยา่ งย่ิงว่าแผนการจัดการเรยี นรู้เล่มน้ี
จะเป็นประโยชน์กับการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียน ทำให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพต่อไป
นางสาวพรายรักษ์ เสมอญาติ
ผู้จดั ทำ
สารบัญ ข
เร่อื ง หน้า
คำนำ ก
สารบัญ ข
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายปี 1
ตารางโครงสร้างรายวิชา 4
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 เรอ่ื ง 8
21
ใบงานท่ี 1 22
ใบงานที่ 2 23
ใบงานที่ 3 25
ใบงานที่ 4 31
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 2 เร่อื ง 39
ใบงานท่ี 1 40
ใบงานที่ 2 41
ใบงานที่ 3 47
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 3 เร่อื ง 55
ใบงานที่ 1 56
ใบงานที่ 2 57
ใบงานที่ 3
1
แผนการจัดการเรียนรู้
รายวชิ าพน้ื ฐาน รหัสวิชา ส 11102 กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 40 ชั่วโมง
ผสู้ อน นางสาวพรายรกั ษ์ เสมอญาติ
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตวั ชี้วัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสำคัญ ของเวลาและยุคสมัยทางประวัตศิ าสตร์ สามารถใช้
วิธีการทางประวัตศิ าสตรม์ าวิเคราะห์เหตกุ ารณต์ า่ งๆอยา่ งเป็นระบบ
มาตรฐาน ส 4.2 เข้าใจพฒั นาการของมนุษยชาตจิ ากอดตี จนถงึ ปจั จุบันในด้านความสัมพนั ธ์และการ
เปลี่ยนแปลงของเหตกุ ารณอ์ ยา่ งต่อเน่ือง ตระหนักถึงความสำคญั และสามารถวิเคราะห์ผลกระทบท่เี กิดขน้ึ
มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรักความภูมิใจ
และธำรงความเปน็ ไทย
ตัวชว้ี ัด
มาตรฐาน ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้
วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตรม์ าวิเคราะหเ์ หตุการณต์ า่ งๆอย่างเปน็ ระบบ
ส 4.1 ป.1/1 บอก วนั เตอื น ปแี ละการนับชว่ งเวลาตามปฏทิ นิ ทใ่ี ช้ในชีวิตประจำวัน
ส 4.1 ป.1/2 เรยี งลำดับเหตกุ ารณใ์ นชีวิตประจำวนั ตามวนั เวลาท่ีเกดิ ขึน้
ส 4.1 ป.1/3 บอกประวัตคิ วามเปน็ มาของตนเองและครอบครัวโดยสอบถามจากผทู้ ี่เกีย่ วข้อง
มาตรฐาน ส 4.2 เขา้ ใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดตี จนถึงปจั จุบนั ในดา้ นความสัมพันธ์และการ
เปลย่ี นแปลงของเหตกุ ารณอ์ ย่างตอ่ เนอ่ื ง ตระหนักถึงความสำคัญ และสามารถวิเคราะหผ์ ลกระทบทเี่ กิดขึ้น
ส 4.2 ป.1/1 บอกความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม สิ่งของ เครื่องใช้ คือการดำเนินชีวิตของ
ตัวเองกับสมยั ของพอ่ แม่ ปู่ย่า ตายาย
ส 4.2 ป.1/2 บอกเหตกุ ารณ์ทเ่ี กดิ ขึ้นในอดีตที่มผี ลกระทบต่อตนเองในปจั จบุ นั
มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรักความภูมิใจ
และธำรงความเปน็ ไทย
ส 4.3 ป.1/1 อธบิ ายความหมายและความสำคัญของสัญลักษณส์ ำคัญของชาตไิ ทยและปฏบิ ัติตนได้ถกู ต้อง
ส 4.3 ป.1/2 บอกสถานท่ีสำคญั ซึ่งเป็นแหล่งวฒั นธรรมในชุมชน
ส 4.3 ป.1/3 ระบสุ ่งิ ทีต่ นรักและภาคภูมใิ จในทอ้ งถ่นิ
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
2.1 ความรู้ (K)
1. บอก วนั เดอื น ปีและการนับชว่ งเวลาตามปฏทิ นิ ที่ใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้ (K)
2
2. บอกการเรียงลำดับเหตกุ ารณใ์ นชีวติ ประจำวันตามวัน เวลาท่ีเกดิ ขน้ึ ได้ (K)
3. เขยี นการเรยี งลำดบั เหตกุ ารณ์ทใี่ ช้ในชีวติ ประจำวนั ตามวัน เวลาทเี่ กดิ ข้นึ ได้ (K)
4. บอกประวตั ิความเป็นมาของตนเองและครอบครัวได้ (K)
5. บอกความเปลย่ี นแปลงของสภาพแวดล้อม สงิ่ ของ เคร่ืองใช้ หรอื การดำเนินชวี ติ ของตนเองกับสมัย
ของพ่อแม่ ปูย่ ่า ตายายได้ (K)
6. บอกเหตกุ ารณท์ ่เี กิดขึ้นในอดีตทีม่ ีผลกระทบต่อตนเองในปัจจบุ ันได้ (K)
7. บอกความหมายและความสำคัญของสัญลักษณส์ ำคญั ของชาติไทยได้ (K)
8. บอกสถานทส่ี ำคญั ซึ่งเปน็ แหล่งวฒั นธรรมในชมุ ชนได้ (K)
2.2 ทักษะ (P)
1. เขียน วัน เดอื น ปแี ละการนบั ช่วงเวลาตามปฏทิ นิ ท่ีใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้ (P)
2. เขยี นบอกเล่าเรือ่ งราวการเรียงลำดบั เหตกุ ารณใ์ นชวี ติ ประจำวนั ทเ่ี กิดขึ้นได้ (P)
3. วเิ คราะห์ประโยชน์ของการใชป้ ฏิทินในชวี ติ ประจำวนั ได้ (P)
4. เขียนวิธกี ารสบื ค้นประวัตคิ วามเป็นมาของตนเองและครอบครวั ได้ (P)
5. เขียนการเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม สิ่งของ เครื่องใช้ หรือการดำเนินชวี ติ
ของตนเองกบั สมัยของพ่อแม่ ปยู่ า่ ตายายได้ (P)
6. เขียนเหตกุ ารณ์ทเี่ กิดข้ึนในอดตี ท่ีผลกระทบต่อตนเองในปัจจบุ นั ได้ (P)
7. เขยี นอภปิ รายความหมายและความสำคญั ของสัญลักษณ์สำคญั ของชาติไทยได้ (P)
8. สำรวจสถานท่สี ำคัญซงึ่ เป็นแหล่งวัฒนธรรมในชมุ ชนได้ (P)
9. เขียนระบุสงิ่ ที่ตนเองรักและภาคภมู ใิ จในทอ้ งถิน่ ได้ (P)
2.3 ทัศนคติ (A)
1. ตระหนักถงึ ความสำคัญของวัน เดือน ปแี ละการนับช่วงเวลาตามปฏิทนิ ทใ่ี ช้ในชีวิตประจำวัน (A)
2. ตระหนักเหน็ ถงึ ความสำคญั ของลำดบั เหตุการณใ์ นชีวิตประจำวัน (A)
3. เห็นคุณค่าการเปลย่ี นแปลงของสภาพแวดล้อม สง่ิ ของ เคร่อื งใช้ หรอื การดำเนินชีวติ ของตนเองกับ
สมัยของพอ่ แม่ ปู่ย่า ตายาย (A)
4. ตระหนักถงึ ความสำคญั ของสัญลกั ษณช์ าติไทย (A)
5. ตระหนักเห็นถึงคุณคา่ ของสถานที่ซ่งึ เป็นแหลง่ วฒั นธรรมในชมุ ชน (A)
3. คำอธิบายรายวิชา
ปฏิทินในการบอกวัน เดือน ปี และช่วงเวลาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีทั้งระบบสุริยคติและจันทรคติ
คำที่แสดงถึงช่วงเวลาเพื่อใช้เล่าเหตุการณ์ในปัจจุบัน วันนี้ เดือนนี้ ตอนเช้า ตอนกลางวัน ตอนเย็น ตอนค่ำ
และเรียงลำดับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันตามวันเวลาที่เกิดขึ้น โดยใช้ทักษะการสังเกต การบอกเล่า การ
เชอื่ มโยงเพ่อื ใหส้ ามารถใช้เวลาตามปฏิทินแสดงเหตุการณ์ในปัจจบุ นั และใช้คำแสดงช่วงเวลาในการเรียงลำดับ
เหตุการณ์ที่เกดิ ขึ้นได้
3
รู้วิธีการสืบค้นประวัติความเป็นมาของตนเองและครอบครัวอย่างง่ายๆ โดยการสอบถามจากผู้ที่
เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ปกครอง พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ปละการบอกเล่าเรื่องราวที่สืบค้นได้โดยใช้ทักษะการสอบถาม
การรวบรวมข้อมูล การสรุปความ การเล่าเรอื่ งเพื่อฝึกทักษะพน้ื ฐานของวิธีการทางประวัติศาสตร์ในการสืบค้น
เรื่องราวจากแหลง่ ข้อมลู (เชน่ บุคคล)และบอกเลา่ ข้อเทจ็ จริงท่ีคน้ พบไดอ้ ยา่ งน่าสนใจ
การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม สิ่งของ เครื่องใช้หรือการดำเนินชีวิตของตนเองในสมัยปัจจุบัน
กับสมัยของพ่อแม่ ปู่ย่า ตายายที่เป็นรูปธรรมและใกล้ตัวผู้เรียน เตารีด (การรีดผ้าด้วยเตาถ่านกับเตาไฟฟ้า)
หม้อหุงข้าว (การหุงข้าวที่เชด็ น้ำด้วยฟืนหรือถ่านกับหม้อหุงข้าวไฟฟ้า) เกวียนกับรถยนต์ (การเดินทาง) ถนน
บ้านเรือน การใช้ควายไถนากับรถไถนารวมทั้งเหตุการณ์สำคัญของคนในครอบครัวที่เกิดขึ้นในอดีตที่มี
ผลกระทบต่อตนเองในปัจจบุ ัน (การยา้ ยบ้าน การย้ายโรงเรยี น การเล่อื นช้ันเรยี น การได้รบั รางวลั การสูญเสีย
บุคคลสำคัญของครอบครัว) โดยใช้ทักษะการสังเกต การใช้เหตุผล การเปรียบเทียบ การแยกแยะ การ
ยกตัวอย่าง และการบอกเล่าเพื่อให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาและความสำคัญของอดีตที่มีต่อ
ปจั จุบนั และอนาคตสามารถปรบั ตัวใหเ้ ข้ากับวิถีชวี ิตในปจั จบุ ันอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
ความหมายและความสำคัญของสัญลักษณ์ของชาติไทย ได้แก่ ธงชาติ เพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระ
บารมี ภาษาไทย อักษรไทย มารยาทไทย อาหารไทย การแต่งกายแบบไทยวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียม
ประเพณีไทย และการปฏิบัติตนได้ถูกต้องตามกาลเทศะรวมทั้งรู้จักสถานที่สำคัญซึ่งเป็นแหล่งวัฒนธรรมใน
ชุมชน ศาสนสถาน ตลาด พิพิธภัณฑ์และสิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจในท้องถิ่นที่ใกล้ตัวผู้เรียนและเห็นเป็น
รปู ธรรม โดยใช้ทักษะการสงั เกต การแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตผุ ล การอธิบาย การปฏิบัติตนอยา่ งถกู ต้อง
เพือ่ กอ่ ใหเ้ กิดความรักและความภาคภมู ใิ จในความเปน็ ไทย ท้องถน่ิ และประเทศชาติ ภมู ใิ จในสถาบัน
ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตระหนกั เห็นถึงคุณคา่ ทาธำรงรักษาและสืบทอดต่อไป
รหสั ตวั ชี้วดั
ส 4.1 ป1/1 ป.1/2 ป.1/3
ส 4.2 ป.1/1 ป.1/2
ส 4.3 ป.1/1 ป.1/2 ป.1/3
รวมท้ังหมด 8 ตัวช้ีวดั
4
โครงสรา้ งรายวิชา
รายวิชาประวัตศิ าสตร์ รหสั วชิ า ส11102 กลุม่ สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 1 ปีการศกึ ษา 2563 จำนวน 40 ชั่วโมง
หน่วยที่ ชอื่ หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐาน เวลา (ช่วั โมง)
1 วันเวลาแหง่ การเรียนรู้ การเรียนร/ู้ ตวั ช้วี ดั
1.1 วันในรอบสปั ดาห์
10
ส 4.1ป.1/1 2
1.2 วนั เดอื นปี ทางสุริยคติ ส 4.1ป.1/1 2
1.3 วนั เดอื นปี ทางจนั ทรคติ ส 4.1ป.1/1 2
1.4 ปฏทิ ิน ส 4.1ป.1/1 1
1.5 ชว่ งเวลาท่ีใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ส 4.1ป.1/1 1
1.6 ลำดบั เหตกุ ารณใ์ นชวี ติ ประจำวัน ส 4.1ป.1/2 2
2 ตนเองและครอบครวั 6
2.1 เราคือใครใครคอื เรา ส 4.1ป.1/3 2
2.2 ความเปน็ มาของตนเอง ส 4.1ป.1/3 2
2.3 ความเป็นมาของครอบครัว ส 4.1ป.1/3 2
การสอบกลางปี ( กลางภาค )
3 อดีตและปจั จุบนั ส 4.2ป.1/1 8
3.1 สมยั ของเราและสมยั ก่อน 3
- สภาพแวดล้อม ส 4.2ป.1/1 2
-สงิ่ ของเครอื่ งใช้
-การดำเนนิ ชวี ิต
3.2 สาเหตุและผลของการเปลี่ยนแปลงของสงิ่ ต่างๆตามกาลเวลา
3.3 เหตุการณส์ ำคัญที่เกดิ ข้นึ ในครอบครวั ส 4.2ป.1/2 3
4 ชาตไิ ทย 10
4.1 สญั ลกั ษณ์สำคัญของชาตไิ ทย ส 4.3ป.1/1 3
-ความหมายและความสำคัญของชาตไิ ทย
-สญั ลักษณข์ องชาตไิ ทย ส 4.3ป.1/1 3
ส 4.3ป.1/1 2
4.2 สัญลกั ษณเ์ ก่ยี วกับพระมหากษัตรยิ ์
4.3 สญั ลักษณอ์ ่ืนๆ
-แผนทีป่ ระเทศไทย
- ประเพณีไทย
5
หน่วยท่ี ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน เวลา (ช่วั โมง)
4.4 การปฏบิ ตั ติ น การเรียนรู้/ตวั ชี้วดั
- การเคารพธงชาติ
-การรอ้ งเพลงชาติ ส 4.3ป.1/1 2
5 แหล่งวฒั นธรรมและความภูมิใจ ส 4.3ป.1/2 6
5.1 แหล่งวฒั นธรรมในชมุ ชน ส 4.3ป.1/2 2
5.2 คุณคา่ และความสำคญั ของแหล่งวฒั นธรรมในชมุ ชน ส 4.3ป.1/3 2
5.3 ส่ิงท่ีภาคภมู ิใจในทอ้ งถ่นิ 2
การทดสอบปลายปี ( ปลายภาค ) 40
รวม
6
แผนการจัดการเรียนรู้รายหนว่ ย
7
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1
แผนการจดั การเรยี นรู้ ท่ี 1 8
สาระการเรียนรู้ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ า ประวตั ศิ าสตร์
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เรอื่ ง วนั เวลาแห่งการเรียนรู้ เวลา 10 ชั่วโมง
1.มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ช้ีวัด
มาตรฐาน ส 4.1 เขา้ ใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยคุ สมัยทางประวัตศิ าสตร์ สามารถใช้
วธิ กี ารทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะหเ์ หตุการณ์ตา่ งๆอย่างเปน็ ระบบได้
ส 4.1 ป.1/1 บอก วนั เดอื น ปีและการนบั ชว่ งเวลาตามปฏิทนิ ทใี่ ชใ้ นชีวิตประจำวนั
ส 4.1 ป.1/2 เรียงลำดับเหตกุ ารณใ์ นชีวติ ประจำวนั ตามวันเวลาทีเ่ กิดขึน้
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 บอก วนั เดือน ปีและการนบั ชว่ งเวลาตามปฏทิ ินทใ่ี ชใ้ นชีวติ ประจำวันได้ (K)
2.2 เขียน วนั เดอื น ปีและการนบั ช่วงเวลาตามปฏทิ นิ ทใ่ี ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้ (P)
2.3 ตระหนกั ถึงความสำคญั ของวัน เดือน ปีและการนับชว่ งเวลาตามปฏทิ ินท่ใี ช้ในชีวติ ประจำวนั (A)
2.4 บอกการเรยี งลำดับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันตามวนั เวลาทเ่ี กิดขนึ้ ได้ (K)
2.5 เขยี นเล่าเรื่องราวการเรียงลำดับเหตกุ ารณ์ในชีวติ ประจำวนั ตามวนั เวลาท่ีเกิดข้ึนได้ (P)
3. สาระสำคัญ
ศึกษาและใช้ปฏิทิน เพื่อการบอกวัน เดือน ปี และการนับช่วงเวลาตามปฏิทินที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ไดแ้ ก่ วนั ในรอบสัปดาห์ การนับวนั เดือน ปที างสรุ ยิ คติ การนบั วัน เดือน ปี ทางจนั ทรคติ เพ่ือใช้ในการเล่าถึง
เหตุการณ์ต่างๆ การนับช่วงเวลา และการเรียงลำดับเหตุการณ์ ทำให้เราใจเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละ
ช่วงเวลาของรอบวนั
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ด้านความรู้ (K)
1. วนั ในรอบสปั ดาห์
2. วนั เดอื น ปี ตามจันทรคติ
3. วัน เดอื น ปี ตามสรุ ิยคติ
4. ปฏิทนิ
5. ชว่ งเวลาทใี่ ช้ในชวี ติ ประจำวนั
6. ลำดับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน
4.2 ด้านทักษะ (P)
1. การอ่านวนั เดอื น ปแี ละนับช่วงเวลาตามปฏิทนิ ท่ใี ช้ในชีวิตประจำวนั
2. การเขยี นบอกเลา่ เร่อื งราวการเรยี งลำดับเหตุการณใ์ นชีวติ ประจำวนั เวลาทเ่ี กดิ ขนึ้
9
4.3 คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
ซ่อื สัตย์ สุจริต
มวี นิ ยั
ใฝเ่ รยี นรู้
อย่อู ยา่ งพอเพียง
มุ่งม่ันในการทำงาน
รักความเป็นไทย
มจี ติ สาธารณะ
5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. ชิน้ งาน/ภาระงาน
5.1 ใบงานท่ี 1 เรอ่ื ง “วนั ในรอบสัปดาห์”
5.2 ใบงานท่ี 2 เร่อื ง “การนับช่วงเวลาแบบระบบสรุ ยิ คติและจันทรคติ ”
5.3 ใบงานท่ี 3 เร่ือง “ช่วงเวลาในชวี ิตประจำวนั ”
5.4 ใบงานที่ 4 เร่ือง “ลำดับเหตุการณ์ในชีวติ ประจำวัน”
7. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
รปู แบบการจัดการเรยี นการสอนแบบ : การสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
หนว่ ยย่อยท่ี 1 เรอ่ื ง วนั ในรอบสปั ดาห์
(ชั่วโมงที่ 1-2)
ข้นั ท่ี 1 ข้นั กระตุ้นความสนใจ
1. ครชู ี้แจงวตั ถปุ ระสงค์ของการเรียนรู้ให้นักเรยี นทราบ
2. ครใู หน้ ักเรยี นวันในรอบสปั ดาหจ์ ากบัตรสี บัตรคำ
- วนั จันทร์ สีเหลอื ง
- วนั อังคาร สชี มพู
- วนั พุธ สเี ขียว
- วันพฤหัสบดี สสี ้ม
10
- วนั ศกุ ร์ สฟี า้
- วนั เสาร์ สมี ่วง
- วันอาทติ ย์ สแี ดง
3. ครูใหน้ กั เรยี นร่วมสนทนาเกี่ยวกบั วนั ในรอบสัปดาห์ ตามประเด็นท่ีกำหนด ดงั นี้
คำถาม 1) วันอาทิตยส์ ีอะไร
2) วนั ในสปั ดาห์อะไรมสี สี ้ม
3) ใน 1 สัปดาห์มีท้ังหมดกี่วัน
3. ครูอธบิ ายเช่ือมโยงความคิดของนักเรยี นเกยี่ วกับวนั ตา่ งๆในรอบสัปดาห์เพื่อให้เห็นถงึ คณุ ค่าถงึ
ความสำคัญของวันในรอบสปั ดาห์
ขนั้ ท่ี 2 ขน้ั สำรวจค้นหา
1. ครูให้นักเรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 5 คน แลว้ ให้แตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันศึกษาความรู้ต่างๆของวันในรอบ
สปั ดาห์วา่ มอี ะไรท่ีมีความสำคัญบ้าง เชน่ วนั จันทร์สีประจำวันคือสีเหลือง
2. ครใู หน้ กั เรียนในแต่ละกลุ่มรว่ มกับตอบคำถามเพื่อกระตุ้นความคดิ ของนักเรยี น
คำถาม 1) วันต่างๆใน 1 สปั ดาห์สามารถบอกอะไรได้บ้าง
2) ใน 1 วัน มีทั้งหมดกชี่ ่วั โมง
3) ในแตล่ ะวันสามารถทำใหร้ ู้เก่ียวกบั อะไรไดบ้ ้าง
ขั้นที่ 3 ข้ันอธิบายความรู้
1. ครูใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุม่ จากท่ไี ด้ทำการศกึ ษาเกย่ี วกับวนั ใบรอบสปั ดาห์ นำความรูท้ ี่ได้มาอภปิ ราย
รว่ มกนั ภายในกลุ่มวา่ ได้รบั ความรู้เรือ่ งใดบา้ ง
2. ครใู หน้ กั เรยี นแข่งขันกนั ตอบคำถามจากประเดน็ ท่กี ำหนด ดงั น้ี
คำถาม 1) 1 อาทิตย์มวี นั ทั้งหมดกว่ี นั วนั อะไรบ้าง
2) วันแรกของสปั ดาหค์ ือวนั อะไร
ข้นั ที่ 4 ขน้ั ขยายความเข้าใจ
1. ครูให้นักเรียนนำความรู้ที่ไดจ้ ากการอภิปรายร่วมกนั ในกลุ่มเกยี่ วกบั วนั ในรอบสัปดาห์มาวิเคราะห์
ถึงความสำคัญและประโยชน์ของวนั ต่างๆทม่ี ีอยู่ในปัจจบุ นั
2. ครูให้นกั เรียนร่วมกันตอบคำถามเพ่ือกระตนุ้ ความคดิ ของนักเรียน
คำถาม 1) วันในรอบสปั ดาห์มปี ระโยชนท์ เี่ กี่ยวข้องกับตนเองอย่างไร
2) ภายใน 1 วนั นักเรยี นสามารถทำกิจกรรมใดได้บา้ ง
ขั้นท่ี 5 ขั้นตรวจสอบผล
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ เนือ้ หาตา่ งๆที่ได้เรยี นภายในคาบ เพื่อวดั ผลว่านักเรยี นมีความเขา้ ใจ
มากน้อยเพยี งใด และแนะนำเพ่มิ เตมิ เกย่ี วกับเนื้อหาสาระ ทีเ่ กยี่ วข้องใหเ้ กิดความเขา้ ใจง่ายมากข้นึ
2. ครใู ห้นักเรยี นทำใบงานเก่ยี วกับวนั ในรอบสปั ดาห์พร้อมร่วมกันเฉลยคำตอบให้ถูกต้อง เพอ่ื พัฒนา
ไปสู่การนบั วันในชว่ั โมงตอ่ ๆไป เชน่ การนบั วันแบบสรุ ิยคติ การนับวนั ตามแบบจนั ทรคติ
11
รปู แบบการจัดการเรียนการสอน : วิธกี ารสอนโดยใช้เกม
หน่วยยอ่ ยท่ี 2 เรือ่ ง วัน เดือน ปีทางสุรยิ คติ
(ชั่วโมงที่ 3-4)
ขั้นท่ี 1 เลอื กเกม
1. ครชู แี้ จงวตั ถุประสงค์ของการเรยี นรใู้ ห้นักเรียนทราบ จากน้ันทบทวนความรเู้ ดิมท่ีได้เรียนไปในคาบ
ที่แล้ว เรอื่ ง วนั ในรอบสปั ดาห์
2. ครใู หน้ ักเรียนดปู ฏิทนิ ขนาดใหญท่ ่แี สดงเดือนครบทัง้ 12 เดอื น ของปีปจั จุบัน แล้วให้นกั เรียน
รว่ มกันตอบคำถามตามประเด็นท่ีกำหนด ดังน้ี
1) ปฏิทนิ น้เี ปน็ ปฏทิ ินท่ีอยู่ในพทุ ธศักราชใด
2) ปฏิทินนีม้ เี ดือนท้งั หมดก่ีเดือน อะไรบ้าง
3) เดอื นแรกของปฏิทิน คือเดือนอะไร
4) ใน 1 สัปดาห์ มีทงั้ หมดกว่ี ัน วันอะไรบ้าง
3. ครใู ห้นักเรยี นดูบตั รภาพคำของช่ือวันท้ัง 7 วันใน สปั ดาห์ จากนั้นใหน้ กั เรียนฝกึ อ่าน 1 รอบ เพื่อ
เปน็ ทบทวนความรจู้ ากคาบก่อน
4. ครอู ธิบายให้นักเรยี นเขา้ ใจว่า ใน 1 ปี มี ทัง้ หมด 12 เดือนพร้อมใหน้ ักเรยี นดบู ัตรคำชื่อเดอื นท้งั
12 เดอื น จากนั้นให้นักเรียนฝึกอา่ น 1 รอบ
ขัน้ ท่ี 2 ช้แี จงและกติกาการเลน่ เกม
1. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาความรู้เก่ียวกบั วันและเดือนตามแบบสุรยิ คติ จากหนังสอื เรียน จากน้นั ใหน้ ัก
เยนแบง่ กลุ่ม กลุ่มละเท่าๆกนั ตามวันเกิดของนักเรยี น โดยเรยี งลำดับจากวันอาทิตย์-วันเสาร์ แล้วใหน้ กั เรยี น
นั่งรวมกันเป็นแถว
2. ครูชี้แจงใหน้ ักเรยี นทราบถึงชอ่ื เกม “วนั และเดอื นของฉัน” แล้วชแ้ี จงกติกาและขน้ั ตอนในการเลน่ เกม
3. ครสู าธติ การเล่นเกม โดยใหน้ ักเรยี นร่วมกนั รอ้ งเพลงและปรบมือตามจังหวะ ปรบมอื 3 ครงั้ ปรบ
ใหด้ งั กวา่ น้ี ปรบใหม่อีกที ปรบใหด้ ีกวา่ เดิม จากน้นั ครใู ห้นักเรียนฝกึ ซ้อมการเล่นเกม 2-3 ครงั้ กอ่ นเลน่ เกม
4. ครูนำนำบตั รคำชือ่ วันในรอบสัปดาห์ มาใหน้ กั เรยี นคนแรกของแถวจากน้ันครูให้นักเรยี นชว่ ยกันนำ
บตั รคำมาติดบนกระดาน
อาทติ ย์ จนั ทร์ องั คาร
พุธ พฤหัสบดี ศุกร์
เสาร์
12
ขั้นที่ 3 เลน่ เกม
1. ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ เล่นเกมโดยนำบตั รคำช่ือวันในรอบสัปดาห์และเดอื นทงั้ 12 เดอื น ไปวาง
ใหถ้ กู ช่องตามบนกระดาน
2. หลังจากเลน่ เกมเสร็จครูให้นักเรียนร่วมกันตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ
คำถาม 1) นักเรียนคิดวา่ เกมวนั และเดอื นของฉันมีจดุ ประสงคเ์ พื่ออะไร
2) นกั เรียนคิดว่า เกมวนั และเดือนของฉันมปี ระโยชน์อยา่ งไรตอ่ ตวั นักเรยี น
ข้นั ท่ี 4 อภิปรายหลังเล่นเกม
ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันอภิปรายผลจากกการเล่นเกม “วันเกดิ และเดือนของฉนั ”ว่านกั เรียนเกิดการ
เรยี นรอู้ ยา่ งไรบ้าง จากการเล่นเกม ตามประเด็นท่ีกำหนดดังนี้
1) นกั เรยี นกลมุ่ ท่ปี ฏบิ ัติกิจกรรมไดเ้ รว็ และพรอ้ มเพรยี งมคี วามร้สู กึ อย่างไร
2) นักเรยี นมีวธิ ีการปฏบิ ัติกิจกรรมอยา่ งไร เพ่ือให้กลมุ่ ของตนเองประสบความสำเร็จ
ข้ันท่ี 5 ประเมินผล
ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ความร้ทู ่ีได้จากการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมว่าทำอย่างไรจะสามารถนับวันและ
เดอื นตามแบบสุรยิ คติได้ เพื่อให้นกั เรยี นทราบถึงประโยชน์และความสำคญั ของวันทนี่ ับตามแบบสรุ ยิ คติ
รูปแบบการจัดการเรียนการสอน : วิธีการสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการคิดอย่างมวี ิจารณญาณ
หนว่ ยย่อยท่ี 3 เรื่อง การนับเวลาแบบจันทรคติ
(ชั่วโมงท่ี 5-6)
ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต
1. ครูช้ีแจงวัตถปุ ระสงค์การเรยี นรูใ้ หน้ กั เรยี นทราบ จากน้ันทบทวนความรู้เดิมจากคาบที่แล้ว เรือ่ ง
วนั เดือน ปที างสรุ ยิ คติ
2. ครูใหน้ กั เรียนดูบตั รภาพการเกิดข้างข้ึน ข้างแรม จากน้ันใหน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็นตาม
ประเด็นที่กำหนด ดงั น้ี
1) ดวงจนั ทร์มลี กั ษณะเปน็ อย่างไร
2) นกั เรยี นเหน็ ความเปลีย่ นแปลงของดวงจนั ทรห์ รือไม่ อย่างไร
3) การเปลย่ี นแปลงของดวงจันทร์มีผลต่อการเปลย่ี นแปลงเวลาอย่างไร
ขั้นที่ 2 อธบิ าย
1. ครใู ห้นักเรยี นศึกษาการเรียนรู้เกี่ยวกบั ปฏทิ ิน แบบจันทรคติ จากหนงั สือเรยี น วา่ การนับเวลา
แบบจันทรคตมิ ีความเป็นมาอยา่ งไร
2. ครใู หน้ ักเรียนดูภาพและคลปิ สนั้ ๆเก่ียวกับการโคจรรอบโลกของดวงจนั ทร์ จากน้นั ให้นักเรียน
ช่วยกนั อธิบายและตอบคำถามตามประเด็นที่กำหนด ดงั น้ี
1) ดวงจันทร์ในวนั ขา้ งขึ้นมีลักษณะเป็นอย่างไร
2) ดวงจันทร์ในวนั ข้างแรมมีลักษณะเป็นอย่างไร
3) ดวงจันทรใ์ นวันข้ึน 15 คำ่ มีลกั ษณะอย่างไร
13
ข้ันท่ี 3 รับฟัง
1. ครเู ปิดคลิปช่อื เดือนทงั้ 12 เดือน แบบจันทรคติใหน้ กั เรียนไดด้ ูจากน้นั ครพู านักเรยี นฝกึ อา่ น 1
รอบ แลว้ ให้นกั เรยี นอ่านเองอีก 1 รอบ
2. ครใู หน้ กั เรียนจบั กลุ่ม กลุ่มละเท่าๆ กนั แล้วรว่ มกนั อภปิ รายเกยี่ วกบั เดือนแบบจนั ทรคติตาม
ประเด็นที่กำหนด ดังนี้
1) การนบั เดอื นแบบจันทรคติมีวิธีการนับอยา่ งไร
2) เดอื นแบบจนั ทรคตใิ นแต่ละเดอื นมีชอ่ื เรยี กวา่ อะไร
3. ครูใหน้ ักเรียนสง่ ตัวแทนภายในกลุ่มออกมานำเสนอผลการอภิปรายของแต่ละกลมุ่ หน้าชัน้ จากนน้ั
ให้นักเรยี นกลุ่มอนื่ ท่ีมีความคิดเห็นทแ่ี ตกต่างไป สามารถแสดงความคิดเห็นเพ่ิมเติมได้
ขน้ั ที่ 4 เช่อื มโยงสมั พนั ธ์
. 1. ครใู หน้ ักเรยี นทำใบงานท่ี 2 เร่ือง การนับเวลาแบบระบบสรุ ิยคติและจันทรคติ
2. ครูให้นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด
1) เดอื นแบบจันทรคตเิ ดอื นแรกของปีคือเดอื นอะไร เรยี กว่าอะไร
2) เดือนแบบจนั ทรคตเิ ดือนสุดทา้ ยของปีคือเดือนอะไร เรยี กว่าอะไร
ขั้นที่ 5 วิจารณ์
1. ครใู ห้นกั เรียนนำความรู้ท่ีได้จากการศกึ ษามาวิเคราะห์เพือ่ จำแนกหาข้อดีและข้อเสยี ของการนบั
เวลาแบบจันทรคติ
2. ครูและนักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ ทเี่ ก่ียวกับประโยชนข์ องเวลาแบบจันทรคติ พร้อมให้
นักเรยี นตอบคำถาม
1) ถา้ ไม่มีปฏิทนิ แบบจนั ทรคติ เราจะสามารถทราบวนั สำคัญทางพระพทุ ธศาสนาได้อย่างไร
2) นักเรยี นคดิ วา่ สามารถนำความร้ทู ่ีได้จากการเรยี นเวลาแบบจนั ทรคติไปใช้ประโยชน์ใน
ชวี ติ ประจำวนั ได้อย่างไร
ขนั้ ท่ี 6 สรุป
หลังจากเสร็จสิ้นการเรียนการสอน ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาความรู้จากการได้เรียนเวลา
แบบจันทรคตแิ ละประโยชน์ท่ีได้รับจากการเรยี น จากนัน้ ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยแบบฝึกหัด เร่ือง การนับ
เวลาแบบระบบสุริยคตแิ ละจันทรคติ
รปู แบบการจัดการเรียนการสอน : การสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
หน่วยย่อยที่ 4 เร่อื ง ปฏิทิน แผนทใี่ ชส้ อบสอน
(ชวั่ โมงท่ี 7)
ข้นั ท่ี 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ
1. ครชู ีแ้ จงวตั ถปุ ระสงค์การเรยี นรใู้ หน้ ักเรียนได้ทราบ วตั ถปุ ระสงค์ ได้แก่ 1) นักเรยี นมีความรู้ความ
เข้าใจเก่ยี วกับปฏทิ นิ 2) นักเรียนสามารถนำความรู้ท่ีได้มาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจำวนั 3) นกั เรยี นตระหนัก
เห็นถงึ ประโยนข์ องปฏิทนิ เพ่ือใหเ้ กดิ ความเข้าใจและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
14
2. ครูทบทวนความรเู้ ดิมจากการเรียนในช่ัวโมงที่ 6 เร่ือง การนับเวลาแบบจันทรคติ
3. ครใู หน้ กั เรยี นดปู ฏิทนิ ในรูปแบบตา่ งๆ
- ปฏิทนิ แบบแขวน
- ปฏิทนิ แบบตั้งโต๊ะ
- ปฏิทินแบบพกพา
4. ครูเปิดเพลง สบิ สอง ใหน้ ักเรยี นฟงั และรว่ มกนั ร้องเพลงพรอ้ มกับปรบมือตามจังหวะเปน็ การ
กระตุน้ ความสนใจ นกั เรยี นเข้าใจถงึ เดือนตา่ งๆในปฏทิ ิน
5. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันพดู คยุ เกี่ยวกับปฏทิ ินในรปู แบบต่างๆ ตามประเดน็ ที่กำหนด
คำถาม 1) วันนเ้ี ป็นวนั อะไร วันทีเ่ ท่าไหร่
2) วันนี้ตรงกับวัน เดอื น ปี อะไร
3) ทีบ่ ้านของนักเรียนมีปฏิทินรปู แบบไหนบา้ ง
4) ปฏิทนิ มคี วามสำคญั กับนักเรยี นอยา่ งไรบา้ งในชวี ติ ประจำวนั
4.ครูอธิบายความรเู้ กย่ี วกบั ปฏทิ ินเพื่อเช่ือมโยงความคิดของนกั เรยี นเพื่อให้ตระหนกั ถึงความสำคัญ
ของปฏทิ ินท่ีนกั เรยี นใชใ้ นชวี ิตประจำวัน
ขัน้ ที่ 2 ขั้นสำรวจคน้ หา
1. ครใู หน้ กั เรยี นร่วมกนั ศกึ ษาความร้เู กีย่ วกบั ปฏิทนิ ท่ีใช้ในชีวิตประจำวนั จากหนงั สอื เรียน เชน่ เดอื น
ที่มี 31 วันคือเดอื นอะไรบา้ ง เดือนท่ีมี 30 วนั คือเดือนอะไรบ้าง วันในปฏิทินมีทัง้ หมดกี่วัน วันอะไรบ้าง ใน
ปฏิทินมีเดือนทั้งหมดกเ่ี ดือน
2. ครูและนักเรียนชว่ ยกนั ตอบคำถาม เพ่ือให้เขา้ ใจถงึ วัน เดอื น ปที ่ีอยใู่ นปฏทิ นิ
คำถาม 1) ปฏิทินสามารถบอกอะไรได้บ้าง
2) ปฏิทินสามารถใชท้ ำอะไรไดบ้ ้าง
3) ปฏิทินมคี วามสำคัญอะไรบา้ ง
ขัน้ ท่ี 3 ข้ันอธิบายความรู้
1. ครใู ห้นักเรยี นนำความรู้ทีไ่ ด้จากการศึกษาเกยี่ วกับปฏทิ ินมาร่วมกันอภิปรายร่วมกนั และ
แลกเปลี่ยนความรกู้ นั ภายในห้องเรยี น ซ่งึ ครจู ะชว่ ยอธิบายความรู้เพมิ่ เตมิ
2. ครใู ห้นักเรยี นดูปฏิทนิ ในรูปแบบทตี่ ่างๆว่ามคี วามแตกต่างกนั จากน้นั ให้นักเรียนร่วมกันสงั เกต
ปฏิทนิ ของตนเองได้ แล้วมาตอบคำถามตามประเด็นทกี่ ำหนด ดงั น้ี
1) ปฏทิ ินมีส่วนประกอบอะไรบา้ ง
2) ปฏิทินมวี ันอะไรบา้ ง เช่นวันหยุดชดเชย วนั หยุดนักขตั ฤกษ์
3) ในปฏิทนิ มเี ดือนทงั้ หมดกเ่ี ดอื น
ข้นั ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ
1. ครใู ห้นกั เรยี นนำความรู้ทีไ่ ดจ้ ากการศึกษาปฏิทินมารว่ มกนั วเิ คราะห์ถงึ ความสำคัญและประโยชน์
ของปฏิทนิ ท่ีใช้ในชีวิตประจำวัน ซ่งึ คนูจะอธบิ ายความรูเ้ พิ่มเติม
15
2. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันตอบคำถามกระตุน้ ความคิดเพื่อให้นกั เรยี นเข้าใจถงึ ปฏทิ ินที่ได้เรียนมาเพ่มิ
มากข้ึน และสามารถถามเพ่ิมเติมได้
คำถาม 1) เดือนท่ีลงทา้ ยด้วยคำว่าคม มีก่ีวนั
2) เดือนทลี่ งท้ายด้วยคำว่ายนมีกว่ี ัน
3) เดอื นที่ลงท้ายดว้ ยคำวา่ พันธ์มกี วี่ ัน
ขั้นที่ 5 ขั้นตรวจสอบผล
1. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปเนือ้ หาความรเู้ กี่ยวกับปฏิทินทน่ี กั เรียนใช้อยู่ในชีวติ ประจำวนั
2. ครูให้นกั เรยี นตอบคำถามเพ่ือวัดผลการเรียนว่านกั เรียนมเี ข้าใจมากน้อยเพยี งใด
คำถาม 1) นักเรียนสามารถนำปฏทิ นิ ไปใชป้ ระโยชน์ในชีวติ ประจำวันได้อยา่ งไร
2) ถา้ ในโลกนี้ไมม่ ีปฏทิ นิ จะเกิดอะไรข้ึน และเป็นอย่างไร
รูปแบบการจดั การเรียนการสอน : วิธีการสอนโดยการจัดการเรยี นรแู้ บบรว่ มมือ เทคนิคคู่คดิ สสี่ หาย
หนว่ ยย่อยที่ 5 เร่อื ง ชว่ งเวลาในชวี ิตประจำวนั
(ชั่วโมงท่ี 8)
ข้ันที่ 1 นำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ครูชแี้ จงวตั ถุประสงค์ของการเรยี นรูใ้ ห้นักเรยี นได้ทราบ จากน้ันครทู บทวนความร้เู ดิมจากท่ีไดเ้ รียน
ไปในครง้ั ทีแ่ ล้ว เร่ือง ปฏทิ ิน
2. ครูรว่ มสนทนากับนกั เรียนเกยี่ วกบั กจิ วตั รประจำวนั ของนักเรยี นตง้ั แตต่ ื่นนอนตอนเชา้ จนกระทั่งถึง
เข้านอนตอนกลางคืน และตอบคำถาม ดังน้ี
1) ขณะนเี้ ปน็ เวลาช่วงใด
2) นักเรยี นต้องเข้านอนในเวลาใด
3. ครูอธิบายใหน้ กั เรียนเขา้ ใจวา่ การแบ่งชว่ งเวลาใน 1 วนั ตามคำบอกของชว่ งเวลาจะทำใหท้ ราบถงึ
ลำดบั เรอ่ื งราวไดช้ ัดเจน และสามารถท่จี ะปฏบิ ตั ิกิจกรรมต่างๆได้อยา่ งถกู ต้อง เหมาะสมและสอดคลองกบั
ช่วงเวลาน้นั ๆ
ขั้นท่ี 2 ขนั้ สอน
1. ครูใหน้ ักเรยี นทำใบงานท่ี 3 เร่ือง ชว่ งเวลาในชีวิตประจำวัน โดยใหน้ ักเรียนคดิ คำตอบดว้ ยตนเอง
จากน้ันใหจ้ ับคู่กบั เพื่อน แลว้ ผลดั กันอธบิ ายคำตอบของตนเองใหเ้ พอื่ นฟงั
2. ครูให้นักเรียนส่งตัวแทนในชั้นเรียนออกมานำเสนอคำตอบในใบงาน เรื่อง ช่วงเวลาใน
ชีวิตประจำวัน หน้าชั้นเรียน โดยครูเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องและอธิบายเพิ่มเติมในส่วนที่บกพร่อง พร้อม
กบั ถามคำถาม ดังน้ี
1) นักเรียนเห็นด้วยกับการแบง่ ชว่ งเวลากลางวนั 12 ชว่ั โมง และกลางคืน 12 ชั่วโมงหรือไม่
อย่างไร เพราะเหตุใด
16
ขนั้ ที่ 3 สรุป
หลังจากเสร็จสิ้นการเรียนการสอนแล้ว ครูและนักเรียน ร่วมกันสรุปเนื้อหาสาระ ความรู้ สิ่งที่เข้าใจ
เรื่องช่วงเวลาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมกับตอบคำถามเพื่อเป็นการทบทวนความจำ ตามประเด็นที่กำหนด
ดังนี้ คำถาม
1) การปฏบิ ตั ิกิจกรรมทถี่ กู ต้อง เหมาะสมกับช่วงเวลาในแต่ละวนั มีประโยชน์อยา่ งไร
2) ถา้ เราไม่ปฏิบตั ติ ามตารางวันทค่ี วรจะเป็น จะเกดิ อะไรขึ้นบา้ ง
รูปแบบการจัดการเรยี นการสอน : วธิ ีการสอนโดยการจดั การเรยี นรแู้ บบร่วมมือ เทคนคิ คู่คิดสี่สหาย
หนว่ ยยอ่ ยที่ 6 เร่อื ง ลำดบั เหตกุ ารณ์ในชีวติ ประจำวนั
(ชว่ั โมงท่ี 9-10)
ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน
1. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สนทนาเกี่ยวกบั ลำดับเหตกุ ารณ์ในชีวติ ประจำวนั ตามชว่ งเวลา และตอบ
คำถามตามประเด็นที่กำหนด ดังน้ี
1) ทุกๆ วันในตอนเชา้ นกั เรียนทำกิจกรรมอะไรบา้ ง
2) ทกุ ๆ วันหลงั จากเลิกเรยี น นักเรียนทำกิจกรรมอะไรบา้ ง
ขั้นท่ี 2 ข้นั สอน
1.ครใู หน้ ักเรียนทำใบงานที่ 4 เรอ่ื ง ลำดบั เหตกุ ารณ์ในชวี ติ ประจำวัน โดยเติมคำในช่องว่าง ให้ถกู ต้อง
จากนน้ั ให้นักเรยี นร่วมกันสรุปว่า การบนั ทกึ เหตุการณใ์ นชีวติ ประจำวัน สามารถใชบ้ อกคำในชว่ งเวลาต่างๆได้
พร้อมกับให้นักเรียนแสดงความคดิ เหน็
2.ครูให้นกั เรยี นจับกลุ่มเพ่ือศึกษา ลำดบั เหตุการณ์ในชวี ติ ประจำวัน จากน้ันให้นักเรียนในแต่ละกลมุ่
ออกมานำเสนอความรู้ทไ่ี ดจ้ ากการศึกษา หน้าชัน้ เรียน โดยครูจะเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องและอธิบายเพิ่ม
เตใิ นสว่ นท่ีมคี วามบกพร่อง
ขน้ั ที่ 3 สรปุ
1. ครใู หน้ กั เรียนรว่ มกนั สรุปส่ิงได้จากการเรยี นและความเข้าใจเปน็ ความรรู้ ว่ มกนั ในเร่อื ง ลำดับ
เหตกุ ารณใ์ นชวี ติ ประจำวัน ดังนี้ การลำดบั เหตารณ์ทำใหท้ ราบว่าเหตุการณ์ใดเกิดข้นึ ก่อนและหลงั
2. ครใู หน้ ักเรยี นตอบคำถามจากสงิ่ ทไ่ี ด้เรียนไป โดยเป็นแบบคำถามปลายเปิด ซึง่ นกั เรยี นสามารถ
ตอบได้ในความคดิ เห็นของตนเอง แนวคำถาม ดงั น้ี
1) สิ่งท่นี ักเรยี นไดเ้ รียนร้วู ันน้ีคอื อะไร
2) นกั เรยี นสามารถนำความรู้ท่ีไดจ้ ากการเรียนวนั นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง
ครอบครวั และสังคมท่วั ไปได้อย่างไร
3) นกั เรยี นมีความพอใจในการเรียนการสอนคร้ังน้ีมากน้อยเพยี งใด เพราะอะไร
8. ส่ือการสอน
8.1 วิดทิ ัศนป์ ระกอบการสอน
17
8.2 บตั รคำ
8.3 ใบงาน
8.4 ปฏิทิน
8.5 สอื่ การเรียนการสอนประกอบการนำเสนอ power point
9. แหลง่ เรยี นร้ใู นหรอื นอกสถานท่ี
9.1 หอ้ งสมดุ
10. การวดั และการประเมนิ ผล
ชน้ิ งาน/ภาระงาน วิธีวดั ผล เครื่องมอื วัดผล เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การประเมนิ
1. ใบงานที่ 1 วนั ใน ตรวจใบงาน ใบงาน ตอบถูกต้องตามใบงาน คะแนน 16-20 = ดีมาก
คะแนน 11-15 = ดี
รอบสัปดาห์ คะแนน 6-10 = พอใช้
คะแนน 0-5 = ปรับปรุง
2. ใบงานท่ี 2 การ ตรวจใบงาน ใบงาน ตอบถูกตอ้ งตามใบงาน ผา่ นเกณฑ์ในระดับดีขึ้น
นับเวลาแบบสุรยิ คติ ไป
และจนั ทรคติ คะแนน 16-20 = ดมี าก
คะแนน 11-15 = ดี
3. ใบงานท่ี 3 ตรวจใบงาน ใบงาน ตอบถูกต้องตามใบงาน คะแนน 6-10 = พอใช้
ช่วงเวลาใน คะแนน 0-5 = ปรบั ปรงุ
ชีวิตประจำวัน ผ่านเกณฑ์ในระดบั ดขี ึ้น
ไป
4. ใบงานท่ี 4 ลำดบั ตรวจใบงาน ใบงาน ตอบถูกต้องตามใบงาน คะแนน 16-20 = ดีมาก
เหตกุ ารณใ์ น คะแนน 11-15 = ดี
ชีวิตประจำวัน คะแนน 6-10 = พอใช้
คะแนน 0-5 = ปรับปรงุ
ผ่านเกณฑ์ในระดับดขี ้นึ
ไป
คะแนน 16-20 = ดมี าก
คะแนน 11-15 = ดี
คะแนน 6-10 = พอใช้
คะแนน 0-5 = ปรบั ปรุง
ผา่ นเกณฑ์ในระดบั ดีขึ้น
ไป
18
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ วิธวี ดั ผล เครื่องมอื วัดผล เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ
มวี นิ ัย สงั เกต แบบสังเกต ผ่านเกณฑต์ ้ังแต่
พฤติกรรม พฤติกรรม คะแนน 16-20 = ดีมาก ระดบั พอใช้ขน้ึ ไป
ใฝ่เรียนรู้ รายบคุ คล คะแนน 11-15 = ดี
สงั เกต คะแนน 6-10 = พอใช้ ผา่ นเกณฑ์ตั้งแต่
มุ่งมัน่ ในการทำงาน พฤติกรรม แบบสงั เกต คะแนน 0-5 = ปรับปรงุ ระดับพอใช้ข้นึ ไป
พฤติกรรม คะแนน 16-20 = ดมี าก
สังเกต รายบคุ คล คะแนน 11-15 = ดี ผา่ นเกณฑต์ ้ังแต่
พฤติกรรม คะแนน 6-10 = พอใช้ ระดับพอใช้ขนึ้ ไป
แบบสงั เกต คะแนน 0-5 = ปรับปรงุ
พฤติกรรม คะแนน 16-20 = ดีมาก
รายบคุ คล คะแนน 11-15 = ดี
คะแนน 6-10 = พอใช้
คะแนน 0-5 = ปรบั ปรุง
สมรรถนะของผู้เรยี น วธิ ีวัดผล เครอ่ื งมอื วดั ผล เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน
สังเกต ตารางเกณฑ์การให้ ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่
1. ความสามารถในการ แบบสังเกต คะแนนสมรรถนะของ ระดับพอใชข้ ึ้นไป
สื่อสาร พฤติกรรมการ ผู้เรยี น
ปฏิบัติงาน ผา่ นเกณฑ์ตั้งแต่
2. ความสามารถในการคดิ สังเกต รายบคุ คล ตารางเกณฑก์ ารให้ ระดบั พอใช้ขน้ึ ไป
แบบประเมินใบ คะแนนสมรรถนะของ
งาน ผ้เู รียน
11.กิจกรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
12. บนั ทกึ ผลหลังการสอน
สรุปผลการเรยี นการสอน
นกั เรียนทงั้ หมดจำนวน.....................คน
19
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นร้ขู ้อที่ จำนวนนกั เรียนทผ่ี า่ น จำนวนนกั เรียนที่ไมผ่ า่ น
จำนวนคน รอ้ ยละ จำนวนคน ร้อยละ
13. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .......................................
................................................................................................ ............................................................... ......
............................................................................................................................. ........................................
............................................................................................................................................................. ........
14. ข้อเสนอแนะ
................................................................................................................ ......................................................
............................................................................................................................. ..........................................
................................................................................................................ .......................................................
............................................................................................................................. ..........................................
ลงชือ่ ........................................................................
()
ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ .......................................
ลงช่อื ................................................................ หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้
()
ลงชอ่ื .............................................................. รองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
()
20
ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา
ได้ทำการตรวจแผนการเรียนรู้ของ....................................................แล้วมคี วามคดิ เห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง
2. การจัดกิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยังไม่เน้นผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
3. ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. ...........................
........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................
ลงช่อื ...............................................................................................
( ………………………………………………… )
ผู้อำนวยการโรงเรยี น………………………………………………………….
21
ใบงานท่ี 1 เรอ่ื ง “วันในรอบสปั ดาห์”
ชอ่ื - นามสกุล .................................................................. เลขท่ี ........................ วนั ท่ี ................... .................
คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรียนโยงภาพสีประจำวนั ให้ถูกต้อง
วนั จันทร์
วนั อังคาร
วนั พธุ
วันพฤหสั บดี
วันศุกร์
วันเสาร์
วันอาทติ ย์
22
ใบงานท่ี 2 เรื่อง “การนบั เวลาแบบสุริยคตแิ ละจนั ทรคติ”
ชอ่ื - นามสกุล .................................................................. เลขท่ี ........................ วันท่ี ................... .................
คำชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นศึกษาปฏทิ ิน แลว้ ตอบคำถามใหถ้ ูกต้อง
1. ปฏิทนิ น้เี ป็นเดือน .................................................... ปพี ทุ ธศักราช ..........................................
2. เดือนนม้ี ี ........................... วัน
3. วันวสิ าขบูชา ตรงกับ .............................. ท่ี ..................... เดือน .............................. ปพี ทุ ธศกั ราช ..............
ตามแบบสรุ ิยคติ และตรงกบั วนั ...................... เดือน .............................. ตามแบบจันทรคติ
4. ในเดือนน้มี วี ันพระทัง้ หมด ........................................ วนั ดงั นี้ .......................................................................
23
ใบงานท่ี 3 เร่ือง “ชว่ งเวลาในชีวติ ประจำวัน”
ชื่อ- นามสกลุ .................................................................. เลขที่ ........................ วันท่ี ................... .................
คำชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นกจิ วตั รประจำวนั ของตนเองทท่ี ำในช่วงเวลาต่างๆ ใน 1 วัน พรอ้ มวาดรูปประกอบ
1. ชว่ งเช้า
................................................................................................................................... ...........................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. ช่วงเวลาเท่ยี ง
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
24
3. ช่วงเวลาเย็น
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................................................... .......
........................................................................................................................... ...................................................
5. ชว่ งเวลาดกึ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
25
ใบงานท่ี 4 เร่อื ง “ลำดบั เหตกุ ารณ์ในชวี ิตประจำวนั ”
ช่อื - นามสกุล .................................................................. เลขที่ ........................ วนั ที่ ....................................
คำชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นเติมคำบอกลำดับเหตุการณ์ในชอ่ งว่างใหถ้ กู ต้อง
1. เราต่ืนนอน
ตอน ..........................................
1. เราเรยี นหนังสอื
ตอน ..........................................
1. เราทำการบา้ น
ตอน ..........................................
1. เรานอนหลบั
ตอน ..........................................
26
เกณฑก์ ารให้คะแนนใบงาน
ประเด็นการประเมิน คะแนน
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. ผลงานตรงตาม ผลงานมีความ ผลงานมีความ ผลงานมีความ ผลงานไม่
จดุ ประสงค์ สอดคล้องกับ สอดคลอ้ งกบั สอดคล้องกับ สอดคล้องกบั
จุดประสงคข์ อง จดุ ประสงค์ของ จดุ ประสงค์ของ เนือ้ หาที่เรยี น
เนอ้ื หาทเ่ี รยี นทุก เน้ือหาทเี่ รยี นเปน็ เนือ้ หาบางประเดน็
ประเดน็ สว่ นใหญ่
2. ผลงานมีความ เนอื้ หาสาระ เน้อื หาสาระ เนอื้ หาสาระ เนอ้ื หาสาระไม่
ถกู ต้อง ถูกต้องสมบูรณ์ ถกู ต้องเป็นสว่ น ถกู ต้องเป็นบาง ถูกต้อง
ครบถว้ น ใหญ่ ประเด็น
3. ผลงานมคี วามเป็น ผลงานมคี วาม ผลงานมีความเปน็ ผลงานคอ่ นข้าง ผลงานไมม่ ีความ
ระเบียบเรยี บร้อย เปน็ ระเบียบ ระเบียบเรียบรอ้ ย เปน็ ระเบยี บ เป็นระเบยี บ
เรยี บรอ้ ย แตย่ ังมีข้อบกพร่อง เรยี บร้อย แตม่ ี เรยี บร้อย
มากสว่ น ข้อบกพร่อง
เล็กน้อย
4. การส่งงานตรงต่อ สง่ งานตรงเวลา ส่งงานชา้ เลยเวลา สง่ งานชา้ เลยเวลา ส่งงานชา้ เลยเวลา
เวลา ทีก่ ำหนด 1-2 วัน ท่ีกำหนด 3-5 วัน ท่ีกำหนดมากกวา่
5 วัน
เกณฑ์การประเมนิ
คะแนน ระดับคณุ ภาพ
16-20 ดีมาก
11-15 ดี
6-10 พอใช้
0-5 ปรบั ปรงุ
27
แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
ลำดับ ชื่อ-นามสกุล คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
มวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน
543215432154321
ลงชื่อ................................................ผูป้ ระเมิน
วนั ท่ี........./......................./...............
28
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมแบบกลมุ่
กลุ่มที่............................... เรอื่ ง...............................................................................................
สมาชิกในกลุ่ม 1)........................................................................................................ เลขท่ี............ .................
2)....................................................................................................... เลขท่ี............. .................
3)....................................................................................................... เลขที่..............................
4)....................................................................................................... เลขที.่ ............ .................
5)....................................................................................................... เลขที.่ ............ .................
6)....................................................................................................... เลขที่..............................
ลำดับ พฤติกรรม คะแนน
3 (สม่ำเสมอ) 2 (บ่อยคร้งั ) 1 (นอ้ ย)
1. มสี ่วนรว่ มในการแสดงความคิดเห็น
2. มีความกระตือรอื ร้นในการทำงาน
3. มคี วามรบั ผดิ ชอบต่อหน้าท่ี
4. ใชเ้ วลาเหมาะสม
5. มีความกล้าแสดงออก
ลงช่ือ........................................................ผปู้ ระเมิน
(........................................................)
........../........................./................
คะแนน เกณฑ์การประเมิน
8-10
6-7 ระดับคุณภาพ
ตำ่ กวา่ 5 ดี
พอใช้
ปรับปรุง
29
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
พฤตกิ รรมบ่งชี้ คะแนน
1. ความสามารถ
ในการส่อื สาร 5 (ดีมาก) 4 (ดี) 3 (ปานกลาง) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
2. ความสามารถ มีความสามารถใน มคี วามสามารถ มคี วามสามารถ มคี วามสามารถ ไม่มี
ในการคิด
การส่อื สารออกมาได้ ในการส่ือสาร ในการสอื่ สาร ในการสอ่ื สาร ความสามารถ
ดีเยยี่ ม ชดั เจน ออกมาได้ดี ออกมาในระดับ ออกมาได้ระดับ ในการสื่อสาร
ชดั เจน ปานกลาง ไม่ พอใช้ ควร
ชัดเจน ปรบั ปรงุ
มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถ มีความสามารถ มคี วามสามารถ ไม่มี
การคดิ อยา่ ง ในการคิด ในการคิด ตัดสินใจ ความสามารถ
สรา้ งสรรค์ ตดั สินใจ ตดั สินใจเกย่ี วกับ ตัดสินใจ เกีย่ วกับปัญหา ในการคดิ การ
เกีย่ วกบั ปัญหาของ ปัญหาของตนเอง เก่ยี วกับปัญหา ของตนเองได้ไม่ ตดั สนิ ใจ
ตนเองอย่างเหมาะสม ได้ ของตนเองได้ ดีเทา่ ที่ควร เกยี่ วกบั ปญั หา
ของตนเองได้ไม่
ดี
30
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2
แผนการจดั การเรยี นรู้ ท่ี 2 31
สาระการเรียนรู้ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาประวัตศิ าสตร์
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 1 ปีการศึกษา 2564
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 เร่อื ง ตนเองและครอบครัว เวลา 6 ชัว่ โมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัด
มาตรฐานท่ี ส 4.2 เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมยั ทางประวตั ศิ าสตร์ สามารถใช้
วธิ ีการทางประวัตศิ าสตรม์ าวิเคราะห์เหตุการณ์ตา่ งๆอย่างเปน็ ระบบ
ส 4.2 ป.1/3 บอกประวัติความเป็นมาของตนเองและครอบครัวโดยสอบถามจากผูท้ เ่ี ก่ยี วขอ้ ง
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 บอกประวตั ิความเป็นมาของตนเองและครอบครวั ได้ (K)
2.2 เขยี นวธิ ีการสบื ค้นประวัติความเป็นมาของตนเองและครอบครวั ได้ (P)
2.3 เหน็ คุณคา่ ของประวตั ิความเปน็ มาของตนเองและครอบครวั (A)
3. สาระสำคญั
ศึกษาการบอกประวัตคิ วามเป็นมาของตนเองและครอบครวั และวิธีการสืบคน้ ประวัติความเป็นมาของ
ตนเองและครอบครัวที่สามารถทำได้โดยการสอบถามจากผู้ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ภายในครอบครัวจะทำให้เราเกิด
ความรู้สึกผกู พันและภาคภูมิใจในครอบครัวของเรา
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ด้านความรู้ (K)
1. ประวตั คิ วามเปน็ มาของตนเอง
2. ประวตั คิ วามเป็นมาของครอบครวั
3. วธิ ีการสบื คน้ ประวตั คิ วามเปน็ มาของตนเองและครอบครวั
4.2 ด้านทักษะ (P)
1. เขียนประวตั ิความเปน็ มาของตนเองและครอบครวั
2. เขยี นวธิ กี ารสบื คน้ ประวัติความเป็นมาของตนเองและครอบครัว
4.3 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
ซ่ือสตั ย์ สจุ รติ
มวี นิ ัย
ใฝ่เรยี นรู้
อย่อู ย่างพอเพยี ง
มงุ่ ม่ันในการทำงาน
32
รกั ความเป็นไทย
มีจิตสาธารณะ
5. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
ความสามารถในการส่อื สาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. ช้ินงาน/ภาระงาน
6.1 ใบงานที่ 1 แผนผงั ความคดิ เรอื่ ง เราคือใคร ใครคือเรา
6.2 ใบงานท่ี 2 เรอ่ื ง ประวตั ิของตัวฉนั
6.3 ใบงานท่ี 3 เรือ่ ง ความเป็นมาของครอบครัว
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
รปู แบบการจัดการเรยี นการ : แบบการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
หน่วยย่อยที่ 1 เรือ่ ง เราคือใคร ใครคอื เรา
(ช่ัวโมงที่ 1-2)
ข้นั ที่ 1 ขน้ั กระต้นุ ความสนใจ
1. ครูชี้แจงวัตถปุ ระสงค์ของการเรยี นรู้ จากนั้นครทู บทวนความร้เู ดิมจากท่ีไดเ้ รยี นไปในบททแี่ ลว้
เร่อื ง วันเวลาแห่งกาลเรียนรู้
2. ครูให้นักเรยี นดภู าพถา่ ยของครใู นตอนเด็กๆของตนเอง พรอ้ มกบั เล่าถงึ ประวตั ิความเป็นมา
จากนนั้ ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรียนได้ซกั ถามถึงประวตั ิความเปน็ มาของครู และเปดิ วิดิโอ เชน่ การต์ ูนตลกท่ี
เกีย่ วกบั ครอบครัวใหก้ ับนักเรียนไดด้ ู
3. ครถู ามคำถามนักเรียนเกี่ยวกบั ภาพถ่ายในอดีตของตนเอง เช่น
1) นักเรียนเคยเห็นภาพถา่ ยของตนเองตอนเด็กๆหรือไม่ และภาพถา่ ยเปน็ ลักษณะอยา่ งไร
2) เมอ่ื นักเรียนเห็นภาพถา่ ยเหลา่ น้นั แลว้ มีความรู้สกึ อยา่ งไร
ข้ันท่ี 2 ข้นั สำรวจค้นหา
ครูชี้แจงประวัติความเป็นมาของตนเองและครอบครัว โดยให้นักเรียนศึกษาข้อมูล/สถานการณ์หรือ
เหตุการณ์ที่ครูกำหนดให้ จากนั้นครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่าๆ กัน ตามความสมัครใจ จากนั้นให้แต่
กล่มุ ร่วมกันศกึ ษาความรู้ เรือ่ งประวตั ิความเปน็ มาของตนเองและครอบครัว โดยสอบถามจากผทู้ ี่เกยี่ วขอ้ ง เช่น
ผู้ปกครอง ญาตพิ นี่ ้อง เป็นตน้
ขั้นที่ 3 ข้ันอธิบายความรู้
ครูอธิบายถึงประวัติความเป็นมาของตนเองและครอบครัวให้นักเรียนฟัง พร้อมกับให้นักเรียนทำ
กิจกรรมเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของตนเองและครอบครัว เช่น ชื่อของนักเรียน อาชีพของพ่อแม่ ญาติพี่
33
น้อง สถานที่เกิด แล้วช่วยกันเฉลยคำตอบใหถ้ ูกต้อง จากนั้นครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของครอบครวั
ในแต่ละบา้ นที่มีความแตกตา่ งกนั ออกไป
ขน้ั ที่ 4 ขัน้ ขยายความรู้
ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของตนเองและ
ครอบครวั ที่ได้จากการศึกษามาเป็นพน้ื ฐานในการตอบคำถาม
คำถาม 1) ปยู่ ่า ตายายของนกั เรยี นมชี อ่ื ว่าอะไร และประกอบอาชีพอะไร
2) นักเรียนมีญาตพิ ี่น้องทง้ั หมดกี่คน
3) นักเรียนเกิดทีไ่ หน ภมู ลิ ำเนาอยทู่ ี่จงั หวัดใด
4) ใครเปน็ คนต้ังชือ่ ให้กบั นักเรยี น
5) ช่ือของนักเรยี นมีความหมายว่าอะไร
ขั้นที่ 5 ขัน้ ประเมนิ ผล
หลังจากเสร็จสิ้นการเรียนการสอนแล้ว ครูและนักเรียนร่วมกันสรุป เรื่อง ประวัติความเป็นมาของ
ตนเองและครอบครัว โดยครใู หน้ ักเรยี นทำใบงานสรปุ เปน็ แบบแผนผังความคิด พรอ้ มกับจดั ทำเป็นใบงานและ
ตกแตง่ ใหส้ วยงาม จากน้ันครปู ระเมินช้ินงานของนักเรียนแต่ละคน
รูปแบบการจัดการเรียนการสอน : แบบการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
หนว่ ยยอ่ ยที่ 2 เร่อื ง ความเปน็ มาของตนเอง
(ชว่ั โมงที่ 3-4)
ขั้นที่ 1 ข้ันกระต้นุ ความสนใจ
1. ครูทบทวนความรู้เดิมจากที่ไดเ้ รยี นในครั้งทแ่ี ล้ว เรอื่ ง เราคือใคร ใครคือเรา
2. ครูให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนๆภายในห้องเกี่ยวกับความเป็นมาของตนเอง ตาม
ประเดน็ ทก่ี ำหนดดงั น้ี
1) ชอ่ื -นามสกลุ 2) วนั เดือน ปีเกดิ
3) ทอ่ี ยปู่ ัจจุบนั 4) สมาชกิ ในครอบครัว เชน่ พ่อแม่ ญาตพิ ีน่ ้อง
5) อาหารที่ชอบรบั ประทาน 6) สตั วท์ ่ชี อบ
7) สีที่ชอบ 8) งานอดเิ รก
9) ไอดอลทีช่ อบ
3. ครถู ามนกั เรยี นเกีย่ วกบั ประวัตคิ วามเปน็ มาของตนเอง
1) นกั เรียนคิดวา่ ประวัติความเปน็ มาของตนเองมีความสำคญั ต่อบคุ คลอื่นหรือไม่ อยา่ งไร
2) นกั เรยี นคดิ วา่ ถ้าเราไมร่ ้ปู ระวัติความเป็นมาของตนเองจะเกิดปญั หาอะไรขนึ้ บา้ ง
ข้ันที่ 2 ขั้นสำรวจคน้ หา
1. ครูให้นักเรียนรวมกลุ่มเดิมจากครั้งที่แล้ว จากนั้นครูให้นักเรียนในแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาเนื้อหา
สาระ ความรู้เรื่อง ประวัติความเป็นมาของตนเอง เช่น ชื่อ-นามสกุล ชื่อเล่น วัน เดือน ปีเกิด ที่อยู่ปัจจุบัน
อาหารท่ีชอบ สที ีช่ อบ สถานท่ีท่องเทย่ี วทีช่ อบ ในอนาคตอยากประกอบอาชพี อะไร
34
2. ครูให้นักเรียนแต่ละคนทำใบงานที่ 2 เรื่อง ประวัติของตัวฉัน โดยมีรายละเอียดอธิบายภายในใบ
งานอย่างครบถ้วน เมื่อนักเรียนทำเสร็จให้นำมาสง่ ครตู รวจ
ข้นั ท่ี 3 ขนั้ อธิบายความรู้
1. ครใู ห้นักเรียนแต่ละคนนำความร้ทู ี่ได้จากการศึกษามาร่วมกันอธิบายร่วมกันภายในกลุ่มของตนเอง
วา่ ประวตั คิ วามเปน็ มาของตนเองมคี วามเหมือนนหรือคล้ายคลงึ กันหรือไม่
2. ครูให้นักเรียนดูบัตรประชาชนของครู จากนั้นให้นักเรียนในแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ถึงสิ่งท่ี
สังเกตไดจ้ ากการดู แลว้ ตอบคำถามตามประเด็นท่ีกำหนด ดงั นี้
1) นักเรียนรู้จักส่ิงที่ครนู ำมาใหด้ ูหรือไม่ อยา่ งไร
2) นกั เรยี นสังเกตเห็นอะไรบ้างจากส่ิงที่ไดด้ ู
3) สิ่งครนู ำมาให้ดู นักเรยี นคดิ วา่ มันมคี วามสำคัญอย่างไร
4) ส่งิ ทีค่ รนู ำมาใหด้ ู นกั เรยี นคดิ วา่ ส่งิ นี้สามารถบอกอะไรไดบ้ า้ ง
3. ครูให้นักเรียนส่งตัวแทนภายในกลุ่มของแต่ละกลุ่มออกมาเสนอคำตอบหนา้ ช้ันเรยี น จากนั้นครูให้
นักเรยี นรว่ มกนั ตอบคำถามวา่ บตั รประจำตัวประชาชนมีความสำคญั กบั ตนเองอย่างไร
ข้ันที่ 4 ข้นั ขยายความเข้าใจ
1. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ความสำคัญของการสืบค้นประวัติความเป็นมาของ
นกั เรยี นวา่ มีความสำคญั อย่างไรในการดำรงชีวิตของนักเรยี น
2. ครูให้ตัวแทนนักเรียนออกมานำเสนอผลของการวิเคราะห์หน้าชั้นเรียน โดยครูจะเป็นผู้ตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง และเสนอแนะเพิม่ เติมส่วนทบี่ กพรอ่ งใหก้ ับนักเรยี น เพอื่ ให้นักเรยี นมคี วามเขา้ ใจเพิม่ มากขนึ้
3. ครถู ามคำถามวา่ นกั เรียนคดิ ว่า การรู้ประวตั ิความเปน็ มาของตนเองมคี วามจำเปน็ หรือไม่ อย่างไร
4. ครอู ธิบายเพิม่ เติมให้นกั เรยี นเขา้ ใจถึงความสำคัญและความจำเปน็ ทเ่ี ราจะต้องร้จู ักตนเองและท่ีมา
ของตนเองวา่ มคี วามสำคัญมากน้อยเพียงใด
ขน้ั ท่ี 5 ขั้นตรวจสอบผล
1. ครปู ระเมนิ ผลนักเรยี นจากการทำใบงานท่ี 2 เร่ืองประวัติของตัวฉนั
2. หลังจากเสร็จสิ้นการเรียนการสอนแล้ว ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาสาระ ความรู้เกี่ยวกับ
ความเป็นมาของตนเอง เพื่อให้ทราบว่านักเรียนมีความเข้าใจมากน้อยเพียงใด โดยครูเป็นผู้ตรวจสอบความ
ถกู ตอ้ ง และอธิบายเพม่ิ เตมิ ในส่วนท่บี กพร่องหรอื ขาดหายไป
รูปแบบการจัดการเรยี นการสอน : แบบการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
หนว่ ยยอ่ ยท่ี 3 เรื่อง ความเปน็ มาของครอบครัว
(ช่ัวโมงที่ 5-6)
ขน้ั ที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ
1.ครชู ้ีแจงวตั ถปุ ระสงค์ของการเรียนรู้ จากนั้นครูทบทวนความรเู้ ดมิ เรอื่ ง ความเป็นมาของตนเอง
2. ครูให้นักเรียนดูภาพถ่ายของครอบครัวของครู จากนั้นเล่าเรื่องเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของ
ครอบครวั ให้นกั เรยี นฟงั และเปิดวิดโิ อทเ่ี กีย่ วกบั ครอบครวั ให้ยนกั เรยี นดู โดยใหแ้ งค่ ดิ จากการดูวิดิโอด้วย
35
3. ครถู ามคำถามและใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั ตอบ เช่น
1) นักเรยี นเคยเหน็ ภาพถ่ายของพอ่ แม่ของนักเรยี นตอนเด็กๆ หรือไม่
2) นักเรยี นคิดวา่ ภาพถ่ายนัน้ มลี ักษณะเป็นอย่างไร
3) นักเรยี นมีความรสู้ ึกอยา่ งไร เมือ่ ได้เหน็ ภาพเหล่านน้ั
4) ภายในครอบครัวของนักเรยี นมญี าติพ่ีน้องก่คี น ใครบา้ ง
ขน้ั ท่ี 2 ขนั้ สำรวจค้นหา
1. ครูให้นักเรียนรวมกลุ่มเดิมจากครั้งที่แล้ว จากนั้นให้นักเรียนในแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาเนื้อหา
ความรู้เรื่อง ความเป็นมาของครอบครัว จากการสอบถามความรู้จากพ่อแม่หรือผู้ปกครองที่อยู่กับนักเรียน
แลว้ ให้นำความรูท้ ไี่ ดจ้ ากการไปสอบถามมาร่วมกันอธบิ ายในครั้งถัดไป
2. ครถู ามคำถามและใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั ตอบคำถาม ตามประเดน็ ดังต่อไปน้ี
1) นกั เรียนคดิ ว่าครอบครัวมคี วามสำคัญต่อนกั เรยี นอยา่ งไร
2) นักเรียนคดิ วา่ ครอบครวั สามารถให้อะไรกับนักเรยี นได้บ้าง
ข้ันท่ี 3 ข้นั อธบิ ายความรู้
1. ครูให้นักเรียนนำความรูท้ ีไ่ ดจ้ ากการไปสอบถามพ่อแมห่ รอื ผู้ปกครองในคาบท่ีแลว้ ของแต่ละคนมา
ผลัดกันอธิบายความรู้ที่ได้ไปศึกษามาให้เพื่อนภายในกลุ่มฟัง จนทุกคนในกลุ่มมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง
ตรงกันในแต่ละคน
2. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนได้เข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการรู้ประวัติความเป็นมาของ
ครอบครวั มากขนึ้ จากนั้นครูใหน้ กั เรยี นถามส่ิงท่ีสงสัยหรือยงั ไม่เข้าใจได้
ขัน้ ท่ี 4 ข้ันขยายความเขา้ ใจ
1. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 3 เรื่อง ความเป็นมาของครอบครัว โดยให้นักเรียนคิดหาคำตอบของ
ตนเองก่อน จากน้ันให้จับคู่กบั เพอื่ นแล้วผลดั กนั อธบิ ายถึงคำตอบของตนเองใหเ้ พื่อนฟัง
2. ครูให้นักเรียนรวมกลุ่ม กลุ่มละเท่ากันๆ แล้วผลัดกันอธิบายคำตอบของคู่ตนเองให้เพื่อนอีกคู่หน่ึง
ในกลุ่มฟังจนได้มติของกลุ่ม แล้วนำคำตอบมาเขียนในใบงานที่ 3 เรื่อง ความเป็นมาของครอบครัว ในใบงาน
ของตนเองทค่ี รไู ด้แจกไป
ข้ันที่ 5 ขั้นตรวจสอบผล
1. ครูและนักเรยี นร่วมกนั เสนอคำตอบในใบงานที่ 3 เร่อื ง ความเป็นมาของครอบครวั โดยครจู ะเป็นผู้
ตรวจสอบความรถู้ ูกตอ้ ง และแนะนำเพม่ิ เติมความรู้
2. หลังจากเสร็จสิ้นการเรียนการสอนแลว้ ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปความรู้เกี่ยวกับคามเป็นมาของ
ครอบครัว พร้อมกับให้นักเรียนร่วมกันตอบคำถามเพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนเข้าใจอย่างถูกต้อง คำถาม การรู้
ประวตั ิความเปน็ มาของครอบครัวทำให้นักเรยี นภมู ใิ จในครอบครวั อยา่ งไร จงอธิบาย
8. ส่อื การสอน
8.1 วิดทิ ศั นป์ ระกอบการสอน
8.2 ใบงาน
36
8.3 สอื่ การเรียนการสอนประกอบการนำเสนอ power point
9. แหล่งเรยี นรูใ้ นหรอื นอกสถานที่
9.1 ห้องสมดุ
10. การวดั และการประเมนิ ผล
ช้ินงาน/ภาระงาน วธิ วี ดั ผล เคร่อื งมือวดั ผล เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ
ใบงาน ตอบถูกตอ้ งตามใบ คะแนน 16-20 = ดีมาก
1. ใบงานท่ี 1 แผนผงั ตรวจใบงาน
งาน คะแนน 11-15 = ดี
ความคิดเร่ือง เราคือใคร คะแนน 6-10 = พอใช้
คะแนน 0-5 = ปรับปรุง
ใครคือเรา ผ่านเกณฑ์ในระดบั ดขี ้นึ
ไป
2. ใบงานท่ี 2 ประวตั ิ ตรวจใบงาน ใบงาน ตอบถูกตอ้ งตามใบ คะแนน 16-20 = ดมี าก
ของตัวฉนั งาน คะแนน 11-15 = ดี
คะแนน 6-10 = พอใช้
3. ใบงานที่ 3 ความ ตรวจใบงาน ใบงาน ตอบถูกต้องตามใบ คะแนน 0-5 = ปรบั ปรงุ
เปน็ มาของครอบครวั งาน ผ่านเกณฑ์ในระดบั ดขี ้ึน
ไป
คะแนน 16-20 = ดมี าก
คะแนน 11-15 = ดี
คะแนน 6-10 = พอใช้
คะแนน 0-5 = ปรบั ปรุง
ผา่ นเกณฑ์ในระดบั ดีขน้ึ
ไป
11.กิจกรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
12. บันทึกผลหลังการสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
นักเรยี นท้งั หมดจำนวน.....................คน
37
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นร้ขู ้อท่ี จำนวนนักเรยี นท่ีผ่าน จำนวนนกั เรียนท่ีไม่ผ่าน
จำนวนคน ร้อยละ จำนวนคน รอ้ ยละ
13. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................................................. ......................................
................................................................................................ ............................................................... .....
............................................................................................................................. .......................................
14. ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................................. .......................
................................................................................................................ .....................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ........................................................................
()
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ .......................................
ลงชื่อ................................................................ หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
()
ลงชอ่ื .............................................................. รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ
()
38
ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา
ได้ทำการตรวจแผนการเรยี นรู้ของ....................................................แล้วมีความคิดเหน็ ดังนี้
1. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ
2. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยงั ไมเ่ น้นผ้เู รยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป
3. ข้อเสนอแนะอื่นๆ
............................................................................................................................. ...........................
............................................................................................................................. ...........................
.................................................................................. ......................................................................
............................................................................................................................. ...........................
ลงชื่อ...............................................................................................
( ………………………………………………… )
ผู้อำนวยการโรงเรียน…………………………………………………………..
39
ใบงานท่ี 1 เรื่อง “เราคอื ใคร ใครคือเรา”
ชื่อ-นามสกุล ..................................................................... เลขที่ .................... วันท่ี ..........................................
คำชี้แจง : ให้นักเรียนเขียนแผนผังความคิด เร่ือง เราคือใคร ใครคือเรา
40
ใบงานที่ 2 เร่ือง “ประวตั ขิ องตัวฉัน”
ช่ือ-นามสกุล ...................................................................... เลขท่ี ..................... วันที่ ........................................
คำช้ีแจง : ให้นกั เรียนบนั ทกึ ข้อมลู เก่ยี วกับตนเอง ตามประเดน็ ท่ีกำหนด พร้อมกบั ติดภาพประกอบ
(ติดภาพ)
ช่ือ ............................................................................................. นามสกุล....................................................
เกดิ วัน .................................................. ที่....................... เดอื น................ พ.ศ. .........................................
ท่ีอยูป่ ัจจบุ นั
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
คติประจำใจ .........................................................................................................................................................
อาหารทช่ี อบ .......................................................................................................................................................
สที ี่ชอบ ................................................................................................................................................................
สัตวท์ ่ชี อบ ...........................................................................................................................................................
อนาคตอยากประกอบอาชีพ ............................................................................................................................. ...
ไอดอลทชี่ น่ื ชอบ ..................................................................................................................................................
นักเรียนกำลังศึกษาอยชู่ ้ัน .................................................... โรงเรยี น ...............................................................
41
ใบงานท่ี 3 เร่ือง “ความเปน็ มาของครอบครวั ”
ชื่อ-นามสกุล .......................................................................... เลขท่ี .................. วันท่ี ..................................
คำชี้แจง : ใหน้ ักเรียนเขยี งความเรียงเก่ียวกบั ประวัติความเป็นมาของครอบครวั พร้อมติดภาพประกอบ
(ตดิ ภาพ)
ประวตั ิความเป็นมาของครอบครวั
............................................................................................................................. .................................................
.......................................................................................................................................................................... ....
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................................ ..............
..................................................................................................................... .........................................................
............................................................................................................................. .................................................
...................................................................................................................................................... ........................
........................................................................................................... ...................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................ ..................................
................................................................................................. .............................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................. ............................................
....................................................................................... .......................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
42
เกณฑก์ ารให้คะแนนใบงาน
ประเด็นการประเมนิ คะแนน
4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
1. ผลงานตรงตาม ผลงานมีความ ผลงานมคี วาม ผลงานมคี วาม ผลงานไม่
จุดประสงค์ สอดคล้องกับ สอดคลอ้ งกับ สอดคล้องกับ สอดคล้องกบั
จดุ ประสงคข์ อง จุดประสงคข์ อง จดุ ประสงค์ของ เนือ้ หาที่เรยี น
เนอ้ื หาทีเ่ รยี นทุก เนอื้ หาที่เรยี นเป็น เน้ือหาบางประเดน็
ประเดน็ ส่วนใหญ่
2. ผลงานมีความ เนื้อหาสาระ เนอื้ หาสาระ เนื้อหาสาระ เนอ้ื หาสาระไม่
ถกู ต้อง ถูกต้องสมบรู ณ์ ถูกต้องเป็นส่วน ถกู ต้องเป็นบาง ถูกต้อง
ครบถว้ น ใหญ่ ประเดน็
3. ผลงานมคี วามเป็น ผลงานมีความ ผลงานมคี วามเปน็ ผลงานค่อนขา้ ง ผลงานไมม่ ีความ
ระเบยี บเรียบร้อย เป็นระเบยี บ ระเบยี บเรียบรอ้ ย เป็นระเบียบ เป็นระเบยี บ
เรยี บรอ้ ย แตย่ งั มีข้อบกพร่อง เรียบรอ้ ย แตม่ ี เรยี บร้อย
มากส่วน ข้อบกพร่อง
เล็กน้อย
4. การสง่ งานตรงต่อ ส่งงานตรงเวลา ส่งงานช้าเลยเวลา สง่ งานชา้ เลยเวลา ส่งงานชา้ เลยเวลา
เวลา ท่กี ำหนด 1-2 วนั ท่ีกำหนด 3-5 วนั ท่ีกำหนดมากกวา่
5 วัน
เกณฑ์การประเมนิ
คะแนน ระดบั คุณภาพ
16-20 ดีมาก
11-15 ดี
6-10 พอใช้
0-5 ปรบั ปรงุ
43
แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
ลำดับ ชื่อ-นามสกุล คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
มวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน
543215432154321
ลงชื่อ................................................ผูป้ ระเมิน
วนั ท่ี........./......................./...............
44
แบบสังเกตพฤตกิ รรมแบบกลุ่ม
กลุม่ ที่............................... เรอื่ ง...............................................................................................
สมาชกิ ในกลุม่ 1)........................................................................................................ เลขท่.ี ........... .................
2)....................................................................................................... เลขท.ี่ ............ .................
3)....................................................................................................... เลขท.ี่ .............................
4)....................................................................................................... เลขที่............. .................
5)....................................................................................................... เลขที.่ .............................
6)....................................................................................................... เลขที่............. .................
ลำดับ พฤตกิ รรม คะแนน
3 (สม่ำเสมอ) 2 (บ่อยคร้ัง) 1 (นอ้ ย)
1. มีส่วนรว่ มในการแสดงความคิดเหน็
2. มคี วามกระตือรอื ร้นในการทำงาน
3. มคี วามรับผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ี
4. ใช้เวลาเหมาะสม
5. มคี วามกลา้ แสดงออก
ลงชื่อ........................................................ผู้ประเมิน
(........................................................)
........../........................./................
คะแนน เกณฑก์ ารประเมิน
12-15
8-11 ระดบั คุณภาพ
ตำ่ กวา่ 8 ดี
พอใช้
ปรบั ปรงุ
45
เกณฑก์ ารให้คะแนนสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
พฤติกรรมบ่งช้ี คะแนน
1. ความสามารถ
ในการสื่อสาร 5 (ดีมาก) 4 (ดี) 3 (ปานกลาง) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
2. ความสามารถ มีความสามารถใน มีความสามารถ มคี วามสามารถ มีความสามารถ ไม่มี
ในการคิด
การส่ือสารออกมาได้ ในการสอื่ สาร ในการสอ่ื สาร ในการส่ือสาร ความสามารถ
3. ความสามารถ
ในการใช้ทักษะ ดเี ยี่ยม ชดั เจน ออกมาได้ดี ออกมาในระดับ ออกมาได้ระดับ ในการสือ่ สาร
ชีวติ
ชดั เจน ปานกลาง ไม่ พอใช้ ควร
ชดั เจน ปรบั ปรุง
มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถ มคี วามสามารถ มีความสามารถ ไม่มี
การคดิ อยา่ ง ในการคิด ในการคิด ตดั สินใจ ความสามารถ
สรา้ งสรรค์ ตัดสินใจ ตดั สินใจเกี่ยวกบั ตัดสนิ ใจ เกีย่ วกับปัญหา ในการคดิ การ
เกยี่ วกับปัญหาของ ปญั หาของตนเอง เกย่ี วกบั ปัญหา ของตนเองได้ไม่ ตดั สนิ ใจ
ตนเองอย่างเหมาะสม ได้ ของตนเองได้ ดเี ท่าท่ีควร เก่ียวกับปัญหา
ของตนเองได้ไม่
ดี
มีความสามารถใน มคี วามสามารถ มคี วามสามรถ มีความสามารถ ไมม่ ี
การใชท้ กั ษะชวี ติ ได้ ในการใช้ทักษะ ในการใชช้ ีวติ ได้ ในการใช้ทักษะ ความสามารถ
อย่างดเี ยยี่ ม ชีวติ ไดด้ ี ในระดบั ปาน ชีวติ ไดใ้ นระดับ ในการใชท้ ักษะ
กลาง พอใช้ ควร ชวี ติ
ปรบั ปรุง
46
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3
แผนการจัดการเรยี นรู้ ท่ี 3 47
สาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าประวัตศิ าสตร์
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 เรือ่ ง แหลง่ วัฒนธรรมและความภมู ใิ จ เวลา 10 ช่ัวโมง
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วดั
มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาไทย มีความรัก ความภูมใิ จ
และธำรงความเปน็ ไทย
ส 4.3 ป.1/2 บอกสถานที่ซ่งึ เป็นแหลง่ วัฒนธรรมในชุมชน
ส 4.3 ป.1/3 ระบสุ ง่ิ ตนรกั และภาคภมู ใิ จในท้องถน่ิ
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกสถานที่สำคัญ ซ่งึ เป็นแหล่งวัฒนธรรมในชมุ ชนได้ (K)
2. สำรวจสถานที่สำคญั ซึ่งเป็นแหลง่ วฒั นธรรมในชุมชนได้ (P)
3. ตะหนักเหน็ ถงึ คณุ คา่ ของสถานท่สี ำคญั ซึ่งเป็นแหล่งวฒั นธรรมในชุมชน (A)
4. บอกสิง่ ที่ตนรักและภาคภมู ิใจในทอ้ งถนิ่ ได้ (K)
5. เขียนระบุสิ่งทต่ี นรักและภาคภมู ิใจในท้องถิน่ ได้ (P)
3. สาระสำคญั
ศึกษาสถานที่สำคัญที่เป็นแหล่งวัฒนธรรมในชุมชนใกล้ตัว เห็นคุณค่าและความสำคัญของแหล่ง
วัฒนธรรมในชุมชน ประเทศชาติ สิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจในท้องถิ่นที่มีทั้งคุณค่าและประโยชนที่มองเห็นได้
เป็นรูปธรรม ใช้ทักษะการสงั เกต การแสดงความคิดเห็นอย่างมเี หตผุ ล การอธิบาย การบอกเล่า การปฏิบตั ิให้
อยรู่ ว่ มกับคนในชุมชนและท้องถ่ินได้อย่างมีความสุข ซง่ึ แหลง่ วัฒนธรรมในทอ้ งถน่ิ เปน็ สิ่งที่ทกุ คนควรตระหนัก
ถงึ ความสำคญั และร่วมกนั อนรุ ักษใ์ ห้คงอย่สู ืบไป
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ด้านความรู้ (K)
1. แหลง่ วัฒนธรรมในชมุ ชน
- โบราณสถาน
- โบราณวัตถุ
- วัด
- พิพิธภณั ฑ์
2. แหล่งวฒั นธรรมอื่นๆ
- แหล่งทอ่ งเทีย่ ว
- แหลง่ เรยี นรู้